สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒ · ๑๗ มิถุนายน ๒๕๕๒

อภิชาต ศักดิเศรษฐ์ หารือเรื่องนโยบายสื่อสารภาครัฐและความจำเป็นในการปรับปรุงสื่อมวลชนของรัฐ โดยเน้นย้ำถึงบทบาทสื่อมวลชนของรัฐที่ควรเป็นเครื่องมือสื่อสารของประชาชน และมีคุณสมบัติอย่างไร ทั้งการแสดงออกและมาตรฐานทางวิชาชีพ นอกจากนี้ยังระบุว่าภาครัฐได้ปรับปรุงสื่อมวลชนของรัฐให้ดีขึ้น และเสนอให้เปลี่ยนสถานีโทรทัศน์และสื่อมวลชนของรัฐเป็นองค์การมหาชน เพื่อให้มีอิสระในการดำเนินการ

นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ นครศรีธรรมราช

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ผมต้องขอขอบพระคุณท่านประธาน ที่ให้เกียรติกระผมได้อภิปรายแสดงความคิดเห็นในช่วงหลังเที่ยงคืนในวันนี้นะครับ ท่านประธานครับ รัฐบาลมีนโยบายสําคัญในเรื่องของสื่อและก็การรับรู้ข้อมูลข่าวสารของ ประชาชนใน ๒ ประเด็นที่มีความสําคัญก็คือ การส่งเสริมให้ประชาชนได้มีโอกาสรับรู้และ เข้าถึงข้อมูลข่าวสารสาธารณะจากราชการและสาธารณะอื่นได้อย่างกว้างขวางและ เปึนธรรม รัฐบาลจะปรับปรุงกลไกการสื่อสารภาครัฐให้ดํารงบทบาทสื่อเพื่อประโยชน์ สาธารณะและสร้างความสมานฉันท์ในชาติ นโยบายสําคัญ ๒ ประการนี้จะสัมฤทธิ์ผล และเปึนจริงได้หรือไม่นั้นส่วนหนึ่งก็สะท้อนให้เห็นได้จากคําตอบที่มีอยู่ใน ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจําป้ ๒๕๕๓ ฉบับนี้ ซึ่งรัฐบาลก็ได้จัดสรร ผ่านทางกรมประชาสัมพันธ์ ซึ่งเปึนกลไกหลักในการกํากับดูแลสื่อสารมวลชนของรัฐ เมื่อได้พลิกดูงบประมาณของกรมประชาสัมพันธ์ในป้ ๒๕๕๓ ก็พบว่าป้นี้ได้รับการจัดสรร ถึง ๑,๒๖๕,๓๗๔,๙๐๐ บาท ลดลงจากป้ที่แล้วประมาณ ๒๒๑ ล้านบาท ซึ่งดูจากตัวเลข ภาพรวมแล้วต้องถือว่าเมื่อเทียบกับภารกิจที่รัฐบาลต้องการจะให้ความสําคัญกับ นโยบายด้านนี้ต้องถือว่ายังน้อยอยู่ และงบประมาณส่วนใหญ่ก็เปึนงบ ทางด้านบุคลากรแล้วก็งบดําเนินงานที่เปึนรายจ่ายประจํา ท่านประธานครับ แต่ว่าตัวเลข จะมากหรือน้อยจะเปึนตัวเลขที่แตกต่างจากป้ที่แล้วหรือป้นี้ก็ตามนะครับ เมื่อได้อ่านจาก รายงานในเล่มขาวที่ได้แจกจ่ายกับเพื่อนสมาชิกแล้ว ก็ยังไม่เห็นว่ารัฐบาลได้จัดงบ ก้อนไหนที่เปึนการสะท้อนให้เห็นว่าต้องการจะตอบสนองนโยบายหลักสําคัญของรัฐบาล ใน ๒ ข้อดังกล่าวนะครับ นอกจากที่ระบุไว้ในงบรายจ่ายอื่นมีอยู่โครงการเดียวนะครับ ก็คือ โครงการจัดตั้งสํานักข่าวแห่งชาติของรัฐบาล จํานวน ๒๐ ล้านบาท ซึ่งเปึนงบที่ เข้าใจว่าเปึนมรดกที่ตกค้างมาจากป้ก่อน ๆ ในป้ก่อน ๆ ก็เห็นงบก้อนนี้ปรากฏอยู่แล้วก็ยัง ไม่ปรากฏเปึนจริงเสียทีนะครับ ท่านประธานครับ สื่อมวลชนของรัฐเปึนกลไกที่มี ความสําคัญในด้านการสื่อสารภาครัฐที่มีต่อประชาชน วันนี้สื่อมวลชนของรัฐที่อยู่ในการ กํากับดูแลของกรมประชาสัมพันธ์มีอยู่ ๓ ส่วนก็คือ สถานีโทรทัศน์ช่อง ๑๑ ซึ่งมีอยู่ใน ส่วนกลาง ๑ สถานี และในส่วนภูมิภาคอีก ๘ สถานี มีสถานีวิทยุกระจายเสียงอีกจํานวน ๕๒๔ คลื่นทั่วประเทศนะครับ ทั้งในระบบเอเอ็ม (AM) และเอฟเอ็ม (FM) นะครับ ส่วนที่ ๓ ก็คือสํานักข่าวของกรมประชาสัมพันธ์นะครับ ซึ่งผมคิดว่าทั้งหมดวันนี้อยู่ในสถานะที่ ต่างคนต่างทําแล้วก็ดําเนินกิจกรรมไปตามมีตามเกิด จําเปึนที่จะต้องมีการทบทวนเพื่อมา กําหนดทิศทางและยุทธศาสตร์การทําหน้าที่กันใหม่นะครับ เพื่อให้สอดคล้องกับ สถานการณ์ความจริงของประเทศในวันนี้ ต้องยอมรับความจริงนะครับว่าที่ผ่านมา สถานีโทรทัศน์และสถานีวิทยุในกรมประชาสัมพันธ์ทั้งหลายถูกใช้ในการแทรกแซงในการ ครอบงําแล้วก็เพื่อประโยชน์ทางการเมือง และเพื่อประโยชน์ทางธุรกิจทางการค้ามา ตลอดเวลาในช่วงเวลาที่ยาวนาน จนกล่าวได้ว่าแทบจะไม่เหลือศักดิ์ศรีของความเปึน สื่อมวลชนของรัฐแล้วนะครับ ท่านประธานครับ วันนี้จําเปึนจะต้องมีการปรับปรุง สื่อมวลชนของรัฐขนานใหญ่ เพื่อให้ตอบสนองนโยบายในส่วนนั้นก็คือ เราต้องมีหลักคิด ในการดําเนินการเรื่องนี้นะครับ เพราะว่าไม่เช่นนั้นแล้วถ้ารัฐบาลนี้ไม่ทําไม่ได้วางรากฐาน ก็ยากเหลือเกินครับที่จะวางรากฐานสื่อมวลชนของรัฐเสียใหม่

