รายงานการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๔ ปีที่ ๒
ครั้งที่ ๒๖ (สมัยสามัญนิติบัญญัติ) เป็นพิเศษ
วันศุกร์ที่ ๒๙ มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๕๖
ณ ตึกรัฐสภา
ท่านสมาชิกครับ เนื่องจากวันนี้เป็นการพิจารณาญัตติที่สำคัญเพราะฉะนั้นต้องขอความอนุเคราะห์ ไม่ให้มีการหารือนะครับ ผมขออนุญาตดำเนินการเข้าสู่ญัตตินี้เลย และก่อนที่จะเข้าสู่ วาระการประชุมผมขออนุญาตทราบข้อยุติของวิป (Whip) ทั้ง ๒ ฝ่ายว่าได้ตกลงกันไว้อย่างไร เชิญทางประธานวิปรัฐบาลครับ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายอำนวย คลังผา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลพบุรี พรรคเพื่อไทย ในฐานะ ประธานวิปรัฐบาล จากการที่เมื่อวานนี้ได้มีการประชุมหารือกันกับทางซีกฝ่ายค้าน ก็ได้กำหนดเวลาพรรคเพื่อไทยได้ทั้งหมด ๑๔ ชั่วโมงรวมทั้งรัฐบาลด้วย และในส่วนของ พรรคฝ่ายค้านได้ ๑๖ ชั่วโมง มติที่ประชุมได้รับทราบทั่วกันแล้วครับท่านประธาน จึงกราบเรียนท่านประธานได้รับทราบเรื่องเวลาครับ
๑๔ ชั่วโมง กับ ๑๖ ชั่วโมง ยังไม่รวมการประท้วงใช่ไหม
อยู่ในนี้แล้วครับท่านประธาน ประท้วง ก็อยู่ในนี้ด้วยครับ
รวมเวลาอยู่ใน เวลานี้ด้วยหรือเปล่า
ครับ อยู่ในเวลานี้ด้วยครับ
ท่านประธาน วิปฝ่ายค้านเชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ พรรคประชาธิปัตย์ ขอกราบเรียนท่านประธานครับว่าเมื่อวานได้มีการหารือกัน ระหว่างวิปรัฐบาลกับวิปฝ่ายค้าน แล้วก็ได้มีข้อตกลงร่วมกันว่าสำหรับวันพฤหัสบดีกับวันศุกร์ ก็จะเริ่มต้นเวลา ๐๙.๓๐ นาฬิกา แล้วก็ฝ่ายค้านได้ ๑๖ ชั่วโมง รัฐบาลได้ ๑๔ ชั่วโมง ๑๔ ชั่วโมง ก็คือสมาชิกซีกรัฐบาลบวกกับ ครม. รวมทั้งหมด ๑๔ ชั่วโมง ไม่รวมเวลาประท้วง เพราะฉะนั้น ถ้าประท้วงก็จะทำให้เวลามันยืดเยื้อออกไป
สำหรับวันแรก คือวันนี้คาดว่าควรจะยุติได้ในเวลาประมาณเที่ยงคืนครับ แล้ววันพรุ่งนี้ก็ไปต่อในช่วงระยะเวลาที่เหลือ อันนี้ก็เป็นข้อตกลงเบื้องต้นที่ได้คุยกันเมื่อวาน
สรุปแล้ว เมื่อสักครู่ประธานวิปรัฐบาลกับประธานวิปฝ่ายค้านพูดยังมีขัดแย้งกันอยู่นะครับ หมายถึง ๑๔ ชั่วโมง กับ ๑๖ ชั่วโมง ทางฝ่ายรัฐบาลบอกว่ารวมเวลาประท้วงอยู่ในนี้ แต่ทาง วิปฝ่ายค้านบอกว่าไม่ได้รวมก็ถือว่ายังไม่ตรงกันนะครับ เชิญประธานวิปรัฐบาลครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายอำนวย คลังผา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลพบุรี พรรคเพื่อไทย หากกรณีดังกล่าว ตามที่ท่านประธานวิปฝ่ายค้านได้นำเสนอต่อท่านประธานนั้นนะครับ หากว่าไม่รวมประท้วง อยู่ใน ๑๖ ชั่วโมงแล้วก็จะยืดเยื้อไปนานครับท่านประธาน ด้วยความเคารพท่านประธาน ว่าหลักเกณฑ์ที่เราได้ไปเจรจากันนั้น หมายถึงว่ารวมทั้งหมดอยู่ใน ๑๖ ชั่วโมงด้วย ท่านประธานครับ
สรุปแล้ว ไปตกลงกันอย่างไรเห็นยังไม่ตรงกันเลยครับ เอาว่าทั้ง ๒ ฝ่ายไปหารือกันอีกทีนะครับ เชิญท่านจุรินทร์ครับ
กราบเรียนท่านประธานครับ คงไม่ต้องหารืออีกแล้วนะครับ ยุติอย่างที่ผมกราบเรียนท่านรองประธานเจริญเป็นประธาน ในที่ประชุมก็มีความชัดเจนแล้วครับ ท่านก็แถลงชัดเจนครับ ท่านสอบถามท่านรองประธาน ที่ท่านมอบหมายก็ได้ครับตรงกันหมด ไม่มีอะไรที่จะแตกต่างไปจากที่กระผมกราบเรียนแล้วครับ ความจริงมันไม่ควรเป็นปัญหาแล้วครับ เพราะว่ายุติกันทั้งหมดตั้งแต่เมื่อวาน
สรุปแล้วเราจะ ประชุมกันใช้เวลา ๒ วัน วันนี้กับวันพรุ่งนี้ แล้วมีกรอบเวลาของรัฐบาล ๑๔ ชั่วโมง กรอบเวลาของฝ่ายค้าน ๑๖ ชั่วโมง โดยไม่นับเวลาประท้วง ถ้ากรณีเป็นอย่างนี้ผมก็จะ ดำเนินการให้จบภายใน ๒ วัน อาจจะต้องดึกหน่อยนะครับ ผมขออนุญาตดำเนินการตามนี้ มีอะไรครับ เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ ภราดร ปริศนานันทกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอ่างทอง พรรคชาติไทยพัฒนา จากที่ได้ หารือเมื่อสักครู่นะครับ ผมเองได้ร่วมหารือกับทางวิปฝ่ายค้านแล้วก็วิปรัฐบาลด้วย ข้อสรุป ก็เกือบจะตรงกันนั่นละครับ ก็คือว่าทางฝ่ายรัฐบาลรวมกับคณะรัฐมนตรีนี้ ๑๔ ชั่วโมง ในส่วนของ ฝ่ายค้านได้ ๑๖ ชั่วโมง ในส่วนของเวลาประท้วงนี้ไม่รวมอยู่ใน ๑๔ ชั่วโมง กับ ๑๖ ชั่วโมงนี้ หมายความว่าถ้าประท้วงก็จะให้ล่วงเลยเวลาออกไป แต่ว่าข้อตกลงก็คือจะต้องให้เสร็จ ภายใน ๒ วันที่กำหนด คือวันนี้กับวันพรุ่งนี้ เพราะฉะนั้นในวันนี้จำเป็นที่จะต้องล่วง เลยออกไปเกินกว่าเวลาเที่ยงคืน ซึ่งเราได้คุยกันในที่ประชุมร่วมกัน ซึ่งทางฝ่ายท่านจุรินทร์ ทางฝ่ายท่านนริศก็ได้ทราบถึงข้อตกลงนี้ด้วยครับ ขอบคุณครับ
ตกลงผมจะ ดำเนินการตามนี้นะครับ ก็ขอความร่วมมือว่าถ้าไม่จำเป็นก็อย่าประท้วงก็แล้วกัน และญัตติ เป็นญัตติสำคัญอย่างที่ได้กราบเรียนนะครับ เพราะฉะนั้นการอภิปรายจะขอความร่วมมือ จากสมาชิกให้อภิปรายอย่างสร้างสรรค์นะครับ ถ้าไม่จำเป็นก็อย่าเอ่ยถึงบุคคลภายนอก แล้วก็ขอให้อภิปรายอยู่ในกรอบของงบประมาณเท่านั้นนะครับ ขอความอนุเคราะห์ ทุกท่านด้วยนะครับ
(นายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม ได้ยืนและยกมือขึ้น)
ครูมานิตย์ มีอะไรครับ ประท้วงอะไรครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ครูมานิตย์ สังข์พุ่ม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุรินทร์ พรรคเพื่อไทย ผมไม่สบายใจที่ท่านประธาน บอกว่าอย่าประท้วง จริง ๆ พวกผมไม่ได้มีหน้าที่มาประท้วงนะครับ หน้าที่มารับฟังแล้วก็ วิเคราะห์ แต่ถ้าหากว่าไม่อยู่ในกติกา วันนี้ประชุมพิจารณาเรื่องพื้นฐานโครงสร้างเพื่อให้ กระทรวงการคลังกู้ได้ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ถ้าเกิดว่าขี่เรือไปทางอื่นเราจำเป็นต้องลุกประท้วง ท่านประธานต้องควบคุมกำกับ ต้องตัดเกมเสียก่อน ถ้าไม่อย่างนั้นจะมาบอกว่าคนนั้นประท้วง คนนี้ประท้วง ไปโทษน้องจ่าผมอย่างนี้ไม่ได้นะ มันก็อยู่ที่ข้างบนว่าจะควบคุมกำกับเกมขนาดไหน ขอบพระคุณท่านประธานครับ
การประท้วงนี่ ประท้วงได้นะครับ แต่ให้ประท้วงในสิ่งที่มีคนทำผิดข้อบังคับเท่านั้นเอง ไม่ได้ไปห้ามอะไร ก็อย่าประท้วงโดยไม่จำเป็นเท่านั้นเอง ขออนุญาตดำเนินการเลยนะครับ มีสมาชิกมาลงชื่อ เข้าประชุม ๓๑๙ ท่าน ครบองค์ประชุม ผมขออนุญาตดำเนินการตามระเบียบวาระ
ระเบียบวาระที่ ๑ กระทู้ถาม ไม่มีนะครับ
ระเบียบวาระที่ ๒ เรื่องที่ประธานจะแจ้งต่อที่ประชุม ซึ่งไม่ปรากฏในระเบียบ การประชุม คือรับทราบเรื่องการถ่ายทอดการประชุมทางสถานีวิทยุกระจายเสียงและโทรทัศน์ ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติให้อำนาจกระทรวงการคลัง กู้เงินเพื่อการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของประเทศ พ.ศ. .... นอกจาก มีการถ่ายทอดทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทยและสถานีวิทยุกระจายเสียงรัฐสภา ตามปกติแล้ว ผมได้อนุญาตให้มีการถ่ายทอดทางสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย จนเสร็จสิ้นการประชุมด้วยนะครับ ทั้งนี้กรมประชาสัมพันธ์ได้แจ้งเหตุขัดข้องในการถ่ายทอดสด การประชุมดังนี้ครับ วันพฤหัสบดีคือวันนี้เวลา ๐๙.๐๐-๑๐.๐๐ นาฬิกา ถ่ายทอดสด สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินทรงเป็นประธาน ในพิธีเปิดพิพิธภัณฑ์ตำรวจ ณ วังปารุสกวัน เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร และในเวลา ๑๕.๐๐-๑๖.๐๐ นาฬิกา ทรงเป็นประธานในพิธีวางศิลาฤกษ์สร้างโรงพยาบาล ๘๔ พรรษามหาราช ณ แขวงสามวาตะวันออก คลองสามวา วันศุกร์วันพรุ่งนี้เวลา ๑๗.๐๐-๑๘.๐๐ นาฬิกา ถ่ายทอดสดสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนิน ทรงเป็นประธานในพิธีเปิดงานกาชาดประจำปี ๒๕๕๖ ณ บริเวณสวนอัมพร ในวันพฤหัสบดีและวันศุกร์ จะเสนอข่าวในพระราชสำนักตั้งแต่เวลา ๒๐.๐๐-๒๐.๓๐ นาฬิกา และเหตุการณ์สำคัญ ที่ประชาชนควรรับทราบในกรณีเร่งด่วน จึงขอแจ้งให้ที่ประชุมทราบนะครับ
(ที่ประชุมรับทราบ)
ระเบียบวาระที่ ๓ ระเบียบวาระที่ ๔ ไม่มีนะครับ
ต่อไปเป็นการพิจารณาเรื่องด่วน ร่างพระราชบัญญัติให้อำนาจกระทรวงการคลัง กู้เงินเพื่อการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของประเทศ พ.ศ. .... (คณะรัฐมนตรี เป็นผู้เสนอ)
เนื่องจากว่าฝ่ายรัฐบาลขอใช้เวลาสักประมาณ ๑ ชั่วโมง โดยที่จะให้ ท่านรองนายกรัฐมนตรีกิตติรัตน์เป็นผู้เสนอหลักการและเหตุผล แล้วก็จะตามด้วย ท่านนายกรัฐมนตรีอภิปรายในภาพรวม แล้วก็ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม จะพูดถึงยุทธศาสตร์แผนงานและโครงการ ซึ่งทั้ง ๓ ท่านรวมกันใช้เวลาสักประมาณ ๑ ชั่วโมง ผมขออนุญาตตามนี้นะครับ เชิญท่านรองนายกรัฐมนตรีครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ และท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ผู้ทรงเกียรติที่เคารพทุกท่านครับ ผม นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้รับมอบหมายจากคณะรัฐมนตรีให้นำเสนอ ร่างพระราชบัญญัติให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ด้านคมนาคมขนส่งของประเทศ พ.ศ. .... มาเพื่อสภาผู้แทนราษฎรได้โปรดพิจารณา โดยมีหลักการและเหตุผลดังต่อไปนี้
หลักการ ให้มีกฎหมายว่าด้วยการให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน เพื่อการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของประเทศ มีมูลค่ารวมกันไม่เกิน ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท
เหตุผล โดยที่ประเทศไทยมีความจำเป็นต้องพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ด้านคมนาคมขนส่งเพื่อรองรับการขยายตัวของเมืองและการเพิ่มขึ้นของประชากรที่เกิดขึ้น อย่างรวดเร็ว และรองรับการขยายตัวด้านเศรษฐกิจการค้า การลงทุนทั้งในประเทศ และระหว่างประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เพื่อการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน รัฐบาลจึงกำหนดให้มียุทธศาสตร์การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของประเทศ ที่ตอบสนองเป้าหมายการพัฒนาประเทศทั้งทางด้านเศรษฐกิจและสังคม และสอดคล้องกับ นโยบายที่รัฐบาลได้แถลงต่อรัฐสภาและยุทธศาสตร์ของประเทศ อันจะเป็นการอำนวยความสะดวก ด้านคมนาคมแก่ประชาชนทั้งในพื้นที่ชนบท พื้นที่เมือง และพื้นที่เศรษฐกิจที่สำคัญ รวมทั้ง เป็นการเชื่อมโยงฐานการผลิตกับฐานการส่งออกระหว่างภูมิภาคต่าง ๆ ของประเทศและกับ ประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางด้านการคมนาคมขนส่งและเป็นฐาน การเชื่อมโยงการขนส่งและเครือข่ายในระดับภูมิภาค ซึ่งจะเป็นการเพิ่มขีดความสามารถ ในการแข่งขันของประเทศ ลดต้นทุนค่าใช้จ่ายการบริหารจัดการระบบการขนส่ง ตลอดจน อำนวยความสะดวกในการเดินทางของประชาชน แต่โดยที่การพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐาน ด้านคมนาคมขนส่งของประเทศมีขนาดใหญ่จำเป็นต้องดำเนินการให้มีความเชื่อมโยงกัน และต้องดำเนินการติดต่อกันหลายปีจนกว่าจะเสร็จสิ้นโครงการ ดังนั้น เพื่อให้การพัฒนา โครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของประเทศโดยเฉพาะโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ แล้วเสร็จตามเป้าหมายและทันต่อการพัฒนาประเทศเพื่อประโยชน์ของประชาชน การดำเนินการ จึงต้องใช้จ่ายเงินจำนวนมากและมีแหล่งเงินที่แน่นอนที่จะนำมาใช้จ่ายอย่างต่อเนื่อง โดยมี การวางแผนการเงินระยะยาวที่สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ของประเทศ ซึ่งจะช่วยให้การวางแผน ในการหาแหล่งเงินทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเสริมสร้างความมั่นใจของภาคเอกชน ที่จะสามารถเข้าถึงข้อมูลการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานของรัฐบาลที่ชัดเจนและต่อเนื่อง ซึ่งจะทำให้สามารถเตรียมพร้อมและจัดทำแผนการลงทุนของตนเองควบคู่ไปกับแนวทางการลงทุน ของรัฐบาลได้อย่างเหมาะสม รัฐบาลจึงมีความจำเป็นที่จะต้องให้มีการกู้เงินเพิ่มเติมขึ้นเป็นการเฉพาะ นอกเหนือจากการกู้เงินที่กำหนดไว้ในกฎหมายว่าด้วยการบริหารหนี้สาธารณะ เพื่อเป็นแหล่งเงิน ที่จะนำมาใช้จ่ายในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดังกล่าว สมควรกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลัง ในการกู้เงินเพื่อให้รัฐบาลนำเงินมาใช้จ่ายในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่ง ของประเทศ จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้
สภาผู้แทนราษฎร ยินดีต้อนรับผู้บริหารสมาชิกสภาเทศบาล เทศบาลเมืองกาฬสินธุ์ ด้วยความยินดียิ่งครับ และขอต้อนรับคณะครูและบุคลากรทางการศึกษา และนักเรียนโรงเรียนบ้านดูวา จังหวัดปัตตานี ด้วยความยินดีครับ เชิญท่านนายกรัฐมนตรีครับ
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ตามที่ท่านรองนายกรัฐมนตรีกิตติรัตน์ ได้นำเสนอหลักการและเหตุผล ตลอดจนรายละเอียดร่างพระราชบัญญัติให้อำนาจ กระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมขนส่งของประเทศ พ.ศ. .... ไปแล้วนั้น ดิฉันใคร่ขอถือโอกาสนี้ขอเวลาอันมีค่าของทางสภาในการที่จะได้อธิบาย ถึงความตั้งใจของรัฐบาลที่จะพัฒนาประเทศให้มีความเจริญก้าวหน้า แล้วก็รวมถึงการพัฒนา ให้ลูกหลานของเรานั้นมีอนาคตที่สดใสภายใต้โครงการการลงทุนเพื่ออนาคตไทยปี ๒๐๒๐ ในวงเงิน ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งกราบเรียนท่านสมาชิกที่เคารพ รัฐบาลมีความจำเป็น ที่จะต้องเสนอการลงทุนขนาดใหญ่ของโครงสร้างพื้นฐานซึ่งเป็นไปนโยบายที่ดิฉันได้มี การแถลงนโยบายไว้ต่อรัฐสภา เมื่อวันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๔ นี้ และเป็นไปตามแผนพัฒนา เศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ ๑๑ ค่ะ ก่อนอื่นดิฉันขออนุญาตเริ่มด้วยการเล่าถึงปัจจัย ทางการเมืองภายหลังจากการเกิดปฏิวัติรัฐประหารขึ้นในปี ๒๕๔๙ ว่า หลังจากปัจจัย ทางการเมืองที่มีปัญหาก่อให้เกิดความขัดแย้งนั้นประเทศไม่ได้เป็นประชาธิปไตยก็ส่งผล ทำให้หลาย ๆ ประเทศนั้นเราไม่ได้รับการยอมรับจากนานาประเทศ สิ่งที่มีผลกระทบก็คือเศรษฐกิจที่ถดถอยลง และเมื่อเราเทียบความสามารถและขีดความสามารถ ในการแข่งขันกับนานาประเทศนั้น เราก็จะเห็นว่าตลอดเวลาที่ผ่านมาเกือบ ๑ ทศวรรษ มิติการลงทุนต่าง ๆ ซึ่งเป็นโครงการขนาดใหญ่ของประเทศนั้นไม่ได้ถูกลงทุน ไม่มีการลงทุน อย่างต่อเนื่อง และที่สำคัญต้นทุนในการขนส่งของประเทศนั้นสูงถึง ๑๕ เปอร์เซ็นต์ นั่นทำให้ ขีดความสามารถของเราในการที่จะแข่งขันกับนานาประเทศนั้นมีต้นทุนที่สูงขึ้น และภาระ ในการขนส่งทั้งหมดก็จะเน้นหนักในการใช้การขนส่งทางถนนเสียส่วนใหญ่ ซึ่งก็มีผลทำให้ ปัญหาความแออัด การจราจร แล้วก็รวมไปถึงความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนบนท้องถนนด้วย ถ้าเราไปดูในเรื่องของขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ซึ่งการจัดลำดับของ ดับเบิลยูอีเอฟ (WEF) ในปี ๒๕๕๕-๒๕๕๖ นั้น ขีดความสามารถของประเทศไทยในด้าน โครงสร้างพื้นฐานนั้นลดลงจากอันดับที่ ๔๒ มาเป็นอันดับที่ ๔๙ ซึ่งถือว่าหลังกว่าประเทศสิงคโปร์ และประเทศมาเลเซียด้วยซ้ำ ด้วยแนวคิดในการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานนี้อย่างแรก ต้องเป็นการลงทุนที่ตอบโจทย์การวางยุทธศาสตร์อนาคตของประเทศในระยะยาว และจะทำให้ แผนการลงทุนต่าง ๆ นั้นมีแผนงานในการลงทุนที่ชัดเจนมากขึ้น รวมถึงแนวคิดในการลงทุนนี้ ต้องเป็นการมองระบบของการเชื่อมโยงการคมนาคมขนส่งตั้งแต่ทางบก ทางน้ำ ทางอากาศ ให้มีความสัมพันธ์กัน และให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อนค่ะ ด้วยแนวคิด ในการลงทุนนี้ดิฉันขออนุญาตนำเรียนเสนอในแนวคิดเป็นแต่ละเรื่องดังนี้นะคะ
เรื่องแรก แนวคิดในการลงทุนเพื่อตอบโจทย์คอนเนคทิวิตี (Connectivity) หรือการเชื่อมโยงสู่เออีซี (AEC) เพื่อให้ประเทศไทยของเรานั้นได้เป็นศูนย์กลางในการเชื่อมโยง ศูนย์การลงทุนสู่ภูมิภาคอาเซียน (ASEAN) เนื่องจากประเทศไทยเป็นจุดศูนย์กลางที่เชื่อมต่อกับ ประเทศเพื่อนบ้าน การเชื่อมโยงกับประเทศเพื่อนบ้านก็เป็นส่วนสำคัญ ซึ่งถือว่าหากมี การเชื่อมโยงนี้ด้วยโครงสร้างพื้นฐานเราจะเชื่อมโยงฐานเศรษฐกิจเดิมบวกกับการต่อยอด ฐานเศรษฐกิจใหม่ ซึ่งจากฐานประชากรทั้งหมดของประชาคมอาเซียน ๖๐๐ ล้านคนค่ะ นั่นหมายถึงการที่เราจะได้มีการสร้างเสริมรายได้ใหม่ ๆ และองค์ความรู้รวมถึงประชากร ที่จะเข้ามาร่วมทำการค้าขายแล้วก็ลงทุนกับประเทศไทยมากขึ้นนะคะ โดยมีการเน้นการพัฒนา ระบบรางเป็น ๒ ส่วนด้วยกันค่ะ ส่วนแรกคือระบบรถไฟรางคู่ ซึ่งรถไฟรางคู่นี้จะสามารถเชื่อมต่อ ประเทศเพื่อนบ้านในระยะแรก และสามารถที่จะลดต้นทุนขนส่งในสินค้าประเภทหนัก สำหรับส่วนที่ ๒ ก็คือรถไฟความเร็วสูง รถไฟความเร็วสูงนี้เราก็จะเน้นในเรื่องของการเชื่อมโยง การขนส่งสินค้าที่มีมูลค่าสูง สินค้าที่เน่าเสียง่ายที่ต้องใช้ระยะเวลารวดเร็วในการขนส่ง รวมถึงการเดินทางของพี่น้องประชาชนที่ต้องการความสะดวกและรวดเร็วมากขึ้น การพัฒนาด่านเข้าออกของประเทศ แน่นอนจุดคอนเนคทิวิตีหรือการเชื่อมโยงนั้นก็ต้องมี การพัฒนาด่านเข้าออกของประเทศให้มีความมั่นคง ปลอดภัย ทันสมัย และรองรับการเติบโต เศรษฐกิจตามแนวชายแดน ซึ่งวันนี้จำนวนอัตราการเติบโตเศรษฐกิจแนวชายแดนนั้นสูงขึ้น เราก็ อยากเห็นการพัฒนาเศรษฐกิจแนวชายแดนนั้นเป็นการค้าที่มีความสมบูรณ์ แล้วก็เพื่อให้เกิด ความร่วมมืออย่างไร้พรมแดนของประชาคมอาเซียนในอนาคตที่เกิดขึ้นจริง
ส่วนที่ ๒ การคำนึงถึงแนวคิดนี้ได้มองถึงการกระจายความเจริญและเพิ่ม คุณภาพชีวิตให้กับประชาชนคนไทยด้วยการมองการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน ที่เพิ่มทางเลือกในการเดินทางให้กับพี่น้องประชาชน นอกเหนือจากการเดินทางบนท้องถนน ก็จะมีทางเลือกอื่น ไม่ว่าจะเป็นทางเรือหรือทางรถไฟ ซึ่งตรงนี้ก็จะทำให้พี่น้องประชาชน สะดวกขึ้น เข้าถึงสถานที่ต่าง ๆ ได้อย่างทั่วถึง และมีส่วนในเรื่องของการลดค่าใช้จ่าย และร่นระยะเวลาการเดินทางพร้อมกับความปลอดภัยในการเดินทางด้วยเช่นกัน การกระจาย ความเจริญ ซึ่งเราเน้นอยากจะเห็นการกระจายความเจริญที่กระจายจากหัวเมืองไปยัง ชานเมืองโดยเฉพาะในส่วนของภูมิภาค นั่นก็หมายถึงว่าการที่จะทำให้การลดความแออัด ของเมืองกรุง และสร้างศูนย์กลางเศรษฐกิจใหม่ในระดับภูมิภาคขึ้น และการเชื่อมโยงระดับ ภูมิภาคสู่ภูมิภาค ซึ่งตรงนี้จะเป็นการที่เราจะทำให้คนในเมืองกรุงนั้นได้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ลดความแออัด แต่ขณะเดียวกันเราจะมีส่วนในการเติมเต็มความเจริญให้กับพี่น้องประชาชน ในชนบทเช่นกัน เมื่อมีการเติมเต็มในส่วนนี้แก้ปัญหาความเจริญจากหัวเมืองกระจายเพิ่มในส่วน ของชานเมืองนั้นก็เป็นไปตามยุทธศาสตร์ของประเทศว่าด้วยเรื่องของการลดความเหลื่อมล้ำ และการพัฒนา รวมถึงการกระจายรายได้ของประชากรอย่างเสมอภาคและเท่าเทียมกัน
ส่วนที่ ๓ ก็คือแนวคิดในการสร้างความแข็งแรงทางเศรษฐกิจของประเทศ สู่ความยั่งยืน ซึ่งการสร้างความแข็งแรงนั้นก็มีความจำเป็นที่จะเชื่อมห่วงโซ่ของการผลิต เข้าด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นด้านการเกษตร อุตสาหกรรม และการส่งออก ซึ่งจะเห็นว่าตลอดเวลา ที่ผ่านมานั้นเรามีอุตสาหกรรมต้นน้ำ มีแหล่งวัตถุดิบโดยเฉพาะภาคการเกษตรที่จะต้อง พัฒนามากขึ้นยังไม่ถูกเชื่อมโยงไปสู่แหล่งส่งออก แน่นอนต้นทุนค่าใช้จ่ายของพี่น้องเกษตรกร ก็จะใช้เวลานานและใช้ต้นทุนที่สูงขึ้น หากเรามีการเชื่อมโยงตั้งแต่ส่วนของห่วงโซ่การผลิต ตั้งแต่ต้นน้ำนั่นหมายถึงเราเชื่อมโยงตั้งแต่แหล่งวัตถุดิบ สินค้าต่าง ๆ ไปยังส่วนกลาง ก็คืออุตสาหกรรมการผลิตหรือแปรรูป และไปยังปลายน้ำก็คือศูนย์การกระจายสินค้า และการส่งออกอย่างเชื่อมต่อกันนั้นก็จะทำให้ระยะเวลาต่าง ๆ นั้นรวดเร็วขึ้น ลดต้นทุน ในการขนส่งโดยรวม และที่สำคัญถ้าเป็นอาหาร อาหารก็จะสดขึ้นลดการสูญเสีย ซึ่งวันนี้ พี่น้องเกษตรกรใช้เวลาในการขนส่งสินค้าโดยเฉพาะพื้นที่ต้นน้ำไปยังปลายน้ำนั้นก็จะมี การสูญเสียมาก ถ้าลดในส่วนนี้ก็เท่ากับลดต้นทุนของพี่น้องเกษตรกรและประชาชนชาวไทย และความรวดเร็วอาหารก็จะสดขึ้น ผู้บริโภคก็จะได้รับอาหารที่มีคุณภาพที่ดีขึ้น และราคา ยุติธรรม รวมถึงการลดต้นทุนการขนส่งในภาคอุตสาหกรรมโดยรวมโดยเฉพาะอุตสาหกรรม การเกษตร
ส่วนที่ ๔ ก็คือหลักแนวคิดของการเชื่อมเมืองสู่การท่องเที่ยว ประเทศไทย ถือว่าเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมจากนานาประเทศ จากที่ผ่านมานั้นการเชื่อมโยง ของแหล่งท่องเที่ยวเราเชื่อมจากกรุงเทพมหานครไปยังจุดท่องเที่ยวเมืองใหญ่ ๆ แต่เรายัง ไม่ได้เชื่อมโยงจุดท่องเที่ยวเมืองใหญ่นั้นไปยังจังหวัดใกล้เคียง ซึ่งวันนี้จะพบว่ามีสถานที่ ท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ เชิงวัฒนธรรมอีกมากมายที่ไม่สามารถจะดึงดูดนักท่องเที่ยวได้ เนื่องจากการคมนาคมขนส่ง โดยหลักการนี้เราจะเชื่อมเมืองต่อเมืองของการท่องเที่ยว เข้าด้วยกันจะทำให้นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางได้สะดวกขึ้น รวดเร็วขึ้น และไปยังเมืองอื่น ๆ ใกล้เคียงนั่นจะทำให้รายได้ชุมชนบริเวณนั้นมีรายได้มากขึ้น และที่สำคัญนักท่องเที่ยว จะอยู่กับเรานานขึ้น ก็คือรายได้โดยรวมของประเทศจากการท่องเที่ยวและการบริการหรือสินค้า อุปโภค บริโภคต่าง ๆ ก็จะสูงขึ้นตามไปด้วย จากแนวคิดทั้ง ๔ ข้อนี้ก็ต้องส่งผลถึงแนวคิด ในเรื่องของภาพรวมของเศรษฐกิจว่าเศรษฐกิจในช่วงของการลงทุนอีก ๗ ปีข้างหน้านั้นก็คาดว่า ปัจจัยสำคัญในการกระตุ้นเศรษฐกิจโดยรวมแต่ละปีจะมีมูลค่าของจีดีพี (GDP) เพิ่มขึ้นเฉลี่ย ร้อยละ ๑ เปอร์เซ็นต์ และอัตราการจ้างงานอีก ๕๐๐,๐๐๐ อัตรา ซึ่งจะส่งผลทำให้การสร้าง ความแข็งแรงและการหมุนเวียนเศรษฐกิจในประเทศและรวมถึงการลงทุนนั้นมีอนาคตต่อไป
ท่านประธานสภาที่เคารพคะ ยังมีหลายท่านที่มีข้อสงสัยว่าทำไมรัฐบาล จึงต้องกู้เงินผ่านการออกพระราชบัญญัติแทนที่จะดำเนินการผ่านกระบวนการงบประมาณ รายจ่ายประจำปี ดิฉันขอถือโอกาสนี้อธิบายดังนี้ค่ะ จากบทเรียนที่ผ่านมาจะเห็นว่า มีโครงการใหญ่ ๆ หลายโครงการที่ถูกระงับหรือถูกยกเลิกเปลี่ยนแปลงไปเนื่องจากปัญหา การผันผวนทางการเมือง ปัญหาการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง และขาดการลงทุนที่ต่อเนื่อง ซึ่งระบบงบประมาณรายจ่ายประจำปีนั้นไม่สามารถเอื้อต่อการลงทุนที่เป็นโครงการใหญ่ ระยะยาวและต่อเนื่องตรงนี้เป็นสิ่งสำคัญ ถ้าเราเห็นการลงทุนที่ต่อเนื่องต่างชาติหรือต่างประเทศ ที่จะมาลงทุนนั้นก็จะเห็นความเชื่อมั่นและสามารถที่จะวางแผนอนาคตในการพัฒนาต่าง ๆ ได้ เราจะเห็นว่าหลาย ๆ ตัวอย่างที่ได้เกิดขึ้นมาแล้วในอดีต อย่างเช่นตัวอย่างของการสร้าง สนามบินสุวรรณภูมิ ซึ่งวันนั้นไม่มีใครทราบว่าปีที่ผ่านมาจำนวนนักท่องเที่ยวสูงขึ้น เป็นประวัติการณ์ สนามบินสุวรรณภูมิที่มีแผนในการพัฒนาต้องเร่งที่จะพัฒนาเร็วกว่ากำหนด นั่นคือเรากำลัง ขาดการมองไปข้างหน้า เรากำลังพัฒนาประเทศไล่หลังความเจริญค่ะ ดิฉันมองว่าโครงการ ต่าง ๆ เหล่านี้ นอกเหนือจากนี้เป็นโครงการที่เรียนว่าการลงทุนพื้นฐานนี้เป็นโครงการของ ประชาชนโดยแท้จริง เป็นโครงการที่สร้างอนาคตให้กับลูกหลานเราซึ่งเป็นโครงการที่เรา ไม่ควรจะถูกแปรเปลี่ยนตามสภาวะการเมืองที่ผกผัน โดยเฉพาะช่วงนี้มีความจำเป็นที่จะ ทำให้โครงสร้างพื้นฐานต่าง ๆ นั้นมีการลงทุนขนาดใหญ่อย่างต่อเนื่อง เพื่อเรียกความมั่นใจ เพื่อเรียกการลงทุน และการสร้างความแข็งแรงของเศรษฐกิจอย่างยั่งยืนค่ะ
สำหรับการลงทุนภายใต้วงเงิน ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนั้นนะคะ นอกจากนี้ ยังมีการเสริมด้วยงบประมาณประจำปีและงบลงทุนของรัฐวิสาหกิจที่เกี่ยวข้อง และเรา ยังมีโครงการในการเชิญชวนภาคเอกชนเข้ามาลงทุนด้วยนะคะ ทั้งนี้ก็จะทำให้งบประมาณ ประจำปีนั้นสามารถที่จะนำไปดูแลช่วยเหลือประชาชนด้านสวัสดิการหรือโครงการในการเสริม ศักยภาพของพี่น้องประชาชนแล้วก็การพัฒนาเศรษฐกิจโดยรวมต่อไปค่ะ สำหรับการกู้นั้น ทางรัฐบาลมั่นใจค่ะว่าเรามีเครื่องมือทางการเงินที่หลากหลาย เราจะเน้นในการกู้ระยะยาว เพื่อการลงทุนในโครงการระยะยาวเช่นกันค่ะ นอกจากนี้ตลาดตราสารหนี้ของไทย ก็มีสภาพคล่องที่สูงมาก ดังนั้นการกู้เงินของรัฐบาลที่จะทยอยกู้เงินใน ๗ ปีข้างหน้า ก็จะไม่ส่งผลกระทบต่อตลาดทางการเงินค่ะ สำหรับเรื่องของความยั่งยืนของการคลังนะคะ ซึ่งในช่วงแรกการลงทุน หนี้สาธารณะต่อจีดีพีนั้นอาจจะปรับตัวสูงขึ้น แต่โครงการเหล่านี้ ต้องกราบเรียนท่านสมาชิกที่เคารพว่าโครงการเหล่านี้ล้วนเป็นโครงการที่สร้างรายได้อย่างครบวงจร ก็จะทำให้จีดีพีเพิ่มขึ้น จากจีดีพีที่เพิ่มขึ้นนั้นก็จะมีผลให้หนี้สาธารณะต่อจีดีพีปรับตัวลดลง เช่นกันค่ะ เพราะฉะนั้นตลอดเวลาของโครงการนี้หนี้ของประเทศก็จะอยู่ในระดับที่สามารถ บริหารจัดการได้ นั่นคือต่ำกว่าร้อยละ ๕๐ เปอร์เซ็นต์ของจีดีพี ซึ่งเราก็ยังมีช่องว่างอีก ๑๐ เปอร์เซ็นต์ต่อจีดีพีเพื่อเป็นการรักษาวินัยการเงินการคลังนะคะ ซึ่งได้มีการกำหนดให้ หนี้สาธารณะต่อจีดีพีนั้นสูงไม่เกินร้อยละ ๖๐ ถ้าเรารักษาอยู่ในระดับ ๕๐ นั้นเราก็จะ มีช่องว่างอีก ๑๐ เปอร์เซ็นต์ต่อจีดีพี ภายใต้กรอบความยั่งยืนของกระทรวงการคลัง พร้อมกับเป็นการบริหารความเสี่ยงที่มีการกำหนดช่องว่างอย่างน้อย ๑๐ เปอร์เซ็นต์ต่อจีดีพี เพื่อที่จะรองรับเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นโดยไม่คาดคิดในอนาคตได้นะคะ แต่ที่สำคัญจากเหตุการณ์ในอดีตที่เห็นเมื่อมีการลงทุนพัฒนาแล้วโครงการต่าง ๆ สร้างวงจรเศรษฐกิจ ที่เจริญเติบโตขึ้น ถ้าท่านสมาชิกจำได้ว่าในหลายปีที่ผ่านมาเรามีปัญหาเรื่องภาวะหนี้ ไม่มีใครคิดว่า เมื่อก่อนที่เรามีปัญหาภาวะเศรษฐกิจเรื่องหนี้หรือแม้กระทั่งเรื่องของอุทกภัยต่าง ๆ นั้น วันนี้เศรษฐกิจของประเทศได้ฟื้นตัวกลับมาแล้ว แล้วก็คงไม่มีใครคาดคิดว่าเมื่อตอนที่เราเป็นหนี้ วันนี้เรามีการใช้หนี้ประเทศไทยมีการใช้หนี้เงินกู้ไอเอ็มเอฟ (IMF) ได้ก่อนกำหนด ซึ่งเหตุการณ์นี้ก็ได้เกิดขึ้นมาแล้วค่ะ สำหรับเรื่องของความโปร่งใสนะคะ ดิฉันก็ขอยืนยันว่า การดำเนินการทุกขั้นตอนจะต้องมีความโปร่งใสแล้วก็เข้มงวดกว่าโครงการเงินกู้หรือโครงการ ตามงบประมาณรายจ่ายประจำปีค่ะ ทั้งนี้ในขั้นตอนการจัดซื้อจัดจ้างก็ได้มีการกำหนดให้มีการปฏิบัติ ตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยพัสดุ พ.ศ. ๒๕๓๕ และระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยพัสดุทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. ๒๕๔๙ หรืออีออกชัน (e-Auction) หรือระเบียบ ของหน่วยงานเจ้าของโครงการ รวมทั้งมีมติคณะรัฐมนตรีให้ประกาศราคากลางไว้ในทีโออาร์ (TOR) สำหรับการจัดซื้อจัดจ้างเพื่อความโปร่งใสมากขึ้นค่ะ ทั้งนี้ก็เป็นระเบียบเดียวกับ การใช้จ่ายของงบประมาณรายจ่ายประจำปีนะคะ และนอกจากนั้นในส่วนนี้เองเราก็ได้ มีการจัดทำร่างพระราชบัญญัติบัญชีแนบท้ายและเอกสารประกอบที่ชัดเจนอย่างไม่เคยปรากฏ มาก่อนค่ะ และได้มีการเผยแพร่เอกสารประกอบที่เป็นรายละเอียดของโครงการทุกโครงการ ให้ท่านสมาชิกทุกท่านได้ทราบแล้วนะคะ สำหรับการพิจารณาโครงการ เราก็ได้มีการให้คณะกรรมการในการพิจารณาดูแลและตรวจสอบโครงการ รวมถึงหน่วยงานสำคัญ ๆ หลักที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจ และสังคมแห่งชาติ กระทรวงการคลัง และสำนักงบประมาณ ๓ หน่วยงานหลักร่วมกัน พิจารณารายละเอียดในการทำหน้าที่ดูแลและตรวจสอบในขณะที่สภาผู้แทนราษฎรนั้นก็สามารถ ที่จะตรวจสอบได้เช่นเดียวกับงบประมาณปกติค่ะ ผ่านคณะกรรมาธิการ ส่วนการรายงานนั้น ก็จะมีการรายงานต่อรัฐสภาแห่งนี้ถึงผลการดำเนินงานเมื่อมีการสิ้นปีงบประมาณตามที่มี กำหนดไว้อย่างชัดเจนนะคะ ยิ่งไปกว่านั้นรัฐบาลก็ได้มีการจัดกระบวนการที่จะรับฟังความคิดเห็น ของสาธารณะตั้งแต่แรกเริ่ม เรามีการจัดรับฟังความคิดเห็นต่าง ๆ ในระดับชุมชนร่วมกับ ภาครัฐและเอกชน และประชาชนอย่างกว้างขวางนะคะ รวมถึงล่าสุดก็ได้มีการจัดนิทรรศการ เพิ่มความรู้ความเข้าใจกับสาธารณชนที่เปิดโอกาสให้สาธารณชนนั้นได้แสดงความคิดเห็นต่าง ๆ และรัฐบาลก็ได้นำเอาความคิดเห็นต่าง ๆ เหล่านี้มาประกอบในการดำเนินงานต่อไปค่ะ ก็เรียน ยืนยันค่ะว่าโครงการเงินกู้ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนั้น จะต้องมีการติดตามและตรวจสอบเพื่อให้ โครงการนั้นสามารถบรรลุตามที่ตั้งเป้าหมายไว้ และที่สำคัญขั้นตอนของการจัดซื้อจัดจ้าง ต้องมีความโปร่งใส ไม่เกิดทุจริตคอร์รัปชัน (Corruption) ค่ะ ท่านประธานสภาที่เคารพคะ ดิฉันขอยืนยันอีกครั้งค่ะว่าการดำเนินการของรัฐบาลนั้นเกิดจากเจตจำนงที่จะทำงานให้เป็นไป เพื่อประโยชน์ของประชาชน และเพื่อให้ทุกท่านเกิดความมั่นใจว่าการลงทุนนี้จะทำให้ประเทศ ของเรานั้นได้ยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน ลดต้นทุนในการขนส่งโดยรวมลง เพิ่มรายได้ขึ้นมาในส่วนตั้งแต่ระดับชุมชนและมีการกระจายรายได้อย่างทั่วถึง และคุณภาพชีวิต ของประชาชนให้ดีขึ้นค่ะ และที่สำคัญที่สุด ดิฉันไม่อยากเห็นการถกเถียงกันว่าโครงการเหล่านี้ ใครจะเป็นคนริเริ่ม ใครจะเป็นเจ้าของความคิดค่ะ แต่ดิฉันอยากเห็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ และประชาชนจะได้ร่วมกันสร้างประวัติศาสตร์ และร่วมกันสร้างผลงานที่จะวางรากฐานอนาคต ของประเทศไทย และร่วมกันในการที่จะวางรากฐานเพื่ออนาคตของลูกหลานคนไทยของเรา ต่อไปค่ะ ขอบคุณค่ะ
เชิญท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงคมนาคมครับ
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติครับ ผมขออนุญาตเปิดวีดิทัศน์ประมาณ ๘ นาทีเพื่อให้เห็นภาพรวมของโครงการ จากนั้นจะขออนุญาตใช้เพาเวอร์พอยท์ (PowerPoint) บรรยายต่อครับ
(เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการเปิดพรีเซนเทชัน)
ที่ฉายไปก็เป็น ภาพวีดิทัศน์สรุปนะครับ แต่ต้องขอกราบเรียนว่าที่เห็นตัวท่าอากาศยานสุวรรณภูมินี่เป็น การลงทุนของบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) ไม่ได้รวมอยู่ใน ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แต่เป็นแผนที่จะเริ่มทำในปีหน้าเลย ก็เพื่อความชัดเจนครับ ขออนุญาตเพาเวอร์พอยท์เลยครับ
(เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการเปิดพรีเซนเทชัน)
ผมจะขออนุญาต ลงในรายละเอียดนะครับ เพราะว่ากระทรวงคมนาคมเป็นผู้รับผิดชอบตัวเอกสารประกอบการพิจารณา รวมทั้งยุทธศาสตร์ที่อยู่ในร่าง พ.ร.บ. นี้ ก็จะขออนุญาตชี้แจง ๔ เรื่องครับ
เรื่องแรก ก็จะขอสรุปเรื่องสภาพโครงสร้างพื้นฐานในปัจจุบันของประเทศไทย ว่าสถานการณ์ปัจจุบันเป็นอย่างไร ต่อมาก็จะพูดถึงยุทธศาสตร์ที่อยู่ในร่าง พ.ร.บ. นะครับว่า ยุทธศาสตร์ ๓ ยุทธศาสตร์ที่เราจะใช้เป็นตัวขับเคลื่อนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานนั้น เป็นอย่างไร และมีโครงการอะไรบ้างนะครับ ประเด็นที่ ๓ จะขอพูดถึงโครงการสำคัญ ๆ ครับ เพื่อให้ท่านสมาชิกเข้าใจว่าที่จะทำไปนั้นมีอะไร และประโยชน์ที่ได้รับคืออะไร และอันที่ ๔ ก็คือจะสรุปประโยชน์ที่จะได้รับทั้งหมดในทุกภาคส่วน รวมทั้งวิธีการที่จะสร้างความเชื่อมั่น ในความโปร่งใสของการดำเนินการนะครับ ขออนุญาตเพาเวอร์พอยท์เลยครับ ปัจจุบัน ประเทศไทยก็มีทางหลวงเยอะครับ มีทางหลวง ทางหลวงชนบท ทางหลวงท้องถิ่นประมาณ ๔๐๐,๐๐๐ กิโลเมตร มีทางน้ำประมาณ ๔,๐๐๐ กิโลเมตร ทางรถไฟ ๔,๐๐๐ กิโลเมตร ท่าอากาศยาน ๓๘ แห่ง แล้วก็มีโครงสร้างพื้นฐานที่ดีในระดับหนึ่งครับ แต่ถ้าดูการขนส่งแล้วนี่ครับ การขนส่งสินค้าในประเทศไทยนี่ครับ ๘๖ เปอร์เซ็นต์ขนด้วยทางถนน ๒ เปอร์เซ็นต์นิด ๆ ขนด้วยทางราง แล้วก็ ๑๒ เปอร์เซ็นต์นี่ขนด้วยทางน้ำ ถ้าเราดูตัวเลขที่ทางกระทรวงคมนาคม สรุปมาทางถนนนี่แพงที่สุดครับ ๑.๗๒ บาทต่อตันกิโลเมตร ทางรางนี่ถูกมาเกือบครึ่งครับ ๙๓ สตางค์ต่อตันกิโลเมตร ทางน้ำสูงที่สุดครับ ๖๓ สตางค์ ต่อตันกิโลเมตร นอกจากนี้ทางถนนเองก็เป็นระบบที่มีมลภาวะสูงที่สุดครับ เพราะว่ามีการปล่อย ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สูง มีความเสียหายด้านถนนตามมา เพราะฉะนั้นจริง ๆ แล้วตอนนี้ เราใช้การขนส่งที่แพงที่สุดเป็นการขนส่งหลักของประเทศ เพราะฉะนั้นถ้าเป็นอย่างนี้ในอนาคต ผมคิดว่าเราคงจะแข่งขันกับต่างชาติเพื่อนบ้านเราลำบาก เพราะอันนี้คือต้นทุนของทุกคนครับ ถ้าดูต้นทุนโลจิสติกส์ (Logistics) ต่อจีดีพีก็เป็นตัวเลขที่ทั่วโลกใช้ครับ คำว่า โลจิสติกส์ ประกอบด้วย ๓ ส่วน คือ การขนส่ง การบริหารจัดการ และการดูแลสินค้าคงคลัง ของประเทศไทย อยู่ที่ประมาณ ๑๕.๒ เปอร์เซ็นต์ของจีดีพี จีดีพีประเทศไทย ถ้า ๑๑.๕ ล้านล้านบาท ต้นทุน โลจิสติกส์แต่ละปีก็ประมาณ ๑.๗๕ ล้านล้านบาท ๑๕.๒ เปอร์เซ็นต์ถือว่าค่อนข้างสูงเทียบกับ ประเทศสหรัฐอเมริกา ๘.๓ เปอร์เซ็นต์ ประเทศมาเลเซียประมาณ ๑๓ เปอร์เซ็นต์ ประเทศสิงคโปร์ ประมาณ ๙ เปอร์เซ็นต์ เพราะฉะนั้นถ้าเราไม่ลดตรงนี้ให้ได้อนาคตเราจะสูญเสียความสามารถในการแข่งขัน กระผม คิดว่าเป้าหมายอันหนึ่งของร่าง พ.ร.บ. หรือว่าการสร้างโครงสร้างพื้นฐานครั้งนี้ก็เพื่อลดต้นทุน โลจิสติกส์อย่างน้อย ๒ เปอร์เซ็นต์ มาเป็น ๑๓.๒ เปอร์เซ็นต์ต่อจีดีพี ถ้าคิดง่าย ๆ ๒ เปอร์เซ็นต์ ของจีดีพีก็ประมาณ ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาทต่อปีครับ มูลค่าที่จะลดลงจากโลจิสติกส์ นี่เป็นแค่ ผลพวงทางตรงครับ แต่ผลทางอ้อมคือจะสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนที่จะมองประเทศไทย เป็นศูนย์กลางผลิตมีต้นทุนที่สามารถแข่งขันกับประเทศเพื่อนบ้านได้ ต่อเลยครับ น้ำมัน เราใช้ พลังงานเท่ากับน้ำมันเทียบเท่าแล้ว ๗๑ ล้านตันน้ำมันต่อปี ประมาณ ๓๕ เปอร์เซ็นต์ใช้ในการขนส่ง ๓๖ เปอร์เซ็นต์ใช้ในการผลิต ซึ่งจริง ๆ แล้วการขนส่งไม่ได้สร้างมูลค่าให้สินค้าเลยแต่เรากลับไปใช้ พลังงานเท่า ๆ กับการผลิตเลยปีหนึ่งเกือบ ๗๐๐,๐๐๐ ล้านบาทต่อปี นี่ครับคือจุดอ่อนของเรา ที่ต้นทุนในการขนส่งของเราสูง ต่อเลยครับ
ผลทางอ้อมครับ ผู้ที่เสียชีวิตจากทางถนนปีหนึ่งหมื่นกว่าคนทุกปีครับ พอวันสงกรานต์ทีเราก็ต้องมารณรงค์ทีเพราะว่าประเทศไทย สินค้า คน อยู่บนถนนทั้งหมด เราไม่ได้แยกสินค้าออกไป เพราะฉะนั้นอุบัติเหตุทางถนนเป็นต้นทุนของทุกคนที่เวิลด์แบงก์ (World Bank) ประมาณมาปีหนึ่ง ๒๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทที่เราต้องใช้ไปกับค่าเสียหาย จากอุบัติเหตุผู้เสียชีวิต ผู้บาดเจ็บ ทุพพลภาพ ต่อครับ
นอกจากนี้มลภาวะที่เกิดจากก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ฝุ่นละออง ตัวเลขของ อนามัยโลกปีหนึ่งก็เกือบ ๑๐,๐๐๐ ล้านบาทต่อปีที่เราต้องสูดควันพิษในกรุงเทพมหานคร ไปกับรถติดควันพิษ นี่ไม่รวมสภาพทางจิตใจ สภาพความเครียดที่เกิดขึ้นด้วยนะครับ ต่อครับ
ตัวนี้สำคัญครับ อันนี้ให้เห็นความสามารถด้านโครงสร้างพื้นฐานของประเทศไทย เทียบกับทั่วโลก ของเราอยู่อันดับที่ ๔๙ ถ้าเทียบกับประเทศอินโดนีเซียเราอาจจะดีใจครับ เพราะประเทศอินโดนีเซียอันดับที่ ๙๘ แต่ว่าถ้าเทียบกับประเทศมาเลเซียอันดับที่ ๒๙ ครับ ประเทศสิงคโปร์อันดับที่ ๒ ครับ ถ้าเราไม่ทำอะไรผมเชื่อว่าเราจะร่นลงไปอีกครับ เพราะทุกคน เขาพัฒนา อันนี้เป็นหัวใจเลยครับว่ามันง่ายมากเลยครับที่เราจะไม่ทำอะไร เราบอกโอเค (OK) ก็อยู่ไปครบเทอม ๒ ปี ไม่ต้องทำอะไรก็ทำเท่าที่ทำได้ แต่อนาคตมันไปไม่ได้ครับ อนาคตถ้าเกิดเราอยู่อย่างนี้คือเราถอยหลัง ต่อครับ
ถ้าดูแต่ละสาขาครับ ทางถนนอันดับที่ ๓๖ ทางรางแย่สุดครับอันดับที่ ๕๗ ทางน้ำอันดับที่ ๔๓ ทางอากาศดีหน่อยอันดับที่ ๒๘ เพราะฉะนั้นทางอากาศเขาเข้มแข็ง การท่าอากาศยาน การบินไทย วิทยุการบินแห่งประเทศไทย เข้มแข็งเขาดูแลตัวเองได้ เพราะฉะนั้นในโครงการนี้เราไม่ต้องกู้มาให้เขาดำเนินการ เขาใช้งบประมาณของเขาเอง รัฐวิสาหกิจดำเนินการได้ อนาคตเราก็หวังว่ารถไฟจะเป็นอย่างนั้นแต่เราต้องดูแลเขา ในช่วงแรกก่อน อันนี้ละครับคือจุดอ่อน ผมว่ารัฐบาลมองจุดนี้ไม่ใช่จุดอ่อนเรามองนี่คือ โอกาส ถ้าเราลงทุนได้อย่างเหมาะสม ได้อย่างรวดเร็วมีประสิทธิภาพมันจะพลิก ถ้าประเทศไทย เอาจุดอ่อนตรงนี้พลิกมาให้เป็นโอกาสทำให้เราเข้มแข็งขึ้นแล้วเราจะเติบโตอย่างก้าวกระโดด ในช่วง ๑๐ ปีข้างหน้าเราจะเป็นศูนย์กลางของอาเซียนอย่างสง่างาม จะเป็นสี่แยกของ อาเซียนได้อย่างเต็มที่ ต่อครับ
งบประมาณรายจ่ายปี ๒๕๔๕ ๑,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ปี ๒๕๕๕ ประมาณ ๒.๔ ล้านล้านบาท แต่งบประมาณด้านการลงทุนสินทรัพย์ถาวรจาก ๑๖๕,๐๐๐ ล้านบาท เพิ่มเป็น ๒๖๔,๐๐๐ ล้านบาท อัตราส่วนลดลงด้วยครับ จาก ๑๖ เปอร์เซ็นต์ เป็น ๑๑ เปอร์เซ็นต์ เพราะฉะนั้นในแต่ละปีงบประมาณรายจ่ายเรามีภาระที่ต้องจ่ายเงินเดือน จ่ายค่าใช้จ่ายต่าง ๆ เราลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานน้อยลงทุกที ต่อครับ
รูปทางขวามือเป็นอัตราส่วนระหว่างการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานกับงบประมาณรายปี ตัวเลขที่ทั่วโลกมองว่าเหมาะสมในการดำเนินการด้านงบประมาณอย่างน้อย ๒๕ เปอร์เซ็นต์ ต้องลงด้านโครงสร้างพื้นฐานเพื่อให้เกิดสิ่งที่อยู่ในระยะยาว แต่ ๖ ปีที่ผ่านมาของประเทศไทย ต่ำกว่า ๒๕ เปอร์เซ็นต์ทั้งสิ้นครับ บางปีลงไป ๑๒ เปอร์เซ็นต์ ๑๕ เปอร์เซ็นต์ ก็ไม่ต้องสงสัยแล้วว่า ถนน ๔ เลน (Lane) ได้ทีละ ๑ กิโลเมตร ซ่อมถนนบางทีเส้นหนึ่ง ๑๐ ปียังไม่เสร็จ ก็เพราะว่า การพึ่งพาระบบงบประมาณมีจัดความสำคัญและเป็นการวางแผนในปีต่อปี เพราะฉะนั้น ถ้าอย่างนี้ปุ๊บเราคงแข่งขันกับต่างชาติลำบากครับ แล้วถามว่าอะไรคือโจทย์ที่เราต้องดู ใน ๗ ปี ใน ๑๐ ปีที่จะมาถึง
อันแรก คือการเชื่อมโยงทั้งในประเทศแล้วก็กับเพื่อนบ้าน เพราะเราจะเป็น ศูนย์กลางของเออีซี เออีซีจะมาอีก ๓ ปีข้างหน้า เราต้องปรับรูปแบบการขนส่ง เราจะพึ่ง ทางถนน ๘๖ เปอร์เซ็นต์เหมือนเดิมไม่ได้แล้วครับ เพราะต้นทุนเราจะสูงกว่าเพื่อนบ้าน เราต้องเพิ่มความคล่องตัวในการเดินทางขนส่งครับ เราไม่สามารถจะมีคอขวดทางถนน ๔ เลน มาเป็น ๒ เลน แล้วก็มาเป็น ๔ เลน ๒ เลนตลอดเส้นทางครับ เราไม่สามารถให้กรุงเทพฯ เรารถติด ๒ ชั่วโมงอยู่บนถนนโดยไม่มีระบบขนส่งมวลชนให้ประชาชน อันนี้คือคอขวด คือความไม่คล่องตัว ซึ่งเหมือนเส้นเลือดอุดตันครับ มันก็จะพาให้ร่างกายไปไม่ได้ด้วย ต้องยกคุณภาพชีวิตของประชาชนครับ ให้ประชาชนลดอุบัติเหตุ ลดมลพิษ และกระจาย ความเจริญสู่ชนบท สร้างโอกาสให้กับประชาชน อันนี้คือโจทย์ที่เราต้องทำ เราต้องทำครับ ถามว่ารัฐบาลแถลงอะไรไว้กับรัฐสภาเมื่อวันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๔ เราจะพัฒนาระบบราง เราพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและการขนส่ง ประหยัดพลังงาน ลดต้นทุนการขนส่ง สร้างความสะดวก ในการขนส่งหลายรูปแบบ พัฒนาระบบรางทางคู่รถไฟความเร็วสูง กรุงเทพฯ-เชียงใหม่ กรุงเทพฯ-นครราชสีมา กรุงเทพฯ-หัวหิน แล้วก็กรุงเทพฯ ไปถึงระยอง เร่งรถไฟฟ้า ๑๐ สาย พัฒนาการขนส่งทางน้ำ พัฒนาท่าอากาศยาน ทั้งหมดนี้อยู่ในนโยบายที่เราได้สัญญากับ รัฐสภาเอาไว้ แล้วที่เรามาออกร่าง พ.ร.บ. นี้ตรงตามที่เราพูดไว้ทุกอย่างครับ โครงการที่อยู่ ในเอกสารประกอบการพิจารณาก็คือโครงการที่เราได้แถลงไว้แล้ว เพราะฉะนั้นก็ตรงกัน ทุกโครงการก็อยู่ในนี้หมด
(เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการเปิดพรีเซนเทชัน)
นี่คือประเทศไทยครับ เราคือสี่แยกอาเซียน เราเชื่อมทิศเหนือ ทิศใต้ ทิศเหนือผ่าน สปป. ลาว เข้าประเทศจีน เมืองคุนหมิง ผ่านประเทศเมียนมาร์เข้าประเทศจีน ทิศตะวันออก ทิศตะวันตก ประเทศเมียนมาร์ ประเทศไทย สปป. ลาว ประเทศเวียดนาม ทางด้านทิศใต้ ประเทศไทย ประเทศกัมพูชา ประเทศเวียดนาม ลงไปล่างก็คือประเทศมาเลเซีย ประเทศสิงคโปร์ ออกท่าเรือได้ เพราะฉะนั้นประเทศไทยคือจุดศูนย์กลางครับ แต่ถ้าจุดศูนย์กลางเป็นจุดศูนย์กลาง ที่มีความเชื่อมโยงไม่ดีไม่มีประโยชน์ครับ เพราะฉะนั้นถ้าเราจะได้โอกาส ได้ประโยชน์ แล้วพาทั้งภูมิภาคไปด้วยกันความเชื่อมโยงต้องเข้มแข็ง เพราะฉะนั้นเราต้องทำวันนี้ครับ บางคนบอกว่ารอไปก่อนอีก ๑๐ ปีคงไม่ไหวครับ แล้วก็ไม่มีใครเขารอเราด้วยครับ ในแนวคิดเราก็ต้องมีการกำหนดจุดครับ ก็จะมีกำหนดจุดที่เรียกว่าเป็นจุดศูนย์กลาง หรือที่ภาษาอังกฤษเรียกว่าฮับ (Hub) แต่ละจังหวัดในแต่ละภูมิภาคก็จะมีจุดศูนย์กลาง เพื่อให้เรากำหนดการเชื่อมโยงได้ถูกต้อง แล้วก็มีจังหวัดชายแดน จังหวัดย่อย โครงข่าย ต้องเชื่อมโยงกันหมด เพราะฉะนั้นตัวเส้นเลือดใหญ่ต้องเชื่อมจุดศูนย์กลางก่อน แล้วก็ มีถนนรองเชื่อมจังหวัดย่อย แล้วก็มีเส้นเลือดฝอยที่ลงไปถึงประชาชนในท้องถิ่นร่าง พ.ร.บ. ตัวนี้ จะเน้นเฉพาะเส้นเลือดใหญ่ ตัวที่เป็นกระดูกสันหลัง ตัวที่เป็นของสำคัญจริง ๆ ส่วนร่าง พ.ร.บ. งบประมาณปกติจะเป็นเส้นเลือดฝอยที่ลงไปยังท้องถิ่น ถนนลาดยาง ถนนไร้ฝุ่นที่จะปรับ จากถนนที่เป็นลูกรังมาเป็นคอนกรีตหรือเป็นยางมะตอย ในแต่ละพื้นที่จะอยู่ในงบประมาณปกติ เพราะว่าตัวเส้นเลือดใหญ่เราได้ปลดมาอยู่ที่ร่าง พ.ร.บ. ตัวนี้แล้ว เพราะฉะนั้น ในรายละเอียดที่ลงเส้นเลือดฝอยก็จะอยู่ในร่าง พ.ร.บ. งบประมาณ ๒ อันรวมกันก็จะเป็น ภาพรวมที่สมบูรณ์ ตั้งแต่เส้นเลือดใหญ่ลงไปถึงพื้นที่พี่น้องประชาชนในทุกตำแหน่ง
เราเอายุทธศาสตร์ของชาติ ๔ อันมาปรับเป็นยุทธศาสตร์ของการพัฒนา โครงสร้างพื้นฐาน ก็จะมี ๓ ยุทธศาสตร์ง่าย ๆ ครับ อันแรกคือการปรับวิธีการขนส่ง ก็คือ จากรถ เป็นราง หรือเรือ อันที่ ๒ ก็คือความเชื่อมโยง เชื่อมโยงในประเทศ แล้วก็เชื่อมโยง ต่างประเทศ อันที่ ๓ คือความคล่องตัว ลดปัญหาติดขัดคอขวด เราก็จะมี ๓ ยุทธศาสตร์ ที่อยู่ในเอกสารแนบท้ายร่าง พ.ร.บ. ตัวนี้ก็จะมียุทธศาสตร์ที่ ๑ ยุทธศาสตร์ที่ ๒ ยุทธศาสตร์ที่ ๓ ผมขอลงรายละเอียดแต่ละยุทธศาสตร์เลยนะครับ
ยุทธศาสตร์ที่ ๑ ก็จะมี ๓ แผนงาน แผนงานแรกก็คือจะต้องทำทางรถไฟ ให้ดีขึ้น ก็คือต้องปรับทางรถไฟเดิมที่เป็นทางเดี่ยว ทั้งหมดมี ๔,๐๐๐ กิโลเมตร มีทางเดี่ยว ๓,๗๐๐ กิโลเมตร ปรับเป็นทางคู่มี ๑๑ โครงการทำเครื่องกั้น ปัจจุบันรถไฟชนรถตลอด เพราะไม่มีเครื่องกั้น มีทางลักผ่าน ๒,๐๐๐ แห่งทั่วประเทศ ทำเครื่องกั้นปรับปรุงอาณัติสัญญาณ ทำสะพานอุโมงค์ ๑๐๘ แห่ง ทุกจุดมีอยู่ในเอกสารประกอบการพิจารณา ทุกจุดมีรายละเอียด ครบถ้วนว่าทำที่จุดไหนบ้าง จุดที่มีปริมาณการจราจรเกิน ๑๐๐,๐๐๐ คันต่อวัน ทำจุดอุโมงค์ผ่าน ทำสะพานนะครับ เพราะรถไฟไปอย่างเดียวถ้าไม่ปรับจุดตัดก็จะมีปัญหาเรื่องความปลอดภัย
อันที่ ๒ ก็คือพัฒนาท่าเรือ เราต้องการให้ขนทางเรือมากขึ้น ก็มีท่าเรือ ๔ แห่ง ท่าเรืออ่างทอง ท่าเรือชุมพร ท่าเรือสงขลา ๒ แล้วก็ท่าเรือปากบารา แล้วก็มีการเพิ่มการขนส่ง ในแม่น้ำป่าสักโดยทำเขื่อนเพื่อให้สามารถขุดลอกโดยตลิ่งไม่พัง
อันที่ ๓ ก็คือพัฒนาการเชื่อมโยงระหว่างสาขา คือต้องมีสถานีกระจายสินค้า ๑๕ แห่ง ปัจจุบันเราไม่มีการเชื่อมโยงระหว่างรถไฟกับทางถนน ต่อไปจะต้องมาอยู่ที่จุดเดียวกัน เพื่อให้บางส่วนไปถนน บางส่วนไปรถไฟ แล้วก็จะพัฒนารถไฟอีก ๑ สาย สั้น ๆ บ้านภาชี มาที่นครหลวง ปัจจุบันท่าเรือนครหลวงเป็นท่าเรือหลักที่ขนสินค้าหนัก ๆ ลงมาที่สีชัง ที่แหลมฉบัง แต่ไม่มีรถไฟไปถึงครับ ขาดไปนิดเดียวครับไม่กี่กิโลเมตร ทำตรงนี้เชื่อมเสีย ต่อไปรถไฟ ก็จะเชื่อมน้ำ ถนนเชื่อมน้ำ ถนนเชื่อมรถไฟ ก็จะเป็นการขนส่งหลายรูปแบบอย่างสมบูรณ์
ยุทธศาสตร์ที่ ๒ อันนี้คือความเชื่อมโยงหรือที่ภาษาอังกฤษ ขออนุญาตเรียกว่า คอนเนคทิวิตีก็จะมีเชื่อมโยงใน ๒ มิติ มิติ ๑ คือเชื่อมโยงเพื่อนบ้านก็จะมีการทำด่านศุลกากร ๔๑ ด่าน เพื่ออำนวยความสะดวกสินค้าและคนข้ามแดน สร้างศูนย์เปลี่ยนถ่ายกระจายสินค้าที่เชียงของครับ อันนี้สำคัญเพราะว่าเชียงของจะเป็นเส้นนอร์ท เซาท์ คอร์ริดอร์ (North South Corridor) ที่จะผ่านเชียงของ ห้วยทราย ขึ้นไปทางคุนหมิง สะพานจะเปิดกลางปีนี้ที่จะทำให้เราเชื่อม กรุงเทพฯ-คุนหมิงได้ ทำศูนย์กระจายสินค้าที่เชียงของเพื่อรวบรวมกระจายสินค้า
แล้วก็มีพัฒนาทางหลวงเชื่อมด่าน ๑๑ แห่ง ทางหลวงเชื่อมท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เชื่อมแหลมฉบัง แล้วก็เชื่อมท่าเรือเชียงของ พัฒนาโครงข่ายเชื่อมโยงในประเทศแล้วก็ต่อภูมิภาค ก็มีรถไฟความเร็วสูง ๔ เส้นทาง เดี๋ยวกราบเรียนรายละเอียดอีกทีครับ รถไฟทางคู่เส้นใหม่ ๒ เส้นทางไปทางเหนือกับทางอีสานกลาง แล้วก็มีทางหลวงมอเตอร์เวย์ (Motorway) ๓ โครงการ อันนี้เพิ่มความเชื่อมโยงในประเทศแล้วก็ต่อเพื่อนบ้าน
ยุทธศาสตร์ที่ ๓ เป็นเรื่องการสร้างความสะดวกในการเดินทาง จะมี ๒ แผนงาน อันแรกเน้นในกรุงเทพฯ เป็นหลัก คือพัฒนาระบบรถไฟฟ้า ๑๐ สาย ก็เพิ่มเติมจำนวนเส้นทาง เพื่อให้ประชาชนมีทางเลือก ลดการใช้รถยนต์แล้วก็มาใช้ขนส่งมวลชนให้มากขึ้น ลดปัญหา การจราจรติดขัด แก้ปัญหามลพิษ
อันที่ ๒ ก็เป็นการเชื่อมโยงพื้นที่เศรษฐกิจ อันนี้สำคัญ เพราะว่าทางหลวง ๔ เลน ที่เรามีไว้ตั้งแต่ปี ๒๕๓๘ ทำไม่เสร็จครับ ขาดอีก ๑,๖๐๐ กิโลเมตร เติมเต็มให้หมดครับ เพื่อให้การขนส่งไม่มีคอขวด ๔ เลนเดิมที่สร้างตั้งแต่ปี ๒๕๓๕ หลายเส้นไปทางภาคเหนือ ภาคอีสาน ลงภาคใต้ สภาพทรุดโทรมหมด ซ่อมใหม่ ๒๓๕ จุดครับ ซ่อมเพื่อให้ไม่เกิดคอขวด ไม่เกิดปัญหา แล้วก็จะมีการสร้างทางเลียบชายฝั่งตะวันตกก็เป็นรอยัล โคสต์ (Royal coast) เพื่อการท่องเที่ยว จังหวัดเพชรบุรีลงมาจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ลงไปด้านล่าง ๓๐๐ กว่ากิโลเมตร อันนี้คือยุทธศาสตร์ทั้ง ๓ ก็จะมีการแบ่งงบประมาณตามรูปแบบ ส่วนใหญ่เราจะลงไปที่ ยุทธศาสตร์ที่ ๒ เยอะเพราะเป็นตัวเชื่อมโยง
ทีนี้ถ้าเกิดพูดรายยุทธศาสตร์อาจจะฟังแล้วไม่ค่อยเห็นภาพ ถ้าเผื่อเราแยก เป็นรายสาขาจะดูง่ายขึ้น ขอสไลด์ (Slide) ต่อไปเลย ถ้าเกิดเราเอาจากยุทธศาสตร์มาจัดกลุ่มใหม่ เป็นราง รางเราจะลงเยอะครับ ลงประมาณ ๘๒ เปอร์เซ็นต์ ก็เพื่อสนับสนุนการเชื่อมโยง การลดต้นทุน ถนนก็ยังจำเป็นอยู่ประมาณ ๑๔ เปอร์เซ็นต์ ทางเรือประมาณ ๑ เปอร์เซ็นต์ กว่า ๆ แต่ทางเรือที่ว่าไม่ต้องลงทุนมาก เพราะว่าเส้นทางเป็นเส้นทางธรรมชาติเราไม่ต้อง พัฒนาเส้นทาง เราใช้เส้นทางน้ำมีขุดลอกบ้าง เราพัฒนาเฉพาะตัวท่าต้นทางปลายทาง แล้วก็ มีทำด่านศุลกากร ๔๑ แห่ง ฉะนั้นโครงการที่สำคัญ ผมขออนุญาตกราบเรียนรายละเอียด เพื่อท่านสมาชิกจะได้เข้าใจว่าตัว ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทจะลงไปที่ไหนบ้าง
อันแรกก็เป็นที่เราพูดกันเยอะครับ รถไฟฟ้าความเร็วสูงแล้วก็รถไฟทางคู่ รูปนี้เห็นแล้วก็น่ากลัวครับ มันคือจำนวนผู้โดยสารรถไฟต่อปี แกนนอนเป็นปีครับ แกนตั้ง คือจำนวนผู้โดยสาร ในปี ๒๕๓๓ เรามีคนใช้รถไฟ ๘๕ ล้านคนต่อปี แต่พอไล่มาถึงปี ๒๕๕๔ เหลือ ๔๕ ล้านคน มันควรจะกลับทางกัน แต่ประเทศไทยคือเราลดลงเรื่อย ๆ เพราะว่า เราละเลยรถไฟมานาน รถไฟควรจะเป็นเส้นเลือดใหญ่ให้พี่น้องประชาชน แต่เรากลับไม่ได้ลงทุนเลย รถไฟเรามี ๔,๐๐๐ กิโลเมตร มีทางรางคู่ทางอีสานอยู่แค่ ๓๐๐ กิโลเมตร ที่เหลือเป็นทางเดี่ยวครับ นี่ครับสภาพรถไฟปกติเป็นเรื่องที่ผมว่าพี่น้องประชาชนชินครับ ก็คือว่าอุบัติเหตุตกราง สภาพรางไม่ดี รอหลีกรถไฟช้า ส่วนสำคัญมาจากการที่เราละเลยไม่ได้ลงโครงสร้างพื้นฐาน มาเป็นระยะเวลานานแต่เราพลิกโฉมได้ครับ ผมเชื่อครับ คนรถไฟมีศักยภาพเราลงไปสัมผัส ด้วยตัวเองมาหลายครั้ง ถ้าเราลงทุนที่เหมาะสมผมเชื่อว่าไปได้ ทีนี้ต้องทำความเข้าใจนิดหนึ่ง ระหว่างรถไฟความเร็วสูงกับรถไฟทางคู่ รถไฟทางคู่คือรถไฟที่มีขนาดราง ๑ เมตร ซึ่งรถไฟ ที่เรามีอยู่นี้ที่มีเป็นทางเดี่ยว ๔,๐๐๐ กิโลเมตร เราเอามาเพิ่มให้เป็น ๒ ทางรถมันจะได้ สวนกันได้ไม่ต้องรอหลีกเพิ่มความเร็วได้ ถามว่าทำไมใช้มีเตอร์เกจ (Metre gauge) ก็ต้อง เรียนว่ามีเตอร์เกจเป็นรางปกติเป็นรางประเภทหนึ่งในโลกยังใช้อยู่ทั่วโลก ๒๐ เปอร์เซ็นต์ ของทางรถไฟในโลกเป็นมีเตอร์เกจ ที่สำคัญเพื่อนบ้านเราทั้งหมดเป็นมีเตอร์เกจ สปป. ลาว ประเทศกัมพูชา ประเทศเวียดนาม ประเทศเมียนมาร์ ประเทศมาเลเซีย ประเทศสิงคโปร์ เป็นมีเตอร์เกจครับ ขนาดความกว้าง ๑ เมตร เพราะฉะนั้นอันนี้เราจะทำนุบำรุงรางเดิมแล้ว ก็เพิ่มให้เป็นทางคู่อันนี้ทั่วประเทศ ส่วนรถไฟความเร็วสูงนี้มันจะวิ่งด้วยความเร็วสูงคือ ๒๕๐ กิโลเมตรขึ้นไปต้องวางรางใหม่เป็นรางที่มีความกว้างขึ้น เรียกว่าสแตนดาร์ดเกจ (Standard gauge) ความกว้างประมาณ ๑.๔๓๕ เมตร เราก็จะวางทางอยู่ในเขตทางเดิมนี้ แล้วในทางรถไฟที่มีความกว้าง ๘๐ เมตรก็จะมีทางคู่ ๒ เส้น ๑ เมตร แล้วทางรถไฟความเร็วสูง ๒ เส้น ๑.๔๓๕ เมตรวิ่งไปในแนวทางเดียวกัน แต่รถไฟความเร็วสูงวิ่งเร็ว ๒๕๐ กิโลเมตร อาจจะถึง ๔๐๐ กิโลเมตรต่อชั่วโมงในบางประเทศ เป้าหมายหลักของรถไฟความเร็วสูง คือผู้โดยสารที่ต้องการความเร็ว กรุงเทพฯ-เชียงใหม่ ๓ ชั่วโมงนิด ๆ นักท่องเที่ยวหรือเป็น สินค้าที่มีมูลค่าสูง เช่น ผลไม้ราคาแพงจากจังหวัดเชียงใหม่อยากจะส่งมาขายกรุงเทพฯ ก็สามารถส่งมาทางรถไฟความเร็วสูงได้ ๓ ชั่วโมงกว่า ๆ ก็ยังสดอยู่ หรือสินค้าอุตสาหกรรม ตามเส้นทางฮาร์ด ไดรฟ์ (Hard drive) สินค้าอิเล็กทรอนิกส์ ที่จังหวัดลำพูนมีมูลค่าขนส่ง ทางรถไฟความเร็วสูงได้ ส่วนรถไฟทางคู่ก็จะเป็นทางเลือกของสินค้าหนัก สินค้าที่มีน้ำหนัก เช่น ข้าว ยางพารา น้ำตาล หรือผู้โดยสารที่ไม่ต้องการความเร็วมาก เป็นการเชื่อมระหว่าง อำเภอกับอำเภอ แล้วก็เป็นตัวที่นำผู้โดยสารมาให้รถไฟความเร็วสูงครับ เพราะรถไฟความเร็วสูงนี้ จะจอดห่างกันครับ สถานีต้อง ๑๐๐ กิโลเมตรขึ้นไปมันก็เป็น ๒ ระบบ ซึ่งประกอบกันได้ มีภาพรวมที่สมบูรณ์ แล้วก็จะไม่เกิดความขัดแย้งด้านความเร็วต่อกัน จะเหมือนในประเทศญี่ปุ่น เลยครับ ประเทศญี่ปุ่นก็จะมีราง ๑ เมตร บวกกับรถไฟชินคันเซ็น แต่ต้องเรียนว่าแนวคิด ของเราคือว่ารถไฟความเร็วสูงมันไม่ใช่แค่เอารถไฟไปวิ่งครับ มันคืออนาคตเลยครับ เป็นตัวที่กระจายความเจริญจากกรุงเทพมหานครออกไป จะมีโอกาสเกิดขึ้น จะมีเมืองใหม่ ๆ เกิดขึ้นตามเส้นทาง สินค้าราคาสูงสามารถนำมาขึ้นรถไฟความเร็วสูง มีเมืองใหม่ มีนิคมอุตสาหกรรมใหม่ มีมหาวิทยาลัยใหม่ ๆ เกิดตามเส้นทาง โอกาสจะกระจายไปยังพื้นที่ ต่าง ๆ ผมว่าอันนี้คือตัวสำคัญ รถไฟความเร็วนี้อย่างน้อยที่เราใช้ ๒๕๐ กิโลเมตรต่อชั่วโมง ๑ คัน รับได้ ๑,๐๐๐ คน เท่ากับรถบัส ๒๕ คัน แต่ว่าอันนี้ไปกลับได้เร็วกว่า เพราะฉะนั้น ถ้าไปจังหวัดเชียงใหม่วิ่งไปกลับได้อีกเที่ยวหนึ่งนี่รถบัสจะไปแค่ครึ่งทางเองครับ อันนี้ความจุ ผมว่าเท่ากับรถบัสอาจจะ ๕๐ คัน หรือ ๗๕ คันเลยด้วยซ้ำ เท่ากับเครื่องบินแอร์บัสเอ ๓๘๐ ๒ ลำ เครื่องบินโบอิ้ง ๗๓๗ ๕ ลำ เพราะฉะนั้นถ้าเราวางรากฐานตรงนี้ไว้มันก็จะเป็นตัวสำคัญ ที่จะนำความเจริญ นำโอกาสไปสู่ภูมิภาค นี่ครับจะไปเชื่อมแหล่งวัตถุดิบ เชื่อมเขตอุตสาหกรรมใหม่ เชื่อมเมืองใหม่ด้วยรถไฟความเร็วสูง สินค้าก็ได้เป็นเหมือนเครื่องบินเลย ใส่เป็นตู้มา แล้วก็เลื่อนเข้า สินค้ามูลค่าสูงก็ใช้ขนทางรถไฟความเร็วสูงได้มีอยู่ที่ในทวีปยุโรปแล้วที่เรียกว่า เป็นคาร์เรกซ์ (Carrex) แนวทางนี้คืออนาคตที่มองไว้เครือข่ายเต็มประเทศ แต่ในร่าง พ.ร.บ. นี้ เราจะเน้น ๔ เส้นทางก่อน ก็คือกรุงเทพฯ-เชียงใหม่ กรุงเทพฯ-หนองคาย กรุงเทพฯ-ระยอง และกรุงเทพฯ-ปาดังเบซาร์ โดยทั้ง ๔ เส้นทางนี้จะมีการศึกษารายละเอียดทำอีไอเอ (EIA) เส้นทาง แต่ในการลงทุนก่อสร้างในระยะแรกนี่ตามกรอบเวลากับกรอบงบประมาณก็ต้องเรียนนะครับว่า อย่างน้อยกรุงเทพฯ-เชียงใหม่ กรุงเทพฯ-โคราช กรุงเทพฯ-ระยอง และกรุงเทพฯ-หัวหิน จะอยู่ในงบก่อสร้าง ส่วนระยะต่อไปก็ขึ้นกับสภาพว่าเราจะเอาฟันดิง (Funding) จากไหน อาจจะมีการร่วมทุน มีรายได้ตรงไหนมาก็เป็นเรื่องของอนาคต แต่ว่าในกรอบเวลากับเรื่องของงบประมาณที่เรา จัดสรรระยะแรกก็จะเป็นที่ได้กล่าวไปครับ แต่นโยบายคือต้องเชื่อมจังหวัดหนองคาย เชื่อมปาดังเบซาร์เพราะว่ามันจะต่อไปถึง สปป. ลาว แล้วก็ถึงประเทศมาเลเซียได้นะครับ
นี่ครับความเร็วกรุงเทพฯ-เชียงใหม่ ถ้าเป็นขบวนด่วนหยุดน้อยหน่อย ก็สัก ๒ ชั่วโมง ๕๐ นาที กรุงเทพฯ-หนองคาย ๒ ชั่วโมงครึ่ง กรุงเทพฯ-โคราช ชั่วโมงนิด ๆ ต่อไป ก็ซื้อบ้านอยู่โคราชแล้วก็เข้ามาทำงานกรุงเทพฯ เย็นก็นั่งรถไฟกลับบ้าน มันจะเป็นการกระจายโอกาส ลดความแออัด มีคนถามว่าทำไมไม่รอให้เมืองมันโตก่อนแล้วค่อยทำ รถไฟเป็นตัวนำเมือง ถามว่า ทำไมเมืองในประเทศไทยไม่โตเหมือนกรุงเทพฯ ส่วนหนึ่งก็เพราะการเดินทางไม่สะดวก เพราะฉะนั้นทำให้ทุกอย่างกระจุกอยู่ที่รอบ แต่ถ้ามันกระจายสะดวกมันจะกระจายออก เหมือนในต่างประเทศพอเย็นก็นั่งรถไฟออกไปอยู่ชานเมือง มีบ้าน มีพื้นที่ มีสวนสาธารณะ โอกาสกระจายออกไปครับ
เรื่องมลภาวะก็ดีมากเพราะว่าใช้ระบบไฟฟ้านะครับ เทียบกันแล้วก็น้อยกว่า รถยนต์เกือบ ๓ เท่า การปล่อยก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์น้อยกว่าเครื่องบินประมาณ ๕ เท่า การใช้พลังงานไฟฟ้าน้อย จากกรุงเทพฯ-เชียงใหม่ ๑ คนใช้ไฟประมาณ ๑๕ หน่วย หรือว่า ประมาณ ๕๐ กว่าบาท เพราะว่ามันใช้ระบบที่มีประสิทธิภาพใช้มอเตอร์ที่มีประสิทธิภาพ
อันนี้คือทางเดี่ยวหรือทางคู่ ทางเดี่ยวทางซ้าย อนาคตทางคู่ เรามีแผนอยู่แล้วครับ ๓ ระยะ ๑๕ ปี เพราะฉะนั้นเราจะเลือกตัวสำคัญ ๆ มาทำให้เสร็จภายใน ๖ ปี เพราะฉะนั้น ทางคู่แทนที่จะรอ ๑๕ ปีกว่าจะเสร็จ เราก็ลุยเลยครับเพราะถือว่าเป็นตัวสำคัญ ในระยะ ๑ ระยะ ๒ นี่ทำเกือบครบทั้งหมด แล้วมีระยะ ๓ ที่สำคัญเพิ่มมา อันนี้ก็อยู่ในแผนที่อยู่ใน เอกสารประกอบการพิจารณาครับ
รถไฟใหม่ ๓ เส้นทาง ก็จะมีอำเภอเด่นชัย จังหวัดแพร่ จังหวัดพะเยา จังหวัดเชียงราย อำเภอเชียงของ ต่อไปที่ สปป. ลาว ที่เมืองห้วยทราย เส้นอีสานกลางคือ อำเภอบ้านไผ่ จังหวัดมหาสารคาม จังหวัดร้อยเอ็ด จังหวัดมุกดาหาร เชื่อม สปป. ลาว ที่สะหวันนะเขตไปจังหวัดนครพนม เชื่อม สปป. ลาวที่ท่าแขก อันนี้ก็จะมีการเชื่อมโยงด้วย รถไฟขนาด ๑ เมตร แล้วก็มีชุมทางบ้านภาชี-นครหลวง เพื่อเชื่อมท่าเรือ
รถไฟฟ้าขนส่งมวลชน นี่เราคงเจอทุกวัน แล้วพี่น้องประชาชนไม่มีทางเลือก เพราะว่าเราไม่มีระบบขนส่งมวลชนที่ดี ปัจจุบันความเร็วเฉลี่ยในกรุงเทพฯ ผมว่า ๖ กิโลเมตร ต่อชั่วโมง แถว ๆ นี้ ๖ กิโลเมตร ออกไปสัก ๑๕ กิโลเมตร รถไฟฟ้าประมาณ ๔๐ กิโลเมตร ต่อชั่วโมงครับ เพราะฉะนั้นแนวคิดเราพัฒนารถไฟฟ้าเป็นกากบาทเหนือ ใต้ แล้วก็มีตัวเสริม ด้านใน แล้วเมืองก็จะเป็นจุดตามสถานีรถไฟฟ้า ปัจจุบันมี ๘๐ กิโลเมตรที่วิ่งอยู่ ใช้เวลา ๑๐ ปี ๘๐ กิโลเมตร ก่อสร้างอยู่อีก ๑๐๐ กิโลเมตร อนาคตที่เราวางแผนไว้ระยะยาวก็จะมี ทั้งหมด ๔๖๔ กิโลเมตร แต่ว่านั่นก็คือมีระยะ ๑ ระยะ ๒ ต่อไป ที่จะทำในร่าง พ.ร.บ. นี้ ก็เป็นโครงการที่อยู่ในท่อที่บางส่วนเตรียมพร้อมจะประมูลแล้วครับ อาจจะประมูลปลายปีนี้ ต้นปีหน้า ก็จะมีตามรายละเอียดที่อยู่ในเอกสารประกอบการพิจารณา ก็มีชัดเจนว่าทำอะไร ไม่มีที่บอกว่าไม่มีรายละเอียด มีทุกเส้นทางที่อยู่
อันนี้อนาคตศูนย์กลางกรุงเทพฯ บางซื่อครับ ที่เป็นศูนย์กลางรถไฟความเร็วสูง รถไฟชานเมือง รถไฟใต้ดิน ก็จะเป็นศูนย์กลางใหม่แทนหัวลำโพง
โครงข่ายถนน เราก็จะมีโครงข่ายถนนที่ทำหลายอัน ขยายถนน ๔ ช่องจราจร ๔๕ โครงการ เพื่อให้ระยะ ๒ นี้เต็ม โครงการ ๑,๘๖๔ กิโลเมตร บูรณะถนนหลัก ๒๓๕ โครงการ ๒,๑๖๒ กิโลเมตร ทางหลวงพิเศษ ๓ เส้นทาง ๓๒๖ กิโลเมตร ที่ทำเสร็จสมบูรณ์คือ กรุงเทพฯ-โคราช มีทั้งเวนคืน ทั้งก่อสร้าง บางใหญ่ บ้านโป่ง เมืองกาญจน์ เตรียมเฉพาะ ค่าเวนคืนไว้ เพราะอาจจะให้มาพีพีพี (PPP) สำหรับโครงการนี้ ส่วนพัทยา มาบตาพุด เตรียมค่าเวนคืนให้ ส่วนค่าก่อสร้างใช้เงินของทางหลวงกองทุนที่เก็บได้จากค่าผ่านทาง มีการก่อสร้างทางหลวงสุวรรณภูมิ แหลมฉบัง เชียงแสน สนับสนุนพื้นที่ด่าน แล้วก็มีการทำ ถนนริมอ่าวภาคใต้เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว
ทางน้ำก็มีจังหวัดอ่างทอง แม่น้ำป่าสัก ท่าเรือชุมพร ท่าเรือสงขลาแห่งที่ ๒ ท่าเรือปากบารา แต่ทั้งหมดนี้ก็ต้องผ่านกระบวนการอีไอเอ เอชไอเอ (HIA) ตามขั้นตอนทุก อย่าง แล้วก็ส่งเข้าสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ กระทรวงการคลัง สำนักงบประมาณ แล้ว ครม. อนุมัติเป็นรายโครงการ นี่ผมจะสรุปเป็นรายภาค คือต้องเรียนว่าการพัฒนาโครงการโครงสร้างพื้นฐานนี่เราดูประโยชน์ ของประเทศชาติเป็นหลักไม่มีการเลือกพื้นที่ เพราะฉะนั้นมันจะเป็นตามแผนที่มีการพัฒนามานาน เพราะอย่างภาคอีสานก็จะมีทั้งรถไฟทางคู่ รถไฟความเร็วสูง รถไฟสายใหม่ สีน้ำเงินทึบ ๆ คือถนน ๔ เลนใหม่ แล้วก็จะมีด่านที่เห็นเป็นกลม ๆ คือจุดที่เชื่อมต่อกับประเทศเพื่อนบ้าน แล้วก็มีจุดเชื่อมต่อครบถ้วนนะครับ อันนี้ภาคอีสานก็จะมีรายละเอียดอยู่ซึ่งอยู่ในเอกสาร ประกอบการพิจารณา ภาคเหนือก็มีรถไฟทางคู่ รถไฟความเร็วสูง รถไฟสายใหม่ ด่านเชียงของ ด่านที่จังหวัดตาก อำเภอแม่สอดมีทำสะพานแห่งใหม่ ทำถนน ๔ เลนเชื่อม มีการปรับปรุง ถนนที่มีสภาพเสียหายสาย ๑ ที่ไปทางภาคเหนือบูรณะทั้งหมดนะครับ ต่อครับ ภาคกลาง ก็มีรถไฟความเร็วสูงออกไปเลย ๔ ทิศทาง รถไฟทางคู่ ปรับแหลมฉบัง ปรับท่าเรือ แล้วก็ ปรับสุวรรณภูมินะครับ ทางเข้าสุวรรณภูมิ ภาคใต้ก็มีรถไฟทางคู่วิ่งมาแล้วก็รถไฟความเร็วสูง มีการทำการศึกษาถึงปาดังเบซาร์ มีปรับปรุงด่านด้านล่าง มีถนน ๔ เลน มีถนนเลียบอ่าวไทย ภาคตะวันออกก็จะมีถนน ๔ เลนเชื่อมจังหวัดสระแก้วมาจังหวัดจันทบุรี ปรับปรุงตัวถนน ที่มีความเสียหายแล้วก็ปรับปรุงถนนรอบแหลมฉบัง
รถไฟกรุงเทพฯ ก็อย่างที่กราบเรียนไปแล้ว รถไฟที่อยู่ในเอกสารประกอบ การพิจารณานะครับ ถามว่าทำแล้วได้อะไร เราคาดการณ์ว่าต้นทุนโลจิสติกส์กับจีดีพีลดลง ๒ เปอร์เซ็นต์ จาก ๑๕.๒ เปอร์เซ็นต์ เหลือ ๑๓.๒ เปอร์เซ็นต์ คิดเป็นตัวเลขคร่าว ๆ ก็ประมาณปีละ ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท สัดส่วนผู้เดินทางต่างจังหวัดแต่เดิมรถส่วนบุคคล ๕๙ เปอร์เซ็นต์ จะลดเหลือ ๔๐ เปอร์เซ็นต์ ใช้รถไฟมากขึ้น ความเร็วเฉลี่ยรถขนส่งสินค้าแต่เดิม ๓๙ กิโลเมตร ต่อชั่วโมง เพิ่มเป็น ๖๐ กิโลเมตรต่อชั่วโมง รถโดยสาร ๖๐ กิโลเมตรต่อชั่วโมง เพิ่มเป็น ๑๐๐ กิโลเมตรต่อชั่วโมง การขนสินค้าทางรางเราค่อย ๆ เพิ่ม ๒ เท่าก่อน จาก ๒.๕ เปอร์เซ็นต์ เป็น ๕ เปอร์เซ็นต์ ทางน้ำจาก ๑๕ เปอร์เซ็นต์ เป็น ๑๙ เปอร์เซ็นต์ ลดการสูญเสียน้ำมันเชื้อเพลิง ปีละ ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท การเดินทางรถไฟฟ้าในกรุงเทพฯ แต่เดิมใช้อยู่ประมาณ ๕ เปอร์เซ็นต์ต่อวัน ของคนทั้งหมด รถเมล์ รถส่วนตัวจะเพิ่มเป็น ๓๐ เปอร์เซ็นต์ เพิ่มสินค้าด่านชายแดน อย่างน้อย ๕ เปอร์เซ็นต์โดยเฉลี่ย รถไฟเมื่อสักครู่ ๔๕ ล้านคนต่อปี อย่างน้อยต้องเพิ่มเป็น ๗๕ ล้านคนต่อปี พี่น้องช่วงสงกรานต์ก็ไม่ต้องมา บขส. แล้ว ขึ้นรถไฟสะดวกกว่าเร็วไม่ต้องรถติด การเดินทางในรัศมี ๓๐๐ กิโลเมตรจากกรุงเทพมหานครด้วยรถไฟความเร็วสูงต้องไม่เกิน ๑ ชั่วโมงครึ่ง ปัจจุบันเราใช้เวลาอย่างน้อย ๓ ชั่วโมง อันนี้คือผลด้านขนส่ง แต่ผลอย่างอื่นมันมีอีกมากมาย มหาศาลครับ ความเชื่อมั่นของนักลงทุน การสร้างมูลค่าเพิ่มด้านอื่น ๆ การสร้างเมืองใหม่ ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น มีการกระจายโอกาสออก ลดมลภาวะ ลดอุบัติเหตุ การเชื่อมโยงกับเพื่อนบ้านและการพาภูมิภาคนี้ก้าวไปข้างหน้าด้วยกัน ถามว่าที่ผ่านมา มีคนคิดโครงการพวกนี้ไหม ต้องกราบเรียนว่าคิดมาหมดแล้วครับ โครงการพวกนี้ คิดมาหมดแล้วครับ ทางคู่ ครม. อนุมัติ ปี ๒๕๓๖ ก่อสร้างทางคู่ ๒,๗๔๔ กิโลเมตร วงเงินสมัยโน้น ๗๖,๐๐๐ ล้านบาท ปัจจุบันทำไป ๓๐๐ กิโลเมตร และปัจจุบันมูลค่าก่อสร้างก็ไม่ใช่ ๗๖,๐๐๐ ล้านบาทแล้วครับ มันก็เพิ่มไปไม่รู้กี่เท่า เพราะว่าสมัยนั้นไม่ได้ลงมือทำ อนุมัติ แต่ไม่ได้มีงบประมาณให้อันนี้คือปัญหา อนุมัติได้ แต่ว่าอนุมัติแล้วไม่รู้จะเอาเงินจากไหนมาทำ ไปเจียดงบประมาณก็ไปเจียดไม่ได้เพราะมันมีตัวอื่นที่ยืนขวางอยู่ รถไฟความเร็วสูงครับ ครม. วันที่ ๓๐ สิงหาคม ๒๕๓๗ ริเริ่มความเร็วสูง กรุงเทพฯ หนองงูเห่า ระยอง ก็ไม่ไปไหน รถไฟฟ้า ปี ๒๕๔๗ อนุมัติ ๗ เส้นทาง ๒๙๑ กิโลเมตร ประมาณ ๑๐ ปีผ่านไปเปิดไป ๘๐ กิโลเมตร อันนี้ก็ถือว่าดีหน่อยครับ แล้วก็ก่อสร้างอยู่ ๑๐๙ กิโลเมตร ๔ ช่องจราจร ระยะที่ ๒ อนุมัติเมื่อปี ๒๕๓๘ เกือบ ๒๐ ปีแล้วครับ ระยะทางทั้งหมด ๗,๓๐๐ กิโลเมตร ปัจจุบันก็ยังขาดอยู่ ๑,๖๐๐ กิโลเมตร อันนี้คือสิ่งที่เราคิด เราอนุมัติแต่เราไม่ได้ทำ มอเตอร์เวย์ ทางด่วน ๕ สาย ๕ เส้นทาง ๗๐๕ กิโลเมตร อนุมัติเมื่อปี ๒๕๔๐ ทำไปจริง ๆ แค่ ๒ เส้นทาง ๑๔๖ กิโลเมตร เพราะฉะนั้นหน้าที่เราวันนี้คือต้องร่วมกันผลักดันความฝัน ความต้องการของประเทศชาติ ให้เป็นจริง ผมว่าเรื่องนี้ต้องกราบเรียนว่าไม่ใช่เป็นประเด็นทางการเมือง ผมต้องกราบเรียน ในส่วนตัว มันคือเรื่องความต้องการของประเทศชาติครับ มันง่ายมากที่จะไม่ทำอะไร ๒ ปี ง่ายครับ ทำสิเหนื่อยสุด ๆ ยืนยันครับ แต่ผมคิดว่ามันถึงเวลาแล้วที่เราต้องทำ ก็มีแผนอยู่ใน เอกสารประกอบการพิจารณาว่าจะทำโครงการไหน ปีไหน มันมีตัวบาร์ชาร์ท (Bar chart) อยู่ ผมทอนมาอันไหนที่เริ่มได้ปีนี้ปีหน้าก็เริ่มเลยครับ เพราะว่าบางโครงการที่มันมีการศึกษา อีไอเอแล้ว เอชไอเอแล้ว ผ่านได้ก็เอาเข้า ครม. อนุมัติได้เลย เพราะฉะนั้นตามท่อนี่เราทำไปเลย ถ้าร่าง พ.ร.บ. อันนี้ผ่านนะครับ ก็คิดว่าเราสามารถดำเนินการได้ เราก็มีแผนปี ๒๕๕๖ ปี ๒๕๕๗ มีโครงการชัดเจนอยู่ในเอกสารประกอบการพิจารณา ก็ต้องเรียนว่ามีรายละเอียด เพราะว่ามันไม่ใช่โครงการเพิ่งมาคิดกันเมื่อเดือนที่แล้ว มันคิดกันมาหลายปี มันอยู่ใน กระทรวงคมนาคมมานาน ทุกคนอยากทำแต่ไม่มีงบประมาณ ไม่มีทรัพยากรที่จะไปทำ ปี ๒๕๕๘ มีไปถึงปี ๒๕๕๙ คือแผนมีชัดเจนว่าทำอะไร ที่ไหน อย่างไร เมื่อไร ทีนี้จากที่เรา จัดนิทรรศการมา ประชาชนที่มาฟังเรา ๙๐ เปอร์เซ็นต์เห็นด้วยกับโครงการ เห็นด้วยว่าต้องลงทุน ประชาชนเขาเองก็เหนื่อยเต็มทนแล้ว แต่ส่วนใหญ่ก็จะกังวลเรื่องความโปร่งใส ก็ต้องกราบเรียนว่า เราก็กังวลไม่แพ้กันเรื่องความโปร่งใส เพราะต่อให้โครงการดีขนาดไหนถ้ามีเครื่องหมายคำถาม เรื่องความโปร่งใสเราก็ไปไม่ได้ เพราะฉะนั้นก็มีการปรับปรุง ที่ผ่านมาผมว่ามีหลายกระบวนการ ครม. เองก็มีมติ ครม. เมื่อวันที่ ๑๒ กุมภาพันธ์ ปี ๒๕๕๖ นี่ครับ ปรับปรุงหลักเกณฑ์แนวทาง การปฏิบัติในการเปิดเผยราคากลาง ป.ป.ช. เองก็มีประกาศซึ่งจะมีผลบังคับใช้ในเดือนเมษายน ปี ๒๕๕๖ นี้ เรื่องการแสดงบัญชีรายรับรายจ่ายของนิติบุคคลที่เป็นคู่สัญญากับทางภาครัฐ อันนี้ก็เข้มข้นจะเอาเงินไปใช้ที่ไหนต้องแสดงหมด กระทรวงคมนาคมเองได้มีการจัดตั้ง ศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านการทุจริตของกระทรวงคมนาคมตามนโยบายของ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี ซึ่งมีมติ ครม. เมื่อวันที่ ๒๔ กรกฎาคม ๒๕๕๕ ครับ แล้วกระทรวงคมนาคมก็มีการเอาระบบ ไอที (IT) สารสนเทศมาใช้ ต่อไปโครงการทั้งหมดต้องมีพิกัดจีพีอาร์เอส (GPRS) ขึ้นเว็บไซต์ (Web site) ความคืบหน้าต้องมาแสดงทุกเดือน ประชาชนในพื้นที่ร่วมกันตรวจสอบนะครับ เรามีการพัฒนาความร่วมมือกับภาคเอกชนในหลายภาคส่วนในการต่อต้านการทุจริต คอร์รัปชันในรูปแบบของคณะทำงาน ผู้สังเกตการณ์ หรือการมีส่วนร่วมของประชาชน เพราะฉะนั้นผมคิดว่าเราอย่าไปกลัวครับ ต้องมาร่วมกันเรื่องทุจริตคอร์รัปชันต้องมาช่วยกัน ตรวจสอบ ถ้าเรากลัวแล้วบอกว่าไม่ต้องทำอะไรเลยเพราะเดี๋ยวจะโกง มันไปไม่ได้ครับ ถ้าพวกเรากังวลเรื่องทุจริตคอร์รัปชันมีวิธีการมาช่วยกันตรวจสอบ มาช่วยกันเสนอแนะวิธี ที่สร้างสรรค์ เราพร้อมยินดีรับฟังครับ เราอยากให้ทุกอย่างก้าวเดินไปด้วยดีครับ ไม่มีใคร อยากโดนข้อหาเรื่องอื่นครับ ผมเชื่อครับ แต่ว่าถ้ามีอะไรมาคุยกัน เสนอแนะวิธีการ เรายินดี รับฟังทุกภาคส่วน ภาคประชาชนเป็นตัวสำคัญครับ แล้วพี่น้องประชาชนทุกคนก็เป็นห่วงเรื่องนี้ ทางรัฐบาล ทางกระทรวงคมนาคมเองก็เป็นห่วง และเรารับฟังทุกอย่างครับ ผมก็คงมีเรื่อง จะกราบเรียนในเบื้องต้นเท่านี้ครับ แล้วก็คงอยู่ด้วยกันอีก ๒ วันครับ แล้วเดี๋ยวมีอะไร ก็คงจะต้องขออนุญาตชี้แจงเพิ่มเติม ขอบพระคุณครับ
เชิญท่านผู้นำฝ่ายค้าน ในสภาผู้แทนราษฎรครับ เชิญครับ
ท่านประธาน ที่เคารพ กระผม นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ได้มีมติชัดเจนครับท่านประธาน ไม่รับหลักการร่างพระราชบัญญัติให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ด้านคมนาคมขนส่งของประเทศ พ.ศ. .... ผมเริ่มต้นอย่างนี้หลายคนอาจจะแปลกใจ เพราะว่า ประมาณ ๑ ชั่วโมงที่ผ่านมา หรือ ๔๐ กว่านาทีที่ผ่านมาโดยเฉพาะในส่วนที่ท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงคมนาคมได้ชี้แจงต่อสภา ใครฟังก็ต้องบอกว่าเป็นเรื่องที่ดี และกระผมก็เห็นด้วยว่าการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน เป็นความต้องการของประเทศชาติและของประชาชน และที่สำคัญก็คือพรรคประชาธิปัตย์ ก็สนับสนุนการลงทุนเหล่านี้ และไม่เพียงแต่พูดวันนี้กระผมจะได้อธิบายและชี้ให้เห็นว่าเราได้ ทำสิ่งเหล่านี้มาโดยตลอดด้วย แต่สิ่งที่ผมอยากจะกราบเรียนเป็นประเด็นแรกก็คือว่ากฎหมาย ฉบับนี้ไม่ใช่กฎหมายที่เรากำลังจะมาบอกว่าจะให้มีสิ่งเหล่านี้ หรือจะลงทุนในโครงสร้าง พื้นฐานเหล่านี้หรือไม่ ไม่ใช่ครับ ผมและพรรคประชาธิปัตย์ยืนยันว่าสิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นได้ โดยไม่ต้องมีกฎหมายฉบับนี้ และกฎหมายฉบับนี้ถ้าท่านประธานจะสังเกตเป็นกฎหมาย ที่ความจริงแล้วก็เป็นเรื่องของกระทรวงการคลัง แต่ว่าส่วนใหญ่ของการชี้แจงไปเมื่อสักครู่ เป็นเรื่องของกระทรวงคมนาคม ผมจึงอยากให้สังคมและพี่น้องประชาชนเข้าใจให้ถูกต้องว่า เราไม่ได้มาถกเถียงว่าเราอยากจะมีรถไฟรางคู่ รถไฟความเร็วสูงหรือไม่ เราอยากจะมี มอเตอร์เวย์หรือไม่ แต่สิ่งที่เรากำลังจะพิจารณาในวันนี้ก็คือเราจะอนุญาตให้กระทรวงการคลัง ไปกู้เงินเป็นกรณีพิเศษ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งเป็นการกู้เงินก้อนใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ และกระทรวงการคลังเองก็บอกว่าจะใช้เวลา ๕๐ ปีในการที่จะใช้หนี้คืน กระผมกราบเรียน อย่างนี้เพื่อเราจะได้เข้าใจครับว่าการตัดสินใจในวันนี้เราตัดสินใจเรื่องอะไร แต่ก่อนที่ผมจะ ลงไปในเหตุผลและรายละเอียดต่าง ๆ กระผมก็ขอแสดงความเป็นห่วงต่อมุมมองในเรื่องของ ยุทธศาสตร์ของการพัฒนาประเทศสักนิดหนึ่งครับ ผมเห็นด้วยว่าเราอยู่ในยุคที่มีความท้าทาย ในหลาย ๆ เรื่องที่เมื่อสักครู่รัฐบาลได้แถลงจะเป็นภาวะความผันผวนของเศรษฐกิจโลก จะเป็นวิกฤติพลังงาน จะเป็นวิกฤติที่เกี่ยวข้องกับความแปรปรวนของภูมิอากาศ ความท้าทาย ที่เกิดขึ้นจากการที่เราจะต้องเป็นส่วนหนึ่งของประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน แต่กระผม ก็อยากจะเตือนรัฐบาลสักนิดนะครับว่าขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศ ยุทธศาสตร์ การพัฒนาไม่ได้มีปัญหาเฉพาะเรื่องการคมนาคมขนส่ง ท่านรัฐมนตรีให้ตัวเลขซึ่งเราเห็นแล้ว เราก็บอกว่าเราต้องทำดีกว่านี้ คือขีดความสามารถในการแข่งขันของเราในด้านโครงสร้าง พื้นฐานอยู่อันดับที่ ๔๐ กว่า ๆ ใช่ครับ แต่ท่านได้ดูไหมครับว่าในภาพรวมและองค์ประกอบ ของขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศในด้านอื่น ๆ เราอยู่ตรงไหน โครงสร้างพื้นฐาน ระดับ ๔๐ กว่านะครับ สาธารณสุขเราอันดับที่ ๗๐ กว่าครับ การศึกษาเราอันดับที่เกือบ ๙๐ เพราะฉะนั้นการที่จะไปสร้างความเข้าใจว่าจะหลุดพ้นจากสภาพปัญหาขีดความสามารถ การแข่งขันก็ดี การหลุดพ้นจากการที่เป็นประเทศที่มีรายได้ระดับปานกลางก็ดี ถ้ามีเฉพาะ โครงสร้างพื้นฐาน ถนนหนทาง รถไฟ หรือการขนส่งทางน้ำแล้วขีดความสามารถการแข่งขัน ของประเทศจะดีขึ้น ผมก็กราบเรียนเพียงแต่เตือนว่าความจำเป็นในการลงทุนด้านอื่น ๆ ก็มีการศึกษา การสาธารณสุข เทคโนโลยีสารสนเทศ ซึ่งการพัฒนาของประเทศต้องพัฒนา ไปในลักษณะที่เป็นองค์รวมแล้วก็สอดคล้องต้องกัน ท่านประธานที่เคารพครับ ทำไม ผมถึงพูดว่าพรรคประชาธิปัตย์เราได้มีการทำเรื่องเหล่านี้แต่เราไม่เห็นด้วยกับกฎหมายฉบับนี้ ผมอยากจะกราบเรียนว่าถ้าฟังดูจากสิ่งที่รัฐบาลพยายามชี้แจงความจำเป็นของการกู้เงิน เราก็อาจจะสรุปได้ว่าที่ต้องทำเช่นนี้เพราะว่าไม่สามารถเดินหน้าในการที่จะลงทุน ในโครงสร้างพื้นฐานได้ ผมสรุปคร่าว ๆ อาจจะเป็นด้วยเหตุผล ๓ เหตุผล ๑. เงินในงบประมาณไม่พอ ๒. กฎ ระเบียบ กฎหมาย ไม่เอื้ออำนวยให้เราสามารถที่จะลงทุน ในสิ่งเหล่านี้ได้โดยไม่ไปกู้เงินอย่างที่รัฐบาลกำลังจะขออนุมัติจากสภา และ ๓. ที่วันนี้ ท่านนายกรัฐมนตรีก็พูดด้วยคือปัญหาเรื่องการเมือง ผมจะชี้ให้เห็นว่า ๓ ข้อนี้ที่จริงแล้ว ไม่ใช่ข้อจำกัดและไม่ได้แก้ด้วยการอนุญาตให้รัฐบาลไปกู้เงิน ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท
ประการแรกครับ เรื่องเงิน ผมอยากจะกราบเรียนว่าเงินที่รัฐบาลบอกจะใช้ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทอยู่ในกรอบเวลา ๗ ปี ถ้าโดยเฉลี่ยก็แปลว่าประมาณปีละ ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แต่ว่าผมไม่ยึดตัวเลขเฉลี่ยอย่างนั้นด้วย ผมเอาตัวเลขที่รัฐบาลโดยสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ ของกระทรวงการคลังได้แถลงไว้แล้วว่าแต่ละปีนับตั้งแต่ปี ๒๕๕๖ ปี ๒๕๕๗ เรื่อยไปจนถึง ปี ๒๕๖๓ นั้นแต่ละปีจะต้องใช้เงินเท่าไร ตัวเลขนี้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ก็คงจะยืนยันนะครับ เช่นที่ต้องมาออกกฎหมายขอกู้เงิน ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ถามว่า ปี ๒๕๕๖ จะใช้เงินเท่าไร กระทรวงการคลังแถลงว่าใช้ ๒๗,๒๐๙ ล้านบาท อย่างนี้เป็นต้น และผมจะมีตัวเลขเป็นรายปีไปตั้งแต่ปี ๒๕๕๖ จนถึงปี ๒๕๖๓ ปีที่ใช้เยอะที่สุดคือปี ๒๕๕๙ ที่จะมีตัวเลขการใช้จ่ายเงินอยู่ที่ ๓๘๒,๔๙๐ ล้านบาท ถามว่าถ้าไม่กู้ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท จะหาเงินก้อนนี้มาบริหารในระบบงบประมาณได้หรือไม่ คำตอบคือได้ครับ ได้นี่ไม่ใช่ สมมุติฐานที่ผมคิดขึ้นเอง แต่ได้เพราะรัฐบาลโดยท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ท่านแถลงเองว่าแผนการบริหารงบประมาณของท่านจากปีนี้ไปจนถึงปี ๒๕๖๓ เป็นอย่างไร ก็คือปี ๒๕๕๗ ท่านจะจัดงบขาดดุล ๒๕๐,๐๐๐ ล้านบาท หลังจากนั้นก็จะทยอยลดการขาดดุล ลงไปจนเป็นงบสมดุลในปี ๒๕๖๐ แล้วก็ต่อไป ถ้าท่านประธานเอาแผนงบประมาณของ รัฐบาลชุดนี้บวกกับเงินที่จะใช้ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งแจกแจงเป็นรายปี ท่านประธาน จะพบความจริงว่าเงินที่จะใช้จ่ายนั้นสามารถจัดสรรเป็นงบประมาณขาดดุลโดยไม่ไปกระทบ กับเพดานเงินกู้ตาม พ.ร.บ. วิธีการงบประมาณและ พ.ร.บ. หนี้สาธารณะ ผมย้ำนะครับ ผมใช้ตัวเลขของรัฐบาลที่ท่านแถลงทั้งสิ้น ข้อเท็จจริงก็คือท่านไม่ต้องกู้เลยโดยกฎหมายฉบับนี้ ท่านใช้ระบบงบประมาณ ท่านมีเงินเพียงพอที่จะทำโครงการเหล่านี้ชัดเจนครับ เพราะฉะนั้น ถ้าการมาขอที่จะต้องออกไปกู้เงินนอกระบบปกติคือเป็นกรณีพิเศษจะมาอ้างว่าเพราะรัฐบาล มีเงินไม่พอ คำตอบคือไม่จริงครับ ผมใช้ตัวเลขของท่าน และที่สำคัญครับ รัฐบาลชุดนี้เอง วันที่ออกพระราชกำหนดโอนหนี้ของกองทุนฟื้นฟูกลับให้ไปเป็นภาระของธนาคารแห่งประเทศไทย เคยแถลงต่อสาธารณะและแถลงต่อศาลด้วยครับ บอกว่าเพื่อที่จะทำให้เพดานของกรอบ ของงบประมาณนี้สามารถที่จะใช้ได้ พูดง่าย ๆก็คือท่านกำลังบอกศาล บอกประชาชน ตอนนั้นว่าที่ต้องโอนหนี้กองทุนฟื้นฟูออกไปให้แบงก์ชาติเพราะท่านจะต้องทำงบประมาณ ขาดดุลให้ถึงเพดานหนี้ ปรากฏวันนี้ศาลเชื่อท่าน อนุญาตท่านเรียบร้อยแต่ท่านไม่ใช้ครับ เพดานที่ท่านไปขอมา ท่านกลับมาบอกว่าไม่ จะต้องไปกู้นอกงบประมาณ เพราะฉะนั้น เหตุผลเรื่องเงินฟังไม่ขึ้นครับ
ประการที่ ๒ รูปแบบของการทำงานในเรื่องนี้จะเป็นเรื่องกฎ กติกา หรือกฎหมาย ที่เกี่ยวข้อง ถามว่าวันนี้โครงการเหล่านี้ที่จะสร้างจะทำ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ต้องกู้อย่างเดียวไหม คำตอบคือไม่ใช่ เมื่อไม่นานมานี้สภาแห่งนี้ก็เพิ่งผ่านกฎหมาย ๑ ฉบับ ซึ่งเป็นการปรับปรุงกติกา ที่เกี่ยวข้องกับการร่วมทุนระหว่างรัฐและเอกชน ซึ่งเป็นรูปแบบการลงทุนที่ประเทศส่วนใหญ่ พยายามใช้ในยุคนี้ครับ และถ้าเราใช้กฎหมายหรือเครื่องมือของการให้เอกชนมาร่วมลงทุน อย่างจริงจัง ตัวเลขการลงทุน ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทที่พูดอยู่ขณะนี้ก็ไม่ต้องสูงขนาดนี้ครับ สภาก็ผ่านกฎหมายเป็นเครื่องมือให้กับท่านไปแล้ว กฎหมายเหล่านี้ก็สามารถปฏิบัติได้ครับ คำถามก็คือว่าทำไมจึงมาอ้างว่าจะต้องกู้อีก ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทเพื่อมาทำโครงการเหล่านี้ นั่นประเด็นที่ ๒ นะครับ
ประเด็นที่ ๓ ถามว่าการเมืองเป็นปัญหาหรือไม่ อย่างไร ผมกราบเรียนนะครับ มีหรือไม่มี กฎหมายอนุญาตหรือไม่อนุญาตให้ท่านไปกู้เงิน ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทในวันนี้ การเมืองจะเป็นปัญหาอุปสรรคหรือไม่อยู่ที่รัฐบาลจะบริหารประเทศในแต่ละช่วงนะครับ เพราะแท้ที่จริงแล้วความต่อเนื่องหรือความสะดุดหยุดลงของโครงการมันเป็นการตัดสินใจ ทางการเมือง เมื่อสักครู่ทั้งท่านนายกรัฐมนตรี ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ฉายภาพว่าโครงการเหล่านี้คิดกันมาแต่ว่าได้ทำบ้าง ไม่ได้ทำบ้าง ผมก็บอกว่าการเมือง ทั้งนั้นละครับ ไม่ได้อยู่ที่ว่าใช้งบประมาณ หรือใช้เงินกู้ หรือจะไปกู้ข้างนอก หรือกู้ในประเทศ มันเป็นเรื่องของการจัดลำดับความสำคัญและการตัดสินใจทางการเมืองครับว่าโครงการเดิน หรือไม่เดิน ถามว่าถนน ๔ ช่องจราจรก็ดี รถไฟทางคู่ก็ดี ท่านนายกรัฐมนตรีชวนเป็นคนอนุมัติ เป็นคนแรก แล้วเมื่อเข้ามาทำเป็นรัฐบาลชวน ๒ ก็มีการอนุมัติโครงข่ายรถไฟทางคู่ระยะที่ ๑ ระยะที่ ๒ ถามว่าปี ๒๕๔๕-๒๕๕๕ ที่ท่านพูด ๑๐ ปี ทำไมการลงทุนตรงนี้น้อย ผมก็บอกว่า รัฐบาลในช่วงปี ๒๕๔๕-๒๕๕๕ นี่ทำการลงทุนในเรื่องโครงสร้างพื้นฐานน้อยเพราะจัดลำดับ ความสำคัญในการไปให้งบประมาณกับโครงการที่เราเรียกว่าประชานิยมเยอะ นี่คือข้อเท็จจริง โครงสร้างพื้นฐานที่เกิดขึ้นในช่วงรัฐบาลของท่านนายกรัฐมนตรีทักษิณที่สำคัญคือ สนามบินสุวรรณภูมิ แต่ถนนหนทาง ระบบรางทั้งหลายแทบไม่มีการลงทุนเลย แม้แต่งบซ่อมแซม ในขณะนั้นก็จัดไม่พอครับ มันเป็นการตัดสินใจทางการเมืองว่าต้องเอาเงินไปทำโครงการ ต่าง ๆ ก็เป็นสิทธิของรัฐบาลแต่ละชุดครับ ไม่ได้อยู่ที่ว่ามีเงินกู้หรือไม่มีเงินกู้ มีการออกกฎหมาย หรือไม่มีการออกกฎหมาย เหมือนโครงสร้างพื้นฐานด้านสาธารณสุข ช่วงหนึ่งก็ต้องเสื่อมโทรมลงไป เพราะต้องหางบประมาณมาสนับสนุนโครงการหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า ผมไม่ได้บอกว่า ถูกหรือผิดที่ทำ ผมเพียงแต่ชี้ให้เห็นว่ามันเป็นการตัดสินใจทางการเมืองและการจัดลำดับ ความสำคัญ ที่ท่านพูดคอนเนคทิวิตีกับอาเซียน รัฐบาลที่แล้วครับ พวกผมเป็นคนเสนอเรื่องนี้ ให้เป็นวาระของอาเซียนในการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน จึงเป็นไปไม่ได้หรอกที่พวกผม จะมาคัดค้านโครงการที่จะสนับสนุนคอนเนคทิวิตีหรือการเชื่อมโยงกับประเทศในภูมิภาค เหมือนที่ผมบอกว่ารถไฟรางคู่ รัฐบาลนายกรัฐมนตรีชวนเริ่มต้นไว้ รัฐบาลที่แล้วก็อนุมัติอีก ๑๗๐,๐๐๐ ล้านบาท ไม่คัดค้านละครับ ระบบขนส่งทางน้ำ การเชื่อมต่อระบบขนส่งหลายรูปแบบ รัฐบาลที่แล้วก็ผลักดันกฎหมาย ทำคณะกรรมการโลจิสติกส์ขึ้นมานะครับ ตั้งเป้าการลดต้นทุนโลจิสติกส์ เราลดสมัยนั้น จาก ๑๘ เปอร์เซ็นต์ เหลือ ๑๕ เปอร์เซ็นต์ วันนี้ท่านบอกว่าจะลดอีก ๒ เปอร์เซ็นต์ แต่ท่านจะต้อง ขอกู้ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท รถไฟความเร็วสูง ท่านประธานครับ คิดกันมาแต่ว่าไม่ได้เป็นรูปธรรม แต่ในสมัยรัฐบาลที่แล้วผมเดินทางไปประเทศจีน ประเทศจีนเป็นประเทศที่ก่อสร้างรถไฟ ความเร็วสูงมากที่สุดเร็วที่สุดประเทศหนึ่ง ผมก็ไปดูงานตอนที่ไปเยือนประเทศจีน แล้วก็ได้มี การปรึกษาหารือกันจนกระทั่งอะไรครับ เราเอากรอบการเจรจาเพื่อก่อสร้างรถไฟความเร็วสูง เข้ามาสู่ที่ประชุมของรัฐสภาแห่งนี้ ผมยังแปลกใจมากครับว่าท่านรัฐมนตรีไปออกโทรทัศน์ บอกโครงการแบบนี้ไม่เคยเห็นใครทำอะไรมาก่อน พวกผมเสนอเข้ามาที่นี่เลยครับ เป็นกรอบ การเจรจา ที่จริงเสียใจด้วยวันนั้นว่าสมาชิกพรรคท่านไม่ลงคะแนนให้เลยครับ ที่จะไปเจรจา กับประเทศจีนสร้างรถไฟความเร็วสูง และหลังจากสภาอนุมัติเราก็ไปดำเนินการในการเจรจา รูปแบบจะเป็นลักษณะการร่วมลงทุน เจรจากันอยู่ว่าบริษัทตั้งขึ้นมา ใครจะถือหุ้นเท่าไร ๖๐ : ๔๐ ๕๑ : ๔๙ ใช้เงินไม่มากหรอกครับที่จะต้องมารบกวนประชาชน ไม่ได้บอกว่า จะต้องกู้ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เพราะฉะนั้นกระผมกราบเรียนท่านประธานว่าที่ผมพูดมา ในเบื้องต้นตรงนี้เพื่อที่จะบอกว่าวันนี้ที่พวกเราทุกคนยืนขึ้นคัดค้านกฎหมายนี้ไม่มีใครตรงนี้ แม้แต่คนเดียวไม่ต้องการเห็นการลดต้นทุนด้านโลจิสติกส์ ไม่มีใครตรงนี้แม้แต่คนเดียว ไม่ต้องการเห็นรถไฟรางคู่หรือรถไฟความเร็วสูงเกิดขึ้นในประเทศไทย แต่กำลังบอกว่า ท่านทำได้ เงินท่านมี กฎหมายวันนี้ก็มีหลายฉบับที่เอื้อให้ท่านทำได้ และทั้งหมดอยู่ที่การเมืองครับ จะต่อไม่ต่อมันเป็นนโยบายรัฐบาลแต่ละชุด เหมือนเรื่องท่องเที่ยว ผมยกตัวอย่างเดียว ท่านครับ ศูนย์ประชุมภูเก็ต รัฐบาลท่านนายกรัฐมนตรีชวนเตรียมไว้ รัฐบาลท่านนายกรัฐมนตรีทักษิณ ยกเลิก รัฐบาลประชาธิปัตย์ก็บอกว่าให้ทำใหม่ รัฐบาลนี้ยกเลิก มันก็เป็นการตัดสินใจ ของรัฐบาลว่าจะทำต่อหรือไม่ต่อ แต่ศูนย์ประชุมเชียงใหม่จะรัฐบาลไหนมาถึงรัฐบาลผม ผมก็บอกว่าควรมี ผมก็ให้ดำเนินการต่อ มันอยู่ที่ความใจกว้างใจแคบของรัฐบาลแต่ละชุด มากกว่าว่าโครงการจะเดินหรือไม่เดินครับ ฉะนั้นเมื่อเป็นอย่างนี้แล้วผมก็ต้องมาถามต่อว่า แล้วทำไมในเมื่อเงินก็พอ กฎระเบียบก็มี แล้วถ้าเป็นความตั้งใจทางการเมืองที่จะทำโครงการเหล่านี้จริง ทำไมท่านจึงต้องมาขอกู้เงิน ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนอกระบบปกติ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมเองต้องเริ่มต้นจากประเด็นแรก ก็คือปัญหาในเรื่องของวินัยทางการคลังว่าสรุปแล้วเจตนา ของท่านที่แท้จริงคืออะไร เมื่อตอนที่พวกกระผมเป็นรัฐบาลสมัยที่แล้วเพื่อนสมาชิกที่นั่งอยู่ อีกฝ่ายหนึ่งคัดค้านการกู้เงินมากนะครับ คำก็บอกว่าสร้างหนี้ให้ประเทศ คำก็บอกว่า กู้มาโกง คำก็ว่าเก่งแต่กู้ แล้วรัฐบาลนี้ก็ไปหาเสียงครับ หาเสียงพูดหมดนะครับ ๒๐๒๐ อะไร อย่างไร พวกผมเคยถามว่าท่านเอาเงินจากไหน เพราะเห็นท่านต่อว่าว่ารัฐบาลอื่น ๆ กู้ แต่ท่านจะลงทุนมากมายมหาศาลจะกู้ไหม พรรคเพื่อไทยตอบประชาชนวันนั้นว่าไม่กู้ครับ ขึ้นป้ายหาเสียงทั่วประเทศว่าล้างหนี้ให้ประเทศนะครับ เมื่อคืนผมต้องเอามาดูอีกรอบหนึ่ง เขียนว่าล้างหรือสร้าง เพราะนี่คือหนี้ก้อนใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์มากกว่าไอเอ็มเอฟ มากกว่าสถิติที่คุณทักษิณ เคยทำไว้ตอนกู้ ๗๐๐,๐๐๐ ล้านบาทมาทำหนี้กองทุนฟื้นฟู แล้วผมก็แปลกใจเพราะว่า วันที่พรรคเพื่อไทยประชุมช่วงหาเสียง วันที่ ๒๓ เดือนเมษายน ปี ๒๕๕๔ ปราศรัยกัน ในที่ประชุมพรรคนี่ละครับ ผมไม่เอ่ยชื่อผมกลัวเดี๋ยวมีคนประท้วง บอกว่าสังหรณ์ใจว่า พรรคเพื่อไทยจะชนะการเลือกตั้งเพราะว่าพรรคประชาธิปัตย์สร้างหนี้แต่พรรคเพื่อไทย หรือพรรคไทยรักไทยล้างหนี้ แล้วก็พูดถึงโครงการต่าง ๆ แล้วก็บอกว่าอย่างไรครับ ไม่ต้องกู้ ผมเป็นคนไม่ชอบกู้เพราะเราเป็นนักธุรกิจเข็ดแล้วกู้เงินตอนนี้มาช่วยการเมือง ไม่อยากให้กู้ ผมไม่ใช่นักกู้ อันนี้คือคนที่คิดและพรรคเพื่อไทยทำเป็นคนพูด พูดถึงโครงการแต่ละโครงการ ไม่ต้องกู้สักบาทเราจะมีวิธีการบริหารจัดการ แต่ทำไมวันนี้กู้ล่ะครับ วินัยทางการเงินการคลัง มันเป็นเรื่องสำคัญและมันเป็นจุดหนึ่ง ประเทศไทยจะมีจุดอ่อนอะไรก็แล้วแต่ยกเว้นเฉพาะ ช่วงก่อนปี ๒๕๔๐ จุดแข็งจุดหนึ่งที่เราได้รับการยอมรับก็คือการมีวินัยทางการเงินการคลัง การกู้เงินในระบบงบประมาณขาดดุลเป็นหนี้ไหม เป็นครับ แต่เขามีกรอบ มีเพดาน มีตัวกำกับ ที่จะดูแลไม่ให้จะต้องมีการทำให้ปัญหาหนี้บานปลายไปจนเป็นปัญหาที่กระทบต่อเสถียรภาพได้ ในอดีตเราจึงมีการกู้เงินในลักษณะนี้ด้วยเงื่อนไขเดียวคือเงื่อนไขที่เกิดวิกฤติเศรษฐกิจขึ้น จะเป็นต้มยำกุ้ง จะเป็นวิกฤติการเงินรอบที่ผ่านมาหรืออาจจะเรียกว่ารอบปัจจุบันเพราะบางประเทศ ยังไม่ฟื้น ที่ต้องออก พ.ร.ก. หรือ พ.ร.บ. จะกู้เงินเพราะมันจำเป็นต้องมีเงินมากระตุ้นเศรษฐกิจ และหนี้มันชนเพดานของการก่อหนี้ตามกฎหมายงบประมาณ ตามกฎหมายหนี้สาธารณะ วันนี้เงื่อนไขนั้นไม่มีอยู่ แม้แต่ในอดีตที่ทำมาแล้วก็หลายท่านที่นั่งอยู่ฝั่งโน้นเคยต่อว่าต่อขาน พวกผมก็ยืนยันว่าทุกครั้งเราจะอธิบายความจำเป็นคืออะไร และในที่สุดเราจะบริหารหนี้สาธารณะ ให้อยู่ในกรอบไม่เกิน ๖๐ เปอร์เซ็นต์ที่เป็นสัดส่วนต่อรายได้ประชาชาติอย่างไร และวันที่ พวกผมออกจากตำแหน่งหนี้สาธารณะเริ่มลดลงอยู่ที่ประมาณ ๔๑ เปอร์เซ็นต์ วันนี้เพิ่มขึ้นมาอีก แล้วปีนี้คาดว่าจะเกิน ๔๕ เปอร์เซ็นต์ทั้ง ๆ ที่ยังไม่ได้กู้อีก ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ทำไม เราต้องเป็นห่วงเรื่องเหล่านี้ ก็เพราะว่าเราต้องยอมรับว่าอนาคตข้างหน้ามันยังมีความเสี่ยง อยู่ในระบบเศรษฐกิจของโลก มีความเสี่ยงที่เกิดขึ้นอยู่ในประเทศครับ ท่านบอกว่าใช้หนี้ ๕๐ ปี ความจริงวันนี้ท่านขอกู้ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แต่ท่านแถลงแล้วหนี้ที่คนไทยต้องใช้คือ ๕,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เพราะจะมีดอกเบี้ยอีก ๓,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แล้วก็สมมุติฐาน ที่คำนวณดอกเบี้ย ๓,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทอยู่บนสมมุติฐานที่ว่าเศรษฐกิจโลกจะมีดอกเบี้ยต่ำแบบนี้ ไปอีก ๕๐ ปี ซึ่งไม่จริงละครับ วันข้างหน้าถ้าเกิดวิกฤติหรือเกิดความผันผวนของเศรษฐกิจโลก แล้วอัตราดอกเบี้ยสูงขึ้นแผนของท่านตรงนี้ผิดหมดเลยนะครับ ไม่ใช่ ๕๐ ปี ไม่ใช่ชาติหน้า เป็นชาติโน้น ในขณะที่ความต้องการภายในประเทศก็มีความไม่แน่นอนครับ ผมบอกว่า ท่านวาดภาพอนาคตของประเทศ ท่านพูดแต่โครงสร้างพื้นฐาน แต่ความต้องการของคน ในประเทศจากโครงสร้างประชากรกำลังเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ เรื่องเงินที่เราต้องการในเชิงสวัสดิการการดูแลรักษาพยาบาลและเรื่องอื่น ๆ จะต้องเพิ่มมากขึ้น ทุกวันนี้จากประสบการณ์ของหลายประเทศในยุโรปในปัจจุบัน อเมริกาใต้ในอดีต ถ้าไม่มี วิกฤติเศรษฐกิจ เศรษฐกิจตกต่ำคนว่างงานมาก ๆ จึงไม่มีใครละครับขณะนี้ที่จะเร่งตั้งหน้าตั้งตา ก่อหนี้ถ้าไม่จำเป็น การที่เรายืนยันว่าบริหารในงบประมาณได้ความสำคัญคือจะบังคับให้ท่าน มีวินัย เพราะอะไรครับ เพราะท่านจะต้องเลือกอย่างไรครับ ว่าเงินที่ในที่สุดประชาชนจะต้อง เป็นคนใช้หนี้หรือเป็นคนเสียภาษีควรจะเอาไปทำอะไร ผมยกตัวอย่างง่าย ๆ ครับ เมื่อเช้า ผมอ่านข่าว ไม่ต้องเอาเรื่องใหญ่เรื่องโตละครับ โครงการโครงการเดียวมีความไม่แน่นอน เกิดขึ้น โครงการรถคันแรก ประมาณการเอาไว้ปรากฏว่าเอาเข้าจริงต้องใช้เงินมากกว่าที่คิด ก็มีข่าวว่ากำลังเถียงกันอยู่ว่าจะใช้เงินตรงไหน ผมไม่ทราบสมมุติฐานที่ท่านบอกว่าหนี้ไม่เกิน ๕๐ เปอร์เซ็นต์งบประมาณจะสมดุลจะมีโครงการแบบนี้อีกหรือไม่ และผมฟังทั้งท่านนายกรัฐมนตรี ท่านรัฐมนตรีชี้แจงเมื่อสักครู่ผมก็แปลกใจครับ อยากสนับสนุนระบบราง ท่านทราบไหมครับ ถ้าท่านไม่ทำโครงการรถคันแรกท่านจะมีเงินมาสร้างรถไฟฟ้า ๒ สาย นี่คือสิ่งที่พวกผมถึงบอกว่า ถ้าเราใช้วิธีคิดง่าย ๆ ไปกู้ ๆ เราจะไม่บังคับตัวเอง เราจะไม่มาพิจารณาความจำเป็นเร่งด่วน จัดลำดับความสำคัญของโครงการแล้วดูว่าอะไรคือประโยชน์สูงสุดของประชาชนนะครับ ผมจึงกราบเรียนนะครับที่ท่านบอกว่าหนี้ไม่เกิน ๕๐ เปอร์เซ็นต์ แล้วก็บอกว่าที่ไม่อยากทำ ในระบบงบประมาณ ท่านรัฐมนตรีไปให้สัมภาษณ์บอกว่าเดี๋ยวมันจะดูไม่ดีว่ารัฐบาลไทย ประเทศไทยขาดดุลแล้วขาดดุลอีกในงบประมาณ ผมกราบเรียนนะครับว่าบรรดานักเศรษฐศาสตร์ นักลงทุนที่เขาดูสถานะการเงินของประเทศ การที่งบประมาณสมดุล แต่ท่านไปกู้ข้างนอก ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เขาดูออกครับ คนที่จะดูไม่ออกที่ผมกลัวคือรัฐบาลเองครับว่า เมื่อถึงเวลาปี ๒๕๕๘ ปี ๒๕๕๙ ปี ๒๕๖๐ ลืมไปว่าไปกู้เงินอีก ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เห็นว่างบประมาณขาดดุลแค่ ๑๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ๗๕,๐๐๐ ล้านบาทหรือจะสมดุลก็มาอ้าง กับประชาชนว่ามีความจำเป็นต้องใช้เงินขอเพิ่มการขาดดุลหน่อย ผมเอาคำถามง่าย ๆ คำถามเดียวเรื่องนี้ครับ ที่ท่านมีสมมุติฐานว่างบประมาณหนี้สาธารณะจะไม่เกินร้อยละ ๕๐ สมมุติฐานสำคัญสมมุติฐานหนึ่งก็คือท่านบอกว่าหลังจากปี ๒๕๕๖ จะไม่มีภาระจากโครงการ จำนำข้าว ตัวเลขของรัฐบาลเองผมไม่นับเงินที่ใช้ ผมเอาเฉพาะเงินที่ขาดทุนจากการจำนำข้าว ในช่วงปีแรกอยู่ที่ประมาณ ๒๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ตัวเลขท่านนะครับ ๒๒๐,๐๐๐ ล้านบาท คิดง่าย ๆ ประมาณร้อยละ ๒ ของรายได้ประชาชาติ ผมมองไม่เห็นว่าทำไมปีต่อ ๆ ไป จะขาดทุนน้อยกว่านี้ แต่ท่านบอกว่าหลังปี ๒๕๕๖ ไม่มีขาดทุน แต่ถ้ามันเหมือนปี ๒๕๕๕ ปี ๒๕๕๔ ปี ๒๕๕๖ ท่านต้องบวกไปอีก ๒ เปอร์เซ็นต์ ปี ๒๕๕๗ บวกไปอีก ๒ เปอร์เซ็นต์ ปี ๒๕๕๘ บวกไปอีก ๒ เปอร์เซ็นต์ ปี ๒๕๕๙ บวกไปอีก ๒ เปอร์เซ็นต์ ยกเว้นกรณีเดียวครับ คือท่านเลิกโครงการจำนำข้าว นี่คือประเด็นครับ ผมถึงบอกว่าวันนี้ที่เราสนับสนุนว่า โครงการเหล่านี้เกิดได้เพดานหนี้ยังไม่ชน ท่านไปปรับงบประมาณเสีย เช่นวันนี้เราเสียเงิน ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาทในโครงการจำนำข้าว ถึงมือชาวนาแค่ ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท นี่ตัวเลข รัฐบาลนะครับ ผมบอกเอา ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนี่ละครับให้ชาวนาเหมือนเดิม แต่อีก ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาทเอาคืนมาแล้วมาทำโครงการเหล่านี้ได้ ฉะนั้นผมจึงกราบเรียนว่าเหตุผล ที่มีการใช้วิธีการกู้เงินนอกงบประมาณก็คือรัฐบาลพยายามที่จะไม่สร้างวินัยให้กับตนเอง ไม่ต้องการที่จะผูกมัดตนเองในการที่บอกว่าโครงการเหล่านี้สำคัญจริง ๆ สำหรับประเทศ ดังนั้นถ้ามีโครงการอื่นฟุ่มเฟือยไม่จำเป็นไปเลิกเสีย ไปลดเสีย ไปประหยัดเสีย ผมว่าวันนี้ พี่น้องประชาชนที่เป็นเจ้าของภาษีอากรมีสิทธิที่จะเรียกร้องกับพวกเราครับ ผมใช้คำว่า พวกเรา นะครับ ทั้งรัฐบาลทั้งฝ่ายค้านว่าเราต้องมาเข้มงวดกวดขันงบประมาณจริง ๆ เพราะมันมีเสียงครหานินทาว่าแต่ละปีงบมันลดได้ ๓๐-๔๐ เปอร์เซ็นต์ โดยได้ผลงาน เท่าเดิม มันถึงเวลาแล้วละครับ อย่างนี้สิครับ เผชิญหน้ากับความท้าทายของโลก อย่างนี้ สิครับ คือการปรับปรุงปฏิรูปประเทศเพื่อนำไปสู่การลงทุนที่คุ้มค่า ที่มีประสิทธิภาพ และไม่กระทบวินัยทางการคลัง ท่านกล้าเขียนในกฎหมายนี้ไหมล่ะครับ ถ้าท่านยืนยันสิ่งที่ ท่านพูดว่าเมื่อมี พ.ร.บ. ฉบับนี้แล้วรัฐบาลตั้งแต่ปี ๒๕๕๖ ไปจนถึงปี ๒๕๖๐ จะต้องปรับลด การขาดดุลงบประมาณเท่าไร และหลังปี ๒๕๖๐ เป็นต้นไปรัฐบาลต้องจัดงบสมดุล ผมเชื่อว่า ท่านไม่กล้าเขียน ผมเชื่อว่าในที่สุดท่านก็จะไม่ดำเนินการตามนี้ครับ แล้วในที่สุดการกู้เงิน เงินคือเงินนะครับ ผสมกันแล้วผมว่าในที่สุดเราไม่ได้กู้มาทำโครงการเหล่านี้หรอก เราสามารถ ทำโครงการเหล่านี้ได้โดยไม่ต้องกู้ แต่ที่ท่านกำลังกู้มานี้เพื่อที่ท่านจะทำโครงการอื่น ๆ ที่มันไม่ค่อยคุ้มค่าได้ต่อไป พวกผมจึงไม่เห็นด้วยในแง่มุมของวินัยการเงินการคลังที่จะรับ หลักการกฎหมายฉบับนี้
ประการที่ ๒ ที่ท่านใช้วิธีการกู้ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนอกงบประมาณ มันเป็นปัญหาเรื่องระบบการตรวจสอบและความโปร่งใส ถามว่าทำไมครับ พี่น้องประชาชน ฟังข่าวเกี่ยวกับกฎหมายฉบับนี้บางคนก็สับสนนะครับ เพราะว่าบางวันรัฐบาลก็บอก กฎหมายนี้มีเอกสารตั้ง ๒๐๐ กว่าหน้า จริง ๆ แล้วกฎหมายนี้มีทั้งสิ้นแค่ ๔ หน้านะครับ ที่เป็นเนื้อกฎหมายบวกกับบัญชีแนบท้ายอีก ๒ หน้า อีก ๒๐๐ กว่าหน้าที่ท่านให้มาเป็นซีดี (CD) หรือเป็นเล่มไม่ใช่ส่วนหนึ่งของกฎหมาย และไม่เหมือนเอกสารประกอบงบประมาณ ที่มีสถานะรับรองเอาไว้ตามรัฐธรรมนูญว่าเป็นส่วนหนึ่งของกฎหมายงบประมาณที่ท่าน ต้องนำเสนอ ดังนั้นเวลาพวกเราดูโครงการต่าง ๆ ๒๐๐ กว่าหน้า เราแปรญัตติอะไรไม่ได้ เลยนะครับ เรามีแค่ ๒ หน้าที่บอกครับ เช่นเรารู้แต่เพียงว่าใน ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนี้ ๓๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ให้เป็นยุทธศาสตร์การพัฒนา ยุทธศาสตร์การปรับเปลี่ยนรูปแบบ การขนส่งสินค้าทางถนนสู่การขนส่งที่มีต้นทุนต่ำกว่า ถ้าจะแปรญัตติก็แปรได้ยอดรวม ตรงนี้ครับ เราตรวจสอบไม่ได้เลยนะครับ ไม่มีอำนาจในการพิจารณาเลยว่าที่ท่านจะไป สร้างถนน ที่ท่านจะไปสร้างรถไฟกิโลเมตรละกี่บาท เพราะเราแปรญัตติไม่ได้ นี่คือความต่าง ระหว่างการอยู่ในระบบงบประมาณกับการอยู่ในตัวกฎหมายที่ให้อำนาจท่านไปกู้เงิน ยิ่งไปกว่านั้นนะครับ ถ้าเรื่องนี้อยู่ในระบบงบประมาณแต่ละปี เพราะโครงการเหล่านี้ ใช้งบประมาณหลายปี กลับมาผู้แทนของประชาชนก็จะตรวจสอบท่านได้ ตกลงโครงการนี้ มันไปถึงไหน ทำแล้วท่าทางมันจะเกิดประโยชน์หรือไม่ ถ้าไม่ดีตัดได้ เปลี่ยนได้ หรือว่า มีความจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนอะไรกันไปก็เปลี่ยนแปลงไปได้ครับ ผู้แทนประชาชน สภาแห่งนี้จะมีอำนาจ แต่พอท่านใช้วิธีกู้เงิน สิ่งเดียวที่เราจะได้ทำก็คือเราจะได้รับทราบว่า แต่ละปีท่านทำอะไร แต่เราจะไม่มีอำนาจตรงนี้เลยครับ ในการที่จะบอกท่านว่าโครงการนี้ ต้องปรับ ต้องเปลี่ยน ต้องตัด ต้องแก้แล้ว เพราะเราเพียงได้แต่รับทราบ ที่สำคัญครับ ความโปร่งใสที่ทุกคนเป็นห่วงก็คือปัญหาที่จะเกิดขึ้น ไม่เพียงแต่ว่าไม่สามารถ ตรวจสอบรายละเอียดของโครงการได้ก่อนแล้วก็คือปัญหาการจัดซื้อจัดจ้าง ผมไม่ได้ระแวง ผมยึดถือเอาจากประสบการณ์ของรัฐบาลชุดนี้ พวกผมเคยฟังวันที่ท่านนายกรัฐมนตรียืนขึ้น ตรงนี้แล้วบอกว่า ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาทที่ขอไปเพื่อที่จะฟื้นฟูน้ำท่วมโดยไม่มีรายละเอียด ในที่สุดแล้วจะมีระบบให้เปิดโอกาสให้ตรวจสอบอย่างโปร่งใสได้ สุดท้ายภาคประชาชน ภาคเอกชนที่เขาไปสร้างภาคีเครือข่ายกับพวกผมไม่สามารถที่จะตรวจสอบได้จนกว่าท่านได้ ใช้เงินไปแล้ว และผลที่เห็น ผลที่เกิดก็คือที่เราอภิปรายไม่ไว้วางใจไปตัวอย่างเดียวก็คือ โครงการขุดลอก ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีว่าเกิดปัญหาการทุจริตมากมาย ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ในเชิงความโปร่งใส ปรากฏว่าอะไรครับ ประมูลวิธีพิเศษยกเว้นระเบียบการจัดซื้อจัดจ้าง ทั้งหมด เมื่อสักครู่ท่านนายกรัฐมนตรีบอกว่าไม่ต้องห่วงเรามีระเบียบพัสดุใช่ไหมครับ ท่านจะกรุณาสั่งให้มีการเขียนลงในกฎหมายได้ไหมครับว่าทุกโครงการตามกฎหมายฉบับนี้ ต้องดำเนินการตามระเบียบพัสดุ จะไม่มีการไปออกมติคณะรัฐมนตรียกเว้นระเบียบ การจัดซื้อจัดจ้างเหมือน ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท และ ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ถ้าอย่างนี้ จะน่าเชื่อถือมากขึ้นครับว่าระดับความโปร่งใสจะเป็นแบบเดียวกันกับระบบงบประมาณ นี่คือประเด็นที่ ๒ ที่ต้องขอท้วงติงไว้ในเรื่องของปัญหาความโปร่งใสถัดจากประเด็นในเรื่อง วินัยทางการเงินการคลัง
ประการที่ ๓ ถัดมาครับ ผมก็คงจำเป็นจะต้องพูดว่าโครงการที่มีการพูดกัน มากมายตกลงมันเป็นไปตามที่รัฐบาลโฆษณาไว้ไหมว่ากำลังจะเชื่อมไทยสู่โลก ผมเริ่มง่าย ๆ จากโครงการรถไฟความเร็วสูงครับ วันที่พวกผมทำงานกันเรื่องนี้ที่ไปเจรจา เริ่มต้นเจรจา จะเป็นกับประเทศจีนที่จะให้หน่วยงานต่าง ๆ เขาศึกษาความคุ้มค่าของโครงการ ผมเชื่อว่า ท่านทราบเขาจัดลำดับความสำคัญหรือความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจของโครงการอย่างไร กรุงเทพฯ-ระยอง กรุงเทพฯ-ปาดังเบซาร์ อันดับต้น ๆ ครับ ถัดมากรุงเทพฯ-หนองคาย แล้วถัดมาจึงเป็นกรุงเทพฯ-เชียงใหม่ ถามว่าเราอยากจะเชื่อมโลก เราอยากจะเชื่อมอาเซียน เราต้องไปเชื่อมเขาที่ไหนครับ ๑. เราต้องไปเชื่อมกับรถไฟความเร็วสูงที่ประเทศจีนกำลังสร้าง ลงมาถึง สปป. ลาว ถึงเวียงจันทน์มาจ่ออยู่ตรงจังหวัดหนองคาย ๒. เราต้องไปเชื่อมประเทศมาเลเซีย ประเทศสิงคโปร์ ซึ่งกำลังจะทำรถไฟความเร็วสูงระหว่างประเทศสิงคโปร์กับประเทศมาเลเซีย เข้ามาเราต้องไปเชื่อมเขาที่ปาดังเบซาร์ ๓. เราต้องพยายามเชื่อมรถไฟเรากับทวาย ผมไปชม นิทรรศการผมพูดกับท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมท่านคงจำได้ รถไฟทวายไม่มีในนี้ ปาดังเบซาร์ถึงหัวหิน จังหวัดหนองคายถึงโคราชนะครับ เราเชื่อมอย่างไรครับ ผมหลับตานึกภาพ คนอยากนั่งรถไฟความเร็วสูงจากประเทศจีนถึงประเทศสิงคโปร์ตามฝันของพวกเรา แต่ตามแผน รัฐบาลนั่งรถไฟความเร็วสูงจากประเทศจีนมาถึงจังหวัดหนองคาย เปลี่ยนขึ้นรถไฟปกติ ที่จังหวัดหนองคายมาที่โคราช ขึ้นรถไฟที่โคราชเป็นรถไฟความเร็วสูงไปลงที่หัวหิน แล้วค่อย กลับมาขึ้นรถไฟที่ไม่ความเร็วสูงจากหัวหินลงไปปาดังเบซาร์แล้วค่อยไปขึ้นรถไฟความเร็วสูง ไปประเทศสิงคโปร์ นี่หรือครับเชื่อมโลก ผมสนับสนุนทุกเส้นทางละครับ แต่รัฐบาลต้องตอบว่า ในทางยุทธศาสตร์การเชื่อมโลกกับพัฒนาทางเศรษฐกิจเหตุใดกรุงเทพฯ-เชียงใหม่ จึงต้องมาก่อน กรุงเทพฯ-หนองคาย ทำไมกรุงเทพฯ-เชียงใหม่ จึงต้องมาก่อนกรุงเทพฯ-ทวาย หรือแหลมฉบัง-ทวาย ทำไมกรุงเทพฯ-เชียงใหม่ จึงต้องมาก่อนกรุงเทพฯ-ปาดังเบซาร์ และประเด็นอย่างนี้ครับที่เราพิจารณาไม่ได้เลยเพราะมันเป็นกฎหมายให้อำนาจกู้เงิน แล้วก็ไปบริหารกันเอง ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ไม่นับว่าหลายโครงการยังต้องไปประเมิน ในเรื่องผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ผลกระทบต่อชุมชน ผลกระทบต่อสุขภาพ อย่างนี้เป็นต้นครับ ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาทเป็นบทเรียนมาแล้วนะครับ ไปให้เอกชนเขาเสนอแนวทางอะไรมา สุดท้ายบางโครงการเราบอกว่าทำไม่ได้เพราะว่าจะมีปัญหาเรื่องสิ่งแวดล้อม หลายโครงการในนี้ ยังจะต้องมีการประเมินอะไรอีกหลายต่อหลายอย่าง แล้วอุปสรรคหลายเรื่องอย่างที่ผมกราบเรียน ไม่ได้อยู่ที่เรื่องเงินเลยครับ อย่างการพัฒนาด่านศุลกากรส่วนใหญ่ติดปัญหาเรื่องที่ดินครับ จะเวนคืน จะชดเชยผู้ที่อยู่บริเวณรอบ ๆ อย่างไร อย่างนี้เป็นต้นครับ ไม่ต้องกู้ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ก็แก้ปัญหาอุปสรรคตรงนั้นได้ อย่างนี้เป็นต้นครับ ที่ฝากไว้เป็นการเฉพาะก็คือภาคใต้ที่จะมี การพัฒนาท่าเรือ ๒ ฝั่ง ขอให้ชัดว่าเป็นการพัฒนาในระดับไหน อย่างไร เพราะพี่น้องประชาชน ในพื้นที่ไม่ประสงค์จะเห็นอุตสาหกรรมหนัก อุตสาหกรรมที่จะสร้างความเสี่ยงต่อทรัพย์สิน ที่สำคัญที่สุดของเขาคือธรรมชาติที่สนับสนุนอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว อันนี้ก็ฝากเอาไว้ แต่ผมอยากจะกราบเรียนว่าวันนี้เวลาเราฉายภาพเหมือนที่เราเห็นเมื่อสักครู่นี้เราเห็นแต่ ความดีทั้งนั้นละครับ แต่ความจริงหลายเรื่องท่านต้องประเมิน ผมเชื่อว่าพวกเราทุกคนที่นี่ อยากนั่งรถไฟความเร็วสูงครับ ผมว่าชาวบ้านทุกคนก็อยากนั่ง แต่ถ้าบอกเขาว่าค่าโดยสาร รถไฟความเร็วสูงออกมามันเกือบเท่าค่าเครื่องบินต้นทุนต่ำ ผมก็ไม่แน่ใจว่าจะมีชาวบ้านกี่คน ที่จะสามารถใช้ได้ หรือที่ท่านรัฐมนตรีบอกว่าบ้านอยู่โคราชจะวิ่งมาทุกวัน ไม่ปฏิเสธเลยครับ ชั่วโมงกว่า ๆ นี้ก็น่านั่ง แต่ว่าโดยสารคุ้มค่าหรือเปล่าที่เขาจะนั่ง ความเป็นจริงเหล่านี้ต้องพูด เพราะเรามีโครงการในอดีตที่เราเห็นตอนนี้เราต้องมาช่วยกันแก้ปัญหาใช่ไหมครับ แอร์พอร์ต ลิงค์ (Airport Link) แนวคิดดีไหม ดี มีรถไฟวิ่งจากสนามบินเข้ามาสู่ใจกลางเมือง ความเป็นจริง คนใช้ไม่เข้าเป้าเลยครับ วันก่อนเห็นข่าวใช้บริการเช็กอิน (Check-in) ที่สถานีมักกะสัน ๔ คน แต่เงินเหล่านี้คือภาระที่จะเกิดขึ้นกับลูกหลานของเราทั้งสิ้น กระบวนการการประเมิน ความคุ้มค่าของการลงทุนจากนี้ไม่มีใครได้เกี่ยวข้องอีกแล้วนะครับ ถ้าเราอนุมัติการกู้เงิน แบบนี้เพราะทั้งหมดอยู่ในมือรัฐบาล สภาแห่งนี้ประชาชนไม่รู้จะเข้าไปร่วมอย่างไรจริง ๆ ครับ ผมเห็นหลายคนบอกว่าเป็นไปได้ไหมเราผ่านกฎหมายนี้ไปก่อนแล้วไปไล่ตรวจสอบกันว่า ทำแล้วมันดี ทำแล้วมันคุ้มค่า ทำแล้วไม่โกง ผมถามท่านว่าพวกผมจะตรวจสอบอย่างไรครับ พวกผมมีสิทธิอย่างเดียวคือการรับทราบว่าแต่ละปีท่านทำอะไร นี่คือประเด็นที่ผมจึงยืนยันว่า ในแง่ของการประเมินการจัดลำดับความสำคัญเรื่องของโครงการต่าง ๆ จึงเป็นปัญหาครับ ผมนึกถึงวันที่พวกเราทุกคนบอบช้ำมาจากปัญหาน้ำท่วม รัฐบาลก็เอาความกลัวน้ำท่วม มาบอกเราว่าต้องอนุมัติให้ไปกู้เงิน ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ทำฟลัดเวย์ (Floodway) ทำระบบ ป้องกันน้ำท่วมให้ทันก่อนฝนมา ปี ๒๕๕๕ ไปชี้แจงศาลรัฐธรรมนูญอย่างนั้นด้วย วันนี้ปี ๒๕๕๖ แล้ว ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ยังไม่ได้สร้างระบบต่าง ๆ ที่โฆษณาเอาไว้เลย แต่เดือนมิถุนายนนี้ ท่านต้องกู้เงินเพราะกฎหมายให้อำนาจท่านกู้ถึงเดือนมิถุนายนเท่านั้น ถ้าประสบการณ์นี้ มาเกิดขึ้นกับอีก ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท อีก ๗ ปีท่านก็ต้องกู้ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท โดยไม่รู้ว่าโครงการเหล่านี้ความพร้อมจะทำได้มากน้อยแค่ไหน มีปัจจัยอื่นอีกเยอะครับ เดี๋ยวมีเพื่อนสมาชิกอภิปรายว่าจะมีปัญหาอุปสรรคอะไร แล้วเราจะกู้มากองไว้เพื่อให้มี ภาระดอกเบี้ยให้กับลูกหลานเราทำไม
ท่านประธานที่เคารพครับ ประเด็นสุดท้ายครับ ที่พวกกระผมบอกว่าวันนี้ ไม่สามารถรับหลักการร่างกฎหมายฉบับนี้ได้ เป็นเรื่องหลักของประชาธิปไตย ผมกราบเรียนแล้วว่า ในอดีตการจะขอกู้เงินแบบนี้ก็คือทำไม่ได้ในระบบ งบประมาณชนเพดาน หนี้เกิดวิกฤติ มีความจำเป็นเร่งด่วน รัฐบาลที่แล้วมีเงินกู้ตัวหนึ่ง ผ่านสภาในวาระแรกไปแล้ว แต่เมื่อไม่มีความจำเป็นต้องใช้ปล่อยกฎหมายทิ้งครับไม่ใช้ต่อ กลับมาใช้ระบบงบประมาณ เพราะหลักสำคัญของระบอบประชาธิปไตยก็คือว่าอะไรที่เป็น ภาระกับพี่น้องประชาชน ผู้แทนของประชาชนมีสิทธิที่จะตรวจสอบ ก็อย่างน้อยปีละ ๑ ครั้ง ในระบบงบประมาณ วันนี้ถ้าสภาแห่งนี้อนุมัติกฎหมายแบบนี้วันข้างหน้าจะเป็นแบบอย่างไหมครับ ต่อไปรัฐบาลอาจจะเสนอกฎหมายงบประมาณมามีรายการเงินเดือนอย่างเดียว จะลงทุนอะไร ก็ไปออกกฎหมายกู้เงิน ส.ส. ก็ไม่สามารถตรวจสอบได้ โครงการอะไร อย่างไร จะไปเปลี่ยน ไปย้าย ไปโอนอะไรก็ไม่มีกฎหมายวิธีงบประมาณในการควบคุม ประเทศที่เป็นประชาธิปไตย รัฐบาล ที่เป็นประชาธิปไตยเขาจะไม่ทำอย่างนี้ การทำอย่างนี้ถือเป็นการเลี่ยงระบบการถ่วงดุลอำนาจ และการตรวจสอบตามวิถีทางประชาธิปไตย เพราะฉะนั้นจากเหตุผลที่ผมได้กราบเรียนมาทั้งหมด ผมยืนยันอีกครั้งว่าเราไม่รับหลักการร่างกฎหมายฉบับนี้ ที่ไม่รับไม่ใช่เพราะไม่ต้องการเห็นโครงการ เหล่านี้เกิดขึ้น ตรงกันข้ามเรายืนยันและได้พิสูจน์แล้วไม่ว่าจะเป็นทางการเงิน ทางกฎหมาย ทางการเมืองว่าโครงการทั้งหมดนี้สามารถทำได้อยู่ในกรอบของการบริหารงบประมาณ หรือจะเป็นงบประมาณขาดดุลก็เป็นการสร้างหนี้ที่อยู่ในกรอบวินัยการเงินการคลัง ตามกฎหมาย วิธีการงบประมาณและกฎหมายหนี้สาธารณะ อย่าทำเหมือนหลังน้ำท่วมเลยครับ เอาภาพ สวย ๆ งาม ๆ มาฉายอนาคตบังหน้าเพื่อที่จะกู้มากอง กู้มาโกง เพิ่มหนี้ เพิ่มความเสี่ยง ให้กับประเทศ ๕๐ ปี ๕,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท คือผลที่เราจะได้จากการอนุมัติร่างกฎหมายฉบับนี้ แต่โครงการทั้งหลายนั้นไม่มีหลักประกันครับ พวกผมไม่รับหลักการครับ ขอบพระคุณครับ
เชิญท่าน รองนายกรัฐมนตรีครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในฐานะที่บริหารงานที่กระทรวงการคลัง และกฎหมาย ฉบับนี้ก็เป็นกฎหมายที่ขออำนาจให้กระทรวงการคลังสามารถดำเนินการกู้เงินเพื่อการพัฒนา โครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมของประเทศ ก็จะขออนุญาตได้กราบเรียนชี้แจงท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรติผ่านท่านประธานที่เคารพนะครับ
ประการแรก ผมเสียดายที่ท่านผู้นำพรรคฝ่ายค้านได้รีบประกาศจุดยืนที่จะ ไม่รับหลักการกฎหมายฉบับนี้ด้วยความรวดเร็วก่อนที่จะได้กรุณาซักถามในประเด็นต่าง ๆ เพื่อให้คณะรัฐมนตรีได้มีโอกาสอธิบายในประเด็นแง่มุมต่าง ๆ ที่เป็นองค์ประกอบของกฎหมาย ฉบับนี้ อย่างไรก็ตามผมจะขออนุญาตได้กราบวิงวอนท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกพรรคไม่ว่าจะเป็น ฝ่ายรัฐบาลหรือฝ่ายค้านได้โปรดให้โอกาสคณะรัฐมนตรีได้ชี้แจงในประเด็นที่เป็นข้อสงสัยต่าง ๆ ในช่วงเวลาประมาณ ๒ วันนี้ ก่อนที่ท่านจะได้มีการตัดสินใจว่าจะรับหรือไม่รับหลักการ ในประเด็นที่ ท่านผู้นำพรรคฝ่ายค้านได้หยิบยกขึ้นมา ผมพอเข้าใจครับที่ท่านได้ประกาศจุดยืนไป เพราะว่า แง่มุมที่ท่านได้พิจารณาในเรื่องที่เกี่ยวข้องทั้งโดยตรง โดยอ้อมของร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ถ้าหากว่าความเข้าใจเป็นอย่างที่ท่านได้มีความเข้าใจก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรที่ท่านจะมี ความกังวลสูงมากแล้วก็ไม่อยากจะรับร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ผมไม่แน่ใจว่าจะสามารถอธิบาย ได้ทุกเรื่องอย่างครอบคลุมในประเด็นที่ท่านได้หยิบยกขึ้นมาทั้งโดยตรงโดยอ้อมเหล่านี้ ได้ครบถ้วนหรือไม่ แต่ผมคิดว่ามีความสำคัญที่จะต้องอธิบายในบางประเด็น เพราะนำไปสู่ความเข้าใจได้ว่า คณะรัฐมนตรีมีเจตนาที่จะดำเนินการตามแนวทางของร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ด้วยความมุ่งมั่น ซื่อตรง โปร่งใส และก่อให้เกิดผลประโยชน์ในเรื่องการพัฒนาการคมนาคมขนส่งของประเทศ ในระยะยาวอย่างแท้จริง
ประการแรก คงต้องกราบเรียนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบางท่านที่ได้เคย อยู่ในสภาผู้แทนราษฎรแล้วก็มีส่วนร่วมในการพิจารณาพระราชกำหนดเงินกู้ในอดีตนะครับ ผมก็ขออนุญาตกราบเรียนว่าคงไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบางท่านในเวลานั้น มีความเห็นว่าไม่สนับสนุนแนวทาง เพราะสิ่งที่ผมได้พบในเรื่องของการดำเนินการเพื่อกู้เงิน ในครั้งนั้นผมเองก็ได้กราบเรียนไปว่าผมเห็นในความจำเป็นเพราะว่าเศรษฐกิจของประเทศ สำคัญในซีกโลกตะวันตกกำลังเผชิญปัญหา เพียงแต่ว่าในกระบวนการของการดำเนิน โครงการต่าง ๆ นั้น ผมเห็นเป็นโครงการที่มีระยะสั้น เป็นโครงการที่มีลักษณะกระจายตัว จะใช้คำว่ากระจัดกระจายก็ว่าได้นะครับ ไปยังหน่วยงานกระทรวง ทบวง กรม ต่าง ๆ จนไม่แน่ชัดว่าเมื่อลงทุนตามแนวทางของกฎหมายกู้เงินฉบับนั้นแล้วในที่สุดประเทศจะได้อะไร มีหลายโครงการที่ได้เกิดเป็นประเด็นที่อยู่ในความสนใจของสาธารณชนในขณะนี้ ไม่ว่าจะเป็น เรื่องของการสร้างอาคารของส่วนราชการบางแห่ง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการจัดซื้อครุภัณฑ์ ให้กับหน่วยงานทางด้านการศึกษา ซึ่งมีการจัดซื้อแล้วปรากฏว่าไม่สามารถจะนำไปใช้ประโยชน์ได้ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ก็คงจะอธิบายความกังวลที่ท่านได้เห็นในขั้นตอนของการพิจารณา แล้วก็ กฎหมายกู้เงินฉบับนั้นจำนวนหน้าของเอกสารก็คงจะมีน้อย อาจจะน้อยกว่าฉบับนี้เสียอีกด้วยซ้ำ ในมุมของความเข้าใจในเรื่องของการบริหารเงินของรัฐ การเชื่อมโยงกับโครงการบางเรื่อง เช่นรถคันแรก ก็ขออนุญาตยอมรับจริง ๆ ว่าการประมาณการว่าจะมีผู้ใช้สิทธิรถคันแรก เราประมาณการพลาดไปจริง ๆ มีผู้ใช้สิทธิในรถคันแรกมากกว่าที่เราคาดหมายไว้จริง ๆ แต่ท่านคงจะจำได้นะครับว่าสิ่งที่เราดำเนินการนั้นเราไม่คิดที่จะเอาเงินงบประมาณที่ไหน หรือว่าเงินกู้ที่ไหนมาจ่ายให้กับผู้ที่ใช้สิทธิรถคันแรก เพราะผู้ที่ใช้สิทธิรถคันแรกคือผู้ที่จะต้อง ชำระภาษีทั้งภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีสรรพสามิตทุกประการให้ครบถ้วน แล้วยังจะคงต้องถือครองรถ เป็นเวลาเกินกว่า ๑ ปีเสียก่อนเราจึงจะคืนเฉพาะในส่วนที่เป็นภาษีสรรพสามิตตามกรอบ ที่ได้กำหนดไว้สำหรับมูลค่ารถแต่ละขนาดให้ ดังนั้นการคืนที่มากกว่าเป้าหมายนั้นก็เป็น การคืนไปจากเงินที่ได้รับมามากกว่าเป้าหมายจากเฉพาะกลุ่มที่เป็นผู้ใช้สิทธิรถคันแรกเท่านั้น ในกรณีของหนี้ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทในครั้งนี้ก็เช่นเดียวกันนะครับ ผมก็ขออนุญาตกราบเรียนว่า ถ้าหากว่าเราจะมองเรื่องของการชำระหนี้ให้หมดจนบาทสุดท้ายภายใน ๕๐ ปีเป็นเรื่องระยะยาว แต่ทรัพย์สินที่จะมีการลงทุนสำหรับการสร้างระบบคมนาคมขนส่งของประเทศในระยะยาว จะมีอายุยืนยาวกว่าอีกเป็นศตวรรษ นอกจากนั้นกฎหมายฉบับนี้เป็นกฎหมายแรกที่ในขั้นตอน การพิจารณาของคณะรัฐมนตรีได้ให้ความใส่ใจว่าถ้าหากมีการดำเนินการกู้เงินแล้วเราจะ สามารถชำระเงินกู้ต่าง ๆ ทั้งดอกเบี้ยและเงินต้นจนกระทั่งภาระหนี้ลดลงและหมดสิ้นไป ในที่สุดด้วยระยะเวลาใด ในอดีตนั้นไม่ปรากฏว่ามีกฎหมายกู้เงินฉบับใดที่ได้มีขั้นตอน ในการพิจารณาในเรื่องนี้เอาไว้ แล้วผมก็ยอมรับว่าในขั้นที่เราได้ดำเนินการกู้เงินมาเพื่อลงทุน ในระบบบริหารจัดการน้ำก็ไม่ได้พิจารณาเรื่องนี้ไว้เช่นเดียวกัน แต่ก็เรียนว่าเราเองก็แน่ใจว่า การกู้เงินในจำนวนที่เราได้ขอในครั้งนั้นสามารถที่จะอยู่ในกรอบของวินัยการคลังได้อย่าง เข้มแข็ง อย่างไรก็ตาม การดำเนินการในเรื่องนี้เนื่องจากเรามีเวลาที่จะพิจารณาไตร่ตรอง ไม่ได้มีเรื่องมาบีบคั้นในเรื่องระยะเวลามากนัก เราจะมีความรอบคอบและพร้อมที่จะพิจารณาว่า ถ้าบาทสุดท้ายหมดเราจะสามารถทำอย่างไรได้ หลายท่านที่อาจจะเป็นผู้ที่เคยกู้เงิน ทั้งในฐานะส่วนตัวเพื่อที่จะผ่อนโครงการระยะยาวเช่นผ่อนซื้อบ้านต่าง ๆ ท่านก็คงจะ จินตนาการได้ว่าถ้าหากว่าอยากจะชำระเร็วกว่ากำหนดไปอย่างจริงจังนั้น เราสามารถเพิ่มการชำระเงินต้นได้เพียงเล็กน้อยก็สามารถทำให้ระยะเวลาในการชำระหมด เกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็ว เพราะเงินต้นที่ลดลงนั้นจะสามารถดึงเอาอัตราดอกเบี้ยลงไปด้วย เป็นเรื่องต่อเนื่อง ดังนั้นการดำเนินการที่จะให้กรอบของระยะเวลานั้นหมดลงเร็วกว่าที่ได้เสนอ เข้าสู่การพิจารณาของ ครม. เพื่อให้เห็นเป็นกรอบว่าถ้าหากเราจะดำเนินการด้วยความระมัดระวัง ก็คงเป็นสิ่งที่คณะรัฐมนตรีจะได้ดูแลในอนาคตว่าถ้าหากการคืนหนี้เหล่านี้ช่วยให้ลดภาระเงินต้น ลดค่าดอกเบี้ยลง มันมีความคุ้มค่ากว่าการที่จะได้ดำเนินการเพื่อประโยชน์อันอื่นของประเทศหรือเปล่า ถ้าหากว่ามีท่านก็คงจะดำเนินการในส่วนที่เหมาะสมได้นะครับ นอกจากนั้นการที่พูดว่า กู้ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แต่แท้ที่จริงแล้วมีดอกเบี้ยอีก ๓,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนั้น ก็คงจะ จริงนะครับ เพราะว่าเป็นระยะเวลาที่จะยาวนานถึง ๕๐ ปีตามข้อสมมุติที่ว่า เพียงแต่ท่าน ก็คงจะเห็นเจตนาที่ชัดเจนนะครับ แล้วก็รัฐบาล ทั้งท่านนายกรัฐมนตรีและตัวกระผมหรือผู้ที่ เกี่ยวข้องได้ยืนยันหลายครั้งว่าสภาพคล่องในประเทศอยู่ในเกณฑ์ที่ดีมาก การกู้เงินนั้น เราจะมุ่งเน้นกู้เงินจากในประเทศเป็นหลัก การจะกู้จากต่างประเทศจะทำในอัตราที่น้อยมากจริง ๆ ทั้ง ๆ ที่มีความสนใจจากต่างประเทศมากมายที่จะมาลงทุนในตราสารเพื่อสนับสนุนการลงทุน ในโครงสร้างพื้นฐานคมนาคมขนส่งของเราในครั้งนี้ แต่ว่ารัฐบาลเองเห็นในประโยชน์ว่า การที่สภาพคล่องมีมากมายนั้น ดอกเบี้ย ๓,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนั้นควรจะตกอยู่กับคนไทย เกือบทั้งหมด และถ้าหากว่าทั้งหมดได้จะเป็นเรื่องที่ดี การที่ท่านมีความกังวลในเรื่องของ ระดับหนี้ที่มาก ก็ขออนุญาตเรียนว่าหลาย ๆ ตัวอย่างในโลกที่เป็นปัญหานั้น เป็นการที่ ประเทศเหล่านั้นกู้เงินจากต่างประเทศ ขณะนี้หนี้ต่างประเทศของประเทศเราในปัจจุบันนะครับ มีสัดส่วนเพียงประมาณร้อยละ ๓ ร้อยละ ๔ ของจีดีพีของประเทศเท่านั้น และนอกจากนั้น คณะรัฐมนตรียังได้มีมติว่าในการดำเนินการที่เป็นหนี้ที่สามารถชำระก่อนกำหนดได้ให้ กระทรวงการคลังสามารถดำเนินการชำระหนี้ก่อนกำหนดได้ และในส่วนของรัฐบาลและในส่วน ของรัฐวิสาหกิจหลายแห่ง รัฐบาลกำลังดำเนินการเพื่อให้หนี้ต่างประเทศมีระดับที่ต่ำที่สุด แล้วก็การดำเนินการต่าง ๆ ถ้าหากว่าจะมีการจ่ายค่าดอกเบี้ยที่เกิดขึ้นจากการระดมทุน เพื่อกิจการใด ๆ เราเองก็มีความประสงค์ที่จะให้รายได้ดอกเบี้ยนั้นตกอยู่กับประชาชนคนไทย หรือองค์กรในประเทศเท่านั้น แต่ว่าอย่างไรก็ตามผมก็ได้เพียงแต่กราบเรียนว่าการที่ประเทศ อย่างเราจะมีหนี้ต่างประเทศบ้าง แล้วก็สามารถที่จะได้รับความสนใจใส่ใจจากบริษัทจัดอันดับ ความน่าเชื่อถืออย่างต่อเนื่องนั้นก็เป็นเรื่องจำเป็น การดำเนินการในส่วนนี้ ขออนุญาตเรียนว่า ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการลดการขาดดุลการคลังที่ท่านผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ได้สอบถามว่ารัฐบาลพร้อมที่จะดำเนินการกำหนดเป็นกฎหมายประการใดหรือไม่นั้นนะครับ ผมก็เห็นในช่วงรัฐบาลในอดีตนั้นก็มีความพยายามที่จะดำเนินการ ก็ไม่เห็นว่ามีการออกเป็นกฎหมาย แต่ว่าได้มีการดำเนินการที่จะทำความเข้าใจร่วมกันระหว่างกระทรวงการคลังกับสำนักงบประมาณ ผมก็เรียนว่าการจะตกลงอะไรนั้นก็เป็นเรื่องที่ดีนะครับ แต่การปฏิบัติน่าจะเป็นเรื่องที่เข้มแข็งกว่า เมื่อรัฐบาลนี้เข้ามาเราได้เคยประกาศเจตนารมณ์ว่าเราอยากจะมีงบประมาณขาดดุลที่ลดลงกว่า ช่วงก่อนที่รัฐบาลนี้จะเข้ามา เดิมเราขาดดุลการคลังปีละ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เราตั้งใจอยากจะ ขาดดุลลดลงเป็น ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท แต่ก็มีความจำเป็นที่จะต้องตั้งงบประมาณจำนวน ประมาณ ๕๔,๐๐๐ ล้านบาทไปชดเชยเงินคงคลังที่ได้มีการดำเนินการไว้ก่อน ดังนั้นเราจำเป็น ต้องยืนการขาดดุลไว้ที่เดิม ทั้ง ๆ ที่ถ้าหากว่าเราจะเพิ่มขึ้นไปอีกบ้างเพราะเราบอกว่า มีเรื่องของเงินคงคลังเดิมที่จะต้องดูแลก็อาจจะทำได้ แต่ว่ารัฐบาลนี้ก็ไม่ได้ประสงค์ที่จะทำให้ วินัยการคลังสั่นคลอน นอกจากนั้นในปีงบประมาณถัดไปที่เราได้เริ่มดำเนินการซึ่งมีผลไปแล้ว ตั้งแต่วันที่ ๑ ตุลาคมที่ผ่านมานะครับ การขาดดุลการคลังลดลงจาก ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เป็น ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาท งบประมาณฉบับที่สภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ละครับที่ได้กรุณา อนุมัติไว้ แล้วที่ท่านสมาชิกบางท่านพูดว่าเป็นงบประมาณที่สูงที่สุดเป็นประวัติการณ์ ผมเอง ก็ได้กราบเรียนไปว่างบประมาณประเทศไทยสูงที่สุดเป็นประวัติการณ์ทุกปี แต่ถ้าหากว่าจะใช้คำว่าสูงที่สุดเป็นประวัติการณ์ หรือคำว่าประวัติการณ์งบประมาณปี ๒๕๕๖ ที่เริ่มตั้งแต่ ๑ ตุลาคม ๒๕๕๖ นั้นน่าจะใช้คำว่าเป็นงบประมาณที่เพิ่มสูงขึ้นกว่าปีก่อนน้อยที่สุด เป็นประวัติการณ์ เพราะงบประมาณที่เราใช้ในปีนี้คือ ๒.๔ ล้านล้านบาท เมื่อเทียบกับ ๒.๓๘ ล้านล้านบาท คืองบประมาณในปีก่อนนั้นมีการเพิ่มขึ้นเพียง ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท อย่างไรก็ตามท่านจะเห็นได้ว่าการดำเนินการในการใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพนั้นไม่ได้ทำให้ หน่วยงานราชการต่าง ๆ ที่เป็นผู้ใช้งบประมาณมีข้อติดขัดแต่ประการใดทั้ง ๆ ที่งบประมาณรวม เพิ่มขึ้นเพียง ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท นั่นก็คือเหตุผลของการที่เราจะสามารถบริหารจัดการใช้จ่าย อย่างมีประสิทธิภาพทั้ง ๆ ที่เราลดการขาดดุลลงโดยทันทีถึง ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาทในปี ๒๕๕๗ ซึ่งคณะรัฐมนตรีได้มีมติให้ความเห็นชอบในหลักการเพื่อทำงานต่อกับสำนักงบประมาณ เราเอง ก็ได้แสดงความชัดเจนนะครับว่าเราต้องการจะขาดดุลลดลงอีกเหลือ ๒๕๐,๐๐๐ ล้านบาท แล้วก็จะเป็นปีแรกที่เราสามารถที่จะทำให้การขาดดุลนั้นมีสัดส่วนน้อยกว่าร้อยละ ๒ ของจีดีพี ของประเทศ ซึ่งก็ถือว่าเป็นเพียงไม่กี่ประเทศในโลกที่สามารถดำเนินการในลักษณะนี้ได้ ผมเอง ก็ต้องขออนุญาตยืนยันว่าทิศทางในเรื่องของการลดการขาดดุลการคลังเพื่อที่จะเข้าสู่สมดุล ดังที่ประเทศได้เคยประกาศความตั้งใจเอาไว้ไม่มีความเปลี่ยนแปลง ดังนั้นในการดำเนินการ เพื่อที่จะใช้งบประมาณประจำปีอย่างที่ท่านผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรได้แสดงความเห็น เมื่อสักครู่นี้นะครับว่าคนดูออก คนดูเข้าใจ ผมก็ไม่แน่ใจว่าเขาจะเข้าใจหรือเปล่า ดังนั้น ถ้าเขาจะเข้าใจว่าเมื่อไปผสมรวมกันเขาก็ยังเข้าใจ ถ้าหากจะเข้าใจแล้วเราแยกให้ออกมา เขาก็เข้าใจอยู่ดี แล้วก็เรียนว่ามีหน่วยงานที่ได้มีความเข้าใจแล้ว เช่นบริษัทจัดอันดับ ความน่าเชื่อถือซึ่งเป็นยักษ์ใหญ่ ๑ ใน ๓ ของโลกนั้นได้ทราบข้อมูลในเรื่องทิศทางของการลด การขาดดุลการคลัง รวมทั้งแผนการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานของประเทศในระบบคมนาคม ขนส่งที่รัฐบาลมีความตั้งใจที่จะขอเสนอเป็นพระราชบัญญัติต่างหาก การดำเนินการในเรื่องนี้ ไม่ได้มีความรวบรัดและไม่ได้มีการปิดบังใด ๆ กระผมเองและท่านรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง ทั้งในส่วนโดยตรงโดยอ้อมได้แสดงข้อมูลเหล่านี้ให้กับสาธารณชนได้เป็นที่รับทราบเป็นเวลา นานกว่าครึ่งปีมาแล้ว แล้วก็ได้มีการติดตามอย่างใกล้ชิดว่าการดำเนินการในเรื่องนี้จะสามารถ มีความคืบหน้าได้อย่างใด ดังนั้นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับความเชื่อถือหรือไม่เชื่อถือก็ได้มี ความเข้าใจในเรื่องนี้เป็นอย่างดี อยากให้ท่านสมาชิกได้โปรดสบายใจว่าเขาไม่ได้เกิดความรู้สึก ว่าเราไปซุกไปซ่อนใด ๆ ดังนั้นการที่เราได้แยกส่วนของการลงทุนในเรื่องของระบบคมนาคม ขนส่งและจุดเชื่อมต่อ ซึ่งหมายถึงด่านศุลกากรทั้งหลักและจุดเชื่อมต่ออีกทั้งหมดรวมทั้งสิ้น ๔๑ แห่งนั้น ได้ถูกนำเสนอในการเป็นโครงการตามเอกสารประกอบการพิจารณาของ ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ จึงเป็นเรื่องซึ่งมีความชัดเจนมิได้มีลักษณะที่กระจัดกระจายไปยัง หน่วยงานใดจนไม่สามารถคาดหวังได้ว่าเมื่อดำเนินการจนเสร็จสิ้นแล้วจะได้รับผลลัพธ์ใด กับประเทศ ในส่วนของการดำเนินการตามกฎหมายพระราชกำหนดเพื่อการลงทุนในระบบ บริหารจัดการน้ำแบบบูรณาการ ซึ่งท่านไปมีความเข้าใจว่าเราไปหลอกศาลรัฐธรรมนูญ ผมใช้คำถูกหรือเปล่าไม่ทราบนะครับ แต่ว่าผมขออนุญาตกราบเรียนยืนยันนะครับ ความจำเป็น เร่งด่วนอยู่ในเวลานั้น หน้าสิ่วหน้าขวานขนาดนั้น น้ำท่วมอย่างนั้น ประชาคมทางด้านเศรษฐกิจ ธุรกิจของโลกมีความกังวลว่าจะอยู่กับประเทศไทยต่อไปหรือไม่ การผ่านกฎหมายฉบับนั้น ซึ่งต้องขออนุญาตกราบขอบพระคุณสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ที่ได้กรุณาพิจารณาหลังจาก ที่กฎหมายได้มีผลแล้ว ด้วยความเข้าใจว่าการที่เราสามารถแสดงความชัดเจน ยืนยันกับ ผู้เกี่ยวข้องได้ว่าในกระบวนการอนุมัติให้มีการลงทุนในระบบบริหารจัดการน้ำแบบบูรณาการนั้น จะเกิดขึ้นแน่นอน การดำเนินการกู้เงินต่าง ๆ จะเกิดขึ้นภายในวันที่ ๓๐ เดือนมิถุนายน ปี ๒๕๕๖ กระบวนการที่จะต้องลงทุนในโครงการที่จำเป็น สำนักงบประมาณได้ทำงานร่วมกันกับ คณะกรรมการ กบอ. ผ่านความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี แล้วก็ดำเนินโครงการเท่าที่จำเป็น เพื่อที่จะสามารถแสดงให้เห็นว่าเราเองไม่รอช้า เพราะใครจะทราบว่าในฤดูฝน ปี ๒๕๕๕ หรือในปี ๒๕๕๖ นั้นจะมีความเสี่ยงของปริมาณฝนที่มากเกินกว่าปกติหรือไม่ แต่ในขณะเดียวกัน เราสามารถยืนยันให้กับประชาคมทั้งโลกที่เป็นเจ้าของเทคโนโลยีที่เหมาะสม และจะมาช่วยกันพิจารณากับประเทศไทยว่าเราจะลงทุนในระบบบริหารจัดการน้ำแบบบูรณาการ ให้มีความดำรงคงอยู่อย่างต่อเนื่องได้เป็นอย่างดี ล้วนแล้วแต่มีความเชื่อมั่นและได้ตั้งทีม มาทำงานร่วมกันเพื่อที่จะหวังเป็นผู้ที่เสนองานแล้วก็ได้รับสิทธิที่จะมาทำงานร่วมกับรัฐบาล โดยรัฐบาลไทยไม่มีความจำเป็นจะต้องไปว่าจ้างใคร เพราะเขาต่างมีความมั่นใจว่ากฎหมาย ผ่านแล้วเราจะลงทุนอย่างนั้นจริง ๆ แทบไม่มีโรงงานใดนะครับที่ตัดสินใจย้ายออกจากประเทศไทย ก็เป็นผลมาจากความเชื่อมั่นที่เกิดขึ้นจากพระราชกำหนดฉบับนั้น ดังนั้นความจำเป็นเร่งด่วน ในเรื่องนั้นมีจริงและได้เกิดผลลัพธ์ไปแล้วจริง จึงเป็นเหตุที่ทำให้ประเทศไทยในปี ๒๕๕๕ เราสามารถที่จะทำให้การขยายตัวทางเศรษฐกิจของประเทศอยู่ในระดับที่ดีเหนือความคาดหมาย ของหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งในระดับภายในประเทศและระดับโลกด้วย ผมจึงขออนุญาตใช้สิทธิ ในที่นี้ได้ขอยืนยันว่าเราเองมิได้มีเจตนาที่จะไปหลอกลวงใครทั้งสิ้น แล้วก็การดำเนินการ ในชั้นนี้นะครับยังเป็นไปตามกำหนดตารางเวลาทั้งสิ้น การดำเนินการเพื่อจะให้มีการลงทุน ในระบบบริหารจัดการน้ำแบบบูรณาการนั้นก็จะเกิดขึ้นจริง ในส่วนของการที่ท่านได้มองเห็น ว่ากฎหมายฉบับนี้อาจจะมีจำนวนหน้าที่น้อยนะครับ แต่ผมก็ขออนุญาตกราบเรียนท่านว่า จำนวนหน้าที่น้อยก็คือ ๔ หน้า ถ้าหากไม่รวมเรื่องหลักการ เหตุผล ที่ผมได้เรียนไปเมื่อสักครู่นี้ แต่ความจริงแล้วมีบัญชีท้ายพระราชบัญญัติอีก ๒ หน้า และถ้าหากท่านบอกว่า ๖ หน้า ก็ยังน้อยนะครับ ผมเองก็เข้าใจแต่ว่าไม่น้อยขนาดฉบับเดิม ๆ ที่ได้เคยมีการออกไว้หรอกครับ และในการดำเนินการครั้งนี้ เนื้อหาใน ๑๙ มาตราที่ได้มีการกำหนดนั้นมีสาระสำคัญ ที่มีความหมายเป็นอย่างยิ่ง ผมจะขออนุญาตกราบเรียนโดยสังเขปนะครับว่านอกจากจะมีเนื้อหา ที่จะขอให้เราสามารถดำเนินการกู้เงินเป็นจำนวนรวมกันไม่เกิน ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เพื่อนำมาพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งตามยุทธศาสตร์และแผนงานภายในวงเงิน ที่กำหนดไว้ในบัญชีท้ายพระราชบัญญัติ ภายในวันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๖๓ แล้วนี่ยังกำหนด กระบวนการทำงานที่มีความรอบคอบและรัดกุม โดยกำหนดให้กระทรวงเจ้าสังกัดมีหน้าที่ ดูแลกลั่นกรองให้หน่วยงานผู้รับผิดชอบโครงการที่จะดำเนินการภายใต้แต่ละยุทธศาสตร์ ตามบัญชีแนบท้ายพระราชบัญญัติ ต้องเสนอโครงการต่อสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการ เศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ สำนักงบประมาณ และกระทรวงการคลัง เพื่อพิจารณากลั่นกรอง ผมขออนุญาตย้ำนะครับ เพื่อพิจารณากลั่นกรองและเสนอความเห็นด้านความพร้อม กรอบวงเงิน ดำเนินการ และแผนการดำเนินงาน เพื่อให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาอนุมัติการดำเนินโครงการ และการจัดสรรเงินกู้ โดยหน่วยงานผู้รับผิดชอบโครงการจะต้องปฏิบัติตามขั้นตอนของกฎหมาย ที่เกี่ยวข้องก่อนเริ่มดำเนินการให้ครบถ้วนด้วย ในชั้นที่เป็นเรื่องของขั้นดำเนินการนะครับ การติดตามและประเมินผลได้กำหนดให้กระทรวงเจ้าสังกัดของหน่วยงานผู้รับผิดชอบจัดให้ มีระบบติดตามและประเมินผลโครงการและแผนงาน และรายงานต่อกระทรวงการคลัง เพื่อเสนอต่อคณะรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรีจะต้องรายงานการกู้เงิน ผลการดำเนินงาน และการประเมินผลการดำเนินงานในแต่ละปีงบประมาณให้สภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา ทราบภายใน ๑๒๐ วัน นับแต่วันสิ้นปีงบประมาณ นอกจากนี้ในบัญชีท้ายพระราชบัญญัติ เพื่อความชัดเจนเกี่ยวกับยุทธศาสตร์นะครับ ได้กำหนด ๓ ยุทธศาสตร์หลัก ซึ่งได้แก่ ยุทธศาสตร์การปรับเปลี่ยนรูปแบบการขนส่งสินค้าทางถนนสู่การขนส่งที่มีต้นทุนต่ำกว่า โดยมีการกำหนดยุทธศาสตร์ในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและสิ่งอำนวยความสะดวก ในการเดินทางและขนส่งไปสู่จุดศูนย์กลางของภูมิภาคทั่วประเทศและเชื่อมโยงกับประเทศ เพื่อนบ้าน ได้กำหนดยุทธศาสตร์การพัฒนาปรับปรุงระบบขนส่งเพื่อยกระดับความคล่องตัว ก็ขออนุญาตเรียนว่าความเชื่อมโยงอาจจะไม่ใช่ทุกจุดหรอกครับที่ต้องเชื่อมโยงด้วย รถไฟความเร็วสูง แต่การเชื่อมโยงด้วยระบบคมนาคมอื่นที่มีจุดผ่านแดน มีด่านศุลกากร ที่มีประสิทธิภาพและคล่องตัวก็เป็นส่วนหนึ่งของแผน และเป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์ ด้วยนะครับ ในยุทธศาสตร์ทั้ง ๓ ประกอบไปด้วย ๗ แผนงานที่สำคัญ คือแผนงานด้านการพัฒนา และปรับปรุงโครงข่ายรถไฟที่มีอยู่ในปัจจุบันให้เป็นโครงข่ายขนส่งหลักของประเทศ แผนงาน ด้านการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่อสนับสนุนการขนส่งทางลำน้ำและชายฝั่ง แผนงานพัฒนา สิ่งอำนวยความสะดวกด้านการขนส่งต่อเนื่องหลายรูปแบบเพื่อเชื่อมโยงกับฐานการผลิต และฐานการส่งออกที่สำคัญของประเทศ แผนงานพัฒนาประตูการค้าหลักและประตู้การค้า ชายแดน แผนงานพัฒนาโครงข่ายเชื่อมต่อภูมิภาค แผนงานพัฒนาระบบขนส่งในเขตเมือง และแผนงานพัฒนาระบบขนส่งเชื่อมโยงพื้นที่เศรษฐกิจหลักของประเทศ เหล่านี้เป็นส่วนที่เป็น เนื้อหาสำคัญของเอกสารที่ท่านเห็นว่ามีเพียง ๔ หน้า ๖ หน้า อย่างไรก็ตาม เอกสารประกอบ การพิจารณาจำนวน ๒๓๑ หน้า มีการแสดงถึงโครงการต่าง ๆ ที่จะลงทุนให้สอดคล้องกับ ยุทธศาสตร์ทั้ง ๓ แผนและทั้ง ๗ แผนอยู่ในนั้น ดังนั้นผมเองมีความเชื่อมั่นนะครับว่า การพิจารณาของท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรว่าจะรับหลักการนี้หรือไม่รับหลักการนั้น ท่านยังมีเวลาที่จะไตร่ตรอง รวมทั้งข้อซักถามที่ท่านอาจจะได้กรุณาสอบถามแล้วผมจะได้มี โอกาสอธิบายถ้าหากว่าเรื่องใดมีความเกี่ยวข้องนะครับ
สำหรับเรื่องหนี้สาธารณะ ผมก็ยอมรับนะครับว่ารัฐบาลนี้ละเป็นรัฐบาลที่เอาใจใส่ ในการชำระหนี้ ยอดหนี้ ๑.๑๔ ล้านล้านบาทที่ถูกทิ้งค้างไว้ข้ามทศวรรษตั้งแต่เกิดวิกฤติเศรษฐกิจ ต้มยำกุ้ง ไม่มีใครให้ความสำคัญมากนักในอดีต แล้วก็ได้ดูแลตั้งงบประมาณมาจ่ายดอกเบี้ย ต่อเนื่องกันเป็นระยะเวลากว่า ๑๐ ปี เป็นยอดเงินรวมกันน่าจะมากกว่า ๗๕๐,๐๐๐ ล้านบาท แต่รัฐบาลนี้เห็นในความจำเป็น ในวันนั้นผมเรียนว่าประเทศไทยที่ถูกน้ำท่วมอยู่ในภาวะ ที่มีความตกต่ำในเชิงความน่าเชื่อถือในสายตาของคนต่าง ๆ จริง การที่เรามีหนี้ใดที่ไม่จัดการ ผมคิดว่าจะเสริมความกังวลให้กับผู้ที่เกี่ยวข้อง ผมย้ำนะครับ มีหนี้ที่ไม่จัดการไม่ได้แปลว่า มีหนี้มากมีหนี้น้อยเท่านั้น ถ้ามีหนี้น้อยแล้วไม่จัดการก็แสดงถึงความไม่ใส่ใจที่จะดูแล ให้ประเทศนั้นอยู่ในฐานะการเงินการคลังที่มั่นคง ดังนั้นในเวลานั้นรัฐบาลเห็นว่าการดำเนินการ เรื่องนี้มีความจำเป็นเร่งด่วน ประกอบกันกับการที่จะประกาศให้ประชาคมโลกเห็นว่า เราจะลงทุนในระบบบริหารจัดการน้ำแบบบูรณาการเพื่อไม่ให้น้ำท่วม แล้วก็หนี้ที่อาจจะเกิดขึ้น จากการดำเนินการในโครงการต่าง ๆ นั้น รัฐบาลของประเทศไทยมีความใส่ใจที่จะดำเนินการ ให้มีการชำระหนี้ ซึ่งก็เป็นข่าวดีนะครับว่าขณะนี้ยอดหนี้จำนวนดังกล่าวนั้นค่อย ๆ ลดลงแล้ว และหนี้จำนวนดังกล่าวนั้นเรามิได้ไปหลบเลี่ยงปิดบังใด ๆ นะครับ ยังถูกนับรวมอยู่ในหนี้สาธารณะ ทุกบาททุกสตางค์ ทั้ง ๆ ที่หนี้นั้นได้มีการบริหารจัดการที่แยกเป็นต่างหาก ดังนั้นเป็นความเข้าใจ ที่คลาดเคลื่อนของท่านผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรนะครับว่าเราได้โอนหนี้จำนวนนั้น ไปให้ธนาคารแห่งประเทศไทย หนี้จำนวนดังกล่าวเรายังนับรวมเป็นหนี้สาธารณะของประเทศไทย เพียงแต่หนี้จำนวนดังกล่าวนั้นหน่วยงานภายใต้กำกับของธนาคารแห่งประเทศไทย คือสำนักงานกองทุนฟื้นฟูได้รับไปที่จะติดตามดูแลให้มีการชำระเงินต้นลดลงโดยลำดับ จนหมดสิ้นในที่สุดภายในไม่กี่ทศวรรษ แทนที่จะอยู่ทิ้งไว้ตลอดกาล ผมเองก็พอเข้าใจครับว่า การทิ้งไว้ตลอดกาลโดยไม่เขียนถึงว่าจะชำระอะไรหรือไม่นั้นอาจจะทำให้คนรู้สึกสบายใจ มากกว่า แต่การที่รัฐบาลนี้มีความจริงใจและมีความประสงค์ที่จะเห็นว่าหนี้ใดที่ถูกสร้างขึ้น เราก็ควรมีแผนที่จะดำเนินการดูแลให้หนี้เหล่านั้นได้รับการชำระคืนมีการลดลงโดยลำดับ ไม่ว่าจะลดลงโดยจำนวน หรือไม่ว่าจะการลดลงโดยสัดส่วนเมื่อเทียบกับขนาดจีดีพีของประเทศ ที่จะเติบโตขึ้นเนื่องจากประเทศมีการขยายตัว ผมจึงขออนุญาตกราบเรียนว่าการดำเนินการ ต่าง ๆ ซึ่งความจริงแล้วเมื่อสักครู่ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมก็ได้กราบเรียน ไปแล้วนะครับ แต่ย้ำอีกครั้งหนึ่ง การที่ท่านจะมีความเข้าใจไขว้เขวแล้วมีวาทกรรม ในลักษณะที่บอกว่ากู้มาโกง ผมก็ขออนุญาตได้กราบเรียนต่อท่านสมาชิก สภาผู้แทนราษฎร ทั้งฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาล โดยเฉพาะอย่างยิ่งฝ่ายรัฐบาล ขอให้เกิดความมั่นใจครับว่า รัฐบาลนี้จะดูแลการใช้จ่ายลงทุนนี้ให้มีความซื่อตรง โปร่งใสอย่างเต็มที่ สิ่งใด ๆ ที่ท่านเคยพบเห็น และเป็นโครงการที่เกิดขึ้นในอดีตที่มีลักษณะที่ไม่เรียบร้อยเหล่านั้น ก็เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นจาก การดำเนินการที่อาจจะขาดความรัดกุม ความกังวลของคณะรัฐมนตรีชุดนี้อย่างที่ท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงคมนาคมได้กล่าวนะครับ ไม่ได้น้อยไปกว่าท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรฝ่ายค้าน แล้วผมก็เชื่อว่าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรฝ่ายรัฐบาลก็มีความกังวลเช่นเดียวกัน เพราะท่านเคยเห็น โครงการในอดีตที่เกิดขึ้นจากรัฐบาลในอดีตบางช่วงเวลานั้นมีความไม่เรียบร้อยจนเป็นที่น่ากังวล แล้วก็ต้องวิพากษ์วิจารณ์ รัฐบาลในปัจจุบันภายใต้การนำของท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร ให้ความสำคัญในเรื่องนี้ เรื่องที่เป็นเรื่องประกอบกันนะครับ การดำเนินการในเรื่อง ของการใช้สูตรการคำนวณราคากลางก่อสร้างตามมาตรฐานใหม่นั้น ได้เกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อ เดือนมีนาคม ๒๕๕๕ ซึ่งก็เป็นระยะเวลาเพียงประมาณไม่ถึง ๑ ปี หลังจากที่รัฐบาลนี้ได้เข้ามา ดำเนินการ เราเห็นครับว่าการใช้สูตรคำนวณราคากลางในอดีตนั้นอาจจะขาดความชัดเจน จึงได้มีการดำเนินการผลักดันให้มีการใช้สูตรราคากลางที่ถูกต้องและเหมาะสม และได้รับ การยอมรับจากทุกฝ่าย ทั้งภาคเอกชนที่เป็นองค์กรที่ได้รับความเชื่อถือ มีการคำนวณราคากลาง งานก่อสร้าง ซึ่งนอกจากจะเป็นเรื่องของอาคาร โดยปกติแล้วงบประมาณประจำปีงบลงทุน ก็จะเป็นเรื่องของงานก่อสร้างในลักษณะเป็นงานอาคาร แต่ว่าได้มีการคำนวณราคากลางงาน ก่อสร้างที่เป็นการสร้างระบบชลประทาน เพราะการลงทุนในโครงการ ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาทนั้น ก็จะมีส่วนที่เกี่ยวข้องกับระบบชลประทาน รวมทั้งการคำนวณราคากลางงานก่อสร้าง ในระบบทางและสะพาน ซึ่งก็เป็นส่วนหนึ่งที่สำคัญของระบบในการลงทุนในการพัฒนา โครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่ง การดำเนินการเตรียมการไว้ในระยะเวลานั้น ก็เพราะว่า รัฐบาลตระหนักดีว่าจะต้องมีการดำเนินการที่จะลงทุนในระบบเครือข่ายคมนาคมขนส่ง ของประเทศอย่างจริงจัง การมีราคากลางที่มีความซื่อตรง โปร่งใส และสามารถตรวจสอบได้ จึงเป็นเรื่องสำคัญ กระทรวงการคลังได้มีหนังสือเวียนให้ส่วนราชการใช้การคำนวณราคากลาง และการเปิดเผยตามมาตรฐานใหม่อย่างจริงจังเมื่อมีการผ่านการพิจารณาจากคณะรัฐมนตรี เมื่อเดือนมีนาคม ปี ๒๕๑๕ นอกจากนั้นได้มีหนังสือกำชับส่วนราชการต่าง ๆ ให้ปฏิบัติอย่างเข้มแข็ง เพราะเป็นเรื่องของมาตรฐานใหม่ และในวันที่ ๑๒ กุมภาพันธ์ ดังที่ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้เรียนนะครับ คณะรัฐมนตรีภายใต้การนำของ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร ก็เป็นผู้ที่มีมติกำชับให้ส่วนราชการทั้งหลายต้องดำเนินการทั้งส่วนของการคำนวณราคากลาง และการเปิดเผยข้อมูลต่าง ๆ ตามมาตรฐานใหม่โดยเคร่งครัด ดังนั้นการจะดำเนินการอย่างซื่อตรง โปร่งใสให้มากขึ้นนั้นก็เป็นเรื่องที่เราต้องช่วยกันทั้งฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาล ทั้งสื่อมวลชน ทั้งองค์กร ตรวจสอบและกำกับ การที่ท่านเกรงว่าจะไม่สามารถกำกับตรวจสอบได้นั้น ความจริง ประเทศของเราก็มีหน่วยงานที่อยู่ในภาครัฐแล้วก็ภาคเครือข่ายที่ได้ทำหน้าที่ตรวจสอบและกำกับ ซึ่งผมเองก็กังวลว่าท่านจะไปเข้าใจว่าเครือข่ายต่อต้านคอร์รัปชันนั้นเป็นฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด เป็นฝ่ายท่าน เป็นฝ่ายผม ความจริงเขาก็เป็นฝ่ายของประเทศนะครับ ตอนที่ท่านเป็นรัฐบาล เขาก็ตรวจสอบท่านด้วย ตอนที่เรามาเป็นรัฐบาลเขาก็ให้ความเอาใจใส่ และนอกจาก จะตรวจสอบผมแล้วนี่นะครับ ผมคิดว่าเรายินดีที่จะให้เขาได้มาร่วมปรึกษาหารือกันอย่างใกล้ชิดว่า โครงการใดควรจะมีการป้องปรามป้องกันอย่างใดด้วย ผมจึงขออนุญาตได้กราบเรียน ท่านสมาชิกด้วยความเคารพอีกครั้งหนึ่งนะครับว่าได้โปรดอย่าเพิ่งมีจุดยืนที่จะไม่สนับสนุน ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ รวมทั้งท่านสมาชิกที่กำลังอยู่ในชั้นพิจารณานี่นะครับ ผมเองคิดว่า ท่านคงจะมีประเด็นที่อยากจะซักถามในเรื่องของการพิจารณาในร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ต่อไปนะครับ ดังนั้นในส่วนของวินัยทางการคลัง ผมเองก็เข้าใจดีนะครับว่าการที่จะ ไปปรับเรื่องวินัยการคลังอะไรต่าง ๆ นี้นะครับ ความจริงในโลกนี้ระดับหนี้สาธารณะเมื่อเทียบ กับจีดีพีของหลายประเทศแล้วเขาก็มีกรอบวินัยการคลังไว้ เขากำหนดกันต่าง ๆ ก็สูงกว่า ร้อยละ ๖๐ ก็มี แต่ว่าในส่วนของรัฐบาล กรอบวินัยการคลังที่ถูกพิจารณาไว้โดยรัฐบาลที่แล้วลงนามโดย ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคลัง ขออนุญาตเอ่ยนาม คุณกรณ์ จาติกวณิช ที่ร้อยละ ๖๐ เมื่อครั้งที่ท่านปรับจากร้อยละ ๕๐ ขึ้นมาเป็นร้อยละ ๖๐ นั้นผมก็จะขออนุญาตยืนตามนั้น โดยไม่คิดว่ามีความจำเป็นที่จะต้องไปปรับกรอบอะไร และในขณะเดียวกันก็ขออนุญาต จะไม่เข้าไปใกล้เพดานวินัยการคลังร้อยละ ๖๐ ที่คุณกรณ์ได้กรุณาเห็นชอบเอาไว้เพราะผม เชื่อว่าเราสามารถที่จะอยู่ห่างกับกรอบวินัยนั้นได้เป็นอย่างดีดังที่ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี ได้ชี้แจง ถ้าหากว่ามีสิ่งที่เหนือความคาดหมายเกิดขึ้นเรายังมีช่วงห่างที่สำคัญที่จะสามารถดูแล ในส่วนนี้ได้ แล้วก็ขออนุญาตเรียนว่าการที่จะมีการให้ความเห็นชอบในร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ แต่ละโครงการที่จะมีการดำเนินงานจะต้องมีการดำเนินการตามขั้นตอนต่าง ๆ อย่างครบถ้วนด้วย ดังนั้นกระทรวงการคลังโดยสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะเมื่อมีการดำเนินการในแต่ละ โครงการย่อมจะต้องให้ข้อมูลต่อคณะรัฐมนตรีว่าระดับจีดีพีของประเทศที่เป็นอยู่ในเวลานั้น กับแผนการลงทุนที่จะเกิดขึ้นในแต่ละช่วงเวลามีความสอดคล้องเหมาะสมกันหรือไม่ประการใด ดังนั้นผมเองจึงขออนุญาตที่จะเรียนอธิบายกับท่านเป็นบางส่วน และผมคิดว่าความเข้าใจ ที่คลาดเคลื่อนในบางเรื่องนั้นก็อาจจะใช้โอกาสอื่น ๆ ในการอธิบายเช่นเรื่องจำนำข้าว ก็ขออนุญาตเรียนว่าก็มีเรื่องการอภิปรายในหลาย ๆ โอกาสอยู่แล้ว ดังนั้นผมเพียงแต่เรียนว่า การที่รัฐบาลของประเทศไทยจะต้องช่วยกันดูแลชาวนาผมว่าน่าจะเป็นเรื่องที่เข้าใจได้ รัฐบาลก่อนเราก็ช่วยดูแลชาวนาแล้วก็ช่วยดูแลโดยการจัดให้มีระบบในการประกันรายได้ ให้กับชาวนา เมื่อมีส่วนที่จะต้องดำเนินการตั้งงบประมาณเพื่อมาชดเชยในส่วนที่ประกันไว้ ก็มีการดำเนินการ การชดเชยในเวลานั้น ๒ ฤดูกาลต่อเนื่องก็เป็นเงิน ๑๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ก็ขออนุญาตเรียนว่าถึงแม้ท่านตั้งงบประมาณคืนไว้ไม่ครบก็เป็นหน้าที่ของรัฐบาลต่อเนื่องมา จะต้องดูแลให้ครบให้จงได้ ดังนั้นการที่จะบอกว่าข้อสมมุติของสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ ที่ไปอธิบายกับท่านจะอยู่ในภายใต้ว่าปีงบประมาณ ๒๕๕๖-๒๕๕๗ อะไรก็แล้วแต่จะไม่มีการดำเนิน นโยบายในเรื่องของการจำนำข้าว ก็ขออนุญาตได้เรียนชี้แจงต่อพี่น้องประชาชนโดยเฉพาะชาวนา ที่อาจจะติดตามอยู่ว่ารัฐบาลดำเนินการนโยบายในโครงการนี้ต่อเนื่องตามมติของคณะกรรมการ กขช. แล้วส่วนที่จะต้องมีการขาดทุนประการใดนั้นรัฐบาลก็จะดูแลแล้วก็จะมีพยายามดำเนินการให้มี ผลของการขาดทุนน้อยที่สุดโดยที่ไม่จำเป็นจะต้องไปดำเนินการตั้งเป็นงบประมาณขาดดุล พิเศษอะไร แล้วก็เรียนว่ารัฐบาลนี้ไม่ได้มีความประสงค์ที่จะมามุ่งเน้นแต่เรื่องถนนหนทาง โดยไม่เอาใจใส่การดำเนินการด้านอื่น ๆ งบประมาณด้านอื่น ๆ นั้นจะยังคงอยู่ในงบประมาณ ประจำปี และแม้แต่เรื่องของการสร้างทางขนาดย่อม ๆ ลงไปที่เป็นสายทางประกอบกับ เส้นทางหลักที่ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมได้ชี้แจงแล้วก็ยังจะคงเป็นส่วนหนึ่ง ของงบประมาณประจำปีในอนาคต เพียงแต่เรียนว่าการลดการขาดดุลลงอย่างมุ่งมั่น การจัดเก็บรายได้ของภาครัฐที่จะดำเนินการให้ดีขึ้นตามเศรษฐกิจที่เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง และมีความยั่งยืนโดยไม่มีความประสงค์ที่จะต้องไปเพิ่มอัตราภาษีใด ๆ เราก็ได้แสดงให้เห็น แล้วว่าสามารถดำเนินการได้ในช่วงปีงบประมาณที่ผ่าน ๆ มา ดังนั้นผมจึงขออนุญาตได้เรียน ให้ท่านได้เกิดความเชื่อมั่นแล้วก็แนวทางที่ท่านอาจจะใช้ความกังวลเดิมหรือความประทับใจ เดิมว่าเน้นเรื่องกู้ ไหนว่าจะไม่กู้ อะไรทำนองนี้นะครับ ผมก็ขออนุญาตเรียนว่าถ้ากู้มาดำเนินการ โครงการสั้น ๆ กู้มาดำเนินการโครงการที่ขาดยุทธศาสตร์ ผมเชื่อว่ารัฐบาลปัจจุบันภายใต้ การนำของท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร ไม่ทำ สิ่งที่ดำเนินการเรากู้ในรอบที่แล้ว ได้เสนอเป็นพระราชกำหนดมีความจำเป็นเร่งด่วนประการใดทุกท่านก็ทราบอยู่แก่ใจ แล้วการดำเนินการในครั้งนั้นไม่ได้มีลักษณะกระจัดกระจายอะไร เป็นการลงทุนในระบบบริหาร จัดการน้ำ เป็นการดำเนินการเพื่อเราจะสร้างความเชื่อมั่นกลับมาซึ่งก็ได้ผลเป็นอย่างดี การดำเนินการในรอบนี้ไม่ได้มีการกระจัดกระจายใด ๆ มีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับเรื่องเหล่านี้ อยู่ในยุทธศาสตร์ของการคมนาคมขนส่งของประเทศหรือจุดเชื่อมต่อ ไม่ได้มีลักษณะของ การไปตกลงแบ่งสรรปันเค้กกับกระทรวง ทบวง กรมต่าง ๆ ใด ๆ ดังนั้นขอให้เกิดความมั่นใจได้ว่า การดำเนินการนี้มุ่งมั่นไปเพื่อที่จะพัฒนาระบบเครือข่ายคมนาคม ผลประโยชน์ที่เกิดขึ้นนะครับ ผมเองอาจจะชี้แจงเรื่องเศรษฐกิจเป็นหลัก แต่ประโยชน์ ที่เกิดขึ้นต่าง ๆ อีกมากมายซึ่งอาจจะเป็นท่านรัฐมนตรีท่านอื่นชี้แจงได้ก็ได้นะครับ ในเรื่องของ การเดินทางโดยใช้ระบบถนนหนทางนั้นมีอุบัติเหตุจนพี่น้องประชาชนเสียชีวิตและบาดเจ็บ ขั้นรุนแรงต่าง ๆ เป็นจำนวนมากมาย ถ้าหากว่าการเดินทางเหล่านั้นสามารถที่จะปรับเปลี่ยน มาเป็นระบบที่มีความปลอดภัยมากกว่าก็น่าจะสามารถเกิดผลดี ผมจึงขออนุญาตได้วิงวอน ท่านว่าได้โปรดใช้เวลาในช่วงนี้ที่จะซักถามข้อกังวล ข้อสงสัย เพื่อให้คณะรัฐมนตรีได้มีโอกาส กราบเรียนชี้แจง และถ้าหากว่าการกราบเรียนชี้แจงเป็นประการใดแล้วผมเชื่อว่าคณะรัฐมนตรี ก็ยินดีที่จะรับในการใช้ดุลยพินิจของท่านหลังจากที่ท่านได้ซักถามแล้วก็ได้รับข้อมูล ที่เป็นเบื้องหลังแนวคิดต่าง ๆ รวมทั้งรายละเอียด ขอบพระคุณครับ
เชิญท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมครับ
ท่านประธานครับ ผมขออนุญาต ท่านประธานนิดเดียว ผม พิเชษฐครับ
เดี๋ยวนะครับ ท่านพิเชษฐครับ ให้จบทางคณะรัฐมนตรีก่อนได้ไหมครับ
ผมขออนุญาตหารือท่านประธานไว้ นิดหนึ่งก่อนครับ ผมไม่นานครับ นิดเดียว ๑ นาที ๒ นาทีเท่านั้นเอง ท่านประธานครับ ผม พิเชษฐ พันธุ์วิชาติกุล พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดกระบี่ ผมจะอยู่ในห้องนี้ทั้ง ๒ วัน และผมมีหน้าที่ถูกกำหนดให้ตอบข้อทั้งหมดที่พาดพิง เมื่อสักครู่ท่านรองนายกรัฐมนตรี ได้พาดพิงถึงการว่าหนี้สาธารณะที่ค้างมาตั้งแต่สมัยวิกฤติต้มยำกุ้งเป็นหนี้สาธารณะข้ามศตวรรษ ผมจะไม่ถือโอกาสชี้แจงขณะนี้ครับ แต่ผมเรียนว่าผมมีเวลา ๑ ชั่วโมงครึ่งในวันพรุ่งนี้ ผมจะใช้เวลาชี้แจง ผมยินยอมให้หักจากเวลาที่ผมจะใช้ เพราะฉะนั้นต่อไปนี้เรื่องอะไรที่พาดพิง ถึงรัฐบาลสมัยชวน ๑ ระหว่างปี ๒๕๓๕-๒๕๓๘ ที่ผมอยู่ที่กระทรวงการคลังผมจะขออนุญาต เป็นผู้ตอบเรื่องพาดพิง เรื่องอะไรที่เกี่ยวข้องตั้งแต่ปี ๒๕๔๐-๒๕๔๔ ไม่ว่าเรื่องไอเอ็มเอฟ เรื่อง ปรส. เรื่องทุกเรื่องเกี่ยวกับตรงนั้น เหลือผมอยู่คนเดียวในสภาที่อยู่ในยุคนั้นไม่ว่าคุณพิสิฐ คุณธารินทร์ก็อยู่ ผมจะขออนุญาตสงวนในสิ่งที่จะตอบพาดพิง แต่ผมอาจจะมาตอบครั้งเดียว หรือหลายครั้งในเวลาที่สมควรและไปหักจากเวลาผมสุดท้าย ขณะนี้ผมขออนุญาตท่านประธานครับ บันทึกว่าท่านรัฐมนตรีได้พาดพิงถึงผมเรื่องแรกก็คือ
คืออย่างนี้ ท่านพิเชษฐครับ ผมยังไม่อนุญาตนะครับ จะให้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมตอบ ให้เสร็จก่อน แล้วถ้าท่านจะใช้สิทธิพาดพิงท่านก็บอกว่าพาดพิงแล้วเสียหายประเด็นใด ประธานจะวินิจฉัยเองนะครับว่าจะให้ใช้สิทธิพาดพิงหรือไม่นะครับ
ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ยังไม่ได้พาดพิงถึงผมเลยครับ ผมเฉพาะเอาส่วนที่ท่าน
คืออย่างนี้ครับ ผมจะให้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมตอบก่อนนะครับ แล้วก็ท่านจะใช้สิทธิอะไร ท่านก็ใช้สิทธิหลังจากที่ทางรัฐบาลได้ชี้แจงก่อนนะครับ
เฉพาะส่วนที่พาดพิงของท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังครับ เพราะอาจจะต้องตอบทันทีเลยมิฉะนั้นข้ามไปแล้วคนฟังในช่วง ๕ นาที ๑๐ นาทีข้างหน้ากับคนฟังที่จบไปขณะนี้
อย่างนั้น ท่านลองอธิบายสิว่าทางท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังพาดพิง แล้วท่านเสียหายอะไร
พาดพิงให้เสียหายเนื่องจากว่า ผมเป็นคนตั้งสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะที่กระทรวงการคลังเมื่อปี ๒๕๔๒ ผมเป็นคนตั้ง ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะคนแรก ผมเป็นคนดูแลหนี้สาธารณะและกำหนด เพดานหนี้ ๕๐ เปอร์เซ็นต์ ตั้งแต่เมื่อปี ๒๕๔๐ ปี ๒๕๔๑ ปี ๒๕๔๒ และผมไปดูแลเรื่องเหล่านี้ คำว่า หนี้สาธารณะที่ปัจจุบันนี้เป็นปัญหาค้างข้ามศตวรรษมาตั้งแต่สมัยต้มยำกุ้ง ผมเสียหายครับ
คืออย่างนี้ครับ มันเป็นข้อเท็จจริงที่มีการกู้กันมาเป็นลำดับนะครับ ฉะนั้นรัฐบาลแต่ละยุคแต่ละสมัยเขาก็ได้มา ขอสภาแล้ว ประเด็นที่บอกว่าท่านเสียหายไม่ได้พาดพิงท่าน ท่านไม่ได้เสียหายครับ เชิญนั่งลงครับ
ไม่ใช่ครับ
ก็ประธาน วินิจฉัยแล้วไม่ได้เสียหายครับ
ผมขอโต้แย้งไว้ก่อนว่าเสียหายและผม จะมาเถียงกับท่านประธานทีหลังครับ
ได้ครับ
พรุ่งนี้ผมมีเวลาชั่วโมงครึ่ง
ท่านคอย ใช้เวลาตอนที่ท่านอภิปรายก็แล้วกัน
และขณะนี้ผมขอพูดบันทึกเทป (Tape) เป็นหลักฐานว่าผมคัดค้านเรื่องนี้เอาไว้เป็นประเด็นแรกที่พาดพิง ประเด็นที่ ๒ เรื่องเพดานหนี้ ที่พูดมาเมื่อสักครู่
เดี๋ยวท่าน ค่อยใช้สิทธิของท่านนะครับ เชิญท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม
ผมก็ขอพูดบันทึกไว้ ๒ เรื่องนะครับ ท่านประธานครับ จะปรากฏในรายงานบันทึกการประชุมครับ
เชิญท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมครับ
ท่านประธานครับ พาดพิงครับ
เดี๋ยวให้จบทีละท่านก่อนท่านกรณ์ครับ คืออย่างนี้ท่านกรณ์ ให้จบก่อนแล้วเดี๋ยวท่านค่อย ใช้สิทธินะครับ มันจะได้ต่อเนื่องกัน
ก็ตามที่ท่านประธานได้กล่าวเองว่า ให้จบสิ้นไปทีละท่าน เราก็อยากให้จบสิ้นกับประเด็นที่ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้พาดพิงครับ
ท่านเกี่ยวข้องอย่างไรครับ ท่านจะขอใช้สิทธิพาดพิง ประเด็นครับ เชิญครับ
ขออนุญาตท่านประธาน ผม กรณ์ จาติกวณิช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ถ้าท่านประธาน ได้ฟังการชี้แจงของท่านรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเมื่อสักครู่ ท่านก็คงจะได้ยินด้วยตัวท่านเองว่าผมเกี่ยวข้องอย่างไร เพราะท่านรองนายกรัฐมนตรี ได้กล่าวชื่อผมตรง ๆ แล้วนอกเหนือจากนั้นพูดถึงนโยบายการออกพระราชกำหนดในอดีต ที่ท่านได้ใช้คำว่า ขาดยุทธศาสตร์ เพราะฉะนั้นผมจึงคิดว่าผมควรที่จะได้รับการใช้สิทธิ ในการที่จะชี้แจงในประเด็นที่ท่านรัฐมนตรีได้พาดพิงกระผม แล้วก็มีประเด็นที่ทำให้ผม และรัฐบาลที่แล้วเสียหายในบางประเด็น
เอาเฉพาะ ประเด็นพาดพิงนะครับ เชิญครับ
ใช้สิทธิพาดพิง ขอบพระคุณครับ ท่านประธานครับ อันดับแรกผมอยากที่จะเรียนว่าประเด็นที่ท่านผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ได้อภิปรายไว้ เป็นความกังวลนะครับว่าการที่รัฐบาลจะมีการกู้ยืมเงินนอกระบบ และในขณะเดียวกัน จะหลอกตัวเองด้วยการที่จะบริหารให้การขาดดุลในระบบงบประมาณลดลงจะมีภัยอันตราย ต่อการรักษาวินัยทางการคลังในอนาคตนั้น ผมคิดว่าการชี้แจงของท่านรองนายกรัฐมนตรี เมื่อสักครู่ได้สะท้อนให้เราเห็นแล้วว่าความกังวลของท่านผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรนั้นเป็นจริง เพราะท่านรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังได้พูดถึงการปรับลด การขาดดุลงบประมาณในปีงบประมาณทั้งปี ๒๕๕๖ และในปี ๒๕๕๗ เสมือนกับว่า การขาดดุลงบประมาณที่ลดลงนั้นสะท้อนให้เห็นถึงการรักษาวินัยทางการคลัง แต่สิ่งที่ท่าน ไม่ได้พูดถึงก็คือการกู้เงินนอกระบบในช่วงปี ๒๕๕๔ เกิดขึ้นจากการใช้ พ.ร.ก.
