สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒ · ๑๗ มิถุนายน ๒๕๕๒

กรณี จาติกวณิช หารือเรื่องการวิเคราะห์เศรษฐกิจไทย โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการมีแผนไทยเข้มแข็ง และการมีความเชื่อมั่นในอนาคตของเศรษฐกิจไทย โดยชี้ว่ารัฐบาลควรสร้างบรรยากาศการลงทุนและไม่ควรทําธุรกิจแทนเอกชน นอกจากนี้ยังชี้ว่าหนี้สาธารณะของรัฐบาลไม่เท่ากับหนี้ของประชาชน และเรียกร้องการแก้ไขพระราชบัญญัติกู้เงินเพื่อไม่ให้เสียเวลาในการแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ

นายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

ผมไม่แน่ใจว่า มีใครนั่งหลับหรือไม่อย่างไรนะครับ แต่ผมคิดว่าพี่น้องประชาชนก็คงรับทราบครับว่า พวกเราทุกคนทํางานกันหนัก และดึกดื่นกันมา ๔ วัน ๔ คืนติด ๆ กันนะครับ แต่นี่ก็ตามที่ ผมได้เรียนในการชี้แจงในครั้งแรกของผมเมื่อประมาณ ๒ วันที่แล้ว อาทิตย์นี้เปึนอาทิตย์ และรัฐบาลก็นําเม็ดเงินส่วนนั้นมาสร้างรายได้สร้างโอกาสให้กับประชาชนทําให้ความ จําเปึนที่จะต้องกู้ยืมเพิ่มเติมนั้นลดลง เพราะฉะนั้นสิ่งที่จะเกิดขึ้นคือตรงกันข้ามครับ ถ้ารัฐบาลไม่มีแผนไทยเข้มแข็ง รัฐบาลอยู่นิ่งเฉยบริหารบ้านเมืองเหมือนกับในช่วง หลาย ๆ ป้ที่ผ่านมา ปัญหาที่เกิดขึ้นก็คือหนี้ครัวเรือนหนี้ของภาคประชาชนจะเพิ่มขึ้น เช่น เดียวกันกับทิศทางการเพิ่มขึ้นของหนี้ครัวเรือนตลอดช่วง ๖–๗ ป้ที่ผ่านมา ท่านได้พูดถึงหุ้นก็ต้องขอขอบคุณก่อนอื่นนะครับที่ได้พูดถึงความรู้ของผมที่เกี่ยวกับเรื่อง ของหุ้นต่าง ๆ นานาก็จริงครับ ผมทํางานอยู่ในวงการตลาดทุนมาหลายป้นะครับ ผมจะ ขอเรียนสั้น ๆ ในเรื่องนี้นะครับว่า ท่านวิพากษ์วิจารณ์ว่าหุ้นขึ้นไม่ได้หมายความว่า เศรษฐกิจดี แต่ขณะเดียวกันท่านก็บอกว่านี่หุ้นมันลงแล้วแสดงว่าประชาชนสิ่งที่รัฐบาล ทําอยู่ ท่านจะเอาทั้งขึ้นทั้งล่องไม่ได้ครับ ตกลงท่านจะเอาหุ้นมาเปึนตัววัดหรือไม่ อันนี้ ก็สุดแล้วแต่ผมก็จะขอเรียนอย่างนี้นะครับว่า ตลาดหุ้นนี่เปึนตลาดที่มีการคาดการณ์ อนาคต คือพูดง่าย ๆ เปึนการเก็งกําไรนะครับ เพราะฉะนั้นการที่เราลงทุนวันนี้ก็คือ เราเชื่อว่าวันหน้าจะดีขึ้นนะครับ ไม่ได้หมายวามว่าลงทุนวันนี้ผลประกอบการของบริษัท จะต้องดีในวันนี้ เพียงแต่เราเชื่อว่าสิ่งที่รัฐบาลทําอยู่จะนํามาซึ่งกําไรของผู้ประกอบการ ที่จะสูงขึ้นในอนาคต ณ วันที่พรรคประชาธิปัตย์และเพื่อนร่วมรัฐบาลจัดตั้งรัฐบาลชุดนี้ ดัชนีตลาดหลักทรัพย์อยู่ที่ประมาณ ๔๕๐ นะครับถ้าผมจําไม่ผิด วันนี้ขึ้นไปสูงกว่า ๖๐๐ ปรับลดลงมาเล็กน้อยนะครับ ก็มีการขายเพื่อทํากําไรกันบ้าง อันนั้นก็สะท้อน ส่วนหนึ่งครับอาจจะไม่ใช่ทั้งหมด ผมเห็นด้วยว่านักลงทุนมองว่าอนาคตน่าจะดีขึ้น มีความเชื่อมั่นที่จะลงทุนในวันนี้เพื่อหวังผลตอบแทนในอนาคต แต่โดยสรุปเลยนี่ถามว่า ถ้าหุ้นขึ้นแสดงว่าทุกอย่างดีไหม ก็ไม่ใช่ ถ้าหุ้นแสดงว่าทุกอย่างเลวไหม ก็ไม่ใช่ แต่โดยรวม ๆ นะครับดีขึ้นดีกว่าลงนะครับ ผมคงขอพูดในเรื่องนี้เพียงแค่นั้นนะครับ และผมเชื่อว่าการที่หุ้นขึ้นในช่วงที่ผ่านมาแล้วพวกเราคณะรัฐมนตรีทุก ๆ ท่านก็ได้ออกไป ทํางานในการที่จะพูดคุยทําความเข้าใจกับนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศด้วยนี่ก็สะท้อน ให้เห็นถึงความเชื่อมั่นในระดับหนึ่งที่นักลงทุนมีต่อการทํางานของรัฐบาลต่อนโยบายของ รัฐและต่ออนาคตของเศรษฐกิจไทย

