สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒ · ๑๗ มิถุนายน ๒๕๕๒

ชวรัตน์ ชาญวีรกูล หารือเรื่องการสอบคัดเลือกเข้าศึกษาหลักสูตรนายอำเภอ และการจัดสรรเงินอุดหนุนเฉพาะกิจ 15,000 ล้านบาทของกรมส่งเสริมการปกครอง ท้องถิ่น โดยยืนยันว่ากระทรวงมหาดไทยปฏิบัติหน้าที่ดีและไม่มีการทุจริต และอธิบายว่าไม่ใช้อำนาจรัฐช่วยเหลือผู้สมัครรับเลือกตั้งซ่อมที่สกลนคร แต่ไปช่วยเหลือในฐานะส่วนตัว

นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ขอเรียนชี้แจงประเด็นข้อสอบถามของท่านสมาชิก เกี่ยวกับการสอบคัดเลือกเข้าศึกษาอบรมหลักสูตรนายอําเภอประจําป้ ๒๕๕๒ สืบเนื่องมาจากกรมการปกครองได้ประกาศคัดเลือกข้าราชการเพื่อเข้าศึกษาอบรม หลักสูตรนายอําเภอ ป้งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๒ ซึ่งก็ทํากันเปึนประจําทุกป้ ป้นี้มีผู้มีสิทธิ ที่เข้ารับการคัดเลือกจํานวน ๑,๖๔๒ คน ซึ่งกรมการปกครองจะคัดเลือกจากข้าราชการ ๒ กลุ่ม กลุ่มที่ ๑ คือ กลุ่มที่มีผู้มีประสบการณ์ ได้แก่ คัดจากผู้มีอาวุโสในอายุราชการ จํานวน ๑ ใน ๓ ของแต่ละรุ่น และกลุ่มที่ ๒ คือ กลุ่มข้าราชการที่ใช้วิธีสอบคัดเลือกเอง ๒ ใน ๓ ของแต่ละรุ่น การสอบคัดเลือกเปึนการสอบข้อเขียน โดยแบ่งเปึน ๒ แบบ คือ ๑. ข้อสอบแบบปรนัย มอบให้มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราชเปึนผู้ดําเนินการ ๒. ข้อสอบแบบอัตนัย ซึ่งได้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการสอบ ออกข้อสอบและ ตรวจข้อสอบ คณะกรรมการประกอบด้วย ข้าราชการระดับสูงของกรมการปกครอง ไม่ว่า จะเปึนอธิการบดีวิทยาลัย ผู้อํานวยการสํานัก ผู้อํานวยการกองในสังกัดกรมการปกครอง หลังจากตรวจข้อสอบแล้วจึงเอาผลคะแนนการสอบทั้ง ๒ แบบมารวมกัน นอกจากนี้ ทุกคนจะต้องเข้ารับการสอบสัมภาษณ์ เพื่อดูบุคลิกภาพและการสื่อสารอีกด้วย ท่านประธานสภาที่เคารพครับ หลักเกณฑ์และกระบวนการสอบคัดเลือกข้าราชการเพื่อ เข้าศึกษาอบรมหลักสูตรนายอําเภอเปึนเรื่องที่ทํามาทุกป้ ใช้เกณฑ์เดียวกัน กระบวนการ เดียวกัน มาตรฐานเดียวกัน ผมว่าที่ผ่านมาทุก ๆ คนก็คงเชื่อมั่นในสิ่งเหล่านี้ ส่วนผล การคัดเลือกจะออกมาอย่างไร ก็คงเปึนไปตามกระบวนการดังกล่าว การตั้งข้อสงสัย ผู้ที่สอบคัดเลือกได้ ซึ่งเปึนบุคคลภายนอกสภาแห่งนี้ คงจะไม่เหมาะสมและเปึนธรรมนัก และหากมีสิ่งที่ไม่ถูกต้อง ไม่ชอบมาพากลในระบบราชการ ผู้สมัครสอบคัดเลือกก็มี กระบวนการตรวจสอบ อย่างเช่น การขอดูผลคะแนนของบุคคลตามพระราชบัญญัติ ข้อมูลข่าวสารทางราชอยู่แล้ว แต่เรื่องที่ผมไม่สบายใจมากคือการกล่าวหาว่ามีการเรียก รับเงิน หรือผลประโยชน์จากเรื่องการสอบ ผมขอยืนยันต่อท่านสมาชิกและสภาอันทรงเกียรติแห่งนี้ว่า แต่ก่อนจะเปึนอย่างไรผมไม่ ทราบ แต่ช่วงที่ผมเปึนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยต้องไม่มีเรื่องอย่างที่ท่าน