ท่านกรณ์ครับ ผมจะให้สิทธิเฉพาะประเด็นที่พาดพิงนะครับ จะไม่ให้อธิบายไปกว่านี้ครับ เพราะว่าได้หารือ ทั้งวิปแล้วนะครับบอกว่าขอให้ประธานควบคุมอยู่ในประเด็น โดยเฉพาะประเด็นที่บอกว่า ใช้สิทธิพาดพิงนี้เขาก็พยายามโยงมาที่ประธานว่าเอาเฉพาะประเด็นที่พาดพิง ส่วนนอกเหนือจากนั้น เดี๋ยวท่านค่อยใช้สิทธิตอนท่านอภิปราย เอาอย่างนั้นนะครับ เพราะว่าทั้ง ๒ ฝ่ายท่านก็ขอให้ ประธานควบคุมในเรื่องนี้ ขอความร่วมมือพวกเราทุกท่านนะครับ เชิญท่านครับ
ผมพร้อมให้ความร่วมมือกับ ท่านประธานนะครับ ในประเด็นที่ท่านรองนายกรัฐมนตรีได้พาดพิงมาในเรื่องของยุทธศาสตร์ ที่เราได้ใช้ในการแก้ปัญหาวิกฤติเศรษฐกิจเมื่อช่วงปี ๒๕๑๒ ท่านได้บอกว่ารัฐบาลนี้จะไม่มี การกู้ยืมเพื่อตอบโจทย์ระยะสั้นในลักษณะที่ขาดยุทธศาสตร์ ตรงนี้ผมต้องขออนุญาตชี้แจง เพราะดูเหมือนว่าท่านจะไม่เข้าใจประเด็นปัญหาที่ประเทศไทยเราประสบในช่วงปี ๒๕๕๑ ปี ๒๕๕๒ ที่รัฐบาลภายใต้การนำของท่านอดีตนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ต้องเข้ามา ดูแล ในครั้งนั้นมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่รัฐบาลจะต้องตอบโจทย์ปัญหาเฉพาะหน้าเกิดขึ้น ใน ๒ แง่มุม แง่มุมแรก ก็คือมิติของการขาดดุลงบประมาณ โดยที่วิกฤติเศรษฐกิจทำให้ รายได้ของประเทศ ในที่นี้ก็คือเงินภาษีที่รัฐบาลจัดเก็บได้ลดลงต่ำกว่าประมาณการในงบประมาณ งบรายจ่ายประจำปี ๒๕๕๒ จึงเป็นสาเหตุว่าถ้ารัฐบาลไม่ออกพระราชกำหนดในครั้งนั้น ที่เรียกกันว่าพระราชกำหนดไทยเข้มแข็ง รัฐบาลก็จะมีปัญหาในการเบิกจ่าย เพราะการเบิกจ่าย จะขัดต่อรัฐธรรมนูญ ขัดต่อพระราชบัญญัติบริหารหนี้สาธารณะที่กำหนดกรอบไว้ชัดเจนว่า งบรายจ่ายของทุก ๆ รัฐบาลในแต่ละปีนั้นมีสิทธิที่จะขาดดุลได้เป็นสัดส่วนเท่ากับกี่เปอร์เซ็นต์ เทียบกับงบรายจ่ายโดยรวม ดังนั้นถ้าไม่มียุทธศาสตร์ในการที่จะแก้ปัญหาเฉพาะหน้า โดยเร่งด่วนด้วยการออกกฎหมายในรูปของพระราชกำหนดประเทศไทยเราจะประสบวิกฤติ ซึ่ง ณ วันนั้นมีพี่น้องคนไทยตกงานอยู่ ๘๐๐,๐๐๐ คน มีการประมาณการว่าถ้ารัฐบาลไม่ยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือด้วยการอัดฉีดเม็ดเงินส่วนนี้ พี่น้องประชาชนคนไทยอาจจะตกงานกันถึงจำนวน ๑,๐๐๐,๐๐๐ คน หรือ ๒,๐๐๐,๐๐๐ คน ฉะนั้นยุทธศาสตร์ของเราในครั้งนั้นชัดเจน นอกเหนือจากการใช้เงินส่วนนั้นเพื่อชดเชย การขาดดุลในงบประมาณมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่รัฐบาลต้องเข้ามามีบทบาทในเศรษฐกิจ ทดแทนภาคเอกชนที่ ณ เวลานั้นขาดสภาพคล่องและขาดกำลังซื้อ นั่นคือสาเหตุที่รัฐบาล มีความจำเป็นต้องอัดฉีดเม็ดเงินส่วนนี้เข้าสู่ระบบเศรษฐกิจด้วยการผลักดันโครงการที่มีความพร้อม ที่จะเริ่มดำเนินการทันที ถือเป็นหน้าที่ของรัฐบาลในการกระตุ้นเศรษฐกิจและช่วยแก้ปัญหา เศรษฐกิจทำให้เศรษฐกิจไทยในช่วงระยะเวลานั้นมีผลกลับฟื้นคืนชีพขึ้นมา มีอัตราขยายตัว
ผมว่าเพียงพอแล้วนะครับ ท่านได้ชี้แจง
แป๊บเดียวครับ ต้องขออนุญาตครับ ต้องให้ผมมีสิทธิที่จะชี้แจงในเรื่องสำคัญและผมใกล้จะจบแล้วท่านประธาน ผมอยากจะเรียนว่า มาตรการที่ท่านรองนายกรัฐมนตรีอ้างว่าเป็นมาตรการระยะสั้นที่ขาดยุทธศาสตร์นั้นมีผล ทำให้อัตราขยายตัวทางเศรษฐกิจของประเทศไทยในช่วงปี ๒๕๑๒ ปี ๒๕๑๓ กลับคืนมา มีอันดับการขยายตัวที่สูงเป็นอันดับต้น ๆ ของโลก ถ้าผมจำไม่ผิดคือลำดับที่ ๒ รองจาก ประเทศไต้หวันเท่านั้น เพราะฉะนั้นตรงนี้จึงมีความจำเป็นที่จะต้องชี้แจงเพื่อความเข้าใจตรงกัน ขอบคุณครับ
ขอบคุณมากครับ ลำดับผมจะอ่านทีละฝั่งฝั่งละ ๓ ท่านนะครับ ท่านจะได้เตรียมลำดับ ของท่านได้ถูก หลังจากที่ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมได้ชี้แจง ท่านแรกจะเป็น ท่านธวัชชัย อนามพงษ์ ท่านที่ ๒ ท่านไชยา พรหมา ท่านที่ ๓ ท่านบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ ท่านที่ ๔ ท่านวิทยา บุรณศิริ ท่านที่ ๕ ท่านอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี ท่านที่ ๖ ท่านวิชาญ มีนชัยนันท์ ตามลำดับ เชิญท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมครับ
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติครับ กระผมขอชี้แจงสั้น ๆ ๓ ประเด็น
ประเด็นแรก เรื่องกระบวนการพีพีพีหรือว่าให้เอกชนมาร่วมลงทุน ในโครงการโครงสร้างพื้นฐาน คงต้องกราบเรียนหลักการเบื้องต้นก่อนว่าตัวโครงสร้างพื้นฐาน ที่ลงทุนผลตอบแทนที่สำคัญเป็นผลตอบแทนทางเศรษฐกิจ เช่น ลดต้นทุนการขนส่ง เพิ่มคุณภาพชีวิต ผลตอบแทนทางตัวเงินอาจจะมาในบางโครงการแต่ไม่มาก ฉะนั้น ตามหลักแล้วโครงการที่เป็นโครงสร้างพื้นฐานรัฐควรเป็นผู้ลงทุนเอง เพราะเราไม่สามารถ เอาผลตอบแทนทางการเงินไปจ่ายคืนให้เอกชนเมื่อร่วมลงทุน และไปคิดค่าใช้จ่ายแพง ๆ กับผู้ใช้ทางได้ อันนี้อาจจะเป็นแนวคิดที่ว่าส่วนใหญ่ของโครงการโครงสร้างพื้นฐานรัฐจะต้อง เป็นผู้สนับสนุน แต่โอเคอาจจะมีบางส่วนย่อย ๆ เช่นการเดินรถไฟฟ้าเราอาจจะลงทุน ตัวโครงสร้างพื้นฐานเหมือนที่เราทำในรถไฟฟ้าสายสีม่วงแล้วก็เอกชนอาจจะมาทำเฉพาะ ส่วนบนบางส่วน แล้วก็มีรายได้เพียงพอที่จะชดเชยการลงทุนของภาคเอกชน อันนี้คงต้องดู เป็นโครงการ ๆ ไป แต่ต้องกราบเรียนว่าในภาพรวมแล้วโครงสร้างพื้นฐานรัฐควรเป็น ผู้รับผิดชอบ ถ้าอันไหนในโครงการนี้มีเอกชนมาทำพีพีพีได้ก็ตัดไม่ต้องกู้ในส่วนนั้น แต่ว่า ก็ต้องดูในระยะต่อไปครับ
ประเด็นที่ ๒ เรื่องเอ็มโอยู (MOU) กับประเทศหนึ่ง ผมขออนุญาตไม่เอ่ยชื่อ ประเทศนะครับ เรียกว่าประเทศเอ (A) แล้วกัน ประเทศเอที่จะมาผลิตมาร่วมลงทุนรถไฟฟ้า ความเร็วสูง อันนี้ผมก็ได้อ่านบันทึกการประชุมหมดคือเข้ามาแล้วอ่านรายละเอียดหมดครับว่า ที่ผ่านมามีการเจรจาตกลงกันอย่างไร แล้วก็เอ็มโอยูร่างกันไว้อย่างไร ก็ต้องกราบเรียนว่า รู้สึกคงไม่ได้ลงนามกันง่าย ๆ เอ็มโอยูฉบับนี้ เพราะว่าในรายละเอียดที่บันทึกการประชุม มันมีข้อขัดแย้งระหว่าง ๒ ฝ่ายค่อนข้างมาก เช่น ประเทศเอที่จะมาเอ็มโอยูเขาต้องการ ให้ใช้เทคโนโลยีเขา ใช้ผู้รับเหมาของเขาในการก่อสร้าง ให้สัญญาสัมปทาน ๕๐ ปี ให้สิทธิ ในการใช้ที่ดิน เงื่อนไขทั้งหมดนี้ผมคิดว่าคงหาผู้ร่วมทุนลำบาก และผมก็เชื่อว่าในโครงการ พวกนี้มันไม่มีของฟรีครับ คนที่เขาจะมาร่วมลงทุนกับเราเขาก็ต้องหวังกำไรกลับไป เพราะฉะนั้นผมว่าในการร่วมทุนไม่ว่ากับประเทศไหนก็ตามคงต้องดูให้รอบคอบครับ เพราะว่าถ้าเราลงทุนแล้วเราเสียเปรียบก็อาจจะไม่เป็นประโยชน์กับประชาชนโดยส่วนรวม อันนี้ก็คงแล้วแต่ แต่ว่าเราก็ดูรายละเอียดที่มีการเจรจา ก็มีเอกสารที่ปรากฏอยู่ชัดเจน ก็ยังไม่ได้ลงนามกันครับ ยังไม่ได้เป็นข้อยุติ
ประเด็นที่ ๓ เรื่องการเชื่อมโยงกับประเทศเพื่อนบ้าน ต้องกราบเรียนครับว่า รถไฟความเร็วสูงเราก็คงเชื่อมโยงจังหวัดหนองคายแน่นอนครับ แต่เมื่อในเวลาที่เหมาะสม เราก็คงเชื่อมไปที่ปาดังเบซาร์แน่นอนครับ แต่ว่าถามว่าทำไม เพราะว่าทาง สปป. ลาวเอง รถไฟความเร็วสูงอีกไกลครับ เพราะว่าระยะทางใน สปป. ลาว ๔๑๘ กิโลเมตร ตอนนี้ ยังไม่ได้มีข้อยุติเลยว่าจะดำเนินการรูปแบบไหน ทางประเทศมาเลเซียเองก็ตามมีการคุย ระหว่างกรุงกัวลาลัมเปอร์กับประเทศสิงคโปร์ แต่กรุงกัวลาลัมเปอร์มาที่ปาดังเบซาร์ยังไม่มี การพูดถึงเลยครับ เพราะฉะนั้นการเชื่อมโยงในเบื้องต้นเราเชื่อมโยงในสิ่งที่มีก่อน ปาดังเบซาร์ มีรถไฟทางคู่มาแล้ว ๑ เมตร เราเชื่อมครับปาดังเบซาร์ ที่ สปป. ลาว ที่บ้านท่านาแล้งมีรถไฟ ขนาด ๑ เมตร และทาง สปป. ลาวต้องการให้เชื่อมต่อไปถึงนครเวียงจันทน์เราเชื่อมครับ รถไฟความเร็วสูงของเราเชื่อมครับ แต่เชื่อมเมื่อทุกคนพร้อมครับ เพราะว่าการเชื่อมมาทั้ง ๒ ฝั่ง ส่วนการไปที่จังหวัดเชียงใหม่ก็ปรากฏชัดเจนอยู่ในนโยบายของรัฐบาลที่เราแถลงไว้ชัดเจน ต่อรัฐสภา แล้วจากการคำนวณตัวเลขผู้โดยสารของทางจังหวัดเชียงใหม่ในระยะต้น สูงกว่าทางจังหวัดหนองคายอยู่ประมาณ ๑๐,๐๐๐ คนต่อวัน ก็เป็นตัวเลขที่มีการศึกษามานะครับ แต่อย่างที่เรียนว่าการจัดลำดับความสำคัญก็เป็นข้อมูลทางเทคนิคที่มีการศึกษา แล้วก็มี การดูประเด็นทางวิศวกรรม ทางการประมาณการผู้โดยสาร แต่ก็ต้องยืนยันว่าจังหวัดหนองคาย เราเชื่อมแน่นอนครับ ปาดังเบซาร์เราก็เชื่อมแน่นอนครับ แล้วก็จะเชื่อมต่อไป แต่ถ้าจะถามว่า เออีซี ที่จะเชื่อมรถไฟความเร็วสูงมา สปป. ลาวยังไม่พร้อมครับ แล้วก็ประเทศมาเลเซียก็ยังไม่พร้อม ส่วนท่าเรือทวายนั้นเราคุยตลอดเรื่องการเชื่อมทางรถไฟกับทางเมียนมาร์ ถ้าทางรถไฟ อยู่ในการพัฒนาท่าเรือน้ำลึกทวายในระยะที่ ๒ ก็มีการคุยว่าเราจะพัฒนาเมื่อไร ก็คงทำ ในระยะเวลาที่เหมาะสมครับ
ท่านสมาชิกครับ ต่อไปจะเป็นท่านสมาชิกอภิปรายแล้วก็ผมจะบอกแต่ละท่านว่าใช้เวลาเท่าไร เพราะวิปแต่ละฝ่ายเสนอมานะครับ ขอความร่วมมือผู้อภิปรายว่าให้ดูในระยะเวลาของท่านเอง ผมจะไม่เตือนถึงแม้ท่านเกินไปก็จะคิดในแต่ละฝ่าย ฉะนั้นกว่าจะตกลงกันระหว่างวิป ๒ ฝ่ายได้ ได้รับความกรุณาวิปทั้ง ๒ ฝ่ายมาก กว่าจะได้เวลาแล้วมาบริหารแต่ละท่านท่านต้องรักษา กติกาของท่านเองนะครับ ฉะนั้นเพื่อที่จะให้ท่านสมาชิกท่านอื่นได้อภิปรายในวันพรุ่งนี้ด้วย ก็ขอให้แต่ละฝ่ายรักษาเวลาของท่านเองผมจะไม่เตือน แล้วก็มีเวลาที่จะแจ้งให้กับท่านสมาชิก เพราะถือว่าทุกท่านต้องรับผิดชอบนะครับ เพราะวิปทั้ง ๒ ฝ่ายเขาทำหน้าที่กว่าจะได้ในเวลาไม่ง่าย เชิญท่านธวัชชัย อนามพงษ์ ครับ ๑๐ นาที
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม ธวัชชัย อนามพงษ์ ส.ส. จังหวัดจันทบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ก่อนอื่นต้องขอบคุณท่านประธาน ที่ให้โอกาสผมอภิปราย รัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ท่านกู้เงินแหลกเป็นประวัติศาสตร์ชาติไทย จน ส.ส. บ้านนอกอย่างผมชาวบ้านถามผมตอบไม่ถูก เขาถามว่าเงิน ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนี้ มันมากเท่าไร นับกี่วันถึงจะหมด น้ำหนักเท่าไร ใช้รถบรรทุกกี่คัน ผมตอบไม่ถูกผมต้องไปหา ข้อมูลจากธนาคาร ทั้งผู้มีความรู้ก็ยังไม่แน่ใจว่าจะถูกหรือไม่ ผมก็เลยเอาแบงก์พันมานับ เมื่อคืน ๑๐๐ ใบ แต่มีแบงก์พันใบเดียวนอกนั้นก็เป็นกระดาษ แบงก์พันนับ ๒ นาที ๑๐๐ ใบ ก็ได้ ๒ นาที ๑ ชั่วโมงนับได้ ๓,๐๐๐,๐๐๐ บาทถ้วน ๑ วันนับได้ ๗๒ ล้านบาทถ้วน ๑ ปีนับได้ ๒๖,๒๘๐ ล้านบาทถ้วน เงินกู้ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท นับทั้งวันทั้งคืนโดยไม่ต้องกินข้าว ได้ ๗๖ ชั่วโมงครับท่านประธาน ก็นับทั้งวันทั้งคืนไม่ต้องทานข้าวเลยนะครับ ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท ก็ชั่งได้ ๑ กิโลกรัม ๑ ตันก็ ๑,๐๐๐ กิโลกรัม เงินกู้ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทก็ได้ ๒.๒ ตัน ใช้รถบรรทุกสิบล้อบรรทุกคันละ ๑๐ ตัน ก็ได้ ๒๒๐ คัน ใช้รถปิกอัพคันละ ๔ ตัน ก็ได้ ๕๕๐ คัน ท่านประธานครับ รัฐบาลยิ่งลักษณ์ท่านกู้เงินอนาคตมาใช้โดยไม่คำนึงถึงประเทศชาติ และประชาชนเลยเป็นภาระหนี้ ๕๐ ปีก็ใช้ไม่หมด แล้วท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ก็เคยประกาศ ช่วงหาเสียงว่าจะล้างหนี้ประเทศไทยแล้วก็จะไม่กู้ พอท่านได้เป็นท่านก็กู้แหลก ไหนว่าจะล้างหนี้ ประเทศไทยละครับ หรือจะกู้มาโกงกินไปเรื่อย ๆ จนกว่าประชาชนจะเหลือแต่กระดูก
คืออย่างนี้ครับ เดี๋ยวนะครับ วิปเราได้หารือกันให้ประธานควบคุมในการอภิปราย ขณะนี้ อยู่ระหว่างหลักการและเหตุผลในการขอกู้ ผมอยากจะขอเตือนท่านสมาชิก อ้ายที่ยังไม่ดำเนินการ จะไปกล่าวหากันเดี๋ยวก็มีท่านสมาชิกประท้วงนะครับ เดี๋ยวจะเป็นการใส่ร้ายผิดข้อบังคับ ข้อ ๖๑ ขอเตือนนะครับ เชิญครับ
ขอบคุณครับท่านประธาน ท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ไม่เคยได้ชี้แจงในสภาเลยว่าจะเอาเงินที่ไหนมาใช้หนี้ รวมทั้ง ดอกเบี้ยก็ ๕,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทเศษ ใช้หนี้ ๕๐ ปีก็ไม่หมด ดอกเบี้ยยังไม่ฟิกซ์ (Fix) นะครับ ก็ต้องใช้หนี้ยาวไปเกิน ๕๐ ปีอีก ประชาชนเขาทุกข์มากว่าจะเอาเงินที่ไหนมาใช้หนี้ ทุกวันนี้ ท่านประธานครับ น้ำมันแพง ข้าวของแพงก็ไม่ไหวอยู่แล้ว หรือหวังจะรีดภาษีประชาชนอีก แค่นี้ประชาชนก็จะตายแล้วครับ หรือจะปรับภาษีมูลค่าเพิ่ม ๗ เปอร์เซ็นต์ เป็น ๒๓ เปอร์เซ็นต์ ประชาชนเขากลัวรัฐบาลนี้มากครับ มีข่าวรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยจะเปิดบ่อนทุกชนิด มอมเมาเยาวชน ประเด็นนี้อย่านะครับสงสารประชาชน ขณะนี้ประเทศไทยประชาชน ก็เป็นหนี้หัวละ ๗๐,๐๐๐ บาท รวมทั้งหนี้สาธารณะอีก ๘๐,๐๐๐ บาท ก็เป็น ๑๕๐,๐๐๐ บาท เวรกรรมของประเทศไทยจริง ๆ นะครับท่านประธานที่มีรัฐบาล กู้แหลกแบบนี้ รัฐบาลนี้ ไม่เคยสอนให้ประชาชนประหยัดเลย รัฐบาลก็เปรียบเหมือนพ่อ เหมือนแม่ ถ้าพ่อแม่ใช้เงิน ไม่รู้เรื่องกู้อย่างเดียว ผลสุดท้ายประเทศไทยก็จะเหมือนประเทศกรีซล้มละลายไปไม่รอด ประชาชนก็จะด่าพ่อด่าแม่ แม่ก็ต้องหนีไปต่างประเทศอีกตามเคย ท่านประธานครับ รัฐบาลนี้กู้ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทเอาไปก่อสร้างทางรถไฟความเร็วสูง กรุงเทพฯ-เชียงใหม่ กรุงเทพฯ-หนองคาย กรุงเทพฯ-ปาดังเบซาร์ กรุงเทพฯ-ระยอง แล้วจังหวัดจันทบุรี จังหวัดตราด ที่ติดกับประเทศกัมพูชามันไปไหนละครับ ปี ๒๕๕๘ ก็จะเข้าสู่ประชาคมอาเซียนแล้ว ท่านนายกรัฐมนตรีบอกจะเชื่อมโยงกับประเทศเพื่อนบ้าน ผมไม่ค่อยมั่นใจรัฐบาลนี้เลยนะครับ บอกจะล้างหนี้ก็ไม่ล้าง บอกจะไม่กู้ก็กู้ พูดอย่างทำอย่าง ช่วงน้ำท่วมท่านบอกว่าจำเป็นมาก จะต้องกู้อย่างรีบด่วน ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาทเอาไปดอง ชาวบ้านเขาบอกว่ากู้เอาไปโกง เหมือนท่านรองหัวหน้าพรรค บุญจง วงศ์ไตรรัตน์ บอกว่ากู้เพื่อพี่ หนี้เพื่อประชาชน ก็กู้มา ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เอาไปก่อสร้างทางรถไฟความเร็วสูง รัฐบาลนี้คิดรอบคอบหรือยังครับ ผมเห็นด้วยกับรัฐบาลอภิสิทธิ์ที่ให้ประเทศจีนมาลงทุน เราถือหุ้น ๕๑ เปอร์เซ็นต์ ประเทศจีน ๔๙ เปอร์เซ็นต์ อันนี้ดีมากนะครับ
ประเด็นสุดท้าย ผมอยากถามท่านประธานว่าการกู้เงินครั้งนี้มันผิดรัฐธรรมนูญ หรือเปล่าครับ ถ้าผิดก็เตรียมยุบสภาเลือกตั้งใหม่ได้แล้วครับ ขอบพระคุณครับ
เชิญท่านไชยา พรหมา ครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม ไชยา พรหมา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดหนองบัวลำภู พรรคเพื่อไทย ร่างพระราชบัญญัติการให้อำนาจ กระทรวงการคลังเพื่อกู้เงินการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมที่กำลังพิจารณา ในสภาแห่งนี้ ผมถือว่าเป็นร่างพระราชบัญญัติที่จะเปลี่ยนแปลงอนาคตของประเทศ และไม่ใช่เป็นการเปลี่ยนแปลงธรรมดา ผมคิดว่าเป็นความเปลี่ยนแปลงอย่างก้าวกระโดด ที่จะเกิดขึ้นในอีก ๗ ปีข้างหน้า วงเงินกู้จำนวน ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งหลายส่วนได้มีข้อห่วงใยโดยเฉพาะในประเด็นเรื่องการรักษาวินัยทางด้านการเงินการคลัง ของประเทศ ซึ่งผมคิดว่าข้อห่วงใยดังกล่าวนี้เราจะไปมองเฉพาะเรื่องหนี้สาธารณะอย่างเดียว และคำนึงว่าจะต้องรักษาสัดส่วนของหนี้สาธารณะจนไม่สามารถทำอะไรได้ ผมอยากจะ กราบเรียนท่านประธานอย่างนี้ว่าเหตุผลของการที่ให้อำนาจกระทรวงการคลังในการกู้เงิน เพื่อการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานมีจุดเป้าหมายและมียุทธศาสตร์ที่มีความชัดเจนที่จะเพิ่ม ขีดความสามารถและศักยภาพในการแข่งขันของประเทศ ลดค่าใช้จ่ายและโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ต้นทุนในระบบโลจิสติกส์ซึ่งจะต้องเกี่ยวเนื่องในระบบการขนส่งมวลชนและการคมนาคม หลายรูปแบบด้วยกัน ท่านประธานครับ ต้องยอมรับว่าต้นทุนในระบบโลจิสติกส์ที่มีอยู่ ในปัจจุบันนี้ที่เป็นสัดส่วนต่อจีดีพีเป็นสัดส่วนถึง ๑๕ เปอร์เซ็นต์ต่อจีดีพีด้วยซ้ำไป และเป้าหมาย ของการที่จะวางยุทธศาสตร์ในการที่จะทำระบบโครงสร้างพื้นฐานของประเทศในครั้งนี้ มีตัวชี้วัดที่ชัดเจนว่าเพื่อเป็นการลดต้นทุนในระบบโลจิสติกส์ จากสัดส่วนเดิมที่มีผลต่อจีดีพี ๑๕ เปอร์เซ็นต์นั้นคาดว่าจะลดลง ๒ เปอร์เซ็นต์ เราต้องยอมรับความจริงครับท่านประธาน ว่าในสัดส่วนของการคมนาคมในปัจจุบันนั้นเราได้ใช้การขนส่งทางบกซึ่งเป็นการขนส่งโดย รถยนต์ในสัดส่วน ๘๒ เปอร์เซ็นต์ ใน ๘๒ เปอร์เซ็นต์นั้นเราได้ใช้น้ำมันซึ่งเป็นเงินตราต่างประเทศ และเป็นค่าใช้จ่ายที่เราจะต้องนำเข้าจากต่างประเทศปีละไม่ต่ำกว่า ๗๐๐,๐๐๐ ล้านบาทต่อปี เราใช้การขนส่งทางลำน้ำในประเทศประมาณ ๙ เปอร์เซ็นต์ ชายฝั่งทะเลประมาณ ๖ เปอร์เซ็นต์ ระบบรางท่านประธานครับ ๒ เปอร์เซ็นต์ เหตุผลที่ผมต้องยกให้ท่านประธานได้รับทราบว่า ในสัดส่วนของการใช้เส้นทางการคมนาคมในสัดส่วนอย่างนี้ ที่รัฐบาลได้ขออำนาจ ให้กระทรวงการคลังได้กู้เงินเพื่อการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานโดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่อง ของการวางระบบ การเปลี่ยนแปลงในเรื่องของระบบรถไฟรางคู่ แล้วก็การลงทุนในรถไฟ ความเร็วสูง ซึ่งผมต้องกราบเรียนอย่างนี้ว่าเหตุผลของการที่จะทำให้ประเทศไทยนั้นเป็นประเทศ ที่มีศักยภาพและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันนั้นมีความจำเป็น ถ้าท่านประธาน ลองนึกภาพตามที่ผมได้อภิปรายนั้นท่านประธานจะเห็นว่าประเทศของเรานั้นเป็นประเทศ ที่อยู่ในภูมิศาสตร์ที่มีความเหมาะสม เราอยู่กึ่งกลางระหว่างอาเซียนใหม่กับอาเซียนเก่า ท่านประธานต้องยอมรับครับว่าในขณะนี้การแผ่อิทธิพลของประเทศจีนนั้นได้เข้ามาสู่ภูมิภาค โดยเฉพาะในประเทศเพื่อนบ้านเรานั้น ไม่ว่าจะเป็น สปป. ลาว ไม่ว่าจะเป็นประเทศพม่า วันนี้ประเทศเหล่านี้ซึ่งเราเคยพูดบอกว่าเขาเป็นประเทศที่มีการพัฒนาช้ากว่าเรา แต่ท่านประธาน ทราบไหมครับว่าวันนี้เขาปรับเปลี่ยนนโยบายของประเทศของเขา ปรับเปลี่ยนกฎหมาย เพื่อรองรับความเติบโต ปรับเปลี่ยนเพื่อที่จะเตรียมตัวเข้าสู่เออีซี และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ท่านประธานครับ ในฐานะที่ผมเป็นประธานคณะกรรมาธิการการเงิน การคลัง การธนาคาร และสถาบันการเงิน เราได้รับการร้องขอจากฝ่ายนิติบัญญัติของประเทศเพื่อนบ้านในการที่จะให้ สภาผู้แทนราษฎรของเราในฐานะคณะกรรมาธิการการเงิน การคลัง การธนาคารและสถาบันการเงิน ได้ช่วยเป็นพี่เลี้ยงในการที่จะแลกเปลี่ยนข้อมูล โดยเฉพาะอย่างยิ่งการที่จะปรับเปลี่ยน กฎหมายในประเทศเพื่อนบ้าน ไม่ว่าจะเป็น สปป. ลาว ไม่ว่าจะเป็นประเทศพม่า เขาร้องขอมา ผมได้เรียนเชิญท่านรองประธานเจริญ จรรย์โกมล นี่ละครับได้เป็นเจ้าภาพต้อนรับ ๒ ประเทศนี้ แล้วท่านก็กรุณาได้ให้เกียรติในการต้อนรับ เพื่อเขาจะปรับเปลี่ยนกฎหมายรองรับกับความเติบโต ในอนาคตในเรื่องของการพัฒนาตลาดทุน เห็นไหมครับว่าประเทศเหล่านี้วันนี้เขามี การเตรียมความพร้อม การแผ่ขยายอิทธิพลของประเทศจีนมายังประเทศเพื่อนบ้านดังกล่าวนี้ เรามองเห็นได้ชัดว่า วันนี้ที่ประเทศจีนนั้นเขาให้เมืองคุนหมิงเป็นเกตเวย์ (Gateway) ของประเทศจีนในการที่จะ เปิดประตูมาสู่ภูมิภาคอาเซียน วันนี้รัฐบาลประเทศจีนร่วมมือกับรัฐบาล สปป. ลาวในการที่จะทำ ความตกลงร่วมกันในการที่จะพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐานโดยเฉพาะรถไฟความเร็วสูง วันนี้ที่ สปป. ลาวมาจ่อที่เวียงจันทน์แล้วครับ เขามีข้อตกลง เขามีการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ ต่าง ๆ มากมาย ฝั่งตะวันตกท่านประธานดูที่ประเทศพม่าครับ ในอดีตนั้นประเทศพม่า เปรียบเสมือนสาวงามซึ่งทั่วโลกแต่ก่อนนั้นมีการแซงก์ชัน (Sanction) มีการกีดกัน มีการที่จะ ไม่คบค้าสมาคมกับประเทศพม่า แต่วันนี้เขาเปลี่ยนแปลง เขามีการแก้ไขกฎหมาย เขามี การลงทุนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งโครงการทวายโปรเจกต์ ท่านประธาน ลองคิดดูครับว่าถ้าโครงการนี้เกิดขึ้นเต็มรูปแบบแล้ว ถ้าหากว่าประเทศเราไม่มีการเตรียม ความพร้อมในโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ที่เราจะพูดกันต่อไปนี้นั้น เราจะเป็นภาระ ของอาเซียนครับ รัฐบาลเดินมาถูกทางแล้วท่านประธาน เพราะเราต้องทำประเทศของเรานั้น ให้เป็นศูนย์กลางอยู่ ๓ ด้านด้วยกัน ที่ผมได้กราบเรียนท่านประธานว่าเรามีความได้เปรียบ ในเรื่องยุทธศาสตร์ เพราะเราอยู่ในท่ามกลางของอาเซียนใหม่และอาเซียนเก่า เราจะต้อง เป็นเกตเวย์ในภูมิภาคนี้ด้วยการเปิดประตูของประเทศในการเชื่อมโยงทางด้านการค้า การลงทุน และขยายโอกาส เพิ่มขีดความสามารถของการค้าระหว่างประเทศ และสิ่งที่สำคัญอย่างหนึ่งครับ ท่านประธาน ประเทศไทยเราจะเป็นประเทศที่เปิดประตูการค้า เป็นประเทศที่รวบรวม และกระจายสินค้าไปยังภูมิภาคและประเทศเพื่อนบ้าน อันที่ ๒ เราต้องมียุทธศาสตร์ในการที่จะ เชื่อมฝั่งทะเลอันดามันและฝั่งอ่าวไทยหรือทะเลจีนตอนใต้ โครงการทวายโปรเจกต์ที่จะ เกิดขึ้นในฝั่งประเทศพม่าอย่าไปห่วงเลยครับ อย่างที่ท่านผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรว่า ในการขออำนาจกระทรวงการคลังในการกู้เงิน ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนี้ไม่ได้พูดถึงทวายโปรเจกต์ อยู่ในแผนงบประมาณเล่มนี้ที่แจกมาให้นี่ เพราะการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่เรากำลังพูดกัน อยู่นี้ไม่เฉพาะรถไฟความเร็วสูง เราพูดถึงรถไฟรางคู่หรือรถไฟเดิม แต่ว่าทำรางคู่เพื่อให้เกิด ประสิทธิภาพ ประสิทธิผลในการขนถ่ายสินค้า และขนถ่ายประชาชน โครงการบางใหญ่-พุน้ำ ร้อนที่เป็นมอเตอร์เวย์ที่จะไปรองรับกับทวายโปรเจกต์ที่จังหวัดกาญจนบุรี ระยะทาง ๙๖ กิโลเมตรครับ ใช้เวลาเดินทางประมาณไม่ถึง ๑ ชั่วโมง ถ้าท่านประธานมีโอกาสได้ไปพัทยา มอเตอร์เวย์มันวิ่ง ๙๖ กิโลเมตรแป๊บเดียวครับท่านประธาน ดังนั้นการเชื่อมต่อในโครงการ ทวายโปรเจกต์ที่ประเทศไทยจะเป็นศูนย์กลางที่ผมได้กราบเรียนแล้วว่าเราจะต้องเป็นศูนย์กลาง ในการเชื่อมฝั่งทะเลอันดามันและฝั่งทะเลจีนตอนใต้ นั่นก็คือจากทวายโปรเจกต์มาที่ ท่าเรือแหลมฉบัง สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้คือการเพิ่มศักยภาพและขีดความสามารถในการแข่งขัน ของประเทศ ดังนั้นการลงทุนโครงสร้างขั้นพื้นฐานที่รัฐบาลได้ขออำนาจให้กระทรวงการคลัง ในการที่จะกู้เงินครั้งนี้ ความจริงแล้วผมไม่อยากจะใช้คำว่า ขอกู้เงิน เพราะรูปแบบที่รัฐบาล จะทำนั้นไม่เฉพาะในการขอวงเงินในการที่จะตีกรอบ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ไม่ได้กู้ทั้งหมดครับ มันยังมีรูปแบบวิธีการที่จะต้องตัดสินใจในการที่จะใช้ เช่นถ้าท่านประธานจำได้ว่าในสมัย รัชกาลที่ ๕ นั่นคือการเปลี่ยนแปลงประเทศแบบก้าวกระโดด เรามีรถไฟเกิดขึ้นในสมัย รัชกาลที่ ๕ มาถึงวันนี้ ๑๑๖ ปีครับท่านประธาน เรายังไม่เห็นโครงการในการพัฒนาซึ่งเป็น โครงการวางโครงสร้างพื้นฐานของประเทศที่มีโครงการขนาดใหญ่อีกเลยครับท่านประธาน นี่เป็นครั้งแรกในอีก ๗ ปีที่รัฐบาลจะทำ มันเป็นการเปลี่ยนแปลงประเทศ และเปลี่ยนจุดเปลี่ยนแปลงของประเทศแบบก้าวกระโดด เราไม่ใช่ทำตามประเทศมหาอำนาจ ที่บอกว่าเห็นเขามีรถไฟความเร็วสูงแล้วเราอยากมีเหมือนเขาโดยที่ไม่มองศักยภาพตัวเอง ไม่ใช่ครับ แต่มันเป็นโอกาสของประเทศในการที่จะทำให้เราเป็นภูมิภาค เราเป็นประเทศ ที่จะเชื่อมต่อไปยังภูมิภาค และสร้างศักยภาพของประเทศนั้นไปสู่ประเทศแห่งการแข่งขัน ทางด้านธุรกิจการค้า ท่านประธานที่เคารพครับ การขนส่งโดยเฉพาะระบบราง ซึ่งจะเกิดขึ้น ในอนาคตภายใต้กรอบที่รัฐบาลขออำนาจให้กระทรวงการคลังทำนี้ ผมอยากจะกราบเรียน ไปยังรัฐบาลด้วยซ้ำไปว่าเราอาจจะต้องมีการปรับเปลี่ยนแนวคิดว่าการที่จะมอบหมายให้กับ การรถไฟแห่งประเทศไทยรับผิดชอบเหมือนเดิมนั้นยังมีความเหมาะสมหรือเปล่า แน่นอนครับ รถไฟรางคู่วันนี้เรามีทรัพย์สินที่ของการรถไฟแห่งประเทศไทยได้ดำเนินการอยู่ ท่านประธาน ทราบไหมครับว่าตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ ๕ จนถึงปัจจุบันนี้ท่านได้สร้างรถไฟให้กับพี่น้องประชาชน คนไทยความยาวรวมกัน ๔,๐๐๐ กิโลเมตรทั่วประเทศ ใน ๔,๐๐๐ กิโลเมตรซ้ายขวาข้างละ ๔๐ เมตรก็เป็น ๘๐ เมตรครับท่านประธาน นั่นคือทรัพย์สมบัติของการรถไฟแห่งประเทศไทย ผมถึงบอกว่าวงเงินที่ขอจากสภาแห่งนี้ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทอาจจะไม่ได้ใช้ทุกบาททุกสตางค์ถึง ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เพราะมีรูปแบบในการลงทุนมากมาย เช่นทรัพย์สินของการรถไฟ แห่งประเทศไทยเราสามารถที่จะมาเปลี่ยนแปลงเป็นทุนได้ นั่นก็คือในสมัยที่ท่านทักษิณ เป็นนายกรัฐมนตรีมีนโยบายในเรื่องการแปลงสินทรัพย์เป็นทุน วันนี้การรถไฟแห่งประเทศไทย เอาทรัพย์สินของการรถไฟแห่งประเทศไทยที่มีอยู่เป็นทุนร่วมกับประเทศที่จะมาลงทุน ในประเทศไทยก็ได้ นี่คือรูปแบบหนึ่งของการลงทุน หรือถ้าจะพูดถึงเรื่องของการกู้เงิน มันยังมีรูปแบบอีกมากมายว่าเราจะกู้ในประเทศหรือต่างประเทศ แน่นอนครับว่าการสร้าง ในการกู้เงินครั้งนี้ดูเหมือนว่าจะมีความห่วงใยต่อหนี้สาธารณะที่เป็นสัดส่วนต่อจีดีพีนั้น ค่อนข้างที่หลายท่านมีความกังวล ผมอยากจะกราบเรียนว่าอย่าไปกลัวเรื่องหนี้ครับ ถ้าหนี้กู้มา แล้วไม่ให้เกิดประโยชน์และไม่มีตัวชี้วัดทางเศรษฐกิจนั้นมันเป็นภาระของประเทศ แต่ถ้าเกิดว่า เรากู้หนี้มาเป็นหนี้สาธารณะก็จริงแต่หนี้นั้นมันมีตัวชี้วัดที่ทำให้เห็นว่ามันเกิดการขับเคลื่อน ของเศรษฐกิจ มันมีผลต่อจีดีพีของประเทศ มันมีฝั่งซ้ายกับฝั่งขวาครับท่านประธาน วันนี้สัดส่วนของหนี้สาธารณะต่อจีดีพีนั้นอยู่ที่ ๔๔.๘๗ อยู่ในกรอบความยั่งยืนทางการคลัง เติมเงินเข้าไปในสัดส่วน ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท นี่ไม่ใช่ว่าวันนี้รัฐบาลขอเงิน ขออำนาจ ให้กระทรวงการคลังดำเนินการไม่ใช่ว่าพรุ่งนี้รัฐบาลจะไปกู้เงิน ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนะครับ ท่านประธาน ไม่ใช่นะครับ ใน ๗ ปีนี้เราแบ่งสัดส่วนของการที่จะทำโครงสร้างพื้นฐาน ตามความจำเป็น ความเหมาะสม และโครงการที่มีการประมาณการ มีการดูแลผ่านการวิเคราะห์ โครงการให้เรียบร้อย ใน ๗ ปีนี้เราแบ่งงบประมาณออกเป็นปีละ ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ใน ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนี้เราใส่เข้าไปในปีงบประมาณ ๒๕๕๗ สัดส่วนหนี้สาธารณะต่อจีดีพี มันโตขึ้นนิดเดียวครับท่านประธาน แต่มันก็ยังอยู่ในกรอบวินัยความยั่งยืนทางการคลังไม่เกินนี้ กว่าจะถึง ๗ ปีท่านประธานครับ เมื่อหนี้โตในขณะเดียวกันมันทำให้เกิดการขับเคลื่อน ทางเศรษฐกิจ มันเกิดโครงการขนาดใหญ่เกิดขึ้น ธุรกิจการก่อสร้างก็จะจ้างแรงงาน แรงงาน ก็มีเงินเดือน มีค่าจ้าง คนงานก็ต้องจับจ่ายซื้อของ เงินมันหมุนในระบบไม่รู้กี่รอบครับ อย่าไปมองว่าเมื่อหนี้มันโตแล้วมันจะเป็นภาระ แต่ต้องดูว่าหนี้ที่เราสร้างขึ้นนั้นมันมีผล ต่อการพัฒนาเศรษฐกิจอย่างไร เพราะฉะนั้นเราใส่เงินเข้าไปในระบบปีละ ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาท โครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ปีละ ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาท วันนี้ไม่ว่าเราจะพัฒนาเรื่องระบบ รถไฟรางคู่ เราไม่ใช่เฉพาะขนคนท่านประธานครับ มันขนสินค้า เพราะการแข่งขันทุกวันนี้ มันสู้กันด้วยความเร็ว ๑. ความเร็ว ๒. ความเที่ยงตรง เพราะการขนส่งโดยรถไฟนั้นเวลามันแน่นอนครับท่านประธาน ท่านประธานอยู่จังหวัดชัยภูมิ ผมอยู่จังหวัดหนองบัวลำภู ผมกลับบ้านผมนี่ถ้าหากว่ามีรถไฟความเร็วสูงกรุงเทพฯ-หนองคาย ผมลงที่จังหวัดอุดรธานี ระยะเวลาเดินทางถ้าผมไปเครื่องบิน ๕๐ นาที ท่านประธานครับ แต่เราอย่าลืมว่าเราบวกลบหัวท้ายในการที่จะต้องไปสนามบิน ลงสนามบินแล้วต้องเดินทาง กลับบ้านอีก บวกลบแล้ว ๓ ชั่วโมงครับ ถ้าวันนี้เรามีรถไฟความเร็วสูง ท่านประธานกลับบ้าน หรือผมกลับบ้านนี่ระยะเวลาอาจจะน้อยกว่าการเดินทางโดยเครื่องบินด้วยซ้ำไป จริงอยู่ครับ มันบิน ๕๐ นาทีแต่เราต้องไปรอที่สนามบิน ต้องไปเช็กอิน ลงเครื่องบินแล้วเราจะต้องเดินทาง อีกชั่วโมงหนึ่ง ๓ ชั่วโมงครับ วันนี้ถ้ามีรถไฟความเร็วสูงแล้วมันทำให้เกิดอะไร ท่านประธานครับ ไม่เฉพาะในเรื่องของการประหยัดเวลา มันประหยัดต้นทุนการเดินทาง มันประหยัดในเรื่อง ของการลดการใช้น้ำมัน และสิ่งที่สำคัญที่สุดนั่นก็คือมันสร้างพื้นที่เศรษฐกิจใหม่ครับ ตรงไหนที่เป็นสถานีมันก็จะมีเน็ตเวิร์ก (Network) ทั้งระบบถนน ทั้งระบบรถไฟรางคู่ ทั้งระบบการเชื่อมโยงเครือข่าย ที่วันนี้ในกรอบการขออำนาจให้กระทรวงการคลังดำเนินการ นี่มันอยู่ในนี้ครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นสิ่งที่รัฐบาลได้ขอเงิน ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ในครั้งนี้ ต้องกราบเรียนท่านประธานไปยังพี่น้องที่กำลังชมการถ่ายทอดอยู่ว่ารัฐบาลไม่ได้กู้เงิน ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทพรุ่งนี้ครับ แล้วก็ไม่จำเป็นว่าจะต้องกู้ทั้งหมดถึง ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท มันมีรูปแบบวิธีการในการที่จะต้องระดมทุนในการมาหางบประมาณในการดำเนินการเรื่องนี้ อีกหลายรูปแบบ เช่นในปีแรก ๑-๓ ปีแน่นอนครับท่านประธานว่าการวางโครงสร้างพื้นฐานนั้น มันต้องใช้งบประมาณอาจจะต้องกู้เงินบ้าง แล้วมาว่ากันอีกว่าจะกู้ในประเทศหรือต่างประเทศ การวางโครงสร้างพื้นฐานใน ๓ ปีแรกรัฐบาลต้องลงทุนครับ และหลังจากนั้นมันไปอยู่ ในขั้นตอนของการที่จะเตรียมการดำเนินการ เขาเรียกว่าเตรียมดำเนินการรางเรียบร้อยแล้ว ระบบรถไฟประเทศเราทำไม่ได้หรอกครับ แต่เรามีประเทศต่าง ๆ ที่ให้ความสนใจในระบบ การเดินรถหลายประเทศ เราจะใช้เทคโนโลยีของประเทศจีน เราจะใช้เทคโนโลยีของประเทศเยอรมัน เราจะใช้เทคโนโลยีของประเทศญี่ปุ่นหรือของประเทศฝรั่งเศส มันมีรูปแบบในการร่วมทุน มีกฎหมายว่าด้วยการร่วมทุนระหว่างรัฐกับเอกชนหรือที่เขาเรียกว่าพีพีพี รัฐบาลไม่ต้อง เป็นภาระทางด้านทางการคลัง นี่คือรูปแบบที่ไม่ว่าเขาหรือเรา เขาก็ทำกันในรูปแบบนี้ละครับ ท่านประธาน
ดังนั้นผมถึงบอกว่ากรอบในการอนุมัติวงเงินก็คือมาขออำนาจจากประชาชนว่า รัฐบาลขออำนาจว่าในอีก ๗ ปีข้างหน้าโครงสร้างพื้นฐานในการพัฒนาระบบขนส่งของประเทศ จะต้องมีความเปลี่ยนแปลงเพื่อรองรับความเติบโตและเพิ่มขีดศักยภาพในการแข่งขัน ของประเทศเพื่อรองรับเออีซีในอีก ๒ ปีข้างหน้า ผมเรียนตั้งแต่ตอนต้นแล้วว่าถ้าเราไม่ทำวันนี้ เราจะเป็นภาระของอาเซียน เพราะวันนี้ประเทศรอบบ้านเราท่านประธานครับเขาเริ่มต้นแล้ว วันนี้ที่ประเทศพม่านั้นเงินลงทุนจากประเทศทั่วโลกครับ ไม่ว่าจะเป็นประเทศสิงคโปร์ ไม่ว่าจะเป็นประเทศเกาหลี ไม่ว่าจะเป็นประเทศญี่ปุ่น ไม่ว่าจะเป็นประเทศจีน ถ้าวันนี้ โครงการทวายโปรเจกต์เกิดขึ้น แล้วเราไม่เตรียมความพร้อมในเรื่องของการวางระบบเครือข่าย ในการเชื่อมโยงการคมนาคมเราจะเสียโอกาสในการแข่งขัน ท่านประธานรู้ไหมครับว่า วันนี้ตามตะเข็บชายแดนทั้งหมดมูลค่าของการค้าขายตามชายแดนนั้นในปีหนึ่งเป็นตัวเลข ที่น่าสนใจ มันไม่เฉพาะเรื่องด่านชายแดนครับท่านประธาน เมื่อมันเป็นเออีซีแล้วเราก็จะเป็น ประตูในการเปิดรับทั้งนักท่องเที่ยว ทั้งสินค้า ทั้งบริการอะไรต่าง ๆ มากมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การแผ่อิทธิพลของประเทศจีนมายังภูมิภาคนี้เป็นสิ่งที่เราจะต้องเตรียมตัว ผมถึงบอก ท่านประธานว่าวันนี้เราต้องเปลี่ยนแปลงประเทศครับ ผมคิดว่าข้อห่วงใยของเพื่อนสมาชิก ทั้งซีกฝ่ายค้านและเพื่อนสมาชิกทั้งซีกรัฐบาล เราห่วงในเรื่องของความพร้อม ความโปร่งใส แต่ในตัวร่าง พ.ร.บ. ที่เรากำลังพิจารณากันอยู่ในขณะนี้เราก็ไม่ละเลยในการที่จะให้ความสำคัญ กับเรื่องนี้ครับ เพราะในตัวร่าง พ.ร.บ. นี้ได้ให้อำนาจของสภาแห่งนี้ในการตรวจสอบ ที่บอกว่าไม่สามารถตรวจสอบได้นี่ไม่จริงครับ ในร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ได้ให้อำนาจสภาผู้แทนราษฎร และวุฒิสภา ให้รัฐบาลดำเนินการว่าหลังจากสิ้นปีงบประมาณแล้วภายใน ๑๒๐ วันรัฐบาล จะต้องสรุปผลงานการดำเนินการและพันธะต่าง ๆ ที่ได้ทำมาตลอดปีในปีงบประมาณนี้ รายงานต่อสภาผู้แทนราษฎรและต่อวุฒิสภา มันไม่มีอำนาจไหนหรอกที่จะผ่านหูผ่านตา จากการตรวจสอบจากประชาชน ผมเชื่อว่าวันนี้รัฐบาลนี้ได้มีความตั้งใจในการที่จะทำให้ ประเทศเรามีการเปลี่ยนแปลง และเราก็ไม่ได้ละเลย เพราะผมดูในร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ ผมได้ อ่านแล้วครับท่านประธาน ผมเห็นว่าในเนื้อหาสาระตลอดจนบัญชีแนบท้ายมันควรที่จะ เกิดขึ้นตั้งนานแล้ว เพราะประเทศนี้ขาดการดูแล ขาดการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน ขนาดใหญ่อย่างนี้ ย้อนหลังไป ๗ ปีไม่มีสิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นครับท่านประธาน นี่คือความสูญเสีย โอกาสในการเติบโตและการแข่งขันของประเทศ ดังนั้นผมในฐานะที่เป็นสมาชิกของสภาแห่งนี้ เช่นกันผมอยากเห็นความเปลี่ยนแปลงครับ และความเปลี่ยนแปลงนี้ผมอยากเห็นประเทศเรา เป็นประเทศที่เป็นหนึ่งในภูมิภาคนี้ อย่าได้ห่วงเลยครับท่านประธาน ผมใช้เวลาอีกนิดเดียวครับ โดยเฉพาะซีกทางฝ่ายค้านบอกว่าเราจะสร้างหนี้ โดยเฉพาะหนี้สาธารณะที่จะต้องโตขึ้น ผมเอาตัวเลขมาให้ท่านประธานเปรียบเทียบดูว่าหนี้สาธารณะของประเทศเราอยู่ในสัดส่วน ที่เท่าไรของโลก อยู่ในลำดับที่ ๗๑ ครับ ยังมีอีก ๗๐ ประเทศที่มีหนี้สาธารณะต่อจีดีพี มากกว่าประเทศไทย เราใกล้เข้ามาครับ มาดูในภูมิภาคอาเซียน ประเทศสิงคโปร์หนี้สาธารณะ ต่อจีดีพี ๑๑๘.๒ เปอร์เซ็นต์ ประเทศสิงคโปร์ผมไม่ทราบว่าเปรียบเทียบกับจังหวัดภูเก็ต อันไหนเล็กใหญ่กว่ากัน อย่างน้อยเล็กกว่ากรุงเทพมหานคร ทำไมเขาถึงสร้างหนี้โดยที่ไม่ได้ รักษาวินัยทางการคลังเลย สัดส่วนหนี้สาธารณะต่อจีดีพีที่เป็นมาตรฐานไม่ควรจะเกิน ๖๐ เปอร์เซ็นต์นี่เป็นมาตรฐานท่านประธานครับ แต่ที่เขากล้าตัดสินใจเพราะเขาเห็นว่ารัฐบาล ลงทุนก่อหนี้แล้ว หนี้ที่เขาขอกู้มามันไปพัฒนาเศรษฐกิจ เพราะประเทศสิงคโปร์เปรียบเทียบ กับประเทศเราด้านทรัพยากร ด้านภูมิประเทศมันสู้เราไม่ได้ครับ เรามีความพร้อม เรามีโอกาส เรามี ความได้เปรียบ แต่ทำไมวันนี้เศรษฐกิจประเทศสิงคโปร์ถึงโต ความเป็นอยู่ของประชาชนของเขา มีคุณภาพชีวิต รัฐบาลเขาดูแล รายได้ต่อหัวต่อปีของเขาเปรียบเทียบกับประเทศไทย ราวฟ้ากับดินครับ เพราะการตัดสินใจในการที่เขากล้าที่จะลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน ในการพัฒนาประเทศและเป็นผู้นำในภูมิภาคนี้ ประเทศสิงคโปร์ ๑๑๘ เปอร์เซ็นต์ครับ ประเทศมาเลเซีย ๕๑.๘ เปอร์เซ็นต์ มากกว่าเรานิดหน่อย ต่ำสุดก็คือประเทศอินโดนีเซียครับ คือ ๒๔.๑๐ เปอร์เซ็นต์ เรามาดูประเทศมหาอำนาจสิครับท่านประธาน ประเทศญี่ปุ่น ๒๐๕.๕ เปอร์เซ็นต์ หนี้สาธารณะต่อจีดีพีครับ แต่อย่าลืมว่าประเทศญี่ปุ่นนั้นเขากู้เงินในประเทศ ประเทศสหรัฐอเมริกา ๖๗.๘ เห็นไหมครับ ประเทศเหล่านี้เขามองว่าหนี้สาธารณะที่โต มันเป็นภาระก็จริงแต่ว่ามันมีตัวชี้วัดที่ชัดเจนว่าเงินที่ได้ลงไปในระบบนั้นมันหมุนหลายรอบ อย่างที่ผมอธิบายกับท่านประธานว่าโครงสร้างพื้นฐาน ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ใน ๓ ปีแรก ที่รัฐบาลจะลงทุนระบบราง ระบบขนส่ง ระบบถนน มอเตอร์เวย์ ที่อยู่ในเล่มนี้มันเกิดการสร้างงาน ธุรกิจที่โตขึ้นเขาจ้างแรงงานครับ จ้างวิศวกร จ้างคนขับรถ จ้างพนักงานบัญชี จ้างอะไรต่าง ๆ แล้วคนเหล่านี้มีเงินเดือนก็ไปจับจ่ายใช้สอย รัฐบาลเก็บภาษีแวต (VAT) ครับ เห็นไหมครับ ที่เมื่อสักครู่นี้ทางฝ่ายค้านบอกว่ารัฐบาลทำในเรื่องโครงการรถคันแรก ดูเหมือนว่าวันนี้เราสูญเสีย รายได้จากภาษีสรรพสามิต แต่ไม่ได้มองในสิ่งตรงกันข้ามว่าภาษีมูลค่าเพิ่มจากโครงการนี้ ในการจับจ่ายใช้สอยที่เงินมันหมุนในระบบไม่รู้กี่รอบ มันเป็นตัวเลขที่สูงขึ้นเมื่อเทียบสัดส่วน กับรายได้ของภาษีสรรพสามิต มันจะมองในแง่เดียวไม่ได้ครับท่านประธาน มันมีอยู่ ๒ ด้าน เพราะฉะนั้นผมถึงกราบเรียน ท่านประธานว่าสิ่งที่รัฐบาลตัดสินใจในการที่จะใช้เงิน ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เป็นสิ่งที่ เดินมาถูกทางแล้ว และเป็นสิ่งที่รัฐบาลจะต้องกล้าหาญและอธิบายกับประชาชนโดยเฉพาะ ในเรื่องของความโปร่งใส ผมได้กราบเรียนแล้วนะครับว่าความโปร่งใสและการตรวจสอบนี้ เขาให้รัฐบาลรายงานสภา สภาผู้แทนราษฎรที่เรานั่งอยู่นี้ก็มาจากประชาชนทั้งนั้นละครับ ท่านประธานครับ ผ่านสภาผู้แทนราษฎรไม่พอก็ต้องไปผ่านวุฒิสภาอีก ตรวจสอบ ๒ ขั้นตอน นี่คือสิ่งที่กฎหมายได้เขียนไว้ในนี้ ผมคิดว่าด้วยความเหมาะสมในการตรวจสอบและในการ ดำเนินงานนั้นมีความเหมาะสมในการที่จะอนุมัติให้กระทรวงการคลังได้ดำเนินการในสิ่งที่ เป็นประโยชน์สำหรับประเทศชาตินี้แล้ว ดังนั้นผมถึงขอสนับสนุนในการร่างพระราชบัญญัติ ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อการสร้างการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในระบบ การคมนาคมขนส่งของประเทศต่อไปครับ ขอบคุณครับท่านประธาน
ต่อไป ท่านบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ ต่อด้วยท่านอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี แล้วก็นายแพทย์เธียรชัย สุวรรณเพ็ญ เชิญท่านบุญจง ๒๐ นาทีนะครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม บุญจง วงศ์ไตรรัตน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครราชสีมา พรรคภูมิใจไทย พรรคภูมิใจไทยได้เวลาในการทำหน้าที่อภิปรายในครั้งนี้ ๒ ชั่วโมงนะครับท่านประธาน พวกเราจะบริหารเวลากันให้อยู่ในกรอบเวลา ๒ ชั่วโมง ท่านประธานที่เคารพครับ วันนี้ ถือได้ว่าเป็นวันประวัติศาสตร์วันเริ่มต้นของสภาผู้แทนราษฎรไทย พรุ่งนี้จะเป็นวันที่ ๒ ตามหมายกำหนดที่ประธานนัดไว้ เป็นวันที่ ส.ส. ซึ่งเป็นผู้แทนของปวงชนชาวไทยจะได้ มาทำหน้าที่ในการพิจารณากฎหมายที่รัฐบาลได้มาขอให้ผู้แทนของปวงชนชาวไทยนั้นรับรอง ให้กู้เงิน ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท มาพัฒนาประเทศในเรื่องโครงสร้างพื้นฐานทางด้านขนส่ง ท่านประธานที่เคารพครับ พี่น้องที่ติดตามการถ่ายทอดสดของสภาผู้แทนราษฎรวันนี้ ผมย้ำอีกครั้งว่าวันนี้เป็นวันเริ่มต้นประวัติศาสตร์ชาติไทยที่ผู้แทนราษฎรของปวงชนชาวไทย ทุกจังหวัดสารทิศจะมาแสดงเหตุแสดงผลว่าการที่รัฐบาลขอกู้เงิน ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนั้น มีเหตุมีผลอย่างไร ท่านประธานครับ ก่อนผมจะใช้เวลาสภาแห่งนี้ในการอภิปรายเหตุผล ผมขออนุญาตท่านประธานครับ ที่จะนำพระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ได้ทรงพระราชทานเนื่องในโอกาสพิธีพระราชทานปริญญาบัตรมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เมื่อวันที่ ๑๘ กรกฎาคม ๒๕๑๗ ผมเห็นว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญครับท่านประธานสำหรับ พี่น้องประชาชนทั้งหลาย พระบรมราโชวาทที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้มอบให้กับ บัณฑิตคนไทยที่รับปริญญาในวันนั้น มีดังนี้ครับ
(เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการเปิดพรีเซนเทชัน)
การพัฒนาประเทศจำเป็นต้อง ทำตามลำดับขั้น ต้องสร้างพื้นฐาน คือความพอมี พอกิน พอใช้ ของประชาชนส่วนใหญ่ เป็นเบื้องต้นก่อน โดยใช้วิธีการ ใช้อุปกรณ์ที่ประหยัด แต่ต้องถูกตามหลักวิชาการ เมื่อได้พื้นฐานมั่นคงพอสมควรและปฏิบัติได้แล้วจึงค่อยสร้างค่อยเสริมความเจริญและฐานะ ทางเศรษฐกิจขั้นที่สูงขึ้นโดยลำดับต่อไป หากมุ่งแต่จะทุ่มเทสร้างความเจริญยกเศรษฐกิจขึ้น ให้รวดเร็วแต่ประการเดียว โดยไม่ให้แผนปฏิบัติการสัมพันธ์กับสภาวะของประเทศและของประชาชนโดยสอดคล้องด้วย ก็จะเกิดความไม่สมดุลในเรื่องต่าง ๆ ขึ้น ซึ่งอาจกลายเป็นความยุ่งยากล้มเหลวได้ในที่สุด ท่านประธานครับ พี่น้องประชาชนที่เคารพทั้งหลายที่ผมนำพระบรมราโชวาทของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมานั้น เพื่อผมจะบอกว่าการพัฒนาประเทศของเรานั้นเราต้อง เดินไปเป็นขั้น ๆ หลักใหญ่ที่สุดต้องดูแลพี่น้องประชาชนคนไทยทั้งแผ่นดินให้เขาพอมี พอกิน พอใช้ ถ้าผู้บริหารประเทศมั่นใจแล้วว่าดูแลตรงนี้ได้ดีท่านจึงค่อยมองเรื่องการพัฒนาประเทศ ด้านเศรษฐกิจ ถ้าท่านทุ่มเททุ่มเศรษฐกิจด้วยความก้าวหน้าด้วยความรวดเร็วสุดท้ายจะเกิด ปัญหา จะเกิดความล้มเหลวได้ ท่านประธานครับ รัฐบาลนี้มีนายกรัฐมนตรีสุภาพสตรีคนแรก ของประเทศไทย ชื่นชมยินดีครับ และรัฐบาลนี้กำลังจะเป็นครั้งแรกของประวัติศาสตร์ไทย ที่จะกู้เงิน ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท นั่นคือการเอาประเทศไทยเป็นหลักประกันครับ เอาประชาชนทั้งแผ่นดิน ๖๔ ล้านคนเป็นนายประกันครับ ท่านประธานที่เคารพ ผมไม่ได้คัดค้าน การพัฒนาประเทศ การจะมีรถไฟใต้ดิน บนดิน เหนือ ใต้ ออก ตก ผมไม่คัดค้าน ผมเห็นด้วย แต่ผมกำลังจะบอกว่าสิ่งที่ผมไม่เห็นด้วยวันนี้กับรัฐบาลผมมีเหตุผลสนับสนุนเป็นข้อ ๆ ดังต่อไปนี้ครับท่านประธาน
ประการที่ ๑ ผมเห็นว่ารัฐบาลนี้บริหารประเทศที่ท่านกำลังขอกู้เงิน ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนั้นท่านกำลังกระทำการที่ขัดแย้งกับนโยบายของท่านที่ได้แถลงไว้ ต่อรัฐสภาครับ คณะรัฐมนตรีได้แถลงนโยบายต่อรัฐสภาในวันอังคารที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๔ อยู่ในหน้าที่ ๕ ย่อหน้าที่ ๕ ท่านบอกชัดเจนว่าการบริหารแผ่นดินของท่านนั้นจะมีระยะ ดำเนินการเร่งด่วนและจะมีระยะบริหารราชการอีก ๔ ปี โดยนโยบายที่แถลงต่อสภาผู้แทนราษฎร ที่เป็นผู้แทนของปวงชนชาวไทยนั้นระบุชัดเจนว่าท่านจะบริหารประเทศโดยยึดแนวทาง เศรษฐกิจพอเพียง ผมชื่นชมและเห็นด้วยว่าประเทศไทยเรานั้นต้องดูตัวเองก่อนว่าสถานะ ความเป็นอยู่ความพร้อมเรามีแค่ไหน ประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศมีอาชีพอะไรเราก็รู้อยู่ เป็นตัวแทนของประชาชนมาจากการเลือกตั้ง ทั่วผืนแผ่นดินไทยคนส่วนใหญ่ของประเทศ เป็นชาวไร่ เป็นชาวนา เป็นเกษตรกร ฉะนั้นเมื่อรัฐบาลแถลงนโยบายโดยยึดแนวทาง เศรษฐกิจพอเพียงผมชื่นชม ผมยกย่อง ท่านประธานครับ ผมเฝ้าติดตาม ๑ ปี ๗ เดือน รัฐบาลบริหารประเทศ เฝ้าดูอยู่ว่ารัฐบาลจะดูแลพี่น้องประชาชนคนไทยทั้งแผ่นดินอย่างไรให้ดีขึ้น ติดตามตลอดครับ รัฐบาลบอกว่าจะกระชากค่าครองชีพก็ชื่นชมครับ ดีครับ ให้ประชาชน มีค่าครองชีพที่ต่ำ แต่วันนี้รัฐบาลสวนทางกันกระชากขึ้น รัฐบาลบอกว่าจะดูแลพี่น้องเกษตรกร คนไทยส่วนใหญ่เรื่องสินค้าทางการเกษตร วันนี้ชัดเจนที่สุดสินค้าการเกษตรทุกตัวราคาตกต่ำ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมบอกแล้วว่าวันนี้ผมไม่ค้านความเจริญครับ แล้วผมก็เชื่อว่า พี่น้องประชาชนทั้งหลายที่เฝ้าติดตามการถ่ายทอดสดของสภาผู้แทนราษฎรรวมทั้ง ส.ส. ในสภาแห่งนี้ก็อยากเห็นประเทศไทยมีความก้าวหน้าเหมือนประเทศสิงคโปร์ เหมือนประเทศจีน เหมือนประเทศสหรัฐอเมริกา อยากเห็นครับ แต่วันนี้เราต้องประมาณตัวเองให้ออกว่าประเทศของเรานั้นมีสถานะเพียงใด ถ้ารัฐบาลจริงใจต่อการแถลงนโยบายยึดแนวทางเศรษฐกิจพอเพียงจริง รัฐบาลต้องปฏิบัติให้ได้ แต่วันนี้การกู้ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนี่ผมเชื่อว่าไม่ใช่แนวเศรษฐกิจพอเพียง นั่นคือแนวทาง ที่เรียกว่าเห็นช้างขี้ขี้ตามช้าง ประธานที่เคารพ พี่น้องประชาชนที่รักทั้งหลาย ที่ผมพูดคำนี้ เพราะอะไรครับ เพราะการใช้แนวทางเห็นช้างขี้ขี้ตามช้าง ครอบครัวใด คนใดที่ยึดถือปฏิบัติ แล้วล้มเหลวทั้งนั้นละครับ เห็นเขามีรถยนต์ขับแต่ไม่ดูสถานะตัวเองว่ามีเงินเดือน ๑๕,๐๐๐ บาท ไปนั่งรถเก๋งคันละ ๓,๐๐๐,๐๐๐ บาท ๔,๐๐๐,๐๐๐ บาท เหมือนรัฐมนตรีนั่งกันมันไม่ได้ สุดท้ายไปผ่อนไฟแนนซ์ (Finance) ผ่อนไม่ได้ก็เจ๊งถูกยึด หรือเห็นเขามีบ้านก็อยากมีบ้าน เหมือนเขา แต่ไม่ดูตัวเองก่อนว่าพร้อมที่จะเป็นหนี้ธนาคารหรือไม่ สุดท้ายก็ถูกแบงก์ยึด แล้วประเทศไทยวันนี้เป็นอย่างไรครับ เราก็รู้อยู่วันนี้ประเทศไทยมีหนี้ การพัฒนาประเทศ สนับสนุนให้รัฐบาลคิด รัฐบาลจะใช้งบประมาณประจำปีสนับสนุนครับ สนับสนุนให้รัฐบาล เอาเส้นทางกรุงเทพฯ-เชียงใหม่ เส้นทางกรุงเทพฯ-โคราช หรือไปไหนไม่เคยคัดค้านเพราะอยาก เห็นความเจริญ แต่รัฐบาลค่อยทำค่อยเป็นค่อยไปตามลำดับขั้นได้หรือไม่ ท่านประธานครับ พี่น้องประชาชนทั้งหลาย การขอกู้ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทวันนี้มีกฎหมาย ๑๙ มาตรา รัฐบาลบอกว่าจะใช้เวลาในการกู้ยืม ๗ ปี โดยวงเงิน ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แต่จะคืนหนี้ ๕๐ ปี นั่นก็หมายความว่าระยะเวลาคืนหนี้ ๕๐ ปี หนี้จะไปจบปี ๒๖๐๖ ท่านประธานครับ วันนี้การสร้างหนี้อย่างนี้คือการเอาประเทศไทยเป็นหลักทรัพย์ประกันไว้นะครับ และคนไทย ทั้งแผ่นดิน ๖๔ ล้านคนเป็นนายประกัน เกษตรกรอยู่ต่างจังหวัดอยู่ชนบทท่านก็ต้องรับผิดชอบด้วย ข้าราชการ ลูกเด็กเล็กแดง นักศึกษา ท่านต้องรับผิดชอบด้วย เศรษฐีมีเงินมีทองท่านก็ต้อง รับผิดชอบด้วย เพราะหนี้ก้อนนี้คือหนี้ที่รัฐบาลสร้างขึ้นมา ท่านประธานครับ วันนี้กู้ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ดอกเบี้ยทั้งหมดเวลา ๕๐ ปีเป็นเท่าไรครับ ๑๐ ปีแรกดอกเบี้ย จำนวน ๖๑๒,๘๘๙ ล้านบาท ๒๐ ปีต่อมาดอกเบี้ย ๑,๕๔๗,๖๘๓ ล้านบาท มาครบที่ ๕๐ ปี ดอกเบี้ยทั้งหมด ๓,๑๖๒,๖๔๙ ล้านบาท รวมทั้งเงินต้นทั้งดอกเบี้ย ๕.๑๖ ล้านล้านบาท ท่านประธานที่เคารพครับ ผมทราบดีว่าคนคิดนโยบายนี้คือท่านทักษิณคิด ท่านยิ่งลักษณ์กู้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมเป็นคนใช้สตางค์ และประชาชนทั้งแผ่นดินร่วมกันใช้หนี้ ผมบอกได้เลยครับหนี้ก้อนนี้ยาวนานนัก ที่สำคัญที่สุดที่ผมไม่เห็นด้วยเพราะอะไรครับท่านประธาน ในกฎหมาย ๑๙ มาตราผมอ่านละเอียดหมดแล้ว ยุทธศาสตร์เรื่องรถไฟ ยุทธศาสตร์รางคู่ ยุทธศาสตร์ความเร็วสูง แต่ไม่มีตรงไหนบอกเลยครับว่ากระทรวงการคลัง รัฐบาลจะเอารายได้ ตรงไหนละครับไปคืนหนี้เป็นเวลา ๕๐ ปี มีรายได้จากตรงไหนครับ เป็นกฎหมายขอเงิน ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ให้รัฐบาลให้สภาแห่งนี้ให้ความรับรองแต่ไม่มีบอกว่ารายได้ ที่จะเอาคืนหนี้ ทั้งเงินต้น เงินดอกรวมแล้วประมาณ ๕.๑๖ ล้านล้านบาท ท่านเอามาจากไหนครับ ตรงนี้ละครับท่านประธานผมไม่เห็นด้วยตรงนี้ เพราะว่าวันนี้ถ้าท่านไม่มีความชัดเจน เรื่องรายได้มาคืนหนี้ นั่นก็หมายความว่าวันข้างหน้าอะไรเกิดขึ้นกับคนไทยทั้งแผ่นดินครับ เพราะหนี้ก้อนนี้มันอยู่ชั่วลูกชั่วหลานปี ๒๖๐๖ ครับท่านประธาน คนคิด คนกู้ คนใช้ เสียชีวิตหมดแล้ว แต่นี่มันอยู่กับลูกหลานของผม อยู่กับญาติพี่น้อง ลูกหลานของประธาน แล้วก็อยู่กับคนไทยทั้งแผ่นดิน ฉะนั้นเมื่อไม่มีความชัดเจนเขียนไว้ในกฎหมายนี้ว่าหาเงิน ตรงไหนล่ะมาคืนหนี้ เมื่อไม่บอกอย่างนี้ผมเชื่อได้เลยว่าวันนี้ไม่มีความพร้อมในการหาเงินคืนหนี้ อะไรจะเกิดขึ้นกับคนไทยล่ะครับ ถ้าพวกเราเสียชีวิตไปอะไรเกิดขึ้นกับคนไทย นั่นก็หมายความว่า จะต้องหาเงินมาคืนหนี้ วิธีการก็คือรีดภาษีจากคนไทยครับ การขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่มจาก ๗ เปอร์เซ็นต์ เป็น ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ๑๕ เปอร์เซ็นต์ หรือแม้แต่การขยายฐานภาษี เก็บภาษี จากคนขับรถแท็กซี่ เก็บภาษีจากแม่ค้าหาบเร่ เก็บภาษีจากคนบ้านนอก เพราะต้องการเงิน เอามาคืนหนี้ที่กู้ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ผมเชื่ออย่างนี้ของผม แล้วผมบอกประชาชนเลยว่า วันนี้ไม่มีที่มาแม้แต่นิดเดียวว่ารายได้จะเอามาจากไหน ท่านประธานครับ นี่คือเหตุผลที่ผม ได้กราบเรียนท่านประธานเป็นประการที่ ๑ ครับ
ประการที่ ๒ ผมไม่เชื่อในความสามารถของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ที่จะบริหารโครงการนี้แล้วสำเร็จลุล่วง ทำไมผมไม่เชื่อครับท่านประธาน เพราะวันนี้รัฐบาล เข้าบริหารประเทศ ๑ ปี ๗ เดือน การรถไฟแห่งประเทศไทยที่อยู่ในกระทรวงคมนาคมเจ๊ง รัฐบาลไม่คิดจะแก้ ขสมก. ขาดทุนเดือนหนึ่งประมาณ ๒๐๐-๓๐๐ ล้านบาท ปีหนึ่ง ๓,๐๐๐ กว่าล้านบาท ไม่เห็นแก้ วันนี้พอท่านมาทำรถไฟความเร็วสูงอะไรเกิดขึ้นครับ ท่านบอกหรือยังครับหน่วยงานไหนบริหาร รัฐวิสาหกิจไหนบริหาร ใช่การรถไฟแห่งประเทศไทยไหม ถ้าท่านตอบว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย ผมบอกเจ๊งครับ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้เป็นเรื่องละเอียดอ่อน ก่อนที่ท่านจะเอาประเทศไทยไปกู้เงินเขา ไปค้ำประกันเขา ฉะนั้นผมต้องเรียนว่าสำคัญที่สุด รัฐมนตรีที่เอาภาพยนตร์มาถ่ายให้ชาวบ้านดูนะครับ นั่นคือภาพ แต่ความจริงท่านต้องตอบ ของที่มีอยู่ในขณะนี้ในประเทศ รัฐวิสาหกิจที่บริการประชาชน การรถไฟแห่งประเทศไทย ขสมก. เจ๊งหมด วันนี้ท่านไม่แก้ไขปีกว่า แล้วท่านกำลังจะสร้างรถไฟความเร็วสูง มีอะไรยืนยัน กับคนไทยล่ะครับว่าท่านบริหารโครงการนี้แล้วคนไทยจะมีความสุข ไม่สร้างหนี้ ไม่เป็นอนุสาวรีย์ อย่างนี้ผมไม่เห็นด้วย
ท่านประธานครับ สิ่งที่ผมไม่เห็นด้วยประการต่อไป เพราะผมเห็นว่าการที่ กระทรวงการคลังหรือรัฐบาลมาขอกู้เงิน ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทในวันนี้นั้นท่านกำลังทำผิด กฎหมายรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งรัฐธรรมนูญในหมวด ๘ เรื่องของการเงินการคลัง และงบประมาณ ตั้งแต่มาตรา ๑๖๖ มาตรา ๑๖๗ มาตรา ๑๖๙ มาตรา ๑๗๐ ท่านอาจจะ บอกว่ากฤษฎีกาบอกแล้วไม่ผิด ไม่เป็นไรเป็นเรื่องของท่าน แต่ผมกำลังจะบอกท่านว่า วันนี้รัฐธรรมนูญเขามีไว้ให้ผู้บริหารประเทศปฏิบัติตาม โดยเฉพาะอย่างยิ่งมาตรา ๑๖๙ ผมขออนุญาตท่านประธานได้อ่าน การจ่ายเงินแผ่นดินจะกระทำได้ก็เฉพาะที่อนุญาต ไว้ในกฎหมายว่าด้วยงบประมาณรายจ่าย กฎหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณ กฎหมาย เกี่ยวกับการโอนเงินงบประมาณ หรือกฎหมายว่าด้วยการเงินการคลัง เว้นแต่เป็นกรณี จำเป็นเร่งด่วนจะจ่ายไปก่อนก็ได้ ท่านประธานครับ เรื่องกฎหมายต่างคนต่างรู้ต่างคนต่างเถียง แต่วันนี้ผมไม่เห็นด้วย เพราะผมไม่ต้องการเสี่ยงที่จะผิดกฎหมาย ท่านเชื่อผมเถอะครับ มีพี่น้องประชาชนคนไทย ที่ให้ความสนใจว่าบ้านเมืองของเขา ชาติของเขากำลังจะเป็นหนี้ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แต่เขาไม่มีโอกาสมานั่งในสภาและพูดอย่างผม เขาเหล่านี้ละครับผมเชื่อเขาจะใช้สิทธิในความเป็น คนไทยยื่นคัดค้านหรือเห็นต่างกับกฎหมายที่รัฐบาลกำลังเสนอสภาอยู่ขณะนี้ ผมเชื่ออย่างนั้น ก็รอดูกัน เรื่องนี้ผมไม่อยากมีความผิดขึ้น ป.ป.ช. ขึ้นศาลฎีกาทางการเมือง หรือศาลรัฐธรรมนูญด้วย
ประการต่อไปครับท่านประธานที่เคารพ เรื่องความพร้อมของโครงการ วันนี้ เสนอโครงการมา ๑๙ มาตรา ใช้เงิน ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท มียุทธศาสตร์ ๓ ยุทธศาสตร์ สร้างรถไฟความเร็วสูงไปเชียงใหม่ ไปโคราช แต่วันนี้ท่านไม่มีรายละเอียด ไม่มีราคากลาง ไม่มีความชัดเจนเลยว่ากิโลเมตรละเท่าไร ท่านประธานครับ ท่านตั้งโครงการอย่างนี้ งบประมาณ อย่างนี้ ที่พวกเรามาพูดกันมันส่อไปในทางไม่โปร่งใส ไม่สุจริต ผิดไหม ไม่ผิดครับท่านประธาน ฉะนั้นความโปร่งใส ความชัดเจนของโครงการ ราคาโครงการ ต้องมี ถ้าท่านทำแบบนี้เขาจะเชื่อ ได้อย่างไรล่ะครับว่ารถไฟความเร็วสูงกิโลเมตรละกี่พันล้านบาท แล้วเวลาท่านทำแล้วแบบเสร็จหรือยัง ท่านออกแบบรถไฟจากกรุงเทพฯ ไปโคราช วันนี้ท่านไปกระทบสิ่งแวดล้อมตรงไหนไหม ไปทะลุอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่หรือเปล่า ไปถูกที่นาที่ไร่ประชาชนต้องเวนคืนที่มากขนาดไหน ท่านทำรถไฟไปจังหวัดเชียงใหม่ไปผ่านเส้นทางไหน ไปขึ้นดอยขึ้นเขาตรงไหน ไปกระทบ ที่สาธารณะอย่างไร ท่านต้องมีความพร้อมตรงนี้ก่อน นี่คือสิ่งสำคัญครับ ที่ผมพูดอย่างนี้ เพื่อผมจะบอกว่าการทำโครงการรัฐบาลต้องเป็นแบบอย่างให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หรือหน่วยงานของรัฐให้เขายึดถือปฏิบัติตาม เพราะหน่วยงานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เวลาที่เขาจะทำงบประมาณที่มีเพียงน้อยนิด บางท้องถิ่นงบพัฒนาเขามี ๑,๐๐๐,๐๐๐ กว่าบาท มี ๒,๐๐๐,๐๐๐ กว่าบาท กว่าเขาจะทำโครงการขึ้นมา ๑ โครงการ ท่านรู้ไหมครับเขามีความชัดเจน มีรายละเอียดในโครงการ มีปริมาณงานกว้าง ยาว หนา สูง ตารางเมตรเท่าไร ลูกบาศก์เมตรเท่าไร ผมจะอ่านให้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมฟังสักนิดครับ เพราะท่านเป็นผู้รับผิดชอบโครงการ ท่านประธานครับ ผมมีตัวอย่าง อบต. ที่เขาทำงบประมาณโครงการหนึ่ง ๑๐,๐๐๐ กว่าบาท โครงการหนึ่ง ๑๐๐,๐๐๐ กว่าบาท เขามีความชัดเจนครับ เช่น โครงการซ่อมแซมถนนหินคลุก หมู่ที่ ๑ ตำบลพลับพลา อำเภอโชคชัย จังหวัดนครราชสีมา ซ่อมแซมถนนหินคลุกสายข้างวัดพลับพลา กว้าง ๓ เมตร ยาว ๗๐ เมตร หนา ๒๐ เซนติเมตร ปริมาณหินคลุก ๔๒ ลูกบาศก์เมตร พร้อมปรับเกลี่ยตกแต่งตลอดสายงบประมาณ ๑๔,๗๐๐ บาท เป็นราคากลางลูกบาศก์เมตรละ ๓๕๐ บาท หรือโครงการก่อสร้างถนนคอนกรีตเสริมเหล็กหน้าโรงสีผู้ใหญ่บ้านมานะ บ้านโค้งกระโดน หมู่ที่ ๔ ขนาดผิวจราจรกว้าง ๔ เมตร ยาว ๔๕ เมตร หนา ๑๕ เซนติเมตร มีพื้นที่ก่อสร้าง ๒๒๕ ตารางเมตร พร้อมป้ายติดตั้งตารางเมตรหนึ่ง ๕๒๐ บาท เห็นไหมครับ นี่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่เขาต้องเป็นคนดูแบบจากรัฐบาล แต่วันนี้รัฐบาลทำโครงการ ถึง ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ปริมาณงานราคากลางไม่เคยปรากฏชัด ผมก็บอกตรง ๆ วันนี้ผมมี กฎหมายเพียงไม่กี่แผ่นหรอกครับ เล่มที่ท่านแจกขาว ๆ มันแจกกะทันหันผมก็ยังไม่ได้ และที่สำคัญผมเชื่อว่ารายละเอียดโครงการไม่ปรากฏ ราคากลางไม่มี สุดท้ายก็ไปสู่ ให้ผู้รับเหมาเขียนราคากลางให้กับบริษัทต่าง ๆ กับรัฐบาล สิ่งนี้ละครับสิ่งที่ผมเห็นว่า ท่านยังไม่พร้อมในโครงการ ท่านรีบเร่งเสนอขอเงินกู้ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท
ท่านประธานที่เคารพครับ ประการสุดท้ายที่ผมไม่เห็นด้วย รัฐบาลนี้ในช่วงที่ ท่านหาเสียงท่านประกาศชัดเจนต่อผืนแผ่นดินไทยทุกหมู่บ้าน ทุกตำบล ทุกอำเภอ ทุกจังหวัด ว่าท่านจะล้างหนี้ให้กับประเทศไทย สร้างรายได้ให้ประชาชน ป้ายดังกล่าวนี้ติดอยู่ทั่วไป ทุกหมู่บ้าน ทุกตำบล ทุกอำเภอทั่วประเทศไทย ประชาชนคนไทยไม่มีใครอยากเป็นหนี้ ลงคะแนนให้กับพวกท่านพวกท่านได้เป็นรัฐบาล ท่านประธานครับ ชื่นชมด้วยเพราะท่าน จะล้างหนี้ไม่มีใครอยากเป็นหนี้ แต่วันนี้ตรงกันข้าม ๑ ปี ๗ เดือนที่มาเป็นรัฐบาลกู้ไปแล้วรอบ แรก ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท รอบนี้ใหญ่หลวงนักเป็นครั้งแรกของผืนแผ่นดินไทย พี่น้องเอ๋ยเกิด จากท้องพ่อท้องแม่ไม่เคยพบ มีพี่น้องคนไหนพบอายุ ๘๐ ปีนั่งดูทีวี (TV) อยู่บ้านมีไหมว่า ประเทศนี้กำลังจะกู้เงินกันทีละ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท มากมายมหาศาลเป็นประวัติศาสตร์ ไหนบอกไม่สร้างหนี้ ทำไมจึงสร้างหนี้ให้ประชาชนล่ะ หนี้ก้อนนี้มันใหญ่มากนะครับ ท่านประธาน ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ใช้เวลา ๕๐ ปีในการคืนทั้งต้น ทั้งดอกเบี้ย ๕.๑๖ ล้านล้านบาท หนี้ก้อนนี้ต้องติดอยู่กับประชาชนคนไทย ๖๓-๖๔ ล้านคน ๑๕๐,๐๐๐ บาทต่อคนครับ ท่านประธานครับ จริงอยู่ประชาชนเขาไม่ได้เป็นคนใช้ แต่วันนี้รัฐบาลจะยึดแนวเศรษฐกิจ พอเพียงในการบริหารประเทศ ยึดพระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว การพัฒนาประเทศเป็นขั้นเป็นตอนค่อยเป็นค่อยไป รู้จักประมาณตัวเอง รู้วิธีการเงินการคลัง ไม่สร้างหนี้ให้เป็นภาระของประเทศ วันนี้หนี้ก้อนนี้เป็นหนี้ที่สร้างให้กับประเทศเป็นระยะยาว ถึง ๕๐ ปี อยู่ติดตัวคนไทยมา ๑๕๐,๐๐๐ บาทต่อคน ผมบอกแล้วครับ คนคิด คนกู้ คนใช้ เสียชีวิตหมดแล้ว แต่มันตกอยู่กับลูกกับหลานเป็นมรดกหนี้อันยาวไกล นี่คือสิ่งที่ผมเรียน ท่านประธานที่เคารพครับ เมื่อสักครู่ผมได้ฟังท่านนายกรัฐมนตรีได้กล่าวต่อที่ประชุมสภา ผู้แทนราษฎรว่ารัฐบาลนายกรัฐมนตรีพร้อมจะฟังความคิดเห็นของประชาชนทุกระดับ ชื่นชมครับ ยินดีครับ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมยืนยันอีกครั้งการกู้เงิน ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนั้น โปร่งใส ชัดเจน ตรวจสอบได้และพร้อมให้ประชาชนมีส่วนร่วม รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง สมทบอีกคนหนึ่งแน่น ประชาชนดูทีวีชื่นชมว่าท่านต้องการ เห็นประชาชนมีส่วนร่วม วันนี้ผมขอเรียกร้องครับท่านประธานที่เคารพ และขอบอกไปยัง พี่น้องประชาชนที่ดูทีวีว่าท่านเห็นด้วย อย่างผมไหมว่าวันนี้รัฐบาลกำลังจะขอสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ สร้างหนี้ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท โดยมีระยะเวลาคืน ๕๐ ปี หนี้จะไปจบปี ๒๖๐๖ ผ่อนทั้งต้น ผ่อนทั้งดอก ๕.๑๖ ล้านล้านบาท เฉลี่ยเป็นหนี้ต่อหัว ๖๔ ล้านคน ๑๕๐,๐๐๐ บาท ประชาชนจะเอาไหม ผมเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีได้กรุณาปฏิบัติตามคำพูดว่าต้องการให้ ประชาชนมีส่วนร่วม มีการแสดงความคิดเห็น ท่านได้โปรดถอนออกไปและใช้กระบวนการ ประชามติเสีย รัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๖๕ เป็นรัฐธรรมนูญที่กำหนดไว้อยู่ในหมวดการมีส่วนร่วม ทางการเมืองของประชาชนโดยตรง เรื่องใดที่มีผลกระทบต่อประเทศชาติและประชาชน รัฐบาลสมควรอย่างยิ่งที่จะถามเจ้าของประเทศว่าเอาไหม เห็นด้วยไหม ใครเห็นต่างแสดงมา ใครเห็นด้วยรัฐบาลเดิน และวันนี้ผมเชื่อเหลือเกินว่าการกู้เงิน ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนี้ เป็นการกู้เงินที่มีผลกระทบต่อประเทศชาติและประชาชนโดยตรงครับท่านประธาน มีผลกระทบ ต่อพี่น้องประชาชนคนไทยทั้งแผ่นดินโดยตรง ท่านประธานครับ ประเทศเป็นหนี้ ประชาชน เป็นผู้ค้ำประกัน ประชาชนต้องมีภาระการชำระหนี้ รัฐบาลเก็บภาษีไม่ได้ ขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่ม ประชาชนต้องแบกภาระภาษีมูลค่าเพิ่ม ของแพง รัฐบาลหาเงินไม่ได้ รีดภาษีจากประชาชน ขยายฐานภาษีไปยังแท็กซี่เก็บภาษีเขา ขยายฐานภาษีไปยังแม่ค้าหาบเร่ ขยายฐานภาษีต่าง ๆ มันกระทบต่อประชาชนทั้งหมด ฉะนั้นเมื่อรัฐบาลกล้าสร้างหนี้ รัฐบาลต้องยอมจ่ายเงิน ๒,๐๐๐ ล้านบาทในการทำประชามติแล้วถามประชาชน ชี้แจงอธิบายเหตุผลให้ชัดเจนว่าที่กู้มา ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนั้นมาทำรถไฟความเร็วสูง ยายมียายมา ป้าแม้นไม่นั่งรถไฟเอาด้วยไหม คนอยู่ต่างจังหวัด อยู่ชนบท ทำไร่ทำนาเอาด้วยไหม มันจะได้ชัด ๆ ไปเลย จะได้รู้ไปเลยว่าวันนี้ รัฐบาลมาทำงานเพราะประชาชนให้มากู้ วันที่ท่านหาเสียงท่านบอกจะล้างหนี้ครับ ท่านจะอ้าง ไม่ได้ว่าผมเข้ามาโดยเสียงส่วนใหญ่เขาให้ผมมาแล้ว เขาให้ท่านล้างหนี้ ไม่ใช่มากู้หนี้ วันนี้ ท่านมากู้หนี้ เอาประเทศเป็นตัวประกัน เอาประชาชนเป็นนายประกัน ประชาชนมาใช้หนี้ ๖๐ ปี ผมเป็นคนหนึ่งเลยครับที่เป็นประชาชนคนไทย ผมจะไม่ยอมเห็นหนี้ก้อนนี้โดยที่ผมไม่มีความชัดเจน ผมบอกแล้วว่าผมนี่ไม่คัดค้านการสร้างความเจริญ ท่านประธานครับ จริง ๆ แล้วท่านบอกว่ากู้เพื่อ จะไปสร้างโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคม ท่านประธานลองดูภาพนี้ครับ ภาพที่ ๗ ท่านประธานดู ครับ ท่านเห็นถนนดินลูกรังไหม ท่านเห็นไหมครับคลองส่งน้ำตื้นเขิน มีแต่หญ้า มีแต่ป่า ภาพ อย่างนี้คนเป็นผู้แทนราษฎรที่อยู่ต่างจังหวัดรู้หมด ประชาชนที่นั่งดูทีวี ยายมียายมา ป้าแม้นรู้หมด ยกเว้นคนที่อยู่ในเมือง นี่ละครับคือความต้องการขั้นพื้นฐานด้านคมนาคม นี่ละครับคือสิ่งที่ ประชาชนคนยากคนจนเขาอยากจะเห็นว่าคนปกครองประเทศดูแลชีวิตเขาอย่างนี้ ออกจาก บ้านมีถนนดี ๆ มาทำงาน ขนพืชผลทางการเกษตรมีถนนดี ๆ ขนข้าวขนมันไปขาย แต่วันนี้ ท่านกู้ทั้งหมดนั้นไม่มีสิ่งนี้เลยขั้นพื้นฐาน ท่านไปทำความเร็วสูง ท่านประธานครับ ท่านมองข้าม เกษตรกรคนจนครับ แหล่งน้ำต่าง ๆ วันนี้มันแห้งแล้ง ตื้นเขินท่านก็รู้ วันนี้ประชาชนมีทุกข์ มีความเดือดร้อนกัน ผมจึงกราบเรียนว่าถนนอย่างนี้มีอยู่ประมาณ ๑๐,๐๐๐ กิโลเมตร ทำไมท่าน ไม่คิดทำสิ่งอย่างนี้ ฉะนั้นผมจึงกราบเรียนว่าสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ รัฐบาลต้องรู้ต้องเข้าใจ และวันนี้ผมเรียกร้องยังไม่สายครับ ท่านเอาไปทำประชามติสอบถามประชาชน ประชาชน เอาอย่างไรเราก็ว่าตามนั้น เพราะวันนี้ท่านจะเอาเสียง ส.ส. ในสภา วันนี้ท่านยกมือท่านก็ชนะครับ พี่น้องครับ ยกมือโหวตรัฐบาลชนะเพราะรัฐบาลมีเสียงมากกว่า แต่วันนี้ท่านจะเอาเสียง มากกว่าของท่านมาโหวตโดยเป็นสิ่งที่ท่านไม่ได้สัญญากับชาวบ้านไว้ ผมว่ามันไม่ถูกต้องครับ ขอบคุณครับ
สภาผู้แทนราษฎรขอต้อนรับคณะกลุ่มสตรีอาสาพัฒนาเทศบาลเมืองคลองแห จังหวัดสงขลา จำนวน ๓๒๕ ท่าน ขณะนี้สภาผู้แทนราษฎรกำลังพิจารณาร่างพระราชบัญญัติให้อำนาจ กระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของประเทศ เชิญท่านอรรถวิชช์ครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร
ท่านอรรถวิชช์ได้ ๑๕ นาทีนะครับ
ขอบคุณครับ ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ผมตามเรื่องนี้มาเป็นเดือน ไปดูงานไทยแลนด์ ๒๐๒๐ (Thailand 2020) ที่รัฐบาลจัด แล้วก็ ได้ดูพรีเซนเทชัน (Presentation) การนำแสดงของท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม มาเป็นที่เรียบร้อย แล้วก็ได้ดูอีกครั้งหนึ่งเมื่อสักครู่นี้ที่ได้มีการฉายไปในช่วงของตอนต้น ๓ อาทิตย์ที่แล้วครับ ดีใจเหลือเกินว่าประเทศไทยนั้นจะมีการพัฒนารูปแบบโครงสร้างพื้นฐานที่มี ความชัดเจน ก็รอครับว่าร่างพระราชบัญญัติในการกู้ยืมเงินหน้าตาจะเป็นอย่างไรเพราะมี การถกเถียงครับ ในส่วนของฝ่ายค้านในส่วนของกระผมเองก็ได้มีการนำเสนอว่าถ้าจะให้มี ความชัดเจนควรจะอยู่ในร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี เพราะเนื่องจากว่า สถานะปัจจุบันของรัฐบาลนั้นสามารถที่จะกำหนดรายจ่ายมากกว่ารายรับ พูดง่าย ๆ คือ การขาดดุลงบประมาณสามารถจะถ่างได้กว้างกว่าปกติ เพราะปีที่ผ่านมามีการจัดเก็บรายได้ ที่ดีและเข้าเป้า เพราะฉะนั้นการกู้ในวงเงินงบประมาณปกตินั้นดำเนินการได้อยู่แล้ว และมีความชัดเจนครับ ผมจะยกตัวอย่างให้ดูสักนิดนะครับ นี่เราเสนอไปแล้วที่ท่านไม่เอานะครับ เอกสารนี้เป็นเอกสารงบประมาณประจำปีปกติ ความชัดเจนนั้นมีได้ง่ายมากเลย เช่นจะก่อสร้าง โครงการถนนทางลอดวงเงิน ๕๐๐ กว่าล้านบาท สามารถตั้งงบประมาณผูกพันประจำปี ได้ตลอดเลยครับ ท่านจะผูกพันกี่ปีก็ว่าไปแบบนี้ชัดเจนครับ ก่อสร้างได้แน่นอนรัฐบาลไหนมา ก็เปลี่ยนแปลงไม่ได้ งบบางตัวผูกพันมาตั้งแต่สมัยรัฐบาล ๒-๓ รัฐบาลก่อนหน้านี้เราก็ต้องทำต่อ นี่คือความชัดเจน นำเสนอไปเสร็จเรียบร้อย ท่านรองนายกรัฐมนตรีบอกว่าเดี๋ยวสิรอดู ร่าง พ.ร.ก. เงินกู้ฉบับนี้ก่อน มันชัด นักลงทุนชอบ ผมก็รอดูครับ สัปดาห์ที่แล้วผ่าน ครม. สัปดาห์นี้เข้าสู่การพิจารณาเห็นแล้วจะเป็นลมครับ เป็นไปได้อย่างไรกฎหมายหน้าตาแบบนี้ ดูสไลด์ที่ ๑ ครับ
(เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการเปิดพรีเซนเทชัน)
หน้าที่ ๑ ชื่อร่างพระราชบัญญัติ ว่าไปครับ หน้าที่ ๒ เป็นรายละเอียดภายใน รัน (Run) ไปได้เลยครับ นี่หน้าที่ ๒ ครับ นี่หน้าที่ ๓ ครับ และสุดท้ายหน้าที่ ๔ ครับ ๑๙ มาตราสั้น ๆ จบ และมีบัญชีแนบท้ายอยู่ ๒ หน้า มี ๓ ยุทธศาสตร์ ยุทธศาสตร์ละ ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ยุทธศาสตร์ละ ๑,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ยุทธศาสตร์ละ ๕๙๐,๐๐๐ ล้านบาท แล้วค่าวางแผนงานอีก ๙,๐๐๐ ล้านบาท แค่นี้ประเทศไทย อยู่ในมือท่านครับ จบสไลด์นี้นะครับ เอกสารมีเท่านี้จริง ๆ ในหน้ากระดานที่พิจารณากัน วันนี้ ท่านครับ มีเอกสารอยู่ชุดหนึ่งครับ นี่คือสิ่งที่รัฐบาลจะบอกว่าโครงการฉันละเอียด นักลงทุนดูได้ เป็นเอกสารประกอบอยู่จำนวน ๒๓๑ แผ่น ท่านประธานครับ นี่ประเด็นสำคัญ เพราะมันเป็นการยัดไส้ไม่ชัดเจนครับ ผมบอกว่าไม่ชัดเจนอย่างไร กฎหมายที่เราทำการพิจารณากัน วันนี้มันพิจารณาแค่กฎหมายมาตราเมื่อสักครู่ ๑๙ มาตรา บวกกับบัญชีแนบท้ายอยู่ ๒ แผ่น ส่วนเอกสารประกอบอีก ๒๐๐ กว่าเรื่องที่มีรายการโครงการเป็นรายโครงการอยู่ข้างใน เป็นเพียงแค่เอกสารประกอบไม่มีข้อผูกมัดใด ๆ ทั้งสิ้นเพราะไม่ใช่บัญชีแนบท้าย และผมก็ทราบมาว่าจริง ๆ แล้วข้าราชการกระทรวงการคลังนี่เขาเสนอให้เอาเอกสารประกอบ ๒๐๐ กว่าหน้าไปเป็นบัญชีแนบท้ายเพื่อเป็นส่วนหนึ่งของกฎหมาย แล้วท่านจะเปลี่ยนแปลง โครงการไส้ในไม่ได้ แต่สุดท้ายครับ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังก็เลือกที่จะเป็นเอกสาร ประกอบแบบนี้แล้วโยกย้ายสลับเปลี่ยนแปลงมันได้ครับ นี่ครับ นี่คือที่มาที่ไปนะครับ สไลด์ที่ ๒ สไลด์ต่อไปนะครับ เมื่อสักครู่ผมได้บรรยายไปแล้วว่าความแตกต่างระหว่างบัญชีแนบท้ายกับ เอกสารประกอบ บัญชีแนบท้ายมี ๒ แผ่น เอกสารประกอบมี ๒๓๑ แผ่น ๒๓๑ แผ่นวันนี้ โยกไปมาได้สะดวกสบายอย่างยิ่งครับ เพราะกล่องแต่ละกล่องนั้น ๓๕๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ๑,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ๕๙๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท โยกกันสนุกสนานละครับ นี่ละครับคือ ความไม่ชัดเจนแล้วมันคือเช็ค เปล่า ขีดเส้นใต้เช็คเปล่าครับ ท่านประธานที่เคารพครับ นอกจากนั้น แล้วมันยังเป็นโครงการที่สามารถจะสลับสับเปลี่ยนและมีการยัดไส้ครับ ในยุทธศาสตร์ที่ ๓ มีการใส่ถนนที่อยู่ในความรับผิดชอบของกรมทางหลวงชนบทเข้าไปด้วยพูดเสียดิบดีนะครับ การพัฒนาระบบเชื่อมโยงพื้นที่เศรษฐกิจหลักภายในประเทศ แต่มาทิ้งติ่งท้ายครับ รวมทั้ง พัฒนาเส้นทางเชื่อมโยงพื้นที่เกษตร อุตสาหกรรม และแหล่งท่องเที่ยว ถนนยิบย่อยอยู่ในนี้ หมดละครับ แล้วมันสมควรจะอยู่ไหมครับ ไหนบอกผมว่ามันคือแบคโบน (Backbone) ไหนบอกผมว่ามันคือกระดูกสันหลังหลักของชาติ ไหนบอกว่ามันคือโครงการใหญ่ที่ไม่ทำประเทศ จะล้าหลังครับ นี่เขาเรียกว่ายัดไส้ครับ นอกจากที่ผมบอกไปตอนต้นแล้วว่าจะเป็นเช็คเปล่า ขีดเส้นใต้อีกคำว่า ยัดไส้ ครับ ถ้าแน่จริงลองเอาเอกสารประกอบ ๒๐๐ กว่าหน้ามาลง ในบัญชีแนบท้ายไหมครับ แล้วอันไหนที่คณะกรรมาธิการเราเห็นว่ามันไม่ดีตัดทิ้งอย่าเอามาใส่ปน เอาไหมครับ เอาไหมครับ ถ้าใจถึง ๆ ก็เอาสิครับ แบบนี้การตัดงบประมาณมีผลครับ อย่างนี้ ผมตัดงบประมาณไปยอดกลม ๆ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ผมตัดถนนเส้นนี้ไป ท่านไปเอาถนน อีกเส้นหนึ่งมาใส่ แล้วมันมีประโยชน์อะไรกับการตั้งคณะกรรมาธิการแล้วตัดงบประมาณในกองนี้ครับ นี่ละครับสาระสำคัญของเรื่องวันนี้ครับ
ประการต่อมา ถามว่าขนาดความใหญ่ของการกู้ครั้งนี้มันใหญ่ขนาดไหนครับ เรากู้ไอเอ็มเอฟวิกฤติเศรษฐกิจสมัย พลเอก ชวลิต ทำการกู้ไปนะครับ วันนี้ ๔ เท่านะครับ ๔ เท่าจากที่กู้ไอเอ็มเอฟ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทครับ ท่านประธานครับ เวลากู้แบบนี้แล้ว ขนาดความใหญ่ของมันเป็นเรื่องสำคัญมากเพราะมันเป็นการกู้ได้ ไม้สุดท้ายที่เป็นโครงการ ขนาดใหญ่ในรอบ ๗ ปีนี้ ทำไมผมถึงบอกว่ามันเป็นไม้สุดท้าย แล้วเป็นไม้สุดท้ายที่ยัดไส้ เป็นไม้สุดท้ายทั้งที่เป็นเช็คเปล่าครับ หลังจากทำการกู้ ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท เรื่องน้ำท่วม หลังจากทำการกู้ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทไปเรียบร้อยแล้ว หนี้สาธารณะติดเพดานแน่นอนครับ ขณะนี้เพดานอยู่ที่ ๖๐ เปอร์เซ็นต์ต่อจีดีพีที่ควรจะเป็นเป้านะครับ หมายถึงว่าเพดานสูงสุด หนี้สาธารณะปัจจุบันอยู่ที่ ๔๔ เปอร์เซ็นต์ต่อจีดีพี ทะลุแน่ครับรัฐบาล สำนักงานบริหาร หนี้สาธารณะทำตัวเลขมาให้ บอกว่าหลังจากกู้เสร็จสรรพหมดเรียบร้อยแล้วหนี้สาธารณะ ไม่มีทางเกิน ๕๐ เปอร์เซ็นต์ต่อจีดีพี สมมุติฐานนี่น่าเหลือเชื่อจริง ๆ ครับ สมมุติฐานที่จะเกิด บอกว่าหนี้สาธารณะจะไม่ถึง ๕๐ เปอร์เซ็นต์ต่อจีดีพี เขาบอกอย่างนี้ครับ ๒ เรื่องครับ เรื่องที่ ๑ การเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของไทย ๗ ปีเฉลี่ยต่อหน้าไปจากนี้ จีดีพี ๔.๕ เปอร์เซ็นต์ บวกอัตราเงินเฟ้อ ๓ เปอร์เซ็นต์ คือ ๗.๕ เปอร์เซ็นต์ พูดง่าย ๆ โตเฉลี่ย ๗.๕ เปอร์เซ็นต์ครับ อมพระประธานที่ไหนมาพูดครับ อยากจะดูไหมครับว่าจีดีพีประเทศไทยปกติหน้าตา เป็นอย่างไร เอาขึ้นกราฟครับ
(เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการเปิดพรีเซนเทชัน)
ท่านประธานครับ เหมือนเล่น กระดานโต้คลื่นครับ บางทีสูง บางทีลง ปี ๒๕๕๒ ครับ จีดีพีติดลบ นี่ครับ ผมแสดงให้ท่านเห็น นี่คือกราฟนะครับ แต่สมมุติฐานของกระทรวงการคลังพูดง่าย ๆ คือของที่จะมากู้ เหตุผลนี่ บอกเหตุผลว่าจะโต ๗.๕ เปอร์เซ็นต์ คือหมายถึงจีดีพีปกติบวกกับอัตราเงินเฟ้อ หรือที่เขาเรียกว่า นอมินอล จีดีพี (Nominal GDP) อยู่ ๗.๕ เปอร์เซ็นต์ครับ อมพระประธานมาพูด ผมไม่เชื่อครับ สมมุติฐานที่ ๒ ขึ้นหน้ากระดานครับ จำนำข้าวครับ อันนี้ผ่านได้เลยนะครับ นี่ก็เห็นเหมือนกันครับ คลื่นไม่เคยมีสม่ำเสมอนะครับ ต่อไปครับ ท่านประธานครับ สมมุติฐานของกระทรวงการคลังของพี่โต้งที่น่ารัก ท่านรองนายกรัฐมนตรี กิตติรัตน์นี่นะครับ เขาบอกว่าหนี้สาธารณะไม่เกิน ๕๐ เปอร์เซ็นต์ เพราะเขาเชื่อว่า ตั้งสมมุติฐานว่าจำนำข้าวหลังปี ๒๕๕๖ ไม่มีขาดทุนอีกแล้วครับ คุณยิ่งลักษณ์อยู่มา ๑ ปี ๖ เดือน วงเงินใช้ไปแล้ว ๔๑๐,๐๐๐ ล้านบาท และบอกว่าหลังจากปี ๒๕๕๖ จำนำข้าวจะไม่ขาดทุน สมมุติฐานแบบนี้เชื่อได้หรือครับ เชื่อได้ถ้ารัฐบาลดำเนิน ๒ วิธีนี้ครับ จอต่อไปครับ สันนิษฐาน ไว้ก่อนเลยถ้าท่านจะไม่ขาดทุนจำนำข้าวอีกหลังปี ๒๕๕๖ คือยกเลิกโครงการจำนำข้าวครับ หรือ ๒. ผิดคำมั่นสัญญากับพี่น้องประชาชนคือไม่จำนำทุกเมล็ดครับ นี่ครับสมมุติฐานถึงเกิด ได้ครับ ท่านประธานเห็นแล้วนะครับนี่จะเป็นไม้สุดท้ายเพราะมันจะชนเพดานหนี้สาธารณะ แน่นอนที่ ๖๐ เปอร์เซ็นต์ สมมุติฐานที่ท่านสร้างขึ้นมาเป็นเพียงสมมุติฐานเพื่อขอกู้คราวนี้กับ รัฐสภาและเป็นสมมุติฐานที่นักวิชาการหลายคนเขาบอกว่าไม่จริงครับ นี่คือความใหญ่ของมัน ท่านประธานครับ ๕๐ ปีที่จะต้องใช้หนี้ในโครงการนี้ แล้วกล้าท้าในห้องนี้คนที่จะได้เห็น การต่ออายุ เผลอ ๆ อาจจะมีผมที่มีโอกาสใกล้เคียงที่สุดที่เหลือนั้นยากเหลือเกินเพราะต้อง อายุ ๑๐๐ กว่าปีถึงจะได้เห็นครับ โครงการนี้นำความเสียหายมาอย่างมากในอนาคตที่จะเกิด และพอมาดูไส้ในโครงการสักนิดครับ รถไฟความเร็วสูงถ้ามันเป็นอย่างที่ท่านรัฐมนตรีชัชชาติพูด เป็นอย่างที่รัฐมนตรีชัชชาติใส่พรีเซนเทชันขึ้นมาเมื่อสักครู่มันก็ดีสิครับ และเป็นแบบ ยุทธศาสตร์ที่เขียนก็ดีสิครับ ยุทธศาสตร์บอกว่าความเร็วสูงจะเชื่อมโยงประเทศเพื่อนบ้าน ทางภาคอีสานไป สปป. ลาว ทางภาคใต้ไปต่อประเทศมาเลเซียไปปาดังเบซาร์ แหมท่านครับ แล้วในเอกสารประกอบของท่านเงินมันถึงนั้นหรือครับ เงินมันไม่ถึงนี่ครับ ดูเลยเงินถึงไหมครับ ในส่วนของการไปฝั่งภาคอีสานที่จะไปต่อ สปป. ลาวครับ ไปกุดโคราชครับ เลยจังหวัดสระบุรี โคราชครับ ไปแค่โคราชไม่ไปจังหวัดหนองคาย ไม่ไปเวียงจันทน์ ไม่ไปเข้าประเทศจีน ท่านประธานที่เคารพครับ ไปกุด ๆ ผมใช้คำว่า ไปกุด ๆ ครับ พอมาเส้นภาคใต้พูดเสียดิบดี พรีเซนเทชันว่าจะไปปาดังเบซาร์ไปต่อประเทศมาเลเซีย ไปแค่หัวหินครับ นั่งรถกันดีกว่าไหม ไปหัวหิน ขึ้นภาคเหนือครับก็ไปสุดที่จังหวัดเชียงใหม่ มันกุดทั้งนั้นละครับ ผมถึงบอกว่าตอนที่ ท่านทำพรีเซนเทชันแล้วผมไปดูที่ไทยแลนด์ ๒๐๒๐ จัดที่ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ ๘๐ พรรษา ๕ ธันวาคม ๒๕๕๐ ท่านครับ อย่าเอามาปนกันนะครับ ท่านกำลังจะบอกว่า ระยะที่ ๑ สร้างโดยเงินกู้ไปกุดแค่หัวหินครับ แต่ระยะที่ ๒ ระยะที่ ๓ ใช้เงินงบประมาณปกติ ซึ่งจะไม่กู้อีกแล้ว เพราะงบประมาณจะสมดุลในปี ๒๕๖๐ อันนี้ท่านพูดเองครับ โดยสมมุติฐานว่า ประเทศจะดีขึ้น เพราะท่านก็รู้โดยนัยครับว่าการกู้ครั้งนี้มันเป็นการกู้ไม้สุดท้ายที่ใหญ่ที่สุด แล้วจะทำได้ในรอบ ๗ ปี มันเป็นโครงการกุด ๆ แล้วใครจะขึ้น แล้วถ้าวันนี้ผมอยากจะตัด บางโครงการผมตัดได้ไหมครับ ผมตัดไม่ได้หรอกครับ เพราะว่าการแก้กฎหมายท่านไปใส่ บัญชีแนบท้ายไว้แค่ ๓ ยุทธศาสตร์ แต่ละกล่องใหญ่เบ้อเริ่มเทิ่มผมตัดไปท่านก็เอาโครงการอื่น มาใส่ ผมเอาออกท่านก็เอาโครงการอื่นมาใส่ นี่ครับโครงการก็กุด ไส้ก็ยัดมาอยู่ข้างใน เช็คก็เช็คเปล่าและยังต้องใช้หนี้กันอีก ๕๐ ปี เราไม่กลัวว่าโครงการดี ๆ จะเกิดขึ้นในประเทศไทย เรากลัวการใช้เงินที่ไม่ถูกต้องครับ จริง ๆ แล้วถ้าเพื่อน ๆ ที่อยู่กันในนี้ พี่ ๆ ที่อยู่กันในนี้ ยังจำได้ว่าสมัยที่แล้วรถไฟความเร็วสูงท่านสุเทพ เทือกสุบรรณ เคยเอามาถามรัฐสภาครับ รถไฟประเทศจีนนะครับวิ่งทะลุยันประเทศจีนเลยแล้วเป็นการร่วมลงทุนด้วย แล้วก็บอก รายละเอียดเสร็จสรรพเลยว่าใครจะลงทุนกันเท่าไร อย่างไร ทำไมโครงการแบบนั้นมันถูก ยกเลิกครับ วิธีการดำเนินงานของท่านภายใต้ร่างพระราชบัญญัติเงินกู้ฉบับนี้ผมไม่เอาครับ และผมไม่กลัวโดนตำหนิด้วยครับ เพราะวิธีการและไส้ในเป็นไปอย่างหลวม ๆ เป็นไปอย่างเช็คเปล่า มาสู่ท้ายในการพูด ผมท้าท่านนะครับ เอาไหมครับ เอารายละเอียดในเอกสารประกอบที่ไม่มีผลอะไรเลยครับในทาง กฎหมาย เอามาใส่ในบัญชีแนบท้ายไหมครับ ๒ แผ่นนี้ครับ เอา ๒ แผ่นนี้ออก บัญชีแนบท้ายครับ แล้วเอาอันนี้ ๒๓๑ หน้ายัดลงมาแทน ๒ แผ่นนี้เอาไหมครับ ยืนตอบผมแบบลูกผู้ชายเอาไหมครับ แล้วถ้าโครงการไหนใน ๒๓๑ แผ่นกรรมาธิการร่วมกันไม่เห็นด้วย ตัด ไม่ทำเอาไหมครับ บริหารชาติร่วมกันอย่างโปร่งใสครับ และนี่คือสิ่งที่ผมถามหาจากรัฐบาลคุณยิ่งลักษณ์ ขอบพระคุณครับ
เชิญรัฐบาลตอบครับ
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม วราเทพ รัตนากร รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ขออนุญาตที่ประชุมจะใช้เวลาสั้นที่สุดเพื่อตอบประเด็นบางคำถามที่ผมคิดว่าอาจจะเป็น ประโยชน์ต่อการอภิปรายต่อไปนะครับ มีประเด็นที่เกี่ยวข้องกับเรื่องของเอกสารแล้วก็วิธีการ นำเสนอเป็นร่างพระราชบัญญัติเงินกู้เปรียบเทียบกับเรื่องของร่างพระราชบัญญัติงบประมาณ รายจ่ายประจำปีปกติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้อภิปรายท่านสุดท้าย ขออภัยที่เอ่ยนาม ท่านอรรถวิชช์ครับ ที่พูดถึงเรื่องของเอกสาร ผมเรียนอย่างนี้ว่าการเสนอร่างพระราชบัญญัติเราคงจะทราบว่า เราเสนอเป็นวาระที่หนึ่ง นี่ก็คือขั้นรับหลักการหรือไม่รับหลักการ ทุกคนทราบดีนะครับ เขาจึงมีการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญขึ้นมาเรียกว่าการพิจารณาในวาระที่สองเพื่อจะไปดู ในรายละเอียด โดยสภาแห่งนี้มอบอำนาจให้ตัวแทนของท่านคือกรรมาธิการไปพิจารณา เราคงไม่สามารถพูดกันได้หมดภายในเวลารับหลักการวาระที่หนึ่งได้เป็นพัน ๆ โครงการ เป็นพัน ๆ เอกสาร เป็นพัน ๆ หน้าเหมือนงบประมาณประจำปีปกติเลยนะครับ ผมขออนุญาตเรียน อย่างนี้นะครับว่าการนำเสนอร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ของรัฐบาลเราหลีกเลี่ยงที่จะใช้เป็น พระราชกำหนด เพราะเรามองว่าการเป็นพระราชกำหนดนั้นสภาทำอะไรไม่ได้เลย มีแต่ เห็นชอบหรือไม่เห็นชอบเท่านั้น การเสนอร่างพระราชบัญญัตินี่สภายังสามารถที่จะเห็นด้วย ไม่เห็นด้วยในรายละเอียด เอกสารที่ท่านได้รับไป ๓๐๐ กว่าหน้านั้นนะครับ ในสิทธิที่ท่านเป็น ส.ส. หรือเป็นกรรมาธิการท่านสามารถเสนอแปรญัตติได้ทั้งหมดเหมือนกับร่างพระราชบัญญัติ งบประมาณรายจ่ายประจำปี ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีถ้าท่านจำได้ เวลาเสนอเขาก็มีมาตรา มีไม่กี่หน้าเหมือนกันครับ แต่ละมาตราเขาก็จะบอกว่ากระทรวงคมนาคม ได้รับงบประมาณไปเท่าไร อย่างมากก็อาจจะมีข้อ ก ข้อ ข แต่ละกรมใช่ไหมครับมีตัวเลข อันนั้นเป็นเอกสารที่เรียกว่าเป็นกฎหมาย หลังจากนั้นเราจะได้เอกสารที่เป็นกล่องที่เรียกว่า เอกสารขาวคาดแดงก็ดี ในชั้นวาระที่หนึ่ง ในนั้นจะมีรายละเอียดสายทางโครงการเฉกเช่นเดียวกับ เอกสาร ๒๐๐-๓๐๐ หน้าที่เราให้ท่านอยู่ในขณะนี้ นั่นหมายความว่าท่านไปเป็นกรรมาธิการ หรือตัวแทนของท่านไปเป็นกรรมาธิการสามารถที่จะพิจารณาไม่เห็นด้วย แล้วก็แปรญัตติตัด ปรับลดได้เหมือนกัน วันนี้เช่นเดียวกันครับ ๓๐๐ กว่าหน้านี่ถ้าท่านเห็นว่าโครงการบางโครงการ ที่ท่านบอกว่าถนนเล็กถนนน้อยที่บอกว่าหมกเม็ดมานี่ถ้าท่านบอกไม่เห็นด้วย ท่านมีสิทธิที่จะ ตัดออกไป ถามว่าตัดแล้วมีผลหรือไม่ มีครับ ถ้าเสียงข้างมากหรือสภาแห่งนี้มาลงมติบอกว่า ยอดนั้นมันหายไป งบประมาณมันก็ไม่ถึง ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ใช้คำว่า เงินกู้ไม่เกิน ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เพราะฉะนั้นปรับลดตัดลงไปเท่าไร มันเหลือเท่าไร ก็เป็นเท่านั้นครับ ท่านอาจจะบอกว่าแน่นอนที่สุดละ เพราะรัฐบาลเสียงข้างมากท่านก็ไม่มีสิทธิ ที่จะไปปรับและให้มันมีผล ก็ต้องเรียนครับหลักประชาธิปไตยเขาถึงใช้เสียงข้างมาก แต่เสียงข้างมากก็ต้องมีเหตุผล ทีนี้มาเรื่องของการเปลี่ยนแปลงที่ท่านบอกว่ามันจะเกิด การเปลี่ยนแปลง อนุมัติไปแล้วนี่ไว้ใจได้อย่างไรจะไม่เปลี่ยนแปลง ผมเทียบเคียงกับ ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีครับ ท่านอนุมัติให้กรมทางหลวงไปใช่ไหมครับ กรมทางหลวงต้องไปดำเนินการตามยอดที่วงเงินกรมทางหลวงได้ แต่ในรายละเอียดไม่ได้เป็น ตัวกฎหมาย ถ้าหากมีความจำเป็นที่กรมทางหลวงไปทำแล้วเกิดปัญหาเช่นไปเวนคืนไม่ได้ครบ กรมทางหลวงยังทำไม่ได้ งบประมาณตัวนั้นก็ยังไม่ถูกใช้ก็อาจจะตกไปในปีถัดไป หรือจะต้อง ตัดไป หรืออาจจะมีการปรับเปลี่ยน นั่นเป็นอำนาจของฝ่ายบริหาร ซึ่งฝ่ายนิติบัญญัติทำได้ ก็คือการควบคุม ถามกรมทางหลวงว่าที่อนุมัติไปทำไมไม่ทำโครงการนั้น ก็ต้องมาตรวจสอบกัน ในหลักฝ่ายบริหารถูกควบคุมโดยฝ่ายนิติบัญญัติ เรื่องนี้เช่นเดียวกันครับ ถ้าท่านรัฐมนตรีชัชชาติได้รับอนุมัติร่าง พ.ร.บ. เงินกู้ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ไปทำโครงการไทยแลนด์ ๒๐๒๐ ในเอกสารเล่มนี้แล้ว ทำไม่ได้บางโครงการท่านก็ต้องมาตอบ กับสภาแห่งนี้ว่าทำไม่ได้เพราะอะไร อยู่ ๆ ท่านจะเปลี่ยนไปทำเรื่องอื่นไม่ได้ครับ อยู่ ๆ ท่าน จะเปลี่ยนไปทำเรื่องการคมนาคมทางอากาศ มันไม่ได้อยู่ในแผนงานที่เป็นบัญชีแนบท้ายนะครับ เมื่อไม่ได้อยู่ในแผนงานบัญชีแนบท้ายไปทำอย่างนั้นขัดต่อกฎหมายครับ แต่ท่านชัชชาติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมไปทำแล้วมีปัญหาอุปสรรคเรื่องถนน ๔ เลนบางถนน ไปดู แล้วที่ขอไปนี่บางสายบอกว่า ๓๐ กิโลเมตร ไปทำจริง ๆ มันไม่ถึง ๓๐ กิโลเมตร อย่างนั้น ทำได้ครับ แล้วก็เอาไปปรับเปลี่ยนในส่วนที่มันเป็นแผนงานยุทธศาสตร์เดียวกันทำได้ครับ เหมือนกันเลยกับงบประมาณประจำปีปกติ ไม่ได้ต่างกันตรงไหนครับ แต่ถามว่าท่านจะเอา ทั้งหมดมายัดไว้ในบัญชีท้ายที่ท่านท้าบอกว่าให้เอามาใส่บัญชีท้ายให้เป็นกฎหมาย มันยากครับ และไม่เคยปรากฏที่ไหนครับ ไม่ว่าจะร่างพระราชบัญญัติงบประมาณประจำปีปกติ ก็ไม่สามารถเอาโครงการละเอียดยิบย่อยมาใส่ในร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่าย ประจำปี เพราะถ้าเกิดเหตุการณ์จำเป็นอย่างที่ผมบอกว่ามันมีต้องแก้ไขเปลี่ยนแปลงบ้าง ท่านต้องเอากลับเข้ามาในสภาเพื่อให้สภาแก้ นี่คือเหตุผลว่ามันเป็นไปไม่ได้หรอกครับที่จะเอา รายละเอียดโครงการเป็นพัน ๆ โครงการไปใส่ในเอกสารงบประมาณหรือร่าง พ.ร.บ. เงินกู้ เราห่วงว่าท่านจะไม่ไว้วางใจให้ไปเหมือนกับ พ.ร.ก. หรือร่างพระราชบัญญัติบางฉบับที่ผ่านมา ไม่มีครับ ผมขออภัยไม่ได้มีการที่จะมาเปรียบเทียบเปรียบเปรยนะครับ ท่านบุญจงเอง ท่านก็เคยลงมติรับหลักการร่างพระราชบัญญัติให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เพื่อฟื้นฟูประเทศ เมื่อปี ๒๕๕๒ ไป ๔๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ผมไม่แน่ใจว่าท่านอภิปรายแบบเมื่อสักครู่หรือเปล่า ถ้าท่านอภิปรายแบบเมื่อสักครู่ผมจะดีใจมากเลยว่าวันหนึ่งที่ท่านเป็นรัฐบาลท่านได้ทำหน้าที่ เหมือนกับที่ท่านทำหน้าที่ฝ่ายค้านไว้ในการท้วงติง วันนั้นสภาแห่งนี้ให้ความเห็นชอบ ร่างพระราชบัญญัติให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ต่อจากพระราชกำหนด ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ต้องถือว่า ครม. สมัยนั้นก็ให้ความเห็นชอบมาแล้ว โดยไม่มีเอกสาร ประกอบนะครับ ร่างพระราชบัญญัติที่ท่านอรรถวิชช์หยิบยกขึ้นมาบอกว่าสภาแห่งนี้ มี ๑๙ มาตรา ร่างพระราชบัญญัติฉบับปี ๒๕๕๒ ๑๓ มาตรา เขียนคล้าย ๆ กันหมดเลยนะครับ แต่ต่างกันตรงที่ว่าร่างพระราชบัญญัติวันนั้นสภาแห่งนี้ให้ความเห็นชอบไปแล้วแต่ยังไม่เป็นกฎหมาย โชคดีว่าไม่เป็นกฎหมายเพราะว่าไม่สามารถทำได้สำเร็จ เพราะไม่มีรายละเอียดโครงการ มาตราในร่างพระราชบัญญัติฉบับนั้นเขียนเพียงว่าโครงการต่าง ๆ เมื่อ ครม. ให้ความเห็นชอบ กรอบแล้วจะมารายงานให้สภาทราบเท่านั้นเอง ไม่ได้ให้เราพิจารณาเลยแม้แต่โครงการ ให้เพียงว่ามาให้ความเห็นชอบ ท่านแก้ไม่ได้เลย แต่วันนี้ท่านสามารถที่จะตั้งคณะกรรมาธิการ เข้าไปแก้ เข้าไปปรับปรุงได้ และท้ายที่สุดถ้ามีความจำเป็นใครมาเป็นรัฐบาลก็ตาม ใครจะมา เป็นเสียงข้างมากก็ตาม ถ้าระหว่างการดำเนินการใน ๗ ปีนี้ท่านอยากจะแก้ตรงไหน ท่านก็แก้ได้ถ้าท่านคิดว่าทำแล้วมันไม่ดี ทำแล้วไม่สำเร็จนะครับ นี่คือสิ่งที่ผมอยากจะเรียนว่า ๑. เรื่องของการที่บอกว่าเป็นการเซ็นเช็คเปล่า ผมยืนยันว่าต่างจากพระราชกำหนด และต่างจากร่างพระราชบัญญัติ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท จะเรียกว่าไทยเข้มแข็ง ปี ๒๕๕๒ ที่สภาแห่งนี้ให้ความเห็นชอบในวาระที่หนึ่ง วาระที่สอง วาระที่สาม แล้วไปอยู่ที่วุฒิสภา เพราะตรงนั้นอาจจะเรียกได้ว่าไม่มีเอกสารแนบเลยและเพียงรายงานให้สภาทราบเท่านั้นเอง
ประเด็นที่ ๒ บอกว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องของการที่อาจจะขัดต่อวิธีการงบประมาณ ผมเรียนนะครับว่าเอกสารที่เราดำเนินการล้อกับวิธีการงบประมาณทุกประการ แล้วไม่ใช่ ฝ่ายการเมืองคือรัฐมนตรีจะดำเนินการบังคับให้ส่วนราชการทำอย่างนี้นะครับ เราทำตาม คำแนะนำของส่วนราชการที่เป็นสำนักงบประมาณก็ดี กระทรวงการคลังก็ดี ว่าวิธีการ งบประมาณจะต้องดำเนินการอย่างนี้ เพราะฉะนั้นจึงอยากจะเรียนเป็นการเบื้องต้นเพื่อให้ ท่านสมาชิกที่อาจจะอภิปรายในประเด็นเหล่านี้ได้มีความเข้าใจว่าท่านสามารถที่จะดำเนินการได้ ตามสิทธิที่ท่านเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในวาระที่สองซึ่งเราจะต้องไปตรวจสอบกันอย่าง เข้มข้น ผมขอนะครับว่าขอให้ท่านร่วมมือไปเป็นกรรมาธิการวิสามัญเราจะตรวจสอบร่วมกันครับ
ส่วนเรื่องของการที่มองว่าขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ ผมมองว่าท่านสมาชิก อาจจะได้รับการชี้แจงไปในหลายส่วนแล้วนะครับ แต่เมื่อสักครู่ท่านบุญจงท่านพูดถึงเรื่อง การขัดรัฐธรรมนูญ ผมเรียนนะครับว่าถ้าท่านพูดอย่างนี้เหมือนตอนที่ท่านเห็นชอบร่าง พ.ร.บ. ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ตอนสมัยที่ท่านร่วมรัฐบาลด้วยก็จะเป็นการดีนะครับ แต่อย่างไรก็ตาม ยืนยันอีกครั้งหนึ่งว่าการขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่เป็นอำนาจของศาลรัฐธรรมนูญจะตีความ แต่วันนี้เราก็พึ่งความเห็นของที่ปรึกษากฎหมายของรัฐบาล นั่นก็คือสำนักงานคณะกรรมการ กฤษฎีกา พรรคฝ่ายค้านเองสมัยเป็นรัฐบาลท่านก็พึ่งครับ ท่านก็รอบคอบนะครับ การออก พ.ร.ก. กู้เงิน ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แล้วก็ร่างพระราชบัญญัติ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ที่เรียกว่า โครงการไทยเข้มแข็ง ท่านก็ถามความเห็นไปยังสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สำนักงาน คณะกรรมการกฤษฎีกาท่านก็กรุณาไม่ได้ตัดสินใจโดยท่านเลขาธิการเอง ท่านส่งไปยัง คณะกรรมการ คณะที่ ๑๒ ซึ่งคณะที่ ๑๒ ท่านก็ได้วินิจฉัยออกมาแล้วว่าการกู้เงินใน พ.ร.ก. หรือโครงการที่เรียกว่าไทยเข้มแข็งของท่านนี่นะครับไม่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ เนื่องจากว่า รัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๖๙ กำหนดไว้ว่า การจ่ายเงินแผ่นดินจะต้องทำตามกฎหมายวิธีการ งบประมาณ หรือกฎหมายอื่นที่ให้อำนาจในการดำเนินการไว้ ส่วนการจ่ายเงินที่เรากำลัง ดำเนินการเงินกู้ครั้งนี้ หรือเงินกู้ในครั้งนั้นที่เป็นโครงการไทยเข้มแข็งนี่ไม่ใช่เป็นการจ่ายเงินแผ่นดิน เพราะฉะนั้นไม่ขัดหรือแย้งกับรัฐธรรมนูญ เราก็อิงสิ่งที่ได้ดำเนินการมาแล้วก็สิ่งที่ปฏิบัติมา แล้วเราก็ยังเชื่อมั่นว่าตรงนี้ไม่ขัดหรือแย้งกับรัฐธรรมนูญ จึงอยากจะเรียนเบื้องต้นเพื่อให้ ท่านสมาชิกได้ประกอบการอภิปรายต่อไป ขอบพระคุณครับ
เชิญท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เดี๋ยวให้รอตอบทีเดียวแล้วท่านอรรถวิชช์ ค่อยว่ากัน เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงคมนาคม ขออนุญาตตอบข้อซักถามที่ท่านสมาชิกและท่านผู้นำฝ่ายค้าน ในสภาผู้แทนราษฎรได้อภิปรายเมื่อช่วงเช้านะครับ
เรื่องแรก ก็คือเรื่องการพัฒนาท่าเรือน้ำลึกที่ภาคใต้จำนวน ๒ แห่งว่ามีวัตถุประสงค์ ที่ชัดเจนอย่างไร จากคำถามของท่านผมเข้าใจว่าท่าเรือที่ท่านพูดถึงก็คือท่าเรือน้ำลึกปากบารา ที่จังหวัดสตูล และท่าเรือน้ำลึกสงขลาแห่งที่ ๒ ที่จังหวัดสงขลา ขอเรียนด้วยความรวบรัดว่า โครงการพัฒนาท่าเรือน้ำลึกปากบารานั้นเป็นการออกแบบท่าเรือเป็นท่าเรือลักษณะ คอนเทนเนอร์ (Container) ซึ่งสินค้าส่วนใหญ่นั้นเป็นสินค้าประเภทยางพารา กุ้งแช่แข็ง แล้วก็สัตว์น้ำแช่แข็ง โดยมีแผนพัฒนาเป็น ๓ ระยะ ระยะที่ ๑ คือการรองรับสินค้าประมาณ ๘๐๐,๐๐๐ ตู้ ระยะที่ ๒ รองรับสินค้าประมาณ ๑,๓๐๐,๐๐๐ ตู้ ระยะที่ ๓ รองรับสินค้า ประมาณ ๒,๔๐๐,๐๐๐ ตู้
ส่วนการก่อสร้างท่าเรือน้ำลึกที่สงขลาแห่งที่ ๒ นั้นเกิดขึ้นเนื่องจากว่า ท่าเรือน้ำลึกสงขลาแห่งที่ ๑ นั้นได้มีปริมาณสินค้าเข้าเป็นจำนวนมากนะครับ ทำให้มี ความแออัดแล้วก็ปริมาณการค้าเยอะ สูงขึ้น เพื่อเป็นการเพิ่มขีดความสามารถในการรองรับ ท่าเรือน้ำลึกสงขลาแห่งที่ ๑ จึงมีนโยบายในการพัฒนาท่าเรือสงขลาแห่งที่ ๒ ต่อนะครับ อย่างไรก็ตามโครงการทั้ง ๒ แห่งนั้นอยู่ระหว่างการทำอีเอชไอเอ (EHIA) แล้วก็รับฟังความคิดเห็น ของพี่น้องประชาชน แนวคิดในเรื่องการทำเป็นท่าเรืออุตสาหกรรมในเรื่องที่เกี่ยวข้องต่าง ๆ นั้น ยังไม่มีนะครับ เป็นท่าเรือที่เกี่ยวข้องกับคอนเทนเนอร์นะครับ
ส่วนประเด็นที่อยากกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านสมาชิกเรื่องต่อไป คือท่านสมาชิกจากพรรคภูมิใจไทยที่ท่านได้อภิปรายเสียจนทำให้พี่น้องประชาชนอาจจะ เข้าใจผิดว่ารัฐบาลนี้ไม่ได้ยึดแนวนโยบายที่แถลงไว้ต่อรัฐสภาในเรื่องของเศรษฐกิจพอเพียง ผมต้องเรียนอย่างนี้นะครับว่าท่านอาจจะเข้าใจผิดว่ารัฐบาลนี้ การนำเสนอร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ เป็นการขัดแย้งกับในเรื่องของแนวนโยบายดังกล่าว ผมว่าท่านผู้มีเกียรติจากจังหวัดนครราชสีมา ขออนุญาตเอ่ยนาม ท่านบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ นะครับ ผมแปลกใจนะครับว่าท่านเห็นด้วยกับ ความเจริญในการพัฒนาพื้นที่ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นระบบราง ระบบรถ ระบบอะไรต่าง ๆ แต่ท่านไม่อยากให้ทำโครงการต่าง ๆ ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าสงสัยอย่างยิ่งนะครับ
ส่วนเรื่องต่อไปนั้นก็คือเรื่องของที่ท่านกล่าวว่านี้ไม่เชื่อในความสามารถของ กระทรวงคมนาคมในเรื่องนี้โดยเฉพาะท่านกล่าวถึงเรื่องการรถไฟแห่งประเทศไทย วันนี้เรา ต้องทำวิกฤติให้เป็นโอกาส การรถไฟแห่งประเทศไทยนั้นประสบภาวะขาดทุนตั้งแต่รัฐบาล ในอดีตหลายรัฐบาลที่ผ่านมาไม่ใช่เฉพาะแต่รัฐบาลนี้ อย่างไรก็ตามร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ มีบทบัญญัติหลายอย่างในหมวดที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการบริหารจัดการเงินกู้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการบริหารจัดการโครงการ ซึ่งสิ่งเหล่านี้มีสภาพัฒนาการเศรษฐกิจ และสังคมแห่งชาติช่วยดูแล มีสำนักงบประมาณและกระทรวงการคลัง
ส่วนเรื่องถนนลูกรังและแหล่งน้ำ ประเด็นสุดท้ายที่ท่านได้เอารูปมาให้ดู แล้วก็บอกพี่น้องประชาชนว่าพี่น้องเขาอยากได้ ผมเรียนอย่างนี้ด้วยความเคารพว่าร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้เป็นร่าง พ.ร.บ. ที่นำมาเพื่อสร้างความมั่นคงให้กับประเทศ ซึ่งโครงการที่ลงทุนนั้น เป็นโครงการที่มีลักษณะใหญ่ เพราะฉะนั้นถือได้ว่ารายละเอียดที่อยู่ในร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ เป็นโครงการที่รถไฟความเร็วสูงถนนก็เป็นถนน ๔ ช่องทางจราจร ส่วนโครงการที่เป็น เส้นเลือดฝอยนั้นเรากำหนดไว้ใน พ.ร.บ. งบประมาณรายจ่ายประจำปีปีต่าง ๆ ผมเรียนพี่น้อง ประชาชนผ่านไปยังที่ประชุมแห่งนี้ว่าถนนสายเส้นเล็กเส้นน้อยต่าง ๆ หรือเส้นเลือดฝอยนั้น ที่อยู่ในความดูแลของกรมทางหลวงชนบทก็ดี หรืออยู่ในความดูแลขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ก็ดี ขณะนี้รัฐบาลมีนโยบายโดยกรมทางหลวงชนบทขณะนี้ได้ทำการสำรวจถนนที่มี มาตรฐานเป็นลูกรังและต้องการยกระดับให้เป็นถนนลาดยาง ซึ่งมีจำนวนทั้งสิ้นในประเทศ ประมาณ ๕,๑๐๐ กิโลเมตร โดยกำหนดให้ปี ๒๕๕๗ และปี ๒๕๕๘ ๒ ปีนั้นจะดำเนินการ ให้แล้วเสร็จปีละ ๒,๕๐๐ กิโลเมตร ก็ฝากกราบเรียนพี่น้องประชาชนที่อยู่ในชนบทแล้วก็ อยู่ในตำบล หมู่บ้านต่าง ๆ ว่ารัฐบาลมิได้นิ่งนอนใจแต่อย่างใด ส่วนถนนที่อยู่ในความดูแลของ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจากการเก็บข้อมูลที่ได้ประสานงานกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น มีระยะทางทั้งสิ้น ๒๒๗,๐๐๐ กิโลเมตร เป็นถนนลูกรังที่ยังไม่ได้ดำเนินการ ๗๑,๘๓๖ กิโลเมตร ถนนดังกล่าวขณะนี้ตั้งใจไว้ว่ารัฐบาลมีโครงการนำร่องคือ ๔ ปีไม่มีฝุ่น โดยให้กรมทางหลวงชนบทนั้น เป็นแกนนำในการดำเนินการในเรื่องดังกล่าว และหลังจากนั้นจะได้ประสานงานกับ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนได้มีถนนปลอดฝุ่นที่ดีใช้ ในระยะเวลา ๔ ปี ขอกราบขอบพระคุณท่านประธานครับ
เมื่อสักครู่ ท่านอรรถวิชช์มีอะไรนะครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ผมมีเพียงแค่นาทีเดียวเท่านั้นนะครับ
เอาเฉพาะ ประเด็นที่เกี่ยวข้อง เดี๋ยววิป ๒ ฝ่ายเขาขอให้ประธานควบคุมการประชุม
ได้ครับ ท่านประธานครับ นาทีเดียวเท่านั้นครับ
เชิญ ๑ นาทีนะครับ หลังจาก ๑ นาทีแล้วจะเป็นนายแพทย์เธียรชัย แล้วมาที่ท่านวิทยา บุรณศิริ เชิญครับ
ขอบพระคุณครับ อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ท่านรัฐมนตรีวราเทพครับ ผมเรียนท่านอย่างนี้นะครับ เอกสารฉบับนี้ที่ท่านส่งมาวิธีการ ของท่านไม่เหมือนวิธีการงบประมาณแน่นอนครับ ผมย้ำอีกครั้งครับ วิธีการงบประมาณ เวลามีการสลับหมวดกันเกิดขึ้นก็จะได้รับอนุมัติ ถามว่างบประมาณปกติสลับได้ไหม มีเอกสาร ประกอบเหมือนกัน งบประมาณปกติก็สลับได้ครับ ขออนุญาตผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ แล้วขอสลับ แต่ปัญหาก็เวลาเข้างบประมาณในปีถัดไปถ้าไม่ดำเนินการยุทธศาสตร์ที่ได้บอก ไปแล้วส่วนมากแล้วพวกเราในสภาแห่งนี้จะตัดครับ เขาเรียกว่ามีการเช็ก (Check) กันตลอดทุกปี แต่ของท่านมันตั๋ววัน เวย์ ทิกเกต (One way ticket) ครับ ไปอย่างเดียวไม่มีขากลับ เพราะฉะนั้นมันตรวจไม่ได้ขั้นตอนไม่เหมือนกัน
แล้วก็ประการต่อมาท่านพูดเรื่องของร่าง พ.ร.บ. ไทยเข้มแข็ง ผมต้องย้ำอีกครั้ง เพื่อความเข้าใจนะครับ ไม่ใช่เป็นเรื่องโชคที่ร่าง พ.ร.บ. ไทยเข้มแข็งไม่ได้มีผลประกาศใช้บังคับนะครับ ท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ไม่เอา ใน ครม. ท่านมีดำริในการขอให้ถอนแล้วก็มาติดอยู่ในชั้น คณะกรรมาธิการร่วมกันระหว่างวุฒิสภากับสภาผู้แทนราษฎร เป็นความจงใจของเราที่ไม่เอาต่อ เพราะเนื่องจากว่าในขณะนั้นการถ่างการขาดดุลงบประมาณตามงบประมาณปกติสามารถ ดำเนินการได้อยู่แล้วครับ ก็เรียนท่านอย่างนี้ แล้วที่ผมท้าท่านรอก่อนครับวันนี้ยังอีกยาวไกล พรุ่งนี้ตัดสินใจได้ว่าจะเอา ๒๓๑ หน้าใส่ในบัญชีแนบท้ายหรือเปล่า รอตอบคำท้าผมพรุ่งนี้ก็ได้ครับ ขอบพระคุณครับ
เชิญนายแพทย์เธียรชัย ๑๐ นาทีนะครับ
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ
ท่านนายแพทย์เธียรชัยเดี๋ยวนะครับ เชิญท่านรัฐมนตรีก่อนครับ
ขอสัก ๓๐ วินาทีครับ ผม วราเทพ รัตนากร รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ผมกำลังเรียนว่า การที่เรากำลังทำร่าง พ.ร.บ. เพื่อไปเปรียบเทียบกับร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี ความต่างมันอยู่ที่ว่าเราต้องทำโครงการให้เห็นชัดว่าเป็นโครงการที่สมบูรณ์ตั้งแต่ต้นไม่เหมือนกับ ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีที่มีงบผูกพันว่าปีนี้ทำแค่ ๒๐๐ กิโลเมตร แล้วปีหน้า จะทำอีกหรือไม่ทำอีกมันไม่มีความแน่นอน ตรงนั้นคือเป็นความต่างอย่างไรครับ ความต่าง ที่จะต้องมีเอกสารอนุมัติในคราวเดียว แต่ท่านสามารถตรวจสอบได้ตลอดทางถึงจะเป็น วัน เวย์ ทิกเกต ท่านขึ้นรถไฟไปตลอดสิครับตรวจสอบได้ตลอดทางครับ ไม่ได้บอกว่าท่านจะ ตรวจสอบไม่ได้ กฎหมายฉบับนี้ให้มารายงานทุกปีงบประมาณด้วย
เรื่องที่ ๒ ก็คือเรื่องไทยเข้มแข็ง ผมไม่ได้ต่อล้อต่อเถียงนะครับ แต่ผมคิดว่า การพยายามตั้งแต่วาระแรกที่ท่านพิจารณาในวาระที่หนึ่ง วาระที่สอง และวาระที่สาม เต็มสภา อันนั้นคือความรู้สึกที่ผมบอกว่าท่านพยายามที่จะดันร่าง พ.ร.บ. ไทยเข้มแข็งให้ผ่าน โดยทั้ง ๆ ที่ไม่มีรายละเอียด ขอบพระคุณครับ
เชิญนายแพทย์เธียรชัยครับ
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม เธียรชัย สุวรรณเพ็ญ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตาก พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ในการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติเงินกู้ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งเป็นเงินกู้มโหฬารในครั้งนี้ครับ เป็นประวัติศาสตร์ของประเทศไทยตั้งแต่ตั้งประเทศมานี้จะเห็นว่าเป็นร่างพระราชบัญญัติ ที่มีความสำคัญมากครับ ที่ผมเรียนว่ามีความสำคัญก็เพราะว่าถ้าร่างพระราชบัญญัตินี้ออกไป และล้มเหลว ซึ่งมีแนวโน้มสูงดังที่เพื่อนสมาชิกได้อภิปรายไปแล้วก็จะทำให้เสาหลัก ๓ หลัก ของประเทศไทยเราพังทลายทันทีครับ ขณะนี้ความเสี่ยงเสาหลักทางด้านการเมืองคือ ความมั่นคงของประเทศเรายังมีปัญหา เสาหลักที่ ๒ คือด้านสังคมวัฒนธรรมเรามีปัญหาครับ ประชาชนแตกแยกกันครับเห็นชัด และเสาหลักที่ ๓ ที่ผมพูดนี้ก็คือเสาหลักปากท้อง ของพี่น้องประชาชนที่เราเรียกว่าเสาหลักเศรษฐกิจ ทำไมครับการออกร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทโดยการกู้เงินครั้งนี้ครับ ผมเรียกว่าเป็นเส้นฟางเกือบเส้นสุดท้ายที่จะ ทำให้ประเทศไทยเรามีโอกาสอันสูงยิ่งที่จะล้มละลายไม่ต่างจากประเทศต่าง ๆ ที่กำลัง มีวิกฤตการณ์ไม่ว่าจะเป็นในยุโรปหรือบางประเทศเช่นประเทศไซปรัสขณะนี้ ท่านประธานครับ เราลองมาย้อนรอยดูสักหน่อยว่าทำไมเราถึงต้องกู้เงินกันมากมายเพื่อทำโครงการพัฒนา ประเทศในครั้งนี้ เราไม่ติดใจครับในเรื่องการพัฒนาประเทศ ผมคิดว่าเป็นหน้าที่อันยิ่งใหญ่ ของทุกรัฐบาลที่จะต้องดำเนินการพัฒนาประเทศต่อไปตามสภาพกำลังที่เศรษฐกิจ ของประเทศมีอยู่ เราต้องทำครับ แต่ต้องทำแล้วอย่าล้ม ต้องทำแล้วเต็มไปด้วยความมั่นคง คนที่อยู่ในประเทศมีความสุข แต่ถ้าร่างพระราชบัญญัตินี้ออกไปนะครับท่านประธานมันมี ความทุกข์ครับ คน ๖๕ ล้านคนจะต้องเป็นหนี้เพิ่มขึ้นทันทีชดใช้เงิน ๕,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทเศษ ถ้าคิดเป็นตัวเลขก็อาจจะประมาณ ๗๐,๐๐๐ กว่าบาทเศษ จะต้องดำเนินการเป็นอย่างนี้ ประมาณ ๕๐ ปีเป็นอย่างน้อย นั่นก็หมายความว่าพี่น้องประชาชนทั้ง ๖๕ ล้านคน บางคน ไม่มีโอกาสหรอกครับที่จะใช้ในเรื่องของการทำโครงการกู้ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนี้ แต่เขา ก็ต้องมีส่วนร่วมในการชดใช้กรรมเวรที่รัฐบาลได้สร้างไว้ ท่านประธานครับ ประเทศไทยเรา อุดมสมบูรณ์นะครับ แต่เมื่อการบริหารมีการผิดพลาดมันก็เกิดความวิกฤติได้ ผมจะยกตัวอย่าง ให้ว่าทำไมเราถึงไม่มีปัญญาที่จะพัฒนาประเทศต้องไปกู้หนี้ยืมสินเขา แล้วก็เป็นเงินจำนวนมหึมา ทำไมล่ะครับ เพราะรายได้ของเราลด รายได้เราลดเราใช้จ่ายสุรุ่ยสุร่าย เราใช้จ่ายแบบโครงการ ที่เรียกว่าประชานิยมนะครับ ผมเรียนผ่านท่านประธานสภาไปว่ารายได้เราลดจากอะไรครับ เราใช้จ่ายมากเกินตัว รถคันแรกก็เป็นอีกอันหนึ่ง เงินจำนำข้าวก็อีกหลายแสนล้านบาท เราใจดีครับ เราอยากจะ แข่งกับประเทศอื่น ๆ ในเรื่องของโอกาสการแข่งขัน เราลดภาษีนิติบุคคลจาก ๓๐ เปอร์เซ็นต์ เป็น ๒๓ เปอร์เซ็นต์ และจาก ๒๓ เปอร์เซ็นต์ เป็น ๒๐ เปอร์เซ็นต์ในขณะนี้ แล้วก็มีแนวโน้ม ที่จะลดให้อีกถึง ๑๓ เปอร์เซ็นต์ในโอกาสต่อไป นี่ละครับคือสิ่งที่รายรับแทนที่จะเข้ามันก็ไม่เข้า แวตคือภาษีมูลค่าเพิ่มที่ ๗ เปอร์เซ็นต์ เราก็กำหนดกันมานาน เดิมเราออกกฎหมายไว้ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ แล้วเราก็ไม่มีการพัฒนาขึ้นเพราะเป็นปัญหาทางด้านการเมือง รายรับไม่เข้าเป้า ได้ต่ำ ใจดี แต่อยากจะกู้เพื่อที่จะดูต่างประเทศเขาทัดเทียมกับอารยประเทศ ไม่พอครับ ท่านประธาน เรามีกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการลงทุนบีโอไอ (BOI) เราก็ไม่ยกเลิกนะครับ เราบอกว่าเราอยากจะเปรียบเทียบภาษีนิติบุคคลลดลงเพื่อแข่งกับประเทศอื่น ๆ แต่บางประเทศ อื่น ๆ เขาไม่มีบีโอไอนะครับ นี่ก็คืออีกประเด็นหนึ่งที่ทำให้รายได้ที่ควรจะเข้าสู่ประเทศหายไป และนี่คือต้นเหตุอันหนึ่งที่ทำให้เราอยากจะพัฒนาประเทศต้องไปกู้หนี้ยืมสินเขามา ท่านประธานครับ ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ผมเรียนให้ท่านประธานทราบว่าเป็นร่างพระราชบัญญัติ ที่ออกมาด้วยความรวดเร็ว มีตัวเงินเป็นตัวหลักการอย่างแน่นอน คือเอาเงินใส่เข้าไปก่อนว่า ถ้ากู้เพิ่ม ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทจะเกินวินัยการคลังหรือเปล่า เพราะอะไรครับ เพราะโครงการต่าง ๆ ที่ปรากฏอยู่ในหนังสือเล่มที่สมาชิกได้อภิปรายไปเมื่อสักครู่ที่เรียกว่า เป็นเรื่องโครงการต่าง ๆ หลายร้อยโครงการ เมื่อมารวมตัวกันแล้วในแต่ละโครงการ รวมทั้งโครงการ ที่แสดงนิทรรศการที่ผ่านมาเมื่ออาทิตย์ก่อนกับข้อมูลตรงนี้ก็แตกต่างกันครับ ความยาวของ ทางรถไฟความเร็วสูงก็มีสภาพไม่แน่นอน บ้างก็ว่าจากกรุงเทพฯ ไปจังหวัดหนองคาย บ้างก็ว่า จากกรุงเทพฯ ไปโคราช แต่อย่างไรก็ตามตัวเลขของการใช้งบประมาณก็คือตัวเลขเดียวกัน อย่างนี้ละครับที่ทำให้ผมมั่นใจได้ว่างบประมาณที่ทำนี้ไม่ได้เอาโครงการเป็นหลัก ไม่ได้เอา ปัญหาของประเทศเป็นหลัก ไม่ได้เอาวิธีการที่จะมาลดค่าคอสท์ (Cost) ของโลจิสติกส์ เป็นหลัก แต่เอาการกู้เงินเป็นหลัก แล้วก็เอาโครงการใส่เข้าไป ท่านประธานครับ เมื่อพิจารณาดูทั้งหมด ๑๙ มาตราแล้วก็จะเห็นว่ารัฐบาลมีการนำเสนอโครงการนี้เรียกว่า มีความแยบยลนะครับ หรือถ้าจะพูดไปก็มีความเป็นเล่ห์เหลี่ยมพอสมควร ที่ต้องใช้อย่างนี้ ก็เพราะว่าโครงการสับสนจัง ผมเพิ่งได้รับหนังสือเมื่อวานนี้ตอนบ่ายก็ตั้งใจอ่านครับ ก็พบว่า สิ่งที่เราฟังทางวิทยุก็ดี อ่านตามสื่อสารต่าง ๆ ก็ดี มันไม่ค่อยตรงกัน ก็เลยเกิดความไม่มั่นใจว่า ถ้าเริ่มต้นมันไม่แน่นอนเสียแล้ว แล้วบั้นปลายมันจะเป็นอย่างไรครับ เดี๋ยวจะเป็นอย่าง สิ่งที่เรียกว่า เริ่มต้นก็เป็นลำไม้ไผ่ เหลาลงไปก็เป็นบ้องกัญชา นี่ละครับคือสิ่งที่มีความเป็นห่วง เพราะอะไรครับ เพราะโครงการต่าง ๆ เมื่ออ่านแล้วใน ๓ ยุทธศาสตร์ ๗ แผนการ อ่านหลายร้อยโครงการพบว่าหลายโครงการยังอยู่ในขั้นของการศึกษา บางแห่งเป็นลักษณะ ออกแบบและสำรวจ บางโครงการศึกษาแล้ว ออกแบบและสำรวจแล้วแต่ยังไม่ผ่านอีไออาร์อาร์ (EIRR) และเอฟไออาร์อาร์ (FIRR) ซึ่งนี่ก็คือเป็นประเด็นปัญหาอีกละครับ ที่จะอ้างได้ว่าต่อไป เมื่อโครงการนี้ไม่แล้วเสร็จก็เพราะโครงการไม่ผ่านอีไอเอรัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๕๐ ชัดเจนครับ มาตรา ๖๗ ในรัฐบาลชุดที่แล้วผมได้เป็นกรรมาธิการอยู่ด้วยแล้วก็ได้ทำร่างพระราชบัญญัตินี้ เสร็จแล้วแต่ไม่สามารถพิจารณาได้เนื่องจากเกิดการยุบสภา นี่ก็คือจะเป็นปัญหาอีกอันหนึ่ง ที่จะเป็นอุปสรรคขัดขวางการที่จะให้เห็นภาพกับพี่น้องประชาชนว่างบประมาณ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท บรรจุอยู่ ๑๐๐ กว่าโครงการนี้ไม่สามารถดำเนินการได้ ความหวังของพี่น้องก็พังทลายแต่สิ่งที่ไม่พังทลายก็คือความเป็นหนี้ของเขาไปแล้วครับ หนี้เกิดจากเงินกู้มโหฬาร ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านประธานครับ นี่ละครับคือสิ่งที่จะเรียน ให้ท่านทราบว่าหลายเรื่องถ้าโครงการดีแต่วิธีการไม่ดี สรุปก็คือว่าไม่ดีครับ เพราะฉะนั้นเรา ต้องเลือกทั้งโครงการที่ดีและวิธีการที่ดี วันนี้ผมยืนยันว่าเราไม่ต้องกู้เงิน ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทก็ได้ หลักเศรษฐศาสตร์เขาบอกว่าใครใช้ก็คือคนจ่าย ผู้ใช้คือผู้จ่าย เราจะเอาพี่น้องประชาชน ๖๕ ล้านคนเป็นตัวประกันให้จ่ายโดยเท่าเทียมกันยุติธรรมหรือเปล่าครับ นี่คือคำถาม เพราะว่าเขาจะต้องสูญเสียโอกาส การที่เป็นหนี้ของแต่ละคนก็หมายถึงว่าพี่น้องประชาชน ในจังหวัดนั้น อำเภอนั้นสูญเสียโอกาสในการที่จะได้รับสิ่งสาธารณูปโภค ไม่ว่าจะเป็นถนน แหล่งน้ำ หรือโรงพยาบาล โรงเรียน รวมทั้งน้ำประปา ไฟฟ้า ซึ่งยังเป็นปัญหาหลัก ของประเทศอยู่นะครับ เขาสูญเสียโอกาสอันนี้ละครับ ผมถึงเรียนให้ทราบว่าโครงการนี้ แค่เริ่มคิดก็ไม่ยุติธรรม เนื่องจากก่อให้เกิดความเหลื่อมล้ำระหว่างผู้ได้กับผู้เสีย แต่เมื่อจ่าย ต้องจ่ายเท่ากันจึงเป็นปัญหาหลักที่สำคัญยิ่ง ท่านประธานครับ ก่อนจบวันนี้ผมขอยืนยัน อีกครั้งหนึ่งว่าการจะเสนอร่างพระราชบัญญัติในครั้งนี้ไม่ค่อยถูกต้องและทำด้วยการให้ข้อมูล ที่กระชั้นชิด เอกสารเล่มโต ๆ เพิ่งแจกไปเมื่อวานตอนบ่าย ผมนั่งอ่านทั้งคืนแล้วก็เป็นอย่างที่ เพื่อนสมาชิกพูดว่าถ้าดีจริงไม่จำเป็นต้องใส่รายละเอียดลงไปมากหรอกครับ ก็เอาเล่มนี้ เป็นตัวอ้างอิงอยู่ในร่างพระราชบัญญัติประกอบท้ายพระราชบัญญัตินี้นะครับว่าทุกอย่างให้เป็นไป ตามร่างพระราชบัญญัตินี้ทุกประการ ภาพมันก็จะชัดเจนครับไม่ต้องไปใส่รายละเอียดครับ ท่านลองดูร่างพระราชบัญญัติที่ต่อท้ายร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้เราจะเห็นว่าบางอัน จะเขียนชัดเลย อย่างเช่น การขนส่งทางรถไฟที่มีอยู่ในปัจจุบันให้เป็นเครือข่ายการขนส่งหลัก ของประเทศเป็นเส้นทางรถไฟรางคู่ เราบอกเส้นทางถูกต้องครับ ระยะความยาวถูกต้อง พูดสิ่งต่าง ๆ พอมาถึงแผน ๑.๒ พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานการขนส่งสินค้าทางลำน้ำและชายฝั่ง ไม่มีรายละเอียดครับ ทำก็ได้ ไม่ทำก็ได้ จะทำฝั่งอันดามันก็ได้ ฝั่งอ่าวไทยก็ได้ก็คือดิ้นไปได้ตลอด เพราะฉะนั้นผมจึงไม่เห็นด้วยกับร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ และขอเชิญชวนพ่อแม่พี่น้อง อย่าเสียโอกาสครับ ท่านแสดงพลังทางความคิด ทางการพูด และทางการกระทำที่ถูกกฎหมาย เพื่อยืนหยัดไม่รับร่างพระราชบัญญัติเงินกู้มโหฬาร ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทในครั้งนี้ครับ ขอขอบคุณมากครับ
ท่านวิทยา บุรณศิริ เชิญครับ ๒๐ นาที
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ แล้วก็พี่น้องประชาชนที่ติดตามการอภิปรายในวันนี้ กรณีร่างพระราชบัญญัติให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ด้านคมนาคมขนส่งของประเทศ พ.ศ. .... ท่านประธานครับ ผมเองแตกต่างจากท่านสมาชิก หลายท่าน ๑๙ มาตรา ผมก็พยายามที่จะดูแล้วก็ฟังท่านสมาชิกที่ได้อภิปรายไม่ว่าจะเป็น ฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาล เพื่อใช้เป็นดุลยพินิจในการตัดสินใจในการลงมติ ท่านประธานครับ ตลอดระยะเวลาที่ผมดำรงตำแหน่งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ตั้งแต่พรรคไทยรักไทย พรรคพลังประชาชน จนกระทั่งถึงพรรคเพื่อไทย เราเองได้รับผลกระทบตั้งแต่ในอดีต ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานและเพื่อนสมาชิกเราพบวิกฤติตั้งแต่สมัยเงินกู้ไอเอ็มเอฟ โดยเฉพาะ ๕๐ กว่าสถาบันการเงินเจ๊งระเนระนาด พี่น้องประชาชน เจ้าหน้าที่พนักงาน ออกมาปิ้งลูกชิ้นขาย ขายสินค้าแบกะดิน ตลอดจนมิยาซาวาถึงกระทั่งไทยเข้มแข็ง จนกระทั่งร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ได้เข้ามาให้สมาชิกพิจารณา ผมว่าในบริบทที่ผมจะอภิปรายอาจจะแตกต่างจากเพื่อนสมาชิก โดยเฉพาะหัวข้อที่เกี่ยวข้อง ในหมวด ๑ มาตรา ๕ และมาตรา ๖ ในประเด็นในรายละเอียดที่จะนำไปสู่การอนุมัติของ คณะรัฐมนตรีที่จะให้มีอำนาจในการกู้เงินหรือเงินตราต่างประเทศเพื่อนำไปใช้จ่ายในการ พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานซึ่งมีรายละเอียดในแนบท้ายร่างพระราชบัญญัติพอสังเขป ในเรื่อง ของบัญชีแนบท้ายซึ่งประกอบการพิจารณาในการอภิปราย หลายท่านวิตกกังวลถึงสิ่งที่จะ นำไปสู่กระบวนการหนี้สินให้ประชาชนรุ่นลูกรุ่นหลานได้รับผิดชอบหรือไม่ ผมคิดว่า ก่อนหน้าที่ผมได้สัมผัสในฐานะที่เป็นสมาชิกของพรรคการเมืองพรรคไทยรักไทย ผมตกใจ เหมือนกันครับ นโยบายในอดีตนั้นยกตัวอย่างเช่น ๓๐ บาทรักษาทุกโรค บางคน ก็บอก ๓๐ บาทตายทุกโรค กองทุนหมู่บ้าน ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท ๗๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท จะเอาเงินที่ไหน สิ่งเหล่านี้เคยถูกปรามาสมาแล้ว แต่รัฐบาลในอดีตก็ทำได้ก็ต่อยอดมาถึง รัฐบาลพรรคเพื่อไทย ซึ่งผมก็เชื่อมั่นเหลือเกินว่า ฯพณฯ นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร ซึ่งเป็นคนที่ละเอียดอยู่แล้วจะสามารถดำเนินการในสิ่งที่ได้เสนอเป็นร่างพระราชบัญญัติกู้เงิน ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ครั้งนี้นำไปสู่ความสำเร็จของประเทศชาติ แต่สิ่งสำคัญที่สุดได้ดู ในเนื้อหาสาระนะครับ หลายท่านวิตกกังวลซึ่งผมก็เรียนตามตรงว่ากลัวว่าจะเป็นเช็คเปล่า หรือไม่ อย่างไร เช็คที่ขีดคร่อมเอซี เปยี โอนลี (A/C Payee Only) ไป เช่นงบไทยเข้มแข็ง มันก็เด้งมาแล้วเยอะ ผมไม่ห่วงครับ เพราะสิ่งเหล่านั้นผมเป็นรัฐมนตรีที่ผ่านมาผมก็ได้ รับทราบในนโยบายแต่มันก็นำไปสู่กระบวนการของการแก้ปัญหาได้ บางทีหน่วยงาน รัฐวิสาหกิจที่บางคนบอกว่าขาดทุน เจ๊ง รัฐบาลดูหรือไม่ อย่างไร ผมเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แห่งนี้ก็ขนลุกเหมือนกันเวลาไปเช่ารถมาแทน ขสมก. จะเอาเงินที่ไหนไปจ่าย รัฐวิสาหกิจ เหล่านั้นก็ไม่ได้รับการดูแลก็นั่งฟังมาแล้วแล้วก็พิจารณามาแล้ว แต่สิ่งที่ผมกำลังจะชื่นชม แล้วก็ฝากในการตราพระราชบัญญัติฉบับนี้เพื่อให้สภาได้พิจารณา ผมได้ดูในเนื้อหาสาระ ในหมวด ๑ มาตรา ๕ มาตรา ๖ มันมีรายละเอียดที่อาจจะต้องเพิ่มเติมบ้าง เดี๋ยวผมจะ อภิปรายในตอนหลัง แต่ว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดที่เราพบว่าเป็นการสร้างภูมิคุ้มกันสำคัญที่สุด ในบริบทรองรับเออีซีภายในปี ๒๕๕๘ สิ่งนี้ที่ผมคาดหวังครับ เดิมทีผมคาดหวังว่า รัฐบาลจะร่วมการลงทุนในกลุ่มของประเทศเพื่อนบ้าน เช่น สปป. ลาว ประเทศพม่า ประเทศกัมพูชา หรือประเทศมาเลเซีย แต่ผมคิดว่าการกระทำเช่นนี้จะเป็นการพลิกวิกฤติ ให้เป็นโอกาสซึ่งหลายคนกังวลกลับมาเป็นชัยชนะในอนาคต นั่นก็คือดึงสร้างแรงจูงใจ ให้นักลงทุนได้มีฐานการผลิตอยู่ในประเทศไทย สิ่งนี้ละครับที่ผมคิดแตกต่างกับหลายท่าน ที่ได้อภิปราย ผมมีประสบการณ์ครับท่านประธาน ขอบคุณรัฐบาลที่ผ่านมาจากวิกฤติ มหาอุทกภัยทำให้ความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่รัฐบาลกล้าแล้วก็ขอสภาแห่งนี้ไปเพื่อที่จะพัฒนา และเป็นแนวทางในการป้องกันเรื่องของปัญหาด้านน้ำหรืออุทกภัย การสร้างความเชื่อมั่น สิ่งเหล่านั้นที่ผ่านมาบนยอดเงิน ๔๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท สิ่งนั้นทำให้นักลงทุนมากกว่า ๙๐ เปอร์เซ็นต์นั้นซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังได้พูด ฯพณฯ นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ได้กล่าว นั่นคือสิ่งหนึ่งที่ทำให้นักลงทุนไม่ย้ายฐานการผลิต จังหวัดพระนครศรีอยุธยาก็เป็นจังหวัดหนึ่ง จังหวัดปทุมธานีก็เป็นจังหวัดหนึ่งที่ได้รับ ผลกระทบอย่างรุนแรง จนกระทั่งหลายคนใจจดใจจ่อว่านักลงทุนจะย้ายฐานการผลิต เช่น บริษัท ฮอนด้า ท่านเห็นใช่ไหมครับ ภาพเหล่านั้นเวลานี้ สวนอุตสาหกรรม นิคมอุตสาหกรรมเพิ่มครับ มีโรงงานมาลงทุนเพิ่ม แต่สิ่งที่รัฐบาลจะทำจากนี้ไปจะเป็นบทพิสูจน์ให้เห็นว่าจะเป็นความ เชื่อมั่นว่าฐานการผลิตจะต้องอยู่ในประเทศไทย แต่สิ่งที่ผมอยากจะฝากว่าฐานการผลิตอยู่ใน ประเทศไทยเพราะระบบโลจิสติกส์ที่ได้รับการอธิบายจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีได้กล่าวไว้อย่างชัดเจนว่าต้นทุนในระบบโลจิสติกส์นั้นค่อนข้างจะต้อง เป็นส่วนหนึ่งที่เราจะต้องแข่งขันในกลุ่มของอาเซียน สิ่งนี้ละครับท่านประธาน รายจ่าย ที่พิสูจน์ให้เห็นที่ท่านรัฐมนตรีได้กล่าวทำให้ผมได้คิดตามว่า ๗๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ด้านพลังงานสำหรับการขนส่งที่เราต้องสูญเสียต่อปีเท่ากับ ๗๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ของการผลิต นี่ผมคิดตามครับ ผมอาจจะคิดแตกต่างกับเพื่อนสมาชิกที่ได้อภิปรายเห็นต่าง แต่ผมกำลังคิดว่าสิ่งเหล่านี้ถ้าระบบโลจิสติกส์มันสมบูรณ์แบบ แน่นอนครับเกตเวย์ต่าง ๆ ที่จะเชื่อมกับประเทศเพื่อนบ้าน เออีซีที่จะเกิดขึ้นในปี ๒๕๕๘ เราไม่จำเป็นที่จะต้องไปตั้ง โรงงานในประเทศเพื่อนบ้าน แต่เราจะใช้ศักยภาพของประเทศเรา ตรงนี้ครับที่ต้องฝาก ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีผ่านท่านประธานว่าต้องทำให้ได้ และวิกฤติตรงนั้น จะเป็นโอกาสอีกครั้งหนึ่งเหมือนกับที่ในอดีต ฯพณฯ ทักษิณ ชินวัตร ได้แก้หนี้ไอเอ็มเอฟ และหนี้ที่มันค้าง ที่ทุกคนกลัวว่าเพดานของหนี้สาธารณะจะสูง ถ้าได้แยกออกมาโดย ร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ก็เป็นเรื่องที่ดีครับ จะได้เห็นไปเลยว่าเอาตัวนี้ไปเท่าไร และจะกลับมา อย่างไร นี่คือสิ่งที่ผมต้องอภิปรายให้เพื่อนสมาชิกว่าบางครั้งเราก็กลัว แต่ถ้าไม่กล้ามันก็คงจะไม่ได้ ผมกลับคิดในส่วนนี้ที่อยากจะบอกว่าถ้าระบบโลจิสติกส์ได้เกิดขึ้นมันสมบูรณ์แบบ ฐานการผลิต ไม่ย้ายจากเมืองไทยมีแต่ลงทุนเพิ่ม ท่านลองคิดสิครับว่าเกิดอะไรขึ้น รายได้ที่ติดลบอยู่หัวมันจะขึ้น นั่นคือสิ่งนี้ คือสิ่งที่เรามีรายได้ในเรื่องภาษีเช่นการส่งออก ถ้าฐานการผลิตยังอยู่ในประเทศไทย มีกำลังการผลิตมากขึ้น มีการส่งเสริมมากขึ้น ผมก็ยืนยันว่ารายได้ในการจัดเก็บในอนาคต ต้องมากขึ้นครับ ผมไม่ได้มองจากเงิน ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทว่าที่มันจะมีกลับมาในรูปแบบ ของการเสียภาษีอย่างเดียว แต่ผมมองว่าผลผลิตที่จะเกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นภาคอุตสาหกรรม ภาคการลงทุนเพิ่ม หรือความได้เปรียบในเรื่องการใช้ภูมิประเทศ โดยเฉพาะประเทศไทย จะต้องเป็นศูนย์รวมหรือศูนย์กลางในอาเซียน ด้านอาหาร ด้านการลงทุนภาคเกษตร ด้านอุตสาหกรรม ผมยกตัวอย่างให้ฟังนะครับ เช่นเดียวกันครับการเดินทางไปสู่ประเทศเพื่อนบ้าน นอกจากจะเกิดที่มาของระบบการขนส่งภาคอุตสาหกรรม ยกตัวอย่างปัจจุบันเกตเวย์ ด้านตะวันออก ผมได้ดูในรายละเอียดแล้วว่ารัฐบาลก็คงไว้ในเรื่องของการศึกษา แล้วก็นำผลมา ตั้งแต่ปี ๒๕๕๓ ไล่ ๆ มา ซึ่งตอนนั้นรัฐบาลก็ไม่ใช่พรรคเพื่อไทยเอามาผนวกไว้ ยกตัวอย่างเช่น นอร์ท เซาท์ คอร์ริดอร์ คือด้านทิศเหนือจดทิศใต้มีการกระจายโครงการต่าง ๆ ครอบคลุม อีสท์ เวสท์ คอร์ริดอร์ (East West Corridor) คือด้านตะวันออกสู่ตะวันตกเช่นกันเชื่อมโยงทวาย เพราะฉะนั้นเราจะเห็นว่าบริบทในการปรับปรุงหรือในการบรรจุรายละเอียดเข้าไว้มันครอบคลุม เหมาะแล้วที่จะลงทุนในประเทศไทย เราไปลงทุน ในประเทศเพื่อนบ้านบ่อยครั้งที่น้ำตาตกกลับมา เก็บเงินไม่ได้ ยังเคลียร์ (Clear) กันไม่จบผมไม่อยากเอ่ย เพราะประเทศเพื่อนบ้านเขาก็ฟัง ถ่ายทอดสดจากประเทศเราอยู่ สิ่งเหล่านี้มันเกิดขึ้นครับท่านประธาน แต่ถ้าเราเพิ่มความเชื่อมั่นโดยเฉพาะระบบโลจิสติกส์เพื่อที่เขาได้มีโอกาสลดต้นทุนในสินค้า ในภาคอุตสาหกรรม การเดินทาง ระบบขนส่ง โดยเฉพาะฮับต่าง ๆ ที่จะต้องเกิดขึ้น ถ้าผมดู ในแผนแล้ว หลาย ๆ จังหวัดหรือในกลุ่มจังหวัด เช่น กลุ่มภาคเหนือ ภาคอีสาน ภาคกลาง และภาคใต้ จะได้รับอานิสงส์ทั้งระบบราง ระบบถนน แล้วก็ทางน้ำ ก็ได้มองดูแล้วนะครับว่า มันจะเป็นประโยชน์มากกว่าที่จะเป็นโทษ เพียงแต่ว่าสิ่งที่ผมจะต้องฝากเพื่อให้ร่างพระราชบัญญัติ ฉบับนี้มีความสมบูรณ์มากขึ้น โดยเฉพาะก็คงจะต้องให้รัฐบาลในฐานะผู้เสนอร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ได้พิจารณา ยกตัวอย่างหมวด ๑ ในมาตรา ๖ วรรคสอง กระทรวงการคลังอาจนำเงิน ที่ได้จากการกู้ไปให้กู้ต่อแก่หน่วยงานของรัฐเพื่อให้นำไปใช้จ่ายในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ด้านคมนาคมขนส่งของประเทศก็ได้ อันนี้อาจจะต้องเติม ไม่ใช่ก็ได้อย่างเดียวนะครับ ก็คือ ต้องผ่านความเห็นชอบอนุมัติจากคณะรัฐมนตรี เราเพิ่มขึ้นตรงนี้ แต่ต้องเป็นการใช้จ่าย เพื่อดำเนินการตามยุทธศาสตร์และแผนงานที่กำหนดไว้ในบัญชีท้ายพระราชบัญญัตินี้เท่านั้น อันนี้ถ้าเพิ่มไปมันก็จะต้องสมบูรณ์ มีรัฐมนตรีอยู่ท่านเดียวนะครับบนบัลลังก์ กรุณาช่วยจดไว้ นิดหนึ่งนะครับท่านรัฐมนตรีประเสริฐ ผมอยากจะเพิ่มตรงนี้ เข้าใจว่าถ้าไม่อย่างนั้นผมก็ต้อง แปรญัตติเข้าไป ต่อจากก็ได้นะครับว่า แต่ทั้งนี้ต้องผ่านความเห็นชอบอนุมัติจากคณะรัฐมนตรี และต้องเป็นการใช้จ่ายเพื่อดำเนินการตามยุทธศาสตร์ตามบัญชีแนบท้าย อันนี้ถ้าเพิ่มไป มันก็จะสมบูรณ์ ท่านประธานครับ มาตรา ๖ ที่เราดูนะครับ มาตรา ๙ มาตรา ๑๐ ซึ่งอันนี้ ที่ผมเรียนตามตรงว่าคณะรัฐมนตรีที่เสนอร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้เข้ามา ผมมองดูแล้ว ก็เป็นการที่ระมัดระวังตัวเองดีที่สุดแล้ว เพราะในมาตรา ๙ ก็จะเขียนไว้ให้ชัดอีกนะครับว่า ให้กระทรวงการคลังโดยอนุมัติคณะรัฐมนตรีมีอำนาจปรับโครงสร้างหนี้เงินกู้ตามมาตรา ๕ โดยดำเนินการกู้เงินรายใหม่เพื่อชำระหนี้เดิม แปลงหนี้ ชำระหนี้ก่อนถึงกำหนดชำระ ขยายหรือย่นระยะเวลาการชำระหนี้ ต่ออายุ ซื้อคืน หรือไถ่ถอนตราสารหนี้ของรัฐบาล หรือทำธุรกรรมทางการเงินอื่นที่เป็นประโยชน์ต่อการปรับโครงสร้างหนี้เงินกู้ ในอดีต เรามีบทเรียนเรื่องนี้เยอะมาก เช่นค่าเงินตราต่างประเทศมีปัญหาเงินบาทกระทบ ในอดีต ล้มระเนระนาดเหมือนกันครับ แต่ถ้าบัญญัติไว้ตามมาตรา ๙ อย่างนี้ผมยังมีความเชื่อมั่น แต่รัฐบาลก็ต้องปฏิบัติตามกฎหมายและเรื่องวินัยการเงินการคลัง มาตรา ๓๐ ก็เขียนไว้อีกครับ ระบุไว้อย่างชัดเจนนะครับจะทำอะไรก็แล้วแต่ กระทรวงการคลังอาจทยอยกู้เงินเป็นการล่วงหน้า ไม่เกิน ๑๒ เดือนก่อนวันที่หนี้ถึงกำหนดชำระ เพราะฉะนั้นมันมีระยะเวลาในการปฏิบัติ ซึ่งถ้าเราได้ติดตามนะครับ เราเป็นฝ่ายนิติบัญญัติ มาตรา ๑๑ มาตรา ๑๒ ก็เป็นมาตรการ ที่รองรับในรายละเอียด สิ่งเหล่านี้ครับท่านประธาน เราจะเห็นได้ชัดว่าร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ หลายคนอาจจะตำหนิ แต่ผมเรียนให้ทราบว่ามันมีกระบวนการระมัดระวังอยู่ในตัว เพียงแต่ ยกตัวอย่างความเห็นของผมในมาตรา ๑๒ วรรคท้าย เขียนไว้ว่า ในกรณีที่กระทรวงการคลัง ได้มีการกู้เงินในคราวใดแล้ว แต่ยังมิได้มีการขอเบิกจ่ายเงินกู้จำนวนดังกล่าว และกระทรวงการคลัง เห็นว่าจะเป็นประโยชน์ในการบริหารจัดการเงินกู้ หรือเป็นการประหยัดหรือลดภาระ ในการชำระหนี้ อาจให้สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะนำเงินกู้นั้นไปเก็บรักษาหรือฝากไว้ ในบัญชีตามที่กระทรวงการคลังกำหนดก็ได้ สักนิดได้ไหมครับ ดอกเบี้ยที่เกิดขึ้น อันนี้เป็นรายรับเอาไปหักต้นหนี้เสีย เพราะหลายคน วิพากษ์วิจารณ์บอกว่าดอกเบี้ยที่เกิดขึ้นครั้งนี้นั้นจะเกิดขึ้นประมาณ ๓.๑ ล้านล้านบาท ใช่ไหมครับ มันอยู่ในโพรเซส (Process) ของการปฏิบัติ ผมคิดว่าสิ่งเหล่านี้รัฐบาล มีความรอบคอบในการที่จะตราพระราชบัญญัติขึ้นมา แต่สิ่งที่ผมเห็นต่างผมได้อธิบายไว้นะครับ ส่วนการที่จะระดมทุนหรือจัดหา ผมเรียนผ่านท่านประธานไปถึงคณะรัฐมนตรี โดยเฉพาะ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร ซึ่งมีความละเอียดอยู่แล้วในเรื่องของการดูเม็ดเงิน งบประมาณ ท่านครับ ถ้าการลงทุนโดยเฉพาะผู้ประกอบการที่อยู่ในประเทศ ขอโอกาสเหล่านั้น ให้เขามีส่วนร่วมได้ไหม เช่น บริษัท ปูนซีเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) ขอโอกาสเหล่านั้น ให้เขามีส่วนร่วมได้ไหม เพราะมันเกิดประโยชน์กับเขาครับ บริษัทผู้ผลิตใหญ่ ๆ ที่ผม ไม่อยากจะเอ่ยเดี๋ยวเป็นการโฆษณา บริษัทรถยนต์ใหญ่ ๆ เยอะแยะ บริษัทรถมอเตอร์ไซค์ใหญ่ ๆ เยอะแยะ บริษัทที่เกี่ยวข้องกับอาหารเยอะแยะ คนพวกนี้จะได้ประโยชน์ครับ ให้เขาช่วยเรา หน่อยสิครับ อันนี้ก็เป็นส่วนหนึ่งที่สามารถระดมทุนได้ อาจจะซื้อพันธบัตร ผมคิดว่า ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังคงจะรับทราบเรื่องนี้ดีอยู่แล้ว เพราะบุคคลเหล่านี้ จะเป็นบุคคลที่ไม่ย้ายฐานการผลิต แต่กลับจะเอาศักยภาพที่รัฐบาลเพิ่มในครั้งนี้นั้น เป็นตัวช่วย ช่วยอะไรครับ ไปเอาวัสดุจากประเทศเพื่อนบ้านมา ระบบโลจิสติกส์ที่ท่านวางไว้ ในนอร์ท เซาท์ คอร์ริดอร์ อีสท์ เวสท์ คอร์ริดอร์ คือพูดง่าย ๆ เหนือจดใต้ ตะวันออก จดตะวันตก สิ่งเหล่านี้ครับ ให้มันเกิดประโยชน์สูงสุดจริง ๆ ผมยืนยันครับ ผมไม่ได้สบประมาท แต่ผมว่าผมมองไม่พลาดนะครับว่ารัฐบาลพรรคเพื่อไทยน่าจะชำระหนี้ได้ก่อนกำหนด ถ้ามีองค์ประกอบอย่างนี้
อีกสิ่งหนึ่งนะครับ ท่านรัฐมนตรีประเสริฐจดไว้ได้ หนี้ที่เกิดขึ้นกับรัฐวิสาหกิจ โดยเฉพาะที่เพื่อนสมาชิกกล่าวอ้างเรื่องการรถไฟแห่งประเทศไทย เป็นรัฐวิสาหกิจที่น่าเบื่อ ยาวนานเหลือเกินหลายรัฐบาลตั้งแต่ใครมาเป็นก็มีอยู่ ท่านช่วยผนวกไว้หน่อยกับการพัฒนา ผังเมืองครั้งนี้ครับ เอาสิ่งเหล่านี้กระชากออกมาเลยครับ ในการบริหารแอสเสท (Asset) ให้มันเกิดประโยชน์สูงสุดว่าที่ดินที่การรถไฟแห่งประเทศไทยมีอยู่ หรือที่สาธารณะ หรือแม้กระทั่งที่ทรัพย์สินอะไรต่าง ๆ เอาให้มันเกิดประโยชน์สูงสุดจริง ๆ นั่นละครับสิ่งที่ผมว่า คำตอบเหล่านี้คนไทยทั่วประเทศอยากฟังครับ ไม่ใช่มองแต่ภาพเสียครับ กู้เงินไม่ใช่เรื่องที่เสียหาย แต่กู้แล้วสามารถพลิกวิกฤติให้เป็นโอกาสนะครับ ตรงนี้เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นผมคิดว่าในสิ่งที่ผมได้อภิปรายไว้นั้นเป็นสิ่งที่สำคัญ และผมก็คิดว่าผมมองต่างมิติ กับคนอื่น เพราะผมก็ดูคนอื่นบริหารราชการแผ่นดินมาพอสมควรเฉกเช่นเดียวกับท่านประธาน และเพื่อนสมาชิก แต่วันนี้โอกาสอย่างนี้ก็หาได้ยาก แต่กรุณาใช้โอกาสตัวนี้ให้เป็นประโยชน์ และสามารถก้าวไปสู่เวทีอาเซียนอย่างสง่าผ่าเผย ขอบคุณครับท่านประธาน