ท่านได้พูดถึงราคาน้ํามันนะครับผมก็ต้องขออนุญาตเรียนสั้น ๆ ในประเด็นนี้ นะครับว่า ราคาน้ํามันในช่วงที่ผ่านมาก็ตามที่ท่านได้เรียนครับถูกต้อง เราได้มีการปรับ ภาษีเพิ่มขึ้นเล็กน้อยและกองทุนน้ํามันก็ได้เข้ามาแบกรับภาระภาษีนั้นแทนประชาชน ส่วนราคาน้ํามันที่ปรับสูงขึ้นมาจริงครับ แต่มันก็สอดคล้องกับราคาน้ํามันในตลาดโลก ที่ปรับขึ้นมาเช่นเดียวกัน

เรื่องของปุิยท่านก็พูดนะครับว่า เอ๊ะ ราคาปุิยเพิ่มขึ้นส่วนหนึ่งก็เปึนเพราะ ราคาน้ํามันเพิ่มขึ้นนั่นแหละเพราะว่าราคาน้ํามันก็เปึนตัวอ้างอิงในส่วนของราคา ตัววัตถุดิบที่ใช้ในการผลิตปุิยนะครับ ทําไมเราไม่มีมาตรการอะไรเลยท่านก็พูดถึงสมัย ของรัฐบาลของท่านนะครับที่ท่านทํา แต่ขอเรียนนะครับผมพอจําได้ผมไม่อยากพูดมาก ในเรื่องนี้ไม่ได้เปึนผู้เชี่ยวชาญนะครับ แต่ประมาณเดือนมีนาคม ป้ ๒๕๕๑ ท่านได้มีการ ตั้งคณะกรรมการพิจารณาราคาปุิยขึ้นมานะครับ แต่สุดท้ายก็ไม่สามารถที่จะทําให้ราคา ปุิยลดลงมาได้เพราะอะไรรู้ไหมครับ เพราะมีการแต่งตั้งภาคเอกชนที่อยู่ในธุรกิจค้าปุิย เข้ามาเปึนคณะกรรมการด้วยนะครับ เพราะฉะนั้นรัฐบาลนี้คงไม่มีนโยบายที่จะ ดําเนินการการแก้ไขปัญหาราคาปุิยเช่นนั้น และแม้แต่งบประมาณที่รัฐบาลในช่วงนั้น ได้อนุมัติให้กับทางกระทรวงเกษตรไปดูแลเจรจาเรื่องของราคาปุิยนะครับก็ให้เม็ดเงิน งบประมาณไปเพียงแค่ ๓๐๐ ล้านบาทไม่สามารถที่จะแก้ไขปัญหาได้