กล่าวหาอย่างเด็ดขาด ท่านไม่ต้องเอาใบเสร็จมาแสดงหรอกครับ แต่ขออย่าพูดลอย ๆ ผมขอให้ท่านบอกมาว่าใครที่ต้องจ่ายเงิน ให้ใคร ที่ไหน เท่าไร ใครเปึนพยานได้ เท่านี้ ละครับ ผมจะสอบสวนเอาตัวผู้กระทําผิดมาลงโทษให้ถึงที่สุด เพราะกระทรวงมหาดไทย มีเรื่องอย่างนี้ไม่ได้ครับ ไม่อย่างนั้นข้าราชการกระทรวงมหาดไทยจะไปบําบัดทุกข์บํารุง สุขให้ใครได้หากตัวเองยังต้องประพฤติปฏิบัติอย่างนี้อยู่ ผมขอเรียนสภาแห่งนี้ด้วยความ เคารพครับ

สําหรับเรื่องที่ ๒ ประเด็นข้อสอบถามของท่านสมาชิกเรื่องการจัดสรร งบประมาณเงินอุดหนุนเฉพาะกิจ ๑๕,๐๐๐ ล้านบาทของกรมส่งเสริมการปกครอง ท้องถิ่น คณะกรรมการกระจายอํานาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้ประกาศ หลักเกณฑ์การจัดสรรเงินประมาณเงินอุดหนุนเฉพาะกิจสําหรับพัฒนาองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่น หรือ อปท. กรณีเร่งด่วน และตามยุทธศาสตร์การพัฒนาของ อปท. ประจํา ป้ ๒๕๕๒ วงเงินทั้งสิ้น ๑๔,๙๙๙.๙๕ ล้านบาท โดยที่หลักเกณฑ์ดังกล่าวได้กําหนดให้ เทศบาลและองค์การบริหารส่วนตําบลเสนอขอรับการสนับสนุนงบประมาณได้แห่งละ ไม่เกิน ๒ โครงการ องค์การบริหารส่วนจังหวัดได้ไม่เกินพื้นที่อําเภอละ ๑ โครงการ แต่เนื่องจากคําขอของ อปท. ทั่วประเทศมีจํานวนมากกว่า ๒๐,๐๐๐ โครงการ วงเงิน มากกว่า ๘๐,๐๐๐ ล้านบาท กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นจึงต้องตั้ง คณะกรรมการพิจารณากลั่นกรองคําขอโครงการดังกล่าวตามแนวทางในประกาศของ คณะกรรมการกระจายอํานาจ ซึ่งคณะกรรมการประกอบด้วยผู้แทนส่วนราชการต่าง ๆ ได้แก่ กรมบัญชีกลาง สํานักงบประมาณ กรมโยธาธิการและผังเมือง สํานักงานกระจาย อํานาจ ผู้แทน อปท. ทั้งเทศบาล อบต. และ อบจ. และผู้ทรงคุณวุฒิ ที่ประธาน คณะกรรมการกระจายอํานาจมอบหมาย โดยคณะกรรมการได้กําหนดกรอบวงเงินของ แต่ละจังหวัดให้กระจายงบประมาณซึ่งพิจารณาจากสัดส่วนจํานวนประชากร จํานวน อปท. และรายได้ต่อหัวประชากร โดยนํามาคิดแบบผกผัน คือรายได้มากได้งบประมาณน้อย รายได้น้อยได้งบประมาณมาก ส่วนเกณฑ์การพิจารณาโครงการในแต่ละจังหวัดจะพิจารณาตาม คะแนนข้อมูลโครงการที่ อปท. เสนอมาตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการกระจายอํานาจ กําหนด ท่านประธานสภาที่เคารพ ตามที่ท่านสมาชิกได้ติติงถึงความล่าช้านั้น ผมขอเรียน ต่อที่ประชุมว่า คณะกรรมการของกรมได้ประชุมกําหนดหลักเกณฑ์ต่าง ๆ แล้ว เสร็จประมาณปลายเดือนมกราคม และเริ่มประชุมพิจารณาโครงการในเดือนกุมภาพันธ์ และประชุมมาโดยตลอด จะมีเว้นไม่ได้ประชุมก็ช่วงที่เกิดความไม่สงบในเดือนเมษายน ซึ่งขณะนี้ได้พิจารณาเห็นชอบโครงการที่กระจายงบประมาณไปทั้ง ๗๕ จังหวัดแล้ว จํานวน ๓,๘๘๑ โครงการ เปึนเงินงบประมาณ ๗,๓๕๙ ล้านบาท สําหรับเรื่องการ กระจายงบประมาณนั้นผมยืนยันได้ว่าดําเนินการไปตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการได้ กําหนดทุกประการ แต่ที่ปรากฏว่ามีบางจังหวัดได้รับการจัดสรรงบประมาณในสัดส่วนที่น้อยในขณะนี้ ทางเจ้าหน้าที่ได้มาชี้แจงว่า เนื่องจาก อปท. ส่งเอกสารหลักฐานและรายละเอียดไม่ครบ ไม่ว่าจะเปึนตัวโครงการ แบบแปลน ประมาณราคา ผังบริเวณ หรือแผนพัฒนาของ อปท. ซึ่งต้องรอให้แก้ไขหรือจัดส่งเพิ่มเติมเข้ามา ตัวอย่างเช่น ที่จังหวัดน่าน เขตอําเภอ บ้านหลวง อําเภอนาน้อย อําเภอเวียงสา มีโครงการที่ได้เสนอมาไม่เข้าหลักเกณฑ์ ๔ โครงการ และต้องขอเอกสารเพิ่ม ๘ โครงการ หรืออําเภอเมืองนครพนม ต้องขอ แบบแปลนเพิ่มเติม ๑๑ โครงการ เปึนต้น

สําหรับประเด็นที่มีการกล่าวว่า มีการเรียกรับผลประโยชน์จากการอนุมัติ โครงการ ผมขอเรียนว่าหากท่านมีหลักฐานว่าใครเรียกร้องผลประโยชน์จากใคร ที่ไหน จํานวนเท่าไร ช่วยเอาหลักฐานมาให้ผมดูด้วยครับ ผมจะดําเนินการเอาความผิดกับคน เหล่านั้นโดยไม่สนใจว่าจะเปึนใคร อยู่ฝ์ายไหน เพราะตั้งแต่วันแรกที่ผมเข้ารับตําแหน่ง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ผมบอกกับเพื่อนข้าราชการว่า ผมจะอยู่อย่างมีเกียรติ และมีศักดิ์ศรี และไม่มีวันทําความเสื่อมเสียให้แก่กระทรวงมหาดไทยอย่างเด็ดขาด แต่ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติครับ หากท่านไม่มีหลักฐาน ผมขอความกรุณาท่านอย่าพูดให้ ร้ายต่อกระทรวงมหาดไทย เพราะจะเปึนการทําลายขวัญและกําลังใจของเพื่อนข้าราชการ กระทรวงมหาดไทยที่ต้องปฏิบัติหน้าที่บําบัดทุกข์ บํารุงสุขให้แก่พี่น้องประชาชน ผมขอ เรียนยืนยันอีกครั้งหนึ่งครับว่า ในช่วงที่ผมเปึนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยจะต้อง ไม่มีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นที่กระทรวงมหาดไทย แต่ก่อนหน้านี้เปึนอย่างไรผมไม่ทราบครับ

ท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ผมขอเรียนยืนยัน อีกครั้งหนึ่งว่า การพิจารณาโครงการของคณะกรรมการเปึนไปตามหลักเกณฑ์ที่ คณะกรรมการกระจายอํานาจกําหนด โดยเอาปัญหาและประโยชน์ของประชาชนใน ท้องถิ่นเปึนเปัาหมาย เราคงไม่สามารถแบ่งแยกได้ว่าโครงการใดเปึนพื้นที่ของฝ์ายค้าน หรือฝ์ายรัฐบาล เพราะการเมืองเปึนเรื่องของการเดินไปข้างหน้า เมื่ออดีตเราก็เคยอยู่ ด้วยกัน ใครจะรู้ว่าอนาคตจะเปึนอย่างไร การจะมาแบ่งแยกฝ์ายค้าน ฝ์ายรัฐบาล ในปัจจุบันมันไม่ใช่สิ่งที่ถูกต้องและเหมาะสม เราต้องเอาประโยชน์ของพี่น้องประชาชน เปึนตัวตั้งในการทํางานครับ