ท่านอลงกรณ์ครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายอลงกรณ์ พลบุตร ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ร่างพระราชบัญญัติกู้เงิน ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทของรัฐบาลที่จะสร้างหนี้ให้คนไทยทั้งประเทศ ทั้งปัจจุบันและอนาคต ๕๐ ปีนั้น กระผมต้องเรียนท่านประธานว่าการลงทุนมีความเสี่ยง เหรียญมี ๒ ด้านเสมอครับ สิ่งที่รัฐบาลได้นำเสนอข้อดีแต่ไม่ได้นำเสนอสิ่งพึงควรระวังหรือว่าข้อเสียข้อด้อยหรือโอกาส ของความล้มเหลวของโครงการ ผมถือว่าเป็นการเอาเปรียบประชาชนคนไทยทั้งประเทศ เพราะว่าหนี้ที่เกิดขึ้นไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะสิ่งที่รัฐบาลก่อไว้ ความจริงท่านรัฐมนตรี ท่านนายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรีที่มั่นใจอยากให้เซ็นค้ำประกัน เงินกู้นี้ทั้งหมดเลยครับ การลงทุนมีความเสี่ยงการก่อหนี้ของประเทศยิ่งมีความเสี่ยง เพราะมันจะปิดกั้นอนาคตของการลงทุนของประเทศ เรามีการลงทุนเมื่อ ๓๐ ปีที่แล้วในยุค โชติช่วงชัชวาลสมัย ฯพณฯ พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ นั่นคือการสร้างอีสเทิร์น ซีบอร์ด (Eastern Seaboard) อีก ๑๐ ปีถัดมาคือเมื่อ ๒๐ ปีที่แล้วของการลงทุนอัพเกรด (Upgrade) ประเทศครั้งใหญ่สมัย ฯพณฯ ชวน หลีกภัย มีการเริ่มสร้างโครงสร้างพื้นฐานอย่างนี้ ๔ เลน ๔ รางทางคู่ กระจายความเจริญ การลงทุนและโอกาสไปสู่ภูมิภาคและต่างจังหวัดไม่ได้ดู แค่เฉพาะเรื่องของโครงสร้างพื้นฐานทางกายภาพที่เรียกว่า ฟิซิคัล อินฟราสตรัคเจอร์ (Physical infrastructure) เท่านั้นอย่างรัฐบาลนี้ แต่ทำไปพร้อมกับด้านของโครงสร้าง ทางสังคมในการพัฒนาโครงสร้างเหล่านั้น เช่น มหาวิทยาลัยภูมิภาค การกระจายโอกาส การจ้างงานและคุณภาพชีวิต ในเรื่องของสาธารณสุข ในเรื่องของมหาวิทยาลัย โรงเรียน การศึกษา แล้วก็รวมไปถึงในเรื่องของการส่งเสริมการลงทุนไปยังโซน (Zone) ๑ โซน ๒ โซน ๓ ๑๐ ปีให้หลังถัดมาท่านจะไม่มีการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน ท่านหัวหน้าพรรคหรือท่านผู้นำฝ่ายค้าน ในสภาผู้แทนราษฎรได้พูดไปแล้วคือในยุคที่ท่านทักษิณเป็นนายกรัฐมนตรีไม่ได้วางอนาคต ประเทศไว้เลย โครงสร้างพื้นฐานไม่ได้มีการก่อสร้าง ส่วนใหญ่ก็ไปลงในเรื่องของโครงการ ที่เราเรียกว่าประชานิยมเป็นยุคแรก หลังวิกฤติแฮมเบอร์เกอร์ ไครซิส (Hamburger Crisis) เรากู้มามาทำโครงการภายใต้แผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง เพราะนั่นคือวิกฤติที่เป็นครั้งแรก ในรอบ ๒ ทศวรรษที่จีดีพีของประเทศติดลบ การส่งออกของประเทศติดลบ คนตกงานร่วม ๑,๐๐๐,๐๐๐ คน รัฐบาลอภิสิทธิ์ใช้เวลา ๑ ปีในการที่จะสร้าง ฟื้นฟูเศรษฐกิจ ความมั่นคง และศักยภาพให้กับประเทศ คราวนี้สถานการณ์ระหว่างประเทศอยู่ในภาวะที่เอื้ออำนวย ในการที่จะต้องลงทุนประเทศอีกครั้งหนึ่ง แต่การลงทุนครั้งนี้มีทั้งโอกาสของความสำเร็จ และล้มเหลวเหมือนเหรียญ ๒ ด้าน ผมมีหน้าที่ที่จะต้องติติงรัฐบาลพร้อมเสนอแนะทางเลือก ให้ประชาชนและสภาแห่งนี้ได้ตัดสินใจว่า ถ้าท่านกลัดกระดุมเม็ดแรกผิดมันปิดโอกาส อนาคตประเทศ เพราะการกู้ครั้งนี้มันแทบจะปิดโอกาสของการที่จะลงทุนในลักษณะของ การใช้เงินที่มาจากเงินกู้ เพราะเพดานหนี้สาธารณะนั้นมันจะไปถึงเพดานของวินัยการเงิน การคลังของประเทศ ซึ่งมีความสำคัญมาก แต่ความล้มเหลวอีกประการหนึ่งมันเกิดจาก ความไม่โปร่งใส การทุจริต ซึ่งผมเข้าใจดีครับว่ารัฐบาลโดยเฉพาะท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้พยายามที่จะแสดงออกซึ่งกระบวนการที่โปร่งใสและตรวจสอบได้ แต่นั่นมันเหมือน หนังตัวอย่างนะครับ ผมติดตามเรื่องนี้มาเพราะเป็นประธานคณะกรรมการโลจิสติกส์การค้า กระทรวงพาณิชย์ สมัยที่เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ แล้วก็เห็นว่าประเทศ ต้องอัพเกรดแน่นอนแม้ว่ารัฐบาลนี้จะมุ่งไปในเรื่องของโครงสร้างพื้นฐาน แต่ว่าในด้านอื่นนั้น ท่านบอกว่าไปในเรื่องของงบประมาณ ผมถามว่างบประมาณที่ผ่านมาระบบชลประทาน ของประเทศขยายไปได้กี่มากน้อยครับ พื้นที่ชลประทานมีเพียง ๒๕ เปอร์เซ็นต์ของพื้นที่ การเกษตรทั้งหมดท่านลืมเลือนไปได้อย่างไร แล้วจะเอาเงินที่ไหนล่ะครับถ้าไม่ใช่เงินที่มาจาก เงินกู้ไม่ว่าจะในงบประมาณหรือนอกงบประมาณก็ตาม การศึกษาของเราตกยกประเทศครับ ยังต้องการอาคารเรียน ต้องการเครื่องมือเครื่องใช้ เทคโนโลยีในการเรียนการสอน และครูบาอาจารย์ ที่มีคุณภาพ มหาวิทยาลัยวิจัยหรือสถาบันการวิจัยและพัฒนาอาร์แอนด์ดี (R&D) ซึ่งประเทศ ของเราลงทุนไม่ถึง ๑ เปอร์เซ็นต์ของจีดีพี ท่านมองแต่วัตถุนิยมครับ ท่านมองประเทศนี้ แคบเกินไป มองอนาคตนี้เหมือนม้าแข่งอยู่ในกรอบลู่เท่านั้นเอง แต่คำถามผมไปอยู่ในส่วน ที่จะแลกเปลี่ยนกับท่านเพราะนี่คือประเทศของเรา และในอนาคตของเราที่ต้องร่วมรับผิดชอบ ผมไม่มีโอกาสได้ใช้หนี้บาทสุดท้ายร่วมกับท่านแน่นอนครับเป็นหนี้ ๕๐ ปีอย่างนี้ แต่ว่า สิ่งที่ผมคลางแคลงใจมากก็คือว่าทำไมต้องรีบร้อนและไม่รอบคอบ ยกตัวอย่างโครงการ ที่ใช้เงินกู้ครั้งนี้มากที่สุด ก็คือระบบรถไฟความเร็วสูงร่วม ๙๐๐,๐๐๐ ล้านบาทครับ ๙๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนี่แค่ช่วงต้น เท่านั้นนะครับ ยังไม่ไปจดชายแดน ๔ เส้นที่ท่านพูดถึงไม่ว่าจะกรุงเทพฯ ไปเชียงใหม่ก็จะไป ลงอยู่ที่จังหวัดพิษณุโลกก่อน กรุงเทพฯ ไปโคราชพอจี้ท่านมากขึ้นท่านก็มาเขียนเป็นจุดประ บอกไปถึงจังหวัดหนองคาย กรุงเทพฯ-ปาดังเบซาร์ก็ไปแค่อำเภอหัวหิน แล้วต่อจากนั้นล่ะ ทุกอย่างยังคิดไม่จบครับ โครงการก็ยังไม่ได้ศึกษาอย่างรอบคอบรูปแบบ แต่ทำไมท่านจะ ประมูลซื้อหัวรถก่อนละครับ นี่คือจุดที่เป็นข้อคลางแคลงใจมากว่าการกู้เงินครั้งนี้ ไฮ สปีด เทรน (High speed train) ครับ กินเข้าไปเกือบ ๕๐ เปอร์เซ็นต์แล้ว แล้วก็มีความเสี่ยงสูง ท่านไม่ได้เสนอทางเลือกอื่นให้ประชาชนเลย ให้ประเทศชาติเลย ท่านล็อก สเปก (Lock spec) ตรงนี้ ท่านล็อก สเปกว่าต้องเป็นรถไฟความเร็วสูง และท่านรัฐมนตรีคงทราบนะครับ ท่านแถลงข่าวเอง ท่านเป็นประธานในที่ประชุมบอกรับนโยบายมาจากนายกรัฐมนตรี จะต้องเร่งรัดเปิดประมูล ภายในไตรมาส ๓ ของปีนี้ให้ได้ และประมูลอะไรก่อนรู้ไหมครับ ประมูลซื้อหัวรถจักรก่อนครับ มีประเทศไหนครับ ยังไม่ได้ก่อสร้างราง ระบบโยธาเลย ท่านบอกขอซื้อประมูลหัวรถ และเครื่องกลก่อนจะชอร์ต ลิสท์ (Short list) ด้วย ให้เหลือบริษัทน้อยราย บริษัท ฮิตาชิ บริษัท ชินคันเซ็นของประเทศญี่ปุ่น บริษัท ซีเอสอาร์ (CSR) บริษัท ซีเอ็นอาร์ (CNR) ของประเทศจีน บริษัท อัลสตอม เอสเอของประเทศฝรั่งเศส มีประเทศไหนทำครับ และ ๓ เส้นทางแรก ๓ สัญญาจะรวบเป็นสัญญาเดียว ผมไม่เข้าใจครับ ขณะที่วันนี้ ท่านรัฐมนตรีก็ยอมรับนะครับ เมื่อครั้งที่เราไปดูโครงการที่ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ ๘๐ พรรษา ๕ ธันวาคม ๒๕๕๐ ก็ดี คณะกรรมาธิการการพัฒนาเศรษฐกิจของสภาผู้แทนราษฎร ห่วงใยก็เชิญทั้งสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ สนข. หลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องครับ ทุกกระทรวงที่เกี่ยวข้องมาชี้แจง ไม่ใช่มาฟังกันวันนี้ครับ อย่างที่ท่านรองนายกรัฐมนตรีพูดถึงขอโอกาส ท่านขอโอกาส ผมอาจจะพิจารณาแต่ผมเห็นว่า ผมให้โอกาสประเทศมากกว่าท่าน มากกว่ารัฐบาลนี้ เพราะถ้าท่านไม่โปร่งใสตั้งแต่ต้น ท่านเร่งรัดโดยยังไม่รอบคอบ สมาชิกหลายท่านได้ชี้ชัดเจนครับ เส้นทางส่วนใหญ่ที่เขาชี้แจงมา เชื่อไหมครับ เส้นหลักที่บอกว่าจะรีบทำไม่ว่าจะเป็นกรุงเทพฯ-โคราช จะต้องผ่านอำเภอมวกเหล็ก อำเภอปากช่อง จะต้องขุดอุโมงค์เจาะยังไม่รู้จะไปซ้ายไปขวาเลยครับ นี่บอกจะประกาศ ประมูล จะเอาหัวรถจักรมาโชว์ตั้งแต่ ๑ มิถุนายนท่านรู้แล้วละครับว่าบริษัทใด และท่าน อธิบายได้ไหมครับว่ามีประเทศไหนบ้างครับ เขาซื้อหัวรถจักรมาขณะที่รางยังไม่ได้สร้างซึ่งยังไม่รู้ว่า จะได้สร้างจริงหรือไม่และจะสร้างเสร็จเมื่อไร สภาจะอนุมัติหรือไม่ ท่านไปไกลมากครับ อย่าให้มัน เป็นเงินกู้กินหัวคิวนะครับ เพราะท่านกำลังจะกินประเทศ กินปัจจุบันไม่เป็นไร กินอนาคต ข้างหน้าของประเทศด้วย ผมเรียนกับท่านประธานว่าเรามีวิสัยทัศน์ที่สอดคล้องครับ และท่าน ก็ยอมรับนะครับ ท่านนายกรัฐมนตรีก็ดี ท่านรองนายกรัฐมนตรีที่ได้แถลงว่าเรื่องของความเชื่อมโยง หรือว่าคอมมูนิตี ออฟ คอนเนคทิวิตี (Community of connectivity) เมื่อปี ๒๕๕๒ สมัยเราเป็นประธานอาเซียนครับ ประกาศแถลงการณ์ปฏิญญาชะอำ-หัวหิน นั่นละครับ ที่เราผลักดันให้เป็นประชาคมแห่งความเชื่อมโยง หลังจากนั้นเราก็เดินหน้าทั้งเรื่องระบบราง ระบบน้ำ ทางอากาศแล้วก็การเชื่อมโยงกับประเทศไม่ใช่เฉพาะอาเซียนครับ อาเซียน +๓ อาเซียน +๖ ภายใต้ยุทธศาสตร์ ๓ วงแหวน ๕ ประตูครับ มันมองไกลไปกว่าอาเซียนแล้ว แต่ว่า ๕ ประตูนั้นท่านก็เกิดมิสซิง โปรเจกต์ (Missing project) ครับ ขาดมิสซิง ลิงค์ (Missing link) คือขาดจุดเชื่อมโยงก็เลยไม่เข้าใจเหมือนกับว่าเป็นการตัดสินใจทางการเมือง อย่างที่ท่านผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรได้อภิปราย กรุงเทพฯ-เชียงใหม่ ความจริงผล การศึกษาโดยที่เริ่มเมื่อรัฐบาลชุดที่แล้วมันไม่ใช่จุดเชื่อมโยงครับ ท่านเข้าใจวิสัยทัศน์ ก่อความคิดผิดพลาดไป ติดกระดุมเม็ดแรกผิดในเรื่องนี้ครับ โครงการสิงคโปร์-คุนหมิง เรล ลิงค์ นั้นอยู่ในกรอบจีเอ็มเอส (GMS) ครับทำกันมาอย่างยาวนาน การที่ไปเจรจากับประเทศจีน เมื่อมิถุนายน ปี ๒๕๕๒ ของท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์นั้นคือการสานต่อเพื่อที่จะเดินหน้า ประเทศจีนตกลงที่จะวางจากคุนหมิงลงมาผ่าน สปป. ลาว มาที่จังหวัดหนองคาย ทีแรกคิดว่าจะเข้าที่อำเภอเชียงของ ไม่ใช่ ย้ายผ่านมาเพราะ สปป. ลาว ต้องการให้ออก ที่เวียงจันทน์แล้วก็มาที่ท่านาแล้งซึ่งเราทำทางรถไฟไปถึง แล้วก็เข้ามาจังหวัดหนองคาย เราถึงได้เริ่มต้นจุดแรกเลยว่าปริมาณผู้โดยสารที่จะคุ้มค่า คุ้มทุน และสามารถเชื่อมโยงไม่ใช่ แค่อาเซียน แต่ว่าเชื่อมโยงอาเซียน +๓ อาเซียน +๖ ได้นั้นมันเริ่มที่เส้นนี้ เพราะการลงทุน มันไม่ใช่บาทสองบาทครับ ค่าโดยสารเฉลี่ยแล้ว ๒.๘๐-๔.๒๐ บาทต่อกิโลเมตร ถ้า ๑,๐๐๐ กิโลเมตรจากรุงเทพฯ ไปปาดังเบซาร์ ๔,๐๐๐ กว่าบาท แพงกว่าแอร์เอเชีย เสียอีก หรือโลว์ คอสท์ แอร์ไลน์ (Low cost airline) เพราะฉะนั้นมันต้องเชื่อมโยงลงไปถึง ประเทศสิงคโปร์ ประเทศสิงคโปร์ขานรับจับมือกับประเทศมาเลเซียทำเคแอล (KL) กัวลาลัมเปอร์กับประเทศสิงคโปร์ ผ่านอีโปห์ขึ้นมาเชื่อมเราที่ปาดังเบซาร์ เส้นทางเหล่านี้ ผมเดินทางไปตรวจหมดแล้วครับ เพราะฉะนั้นไฮ สปีด เทรนลงทุนมีความเสี่ยง ประเทศจีน ทำมากที่สุดในโลก ถูกที่สุด และเทคโนโลยีของตัวเองวันนี้ขาดทุนทุกเส้นครับ ผมก็ไปดู มาหมดนะครับ แต่วันนี้ถ้าประเทศจะต้องเดินหน้าด้วยรถไฟความเร็วสูงโดยเฉพาะ เส้นที่เราคิดว่าจะต้องทำเพื่ออนาคตทำเส้นนี้ก่อน เส้นอื่นเราศึกษาให้รอบคอบดูเส้นทาง ให้เหมาะสมแล้วก็เดินหน้าได้ แต่ทำไมรีบรวบรัดรีบร้อนขนาดนี้จะประมูลกันแล้วครับ ท่านนายกรัฐมนตรีปฏิเสธความรับผิดชอบข้อเท็จจริงนี้ไม่ได้นะครับ เพราะท่านรัฐมนตรีเอง เป็นคนอ้างอิงท่านนายกรัฐมนตรีในที่ประชุมครับ นี่คือข้อสงสัยที่ผมข้องใจมาก
๒. ก็คือว่าท่านตอบโจทย์การพัฒนาโลจิสติกส์ผิดครับ ตอนแถลงเมื่อเช้านี้ ท่านบอกว่าการขนส่งที่ถูกที่สุดก็คือระบบราง คือ ๖๓ สตางค์ต่อตัน แต่ปรากฏว่า ในร่างพระราชบัญญัติเงินกู้ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท น่าเสียใจนะครับ ทางน้ำ ๑.๕ เปอร์เซ็นต์ ทำเหมือนเสียไม่ได้ ทั้ง ๆ ที่ทางน้ำของเราท่านทราบไหมครับว่าทำไมรัฐบาลที่แล้วและที่ผ่านมา เราถึงให้มีมาสเตอร์ แพลน (Master plan) ของอาเซียน โลจิสติกส์ครับ เพราะเราวางให้ เราเป็นโลจิสติกส์ ฮับ (Logistic hub) ของอาเซียน เพราะจุดที่ตั้งของเรามันเป็นอย่างนั้นครับ เราได้เปรียบในฐานะจุดแข็งของประเทศคือความเป็นศูนย์กลางของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อยู่แล้ว และภายใต้ความเข้มแข็งจุดแข็งตรงนี้ของประเทศมันมีไม่กี่ประเทศหรอกครับที่จะมีแม่น้ำ ผ่าอยู่ตรงกลางแล้วลงไป ๒ มหาสมุทร ๒ ทะเล ท่านทิ้งหมดเลยครับ ท่านพูดอย่างทำอย่าง ผมถึงบอกว่าท่านไม่ตอบโจทย์การพัฒนาอนาคตของโลจิสติกส์ไทยในการเชื่อมโยง กับอาเซียน ทำไมท่านไม่ทำล่ะครับ ๓๐,๐๐๐ ล้านบาท ๑.๕ เปอร์เซ็นต์ของ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท หลายโครงการที่ท่านพลาดไปครับเหมือนอย่างที่บอก ถ้าท่านมองออกว่าศักยภาพเราอยู่ที่ไหน ผมถามว่าอำเภอกันตังมีทุ่งสงถึงท่าเรือกันตังครับ เป็นท่าเรือเดียว ยกเว้นจังหวัดระนอง ที่เรามาทำทีหลังนั้น ตั้งแต่รัชกาลที่ ๕ ครับ และทุกวันนี้ยังเป็นท่าเรือในการขนสินค้าไปยัง ท่าเรือปีนัง เป็นริเวอร์ พอร์ท (River port) ท่านลืมไปได้อย่างไรครับ ทางรถไฟจากอำเภอทุ่งสง เพื่อออกทะเลอันดามัน ด้วยการเชื่อมโยงไปยังการขนส่งทะเลและมหาสมุทร ท่านพูดถึง รอยัล โคสต์ ผมก็ไปดูครับ แต่ปรากฏว่ามันหัวมังกุท้ายมังกรครับ คลองโคน-ชะอำหายไปเลยครับ ปากทางเข้าเหมือนตรอกแคบ ๆ แล้วมันจะไปบานปลายในส่วนชะอำออกไปทางใต้ เพราะฉะนั้นการพิจารณาสิ่งเหล่านี้เราได้วางพื้นฐานโครงไว้ท่านขยายเป็น ๔ เลนครับ ทำปากทาง แต่ถามว่าโครงการเหล่านี้ให้ไปรองบประมาณไม่มีวัน ชาติหน้าตอนบ่าย ๆ เหมือนต้องใช้หนี้ให้รัฐบาลนี้ครับ เพราะฉะนั้นผมเรียนท่านประธานว่าภายใต้แนวทาง ของการเสนอร่างพระราชบัญญัติเงินกู้เพื่อที่จะบอกว่าพระราชบัญญัติงบประมาณนั้นมีเงินไม่พอ เป็นเครื่องมือที่ติดขัดก็ไม่จริง ท่านผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรได้พูดแล้ว ผมเสนอ ทางเลือกที่ ๓ กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานที่เรียกว่าอินฟราสตรัคเจอร์ ฟันด์ (Infrastructure Fund) ครับ ถ้าท่านมั่นใจว่าสิ่งที่ท่านนำเสนอนั้นมีโอกาสความเป็นไปได้สูง แล้วถ้าไม่พูดถึงโอกาสความล้มเหลว หรือปัจจัยเสี่ยงอื่นเลย ท่านมั่นใจอย่างนี้ท่านใช้ทางเลือกที่ ๓ ก็ได้ครับ อินฟราสตรัคเจอร์ ฟันด์ หรือกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน เอาสิ่งที่ท่านคาดหมายนี้ครับว่ารายได้จะมากอย่างโน้น จีดีพีจะโตเท่านี้ รายได้แต่ละโครงการ จะมีผลตอบแทนไออาร์อาร์ (IRR) อย่างนี้ ท่านเอามาเป็นหน่วยลงทุนสิครับ ท่านรองนายกรัฐมนตรี เคยอยู่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยอยู่แล้ว ท่านรัฐมนตรีเป็นอาจารย์มาก่อนเข้าใจครับว่า ไฟแนลเชียล อินสตรูเมนทส์ (Financial instruments) เครื่องมือทางการเงินตรงนี้ เพื่อการลงทุนในการลดภาระงบประมาณ ลดหนี้ไม่ต้องกู้เขาใช้อินฟราสตรัคเจอร์ ฟันด์ ๒. คือพีพีพีที่เราได้ออกเครื่องมือไปแล้ว พ.ร.บ. การร่วมทุน ผมประชุมอาเซียนได้พบ ท่านประธานาธิบดีของประเทศฟิลิปปินส์พร้อมกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง พร้อมกับท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เขายื่นหนังสือให้เล่มหนึ่งท่านรัฐมนตรีครับ เล่มหนา แบบท่านนี่ครับประมาณ ๑๐๐ โครงการ ว่าเขาจะพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานอะไรบ้าง ไม่ใช่มาแค่เรื่องของรถไฟ เรื่องของการขนส่งทางน้ำ เรื่องของสนามบิน เขามาหมดเลยครับ โรงไฟฟ้า อนามัย มหาวิทยาลัย เชิญชวนไปทั่วประเทศเลยครับ ถ้าเราเชื่อว่าประเทศไทย มีศักยภาพท่านต้องเชื่อว่าการลงทุนในระบบพีพีพีส่งทั่วโลก เหมือนอย่างที่วันนี้ตลาดทุน ของเราร้อนแรงแม้มาสะดุดเรื่องไซปรัส ทำไมไม่คิดนอกกรอบบ้าง หรือว่ามันไม่ง่าย ต่อสิ่งที่ผมกังวลที่จะไปรวบรัดเร่งรัดและหากินกับการกู้ครั้งนี้ แต่ท่านต้องตอบนะครับ เพราะว่าผมฟังท่านรัฐมนตรีเพราะว่ารู้จักกันดีแล้วก็ผมก็เชื่อถือท่านในความคิดและการทำงาน ไม่อยากให้มือท่านสกปรก ตอบหน่อยนะครับ จะประมูลปลายปีนี้แล้วครับ ซื้อหัวรถจักร แล้วก็สร้างรางทีหลัง อย่าให้เป็นแบบโฮปเวลล์นะครับ ผมไม่อยากเห็นเอาหัวรถไฟความเร็วสูง มาตั้งที่หัวลำโพงเป็นพิพิธภัณฑ์เหมือนอย่างเสารางรถไฟโฮปเวลล์นะครับ นี่คือประเด็นที่ผม ต้องทำหน้าที่อีกด้านของเหรียญครับ เพื่อให้เห็นว่าโครงการเหล่านี้มีทางเลือกอย่างไร มีจุดแข็งจุดอ่อนอย่างไร รัฐบาลเลือกที่จะเดินยุทธศาสตร์ถูกต้องหรือไม่ ประเทศนี้ มันมีทางเลือกอย่างอื่นและไม่ได้มีภารกิจเดียวในเรื่องของการขนส่ง เราต้องใช้เงินอีกเยอะครับ เพราะฉะนั้นจึงขอถือโอกาสนี้เรียนท่านประธานว่าด้วยวิธีการอย่างนี้ในขณะที่เรามีทางเลือก ที่ดูดีกว่า และได้รับการตรวจสอบดูแลหนี้ที่จะมาเป็นเงินใช้จ่ายในโครงการภายใต้กระบวนการ งบประมาณที่เป็นด้านของงบประมาณก็ดี หรือในเรื่องของการให้เอกชน หรือภาคลงทุน ได้มีส่วนในการร่วมลงทุนครั้งนี้สำหรับอนาคตประเทศนั้นเป็นวิธีที่โปร่งใสมากกว่าเยอะครับ ทำไมท่านไม่เลือก ผมก็ไม่สามารถที่จะเห็นชอบกับร่าง พ.ร.บ. ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน เพื่อการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของประเทศ พ.ศ. .... กู้เงิน ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แต่ว่าในเรื่องของการขับเคลื่อน การอัพเกรดทางด้านของโครงสร้างพื้นฐานด้านโลจิสติกส์ เห็นด้วย แต่มีข้อสังเกตอย่างที่ว่าท่านติดกระดุมผิดพลาดครับ มันไม่ใช่ระบบอันดับหนึ่ง ระบบอันดับหนึ่งที่จะทำให้ประเทศนั้นมีศักยภาพและมีต้นทุนโลจิสติกส์ที่ลดได้กว่านี้ และสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศนั้นไม่ใช่หนทางที่ท่านเสนอครับ มันไม่ใช่ภาพที่ถูกต้องทั้งหมด ขอบคุณท่านประธาน
ท่านดอกเตอร์สรรเสริญ สมะลาภา ครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม สรรเสริญ สมะลาภา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ผมคิดว่าจุดยืนของพรรคประชาธิปัตย์เราก็เป็นที่ชัดเจนต่อพี่น้องประชาชนแล้ว ในเรื่องของ การสร้างโครงสร้างพื้นฐานก็คือว่าเราเห็นด้วยที่จะมีการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน แต่ไม่เห็นด้วย ในเรื่องของวิธีการหาเงินของรัฐบาลซึ่งก็คือการกู้ แล้วก็ยังไม่เห็นด้วยในเรื่องของ วิธีการใช้เงินของรัฐบาลที่จะนำไปสู่การทุจริตคอร์รัปชันในอนาคต แต่ก่อนที่ผมจะไปถึง ตรงนั้นนะครับ ผมต้องขอเท้าความความเป็นมาของร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ เพราะว่ามีข่าว มานานครับในการที่จะร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ เสนอร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ แล้วก็รัฐบาลก็ใช้สารพัด ข้ออ้างในการที่จะกู้เงิน ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ทันทีที่มีข่าวก่อนหน้านั้นในคณะกรรมาธิการการพัฒนาเศรษฐกิจซึ่งท่านชนินทร์ที่เป็นประธาน ก็นั่งอยู่ตรงนี้ ท่านก็ได้เรียกผู้ที่ชี้แจงเข้ามาประชุมร่วม คำชี้แจงในเวลานั้นที่มีความจำเป็น จะต้องออก พ.ร.บ. ก็คือว่าวงเงินต่าง ๆ ที่ใช้ลงทุนถ้าหากใส่ไว้ในงบประมาณรายจ่าย จะทำให้เพดานกู้เต็มเพดาน นั่นเป็นคำชี้แจง ณ เวลานั้น ต่อมาก็มีการถกเถียงกันเรื่องหนี้สาธารณะ จะเกินกรอบ ๖๐ เปอร์เซ็นต์หรือไม่ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ท่านกิตติรัตน์ก็ออกมา ยืนยันว่าไม่ พร้อมกับทำตัวเลขจำนวนหนึ่งขึ้นมายืนยันว่าหนี้สาธารณะจะไม่เกิน ๕๐ เปอร์เซ็นต์ของจีดีพี ปรากฏว่าในสมมุติฐานที่ใช้ประกอบการในการทำหนี้สาธารณะนั้น กำหนดว่าหลังจากปีงบประมาณ ๒๕๖๐ แล้วรัฐบาลจะไม่กู้อีก ผลสรุปก็คือขัดแย้งกันเอง ตั้งแต่เริ่ม ตอนแรกบอกว่าบรรจุไว้ในงบประมาณไม่ได้เพราะจะเต็มวงเงินกู้ แต่พอมาดู หนี้สาธารณะพยายามจะทำตัวเลขให้ต่ำ สมมุติฐานก็บอกว่าจะไม่กู้อีกหลังจากปี ๒๕๖๐ ขัดแย้งกัน แน่นอนที่สุดข้ออ้างข้อแรกข้อนี้ถึงเวลานี้ก็เลิกใช้ไปเป็นอันตกไป ก็ปรากฏข้ออ้าง ข้อที่ ๒ ก็คือว่ารัฐบาลจะต้องมีแผนลงทุนที่ชัดเจน มีแหล่งเงินทุนที่ชัดเจนเพื่อที่จะให้ความมั่นใจ ต่อภาคเอกชนและภาคประชาชน ก็เป็นที่มาของร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ ที่ผมบอกว่าผมไม่เห็นด้วย ในเรื่องของการทำโครงสร้างพื้นฐานโดยการกู้ของรัฐบาลนั้น เพราะว่าการจะทำโครงสร้าง พื้นฐานซึ่งจริง ๆ แล้วในเรื่องนี้ท่านหัวหน้าอภิสิทธิ์ก็ได้กล่าวย้ำไปแล้วเมื่อเช้านี้ วิธีการจะทำ โครงสร้างพื้นฐานเงินทุนหามาได้จากหลายแหล่งด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของงบประมาณก็ดี หรือในเรื่องของการร่วมลงทุนกับภาคเอกชนก็ดี ก็ไม่ต้องกู้แล้วก็พี่น้องประชาชนไม่ต้องแบกภาระ ทางด้านดอกเบี้ย คำถามก็คือว่าแล้วทำไมรัฐบาลไม่ทำ ผมเรียนว่าร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้พูดกันติดปาก บอกว่าเป็นร่าง พ.ร.บ. เงินกู้ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แต่แท้ที่จริงเมื่อผลปรากฏออกมาแล้ว ผมไม่อยากจะเรียกว่าเป็นร่าง พ.ร.บ. เงินกู้ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท สิ่งที่ผมอยากจะเรียกก็คือ เป็นร่าง พ.ร.บ. บังคับให้ประชาชนใช้หนี้ครับ ๒,๐๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท คิดคร่าว ๆ ดอกเบี้ย ๔ เปอร์เซ็นต์ต่อปี ตีออกมาก็ประมาณ ๘๐,๐๐๐ ล้านบาทต่อปี ท่านประธานคิดดูครับว่า เยอะขนาดไหน ทอนออกมาเป็น ๑ นาที นาทีละ ๑๕๐,๐๐๐ บาท ทุกนาทีที่ผมพูดไปนี้ พี่น้องประชาชนเสียเงิน ๑๕๐,๐๐๐ บาททุกนาที คิดเป็นวันวันหนึ่งกว่า ๑๐๐ ล้านบาท หนี้ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทเยอะขนาดไหน สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะประเมินออกมา ซึ่งเรื่องนี้ผมคิดว่าก็เป็นข่าวที่สื่อมวลชนนำไปลงเรียบร้อยแล้วบอกว่าพี่น้องประชาชน จะต้องใช้หนี้กัน ๕๐ ปี ต้นและดอกเบี้ยรวมกัน ๕.๑๖ ล้านล้านบาท เมื่อสักครู่ท่านกิตติรัตน์ ท่านก็พยายามชี้แจงบอกว่ามีความหวังว่าอยากจะให้ดอกเบี้ยในส่วนนี้เป็นรายได้กับ พี่น้องประชาชนทุกคน พูดในลักษณะที่ว่าอยากจะให้พี่น้องประชาชนมาซื้อพันธบัตร ที่รัฐบาลจะออก ผมขอเรียนว่าเป็นไปได้ยาก เพราะตามปกติแล้วการประมูลพันธบัตร หรือการกู้เงินคนได้ประโยชน์คือแบงก์หรือคนรวยที่มีเงินไปซื้อพันธบัตร พี่น้องประชาชนที่หาเช้ากินค่ำหมดสิทธิครับ แล้วก็ต้องจ่ายภาษีทุกปีเพื่อไปชำระดอกเบี้ย ให้กับรัฐบาลมาทำโครงสร้างพื้นฐานนี้ ผมขอเพิ่มเติมอีกนิดหนึ่งครับว่าที่ท่านกิตติรัตน์ บอกในเรื่องของหนี้กองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงินนั้น ท่านพูดเสมือนว่า รัฐบาลนี้เป็นการปลดภาระดอกเบี้ยของหนี้กองทุนฟื้นฟูให้กับประชาชนสามารถจะนำ งบประมาณไปทำอย่างอื่นได้ ข้อเท็จจริงอันนี้ผมคิดว่าบิดเบือนครับ เพราะถ้าเท้าความกันไป จริง ๆ แล้วในเรื่องของดอกเบี้ยกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน ไม่เอาจากงบประมาณรัฐบาลก็จริง แต่ว่าไปเอาจากกองทุนสถาบันประกันเงินฝากซึ่งอันนั้น ก็เป็นเงินของประชาชนอีกส่วนหนึ่งเช่นเดียวกัน กระเป๋าซ้ายหรือไม่ก็กระเป๋าขวาละครับ มันไม่ไปไหน เพราะฉะนั้นในเรื่องที่บอกว่าปลดภาระให้ประชาชนนี่เป็นเรื่องที่ท่านพูด แล้วมีความบิดเบือน ยิ่งไปกว่านั้นในสมมุติฐานที่รัฐบาลทำบอกว่าหนี้สาธารณะจะไม่เกิน ๕๐ เปอร์เซ็นต์ของจีดีพีนั้นเอาตัวเลขมาดูกันจริง ๆ ผมขอบอกว่าผมไม่เชื่อ เพราะว่า สมมุติฐานที่ทำนั้นพยายามจะบิดเบือนให้ตัวเลขหนี้สาธารณะต่ำกว่าความเป็นจริง บอกว่า ขยายตัวจีดีพีจาก ๗.๕ เปอร์เซ็นต์ต่อปี บอกว่าจำนำข้าวจะไม่ขาดทุนแล้วหลังจากปี ๒๕๕๖ บอกว่ารัฐบาลจะไม่กู้แล้วจากงบประมาณหลังจากปี ๒๕๖๐ เป็นไปได้หรือครับ ผมทำตัวเลข ขึ้นมาเองซึ่งก็เคยแถลงไปแล้วเข้าข้างรัฐบาลที่สุดอยู่ที่ประมาณ ๖๐ เปอร์เซ็นต์ของจีดีพี คนอื่นทำเยอะกว่าผมนะครับ หม่อมราชวงศ์ปรีดิยาธร เทวกุล ทำออกมาบอกว่าเกือบ ๗๐ เปอร์เซ็นต์ ปัญหามันคืออะไร ปัญหาก็คือว่าต่อไปในอนาคตเราจะไม่มีงบลงทุนในงบประมาณรายจ่าย อีกแล้วครับ เพราะงบลงทุนนั้นถูกเอาไปใช้คืนดอกเบี้ยในการทำโครงสร้างพื้นฐานโดย การออกร่าง พ.ร.บ. กู้เงิน ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนี้ เพราะฉะนั้นผมจึงบอกว่าขอเปลี่ยนชื่อใหม่ครับ ไม่ใช่เป็นร่าง พ.ร.บ. กู้เงิน ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แต่ผมจะเปลี่ยนชื่อเป็นร่าง พ.ร.บ. ที่บังคับ ให้พี่น้องประชาชนใช้หนี้ ๕,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทครับ คำถามถึงคาอยู่ในใจว่าทำไมรัฐบาล ไม่ใช้งบประมาณมาทำเรื่องนี้ อยู่ในวิสัยที่ทำได้ครับ จัดสรรงบประมาณเสียใหม่อะไร ที่รั่วไหลก็ตัดออกเสีย โครงการจำนำข้าวรั่วไหลมีข่าวว่าขาดทุนกันแล้วก็มีการทุจริตกัน ขาดทุนปีหนึ่ง ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาททำไมต้องทำต่อ ก็เพียงแค่ท่านเปลี่ยนเป็นโครงการ ประกันรายได้ อยากจะให้เกษตรกรได้รายได้สูงก็ประกันที่ราคาสูงหน่อยเราก็ไม่ได้ว่าอะไรครับ แล้วก็นำเงินที่รั่วไหลนั้นมาทำเป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างพื้นฐานที่จะว่านี้เราก็จะกู้น้อยลง ถ้าบริหารมีฝีมือจริงถึงกลับไม่ต้องกู้ในบางปี งบประมาณรายจ่ายของรัฐบาลต่อปีเพดานการกู้ ก็เหลือเฟือ ปี ๒๕๕๗ เพดานการกู้อยู่ที่ ๕๕๐,๐๐๐ ล้านบาทปี ๒๕๕๘ ก็ประมาณ ๖๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ปีถัดไปก็ยิ่งสูงขึ้นอยู่ในวิสัยที่สามารถจะจัดทำในงบประมาณรายจ่าย ได้อย่างสบาย ทำไมรัฐบาลไม่ทำ ท่านกิตติรัตน์บอกว่าเหตุผลที่ไม่ทำไม่อยากใส่ในงบประมาณ เพราะกลัวว่างบประมาณจะขาดดุลเรื้อรังนั้น ท่านบอกว่าเป็นเหตุผลซึ่งเป็นแนวความคิด ของท่านก็คือว่าถ้าจะเอาหนี้ก้อนนี้ไปซุกที่อื่นแล้วก็บอกว่าเพื่อที่เอาไปซุกแล้วคนจะเห็นแต่ งบประมาณอย่างเดียว แล้วก็จะบอกว่าคนอื่นเห็นแล้วจะเชื่อมั่น ผมไม่เห็นด้วยกับเหตุผลของท่านนะครับ เพราะอย่างว่าละครับ กระเป๋าซ้ายหรือกระเป๋าขวาไม่อยู่ในหนี้งบประมาณก็ไปอยู่ในหนี้ส่วนอื่น โผล่ออกมาเป็นหนี้สาธารณะเหมือนกัน ซุกอย่างไรก็ซุกไม่มิด และอันนี้ละครับผมจะ เปรียบเปรยตั้งแต่ในเรื่องของการโกหกเป้าการส่งออก เพราะอันนี้เป็นแนวคิดของการโกหก สีขาว บอกว่าจะให้งบประมาณไม่ขาดดุลเรื้อรังแล้วเอาหนี้ไปซุกไว้ที่อื่นแล้วก็ให้คนอื่น เห็นแล้วดูเชื่อมั่น นี่เป็นแนวคิดของการโกหกสีขาว ตบแต่งบัญชีหลอกลวงนักลงทุน พี่น้องประชาชน ทำไมไม่ใช้งบประมาณครับ คำตอบก็คือการใช้ พ.ร.บ. ฉบับนี้มันคล่องคอครับท่าน เพราะรายละเอียดในบัญชีแนบท้ายไม่มีสถานะทางด้านกฎหมาย ครม. สามารถปรับเปลี่ยนได้ เรื่องนี้ก็เคยมีข่าวนะครับว่าข้าราชการกระทรวงการคลังเสนอให้นำรายละเอียดในบัญชี แนบท้ายเข้ามาเป็นบัญชีแนบท้ายเพื่อที่จะเป็นส่วนหนึ่งของกฎหมาย ท่านกิตติรัตน์บอกว่า อย่างไรรู้หรือเปล่าครับ ท่านบอกว่าท่านไม่เอาเพราะมันไม่คล่องตัว ผมคิดว่าท่านต้อง ชี้แจงนะครับที่บอกว่ามันไม่คล่องตัวนี้มันไม่คล่องตัวหรือว่ามันไม่คล่องคอครับ ผมจะต้อง ใช้เวลาสักนิดหนึ่ง เมื่อสักครู่ท่านวราเทพก็ได้กรุณาชี้แจงความเห็นของท่าน และผมคิดว่า ความเห็นของท่านได้ถูกบันทึกไว้เป็นหลักฐานในสภาแล้ว แต่ก็ต้องฟังความเห็นของผมนะครับ ว่าระบบงบประมาณเทียบกับระบบ พ.ร.บ. ที่กำลังจะเกิดขึ้นนี้แตกต่างกันอย่างไร งบประมาณทั่วไปกระทรวงทำเรื่องไปที่สภาพัฒน์ สำนักงบประมาณรวบรวมตัวเลขเสนอ ไปยัง ครม. มาสิ้นสุดที่สภาผู้แทนราษฎร สภาผู้แทนราษฎรซึ่งเป็นตัวแทนของพี่น้องประชาชน ซึ่งเป็นเจ้าของภาษีอากรตรวจสอบครับ โครงการไหนสมควรทำหรือไม่สมควรทำ ถ้าสมควรทำ แพงไปหรือไม่ ควรตัดทอนงบเท่าไร ขั้นตอนสิ้นสุดอยู่ตรงนั้น แต่ว่าระบบ พ.ร.บ. ที่รัฐบาล กำลังจะออกนี้มันกลับด้านกันครับ กลับด้านก็คือว่าแทนที่จะเป็นงบประมาณปกติคือ จาก ครม. ไปให้สภาผู้แทนราษฎรอนุมัติ กลับด้านเป็นว่าให้สภาผู้แทนราษฎรอนุมัติเงินก่อน แล้ว ครม. ค่อยไปอนุมัติโครงการทีหลัง มาตรา ๑๔ เขียนไว้ว่า ให้หน่วยงานเจ้าของโครงการ เสนอต่อ ครม. เพื่อพิจารณาอนุมัติ ตามมาด้วยมาตรา ๑๕ เมื่อคณะรัฐมนตรีอนุมัติ ให้มีการดำเนินโครงการตามเกณฑ์ที่คณะรัฐมนตรีกำหนด ผลก็คือในวันนี้ท่านกำลังมาขออนุญาต สภาผู้แทนราษฎรที่จะกู้เงิน ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เพื่อให้ ครม. ไปทำตามมาตรา ๑๔ และมาตรา ๑๕ อนุมัติโครงการ ดำเนินโครงการ กระบวนการมันกลับด้านกันกับการพิจารณา งบประมาณปกติ มาดูบัญชีแนบท้ายครับ มี ๓ ยุทธศาสตร์ก็จริง แต่ละยุทธศาสตร์มีกรอบวงเงินก็จริง แต่ในยุทธศาสตร์นั้นโครงการข้างในสามารถโยก สามารถปรับเปลี่ยนได้ หรือไม่ทำก็ได้ เพราะไม่ได้มีสถานะทางด้านกฎหมาย ยิ่งไปกว่านั้นในมาตรา ๑๔ มาตรา ๑๕ ที่บอกว่า ต้องให้ ครม. อนุมัติก่อน ปรากฏไปดูในรายละเอียดของบัญชีแนบท้าย ๒๐๐ กว่าหน้านี่ละครับ มีโครงการถึง ๑.๔ ล้านล้านบาทที่ยังไม่ได้ผ่าน ครม. ไม่มีมติ ครม. รองรับ อีก ๖๐๐,๐๐๐ ล้านบาทที่มติ ครม. รองรับส่วนใหญ่ก็เป็นมติของรัฐบาลท่านอภิสิทธิ์ในเรื่องของรถไฟ ๑.๔ ล้านล้านบาทที่ไม่มีมติ ครม. รองรับกำลังจะใช้ ครม. รองรับต่อไป ถึงเป็นอำนาจ เบ็ดเสร็จของ ครม. เป็นการให้สภาเซ็นเช็คเปล่าให้ ครม. ไปกรอก กรอกว่าใช้อะไร กรอกว่า ราคาเท่าไร คล่องคอไหมครับ เรื่องนี้ท่านวราเทพอย่างที่ผมเกริ่นไปสักครู่ท่านชี้แจงว่า รายละเอียดในบัญชีแนบท้ายเปลี่ยนแปลงไม่ได้ ผมต้องขอขอบคุณในความเห็นของท่าน และผมก็คิดว่าในสภานี้ได้บันทึกเอาไว้เป็นหลักฐานแล้ว และแน่นอนที่สุดหน้าที่ของพวกเรา ทุกคนก็จะต้องติดตามว่าท้ายที่สุดแล้วเป็นจริงอย่างที่ท่านพูดหรือไม่
ในเรื่องการชำระหนี้ของร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ก็เช่นเดียวกันครับ เฉกเช่นกับ การอนุมัติโครงการในเรื่องของการชำระหนี้ แผนการชำระหนี้ที่เขียนไว้ที่ออกตามสื่อมวลชน และที่มาชี้แจงในคณะกรรมาธิการ ปรากฏว่ารัฐบาลนี้ไม่ต้องชำระต้นเงินกู้ครับ ชำระแค่ ดอกเบี้ย ส่วนต้นเงินกู้ท่านผลักภาระไปให้รัฐบาลชุดอื่น ชำระดอกเบี้ยแค่ประมาณปีละ ๑๐,๐๐๐-๓๐,๐๐๐ ล้านบาท เท่านั้นยังไม่พอนะครับ ในมาตรา ๙ บอกว่ารัฐบาลจะใช้คืนหนี้ เงินกู้นี้เมื่อไรก็ได้ จะยืดไปเมื่อไรก็ได้ จะขยายอายุต่อไปเมื่อไรก็ได้ ผลสรุปก็คือว่าร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้มีความชัดเจนเรื่องเดียวครับ คือชัดเจนว่าจะกู้เงิน ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท นอกนั้น เล่นแร่แปรธาตุได้หมด จะเปลี่ยนโครงการก็ได้ เงินไม่พอในโครงการเอาเงินจากงบประมาณ ไปเติมก็ได้ ถึงเวลาแล้วไม่อยากคืนหนี้ขยายการชำระหนี้เงินกู้ก็ได้อีกครับ แล้วอย่างนี้ ประชาชนไม่จ่ายดอกเบี้ยกันท่วมหรือครับ นี่ละครับเป็นที่มาที่พวกเราทุกคนในพรรคประชาธิปัตย์ ไม่เห็นด้วยกับร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ และผมคิดว่าถ้ารัฐบาลยืนยันที่จะออก พ.ร.บ. ฉบับนี้ ผมก็ต้องมีข้อเรียกร้องครับ ข้อเรียกร้องของผมก็คือว่าในเมื่อพี่น้องประชาชนจะต้องรับภาระ ทั้งเงินต้นและดอกเบี้ยสูงกว่า พ.ร.บ. งบประมาณโดยทั่วไป ร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ก็ต้องมีมาตรฐาน ในเรื่องของการทุจริตคอร์รัปชันในเรื่องของการใช้หนี้เงินกู้ให้สูงกว่า พ.ร.บ. งบประมาณ โดยทั่วไปเช่นเดียวกัน
เรื่องแรก เรื่องการชำระหนี้ ยิ่งชำระเร็วยิ่งเป็นภาระกับพี่น้องประชาชนน้อย เพราะเสียดอกเบี้ยน้อย แต่ในแผนการชำระหนี้รัฐบาลชุดนี้ไม่จ่ายคืนเงินต้น สิ่งที่ผมจะ เรียกร้องก็คือว่าท่านจะต้องใส่ไว้ในกฎหมายฉบับนี้ว่ารัฐบาลชุดนี้จะต้องชำระหนี้เงินต้นด้วย จะเป็นอัตราส่วนเท่าไร จะเป็นจำนวนเงินเท่าไร เดี๋ยวเราเอาไปคำนวณกันในชั้นกรรมาธิการ
ข้อเรียกร้องที่ ๒ จะเกี่ยวกับการขาดดุลงบประมาณซึ่งท่านหัวหน้าอภิสิทธิ์ ท่านก็ได้พูดไปสักนิดหนึ่งแล้วครับ กรอบงบประมาณสมดุลหรือที่เรียกกรอบว่ารัฐบาลจะไม่กู้แล้ว มันไม่เคยมีความหมายเมื่อเปลี่ยนรัฐบาล สมัยรัฐบาลท่านอภิสิทธิ์ซึ่งท่านกรณ์ท่านออกกรอบเอาไว้ ท่านบอกว่าหลังจากปี ๒๕๕๘ รัฐบาลจะไม่กู้ในระบบงบประมาณแล้ว พอมาถึงรัฐบาลชุดนี้ ท่านเปลี่ยนเป็นปี ๒๕๖๐ ข้อเรียกร้องของผมก็คือว่าถ้าท่านจะออก พ.ร.บ. ฉบับนี้ท่านก็ต้องกระทำการอย่างใดอย่างหนึ่ง เพื่อผูกมัดตัวเอง อย่างเช่น การให้สัตยาบันหรือบัญญัติไว้ในกฎหมายฉบับนี้ว่าในปี ๒๕๕๘ ท่านจะไม่กู้ในงบประมาณอีกแล้ว รับได้ไหมครับ ผมคิดว่าถ้าท่านรับได้พี่น้องประชาชน ก็สบายใจไปเปราะหนึ่งเพราะยืนยันว่าท่านจะไม่กู้หลังจากปี ๒๕๕๘ เอาละ กู้จาก พ.ร.บ. ฉบับนี้เป็นหนี้สูง แต่ก็ยังสบายใจไปได้เปราะหนึ่ง
ข้อเรียกร้องที่ ๓ เรื่องการป้องกันการทุจริตที่เป็นข้อกล่าวหาว่าให้สภา เซ็นเช็คเปล่าไปให้ ครม. กรอกเอาเอง ก็แน่นอนที่สุดว่าท่านจะต้องนำรายละเอียดในบัญชี แนบท้ายเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของกฎหมาย
ข้อเรียกร้องที่ ๔ ในเรื่องของการจัดซื้อจัดจ้างที่หัวหน้าอภิสิทธิ์ก็ได้เป็นห่วง เช่นเดียวกัน ในมาตรา ๑๕ บัญญัติไว้ครับ บริหารโครงการตามหลักเกณฑ์ที่ ครม. กำหนด แต่ไม่เคยเขียนไว้เลยว่า ครม. จะต้องทำตามกฎหมายฉบับใดบ้าง หรือถ้าจะให้พวกเราอุ่นใจ พี่น้องประชาชนอุ่นใจ ก็คือท่านจะต้องบัญญัติในกฎหมายว่า ครม. ไม่มีอำนาจการยกเว้น ระเบียบการจัดซื้อจัดจ้างสำหรับร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ พวกผมไม่เห็นด้วยกับร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ แต่ถ้าท่านดึงดันจะออกผมก็มีข้อเรียกร้อง ๔ ข้อนี้ แน่นอนที่สุดท่านอาจจะชี้แจงในสภาครับ ท่านบอกว่าในเรื่องของวินัยการคลังท่านจะพยายามทำให้ดีที่สุด ในเรื่องของระเบียบ การจัดซื้อจัดจ้าง การป้องกันการทุจริตท่านจะทำให้ดีที่สุด แต่ผมขอเรียนกับท่านประธาน ตามตรงว่าครั้งนี้รับปากลอย ๆ ผมขอไม่รับครับ ในเรื่องของเป้าการส่งออกท่านก็โกหกสีขาว มาแล้วรอบหนึ่ง ในรายการนายกพบประชาชนที่ท่านกิตติรัตน์มาออก บอกว่าพรรคประชาธิปัตย์ ไม่เคยริเริ่มรถไฟความเร็วสูง ท่านก็โกหกอีกรอบหนึ่ง แล้วครั้งนั้นคงไม่ใช่สีขาวหรอกครับ เป็นโกหกสีดำ ผมมาในวันนี้ยื่นข้อเรียกร้องให้ท่านบัญญัติไว้ในกฎหมาย ถ้าท่านจะรับปาก ในสภาผมขอไม่รับครับ เพราะผมไม่รู้ว่าท่านจะโกหกอะไรอีก ที่เรียกร้องก็เพราะผมคิดว่า กรณีนี้จะเป็นกรณีตัวอย่าง โครงสร้างพื้นฐาน ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ไม่ใช่ทั้งหมดที่ได้ยิน ได้ฟังมา ได้รับการชี้แจงมาในคณะกรรมาธิการ ทั้งหมดมีอยู่ ๔,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท และถ้า รัฐบาลติดใจในการออกร่าง พ.ร.บ. กู้ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนี้ไปทำ อีก ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ข้างหน้าออกร่าง พ.ร.บ. เงินกู้อย่างเดียวกันจะเกิดอะไรขึ้นครับ แทนที่พี่น้องประชาชนจะใช้หนี้ ๕๐ ปี ผมคิดว่าคงเป็น ๑๐๐ ปี แทนที่พี่น้องประชาชนจะใช้หนี้ต้นและดอกเบี้ยรวมกัน ๕,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทก็คงเป็น ๑๐ ล้านล้านบาท เพราะฉะนั้นผมคิดว่าถ้าท่านทำตาม ที่ผมเรียกร้องไม่ได้ก็บรรจุไว้ใน พ.ร.บ. งบประมาณรายจ่ายเสียเถอะครับ มิฉะนั้นท่านจะโดน ข้อกล่าวหาที่ว่ายอมให้พี่น้องประชาชนจ่ายหนี้ทั้งต้นทั้งดอกเบี้ยเพื่อที่ท่านจะโกงหรือไม่ ก็ขอจบการอภิปรายไว้ตอนนี้นะครับ แล้วก็ขอยืนยันว่าเราไม่เห็นชอบในหลักการของ ร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ ขอบคุณครับ
ท่านดอกเตอร์ศุภชัย ศรีหล้า ครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม ศุภชัย ศรีหล้า สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุบลราชธานี พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานที่เคารพครับ วันประวัติศาสตร์วันนี้พี่น้องคนไทยทั้งประเทศเฝ้ามองการทำงาน ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เฝ้ามองว่าท่านใดจะมีส่วนร่วมในการก่อหนี้ครั้งประวัติศาสตร์ในครั้งนี้ และในขณะเดียวกัน ก็เฝ้ามองว่าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรท่านใดที่จะลุกขึ้นมาปกป้องประเทศชาติบ้านเมือง รักษาผลประโยชน์ของพี่น้องประชาชน ไม่ก่อหนี้ให้กับบ้านเมือง พี่น้องชาวอีสานบ้านผม ฝากมาถึงกระผมผ่านรายการฟ้าบ่กั้น ช่องโทรทัศน์สัญญาณดาวเทียมบลูสกาย บอกว่า ท่าน ส.ส. เอาให้คัก ๆ เด้อ มื้อนี่เอาให้คัก ๆ ถ้าเฮ็ดบ่คักสิเป็นหนี่เบิดซาด ถ้าแปลเป็นภาษาไทย ก็บอกว่าวันนี้ขอให้อภิปรายด้วยความเข้มข้น เพื่อว่าในอนาคตจะได้ไม่เป็นหนี้ตลอดชีวิต ท่านประธานที่เคารพครับ หนี้ครั้งนี้ ๕๐ ปีสำหรับคนที่เกิดในวันพรุ่งนี้หรือจะบวกอีก ๕๐ ปี สำหรับหลาย ๆ คนจนกระทั่งหนี้ก้อนนี้จะหมด ในขณะเดียวกันแม้จะมีคนคำนวณบอกว่า ต้องใช้หนี้ถึง ๕๐ ปี แต่ตัวเลข ๕๐ ปี ก็ไม่ได้เป็นหลักประกันว่า ๕๐ ปีนั้นจะมีการต่ออายุ การใช้หนี้อีกกี่ครั้ง จะเป็นหนี้กี่ชาติ จะเป็นหนี้กี่ชั่วโคตร ท่านประธานที่เคารพครับ ด้วยความกังวลของพี่น้องประชาชน การลุกขึ้นทำหน้าที่ในวันนี้จึงมีความหมายเป็นอย่างยิ่ง ผมหยิบเอาร่างพระราชบัญญัติที่รัฐบาลเสนอมา ๑๙ มาตรา กราบเรียนผ่านท่านประธาน อีกครั้งหนึ่งว่าใน ๑๙ มาตรา ไม่มีมาตราใดเลยที่บ่งบอกว่ารัฐบาลจะมีรายได้จากโครงการต่าง ๆ อย่างไร หรือท่านรัฐมนตรีที่นั่งอยู่ข้างบนจะเถียงผม บอกมาสักมาตราสิครับว่ามีมาตราไหน บอกว่าจะมีรายได้เท่าใด จะใช้หนี้อย่างไร เปิดทบทวนได้ครับท่านรัฐมนตรีวราเทพ เปิดทบทวนได้ครับ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ๑๙ มาตรา มาตราไหนครับบอกว่าจะมีรายได้จากการนี้ ถ้าบอกว่าไม่มีรายได้จากการนี้ที่พี่น้องประชาชนร่วมกันเป็นหนี้ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท บวกกับดอกเบี้ยอีก ๓,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท รวมเป็น ๕,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ถ้าไม่มี หลักประกันพวกเราในฐานะที่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรตั้งใจมาปกป้องผลประโยชน์ ของพี่น้องประชาชน เราจะผ่านรับหลักการร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ได้อย่างไร ผมขออนุญาต เปรียบเทียบ ท่านประธานครับ สมมุติว่าบ้านของเราหลังนี้มีกันอยู่หลายคน เรามอบหมาย ให้คนคนหนึ่งไปทำหน้าที่เป็นผู้จัดการแทนบ้านของเรา ถ้าเทียบก็คือท่านนายกรัฐมนตรี ถ้าท่านนายกรัฐมนตรีไปทำงานแล้วมีผลการทำงานเป็นที่น่าพอใจ มีผลการทำงานเป็นหลักประกัน วันนี้พวกเราสบายใจที่จะมอบให้ แต่ถ้าเมื่อใดท่านนายกรัฐมนตรีพร้อมกับคณะรัฐมนตรี ที่นั่งอยู่ด้านบนทำงานแล้วเราไม่มั่นใจ เราคลางแคลงใจ ไม่มีผลงานเป็นที่ประจักษ์ วันนั้นก็ยากที่ครอบครัวจะให้ลูกคนนั้นไปทำงานต่อ หรือยากที่ครอบครัวจะอนุมัติให้ลูกคนนั้น เอาเงินไปลงทุนในกิจการต่าง ๆ ท่านประธานที่เคารพครับ ถอยหลังไปดูผลงานรัฐบาลกันหน่อย ดีไหมครับ ตลอดระยะเวลา ๑ ปีที่ผ่านมาสิ่งที่รัฐบาลจะต้องทำและต้องบอกกับพี่น้องประชาชนคือ ต้องรายงานผลการทำงานในรอบ ๑ ปี วันนี้รัฐบาลนี้ทำแล้วหรือยังครับ หรือว่ารัฐบาลนี้ ไม่มีผลงานเป็นที่ประจักษ์ ไม่กล้าแถลงนโยบาย ไม่กล้าแถลงผลงาน วันนี้กำลังจะครบ ๒ ปี ในอีกไม่กี่วันข้างหน้า ไม่มีผลงานใช่ไหมครับ ถ้าเผื่อว่าไม่มีผลงานทำไมถึงกล้าจะมากู้เงิน ครั้งมหาศาล กู้เงินครั้งประวัติศาสตร์ในครั้งนี้อีก ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท หรือถ้าจะดูผลงาน ในช่วงที่ผ่านมา ครอบครัวของเราเคยอนุมัติให้ผู้จัดการคนนี้ไปทำงานแล้ว ท่านประธาน จำได้ไหมครับ คราวนั้นให้เอาเงินไปจำนำข้าว ผลจากการจำนำข้าวเป็นอย่างไรครับ ขาดทุนร่วม ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาท หรือท่านรัฐมนตรีจะเถียงว่าไม่ขาดทุน ทำงานล้มเหลวอย่างนั้นวันนี้ มาขออีกหรือครับ หรือถ้าจะบอกว่าเคยมาขอเงินจากครอบครัวของเรา ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท เอาไปทำโครงการป้องกันน้ำท่วม รีบร้อน ตั้งใจ ต้องเอาให้ได้ เอาเดี๋ยวนี้ ถ้าไม่เอาแปลว่า จะทำลายบ้านทำลายเมือง วันนั้นเราท้วงท่านแล้ว ในขณะที่เราท้วงท่านแล้ว วันนี้ท่านใช้จ่ายเงิน ไปเพียง ๘,๐๐๐ ล้านบาทเท่านั้น ยังเหลืออีก ๓๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ท่านประธานที่เคารพครับ แล้วทำคราวนั้นเพื่อนสมาชิก ในสภาแห่งนี้ลุกขึ้นมาทักท้วงบอกว่ามีการทุจริตคอร์รัปชันนับโครงการไม่ถ้วน ท่านแยแส กับโครงการนี้ไหมครับ ท่านประธานที่เคารพครับ มีเพื่อนสมาชิกบอกว่าในขณะนี้ทางโทรทัศน์ เสียงไม่ออกนะครับ ผู้ชมทางบ้านส่งข่าวมาบอกว่าไม่ออกครับ ท่านประธานติดตามเรื่องนี้หน่อยครับ ตรวจสอบด้วยครับ หยุดเวลาให้ผมด้วยนะครับท่านประธาน
มีการถ่ายทอด สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีนะครับ ถ่ายทอดสดครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผมเชื่อว่า ในการทำงานของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสภาแห่งนี้ไม่ขัดขวางการทำงานของสมาชิก และเชื่อมั่นในเกียรติของท่านประธานในการทำหน้าที่ประธาน ท่านประธานที่เคารพครับ โครงการที่ ๒ ที่เราเคยให้ไปแล้วให้กู้เงินมากองไว้แล้ว ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท รีบจำเป็นเร่งด่วน ต้องเอาเดี๋ยวนี้ต้องเอาทันที วันนี้ใช้ไปเพียง ๘,๐๐๐ ล้านบาท เหลืออีก ๓๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท แล้วที่ใช้ไปก็บอกว่าขอใช้แบบวิธีพิเศษไม่ได้ทำตามกระบวนการขั้นตอนที่ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ตั้งไว้ ถ้าทำตามระเบียบขั้นตอนมันจะไม่แล้วเสร็จ มันจะไม่เป็นมรรคเป็นผล ไม่ก่อประโยชน์ ต่อพี่น้องประชาชน ถ้าพูดภาษาบ้านเราบอกว่าถ้าใช้วิธีพิเศษนั่นแปลว่ามันคล่องคอที่สุด สภาแห่งนี้ท้วงท่านแล้วท่านใส่ใจกับสิ่งเหล่านั้นไหมครับ มีการทุจริตคอร์รัปชันเคยใส่ใจไหมครับ หรือแม้กระทั่งโครงการที่ ๓ ที่ขออนุญาตยกตัวอย่างให้ท่านประธานได้เห็น โครงการรถคันแรก ใช้เงินไป ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านประธานที่เคารพครับ โครงการนี้สำเร็จไหมครับ เราให้ผู้จัดการคนนี้ไปทำงานผมยกตัวอย่าง ๓ เรื่องสำคัญ ๆ ให้ท่านประธานได้เห็น ในขณะที่ทำงานแล้วล้มเหลวมีหลักประกันอะไรที่บอกว่าเอาไปอีก ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แล้วจะประสบความสำเร็จ ท่านประธานที่เคารพครับ วันนี้กราบเรียนกับท่านประธาน ตรงไปตรงมา หาเสียงเลือกตั้งคราวที่แล้วท่านบอกว่า ทักษิณคิด เพื่อไทยทำ ท่านอดีต นายกรัฐมนตรีทักษิณทำโครงการสำคัญที่ผมอยากกราบเรียนต่อท่านประธาน ท่านคงจำ โครงการแอร์พอร์ต ลิงค์ได้ครับ โครงการแอร์พอร์ต ลิงค์ก่อสร้างเริ่มโครงการเมื่อปี ๒๕๔๗ จากมักกะสันไปสนามบินสุวรรณภูมิระยะทาง ๒๘.๖ กิโลเมตร วันนั้นท่านอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ บอกว่าจะใช้เงิน ๓๑,๔๐๐ ล้านบาท สร้างจริงใช้เงิน ๓๓,๗๐๐ ล้านบาท นั่นแปลว่าแพงขึ้นอีก ประมาณการบอกว่าจะมีผู้โดยสารธรรมดาวันละ ๖๐,๐๐๐ คน มีผู้โดยสารแบบด่วนวันละ ๒๐,๐๐๐ คน เอาเข้าจริง ๆ มีผู้โดยสารแบบธรรมดาต่อวันวันละเพียง ๒๐,๐๐๐ คน มีผู้โดยสารแบบด่วน วันละ ๘๐๐ คน แล้ววันนี้เราจะมีหลักประกันไหมครับว่ารถไฟความเร็วสูงที่กำลังทำอยู่ ในขณะนี้มันจะไม่เป็นเหมือนแอร์พอร์ต ลิงค์ ผมไม่เชื่อมั่นเลยครับ ผมไม่เชื่อมั่นเลยว่าสิ่งที่รัฐมนตรี มาชี้แจงต่อสภาแห่งนี้ในวันนี้มันจะเป็นไปตามที่ท่านรัฐมนตรีพูดถึง ผมไม่เชื่อโดยสิ้นเชิง เพราะมันมีประจักษ์พยานจากการทำโครงการนี้แล้ว
ท่านดอกเตอร์ศุภชัยครับกรุณาสักครู่ ท่านสุนัยมีอะไรครับ
ท่านประธานครับ ผม สุนัย จุลพงศธร เห็นท่านผู้อภิปรายวิตกกังวลว่าไม่ได้ออกทีวี ผมก็เลยขออนุญาตประท้วง ๑ นาทีเท่านั้น ท่านประธานครับ อยากให้ท่านประธานได้วางแนวไว้ว่าการอภิปรายถ้าไปพูดถึงเรื่องนอกประเด็น อย่างท่านไปพูดถึงเรื่องโครงการแอร์พอร์ต ลิงค์ มันต้องมาอธิบายแอร์พอร์ต ลิงค์อีกระบบหนึ่ง ไปพูดถึงเรื่องท่านทักษิณ ขอความกรุณาได้ไหมครับ เราจะไม่พูดถึงเรื่องเก่า ๆ เอาในเนื้อนี้ ไม่อย่างนั้นเดี๋ยวก็ไปพูดถึงเรื่องไทยเข้มแข็ง ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ก็ยุ่งกันใหญ่ท่านประธานครับ อยากให้ท่านประธานวางแนวไว้อย่างนี้ดีกว่าครับ ขอบคุณครับ
ท่านศุภชัยพูดต่อเลยครับ ไม่เป็นอะไรครับ เชิญครับ
กราบขอบพระคุณครับท่านประธาน ท่านประธานที่เคารพครับ อยู่ในมือผม ผมไปบันทึกภาพแอร์พอร์ต ลิงค์เมื่อวานนี้เองครับ นี่คือสภาพการใช้บริการแอร์พอร์ต ลิงค์จากสิ่งที่อดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณคิด แล้วพรรคไทยรักไทย ทำในปี ๒๕๔๗ กล้องซูม (Zoom) นิดหนึ่งครับ สภาพเป็นอย่างนี้ครับ มีผู้โดยสารต่อวัน ไม่ถึง ๑,๐๐๐ คนในแบบด่วน แล้วเราจะวางใจได้อย่างไรครับกับเงิน ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ดอกเบี้ยอีก ๓,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ที่คนไทยทั้งประเทศจะต้องมารับภาระ ท่านรัฐมนตรีครับ ท่านจะยืนยันกับผมได้ไหมครับว่า มันจะไม่เกิดภาพนี้ขึ้นในอนาคต เกิดขึ้นได้ไหมครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ท่านจำ พันธะสัญญาที่ให้ไว้กับพี่น้องประชาชนได้ไหมครับ คราวนั้นท่านให้พันธะสัญญากับ พี่น้องประชาชนอย่างไร ขอเอาภาพมาเตือนความจำ เตือนความทรงจำของท่านกับภาพในอดีต ท่านจำภาพนี้ได้ไหมครับ ไปรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งทั่วทั้งประเทศ ก่อนหน้านั้นท่านใช้ วาทกรรมอย่างสวยหรูบอกว่ากู้มาโกง เก่งแต่กู้
เดี๋ยวนะครับท่านศุภชัยรอสักพัก ท่านพิเชษฐ์ประท้วงอะไรครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ท่านผู้อภิปรายได้ใส่ร้าย เสียดสี สิ่งที่ท่านนำมาแสดงในสภาอันทรงเกียรติ แห่งนี้ได้ขออนุญาตท่านประธานหรือยัง ถ้าขออนุญาตท่านประธาน ผมถามท่านประธานว่า เกี่ยวข้องกับพรรคเพื่อไทยตรงไหน อย่างนี้ถือว่าใส่ร้าย เสียดสี แล้วก็ปู้ยี่ปู้ยำ คือทำร้ายจิตใจ คนที่เขาถูกยุบพรรคไปแล้ว ประชาชนที่
พอแล้วครับ ประท้วงแค่นี้พอแล้วครับ เดี๋ยวผมจะตอบ ท่านนั่งลงครับ ท่านพิเชษฐ์พอแล้วครับ เดี๋ยวจะตอบโต้กันไปยาว ผมเป็นคนอนุญาตเองครับ เพราะว่าเขามาขออนุญาตผ่านผม ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบแล้วก็ไม่มีอะไรเสียหาย ก็เป็นป้ายที่ปรากฏทั่วไป เหลืออีก ๑ นาทีครับท่านศุภชัย เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ป้ายนี้ เป็นป้ายแห่งความทรงจำที่คนไทยทั้งประเทศบันทึกไว้ในหัวใจ
ท่านพิเชษฐ์ครับ ท่านประท้วงประเด็นเดิมไม่ได้นะครับ ผมวินิจฉัยไปแล้ว ท่านประท้วงประเด็นอื่นครับ
ไม่ได้ท่านประธาน ท่านปล่อยให้ทำ อย่างนี้ได้อย่างไร เอาภาพเรื่องหนึ่งแล้วเอามาประกอบกับอีกเรื่องหนึ่งได้อย่างไร มันต่างกรรมต่างวาระ
ผมได้ วินิจฉัยแล้ว
พรรคไทยรักไทยแก้หนี้ให้ พรรคประชาธิปัตย์
ท่านพิเชษฐ์ครับ กรุณานั่งลง ผมได้วินิจฉัยแล้วครับ ผมได้วินิจฉัยแล้วครับ เชิญท่านศุภชัย ต่อครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ เราอย่ากลัว ความจริงเลยครับ ความจริงพูดพรุ่งนี้กับวันนี้ต้องเหมือนกัน พูดเมื่อวานกับวันนี้ ต้องเหมือนกันเพราะมันเป็นความจริง ความจริงมีหนึ่งเดียวเท่านั้น ท่านคงจำได้ รณรงค์ หาเสียงเลือกตั้งรอบที่แล้วประกาศกับพี่น้องคนไทยทั้งประเทศบอกว่าจะล้างหนี้ประเทศไทย ใครไม่ชอบครับ พี่น้องภาคอีสานผมชอบ เป็นหนี้มาตลอดชีวิต เห็น ธ.ก.ส. เหมือนกับเห็น ขอประทานโทษ เห็นคนที่จะมาเอาชีวิต เพราะฉะนั้นวาทกรรมนี้เป็นวาทกรรมที่พี่น้อง อยากลบออกไปจากความทรงจำคือล้างหนี้ประเทศไทย เท่านั้นไม่พอครับ ยังบอกต่ออีกว่า สร้างรายได้ประชาชน วันนี้ผมอยากจะสรุปประเด็นที่ผมกราบเรียนต่อท่านประธานว่าวันนี้ ท่านนายกรัฐมนตรีกำลังจะสร้างหนี้ประเทศไทย กำลังจะลดรายได้ประชาชน เอาความสุข โดยการไม่สร้างหนี้จำนวนมหาศาลนี้คืนมาให้คนไทยเถอะครับ ด้วยการที่พวกเราช่วยกัน ไม่รับหลักการแห่งร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ขอบพระคุณครับท่านประธาน
เชิญท่านประดิษฐ์ครับ ท่านประท้วงใครครับ
ท่านประธานครับ ผมขออนุญาต ประท้วงท่านผู้อภิปรายว่าป้ายนี้เป็นของพรรคเพื่อไทย ไม่ใช่ทรัพย์สินของท่านเอามาอย่างไร คราวก่อนขโมยข้าว คราวนี้ขโมยป้ายนี่ครับ
พอแล้วครับ ท่านประดิษฐ์เชิญครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ผม นายประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคชาติไทยพัฒนา ผมได้ใช้เวลาคิดและพิจารณาทบทวนเรื่องร่าง พ.ร.บ. เพื่อการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ของระบบขนส่งคมนาคมของประเทศมาเป็นระยะเวลานานพอสมควรครับ เนื่องจาก เป็นการกู้เงินเพื่อลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมเป็นประเทศที่สูงที่สุดเท่าที่เคยมีมา ซึ่งจะผูกพันถึงอนาคตของลูกหลานและอนาคตของประเทศไทย การตัดสินใจเรื่องการลงทุนนั้น ท่านประธานครับ เราจะต้องพิจารณาเรื่องหลักการก่อนเป็นลำดับแรก เราจะต้องตัด รายละเอียดปลีกย่อยออกไปก่อนมิฉะนั้นแล้วอาจจะทำให้เราตัดสินใจที่ผิดพลาดไปได้ ความหมายคือถ้าหลักการต้องทำโดยเห็นว่าเป็นสิ่งที่ถูกต้องจึงค่อยมาพิจารณาในรายละเอียด ของการปฏิบัติตามแผนงานอีกครั้งหนึ่งครับ ท่านประธานครับ ผมเริ่มคิดด้วยการตั้งคำถาม กับตัวเองว่าเราจะต้องใช้เงินลงทุนขนาดนี้หรือไม่ และถ้าเราไม่ลงทุนอะไรจะเกิดขึ้น หลังจากนั้น ผมก็พยายามลำดับเหตุการณ์ต่าง ๆ และหาคำตอบได้ดังนี้ สิ่งที่เราเข้าใจคือเงินจำนวนนี้ จะถูกใช้ในการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งส่วนใหญ่แล้วจะเป็นการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน ทางระบบรางหรือรางรถไฟนั่นเอง โครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งเป็นโครงสร้างหลัก หรือเราจะเรียกว่าเป็นกระดูกสันหลังที่จะสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจในทุกด้านของประเทศ ก็ว่าได้ครับ โครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งนี้เองที่จะชี้ให้เห็นถึงความแตกต่างระหว่าง ประเทศที่ยากจนกับประเทศที่ร่ำรวย เราอาจจะคุ้นเคยเข้าใจกันมาโดยตลอดนะครับว่า ทรัพยากรของประเทศคือสิ่งที่จะทำให้ประเทศมั่งคั่ง แต่ความมั่งคั่งจากทรัพยากรอย่างเดียวนั้น ไม่เพียงพอครับท่านประธานหากไม่มีการลงทุนให้กับประเทศเพื่อเพิ่มเติมการสร้างผลประโยชน์ ตอบแทนกลับคืนสู่ประเทศ ตัวอย่างเช่น ทำไมประเทศในแอฟริกาหรือประเทศไนจีเรีย ซึ่งมีทรัพยากรที่มั่งคั่งมหาศาล เช่น สินแร่ เพชร ทองคำ น้ำมัน แต่ประเทศกลับทำให้ ประชาชนยากจน นั่นเป็นเพราะว่าทรัพยากรเหล่านั้นไม่ได้ถูกลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งโครงสร้างพื้นฐานที่พูดนี้คือสิ่งที่จะทำให้ประเทศเกิดความมั่งคั่งและยั่งยืนครับ ประเทศไทย ไม่ได้มีการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานมาเป็นระยะเวลานานแล้ว เราได้พูดกันก่อนหน้านี้ว่า รถไฟรางคู่มีความยาวรวมทั้งประเทศทั้งหมด ๒๔๘ กิโลเมตรเท่านั้น ซึ่งอยู่ในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑลส่วนใหญ่ ซึ่งการลงทุนก่อสร้างมาตั้งแต่ปี ๒๕๓๐ หรือประมาณ ๒๕ ปีมาแล้ว ส่วนที่เหลือเป็นระบบรางเดี่ยว ซึ่งผลจากการที่ประเทศเราไม่ได้มีการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน ด้านคมนาคมขนส่งเป็นระยะเวลายาวนานนี่เองครับ ทำให้เศรษฐกิจของประเทศไม่สามารถ เจริญเติบโตเต็มตามศักยภาพที่เรามี ตัวอย่างชี้วัดง่ายที่สุดครับท่านประธาน และชัดเจนที่สุด ที่กัดกร่อนความสามารถในการแข่งขันของประเทศในระบบเศรษฐกิจโลภาภิวัตน์ เราพูดกัน เรื่องของโลจิสติกส์ หรือในเรื่องของค่าขนส่ง ค่าขนส่งของประเทศเราสูงมากครับท่านประธาน ประเทศสิงคโปร์มีต้นทุนค่าขนส่งเฉลี่ย ๙ เปอร์เซ็นต์ต่อจีดีพี ประเทศสหรัฐอเมริกามีต้นทุน ค่าขนส่งเฉลี่ย ๘.๓ เปอร์เซ็นต์ต่อจีดีพี ประเทศในสหภาพยุโรปมีต้นทุนค่าขนส่งเฉลี่ย ๗ เปอร์เซ็นต์ต่อจีดีพี ประเทศไทยมีต้นทุนค่าขนส่งเฉลี่ยคิดเป็น ๑๕.๒ เปอร์เซ็นต์ต่อจีดีพี ซึ่งค่าขนส่งที่สูงนี้ครับท่านประธาน จะทำให้ผู้ประกอบการคนไทยทั้งในระดับอุตสาหกรรม เกษตรกรรมมีต้นทุนที่สูงขึ้น สินค้าจะมีต้นทุนเพิ่มขึ้นเป็น ๒ เท่าเมื่อเปรียบเทียบกับประเทศอื่น ๆ และทำให้การแข่งขันนั้นยากขึ้น การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งเป็นเครื่องจักร ในการขับเคลื่อนการเจริญเติบโตของเศรษฐกิจครับ เมื่อประเทศไทยขาดการลงทุนในโครงสร้าง พื้นฐานอันนี้มานานการโตทางเศรษฐกิจของประเทศจึงต่ำเมื่อเปรียบเทียบกับประเทศอื่น ๆ รายได้เฉลี่ยต่อหัวของประชากรเป็นเครื่องชี้วัดทำให้เห็นขนาดของการเจริญเติบโต ของประเทศได้เป็นอย่างดี ผมจะใช้รายได้เฉลี่ยต่อหัวประชากรในรอบ ๑๐ ปีที่ผ่านมาครับท่านประธาน พบว่าประเทศต่าง ๆ มีการปรับเพิ่มขึ้นดังนี้ครับ ประเทศสิงคโปร์มีรายได้เฉลี่ยต่อหัวประชากรเพิ่มขึ้น ๑๕๕ เปอร์เซ็นต์ ประเทศมาเลเซียมีรายได้เฉลี่ยต่อหัวประชากรเพิ่มขึ้น ๗๖ เปอร์เซ็นต์ ในขณะที่ประเทศไทยเรา รายได้เฉลี่ยต่อหัวประชากรเพิ่มขึ้นเพียง ๒๘ เปอร์เซ็นต์เท่านั้นในช่วงระยะเวลาเดียวกัน นั่นหมายความว่าในอนาคตอันใกล้นี้หากประเทศไทยเรายังไม่มีการพัฒนาที่จะทำให้เศรษฐกิจ ของประเทศเจริญเติบโตมากกว่านี้แล้ว เราจะกลายเป็นประเทศที่ยากจนเมื่อเปรียบเทียบกับ ประเทศเหล่านี้ครับ ในด้านอุตสาหกรรมส่งออกมีผลการศึกษาของสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย พบว่าสถานการณ์แข่งขันของประเทศไทยในด้านการส่งออกของประเทศไปยังกลุ่มอาเซียน มีแนวโน้มสูญเสียแบ่งการตลาดกับประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งเป็นคู่แข่งที่เข้มแข็งและมีสัดส่วน ในการตลาดในกลุ่มประเทศอาเซียนคิดเป็น ๑๔.๔ เปอร์เซ็นต์แล้วในขณะนี้ ในขณะที่ประเทศไทย มีสัดส่วนในการตลาดอยู่ที่ ๑๔.๖ เปอร์เซ็นต์ นี่ยังไม่นับรวมถึงประเทศสิงคโปร์และประเทศมาเลเซีย ซึ่งได้เลยเราไปแล้วนะครับท่านประธาน ฉะนั้นนั่นหมายความว่าหากตลาดสินค้าส่งออก ในประเทศไทยถูกประเทศเหล่านี้แย่งชิงไป ประเทศไทยที่เคยมีบทบาทสำคัญในอุตสาหกรรมส่งออก ในภูมิภาคนี้จะสูญเสียโอกาสที่เคยมี และจะกลายเป็นผู้ตามหลังประเทศเหล่านี้ครับ หากนับเวลาในการรวมกลุ่มของประเทศอาเซียน ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนที่คุ้นเคยกัน เราเรียกกันว่าเออีซีนะครับท่านประธาน จะเริ่มวันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๕๘ นับจากวันนี้ ก็เหลือเวลาประมาณ ๓๐ เดือน เมื่อการรวมประเทศอาเซียนมีผลบังคับใช้ นั่นหมายความว่า แรงงานทุนสินค้าและการลงทุนจะสามารถเคลื่อนย้ายได้อย่างอิสระภายในกลุ่มประเทศอาเซียน ประเทศไทยจะประสบการแข่งขันอย่างรุนแรงมากขึ้นจากประเทศเพื่อนบ้าน แต่ในเวลาเดียวกัน จะเปิดโอกาสให้ประเทศไทยได้ใช้ความได้เปรียบในทำเลที่ตั้ง ภูมิศาสตร์ที่สมาชิกบางท่าน ได้กล่าวไปแล้วให้เป็นยุทธศาสตร์สำคัญหรือที่เราเรียกว่าจะใช้ประเทศไทยเป็นฮับ หากเราต้องการจะช่วงชิงความได้เปรียบนี้ครับท่านประธาน และเป็นผู้นำในประชาคม เศรษฐกิจอาเซียน เราจะต้องมีการเคลื่อนไหวอย่างฉับไวในการตัดสินใจและใช้ทำเลที่ตั้ง ให้เป็นประโยชน์และได้เปรียบอย่างชาญฉลาด นั่นคือเราจะต้องทำให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลาง ของประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ผมขอใช้คำว่า ทำให้ประเทศไทยเป็นเมืองหลวงของอาเซียนให้ได้ ซึ่งจะมีความเป็นไปได้อย่างสูงมาก ถ้าหากประเทศไทยเราสามารถเชื่อมโยงโครงสร้างพื้นฐาน ของคมนาคมขนส่งเข้ากับประเทศเพื่อนบ้าน เราจะเป็นเมืองหลวงของอาเซียนในอนาคตได้ครับ ท่านประธานครับ ประวัติศาสตร์ที่ผ่านมาชี้แจงให้เห็นแล้วครับว่าทำเลที่ตั้งเป็นศูนย์กลาง ระบบการขนส่ง เป็นกุญแจสำคัญครับ ไม่ต้องดูไปไกลครับ เพียงแค่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เมื่อสมัยก่อนมีทำเลที่ตั้งเป็นศูนย์กลางขนส่งทางน้ำและสามารถสร้างความเจริญรุ่งเรืองให้กับ ประเทศไทยได้ในอดีตนะครับ ประเทศไทยมีด้านอุตสาหกรรมที่แข็งแกร่ง มีทางด้าน เกษตรกรรมที่มั่งคั่ง และมีฐานบุคลากรที่สำคัญโดยมีคุณภาพมาก เมื่อรวมกับทำเลที่ตั้ง เราจะมีความได้เปรียบทางภูมิศาสตร์และเป็นศูนย์กลางของกลุ่มประเทศอาเซียน ระบบ ขนส่งการคมนาคมจะมีประสิทธิภาพ ช่วยผนวกรวมประเทศไทยเข้ากับประเทศเพื่อนบ้าน แล้วครับท่านประธาน จะเอื้อประโยชน์ในการเคลื่อนย้ายผลผลิตในประเทศไทยไปสู่ ตลาดใหม่ ๆ ในประเทศเพื่อนบ้าน จะทำให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางของตลาดสินค้า ของอาเซียน ที่ไม่ว่าจะเป็นการผลิตอุตสาหกรรม เกษตรกรรม สามารถส่งสินค้าถึงผู้ซื้อ ได้โดยตรง จะทำให้ประชากรมีรายได้ที่ดีขึ้นครับท่านประธาน จากเหตุผลดังกล่าว ที่ผมได้กล่าวมาแล้วนะครับ ผมคิดว่าผมสรุปเพื่อที่จะมาอ้างอิงตอบคำถามกับตัวเองได้ ๒ ประการครับ
ข้อที่ ๑ โครงสร้างพื้นฐานทางด้านคมนาคมขนส่งของประเทศคือพื้นฐานที่สำคัญ ในการที่จะสร้างความมั่งคั่งให้กับประเทศ เพราะเป็นเครื่องจักรที่จะทำให้เศรษฐกิจของประเทศ เจริญเติบโตและจะยกระดับประเทศไทยของเราขึ้นไปอีกระดับหนึ่ง
ข้อที่ ๒ โครงสร้างพื้นฐานทางด้านคมนาคมของประเทศจะเชื่อมโยง ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนที่กำลังจะเกิดขึ้น และสร้างความแข็งแกร่งให้กับประเทศไทย ผนวกรวมเข้ากับประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อจะให้สามารถเข้าถึงตลาดใหม่สำหรับสินค้าเกษตร อุตสาหกรรม ซึ่งจะทำให้ประเทศไทยเป็นเมืองหลวงของอาเซียนได้ กระผมจึงสามารถ ตอบคำถามที่ตัวกระผมตั้งเอาไว้ก่อนหน้านี้นะครับว่าเรามีความจำเป็นที่จะลงทุนด้วย ปริมาณเงินขนาดนี้หรือ คำตอบที่ชัดเจนคือ ไม่ว่าต้องลงทุนเท่าใดตามโครงสร้างพื้นฐาน ด้านคมนาคมขนส่งของประเทศเป็นสิ่งที่จำเป็นครับท่านประธาน และต้องลงทุนพร้อมกัน ในระบบเครือข่าย หากไม่มีการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของประเทศแล้ว นั่นต่างหากครับท่านประธาน จะเป็นความเสี่ยงอย่างมหาศาลสำหรับอนาคตของประเทศไทย เมื่อคำตอบชัดเจนว่าการลงทุนนั้นเป็นสิ่งจำเป็น ก็ต้องมาดูเรื่องโอกาสในเรื่องของการกู้เงิน ถ้าเราไม่มีเงินทุนของตนเองเราก็ต้องกู้ครับท่านประธาน เพียงแต่ว่าเราจะใช้เงินกู้ในประเทศ หรือต่างประเทศ การกู้เงินจากต่างประเทศนั้นจะต้องประสบปัญหาเงื่อนไขต่าง ๆ ที่จะต้อง มีการตั้งเงื่อนไขโดยผู้ที่ให้กู้ เราก็จะเกิดข้อเสียเปรียบในฐานะที่เราเป็นผู้กู้ครับท่านประธาน ประเทศผู้กู้อาจจะกำหนดเงื่อนไขต่าง ๆ เช่นคัดเลือกบริษัทที่รับเหมาก่อสร้างเป็นของประเทศนั้น กระผมเห็นว่าการกู้เงินจากต่างประเทศนั้นควรจะเป็นที่พึ่งแหล่งสุดท้ายที่เราจะใช้ครับ ท่านประธาน เราควรจะพิจารณาเงินกู้ภายในประเทศก่อนโดยศึกษาสภาพคล่องภายในประเทศ เพื่อสามารถจะรองรับและเป็นประโยชน์มากกว่าการกู้เงินต่างประเทศ ในเรื่องการกู้เงิน สามารถทำได้ตราบเท่าที่รักษาสัดส่วนหนี้สาธารณะระดับไม่เกิน๕๐ เปอร์เซ็นต์ต่อจีดีพี เรื่องนี้พูดกันมากครับท่านประธาน โดยไม่ทำให้เศรษฐกิจของประเทศอยู่ในภาวะความเสี่ยง ซึ่งสมาชิกบางท่านได้พูดไปแล้วนะครับ ผมเพียงแต่จะยกตัวอย่างอาจจะซ้ำกันเล็กน้อย แต่ก็อยากจะยกตัวอย่างนะครับว่า คำถามที่ถามกันมากว่าหนี้สาธารณะในสัดส่วน ๕๐ เปอร์เซ็นต์ ของจีดีพีนั้นเป็นสัดส่วนที่สูงเกินไปหรือไม่ เราสามารถเปรียบเทียบจากประเทศอื่น ๆ เช่น ประเทศสวิตเซอร์แลนด์มีหนี้สาธารณะ ๕๐ เปอร์เซ็นต์ต่อจีดีพี ประเทศเยอรมัน ประเทศอังกฤษ ประเทศแคนาดา ประเทศสิงคโปร์ ประเทศเหล่านี้มีเปอร์เซ็นต์สัดส่วนหนี้สาธารณะ อยู่ระหว่าง ๘๐ เปอร์เซ็นต์ถึง ๑๐๐ กว่าเปอร์เซ็นต์ของจีดีพี ดังนั้นกรณีของเราถ้ามีสัดส่วน หนี้สาธารณะอยู่ที่ ๔๒ เปอร์เซ็นต์ในปัจจุบัน และจะเพิ่มสัดส่วนเป็น ๕๐ เปอร์เซ็นต์ต่อจีดีพีนั้น ก็น่าจะอยู่ในวิสัยที่จะรักษาวินัยทางการเงินการคลังได้ ผมคิดว่าสิ่งสำคัญครับท่านประธาน คือการกู้เงินครั้งนี้เป็นการกู้เงินเพื่อลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่ง ซึ่งจะสร้างประโยชน์ ผลตอบแทนให้กับประเทศในอนาคต ท่านประธานที่เคารพครับ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผมเห็นว่าการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานนี้เป็นสิ่งจำเป็นที่ได้กล่าวมาแล้ว อย่างไรก็ตาม ผมมีประเด็นที่จะฝากกับรัฐบาลและเป็นประเด็นสำคัญที่จะทำให้ประสิทธิภาพของการใช้เงิน หรือโครงการต่าง ๆ นั้นเดินไปได้ด้วยดีหรือไม่ครับ ประเด็นต่าง ๆ นั้นก็คือการกู้จะต้อง มีประสิทธิภาพ การใช้เงินจะต้องมีประสิทธิภาพ กระผมขอฝากพิจารณาเป็นประเด็นดังนี้นะครับ
ข้อ ๑ การกู้ต้องใช้ตามแผนยุทธศาสตร์ของการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน ที่รัฐบาลกำหนดอย่างเคร่งครัด จะต้องไม่มีการเปลี่ยนแปลง ถึงแม้ว่าในอนาคตจะมีรัฐบาลใหม่ เข้ามาบริหารประเทศการลงทุนนี้ก็จะต่อเนื่องไป เพราะมีการศึกษาโครงการเหล่านี้มานานมาก หลายสิบปีศึกษากันมาอย่างต่อเนื่อง ฉะนั้นเราควรจะหยุดเรื่องการศึกษาแล้ว เราควรจะเริ่มปฏิบัติ และเดินหน้าโครงการ
ข้อ ๒ การกำหนดสัดส่วนในการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของคมนาคมขนส่ง ของประเทศในแต่ละรูปแบบจะต้องกำหนดอย่างมีวิสัยทัศน์ครับท่านประธาน จะต้อง มองไกลครับ ๑๐ ปี ๒๐ ปี ๓๐ ปี และจะต้องคิดถึงเรื่องระบบการบำรุงรักษาด้วย เช่น จะสร้างท่าเรือก็ต้องคิดว่าจะขุดลอกในอนาคตได้ไหม มีงบประมาณต่อไหม ไม่ใช่สร้างท่าเรือแล้ว เมื่อไม่มีงบขุดลอกท่าเรือก็ไม่มีประสิทธิภาพ เงินที่ใช้ไปกับการสร้างท่าเรือก็เสียไป โดยเปล่าประโยชน์นะครับ
ข้อ ๓ การเตรียมความพร้อมของโครงการ ต้องมีการเตรียมความพร้อมรวมถึง ผู้ที่เข้ามาประมูลจะต้องเป็นผู้เชี่ยวชาญที่มีคุณภาพ ไม่ใช่คิดแต่เพียงว่าขอราคาถูกอย่างเดียว
ข้อ ๔ กระบวนการในการประมูลจะต้องมีความชัดเจน สร้างความมั่นใจ ให้ได้ว่าผู้ที่มาประมูลงานได้จะเป็นผู้ที่มีคุณภาพ ไม่มีอุปสรรคในการทำงานในการหยุดชะงัก เช่นเกิดยกเลิกการประมูลอีกโครงการก็ล่าช้าไปอีก ฉะนั้นการเตรียมความพร้อมช้าหน่อย ผมคิดว่าจะเกิดประโยชน์นะครับ
ข้อ ๕ อันนี้สำคัญมีการพูดกันมากครับ การควบคุมการประมูลต้องมีความโปร่งใส และสามารถตรวจสอบได้ ผมก็ดีใจในช่วงแรกและผมคิดว่าเราก็ต้องปฏิบัติกันต่อไป ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมก็ได้เดินทางไปพบคณะกรรมการตรวจสอบต่าง ๆ ผมคิดว่าสิ่งเหล่านี้เป็นการเริ่มต้นที่ดี เราก็จะต้องตรวจสอบกันไป ทั้งฝ่ายค้าน ประชาชน หรือคณะกรรมการต่าง ๆ ที่มีความเป็นห่วงการลงทุนครั้งนี้ จะต้องตรวจสอบอย่างใกล้ชิด ให้เกิดผลงานอย่างสูงสุดเพื่อที่จะเป็นประโยชน์ รัฐบาลจะต้องดำเนินการในส่วนของ ผู้รับผิดชอบในการชนะการประมูลครับ ถ้าเขาประมูลได้แล้วก็จะต้องสนับสนุนเขา เช่น การเวนคืนที่ดินซึ่งเป็นเรื่องสำคัญ รัฐบาลต้องเข้ามาดำเนินการและจัดการให้เรียบร้อย ก่อนที่จะดำเนินการ โครงการโฮปเวลล์เป็นประวัติศาสตร์ที่เราเจ็บปวดกันมานาน โฮปเวลล์ ประมูลไปแล้วโฮปเวลล์เขาต้องไปไล่ที่เอง ไปเวนคืนที่เอง นี่เป็นปัญหา ก็เลยอยากฝากไว้ว่า อย่าให้มีสิ่งเหล่านี้เกิดขึ้น เพราะถ้าโครงการชะงักจะทำให้มีผลเสียหายมากกว่า
ข้อ ๖ หน่วยงานที่รับผิดชอบจะต้องมีการปรับโครงสร้างในการทำงาน ขององค์กร การลงทุนระบบรางจะเป็น ๘๐ เปอร์เซ็นต์ของร่าง พ.ร.บ. นี้จาก ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท คือระบบราง การรถไฟแห่งประเทศไทยหลายคนมีความเป็นห่วง ผมก็มีความเป็นห่วง ในฐานะที่เคยกำกับดูแลการรถไฟแห่งประเทศไทยมาก่อนนะครับ เคยพูดกันถึงว่าเราต้องปรับ โครงสร้างของการรถไฟแห่งประเทศไทยให้เหมาะสมในการที่จะพัฒนา ฉะนั้นถ้าเราจะลงทุน เงินถึง ๘๐ เปอร์เซ็นต์ การที่จะมีการบริหารจัดการรองรับเงินทุนต่าง ๆ ในการลงทุนนั้น มีความสำคัญครับท่านประธาน ผมจึงอยากเรียนเรื่องนี้โดยเฉพาะการรถไฟแห่งประเทศไทย มีหลายท่านห่วง
ข้อ ๗ ข้อสุดท้าย การออกกฎหมายใด ๆ ที่จะทำให้โครงการนี้เดินหน้า อย่างมีประสิทธิภาพ ออกกฎหมายในการบริหารจัดการให้เกิดประโยชน์สูงสุดของโครงการนี้ ถ้ามีความจำเป็นรัฐบาลก็ควรจะออกนะครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติครับ เรามีความจำเป็น ที่จะลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งอย่างขนานใหญ่ เรามีความจำเป็นที่จะต้องกู้เงิน การตัดสินใจในวันนี้เป็นก้าวสำคัญสำหรับรุ่นลูกรุ่นหลานของเรา ภาระความผูกพันที่จะเกิดขึ้น จะเป็นภาระให้กับรุ่นลูกรุ่นหลานเช่นเดียวกัน ดังนั้น ท่านประธานครับ รัฐบาลจะต้อง ให้ความมั่นใจว่าการใช้เงินกู้ครั้งนี้จะดำเนินไปอย่างถูกต้องและเป็นประโยชน์สูงสุด หากสภาแห่งนี้ ได้อนุมัติร่าง พ.ร.บ. เงินกู้ฉบับนี้ กระผมเห็นว่าเป็นสิ่งที่ถูกต้องและเหมาะสมที่รัฐบาลจะต้อง ให้คำมั่นสัญญากับประชาชนชาวไทยได้ว่าประชาชนชาวไทยจะได้รับประโยชน์จากการลงทุน โครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งนี้อย่างไร และจะทำให้ประเทศไทยก้าวขึ้นเป็นผู้นำ ในกลุ่มประเทศอาเซียนได้หรือไม่ ผมขอทิ้งคำถามเหล่านี้ให้ทางรัฐบาลไว้เป็นผู้ตอบ
และข้อสุดท้ายครับท่านประธาน ผู้ผลักดันโครงการ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนี้ มีความสำคัญมาก ผมคิดว่าท่านนายกรัฐมนตรีไม่ว่าจะเป็นยุคไหนจากนี้ไปถ้าจะมีการเปลี่ยนแปลง ท่านนายกรัฐมนตรีจะต้องมานั่งหัวโต๊ะและบัญชาการให้โครงการ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนี้ เดินหน้าอย่างไม่มีอุปสรรค เพราะหน่วยงานหลายหน่วยงานจะไมมีการตัดสินใจ ฉะนั้น ท่านนายกรัฐมนตรีจะต้องเป็นผู้นำในการตัดสินใจในครั้งนี้นะครับ ท้ายที่สุดนี้ผมเห็นด้วย ในการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานเพื่อจะนำประเทศไทยไปอีกระดับหนึ่งและเป็นเมืองหลวง ของอาเซียนครับ ขอขอบพระคุณครับท่านประธาน สวัสดีครับ
ท่านศุภชัย ใจสมุทร ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผม ศุภชัย ใจสมุทร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคภูมิใจไทย ก่อนอื่นต้องขอขอบพระคุณนะครับ ที่ทางสภาได้เปิดโอกาสให้พี่น้องประชาชนได้รับฟังและได้มีการถ่ายทอดสด ผมเข้าใจว่า ช่วงนี้กำลังถ่ายทอดสดอยู่ และผมจะพยายามที่จะได้ ผมเข้าใจว่าช่วงนี้กำลังถ่ายทอดสดอยู่ และผมพยายามที่จะอภิปรายเพื่อให้พี่น้องประชาชนได้ประโยชน์จากการที่ท่านได้ฟังอยู่ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมว่าสมาชิกทุกท่านที่อยู่ที่นี่คงมีความเห็นเหมือนกัน ก็คือการที่เรา เห็นว่าสิ่งที่รัฐบาลกำลังทำโครงการนี้เป็นโครงการที่เหมาะสมและเป็นประโยชน์สำหรับ ประเทศไทย โครงสร้างพื้นฐานของประเทศโดยเฉพาะทางด้านการคมนาคมและการขนส่งนั้น เราเข้าใจตรงกันว่าเป็นเรื่องจำเป็นที่เราควรจะต้องมี แต่คำถามที่ตามมาว่าการที่เราจะต้อง ไปกู้ยืมเงินกันมา ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เพื่อมาทำสิ่งที่ท่านได้บอกว่าจะไปทำอะไรบ้างนี้ มีความเหมาะสม มีความจำเป็นในห้วงเวลานี้หรือไม่ อย่างไร ก็เป็นคำถามที่จะต้องอธิบาย สิ่งที่พรรคภูมิใจไทยได้แสดงความห่วงใยต่อสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อตอนเช้านี้ท่านรองหัวหน้าพรรค ท่านบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ ก็ได้มีการถามรัฐบาลไปแล้ว ได้มีการเสนอในเรื่องของแนวทางว่า เป็นไปได้ไหมว่าจะต้องฟังความคิดเห็นของประชาชนในเรื่องของการทำประชามติ ซึ่งตรงนี้ ก็เป็นเรื่องที่รัฐบาลกรุณาเก็บไปคิด ผมว่าเป็นเรื่องซึ่งท่านจะได้ใช้โอกาสในการที่จะทบทวน วิธีการทำงาน ทั้งนี้ทั้งนั้นผมว่าเราก็เหมือนกันก็คือการที่เราคิดทำเพื่อประโยชน์ของบ้านเมือง ผมไม่ได้ติดใจว่าท่านทั้งหลายที่เป็นรัฐบาลจะมีพฤติการณ์ในการที่จะไปแสวงหาประโยชน์ ผมมั่นใจว่าท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมท่านเป็นนักวิชาการท่านมีความมุ่งมั่นตั้งใจ ที่จะพัฒนาระบบการคมนาคมและขนส่งของประเทศด้วยความจริงใจ แต่ท่านเองเป็นวิศวกร ท่านพร้อมที่จะไปทำ แต่สิ่งที่เรากำลังคุยกันตอนนี้ก็คือว่าการไปยืมเงินมาทำมันเหมาะสม ขนาดไหน สิ่งหนึ่งซึ่งอยากจะขอเรียนต่อท่านประธานผ่านไปยังรัฐบาล ผ่านไปยังท่านนายกรัฐมนตรี ก็คือขอบคุณสิ่งที่นายกรัฐมนตรีบอกว่าโครงการทั้งหลายรัฐบาลไหนริเริ่มมาก็ไม่สำคัญ รัฐบาลพร้อมที่จะเดินหน้าต่อเพื่อจะสร้างอนาคตให้กับบ้านเมืองของเรา สิ่งที่อยากจะเรียน ก็คือว่าพรรคภูมิใจไทยเองเราได้คิดเรื่องพวกนี้มา ท่านคงจำกันได้ว่าในรัฐบาลชุดที่แล้ว พรรคภูมิใจไทยเราเป็นผู้ที่ได้มีโอกาสไปดูแลกระทรวงคมนาคม มีรัฐมนตรีคือท่านโสภณ ซารัมย์ เพราะฉะนั้นสิ่งที่ท่านคิดการที่จะทำอยู่ช่วงเวลานี้หลายเรื่องเราก็ได้ริเริ่มมาและขอบคุณ ที่ท่านได้ไปสานต่อ หลายเรื่องที่ผมคิดว่าพี่น้องประชาชนคงจำกันได้ก็คือว่าโครงสร้างพื้นฐาน ในชนบทในการเดินทางถนนลูกรังทั้งหลายที่เรียกว่าโครงการถนนไร้ฝุ่น ถนนปลอดฝุ่น เราได้คิดการ ในการที่จะทำเพื่อให้พี่น้องประชาชนได้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นโดยการทำถนนลูกรังไป ตอนนั้น ทั้งประเทศสมัยรัฐบาลของท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นนายกรัฐมนตรี และพรรคภูมิใจไทย คือท่านโสภณ ซารัมย์ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้ดำเนินการไปแล้วทั้งหมด ๗,๓๐๐ กิโลเมตร ซึ่งผมเชื่อว่ารัฐบาลก็คงจะสนับสนุนนำเงินนี้ไปเพื่อทำให้เกิดความสมบูรณ์ ต่อเติมสิ่งที่ยังขาดในชนบทให้กับพี่น้องประชาชน แน่นอนละครับเรื่องนี้ไม่เหนือบ่ากว่าแรง ที่ท่านจะจัดสรรเรื่องเหล่านี้ให้กับพี่น้องประชาชนได้ ในเรื่องขนส่งระบบทางรางผมว่า ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมท่านก็คงยืนยันได้ว่าพรรคภูมิใจไทยเองได้มีการจัดสรร งบประมาณในช่วงที่เราดูแลกระทรวงคมนาคมอยู่ถึงประมาณ ๑๔๐,๐๐๐ ล้านบาท เพื่อเป็นการปรับปรุงระบบรถไฟทั่วประเทศของการรถไฟแห่งประเทศไทยให้เป็นรถไฟทางคู่ มีเรื่องของการสร้างทางข้าม มีระบบรั้วรถไฟ มีระบบอาณัติสัญญาณ ซึ่งตรงนี้ก็เป็นประโยชน์ แล้วผมก็ทราบดีว่าท่านก็สานต่อ เพราะฉะนั้นวันนี้ท่านจะทำรถไฟรางคู่ไปยังจังหวัดเชียงราย อำเภอเชียงของ เพื่อจะข้ามเชื่อมไปยังทางสิบสองปันนาผ่านอาร์ ๓ เอ (R3A) ผมก็เข้าใจว่า ท่านเองก็ตั้งใจที่จะเชื่อมต่อในสิ่งที่พรรคภูมิใจไทยเคยทำไว้ อย่างไรก็ตามสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ ท่านประธานครับ ไม่ใช่เพียงตรงนั้น ผมว่าในสิ่งที่เราเคยตั้งใจที่จะทำและในที่สุดตอนที่ท่าน อยู่ฟากฝ่ายค้านท่านก็คัดค้าน ผมว่าวันนี้ท่านก็คงเข้าใจหัวอกเดียวกัน คือสิ่งที่เราตั้งใจ ที่จะทำให้พี่น้องประชาชนกรุงเทพมหานครได้ประโยชน์ในการที่จะใช้รถเมล์ ๖,๐๐๐ คัน เป็นรถแอร์ คอนดิชัน (Air Condition) โดยไม่ต้องกู้ยืมเงินมา โดยไม่ต้องลงทุนซื้อมาสักบาท แต่ตอนนั้นท่านก็ไม่ได้สนับสนุนและวันนี้ท่านคิดจะซื้อก็เป็นเรื่องที่ท่านจะต้องดำเนินการต่อไป แต่นั่นก็คืออยากจะเรียนว่าทั้งหมดทั้งปวงสิ่งที่เรามีเป้าหมายเหมือนกันก็คือการทำงาน เพื่อพี่น้องประชาชน วันนั้นถ้าท่านได้มีโอกาสมาถามเราให้เกิดความเข้าใจว่าแท้จริงโครงการนั้นคืออะไร วันนี้ พี่น้องประชาชนกรุงเทพมหานครก็จะได้มีโอกาสนั่งรถเมล์อย่างมีคุณภาพของพรรคภูมิใจไทย หรือของรัฐบาลท่านอภิสิทธิ์ไปแล้ว แต่ด้วยความที่ท่านคัดค้านในที่สุดกระบวนการมันก็ล่าช้าไป แต่วันนี้ก็ฝากว่าโครงการทั้งหลายท่านคงทำต่อ ท่านประธานครับ สิ่งที่ท่านบอกว่า ท่านมีความจำเป็นที่จะต้องขอกู้เงิน ด้วยเหตุผลสำคัญคือท่านบอกว่าการที่โครงการจะต่อเนื่องไปได้ ไม่สามารถที่จะดำเนินการโดยผ่านวิธีการงบประมาณหรือการตั้งงบประมาณรายจ่ายประจำปี ทำให้รัฐบาลขาดความเชื่อมั่นจากนักลงทุนในการที่จะมาร่วมลงทุนท่านจึงต้องการกู้เงิน จริง ๆ แล้วผมอยากจะขอฝากว่าในความเห็นของนักกฎหมายก็ไม่ได้หมายความว่าถ้าท่าน ผ่านกระบวนการทางนิติบัญญัติที่บอกว่ามันเป็นเรื่องอำนาจของฝ่ายนิติบัญญัติแล้วก็มิได้ หมายความว่าในที่สุดกฎหมายฉบับนี้จะไม่ได้ถูกยกเลิกได้ เพราะมันมีประเพณีปฏิบัติ ในการบริหารราชการแผ่นดินอยู่ว่าการที่ท่านจะมีการดำเนินการในการที่จะใช้จ่ายเงิน มีประเพณีว่าท่านจะขอมาเป็นปี ๆ คือเรื่องของการของบประมาณรายจ่ายประจำปี มิได้หมายความว่าท่านจะขอยืดยาวได้ นี่ผมฝากเป็นประเด็นข้อกฎหมายนะครับ ท่านอาจจะ บอกว่ารัฐสภานี้ตามหลักแบ่งแยกอำนาจมีอำนาจเด็ดขาด สิ่งที่เรียกว่า สุพรีมะซี ออฟ พาร์ลิเมนท์ (Supremacy of Parliament) แต่แท้จริงแล้วความคิดมันก็ไม่ได้ตรงเสมอไปว่าเราจะมี อำนาจเบ็ดเสร็จ แปลว่ารัฐบาลชุดใหม่ในอนาคตซึ่งท่านสร้างภาระให้เขายืดยาวจะมายกเลิก ไม่ได้ เพียงแต่อยากจะฝากเป็นประเด็นในข้อกฎหมายให้ท่านทราบว่ามิได้หมายความว่า เมื่อเป็นพระราชบัญญัติฉบับนี้แล้ววันดีคืนร้ายท่านไม่ได้เป็นรัฐบาลแล้วรัฐบาลอื่นจะมา ยกเลิกไม่ได้ เขาก็สามารถจะมายกเลิกกฎหมายได้เช่นกัน แต่สิ่งที่อยากจะถามท่านครับ ท่านรัฐมนตรีว่ากระทรวงการคลังท่านไม่ได้อยู่ คือผมได้ติดตามการให้สัมภาษณ์ของท่าน ท่านบอกว่ารายได้ที่จะมาทำโครงการของท่านที่จะกู้กัน ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทส่วนใหญ่ ท่านจะกู้ในประเทศไทย กู้ภายในประเทศตรงนี้ละครับผมฟังแล้วผมก็ค่อนข้างเป็นห่วง เพราะความเป็นจริงแล้วในเรื่องของการกู้ ถ้าไม่กู้ภายในประเทศก็กู้ต่างประเทศ แต่การกู้ ภายในประเทศสิ่งที่มันจะเกิดขึ้นก็คืออย่างนี้ครับ ผมว่าวันนี้ยังไม่มีใครพูดถึงและเป็นเรื่องที่ ท่านจะต้องตอบผมให้ได้ก็คือการระดมทุนจากภายในประเทศก็คงมีอยู่ ๓ ประการ อันแรกสุด ก็คือเป็นการออกพันธบัตรหรือไม่ เมื่อสักครู่ท่านอดีตรัฐมนตรีอลงกรณ์ท่านก็บอกว่า ให้มีการจัดตั้งกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน อีกเรื่องหนึ่งก็คือท่านจะกู้ภายในประเทศ จากสถาบันการเงินหรือธนาคาร คำถามที่ผมอยากจะทราบว่าท่านคิดไหมครับว่าสิ่งที่มันเกิดขึ้น จะมีผลกระทบต่อสถาบันการเงินหรือธนาคารพาณิชย์ วันนี้ตลาดการเงินในฟากของเงินฝาก เขาระดมทุนกันได้แค่ประมาณ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ เติบโตแค่ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ แต่เขาตั้งเป้าหมายว่า เขาจะมีการปล่อยกู้หรือทางด้านสินเชื่อก็ตั้งเป้าไว้ ๑๒ เปอร์เซ็นต์ ปรากฏว่า ๒ ส่วนนี้ ไม่เท่ากัน นั่นหมายถึงว่าในเงินฝากธนาคารทุกธนาคารสู้กันสะบั้นหั่นแหลกเลยครับ แย่งลูกค้ากัน หาลูกค้ากัน เสนอออพชัน (Option) สารพัด ดอกเบี้ยให้ได้ทุกวัน ถอนก็มีดอกเบี้ย สารพัดสารเพขึ้นดอกเบี้ย นั่นแปลว่าการแข่งขันในฟากของธนาคารพาณิชย์กำลังแข่งขัน กันรุนแรง คำถามก็คือว่าท่านบอกท่านจะมากู้ในประเทศส่วนใหญ่ นั่นแปลว่าท่านก็จะ ตั้งต้นเป็นธนาคารพาณิชย์แห่งใหม่ขึ้นมาชื่อธนาคารรัฐบาลจำกัดมาขอกู้จากประชาชน โดยการออกพันธบัตร หรือมิฉะนั้นท่านก็จะมาขอกู้กับธนาคาร อาจจะเป็นธนาคารออมสิน ของท่านเอง นั่นก็แปลว่าประชาชนที่ฝากเงินเป็นเงินฝากอยู่ในธนาคารพาณิชย์เขาก็จะ ถอนเงินตรงนั้นมาที่ตรงไหนล่ะครับ ก็มาให้ท่านกู้ผ่านธนาคารออมสินหรือว่ามาซื้อพันธบัตร การแข่งขันในเรื่องแย่งลูกค้าก็จะเกิดขึ้น ธนาคารพาณิชย์จะรักษาฐานลูกค้าไว้อย่างไร ล่ะครับ มีอย่างเดียวก็คือการขึ้นดอกเบี้ยเงินฝาก พอขึ้นดอกเบี้ยเงินฝากเพื่อสู้กับท่าน เพราะท่านเป็นธนาคารใหญ่ที่น่าเชื่อถือเขาให้ความไว้วางใจ พอขึ้นดอกเบี้ยเงินฝาก พอปล่อยกู้สินเชื่อดอกเบี้ยเงินกู้ก็จะเพิ่ม พอกู้เพิ่มมันจะเกิดผลอะไรขึ้นล่ะครับ ต้นทุน มันก็จะเพิ่มขึ้น พอต้นทุนของธนาคารพาณิชย์เพิ่มขึ้นสิ่งที่ตามมามันคืออะไร สิ่งที่ตามมา ก็จะทำให้ราคาสินค้าแพงขึ้นแน่นอน ผลกระทบเกิดขึ้นกับใครครับ เกิดขึ้นกับบรรดาเอสเอ็มอี (SME) บรรดาพวกขนาดเล็ก ขนาดย่อม ขนาดกลาง ที่มีปัญหา คือสถาบันทางด้านบริษัทที่เป็นผู้ผลิตทั้งหลาย ผู้ประกอบการเล็ก ๆ ซึ่งเขาอาศัยพึ่งพา กับธนาคาร เขาไม่มีทางอะไรเขาก็ต้องขึ้นราคาสินค้า มันเป็นต้นทุนที่สูงขึ้นกับเขา นี่คือ สิ่งที่จะเกิดขึ้น ก่อนหน้านี้ท่านขึ้น ๓๐๐ บาทก็มีผลกระทบกับเขาแล้ว เพราะฉะนั้นตรงนี้ ผมก็อยากถามท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังว่าท่านคิดการในการที่จะแก้ปัญหา ให้กับสิ่งต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้นตรงนี้อย่างไร ปีแรก ๆ คงไม่มีปัญหาเท่าไรครับ ปีแรก ๆ ท่านก็คง สามารถที่จะเพราะท่านกู้ไม่เยอะ แต่พอนาน ๆ เข้าจำนวนมันมากขึ้น ๆ ก่อให้เกิดภาวะที่ตึงตัว ในตลาดเงินธนาคารพาณิชย์เขาก็เหนื่อยนะครับ ที่ผ่านมาต้องยอมรับว่าท่านกู้เรื่องน้ำนี่นะครับ ท่านกู้มาเรื่องน้ำก็ทำให้ธนาคารพาณิชย์ทั้งหลายซึ่งไปแข่งกับธนาคารออมสินมีปัญหา คราวนั้นท่านบอกว่าเนื่องจากธนาคารออมสินไม่ใช่เป็นธนาคารพาณิชย์จึงไม่ต้องจ่าย ๔๖ สตางค์เข้ากองทุนฟื้นฟู แล้วก็ ๑ สตางค์ตาม พ.ร.บ. ประกันเงินฝาก ๔๗ สตางค์ เป็นต้นทุนที่ถูกกว่าชาวบ้านเขา วันนี้ท่านคิดการเรื่องนี้กันอย่างไรผมไม่เข้าใจ ท่านช่วยอธิบาย ช่วยตอบด้วยเถอะครับ เพราะผมคิดว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ที่จะมีผลกระทบต่อตลาดเงิน
เรื่องต่อมา สิ่งที่อยากจะถามท่านประธานผ่านไปยังรัฐบาลก็คือว่าเรื่องที่มี การพูดกันมากมาย ผมต้องการได้รับคำยืนยันว่าจริง ๆ แล้วหนี้สาธารณะมันเป็นอย่างไร ผมไม่แน่ใจว่าสิ่งที่ท่านตอบนี้ท่านคาดหวังว่าในที่สุดแล้วรัฐบาลบอกว่ามันจะทำให้ไม่เกิน เพดานเนื่องจากจีดีพีจะโต เนื่องจากผลผลิตมวลรวมในอนาคตจะโต แต่ท่านประธานที่เคารพครับ สิ่งที่ผมมองก็คือว่าถ้ามองกันตามสมการเรื่องเศรษฐศาสตร์ เรื่องจีดีพี หรือว่าผลผลิตมวลรวม ของประเทศนี่นะครับ ซึ่งมันเป็นสูตรที่ใคร ๆ รู้ก็คือ เขาบอกว่า วาย (Y) เท่ากับซีบวกไอ บวกจีบวกเอกซ์ลบเอ็ม (C+I+G+X-M) ผลผลิตมวลรวมก็คือเรื่องของการบริโภคภายใน ซี (C) คือคอนซัมพ์ชัน (Consumption) ไอ (I) ก็คืออินเวสท์เมนท์ (Investment) การลงทุน จี (G) ก็คือกัฟเวิร์นเมนท์ สเปนดิง (Government spending) เรื่องของรัฐบาลลงทุนภาครัฐ การใช้จ่ายภาครัฐที่ท่านกำลังทำ แล้วเอ็กซ์ลบเอ็ม (X-M) ก็คือการส่งออกลบด้วยนำเข้า ซึ่งความจริงแล้วผมว่าสิ่งที่ประเทศไทยต้องยอมรับกันอยู่ก็คือว่าคอนซัมพ์ชันหรือการบริโภค วันนี้มันอิ่มตัวแล้ว มันไปไม่รอดแล้วครับ เพราะฉะนั้นโอกาสที่จะเป็นเครื่องมือในการที่จะทำให้ เศรษฐกิจมันเติบโตขึ้นอย่างมีนัยสำคัญผมว่ามันยากนะครับ เรื่องโครงการบ้านหลังแรก ท่านก็ได้ทำไปแล้ว รถคันแรกซึ่งตอนนี้เขาบอกว่าหลังจากที่ท่านได้ทำรถคันแรกทำให้ กรุงเทพมหานครมีมนุษย์ต่างดาวอยู่เต็มท้องถนน คือมนุษย์ที่ต่างคนต่างดาวน์ (Down) รถ มาขับเต็มท้องถนนเลย นี่คือสิ่งที่มันเกิดขึ้น นั่นก็คือสิ่งที่ไม่ไหวแล้ว เพราะฉะนั้นถามเรื่องไอ ก็คือการพึ่งพาการลงทุน วันนี้แน่นอนครับ ประเทศทั้งหลายในอาเซียนเรามีที่อันเหมาะสม ในการที่จะลงทุนกันมากมาย เราประสบปัญหาเรื่องของน้ำท่วมคราวที่แล้วก็ทำให้นักลงทุน เกิดความหวั่นไหว วันนี้ก็ต้องยอมรับครับ วันนี้เราจะไปพึ่งเรื่องไอไม่ได้แล้ว เรื่องส่งออก ไม่ต้องพูดเลย ความจริงคือวันนี้พอยุโรปมีปัญหาเราก็หมดปัญญาที่จะส่งของไปแล้ว คนก็อดอยากไม่มีจะกิน หลายประเทศในยุโรปมีปัญหา เขาก็ไม่สามารถที่จะบริโภคอะไรเพิ่ม สิ่งที่เราส่งออกไปผ่านทางประเทศจีน ไปผลิตที่ประเทศจีนส่งยุโรปก็มีปัญหา เพราะฉะนั้น ในบรรดาสูตรสมการที่ว่าวายเท่ากับซีบวกไอ บวกจีบวกเอกซ์ลบเอ็ม เหลือจีอย่างเดียวของท่าน เพราะฉะนั้นผมเข้าใจว่าสิ่งที่ท่านกำลังจะทำก็คือต้องการให้จีดีพีโตนั่นละครับ ผมเข้าใจ ในความตั้งใจของรัฐบาล ในเรื่องของสิ่งที่กำลังทำก็คือกัฟเวิร์นเมนท์ สเปนดิง ก็คือการลงทุน ภาครัฐใน ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนี้ นี่คือสิ่งที่ผมเข้าใจ แต่นั่นหมายถึงว่าท่านต้องตอบ ให้ได้นะครับว่าเศรษฐกิจมันจะโตจริงตามเพดานเงินกู้ที่ท่านกำลังกู้อยู่ มิฉะนั้นแล้วประเทศ ก็จะเป็นภาระ พวกเราทุกคนวันนี้ก็ต้องยอมรับละครับว่าในที่สุดแล้วการกู้เงินของท่าน ก็จะต้องมีการกู้ด้วยเนื่องจากว่ามือของท่านก็มีอยู่มากมาย สิ่งที่เราเป็นห่วงก็คือว่าเมื่อท่าน กู้ไปแล้วเงินทุกบาททุกสตางค์ที่เราคิดว่ามันเป็นหนี้เราก็จะต้องใช้เงินอย่างคุ้มค่า สิ่งนี้เป็นสิ่งที่ ผมคิดว่าพี่น้องประชาชนทุกคนก็คาดหวังว่าให้รัฐบาลมีความตั้งใจ ก็คาดหวังว่าให้รัฐบาลมีความตั้งใจ อย่างที่ผมเรียนยืนยันว่าผมมีความเชื่อว่าท่านทั้งหลาย เป็นมืออาชีพ ผมเชื่อว่าโครงการทั้งหลายที่ท่านจะไปทำเป็นโครงการที่เป็นประโยชน์จริง ๆ ผมไม่ติดใจว่าโครงการท่านจะไปตรงไหน อย่างไร เมื่อสักครู่นี้พูดกับเพื่อน ๆ ข้างนอกว่า จริง ๆ ตอนแรกท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมบอกว่าจะพาไปที่จังหวัดนครราชสีมา ต่อมาท่านจะพาไปถึงจังหวัดหนองคาย เนื่องจากว่าทางจังหวัดหนองคายคิดว่ามันต้องไปถึง จังหวัดหนองคาย ผมก็เป็นห่วงอย่างเดียวถ้ารถไฟความเร็วมันสูงเกินท่านต้องควบคุมระบบ เบรก (Break) ให้ดีไม่อย่างนั้นจะตกแม่น้ำโขง อย่าให้มันเร็วมาก พอถึงตรงนั้นลดความเร็ว หน่อยครับท่านรัฐมนตรีที่รักครับ ท่านรัฐมนตรีครับ ผมก็คงต้องฝากต่อว่าจริง ๆ เมื่อสักครู่ มีการพูดถึงภาพรวม คงต้องขออนุญาตพูดต่อเรื่องของความเหมาะสมของโครงการ ท่านบอกว่าท่านกู้มา ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทเป็นยุทธศาสตร์การปรับเปลี่ยนรูปแบบ การขนส่งสินค้า ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ยุทธศาสตร์โครงสร้างพื้นฐานและสิ่งอำนวยความสะดวก ในการเดินทางและขนส่ง ๑.๐ ล้านล้านบาท แล้วก็มียุทธศาสตร์พัฒนาและปรับปรุงระบบขนส่ง ความคล่องตัว และอีกกว่า ๙๐๐,๐๐๐ ล้านบาทเป็นยุทธศาสตร์สนับสนุนซึ่งอยู่ในบัญชีแล้ว ผมคงไม่เข้ารายละเอียด แต่อยากจะถามตรงนี้ว่าจริง ๆ แล้วสิ่งที่ท่านทำก็มีเพื่อน ๆ เรา ว่ากันว่าตกลงท่านมีรายละเอียดขนาดไหนในการที่จะทำ ก็เป็นห่วงว่างบประมาณรายจ่าย เริ่มต้นมาท่านศึกษาความเหมาะสมหรือไม่ เมื่อสักครู่ท่านสมาชิกบางท่านก็บอกท่านจะไปซ้าย ไปขวาไปทางภาคอีสานยังไม่บอกเลย แล้วไปได้อย่างไร แต่จริง ๆ มันเป็นเรื่องที่เราเข้าใจว่า ท่านจะต้องมีการดำเนินการให้มันถูกต้องตามกฎหมาย มีการศึกษาความเหมาะสม ความ คุ้มค่าทางวิศวกรรม ทางเศรษฐกิจ ท่านก็คงศึกษา แต่ท่านจะต้องบอกประชาชนให้ทราบ ต้อง บอกสภานี้ให้ทราบครับ ท่านต้องอธิบายให้ชัดเพราะผมให้โอกาสให้ท่านได้อธิบาย ด้วยความตั้งใจว่าเรามีเป้าหมายเดียวกันก็คือพัฒนาประเทศ เมื่อสักครู่มีท่านสมาชิกหลายท่าน บอกว่าท่านสัญญานะว่าปีหน้าท่านจะไม่กู้แล้ว ซึ่งผมคิดว่าท่านก็คงรักษาคำมั่นสัญญา แต่เมื่อสักครู่นี้ผมก็ไม่ได้ยินว่าท่านตอบว่าท่านสัญญาว่าจะไม่กู้ เพราะฉะนั้นก็คือช่วยตอบ ให้ความสบายใจว่าท่านจะไม่กู้แล้ว พวกผมจะได้สบายใจ เรื่องพวกนี้ต้องบอกว่าเป็นเรื่องที่ ท่านต้องทำให้เป็นประโยชน์อย่างมากที่สุดพวกผมก็มีหน้าที่ตรวจสอบ และจริง ๆ ก็มี หลายเรื่องหลายราวที่เราดูแล้วเราก็ติดตามด้วยความสงสัยครับท่านรัฐมนตรี ต้องถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคมนาคม ท่านมาอยู่ตรงนี้ท่านตั้งใจฟังมากเลยครับ ก็คืออยากทราบ เรื่องบางเรื่องเช่นมีการตั้งคำถามกัน ไม่ว่าจะเรื่องความเหมาะสมของโครงการ หรือเรื่องสำคัญ อีกเรื่องหนึ่งก็คือบอกว่าวันนี้เรื่องรถไฟความเร็วสูง ๙๐๐,๐๐๐ ล้านบาทแพงเกินจริงไหม สิ่งนี้เป็นเรื่องที่ท่านจะต้องอธิบาย ทำไมผมถามเป็นอย่างนี้ เพราะความจริงอย่างที่เรียนท่านไปแล้วว่า พรรคภูมิใจไทยเราเคยดูแลกระทรวงคมนาคม เราก็มีความไม่สบายใจเมื่อเห็นตัวเลขที่ท่านได้แสดง ให้ปรากฏว่าท่านกำลังจะทำอะไร แล้วก็ราคาเท่าไร ท่านบอกว่าจะมีรถไฟความเร็วสูง ๔ สายทาง เชื่อมกรุงเทพมหานครไปยังหัวเมืองใหญ่ ๔ ภูมิภาคไป ๒๑ จังหวัด ครอบคลุมภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ รวม ๑,๔๔๗ กิโลเมตร ๗๕๐,๐๐ กว่าแสนล้านบาท โดยแยกเป็น กทม.-เชียงใหม่ ระยะทาง ๗๔๕ กิโลเมตร ๓๘๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท กทม.-นครราชสีมา ๒๕๖ กิโลเมตร ๑๔๐,๐๐๐ ล้านบาท กทม.-หัวหิน ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท แล้วก็สายต่อเชื่อม สุวรรณภูมิ-พัทยา-ระยอง ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาทโดยประมาณ สิ่งที่ผมถามท่านรัฐมนตรี ช่วยตอบผมหน่อย ก็คือในปี ๒๕๕๓ สนข. ได้มีการไปสำรวจประเมินเรื่องของจำนวนเงินที่ลงทุน ในโครงการทั้งหลายในปี ๒๕๓๓ กทม.-เชียงใหม่ประมาณ ๒๒๙,๐๐๐ ล้านบาท แต่พอของท่าน ท่านมีตัวเลขก็คือ ๓๘๗,๐๐๐ ล้านบาท มันเพิ่มขึ้นนะครับ ๖๐ กว่าเปอร์เซ็นต์ กทม.-หนองคาย ตอนที่ สนข. ประเมินไว้ปี ๒๕๕๓ ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แต่ตอนนี้ของท่าน ๒๘๐,๐๐๐ ล้านบาท กทม.-หัวหิน ตอนที่ สนข. ประเมินก็คือ ๘๒,๐๐๐ ล้านบาท ของท่านตอนนี้ ๑๒๓,๐๐๐ ล้านบาท แล้วก็สายสุวรรณภูมิ-พัทยา-ระยอง ๗๒,๐๐๐ ล้านบาท ตอนนี้ ของท่าน ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท รวมเบ็ดเสร็จนี้ ตอนที่ สนข. ประเมินไว้ใน ๔ รายการนี้ มันประมาณ ๕๘,๐๐๐ ล้านบาท แต่ของท่าน ๘๙๐,๐๐๐ ล้านบาท เพิ่มขึ้นประมาณ ๕๓ เปอร์เซ็นต์ ก็ช่วยหาตัวเลขตอบให้ผมได้สบายใจหน่อยว่าจริง ๆ แล้วทำไมราคามันสูงขึ้น ขนาดนั้น ซึ่งตรงนี้มันมีผลว่าการที่ท่านกู้หนี้ขึ้นมาในช่วงนี้กู้เงินมาแล้วมาลงทุนมันก่อให้ พี่น้องประชาชนต้องแบกภาระจริงหรือไม่ เกินสมควรหรือไม่ นี่คือสิ่งที่ท่านจะต้องอธิบาย เรื่องความโปร่งใส ผมจะไม่บอกว่าสิ่งที่ท่านจะลงทุนนี้มันมากน้อยแล้วมันจะเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง เพียงแต่ต้องการคำอธิบาย ต้องการความชัดเจนว่าสิ่งที่รัฐบาลกำลังทำมีความโปร่งใส เพราะอย่าลืมว่าท่านไปก่อหนี้ ไปยืมเงิน ไปกู้เงินมาจากใครก็ตาม แล้วทำให้ประเทศนี้เป็นหนี้ ขึ้นไปอีก ผมเข้าใจว่าสิ่งที่ท่านกำลังทำเป็นความมุ่งมั่นตั้งใจ ซึ่งผมคิดว่าไม่ว่ารัฐบาลไหน จะต้องทำแล้วในการทำเรื่องนี้มันก็จะเป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชนทั้งสิ้น
สิ่งที่จะต้องถามท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมอีกเรื่องหนึ่ง ก็คือเรื่องของความเหมาะสมครับ ต้องขออนุญาตถามตรง ๆ ก็คือท่านบอกว่าเรื่องนี้ จะเป็นโครงสร้างพื้นฐานทั่วประเทศเชื่อมโยงประเทศไทยสู่ความเป็นศูนย์กลางของภูมิภาค ท่านมีการบอกเรื่องของการเชื่อมไทยสู่โลก ผมดูแล้วเชื่อมนี้ผมก็พยายามตีความแปลว่าอะไรหรือ เพราะจริง ๆ หลายโครงการ มันก็ไม่ใช่เป็นเรื่องของการที่จะเชื่อมได้ผมเข้าใจว่าในที่สุด ท่านจะทำ แต่ต้องบอกให้ชัดว่าในที่สุดแล้วลงไปทางภาคอีสานมันไม่ใช่จังหวัดนครราชสีมา จริง ๆ ไปจังหวัดหนองคายจริง ต้องบอกให้ชัดว่าเงินที่กู้มา ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท มันตรงนั้น หรือเปล่าไปถึงจังหวัดหนองคายไหม ผมก็ยังสงสัยว่าวันนี้ถ้าจังหวัดนครราชสีมามันเชื่อมโลก ยังไม่ได้ใช่ไหมครับ ถ้ามันเชื่อมได้ก็คือบ้านคุณบุญจงบ้านเพื่อนผมแค่นั้นเอง แต่ต้องพาไป จังหวัดหนองคาย จังหวัดหนองคายพี่น้องทางฝั่งโน้นก็จะเชื่อมโยงได้ ในขณะเดียวกัน ทางใต้ผมนึกไม่ออกเลยครับว่าท่านจะไปเชื่อมกับใคร ท่านต้องลากยาวไปถึงอำเภอสุไหงโก-ลก หรือปาดังเบซาร์แล้วแต่แต่ท่านต้องเชื่อม เพราะวันนี้ผมเชื่อว่าสิ่งที่ท่านได้อธิบายไปเมื่อตอนเช้านี้ ก็คือว่าทางประเทศสิงคโปร์ก็ดี ทางประเทศมาเลเซียเขากำลังทำจะเชื่อมกับเรา เพราะฉะนั้น ต้องยืนยันว่าวันนี้อย่าไปแค่รถไฟความเร็วสูงแค่อำเภอหัวหิน จริง ๆ ถ้าท่านทำไปแค่อำเภอหัวหิน แล้วผู้คนทั้งหลายจะนั่งรถไฟท่านไป ขนมแถว ๆ เมืองเพชรบุรีนี้ไม่ได้ขาย เศรษฐกิจ เกิดความวุ่นวาย เพราะฉะนั้นตรงนี้ต้องแสดงให้ชัดว่าสิ่งที่ท่านทำมันมีความเหมาะสมจริง ๆ และเป็นประโยชน์จริง ๆ หรือไม่อย่างไร เพราะการใช้งบประมาณใช้เงินไป ๙๐๐,๐๐๐ ล้านบาท มันก่อให้เกิดผลกระทบอย่างมากมาย ไม่ว่ากระทบในเรื่องของการเป็นหนี้ แล้วสิ่งที่ผม อยากจะถามท่านก็คือท่านต้องบอกให้ชัดว่าแท้จริงแล้วราคาค่าโดยสารเป็นเท่าไร เรื่องนี้ เป็นเรื่องที่ท่านจะต้องตอบให้ได้แบบตรงไปตรงมา ฟังดูตัวเลขผมยังไม่อยากจะบอกว่า ผมไปดูเปรียบเทียบในหลาย ๆ ประเทศที่มันเป็นมันอยู่ขณะนี้นะครับ เมืองเกาสง เมืองไทเป เมืองเซี่ยงไฮ้ หรือว่าแม้กระทั่งที่เมืองโอซากา มหานครโตเกียว ล้วนแล้วแต่มีค่าโดยสารซึ่งสูง นั่นหมายถึงว่าคนธรรมดาไม่มีกำลังที่จะใช้ แปลว่าการดำเนินการของท่านก็จะมีโอกาสที่จะ ขาดทุน เพราะฉะนั้นต้องตอบให้ได้ครับ ผมจะถามต่อเลยว่าถ้าท่านบอกว่าราคานั้นเป็นราคา ค่าโดยสารที่พี่น้องประชาชนสามารถที่จะใช้ได้นี่ คำถามต่อมาแล้วบรรดาเครื่องบินต้นทุนสูง หรือต่ำก็ตามมันจะเจ๊งไหม หันไปนั่งรถไฟความเร็วของท่านแล้วเขาจะเจ๊งไหม รถทัวร์ต่าง ๆ ที่คนใช้กันอยู่ราคาใกล้เคียงแล้วรถทัวร์จะเจ๊งไหม เพราะท่านเป็นรัฐบาล ท่านมีหน้าที่ต้องดูแล คนทั้งประเทศ คนทั้งหลายเป็นคนที่เป็นคนที่ท่านต้องดูแลทุกภาคส่วน เมื่อสักครู่ผมบอกว่า ท่านต้องดูแลธนาคารพาณิชย์ไม่ให้เขาเจ๊ง เพราะอยู่ ๆ ท่านก็มาทำตัวเป็นธนาคารพาณิชย์ มาขอกู้เงินเสียเอง วันนี้ท่านในฐานะที่เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมท่านต้องดูรถทัวร์ด้วย ท่านต้องดูเครื่องบินเอกชนที่เขาบินอยู่ด้วย สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้เป็นหน้าที่ของท่าน จริง ๆ แล้วประเทศนี้มีหลายสิ่งหลายอย่างที่ท่านจะต้องลงทุน โครงสร้างพื้นฐานมีอีกมากมาย มีคนตั้งคำถามว่าวันนี้ถ้ารถไฟความเร็วสูงมาแล้ว การศึกษา ของเราจะดีขึ้นไหม ผมก็คิดว่าถ้าท่านจะต้องลงทุนเรื่องการศึกษาเรื่องของการกู้ยืมเงินมา ในการที่ลงทุนเรื่องการศึกษาทำให้ประเทศนี้เป็นประเทศที่เต็มไปด้วยความอุดมของ ผู้มีความรู้ในการที่จะทำให้ประเทศเจริญเติบโตที่เป็นอีกมุมหนึ่ง ผมว่าจริง ๆ แล้วท่านขอกู้มา สภานี้ก็อาจจะให้ก็ได้ แต่วันนี้บังเอิญท่านบอกว่าท่านไปกู้เรื่องความเร็วสูง ผมก็เลยถามว่า มันมีความเหมาะสมไหม หลายคนมีการพูดกับผมว่าจริง ๆ แล้วมันเหมือนกับว่าประเทศไทย เรานี้มันเป็นครอบครัวครอบครัวหนึ่งซึ่งมีโอกาสได้กู้เงิน เราเองมีโอกาสในการที่กู้เงิน ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม ท่านก็หักคอให้กู้ละ แต่การกู้เงินก็มีการตั้งคำถามว่าเราจะมาใช้อะไรในครอบครัวเรา หลังคาบ้านอาจจะรั่วอยู่ แล้วรถก็เก่า แล้วอยากเปลี่ยนรถใหม่ คำถามก็คือวันนี้เราจะหารถอะไร ที่เหมาะสมกับบ้านหลังนี้ โตโยต้าสักคันไหม กำลังดีเลยตอนนี้งานที่เมืองทองธานีไปดูกัน หรือรถตู้ไปกันได้หลายคน แต่วันนี้เขาก็นินทาว่าพวกเราใฝ่สูงมากจะซื้อเฟอร์รารี่ จะซื้อ รถสปอร์ตคันดีราคาแพงมาขับหรือไม่ เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ล้วนแล้วแต่รัฐบาลต้องอธิบายครับ เป็นเรื่องที่ท่านต้องอธิบายให้เห็นว่า ทุกสิ่งทุกอย่างมันเป็นประโยชน์คุ้มค่า เป็นเรื่องที่ท่าน บอกว่าวันนี้พวกเราในครอบครัวตกลงกันแล้วว่ายินยอมให้ท่านได้กู้เงินมา ท่านจะต้องใช้เงิน ให้มันคุ้มค่า ใช้เงินให้เหมาะสม ให้รู้ว่าหลังจากนี้เป็นต้นไปพวกเราจะต้องไปทำงานหนักกัน เพื่อจะหาเงินมาใช้หนี้ แล้วจะทำให้สิ่งที่เราได้มาในการที่จะไปกู้ยืมเงินมานี่มันจะอยู่กับเรา อย่างมีคุณค่าและเป็นประโยชน์ ผมว่าวันนี้บ้านเมืองต้องเดินไปอย่างนี้จริง ๆ ครับ สิ่งที่อยากจะบอกก็คือว่าพรรคภูมิใจไทยเป็นฝ่ายค้าน แต่เราก็คิดว่าสิ่งที่ถ้ารัฐบาลจะทำแล้ว มันเป็นประโยชน์และโปร่งใสเราพร้อมที่จะสนับสนุน
สิ่งสุดท้ายที่จะต้องถามท่านก็คือมีหลายท่านได้ตั้งคำถามแล้วว่าถ้าเป็น เรื่องของรถไฟความเร็วสูง อันนี้คือการรถไฟแห่งประเทศไทยใช่หรือไม่ ผมเชื่อในฝีมือ ความเป็นมืออาชีพของคนเป็นผู้ว่าการ ถ้าบอกว่าประภัสร์ จงสงวน เป็นผู้มีความสามารถ ในการบริหารไหม เป็น แต่อย่าลืมว่าโครงสร้างของการรถไฟแห่งประเทศไทยและประสบการณ์ ที่ผ่านมาแสดงให้เห็นว่าจริง ๆ แล้วการรถไฟแห่งประเทศไทยมีปัญหาในการบริหาร และขาดทุนตลอด ตัวอย่างที่เราพูดกันเรื่องแอร์พอร์ต ลิงค์ วันนี้ก็พิสูจน์ให้เห็นว่าท่าน มีการไปตั้งบริษัทแยกออกมาต่างหาก บริหารแล้วก็ยังไม่สามารถพิสูจน์ได้เลยว่าท่านจะบริหาร ให้มันมีความเจริญลดจากการขาดทุนหรือไม่ เพราะฉะนั้นวันนี้ ๒ เรื่องท่านได้เงินกู้มาแน่ ท่านก็ต้องดูแลผลกระทบที่เกิดขึ้นกับใครทั้งหลายจากเงินกู้ตรงนี้ ท่านต้องดูแลคนทั้งประเทศ และที่แน่ ๆ คือท่านต้องดูแลเงิน เงินตรงนี้เมื่อท่านได้ไปใช้แล้วท่านต้องใช้ด้วยความตรงไปตรงมา โปร่งใส ผมเชื่อว่าในที่สุดแล้วบ้านเมืองจะมีความเปลี่ยนแปลงอย่างแท้จริง ผมมั่นใจว่า เงินทุกบาททุกสตางค์ซึ่งพวกเราได้ตัดสินใจว่านับจากนี้ไปอีก ๕๐ ปีข้างหน้าเราพร้อมที่จะ เป็นหนี้ เงินทุกสตางค์จะเป็นเงินที่เราจะทำให้บ้านเมืองนี้ เกิดความเปลี่ยนแปลง เราจะทำให้ บ้านเมืองนี้มีพละกำลังสามารถแข่งขันกับเพื่อนบ้านได้อย่างดี เป็นเงินที่เราจะต้องอาบเหงื่อต่างน้ำ ทำงานกัน ขออย่างเดียวว่าอย่าได้รั่วไหลไปไหน ให้เงินทุกบาททุกสตางค์ที่ยืมมานี้ มันจะกลับคืนมาโดยมิติทางไหนก็ตาม จะทำให้ทางด้านกัฟเวิร์นเมนท์ สเปนดิง และจะเกิด คอนซัมพ์ชันขึ้นมาในอนาคตก็เป็นสิ่งที่เราอยากให้เห็นเป็นอย่างนั้น ผมยืนยันว่าเราสนับสนุน โครงการนี้ และขออย่างเดียวว่าขอให้ท่านได้ใช้เงินนี้ด้วยความระมัดระวัง นี่คือสิ่งที่ฝาก จากพรรคภูมิใจไทยครับ ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตอภิปรายเพียงเท่านี้ แล้วทางพรรคภูมิใจไทย จะมีสมาชิกอื่นที่จะมีการประชุม เราจะมีการควบคุมดูแลเวลากันครับ ขอบคุณ ท่านประธานครับ
ท่านรัฐมนตรีเชิญตอบครับ
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติครับ กระผม นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ขออนุญาตกล่าวตอบข้อสังเกตของท่านสมาชิกนะครับ ก็คงมีอยู่ ๓-๔ ประเด็น
ประเด็นแรก เรื่องรถไฟความเร็วสูง อันนี้ก็เป็นประเด็นที่ผมว่าทุกประเทศ ที่ทำรถไฟความเร็วสูงก็ต้องมีการมาถกเถียงกันว่ามันคุ้มทุนหรือไม่ หรือว่าเป็นมูลค่า ทางเศรษฐกิจอย่างไร ก็ต้องกราบเรียนว่าผมว่าทุกประเทศถ้าเอาเป็นตัวค่าตั๋วอย่างเดียว เอาค่าตั๋วอย่างเดียวมาชดเชยการลงทุนไม่คุ้มครับ ภาษาอังกฤษที่เรียกว่า ไฟแนนเชียล อินเทอร์นัล เรท ออฟ รีเทิร์น (Financial Interual Rate of Return) เอฟไออาร์อาร์ (FIRR) ไม่คุ้มพราะว่าค่าตั๋วไม่สามารถจะไปจ่ายโครงสร้างพื้นฐานได้ ตัวที่จะคุ้มก็คือตัวมูลค่าทางเศรษฐกิจ หรือว่าอีไออาร์ก็คือเป็นตัวที่สามารถจะมีมูลค่าเพิ่มจากการสร้างเมือง การกระจายรายได้ การสร้างโอกาสใหม่ ๆ ผมว่ามันก็พิสูจน์ในหลายประเทศที่ทำมาแล้ว ประเทศเกาหลีใต้ ประเทศญี่ปุ่น ประเทศไต้หวันที่มีโครงการมาแล้ว ผมคิดว่าของกระทรวงคมนาคมเอง เรามีการศึกษาเบื้องต้น พรี-ฟีซิบิลิตี (Pre-feasibility) ตีก็ประมาณปี ๒๕๕๒-๒๕๕๓ สนข. จากนั้นมีการทำของประเทศญี่ปุ่น ของประเทศจีนมาศึกษาในช่วงปีที่แล้ว สนข. ศึกษารายละเอียดยื่นอีไอเออยู่ เพราะฉะนั้นตัวเลขในเบื้องต้นตัวอีไออาร์อยู่ระหว่าง ๑๔-๑๗ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งเป็นตัวเลขที่พอรับได้ จากนั้นขั้นตอนก็จะมีขั้นตอนอีกครับ คือพอเรา ทำสรุปเสร็จก็ต้องมีการทำอีไอเอ ทำประชาพิจารณ์ รับฟังความเห็นของประชาชน ผ่านสภาพัฒน์ เข้า ครม. อนุมัติ ก็เป็นขั้นตอนที่ต้องทำตามขั้นตอนต่อไป สำหรับการเชื่อมต่อรถไฟความเร็วสูง กับเพื่อนบ้าน ต้องกราบเรียนว่าคำว่า เชื่อมต่อโลก ไม่ใช่เชื่อมต่อรถไฟความเร็วสูง อย่างเดียว มีทั้งรถไฟทางคู่ซึ่งแผนเราเชื่อมแน่นอนครับ ที่ผมได้กราบเรียนไปแล้วว่าเชื่อมไปทาง สปป. ลาว เชื่อมไปทางปาดังเบซาร์ รถไฟความเร็วสูงไปตอนนี้ก็ไม่รู้จะไปเชื่อมกับใคร เพราะ สปป. ลาวก็ยังไม่ชัดเจน ผมเพิ่งคุยกับท่านรัฐมนตรีสมมาดเมื่อเช้านี้เองจากทาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม สปป. ลาว ท่านก็ยังไม่ชัดเจนว่าตกลงใครจะลงทุน เพราะแผนเดิมที่ประเทศจีนจะขอไรท์ ออฟ เวย์ (Right of way) ๕๐๐ เมตรตลอดเส้นทาง เป็นไปไม่ได้แล้ว แต่เดิมประเทศจีนจะมาลงทุนให้ขอเส้นทาง ๕๐๐ เมตรตามข่าวนะครับ แต่นั่นไม่สำเร็จก็จะเป็นการกู้เงิน เพราะฉะนั้นยังมีโครงการที่ต้องพัฒนาต่อยังไม่ชัดเจน ส่วนด้านใต้เราที่ประเทศมาเลเซียกับประเทศสิงคโปร์เขาแค่คุยกันเบื้องต้นยังไม่ได้ลงรายละเอียด ก็คือระหว่างกัวลาลัมเปอร์กับทางประเทศสิงคโปร์แต่ก็ไม่ได้ขึ้นไปถึงปาดังเบซาร์ เพราะฉะนั้น การเชื่อมโลกถึงเวลาเราเชื่อมแน่ แล้วก็การลงทุนผมคิดว่าเราไม่สามารถเอาเงินทั้งหมดไปลงกับ รถไฟความเร็วสูงได้เพราะมีโครงการอื่นที่มีความจำเป็น นั่นก็เป็นการจัดสรรในความเหมาะสม ตามลำดับเวลา แต่ก็ต้องกราบเรียนว่าเป็นเรื่องสำคัญเพราะว่ารถไฟความเร็วสูงทุกคนอยากได้ หาคนติยากต้องเรียนตรง ๆ ครับ เพราะฉะนั้นเราต้องมีหน้าที่ดูตัวเลขให้เข้มข้น แล้วต้องไปคุย เรื่องผลตอบแทนที่ชัดเจน แล้วก็ต้องพยายามหาวิธีสร้างมูลค่าเพิ่มจากโครงการ คงไม่ใช่ เหมือนรถไฟที่จะวิ่งไป มันต้องมีการสร้างเมืองใหม่สร้างโอกาส เอาท้องถิ่นมาร่วม เอาผลิตภัณฑ์โอทอป (OTOP) เข้ามาหากิจกรรมเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม ไม่ใช่ว่าจะเป็นรถไฟ ที่วิ่งเหมือนสมัยก่อนอยู่แล้ว ส่วนการบริหารจัดการนะครับ ในเบื้องต้นในงานก่อสร้างคงต้องให้ ทางการรถไฟแห่งประเทศไทยเป็นผู้รับผิดชอบในเบื้องต้นก่อนเพราะว่าเป็นเจ้าของเขตทางส่วนใหญ่ ขณะเดียวกันเราก็มีตั้งคณะทำงานขึ้นมาเพื่อศึกษาการบริหารจัดการ อาจจะเป็นหน่วยธุรกิจ อยู่ภายใต้การรถไฟแล้วก็หมุนออกมาเป็นบริษัทต่างหากเพื่อดูแลระบบรถไฟความเร็วสูง ที่อยู่เหนือราง อันนี้ก็ยังพอมีเวลาถ้าเกิดผ่านการอนุมัติความเห็นชอบก็ยังมีเวลาที่จะจัดตั้ง ตัวบริษัทที่บริหารจัดการอีกสัก ๓-๔ ปีอย่างน้อยก็ยังพอมีเวลา ตอนนี้เราเองก็มีโครงการ ร่วมมือกับหลายประเทศครับเพราะว่าเราทำเอ็มโอยูทั้งประเทศจีน ประเทศญี่ปุ่น แล้วก็ ทางประเทศฝรั่งเศส เราเริ่มส่งพนักงานรถไฟไปฝึกอบรม โครงการกับทางประเทศจีน ก็จะมีพนักงานรถไฟ ๑๐๐ นายไปอบรมแลกเปลี่ยนความรู้เรื่องรถไฟความเร็วสูง แล้วก็จะไป ประเทศญี่ปุ่นต่อ แล้วก็จะไปทางยุโรปต่อ เรารับทุกประเทศ ดูอันที่ดีที่สุด เทคโนโลยี ที่เหมาะสมที่สุดนะครับ
ส่วนประเด็นเรื่องการซื้อตัวรถอันนี้ก็เป็นประเด็นครับ ก็ต้องขอบพระคุณสำหรับ ข้อคิดเห็นนะครับ แต่ต้องขอกราบเรียนอย่างนี้ครับ รถไฟความเร็วสูงไม่ใช่รถไฟปกติ เป็นรถไฟ ที่วิ่งด้วยความเร็ว ๒๕๐-๔๐๐ กิโลเมตรต่อชั่วโมง กระพริบตาทีหนึ่งรถวิ่งไปแล้ว ๗๐ เมตร เพราะฉะนั้นความปฏิสัมพันธ์ระหว่างรถกับรางมันต้องเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน คือพนักงานขับรถ ไม่สามารถดูสัญญาณสีหรือสัญญาณข้างทางได้ ต้องใช้ระบบซิกนาลิง (Signaling) ที่เชื่อมโยง กับทางแล้วมีความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน เพราะฉะนั้นทั่วไปในโลกนี้การออกแบบทางมันจะ ขึ้นกับระบบรถที่ใช้เพราะจะมีองค์ประกอบหลายอย่างครับ ทั้งระบบสัญญาณ ระบบส่งพลัง ส่งกำลัง น้ำหนักตัวรถ ความละเอียดอ่อนของรางว่าจะทรุดตัวได้ต่างกันกี่มิลลิเมตร ทั้งหมด นี้มันจะขึ้นกับสภาพรถด้วย ที่ผ่านมาในต่างประเทศข้อมูลเท่าที่ได้รับมานี่ส่วนใหญ่แล้วต้องรู้ ตัวรถก่อนว่าใช้เทคโนโลยีของประเทศใด แล้วก็จากนั้นสามารถออกแบบงานระบบ งานราง งานติดตั้งสัญญาณต่าง ๆ ให้สอดคล้องกันได้ อันนี้ก็เป็นแนวปฏิบัติที่ทำอยู่ทั่วโลก ซึ่งอันนี้ ก็เป็นแนวคิดซึ่งเรามีข้อมูลจากที่ปรึกษาแล้วก็สรุปมานะครับ ที่ผ่านมาประเทศเกาหลีใต้ ทำอย่างนี้ครับ ประเทศจีนทำอย่างนี้ แต่มีประเทศไต้หวันอย่างเดียว ประเทศไต้หวันก็เริ่มด้วย ทำรางก่อน โดยเอาระบบของประเทศเยอรมนีมาใช้ แต่สุดท้ายไปลงเอยที่รถไฟของประเทศญี่ปุ่น ก็ต้องมาปรับระบบราง ระบบโครงสร้างพื้นฐานใหม่ ค่าใช้จ่ายบานปลายเป็น ๒ เท่า ก็เป็นตัวอย่างอันหนึ่งที่เราก็รับมาพิจารณาด้วย อันนี้คงต้องกราบเรียนว่าเราดำเนินการ อย่างรอบคอบครับ ส่วนการที่มีโอกาสเลือกรถไฟฟ้าในหลายบริษัทผมว่าเป็นสิ่งที่ดีครับ เพราะว่าเทคโนโลยีมีหลายประเทศทำได้ เราไม่ได้ปิดกั้นว่าเราต้องใช้ประเทศใดประเทศหนึ่ง เพราะฉะนั้นแนวคิดตอนนี้เรายังไม่จับมือใครครับเรายังไม่ไปจับมือหรือว่าไปทำบริษัท ร่วมทุนกับใคร เพราะว่าเราอยู่อย่างนี้เรามีสิทธิเลือกเทคโนโลยี จะเป็นประเทศญี่ปุ่น ประเทศจีน ประเทศฝรั่งเศส ประเทศสเปน ประเทศเกาหลีใต้ เราเลือกเทคโนโลยีที่เหมาะสมได้นะครับ เพราะฉะนั้นขั้นตอนยังมีอีกครับ ส่วนการเร่งรัดโครงการก็ต้องกราบเรียนครับว่าหน้าที่รัฐมนตรีก็คือ ต้องเร่งรัดโครงการครับ เพราะว่าไม่เร่งรัดงานก็ช้ามาก ๆ ครับ นโยบายรัฐบาลแถลงไว้เรื่องนี้ เพราะฉะนั้นผมคิดว่าเรื่องที่เราจะเร่งรัดประกาศว่าต้องเร่งรัดพยายามดำเนินการผลักดัน โครงการให้ได้ แต่มันก็ต้องเป็นไปตามขั้นตอนทุกอย่าง ไม่มีทางลัดขั้นตอนได้ จะต้องมี การศึกษารายละเอียด มีการทำอีไอเอ มีการส่งสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจ และสังคมแห่งชาติ ส่ง ครม. อนุมัติ ผมผลักดันอย่างนี้ก็ยังไม่แน่ใจเลยครับว่าสุดท้ายแล้วมันจะได้ เริ่มกระบวนการจริง ๆ เมื่อไร แต่หน้าที่เราก็ต้องผลักให้เต็มที่ครับ ผมคิดว่าเป็นข้อคิดเห็น ที่ท่านสมาชิกให้ไว้ก็คงจะรับไปประกอบการพิจารณาครับ ส่วนเรื่องราคารถก็อย่างที่เรียนครับ มันมีหลายเวอร์ชัน (Version) การศึกษา ตั้งแต่ สนข. สมัยทำพรี-ฟีซิบิลิตีเบื้องต้น ของประเทศจีน ของประเทศญี่ปุ่น แล้วก็ที่ทาง สนข. กำลังศึกษารายละเอียดตอนนี้อยู่ เดี๋ยวจะให้เจ้าหน้าที่เอาตัวเลขมาเขายังส่งมาไม่ทันนะครับ เดี๋ยวจะมีตัวเลขแล้วจะได้กราบเรียน ในรายละเอียดอีกทีหนึ่งนะครับ
ส่วนประเด็นที่ ๒ ก็คือเรื่องท่าเรือกันตังจากทุ่งสง ก็ต้องกราบเรียนว่า ปัจจุบันเรามีทางรถไฟเป็นสเปอร์ ไลน์ (Spur line) สเปอร์ ไลน์คือทางรถไฟที่แยกจาก สายหลักนะครับ แยกออกไปเหมือนก้างปลา ระยะทางประมาณ ๙๓ กิโลเมตร แต่ปัจจุบัน ยังไม่ได้ใช้เชื่อมต่อกับท่าเรือ คือแต่ก่อนคงใช้แต่หยุดใช้ร่วมกับท่าเรือเป็นระยะเวลาหนึ่งแล้ว การรถไฟแห่งประเทศไทยได้งบประมาณในการทำทางให้แข็งแรงขึ้น ปัจจุบันยังเป็นทางเดี่ยวอยู่ เพราะว่าปริมาณรถยังไม่เยอะ อนาคตถ้ามีปริมาณรถหรือว่าปริมาณความต้องการที่เพิ่มขึ้น เราคงขยายเป็นทางคู่ได้ ส่วนท่าเรือกันตังเองตอนนี้ก็มีการพัฒนาท่าเรือขนานไปอีกอันหนึ่ง ท่าเรือนาเกลือนะครับ ซึ่งก็ทำให้ปริมาณสินค้าเพิ่มสูงขึ้นมาก ตอนนี้ประมาณ ๕๐,๐๐๐ ตัน ผมติดค้างท่านอดีตนายกรัฐมนตรีชวนอยู่ว่าจะลงไปดูแต่ยังไม่ลงไปดู ในโอกาสอันใกล้ คงขอโอกาสแวะไปดู แล้วดูสิว่าจะปรับปรุงท่าเรือกันตังให้เชื่อมโยงได้อย่างไร แต่เรื่องน้ำ ก็เป็นเรื่องสำคัญครับ แต่ปัญหาก็คือว่าในแง่ของข้อจำกัดของกรมเจ้าท่าเอง ความสามารถ ในการดำเนินการและโครงการที่มีการดำเนินการไปบ้างแล้ว ฉะนั้นที่เราหยิบมาดำเนินการ ๕ โครงการก็ถือว่าเป็นโครงการนำร่องของกรมเจ้าท่า มีบางโครงการซึ่งเรายังไม่แน่ใจ เพราะอาจจะมีผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมค่อนข้างรุนแรง พวกยกเขื่อน ยกระดับแม่น้ำ เจ้าพระยาอย่างนี้คงต้องดูให้แน่ใจก่อน แต่ก็ต้องรับข้อเสนอไปครับว่าทางน้ำเป็นเรื่องสำคัญครับ ถูกที่สุด แต่อย่างที่เรียนว่าเส้นทางน้ำธรรมชาติบางทีก็มีข้อจำกัด มันก็ไปตามเส้นทางของมัน ก็จะรับข้อคิดเห็นไปนะครับ ก็คิดว่าเดี๋ยวท่านประเสริฐคงจะมีประเด็นเพิ่มเติม ขอบพระคุณครับ
(การประชุมดำเนินมาถึงตอนนี้ นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธาน สภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง ได้กลับมาขึ้นบัลลังก์เพื่อดำเนินการประชุมต่อไป
เชิญท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพและท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ขออนุญาตเสริมเพิ่มเติมจากประเด็น ที่ท่านอลงกรณ์ได้ให้ข้อคิดเห็นไว้เป็นประโยชน์อย่างยิ่งนะครับ กรณีท่าเรือกันตังนั้น จริง ๆ แล้ว ท่าเรือแห่งนี้เป็นท่าเรือเก่าแก่ แล้วก็รองรับสินค้าประเภทเทกอง ผมทราบมาว่าได้มีการส่งออก ยิบซั่มแล้วก็ถ่านหินไปยังที่รัฐปีนังในอดีต ปัจจุบันนี้ทราบว่าแนวคิดของท่านเองก็ได้มีแนวคิด ในการพยายามที่จะให้เป็นท่าเรือเกี่ยวกับสินค้าฮาลาลเพื่อที่จะส่งสินค้าดังกล่าวไป ตะวันออกกลาง แต่เนื่องจากท่าเรือแห่งนี้ตั้งอยู่ในเขตชุมชนซึ่งเหมาะสำหรับการทำเป็น ตู้คอนเทนเนอร์แล้วก็จะปราศจากมลภาวะ วันนี้กรมเจ้าท่าเองได้ไปก่อสร้างท่าเรือแห่งใหม่ที่นาเกลือด้วยเงินประมาณ ๔๐๖ ล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จประมาณปี ๒๕๕๗ เพื่อเป็นการรองรับสินค้าเทกองไม่ให้มีมลภาวะ เนื่องจากว่าท่าเรือนาเกลือแห่งนี้อยู่นอกเมืองแล้วก็คลื่นลมมีความสงบ นอกจากนั้นแล้ว ยังสะดวกในการขนถ่ายสินค้าเพราะไม่มีมวลชนอยู่มากนะครับ ก็คิดว่าไม่กระทบต่อ แนวปะการังแล้วก็มลภาวะอื่น ๆ ของพี่น้องประชาชนนะครับ ส่วนสถานีรถไฟกันตัง กับท่าเรือกันตังนั้นจริง ๆ แล้วระยะทางไม่ห่างกันมากห่างกันประมาณ ๕๐๐ เมตร แต่ในอดีตมีการบุกรุกโดยพี่น้องประชาชนเข้าไปสร้างบ้านเรือนคร่อม นอกจากนั้นแล้ววันนี้ การรถไฟแห่งประเทศไทยเองก็ได้ไปปรับปรุงไม้หมอนจากไม้เป็นคอนกรีตรองรับ ๕๐ ปอนด์ เป็น ๑๐๐ ปอนด์ เพื่อเตรียมการให้มีการพัฒนาเรื่องการขนส่งระบบรางไปสู่ระบบท่าเรือ ในอนาคต ผมเรียนท่านสมาชิกเบื้องต้นไว้ก่อน ขอบคุณครับ
ต่อไป เป็นท่านผู้ช่วยศาสตราจารย์รัชดา ธนาดิเรก ๑๐ นาทีนะครับ
ท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน รัชดา ธนาดิเรก สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ดิฉันขออภิปรายไม่รับร่างพระราชบัญญัติให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านประธานคะ แม้ดิฉันจะเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งว่าการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานนั้น เป็นประเด็นสำคัญในการพัฒนาประเทศ แต่การที่จะโหมกู้เงินถึง ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท มาลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมเพียงอย่างเดียวแล้วคิดว่านั่นจะนำไปสู่ การพัฒนาศักยภาพของประเทศ ดิฉันคิดว่านั่นเป็นการมองอย่างผู้ที่มีวิสัยทัศน์สั้นไปสักนิดหนึ่ง เพราะประเทศจะพัฒนาอย่างยั่งยืน ประเทศจะมีศักยภาพทางการแข่งขันเราก็คงต้อง มองในมิติอื่น ๆ ด้วย ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการศึกษา เรื่องของสาธารณสุข เรื่องของเทคโนโลยี และอีกเรื่องที่สำคัญก็คือเรื่องของการป้องกันการคอร์รัปชัน รัฐบาลได้เสนอวงเงินกู้มา ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทเพื่อลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานดิฉันเห็นด้วย แต่การพัฒนาการลงทุน เห็นด้วยโดยหลักการ แต่การลงทุนมูลค่า ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนั้นเป็นการลงทุนโดยใช้ภาษี ของพี่น้องประชาชน ดังนั้นทุกบาททุกสตางค์ที่ใช้ไปในกิจการการดำเนินงานของภาครัฐ การตรวจสอบความโปร่งใสและวินัยทางการคลังจึงเป็นเรื่องที่สำคัญยิ่ง ดิฉันเชื่อว่าการลงทุน ในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานตามโครงการที่รัฐบาลเสนอมานี้สามารถทำได้โดยไม่จำเป็น ที่จะต้องใช้เงินนอกงบประมาณ รัฐบาลสามารถดำเนินงานได้หลายโครงการโดยใช้เงิน ในงบประมาณแผ่นดิน เพื่อให้เกิดการตรวจสอบอย่างโปร่งใสและมีวินัยทางการคลัง ท่านประธานคะ ดิฉันได้ทบทวนเอกสารประกอบการพิจารณาที่รัฐบาลได้นำเสนอให้เพื่อนสมาชิก ได้อ่านกันทุกคนแล้วดิฉันเห็นว่ามีประมาณ ๑๕ โครงการที่ยังไม่ได้ดำเนินการศึกษาความเป็นไปได้ ของโครงการเลย และยังไม่ได้มีการศึกษาผลกระทบทางด้านสิ่งแวดล้อม ผลกระทบ ทางด้านสุขภาพ และผลกระทบที่มีต่อชุมชน ๑๕ โครงการที่ยังไม่ได้มีการศึกษาอะไรเลยจาก ๕๕ โครงการนี้คิดเป็นมูลค่าวงเงินงบประมาณแล้วก็คือ ๑,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ครึ่งหนึ่ง ของวงเงินกู้ที่รัฐบาลขอ นั่นก็หมายความว่ารัฐบาลกำลังจะขออนุมัติจากสภาแห่งนี้ไปกู้เงิน ในโครงการที่ไม่รู้ว่าจะทำได้จริงหรือเปล่า ทำแล้วจะเกิดผลกระทบทางด้านสิ่งแวดล้อม ผลกระทบต่อสุขภาพ และผลกระทบต่อพี่น้องประชาชนมากน้อยแค่ไหน ดิฉันจึงอยากจะ เสนอว่าเมื่อโครงการที่รัฐบาลคิดว่ามันมีความจำเป็นต่อการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน แต่ท่านยังไม่ได้ศึกษาใด ๆ เลยเอากลับไปศึกษาให้เรียบร้อยก่อนดีไหมทั้ง ๑๕ โครงการ ซึ่งมูลค่า ๑,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านเอากลับไปใช้งบประมาณแผ่นดิน เอาไปจัดสรร เป็นค่าที่ปรึกษาโครงการซึ่งมันก็ประมาณ ๒๕,๐๐๐ ล้านบาทเท่านั้น ถ้าศึกษาอย่างรอบคอบ ใช้เวลาอย่างพอสมควรและมั่นใจว่าโครงการที่ท่านเสนอมานี้มันดีจริง ๒ ปีเท่านั้นละค่ะ ท่านก็วางแผนดำเนินโครงการเหล่านี้ไม่จำเป็นต้องมากู้ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ให้พี่น้องประชาชนต้องกังวลใจว่าตายไปแล้วลูกหลานจะต้องมีภาระหนี้สินอีกเท่าไร ที่เขาต้องชดใช้ร่วมไปกับรัฐบาลชุดนี้ที่เป็นคนก่อหนี้ขึ้นมา ถ้าโครงการหลาย ๆ โครงการ เช่น โครงการรถไฟฟ้าความเร็วสูงรัฐบาลคิดว่ามันจำเป็น ดิฉันก็เห็นด้วยค่ะ แต่มันก็มีวิธีอื่น ที่จะสามารถผลักดันโครงการนี้ให้เกิดขึ้นโดยที่ไม่ต้องก่อหนี้ก็ได้ รัฐบาลชุดที่แล้วรัฐบาล นายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ก็ได้นำร่องศึกษาหาวิธีว่าจะผลักดันโครงการรถไฟความเร็วสูง ให้เกิดขึ้นได้อย่างไร แล้วก็หลายภาคส่วนไม่ว่าจะเป็นนักวิชาการภาคเอกชนก็เสนอว่า ถ้าคิดว่าพร้อม คิดว่าดีก็ทำเป็นแผนแม่บทและคุยกับภาคเอกชน คุยกับต่างประเทศเพื่อจะ จัดตั้งบริษัทร่วมทุน ทำเป็นโครงการร่วมกันระหว่างภาครัฐกับเอกชนก็ได้ แต่ทำไมรัฐบาล ถึงไม่พิจารณาช่องทางอื่นเลยคะ คิดแต่จะกู้อย่างเดียว และที่สำคัญดิฉันต้องขอกราบเรียน ท่านประธานนะคะ โครงการรถไฟความเร็วสูงที่ว่าดีนี่ดิฉันก็เชื่อว่าดีค่ะ แต่การศึกษา ในรายละเอียดว่าจะผ่านเส้นทางไหน พื้นที่ใดกระทบกับชุมชนไหนบ้าง รัฐบาลก็ยังไม่ได้ศึกษา ดิฉันตั้งคำถามไว้ค่ะ เพียงแต่ว่าเมื่อสักครู่ท่านรัฐมนตรีได้กรุณาตอบไปแล้วว่าโครงการ รถไฟความเร็วสูงที่จะเชื่อมต่อภูมิภาคนั้นคงจะไม่ได้เชื่อมต่อจริง ดิฉันก็เลยถามว่าแล้วท่าน เขียนมาทำไมคะ หลอกกันเล่นหรือเปล่าในหนังสือที่เขียนมานี้ ท่านบอกว่าจะมี ๓ เส้นทางหลัก ๆ ก็คือกรุงเทพฯ-เชียงใหม่ใช้งบประมาณ ๓๘๐,๐๐๐ ล้านบาท ระยะทางจากกรุงเทพฯ-เชียงใหม่ ประมาณ ๖๙๖ กิโลเมตร กรุงเทพฯ-หนองคาย ท่านตั้งงบประมาณไว้ ๑๗๐,๐๐๐ ล้านบาท ระยะทาง ๖๑๕ กิโลเมตร ทำไมคะ ทำไมกรุงเทพฯ-หนองคายท่านให้งบประมาณเพียงแค่ ๑๗๐,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งระยะทางสั้นกว่าเชียงใหม่นิดเดียวเท่านั้นเอง และเมื่อสักครู่ ท่านก็เฉลยแล้วว่ามันไปไม่ถึงหนองคาย มันคงจะไปเพียงแค่โคราช แล้วท่านเขียนมาทำไม ในเอกสารที่เสนอให้ผู้แทนปวงชนชาวไทยพิจารณาท่านยังหลอกกันซื่อ ๆ แบบนี้ แล้วอย่างอื่น ที่พวกเราไม่สามารถมองเห็น ไม่สามารถตรวจสอบได้ และเราจะรู้ได้อย่างไรคะว่าท่าน จะไปทำอะไร และที่น่าเจ็บใจมาก ๆ เลยนะคะ ท่านเขียนว่าจะมีโครงการรถไฟความเร็วสูง จากกรุงเทพฯ ไปปาดังเบซาร์ให้งบประมาณ ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ระยะทางจากกรุงเทพฯ ไปปาดังเบซาร์ ๙๗๘ กิโลเมตรค่ะ ยาวกว่าไปเชียงใหม่ตั้งหลายร้อยกิโลเมตร ท่านให้งบแค่นี้ ก็ย้ำอีกแล้วละค่ะว่าท่านโกหกในเอกสารที่เสนอให้สภาแห่งนี้พิจารณา นี่คือง่าย ๆ ที่เห็น เป็นตัวเลขว่าท่านยังโกหก แล้วอย่างอื่นจะทำให้พวกเรา ส.ส. ผู้แทนของปวงชนชาวไทย และพี่น้องประชาชนจะไว้ใจรัฐบาลชุดนี้ได้อย่างไรคะว่าเงินที่อนุมัติไปนั้นจะมีความโปร่งใส ถ้าเป็นเงินของรัฐบาลชุดนี้เองดิฉันจะไม่ตำหนิสักคำ นั่นก็เป็นตัวอย่างเล็ก ๆ น้อย ๆ นะคะ ที่ให้เห็นว่ามันไม่โปร่งใส คำถามต่อมาก็คือหลายท่านที่อภิปรายไปเมื่อสักครู่นี้ถามว่า โครงการลงทุนที่รัฐบาลเขียนมานี้ประเทศจะหาเงินมาจากไหน เข้าใจค่ะว่าโครงการ หลาย ๆ โครงการเป็นโครงการลงทุนขั้นพื้นฐานมันต้องใช้เวลาและในบางเรื่องไม่สามารถ ให้ผลคำนวณเป็นทางการเงินได้ แต่ดิฉันก็ตั้งคำถามค่ะว่าโครงการดี ๆ ที่สามารถทำเงิน ให้กับประเทศ อย่างเช่นการเสนอตัวเข้าเป็นเจ้าภาพการจัดงานเวิลด์ เอ็กซ์โป (World Expo) ปี ๒๐๒๐ ทำไมท่านไม่สนใจคะ หากรัฐบาลชุดนี้มุ่งมั่นที่จะเสนอตัวให้ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ การจัดงานเวิลด์ เอ็กซ์โป ที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ปี ๒๐๒๐ จริง งบวงเงินกู้ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ควรจะมีระบุโครงการสร้างรถไฟฟ้าสายสีแดงจากเชียงรากต่อไปยังศูนย์ศิลปาชีพบางไทร เพราะนั่นคือพื้นที่ที่เราได้เสนอตัวจะให้จัดเป็นเจ้าภาพ แต่นี่รัฐบาลก็ไม่บรรจุไว้แสดงว่า รัฐบาลไม่เอาแล้วใช่ไหมคะกับการเสนอตัวให้เป็นเจ้าภาพเวิลด์ เอ็กซ์โป ดิฉันเคยถาม ประเด็นนี้ในกระทู้ถามสดแต่ก็ไม่มีรัฐบาลชุดไหนมาตอบ ก็คิดว่าได้คำตอบจากการพิจารณางบ ในครั้งนี้แล้วละค่ะว่ารัฐบาลไม่อยากเป็นเจ้าภาพในการจัดงานเวิลด์ เอ็กซ์โป ดิฉันมีความกังวลใจค่ะว่ารัฐบาลจะเอาเงินที่ไหนมาจ่ายเงินกู้อันมากมายมหาศาล ซึ่งแม้ อาจจะไม่ใช้หน้าที่ของรัฐบาลชุดนี้เพราะว่าในอนาคตก็คงจะเป็นคนอื่นถ้าหากรัฐบาล ยังดำเนินนโยบายที่ผิดพลาดอยู่อย่างนี้ ดิฉันอยากจะเตือนรัฐบาลนะคะว่าในอนาคต เราไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น แต่สิ่งที่แน่ ๆ ที่ดิฉันกังวลก็คือว่ารัฐบาลครั้งหนึ่งเมื่อตอนหาเสียง ๑ กรกฎาคม ก่อนได้เป็นรัฐบาลเคยประกาศว่าจะมีนโยบายถมทะเลก่อสร้างเมืองใหม่ วันนี้จะทำหรือเปล่าคะ โครงการนี้ต้องใช้งบประมาณ ๑.๘ ล้านล้านบาท ถ้าจะทำจะเอาเงิน มาจากไหน โครงการตั้งธนาคารข้าว กองทุนร่วมทุนทุกจังหวัด โครงการประชานิยม อีกมากมาย และมากไปกว่านั้นนะคะดิฉันขอเตือนไว้เลยว่าในปี ๒๕๘๗ นี่นะคะ มันอีกหลาย สิบปีข้างหน้าค่ะ แต่ความจริงที่จะเกิดขึ้นก็คือเงินสะสมของกองทุนประกันสังคมที่จ่าย เบี้ยบำนาญให้กับผู้ประกันตนทั้งหลายหลายสิบล้านคน ในปี ๒๕๘๗ เป็นช่วงเวลาที่เรา จะต้องจ่ายคืนเงินต้นและดอกเบี้ยนั้น ปี ๒๕๘๗ กองทุนนี้จะมีเงินเหลือสะสม ๐ บาทค่ะ เพราะฉะนั้นถ้ารัฐบาลชุดนี้เริ่มสร้างหนี้และคิดว่าจะไปจ่ายคืนเงินต้นและปีดอกเบี้ยให้ปีละ ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาทในปีที่ ๑๑ ถึงปีที่ ๕๐ คิดเผื่อคนในอนาคตด้วยนะคะว่าเขาจะอยู่ อย่างไร ก็ฝากเป็นประเด็นและดิฉันขอไม่รับร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ค่ะ
ต่อไป ท่านวิทยา แก้วภราดัย ๑๐ นาที หลังจากนั้นก็จะเป็นท่านวิชาญ มีนชัยนันท์ ครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม วิทยา แก้วภราดัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ กระผมรับร่างฉบับนี้มาแล้วก็มานั่งพิจารณาอยู่ในสภาด้วยความรู้สึกที่ยังงง ๆ ครับ ท่านรัฐมนตรี คือผมทราบข่าวว่ารัฐบาลจะกู้เงินสัก ๒.๒ ล้านล้านบาทเมื่อสักเดือนกว่า ๆ ก็คิดว่ายังเป็นเรื่องอีกนานครับกว่าเราจะเจอกัน เพราะเข้าใจว่าจะกู้ทีหนึ่ง ๒.๒ ล้านล้านบาท มันก็ต้องมีรายละเอียดโครงการ ต้องมียุทธศาสตร์ ทำยุทธศาสตร์เสร็จแล้วมาทำรายละเอียด โครงการ ทำรายละเอียดโครงการแล้วก็ต้องฟังความคิดเห็นประชาชนบ้าง ก็คิดว่าอีกสักพัก คงจะมาครับ ก็เป็นเรื่องประหลาดแล้วก็เป็นเรื่องปกติสำหรับรัฐบาล คือเรื่องไหนที่ต้องทำ แล้วมักจะไม่ทำครับ เรื่องไหนที่ไม่จำเป็นต้องทำแล้วก็จะรีบทำก่อน ยกตัวอย่างเรื่อง ที่จะต้องแถลงผลการปฏิบัติตามแนวนโยบายพื้นฐานของรัฐตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๗๕ ช่วงเลือกตั้งผู้ว่า กทม. ก็รับปากกับประชาชนทั้งประเทศครับ เลือกผู้ว่า กทม. เสร็จ จะมาแถลงผลงานในสภา นี่เลือกตั้งผู้ว่า กทม. เสร็จไปเดือนหนึ่งแล้วครับ รับรองผู้ว่า กทม. เสร็จ ก็ปรากฏไม่ครับไปเอาเรื่องเงินกู้แล้วก็ลดจาก ๒.๒ ล้านล้านบาท มาเหลือ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท คราวนี้การลดผมก็ไม่มั่นใจว่าเป็นการลดตามยุทธศาสตร์หรือว่าตั้งเป้าว่าอยากได้สตางค์ แค่ไหนแล้วค่อยไปคิดยุทธศาสตร์ แล้วค่อยไปคิดงานเอา พร้อมลดกันง่าย ๆ ครับ แล้วสภา ก็แปลกครับ วันนี้พิจารณาเรื่องกู้ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทแล้ว อาทิตย์นี้ควรจะเรื่อง แถลงนโยบาย ปรากฏว่าไปอีกแล้วครับไปแก้รัฐธรรมนูญ ผมเตือนไว้ก่อนนะครับ เขาพยากรณ์อากาศไว้ครับว่าเดือนเมษายนนี้จะร้อนจนเลือดไหลออกจมูก พยายามหาเรื่อง ร้อน ๆ เข้ามาครับ ที่ท่านขอกู้ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ผมคิดว่าเป็นการทำงานที่กลับหัว กลับหางกันหมด วันแรกบอกว่า ๒.๒ ล้านล้านบาท คราวนี้เหลือ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท พอเหลือ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท งานก็ทำท่าจะมากกว่าเดิมด้วยซ้ำไปครับ ทีแรกแถลงไป แถลงมารถความเร็วสูงสั้นเข้าบ้าง ยาวเข้าบ้าง สุดท้ายพอเหลือ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท คราวนี้ยาวเต็มสายเลยครับ ผมดูโครงการแล้วก็เข้าท่าครับ แต่ที่ติดใจเมื่อสักครู่ครับ ตอนที่ ท่านรัฐมนตรีบอกว่าเดือนกันยายนจะประมูลรถกันแล้ว คราวนี้ผมไม่แน่ใจเราเอารถมา ล็อก สเปกรางหรือจะทำอะไรกัน เราตั้งหลัก ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทแล้วจะมาประมูลรถ สมมุตินะครับท่านครับ ถ้าทำเส้นทางกรุงเทพฯ-เชียงใหม่ วันนี้เวนคืนก็ยังไม่ได้เวนคืน สำรวจเส้นทางก็ออกเป็น ๕ แพร่งเส้นทาง จะผ่านจังหวัดสุพรรณบุรีดีหรือจะผ่าน จังหวัดพระนครศรีอยุธยาดี จะไปเข้าทางจังหวัดพิษณุโลกดี หรือจะไปอีกซีกหนึ่งดี ยังไม่รู้ เส้นทางครับ สมมุติว่าเกิดซื้อรถไฟมาวางกองนิ่งไว้อีก ๒ ปีข้างหน้าครับ ปรากฏว่าเวนคืนยังไม่ได้ ประชาชนก็คัดค้าน คนหนึ่งบอกว่าจะไปทางจังหวัดพิษณุโลก คนหนึ่งบอกจะไปอีกซีกหนึ่ง ซึ่งในแผนที่ท่านก็เขียนไว้ครับ มันรวมทั้งหมด ๕ เส้นทางที่จะต้องเข้ามาพิจารณากัน ใน ๕ เส้นทางนี้ถ้าเถียงกันไม่จบ รถไฟที่มากองอยู่จะเป็นปัญหาหรือเปล่าครับท่านรัฐมนตรี วันนี้เทคโนโลยีเขาวิ่ง ๒๕๐-๓๕๐ ถ้าท่านซื้อมา ๔๐๐ กว่าอย่างที่ท่านว่าได้นะครับ ผมก็ไม่แน่ใจครับกว่าจะทำรางเสร็จความเร็วรถไฟโลกนี้จะไปถึงไหน
ประการที่ ๒ ที่ผมจะหนุนก็ลำบาก ใจก็ไม่ชอบหรอกครับไปกู้สตางค์อย่างนี้ แล้วก็อยู่ในสภามา ๒๐ กว่าปียังไม่เคยเกิด แล้วตั้งแต่จำความได้ครับ ยังไม่เคยเห็นประเทศไทย กู้สตางค์มากอย่างนี้ครับ ท่านประธานครับ ท่านนายกรัฐมนตรีเสนอกฎหมายในนามรัฐบาล ให้อำนาจรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังไปกู้สตางค์ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แล้วก็โอน สตางค์ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมท่านเป็นคนจ่ายสตางค์ เพราะฉะนั้นท่านนายกรัฐมนตรีก็ดีครับ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังก็ดี ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ท่านได้สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของประเทศไทย คือการกู้อย่างมโหฬาร และยืนยันครับที่นั่งยิ้มในสภาทั้งหมดไม่อยู่ถึงวันใช้หนี้ครั้งสุดท้าย หรอกครับ ไปก่อนทั้งนั้น อีก ๕๐ ปีข้างหน้าผมเข้าใจว่าไม่เหลือสักคนแล้วตรงนี้ แต่มัน ทั้งหมด ๓ ท่านนี้ร่วมกันทำแล้วคนทั้งประเทศเขาจะร่วมกันรับผิดชอบครับ ที่สำคัญครับ ผมอ่านในรายการที่ท่านจะทำรถไฟความเร็วสูง จะได้ต่อเนื่องกับที่ท่านรัฐมนตรีชี้แจงครับ ท่านทำรถไฟความเร็วสูงจากกรุงเทพฯ-หนองคายก็ใช้ได้ครับ จังหวัดหนองคายก็จ่อ สปป. ลาว ได้ข่าวว่าจากประเทศจีนเขาจะทำมา สปป. ลาว เวียงจันทน์จะเจรจาอย่างไรไม่รู้แต่เป็น ทิศทางสายอาเซียนที่จะมาแล้วเราก็จะจ่อจากเวียงจันทน์เข้ามาจังหวัดหนองคาย แล้วก็มา กรุงเทพฯ แล้วก็อ่านต่อครับว่าท่านทำโครงการรถไฟความเร็วสูงจากกรุงเทพฯ-ปาดังเบซาร์ อย่างนี้ยิ่งดีใหญ่ครับ ทะลุจาก สปป. ลาวมาจังหวัดหนองคาย มากรุงเทพฯ ไปปาดังเบซาร์ เข้าประเทศมาเลเซียไปประเทศสิงคโปร์ วันข้างหน้าขุดอุโมงค์ครับต่อประเทศอินโดนีเซีย ๒๐๐ ล้านคนรอที่โน้นครับ เพราะฉะนั้นเป็นเส้นทางที่น่าสนใจครับ ก็บอกแล้วครับว่า เรื่องที่ควรจะทำไม่ทำครับ ๒ เส้นทางนี้มีรายละเอียดชัดเจนแล้วก็เส้นทางแบ่งไม่ได้ครับ จากกรุงเทพฯ ไปจังหวัดหนองคายครับ ออกจากกรุงเทพฯ ผ่านจังหวัดสระบุรี ผ่านอำเภอภาชี ผ่านจังหวัดนครราชสีมา แล้วก็ผ่านจังหวัดขอนแก่น แล้วก็เข้าจังหวัดอุดรธานี แล้วก็ไปจังหวัดหนองคาย เส้นทางนี้ชัดเจนครับ กำหนดแผนงานไว้ชัดเจน เช่นเดียวกันครับเส้นทางจากกรุงเทพฯ ไปปาดังเบซาร์มีเส้นเดียวครับ ไม่ต้องสำรวจกันใหม่ ถ้าทำตรงนี้เรียบร้อย ท่านเขียนไว้ เต็มยศเลยครับ แต่ปรากฏอย่างที่เพื่อนสมาชิกเมื่อสักครู่อภิปรายไปครับ เส้นทางกรุงเทพฯ-หนองคาย ใช้สตางค์จริง ๆ ท่านใช้แค่ ๑๒๔,๓๒๗ ล้านบาท ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาทครับ พอ ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ดูจริง ๆ ผมก็ซักถามท่านรัฐมนตรีไว้แล้วครับว่า ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาทก็คือทำจากกรุงเทพฯ ไปจังหวัดนครราชสีมา แล้วก็ลงสายใต้ไปปาดังเบซาร์ จริง ๆ ท่านก็รับครับว่าทำไปแค่อำเภอหัวหิน เพราะในยุทธศาสตร์ที่วางเชื่อมอาเซียนทั้งหมดก็ปิดบัญชีครับ ยุทธศาสตร์ท่านปิดไม่มิดครับ เงินตั้งไว้ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ปรากฏว่าแผนงานที่จะทำกรุงเทพฯ-หนองคาย กรุงเทพฯ-ปาดังเบซาร์ มันก็จู๋อยู่แค่จังหวัดนครราชสีมากับอำเภอหัวหินครับ ทางนี้ ก็บอกครับว่าที่ควรจะทำ เพราะมันเส้นทางชัดเจนท่านไม่ทำ ที่ซึ่งยังไม่ควรจะทำเลยครับ เพราะท่านต้องเถียงกันอีกมาก คือเส้นทางกรุงเทพฯ-เชียงใหม่ ในแผนของท่านเองครับ ท่านลงรายละเอียดมีทั้งหมดอยู่ ๕ สายทางครับที่จะต้องตัดสินใจ คือไม่พร้อมอะไรสักอย่าง แต่ก็ตัดสินใจทำก็ไม่เป็นไรครับ เพราะผมก็อยากได้รถไฟความเร็วสูง ประชาชนก็อยากได้ รถไฟความเร็วสูงครับ แต่ที่ท่านทำไว้แค่จังหวัดนครราชสีมา แล้วคนจังหวัดหนองคาย ก็ได้สมุดเล่มนี้ไปกอดไว้เล่มหนึ่งว่าจะทำกรุงเทพฯ-หนองคาย คนจังหวัดอุดรธานีเมื่อเช้า ก็อภิปรายไปแล้วครับว่าถ้าได้รถไฟความเร็วสูงคราวนี้ไม่ต้องไปรอเครื่องสนามบิน ๑ ชั่วโมง จะได้นั่งรถไปลงจังหวัดหนองคาย ก็หมายความพับไว้ครับ ๗ ปีนี้ไม่มี แล้วผมยืนยันได้ครับว่า เส้นทางทั้ง ๓ เส้นทางถ้าท่านทำเสร็จครับ ที่ท่านบอกว่าหลายประเทศเขาขาดทุน เราต้อง ยอมรับการขาดทุน แน่นอน ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ครับ ๓ เส้นทางนี้ขาดทุนย่อยยับแน่ครับ ท่านเดินทางไปหัวหินระยะทางที่จะสร้างเส้นทางกรุงเทพฯ ไปหัวหินผมเข้าใจว่าประมาณ ๒๐๐ กว่ากิโลเมตร เส้นทางจากกรุงเทพฯ ไปโคราช ๒๕๒ กิโลเมตร เขาบอกว่ารถไฟ ความเร็วสูงเฉลี่ยค่าโดยสารกิโลเมตรละประมาณ ๒.๘๐-๔.๕๐ บาท เอาเฉลี่ยประเทศไทย ราคากลางกิโลเมตรละ ๓.๕๐ บาท เพราะฉะนั้นใครที่จะเดินทางไปโคราชด้วยรถไฟความเร็วสูง ท่านจะต้องจ่ายสตางค์ค่าโดยสารประมาณ ๘๘๒ บาท เช่นเดียวกันถ้าท่านจะไปเที่ยวทะเลหัวหิน ท่านก็จะมีอัตราการจ่ายค่าโดยสารขนาดนั้นละครับ ซึ่งก็ตั้งใจว่าเส้นทางสายนี้เสร็จ ถ้าการรถไฟแห่งประเทศไทยยังต้องรับผิดชอบรถไฟความเร็วสูงก็แบกภาระกันต่อครับ อย่างน้อย ๆ รัฐบาลอีก ๘ ปีข้างหน้ารถเส้นนี้เสร็จก็เตรียมสตางค์เผื่อไว้ว่าปีละกี่แสนล้านบาท สำหรับชดเชยความเสียหายรถไฟทั้ง ๓ เส้นทาง เพราะฉะนั้นที่ท่านกู้วันนี้มันเป็นภาระ สำหรับประชาชนอีก ๕๐ ปี เป็นภาระของประเทศชาติอีก ๕๐ ปี คนเขาก็สงสัยกันว่า มันรีบร้อนอะไรกันหนักหนาต้องกู้ คิดจะเอาอะไรกัน ผมคิดว่าอย่างนี้ครับ ไม่ได้กล่าวหาใคร แล้วก็ท่านรัฐมนตรีเป็นคนหนุ่มที่ผมชื่นชมท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมขออนุญาตชื่นชมว่า ท่านเป็นคนเก่ง แต่ผมก็พูดอย่างนี้ไว้เลยว่าคือถ้าท่านคิดดีต่อบ้านเมืองเอาประเทศชาติ บ้านเมืองเป็นที่ตั้ง เอายุทธศาสตร์ชาติเป็นที่ตั้ง เอาผลประโยชน์ของประชาชนเป็นที่ตั้ง ก็ขอให้ท่านนายกรัฐมนตรี ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง แล้วก็รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงคมนาคม ได้ทำโครงการนี้จนบรรลุเสร็จครับ แต่ถ้าใครก็ตามที่คิดโครงการนี้ขึ้นมา ภายใต้ประโยชน์ตนก็รอดูว่าจะมีโอกาสได้ใช้สตางค์หรือไม่ แล้วก็ผมขอให้อย่าได้จับสตางค์นี้ แม้แต่บาทเดียวถ้าเริ่มต้นจากประโยชน์ตน