ท่านได้พูดถึงพระราชบัญญัติกู้เงิน ท่านบอกว่าตัวพระราชกําหนดนั้น เอาละ รับได้เร่งด่วนจริง แต่ผมก็ต้องขออนุญาตนะครับว่าครั้งหน้าถ้าท่านคิดว่าเร่งด่วน จริงนี่อย่าทําให้เราต้องเสียเวลาเลยครับด้วยการยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญต้องตีความว่า เร่งด่วนจริงหรือไม่ ถ้าท่านคิดอยู่แล้วว่าเร่งด่วนจริงรู้อยู่แล้วแก่ใจนะครับ อย่าทําให้ เสียเวลาในการที่พวกเราจะเข้ามาช่วยแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจให้กับพี่น้องประชาชนเลย แต่ในส่วนของพระราชบัญญัติ ท่านบอกว่าอันนี้นี่ท่านมีความกังวล ทําไมถึงจะต้องมี พระราชบัญญัติต่างหาก ทําไมถึงไม่เอาไปบรรจุไว้ในตัวงบประมาณ ผมก็ขออนุญาต เรียนนะครับ อันดับแรกว่าจะไปบรรจุไว้ในงบประมาณได้นี่ก็ต้องมีการแก้กฎหมาย การแก้กฎหมายเพื่อขยายกรอบการขาดดุลงบประมาณนี่ผมคิดว่าเสี่ยงมาก อันดับแรก นะครับ ในแง่ของเงื่อนไขเวลา อันดับที่ ๒ ในแง่ของสัญญาณที่จะส่งให้กับบุคคล ภายนอกนะครับว่า เอ๊ะ เรากําลังที่จะเริ่มขาดวินัยทางการคลังแล้วหรือไม่

อีกประเด็นหนึ่ง ที่มีความสําคัญนะครับว่า ทําไมเราถึงต้องพิจารณา เม็ดเงินโดยรวมทั้งหมด ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ในระยะเวลาใกล้เคียงกัน ก็เปึนเพราะ โครงการการลงทุนทั้งหมดนี่มันคือ ๑.๕ ล้านล้านบาท สิ่งเราก็มีความตั้งใจว่าส่วนใหญ่ ของโครงการทั้งหมดนี่เราจะสามารถเริ่มได้ในช่วงป้แรก เพราะฉะนั้นก่อนที่เราจะเริ่ม ลงทุนนี่หลาย ๆ ท่าน ท่านมิ่งขวัญโดยเฉพาะเคยเปึนนักธุรกิจมาท่านทราบครับ ก่อนที่ ท่านจะเริ่มลงทุน ท่านต้องมีความมั่นใจก่อนว่าเงินท่านมี ก่อนที่ท่านจะกดปุ์มเริ่ม โครงการ ท่านต้องรู้ก่อนว่าเงินท่านจะมาจากไหน จะมาเมื่อไร ต้นทุนการเงินของท่าน จะเปึนอย่างไร เช่นเดียวกันครับ ทางรัฐบาลมีแผนจะลงทุน ไม่ใช่ ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ภายใต้พระราชกําหนดครับ แต่ผมการลงทุนของเรานี่คือ ๑.๕ ล้านล้านบาทในช่วง ๓ ป้ เพราะฉะนั้นรัฐบาลก่อนที่จะเริ่มดําเนินการในส่วนของแผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง ก็ต้องมีความเชื่อมั่นเช่นเดียวกัน พี่น้องประชาชนก็ต้องอยากรู้นะครับว่า มีเงินไหม เงินมา จากไหน เพราะฉะนั้นความจําเปึนที่จะต้องให้คําตอบที่ชัดเจนตั้งแต่วันแรก มันก็เปึน คําตอบต่อคําถามของท่านว่าทําไมเราถึงต้องพิจารณาทั้ง ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท พร้อมกันทีเดียว

