สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒ · ๑๗ มิถุนายน ๒๕๕๒

พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หารือเรื่องงบประมาณกระทรวงยุติธรรมและปัญหาที่เกี่ยวข้อง โดยเน้นย้ำถึงนโยบายของรัฐบาลในการช่วยให้นักโทษกลับตัวเป็นคนดี และเรียกร้องการปรับปรุงประสิทธิภาพในการจับกุมผู้ค้ายาเสพติด นอกจากนี้ยังพูดถึงการทำงานของข้าราชการกระทรวงยุติธรรมที่ไม่ขึ้นอยู่กับงบประมาณ

นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม

กราบขอบคุณท่านประธาน ผม พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ขอรบกวนเวลาท่านสมาชิกเล็กน้อยครับ เพราะว่าเผอิญมีประเด็นที่เกี่ยวข้องกับ งบประมาณในส่วนของกระทรวงยุติธรรมซึ่งผมคิดว่าจําเปึนต้องขอรบกวนเวลา ท่านสมาชิกเพื่อทําความเข้าใจชี้แจงเล็กน้อย แต่ว่าจะพยายามใช้เวลาให้สั้นที่สุดครับ เพื่อที่จะไม่เปึนการไปรบกวนเวลาท่านสมาชิกมากนะครับ ขออนุญาตกราบเรียน ท่านประธานผ่านทางท่านสมาชิกว่า

ประการแรก ผมต้องขอขอบคุณท่านสมาชิกที่ได้กรุณาเปึนห่วงกระทรวง ยุติธรรม ผมฟังประเด็นที่เพื่อนสมาชิกประมาณ ๒-๓ ท่านได้พูดถึงกระทรวงยุติธรรม ในวันนี้ก็ทุกท่านเปึนห่วงว่างบน้อย ผมเองก็เปึนห่วงครับ เพราะว่างบประมาณป้นี้ ในภาพรวมก็ลดลงจากป้ที่แล้ว แล้วก็ลดลงทั้งในยอดใหญ่และก็ยอดย่อยของกระทรวง แต่ละกระทรวง ซึ่งเปึนไปไม่ได้ละครับที่กระทรวงยุติธรรมจะหลีกหนีปัญหานี้ ในป้งบประมาณป้ ๒๕๕๒ กระทรวงยุติธรรมได้รับงบประมาณ ประมาณ ๑๖,๕๐๐ ล้านบาท ในป้ ๒๕๕๓ ได้รับงบประมาณในยอดรวม ๑๕,๒๘๐ ล้านบาท ลดลงประมาณ ๑๒ เปอร์เซ็นต์ ในจํานวน ๑๒ เปอร์เซ็นต์ที่ลดลงเราก็มีหน่วยงานที่ต้องมาเกี่ยวข้อง ใช้จ่ายเงินงบประมาณตรงนี้ทั้งที่ขึ้นตรงกับรัฐมนตรี และที่สังกัดกระทรวงยุติธรรม เต็มรูปแบบ คือผ่านไปยังสํานักปลัดกระทรวง ๑๑ หน่วย ซึ่งความเปึนจริงมีอีกหน่วยงานหนึ่ง ซึ่งขึ้นตรงรัฐมนตรีเลย แต่ไม่ได้อยู่ในงบประมาณยอดรวมนี้ คือสํานักงานปัองกันและ ปราบปรามการฟอกเงิน ผมขออนุญาตเรียนตรงนี้ครับว่าในจํานวนทั้งหมด