ต่อไป ท่านวิชาญ มีนชัยนันท์ ๑๕ นาที
ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม วิชาญ มีนชัยนันท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมเองดูร่างพระราชบัญญัติในการที่จะใช้เงินเพื่อการพัฒนาโครงสร้าง พื้นฐานด้านคมนาคมและการขนส่ง เรื่องนี้ยินดีล่วงหน้ากับประชาชนแล้วก็ดีใจที่รัฐบาลชุดนี้ มีความกล้าหาญที่จะดำเนินการในการจัดระบบโครงสร้างทั้งระบบให้กับประเทศ โดยเฉพาะ เราต้องยอมรับว่าการที่ประเทศของเราล้าหลังนั้นเนื่องมาจากการไม่ลงทุนหรือการลงทุน ไม่เพียงพอแล้วก็เกิดปัญหาตามมาก็คือการไม่กระจายรายได้ต่าง ๆ แต่รัฐบาลชุดนี้ ได้ดำเนินการในเรื่องของการเสนอร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ตั้งแต่ช่วงเช้าท่านรัฐมนตรี ท่านนายกรัฐมนตรี ได้อธิบายถึงที่มาที่ไปผมคงไม่พูดซ้ำ แต่ผมเองคงขออนุญาตเล่าความว่า ในร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้มี ๑๙ มาตรา ทุกท่านโดยเฉพาะพี่น้องเพื่อนสมาชิกของสภาแห่งนี้ รวมถึงผู้ฟังทางบ้าน เราเองคงต้องตั้งใจว่าในแต่ละมาตราที่เขียนไว้ในร่างพระราชบัญญัติ ฉบับนี้เขียนไว้ชัดเจนว่า กฎหมายที่เขียนขึ้นมาเพื่อที่จะให้ใช้จ่ายเงินโดยมีระบบการจ่ายเงิน และมีระบบคิดที่เป็นระบบรวมถึงมีการตรวจสอบและการนำเสนอเพื่อถ่วงดุลในการใช้จ่ายเงินนั้น แตกต่างจากพระราชกำหนดซึ่งเป็นการกู้เงินโดยไม่มีการเปลี่ยนแปลงในระบบแล้วก็ไม่ได้ บอกกล่าวว่าการใช้จ่ายเม็ดเงินนั้นจะใช้จ่ายแบบไหน ตั้งแต่มีประเทศไทยผมกล้าพูดได้เลยว่า ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้เป็นพระราชบัญญัติแรกที่มีการชำระแล้วก็มีการคืนหนี้ อย่างเป็นระบบ อาจจะบอกกล่าวว่าช่วงเวลาคืนหนี้มันอาจจะไกลไปถึง ๕๐ ปี แต่ท่านประธานครับ คนที่เขา ทำธุรกิจหรือคนที่เขามีการประกอบธุรกิจเขารู้ครับว่าต้นทุนของเงินแต่ละบาทแต่ละสตางค์ ที่เขาใช้ลงไปมันคุ้มค่าหรือเปล่า แต่รัฐบาลเองการใช้จ่ายเม็ดเงินครั้งนี้เป็นการใช้จ่าย ในระบบโดยการใช้จ่ายเงินจากธนาคาร และผมคิดว่าธนาคารเป็นแหล่งรวมเงินจาก พี่น้องประชาชน ซึ่งวันนี้ต้องยอมรับว่ารัฐบาลชุดนี้ได้เตรียมการไว้ดีจึงสามารถที่จะออก พระราชบัญญัติฉบับดังกล่าวออกมา ไม่ว่าในเรื่องของวิธีการจัดการแหล่งเงิน ไม่ว่าในวิธีการ ที่จะจัดเตรียมเรื่องโครงการต่าง ๆ หรือแม้กระทั่งการคืนเงินอย่างที่ผมได้นำกล่าวไปแล้ว และการประกาศให้ทราบว่าที่มาที่ไปหรือผลสัมฤทธิ์ของงานเป็นอย่างไร ท่านประธานครับ เราต้องยอมรับครับว่าสภามีทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านเป็นเรื่องปกติครับ ผมเองอยู่สภาแห่งนี้ มาไม่นานละครับ แต่ก็พอสมควรกับพี่น้องเพื่อนสมาชิกที่ทำงานร่วมกันมา จะเห็นว่าทุกครั้ง พอเราเป็นฝ่ายรัฐบาลฝ่ายซีกทางด้านนั้นเป็นฝ่ายค้านเขาก็จะมองวิพากษ์วิจารณ์ว่า ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้เป็นร่างพระราชบัญญัติที่ไม่เหมาะสมจะเอาอะไรมาบอกมากล่าว ต่าง ๆ นานา แต่ยอมรับอย่างหนึ่งครับ เมื่อเช้าท่านผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ก็เห็นด้วยกับโครงการ แต่ไม่ได้มองว่าเงินนี่ไม่จำเป็นต้องกู้ ผมบอกได้เลยครับว่าการกู้เงิน เพื่อการลงทุนและมีเงินรายได้หมุนเวียนกลับเข้ามาในประเทศไทยนั้นมีการกู้เงินมาโดยตลอด แต่เรียกว่าการลงทุนเพื่อรองรับเศรษฐกิจ ขออนุญาตท่านประธานครับ ต้องขอบอกกล่าวว่า พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวนั้นพระเนตรพระกรรณท่านไกลมากจึงได้ก่อตั้งรถไฟ ซึ่งวันนี้รถไฟเกิดมาประมาณ ๑๑๗ ปี แต่ถ้าบอกว่ารถไฟเกิดมาแล้วไม่มีการปรับปรุงนี่แย่เลยครับ ปรับปรุงน้อยมาก ตัวเลขตัวเม็ดเงินต่าง ๆ ก็เลยน้อยตามไป ผมขออนุญาตกล่าวนะครับว่า ปี ๒๔๔๗ การลงทุนรถไฟไทยได้นำเงินจากกรุงปารีสแล้วก็ตลาดเงินจากปารีสและลอนดอน ประมาณ ๕๐๐,๐๐๐ ปอนด์ ทั้ง ๒ ตลาดทั้ง ๒ ประเทศคือ ๑๐๐,๐๐๐ ปอนด์ เมื่อปี ๒๔๔๗ มาลงทุนในขณะนั้น ปี ๒๔๙๙ ก็มีการเอาเงินมาลงทุนอีก ๑,๑๒๕,๐๐๐ ปอนด์อีก ๒ ครั้ง และก็ยังมีครั้งที่ ๓ ลงทุนไปทางสายทางใต้ อันแรกไปลพบุรี-อุตรดิตถ์ที่ใช้เงินไป ๑๐๐,๐๐๐ ปอนด์
ส่วนอันที่ ๒ เป็นการนำเงินมาดำเนินการในเรื่องของการจัดซื้อระบบ
ส่วนอันที่ ๓ เป็นการวางทางรถไฟเพื่อก่อสร้างสายทางใต้อีก ๔,๖๓๐,๐๐๐ ปอนด์ รวมแล้ว ๘,๖๓๐,๐๐๐ กว่าปอนด์ซึ่งถามว่าถ้าไม่เอาเม็ดเงินเหล่านี้มาดำเนินการจะเกิดรถไฟหรือเปล่า จากนั้นผมดูไปนะครับในเรื่องของไฟฟ้าอีแกท (EGAT) ที่เกิดขึ้นในสมัยของท่านเกษม จาติกวณิช ซึ่งเป็นคนที่กู้เงินแล้วเอามาลงทุนในระบบเพื่อให้เกิดการก่อสร้างระบบไฟฟ้า รวมถึงในเรื่อง ของการเตรียมการไม่ว่าในเรื่องของเขื่อนภูมิพล หรือแม้กระทั่งการเตรียมการในเรื่องของ การสร้างไฟฟ้ายันฮีซึ่งใช้กันมาตอนนั้นใช้เงินไป ๖๖ ล้านเหรียญ ผมถามว่าแหล่งเหล่านี้นะครับ ถ้าบอกว่าตอนนั้นกู้เป็นเม็ดเงินประมาณ ๖๖ ล้านเหรียญ แล้ววันนี้มูลค่ามันกี่แสน กี่ล้านล้านบาทถ้าคิดเป็นมูลค่า และใช้ประโยชน์ให้กับพี่น้องประชาชนได้มากแค่ไหน ท่านประธานครับ นี่เป็นเพียงแต่ส่วนหนึ่งซึ่งผมเอามาดู แต่ส่วนที่ ๒ นั้นผมมั่นใจครับว่า รัฐบาลชุดนี้เป็นรัฐบาลที่สามารถที่จะดำเนินการให้งานทุกอย่างสำเร็จลุล่วงด้วยดี เพราะอะไรครับ เพราะปัจจัยอันแรกในอดีตเราเองเป็นหนี้กองทุนไอเอ็มเอฟ เราคืนหนี้ในสมัยอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ และคืนหนี้ก่อนกำหนด ท่านประธานทราบไหมครับว่า ๑๑๒ ล้านยูเอสดอลลาร์ (U.S. dollar) เป็นเงิน ๔,๐๐๐ กว่าล้านบาท ในขณะนั้น เป็นตัวเลขมากหรือเปล่าผมไม่ทราบครับ แต่ขณะนั้นต้องยอมรับว่าประเทศไทย เป็นหนี้กองทุนฟื้นฟู แล้วกองทุนเหล่านี้ทำให้ประเทศของเราไม่กล้าลืมตาอ้าปาก ไปกู้ยืมเงิน เขาก็ไม่ให้ แต่วันนี้ตัวเลขต่าง ๆ ที่มันบ่งบอกครับว่าโครงการต่าง ๆ ไม่ว่าไทยเข้มแข็ง ที่มีการกู้ไปแล้ว ใช้จ่ายเงินไปแล้ว ๔๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ส่วนนี้ดำเนินการไปแล้ว ในการกระตุ้นเศรษฐกิจ ตอนนั้นก็ขอสภาแห่งนี้ละครับ พวกผมฝ่ายค้านในขณะนั้นก็ไม่เห็นด้วย กับฝ่ายรัฐบาลในซีกนั้น ตอนนั้นพรรคประชาธิปัตย์เป็น แต่ท้ายที่สุดที่เขาบอกว่าเสียงมากลากไป เขาก็ลากกันไปเหมือนกับที่ท่านกำลังอธิบายความละครับ เราคงไม่ปฏิเสธ แต่แท้ที่จริงแล้ว มันก็เป็นผลประโยชน์มวลรวมของประเทศ ผมกราบเรียนท่านประธานครับ เมื่อเช้านี้ ท่านนายกรัฐมนตรีได้บอกกล่าวว่าระบบรถที่จะจัดทำขึ้นนั้นเป็นระบบที่รวบรวมรายละเอียด ทั้งคนที่อยู่ในกรุงเทพฯ จะประหยัดพลังงานและลดค่าใช้จ่ายไป ปีหนึ่งประมาณ ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ๕๐ ปีมันก็ตกเข้าไปประมาณ ๕,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท นี่คือตัวเลขที่ท่านบอกว่ามันจะเกินหรือเปล่า ถ้าบวกแล้วเรากู้ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท โดนดอกเบี้ยไปอีก ๓,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เฉพาะอย่างเดียวก็คุ้มทุนแล้วครับท่านประธาน เมื่อสักครู่นี้มีเพื่อนสมาชิกบอกกล่าวว่ามันต้อง ขาดทุน ผมบอกว่าการทำในเรื่องของระบบรองรับโลจิสติกส์หรือให้บริการพี่น้องประชาชน ถ้ารัฐบาลมัวแต่มองว่ามันขาดทุนแล้วเลยไม่ต้องลงทุน ท่านประธานครับ รถไฟสมัยล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ ๕ คงไม่เกิดหรอกครับ เพราะช่วงนั้นเป็นช่วงที่จะต้องเอาเงินต่างประเทศเข้ามาลงทุน แต่วันนี้ถ้าเราไม่ลงทุนต่อเพื่อทำให้ประเทศของเรานั้นเป็นประเทศที่รองรับเออีซีหรือรองรับ ประชาคมอาเซียน ไม่มีการต่อยอด ไม่มีการมองว่าหนทางในการสร้างรถไฟความเร็วสูง หรือแม้กระทั่งระบบรถไฟรางคู่ซึ่งต่างประเทศเขามีกันหมดแล้วครับ ผมอายครับ ถ้าเกิดวันนี้ เราเองมัวแต่เกี่ยงงอนกัน พี่น้องประชาชนเองฟังอยู่ทางบ้านเขาก็จะบอกว่าแล้วที่ใช้อยู่ ทุกวันนี้วิ่งไปรางหลุด วิ่งไปตกราง วิ่งไปชนกัน รถติดต้องมาคอยรถไฟ สภาแห่งนี้จะบอก อย่างไรครับ บอกว่าทิ้งไว้ก่อนเดี๋ยวเราตั้งงบประมาณประจำปี แล้วงบประมาณประจำปี มันพอไหม ท่านสมาชิกอันทรงเกียรติครับ เวลางบประมาณเข้าทุกครั้งท่านพูดครับทำไม ไม่บรรจุลงไป สายนี้ ถนนเส้นนี้ บ่อน้ำตรงนั้นตรงนี้พอไหม ผมเข้าสภาแห่งนี้ตั้งแต่ปี ๒๕๔๔ ผมพิจารณางบประมาณครั้งแรก ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ตอนนี้อยู่ที่ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ต่อไปจีดีพีมันก็โต เพราะบอกแล้วว่ารัฐบาลชุดนี้ปีนี้ ๖ เปอร์เซ็นต์ ปีหน้า ๔ เปอร์เซ็นต์กว่า แต่ผมคิดว่าตัวเลขสามารถที่จะบอกกล่าวว่าการลงทุนมันขยับ พอเติมเงินเข้าไปอีก ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท มันไม่ใช่เติมทีเดียวนะครับท่านประธาน มันเติมเป็นระบบ โดยเฉพาะ ถ้าเป็นระบบที่สามารถจะดำเนินการได้พร้อมกันเงินมันก็เข้า แรงงานก็เกิดจีดีพีเกิดอีก ๑ เปอร์เซ็นต์ การจ้างงานเพิ่มอีก ๕๐๐,๐๐๐ อัตรา ในรายงานเขาเขียนไว้ชัด แต่ถ้าบอกว่า ตรงนั้นตรงนี้จะไปถึงหรือเปล่า ผมคิดว่าวันนี้เราต้องเริ่มก่อน ถ้ามีเงินในส่วนของการใช้จ่าย ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ในส่วนนี้สามารถที่จะเติมหรือต่อออกไป ท่านประธานครับ ผมยังมองอีกส่วนหนึ่งนะครับว่าการลงทุนครั้งนี้ผมอยากจะฝากทางรัฐบาลนะครับ ผมเป็นประธานคณะกรรมาธิการในส่วนของการเวนคืนที่ดิน ถ้าเอาที่ดินของการรถไฟแห่งประเทศไทย มาจัดการให้เป็นระบบโดยให้มีภาคเอกชนเข้ามาไม่ต้องไปเวนคืนที่ดินครับ สถานีเป็นประโยชน์แน่ อย่างพระรามเก้าที่รถไฟสายเฉลิมรัชมงคลที่ไปจอดอยู่ ท่านไปดูตัวเลขครับ พอเอารถไฟ ไปลงที่เซ็นทรัลตัวเลขจาก ๔๐,๐๐๐ คน เป็น ๖๐,๐๐๐ คน เขาได้รายได้สูงขึ้นแต่เขาลงทุนร่วม เพราะฉะนั้นตรงนี้ถ้าทำดี ๆ นะครับ ในแต่ละเมือง แต่ละส่วนต่าง ๆ เอาคนไปลงทุนครับ แอสเซทเหล่านี้จะลดค่าใช้จ่ายในการที่จะให้ภาครัฐออกอย่างเดียว แต่ตอนนี้บางทีไปลงตรงไหนติดบ้านคนต้องไปเวนคืนที่ต้องจ่ายเงิน แต่ถ้าเราใช้ระบบตัวนี้ ผมทราบมาว่าท่านนายกรัฐมนตรีได้มีการพูดคุยดำริไปถึง รฟม. แล้วกับทาง สนข. นี่ก็จะเป็นประโยชน์ ในการลดค่าใช้จ่าย อีกหลายส่วนถ้าทำทั้งระบบโบกี้รถไฟสามารถที่จะดำเนินการสั่งมาเป็นลอต (Lot) ในส่วนต่าง ๆ ระบบต่าง ๆ ถ้าทำใต้ดินหัวเจาะต่าง ๆ ก็สามารถระดมค่าใช้จ่ายที่ลดลง นี่คือผลพวงครับ กับถ้าเราเลือกทำทีละเหยาะแหยะที่ละเส้นสองเส้นชาติหน้าบ่าย ๆ ผมว่า ทั้งสภาไม่อยู่แล้วครับ ไม่ได้แช่งนะครับ ผมว่ายังไม่ได้ครบเลย แต่ถ้าวันนี้ ๗ ปีเห็นชัดครับ เพราะฉะนั้นผมต้องขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานครับว่าร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ไม่ควรจะพิจารณานานกว่า ๒ วัน พอพิจารณาเกินกว่า ๒ วันชาวบ้านที่เขาฟังทางบ้านเขาบอกว่า เขารอคอยรถไฟที่อยากจะให้รถไฟตรงเวลา ไม่อยากเกิดอุบัติเหตุ อยากจะให้มีรถไฟความเร็วสูง ไม่ใช่บอกว่าต้องไปขึ้นต่างประเทศพวกเราขึ้นกันบ่อยครับ คนแถวบ้านผมไม่ได้ขึ้นหรอกครับ รถไฟความเร็วสูงไปพูดเขาไม่เข้าใจ เพราะเราเองเดินทางไปดูงานต่างประเทศ ดูจนกระทั่ง ต่างประเทศเขาบอกว่าอย่ามาดูแล้วเมื่อไรจะสร้างก็เอาระบบไปเลย เพราะเราทำทีหลัง ระบบต้องดีกว่าแน่นอน
ผมขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานเรื่องสุดท้ายครับ งบประมาณทุกส่วน ทุกตัวที่กู้ใช้จ่ายเงินมาท่านต้องดูผลสัมฤทธิ์ของงาน พอไม่ใช่เริ่มก็ติ พอติแล้วคนทำก็เริ่ม ที่จะต้องบอกว่ามันถูกหรือเปล่า ผมเรียนท่านเลยครับ ถูกครับ ท่านนายกรัฐมนตรีครับ ท่านรัฐมนตรีครับ ครม. ครับ ถูกต้องทุกอย่าง ท่านฟังแต่ท่านต้องมั่นใจครับ วันนี้เรากำลัง ทำหน้าที่เป็นฝ่ายบริหาร พวกผมเป็นฝ่ายนิติบัญญัติอยู่ในสภาก็ต้องมีการติและมีการบอกกล่าว ในเรื่องต่าง ๆ ที่คิดว่ารัฐบาลจะต้องรับไป เพราะฉะนั้นท่านประธานครับ ผมอยู่ทางฝั่งตะวันออก ของมีนบุรีกับพี่น้องก็มีความเห็นครับว่ารถไฟ ๑๐ เส้นทาง ๒๐ บาทตลอดสายก็อยากจะขึ้น ผมก็ฝากอันหนึ่งว่ารถไฟที่มาทางด้านตะวันออกทุกสายอยากจะให้ต่อออกไป ให้ดีไปถึง สุดเขตหนองจอก ให้ดีให้มันเลยไปครับไปถึงจังหวัดฉะเชิงเทราเหมือนกับที่กำลังลากรถไฟ ไปทางเหนือ ทางใต้ ให้ผ่านไปทางด้านตะวันออก แต่อย่างไรก็ตามเมื่อเม็ดเงินมีน้อย แต่ผมคิดว่า รัฐบาลเอง ท่านรัฐมนตรีเอง คงจะต้องหาวิธีการที่จะจัดระบบการใช้จ่ายเงินตรงนี้เพื่อประโยชน์ แล้วก็เพื่อให้พี่น้องประชาชนได้ใช้ทั่วถึงครับ ผมเองสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ อย่างยิ่งแล้วก็เห็นด้วยที่จะให้มีการใช้จ่ายเม็ดเงินเพื่อการดูและฟื้นฟูในเรื่องของระบบ การขนส่งมวลชนครับ ขอบพระคุณครับ
คุณกรณ์ ๒๕ นาที แล้วก็ขอใช้ภาพ ๑ แผ่น ท่านประธานอนุญาต เชิญครับ
ท่านประธานครับ ผม พิเชษฐ พันธุ์วิชาติกุล พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดกระบี่ครับ ตามที่ผมได้กราบเรียนท่านประธาน เมื่อเช้าว่าผมมานั่งอยู่ตรงนี้ทั้งวันเพราะได้รับมอบหมายหน้าที่ชี้แจงทุกอย่างที่จะพาดพิง
เดี๋ยวนะครับท่านพิเชษฐ ท่านใช้สิทธิพาดพิงหรือประท้วงครับ
ผมใช้สิทธิพาดพิงครับ เหมือนที่ได้ เรียนท่านประธานไว้แล้วว่าผมจะขออนุญาต
ก็ผมวินิจฉัยไปแล้วเมื่อเช้าท่านไม่ได้เสียหายครับ แล้วก็ไม่มีพาดพิงถึงท่าน
คนละเรื่องกันครับท่านประธาน ท่านประธานถ้าท่านไม่ใช้เวลามัวมาเถียงกับผมมันจบไปแล้ว ฟังสิครับ
คืออย่างนี้ถ้าท่านบอกว่าใช้สิทธิพาดพิงท่านก็บอกพาดพิงอะไร ผมก็วินิจฉัยไปแล้วเมื่อเช้านี้
เมื่อเช้าผมพาดพิงเรื่องหนึ่ง ตรงนี้อีกเรื่องหนึ่ง
เชิญครับ พาดพิงประเด็นอะไรครับ เสียหายผมจะได้วินิจฉัย
พาดพิงในเรื่องที่ท่านผู้อภิปราย เมื่อสักครู่นี้ได้พูดว่ารัฐบาล พันตำรวจโท ทักษิณ มาขณะที่ประเทศไทยมีหนี้กับไอเอ็มเอฟ และท่านทักษิณเป็นผู้มาชำระหนี้ไอเอ็มเอฟก่อนกำหนด ผมอยู่ในยุคที่ชำระหนี้ไอเอ็มเอฟ และใช้หนี้ไอเอ็มเอฟ ผมนั่งอยู่กับไอเอ็มเอฟหลายครั้งในการที่ทำหนังสือแสดงเจตจำนง ทุกครั้ง ผมขอเวลา ๕ นาทีครับท่านประธาน
เดี๋ยวนะครับ ประเด็นที่จะต้องวินิจฉัยว่าท่านเสียหายหรือไม่ถ้าใช้สิทธิพาดพิงตามข้อบังคับ ผมก็จะวินิจฉัยต่อไปว่าไม่ได้พาดพิงท่านแล้วก็ไม่ได้เสียหาย เชิญนั่งลงครับ
ท่านประธานครับ ถ้าบอกว่ารัฐบาลชวน สร้างหนี้ไอเอ็มเอฟค้างไว้แล้วรัฐบาลต่อมาชำระหนี้ เสียหายไหมล่ะครับ
คือผมวินิจฉัยแล้วครับ ไม่ต่อล้อต่อเถียงแล้วครับ
ท่านประธานครับ ไม่ถูก
เชิญท่านกรณ์ครับ
คุณกรณ์จะยังไม่อภิปราย
เชิญท่านกรณ์ครับ ท่านกรณ์เชิญครับ เพราะผมได้ตกลงกับวิปทั้ง ๒ ฝ่ายต้องควบคุมให้อยู่ ในประเด็นเพราะเวลาแต่ละท่านต้องใช้ให้เป็นประโยชน์ เชิญท่านกรณ์ครับ
ผมประท้วงครับ
ไม่มีเหตุประท้วงหรอกครับ เชิญท่านกรณ์ครับ
โอเคครับ ท่านประธานทำผิดข้อบังคับ
ผมวินิจฉัยไปแล้วถือว่ายุติ เชิญท่านกรณ์ครับ
คำวินิจฉัยโดยไม่ถูกต้อง
เชิญท่านกรณ์ครับ เดี๋ยวท่านค่อยใช้สิทธิตอนที่ท่านอภิปรายในสิทธิของท่านแล้วกันนะครับ เชิญท่านกรณ์
คำจำกัดความไม่ถูกต้องท่านประธาน
อย่างนั้นก็ไม่เป็นไร เชิญท่านกรณ์ต่อครับ
ผมยืนประท้วงอยู่นี่ท่านประธานครับ ถ้าท่านประธานไม่ซื่ออย่างนี้ใช้เวลาของสภาไปอย่างนี้ ให้สิทธิผมนะครับ
เชิญท่านกรณ์ครับ
ผมยืนอยู่อย่างนี้นะครับ
ไม่เป็นไรครับ เชิญท่านกรณ์ครับ ก็ผมวินิจฉัยแล้วคุณหมอสุกิจ ผมวินิจฉัยไปแล้วนะครับ
ตามข้อบังคับครับ
ก็ผมวินิจฉัยตามข้อบังคับไปแล้วมันก็ยุติแล้วผมก็ให้คุณกรณ์
คำวินิจฉัยผิด
คือจะวินิจฉัยถูกใจ ไม่ถูกใจก็เป็นสิทธิของประธานที่วินิจฉัยตามข้อบังคับ
ถูกใจ หรือไม่ถูกใจมันเป็นเรื่องถูกต้อง หรือไม่ถูกต้อง
เชิญท่านกรณ์ครับ ถ้าท่านยืนประท้วงก็ยืนไป เชิญท่านกรณ์
ผมยืนประท้วงครับ
เชิญครับ เชิญคุณหมอสุกิจ เพราะว่าพวกเราวิปเราก็ได้ตกลงได้พูดคุยกันครับ ผมก็พยายาม รักษาบรรยากาศ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม สุกิจ อัถโถปกรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ผมประท้วง ท่านประธานตามข้อบังคับ ข้อ ๖๓ ตอนนี้ท่านพิเชษฐท่านขอใช้สิทธิประท้วงแล้วท่านยืนขึ้น ยกมือซึ่งเป็นสิทธิของสมาชิกตามข้อบังคับ ข้อ ๖๓ เพราะฉะนั้นจะอย่างไรก็ตาม ท่านประธานอย่าคิดเอาเองว่าท่านจะพูดอะไร ท่านต้องฟังสมาชิกก่อนครับว่าท่านประท้วง อะไร แล้วหลังจากนั้นท่านค่อยวินิจฉัยครับ
คืออย่างนี้คุณหมอครับ เมื่อสักครู่ท่านขอใช้สิทธิพาดพิงผมก็ให้ท่านอธิบายประเด็นนะครับ ผมก็วินิจฉัยเดี๋ยวฟังให้ผมยุติก่อน เสร็จแล้วผมวินิจฉัยแล้วว่าไม่ได้พาดพิง แล้วก็ไม่ได้ เสียหายก็ให้ท่านนั่งลง ท่านก็บอกว่าผมวินิจฉัยไม่ถูกต้องตามข้อบังคับ ผมวินิจฉัยไปแล้ว ถือว่ายุติไปแล้วก็เท่านั้นเอง ไม่มีอะไรมากมายก็เท่านั้นเอง
คำวินิจฉัยไม่สามารถทำให้ความไม่ถูกต้อง ผิดชอบ ถ้าผมพูดว่าเมื่อ ๓ ปีที่แล้วการพิจารณางบประมาณต้องพูดกันด้วยเหตุผลครับ
คืออย่างนี้ครับ คือก็วินิจฉัยตามข้อบังคับ ถ้าท่านจะอภิปรายก็ในเวลาของท่านก็มีอยู่นะครับ
แต่ผมจำเป็นจะต้องพูดชี้แจงตามข้อบังคับ
ก็ผมวินิจฉัยไปแล้วครับ
ท่านวินิจฉัยผิดนะครับ
นั่งสิครับ
ตามข้อบังคับ
คือผมได้วินิจฉัยแล้วมันก็ยุติไปแล้วนะครับ
ยุติด้วยความไม่ถูกต้องสิครับ เป็นนักกฎหมาย มีอะไรหรือครับ
นั่งลงเถอะครับ ท่านพิเชษฐครับนั่งลงเถอะครับ ขอความกรุณาร่วมมือ ท่านนิพนธ์มีอะไรครับ
ผมว่าประชาชนผิดหวัง
ไม่เป็นไร ท่านนิพนธ์เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นิพนธ์ บุญญามณี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ ผมคิดว่าเมื่อสักครู่ท่านประธานลองลำดับ เหตุการณ์ใหม่ว่าท่านวินิจฉัยตอนนั้นท่านพิเชษฐท่านใช้สิทธิพาดพิง พอท่านวินิจฉัยจบ ท่านพิเชษฐก็ออกมาใช้สิทธิประท้วง พอท่านพิเชษฐใช้สิทธิประท้วงท่านประธานจะต้อง ให้ท่านพิเชษฐได้พูดก่อนว่าประท้วงด้วยเหตุผลอะไร นี่คือปัญหาตรงนี้ครับที่ท่านประธาน จะรวบรัดไม่ได้ เพราะว่าคำวินิจฉัยของท่านประธานใช้ในขณะที่ท่านพิเชษฐใช้สิทธิพาดพิง ท่านวินิจฉัยตรงนั้นว่าไม่พาดพิง ไม่เสียหายก็จบ แต่ว่าต่อมาท่านพิเชษฐได้ใช้สิทธิประท้วง อันนี้เป็นสิทธิอันใหม่แล้วท่านประธานครับ ต้องว่าไปตามข้อบังคับ ผมอยากจะให้ท่านประธาน ได้ใช้เหตุผลอย่างนี้เดี๋ยวก็จบครับ
ท่านนิพนธ์ครับ มันก็ไม่มีใครผิดข้อบังคับอะไรหรอกครับ ผมก็คุมอยู่นะครับ ก็ฟังอยู่ก็รู้อย่างนี้ เชิญท่านขจิตรครับ ประท้วงอะไร เชิญครับ
ท่านประธานครับ ผม ขจิตร ชัยนิคม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย ผมประท้วงท่านสมาชิกตามข้อ ๖๓ เมื่อมีการประท้วงแล้วท่านประธานได้วินิจฉัยแล้วถือว่าคำวินิจฉัยของประธานเป็นเด็ดขาด สมาชิกในห้องนี้ต้องเชื่อฟัง ไม่ใช่ว่าท่านประธานตัดสินแล้วไม่มีข้อใดที่จะให้เถียงประธาน อยู่แบบนี้ เพราะฉะนั้นผมถือว่าการปฏิบัติหน้าที่ของประธานถูกต้องแล้ว แล้วผมขอประท้วง ท่านที่ไม่เชื่อฟังประธานตามข้อ ๖๓ ครับ
เอาอย่างนี้ครับ คือทุกคนจะต้องอยู่ในข้อบังคับนะครับ เมื่อได้วินิจฉัยไปแล้วก็ต้องเคารพ ในข้อวินิจฉัย ท่านพิเชษฐครับ ขอความร่วมมือนะครับ เมื่อได้วินิจฉัยไปแล้วก็ถือว่ายุติ คือมันไม่เรียบร้อยในที่ประชุม ผมก็ได้วินิจฉัยข้อพาดพิงของท่านไปเรียบร้อยแล้วก็ถือว่า มันยุติไปแล้วก็น่าจะจบ เอาอย่างนี้นะครับ คือต้องฟัง ถ้าไม่ฟังแล้วมันก็ควบคุมไม่ได้ ถ้าวินิจฉัยไปแล้วท่านก็มายืนเถียงอย่างนี้ เดี๋ยวนะครับ คือเรื่องนี้ไม่มีอะไรหรอก เพียงแต่ พวกเราเข้าใจกันอยู่ในนี้ ท่านมีอะไรไหมครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ผมคิดว่าเมื่อสักครู่คำวินิจฉัยของท่านประธานผมเห็นใจท่านประธานครับ แต่ว่าที่ท่านวิชาญได้อภิปรายที่ผ่านมาพูดถึงรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์กู้ไอเอ็มเอฟ แล้ววันนั้น ท่านพิเชษฐเป็นรัฐมนตรีที่ดูแลกระทรวงการคลังมีส่วนเกี่ยวข้อง เพราะฉะนั้นให้ท่านได้อภิปราย ได้ชี้แจงข้อพาดพิงว่าในขณะที่พรรคประชาธิปัตย์เรื่องการกู้เงินไอเอ็มเอฟนั้นใครเป็นคนกู้ แล้วใครเป็นคนชำระ
ท่านสมบูรณ์ครับ ผมเข้าใจ ผมได้วินิจฉัยไปแล้วนะครับ คราวนี้มันจะมากลับไม่ได้ เดี๋ยวนั่งลงเถอะครับ เดี๋ยวผมกำลังหาทางแก้ไข ท่านนั่งก่อนครับ เดี๋ยวให้ท่านกรณ์ ท่านกรณ์ก็เป็นรัฐมนตรีอยู่ เดี๋ยวท่านกรณ์ก็พูดเองนะครับ
ท่านยังไม่ฟังเลยครับ เห็นไหมครับ
คืออย่างนี้ครับ ท่านสมบูรณ์ครับ คืออย่างนี้ครับ ถ้าหากว่าทุกท่านขึ้นมา เดี๋ยวฟังผมก่อน เสร็จแล้วพอผมวินิจฉัย ตามข้อบังคับก็ต้องถือว่ายุติ แต่ถ้าท่านไม่พอใจขอให้พูด เดี๋ยวอีกฝั่งหนึ่งก็จะเอาแบบนี้อีก ฉะนั้นผมจึงหาทางออกว่าตอนที่ท่านพูดใช้สิทธิของท่านพูดท่านก็ใช้พูดไปเถอะตอนนั้น อย่างนั้นถ้าหากว่าผมให้ฝั่งนี้ ฝั่งนี้ก็ต้องประท้วงผมอีกแน่นอน ก็ได้วินิจฉัยไปแล้วเราก็เข้าใจ ตอนที่เราปรึกษาหารือกันผมก็พยายามที่จะให้การประชุมเรียบร้อย เราก็เรียบร้อยมาตลอด
ท่านครับ มันไม่ต่อเนื่องครับ เมื่อสักครู่ คุณวิชาญอภิปรายพาดพิงถึงพรรคในการกู้ไอเอ็มเอฟ ทีนี้ท่านพิเชษฐก็จะขึ้นชี้แจงว่า ไอเอ็มเอฟใครเป็นคนกู้แล้วใครเป็นคนชำระ แต่พอท่านพิเชษฐพูดท่านประธานก็บอกว่า ผมวินิจฉัยว่ามันไม่พาดพิง ไม่พาดพิงได้อย่างไรครับ ท่านพิเชษฐเป็นรัฐมนตรีที่ดูแลเรื่องนี้
ผมวินิจฉัยไปแล้วครับ เชิญนั่งลงครับท่านครับ เชิญท่านกรณ์ครับ
ท่านดื้อท่านฟังแต่ว่าวันนี้ทักษิณบอกว่า ท่านต้องเข้มต่อพรรคประชาธิปัตย์ ท่านเอาเลยหรือครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม กรณ์ จาติกวณิช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตท่านประธานอย่างนี้
เชิญครับ
พอดีก็เป็นคิวของผมต่อไปที่จะเป็น ผู้อภิปราย แต่ว่าเมื่อเช้านี้ผมอยู่ในเหตุการณ์ตอนที่ท่านพิเชษฐได้ขอที่จะใช้สิทธิพาดพิง ตอนที่ท่านรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ท่านกิตติรัตน์ ณ ระนอง ได้ชี้แจงต่อสภา ท่านประธานได้วินิจฉัยเมื่อเช้านี้ว่าเดี๋ยวขอให้ท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงคมนาคมได้ชี้แจงให้ครบก่อน หลังจากนั้นจะกลับมาให้สิทธิกับท่านพิเชษฐ แล้วท่านได้กำหนดเวลากันไว้ด้วยว่าจะให้สิทธิกับท่านพิเชษฐที่จะใช้สิทธิพาดพิงเป็นเวลา ๕ นาที จริง ๆ สิทธิที่ท่านพิเชษฐขอใช้ในจังหวะนี้ไม่ได้เกี่ยวกับที่ท่านวิชาญ ขออนุญาต เอ่ยนาม ได้อภิปรายไปเมื่อสักครู่ แต่เป็นสิทธิที่ท่านรอคอยการใช้มาทั้งวันตั้งแต่เมื่อเช้า และผมต้องขออนุญาตท่านประธานนะครับ ผมก็นั่งอยู่ตรงนี้ผมได้ยินการตีความของ ท่านประธานเมื่อเช้านี้จริง ๆ ว่าท่านจะสำรองสิทธิให้กับท่านพิเชษฐ เพราะฉะนั้น ผมรอได้ครับเพียงแค่ ๕ นาที ขอให้ท่านพิเชษฐได้มีโอกาสชี้แจงไม่เกิน ๕ นาที แล้วผมจะได้ ใช้สิทธิของผมต่อไป ขอบคุณครับ
อย่างนี้ท่านกรณ์ครับ เมื่อเช้าประเด็นพอท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังชี้แจงเสร็จ ผมก็บอกว่าขอให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมชี้แจงก่อนได้ไหม ท่านพิเชษฐบอกว่าไม่ได้ ขอใช้สิทธิพาดพิงก่อน ผมก็ให้สิทธิท่านว่าลองอธิบายสิว่าพาดพิงอย่างไร แล้วผมวินิจฉัย ก็ยุติไปแล้ว ฉะนั้นเอาอย่างนี้ครับ
(นายพิเชษฐ พันธุ์วิชาติกุล ได้ยืนและยกมือขึ้น)
ท่านพิเชษฐจะประท้วงอะไรครับ ท่านประท้วงดีกว่าครับเหตุผลประท้วงมันจะได้จบ เพราะว่าเราได้คุยกันเรื่องบริหารเวลากันนะครับ
ท่านประธานครับ ผมประท้วงว่า เมื่อเช้าผมทำความตกลงกับท่านประธานไว้แล้ว ผมได้รับมอบหมายจากพรรคว่าอะไรก็ตาม ที่พาดพิงถึงรัฐบาลสมัยชวน ๑ ชวน ๒ ที่ผมดำรงตำแหน่งอยู่ ขณะนี้ในสภาเหลือผมอยู่เพียงคนเดียว คุณธารินทร์ก็ไม่อยู่ ดอกเตอร์พิสิฐ ลี้อาธรรม ไม่อยู่ คุณบุญชู โรจนเสถียร ก็ตายแล้ว ศุภชัย พิศิษฐวานิช ก็ไม่อยู่ ผมมีหน้าที่ต้องนั่งตรงนี้ทั้งวัน เมื่อมีอะไรที่กระทบพาดพิงมาถึงทำให้เสียหาย ผมมีหน้าที่ต้องประท้วง ผมมีเวลาที่พูดพรุ่งนี้ชั่วโมงกว่า ๆ จัดให้ผม แต่ผมยอมถือว่าผมประท้วง ใช้เวลาไปเท่าไรหักเวลาของผมในวันพรุ่งนี้ เมื่อเช้าเป็นการที่พาดพิงถึงในประเด็นเรื่องหนี้สาธารณะ
เอาอย่างนี้ได้ไหมครับ ท่านพิเชษฐครับ ถ้าผมให้ท่านหักเวลาของท่านเลยนะครับ ที่ท่านพูด อย่างนี้นะครับ
ถูกครับ
อย่างนั้นท่านเชิญเลยครับ เดี๋ยวท่านกรณ์รอท่านพิเชษฐก่อนนะครับ เชิญครับ
ผมขออภัยนะครับคุณกรณ์
ท่านจะใช้กี่นาทีครับ
ผมใช้เวลาตรงนี้ประมาณ ๗ นาที ท่านประธานครับ
๑๐ นาทีนะครับ เชิญครับ
ไม่เกิน ๑๐ นาทีครับ ผมใช้เท่าไรจริง จับเวลาแล้วหักผมในวันพรุ่งนี้ ท่านประธานครับ มีความบิดเบือนตลอดเวลาหลายปีนี้มาอยู่ ๒ ประการ
ประการแรก คือบิดเบือนว่ารัฐบาลชวน หลีกภัย นำพาประเทศไทยไปสู่พันธะกู้หนี้ จากไอเอ็มเอฟ ข้อที่ ๑ บิดเบือน ข้อที่ ๒ ก็คือว่ารัฐบาล พันตำรวจโท ทักษิณ ชินวัตร เป็นผู้ปลดหนี้ ไอเอ็มเอฟก่อนกำหนด ๓-๔ ปี ใช้ซ้ำ ๆ มาตลอดครับ จนอดีตนายกรัฐมนตรีผู้อาวุโสท่านหนึ่ง โทรศัพท์ถึงผมว่าถึงเวลาที่ผมต้องพูดให้ชัดเจนในสภาแล้วเพราะท่านเกิดไปอ่านบทความผม ที่อยู่ในหนังสือพิมพ์แนวหน้าเมื่อวันเสาร์ที่ ๗ พฤษภาคม ๒๕๕๔ วันนี้ท่านมีการพาดพิงมาอีกละว่ารัฐบาลทักษิณ ชินวัตร เป็นผู้มาชำระหนี้ไอเอ็มเอฟก่อนกำหนด ผมกราบเรียนอย่างนี้ครับ ในเวลา ๗ นาทีที่ผมเพียงสรุปสั้น ๆ ประเทศไทยมีหนังสือถึงนายมิเชล กองเดส์ซูส์ ประธานกองทุนไอเอ็มเอฟ ณ กรุงวอชิงตัน ดีซี เป็นหนังสือเลขที่ ๒๐๔๓๑ เมื่อวันที่ ๑๔ สิงหาคม ๒๕๔๐ ลงนามโดยนายทนง พิทยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และนายชัยวัฒน์ วิบูลย์สวัสดิ์ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทยในขณะนั้นในรัฐบาล พลเอก ชวลิต ยงใจยุทธ ซึ่งต่อมา พันตำรวจโท ทักษิณ ชินวัตร ก็เป็นรองนายกรัฐมนตรีอยู่สักประมาณ ๒-๓ เดือนก่อนลาออก วงเงินขอไป ๑๗,๒๐๐ เหรียญดอลลาร์สหรัฐ กำหนดการเบิกจ่ายเป็น ๑๒ งวด งวดละประมาณ ๑,๐๐๐ กว่าล้านบาท ระยะเวลากำหนดกันห่างงวดละ ๓ เดือน หากเบิกรับงวดใดงวดหนึ่งครบ ๑๒ งวด ทั้งหมดจะกลายเป็น ๓๖ งวด การรับเงินกู้แต่ละงวด มีกำหนดชำระคืนภายใน ๓ ปี หากจะมีการรับเงินกู้ครบถ้วนทั้ง ๑๒ งวดจะครบกำหนด งวดสุดท้ายในกลางปี ๒๕๔๖ การรับเงินกู้แต่ละงวดต้องเสนอหนังสือแสดงเจตจำนง เลตเตอร์ ออฟ เครดิต (Letter of Credit) หรือแอลโอไอ (LOI) ผมเป็นผู้หนึ่งที่นั่งเจรจา ในหนังสือแสดงเจตจำนงที่ปลดพันธะประเทศไทยตามหนังสือแสดงเจตจำนง ฉบับที่ ๓ จนเราหลุดพ้นจากการล้มละลาย หนังสือแสดงเจตจำนงต้องแสดงกรอบนโยบาย เป้าหมาย เศรษฐกิจที่สำคัญ ทั้งด้านการเงินและการคลัง และมาตรการตามโครงการต่าง ๆ ที่จำเป็นต้องฟื้นฟู รวมทั้งการเพิ่มประสิทธิภาพและความโปร่งใสในมาตรการเผยแพร่ข้อมูลเศรษฐกิจต่อสาธารณะ ภายใต้โครงการโซเชียล ดาตา ดิสเซมมิเนชัน เซคเตอร์ สแตนดาร์ด เซคเตอร์ (Social Data Dissemination Standard Sector) หรือเอสดีดีเอส (SDDS) เพื่อให้บรรลุจุดประสงค์ดังกล่าว นี่คือความเป็นมา รัฐบาลรับเงินงวดแรกวันที่ ๑๔ สิงหาคม ๒๕๔๐ ในรัฐบาล พลเอก ชวลิต งวดที่ ๒ วันที่ ๑๔ พฤศจิกายน ๒๕๔๐ วันนั้นคือวันที่รัฐบาลชวนเข้าถวายสัตย์โปรดเกล้าฯ เป็นคณะรัฐมนตรี รัฐบาลชวลิตรับงวดที่ ๒ ช่วงที่พวกผมเข้ามารับงวดที่ ๓ พร้อมหนังสือแสดงเจตจำนง ใน ๓ เดือนต่อมาคือวันที่ ๑๔ กุมภาพันธ์ วันวาเลนไทน์และ ณ วันวาเลนไทน์นั้น ไอเอ็มเอฟบอกว่า ยอมปลดพันธะให้เราหลาย ๆ เรื่องเป็นของขวัญพวกผมในวันวาเลนไทน์ ท่านประธานครับ ทุกอย่างดำเนินการมา เมื่อพันธะตามแอลโอไอที่ ๓ ปลดเปลื้อง ค่าเงินบาทก็แข็งขึ้นตามลำดับ จากที่ไป ๕๐ กว่าบาทมาแล้ว มาเหลือเพียงแค่ ๓๓ บาท ๓๔ บาท คุณธารินทร์ไปประเทศญี่ปุ่น เซ็นสัญญากับทางประเทศญี่ปุ่น แปลงเงินกู้ที่เป็นเงินเหรียญบางส่วนเป็นเงินสหรัฐ กลับมาเมืองไทยทุกอย่างเศรษฐกิจดีขึ้น รัฐบาลชวน หลีกภัย รับเงินกู้มาถึงงวดที่ ๘ ทำแอลโอไอมาถึงฉบับที่ ๘ วันทำแอลโอไอฉบับที่ ๘ รัฐบาลชวน หลีกภัย โดยนายธารินทร์ ผม และคุณพิสิฐ ลี้อาธรรม ได้ทำหนังสือถึงนายกองเดส์ซูส์ นำเรื่องเข้าไปสู่ ครม. มีความว่า ขอหยุดรับเงินกู้ก่อนกำหนด ๔ งวด คือหยุดรับเงินกู้ตั้งแต่งวดวันที่ ๙ ถึงงวดวันที่ ๑๒ เป็นการหยุดรับก่อนกำหนด ๑ ปี เพราะฉะนั้นสิ่งที่จะครบกำหนดหนี้งวดสุดท้ายที่บอกว่า ในเดือนสิงหาคม ปี ๒๕๔๕ ก็จบในเดือนสิงหาคม ๒๕๔๔ เพราะเหตุเราหยุดรับเงิน ก่อนกำหนดมา ๑ ปี สาระหนังสือที่ถึง ครม. ว่าในช่วงเวลาจากหนังสือแสดงเจตจำนงฉบับที่แล้ว สภาพทางการเงินและการผลิตมีเสถียรภาพมากขึ้น รัฐบาลได้กำหนดนโยบายโดยมีเป้าหมาย เพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับกระบวนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ ในช่วงเวลาที่ผ่านมาได้ดำเนิน มาตรการเพิ่มเติมหลายประการเพื่อกระตุ้นการบริโภคและการลงทุนในประเทศ มาตรการเหล่านี้รวมถึงมาตรการที่ประกาศในเดือนที่แล้วที่ประกอบด้วยการลดภาษีและต้นทุน การผลิต การจัดตั้งกองทุนเพื่อสนับสนุนเงินทุนแก่ธุรกิจที่ได้ปรับปรุงโครงสร้างหนี้แล้ว และการสนับสนุนการปล่อยสินเชื่อวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมและธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ การสนับสนุนดังกล่าวทำให้ประเทศไทยมีความมั่นคง แข็งแรงอย่างแสดงผลได้ชัดเริ่มจะ เห็นได้จากดัชนีชี้วัดทางเศรษฐกิจหลายตัวที่บ่งชี้ว่าเศรษฐกิจฟื้นตัวและผลของมาตรการเหล่านี้ กอปรกับฐานะด้านต่างประเทศที่ปรับตัวดีขึ้น ณ เวลานี้ประเทศไทยคาดว่าจะไม่เบิกถอนเงินกู้ ภายใต้โครงการฟื้นฟูของไอเอ็มเอฟในงวดต่อ ๆ ไป จากเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวโดยชัดเจนรัฐบาล เชื่อว่าแนวทางที่กำหนดไว้ในบันทึกแนวทางการดำเนินนโยบายเศรษฐกิจของรัฐบาลไทย ที่แนบมาพร้อมนี้ประกอบกับความคืบหน้าของการฟื้นฟูเศรษฐกิจในช่วง ๒ ปีที่ผ่านมาจะเป็น การวางรากฐานสำคัญสำหรับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยอย่างยิ่ง ยั่งยืน อย่างไรก็ตาม รัฐบาลพร้อมจะดำเนินการตามมาตรฐานเพิ่มเติมที่จำเป็นเพื่อผลสำเร็จของการฟื้นฟูทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะ เรื่องดังกล่าวนี้เข้าสู่ ครม. เมื่อวันที่ ๒๑ เดือนกรกฎาคม ปี ๒๕๔๒ วันเดียวกัน กระทรวงการคลังได้มีประกาศกระทรวงการคลังความว่า คณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ ๒๑ เดือนกันยายน ปี ๒๕๔๒ เห็นชอบในหลักการและเงื่อนไขการขอรับความช่วยเหลือ จากกองทุนการเงินระหว่างประเทศตามหนังสือแสดงเจตจำนงฉบับที่ ๔-๘ รัฐบาลเห็นว่า เศรษฐกิจเริ่มมีการฟื้นตัวในทางที่ดีกอปรกับฐานะด้านการต่างประเทศได้ปรับตัวดีขึ้น จึงคาดว่าจะไม่เบิกถอนเงินกู้ในงวดนี้และงวดต่อ ๆ ไปจนจบโครงการ อย่างไรก็ดีรัฐบาล ได้จัดทำหนังสือแสดงเจตจำนงเพื่อคงไว้ซึ่งสิทธิในการเบิกถอนเงินถ้าหากต่อไปมีความจำเป็น แต่จากนั้นมารัฐบาลไทยไม่เคยเบิก การที่รัฐบาลไทยหยุดรับเงินกู้ก่อนไอเอ็มเอฟ ๑ ปี ทำให้ หนี้จบก่อนกำหนด ๑ ปี หนี้ที่ควรจะจบภายในปี ๒๕๔๕ ก็ได้จบตั้งแต่สิงหาคม ๒๕๔๔ การที่งวดสุดท้ายเรารับเมื่อกลางปี ๒๕๔๒ เมื่อครบกำหนดปี ๒๕๔๔ การชำระงวดสุดท้าย มันคือการชำระตามเวลาไม่ใช่เป็นการชำระหนี้ไอเอ็มเอฟก่อนกำหนดแต่ประการใด แต่เนื่องจาก ๑๙,๒๐๐ ล้านบาท ที่ส่วนหนึ่งเป็นเงินกู้ของไอเอ็มเอฟเพียงแค่ ๑,๐๐๐ กว่าล้านบาท อีกส่วนหนึ่งเป็นของบรรดาประเทศสมาชิกทั้งหมดสมทบ และในส่วนนี้ไอเอ็มเอฟขอว่า ให้เอาหนี้ที่ไทยเป็นหนี้อยู่กับเวิลด์แบงก์อยู่ก่อนแล้ว ๑,๐๐๐ กว่าล้านเหรียญรวมในวงเงิน ๑๙,๒๐๐ ล้านบาทด้วย ซึ่งไม่ใช่เงินกู้ของไอเอ็มเอฟ เมื่อชำระหนี้ไอเอ็มเอฟจบสิ้น พันตำรวจโท ทักษิณเลยเถิดถึงขนาดไปชำระหนี้กองทุนเวิลด์แบงก์ของเวิลด์แบงก์ที่ไม่เกี่ยวกับ ไอเอ็มเอฟเลยยอมเสียค่าปรับ ๒ เปอร์เซ็นต์ หมดสิ้นไปหลาย ๑๐๐ ล้านบาท และประกาศ ชักธงกู้อิสรภาพประเทศไทยพ้นจากภายใต้ไอเอ็มเอฟ ท่านประธานครับ สิ่งเหล่านี้คือความเจ็บช้ำน้ำใจ ของพวกผม และเมื่อพาดพิงเช่นนี้ผมมีสิทธิชี้แจงไหมครับ และผมถือโอกาสนี้ประทานโทษ ทราบว่าท่านนายกรัฐมนตรีอานันท์ ปันยารชุน กำชับว่าผมต้องพูดเรื่องนี้ให้ชัดเจนสักทีหนึ่ง บัดนี้ผมได้ทำหน้าที่ผมแล้ว ถ้าเมื่อสักครู่ผมยอมท่านประธานและผมไม่พูดต่อไปเดี๋ยวพาดพิงมาอีก ทั้งมิยาซาวา ทั้งอะไรต่ออะไรผมก็หมดสิทธิชี้แจงอีกสิครับ เพราะเชื่อคำวินิจฉัยท่านประธาน ท่านประธานครับ ผมขอแค่นี้เรื่องอื่นพูดกันพรุ่งนี้ ขอบคุณครับ
ท่านกรณ์ ๒๕ นาที ท่านสมาชิกครับ การอภิปรายขอให้อยู่ในประเด็นในกฎหมายฉบับนี้ อย่าไปรื้อฟื้นกันเลยนะครับ อย่างนั้นการประชุมมันก็จะไม่ราบรื่น เอาเฉพาะสาระกับเนื้อหา ในกฎหมายฉบับนี้นะครับ เชิญท่านกรณ์ ๒๕ นาที แล้วขออนุญาตมีแผ่นชาร์ท (Chart) ที่ท่านขอมา ประธานอนุญาตแล้วนะครับ เชิญครับ
กราบขอบคุณครับ กราบเรียน ท่านประธานครับ ผม กรณ์ จาติกวณิช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ วันนี้หน้าที่ของพวกเราในห้องประชุมนี้ชัดเจน เราไม่ได้ มีหน้าที่ที่จะมาถกเถียงกันในเรื่องของความสำคัญต่อการลงทุน โดยเฉพาะการลงทุน ในระบบโครงสร้างพื้นฐานทางด้านคมนาคมต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ เราอาจจะมี ความคิดเห็นที่แตกต่างกันบ้างในเรื่องของการลำดับความสำคัญ ในเรื่องของความพร้อม หรือแม้แต่ในเรื่องของความเหมาะสมของโครงการบางโครงการตามแผนของทางรัฐบาลที่ได้ นำเสนอให้กำลังพิจารณา แต่เรื่องที่มีความสำคัญที่เรามีหน้าที่วันนี้ที่ต้องพิจารณาคือเรื่องว่า รัฐมีความจำเป็นที่จะต้องกู้ยืมเงิน และมีความจำเป็นที่จะต้องกู้ยืมเงินที่มีมูลค่าโดยรวม สูงที่สุดในประวัติศาสตร์การกู้ยืมของชาติไทย สูงถึง ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทหรือไม่ ผมอยากจะเรียนท่านประธานนะครับ แล้วก็เรียนพี่น้องประชาชนผ่านท่านประธานว่า ฝ่ายค้านของสภาชุดนี้ทุกคนตระหนักในหน้าที่ เราไม่ได้มีความตั้งใจใด ๆ ในการที่จะสร้าง เงื่อนไขให้เป็นปัญหาต่อการทำงานของรัฐบาล หรือสร้างเงื่อนไขเพื่อให้มีความขัดแย้งเกิดขึ้น ในสังคม พวกเรามีเพื่อนสมาชิกได้พูดไว้วันนี้นะครับ ไม่มีใครต้องการที่จะถ่วงความเจริญ ดังนั้นในเรื่องที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติโดยเฉพาะในเรื่องของการลงทุนเราพร้อม สนับสนุน แต่ถ้าพูดในเรื่องของหลักการของตัวพระราชบัญญัติหรือตัวร่างพระราชบัญญัติ ที่เรากำลังพิจารณาอยู่ ต้องขอยืนยันสิ่งที่ท่านผู้นำฝ่ายค้านได้ชี้แจง ได้อภิปรายไว้เมื่อเช้านี้ ว่าเราไม่สามารถที่จะเห็นด้วยในหลักการว่ารัฐบาลควรที่จะมีสิทธิ มีอำนาจในการที่จะกู้ยืม นอกระบบเป็นมูลค่าโดยรวมถึง ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท
ที่เราไม่เห็นด้วยนั้น ข้อ ๑ เป็นเพราะเราไม่เห็นว่ามีความจำเป็นในการที่จะ ลงทุนในโครงการเหล่านี้ โดยที่รัฐบาลจะต้องอาศัยเงินกู้ทั้งหมด พูดง่าย ๆ ก็คือรัฐบาล สามารถและมีหน้าที่ที่จะจัดหารายได้จากแหล่งอื่น ๆ นอกเหนือจากการเพิ่มภาระให้กับ ประเทศชาติ ให้กับพี่น้องประชาชนด้วยการกู้ยืมเงิน
ไม่เห็นด้วยสาเหตุที่ ๒ ก็เพราะในส่วนที่มีความจำเป็นต้องกู้และผมพูดมา ตั้งแต่สมัยผมเป็นรัฐมนตรี การทำงานในฐานะเป็นรัฐบาล การลงทุนในโครงการต่าง ๆ หลีกเลี่ยงไม่ได้หรอกครับการกู้ยืม มาถึงวันนี้ผมเห็นว่าเพื่อนสมาชิกฝั่งพรรคเพื่อไทยตระหนักแล้ว เข้าใจแล้วในความสำคัญของการกู้นะครับ แต่ว่าสิ่งที่ผมไม่สามารถที่จะเห็นด้วยในหลักการ ของการเสนอร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้คือการกู้นอกระบบ ผมจะพิสูจน์ให้กับท่านประธาน และเพื่อนสมาชิกได้เห็นว่าทุกบาททุกสตางค์ที่รัฐบาลมีความจำเป็นต้องกู้ สามารถที่จะกู้ ในระบบงบประมาณได้ ไม่มีอุปสรรคใด ๆ ทั้งสิ้นในการที่จะรักษาวินัยทางการคลัง ด้วยการใช้กฎหมายงบประมาณตามปกติ
สุดท้ายสาเหตุที่ไม่เห็นด้วยก็เป็นเพราะร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้สุ่มเสี่ยง ต่อการขัดกฎหมายรัฐธรรมนูญ และเป็นการเพิ่มความเสี่ยงที่อาจจะทำให้โครงการเหล่านี้ ต้องสะดุด หรือแม้แต่เนื่องจากกฎหมายฉบับนี้เป็นกฎหมายการเงิน รัฐบาลเองอาจจะต้อง สะดุดในการทำงานรับใช้พี่น้องประชาชน
ท่านประธานครับ วันนี้ผมจะอภิปรายในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แต่ผมก็เคยเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังมา ผมตระหนักครับตั้งแต่วันแรกที่รับภาระหน้าที่ ในฐานะรัฐมนตรีเมื่อ ๔ ปีก่อน มีรุ่นพี่ได้ให้คำแนะนำกับผมว่าการเป็นรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังนั้น เรามีความจำเป็นต้องหัดปฏิเสธเพื่อนรัฐมนตรี เรามีภาระหน้าที่ที่จะต้อง รักษาความมั่นคงของระบบเศรษฐกิจของประเทศและอาจจะทำให้เราไม่ได้เป็นที่ชื่นชอบ ของเพื่อนรัฐมนตรีในคณะรัฐมนตรีของเรา ประเด็นนี้ผมอยากจะขออนุญาตฝากท่านประธานเตือน ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังคนปัจจุบัน และไม่ใช่ผมคนเดียวนะครับที่มีความกังวล ต่อท่าทีของท่านในการที่จะผลักดันเพิ่มภาระหนี้ให้กับพี่น้องประชาชน ให้กับประเทศชาติ อย่างไม่จำเป็นด้วยร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ผมขออนุญาตท่านประธาน อดีตรัฐมนตรี หลายท่านได้ออกมาแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องของร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ไม่ได้เป็น เพียงแค่รัฐมนตรีในสังกัดของพรรคประชาธิปัตย์ ท่านอดีตรัฐมนตรี หม่อมราชวงศ์ปรีดิยาธร ในสมัยรัฐบาล พลเอก สุรยุทธ์ ได้พูดไว้ว่าการกู้เงิน หลายโครงการของรัฐบาลยิ่งลักษณ์ทั้ง ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท จำนำข้าวจะทำให้หนี้สูงถึง ๖๕ เปอร์เซ็นต์ ในปี ๒๕๖๒ เกินกรอบความยั่งยืนทางการคลัง ท่านอดีตรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลัง ท่านทนง พิทยะ ในสมัยรัฐบาลชวลิต พูดไว้ว่าไม่ควรใช้เงินกู้ในการลงทุน ก้อนโตขนาดนี้ การลงทุนควรมาจากรายได้ก่อนอันดับแรก เพื่อรักษาวินัยการเงินการคลัง ไม่ให้หนี้สาธารณะเกิน ๕๐ เปอร์เซ็นต์ของจีดีพี และสุดท้ายครับ อดีตรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังในรัฐบาลของพรรคเพื่อไทยภายใต้การนำของท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร เอง คือท่านธีรชัย ภูวนาถนรานุบาล ได้พูดไว้ว่าเป็นการออกพระราชบัญญัติแบบหลวม ๆ ไม่มีความละเอียดรอบคอบ ไม่รัดกุม มีแต่ชื่อโครงการ แต่ไม่มีรายละเอียดว่าลงทุนได้จริงหรือไม่ ผมต้องขออนุญาตขออภัยทั้ง ๓ ท่านที่ผมได้เอ่ยนามท่านในที่ประชุมแห่งนี้ แต่ก็ไม่ได้เสียหายต่อท่าน และทุกคำพูดก็เป็นคำพูดที่ท่านได้แสดงออกด้วยความเป็นห่วงชาติบ้านเมืองและความมั่นคง ทางเศรษฐกิจ ท่านประธานครับ ผมอยากจะบอกว่าสาเหตุหลักที่พวกเราชาวพรรคประชาธิปัตย์ และกระผมเองนั้นไม่สามารถที่จะเห็นดีด้วยกับหลักการการตราร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้
อันดับแรก เป็นเพราะที่มาของตัวร่างพระราชบัญญัติก็ผิดเพี้ยนแล้ว รัฐบาล ได้ทำเอกสารแจกจ่ายในงานนิทรรศการ ซึ่งผมเองพร้อมกับท่านผู้นำฝ่ายค้านและเพื่อนสมาชิก ก็ได้ไปเยี่ยมชมเพื่อที่จะเก็บข้อมูลได้รับรู้ถึงเจตนาตั้งใจของรัฐบาล รัฐบาลได้อ้างเหตุผลสำคัญ ว่ามีความจำเป็นที่จะต้องกู้ยืมเงินมหาศาลถึงขนาดนี้ในการลงทุนในการพัฒนาระบบขนส่ง และระบบคมนาคมของประเทศ เนื่องจากเพื่อต้องการที่จะแก้จุดอ่อนเรื่องของขีดความสามารถ ในการแข่งขันของประเทศ โดยอ้างว่าเรื่องของระบบคมนาคมนั้นลำดับของประเทศไทยเรา อยู่ที่ลำดับประมาณ ๔๐ กว่า แต่ที่ท่านไม่ได้พูดให้ครบก็คือในการวิเคราะห์ถึงขีดความสามารถ การแข่งขันของประเทศนั้น เขาไม่ได้ดูเพียงแค่ว่าระบบสาธารณูปโภคทางด้านคมนาคม ของเรานั้นมีการพัฒนาอยู่ในระดับใด ความจริงน้ำหนักที่เขาให้กับเรื่องอื่น ๆ ที่มีความสำคัญ ต่อการพัฒนาประเทศและขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศนั้นมีอีกมากเรื่อง และลำดับของประเทศไทยนั้นด้อยกว่าเรื่องของคมนาคมเกือบทุกเรื่อง เรื่องระบบสาธารณสุข เราอยู่ลำดับที่ ๗๑ เมื่อสักครู่ผมบอกว่าคมนาคมที่รัฐบาลบอกว่าต้องกู้เงิน ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท มาแก้ไขนั้นเราอยู่ในระดับที่ ๔๖ ส่วนการศึกษาอยู่ระดับ ๘๙ นี่คือจาก ๑๔๔ ประเทศ ระบบไอซีที (ICT) อยู่ในระดับที่ ๘๔ และเรื่องความมั่นคงทางด้านของความเป็นนิติรัฐเราตกลำดับ มา ๑๐ ลำดับ อยู่ที่ ๗๗ เหล่านี้ล้วนแล้วแต่เป็นปัญหาที่รอการแก้ไข แต่รัฐบาลจัดสรรเม็ดเงินกู้ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ถามว่าจัดสรรให้กับการพัฒนาและแก้จุดอ่อนเรื่องของขีดความสามารถ ในการแข่งขันของประเทศในเรื่องราวเหล่านี้บ้างหรือไม่ คำตอบคือไม่มีเลยทุกบาททุกสตางค์ นำไปสู่กระทรวงคมนาคมเพื่อพัฒนาระบบคมนาคม เหมือนกับว่านั่นคือปัญหาเดียวที่ประเทศชาติมี ถ้าเปรียบเทียบเหมือนกับว่าเราลงทุนในฮาร์ดแวร์ (Hardware) เท่านั้น ซอฟต์แวร์ (Software) เราไม่ให้ความสำคัญเลย เรื่องของการพัฒนาคน เรื่องของการพัฒนาหลักการบริหารประเทศ เรื่องของการพัฒนาเรื่องของการดูแลพี่น้องประชาชนทางด้านสาธารณสุข มีอยู่ปัจจัยเดียว ที่ลำดับของเราดีขึ้นและอยู่ในลำดับที่ค่อนข้างดีด้วยคือ การประเมินสถานะเศรษฐกิจระดับมหภาค ก็คือความมั่นคงทางการคลังของประเทศ เราขึ้นมาลำดับ ๑ อยู่ที่ลำดับ ๒๗ และคำอธิบาย ของหน่วยงานที่เขาทำหน้าที่ในการประเมินนั้นเขาบอกว่าสาเหตุเป็นเพราะ ณ ต้นปี ๒๕๕๔ นั้น หนี้สาธารณะของประเทศเราปรับลดลงมาเหลือเพียงแค่ ๔๒ เปอร์เซ็นต์ เพราะฉะนั้นสาเหตุ ที่เขาบอกว่าขีดความสามารถการแข่งขันของเราดีก็คือเรื่องของความมั่นคงทางเศรษฐกิจ กลับเป็นเรื่องที่ทางรัฐบาลนั้นกำลังมีนโยบายที่จะบั่นทอนแล้วก็ลดระดับความน่าเชื่อถือ และขีดความสามารถในการแข่งขันของเรา เพราะฉะนั้นในประเด็นนี้จึงเป็นสาเหตุที่ผมบอกว่า ต้นที่มาเรื่องของการกู้ยืม ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทของรัฐบาลนั้นผิดตรรกะครับ ต้องถามว่าในส่วนของการลงทุนในโครงการเหล่านี้ใครเป็นผู้ได้ประโยชน์ การได้ประโยชน์โดยตรง ในการลงทุนในโครงการเหล่านี้ชัดเจนครับ ไม่ว่าจะเป็นผู้รับเหมา ผู้ค้าเหล็ก ผู้ผลิตปูนซีเมนต์ นายทุน รวมไปถึงนักเล่นหุ้น นักธุรกิจขนาดใหญ่ทุกคนเตรียมที่จะทำกำไรจากโครงการ การใช้เงินกู้ของรัฐบาล แต่ในส่วนของพี่น้องประชาชนเดี๋ยวผมจะวกกลับมาตั้งคำถาม เดียวกันนะครับว่าผลโดยตรงในช่วงก่อสร้างไม่มีหรอกครับ มีน้อยมาก ผลที่พี่น้องประชาชน ได้รับหลังจากก่อสร้างแล้วเสร็จมีหรือไม่เดี๋ยวเราคอยดู แต่สาเหตุที่ ๒ ที่ผมไม่สามารถที่จะ สนับสนุนหลักการของการกู้ยืมเงิน ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทได้ เพราะผมมีคำถามจริง ๆ ว่า สุดท้ายแล้วนี่รัฐบาลทำได้จริง และทำได้ภายใน ๗ ปีหรือไม่ สาเหตุที่ผมตั้งคำถามนี้เพราะรัฐบาล จำเป็นต้องกู้ทั้ง ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ภายในสิ้นปี ๒๕๖๓ ตามร่างกฎหมายของรัฐบาลเอง ความหมายก็คือภายใน ๖ ปี เรามีหนี้ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทกองอยู่หน้าตักเราแน่นอน มีภาระ ดอกเบี้ยมากมายนะครับ ซึ่งเดี๋ยวผมจะวกกลับมาในประเด็นนี้ว่าสมมุติฐานของรัฐบาล ถูกต้องหรือไม่ ดังนั้นสิ่งที่จะเกิดขึ้นถ้าสุดท้ายแล้วรัฐบาลไม่มีความพร้อม หรือไม่สามารถที่จะ ขับเคลื่อนโครงการเหล่านี้ให้แล้วเสร็จได้คือเรามีแต่หนี้แต่ไม่มีของ ไม่มีทรัพย์สิน ซึ่งตรงนี้ ก็จะเป็นภาระต่อพี่น้องประชาชน สาเหตุที่ผมไม่สามารถที่จะมั่นใจได้ว่ารัฐบาลทำได้หรือเปล่า เพราะผมก็ต้องดูจากประสบการณ์ ประสบการณ์ที่ผ่านมาคืออะไรครับ ชัดเจนที่สุดก็คือ การตราพระราชกำหนดกู้ยืมเงิน ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท เพราะการตราพระราชกำหนด ครั้งนั้นรัฐบาลอ้างเหตุผลว่ามีความพร้อมและจำเป็นเร่งด่วนที่จะต้องรีบลงทุนในระบบ สาธารณูปโภคต่าง ๆ เพื่อป้องกันไม่ให้พี่น้องคนไทยต้องประสบอุทกภัยเหมือนกับที่ต้อง พบมาในช่วงปลายปี ๒๕๕๔ โหนกระแสความกลัวของพี่น้องประชาชนครับ ผมขออนุญาต ใช้คำนั้น ในการที่จะมอบอำนาจให้กับตัวเองผ่านการออกกฎหมายในรูปของพระราชกำหนด กู้ยืมเงิน ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท มีเพื่อนสมาชิกได้อภิปรายไปแล้วว่าเวลาผ่านไปกว่า ๑ ปีที่บอกว่า พร้อมลงทุนทันทีชี้แจงในนี้ ถึงขั้นสมาชิกบางท่านที่นั่งอยู่ในห้องนี้ ณ เวลานี้ขู่พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะฝ่ายค้าน ขู่ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญว่าถ้าขัดขวางน้ำเกิดท่วมในช่วงปลายปีที่ผ่านมา คือปี ๒๕๕๕ ให้พี่น้องประชาชนโทษพรรคฝ่ายค้าน โทษศาลรัฐธรรมนูญ สุดท้ายแล้วเกิดอะไรขึ้น จนถึงวันนี้เงินใช้ไปเพียงแค่ ๖,๐๐๐ ล้านบาทจาก ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ดังนั้นจากประสบการณ์ ของผม ผมไม่สามารถที่จะมีความมั่นใจได้ว่ารัฐบาลจะสามารถที่จะขับเคลื่อนโครงการต่าง ๆ ในโครงการการกู้ยืมเงิน ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนี้ได้หรือไม่ ท่านประธานครับ ผมเข้าสู่ประเด็น สำคัญ ๓ เรื่องที่เกี่ยวกับเรื่องที่มีผลกระทบทางด้านการคลัง
ประเด็นแรก ก็คือคำถามที่จะต้องมีคำตอบว่าจำเป็นหรือไม่ที่รัฐบาลต้องกู้ยืม ทั้งก้อน ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เพื่อมาสนับสนุนโครงการเหล่านี้
ประเด็นที่ ๒ ก็คือส่วนที่จำเป็นต้องกู้จริงรัฐบาลสามารถที่จะรับภาระนี้ได้หรือไม่
ประเด็นสุดท้ายที่เกี่ยวกับเรื่องของวินัยทางการคลัง ก็คือส่วนที่กู้ทำไมถึงต้อง กู้นอกระบบ ทำไมถึงไม่กู้ในระบบงบประมาณ
ในประเด็นแรกครับ จำเป็นหรือไม่ต้องกู้ทั้งหมด ผมตอบได้สั้น ๆ เลยครับ ไม่จำเป็น ท่านผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรได้ชี้แจงให้กับสภาได้รับทราบแล้วว่าตรรกะ ความคิดของรัฐบาลที่แล้วในการลงทุนในโครงการเดียวกันกับที่รัฐบาลกำลังเสนออยู่ในวันนี้ อย่างเช่นโครงการรถไฟความเร็วสูงนั้นเรามีตรรกะความคิดที่จะให้ภาคเอกชนที่เขาจะได้ ประโยชน์มากมายจากการลงทุนร่วมกับเราเข้ามารับภาระร่วมกับทางรัฐบาล ในกรณีที่เรา ได้ขออนุญาตจากทางสภาเพื่อไปเจรจาลงนามในเอ็มโอยูกับรัฐบาลจีนในการจัดบริษัทร่วมทุน ที่ประเทศจีนเองจะเข้ามาถือหุ้นอย่างน้อย ๔๙ เปอร์เซ็นต์ หมายความว่าเขาจะรับภาระ การลงทุนของเราไปเกือบครึ่ง วิธีนี้เป็นวิธีที่ทำได้ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ชี้แจงไปก่อนหน้านี้บอกว่าท่านได้ไปศึกษาเบื้องหลังและเงื่อนไขการเจรจาเอ็มโอยูแล้ว ท่านคิดว่าสุดท้ายทำได้ยากอาจจะทำไม่ได้ด้วยซ้ำไป ผมก็อยากจะเรียนท่านในโอกาสนี้ว่า เรื่องเหล่านี้ไม่มีเรื่องใดที่ง่ายครับ แต่สิ่งที่พวกเราอยากที่จะเห็นท่านในฐานะผู้ที่รับผิดชอบอยู่ ณ ปัจจุบันก็คือความตั้งใจ ความพยายาม เงินมหาศาลท่านเพียงแค่ดูวิธีการของเราบอกว่ายาก กู้ง่ายกว่า ผมเห็นด้วยครับ ไม่มีอะไรง่ายกว่ากู้เงินแล้ว แต่นี่คือภาระหน้าที่ของท่านในฐานะผู้ที่ดูแลกระทรวงที่มี ความสำคัญและกระทรวงที่จะได้รับสิทธิในการใช้เงินกู้มากที่สุด นอกเหนือจากนั้น ผมอยากจะเรียนว่าเราได้พิจารณาร่วมกัน การแก้พระราชบัญญัติร่วมทุน ร่วมกันในที่นี้ ก็คือการแก้พระราชบัญญัติร่วมทุนเป็นเรื่องเดียวที่ผมนึกได้ที่รัฐบาลนี้ได้กรุณาสานต่อจาก การทำงานในสมัยที่เราเป็นรัฐบาล เราได้เห็นว่า พ.ร.บ. ร่วมทุนเดิมนั้นไม่เอื้อต่อการร่วมลงทุน ระหว่างเอกชนกับรัฐเราจึงได้เสนอให้มีการแก้ และเมื่อมีการเปลี่ยนรัฐบาล ท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังก็ได้กรุณาหยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมาดำเนินการต่อไป สุดท้ายสภาได้พิจารณาแล้วเสร็จ รอประกาศลงในราชกิจจานุเบกษาในเร็ววันนี้ ที่สำคัญในส่วนของการแก้พระราชบัญญัติฉบับนี้ ก็คือมาตรา ๒๙ ที่ผมอยากจะบอกว่าเราได้เขียนไว้เพื่อที่จะให้เราได้มั่นใจว่ารัฐบาล ไม่ใช่เพียงแค่อาศัยแต่ใช้เงินภาษีของประชาชนหรือพึ่งพาเงินกู้เท่านั้น แต่ในโครงการ ที่มีแนวโน้มว่าเอกชนน่าที่จะมีโอกาสที่จะสนใจร่วมทุนรัฐบาลมีหน้าที่ที่จะต้องไปศึกษาว่า สามารถที่จะให้เอกชนเข้ามาร่วมรับภาระจากพี่น้องประชาชนในการลงทุนในโครงการ เหล่านั้นได้หรือไม่ ดังนั้นผมอยากที่จะบอกกับท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังว่า กฎหมายฉบับนี้กำลังจะมีผลบังคับใช้แล้ว ทุกโครงการในเล่มประกอบการพิจารณา ๒๓๐ กว่าหน้าเป็นโครงการที่ล้วนแล้วแต่เข้าเกณฑ์การร่วมลงทุนกับเอกชนทั้งสิ้น หน้าที่ ของท่านตามกฎหมายคือมอบให้กับรัฐมนตรีที่รับผิดชอบในกรณีนี้คือรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงคมนาคมไปศึกษาว่าจะร่วมลงทุนในโครงการต่าง ๆ เหล่านี้อย่างไร และนำผลศึกษา กลับมาเสนอให้คณะรัฐมนตรีได้รับทราบ พูดง่าย ๆ ว่าวันนี้เราอาจจะพิจารณาในวาระแรก ในส่วนของร่าง พ.ร.บ. ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ด้านคมนาคมขนส่งของประเทศ พ.ศ. .... แต่เมื่อพระราชบัญญัติร่วมทุนมีผลบังคับใช้ ทุกโครงการท่านรัฐมนตรีต้องกลับไปศึกษาใหม่ ที่ท่านบอกว่ายากจะเป็นหน้าที่ตามกฎหมาย แล้วว่าท่านจะต้องกลับไปศึกษาว่าสามารถที่จะจัดหาคนมาร่วมทุนเพื่อลดภาระของประเทศชาติ และของพี่น้องประชาชนได้อย่างไร เพราะฉะนั้นผมก็รอคอยว่านั่นคือขั้นตอนต่อไปที่ท่าน และรัฐบาลท่านจะต้องดำเนินการ ส่วนต่อคำถามว่าเมื่อกู้มาแล้วประเทศเราจะสามารถที่จะ แบกรับภาระนี้ได้หรือไม่ ผมก็จะต้องอยากเรียนว่ามีเพื่อนสมาชิกหลายท่านได้ตั้งคำถาม กับรัฐบาลเกี่ยวกับแหล่งที่มาของรายได้ ท่านพูดไว้ว่าจะต้องมีการชำระหนี้ใน ๕๐ ปี ท่านพูดไว้ว่า มีอัตราดอกเบี้ยที่จะต้องชำระอีก ๓,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท มูลค่าโดยรวม ๕,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แต่ท่านไม่ได้พูดถึงว่าแหล่งรายได้จะมาจากที่ใด ที่ชัดเจนก็คือที่ผ่านมาปีครึ่งท่านมีแต่ลดแหล่งรายได้ ของตัวเองท่านได้ปรับลดภาษีนิติบุคคลจาก ๓๐ เปอร์เซ็นต์ เหลือ ๒๓ เปอร์เซ็นต์ ท่านบอกว่า สุดท้ายแล้วไม่เป็นอะไรหรอกจะมีการลงทุนเกิดขึ้นแล้วก็ภาษีนิติบุคคลในแง่ของรายได้ ก็จะอยู่เท่าเดิมอยู่ดี ก็ต้องรอดูเพราะเดือนพฤษภาคมคือตัวพิสูจน์สัญญาณที่ได้มาจาก ทางกรมสรรพากรนั้นไม่สู้ดีนักเพราะอัตราการขยายตัวของภาษีมูลค่าเพิ่มซึ่งเป็นตัวชี้ว่า บริษัทเขากำไรเท่าไรก็ต้องมาดูภาษีมูลค่าเพิ่มว่ามีคนซื้อของมากน้อยเพียงใด อัตราการขยายตัว ของภาษีมูลค่าเพิ่มที่ผมติดตามมานี้ลดลงมาต่อเนื่องปีนี้เป็นปีที่ ๓ ยังขยายตัวอยู่นะครับ ยังไม่ถึงกับเป็นข่าวที่เลวร้ายที่สุด แต่การขยายตัวเป็นคำถามว่าสุดท้ายแล้วกำไรของบริษัท เหล่านี้จะเพิ่มขึ้นในระดับที่ทำให้ท่านสามารถรักษาตัวเม็ดเงินภาษีได้หรือไม่จากอัตราที่ต่ำลง ง่าย ๆ นะครับ ท่านลดภาษีนิติบุคคลลง ๗ เปอร์เซ็นต์ กำไรของบริษัทต้องเพิ่มขึ้นอย่างน้อย ๒๔ เปอร์เซ็นต์ท่านถึงจะสามารถรักษาระดับรายได้เป็นเม็ดเงินไว้ได้ แต่ ณ วันนี้อัตรา การขยายตัวภาษีมูลค่าเพิ่มเพิ่มขึ้นเพียง ๑๔ เปอร์เซ็นต์เดี๋ยวเราจะรอดู เมื่อเป็นเช่นนั้น ท่านต้องพูดความจริงให้กับพี่น้องประชาชนได้รับทราบว่าสุดท้ายแล้วแหล่งรายได้ของ รัฐบาลจะมาจากที่ใดคงไม่ใช่การขายรัฐวิสาหกิจหรอกครับ ผมหวังว่าไม่ใช่ แต่ผมเชื่อว่า สุดท้ายก็คือต้องมาจากภาษี ประเด็นปัญหาคือ ณ วันนี้ภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซลที่ท่านพูดไว้และในสมมุติฐานของท่าน บอกว่าจะกลับมาเก็บเหมือนเดิม ท่านพูดความจริงกับประชาชนสิว่าสุดท้ายท่านจะกลับมาเก็บเมื่อไร ภาษีมูลค่าเพิ่มเป็นภาษีที่กรมสรรพากรเขาบอกกับท่านรัฐมนตรีอยู่ทุกวันว่าเป็นวิธีเดียว จริง ๆ ที่จะสามารถปรับให้มีความสมดุลได้หลังจากที่ท่านได้ไปปรับลดภาษีให้กับนายทุนคือ ภาษีนิติบุคคลแล้ว คำถามนี้ท่านก็ต้องให้ความชัดเจนกับพี่น้องประชาชนเช่นเดียวกันว่า ท่านมีความคิดที่จะปรับภาษีนี้หรือไม่ หรือเป็นเพราะจริง ๆ แล้วท่านไม่ได้มีเจตนาที่จะต้อง รับผิดชอบในเรื่องราวเหล่านี้เลย เพื่อนสมาชิกได้อภิปรายไปว่าท่านกู้ยืม ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ในแผนการบริหารหนี้ของท่านท่านไม่ได้มีเจตนาใน ๑๐ ปีข้างหน้าที่จะคืนเงินต้นเลยแม้แต่บาทเดียว เหมือนกับท่านกำลังผลักภาระที่จะต้องตอบคำถามเหล่านี้ให้กับรัฐบาลหลังจากนั้น ๑๐ ปี ท่านไปไหนแล้วก็ไม่ทราบเงินก็ใช้ไปหมดแล้ว ให้รัฐบาลในปีที่ ๑๑ เป็นคนต้องกลับมาตัดสินใจ ในเรื่องเหล่านี้ที่จะต้องมีผลกระทบกับพี่น้องประชาชนอย่างแน่นอน เพราะฉะนั้นในส่วนของ ตรงนี้ก็จึงเป็นปัญหาสำคัญว่าเรายังไม่สามารถที่จะตอบได้ว่าประเทศเรารับภาระหนี้นี้ได้หรือไม่ และผู้ที่จะต้องมารับภาระคือใคร
ประเด็นที่ ๒ ก็คือการรับภาระหนี้ต่อคำถามว่า หนี้สาธารณะของประเทศ จะอยู่ในระดับต่ำกว่า ๕๐ เปอร์เซ็นต์จริงตามที่ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ท่านยืนยัน ไว้หรือไม่ เป็นที่น่าสังเกตนะครับว่าในแผนบริหารหนี้ของสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ ในกระทรวงของท่านเองในไตรมาสสุดท้ายของปีที่แล้วได้ประเมินไว้ว่าหนี้สาธารณะจะสูงกว่า ๕๐ เปอร์เซ็นต์ของจีดีพี ตั้งแต่ปี ๒๕๕๖ และในปี ๒๕๕๗ ก็จะเพิ่มเป็น ๕๒.๖ เปอร์เซ็นต์ และเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ทุกปี แต่พอท่านเริ่มมีแผนว่าจะต้องนำเสนอร่างพระราชบัญญัติกู้เงิน ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ผมไม่รู้ว่าท่านมีคำสั่งอะไรกับสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะครับ ไตรมาสที่สองปีปัจจุบันเมื่อสองอาทิตย์ที่แล้วมีการปรับประมาณการบอกว่าภาระหนี้ ของรัฐบาลจะสูงสุดเพียงแค่ที่ ๔๖.๗ เปอร์เซ็นต์ในปี ๒๕๕๗ ใน ๖ เดือน ไม่ถึง ๖ เดือน ด้วยซ้ำไปครับ เพียงแค่ ๔-๕ เดือน ระหว่างนั้นเกิดอะไรขึ้น มีอะไรเปลี่ยนแปลงที่ทำให้ การประมาณการหนี้สาธารณะเทียบกับผลผลิตมวลรวมของประเทศปรับลดลงมากถึงขนาดนี้ ตรงนี้จึงทำให้เราไม่สามารถที่จะมั่นใจได้ว่าท่านจะรักษาระดับหนี้ของประเทศไว้ตามที่ท่าน ได้ให้คำมั่นหรือไม่ ที่สำคัญผลของการกู้เงิน ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนี้ไม่ได้มีเพียงแค่กับ ความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศโดยรวม แต่ท่านบอกว่าจะกู้เท่าที่ท่านกู้ได้ในประเทศ เอาว่ากู้นอกประเทศน้อยมากเกือบทั้งหมดจะกู้ในประเทศ แต่ ณ ปัจจุบัน ภาคเอกชน เขากำลังขยายกิจการอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจค่อนข้างดี เพราะฉะนั้นระบบเงินของเราจะตึงขึ้น และมีผลทำให้อัตราดอกเบี้ยสูงขึ้นสำหรับทั้งรัฐบาลในฐานะผู้กู้และภาคเอกชนในฐานะผู้ที่ ต้องการเงินไปลงทุนในโครงการในส่วนของเขา นี่คือศัพท์ทางเศรษฐศาสตร์ที่ภาษาฝรั่งเรียกว่า เคาท์ติง เอาท์ (Counting Out) คือการแย่งชิงเงินกันระหว่างภาครัฐกับภาคเอกชนถามว่า ใครชนะครับ รัฐชนะแน่นอนเพราะธนาคาร สถาบันการเงินความเสี่ยงแทบไม่มีในการปล่อยให้กับรัฐ ดังนั้นสิ่งที่ได้เกิดขึ้นคืออัตราดอกเบี้ยในระบบของเราจะสูงขึ้นอย่างปฏิเสธไม่ได้ และตรงนี้ ก็เป็นคำถามต่อท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เพราะ ณ ปัจจุบันทุกคนสับสน ในความคิดในเชิงนโยบายของท่าน ท่านมีเกือบจะเป็นคำสั่งให้กับทางแบงก์ชาติพิจารณา ที่จะปรับลดอัตราดอกเบี้ย แต่ในขณะเดียวกันท่านมีนโยบายทางการคลังที่มีแนวทางเดียว ในแง่ของผลต่ออัตราดอกเบี้ยก็คือจะต้องผลักดันต้นทุนการกู้ยืมของทั้งรัฐและภาคเอกชน อย่างแน่นอน และเมื่อเป็นเช่นนั้นผลต่อต้นทุนที่แท้จริงจากการกู้ยืม ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนี้ ก็เป็นสิ่งที่ปฏิเสธไม่ได้เช่นเดียวกันครับ สมมุติฐานที่พวกเราพูดกันอยู่ทั้งวันว่าคืนเงินต้น และดอกเบี้ย ๕๐ ปี ซึ่งผมบอกได้เลยครับว่าเป็นไปไม่ได้ ท่านผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรได้พูดไว้เมื่อเช้าว่า สถานะทางเศรษฐกิจของโลก ณ ปัจจุบันเป็นสถานะที่ทำให้อัตราดอกเบี้ยต่ำที่สุดเป็นประวัติการณ์ ประเทศมหาอำนาจทางเศรษฐกิจเขาพิมพ์เงินออกมาเพื่อกดอัตราดอกเบี้ย เพื่อให้โอกาส กับเศรษฐกิจของเขามีโอกาสได้ฟื้นคืนชีพ เพราะฉะนั้นใน ๕๐ ปีข้างหน้าเรามีแต่จะเห็นว่า อัตราดอกเบี้ยจะเพิ่มขึ้น ทั้งด้วยเหตุผลที่ผมได้กล่าวถึงเมื่อสักครู่ว่ารัฐกำลังจะไปแย่งเงินกู้ ในประเทศกับเอกชน และด้วยเหตุผลว่าเศรษฐกิจของประเทศมหาอำนาจเริ่มที่จะฟื้นตัว ผมได้คำนวณไว้นะครับ ทุก ๑ เปอร์เซ็นต์ของอัตราดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้นหมายถึงภาระ ต่อประเทศชาติจากเงินกู้ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทที่เพิ่มขึ้นถึง ๖๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ทุก ๑ เปอร์เซ็นต์ครับ จาก ๕ เปอร์เซ็นต์ เป็น ๖ เปอร์เซ็นต์ เพิ่มขึ้น ๖๐๐,๐๐๐ ล้านบาท จาก ๕ เปอร์เซ็นต์ เป็น ๗ เปอร์เซ็นต์ เพิ่มขึ้น ๑.๒ ล้านล้านบาท ถ้าสมมุติอัตราดอกเบี้ย เพิ่มจาก ๕ เปอร์เซ็นต์ กลับไปอยู่ในระดับที่เคยยืนอยู่เป็นระยะเวลายาวนานคือ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ เท่ากับภาระดอกเบี้ยจะเพิ่มขึ้นจาก ๓,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เป็น ๖,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เพราะฉะนั้นตรงนี้คือความเสี่ยงที่ผมคิดว่าท่านไม่ได้เผื่อไว้เลยในสมมุติฐานของท่าน
ประเด็นสุดท้ายที่สำคัญนะครับ ต่อคำถามว่าเราสามารถที่จะรับภาระนี้ได้หรือไม่ ก็คือสมมุติว่าโครงการต่าง ๆ ที่ท่านกำลังผลักดันนั้นเข้าสู่ภาวะขาดทุนใครจะเป็นผู้รับผิดชอบ ผมยกตัวอย่างเดียวคือแอร์พอร์ต ลิงค์ แอร์พอร์ต ลิงค์นี้งบการลงทุน ๒๗,๐๐๐ ล้านบาท เท่ากับเพียง ๑ เปอร์เซ็นต์เศษ ๆ ของงบลงทุน ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทที่เรากำลังพิจารณา งบเงินกู้อยู่วันนี้ แต่จนถึงวันนี้แอร์พอร์ต ลิงค์แม้แต่ต้นทุนการบริหารรายได้ยังไม่พอเลยครับ คือขาดทุนอยู่ทุกวันเป็นภาระต่อรัฐบาล เป็นภาระต่อประชาชนผู้เสียภาษี ถ้าสมมุติทุกโครงการ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทอยู่ในสภาวะเช่นเดียวกัน เพราะส่วนใหญ่ก็เป็นโครงการของ กระทรวงคมนาคมเหมือนกัน กำลังจะมีการรถไฟแห่งประเทศไทยเข้ามาเป็นผู้ดูแลโครงการ เหมือนกัน ใครจะเป็นผู้รับผิดชอบ ตราบใดที่เรายังไม่มีคำตอบที่ชัดเจนในประเด็นนี้เราก็ ไม่สามารถที่จะเห็นด้วยกับการกู้ยืมเงิน ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทได้
ส่วนประเด็นในเรื่องของวินัยทางการคลังที่ผมถือว่าเป็นหัวใจนะครับ เหตุผล การที่เราไม่สามารถจะเห็นด้วยในหลักการกับการกระทำของรัฐบาลได้ ผมขออนุญาตใช้ตาราง เพื่อที่จะช่วยในการอธิบายชี้แจงครับ ขอห้องโสตทัศนูปกรณ์ด้วยครับ
(เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการเปิดพรีเซนเทชัน)
ท่านประธานครับ ผมอยากที่จะชี้แจง ให้กับเพื่อนสมาชิกและพี่น้องประชาชนได้เข้าใจนะครับว่าการกู้ยืมทั้งหมดโดยรัฐบาล ผ่านร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ไม่มีความจำเป็นเลย ทุกบาททุกสตางค์เราสามารถที่จะหาได้ ทุกโครงการที่รัฐบาลเสนอ รถไฟความเร็วสูงทั้ง ๔ เส้น รถไฟรางคู่ ถนนหนทางทุกโครงการ มูลค่าโดยรวม ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนี้เราสามารถที่จะจัดรายได้จากงบประมาณปกติให้กับ รัฐบาลได้ ผมถึงตั้งหัวข้อไว้ว่ากู้ไม่เป็นไร แต่เมื่อกู้ในระบบได้ ในที่นี้หมายถึงระบบ งบประมาณ ทำไมรัฐบาลถึงเลือกที่จะไม่ทำรัฐบาลต้องชี้แจง เป็นการอธิบายนะครับ ก็คือ เส้นทึบสีดำเป็นตัวที่บ่งบอกว่าเพดานเงินกู้หรือเพดานการขาดดุลในงบประมาณของรัฐบาล ในแต่ละปีนั้น ตาม พ.ร.บ. หนี้สาธารณะ มาตรา ๒๑ นั้นขาดดุลได้ปีละเท่าไร ผมต่อให้ รัฐบาลนะครับ เพราะท่านจะเห็นว่าเส้นนั้นอยู่ในระดับคงที่ ความหมายก็คือผมใช้ การคำนวณตามสูตร ตามมาตรา ๒๑ พ.ร.บ. หนี้สาธารณะ จากงบประมาณปี ๒๕๕๖ งบประมาณปีปัจจุบันที่บอกว่าเราสามารถขาดดุลได้ประมาณ ๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านจะเห็นนะครับว่าหลังจากนั้นผมก็เพียงสมมุติว่างบรายจ่ายของรัฐบาลในทุก ๆ ปี ไม่เพิ่มขึ้นเลย ซึ่งเป็นไปไม่ได้ ทุกปีงบประมาณรายจ่ายของรัฐบาลท่านกิตติรัตน์พูดไว้เอง เมื่อเช้า เพิ่มขึ้นเสมอ แต่เอาว่าสมมุติอยู่กับที่นี่ครับ โอกาสหรือสิทธิในการขาดดุลของรัฐบาล ก็จะอยู่ที่ขั้นต่ำ ๕๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทต่อปีทุกปี คราวนี้เราลองมาดูแท่ง ๒ สีข้างล่าง แท่งสีเหลืองก็คือการขาดดุลในงบประมาณตามแผนการบริหารงบประมาณแผ่นดิน ของรัฐบาลเอง ผมขอยืนยันนะครับว่าข้อมูลทั้งหมดที่ผมใช้ในการประกอบตารางนี้เป็นข้อมูลที่ได้รับจาก รัฐบาลทั้งสิ้น รัฐบาลบอกว่าในปี ๒๕๑๖ จะขาดดุล ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาท นั่นคือแท่งสีเหลือง ในปี ๒๕๕๖ ปรับลดลงในงบปี ๒๕๕๗ เหลือ ๒๕๐,๐๐๐ ล้านบาท และลดลงไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งสมดุลในปี ๒๕๖๐ นั่นคือสาเหตุที่ไม่มีแท่งสีเหลืองเหลืออยู่แล้ว จากนั้นครับ ผมเอา แผนการเบิกจ่ายงบเงินกู้ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทของรัฐบาล ย้ำนะครับว่าของรัฐบาลที่บอกว่า ปีแรกปี ๒๕๕๖ จะมีการเบิกจ่าย ๒๗,๐๐๐ ล้านบาท เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ สูงที่สุดในปี ๒๕๕๙ ที่ ๓๘๐,๐๐๐ ล้านบาท และแล้วเสร็จในปี ๒๕๖๓ ตามกฎหมายนั่นคือแท่งสีแดงในแต่ละปี และผมก็เอาแท่งสีแดงมาวางทับแท่งสีเหลืองเพื่อที่จะให้เห็นว่าในแต่ละปีในอนาคตจากปี ๒๕๕๖ เป็นต้นไปจนถึงปี ๒๕๖๓ นั้นรัฐบาลจะมีภาระเงินกู้เท่าไร และท่านก็จะสังเกตนะครับว่า แม้แต่ในปีที่รัฐบาลจะต้องกู้ยืมเงินจากร่าง พ.ร.บ. ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ตามแผนของ รัฐบาลเองมากที่สุดคือปี ๒๕๕๙ ไม่มีปีไหนเลยที่ความจำเป็นในการขาดดุลของรัฐบาลนั้น มากกว่ากรอบทางกฎหมายอนุมัติให้ท่านสามารถขาดดุลได้ก็คือเส้นทึบสีดำข้างบน ความหมายก็คือ ท่านสามารถที่จะกู้ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ผ่านระบบงบประมาณได้โดยไม่มีอุปสรรค ทางการเงินใด ๆ ทั้งสิ้น และผมบอกกับท่านประธานไว้นะครับว่าเมื่อสักครู่ว่าผมต่อให้ท่าน จริง ๆ แล้วงบประมาณเพิ่มขึ้นทุกปีและนั่นคือเส้นประสีเขียวผมเพียงแค่สมมุติว่ารัฐบาล บอกว่าจีดีพีเศรษฐกิจของประเทศจะมีอัตราขยายตัวปีละ ๗.๕ เปอร์เซ็นต์ ผมก็บอกว่าเอาละ ถ้าอย่างนั้นก็ให้งบประมาณของงบรายจ่ายของรัฐบาลมีอัตราขยายตัวในอัตราที่เท่ากันกับ การขยายตัวของเศรษฐกิจโดยรวม สิ่งที่จะได้คือกรอบการขาดดุลหรือเพดานการขาดดุล ตามเส้นประสีเขียวสะท้อนให้เห็นว่าช่องว่างทางการคลังที่เขาเรียกกันก็คือเม็ดเงินที่สามารถ กู้ได้ในแต่และปีงบประมาณมีมากเพียงใดและมากเหลือเฟือแต่ก่อนการลงรับทุกโครงการ ตามร่างพระราชบัญญัติ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทของท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม คำถามของพวกกระผมดังนั้นคือเมื่อกู้ในระบบได้ทำไมท่านถึงต้องหนีไปกู้นอกระบบ ตรงนี้ ต้องมีคำตอบที่ชัดเจนใกล้ที่จะจบแล้วนะครับ ผมอยากจะเรียนท่านประธานว่าสาเหตุสำคัญ อีกประการหนึ่งที่ทำให้พวกผมไม่สามารถที่จะเห็นด้วยในหลักการของกฎหมายฉบับนี้ได้ ก็คือเป็นการกระทำที่สุ่มเสี่ยงต่อการขัดต่อกฎหมาย ขัดต่อรัฐธรรมนูญ ไม่ว่าจะเป็นในหมวด ๘ มาตรา ๑๖๖ ไล่ไปจนถึงมาตรา ๑๖๗ มาตรา ๑๖๙ ผมจะไม่ลงในรายละเอียด แต่ในหลัก เจตนารมณ์ ถ้าผมอธิบายอย่างนี้ผมมั่นใจว่าท่านประธานเข้าใจ ท่านประธานจะเห็นว่า รัฐธรรมนูญให้ความสำคัญกับวินัยทางการคลังอย่างมาก มีหมวดหนึ่งโดยเฉพาะที่พูดถึงเรื่องนี้ ก็คือหมวด ๘ แล้วก็บอกว่าการกู้ยืมเงินต่าง ๆ นานาของรัฐบาลต้องเป็นไปตามพระราชบัญญัติ หนี้สาธารณะ ลงละเอียดถึงขั้นที่ว่าสัดส่วนเพดานการขาดดุลตามกฎหมายฉบับนี้มีได้ปีละเท่าไร ๆ ตามตารางเมื่อสักครู่ที่ผมได้แสดงให้เห็นแล้ว แต่ถ้ารัฐบาลหลีกเลี่ยงทั้ง ๆ ที่สามารถที่จะกู้ ในระบบงบประมาณได้ด้วยการไปออกกฎหมายพิเศษกู้เงินนอกระบบนั้น มันก็หมายความว่า กฎหมายฉบับนี้ไม่มีผลเลย ไม่สามารถที่จะช่วยเราในการที่จะดูแลรักษาวินัยทางการคลัง ให้กับประเทศได้เลย จากนี้ไปทุกรัฐบาลทุกปีด้วยนะครับสามารถที่จะออกงบประมาณขาดดุล ก็ได้ สมดุลก็ได้ และนอกเหนือจากนั้นไปออกกฎหมายพิเศษในรูปของ พ.ร.ก. หรือ พ.ร.บ. กู้เงิน เพิ่มเติมทะลุเพดานตามกฎหมายของ พ.ร.บ. หนี้สาธารณะ ตรงนี้ผมเรียนตามตรงเข้าใจได้ง่าย ๆ เลยว่ามันขัดต่อเจตนาของกฎหมาย ขัดต่อเจตนาของรัฐธรรมนูญแน่นอน ผมทราบครับว่า กฤษฎีกาที่ปรึกษากฎหมายของรัฐบาลได้ให้ความเห็นไว้อย่างไรกับท่าน แต่เรื่องนี้ทำไม ท่านถึงต้องไปเสี่ยงกับโครงการที่เราเห็นตรงกันว่ามีความสำคัญกับประเทศมากถึงขนาดนี้ เรากำลังจะเดินหน้าในการลงทุนครั้งประวัติศาสตร์เรามีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ที่มีความรู้ความสามารถ สามารถที่จะช่วยเราขับเคลื่อนโครงการเหล่านี้ได้ ไปเสี่ยงทำไมกับการที่จะต้องไปกู้นอกระบบสุ่มเสี่ยงต่อการตีความตามกฎหมาย สุดท้ายตามที่ ผมกล่าวไว้เบื้องต้น ไม่ใช่เพียงแค่โครงการเหล่านี้จะสะดุดรัฐบาลเองอาจจะมีปัญหา กู้ในระบบ งบประมาณสิครับเหมือนกับที่ผมได้แสดงไว้สามารถทำได้ไม่มีปัญหา ไม่มีอุปสรรคใด ๆ ทั้งสิ้น แต่เอาเถอะครับถ้าสมมุติว่าท่านยังดื้อและจะใช้เสียงข้างมากของท่านในวันพรุ่งนี้ลงคะแนน เพื่อที่จะให้การพิจารณากฎหมายฉบับนี้ผ่านวาระรับหลักการหรือวาระแรกไป ผมเองเห็นด้วย กับต้องขออนุญาตเอ่ยนามท่านนะครับ ท่านอดีตรัฐมนตรีบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ ที่ท่านได้บอกไว้ ว่าในกรณีนี้ผมไม่คิดว่าท่านสามารถอ้างเสียงข้างมากในสภาได้ เพราะว่าท่านได้หาเสียงไว้ ชัดเจนครับว่าท่านจะล้างหนี้ ท่านได้พูดไว้อย่างต่อเนื่องว่ารัฐบาลพรรคเพื่อไทย ถ้าพรรคเพื่อไทย ชนะการเลือกตั้งจะสามารถลงทุนในโครงการต่าง ๆ ได้โดยไม่กู้ยืมผู้ที่คิดแทนท่านพูดไว้เจนครับว่า เป็นนักธุรกิจไม่ชอบการกู้เข็ดแล้วกับการเป็นหนี้ เพราะฉะนั้นพี่น้องประชาชนที่เลือกท่านมานี่ เขาไม่ได้คาดเลยครับว่าท่านจะกู้ยืมเงินมากกว่าไอเอ็มเอฟถึง ๔ เท่า มากกว่ารัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ ที่ท่านดูหมิ่นดูแคลนมาโดยตลอดว่าเก่งแต่กู้ เพราะฉะนั้นผมถือว่าความชอบธรรมในการอ้างสิทธิ เสียงข้างมากในสภาของท่านครั้งนี้อ้างไม่ได้ อย่างไรก็แล้วแต่ครับถ้าท่านยังจะใช้เสียงข้างมาก ของท่านในที่นี้ผลักดันกฎหมายฉบับนี้ต่อไป ผมมีประเด็นที่อยากจะฝากไว้กับท่านเอาว่า เป็นคำท้าก็ได้ผมมีคำท้าให้กับท่านนะครับ เพื่อที่จะให้ท่านได้มีโอกาสพิสูจน์ความจริงใจ ในทุกอย่างที่ท่านได้พูดไว้ คำท้าของผมมีอยู่ ๗ ข้อด้วยกันเข้าใจง่าย ๆ และสั้น ๆ
คำท้าแรก ถ้าท่านจริงใจต่อโครงการต่าง ๆ ที่นำเสนอมาแล้ว และผมรู้ว่า ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมตั้งใจมากในการที่จะรวบรวมและศึกษาเท่าที่ท่านทำได้ ขอให้ท่านได้ทำตามที่ท่านผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรได้ขอไว้เมื่อเช้า คือเอาโครงการ ทุกโครงการในเอกสารประกอบฉบับนี้ ๒๐๐ กว่าหน้า บรรจุเป็นบัญชีแนบท้ายให้เป็นส่วนหนึ่ง ของกฎหมาย เราจะได้แปรสภาพกฎหมายฉบับนี้จากกฎหมายเพียงแค่ให้อำนาจท่านกู้ให้เป็น กฎหมายเพื่อการลงทุนที่ชัดเจนและประชาชนจะได้รู้ด้วยว่าจะลงทุนในโครงการใด
คำท้าที่ ๒ ของผมนี่ ผมท้าท่านว่าโครงการใดก็แล้วแต่ที่มีการเบิกจ่ายล่าช้า กว่ากำหนดการของท่านขอให้โครงการนั้นหมดสิทธิในการกู้ยืมจากร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ สำคัญครับ เพราะผมไม่ต้องการเห็นสถานการณ์ว่า ๗ ปีผ่านไปเรามีแต่หนี้ แต่ไม่มีโครงการที่แล้วเสร็จ เพราะฉะนั้นไม่ให้กู้กับโครงการที่ดำเนินการไม่ได้ล่าช้า
คำท้าที่ ๓ เกี่ยวข้องกัน โครงการใดที่ท่านตัดสินใจว่าไม่ทำแล้วจะยกเลิก ไม่ให้ท่านโอนเงินกู้ที่ท่านได้เผื่อไว้สำหรับโครงการนั้นไปเพื่อโครงการอื่นที่ไม่ปรากฏอยู่ใน หนังสือเล่มนี้ คือพูดง่าย ๆ ท่านบอกว่านี่ละ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท มีอยู่แค่นี้ก็ขอให้เป็นแค่นี้จริง ส่วนเรื่องที่ ๔ เรื่องที่ ๕ ที่ผมขอท้าท่านเป็นการท้าความจริงใจของท่านในเรื่องของการป้องกัน ไม่ให้เกิดการทุจริตคอร์รัปชันเราเป็นที่รู้กันว่าคนไทยส่วนใหญ่เขาอยากเห็นการลงทุน แต่สิ่งที่ เขากลัวมากที่สุดก็คือเรื่องของการโกงงบประมาณเรื่องงบน้ำท่วม ภาคีที่ท่านไปพูดคุยด้วย ภาคีต่อต้านคอร์รัปชันเขาบ่นแล้วบ่นอีกว่าข้อมูลไม่เปิดเผยให้เขาเลย เขาเป็นคนพูดเอง ต่อสื่อมวลชนว่าเขาได้ยินมาจากเพื่อนสมาชิกของเขาว่ามีการเรียกสูงถึง ๓๐ เปอร์เซ็นต์ หรือ ๓๕ เปอร์เซ็นต์ของมูลค่าโครงการ เพราะฉะนั้นนี่คือเรื่องที่ประชาชนเป็นห่วงมากที่สุด ๓๐ เปอร์เซ็นต์ของ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ๖๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ไม่น่าเชื่อ แค่ ๑ เปอร์เซ็นต์ ก็ร่ำรวยกันไม่รู้จะใช้กันถึงชาติไหนแล้ว เพราะฉะนั้นเรื่องนี้ผมถือว่าเป็นเรื่องสำคัญ ดังนั้น
คำท้าที่ ๔ ของผมก็เช่นเดียวกัน เป็นสิ่งที่เพื่อนสมาชิกและโดยเฉพาะ ท่านผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรได้ขอกับท่านไว้ให้เขียนระเบียบว่าด้วยการพัสดุ การจัดซื้อจัดจ้างลงในกฎหมายเลย ห้ามให้สามารถมีมติคณะรัฐมนตรีในการยกเว้นให้ เหมือนกับที่ท่านทำมาแล้วในส่วนของ พ.ร.ก. เงินกู้ ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท และเพิ่มเติมให้ บทบาทของภาคีภาคเอกชนต่อต้านคอร์รัปชันมีอย่างแท้จริงผมขอให้ในส่วนของคำท้าที่ ๕ ของผมเป็นว่าถ้าให้โอกาส
เดี๋ยวนะครับท่านกรณ์ ประท้วงอะไรครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย ผมประท้วงท่านผู้อภิปรายตามข้อ ๖๑ ที่ได้กล่าวหาว่ารัฐบาลชุดนี้คอร์รัปชัน ๓๐ เปอร์เซ็นต์ ท่านมีหลักฐานอะไร ท่านไม่มีหลักฐานท่านมากล่าวหาอย่างนี้ประชาชนอยู่ทางบ้านรับฟังอยู่ ขอให้ท่านถอนนะครับ ถ้าท่านไม่มีหลักฐานท่านอย่าพูดสิครับ เพราะท่านเป็นผู้ใหญ่ ของพรรคประชาธิปัตย์ ช่วยถอนคำพูดหน่อยครับ ท่านประธานช่วยวินิจฉัยครับ
เอาอย่างนี้นะครับ ท่านกรณ์เหลือคำท้าอยู่ประมาณ ๒ คำท้าก็สุดท้ายแล้ว แล้วก็ท่านกำลัง อธิบาย ท่านตั้งข้อสังเกตผลของการใช้เงินที่ผ่านมาว่าโครงการเท่านั้นเองนะครับ เป็นโครงการ ท่านบอกว่าโครงการนี้มันมีการเรียกเงินอย่างนั้นอย่างนี้นะครับ ท่านมีข้อเป็นห่วงเป็นใยกลัวว่า เมื่อกฎหมายออกไปแล้ว แล้วก็จะใช้เงินตามโครงการนี้กลัวจะมีปัญหา ท่านก็เลยตั้งข้อแนะนำ หรือข้อสังเกต แต่ผมฟังดูแล้วเป็นข้อแนะนำข้อสังเกต แต่ท่านก็ท้ากันไว้นะครับ ไม่เป็นไร เชิญอภิปรายต่อครับ
ขอบคุณท่านประธานครับ เมื่อสักครู่ผมพูดถึงคำท้าที่มีผลต่อเรื่องของการสร้างความมั่นใจให้กับพี่น้องประชาชนในเรื่องของ การทุจริตคอร์รัปชันที่อาจจะเกิดขึ้นจากโครงการ
ผมมาถึงคำท้าที่ ๕ ที่เกี่ยวกับเรื่องทุจริตคอร์รัปชันเช่นเดียวกัน ผมอยากที่จะเห็น บทบาทของภาคีภาคประชาชน คือภาคีต่อต้านคอร์รัปชัน เพราะผมได้ทราบว่าท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงคมนาคม ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังก็ได้เหมือนกับไปลงนามในสัตยาบ ัน ร่วมกันกับเขาว่าจะให้ความร่วมมือ ผมอยากที่จะให้ท่านเปิดโอกาสให้กับภาคเอกชนทำหน้าที่ แทนพวกเรา สาเหตุที่ผมบอกว่าทำหน้าที่แทนพวกเราเพราะท่านไม่ยอมที่จะบรรจุเรื่องเหล่านี้ เข้ากับ พ.ร.บ. งบประมาณ ทำให้โอกาสในการตรวจสอบ โดยพวกเราที่เป็นผู้แทนราษฎร ของประชาชนนั้นลดลงอย่างมาก ดังนั้นขอให้ภาคเอกชนเขามีส่วนเข้ามาตรวจสอบท่าน และผมขอให้ท่านเขียนไว้ในกฎหมายเลยครับว่าในกรณีใดที่ภาคีต่อต้านคอร์รัปชันของ ภาคเอกชนนั้นเขาพบว่าเขาเข้าถึงข้อมูลไม่ได้ หรือพบว่ามีการทุจริตในโครงการใด โครงการนั้น หมดสิทธิในการกู้ยืมผ่าน พ.ร.บ. ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาททันที ผมอยากที่จะฟังคำยืนยันจาก ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมในกรณีนี้โดยเฉพาะแต่ก่อนที่ท่านจะลุกขึ้นยืนให้คำยืนยัน กับผมหรือไม่ มีอีก ๒ คำท้าที่มีความสำคัญอย่างมากกับการช่วยกันเสริมสร้างความมั่นคง ในระบบเศรษฐกิจของเรา ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังพูดไว้เยอะครับ และเป็นคำพูด ของท่านเองว่าท่านจะบริหารให้งบประมาณแผ่นดินมีความสมดุลในปี ๒๕๖๐ ง่าย ๆ ครับ ความจริงก่อนหน้านี้เพื่อนสมาชิก ท่านดอกเตอร์สรรเสริญ สมะลาภา ได้บอกว่าถ้าท่านจะกู้เงิน ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ขอให้ท่านบริหารให้งบสมดุลในปี ๒๕๕๘ เลย ซึ่งเป็นปีที่รัฐบาล ของกระผมได้เคยกำหนดไว้ว่าเราควรที่จะมีงบประมาณที่สมดุลได้ แต่ไม่ต้องหรอกครับ ผมเพียงขอแค่ท่านทำตามที่ท่านพูดและขอเป็นเงื่อนไขในกฎหมายว่า ถ้างบประมาณในแต่ละปี ตั้งแต่ปีนี้จนถึงปี ๒๕๖๐ มีการขาดดุลมากกว่าที่ท่านอ้างไว้กับสภาแห่งนี้ ขอให้พระราชบัญญัติ กู้ยืมเงิน ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เป็นโมฆะทันที อันนี้เพื่อเราช่วยกันรักษาวินัยทางการคลัง ของประเทศ ถ้างบประมาณขาดดุลเกินกว่าที่ท่านพูด ท่านก็ไม่ควรที่จะกู้นอกระบบเพิ่มเติม ผมว่าสมเหตุสมผล
และคำท้าสุดท้ายครับ ก็คือท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังพูดไว้ ท่านนายกรัฐมนตรีได้พูดไว้เองเมื่อเช้านี้ว่าจากการทำโครงการนี้แล้วทุก ๆ โครงการของ รัฐบาลพรรคเพื่อไทย หนี้สาธารณะของประเทศจะไม่มีวันไหนที่มีสัดส่วนเทียบกับผลผลิต มวลรวมหรือจีดีพีของประเทศเกินกว่า ๕๐ เปอร์เซ็นต์ ผมขอให้ท่านเขียนไว้ในกฎหมายเลยครับ ว่าวันใดเกิดเหตุการณ์ที่ท่านอาจจะคาดไม่ถึง หนี้สาธารณะของเราเกิน ๕๐ เปอร์เซ็นต์ พระราชบัญญัติฉบับนี้เป็นโมฆะทันที สมเหตุสมผลเพราะอะไรครับ เพราะผมถือว่าเรื่องของระดับหนี้สาธารณะเป็นเงื่อนไขสำคัญในการพิจารณาว่าร่างพระราชบัญญัติ ฉบับนี้ จะมีผลต่อการสร้างความเสี่ยงและมีผลต่อเสถียรภาพทางการคลังของประเทศอย่างไร ทั้งหมดที่ผมขอให้ท่านยืนยันเป็นคำท้านั้นไม่มีเรื่องที่ผมคิดเองพูดเองแม้แต่เรื่องเดียว ทุกเรื่อง เป็นเพียงแค่การขอคำยืนยันจากท่านในสิ่งที่ท่านเป็นผู้พูดล้วน ๆ ทุกข้อเป็นเรื่องที่ท่านอ้างว่า ท่านสามารถที่จะบริหารจัดการให้เป็นเช่นนี้ได้ เราขอความจริงใจจากท่านระบุเรื่องเหล่านี้ เป็นเงื่อนไขในการกู้ยืมเงิน ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทครับ ไม่ใช่เล่น ๆ ครับ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เป็นเม็ดเงินที่มีนัยมีความสำคัญต่อประเทศชาติ ท่านเองไม่ต้องเป็นผู้ที่มารับผิดชอบเลยครับ ท่านมีหน้าที่ใช้อย่างเดียว อีก ๑๐ ปีข้างหน้าท่านก็ไม่ได้มีเจตนาที่จะคืนเงินต้นแม้แต่บาทเดียว มันเป็นภาระของพวกเราในอนาคต เป็นภาระของลูกหลานเราทุกคน ด้วยความจริงใจนะครับ ผมอยากจะที่เห็นโครงการการลงทุนเหล่านี้เกิดขึ้น และวันนี้เราก็มาพูดกันด้วยเหตุเรามาพูดกัน ด้วยผล เพราะฉะนั้นผมเพียงขอปิดการอภิปรายของผมด้วยการขอความจริงใจจากท่าน ลุกขึ้นยืนเดี๋ยวนี้เลยครับ ท่านนายกรัฐมนตรี ผมไม่ทราบว่าท่านยังอยู่ในสภาหรือไม่ เดินกลับมา แสดงความเป็นนายกรัฐมนตรีตัวจริงของท่านเลยด้วยการยืนยันกับสภาว่าท่านพร้อมรับคำท้า ทั้ง ๗ ข้อของพรรคประชาธิปัตย์ ขอบพระคุณมากครับ
เชิญรัฐบาลครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ร้อยตำรวจเอก เฉลิม อยู่บำรุง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ท่านนายกรัฐมนตรีได้กรุณาอนุญาตให้ผมช่วยตอบประเด็นในแง่กฎหมายและบางสิ่งที่ผมถนัด ผมขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานไปยังท่านผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร และเพื่อนสมาชิกตลอดจนพี่น้องประชาชนที่ติดตามชมการถ่ายทอด ผมเปิดโอกาสให้คุณกรณ์ ทำผิดข้อบังคับตลอด ในสภาแห่งนี้เขาไม่มีการท้ากันหรอกครับมันจะผิดหรือถูก แล้วยัง ไปบอกว่าให้ใส่เงื่อนไขรับคำท้าหรือไม่รับคำท้า กฎหมายเป็นโมฆะ ท่านต้องไปเล่นการเมือง นอกประเทศ มันไม่มี ท่านจะไม่รับร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้หรือจะรับเป็นสิทธิ ที่ท่าน อภิปรายมาทั้งหมดทำให้ผมต้องใช้เวลาของรัฐบาลนาน ผิดหมด อ่านไม่ละเอียด และผมอยากจะ เรียนพี่น้องประชาชนนะครับว่าอดีตที่ผ่านมาไม่มีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังคนไหนหรอกครับ ที่จัดทำงบประมาณอวดรู้สู่ฉลาดมาตลอด คนทำงบประมาณรายจ่ายแผ่นดินคือสำนักงบประมาณ กระทรวงการคลังหา สำนักงบประมาณจัดทำ ผมเป็นรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี รับผิดชอบสำนักงบประมาณตั้งแต่ปี ๒๕๓๑ ตั้งแต่บางคนยังไม่เล่นการเมือง งบประมาณมี ๓ ส่วน ได้เท่าไรใช้เท่านั้นเขาเรียกสมดุล ได้น้อยใช้มากขาดดุล ได้มากใช้น้อยเขาเรียกเกินดุล กระทรวงการคลังไม่มีหรอกครับที่เป็นคนจัดทำงบประมาณ ท่านกรณ์ก็สนุกใหญ่ท่านบอกเลย ทั้งหมดท่านไม่รับ และท่านบอกว่าทำไมไม่กู้เงิน ผมอยากจะเรียนท่านประธานนะครับว่ารัฐบาลนี้ ไม่ได้ทำโดยลำพัง ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี ได้เรียกประชุมหลายหน่วยงาน ๑. สภาพัฒน์ เบรน สตรอมมิง (Brain storming) เขากำหนดแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติตั้งแต่สมัย จอมพล สฤษดิ์ ธนรัชต์ เป็นนายกรัฐมนตรี เรียกว่าแผน ๑ เขาดูการทำงานมาตลอด แผน ๑ มาแผน ๒ แผน ๓ แผน ๔ แผน ๘ ผมมีส่วนร่วมเปลี่ยน พัฒนาชาติ พัฒนาคน พัฒนาคนต้องพัฒนา การศึกษา ท่านบอกว่าทำไมไม่กู้ในระบบ ผมเรียนอย่างนี้ว่างบประมาณปี ๒๕๕๖ ตั้งไว้ ๒.๔ ล้านล้านบาท แบ่งเป็น ๑. รายจ่ายประจำ จำนวน ๑,๙๐๐,๐๐๐ บาทเศษ คิดเป็นสัดส่วน ร้อยละ ๗๙ บ้านเมืองที่มันไม่พัฒนา ผมอยากให้พี่น้องประชาชนติดตามการอภิปราย ที่มันไม่พัฒนาเพราะงบลงทุนมันน้อย งบจ่ายประจำมันเยอะ ปีนี้ปี ๒๕๕๖ มีงบลงทุน ทั้งหมด ๔๔๘,๙๓๘ ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน ๑๘.๗ เปอร์เซ็นต์ของวงเงินงบประมาณ ไปจ่ายชำระต้นเงินกู้ ๔๙,๑๔๙ ล้านบาท ผมไม่ใช่จบเศรษฐศาสตร์ แต่ผมจบกฎหมายและผมเรียนมินิ เอ็มบีเอ (Mini MBA) แล้วเรียนเมืองไทย คุมงบประมาณ ผมมีความเข้าใจ รัฐบาลมีมาสเตอร์แพลน แอคชัน แพลน (Action plan) ที่จะต้องใช้เงินทั้งหมด ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แล้วท่านบอกว่าทำไมไม่กู้จากงบประมาณ รายจ่ายประจำปี กี่ปีถึงกู้ได้ นี่ละจึงเป็นที่มา รัฐบาลทำตามลำพังไหม ไม่ใช่ รัฐบาลปรึกษา สภาพัฒน์ ปรึกษากระทรวงการคลัง ปรึกษาสำนักงบประมาณ สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะเขายืนยันใน ครม. ผมนั่งฟังอยู่ เขาบอกหนี้ไม่เกินถึงกู้ มันไม่เกิน ๖๐ ตอนนี้มัน ๕๐ พวกผมเป็นนักการเมืองมาจากการเลือกตั้ง ก็ฝ่ายเทคนิคเขาบอกอย่างนี้ แล้วจะให้ทำอย่างไร ผมเข้าใจ จะมีการตกใจกันครั้งใหญ่ เพราะพรรคเพื่อไทยตัดสินใจ เอาป้ายมาขึ้นทำไม ไหนบอกไม่สร้างหนี้ ไหนบอกไม่ล้างหนี้ เราไม่สร้างหนี้ เราไม่ล้างหนี้ นั่นหนี้ที่ได้มาจากการทุจริต แต่นี่เราก่อหนี้เพื่อเอามาลงทุน มันคนละประเด็นกัน ประท้วงทำไม ท่านพูดตั้งเยอะผมไม่ประท้วงเลย
เชิญครับ ท่านผู้ประท้วง เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ผม อรรถพร พลบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ผมประท้วง ท่านผู้อภิปรายคือท่านรองนายกรัฐมนตรีเฉลิมในข้อ ๖๑ นะครับ ท่านอภิปรายโดยการใช้วาจา ที่ไม่สุภาพ แล้วก็มีลักษณะของการเสียดสี ในความเข้าใจของผมท่านรัฐมนตรีกรณ์ได้ตั้งคำถาม ถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังคนปัจจุบัน คือท่านกิตติรัตน์ ผมไม่แน่ใจว่าคนที่ถนัด การจับร้านเพชรมาเกี่ยวข้องอย่างไร ผมไม่แน่ใจว่าผมฟังไม่รู้เรื่องหรือท่านพูดไม่รู้เรื่อง แต่คำชี้แจง ของท่าน สาระที่ท่านแสดงออกมามันไม่ตรงต่อคำถามและสร้างสรรค์ปัญญาให้เกิดขึ้นกับผู้ฟัง ผมขอท้าว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังอยู่ไหนล่ะครับ ทำไมไม่ออกมาตอบคำถามของ ท่านรัฐมนตรีกรณ์
คืออย่างนี้ ท่านจะประท้วงอะไรครับ เอาข้อประท้วงก่อนครับ
ท่านรองนายกรัฐมนตรีเฉลิมใช้วาจา การอภิปรายไม่สุภาพและเสียดสี ท่านประธานวินิจฉัยไม่ตรงประเด็นด้วยครับ ผมยังงงว่า ท่านพูดถึงเรื่องอะไรอยู่เลยครับ
ครับ ผมจะวินิจฉัยครับ ท่านเฉลิมครับ เมื่อสักครู่ที่บอกว่าไม่สุภาพ ไม่เรียบร้อย คำไหนครับ
ทั้งหมดละครับ ท่านประธานฟังตั้งแต่ต้นหรือครับ
ไม่เป็นไรครับ
คือท่านมาท่านมินิเอ็มบีเอ เขาพูดกันไปถึงไหน แล้วครับ เขาแสดง ท้าแสดงภูมิกันอย่างคนมีความรู้ ท่านมินิเอ็มบีเออะไร ผู้ฟังทั้งประเทศ เขาก็เห็นอยู่ว่าท่านไม่ได้เกี่ยวไม่ได้ข้องอะไรกับเรื่องนี้
คืออย่างนี้ครับ เอาอย่างนี้นะครับ คือการอภิปรายการแสดงความเห็นในสภาแต่ละคนลีลาไม่เหมือนกันนะครับ ของท่านเฉลิมก็ตามฉบับ เราก็ดูที่เนื้อหาในการชี้แจงแล้วกันนะครับ ฉะนั้นเชิญท่านเฉลิม ชี้แจงต่อครับ
ขออนุญาตเรียน ท่านประธานนะครับ ท่านกรณ์เป็นคนบอกว่าไม่เห็นด้วยกับร่างพระราชบัญญัติ อันนี้ผมไม่ปฏิเสธ ท่านบอกว่าไม่เห็นด้วยกับการกู้นอกระบบ เพราะสามารถกู้ในระบบได้ ผมก็บอกว่าในระบบ นี่มันไม่มีเงิน เพราะงบลงทุนมันมีน้อย เราจะลงทุน ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ถ้าไปรอทำตาม พวกท่านนี่มันไม่สามารถจะลงทุนครบวงจรตามที่บอกได้ ท่านบอกร่างพระราชบัญญัติ ขัดรัฐธรรมนูญ ผมยืนยันไม่ขัด นายกรณ์นี่ละทำหนังสือหารือกฤษฎีกา และมีบรรทัดฐาน ๒ ฉบับ ศาลรัฐธรรมนูญบอกไม่ขัดเดี๋ยวจะอ่านให้ฟังว่ามันไม่ขัด ผมไม่ตอบอย่างนี้แล้วตอบอย่างไร เขาเรียกตอบหักล้าง พรรคการเมืองบางพรรค ผมเรียนอย่างนี้อาจจะตกใจ เพราะเรื่องนี้ มันเป็นการเปลี่ยนโครงสร้างครั้งยิ่งใหญ่ บางพรรคกู้เงินมาก็เป็นโครงการตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ อยากได้เงินไม่มีโครงการ มีเงินแล้วค่อยคิดเอาอะไรไปใส่ ๆ แต่พรรคเพื่อไทยเขามีโครงการ แล้วเขาถึงกู้ ต้องเปิดใจให้กว้าง มุมมองทางหลักเศรษฐศาสตร์มันไม่เหมือนกัน พรรคเพื่อไทยเขามอง กระโดดครั้งนี้เป็นก้าวกระโดด เราคุยเราบันทึกว่าล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ ๕ ทรงพระกรุณามีรถไฟ ต่อมาล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ ๖ รัชกาลที่ ๗ รัชกาลที่ ๘ จนกระทั่งรัชกาลปัจจุบัน พรรคเพื่อไทย ก็คิดว่าเราจะทำอย่างไรให้มีรายได้เข้าประเทศไม่ใช่เข้ากระเป๋าพรรคเพื่อไทย จึงกำหนดโครงการ ขึ้นมา ผมเรียนอย่างนี้เงินกู้ฉบับนี้ถ้าสำเร็จก็อยู่ที่อายุรัฐบาล ใครเป็นรัฐบาลก็ทำงานต่อไป ผมอยากจะบอกพี่น้องประชาชนว่าถ้าฟังพรรคประชาธิปัตย์พูดผิดทุกมาตรา กฎหมายมี ๑๙ มาตรา เขียนหัว เขียนท้าย เขียนซ้าย เขียนขวา ปิดหน้า ปิดหลัง ทำอะไรไม่ได้เลยตามที่ท่านสงสัย ผมจะนำเสนอว่า ๑. สาระร่างของกฎหมาย ผมจะบอก ๑๙ มาตรามีอะไร ที่ท่านพูดที่บอก ถ้าเงินไม่ใช้จะเอาไปไหน เขาเขียนไว้ในมาตรา ๑๖ และอีกมาตราหนึ่งเงินที่เอามาใช้ใช้ไม่หมด ต้องคืนกระทรวงการคลังเท่านั้น และคนเป็นอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังท่านอภิปราย อย่างนี้ได้อย่างไรเดี๋ยวผมจะลงรายละเอียด เขาเขียนไว้ชัด บัญชีแนบท้ายท่านก็บอก โอ๊ย ตายแล้ว ไม่มีอะไรเลยเดี๋ยวไปแยกแร่แปรธาตุเขามีไว้หมด ๓ ยุทธศาสตร์ เป็นเงินทั้งหมด ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท และมีอีก ๒๙๐ กว่าหน้า ผมถามท่านประธานอ้ายนี่มันวาระที่หนึ่งแค่รับหลักการ คณะกรรมาธิการ วาระที่สอง ใครก็เข้าไปได้ โฆษกก็ผลัดกันแถลงอ้ายนี่ไม่ดี นี่วาระที่หนึ่งแค่รับหลักการกินไม่ได้ นอนไม่หลับมันเกิดอะไรขึ้นกับรัฐสภา มันเกิดอะไรขึ้นกับสภาผู้แทนราษฎร คำก็เสียงข้างมาก ไม่ยอมรับ อย่างนั้นก็จะเขียนไว้ทำไมในตำรารัฐศาสตร์ มาจอริตี ไรท์ (Majority right) ไมนอริตี รูล (Minority rule) เขาเขียนไว้ทำไม มันต้องยอมรับ ทีนี้ผมเรียนต่อนะครับว่า การมองการเมืองเรื่องเศรษฐกิจมันมองไม่เหมือนกันครับ อย่างพรรคประชาธิปัตย์มักจะมองว่า การดำเนินการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจของพรรคเพื่อไทยเป็นประชานิยม แต่พรรคเพื่อไทย ไม่ได้มองอย่างนั้นมองนี่เป็นเรื่องเศรษฐกิจและมองเป็นการลงทุน มองคนละมิติ เรามองว่า นี่เป็นการลงทุนที่เราต้องดำเนินการให้ได้ ลงทุนคนมีงานทำ มีการสร้างงาน มีรายได้ มีเงิน จับจ่ายใช้สอย อาป๊า อาเฮีย อาม้า อาซ้อ ขายของได้ ขายของได้ก็มีเงินไปซื้อของ ก็มีเงิน เสียภาษีรัฐเก็บภาษีได้ ทำไมท่านไม่คิดกันบ้างครับ นี่คือมุมมองของท่าน และพรรคประชาธิปัตย์ มองนโยบายพรรคไทยรักไทย พรรคพลังประชาชน พรรคเพื่อไทย โดยกล่าวหาว่าเป็นประชานิยม แต่นโยบายของพรรคเพื่อไทยเรามองเรื่องนี้ว่าเป็นเรื่องเศรษฐกิจ เป็นการลงทุน สร้างงาน คนมีงานทำ ค้าขายได้ รัฐบาลเก็บภาษีได้ ประชาชนชอบใจจึงเลือกพรรคเพื่อไทยเป็นรัฐบาล ต่อเนื่อง อ้าว ท่านก็มองต่อว่า เอ๊ะ แล้วอย่างนี้มันจะทำอย่างไรกันต่อไป พวกผมก็บอกอย่างนี้ ถูกแล้ว ต่อมาก็โครงการรถยนต์คันแรก ผมปราศรัยเองบอกพี่น้องที่เคารพพี่น้องลำบาก มานานแล้วเงินเดือนเท่านี้ ๑๕,๐๐๐ บาท ข้าวเกวียนละเท่านี้ ใครเป็นหนี้ไม่เกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาท เตรียมพักหนี้ ๕ ปี ก็ปราศรัยเป็นนโยบาย แล้วบอกกับพี่น้องประชาชนว่าโครงการรถยนต์ คันแรกพรรคเพื่อไทยเห็นว่าต้องการยกระดับพี่น้องประชาชนในระดับรากหญ้าให้มีโอกาส ลืมตาอ้าปากประกอบกับน้ำท่วมท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์นี่ละครับบอกว่าโรงงานผลิต มันจะหนีหมดแล้ว มันจะไปต่างประเทศหมดพวกผลิตรถยนต์ รัฐบาลเลยเอานโยบายรถคันแรกมา แอพพลาย (Apply) ใหม่บอกว่าต้องรีบจำหน่ายรถคันแรก พี่น้องประชาชนซื้อกันทั้งประเทศ นี่พวกท่านไม่รู้กันบ้างหรือนี่ ที่โรงงานรถต่าง ๆ เขาไม่ย้ายฐานไปเพราะนโยบายรถคันแรก ท่านก็ออกมาง่อยเปลี้ยเสียขา ไม่มีเงินผ่อน ไม่มีเงินยึดมันก็มีบ้าง แต่โครงสร้างใหญ่ ๆ มันดี วันนี้โรงงานผลิตรถยนต์ไม่ย้ายเลย ถือว่าพรรคเพื่อไทยมองนี่เป็นการเพิ่มชนชั้นกลางก็คิดคนละมุม ท่านคิดของท่านแต่พวกผมคิด อย่างนี้ ต่อมาเมื่อเรามีนโยบายรถคันแรก ประชาชนซื้อรถเยอะโรงงานเขาบอก เอ๊ะ อย่างนี้จะไป อยู่ที่อื่นทำไม อยู่ประเทศไทยดีกว่า วันนี้นิ่ง นิ่งเลย ผมบอกท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ปรากฏว่าก็เอาเรื่องเล็กเรื่องน้อยมาทำ ถูกยึดบ้างอะไรบ้าง วันนี้คนไทย เมืองไทยได้ความเชื่อมั่น จากนักธุรกิจนานาอารยประเทศจากนโยบายทักษิณคิด พรรคเพื่อไทยทำ ก็บอกกันตรง ๆ ไม่มีปัญหา ต่อมาเรามีความพร้อมเราจะเป็นผู้นำอาเซียนไม่ได้เข้าแค่เออีซี ต้องเป็นผู้นำอาเซียน ให้ได้จึงเป็นที่มาของโครงการ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท นี่อย่างไรเราจะเป็นผู้นำอาเซียน ผมไปแก้ปัญหายาเสพติด ผู้นำประเทศจีนมาช่วยแก้ จับที ๔๐๐-๕๐๐ ล้านเม็ด ผมแก้ไม่ได้ แต่ผมรู้เขาแก้ได้ ผมรู้ว่าประเทศจีนมีอิทธิพลต่อประเทศพม่า ไปขอเขา ไปจับเขาให้ช่วยหน่อย เขาช่วยเต็มไปหมดนี่อย่างไรวิธีคิดแบบรัฐบาลพรรคเพื่อไทย การใช้หนี้ไอเอ็มเอฟใครจะใช้ ก็ช่างเถอะ ก็ไม่มีใครเอาเงินในกระเป๋าไปใช้ก็เงินหลวง ภาษีของท่าน เงินของท่านจัดสรรโดยเรา แต่โครงการที่สร้างความสั่นสะเทือนเอาไว้คือมิยาซาวาและบีไอบีเอฟ (BIBF) พีไอบีเอฟ (PIBF) ผมนี่ละพูดตรงนี้ ๒ ชั่วโมงครึ่งว่าเอาเงินเขามาโดยการลงทุนไม่มีความพร้อม บีไอบีเอฟ พีไอบีเอฟ สุดท้ายหายนะเป็น ปรส. ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ผมนี่ละ ร้อยตำรวจเอก เฉลิมเป็นคนพูด พูดในสภาแห่งนี้ บีไอบีเอฟ พีไอบีเอฟ แต่ไม่ใช่ไอเอ็มเอฟ อินเตอร์เนชันแนล โมเนทารี ฟันด์ (IMF International Monetary Fund) ผมไม่ทราบ ใครใช้หนี้ผมไม่ทราบ แต่อยากจะบอกว่า ถ้าเป็นหนี้แล้วใช้หนี้มันดี ไปเป็นทำไม แต่บีไอบีเอฟ พีไอบีเอฟ เสียหาย ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เรื่องอยู่ที่ ป.ป.ช. วันนี้ต้องเอาหนังเก่ามาเล่าใหม่ ผมถึงบอกว่าพรรคการเมืองบางพรรค มองการเมืองว่าพอเหรียญตกไปใต้โต๊ะ เหรียญบาทนะ ไปมองหาแล้วหาอีก ๆ สุดท้าย จุดแบงก์ ๕๐๐ หาเหรียญสลึงก็เสียไป ๕๐๐ แต่อ้ายนั่นพบว่าสลึงเดียว พรรคเพื่อไทยเขาจึง มีนโยบายชัดเจนว่าแนวคิดการล้างหนี้ของพรรคเพื่อไทยคือการหาเงินไปตามเงิน เอาเงินมาลงทุน ให้มันได้หนี้สินที่มีอยู่ก็จะหมดไป ผมย้ำอีกครั้งหนึ่งการแก้ปัญหาของพรรคเพื่อไทยคือ การหาเงินไปตามเงิน กู้เพื่อขยายการลงทุน เมื่อเศรษฐกิจโตหนี้ก็หายไปเอง ผมไม่ได้ยิน ใครพูดสักคำว่าถนนหนทาง ว่าทางรถไฟมันดี ความเจริญมันเกิดขึ้นในภูมิภาค ที่ดินจะราคาแพง พูดบ้างไหม มันเป็นเนชันแนล แอสเสท (National Asset) อ้ายนี่ก็ขัดรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๖๙ อ้ายนี่ทำไมออกเป็นพระราชบัญญัติ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แล้วทีท่านออกเป็นพระราชกำหนดละ ก็ได้ ก็ศาลบอกได้ ผมก็ไม่ตำหนิ ผมเรียนอย่างนี้ท่านประธานที่เคารพ ร่างพระราชบัญญัติ ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของประเทศ พ.ศ. .... ยังไม่รู้ว่าผ่านหรือเปล่านะ ผมกล้าพูดได้เต็มปาก ผมก็เรียนกฎหมายเหมือนกันว่าเป็นกฎหมาย กู้เงินฉบับแรกของไทยที่กล้าระบุการใช้เงินไว้อย่างละเอียด การันตี (Guarantee) ถึงความโปร่งใส ถ้าบอกกฎหมายกู้เงินฉบับนี้ไม่โปร่งใสก็คงไม่มีกฎหมายกู้เงินของรัฐบาลชุดไหนที่โปร่งใสอีกแล้ว ผมเรียนต่อนะครับ หลักการร่างพระราชบัญญัติที่ท่านวิจารณ์กฎหมายนี่ท่านใช้อารมณ์ กฎหมาย ก็ต้องวิจารณ์หลักการของร่างพระราชบัญญัติ หลักการกฎหมายฉบับนี้เพื่อให้กระทรวงการคลัง มีอำนาจกู้เงินมาใช้ในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของประเทศ เฉพาะโครงการที่ระบุไว้ในบัญชีแนบท้ายร่างพระราชบัญญัติเท่านั้น เอาอะไรมาพูดกันนี่ กู้เงินมาเดี๋ยวจะสร้างตรงโน้นตรงนี้ นี่หลักการของกฎหมายเขาบอกให้กู้มาเพื่อการนี้ รายละเอียดตามบัญชีแนบท้าย ต่อมาการวิจารณ์กฎหมายผมไม่ได้สอนนะครับ เดิมว่าจะพูดน้อย แต่ให้มันชัดเจน ๑. เมื่อดูหลักการแล้วต้องดูเหตุผลของร่างพระราชบัญญัติ รัฐบาลทำมา เรียบร้อย รัฐบาลบอกเหตุผลที่ต้องร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้เพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ด้านขนส่งของประเทศรองรับประชาคมอาเซียน เออีซีในปี ๒๕๕๘ เป็นไปตามนโยบายของ รัฐบาลที่แถลงต่อรัฐสภาเมื่อวันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๔ ด้านนโยบายโครงสร้างพื้นฐาน และการพัฒนาระบบรางเพื่อขนส่งมวลชนและการบริหารจัดการระบบขนส่งสินค้าและบริการ รวมไปถึงโครงการรถไฟฟ้า ๑๐ สายในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ไปเปิดสิครับ ท่านประธานครับ เดิมทีผมไม่คิดอภิปราย แต่เขาส่งมาให้ดูผมว่ามันดีนี่ แล้วทำไมมันถึง แปรเปลี่ยนกันทั้งนั้น นี่หลักการเขาว่าอย่างนี้ เหตุผลอย่างนี้ ต่อมาเขาบอกไว้ชัด ท่านประธานครับ มีทั้งหมด ๑๙ มาตรา และอธิบายละเอียด คนมาอภิปรายบอกว่าเดี๋ยวเอาเงินไปใช้โน่นใช้นี่ มันไม่ได้ เขียนไว้ชัดไปอ่านใหม่ก็ได้ครับ มาตรา ๑ เขาบอกว่าชื่อ มาตรา ๒ วันใช้บังคับ คือประกาศในราชกิจจานุเบกษา มาตรา ๓ คำนิยาม มาตรา ๔ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง รักษาการ แล้วไปบอกว่ากระทรวงคมนาคมชี้แจงไม่ได้ อ้ายนั่นเขาฝ่ายเทคนิค เรื่องเงิน กระทรวงการคลังหา กระทรวงคมนาคมไปบริหารจัดการ มาตรา ๕ ท่านประธานครับ ผมอยากให้กฎหมายฉบับนี้เป็นที่ประจักษ์ชัด ให้บ้านนี้เมืองนี้จะได้รู้ว่าใคร แล้วเลือกตั้ง ล่วงหน้าเอาเลยสมัครใจเอาใครก็ว่ากันไป มาตรา ๕ ให้อำนาจกระทรวงการคลัง เขาไม่ได้ให้ กระทรวงคมนาคม อย่าไปพูดสับสน เขาให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ภายในวันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๖๓ เพื่อนำไปใช้ดำเนินการเฉพาะตามที่กำหนดในบัญชีแนบท้าย เท่านั้น กฎหมายย้ำอีก ไปทำอย่างอื่นไม่ได้ต้องมีในบัญชีแนบท้าย มาตรา ๖ เงินที่ได้จากการกู้ รัฐบาลจะใช้เองหรือให้หน่วยงานของรัฐกู้ต่อไปเพื่อนำไปใช้ดำเนินการตามบัญชีแนบท้ายได้เลย โดยไม่ต้องส่งคลัง กู้มาแล้วรัฐบาลสั่งการได้แต่ต้องเป็นโครงการตามบัญชีแนบท้าย ถ้าไปส่งคลังเขาเรียกเงินคงคลัง ถ้านั่นละมันจะผิดรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๖๙ ต่อมาท่านประธานครับ หากมีความจำเป็นตามมาตรา ๖ ต้องใช้ แต่ต้องใช้ตามร่างพระราชบัญญัติบัญชีแนบท้ายว่ามีอะไรบ้าง โซ แอนด์ โซ (So and so) ต่อมามาตรา ๗ รัฐบาลจะเป็นผู้อนุมัติวงเงินกู้ การจัดการเงินกู้ และวิธีการเกี่ยวกับการกู้เงินในแต่ละปีรัฐบาลเป็นผู้พิจารณาอนุมัติ มาตรา ๘ ถึงมาตรา ๑๓ อ่านกฎหมายแล้วอ่านกระโดดมันตามไม่ทันหรอกครับ มาตรา ๘ ถึงมาตรา ๑๓ เป็นเรื่องของ การบริหารจัดการเงินกู้ในรายละเอียดแต่ละโครงการ เช่น การบริหารความเสี่ยง การเบิกจ่าย เงินกู้ การใช้หนี้ ให้เป็นหน้าที่ของกระทรวงการคลัง โดยต้องปฏิบัติตามกฎหมายชัด มาตรา ๑๔ กำหนดขั้นตอนของการเสนอโครงการที่จะขออนุมัติเงินกู้จากคณะรัฐมนตรี ๑. แต่ละโครงการ ที่จะขอใช้เงินกู้ต้องผ่านตามขั้นตอนกฎหมายให้ครบถ้วนก่อน เช่น การศึกษาผลกระทบ สิ่งแวดล้อมอีไอเอ การศึกษาผลกระทบด้านสุขภาพ ถ้าไม่ผ่านอีไอเอเขาก็ไม่อนุมัติให้ใช้ ทีนี้แต่ละโครงการที่จะขอใช้เงินกู้ต้องผ่านการกลั่นกรองจาก ๓ หน่วยสำคัญ หน่วยที่ ๑ สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หน่วยที่ ๒ สำนักงบประมาณ หน่วยที่ ๓ กระทรวงการคลัง จะใช้ต้องอนุมัติจาก ๓ หน่วย ไม่ใช่ ครม. ไปอนุมัติ ท่านเอา อะไรกันมาพูด ต่อไปก็มาตรา ๑๕ หลังจากที่ ครม. อนุมัติวงเงินกู้ให้แก่โครงการใดแล้ว ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ท่านบอกว่าไม่มีระเบียบ มีครับในมาตรา ๑๕
ท่านรองนายกรัฐมนตรีครับ สักครู่นะครับ ท่านสุรเชษฐ์เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม สุรเชษฐ์ แวอาแซ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดนราธิวาส พรรคประชาธิปัตย์ ด้วยความเคารพครับ ท่านประธานครับ เพราะผู้ที่กำลังชี้แจงนี้ก็คือรองนายกรัฐมนตรีเฉลิม ซึ่งผมเคารพเช่นกัน ผมทราบแล้วว่าท่านเป็นนักกฎหมายไม่ต้องมาอ่านกฎหมายให้เพื่อน ๆ ส.ส. ต้องฟังหรอก
ท่านสุรเชษฐ์ ท่านประท้วงข้อไหนพอครับ ท่านไม่ต้องอธิบาย
ผมประท้วงข้อ ๖๑ เพราะว่าประเด็น ที่สมาชิกได้อภิปรายนั้นล้วนแล้วไปเกี่ยวในเรื่องของการบริหารงบเงินกู้ว่านำมาใช้ประโยชน์ แล้วก็เราไม่เห็นด้วย วิธีการใช้เงินกู้ไม่ใช่มานั่งอ่านกฎหมายสอน ส.ส. ในสภาแห่งนี้
ครับ พอสมควรแล้วท่าน เดี๋ยวก็จะจบแล้ว ท่านนายกรัฐมนตรีก็จะสรุปอยู่แล้วครับ เดี๋ยวท่านรองนายกรัฐมนตรีจบแล้วก็ค่อยต่อด้วยท่านนะครับ
ท่านประธานครับ ผมเป็น ส.ส. กฎหมาย ก็พวกท่านอภิปรายกันจนว่าอ้ายนั่นก็ผิดอ้ายนี่ก็ผิด ผมก็บอกว่าไม่ผิด เพราะว่ากฎหมายเขาคุ้มครอง แต่ละมาตรารัฐบาลต้องทำตาม ผมไม่ได้สอนกฎหมาย ใครจะไปสอนพวกท่านได้ ท่านไม่ฟังผมหรอก แต่ประชาชนเขาฟังว่าที่คุณพูดกันมาทั้งวัน มันแตกต่างกับ ร้อยตำรวจเอก เฉลิม แตกต่างสิครับ ท่านก็บอกว่าเงินนี้เอาไปโน่นมานี่ มาตรา ๑๕ หลังจากที่ ครม. อนุมัติวงเงินกู้ให้แก่โครงการใดแล้ว (๑) หน่วยงานเจ้าของโครงการ ต้องจัดซื้อจัดจ้างภายใต้กรอบและหลักเกณฑ์ของระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี
ท่านรองนายกรัฐมนตรีครับ กรุณารอสักครู่ครับ เชิญครับท่านอรรถพรครับ ประท้วงเรื่อง อะไรครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ ผม อรรถพร พลบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ผมประท้วงท่านรองนายกรัฐมนตรีที่ดูไปดูมาท่านก็คลับคล้ายคลับคลาท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังเหมือนกันนะครับ
ท่านบอก ประท้วงข้อไหนพอแล้วครับ ไม่ต้องไปพูดอย่างนั้นเดี๋ยวจะเป็นการตอบโต้นะครับ
ท่านรองนายกรัฐมนตรีทำผิดข้อบังคับ ข้อ ๖๑ ในเรื่องของการอภิปรายที่ฟุ่มเฟือยนะครับ ท่านอภิปรายในฐานะของรัฐมนตรี ท่านต้องชี้แจง คำถามหรือข้อที่พาดพิงของผู้อภิปรายฝ่ายค้าน ในประเด็นที่ท่านกำลังอภิปรายอยู่นี้ ไม่ใช่คำถามของฝ่ายค้านแต่ประการใด ท่านกำลังใช้สิทธิของ ส.ส. ในการอภิปราย เรื่องโดยทั่วไป ซึ่งท่านต้องมานั่งข้างล่างไม่ใช่ไปนั่งที่นั่งนายกรัฐมนตรีอย่างนั้นครับ
ท่านพอแล้วครับ ท่านนั่งลงครับ ท่านนิยมไม่ต้องประท้วงแล้วครับ พอแล้วครับ ท่านอรรถพรก็ไม่ต้องประท้วงครับ เดี๋ยวผมจะให้ท่านรองนายกรัฐมนตรีชี้แจงจะได้ต่อไป ท่านพุทธิพงษ์รออยู่ เดี๋ยวให้ท่านพุทธิพงษ์
(นายนิยม เวชกามา ได้ยืนและยกมือขึ้น)
ท่านอย่าประท้วงเลย ไม่ต้องช่วยท่านท่านเชี่ยวชาญอยู่แล้ว เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นิยม เวชกามา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทย ผมประท้วงท่านประธาน ตามข้อ ๘ ขอให้ควบคุม เพราะว่าผู้ประท้วงทั้ง ๒ คนที่ผมฟังมาไม่
เอาอย่างนี้ ท่านประท้วงผม แต่ไม่ต้องบอกเขาประท้วงอะไร คือผมนี่ท่านยกมือก็อยากใช้สิทธิ ผมก็ต้องฟัง ให้พูดให้หมด พอพูดมาแล้วผมก็ถึงบอกว่าไม่ต้องประท้วงแล้ว ก็ยังให้ท่านรองนายกรัฐมนตรี ชี้แจงอยู่ เพราะฉะนั้นการประท้วงนี่ผมก็เลยบอกว่าถ้าไม่จำเป็นก็อย่าประท้วง ถ้าประท้วง มันจะเสียเวลาท่านรองนายกรัฐมนตรีชี้แจง เพราะฉะนั้นคนประท้วงผมจะห้ามไม่ให้ประท้วง ไม่ได้ พอยกมือ ผมก็เห็นท่านพยายามยกมือ ผมก็เลยบอกถ้าไม่ประท้วงก็จะให้ท่านรองนายกรัฐมนตรี ชี้แจงไปเลยจะได้จบเร็ว ๆ ครับ เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผมมาชี้แจงในฐานะรองนายกรัฐมนตรีที่นายกรัฐมนตรีมอบหมายผมใน ครม. ไม่อย่างนั้น วันนี้ผมไปลังกาวี ท่านนายกรัฐมนตรีบอกไม่ได้ต้องมาชี้แจง และผมยังไม่ได้นอกประเด็นเลย ก็หลายท่านอภิปรายอ้ายนี่ก็รั่วไหล อ้ายนี่ก็ไม่มีกฎหมายควบคุม ก็เขามีอยู่หมดท่านอ่านกัน ไม่ละเอียด มาตรา ๑๕ ร่าง พ.ร.บ. อนุมัติเงินกู้ให้แก่โครงการใดแล้ว หน่วยงานเจ้าของ โครงการต้องจัดซื้อจัดจ้าง ท่านก็บอกว่าไม่มีระเบียบควบคุม ก็ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ. ๒๕๓๕ ใครเป็นรัฐบาลหลัง พ.ศ. ๒๕๓๕ ใช้ทั้งนั้น แล้วบ้านเมืองมันจะ ถล่มทลายเมื่อปี ๒๕๕๖ ได้อย่างไร และระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุด้วยวิธีการอิเล็กทรอนิกส์ ปี ๒๕๔๙ ระเบียบหรือข้อบังคับอื่นของหน่วยงานตลอดถึงการจัดสรรและการเบิกจ่ายเงินกู้เป็นหน้าที่ ของสำนักงบประมาณและสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ ทุกรัฐบาลก็ทำอย่างนี้แล้วก็เขียนไว้ใน พระราชบัญญัติแล้วท่านอภิปรายกันทั้งวันเรื่องอะไรผมหน้าที่ชี้แจงและมีหน้าที่โดยตรงด้วย ทีนี้ท่านประธานที่เคารพ มาตรา ๑๖ ผมไม่อยากมาชี้แจงตอนบ่ายผมปล่อยให้ท่านออกทะเล ไปก่อนโดยเฉพาะท่านอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ออกทะเล มาตรา ๑๖ บอกว่าถ้าโครงการใดมีเงินกู้เหลือใช้ไปเปลี่ยนโครงการไม่ได้ต้องส่ง กระทรวงการคลังเป็นรายได้แผ่นดิน เมื่อสักครู่ก็แว๊บ ๆ คนฟังก็ตกใจกรณ์นี่ซาร์เศรษฐกิจ ไม่รู้คนอื่นให้แต้มนะแต่ผมไม่เคยให้ ไม่เคยจริง ๆ คุณบอกเลยถ้าเงินใช้ไม่หมดจะทำอย่างไร ไปเปิดดูมาตรา ๑๖ คุณกรณ์ จาติกวณิช ถ้ากรณีโครงการใดมีเงินกู้เหลือใช้ต้องส่งกระทรวงการคลัง เป็นรายได้แผ่นดินชัดเจน ท่านประธานครับ พอมาถึงมาตรา ๑๗ มาตรา ๑๘ และมาตรา ๑๙ กำหนดวิธีการในการติดตามควบคุมการใช้เงินกู้ไว้ ๓ ชั้น ถ้าผมจะพูดว่าพระราชกำหนด บางคนออกก็ไม่มีวิธีการควบคุมการกู้เงิน นี่กำหนดไว้ ๓ ชั้นอย่างที่ไม่เคยมีกฎหมายกู้เงิน ฉบับใดที่กำหนดไว้ถึงขนาดนี้ เมื่อก่อน ๑. หน่วยงานแรกหน่วยงานต้องรายงานกระทรวง เจ้าสังกัดอย่างต่อเนื่องจนกว่าจะเสร็จโครงการ ๒. แต่ละส่วนต้องรายงานกระทรวงการคลัง เป็นระยะ ๆ เพื่อให้กระทรวงการคลังรวบรวมรายงานคณะรัฐมนตรี ๓. คณะรัฐมนตรี ต้องรายงานความคืบหน้าต่อสภาผู้แทนราษฎร วุฒิสภาทุก ๆ ปีภายใน ๑๒๐ วัน นับแต่ วันสิ้นปีงบประมาณ อย่างนี้คลุมไหมครับ ก็คลุม สุดท้ายก็มาสภา ไม่ดีท่านพบท่านก็ลากไส้ ก็ส่ง ป.ป.ช. ปปง. ปปท. สตง. และ/หรือตรวจสอบ สุดท้ายเข้าคณะกรรมาธิการ สุดท้าย ยื่นมติไม่ไว้วางใจ เพราะฉะนั้นเลิกพูดเสียทีที่ว่าควบคุมไม่ได้ ต่อมาเหตุผลนี่ตอบคุณกรณ์บอกว่า ไม่ควรทำเป็นพระราชบัญญัติ ไม่ควรไปกู้ เหตุที่ต้องทำเป็นพระราชบัญญัติเงินกู้โดยเฉพาะ เรียนด้วยความเคารพเพราะโครงการนี้พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ที่ใช้เงินจำนวนมาก จะต้องมีแหล่งเงินที่แน่นอนเพื่อนำมาใช้จ่ายได้อย่างต่อเนื่องและหลายปีจนกว่าจะเสร็จสิ้น โครงการ ปีนี้ในงบประมาณ ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท พอทำต่อไม่มีมันไม่ได้ต่างชาติเขาไม่เชื่อถือ การลงทุนลำบาก แล้วคุณอย่าเที่ยวได้พูดแหม ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท จะเสียดอกเบี้ยอีก ๓,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท และทำไม่นิยมนักให้กู้แต่ต่างประเทศก็รัฐบาลเขาเห็นเขารู้ว่าคนไทย มีสตางค์กู้ในประเทศได้ไหม เขาจะได้ได้ดอกเบี้ยเขาจะได้มีเงินในประเทศหมุนเวียนกัน หรือกินไม่ได้นอนไม่หลับต้องให้คนต่างประเทศรวย นั่นมุมมองคุณ นี่มุมมองผม คนไทย ก็จะได้มีรายได้ ๓,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรจะหัวเราะอะไร ก็แล้วแต่ แต่ชาวบ้านที่เขาฟังตรงนี้คะแนนผมตรึม เงินมันอยู่ในประเทศ ต่อมาผมเรียนว่า ความไม่แน่นอนและไม่ต่อเนื่องเพราะงบประมาณรายจ่ายประจำปีของทุกปีเราจึงกู้เงิน ในงบประมาณไม่ได้ ผมเรียนอย่างนี้ว่าแม้แต่ก่อนหนี้ผูกพันข้ามปีงบประมาณได้แต่ก็จะเป็น กรณีที่แต่ละหน่วยงานต่างคนต่างขอ จะขอหน่วยเดียวไม่ได้ครับ ก่อนหนี้ผูกพันท่านเป็น นายกรัฐมนตรีมาแล้วผมไม่เคยมีวาสนาก็ไม่เป็นอะไรแต่ละหน่วยงานต้องไปขอและก่อหนี้ผูกพัน มันก็จะทำให้โครงการไม่เชื่อมโยงกันและอาจซ้ำซ้อนทำให้ใช้เงินไม่มีประสิทธิภาพจึงไม่เหมาะสม กับการทำโครงการขนาดใหญ่เช่นนี้ โครงการขนาดใหญ่เช่นนี้มีโปรเจกต์ (Project) มีมาสเตอร์ แพลนมีแอคชัน แพลนเอาเงินมาแล้วก็ทำ ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ ไปเลย ท่านอย่ากระแนะกระแหนนะครับ ถ้าเลยจังหวัดนครราชสีมา เดี๋ยวไปจังหวัดอุดรธานี หรือไปจังหวัดหนองคาย หรือว่า ไปทางภาคใต้ ไปทางภาคเหนือ ทำทุกที่เท่าเทียมกันหมดไม่มีวันเว้นพื้นที่ ให้หมด ท่านก็ไปแขวะ ผมอ่านใจออกผมก็อยู่การเมืองมานานเอะอะก็ลงจังหวัดเชียงใหม่ ไม่ใช่ว่าจังหวัดเชียงใหม่เป็นบ้านของท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ แต่เมืองเชียงใหม่มันมีนัย ในการปรับปรุง เพราะการท่องเที่ยวรัฐบาลชุดนี้โจรผู้ร้ายเงียบหมด คนเที่ยวเยอะก็มีรายได้ กว่ารัฐบาลที่แล้ว ๆ ผมก็ขอบคุณคุณอภิสิทธิ์ คุณก็เคยพูดถึงเรื่องการท่องเที่ยวแล้ว การท่องเที่ยวมันดีตามลำดับ เอาละวันฝ่ายค้านเป็นท่องเที่ยวเยอะ แล้วมาชุดผมท่านจะให้น้อย ได้อย่างไร มันก็คือจังหวัดเชียงใหม่ถือว่าเป็นเมืองหลวงแห่งที่ ๒ ของประเทศ ย้ำไปย้ำมา จังหวัดเชียงใหม่ ย้ำไปย้ำมาจังหวัดเชียงใหม่ ตั้งใจเพื่อให้การท่องเที่ยวมันมากขึ้น ผมยืนยัน อีกครั้งนะครับ ถ้างบ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เอางบประมาณรายจ่ายประจำปีมีข้อด้อย ๑. ความไม่แน่นอนและไม่ต่อเนื่อง ผูกพันข้ามปีได้แต่เป็นกรณีต่างคนต่างทำทุกกรม กองเอาหมด ถ้าหากตั้งงบประมาณรายจ่ายเพื่อโครงการนี้ไว้ปีละ ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เมื่อบวกกับ ยอดรายจ่ายและใช้หนี้เงินกู้ทำให้งบประมาณขาดดุลครับ และเอาที่ไหน ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เวิร์ก เคส (Work Case) เอาแต่ละปี แต่ทั้งหมด ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ทีนี้ก็มาพูดต่อว่าเงื่อนไข การกู้เงินตามมาตรา ๙ ทวิ เป็นอุปสรรคทำให้การดำเนินโครงการขนาดไม่จำเป็นต้องตรวจ เพราะมาตรา ๙ ทวิ กำหนดเงื่อนไขในการกู้เงินไว้ว่าต้องไม่เกินร้อยละ ๒๐ ของจำนวน เงินงบประมาณรายจ่ายทั้งหมด อ้ายนั่นมันกฎหมายเก่า สุ่มสี่สุ่มหก เอากฎหมายเก่า มารวมกับกฎหมายใหม่ผมนั่งฟังนี่ปวดหัวใจ ปวดหัวใจจริง ๆ เอ๊ะมันเอาที่ไหนมาพูดกันมันไม่มี ต่อมาผมเรียนอย่างนี้จุดแข็งความมีเสน่ห์ของพระราชบัญญัติท่านแสดงได้ พระราชกำหนด เสร็จไปแล้ว เสร็จมาแล้วมันเหมือนอารมณ์มันค้างมาพูดในสภามันไม่ดึ๋งดั๋งแต่ท่าน ออกพระราชกำหนดไทยเข้มแข็ง ผมไม่ได้อภิปรายนะ ผมถือว่าท่านก็มีเจตนาดี ท่านไป เฮลิคอปเตอร์ มันนี (Helicopter money) ท่านไปต้นกล้าอาชีพ คุณกรณ์มาชี้แจงเหยง ๆ บอกว่าไม่มีทุจริตแล้วเป็นอย่างไร กรมอาชีวศึกษาว่าอย่างไร ว่าอย่างไรดำเนินคดีกันแล้ว ผมไม่ลงลึกเดี๋ยวประท้วง อ้าย ๓๙๖ โรงพักทำให้ผมเจ็บปวด และงบอะไรทั้งหลายทั้งปวง ที่มีข้อบกพร่องผมจะระมัดระวังเองจะทำให้ดี ระดับบริหารไม่มีใครคิดทุจริตครับ ก็จะมีบ้าง เพียงบางส่วน ผมต้องพูดอย่างนี้ ครั้งแรกท่านก็บอกว่าอนุมัติรายภาคผ่านไป ๖ เดือน หัวใจเปลี่ยนหรืออย่างไรมาอนุมัติเหมาภาค มันยังเป็นที่มาของการดำเนินคดี ผมเรียน ท่านอภิสิทธิ์ผมไม่มีวันเกเรท่าน จิตใต้สำนึกผมรักท่าน หน้าที่ต่างกันแต่ความสัมพันธ์คงเดิม เป็นแต่เพียงมาบอกความจริงให้ท่านรู้ มันมีขบวนการอย่างนี้โครงการถนนไร้ฝุ่นคนในรัฐบาลท่าน เอางบไปกระจาย ไปโปะที่จังหวัดนครราชสีมาเขาขอน้อมไปให้ถนน เขาขอถนนจะไป ให้โน่นให้นี่ เอาละแล้วไปแล้วผมไม่พูดถึง โครงการจัดซื้อครุภัณฑ์อาชีวศึกษาก็เพราะรัฐบาลผสม ผมเห็นใจ แต่เขาดำเนินคดีแล้วข้าราชการลำบากหมด โครงการต้นกล้าอาชีพ โครงการ ชุมชนพอเพียง โครงการปรับปรุงสถานีอนามัยเป็นโรงพยาบาลสุขภาพประจำตำบล ๔,๐๐๐ แห่ง โครงการศูนย์ประชุมแสดงสินค้านานาชาติจังหวัดเชียงใหม่ นี่มีปัญหาจากงบไทยเข้มแข็งทั้งนั้นครับ แต่ว่าผิดถูกอย่างไรผมไม่ทราบ แต่ร่างพระราชบัญญัติ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท โครงสร้าง คมนาคมท่านมีอะไรบอกมา ผมเป็นตำรวจ รัฐมนตรีชัชชาติก็เป็นลูกตำรวจ เราตั้งใจมาทำงาน ผมเรียนต่ออีกนิดเดียวนะครับ ร่างพระราชบัญญัติมาตรา ๑๔ บอกชัด ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ฉบับนี้ต้องผ่านความเห็นชอบหน่วยงานสำคัญ มาตรา ๑๔ วรรคสอง สำนักงบประมาณ กระทรวงการคลัง กำหนดให้หน่วยงานเจ้าของโครงการรายงานผล การดำเนินการต่อกระทรวงเจ้าสังกัดอย่างต่อเนื่อง ร่างมาตรา ๑๗ หมดแล้วครับ และสุดท้าย รัฐบาลต้องรับผิดชอบต่อรัฐสภา ที่ท่านห่วงใยว่าจะไม่สามารถทำได้จะอะไรได้นั้นขอเรียนนิดหนึ่ง รัฐบาลทำไม่ได้ ผมกราบเรียนเพิ่มเติม ส่วนเงินกู้ที่เหลืออีกประมาณ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ที่ไปนั่ง ซุบซิบ ๆ เงิน ๙,๐๐๐ กว่าล้านบาท ที่ท่านบอกว่าเอาไปเมืองทวาย ไม่ได้ เพราะไม่อยู่ใน บัญชีแนบท้าย คิดอย่างไร อันนี้เขามีโปรเจกต์เสร็จหมด แนบท้ายหมด เขาบอกเสร็จ มียุทธศาสตร์และแผนงานเขาก็เขียนไว้เสร็จนะครับ ยุทธศาสตร์และแผนงาน ยุทธศาสตร์ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมขนส่งของประเทศ ๓๕๔,๕๖๐ ล้านบาท แล้วก็บอกว่าจะทำอะไร ๆ ใน ๓๐๐ กว่าหน้า ต่อมาก็ยุทธศาสตร์พัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน และสิ่งอำนวยความสะดวกในการเดินทางและขนส่งไปสู่ศูนย์กลางภูมิภาคที่ท่านชัชชาติ เขาอธิบาย ตรงนี้ ๑,๐๔๐,๐๐๐ ล้านล้านบาท ต่อมาก็แผนงานปรับปรุงด่านพรมแดนการก่อสร้าง เปลี่ยนถ่ายรูปแบบการขนส่งสินค้า ทั้งหมดอีก ๕๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท แผนงานส่งเสริม หรือสนับสนุนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานอีก ๙,๒๐๐ ล้านบาท ถ้าไม่มีใส่ไว้ในแผนงาน ๑๐ สตางค์ก็เบิกไม่ได้ แต่ถ้าอ่านกฎหมายไม่ยอมเรียงลำดับ เมื่อคืนตีสอง ผมอ่านตีสอง แล้วก็มาเรียงว่ามันอย่างไร พอมาเมื่อเช้านี้ตำราหายหมด ท่านโยงไปตรงนี้โยงไปตรงนั้น อ้ายนี่ก็ทำไม่ได้ อ้ายนั่นก็ทำไม่ได้ อ้ายนี่ก็จะโกง ผมนั่งอ่านจนกระทั่งเดินมาชี้แจงท่านนี่ ว่ามันไม่มีอะไรเลย แต่วันข้างหน้ามีทุจริตหรือไม่ผมไม่กล้ารับรองหรอกครับ มีก็ต้องว่าไป ตามกบิลเมือง ผมสรุปสุดท้ายอีกนิดครับ อยากให้บรรดาเพื่อนสมาชิกมีความคิดว่านี่เป็น การตัดสินใจครั้งยิ่งใหญ่ของนักการเมืองในระบอบประชาธิปไตย และเป็นนักการเมือง ที่มาจากการเลือกตั้งด้วยกัน ผมเอ่ยถึงท่าน จอมพล สฤษดิ์ เพราะท่านทำไว้ ผมเอ่ยถึง ท่าน พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ เพราะโครงการอีสเทิร์น ซีบอร์ด ท่านทำไว้ เราอย่าอิจฉากันสิครับ แล้วนึกหรือว่าพวกผมจะอยู่ครบใช้งบประมาณนี่ กู้ ๗ ปีถึงเสร็จ ก็เท่ากับปีละ ๓๐๐,๐๐๐ บาท ใช้หนี้ปีที่ ๑๑ ใช้ ๕๐ ปี ท่านอภิสิทธิ์อาจจะอยู่ถึง แต่ผมไปก่อน ผมไปแล้วอีก ๕๐ ปี แต่นี่มันเป็นโครงสร้างครั้งยิ่งใหญ่ที่นักการเมืองซึ่งมาจาก การเลือกตั้งคิด และนักการเมืองซึ่งมาจากการเลือกตั้งทำภายใต้หลักนิติรัฐ นิติธรรม ทั่วโลก เขาจับตามองดูอยู่ว่าถ้าร่างพระราชบัญญัตินี้ผ่านไป คณะกรรมาธิการว่าอย่างไร วาระที่สอง วาระที่สามว่าอย่างไร วุฒิสภาว่าอย่างไร เราจะได้ศักยภาพในฐานะนักการเมืองมาจากการเลือกตั้ง ท่านอภิสิทธิ์อภิปรายเมื่อเช้านี้ผมไม่โต้ท่านละ มุมมองกฎหมายผมชี้แจงท่านผมอาจจะเสียแต้มก็ได้ แต่ถ้าประชาชนฟังแล้วติดตามการอภิปรายชัดเจนก็จะเปรียบเทียบ พรรคประชาธิปัตย์ว่า อย่างนี้ ร้อยตำรวจเอก เฉลิมว่าอย่างนี้ แต่ของผมมีเอกสารอ้างอิง การเมืองไม่ใช่เรื่องผิดถูก การเมืองเป็นเรื่องความแตกต่างทางความคิด ศาลยังมี ๓ ศาล ศาลชั้นต้น ศาลอุทธรณ์ ศาลฎีกา แต่มุมมองของผม ณ สถานการณ์นี้เป็นอย่างนี้ พรรคภูมิใจไทยก็เอาใหญ่ ไหนบอกว่า เศรษฐกิจพอเพียง อ้ายนั่นเขาไม่ฟุ่มเฟือย แต่เขาไม่ได้บอกว่าไม่ให้ลงทุน ลงทุนได้ก็ไปบอกว่า รีดภาษีมาใช้หนี้ จะไปรีดภาษีใคร พอโครงการดีคนมาเที่ยว มีการทำงาน มีรายได้น้อย และ/หรือต่าง ๆ ทรัพย์สินราคาแพง มันก็เป็นเนชันแนล แอสเสท มันทรัพย์สินของชาติ รัฐบาลเก็บภาษีได้ แล้วตรงไหนเอาไปรีดภาษี ล้างหนี้ ท่านผู้แทนราษฎรจากจังหวัดอุบลราชธานี อ้ายหมอนี่ก็ชอบกัน กินข้าววัดมาด้วยกัน ไปหาเสียงกินข้าววัดมาด้วยกัน แต่วันนี้ทรงเปลี่ยน นี่เขากู้มาลงทุน เขาไม่ได้กู้เฮลิคอปเตอร์ มันนี เขาไม่ได้กู้มาต้นกล้าอาชีพอ้ายนั่นจ่ายแล้ว ไม่ได้คืน อ้ายนี่มันลงทุน ผมไม่ถนัดเศรษฐศาสตร์ถึงพยายามพูดช้า พูดเร็วเดี๋ยวผู้แทนราษฎร จากจังหวัดเพชรบุรีเขาบอกฟังไม่เข้าใจ นี่ก็ชอบกันนะ ผมพูดฟังแล้วเข้าใจ ไม่มีพูด
ท่านรองนายกรัฐมนตรีครับมีผู้ประท้วง เชิญท่านณรงค์ ดูดิง ครับ
ท่านประธานที่เคารพ ด้วยความเคารพกับผู้กำลัง อภิปรายอยู่นะครับ ท่านรองนายกรัฐมนตรีเฉลิม ผมเห็นว่าท่านกำลังทำผิดข้อบังคับ ข้อ ๖๑ การอภิปรายต้องไม่เยิ่นเย้อและไม่ซ้ำซาก วันนี้ดึกแล้วเรายังมีอีกหลายท่าน ท่านพูดถึง เหตุผลในการอภิปรายว่าเห็นด้วยกับการร่างพระราชบัญญัติเงินกู้หรือไม่ อย่างไร เรากำลัง จะรอฟังอยู่ว่าท่านมีเหตุผลอะไรบ้าง ไม่ใช่มาไล่ยาวกันอย่างนี้นะครับ ขอให้ท่านประธาน วินิจฉัยด้วยครับ ผมถือว่าผิดข้อบังคับ ข้อ ๖๑ ครับ
ครับ ท่านรองนายกรัฐมนตรีตอบต่อได้ อะไรที่พาดพิงทางฝั่งพรรคประชาธิปัตย์ผมให้สิทธิท่านกรณ์ ท่านผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรอยู่แล้วนะครับ เชิญท่านรองนายกรัฐมนตรี
ท่านประธานที่เคารพ ผมจำได้ ที่พาดพิงผมไม่ได้ตำหนิ เป็นแต่เพียงว่าเข้าใจ และผมไม่ได้อภิปรายเยิ่นเย้อ ผมอภิปรายเนื้อหาสาระของกฎหมาย ก็ท่านบอกอ้ายนี่ทำอย่างนั้น อ้ายนี่จะโกง แล้วผม ไม่พูดอย่างนี้พูดอย่างไร แล้วไปบอกผมเสียงดังแล้วผมเคยเสียงค่อยหรือ ก็ผมเป็นคนเสียงดัง ที่สำคัญสุดท้ายเรียนท่านประธานอยากจะบอกกับท่านรัฐมนตรีกรณ์ว่าที่ท่านกล่าวหาว่า รัฐบาลชุดนี้อาจจะมีการทุจริตเรียกหัวคิว ๓๐ เปอร์เซ็นต์ตามที่ ส.ส. พิเชษฐประท้วง ถ้าท่านไม่ถอนเดี๋ยวผมก็กล่าวหาบ้าง มันไม่ดี สภาเขาเป็นที่ไว้มีความรู้ถ้าท่านบอกว่ามีคนลือ เขาต้องถามท่านว่าใครลือ มีคนได้ท่านก็ต้องบอกว่ามีใครได้ แต่พอท่านมาทิ้งไพ่ไว้อย่างนี้ มันไม่ดี ขอเถอะครับ แต่ถ้าท่านไม่ยอมเดี๋ยวผมกล่าวหาบ้าง สภาก็ร้อนระอุ แล้วของผม กล่าวหามีที่มาเพราะเขากำลังดำเนินคดีอยู่ แต่ท่านกล่าวหานี่พูดปากเปล่านะ ทางการเมือง ถือว่าใช้ไม่ได้ ผมเรียนท่านประธานลองปรึกษาคุณกรณ์สิ มันด่าเป็นทุกคนนักการเมือง ใครด่าไม่เป็นบ้างละ แต่ว่ามันต้องมีสารัตถะ นี่ครับเขาจะไปสร้างท่าเรือชายฝั่งเพิ่มอีก ๓ แห่ง ท่าเรือชุมพร ท่าเรือน้ำลึกปากบารา จังหวัดสตูล ท่าเรือสงขลาแห่งที่ ๒ ขยายท่าเรือแหลมฉบัง ปรับปรุงด่านพรมแดนขยายและพัฒนาสนามบินสุวรรณภูมิ เพราะมันแน่นแล้ว ท่านประธาน ลองหารือคุณกรณ์นิดเถอะครับ ท่านไม่ถอนใช่ไหมครับ
ท่านเฉลิม เอาให้ท่านจบก่อนแล้วจะให้ท่านกรณ์ขึ้นทีเดียว
ถ้าถอนก็จบเลยครับ
ท่านกรณ์ เชิญครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพครับ ก็ขออนุญาตใช้สิทธิพาดพิงเลยนะครับ แล้วก็จะตอบต่อคำถามของท่านรองนายกรัฐมนตรีด้วย ท่านได้พาดพิงถึงผมในหลาย ๆ กรณี อันดับแรก
ท่านกรณ์ เอาอย่างนี้ไหมครับ เอาที่ท่านเฉลิมถามก่อน พาดพิงให้ท่านเฉลิมจบแล้วผมให้ท่านตอบ
ผมไม่มีเจตนาที่จะต้องลุกขึ้นตอบ คำถามของท่านรองนายกรัฐมนตรีในลักษณะนั้น เราอภิปรายกันระหว่างผมกับท่านประธาน ตามกฎระเบียบและประเพณีของสภา ไม่ใช่เป็นเรื่องที่จะมาชี้หน้าท้าทายกันในลักษณะนี้ แต่ว่าผมได้ถูกท่านเฉลิมพาดพิงในหลายประเด็น ก็จะขออนุญาตท่านรองนายกรัฐมนตรีครับ ขอให้ผมได้อนุญาตใช้สิทธิพาดพิงสั้น ๆ แล้วเดี๋ยวท่านจะได้บรรยายต่อนะครับ ท่านประธานครับ ผมอยากจะเรียนว่า
ท่านกรณ์ครับ เอาท่านเฉลิมจบแล้วท่านกรณ์ค่อยใช้สิทธิพาดพิง ทีละท่านได้ไหมครับ เอาทีละตอน
คืออย่างนี้ท่านประธานครับ ผมไม่ได้คิดจะทะเลาะเบาะแว้ง แต่คุณกรณ์กล่าวหาไว้ว่าพรรคเพื่อไทยไปเก็บ ๓๐ เปอร์เซ็นต์ เรื่องน้ำท่วม อุปมาอุปไมยอย่างนั้น
ท่านประธานครับ ผม กรณ์ จาติกวณิช
ถ้าแน่จริงท่านต้อง ระบุเขาถึงจะแน่ คนข้างนอกจะได้ฟ้องท่านได้
เอาละครับ ท่านต้องพูดกับประธาน
ท่านประธานครับ ผมขออนุญาต ชี้แจงในประเด็นนี้แล้วกันครับ
ครับ ๆ
ผมพูดในสภาผมมีสติในขณะที่ผมพูด แล้วก็ในเรื่องที่เกี่ยวกับข้อกล่าวหาเรื่องการทุจริตนั้นผมพูดชัดเจนว่าภาคีภาคประชาชน ที่เรียกว่าภาคีต่อต้านคอร์รัปชันนั้นสมควรที่จะมีบทบาทในการตรวจสอบการลงทุน ในโครงการการกู้เงิน ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทของรัฐบาล แล้วผมก็บอกว่าท่านรัฐมนตรี ทั้งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมก็ได้ไปลงสัตยาบัน กับทางภาคีภาคประชาชนกลุ่มนี้ แล้วผมก็ได้บอกด้วยว่าบทบาทที่ผมอยากให้ภาคีนี้มี อยากให้จารึกไว้ในกฎหมายเลยเป็นบทบัญญัติว่าถ้าเขาเห็นว่ามีการทุจริตคอร์รัปชัน หรือเขาไม่ได้รับความร่วมมือในการให้ข้อมูลให้เขาสามารถที่จะชี้ให้โครงการนั้นหมดสิทธิ ในการกู้ยืมผ่าน พ.ร.บ. นี้ได้ แล้วผมก็โยงไปถึงประเด็นข้อเท็จจริงนะครับ ที่ภาคีนี้ได้พูด ต่อสาธารณชนผ่านสื่อมวลชนเป็นที่ประจักษ์และรับรู้โดยสังคมทั่วไปว่าสมาชิกของภาคี รายงานให้กับเขาทราบว่ามีการเรียกใต้โต๊ะครับ พูดง่าย ๆ ในอัตราสูงถึง ๓๐-๓๕ เปอร์เซ็นต์ ในโครงการ ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาทที่เป็น พ.ร.ก. ป้องกันน้ำท่วมของรัฐบาลชุดปัจจุบัน ผมพูดแค่นั้น ซึ่งก็ล้วนแล้วแต่เป็นข้อเท็จจริงผมไม่ได้กล่าวหาท่าน โดยตัวผมเองผมเพียงแต่ กล่าวถึงสิ่งที่สังคมรับรู้ผ่านการให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชนของภาคีภาคประชาชนกลุ่มนี้ครับ ขอบคุณครับ
เขาเอาคำ ของผู้อื่นมาพูด
ท่านประธาน ที่เคารพครับ ขออนุญาตกราบเรียนอย่างนี้ คุณกรณ์ไม่ได้กล่าวหาผมหรอก ไม่ได้กล่าวหา แต่คุณกรณ์พูดทำนองว่าโครงการเรื่องบริหารจัดการน้ำมันมีการทุจริต ๓๐ เปอร์เซ็นต์ ทำนองนั้น และผมขอประกาศต่อหน้าพี่น้องประชาชนทั้งประเทศ พรรคประชาธิปัตย์ หรือคุณกรณ์ไม่มีสิทธิกล่าวว่าผมทุจริตแม้ผมจะจากการเมืองไปเพราะผมไม่เคยทำ แต่ผมไม่รวยเท่าคุณหรอก ถ้าเอาที่เขตบางขุนเทียนมาไว้แถว ๆ บ้านคุณ ผมรวยกว่า รวยกว่าเยอะ เพราะที่แถวนั้นมีเยอะแต่ราคามันถูก คุณพูดให้คนอื่นเขาเสียหาย ถ้าผม จะบอกว่างบไทยเข้มแข็งเป็นอย่างไร ถ้าอย่างนั้นผมจะพูดบ้างละเรื่องโรงพัก ผมจะพูดบ้างละ เรื่องกระทรวงศึกษาธิการ นั่นผมพูดได้เพราะเขาแจ้งไป ป.ป.ช. แล้วผมยังไม่พูดเลย
คืออย่างนี้ ท่านรองนายกรัฐมนตรีครับ รอสักครู่เมื่อสักครู่ทั้ง ๒ ฝ่ายนะครับ ท่านรองประธานเจริญ ก็เลยบอกว่าพยายามเอาเรื่องที่เราปรึกษาหารือไม่ให้ย้อนเรื่องเก่าเดี๋ยวจะเป็นการตอบโต้กันนะครับ
ก็เขาพูดใหม่ พูดอภิปรายวันนี้ ถ้าอย่างนั้นผมสรุปบ้าง โครงการที่รัฐบาลนี้ทำถ้าจะมีทุจริตหรือไม่ ผมไม่ทราบ แต่ยังไม่มีการสืบสวนสอบสวนแล้วลงความเห็นว่ามีความผิด แต่สมัยของท่าน พนักงานสอบสวนเขามีความเห็นแล้ว และผมขอปฏิเสธว่าท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องในการทุจริตโดยเด็ดขาด ขอบคุณครับท่านประธาน
คุณกรณ์ ใช้สิทธิพาดพิง เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม กรณ์ จาติกวณิช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ขออนุญาตใช้สิทธิพาดพิง ท่านประธานครับ ครั้งที่ท่านรองนายกรัฐมนตรีเฉลิมได้ลุกขึ้นชี้แจงนั้น ผมก็ได้ตั้งความหวังไว้ว่าท่านจะลุกขึ้นยืนยันรับคำท้าทั้ง ๗ ข้อของผมในฐานะที่ท่านนายกรัฐมนตรี ก็ไม่อยู่ แล้วก็ท่านรัฐมนตรี ท่านรองนายกรัฐมนตรีที่รับผิดชอบทางด้านเศรษฐกิจก็ไม่อยู่นะครับ แต่สุดท้ายแล้วท่านก็เพียงแค่พูดทำนองว่าทั้ง ๗ ข้อนั้นอยู่ในกฎหมายแล้ว ไม่มีความจำเป็นใด ๆ ที่รัฐบาลจะต้องยืนยันตามคำท้าของพวกเรา แล้วท่านก็อ้างถึง ๒ มาตราโดยเฉพาะมาตรา ๑๕ และมาตรา ๑๖ ผมไม่แน่ใจจริง ๆ ว่าสิ่งที่ท่านอ่านอยู่ในมือนั้นคืออะไร เป็นร่างพระราชบัญญัติ ฉบับเดียวกับพวกเราทุกคนในสภาแห่งนี้มีอยู่ในมือหรือไม่ เพราะท่านอ่านมาตรา ๑๕ ทำนองว่า ให้บริหารจัดการโครงการและจัดสรรเงินกู้ตามวงเงินที่อนุมัติต่อไปตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการพัสดุ ปี ๒๕๓๕ ทำนองคล้าย ๆ กับว่ามันอยู่ในกฎหมายแล้ว สิ่งที่เราขอให้ท่านบรรจุลงเป็นมาตราในกฎหมาย แต่ว่าในร่างที่พวกเราได้รับนี่นะครับ ไม่ได้เขียนไว้ตามนั้นเลย มาตรา ๑๕ เขียนว่าตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะรัฐมนตรี กำหนด และนี่คือปัญหา เพราะใน พ.ร.ก. กู้ยืมเงิน ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาทนั้นคณะรัฐมนตรี ได้กำหนดครั้งแล้วครั้งเล่าในการที่จะลดความเข้มข้นของระเบียบว่าด้วยการพัสดุปี ๒๕๓๕ เราจึงอยากให้ท่านบรรจุระเบียบแห่งนี้เป็นกฎหมายในมาตรา ๑๕ ในกฎหมายฉบับนี้เลย เพราะฉะนั้นที่ท่านอ่านนั่นอาจจะเป็นที่ข้าราชการแนะนำว่าจริงตามฝ่ายค้านว่า ถ้าต้องการ ความชัดเจน ความโปร่งใสในเรื่องของการจัดซื้อจัดจ้าง ควรที่จะบรรจุเรื่องนี้ลงไปในมาตรา ๑๕ แต่ ณ ปัจจุบันไม่มีครับ ส่วนมาตรา ๑๖ ที่ท่านบอกว่าก็นี่อย่างไรเขาเขียนว่า เมื่อแผนงาน ได้ดำเนินการเสร็จสิ้นแล้ว ถ้าแผนงานนั้นมีเงินกู้เหลือจ่ายให้นำส่งเป็นรายได้แผ่นดิน ทำนองคล้าย ๆ กับว่าตามคำท้าที่ผมบอกว่า โครงการไหนไม่สามารถที่จะเบิกจ่ายได้ตามตาราง ขอให้หมดสิทธิในการกู้ยืมผ่านพระราชบัญญัติฉบับนี้ และโครงการไหนที่มีการยกเลิก ไม่ให้มีการโอนเงินกู้ที่จัดสรรไว้ให้กับโครงการนี้ไปให้กับโครงการอื่น แต่มาตรานี้ความหมาย เพียงแค่ว่าเมื่อดำเนินโครงการเหล่านั้นเสร็จสิ้นถ้ายังมีเหลือเงินทอน คือตั้งงบไว้ ๑๐๐ บาท ใช้ไปแค่ ๙๘ บาท เงิน ๒ บาทที่เหลือให้คืนเป็นเงินแผ่นดิน มันคนละประเด็นกัน เพราะฉะนั้น ในส่วนของตรงนี้ผมจึงขอยืนยันอีกทีนะครับว่าเรารอคำตอบจากทางรัฐบาล จากผู้ที่รับผิดชอบ รักษาการกฎหมาย ดูแลกฎหมายฉบับนี้ก็คือท่านรองนายกรัฐมนตรีอีกท่านหนึ่งที่รู้เรื่อง ทางเศรษฐกิจกรุณามายืนยันว่าท่านพร้อมที่จะกระทำตามคำพูดของท่านหรือไม่ หรือว่า ทั้งหมดนี้ท่านจะทำให้ประชาชนเขาหลงคิดไปว่ากลุ่มท่านสุดท้ายแล้วก็คือดีแต่พูด
คราวนี้ท่านได้พูดถึงเรื่องของข้อบกพร่องของกฎหมายกู้ยืมพิเศษที่ผ่านมา ซึ่งผมอาจจะเหมารวมไปเลยถึงก็ได้ครับ ไม่ว่าจะเป็นไทยเข้มแข็ง ไม่ว่าจะเป็นการกู้ยืม ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ผมขอเรียนท่านประธานอย่างนี้ว่าการกู้ยืมนอกระบบงบประมาณ มีความเสี่ยงจริง การกู้ยืมนอกระบบงบประมาณถ้าไม่จำเป็นไม่ควรทำ และนั่นคือสาเหตุ ที่ในส่วนรัฐบาลของท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อธิบายแล้วว่า ณ วันที่เราออกพระราชกำหนด ไทยเข้มแข็งนั้นมีความจำเป็นอย่างไร มีความจำเป็นต้องชดเชยการขาดดุลงบประมาณ ที่กำลังจะทะลุกรอบตามกฎหมาย ถ้าปล่อยให้ทะลุกรอบตามกฎหมายเราก็ไม่สามารถที่จะ เบิกจ่ายจากงบประมาณรายจ่ายในปีนั้นได้ ข้าราชการก็จะไม่มีเงินเดือนใช้ พี่น้องประชาชน ไม่มีค่ารักษาพยาบาล นั่นคือสาเหตุจำเป็นที่เงื่อนไขทางกฎหมายบังคับให้เราต้องออก พระราชกำหนด ถ้าไม่จำเป็นเราไม่ออกหรอกครับ เพราะเรารู้ว่ามันมีข้อบกพร่องเมื่อเทียบกับ การเบิกจ่ายจาก พ.ร.บ. งบประมาณ และนั่นก็คือสาเหตุที่เมื่อทุกอย่างกลับเข้าสู่สภาวะปกติ พ.ร.บ. ที่ยังค้างอยู่ในระบบจึงมีมติ ครม. โดยท่านอภิสิทธิ์มีคำสั่งเองให้ถอนออกจาก การพิจารณาในสภา เพราะเราไม่อยากที่จะใช้เงินนอกระบบในกรณีที่ไม่มีความจำเป็น และอันนี้ก็คือสาเหตุครับว่าทำไมวันนี้เราถึงคัดค้านการออกพระราชบัญญัติกู้ยืมเงิน ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทของรัฐบาล เพราะมันไม่จำเป็น ผมได้ชี้แจงแล้วและผมจะไม่พูดซ้ำ ว่าไม่มีความจำเป็นอย่างใด เพราะงบประมาณนั้นมีวงเงินเหลือเฟือให้ท่านสามารถที่จะนำ โครงการทุกโครงการเสนอให้มีการพิจารณาร่วมกันกับสำนักงบประมาณ แล้วก็มีการจัดสรร งบประมาณตามการเบิกจ่ายตามงวดงาน ตามแผนของท่านในทุกกรณี ไม่มีข้อจำกัดใด ๆ ทั้งสิ้นที่ท่านรองนายกรัฐมนตรีเฉลิมได้ลุกขึ้นชี้แจงก่อนอื่นเลยนะครับ ท่านบอกว่าสาเหตุ ที่เอาเข้าระบบงบประมาณไม่ได้เพราะงบลงทุนมันน้อย งบลงทุนในแต่ละปีท่านบอก กี่เปอร์เซ็นต์ ๆ ของงบประมาณโดยรวมมันไม่เพียงพอต่อการรองรับการลงทุนครั้งประวัติศาสตร์ ครั้งนี้ ผมเห็นด้วยครับ แต่ถามว่าทำไมงบลงทุนมันถึงน้อย และใครเป็นผู้กำหนดว่างบลงทุน ในแต่ละปีควรจะต้องเป็นเท่าไร รัฐบาลครับ รัฐบาลเป็นผู้กำหนดว่าจะมีการจัดสรรงบลงทุน ในงบประมาณแต่ละปีนั้นในปริมาณเท่าไร ที่งบลงทุนมันน้อยพูดง่าย ๆ ก็เป็นเพราะรัฐบาล ท่านจัดสรรงบลงทุนให้น้อยเกินไป ถ้าท่านชัชชาติ ขออนุญาตเอ่ยนาม ต้องการที่จะลงทุน ในระบบรถไฟความเร็วสูงท่านก็จัดสรรงบประมาณในส่วนของงบลงทุนให้เพียงพอต่อการรองรับ โครงการของท่านสิครับ ทำไมจะทำไม่ได้ นั่นคืออำนาจหน้าที่ของรัฐบาลอยู่แล้ว เพราะฉะนั้น ถ้าจะมาอ้างว่างบมันน้อย ดังนั้นต้องไปกู้นอกระบบนั้นฟังไม่ขึ้นครับ งบมันน้อยเพราะท่าน ไม่จัดสรรงบประมาณให้ และถามว่าจัดสรรเพิ่มเติมในระบบงบประมาณได้หรือไม่ ผมได้ชี้แจงไปแล้ว แล้วจะไม่พูดซ้ำว่าได้ครับ เพราะฉะนั้นผมขอชี้แจงเพียงแค่นี้ ขอบพระคุณ ท่านประธานครับ