ส่วนประเด็นที่ ๓ คือกรณีพาดพิงว่า ผมได้ใช้อํานาจรัฐเข้าไปช่วยเหลือ ผู้สมัครรับเลือกตั้งซ่อมที่จังหวัดสกลนคร เขต ๓ คุณพิทักษ์ จันทร์ศรี หมายเลข ๑ พรรคภูมิใจไทย ขออนุญาตที่เอ่ยนาม จนทําให้พี่น้องประชาชนมาใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้า เมื่อวันที่ ๑๓-๑๔ มิถุนายนที่ผ่านมากันอย่างหนาแน่น จํานวนถึง ๒๑,๐๐๐ คน คิดเปึน ร้อยละ ๗ ของผู้มีสิทธิเลือกตั้งทั้งหมด มากกว่าการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมาที่มีผู้มาใช้สิทธิ เพียง ๓,๐๐๐ คน ผมคงต้องกราบเรียนท่านประธานสภาผ่านไปยังเพื่อนสมาชิกด้วยครับว่า ผมว่าพวกเราที่เปึนนักการเมือง เปึน ส.ส. ต่างทราบดีว่าถึงเวลาเลือกตั้ง พรรคการเมือง แต่ละพรรคก็จะต้องระดมสมาชิกของพรรคไปช่วยเลือกตั้ง โดยเฉพาะหัวหน้าพรรคต้อง เปึนแม่ทัพใหญ่ไปปักธงเปึนขวัญกําลังใจของสมาชิกพรรค ตลอดจนผู้สมัครและผู้ให้ การสนับสนุน แต่หากหัวหน้าพรรคมีตําแหน่งหน้าที่ทางการเมืองในรัฐบาล เช่น เปึนนายกรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรี การจะไปช่วยเหลือลูกพรรคในฐานะหัวหน้าพรรคก็เปึนเรื่องที่กระทําได้ ไม่มีกฎหมาย ห้าม แล้วก็เห็นหน้าหัวหน้าพรรคทุกท่านทํามาตลอด แต่ต้องไม่เปึนการใช้อํานาจหน้าที่ หรือใช้เวลาที่ทางราชการไปเบียดเบียนผู้อื่น ท่านประธานครับ ผมไปสกลนครมาแล้ว ๒ ครั้ง และจะไปอีกครั้งในวันศุกร์ที่ ๑๙ นี้ แต่ละครั้งที่ผมไปผมขอลากิจกับท่าน นายกรัฐมนตรีทุกครั้ง ตรวจสอบได้ ผมไปเปึนการส่วนตัว ใช้เงินส่วนตัว และไม่เคยใช้ อะไรเลยที่เปึนส่วนของราชการ ไม่เคยไปบอกหรือให้ใครไปบอกว่า ถ้าเลือกคนของพรรค จะจัดสรรงบประมาณให้เปึนกรณีพิเศษอย่างที่ท่านสมาชิกกล่าวอ้างถึง ผมไม่เคยเอา ตําแหน่งรัฐมนตรีติดตามตัวผมไปด้วย แต่การที่จะมีเพื่อนข้าราชการแวะมาทักทายกัน บ้างในฐานะนับถือกันเปึนการส่วนตัวผมก็ห้ามไม่ได้ เปึนสิทธิของท่าน และเปึนประเพณี นิยมของคนไทยที่มีแขกมาบ้านก็ต้องรับขับสู้กันทักทายกันเปึนธรรมดา ส่วนการที่พี่น้อง ประชาชนชาวเขต ๓ สกลนครมาใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้ากันมากมายผมว่าเราทั้ง ๒ พรรค ต่างน่าจะยินดีนะครับที่เราสร้างมิติใหม่ทางการเมืองร่วมกัน เพราะปกติแล้วเลือกตั้งซ่อม มักจะเงียบเหงา มีผู้มาใช้สิทธิบางตา แต่การเลือกตั้งซ่อมครั้งนี้ไม่ใช่ เราต่างรณรงค์ การเลือกตั้งอย่างเข้มข้น ผมได้อ่านจากข่าวสารว่าพรรคของท่านได้ระดม ส.ส. อดีต ส.ส. ซึ่งอยู่ในบ้าน ๑๑๑ กลุ่มมวลชนคนเสื้อแดงลงพื้นที่กันอย่างต่อเนื่อง มีการใช้เทคโนโลยี โทรศัพท์หรือ โฟนอิน จากต่างประเทศมาขอความเห็นใจ ขอคะแนนเสียงจากแกนนํา กํานัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้นําท้องถิ่นหลาย ๆ รูปแบบที่พี่น้องในพื้นที่เกิดการตื่นตัว ผมดีใจครับ ที่พรรคภูมิใจไทยซึ่งเปึนพรรคเล็กน้องใหม่สามารถและมีศักยภาพเพียงพอที่รณรงค์การ เลือกตั้งสู้กับพรรคใหญ่ ๆ ที่ยังไม่มีหัวหน้าพรรค ผมบังเอิญเปึนหัวหน้าพรรคเล็กก็เลย ต้องโดนเหน็บบ้าง ผมเข้าใจครับ