ประการที่ ๑ ที่ผมฟังมาก็มีเพื่อนสมาชิกเปึนห่วงเรื่องกรมราชทัณฑ์ คือ กรมราชทัณฑ์ตอนนี้เปึนหน่วยงานที่ได้รับงบประมาณสูงที่สุดในกระทรวงยุติธรรม ประมาณเกือบ ๕๐ เปอร์เซ็นต์ของงบประมาณ ๑๕,๐๐๐ กว่าล้านบาท ท่านสมาชิก อาจจะบอกว่าป้นี้ได้รับน้อย ป้ที่แล้วกรมราชทัณฑ์ได้รับ ๘,๖๐๐ กว่าล้านบาท ป้นี้ได้รับ ๗,๙๗๓ ล้านบาท ในจํานวน ๗,๙๗๓ ล้านบาทนี้เกือบครึ่งหนึ่งของงบของกระทรวง ยุติธรรม เพราะฉะนั้นถ้าถามว่าน้อยไปไหม ถ้าเทียบกับงบของกระทรวง ไม่น้อยละครับ เพราะว่าเกือบครึ่งหนึ่งนะครับ แต่ประเด็นสําคัญก็คือว่าในงบของกรมราชทัณฑ์เรามี ภาระหน้าที่ในการที่จะต้องดูแลผู้ต้องขัง นักโทษทั้งหลาย ในจํานวนทั้งหมด ๗,๐๐๐ กว่าล้านบาท เปึนค่าอาหารนักโทษอย่างเดียวเกือบ ๕,๐๐๐ ล้านบาทแล้วครับ ๔,๐๐๐ กว่าล้านบาท เกือบ ๕,๐๐๐ ล้านบาท ตรงนี้ครับที่เปึนปัญหาซึ่งคิดว่าในส่วนของ กระทรวงยุติธรรมคงต้องดําเนินการปรับปรุงแก้ไข มิฉะนั้นต่อไปในอนาคตจะทําให้เกิด ปัญหาวิกฤติงบประมาณของกระทรวงยุติธรรมได้ ซึ่งผมก็ได้ดําเนินการสั่งการให้ทาง ท่านปลัดกระทรวง ท่านรองปลัดกระทรวง หัวหน้า กลุ่มงาน แล้วก็ท่านอธิบดี กรมราชทัณฑ์หาทางที่จะดําเนินการปรับปรุงแก้ไขในส่วนนี้ แต่ประเด็นที่จะเกี่ยวข้องกับที่ ท่านสมาชิกหลายท่านเปึนห่วงก็คือเรื่องของการดูแลนักโทษ ผมอยากกราบเรียนครับว่า แม้งบประมาณจะน้อยลง แต่ว่างบประมาณที่เกี่ยวข้องกับการดูแลบําบัดฟุ๋นฟูและให้ โอกาสนักโทษกลับตัวเปึนคนดี จะออกมาแล้วมีงานทํานี่นะครับ จะเก็บไว้อยู่ในหลาย ๆ ส่วน ที่จะต้องช่วยกันทํางานต่อไป โดยเฉพาะผู้ต้องขังหรือนักโทษที่ติดยาเสพติด หรือว่า ค้ายาเสพติด นโยบายสําคัญอันหนึ่งของรัฐบาลชุดนี้คือต้องการให้คืนคนดีสู่สังคม เรามี นโยบายอย่างชัดเจนนะครับที่จะทําให้ผู้ต้องขังเหล่านี้กลับตัวเปึนคนดี เพราะฉะนั้น มีโครงการซึ่งทํากันมาหลายป้ คือโครงการโรงเรียนวิวัฒน์พลเมือง ในโครงการเหล่านี้ที่จะ พยายามปรับให้นักโทษเหล่านี้ หรือผู้ต้องขังเหล่านี้กลับตัวเปึนคนดี เราได้พยายามเพิ่ม งบประมาณในส่วนนี้ แม้ว่ายอดใหญ่จะลดลง งานในส่วนนี้ก็จะมีภารกิจที่เพิ่มขึ้น แล้วก็ ไม่ใช่ทําเฉพาะแต่ที่กระทรวงยุติธรรมนะครับ แต่ว่าภารกิจในส่วนนี้ได้ร่วมกับทางกองทัพ ที่จะเข้ามาช่วยฝ๊กด้วย เพื่อจะให้ผู้ต้องขังเหล่านี้กลับตัวเปึนคนดี