เชิญครับ
เรื่องอย่างนี้ มันเป็นแนวคิดรัฐบาลใครรัฐบาลมัน ท่านคิดของท่านอย่างนั้น แต่รัฐบาลนี้มองว่าถ้าเราไปใช้ งบประจำปีการลงทุนมันจะไม่ได้ ทีนี้ท่านก็พูดสับสนอย่างโน้นอย่างนี้พูดไป แต่ประชาชน เขาฟังเขาตัดสินใจได้ ถ้ากฎหมายฉบับนี้ไม่ผ่านพรรคเพื่อไทยต้องรับผิดชอบ แล้วท่านมาท้า แบบอภินิหารมันจะไปรับคำท้าได้อย่างไร ถ้าอ้ายนี่เป็นอย่างนั้นไม่ได้ให้กฎหมายที่ผ่านสภา เป็นโมฆะ นักกฎหมายประเทศไหนเขาพูดอย่างนี้ มันก็ต้องเป็นเรื่อง ๆ ไป มันจะไปบอกว่า เอาเรื่องนี้มาอย่างนั้น เอาอย่างโน้นมาอย่างนี้ คุณกรณ์เรื่องอื่นผมแพ้คุณ แต่เรื่องกฎหมาย อีก ๑๐๐ ชาติ ไปออกทีวีกับผมที่ไหนก็ได้
พอแล้วครับท่าน เชิญท่านผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร
ผมเรียนอย่างนี้ อีกนิดหนึ่งครับ ที่สำคัญกรณีหลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะรัฐมนตรีกำหนดตามร่าง พ.ร.บ. มาตรา ๑๕ คณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ ๑๙ มีนาคม ๒๕๕๖ กำหนดหลักเกณฑ์ไว้ ให้การจัดซื้อจัดจ้างเป็นไปตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยพัสดุและระเบียบที่เกี่ยวข้อง ทำเมื่อวันที่ ๑๙ มีนาคม ๒๕๕๖ ผมไม่โกรธคุณวิพากษ์วิจารณ์กันได้ แต่เมื่อผมตอบก็อย่าโกรธ การเมืองก็อย่างนี้ละ เดี๋ยวมันก็ไปลุ้นกันอีกทีตอนเลือกตั้งใหม่ ใครแพ้ใครชนะผมไม่ทราบ แต่ผมอยู่พรรคเพื่อไทยผมก็อยากให้พรรคเพื่อไทยชนะบ่อย ๆ ก็เท่านั้น ขอบพระคุณ ท่านประธานครับ
เชิญท่านผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรครับ ท่านชินวรณ์จะอภิปรายหรืออย่างไร ท่านอภิปรายหรือใช้สิทธิอะไรครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชินวรณ์ บุณยเกียรติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ผมขออนุญาตใช้สิทธิพาดพิงครับ พาดพิงจากท่านเฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี เมื่อสักครู่ ท่านได้พูดถึงว่ากรณีของการทุจริตในกรมอาชีวศึกษา ถึงแม้ท่านจะพูดถึงว่าน่าเห็นใจ เพราะเป็นเรื่องของรัฐบาลผสม แต่ในช่วงหลังท่านก็ได้ย้ำว่าเป็นเรื่องของการทุจริต ของกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งผมคิดว่าถ้าหากผมไม่ชี้แจงก็อาจจะไม่เกิดความเข้าใจที่ชัดเจน ท่านประธานครับ
เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ประกอบกับในช่วงเช้าท่านรองนายกรัฐมนตรีก็ได้พูดถึงกรณีนี้เช่นเดียวกันครับ ผมอยาก เรียนท่านประธานว่าได้พูดถึงโครงการภายใต้ปฏิบัติการไทยเข้มแข็งของกระทรวงศึกษาธิการ ฟังแล้วประหนึ่งว่าโครงการไทยเข้มแข็งภายใต้กระทรวงศึกษาธิการนั้นมีความล้มเหลว ซึ่งผมคิดว่าถ้าพูดเช่นนั้นก็จะทำให้เกิดความเสียหายกับกระทรวงศึกษาธิการ และในช่วง ระยะเวลาดังกล่าวถึงแม้ผมจะไปอยู่ในช่วงระยะตอนท้าย แต่ว่าก็มีส่วนในการที่จะเข้าไป บริหารจัดการกระทรวง และผมคิดว่าภายใต้การบริหารโครงการไทยเข้มแข็งในยุคของรัฐบาล ฯพณฯ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ไม่ได้เป็นไปตามที่ท่านรองนายกรัฐมนตรีได้พูดถึง ผมอยากจะ ขอเวลาท่านประธานเพราะเรื่องนี้เป็นข่าวคราวกันมาพอสมควร แล้วผมได้เข้าสู่ในกระบวนการ ที่อยากจะกราบเรียนในที่ประชุมนี้และให้พี่น้องประชาชนได้รับทราบด้วย
เอาเฉพาะที่ท่านเสียหายก็แล้วกันครับ เชิญครับ
ครับท่านประธานครับ
ประเด็นแรก โครงการภายใต้ปฏิบัติการไทยเข้มแข็งของรัฐบาลที่แล้ว นอกจากจะเป็นไปตามที่ท่านกรณ์ได้พูดถึงก็คือว่าเข้าไปสู่การแก้ไขปัญหาวิกฤติทางเศรษฐกิจ เพื่อให้เกิดการฟื้นตัวในปี ๒๕๕๑ จนเศรษฐกิจของประเทศจีดีพีเราติดลบในขณะนั้น แล้วก็เจริญเติบโตขึ้นมาตามลำดับเป็นบวก ๔ เป็นบวก ๗ ตามลำดับ รัฐบาลในขณะนั้น ก็เห็นว่า สมควรที่จะต้องมีโครงการไทยเข้มแข็งที่จะสร้างความยั่งยืนต่อไปในอนาคตด้วย การสร้าง ความยั่งยืนต่อไปในอนาคตนั้น การลงทุนเกี่ยวกับคน เกี่ยวกับปัญญาถือว่าเป็นการลงทุน ที่สำคัญที่สุดครับ เป็นที่ยอมรับกัน ในยุคนั้นก็ได้มีโครงการปฏิบัติการไทยเข้มแข็งให้กับ กระทรวงศึกษาธิการถึง ๔๙,๐๐๐ ล้านบาทครับท่านประธาน เพื่อมาลงทุนเกี่ยวกับคนแล้วก็ มีผลมาถึงปัจจุบันนี้ ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานว่าการพูดแบบตีขลุมแล้วไม่ได้มอง ลงไปว่าการที่เราไปลงทุนเกี่ยวกับคนในช่วงปี ๒๕๕๒-๒๕๕๕ ตามแผนปฏิบัติการโครงการ ไทยเข้มแข็งนั้น วันนี้ทำให้การฟื้นตัวของกระทรวงศึกษาธิการได้มีการเปลี่ยนแปลง อย่างรวดเร็วภายใต้นโยบายปฏิรูปการศึกษาในระยะที่ ๒ ของรัฐบาลชุดนั้น ท่านประธานครับ ผมอยากจะกราบเรียนโดยใช้เวลาสั้น ๆ ว่าโครงการภายใต้ปฏิบัติการไทยเข้มแข็งนั้น มีนโยบาย ที่ชัดเจนสำคัญที่ผมถือโอกาสกราบเรียนกับท่านประธานนะครับ เรามีนโยบายในการที่จะ ยกระดับมาตรฐานโรงเรียน วิทยาลัยอาชีวศึกษา และมหาวิทยาลัย ตามลำดับโรงเรียนนั้น เราได้ดำเนินการโครงการโรงเรียนดีประจำตำบล ลงทุนไปในส่วนนี้ถึง ๔,๐๐๐ กว่าล้านบาทครับ ท่านประธานจากโครงการไทยเข้มแข็ง ถ้าท่านประธานจะได้มองเห็นในปัจจุบันนี้ โรงเรียนดีประจำตำบลได้มีการพัฒนาและรัฐบาลนี้ก็ยอมรับไปต่อยอดเป็นโรงเรียนดีศรีตำบล เรานำโรงเรียนไปสู่โรงเรียนสู่มาตรฐานอำเภอ
ท่านชินวรณ์ครับ เอาส่วนที่เสียหายก็แล้วกัน
ก็เสียหายสิครับ พูดตอนเช้า เปรียบเสมือนว่าโครงการไทยเข้มแข็งนั้นเป็นโครงการที่ไม่มีผลงานกระจายออกไปทั่ว ไม่สามารถมาพูดได้ ไม่เหมือนรัฐบาลนี้ทำโครงการทำเรื่องเดียวเลยเฉพาะรถไฟรางคู่ ผมอยากจะเรียนว่าเรากระจายไปทั่วประเทศ เกิดความเป็นธรรม เกิดความเสมอภาค ผมยังไม่ทัน อธิบายเลยครับท่านประธาน มันเสียหายนะครับตอนเช้าพูดอย่างนี้ ท่านรองนายกรัฐมนตรี เป็นคนพูดด้วย และมาวันนี้ท่านรองนายกรัฐมนตรีเฉลิมก็กรุณาพูดถึงกระทรวงศึกษาธิการ โดยตรง ถึงแม้ท่านจะพูดว่าน่าเห็นใจเกี่ยวกับรัฐบาลผสม แต่ผมคิดว่าถ้าผมไม่ชี้แจง ก็จะไม่เกิดความเข้าใจที่ชัดเจนนะครับ ขอเวลาครับท่านประธาน พูดไปมา ๒ ท่านแล้ว นอกจากนั้นก็ยังพูดลงไปในสื่อมวลชนด้วยครับในเรื่องนี้ ท่านประธานครับ โครงการพัฒนา โรงเรียนไปสู่มาตรฐานสากล วันนี้เราต้องยอมรับความเป็นจริงครับว่าโรงเรียนของเรา ในระดับประถมศึกษาและระดับมัธยมศึกษาได้มีการพัฒนาฟื้นตัวในช่วงปี ๒๕๕๓ กับปี ๒๕๕๔ จนเป็นที่กล่าวขวัญกันในขณะนี้ท่านประธานครับว่าโรงเรียนของเรานั้นตกต่ำกว่ามาตรฐานเดิม ไปอย่างมากมาย หลังจากเรานำโครงการไทยเข้มแข็งเข้าไปก็เกิดสถานศึกษายุคใหม่ขึ้นมา คือมีโรงเรียนไปสู่มาตรฐานสากลในระดับจังหวัด โรงเรียนดีประจำอำเภอหรือโรงเรียนในฝันเดิม และโรงเรียนดีประจำตำบล ส่วนระดับอาชีวศึกษาก็พัฒนาอาชีวศึกษาไปสู่อาชีวศึกษายุคใหม่ เตรียมการในการจัดตั้งสถาบันอาชีวศึกษา เตรียมการในการดำเนินการที่จะให้มีสถาบัน ตรวจสอบฝีมือแรงงาน และดำเนินการในระดับมหาวิทยาลัยที่เราได้พัฒนามหาวิทยาลัยต่าง ๆ ขึ้นมาเพื่อให้รองรับการที่จะเป็นมหาวิทยาลัยในการส่งเสริม สร้างศักยภาพ
ท่านชินวรณ์ครับ สักครู่ครับ มีผู้ประท้วง เชิญท่านพิเชษฐ์ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมคงไม่ประท้วงท่านผู้อภิปราย แต่ประท้วงท่านประธานนะครับ ถ้าเป็นไปได้ให้เขาใช้เวลาของพรรคประชาธิปัตย์อภิปรายไปเลย จะแก้ไขเรื่องไทยเข้มแข็ง อย่างไรก็พูดไปเป็นชั่วโมง
ท่านประท้วงผม ก็บอกผมผิดตรงไหนพอครับ ท่านไม่ต้องไปวินิจฉัยแทนผม คืออย่างนี้ เขาบอกเขาเสียหายผมฟังอยู่ ก็ให้ชี้แจงในส่วนที่เขาเสียหาย ผมก็เตือน ๒ ครั้งแล้วให้ชี้แจง ผมพยายามเตือน ๒ รอบแล้ว ท่านอภิปรายไม่ได้ ประท้วงได้ ท่านประท้วงก็บอกประท้วง ต่อไปท่านไปอภิปรายไม่ได้นะครับ
ผมประท้วงท่านประธานตามข้อ ๘ ต่อ เพราะท่านประธานไม่ชัดเจน
ผมชัดเจน ผมก็ให้เขาใช้สิทธิของเขาที่ว่าเสียหายให้เขาชี้แจง ก็ฟัง ผมพยายามเร่งไป ๒ รอบ ท่านก็ได้ยินอยู่ เชิญท่านชินวรณ์ครับ กรุณาสรุปเลยนะครับ ก็นานพอสมควรแล้ว เอาเฉพาะ ประเด็นที่เสียหาย อันดีไม่ต้องว่าแล้วท่านเป็นที่รู้กันทั่วไป ท่านพิเชษฐ์เชิญนั่งครับ เชิญครับ
ขอบคุณครับท่านประธาน ผมพยายามแบ่งเป็น ๒ ประเด็นนะครับ คือประเด็นเรื่องโครงการไทยเข้มแข็ง ของกระทรวงศึกษาธิการ และประเด็นที่ท่านรองนายกรัฐมนตรีเฉลิมพูดถึงเรื่องการทุจริต ในอาชีวศึกษาและนำไปสู่กระบวนการในการตรวจสอบเท่านั้น ตอนนี้ประเด็นแรกยังไม่ถึง ๓ นาทีเลยครับ ประเด็นแรก ผมก็จะสรุปให้เห็นว่าเราต้องการที่จะนำไปสู่การลงทุน พัฒนาคน พัฒนาปัญญา เพื่อส่งเสริมศักยภาพในการแข่งขัน ผมกราบเรียนท่านประธานว่าการพัฒนา ประเทศเราก็ยอมรับกันโดยทั่วไปนะครับว่าเราต้องพัฒนาโดยองค์รวม วันนี้มีรถไฟความเร็วสูง เป็นหลักประกันไหมครับท่านประธาน
ท่านชินวรณ์เดี๋ยวผมก็โดนประท้วงอีกครับ เขาก็ว่าผมไม่ควบคุม ท่านเอาเฉพาะประเด็น ที่ท่านเสียหายดีกว่า ท่านใช้เวลาไปตั้งเกือบ ๖ นาที ท่านดูนาฬิกาด้วยผมก็ให้โอกาสท่านเยอะ
ประเด็นเรื่องโครงการ ไทยเข้มแข็งกำลังจะจบแล้วครับว่า โดยสรุปก็คือเราได้ทำโครงการไทยเข้มแข็งในจำนวนเงิน ทั้งหมด ๔๙,๐๐๐ ล้านบาท ไม่ว่าจะเป็นโครงการที่ดำเนินการต่อเนื่องมาถึงรัฐบาลนี้คือ โครงการโรงเรียนไปสู่มาตรฐานสากล โครงการยกระดับคุณภาพโรงเรียนขนาดเล็ก โครงการ ให้นักเรียนมีคอมพิวเตอร์ ๑ เครื่องต่อนักเรียน ๑๐ คนทั่วประเทศ ๔๘๒,๐๐๐ เครื่อง โครงการดำเนินการในการสร้างโครงข่าย เครือข่ายอินเทอร์เน็ต (Internet) ความเร็วสูง โครงการพัฒนาครูทั้งระบบสร้างครูพันธุ์ใหม่ และโครงการพัฒนาครูวิทยาศาสตร์ และคณิตศาสตร์ต่อยอดในการตั้งโครงการโรงเรียนวิทยาศาสตร์ภูมิภาคทั่วประเทศ เมื่อก่อน เรามีโรงเรียนเดียวคือโรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ วันนี้เรามีโรงเรียนวิทยาศาสตร์ภูมิภาค ทั่วประเทศที่โรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัยทั้งหมด ๑๒ แห่ง เราพัฒนามหาวิทยาลัย
ท่านชินวรณ์ครับ ขอความกรุณาท่านเอาประเด็นที่ท่านเสียหายและตอบมาว่าท่านเสียหาย ตรงไหน และแก้ไขอย่างไรท่านบอกแค่นั้นพอ ไม่ต้องไปบอกรายละเอียดว่าได้ทำอะไรไปบ้าง เอาเฉพาะประเด็นที่เสียหายผมก็ถูกประท้วงอยู่อย่างนี้ครับ
ผมก็สรุปแล้วครับ
ท่านต้องสรุปแล้ว ผมไม่ให้โอกาสแล้วท่านใช้ตั้งเกือบ ๗ นาทีแล้ว ผมให้ท่านไม่เกิน ๒ นาที ถ้าเกิน ๒ นาทีไม่อนุญาตแล้วตั้งเวลาให้ผมด้วยครับ
(นายสุนัย จุลพงศธร ได้ยืนและยกมือขึ้น)
ท่านสุนัยมีอะไรครับ
ท่านประธานครับ ขออนุญาตเถอะครับ ผมขอประท้วงท่านประธานครับ จริง ๆ ท่านประธานก็ได้ให้ความกรุณาต่อท่านผู้อภิปราย แต่ข้อเท็จจริงมันอยู่นิดเดียวเมื่อคุณกรณ์กล่าวหารัฐบาล ท่านเฉลิมก็บอกว่ามันมีการทุจริต อยู่ในอาชีวศึกษาผมก็เห็นใจท่านชินวรณ์เพราะท่านเป็นรัฐมนตรีด้วยท่านก็ต้องแก้สิครับว่า มันไม่ทุจริตอย่างไร แล้วที่สอบสวน ป.ป.ช. มันผิด
เอาละ ท่านไม่ต้องอภิปราย ท่านประท้วงผม ท่านไม่ต้องอภิปราย ป.ป.ช. อะไรที่ท่านว่านี่ผมเป็น คนวินิจฉัย เดี๋ยวต่อไปก็จะประท้วงกันยืดยาว สรุปแล้วท่านสุนัยผมขอความกรุณาท่าน ด้วยความเคารพท่านอย่างสูงผมอนุญาตเขาแค่ ๒ นาที ท่านพอแล้วเมื่อสักครู่มันพาดพิง ไปแล้วไม่ได้นะครับ
ท่านประธานต้องกำชับมาสิ
ผมบอก ให้แค่ ๒ นาที
ว่าเรื่องทุจริตใช่ ไม่ใช่อย่างไรท่านจะ อภิปราย
ผมบอกแล้ว ผมเตือนท่านเป็นครั้งที่ ๓ และนี่ผมให้เวลาแค่ ๒ นาที พอแล้วครับ เชิญท่านชินวรณ์ ด้วยความเคารพทั้ง ๒ ฝ่าย บรรยากาศตั้งแต่เช้ามาวันนี้ดีมากขอกรุณาทั้งคู่นะครับ เชิญท่านชินวรณ์ไม่เกิน ๒ นาทีครับ
ขอบคุณครับ มี ๒ ประเด็น คือประเด็นเรื่องโครงการไทยเข้มแข็งโดยภาพรวมที่รองนายกรัฐมนตรีได้พูดถึงผมได้เรียนไปแล้ว โดยสรุป ทีนี้มาถึงประเด็นที่ท่านเฉลิมได้กรุณาพูดถึงเรื่องการทุจริตในอาชีวศึกษา ผมอยากจะกราบเรียนว่าในส่วนของการยกระดับอาชีวศึกษาให้ทันสมัยนั้นเรามีงบประมาณ ทั้งหมด ๕,๓๐๐ ล้านบาท ในส่วนนั้นตอนผมเข้าไปได้มีการดำเนินการจัดทำโครงการ งบประมาณเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และผมก็ได้มอบหมายอำนาจให้กับรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงศึกษาธิการในขณะนั้นเป็นคนดูแล แต่ว่าเรื่องนี้โดยข้อเท็จจริงผมอยากเรียน โดยสรุปอย่างนี้ครับท่านประธาน โดยข้อเท็จจริงก็คือว่าได้มีการร้องเรียนในเรื่องนี้จากภาคี เครือข่ายมาที่ผม ไปที่ ป.ป.ช. แล้วก็ได้มีการดำเนินการ ผมเองได้ดำเนินการในการสั่งการให้มี การสอบสวนหาข้อเท็จจริงในเรื่องนี้ และตอนพิจารณาเรื่องของคุณรสนาผมเป็นคนสั่งการ ให้ส่งเรื่องนี้ไปยัง ป.ป.ช. ให้ส่งเอกสารทั้งหมดไปที่ ป.ป.ช. คณะกรรมการที่มีคุณธงทอง จันทรางศุ เป็นประธานก็ได้ดำเนินการในการตรวจสอบเรื่องนี้ และในท้ายที่สุดเมื่อวันที่ ๕ พฤษภาคม ก่อนที่จะยุบสภาครับท่านประธาน ก็ได้มีการร้องเรียนและระบุชื่อผู้ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องทุจริต ซึ่งไม่มีชื่อเกี่ยวกับผมมาที่ผม ผมได้สั่งให้ปลัดกระทรวงศึกษาธิการดำเนินการตรวจสอบ ข้อเท็จจริง แล้วก็ให้ดำเนินการในการส่งเรื่องนี้ไปยัง ป.ป.ช. เพราะเรื่องดังกล่าวนี้เขาส่งไปที่ ป.ป.ช. แล้ว ผมจึงอยากจะกราบเรียนว่ามีประเด็นที่มาพูดถึงเกี่ยวข้องในเรื่องนี้ในช่วงหลัง ตอนที่ได้มีการเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจครับท่านประธาน แล้วในท้ายที่สุดก็ได้ส่งเรื่องนี้ ไปให้กับดีเอสไอ (DSI) ผมอยากจะกราบเรียนกับท่านประธานครับเมื่อส่งเรื่องนี้ไปดีเอสไอ ก็มีหลายคนได้ออกมาพูดเปรียบเสมือนหนึ่งว่าพวกผมไปมีส่วนเกี่ยวข้องด้วย ผมกราบเรียน กับท่านประธานครับ ผมได้ไปเอาเอกสารหลักฐานทั้งหมดไปให้กับดีเอสไอ ดีเอสไอได้ให้ผม ลงชื่อเป็นพยานครับท่านประธาน ผมได้ลงชื่อเป็นพยานครับ และวันนี้ผมไม่ได้เป็นผู้ถูกกล่าวหา แต่ประการใดครับ ผมลงชื่อเป็นพยานและผมอยากจะกราบเรียนกับท่านประธานครับว่าโครงการนี้ จะมีทุจริตอย่างไรก็ใช้คำพูดของท่านรองนายกรัฐมนตรี รองนายกรัฐมนตรีบอกว่าโครงการเงินกู้ ครั้งนี้ยังไม่ทราบว่าการทุจริตอย่างไร
ครบ ๒ นาทีแล้วครับ
แต่ถ้าทุจริตต้องดำเนินการ ไปตามกบิลบ้านกบิลเมืองครับท่านประธาน มันมีประเด็นอยู่นิดเดียวครับท่านประธาน ผมอยากสรุปว่าโครงการของอาชีวศึกษานั้นได้มีการส่งไปที่ ป.ป.ช. แล้ว แต่ว่าเมื่อผม ไปดูเอกสารนะครับ ปรากฏว่าการจัดซื้อจัดจ้างทั้งหมดนั้นเป็นเรื่องกระบวนการที่ต้อง ดำเนินการว่าใครผิดต้องว่าไปตามผิดครับ ตรงนี้เราต้องรักษาผลประโยชน์ของส่วนราชการ ของสถานศึกษาครับ แต่ว่าอย่างน้อยที่สุดที่ผมแปลกใจก็คือ ท่านประธานครับ โครงการ ของอาชีวศึกษาทั้งหมดงวดสุดท้ายยังเหลือเงินอยู่ประมาณ ๘๕๖ ล้านบาท คนที่เป็นคนอนุมัติ ในการจัดซื้อจัดจ้างหลังสุดคือคุณวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล ลงวันที่ ๒ ธันวาคม
เอาเฉพาะประเด็นที่ท่านเสียหาย พอแล้วครับ ท่านใช้เวลาเกิน ๓ นาที เมื่อสักครู่นี้ ผมอนุญาตท่าน ๒ นาที พอแล้วครับ ๑ วินาทีท่านว่าเลย จบเลย ผมปิดไมโครโฟนแล้ว
นิดเดียวก็คือว่าผมอยากจะ ให้ผู้พูดหรือท่านรองนายกรัฐมนตรีไปตรวจสอบต่อไปสิครับว่าอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่ไม่รับ ในขณะนี้ได้จัดซื้อในสมัยไหน ทำไมล่ะครับ เป็นมา ๒ ปีแล้วจึงไม่สั่งยุติการจัดซื้อทั้งหมด ผมจะให้ความร่วมมือครับ เอาคนผิดมาลงโทษให้ได้ครับ ท่านประธานครับ
เชิญท่านอภิสิทธิ์ดีกว่าครับ ท่านผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร เพราะทุกคนจะยกมือ หมดครับ ท่านเรวัตก็เสียหายด้วย เอาอย่างนี้ให้ท่านรองนายกรัฐมนตรีตอบก่อน
ท่านประธานที่เคารพ ผมขออนุญาต ผมไม่อยากจะทำลายกันในสภาเพราะศาลยังไม่ตัดสิน แต่ข้อมูลที่ผมมีอยู่ ในมือนี่แผนฟื้นฟูเศรษฐกิจไทยเข้มแข็งระยะที่ ๒ เอสพี ๒ (SP2) คดีพิเศษที่ ๑๔๒/๒๕๕๕ เขากล่าวหาท่านกับเจ้าหน้าที่อีก ๔ คน มีความผิดหลายมาตราเดี๋ยวจะส่งไปให้อ่าน เพราะผมไม่อยากทำลาย ศาลยังไม่ได้ตัดสิน แต่ข้อเท็จจริงมันมี ไม่ใช่ผมพูดเอง เดี๋ยวจะส่ง ให้ท่านประธานครับ ขอบคุณครับ
ท่านประเสริฐ เอาอย่างนี้เอาท่านใดท่านหนึ่งครับ ถ้าทั้งหมด ๕-๖ คนผมไม่สามารถ จะอนุญาตให้พูดได้ เชิญท่านชินวรณ์ดีกว่าครับเอาคู่กรณี ท่านประเสริฐก็ท่านชินวรณ์ เขาประท้วงก่อน
ผมต่อเนื่องก่อนครับ
ท่านตกลงกันเองครับเอาสักคนหนึ่ง ท่านชินวรณ์จะเอาก่อนครับท่านประเสริฐ ท่านยกมือก่อน ก็ให้โอกาสท่านก่อน ก็ท่านชินวรณ์ขอก่อนผมจะทำอย่างไร ท่านนั่งสักครู่สิ ให้ท่านชินวรณ์ ก่อนสิครับท่านเป็นคู่กรณี ท่านใจเย็นครับ เชิญครับ
ท่านประธานครับ ต่อเนื่อง นิดเดียวครับ หนังสือที่ท่านรองนายกรัฐมนตรีเฉลิมได้เอามาอ่านไม่ได้มีอะไรหรอกครับ เป็นหนังสือที่ดีเอสไอส่งเรื่องมาให้ผมไปชี้แจงครับ ผมไปชี้แจงก็ในหนังสือบอกว่า เป็นผู้ที่เกี่ยวข้อง แต่ว่าผมไปชี้แจงเอาหลักฐานไปทั้งหมดแล้ว ดีเอสไอบอกว่าให้ผมลงชื่อ เป็นพยานเพราะโดยข้อเท็จจริงแล้วเรื่องดังกล่าวนี้ถ้าไม่ใช่เป็นประเด็นทางการเมืองครับ ท่านรองนายกรัฐมนตรี ก่อนการอภิปรายเรื่องนี้ไปอยู่ที่ ป.ป.ช. อยู่แล้วครับ เป็นอำนาจของ ป.ป.ช. และกระบวนการดังกล่าวนี้ก็เป็นกระบวนการที่โปร่งใสครับ เพราะมีเอกสารหลักฐาน ลายเซ็นว่าใครเป็นผู้จัดซื้อ ใครเป็นผู้อนุมัติ ใครเป็นผู้ทำสเปก (Spec) มันมีชัดเจนครับ ท่านประธาน ผมจึงอยากจะกราบเรียนว่าไม่ได้เป็นกังวลอะไรที่ท่านบอกว่าไม่อยากจะ ทำลายกันทางการเมือง ก็ไม่ต้องทำลายครับ เราสามารถพิสูจน์ด้วยความจริงใจ ความบริสุทธิ์ใจครับ ผมคิดว่าความซื่อสัตย์สุจริตจะเป็นเกราะกำบังที่ดีที่สุดครับ เรื่องนี้ผมยินดีให้ความร่วมมือกับ ท่านรองนายกรัฐมนตรีครับ เราต้องสอบสวนไปตามกบิลเมืองเหมือนท่านว่าหาคนที่กระทำ ความผิดต่อไปครับ
ท่านประธานนิดเดียวครับ ผมไม่อยากต่อความยาวสาวความยืด เมื่อข้อเท็จจริงหน่วยราชการเขายืนยันอย่างนั้น ผมก็ไม่มีเหตุผลจะไปเข้าใจเป็นอย่างอื่น ผมเป็นพนักงานสอบสวน ผมเรียนกฎหมาย ผมก็ไม่ได้บอกว่าทำผิด แต่ขณะนี้ดีเอสไอเขารายงานอย่างนี้แล้วจะให้ผมตอบอย่างไร ถ้าไม่ผิดเขาก็สั่งไม่ฟ้องท่าน ก็จบ แต่ถ้าเขาผิดมันก็ต้องเป็นไปตามข้อเท็จจริง ผมไม่พูดถึง เพราะผมไม่มีความสุขในการพูดเรื่องนี้ แต่เมื่อเขารายงานมาผมก็ต้องบอกไป แต่ถ้าท่าน อยากจะได้หลักฐานก็อยู่ในมือผมนี่ครับ ผมไม่ได้กลั่นแกล้งท่าน และวิถีชีวิตทางการเมือง ท่านกับผมไม่จำเป็นต้องมากลั่นแกล้งกัน แล้วก็ไม่เคยมีอะไรขัดแย้งกันมา แต่เมื่อเอกสาร ทางราชการเป็นอย่างนี้แล้วจะให้ผมพูดอย่างไร ผมให้ท่านประธานครับ แต่ผมไม่แจกสื่อ
เอามาให้ผม แล้วก็ไม่ตอบโต้กันแล้วครับ พอแล้วครับ จะไปเรื่องอื่นแล้วครับ
(นายประเสริฐ พงษ์สุวรรณศิริ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
ท่านประเสริฐประท้วงอะไรครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ กระผม นายประเสริฐ พงษ์สุวรรณศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดยะลา พรรคประชาธิปัตย์ จริง ๆ ผมยกมือประท้วงท่านประธานนานแล้ว ท่านประธานครับ เพราะว่าผมไม่อยากเห็นท่านประธานปล่อยให้มีการตอบโต้ คือท่านรองนายกรัฐมนตรี ไปพาดพิงเขาก็ชี้แจงตามสิทธิ พอชี้แจงตามสิทธิรองนายกรัฐมนตรีตอบโต้อีก อย่างนี้ตอบโต้ ทั้งคืนก็ไม่จบครับ แล้วที่พวกผมให้ความร่วมมือนะครับ พวกผมมีผู้จะอภิปราย ๖๐ ท่าน ท่านนับของผมดูสิครับ ตั้งแต่ ๙ โมงครึ่งจนเวลาป่านนี้ครับ พวกผมอภิปรายได้กี่ท่านครับ ๙ ท่านครับ เหลืออีก ๕๑ ท่าน ท่านจะต่อวันเสาร์หรือครับ ได้ครับ ต่อวันเสาร์ก็ได้ครับ แต่ว่าให้ยืนยันนะครับ ตกลงกันว่าอภิปรายแค่เที่ยงคืนนะครับ แล้วถ้าตอบโต้กันอย่างนี้ ไม่ต้อง
ก็พอสมควร อย่างนั้นท่านก็นั่งลงผมจะให้คนอื่นต่อเลยครับ จะได้ไม่เสียเวลา เชิญท่านพิเชษฐ ท่านเรวัต เรื่องอะไรครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ กระผม นายเรวัต อารีรอบ ตามข้อตกลงของวิปในการพาดพิงท่านเวลาจะไม่ต้องมารวมครับ ผมเห็นเจ้าหน้าที่จับเวลาอยู่ท่านครับ ผมอยากจะถามข้อเท็จจริงหน่อยครับท่านครับ
ตกลง หักเวลาออกใช่ไหมเจ้าหน้าที่ เขาไม่คิดเวลาครับท่านเรวัต เอาอย่างนี้ครับ คือท่านตอบ เฉพาะส่วนใช้สิทธิพาดพิงเฉพาะเสียหายสั้น ๆ แล้วไม่ต้องตอบกลับกันก็จะได้ใช้เวลาให้เกิด ประโยชน์ในการอภิปรายเหมือนท่านประเสริฐแนะนำ เชิญท่านพิเชษฐ ท่านเสียหาย เรื่องไหนไม่ทราบครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม พิเชษฐ พันธุ์วิชาติกุล พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดกระบี่ครับ ผมขออนุญาตชี้แจงในส่วนที่พาดพิง และทำความเสียหาย จำเป็นที่จะต้องชี้แจงเพื่อความสบายใจ กราบเรียนท่านประธานว่า
ประการแรก ผมกับท่านรองนายกรัฐมนตรีเฉลิมไม่ทะเลาะกันแล้ว ไม่ต้อง ห่วงว่าจะเกิดโต้วาจาอะไรขึ้นมานะครับ
อย่างนี้ครับ ด้วยความเคารพ ผมอนุญาตท่าน ๓ นาทีนะครับ ให้ท่าน ๓ นาทีพอ
ไม่ครับ ท่านประธานครับ เพื่อประการที่ ๒ ก็เรียนว่าเวลาที่ผมใช้ไปผมจะยอมให้หักจากเวลาของผมในวันพรุ่งนี้ ซึ่งขณะนี้หักไปแล้ว ๖ นาที เพราะสิ่งที่จะพูดไม่สามารถรวบรัดจบในนาทีสองนาทีได้ ผมจะขออนุญาตสิ่งที่พาดพิง ๓ ประเด็น ก็คือที่ท่านรองนายกรัฐมนตรีเฉลิมพูดว่าโครงการนี้ไม่ทำให้เสียหาย ไม่เหมือน โครงการมิยาซาวา โครงการบีไอบีเอฟ นั่นคือโครงการวิเทศธนกิจ และอีกโครงการหนึ่ง รู้สึกท่านพูดอักษรย่อภาษาอังกฤษผมจับความไม่ได้ แต่เข้าใจว่าท่านพูดถึงเรื่อง ปรส. ผมขออนุญาตตามลำดับครับ เรื่องโครงการเงินกู้มิยาซาวา ท่านประธานที่เคารพครับ เรื่องผ่านมา ๑๐ กว่าปี แทบจะเป็นเรื่องในประวัติศาสตร์ บุคคลในประวัติศาสตร์ในห้องนี้ ก็มีอยู่ไม่กี่คนหรอกครับ ผมขออนุญาตมากล่าวเพื่อเป็นประโยชน์แก่พวกเราเป็นส่วนรวมด้วย เพื่อประชาชนผู้รับฟังด้วย วิกฤติเศรษฐกิจของประเทศชาติเมื่อปี ๒๕๔๐ รุนแรง มากเหลือเกินครับ ผมจะไม่พูดในรายละเอียด แต่ก่อความเสียหายอย่างรุนแรงในทางเศรษฐกิจ ขณะนั้นเสียหายในภาคเอกชนมากกว่า ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เสียหายในภาครัฐมากกว่า ๑,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ความเสียหายทั้งระบบอยู่ที่เกือบ ๔,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เฉพาะในประเทศไทยเราผลจากสถาบันการเงินที่ถูกปิด ๕๘ แห่ง และธนาคารพาณิชย์ อีกหลายแห่งถูกควบคุม ทำให้กิจการถูกปิดต่อเนื่องกันไปหมด คนว่างงานจำนวนมาก คนว่างงานคนที่ไม่มีงานทำ อยู่ก็ต้องเลิกงานและคนกลับท้องถิ่นกลับชนบทเป็นจำนวนมาก สิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่งก็คือ คนว่างงานนับแสนคนมีผู้ใช้แรงงานอีกหลายแสนคน รัฐบาลขณะนั้นกับพันธะที่มีตาม แอลโอไอที่ ๒ กับไอเอ็มเอฟ คือเราจำเป็นต้องทำ ๒ ประการ คือโครงการเพื่อฟื้นฟู เศรษฐกิจด้วยการบรรเทาผลกระทบเศรษฐกิจและบรรเทาผลกระทบสังคม ที่เราเรียกชื่อว่า โครงการซิป (SIP) และโครงการแซล (SAL) ประชาชนที่เป็นหัวหน้าครอบครัวต้องว่างงาน หลายครอบครัวว่างงานกลับไปทั้งสามีและภรรยา ผู้ว่างงานหม้อข้าวเล็ก ๆ ของตายายที่ชนบท ลูกเขย ลูกสะใภ้ต่างกลับมารุมกันที่เดิม การจัดงบประมาณส่งไปไม่สามารถกระทำได้กะทันหัน เลยจำเป็นจะต้องอาศัยโครงการที่รีบด่วน ผมเรียนว่ารัฐบาลชวน หลีกภัย ที่ ๒ เข้ารับตำแหน่ง เมื่อวันที่ ๑๔ พฤศจิกายน ๒๕๔๐ ขณะนี้ที่ทุกอย่างร้ายแรงหมดแล้ว ร้ายแรงจนขนาด รัฐบาลก่อนหน้าต้องลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีไป รัฐบาลขาดทั้งงบประมาณ จำกัดทั้งการคลังอ่อนแอ เงินคงคลังร่อยหรอ ดุลเงินสดขาดดุล สารพัดปัญหาที่ผมจะไม่พูด มากไปกว่านี้ ขณะนั้นทางประเทศญี่ปุ่น มิสเตอร์เคียวสุเกะ ชิโนซาวา ที่เป็นประธานกองทุน ความร่วมมือทางเศรษฐกิจโพ้นทะเลแห่งญี่ปุ่นเข้าพบนายชวน หลีกภัย ที่ทำเนียบรัฐบาล แจ้งให้ทราบว่าปัญหาสังคมตรงนี้เป็นสิ่งที่จะต้องช่วยอย่างรีบด่วน เงินช่วยเหลือจากไอเอ็มเอฟ ส่วนหนึ่งเพียงแค่ ๑,๐๐๐ กว่าล้านเหรียญ เป็นเงินของไอเอ็มเอฟ อีกส่วนหนึ่งเป็นเงินของ บริษัทในภาคีและสมาชิกทั้งหลาย ส่วนที่เกี่ยวกับประเทศญี่ปุ่นต้องออกอยู่ประมาณสัก ๖,๐๐๐ ล้านเหรียญ ประเทศญี่ปุ่นขณะนั้นก็มาเจรจากับท่านชวน หลีกภัย ว่าขอใช้ส่วนหนึ่ง เพื่อบรรเทาผลกระทบสังคม โดยมุ่งว่าขอให้เราช่วยเหลือคนว่างงานเหล่านี้นะครับ ผมจะพูด ต่อไปว่าเราทำอะไรไปบ้าง ประเทศญี่ปุ่นเกิดมีการเปลี่ยนแปลงครับ นายเคอิโซ โอบูชิ นายกรัฐมนตรีประเทศญี่ปุ่นขึ้นมารับตำแหน่ง แต่งตั้งนาย
ท่านพิเชษฐสักครู่ครับ ท่านจ่าประสิทธิ์มีอะไรครับ ประท้วงเรื่องอะไรครับ
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม จ่าสิบตำรวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุรินทร์ พรรคเพื่อไทย ผมต้องประท้วงท่านประธานตามข้อ ๘ ท่านประธานเปิดโอกาสให้ผู้ถูกพาดพิง ลุกขึ้นมาพูดตอนยุคไหนครับ ผมไม่เห็นเอ่ยชื่อหรือทำให้ท่านเสียหายอะไรเลยไปพูดถึง
พอแล้ว ท่านประท้วงข้อ ๘ แต่ท่านก็ไม่ต้องอภิปรายต่อ ท่านไปอภิปรายเรื่องของคนอื่นไม่ได้ ท่านก็ บอกประท้วงข้อ ๘ เดี๋ยวผมจะวินิจฉัย ท่านนั่งลงครับให้ผมวินิจฉัย คืออย่างนี้ท่านพิเชษฐ ท่านบอกท่านเสียหายที่ไปพูดถึงโครงการมิยาซาวา และท่านก็บอกขอให้ตัดในเวลาของ ฝ่ายค้าน ผมก็เลยให้โอกาส ท่านกรุณาได้ฟังติดต่อด้วยครับ ท่านใช้เวลาของฝ่ายค้านขอให้ ท่านพูดเถิดครับ เชิญครับท่านพิเชษฐ
ขอบคุณครับท่านประธาน ประเทศญี่ปุ่น เปลี่ยนแปลงตัวนายกรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรีเคอิโซ โอบูชิ เลยแต่งตั้งนายคิอิชิ มิยาซาวา เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เงินกู้จากประเทศญี่ปุ่นมาเพื่อโครงการบรรเทา ผลกระทบสังคมทั้งหลายจึงถูกเรียกว่าโครงการมิยาซาวา โครงการมิยาซาวาแท้จริงมาใช้เงิน อยู่เพียงแค่ไม่ถึง ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท ในสารพัดอย่างเพื่อบรรเทาผลกระทบสังคม ผมจะขอ เพียงแค่หนังสือที่ผมร่วมกับท่านธารินทร์กับท่านอภิสิทธิ์ทำขึ้นมาในบางประการ เช่น ๑. ช่วยเหลือสนับสนุนโครงการไทยเที่ยวไทย ส่งเสริมรายการไทยเที่ยวไทย เพื่อฟื้น การท่องเที่ยวที่ตกต่ำและคนในภาคการท่องเที่ยว ฟื้นฟูพัฒนาอนุรักษ์แหล่งท่องเที่ยว ตามโครงการของซิป และทำโครงการอะเมซิ่ง ไทยแลนด์ (Amazing Thailand) ท่านก็ทราบว่า ๓ โครงการดังกล่าวนี้ช่วยการท่องเที่ยวของประเทศไทยได้มากมายแค่ไหน เงินส่วนหนึ่ง จ้างผู้ว่างงานจากวิกฤติเศรษฐกิจมาดำเนินการฝึกสอนและพัฒนาเยาวชนในโครงการ มพร. เงินส่วนหนึ่งจากจำนวนนี้แบ่งให้ผมรับผิดชอบในฐานะที่กำกับดูแลธนาคารออมสินไปทำ โครงการหลายเรื่อง และจ้างสร้างฝายน้ำ จ้างผู้ว่างงานในเขต กทม. ลงทุนราง สังคมภายใต้ธนาคารออมสิน ภายใต้โครงการซิป จัดตั้งกองทุนเพื่อพัฒนาเมืองในส่วนภูมิภาคภายใต้โครงการซิป ไม่ให้เสียเวลา ท่านประธานครับ เยอะแยะมากมาย โครงการส่วนหนึ่งที่ถูกต่อว่าก็คือว่าคนชนบทที่ว่างงาน กลับบ้านกลับท้องถิ่นจำนวนมาก พ่อบ้านกลับมาสู่ครอบครัวเจอลูกเจอเมียที่บ้านตัวเอง ว่างงาน งบประมาณก็ไปไม่ถึงเราเลยคิดว่าจ้างคนเหล่านี้ทำงาน แต่งานยังหาไม่ทันดีกว่าไป แจกเงิน ก็เลยจ้างคนเหล่านี้ส่วนหนึ่งไปดายหญ้า ไปปรับภูมิทัศน์ ไปทำถนน ใช้เงินทั้งหมด เพียงแค่ ๑,๐๐๐ กว่าล้านบาท ผลของการนี้พ่อแม่ลูกหุงข้าวหิ้วปิ่นโตไปทำงานตากแดด เหงื่อไหลไคลย้อยกลับมาตอนเย็นยิ้มแย้มแจ่มใสกอดกันทานข้าวด้วยกันว่าเราได้เงิน ด้วยการทำงานระหว่างพ่อแม่และลูก สิ้นเดือนมาได้เงินมาก้อนหนึ่งของพ่อสัก ๒,๐๐๐ บาท ของแม่สัก ๒,๐๐๐ บาท ของลูกสัก ๑,๐๐๐ บาท พ่อยื่นกลับไปให้แม่ว่าแม่เอาไว้ใช้ ในครอบครัวเถอะ แม่บอกว่าพ่อเอาไว้เถอะเผื่อไม่มีงานทำ พ่อก็บอกว่าลูกเอาไปโรงเรียนเถอะ ลูกก็ยกให้พ่อ นี่คือสภาพสังคมที่เกิดขึ้นที่ไม่สามารถใช้เงินกี่หมื่นล้านสร้างขึ้นมาได้ด้วยเงิน มิยาซาวา เรารู้ดีว่าไปตัดหญ้าไม่กี่วันหญ้ามันก็งอกขึ้นมาแต่สิ่งไหนทำให้คนสำนึก วันไหน พ่ออยากกินเหล้านึกถึงเงินจำนวนนั้นวันนั้นลูกเราเมียเรามาช่วยกันดายหญ้าถางหญ้า เพราะฉะนั้นเราจะเอาเงินนี้ไปกินเหล้าหรือ วันหนึ่งลูกอยากไปเสพยาขึ้นมานึกขึ้นได้ว่า เงินค่ายาเม็ดนี้เราพ่อแม่ลูกเคยทำอย่างนั้น เราทำอย่างนั้นไม่ได้ ท่านประธานครับ นี่คือ โครงการมิยาซาวา ผลของการใช้เงินมิยาซาวา สุดท้ายปรากฏว่าบริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด และสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติประเมินว่า ท่านประธานครับ ผมเอาเพียงสั้น ๆ ผลออกมาธนาคารผู้ที่ออกเงินเกี่ยวกับเรื่องนี้ไม่ว่าเอ็กซิมแบงก์ (EXIM Bank) เจเอ็กซิม แบงก์ (JEXIM Bank) ไม่ว่าเอดีบี (ADB) ไม่ว่าทั้งหลายที่ร่วมสมทบเงินกู้ต่างลงความเห็นตรงกันว่า เป็นการใช้จ่ายเงินกู้มุ่งเน้นในพื้นที่เป้าหมายที่มีความยากจนและกระทบทางเศรษฐกิจ โดยตรงก่อให้เกิดผลมุ่งหมายบรรเทาผลกระทบสังคม ไม่ใช่ผลทางการเมืองอย่างเดียว ซึ่งจะใช้เงินสักกี่หมื่นล้านก็ไม่สามารถบันดาลผลเช่นนี้ เพราะฉะนั้นก็เป็นการใช้เงินมิยาซาวา ที่เป็นเงินกู้ที่ปลอดภัยได้ผลดีที่สุดในเชิงสังคมในประวัติศาสตร์อีกอันหนึ่งปรากฏ ตามรายงานทริส (TRIS) ท่านประธาน ผมติดต่อที่ทริสเมื่อเช้าต่อไปทางกูเกิล ผมขอรายงาน รับรองของทริสอันนี้เขาบอกว่าเนื่องจากเขาออกหนังสือรับรองนี้ตั้งแต่ปี ๒๕๔๓ บัดนี้เกิน ๑๐ ปี ปี ๒๕๕๕ ตรงนี้มันไม่อยู่แต่ค้นดูได้นี่คือเรื่องบอกว่ามิยาซาวาเสียหาย พูดกันมานานเหลือเกินแล้วประวัติศาสตร์ถูกบันทึกผิดไปมันก็ผิดกันไปตลอดละครับ เหมือนที่บอกว่าพรรคประชาธิปัตย์กู้ไอเอ็มเอฟ เรื่องแรกคือเรื่องมิยาซาวา ท่านประธานครับ เรื่องที่ ๒ เรื่องบีไอบีเอฟผมไปอยู่ที่กระทรวงการคลัง ๒ รอบครับ รอบแรกตั้งแต่ปี ๒๕๓๕-๒๕๓๘ เป็นข้าราชการการเมือง รอบหลังปี ๒๕๔๐ ปลายปีจนถึงต้นปี ๒๕๔๔ เมื่อไปที่กระทรวงการคลัง รอบแรกประเทศไทยเกิดวิกฤติสำคัญ ๒ เรื่อง เรื่องแรกในประเทศคือเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ เรื่องที่ ๒ ต่างประเทศคือเหตุการณ์สงครามอ่าวเปอร์เซีย ฐานะการคลังของเรายับเยิน โดยที่เราไม่กล้าที่จะบอกใครทั้งสิ้นต้องเก็บทุกอย่างเป็นความลับ ก่อนที่พวกผมไปนายกรัฐมนตรี อานันท์ ปันยารชุน ท่านไปประชุมอาฟตา (AFTA) มา รับข้อตกลงแกตต์ (GATT) มาให้ ประเทศไทยเปิดเสรีในธุรกิจบริการด้านการเงินหมายถึงว่าจากปี ๒๕๓๕ ให้ต่างชาติทุกแห่ง มีสิทธิที่จะมาเปิดธนาคารในประเทศไทยเพื่อรับฝากเงินและปล่อยเงินกู้ทำธุรกิจภาคการเงิน โดยเสรี พวกผมมารับหน้าที่ปี ๒๕๓๕ คุณธารินทร์เดินทางไปพยายามเจรจาข้อตกลงพิธีสาร รอบอุรุกวัย ข้อตกลงกรรมสาร การเจรจารอบแกตต์ สารพัดเจรจาด้วยความยากลำบากอย่างยิ่ง สุดท้าย เราขอเพียงว่าสำหรับประเทศไทยในท่ามกลางวิกฤติที่ถาโถมทั้งในประเทศและต่างประเทศนี้ เราขอเพียงแค่ว่าเราให้ต่างชาติมาเปิดเพียงแค่บีไอบีเอฟก่อนซึ่งเรียกภาษาไทยว่า วิเทศธนกิจ คือต่างชาติเอาเงินมาปล่อยเมืองไทยได้แต่มารับเอาเงินจากเมืองไทยออกไปต่างประเทศไม่ได้ เราเปิดวิเทศธนกิจในกรุงเทพมหานคร ที่จังหวัดเชียงใหม่ ที่หาดใหญ่ ที่จังหวัดขอนแก่น ที่เมืองใหญ่ ๆ ไม่กี่แห่งครับ ท่านประธานครับ เรารู้ดีว่าวิเทศธนกิจการที่ต่างประเทศกำไร เยอะ ๆ มาปล่อยในเมืองไทยระวังว่ามันจะเป็นของแสลง ท่านธารินทร์ทำสมุดปกขาว เขียนข้อจำกัด ๕๘ ข้อในการที่เสมือนหนึ่งยาที่จะต้องกินเพื่อควบคุมมิให้เกิดกระทบในวัน ข้างหน้า เขียนเสร็จเมื่อปี ๒๕๓๘ กลางปี แต่ปลายปีเราแพ้เลือกตั้งครับ กลายเป็นรัฐบาล ท่านบรรหาร ศิลปอาชา ทุกอย่างไม่ได้ทำ ทุกอย่างตรงกันข้าม จึงเหตุการณ์เมื่อปี ๒๕๓๙ และปี ๒๕๔๐ ท่านประธานครับ วิเทศธนกิจพูดกันมากทั้งอดีตนายกรัฐมนตรีสมัคร ทั้งใครต่อใคร วันนี้พูดกันในห้องนี้สักทีเถอะครับ ในประวัติศาสตร์ว่ามันคืออะไร มีที่มาอย่างไร สิ่งเหล่านี้ ผู้ยังมีชีวิตอยู่คือท่านนายกรัฐมนตรีอานันท์ ปันยารชุน ท่านทราบดีว่ามาอย่างไร แล้วเราเจรจา กับต่างประเทศด้วยความยากลำบาก ขอผ่อนคลายเสรีการเงินจากที่เปิดธนาคารเสรี เต็มรูปแบบมาเหลือเพียงวิเทศธนกิจ วันนี้ท่านประธานเห็นไหมครับ ธนาคารไทยไม่เหลือเลย ธนาคารเกือบทุกแห่งชื่อต่างประเทศหมดเลยครับ ธนาคารต่างประเทศมาซื้อหุ้นในธนาคารไทย ทั้งปล่อยเงิน ทั้งฝากเงิน ทั้งหมดท่านประธานครับ นี่คือบีไอบีเอฟที่เมื่อสักครู่พาดพิงถึง
ท่านประธานเรื่องสุดท้ายครับ ที่ท่านรองนายกรัฐมนตรีพูดถึงเมื่อสักครู่ ดูเหมือนท่านจะพูดถึงเรื่อง ปรส. แต่เนื่องจากท่านพูดชื่อย่อภาษาอังกฤษ ผมก็เลยจับใจความ ไม่ได้ว่าเป็นอย่างไร ท่านประธานครับ ผมเป็นรัฐมนตรีเดือนกันยายน ปี ๒๕๔๐ ถึงเดือน กุมภาพันธ์ ปี ๒๕๔๔ เมื่อพวกผมเข้ารับตำแหน่ง ๑๔ พฤศจิกายน ๒๕๔๐ ตอนนั้นสถาบันการเงิน ถูกปิด ๕๘ แห่ง ตั้งแต่ ๔๒ บวกด้วย ๑๘ ตอนนั้นล้มละลายไปแล้วหมดทั้งสถาบันการเงิน ทั้งสิ้นครับ แล้วก็ตอนนั้นเริ่มลดค่าเงินบาทกู้เงินไอเอ็มเอฟ พันธะของไอเอ็มเอฟก็คือ ประเทศไทย เมื่อกู้เงินในไอเอ็มเอฟต้องทำตั้งองค์กรกลางขึ้นมาส่วนหนึ่ง เพื่อทำกิจการ ๒ อย่าง ๑. คือ พิจารณาว่า ๕๘ สถาบันการเงินให้เปิดได้กี่แห่ง ยอมให้ฟื้นฟูเพียงกี่แห่ง ห้ามกระทรวงการคลังยุ่ง ห้ามรัฐบาลเกี่ยวข้อง เพราะความเสียหายของสถาบันการเงินทั้งหมดเกิดขึ้นจากฝ่ายการเมือง ณ ขณะนั้นคือที่กระทรวงการคลัง และองค์กรนี้มีหน้าที่ที่จะต้องจัดการกองทรัพย์สินทั้งหมดของ ๕๘ สถาบันการเงินและธนาคารที่เกี่ยวข้อง ทั้งหมดที่เสียหายไปประมาณ ๑,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ดังกล่าวนั้น ห้ามกระทรวงการคลังเข้าเกี่ยวข้อง ให้เป็นหน่วยกลาง หน่วยงานนี้ ท่านประธานครับ ที่เรารู้กันว่า กองทุน ปรส. ซึ่งมีชื่อย่อภาษาอังกฤษของเขาเอฟไอดีเอฟ (FIDF) หน้าที่ของ ปรส. ก่อนที่พวกเราจะมาโดยพันธะของแอลโอไอ ๑ (LOI1) กระทรวงการคลังจะต้องตั้ง ปรส. ให้เสร็จสิ้น และสุดท้ายท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังโฆษิต ปั้นเปี่ยมรัษฎ์ ในรัฐบาล พลเอก ชวลิต ยงใจยุทธ ก็ได้ออกกฎหมายตั้ง ปรส. ขึ้นมาวันที่ ๒๕ ตุลาคม ๒๕๔๐ ผมจำได้ เพราะหลังวันปิยมหาราช ๒ วัน วันปิยมหาราชเป็นวันหยุด วันต่อมาหลังจากนั้นก็เป็นวันอังคาร วันประชุม ครม. ๒๕ ตุลาคม ๒๕๔๐ รัฐบาลชวน หลีกภัย มา ๑๔ พฤศจิกายน ๒๕๔๐ ครับ หลังจากนั้นหน้าที่ทุกประการของ ปรส. ถูกกำหนดไว้โดยพระราชกฤษฎีกาตั้ง ปรส. นั่นละครับ คณะกรรมการไม่สามารถทำอย่างอื่นได้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังทำอะไรไม่ได้เลย ผลการทำงานของ ปรส. เอาเพียงข้อสรุปครับท่านประธาน ผลการทำงานของ ปรส. สุดท้ายแล้ว ปรากฏว่า ปรส. รวบรวมกองสินทรัพย์ ผมย้ำว่ากองสินทรัพย์นะครับ มีการไปบิดเบือนว่า เป็นกองทรัพย์สิน ไม่ใช่ทรัพย์สินครับ สินทรัพย์คือบัญชีหนี้เน่านะครับ กองสินทรัพย์ ประมาณ ๑,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท จ่ายแบ่งกองทั้งหมดขึ้นมาแล้วขายออกไปทั้งสิ้นนะครับ ท่านประธานครับ สรุปโดยท่านอัยการสูงสุดปัจจุบันนี้ทราบดีครับ คุณจุลสิงห์ วสันตสิงห์ ผลการดำเนินงานของ ปรส. ได้เงินชำระแก่กองทุนฟื้นฟูและเจ้าหนี้ที่อื่นที่สุจริตประมาณ ร้อยละ ๓๙ ของมูลค่าสินทรัพย์ทั้งหมด ไม่ใช่เอา ๑,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท มาขายได้ไม่ถึง ๓๐๐,๐๐๐ บาท ไม่ถึง ๓๐ เปอร์เซ็นต์ เพียงแค่ ๒๐๐,๐๐๐ กว่าบาท ไม่ใช่ครับ ร้อยละ ๓๙ ไม่รวมส่วนที่อยู่ในกระบวนการยุติธรรม และกระบวนการบังคับคดี คือมีการฟ้องก่อน ปรส. มีการยึดทรัพย์ เช่นที่ดินรัชดาภิเษกเป็นต้น กองบังคับคดีขายที่ดินรัชดาภิเษกไปทีหลังก็ได้เงิน ๗๐๐ กว่าล้านบาท หรือ ๑,๐๐๐ ล้านบาท หรือเท่าไรก็แล้วแต่ ความเสียหายขณะนั้นเกิดขึ้น มันยังมีอีกตั้งแสนกว่าล้านบาทที่จะทยอยกลับเข้ามา เพราะฉะนั้นกระผมขอถือโอกาสนี้ครับ ท่านประธาน ผมจะมีโอกาสพูดในสภานี้สักกี่ครั้งผมก็ไม่ทราบ แต่มันเป็นประวัติศาสตร์ ผิดแล้วมันจะผิดตลอด มันจะบิดเบือนกันไปตลอดเลย ปรส. เป็นการขายกองสินทรัพย์ และกองสินทรัพย์นี้ซื้อไปทั้งหมด ฝรั่งซื้อเพียงแค่ ๒๗ เปอร์เซ็นต์ นอกนั้นเป็นประเทศไทย เช่น ธนาคารธนชาต ธนาคารเกียรตินาคิน จำกัด (มหาชน) เช่นอะไรต่ออะไรทั่วไป จนเดี๋ยวนี้ หลายแห่งเป็นธนาคารขึ้นมา ต่างชาติซื้อไปเพียงไม่กี่ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ต่างชาติไม่เอาหรอกครับ กองทรัพย์สินที่ซื้อแล้วจะต้องไปฟ้องร้องบังคับคดี และไม่ใช่เอาที่ดิน เอาสินทรัพย์ เอาทรัพย์สิน ๑,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ไปขายได้แค่ ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แต่เอาหนี้เน่า ๑,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ไปขายได้ทั้งหมด ๓๙ เปอร์เซ็นต์ ท่านประธานครับ ผมขอบพระคุณ ผมใช้เวลาเท่าไร หักผมพรุ่งนี้เถอะครับ ๑๗ นาที ขอบคุณท่านประธานครับ
เชิญท่านผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรครับ
ท่านประธาน ที่เคารพ กระผม นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ก็ต้องขออนุญาตใช้สิทธิพาดพิงที่ท่านรองนายกรัฐมนตรี พาดพิงถึงกระผมบ้าง ถึงรัฐบาลชุดที่แล้วบ้าง ถึงพรรคประชาธิปัตย์บ้าง ซึ่งที่จริงผมก็เกรงใจ เพื่อนสมาชิกและท่านประธาน เพราะว่าสิ่งที่มีการพาดพิงมานั้นไม่ได้มีความจำเป็นเลย ในการที่จะต้องชี้แจงแก้สิ่งที่พวกกระผมซักถามหรือต้องการที่จะเสนอความเห็นเกี่ยวกับ ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ แต่ผมขอเริ่มต้นเรื่องแรกครับ คือเมื่อมีการพูดถึงการกู้เงินพิเศษ แล้วจะไปเปรียบเทียบการกู้เงินพิเศษกรณีหนึ่งกับอีกกรณีหนึ่งคนละสถานการณ์คงจะไม่ได้ เพราะการกู้เงินแต่ละครั้งก็มีวัตถุประสงค์ไม่เหมือนกัน การออกกฎหมายกู้เงินพิเศษครั้งใหญ่ ที่สุดก็สมัยรัฐบาลท่านนายกรัฐมนตรีทักษิณ ๗๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เอาไปทำอะไร เอาไปทำ เรื่องหนี้กองทุนฟื้นฟูครับ จะเอากรณีนั้นมาเปรียบเทียบกับการกู้เงินครั้งนี้ หรือมิยาซาวา หรือไทยเข้มแข็ง ไม่ได้ครับ มันคนละวัตถุประสงค์ คนละสถานการณ์ ถามว่าในวันที่ต้องมี การกู้เงินไทยเข้มแข็งนี้มันเป็นสถานการณ์อะไร มันคือสถานการณ์วิกฤติเศรษฐกิจโลก กระทบถึงเศรษฐกิจไทยซึ่งตกต่ำ ก่อนท่านนายกรัฐมนตรีสมัคร ท่านนายกรัฐมนตรีสมชาย จะพ้นจากตำแหน่งไปอาการเริ่มออกแล้ว การส่งออก การท่องเที่ยวติดลบ รายได้ที่ประมาณการไว้ ในงบประมาณหายไปนับเป็นแสนล้านบาท ทั่วโลกวิตกกังวลว่าเศรษฐกิจจะเข้าสู่ภาวะถดถอย หรือภาวะตกต่ำ แล้วก็จะทำให้เกิดปัญหาการว่างงาน เกิดปัญหาทางสังคม เกิดปัญหาอื่น ๆ ตามมา วัตถุประสงค์เวลาที่จะต้องกู้เงินตอนนั้นก็คือต้องมากระตุ้นเศรษฐกิจให้เศรษฐกิจไทย หลุดพ้นจากภาวะนั้นครับ ทำไมใช้งบประมาณปกติไม่ได้ เพราะวันนั้นการขาดดุลงบประมาณหรือการใช้จ่ายเงินของ รัฐบาลนั้นมันชนเพดานหนี้ที่กำหนดไว้ในกฎหมายวิธีการงบประมาณเสียแล้วครับ นั่นคือ เหตุผลซึ่งต่างจากสถานการณ์ในวันนี้โดยสิ้นเชิง ถามว่าทำไมโครงการจึงเป็นโครงการขนาดเล็ก กระจายไป ก็เพราะต้องการที่จะกระตุ้นเศรษฐกิจให้ทั่วถึง ผมกล้าพูดด้วยนะครับว่าในขณะนั้น หลายประเทศก็กู้เงินมากกว่าเราหรือใกล้เคียงเรา แล้วมีประเทศแบ่งออกเป็น ๒ กลุ่มครับ ท่านประธานที่ใช้แนวคิดที่ต่างกัน ประเทศในกลุ่มที่ใช้แนวคิดเดียวกับเราส่วนใหญ่อยู่ในเอเชีย ตัวอย่างใกล้เคียงสุดอาจจะเป็นประเทศไต้หวันครับ ทำโครงการแบบนี้ละครับที่คุณเฉลิมพูด ใช้คำว่า เฮลิคอปเตอร์ มันนี ประเทศเหล่านี้สุดท้ายผลที่เกิดขึ้นเศรษฐกิจฟื้นเร็ว การจ้างงาน เพิ่มขึ้น ภาวะการว่างงานเป็นภาวะชั่วคราวแล้วมีเล็กน้อยมากครับ แต่หลายประเทศ ซึ่งไปใช้แนวคิดเดิมว่ากระตุ้นเศรษฐกิจไปทำโครงการขนาดใหญ่โครงสร้างพื้นฐาน บางประเทศวันนี้ยังไม่ฟื้นเลยครับท่านประธาน เพราะกว่าเงินจะไปทำโครงการใช้เวลา นานมากครับ แล้วเงินรอบแรกไปถึงผู้รับเหมา ไปถึงอุตสาหกรรมก่อสร้าง แต่กว่าจะเวียนไปถึง การจ้างงานทั่วไปในประเทศ ปรากฏว่าเศรษฐกิจยิ่งมีปัญหา ยิ่งตกต่ำ รายได้ก็ยิ่งขาด หลายประเทศในตะวันตกขณะนี้ยังเป็นปัญหานี้อยู่เลยครับ แต่เงินที่ทำในไทยเข้มแข็งก็ไม่ใช่ว่า เงินที่ใช้ไปแล้วหมดไปครับ สถานีอนามัยที่ยกระดับขึ้นมา โรงเรียน หรือสถาบันการศึกษา สถานศึกษาที่ท่าน ส.ส. ชินวรณ์กล่าวไปเมื่อสักครู่ก็เป็นเพียงส่วนหนึ่ง มีเรื่องแหล่งน้ำ มีเรื่องถนนโดยเฉพาะถนนในชนบทที่เกิดขึ้นมากมาย แต่สุดท้ายประเด็นที่ผมอยากจะกราบเรียน สรุปสั้น ๆ ก็คือว่าการกู้เงินครั้งนั้นมันเป็นไปตามวัตถุประสงค์ไม่เพียงแต่ทำให้เศรษฐกิจฟื้นขึ้นมาครับ แต่สุดท้ายการบริหารก็เป็นไปตามเป้าหมาย นั่นก็คือว่าหนี้สาธารณะเริ่มลดลงเมื่อเทียบ เป็นสัดส่วนของรายได้ประชาชาติ และกรณีที่เราต้องออก พ.ร.บ. กู้เงินในช่วงต้นเพื่อแสดง ให้เห็นว่าเรามีเงินทั้งสิ้นที่จะกระตุ้นเศรษฐกิจ ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เมื่อเศรษฐกิจฟื้นขึ้นมาอีก ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทเราจึงไม่ใช้อย่างไรครับ ผมจึงมอบเป็นนโยบายว่ากลับเข้าไปสู่ระบบ งบประมาณปกติครับ กระทรวง ทบวง กรมไหนที่เคยคิดจะใช้เงินจาก พ.ร.บ. กู้เงินผมก็ให้ กลับมาใช้ในระบบงบประมาณทั้งสิ้นเพื่อรักษาวินัยและเพื่อตรวจสอบได้เหมือนที่พวกกระผม เรียกร้องจากรัฐบาลในวันนี้ เพราะฉะนั้นในประเด็นเรื่องของไทยเข้มแข็งก็ขอเรียนย้ำอีกครั้ง เพราะว่าทั้งท่านรองนายกรัฐมนตรีกิตติรัตน์และท่านรองนายกรัฐมนตรีเฉลิมพูดจะทำให้ เกิดความเข้าใจผิด
ประการที่ ๒ ที่กระผมถูกพาดพิงความจริงตั้งแต่ช่วงกลางวันก็เกี่ยวเนื่องกับ ปัญหาความสับสนของทางท่านรองนายกรัฐมนตรีเองครับ ไม่ใช่ความสับสนของผมว่า เราสามารถใช้เงินงบประมาณในการทำโครงการ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทได้หรือไม่ ผมพูดเมื่อเช้าครับ บอกวันที่ท่านรองนายกรัฐมนตรีกิตติรัตน์ไปชี้แจง พ.ร.ก. โอนหนี้เกี่ยวกับกองทุนฟื้นฟู ออกจากรัฐบาลคืนไปให้กับธนาคารแห่งประเทศไทย ผมไม่ได้พูดเรื่องหนี้สาธารณะนะครับ ท่านไม่ควรจะใช้คำพูดที่ผิดเพราะผมไม่ได้ใช้คำนั้น ท่านไปชี้แจงกับศาลว่าเพื่อขยายกรอบ การขาดดุลงบประมาณ ไม่ใช่สัดส่วนหรือเพดานหนี้สาธารณะ แต่วันนี้เมื่อท่านขยายเพดาน หรือสร้างช่องว่างในงบประมาณให้ท่านใช้เงินได้ท่านกลับไม่ใช้งบประมาณ ท่านกลับมาใช้ วิธีการขอกู้พิเศษ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท นี่คือเหตุผลที่ผมต้องกราบเรียนแล้วก็จะชี้ให้เห็น ต่อไปครับว่าที่ท่านรองนายกรัฐมนตรีเฉลิมพูดยิ่งสับสนไปใหญ่บอกงบลงทุนมีไม่พอ ประเด็น คืองบลงทุนรัฐบาลกำหนดอย่างที่ท่านอดีตรัฐมนตรีกรณ์พูด และกำหนดในงบประมาณได้ เพราะเพดานหนี้ในงบประมาณมันยังเหลืออยู่ครับ เหลือเกินกว่าที่รัฐบาลมีแผนจะใช้จ่าย ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ๗ ปีข้างหน้าทุกปีงบประมาณตามตัวเลของรัฐบาลเอง จึงเป็นการยืนยันว่า ความจำเป็นในการกู้เงิน ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ไม่มีครับ ทีนี้พอใช้วิธีกู้เงิน ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านรองนายกรัฐมนตรีเฉลิมก็มาชี้แจงผมผิดอีก บอกว่าที่เป็นห่วงว่าจะไม่มีการใช้ระเบียบ การจัดซื้อจัดจ้างท่านก็ไปอ่านมาตรา ๑๕ ที่ท่านเขียนเอาเองนะครับ ไม่ได้อ่านตามมาตรา ๑๕ ที่ปรากฏในกฎหมายฉบับนี้ กฎหมายฉบับนี้บอกเวลาอนุมัติโครงการ แล้วท่านรองนายกรัฐมนตรีไปอ่านบอกว่าให้ใช้ระเบียบพัสดุ ปี ๒๕๓๕ ตรงไหนครับ ตรงไหนครับที่เขียน เขียนว่าให้ใช้เงินตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะรัฐมนตรีกำหนด แล้วผมก็พูดเมื่อเช้าครับ ว่าคณะรัฐมนตรีชุดนี้เคยกำหนดอย่างไร กำหนดว่าเงินกู้ ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาทไม่ต้องใช้ ระเบียบพัสดุครับ นี่คือความต่าง มาตรา ๑๖ ท่านชี้แจงผมสับสนอีก บอกว่าแผนงานใด ดำเนินการเสร็จสิ้นแล้วมีเงินกู้เหลือจ่ายคืนเป็นคลังแปลว่าไปทำเป็นอย่างอื่นนอกจาก โครงการใน ๒๐๐ กว่าหน้านี้ไม่ได้ ไม่ใช่ครับ ท่านอ่านกฎหมายนะครับ กฎหมายใช้คำว่า แผนงาน ไม่ได้ใช้คำว่า โครงการ แล้วแผนงานมีแค่ ๒ หน้าครับ แล้วถามว่า ๒ หน้านี้ครับ โครงการหรือแผนงานบางแผนงาน โครงการบางโครงการนี่ครับผมว่ายืดหยุ่นมากนะครับ เช่น บอกขยายช่องจราจรเพิ่มประสิทธิภาพทางหลวงสายหลัก พร้อมทั้งพัฒนาเส้นทาง เชื่อมโยงพื้นที่เกษตรอุตสาหกรรมและแหล่งท่องเที่ยว อันนี้กว้างมากนะครับ แล้วก็รวมมา อยู่ในยุทธศาสตร์ รวมทั้งสิ้นเฉพาะในยุทธศาสตร์นี้ ๕๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท นี่คือความแตกต่าง ที่เกิดขึ้นเป็นการชี้แจงที่ไม่ตรงข้อเท็จจริง และเป็นการสรุปข้อท้วงติงของพวกเราผิดครับ จึงจำเป็นต้องอธิบายเพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ถูกต้อง
ทีนี้สุดท้ายครับ ท่านรองนายกรัฐมนตรีก็ว่าต่อนะครับ บอกว่าเป็นเรื่องมุมมอง ต่างกัน พรรคประชาธิปัตย์ไปสนใจกล่าวหาว่าเป็นประชานิยม ไม่ใช่ครับ พวกผมไม่ได้เรียก โครงสร้างพื้นฐานว่าประชานิยมเลยครับ แต่พวกผมบอกว่าถ้าท่านไม่เอาเข้างบประมาณท่าน จะไม่ทำในสิ่งที่รองนายกรัฐมนตรีเฉลิมอยากให้เราทำอย่างไรครับว่า เราเป็นนักการเมือง จากการเลือกตั้งแต่เรากล้าหาญพอที่จะให้พวกเรากันเองมีวินัยในการดูแลการเงินการคลัง ของประเทศ เพราะถ้าอยู่ในระบบงบประมาณ
(นายสุนัย จุลพงศธร ได้ยืนและยกมือขึ้น)
คุณสุนัย ไม่ต้องประท้วงครับ หักเวลาของฝ่ายค้านครับ
เชิญท่านสุนัย
อันนี้ถือว่าหักเวลาหรือไม่ เพราะผม ไปหลังบัลลังก์เขาบอกไม่หักเวลาครับ เป็นการพูดชี้แจง
หักไปเลย ท่านประธานครับ
ถ้าอย่างนั้นโอเคครับ ขอประทานโทษครับ ผมไม่ประท้วงแล้วครับถ้าหักเวลา ขอบคุณครับ
ท่านประธานครับ มันจะได้บังคับให้เราต้องเลือกอย่างไรครับว่าเราจะใช้เงินของประชาชนอย่างไร ผมกราบเรียน เป็นตัวอย่างครับ เมื่อเร็ว ๆ นี้มีปัญหามากว่าโครงการจำนำข้าวเงินไม่พอที่เคยมีการโกหก สีขาว ส่งออกมีเงินรายได้กลับเข้ามาจะมาทำโครงการนี้ สุดท้ายไม่มีครับ เมื่อไม่มีตอนนี้ ธ.ก.ส. ต้องการเงินต้องไปทำอะไรครับ ปรับแผนก่อหนี้และการบริหารหนี้สาธารณะ แล้วปรับอย่างไรครับ ปรับว่าไปให้เงินกู้แก่ ธ.ก.ส. เพิ่มขึ้นมาทำจำนำข้าว ถามว่าไปลด ตรงไหนครับ ไปลดกองทุนประกันภัยตาม พ.ร.ก. ที่เคยมาขอสภาครับ ผมถึงบอกว่าสุดท้าย ที่ต้องมาทำนอกงบประมาณกลายเป็นว่าเงินที่รัฐมีใช้จ่ายกู้มานี่ไม่ใช่ว่าจะทำโครงการพวกนี้ หรอกครับ โครงการพวกนี้ทำในงบประมาณก็ทำได้ แต่กู้มาเพื่อที่ว่าทำโครงการพวกนี้ไปก็ยัง สามารถถลุงเงินในโครงการอื่นต่อไปได้ นี่คือสิ่งที่พวกผมคัดค้านครับ เพราะฉะนั้นท่านต้อง จับประเด็นให้ถูก แล้วก็ต้องชี้แจงตามข้อเท็จจริง โครงการเหล่านี้อย่างที่ผมกราบเรียนหลายเรื่อง ไม่ได้เห็นต่างครับ เริ่มจริง ๆ ในสมัยพวกผม แล้วก็บางเรื่องคืบหน้าไปแต่ท่านตัดสินใจ เปลี่ยนวิธีการ เช่น กรณีของรถไฟความเร็วสูง และหลายเรื่องที่พูดตอนนี้ก็ยอมรับกันแล้วนี่ครับ ตกลงรถไฟความเร็วสูงถึงโคราช ตกลงรถไฟความเร็วสูงถึงหัวหิน ไม่ได้ถึงจังหวัดหนองคาย ไม่ได้ถึง ปาดังเบซาร์ เราก็บอกมันก็ไม่เชื่อมโลกจริง แล้ววันนี้ก็ยอมรับเอาดอกเบี้ยปัจจุบันจะมีภาระเพิ่มขึ้น อีกกลายเป็น ๕,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ใช้เวลา ๕๐ ปี ซึ่งเช่นเดียวกันท่านรองนายกรัฐมนตรีเฉลิม อ่านกฎหมายอย่างไรไม่ทราบไม่ปรากฏอยู่ในกฎหมายแต่เป็นคำแถลงของกระทรวงการคลัง คำท้า ๗ ข้อของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังกรณ์นี่ล้วนแล้วแต่เป็นคำท้าที่บอกว่า ในเมื่อท่านชี้แจงว่าจะไม่เปลี่ยนแปลงโครงการ จะใช้ระเบียบพัสดุ จะทำให้หนี้สาธารณะไม่เกิน ๕๐ เปอร์เซ็นต์ จะให้ประชาชนตรวจสอบได้ กรุณาเขียนเข้าไปในกฎหมายอย่างที่ท่านพูด ไม่ได้เรียกร้องเกินเลย ไม่ได้เรียกร้องมากไปกว่านี้ครับ เพราะฉะนั้นผมอยากจะกราบเรียนว่าผมต้องการให้ความจริงปรากฏ สุดท้ายครับ ท่านอุตส่าห์ชี้แจงว่าที่หาเสียงเรื่องล้างหนี้ไม่ได้หมายความอย่างที่คนชาวบ้านทั่วไปเข้าใจว่า ท่านจะมาใช้หนี้ ไม่ใช่มากู้ ท่านมาทฤษฎีใหม่ครับ บอกว่าจะกู้เพื่อไปล้างหนี้ ไม่เป็นไรหรอกครับ แต่ผมขอกราบเรียนว่ากรุณาอย่าใช้ทฤษฎีคนเมาครับ ดื่มมากแล้วก็ไปดื่มเพื่อถอนครับ ขอบพระคุณครับ
เชิญท่านรองนายกรัฐมนตรีกิตติรัตน์ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ประการแรก ต้องขอขอบคุณท่านผู้นำพรรคฝ่ายค้าน ที่ได้เริ่มมีความเข้าใจว่าการกู้เงินโดยกฎหมายที่ได้เคยดำเนินการมาในอดีต รวมทั้งการกู้เงิน ในครั้งนี้โดยกฎหมายที่เป็นร่างพระราชบัญญัตินั้นมีวัตถุประสงค์ที่แตกต่างกัน ผมเองเข้าใจครับว่า แนวคิดของทางรัฐบาลที่ได้เคยดำเนินการออกกฎหมายกู้เงินเพื่อนำมากระตุ้นเศรษฐกิจนั้น มีเหตุผลประการใด ซึ่งเมื่อเช้านี้ผมก็ได้กราบเรียนไปแล้วว่าผมเห็นด้วยและพอใจกับสิ่งที่ท่าน ได้ดำเนินการ แต่อย่างไรก็ตามในเรื่องของการที่จะกู้เงินโดยที่เป็นเรื่องของการกระตุ้น เศรษฐกิจนี้ยังสามารถที่จะกำหนดเป็นยุทธศาสตร์ กำหนดเป็นการใช้จ่ายต่าง ๆ ได้พอสมควร และรวมทั้งการดำเนินการในโครงการกู้เงินซึ่งเป็นโครงการล้วนแล้วแต่เป็นระยะสั้น ๆ นั้น ความจริงแล้วกลับสามารถอยู่ในงบประมาณประจำปีได้เสียด้วยซ้ำไป ดังนั้นถ้าหากว่า ท่านจะชวนให้รัฐบาลปัจจุบันไปดำเนินการกู้เงินเพื่อที่จะดำเนินโครงการระยะสั้น ๆ ในลักษณะของการกระตุ้นเศรษฐกิจนั้น รัฐบาลนี้ไม่มีความคุ้นเคยที่จะทำ รัฐบาลนี้ ได้ดำเนินการกู้เงินในอดีตโดยนำมาดำเนินการเพื่อเสริมสร้างความมั่นใจเมื่อครั้งที่มีอุทกภัยครั้งใหญ่ ซึ่งผมก็หวังว่าท่านจะได้ตระหนักถึงความจำเป็น เพราะว่าผู้ที่เกี่ยวข้องก็ได้ให้ความเห็นชอบ และเข้าใจในความจำเป็น ผมได้กราบเรียนไปถึงเหตุผลว่าเงินที่จะลงทุนในระบบบริหาร จัดการน้ำแบบบูรณาการจำนวน ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาทนั้นมีความจำเป็นเร่งด่วนตรงที่เรา จะต้องยืนยันให้ประชาคมทั้งภายในประเทศและต่างประเทศได้เล็งเห็นว่าเกิดอุทกภัยครั้งใหญ่ ขนาดนั้นแล้วประเทศไทยจะตัดสินใจลงทุนเสียที เพราะในอดีตนั้นก็เคยมีการวิเคราะห์ว่า ประเทศไทยควรจะลงทุนอย่างจริงจังในการป้องกันอุทกภัยแต่เสียดายที่เราไม่ได้ทำ ดังนั้นการที่ เกิดน้ำท่วม เกิดอุทกภัยแล้ว แล้วเรายังจะทำท่าลังเลอยู่อีกนั้นผมเชื่อว่าจะต้องเกิดความไม่มั่นใจ ดังนั้นการที่ได้ดำเนินการไปของรัฐบาลนี้ การออกพระราชกำหนดในครั้งนั้น การออก พระราชบัญญัติในครั้งนี้เป็นไปเพื่อยุทธศาสตร์ในการดำเนินการอย่างแท้จริง แล้วก็ การดำเนินการตามร่างพระราชบัญญัติให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อการพัฒนา โครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งประเทศในครั้งนี้จึงมีวัตถุประสงค์ที่แตกต่างไปจาก ที่รัฐบาลในอดีตได้เคยทำไว้จริง การที่ผมได้เรียนชี้แจงในเรื่องของการที่จะใช้กฎหมายนี้ แทนที่จะเป็นงบประมาณประจำปีไปเมื่อเช้านี้อาจจะอธิบายเพียงสังเขป เพราะเป็นการตอบว่า ถ้าหากว่าประชาคมชาวโลกเขามองเห็นได้ว่าการที่จะผสมงบประมาณประจำปีซึ่งมีมิติของ การใช้จ่ายปีเดียว และเป็นมิติของการกำหนดนโยบายการคลังในเชิงสมดุล ขาดดุล เกินดุล ถ้าหากว่าเขามองเข้าใจนะครับการที่เราจะแยกไว้ก็ยิ่งเข้าใจยิ่งขึ้น แต่ผมจะขออนุญาตกราบเรียน เพิ่มเติมว่าการที่เราจะต้องลงทุนในโครงการโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่ง ของประเทศซึ่งจะใช้เวลาในการลงทุนต่อเนื่องยาวหลายปี หากใช้มิติของงบประมาณประจำปี ซึ่งจะแสดงรายจ่ายได้เพียงปีเดียว ส่วนที่เกินกว่านั้นจะต้องถูกระบุไว้ว่าเป็นงบผูกพัน ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมได้ชี้แจงให้เห็นไปแล้วเมื่อเช้านี้นะครับว่าในอดีตนั้น ได้เคยมีการอนุมัติงบประมาณในโครงการต่าง ๆ ไว้หลายโครงการทีเดียว ไม่แต่เพียงเรื่องของ โครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่ง แต่เอาเฉพาะด้านคมนาคมขนส่งเท่านั้น ได้มีการอนุมัติโครงการต่าง ๆ ไว้แล้วในที่สุด โครงการเหล่านั้นไม่ได้ดำเนินการ เพราะไม่ได้มีการพิจารณาจัดเตรียมแหล่งเงินไว้ให้เพียงพอ และสามารถดำเนินการได้อย่างต่อเนื่อง หลายโครงการได้งบประมาณในปีแรกไปแล้ว ก็รอสิ่งที่เราเรียกว่างบผูกพัน ไม่มีสิ่งยืนยันใด ๆ ว่าในปีงบประมาณถัดไปจะมีงบผูกพัน มาติดตามในส่วนที่ได้มีการอนุมัติไว้ ซึ่งผมก็เชื่อว่าท่านทั้งหลายที่ได้มีโอกาสติดตามโครงการ ต่าง ๆ เหล่านั้นคงจะพบกับตนเองว่าโครงการเหล่านั้นมีความล่าช้า มีความไม่ต่อเนื่องอย่างน่าเสียดาย ดังนั้นการดำเนินการตามร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้จึงสามารถให้ความมั่นใจได้ว่าแหล่งเงิน ที่จะนำมาลงทุนอย่างต่อเนื่องจะสามารถทำให้โครงการต่าง ๆ มีความคืบหน้าแล้วเสร็จ ผูกพันกันเป็นโครงการที่เป็นระบบคมนาคมขนส่งโดยรวมทั้งประเทศ ซึ่งผมก็ขออนุญาต ได้กราบเรียนชี้แจงนะครับว่ารัฐบาลนี้ไม่ได้มีความประสงค์ที่จะอนุมัติโครงการรถไฟความเร็วสูง เป็นเพียงเส้นใดเส้นหนึ่งหรือเป็นเพียงบางเส้น แล้วก็ไม่ได้มีนโยบายที่จะไปดำเนินการ เพื่อที่จะขยับขยายทางหลวงเส้นใดเส้นหนึ่งแต่เพียงบางเส้น แต่สิ่งที่เรากำลังเสนอนั้นคือ การที่จะพัฒนาระบบเครือข่ายคมนาคมขนส่งของทั้งประเทศให้สามารถเชื่อมโยงกัน จนกลายเป็นประสิทธิภาพที่สูงขึ้นของการดำเนินการด้านขนส่งและโลจิสติกส์ของประเทศ ซึ่งจะมีส่วนสำคัญในการลดต้นทุนการขนส่ง มีส่วนสำคัญในการป้องปรามในสิ่งที่ท่านเคย แสดงความเป็นห่วงว่าถ้าหากเกิดวิกฤติเศรษฐกิจแล้วเราจึงไม่มีความพร้อมที่จะกระตุ้น ประเทศไทยของเราประสบกับปัญหามาหลายครั้งเพราะเราไม่ได้ดำเนินการเตรียมการไว้ ให้กับตัวเองในระยะยาวเสียเลย เรารอจนเราเผชิญปัญหาแล้วจึงมาหาทางแก้ไข รัฐบาล ปัจจุบันเล็งเห็นในการดำเนินการเพื่อจะเตรียมตัวของประเทศของเราให้มีความแข็งแรง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาสำหรับอนาคต จึงขออนุญาตได้กราบเรียนยืนยันกับท่านนะครับ รวมทั้งในขั้นตอนของการพิจารณากฎหมายนั้น ในชั้นกรรมาธิการย่อมสามารถแสดงความคิดเห็น ในเรื่องของบัญชีแนบท้ายร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ได้ โครงการต่าง ๆ ที่อยู่ในเอกสาร ประกอบการพิจารณานั้นเป็นโครงการซึ่งเมื่อรวบรวมตัวเลขแล้วมีความสอดคล้องกับยอดรวม ที่ได้แสดงไว้ในบัญชีแนบท้าย ดังนั้นถ้าหากว่าท่านมีความไม่เชื่อว่าโครงการใดจะเป็นประโยชน์ ท่านก็สามารถที่จะพิจารณาในชั้นกรรมาธิการ แล้วก็พิจารณากันว่าเมื่อโครงการบางโครงการ มีความไม่เหมาะสมหากกรรมาธิการเสียงส่วนใหญ่มีความเห็นที่สอดคล้องก็สามารถปรับเปลี่ยน ได้อยู่ดี อย่างไรก็ตามผมขออนุญาตเรียนชี้แจงว่าโครงการต่าง ๆ ที่อยู่ในเอกสารแนบท้ายนั้น ก็ล้วนเป็นโครงการซึ่งมีขั้นตอนในการได้รับอนุมัติซึ่งจะต้องเสนอต่อคณะรัฐมนตรี หน่วยราชการ หน่วยงานที่เป็นผู้รับผิดชอบโครงการ จะต้องดำเนินการเสนอผ่านกระทรวงเจ้าสังกัด เพื่อการพิจารณา รวมทั้งต้องผ่านการกลั่นกรองจากหน่วยงานสำคัญของประเทศ ได้แก่ สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ สำนักงบประมาณ และกระทรวงการคลัง เพื่อเสนอ ความเห็นต่อคณะรัฐมนตรี การที่โครงการต่าง ๆ เหล่านั้นอยู่ในบัญชีที่เป็นเอกสารประกอบแล้ว หากมีการเปลี่ยนแปลงใด ๆ ที่จะไม่เสนอโครงการใดต่อย่อมต้องมีเหตุผลที่ดีเนื่องจาก เป็นโครงการที่ได้ผ่านการพิจารณาของสภาแล้วในขั้นที่เป็นเอกสารประกอบ รวมทั้งถ้าหากว่า จะมีการเสนอโครงการใหม่ใด ๆ เกิดขึ้นในอนาคตจะต้องเป็นโครงการที่มีความสอดคล้องกับ กรอบยุทธศาสตร์ดังกล่าว และการดำเนินโครงการเหล่านั้นก็จะต้องผ่านการกลั่นกรองต่าง ๆ จากหน่วยงานสำคัญ ๆ รวมทั้งจะต้องมีการปฏิบัติตามกฎหมายต่าง ๆ อย่างครบถ้วนอีกด้วย ดังนั้นผมขออนุญาตยืนยันอีกครั้งนะครับว่าร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้มีเหตุผล หลักการ ในการดำเนินการที่แตกต่างจากกฎหมายกู้เงินในอดีตของทั้งรัฐบาลนี้และรัฐบาลในอดีต จริงดังที่ท่านผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรได้กล่าว แต่วัตถุประสงค์ของการลงทุนในครั้งนี้ จะสามารถทำให้ประเทศมีความก้าวหน้าได้อย่างระยะยาว มิได้เป็นเรื่องของการไปกระตุ้น เศรษฐกิจชั่วครั้งชั่วคราว มิได้มีความประสงค์ที่จะนำเงินไปหว่านกระจายใด ๆ ทั้งสิ้น ดังนั้นโครงการต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้นจะอยู่กับประเทศไปอีกระยะยาว การที่เราพูดว่าเงินกู้ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทที่เป็นเงินต้นจะก่อให้เกิดดอกเบี้ยอีกเป็นจำนวนมากนั้นเป็นเรื่องจริง ถ้าหากว่าเราจะค่อย ๆ ผ่อนแล้วก็ทำให้เงินต้นนั้นลดลงช้า ๆ จนกระทั่งบาทสุดท้ายหมดลง ภายในปีที่ ๕๐ ในขณะที่ทรัพย์สินที่จะได้ถูกสร้างขึ้นและลงทุนเอาไว้จะอยู่กับประเทศไปอีก หลายศตวรรษทีเดียว การดำเนินการในส่วนนี้เกิดดอกเบี้ย ดอกเบี้ยดังกล่าวผมได้กราบเรียนไปแล้วนะครับว่า รัฐบาลจะดำเนินการทำให้มีการกู้เงินโดยที่ผู้ที่จะเป็นผู้ให้กู้ก็ได้แก่ผู้คนในประเทศของเรา ดอกเบี้ยจำนวน ๓,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทโดยประมาณ ถ้าหากว่าเราต้องการจะทิ้งระยะยาว ของหนี้ไว้ให้ถึง ๕๐ ปีจริง ๆ ก็จะตกอยู่กับผู้คนในประเทศของเรา ในขณะเดียวกันข้อเป็นห่วง ของท่านในเรื่องวิกฤติเศรษฐกิจใด ๆ ที่เกิดขึ้น ผมก็เรียนว่าตัวอย่างของประเทศไหน ๆ ที่ดำเนินนโยบายเศรษฐกิจใดแล้วกลายเป็นปัญหาก็มีทั้งนั้นนะครับ คนที่กระตุ้นเศรษฐกิจ ครั้งแล้วครั้งเล่าแล้วเป็นปัญหาก็มี คนที่ลงทุนระยะยาวให้กับประเทศของเขาแล้วกลายเป็น ประเทศที่มีศักยภาพยิ่งใหญ่ก็มีเหมือนกัน ดังนั้นขออนุญาตได้เรียนว่าการเทียบเคียงในเรื่อง ของความแตกต่างนโยบาย ความสำเร็จและความล้มเหลวนั้นมิใช่สูตรสำเร็จที่ว่าลงทุน ในแบบใดแล้วจะสำเร็จ แบบใดจะล้มเหลว จึงขออนุญาตได้กราบเรียนในชั้นนี้แต่เพียงเท่านี้ครับ ขอบคุณครับ
เชิญครับ ท่านผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร
ท่านประธาน ที่เคารพครับ เดี๋ยวจะเข้าใจกันผิดนะครับ แล้วก็อยากจะปรับความเข้าใจ ประเด็นแรกที่ท่าน บอกว่าทำไมโครงการระยะสั้นขณะนั้นไม่ใช้งบประมาณ เพราะว่าเพดานหนี้ในวิธีการ งบประมาณมันไม่อนุญาตให้เราทำแล้วนะครับ นั่นคือเหตุผล และประการที่ ๒ กระผม ไม่ได้เป็นคนเริ่มต้นเปรียบเทียบ และที่ผมพูดถึงเรื่องความสำเร็จของการกระตุ้นเศรษฐกิจ ผมพูดเฉพาะสถานการณ์ที่เกิดขึ้นครับ แล้วก็เป็นที่ประจักษ์ทั่วไปในขณะนี้ ทีนี้นั่นไม่เป็นไรหรอกครับ เรื่องในอดีต สำคัญกว่าคือเรื่องในอนาคต คือผมฟังท่านรองนายกรัฐมนตรีแล้วผมสงสัยครับ ท่านบอกว่าถ้ามันมีโครงการที่ไม่เหมาะสมนะครับ เช่นสมมุติว่าคณะกรรมาธิการไปพิจารณา แล้วเห็นว่าบางโครงการไม่เหมาะสม หรืออาจจะเหมาะสม แต่วงเงินที่ตั้งไว้ไม่สมเหตุสมผล ท่านช่วยตอบพวกเราได้ไหมครับว่าเรามีอำนาจทำอะไร เพราะเอกสาร ๒๐๐ กว่าหน้านี่ไม่ใช่ ส่วนหนึ่งของกฎหมายครับ เราแปรญัตติไม่ได้ครับ ที่เราจะแปรญัตติได้คือตัวบัญชีแนบท้าย ๒ หน้า ท่านจะให้ทำอย่างไรครับ สมมุติว่าเราเห็นว่าบางโครงการเงินสูงไป หรือบางโครงการไม่เหมาะสมนี่ ท่านจะอนุญาตให้แปรญัตติลดวงเงินตรงนี้ใช่ไหมครับ แล้วท่านจะกู้ไม่ถึง ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ใช่ไหมครับ หรือเราทำไม่ได้ครับ ผมเชื่อว่าเราทำไม่ได้ครับ นั่นประการที่ ๑ นะครับ
ประการที่ ๒ ถ้ายืนยันความพร้อมความสมบูรณ์ทุกอย่างก็ทำอย่างที่พวกผม ขอขณะนี้ครับ ข้อที่ ๑ บรรจุเลยครับว่าเงินกู้ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทใช้ได้เฉพาะโครงการ ในนี้เท่านั้น ถ้าตรงไหนไม่เหมาะสมต่อไปรัฐบาลพิจารณาแล้วไปไม่ได้ห้ามเอาเงินนี้ไปใช้ โครงการอื่น ท่านเห็นด้วยไหมล่ะครับ ข้อที่ ๒ ที่ท่านบอกว่ามีระเบียบพัสดุ ท่านนายกรัฐมนตรีชี้แจง ท่านรองนายกรัฐมนตรีชี้แจง แก้มาตรา ๑๕ เลยไหมครับ ว่าเมื่อคณะรัฐมนตรีอนุมัติโครงการ แล้วการดำเนินการทั้งหลายต้องอยู่ภายใต้ระเบียบพัสดุ เขียนในกฎหมายครับ อย่าไปเขียนว่า ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะรัฐมนตรีกำหนด ส่วนเรื่องคำท้าท่านรัฐมนตรีกรณ์ เรื่องหนี้สาธารณะอะไรผมเห็นใจนะครับ แต่จริง ๆ แล้วถ้าเราอยากจะยืนยันคำพูดกันเรื่องวินัย เรื่องตัวเลข มันต้องมีอะไรหนักแน่นกว่านี้ครับ แต่เฉพาะ ๒ เรื่องนี้ท่านจะให้ทำอย่างไรครับ ท่านจะระบุเลยใช่ไหมครับเฉพาะโครงการในนี้เท่านั้นในกฎหมาย ๒. ใช้ระเบียบพัสดุ และ ๓. ที่ผมต้องหารือท่านด้วยตกลงท่านจะอนุญาตให้คณะกรรมาธิการปรับลดวงเงินในนี้ได้ ใช่ไหมครับ
เชิญท่านรองนายกรัฐมนตรีครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังนะครับ ต้องขอบคุณนะครับที่ท่านสงสารผม ผมก็ไม่แน่ใจ ว่าผมมีเหตุอะไรให้ท่านต้องสงสาร ความจริงแม้ผมไม่ใช่เป็นนักกฎหมาย แล้วผมร่ำเรียนมาทาง เศรษฐศาสตร์เป็นการเฉพาะไม่ได้มีความรู้หลากหลายมากมายอย่างหลายท่านก็ตาม แต่การที่ บัญชีแนบท้ายร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้เป็นส่วนหนึ่งของกฎหมาย หากท่านไม่มั่นใจ ไม่พอใจ โครงการที่อยู่ในเอกสารประกอบการพิจารณาใด ๆ ถึงระดับที่ท่านสามารถรวบรวมตัวเลข แล้วจะเสนอปรับลดตัวเลขที่เป็นยอดรวมของยุทธศาสตร์ในบัญชีแนบท้าย ท่านก็สามารถ ทำได้ในชั้นกรรมาธิการ การที่ท่านจะชักชวนให้ต้องนำเอาเอกสารประกอบการพิจารณา ไปเป็นส่วนหนึ่งของกฎหมาย ผมก็เรียนว่าการดำเนินการในลักษณะนี้ก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ดี และมีความชัดเจนในระดับหนึ่ง การที่เราดำเนินการโดยการเสนอเป็นเอกสารประกอบ การพิจารณาก็มีความชัดเจนในระดับที่ดี ดีกว่ากฎหมายกู้เงินในอดีตอีกหลาย ๆ กฎหมาย ซึ่งมีการเสนอเป็นยอดรวมไว้มิได้เห็นว่าจะมีโครงการใด มีแนวคิดใด มียุทธศาสตร์ใดเสียด้วยซ้ำ ดังนั้นการที่รัฐบาลนี้ได้เสนอร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้โดยเป็นยุทธศาสตร์นั้นผมเชื่อว่ามีความชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นยุทธศาสตร์ด้านการปรับเปลี่ยนระบบการขนส่งจากระบบถนนไปยังระบบที่ถูกกว่า และแสดงยอดรวมไว้ หรือยุทธศาสตร์ในเรื่องของการสร้างความเชื่อมโยงในจุดสำคัญ ๆ ในภูมิภาคก็มีการแสดงเป็นยุทธศาสตร์ไว้รวมทั้งโครงการต่าง ๆ ผมได้กราบเรียนชี้แจง ไปแล้วนะครับว่าการที่รัฐบาลนี้ได้เสนอโครงการต่าง ๆ เหล่านี้ไว้ในเอกสารประกอบการพิจารณา ถ้าหากว่าในอนาคตมีการเปลี่ยนแปลงจากโครงการที่ได้เสนอไว้ในเอกสารประกอบการพิจารณา ผู้เปลี่ยนแปลงย่อมต้องมีเหตุผลในการอธิบาย และย่อมผ่านกระบวนการในการกลั่นกรอง ดังที่ได้เสนอไว้ในกฎหมายฉบับนี้ การที่ท่านชักชวนให้พิจารณาเปลี่ยนแปลงกฎหมาย ในมาตราใด ผมเข้าใจว่าคงไม่มีความจำเป็นต้องอยู่ในชั้นหลักการและเหตุผลซึ่งเป็นวาระแรกนี้ ท่านสามารถที่จะมอบหมายให้คณะกรรมาธิการไปพิจารณากันในชั้นกรรมาธิการได้ว่ามาตราใด มีแนวทางอย่างไร ดังนั้นด้วยความเคารพผมเองก็ไม่อยากจะให้กลายเป็นเรื่องต่อล้อต่อเถียงไปมา แต่ว่าลักษณะคำถามของท่านนั้นเป็นคำถามซึ่งควรได้รับการตอบ เพราะผมเชื่อว่า ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรก็สนใจที่จะได้รับคำตอบรวมทั้งท่านผู้ชมทางบ้านด้วยนะครับ อย่างไรก็ตามก็ขออนุญาตได้กราบเรียนชี้แจงแต่เพียงสังเขปในชั้นนี้ ขอบพระคุณครับ
เชิญท่านผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร
ท่านประธาน ผมขอเป็นรูปธรรมนะครับท่านรองนายกรัฐมนตรี สมมุติว่าคณะกรรมาธิการไปพิจารณาแล้ว เกิดมีโครงการหนึ่งมีปัญหาเรื่องสิ่งแวดล้อมอยากจะตัด สมมุติโครงการนั้นอยู่ในยุทธศาสตร์ที่ ๓ เขาสามารถปรับลดวงเงินนี้ได้แต่เขาไม่สามารถระบุได้เลยครับว่าไปลดโครงการไหน ผมถึงมาชวนว่าถ้าท่านอยากจะให้เราทำงานอย่างนั้นจริงท่านต้องเอาตัวนี้ไปเป็นส่วนหนึ่งของ กฎหมายเราถึงจะทำได้ครับ นี่คือประเด็นที่ผมกราบเรียนท่าน แล้วก็ในเมื่อถ้าท่านคิดว่าอันนี้ เป็นยุทธศาสตร์ที่คิดรอบคอบแล้วท่านจะไปเปลี่ยนแปลงอะไรภายภาคหน้ากระผมก็กราบเรียน แล้วว่าท่านมีงบประมาณ กรอบงบประมาณอีกตั้งเยอะแยะที่ทำได้ทำไมต้องยืนยันกู้ให้ครบ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แล้วท่านก็ยังไม่ได้ตอบผมนะครับ เมื่อท่านนายกรัฐมนตรีกับ รองนายกรัฐมนตรีเฉลิมยืนยันว่าความโปร่งใสจะถูกกำกับโดยระเบียบพัสดุ ทำไมไม่เขียน ในกฎหมายครับว่าเงินกู้นี้จะบริหารภายใต้ระเบียบพัสดุครับ
เชิญท่านรัฐมนตรีวราเทพครับ
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม วราเทพ รัตนากร รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ต้องขอใช้เวลาสั้น ๆ นะครับคือไม่ได้เป็นประเด็นต่อล้อต่อเถียงท่านผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร แต่ก็อาศัยในฐานะซึ่งก็อยู่ในสภานี้มาพร้อมท่าน เลือกตั้งมาพร้อมกันปี ๒๕๓๕ ไม่ได้ท้าทาย ว่าจะมีตำแหน่งใกล้เคียงกับท่าน แต่ว่าในการพิจารณาในคณะกรรมาธิการงบประมาณในฐานะ ซึ่งเคยทำหน้าที่รองประธานคณะกรรมาธิการงบประมาณและทำหน้าที่เป็นประธาน ติดต่อกันอาจจะบอกว่า ๔-๕ ปีงบประมาณ ผมอยากจะอธิบายอย่างนี้นะครับสำหรับ ประเด็นที่ท่านอยากจะแปรญัตติ อยากจะเรียนว่าเอกสาร ๒๐๐-๓๐๐ แผ่น เป็นเอกสาร ประกอบที่ใช้ในการพิจารณากฎหมายที่บอกว่าต้องเอาไว้ในพระราชบัญญัติ ท่านลอง พิจารณาเทียบเคียงกับพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีก็ไม่ใช่สามารถที่จะเอา ไปไว้ในกฎหมายได้ ถามว่าทำไมเอาไปไว้ไม่ได้ ท่านก็คงจะเห็นว่าโครงการต่าง ๆ เหล่านั้น มันเป็นโครงการที่มีรายละเอียดเป็นพัน ๆ โครงการในงบประมาณรายจ่ายประจำปี ปกติก็มีแต่มาตราที่เขียนบอกว่ากระทรวงคมนาคม ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ยกตัวอย่างนะครับ กรมทางหลวงมี ๕๐,๐๐๐ ล้านบาท แล้วรายละเอียดใน ๕๐,๐๐๐ ล้านบาทของกรมทางหลวงในงบประมาณปกติ ท่านก็ไปนั่ง พิจารณาในชั้นกรรมาธิการกันได้อย่างเต็มที่ พอท่านเห็นว่าโครงการไหนที่เป็นโครงการที่ท่าน ไม่ชอบ ไม่เอา กรรมาธิการเห็นว่าไม่เหมาะสม ตัดไป พอตัดไปมันก็ไปกระทบยอด กรมทางหลวงจาก ๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ก็จะเหลือ ๔๐,๐๐๐ ล้านบาท เป็นต้น เมื่อเหลือ ๔๐,๐๐๐ ล้านบาทนี่นะครับ ถ้าไม่แปรญัตติเติมกลับเข้ามามันก็เหลือแค่นั้น แต่ที่ผ่านมา กรรมาธิการเราใช้แปรญัตติกลับเข้ามาเพราะอำนาจเขาให้แปรญัตติได้ แต่ไม่ใช่กรรมาธิการ แปรญัตตินะครับ ต้องผ่านความเห็นชอบของ ครม. ซึ่งเราก็ทราบกันดีแล้วมันก็กลับมา กระทบยอดตามจำนวนวงเงินงบประมาณรายจ่ายประจำแต่ละปี เทียบเคียงกับกรณีนี้นะครับ กรณีนี้ร่างพระราชบัญญัติเขียนไว้ว่าการกู้เงินนี้ไม่เกิน ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ถึงวันนั้นอาจจะไม่ถึง ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ถึง ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทได้แต่เกินกว่า ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แม้แต่บาทเดียวไม่ได้ แต่ลดลงมาเหลือ ๑,๙๐๐,๐๐๐ ล้านบาทได้ เหลือ ๑,๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาทได้ ถ้าท่านตัดไปเท่าไรแล้วไม่มีการกระทบยอดมา มันก็ทำให้วงเงินนี้ลดน้อยลงไป ตรงนี้ก็อยากจะ อธิบายท่านว่าสามารถแปรญัตติตัดลดโครงการบางโครงการในเอกสารที่เป็นเอกสาร ๒๐๐-๓๐๐ หน้านั้นออกไปได้ เมื่อออกไปแล้วยอดก็จะลดลงไป ก็จึงอยากเรียนว่าเรื่องนี้ ผมยืนยันในฐานะซึ่งทำหน้าที่เป็นกรรมาธิการมานานนะครับว่าถูกต้องแล้วก็สามารถ ดำเนินการได้ครับ
เชิญท่านผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรครับ
ไม่อยากรบกวน เวลามาก แต่กราบเรียนท่านประธานไปยังท่านรัฐมนตรีนะครับ ความแตกต่างอยู่ตรงนี้ครับ กรณี พ.ร.บ. งบประมาณมันมีรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๖๗ กำหนดไว้ครับว่าเวลาท่านเสนอนี่ มันต้องมีเอกสารประกอบซึ่งมันจะมีรายละเอียดโครงการต่าง ๆ การแปรญัตติเวลาเราแปรญัตติ กลับมานี่มันจึงไม่ได้ดูเฉพาะตัวเล่มงบประมาณสั้น ๆ นะครับ ตัว พ.ร.บ. แต่ตัวเอกสาร รายละเอียดมันจะมีการขีดฆ่าบอกเราได้หมดว่าลดตรงไหน เพิ่มตรงไหน แต่วันนี้ผมกำลังจะ บอกว่ายกเว้นท่านเห็นด้วยกับผมนี่เราทำกับเล่มนี้ไม่ได้ เหมือนกับที่เราทำกับเล่มขาวคาดแดง ได้ในกระบวนการงบประมาณครับ
ท่านรองนายกรัฐมนตรีครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังนะครับ ขออนุญาตที่จะไม่ตอบไปตอบมา เพราะว่า ท่านรัฐมนตรีวราเทพก็ได้ตอบในส่วนที่เป็นความชัดเจนของรัฐบาลแล้วนะครับ อย่างไรก็ตาม ขออนุญาตให้เป็นข้อมูลกับท่านผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรซึ่งได้ถามและกังวล สมมุติว่า มีบางโครงการที่จะมีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมนี่นะครับ ผมได้กราบเรียนไปแล้วว่าโครงการใด ๆ ที่จะดำเนินการจะต้องผ่านการกลั่นกรองของ ๓ หน่วยงานสำคัญ และจะต้องปฏิบัติ ตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องให้ครบถ้วนเสียก่อน ดังนั้นถ้าหากว่าท่านกังวลนะครับ แล้วก็ โครงการนั้นไม่สามารถผ่านการพิจารณาของคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมหรืออีไอเอได้นั้น ก็เป็นโครงการซึ่งจะไม่สามารถปฏิบัติตามกฎหมายได้ครบถ้วน ก็จะเป็นโครงการซึ่งตกไป โดยปริยาย ดังนั้นก็เรียนว่าท่านที่เป็นห่วงเป็นใยสิ่งแวดล้อมก็คงจะสบายใจได้นะครับ ขอบคุณครับ
ท่านพุทธิพงษ์ครับ
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ พุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ผมเรียน ท่านประธานครับ ผมมีความยากลำบากพอสมควรในการอภิปรายร่าง พ.ร.บ. ในครั้งนี้ เพราะเนื่องจากว่าผมเรียนเพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลาว่าจริง ๆ ไม่ได้มีความประสงค์ที่อยากจะ โต้แย้งกับท่านรองนายกรัฐมนตรีแล้วก็ท่านรัฐมนตรีทั้งหลายเลยนะครับ เพียงแต่เมื่อสักครู่ จริง ๆ ผมเตรียมมาจะพูดในเรื่องของภาพรวมก่อน แต่ผมเรียนท่านประธานฝากไปยัง ท่านรองนายกรัฐมนตรีกิตติรัตน์ด้วยความเคารพนะครับ แล้วก็ท่านรัฐมนตรีวราเทพ มันมีอีกประเด็นหนึ่งครับที่ต่อเนื่องจากเมื่อสักครู่ที่เรามีการถกเถียงกันเล็กน้อยในเรื่องของ การปรับปรุงหรือแก้ไขในเรื่องของเอกสารแนบที่มีโอกาสได้ให้มา ผมเรียนว่ามันมีอยู่เรื่องหนึ่งใน พ.ร.บ. วิธีการงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๐๒ ในหมวด ๔ มาตรา ๑๘ และมาตรา ๑๙ อันนี้ต่างหากครับคือสิ่งที่เคยกำหนดไว้ว่าความแตกต่างร่าง พ.ร.บ. ที่นำเข้า ในวันนี้นั้นกับ พ.ร.บ. วิธีการงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๐๒ หรือที่ใช้กันใน พ.ร.บ. งบประมาณ ทุก ๆ ปีนั้นมันมีหมวด ๔ มาตรา ๑๘ แล้วก็มาตรา ๑๙ ที่ผมเรียน มาตรา ๑๘ ได้บอกบังคับไว้ว่า การโยกข้ามหน่วยงานก็ไม่ได้ ตามรายละเอียดเอกสารแนบที่ได้พูดคุยกันเมื่อสักครู่ มาตรา ๑๙ ก็บอกว่าโยกย้ายงบประมาณข้ามรายการก็ไม่ได้ อันนี้ต่างหากครับท่านประธานผ่านไปยัง ท่านรัฐมนตรีว่านี่ต่างหากคือสิ่งที่เป็นข้อแตกต่างแล้วทางพวกเราพรรคฝ่ายค้านมีความประสงค์ว่า ทำไมท่านถึงไม่เอาอันนี้กลับเข้าไป แนบเข้าไปกับร่าง พ.ร.บ. เงินกู้ฉบับนี้ด้วย เพราะทุกมาตรา ๑๙ มาตรานี้ไม่ได้มีหมวด แล้วก็มาตรา ๑๘ มาตรา ๑๙ ที่ผมได้นำเรียนเอาไว้ในการนำเข้า ร่าง พ.ร.บ. เงินกู้ในครั้งนี้อย่างไรครับ มันคือความแตกต่างที่ทำให้เห็นครับว่ามันไม่สามารถ จะตัดแล้วก็โอนย้ายอะไรได้ เพราะมันไม่มีข้อกำหนดที่เขียนเอาไว้ อันนี้กลับมาสู่ในเรื่องของ สิ่งที่เราต้องพูดกันต่อไปคือว่านอกเหนือจากเรื่องนี้แล้ว จริง ๆ เวลามันน้อยไม่อย่างนั้น ก็อยากจะสอบถามไปเรื่องเกี่ยวกับการใช้งบประมาณปกติหรือระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ท่านนายกรัฐมนตรีแล้วก็ท่านรัฐมนตรีได้ดูอยู่ด้วยว่ามันก็มีข้อบังคับชัดเจน ถ้าอย่างนั้น ท่านต้องตอบสิครับว่าร่าง พ.ร.บ. เงินกู้ครั้งนี้ท่านออกแบบนี้แล้วท่านจะไปปฏิบัติตามแนวทาง หรือเกณฑ์ต่าง ๆ คล้าย ๆ กับ พ.ร.บ. งบประมาณรายจ่ายประจำปีที่ต้องปฏิบัติตามทุกเรื่อง ทุกข้อบังคับตามระเบียบของสำนักนายกรัฐมนตรีได้อย่างไร หรือไม่ แค่นั้นเองครับ ทีนี้กลับมาพูดถึงในเรื่องของสิ่งที่ทางรัฐบาลกรุณาได้พูดเอาไว้ตั้งแต่แรกว่าการพัฒนาระบบ โครงสร้างพื้นฐานในครั้งนี้ต้องใช้งบประมาณเป็นจำนวนมาก มีความจำเป็นที่จะต้องกู้ถึง ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ดอกเบี้ยอีก ๕๐ ปี ประมาณ ๓,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เป็น ๕,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนั้น ผมเรียนครับว่าพี่น้องประชาชนที่ฟังอยู่ทางบ้านตอนนี้ผมเชื่อว่า เขาก็ตกใจ เพราะว่าการกู้ครั้งนี้เข้าใจดีครับว่าก็อยากให้มีการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ของประเทศ แต่พอบอกว่า ๕๐ ปีแล้วต้องเป็นหนี้ ๕,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ผมเชื่อว่า เขาก็นึกไม่ออกครับว่า ๕๐ ปีนั้นลูกหลานเขาจะต้องเป็นหนี้อย่างไร แล้วผมเรียนอีกเรื่องหนึ่ง ก่อนที่จะไปถึงก็คือว่าภาระงบประมาณของประเทศไทยขณะนี้ที่ท่านอ้างกันนักกันหนาว่า ใช้งบประมาณปกติไม่ได้เพราะว่ามีภาระงบประมาณนั้นสูง ผมเรียนสั้น ๆ เลยครับ จริง ๆ มันก็เป็นผลมาจากนโยบายประชานิยมของพรรคท่านตั้งแต่เริ่มต้นตั้งแต่ปี ๒๕๔๔ ไม่ว่าจะเป็นโครงการต่าง ๆ โครงการหมู่บ้าน โครงการประกันสุขภาพ ๓๐ บาท หรือแม้กระทั่ง โครงการรับจำนำข้าวของท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ในครั้งนี้ หรือแม้กระทั่งโครงการที่เกี่ยวข้อง กับรถยนต์คันแรกอีก ๙๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ประชานิยมเหล่านี้ละครับคือจุดสะสมทำให้ ภาระรายจ่ายของประเทศมันสูงขึ้นเรื่อย ๆ แล้วผมก็เรียนนะครับเพื่อพี่น้องประชาชนทางบ้าน จะได้เข้าใจว่าที่บอกว่ากู้ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทครั้งนี้ ๕๐ ปี เป็นหนี้กันไปเป็น ๕,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ผมจะแจกแจงให้ท่านประธานผ่านไปยังท่านนายกรัฐมนตรี ท่านรัฐมนตรี แล้วก็พี่น้อง ที่ฟังอยู่ทางบ้านครับว่าวันนี้หนี้ต่อคน ต่อประชากร ๑ คน ก็คือเด็กทุก ๆ คนที่นั่งอยู่ พี่น้องประชาชนที่ฟังอยู่ทางบ้าน ณ วันนี้ท่านเป็นประชากร ท่านเป็นคนไทยวันนี้ ท่านมีหนี้อยู่แล้ว คนละประมาณ ๗๘,๗๗๕ บาทต่อหัว แต่ถ้าร่าง พ.ร.บ. เงินกู้ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทผ่านไปแล้ว เป็นหนี้อีก ๕๐ ปี ๕,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาททันที รายหัวต่อประชากร ๑ คนเหมือนเดิม จาก ๗๘,๐๐๐ บาท เป็น ๑๑๐,๐๒๕ บาท เพิ่มขึ้นทันทีครับ ๓๑,๒๕๐ บาทต่อคน ท่านก็คูณดูแล้วกันครับ ๖๐-๗๐ กว่าล้านคน แล้ว ๕๐ ปีถ้าดำเนินงบประมาณขาดดุลเหมือน ๒-๓ ปีที่ผ่านมาหนี้ต่อหัวประชากรก็จะเพิ่มขึ้นเป็น ๑๘๒,๖๔๒ บาทต่อหัวประชากร อันนี้เข้าใจง่ายครับ วันนี้มีอยู่ ๗๐,๐๐๐ บาท ท่านไปกู้เขามาอีก ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เพิ่มเป็น ๑๐๐,๐๐๐ บาท ถ้าผูกพันไปอีก ๒-๓ ปี จนถึง ๑๐ กว่าปีที่ท่านบอกเป็น ๑๘๐,๐๐๐ บาท ต่อรายหัวต่อ ๑ คน ผมเคารพนะครับ วันนี้ท่านนายกรัฐมนตรีได้กรุณาเป็นคนนำร่าง พ.ร.บ. นี้ แล้วก็เสนอแก่สภาแห่งนี้ด้วยตัวเองเมื่อเช้านี้ ผมนั่งตั้งใจฟังครับ แล้วผมเรียนท่านประธานไปเลยว่า ท่านนายกรัฐมนตรีพูดอยู่ตอนหนึ่งว่าเงินกู้ครั้งนี้ท่านจะทำเพื่อความสุขและเพื่ออนาคตที่ดี ของลูกหลาน ไปเปิดเทปดูได้ครับ ผมก็ไม่แน่ใจว่าลูกหลานเขาจะดีใจหรือไม่ในการที่อยู่ดี ๆ เขาต้องมีหนี้เพิ่มอีกจาก ๗๐,๐๐๐ ล้านบาทวันนี้ ทุกคนปกติเป็นอีก ๑๘๐,๐๐๐ ล้านบาท จากนี้เป็นต้นไป ผมเชื่อว่าพี่น้องประชาชนคนทางบ้านผมพูดจากตัวเลขและความเป็นจริง ครับ แล้วผมก็ไม่แน่ใจด้วยว่ารัฐบาลนี้คิดเองคนเดียวหรือไม่ เหตุผลเพราะอะไรครับ เหตุผล เพราะว่าท่านไม่เคยไปถามเจ้าของประเทศเจ้าของเงินเลยหรือผู้เสียภาษีเลยว่าเขาจะยอม เป็นหนี้กับท่านหรือไม่ ท่านก็ยัดเยียดอ้างเหตุผลเยอะแยะของท่าน แล้วก็บอกว่าให้เขาเป็นหนี้ ๕๐ ปี แล้วผมก็อย่างที่บอกไปครับ ผมไม่แน่ใจว่าจะมีใครผู้ที่ตัดสินใจวันนี้วันนั้นอยู่ถึงพร้อม จะใช้หนี้ถึง ๕๐ ปีกับนโยบายนี้หรือไม่ ฉะนั้นผมเรียนครับว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่เราต้องพูดคุยว่า แนวทางในการกู้เงินในครั้งนี้เป็นเรื่องใหญ่มาก และเป็นเงินก้อนที่ใหญ่ที่สุดตั้งแต่ประเทศไทย เคยคิดจะกู้กัน
อีกเรื่องหนึ่งที่จะได้ยกตัวอย่างให้กับท่านประธานผ่านไปทางรัฐบาลแล้วก็ พี่น้องประชาชนได้เห็นนะครับว่าหลาย ๆ สิบ หลาย ๆ ร้อยโครงการที่อยู่ในเล่มนี้ ผมพยายามอ่านนะครับ ผมยกตัวอย่าง ๑ อันเท่านั้นนะครับ เพื่อความสบายใจของทุกคน ก็คือว่ามีโครงการอยู่โครงการหนึ่งใช้งบประมาณประมาณ ๒๘,๐๐๐ กว่าล้านบาท ก็คือโครงการสร้างรถไฟเชื่อมท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ แอร์พอร์ต ลิงค์ ต่อไปจนถึงดอนเมือง ผมถามพี่น้องประชาชนคนไทยและคนกรุงเทพฯ ครับว่าวันนี้โครงการแอร์พอร์ต ลิงค์ที่จากสถานีพญาไทไปท่าอากาศยานสุวรรณภูมินั้นก็เห็นอยู่แล้วว่าตอนรัฐบาลของ ท่านนายกรัฐมนตรีทักษิณได้ทำไปแล้วเสร็จแล้วใช้เงินไปประมาณ ๒๐,๐๐๐-๓๐,๐๐๐ ล้านบาท ก็ต้องพูดความจริงกันครับว่าวันนี้มีคนใช้หลัก ๑๐๐ คนครับต่อวัน แต่วันนี้ท่านเอา ๑ โครงการ ที่ผมยกมาเป็นตัวอย่างท่านยังไม่ได้ทำศึกษาอะไรเลย ท่านกำลังจะทำอีกแล้วว่าต่อจาก แอร์พอร์ต ลิงค์ พญาไทไปดอนเมือง แล้วท่านคิดได้อย่างไรครับว่า ๒๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ที่จะเพิ่มลงไปนี้มันจะไม่ขาดทุนอีก มันจะมีคนไปใช้ และผมเรียนด้วยความเคารพเมื่อสักครู่ พอดีเห็นท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมว่าท่านลองไปศึกษาสิครับว่าจริง ๆ มีหน่วยงาน ที่ชื่อว่าไอซีเอโอ (ICAO) เป็นหน่วยงานของยูเอ็น (UN) สหประชาชาติได้เคยให้ข้อสังเกตไว้ อย่างน่าสนใจมากว่าความเสี่ยงอันตรายที่เกิดขึ้นกับสนามบินดอนเมืองนั้นควรต้องปรับปรุง อะไรบ้าง ท่านไปทำก่อนครับ ก่อนที่ท่านจะทุ่มเงินไปอีก ๒๐,๐๐๐ กว่าล้านบาททำโครงการ รถไฟเพื่อไปดอนเมือง อย่างนี้เป็นต้น คือสิ่งที่ผมพยายามจะยกตัวอย่างให้เห็นว่า ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทที่ท่านจะกู้นั้นรายละเอียดยังไม่มี ท่านจะเอากรอบวงเงินไปก่อนแล้ว ท่านก็ไปหาโครงการใส่ แล้วที่เมื่อสักครู่นี้มีการถกเถียงกันว่าเปลี่ยนได้ถ้าไม่พอใจ คิดว่า ไม่สามารถทำได้จริงก็ให้ปรับ ให้เปลี่ยน ปรับอย่างไรล่ะครับ ก็เมื่อสิ่งที่ท่านให้มาท่านก็ยัง ยืนยันว่ามันไม่แน่นอน ถ้าท่านคิดว่าเล่มนี้มันแน่นอน ผมไม่เห็นจะแปลกอะไรเลยท่านก็ประกบ เล่มนี้เข้าไปพร้อมกับร่าง พ.ร.บ. แล้วก็ให้ทำตามที่ท่านผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร หรือท่านรัฐมนตรีกรณ์ได้เสนอสิครับ ก็เพื่อความโปร่งใสแล้วสบายใจของทุกคน ผมเรียนครับว่า การที่จะให้พี่น้องประชาชนทั้งประเทศต้องมาเป็นหนี้มันไม่ใช่เรื่องปกติครับ แล้วยอด การเป็นหนี้ผมก็เรียนไปแล้วว่ามันเป็นมากน้อยขนาดไหน ผมถึงถามอย่างไรครับว่า วันนี้ท่านถามคนอื่นหรือยัง ถามเจ้าของประเทศหรือยัง ท่านอย่าคิดคนเดียวครับ และผมก็ไม่แน่ใจครับว่าท่านนายกรัฐมนตรีและท่านรัฐมนตรีบางท่านได้เข้าใจจริงหรือเปล่าว่า การเป็นหนี้ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนั้นมันเป็นภาระผูกพันพี่น้องประชาชนขนาดไหน วันนี้ก็ต้องมาพูดความจริงแล้วก็ฟ้องกันกับพี่น้องประชาชนละครับว่าเขาเอาด้วยไหม ลูกหลานจากนี้ไป๕๐ ปีต้องเป็นหนี้กันไปอีก ๕,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท และที่ผมเสียใจ มากที่สุดครับ รถไฟความเร็วสูงต่าง ๆ พูดวันก็เปลี่ยนวัน พูดอีกวันก็เพิ่มความยาวไปเรื่อย สรุปว่า ๗ ปีตามกรอบระยะทาง ระยะเวลาที่ได้มอบเอาไว้นั้นจากนี้ ๗ ปีท่านยืนยันได้ไหมครับว่า ทุกสายทั้ง ๕ เส้นจะเสร็จครบถ้วนภายใน ๗ ปี ถ้าท่านยืนยันผมก็จะคอยดู แต่เท่าที่ผมสอบถาม มันไม่มีความเป็นไปได้เลยครับ แต่ท่านก็ตั้งวงเงินที่เขาพูดกันว่าท่านเซ็นเช็คเปล่ามาแล้ว ก็ให้สภาอนุมัติแล้วท่านก็ไปกรอกกันเอง อำนาจ ครม. ผมถามว่าใครนั่งหัวโต๊ะ ครม. ล่ะครับ ก็พวกท่านอย่างไรครับ เราถึงไม่ไหวครับว่าท่านทำอะไร ท่านให้โปร่งใส ถ้าสบายใจ ก็เอาแบบที่เราเสนอครับ ไม่ได้ไปขัดความเจริญของประเทศ ไม่ได้ขัดในเรื่องของการพัฒนา ระบบโครงสร้างพื้นฐานของประเทศแม้แต่น้อย แล้วยิ่งท่านรองนายกรัฐมนตรีนอกจากท่านกิตติรัตน์แล้วยังมีท่านเฉลิมมาพูดทำให้เราสับสน ว่าวันนี้ระเบียบพัสดุที่เรายึดถือยึดมั่นกันมาโดยตลอดมาตรา ๑๕ นี้ตกลงมันคืออะไรครับ ใช้ได้จริงไหมครับ สรุปว่าตกลงงบประมาณที่เราทำมาทุกปีตกลงมันเกิดอะไรขึ้นครับ ผมเชื่อว่า หลังจากนี้ไปท่านรัฐมนตรีต้องตอบแล้วว่าความชัดเจนและความโปร่งใสของรัฐบาลชุดนี้ อยู่ตรงไหน แล้วผมเสียใจจริง ๆ ว่าผมเชื่อว่าท่านนายกรัฐมนตรีมีความภาคภูมิใจและผมก็ เคยเห็นและอ่านสื่อต่าง ๆ ตลอดว่าท่านจะมีความภาคภูมิใจว่าท่านเป็นนายกรัฐมนตรีหญิง คนแรกของประเทศไทย แต่ที่ผมเป็นห่วงหลังจากนี้ไปก็คือว่าลูกหลานอีก ๕๐ ปี ลูกเด็กเล็กแดง จะจำท่านได้เป็นอย่างดีเลยครับว่านายกรัฐมนตรีคนนี้คือคนที่กู้มากที่สุดทำให้เขามีภาระ และเป็นหนี้มากที่สุดในประเทศไทยเขาไม่ลืมแน่นอน ผมถึงเสียใจอยากให้เขาจำในเรื่องดี ๆ ท่านอย่าดื้อเลยครับ ท่านกลับไปแล้วไปปรับวิธีคิดแนวทางเพื่อการพัฒนาประเทศ เราจริงใจ พูดด้วยความโปร่งใสและความชัดเจน ท่านทำเถอะครับไม่ต้องกลัวเสียหน้า วันนี้ไม่มีอะไร แต่การที่ท่านให้พี่น้องประชาชนเป็นหนี้ ๕๐ ปีผมคิดว่าไม่มีใครรับได้ แล้วด้วยเหตุผลทั้งหมดนี้ ผมขออนุญาตท่านประธานสั้น ๆ ว่าผมไม่สามารถจริง ๆ ที่จะรับหลักการในเรื่องของการกู้เงิน ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แล้วให้พี่น้องประชาชนทุกคนเป็นหนี้เพิ่มขึ้นขนาดนี้ แต่เราอยากเห็น ประเทศมีความเจริญครับ เพียงแต่ขอให้มีความโปร่งใสแล้วอย่าไปสร้างภาระหนี้ให้ลูกหลาน เพราะท่านกับผมไม่อยู่ทันหรอกครับอีก ๕๐ ปีผมเชื่ออย่างนั้น
ท่านดอกเตอร์นาที
ท่านประธานครับ ผม พิเชษฐครับ ท่านประธานครับ ผม พิเชษฐ พันธุ์วิชาติกุล พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดกระบี่ ผมขออนุญาต พูดไว้เพื่อบันทึกในเทปการประชุมเพื่อเป็นหลักฐานดังนี้ครับ เรื่องนี้ต้องถึงศาลรัฐธรรมนูญ อย่างแน่นอนว่าด้วยความชอบด้วยรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๖๙ หรือไม่ และจะต้องถึงศาลฎีกา แผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองอย่างแน่นอน ผมขอให้เก็บบันทึกคำชี้แจง ของท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังและรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีเมื่อสักครู่นี้ ไว้ว่าการออกกฎหมายครั้งนี้มีเจตนารมณ์ที่จะให้แปรญัตติ
ท่านจะ อภิปรายใช่ไหมครับ
ต้องการบันทึกครับ มีเจตนาให้แปรญัตติ ปรับลดได้ปรับเพิ่มได้ ต้องปฏิบัติตามระเบียบว่าด้วยการงบประมาณ แต่ใช้วิธีการ ออกกฎหมายเงินกู้ไม่ผ่านวิธีการงบประมาณตามพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายเช่นนี้ ถูกด้วยรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๖๙ หรือไม่ ผมขอได้โปรดรักษาชวเลขและบันทึกเทปอันนี้ไว้ และจะอ้างเป็นหลักฐานในชั้นศาลรัฐธรรมนูญต่อไป ขอบคุณครับท่านประธาน
ที่นี่มีชวเลขอยู่ครับ มีบันทึกทุกอย่างไม่มีปัญหาครับ ท่านรัฐมนตรีวราเทพจะชี้แจง เชิญครับ
ท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม วราเทพ รัตนากร รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นิดเดียวครับผม ผมคิดว่า เรื่องการบันทึกบันทึกอยู่แล้ว แต่ผมไม่อยากทำให้คนที่ฟังอภิปรายทางบ้านเข้าใจผิดว่า ผมหรือท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ท่านรองนายกรัฐมนตรีพยายามจะทำอะไร ที่เป็นเรื่องขัดต่อรัฐธรรมนูญ ผมอธิบายชัดเจนว่ากระบวนการแปรญัตติกฎหมายทั่วไปเลยครับ เอกสารแนบท้ายถือว่าเป็นกฎหมายท่านสามารถแปรญัตติเปลี่ยนแปลงตัวเลข เปลี่ยนแปลง ตัวอักษรได้หมดแค่นั้นเองครับ
เชิญดอกเตอร์นาทีครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน ดอกเตอร์นาที รัชกิจประการ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย จากจังหวัดพัทลุง วันนี้ดิฉันเองก็จะขออนุญาตอภิปรายในร่างพระราชบัญญัติให้อำนาจ กระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของประเทศ พ.ศ. .... ซึ่งดิฉันเองเป็นคนหนึ่งที่ไม่ได้ขัดขวางในเรื่องของร่าง พ.ร.บ. ในครั้งนี้ ก็อยากจะเห็น ไม่ว่าจะเป็นรถไฟความเร็วสูง หรือรถไฟรางคู่ หรือระบบต่าง ๆ ที่จะช่วยให้ประชาชนในบ้านเรา ได้มีได้ใช้ แต่สิ่งที่สำคัญดิฉันไม่เห็นด้วยที่จะกู้เงินถึง ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทมาใช้ในโครงการทั้งหมด ตามที่ได้แนบเอกสารมา เพราะว่าโดยหลักแล้วมันมีวิธีการอีกตั้งหลายวิธีที่จะสามารถทำได้ว่า นอกเหนือจากการกู้แล้วนะคะ เพราะว่าจำนวนนี้มันเป็นจำนวนมากมายมหาศาล ดิฉันจะไม่พูด ถึงตัวเลขเพราะว่าวันนี้สมาชิกผู้ทรงเกียรติหลาย ๆ ท่านก็ได้พูดถึงจำนวนเงินวันนี้อยู่แล้ว แต่สิ่งที่ดิฉันอยากจะพูดแล้วก็อยากจะฝากท่านประธานไปยังรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องได้ตอบให้ ดิฉันได้ทราบในเรื่องของการวิเคราะห์โครงการทั้งหมด วันนี้ที่แนบมากับเอกสารในเรื่องของ การจัดลำดับความสำคัญ ซึ่งจริง ๆ แล้วเราก็เห็นอยู่ในเอกสารว่ามีการจัดลำดับความสำคัญ แล้วสิ่งสำคัญนอกเหนือจากนั้นในเรื่องของความจำเป็นแล้วก็ความคุ้มค่าจะเห็นว่าอีกหลาย ๆ โครงการ อย่างภาคใต้ในจังหวัดของดิฉันเองคือถ้าเทียบกันแล้วนะคะประชากรของเราก็ไม่ได้ น้อยที่เรามีรถไฟรางคู่ตั้งแต่กรุงเทพฯ จนถึงปาดังเบซาร์ จะเริ่มจริง ๆ ก็ปี ๒๕๕๗-๒๕๖๒ ซึ่งในเรื่องของความจำเป็นและความคุ้มค่าเส้นทางที่เราใช้ส่วนใหญ่ก็คือการใช้เส้นทางรถไฟ ซึ่งที่ผ่านมามันจะมีความล่าช้าหรืออุปสรรคหลาย ๆ อย่าง เพราะฉะนั้นจริง ๆ แล้วถ้าพูดถึง ในเรื่องของความจำเป็นและความคุ้มค่ามันก็มีความจำเป็นแล้วก็มีความคุ้มค่า แต่ ณ วันนี้ มันเป็นโครงการที่ไม่ได้รับการดูแลเท่าที่ควรสำหรับภาคใต้
อีกประเด็นหนึ่ง ที่ดิฉันอยากจะพูดถึงในเรื่องของสมมุติฐานของการทำ โครงการในครั้งนี้ จะเห็นว่าในหลาย ๆ ส่วนถึงแม้งานวิจัยเองก็ได้ออกมารองรับว่าหลายส่วน ที่มีความกังวลเป็นข้อกังวลที่นักเศรษฐศาสตร์ได้ทำงานวิจัยออกมาว่ามีถึง ๖๐ เปอร์เซ็นต์ ที่มีความกังวลในเรื่องของหนี้สาธารณะที่ผู้ทรงเกียรติหลายท่านก็ได้พูดถึงแล้วว่าเด็กตั้งแต่ เกิดมาตอนนี้เรามีหนี้สินแล้วแน่นอน ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แล้วต่อคนต่อหัว ซึ่ง ๕๐ ปี หลายท่านก็ได้พูดแล้วด้วยว่ารุ่นเราอาจจะไม่ทันได้ใช้แต่รุ่นลูกรุ่นหลานเราต้องเป็นหนี้แล้วก็ ต้องใช้แน่นอน
ประเด็นที่ ๒ ที่งานวิจัยออกมารองรับด้วยนะคะในเรื่องของความเชื่อมั่น ในเรื่องของการคอร์รัปชันนะคะ วันนี้ดิฉันฝากท่านประธานไปยังรัฐบาลว่า ๔๘.๓ เปอร์เซ็นต์ ที่จะลืมไม่ได้เลยนะคะที่เขามีความเชื่อมั่นว่าการคอร์รัปชันจะสูงกว่าโครงการทั่วไปแน่นอน อันนี้เป็นสิ่งที่อยากจะฝากไปถึงรัฐบาลผ่านท่านประธานไปด้วยนะคะ
ประเด็นต่อไป ที่อยากจะพูดถึงในเรื่องของความสอดคล้องกับแผนพัฒนา ของประเทศ ซึ่งดิฉันคิดว่าทุกท่านก็คงจะทราบในเรื่องของยุทธศาสตร์ของประเทศซึ่งมี ๓ หลักใหญ่ ๆ ในเรื่องของการสร้างความสามารถในการแข่งขัน ซึ่งวันนี้เราก็พูดถึงในเรื่องโครงการลงทุน ในเรื่องของคมนาคม แต่อีกสิ่งหนึ่งที่ลืมไม่ได้เลยก็คือในเรื่องของการสร้างโอกาสความเสมอภาค และความเท่าเทียมกันทางด้านสังคมซึ่งในเรื่องของคน ซึ่งแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ ๘ เราก็พูดถึงเรื่องคน วันนี้ถึงแม้ว่าโครงสร้างพื้นฐานจะเป็นสิ่งสำคัญสำหรับชีวิต แต่อีกสิ่งหนึ่งที่ลืมไม่ได้ในเรื่องของการอยู่ดีมีสุขของประชาชนในเรื่องของสุขภาพ และการศึกษาก็เป็นสิ่งที่สำคัญที่เราได้พูดถึงมาตั้งแต่แผน ฉบับที่ ๘ แล้วโดยแผนพัฒนาเศรษฐกิจ และสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ ๑๑ วันนี้ในเรื่องของการสร้างความเป็นธรรมในสังคม การพัฒนาคน สู่สังคมแห่งการเรียนรู้ตลอดชีวิตอย่างยั่งยืน ความเข้มแข็งภาคเกษตร ความมั่นคงของอาหารและพลังงาน การปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ สู่การเติบโตอย่างมีคุณภาพและยั่งยืน อันนี้ที่เราก็พูดถึงกันในวันนี้นะคะ รวมถึงการสร้าง ความเชื่อมโยงกับประเทศในภูมิภาคเพื่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจและมั่นคง รวมถึงสุดท้ายนะคะ ในเรื่องของการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน เพราะดิฉันเห็นว่า มันมีอีกมากมายนะคะ ไม่ใช่ในเรื่องของโครงสร้างการคมนาคมอย่างเดียว แต่ในเรื่องการทำ โครงการที่จะให้สอดคล้องกับแผนพัฒนาของประเทศเป็นสิ่งที่สำคัญและเป็นสิ่งที่ดิฉันอยากจะ ฝากนะคะ
สุดท้ายเวลาหมดแล้วก็อยากจะฝากอีกประเด็นหนึ่ง ในเรื่องของการเตรียมการ เรื่องการบริหารโครงการ เมื่อสักครู่ดิฉันก็ได้ยินนะคะ ท่านรัฐมนตรีได้พูดถึงบอกว่าวันนี้ไปดูงาน ที่ประเทศญี่ปุ่น ไปดูงานที่ทวีปยุโรป พาหัวหน้าส่วนไปดูงานและไปฝึกงาน แต่สิ่งหนึ่ง ที่สำคัญวันนี้ในเรื่องของการรองรับไม่ใช่เรื่องของคนอย่างเดียวนะคะ คนที่ไปแค่นั้นดิฉันคิดว่า ยังไม่รองรับ เพราะฉะนั้นในเรื่องของระบบการบริหารจัดการทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นตัวคน หรือตัวอะไรที่เกี่ยวข้องทุกอย่างก็คงจะมีการบริหารจัดการที่ดิฉันขอฝากเป็นข้อกังวล และข้อห่วงใย ขอบพระคุณค่ะ
ต่อไป เป็นท่านอิทธิเดช แก้วหลวง ๗ นาที ต่อจากท่านอิทธิเดชแล้วท่านจะได้เตรียมตัวนะครับ มีท่านเกียรติ สิทธีอมร ท่านชนินทร์ รุ่งแสง แล้วก็ท่านนริศ ขำนุรักษ์ ท่านศรีสมร รัศมีฤกษ์เศรษฐ์ อันนี้ในกลุ่มต่อไปนะครับ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายอิทธิเดช แก้วหลวง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ แต่เดิมผมขอท่านประธานวิปไว้ที่ ๑๐ นาทีนะครับ เพราะฉะนั้นแล้ว ผมเองในฐานะเป็น ส.ส. ก็อยากจะแสดงวิสัยทัศน์ ซึ่งอาจจะไม่มีหน้าที่ที่จะไปชี้แจงนะครับ แต่อยากจะแสดงวิสัยทัศน์เพื่อที่จะสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ท่านประธานครับ ศักยภาพประเทศไทย ท่านดูเรื่องของภูมิรัฐศาสตร์ ในอดีตนั้นผมเป็นประธานคณะกรรมาธิการ กิจการชายแดนไทย สภาผู้แทนราษฎร ผมชอบคำว่า คอนเนคทิวิตี ผมได้มีโอกาสเดินทาง ไปทวีปยุโรปหลายครั้งครับ ผมนั่งดูแผนที่ประเทศไทย ดูแผนที่ประเทศทั่วโลก ผมสรุปแล้วว่า ประเทศที่เราน่าจะถือเป็นต้นแบบได้ก็คือประเทศฝรั่งเศส ประเทศฝรั่งเศสมีสิ่งที่คล้ายคลึง กับประเทศไทยอย่างมาก ประเทศฝรั่งเศสมีประเทศเพื่อนบ้านรายล้อม ไม่ว่าเป็นประเทศเบลเยียม ประเทศลักเซมเบิร์ก ประเทศเยอรมนี ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ประเทศอิตาลี ประเทศสเปน เช่นเดียวกับประเทศไทย ประเทศฝรั่งเศสมีทางออกทะเล ๒ ทาง ก็คือมหาสมุทรแอตแลนติก และทะเลเมดิเตอร์เรเนียน เช่นเดียวกับประเทศไทยคือทะเลอันดามันหรือมหาสมุทรอินเดีย แล้วก็ทะเลจีนใต้ ที่เราเห็นเราข้ามแดนผ่านพรมแดนไปมาในประเทศยุโรปทั้งหลาย เอาเป็นว่า ประเทศฝรั่งเศสครับ ๑. มีรถไฟรางคู่ไปเชื่อมกับเพื่อนบ้าน มีรถไฟความเร็วสูง มีทางหลวง เชื่อมโยงระหว่างประเทศ มีเกตเวย์ ด่านแต่ละด่านทันสมัย มีท่าเรือ มีสถานีขนส่งสินค้า โดยรวมแล้วประเทศฝรั่งเศสกับประเทศไทยเปรียบเทียบกันได้ครับ แต่ว่าประเทศไทยผมว่า มีศักยภาพสูงกว่าประเทศฝรั่งเศสเยอะ เพราะว่าประเทศไทยตั้งอยู่บนคาบสมุทรอินโดไชน่า หมายความว่าฝั่งทิศตะวันออกนั้นประเทศจีนครับ ฝั่งทิศตะวันตกประเทศอินเดียครับ จำนวนประชากรมหาศาล แล้วก็จะเป็นมหาอำนาจของโลก ท่านประธานครับ ในการที่จะทำให้ ประเทศไทยเราเป็นศูนย์กลางนั้น ศูนย์กลางเรื่องอะไรครับ ก็คือการลงทุน การท่องเที่ยว และการขนส่ง เมน คอนเนคทิวิตี (Main connectivity) ที่เกี่ยวข้องกับร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ ผมจะไปให้ไวนะครับ
โครงการที่ ๑ พัฒนาโครงข่ายทางหลวงเชื่อมโยงระหว่างประเทศ ๑๓,๐๐๐ ล้านบาท
โครงการที่ ๒ รถไฟรางคู่ รถไฟความเร็วสูง และโดยเฉพาะอย่างยิ่งรถไฟ ความเร็วสูงที่ไปเชื่อมชายแดน ๒ เส้นทาง ก็คือ เด่นชัย-เชียงราย-เชียงของ แล้วก็มีบ้านไผ่- มุกดาหาร-นครพนม โครงข่ายทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง ท่านประธานครับ เราอาจจะ มีมอเตอร์เวย์สายบ้านโป่ง-กาญจนบุรี ซึ่งอาจจะไปเชื่อมกับที่เขาเรียกว่าโกลด์ เวสต์ (Gold west) ก็คือว่านักเศรษฐศาสตร์บางคนบอกว่าท่าเรือทวายจะกลายเป็นท่าเรือสำคัญ ที่สุดในเอเซีย พูดถึงทางหลวงระหว่างประเทศคุนมั่น-กงลู่บนเส้นทางอาร์ ๓ เอ ประเทศจีน เขาทำเสร็จเมื่อปี ๒๕๔๕ แล้ว เพราะฉะนั้นผมสนับสนุนในเรื่องของโครงการสร้างมอเตอร์เวย์
๔. พัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐานด่านศุลกากร ๑๒,๐๐๐ ล้านบาท วันนี้ เรามีด่าน ๔๑ แห่ง เราจะทำใหม่อีก ๒๘ แห่ง ท่านประธานครับ ผมเป็นสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรที่มาจากชายแดนแล้วก็ติดตามเรื่องการค้าชายแดนมาโดยตลอด ผมเห็น การก้าวกระโดดของเรื่องการค้าชายแดนมา ขออนุญาตยกตัวอย่างท่านประธานนิดหนึ่งว่า มูลค่ารวมการค้าชายแดนในปี ๒๕๕๕ มียอดรวมถึง ๙๑๕,๐๐๐ ล้านบาท โดยที่เรามี ชายแดนติดต่อกับประเทศพม่า สปป. ลาว ประเทศกัมพูชา และประเทศมาเลเซีย เรามี ดุลการค้าทั้งหมด ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาทครับท่านประธาน ถ้าหากว่าเรามีการผลักดัน ในโครงการนี้เข้าไปสู่การเชื่อมโยงกับเพื่อนบ้าน การทำศูนย์กระจายสินค้าทั้งหลายไม่ว่าเรื่อง การทำศูนย์ไอซีดี (ICD) ที่เชียงของ การช่วงชิงในการที่จะเป็นโลจิสติกส์ ฮับ ในเส้นอาร์ ๓ เอ ก็ดี แต่ผมหวังเป็นอย่างยิ่งครับว่าหลังจากโครงการนี้สำเร็จแล้วเราไม่ได้ไปช่วงชิงกับ สปป. ลาว แต่เราจะเป็นโลจิสติกส์ ฮับของอาเซียน ท่านประธานครับ เมื่อผมบอกว่ายอดมูลค่าการนำเข้า และส่งออกมูลค่ารวมของการค้าชายแดน ปี ๒๕๕๕ มียอดทั้งสิ้น ๙๑๕,๐๐๐ ล้านบาทนั้น ผมหวัง เป็นอย่างยิ่งครับว่าอีก ๑๐ ปีข้างหน้ามูลค่าการค้าชายแดนจะมีมากกว่า ๕,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท รัฐบาล มีเป้าหมายที่จะทำให้ยอดมูลค่าการค้ารวมของชายแดนในปี ๒๕๕๘ อยู่ที่ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทครับ เพราะฉะนั้นแล้วผมเห็นว่าร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ผมชื่นชมในวิสัยทัศน์ในความคิดที่จะ นำเอาร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้มาเป็นหลักเป็นสิ่งที่จะเกิดความมั่นใจให้กับพี่น้องคนไทยทั้งประเทศ ในอดีตเราเดินทางไปหาใครไปขอกู้เงินเขาครับ แต่ว่าเมื่อมีพระราชบัญญัติฉบับนี้จะมีแต่ แหล่งทุนเข้ามา แล้วอำนาจการต่อรองนั้นจะอยู่ที่เรา ท่านประธานครับ นักเศรษฐศาสตร์อเมริกัน ท่านหนึ่งขออนุญาตเอ่ยนาม ท่านโจเอล บาร์เกอร์ ท่านได้กล่าวเป็นวิสัยทัศน์แปลเป็นไทย แล้วครับว่า วิสัยทัศน์ถ้าไม่ได้ปฏิบัติมันก็แค่ความฝัน การปฏิบัติที่ไม่มีวิสัยทัศน์ทำให้เสียโอกาส เสียเวลา เสียหาย ถ้าวิสัยทัศน์ที่ได้ลงมือปฏิบัติมันสามารถเปลี่ยนบริบทของโลกได้ ร่างพระราชบัญญัติ ฉบับนี้เกิดขึ้นภายใต้วิสัยทัศน์ไทยแลนด์ ๒๐๒๐ ซึ่งจะนำไปสู่การปฏิบัติให้เป็นไปตามวิสัยทัศน์เพื่อ เปลี่ยนบริบทของประเทศนี้ เพื่ออนาคตของประเทศนี้ เพื่อลูกหลานของคนไทยทุกคน ขอบคุณครับ
ท่านเกียรติ ๒๐ นาทีนะครับ เชิญครับ หลังจากท่านเกียรติแล้วท่านชนินทร์นะครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายเกียรติ สิทธีอมร ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ วันนี้ขอร่วม อภิปรายร่าง พ.ร.บ. ที่ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ผมว่ามาถึง จุดนี้ชัดเจนแล้วนะครับว่าทุกฝ่ายรวมทั้งตัวกระผมเองเห็นด้วยว่าประเทศไทยต้องมี การพัฒนาสาธารณูปโภคพื้นฐาน แต่ผมต้องยืนยันชัดเจนว่ามันก็ชัดเจนมาจนถึงวินาทีนี้ จากคำตอบของหลาย ๆ ท่านจากรัฐบาลเอง ผมก็ต้องยืนยันว่าผมไม่เห็นด้วยกับวิธีคิด วิธีทำ และวิธีพูดของรัฐบาล ผมเริ่มจากวิธีพูดก่อนครับ ท่านรองนายกรัฐมนตรีกิตติรัตน์เองนี่ทุกครั้งที่ท่านอยู่ในสภาแห่งนี้ท่านพูดจาสุภาพ เรียบร้อย อ่อนน้อม ไม่ถากถางใครครับ แต่ครั้งใดที่ท่านไปอยู่เวทีข้างนอกท่านพูดจายกตัวเองมากเหลือเกิน แล้วพูดถากถางว่าคนอื่นไม่เคยคิดอย่างที่ท่านคิด เรื่องนี้ก็เหมือนกันครับ ท่านไปพูดในบางเวทีนะครับ บอกว่าพรรคประชาธิปัตย์ไม่เคยคิดทำเรื่องเหล่านี้ อันนี้ผมเจ็บใจมากครับ เจ็บช้ำน้ำใจมาก เพราะว่าอะไรครับ เรื่องนี้เป็นเรื่องข้อเท็จจริงท่านประธานครับไม่ต้องถกเถียงกันเลยครับ แล้วผมไม่ต้องโต้แย้งข้อเท็จจริงมันเป็นเรื่องที่ไม่ต้องโต้แย้ง ง่าย ๆ เลยท่านประธานครับ ขอให้ไปเปิดดูในเว็บไซต์ ไทยกัฟ (Web site Thaigov.) ของรัฐบาลไทยนี่ละครับ ทำเนียบรัฐบาลครับ ว่ารัฐบาลชุดไหนอนุมัติโครงการสาธารณูปโภคพื้นฐานอะไรไว้ชัดเจนครับ มีเอกสารชัดเจน ของทุกรัฐบาลตั้งแต่ชวน ๑ ท่านนายกรัฐมนตรีบรรหารมาถึงรัฐบาลนายกรัฐมนตรีชวน ๒ มาจนถึงรัฐบาลทักษิณ ตั้งแต่ปี ๒๕๔๔ จนถึงปี ๒๕๔๙ รัฐบาลท่านสมัคร ท่านสมชาย และรัฐบาลท่านอภิสิทธิ์ครับ ท่านไปดูได้นะครับ ช่วงเดียวที่ไม่มีการพัฒนาสาธารณูปโภคพื้นเลยครับ ปี ๒๕๔๔-๒๕๔๘ ไม่มีแม้แต่โครงการเดียว อันนี้ไม่ใช่ผมทำเป็นเว็บไซต์ของรัฐบาลไทย และในยุคตั้งแต่สมัยรัฐบาลชวน ๑ ชวน ๒ อนุมัติไปหลายโครงการมากครับ ไม่ว่าจะเป็น ถนน ๔ เลนทั่วประเทศ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการทำรถไฟรางคู่ จุดเริ่มต้นของรถไฟรางคู่ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องสนามบินสุวรรณภูมิมีทั้งนั้น สมัยยุครัฐบาลท่านอภิสิทธิ์รถไฟฟ้าที่เกี่ยวข้อง ทั้งหมด ๙ โครงการ หัวรถจักรระบบรถไฟรางคู่หลายโครงการทีเดียวครับ อนุมัติหลายขั้นตอน เพราะฉะนั้นขอร้องนิดหนึ่งท่านจะพูดเรื่องโครงการของท่านพูดไปเลยครับ แต่อย่าไปพูด ปรามาสคนอื่นเพราะด้วยข้อมูลที่ไม่เป็นจริงอันนี้ท่านไปตรวจสอบได้ครับ จนถึงวินาทีนี้ ค่อนข้างชัดแล้วว่ารัฐบาลเองไม่พร้อมที่จะให้ร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้เป็นไปตามวิถีทางของ งบประมาณปกติ ถึงแม้ท่านจะทำเป็นพระราชบัญญัติแยกออกมาแต่ถ้าท่านใส่เนื้อหาในแง่ของ กระบวนการงบประมาณปกติแล้วย่อมทำได้ แต่ท่านตอบมาชัดเจนหลายครั้งหลายหนวันนี้ครับ คือท่านไม่พร้อมที่จะทำตามนั้น ที่บอกว่าไม่พร้อมกระบวนการงบประมาณปกติ ตามรัฐธรรมนูญ ตาม พ.ร.บ. ทุกพระราชบัญญัติที่เกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็น พ.ร.บ. เงินคงคลัง พ.ร.บ. วิธีการงบประมาณ พ.ร.บ. บริหารหนี้สาธารณะ มีการกำหนดกระบวนการขั้นตอนไว้ ชัดเจน มีการกำหนดเนื้อหาไว้ชัดเจน ร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ท่านไม่พร้อมที่จะให้รายละเอียดว่า แหล่งที่มาของเงินกู้มาจากไหน โครงการที่จะไปดำเนินการทุกโครงการท่านบอกว่าอยู่ใน เอกสารประกอบแต่เอกสารไม่ผูกพันรัฐบาล ที่ผูกพันรัฐบาล คือก้อนกลม ๆ ๓-๔ ก้อน ที่เป็นบัญชีแนบท้าย เราก็บอกให้ท่านเอาเอกสารฉบับนี้มาเป็นส่วนหนึ่งได้ไหม ท่านตอบชัดเจน ท่านไม่พร้อมจะทำอย่างนั้น พอเราถามเรื่องหนี้ท่านก็จะไปผูกพันหนี้ถึง ๕๐ ปีข้างหน้า แล้วท่านก็คำนวณมาง่าย ๆ ตารางของรัฐบาลเองก็ชัดเจนว่าหนี้ทั้งหมดจะผูกพันไป ๕๐ ปี แล้วท่านคำนวณดอกเบี้ยมา สิ่งที่ท่านพูดกับสิ่งที่ปรากฏเป็นเอกสารก็ไม่ตรงกันอีกครับ สิ่งที่แถลงออกไปเฉลี่ย ๕ เปอร์เซ็นต์ ใน ๕๐ ปี แต่เอกสารที่คำนวณดอกเบี้ยมาว่า จะต้องจ่ายดอกเบี้ย ๓,๐๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท จากเงินกู้ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนั้น มาจากสมมุติฐานว่า ๑๐ ปีแรก ๐ เปอร์เซ็นต์ ๑๐ ปีที่ ๒ ๑ เปอร์เซ็นต์ ๑๐ ปีที่ ๓ ๒ เปอร์เซ็นต์ ๑๐ ปีที่ ๔ ๓ เปอร์เซ็นต์ ๑๐ ปีที่ ๕ ก็คือ ๔ เปอร์เซ็นต์ เฉลี่ยก็คือว่าไม่ถึง ๒ เปอร์เซ็นต์ครับ เพราะฉะนั้นถ้ามันเป็น ๕ เปอร์เซ็นต์ตามที่ท่านอธิบายจริง ๆ หนี้ประเทศไทยใน ๕๐ ปี จะสูงกว่านี้อีก ๑,๐๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ท่านก็ไม่ได้ให้ข้อเท็จจริงกับประชาชน เพราะท่านโฆษณาอย่างเดียวว่าผูกพันหนี้ ๕๐ ปี ทีนี้ผมก็ต้องตั้งคำถามนิดหนึ่งครับว่าเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญที่ให้วาระรัฐบาลไว้เพียงแค่ ๔ ปี มีประเทศไหนบ้างที่พร้อมจะให้รัฐบาลของประเทศนั้นผูกพันหนี้ถึง ๕๐ ปี มีด้วยหรือครับ ยกตัวอย่างให้ผมฟังสักประเทศหนึ่งครับ ผมไม่เข้าใจจริง ๆ ครับ แล้วรัฐบาลอยู่ในวาระ มาแล้วเกือบ ๒ ปี เหลือเวลาอีก ๒ ปีกว่า ๆ เกิดคิดว่าจะทำสาธารณูปโภคพื้นฐาน เอาแบบ ขอกล่องใหญ่ ๆ ผูกพันมันสักที ๕๐ ปี สอดคล้องกับเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญตรงไหนครับ ผมคิดว่าตรงนี้มันสะท้อนเรื่องหนึ่งที่สำคัญมากเลยว่าความเข้าใจของรัฐบาลในเรื่องประชาธิปไตยนี่ ไม่น่าจะตรงกับหลักที่ประชาชนทั่วไปเข้าใจ การที่มีเสียงข้างมากไม่ได้หมายความว่าทำอะไรก็ได้ ประชาธิปไตยที่มีความเข้มแข็งคือประชาธิปไตยที่มีการถ่วงดุลอำนาจ แต่สิ่งที่ปรากฏวันนี้ ในร่าง พ.ร.บ. ที่ท่านยื่นเข้ามามี ๖ หน้า ขอ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ไม่มีรายละเอียด ไม่ผูกพันรายละเอียดที่ท่านเล่าให้คนฟัง อย่างนี้หรือคือประชาธิปไตยแบบมีการถ่วงดุล พูดง่าย ๆ ท่านไม่พร้อมให้พวกเราตรวจสอบครับ ท่านไม่พร้อมผูกพันสิ่งที่ท่านพูด ท่านอยาก ได้เงินกู้ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท มีอำนาจในการกู้และจะไปใช้อย่างไรก็ได้ ปรับเปลี่ยนอย่างไรก็ได้ ตามอำเภอใจ แต่สอดคล้องกับหัวข้อใหญ่เท่านั้นเอง รายละเอียดโครงการไม่ผูกพัน พูดง่าย ๆ อย่างนี้ครับ ถ้าท่านเขียนไว้ ๑๐,๐๐๐ ล้านบาทในเอกสารประกอบ เวลาท่านไปจริง ทำ ๒๐,๐๐๐ ล้านบาทได้ไหม ผมหยุดท่านไม่ได้เลยครับ ไม่มีกลไกไหนที่ผมไปหยุดท่านได้เลย เพราะว่าท่านจะกลับมารายงานหลังจากที่ท่านทำไปแล้ว จะมารายงาน ๑๒๐ วัน หลังจาก สิ้นปีงบประมาณ อย่างนี้หรือครับประชาธิปไตย ท่านเรียกร้องประชาธิปไตย ท่านบอกไม่มี ความเป็นประชาธิปไตย ทหารปฏิวัติ แต่ท่านกำลังบอกว่ามีเสียงข้างมากทำอะไรก็ได้ ไม่ต้องสอดคล้องกับเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญหรือกฎหมายฉบับใดก็ได้อย่างนั้นหรือครับ ทำไมท่านไม่ให้แหล่งที่มาของเงินกู้ล่ะครับ จนถึงวันนี้ผมยังไม่เชื่อเลยว่าท่านไปกู้ที่ไหนได้ ในอัตราดอกเบี้ยที่ท่านพูด ตรงนี้ผมคิดว่าค่อนข้างจะชัดเจน เมื่อผมไปดูในรายละเอียด วิธีเลือกโครงการของท่านเอง ผมก็ต้องยืนยันชัดเจนว่าสิ่งที่ท่านพูดกับสิ่งที่ท่านทำไม่ตรงกันเลย สิ่งที่ปรากฏในเอกสารไม่ตรงกับที่ท่านพูด มีการหมกเม็ดโครงการซ้ำซ้อนชัดเจน ไม่เป็นธรรม กับคนทั้งประเทศและไม่ตอบโจทย์ที่สำคัญของประเทศนี้ ผมยกตัวอย่างชัดเจนนะครับ
ประการแรกท่านอ้างประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน อ้างการเชื่อมโยงฐานการผลิต และส่งออกไปประเทศเพื่อนบ้าน ท่านประธานครับ ตอนนี้เป็นที่ชัดเจนแล้วนะครับ รถไฟด่วน ของท่านจบแค่โคราชใน ๗ ปี จบแค่หัวหินใน ๗ ปี ไม่ได้ไปปาดังเบซาร์ ไม่ได้ไปจังหวัดหนองคาย รถไฟด่วนก็กลายเป็นรถไฟด้วน โครงการที่สำคัญในการเชื่อมต่อประเทศไทยกับภูมิภาค เพื่อส่งออกตามที่ท่านอ้างก็คือ โครงการที่เชื่อมต่อแนวพื้นที่เศรษฐกิจตะวันออก ตะวันตก จากทวายไปจังหวัดมุกดาหาร สะหวันนะเขต ไปออกดานัง เป็นแผนที่ผู้นำทุกประเทศยืนยัน ลงนามเห็นชอบ รวมทั้งผู้นำของประเทศไทยด้วย ไม่ปรากฏอยู่ในเอกสารของท่านเลย แล้วประเทศไทยจะเป็นฐานส่งออกไปเพื่อนบ้านอย่างไรครับ บอกว่าทวาย ในช่วงแรกตอน หาเสียงท่านไม่เอาทวาย ตอนหาเสียงท่านบอกจะเอาเซาเทิร์น ซีบอร์ด (Southern Seaboard) ก็คือสะพานเศรษฐกิจทางใต้ ไป ๆ มา ๆ เอาละท่านเปลี่ยน ท่านบอกว่าท่านคิดว่าทวายเป็น สิ่งที่ดี แต่ไม่มีโครงการใดเลยไปรองรับการเกิดของทวาย ไม่มีระบบรางเชื่อมโยงทวายกับแหลมฉบังแม้แต่โครงการเดียว นี่หรือครับจะลดต้นทุนโลจิสติกส์ ผมถึงบอกอย่างไรครับสิ่งที่ท่านพูดกับสิ่งที่ท่านทำไม่ตรงกัน ที่ร้ายไปกว่านั้นผมเห็นแต่ ทางสายหลักระบบรางคู่ แต่ไม่มีระบบรองเลยที่เชื่อมโยงจากเขตอุตสาหกรรมต่าง ๆ ทั่วประเทศไปเชื่อมกับสายหลัก ขนอย่างไรครับ ขนรถบรรทุกไปก่อนครับ แล้วสร้างสายหลัก ไปเพื่ออะไรถ้าไม่มีสายที่จะนำสินค้าที่ผลิตจากเขตอุตสาหกรรมต่าง ๆ ไปเชื่อมโยงกับ สายหลัก ไม่มีครับ ไม่มีเลยครับ เมื่อเช้านี้ท่านกิตติรัตน์ เมื่อเย็นนี้ท่านก็พูดอีกให้สบายใจได้ ไม่มีอะไรซุกซ่อน ผมจะชี้ให้ท่านประธานเห็นนะครับว่ามีการซุกซ่อนอยู่บางเรื่อง จริง ๆ มีซุกซ่อนอยู่เยอะมากในเอกสารฉบับนี้ ผมยกตัวอย่างแค่ไม่กี่ตัวอย่าง เอาโครงการที่ซ้ำซ้อน และผมคิดว่ามีการหมกเม็ดคืออะไร โครงการสายสีเขียว หมอชิต-สะพานใหม่-คูคต ในงบประมาณปี ๒๕๕๕-๒๕๕๖ ระบุไว้ชัดเจนนะครับว่ามูลค่าของทั้งโครงการ ๓๘,๐๐๐ ล้านบาท ท่านประธานฟังให้ดีนะครับ ค่าเวนคืนหรือค่าจัดการกรรมสิทธิ์ที่ดิน ๖๓๔ ล้านบาท ปรากฏในเอกสารงบประมาณที่ผ่านสภาไปแล้วครับ ในเอกสารฉบับนี้ ใน ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทมีครับ มีโครงการนี้อีกเขียนไว้ไม่ใช่ ๓๘,๐๐๐ ล้านบาทแล้วครับ คราวนี้ ๕๘,๕๙๐ ล้านบาท ครู่เดียวโผล่มาอีก ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ค่าดำเนินการจัดการ กรรมสิทธิ์ที่ดินเพิ่มจาก ๖๓๔ ล้านบาท เป็น ๗,๖๐๖ ล้านบาท มาจากไหนครับ นี่ละครับ ไม่มีซุกซ่อน ไม่มีหมกเม็ด ให้ผมเข้าใจเป็นอย่างอื่นได้อย่างไรครับ อีกโครงการหนึ่ง เป็นตัวอย่าง โครงการสายสีม่วง บางใหญ่-บางซื่อ อนุมัติแล้วกำลังก่อสร้าง ค่าก่อสร้าง ทั้งหมดปรากฏเป็นเอกสารหลักฐานของทางราชการ ๔๓,๙๗๓ ล้านบาท กู้ไจก้า (JICA) แล้ว กู้ประเทศญี่ปุ่นแล้ว ในเอกสาร ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ปรากฏอีกครับ จะกู้เพิ่มอีก ๑๒,๒๒๔ ล้านบาท มาจากไหนครับ โครงการนี้ถ้าผมจำไม่ผิดท่านรัฐมนตรีพูดเองว่า จะไม่รวมอยู่ในกองนี้ เอกสารท่านรวมอยู่ในกองนี้ ๑๒,๐๐๐ กว่าล้านบาท ทำไมครับ กู้แล้ว จากสถาบันการเงินแห่งหนึ่งไปแล้วมากู้เพิ่มอีกหรือครับ โครงการอนุมัติไปแล้วมีมูลค่า ส่วนหนึ่งจะเพิ่มอีก ๑๒,๐๐๐ ล้านบาทหรือครับ ตรงนี้ไม่ปกติแน่นอนครับ และสาเหตุทั้งหมด ที่ท่านออก พ.ร.บ. ฉบับนี้ท่านอ้างว่าอยากให้ประชาคมโลกเห็นความต่อเนื่อง เห็นภาพ ชัดเจนว่าประเทศไทยกำลังเดินไปทางไหน ผมเรียนท่านประธานนะครับ ออกเป็นกฎหมาย ถ้าต้องการความต่อเนื่องจริง ๆ เขาออกกฎหมายอะไรครับ ออกกฎหมายบังคับให้ทำครับ ไม่ใช่ออกกฎหมายบังคับให้กู้ กฎหมายบังคับให้ทำจะระบุไว้ว่าไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลชุดไหน ที่เดินเข้ามาบริหารประเทศจะต้องดำเนินการที่สำคัญในลำดับความสำคัญดังต่อไปนี้ ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ ส่วนวิธีการทำการกู้เงินก็ต้องกู้ให้น้อยที่สุด เอกชนทำส่วนไหนได้ให้เอกชนทำ ไม่ใช่เอกชน ทำส่วนไหนได้รัฐบาลขอทำด้วยหรือขอแย่งทำ แต่ที่ท่านใส่ไว้ในงบประมาณทั้งหมดในเล่มนี้ ท่านใส่เต็มพิกัดเลยครับ โครงการที่เอกชนทำได้ท่านก็บอกว่าไม่สน ข้าพเจ้าขอใส่ไว้ เต็มพิกัด ระบบรางนี่จริง ๆ แล้วงานโยธารัฐบาลทำไปเถอะครับ แต่การเดินรถ การจัดหารถ การบริหารจัดการสามารถจ้างได้หรือให้สัมปทานได้ แต่วันนี้ไม่ครับ ทุกโครงการที่เอกชน ทำได้ใส่ไว้หมดเต็มแมก (MAG) เลยครับ นี่สะท้อนวิธีคิดของรัฐบาล แล้วประเทศอื่นผมไปหา เหมือนกัน ผมพยายามดูว่าในโลกนี้มีประเทศไหนเขาทำอย่างที่รัฐบาลชุดนี้กำลังทำ หรือเปล่า ผมยืนยันท่านนะครับ ผมไปเจอที่ประเทศสหรัฐอเมริกา ประเทศสหรัฐอเมริกามีครับ ออกมาเป็นกฎหมายพิเศษเลยครับ ตอนนั้นเขาต้องการเร่งสร้าง ระบบบำบัดน้ำ แต่กฎหมายเขาระบุชัดเจนเลยครับว่าให้กู้น้อยที่สุด ให้ร่วมกับเอกชนให้มากที่สุด ส่วนไหนเอกชนทำได้ให้เอกชนทำ และต้องให้หนี้สาธารณะที่เกิดขึ้นน้อยที่สุด ท่านอยากดู มาดูครับ ไม่มีแม้แต่ประเทศเดียวทำที่ท่านกำลังทำอยู่ ประเทศอังกฤษมีครับ ทำเหมือนกันครับ ประเทศอังกฤษช่วงที่เขาเจอวิกฤติเศรษฐกิจ เอกชนไม่สามารถไปกู้ธนาคาร สถาบันการเงิน ปกติได้ รัฐบาลออกกฎหมายพิเศษครับ เพื่อสนับสนุนด้านการเงินแก่บริษัทเอกชนเพื่อไป ทำงานในโครงการสาธารณูปโภคพื้นฐาน ประเทศอังกฤษทำอย่างนี้ประเทศอินโดนีเซีย กำลังร่างอยู่ครับ ไม่ได้เน้นให้กู้ครับ เพราะท่านไปอ่านใน ๑๙ มาตราของท่านพูดเรื่องกู้ อย่างเดียวเลยครับ รายละเอียดมีนิดเดียว ผิดกันมากเลยครับ เพราะฉะนั้นท่านอ้าง ความต่อเนื่องนี่ไม่ได้ตอบโจทย์เลยครับ การเลือกโครงการของท่านไม่ได้สอดคล้องกับโจทย์ ของประเทศนี้ทั้งหมด มีหลายส่วนที่เป็นจุดอ่อนที่เป็นส่วนขาดที่ไม่ได้ตอบสนองเลยครับ แล้วนอกจากนั้นถ้าถามความเป็นธรรมนะครับ ถ้าผมจะรู้สึกอ่อนไหวกับบางภูมิภาคที่ท่าน ไม่มีแผนงานให้เลยครับ ภาคตะวันออกและภาคตะวันตกไม่มีเลยครับ มีรถไฟความเร็วสูง ไปจังหวัดระยองเท่านั้นนะครับ จังหวัดกาญจนบุรีประตูสู่ทวายเลยนะครับ มีค่าจัดกรรมสิทธิ์ ที่ดินนะครับ ไม่มีนะครับมอเตอร์เวย์ก็ไม่สร้างครับ ๗ ปีข้างหน้าก็ไม่สร้างครับ นี่หรือครับ ที่ท่านบอกว่าท่านมีวิสัยทัศน์ วิสัยทัศน์อะไรครับ วิสัยทัศน์แบบปะติดปะต่อหรืออย่างไรครับ ตรงนี้ผมคิดว่าท่านเองมีหน้าที่รับผิดชอบกับสังคมนะครับ ถ้าท่านตั้งใจจริงบอกว่าจะพัฒนา สาธารณูปโภคพื้นฐานให้ประเทศไทยแข่งขันได้ และไม่ไปแย่งงานเอกชนทำ เอกชนทำ ส่วนใดได้และกู้ให้น้อยที่สุด ท่านทำได้ไหม ทำได้ครับ รถไฟ ระบบรถไฟ การเดินรถทั้งหมด รถไฟความเร็วสูงสามารถให้สัมปทานได้ ลดภาระเงินกู้ไปเยอะเลยครับ ถ้าท่านอ้างประเด็นเดียว ท่านบอกว่าต้องการดูแลค่าโดยสารให้ประชาชนรับได้ วิธีง่ายนิดเดียวใช้เงินน้อยมากครับ อุดหนุนค่าโดยสารครับ แต่ละปีนิดเดียวครับ ไม่เยอะเลยครับ แต่ท่านพร้อมที่จะไปลงทุน ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาทเพื่อไปคุมค่าโดยสาร ทั้ง ๆ ที่ให้สัมปทานเอกชนได้ ไม่ต้องผูกพันเป็นหนี้สิน ของประเทศไทย รัฐบาลจึงควรจะเน้นการลงทุนเฉพาะส่วนราง ให้สัมปทานการเดินรถสถานี กับเอกชนได้ ลดภาระเงินลงทุนไปมากทีเดียวครับ ถ้าผมคำนวณทุกโครงการที่ท่านระบุไว้ ในเล่มนี้ เล่มเอกสารประกอบนี่ละครับให้ดำเนินการวิธีที่ดีที่สุดที่จะทำได้นะครับ ท่านใช้เงิน ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาทครับใน ๗ ปี ท่านไม่ได้ใช้ ๒,๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แล้ว ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาทใน ๗ ปี ผูกพันในงบประมาณปกติได้ปีละ ๑๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท แสนนิด ๆ ครับ แต่ท่านเลือก ที่จะไม่ทำ ทำไมถึงเป็นอย่างนั้น ผมเชื่อว่าคนที่นั่งในรัฐบาลไม่โง่สักคนเลยครับ ฉลาดทั้งนั้นนะครับ ท่านต้องมีเจตนาว่าทำไมวิธีที่ดีกว่าสามารถทำได้เลือกที่จะไม่ทำ ผมว่าคนหลายคนวันนี้ เขาวิตกนะครับ เขาบอกไม่รู้จริง ๆ เขาฟังนะครับ คนที่ตามการอภิปรายวันนี้เขาโทรศัพท์ มาคุยกับผมครับ เขาบอกไม่ชัดจริง ๆ ว่ารัฐบาลอยากได้สาธารณูปโภคพื้นฐานหรืออยากได้ เงินกู้กันแน่ จนถึงวินาทีนี้คนยังสงสัยอยู่ ชัดเจนว่าโครงการต่าง ๆ ที่ท่านเอามารวมอยู่ใน เอกสารฉบับนี้เป็นโครงการที่คิดกันมาแล้วหลายรัฐบาล หลายยุค หลายสมัย ท่านรวมกอง กันเข้ามา ท่านเลือกลำดับความสำคัญของท่านเอง จากโครงการเดิมทั้งหมดที่มีอยู่แล้ว ประมาณ ๔,๐๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ท่านเลือกมา ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แต่ท่านยังเลือก แบบไม่ตอบโจทย์ประเทศไทย และเลือกตามสั่ง ไม่ตอบโจทย์ประเทศ ชัดเจนนะครับว่าท่านตั้งใจออก พ.ร.บ. ผมคิดได้ประเด็นเดียวครับท่านอยากรวบอำนาจ การตัดสินใจในการเคาะแต่ละโครงการให้อยู่ในมือคนไม่กี่คนครับ เอกชนทำได้ก็ไม่สนทำเองดีกว่า ในขณะที่พร้อมที่จะไปสร้างหนี้ให้ประชาชนคนไทยทั้งประเทศในระยะยาว ไม่ให้ รายละเอียดท่านตั้งใจครับ เราแค่ขอว่าเอาเอกสารฉบับนี้เป็นส่วนหนึ่งของร่าง พ.ร.บ. ท่านยังไม่ยืนยันเลยครับ แสดงว่าท่านตั้งใจไม่ให้มีรายละเอียดเป็นข้อผูกพันตามกฎหมาย ฉบับนี้ เพื่ออะไรครับ ให้พวกเราตรวจสอบไม่ได้ แปรญัตติไม่ได้ ท่านทำตามอำเภอใจได้ พอสมควรทีเดียว โยกงบง่าย ถ้าเป็นอย่างนั้นโกงง่ายเพราะทำไปก่อนแล้วค่อยมารายงานกับ สภาทีหลัง เหตุนี้สวนดุสิตโพล (Poll) ชี้นะครับ สวนดุสิตโพลนะครับไม่ใช่ผม ๕๘.๔๒ เปอร์เซ็นต์ ห่วงว่ามันจะมีทุจริต ๘๑ เปอร์เซ็นต์ไม่ค่อยมั่นใจเรื่องโปร่งใส ๘๑ เปอร์เซ็นต์นะครับ ๖๙ เปอร์เซ็นต์ ไม่แน่ใจว่าท่านจะทำสำเร็จ เข็ดแล้วครับจำนำข้าว ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทขาดทุนไปอีก ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท น้ำ ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาทยังลูกผีลูกคนอยู่ ผมฟังรองนายกรัฐมนตรี พูดเรื่องที่ประชาชนเป็นห่วงอย่างมากนี่ครับท่านตอบ ท่านรองนายกรัฐมนตรีกิตติรัตน์ ท่านพูดแล้วก็แถลงปรากฏเป็นข่าววันที่ ๑๙มีนาคมที่ผ่านมานี้เองนะครับ ท่านพูดว่า การทุจริตในโครงการอาจเกิดขึ้นได้เตรียมการไว้ ๒ ด้าน ด้านที่ ๑ ท่านบอกว่าผู้มีอำนาจ บริหารงบประมาณต้องได้รับผลตอบแทนที่เหมาะสมไม่จูงใจให้เกิดทุจริต นี่ครับวิสัยทัศน์ ท่านรองนายกรัฐมนตรีครับ รวยแล้วไม่โกงครับ นี่วิสัยทัศน์ครับ จริง ๆ ในประเทศไทย คนโกงคือไม่มีคนจนเลยนะครับ คนโกงส่วนใหญ่คือคนรวยครับ คนรวยที่สุดคนหนึ่ง ของประเทศนี้ครับเจอไปตั้งไม่รู้กี่คดีครับจนถึงวันนี้ยังหนีคดีเลยอยู่ต่างประเทศ คิดแค่นี้ ก็ผิดแล้วครับ ด้านที่ ๒ ที่ท่านเตรียมไว้จะนำระบบการจัดซื้อจัดจ้างรูปแบบใหม่มาใช้เปิดเผย ราคาแก่กรมบัญชีกลางและเผยแพร่ข้อมูลทางเว็บไซต์ ท่านพูดได้ครับผมไม่เชื่อท่านนี่ยิ่งกว่า โกหกสีขาวอีก เพราะอะไรครับ ชัดเจนนะครับเรื่องนี้จริง ๆ เป็นเรื่องที่ปรากฏอยู่ใน พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตที่แก้ไข เพิ่มเติมให้เปิดราคากลางและการคำนวณโดยทุกหน่วยงาน ยื่นเข้า ครม. เมื่อไรครับ ๑๓ เดือนธันวาคม ปี ๒๕๕๔ รัฐบาลท่านครับ เดือนธันวาคม ปี ๒๕๕๔ ยื่นไปแล้ว ท่านไม่มีมติท่านดองเรื่องเลยครับ ถ้าท่านจริงใจว่าท่านพร้อมที่จะเปิดเผยวิธีการคำนวณ และราคากลางทำไมไม่ทำครับ พ.ร.บ. จ่ออยู่กับท่านอยู่แล้วท่านไม่ทำ ในเมื่อท่านไม่ทำ กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญผมไม่เชื่อว่าท่านจะทำในสิ่งที่ท่านเพิ่งพูดให้สภาแห่งนี้รับทราบ และถ้าคิดได้แค่นี้ผมคิดว่าสภาไทย ประเทศไทยหมดหวังเรื่องแก้คอร์รัปชัน เพราะจุดเริ่มต้น ของโครงการก็ไม่โปร่งใสแล้ว ไม่มีรายละเอียดให้ ไม่มีขั้นตอนที่พวกเราจะไปตรวจสอบ ในรายละเอียดได้ และท่านไม่พร้อมที่จะผูกพันรายละเอียดของโครงการกับกฎหมายฉบับนี้ ท่านเริ่มอย่างนี้ก็ไม่โปร่งใส แล้วจะบอกว่าไม่ต้องห่วงสบายใจเถิดผมจะโปร่งใสให้คุณใครจะ เชื่อครับ ท่านบอกว่าเรื่องนี้ลงทุนครั้งนี้จะเปลี่ยนวิสัยทัศน์ประเทศไทย ๒๐๒๐ เปลี่ยนจริงครับ เปลี่ยนจริงแน่ครับ จะมีสาธารณูปโภคพื้นฐานที่กระจัดกระจายไม่มีการเชื่อมต่อ ไม่มี เชื่อมโยงกับประเทศเพื่อนบ้าน ภายในกันเองก็ไม่เชื่อมโยงกับฐานการผลิตเป็นระบบตัดแปะ แต่มีการจัดตามฐานพรรคการเมืองนะครับ แล้วถึงจุดนั้นผมว่าหนี้ล้น โกงลึก ภาษีพุ่ง ในที่สุดมีแค่นี้ครับ และผมต้องขอเตือนนิดหนึ่งคอร์รัปชันไม่ใช่เฉพาะโกงเรื่องเงินนะครับ การโกหกกับประชาชนเป็นคอร์รัปชันอย่างหนึ่ง การที่ท่านไม่ให้ข้อเท็จจริงกับประชาชน ทั้งหมดก็คอร์รัปชันแบบหนึ่งเหมือนกันอย่าเข้าใจผิดครับ ด้วยเหตุนี้ผมไม่สามารถ รับหลักการร่างพระราชบัญญัติให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ด้านคมนาคมขนส่งของประเทศไทย พ.ศ ..... กระทรวงคมนาคมใช้ คนสไกป์ (Skype) รวย ที่ซวยคือคนไทย ขอบคุณครับ
ต่อไป ท่านชนินทร์ รุ่งแสง ๑๐ นาทีนะครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ชนินทร์ รุ่งแสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ กระผม ขออภิปรายกฎหมายเรียกว่ากฎหมายกู้เงิน ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งรัฐบาลมั่นใจนักหนาว่า เป็นกฎหมายที่จะทำให้การเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นในประเทศไทย เปลี่ยนชื่อ พยายามเรียกชื่อใหม่เป็น วิสัยทัศน์ประเทศไทย ๒๐๒๐ ดูดีมีความหวัง แต่ผมยืนยันนะครับ ๒ ประเด็นอย่างไรก็ตาม ให้ตายผมก็ไม่สามารถที่จะรับหลักการกฎหมายนี้ได้ แต่อย่างไรก็ตามผมก็ยืนยันว่าผมก็อยากเห็น ประเทศไทยในปี ๒๐๒๐ เป็นประเทศไทยที่มีความเจริญก้าวหน้า แต่ไม่ใช่เจริญก้าวหน้า ในเฉพาะด้านใดด้านหนึ่ง จะต้องเป็นการเจริญก้าวหน้าในทุก ๆ ด้าน ท่านประธานที่เคารพครับ มีคนติดใจ มีคนฝากให้ผมมาพูดฝากไปยังรัฐบาลว่าเขาเป็นห่วงวิสัยทัศน์ที่รัฐบาลมองนั้น ทำไมมองในด้านเดียว ไม่มองในมิติอื่นหรืออย่างไร ในช่วงที่ผ่านมามีสมาชิกหลาย ๆ ท่าน ก็ได้พูดว่าการแข่งขันของประเทศนั้นไม่ได้วัดกันเฉพาะในด้านของการขนส่งมวลชนอย่างเดียว ด้านการศึกษา ด้านสาธารณสุข ด้านเทคโนโลยี รัฐบาลเอาไปทิ้งไว้ไหน ตรงนี้เป็นคำตอบที่ ประชาชนต้องการ และที่สำคัญผมได้รับการฝากมาจากพ่อแม่ผู้ปกครอง เด็กนักเรียน ครูอาจารย์นะครับบอกว่ารัฐบาลไม่คิดจะกู้เพื่อไปสร้างโรงเรียนให้เขาบ้างหรืออย่างไร อุปกรณ์การเรียน สวัสดิการครูที่ต้องการงบประมาณจำนวนมากรัฐบาลลืมเขาแล้วหรืออย่างไร แล้วอย่างนี้ในอนาคตที่เขาต้องมาแบกภาระหนี้จำนวนมากขนาดนี้ ถ้าเขาไม่มี ความรู้ความสามารถแล้วเขาจะหาเงินมาใช้หนี้ได้หรือเปล่า เขาไม่มั่นใจ เขาเลยฝากมาถาม รัฐบาลว่าตกลงทิศทางวิสัยทัศน์ปี ๒๐๒๐ แปลว่าต้องการสร้างถนนหนทาง ต้องการสร้าง ทางรถไฟเท่านั้นเองหรือ ผมเชื่อเหลือเกินว่าในอนาคตปฏิเสธไม่ได้เลยครับว่าภาระการชำระหนี้ ตรงนี้มันจะเป็นภาระที่จะกระทบต่อเงินงบประมาณในการลงทุน ในการพัฒนาประเทศ ในด้านต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นด้านการศึกษา เพราะว่าภาระการชำระหนี้ในแต่ละปีที่เราต้องใช้นั้น หลายแสนล้านบาท จากการคาดการณ์ประมาณการที่ต้องเรียนตรง ๆ ว่าก็ยังมีการไม่ตรงกัน ระหว่างรัฐบาล ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายผมเองหรือฝ่ายวิชาการ ซึ่งปฏิเสธไม่ได้ครับตรงนี้รัฐบาล ต้องหาคำตอบว่ามันเป็นภาระแล้วจะหาทางออกอย่างไรในการพัฒนาเรื่องนี้ในด้านอื่น ๆ ท่านประธานที่เคารพครับ มีอีกหลายประเด็นที่ผมต้องเรียนว่าผมติดใจและนำไปสู่การที่ ผมไม่สามารถที่จะผ่านร่างกฎหมายฉบับนี้ไปได้ มีการพูดถึงการสอดไส้โครงการต่าง ๆ ที่ไม่จำเป็นหรือเป็นการจะเหมือนกับขัดหลักการในการใช้งบประมาณตามที่รัฐบาลได้ขอมา กระผมอยากจะขยายความแล้วก็ทักท้วงไปยังรัฐบาล โครงการที่เขียนยุทธศาสตร์ไว้สวยหรู ๓.๒ แผนงานพัฒนาระบบเชื่อมโยงพื้นที่เขตเศรษฐกิจหลักในประเทศ วงเงิน ๑๒๑,๐๐๐ กว่าล้านบาท ปรากฏว่าเปิดไปในรายละเอียดโครงการ ท่านประธานครับ มีโครงการถนนหนทางที่เป็นโครงการยิบ ๆ ย่อย ๆ ที่เป็นโครงการเรียกว่าเป็นรากฝอย ซึ่งผมคิดว่าตรงนี้ละครับ ประเด็นแรก ก็คือว่าโครงการเหล่านี้มันไม่จำเป็นต้องเป็นโครงการ ใช้ระบบงบประมาณเงินกู้หรือเงินนอกงบประมาณ โครงการเหล่านี้แต่ละโครงการ ถนนหนทางตรงนี้ยอมรับครับว่ามีความจำเป็น แต่ว่าทำไมครับเหตุผลในการที่จะมาใส่ใน ร่าง พ.ร.บ. เงินกู้ฉบับนี้มันไม่มีครับ มันไม่จำเป็นเพราะว่ารัฐบาลให้เหตุผลว่าโครงการ เป็นโครงการที่ใหญ่ เป็นโครงการระยะยาว แต่พอผมดูโครงการถนนเหล่านี้แล้วมันไม่ใช่ครับ มันสามารถไปใส่ในงบประมาณประจำปีได้และมีการตรวจสอบเป็นไปตาม พ.ร.บ. งบประมาณปกติได้ อย่างนี้ละครับผมคิดว่าเรื่องนี้มันเป็นเรื่องที่คาใจและมันมีเจตนาที่ไม่ดี และที่สำคัญที่สุดผมเชื่อเหลือเกินว่าที่ตีขลุมใส่มานี่นะครับ และสุดท้ายไปใช้อำนาจตาม กฎหมายเงินกู้โดยจะต้องผ่าน ครม. และเขียนสวยหรูนะครับจะต้องผ่านหน่วยงานต่าง ๆ ขึ้นมา แล้ว ครม. เป็นคนอนุมัติตรงนี้ ตรงนี้ผมเชื่อเหลือเกินว่าในอนาคตมันสามารถที่จะมีการปรับแต่งปรับเปลี่ยนไปตามพื้นที่ที่มี อิทธิพลหรือใครสั่งมาได้ เพราะฉะนั้นตรงนี้เป็นเรื่องที่ผมกังวลใจ และผมเองคิดว่าเป็นเรื่อง สำคัญและเป็นเหตุผลหนึ่งที่ผมเองไม่สามารถที่จะผ่านร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ไปได้ ท่านประธาน ที่เคารพครับ ความไม่แน่นอนของโครงการในหลาย ๆ โครงการมันฟ้องครับ โครงการ ทั้งหมดหลาย ๆ โครงการนั้นมีการสำรวจ มีการศึกษาความพร้อมความเป็นไปได้โครงการ หรือแม้แต่อีไอเอก็ดี ที่ชัด ๆ อยู่ผมมาดูแล้วมีอยู่ประมาณ ๑๓ โครงการ ซึ่งก็ต้องดีใจนะครับ ๑๓ โครงการนั้นบังเอิญว่าเป็นโครงการที่อยู่ในพื้นที่กรุงเทพมหานครเป็นโครงการรถไฟฟ้า ก็พอจะเห็นความเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นในกรุงเทพมหานคร แต่ว่าอย่างไรก็ตาม ก็มีข้อที่ จะต้องฝากไปว่าความสับสนของนโยบายรัฐบาลตอนแรกก็บอกว่าสนับสนุนให้ประชาชน มีรถคันแรก ตอนนี้ประชาชนซื้อรถมาแล้ว วันนี้คิดได้ควรจะสนับสนุนให้คนมาใช้ระบบ ขนส่งมวลชนสาธารณะ มันก็เป็นความสับสนที่ต้องถามรัฐบาลเหมือนกันตกลงมันเกิดขึ้น ได้อย่างไร และที่สำคัญประชาชนคนกรุงเทพฯ ก็ทวงนะครับว่าท่านหาเสียงไว้ในการเลือกตั้ง ใหญ่นะครับว่ารถไฟฟ้าตลอดสาย ๒๐ บาท ทำให้ได้นะครับ ท่านประธานที่เคารพครับ มีอีก หลาย ๆ โครงการที่เป็นสิ่งที่จะต้องพูดแล้วก็ย้ำเตือนกัน โครงการรถไฟความเร็วสูง สิ่งสำคัญ ที่สุดก็คือว่าความไม่แน่นอนของโครงการ การศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการ การศึกษา ผลกระทบสิ่งแวดล้อมของโครงการยังไม่มีผลออกมา ที่สำคัญที่สุดที่เป็นกุญแจสำคัญของ ความสำเร็จของโครงการก็คือค่าโดยสารรถไฟความเร็วสูงยังไม่มีข้อสรุปที่ชัดเจน ผมถือว่า ตรงนี้เป็นตัวแปรสำคัญของการที่จะชี้ว่าโครงการนี้ขาดทุนหรือกำไร มันจะชี้ว่าโครงการนี้ ไปรองรับคนรวยหรือคนจน มันไปรองรับคนทุกภาคส่วนหรือไม่ อย่างไร เพราะว่าเท่าที่ ได้รับทราบข้อมูลจากการมาชี้แจงของท่านรัฐมนตรีก็ดี จากการที่ผมไปเยี่ยมชมนิทรรศการก็ดี เรื่องค่าโดยสารเป็นเรื่องที่ยังหาคำตอบไม่ได้ และเป็นเรื่องที่คาดการณ์ว่าจะเป็นค่าใช้จ่าย ที่ค่อนข้างสูง มีการแจ้งมาว่าอาจจะเป็นค่าโดยสารประมาณ ๒-๓ บาทต่อกิโลเมตร ก็แปลว่า สมมุติยกตัวอย่างกรุงเทพฯ ไปจังหวัดเชียงใหม่ก็ประมาณ ๒,๐๐๐ บาทต่อเที่ยว ผมถามว่า ถ้าเผื่อเป็นลักษณะนี้แล้วใครล่ะครับที่จะมีโอกาสขึ้นรถไฟความเร็วสูงตรงนี้ ไม่ใช่คนมีรายได้ น้อยหรอกครับ คนที่มีฐานะเท่านั้นเอง เพราะฉะนั้นตรงนี้เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่จะต้อง ย้ำเตือนว่ารัฐบาลจะต้องหาคำตอบให้ได้ว่าโครงการนี้มันเหมาะสมหรือไม่ อย่างไร