หลักคิดประการแรกก็คือว่า สื่อมวลชนของรัฐต้องเปึนกลไกของรัฐในการ สื่อสารกับประชาชน ต้องเปึนเครื่องมือในการตอบสนองนโยบายของรัฐบาลนะครับ ท่านประธานจะเห็นว่าในกรณีที่เกิดเหตุการณ์เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา ถ้าเรา ไม่สามารถที่จะใช้สื่อมวลชนของรัฐได้ในเวลานั้น ไม่สามารถที่จะใช้โทรทัศน์ช่อง ๑๑ ในการสื่อสารกับพี่น้องประชาชนได้ สถานการณ์ของบ้านเมืองอาจจะลุกลามแปรเปลี่ยน ไปอย่างที่เราอาจจะไม่คาดคิดก็ได้ จําเปึนอย่างยิ่งครับที่สื่อมวลชนของรัฐจะต้องถูกใช้ เพื่อเปึนเครื่องมือในการสื่อสารข้อมูลที่ถูกต้องกับพี่น้องประชาชน

ประการที่สองก็คือว่า จะต้องมีอิสระในการดําเนินงานตามกฎหมายแล้วก็ ตามรัฐธรรมนูญซึ่งให้สิทธิเสรีภาพตามมาตรา ๔๖

ประการที่สามก็คือ ต้องเปึนแบบอย่างของสื่อมวลชนในด้านการแสดงออก ถึงมาตรฐานทางวิชาชีพ มาตรฐานทางด้านคุณธรรมจริยธรรม เพื่อให้เปึนแบบอย่างกับ สื่อมวลชนอื่น ๆ

ประการที่สี่ ต้องเปึนองค์กรมืออาชีพที่มีคุณภาพ ทั้งในแง่เนื้อหาสาระ ทั้งในแง่ของการบริหารจัดการและในแง่ของการพัฒนาบุคลากร