ท่านได้พูดถึงภาระหนี้ต่อหัวของพี่น้องประชาชนนะครับ ประเด็นนี้ผมก็ ต้องขออนุญาตเรียนว่าในแง่ของการคํานวณทางคณิตศาสตร์ เอาหนี้สาธารณะมาแล้วก็ หารโดยประชากรนั้นมันก็ออกมาตามที่ท่านพูดถึง แต่เท็จจริงนี่ผลต่อพี่น้องประชาชน จริง ๆ นี่ไม่ได้บอกว่าไม่มี แต่ผลที่แท้จริงกับพี่น้องประชาชนมันเทียบกันไม่ได้กับหนี้ของ ประชาชนเอง ก็คือหนี้ครัวเรือน หนี้ครัวเรือน หนี้ของประชาชนเองเปึนหนี้ที่พี่น้อง ประชาชนต้องแบกรับภาระด้วยตนเอง ทั้งต้นทั้งดอกในส่วนของรัฐบาลนะครับ หนี้สาธารณะ รัฐบาลรับภาระแทนประชาชน หนี้ครัวเรือนนี่แหละครับ คือตัวเลขหนี้ ที่รัฐบาลนี้เปึนห่วงเปึนกังวล หนี้ครัวเรือนในสมัยขอออนุญาตนะครับ ที่รัฐบาลก่อน ๆ หน้านี้บริหารมา ตั้งแต่ป้ ๒๕๔๕ ถึงประมาณป้ ๒๕๔๙ เพิ่มขึ้นนะครับ ตัวเลขกลม ๆ จาก ประมาณ ๖๐,๐๐๐ บาทต่อครัวเรือน เปึนประมาณ ๑๒๐,๐๐๐ บาทต่อครัวเรือน เพิ่มขึ้น เท่าตัวครับ และนั่นไม่ใช่หนี้ของรัฐบาลนะครับพวกเราที่อยู่ตรงนี้ไม่ต้องเดือดร้อน แต่เปึนหนี้ของพี่น้องประชาชนระดับครัวเรือน นั่นแหละครับ คือสิ่งที่เราต้องการที่จะ ปัองกันไม่ให้เกิดขึ้นอีก และวิธีที่จะปัองกันนี่ก็คือให้พี่น้องประชาชนมีงานทํา มีรายได้ ผู้ประกอบการมีกําไร และนั่นก็คือที่มาของแผนในส่วนของรัฐบาลที่จะรับภาระส่วนนี้แทน พี่น้องประชาชนภายใต้แผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง

สุดท้ายนะครับ ท่านประธาน ผมขออนุญาตตอบสั้น ๆ ในประเด็นที่ท่าน มิ่งขวัญก็ได้ย้ํากับพวกเราหลายครั้งนะครับว่า ให้เรามุ่งเน้นในเรื่องของการหารายได้ เข้าประเทศ ผมก็จะต้องขออนุญาตเรียนนะครับว่า เราอาจจะมีความคิดในเรื่องนี้ ที่แตกต่างกันบ้าง ส่วนตัวรัฐบาลนี้นะครับ มีความเชื่อว่าบทบาทหน้าที่ของรัฐบาล ก็คือ เพื่อให้ประชาชนเพื่อให้ภาคเอกชนไปหารายได้ เอื้ออย่างไรครับ เอื้อในการลงทุนให้ระบบ ขนส่งมีคุณภาพ ต้นทุนขนส่งลดลง เพื่อให้เกษตรกรมีน้ําสามารถที่จะผลิตผลิตผลได้ มากขึ้น มีรายได้เพิ่มขึ้น เราไม่มีความคิดครับ ไม่เหมือนกับรัฐบาลในอดีตที่จะมาทําธุรกิจ แทนเอกชนแย่งสัมปทานมาทําเอง เราไม่มีความคิดครับ ที่จะออกโครงการที่ดูเหมือนสวย หรู ผมไม่อยากพูดถึงอีกนะครับ ไม่ว่าจะเปึน อีลิท การ์ด ไม่ว่าจะเปึนครัวไทยสู่ครัวโลก ล้วนแล้วแต่เจ๊งทั้งนั้นครับ แล้วก็เปึนภาระต่องบประมาณจนถึงวันนี้ ผมยืนยันกับท่านได้ครับ สาเหตุส่วนหนึ่งที่เรา ต้องขาดดุลงบประมาณก็เพราะเรายังต้องชําระบาปจากโครงการเหล่านั้นสมัยที่รัฐบาล มีความเชี่ยวว่ารัฐบาลเก่งว่าเอกชน สาเหตุที่จะหารายได้ แต่เอกชนไม่ต้องทําอะไร เพราะฉะนั้นอาจจะเปึนแนวคิดที่แตกต่าง แต่อย่างไรก็แล้วแต่ครับ บทบาทของรัฐบาล มีแน่นอน บทบาทของรัฐบาลก็คือสร้างบรรยากาศการลงทุน สร้างบรรยากาศในแง่การค้า การขายที่เอื้อให้กับภาคเอกชนสามารถที่จะสร้างรายได้และก็ทํากําไร เพราะฉะนั้น ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตชี้แจงในส่วนของกระผมในฐานะรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังเพียงแค่นี้นะครับ แล้วก็หวังอย่างยิ่งนะครับว่าเพื่อนสมาชิกพิจารณา งบประมาณฉบับป้ ๒๕๕๓ นะครับ จะให้ความเห็นชอบในหลักการ เพื่อนําไปสู่การ พิจารณารายละเอียดของงบประมาณในชั้นกรรมาธิการต่อไป ขอบคุณครับ