ท่านประธานที่เคารพครับ อีกโครงการหนึ่งที่รัฐบาลมั่นใจนักหนา หลังสุด ก็มีข่าวคราวออกมาอยู่เป็นประจำนะครับว่าเป็นโครงการที่จะเป็นความหวังของทางภาคใต้ โครงการก่อสร้างท่าเรือปากบารา ตรงนี้ค่อนข้างชัดเจนครับท่านประธานว่ามีความขัดแย้ง กันระหว่างผลการศึกษาหรือสมมุติฐานของรัฐบาลอยู่ในเล่มนี้ละครับ ผมคิดว่าเรื่องนี้ต้องไป ศึกษาให้ดี แต่ก่อนที่จะไปศึกษาในรายละเอียดผมคิดว่ามันก็มีสิ่งที่น่าสงสัย ซึ่งจริง ๆ แล้ว เรื่องนี้มีข้อมูลจากการมาชี้แจงของการประชุมคณะกรรมาธิการการพัฒนาเศรษฐกิจ ซึ่งจริง ๆ แล้วก็ต้องขอบคุณทางรัฐมนตรีชัชชาตินะครับที่กรุณามาชี้แจงคณะกรรมาธิการ ๒ ครั้ง ซึ่งก็เป็นสิ่งที่ดีที่ชี้ให้เห็นว่ารัฐบาลก็มีคนที่ให้ความสำคัญกับการทำงานของสภา ไม่ใช่ปากอย่างเดียวนะครับ แต่ว่าตัวก็กระทำด้วย ก็ต้องชื่นชมตรงนี้ ข้อมูลที่ได้รับโครงการ ตรงนี้ต้องเรียนว่ามันขัดแย้งกันโดยสิ้นเชิง สิ่งหนึ่งที่ผมติดใจตั้งแต่เริ่มต้นก็คือเจ้าของ โครงการ ทำไมล่ะครับต้องเป็นกรมเจ้าท่า กรมเจ้าท่าทำหน้าที่อะไร กรมเจ้าท่า มีประสบการณ์อย่างไรในการบริหารท่าเรือเชิงพาณิชย์หรือเปล่า คำตอบคือเปล่า ทำไมล่ะครับ กรมเจ้าท่าถึงจะต้องเข้ามามีบทบาทตรงนี้ ทำไมไม่เป็นการท่าเรือแห่งประเทศไทย ซึ่งมีการทำงานมีข้อมูลตรงนี้อยู่แล้ว ผมก็อดสงสัยไม่ได้นะครับ สงสัยว่ากรมเจ้าท่า เป็นหน่วยงานราชการที่สั่งซ้ายหันขวาหันได้หรือเปล่า ตรงนี้ก็เป็นสิ่งหนึ่งที่จะต้องตั้ง ข้อสังเกต แล้วก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ผมไม่สามารถที่จะไว้ใจในการทำงานตรงนี้ได้ ในข้อมูลที่ กรมเจ้าท่าให้ตลอดเวลาว่าศึกษามาดีแล้วนี่นะครับ ต้องเรียนว่าขัดแย้งกับสิ่งที่คณะกรรมาธิการได้ไปศึกษาและได้รับข้อมูล ซึ่งเป็นข้อมูลจาก ข้อมูลตรงนะครับ ไม่ใช่ข้อมูลจากที่ปรึกษาที่เป็นมือปืนรับจ้างที่รัฐบาลใช้อยู่ ท่านประธาน ที่เคารพครับ คณะกรรมาธิการผมได้เชิญผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องมาให้ข้อมูลเรื่องโครงการ ตรงนี้นะครับ ไม่ว่าจะเป็นสมาพันธ์โลจิสติกส์ไทย หอการค้าไทย การท่าเรือแห่งประเทศไทย ผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ฟันธงชัดเจนครับ ท่าเรือตรงนี้ที่ได้คิดไว้นี่นะครับ บอกว่าจะรองรับ ตู้คอนเทนเนอร์ได้ประมาณ ๘๐๐,๐๐๐ กว่าทีอียู (TEU) เขาบอกว่ามันเกินความจำเป็น เขาบอกที่ผ่านมาการใช้ท่าเรือบริเวณนั้น ๔-๕ ปีที่ผ่านมามันนิ่งอยู่ไม่เกิน ๓๐๐,๐๐๐ ทีอียู เท่านั้นเอง และที่สำคัญเขาก็บอกว่าอนาคตที่จะมีการใช้การขนถ่ายสินค้ามากขนาดนั้น ก็ยังมองไม่เห็นอนาคต เพราะว่าจริง ๆ แล้วการขนถ่ายสินค้าตรงนั้นพึ่งพาเฉพาะเรื่องของ การเกษตร ไม่ว่าจะเป็นอาหารทะเล การเกษตร หรือว่ายางพารา ซึ่งถ้าเผื่อจะให้มีการใช้ มากขนาดนั้นมันจะต้องมีอุตสาหกรรมเกิดขึ้น ซึ่งก็เป็นสิ่งที่ยังไม่สามารถที่จะหาข้อสรุปได้ เพราะว่าการสร้างท่าเรือตรงนี้ก็ยังมีการคัดค้านเสียงร้องเรียนต่าง ๆ จากภาคประชาชน เพราะฉะนั้นสิ่งที่จะแนะนำตรงนี้ผมคิดว่ารัฐบาลต้องไปทบทวน เรื่องของขนาดก็ดี ความจำเป็น ความเหมาะสมก็ดี ทบทวนความต้องการของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ ว่าเขาต้องการขนาดไหน อย่างไร ไม่ใช่ไปฟังผู้ที่ท่านไปจ้างศึกษา เพื่อที่จะต้องการ ให้เป็นไปตามความประสงค์ของท่านคือต้องการใช้งบประมาณกว่า ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท โดยเกินความจำเป็น ตรงนี้เป็นตัวอย่างนะครับ จริง ๆ แล้วถ้าหากดูในรายละเอียดโครงการนั้น มีอีกหลาย ๆ โครงการครับที่สามารถจะตั้งข้อสังเกตแล้วก็ทำให้นำไปสู่การที่ไม่ไว้วางใจ แล้ว ก็คิดว่ามันเป็นสิ่งที่จะนำไปสู่การทำงานอย่างไม่โปร่งใส ที่สำคัญที่สุดผมคิดว่าวันนี้ ต้องยืนยันนะครับว่าผมเองและพรรคฝ่ายค้านไม่สามารถที่จะรับหลักการกฎหมายฉบับนี้ได้ ต้องยืนยันว่าผมเชื่อมั่นเหลือเกินว่าการไม่รับหลักการนั้นเป็นการที่ช่วยปกป้องผลประโยชน์ ของประเทศชาติ แต่ไม่ได้ปฏิเสธการพัฒนาของประเทศ พวกเราต้องการการพัฒนาที่ยั่งยืนถาวร พวกเราไม่ต้องการการพัฒนาที่เป็นการสร้างภาพฝัน ผลาญงบประมาณ ก่อหนี้โดยใช่เหตุ พวกเราเป็นห่วงลูกหลาน พวกเราเป็นห่วงประเทศเช่นเดียวกันครับ แต่อย่างไรก็ตาม ผมคิดว่าการสร้างหนี้ทั้งต้นและดอกเบี้ยกว่า ๕,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนั้นโดยยังไม่มีเหตุผล ความจำเป็นในขณะนี้ เป็นการสร้างภาระหนี้โดยไม่จำเป็น และเป็นการสร้างภาระหนี้ เกินกว่าเหตุ ผมยืนยันว่าผมต้องการจะเห็นระบบขนส่งมวลชน ระบบคมนาคม ต้องการที่จะเห็น ประเทศมีธุรกิจที่สามารถที่จะใช้ระบบโลจิสติกส์ได้อย่างเต็มที่เป็นการลดต้นทุนของสินค้า แต่ผมไม่สามารถที่จะให้กฎหมายฉบับนี้ผ่านได้ เพราะว่าความไม่มั่นใจในการบริหาร โครงการตรงนี้ก็ดี และวิธีการในการหาเงินซึ่งรัฐบาลผมคิดว่านอกจากเงินกู้แล้วยังมีวิธีการ ในการที่จะใช้เงินในจำนวนอื่น ๆ มาบริหารโครงการตรงนี้ได้ ผมยืนยันว่าก็คงจะไม่รับ หลักการ แต่ก็ยืนยันว่าเห็นด้วยกับโครงการที่จะทำให้พัฒนาประเทศชาติต่อไป โดยความโปร่งใสของการทำงาน ขอบคุณมากครับ
ต่อไป จะเป็นท่านนริศ ขำนุรักษ์ ๑๐ นาที แล้วก็จะมาที่ท่านภราดร ปริศนานันทกุล แล้วกลับมา ที่ท่านศรีสมร รัศมีฤกษ์เศรษฐ์ แล้วก็ ร้อยตำรวจเอก ปุระชัย เปี่ยมสมบูรณ์ ท่านจุฤทธิ์ ลักษณวิศิษฏ์ ตามลำดับ เชิญท่านนริศ ขำนุรักษ์
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นริศ ขำนุรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ผมขออนุญาตท่านประธาน ที่จะอภิปรายร่างพระราชบัญญัติให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้ยืมเงิน ซึ่งเรากำลังพิจารณากันมา ตั้งแต่เช้าในวันนี้ ที่จริงการพิจารณาในวันนี้พิจารณาง่ายมากนะครับ พิจารณาเพียงแต่ว่า เราจะอนุญาตให้กระทรวงการคลังกู้เงินหรือไม่ให้กู้เงินเท่านั้นนะครับ สั้นและง่ายมาก ในการตัดสินใจของสภาในวันนี้ สำหรับผมนั้นเรียนกับท่านประธานว่าไม่อาจรับหลักการได้เพราะ
๑. ผมไม่เห็นด้วยที่จะให้รัฐบาลให้กระทรวงการคลังกู้เพราะว่าการกู้ครั้งนี้ ก้อนเงินใหญ่ที่สุดเป็นประวัติศาสตร์ประเทศไทย และเหมือนกับเพื่อนสมาชิกได้อภิปรายมา ตั้งแต่ต้นแล้วว่าเราต้องยอมรับสภาพหนี้ไปอีก ๕๐ ปี แล้วเราต้องเป็นหนี้ท้ายสุดแล้วถึง ๕,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แล้วก็ผูกพันหลายรัฐบาลอย่างน้อยที่สุด ๑๒ รัฐบาลหลังจากนี้ ต้องรับภาระที่รัฐบาลชุดนี้กู้ไป นี่คือประการที่ ๑ ที่ผมไม่เห็นด้วย แม้เพื่อนสมาชิกจะเห็นด้วย ในวันนี้ก็ตามซึ่งเป็นการพิจารณาที่ไม่ยากเลย
๒. ในส่วนที่เป็นโครงการในบางโครงการนั้นผมก็ไม่เห็นด้วยเพราะระหว่าง ความเป็นจริงกับที่รัฐบาลเสนอนั้นมันแตกต่างกันอยู่ เช่นกรณีรถไฟทำให้ขาดห้วงขาดตอน เอาไว้ หนังโฆษณาฉายว่าถึงปาดังเบซาร์แต่ว่าฉายจริงแค่หัวหินนะครับ โฆษณาว่า ถึงจังหวัดหนองคายฉายจริงโคราชนะครับ โฆษณากับฉายจริงมันไม่เหมือนกันมันต่างกัน หลอกสภาไม่ได้เพราะว่าข้อเท็จจริงมันปรากฏ งบประมาณมันกำหนดกำกับอยู่ ท่านจะพูด จะอภิปรายจะตอบข้อซักถามเป็นอย่างไรก็ตามแต่ว่าตัวเงินมันกำกับ โฆษณากับหนังจริง แตกต่างกันมาก
อีกเรื่องหนึ่งโครงการของรัฐบาลละเลยกติกาสังคมที่สำคัญกติกาที่ดูแลสังคม ดูแลบ้านเมืองก็คืออีไอเอ ทั้งโครงการรถไฟรางคู่ รถไฟความเร็วสูง รวมทั้งโครงการท่าเรือ ปากบาราเป็นโครงการที่ต้องทำอีไอเอและอีเอซไอเอรถไฟท่านอย่ามาอ้างว่าท่านทำผ่าน รางรถไฟเก่าแต่ต้องทำอีไอเอทั้งสิ้นเพราะว่ารถไฟเก่าผ่านชุมชนขนาดเล็กอาจจะผ่านเมืองบ้าง ไม่ผ่านเมืองบ้าง แต่ตั้งแต่วันที่ทำรางรถไฟในอดีตจนถึงวันนี้สภาพบ้านเมืองเปลี่ยนแปลงไป เยอะแล้วครับ ท่านต้องทำอีไอเอ นี่คือหลักประกันกับสินค้าที่บรรทุกต่อไปมันจะมีวัตถุเคมี วัตถุอันตรายที่ต้องผ่านบ้านผ่านเมืองไม่เหมือนในอดีต การทำอีไอเอจึงต้องจำเป็นและต้อง จบสิ้นก่อน นี่คือกติกาของสังคม แต่ว่ารัฐบาลชุดนี้ละเลยหลายครั้งในการอนุมัติโครงการ ไปก่อนแล้วอีไอเอไม่เสร็จ ยกตัวอย่างโครงการเขื่อนแม่วงก์ เขื่อนแม่วงก์ใน ครม. ท่านอนุมัติ ให้ก่อสร้างเขื่อนแม่วงก์วันที่ ๑๐ เดือนเมษายน ปี ๒๕๕๕ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมนั่งอยู่ด้วยยืนยันได้ว่าอีไอเอจะประกาศรอบสุดท้ายวันที่ ๒๐ เดือนกรกฎาคม ปี ๒๕๕๕ รัฐบาลท่านรอไม่ได้ รอแค่ ๗๐ วันเองเพื่อที่จะให้ผลอีไอเอออกมาให้เสร็จแล้ว ท่านอนุมัติ รัฐบาลท่านละเลยกติกาสังคมอีไอเอไม่รอ ๗๐ วัน อันนี้ใช้ไม่ได้เลยนะครับ บ้านอื่นเมืองอื่นเขาไม่ทำอนุมัติก่อนอีไอเอ และอีไอเอก็บอกเวลาที่ชัดเจนด้วยว่าอีก ๗๐ วันคือ วันที่ ๒๐ เดือนกรกฎาคม อีไอเอจะออกรัฐบาลท่านไม่รอ ๒. รั้วกั้นนิคมอุตสาหกรรม ป้องกันน้ำท่วมท่านไม่ทำอีไอเอเลย นอกนั้นในอดีตรัฐบาลของพวกท่านแหลมผักเบี้ยอดีต นายกรัฐมนตรีทักษิณสั่งลุยท่านไปดูบทสัมภาษณ์ แล้วมีรับสั่งมาเท่านั้นถึงต้องยุติโครงการ แหลมผักเบี้ย ที่รับสั่งคนอื่นไม่ทราบนายกรัฐมนตรีทักษิณออกมาให้สัมภาษณ์เองว่า มีรับสั่งให้ถอย เดชะบุญมีรับสั่งโครงการนี้ ที่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมมากมายต้องถอยกลับมา และมีสัมภาษณ์ของอดีตนายกรัฐมนตรี พรรคท่านอีกรัฐบาลท่าน ท่านสมัคร สุนทรเวช ให้สัมภาษณ์บอกว่าอีไอเอขวางการพัฒนา ของรัฐฉุดการลงทุนของประเทศทำให้เกิดการลงทุนติดขัดไปหมด นี่คือทัศนะของคน ในรัฐบาลท่านในอดีต ท่านอย่าเอาทัศนะแบบนี้มาใช้ในขณะนี้นะครับ แต่ว่าโครงการนี้ กลับมาพบความละเลยอีไอเอ กลับมาละเลยกติกาของสังคมอีกรอบหนึ่ง ท่านประธานที่เคารพครับ มีกฎหมายฉบับหนึ่งที่รัฐบาลนี้ละเลย ผมอยากให้รัฐบาลรับปากกับผม รัฐมนตรีรับปากกับผมว่า ช่วยออกกฎหมาย เมื่อสักครู่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม อยู่ด้วย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมอยู่ด้วย ออกกฎหมายก่อนสักฉบับได้ไหมก่อนที่ ท่านจะทำเรื่องนี้ก็คือ ร่างพระราชบัญญัติองค์การอิสระด้านสิ่งแวดล้อม ทรัพยากรธรรมชาติ และสุขภาพ พ.ศ. .... คาอยู่ในสภา ในรัฐบาลท่านอภิสิทธิ์เสนอไว้แล้วผ่านวาระที่หนึ่ง เมื่อวันที่ ๑๗ พฤศจิกายน ๒๕๕๓ ผ่านวาระที่สอง ผ่านวาระที่สามเข้าวุฒิสภา วุฒิสภา ใกล้คลอดแล้วนะครับใกล้ส่งกลับมาที่สภาผู้แทนราษฎรยุบสภาก่อน รัฐบาลท่านไม่ยืนยัน กฎหมายฉบับนี้ภายใน ๖๐ วันทำให้ตกไป ถ้ามีกฎหมายฉบับนี้ร่างพระราชบัญญัติองค์การ อิสระด้านสิ่งแวดล้อม ทรัพยากรธรรมชาติ และสุขภาพ พ.ศ. .... จะทำให้มีการศึกษา และประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพประชาชนตามรัฐธรรมนูญมาตรา ๖๗ วรรคสอง กับ ๒. มีกระบวนการรับฟังความเห็นประชาชนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย และสำคัญก็คือ ให้มีองค์กรอิสระทางด้านเอ็นจีโอ (NGO) ทางด้านสถาบันการศึกษาที่สอนด้านสิ่งแวดล้อม ให้ความเห็นชอบโครงการก่อนขณะนี้ไม่มีสิ่งเหล่านี้ท่านเลยทำสะดวกครับ นี่คือรัฐธรรมนูญ กำหนดไว้นะครับ แล้วรัฐบาลท่านไม่ยืนยันกฎหมายฉบับนี้ทำให้กฎหมายฉบับนี้ตกไป และยังไม่เสนอเข้ามาในสภา ที่จริงท่านควรจะยืนยันและมีกฎหมายฉบับนี้ รับปากกับผมได้ไหมครับว่า ท่านจะพยายามผลักดันกฎหมายฉบับนี้ออกมาเพื่อให้มีการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม โดยคณะกรรมการภายใต้รัฐธรรมนูญ มาตรา ๖๗ วรรคสอง
เรื่องถัดมา ผมขออนุญาตสอบถามไปฝั่งทางรัฐบาลนิดหนึ่งครับ โครงการ ที่ท่านเสนออยู่ในขณะนี้เป็นส่วนหนึ่งของรัฐที่รัฐบาลท่านอภิสิทธิ์ได้ทำเอาไว้ และพูดได้ว่า นับ ๑ เอาไว้นะครับ แต่ว่าครั้งหนึ่งท่านคงจำได้สภาแห่งนี้รัฐบาลท่านอภิสิทธิ์ได้ขอ ร่างกรอบเจรจาความร่วมมือด้านการพัฒนากิจการรถไฟระหว่างราชอาณาจักรไทย กับสาธารณรัฐประชาชนจีน เมื่อวันที่ ๒๖ ตุลาคม ๒๕๕๓ เป็นการนับ ๑ โครงการรถไฟ เชื่อมโยงภูมิภาคเอเชียอาเซียนเจตนารมณ์เดียวกับท่านไม่แตกต่างกันเลย วันนั้นรัฐบาล ท่านอภิสิทธิ์ขอความเห็นชอบในสภามติเป็นอย่างไรครับ งดออกเสียง ๖๑ เสียง พรรคเพื่อไทย ไม่ให้ความเห็นชอบ ๑๐ เสียง พรรคเพื่อไทยบวก ส.ว. ส่วนหนึ่ง ให้ความเห็นชอบ พรรคประชาธิปัตย์กับรัฐบาล ๒๒๙ เสียง ไม่ลงคะแนน ๒๑ เสียงเป็น ส.ว. เราเริ่มนับ ๑ วันนั้นท่านต่างหากที่ขัดขวางโครงการนี้ในอดีตมติอยู่ที่ผมนี่ครับ ท่านอย่ามาพูดนะครับว่า ท่านได้เริ่มมาตั้งแต่ต้น ท่านเป็นคนขัดขวางไม่เห็นด้วยในโครงการเหล่านี้มาตั้งแต่ต้น มาแต่ ในอดีต ไม่อดีตมากนะครับ ๒๖ ตุลาคม ๒๕๕๓ เอง ย้อนกลับไปเปิดดู ท่านประธานครับ ด้วยเหตุผลว่าผมไม่เห็นด้วยที่จะกู้ผูกพันต่อความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนยาวนาน ๕๐ ปี แล้วก็ผูกพันทำให้เป็นภาระต่อประชาชนต่อรัฐบาลหลัง โครงการนี้ฉายจริงกับโฆษณา ต่างกันและไม่ทำอีไอเอไม่รักษากติกาของบ้านเมือง ไม่รักษากติกาของสังคม ผมจึงไม่อาจ ที่จะรับหลักการร่างกฎหมายฉบับนี้ได้ครับ กราบขอบคุณท่านประธานครับ
ท่านศรีสมรเชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน ศรีสมร รัศมีฤกษ์เศรษฐ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกาญจนบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ดิฉันอีก ๑ คนนะคะที่ขออภิปรายร่าง พ.ร.บ. เงินกู้ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ฉบับนี้นะคะ ดิฉันเห็นด้วยในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านต่าง ๆ เช่นรถไฟความเร็วสูง เพราะว่าหลาย ๆ ประเทศได้มีใช้กันนานแล้ว แต่ดิฉันรู้สึกกังวลแล้วก็ลำบากใจมากในการรับ หลักการ ร่าง พ.ร.บ. เงินกู้ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ของรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ที่ทำให้ คนไทยทั้งประเทศต้องเป็นหนี้ต่อหัวต่อคนมากมายมหาศาลถึง ๕๐ ปี ซึ่งร่าง พ.ร.บ. ดังกล่าวได้ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่ง ของประเทศ ร่าง พ.ร.บ. นี้มีเนื้อหามาตราเพียง ๔ หน้ากระดาษ รวม ๑๙ มาตรา และแนบท้ายอีก ๒ หน้ากระดาษให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพิจารณาและรับหลักการ ดิฉัน ได้อ่านร่าง พ.ร.บ. นี้รู้สึกกังวลใจมากขึ้นที่ดิฉันเห็น เชื่อว่าวันนี้พี่น้องประชาชนที่ได้รับฟัง การอภิปรายจากเพื่อนสมาชิกอย่างกว้างขวางคงจะกังวลใจเช่นเดียวกันที่ร่าง พ.ร.บ. ที่มี ๑๙ มาตรานี้ไม่มีรายละเอียดโครงการงบประมาณเฉพาะจุดนั้น ๆ ไว้ครบถ้วนสมบูรณ์ เพียงยุทธศาสตร์แนบท้ายไว้กว้าง ๆ ๓ ยุทธศาสตร์เท่านั้นที่เขียนไว้กว้าง ๆ สั้น ๆ โดยไม่มี รายละเอียดใด ๆ มีแต่กรอบวงเงินไว้ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งดิฉันเห็นแล้วก็คิดว่า สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอันทรงเกียรติแห่งนี้จะพิจารณารับหลักการได้อย่างไร แล้วจะมี อะไรเป็นหลักประกัน เมื่อสภาอนุมัติรับหลักการแล้วโครงการจะเป็นไปตามที่ท่านได้โฆษณา ไว้นะคะ แล้วจะสามารถสร้างได้ทุกอย่างตามกรอบวงเงินที่ระบุไว้ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ภายในกรอบเวลาที่กำหนด ๗ ปี คือไม่เกิน ๓๑ ธันวาคม ๒๕๖๓ ที่ระบุไว้ในมาตรา ๕ ตอนแรกดิฉันเข้าใจคิดว่ารัฐบาลจะออกร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้จะแยกหมวดหมู่ที่ชัดเจน มีแผนงานก่อสร้าง อย่างน้อยก็ต้องมีบอกว่าจะสร้างอะไร ไปจากไหนถึงไหน มีความยาว กี่กิโลเมตร เป็นเงินเท่าไร แต่ในร่าง พ.ร.บ. นี้ไม่มีรายละเอียดอย่างนั้นนะคะ การที่ไม่มี รายละเอียดแบบนี้และไม่ได้ถูกระบุไว้ในกฎหมายก็จะทำให้ปรับเปลี่ยนแก้ไขได้ โดยตรวจสอบได้ยาก ก็เลยอยากจะถามท่านประธานผ่านไปยังรัฐมนตรีหรือรัฐบาลว่า ร่าง พ.ร.บ. เงินกู้ฉบับนี้มีความเหมาะสมดีหรือไม่ หรือรัฐบาลมีเจตนาที่จะทำแบบนี้ เพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจสอบของสภาใช่หรือไม่ ท่านประธานที่เคารพ ดิฉันคิดว่าโครงการ ต่าง ๆ ควรมีรายละเอียดแยกเป็นรายมาตราระบุให้ชัดเจนเหมือนการแยกแบบระบบ งบประมาณเป็นรายกระทรวง ทบวง กรมต่าง ๆ เพราะว่าเมื่อเกิดมีความจำเป็นที่จะต้อง แก้ไขในช่วงต่อ ๆ ไปก็จะได้นำเสนอกฎหมายแก้ไขเพิ่มเติมในร่าง พ.ร.บ. เพื่อจะปรับปรุง โครงการได้ไม่ใช่แอบเปลี่ยนแปลงด้วยตนเอง โดยเฉพาะไม่ต้องนำเข้าสภาอีก โดยเฉพาะ อย่างยิ่งร่าง พ.ร.บ. เงินกู้ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทฉบับนี้ การจัดสรรงบประมาณ หรือโครงการที่ไม่เป็นธรรม ไม่ครอบคลุมทุกพื้นที่ เช่นจังหวัดกาญจนบุรีไม่ได้รับประโยชน์ จากเงินกู้ฉบับนี้เลย แต่พี่น้องชาวจังหวัดกาญจนบุรีต้องรับภาระหนี้สินเช่นเดียวกันนะคะ ดิฉันได้ตรวจดูในยุทธศาสตร์แนบท้ายที่มีงบประมาณเพียงจัดกรรมสิทธิ์ที่ดิน โครงการ ก่อสร้างทางหลวงพิเศษระหว่างสายบางใหญ่-บ้านโป่ง-กาญจนบุรี โครงการดังกล่าว ดิฉันขอย้ำนะคะว่ามีเพียงการจัดกรรมสิทธิ์ที่ดินเท่านั้น ไม่มีส่วนของการก่อสร้างมอเตอร์เวย์ ไม่มีการสำรวจออกแบบหรือก่อสร้างแต่อย่างใด ใน ๗ ปีข้างหน้าชาวจังหวัดกาญจนบุรีจะมีโอกาสเห็นมอเตอร์เวย์หรือไม่คะ หรือรัฐบาลนี้ ได้สร้างหนี้ให้กับประเทศไว้เต็มเพดานแล้วรัฐบาลต่อไปคงกู้ไม่ได้อีกสำหรับโครงการนี้นะคะ แล้วจะมีอะไรเป็นหลักประกันให้กับชาวจังหวัดกาญจนบุรีว่าโครงการมอเตอร์เวย์บางใหญ่-กาญจนบุรี จะเกิดขึ้นเมื่อใด หรือรัฐบาลมีส่วนไหนมาก่อสร้างโครงการมอเตอร์เวย์แห่งนี้ ท่านช่วยตอบ ให้ชาวจังหวัดกาญจนบุรีทราบด้วยนะคะ แล้วก็เงินกู้ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนี้จะมีโครงการอื่น ๆ ที่เข้าไปพัฒนาจังหวัดกาญจนบุรีบ้างหรือไม่แต่ดิฉันอ่านแล้วนะคะ อ่านแล้วก็อ่านอีก ร่าง พ.ร.บ. นี้ไม่มีโครงการอื่น ๆ เลยแม้แต่รถไฟรางคู่ รถไฟความเร็วสูง ทำไมคะ ทำไมรัฐบาล ถึงไม่เห็นความสำคัญกับจังหวัดกาญจนบุรี ทั้ง ๆ ที่ความสำคัญของจังหวัดกาญจนบุรีในเชิง ยุทธศาสตร์มีทั้งประวัติศาสตร์ ทั้งการท่องเที่ยว การขนส่ง และที่สำคัญคือกำลังจะเปิดประตู สู่อาเซียนหรือเออีซี และประตูสู่ท่าเรือทวายน้ำลึกที่ท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์พูดนักพูดหนาว่า จะสนับสนุนโครงการทวายโปรเจกต์เพื่อเป็นประตูการค้า อีกอย่างหนึ่งจังหวัดกาญจนบุรีติดกับ ชายแดนประเทศพม่า ซึ่งเชื่อมโยงทั้งการขนส่งสินค้าโดยรถบรรทุก โดยระบบราง และการสัญจรไปมาของนักท่องเที่ยว ทั้งนี้ท่านนายกรัฐมนตรีได้พูดไว้ในการแถลงร่าง พ.ร.บ. เงินกู้ เมื่อเช้านี้ถึงความสำคัญในการพัฒนาเชื่อมโยงประเทศเพื่อนบ้าน แล้วทำไมไม่มีแผนลงทุน ในส่วนเหล่านี้ของจังหวัดกาญจนบุรีเลยล่ะคะ ร่าง พ.ร.บ. เงินกู้ฉบับนี้ไม่มีแม้แต่การก่อสร้างใด ๆ ในจังหวัดกาญจนบุรี มีเพียงโครงการจัดเวนคืนที่ดินในโครงการดังกล่าวเท่านั้น ท่านประธานคะ ดิฉันไม่คัดค้านโครงการต่าง ๆ แต่ไม่เห็นด้วยในวิธีการได้มาของโครงการ และไม่เห็นด้วยกับ ร่าง พ.ร.บ. เงินกู้ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทฉบับนี้ เพราะไม่เหมาะสม ไม่ครอบคลุม แล้วก็ ไม่เป็นธรรมกับพี่น้องประชาชน ไม่ได้รับผลประโยชน์สูงสุดอย่างแท้จริง แต่ตรงกันข้าม ทำให้พี่น้องประชาชนทั้งประเทศเป็นหนี้ทั้งชีวิต ตายไปก็ยังใช้หนี้ไม่หมดค่ะท่านประธาน ขอบพระคุณค่ะ
เชิญท่านภราดร ปริศนานันทกุล ๑๐ นาที เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ภราดร ปริศนานันทกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอ่างทอง พรรคชาติไทยพัฒนา ผมต้องขอบคุณท่านประธานที่ให้โอกาสผมร่วมอภิปรายในร่างพระราชบัญญัติที่สำคัญ นั่นคือร่างพระราชบัญญัติให้กระทรวงการคลังกู้เงินถึง ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ในเบื้องแรก ผมต้องแสดงความชื่นชมครับ แสดงความชื่นชมต่อรัฐบาลและแสดงความชื่นชมต่อ ท่านนายกรัฐมนตรี ถึงแม้ท่านจะเป็นผู้หญิงแต่ท่านมีความเด็ดเดี่ยว ท่านมีความกล้าหาญ ที่จะตัดสินใจครั้งที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของประเทศนี้ การตัดสินใจครั้งนี้แน่นอน ที่สุดเป็นการพลิกโฉมประเทศนี้เสียใหม่ บนท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์ครับ ท่านตัดสินใจ ที่จะเดินหน้าแล้วก็ดำเนินการตามโครงการที่ท่านวางเอาไว้ ผมแสดงความชื่นชม มีหลายคนครับ ท่านประธาน หลายคนพูดว่าทำไมต้องกู้เงินจำนวนมหาศาลถึง ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งมากที่สุดในประวัติศาสตร์ของประเทศนี้ในเรื่องของการกู้เงิน ผมบอกกับท่านประธานครับ ผมคิดว่าเรารอไม่ได้อีกแล้ว หลายคนพูดว่าทำไมล่ะครับ ทำไมไม่ไปใช้เงินงบประมาณ ประจำปีปกติ ผมเรียนกับท่านประธานครับ เอาปีล่าสุดเป็นเกณฑ์นี่ครับ งบประมาณปีล่าสุด ของประเทศนี้ ๒.๔ ล้านล้านบาท ดูเหมือนเยอะครับ แต่แยกเป็นงบลงทุน งบลงทุนปีหนึ่งเพียงแค่ ๓๐๐,๐๐๐-๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทเท่านั้นเอง ๓๐๐,๐๐๐-๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท จะต้องจำแนกไปในทุกกระทรวง ทบวง กรม เมื่อเฉพาะเจาะจงไปในของกระทรวงคมนาคม ก็มีเพียงแค่หลักหมื่นล้านบาทเท่านั้นครับ ถามว่าหลักหมื่นล้านบาทสามารถที่จะยกระดับ ในด้านการคมนาคมของประเทศนี้ได้หรือไม่ แล้วจะต้องใช้เวลากี่ปีครับ ไม่ต้องนับเป็นปี หรอกครับท่านประธาน ผมถามว่าจะต้องใช้เวลาจากนี้ไปอีกกี่ชาติถึงสามารถที่จะทำให้ ระบบการคมนาคมขนส่งของประเทศนี้มีความทัดเทียมกับประเทศเพื่อนบ้านมีความทัดเทียมกับ นานาอารยประเทศเขา หลายคนก็พูดครับว่าทำไมล่ะ ทำไมถึงไม่จัดงบประมาณแบบขาดดุล ผมก็ถามท่านประธาน ถ้าจัดงบประมาณแบบขาดดุลจะมีหลักประกันที่ไหนครับ ใครจะยืนยันได้ว่า ถ้าหากมีการเปลี่ยนรัฐบาลโครงการที่วางเอาไว้ในรัฐบาลนี้จะสามารถที่จะดำเนินต่อไป ในอดีตเรามีประวัติศาสตร์ ในอดีตเป็นครูสอนเราอยู่แล้วครับ ผมยกตัวอย่างง่าย ๆ ครับ รัฐบาลท่านนายกรัฐมนตรีชวนท่านวางแผนอนาคตไว้ไกลครับ ท่านตั้งใจที่จะทำรถไฟรางคู่ ทั้งประเทศ แต่ช่วงรัฐบาลมันสั้นครับ ท่านทำไปได้เพียงไม่กี่กิโลเมตรรัฐบาลก็หมดอายุขัยลง รัฐบาลต่อมาถ้าเห็นความสำคัญก็ต่อเนื่อง แต่ถ้าหากว่าไม่เห็นความสำคัญโครงการเหล่านี้ ใครจะรับประกันล่ะครับว่าสามารถที่จะต่อเนื่องแล้วก็เต็มรูปแบบทั้งประเทศได้ ถามว่าทำไม ถึงไม่ร่วมทุนกับเอกชนในการที่จะลงทุนโครงสร้างขนาดใหญ่ ถ้าลงทุนกับเอกชนแน่นอนครับ ในประเด็นของท่านถูกต้องครับ คือเราไม่จำเป็นที่จะต้องกู้เงินถึง ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แต่ผมก็ถามอีกละครับว่าแล้วใครล่ะครับจะรับประกันได้ว่าพี่น้องประชาชนจะสามารถเข้าถึง บริการสาธารณะได้อย่างเต็มรูปแบบ เราต้องยอมรับว่ามุมมองและทัศนคติต่อการลงทุน ของภาครัฐกับของภาคเอกชนมันต่างกัน มุมมองและทัศนคติต่อการลงทุนของภาคเอกชน แน่นอนที่สุดครับเขามุ่งเน้นไปที่ผลกำไรสูงสุด แต่ภาครัฐต่างกันครับ ภาครัฐมุมมอง และทัศนคติคือทำอย่างไรก็ได้ให้ประเทศได้ประโยชน์และให้ประชาชนได้ประโยชน์ ให้ประชาชนเข้าถึงบริการสาธารณะให้ได้มากที่สุดแม้ว่ารัฐบาลจะต้องขาดทุนก็ตาม นี่จึงเป็น เหตุผลที่ผมสนับสนุนให้จะต้องมีการกู้เงิน แล้วให้รัฐบาลเป็นคนลงทุนเองทั้งหมดมากกว่า การร่วมทุนของเอกชน ท่านประธานที่เคารพครับ จากวันนี้ไปเหลืออีกเพียงแค่ ๗๐๐ กว่าวัน เท่านั้นเองนะครับ อีก ๗๐๐ กว่าวันที่ประเทศนี้จะเดินเข้าสู่ประชาคมอาเซียน อันนี้ เป็นความท้าทายของรัฐบาล และเป็นโจทย์ข้อใหญ่ครับที่รัฐบาลจะต้องเริ่มวางแผนกัน ตั้งแต่วันนี้ พรุ่งนี้วางแผนก็ช้าไป พรุ่งนี้เริ่มคิดก็ช้าไปครับ เรากำลังจะเดินหน้าเข้าสู่ประชาคมอาเซียน เพราะฉะนั้นรัฐบาลต้องวางแผนตั้งแต่วันนี้เพื่อที่จะรองรับความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่กำลัง จะเกิดขึ้น แน่นอนที่สุดครับ โครงสร้างพื้นฐานสาธารณะคือเรื่องสำคัญที่จะต้องดำเนินการ ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ผมเชื่อครับ ด้วยสถานการณ์ของประเทศแบบนี้ผมเชื่อว่าใครก็ตาม พรรคไหนก็ตามมาเป็นรัฐบาล แน่นอนครับทุกพรรคตระหนักถึงความสำคัญของโครงสร้างพื้นฐาน ผมยกตัวอย่างเมื่อสักครู่แล้วรัฐบาลของท่านนายกรัฐมนตรีชวนในอดีตท่านเคยมีความคิด ที่จะทำระบบรางคู่ทั้งประเทศ แม้กระทั่งรัฐบาลที่แล้วครับ รัฐบาลท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ ได้มาขอกรอบเจรจาเพื่อจะไปเจรจากลับประเทศจีนในการที่จะทำรถไฟความเร็วสูง เป็นการร่วมทุนกัน นี่สะท้อนให้เห็นถึงที่ผมบอกว่าไม่ว่าใครก็แล้วแต่มาเป็นรัฐบาล แน่นอนที่สุดจะต้องให้ความสำคัญกับเรื่องโครงสร้างพื้นฐาน ทีนี้มาดูครับ ผมอ่านในเอกสารที่ได้มอบให้นะครับ มาดูในเรื่องของความสามารถในการแข่งขัน ทางโครงสร้างพื้นฐานของประเทศไทยในขณะนี้ ดูแล้วน่าตกใจครับท่านประธาน อยู่ที่ อันดับ ๔๙ ในขณะที่ประเทศมาเลเซียอยู่ที่อันดับ ๒๙ ประเทศสิงคโปร์ไม่ต้องไปพูดถึงเขา เขาอยู่อันดับ ๒ เราตามหลังประเทศเพื่อนบ้านครับ ไปดูที่ระบบรางโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ระบบรางเราอยู่อันดับ ๕๗ ประเทศมาเลเซียอันดับ ๒๐ ประเทศสิงคโปร์ก็ไม่ต้องไปพูดถึงเขา เขาอยู่ที่อันดับ ๖ ท่านดูตัวเลขเหล่านี้แล้วน่าตกใจไหมครับ ถ้าถึงเวลาที่จะต้องเดินหน้าเข้าสู่ ประชาคมอาเซียนบนความไม่พร้อมของประเทศเราจะเดินหน้ากันอย่างไร ท่านประธานครับ การคมนาคมขนส่งทั้งสินค้าและขนส่งมวลชนวันนี้มีตัวเลขชัดเจนว่าการคมนาคมขนส่งนั้น ใช้ทางถนนเป็นหลักอยู่ที่ถึง ๘๖ เปอร์เซ็นต์ ทางรางเพียงแค่ ๒ เปอร์เซ็นต์เท่านั้น ทางน้ำ ๑๒ เปอร์เซ็นต์ ถามว่าทำไมล่ะครับ ทำไมวันนี้ผู้คนจึงเลือกใช้เส้นทางถนนมากที่สุดทั้ง ๆ ที่มี ต้นทุนทางการขนส่งที่แพงมากที่สุด มีตัวเลขออกมาอีกละครับว่าต้นทุนของการขนส่งทางถนน อยู่ที่ ๑.๗๒ บาทต่อตันกิโลเมตร ทางราง ๙๓ สตางค์ต่อตันกิโลเมตร ทางน้ำแค่ ๖๔ สตางค์ ต่อตันกิโลเมตร ทำไมละครับ ทำไมผู้คนถึงได้เลือกเอาวิถีทางที่แพงที่สุดในการที่จะขนส่ง ก็เพราะว่าเขาไม่มีทางเลือกอย่างไรครับ เขาไม่มีทางเลือกก็จึงจำเป็นที่จะต้องเลือกทางถนน ทั้ง ๆ ที่ผมเชื่อว่าถ้าโครงสร้างโดยเฉพาะอย่างยิ่งทางรางเสร็จสมบูรณ์เมื่อไรผู้คนก็จะหันมา ทั้งขนส่งสินค้าและขนส่งมวลชนก็จะหันมาใช้ช่องทางนี้มากขึ้น ท่านประธานครับ พูดถึงเงิน ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทที่กำลังจะกู้อยู่ขณะนี้ หลักใหญ่ใจความ ๘๓ เปอร์เซ็นต์ รัฐบาลตั้งใจ ที่จะไปลงในรายละเอียดเรื่องของทางราง โดยแบ่งเป็นรถไฟรางคู่ รถไฟความเร็วสูง แล้วก็ รถไฟฟ้าที่อยู่ในกรุงเทพฯ และปริมณฑล ผมมีเวลาน้อยครับ ผมขอลงไปเฉพาะที่รถไฟ ความเร็วสูง วันนี้จริงอยู่แม้มีเพียง ๓-๔ สายทางทั้งประเทศ แต่มันเป็นแค่เบื้องต้นเท่านั้น ถ้าหากเริ่มลงมือทำในอนาคตข้างหน้าผมเชื่อว่าจะเพิ่มสายทางอีก แล้วก็จะขยายสายทาง ที่มีอยู่ในทุกวันนี้ให้ยาวต่อไปอีกได้ ผมมีข้อสังเกตนิดเดียวเรื่องรถไฟความเร็วสูง เส้นทางที่ท่าน กำลังจะลงมือทำ ๓-๔ สายทางนี้ ผมเชื่อว่าท่านมีทางเลือกอยู่หลายเส้นทางในการศึกษาว่า จะเลือกเส้นทาง ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ ในแต่ละสายทาง หลักคิดของท่านก็คือว่าท่านจะพยายาม ให้อยู่ในพื้นที่ของการทางรถไฟเดิม นั่นก็คือพยายามที่จะทำให้ขนานกับทางรถไฟที่มีอยู่ ในขณะนี้ เมื่อเช้าท่านรัฐมนตรีชัชชาติได้เล่าให้ที่ประชุมฟัง ก็ได้รู้ว่าท่านจะทำรางคู่ ๒ ราง แล้วก็จะทำรถไฟความเร็วสูง ๒ ราง เท่ากับมี ๔ รางบนพื้นที่ของทางรถไฟ หลักคิดของท่าน ก็คือว่าท่านพยายามที่จะให้อยู่ในพื้นที่ของทางการรถไฟแห่งประเทศไทยเพื่อที่จะได้สะดวก ไม่จำเป็นที่จะต้องเวนคืนที่ดินของพี่น้องประชาชนมากนักก็เป็นหลักคิดที่ถูกต้องครับ แต่ในประเด็นนี้ผมเห็นต่างกับท่านนิดเดียว ผมเห็นต่างกับท่านว่าจะดีกว่าหรือไม่ครับ ถ้าหากว่ารถไฟความเร็วสูงในสายทางใดสายทางหนึ่งก็แล้วแต่ บางครั้งอาจจะต้อง เปิดสายทางใหม่ จะต้องนำเงินไปเวนคืนที่ดิน จะต้องนำเงินไปชดเชยให้กับเรื่องของที่ดิน แต่ถ้าเส้นทางนั้นเป็นเส้นทางที่สั้นกว่า เป็นเส้นทางที่มีระยะทางไปถึงจุดหมายที่สั้นกว่า ผมเชื่อว่ามันสามารถที่จะชดเชยกันได้ ในส่วนของเงินที่จะไปเวนคืนที่ดินกับระยะทางที่ย่นย่อลงมาในการที่จะไปทำรถไฟที่มีความยาว ที่ยาวขึ้น ผมจึงบอกว่าผมเห็นต่างกับท่านนิดเดียว ผมเห็นว่าถ้าหากว่าเราไปเปิดเส้นทาง สายใหม่ในอนาคตจะได้ประโยชน์มากกว่า ได้ประโยชน์มากกว่าหมายความว่าเส้นทาง ที่รถไฟความเร็วสูงผ่านจะเกิดเมืองใหม่ขึ้นครับ จะทำให้เมืองที่บางครั้งอยู่ในพื้นที่ ที่ไม่มีความเจริญเลย แต่เมื่อรถไฟความเร็วสูงผ่านก็สามารถที่จะนำความเจริญขยายเมือง ออกไปให้กว้างมากขึ้น ตรงนี้จึงเสนอท่านเป็นความคิดเห็นครับ
ข้อสังเกตอีกประการหนึ่ง ซึ่งเพื่อนสมาชิกหลายท่านก็ได้แสดงความคิดเห็นว่า ท่านเป็นห่วงในประเด็นนี้นั่นก็คือการเข้าถึงบริการสาธารณะของพี่น้องประชาชน การเข้าถึง บริการของพี่น้องประชาชนผมเชื่อว่ารัฐบาลคงไม่อยากเห็น คงไม่อยากเห็นรถไฟความเร็วสูง วิ่งโดยที่ไม่มีคนนั่ง โดยที่ไม่มีผู้โดยสารเลย เรื่องของกำแพงของราคาในการที่จะเข้าถึง บริการสาธารณะเหล่านี้จึงเป็นเรื่องที่ทางรัฐบาลนั้นจะต้องตระหนักแล้วก็จะต้องนำมา เป็นหลักคิดในการที่จะคำนวณในเรื่องของราคาให้กับพี่น้องประชาชนสามารถที่จะเข้าถึงได้
ท้ายที่สุด ผมดีใจที่เมื่อเช้าท่านนายกรัฐมนตรีได้พูดในประเด็นที่หลายคนเป็นห่วง อีกเช่นเดียวกัน ท่านบอกครับว่าท่านยืนยันกับสภาแห่งนี้เท่ากับยืนยันกับพี่น้องประชาชนว่า ความโปร่งใสในโครงการนี้ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทเป็นเงินมหาศาล ท่านจะพยายามเข้มงวด ในเรื่องของความโปร่งใสให้ได้มากที่สุด ผมเชื่อท่านครับ และผมก็พร้อมที่จะเป็นกำลังใจ ให้กับท่าน วันนี้มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ถึงการกู้เงินจำนวนมหาศาลเหล่านี้มาก การที่จะลบ เสียงวิพากษ์วิจารณ์ได้ดีที่สุดนั่นก็คือการทำให้เขาเห็นครับว่าสิ่งที่เขาวิพากษ์วิจารณ์นั้น ไม่เป็นความจริง ทำให้เขาเห็นว่าการวิพากษ์วิจารณ์ของเขานั้นเป็นเพียงการติเรือทั้งโกลน เป็นการเปิดมุ้งเห็นขโมย ผมเป็นกำลังใจให้รัฐบาลครับ ขอบคุณครับ
ท่านปุระชัย เปี่ยมสมบูรณ์ ๑๐ นาทีครับ
ท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม ปุระชัย เปี่ยมสมบูรณ์ ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรครักษ์สันติ ก่อนอื่น ผมขอขอบคุณท่านประธานที่กรุณาให้โอกาสได้ร่วมอภิปรายในวันนี้ แล้วก็รวมทั้งขอบคุณ วิปฝ่ายค้านที่กรุณาจัดสรรเวลาให้ผม ๑๐ นาที ในโอกาสนี้ผมขอกล่าวในเบื้องต้นก่อนว่า ประเทศไทยนั้นควรมีรถไฟความเร็วสูง ควรมีรถไฟรางคู่ ควรมีระบบรางที่ทันสมัย เพื่อช่วย เพิ่มประสิทธิภาพในการคมนาคมขนส่งภายในประเทศ คำถามจึงไม่ได้อยู่ในที่ว่าประเทศไทย ควรจะมีรถไฟความเร็วสูงหรือควรจะมีระบบคมนาคมที่ดีหรือไม่ แต่คำถามที่สำคัญกลับมา อยู่ที่ว่าประเทศไทยควรลงทุนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานโดยใช้ทรัพยากรจำนวนมหาศาล ขนาด ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทในเวลานี้หรือไม่ ท่านประธานครับ การลงทุนที่สมดุลคือ ความจำเป็นในการบริหารประเทศ ซึ่งหมายถึงทางสายกลางที่จะต้องไม่มากเกินไปแล้วก็ ไม่น้อยเกินไป ภายใต้สภาวะเศรษฐกิจโลกเช่นขณะนี้ถ้าจะกล่าวว่าการแสวงหาความสมดุล กระทำได้ยากก็เป็นจริงครับ แต่อย่างไรก็ตาม เราก็ควรที่จะลงทุนของประเทศไม่ให้มาก จนเกินไป และควรจะต้องทำด้วยความรอบคอบ ระมัดระวังต่อความเสี่ยงและความผันผวน ของเศรษฐกิจโลกในขณะนี้ ผมเห็นว่าเป็นการดีที่รัฐบาลไม่เร่งออกพระราชกำหนดดังเช่น การแก้ปัญหาอุทกภัย แต่รัฐบาลได้เลือกที่จะเสนอการกู้เงิน ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท โดยการเสนอเป็นร่างพระราชบัญญัติเช่นนี้ซึ่งเปิดโอกาสให้ได้มีการถกแถลงกัน อย่างกว้างขวางในรัฐสภาแห่งนี้ ซึ่งผมเห็นชอบด้วยในกระบวนการดังกล่าว ผมขอเน้นย้ำ อีกครั้งหนึ่งว่าประเทศที่ลงทุนเกินตัวนั้นมีแนวโน้มที่จะนำความทุกข์ยาก ความเดือดร้อน มาสู่ประชาชนโดยรวมในระยะกลางและระยะยาว ตัวอย่างนั้นมีมากมายตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน ถ้าย้อนหลังกลับไปอดีตไม่ว่าการสร้างกำแพงเมืองจีน ในยุคของจิ๋นซีฮ่องเต้ ผู้คนเกิด กิน นอน ตาย อยู่ที่ตรงกำแพงหลายช่วงอายุคน การสร้างปราสาทหิน ของขอมโบราณที่แสดงความยิ่งใหญ่ของนครวัด นครธม จนกระทั่งอาณาจักรขอมนั้น ล่มสลายจากการทำลายตัวเอง การก่อสร้างพีรามิด (Pyramid) ของอียิปต์โบราณที่เต็มไปด้วย เรื่องราวที่โหดเหี้ยมทารุณจนกระทั่งประชาชนนั้นกลายเป็นทาส หรือแม้กระทั่งวิกฤติต้มยำกุ้ง ที่ประเทศไทยได้ประสบเมื่อกว่า ๑๐ ปีที่ผ่านมา ผลกระทบจากต้มยำกุ้งทำให้ประเทศไทยนั้น ยังมีหนี้สาธารณะอยู่อีกถึง ๑.๔ ล้านล้านบาท ซึ่งอาจจะต้องคืนเงินต้นและดอกเบี้ยในระยะเวลา ยาวนานอีกประมาณ ๒๕ ปี การจะกู้เงินอีก ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทจะทำให้หนี้สินของประเทศนั้นสูง รวมเป็น ๓,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งยังไม่รวมดอกเบี้ย ซึ่งต้องใช้เวลาในการชำระยาวนาน โดยการคาดการณ์ประมาณ ๕๐ ปี รวมหนี้สินเก่า ๒๕ ปีกับอีก ๕๐ ปีก็คือ ๗๕ ปีโดยประมาณ หนี้สินเหล่านี้จะเป็นภาระที่ยาวนานของประเทศ ทั้งที่ประเทศกำลังเข้าสู่ช่วงเวลาของ ความผันผวนของเศรษฐกิจโลก และการแปรปรวนของภูมิอากาศของโลกที่สาหัสขึ้นทุกวัน ปีหนึ่งน้ำท่วม อีกปีหนึ่งแล้ง และไม่แน่ใจด้วยซ้ำไปว่ากรุงเทพมหานครซึ่งเป็นเมืองศูนย์กลาง เหล่านั้นจะตกอยู่ในภาวะที่จะเกิดเหตุการณ์วิกฤติทางด้านภาวะทางธรรมชาติเมื่อไร รัฐบาลจึงต้องตระหนักว่าท่านเป็นรัฐบาลในปัจจุบันที่จะต้องไม่ก้าวล่วงไปสู่อนาคต ในระยะเวลาที่ยาวนานจนเกินสมควร เพราะเป็นการก้าวล่วงไปถึงรัฐบาลในอนาคต จนเกินไป ๗๕ ปีนะครับ นอกจากนี้ฐานคติของร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ก็ยังเป็นแบบเดิม ๆ ที่ผมเรียนไปแล้วที่มองกรุงเทพมหานครนั้นเป็นศูนย์กลางของประเทศ ถ้าผมจะถาม แบบย่อ ๆ ว่าเราจะมั่นใจได้เพียงใดว่าศูนย์กลางของประเทศจะไม่ถูกกระทบอย่างรุนแรง จากภาวะโลกร้อนและน้ำท่วมโลกในศตวรรษนี้คือศตวรรษที่ ๒๑ ผมจึงขอเสนอให้จัดทำ ลำดับความสำคัญของแต่ละยุทธศาสตร์ตามความจำเป็นก่อนหลัง รวมทั้งจัดทำรถไฟ ความเร็วสูงในลักษณะโครงการทดลอง โดยเริ่มต้นในบางเส้นทางที่สำคัญก่อนแทนการเร่งด่วน ปูพรมไปทั่วทั้งประเทศทุกเส้นทาง เพราะว่ารถไฟความเร็วสูงนั้นถือว่าเป็นเรื่องใหม่ หรือถือว่าเป็นนวัตกรรมของประเทศไทย แม้ว่าเราจะมีระบบรางเช่นรถไฟมาแล้ว กว่า ๑๐๐ ปี แต่เราก็ไม่เคยมีประสบการณ์เกี่ยวกับรถไฟความเร็วสูงแม้แต่สักเส้นทางเดียว ผมขอเน้นย้ำนะครับว่าการใช้เงินเกินตัวทำให้ประเทศเอกราชนั้นกลายเป็นทาสเงินกู้ ของชาติอื่น ที่จะต้องอยู่ภายใต้การสอดส่อง ตรวจสอบ การวิพากษ์วิจารณ์ การบงการ การสั่งการของเจ้าของเงินกู้อย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ รวมทั้งอยู่ภายใต้อาณัติในด้านต่าง ๆ อย่างไม่รู้จบ ดังเช่นประเทศไทยได้เคยมีประสบการณ์ที่เจ็บปวดมาแล้วในอดีตของยุควิกฤติ ต้มยำกุ้ง ท่านประธานครับ ขอให้ท่านดูตัวอย่างของประเทศกรีกและประเทศไซปรัส ในปัจจุบันเป็นอุทาหรณ์ ผมเพิ่งกลับประเทศโรมาเนีย ประเทศไซปรัสนั้นแทบจะไม่มีเงินใช้ ประเทศกรีกนั้นอดมื้อกินมื้อจากการใช้เงินเกินตัวของคนในช่วงเวลาหนึ่ง ซึ่งอาจจะเป็น ตัวอย่างที่ประเทศไทยกำลังจะก้าวเดินไปหาในอนาคตอันใกล้ก็เป็นไปได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อประเทศไทยยังไร้ความสามารถด้านการป้องกันและปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชัน ซึ่งเรื่องนี้เราไม่มีประสิทธิภาพ ไม่มีประสิทธิผลเลย ขณะนี้เรื่องทุจริตค้างอยู่ใน ป.ป.ช. กว่า ๘,๐๐๐ เรื่อง การกู้เงินในวงเงินมหาศาลนั้นทำให้ฝูงเหลือบที่มีอยู่มากมาย ในประเทศไทยนั้นมองหาโอกาสอย่างเมามัน อย่าพูดถึงเรื่องที่ซับซ้อนอย่างรถไฟความเร็วสูง เลยครับ ผมขอถามเพียงว่าการจัดซื้อเครื่องตรวจวัตถุระเบิดที่เรียกว่า จีที ๒๐๐ (GT200) ใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ซึ่งได้จัดซื้อกันไปถึง ๓,๐๐๐ ล้านบาท ขณะนี้สอบสวน ไปถึงไหน ใครบ้างที่ต้องรับผิดชอบ และใครบ้างที่ต้องจ่ายเงินชดเชย ๓,๐๐๐ ล้านบาท กลับคืนให้กับประเทศและประชาชนไปถึงไหนครับ นี่คือเรื่องหนึ่งที่ติดค้างอยู่นะครับ และเป็นค่าโง่ที่แพงมากสำหรับเครื่องมือที่อายุใช้งานเพียงแค่ไม่กี่เดือนแล้วก็เป็นของปลอม เราได้จัดซื้อถึงเครื่องละ ๕๐๐,๐๐๐-๑,๕๐๐,๐๐๐ บาท ทั้งที่ต้นทุนประมาณ ๑๐๐ บาท เท่านั้นเอง ท่านประธานครับ ผมมีความเห็นแย้งว่าประเทศไทยไม่ควรก้าวกระโดด ผมมี ความเห็นว่าประเทศไทยไม่ควรใช้เงินเกินตัว การผ่านร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ก็คือ การอนุมัติให้ได้ใช้เงิน ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทภายในเวลา ๗ ปี โดยเฉพาะอย่างยิ่งวิธีคิด แบบราชการเมื่อมีเงินอนุมัติไว้แล้วก็ต้องใช้ให้หมด เราคิดแบบราชการแต่พยายามกู้เงินแบบธุรกิจ นับว่าเป็นวิธีการที่ผิดฝาผิดตัวอย่างน่าวิตกกังวลอย่างยิ่ง โครงสร้างพื้นฐานเป็นส่วนประกอบ ของประเทศชาติ แต่ทรัพยากรสำคัญที่สุดของชาติคือทรัพยากรมนุษย์ ถ้ากระทรวงศึกษาธิการ จะกรุณาเสนอแผนงานโครงการพัฒนาคนควบคู่ไปกับกระทรวงคมนาคมผมก็ยังมีความยินดี เป็นอย่างยิ่งและเต็มใจในการที่จะสร้างคน ซึ่งมีความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนหรืออาจจะยิ่งกว่า การสร้างโครงสร้างพื้นฐานที่เป็นวัตถุ เพราะว่าการพัฒนาประเทศนั้นเปรียบเสมือนการเล่น เปียโน (Piano) ต้องใช้นิ้วทั้ง ๑๐ ให้สอดประสานกัน ในโอกาสนี้ผมขอหยิบยกคำกล่าวของท่าน อดีตผู้นำประเทศสิงคโปร์คือท่านลี กวน ยู มากล่าวในที่นี้ ท่านได้กล่าวว่า อีก ๑๐๐ ปีข้างหน้า ประเทศนิวซีแลนด์ก็ยังคงเต็มไปด้วยทุ่งหญ้าเขียวขจี เต็มไปด้วยแกะ เต็มไปด้วยกวาง เต็มไปด้วยวัว แต่อีก ๑๐๐ ปีข้างหน้าผมคือท่านลี กวน ยู ไม่แน่ใจว่าจะมีประเทศสิงคโปร์ อีกต่อไปหรือไม่ หลักประกันสำคัญที่สุดของความอยู่รอดของประเทศสิงคโปร์ก็คือคน หรือทรัพยากรมนุษย์ ที่ประเทศจะต้องสร้างคนดี คนเก่ง คนเสียสละ คนที่มีภาวะผู้นำ อย่างเข้มข้นและต่อเนื่อง ท้ายที่สุดผมขอสรุปว่าผมไม่ได้ขัดขวางการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน แต่เราควรทำในลักษณะโครงการทดลอง อย่างเช่นรถไฟความเร็วสูงในบางเส้นทางที่สำคัญก่อน และพึงกระทำด้วยความรอบคอบ เรียนรู้ และรอบรู้เป็นสำคัญ ยิ่งไปกว่านั้นอย่าสร้างหนี้สิน เกินความจำเป็นให้กับลูกหลาน ถ้าท่าน หมายถึงรัฐบาลชุดนี้ยังดื้อดึงจะทำให้ได้ ผมก็ขอเสนอให้ ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ควรจะมีบทบัญญัติให้ ครม. ชุดนี้ต้องร่วมรับผิดชอบต่อหนี้สิน ของประเทศที่กำลังจะกู้เป็นกรณีพิเศษมากกว่าความรับผิดชอบของประชาชนชาวไทย โดยทั่วไป โดยเขียนไว้ในมาตราใดมาตราหนึ่งด้วย ขอบคุณครับ
เชิญท่านจุฤทธิ์ ลักษณวิศิษฏ์ ๑๐ นาที เชิญครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายจุฤทธิ์ ลักษณวิศิษฏ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ผมไม่เห็นด้วยกับร่างพระราชบัญญัติเงินกู้ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ที่รัฐบาลนี้เสนอในวันนี้ แต่ผมก็สนับสนุนในการพัฒนาประเทศในการสร้างโครงสร้างพื้นฐาน ไม่ว่าจะเป็นด้านการสร้างรถไฟรางคู่ โครงการถนน ๔ เลน โครงการท่าเรือ รวมกระทั่ง โครงการรถไฟความเร็วสูง รวมทั้งโครงข่ายรถไฟฟ้าในการเชื่อมต่อเพื่อพาผู้คนโดยสาร เดินทางทั้งในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ท่านประธานครับ เหตุผลที่ผมไม่สนับสนุน การกู้ของรัฐบาลชุดนี้มีอย่างน้อย ๓ ประการ เช่น ความสามารถในการบริหารงบประมาณ ดังกล่าว ความโปร่งใสในการบริหารงบประมาณดังกล่าว และความไม่ชอบมาพากล ในการจะบริหารงบประมาณดังกล่าว ท่านประธานครับ เรื่องความไม่ชอบมาพากล ถ้าท่านประธานได้ติดตามเมื่อสัปดาห์ที่แล้ววันดีคืนดีคนเคยโกงสไกป์เข้ามาประเทศไทย บอกว่าถ้าร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ไม่ผ่าน ส.ส. บางคนโดนตัดเงินเดือนครับ
ท่านจุฤทธิ์ครับ มีผู้ประท้วงครับ
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม จ่าสิบตำรวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุรินทร์ พรรคเพื่อไทย ผมต้องขอประท้วงผู้อภิปรายตามข้อ ๖๑ กล่าวเสียดสีถึงบุคคลภายนอกถึงจะ ไม่เอ่ยชื่อก็รู้ว่าเป็นใคร อย่างนี้ท่านประธานต้องเตือนนะครับ
ท่านจุฤทธิ์ครับ บรรยากาศกำลังมาดี เพราะฉะนั้นขอความร่วมมือนิดหนึ่งอย่าเอ่ยเลยนะครับ
ไม่ทราบใครคือคนเคยโกงครับ ผมยังไม่ทราบเลย ผมว่าตามข่าวครับ
อย่าแย้งเลยครับ
ท่านประธานครับ คนนอก ราชอาณาจักรครับ สไกป์เข้ามาประเทศไทยครับ ถ้ากฎหมายฉบับนี้ไม่ผ่านถูกตัดเงินเดือน ส.ส. ครับ ถ้ากฎหมายฉบับนี้ไม่ผ่านเที่ยวหน้าไม่ส่งลงสมัคร ส.ส. ไม่ใช่คนพรรคผมแน่นอนครับ พรรคผมไม่มีเงินเดือนพิเศษ พรรคผมไม่ใช้มาตรฐานพวกนี้ในการคัดเลือกผู้สมัครลง ส.ส.
มีผู้ประท้วงครับ ท่านสุนัยเชิญครับ
ท่านประธานครับ ผม สุนัย จุลพงศธร ด้วยความเคารพท่านประธานที่ท่านประธานบอกว่าบรรยากาศดีแล้ว เราก็อภิปรายเนื้อหา มาได้มาก ผมกราบเรียนท่านประธานครับว่าเมื่อสักครู่นี้ท่าน ส.ส. ที่ท่านใช้คำพูดนี่ ผมไม่ทราบว่าท่านต้องการจะจุดให้มันแรงขึ้นหรืออะไร แต่ท่านกำลังพาดพิงดูถูกเพื่อนเรากันเอง ใครจะมาตัดเงินเดือนผมครับ พูดอย่างนี้ไม่ได้แล้วน้องเอ่ย ถ้าจะเอาดังนี่อย่าเอาดังวิธีนี้ ไปเอาดังวิธีอื่นดีกว่า
เอาละครับ พอแล้วครับ
ถอนคำพูดเถอะครับ เพราะนี่เป็นการดูถูก เพื่อน ส.ส. แล้วครับ ถ้าท่านจะทำให้มันเป็นเรื่องเป็นราวเพื่อจะเป็นข่าวผมว่ามันก็เกินเหตุ เกินผลแล้วครับ ขอความกรุณาเถอะครับ อย่าดูถูกเพื่อน ส.ส. กันเลย ขอบคุณครับ
ท่านจุฤทธิ์ครับ ผมว่าบรรยากาศมันดีอยู่แล้วนะครับ เอาแนวที่ดูมันสร้างสรรค์ อย่าประชดประชันหรืออย่า ไปพูดเสียดสีทำให้คนอื่นเสียหายเลยครับ แล้วก็เอาในกรอบของงบประมาณตรงนี้ น่าจะดีกว่านะครับ
(นายสุกิจ อัถโถปกรณ์ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
คุณหมอสุกิจเชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม สุกิจ อัถโถปกรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ผมประท้วงท่านสุนัย ตามข้อ ๖๑ ท่านว่าคนอื่นเขาเสียดสี ท่านเองก็เสียดสี ดูหมิ่น ดูถูกเขาว่าเขาอยากดัง อยากมาเกิดตอนนี้ อะไรอย่างนี้ ท่านประธานครับ อย่างนี้มันเสียดสีชัด ๆ เลยครับ ดูหมิ่นกันชัด ๆ ครับ ต้องให้ถอนด้วยสิครับ
เมื่อสักครู่ ผมไม่ได้ให้ท่านจุฤทธิ์ถอนเพียงแต่เตือนนะครับ แล้วก็ถือโอกาสเตือนท่านสุนัยด้วย ก็คนละทีครับ เพราะฉะนั้นขอความกรุณาท่านจุฤทธิ์เอาอยู่ในกรอบนะครับ
(นายสุนัย จุลพงศธร ได้ยืนและยกมือขึ้น)
ท่านสุนัยพอแล้ว กระมังครับ คนละทีก็พอแล้วครับ ประท้วงกันไปประท้วงกันมาไม่จบ เอาละครับ ขอกันกิน มากกว่านี้ท่านสุนัย ขอความกรุณาเถอะ พอแล้วครับ พอสมควรแล้วนั่งเถอะครับ คุณหมอ นั่งเถอะครับ เชิญท่านจุฤทธิ์ครับ ขอความกรุณานะครับ
ท่านประธานครับ วันนี้ ผมทำหน้าที่ปกป้องภาษีประชาชนนะครับ เงินกู้ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนี่พวกผมไม่ได้คิดจะกู้ครับ ที่สำคัญผมไม่ได้ระบุพรรค ระบุชื่อ ระบุใครสักคนว่าใครจะโดนตัดเงินเดือน ใครจะโดนห้ามลง ส.ส.
ท่านจุฤทธิ์ครับ
ผมย้ำครับ ไม่อย่างนั้นผมเสียหายครับ
ท่านครับ เอาอยู่ ในกรอบตรงนี้นะครับ ผมก็ฟังอยู่ครับ ท่านเอาประเด็นในกรอบของงบประมาณเถอะครับ
สิ่งที่ผมเป็นห่วงครับท่านประธาน ถ้าร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ผ่านไปเกิดอะไรขึ้นกับประเทศไทยครับ แสดงว่าคนนอก ราชอาณาจักรสั่งสภานี้ได้ใช่ไหมครับ นี่คือประเด็นของผมครับ แล้วจะเกิดอะไรขึ้นครับ ถ้าคนนอกราชอาณาจักรเคยโกงและร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้จะโกงต่อไหมครับ อันนี้คือคำถาม
ท่านจุฤทธิ์ครับ ขอความกรุณาเถอะครับ เชิญท่านสุนัยครับ
ท่านประธานครับ ไม่ได้อยากจะหาเรื่อง แต่ว่าคำพูดที่บอกว่าถ้ากฎหมายนี้ไม่ผ่านสภา ส.ส. จะถูกตัดเงินเดือน ก็แสดงว่า ส.ส. ฝ่ายรัฐบาลสิครับ อย่างนี้ไม่ใช่เป็นการกล่าวหาหรือครับ ถ้าไม่ได้กระทบกระเทือนถึงผม ผมก็ไม่ได้ว่า นี่กระทบกระเทือนถึงผมและเพื่อนทุกคนครับ เราเป็นผู้แทนราษฎรด้วยกัน ต้องมาดูถูกกันทำไมล่ะครับ และสิ่งที่ท่านพูดมันเป็นความเท็จแท้ ๆ เราทำหน้าที่นี่คือ มาตรา ๒๗๒ เป็นอำนาจหน้าที่ของเรานะครับ ท่านมีหน้าที่ในการอภิปรายก็อภิปรายไป แต่อย่ามาใส่ร้ายเพื่อนผู้แทนราษฎรสิครับ ขอเถอะครับ ถ้าท่านประธานจะกรุณาไม่ให้ถอน ผมก็ไม่รบกวนความคิดเห็นของท่านประธาน แต่ว่ามีจริยธรรมด้วยกันหน่อยเถอะครับ ผมก็ไม่เคยไปด่าว่าพรรคประชาธิปัตย์เมื่อไร ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์ผมไม่เคยไปดูถูกเขาเลย แล้วทำไมคุณดูถูกพวกผมได้ล่ะ แปลกแท้ ๆ ครับ
เอาละครับ ท่านจุฤทธิ์ครับ ขอความกรุณาเถอะครับ เราอย่าให้มีปัญหาเลย เอาอยู่ในประเด็นครับ
ผมเคารพท่านประธานครับ
ขอร้องหลายที แล้วครับ ขอความกรุณาเถอะครับ
ผมก็จะจบประเด็นนี้นะครับ ในเรื่องความไม่ชอบมาพากลของร่างพระราชบัญญัติเงินกู้ฉบับนี้ตั้งแต่เริ่มต้น
อีกประการหนึ่ง อีกเหตุผลหนึ่งที่ผมไม่คิดว่าร่างพระราชบัญญัติเงินกู้ฉบับนี้ รัฐบาลชุดนี้จะสามารถบริหารงานได้ ก็คือในเหตุผลเรื่องความสามารถของคณะรัฐมนตรี ชุดนี้ เพราะของแพงครับ ข้าวของราคาแพงทั้งแผ่นดิน จนบัดนี้ยังแก้ปัญหาไม่ได้เลยครับ ราคายางครับ รัฐบาลชุดนี้เอาเงินไป ๑๕,๐๐๐ ล้านบาท บอกยางจะขึ้นกิโลกรัมละ ๑๒๐ บาท บัดนี้ ๗๕ บาทครับ
ท่านจุฤทธิ์ครับ เอาในกรอบตรงนี้ดีกว่า งบประมาณที่ตั้งไว้มันดี ไม่ดีอย่างไรครับ อย่าไปอย่างนั้นเลยครับ ไม่อย่างนั้นก็ประท้วงกันอยู่อย่างนี้ ขอความกรุณาเถอะครับ
ท่านประธานครับ ผมกำลังให้ เหตุผลครับว่าทำไมผมคิดว่าร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ทำงานต่อไปไม่ได้เพราะรัฐบาล ไร้ความสามารถ เพราะฉะนั้นผมมีสิทธิอภิปรายในการรับหลักการครับ ผมคิดว่าเป็น การอภิปรายกฎหมาย แต่ฉบับนี้สำคัญเพราะมีมูลค่า ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ผมคิดว่าทนฟัง ผมให้จบแล้วก็ไม่มีปัญหาครับ
ท่านจุฤทธิ์ครับ ผมก็ฟังอยู่นะครับ เอาประเด็นที่อยู่ในกรอบงบประมาณที่ตั้งไว้มันดี ไม่ดีอย่างไร อย่าไป ประชดประชันนะครับ
(นายเกียรติ์อุดม เมนะสวัสดิ์ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
ท่านเกียรติ์อุดม นั่งเถอะครับ เอาละครับ ก็ฟังอยู่ก็เตือนอยู่แล้วครับท่านเกียรติ์อุดม ผมดูอยู่แล้วก็ได้เตือน ไปแล้วครับ พอสมควรแล้วครับ เอาเถอะครับ ผมได้เตือนแล้วครับ จบแล้วครับ ท่านจุฤทธิ์ เชิญต่อครับ ขอความกรุณานะครับ
ท่านประธานครับ จำนำข้าวครับ รัฐบาลชุดนี้ทำขาดทุนเท่าไรครับ ๒๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทครับ และมีแนวโน้มว่าจะขาดทุน อีกต่อไปในปี ๒๕๕๖ ปี ๒๕๕๗ ต่อไปในอนาคต ซึ่งจะมีผลกระทบต่อจีดีพีที่เราพูดกัน เมื่อเช้าครับ ที่ผมพูดคือราคายางก็เป็นหนึ่งในเหตุผลที่ทำให้รัฐขาดทุน ถูกไหมครับ เพราะฉะนั้นไม่ใช่เรื่องเกินความจริงครับ
นอกจากนั้นในเรื่องความสามารถของรัฐบาลที่บอกว่าจะไม่สร้างหนี้ ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท สร้างหนี้แก้น้ำท่วม ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ขอเช็คเปล่าไว้จนบัดนี้ใช้ไป ๘,๐๐๐ ล้านบาท หรือ ๑๐,๐๐๐ บาท ที่อภิปรายกัน ยังเหลืออีก ๓๔๐,๐๐๐ ล้านบาท ยังไม่ได้ใช้สักบาทหนึ่ง ขอสภานี้มาเป็นปีแล้วครับ นี่คือเหตุผลว่าทำไมวันนี้มาขออีก ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท พวกเราไม่ให้เพราะกลัวว่าจะขอไปถึงปี ๒๕๖๓ ตอนนั้นไม่รู้ว่า ใครเป็นรัฐบาลแล้วขอมากองไว้ ขอมาสร้างหนี้กองไว้ แล้วที่สุดก็ไม่สามารถบริหารงานได้ เพราะไร้ความสามารถ ไร้ประสิทธิภาพเหมือนที่ผมได้กล่าวดังตอนต้น
ท่านประธานครับ นอกจากนั้นในส่วนของเรื่องความโปร่งใส เริ่มต้นเมื่อเช้า ท่านนายกรัฐมนตรีมาพูดครับ ท่านนายกรัฐมนตรีก็ได้อภิปราย ผมได้เปิดดูเฟซบุ๊คของ ท่านนายกรัฐมนตรีครับโครงการดังกล่าวพวกนี้เราจะสร้างเพื่อเชื่อมเมืองในการท่องเที่ยวครับ ท่านบอกว่าจะเชื่อมจังหวัดเชียงราย จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดแม่ฮ่องสอน จังหวัดกำแพงเพชร จังหวัดสุโขทัย จังหวัดตาก จังหวัดอุตรดิตถ์ เพื่อเชื่อมเข้าเป็นเมืองท่องเที่ยว ประเทศไทย มีแค่ ๗ จังหวัดหรือครับ เมืองท่องเที่ยวประเทศไทยมีแค่ ๗ จังหวัดนี้หรือครับ ยังมีอีกเยอะครับ แต่เหตุผลที่ท่านนายกรัฐมนตรีพูดถึงประเด็นนี้ประเด็นเดียวเพราะว่าต้องการสร้างรถไฟ ความเร็วสูงไปยังกรุงเทพฯ-เชียงใหม่ ผมไม่ได้อิจฉาคนจังหวัดเชียงใหม่นะครับ ผมยินดี ถ้าจังหวัดเชียงใหม่จะพัฒนาขึ้น แต่ในขณะเดียวกันต้องเกิดจากความเป็นธรรมของคนไทย ทั้งประเทศด้วย ท่านประธานครับ โจทย์ของการพัฒนาตรงนี้มีแค่ ๒ เรื่องครับ เรื่องรถไฟ ที่เราพูดกันทุกวันนี้ ๑. คือไว้ขนคน ๒. ไว้ขนของ ท่านนายกรัฐมนตรีพยายามพูดให้เราสับสน ระหว่างขนของกับขนคน บอกรถไฟความเร็วสูงจะเอาไว้ขนของ ขนอะไรครับ พี่น้องคนไทย จะได้กินผลไม้ที่สดขึ้น รถไฟความเร็วสูงขนอะไรจากจังหวัดเชียงใหม่มากรุงเทพฯ ครับ ถ้าขนสตรอเบอรีมาวันนี้ถ้ากิโลกรัมละ ๑๐๐ บาท ถ้าใช้รถไฟความเร็วสูงขนของมาท่านว่า กิโลกรัมละ ๒,๐๐๐ บาทไหม คนไทยมีเงินซื้อกินไหม นั่นคือเหตุผลที่เรามาพูดกันวันนี้ เพราะฉะนั้นในเรื่องของการเอารถไฟความเร็วสูงมาขนสินค้าการเกษตร อันนี้ผมเรียนว่า เป็นไปไม่ได้ครับ เพราะฉะนั้นก็เหลือแค่การขนคนครับ เมื่อขนคนท่านก็มาดูตัวเลขนะครับ ตัวเลขรายงานของผู้บริหารเพื่อชี้ว่านักท่องเที่ยวของประเทศไทยทุกวันนี้เข้ามามีคนโดยสาร รถปีละเท่าไร เดือนละเท่าไร อันนี้เฉพาะเดือนมีนาคมครับ รายงานวันที่ ๒๕ มีนาคม ๒๕๕๖ รายงานว่า ๕ อันดับแรกที่มีคนเดินทางมากที่สุดของประเทศไทย อันดับที่ ๑ ภาคอีสานครับ มีผู้คนเดินทางต่อเดือน ๕,๐๐๐,๐๐๐ คน อันดับที่ ๒ ภาคตะวันออกไปจังหวัดชลบุรี ไปเที่ยวพัทยาเดือนละ ๒,๘๐๐,๐๐๐ คน อันดับที่ ๓ อันนี้ใกล้กรุงเทพฯ ปริมณฑล จังหวัดนครปฐม ๑,๘๐๐,๐๐๐ คน อันดับที่ ๔ จังหวัดภูเก็ต ๑,๓๐๐,๐๐๐ คน ไม่มีจังหวัดเชียงใหม่ ติดอยู่ในอันดับนี้ครับ ผมเลยเรียนถามว่าและที่สุดรถไฟความเร็วสูงที่บอกว่าจะเอาไว้ขนคน ทำไมจังหวัดเชียงใหม่ไม่มีอยู่ในนี้ครับ ผมตามไปดูต่อครับ อันนี้อยู่ในเล่มที่ท่านแจกเล่มนี้ครับ หน้า ๑๗๐-๑๗๗ ท่านรัฐมนตรีลองเปิดดูครับ ท่านประเมินความคุ้มค่ารถไฟความเร็วสูงไว้ ท่านบอกว่าถ้ามีรถไฟความเร็วสูงจากกรุงเทพฯ-เชียงใหม่ ท่านจะช่วยให้ประเทศประหยัดได้ปีละ ๒๑,๐๐๐ ล้านบาทโดยประมาณ แต่ต้องใช้งบประมาณก่อสร้างเกือบ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ๓๘๗,๘๒๑ ล้านบาท งบลงทุนสูงกว่ากันหลายเท่าตัว เพราะฉะนั้นรถไฟความเร็วสูงประเทศไทย จะมีทั้งหมด ๔ เส้นตามหนังสือที่ท่านให้มา ผมเปรียบเทียบ ๔ เส้นนะครับ อีกเส้นหนึ่งคือ เส้นที่ควรได้รับการเปรียบเทียบคือกรุงเทพฯ-ระยอง ผ่านพัทยาไปจังหวัดระยองที่เราดูจาก ตัวเลขปริมาณคนที่เดินทางเยอะครับ กรุงเทพฯ-ระยอง ใช้งบประมาณทั้งสิ้น ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เองครับ ถูกกว่าไปจังหวัดเชียงใหม่ ๓ เท่าตัวกว่า ช่วยประเทศชาติประหยัดงบประมาณ ได้เท่าไรครับ ช่วยประเทศชาติประหยัดงบประมาณได้ประมาณ ๑๑๗,๕๐๐ กว่าล้านบาทต่อปี ประหยัดกว่าไปจังหวัดเชียงใหม่ครับ ผมเลยเรียนถามว่าทำไมเหตุผลในการเลือกเส้นทาง ถึงต้องไปกรุงเทพฯ-เชียงใหม่ก่อน เรามองว่าจะมีการทุจริตกันหรือเปล่า ไปกว้านซื้อที่ไว้ก่อน หรือเปล่า เพราะ ณ วันนี้เส้นทางยังสำรวจกันไม่เสร็จครับ มี ๔ แผนครับ จะเลี้ยวซ้ายเลี้ยวขวา เลี้ยวหน้าเลี้ยวหลัง ถ้าจะมาเลี้ยวไปจุดเอ (A) ไปกว้านซื้อที่ไว้ก่อนสัก ๕๐๐ ไร่ ๑,๐๐๐ ไร่ มีกำลังทรัพย์ซื้อครับ แล้วต่อไปจะเกิดการทุจริตกันในการเลือกเส้นทางหรือเปล่าครับ อันนี้คือสิ่งที่พวกเราเป็นห่วง เราจึงคิดว่าเราไม่สามารถสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติกู้เงิน ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทฉบับนี้ได้ เพราะว่ารายละเอียดในโครงการก็ไม่มี ความไม่ชอบมาพากล ก็ไม่มี สำคัญที่สุดไม่เชื่อว่ารัฐบาลชุดนี้จะมีความสามารถในการบริหารราชการให้งบประมาณ โครงการดังกล่าวบริสุทธิ์ ยุติธรรม มีความโปร่งใส และเกิดประโยชน์กับประชาชนสูงสุด สำหรับคนไทยครับ ขอบคุณมากครับ
ท่านอนุชา บูรพชัยศรี ๑๐ นาทีนะครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายอนุชา บูรพชัยศรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ วันนี้ทั้งวันเราได้มีการอภิปรายได้มีการพูดถึงกฎหมายที่ต้องบอกว่า เป็นกฎหมายที่สำคัญอย่างยิ่งสำหรับประเทศของเรา เรียกอย่างเต็มฉบับก็คือร่างพระราชบัญญัติ ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่ง ของประเทศ ที่ผมบอกว่าเป็นความสำคัญอย่างยิ่งของประเทศนี้เพราะว่ากฎหมายฉบับนี้จะมี การกู้เงิน ต้องบอกว่ามูลค่าของวงเงินกู้มากมายมหาศาลเลยเท่าที่เคยมีมาในประวัติศาสตร์ ของชาติไทยเรา เราพูดกันมาทั้งวันว่ามีการกู้เงิน ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แต่ถ้าบวกในเรื่องของ ดอกเบี้ยเข้าไประยะเวลาการชำระเงินกู้ทั้งหมด ๕๐ ปี ภาระดอกเบี้ยอีก ๓.๒ ล้านล้านบาท รวมทั้งสิ้นแล้ว ๕.๒ ล้านล้านบาท นี่คือภาระที่จะต้องเกิดขึ้นกับพี่น้องประชาชนในอนาคต ที่จะต้องรับในส่วนของก้อนนี้ ก่อนอื่นผมต้องเริ่มต้นด้วยคำว่าผมเห็นด้วยอย่างยิ่งกับการที่เรา จะต้องมีการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานโดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของคมนาคม ผมเข้ามาตั้งแต่ สมัยแรกจนกระทั่งถึงสมัยที่ ๒ ผมพูดมาเป็นระยะเวลาเกือบ ๕-๖ ปีแล้วว่าโลจิสติกส์ของ ประเทศไทยนั้นต่อจีดีพีค่อนข้างที่จะสูง ต้นทุนการผลิตของเราถ้าไม่ลดในเรื่องของการขนส่ง ไม่สร้างเรื่องของโครงข่ายที่เหมาะสมในการขนส่งสินค้าทั่วประเทศและเชื่อมโยงไปทาง เพื่อนบ้านแล้ว ไม่มีทางเลยที่เราจะเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศไทย ให้เทียบเท่ากับภูมิภาคนี้หรือเทียบเท่ากับต่างประเทศที่เรากำลังแข่งขันอยู่ แน่นอนครับ เรื่องของการกู้มีความจำเป็นในบางกรณี มีการพูดถึงกันในเรื่องของการที่จะกระตุ้นเศรษฐกิจ เราอาจจะต้องมีการกู้เงินนอกงบประมาณเพื่อที่จะมากระตุ้นเศรษฐกิจในช่วงที่มีวิกฤติ ในเรื่องเศรษฐกิจที่ซบเซา แต่ในเรื่องการกู้ในปัจจุบันเป็นการกู้เพื่อที่จะมาพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน มูลค่าถึง ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทอย่างที่ผมได้เรียนแล้วในเบื้องต้น รวมกับดอกเบี้ยอีก ๓.๒ ล้านล้านบาท รวมเป็น ๕.๒ ล้านล้านบาทนั้น จริง ๆ แล้วสมาชิกหลายท่านได้พูดไป ในช่วงเช้าแล้วว่างบประมาณที่เราสามารถจะนำมาใช้ในการลงทุนสามารถที่จะทำได้ ในงบประมาณปกติประจำปี สิ่งหนึ่งที่ท่านรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง คุณกิตติรัตน์ ณ ระนอง ได้พูดถึงว่ามีความจำเป็นเพราะว่ามีความต่อเนื่องของโครงการต่าง ๆ ในการที่จะต้องลงทุน ๗ ปีในการที่จะสร้างเครือข่ายระบบคมนาคมต่าง ๆ แต่ที่ผ่านมา เราสามารถที่จะดำเนินการพัฒนาสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ได้ถ้าเราตัดประเด็นในเรื่องของการเมือง ออกไป เราตัดประเด็นในเรื่องของการที่เราจะมีการฉ้อราษฎร์บังหลวง คอร์รัปชัน หรือการที่ เราไม่มุ่งเน้นในการที่จะชนะคะคานกันในเรื่องของการที่เราจะได้หน้ากัน ผมเข้าใจว่า ในส่วนของหน่วยงานที่มีความสำคัญต่อประเทศ ไม่ว่าจะเป็นสภาพัฒนาการเศรษฐกิจ และสังคมแห่งชาติก็ดี สนข. ก็ดี เขามีแบบอยู่แล้วว่าจะต้องพัฒนาไปในส่วนใด ในกรุงเทพฯ ก็เหมือนกันพรรคประชาธิปัตย์เคยพูดว่าจะต้องมีการก่อสร้างรถไฟทั้งหมด ๑๒ เส้นทาง เวลาพรรคเพื่อไทยเข้ามาเป็นรัฐบาลอาจจะพูดถึงว่ามีการก่อสร้าง ๑๐ เส้นทาง แต่จริง ๆ แล้ว ในเนื้อหาสาระมันก็คือเรื่องเดียวกันนั่นละครับ แต่ว่าในประเด็นที่ผมต้องการจะพูดก็คือว่า ผมเห็นด้วยอย่างที่เรียนก็คือในเรื่องของการก่อสร้าง แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นในเรื่องของลำดับ ความสำคัญก็ดี ในเรื่องของการที่เราจะหยิบโครงการไหนเข้ามาเพื่อที่จะให้โครงสร้าง การคมนาคมของประเทศไทยสามารถที่จะเพิ่มขีดความสามารถได้จริง ๆ แล้ว มันไม่ใช่อยู่ดี ๆ เหวี่ยงแหแล้วก็จับโครงการทุกอย่างมาอยู่ในหนังสือเล่มนี้ ที่ต้องบอกว่าเป็นโครงการที่จริง ๆ แล้ว ทางกระทรวงคมนาคมพยายามที่จะเอาแบบของ สนข. หรืออะไรต่าง ๆ เข้ามา แต่ความ ชัดเจนก็ไม่มี ความละเอียดก็ไม่มีครับ ยกตัวอย่างเล่น ๆ รถไฟบางเส้นทางเป็นไปได้อย่างไร ผลการตอบแทนทางเศรษฐกิจ อีไออาร์อาร์ (EIRR) หรือว่าอะไรต่าง ๆ เปอร์เซ็นต์แทบจะเท่ากันหมด เกือบทุกเส้นทางเลย เหมือนตัดแปะ ๆ แล้วก็ส่งมาให้สภาผู้แทนราษฎรได้พิจารณา ในเรื่อง ของยุทธศาสตร์มี ๓ ยุทธศาสตร์ ผมคงไม่พูดถึงในเรื่องของรายละเอียด แต่ยุทธศาสตร์หนึ่งในนั้นที่มีความสำคัญ และใช้งบประมาณมากที่สุดก็คือยุทธศาสตร์พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและสิ่งอำนวย ความสะดวกในการเดินทางและขนส่งไปสู่ศูนย์กลางของภูมิภาคทั่วประเทศและเชื่อมโยง กับประเทศเพื่อนบ้าน มูลค่า ๑,๐๔๒,๓๗๖ ล้านบาท ตรงนี้ละครับที่ผมอยากจะขออภิปราย ในเรื่องของโครงการรถไฟความเร็วสูง วงเงินก่อสร้างในหมวดของ ๑,๐๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท เป็นการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงถึงเกือบ ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ทางภาคเหนือในโครงการ พูดถึงว่าไปถึงจังหวัดเชียงใหม่ประมาณเกือบ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ทางภาคอีสานพูดถึงว่า จะไปถึงจังหวัดหนองคาย แต่อย่างที่เราเข้าใจกันแล้วว่าตอนนี้ไปถึงแค่โคราชประมาณ ๑๗๐,๐๐๐ ล้านบาท บางคนอาจจะบอกว่าที่ไปจังหวัดเชียงใหม่เพราะว่ามันต้องผ่านภูเขา ต้องผ่านอะไรหรือเปล่า ต้องสร้างอุโมงค์ แต่ไม่ละครับ มันเป็นความต้องการจริง ๆ ของทาง การเมืองที่จะให้เส้นทางนี้เสร็จสิ้นถึงจังหวัดเชียงใหม่ ส่วนเส้นทางไม่ว่าจะไปภาคอีสานหยุดที่ โคราชเท่านั้น ที่ภาคใต้หยุดที่หัวหินครับ ไม่ถึงปาดังเบซาร์ ภาคตะวันออกจากสุวรรณภูมิ สนามบินปัจจุบันตอนนี้ไปถึงแค่อย่างมากก็พัทยา ในจำนวนวงเงินนี้มีค่าที่ปรึกษา ถึง ๑๔,๓๐๐ ล้านบาท ที่ผมเป็นห่วงก็คือ ๑. รัฐบาลนำเสนอร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้เข้ามาในสภา ยังมีความไม่โปร่งใสในการที่จะพูดความจริงกับสมาชิก นับประสาอะไรครับกับการที่ท่านจะ เข้าไปดำเนินโครงการแล้วท่านอาจจะมีการหมกเม็ดในส่วนของตรงไหนเราไม่ทราบ หลายท่านก็อภิปรายไปแล้วว่าเพราะอะไรส่วนนี้จึงมีความจำเป็นที่จะต้องเข้างบประมาณปกติ แทนที่จะเป็นการกู้ในสิ่งที่ท่านเสนอมา รถไฟที่จะพูดถึงผมมีโอกาสได้ไปที่สาธารณรัฐประชาชนจีน เขาพูดถึงรถไฟสายเอเชีย หลายท่านได้พูดมาแล้วจากคุนหมิงลงมาทางด้านตอนใต้ ผ่านเวียงจันทน์เข้ามาที่จังหวัดหนองคาย ลงมาที่จังหวัดขอนแก่นผ่านมาทางจังหวัดอุดรธานี ลงมาที่โคราชเข้ากรุงเทพมหานคร ลงไปที่ปาดังเบซาร์ผ่านไปประเทศมาเลเซียที่เคแอล แล้วก็ไปจบที่ประเทศสิงคโปร์ นี่คือรถไฟสายเอเชียจริง ๆ ครับ แต่สุดท้ายก็คงไม่ได้สร้างละครับ เพราะว่าเราคงจะมีแค่เส้นทางเดียว กรุงเทพฯ-เชียงใหม่ที่เป็นเส้นทางที่สมบูรณ์ที่สุด ในเรื่องของการที่รัฐบาลได้นำ พ.ร.บ. ฉบับนี้เข้ามา ผมไม่อยากจะตำหนิข้าราชการประจำเลยครับ ไม่ว่าจะเป็นข้าราชการในส่วนของกระทรวงการคลังหรือข้าราชการในส่วนของกระทรวง คมนาคม พวกผมได้พูดคุยกับข้าราชการหลายท่านครับ ข้าราชการระดับสูงทั้งนั้นครับ เขาบอกว่าจริง ๆ แล้วมันแล้วแต่นโยบายของนักการเมืองว่าจะให้ไปอย่างไร จะให้กู้ จะให้งบประมาณประจำ เพราะฉะนั้นสิ่งต่าง ๆ ที่ต้องดำเนินการตอนนี้คือทำตามในส่วนของ ฝ่ายการเมือง นั่นคือสิ่งที่ผมเป็นกังวลอย่างยิ่งครับ เพราะว่าถ้าตกอยู่ในส่วนของฝ่ายการเมืองแล้ว ความโปร่งใสมันอาจจะไม่เกิดขึ้น อย่างที่ผมเรียนว่าแค่เพียงนำเสนอร่าง พ.ร.บ. ในวาระที่หนึ่ง ความโปร่งใสก็ไม่เกิดขึ้นแล้ว นับประสาอะไรกับการที่จะให้มาบริหารโครงการเสร็จสิ้นทั้งหมด ภายใน ๗ ปี รถไฟฟ้าความเร็วสูงผมเข้าใจดีครับ ใคร ๆ ก็อยากได้ ใคร ๆ ก็อยากนั่ง ในที่ประชุมแห่งนี้ ส.ส. หลายคนก็เคยไปลองนั่งมาแล้วครับในยุโรป ในเอเชียมาทั้งหมด แต่อย่าลืมนะครับว่าในแต่ละประเทศเขามีโครงสร้างไม่เหมือนกับเรา ในยุโรปเขามีโครงสร้างภาษี ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของภาษีมูลค่าเพิ่มที่เขาต้องเสียไม่ใช่แค่ ๗ เปอร์เซ็นต์ เขาเสียกันทีหนึ่ง บางครั้ง ๒๐ เปอร์เซ็นต์ในบางประเทศ แม้กระทั่งภาษีของผู้ที่เสียภาษีอากรรายได้บุคคลธรรมดา อย่างในประเทศเยอรมนีเขาเสีย ๖๐ เปอร์เซ็นต์นะครับ นั่นหมายความว่า ๑ ปีที่เขาทำงาน เกือบ ๗ เดือนนะครับเขาต้องเสียภาษีให้กับรัฐบาลเพื่อที่จะมาใช้ในเรื่องของโครงการต่าง ๆ เหล่านี้ ประเทศไทยเราพร้อมหรือยังครับ ณ วันนี้เราเสียภาษีอยู่แค่ ๗ เปอร์เซ็นต์ของก็แพง จนแทบจะแพงทั้งแผ่นดินไปหมดแล้ว ในเรื่องของอัตราค่าโดยสาร ไม่ต้องพูดถึงครับ ท่านรัฐมนตรีท่านชี้แจงมาว่ามันเป็นโครงการที่ไม่ได้พูดถึงความตอบแทนในเรื่องของเศรษฐกิจ แต่พูดถึงความสะดวกสบาย และอนาคตพวกเราจะต้องเสียภาษีในเรื่องของการที่จะได้รับ ความสะดวกสบายนี่มันคุ้มกันแล้วหรือครับ อันนี้คือสิ่งที่ผมกังวล อย่างที่ผมบอกผมไม่ได้ค้านครับ แต่มันถึงเวลาแล้วหรือยังที่ประเทศเราจะต้องทำถึงเรื่องของโครงการรถไฟความเร็วสูง ทำไปเลยครับในเรื่องของรถไฟรางคู่ ทำไปเลยครับในเรื่องของท่าเรือ ทำไปเลยครับ ในเรื่องของการที่จะมีมอเตอร์เวย์มีอะไรต่าง ๆ แต่พิจารณากันให้ถ้วนถี่ก่อนได้ไหมครับ ลองสร้างสักเส้นทางสายหนึ่งได้ไหมครับว่ามันเวิร์ก (Work) หรือไม่เวิร์ก มันมีปัญหาอะไร แล้วเดี๋ยวเราค่อยคิด อย่าเพิ่งคิดที่จะลงเงินทั้งหมดถึง ๘๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท เพื่อที่จะไปสร้างรถไฟความเร็วสูง ซึ่งฟังดูแล้วเหมือนอาจจะครอบคลุมทั้งระบบ แต่จริง ๆ แล้วผมพูดได้เลยครับว่าสุดท้าย เราอาจจะเสียแค่ค่าที่ปรึกษา ๑๔,๓๐๐ กว่าล้านบาท แต่สุดท้ายได้มาเส้นทางเดียวคือ กรุงเทพฯ-เชียงใหม่ เพื่อเป็นอนุสรณ์ให้กับใครบางคน ผมอยากจะเรียนอย่างนี้ครับ ด้วยเวลาที่จำกัดผมมีประเด็นอีกมากมายเลยครับ แต่ผมอยากจะจบในลักษณะที่เรียกว่า ผมอยากจะให้กำลังใจครับ ให้กำลังใจกับผู้ที่ทำงานในโครงการนี้ที่เป็นแบคโบน (Backbone) หรือว่าเป็นผู้ที่สำคัญ ไม่ว่าจะเป็นท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง คุณกิตติรัตน์ ณ ระนอง หรือท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม คุณชัชชาติ ทุกครั้งที่ท่านเดินเข้าไปในทำเนียบรัฐบาล ที่จะประชุม ครม. ทุกครั้งที่ท่านเดินเข้าไปในกระทรวงการคลัง ทุกครั้งที่ท่านเดินเข้าไป ในกระทรวงคมนาคม ขอให้ท่านพึงตระหนักไว้เถอะครับ สิ่งที่ท่านกำลังทำมีผลที่จะทำให้ พี่น้องประชาชนเป็นหนี้อีกในอนาคตถึง ๕๐ ปี ขอให้ท่านได้คำนึงถึงผลประโยชน์ของ พี่น้องประชาชนอย่างแท้จริงเลยนะครับ ผมจะคอยให้กำลังใจครับ แล้วในฐานะที่ผมเป็น ส.ส. ในกรุงเทพมหานคร ผมอยากจะให้พี่น้องประชาชนไม่ใช่เฉพาะในส่วนของกรุงเทพมหานคร ที่จะได้รับประโยชน์ในส่วนของจังหวัดเชียงใหม่หรือว่าเส้นทางผ่านไปทางจังหวัดพิษณุโลก จังหวัดเชียงใหม่เท่านั้น ผมอยากให้พี่น้องในภาคอีสาน พี่น้องทางภาคตะวันออก พี่น้องทางภาคใต้ มีโอกาสได้ใช้ประโยชน์จากโครงการนี้ทั้งหมด แล้วผมเองก็จะคอยเป็นกำลังใจให้ท่านอย่างที่บอก แต่ผมก็คงจะคอยตรวจสอบท่านในฐานะที่ผมเป็น ส.ส. จะคอยดูครับว่าในเมื่อท่านเข้ามา ทำหน้าที่อยู่ในคณะรัฐมนตรีแล้ว ถึงแม้ว่าท่านทั้งสองจะไม่ใช่นักการเมืองโดยอาชีพ แต่เมื่อ ท่านตัดสินใจเข้ามาอยู่ใน ครม. แล้วผมถือว่าท่านคือนักการเมืองที่ต้องตอบแทนประชาชน ด้วยการทำงานด้วยความโปร่งใส และขอความกรุณาเถอะครับ ถ้าใครจะมาสั่งให้ท่านทำโน่นทำนี่ ถ้ามันเป็นโครงการที่ไม่เหมาะสม หรือเป็นโครงการ หรือเป็นสิ่งที่ให้ประโยชน์แค่เฉพาะพวกพ้อง หรือครอบครัวใดครอบครัวหนึ่งที่จะได้ประโยชน์ ขอความกรุณาเถอะท่าน ท่านช่วยค้านเถอะครับ แล้วถึงวันนั้นผมจะมายืนเคียงบ่าเคียงไหล่กับท่านช่วยท่านค้านเพื่อที่จะไม่ให้คนมาตราหน้า ท่านได้ว่าท่านเป็นคนที่เนรคุณแผ่นดินในการที่ท่านเข้ามาอยู่ในส่วนของ ครม. ในการที่ท่าน จะนำงบประมาณมากมายขนาดนี้ไปใช้ประโยชน์อย่างมีประโยชน์สูงสุด ผมเห็นด้วยครับ แต่อย่าโกง อย่ากิน และอย่าให้ประโยชน์ตกอยู่ในมือของคนใดคนหนึ่ง ขอบพระคุณครับ ท่านประธาน
ท่านประเสริฐ พงษ์สุวรรณศิริ ๒๐ นาทีครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายประเสริฐ พงษ์สุวรรณศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดยะลา พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ วันนี้เรามีโอกาสพิจารณาเรื่องร่าง พ.ร.บ. เงินกู้ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ผมอยากจะเท้าความสักนิดหนึ่งให้ท่านประธานเข้าใจครับว่า ตั้งแต่รัฐบาลชุดนี้เข้ามาบริหารประเทศเพียง ๑ ปีเศษ ต้องยอมรับจริง ๆ ครับว่ารัฐบาลชุดนี้ วัน ๆ ก็มองหาแต่เงินครับ ธ.ก.ส. มีเงินอยู่ ๓๐๐,๐๐๐-๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท รัฐบาลชุดนี้ ก็ไปเอามา ๒๐๐,๐๐๐-๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาทในโครงการจำนำข้าว ต้นปี ๒๕๕๕ รัฐบาลชุดนี้ ก็จะไปล้วงเอาเงินคงคลังของประเทศที่มีอยู่ ๒๐๐,๐๐๐-๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เขาบอกกันว่า เมื่อปลายปีงบประมาณ ปี ๒๕๕๔ เงินคงคลังประเทศมีอยู่ถึง ๕๔๐,๐๐๐ ล้านบาท ปัจจุบัน มีเหลืออยู่ ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาทเศษ โดยอ้างเหตุผลว่าเงินคงคลังของประเทศมีมาก เกินความจำเป็น พอพูดคำนี้เท่านั้นเองชาวบ้านเขาบอกเลยครับ เงินคงคลังมีมากแล้ว มันหนักศีรษะใครครับ เอาเงินคงคลังไปใช้ไม่ได้เพราะถ้าจะเอาเงินคงคลังไปใช้ต้องออก กฎหมายใหม่ เมื่อเอาเงินคงคลังไปใช้ไม่ได้ก็คิดจะไปเอาเงินทุนสำรองระหว่างประเทศ ที่อยู่ในความดูแลของธนาคารแห่งประเทศไทย เขาบอกว่ามีเงินมากทีเดียวครับ ๑๘๐,๐๐๐ ล้านเหรียญสหรัฐ คิดเป็นเงินบาทก็ ๕.๔ ล้านล้านบาท ผู้ว่าการธนาคาร แห่งประเทศไทยเขาไม่ยอมครับ บอกว่าถ้าจะเอาเงินนี้ไปรัฐบาลต้องเอาเงินบาทมาแลก เอาเงินคงคลังก็ไม่ได้ เอาเงินทุนสำรองระหว่างประเทศเขาก็ไม่ยอมครับ วันนี้รัฐบาลก็อ้าง เหตุผลเต็มไปหมดครับ ไม่ยอมครับ วันนี้รัฐบาลก็อ้างเหตุผลเต็มไปหมดครับ วันนี้เมื่อเช้าก็เอาหนังมาฉายให้สมาชิก ในสภานี้ดูเพื่อจะขอกู้เงิน ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทของรัฐบาลชุดนี้ ทำให้ทุกคนพูดเหมือนกันครับว่าเป็นรัฐบาลที่ก่อหนี้ครั้งมโหฬารที่สุดของประเทศไทย และต้องจ่ายต้นบวกดอกเบี้ยรวมกันแล้วเป็นเงิน ๕.๑๖๒ ล้านล้านบาท และนาน ๕๐ ปี ชาวบ้านเขาบอกครับว่าการกู้ครั้งนี้เหมือนไปเอาเงินลูก เอาเงินหลาน แล้วเอาเงินเหลน มาใช้ แล้วก็ให้ลูก ให้หลาน ให้เหลน ชดใช้หนี้ให้รัฐบาลชุดนี้ถึง ๕๐ ปี ขอกู้ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ถือกระดาษมา ๖ แผ่น ถ้ารวมใบปะหน้าที่ลงนามโดยนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร ก็นับได้ ๗ แผ่น ใน ๗ แผ่นมีสาระสำคัญอยู่เพียง ๓ แผ่นเท่านั้นเองครับ เอกสารขอกู้ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทน้อยกว่าเอกสารกู้ซื้อรถยนต์คันแรกครับ รัฐบาลมีเสียงมาก อยากทำอะไรก็ทำ อยากจะเอาเงิน ธ.ก.ส. ก็ไปเอา อยากจะกู้ก็กู้ วันนี้ต้องยอมรับได้รับฉายาว่า กู้มากที่สุดของประเทศไทย ท่านประธานถ้าท่านประธานได้ดูหนี้รัฐบาลเพิ่มขึ้นตลอดครับ เอาตั้งแต่เดือนกันยายน ปี ๒๕๕๔ รัฐบาลมีหนี้อยู่ ๓.๑๘๑ ล้านล้านบาท มาถึงเดือนมกราคม ปี ๒๕๕๖ มีหนี้ ๓.๕๓๑ ล้านล้านบาท หนี้รัฐบาลเพิ่มขึ้น ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ถ้าไปดู หนี้ของประเทศก็เพิ่มขึ้น ๕๙๐,๐๐๐ ล้านล้านบาท ถ้ารัฐบาลนี้กู้อีก ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท หนี้ของรัฐบาลจะเพิ่มขึ้นมากทีเดียวครับ ถ้าคิดเป็นสัดส่วนแล้วเพิ่มถึง ๕๖ เปอร์เซ็นต์กว่าด้วยซ้ำ ใกล้ ๆ ๖๐ เปอร์เซ็นต์ หนี้ของประเทศก็จะเพิ่มประมาณ ๔๐ เปอร์เซ็นต์ รัฐบาลชุดนี้ ถ้าภาษาหุ้นเขาเรียกว่าทำนิวไฮ (New height) หลายเรื่องครับ เรื่องที่ ๑ ก็ของแพงที่สุด เรื่องที่ ๒ ก็จำนำข้าวขาดทุนมากที่สุด เรื่องที่ ๓ ขายข้าวได้น้อยที่สุดจนสต็อก (Stock) ในประเทศไทยเต็มไปหมดครับ วันนี้ก็นิวไฮอีกเรื่องหนึ่งแล้วครับ กู้มากที่สุด หลายคนสงสัยว่าไม่มี วิธีอื่นที่ดีกว่าการกู้เงินแล้วหรือครับ ทำไมต้องกู้ ๆ แล้วก็กู้อีก ทำไมต้องกู้ถึง ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท คำตอบคือมีครับ แต่รัฐบาลไม่เอา รัฐบาลเลือกใช้การกู้เป็นอันดับต้น ๆ ครับ วิธีที่ ๑ ที่เขา บอกกันก็คือการให้สัมปทานกับเอกชนไปทำก็ได้ รัฐบาลก็ไม่ต้องไปกู้มาก ในทางกลับกัน รัฐบาลก็ได้เงินในวันที่ลงนามในสัญญาทันที งานก็ได้ เงินก็ได้ครับ ประชาชนก็ได้ใช้ประโยชน์
ประการที่ ๒ เขาบอกว่าให้เอกชนร่วมลงทุนก็ได้ครับ บางโครงการรัฐบาล ให้เอกชนร่วมลงทุนแทบไม่ต้องใช้เงินกู้เลย บางโครงการก็ไปกู้เพียงเล็กน้อยครับเพราะเอาเงินกู้ ตรงนั้นไปใช้ในการเวนคืนที่ดินเพื่อให้โครงการสำเร็จ รายได้ของรัฐบาลก็จะมีความเสี่ยง ของรัฐบาลก็จะน้อย ในโครงการกู้เงิน ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท บางโครงการท่านก็เขียนไว้ว่า ท่านคิดจะทำให้เอกชนร่วมลงทุนคำถามก็คือว่าทำไมคิดเพียง ๑ โครงการเท่านั้นทำไมไม่คิด ให้เอกชนร่วมลงทุนหลาย ๆ โครงการจะได้ทำให้ประเทศกู้เงินลดลง
ประการที่ ๓ เขาบอกว่าให้หน่วยงานที่เป็นรัฐวิสาหกิจเขาทำเอง ใช้เงิน ของรัฐวิสาหกิจเอง แล้วก็ให้รัฐวิสาหกิจนั้นกู้เองโดยรัฐบาลค้ำประกัน ท่านก็ทำในโครงการนี้ มีอยู่เพียงโครงการเดียว โครงการสายพัทยา-มาบตาพุด ท่านใช้เงินไปเวนคืนค่าที่ดิน ๑,๘๐๐ ล้านบาท ค่าก่อสร้างจะใช้เงินค่าผ่านทางพิเศษมาสร้างท่านเขียนไว้อย่างนั้นครับ แต่ว่ามีเพียงโครงการเดียวเหมือนกัน แต่เขาก็ถามต่อว่าทำไมเมื่อใช้เงินน้อยนี่งานก็ได้ ใช้เงินลงทุนเงินกู้เพียง ๑,๘๐๐ ล้านบาทได้มอเตอร์เวย์ สายพัทยาไปถึงมาบตาพุดทำไม ไม่ทำโครงการนี้เยอะ ๆ ครับ ๓ อันที่เสนอมาถ้าท่านไม่เห็นด้วยก็ไปใช้วิธีสุดท้ายครับ คือวิธีที่ ๔ คือถ้าโครงการไหนหลีกเลี่ยงไม่ได้จริง ๆ ก็ให้มาใช้เงินงบประมาณรายจ่ายประจำปี ซึ่งในแต่ละปีรัฐบาลกู้ได้อยู่แล้วไม่เกินกฎหมายกำหนดนะครับ กู้ได้ไม่ต่ำกว่า ๕๕๐,๐๐๐ ล้านบาทต่อปี ปี ๒๕๕๗ รัฐบาลทำงบประมาณขาดดุลไปแล้ว ๒๕๐,๐๐๐ ล้านบาท เพราะฉะนั้นรัฐบาล ยังมีวงเงินใช้ได้อีก ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ๗ ปีคูณด้วย ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ก็มีเงินออกมา ๒.๑ ล้านล้านบาท เท่ากันไหมครับกับที่มาขอกู้เงินในวันนี้ เท่ากันครับ ๔ วิธี ๑. ให้สัมปทาน ๒. ให้เอกชนร่วมลงทุน ๓. ให้รัฐวิสาหกิจทำเอง กู้เอง ๔. ใช้เงินงบประมาณ ๔ วิธีเป็นวิธี ที่ปลอดภัยกว่าวิธีการกู้เงิน แต่รัฐบาลก็ไม่เลือกสักวิธีครับ รัฐบาลกลับไปเลือกวิธีที่เสี่ยงที่สุด คือการกู้เงิน ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท รัฐบาลเลือกกู้มาก ๆ เพราะอะไรครับ ประการที่ ๑ เขาบอกว่าเพราะรัฐบาลต้องการหลบหลีกการตรวจสอบจากสภา ประการที่ ๒ รัฐบาลต้องการ ดึงอำนาจของสภาไปไว้ในมือของรัฐบาลครับ หลบหลีกการตรวจสอบของสภาอย่างไรครับ เพราะถ้าเป็น พ.ร.บ. งบประมาณนี่ถ้าท่านเขียนมา ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เอกสารต้องส่ง มาเป็นลัง ๆ ครับ หลังจากนี้ก็จะมีการตั้งคณะกรรมาธิการไปปรับลดงบประมาณได้ถูกต้อง ตามกฎหมายกำหนด ปรับลดได้ตามสมควรครับ แต่พอเป็น พ.ร.บ. เงินกู้ถือว่าเป็นวิธีการ มัดมือชกไม่ต้องมีรายละเอียดครับ ปกติ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แบบที่ผมพูดครับท่านต้อง เอามาเป็นลัง ๆ แล้วต้องให้ ครม. อนุมัติก่อนครับ แล้วท่านก็เอาโครงการนั้น มาทำรายละเอียดขออนุมัติจากสภา แต่วันนี้ท่านทำกลับกันครับ ท่านมาขอสภาก่อน แล้วค่อยให้ ครม. ไปอนุมัติโครงกายภายหลังครับมันถึงไม่แปลกครับ ที่มาขอกู้เงินจากสภา ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แล้วมีกระดาษมาเพียง ๓ แผ่น วันนี้สภาทำได้เพียง ๒ อย่าง อย่างที่ ๑ เห็นชอบกับท่าน อย่างที่ ๒ ไม่เห็นชอบ ถ้าไม่เห็นชอบก็จบไป ถ้าเห็นชอบก็เท่ากับดึงอำนาจของ ส.ส. ๕๐๐ คน ของ ส.ว. อีก ๑๕๐ คน ไปอยู่ในมือของรัฐบาล ไปอยู่ในมือของคนเพียง ๓๕ คน บวก ๑ คน คือนายกรัฐมนตรี ร่างพระราชบัญญัติให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ด้านคมนาคมขนส่งของประเทศ พ.ศ. .... ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท จึงสุ่มเสี่ยงหลายอย่างครับ
ประการที่ ๑ สุ่มเสี่ยงล่อแหลมต่อการทุจริตคอร์รัปชันครั้งมโหฬารครั้งหนึ่ง ของประเทศไทยเนื่องจากสภาไม่สามารถไม่สามารถตรวจสอบอะไรได้เลยจากนี้ไปในเอกสาร มาตรา ๑๕ ของท่านนี่ท่านก็เขียนเอาไว้ครับ ทั้งนี้ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ ครม. กำหนด ชัดเจนอยู่แล้ว ต่อจากนี้ไปเป็นเรื่องของ ครม. ไปกำหนด กำหนดเป็นวิธีพิเศษก็พิเศษ กำหนดให้ โครงการนี้ทำได้ก็ทำได้ กำหนดให้โครงการนี้ไม่ทำก็ไม่ทำก็แค่นั้นเอง และรองนายกรัฐมนตรี ก็ยอมรับอยู่แล้วครับ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจให้สัมภาษณ์กับสาธารณชนว่า โครงการขนาดใหญ่ย่อมมีการรั่วไหลทุจริตกันได้บ้าง ชาวบ้านเขาเลยพูดกันครับว่า ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท โกงได้ครับ เพราะจากคำพูดนี้ แล้วก็ได้โกงแน่เขาบอก ถ้าโกง ๑๐ เปอร์เซ็นต์ เขาก็บอกว่า ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ๓๐ เปอร์เซ็นต์ ก็ ๖๐๐,๐๐๐ ล้านบาท
ประการที่ ๒ สุ่มเสี่ยง ล่อแหลมต่อการทุจริตเชิงนโยบายท่านเอาโครงการ เกือบทั้งหมดนี้มาก่อหนี้ก่อน สุดท้ายท่านก็อาจจะเอาโครงการเกือบทั้งหมดนี้ไปให้เอกชน ร่วมทุนก็ได้ครับ เอกชนต้องการร่วมทุนโครงการไหนก่อนท่านก็หยิบโครงการนั้นขึ้นมา ทำก่อน เพราะว่าเงิน ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทอยู่ในมือของท่านเรียบร้อยหมดแล้ว ท่านจะทำ โครงการไหนก่อนก็ย่อมได้ เพราะไม่มีการจัดลำดับไว้เลยว่าโครงการไหนควรทำก่อน ควรทำหลัง ไม่มีคำยืนยันว่าโครงการไหนรัฐจะทำเอง โครงการไหนจะให้เอกชนร่วมลงทุน
ประการที่ ๓ สุ่มเสี่ยงต่อการใช้เม็ดเงินเกินกว่า ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท หลายโครงการท่านไม่ได้ตั้งงบประมาณไว้เลย มีเพียงงบประมาณระบบรางครับ ไม่มีระบบรถไฟ ไม่มีระบบไฟฟ้าเขียนไว้ ไม่รู้จะเอาหัวรถจักรที่ไหนมาวิ่ง ไม่รู้จะเอารถไฟฟ้าที่ไหนมาวิ่ง หลายโครงการมีเพียงค่าเวนคืนที่ดิน แต่ไม่มีเม็ดเงินค่าก่อสร้าง ผมคงไม่ต้องลงรายละเอียด เพราะเสียเวลา ต้องหาเงินจากส่วนอื่นมาใส่ครับ อาจจะต้องไปตั้งงบประมาณในปีถัด ๆ ไป ก็ไม่ทราบได้นะครับ ก็แปลว่าเม็ดเงินนี่จะเกิน ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เพราะเท่ากับโครงการ ที่เขียนมาทั้งหมดถ้าทำจะใช้เม็ดเงิน ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทบวก บวก บวก จะยังไม่มีใครรู้หรอกว่า จะบวกไปอีกสักเท่าไร
ประการที่ ๔ สุ่มเสี่ยงต่อภาระการขาดทุนครับ หลายโครงการยังไม่มี การประเมินความเสี่ยง หลายโครงการยังไม่มีการประเมินความคุ้มทุน เมื่อทำจริงอาจจะเกิด การขาดทุนครั้งมโหฬาร จะเป็นภาระของหน่วยงาน เป็นภาระงบประมาณ เป็นภาระ ของประเทศต่อไป
ประการที่ ๕ สุ่มเสี่ยงล่อแหลมต่อการก่อสร้างไม่เสร็จตามกรอบเวลาครับ เขาบอกว่ากู้ ๗ ปีเสร็จแน่นอนกู้ง่ายครับ แต่จะก่อสร้าง ๗ ปีให้เสร็จโดยปราศจากอุปสรรค และเป็นโครงการมโหฬารใหญ่โตมากมายขนาดนี้จะทำได้อย่างไร เพราะไม่มีอะไรเป็นหลักประกัน เลยครับ
ประการที่ ๖ สุ่มเสี่ยงล่อแหลมกับการถูกเปลี่ยนแปลงยกเลิกโครงการ บางโครงการรัฐบาลยังไม่ได้ออกแบบเลยครับ จะไปทางไหน จะเอาอย่างไรยังไม่รู้ สายจังหวัดเชียงใหม่พูดกันมีตั้ง ๔ รูปแบบ ยังไม่รู้เลือกรูปแบบใดเลย แล้วแต่ละรูปแบบ ค่าเงินของโครงการก็แตกต่าง อันนี้เป็นเพียงตัวอย่างเดียว เมื่อออกแบบไปแล้วเจออุปสรรค์ ก็ต้องเปลี่ยนอีกครับ รัฐบาลก็อาจจะใช้วิธียกเลิกเปลี่ยนแปลงโครงการ ไม่ว่าจะถูกตัดออก ทั้งหมดหรือถูกลดขนาดลง หรือถูกเปลี่ยนแปลงอะไรก็ได้ครับ เป็นอำนาจของ ครม. และเมื่อคืนนี้รองนายกรัฐมนตรีก็ยืนยัน วันนี้ ไม่ใช่เมื่อคืนครับ เมื่อสักครู่ท่านรองนายกรัฐมนตรี ก็ยืนยันกลางสภาแล้วว่าถ้ามีการเปลี่ยนแปลงรายการในเอกสารผู้เปลี่ยนแปลงย่อมต้องมี เหตุผลอธิบาย ก็แปลว่าโครงการของท่านเปลี่ยนแปลงได้ทั้งหมดครับ ผมเห็นว่าร่าง พ.ร.บ. นี้ สุ่มเสี่ยงหลายประการครับ และที่สำคัญล่อแหลมต่อการทุจริตคอร์รัปชัน ผมจึงไม่เห็นด้วย กับการกู้เงิน ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทในครั้งนี้ ขอบคุณครับ
ท่านนายวัชรพล โตมรศักดิ์ ๕ นาทีนะครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม วัชรพล โตมรศักดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครราชสีมา พรรคชาติพัฒนา ก่อนอื่น ผมต้องกราบขอบพระคุณท่านประธานครับที่ให้ผมได้มีโอกาสได้แสดงความคิดเห็น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติกู้เงินจำนวน ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งเป็นจำนวนเงิน มหาศาลเกือบเท่ากับงบประมาณของแผ่นดินที่ผ่านมา ผมลุกขึ้นมาอภิปรายในวันนี้ ถึงแม้เวลาจะสั้น แต่ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานว่ารัฐบาลชุดนี้ภายใต้การนำ ของท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์กำลังจะสร้างประวัติศาสตร์ที่ยิ่งใหญ่ในการทำงบประมาณ เพื่อโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อการพัฒนาประเทศชาติของเราให้ก้าวกระโดด ก่อนหน้านี้ ๑๐-๒๐ ปีที่แล้วในเอเชียเขามองว่าประเทศไทยนั้นเป็นประเทศที่มีการพัฒนา แต่นับจากนั้นมาเรากำลังจะเป็นประเทศที่ล้าหลัง โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หลายท่านคงมีโอกาสได้ไปศึกษาดูงานต่างประเทศ และทุกคนคงคิดเสมอว่าเมื่อไรประเทศไทย ของเรานั้นจะได้มีโอกาสมีการดำเนินการในเรื่องของโครงสร้างพื้นฐานให้ทัดเทียมกับนานาประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผมเคยอภิปรายในร่างพระราชบัญญัติงบประมาณเสมอว่าเมื่อไรจะมี รัฐบาลสักรัฐบาลที่มีแนวคิดในการที่จะแก้ไขปัญหาประเทศชาติโดยการนำยุทธศาสตร์นั้น มาดำเนินการให้ประสบความสำเร็จ ที่ผ่านมาเราจะเห็นได้ว่าการดำเนินการที่จะทำในเรื่อง ของการแก้ปัญหานั้นไม่สามารถจะดำเนินการให้เกิดเป็นรูปธรรมได้อย่างชัดเจน มาวันนี้ ท่านประธานครับ งบจำนวน ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทที่จะเกิดขึ้นนั้น ผมอยากจะกราบเรียนว่า ไม่เพียงแต่เป็นการแก้ปัญหาในเรื่องของโครงสร้างพื้นฐาน จะเป็นการดำเนินการในการที่จะ ช่วยเหลือในเรื่องของเศรษฐกิจของชาติบ้านเมือง โดยเฉพาะอย่างยิ่งจะเป็นการช่วยเหลือ พี่น้องประชาชนในระดับรากหญ้า ผมขออนุญาตอธิบายสรุปสั้น ๆ ในเวลาที่เหลืออยู่ ๒ นาที ที่อยากจะกราบเรียนไปถึงรัฐบาล ก่อนหน้านี้ที่งบประมาณก้อนนี้จะเข้าสู่สภาผู้แทนราษฎร ได้มีการตั้งข้อสังเกตว่าการกู้เงินครั้งนี้จะก่อให้เกิดการทุจริต การกู้เงินก้อนนี้จะไม่สามารถ ดำเนินการให้แล้วเสร็จ การกู้เงินก้อนนี้จะทำให้พี่น้องประชาชนเป็นหนี้ ผมไม่คิดอย่างนั้น ท่านประธานครับ ผมกลับคิดว่าถ้าเราไม่ทำอย่างนี้สิ่งต่าง ๆ ที่กำลังจะเกิดปัญหาในอีก ๕ ปี ๑๐ ปีข้างหน้านั้นจะเกิดวิกฤติหนักในชาติบ้านเมือง ถ้าเรามองย้อนกลับไปเพียงไม่กี่เดือน ที่ผ่านมา ถ้าเราดูการเลือกตั้งผู้ว่า กทม. ที่เกิดขึ้นโพลส่วนใหญ่ ประชาชนส่วนใหญ่อยากจะเห็น การแก้ไขปัญหาในเรื่องของการจราจร ผมเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่มาจากภาคอีสาน ผมคิดเสมอว่าเมื่อไรที่เราจะมีรถไฟความเร็วสูงที่เดินทางจากภาคอีสานมาถึงกรุงเทพมหานคร วันนี้การจราจรต่าง ๆ นั้นมันขาดช่วงทำให้การทำงานนั้นไม่สามารถที่จะดำเนินการได้อย่างต่อเนื่อง ฝากข้อสังเกตสั้น ๆ ครับ
อย่างแรก ที่ผมอยากเห็นคือขอให้การดำเนินการที่กู้เงินในครั้งนี้นั้นให้เป็น การใช้งบประมาณอย่างคุ้มค่าโดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของการออกแบบ
อย่างที่ ๒ ก็คือการป้องกันทุจริต ผมขอเป็นกำลังใจให้กับท่านนายกรัฐมนตรี คณะรัฐมนตรี โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่านชัชชาติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม อยากจะให้ ท่านได้ทำประวัติศาสตร์ครั้งนี้ได้เป็นแบบอย่างในการทำงบประมาณของประเทศชาติ
อย่างที่ ๓ อยากให้มีการบูรณาการในงบประมาณ ไม่ว่าจะเป็นการขนส่ง ทางอากาศ ทางน้ำ และทางบก เพื่อที่จะก่อให้เกิดประโยชน์อย่างสูงสุด เป็นการลงทุนที่คุ้มค่า
อย่างที่ ๔ อยากที่จะเห็นท่านได้ดำเนินการในการวางแผนเชื่อมต่อในอนาคต ในการที่จะเชื่อมต่อรถไฟไปสู่ระบบต่าง ๆ หรือในอนาคตต่อไป
ท้ายที่สุดนี้ครับ ผมอยากจะเห็นการทำงบประมาณเช่นนี้ได้เกิดขึ้นกับ เรื่องของการวางแผนน้ำของทั้งประเทศ เราจะเห็นได้ว่าที่ผ่านมาน้ำท่วม ภัยแล้งเกิดขึ้นทุกปี และผมอยากจะเห็นการวางแผนอย่างเช่นนี้เกิดขึ้นกับการศึกษา ผมมั่นใจครับว่ารัฐบาลชุดนี้ ถ้าทำโครงการนี้ได้ประสบความสำเร็จ นั่นหมายความว่าท่านจะอยู่ในประวัติศาสตร์ ชาติของเราตลอดไป ขอขอบคุณครับ
ท่านคุณหมอสุกิจ เชิญ ๑๐ นาทีครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม สุกิจ อัถโถปกรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ผมไม่ยอมครับ ผมไม่ยอมที่จะอนุมัติให้มีการผลาญชาติด้วยการกู้เงิน ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท โดยรัฐบาลที่ส่อแววทุจริตในวันนี้ ผมไม่ได้พูดลอย ๆ ครับ เพราะว่าพวกเราก็ได้เห็น พฤติกรรมการทุจริตคอร์รัปชันของรัฐบาลนี้มาหลายอย่างแล้ว อย่างเช่นเรื่องที่ผมเคย อภิปรายในสภาคือเรื่องของการแทรกแซงราคายางพารา ปรากฏว่าทำให้นักการเมืองแล้วก็ พรรคพวกของรัฐบาลร่ำรวยกันถ้วนหน้านะครับ จนแม้แต่รัฐมนตรีคนปัจจุบันที่รับผิดชอบ เรื่องนี้ยังออกมายอมรับ
คุณหมอครับ มีผู้ประท้วงครับ
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม จ่าสิบตำรวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุรินทร์ พรรคเพื่อไทย ผมต้องขอประท้วงผู้อภิปรายตามข้อ ๖๑ กล่าวให้ร้ายและเสียดสีบุคคลอื่น โดยไม่มีหลักฐาน การอภิปรายต้องอภิปรายอยู่ในกรอบ ในข้อบังคับ และในประเด็นที่จะต้อง อภิปราย ลุกขึ้นมาแล้วกล่าวหา เขายังไม่ได้กู้ ท่านประธานต้องเตือนนะครับ เพียงแต่เขา นำเสนอร่างพระราชบัญญัติเฉย ๆ แค่นั้นเอง พูดอย่างนี้เสียหายครับ เป็นนักการเมืองตั้งนานแล้วนี่
เอาละพอแล้ว คุณหมอครับ
ท่านประธานครับ ผมรู้เรื่องดีครับ
คุณหมอครับ ผมวินิจฉัยครับ ที่จริงเราคุยกันในเรื่องของงบประมาณนะครับ คุณหมออย่าไปเป็นญัตติ ไม่ไว้วางใจนะครับ เพราะฉะนั้นอยู่ในกรอบตรงนี้เถอะครับ
ท่านประธานครับ ผมกำลังจะอภิปรายในแง่ ของความไม่โปร่งใสครับ
คุณหมอ อย่าเถียงเลยครับ ผมวินิจฉัยแล้วครับ เข้าข่ายใส่ร้ายครับ เพราะฉะนั้นขอความกรุณาเถอะครับ
ครับ ผมจะบอกให้ว่าโครงการแทรกแซง ราคายางตอนนี้รัฐมนตรีคนปัจจุบันได้ส่งเรื่องให้ดีเอสไอไปดำเนินการอยู่นะครับ ไปสอบสวนอยู่ เรื่องต่อไปครับ เรื่องจำนำข้าวครับ ที่โกงกันทุกขั้นตอนดังที่ฝ่ายค้านเราก็เคยเอาใบเสร็จ มาแฉในสภามาแล้ว
คุณหมอครับ มีผู้ประท้วงครับ
ท่านประธานครับ ผมอภิปรายนะครับ
คุณหมอครับ มีผู้ประท้วงครับ
ผมอภิปรายในฐานะฝ่ายค้าน
คุณหมอครับ มีผู้ประท้วงครับ
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม จ่าสิบตำรวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุรินทร์ พรรคเพื่อไทย ผมต้องขอประท้วงซ้ำตามข้อบังคับ ข้อ ๖๑ ขนาดท่านประธานเตือนแล้ว ยังไม่รู้เรื่องอีกหรือนี่ ยังไม่เข้าใจ
เอาละครับ คุณหมอครับ ขอความกรุณาเถอะครับ เอาอยู่ในกรอบของงบประมาณครับ
(นายชัยวุฒิ ผ่องแผ้ว ได้ยืนและยกมือขึ้น)
ท่านประท้วง หรือครับ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผม ชัยวุฒิ ผ่องแผ้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสงขลา พรรคประชาธิปัตย์ครับ ขอประท้วงท่านประธานในการควบคุมการทำหน้าที่นะครับ ข้อ ๘ ท่านผู้อภิปรายเมื่อสักครู่ ผู้ประท้วงนะครับ ขอประทานโทษ ใส่ร้ายพูดอย่างนั้น ทำไมท่านไม่ตักเตือนล่ะครับ ท่านนั่ง ฟังอยู่ด้วยกันนะครับ ให้ถอนคำพูดนะครับท่านประธาน
คำพูดประเด็น ไหนครับ คำพูดตรงไหนที่บอกใส่ร้าย
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ชัยวุฒิ ผ่องแผ้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสงขลา พรรคประชาธิปัตย์ครับ ท่านผู้ประท้วง เมื่อสักครู่ท่านฟังไม่ออกหรือครับท่านประธาน เขาบอกว่าเป็น ส.ส. ตั้งนานฟังไม่รู้เรื่องครับ เสียหายไหมครับท่านประธาน หรือว่าท่านวินิจฉัยว่าไม่เสียหายครับ
เอาละนั่งก่อน เดี๋ยวผมวินิจฉัยครับ ก็ขอเตือนท่านประสิทธิ์ไม่มีอะไรครับ แล้วก็คุณหมอสุกิจขอให้อยู่ ในกรอบเถอะครับ
ท่านประธานครับ ผมอยู่ในกรอบนะครับ ผมบอกแล้วว่าผมกำลัง
คุณหมอครับ คนวินิจฉัยคือผมไม่ใช่คุณหมอสุกิจเป็นคนวินิจฉัยตัวเอง ผมวินิจฉัยแล้วครับ เราเตือน หลายครั้งแล้วครับ
(จ่าสิบตำรวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
ท่านประสิทธิ์ นั่งเถอะครับ เอาละครับไม่มีอะไรเสียหาย นั่งเถอะครับ พอเถอะครับ
(นายจุฤทธิ์ ลักษณวิศิษฏ์ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
ท่านจุฤทธิ์ พอเถอะครับ นั่งเถอะครับคุณหมอจะได้อภิปรายต่อ ผมเตือนแล้วครับอย่าวินิจฉัยแทนผม เลยครับ เอาไว้มาเป็นประธานแล้วให้วินิจฉัย พอเถอะครับ คุณหมอต่อเถอะครับ ท่านจุฤทธิ์ นั่งเถอะครับ ท่านใช้สิทธิประท้วง เชิญครับ
ท่านประธานครับ กระผม นายจุฤทธิ์ ลักษณวิศิษฏ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ เมื่อสักครู่ท่านประธานเสียดสีผมครับ ผมกำลังให้ท่านประธานวินิจฉัยว่าทางจ่าสิบตำรวจ ประสิทธิ์ จะต้องถอนคำพูดก่อนกรณีที่หาว่านายแพทย์สุกิจไม่รู้เรื่องหรือเปล่าตามที่มีผู้ประท้วง
ท่านจุฤทธิ์ครับ ผมไม่ได้เสียดสีครับ ผมว่าตรง ๆ เลย เอาไว้มาเป็นประธานแล้วค่อยมาวินิจฉัย พูดตรง ๆ ครับ เพราะฉะนั้นผมวินิจฉัยแล้วถือว่าเป็นที่สุดแล้วครับ แล้วผมได้เตือนท่านประสิทธิ์ไปเรียบร้อยแล้ว แล้วก็ได้เตือนคุณหมอสุกิจด้วยให้อยู่ในประเด็น ในกรอบเถอะครับ ไม่ใช่อภิปรายไม่ไว้วางใจนะครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม สุกิจ อัถโถปกรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ผมก็ไม่รู้จะไปต่ออย่างไรครับ ถ้าพูดเรื่องไม่โปร่งใสและพูดเรื่องความไม่ชอบมาพากลต่าง ๆ ของรัฐบาลในอดีตไม่ได้ แล้วจะพูดอย่างไร จะให้มาชมหรือครับ ผมก็จะบอกว่าอย่างนี้โครงการจำนำข้าวก็ไม่โปร่งใส จริง ๆ แล้วคนอื่นเขาก็พูดมาหลายคนแล้วทำไมท่านประธานไม่ว่าเขา พอผมพูดทำไมท่าน ถึงว่าละครับ
คุณหมอครับ ถ้าใช้คำว่ามันเคลือบแคลง สงสัยอะไรก็ว่าไปไม่ใช่ไปกล่าวหาว่าเขาทุจริตนะครับ ไปกล่าวหา ตรง ๆ อย่างนี้มันใส่ร้ายชัด ๆ อยู่แล้ว เป็นประเด็นที่เราสงสัยอะไรก็ว่าไปไม่ใช่ไปกล่าวหา ใส่ร้ายเขาตรง ๆ อย่างนั้น
ผมบอกว่าฝ่ายค้านเคยเอาใบเสร็จมาแฉ ในสภาและปัจจุบันเรื่องอยู่ที่ ป.ป.ช. อันนี้ผมใส่ร้ายอะไรหรือครับ มันเรื่องจริงใช่ไหมครับ
แล้วเขาตัดสิน หรือยังครับ
แล้วรัฐบาลไม่เคย
คุณหมอครับ อย่าโต้แย้งเลยครับเอาเข้าประเด็นเถอะ แล้วอภิปรายให้ประท้วงไม่ได้ ให้เขาอยู่ในกรอบ ข้อบังคับนะครับ
เอาเถอะครับ ผมจะเชื่อท่านประธานครับ ความจริงยังมีอีกหลายเรื่องครับ ถ้าประท้วงกันอย่างนี้ก็ล่าสุดครับช่วงนี้มีการส่งข่าวไปยัง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นบางแห่งให้เร่งเสนอโครงการเข้ามา แต่ขอ ๓๗ เปอร์เซ็นต์ ดังนั้น วันนี้ถ้าสภาแห่งนี้
คุณหมอครับ มีหลักฐานไหม ๓๗ เปอร์เซ็นต์ที่ว่านี้นี่มันใส่ร้ายตรง ๆ นะครับ อภิปรายงบประมาณเถอะครับ ต่อให้เป็นอภิปรายไม่ไว้วางใจยังพูดอย่างนี้ไม่ได้ จะกล่าวหาก็ต้องมีเหตุผลรองรับนะครับ เอาเข้าประเด็นเถอะครับ ท่านประสิทธิ์นั่งเถอะครับผมได้เตือนแล้ว
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม สุกิจ อัถโถปกรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ เรื่องนี้เป็นเรื่องจริง ผมพูดไป ถ้าผมพูดไม่จริงผมก็เสียหายเดี๋ยวรัฐบาลก็มาตอบได้นี่ครับ ดังนั้นวันนี้ถ้าสภาแห่งนี้ อนุมัติให้รัฐบาลกู้เงิน ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท
คุณหมอครับ อย่างนั้นผมวินิจฉัยให้ท่านถอน ๓๗ เปอร์เซ็นต์ท่านต้องถอน ท่านต้องถอนครับ
ผมถามเหตุผลที่ให้ผมถอนครับ
ผมในฐานะประธานครับ ยึดข้อบังคับ ผมใช้ดุลยพินิจตามข้อบังคับวินิจฉัยให้ท่านถอนคำพูด ๓๗ เปอร์เซ็นต์ ถ้ายังจะอย่างนี้ ผมไม่อนุญาตให้พูดต่อนะครับ ผมใช้ข้อบังคับ ข้อ ๑๗๔ ให้ท่านหยุดการอภิปราย ต้องถอนก่อนครับ
ท่านประธาน ผมไม่ถอนนะครับ ผมไม่ถอนครับ ผมไม่ได้ทำอะไรผิด เพราะฉะนั้นผมไม่ถอนครับ
ผมใช้อำนาจตาม ข้อบังคับและวินิจฉัยให้ท่านถอนคำกล่าวหาใส่ร้ายเขาเรื่อง ๓๗ เปอร์เซ็นต์
ผมใส่ร้ายใครครับ ผมบอกว่าแต่ขอ ๓๗ เปอร์เซ็นต์ ใครขอล่ะครับ ผมยังไม่ได้บอกว่าใครขอ ท่านประธานครับ ผมระวังนะครับ แต่ถ้าผม ไม่เอาเรื่องจริงมา
คุณหมออย่าไป เล่นคำอย่างนั้นเลยครับ ไม่เป็นไรครับ อย่างนั้นผมอนุญาตให้ท่านพูดต่อ คนเขาก็ดูกัน ทั้งประเทศอยู่ครับ ไม่เป็นไรครับ ผมไม่ให้ถอนก็ได้ ท่านอภิปรายและอย่าเข้าข่ายใส่ร้ายคนอื่นก็พอครับ
ท่านประธานครับ ขอบพระคุณท่านประธานครับ ถ้าใช้มาตรฐานนี้ครับ ๓๗ เปอร์เซ็นต์
ท่านประสิทธิ์ เอาเถอะครับ พอเถอะครับ
จากเงิน ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทก็คือ ๗๔๐,๐๐๐ ล้านบาทครับ ซึ่งผมไม่รู้ว่ามันจะไปไหน และนี่ละครับคือสาเหตุสำคัญที่เขา กระเหี้ยนกระหือรือกันนักที่จะกู้ มิใยว่านักเศรษฐศาสตร์ที่หวังดีต่อประเทศทั้งหลายจำนวน มากมายเลยครับ เรียงหน้าออกมาติงบอกว่าหนี้สาธารณะมันจะสูงจนวิกฤติแล้วนะก็ไม่ฟัง โดยเฉพาะบุคคลที่ผมอยากจะกล่าวถึง
ท่านประสิทธิ์ นั่งเถอะครับ
ผมไม่ได้พูดถึงรัฐบาลนะครับ
เอาเถอะครับ พอเถอะครับ เชิญคุณหมอต่อครับ เชิญครับ
โดยเฉพาะบุคคลที่ผมอยากจะกล่าวถึง เพราะว่าประวัติศาสตร์จะต้องจารึกชื่อท่านไว้ในฐานะผู้ที่เป็นหัวเรี่ยวหัวแรงในการสร้างหนี้ ก้อนใหญ่ที่สุดของประเทศไทยคือ รองนายกรัฐมนตรีกิตติรัตน์ ณ ระนอง ผู้ซึ่งสร้างความล้มเหลว ไปทุกเรื่อง ทำเรื่องข้าว ข้าวก็เจ๊ง ทำเรื่องยางพารา ยางพาราก็เจ๊ง สิ่งที่ทำสำเร็จก็คือไว้ลาย หรือโกหกสีขาวซึ่งฝ่ายค้านของเราเคยแฉออกมากว่า ๑๐ เรื่อง แต่ที่ผมอยากจะกราบเรียน ท่านประธานและพี่น้องประชาชนให้จดจำก็คือเรื่องที่น่าจะมาเทียบเคียงกับกรณีวันนี้ได้คือ การกู้เงิน ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ที่ดึงดันที่จะออกมาเป็น พ.ร.ก. ทั้ง ๆ ที่พวกเราฝ่ายค้าน บอกว่าไม่เห็นจะรีบร้อนอะไร ออกเป็น พ.ร.บ. ก็ได้ และวันนั้นท่านออกมาชี้แจงจะเป็นจะตายว่า ต้องเร่งทำในเดือนนั้น ไม่อย่างนั้นประเทศจะเสียหายอย่างโน้นอย่างนี้ และเป็นอย่างไรครับ ท่านประธานครับ ปีกว่า ๆ แล้วยังไม่มีอะไรเป็นชิ้นเป็นอันเพราะเอาเข้าจริง ๆ ไม่รู้จะทำอะไร เพราะว่าไม่มีโครงการมาก่อน โกหกสภา โกหกประชาชน โกหกกระทั่งศาลรัฐธรรมนูญครับ แล้วเราจะเชื่อถือคนคนนี้ให้มาทำเรื่อง ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทอีกหรือ และวันนี้มาบอกว่า เราจะไม่มีปัญหาเพราะเมื่อทำโครงการแล้วเศรษฐกิจจะโตปีละ ๗.๕ เปอร์เซ็นต์ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง มาบอกว่าโครงการรับจำนำข้าวหลังปี ๒๕๕๖ จะไม่ขาดทุนอีกเลย ท่านกล้าเอาหัว เป็นประกันไหมล่ะครับ บันทึกไว้เลยครับว่าจำนำข้าวทำเมื่อไรขาดทุนเมื่อนั้น เจ๊งตลอดครับ แล้วที่ว่าเศรษฐกิจจะโต ๗.๕ เปอร์เซ็นต์ ท่านแน่ใจอะไรครับ ไม่คิดอะไรเผื่อไว้บ้างเลยหรือ อย่างเช่นถ้าเกิดน้ำท่วมใหญ่ขึ้นมาอีกครั้งล่ะ เศรษฐกิจเสียหายซึ่งโอกาสมันก็มี
มีผู้ประท้วงครับ
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม จ่าสิบตำรวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดสุรินทร์ ความจริงผมไม่อยากประท้วงให้เสียเวลาแต่เนื่องจากผู้อภิปรายทำผิด กฎข้อบังคับ ข้อ ๖๑ มาโดยตลอด และท่านประธานก็ได้เตือนไปหลายครั้งแล้ว เหมือนอภัย ไปหลายครั้งแล้ว สุดท้ายก็ยังวนมาจำนำข้าว
เอาเถอะครับ ท่านประสิทธิ์ครับ ผมฟังอยู่ครับ อะไรพอปล่อยได้ก็ปล่อยเถอะครับ คุณหมอเชิญต่อครับ
ใช่ครับ ท่านประธานฟัง แต่จ่าประสิทธิ์ไม่ฟัง ถ้าเกิดน้ำท่วมใหญ่อีกครั้ง ไม่เป็นไรผมมีเวลาเหลือเฟือครับ
พอเถอะครับ ท่านประสิทธิ์ คุณหมอเชิญครับ
ผม สุกิจ อัถโถปกรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ผมต่อนะครับ ถ้าน้ำท่วมหนักอีกครั้งล่ะครับ เศรษฐกิจตกต่ำ แล้วไม่แย่หรือครับ หรือถ้าเศรษฐกิจโลกผันผวนขึ้นมา ดูอย่างวิกฤติยุโรปสิครับ ทำเรา แทบเป็นแทบตาย หรือแม้กระทั่งเรื่องประชานิยมที่เหลวไหลไร้สติที่เอาเงินงบประมาณ ไปหาเสียงนะครับ อันนี้ก็ทำให้เศรษฐกิจตกต่ำได้ทั้งนั้น เพราะฉะนั้นอย่าเอาอารมณ์ความอยาก มาผูกโยงเอากับอนาคตของชาติเอาไปเสี่ยงโดยไม่พูดความจริงกับพี่น้องประชาชน โครงการที่เสนอมาก็โกหกครับ ที่ผมเจ็บใจที่สุดก็คือที่บอกว่าโครงการรถไฟความเร็วสูง สายกรุงเทพฯ-ปาดังเบซาร์ ใช้งบประมาณ ๑๒๔,๓๒๗.๙๐ ล้านบาท โกหกครับ กรุงเทพฯ-ปาดังเบซาร์ ๙๘๒ กิโลเมตร เงินแค่นี้ไม่มีทางพอ แล้วความจริงก็ออกมาแล้วว่า จริง ๆ แล้วตั้งโครงการไว้แค่กรุงเทพฯ-หัวหิน เท่านั้นครับ ที่เขียนไปถึงปาดังเบซาร์เพราะว่า พอโดนว่า โดนด่าเข้ามาก ๆ ก็เลยเติมเข้าไป แต่จริง ๆ แล้วจะทำแค่กรุงเทพฯ-หัวหินเท่านั้น แล้วเชื่อผมเถอะครับมันก็จะค้างอยู่แค่นั้นละ เพราะท่านจะเอาเงินที่ไหนมาสร้างแล้วล่ะครับ ก็กู้เสียเต็มเพดานอย่างนี้แล้ว หลอกลวงคนภาคใต้อย่างน่าเกลียดที่สุดครับ ท่านประธานครับ เรากำลังตกอยู่ในความประมาทและเป็นความประมาทที่เอาเรื่องของประเทศชาติ เอาอนาคตของลูกหลานไปเสี่ยงนะครับ ถ้ารองนายกรัฐมนตรีกิตติรัตน์เป็นนักเศรษฐศาสตร์จริง ซึ่งผมก็ทราบว่าท่านเป็นจริงครับ น่าจะรู้ดีครับว่าเมื่อไรที่หนี้สาธารณะถึง ๔๐ เปอร์เซ็นต์แล้ว ต่อไปมันจะไหลอย่างรวดเร็ว จะถึง ๖๐ เปอร์เซ็นต์ในพริบตาครับ ดูง่าย ๆ ของประเทศเรา ตั้งแต่ปลายเดือนตุลาคมถึงปลายเดือนมกราคม ปลายเดือนตุลาคม ๒๕๕๕ ถึงปลายเดือน มกราคม ๒๕๕๖ หนี้สินของประเทศเพิ่มขึ้นประมาณ ๗๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทครับท่านประธาน ในช่วงเวลาแค่ ๓ เดือนแล้วนี่ยังจะมากู้อีก ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แล้วไหนจะต้องไปกู้ ชดเชยการขาดดุลงบประมาณปี ๒๕๕๗ อีก ๒๕๐,๐๐๐ ล้านบาท แล้วอย่างนี้หนี้สาธารณะ มันจะไม่พุ่งพรวด ๆ หรือครับ วันนี้ผมขอบอกว่าไม่มีใครหรอกครับที่ไม่เห็นด้วยกับการพัฒนา โครงสร้างพื้นฐานของประเทศ แต่มันก็ควรจะใช้วิธีอื่นที่เขาอภิปรายกันมา เขาเสนอกันมามากมาย รัฐบาลที่มีฝีมือควรจะคิดได้ครับ วิธีกู้ทั้งหมดมันเป็นวิธีที่ง่ายที่สุด คนที่โง่ที่สุดก็คิดออกครับ แล้วผมมั่นใจว่าถ้าสภาอนุมัติให้รัฐบาลกู้เงินก้อนนี้ประเทศจะต้องวิกฤติไม่วันใดก็วันหนึ่ง เมื่อถึงวันนั้นผมอยากถามว่านายกรัฐมนตรีและรองนายกรัฐมนตรีจะรับผิดชอบไหม ผมว่า เขาไม่รับผิดชอบหรอกครับ เพราะว่าเขาจะไม่ลำบากเหมือนพี่น้องประชาชนคนจน ๆ เจ้าของประเทศหรอกครับ ก็ดูนายกรัฐมนตรีสิครับ ขนาดให้เขากู้เงินไป ๓๐ ล้านบาท ยังลืมเลย เพราะว่าท่านเป็นคนร่ำรวยท่านก็ไม่เดือดร้อนครับ แต่พี่น้องประชาชนใครให้ใคร
คุณหมอครับ มีผู้ประท้วงครับ
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม จ่าสิบตำรวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุรินทร์ พรรคเพื่อไทย ผมต้องประท้วงผู้อภิปรายตามข้อ ๖๑ เสียดสี ใส่ร้าย ถ้าไม่มีอะไรจะพูด หยุดพูดได้
คุณหมอครับ เพื่อจะได้พูดอภิปรายได้อย่างต่อเนื่องไม่ต้องมีใครมาประท้วงกวนสมาธิ ก็ขอความร่วมมือ เถอะครับ อะไรที่มันพอเลี่ยงได้ก็เลี่ยงเถอะครับ มันเข้าข่ายเสียดสี ถ้าไม่พูดถึงท่านก็จะ อภิปรายได้ต่อเนื่อง ขอความกรุณาเถอะครับ เชิญคุณหมอต่อเถอะครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม สุกิจ อัถโถปกรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ เรารู้กันมาตั้งแต่ สมัยไหนแล้วครับว่าสภานี้เป็นที่พูดและเป็นที่พูดความจริงครับ เพราะฉะนั้นผมต้องพูด ความจริง เพราะผมอาสาพี่น้องประชาชนมาพูดครับ เรื่องที่ผมพูดไปเมื่อสักครู่นี้ก็อยู่ที่ ป.ป.ช. มันเป็นเรื่องจริง
คุณหมอครับ ต่อของคุณหมอเถอะครับ อย่าไปอ้ายนั่นเลยครับ เอาเข้าประเด็นเลยครับ
ก็สรุปว่าที่ผมพูดไปมันไม่ได้ผิดนะครับ มันเป็น เรื่องจริง แต่ว่าเอาละครับจบแค่นั้น วันนี้เรากำลังจะสร้างหนี้ก้อนใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ แล้วจะเป็นหนี้ข้ามศตวรรษไปยังชั่วลูกหลานครับ โดยเราไม่รู้ว่าวันไหนประเทศเราจะล้มละลาย หรือเปล่าด้วยความเสี่ยงทั้งหลายทุกประการที่พวกเราฝ่ายค้านได้พูดกันมาตั้งแต่ช่วงเช้า จนถึงตอนนี้เที่ยงคืนกว่าแล้วครับ เพราะฉะนั้นผมจึงรับไม่ได้ครับ รัฐบาลนี้ทำเกินไปครับ ท่านทำเกินไป ท่านทำกับประเทศชาติเกินไป ท่านทำกับลูกหลานเกินไป ผมจึงไม่เห็นด้วย กับการที่จะให้รัฐบาลนี้ที่มือไม่สะอาดพอกู้เงิน ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทในวันนี้ครับ
ท่านฮอชาลี ม่าเหร็ม ๑๐ นาทีเชิญครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายฮอชาลี ม่าเหร็ม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสตูล พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมขอให้ความเห็นในบางโครงการของร่างพระราชบัญญัติให้อำนาจกระทรวงการคลังไปกู้เงิน เพื่อการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางด้านคมนาคมขนส่งของประเทศ พ.ศ. .... ประเด็นที่ผม อยากจะพูดให้ความเห็นและตั้งข้อสังเกต นั่นก็คือโครงการท่าเรือน้ำลึกปากบารา เพราะว่า เป็นโครงการที่อยู่ในพื้นที่ในจังหวัดที่ผมเป็น ส.ส. อยู่ ท่านประธานที่เคารพครับ ในบรรดา ๕๘ โครงการที่รัฐบาลได้เสนอมาเท่าที่ผมไล่เรียงดูนั้นก็มีโครงการท่าเรือน้ำลึกปากบารา ที่เป็นโครงการที่คนในพื้นที่มีอยู่ ๒ ความเห็น ความเห็นแรก ซึ่งอยู่ในกลุ่มของนักธุรกิจ ก็จะสนับสนุนแล้วก็เห็นด้วย แล้วอีกความเห็นหนึ่งก็อยู่ในกลุ่มของผู้ที่ประกอบการท่องเที่ยว ผู้ที่อยู่ในสายงานของประมง แล้วก็ชาวบ้านซึ่งในบริเวณพื้นที่ที่จะมีการก่อสร้างตลอดจนนิสิต นักศึกษา แล้วก็นักวิชาการบางส่วนก็มีความคิดเห็นในทำนองที่ไม่เห็นด้วย ผมเองก็เป็น ส.ส. อยู่ในพื้นที่ก็ได้ให้ความเห็นแล้วก็พยายามที่จะให้ข้อมูลกับพี่น้องประชาชนในพื้นที่ให้มากที่สุด สิ่งหนึ่งที่ผมได้เคยพูดมาตลอดไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลช่วงที่ผ่านมาตลอดจนโครงการซึ่งจะบรรจุ อยู่ในร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้นั้น ก็คือว่ารัฐบาลจะต้องให้ข้อมูลที่ชัดเจนว่าเมื่อท้ายที่สุดแล้วท่านกู้เงินมา ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แล้วส่วนหนึ่งก็แบ่งมาทำท่าเรือน้ำลึกปากบารา ท่านใช้คำว่า เฟส ๑ (Phase 1) หรือว่าระยะที่ ๑ คือความจริงมันมี ๓ เฟสนะครับ เฟส ๑ ก็คือการสร้างท่าเรือ ซึ่งยื่นออกไปในทะเลประมาณ ๔ กิโลเมตร แล้วเฟส ๒ ก็จะเป็นเรื่องของแลนด์บริดจ์ (Land bridge) เฟส ๓ ก็จะเป็นเรื่องของอุตสาหกรรมต่อเนื่อง นั่นคือเท่าที่ได้รับข้อมูล จากเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เพราะฉะนั้นท่านเขียนเอาไว้ในนี้เขียนว่าเป็นเฟส ๑ เพราะฉะนั้นก็คงจะต้องมีเฟส ๒ แล้วก็เฟส ๓ สิ่งที่ผมพอจะอนุมานจากที่ท่านเขียนมาทั้งหมดนั้นก็คงจะเป็นท่าเรือน้ำลึกแบบนานาชาติ หรือว่าเป็นเมกะโปรเจกต์ (Megaproject) ซึ่งมีอุตสาหกรรมแล้วก็มีระบบรางรถไปที่ เชื่อมต่อระหว่างฝั่งอ่าวไทยและฝั่งอันดามัน แล้วก็มีระบบท่อน้ำมันที่ขนส่งแล้วก็ฝังมาตามท่อ ทางรถไฟด้วย แล้วก็จะมีระบบของท่าเรือทั้งหัวแล้วก็ท้ายแล้วก็เชื่อมโยงกับจังหวัดสงขลา ตรงนี้ด้วย ประเด็นที่ผมอยากจะให้ข้อคิดแล้วก็ตั้งเป็นข้อสังเกตเพราะว่าโครงการนี้เราใช้ เงินกู้แล้วก็จะเป็นเงินกู้จากแหล่งไหนก็ตามแต่แน่นอนที่สุดมันก็มีดอกเบี้ย แต่ถ้าหาก ทางรัฐมนตรีผมฝากผ่านท่านประธานไปดูข้อมูลที่ได้มีการศึกษาซึ่งเป็นการสำรวจออกแบบ แล้วก็ในเรื่องของอีไอเอซึ่ง ๒ เล่มนี้อยู่ในความรับผิดชอบของกรมเจ้าท่า สำนักส่งเสริมการขนส่งทางน้ำ และการพาณิชยนาวี แล้วก็อีกเล่มหนึ่งซึ่งเป็นการศึกษาเพิ่งสำเร็จล่าสุดนั่นก็คือการศึกษาระบบ รางที่เชื่อมระหว่าง ๒ ฝั่ง ผมเองก็ได้อ่านรายละเอียดของรายงานทั้ง ๓ ฉบับ ประเด็นที่ผม ให้ความสนใจมากแล้วก็ค่อนข้างที่จะไม่ได้รับการเปิดเผยในวงกว้างทางด้านสาธารณะนั่นก็คือ ผลการศึกษาผลตอบแทนทางด้านความคุ้มค่าในทางด้านการเงินหรือภาษาที่นักเศรษฐศาสตร์ เขาใช้คำว่าเอฟไออาร์อาร์ ซึ่งข้อมูลตรงนี้ทั้งในเรื่องของระบบรางและในเรื่องของ การสร้างท่าเรือข้อมูลทางด้านการเงินนั้นไม่ว่าจะเป็นตัวเอ็นพีวี (NPV) ก็ติดลบไม่ว่าจะเป็น บีซี เรทิโอ (B/C Ratio) ก็ไม่ถึง ๑ แล้วก็ตลอดจนอีกตัวหนึ่งซึ่งเป็นเอฟไออาร์อาร์นั้นหรือว่า ผลตอบแทนความคุ้มค่าของการลงทุนนั้นก็ยังต่ำกว่าอัตราดอกเบี้ย ตรงนี้คือสิ่งที่เขาศึกษา อยู่บนพื้นฐานว่ารัฐบาลใช้งบประมาณแผ่นดิน แต่เมื่อมาใช้เงินกู้แน่นอนที่สุดมันต้องมีค่าใช้จ่าย ที่เพิ่มขึ้นตรงนี้คือสิ่งที่รัฐบาลจะต้องบอกความจริงให้กับพี่น้องประชาชน เพราะฉะนั้น ท่านประธานที่เคารพครับ ในเมื่อรัฐบาลตั้งใจจะเดินหน้าก็อยากจะตั้งข้อสังเกตว่าในพื้นที่ จังหวัดสตูลนั้นโดยตัวจังหวัดแล้วยุทธศาสตร์หลักของจังหวัดก็คือการท่องเที่ยว ในเรื่องของ ท่าเรือน้ำลึกนั้นเคยมีความคิดที่จะสร้างที่จังหวัดกระบี่โดยอาศัยขนอมอยู่ในฝั่งอ่าวไทย แล้วก็มีท่าเรือที่จังหวัดกระบี่อยู่ในฝั่งอันดามันเชื่อมโยงสินค้าไปยังทวีปยุโรป ทวีปแอฟริกา ทวีปเอเชีย แล้วก็เอเชียใต้ ส่วนฝั่งอ่าวไทยนั้นก็จะไปประเทศญี่ปุ่นแล้วก็โซนทางด้าน ทวีปอเมริกา ทวีปอเมริกาใต้ ตรงนี้คือสิ่งที่ได้มีการคิดมาก่อน แต่สาเหตุที่ต้องโยกโครงการ ผมอ่านจากรายงานซึ่งเป็นรายงานของกระทรวงคมนาคมเองซึ่งเป็นรายงานการออกแบบสำรวจ ในเรื่องของท่าเรือน้ำลึก เขาบอกว่าสาเหตุที่ต้องโยกจากจังหวัดกระบี่มาไว้ที่บ้านผมที่จังหวัดสตูล เนื่องจากว่าจังหวัดกระบี่เป็นเมืองท่องเที่ยวท่าเรือน้ำลึกอาจจะส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมท่องเที่ยว ของจังหวัดกระบี่ เขาใช้คำว่า จังหวัดกระบี่มีเกาะพีพี มีอ่าวมาหยา มีหาดนพรัตน์ธารา ผมเองก็คิดว่าจังหวัดสตูลบ้านผมก็มีเกาะหลีเป๊ะที่สวยงามด้วย แล้วก็มีเกาะบูโหลน มีเกาะตะรุเตา มีเกาะอาดัง ซึ่งถ้าหากว่าเทียบความสวยงามเราอยู่ในฝั่งทะเลอันดามันฝั่งเดียวกัน ถ้าหากว่า ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการอาจจะไปที่จังหวัดสตูลท่านรัฐมนตรีลองไปดูพื้นที่แนวที่เรือ ๗๐,๐๐๐ เรท เวท (Rate weight) ที่ท่านเขียนเอาไว้ในนี้บรรทุกสินค้าเข้ามายังท่าเทียบเรือ ปากบารานั้นอยู่ใกล้กับแหล่งดำน้ำปะการัง ๗ สีที่ฝรั่งนักท่องเที่ยวทั่วโลกมุ่งแล้วก็ นั่งเครื่องบินมาลงหาดใหญ่ มาลงที่จังหวัดตรัง มาลงที่จังหวัดกระบี่ ต่อมาที่เกาะลันตา แล้วก็ต่อเรือมายังจังหวัดสตูลเพื่อที่จะมาดูปะการัง ๗ สีมันอยู่ในแนวตรงนี้เลย ผมเองก็คิดว่า แล้วมันจะอยู่ด้วยกันได้อย่างไรอุตสาหกรรมกับการท่องเที่ยว แล้วท่านก็ตั้งใจจะสร้างเฟส ๑ แล้วก็มาเฟส ๒ แล้วก็มาเฟส ๓ ทั้งหมดทั้งมวลนั้นนั่นคือเหตุผลที่ว่าทำไมกลุ่มเอ็นจีโอเขาจึงได้ ต่อต้านในเรื่องนี้ แล้วก็สิ่งหนึ่งที่ผมค่อนข้างที่จะเป็นห่วงว่าถ้าหากท่านเดินหน้าโครงการนี้ต่อไป ทางรัฐมนตรีช่วยว่าการ ก็เคยให้สัมภาษณ์ด้วยความเป็นห่วงว่ากลุ่มผู้ประกอบการที่เดินเรือเขามีความหนักใจอยู่ ผมติดตามการศึกษารายงานของ สนข. หรือว่าสำนักนโยบายและแผนการขนส่งจราจร ซึ่งศึกษาในปี ๒๕๕๑ ปี ๒๕๕๒ ปี ๒๕๕๓ มาเสร็จปี ๒๕๕๔ เขาบอกว่าไปสัมภาษณ์นักธุรกิจ ซึ่งเป็นเจ้าใหญ่ในเรื่องของการเดินเรือระดับทั่วโลกเลยที่สนใจที่จะเอาสินค้ามาขึ้นรถไฟ จากรถไฟมาลงที่จังหวัดสตูลแล้วก็เอาสินค้ามาลงเรืออีกทีหนึ่ง ที่สนใจจริง ๆ มี ๒๐ คน จากการสำรวจ ๑๐๐ ราย มันจึงทำให้รายงานของท่านที่ออกมานั้นมันจึงไม่คุ้มค่าต่อการลงทุน นี่คือสิ่งที่ผมเองในฐานะซึ่งเป็นตัวแทนของพี่น้องประชาชนในพื้นที่มีความเป็นห่วง เพราะฉะนั้น ในเรื่องของการตัดสินใจในเรื่องนี้ผมอยากจะขอฝากเอาไว้เพราะว่าท่านยังมีเวลาอีก ๒ ปี ในการศึกษาอีเอชไอเอ ท่านศึกษาอีไอเอเสร็จแล้วแต่ยังไม่ได้ศึกษาผลกระทบทางด้านสุขภาพ ในช่วง ๒ ปีตามระยะเวลาที่ท่านได้เขียนเอาไว้นั้นก่อนที่จะมีการก่อสร้าง ก็อยากจะฝาก ให้ท่านนอกเหนือจากการศึกษาอีเอชไอเอแล้วนั้นก็ขอให้ได้ประมวลความคิดเห็นของคนในพื้นที่ ให้พี่น้องจังหวัดสตูลเขาได้มีการได้รับข้อมูลจากท่านอย่างรอบด้านแล้วก็ได้ตัดสินใจเอง เพราะมันคือชะตากรรมที่เขาจะต้องเปลี่ยน ถ้าคนซึ่งประกอบวิถีชีวิตแบบประมงเขาก็ต้อง เปลี่ยนเลย คนซึ่งลงทุนไปในเรื่องของการทำรีสอร์ท (Resort) ที่เกาะหลีเป๊ะ เกาะตะรุเตา เกาะอาดัง ถ้าหากว่าผลกระทบมันออกมาทำให้การท่องเที่ยวเสียหายเขาก็เจ๊งไปเลยนะครับ ตรงนั้นคือสิ่งที่เราจะต้องเลือกเอาระหว่างอุตสาหกรรมแล้วก็การท่องเที่ยว นั่นคือสิ่งที่ผม อยากจะให้ข้อมูลไปยังรัฐบาล โดยวิธีการในการออกร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้นั้นผมเองไม่รับหลักการ แล้วก็ไม่เห็นด้วยจึงได้อภิปรายเป็นข้อมูลประกอบในการที่ท่านจะดำเนินการโครงการนี้ ต่อไปในวันข้างหน้า ขอบคุณมากครับท่านประธาน
เชิญท่านบุณย์ธิดา สมชัย ๑๐ นาทีครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน บุณย์ธิดา สมชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุบลราชธานี พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานคะ ต่อร่างพระราชบัญญัติให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อการพัฒนา โครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของประเทศ พ.ศ. .... นั้น ดิฉันคงจะไม่พูดถึงรายละเอียด ที่ว่าเราจะเป็นหนี้เท่าไร เป็นหนี้อีกกี่ปี หรือว่าเงินจำนวน ๕,๐๐๐,๐๐๐ ล้านกว่าบาทนั้น จะชั่งตวงวัดอย่างไรก็ตาม ดิฉันเชื่อว่ามีสมาชิกหลาย ๆ ท่านได้กล่าวไป แต่ที่ดิฉันจะต้อง พูดถึงในวันนี้ค่ะท่านประธาน มีพี่น้องประชาชนอีกหลาย ๆ คนไม่มีโอกาสได้เห็น ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ไม่มีโอกาสได้เห็นว่าร่างพระราชบัญญัตินี้ที่รัฐบาลเสนอเข้ามานั้น ไม่ได้บอกวิธีที่เราจะหาเงินมาอย่างไรเพื่อมาใช้หนี้ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต มีแต่บอกว่าเราจะกู้ ที่ไหน กู้แบบไหน กู้อย่างไร จำนวนท่านตั้งตัวเลขไว้เรียบร้อยแล้วค่ะท่านประธาน และโครงการต่าง ๆ นี้ท่านเอามาใส่ให้ครบทีหลัง ท่านประธานคะ สิ่งที่ประชาชนเป็นห่วง มากที่สุดคือว่าอีก ๕๐ ปีข้างหน้า แน่นอนค่ะหลาย ๆ ท่านในที่นี้ไม่มีโอกาสได้อยู่เห็นแล้วค่ะ ว่าอีก ๕๐ ปีนั้นประเทศไทยเราจะใช้เงินกู้ก้อนนี้หมดหรือเปล่า แต่ดิฉันมั่นใจค่ะว่ารุ่น ๆ ดิฉันอยู่ถึงและอยู่เห็นแน่ ๆ ละค่ะว่าจะเกิดอะไรขึ้น ท่านประธานคะ สิ่งหนึ่งที่พี่น้องประชาชน ได้เห็นเพราะว่าท่านโปรโมท (Promote) เหลือเกิน โปรโมทว่าเงินกู้ก้อนนี้ท่านจะทำ รถไฟฟ้าความเร็วสูงซึ่งเป็นโครงการที่เด่นที่สุด เป็นโครงการที่ดังที่สุดในเงินกู้จำนวนนี้ ที่ท่านมาขอให้รัฐสภาอนุมัติให้ท่านกู้ได้คือ โครงการรถไฟฟ้าความเร็วสูง ท่านประธานคะ มี ๔ เส้นที่ดัง ๆ แต่ท่านเขียนมาในเอกสารประกอบการพิจารณาว่าเส้นกรุงเทพฯ-เชียงใหม่ กรุงเทพฯ-หนองคาย กรุงเทพฯ-ปาดังเบซาร์ และเชื่อมแอร์พอร์ต ลิงค์ไปจังหวัดระยอง ท่านประธานอย่ามาบังคับให้พวกเราเรียกว่ารถไฟความเร็วสูงเชื่อมไปจังหวัดหนองคาย หรือเชื่อมไปปาดังเบซาร์เลยค่ะท่านประธาน เพราะอะไรคะ มันไม่ถึงค่ะท่านประธาน และไม่มีทางใน ๗ ปีนี้ที่ท่านจะกู้ให้ไปถึงได้ เพราะอะไรคะ เพราะท่านนายกรัฐมนตรีก็บอกค่ะว่า โครงการนี้เราจะเรียกพัฒนาประเทศไทยเป็นโครงการไทยแลนด์ ๒๐๒๐ ท่านประธานคะ ไทยแลนด์ ๒๐๒๐ นี้คืออีก ๗ ปีค่ะ อีก ๗ ปีโครงการนี้ไปภาคอีสานสุดแค่โคราชค่ะ ไปทางภาคใต้ สุดแค่หัวหิน พี่น้องประชาชนก็สงสัยค่ะ ในเมื่อท่านทำไม่ถึงจังหวัดหนองคายท่านเขียนเข้ามาทำไม ในเมื่อท่านทำไม่ถึงภาคใต้ถึงปาดังเบซาร์ท่านเขียนเข้ามาทำไม ทำไมท่านไม่อธิบายให้พี่น้อง เข้าใจว่าเงินกู้ก้อนนี้ทำได้สุดถึงแค่นี้ แล้วพี่น้องจะต้องเป็นหนี้ต่อไปอีกหรือเปล่า ถ้าท่านคิด จะทำโครงการให้สุดตามระยะทางที่ท่านบอกเอาไว้ แล้วที่สำคัญค่ะท่านประธาน พี่น้อง กังวลมากเพราะเมื่อช่วงเย็นท่านรัฐมนตรีได้อภิปรายบอกไว้ว่า โครงการรถไฟฟ้าความเร็วสูงนั้น เราจะลดมลพิษ ลดการใช้น้ำมันเพราะจะใช้ไฟฟ้าแทน อันนี้พี่น้องยิ่งตกใจเลยค่ะท่านประธาน เพราะอะไรคะ ถูกต้องค่ะ ลดน้ำมัน ลดมลพิษ ปัจจุบันนี้พี่น้องประชาชนที่ยากจนที่หลาย ๆ ท่าน บอกว่าเป็นรากหญ้าใช้ไฟฟรีแค่ ๕๐ หน่วย พอในอนาคตท่านบอกว่าเราต้องลดไฟฟ้า ไปใช้ไฟฟรีตรงนั้นแล้วพี่น้องประชาชนจะเหลือไฟเท่าเดิมได้ใช้ไหม ท่านได้สนใจภาคครัวเรือน ที่เขาได้ใช้ไฟฟรี ที่หลาย ๆ ท่านเรียกว่ารากหญ้าจริง ๆ หรือเปล่า หรือท่านบอกว่าให้ใช้ฟรี แต่ไปเพิ่มค่าไฟแทน อย่างนั้นอีกหรือเปล่าคะ เป็นวิธีการหาเงินในการมาใช้หนี้กู้ก้อนนี้อีกหรือเปล่า ท่านประธานคะ ท่านรัฐมนตรีก็บอกว่าท่านสามารถไปซื้อบ้านที่โคราชอยู่แล้วนั่งรถไฟฟ้า ความเร็วสูงมาทำงานที่กรุงเทพฯ ท่านต้องขึ้นเงินเดือนขั้นต่ำเท่าไรคะถึงจะพอให้นั่งรถไฟฟ้า ความเร็วสูงกลับไปกลับมากรุงเทพฯ-โคราช เพื่อมาทำงานในแต่ละวัน แสนสองแสนยังไม่รู้ จะพอหรือเปล่าท่านประธาน เพราะอะไรคะ แค่ค่าเดินทางขั้นต่ำเพื่อนสมาชิกก็บอกไว้แล้วค่ะ อย่างน้อย ๆ เที่ยวหนึ่งก็ต้อง ๘๐๐-๑,๐๐๐ บาท อันนี้ก็ไม่รู้ว่าจะคุ้มทุนหรือเปล่า หรือว่าจะขาดทุนไป เพราะเมื่อถึง ๕๐ ปีก็ไม่รู้ว่า ๕,๐๐๐,๐๐๐ ล้านกว่าบาทนี้จะเพิ่มทวีคูณ ไปอีกเท่าไร ถ้าเรายังขาดทุนอยู่ทุกวันนี้ พี่น้องหลาย ๆ คนบอกว่ารถไฟความเร็วสูงก็อยากได้ ดิฉันก็เห็นด้วยค่ะ ก็อยากได้ เพียงแต่ว่าเส้นทางไหนก็ตามท่านพูดถึงแต่ระบบราง ไม่ว่าจะเป็นราง ของรถไฟฟ้าความเร็วสูง ไม่ว่าจะเป็นรางคู่ แต่พี่น้องชาวบ้านที่ใช้รถไฟจริง ๆ ขอแค่ไม่กี่อย่างค่ะท่าน ๑. รถไฟตรงเวลา ๒. ตู้ปรับปรุง ๓. ขอให้สะอาดและมีความปลอดภัย แค่นี้จริง ๆ ค่ะท่านประธาน เพราะอะไรคะ ดิฉันเชื่อค่ะว่าหลาย ๆ ท่านไม่ได้ขึ้นรถไฟมานานมากแล้ว พี่น้องหลาย ๆ ท่าน เขาขอแค่นี้จริง ๆ ในอนาคตจะเป็นรางคู่ หรือในอนาคตจะเป็นความเร็วสูงเขาก็ยินดีค่ะ เพียงแต่ว่าในเมื่อขณะนี้ความเร็วสูงที่ท่านบอกไว้ถึงแค่โคราช ถึงแค่หัวหิน เส้นทางต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นจังหวัดเชียงใหม่ก็ตาม หรือเส้นทางไหนก็ตาม รถไฟรางปกติที่เราใช้กันอยู่ ก่อนที่ท่านจะพัฒนาราง ตู้ที่เราใช้กันอยู่ทุกวันนี้ โบกี้ (Bogie) ที่เราใช้กันอยู่ทุกวันนี้ ท่านจะปรับปรุงให้พี่น้องประชาชนก่อนได้ไหม ก่อนที่ท่านจะไปกู้เพื่อสร้างหนี้ขึ้นมา พี่น้องประชาชนหลายท่านห่วงประเด็นนี้มาก ๆ เพราะอะไร เพราะเขาบอกว่าแน่นอนละค่ะ รุ่นเขา รุ่นพ่อ รุ่นแม่ รุ่นปู่ รุ่นย่า ได้เห็นการกู้ครั้งนี้ แต่ไม่รู้ว่าถึงรุ่นหลาน รุ่นเหลนเขานี้ จะได้เห็นการใช้หนี้หรือเปล่า หรือเราจะเป็นตัวเลขติดลบต่อไปเรื่อย ๆ จนถึงอีก ๕๐ ปี เราก็ติดลบต่อไปเรื่อย ๆ หรือเปล่า ถึงแม้ว่าจะมีตัวเลขจากสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ ออกมาแล้วว่าเราต้องใช้ตัวเลขเท่านั้นเท่านี้ในการคืนหนี้แล้วเราจะหมดใน ๕๐ ปี ตัวเลขที่ท่านบอกขึ้นมานี้ท่านได้พยากรณ์ไว้หรือเปล่า จะเกิดเหตุอะไรในอนาคตหรือเปล่า หรือท่านคิดว่าตัวเลขการเติบโตเศรษฐกิจของประเทศเราจะโตขึ้นไปอย่างนี้เรื่อย ๆ จนครบ ๕๐ ปี เศรษฐกิจโลกก็เหมือนวัฏจักรทุกอย่างค่ะ มีขึ้นมีลงวนเวียนอยู่อย่างนี้ค่ะท่าน ท่านได้คาดการณ์ถึงขนาดนั้นไหม ถ้าท่านไม่คาดการณ์ท่านคิดหรือเปล่าคะว่าถ้าภายใน ๕๐ ปี ท่านบอกว่าเราใช้หนี้ไม่หมดลูกหลานเราจะทำอย่างไร เราจะเกิดสภาวะอย่างไรในอนาคต
ท่านประธานคะ อีกประเด็นหนึ่งเป็นประเด็นที่ต้องบอกว่าน้อง ๆ หลาย ๆ คน สนใจเป็นอย่างมาก สนใจเพราะอะไรคะท่านประธาน ดิฉันไม่ต้องพูดถึงทุกโครงการที่อยู่ ในเล่ม ๒๘๐ หน้านี้ค่ะท่านประธาน พูดแค่ ๔ โครงการหลัก ๆ คือโครงการรถไฟฟ้าความเร็วสูง ๔ เส้นทางหลัก ๆ ที่ท่านบอกว่าไปกรุงเทพฯ-เชียงใหม่ กรุงเทพฯ-โคราช กรุงเทพฯ-หัวหิน และเชื่อมแอร์พอร์ต ลิงค์ไปจังหวัดระยอง ท่านใช้วงเงินทั้งหมด ๗๘๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ใน ๔ เส้นทางนี้ แต่ที่มีน้อง ๆ หลาย ๆ ท่านอยากทราบมากค่ะ ท่านประธานว่า ๔ โครงการนี้ค่าที่ปรึกษาคือ ๑๔,๓๐๐ ล้านบาท น้อง ๆ ฝากมาให้ ท่านรัฐมนตรีอยากให้ท่านตอบมากตอบว่าอะไร น้อง ๆ สนใจมากค่ะเพราะช่วงนี้น้อง ๆ หลาย ๆ คนกำลังหาที่เข้าเรียนมหาวิทยาลัยหรือกำลังเลือกคณะ หรือกำลังเลือกสายเรียน เขาถามค่ะว่าต้องเรียนสายอะไรคะถึงจะได้มารับเงินค่าที่ปรึกษาเป็นหมื่น ๆ ล้านบาท ต่อโครงการของประเทศ ขณะนี้ น้อง ๆ หลายคนสนใจค่ะว่าให้คำปรึกษาเฉย ๆ ก็ได้ขนาดนี้ น้อง ๆ หลายคนถามเลยค่ะถ้าท่านตามโซเชียล เน็ตเวิร์ก (Social network) หรือท่านตามโรงเรียน เชื่อได้เลยค่ะว่าท่านเจอคำถามนี้แน่นอนต้องไปเรียนอะไรถึงได้เป็นที่ปรึกษา ได้เงินมากมาย ขนาดนี้ อาชีพหมอ อาชีพอะไรไม่ต้องพูดถึงแล้วค่ะ เพราะอาชีพนี้รู้สึกว่าจะดูตัวเลขสูงดี นี่คือคำถามที่น้อง ๆ หลายคนฝากให้ดิฉันมาถามค่ะ ขอบพระคุณค่ะท่านประธาน
ท่านชัยวุฒิ ผ่องแผ้ว ๑๐ นาทีครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ชัยวุฒิ ผ่องแผ้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสงขลา พรรคประชาธิปัตย์ครับ สำหรับร่างพระราชบัญญัติให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ด้านคมนาคมขนส่งของประเทศ พ.ศ. .... ที่ทางรัฐบาลได้ให้ทางสภาวันนี้ได้อภิปรายแล้วก็ เพื่อจะมาขออนุมัติจากสภาว่าจะรับหลักการหรือไม่รับหลักการ สำหรับผมแล้วในเรื่องของ เงินกู้ครั้งนี้ผมเองต้องนอนยันยืนยันเลยครับว่าจะไม่รับหลักการ ท่านประธานครับ หลักการ ที่ทางท่านเขียนมามันอาจจะดูสวยหรู นั่นก็คือการจะให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน เพื่อการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของประเทศมูลค่ารวมไม่เกิน ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทครับ ท่านเขียนว่าอย่างไรครับ เพื่อรองรับการขยายตัวของเมือง และการเพิ่มขึ้นของประชากรที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วครับ นั่นประเด็นแรก
ประเด็นที่ ๒ รองรับการขยายตัวทางเศรษฐกิจ การค้าและการลงทุน ทั้งในประเทศและระหว่างประเทศรวมถึงเป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์ครับ เป็นเรื่องของ การขายฝันหรือเปล่าครับ จริงครับ ท่านบอกว่าจะทำเรื่องนี้ให้เป็นเรื่องของการจุดเปลี่ยน ประเทศไทย ผมเชื่อครับว่าเป็นการเปลี่ยนประเทศไทยจริง ๆ ครับ เปลี่ยนจากการใช้เงิน งบประมาณปกติมาเป็นการใช้เงินขอเงินกู้เป็นการเปลี่ยนประเทศไทยครั้งมโหฬาร บันทึกไว้ ในประวัติศาสตร์เลยครับว่ารัฐบาลชุดนี้กู้เงินมากที่สุด ท่านประธานครับ ในสาระสำคัญ ของร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ท่านได้แบ่งออกเป็น ๒ หมวดหลัก ๆ ได้แก่ หมวด ๑ การกู้เงินและบริหารการจัดการกู้ มาตรา ๕ ถึงมาตรา ๑๓ กำหนดให้กระทรวงการคลัง มีอำนาจกู้เงินบาทหรือเงินตราต่างประเทศโดยผ่านการอนุมัติจากคณะรัฐมนตรีในวงเงิน ไม่เกิน ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท หมวด ๒ ท่านเขียนไว้ว่า การเสนอและการบริหาร การจัดการโครงการตั้งแต่มาตรา ๑๔ ถึงมาตรา ๑๙ หน่วยงานที่เป็นเจ้าของโครงการ ต้องจัดทำรายละเอียดของโครงการที่เป็นไปตามยุทธศาสตร์และแผนงานที่กำหนดครับ สวยหรูไหมล่ะที่ท่านเขียนไว้ ดูเผิน ๆ อาจจะสวย ดูเผิน ๆ อาจจะดูดีครับ แต่ว่ามาดูเนื้อใน สาระสิครับ ผมก็เลยต้องตั้งข้อสังเกตผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีผ่านไปยังรัฐบาล ท่านเขียนว่า อย่างไรครับ ท่านให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินวงเงินไม่เกิน ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ให้กระทรวงการคลังโดยคณะรัฐมนตรีมีอำนาจกู้เงินบาทหรือเงินตราต่างประเทศ ในนามรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยเพื่อนำไปจ่ายในโครงการนี้ ผมย้ำอีกครั้งนะครับ มีอำนาจกู้เงินบาทหรือเงินตราต่างประเทศ ผมเลยต้องตั้งข้อสังเกตครับ ข้อสังเกตนี้ว่า อย่างไรครับ เมื่อท่านไม่ละเอียดในโครงการว่าการกู้เงินท่านจะกู้ที่ไหน ทำไมท่านไม่ใส่มาให้พร้อมล่ะครับ ว่าโครงการกรุงเทพฯ-เชียงใหม่ ท่านจะเอาเงินกู้จากตรงไหน เส้นกรุงเทพฯ-หนองคาย จะเอาเงินกู้จากตรงไหนมาประกอบการพิจารณา เส้นจากกรุงเทพฯ-ปาดังเบซาร์ จะเอาเงินกู้ มาจากไหน ทำให้ผมสงสัยขึ้นไปใหญ่ครับก็ตั้งข้อสังเกตผ่านไปยังท่านประธานเพื่อผ่านไปยัง คณะรัฐบาลชุดนี้ แล้วถามว่ากู้จากใครล่ะครับ ถ้าสมมุติว่ามีคนคิดไม่หวังดีกับประเทศชาติ คิดร้ายกับประเทศชาติ เพราะว่าท่านเขียนไว้ให้อำนาจของกระทรวงการคลังครับ กู้เงิน จากต่างประเทศก็ได้ ถ้ามีคนไม่หวังดีไปร่วมกลุ่ม ร่วมทุน ไปตั้งบริษัทแหล่งเงินกู้ ที่ต่างประเทศ แล้วคิดจะให้รัฐบาลกู้เงินเป็นไปได้ไหมครับ อันนี้ผมตั้งคำถามนะครับ และเตรียมการล่วงหน้าไว้แล้วว่าผู้ประกอบการ ผู้รับเหมาเป็นใครนี่มันซับซ้อนยิ่งครับ แล้วถ้าสมมุติขึ้นไปอีกว่าเงินกู้เหล่านี้ไม่มีที่มาที่ไป หรือไม่ชัดเจนที่ท่านเขียน ผู้ไม่หวังดี อาจจะไปตั้งบริษัท ป. ดูไบ สมมุตินะครับ รวบรวมนายทุนเพราะท่านบอกว่าให้กู้เงินตรา จากต่างประเทศได้ครับ อันนี้น่ากลัวใหญ่ครับ เงิน ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท มีนายทุน เราจะ พูดว่าเป็นประโยชน์ทับซ้อนได้หรือไม่อันนี้เป็นข้อสังเกต ท่านประธานครับ ด้วยความห่วงใย ตรงนี้เป็นเรื่องที่เป็นห่วงยิ่งของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคฝ่ายค้าน ท่านประธานครับ
ข้อสังเกตต่อไปครับ ถ้าร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้มี ๑๙ มาตรา หากเอา ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทเป็นตัวตั้ง และเอา ๑๙ มาตราเป็นตัวหารครับ ก็หมายความว่า อย่างไรครับ มาตราละ ๑๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ๑๙ มาตรา มาตราละ ๑๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท นั่นเป็นการกู้ครั้งประวัติศาสตร์บันทึกไว้เลยครับ สภาบันทึกไว้ตรงนี้ครับ ผมถามว่าถ้าการกู้ ครั้งนี้มีปัญหา นายกรัฐมนตรี คณะรัฐมนตรีรับผิดชอบหรือเปล่านะครับ รับผิดชอบได้ไหม กล้ารับผิดชอบหรือเปล่าครับ