สุดท้ายก็คือต้องทําหน้าที่เปึนสื่อมวลชนเพื่อประโยชน์สาธารณะ ไม่ใช่เปึน องค์กรที่แสวงหากําไร ไม่ใช่มีเปัาหมายเพื่อธุรกิจการค้า และจะต้องไม่ใช่การทําธุรกิจ หรือว่าเปึนเครื่องมือทางการเมือง เปึนกระบอกเสียงทางการเมืองเหมือนที่ผ่านมา

ท่านประธานครับ ในรอบ ๕ เดือน ๖ เดือนที่รัฐบาลเข้ามาบริหารประเทศ เราก็ได้เห็นว่าทิศทางในการปรับปรุงสื่อมวลชนของรัฐได้เห็นรูปธรรมที่มีการเปลี่ยนแปลง ที่ค่อนข้างชัดเจนนะครับ เนื้อหาสาระในสถานีโทรทัศน์ของรัฐก็มีการปรับปรุง มีความ ถูกต้อง มีความรอบด้านและเปึนไปในทางที่สร้างสรรค์มากขึ้น รายการประเภทที่ยุให้คน ไปเผาบ้านเผาเมือง รายการแบบนั้นไม่มีปรากฏอยู่ในสถานีโทรทัศน์ของรัฐอีกต่อไปแล้ว นะครับ การปรับผังรายการในสถานีโทรทัศน์ อย่าง ช่อง ๑๑ ที่สนองตอบต่อการรับรู้ข่าวสาร ความถูกต้อง ความรวดเร็วต่อพี่น้อง ประชาชนปรากฏให้เห็น การปรับภาพลักษณ์ของสถานีโทรทัศน์ช่อง ๑๑ ที่คืนความเปึน สื่อมวลชนของรัฐกลับมาให้กับพี่น้องประชาชนไม่เปึนเครื่องมือของฝ์ายใดฝ์ายหนึ่งก็ได้ ปรากฏให้เห็น ที่สําคัญอันหนึ่งก็คือ การที่เราได้เกิดสถานีวิทยุกระจายเสียงที่เรียกว่า สถานีคลื่นสีขาวเพื่อเด็ก เพื่อเยาวชน เพื่อครอบครัว ก็ปรากฏขึ้นมาในรัฐบาลชุดนี้ ผมคิดว่านี่เปึนทิศทางที่ถูกต้องแล้ว เพียงแต่ว่าเราจะทําอย่างไรให้สภาพเช่นนี้มี ความยั่งยืนนะครับ ผมชื่นชมกับรัฐบาลที่ได้จัดตั้งคณะกรรมการที่เรียกว่า คณะกรรมการ ศึกษาแนวทางปฏิรูปสื่อภาครัฐขึ้นมาเพื่อเสนอแนวทาง แล้วก็เปึนทางออกในการ วางระบบของสื่อมวลชนของรัฐเสียใหม่ แล้วก็มีข้อเสนอที่ได้ผ่านการศึกษาแล้วก็ผ่านการ รับฟังความคิดเห็นของพี่น้องประชาชนและผู้เกี่ยวข้องในการปฏิรูปสื่อมวลชนของภาครัฐ ก็มีข้อเสนอ ๒ เรื่องที่สําคัญก็คือว่า

ประการที่ ๑ คือการปรับพันธกิจให้สถานีโทรทัศน์ ช่อง ๑๑ เปึน สถานีโทรทัศน์เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ บริการข้อมูลข่าวสารภาครัฐและการพัฒนา ประชาธิปไตย หรือพูดง่าย ๆ ก็คือการเปึนสถานีโทรทัศน์ที่เปึนสื่อสาธารณะภาครัฐ

ประการที่ ๒ ก็มีข้อเสนอว่า เพื่อให้สถานีโทรทัศน์แล้วก็สื่อมวลชนในกํากับ การดูแลของกรมประชาสัมพันธ์มีอิสระ ปลอดพ้นจากการถูกครอบงํา ถูกแทรกแซงอย่าง แท้จริง ก็เสนอให้แปรสภาพเปึนองค์การมหาชน โดยออกเปึนพระราชกฤษฎีกา แล้วก็ผม คิดว่าเปึนเรื่องเร่งด่วนที่มีความสําคัญที่รัฐบาลจะต้องรับไปในการวางรากฐานในการ ทําให้สถานีโทรทัศน์ของรัฐ สื่อมวลชนของรัฐเปึนที่พึ่งหวังของพี่น้องประชาชน อย่างแท้จริงได้ กราบขอบพระคุณครับ