อีกส่วนหนึ่งครับที่ผมขออนุญาตกราบเรียนต่อเนื่องกันก็คือเรื่องของ ปัญหายาเสพติด มีเพื่อนสมาชิกหลายท่านเปึนห่วงนะครับ แล้วก็ท่านนายกรัฐมนตรีได้ กราบเรียนไปแล้ว แต่ผมอยากกราบเรียนเพิ่มเติมสักเล็กน้อยครับว่านโยบายสําคัญที่สุด อันหนึ่งของรัฐบาลชุดนี้ แล้วก็ของกระทรวงยุติธรรมก็คือปัองกันปราบปรามการแก้ไข ปัญหายาเสพติด ผมอยากกราบเรียนครับว่าต้องยอมรับว่าในภาพรวมเหมือนที่ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีบอกไปว่าเราเองยังไม่พอใจครับ แต่ในระยะเวลาสั้น ๆ ไม่กี่เดือนที่ผ่านมา ผมอยากกราบเรียนว่าทางกระทรวงยุติธรรมที่กํากับดูแลสํานักงานปัองกันปราบปราม ยาเสพติด ได้พยายามที่จะเร่งรัดดําเนินการจับกุมผู้ค้ายาเสพติด ทั้งผู้ค้ารายใหญ่ รายเล็ก รายกลาง อยากกราบเรียนท่านประธานเปึนเบื้องต้นครับว่า สถิติเทียบเคียง ระหว่างเดือนมกราคม ป้ ๒๕๕๑ ถึงเดือนมีนาคม ๒๕๕๑ จับกุมได้ ๓๙,๗๓๙ ราย ในขณะที่ป้ ๒๕๕๒ ในช่วงเวลาเดียวกัน จับกุมได้ ๕๓,๗๕๒ ราย เพิ่มขึ้น ๑๔,๐๐๐ ราย ในจํานวนยาเสพติดทั้งหมดครับ มีเฮโรอีน มียาบ้า มีกัญชา ยอดเยอะที่สุดคือยาบ้านะครับ ในป้ ๒๕๕๑ ช่วงเดือนมกราคมถึงเดือนมีนาคม รวบรวมจับกุมยาบ้าได้ทั้งหมด ๔,๘๐๐,๐๐๐ เม็ด ไม่นับเศษนะครับ ในช่วงเวลาเดียวกันของป้ ๒๕๕๒ นี้ ได้ทั้งหมด ๖,๐๓๘,๐๐๐ เม็ด เพิ่มมากขึ้นถึง ๑,๒๐๐,๐๐๐ เม็ด ตรงนี้ก็คือเรื่องของประสิทธิภาพ ของการทํางาน ผมอยากกราบเรียนครับว่าที่สําคัญอีกอันหนึ่งนะครับ เมื่อสักครู่ก็มี เพื่อนสมาชิกพูดถึงกรมสอบสวนคดีพิเศษหรือดีเอสไอ อันนี้ผมคิดว่าผมต้องขออนุญาต ทําความเข้าใจ เพราะบอกว่าไม่ไปดูดําดูดีเลย เพราะว่าไปสอบสวนเรื่องของ บีอาร์ที (BRT) ถ้าหากว่าผมไม่พูดเรื่องนี้ เดี๋ยวก็จะเกิดความเข้าใจผิด ผมอยากกราบเรียนในด้าน ของงบประมาณก่อนครับ ในส่วนของงบประมาณของกรมสอบสวนคดีพิเศษ ในป้งบประมาณ ๒๕๕๒ ได้งบประมาณทั้งสิ้น ๗๒๐ ล้านบาท แต่ว่าในป้ ๒๕๕๓ ได้รับ งบประมาณ ๖๙๒ ล้านบาท ลดลงครับ แต่ลดลงในจํานวนเพียงแค่ ๓ เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับยอดใหญ่ แต่ว่าผมอยากกราบเรียนท่านประธานครับว่ากรมสอบสวนคดีพิเศษ ไม่ได้เปึนอย่างที่ว่าครับ ผมได้มอบนโยบายให้ท่านอธิบดีขอให้ทํางานให้เต็มที่ แล้วต้องเปึนหลักของสังคมครับ ต้องเปึนหลักในการให้กระบวนการยุติธรรมของ ประชาชนได้รับการรับรองที่ถูกต้อง แล้วที่สําคัญครับ ต้องไม่เปึนเครื่องมือของการเมือง รัฐบาลชุดนี้ ผมและทุกคนที่เกี่ยวข้อง ไม่เคยใช้กรมนี้หรือคนใดคนหนึ่งของกรมนี้เปึนเครื่องมือเพื่อประโยชน์ทางการเมืองใด ๆ ทั้งสิ้น โดยเฉพาะประเด็นที่เกี่ยวข้องกับเรื่องของที่เกี่ยวข้องกับทางรถไฟฟัา รถยนต์ โดยสารบีอาร์ทีนี่นะครับ ไม่มีใครเข้าไปแทรกแซงและปล่อยให้เขาทํางานอย่างเต็มที่ครับ และก็ล่าสุดนี้เสร็จแล้วครับ ผมได้มอบนโยบายให้ท่านอธิบดีว่าคดีเหล่านี้ทั้งสิ้นต้องเร่ง ดําเนินการ แล้วก็เปึนที่น่ายินดีเขาทําเสร็จแล้วซึ่งตรงนี้ก็ไม่ได้เข้าไปแทรกแซง แต่เมื่อมี การพูดพาดพิงผมก็ต้องทําความเข้าใจว่าเขาทําเสร็จแล้วเรื่องบีอาร์ที แล้วก็ไม่ได้ เกี่ยวข้องกัน งบประมาณก็ไม่ได้ลดน้อยลงเลย เทียบกับส่วนอื่นที่ปรับลดลง ที่สําคัญ อย่างนี้ครับ ผมอยากกราบเรียนว่ากรมสอบสวนคดีพิเศษเพิ่งมาอยู่ในสังกัดกระทรวง ยุติธรรมและเพิ่งเกิดใหม่เมื่อ ๗ ป้ที่แล้ว แต่ท่านประธานทราบไหมครับว่าบุคลากรที่มาอยู่ ที่นี่มาจากหลายทิศทางครับ แต่ว่า ๗ ป้ที่แล้วทั้ง ๆ ที่ได้งบประมาณมากกว่าป้นี้นะครับ ไม่เคยมีการจัดงบประมาณให้ถูกทิศทางที่จะทําให้เกิดผลประโยชน์กับบุคลากร ในจํานวนงบประมาณที่ได้แต่ละป้จํานวน ๖๐๐ ล้านบาท ๗๐๐ ล้านบาท ๘๐๐ ล้านบาท จํานวนกว่า ๗๐ เปอร์เซ็นต์ เปึนเรื่องของเงินเดือนครับ ส่วนที่เหลือเปึนเงินที่ใช้มาเพียง เรื่องของการลงทุนหรือบริหารทั่วไป เพราะปริมาณข้าราชการและเงินพิเศษที่นี่เยอะมาก เลยทําให้เกิดปัญหา แต่ว่าสิ่งที่ผ่านมาและท่านอธิบดีก็บอกไม่เคยได้รับและอยากจะมี มานานคือโรงเรียนฝ๊กอบรมหรือว่าศูนย์ฝ๊กอบรมบรรดาคณะเจ้าหน้าที่ รวมถึง ศูนย์ปฏิบัติการตรงนี้ด้วย ในขณะที่งบประมาณน้อยลงอย่างนี้ครับท่านประธานครับ ผมสามารถจัดงบประมาณที่จะสามารถไปให้ทางท่านอธิบดีไปดําเนินการสร้าง ศูนย์ฝ๊กอบรมครับอยู่ในนี้ได้ทั้ง ๆ ที่งบประมาณน้อยลงนะครับ ตรงนี้ก็อยากกราบเรียนว่า ที่บอกว่ามีการพูดพาดพิงในทํานองที่ว่าไม่ได้ไปดูแล งบประมาณไม่เพียงพอ ไม่จริงครับ แล้วก็ได้งบที่น้อยลง ยอมรับว่าน้อยลงครับ แต่น้อยลงในสัดส่วนที่น้อยมาก ๓ เปอร์เซ็นต์ และในที่น้อยลงนี้ก็สามารถนําไปก่อให้เกิดประโยชน์ตามวัตถุประสงค์เปัาหมายของเขาได้