ข้อสังเกตข้อต่อไปท่านประธานครับ รัฐบาลจัดนิทรรศการครับ โหมโรงก่อน ครม. จะมีมติเสนอกฎหมายฉบับนี้ต่อสภาครับ ผมถามว่าเคยมี พ.ร.บ. ฉบับไหนบ้างครับ ที่ต้องมาจัดนิทรรศการ ต้องมาใช้เงินงบประมาณแผ่นดิน ต้องไปถามเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ใช้ไปเท่าไรในการประชาสัมพันธ์เรื่องนี้ ๑๕ ล้านบาท จริงหรือไม่ตามที่ข่าวบอกหรือมากกว่านี้ เมื่อ ๒ วันที่แล้วก็ยังจัดงานเรื่องนี้ที่สภาแห่งนี้ โปรโมทกันใหญ่ว่าดีอย่างโน้น ดีอย่างนี้ แล้วท่านถามประชาชนหรือยังครับว่าเขาเอากับท่านหรือไม่ อย่างไร รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ เขาให้ประชาชนมีส่วนร่วมครับ เขาให้ประชาชนมีส่วนร่วมรูปแบบแบบนี้ครับ รถไฟฟ้าหลายคนอยากได้ หลายคนต้องการแต่มันไม่ใช่เงินกู้ รถไฟรางคู่หลายคนอยากได้ หลายคนต้องการ แต่มันไม่ใช่เงินกู้มันเลยสับสนกันใหญ่ครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมย้ำนะครับ ผมต้องการคำตอบครับว่าเงินที่ไปใช้ในเรื่องการประชาสัมพันธ์ ๑๕ ล้านบาทจริงหรือไม่ ในการประชาสัมพันธ์ร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ และเคยมีร่าง พ.ร.บ. ฉบับไหนบ้างครับที่ต้อง ประชาสัมพันธ์ก่อน แนวทางครับท่านประธาน ถามว่าท่านจะพัฒนาเรื่องนี้ท่านศึกษา ดูจากประเทศเพื่อนบ้านแล้วหรือยังในการลงทุนครับ ท่านไปดูประเทศมาเลเซียแล้วหรือยัง ประเทศสิงคโปร์ ประเทศเกาหลี ประเทศอาร์เจนตินา ล้มละลายแล้วครับประเทศอาร์เจนตินาครับ เราต้องเดินทีละก้าวครับ ข้าวเรากินทีละคำครับ นี่ท่านคิดจะขึ้นลิฟท์ทีเดียวครับเพื่อขึ้นสู่ สวรรค์ครับ ท่านต้องตอบคำถามประชาชนให้ได้ครับ ประชาชนต้องมีส่วนร่วม องค์การบริหาร ส่วนตำบลเล็ก ๆ เขายังทำประชาคมว่าเขาจะเอาโครงการนั้นหรือไม่ จะเอาโครงการนี้หรือไม่ เป็นประชาธิปไตยอย่างสวยหรูอย่างแท้จริงครับ แต่นี่ครับเป็นการรีบร้อนลุกลี้ลุกลนเพื่อจะให้เกิด โครงการนี้ให้ได้ มันเป็นเรื่องที่น่าสังเกตเป็นอย่างยิ่งครับ
ประการถัดมาครับ ในเรื่องของการก่อสร้างรถไฟฟ้าความเร็วสูง มันจะเป็น ปัญหาตามมาทีหลังหรือไม่ ค่าก่อสร้างท่านตั้งไว้ ๑,๐๐๐,๐๐๐ ล้านกว่าบาท ค่าเมนเทแนนซ์ (Maintenance) ท่านคิดไว้หรือยังครับ ผมเชื่อว่าค่าเสื่อมตรงนี้ ๑๐ ปี น่าจะอยู่ที่ ๒ เท่า ของเงินงบประมาณ ๒ เท่าของเงินงบประมาณเท่าไร ถ้าเงินงบประมาณ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท คูณ ๒ เท่าไป ๔,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท บวกอีก ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ๖,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท บวกดอกเบี้ยอีก ๑๐ ล้านล้านบาท ท่านประธานครับ และปัญหาเรื่องคน เทคนิเชียน (Technician) ต่าง ๆ บ้านเราช่างหรือคนที่มีความรู้เรื่องนี้มีความสามารถมากน้อยแค่ไหน เวลาเกิดปัญหา สุดท้ายเราต้องจ้างต่างประเทศ หรือใครคิดจะตั้งบริษัทต่างประเทศ หรือใครจะคิดไปตั้งบริษัท เรื่องนี้อยู่ อันนี้เป็นเรื่องที่ซับซ้อนยิ่งครับ ดังนั้นท่านประธานครับ เรื่องเหล่านี้เป็นเรื่องที่พวกผมเอง ระมัดระวังเป็นอย่างยิ่งที่ต้องบอกกับท่านประธานผ่านไปยังคณะรัฐมนตรีว่าประเทศไทย มันจำเป็นแล้วหรือที่จะต้องรีบเร่งสร้างทีเดียว ทำไมเราไม่เริ่มสร้างเริ่มเดินทีละก้าวล่ะครับ ค่อย ๆ เป็น ค่อย ๆ ไปครับ เพราะเราอยากจะให้ลูกหลานของเรา ประเทศชาติของเรา อยู่อย่างยั่งยืน ผมจึงไม่เห็นด้วย และจะไม่รับหลักการในร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ครับ ขอบคุณมากครับ ท่านประธานครับ
ท่านปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชลบุรี พรรคพลังชล ผมขออภิปราย เพื่อสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ด้านคมนาคมขนส่งของประเทศ พ.ศ. .... วันนี้คงปฏิเสธไม่ได้ว่าการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานทั้งระบบ เป็นเรื่องจำเป็นสำหรับประเทศไทยที่หยุดชะงักมานานกว่า ๑๐ ปี ตั้งแต่มีการก่อสร้าง ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เมื่อปี ๒๕๔๕ ด้วยงบลงทุนประมาณ ๑๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ที่สามารถ รองรับผู้โดยสารได้ถึง ๔๕ ล้านคนต่อปี แต่ในปี ๒๕๕๕ มีผู้โดยสารมาใช้บริการถึง ๕๑ ล้านคน ซึ่งเกินจากขีดความสามารถในปัจจุบันที่รองรับได้แล้ว นับว่าเป็นการตัดสินใจของรัฐบาล ในอดีตที่มีความกล้าที่จะผลักดันโครงการระดับใหญ่เช่นนี้ หากไม่มีการผลักดันโครงการเช่นนี้นั้น ผมคิดว่าประเทศไทยนั้นจะสูญเสียโอกาสในการสร้างรายได้ให้กับประเทศในด้านของการท่องเที่ยว และการลงทุนเป็นจำนวนมหาศาล ประเทศไทยจะเข้าสู่ประชาคมอาเซียนในปลายปี ๒๕๕๘ เรามีความจำเป็นอย่างยิ่งต้องเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้ทัดเทียมกับประเทศในกลุ่มอาเซียน ซึ่งมีตลาดที่ใหญ่ มีประชากรกว่า ๖๐๐ ล้านคน และมีมูลค่าทางระบบของเศรษฐกิจกว่า ๖๐ ล้านล้านบาท แต่เมื่อมาดูตัวเลขในการจัดอันดับความสามารถในการแข่งขันด้านโครงสร้าง ขั้นพื้นฐานแล้วนั้นน่าใจหาย ประเทศไทยอยู่ในอันดับที่ ๔๙ เมื่อเปรียบเทียบกับประเทศเพื่อนบ้าน อย่างประเทศสิงคโปร์ ประเทศมาเลเซีย ที่อันดับ ๒ และอันดับที่ ๒๙ นอกจากนี้ต้นทุนในการแข่งขัน ด้านระบบการจัดส่งสินค้าหรือโลจิสติกส์ต่อจีดีพีเราก็อยู่ในระดับ ๑๕.๒ เปอร์เซ็นต์ของจีดีพี ซึ่งเป็นภาระที่สูงกว่าประเทศเพื่อนบ้านอย่างประเทศสิงคโปร์และประเทศมาเลเซีย ๘ เปอร์เซ็นต์ และ ๑๓ เปอร์เซ็นต์ ดังนั้นถึงเวลาแล้วที่เราต้องพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทั้งระบบเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับเอกชน ทั้งคนไทย ทั้งชาวต่างชาติที่สามารถเข้าถึงข้อมูลในการลงทุนของรัฐบาลที่ชัดเจนและมีความต่อเนื่อง ให้ความมั่นใจว่าโครงการต่าง ๆ นั้นจะต่อเนื่องต่อไปแม้มีการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง ท่านประธานครับ ในบัญชีท้ายร่าง พ.ร.บ. นี้ได้กำหนดยุทธศาสตร์ไว้ ๓ ยุทธศาสตร์ ในเวลา ที่จำกัดผมขอพูดถึงยุทธศาสตร์ที่ ๒ เกี่ยวข้องกับคอนเนคทิวิตี นั่นคือการเชื่อมโยงการโดยสาร และการขนส่งเพื่อเชื่อมโยงในภูมิภาคทั้งประเทศ ซึ่งมีหลายโครงการ อาทิเช่นโครงการ ในการสนับสนุนนิคมอุตสาหกรรมและท่าเรือน้ำลึกแหลมฉบัง ซึ่งได้จัดสรรงบประมาณมา เพื่อแก้ไขปัญหาจราจรที่ติดขัดในท่าเรือแหลมฉบัง ซึ่งได้มีการรองรับปริมาณขนถ่ายตู้สินค้า อยู่ที่ ๕,๐๐๐,๐๐๐ ตู้ แต่ปัจจุบันนั้นก็เพิ่มขึ้นเป็น ๖,๐๐๐,๐๐๐ ตู้แล้วเป็นต้น โครงการ รถไฟความเร็วสูง ๔ เส้นทาง กรุงเทพฯ-เชียงใหม่ กรุงเทพฯ-นครราชสีมา-หนองคาย กรุงเทพฯ-หัวหิน-สงขลา และส่วนต่อขยายของสุวรรณภูมิ แอร์พอร์ต ลิงค์ไปยังจังหวัดฉะเชิงเทรา จังหวัดชลบุรี เมืองพัทยา จังหวัดระยอง ซึ่งเป็นการเดินทางทั่วภูมิภาคของประเทศ ซึ่งในโครงการสุวรรณภูมิไปยังจังหวัดระยองนั้นถือว่าเป็นเส้นทางที่มีระยะทางสั้นที่สุดเพียง ๒๒๑ กิโลเมตร และลงทุนเป็นจำนวนเงินที่น้อยเช่นกันถ้าเทียบกับ ๔ สายทาง เมื่อดูจาก ตัวเลขทางเศรษฐกิจของ ททท. การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ในปี ๒๕๕๕ จังหวัดฉะเชิงเทรา ที่รถไฟจะผ่านมีนักท่องเที่ยวเข้าไปถึง ๑,๕๐๐,๐๐๐ คน นำรายได้ให้กับประเทศประมาณ ๒,๐๐๐ ล้านบาท ส่วนในจังหวัดชลบุรีมีนักท่องเที่ยวเข้าถึง ๑๑ ล้านคน ทำรายได้เข้าประเทศ ๙๕,๐๐๐ ล้านบาท และใน ๘๐ เปอร์เซ็นต์นั้นเป็นนักท่องเที่ยวที่ไปยังเมืองพัทยาถึง ๘,๐๐๐,๐๐๐ คน ในจังหวัดระยองมีนักท่องเที่ยวเข้ามาสู่จังหวัด ๔,๖๐๐,๐๐๐ คน ทำรายได้ ๑๘,๐๐๐ ล้านบาท และในอนาคตถ้ารัฐบาลมีงบประมาณที่เพียงพอจะจัดสรรงบประมาณ ไปยังจังหวัดจันทบุรีและจังหวัดตราด นั่นก็จะเป็นการเชื่อมโยงทั้งระบบสู่ประเทศ สู่จังหวัด ในภาคตะวันออก จะทำให้เกิดการสร้างาน เกิดการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวใหม่ ลดปัญหาด้านจราจร และการสิ้นเปลืองของน้ำมันเชื้อเพลิงอีกด้วย ดังนั้นในปี ๒๕๖๒ ซึ่งมีการคาดการณ์ทางตัวเลข เศรษฐกิจของ ททท. ก็คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวมาเฉพาะจังหวัดชลบุรีอย่างเดียวถึง ๒๐ ล้านคน สร้างรายได้เข้าประเทศถึง ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ดังนั้นจึงถือว่าเป็นเส้นทางที่คุ้มค่าต่อการลงทุน อีกเส้นทางหนึ่งนะครับ สุดท้ายนี้ต้องขอฝากความห่วงใยของพี่น้องประชาชนผ่านไปยัง ท่านประธานเพื่อไปสู่รัฐบาลว่าอยากจะให้รัฐบาลนั้นมีมาตรการในการตรวจสอบในการป้องกัน การทุจริตอย่างเป็นระบบ ให้ประชาชนทุกภาคส่วนได้มีการตรวจสอบโครงการได้ทุกขั้นตอน เพื่อให้เกิดความโปร่งใส แล้วก็ให้ประชาชนทุกท่านได้ร่วมกันตรวจสอบ
และประเด็นสุดท้าย ในเรื่องของหนี้สาธารณะที่ปัจจุบันนั้นอยู่ร้อยละ ๔๔ ของจีดีพี และรัฐบาลเองก็คาดการณ์ว่าในโครงการ ๗ ปีต่อจากนี้ไปนั้นจะมีหนี้สาธารณะ ไม่เกินร้อยละ ๕๐ ซึ่งถือว่าอยู่ในวินัยของการคลังที่ดีนะครับ แต่อย่างไรก็ตาม เราอาจจะมี ปัจจัยปัญหาภายนอกประเทศที่ไม่สามารถจะควบคุมได้ ดังนั้นผมก็อยากเสนอให้ทางรัฐบาลนั้น ได้พิจารณาในการปรับลดการใช้จ่ายในโครงการพิเศษที่ใช้งบประมาณสูงเกินความจำเป็น เพื่อให้สอดคล้องกับการบริหารความเสี่ยงที่เหมาะสมต่อไป เพื่อให้เกิดการพัฒนาระบบ โครงข่ายที่มีความมั่นใจให้กับพี่น้องประชาชนว่าหนี้สาธารณะนั้นจะไม่เกินจากระดับ ที่มีความเหมาะสมได้ ขอบคุณครับ
ใช้เวลา พอสมควรแล้วนะครับ ขออีกท่านนะครับ เชิญท่านนันทนา สงฆ์ประชา ครับ
ท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรติทุกท่าน เดอะ ลาสท์ (The last) สำหรับคืนนี้ดิฉัน นางนันทนา สงฆ์ประชา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชัยนาท ท่านประธานคะ ท่านก็ทราบดีว่าทุกวันนี้แก๊สก็เป็น ของประเทศพม่า ไฟฟ้าก็เป็นของ สปป. ลาว ท่าเรือเป็นของประเทศมาเลเซีย ท่านประธาน แล้วก็เป็นที่น่าตกใจอย่างยิ่งเลยว่าโรงไฟฟ้าปรมาณูของประเทศเวียดนามกำลังดำเนินการ ก่อสร้างใกล้กับจังหวัดอุบลราชธานี ห่างกันเพียง ๓๐๐ กิโลเมตรเท่านั้น แล้วเมื่อเดือนที่แล้ว ประมาณต้นเดือนค่ะท่านประธาน ท่านก็คงได้ยินข่าวว่าทางประเทศพม่าจะหยุดซ่อมท่อแก๊ส ในช่วงเดือนเมษายน โดยเฉพาะวันที่ ๕ ที่จะถึง มีการประกาศออกมาให้คนไทยและโดยเฉพาะ ในกรุงเทพมหานครก็จะมีไฟฟ้าที่อาจจะริบหรี่บางจุด ดิฉันอยากจะกราบเรียนว่าเราจะมี การรณรงค์ให้มีการประหยัดไฟฟ้าในช่วงนั้น จากการข่าวครั้งนี้ตัวดิฉันเองนี่อยากจะ กราบเรียนว่าก็เป็นคนบ้านนอก เพิ่งจะรู้ว่าเรานี่ไปเอาแก๊สมาจากประเทศพม่า ไปเอาไฟฟ้า มาจาก สปป. ลาว และทุกคนก็คงจะมีความเห็น หัวใจคนไทยทุกคนคงมีความเห็นว่าทำไม เราไม่สร้างอะไรที่เป็นของตัวเอง อย่างเช่นเรากำลังจะกู้กันปัจจุบันนี้เห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งค่ะ เมื่อเช้าดิฉันได้ฟังท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ตลอดจนท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมคือ ท่านชัชชาติ ดิฉันอยากจะลุกในสภาแล้วโหวตเลยว่าท่านได้พูดมีความชัดเจนที่สุด ไม่จำเป็น ต้องมาลากยาวกัน เพราะทุกคนเห็นด้วยในการที่เราจะกู้ในวงเงิน ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนี้ แล้วก็ทราบว่าพูดกันมาตั้งแต่เช้าจนตอนนี้ ๐๑.๑๐ นาฬิกาว่าเราจะพัฒนาในระบบราง ทางน้ำ ทางถนน แล้วก็ด่านการค้าชายแดนให้ทันสมัย แต่ดิฉันเองมีเวลาน้อยก็จะพูดแต่เฉพาะ ระบบรางว่าผู้รับผิดชอบโครงการนี้คือกระทรวงการคลังและกระทรวงคมนาคม ก็ถือเป็น ๒ กระทรวงที่มีความมั่นคงในการบริหารที่สุด เชื่อมือค่ะ รถไฟความเร็วสูง รถไฟระบบราง จะไปภาคอีสาน ไปภาคใต้ ไปภาคตะวันออก และกรุงเทพมหานคร ๑๐ สี ๑๐ สายทาง ภาคเหนือก็คงจะทราบแล้วกรุงเทพฯ-เชียงใหม่ ภาคอีสาน กรุงเทพฯ-โคราช กรุงเทพฯ-หนองคาย ภาคใต้ กรุงเทพฯ-หัวหิน กรุงเทพฯ-ปาดังเบซาร์ ประเทศมาเลเซีย ภาคตะวันออกคือ กรุงเทพฯ-ชลบุรี กรุงเทพฯ-พัทยา แล้วก็กรุงเทพฯ-ระยอง ดิฉันจะกลับมาพูดในส่วนของ กรุงเทพฯ-เชียงใหม่ ว่าระยะทางมัน ๖๗๐ กิโลเมตร ท่านรู้ไหมคะท่านประธาน พอมี รถไฟความเร็วสูงเราจะใช้เวลาจากสถานีบางซื่อไปถึงจังหวัดเชียงใหม่จะใช้เวลาเพียง ๒ ชั่วโมง ๕๐ นาที และเส้นทางกรุงเทพฯ-เชียงใหม่ที่ดิฉันอยากจะกราบเรียนว่าเราจะเกิด สถานีแม่เป็นสถานีที่ ๒ ที่บางซื่อ เราเดินทางไปดูงานกันที่ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย เราจะเห็นว่ามีโมเดล (Model) บางซื่อเป็นเหมือนกับศูนย์การค้าขนาดใหญ่ที่มีความทันสมัย เป็นผู้นำอาเซียนไม่อายใครเขา บางซื่อไปแวะจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ไปจอดจังหวัดลพบุรี ไปจอดจังหวัดนครสวรรค์ ไปจอดจังหวัดพิจิตร ไปจอดจังหวัดพิษณุโลก ไปจอดจังหวัดสุโขทัย ไปจอดจังหวัดลำปาง ไปจอดจังหวัดลำพูน ไปถึงจังหวัดเชียงใหม่ เบ็ดเสร็จแล้วจอด ๙ สถานี จะกลายเป็นสถานีที่มีความเจริญพัฒนาหัวเมืองอย่างก้าวกระโดดทั้ง ๙ สถานีค่ะ ท่านประธาน ท่านประธานที่เคารพคะ เราบอกว่าถึงจังหวัดเชียงใหม่ ๖๗๐ กิโลเมตร ๒ ชั่วโมง ๕๐ นาที แต่เราคิดสิคะว่าถ้าจังหวัดนครสวรรค์มัน ๒๒๕ กิโลเมตร ท่านประธานคะ ใช้เวลาเพียง ๑ ชั่วโมงเท่านั้น เรามีลูกหลานถ้าบ้านเราอยู่จังหวัดนครสวรรค์เราไม่จำเป็นต้องให้อยู่หอพัก ที่กรุงเทพฯ เลย ใช้เวลา ๑ ชั่วโมง บางซื่อ-นครสวรรค์คุ้มสุด ๆ ท่านประธาน กู้ไปเลยสร้าง ไปเลยค่ะท่านประธาน ท่านประธานคะ ทีนี้เรากลับมาภาคอีสาน ภาคอีสาน กรุงเทพฯ-โคราช จอดทั้งหมด ๕ สถานีค่ะท่านประธาน ออกจากกรุงเทพฯ สถานีรถไฟบางซื่อไปจอดที่ไหน ท่านประธาน ไปจอดจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ไปจอดจังหวัดสระบุรีคือสถานีรถไฟแก่งคอย ก็คือสถานีบ้านภาชีที่พวกเรารู้จักสมัยเด็ก ๆ ไปอำเภอปากช่อง ไปโคราชใช้เวลาเพียง ๑ ชั่วโมง ๑๐ นาทีท่านประธาน สุดยอด เพราะอะไรรู้ไหมที่พูดว่าสุดยอด เพราะเส้นทางนี้จะวิ่ง เลียบลำตะคองเขาเรียกริมเลค (Lake) ภาษาอังกฤษริมเลกส่งเสริมการท่องเที่ยวสวยงาม ราวประเทศสวิตเซอร์แลนด์เลย พอไปทางภาคตะวันออกกรุงเทพฯ-ฉะเชิงเทรา-ชลบุรี-พัทยา-ระยอง เส้นนี้นอกจากเป็นรถไฟความเร็วสูงแล้วก็จะเป็นแอร์พอร์ต ลิงค์ พอภาคตะวันออกเราพูดว่า กรุงเทพฯ ตัวดิฉันเองอยากจะฝากท่านประธาน ท่านสรวงศ์ เทียนทอง นั่งอยู่ตรงนี้ ดีที่สุด ต้องทำอีกเส้นหนึ่งท่านประธาน ก็คือกรุงเทพฯ คือบางซื่อไปจังหวัดฉะเชิงเทรา ไปจังหวัดปราจีนบุรี ไปจังหวัดสระแก้ว ไปปอยเปตเลยท่านประธาน ประเทศกัมพูชาหรือเขมรเพราะเป็นชายแดน ปอยเปตชายแดนที่ติดกับกรุงเทพฯ มากที่สุด ๓๐๐ กิโลเมตร เศรษฐกิจจะเกิดขึ้นเป็นประโยชน์ กับประเทศอย่างมหาศาล เพราะจะมีโครงการท่านก็คงทราบอยู่แล้วว่ามีรางคู่จะเกิดจาก แก่งคอยไปจังหวัดฉะเชิงเทราอยู่แล้ว ไปภาคใต้ ไปภาคใต้นี่กรุงเทพฯ-หัวหิน ๒๒๕ กิโลเมตร จอด ๔ สถานีท่านประธาน จอดจังหวัดนครปฐม จอดจังหวัดราชบุรี จอดจังหวัดเพชรบุรี ๑ ชั่วโมง เป็นเฟส ๑ แต่ถ้าอยากได้เฟส ๒ กู้ต่อไปท่านประธาน ปาดังเบซาร์ เลยจอดอีก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ จังหวัดชุมพร จังหวัดสุราษฎร์ธานี อำเภอทุ่งสง อำเภอหาดใหญ่ สุดที่ปาดังเบซาร์ ใช้เวลา ๔ ชั่วโมง ๕๐ นาทีกู้อีก ถึงประเทศมาเลเซียเลย ๔ ชั่วโมง ๕๐ นาที หันมากรุงเทพฯ สายสีแดง เราดูมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์-มหาชัย เส้นนี้ ๓๐ กิโลเมตร อำเภอมหาชัยนี่ไปต่อกับเส้นไหน ไปต่อกับเส้นภาคใต้อำเภอหัวหินที่จังหวัดราชบุรีได้เลย ท่านประธาน เวลาหมดอยากจะกราบเรียนว่าจากที่ดิฉันได้กล่าวมาทั้งหมดจะเห็นได้ว่า เป็นการพัฒนาที่ก้าวกระโดดอย่างไม่เคยเห็นมาก่อน ทั้งก้าวไกลและทั่วถึงทุกภูมิภาค ดิฉันขอแสดงความยินดีกับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในชุดนี้ทั้งหมดที่เราจะได้เขียน ประวัติศาสตร์อันงดงามให้กับประเทศชาติและประชาชนโดยส่วนรวมของประเทศไทย ขอบคุณค่ะ
สมกับเดอะ ลาสท์ จริง ๆ นะครับ เลื่อนไปต่อพรุ่งนี้ครับ ๐๙.๓๐ นาฬิกาครับ
พักประชุมเวลา ๐๑.๑๔ นาฬิกา
ของวันศุกร์ที่ ๒๙ มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๕๖
เริ่มประชุมต่อเวลา ๐๙.๓๒ นาฬิกา
ของวันศุกร์ที่ ๒๙ มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๕๖
ท่านสมาชิกครับ เมื่อวานนี้มีผู้อภิปราย ส.ส. ฝ่ายค้าน ๒๘ ท่าน ฝ่ายรัฐบาล ๘ ท่าน คณะรัฐมนตรี ๖ ท่าน วันนี้ผมจะเริ่มที่ฝ่ายค้านก่อนนะครับ ท่านแรกจะเป็นท่าน พลตำรวจตรี สุรินทร์ ปาลาเร่ ๑๐ นาที ท่านกนก วงษ์ตระหง่าน ๑๐ นาที ท่านบุญยอด สุขถิ่นไทย ๑๐ นาที ท่านสามารถ ราชพลสิทธิ์ ๑๐ นาทีนะครับ และกลับมาที่ท่านชวลิต วิชยสุทธิ์ ตามลำดับอย่างนี้นะครับ ท่านบุญยอด เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ บุญยอด สุขถิ่นไทย พรรคประชาธิปัตย์ แบบบัญชีรายชื่อ ก็กำลังจะทวงถาม ท่านประธานว่าท่านประธานจะเริ่มต้นการอภิปรายในวันที่ ๒ นะครับ แต่ว่าผมยังไม่เห็น รัฐมนตรีจะเข้ามานั่งฟังในการประชุมหรือว่าให้ความสำคัญต่อการประชุม กำลังจะทวงถามครับ ท่านประธาน ก็มี ๑ ท่านที่เข้ามาแล้ว แต่ถ้าหากว่าจะมีท่านอื่น ๆ นะครับ ถ้าท่านมาถึง ก็กรุณาเข้ามาในห้องประชุม แต่ว่าถ้าท่านยังไม่ถึงเราจะรอสักครู่หนึ่งดีไหมครับ เรียนปรึกษา ท่านประธานครับ
ทางวิปรัฐบาลเชิญท่านคณะรัฐมนตรีเข้ามาฟังด้วย เดี๋ยวผมดำเนินการเลยนะครับ เพราะระยะเวลาเรามีจำกัด เชิญท่าน พลตำรวจตรี สุรินทร์ ปาลาเร่ ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม พลตำรวจตรี สุรินทร์ ปาลาเร่ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสงขลา พรรคประชาธิปัตย์ ร่างพระราชบัญญัติให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่ง จำนวน ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนะครับ เป็นการกู้ที่มากที่สุดในประวัติศาสตร์ตั้งแต่ ตั้งประเทศไทยมา ประชากรของประเทศทั้งหมด ๖๕ ล้านคนต้องรับภาระหนี้อันนี้ คนหนึ่งตกเฉลี่ยประมาณ ๓๓,๐๐๐ กว่าบาท ลูกเล็กเด็กแดงโดนผลกระทบหมด แล้วเรามาดู การจัดอันดับของประเทศนะครับ ความสามารถในการแข่งขันในเรื่องของการคมนาคมขนส่ง อยู่อันดับที่ ๔๒ การศึกษาเราอยู่อันดับที่ ๘๐ ด้านสาธารณสุขเราอยู่ที่อันดับ ๗๐ กว่า ถ้าเราดูตรงนี้แล้วเราก็ต้องมาเน้นในเรื่องการศึกษานะครับ แล้วก็ในเรื่องการศึกษา อันดับที่ ๘๐ ตอนนี้การศึกษาของเราก็รู้อยู่ว่าล้มเหลวที่สุด การศึกษาที่ล้มเหลวแล้วก็ การสาธารณสุข ตอนนี้เราไม่ได้เอาเม็ดเงินตรงนี้เข้าไปลงเลย ด้านสาธารณสุขตอนนี้ ตามโรงพยาบาลต่าง ๆ ในภูมิภาค คนไข้ไปหาหมอปรากฏว่าไปพบหมอหมอให้กลับทั้งหมด เพราะไม่มีเตียงที่จะให้คนไข้พักอยู่ แล้วจากการที่ผมไปเยี่ยมคนไข้ปรากฏว่าคนไข้ ที่เป็นโรคหัวใจต้องเข้าคิวผ่าตัดหัวใจตายไปแล้วไม่รู้เท่าไร โดยเฉพาะการฟอกไตนะครับ โรงพยาบาลอำเภอไม่มีศูนย์ฟอกไตต้องไปโรงพยาบาลจังหวัด แล้วขณะเดียวกันระยะทาง ในการเดินทางก็ใช้เวลาประมาณ ๑ ชั่วโมงเศษ ๆ ค่าใช้จ่ายเป็นจำนวนมาก ท่านไม่ไปดู ด้านสังคมด้านนั้นเลย ถ้าจัดในเรื่องการคมนาคมซึ่งการแข่งขันของประเทศอยู่ในอันดับที่ ๑๒ ซึ่งตรงนี้ผมไม่เห็นด้วยเป็นอย่างยิ่ง และการจัดงบประมาณก็ไม่เป็นธรรมใน ๓ จังหวัด ชายแดนภาคใต้โดยเฉพาะจังหวัดยะลา จังหวัดปัตตานี ไม่ได้แม้แต่บาทเดียว แต่ในขณะเดียวกัน ในบางจังหวัด ยกตัวอย่างจังหวัดเชียงราย โครงการเปลี่ยนรูปถ่าย ๒,๐๐๐ กว่าล้านบาท ที่เชียงของ โครงการสนับสนุนท่าเทียบเรือเชียงแสน จังหวัดเชียงราย ๒,๐๐๐ กว่าล้านบาท โครงการสร้างรถไฟรางคู่สายเด่นชัย-เชียงราย-เชียงของ ๗๗,๐๐๐ กว่าล้านบาท เฉพาะจังหวัดเชียงรายต่าง ๆ ที่เห็นผมไม่เอารายละเอียดมาก ที่เป็นก้อนจริง ๆ ซัดไป เป็นหมื่นกว่าล้านบาทแล้วครับ ในขณะที่จังหวัดยะลาไม่ได้แม้แต่บาทเดียว จังหวัดปัตตานี ไม่ได้แม้แต่บาทเดียว รถไฟความเร็วสูงท่านดูครับ เรียกรถไฟความเร็วสูง กรุงเทพฯ-เชียงใหม่ ระยะทาง ๗๐๐ กว่ากิโลเมตร ๓๘๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท แต่ในขณะเดียวกันโครงการรถไฟ ความเร็วสูงกรุงเทพฯ-หนองคาย ซึ่งระยะทางก็ประมาณไล่เลี่ยกัน ๑๐๗,๐๐๐ กว่าล้านบาท ตรงนี้จะให้เห็นเลยว่าจริง ๆ แล้วรถไฟกรุงเทพฯ-โคราช เท่านั้น ไม่ได้ถึงจังหวัดหนองคาย เป็นการลวง ตรงนี้เป็นลวงไว้ โดยเฉพาะสายกรุงเทพฯ-ปาดังเบซาร์ สายใต้ ใช้งบประมาณ ระยะทาง ๑,๐๐๐ กิโลเมตร แต่ใช้เงินเพียง ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาทจริง ๆ แล้วถึงหัวหิน ตรงนี้ผมคิดว่าเราเขียนเข้าไป เราแก้ถึงแต่เราไม่แก้ในจำนวนเงิน ก็เป็นที่ฟ้องร้องกันอยู่ได้ ตรงนี้ถือว่าไม่เป็นธรรม แล้วจริง ๆ รถไฟความเร็วสูงที่เราใช้ คนใช้น้อยมาก ผมคิดว่า คนใช้ก็ประมาณ ๑,๐๐๐,๐๐๐ คน แต่ขณะเดียวกัน ๖๔ ล้านคนต้องรับผิดชอบตรงนี้ครับ ขณะที่ตอนนี้ในเรื่องความวิกฤติของ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้เราไปเจรจากันอยู่ที่ประเทศ มาเลเซียโดยเฉพาะที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ ระหว่างทางรัฐบาลไทยที่แต่งตั้งไปกับขบวนการ บีอาร์เอ็น (BRN) ถ้าเขาถามเรื่องความเป็นธรรมตรงนี้ครับ เพราะ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ เกิดขึ้นเพราะความไม่เป็นธรรมแล้วรัฐบาลนี้จัดงบประมาณในลักษณะอย่างนี้ ถ้าขบวนการ ถามว่าคุณจัดงบประมาณอย่างนี้คุณไม่ให้ความเป็นธรรมแล้วเราจะตอบอย่างไรนะครับ ในการปราบปรามเราก็ไม่ต้องไปพูดถึงเรื่องที่แล้วมา ถ้าพูดไปเดี๋ยวก็มีการประท้วง ก็เลยอยากจะให้ตอบให้ได้ว่าทำไม ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้โดยเฉพาะจังหวัดยะลา จังหวัดปัตตานี ไม่มีส่วนได้อานิสงส์ตรงนี้เลยนะครับ ในขณะที่จังหวัดเชียงรายจังหวัดเดียว ที่ผมดูไม่หมดซัดไป ๑๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ตรงนี้ครับ ขอขอบคุณครับ สวัสดีครับ
ท่านกนก วงษ์ตระหง่าน ๑๐ นาทีนะครับ
(นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน ได้ยืนและยกมือขึ้น)
ประท้วง อะไรครับ ตอนเช้า ๆ อย่าเพิ่งประท้วงได้ไหมครับ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย ผมประท้วงท่านผู้อภิปรายเมื่อสักครู่ได้พาดพิงถึงจังหวัดเชียงรายว่าได้งบประมาณ เป็น ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท แต่ภาคใต้ไม่ได้ ท่านประธานครับ ไม่ใช่ ๑๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ๘๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ท่านประธานครับ ขอบคุณครับ
ฝากวิป ช่วยดูหน่อยนะครับ เชิญครับ คืออย่างนี้ครับ ผมวินิจฉัยแล้วไม่อยู่ในประเด็นที่จะประท้วงนะครับ แล้วก็ไม่ได้เกี่ยวข้องนะครับ เชิญท่านอาจารย์กนก วงษ์ตระหง่าน ครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม กนก วงษ์ตระหง่าน ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ผมขออนุญาตที่จะอภิปราย ในร่างพระราชบัญญัติเงินกู้ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนะครับ ท่านประธานครับ เมื่อวานนี้ ส.ส. จากพรรคประชาธิปัตย์เราได้อภิปรายในภาพใหญ่ที่ชี้ประเด็นสำคัญอยู่ ๓ เรื่อง
ประเด็นที่ ๑ ก็คือว่าเราไม่มีความจำเป็นที่จะต้องกู้ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เพราะว่าเราสามารถที่จะบริหารงบประมาณปกติได้อย่างสอดคล้องกับแผนการลงทุน ที่ได้นำเสนอในเอกสารประกอบการพิจารณาแล้ว นั่นเป็นประเด็นที่ ๑
ประเด็นที่ ๒ พรรคประชาธิปัตย์ได้อธิบายชัดเจนว่าวิธีการได้มาซึ่งเงินนั้น ไม่จำเป็นต้องกู้ซึ่งเป็นภาระของประเทศ แต่ถ้าใช้วิธีการร่วมทุนกับเอกชนซึ่งรัฐบาล ของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้ทำตัวอย่างไว้แล้วแต่ไม่ได้มีการสานต่อ อันนั้นก็เป็นประเด็น ที่ได้พูดไปแล้ว
ประเด็นที่ ๓ ก็คือเรื่องความพร้อมและความโปร่งใสของโครงการว่าข้อที่เป็นห่วง แล้วก็เป็นกังวล รวมทั้งถึงการเกิดหนี้สินให้กับอนาคต ท่านประธานที่เคารพ ผมอยากจะ ขออนุญาตลองนำประเด็นที่พรรคประชาธิปัตย์ได้อภิปรายไปมาทำตัวเลขในรายละเอียดครับ ท่านประธาน ผมขออนุญาตที่จะวิเคราะห์การลงทุน ผมขอ ๑ กรณีเท่านั้นก็คือรถไฟความเร็วสูง กรุงเทพฯ-เชียงใหม่ รถไฟความเร็วสูงกรุงเทพฯ-เชียงใหม่นี้ ในเอกสารประกอบบอกว่า ท่านจะต้องใช้เงินลงทุน ๓๘๗,๘๒๑ ล้านบาท แล้วก็ชำระคืนในเวลา ๕๐ ปี ท่านประธาน ที่เคารพครับ ผมได้ข้อมูลจากผู้เชี่ยวชาญทางด้านรถไฟที่ทำงานกับกระทรวงคมนาคม ได้ให้ข้อมูลผมอย่างนี้ครับ สมมุติฐานของรถไฟความเร็วสูงกรุงเทพฯ-เชียงใหม่ก็คือว่า จะมีผู้โดยสาร ๔๙,๖๐๐ คนต่อวัน ระยะทางประมาณ ๗๐๐ กิโลเมตร อันนี้เอาใกล้ ๆ นะครับ เอาตัวเลขกลม ๆ และผมให้วิ่ง ๓๖๕ วันทุกวัน คำถามก็คือว่าค่าโดยสารเท่าไรครับ ในตัวเลขนั้นเรนจ์ (Range) ของกระทรวงคมนาคมอยู่ที่ ๑.๓-๓.๕ บาทต่อกิโลเมตร แต่ผมต้องการที่จะคำนวณให้ท่านประธานดูครับ เงินลงทุน ๓๘๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทนั้นถ้าชำระคืน ๕๐ ปี ตกลงเราคืนปีหนึ่งประมาณ ๗,๗๕๖ ล้านบาท ต่อปี ในการวิ่งรถนั้นจะมีค่าดำเนินการและค่าบำรุงรักษาอยู่กรณีกรุงเทพฯ-เชียงใหม่ ๑๗,๒๔๐ ล้านบาทต่อปี ถ้าคิดความสามารถของรัฐบาลให้กู้ได้ดีที่สุดเลยก็คือกู้ในอัตราดอกเบี้ย ๒ เปอร์เซ็นต์ จากวงเงิน ๓๘๗,๐๐๐ กว่าล้านบาทนี้ รัฐบาลจะต้องจ่ายค่าดอกเบี้ย ๗,๗๕๖ ล้านบาท ต่อปี ถ้ากู้ได้ ๓ เปอร์เซ็นต์ ก็จะต้องจ่าย ๑๑,๖๐๐ กว่าล้านบาทต่อปี ถ้านำตัวเลขทั้งหมดนี้ มาคำนวณ ท่านประธานครับ ภาระทางการเงินที่รัฐบาลจะต้องจ่ายคืนต่อปีถ้ากรณีดอกเบี้ย ๒ เปอร์เซ็นต์ ก็จะอยู่ที่ ๓๒,๗๐๐ กว่าล้านบาทต่อปี ถ้าเป็นในกรณีที่เป็นดอกเบี้ย ๓ เปอร์เซ็นต์ ก็จะอยู่ที่ ๓๖,๐๐๐ กว่าล้านบาทต่อปี และถ้านำตรงนี้เอามาหักค่าใช้จ่าย ทั้งด้านการบำรุงรักษาและการเดินรถทั้งหมดออกหารด้วย ๗๐๐ กิโลเมตร ค่าใช้จ่าย ของค่าโดยสารจะตกอยู่ที่ ๒.๕๘ บาทต่อกิโลเมตร นั่นก็หมายความว่าในกรณีดอกเบี้ย ๒ เปอร์เซ็นต์ ถ้าดอกเบี้ย ๓ เปอร์เซ็นต์ ก็จะอยู่ที่ ๒.๘๙ บาท ถ้าเป็นอย่างนั้นก็หมายความว่า ค่าโดยสารในกรณีดอกเบี้ย ๒ เปอร์เซ็นต์ จะอยู่ที่ ๑,๘๐๐ บาท แต่ถ้า ๓ เปอร์เซ็นต์ ก็จะอยู่ที่ประมาณ ๒,๐๐๐ บาท นั่นก็หมายความว่าถ้าค่าโดยสารต่ำกว่า ๑,๘๐๐ บาท ในกรณีนี้รัฐบาลต้องชดเชยเองนะครับ ถ้ารัฐบาลต้องการที่จะไม่ให้ค่าโดยสารแพง แต่ถ้า ค่าโดยสารสูงกว่า ๑,๘๐๐ บาทต่อเที่ยว ไปกลับก็ ๓,๖๐๐ บาท เทียบกับโลว์ คอสท์ แอร์ไลน์ แล้วเขาไม่ขึ้นรถไฟหรอกครับ เขาขึ้นโลว์ คอสท์ แอร์ไลน์ ตรงนี้คือความเสี่ยงครับ ท่านประธาน ซึ่งผมอยากจะขออนุญาตเรียนว่าความเสี่ยงจากการคำนวณตรงนี้จะเห็นว่า ถ้าจำนวนผู้โดยสารไม่ถึง ๔๙,๖๐๐ คนต่อวัน ๓๖๕ วัน ถ้าไม่ถึงตัวเลขตัวนี้ก็จะไม่เกิดขึ้น เราจะได้ต่ำกว่านี้ และถ้าอัตราดอกเบี้ยไม่ได้ ๒ เปอร์เซ็นต์ หรือ ๓ เปอร์เซ็นต์ต้นทุนก็จะสูงกว่านี้ ตัวเลขก็จะสูงกว่านี้ เพราะฉะนั้นยิ่งไปกว่านั้นในการคำนวณเซนซิทิวิตี (Sensitivity) ของผู้โดยสารต่อราคาพบว่าถ้าค่าโดยสารเกินกว่า ๑.๔ บาทต่อกิโลเมตรผู้โดยสารจะไม่ขึ้น ถ้าแปลเป็นภาษาง่าย ๆ ก็คือว่าถ้าค่าโดยสารเกินกว่า ๑,๐๐๐ บาท ผู้โดยสารเลือก ที่จะไม่ขึ้นผู้โดยสารเลือกที่จะขึ้นรถไฟอย่างอื่นหรือรถทัวร์ครับ ด้วยเหตุผลตรงนี้เองจึงเป็น ประเด็นที่สำคัญมากว่า ถ้าค่าโดยสาร ๑,๘๐๐ บาทต่อเที่ยว ผมคิดว่าในความเป็นจริง ก็คือมีแต่นักธุรกิจหรือคนรวยเท่านั้นที่จะได้ขึ้นคนจนไม่ได้ขึ้นหรอกครับ และตรงนี้ เป็นประเด็นที่สำคัญที่ผมอยากจะเรียกร้องให้กับประชาชนที่ยากจนทั้งประเทศว่า การลงทุน ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนี้ประโยชน์ที่จะเกิดขึ้นจะเกิดกับนักธุรกิจและคนร่ำคนรวย แต่คนยากคนจนไม่ได้ประโยชน์หรอกครับ ที่บอกว่าคนยากคนจนจะได้ประโยชน์จากเศรษฐกิจ ที่โตขึ้น เศรษฐกิจที่โตขึ้นก็ตกอยู่ในมือคนรวยละครับ วันนี้ถ้าท่านประธานจำได้เรามีปัญหา ที่ใหญ่มากของประเทศคือปัญหาความเหลื่อมล้ำ ความเหลื่อมล้ำทางด้านรายได้ของประเทศ ในรอบ ๓๐ ปีที่ผ่านมาจีดีพีของเราโตขึ้น ๔-๕ เท่า เศรษฐกิจเราดีโดยภาพรวมแต่คนจนเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนภาคอีสานและคนภาคเหนือจนลงมากขึ้นท่ามกลางการเติบโตทางเศรษฐกิจ และการลงทุนครั้งนี้ท่านประธาน เป็นการตอกย้ำว่าประเทศไทยเศรษฐกิจโดยรวมจะดีขึ้น ตามที่รัฐบาลได้กล่าวอ้างและผมหวังว่าจะเป็นอย่างนั้น แต่ความเหลื่อมล้ำจะมีมากขึ้น คนยากจนจะยากจนมากขึ้นมันจะไม่เกิดทริคเกอร์ ดาวน์ เอฟเฟคท์ (Tricker down effect) อย่างที่ เราเข้าใจกัน เพราะฉะนั้นการตัดสินใจตรงนี้ครับท่านประธาน ผมอยากเรียนกับท่านรัฐมนตรี อาจารย์ชัชชาติเป็นอาจารย์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยด้วยกัน ท่านอาจารย์ชัชชาติครับ อาจารย์บอกว่า นี่คือความกล้าหาญในการตัดสินใจของรัฐบาลครับ แต่สำหรับผมไม่ใช่ความกล้าหาญครับ อาจารย์ สำหรับผมคือความบ้าบิ่นนะครับ เพราะฉะนั้นตรงนี้เราอย่าเอาประเทศชาติ และประชาชนมาเสี่ยงกับความบ้าบิ่นแบบนี้ได้ไหมครับ เพราะตัวเลขมันฟ้องอยู่แล้วว่า มันจะไม่เป็นแบบนั้น ผมขออนุญาตชี้ประเด็นเพิ่มเติมนะครับท่านประธาน ท่านรัฐมนตรีชัชชาติ กรุณาฟังนะครับ ยังไม่ได้มีการพูดถึงเลยว่ารถไฟฟ้านี้จะเป็นความเร็วสูงหรือรถไฟรางคู่ก็ตาม ใช้ไฟฟ้านะครับ ผมคำนวณเฉพาะรถไฟฟ้าความเร็วสูง ปรากฏว่าจะมีการใช้กระแสไฟฟ้า เพิ่มขึ้นอีกประมาณขั้นต่ำ ๑,๕๐๐ ล้านกิโลวัตต์ชั่วโมงต่อปี ซึ่งตรงนั้นถ้าเทียบแล้วประมาณ ๕ เปอร์เซ็นต์ของกระแสไฟฟ้าสำรอง และเมื่อไม่กี่วันมานี้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ก็บอกมาแล้วนะครับว่าเดือนเมษายนจะเกิดวิกฤติของพลังงาน และเมื่อเป็นอย่างนี้คำถาม ก็คือว่าเราต้องการใช้กระแสไฟฟ้าจากรถไฟความเร็วสูง ถ้าอย่างนั้นวิกฤติพลังงานมิยิ่งมากขึ้น หรือเปล่า ถ้าท่านรัฐมนตรีตอบผมว่าก็ไม่เป็นไรเราจะมีแผนการพัฒนาพลังงานมากขึ้น ในประเทศไทย แหล่งผลิตพลังงานบอกว่าเป็นพลังงานทดแทนในปริมาณที่สูงขนาดนี้ คงทำไม่ได้ละครับก็จะต้องไปซื้อจากต่างประเทศ ถ้าซื้อจากต่างประเทศเราต้องซื้อ อีกละครับ หรือว่ามาตรการ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนี้เป็นการสร้างเงื่อนไขให้ความต้องการ ไฟฟ้าของประเทศไทยสูงขึ้นเพื่อเราจะได้ซื้อจากประเทศเพื่อนบ้านในราคาที่สูงขึ้น และสุดท้ายก็มีคนบางคนไปลงทุนในต่างประเทศแล้วก็ได้ประโยชน์อีกละครับ คนยากคนจน ก็ไม่ได้ประโยชน์มีคนรวยเท่านั้นที่ได้ประโยชน์ครับท่านประธาน ตรงนี้ก็เป็นประเด็น ที่ยังไม่มีการพูดถึงขอให้รัฐมนตรีช่วยกรุณาตอบด้วย และยิ่งไปกว่านั้นเรื่องคนครับท่านประธาน เรามีบทเรียนจากแอร์พอร์ต ลิงค์นะครับ วันนี้คนที่เป็นหลักในการวิ่งรถแอร์พอร์ต ลิงค์ ยังเป็นชาวต่างชาติอยู่นะครับ แล้วผมถามว่าแอร์พอร์ต ลิงค์นี่แค่ ๑๐ กว่ากิโลเมตร แต่รถไฟความเร็วสูงของเรารวมกันทั้งหมดเป็น ๑,๐๐๐ กว่ากิโลเมตร คำถามคือจะเอาวิศวกร เอาช่างเทคนิคมาจากไหนครับในเวลา ๗ ปีนี้ หรือว่าเราต้องจ้างฝรั่งอีกเหมือนเดิมครับ ถ้าเราจ้างฝรั่งอีกเหมือนเดิมเราก็จะมีความเสี่ยงเหมือนแอร์พอร์ต ลิงค์อีกเช่นเดียวกัน ผมไม่ทราบว่ารัฐบาลได้คิดเรื่องนี้บ้างหรือเปล่า
อีกประการหนึ่งที่สำคัญก็คือเรื่องของผลตอบแทน ท่านรัฐมนตรีครับ ขอ ๑ นาทีครับท่านประธาน อีไออาร์อาร์ปกติแล้วมันจะต้องสูงกว่าเอฟไออาร์อาร์ แต่ปรากฏว่า มันมีหลายสายนะครับ ท่านรัฐมนตรีกรุณาไปเช็กดูว่าใครผิดกันแน่หรือท่านถูกยัดไส้ครับ ท่านอาจารย์ชัชชาติ ก็คือสายปากน้ำโพ-เด่นชัย อีไออาร์อาร์ ๖.๙ แต่ไฟแนนเชียล รีเทิร์น (Financial Return) ๒๒.๓ เปอร์เซ็นต์ ขอนแก่น-หนองคาย ชุมทางถนนจิระ-อุบลราชธานี หัวหิน-ประจวบคีรีขันธ์ สุราษฎร์ธานี-สงขลา-ปาดังเบซาร์ เป็นตัวเลขเดียวกันเลยนะครับ ซึ่งมันเป็นไหมครับ มันเป็นไปไม่ได้ครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นท่านอาจารย์ชัชชาติ ท่านกรุณาไปดูเถอะครับตรงนี้ท่านอาจจะถูกยัดไส้ก็ได้ ด้วยเหตุผลตรงนี้นะครับท่านประธาน ผมจึงคิดว่าความพร้อมของการนำเสนอที่พวกเราพรรคฝ่ายค้านได้พูดเมื่อวานนี้เกี่ยวกับ เรื่องของเอกสารแนบท้ายมันไม่ถูกจริง ๆ ตรงนี้จึงทำให้เกิดความเสี่ยงของการพิจารณา และเป็นไปไม่ได้เลยพอเข้าในชั้นกรรมาธิการแล้วผมคิดว่ากรรมาธิการจะมาดูเซนซิทิวิตี ของอัตราดอกเบี้ย ๒ เปอร์เซ็นต์ ๓ เปอร์เซ็นต์ ผู้โดยสารจาก ๔๙,๐๐๐ คน เป็น ๕๐,๐๐๐ คน ๖๐,๐๐๐ คน หรือเหลือ ๓๕,๐๐๐ คน ผมคิดว่าตรงนี้เป็นงานทางเทคนิคครับ และเป็นความรับผิดชอบ ของท่านรัฐมนตรี เพราะฉะนั้นผมจึงหวังว่าความกล้าหาญเป็นเรื่องที่ดีนะครับ แต่ความกล้าบ้าบิ่น เป็นเรื่องที่อันตรายอย่างยิ่งกับประเทศชาติของเรา ขอบพระคุณครับ
สภาผู้แทนราษฎรของต้อนรับคณะผู้อำนวยการและคณะกรรมการสถานศึกษาจากอำเภอพิมาย อำเภอชุมพวง จังหวัดนครราชสีมา นำโดยท่าน ส.ส. จรูญพงศ์ พันธุ์ศรีนคร นะครับ เชิญครับ ท่านบุญยอด ว่าให้จบทีละท่านนะครับเพราะว่าเหลืออีกหลายท่านท่านก็บ่นอยู่ เชิญครับ ท่านบุญยอด ๑๐ นาทีนะครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม นายบุญยอด สุขถิ่นไทย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ครับ กู้เงิน ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทพูดกันเมื่อวานนี้ทั้งวันแล้วนะครับ วันนี้ต้องพูดต่อด้วยความมีสติและใช้เหตุใช้ผลคุยกัน ท่านจะกู้เงิน ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ดอกเบี้ยอีก ๓,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ใช้เวลา ๕๐ ปี พี่น้องชาวโคราชที่มาที่สภาแห่งนี้ เขียนแปะข้างฝาไว้เลยนะครับ รัฐบาลนี้จะกู้เงินปีนี้ ปี ๒๕๕๖ ใช้หนี้หมดปี ๒๖๐๖ ครับ กู้ พ.ศ. นี้ใช้หนี้หมดศตวรรษหน้าครับ เขียนแปะข้างฝาไว้นะครับ แล้วท่านจะให้กู้หรือไม่ เรื่องนี้เพิ่งเริ่มต้นพูดกันมาไม่นาน ผมดูในรายงานมีการพูดกันประมาณเดือนสองเดือน แต่แท้ที่จริงแล้วท่านประธานครับ ผ่านหลักการของคณะรัฐมนตรีมา อนุมัติโดย ครม. ๑๙ มีนาคม ๒๕๕๖ สัปดาห์ที่แล้วเองครับ แล้วก็เข้ามาถึงในวันนี้ในการพิจารณาของสภา วันนี้ผมจึงบอกได้เลยครับว่าพวกผมไม่ตื่นเต้นกับการกู้เงินมาแล้วบอกว่าจะไปทำรถไฟฟ้า ความเร็วสูง รถไฟรางคู่ ท่าเรือ ศุลกากรอะไรต่าง ๆ แต่ผมตกใจครับว่าท่านทำอย่างนี้ได้อย่างไร เราพูดกันสับสนมากนะครับ ๒.๒ ล้านล้านบาท หรือ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทกันแน่ แม้แต่เอกสารที่ส่งเข้ามาเมื่อวานหลายคนก็พูดครับ บอกว่า ๓๐๐ หน้า ๒๓๑ หน้าครับ หน้าสุดท้าย ๒๓๒ หน้าสุดท้ายใบเดียวพี่น้องโคราชข้างบนครับ ๙,๒๖๑ ล้านบาท แผนงานส่งเสริมหรือสนับสนุนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของประเทศ ตามยุทธศาสตร์ ๒ บรรทัดและตัวเลข ๙,๒๖๑ ล้านบาท มีใบเดียวครับ มีแค่นี้ครับ ท่านให้ไหมครับ เอกสารแบบนี้ส่งเข้ามาเราจะดูกันอย่างไรครับ ผมจึงเรียกร้องต่อรัฐบาลนี้นะครับว่า แนวนโยบายการมีส่วนร่วมของประชาชนซึ่งบรรจุอยู่ในรัฐธรรมนูญ มาตรา ๘๗ รัฐต้องดำเนินการตามแนวนโยบายด้านการมีส่วนร่วมของประชาชน ดังต่อไปนี้
๑. ส่งเสริมให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการกำหนดนโยบายและวางแผนพัฒนา เศรษฐกิจและสังคมทั้งในระดับชาติและระดับท้องถิ่น ท่านทำไหมครับ ถามไปยังรัฐบาลว่า จะส่งเสริมและสนับสนุนการมีส่วนร่วมของประชาชนในการตัดสินใจทางการเมือง การวางแผน พัฒนาทางเศรษฐกิจและสังคม รวมทั้งการจัดทำบริการสาธารณะ ตรงเป๊ะเลยครับ ไม่ทำหรือครับ ทำนิทรรศการเพียงแค่ไม่กี่วันที่ศูนย์ราชการจะอธิบายกับคนโคราชข้างบนได้อย่างไรครับ นอกจากนั้นยังต้องมีการออกเสียงประชามติอีกนะครับ มาตรา ๑๖๕ กรณีที่คณะรัฐมนตรี เห็นว่ากิจการในเรื่องใดอาจกระทบถึงประโยชน์ได้เสียของประเทศชาติหรือประชาชน นายกรัฐมนตรีโดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรีอาจปรึกษาประธานสภาผู้แทนราษฎร และประธานวุฒิสภาเพื่อประกาศในราชกิจจานุเบกษาให้มีการออกเสียงประชามติได้ ไม่ทำล่ะครับ จะทำอะไรไม่ถามสักคำ เหมือนขายประกันผู้สูงอายุเลยครับ ไม่ถามอะไรพวกเราสักคำเลยหรือครับ พวกเราเป็นเจ้าของประเทศเช่นเดียวกับท่านนะครับ เพียงระยะเวลาไม่กี่วันที่ผ่านมาก็มี การพูดคุยกันถึงเรื่องนี้ คำถามคือว่ารัฐบาลได้รับฟังเสียงสะท้อนของกลุ่มประชาชนมากน้อย ขนาดไหน นักเศรษฐศาสตร์ไปทำการสำรวจความคิดเห็นโดยศูนย์วิจัยมหาวิทยาลัยกรุงเทพ บอกว่านักเศรษฐศาสตร์ตั้งเคพีไอ (KPI) โครงการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน เขายังเขียนอยู่เลยครับ ๒.๒ ล้านล้านบาทนะครับ ๑๓-๑๘ มกราคม ๒๕๕๖ ๖๐ เปอร์เซ็นต์บอกว่าเป็นที่กังวล อย่างยิ่งครับ ฟังไหมครับ นายพิสิฐ ลี้อาธรรม ขออนุญาตเอ่ยนาม ท่านบอกว่ากู้เงิน ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ระยะเวลา ๕๐ ปี ใช้หนี้ ๕.๑๖ ล้านล้านบาท ประเทศไทยต้องมี การปรับปรุงภาษีมูลค่าเพิ่มแวต ๗ เปอร์เซ็นต์ เป็น ๒๐ เปอร์เซ็นต์ จึงจะสามารถทำได้ รัฐจะมีรายได้ ๑,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทเพื่อมาชำระหนี้ ฟังคนต่อไปนะครับท่านประธาน นายไกร ตั้งสง่า อุปนายกวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ บอกว่าค้านกู้เงินลงทุนชั่วลูกหลาน เราเคยพูดหลายครั้งแล้วแต่รัฐบาลก็ฟังบ้างไม่ฟังบ้าง ส่วน ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ที่เน้นเรื่องระบบคมนาคม สิ่งที่น่ากลัวคือเรื่องวินัย ผมไม่เห็นด้วย กับการออกเป็นพระราชกำหนดหรือพระราชบัญญัติซึ่งผิดวินัยทางการเงินการคลัง เป็นการสร้างหนี้อนาคตที่ไม่แน่ใจว่าทำให้ประเทศไทยเดือดร้อนมากขนาดไหน หากรัฐบาล รับฟังความเห็นของวิศวกรไทยบ้าง รองศาสตราจารย์ดอกเตอร์ชัชชาติเป็นวิศวกร จบจากเอ็มไอที (MIT) จบปริญญาเอกจากมหาวิทยาลัยในประเทศสหรัฐอเมริกา ฟังนักวิชาการคนอื่นเขาบ้างสิครับ เขาบอกว่าในทางวิศวกรรมมีหลายทางเลือกไม่ต้องกู้เงิน ที่เดียวก้อนโตขนาดนั้น นี่ยังไม่ได้รวมโครงการจำนำข้าว รถคันแรก อิสลามแบงก์เจ๊ง เอสเอ็มอี เจ๊ง รวมทั้งกิจกรรมในระบบประชานิยมอื่น ๆ รวมแล้วกว่า ๑๐ ล้านล้านบาท ซึ่งเป็นหนี้สาธารณะที่ยาวนานกว่า ๖๐ ปีนับจากนี้ ไม่ฟังหรือครับ สำนักข่าวอิศราได้ลงบทความของผู้ช่วยศาสตราจารย์กานดา นาคน้อย เป็นนักวิชาการ คณะเศรษฐศาสตร์มหาวิทยาลัยคอนเนตทิคัต สหรัฐอเมริกา ท่านอธิบายชัดเจนนะครับ ขออนุญาตอ่านครับท่านประธาน โครงการสร้างรถไฟฟ้าความเร็วสูงที่ประเทศไต้หวันใช้วิธี ให้สัมปทานแบบบิลด์ โอเปอเรท ทรานสเฟอร์ (Build Operate Transfer) บีโอที (BOT) คือเอกชนที่รับสัมปทานเป็นผู้ออกแบบก่อสร้างบริหารจัดการ เมื่อครบกำหนดสัญญาแล้วก็มี การโอนกิจการและทรัพย์สินคืนแก่รัฐบาล ตั้งแต่ประมูลได้จนทดลองขับเคลื่อนรถไฟฟ้าความเร็วสูง ที่ประเทศไต้หวันใช้เวลา ๘ ปีครับ หรือแบบที่ ๒ ประเทศเกาหลีใต้ตั้งบริษัทร่วมทุนระหว่างรัฐ และภาคเอกชนเพื่อสร้างรถไฟฟ้าความเร็วสูงโดยมีเงื่อนไขให้บริษัทร่วมทุนกู้เองด้วย รัฐบาล ก็เอางบประมาณมารับภาระหนี้สิน ๕๕ เปอร์เซ็นต์ของราคาโครงการเท่านั้น ไม่ทำแบบนี้ บ้างล่ะครับ ต่างจากข้อเสนอของร่าง พ.ร.บ. ที่จะให้แบกภาระภาษีหนี้สินถึง ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ในอดีตที่สหรัฐอเมริกาบริษัทเอกชนระดมทุนทำรถไฟฟ้าข้ามมลรัฐเอง บริษัทที่ขาดทุน โดยรัฐบาลเข้าไปเทคโอเวอร์ (Takeover) ให้เป็นรัฐวิสาหกิจในภายหลัง บริษัทที่ไม่ขาดทุน ก็คือบริษัทรถไฟฟ้าที่ขนส่งสินค้า รัฐบาลญี่ปุ่นและอังกฤษลงทุนทำโครงการรถไฟฟ้าทางคู่ และรถไฟฟ้าความเร็วสูงเอง แต่เดินรถขาดทุนจนโดนแปรรูปครับ ประเทศญี่ปุ่น ประเทศเกาหลีใต้ ประเทศอังกฤษ และทุกประเทศที่มีรถไฟฟ้าความเร็วสูงในยุโรปมีการจัดเก็บภาษีทรัพย์สิน จากเจ้าของที่ดินที่มีมูลค่าสูงขึ้น ประเทศไทยไม่มีเรื่องนี้ครับ รถไฟฟ้ามหานครในประเทศญี่ปุ่น ส่วนใหญ่ลงทุนและบริหารโดยเอกชน รัฐบาลสนับสนุนด้วยการให้กู้ด้วยอัตราดอกเบี้ย ต่ำกว่าตลาด นี่เป็นทางเลือกมากมายครับที่สามารถจะทำได้ ท่านประธานครับ นอกจากนั้น สิ่งที่ต้องตอบคำถามก็คือว่ารัฐบาลสมัยนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผ่านมาตรา ๑๙๐ จากสภาแห่งนี้ ไปทำสัญญากับประเทศจีน หลังจากนั้นรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ตามรายงานของหนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ ๑๘ เมษายน ปี ๒๕๕๕ นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและคณะเดินทางเยือน สาธารณรัฐประชาชนจีนอย่างเป็นทางการเป็นวันที่ ๒ ไปกล่าวปาฐกถาในหัวข้อพัฒนาการ ความสัมพันธ์หุ้นส่วนความร่วมมือยุทธศาสตร์ไทย-จีน นอกจากนั้นก็มีการหารือข้อราชการ กับนายหวัง ฉีซาน รองนายกรัฐมนตรีประเทศจีน ก่อนการสัมมนาระหว่างอาหารกลางวัน บิซิเนส ลันเชส (Business Lunches) อนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด เป็นรักษาการโฆษก สำนักนายกรัฐมนตรีในขณะนั้น บอกว่าหัวใจของการเดินทางเยือนประเทศจีนครั้งนี้ คือการลงนามร่วมกัน ๘ ฉบับ โดยเฉพาะเมกะโปรเจกต์ว่าด้วยความร่วมมือด้านรถไฟ ที่ทั้ง ๒ ฝ่ายจะจัดตั้งคณะกรรมการร่วมระดับรัฐมนตรี ซึ่งรถไฟความเร็วสูงที่จะร่วมทุน กับประเทศจีนมี ๕ เส้นทาง กรุงเทพฯ-ระยอง กรุงเทพฯ-หนองคาย กรุงเทพฯ-ปาดังเบซาร์ กรุงเทพฯ-อุบลราชธานี และกรุงเทพฯ-เชียงใหม่ หายไปไหนล่ะครับ จะไปตอบประเทศจีน เขาอย่างไรครับ หลังจากวันนี้ไปรัฐบาลไทยจะเอาอย่างไรกันแน่ วิธีการในการทำงานนี้ มีอีกหลากหลายวิธีการครับ สิ่งที่ผมมองออกนะครับก็คือว่ารัฐบาลต้องการกลบเกลื่อนเรื่องต่าง ๆ วันนี้สภาของเราถูกใช้ให้ทำงานหามรุ่งหามค่ำครับ สัปดาห์นี้เรื่องเงินกู้ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท สัปดาห์หน้าเรื่องแก้รัฐธรรมนูญ จะได้ลืมใช่ไหมครับว่าจำนำข้าวถึงไหนแล้วครับ เจ๊งกันไปเท่าไร ธ.ก.ส. ขาดดุลไปแล้ว ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท หาเงินคืนเขาได้หรือยัง รอยเตอร์รายงานครับ บอกว่าโครงการรับจำนำข้าวใกล้ถึงจุดวิกฤติแล้วไม่ฟัง พวกเราฟังต่างประเทศบ้างไหมครับ บทวิเคราะห์รอยเตอร์บอกว่าประเทศสหรัฐอเมริกา ประเทศแคนาดา ประเทศออสเตรเลีย รวมทั้งสหภาพยุโรป กำลังกดดันประเทศไทยในที่ประชุมองค์การการค้าโลกดับเบิลยูทีโอ (WTO) ให้ชี้แจงแนวทางการระบายสต็อกข้าวที่มีปริมาณมหาศาลครับ รัฐบาลไทยตั้งท่าจะเทข้าว ๕๐๐,๐๐๐ ตันออกขายในตลาดโลกด้วยราคาขาดทุนครับ จะขาดทุนเท่าไรครับ ตอบพี่น้องประชาชน คนไทยสิครับ ที่ผ่านมาหนี้ พ.ร.ก. เงินกู้ ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาทมาจัดการเรื่องน้ำท่วมทำไปได้ ๖,๐๐๐ ล้านบาท ท่านให้เราลืมสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้หรือครับ กองทุนประกันภัยอีก ๕๐,๐๐๐ ล้านบาท พวกเราไม่ลืมครับ จำนำข้าวอีก ๒๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ลืมไม่ได้ครับ กองทุนน้ำมันไหนบอกว่า จะยกเลิกอย่างไรครับ ขาดทุนไปแล้ว ๓๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท สูญเสียรายได้จากการลดภาษีนิติบุคคล อีก ๑๕๐,๐๐๐ ล้านบาท สูญเสียรายได้จากการคืนภาษีรถยนต์คันแรกอีก ๙๐,๐๐๐ ล้านบาท ตอนนี้คืนไปได้ ๙๐,๐๐๐ คันครับ ซื้อมา ๑,๒๐๐,๐๐๐ บาท บอกว่าปีหนึ่งจะคืนเงินให้เขา วันนี้ ยังมีปัญหาอยู่เลยครับ จะไปเอาเงินคงคลังมาคืนเงินภาษีรถคันแรก ผมจึงต้องเรียนถามครับ ว่ารัฐบาลนี้มีความจริงใจขนาดไหนครับ อย่าเอาเรื่องหนึ่งมากลบอีกเรื่องหนึ่ง นี่คือโครงการ ที่ท่านยอมรับอยู่แล้วนะครับ รัฐมนตรียอมรับเลยว่า ๗ ปีที่จะกู้ไม่ได้ของตามนี้ครับ ถ้ามีเซลส์แมน (Salesman) มาขายของที่บ้านท่าน ขอเงินท่าน ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท มีโครงการมาให้ท่านดูแบบนี้ แล้วสุดท้ายบอกว่าไม่รู้นะจะเสร็จหรือเปล่า ไม่รู้นะว่ารถไฟความเร็วสูงมันคงไม่ถึงปาดังเบซาร์ครับ มันไปถึงแค่หัวหิน รถไฟความเร็วสูงไปหนองคายมันถึงแค่โคราช แต่เขาเขียนโครงการมาให้เรา แล้วบอกให้เราอนุมัติให้เขากู้ได้ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เราจะให้เขาทำหรือครับ เซลส์แมนฝันเฟื่อง อย่างนี้พวกผมไม่ซื้อครับของที่มาเดินแบบนี้ ผมไม่ซื้อจริง ๆ ครับ
สิ่งที่ต้องถามรัฐบาล ประเด็นสุดท้ายท่านประธานครับ ท่านไปจัดงานอธิบายเรื่องนี้ งบประมาณใช้ส่วนไหนครับ ยังไม่ทันทำเลยท่านมีที่ปรึกษามาจัดงานครับ ที่ปรึกษาไปใช้เงิน ของทีซีดีซี (TCDC) ไทยแลนด์ ครีเอทีฟ แอนด์ ดีไซน์ เซ็นเตอร์ (Thailand Creative & Design Center) โดยผู้ที่จัดงานนี้ก็ให้สัมภาษณ์กับมติชนออนไลน์ (Online) สัมภาษณ์อย่างไรท่านประธานครับ บอกว่าทั้งหมดมาเรียนรู้ใหม่หมดเลยซึ่งก็สนุกดีเป็นชีวิตอีกโลกหนึ่งที่ไม่ได้เรียนมา ไม่ได้โตมาก็เปิดโลกดีครับ คนนี้เรียนปรัชญา เรียนประวัติศาสตร์มาทำโครงการอธิบาย รถไฟฟ้าความเร็วสูงกับเพื่อน ๓-๔ คน สนุกดี คนนี้ที่สำคัญก็คือเป็นคณะทำงานประธาน ที่ปรึกษานโยบายของนายกรัฐมนตรีเอ่ยชื่อเขาก็ได้ครับ เพราะว่าผมไม่ได้พูดให้เขาเสียหาย แต่ผมถามท่านว่ารัฐบาลท่านไปจ้างเขาได้อย่างไร “วิป วิญญรัตน์” ลูกพันศักดิ์ วิญญรัตน์ ทำไมได้งานนี้ครับ ทั้งที่ไม่มีความรู้ความสามารถเกี่ยวกับเรื่องรถไฟฟ้าความเร็วสูงสามารถที่จะทำ โครงการต่าง ๆ เหล่านี้ออกมาได้รัฐบาลช่วยอธิบายนะครับ
สุดท้ายท่านประธานครับ ผมถามหาความกล้าหาญของรองศาสตราจารย์ ดอกเตอร์ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผมไม่กล้าที่จะถามหาคนอื่นครับ ผมไม่รู้จักในรัฐบาลนี้ แต่ถ้าดอกเตอร์ชัชชาติผมรู้ว่าท่านเป็นผู้ช่วยอธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ท่านเป็นนักเรียน โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาที่เก่งที่สุด ท่านเรียนวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยที่เพื่อน ๆ รัก ท่านเป็นศิษย์ของเอ็มไอที แล้วท่านไปเรียนต่อปริญญาเอกด้วยทุนอานันทมหิดลใช่ไหมครับ ถ้าโครงการนี้ไม่เป็นประโยชน์และมีทางเลือกอื่น ทำไมท่านไม่กล้าหาญพอที่จะเสนอโครงการอื่น ๆ เข้ามาแทน ทำไมท่านไม่กล้าหาญพอที่จะใช้ความรู้ความสามารถของท่านทางวิชาการตอบโจทย์ คนไทย ตอบโจทย์ประเทศไทย อย่าไปตอบโจทย์ใครบางคนครับ ท่านต้องกล้าหาญพอครับ ที่จะลุกขึ้นใน ครม. ของท่าน แล้วบอกว่าทางเลือกที่ดีที่สุดของคนไทย ไม่ใช่การกู้เงิน ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท มาใช้กัน ๕๐ ปี ไม่ใช่ครับ เรามีทางเลือกอื่น มีวิธีคิดอย่างอื่นอีกมากมาย อย่าเสียชื่อ อย่าเสียชื่อทั้งตัวเองเสียชื่อทั้งวงศ์ตระกูล และเสียชื่อสถาบันที่ท่านเรียนมาครับ ขอบพระคุณครับ
ต่อไป ท่านสามารถอยู่ไหมครับ ท่านสามารถ ราชพลสิทธิ์ ๒๐ นาที เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม สามารถ ราชพลสิทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ผมขอพูดถึงเรื่องโครงการภายใต้ร่าง พ.ร.บ. ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อการพัฒนา โครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของประเทศ พ.ศ. .... ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านประธานครับ การจัดสรรเงินลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้านการขนส่งยังไม่เหมาะสม เพราะสัดส่วนการลงทุนสำหรับการขนส่งทางน้ำเพียงแค่ ๑.๕ เปอร์เซ็นต์ถือว่าน้อยมาก ทั้ง ๆ ที่การขนส่งทางน้ำถูกที่สุด อีกทั้งประเทศไทยของเรามีพื้นที่ชายฝั่งทะเลยาวถึง ๒,๖๑๔ กิโลเมตร และมีพื้นที่ริมแม่น้ำยาวถึง ๑,๗๕๐ กิโลเมตร เพราะฉะนั้นรัฐบาลจะต้อง ให้ความสำคัญด้วยการจัดสรรเงินลงทุนให้มากกว่านี้ การจัดสรรเงินลงทุนให้กับระบบราง มากที่สุดโดยมีสัดส่วนถึงประมาณ ๘๐ เปอร์เซ็นต์นั้นดูเหมือนว่ามีความเหมาะสม แต่พอดู รายละเอียดแล้วพบว่าเป็นการจัดสรรตามภาคนิยมบนฐานแห่งความพอใจของฉันเอง ไม่มีหลักวิชาการด้านการขนส่งมารองรับเลย ไม่มีการจัดลำดับความสำคัญของโครงการ ตามความจำเป็นเร่งด่วน ท่านประธานครับ รัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ได้เขียนประวัติศาสตร์ หน้าใหม่ให้กับการขนส่งด้วยระบบรางเริ่มจากท่านนายกรัฐมนตรีชวน หลีกภัย ขออภัย ที่เอ่ยนามท่าน สมัยรัฐบาลชวน ๑ ได้เริ่มก่อสร้างรถไฟทางคู่ ทั้ง ๆ ที่ในเวลานั้นมีงบประมาณ จำกัด ขอรูปที่ ๑ ครับ
(เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
รูปนี้ท่านนายกรัฐมนตรีชวน กำลังตอกหมุดวางรางรถไฟทางคู่บริเวณเชิงสะพานพระรามหกเมื่อตอนต้นปี ๒๕๓๖ หลังจากนั้นท่านนายกรัฐมนตรีชวนได้กลับมาสานงานต่อในสมัยรัฐบาลชวน ๒ ด้วยการก่อสร้าง รถไฟทางคู่ ๔ สาย ๑. จากหัวหมาก-ฉะเชิงเทรา ๒. จากตลิ่งชัน-นครปฐม ๓. จากชุมทาง บ้านภาชี-มาบกะเบา ๔. จากชุมทางบ้านภาชี-ลพบุรี รัฐบาลต่อ ๆ มาให้ความสนใจ กับรถไฟทางคู่น้อยมาก พูดได้ว่าที่เรามีรถไฟทางคู่ใช้กันอยู่ในเวลานี้ เป็นเพราะการส่งเสริมการขนส่งทางรางอย่างจริงจังโดยรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ จนกระทั่ง มาถึงรัฐบาลอภิสิทธิ์ ท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ขออภัยที่เอ่ยนามท่าน ได้จัดให้มี แผนแม่บทเพื่อพัฒนาระบบราง ขอรูปที่ ๒ ครับ รูปนี้เป็นรายงานแผนแม่บทเพื่อพัฒนา ระบบรางมีสาระสำคัญคือ ๑. แผนแม่บทรถไฟความเร็วสูง ๕ สายทาง จากกรุงเทพฯ ไปหนองคาย กรุงเทพฯ-อุบลราชธานี กรุงเทพฯ-ปาดังเบซาร์ กรุงเทพฯ-เชียงใหม่ และกรุงเทพฯ-ระยอง ๒. แผนแม่บทรถไฟทางคู่ครอบคลุมทั่วประเทศเป็นระยะทาง ๓,๐๓๙ กิโลเมตร และ ๓. แผนแม่บท รถไฟสายใหม่ทั่วประเทศ ท่านประธานครับ รัฐบาลอภิสิทธิ์ได้อนุมัติงบประมาณกว่า ๑๗๐,๐๐๐ ล้านบาท สำหรับการก่อสร้างรถไฟทางคู่ระยะที่ ๑ เป็นระยะทาง ๗๖๗ กิโลเมตร ซึ่งถือว่าเป็นงบประมาณมากที่สุดที่มีการจัดสรรให้กับระบบราง พอมาถึงรัฐบาลปัจจุบัน รัฐบาลยิ่งลักษณ์ ท่านนายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ขออภัยที่เอ่ยนามท่านได้ใช้แผนแม่บท ฉบับนี้เป็นกรอบในการก่อสร้างโครงการตามร่าง พ.ร.บ. เงินกู้ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แต่มีการเปลี่ยนแปลงบางส่วนอย่างมีนัยสำคัญ เป็นการเปลี่ยนแปลงบนฐานแห่งความพอใจ ของฉันเอง ซึ่งผมจะชี้ให้เห็นต่อไป ท่านประธานครับ รัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ได้ให้ ความสำคัญกับระบบรางไม่ใช่เฉพาะรถไฟระหว่างกรุงเทพฯ กับต่างจังหวัดเท่านั้น แต่ยังให้ความสำคัญกับรถไฟฟ้าในกรุงเทพมหานครและปริมณฑลอีกด้วย เพื่อขับเคลื่อน มหานครของเราด้วยรถไฟฟ้าขนส่งมวลชน ขอรูปที่ ๓ ครับ รูปนี้ท่านนายกรัฐมนตรีชวน สมัยรัฐบาลชวน ๒ ปี ๒๕๔๒ ได้กดปุ่มเปิดหัวเจาะอุโมงค์รถไฟฟ้าใต้ดินสายสีส้มจากหัวลำโพง ถึงบางซื่อ ซึ่งเป็นรถไฟฟ้าใต้ดินสายแรกของประเทศไทยที่พี่น้องประชาชนได้ใช้เดินทางกันอยู่ ทุกวันนี้ ขอรูปที่ ๔ ครับ รูปนี้ท่านนายกรัฐมนตรีชวน ในสมัยรัฐบาลชวน ๒ ปี ๒๕๔๒ ได้เปิดเดินรถไฟฟ้าบีทีเอส (BTS) ซึ่งเป็นรถไฟฟ้าสายแรกของประเทศไทย รถไฟฟ้าสายนี้ เริ่มก่อสร้างในสมัยรัฐบาลชวน ๑ ท่านประธานครับ พูดถึงรถไฟฟ้าบีทีเอสแล้วผมจำเป็น ต้องพูดถึงการต่อเส้นทางรถไฟฟ้าบีทีเอสจากฝั่งพระนครไปสู่ฝั่งธนบุรีโดยผู้บริหาร กรุงเทพมหานครจากพรรคประชาธิปัตย์เริ่มจากสมัยท่านผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร อภิรักษ์ โกษะโยธิน ขออภัยที่เอ่ยนามท่าน ท่านได้ต่อเส้นทางรถไฟฟ้าบีทีเอสจากฝั่งพระนคร ข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาไปถึงวงเวียนใหญ่ ต่อจากนั้นท่านผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร หม่อมราชวงศ์สุขุมพันธุ์ บริพัตร ได้สานงานต่อ โดยต่อขยายรถไฟฟ้าบีทีเอสไปถึงบางหว้า บนถนนเพชรเกษม เป็นผลให้ชาวฝั่งธนบุรีไม่ต้องทนรถติดอีกต่อไป และมีโอกาสได้ใช้รถไฟฟ้า เหมือนกับชาวฝั่งพระนคร แต่กว่าจะต่อรถไฟฟ้าบีทีเอสข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาระยะทางสั้น ๆ แค่ ๒.๒ กิโลเมตรได้ และกว่าจะได้เป็นรูปนี้คือรูปที่ ๕ เป็นรถไฟฟ้าบีทีเอสเชื่อมระหว่าง ฝั่งพระนครกับฝั่งธนบุรี ก็ต้องฝ่าฟันอุปสรรคบนเส้นทางพัฒนานานัปการซึ่งสามารถอธิบายได้ด้วย รูปที่ ๖ ขอรูปที่ ๖ ครับ ท่านประธานลองอ่านดูเองว่าใครเป็นคนขัดขวางการต่อขยายรถไฟฟ้า บีทีเอสไปสู่ฝั่งธนบุรี รูปที่ ๗ ครับ ลองอ่านดูว่าใครเป็นคนแช่แข็งส่วนต่อบีทีเอสไปฝั่งธนบุรี ขอรูปที่ ๘ ครับ รูปนี้ละครับ การ์ตูนนี้เขียนว่าเห็นชาวบ้านเขาลำบากท่านคงมีความสุข ชาวบ้านหมายถึงคนฝั่งธนบุรีครับ ท่านประธานครับ พูดถึงผลงานของพรรคประชาธิปัตย์นะครับ พูดถึงผลงานเฉพาะของ รัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ก็ไม่ได้ครับ ผมจะต้องพูดถึงผลงานของรัฐบาลพรรคไทยรักไทย ด้วยครับ ในช่วงที่พรรคไทยรักไทยเป็นรัฐบาลตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๔๔ จนถึง พ.ศ. ๒๕๔๙ เป็นเวลา ๖ ปีนั้น มีกระแสข่าวเกี่ยวกับรถไฟฟ้าอยู่เป็นระยะ ๆ เช่น ๑. จะทุบตอม่อโฮปเวลล์ ๒. จะลดค่าโดยสารรถไฟฟ้าเหลือ ๑๕ บาทตลอดสาย ๓. จะซื้อกิจการรถไฟฟ้าบีทีเอส และรถไฟฟ้าใต้ดินคืนจากเอกชนโดยอ้างว่าเพื่อทำให้ค่าโดยสารถูกลงและ ๔. จะก่อสร้าง รถไฟฟ้าให้ได้ระยะทาง ๒๕๐ กิโลเมตร ภายใน ๖ ปี หรือภายใน พ.ศ. ๒๕๕๒ โดยใช้วงเงิน กว่า ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แต่สุดท้ายก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้นครับ จะพูดเช่นนั้นคงไม่ถูกต้องนัก เพราะอันที่จริงรัฐบาลพรรคไทยรักไทยเป็นผู้ริเริ่มโครงการแอร์พอร์ต ลิงค์เชื่อมมักกะสัน สู่สุวรรณภูมิ โดยใช้มักกะสันเป็นสถานีเช็กอิน การเดินทางทางอากาศในตัวเมืองที่เวลานี้ แทบกลายเป็นเมืองร้าง มีผู้ใช้บริการน้อยมากแค่วันละประมาณ ๒๐ คนเท่านั้น ถ้าเป็นในหน้าเทศกาลก็เพิ่มขึ้นถึง ๒ เท่า หรือ ๔๐ คนเท่านั้น รถไฟแอร์พอร์ต ลิงค์ ก็มีผู้โดยสารน้อย เป็นการสร้างหนี้ก้อนใหม่ก้อนใหญ่ให้กับการรถไฟแห่งประเทศไทย ท่านประธานครับ รัฐบาลยิ่งลักษณ์ได้ทดลองใช้ ๒๐ บาทตลอดสายกับแอร์พอร์ต ลิงค์ โดยเริ่มใช้ตั้งแต่วันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๕๕ แต่ไม่ได้ผล ต้องเลิกใช้ในวันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๕๕ หรือทนใช้ได้เพียงแค่ ๓ เดือนเท่านั้น เพราะฉะนั้น ๒๐ บาทตลอดสายจึงล้มเหลว ไม่เป็นไปตามที่พรรคเพื่อไทย ได้หาเสียงไว้ และ ๒๐ บาทตลอดสายจะไม่เกิดขึ้นอย่างแน่นอนในสมัยรัฐบาลยิ่งลักษณ์ มาถึงรัฐบาลอภิสิทธิ์ ท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้ก่อสร้างรถไฟฟ้าตามแผนแม่บท ที่มีการจัดทำโดยรัฐบาลที่ผ่านมา ท่านไม่ได้สั่งให้สำนักงานนโยบายและแผนการจราจร และขนส่งหรือ สนข. ศึกษาใหม่ให้สิ้นเปลืองทั้งเงินและเวลา ท่านไม่ได้สั่งให้ สนข. ปรับเปลี่ยน เส้นทางเพื่อเอื้อประโยชน์ให้กับผู้หนึ่งผู้ใด ท่านเริ่มก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีม่วงจากบางซื่อ-บางใหญ่ ซึ่งอีกไม่นานนี้ละครับพี่น้องประชาชนจะได้ใช้บริการ นอกจากนั้นท่านได้เริ่มประมูลก่อสร้าง รถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน ช่วงหัวลำโพง-บางแค และช่วงบางซื่อ-ท่าพระ
ประท้วงอะไรครับ
ท่านประธานครับ ผม จิรายุ ห่วงทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขต ๑๘ คลองสามวาครับ ขอประท้วง ท่านผู้อภิปรายตามข้อบังคับ ข้อ ๖๑ ท่านมาอวดผลงานทำไมครับ และท่านก็มาโจมตีรัฐบาล นี่เพิ่งอยู่ได้ปีกว่าเองท่านประธานครับ ๒๐ บาทก็กำลังจะทำ ที่ท่านพูดมานี่ท่านอุปโลกน์ หมดเลยนะครับ ผมไม่อยากขัดคอท่านครับ แต่ว่าเอาแค่ร่าง พ.ร.บ. เงินกู้ฉบับนี้ได้ไหม ท่านประธานครับ
คือท่านประท้วงว่าไม่อยู่ในประเด็นที่ประชุมปรึกษาหารืออยู่ใช่ไหมครับ ท่านกำลังลำดับเรื่องอยู่ ผมนั่งฟังอยู่นะครับ อดทนฟังนิดหนึ่งนะครับว่าท่านจะเข้าตอนไหน เชิญต่อครับ
ผมพูดมาถึงรถไฟฟ้า ในกรุงเทพมหานครและปริมณฑลแล้วนะครับ พูดมาถึงในสมัยท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หลังจากนั้นมาถึงท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร ขออภัยที่เอ่ยนามท่าน ผมเศร้าใจและสงสารพี่น้องประชาชนคนยากคนจน เพราะรัฐบาลนี้เตรียมที่จะเวนคืนที่ดิน เพื่อก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีส้ม เป็นการเวนคืนเกินความจำเป็น ซึ่งรถไฟฟ้าสายสีส้มนั้น ผมไม่ได้คัดค้าน ผมเห็นด้วย เพราะเห็นว่าจะมีบทบาทสำคัญในการเชื่อมโยงการเดินทาง ระหว่างฝั่งตะวันออกและฝั่งตะวันตกของกรุงเทพฯ มีเส้นทางผ่านพื้นที่สำคัญ เช่น มหาวิทยาลัยรามคำแหง ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย ห้วยขวาง ดินแดง ประตูน้ำ ยมราช หลานหลวง สนามหลวง และโรงพยาบาลศิริราช เป็นต้น ท่านประธานครับ โดยปกติการเวนคืนที่ดินเพื่อก่อสร้างทางขึ้นลงสถานีรถไฟฟ้าจะมีการเวนคืน เพียงแค่ประมาณ ๑๐๐-๒๐๐ ตารางวาเท่านั้น แต่สำหรับรถไฟฟ้าสายสีส้มนี้รัฐบาลจะเวนคืน ทางขึ้นลงถึงกว่า ๔ ไร่ กว่า ๕ ไร่ก็มี เป็นการเวนคืนเกินความจำเป็นทุกสถานีทั้ง ๒๙ สถานี สร้างความเดือดร้อนให้กับพี่น้องประชาชนคนยากคนจนเป็นจำนวนมาก ที่รัฐบาลทำเช่นนี้ ก็เพราะว่าต้องการนำพื้นที่ไปพัฒนาเชิงพาณิชย์ พูดได้ว่าเป็นการหารายได้ แต่เป็นการหา รายได้บนคราบน้ำตาของพี่น้องประชาชนคนยากคนจน ท่านประธานครับ ไม่มีใครสามารถ หยั่งรู้ได้ว่าความเจ็บปวดจากการเวนคืนเป็นอย่างไร คนที่รู้ได้ดีที่สุดก็คือคนที่ถูกเวนคืน เท่านั้นครับ
ท่านประธานครับ มาถึงเงินกู้ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ผมถือว่าเป็น การจัดสรรเงินลงทุนอย่างไม่เป็นธรรม เพราะเป็นการจัดสรรตามภาคนิยม ยกตัวอย่างเช่น การก่อสร้างรถไฟความเร็วสูง แผนแม่บทรถไฟความเร็วสูงจัดทำขึ้นในปี ๒๕๕๓ โดย สนข. และ รฟท. มีหลักวิชาการด้านการขนส่งรองรับ ได้ผลสรุปดังนี้ครับ ขอรูปที่ ๑๐ ครับ
(เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการเปิดพรีเซนเทชัน)
รูปที่ ๑๐ ครับ เป็นตารางสรุปผล การศึกษา นี่คือเป็นสรุปผลการศึกษารถไฟความเร็วสูงจัดทำโดย สนข. และ รฟท. ช่องแนวตั้ง ช่องที่ ๑ คือเส้นทาง มี ๕ เส้นทางจากกรุงเทพฯ-หนองคาย กรุงเทพฯ-อุบลราชธานี กรุงเทพฯ-ปาดังเบซาร์ กรุงเทพฯ-เชียงใหม่ และกรุงเทพฯ-ระยอง ช่องที่ ๒ คือระยะทาง ช่องที่ ๓ คือราคาเฉลี่ยต่อกิโลเมตร ดูไว้ให้ดีนะครับว่าราคาเฉลี่ยนั้นประมาณ ๓๐๐ ล้านบาท ต่อกิโลเมตร ช่องที่ ๔ คือจำนวนผู้โดยสารต่อวัน ช่องที่ ๕ ช่องสุดท้ายคือผลตอบแทน ทางด้านเศรษฐกิจหรืออีไออาร์อาร์ หมายความว่าเป็นผลตอบแทนที่ประเทศชาติ โดยส่วนรวมจะได้รับ ได้รับจากการประหยัดการใช้พลังงานน้ำมันเชื้อเพลิง ประหยัดเวลา ลดอุบัติเหตุ และลดมลภาวะ จะเห็นได้ชัดว่า ขอรูปนี้ครับ ผมต้องการแสดงตัวเลขอีไออาร์อาร์ จะเห็นได้ชัดว่าอีไออาร์อาร์ของเส้นทางจากกรุงเทพฯ-หนองคาย สูงที่สุดเป็นอันดับ ๑ ส่วนอีไออาร์อาร์ของเส้นทางกรุงเทพฯ-เชียงใหม่นั้นอยู่อันดับที่ ๔ นั่นหมายความว่าจะต้อง ก่อสร้างรถไฟความเร็วสูง เส้นทางกรุงเทพฯ-หนองคาย เป็นอันดับแรก แต่หลังจากที่ ท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์เข้ามารับตำแหน่งได้ไม่นานก็มีการแถลงนโยบายต่อรัฐสภาว่า จะก่อสร้างรถไฟความเร็วสูง ๔ เส้นทาง เอารูปลงได้ครับ ก็คือ ๑. จากกรุงเทพฯ-เชียงใหม่ กรุงเทพฯ-โคราช กรุงเทพฯ-หัวหิน และกรุงเทพฯ-พัทยา เป็นการเปลี่ยนแปลงลำดับความสำคัญ ของโครงการโดยไม่มีการศึกษามารองรับ เป็นการเปลี่ยนแปลงตามความพอใจของฉันเอง ทั้ง ๆ ที่เส้นทางจากกรุงเทพฯ ไปจังหวัดหนองคายมีความเหมาะสมมากที่สุด แต่กลับจะสร้าง เส้นทางจากกรุงเทพฯ ไปจังหวัดเชียงใหม่เป็นอันดับแรก พี่น้องชาวอีสานจำไว้ให้ดีนะครับว่า รัฐบาลนี้รักคนอีสานน้อยกว่าคนเหนือ ท่านประธานครับ การต่อขยายรถไฟความเร็วสูงจาก จังหวัดเชียงใหม่ไปคุนหมิงทำได้ลำบาก ทำได้ยาก เพราะมีปัญหาทางภูมิประเทศ ต่างกับจะต่อจากจังหวัดหนองคายมีความพร้อมมากกว่า ประเทศจีนเองก็ต้องการเชื่อมมา ทางนี้ สปป. ลาวก็ต้องการให้มีรถไฟความเร็วสูงผ่านเมืองหลวงของเขาถ้าเชื่อมไปสู่ ประเทศจีนไม่ได้ ยุทธศาสตร์การเชื่อมไทยสู่โลกหรือคอนเนคทิวิตีที่รัฐบาลนี้คุยนักคุยหนา ก็จะล้มเหลวอย่างไม่เป็นท่า สุดท้ายก็จะเป็นการเชื่อมระหว่างกรุงเทพฯ กับจังหวัดเชียงใหม่ เท่านั้น ร่าง พ.ร.บ. เงินกู้ฉบับนี้ก็จะถูกครหาว่าเป็นร่าง พ.ร.บ. เงินกู้ฉบับบ้านเกิดเมืองนอน ของดิฉัน ท่านประธานครับ การก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงระยะทางสั้น ๆ จากกรุงเทพฯ-โคราช กรุงเทพฯ-หัวหิน จะล้มเหลว เพราะแข่งกับถนนหรือรถยนต์ไม่ได้ การศึกษาของ สนข. และ รฟท. ก็ยืนยันเช่นนั้น ทำอย่างนี้จะเสียของนะครับท่านประธาน ผมเองนั้นก็อยากให้ประเทศไทยของเรามีรถไฟ ความเร็วสูง แต่เป็นห่วงว่าจะมีผู้โดยสารน้อยเหมือนกับแอร์พอร์ต ลิงค์ ด้วยเหตุผล ๒ ประการ คือ ๑. เรามีคู่แข่งที่น่ากลัวนั่นก็คือสายการบินต้นทุนต่ำ ซึ่งมีค่าโดยสารพอ ๆ กับรถไฟ ความเร็วสูง ๒. ประเทศไทยของเรานั้นมีเนื้อที่กว้างขวางกว่า ๕๐๐,๐๐๐ ตารางกิโลเมตร และพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นที่ราบเป็นผลให้พี่น้องประชาชนตั้งบ้านเรือนกระจัดกระจายส่วนใหญ่ แล้วอยู่ ๒ ข้างทางถนน ต่างกับประเทศที่ใช้รถไฟความเร็วสูงได้สำเร็จเช่นประเทศญี่ปุ่นเขามี พื้นที่แค่ประมาณ ๖๐ เปอร์เซ็นต์ของเรา และพื้นที่ส่วนใหญ่นั้นเป็นที่สูง เป็นภูเขา มีพื้นที่ราบ แค่เพียง ๒๐ เปอร์เซ็นต์เท่านั้น ในขณะที่เขามีประชากรถึง ๒ เท่าของเราเป็นผลให้ พี่น้องประชาชนของเขานั้นตั้งบ้านเรือนถิ่นฐานอย่างหนาแน่นอยู่ ๒ ข้างทางรถไฟเป็นผลให้ มีผู้ใช้รถไฟความเร็วสูงเป็นจำนวนมาก ด้วยความเป็นห่วงที่เกรงว่าจะมีผู้โดยสารน้อยผมจึง อยากให้รัฐบาลให้ความสำคัญกับรถไฟทางคู่มากกว่ารถไฟความเร็วสูงด้วยการจัดสรรเงิน ลงทุนก่อสร้างรถไฟทางคู่ให้ครอบคลุมทั่วประเทศตามแผนแม่บทที่รัฐบาลอภิสิทธิ์จัดทำไว้ เป็นระยะทาง ๓,๐๓๙ กิโลเมตร หากมีเงินเหลือก็นำมาก่อสร้างรถไฟความเร็วสูง ท่านประธานครับ ผมเป็นห่วงเรื่องราคาค่าก่อสร้างรถไฟความเร็วสูง ในปี ๒๕๕๓ สมัยท่านนายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์นั้นราคาเฉลี่ยตกกิโลเมตรละประมาณ ๓๐๐ ล้านบาท แต่เวลาผ่านไปไม่ถึง ๓ ปี ราคานี้ก็กระโดดสูงขึ้นไม่ใช่เป็นแค่การกระโดดสูงแต่เป็นการกระโดดค้ำถ่อ เพราะราคา ต่อกิโลเมตรเพิ่มขึ้นเป็นประมาณ ๖๐๐ ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น ๑ เท่าตัว ท่านประธานครับ พี่น้องประชาชนคนใช้รถไฟเขาอยากรู้ว่าเงินกู้ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนั้นจะยกเครื่องรถไฟไทย ได้หรือไม่ หรือจะยังคงเป็นเหมือนในรูปที่ ๑๑ ผมขออ่าน อนิจจา ๑๒๐ ปีรถไฟไทย วิ่งถอยหลัง ฉี่ฉุน ถึงไม่ถึงก็ช่าง หรือในรูปที่ ๑๒ รูปที่ ๑๒ จารุพงศ์เสียหน้าถูกโวยรถไฟไทยอืด ๑๙ ชั่วโมง ถึงจังหวัดเชียงใหม่ จารุพงศ์ หมายถึง ท่านจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ ขออภัยที่เอ่ยนามท่าน ท่านเป็นอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ท่านเดินทางไปจังหวัดเชียงใหม่ใช้เวลานาน ถึง ๑๙ ชั่วโมง ยิ่งกว่าบินไปแอลเอ (LA) เสียอีก ท่านประธานครับ โดยสรุปผมไม่เห็นด้วยอย่างยิ่ง ที่จะกู้เงินโดยออกเป็น พ.ร.บ. ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อการพัฒนาโครงสร้าง พื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของประเทศ พ.ศ. .... ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท และเห็นว่ารัฐบาล จะต้องนำเงินกู้นี้เข้าสู่ร่าง พ.ร.บ. งบประมาณรายจ่ายประจำปี ซึ่งสามารถทำได้แต่รัฐบาล ไม่อยากทำ ไม่อยากทำแล้วก็ไม่ได้แสดงเหตุผลให้ชัดเจนว่าทำไมไม่ต้องการทำ และเห็นว่า รัฐบาลจะต้องจัดลำดับความสำคัญของโครงการใหม่ตามความจำเป็นเร่งด่วน และที่สำคัญ ก็คือรัฐบาลต้องเปิดโอกาสให้ภาคเอกชนเข้าร่วมทุน เพื่อลดภาระความเสี่ยง ลดภาระทาง การเงินของภาครัฐ ขอบพระคุณครับ
ท่านสนอง เทพอักษรณรงค์ ๕ นาทีนะครับ
ท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิก ผู้มีเกียรติครับ กระผม สนอง เทพอักษรณรงค์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดบุรีรัมย์ พรรคภูมิใจไทย ท่านประธานที่เคารพครับ ต่อกรณีของการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมขนส่ง ของประเทศ พ.ศ. .... ถ้าจะถามในความรู้สึกของตัวกระผมเองหรือสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในพรรคภูมิใจไทยทุกคน ถามว่ามีความรู้สึกอย่างไรกับโครงการเหล่านี้ ท่านประธานครับ เราเรียนยืนยันว่าโครงการ ที่รัฐบาลนี้นำเสนอนั้นเป็นเรื่องที่ดี เราเห็นด้วยครับ เห็นด้วยว่ารัฐบาลไทยนั้นควรจะมีสิ่งเหล่านี้ มานานแล้วครับ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของเราหลายท่าน หลายคณะที่ได้ไปศึกษาดูงาน ต่างประเทศ หลายท่านได้ทดลองนั่งในขบวนรถไฟความเร็วสูงของหลายประเทศ ทุกคนก็ลงมติ เช่นเดียวกันครับว่าประเทศเราก็น่าจะมีเหมือนเขา เพราะอะไรครับ เพราะว่าการรถไฟ ของประเทศไทยเรานี่เริ่มก่อสร้างมาร้อยกว่าปี แต่ร้อยกว่าปีของรถไฟไทยแทนที่จะก้าวหน้า กลับถอยหลังลงคลอง ผมกราบเรียนจริง ๆ ว่าผมเห็นด้วยกับโครงการนี้ แต่ท่านประธานครับ สิ่งหนึ่งที่น่าเป็นห่วง บนพื้นฐานของความเห็นด้วยนี่ก็เป็นห่วงว่าในสถานะทางการเงิน การคลังของประเทศเรากำลังมีปัญหาครับ วันนี้พี่น้องประชาชนยังต้องการการพัฒนา ด้านโครงสร้างพื้นฐานอื่น ๆ อีกมาก วันนี้แหล่งน้ำพอหรือยังครับ ถนนหนทางในชนบท ยากลำบาก พี่น้องเลือดตาแทบกระเด็นในการเดินทาง เหล่านี้ต่างหากครับที่เป็นปัญหาเร่งด่วน ที่จะต้องมีต้องสร้างให้กับบรรดาพี่น้องประชาชน ท่านประธานที่เคารพครับ มาถึงวันนี้ถามว่า ความจำเป็นมากน้อยแค่ไหนในการกู้ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ในความคิดเห็นของกระผม ผมว่ามันยังมีทางอื่นนะครับ ยังมีทางอื่นที่เราจะมีรถไฟความเร็วสูงโดยไม่ต้องกู้เงินมากมายขนาดนี้ โดยวิธีไหนครับ ท่านประกาศสิครับให้บริษัทเอกชนเข้ามาร่วมทุน วันนี้ผมเชื่อแน่ว่า มีหลายประเทศอยากจะลงทุนโครงการนี้กับประเทศไทย เราค่อยศึกษาค่อยเรียนรู้ ถามหน่อย วันนี้ทำ ๓-๔ สายนี่มีสายไหนบ้างครับ มีสายกรุงเทพฯ-เชียงใหม่ กรุงเทพฯ-หนองคาย กรุงเทพฯ-ปาดังเบซาร์ แล้วก็เชื่อมท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ สรุปแล้วใน ๓-๔ สายนี่ ผมมั่นใจว่าจะเสร็จอยู่สายเดียวคือกรุงเทพฯ-เชียงใหม่เท่านั้น ก็เป็นที่ทราบกันดีแล้ววันนี้ กรุงเทพฯ-หนองคาย ไปถึงโคราช กรุงเทพฯ-ปาดังเบซาร์ ไปถึงหัวหิน ผมเสียดาย ผมเสียใจ แทนพี่น้องในเขตของผมครับ คนจังหวัดบุรีรัมย์ประชากร ๑,๖๐๐,๐๐๐ คน คนจังหวัดสุรินทร์ ๑,๔๐๐,๐๐๐ คน จังหวัดศรีสะเกษ ๑,๔๐๐,๐๐๐ คน รวมไปถึงจังหวัดอุบลราชธานี ประมาณ ๑,๙๐๐,๐๐๐ คน พี่น้องใน ๔ จังหวัดนี่เกือบ ๑๐ ล้านคนครับ พี่น้องของผมทางนี้ ไม่มีโอกาสได้เห็นรถไฟความเร็วสูงนี่เพราะอะไรครับ ทำไมรถไฟความเร็วสูงไม่มีไปถึง กรุงเทพฯ-อุบลราชธานีครับ คนภาคอีสานตอนล่างมีความผิดอะไรครับ ตรงนี้ต่างหากครับ นี่คือความเป็นธรรมกับโครงการนี้ที่ให้ต่อบรรดาพี่น้องในภาคอีสานครับ เพราะฉะนั้น ผมฝากท่านผู้แทนราษฎรจังหวัดบุรีรัมย์มีอยู่ ๙ คน ในเขตเลือกตั้งจังหวัดสุรินทร์ ๘ คน จังหวัดศรีสะเกษ ๘ คน จังหวัดอุบลราชธานี ๑๑ คน ช่วยทำความเข้าใจกับบรรดาพี่น้อง ในภาคอีสานของกระผมด้วย บอกว่าของเรานี่วาสนามันยังไม่ถึงหรอกรถไฟความเร็วสูง เอาเช้าชามเย็นชามอย่างนี้ไปก่อน ท่านประธานครับ มาถึงวันนี้ผมเป็นห่วงที่สุดในเรื่อง การจัดการบริหารเมื่อเราไม่เคยมีความรู้ในเรื่องนี้ ถามว่ารถไฟรางคู่ รถไฟความเร็วสูง ใครหน่วยงานไหนเป็นผู้บริหารครับ อย่าบอกนะครับว่าให้การรถไฟแห่งประเทศไทยบริหาร เพียงแต่คิดเบา ๆ ก็เจ๊งตั้งแต่เริ่มคิดแล้วครับ เพราะฉะนั้นถ้ามีบริษัทอื่นมาลงทุนค่อยทำไป ทีละสาย ศึกษาเรียนรู้เสร็จมีความสำเร็จทำสายที่ ๒ สายที่ ๓ ประเทศชาติของเราก็ไม่จำเป็น จะต้องไปกู้เงิน ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท สร้างภาระหนี้สินให้กับลูกหลานคนไทยของเรา ซึ่งจะต้องแบกรับภาระหนี้สินครับ เกิดมาลืมตาดูโลกจะต้องเป็นหนี้แล้ว ๑๐๔,๖๗๘.๐๕ บาท ต่อคน นี่เป็นความห่วงใยจริง ๆ ครับท่านประธาน ถ้าเป็นไปได้วันนี้จะอาศัยมือผู้แทนราษฎร เสียงข้างมากอย่างเดียวเพื่อลงมติผมว่าไม่พอนะครับ คน ๓ คนใช้เงิน ผู้แทนราษฎร ๕๐๐ คน อนุมัติไม่พอครับ เพราะคนจะใช้หนี้ทั้งหมด มัน ๖๐ กว่าล้านคน ไปถามคน ๖๐ กว่าล้านคนก่อนได้ไหมครับว่าเขาพร้อมที่จะเป็นลูกหนี้ พร้อมที่จะใช้หนี้ให้รัฐบาลหรือยังนะครับ ถ้าหากว่าท่านเห็นความสำคัญตรงนี้ เห็นความสำคัญ ต่อประชาชน ช่วยกรุณากลับไปถามประชาชนโดยการทำประชามติขอความเห็นจาก พี่น้องประชาชนคนทั้งประเทศว่าวันนี้พร้อมจะเป็นหนี้แล้วหรือยังแล้วค่อยดำเนินการ ขอบพระคุณมากครับ
ท่านชวลิต วิชยสุทธิ์ ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายชวลิต วิชยสุทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย จากจังหวัดนครพนม วันนี้เป็นการอภิปรายวันที่ ๒ ของการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่ง ของประเทศ เมื่อวานพิจารณากันถึงตีหนึ่งเศษ ๆ นี่คือความใจกว้างและความรอบคอบ ของรัฐบาลที่จัดทำกฎหมายการเงินฉบับนี้เป็นร่างพระราชบัญญัติ เปิดโอกาสให้สมาชิก ได้อภิปรายกันในวาระที่หนึ่งขั้นรับหลักการกันอย่างกว้างขวาง เมื่อผ่านวาระที่หนึ่งแล้ว ต่อไปก็เป็นการตรวจสอบรายละเอียดแผนงานโครงการในวาระที่สองขั้นแปรญัตติ นี่ก็คือ เห็นว่าเป็นความใจกว้างและความรอบคอบของรัฐบาล ผ่านวาระที่สอง วาระที่สามแล้ว วุฒิสภายังตรวจสอบอีก เรียกว่าตีแผ่โครงการกันทั้งประเทศ อย่างนี้จะไม่เรียกว่ารัฐบาล ใจกว้างและรอบคอบได้อย่างไร ดูการอภิปรายเมื่อวานแล้วผมรู้สึกพอใจระดับหนึ่ง ส่วนใหญ่ เป็นการอภิปรายติติงรับ ไม่รับ เป็นธรรมดาของข้อมูลแต่ละฝ่าย มีการประท้วงกัน พอหอมปากหอมคอ ไม่ถึงกับห้ำหั่นกันเอาเป็นเอาตาย ฝ่ายผมก็พยายามสะกิดกันว่า ประท้วงแต่พองามเท่าที่จำเป็น อีกฝ่ายคงรับฟังคำพูดของผู้อาวุโสทางการเมืองว่า อย่าหมกมุ่นการเมืองมากเกินไป ถ้าบรรยากาศเป็นเช่นนี้ตลอดไปผมว่าบรรยากาศ ประชาธิปไตยของเราคงจะราบรื่น ผมจับประเด็นการอภิปรายของฝ่ายค้านมีความเป็นห่วงอยู่ ๔ ประเด็นใหญ่ ๆ คือเป็นห่วงเรื่องการทุจริตคอร์รัปชัน เป็นห่วงเรื่องการชดใช้เงินคืน และหนี้สาธารณะ เป็นห่วงเรื่องความคุ้มค่าของการลงทุน เป็นห่วงเรื่องพื้นที่ที่ตั้งของ โครงการและพื้นที่ที่โครงการผ่าน เป็นต้น ผมเข้าใจว่ารัฐบาลคงรวบรวมปัญหาเหล่านั้นไว้ แล้วก็สรุปตอบในเวลาอันเหมาะสม สำหรับกระผมมีประเด็นที่จะสนับสนุนและมีข้อสังเกต ต่อร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ดังนี้ รัฐบาลดำเนินโครงการตามนโยบายที่แถลงไว้ต่อรัฐสภา เมื่อวันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๔ นี่เป็นประเด็นแรก ผมได้เปิดดูนโยบายของรัฐบาล ที่ท่านนายกรัฐมนตรีได้แถลงต่อรัฐสภา เมื่อวันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๔ ข้อ ๓.๔ หน้า ๒๓ นโยบายโครงสร้างพื้นฐานการพัฒนาระบบรางเพื่อขนส่งมวลชนและการบริหารจัดการ ระบบขนส่งสินค้าและบริการ ท่านนายกรัฐมนตรีได้แถลงว่าจะพัฒนาระบบคมนาคม ขนส่งทางราง พัฒนาระบบรถไฟทางคู่ชานเมืองและหัวเมืองหลัก พัฒนารถไฟความเร็วสูง สายกรุงเทพฯ-เชียงใหม่ กรุงเทพฯ-นครราชสีมา กรุงเทพฯ-หัวหิน และเส้นทางอื่น เพื่อเตรียมการเชื่อมต่อกับประเทศเพื่อนบ้าน เร่งรัดโครงการรถไฟฟ้า ๑๐ สายใน กทม. และปริมณฑล พัฒนาขนส่งทางน้ำ พัฒนาท่าอากาศยาน รัฐบาลทำหมดเลยตามที่แถลงนโยบายไว้ ต่อรัฐสภา ต้องขอขอบคุณรัฐบาลภายใต้การบริหารงานของท่านนายกรัฐมนตรีที่ดำเนินการ ตามนโยบายที่แถลงไว้
ประเด็นต่อมา ผมพยายามติดตามข่าวเรื่องนี้ทางสื่อมวลชน พบว่าภาคเอกชน โดยเฉพาะหอการค้า สมาคมโลจิสติกส์ หรือคอลัมนิสต์ (Columnist) อาวุโส หลายท่าน ที่มีความเห็นตรงไปตรงมาล้วนสนับสนุนโครงการนี้ แต่อย่างไรก็ตามเขาก็จะแสดงความเป็นห่วง ความโปร่งใสของโครงการ
ประเด็นต่อมา กระบวนการในการพิจารณาโครงการก่อนเสนอ ครม. อนุมัติ กระผมเห็นว่ารอบคอบ รัดกุม กล่าวคือโครงการจะต้องผ่านสภาพัฒนาการเศรษฐกิจ และสังคมแห่งชาติ ท่านประธานครับ สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติดำเนินการ ในรูปของคณะกรรมการซึ่งล้วนเป็นผู้ทรงคุณวุฒิมืออาชีพ ใครก็สั่งซ้ายหันขวาหันไม่ได้ จะต้องผ่านการพิจารณาของสำนักงบประมาณ กระทรวงการคลัง บุคลากรของทั้ง ๒ หน่วยงานนี้ ถือเป็นระดับมันสมองของประเทศ ฝ่ายบริหารกำกับด้านนโยบาย หากมีโครงการที่ต้องผ่าน การพิจารณาสิ่งแวดล้อมก็ต้องผ่านอีไอเอ และต้องสอบถามประชาชนที่โครงการผ่าน เช่นจะทำรถไฟทางคู่ไปจังหวัดนครพนมงบประมาณ ๔๒,๐๐๐ ล้านบาท เขาจะต้องสอบถาม พี่น้องประชาชนจังหวัดนครพนมว่าจะเอาไหม มีปัญหาสิ่งแวดล้อมไหม เมื่อโครงการสมบูรณ์ มีความพร้อมในทุกด้านจึงจะเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาอนุมัติ แล้วก็ไม่ได้กู้ทีเดียว ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ใน ๗ ปีก็เฉลี่ยดูความเหมาะสมของแต่ละโครงการ
ประเด็นต่อมาครับท่านประธาน มีเพื่อนสมาชิกหลายท่านอภิปรายว่างบประมาณ จำนวนมากที่ลงไปจะคุ้มค่าการลงทุนหรือไม่ เรื่องนี้ก็แล้วแต่เหตุผลของแต่ละฝ่าย แต่กระผม ในฐานะ ส.ส. ที่อยู่ชายแดน ผมขอยกตัวอย่างเชิงประจักษ์สัก ๑ หรือ ๒ โครงการเกี่ยวกับ การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ เมื่อรัฐบาลตัดสินใจแล้วพลิกโอกาสทันทีครับท่านประธาน โครงการแรก ก็คือโครงการก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ ๓ ที่จังหวัดนครพนม ที่ พันตำรวจโท ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีอนุมัติงบประมาณเพียง ๑,๐๐๐ ล้านบาทเศษ แต่ส่งผลกระทบมหาศาลต่อจังหวัดนครพนมและประเทศชาติ จังหวัดนครพนมเปลี่ยนพื้นที่ จากก้นซอยหรือซอยตัน เพราะขับรถไป ๙๐๐ กว่ากิโลเมตรจากกรุงเทพฯ ไปถึงจังหวัดนครพนม เป็นซอยตันครับ เพราะมีแม่น้ำโขงขวางกั้น แต่ปัจจุบันเราเปลี่ยนจากซอยตันมาเป็นประตูสู่ อินโดจีน สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จเปิดสะพานเมื่อวันที่ ๑๑ เดือน ๑๑ ปี ๒๐๑๑ ผ่านมาปีเศษท่านประธาน ปัจจุบันมูลค่าการค้าชายแดน ปี ๒๕๕๔ ๗,๐๐๐ กว่าล้านบาท แต่ปี ๒๕๕๕ เพิ่มขึ้นเป็น ๑๑,๕๐๙ ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง ๖๓.๖๗ เปอร์เซ็นต์ ในปี ๒๕๕๔ มีรถผ่านสะพาน ๑๖,๘๕๓ เที่ยว ปี ๒๕๕๕ เพิ่มขึ้นเป็น ๖๐,๗๒๓ เที่ยว สนามบินจังหวัดนครพนมสร้างกันตั้งแต่สมัยประเทศสหรัฐอเมริกาทำฐานทัพ ปัจจุบัน มีสายการบิน ๒ สายบริการทุกวัน บริษัท ไทยแอร์เอเชีย จำกัด บริษัท สายการบินนกแอร์ จำกัด (มหาชน) ช่วงยังไม่เปิดสะพานข้ามแม่น้ำโขงมีผู้โดยสารประมาณ ๒,๐๐๐ คนต่อเดือน ปัจจุบัน ๑๒,๐๐๐ คนต่อเดือน และนับวันจะเพิ่มขึ้น ๆ หลังจากที่ท่านนายกรัฐมนตรี ไปเป็นประธานเปิดงานนมัสการพระธาตุพนม แล้วก็คงจะยิ่งเพิ่มขึ้น ๆ หลังจากมีการสำรวจว่า คนจังหวัดนครพนมมีความสุขที่สุดในประเทศไทยเขาอยากจะไปดูว่ามีความสุขอย่างไร ผลจากการมีสะพานข้ามแม่น้ำโขงที่สำคัญยิ่ง อีกโครงการหนึ่งก็คือ ครม. สัญจรที่จังหวัดอุดรธานี เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา อนุมัติโครงการโรงพยาบาลศูนย์อนุภาคอินโดจีนด้วยงบประมาณ ๑,๒๗๘ ล้านบาทเพื่อรองรับเออีซี ถ้าเราไม่มีสะพานข้ามแม่น้ำโขง ไม่มีการเชื่อมโยง กับประเทศอินโดจีน จังหวัดนครพนมไม่มีทางได้รับงบประมาณโรงพยาบาลศูนย์สุขภาพ แห่งอนุภาคอินโดจีน ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม ท่านอนุกูล ตังคณานุกูลชัย ยังขยายผล อีก ๒ โครงการ ขณะนี้ท่านกำลังโปรโมทวันเดียวเที่ยว ๓ ประเทศ ท่านเชื่อหรือไม่ว่าจากจังหวัดนครพนมเข้า สปป. ลาว เข้าประเทศเวียดนาม ระยะทางเพียง ๓๐๐ กว่ากิโลเมตรใกล้กว่านครพนม-ขอนแก่นเสียอีก นอกจากนี้เมื่อวันที่ ๒๒ เดือนมีนาคม ที่ผ่านมานี้ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนมบินไปเมืองฉงจั่วซึ่งมีชนชาติจ้วงพูดภาษาไทยได้ จำนวนหนึ่งเพราะเขามีเชื้อสายไทย ลงนามความร่วมมือกันทางด้านการค้าการลงทุน ระยะทางจากเราไปเพียง ๑,๐๒๓ กิโลเมตรตามเส้นทางอาร์ ๑๒ (R12) ท่านประธานครับ อีกตัวอย่างหนึ่งของการลงทุนเชิงประจักษ์ที่เห็นชัดเจนคือสนามบินสุวรรณภูมิ ท่านประธาน ตอนสร้างใหม่ ๆ ใคร ๆ ก็ปรามาสว่าจะเป็นสุสาน ปัจจุบันไม่สามารถที่จะรองรับนักท่องเที่ยวได้ จะต้องขยายแล้วก็ย้ายสายการบินภายในประเทศมาที่สนามบินดอนเมือง ท่านประธาน ทราบหรือไม่ว่าในปี ๒๕๕๕ ที่ผ่านมานักท่องเที่ยวมาเที่ยวประเทศไทยถึง ๒๒ ล้านคน มีรายได้จากการท่องเที่ยวปี ๒๕๕๕ ๙๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท เกือบ ๑,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท มากกว่าสมัยการปฏิวัติรัฐประหารช่วงปี ๒๕๔๙ จากนั้นมาได้เพียง ๕๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท มากกว่ากันเป็นเท่าตัวท่านประธาน มากกว่าเพราะอะไร มากกว่าเพราะเรามีโครงสร้างพื้นฐาน ในขณะที่เราสร้างไว้ในสมัยที่เป็นรัฐบาลรองรับ และที่สำคัญก็คือบ้านเมืองเราเป็นประชาธิปไตย เรามีนายกรัฐมนตรีที่มาจากการเลือกตั้ง ต้องขอบคุณประเทศนิวซีแลนด์ที่ให้ความสำคัญ กับประชาธิปไตย ให้ปริญญากิตติมศักดิ์กับนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของประเทศที่มาจาก การเลือกตั้ง
ประเด็นต่อมา ท่านประธานครับ การกำหนดพื้นที่ในการพัฒนากระผมคิดว่า รัฐบาลจัดอย่างเหมาะสมตามพื้นที่ยุทธศาสตร์ที่จะเชื่อมต่อกับประเทศเพื่อนบ้านและตาม จำนวนประชากร ผมไปนั่งในห้องท่านรองประธานเจริญหยิบเครื่องคิดเลขมาบวก ไม่น่าเชื่อ จัดงบให้โครงการรถไฟฟ้าในกรุงเทพมหานครและโครงการระบบรถไฟชานเมืองใช้งบให้ กรุงเทพมหานคร ๔๗๒,๔๔๘ ล้านบาท คิดเป็น ๒๓.๖๒ เปอร์เซ็นต์ เกือบ ๑ ใน ๔ ของเงิน ทั้งหมด ถือว่ากรุงเทพมหานครได้รับงบสูงสุด ซึ่งผมเห็นด้วยว่าเหมาะสม เพราะอะไร เพราะกรุงเทพมหานครคือประเทศไทย กรุงเทพมหานครเป็นเมืองหลวงของประเทศ กรุงเทพมหานครมีประชากร ๑๐ กว่าล้านคน ทั้งประชากรที่อยู่ในนี้และประชากรแฝง ทุกองค์กรสำคัญในชาติอยู่ที่นี่ทั้งนั้นไม่ว่าจะเป็นฝ่ายนิติบัญญัติ บริหาร ตุลาการ การจัดงบ ให้กรุงเทพมหานครอย่างนี้ผมถือว่าเหมาะสม ต้องยอมรับในน้ำใจของท่านนายกรัฐมนตรี ที่ไม่โปรโมทโครงการนี้ก่อนเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้ตรวจดูโครงการในภาคใต้ ในพื้นที่ที่ไม่มี ส.ส. ของรัฐบาลเลยล้วนมีโครงการสำคัญที่ผมไม่แน่ใจว่าหากอีกฝั่งเป็นรัฐบาล จะเสนอโครงการต่าง ๆ เหล่านี้หรือไม่ ๑. โครงการสร้างรถไฟทางคู่สายนครปฐม-หัวหิน งบ ๒๐,๘๒๓ ล้านบาท โครงการรถไฟทางคู่สายหัวหิน-ประจวบคีรีขันธ์ งบ ๙,๕๕๕ ล้านบาท โครงการรถไฟทางคู่สายประจวบคีรีขันธ์-ชุมพร งบ ๑๗,๖๘๓ ล้านบาท โครงการรถไฟทางคู่ สายชุมพร-สุราษฎร์ธานี งบ ๑๗,๖๔๐ ล้านบาท โครงการรถไฟทางคู่สายสุราษฎร์ธานี-ปาดังเบซาร์ ๓๕,๗๐๐ ล้านบาท โครงการก่อสร้างท่าเรือที่จังหวัดชุมพร ๑,๗๑๓ ล้านบาท โครงการ ก่อสร้างท่าเรือน้ำลึกสงขลาแห่งที่ ๒ ๓,๖๑๓ ล้านบาท โครงการก่อสร้างท่าเทียบเรือน้ำลึก ปากบารา จังหวัดสตูลระยะที่ ๑ งบ ๑๑,๗๘๖ ล้านบาท โครงการรถไฟความเร็วสูงสายกรุงเทพฯ-หัวหิน และศึกษาต่อไปยังปาดังเบซาร์ งบ ๑๒๔,๓๒๗ ล้านบาท ท่านประธานครับ เพื่อนสมาชิกขอให้ ผมอีกนิดเดียวอีกข้อสังเกตนะครับ ประเด็นที่สนับสนุน ทีนี้มาประเด็นข้อสังเกตที่จะฝากไป ยังรัฐบาลได้แสดงความเห็นสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้มาหลายประเด็น ขอฝาก ข้อสังเกตไปยังรัฐบาล ๒ ประเด็น
ประเด็นแรก การป้องกันการทุจริต กระบวนการในการจัดทำโครงการ เป็นการป้องกันการทุจริตไปในตัวแล้ว แต่ในขณะเดียวกันสังคมกำลังจับตามองมากในเรื่อง การทุจริตคอร์รัปชัน ฝากรัฐบาลอย่าให้มีเหตุการณ์ทุจริตเหมือนในอดีตเพราะว่าช้างตายทั้งตัว เอาใบบัวมาปิดไม่มิด อาชญากรมักทิ้งหลักฐานการทำอาชญากรรมไว้ ท่านประธานครับ โฮปเวลล์มีตอเห็นอยู่ โรงพัก ๓๙๖ แห่งมีเสาโด่อยู่ ผมไม่อยากเห็นรถไฟที่ไปจังหวัดนครพนม มีแต่หมอนรถไฟ ผมฝากนี่ข้อแรก
ประเด็นที่ ๒ เรื่องการชดใช้เงินกู้ ผมขอให้บ้านเมืองเป็นประชาธิปไตย ไม่ว่าใครจะมาเป็นรัฐบาลโอกาสที่จะหาเงินเข้าประเทศมาชดใช้หนี้ผมคิดว่าเราได้ก่อนครบ ๕๐ ปีแน่นอน เรามีบทเรียนในอดีตที่บ้านเมืองเป็นประชาธิปไตย เราสามารถเปลี่ยนจาก ประเทศที่กู้เขานี่มาให้เขากู้ได้ ผมฝากเพียงเท่านี้ครับท่านประธาน ขอขอบคุณครับ
เวลาที่เกิน ให้ฝ่ายบริหารไปหักกันเองฝ่ายรัฐบาลโดยเฉพาะของครูมานิตย์ เชิญรัฐบาลชี้แจงครับ
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ขออนุญาตตอบข้อสังเกตของท่านสมาชิกใน ๓-๔ ประเด็น ต่อไปนี้ครับ
ประเด็นแรกครับ เรื่องรถไฟฟ้าความเร็วสูง ๒ วันพูดกันเยอะครับ กรุงเทพฯ-หนองคาย กรุงเทพฯ-โคราช
เดี๋ยวนะครับ ช่วยกรุณานั่งหน่อยครับ พอพูดเสร็จแล้วฟังรัฐบาลเขาชี้แจงหน่อยครับ เชิญครับ
ก็ต้องกราบเรียน ยืนยันครับว่าในร่าง พ.ร.บ. นี้เราระบุชัดเจนว่าเส้นทางที่กำหนดก็คือ กรุงเทพฯ-เชียงใหม่ กรุงเทพฯ-หนองคาย กรุงเทพฯ-ระยอง กรุงเทพฯ-ปาดังเบซาร์ เพราะว่าเวลาการคำนวณ ไออาร์อาร์ อีไออาร์อาร์ทั้งหลายต้นทางปลายทางต้องระบุให้ชัดเจนครับ เพราะฉะนั้นก็ชัดเจน แล้วเราก็ไม่ได้โกหกครับ คือเราก็เขียนตัวเงินงบประมาณชัดเจนว่างบประมาณในเบื้องต้น ที่เราทำก็คือทำตามนโยบายที่ได้แถลงกับทางรัฐสภาไว้แล้ว กรุงเทพฯ-เชียงใหม่ กรุงเทพฯ-โคราช กรุงเทพฯ-ระยอง และกรุงเทพฯ-หัวหิน ส่วนที่จะขยายไปจังหวัดหนองคายขอให้เราตั้งไข่ ตอนแรกได้ เพราะว่าในการลงทุนรถไฟความเร็วสูงมันจะมีความไม่แน่นอนสูงในระยะต้น เพราะฉะนั้นการที่เราจะเอกชนมาร่วมลงทุนเลยจากโครงการเป็น ๐ มันมีความเสี่ยง ที่เอกชนเขาต้องไปคำนวณบวกเพิ่มเข้าไป แต่ถ้าเราสามารถตั้งไข่ตอนแรกได้ชัดเจนมีจำนวน ผู้โดยสารในระยะเริ่มต้น การขยายต่อไม่ยากครับในการหาคนมาร่วมทุน แล้วผมก็ยืนยันว่า ถ้ารัฐบาลเพื่อไทยเป็นรัฐบาลอีกสมัยหนึ่ง กรุงเทพฯ-หนองคายก็เสร็จพร้อมกับกรุงเทพฯ-เชียงใหม่ โดยช่วงที่ขยายต่อเราสามารถหาคนมาร่วมทุนได้ แต่ว่าตัวแรกขอให้รัฐบาลแสดงความมั่นใจ แล้วก็ลงทุนในเบื้องต้น พอความชัดเจนมากขึ้นผมว่าเราสามารถดึงเอกชนมาร่วมโดยมี ผลตอบแทนที่เหมาะสม แต่ถ้าเราจะเริ่มจาก ๐ ความเสี่ยงนี่เอกชนเขาก็ต้องคำนวณเยอะ เพราะว่าโครงการไม่แน่นอนมันก็เป็นแนวคิดครับ ผมว่าอันนี้ก็คงต้องถกเถียงกัน แต่ก็ต้อง เรียนว่ารัฐบาลไม่ได้บ้าบิ่นครับ เราทำในกรอบที่ทำได้ ส่วนประเด็นเรื่องรถไฟความเร็วสูง ค่าโดยสารแพงอันนี้ก็ชัดเจนครับผมว่าทุกคนเข้าใจ เพราะว่ามันจะมีกลุ่มลูกค้าซึ่งแตกต่าง กับกลุ่มลูกค้าของรถไฟทางคู่ก็เป็นสาเหตุที่เราเอารถไฟทางคู่ทั่วประเทศก่อน อันนี้ก็เป็นโจทย์ ที่ชัดเจนว่าถ้าดูในโครงการที่รัฐบาลเสนอนะครับ รถไฟทางคู่มีระยะมากกว่ารถไฟความเร็วสูง มากครับ เพราะเราต้องการให้ไปดูแลพี่น้องประชาชนทั่วประเทศครับ แล้วรถไฟทางคู่ไปถึง จังหวัดหนองคาย ถึงจังหวัดอุบลราชธานี อำเภอเด่นชัย จังหวัดเชียงราย ไปจังหวัดมุกดาหาร ลงไปถึงปาดังเบซาร์ เพราะฉะนั้นผมว่าอันนี้ก็คงจะตอบข้อกังวลของท่านสมาชิกได้
ส่วนประเด็นเรื่องคนว่าคนพร้อมไหม ก็ต้องกราบเรียนว่ารถไฟเริ่ม กระบวนการแล้วครับ เรามีการทำข้อตกลงกับหลายประเทศ ทั้งประเทศจีน ประเทศญี่ปุ่น ประเทศฝรั่งเศส แล้วก็มีการส่งคน ลอตแรกก็จะมีส่งคน ๑๐๐ คนจากรถไฟไปอบรม ที่ประเทศจีน เพราะฉะนั้นต้องกราบเรียนว่าเราอย่าไปดูถูกการรถไฟแห่งประเทศไทยมากครับ มีพนักงานที่ดี ๆ เยอะนะครับ พนักงาน ๑๐,๐๐๐ กว่าคน เขาเป็นคนที่มีศักยภาพ ที่ผ่านมา ผมคิดว่าเราก็เป็นปัญหาส่วนหนึ่งคือภาครัฐเองไม่ได้ส่งงบประมาณลงไปดูแลรถไฟ เขาก็อยู่ ของเขาไปนะครับ ระบบการบริหารจัดการก็คิดว่ายังมีคนดี ๆ อยู่ครับ เราเข้าไปดูแลคัดเลือกคน จัดองค์กรนะครับ ส่วนหนึ่งผมเชื่อว่าเขาสามารถบริหารจัดการได้ ส่วนถ้าเป็นองค์กรใหม่ ที่บริหารรถไฟความเร็วสูงอาจจะต้องแยกออกมาเป็นอีกบริษัทหนึ่ง ก็เป็นเรื่องที่เรากำลัง ดำเนินการอยู่นะครับ
ส่วนเรื่องแอร์พอร์ต ลิงค์ ต้องกราบเรียนว่ามีพนักงานประมาณ ๕๐๐ คน เป็นคนไทยทั้งสิ้น มีผู้เชี่ยวชาญต่างชาติเข้าใจว่า ๓ ตำแหน่งที่มาช่วยด้านบนเรื่องความปลอดภัย เราก็มีการถ่ายทอดองค์ความรู้เทคโนโลยีอยู่ครับ อันนี้ก็เป็นสิ่งที่เราตระหนักอยู่ว่าการสร้างคน เป็นเรื่องสำคัญ
ส่วนเรื่องปริมาณไฟฟ้าที่ใช้ในรถไฟฟ้าความเร็วสูง จากการคำนวณที่ทาง สนข. คำนวณมาในเบื้องต้นก็จะใช้ไฟไม่เกิน ๑ เปอร์เซ็นต์ของการใช้ไฟฟ้าทั้งประเทศ แต่ถ้าเราดูไฟฟ้ามิติเดียวก็ไม่ได้ครับ ต้องดูด้วยว่าอนาคตน้ำมันเป็นเท่าไร เพราะว่าจริง ๆ แล้ว รถไฟฟ้าความเร็วสูงจะมาทดแทนการใช้รถยนต์ เพราะฉะนั้นน้ำมันที่มีราคาสูงขึ้น เครื่องบิน โลว์ คอสท์เองในอนาคตถ้าน้ำมันราคาเพิ่มขึ้นก็ไม่ได้โลว์ คอสท์อย่างนี้นะครับ เพราะฉะนั้น จริง ๆ แล้วมันอาจจะต้องมองในมิติอื่น เรื่องพลังงานที่ตัวรถไฟฟ้าเข้ามาทดแทนด้วย
ส่วนเรื่องข้อผิดพลาดในเอกสารมีตัวอีไออาร์อาร์กับเอฟไออาร์อาร์ก็จริงครับ เอฟไออาร์อาร์ต้องต่ำกว่า คือเรามีการแก้ไขแต่อาจจะมีบางเล่มที่มีข้อผิดพลาดนะครับ อันนี้ก็ต้องเรียนว่าเป็นข้อผิดพลาดจริง ๆ ครับ แต่ก็เป็นที่รู้กันว่าเอฟไออาร์อาร์ก็ต้องต่ำกว่า อีไออาร์อาร์อยู่แล้วครับ เพราะว่าอีไออาร์อาร์มันรวมผลตอบแทนทางเศรษฐกิจอยู่ด้วย
ส่วนราคาค่าก่อสร้างรถไฟฟ้าความเร็วสูงที่ท่านสมาชิกให้ข้อสังเกตก็คือว่า ตัวแรกเลย ๓๐๐ ล้านบาทต่อกิโลเมตร เป็นการศึกษาในประมาณปี ๒๕๕๒ หรือปี ๒๕๕๓ ของ สนข. เป็นช่วงต้นพรี-ฟีซิบิลิตี รูปแบบของการก่อสร้างทำเป็นคันดินยาวตลอดเลยครับ ก็คือว่าทำเหมือนยกเป็นภาษาอังกฤษเรียกว่าเอ็มแบงก์เมนท์ (Embankment) ยกยาวตลอด ๖๐๐ กิโลเมตร ก็จะถูกหน่อย แต่ในความเป็นจริงแล้วพอเรามีเหตุการณ์อุทกภัย มีการดูเรื่อง การไหลของน้ำ เรื่องพื้นที่น้ำท่วม ก็ปรากฏว่าในเส้นทางแต่ละเส้นทางต้องมีการทำ เป็นยกระดับประกอบ เพราะฉะนั้นพอเราลงไปศึกษารายละเอียดเพิ่มนะครับ เพราะฉะนั้น จากที่เดิมประมาณการเป็นคันดินแล้วจะแบ่งพื้นที่ออกเป็น ๒ ส่วนนะครับ บางส่วนต้องทำ เป็นยกระดับ เป็นพื้น เป็นอุโมงค์ เป็นยกระดับ เพราะฉะนั้นพอลงรายละเอียดขึ้น มันก็จะสะท้อนออกมาในค่าใช้จ่าย ซึ่งเราไม่ได้ทำฝ่ายเดียวก็ยังมีทางประเทศญี่ปุ่น ที่มาทำการศึกษาเบื้องต้น ทางประเทศจีนที่มาช่วยทำการศึกษาเบื้องต้น ราคานี้ก็คือราคา ที่เรามาเปรียบเทียบกันแล้วก็อยู่ในราคาที่เหมาะสม ก็คงสะท้อนราคาที่แท้จริง อันนี้ก็เป็น ราคากรอบที่เราเสนอในครั้งนี้ครับ ก็ต้องกราบเรียนว่ามีที่มาที่ไปครับ ไม่ใช่ว่าเราไปปรับราคา เอาตามอำเภอใจ ก็มีข้อประกอบทางเทคนิคซึ่งมีหลักฐานที่สนับสนุนครบถ้วน ในเบื้องต้น ขออนุญาตเท่านี้ครับ
ผมจะลำดับก่อนนะครับท่านสามารถ ท่าน ส.ส. จะได้เตรียมตัวท่านได้นะครับ หลังจากนี้ จะเป็นท่านนิพนธ์ บุญญามณี ท่านเจือ ราชสีห์ ท่านฉัตรพันธ์ เดชกิจสุนทร ท่านวิชัย ล้ำสุทธิ ท่านมัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช แล้วก็ท่านดอกเตอร์ลีลาวดี วัชโรบล ดอกเตอร์สามารถมีอะไรครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม สามารถ ราชพลสิทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ผมขอในส่วนที่พาดพิงถึงที่ผมได้อภิปรายไว้ครับ ที่ท่านรัฐมนตรีชัชชาติ ได้ตอบมาเรื่อง ค่าก่อสร้างรถไฟความเร็วสูง ผมบอกว่าเมื่อปี ๒๕๕๓ นั้น ประมาณช่วงเวลากลางปี ราคาค่าก่อสร้างกิโลเมตรละประมาณ ๓๐๐ ล้านบาท แต่มาถึงบัดนี้การศึกษาของรัฐบาลนี้ เพิ่มขึ้นเป็นประมาณ ๒ เท่า หรือ ๖๐๐ ล้านบาทต่อกิโลเมตร การศึกษาของรัฐบาลนี้ ยังไม่เสร็จเลยครับ เพิ่งเริ่มต้นเมื่อต้นปีนี้เองนะครับ ค่าก่อสร้างเอามาจากที่ไหน แล้วฉบับที่ผมอ้างถึง มันอยู่ในมือครับ ช่วยซูมหน่อยครับ กล้องช่วยจับหน่อยครับ อันนี้ละครับ ค่าก่อสร้างนี้ รวมทั้งค่างานทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นระบบขบวนรถไฟ อาณัติสัญญาณ ค่าเวนคืน รวมงานทุกอย่างไว้แล้วครับ ประมาณกิโลเมตรละ ๓๐๐ ล้านบาท แล้วศึกษาโดยคนคนเดียวกัน นั่นก็คือ สนข. และ รฟท. ทำไมเวลาผ่านไปไม่ถึง ๓ ปีจึงเพิ่มเป็น ๖๐๐ ล้านบาท เป็นเงินจำนวนมากครับท่านประธาน แล้วศึกษายังไม่เสร็จเลยครับท่านประธาน เอาตัวเลขมาจากที่ไหน
เชิญท่านนิพนธ์ครับ ท่านนิพนธ์ได้ ๑๕ นาทีเชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายนิพนธ์ บุญญามณี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ในร่างพระราชบัญญัติให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อการพัฒนา โครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของประเทศ พ.ศ. .... ผมคิดว่าสิ่งที่เพื่อนสมาชิก ได้พูดมาเมื่อวานนี้ถึงที่มาของโครงการหรือที่มาของการกู้เงินผมคิดว่าได้อภิปรายไปพอสมควร แต่ในประเด็นของผมคิดว่าสิ่งที่น่ากังวลหลังจากได้ศึกษาร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ พร้อมทั้ง ได้ศึกษาตัวเอกสารที่แนบท้ายมาให้ ผมคิดว่ารัฐบาลนี้ไม่ให้ความสำคัญกับระบบผังเมือง รัฐบาลคิดแต่จะสร้างแต่รัฐบาลไม่ได้ดูว่าสร้างไปแล้วบ้านเมืองจะเดินไปในทิศทางใด สร้างไปแล้ว ความแออัดจะเกิดขึ้นหรือไม่ ท่านไม่ได้เตรียมการล่วงหน้าท่านปล่อยให้สร้างไปก่อนแล้วเกิด ปัญหาในอนาคตค่อยไปแก้ปัญหากันอย่างนั้นหรือ ท่านรู้ว่าสิ่งที่ท่านจะสร้างในวันนี้ล้วนแต่ กระทบหรือว่ามันส่งผลถึงความเจริญของชุมชนในอนาคต แต่วันนี้ท่านมีสิ่งใดหรือว่าท่าน ไม่ได้เตรียมงบประมาณในการที่จะให้กำหนดผังเมืองหรือแผนของเมืองทั้งหมดว่าเมืองจะเดิน ไปในทิศทางใดที่ท่านไปพัฒนาอย่างนั้น ชุมชนจะอยู่กันอย่างไร สวนสาธารณะจะเป็นอย่างไร ให้เป็นสัดส่วนอย่างนี้ท่านไม่ได้คำนึงถึงเลย ผมยกตัวอย่างให้ท่านเห็นนะครับว่าในหลายชุมชน ที่มันเกิดปัญหาขึ้นในขณะนี้ เพราะการพัฒนาไร้ทิศทาง ไร้ผังเมืองมากำหนดรูปแบบให้ชัดเจน ท่านจัดงบประมาณให้กับโครงการต่าง ๆ ได้เป็นล้านล้านบาท แต่ทำไมท่านไม่ให้ความสำคัญ กับระบบผังเมือง วันนี้ผมคิดว่านี่คือสิ่งที่ผมจะได้นำเสนอต่อท่านประธานผ่านไปยังรัฐบาลว่า ยังมีเวลาที่ท่านจะไปปรับปรุงทบทวนแก้ไขเรื่องนี้เสียก่อนที่ร่างพระราชบัญญัตินี้จะถูกนำไปใช้ ผมยกตัวอย่างให้ท่านเห็นนะครับ ผมไม่ยกตัวอย่างที่อื่น อย่างน้อยที่สุดวันนี้ความแออัด ที่ด่านสะเดาเป็นที่รับรู้กัน ท่านประธานอยู่ในคณะกรรมาธิการติดตามงบประมาณเราเคยดูกัน เรื่องนี้ วันนี้ด่านสะเดาซึ่งถือเป็นเมืองหน้าด่านที่สำคัญที่สุดของภาคใต้ สินค้าส่งออก ผ่านด่านสะเดาประมาณปีหนึ่ง ๓๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทเฉพาะด่านนี้ มูลค่าสินค้าที่ส่งออก จำนวนนักท่องเที่ยวจากประเทศมาเลเซียที่ผ่านด่านสะเดา วันนี้เราไม่มีผังเมืองในฉบับนี้ เรามีงบประมาณให้ปรับปรุงด่านสะเดา ซึ่งอันที่จริงในช่วงที่ท่านอภิสิทธิ์เป็นนายกรัฐมนตรี ได้จัดสรรงบประมาณไทยเข้มแข็งไปให้ ๑,๐๐๐ กว่าล้านบาท แต่มีปัญหาเรื่องการเวนคืนที่ หรือว่าการจ่ายผลอาสินให้กับเจ้าของที่ดินที่ครอบครองอยู่ซึ่งเป็นที่ดิน ส.ป.ก. หรือเป็นที่ดิน ของกรมป่าไม้ แล้วให้ ส.ป.ก. นำไปจัดสรรให้ชาวบ้าน แล้วมีปัญหาเรื่องการจ่ายผลอาสิน ตกลงกันไม่ได้ ทำให้วงเงิน ๑,๐๐๐ กว่าล้านบาทจ่ายไม่ได้ในเวลาที่กำหนดไว้ ก็ต้องโอนเงิน โยกเงินส่วนนั้นมาเป็นการปรับปรุงด่านศุลกากรบางส่วนในขณะนี้ แต่ว่าผมพยายามดูในเนื้อหา ของงบประมาณที่ท่านจะไปปรับปรุงด่านใหม่ ซึ่งเรายอมรับว่าวันนี้ถึงเวลาที่ด่านสะเดา ต้องปรับปรุงใหม่ แต่ผมพยายามดูว่าท่านจัดสรรงบให้ผังเมืองเขาไปดำเนินการเรื่องนี้ด้วย หรือเปล่า ไม่มีครับ ผมอยากจะดูความชัดเจนว่าท่านจะวางรูปแบบการพัฒนาเมืองหรือว่า พัฒนาด่านชายแดนสะเดาอย่างไรไม่ให้มันเกิดความแอดอัดอย่างปัจจุบันนี้อีก ซึ่งปัจจุบัน ถ้านักท่องเที่ยวเข้ามา ท่านประธานไปดูเถอะครับว่ามันแออัดขนาดไหน นักท่องเที่ยวเข้ามาเที่ยว จากประเทศมาเลเซียหรือจากประเทศสิงคโปร์ที่ใช้รถยนต์ผ่านด่านนี้ปีหนึ่งเป็นล้านคน เพราะฉะนั้นนี่คือสิ่งที่ผมจะชี้ให้เห็นว่ารัฐบาลละเลยไม่ให้ความสำคัญกับการวางผังเมือง หรือรูปแบบของการพัฒนาเมือง ท่านต้องกำหนดแล้วครับว่าวันนี้ท่านจะกำหนดเมืองชายแดนทุกจุดที่ท่านไปพัฒนานี่รูปแบบ ของการผังเมืองท่านจะวางอย่างไร การเชื่อมต่อถนนระหว่างทางหลวงแผ่นดินท่านจะทำอย่างไร วันนี้ด่านศุลกากรสะเดากรณีถนนกาญจนวนิชมันแออัดเกินไปแล้วเพราะรถบรรทุกบรรทุกสินค้า ก็ผ่านเส้นนี้ นักท่องเที่ยวก็ผ่านเส้นนี้ ประชาชนที่สัญจรไปมาในพื้นที่ก็ผ่านเส้นนี้มันแออัด เกินกว่าที่ปริมาณของผิวถนนจะรับได้ ถึงเวลาที่ท่านต้องคิดถนนใหม่แต่ว่าไม่เห็นท่านคิด ว่าจะตัดถนนใหม่อย่างไร เพราะกรมทางหลวงคิดไว้แล้วแต่ทำไมไม่เอามาใส่ในแผนนี้ ตัดถนนใหม่ ผมเคยเชิญอธิบดีกรมทางหลวงแผ่นดินมาในคณะกรรมาธิการติดตามการบริหารงบประมาณ ท่านบอกว่าตั้งวงเงินไว้ประมาณ ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท แต่วันนี้ทำไมไม่เห็นสำหรับเส้นนี้เพื่อจะ จัดเลี่ยงเมืองเลี่ยงความแออัดที่จะผ่านไปยังด่านศุลกากร ด่านใหม่ที่ด่านสะเดาหรือที่ด่านนอก ที่เราเรียกกัน เพราะฉะนั้นนี่คือความหมายแม้กระทั่งจะพูดให้เลยไปวันนี้ถึงด่านศุลกากรตากใบ ผมพยายามดูว่าโครงการด่านศุลกากรตากใบท่านจะทำอย่างไรเพราะเราไปเจรจากับ ประเทศมาเลเซียอยู่ว่าเราจะต้องทำที่แหล่งใหม่ให้เกิดขึ้นที่ตากใบ เราจะไม่ใช้เรือเฟอร์รี่ (Ferry) หรือเรือข้ามท่าอีกต่อไป เพราะขณะนี้ถ้าจะข้ามท่าไปฝั่งกาลันกูโบร์ของประเทศมาเลเซีย ของรัฐกลันตัน เราต้องใช้ท่าเรือเฟอร์รี่หรือเรือขนานยนต์อยู่ถึงเวลาที่เราจะต้องสร้าง สะพานข้าม แล้วสะพานแห่งใหม่ผมทราบว่ากรมทางหลวงแผ่นดินก็ไปสำรวจอยู่แล้ว ทำไมไม่อยู่ในแผนนี้ นี่คือสิ่งที่เราคิดว่าท่านต้องวางระบบเมืองชายแดนทั้งหมดเพราะว่า เมืองชายแดนคือหน้าตาของประเทศ สิ่งที่ผมพูดอย่างนี้เพราะว่าในขณะนี้มันกำลังเกิดปัญหา ที่เราไปสร้างด่านแล้วเราไม่ทำถนนเชื่อม นั่นคือที่ด่านประกอบ อำเภอนาทวี ที่ตำบลประกอบ ที่ท่านไปสร้างด่านใหม่ท่านไปดูสิครับว่าด่านเปิดแล้วในขณะนี้ แต่ทางหรือว่าถนนไม่มี ท่านยังใช้ถนนแบบบางช่วงยังเป็นลูกรังอยู่เลยครับ ในขณะที่ของประเทศมาเลเซียเขาทำ อย่างดีหมดแล้ว การพัฒนาของประเทศมาเลเซียเขาเป็นระบบ เขาเป็นเรียกว่าเป็นชุด เป็นแพคเกจ (Package) เลย แต่ของเราทำล้าหลังประเทศมาเลเซียมากในสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ ผมพยายามยกตัวอย่างเรื่องนี้เพราะต้องการให้รัฐบาลนี้ได้คิดอย่างเป็นระบบในการพัฒนาเมือง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมืองชายแดนซึ่งถ้ามาดูในเอกสารเล่มนี้ท่านให้ความสำคัญกับเมืองชายแดน คือการพัฒนาด่านศุลกากรซึ่งเราเรียกร้องกันมานาน แล้วในด่านศุลกากรเองท่านประธาน คงจำได้เวลาเราเชิญมาเราบอกว่าวันนี้ถึงเวลาที่ให้กรมโยธาธิการและผังเมืองเป็นเจ้าภาพหลัก ในการวางแผนพัฒนาเมืองชายแดนออกแบบที่ไหนที่เราจะสร้างด่าน ที่ไหนเราจะปรับปรุงด่าน เราถือโอกาสที่จะต้องวางผังเมืองเสียด้วยเลย วางผังเมืองแล้วในตัวด่านเองเราต้องคิดให้ครบ เบ็ดเสร็จเลยว่าต่อไปนี้ไม่ใช่เฉพาะด่านศุลกากรเท่านั้น เครื่องอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ต้องคำนึงถึงด่านตรวจพืช ด่านกักกันสัตว์ ด่านตรวจคนเข้าเมือง เจ้าหน้าที่ทุกอย่าง ทุกฝ่ายที่มาอยู่ที่ด่านชายแดนต้องมีบ้านพักคิดเป็นแพคเกจ อย่าคิดว่าเมื่อกรมศุลกากร เป็นเจ้าของโครงการก็สร้างบ้านพักเฉพาะกรมศุลกากรเท่านั้นซึ่งมันไม่ควรคิดอย่างนี้ เพราะด่านชายแดนมันเป็นหน้าตาของประเทศ การจัดระเบียบเมืองชายแดนทั้งหมด รัฐบาลควรจะให้ความสำคัญโดยต้องให้ความสำคัญกับระบบผังเมืองของประเทศ นี่คือสิ่งที่ ผมอยากจะกราบเรียนรัฐบาลนี้ว่ารัฐบาลนี้ละเลยกับความสำคัญของระบบผังเมืองของบ้านเมืองนี้ เพราะฉะนั้นสิ่งที่จะเรียนกับท่านประธานนำไปสู่ประเด็นเรื่องการไม่อยากเห็นรัฐบาลนี้พัฒนา แบบไร้ทิศทาง แล้วก็ให้เมืองมันโตไปเองผมห่วงเรื่องนี้เพราะอะไรครับ วันนี้ท่านอาจจะ คิดเห็นตรงกัน พวกผมอยู่ในคณะกรรมาธิการติดตามการบริหารงบประมาณเรามองเรื่องนี้ ทั้งหมด โดยเฉพาะอย่างยิ่งจังหวัดสงขลาท่านก็ทราบอยู่แล้วว่ามี ๔ ด่านหลัก ๆ ในขณะนี้ ด่านปาดังเบซาร์ ด่านสะเดาหรือด่านนอกที่เราเรียกกัน และด่านบ้านประกอบขณะนี้ กำลังสร้าง ผมเข้าใจว่าวันสองวันนี้คงมีการส่งมอบอาคารด่านไปแทนด่านชั่วคราว ที่เราอยู่ในตู้คอนเทนเนอร์ ในขณะที่ประเทศมาเลเซียเขาอยู่ตึกเรียบร้อยหมดแล้ว เรายังให้เจ้าหน้าที่เราอยู่ตู้คอนเทนเนอร์ชั่วคราวตั้งแต่ปี ๒๕๕๒ มาถึงปัจจุบันนี้ครับ เราเพิ่งได้งบประมาณไปสร้างด่านอยู่จะเสร็จแล้ว แต่ว่าถนนเรายังไม่มี ไฟฟ้าเรายังไม่มี ระบบโครงสร้างพื้นฐานเข้าด่านประกอบยังไม่มี นี่คือปัญหา ถนน ๔ ช่องจราจรมาถึง อำเภอนาทวียังไม่มี เรายังเป็นเส้นทางแบบเก่าอยู่แล้วเราไปเปิดด่าน คำว่า ด่าน คือเมือง ประตูบ้านของเรา อันนี้เราต้องแก้ไข อันนี้รัฐบาลต้องไปดูให้หมดครับ ผมแปลกใจทำไมไม่เห็น ถนน ๔ ช่องจราจรเข้าสู่ด่านประกอบ ฝากท่านรัฐมนตรีไปดูประเด็นนี้ด้วย เรื่องด่านประกอบ ที่บ้านประกอบ ตำบลประกอบ อำเภอนาทวี พร้อมด้วยถนน ๔ ช่องจราจรเข้าสู่ด่านประกอบนั้น ผมคิดว่ามันมีอยู่ช่วงเดียวละครับ ถ้าเราทำถนน ๔ ช่องจราจรเพิ่มเติมจากอำเภอจะนะต่อสาย จากบ้านป่าชิงเป็น ๔ ช่องจราจรไปสู่อำเภอนาทวี และจากอำเภอนาทวีไปสู่ด่านประกอบ เราจะเป็นถนนเชื่อมโยงเครือข่ายกันทั้งหมด เพราะฉะนั้นนั่นคือสิ่งที่จะบอกท่านว่าด่านประกอบ เป็นด่านที่ ๓ ด่านที่ ๔ คือด่านท่าเรือน้ำลึกจังหวัดสงขลา วันนี้ ๔ ด่านนี้มูลค่าสินค้าที่ส่งออก และนำเข้าในช่วงปีที่ยางพาราราคาแพง ท่านเชื่อไหมว่า ๔ ด่านของจังหวัดสงขลานี้มูลค่า การส่งออกเกือบ ๑,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทแล้ว ๙๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทท่านไปดูสิครับ เพราะฉะนั้น การพัฒนาอย่างนี้ต้องมีระบบ มันต้องคิดอย่างเป็นระบบ มีแบบแผนที่ชัดเจน แต่ว่านี่คือ ขาดการดูแลหรือขาดการเอาใจใส่อย่างเป็นระบบ ท่านพัฒนาทีละอย่าง ๆ ท่านไม่คิดให้รอบคอบว่า เมื่อพัฒนาเมืองหรือวางโครงสร้างอย่างนี้เมืองมันจะโตไปในทิศทางไหน ชุมชนมันเกิดขึ้น ต่อไปนี้ถ้าชุมชนเกิดขึ้นเราจะจัดการสัดส่วนให้เป็นอย่างไร แม้กระทั่งโครงการที่ท่านไปทำ ท่าเรือน้ำลึกแหล่งใหม่ท่านคิดหรือไม่ว่าท่านจะเชื่อมถนนเข้าไปในท่าเรือน้ำลึกแหล่งใหม่ อย่างไร ท่านใช้โครงสร้างพื้นฐานอย่างนี้ท่านคิดเตรียมไว้หรือยัง ท่านจะไปสร้างท่าเรือน้ำลึก แล้วเมื่อสร้างเสร็จท่านจะใช้ถนนเส้นไหนที่จะลำเลียงสินค้าออกจากท่าเรือหรือเข้าสู่ท่าเรือ อันนี้ท่านต้องคิดให้จบสิ้นกระบวนการ มันคิดกระบวนการ มันตอบโจทย์ได้ก็ด้วยระบบผังเมือง นั่นละครับ ท่านต้องวางระบบผังเมืองให้ชัดเจนในการพัฒนาเมืองชายแดนทั้งหมด ท่านต้อง ตอบโจทย์ให้ได้ว่าสุไหงโก-ลกต่อไปนี้ท่านคุยกับประเทศมาเลเซียเขาว่าอย่างไร เพราะว่า เราต้องทำสะพานแห่งใหม่ที่สุไหงโก-ลก ผังเมืองใหม่ของสุไหงโก-ลก ท่านจะว่าอย่างไร ผังเมืองใหม่ที่อำเภอตากใบท่านจะว่าอย่างไร เพราะเราต้องเป็นเจ้าภาพเส้นทางอำเภอตากใบ กับประเทศมาเลเซีย ประเทศมาเลเซียเป็นเจ้าภาพเส้นทางจากประเทศมาเลเซียที่เมืองรันตูปันยัง มาสุไหงโก-ลก ตรงนั้นประเทศมาเลเซียเขาจะเป็นเจ้าภาพ แต่ว่าทั้งนี้ทั้งนั้นมันต้องวางระบบ ผังเมืองให้ชัดเจนว่าท่านจะพัฒนาเมืองไปในทิศทางใด นี่คือตัวอย่างครับ ผมมาดูโครงการทั้งหมด วันนี้รัฐบาลไม่ให้ความสำคัญกับระบบผังเมืองของบ้านเมือง แล้ววันข้างหน้าเมืองมันโตขึ้น เราค่อยแก้ปัญหากันในวันข้างหน้าอย่างนั้นหรือครับ สิ่งที่กังวลประการสุดท้ายในฐานะที่ นั่งอยู่ในคณะกรรมาธิการติดตามการบริหารงบประมาณ โครงการหลายโครงการที่มันเป็นโครงการที่ดี แต่ผลเสียหายเกิดขึ้นเพราะความไม่โปร่งใสของโครงการการจัดซื้อจัดจ้าง ท่านประธานครับ ท่านประธานเคยนั่งอยู่ในคณะกรรมาธิการติดตามการบริหารงบประมาณ วันนี้ถ้ารัฐบาล กล้าในชั้นกรรมาธิการที่จะไปแก้ในมาตรา ๑๕ ไปแก้จากการที่ท่านไปเขียนไว้ว่าตามหลักเกณฑ์ และวิธีการที่คณะรัฐมนตรีกำหนด ซึ่งเราไม่มั่นใจว่ารัฐมนตรีจะกำหนดระเบียบขึ้นมาอย่างไร ตามอำเภอใจของคณะรัฐมนตรี วันนี้ท่านกล้าที่จะแปรญัตติมาตรานี้ในวรรคท้ายให้เป็นไปตาม ระเบียบจัดซื้อจัดจ้างของสำนักนายกรัฐมนตรี ท่านกล้าที่จะแปรญัตติข้อนี้ไหม ถ้าท่านกล้า ที่จะแปรญัตติแล้วเขียนแก้ข้อความนี้ใส่ไว้ในกฎหมายฉบับนี้ ความคลางแคลงใจหรือว่าความที่ หลายคนสงสัย หรือว่าหลายคนลังเลใจที่จะสนับสนุนท่านเขาจะมีความชัดเจนมากขึ้นว่า โครงการนี้อย่างน้อยมีหลักประกันว่าระเบียบที่จะนำมาใช้ในการจัดซื้อจัดจ้างเป็นระเบียบ ที่เราใช้อยู่ในขณะนี้คือระเบียบของสำนักนายกรัฐมนตรี ไม่ใช่ท่านไปกำหนดระเบียบอะไร ขึ้นมาตามอำเภอใจแล้วมันก่อให้เกิดการรั่วไหล นี่คือสิ่งที่โครงการดี ๆ ในอดีตหลายโครงการ ต้องเสียหายเพราะการทุจริต ระเบียบมันจะป้องกันการทุจริตได้ บ้านเมืองเราถ้าแก้ปัญหา เรื่องทุจริตไม่ได้โครงการดี ๆ ต่อไปนี้ก็เกิดยาก เพราะคิดโครงการใหม่ทีไรคนตั้งข้อสังเกต ทันทีว่ามีการทุจริตเกิดขึ้น นี่คือสิ่งที่ต้องกราบเรียนท่านประธานไว้ด้วยความเคารพว่า ในส่วนโครงการทั้งหมดนี้พวกผมไม่ได้คัดค้านโครงการ แต่พวกผมคิดว่าเมื่อเราคิดจะพัฒนาประเทศกันเป็นกระบวนการอย่างนี้อย่างน้อยที่สุด เราต้องมีระบบผังเมืองเข้ามาควบคุมเข้ามาดูแล แต่วันนี้เรากำลังละเลยระบบผังเมือง ของประเทศเราไม่ให้ความสำคัญ ตั้งแต่เหนือจดใต้ผมดูโครงการทุกโครงการหมดแล้ว ท่านไม่ได้ให้ความสำคัญกับการเติบโตของเมืองในอนาคต ท่านคิดจะให้อนาคตไปแก้ปัญหา กันเอาเองอย่างนั้นหรือ ท่านจะให้ท้องถิ่นเขาไปแก้ปัญหากันเอาเองอย่างนั้นหรือ อย่างนี้ มันไม่ใช่ทิศทางการพัฒนาประเทศที่ถูกต้องแน่นอน วันนี้ท่านต้องวางระบบผังเมือง การวาง ระบบผังเมืองท่านให้ประชาชนให้ชุมชนเขาได้มีส่วนร่วมในการกำหนดผังเมืองให้ชัดเจน โดยท่านสนับสนุนงบประมาณให้เขาไป นี่คือสิ่งที่จะสะท้อนว่าวันนี้เราพัฒนาเมืองอย่างมีทิศทาง ที่ชัดเจน ไม่ใช่ปล่อยให้มีการพัฒนาเมืองอย่างเป็นไปตามยถากรรม ใครจะสร้างสิ่งใดก็สร้าง ตามอำเภอใจไม่ได้ครับ วันนี้บ้านเมืองที่เจริญแล้วเขามีผังเมืองที่ชัดเจนโดยการออกผังเมืองนั้น ให้ชุมชนมีส่วนร่วมกำหนดอนาคตของชุมชนเอง ขอบคุณท่านประธานครับ
ท่านเจือ ได้ ๑๐ นาทีนะครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายเจือ ราชสีห์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสงขลา พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตเพื่อทำหน้าที่ในการอภิปรายซึ่งผมไม่เห็นด้วยครับท่านประธาน ในการกู้เงินของรัฐบาล ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทคราวนี้ ผมเองมีเหตุผลสนับสนุนอยู่ ๓-๔ ประเด็นครับ
ประเด็นแรก ที่ผมไม่เห็นด้วยเพราะว่าเป็นการกู้เงินที่เพิ่มภาระให้กับ พี่น้องประชาชนทั่วประเทศ เงิน ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทเป็นจำนวนมากมาย ซึ่งเราคิดว่า รัฐบาลน่าจะไปทำโครงการแล้วจะเกิดปัญหา นั่นคือสิ่งที่เราคิดว่าเราไม่เห็นด้วย
ประเด็นที่ ๒ ก็คือว่าเราอยากจะให้รัฐบาลใช้เงินงบประมาณ ซึ่งรัฐบาล บอกเองนะครับว่าจะใช้แค่ปีละ ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ใช้ไปในแผนงบประมาณประจำปีก็ได้ ไม่ต้องกู้เงินมากอง ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทให้พี่น้องประชาชนทั่วประเทศเป็นหนี้กันอีก ๕๐ ปี แล้วถ้าเกิดมีวิกฤติมากกว่านั้นอาจจะเป็นหนี้เป็น ๑๐๐ ปีซึ่งไม่มีใครทราบได้ ท่านประธานครับ ที่ผมไม่เห็นด้วยประการแรกก็คือว่าถ้าเราใช้เงินงบประมาณตามปกตินั้น ปีละ ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาทเราตรวจสอบได้ โครงการเราสามารถดำเนินการไปได้เพราะว่า ผมอยู่คณะกรรมาธิการการคมนาคม เราไปดูคราวนี้ ๒ หน่วยงานหลักที่จะดำเนินการเรื่องนี้ คือรถไฟความเร็วสูงซึ่งรับผิดชอบโดยการรถไฟแห่งประเทศไทย แล้วอีกหน่วยงานหนึ่งคือ รฟม. รับผิดชอบอีกส่วนหนึ่ง เงินงบประมาณเกือบทั้งหมด ๒ หน่วยงานนี้ต้องเห็นใจจริง ๆ ๒ ปี ที่ผ่านมารัฐบาลไม่คิดที่จะปรับปรุงองค์กร ๒ องค์กรนี้เลย รฟท. บริหารไปก็ขาดทุนทุกปี รฟท. มีหน้าที่ในการทำรถไฟฟ้าสายสีแดงอยู่ ตอนนี้เริ่มก่อสร้างเมื่อปี ๒๕๕๐ แต่ว่าช้ากว่า แผนงานโครงการหลายปี ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทยได้มาบอกกับที่ประชุมเองบอกว่า ที่ทำช้าเพราะว่าหน่วยงานหรือบุคลากรของเราขาดประสบการณ์ อันนี้เป็นเรื่องสำคัญท่านครับ รัฐบาลไม่เคยเตรียมบุคลากรเตรียมโครงการรองรับโครงการใหญ่ ๆ แบบนี้เลย รฟม. ก็เหมือนกันครับ ขณะนี้ทำรถไฟฟ้าอยู่หลายสาย รถไฟฟ้าสายสีส้ม รัฐบาลเชิญชวนแล้วก็โฆษณาชวนเชื่อว่า ประเทศเราต้องมีรถไฟความเร็วสูง จริง ๆ พวกเราก็อยากจะพัฒนาประเทศและอยากให้ พัฒนาไปทุกด้าน รถไฟฟ้าสายสีส้มที่ รฟม. ทำอยู่มันเกิดปัญหาการร้องเรียนของพี่น้องประชาชน ในเขตกรุงเทพมหานครเกือบทุกจุด ถามว่าเกิดปัญหาอะไร เกิดปัญหาเพราะไปเวนคืนสถานีรถไฟฟ้าขึ้นลงเกินความจำเป็นครับ สถานีราชปรารภ เขตราชเทวี โรงแรมอินทรา ส.ก. ผุสดี วงศ์กำแหง ได้นำพี่น้องประชาชน มาร้องกับคณะกรรมาธิการการคมนาคม ส.ส. ธนา ชีรวินิจ ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์ เขตห้วยขวางได้นำพี่น้องประชาชนมาร้องกับคณะกรรมาธิการการคมนาคม ส.ส. เจิมมาศ ได้นำพี่น้องประชาชนมาร้อง ทั้ง ๓ ส่วนที่มาร้องประเด็นก็คือว่าหน่วยงานรถไฟฟ้ามหานคร นี่ครับไปเวนคืนแล้วใช้พื้นที่เกินความจำเป็น ผมเองผมไม่แน่ใจว่าท่านนายกรัฐมนตรีเข้าใจ เรื่องนี้ไหมครับ ทราบเรื่องนี้ไหมครับ ผมขออนุญาตเรียนกับท่านนายกรัฐมนตรี เรียนกับ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมว่าต้องไปดูต่อความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน แล้วก็ พี่น้องราชปรารภเขาก็มาบอกกับผมว่าเขาไปเอื้อให้กับนักการเมือง เขาไปเอื้อให้กับผู้สร้าง ศูนย์การค้าอยู่แถวนั้น ท่านลองไปดูนะครับ เพราะว่าชาวบ้านเขามาพูดในคณะกรรมาธิการ ท่านลองไปตรวจสอบดู อันนี้ก็อยากจะฝากไว้ว่าเรื่องนี้ ๒ หน่วยงานน่าเห็นใจมากครับ รัฐบาลไม่ได้เตรียมความพร้อมให้เขาครับ กำลังจะเอางานใหญ่ไปให้เขา ผมคิดว่ามันเป็นไป ตามแผนลำบากมากครับ รถไฟฟ้าหลายสายที่กำลังจะให้กับหน่วยงาน ๒ หน่วยงานนี้ แล้วรัฐบาลไปซื้อมาอย่างเดียวนะครับ ผมถามรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมหลายครั้งแล้ว ซื้อมาอย่างเดียว ซื้อมาทั้งหมด ลงทุนเองทั้ง ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ทำไมไม่ใช้เหมือนกับ พรรคประชาธิปัตย์ตอนที่เป็นรัฐบาล ท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ท่านสุเทพ เทือกสุบรรณ ได้ไปเจรจากับประเทศจีนนะครับ บอกว่าจากประเทศจีนมากรุงเทพฯ ไปประเทศมาเลเซีย จากกรุงเทพฯ ไปจังหวัดหนองคาย ให้พี่น้องทางอีสาน เราเซ็นเอ็มโอยู ลงทุน ๔๙:๕๑ ถามว่าทำไมต้องลงทุนอย่างนี้ครับ เราไม่ต้องใช้เงินเองทั้งหมด ๒. ที่สำคัญที่สุด รัฐบาลนี้ไม่ได้คิดก็คือว่าเทคโนโลยีฝึกคนของเราไว้ รัฐบาลนี้ไม่คิดหรอกครับ ขณะนั้นรัฐบาล เราคิดว่าเมื่อเรามาฝึกให้กับคนไทยได้เข้าใจแล้วเราก็ต้องกำหนดไว้เลยการร่วมทุน ๕ ปี คนไทยต้องเก่ง ต้องทำเทคโนโลยีได้ แต่รัฐบาลนี้ไม่คิดนะครับ นั่นคือปัญหาที่อยากจะเรียน กับทางรัฐบาลว่าเราไม่เห็นด้วยแน่นอนในการกู้เงินคราวนี้การรถไฟแห่งประเทศไทยนะครับ ผมอยู่ในสภานี้ตอนวันที่ท่านทักษิณคิดนี่ท่านก็บอกว่าเราสร้างท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ แล้วเรามีแอร์พอร์ต ลิงค์จากมักกะสันไปตอนนี้พี่น้องประชาชนเดินทางได้สะดวกมาก เราเช็กอินกันที่มักกะสันเลย เกิดอะไรขึ้นครับตอนนี้ครับ เช็กอินวันละ ๔ คน กี่หมื่นล้านบาทครับ หลายหมื่นล้านบาท ๒ ปีที่ผ่านมาทำอะไรบ้างครับ ไม่เคยทำอะไรเลย ปล่อยปละละเลย แล้วจะให้เราเชื่อใจรัฐบาลได้อย่างไรครับ ขณะนี้ออกข่าวกันมากนะครับ ท่านนายกรัฐมนตรี ออกข่าว ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม รถไฟฟ้าความเร็วสูงเราจะใช้ขายสินค้าเกษตร ขายสินค้าของพี่น้องประชาชน ผมถามรัฐบาลตอบสิครับว่าจะขายอะไร กรุงเทพฯ ไปหัวหิน คุณจะขายอะไร กรุงเทพฯ ไปโคราชคุณจะขายอะไร กรุงเทพฯ ไปจังหวัดเชียงใหม่จะขายอะไร พี่น้องที่มีปัญหาเรื่องยางพาราคุณจะขายอย่างไร มันสำปะหลังที่ราคาตกต่ำคุณจะขายอย่างไร ราคาปาล์มซึ่งตกต่ำอยู่ ราคาข้าวคุณจะขายอย่างไร คุณจะบรรทุกเขาอย่างไร อธิบายให้เขาฟังให้ชัด ไม่ใช่ว่าตอนนี้เราจะเจริญกันใหญ่โต เราจะมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ไม่จริงหรอกครับ การพัฒนาประเทศคงไม่ใช่เน้นเรื่องโครงสร้างพื้นฐานอย่างเดียวนะครับ ความเป็นอยู่ของ พี่น้องประชาชนอีกหลายส่วนที่จำเป็นต้องพัฒนาควบคู่โดยเฉพาะเรื่องการศึกษา เรื่องสาธารณสุข ความเป็นอยู่ ค่าครองชีพที่ลดลง สินค้าเกษตรต้องดีขึ้น แต่ว่าคราวนี้ไม่มีครับ เพียงแต่โฆษณาชวนเชื่อ นโยบายของรัฐบาลก็มีหลายเรื่องนะครับ รถไฟฟ้าราคา ๒๐ บาทตลอดสายทำไมได้ครับ อันนี้ก็ทำไม่ได้ สิ่งสุดท้ายที่ผมอยากจะเรียนกับท่านประธานก็คือว่าความโปร่งใสเป็นเรื่องที่ สำคัญมากครับ ทุกส่วนไม่เชื่อว่ารัฐบาลจะไม่ทุจริต ทุกวงการบอกว่าโครงการนี้จะมีการทุจริต สำรวจโพลล์กี่โพลล์ก็ได้นะครับ ทีดีอาร์ไอ (TDRI) หรือสถาบันวิจัยของประเทศไทยบอกว่าการคอร์รัปชันอย่างนี้ครับ แผนขจัดคอร์รัปชัน ของชาติเหลวครับ เพราะอะไรครับ เจออุปสรรคจากทุกภาคส่วน โดยเฉพาะอย่างยิ่งภาคการเมือง ขาดความจริงใจในการแก้ปัญหาครับ ถามว่าทำไมภาคการเมืองขาดความจริงใจ ภาคการเมือง ก็มีฝ่ายค้านกับรัฐบาล ฝ่ายค้านเราได้อภิปรายไม่ไว้วางใจนะครับ ที่ผ่านมาท่านประธานคงจำได้ เงิน ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาทงบกลางของท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์นี่ครับ น้ำท่วมคราวนั้นบอกว่า น้ำท่วมจำเป็นต้องใช้เงินเร่งด่วน ขณะนี้เกิดอะไรขึ้นครับ ส.ส. ของพรรคประชาธิปัตย์ ไปยื่น ป.ป.ช. ป.ป.ช. รับเรื่องแล้วครับ รัฐมนตรีที่อยู่ในคณะรัฐมนตรีของท่านเราอภิปรายกัน หลายวันหลายคืนรัฐบาลไม่จริงใจครับ ต้องไปยื่น ป.ป.ช. ป.ป.ช. รับเรื่องแล้ว เพราะอะไรครับ นี่ขนาดงบปกตินะครับ งบประมาณปกติยังไว้ใจไม่ได้ อ้ายนี่เงินกู้มีกระดาษกี่ใบครับ จะนับให้ พี่น้องประชาชนได้เห็นเหมือนกันนะครับว่าเขาเป็นหนี้ก็ตั้ง ๕๐ กว่าปีมีกระดาษประมาณสัก ๘ ใบให้สภาได้เห็นครับ นอกจากนั้นเป็นเอกสารซึ่งไม่ใช่เป็นกฎหมาย นั่นคือสิ่งที่รัฐบาล ต้องชี้แจงให้กับพี่น้องประชาชน และผมเองเป็นคนหนึ่งที่อยากเห็นการพัฒนาประเทศไปได้ แต่ว่าเราไม่เห็นด้วยกับวิธีการการกู้คราวนี้ แล้วก็พวกผมไม่รับหลักการครับท่านประธาน
(รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง) : ท่านฉัตรพันธ์อยู่ไหมครับ ๑๐ นาทีนะครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม ฉัตรพันธ์ เดชกิจสุนทร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกาญจนบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานสภาที่เคารพครับ วันนี้ผมถือว่ามีความสำคัญอย่างยิ่ง ต่ออนาคตของประเทศไทย วันนี้จะเป็นจุดเปลี่ยนของประเทศไทย ถ้าเป็นการเปลี่ยนเพื่อ สร้างโอกาส เปลี่ยนเพื่อสิ่งที่ดีขึ้นก็คงเป็นสิ่งที่ผมดีใจและภูมิใจ แต่สิ่งที่ผมกังวล ผมเกรงว่า การเปลี่ยนประเทศไทยครั้งนี้จะนำไปสู่การเปลี่ยนสร้างวิกฤติในอนาคต สร้างหนี้สร้างภาระ ให้แก่ประเทศไทย เพราะเหตุใดครับ เพราะการออกร่าง พ.ร.บ. ให้อำนาจกระทรวงการคลัง กู้เงินเพื่อการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของประเทศ พ.ศ. .... ในครั้งนี้ มากมายมหาศาลถึง ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เหตุที่ผมต้องกังวล เหตุที่ผมต้องการคำตอบ จากรัฐบาลและคณะรัฐมนตรีไม่ใช่เพราะว่าผมวิตกจริต แต่เกิดจากข้อเท็จจริง ท่านประธานสภา ที่เคารพครับ จากงบบริหารจัดการน้ำ ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งทุกภาคส่วนของสังคมยอมรับว่า เนื้องานจริง ๆ นั้นจะตกถึงส่วนรวมเพียงไม่กี่เปอร์เซ็นต์
ประการที่ ๑ งบ ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ที่เลขาธิการ ป.ป.ท. ออกมาแฉว่า มีการทุจริต สิ่งเหล่านี้ต่างหากคือสิ่งที่ผมต้องการคำตอบ เงิน ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนี้ ท่านมีวิธีการแก้ไขไม่ให้เกิดรั่วไหล ไม่ให้มีการนำเงินงบประมาณส่วนนี้ไปทุจริต เป็นประโยชน์ต่อพวกพ้องอย่างไร นี่คือประการแรก
ประการที่ ๒ การก่อสร้างเพื่อประโยชน์ในอนาคตผมไม่ขัดข้องหรอกครับ ผมเห็นประโยชน์ว่าการที่ประเทศไทยจะมีความสามารถ มีศักยภาพในการแข่งขันกับต่างประเทศ ท่านพูดกันอยู่ตลอดว่ากลัวประเทศไทยจะตามก้นประเทศพม่า ตามก้นประเทศเวียดนาม ตามก้น สปป. ลาว เราจึงต้องเปิดประตูทั้งด้านตะวันตก ด้านใต้ และภาคตะวันออก แต่สิ่งที่ ผมจะทวงถามกับท่านว่าด้านตะวันตกล่ะครับ ด้านประเทศเมียนมาร์ที่เป็นประตูสู่ทวาย ท่านครับ ปรากฏว่ามอเตอร์เวย์เส้นทางหมายเลข ๘๑ ไม่มีงบประมาณเลย มีอย่างเดียวค่าเวนคืนที่ดิน ค่ากรรมสิทธิ์ที่ดิน ๔,๐๐๐ กว่าล้านบาท สรุปแล้วคนเมืองกาญจน์บ้านผมนี่ไม่ได้ครับ มีแต่เสีย เสียอะไรครับ เสียที่ดินแต่ว่าการก่อสร้างไม่ได้เกิดขึ้นและไม่รู้ว่าอีกกี่สิบปีถึงจะเกิดขึ้น ถ้าวันนี้ผมพิจารณา งบประมาณ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แต่รัฐบาลจะไปทำในเรื่องแก้ไขปัญหาหรือว่าสร้างความเจริญ ในปัจจุบัน ผมจะยกมือให้ทันที อย่างเช่นถ้า ๑,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านบอกว่าท่านจะไป สร้างระบบชลประทาน ขยายน้ำให้ทั่วถึงสู่ไร่นาอย่างนี้ผมเต็มใจ เมื่อวานท่านนายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร บอกว่าการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงครั้งนี้มีประโยชน์มาก บอกว่าคนไทย จะได้กินผักสด ท่านประธานครับ ค่ารถไฟ ค่าขนส่งนี่กว่าจะสร้างเสร็จก็อีกประมาณ ๕ ปี เรายังไม่รู้เลยครับว่าค่าโดยสารราคาเท่าไร ค่าขนส่งเท่าไร เอาเป็นว่าที่แน่ ๆ ครับถ้าอีก ๕ ปี สร้างเสร็จ นายมี นายแม้น คนขับแท็กซี่ สมศรี ลูกจ้างบริษัท ไม่มีโอกาสได้กินหรอกครับผักสด ที่มาจากรถไฟความเร็วสูง คงมีแต่คุณกิตติรัตน์ คุณปูยิ่งลักษณ์นั่งกินบนโรงแรมเท่านั้นละครับ ถึงจะมีโอกาส ท่านประธานครับ สิ่งที่ผมพูดคือพูดในข้อเท็จจริงท่านกำลังสร้างหนี้ สร้างภาระ ให้แก่ประชาชน หนี้นอกระบบ หนี้หมวกกันน็อกรัฐบาลยังแก้ไม่ได้เลยครับ แต่วันนี้รัฐบาลมา เป็นหนี้นอกระบบเสียเอง ท่านประธานครับ ทำไมผมถึงต้องทักท้วงครับ
สิ่งที่เป็นข้อกังวลอีกประการหนึ่งครับ เมื่อถึงเวลานั้นโครงการที่ท่านทำมานี้ เมื่อวานท่านกิตติรัตน์ ณ ระนอง ยอมรับต่อผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร สารภาพกลางสภา ว่าโครงการบางโครงการยังไม่ผ่านการประชาพิจารณ์ โครงการบางโครงการยังไม่ได้ศึกษา ผลกระทบเรื่องสิ่งแวดล้อม ผลกระทบด้านสุขภาพ และยอมรับว่าอาจจะมีข้อปัญหาด้านกฎหมาย บางประการ คุณกิตติรัตน์บอกว่าถ้ามีปัญหาโครงการก็คงต้องล้มเลิกไปโดยปริยาย ถ้าเป็น อย่างนี้โครงการไม่มีความพร้อม ท่านเอาเงินไปทำไมครับ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เอาไป ทำไม เอาเท่าที่จำเป็น เอาเท่าที่ท่านมีรายละเอียดในโครงการ เอาโครงการที่มีความพร้อม อย่างนี้ต่างหากถึงเป็นการใช้เงินอย่างคุ้มค่าและเหมาะสม ท่านประธานครับ สิ่งหนึ่งที่ผม กังวลและกังวลมากครับ เมื่อรัฐทำโครงการโดยไม่ผ่านการศึกษารายละเอียดว่าจะคุ้มทุน หรือว่าจะขาดทุนอย่างกรณีรถไฟความเร็วสูง ผมถามท่านและท่านให้คำตอบด้วยนะครับรัฐมนตรี ท่านได้ไปศึกษาดูโครงการรถไฟความเร็วของประเทศไต้หวันไหมครับที่ขณะนี้เขามีปัญหา มีปัญหาอย่างไรครับ จำนวนผู้โดยสารน้อยกว่าปริมาณที่คาดคะเนไว้กว่าครึ่งทำให้รายได้ของ การรถไฟไม่เพียงพอ แต่เขามีข้อดีอยู่ประการหนึ่งนั่นคือเอกชนเขาลงทุน รัฐบาลไม่ได้ลงทุน ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ผลกระทบก็เกิดไม่มาก แต่ผมเข้าใจว่าในไม่ช้ารัฐบาลก็คงไปเทกโอเวอร์ สิ่งเหล่านี้ท่านรัฐมนตรีครับ ผมอยากเห็นว่าข้อมูลการศึกษาของท่านนี่เราจะมีผู้โดยสารเท่าไร และผู้โดยสารผมเห็นท่านสมาชิกฟากที่สนับสนุนท่านพูดอยู่อภิปรายอยู่ว่าจะมีประโยชน์ อย่างสูง ท่านไม่ต้องนั่งเครื่องบินมาเลือกนั่งรถไฟ ผลสุดท้ายแล้วผมมองว่าการรถไฟ หรือรถไฟความเร็วสูงจะแย่งผู้โดยสารระหว่างเครื่องบินกับรถไฟความเร็วสูงนี่ละครับ กลายเป็นว่าไปสร้างปัญหาให้สายการบินต้นทุนต่ำอีกต่างหาก และปัญหาผลสุดท้าย ผมฟันธงเลยครับ ฟันธงอนาคตข้างหน้าเลยครับ พี่น้องเกษตรกร พี่น้องคนรากหญ้า จะไม่มีโอกาสได้โดยสารรถไฟความเร็วสูงนี้เลย คงมีแต่ท่าน คงมีแต่นักธุรกิจใหญ่ ๆ คงมีแต่ผู้มีอันจะกิน ผลสุดท้ายแล้วประโยชน์ที่เกิดขึ้นท่านตอบโจทย์ให้ใครครับ ท่านแก้ปัญหาให้ใครครับ แก้ปัญหาให้พี่น้องส่วนใหญ่ในประเทศนี้หรือเปล่า สิ่งหนึ่งที่ ผมอยากจะฝากไว้คือผมอยากให้ท่านอย่าละทิ้งจุดเด่นของประเทศไทยนั่นคือการเกษตร อย่ามองแต่อนาคตอย่างเดียว ควรมองปัจจุบันและแก้ไขปัญหาในอดีตที่มีปัญหาอยู่ อย่างนี้สิครับ มันถึงจะเป็นการแก้ไขปัญหาด้วยความสมเหตุและสมผล
อีกประการหนึ่ง ในอนาคตข้างหน้าผมเชื่อเหลือเกินว่ารายได้ที่ท่านจะได้รับมา ไม่เพียงพอแน่ ที่ท่านพูดอธิบายอยู่ ๒ วันนี่ท่านพูดแต่ข้อดี ข้อเสียไม่เคยพูด กรอกหูประชาชน อยู่ทุกวัน ประชาสัมพันธ์อยู่ทุกงวดพูดแต่เรื่องดี ๆ ทั้งนั้น ถ้าการจัดเก็บรายได้ไม่เพียงพอ ท่านคอยดูนะครับ เดี๋ยวท่านก็จะต้องสั่งให้สรรพากรไปหาเงินเข้าคลัง ไล่บี้ ไล่เบี้ยไปหมดละครับ ที่สำคัญเดี๋ยวท่านจะเห็นมีเจ้าหน้าที่สรรพากรไปนั่งนับชามก๋วยเตี๋ยว ไปไล่จับหาบเร่แผงลอย แต่จะมีคนบางประเภทสามารถเลี่ยงภาษีได้ ภาระปัญหาก็จะตกกับบุคคลเหล่านี้ละครับ ท่านประธานครับ สิ่งที่เป็นปัญหาและข้อกังวลใจมากที่สุดนั่นคือการทุจริต นั่นคือการตรวจสอบ ท่านบอกว่าไม่ต้องห่วงตรวจสอบได้ เพราะว่าภายใน ๑๒๐ วันนับแต่วันสิ้นปีงบประมาณ ให้คณะรัฐมนตรีรายงานการกู้เงินตามร่างพระราชบัญญัตินี้ที่กระทำในปีงบประมาณที่ล่วงมาแล้ว ผลการดำเนินงานและการประเมินผลการดำเนินการตามแผนงานในแต่ละยุทธศาสตร์ต่อ สภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาเพื่อทราบ ท่านประธานเจริญครับ ท่านเชื่อไหมครับ ผมไม่เชื่อ หรอกครับ ระบบการตรวจสอบของสภาแห่งนี้ถูกละเลยไปนานแล้ว ทุกวันนี้ฝ่ายค้านถาม กระทู้ถามสดในสภานายกรัฐมนตรีมาไหมครับ รัฐมนตรีมาไหมครับ การแถลงผลงานของ รัฐบาลที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญท่านได้แถลงไหมครับ นับประสาอะไรกับตรงนี้ ผมไม่เชื่อ หรอกครับว่าท่านจะปฏิบัติตามนี้
จะจบอยู่แล้วครับ เดี๋ยวนะครับท่าน จะจบอยู่แล้วครับ เชิญประท้วงครับ
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม จ่าสิบตำรวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุรินทร์ พรรคเพื่อไทย ผมต้องประท้วงผู้อภิปรายตามข้อ ๖๑ การอภิปรายเรื่องงบประมาณในการขอกู้เงิน มาลงทุน ไม่ได้มาอภิปรายไม่ไว้วางใจ และทำผิดข้อบังคับ ข้อ ๖๑ อย่างที่ผมพูดไปกล่าวหา ให้ร้ายบุคคลอื่นโดยไม่จำเป็นอย่างนี้ไม่ได้ ท่านประธานต้องเตือนครับ ขอบคุณครับ
ก็เอาอยู่ ในประเด็นเราแล้วกัน ท่านฉัตรพันธุ์เชิญต่อครับ ท่านครับ
ผมมั่นใจว่าสิ่งที่ผมพูดเป็นข้อเท็จจริง และผมก็พูดด้วยเหตุด้วยผล ไม่ต้องพูดให้ใครมาสั่ง
คืออย่างนี้ครับ มองที่ประธานครับ เชิญต่อครับ อย่าเพิ่งไปมองฝั่งโน้น มองผมนะครับ
ไม่ต้องประท้วงเพื่อ
ไม่โต้ละครับ เชิญต่อเลยครับ
มันเป็นอย่างนี้ละครับ คนเราจะเห็น ความสำคัญของพี่น้องประชาชนก็เฉพาะวันเลือกตั้งละครับ เหมือนท่านนายกรัฐมนตรีละครับ ถ้าเห็นความสำคัญของสภาแห่งนี้
เอาอย่างนี้ครับ เดี๋ยวจะถูกประท้วง เอาเนื้อหาที่เรากำลังปรึกษากันอยู่นะครับ
ผมจะโยงให้เห็นว่าวันที่ท่าน ต้องการเสียงข้างมากลากไปในสภาแห่งนี้เพื่ออนุมัติให้ประชาชนเป็นหนี้ท่านนายกรัฐมนตรี ถึงโผล่สภา หลังจากวันนี้เป็นต้นไปก็คงไม่เหยียบย่าง คงไม่ให้เกียรติสภาแห่งนี้อีก ท่านรัฐมนตรีครับ ผมขอสอบถาม
เดี๋ยวนะครับ เอาอย่างนี้ท่านฉัตรพันธ์ ในข้อเท็จจริงนี่นะครับ ท่านก็มาสภาเหมือนกับพวกเรา นี่ละครับ มาเซ็นชื่อเสร็จท่านก็อยู่ แล้วบางทีก็ไม่ได้เข้าห้องประชุมแบบพวกเรา อย่าไป กล่าวหากันถึงขนาดนั้นเลย ผมขอเตือนกันอย่างนี้นะครับ เอาประเด็นที่
ขอบพระคุณครับ แสดงว่าทุกครั้ง
เดี๋ยวนะครับ มีผู้ประท้วงครับ เชิญผู้ประท้วงท่านสุภาพสตรีก่อนครับ
ท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน นางมุกดา พงษ์สมบัติ ส.ส. พรรคเพื่อไทย จังหวัดขอนแก่น ดิฉันขอประท้วงผู้อภิปราย ข้อ ๖๑ ท่านประธานคะ ดิฉันอยากให้ถอนคำพูดว่า โผล่หัว ค่ะท่านประธาน ไม่สุภาพค่ะท่านประธาน ไม่ได้เลยพูดคำนี้ในสภา ไม่เห็นความสำคัญในสภาเราไม่ว่า แต่คำว่า โผล่หัว ท่านนายกรัฐมนตรี โผล่หัว ดิฉันอยากให้ผู้อภิปรายถอนคำพูดนี้ค่ะท่านประธานคะ ขอบคุณค่ะ
ท่านฉัตรพันธ์ถอนแล้วกันเป็นคำไม่สุภาพนะครับ
คำว่า โผล่ ไม่สุภาพหรือครับ
มันก็ ไม่สุภาพเราฟังกันอยู่นะครับ
ภาษาไทย แล้วแถวบ้านผมเวลา มีคนมางานครับ
เอาอย่างนี้ เดี๋ยวนะ ท่านอย่าโต้เถียงกันเลยนะครับ เพราะเวลาเรามีน้อยแล้วก็ท่านสมาชิกจำนวนอีกมาก แล้วก็ได้เจรจาวิป ๒ ฝ่ายแล้วประธานจะได้ควบคุม ท่านถอนแล้วกันแล้วท่านจะได้อภิปราย ต่อนะครับ เชิญครับถอนคำว่า โผล่หัว แล้วกันนะครับ
ท่านประธานครับ ผมขอถอน คำว่า โผล่ แล้วจะใช้คำว่า
คือถอน แล้วก็ถอนนะครับ เชิญต่อครับ อย่าไปต่อความยาวกันเลยบรรยากาศเราดีอยู่แล้ว คือท่านวิชัย กับท่านมัลลิกาเตรียมตัวตั้งแต่เช้าแล้ว ไม่อย่างนั้นท่านมานั่งรอหลังท่านนั่งยิ้มอยู่ เอาต่อเลยครับ อย่าไปต่อความยาวสาวความยืดกันเลย เชิญท่านครับ ท่านประท้วงนะครับ เชิญนั่งลงเถอะครับ ท่านจะได้ต่อ ก็ท่านถอนแล้วครับ
ท่านครับ ผมขอถอน ขอใช้คำว่า เจอหน้า
เดี๋ยวนะครับ เอาทีละท่านก่อน ถ้า ๒ ฝั่งผมฟังไม่ทันเพราะเมื่อคืนนี้มันดึกครับ
(จ่าสิบตำรวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
วิปรัฐบาล ดูกันด้วยนะครับ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม จ่าสิบตำรวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุรินทร์ พรรคเพื่อไทย ในส่วนของผมผมประท้วงผู้อภิปรายตามข้อ ๖๑ ไปกล่าวหาพาดพิง เสียดสี ให้บุคคลอื่นเสียหาย โดยเฉพาะไปกล่าวหานายกรัฐมนตรีว่าจะสำคัญเฉพาะวันที่มากู้ ถ้าหลังจากกู้ แล้วหายหัว ผมเอาอนาคตของความเป็น ส.ส. เดิมพันเลยครับ