สุดท้ายท่านประธานครับ ผมอยากกราบเรียนว่าสิ่งที่ผมพยายามทํางาน แล้วก็ภูมิใจในบรรดาข้าราชการกระทรวงยุติธรรมที่ผ่านมาใน ๕-๖ เดือนก็คือว่า การทํางานของข้าราชการที่นี่ของกระทรวงนี้ไม่ได้ขึ้นอยู่กับงบประมาณ ไม่ใช่ว่า งบประมาณได้น้อยก็ทํางานน้อย จะทํางานมากต่อได้งบประมาณมาก ผลสําเร็จของงาน จะเปึนไปตามเปัาหมายต้องได้งบประมาณเยอะไม่ใช่ครับ สิ่งที่เราพยายามทําแล้ววันนี้ ประสบความสําเร็จคือให้มีความสํานึกต่อภาระหน้าที่ของการเปึนข้าราชการกระทรวง ยุติธรรมที่จะต้องทําความยุติธรรมให้กับสังคม เปึนที่พึ่งของประชาชนให้ได้ เมื่อไรที่ ประชาชนไม่ได้รับความเปึนธรรมเขาต้องนึกถึงกระทรวงยุติธรรม แล้วเมื่อมากระทรวง ยุติธรรมเขาจะต้องได้รับความเปึนธรรมกลับไป

ที่สําคัญสุดท้ายก็คือว่า ผมได้มอบแนวทางนโยบายภายใต้งบประมาณ ที่จํากัดอย่างนี้ครับ แล้วก็ต้องขอถือโอกาสนี้ขอบคุณเจ้าหน้าที่กระทรวงยุติธรรมทุกท่าน ที่ได้พยายามทํางานกันอย่างเต็มที่ในหลายเดือนที่ผ่านมา ออกไปทํางานเชิงรุกครับ ผมต้องขอยกตัวอย่างครับ อย่างสํานักงานคณะกรรมการปัองกันปราบปรามการทุจริต ภาครัฐหรือ ป.ป.ท. ท่านประธานทราบไหมครับว่าตั้งมาจนวันนี้ไม่มีรถสักคันเดียวครับ ในกรมนี้ครับ แต่ว่าหลายเดือนที่ผ่านมาจะเห็นว่ามีบทบาทภารกิจที่เยอะมาก แม้กระทั่ง ออกไปตรวจตรายามค่ําคืนนะครับ ตรวจตราผับ บาร์ที่เป่ดเกินเวลา ตรวจตรา การค้ายาเสพติด แหล่งอบายมุข ใช้รถส่วนตัวครับ ทุกคนยินดีทํางาน เห็นไหมครับ ตรงนี้ครับ ผมอยากกราบเรียนว่าถ้าพวกเราทุกคนช่วยกันทํางาน ผลักดันเจ้าหน้าที่ข้าราชการทุกคน ให้ทํางานไม่ได้เกี่ยวกับงบประมาณ ขอให้มีใจต้องการทํางานเพื่อประโยชน์ส่วนรวมของ ประเทศ ผมเชื่อว่างบประมาณมากหรือน้อยเราสามารถผลักดันความสําเร็จไปสู่ เปัาหมายที่เราวางไว้ทุกคนได้ครับ ขอขอบพระคุณท่านประธานครับ