คืออย่างนี้ครับ เวลาท่านใช้สิทธิประท้วง ถ้าประท้วงผู้อภิปรายต้องบอกว่าผู้อภิปรายผิด ข้อบังคับเรื่องอะไร ผมจะได้วินิจฉัยได้ถูก อย่าไปท้าทายอะไรกันเอาเนื้อ ๆ กันง่าย ๆ ผมว่า ท่านหมดเวลาแล้ว เดี๋ยวท่านอีกสักนาทีสองนาทีก็จบแล้วนะครับ มันจะเดินหน้าได้
ท่านประธานที่เคารพ มันเสียหาย นายกรัฐมนตรีผมเสียหายครับ
ก็ท่าน ถอนไปแล้วนี่ครับ
มันไม่ใช่คำว่า โผล่หัว อันนี้ เขาพูดว่าถ้าเสร็จจากการกู้เงินแล้วนายกรัฐมนตรีจะไม่มาที่นี่อีกแล้วพูดอย่างสุภาพ ผมว่า ไม่จริง เพราะนายกรัฐมนตรีนี้ทำงานเพื่อประชาชนและท่านต้องมา ถ้าไม่มาคุณกับผมเดิมพัน กันไหม
เอาละครับ นั่งลง เดี๋ยวนะครับ คือขอความร่วมมือเพราะว่าเวลาเรามีน้อย แล้วท่านผู้อภิปราย ๒ ฝั่ง ยังอยู่อีกเยอะ มาไม่มาเป็นข้อเท็จจริงอยู่แล้ว เชิญท่านฉัตรพันธ์ครับ เอาประเด็นที่เราพูดกันนะ เชิญครับ
ท่านประธานพูดถูกครับ มาหรือไม่มา ตามข้อเท็จจริงในที่ประชุมสภาแห่งนี้เห็นกันอยู่ครับ
คืออย่าไปตอบ ผมจบแล้วก็ท่านพูดไปเลยนะครับ เชิญครับ
ท่านประธานครับ ผมขอสอบถาม ท่านรัฐมนตรีอีกครั้งหนึ่งว่าในเมื่อกระผมมีข้อกังวลเรื่องการทุจริตในการใช้งบประมาณ โดยเฉพาะร่าง พ.ร.บ. มาตรา ๑๕ ท้ายวรรค เมื่อคณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติให้มีการดำเนิน โครงการและจัดสรรเงินกู้เพื่อการดำเนินโครงการแล้ว ให้บริหารจัดการโครงการและจัดสรร เงินกู้ตามวงเงินที่อนุมัติต่อไป ทั้งนี้ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะรัฐมนตรีกำหนด เพื่อความจริงใจต่อกันนะครับ ถ้าท่านมีความจริงใจผมขอท้าเลยครับ ถ้าในชั้นกรรมาธิการ ขอให้ท่านแก้เป็นว่า ตามหลักเกณฑ์ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ ท่านกล้าไหมครับ ขอคำตอบด้วยครับ ขอบพระคุณครับ
เอาอย่างนี้นะครับ เดี๋ยวอีก ๓ ท่านแล้วท่านค่อยตอบนะครับ ต่อไปท่านวิชัย ล้ำสุทธิ แล้วก็ ท่านมัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช แล้วก็ท่านลีลาวดี แล้วก็รัฐบาลจะขอตอบ เชิญท่านวิชัยครับ ท่านนั่งรอตั้งแต่ผมนั่งแล้วตั้งแต่เช้า
ขอบคุณท่านประธานนะครับ ผม วิชัย ล้ำสุทธิ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดระยอง พรรคประชาธิปัตย์ กระผมเพิ่งรู้ว่าโผล่เป็นคำที่ไม่สุภาพ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมขออนุญาตอภิปรายร่าง พ.ร.บ. ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน เพื่อการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของประเทศ พ.ศ. .... แล้ววันนี้ก็เป็นวันที่ ๒ แล้วนะครับสำหรับในการพูดเงินกู้ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งวงเงิน ส่วนใหญ่ร้อยละ ๘๐ เป็นการลงทุนด้านคมนาคม แต่ว่าที่ทราบมาไม่ใช่แค่นั้นเพราะว่าดูแล้ว กระทรวงคมนาคมเขียนต่อว่าวางแผนกู้ไว้ล่วงหน้าเพิ่มอีก ๗ ปี ท่านประธานครับ ๗ ปีรวมแล้ว ไม่ใช่ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เป็น ๔.๒ ล้านล้านบาท ก็ถือว่าเป็นการกู้ครั้งมโหฬารกู้แหลก กู้ลาญเป็นครั้งที่กู้มหาศาลที่สุดนับตั้งแต่มีประเทศไทยมา ตอนพรรคประชาธิปัตย์กู้ ๔๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทตอนนั้นจะเป็นจะตายด่าแหลกว่าดีแต่กู้ขึ้นทุกวันเลยครับ ดีแต่กู้ ๆ แต่วันนี้มาทำเสียเองเอาแบบกู้ไม่เหมือน ๔๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทเหมือนพรรคประชาธิปัตย์ ด้วยครับ กู้ไป ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แถมจะกู้ต่อไปอีกให้ถึง ๔.๒ ล้านล้านบาท นี่ไม่รวมว่า ดอกเบี้ยจะเท่าไรนะครับ ก็ถือว่ากู้แหลกเลย โบราณเขาถึงว่า ว่าแต่เขาอิเหนาเป็นเองท่านประธาน แต่ภาษาระยองเขาว่าอย่างนี้พูดง่าย ๆ เขาเรียกว่ากู้มาถลุง อันนี้ภาษาภาคตะวันออก ไม่เหมือนทางอีสานบอกว่าโผล่แล้วอันตราย สิ่งที่สำคัญพี่น้องชาวไทยก็ต้องรับรู้รับทราบ ด้วยว่ารัฐบาลตอนหาเสียงขึ้นป้ายทั่วประเทศไทยเมื่อปี ๒๕๕๔ เขาโฆษณาหาเสียงว่าอย่างนี้ พี่น้องครับ ล้างหนี้ประเทศ สร้างรายได้เพื่อประชาชน ตอนนั้นหาเสียงไว้เลยติดทั่วประเทศ ตอนเลือกตั้งหาเสียง แล้วก็โม้บอกว่าไม่ต้องทำแบบพรรคประชาธิปัตย์หรอก ไม่ต้องกู้ เพราะว่าเขาเป็นนักการตลาด เป็นนักธุรกิจสามารถหาเงินมาได้ไม่ต้องไปกู้ บริหารโดยไม่ต้อง กู้ได้ แล้วก็ที่พรรคประชาธิปัตย์กู้มาจะล้างหนี้ให้ แต่บริหารมาได้ปีกว่านักการตลาด นักธุรกิจ ที่ยิ่งใหญ่ตอนนี้มากู้แล้วครับ กู้แล้วก็ไม่กู้ธรรมดาเป็นการกู้แบบมโหฬาร อันนี้ถือว่าเป็น การล้างหนี้หรือเป็นการสร้างหนี้ วิธีการอื่น ๆ ก็มีเยอะแยะหลาย ๆ คนก็สนับสนุนว่างวดที่แล้ว เราก็ทำรถไฟแบบนี้หลายคนบอกว่าพรรคประชาธิปัตย์ไม่ทำรถไฟ ก็ทำรถไฟความเร็วสูง เขียนมาแล้วมี ๔ เส้นเหมือนที่ท่านทำละครับ ท่านก็กอบปี้ (Copy) มาเลย แต่งวดที่แล้วเรา ให้ต่างประเทศลงทุนครึ่งหนึ่งแล้วเราก็ลงทุนครึ่งหนึ่ง ของเราครึ่งหนึ่งรัฐลงทุนซึ่งแบ่งกับ เอกชนด้วยซ้ำไป มันก็ทำให้เราไม่ต้องใช้เงินกู้เยอะขนาดนี้ แล้วเห็นตัวเลขก็น่าตกใจกู้มา ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ดอกเบี้ยอีก ๓,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท รวมเป็น ๕,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ถ้าวันไหนเกิดวิกฤติต้มยำกุ้งเหมือน ๔-๕ ปีที่แล้วตกลงจะต้องเอาประเทศไทยไปจำนำหรือไม่ นี่คือสิ่งที่ต้องถาม เอาละวันนี้ไหน ๆ จะกู้แล้วทำอย่างไรก็ทำไม่ได้เพราะว่ายกมือ ๒ ข้าง ยกเท้าอีก ๒ ข้าง เสียงอย่างไรก็ไม่พอ เพราะฉะนั้นพี่น้องประชาชนที่ฟังอยู่ก็ทำใจนะครับว่า ต้องรับกรรมต่อไป ท่านประธานที่เคารพครับ ประเด็นที่ผมอภิปรายก็คืองบประมาณที่ท่าน มาหลอก เพราะว่ามีแต่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมมาบอกว่าถึงโน่น ถึงนี่ ถึงนั่น แต่ว่าตอนเขียนในบัญชีเอกสารประกอบการพิจารณาเขียนชัดครับ เขียนไปจังหวัดเชียงใหม่ เขียนไปจังหวัดหนองคาย ตกลงเอาใจ ส.ส. ทางภาคอีสานใช่ไหมครับ จริง ๆ ถึงโคราชแต่ว่า ต้องเขียนถึงจังหวัดหนองคาย เพราะฉะนั้นพี่น้องชาวอีสานประท้วงแน่ ๆ ที่เลือกตั้งท่านมา พูดง่าย ๆ คือจริง ๆ มันต้องถือว่าเป็นการหลอกอย่างร้ายแรง เพราะว่ากรุงเทพฯ-เชียงใหม่ ๗๔๕ กิโลเมตร ใช้เงินเกือบ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แต่ว่ากรุงเทพฯ-หนองคาย ๖๑๕ กิโลเมตร เป็นการตอกย้ำว่า ๗๔๕ กิโลเมตร กับ ๖๑๕ กิโลเมตรมันห่างกันนิดเดียว แต่ว่าไปจังหวัดหนองคาย แค่ ๑๗๐,๐๐๐ ล้านบาท แต่ไปจังหวัดเชียงใหม่ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท มันห่างกันราวฟ้ากับดิน หรือสายกรุงเทพฯ-เชียงใหม่ใช้หัวรถจักรอย่างดี แล้วก็สายจังหวัดหนองคายใช้มือสองวิ่งไป ตกรางไปเอาอย่างนั้นนะครับ พี่น้องชาวภาคอีสานไปดูให้ดีนะครับว่าจะนั่งรถไฟความเร็วสูง หรือจะนั่งรถไฟไทยถึงก็ช่างก็ไม่ถึงก็ช่าง ถึงช้ากว่าแต่ปลอดภัยกว่าท่านต้องเอาไปดูนะครับ เพราะฉะนั้นงบอย่างนี้มันเป็นสิ่งที่แน่นอนว่าในเล่มอันนี้ที่เขียนไว้หลอกแน่ ๆ เมื่อสักครู่ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมก็มาบอกแล้วว่าอย่างนี้ไปแค่โคราชแน่นอนไม่ไปถึง จังหวัดหนองคายท่านก็บอกตรง ๆ ตั้งแต่แรก ท่านจะมาหลอกเขาทำไมว่าไปถึงจังหวัดหนองคาย เพราะฉะนั้นแสดงว่าในงบ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทมีแค่นี้ครับ มีนิดหน่อย เพราะฉะนั้นผมก็มาดู พี่น้องชาวตะวันออกของผมเหมือนกันว่ากรุงเทพฯ-ระยอง มันเขียนว่ากรุงเทพฯ-พัทยา-ระยอง ตกลงมันถึงพัทยาหรือถึงระยอง พอดูกรุงเทพฯ-หนองคายแต่ถึงโคราช นี่ผมเสียวเหมือนกัน ว่ากรุงเทพฯ-ระยองอาจจะถึงแค่พัทยาแต่ไม่ถึงระยอง เพราะฉะนั้นก็ฝากรัฐบาลชุดนี้ ตอนที่ มาบตาพุดเป็นสิ่งที่ประจักษ์อยู่แล้วว่าตอนโครงการลดและขจัดมลพิษมาบตาพุด ตอนนั้น พวกผมอยู่ก็ทำกันเพราะว่ามาบตาพุดเป็นโมเดลในการสร้างประเทศ เพราะสินค้าทุกชนิด รายได้ทุกชนิด เก็บภาษีทุกชนิดที่มาบริหารประเทศส่วนใหญ่ร้อยละ ๖๐ เปอร์เซ็นต์ หรือ ๗๐ เปอร์เซ็นต์อยู่ที่มาบตาพุด พอมีปัญหาพวกเราก็ไปช่วยกันแก้ปัญหากันไปเรื่อย ๆ แต่มาถึงยุครัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เข้าบริหาร โครงการลดและขจัดมลพิษมาบตาพุด ไม่มีงบประมาณอีกเลย นี่ผมกำลังดำเนินการอยู่ทุกคณะเลยครับว่าสิ่งที่เราทำแล้ว เขาไม่ประสานต่อ เดี๋ยวอนาคตถ้ามีปัญหาอีกอย่างนี้จะทำอย่างไร อันนี้คือความจริงใจ อันนี้ถือว่าพี่น้องถ้ารถไฟกรุงเทพฯ-ระยองไปแค่พัทยา ก็ฝากพี่น้องชาวระยองถือว่ารัฐบาล โกหกคำโต ฝากพี่น้องชาวระยองช่วยด่าให้ทีว่าทำไมถึงไม่ไป ท่านประธานที่เคารพครับ แนวความคิดในการพัฒนารถไฟก็มีตั้งแต่สมัยนายกรัฐมนตรีชวนตั้งแต่โน้นมาแล้วครับ โดยเฉพาะรถไฟความเร็วสูงกรุงเทพฯ-สนามบินหนองงูเห่า-ระยอง มีตั้งแต่ปี ๒๕๓๗ แล้ว
ท่านสุทธิเดี๋ยวนะครับ ท่านจะประท้วงใช่ไหมครับ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม จ่าสิบตำรวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดสุรินทร์ ความจริงไม่อยากประท้วงให้เสียบรรยากาศหรือเสียเวลา
อย่างนั้น นั่งลงครับ
เดี๋ยวครับท่านประธาน ฟังผมก่อน มือไวจังเลยครับ ฟังก่อน ฟังให้จบก่อน แต่เหตุและผลเนื่องจากผู้อภิปรายทำผิด ข้อบังคับ ข้อ ๖๑ กล่าวหารัฐบาลว่าโกหกคำโต ตรงนี้ต้องถอน เพราะรัฐบาลมีความตั้งใจ ทำประโยชน์เพื่อประเทศชาติ ประชาชน อย่างนี้ประธานปล่อยไปไม่ได้นะครับ ผมทำหน้าที่ครับ ท่านประธานต้องให้เขาถอนคำว่า โกหกคำโต ครับ
คือท่านบอกว่าเป็นการใส่ร้ายใช่ไหมครับ
ใช่ครับ
โกหกคำโต ใช่ไหมครับ
ใช่ครับ
เดี๋ยวผมวินิจฉัย นั่งลงครับ คืออย่างนี้ผู้อภิปรายเขามีความเข้าใจว่าตามร่างที่เสนอต่อสภานี้ ที่รัฐบาลเสนอเข้ามาตามร่างนี้ว่ารถไฟไปถึงที่โคราช ไปถึงที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ไปถึงอะไรนี่ ท่านบอกว่ามันไม่จริง ที่กล่าวหารัฐบาลว่าไม่จริง ในความเป็นจริงท่านก็ตอบไปแล้วว่า จริง ๆ มันก็คือไปถึงนั่นละ ส่วนรัฐบาลได้ชี้ไปแล้วว่าหลังจากนี้เสร็จท่านก็จะดำเนินการต่อ เมื่อสักครู่ท่านตอบไปแล้ว อันนั้นเป็นความเข้าใจของท่านนะครับ ส่วนเมื่อฟังแล้วท่านจะใช้ ข้อเท็จจริงอย่างไร จะโน้มน้าวท่านสมาชิกอย่างไรก็สุดแล้วแต่ท่าน แต่ผมนั่งฟังแล้วว่า เมื่อทางฝ่ายรัฐบาลเขาตอบไปแล้วนะครับ ในความเป็นจริงก็คือตามเอกสารที่ปรากฏเท่านั้นเอง แล้วท่านก็อธิบายความต่อไปว่ารถไฟหลังจากเสร็จแล้วก็จะเดินไปอย่างไรต่อไป ฉะนั้น ผมวินิจฉัยว่าเชิญต่อครับ
ขอบคุณท่านประธานนะครับที่ฟังชัดเจน เพราะว่าเขาเขียนว่ากรุงเทพฯ-หนองคาย
คือต่อเลยครับ เวลาของท่านเหลืออยู่ ๒ นาทีเดี๋ยวไม่ทันครับ
ขออนุญาต ขอบคุณท่านประธานครับ เอาเลยนะครับ เพราะว่าจริง ๆ แล้วรถไฟความเร็วสูงมันก็มีมาตั้งแต่สมัยโบราณแล้วเขาก็ทำกันมาเรื่อย ๆ เมื่อปี ๒๕๔๘ มันตั้งอยู่ประมาณสัก ๔๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท แล้วก็มาปัจจุบันนี้ผ่านไป ๗ ปี งบก็ขึ้นไปประมาณ ๘๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท แต่อันนี้ทุกคนไม่ค่อยห่วงเรื่องงบประมาณว่า มันจะไปจาก ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ไป ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แต่สิ่งที่ทุกคนห่วงที่สุดก็คือ เรื่องของคอร์รัปชัน พูดง่าย ๆ ภาษาผู้รับเหมาเขาเรียกว่าเงินทอนนะครับ นี่คือประเด็น สำคัญเพราะว่าเงินทอนเกิดขึ้นแน่ เพราะว่าทั้งหมดในเล่มนี้มี ๔ หน้า ๑๙ มาตรา แล้วก็ เอกสารแนบท้ายอีก ๒ หน้า รวมทั้งหมดมี ๖ หน้า ส่วนเอกสารเล่มขาว ๒๓๑ หน้า ดูแล้ว ก็ไม่ใช่กฎหมายนะครับ ทุก ๆ คนก็บอกว่าไม่ใช่กฎหมาย เอาง่าย ๆ ถ้าสมมุติว่าจะให้พวกผม มั่นใจก็เอาเล่มปกขาวเป็นเอกสารประกอบเข้าไปในท้ายร่าง พ.ร.บ. นี้จะทำให้พวกท่านดีขึ้น ถือว่าพวกท่านโปร่งใส รัฐบาลมีความน่าเชื่อถือมากกว่าเดิม ท่านประธานที่เคารพครับ รถไฟความเร็วสูงผมอ่านไปอ่านมาหน้า ๑๗๗ เป็นเรื่องที่แปลกมากนะครับ เพราะเขา เขียนว่ามีผลประโยชน์ที่ได้รับ ประหยัดค่าขนส่งสินค้าปีละ ๗,๕๗๖ ล้านบาท ตกลง รถไฟความเร็วสูงขนส่งสินค้าหรือครับ ขนส่งผักหรือขนส่งผลไม้หรือครับ ไม่ใช่ขนส่งคนหรือครับ จริง ๆ รถไฟความเร็วสูงต้องขนส่งคนนะครับ แต่รถไฟรางคู่นี่ขนส่งสินค้า แต่มาบตาพุด ไม่มีเลย จริง ๆ เมืองอุตสาหกรรมมีท่าเรือมาบตาพุด ท่าเรือแหลมฉบัง ท่าเรือคลองเตย ทั้ง ๓ ท่าเป็นตัวสินค้าของประเทศด้วยแล้วไม่มีรถไฟรางคู่นะครับ แล้วจะขนส่งสินค้า ได้อย่างไร ทั้งหมดในท้ายร่างพระราชบัญญัติก็ไม่มี เอกสารประกอบก็ไม่มี ในเล่มอะไรไม่มี หมดเลยครับ อันนี้เป็นท่าเรือขนาดใหญ่ จริง ๆ การขนส่งสินค้าซึ่งเป็นสินค้าหลักของประเทศ อยู่ที่มาบตาพุด อยู่ที่แหลมฉบัง และอยู่ที่คลองเตย แล้วเราจะเชื่อมอย่างไร เพราะว่า จริง ๆ แล้วการขนส่งสินค้าที่ประจำ โดยเฉพาะผมไปประชุมที่จังหวัดระยอง บริษัทที่จะทำให้เรา ฟรี ๆ เลยคือบริษัท ปตท. แต่พวกท่านประสานไหมครับว่ารถไฟรางคู่ไม่ต้องทำมอเตอร์เวย์ ปัจจุบันมอเตอร์เวย์ที่พวกผมวิ่งอยู่ตอนนี้มีแต่เทรลเลอร์ครับ แทนที่จะมีรถโดยสาร อันนี้ น่าเอาไปคิด เพราะฉะนั้นท่านอย่าคิดเรื่องการเมืองอย่างเดียวครับ ท่านอย่าคิดว่าถ้าฉันอยู่ จังหวัดเชียงใหม่ต้องทำไปจังหวัดเชียงใหม่ก่อน จังหวัดระยองไม่ใช่ อยู่ฝ่ายค้านก็ไม่ทำให้ อันนี้ไม่ใช่ครับ คุณต้องทำเรื่องการพัฒนาเศรษฐกิจว่าควรจะพัฒนาประเทศอย่างไร มาบตาพุด ไปแหลมฉบังอย่างไร แหลมฉบังไปคลองเตยอย่างไร อันนี้ต้องทำให้ด้วย เพราะฉะนั้นจะทำ อย่างไรก็ได้ให้สินค้าขนส่งได้ง่าย ถูกลง สินค้าก็ถูกลง นี่คือสิ่งที่พี่น้องต้องทำ และเป็นสิ่งที่ รัฐบาลต้องอธิบายให้ได้ ไม่สนใจว่าฉันจะกู้ กู้มามากก็ได้ค่าคอมมิชชัน (Commission) มาก ได้เงินทอนมาก อันนี้ไม่ได้ ดังคำขวัญที่ว่านะครับ อันนี้ก็ถือว่าเป็นกรรมของประเทศนะครับ ไม่ใช่ประเทศของกู เงินกู้ก็เป็นของกู เงินทอนก็เป็นของกู หนี้เป็นของมึง อันนี้ไม่ได้นะครับ ต้องขอบคุณท่านประธานครับ ขอบคุณครับ
เชิญท่านมัลลิกา ๕ นาทีครับ แล้วก็ไปท่านลีลาวดี เชิญครับ
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาวมัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลพบุรี พรรคภูมิใจไทย ขออนุญาตร่วมแสดงความคิดเห็นในร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ เพราะว่าร่างพระราชบัญญัติ ฉบับนี้อนุมัติท่านรัฐมนตรีมีอำนาจกู้เงิน กำหนดให้สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ เป็นหน่วยงานที่มีอำนาจหน้าที่ดำเนินการสำหรับการบริหาร จัดการการกู้เงิน การเบิกจ่ายเงินกู้ การชำระหนี้ โครงการทั้งหมดที่อยู่ในเอกสารท่านสมาชิกหลาย ๆ ท่านดู ทุกคนเท่าที่ฟัง จากเมื่อวานถึงวันนี้ที่ผ่านมาส่วนใหญ่จริง ๆ เลยสนับสนุนนะคะท่านประธาน การกู้เงิน ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่ แต่ว่าการกู้นั้นหมายถึงว่าเรากำลังจะเอาเงินในอนาคตมาใช้ก่อน แล้วสิ่งสำคัญก็คือจะต้องดูกำลังของตัวเองแล้วก็ต้องอยู่บนพื้นฐานของความเป็นจริง เวลาที่ ท่านประธานหรือว่าเพื่อนสมาชิกลงพื้นที่เรามักจะพบกับชาวบ้าน ซึ่งพี่น้องประชาชนมักจะ บอกเราว่าเขาอยากให้เราหางบประมาณมาทำถนนเส้นนั้น มาทำถนนเส้นนี้ แล้วก็บอกว่า น้ำที่บ้านเขาไม่พอใช้ ระบบประปาของเขาไม่ดีเลย น้ำจะกินน้ำจะใช้ไม่มี สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้มันเป็นสิ่งที่อยู่ใกล้ตัว มากกว่ารถไฟความเร็วสูง อยากจะบอกว่าจังหวัดลพบุรีก็ได้รับโครงการที่อยู่ในเล่มนี้ ๑๖,๐๐๐ กว่าล้านบาท เป็นรถไฟทางคู่สายลพบุรี-ปากน้ำโพ ท่านประธานทราบไหมคะ ทาง สนข. ลงไปชี้แนวผ่านบ้านนายคนนี้ ผ่านที่นานายคนนั้น ปรากฏว่าเจ้าของที่โดน กินไม่ได้นอนไม่หลับก็ต้องมีการมาสำรวจกันใหม่ โชคดีนะคะท่านประธาน น้ำท่วมค่ะ ปรากฏการณ์น้ำท่วมใหญ่ที่ผ่านมาของจังหวัดลพบุรี ทราบว่าทาง สนข. ยกระดับทางรถไฟ ขึ้นเอาไว้บนถนนยกระดับไปอีกประมาณ ๓๐ เมตร ถ้าดิฉันจำไม่ผิด ชาวบ้านโล่งอกค่ะ เพราะว่าไม่ต้องโดนผ่านบ้านเขา อันนี้ก็เป็นสิ่งที่อยากจะนำเสนอกับคณะรัฐบาลว่า บางโครงการท่านถามเขา แต่บางโครงการท่านบอกว่าท่านยังไม่ได้ถาม ยังไม่ได้สำรวจ ก็ต้อง ฝากเอาไว้ว่าถามชาวบ้านสักนิดหนึ่ง เพราะว่าวันนี้กู้เงิน ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เรารับมอบ อำนาจเขามาในเรื่องนี้หรือเปล่า แต่ว่าเวลาเป็นหนี้เป็นหนี้เท่ากัน กู้เงิน ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ต้องใช้ระยะเวลา ๕๐ ปี นานมากท่านประธาน แต่อย่างไรก็แล้วแต่ดิฉันเห็นด้วยกับ การพัฒนาประเทศ เห็นด้วยกับการที่คณะรัฐบาลนั้นจะทำการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ด้านคมนาคมขนส่ง แล้วก็ชื่นชมในความคิดที่กล้าคิดแล้วก็กล้าตัดสินใจที่จะกู้เงินในยอดเงิน อันนี้ แต่ดิฉันมีความเป็นห่วงค่ะท่านประธาน เรากู้เงิน ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทเป็นจำนวนเงิน ที่มากมายมหาศาลแล้วก็มีความรู้สึกว่าเราใช้จ่ายเกินตัว เราเห็นตัวอย่างหลาย ๆ ประเทศ ที่กำลังประสบกับปัญหาเศรษฐกิจ ไม่ว่าจะเป็นประเทศสเปน ประเทศอิตาลี หรือว่าไซปรัส แล้วก็จากรายงานบอกว่ายอดขาดดุลการค้าของประเทศไทยในเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ขาดดุล ๕๓.๓ พันล้านบาท เนื่องจากว่าการส่งออกลดลงจากความผันผวนของเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะประเทศสหรัฐอเมริกาและประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเป็นตลาดส่งออกหลักของประเทศไทย รวมถึงผลการผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนและการปรับตัวแข็งค่าของเงินบาท โดยเฉพาะ สินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมการเกษตรลดลงสูงสุดถึง ๑๓.๕ เปอร์เซ็นต์ ในส่วนตรง ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ดิฉันเองอยากจะขอนำเสนอว่าบางโครงการไม่ต้องทำพร้อมกันหมด แล้วก็ต้องให้เสร็จใน ๗ ปี อยากจะให้ทดลองทำเป็นบางโครงการ บางโครงการอยากให้เอกชน มาร่วมทุน อย่างเช่นโครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองช่วงบางใหญ่-นครปฐม-กาญจนบุรี จริง ๆ เลยมีบริษัทเอกชนสนใจที่จะมาลงทุนร่วม ก็อยากจะนำเรียนท่านรัฐมนตรีบอกว่า เราไม่จำเป็นที่จะต้องสร้างแล้วก็เป็นของเรา เราอาจจะมีเงื่อนไขพิเศษตกลงกันว่าวินวิน (Win Win) กันทั้ง ๒ ฝ่าย ประเทศก็ได้ประโยชน์ด้วย แล้วก็ไม่ต้องมากู้เงินมากมายขนาดนี้
แล้วอีกสิ่งหนึ่งที่อยากจะเรียนให้คณะรัฐบาลทราบก็คือว่าข้อคิดเห็นต่าง ๆ ที่นำมาพูดกันในสภาทุกคนมีความตั้งใจอยากให้ประเทศชาตินั้นเจริญ อยากเห็นความเจริญ ของคนควบคู่กันไปด้วย วันนี้เราพูดกันถึงแต่เรื่องของวัตถุ เรามีรถไฟความเร็วสูง เรามีรถไฟทางคู่ เรามีท่าเรือน้ำลึก ฝากนิดหนึ่งค่ะท่านประธาน พัฒนาคน พัฒนาการศึกษา พัฒนาระบบ ข้าราชการไทย สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้มันจะเกิดการควบคู่ไป ถ้าคนเราเข้มแข็ง ชุมชนเราเข้มแข็ง ประเทศชาติเราก็เข้มแข็ง
สุดท้ายนี้ก็ต้องขออนุญาตที่จะต้องสนับสนุนคำอภิปรายของท่านปุระชัย ขออนุญาตที่เอ่ยนามท่าน ถ้าหากว่าคณะรัฐบาลจะทำร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้จริง ๆ แล้ว ก็อยากจะให้คณะรัฐมนตรีชุดนี้รับผิดชอบในหนี้สินที่จะเกิดขึ้นเป็นกรณีพิเศษ ขอบคุณค่ะ
เชิญท่านดอกเตอร์ลีลาวดี วัชโรบล
ท่านประธานสภาที่เคารพคะ ดิฉัน นางสาวลีลาวดี วัชโรบล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขต ๕ ดุสิต-ราชเทวี พรรคเพื่อไทย ดิฉันต้องขอขอบคุณท่านประธานและท่านประธานวิป รวมทั้งเพื่อนสมาชิก อีกหลายท่านทีเดียวที่ได้ให้โอกาสดิฉันได้มีโอกาสพูดอภิปรายในประเด็นที่มีความสำคัญ อย่างยิ่งต่อประเทศไทยในร่างพระราชบัญญัติให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อพัฒนา โครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของประเทศ พ.ศ. .... ที่ดิฉันต้องกล่าวเช่นนี้เพราะ ดิฉันทราบมาว่าขณะนี้ประเทศไทยกำลังจับตามองมาสู่การถ่ายทอดอภิปรายเรื่องสำคัญ เพราะนั่นคืออนาคตของประเทศ ซึ่งเราอาจจะเรียกร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ว่าไทยแลนด์ ๒๐๒๐ หรือว่าอนาคตของประเทศในอีก ๗ ปีข้างหน้าก็ได้ ดิฉันรู้สึกว่าดิฉันต้องขอขอบพระคุณนะคะ รัฐบาล ท่านนายกรัฐมนตรี ท่านรองนายกรัฐมนตรี แล้วก็ท่านรัฐมนตรีที่ได้ให้วิสัยทัศน์ เมื่อวานนี้ ตลอดจนทำให้ดิฉันเองนั้นได้มองเห็นอนาคตของประเทศไทยแล้วรู้สึกภาคภูมิใจว่า วันนี้ดิฉันได้มาเป็นส่วนหนึ่งของการที่จะสร้างอนาคตให้กับคนไทยทั้งประเทศค่ะ ดิฉันขอ สนับสนุนร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ ที่ดิฉันต้องกล่าวอย่างนี้ดิฉันอยากจะเรียนอย่างนี้นะคะ ท่านประธาน เมื่อ ๒๐ กว่าปีที่แล้วดิฉันได้มีโอกาสเดินทางไปต่างประเทศ ดิฉันได้มีโอกาสไปใช้ รถไฟใต้ดิน ดิฉันรู้สึกทันเลยว่าจะมีโอกาสหรือไม่ อย่างไร ที่จะทำให้คนไทยในประเทศได้มีโอกาส ได้เข้าถึงระบบสาธารณูปโภคที่ดี ๆ เช่นนั้น ๒๐ กว่าปีผ่านไปมาถึงวันนี้ดิฉันดีใจเหลือเกินค่ะ ว่าความฝันของดิฉันในอดีตนั้นกำลังจะเป็นจริงแล้ว ในส่วนที่ดิฉันเป็นส่วนหนึ่งของ ประชาชนชาวไทย ดิฉันได้เห็นภาพของการเชื่อมโยงการพัฒนาโครงข่ายต่าง ๆ ดิฉันรู้สึก มั่นใจว่าลูกหลานในอนาคตนั้นจะเกิดและเติบโตขึ้นบนผืนแผ่นดินไทยที่มีการพัฒนา อย่างก้าวกระโดด และในส่วนที่ดิฉันเป็น ส.ส. กรุงเทพมหานคร ดิฉันต้องขอขอบพระคุณ ท่านนายกรัฐมนตรีที่ให้ความจริงใจได้นำเอางบประมาณซึ่งถือได้ว่าเป็นเศษหนึ่งส่วนสี่ ของงบประมาณทั้งหมด ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ถึง ๔๗๒,๔๔๘ ล้านบาทที่จะพัฒนาแผน ระบบขนส่งในกรุงเทพฯ หรือว่าในเขตเมืองนะคะ ดิฉันได้อ่านเอกสารต่าง ๆ แล้วได้ดู เพาเวอร์พอยท์ เมื่อวานนี้แล้ว ดิฉันต้องบอกว่าดิฉันรู้สึกประทับใจและดิฉันเองก็ต้อง ขออนุญาตฝากไปถึงเพื่อนสมาชิกซึ่งเมื่อสักครู่ได้พูดถึงเขตราชเทวีว่ามีพี่น้องประชาชน จำนวนหนึ่งที่ขณะนี้อาจจะติดป้ายอยู่บริเวณถนนราชปรารภบ้าง ถนนแถวประตูน้ำบ้างนะคะ เนื่องจากว่ามีความกังวลว่ามีการปล่อยข่าวอันเป็นเท็จว่ารัฐบาลกลั่นแกล้งบ้างเพื่อผลประโยชน์ ของคนใดคนหนึ่ง ดิฉันเองได้นำเอาปัญหานี้ไปเรียนถามท่านรัฐมนตรี เมื่อวันอังคารที่ผ่านมานั้น ท่านรัฐมนตรีก็ได้กรุณาลงไปพบกับพี่น้องประชาชน วินาทีที่ท่านรัฐมนตรีได้เห็น พี่น้องประชาชนมาและเห็นถึงความจริงใจที่ได้มีการพูดคุยกัน ดิฉันเห็นสีหน้าสีตาของ พี่น้องประชาชนทุกคนมีความหวังและรอยยิ้มค่ะ ดิฉันเชื่อมั่นเหลือเกินว่าความจริงใจ ที่รัฐบาลมีให้ต่อพี่น้องประชาชนคือคำตอบที่จะทำให้โครงการในการพัฒนานั้นสามารถทำได้ค่ะ สิ่งหนึ่งที่ดิฉันได้มีโอกาสคุยกับทางท่านยงสิทธิ์ ผู้ว่าการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชน แห่งประเทศไทย แล้วก็ท่านประภัสร์ จงสงวน ผู้ว่าการการรถไฟฟ้าแห่งประเทศไทย ดิฉันพบว่าข้อมูลอันเป็นทางวิชาการในการจะสร้าง ไม่ว่าจะเป็นสถานีรถไฟ หรือรถไฟใต้ดิน รถไฟลอยฟ้า จะต้องมีการศึกษาข้อมูล แล้วพอศึกษาไปดิฉันพบว่าคณะรัฐมนตรีที่ได้มี การประชุมเมื่อวันที่ ๙ มีนาคม ๒๕๕๓ แล้วก็มีการรับทราบผลการประชุมของคณะกรรมการ จัดระบบการจราจรทางบก ในการประชุมเมื่อวันที่ ๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๓ ซึ่งพูดถึงปี ๒๕๕๓ นั่นก็หมายความว่าเป็นสมัยรัฐบาลชุดที่แล้วได้มีมติเห็นชอบแผนแม่บทระบบขนส่งมวลชน ทางรางในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑลหรือเอ็มแมพ (M-MAP) โดยได้กำหนด หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการในระยะเวลา ๑๐ ปีแรกก็เปิดบริการภายในปี ๒๕๖๒ มีอยู่ ๗ เส้นทาง และเส้นทางที่มีปัญหานี้ถูกปรับรถไฟฟ้าสายสีน้ำตาลให้เป็นสายสีส้ม ซึ่งเปลี่ยนแนวทางจากบางบำหรุ-อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ-ดินแดง มาเป็นตลิ่งชัน-ประตูน้ำ-ดินแดง ซึ่งกำลังมีเหตุอยู่ในขณะนี้ ซึ่งดิฉันต้องเรียนอย่างนี้ว่าในรัฐบาลชุดนี้ก็ทำต่อจากการอนุมัติของรัฐบาลชุดที่แล้ว ไม่ได้มา ลากเส้นหรือมาต่อเส้นเพื่อให้ประโยชน์กับห้างใดห้างหนึ่ง หรือเพื่อผลประโยชน์ของใคร คนใดคนหนึ่ง ที่ดิฉันต้องเรียนอย่างนี้เพราะดิฉันมั่นใจว่าพี่น้องประชาชนในเขตราชเทวี หลายคนกำลังจับตามอง อยากจะทราบคำตอบที่แท้จริง ซึ่งท่านรัฐมนตรีบอกว่าหลังจาก ผ่านร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ไปแล้วท่านก็จะให้คำตอบกับพี่น้องประชาชนที่กำลังเฝ้ารอว่า การให้ข้อมูลอันเป็นเท็จนั้นความจริงนั้นเป็นอย่างไร ที่ดิฉันต้องกล่าวขอบพระคุณในฐานะที่ ดิฉันเป็น ส.ส. กทม. เพราะว่าเมื่อเดือนที่ผ่านมีการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ปัญหา อันดับหนึ่งของคนกรุงเทพมหานครก็คือเรื่องรถติด รถติดถึงขนาดที่บางคนบอกว่าเจอกันแยกนี้ ไปแต่งงานแยกหน้าแล้วก็มีลูกแยกถัดไป พูดกันขนาดนี้นะคะ บางคนบอกว่ารถติดหนักเหลือเกิน มาโตกันในรถในถนนนี้นะคะ ดิฉันเห็นว่าปัญหาอย่างนี้ไม่ได้เกิดขึ้นในกรุงเทพมหานครเท่านั้น แต่เกิดขึ้นในเมืองหลวงเมืองสำคัญทั่วโลก แล้วเขาแก้ปัญหากันอย่างไร เขาก็ต้องทำแบบนี้ คือการลงทุน ซึ่งดิฉันต้องขอบอกว่ามีโอกาสได้เห็นโครงสร้างเห็นอนาคตที่จะเกิดขึ้นกับ คนไทยในอีก ๗ ปีข้างหน้าแล้ว ดิฉันรู้สึกว่ามั่นใจและดิฉันก็เชื่อมั่นว่าพี่น้องประชาชนที่ได้ เลือกพรรคเพื่อไทยให้มาบริหารประเทศคงเกิดความมั่นใจเหมือนกัน และคงจะจับตาดูว่า วันนี้บันทึกหน้าประวัติศาสตร์นั้นจะจารึกชื่อใครคนใดบ้างที่จะพลิกโฉมประเทศ จัดงบประมาณ จนถึงวันนี้ดิฉันพบว่ามีข้อกังวลของเพื่อนสมาชิกหลายท่านทีเดียว ส่วนหนึ่งก็คือกังวลในเรื่อง ของคอร์รัปชัน ดิฉันเชื่อว่าการที่เราจะทำให้การทำงานนี้มีความโปร่งใสไม่ใช่เรื่องยาก ของรัฐบาลชุดนี้ค่ะ อีกส่วนหนึ่งก็คือเรื่องของการก่อหนี้สาธารณะ ดิฉันได้มีโอกาสพูดคุยกับ ดอกเตอร์หลายท่าน ถามถึงว่าหนี้สาธารณะถ้าจะเพิ่มมากขึ้นมันจะส่งผลอย่างไร ซึ่งดิฉันก็ทราบ ข้อมูลมาว่าหนี้สาธารณะที่ทั่วโลกเขาให้การยอมรับขึ้นถึง ๒๐๐ เปอร์เซ็นต์ ดิฉันก็เลย ได้มีโอกาสไปดูข้อมูล ขออนุญาตยกตัวอย่างนะคะ ของเราตอนนี้หนี้สาธารณะอยู่ที่ ๔๒ เปอร์เซ็นต์ แต่ถ้าไปดูประเทศญี่ปุ่น ประเทศญี่ปุ่น ๒๑๒ เปอร์เซ็นต์ หรือถ้าเราจะดู ใกล้ ๆ มาหน่อย ประเทศสหรัฐอเมริกาหนี้สาธารณะ ๑๐๒ เปอร์เซ็นต์ ยุโรปส่วนใหญ่ก็ ๘๐ เปอร์เซ็นต์ขึ้นไป เอาจำนวนประชากรที่มีใกล้เคียงก็คือประเทศฝรั่งเศส ก็คือมีหนี้สาธารณะ ถึง ๘๖ เปอร์เซ็นต์ เพราะฉะนั้นการจะบอกว่าประเทศไทยของเรามีหนี้สาธารณะสูง นั่นหมายถึงวินัยการคลังของเราไม่ดีคงจะกล่าวเช่นนั้นไม่ได้ ดังนั้นดิฉันเชื่อว่าถ้าไม่อยากผิดหวัง ก็อย่าหวัง แล้วก็อยู่ไปวัน ๆ นั้นไม่ควรจะเกิดขึ้นกับคนไทย และการที่บอกว่าอย่าเพิ่งเริ่มต้น ขุดบ่อน้ำเมื่อหิว หรืออย่าเพิ่งเริ่มฝึกทหารเมื่อข้าศึกมาเยือน นั่นหมายความว่าเราจะต้องมอง ไปในอนาคต ในขณะนี้รัฐบาลเหมือนคนที่กำลังขับรถพาคนทั้งประเทศไปตามเส้นทางที่ได้ แถลงนโยบายไว้เดือนสิงหาคม ปี ๒๕๕๔ เพราะฉะนั้นดิฉันมั่นใจว่าโครงการนี้จะสามารถ ทำสำเร็จได้ ท่านประธานคะ ดิฉันเป็นชาวพุทธที่เชื่อเรื่องกรรมค่ะ เพราะฉะนั้นดิฉันเชื่อว่า วันนี้ท่านนายกรัฐมนตรี ท่านรองนายกรัฐมนตรี ท่านรัฐมนตรี แล้วก็เพื่อนสมาชิกหลาย ๆ คน เมื่อพูดถึงโครงการนี้เสร็จแล้วทุกคนก็คงจะมีความสบายใจ เพราะว่าได้ประกอบกรรมดี เพราะว่าเราคิดดี ทำดี และพูดดี และหวังเหลือเกินว่าสิ่งดี ๆ ที่จะเกิดขึ้นต่อไปนี้คงจะสร้าง อนาคตที่ดีของปวงชนชาวไทยทุกคน ขอบพระคุณค่ะ
ท่านกษิต ท่านเกียรติศักดิ์ ท่านยุคล ท่านสุรเชษฐ์ ท่านรุ่งโรจน์ มีท่านยุคลอยู่ เชิญท่านยุคลก่อนก็แล้วกัน เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม นายยุคล ชนะวัฒน์ปัญญา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดจันทบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานที่เคารพครับ ตั้งแต่ผมและพี่น้องคนทั้งประเทศทราบข่าว และฟังการอภิปรายการถ่ายทอดสดจากเมื่อวาน ตั้งแต่ท่านอดีตนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ตั้งแต่อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ท่านกรณ์ และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในสภาแห่งนี้ได้อภิปรายหลาย ๆ ท่าน ตั้งแต่เช้าจนดึก และมาตั้งแต่เมื่อเช้าถึงตอนนี้ ได้กล่าวตักเตือนรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นำโดยพรรคเพื่อไทย ร่างพระราชบัญญัติให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท มากจริง ๆ โคตรเยอะจริง ๆ มหาศาล เพื่อจัดโครงการรถไฟความเร็วสูง ยิ่งฟังก็ยิ่งหนาว ยิ่งฟังก็ยิ่งทำให้ พี่น้องคนไทยทั้งชาติตกใจและกังวลใจอย่างยิ่ง เพราะอยู่ดี ๆ นอนดี ๆ หลับดี ๆ ตื่นขึ้นมา ก็เป็นหนี้ แม่ค้าก๋วยเตี๋ยว แม่ค้ากล้วยทอด แม่ค้าข้าวเหนียวปิ้ง อยู่ ๆ ก็เป็นหนี้ ตกใจครับ และเป็นหนี้ไม่ใช่ปีสองปี เป็นหนี้ยาวถึง ๕๐ ปี โคตรเป็นหนี้ ท่านประธาน ตกใจจริง ๆ และเป็นหนี้ที่ไม่คุ้มทุนด้วย และเป็นหนี้ไม่รู้ตัวว่ารถไฟที่สร้างคุ้มทุนหรือไม่ คนขึ้นกี่คน คนลงกี่คน คนเสียค่าโดยสารกี่คน มันคุ้มหรือไม่ นี่คือการเป็นหนี้ ท่านประธานที่เคารพครับ ที่ผมว่า โคตรเป็นหนี้ถึง ๕๐ ปี ท่านประธานตายก็ยังใช้หนี้ไม่หมด รัฐมนตรีตายใช้หนี้ไม่หมด ทุกคน ในที่นี่ตายใช้หนี้ไม่หมด ๕๐ ปี
ท่านยุคล มีผู้ประท้วง เชิญครับ ประท้วงเรื่องอะไรครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน นางชมภู จันทาทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดหนองคาย พรรคเพื่อไทย ท่านคะ ดิฉันขอประท้วงผู้อภิปรายตามข้อบังคับ ข้อ ๖๑ ใส่ร้ายป้ายสีและพูดไม่เพราะ แล้วสาปแช่ง ซึ่งเป็นประมุขของประธาน ประธานตาย รัฐมนตรีตาย ต้องถอนค่ะท่านประธาน ขอให้ ท่านประธานวินิจฉัยด้วยค่ะ
ไม่เป็นไรครับ สร้างบรรยากาศไม่ให้ง่วงนอนตอนบ่าย ผมยัง ๒๗ ปี ผมยังไม่ตาย อีก ๕๐ ปีก็ ๗๗ ปี
คนที่ประท้วงอายุเท่าไรครับ ท่านประธาน อีก ๕๐ ปีก็ตายแล้วอยู่ไม่ถึง ๑๐๐ ปี ใช้หนี้ไม่หมดเลยท่านประธานครับ พี่น้องที่เคารพรักที่อยู่ทางบ้าน ท่านประธานที่เคารพ ท่านที่ฟังรายการวิทยุ ดูทีวีที่เคารพรัก ทุกท่านอีกครั้งหนึ่งครับ รัฐบาลยิ่งลักษณ์กู้เงิน ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท และสะสมดอกเบี้ย ถึง ๕๐ ปี แผนชำระหนี้รวมแล้ว ๓.๑๖ ล้านล้านบาท ถ้ารวมตัวเลขตรง ๆ คือ ๓,๑๖๐,๐๐๐ ล้านบาทถ้วน รวมทั้งต้นและดอกเบี้ย ๕,๑๖๐,๐๐๐ ล้านบาทถ้วน ๕๐ ปี โคตรเยอะ รถสิบล้อเป็น ๑,๐๐๐ คัน เยอะจริง ๆ หลับตาสิท่านประธาน หลับตา หลับตามันเยอะจริง ๆ นับเงิน ๗๒ ปี ๗๓ ปี นับไม่หมดครับ ถ้าเดือนไหน ปีไหนดอกเบี้ยมันลอยตัวขึ้น ท่านประธานครับ ดูมือผมสิครับ ลอยตัวขึ้น มันเพิ่มขึ้น มันเยอะขึ้น อนาคตอีก ๕๐ ปี มันไม่ใช่ ๕,๐๐๐,๐๐๐ ล้านกว่าบาท แล้วนะครับท่านประธาน อาจจะถึงเป็น ๑๐,๐๐๐,๐๐๐ ล้านกว่าบาทก็ได้ เพราะดอกเบี้ย เพิ่มขึ้นก็ได้ เพราะใครจะไปรู้อนาคต เพราะท่านประธานอาจจะตายแล้ว ผมตายแล้ว ทุกคนในที่นี้คนที่ประท้วงตายแล้ว ใครไม่รู้ใช่ไหมท่านประธาน พยักหน้าครับ ใช่ นี่คือเรื่องจริง ใครไม่รู้ ผมว่าในสภาแห่งนี้ที่ผมพูดย้ำอีกครั้งตายหมดทุกคน วันนี้รัฐบาลยังกล้าให้สภาแห่งนี้ อนุมัติในหลักการ เพื่อเป็นเงินกู้ที่ให้ประเทศไทยของเรา คนไทยทั้งชาติเป็นหนี้ แล้วก็ เป็นหนี้มากที่สุดในประวัติศาสตร์ชาติไทยท่านประธาน เป็นหนี้มากที่สุด ไม่เคยมีปรากฏมาก่อน ในประเทศนี้เมืองนี้ คงจะลืมแล้วกระมังที่ขึ้นป้ายมีเพื่อนผมเมื่อวานท่านดอกเตอร์ศุภชัย ศรีหล้า มีเพื่อนผมท่านวิชัย ล้ำสุทธิ ได้ชูป้ายว่าขึ้นป้ายโชว์ทั่วประเทศว่าล้างหนี้ สร้างรายได้ให้กับ พี่น้องประชาชนคนไทยให้มีความสุข ผมไม่ต้องเอ่ยชื่อพรรค แต่กลับมาทำเสียเอง หรือเพี้ยนไป ผมไม่ทราบ ผมไม่ทราบจริง ๆ ท่านประธาน อาจจะขึ้นป้ายครั้งต่อไป อาจจะเปลี่ยนคำพูดใหม่ว่า สร้างหนี้ให้คนไทยเป็นหนี้มีทุกข์กันทั่วหน้าก็ว่าได้ ผมไม่ทราบ ประท้วงผมไม่ได้เพราะไม่ทราบ ท่านประธานครับ แม้นแต่เด็กทารก ตอนนี้ท้องอยู่ ๑ เดือน คลอดวันนี้ วินาทีนี้ และชั่วโมงนี้ วันนี้ ก็ไม่ยกเว้น เกิดมา แว๊ว ดูโลกเป็นหนี้ทันที น่าสมเพชจริง ๆ นะโยมนะจะบอกให้ ท่านประธานครับ ถ้าเป็นคนหนุ่มคนสาวเรียนจบใหม่ ๆ อายุได้ ๒๒-๒๓ ปี เพิ่งทำงานใหม่ ๆ ก็ต้องชดใช้หนี้ไปถึง ๕๐ ปี อายุถึง ๗๒-๗๓ ปีจนแก่จนเฒ่าหรือตายไปก็ได้ ยังใช้ไม่หมด มันทุกข์ มันทรมาน มีนักวิเคราะห์ นักเศรษฐศาสตร์ นักวิชาการถึงขนาดตั้งฉายา รัฐบาลว่ากู้ชาตินี้ใช้ชาติหน้า พูดอย่างนี้เลยในสื่อ ขอต่อเวลาครับท่านประธาน มันกำลังมัน ฟังแล้วรู้สึกว่ามันอึดอัดจริง ๆ ท่านประธาน ผมเป็นคนไทยนะครับท่านประธาน ผมก็อึดอัด ผมคาดว่าคนไทยทั้งชาติคงอึดอัดเช่นเดียวกับผมที่อึดอัด เพราะเป็นหนี้ถ้ายังไม่ลอยตัวถึง ๕,๑๖๐,๐๐๐ ล้านบาทถ้วน ๕๐ ปี หนี้โคตรหนี้ ๕๐ ปี ท่านประธานครับ พอผมมองดูโครงการ ขนส่งรถไฟฟ้าความเร็วสูงเม็ดเงินที่รัฐบาลยิ่งลักษณ์กระจายลงไป ผมก็อดเสียใจ เสียดาย เศร้าใจไม่ได้ไม่กระจายไปถึงจังหวัดภาคตะวันออก จังหวัดจันทบุรี จังหวัดตราดบ้านผมเลย ทั้ง ๆ ที่ท่านนายกรัฐมนตรีได้ประกาศตั้งแต่เมื่อวานว่าต้องการสร้างความเจริญประตูสู่อาเซียน บ้านผมจังหวัดจันทบุรี จังหวัดตราดติดชายแดนประเทศกัมพูชา อาเซียน เพื่อนบ้านอาเซียน และท่านนายกรัฐมนตรีประกาศอีกว่าจะขนส่งสินค้าพืช ผักสด ผลไม้สด บ้านผมก็มีราชินี แห่งผลไม้ มีผลไม้มากที่สุด อัญมณีมากที่สุด ทำรายได้เข้าสู่ประเทศปีหนึ่งนับแสน ๆ ล้านบาท แต่ไม่มีรถไฟความเร็วสูง นี่คือความเจ็บปวดต้องมาเสียภาษีชดใช้หนี้ ๕,๑๖๐,๐๐๐ ล้านบาท ๕๐ ปี ผมสงสารพี่น้องภาคอีสานเพราะผมมีญาติอยู่ภาคอีสานเยอะมาก ผมมีหลาน ผมมีพี่มีน้องอยู่ภาคอีสานเยอะ ไม่ว่าแถวจังหวัดอุบลราชธานี ไม่ว่าแถวจังหวัดสกลนคร โดนหลอกหมดเลย ลูกหลานผมโทรศัพท์มาว่าโดนหลอกแล้วลุง รัฐบาลหลอกเขาว่า จะสร้างรถไฟความเร็วสูงไปถึงบ้านเขา ส.ส. ไปหาเสียงขึ้นป้ายว่าได้รถไฟความเร็วสูง ๆ ได้สูง สูง สูง หนูอยากจะขึ้นรถไฟความเร็วสูง ผมเลยต้องโทรศัพท์ไปบอก ลูกหลานร้องไห้ บอกไม่ได้แล้วลูกโดนหลอก ๆ ผมสงสาร ส.ส. ภาคอีสานผมเหลือเกินมันโดนหลอก ไม่ได้ มันได้ไปถึงโคราชตรงนี้ไม่กี่กิโลเมตร
ท่านยุคล สักครู่ครับ ประท้วงเรื่องอะไรครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพค่ะ ดิฉัน นางชมภู จันทาทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดหนองคาย พรรคเพื่อไทย ดิฉันประท้วงผู้อภิปรายค่ะ ข้อบังคับ ข้อ ๖๑ การใส่ร้ายป้ายสี ดิฉันเป็นคนจังหวัดหนองคาย ภาคอีสาน เขาโทรศัพท์มาเป็นซองซอค่ะท่านประธาน เขาดีใจแล้วก็ภูมิใจด้วยว่าเป็นนิมิตหมาย และภูมิใจที่รัฐบาลนั้นทำตามคำพูด
อันนี้ไม่ได้ประท้วง พอแล้วครับท่านชมภู ท่านยุคลต่อไม่ได้ประท้วงแล้ว ไม่เป็นไรครับ เดี๋ยวให้รัฐมนตรีตอบ ผมว่าชาวบ้านรู้อยู่แล้วเขาฟังรายการอยู่ เมื่อสักครู่ท่านบอกว่าข้อ ๖๑ เดี๋ยวผมวินิจฉัย อีกทีครับ ท่านไม่ต้องบอกว่าเป็นบ้านท่านผมก็รู้ ขอบคุณครับ ก็รู้อยู่แล้วไม่ต้องประท้วงครับ ให้ท่านยุคลต่อ
(นางสาวบุณย์ธิดา สมชัย ได้ยืนและยกมือขึ้น)
ท่านประท้วงใครครับ
ท่านประธานที่เคารพคะ บุณย์ธิดา สมชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุบลราชธานี พรรคประชาธิปัตย์ ประท้วง ท่านประธาน ข้อ ๘ ท่านประธานคะ ตั้งแต่เมื่อวานจนถึงวันนี้การประท้วงทุกครั้งดิฉันก็ได้ยิน ท่านประธานเจริญและท่านประธานวิสุทธิ์พูดตลอดค่ะว่าขอให้พูดว่าผิดข้อบังคับข้อไหน แต่ทุกครั้งก็จะมีข้อความ มีบทความอะไรต่าง ๆ นานาต่อมา ดิฉันขอให้ท่านประธาน ช่วยควบคุมการประท้วงต่าง ๆ ด้วยนะคะ ขอบพระคุณค่ะ
อย่างนี้ครับ ผมก็พยายามจะฟังว่ามันเข้าไหม ถ้าไม่เข้าข้อประท้วง ก็ให้โอกาสได้พูด แต่ท่านยุคล ก็ไม่เป็นไรหรอกครับ ท่านก็พูดสนุกดีครับ เชิญต่อครับ หักเวลาพรรคประชาธิปัตย์ เกินไป ๓ นาทีแล้วท่านยุคล หักเวลาฝ่ายค้านนะครับ
ขอบคุณท่านประธานครับ ผมไม่อยากจะต่อล้อต่อเถียงท่านประธาน เพราะท่านรัฐมนตรีเขาตอบในสภาตั้งแต่เมื่อวานว่า ไม่ไปถึงที่อื่นเลยอีสาน เขาไปถึงโคราช อาจจะไม่ถึงโคราชก็ได้ เขาตอบเองเมื่อวาน ผมไม่รู้ว่า โดนหลอกหรือไม่โดนหลอก ผมไม่ตอบไม่ได้ เพราะท่านรัฐมนตรีก็ตอบแล้วนะครับ เชื่อ ไม่เชื่อผมไม่ทราบ พี่น้องภาคอีสาน ญาติผมก็ต้องเชื่อผมนะครับ เพราะผมเป็น ส.ส. เป็นญาติท่านเพราะไม่ถึงอีสานจริง ๆ พี่น้องคนใต้ก็โดนหลอกไม่ถึงปาดังเบซาร์และไม่ถึง จังหวัดสงขลา แต่ท่านจะต้องชดใช้หนี้ ๕๐ ปีเหมือนกัน แล้วอย่างนี้จะไหวหรือครับ ท่านประธาน ผมสรุปนะครับท่านประธาน ผมเรียนบอกว่าที่ท่านนายกรัฐมนตรีได้พูดตั้งแต่ เมื่อวานว่าจะสร้างความเจริญเข้าประตูสู่อาเซียน จังหวัดจันทบุรีก็สู่อาเซียน จังหวัดตราด ก็อาเซียนเพราะเป็นแดนติดต่อประเทศกัมพูชา จังหวัดจันทบุรีเป็นเมืองหน้าด่าน เป็นเมืองเศรษฐกิจ เมืองการท่องเที่ยว เมืองผลไม้ เมืองอัญมณี ทำรายได้ปีหนึ่งนับแสนล้านบาท ภาคตะวันออกทั้งภาครวมถึงจังหวัดระยองที่คุณสาธิต ปิตุเตชะ ท่านดูแลอยู่รักระยอง ผมเรียนบอกกับพี่น้องว่าถ้ารัฐบาลทำอย่างนี้ พูดอย่างนี้ภาคตะวันออกทั้งภาคไม่มีใครเชื่อ เขาไม่อยากจะชดใช้หนี้ร่วมด้วย และคนภาคตะวันออกฝากมาบอกว่าไม่อยากจะรับหลักการ ไม่ให้ ส.ส. ภาคตะวันออกทุกคนรับหลักการ
สุดท้าย ผมในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดจันทบุรี และพี่น้อง คนทั้งชาติที่จงรักภักดีต่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และห่วงใยต่อแผ่นดินไทย ห่วงใยต่อ ลูกหลานไทย ห่วงใยต่อบ้านเมืองไทย เราไม่อยากจะเห็นบ้านเมืองเราเป็นเมืองขึ้นของใคร เราอยากจะเห็นคนไทยยังร้องเพลงชาติไทยเหมือนเดิมครับท่านประธาน ขอบพระคุณครับ
ท่านกษิต ภิรมย์ ครับ
ขอบคุณท่านประธานครับ ผม กษิต ภิรมย์ ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ผมมีเรื่องที่จะอภิปราย ๓ หัวข้อด้วยกันนะครับ ประเด็นแรกเลยก็เกี่ยวกับตัวเม็ดเงินเงินกู้ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ประเด็นที่ ๒ คือเนื้อหา ของโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางด้านคมนาคมหรือว่าเนื้อหาของตัวร่าง พ.ร.บ. นะครับ ส่วนประเด็นที่ ๓ นั้นก็เป็นเรื่องของบริบทของสังคมการเมือง เรื่องการกู้เงินจะเกิดขึ้น
ในประเด็นแรก เกี่ยวกับตัวเม็ดเงินที่จะต้องกู้มา ผมก็ไม่เห็นด้วยครับ แล้วก็ เห็นพ้องกับทางท่านผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรว่ามันมีวิธีการในการที่จะหาเงิน มาลงทุนเพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางด้านคมนาคมของประเทศไทยได้ดีกว่านี้ ถูกกว่า มีผลคุ้มค่ากว่า ทั่วถึงกว่า แล้วก็ไม่สร้างภาระให้กับพวกเราในยุคนี้ อนุชนรุ่นต่อ ๆ ไป เป็นเวลาอีก ๕๐ ปี ผมคิดว่าพวกเราแล้วก็โดยเฉพาะคณะรัฐบาลไม่มีสิทธิในการที่จะไปสร้าง ภาระให้กับเยาวชน อันนี้ผมก็อยากจะขอร้องท่านนายกรัฐมนตรีผ่านทางท่านประธานสภา ไปด้วย ท่านนายกรัฐมนตรีเองก็มีลูกเล็ก ไม่เห็นกับลูก ๆ ของท่านและเพื่อน ๆ หรือครับว่า โตขึ้นมา จะเกิดขึ้นมาก็จะมีภาระหนี้รออยู่แล้วทั้ง ๆ ที่มันไม่มีความจำเป็นใด ๆ เลย เราสามารถที่จะลงทุนด้วยวิถีทางอื่นที่เพื่อน ๆ สมาชิกของผมได้พูดกันมาตั้งแต่เมื่อวานนี้ เพราะฉะนั้นผมไม่เห็นด้วยกับการใช้เงินกู้จำนวนนี้เพื่อจะลงทุนในการพัฒนาโครงสร้าง พื้นฐานทางด้านคมนาคมของประเทศไทย
ส่วนประเด็นที่ ๒ ว่าด้วยเนื้อหาของโครงการนี้ ผมไม่เห็นด้วยทั้งหมดเลย มาตราต่าง ๆ แล้วก็รวมทั้งเอกสารประกอบที่เกี่ยวกับโครงการต่าง ๆ ด้วย เพราะว่า มันผิดหลักการมากมายหลายประการด้วยกัน ผมก็อยากจะขอยกตัวอย่างนะครับ
อันที่ ๑ หลักการว่าด้วยการสมดุล ทำไมรัฐบาลบริหารประเทศมา ๒ ปีแล้ว ไปเน้นในเรื่องโครงสร้างพื้นฐานทางด้านคมนาคมอย่างเดียวใช้เงินมหาศาลทำให้ประเทศไทย ต้องเป็นหนี้ ในเมื่อเรายังจะต้องพัฒนาเรื่องอื่น ๆ ควบคู่กันไป คือการพัฒนาโครงสร้าง พื้นฐานทางด้านสาธารณสุข การศึกษา เทคโนโลยี แล้วก็อื่น ๆ อีกมากมาย เพื่อเพิ่ม ขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทย แล้วก็เพื่อไม่ต้องตกอยู่ในภาวะที่ ภาษาอังกฤษเขาใช้คำว่า มิดเดิล อินคัม แทรป (Middle income trap) คือเทคโนโลยีก็ยัง ไม่สูงพอที่จะไปสู้กับประเทศเกาหลีใต้ ในขณะเดียวกันค่าแรงก็สูงเกินไปที่จะมาผลิตสินค้า ราคาถูก เราจำเป็นที่จะต้องพัฒนาคุณภาพของบุคลากรของเราเป็นสำคัญ แล้วอีกทั้ง โครงสร้างพื้นฐานทางด้านคมนาคมของประเทศไทยโดยทั่ว ๆ ไปก็ดีกว่าประเทศต่าง ๆ มากมายในโลกนี้ ความจำเป็นเร่งด่วนมันอาจจะดึงออกมาเป็นบางเรื่องได้นะครับ ไม่จำเป็น ที่จะต้องใช้เงินมหาศาลถึงอย่างนี้ อีกทั้งภายในโครงการพัฒนาพื้นฐานทางด้านคมนาคมนี้ มันก็ไม่มีความสมดุลอยู่ในตัวของมันเอง มันเหมือนกับมีการเลือกปฏิบัติบางเมือง บางจังหวัด บางพื้นที่ ระหว่างเมืองด้วยกัน ระหว่างชนบทด้วยกันต่าง ๆ เหล่านี้ อาจจะ ยกตัวอย่างว่าถ้าเผื่อมองไปทางภาคอีสานตอนใต้ รถไฟรางคู่ก็ไม่มี รถไฟความเร็วสูงก็ไม่มี ถ้าเผื่อมองไปอีกฟากหนึ่งทางด้านตะวันตกติดกับชายแดนประเทศพม่า แทบจะไม่มีอะไรเลย ในเรื่องของการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน มันไม่มีความสมดุลในตัวของมันเองครับ การจัดลำดับความสำคัญก็เป็นหลักการอีกอันหนึ่งซึ่งไม่มีนะครับว่ารัฐบาลได้จัดลำดับ ความสำคัญอย่างไร อันนี้เป็นหลักการที่สำคัญมาก มันดูสะเปะสะปะเป็นอย่างยิ่งแล้วมันก็ ไม่ทั่วถึงด้วย มันก็ไม่สามารถที่จะลดความเหลื่อมล้ำในสังคมไทยได้ จะลงเงินถึงขนาดนั้น แล้วมันจะต้องทั่วถึง ผมก็อยากจะยกตัวอย่างของประเทศเยอรมนี เมื่อตอนที่เขารวม ประเทศเยอรมนีตะวันตกกับประเทศเยอรมนีตะวันออกเมื่อประมาณ ๒๐ ปีที่แล้ว เมื่อ ๒๐ ที่แล้วฟากประเทศเยอรมนีตะวันตกก็เหมือนกับประเทศพัฒนาแล้ว ฟากประเทศเยอรมนี ตะวันออกก็เหมือนกับประเทศด้อยพัฒนา แต่ ๒๐ ปีให้หลังเขามีความทัดเทียมเสมอภาคกัน เพราะว่าเขารู้เขาจะต้องทำอะไรเมื่อ ๒๐ ปีแล้ว แล้วเขาก็ทำมาตลอดในช่วง ๒๐ ปีที่ผ่านมา ก็สามารถที่จะยกระดับโครงสร้างพื้นฐานต่าง ๆ ของประเทศเยอรมนีตะวันออกให้มา ทัดเทียมกับประเทศเยอรมนีตะวันตกได้ ทำไมเราไม่คิดในแง่นี้ครับ มีโครงการเข้ามา มากมายแต่ไม่รู้ว่าลำดับความสำคัญอย่างไร จะเน้นตรงไหน จะแก้จุดอ่อนอย่างไร แล้วก็ สร้างความทั่วถึงอย่างไร หลักการต่าง ๆ เหล่านี้ ร่าง พ.ร.บ. อันนี้ไม่ได้ตอบสนอง ความต้องการแล้วก็ไม่ได้แก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำในสังคมเลยนะครับ
อีกประเด็นหนึ่งก็คือหลักการว่าด้วยการคุ้มค่าคุ้มทุนหรือไม่ ไม่มีตัวเลขครับ มีแต่จะกู้แล้วก็จ่ายอย่างเดียว รายได้จะเข้ามาได้อย่างไร แล้วถ้าเผื่อมองไปอีก ๒๐ ปีข้างหน้าประชากรไทยจะมีคนชรามากขึ้น เราจะมีภาระในเรื่อง ของการดูแลคนชรา นี่ก็เป็นแค่อย่างเดียวนะครับ ภาระต่าง ๆ มากมายแล้วยังจะมีเรื่อง หนี้สินมาบวกอีก เราจะมองอะไรเป็นแค่เรื่องเดียวไม่ได้จะต้องดูในองค์รวมด้วย ผมคิดว่า เราไม่สามารถที่จะแก้ประเด็นปัญหาในอนาคตด้วยการกู้เงินแบบนี้ได้
ส่วนอีกประเด็นหนึ่ง คือหลักการที่ว่าประเทศไทยจะต้องเป็นศูนย์กลางแห่งคมนาคม เหนือ ใต้ แล้วก็ตะวันออก ตะวันตก หรือที่เรียกว่านอร์ท เซาท์ กับ อีสท์ เวสท์ คอร์ริดอร์ ที่รัฐบาลไทยได้ผูกมัดตนเองกับนานาประเทศในละแวกในกรอบจีเอ็มเอส หรือจะในกรอบ ของอาเซียนแล้วเราก็ได้ร่วมทำงานกับธนาคารพัฒนาเอเชียมาเป็นเวลานานนะครับ แต่ว่า การเชื่อมโยงที่ปรากฏในเอกสารที่ได้แจกในสภานี้ไม่สามารถที่จะอำนวยให้ประเทศไทย ทำตนเป็นศูนย์กลางแห่งการคมนาคมระหว่างประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แล้วก็ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เชื่อมโยงกับเอเชียตะวันออก แล้วก็กับชมพูทวีปได้ มันไม่สามารถที่จะกระทำได้ครับ เพราะว่ามันไม่มีจุดเชื่อมโยงที่สำคัญ จะเป็นรถไฟรางคู่ทางเร็ว แม่น้ำลำคลองอะไรต่าง ๆ เหล่านี้ เสมือนกับว่าถ้าเผื่อสมมุติว่าประเทศไทยเป็นปู แล้วก็มีขาต่าง ๆ มากมายที่ขาต่าง ๆ เหล่านี้จะต้องไปถึงชายแดนไทยทุกสารทิศ กับทั้ง ๔-๕ ประเทศในละแวก แต่ว่าโครงการเหล่านี้เหมือนกับปูขากุดนะครับ มันไปไม่ถึง มันไม่สามารถที่จะมีการเชื่อมโยงหรือที่เรียกว่าคอนเนคทิวิตีได้ ประเทศไทยไม่สามารถ ที่จะเป็นศูนย์กลางของการคมนาคมได้ ผมอยากจะขอให้รัฐบาลได้กรุณาทบทวนเรื่องทั้งหมดนี้ครับ มันไปไม่ได้ในเนื้อหา มันผิดทุกหลักการที่อารยประเทศจะต้องพึงกระทำ แล้วก็โดยเฉพาะ เราเป็นประเทศกำลังพัฒนาจะทำอะไรทำตนเป็นมหาเศรษฐีไม่ได้ครับ ใช้จ่ายเงินแบบนี้ ซึ่งในตัวของมันเองมันก็ไม่มีวินัยอยู่แล้ว ผมก็อยากจะไปดูที่หลักการของการบริหารจัดการ โดยเฉพาะที่มาตรา ๖ แล้วก็มาตรา ๙ คือกู้เงินมาแล้วแล้วยังเปิดโอกาสให้กระทรวงการคลัง ไปปล่อยเงินกู้อีก จะไปตั้งธนาคารหรือครับ แล้วก็ในมาตรา ๙ นั้นอ่านไปแล้ว ภาษาอังกฤษ ต้องบอกว่าเป็นแบลงก์เช็ค (Blank Cheque) เช็คเปล่าครับ ผู้บริหารจะไปทำอะไรก็ได้ มันจะเป็นปัญหาในเรื่องของธรรมาภิบาล เรื่องของความโปร่งใส ก็มาสู่อีกประเด็นหนึ่งคือ บริบทของสังคมการเมือง ณ วันนี้ ข่าวเรื่องการทุจริตคอร์รัปชันมาก ความล้มเหลว อย่างที่สุดของรัฐบาลนี้ในเรื่องโครงการประชานิยมทั้งหมด แล้วประเทศไทยก็อยู่ที่ประมาณ ๘๘ ๘๙ ในเรื่องของความโปร่งใสหรือว่าการที่มีการทุจริตมากมาย รัฐบาลล้มเหลวในการบริหารราชการ ท่านนายกรัฐมนตรีบริหารแบบไม่ค่อยจะรู้เรื่องนะครับ ทำให้เราไม่ค่อยจะสบายใจ อีกทั้งได้มีการออกพระราชบัญญัติว่าด้วยรัฐร่วมทุนกับเอกชนได้ ถ้าเผื่อเอากฎหมายฉบับนี้ ที่เรากำลังพิจารณาอยู่แล้วก็เอาไปจับคู่กับกฎหมายร่วมทุนเป็นคู่แฝดอิน-จัน ผมมีความหวาดกลัว เป็นอย่างยิ่งว่าการทุจริตมิชอบจะมากขึ้นในสังคมไทย เพราะที่ผ่านมาการปราบปราม การทุจริตคอร์รัปชันยังไม่สามารถที่จะกระทำได้เป็นที่แน่ชัด อีกทั้งเพื่อจะขอชี้เป็นตัวอย่าง ช่วงที่ผมเป็นเอกอัครราชทูตประจำกรุงโตเกียวผมเป็นผู้ลงนามกู้เงินจากรัฐบาลญี่ปุ่น เพื่อสร้างสนามบินสุวรรณภูมิ แล้วในช่วง ๓ ปีที่ผมประจำการอยู่ที่ประเทศญี่ปุ่นนั้น แทบจะทุกวันเลยนะครับได้รับการคอมเพลน (Complain) หรือว่าบ่นจากฝ่ายประเทศญี่ปุ่น เรื่องความไม่ชอบมาพากล ราคาของสนามบินสุวรรณภูมิเดิม ๔๐,๐๐๐ ล้านบาทเพิ่มขึ้นไป ๓ เท่าครับ โครงการต่าง ๆ เหล่านี้ด้วยเงิน ๒.๐ ล้านล้านบาทมันก็จะทวีคูณขึ้นไปหรือไม่ ผมมีความไม่สบายใจเรื่องการบริหารจัดการ ฝีไม้ลายมือได้แสดงออกมาแล้วว่าไม่สามารถ ที่จะควบคุมการรั่วไหลได้ ให้อำนาจกับหน่วยงานเดียวกับกลุ่มคนไม่กี่คน ไม่มีการตรวจสอบครับ เอาเรื่องกลับมาที่รัฐสภามาร่วมกันทำงานเพื่อผลประโยชน์ของประเทศไทยในการที่จะ ยกระดับการคมนาคมของเราให้มีมาตรฐานระดับโลกครับ อย่าดันทุรัง อย่าใช้เสียงข้างมาก เรากำลังทำบาปให้กับประเทศชาติให้กับเยาวชนลูก ๆ หลาน ๆ ของไทยในอนาคต ทำไมเราจะต้องมาทำโทษตนเอง
ส่วนประเด็นสุดท้ายขอเพิ่มอีก ๑ นาทีท่านประธาน อันนี้ผมก็อยากจะพูด กับท่านรัฐมนตรีชัชชาติโดยตรงครับ ผมมีความเคารพครอบครัวของท่านเป็นอย่างยิ่ง คุณพ่อ ของท่านเป็นนายตำรวจที่ทุกคนกราบไหว้ ตระกูลของท่านเป็นที่เคารพนับถือในสังคมไทย ตัวท่านเองต้องถือว่าเป็นยอดมนุษย์เดอะ เบสท์ ออฟ เดอะ เบสท์ (The Best of The Best) ขอใช้ภาอังกฤษเหมือนท่านรองนายกรัฐมนตรีเฉลิมนิดหนึ่ง ท่านเป็นเดอะครีม (The Cream) ของประเทศไทยเป็นยอดมันสมอง ผมไม่อยากให้ท่านพัวพันกับความไม่ชอบมาพากล แล้วก็พาประเทศไทยตกเหว เอกสารร่างพระราชบัญญัติอันนี้ผมคิดว่ามันเป็นเอกสาร ที่จะเป็นผลร้ายเป็นเอกสารที่จะโสโครกต่อสังคมไทยครับ ขอขอบพระคุณท่านประธานครับ
ท่านสุรเชษฐ์ แวอาแซ ๑๐ นาทีนะครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายสุรเชษฐ์ แวอาแซ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดนราธิวาส พรรคประชาธิปัตย์ วันนี้ก็เป็นวันที่ ๒ ที่สภาแห่งนี้รับร่างพระราชบัญญัติกู้เงิน ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ของรัฐบาล ซึ่งรัฐบาลนั้นคาดหวังว่ากู้เงินครั้งนี้กู้เพื่อชาติ ซึ่งพวกเราในฐานะที่เป็นตัวแทน ของพี่น้องประชาชน ผมเชื่อว่าถ้าหากว่าเราทำประชามติขอความเห็นจากพี่น้องคนไทย ทั้งประเทศผมมั่นใจว่าไม่ผ่าน เพราะวิธีการกู้เงินมาเพื่อพัฒนาประเทศนั้นถ้าหากว่า เหมาะสมกับรายได้ของประเทศพอกับกำลังที่ประเทศจะมีรายได้ในการชดใช้อย่างนี้ เราเห็นด้วย แต่นี่กู้มา ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ให้รัฐบาลนี้นำมาใช้ในระยะเวลา ๗ ปี และหลัง ๗ ปีก็เป็นภาระที่จะต้องชดใช้หนี้คืนซึ่งเป็นระยะเวลา ๕๐ ปี ท่านประธานครับ ผมเชื่อว่ารัฐบาลนี้แม้กระทั่ง ส.ส. ที่อยู่ในสภาวันนี้ยังมีชีวิตไม่น่าจะถึงอีก ๕๐ ปี แต่ที่ แน่นอนก็คือว่าคณะรัฐบาลในอนาคตจะต้องมาแบกรับภาระหนี้นี้ยังไม่ทราบว่าประเทศไทย จะต้องประสบกับภัยพิบัติต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นสึนามิ น้ำท่วม ภัยแล้ง ที่จะไปกระทบต่อรายได้ ของประเทศในอนาคต ในที่สุดก็จะไปกระทบกับการใช้หนี้อะไรจะเกิดขึ้น แน่นอนที่สุด รายได้ในการที่จะชดใช้หนี้ในอนาคตนั้นล้วนแล้วก็เป็นรายได้มาจากภาษีของ พี่น้องประชาชนทั้งประเทศ ผมแปลกใจว่าทำไมรัฐบาลเร่งรีบเหลือเกินที่จะนำกฎหมาย เพื่อมาขออำนาจในการกู้เงินในครั้งนี้อย่างเร่งรีบ ใครเป็นคนคิด ผมเชื่อว่าจะต้องมีใครบางคนคิดไว้ เพื่อประโยชน์ ผมไม่มั่นใจว่าเพื่อบ้านเมืองหรือเพื่อการเมืองกันแน่ เพราะฉะนั้นการกู้เงิน ในครั้งนี้เราไม่เห็นด้วย ส่วนในเรื่องของการพัฒนาประเทศนั้นผมเชื่อว่าทุกคนไม่ใช่เฉพาะแต่ ในสภาแห่งนี้เท่านั้น แม้กระทั่งว่าคนไทยทั้งประเทศยินดีปรีดาที่จะทำให้ประเทศไทยนั้น ก้าวหน้ามีความเจริญทัดเทียมกับประเทศที่เจริญแล้ว แต่แนวทางหรือแนวคิดในการที่จะมา ลงทุนเหล่านั้น โดยที่จะต้องนำเงินกู้ซึ่งเป็นเงินกู้จำนวนมหาศาลที่จะต้องแบกภาระไปถึงลูกหลานเหลนโหลน ของคนไทยต้องมาแบกภาระ ท่านประธานครับ ถึงแม้ว่าใครจะเห็นด้วยแต่ถ้ามาดูบัญชีแนบท้าย ของกฎหมายฉบับนี้ยุทธศาสตร์ต่าง ๆ ที่รัฐบาลได้นำเสนอต่อสภาในวันนี้นั้นมันไม่มี ความยุติธรรมแก่พี่น้องคนไทยทั่วทุกภาค โดยเฉพาะอย่างยิ่งเราจะเห็นได้ว่ารัฐบาล เน้นในเรื่องของการลงทุนรถไฟความเร็วสูง และรัฐบาลก็ได้แถลงต่อสภาว่าเพื่อที่จะพัฒนา ที่อยากจะสร้างเครือข่ายด้านการคมนาคมไปยังประเทศเพื่อนบ้านไปยังต่างประเทศ แต่ท่านดูสิครับ เส้นหลักที่มีความสำคัญอย่างยิ่งก็คือเส้นภาคตะวันออกเฉียงเหนือ กรุงเทพฯ-หนองคาย ที่จะไปสู่ยังประเทศกลุ่มอินโดจีนหรือประเทศจีน แต่เป็นอย่างไรครับ แค่โคราช แต่ทำได้ตลอดสายก็คือกรุงเทพฯ-เชียงใหม่ และซ้ำร้ายกว่านั้นก็คือคนทางภาคใต้ ไม่เข้าเขตในพื้นที่ภาคใต้เลยเลยครับไปสะดุดหยุดอยู่แค่หัวหิน ภาคกลางก็ไม่จบ อ้ายตรงนี้เอง เรามองเห็นได้ว่าแนวคิดของรัฐบาลนี้ไม่ใช่ทำเพื่อประเทศไทยทำเพื่อไทยมากกว่า ทำเพื่อ พื้นที่ที่มี ส.ส. เท่านั้น แนวคิดนี้เคยมีในอดีต มีผู้นำของรัฐบาลได้ประกาศว่าจะพัฒนาเฉพาะ พื้นที่ที่มี ส.ส. เท่านั้น วันนี้ก็ปรากฏขึ้นมาอีกแล้ว ผมถึงไม่แปลกใจว่าการเร่งรีบในการที่จะ ขออำนาจเพื่อให้รัฐบาลไปกู้เงินได้มา ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทเพื่อวัตถุประสงค์
ท่านสุรเชษฐ์สักครู่ครับ ท่านประท้วงเรื่องอะไรครับ ข้อไหน
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม วรชัย เหมะ พรรคเพื่อไทย จังหวัดสมุทรปราการ ท่านประธานครับ ท่านจะเห็นว่า
ท่านประท้วงข้อไหน ไม่ต้องบรรยายบอกก่อนว่าข้อไหน
ผมขอใช้ข้อบังคับ ข้อ ๖๑ ท่านประธานครับ ๒ วันแล้วผมไม่เคยลุกขึ้นประท้วงเลยเพราะว่าท่านที่อภิปรายท่านนี้ก็เป็นผู้ใหญ่ เป็น ส.ส. มาหลายสมัยแล้วครับ
เอาเรื่องที่ประท้วง กี่สมัยไม่เป็นไร เอาที่ประท้วง
ท่านอภิปรายนี่ผมว่าเราก็รู้อยู่ครับว่า ท่านพาดพิงถึงใครขอให้พูดในประเด็นเนื้อหาเถอะครับ
เอาอย่างนี้ ผมวินิจฉัย ท่านไม่ต้องบรรยายผมพอจะรู้แล้ว เขาไม่ได้เอ่ยชื่อถึงใครนะครับ ไม่ได้เอ่ยชื่อ ถึงใคร ไม่ได้บอกชื่อ ผมฟังอยู่ ท่านสุรเชษฐ์เชิญครับ
ขอบคุณท่านประธานครับ เดี๋ยวผม จะเอ่ยชื่อก็ได้ครับ ก็ในเมื่อท่านรองนายกรัฐมนตรีเฉลิม อยู่บำรุง เมื่อวานนี้ท่านตอบ ได้ชัดเจนว่า โครงการนี้ทักษิณคิด เพื่อไทยทำ เพราะฉะนั้นจะไม่แปลกใจอย่างไรว่าผู้นำของ รัฐบาลนี้ถ้าเราสังเกตเห็น เราสังเกตดูว่าผู้นำไม่เคยแสดงวิสัยทัศน์เลย เพราะความคิดต่าง ๆ ในการบริหารประเทศมาจากต่างประเทศ มาจากคนเดียวผู้เดียวเท่านั้นสั่งการ โครงการนี้ ก็เช่นเดียวกัน ทำไมอยู่ ๆ ขึ้นมา
ท่านสุรเชษฐ์มีผู้ประท้วง เชิญจ่าประสิทธิ์
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม จ่าสิบตำรวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดสุรินทร์ ผมขอประท้วงผู้อภิปรายตามข้อบังคับ ข้อ ๖๑ ทักษิณคิด เพื่อไทยทำจริง แต่ผู้นำยิ่งลักษณ์ท่านมีวิสัยทัศน์และมีความคิด
ไม่ครับ ท่านบอกแค่นั้นพอเดี๋ยวผมวินิจฉัย ท่านอย่าไปวิจารณ์ท่านอื่นไม่ได้ ไม่ต้องเล่าครับ บอกประท้วงข้อไหนแล้วผิดอย่างไรผมก็จะวินิจฉัยเอง
ประท้วงข้อ ๖๑ กล่าวหา ใช้วาจาเสียดสี แล้วก็ใส่ร้ายผู้อื่นไม่เป็นความจริง ท่านยิ่งลักษณ์เป็นคนที่มีวิสัยทัศน์ มีความคิดครับ
ไม่เป็นไร คนทั่วไปเขาก็รู้อยู่แล้ว ท่านก็ไปทั่วโลก ไม่เป็นไรหรอกครับ เดี๋ยวให้ท่านรัฐมนตรีตอบ ผมเชื่อมั่นว่าตอบได้ดี เชิญท่านสุรเชษฐ์ต่อ
ขอบคุณท่านประธานครับ ผมย้ำจาก คำพูดที่รองนายกรัฐมนตรีเฉลิมได้ประกาศต่อหน้าสภาแห่งนี้ว่า โครงการทั้งหมดในการกู้เงิน ครั้งนี้เป็นความคิดของทักษิณคิด ฆเพื่อไทยทำ เพราะฉะนั้นถึงไม่แปลกว่าความยุติธรรม ในการที่จะกระจายยุทธศาสตร์ไปลงยังภูมิภาคต่าง ๆ นั้นมันถึงไม่เกิดขึ้น ผมยังไม่พูดถึงว่า ทำไมถึง ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ จังหวัดปัตตานี จังหวัดยะลา จังหวัดนราธิวาส ไม่มี ในยุทธศาสตร์เลย ทำไมคนในพื้นที่ ๓ จังหวัดไม่ได้เสียภาษีหรืออย่างไร หรือต้องการที่จะ แยก ๓ จังหวัดให้เป็นรัฐอิสระหรืออย่างไรที่จะต้องพัฒนาตนเองโดยที่พึ่งพากับรัฐบาลนี้ ไม่ได้เลย ผมไม่อยากให้คนใน ๓ จังหวัดจะต้องคิดอย่างนั้น รถไฟสายที่ยาวที่สุดคือ กรุงเทพฯ-สุไหงโก-ลก ทำไมไม่มีอยู่ในแผนยุทธศาสตร์เลยหรือ ไม่มีความสำคัญเลยหรือ แล้วก็โดยเฉพาะจังหวัดนราธิวาสมีพื้นที่ที่จะสู่เออีซี ความเป็นประชาคมอาเซียน ๓ ประตู ด่านใหญ่ ๆ ไม่ว่าจะเป็นด่านตากใบ ด่านสุไหงโก-ลก และด่านบูเก๊ะตา อำเภอแว้ง ผมถามว่า มีความพร้อมหรือยัง โดยเฉพาะด่านบูเก๊ะตา อำเภอแว้ง ถนนเลี่ยงเมืองอำเภอแว้ง ที่จะทำให้รถเทรลเลอร์ รถสิบแปดล้อ รถใหญ่จะต้องผ่านอำเภอแว้งไปได้คล่อง วันนี้ใช้การไม่ได้ และอำเภอตากใบที่จะเข้าสู่ยังตอนเหนือของรัฐกลันตันหรือประเทศมาเลเซียวันนี้เรามี สะพานข้ามหรือยัง หรือความแออัดที่ด่านสุไหงโก-ลก ที่จำเป็นจะต้องสร้างสะพานคู่ขนาน รัฐบาลนี้ได้คิดไหม ไม่มีเลยในยุทธศาสตร์ที่จะเอาเงินกู้ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทไปเป็น ประโยชน์กับพี่น้องในพื้นที่ ๓ จังหวัดเพื่อที่จะให้พื้นที่ตรงนี้ได้รับการพัฒนาเทียบเท่ากับ จังหวัดอื่น ๆ บ้าง วันนี้ ๓ จังหวัดเสียโอกาสมามากพอแล้ว อยากให้รัฐบาลนั้นได้ให้ ความสำคัญแล้วก็นำการพัฒนาไปสู่ในพื้นที่ดังกล่าวด้วย ท่านประธานที่เคารพครับ หนี้ที่รัฐบาลขออำนาจไปกู้เงิน ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ในระยะเวลา ๕๐ ปีในการที่จะ ชดใช้คืน ประชาชนจะต้องแบกรับหนี้เป็นเวลา ๕๐ ปี คุ้มค่าไหมครับ เพราะฉะนั้น ท่านประธานครับ ผมอยากจะให้สภาแห่งนี้ได้สังวรไว้ สภาแห่งนี้เป็นสถานที่พึ่งพาของ พี่น้องคนไทยทั้งประเทศ เป็นสภาล้วนแล้วเป็นที่รวมของผู้มีปัญญาและความเจริญ ท่านประธานครับ ผมไม่อยากให้สภาแห่งนี้ประชาชนเขามองว่าเป็นสภาขี้ข้าหรือสภาทาส ของใครบางคน ขอบคุณครับ
ท่านรุ่งโรจน์ ทองศรี ๘ นาทีครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม รุ่งโรจน์ ทองศรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดบุรีรัมย์ อำเภอบ้านกรวด อำเภอละหานทราย อำเภอโนนดินแดง ผมเรียนท่านประธานว่าวันนี้เป็นการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติเงินกู้ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านประธานครับ เรื่องนี้เป็นเรื่องที่สำคัญผมไม่ว่าหรอกครับถ้าสถานะทางเศรษฐกิจ การเงินการคลัง ของประเทศของเราดี เรามีเงินเหลือเฟืองบประมาณปีที่ผ่าน ๆ มาอยู่ในแดนบวกเกินดุล มาตลอดจะกู้เท่าไรไม่ว่าครับ เห็นด้วยนะครับ แต่ว่าวันนี้ไม่ว่าจะเป็นทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นยุโรป ประเทศสหรัฐอเมริกา ประเทศญี่ปุ่น กำลังมีปัญหาทางด้านเศรษฐกิจ ดังนั้นการกู้เงิน ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทต้องพิจารณาร่วมกันครับ ไม่ว่าจะเป็นสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ พี่น้องประชาชนทั้งประเทศทั้ง ๖๔ ล้านคน แต่ผมเรียนกับท่านประธานว่าสำหรับการพัฒนา โครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของประเทศ เรื่องนี้ผมเห็นด้วยครับ เป็นเรื่องที่สำคัญ เรื่องที่จำเป็น เป็นเรื่องที่ต้องทำนานแล้วด้วย และจริง ๆ ต้องทำมากกว่านี้ครับ ท่านประธาน เพราะประเทศของเราเป็นศูนย์กลางเป็นฮับของอาเซียน ไม่ว่าจะเป็นรถไฟรางคู่ ไม่ว่าจะเป็นไฮ สปีด เทรน ความเร็วสูง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องทางแหล่งน้ำ ขนส่งทางน้ำ เป็นเรื่องที่ต้องทำร่วมกัน แต่จริง ๆ แล้วในเมื่อเราจะกู้ทั้งที กู้ขนาดนี้พี่น้องทั่วประเทศ ต้องแบกหนี้ร่วมกัน เราต้องพิจารณาทุกด้านครับท่านประธาน ด้านอื่น ๆ ด้วย เรื่องแหล่งน้ำ เรื่องถนนในชนบท เรื่องการศึกษาครับ ผมเรียนกับท่านประธานว่าผมเองได้เข้าไปดูรายละเอียด โดยเฉพาะในเรื่องรถไฟความเร็วสูง ผมดีใจครับที่เห็นเส้นทางไม่ว่าจากกรุงเทพฯ-โคราช-หนองคาย เส้นทางจากกรุงเทพฯ-เชียงใหม่ กรุงเทพฯ-หัวหิน-ปาดังเบซาร์ แต่ผมกราบเรียนกับท่านนายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ท่านรัฐมนตรีชัชชาติว่าภาคอีสานมีทั้งหมด ๒๐ จังหวัด มีอีสานตอนบน มีอีสานตอนล่าง ดังนั้นท่านประธานครับรถไฟความเร็วสูงนอกจากรุงเทพฯ-โคราช-หนองคายแล้ว ต้องมีกรุงเทพฯ-โคราช-อุบลราชธานี ซึ่งผ่านจังหวัดบุรีรัมย์ ผ่านจังหวัดสุรินทร์ ผ่านจังหวัดศรีสะเกษ พี่น้องด้านนี้เสียภาษีเหมือนกันครับ พี่น้องด้านนี้แบกรับหนี้เหมือนกัน และพี่น้องด้านนี้ ก็เลือกรัฐบาลมาเหมือนกันครับ เราจะละเลยไม่ได้ครับ นั่นคือเรื่องรถไฟความเร็วสูงครับ ประเด็นที่ ๑
ในเรื่องของรถไฟรางคู่ ผมเองผมมีความเห็นแย้งกับท่านรัฐมนตรีชัชชาติครับ เพราะว่าเมื่อวานนี้ฟังรัฐมนตรีชัชชาติพูดว่าเราจะใช้รางระบบเก่า ที่เรียกว่ามีเตอร์เกจ ที่ความกว้าง ๑ เมตร วันนี้ประเทศที่เขาพัฒนาที่ค่าขนส่งทางรถไฟเขาต่ำนี่เขาใช้ราง แบบแสตนดาร์ดเกจ ซึ่งมีความกว้าง ๑.๔๓๕ เมตร ในเมื่อวันนี้รางรถไฟของเราความยาว ๔,๐๐๐ เมตร เราเพิ่งทำรางคู่เสร็จไปแค่ประมาณ ๓๐๐ เมตรเท่านั้นเองครับ ดังนั้น รางคู่ที่จะประกบที่เหลือผมอยากให้ทำเป็นรางแบบแสตนดาร์ดเกจ ๑.๔๓๕ เมตร ถามว่า แตกต่างกันอย่างไรครับ ราง ๑.๔๓๕ เมตรนั้นค่าขนส่งถูกลงมาอีกครึ่งหนึ่งครับ หรือเทียบง่าย ๆ ว่า ถ้าเป็นตู้โดยสารสามารถเป็น ๒ ชั้นได้ถ้าเป็นตู้ขนส่งสามารถทบตู้ขึ้นไปข้างบนได้ครับ เพื่อทำอย่างไรให้พี่น้องบ้านเราทั้งหมดหันมาใช้ระบบรางร่วมกันครับ จากการขนส่งทางถนน ซึ่งอยู่ที่ประมาณ ๑.๗๐ บาทต่อตัน ต่อกิโลเมตร มาเป็นระบบรางอยู่ที่ ๙๐ สตางค์ แต่ถ้าเป็นรางสแตนดาร์ด เกจ จะอยู่ต่ำกว่า ๙๐ สตางค์ต่อกิโลเมตรครับ นั่นในเรื่องของ ประเด็นรถไฟรางคู่
สำหรับในเรื่องของโครงข่ายถนนครับท่านประธาน ผมดีใจครับที่เห็น มอเตอร์เวย์ สายบางปะอินไปโคราช บางใหญ่ไปจังหวัดราชบุรี ไปจังหวัดกาญจนบุรี แต่ผม กราบเรียนกับท่านประธานว่าในภาคอีสานซึ่งมี ๒๐ จังหวัดนั้น เส้นทางสายหลักในการเชื่อมมากรุงเทพมหานครมี ๒ เส้นครับ เส้นแรกถนนมิตรภาพ ที่เราใช้กันอยู่ประจำ แต่อีกเส้นหนึ่งครับเส้นที่ไปอีสเทิร์น ซีบอร์ด ไปจังหวัดระยอง จังหวัดชลบุรี หรือมากรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออก ซึ่งในเส้นทางสายหลักสายที่ ๒ นี้ ก็คือ สายจากจังหวัดบุรีรัมย์มาจากอำเภอนางรอง หมายเลข ๓๑๘ หรือบุรีรัมย์-ประโคนชัย หมายเลข ๒๑๙ เพื่อมาเชื่อมต่อกับถนนบ้านคง ถนนชายแดน สาย ๒๒๔ จากช่องจอม มาสายช่องตะโกจุดผ่อนปรนไปบ้านกรวด ไปละหานทราย ไปโนนดินแดง ไปช่องตะโก ที่สำคัญครับ เพื่อไปเชื่อมต่อจังหวัดสระแก้ว ดังนั้นในงบ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนี้ ไหน ๆ เราจะทำทั้งทีต้องดูแลทุกภาคส่วนให้กับพี่น้องประชาชนของเรา แต่ผมกราบเรียน ท่านประธานครับว่าในเรื่องของการพัฒนานั้นผมเห็นด้วยครับ ผมดีใจครับ อยากให้ทำ ตั้งนานแล้ว อยากให้ทำมากกว่านี้ แต่ในเรื่องของการกู้เงิน ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนั้น ผมว่าเราน่าจะมีวิธีที่ดีกว่านี้ครับ รถไฟความเร็วสูงรางคู่ทำไมเราไม่หาเอกชนมาลงทุนครับ ทำไมเราไม่เทิร์นคีย์ (Turnkey) ล่ะ เพื่อเป็นการลดยอดเงินกู้ของเรา วันนี้ต่างประเทศ หลายประเทศสนใจครับ ไม่ว่าจะเป็นประเทศจีน ประเทศญี่ปุ่น ประเทศเยอรมนีเขาพร้อม ที่จะมาลงทุนเป็นสัมปทานให้เรา เราไม่ต้องพูดถึง ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทหรอกครับท่านประธาน แต่สิ่งหนึ่งที่อยากกราบเรียนกับท่านประธานว่าไหน ๆ เราจะกู้แล้วเราต้องดูแล พี่น้องประชาชนทั้งประเทศ วันนี้พี่น้องเดือดร้อนมากที่สุด ก็คือเรื่องน้ำ เรื่องแหล่งน้ำครับ น้ำเพื่อการเกษตรวันนี้รัฐบาลยังไม่ได้สนใจเลยครับ ๓.๕ แสนล้านบาท กู้ไปเพื่อการแก้ปัญหา น้ำท่วม แต่การวางระบบน้ำเพื่อการเกษตรก็คิดเลยสิครับเกษตรต่อชนิดต่อไร่ใช้น้ำเท่าไร จะต้องมีแหล่งน้ำตรงไหน วางระบบโดยระบบชลประทานโดยคลองส่งน้ำทางท่ออย่างไร อันนี้คือเส้นเลือดใหญ่ของประเทศชาติของเราซึ่งต้องเร่งทำครับ
ในเรื่องที่ ๒ แหล่งน้ำเพื่อบริโภค วันนี้หลาย ๆ หมู่บ้าน หลาย ๆ ตำบล ยังไม่มีน้ำประปาเลยครับ ใส่ไปสิครับตรงนี้ ตรงนี้ ๒ อย่างผมว่าใช้เงินประมาณ ๔๐,๐๐๐-๕๐,๐๐๐ ล้านบาทเท่านั้นก็ทำได้
ในเรื่องที่ ๓ เรื่องถนนในชนบท ถนนทางหลวงชนบทซึ่งเป็นถนนแดงมีฝุ่น วันนี้ทั่วประเทศยังขาดอยู่ประมาณ ๗,๐๐๐ กิโลเมตร ใช้งบประมาณ ๒๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ตัดส่วนหนึ่งมาสิครับ ไหน ๆ เราจะเป็นหนี้ร่วมกันให้พี่น้องประชาชน ให้คนยากคนจน เขาได้ประโยชน์ด้วย ดังนั้นผมกราบเรียนกับท่านประธานว่าผมเห็นด้วยกับการพัฒนา การวางโครงสร้างให้กับประเทศของเรา แต่วิธีการกู้หาวิธีการลดยอดหน่อยครับ เราอาจจะกู้ แค่ ๑,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท อีก ๑,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท หาสัมปทาน หาเทิร์นคีย์มา เพื่อทำอย่างไรให้ประเทศชาติของเราไม่เป็นหนี้มากเกินไปครับ ขอกราบขอบคุณมาก ท่านประธานครับ
ท่านเทพไทครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม เทพไท เสนพงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะที่เป็นผู้แทนปวงชนชาวไทย แต่วันนี้จะมาขอทวงความชอบธรรมให้กับพี่น้อง ชาวภาคใต้ทั้งภาคที่ได้รับการปฏิบัติจากรัฐบาลชุดนี้ในลักษณะเลือกปฏิบัติ ซึ่งเป็นการเลือก ปฏิบัติมาตั้งแต่ยุครัฐบาล พันตำรวจโท ทักษิณ จนถึงรัฐบาลของนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเสนอร่าง พ.ร.บ. เงินกู้ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทครับท่านประธาน ผมอยากจะเรียนกับท่านประธานว่าเงินกู้ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทที่เราพูด ถ้ารวมถึงดอกเบี้ยอีก ๓,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทเศษ ก็จะได้ ยอดเงินก็คือ ๕,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทเศษ ท่านประธาน ถ้าเราเอาประชากรคนไทย ๖๐ ล้านคน มาหารกับทั้งต้นทั้งดอกของเงินกู้ครั้งนี้ก็จะตกเฉลี่ยหัวละ ๙๐,๐๐๐ กว่าบาท หรือตีเป็น ตัวเลขกลม ๆ ก็เพิ่มหนี้ให้กับพี่น้องคนไทย ๖๐ ล้านคน คนละ ๑๐๐,๐๐๐ บาทครับท่านประธาน ผมอยากจะเรียนกับท่านประธานว่าถ้าหากดูวงเงินกู้ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ที่ผมเจ็บปวดแทน
เดี๋ยวนะครับ ท่านเทพไทกรุณาสักครู่ ท่านประสิทธิ์มีอะไรครับ
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม จ่าสิบตำรวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุรินทร์ พรรคเพื่อไทย ผมประท้วงผู้อภิปรายตามข้อบังคับ ข้อ ๖๑ ไปกล่าวหาบุคคลภายนอก โดยเฉพาะ พันตำรวจโท ทักษิณว่าเลือกปฏิบัติ สภานี้ไม่เกี่ยวกับท่านทักษิณนะครับ แล้วท่านทักษิณ
ท่านไม่ต้องอธิบายท่านบอกแค่นี้ผมเข้าใจ คืออย่างนี้ ผมได้วินิจฉัยในสภานี้หลายครั้งว่า การกล่าวถึงบุคคลภายนอกก็ไม่ควรกล่าวโดยไม่จำเป็น แต่ถ้าไปกล่าวหาบุคคลภายนอก มีผลทางกฎหมายท่านก็จะรับผิดชอบเอง เชิญท่านเทพไทต่อ
ขอบคุณครับท่านประธาน ผมอยากจะเรียนกับท่านประธานว่าการที่รัฐบาลกู้เงิน ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งมันสวนทางกับความรู้สึกของประชาชนในวันที่รัฐบาลชุดนี้ได้หาเสียงกับคนทั้งประเทศว่า จะล้างหนี้ประเทศ จะสร้างรายได้ประชาชน ผมเรียนกับท่านประธานว่าในวันหาเสียง ถ้ารัฐบาลชุดนี้ออกโปสเตอร์ (Poster) หรือออกแบนเนอร์ (Banner) หรือออกไวนีล (Vinyl) ว่าจะกู้เงิน ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทมาพัฒนาประเทศ แล้วพี่น้องประชาชนเป็นหนี้เพิ่มขึ้น ทั้งต้นทั้งดอก ๕,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ผมอยากจะทราบว่าในวันนั้นประชาชนจะเลือก พรรคเพื่อไทยเป็นรัฐบาลหรือไม่ รัฐบาลพรรคเพื่อไทยได้สร้างฝันให้กับพี่น้องประชาชน แต่ว่าข้อเท็จจริงที่มาเป็นรัฐบาลแล้วก็คือการกู้เงินทั้งต้นทั้งดอก ๕,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทครับ ท่านประธาน ผมอยากจะเรียนกับท่านประธานว่าในงบประมาณ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนี้ เห็นได้ชัดว่าเป็นการจัดงบประมาณที่ไม่เป็นธรรมให้กับพี่น้องภาคใต้บ้านผมครับ วงเงินกู้ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทของรัฐบาลชุดนี้ได้แบ่งออกเป็น ๔ กลุ่ม ก็คือ กลุ่มทำราง กลุ่มทำถนน กลุ่มทางน้ำ และกลุ่มทำด่านศุลกากร ต้องเรียนกับท่านประธานว่าในกลุ่มทำรางนี้ใช้วงเงินสูงมาก ๑.๖ ล้านล้านบาท ซึ่งเป็นการสร้างรถไฟความเร็วสูงเป็นส่วนใหญ่รถไฟความเร็วสูงที่สร้าง รัฐบาลประกาศว่าจะสร้างจากกรุงเทพฯ ไปจังหวัดเชียงใหม่ จากกรุงเทพฯ ไปโคราช จากกรุงเทพฯ ไปภาคตะวันออกคือจังหวัดระยอง ส่วนภาคใต้บอกว่าจะสร้างจากกรุงเทพฯ ไปหัวหิน ผมอยากจะเรียนกับท่านประธานว่าอำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์นี่มันคือ ภาคใต้หรือเปล่าครับท่านประธาน ท่านประธานเองก็อยู่ปักษ์ใต้ เคยเป็นศิษย์เก่าวิทยาลัย เกษตรนครศรีธรรมราช (ไสใหญ่) ท่านก็รู้ครับ ผมไม่น้อยใจเลยถ้าหากว่ารัฐบาลชุดนี้ทำรถไฟ สายใต้ไปถึงสี่แยกปฐมพร หรือไปถึงจังหวัดสุราษฎร์ธานี ให้เข้าเขตปักษ์ใต้สัก ๒-๓ สถานี ผมก็จะภูมิใจครับ แต่วันนี้มาหลอกต้มคนปักษ์ใต้บอกว่าทำรถไฟให้คนปักษ์ใต้ แต่ว่าสายใต้ ไปที่หัวหินมันคือภาคกลางครับท่านประธาน รัฐบาลคุณอภิสิทธิ์ได้ทำรถไฟความเร็วสูง ท่านประธานก็เห็นครับ วางแผนตั้งแต่จังหวัดหนองคายมาถึงกรุงเทพฯ และจากกรุงเทพฯ ไปปาดังเบซาร์ นี่เขาเลือกจัดลำดับความสำคัญนะครับ แต่พอมาวันนี้ รัฐบาลพรรคเพื่อไทยกลับโละทั้งหมดเลย ปรับปรุงแผนใหม่เป็นรถไฟความเร็วสูง จากกรุงเทพฯ ไปจังหวัดเชียงใหม่ ผมถามท่านประธานว่ามันจะเชื่อมต่ออาเซียนอย่างไร ที่จังหวัดเชียงใหม่ ในขณะที่เพื่อนบ้านของเราครับท่านประธาน ผมอยากให้ท่านประธาน ดูข่าววันที่ ๑๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๖ นายกรัฐมนตรีประเทศสิงคโปร์ ลี เซียนลุง กับนายกรัฐมนตรีประเทศมาเลเซีย นาจิบ ราซะก์ แถลงข่าวจับมือสร้างรถไฟความเร็วสูง กัวลาลัมเปอร์-สิงคโปร์เพื่อให้เสร็จภายในปี ๒๕๖๖ ซึ่งตรงกับแผนกู้ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ถ้ารัฐบาลชุดนี้เห็นความสำคัญว่าการทำรถไฟความเร็วสูงเพื่อเชื่อมอาเซียน เชื่อมประเทศ เพื่อนบ้านภูมิภาคมันต้องทำจากกรุงเทพฯ ไปปาดังเบซาร์เพื่อจะรองรับรถไฟ ที่ประเทศมาเลเซียไปประเทศสิงคโปร์ แล้วมันตรงกันพอดีครับ แต่เมื่อวานรัฐบาลบอกว่า ที่ไม่ทำลงไปปาดังเบซาร์ ไม่ทำไปจังหวัดหนองคายเพราะอะไรครับ เพราะประเทศเพื่อนบ้าน ไม่พร้อม ท่านประธานดูข่าวผมคัดข่าวมาให้ว่าชัดเขาพร้อม แล้วเสร็จพร้อมกันด้วย ถ้ารัฐบาลชุดนี้มีวิสัยทัศน์และไม่รังเกียจพี่น้องชาวภาคใต้จะต้องทำรถไฟความเร็วสูง จากกรุงเทพฯ ไปยังปาดังเบซาร์ และจากกรุงเทพฯ ไปยังจังหวัดหนองคายเพื่อเป็นรถไฟ เชื่อมอาเซียนจริง ๆ ครับท่านประธาน แต่รัฐบาลไม่ทำรัฐบาลหรอกครับ เลือกทำไป จังหวัดเชียงใหม่ ผมไม่นับถึง
ท่านประสิทธิ์ประท้วงอะไรอีกครับ
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม จ่าสิบตำรวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุรินทร์ พรรคเพื่อไทย ผมขอประท้วงผู้อภิปรายตามข้อ ๖๑ เมื่อวานผมนั่งฟังทุกคำพูด
เอาวันนี้ เอาประเด็นนี้ ไม่เอาเมื่อวาน
ผมพูดถึงการชี้แจงของรัฐบาล ว่าอย่างไรจังหวัดหนองคายก็ถึง แล้วบอกว่าวันนี้ไม่ถึงจังหวัดหนองคาย เท็จทั้งนั้นเอามาพูด
เดี๋ยวให้ รัฐมนตรีชัชชาติตอบ ท่านนั่งฟังท่านจดประเด็นอยู่ ใจเย็น ๆ ครับ ท่านเทพไทจะเอาไปเป็น บัตเตอร์เวิร์ธ (Butterworth) เชิญต่อ
ท่านประธานที่เคารพครับ ท่านรัฐมนตรียืนยันเองครับว่าจะทำแค่โคราช จะทำแค่หัวหิน ส่วนที่ต่อกำลังศึกษา และจะทำต่อ ซึ่งก็ไม่รู้ว่าจะเสร็จในปีไหนท่านประธาน ผมก็ต้องบอกว่าถ้ารัฐบาลชุดนี้จริงใจ ต้องทำสิครับ จากจังหวัดหนองคายมากรุงเทพฯ จากกรุงเทพฯ ไปปาดังเบซาร์ นี่ผมไม่นับ รวมถึงทางหลวงเรื่องมอเตอร์เวย์ เรื่องทางหลวงหลัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งพื้นที่ภาคใต้ ท่านประธานไปดูสิครับ ถนน ๔ เลนสร้างตั้งแต่ยุครัฐบาลชวน หลีกภัย จนถึงวันนี้ไม่มี การบูรณะครั้งใหญ่เลยแม้แต่ครั้งเดียวในพื้นที่ภาคใต้ เป็นหลุมเป็นบ่อเหมือนรางขนมครก ตั้งแต่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ยันสุไหงโก-ลกครับท่านประธาน อันนี้เป็นข้อเท็จจริงที่ผม ประสบอยู่ครับ คนปักษ์ใต้บอกว่าคนที่ท้องอายุครรภ์ ๘ เดือนไม่ควรที่จะนั่งรถบน เส้นทางนี้ซึ่งอาจจะคลอดลูกกลางทางได้ท่านประธาน อันนี้ก็คือสิ่งที่รัฐบาลชุดนี้เอาใจใส่กับ พื้นที่ในภาคใต้ ไม่รวมถึงศูนย์โลจิสติกส์การขนส่ง ไม่ว่าทางราง ทางบก หรือทางถนน ผมอยากจะเรียนนะครับ ผมพลิกดูแล้วว่าจุดที่เหมาะสมที่สุดคือศูนย์โลจิสติกส์ที่ทุ่งสง ที่รัฐบาลท่านอภิสิทธิ์ได้คิดเรื่องนี้ว่าเป็นศูนย์กลางที่จะเป็นการขนส่งทางรางแล้วก็ทางรถ แล้วก็เป็นการเชื่อมต่อในภูมิภาคภาคใต้ไปหลายจังหวัด รัฐบาลไม่ทำครับ ผมแปลกใจมาก ท่านประธานครับ แปลกใจก็คือว่าเมื่อรัฐบาลจัดงบประมาณไม่ให้ความเป็นธรรม กับพี่น้องภาคใต้ผมจำเป็นต้องออกมาทวงสิทธิอันนี้ครับ พรรคประชาธิปัตย์ก็ต้องออกมา ทวงสิทธิครับ แต่ที่น่าเสียใจเมื่อวานคนในรัฐบาลชื่อ พลอากาศเอก สุกำพล สุวรรณทัต ออกมาบอกว่าพวกผมออกมาคัดค้านเรื่องนี้เป็นฝ่ายค้านที่ถ่วงความเจริญของประเทศ ผมอยากจะเรียนกับท่านประธานครับ พวกผมไม่ได้ถ่วงความเจริญของประเทศ แต่ถ้าหากพวกผม เห็นว่าการโกงกินคอร์รัปชันมันจะเกิดขึ้นผมจำเป็นต้องออกมาทักท้วง ออกมาคัดค้านครับ รัฐบาลจะอ้างอย่างไรก็แล้วแต่นะครับว่ามันมีความจำเป็นที่จะต้องทำเกี่ยวกับโครงสร้าง พื้นฐาน ผมอยากจะเรียนครับ มีโครงสร้างพื้นฐานที่จะต้องทำมันเป็นความจำเป็นจริงครับ แต่ว่าเรื่องการศึกษา เรื่องสาธารณสุขครับ เป็นตัวเลขที่ในส่วนของดับเบิลยูอีเอฟ ได้จัดลำดับว่าสาธารณสุขอยู่ที่ลำดับที่ ๗๘ การศึกษาอยู่ลำดับที่ ๙๒ ในขณะที่โครงสร้าง พื้นฐานอยู่ลำดับที่ ๔๙ เอง ทำไมรัฐบาลชุดนี้ไม่เห็นความสำคัญของการศึกษา และสาธารณสุขก่อนครับ หรือพัฒนาไปพร้อม ๆ กัน ผมอยากจะทวงถามก็เพราะว่า ความรู้สึกของคนปักษ์ใต้ว่าตั้งแต่ยุครัฐบาล พันตำรวจโท ทักษิณมาถึงรัฐบาลคุณยิ่งลักษณ์ ได้เลือกปฏิบัติต่อคนปักษ์ใต้ ทักษิณคิด ยิ่งลักษณ์ทำ มันเป็นการตอกย้ำความรู้สึกของ คนปักษ์ใต้ บังเอิญผมไปค้นพบคำปราศรัยของ พันตำรวจโท ทักษิณที่อำเภอบรรพตพิสัย จังหวัดนครสวรรค์ครับ ผมขออ่านให้ฟังว่า พันตำรวจโท ทักษิณบอกว่าผมตรงไปตรงมา ไม่อ้อมค้อม จังหวัดไหนมอบความไว้วางใจให้เรา เราต้องดูแลเป็นพิเศษ แต่เราต้องดูแล คนทั้งประเทศด้วย แต่เวลาจำกัดจะต้องเอาเวลาไปจังหวัดที่เราได้รับความไว้วางใจ เป็นพิเศษ จังหวัดใดที่ไว้วางใจเราน้อยก็ต้องไว้ทีหลังครับ นี่คือคำปราศรัยของ พันตำรวจโท ทักษิณ ครับท่านประธาน
ท่านประสิทธิ์ประท้วงอะไรอีกครับ
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม จ่าสิบตำรวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุรินทร์ พรรคเพื่อไทย ผมขอประท้วงผู้อภิปรายตามข้อ ๖๑ ในเอกสารประกอบการขอคำกู้นี่ ท่านไปดูที่ข้อ ๒.๒ แผนงานพัฒนาโครงข่ายเชื่อมโยงต่อส่วนภูมิภาคในวงเงิน ๓๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทนี่ มันเขียนอยู่เลยท่านไปดู
เอาละ ท่านประสิทธิ์เดี๋ยวผมจะให้ท่านชัชชาติตอบ ท่านนั่งลงครับ ฝ่ายค้านก็เป็นสิทธิของ ฝ่ายค้านที่จะพูด เดี๋ยวจะให้ท่านชัชชาติตอบ ท่านนั่งลงครับจะได้จบ เขาจบเวลาของท่านอยู่แล้ว พอแล้วครับ ท่านเทพไทเอาสั้น ๆ
ท่านประธานที่เคารพ เพื่อเป็น การยืนยันครับ เพราะสิ่งที่ พันตำรวจโท ทักษิณพูดนี่ผมต้องเรียนท่านประธานว่าท่านพูด เมื่อวันที่ ๓๑ ตุลาคม ๒๕๔๘ เวลา ๑๓.๐๐ นาฬิกา ที่หอประชุมโรงเรียนบรรพตพิทยาคม อำเภอบรรพตพิสัย จังหวัดนครสวรรค์ อันนี้ละครับสิ่งที่ พันตำรวจโท ทักษิณได้แสดง เจตนารมณ์ต่อคนไทยว่าจังหวัดใดเลือกผู้แทนของพรรคตัวเอง พรรคตัวเองจะพัฒนาจังหวัด นั้นก่อน เพราะฉะนั้นวันนี้
ท่านประสิทธิ์ประท้วงอะไรอีกครับ
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม จ่าสิบตำรวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุรินทร์ พรรคเพื่อไทย ผมต้องทำหน้าที่ ผมไม่อยากให้บรรยากาศที่นี่เสียหายไป
ท่านประท้วงข้อไหนว่ามา เรื่องอะไร ผมวินิจฉัยครับ
ประท้วงข้อ ๖๑ กล่าวถึง บุคคลภายนอกโดยไม่จำเป็น และเป็นข้อความที่เป็นเท็จครับ
คืออย่างนี้ ผมเคยวินิจฉัยนะครับ คราวที่แล้วฝ่ายค้านก็ว่าผมว่าปล่อยให้พูดถึงท่านผู้ว่า กทม. ผมยกตัวอย่าง แต่ผมก็ได้บอกว่าไม่ควรกล่าวถึงโดยไม่จำเป็น แต่ถ้าหลีกเลี่ยงได้ก็จะเป็นการดี ถ้าหลีกเลี่ยงไม่ได้ถ้าไปกล่าวหานี่ถูกฟ้องร้องดำเนินคดีรับผิดชอบเอาเองก็เคยวินิจฉัยไว้ หลายครั้ง ท่านเทพไทจบหมดเวลาท่านแล้ว เกิน ๑ นาทีแล้วครับ
ขอบคุณครับท่านประธาน ผมต้องขอบคุณท่านประธานที่ท่านวินิจฉัยอย่างตรงไปตรงมาครับ สิ่งที่ผมพูดเป็นความจริงครับ ท่านประธาน แล้วก็เป็นหลักฐาน แล้วผมก็ปรินท์ (Print) ออกมา พูดยาวกว่านี้ด้วย ผมก็สามารถที่จะยืนยันกับท่านประธานได้ แต่ว่าเป็นการยืนยันให้สังคม ให้คนใต้เห็นนะครับ ว่าคนใต้ไม่ได้เลือกพรรคของคุณทักษิณ จำเป็นต้องได้รับการปฏิบัติแบบนี้ และผมขอชื่นชม คนปักษ์ใต้ครับท่านประธาน คนปักษ์ใต้บอกกับผมครับ ไม่ได้รู้สึกอะไร คุณทักษิณบอกอย่างนี้ เขาก็จะไม่เลือกพรรคเพื่อไทย จนถึงวันนี้ท่านประธานเห็นเขาไม่เลือกเลยสักคนหนึ่ง ฉะนั้น ผมเคารพแล้วก็นับถือน้ำใจคนใต้ครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นที่ผมพูดวันนี้เพื่อยืนยันว่า รัฐบาลคุณยิ่งลักษณ์ได้เลือกปฏิบัติเหมือนกับรัฐบาลพี่ชายในอดีตครับท่านประธาน ขอบคุณครับ
ท่านไพจิต ศรีวรขาน เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ไพจิต ศรีวรขาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครพนม พรรคเพื่อไทย การพิจารณาร่างพระราชบัญญัติให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อการพัฒนาโครงสร้าง พื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของประเทศ พ.ศ. .... วันนี้เป็นประวัติศาสตร์ที่ผมใช้ชีวิตการเป็น นักการเมืองด้วยความภาคภูมิใจ ผมเฝ้าคอยเวลาอย่างนี้มาหลายสิบปีครับท่านประธาน ที่ต้องการเห็นรัฐบาลที่มีความจริงใจ กล้าหาญแล้วก็ทุ่มเทในการพัฒนาเส้นทางโครงข่าย อย่างครบทั้งหมด ผมกราบเรียนว่าถ้าเป็นนักการเมืองที่อยู่บนข้อเท็จจริงอยู่บนความสุขของ ประชาชน แล้ววันนี้จะเป็นวันที่มีความภาคภูมิใจและมีความสุขมากที่สุดครับท่านประธาน ผมหวังว่าเงิน ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนี่นะครับเป็นวิถีทางที่จะนำความสุขมาสู่คนทุกภาคส่วน อย่างตรงไปตรงมาครับท่านประธาน ถนนหนทางไม่เฉพาะเรื่องระบบราง ท่านประธานครับ ผมเชื่อว่าถนนทุกสายที่เชื่อมจังหวัดต่อจังหวัดทั้งหมดเท่าที่ผมได้ดูเอกสารในการเตรียมการ ของฝ่ายที่จะดำเนินการจะถูกยกมาตรฐานเป็นทาง ๔ ช่อง ๖ ช่องในสายที่สำคัญครบหมด ตามรายละเอียดที่มีตามเอกสารแนบท้าย นี่คือความสุขละครับท่านประธาน ไม่ว่าจะไปภาคไหน ในภาคอีสานเองทุกจังหวัดก็จะเห็นโครงข่ายที่จะได้รับการพัฒนาในช่วงเวลาที่จะต้องทำ จากนี้ไป บางช่วงทำภายใน ๒ ปี บางช่วงทำ ๓ ปี ไม่ต้องถึง ๗ ปีครับท่านประธาน นี่คือ ความสุขที่รถจะเดินทางด้วยความปลอดภัย ที่ต้องประสบอุบัติเหตุก็จะไม่มี รถไฟแบบเดิม ที่เราว่ากันมาวันนี้เป็นวันที่ ๒ จะได้รับการพัฒนาทั้งหมดท่านประธาน พัฒนาเป็นทางคู่ ซึ่งจะเพิ่มความเร็ว ความปลอดภัยเพิ่มขึ้นอีกเป็น ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ จากที่เคยไปได้ ๖๐ กิโลเมตรต่อชั่วโมง ก็จะเป็น ๑๒๐ กิโลเมตรต่อชั่วโมง นี่คือความสุขของประชาชน ทุกเส้นทางที่มีตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ ๕ ได้รับการพัฒนาเป็นทางคู่หมด พื้น ๆ นะครับ ก็จะมีทางรถไฟที่จะต้องพัฒนาให้ก้าวหน้าสุด ๆ คือความเร็วสูงครับท่านประธาน นี่ก็เป็นความสุขที่ยกมาตรฐานขึ้นเป็นความปรารถนา และใฝ่ฝันของการเป็นนักการเมือง ที่อยากจะให้การเดินทางของประชาชนปลอดภัย ใช้เวลาจำกัดน้อยลง แม้ต้นทุน ในการเดินทางอาจจะเพิ่มขึ้นบ้างก็เป็นนัยที่ควรจะได้รับประโยชน์สูงสุด ท่านประธานครับ ความสุขที่เพิ่มอย่างไม่คาดฝันคือทางรถไฟสายใหม่ จากเงิน ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท จะไปทำทางรถไฟเพิ่มขึ้นเป็นเส้นทางภาค ระหว่างภาค ของกระผมนี่ภาคอีสานกลาง ชีวิตผมเป็นนักการเมืองที่อภิปรายเรื่องทางรถไฟสายภาคอีสานกลางที่จะพาดผ่านจาก จังหวัดร้อยเอ็ด อำเภอบ้านไผ่ อำเภอบอระบือ จังหวัดมหาสารคาม อำเภอโพนทอง อำเภอหนองพอก จังหวัดร้อยเอ็ด อำเภอนิคมคำสร้อย จังหวัดมุกดาหาร อำเภอธาตุพนม อำเภอเรณูนครบ้านกระผมนี่นะครับ ผ่านไปถึงอำเภอเมืองนครพนม เป็นความฝันที่คิดว่า มันจะสลายเสียแล้ว พูดแล้วพูดอีกไม่มีนะครับ แต่พอมาถึงคราวนี้ได้รับเงินเรียบร้อย อยู่ระหว่างการออกแบบแล้วภายในเวลาตามกรอบของเงินที่จะทำก็จะมีเส้นทางที่จะนำความสุข แม้จะเป็นทางรถไฟรางคู่ความเร็ว ๑๒๐ กิโลเมตรต่อชั่วโมง ผมจะมาถึงอำเภอบ้านไผ่ ในเวลาเพียง ๒ ชั่วโมงเศษ ๆ ก็มาถึง ความเร็วสูงสายหนองคาย-กรุงเทพมหานครใช้เวลา ต่อมาอีก ๑ ชั่วโมง ผมจะต้องเดินทางโดยพี่น้องประชาชนขนส่งสินค้า เครื่องอุปโภคบริโภค มาให้ถึงแล้วก็ปลอดภัย ผมเชื่อมั่นว่ามันจะอำนวยความสุขมาสู่ชาวนครพนมอย่างแน่นอน ปัจจุบันเป็นจังหวัด ที่อยู่แล้วมีความสุขมากที่สุดก็จะสุข ๆ ยิ่งขึ้น เมื่อการเดินทางโดยเส้นทางเหล่านี้ ทางระบบ รางรถไฟสายอีสานกลางที่จะนำ ผมอยากจะเรียนอีกอย่างหนึ่งที่เห็นว่ารัฐบาลไม่ได้เลือก ที่รักมักที่ชัง ทางน้ำทั้งหมดไปทำที่ภาคใต้เท่าที่เห็นนี่นะครับ จะพัฒนาท่าเรือแม้ว่า จะมีจำนวนยอดเงินลักลั่นลงบ้างก็คือความจริงใจในการที่จะพัฒนาท่าเรือที่มีมาตรฐาน ที่จะอำนวยความสุขกับพี่น้องชาวภาคใต้ ผมกราบเรียนว่านี่คือความเท่าเทียม นี่คือความจำเป็น ที่ได้รับการพิจารณาแล้ว เส้นทางหลัก ๆ เท่าที่ดูถ้าจะออกด่านนี่จะได้พัฒนาหมด เป็น ๔ ช่อง ๖ ช่อง ๘ ช่อง ด่านในทางภาคอีสาน รวมถึงด่านที่จังหวัดมุกดาหาร จังหวัดนครพนม จังหวัดหนองคายของท่านสมาชิกที่อยู่จังหวัดหนองคายก็จะได้รับ การพัฒนา ท่านประธานครับ ผมอยากเรียนเรื่องจุดคุ้มทุนว่าจะต้องเป็นหนี้และดอกเบี้ยกู้ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ตัวเลขดอกเบี้ย ๓,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท รวม ๕๐ ปีก็คือ ๕,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านประธานครับ ถ้าเปลี่ยนระบบการขนส่ง ถ้ายังใช้ระบบขนส่ง แบบรถยนต์อยู่ปัจจุบันค่าน้ำมัน ๗๐๐,๐๐๐ ล้านบาท นี่เงินออกนอกประเทศหมดนะครับ ๗๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ถ้าเป็นระบบที่ครบวงจรที่กระผมได้นำเรียนตามแผนในการพัฒนา โครงข่ายคมนาคมที่สุดยอดในวันนี้จะประหยัดน้ำมันปีละ ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ลดจาก สภาพที่ใช้อยู่ปีละ ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ๕๐ ปีเฉพาะค่าน้ำมันที่ไม่ต้องเสียไปก็คือ ๕,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท อย่างเดียวนะครับท่านประธาน อย่างเดียว กู้ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ดอกเบี้ย ๓,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ๕๐ ปี เฉพาะน้ำมันที่ลดลงจากนักวิชาการที่ได้คิดกันแล้ว มันคุ้มแล้ว ยังไม่รวมถึงความสุขอย่างอื่น การค้าการขาย การไปการมา ความปลอดภัย ที่เกิดขึ้น บรรยากาศที่ไม่มีมลพิษ ผมคิดว่านี่มันเกินคุ้มแล้วนะครับในการที่จะให้ ความเห็นชอบต่อการให้รัฐบาลได้ทำงานที่ท้าทาย ภาษาบ้านผมเขาบอกว่า ความกล้าหาญ เด็ดเดี่ยว และจริงใจเท่านั้นจะเป็นเครื่องพิสูจน์และเป็นเกราะป้องกัน ผมให้กำลังใจ ท่านนายกรัฐมนตรี ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม และรัฐมนตรีช่วยว่าการ ที่เป็นเจ้าภาพวันนี้ ผลข้างเคียงครับท่านประธาน ทางชนบท ที่ไม่ได้ยกระดับเป็นทาง ๔ ช่อง ๖ ช่องอะไรนี่นะครับ ของทางหลวงชนบทเหลืออีก ๕,๐๐๐ กิโลเมตร จะใช้เงินประมาณ ๓๐,๐๐๐ ล้านบาท ผมฟังท่านรัฐมนตรีประเสริฐ คนภาคอีสานนี่ละครับ บอกว่าภายใน ๒ ปี ๕,๐๐๐ กิโลเมตรของทางหลวงชนบทนี่เสร็จหมด ลาดยางอย่างแน่นอน นี่ผมเชื่อเพราะท่านรัฐมนตรีประเสริฐเป็นคนหนุ่มที่มีความจริงใจ บอกกันด้วยความรัก ส่วนทางท้องถิ่นที่อยู่กับ อบจ. อบต. เทศบาล อาจใช้เวลาถัดจากนั้น อีกปีสองปีก็จะเสร็จหมด ไม่ต้องกินขี้ฝุ่นครับท่านประธาน นี่คือความสุขของคนยากคนจน ถนนใหญ่ ๆ ที่เชื่อมจังหวัด อำเภอ ๔ เลน ของผมจากจังหวัดมุกดาหาร คำป่าหลายผ่านคอนสวรรค์ อุ่มเหม้า ธาตุพนมที่ยังเหลืออยู่ อยู่ในโครงการ ๔ เลน ความสุขมาถึงแล้วนะครับ ถนนที่เชื่อมระหว่างอำเภอ ตำบล หมู่บ้าน ก็จะเป็นลาดยาง ถ้าไล่จากนี้โครงการใหญ่ มัน ๗ ปี แต่ตัวนี้ไม่เกิน ๓ ปี ๔ ปี เสร็จแน่นอนนะครับฟังจากท่านรัฐมนตรีบอก ผมก็เชื่อว่า รัฐมนตรีคือคนที่กุมกลไกบรรยากาศงบประมาณประจำปีที่มีทั้งหมด ไม่ต้องไปทำแล้ว ระบบใหญ่ ๆ ก็เหลือระบบกลาง ๆ ย่อย ๆ เอาความสุขมาให้กับพี่น้องประชาชน ท่านประธานครับ ด้วยความจริงใจและความตั้งใจที่รัฐบาลได้ทำ ผมว่าวันนี้พี่น้องประชาชน ก็ฟังข่าวสาร ต่างฟังแล้วก็อยากให้กำลังใจให้กับรัฐบาลในการที่จะไปทำภาระหน้าที่อันนี้ อย่างกล้าหาญ เด็ดเดี่ยว และนำความสุขมาสู่พี่น้องประชาชน มันทำสิ่งที่ดีอาจจะต้องเหนื่อย และยาก อย่าท้อถอย ผมให้กำลังใจนะครับ และผมก็จะใช้ชีวิตการเป็นนักการเมืองที่ยืนอยู่ บนความสุขของประชาชนเป็นสำคัญเป็นพลังร่วมกับพี่น้อง ส.ส. อีสานที่อยู่ตรงนี้นะครับ คอยความสุขของประชาชนจากการมีทางคมนาคมขนส่งที่ปลอดภัย แล้วก็นำความสุข มาสู่ชาวบ้านที่เป็นอุดมการณ์สูงสุด ขอยืนยันให้การสนับสนุนอย่างจริงใจครับ ควรจะขอมา ตั้งแต่หลายปีที่ผ่านมา เผอิญเรามีการปฏิวัติรัฐประหารวันนี้ถึงต้องมีการกู้ ถ้าไม่มีการปฏิวัติ บรรยากาศความเชื่อมั่นทางการเมืองมีมาก ๆ นี่ผมว่าร่วมแรงร่วมใจใช้วิธีอย่างอื่น เหมือนอย่างที่เพื่อนสมาชิกได้เสนอก็อาจจะทำได้ แต่ ณ วันนี้เราต้องเดินทางไปสู่ภาระ ที่ควรจะต้องทำตามแนวทางที่ร่าง พ.ร.บ. นี้เสนอต่อสภา ด้วยความขอบพระคุณอย่างสูงครับ ท่านประธานครับ
ท่านดอกเตอร์อานิกครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางอานิก อัมระนันทน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานคะ ดิฉันเห็นด้วยกับเป้าหมายที่เขียนไว้ในร่างพระราชบัญญัตินี้ในส่วนที่จะเพิ่ม พัฒนาการใช้ระบบรางให้มีการมาใช้ให้มากขึ้นเยอะ ๆ ในระบบการคมนาคมขนส่ง ของประเทศ เพราะว่าจะช่วยประหยัดพลังงานแล้วก็ช่วยลดต้นทุนของภาคอุตสาหกรรม ได้อย่างมาก จะทำให้ประเทศของเรามีความสามารถในการแข่งขันสูงขึ้น แต่ดิฉันสังเกตว่า ในหลักการท่านได้หลุด ได้ละเลยพื้นฐานของโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญมากอย่างหนึ่ง ที่ประชาชนระดับรากหญ้าต้องทนใช้อยู่ทุก ๆ วัน อาจจะเป็นเพราะว่ามันไม่ต้องการ ใช้เงินมาก แต่ต้องใช้ความสามารถ ใช้ความตั้งใจที่จะปรับปรุงแก้ไข นั่นก็คือเรื่องของรถไฟ ที่ใช้อยู่ทุกวันนี้ ถึงก็ช่างไม่ถึงก็ช่าง แล้วก็รถเมล์ที่ใช้กันอยู่ทุกวันนี้ที่คุณภาพไม่ดีเลย ตรงนี้ ไม่ได้รับการดูแลแก้ไขเลย ดิฉันไม่เห็นด้วยกับวิธีการของร่างพระราชบัญญัติที่ร่างมาในครั้งนี้ เพราะว่าเราไม่จำเป็นจะต้องกู้มากมายเท่านี้ถึง ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เราสามารถที่จะให้ เอกชนมาร่วมทุนได้ โดยเฉพาะอย่างที่ท่าน ส.ส. กรณ์ จาติกวณิช ได้แถลงไว้เมื่อวานแล้วว่า พระราชบัญญัติร่วมทุนซึ่งออกในสมัยรัฐบาลปัจจุบันของท่านเองกำลังจะมีผลแล้ว มาตรา ๒๙ ท่านจะต้องเลือก ต้องพยายามที่จะหาทางให้ภาคเอกชนเข้ามามีส่วนร่วม เพื่อประเทศไทยและคนไทยจะไม่ต้องรับภาระหนี้อันมหาศาลนี้ ในส่วนที่จำเป็นจะต้องกู้ ท่านก็สามารถจะกู้ในระบบงบประมาณได้ถึงแม้กู้ทั้งหมดเลยนะคะ เมื่อวานก็ได้มี การแสดงแผนภูมิแล้วว่าสามารถทำได้แต่ท่านกลับไม่ทำ ท่านเลี่ยงมาใช้การกู้นอกระบบ เลี่ยงการตรวจสอบ แล้วในอนาคตถ้ารัฐบาลต่าง ๆ รวมทั้งท่านหรือไม่ว่าพรรคไหน ทำอย่างนี้อีกแล้วประเทศเราจะอยู่อย่างไรคะ ระบอบประชาธิปไตยที่มีการตรวจสอบ ก็จะไม่มีความหมายเลย กู้มาเยอะ ๆ แล้วท่านจะจ่ายคืนอย่างไรคะ จะสร้างปัญหาระยะยาว ให้ประเทศหรือเปล่า ท่านได้ลดภาษีเงินได้นิติบุคคล ๗ เปอร์เซ็นต์ แล้วท่านก็หวังว่า จะมีการเก็บภาษีได้มากขึ้น เศรษฐกิจจะฟื้นตัว ขยายตัว แต่ตัวเลขที่ออกมาที่ผ่านมาปีครึ่งนี้ก็ไม่ได้มีแนวโน้มทั้งนั้นเลย เพื่อจะให้มีรายได้มาใช้หนี้ ท่านอาจจะต้องขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่ม ซึ่งจะมีผลกระทบต่อทุกคนรวมทั้งคนยากคนจน ท่านมีความกล้าหาญ มีความรับผิดชอบพอที่จะทำหรือเปล่าเพราะท่านนิยมแต่ประชานิยม ดอกเบี้ยที่กะไว้ว่า ๓,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทแน่ใจหรือว่าจะได้ เมื่อวานก็มีท่านผู้แทนราษฎร ท่านหนึ่งได้ชี้แล้วว่าตัวเลขที่ใช้ในสมมุติฐานจริงที่คำนวณออกมา ๓,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนั้น ต่ำกว่าตัวเลขที่ท่านประกาศ แล้วความเสี่ยงอีกละคะว่าถ้าเกิดมีวิกฤติภัยธรรมชาติ น้ำท่วมเอาไม่อยู่อีก วิกฤติจากต่างประเทศดอกเบี้ยก็จะยิ่งสูงยิ่งท่วมยิ่งกว่านี้ ดิฉันไม่เห็นด้วย ในหลักการของร่างพระราชบัญญัติที่เน้นการกู้เงิน ถ้าเผื่อรัฐบาลท่านมีความจริงใจที่จะพัฒนา โครงสร้างพื้นฐานทางคมนาคมขนส่งให้มีการเชื่อมโยง ซึ่งดิฉันเห็นด้วยว่ามันจะต้องทำ ต่อเนื่องกันหลาย ๆ ปีแล้วต้องมีการวางแผนอย่างดี ท่านน่าจะเสนอกฎหมายที่เน้น ตัวโครงการ เน้นการจัดลำดับโครงการมากกว่าเน้นการกู้ กู้แบบที่เขามองคล้าย ๆ เหมือนกับว่าเป็นเช็คเปล่า แล้วก็เอาไปใช้ตามใจชอบทีหลังตามมติ ครม. นะคะ ตอนที่ ท่านแถลงนโยบายไว้ต่อสภานี้ท่านก็ไม่ได้บอกเลยว่าจะมีการกู้เงิน ตรงกันข้ามเสียอีก เวลาหาเสียงท่านบอกว่าท่านจะมาล้างหนี้ทั้งหมด ท่านกลับทำตรงกันข้าม ท่านประธานคะ ดิฉันไม่เห็นด้วยกับเนื้อหาในส่วนของโครงสร้างพื้นฐานซึ่งร่างพระราชบัญญัตินี้ให้ความสำคัญ น้อยมาก ท่านมีบัญชีแนบท้ายที่สั้นเพียง ๒ หน้า แล้วก็เป็นบัญชีแนบท้ายที่หละหลวมมาก มีตัวเลขเป็นหมวดใหญ่ ๆ เพียง ๔ ตัวเท่านั้นในเอกสารแนบตัวนี้ หมวดย่อยที่มีก็ไม่มี ตัวเลขกำกับ ทั้ง ๆ ที่ความจริงแล้วก็ดูเหมือนจะมีตัวเลขอยู่ในเอกสารประกอบที่ตรงกัน บวกกันแล้วได้ แต่ท่านก็ไม่ยอมเอาเอกสารประกอบนี้มาเป็นส่วนหนึ่งของการแนบท้าย กฎหมายตามที่เมื่อวานนี้ทางฝ่ายค้านรวมทั้งท่านผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรเองก็ได้ พยายามเสนอ มันแสดงความไม่จริงใจ แต่ดิฉันก็พอจะเข้าใจได้ค่ะ เพราะว่าเอกสารตัวนี้ ดูแล้วแล้วก็ยิ่งฟังเพื่อนสมาชิกหลาย ๆ ท่านวิเคราะห์แล้ว เอกสารนี้คุณภาพต่ำมีปัญหามาก การเลือก การจัดอันดับของโครงการไม่ตอบโจทย์ของประเทศ ไม่ได้มีการเตรียมความพร้อม ที่จะเข้าสู่ประชาคมอาเซียน ไม่ได้เตรียมที่จะให้ประเทศไทย ให้คนไทยได้ตักตวงประโยชน์ จากการที่เราเป็นศูนย์กลางอาเซียนตอนเหนือ ไม่มีการเชื่อมโยงกับทวายอย่างเป็น กิจจะลักษณะ ไม่มีการเชื่อมโยงกับประเทศจีน ประเทศมาเลเซียอย่างที่ควรจะมีแล้ว เขาก็พร้อมอยู่แล้ว ไม่ตอบโจทย์ของประเทศ แต่ท่านตอบโจทย์ฐานเสียงของท่านเท่านั้น รถไฟความเร็วสูงจังหวัดเชียงใหม่ ใช่ ท่านสัญญาเอาไว้ แต่ถ้าเผื่อในแง่ของการเป็นรัฐบาล ที่รับผิดชอบต่อการใช้เม็ดเงินที่เก็บมาจากภาษีประชาชนทั้งหมดไม่ว่าเลือกหรือไม่เลือกท่าน ผลตอบแทนของรถไฟความเร็วสูงส่วนนี้ผลตอบแทนต่ำที่สุดแต่ท่านก็ยังให้ลำดับสูงที่สุด นอกจากนี้ในเอกสารแนบแล้วก็ข้อมูลที่ประกอบก็ดูเหมือนจะมีการหมกเม็ด เป็นการให้ ข้อมูลที่เป็นเท็จ คำนี้แรงนะคะ แต่ขออธิบายว่าการที่ท่านเขียนในเอกสารแนบว่ารถไฟฟ้า ความเร็วสูงจะไปถึงจังหวัดหนองคาย ถึงปาดังเบซาร์ แล้วก็มีทั้งในเอกสารแนบท้าย และเอกสารประกอบ แต่พอดูตัวเลขในเอกสารประกอบตัวเลขกลับไม่สะท้อนความเป็นจริง ไม่สะท้อนระยะทาง ไม่สะท้อนต้นทุน แล้วในที่สุดท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมเอง ท่านก็ยังออกมายอมรับทั้งเมื่อวานและวันนี้ว่ามันไปไม่ถึงหรอกในงบประมาณที่ตั้งเอาไว้ แต่ท่านก็แก้ไก๋ว่าช่วงถัดไปอาจจะให้เอกชนเข้าร่วมนะคะ นี่ก็คือความไม่จริงใจอีกแล้ว ทำไม ท่านถึงไม่แก้ไขเอกสารล่ะคะ ทำไมท่านถึงไม่ระบุให้ชัดเจนล่ะคะในเมื่อเจอที่ผิดที่เหมือนกับ เป็นเท็จแล้ว ทีนี้ในการเตรียมการเอกสารต่าง ๆ นี้ก็มีโครงการที่ยังซ้ำซ้อนกับสิ่งที่ได้ งบประมาณไปแล้ว ซึ่งเมื่อวานก็มีท่านสมาชิกได้ยกตัวอย่างไปแล้ว อย่างเช่น สายสีเขียว รถไฟฟ้าหมอชิต-คูคตมีงบประมาณแล้วก็ยังมีชื่ออยู่ในโครงการนี้อีกนะคะ ข้อมูลหลาย ๆ อย่าง ไม่ครบถ้วน อีไออาร์อาร์หรือผลตอบแทนทางเศรษฐกิจสำหรับโครงการที่ใหญ่มากอย่างโครงการรถไฟฟ้า ความเร็วสูงไม่ว่าภาคไหนก็ไม่มีทั้งนั้น ที่ไปจังหวัดเชียงใหม่ถึงเกือบ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท จาก ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เยอะมาก เกือบ ๑ ใน ๔ ก็ไม่มีข้อมูลตรงนี้ ท่านอาจจะไม่อยากให้มี การเปรียบเทียบ แล้วท่านก็ไม่มีบอกด้วยว่ารถไฟความเร็วสูงจะเป็นรถไฟที่เร็วขนาดไหน เพราะว่าความเร็วที่ต่างกันจะทำให้เกิดการลงทุนในระบบรางที่ต่างกันได้มากเป็นเท่าตัวทีเดียว เพราะฉะนั้นข้อมูลทั้งหลายที่ประกอบขึ้นมาเป็นเอกสารร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้เชื่อถือไม่ได้ ใช้ไม่ได้ ไม่ให้เกียรติสภาแห่งนี้เลย แล้วก็ไม่ให้เกียรติประชาชนด้วย ประชาชนที่ไม่เลือกท่าน ท่านก็ดูเหมือนจะไม่ค่อยให้เกียรติอยู่แล้ว อย่างที่เมื่อสักครู่ท่านสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ ก่อนหน้านี้ท่านได้ยกตัวอย่างว่าถ้าใครไม่เลือกท่านก็จะไม่สนใจดูแล แต่ที่น่าเจ็บช้ำน้ำใจก็คือ ประชาชนที่เลือกท่านมาท่านได้โฆษณาหาเสียงว่าท่านจะมาล้างหนี้ ท่านจะไม่กู้ท่านจะล้างหนี้ แต่ท่านกลับกำลังสร้างหนี้ใหญ่โตมโหฬาร พรรคท่านอ้างความเป็นประชาธิปไตย เพราะว่าท่านมีเสียงข้างมากแล้วก็เป็นเสียงข้างมากที่เยอะด้วย แต่สิ่งที่ท่านกระทำผ่าน ร่างพระราชบัญญัติครั้งนี้เป็นการไม่เป็นประชาธิปไตยอย่างยิ่ง ท่านเลี่ยงการตรวจสอบ เลี่ยงระบบงบประมาณ ทั้ง ๆ ที่สามารถเข้ามาอยู่ในระบบได้อย่างที่ได้เรียนไว้แล้ว ท่านเลี่ยงที่จะใช้ระเบียบพัสดุ ทั้ง ๆ ที่ท่านเอามาอ้างเป็นข้อชี้แจงตลอดหลายครั้งเมื่อวานนี้ แต่เมื่อท่านผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรขอว่าให้เอาใส่ไปในตัวร่างกฎหมายท่านก็ไม่ยอมใส่ ท่านไม่รับฟังเสียงประชาชน การก่อหนี้ขนาดมโหฬารอย่างนี้โดยเป็นสิ่งที่ตรงข้ามกับ นโยบายหาเสียงแล้วก็ไม่ได้แถลงไว้ในนโยบายรัฐบาล ท่านควรจะต้องเปิดรับฟังความคิดเห็น ของประชาชนหรือแม้แต่ทำประชามติแต่ท่านก็ไม่ได้ทำ ท่านจะผูกมัดอนาคตของประเทศ ๗ ปี ๕๐ ปี หรืออาจจะมากกว่า ๕๐ ปี ทั้ง ๆ ที่ระบบของเราให้มีการเลือกตั้งทุก ๆ ๔ ปี แล้วพรรคท่านก็มีโอกาสที่จะได้กลับมาอีก แต่ท่านก็จะมัดมือชกประเทศไทยของเรา มัดมือชกประชาชน คงจะใช้เสียงข้างมากผ่านร่างพระราชบัญญัตินี้ไปได้ ดิฉันจึงขอความจริงใจ จากท่านว่าที่ท่านได้ประชาสัมพันธ์ไว้กับภาคีภาคเอกชน องค์การต่อต้านคอร์รัปชัน ถึงแม้ว่า ขอบข่ายงานของเขาจะไม่มากแต่ในสัญญาคุณธรรมก็จะมีการตั้งผู้สังเกตการณ์เข้ามาร่วม เอกสารชิ้นนี้ดิฉันทราบมาว่าได้มีการเจรจาต่อรองเรียบร้อยแล้ว เดิมเขาจะขอให้เข้า ครม. แต่ทางท่านก็ไม่ยอมให้เข้า ครม. จะอยู่แค่กระทรวง แต่ถึงแค่กระทรวงเอกสารพร้อมแล้ว เจรจาเสร็จตั้งหลายวันแล้วทำไมท่านถึงไม่เซ็น ความจริงใจอยู่ตรงไหน ถ้าเซ็นแล้วท่านจะรักษา สัญญาได้ไหม ตรงนี้สิคะน่าสนใจ มันอาจจะไม่มีความหมายเลย เขาอาจจะกลายเป็นเพียง ตรายางที่สนับสนุนการกระทำอะไรก็ตามของท่าน ดิฉันจึงขอสนับสนุนข้อเสนอ ของท่าน ส.ส. กรณ์ จาติกวณิช เมื่อวานนี้ที่ให้ใส่เรื่องนี้เข้าไปในกฎหมายฉบับนี้ แล้วถ้าผู้สังเกตการณ์เขาไม่ได้รับความร่วมมือในโครงการไหนหรือเขาเห็นว่ามีการส่อทุจริต ตรงไหนก็น่าจะให้โครงการนั้นเลิกไป อันนี้ถึงจะได้มีการตรวจสอบและจริงใจกับประชาชน ทั้งหมดทั้งปวงนี้แสดงให้เห็นว่าร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้มีความไม่ชอบมาพากลอย่างยิ่ง ดูเหมือนว่าท่านเพียงแต่ต้องการจะใช้เงินมาก ๆ ขอให้ได้กู้ ขอให้ได้ใช้ โดยที่ไม่ได้ใส่ใจว่า สิ่งที่จะนำไปสร้างนั้นเหมาะสมแล้วก็เป็นประโยชน์สูงสุดกับประเทศกับประชาชน จริง ๆ หรือเปล่า ไม่มีความโปร่งใสแล้วก็ยังส่อเค้าของการเปิดทางทุจริตคอร์รัปชันอีกด้วย เพราะฉะนั้นดิฉันจึงไม่อาจสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ได้ค่ะ
ท่านวิรัตน์ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายวิรัตน์ กัลยาศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสงขลา พรรคประชาธิปัตย์ ที่กระผม และเพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรฝ่ายค้านลุกขึ้นอภิปราย ชี้แนะ ติติง เป็นการทำหน้าที่ ตรวจสอบตามระบอบประชาธิปไตยตามที่รัฐธรรมนูญให้อำนาจไว้ ปกติแล้วฝ่ายค้านน่าจะอภิปรายไม่ไว้วางใจฝ่ายรัฐบาล แต่รอบนี้รัฐบาลอภิปรายไม่ไว้วางใจ ฝ่ายค้าน อย่างน้อยรัฐมนตรี ๒ คนนะครับ ท่านวราเทพและท่านสุกำพล ท่านวราเทพก็บอกว่า ฝ่ายค้านจงใจจะไม่เข้าใจ ท่านสุกำพลก็บอกว่าการทำหน้าที่ของพวกผมเป็นการถ่วง ความเจริญ เสียใจครับท่านประธานครับ เพราะว่านี่คือการทำหน้าที่ตรวจสอบ เพราะฉะนั้น การที่คุณสุกำพลไม่ยอมเข้าใจว่าพวกผมทำหน้าที่ตรวจสอบ ถ้าผมกล่าวหาว่าปัญญาอ่อน โกรธผมหรือเปล่า จริง ๆ แล้วท่านประธานครับ พวกผมยินดีที่ได้มีการดำเนินการลงทุน ด้านเมกะโปรเจกต์ ยินดีครับ แล้วก็รัฐบาลก่อนนี้ รัฐบาลอภิสิทธิ์ก็ทำ รัฐบาลก่อนนั้น ก็ทำครับ กรณีรถไฟความเร็วสูงเราก็คุยกับประเทศจีนนะครับ แต่ถ้าผมอยากกราบเรียนว่า เราได้ทำแนวของเราถูกกว่าท่านเยอะมาก เพราะจริง ๆ แล้วในการลงทุนด้านเมกะโปรเจกต์ ทั้งหลายเหล่านี้มันเดินได้หลายวิธีซึ่งเพื่อนสมาชิกก็ได้อภิปรายไปแล้ว เอกชนลงทุน ส่วนเอกชนเลยซึ่งก็มีมากมายรัฐไม่ต้องแล้วรัฐก็เก็บสตางค์ หรือเอกชนร่วมลงทุน ถ้าผมอยากจะกราบเรียนว่าตามที่รัฐบาลเสนอเหตุผลมาในร่าง พ.ร.บ.กู้เงิน ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนี้ อ้างว่าเพื่อให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางด้านคมนาคมขนส่ง และเป็นฐานเชื่อมโยงการขนส่งและเครือข่ายในระดับภูมิภาค นี่คือเหตุผลที่ท่านอ้าง ดูในรายละเอียดตรงกับเหตุผลหรือเปล่า ไม่ตรง จะเชื่อมโยงภูมิภาคต้องถึงจังหวัดหนองคาย ในสายตะวันออกเฉียงเหนือ และจะต้องถึงปาดังเบซาร์ในสายใต้ เพราะว่าถ้าถึงจังหวัดหนองคาย จะได้เชื่อมประเทศลาวเชื่อมประเทศจีน ถ้าถึงปาดังเบซาร์จะได้เชื่อมประเทศมาเลเซีย เชื่อมประเทศสิงคโปร์ เพราะฉะนั้นท่านวางเหตุผลไว้ แต่ว่าในข้อเท็จจริงหลอกต้ม หลอกต้มพี่น้องภาคอีสานด้วยซ้ำครับ ขอประทานโทษ ท่านตั้งตัวเลขมาผมดูแล้ว สายจังหวัดเชียงใหม่ประมาณ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท จังหวัดเชียงใหม่สายเดียวประมาณ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เลขกลม ๆ ภาคอีสานกับภาคใต้บ้านผมรวมกันแล้วน้อยกว่า จังหวัดเชียงใหม่ประมาณอีก ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เพราะฉะนั้นถ้าท่านจริงใจ ในการเขียนเหตุผลว่าเพื่อเป็นศูนย์กลางการคมนาคมท่านต้องไม่ทำอย่างนี้ เห็นไหมครับ แค่หลักการอย่างเดียว แค่เหตุผลอย่างเดียวก็ไปไม่ได้แล้วครับ เพราะฉะนั้นอยากจะกราบเรียนว่า พวกผมยินดีต่อโครงการในการพัฒนาทั้งหลาย ไม่ว่ารถไฟฟ้าในกรุงเทพฯ ซึ่ง กทม. พยายาม ต่อขยายแล้วก็ทำ แต่สุดท้ายรัฐบาลในขณะนี้ก็ขัดขา ขัดโน่น ขัดนี่ กราบเรียนท่านประธานครับว่า ถ้าเราใช้รัฐร่วมทุนเอกชนกรณีเหมือนกับรัฐบาลอภิสิทธิ์ สายจังหวัดหนองคายตลอดสายครับ หนองคาย-กรุงเทพฯ อาจจะใช้เงินประมาณ ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท กรุงเทพฯ-ปาดังเบซาร์ อาจจะใช้ประมาณ ๑๕๐,๐๐๐ ล้านบาท เพราะฉะนั้นทำเต็มสาย เงินท่านที่มีอยู่ถ้าใช้ระบบ ร่วมทุนกับต่างประเทศซึ่งก็มีโนว์ฮาว (Know-how) เขามีเทคโนโลยี เงินเท่านี้ทำได้ตลอดสาย และมันเป็นการเชื่อมโยงเราเป็นศูนย์กลางภูมิภาคจริง ๆ อย่างที่เขียนไว้ในเหตุผล นี่คือ สิ่งที่รัฐมนตรีประเสริฐก็ต้องชี้แจงนะครับว่าเขียนอย่างนี้แต่ทำอีกอย่างแล้วพี่น้องภาคอีสาน เดือดร้อน หรือเป็นเพราะว่าบ้านรัฐมนตรีประเสริฐอยู่ที่นั่นก็เลยทำแค่โคราชซึ่งผมไม่เชื่อว่าใช่ กราบเรียนต่อครับ เรามาดูรายละเอียดมีหลายเรื่องที่ท่านควรทำ ควรจะเอามาบรรจุ ท่านก็ไม่เขียน ท่านครับ หาดใหญ่บ้านผมไม่มีถนนวงแหวน ถ้าท่านทำวงแหวนหาดใหญ่สักรอบ หรือสองรอบใช้เงินไม่กี่สตางค์ หลักพันล้านเราก็จะได้เส้นทางคมนาคมซึ่งสะดวกกับ ประเทศสิงคโปร์ ประเทศมาเลเซีย ประเทศบรูไน ประเทศอินโดนีเซีย ที่เข้ามาหาดใหญ่นะครับ หรือกรณีการพัฒนาด่านชายแดนที่อำเภอสะเดา มีอยู่ ๗๐๐ กว่าไร่ เรามีที่อยู่ท่านทำที่ตรงนี้ให้ดี ทำเป็นมอเตอร์เวย์ลาก ๘ เลนเข้ามานะครับ ถูกกว่านี้เยอะท่านก็ไม่ทำ ไม่ได้คิด ไม่ได้เขียน ไม่ได้เตรียมการสำหรับเรื่องนี้ไว้เลยนะครับ กราบเรียนท่านประธานต่อไปครับว่าในความรู้สึก ที่ผมเห็นว่าหลักการที่ท่านวางไว้ เหตุผลที่ท่านเขียนไว้นะครับ ในรายละเอียดที่แนบมา ไม่ตรงกับหลักการและเหตุผล ทำให้ผมมองอะไรต่อไปครับ เมื่อท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรบอกว่าเขียนไว้ได้ไหมล่ะว่าขอให้ดำเนินการตาม พ.ร.บ. พัสดุ ท่านไม่ยอมเขียน ไม่ยอมเขียนไม่พอครับ ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาทที่พวกผมกับท่านกรณ์ไปที่ ศาลรัฐธรรมนูญ พอศาลรัฐธรรมนูญจะโดยอะไรก็แล้วแต่ เกรงใจรัฐบาลหรือคิดว่ารัฐบาล ตั้งใจที่จะทำ อนุมัติมาอนุญาตให้ ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านบอกเลยท่านยกเว้นดำเนินการ ตามหลักการพัสดุ ปัญหาคืออะไรครับ ปัญหาคือว่าเงิน ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทเมื่อผ่านไปแล้ว ท่านย้อนไปดู พ.ร.บ. ร่วมทุนเอกชนซึ่งเพิ่งผ่านสภาไปนะครับ บัญญัติไว้ชัดเจนในมาตรา ๒๘ มาตรา ๒๙ ว่า ถ้าคณะรัฐมนตรีอนุมัติให้ถือว่าเป็นการอนุมัติตาม พ.ร.บ. งบประมาณ เขียนแล้วดูดีครับ ความหมายคืออะไร ความหมายก็คือว่าถ้าคณะรัฐมนตรีอนุมัติสภาอย่ายุ่ง สภาไม่มีสิทธิมาตรวจสอบเงิน ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนะครับ จึงเป็นเรื่องที่พวกผมอึดอัด กังวล และไม่สบายใจ เพราะว่าแค่วิธีการพัสดุท่านก็ไม่ยอม เอกสารที่เป็นเล่มบอกให้เป็น ส่วนหนึ่งของ พ.ร.บ. ท่านก็ไม่ยอม และสำคัญถ้าท่านตั้งงบปกติซึ่งหลายคนอภิปรายแล้วนะครับ พวกผมจะได้สอบถามถึงงบประมาณรายรับ พวกผมจะได้ทราบถึงกิจกรรม แผนงาน โครงการ รวมทั้งฐานะทางการเงินการคลังของประเทศ ซึ่งเป็นไปตามบัญญัติมาตรา ๑๖๗ ของรัฐธรรมนูญ ท่านจงใจจะหลบรัฐธรรมนูญ ๒ มาตราอย่างต่ำ มาตรา ๖๗ ในกรณีกระทบต่อประเทศ อย่างมีนัยสำคัญ มาตรา ๑๖๗ ซึ่งบัญญัติว่าการใช้เงินของประเทศจะต้องคำนึงถึงและให้ดูถึง รายรับ กิจกรรม แผนงาน โครงการ แสดงฐานะทางการเงินการคลัง ประโยชน์และการขาดรายได้ จากการยกเว้นภาษี ความจำเป็นในการตั้งงบข้ามปีภาระหนี้ การก่อหนี้ของรัฐ ทั้งหมดทั้งปวง ที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญท่านเลิก ตรงนี้เองเป็นเหตุให้กลุ่มพี่น้องประชาชนโทรศัพท์มาสอบถาม ส.ส. วิรัตน์เมื่อไรจะยื่นศาลรัฐธรรมนูญ เมื่อไรที่จะดำเนินการ เพราะอะไรครับ เพราะเขาเห็นว่า ท่านจงใจที่จะฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญ อ้างว่าอันนี้ไม่ใช่เงินของแผ่นดิน อ้างว่าโน่น อ้างว่านี่ อ้างว่านั่น แล้วก็ใช้ความเห็นของส่วนราชการที่อยู่ภายใต้กำกับของท่านทำความเห็น ถ้าแปลง่าย ๆ เดี๋ยวก็หาว่าพวกผมมาขวาง ไม่หรอกครับ แต่ว่าเราอยากให้ประเทศเดินได้ เพราะรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังยอมรับใช่ไหมว่าดอกเบี้ย ๓,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท หนี้สิน ๕๐ ปี ท่านมาแล้วไป คนอื่นเข้ามา ประเทศไทย คนไทยจะเสียหาย เพราะฉะนั้นกราบเรียนครับว่าเรื่องนี้เขียนไว้ว่า กรุงเทพฯ-ปาดังเบซาร์ รถไฟฟ้าความเร็วสูงนะครับ ต้มครับ เพราะจริง ๆ แค่กรุงเทพฯ-หัวหิน กรุงเทพฯ-หนองคาย เขียนไว้ครับ ต้มครับ เพราะแค่โคราช และเงินที่ท่านเขียนท่านระบุ ในตัวยอดไว้ ถ้าเป็นพรรคประชาธิปัตย์ ถ้าเป็นนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ รอบที่แล้วท่านใช้เงิน จำนวนนี้ถึงจังหวัดหนองคาย ถึงปาดังเบซาร์ เพราะฉะนั้นสิ่งเหล่านี้ไม่ใช่เป็นเรื่องการถ่วง ความเจริญนะครับ ไม่ใช่เป็นเรื่องไม่เข้าใจ แต่เราเห็นข้อพิรุธทั้งหลายของรัฐบาลว่ากำลังจะ ซิกแซก (Zigzag) หลบเลี่ยงการปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ การปฏิบัติตามกฎหมาย ซึ่งก่อนนี้ ก็เห็นพฤติกรรมทั้งหลายทั้งปวงอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นจึงกราบเรียนไปที่ท่านประธาน ด้วยความเคารพครับว่าเรื่องนี้จะต้องพิจารณาโดยละเอียดและต้องมีคำชี้แจงที่ชัดเจน มิเช่นนั้นแล้วประเทศจะเสียหาย ๕,๐๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท
ท่านรัฐมนตรีประเสริฐจะชี้แจง เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ผม นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ขออนุญาตท่านประธานได้ตอบคำถามของท่านสมาชิก รวมกันหลาย ๆ ท่านโดยเป็นประเด็นที่ได้สรุปมาดังนี้นะครับ เมื่อวานนี้ตั้งใจว่าจะตอบเมื่อคืน แต่เห็นว่าเป็นเวลาที่ดึกนะครับ ขออนุญาตได้เรียนตอบท่านสมาชิก ท่าน ส.ส. ชนินทร์ รุ่งแสง ท่านนริศ ขำนุรักษ์ และท่านฮอชาลี ม่าเหร็ม กรณีท่าเรือปากบารา จริง ๆ แล้ว ผมต้องขอขอบคุณในความห่วงใยแล้วก็การตั้งข้อสังเกตที่เป็นประโยชน์หลายอย่าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องของการศึกษาถึงความชัดเจนในเรื่องวัตถุประสงค์ของท่าเรือแห่งนี้ ให้ดีนะครับ
เรื่องการเพิ่มรายได้ที่เกิดจากตู้คอนเทนเนอร์ ซึ่งท่านได้บอกไว้ว่ามีประมาณ ๓๐๐,๐๐๐ ตู้ โดยสหพันธ์ขนส่งนั้นได้บอกว่าขอให้ดูในเรื่องของการวิเคราะห์ต้นทุน วิเคราะห์รายได้ดี ๆ นอกจากนั้นแล้วในเรื่องของการวิเคราะห์อีไอเอและอีเอชไอเอ ต้องดำเนินการให้เสร็จสิ้นเสียก่อน ก็ถือได้ว่าเป็นข้อมูลที่รัฐบาลต้องรับไปดำเนินการ อีกเช่นเดียวกันนะครับ
ส่วนท่าน ส.ส. ฮอชาลี ม่าเหร็ม ขออนุญาต ท่านได้ให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ อย่างยิ่งในเรื่องของการที่มีพี่น้องประชาชน ๒ ส่วนที่มีความเห็นทั้งเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย ในเรื่องนี้ต้องเรียนว่าข้อมูลที่ท่านได้อภิปรายในสภาหลายเรื่องนั้นเป็นเรื่องที่ตรงกับ ข้อเท็จจริงที่ผมเองได้ไปลงพื้นที่มานะครับ แล้วก็ขอยืนยันนะครับว่ารัฐบาลนี้ได้ให้ ความสำคัญแล้วก็จะรับฟังความคิดเห็นของพี่น้องประชาชน แล้วก็จะใช้ความรอบคอบ ในการตัดสินใจในเรื่องต่าง ๆ โดยคำนึงถึงประโยชน์ของพี่น้องประชาชนทุกภาคส่วน
ในส่วนของท่านนิพนธ์ บุญญามณี ท่านชวลิต วิชยสุทธิ์ แล้วก็ท่าน ส.ส. พรรคเพื่อไทยอีกหลายท่าน ได้เน้นเรื่องความโปร่งใสแล้วก็เน้นเรื่องการทำให้ถูกตามระเบียบ สำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ ซึ่งหลายท่านได้อภิปรายในมาตรา ๑๕ ว่าน่าจะมีการแก้ไข ในเรื่องนี้ผมเรียนท่านสมาชิกว่าถ้ามีความจำเป็นท่านสามารถขอแปรญัตติ แล้วถ้าสมาชิกส่วนใหญ่ เห็นว่าน่าจะเอาใส่เข้าไปผมก็คิดว่าในชั้นแปรญัตติคงมีเรื่องที่จะต้องพูดคุยกันในอีก หลายประเด็นนะครับ
ต้องขอขอบคุณท่านนิพนธ์ บุญญามณี ที่ท่านได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมในเรื่องของ ผังเมือง ซึ่งเป็นการเติมเต็มข้อมูลที่เป็นประโยชน์อย่างยิ่ง หลายเรื่องเราคิดไม่ถึงก็มีนะครับ
แล้วกรณีเรื่องของด่านสะเดา เรื่องของถนนเข้าสู่ด่านประกอบ ผมจะขออนุญาต ได้ตรวจสอบกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อที่จะดำเนินการ ถ้ามีความจำเป็นแล้วก็จะให้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เข้าไปดูแล้วก็สำรวจในขั้นต่อไปนะครับ
ท่านกษิต ภิรมย์ ขออนุญาต เข้าใจว่าท่านคงไม่ได้ดูรายละเอียดนะครับ จึงเข้าใจว่าในเขตพื้นที่อีสานใต้ไม่มีโครงการลงแต่อย่างใด จริง ๆ แล้วไม่ใช่นะครับ ต้องเรียนว่า ช่วงอีสานใต้นั้นมีโครงการรถไฟรางคู่ซึ่งไปถึงจังหวัดอุบลราชธานี ผมเรียนว่านอกจากท่าน ยังไม่ได้ดูในรายละเอียดแล้วท่านยังพูดจาดูถูกบุคคลอื่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเด็นที่ท่าน ได้อภิปรายไปเมื่อสักครู่นี้ ผมเรียนว่าท่านนายกรัฐมนตรีเองท่านเป็นบุคคลที่มีความรู้ความสามารถ ตั้งใจทำงาน และมีความอดทนนะครับ การประชุมแต่ละครั้งได้เน้นถึงเรื่องความโปร่งใส แล้วก็เรื่องให้ความสำคัญกับทุกภูมิภาคไม่เคยคำนึงถึงเรื่องการเมืองครับ ท่านอย่าพูดเอาดีใส่ตัว ชั่วใส่คนอื่นนะครับ ผมเรียนว่าในอดีตที่ผ่านมาท่านเองก็เคยทำความเสียหายให้กับประเทศชาติ ไม่น้อยเช่นเดียวกัน ดังคดีที่ปรากฏเป็นข่าวครับ
ท่านสมาชิกผู้มีเกียรติจากพรรคภูมิใจไทย แล้วก็ท่าน ส.ส. ไพจิต ศรีวรขาน ได้เน้นในเรื่องของกรมทางหลวงชนบทนะครับ ผมเรียนว่าเรื่องนี้รัฐบาลให้ความสำคัญ กรมทางหลวงชนบทมีถนนที่ยังไม่ได้ทำประมาณ ๕,๐๐๐ กิโลเมตร แล้วก็ตั้งใจไว้ว่าภายใน ๒ ปีนี้จะดำเนินการให้ได้เสร็จสิ้นโดยดำเนินการปีละ ๒,๕๐๐ กิโลเมตร ก็ขอให้ท่านที่มีความห่วงใยพี่น้องประชาชนได้รับทราบว่าร่าง พ.ร.บ. ให้อำนาจกระทรวงการคลัง กู้เงินเพื่อการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของประเทศ พ.ศ. .... ในครั้งนี้ เป็นการลงทุนโครงสร้างในระดับใหญ่ของประเทศ
ส่วนเรื่องการลงทุนในเรื่องของถนนที่เป็นสายในระดับตำบล หมู่บ้านนั้น เราเน้นในเรื่องของการใช้งบประมาณรายจ่ายประจำปี ซึ่งก็จะได้แก้ไขปัญหาให้กับ พี่น้องประชาชนในระดับตำบล หมู่บ้านต่อไป
ท่าน ส.ส. อานิกได้ถามมาเรื่องของรถไฟความเร็วสูงว่ามีความเร็วเท่าไร ต้องเรียนว่าประมาณ ๒๕๐ กิโลเมตรต่อชั่วโมง แล้วก็เน้นในเรื่องความโปร่งใส เรื่องมาตรา ๑๕ อีกเช่นเดียวกัน
ขอบคุณท่านวิรัตน์ กัลยาศิริ ผมเรียนว่าโครงการทุกอย่างไม่ใช่โฆษณา ทำได้จริง กรุงเทพฯ-หนองคาย แล้วก็อีกหลาย ๆ โครงการที่รัฐบาลนี้มีความตั้งใจว่าโครงการดังกล่าวนั้น จะสามารถทำให้เสร็จภายในระยะเวลา ๗ ปี ขอให้ท่านคอยดู ระยะเวลาในวันนี้เพียงแต่เป็น การนับ ๑ เริ่มต้นเท่านั้น ส่วนเรื่องประเด็นใดโดยเฉพาะท่านได้ย้ำในเรื่องของมาตรา ๑๕ อีก ผมเรียนว่าบางอย่างที่จำเป็นต้องแก้ไขสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรนั้นสามารถยื่นแปรญัตติได้ ถ้าท่านสามารถโน้มน้าวสมาชิกให้มีความเชื่อว่าเป็นเรื่องที่ถูกต้องแล้วคนส่วนใหญ่เห็นด้วย ก็นำไปสู่การแก้ไขเปลี่ยนแปลงได้ เพราะฉะนั้นผมมีเรื่องนำเรียนท่านสมาชิกผ่านไปยัง ท่านประธาน ๓-๔ เรื่อง ขอกราบขอบพระคุณครับ
ท่านกษิต ใช้สิทธิพาดพิง เชิญครับ
ท่านประธานครับ ผม กษิต ภิรมย์ ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ เรื่องที่ผมกล่าวถึงท่านนายกรัฐมนตรีนั้นผมก็ไม่โต้เถียง เพราะว่าอยากจะฟังท่านนายกรัฐมนตรีว่าอย่างไร ผมเพียงจะสะท้อนว่าในสังคม ณ วันนี้ ทุกคนมีความห่วงใยเรื่องการทุจริตมิชอบ ส่วนท่านนายกรัฐมนตรีท่านจะชี้แจงอย่างไร ก็ขอยินดีที่จะน้อมรับฟัง
ส่วนประเด็นที่ ๒ การพาดพิงกล่าวหาว่าผมทำลายประเทศชาติ อันนี้ ต้องขอตอบปฏิเสธโดยสิ้นเชิง แล้วก็คงจะหมายถึงเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไทย กับประเทศกัมพูชา ผมปกป้องอธิปไตยแล้วก็ผลประโยชน์ของประเทศชาติ แล้วก็พยายาม จะส่งเสริมความพันธ์กับประเทศกัมพูชา แต่เผอิญมันมีกระบวนการการเมืองที่ไปเข้ากับ ฮุนเซนแล้วก็พยายามที่จะบ่อนทำลายความสัมพันธ์ แล้วก็ความเพียรพยายามในการที่จะ ส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไทยกับประเทศกัมพูชา ก็ทราบ ๆ กันอยู่ ใครทำตน เสมือนเป็นไส้ศึกแล้วก็เอาผลประโยชน์ทางการเมืองภายในเป็นตัวตั้งมากกว่าที่จะรักษา ผลประโยชน์อธิปไตยแล้วก็ศักดิ์ศรีของชาติไทยครับ ขอกราบขอบพระคุณครับท่านประธาน
ท่านวิรัตน์ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม วิรัตน์ กัลยาศิริ พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดสงขลา ต่อข้อชี้แจงของ ฯพณฯ รัฐมนตรี ประเสริฐท่านบอกว่ามีเงินทำถึงจังหวัดหนองคาย สุไหงโก-ลก และปาดังเบซาร์ ถามว่า เงินที่ทำถึงถ้าผมดูรายละเอียดทำแค่โคราช จากโคราชไปจังหวัดหนองคายอยู่ในหน้าที่เท่าไร แล้วก็ในเอกสารทำจนถึงหัวหิน ถามว่าจากหัวหินไปถึงปาดังเบซาร์อยู่ในหน้าไหน จำนวนเงิน เท่าไร ขออนุญาตถาม จะได้ชี้แจงกับพี่น้องประชาชนให้ถูกต้องได้
เชิญท่านรัฐมนตรีประเสริฐ
ท่านประธานที่เคารพ ประเสริฐ จันทรรวงทอง ขออนุญาตได้ตอบคำถามท่านวิรัตน์ กัลยาศิริ จริง ๆ แล้วสิ่งที่รัฐบาลได้เขียนลงไปในโครงการกรุงเทพฯ-หนองคาย รัฐบาลได้ยืนยันว่า สามารถกระทำได้นะครับ ส่วนจะทำได้อย่างไร ตามงบประมาณอย่างไรนั้นเป็นเรื่องที่ต้องพูด ในชั้นต่อไป ขออนุญาตเรียนตอบเพียงเท่านี้ก่อนครับ
ถ้าอย่างนั้น เอาเฉพาะประเด็นที่ท่านเสียหายครับ เดี๋ยวจะเป็นการตอบโต้
กระผม วิรัตน์ กัลยาศิริ จังหวัดสงขลา พรรคประชาธิปัตย์ แปลว่าใน ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท โคราช-หนองคาย กับ หัวหิน-ปาดังเบซาร์ ยังไม่ปรากฏ ยังไม่มี ชัดเจนนะครับ
เชิญท่านพฤณท์ก่อน แล้วก็ต่อที่ท่านอัญชลี กรุณารอสักครู่ครับ เดี๋ยวครับท่านอัญชลีรอสักครู่ ท่านพฤณท์สัก ๒ นาที
เรียนท่านประธานสภา ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ผม พลเอก พฤณท์ สุวรรณทัต รัฐมนตรี ช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ได้รับมอบหมายจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมให้มา ตอบท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติในหลายเรื่องที่ยังมีข้อสงสัยและหลายเรื่องที่ได้กรุณา แนะนำนะครับ
เรื่องแรก ก็คือเรื่องที่ยังเป็นข้อกังวลสงสัยอยู่ที่ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการประเสริฐ ก็ได้กล่าวย้ำ ผมก็ขออนุญาตกล่าวย้ำให้สมาชิกทุกท่านได้รับทราบถึงความมั่นใจ ในการวางแผนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของรัฐบาลโดยกระทรวงคมนาคมเป็นผู้จัดทำแผน ในรถไฟความเร็วสูง ๔ สายทาง มี ๒ สายที่ยังสงสัยอยู่คือกรุงเทพฯ-หนองคาย และกรุงเทพฯ-ปาดังเบซาร์ ซึ่งก็ขอยืนยันว่าทั้ง ๒ สายทางนี้คงเป็นไปตามแผนที่ได้กำหนด ในตัวหนังสือทุกประการ โดยเราได้หารือกันหลายครั้งหลายหนว่าขอให้ได้เริ่มต้นในสาย กรุงเทพฯ-หนองคาย ในระยะแรกเริ่มต้นนั้นขอให้ไปถึงจังหวัดนครราชสีมาเสียก่อนนะครับ อันนี้โดยใช้งบประมาณ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เช่นเดียวกันที่กรุงเทพฯ-ปาดังเบซาร์ ก็คงให้เริ่มต้นไปถึงหัวหิน และจากนั้นก็จะพัฒนาในเรื่องงบประมาณการใช้การลงทุน ในอีกครั้งหนึ่ง เพราะในการปฏิบัติการลงทุนตามแผนนั้นใช้เวลาถึง ๗ ปีด้วยกัน เรามีเวลา ที่จะวางแผนในขั้นที่ ๒ ต่อไปอย่างแน่นอนนะครับ
มีสมาชิกผู้ทรงเกียรติได้ห่วงใยในพื้นที่ของจังหวัดกาญจนบุรีที่ว่างบประมาณนั้น ไม่ได้วางไว้ไปช่วยเหลือทางด้านจังหวัดกาญจนบุรี ก็ขอยืนยันว่าเส้นทางของมอเตอร์เวย์ ซึ่งได้วางแผนไว้ที่อำเภอบางใหญ่ จังหวัดนนทบุรี พาดผ่านอำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี แล้วก็ไปที่อำเภอท่าม่วง อำเภอท่ามะกา จังหวัดกาญจนบุรีนั้นเราได้วางแผนไว้อย่างเรียบร้อย โดยงบประมาณ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนี้เราใช้วงเงินที่เข้ามาช่วยก็คือการลงทุนในเรื่อง การเวนคืนที่ดินนะครับ ในส่วนของงบประมาณการลงทุนนั้นเราจะใช้การศึกษาว่าจะใช้ รูปแบบการลงทุนในลักษณะใด ก็คงสามารถที่จะปฏิบัติได้เสร็จสิ้นประมาณปี ๒๕๖๐ ในเส้นทางของมอเตอร์เวย์เส้นนี้นะครับ
สำหรับในพื้นที่ของทางภาคใต้นั้นก็มีสมาชิกผู้ทรงเกียรติหลายท่านเป็นห่วงว่า เราไม่ได้วางแผนพัฒนาหรือช่วยเหลือให้เกิดความเจริญในเรื่องเส้นทางต่าง ๆ นั้น ก็ขอยืนยันว่า เราวางแผนได้ครบถ้วนสมบูรณ์ เช่นแผนในการติดต่อเชื่อมโยงกับประเทศเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่ได้สอบถามกันก็คือเส้นทางที่จะเข้าด่านบ้านประกอบ อันนี้เราก็ได้ วางแผนและได้วางงบประมาณไว้ในงบประมาณ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทไว้เรียบร้อยแล้ว หลังจากนั้นเราก็วางแผนต่อไปที่จะใช้งบประมาณของงบปกติที่จะวางแผนระหว่าง ด่านบ้านประกอบไปถึงอำเภอจะนะให้เป็น ๔ ช่องจราจรตลอดเส้นทาง สำหรับด่านสะเดานั้น เราได้ดำเนินการขยายเป็น ๔ ช่องจราจรเรียบร้อยไปหมดทั้งเส้นทาง แล้วก็ยังวางแผน ที่จะทำทางหลวงพิเศษหรือมอเตอร์เวย์จากอำเภอหาดใหญ่ไปที่ด่านสะเดาซึ่งจะมีการย้าย ตัวด่านขึ้นไปอีก เมื่อมีการประสานหารือกันเรียบร้อยก็จะดำเนินการให้เสร็จสิ้นไป พร้อมเพรียงกันนะครับ นอกจากนั้นแล้วในการพัฒนาทางหลวงพื้นที่ ๓ จังหวัดภาคใต้ หรือพื้นที่ภาคใต้ทั้งหมดนั้นเราจะขยายเป็น ๔ ช่องจราจรเกือบทุกเส้นทาง อาทิเช่น ในเส้นทางสุราษฎร์ธานี-นครศรีธรรมราช อำเภอหาดใหญ่ เส้นทางภูเก็ต-พัทลุง เส้นทางชุมพร-ระนอง เป็นต้น และเส้นทางยะลา-เบตง ต่าง ๆ เหล่านี้ ในรายละเอียดนั้น เราได้จัดทำแผนไว้มากมาย อันนี้ผมเพียงยกตัวอย่างก็ขอตอบในชั้นต้นเพียงเท่านี้ ขอบคุณครับ
ท่านยุคล กับท่านฉัตรพันธ์เมื่อสักครู่นี้ไม่ได้พาดพิงถึงนะครับ เดี๋ยวใช้เวลาของฝ่ายค้านก็แล้วกัน เชิญครับ เชิญใช้เวลาของฝ่ายค้าน ๑ นาที
กราบเรียนท่านประธานครับ ผม ยุคล ชนะวัฒน์ปัญญา จังหวัดจันทบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ผมได้ถามท่านรัฐมนตรีว่า เมื่อไรทำไปถึงจังหวัดจันทบุรีเพราะเป็นประตูหน้าด่านอาเซียน และท่านนายกรัฐมนตรี ได้พูดชัดเมื่อวานนี้ว่าจะขนสินค้าการเกษตร พืชผัก ผลไม้ เมื่อไรจะทำถึงจังหวัดจันทบุรี และจังหวัดตราด วางแผนแล้วหรือยังครับ
ท่านฉัตรพันธ์ ใช้เวลาของฝ่ายค้านนะครับ เชิญครับ
ท่านประธานครับ ผม ฉัตรพันธ์ เดชกิจสุนทร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกาญจนบุรี ตามที่ท่านรัฐมนตรีชี้แจงนะครับ เส้นทางบางใหญ่-กาญจนบุรี ซึ่งมีอยู่ ๒ ช่วง ช่วงบางใหญ่ไปบ้านโป่งเป็น ๖ ช่องจราจร และบ้านโป่งมาจังหวัดกาญจนบุรี ๔ ช่องจราจร งบประมาณก่อสร้างทั้งสิ้น ๔๐,๕๙๕ ล้านบาท แต่ที่ท่านบรรจุไว้มีงบประมาณแค่ ๔,๐๐๐ กว่าล้านบาทคือค่ากรรมสิทธิ์ที่ดิน งบประมาณ ก่อสร้างยังไม่มี เราต้องการความชัดเจนและสรุปว่าภายใน ๕-๖ ปีได้สร้างไหม และที่สำคัญ อีกประการหนึ่ง แม้ว่าท่านจะสร้างเส้นทางจากบางใหญ่มาถึงบ้านห้วยตลุงที่จังหวัดกาญจนบุรี แต่ถ้าท่านไม่ทำเส้นทางสายจากบ้านห้วยตลุงไปบ้านพุน้ำร้อนต่อ เท่ากับว่าเส้นทาง ก็ไม่สามารถใช้ได้ไม่ทะลุถึงทวาย ฝากด้วยครับ ขอบพระคุณครับ
ท่านอัญชลีครับ ไม่ต้องตอบโต้แล้ว เชิญท่านอัญชลีเลยครับ
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน อัญชลี วานิช เทพบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดภูเก็ต พรรคประชาธิปัตย์ สำหรับ ร่างพระราชบัญญัติให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ด้านการคมนาคมขนส่งของประเทศ พ.ศ. .... ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ตามที่นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ในฐานะนายกรัฐมนตรี นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง ในฐานะรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลัง และนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้นำเสนอร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ต่อสภาผู้แทนราษฎร ดิฉันคิดว่าคงจะมีคำถามสำคัญ ๆ อยู่ ๒-๓ ประเด็นที่นายกรัฐมนตรีแล้วก็รัฐบาลชุดนี้จะต้องตอบให้กับพี่น้องประชาชน กว่า ๖๕ ล้านคน และต้องตอบแก่รัฐสภาแห่งนี้ให้ชัดเจน
คำถามแรก ก็คือทำไมต้องกู้คะ ประเทศไทยกำลังประสบภาวะวิกฤติ ทางด้านเศรษฐกิจอย่างรุนแรงขนาดที่ประเทศไทยไม่มีเงินเหลือพอที่จะใช้ในการบริหาร จัดการหรืออย่างไร ท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร จึงตัดสินใจที่จะใช้วิธีการกู้เงิน ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แล้วก็มาทิ้งเป็นมรดกบาปให้กับพี่น้องประชาชนกว่า ๖๕ ล้านคน ต้องแบกรับหนี้ถึงประมาณ ๕,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทในอีก ๕๐ ปีข้างหน้า นี่คงเป็นคำถามที่ พี่น้องประชาชนต้องการคำตอบค่ะ
คำถามที่ ๒ ก็คือเมื่อกู้มาแล้วจะสามารถนำเงินนี้ไปใช้ในยุทธศาสตร์ของชาติ ใช้ด้วยความคุ้มค่าของเม็ดเงินที่พี่น้องประชาชนจะต้องมาแบกรับภาระหนี้หรือเปล่า แล้วสามารถที่จะกระจายความเป็นธรรมให้กับพี่น้องประชาชนผู้เสียภาษีอากรหรือไม่ นี่ก็เป็นคำถามที่ ๒ ที่รัฐบาลก็ควรมีคำตอบให้กับพี่น้องประชาชน
คำถามที่ ๓ เป็นคำถามที่สำคัญเช่นเดียวกัน นั่นก็คือคำถามเกี่ยวกับเรื่องของ ธรรมาภิบาล ความโปร่งใส ตรวจสอบได้ ของรัฐบาลชุดนี้ต่อการใช้เม็ดเงิน ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท อยากจะเรียนถามว่าผู้บริหารที่จะนำเม็ดเงินเหล่านี้ไปใช้ในการบริหารจัดการนั้นเป็นคนใจซื่อ มือสะอาดและมากด้วยความสามารถเพียงพอกับการที่พี่น้องประชาชนต้องมาแบกรับ ภาระหนี้แทนพวกท่านถึง ๕๐ ปีข้างหน้าหรือไม่ แต่ท่านประธานคะ เนื่องจากเงื่อนเวลา ที่ดิฉันได้รับนั้นมีจำกัดมาก จึงจะขออภิปรายเฉพาะประเด็นเกี่ยวกับการนำเม็ดเงินไปทำ โครงการตามที่ท่านได้นำเสนอค่ะ ในมาตรา ๑๔ ของร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้นั้นได้กำหนดไว้ ชัดเจนว่า ให้หน่วยงานเจ้าของโครงการจัดทำรายละเอียดการดำเนินโครงการที่สอดคล้อง กับยุทธศาสตร์และแผนงานท้ายร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ แล้วเมื่อเรามาดูอย่างที่ท่านสมาชิกหลายท่านได้อภิปรายไปแล้วว่าบัญชีท้ายร่างพระราชบัญญัติ ที่ทางรัฐบาลนำเสนอมานั้นมีอยู่เพียง ๒ หน้ากระดาษเท่านั้นจริง ๆ ค่ะ ยุทธศาสตร์ที่เขียน ก็มีอยู่ ๒-๓ ยุทธศาสตร์ แต่ยุทธศาสตร์ที่ดิฉันจะขออนุญาตอภิปรายก็คือยุทธศาสตร์ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในการเดินทางและขนส่งไปสู่ศูนย์กลางของภูมิภาคทั่วประเทศ และเชื่อมโยงกับประเทศเพื่อนบ้าน ตรงนี้เป็นประเด็นสำคัญ เพราะว่าใช้งบประมาณทั้งสิ้น ประมาณ ๑,๐๔๒,๓๗๖ ล้านบาท โดยเฉพาะอย่างยิ่งแผนงานพัฒนาโครงข่ายเชื่อมต่อภูมิภาค ซึ่งเป็นประเด็นที่ถูกวิพากษ์กันมากที่สุดโครงการหนึ่งค่ะท่านประธาน ทางรัฐบาลได้เขียนไว้ จะพัฒนาระบบรถไฟความเร็วสูงในเส้นทางหลัก แล้วก็จะบอกว่ามีกี่เส้นทาง ในรายละเอียด จริง ๆ ความยาวของระยะทางอะไรก็ไม่ได้บอกไว้นะคะท่านประธาน แต่ดิฉันพอจะรวบรวม เพื่อให้เกิดความชัดเจนได้แบบนี้ค่ะท่านประธานว่าเส้นทางรถไฟความเร็วสูงแบ่งเป็น ๔ สาย ชัดเจนค่ะ สายแรกก็คือกรุงเทพฯ-เชียงใหม่ ตลอดระยะทางก็คือ ๖๗๙ กิโลเมตร ใช้เงินงบประมาณ ทั้งสิ้นประมาณ ๓.๙ แสนล้านบาท สายที่ ๒ ก็คือกรุงเทพฯ-หนองคาย ถ้าตลอดสายก็คือ ๖๑๕ กิโลเมตร แต่รัฐบาลตั้งงบประมาณไว้เพียง ๑.๗ แสนล้านบาท นั่นหมายความว่าอย่างไรคะ หมายความว่าทำไม่ตลอดสายค่ะ ทำจริง ๆ ก็เพียงแค่กรุงเทพฯ-โคราชเท่านั้นค่ะท่านประธาน สายที่ ๓ ก็คือกรุงเทพฯ-ปาดังเบซาร์ ถ้าตลอดสายก็คือ ๙๘๐ กิโลเมตร แต่รัฐบาลก็ตั้งงบประมาณ ไว้เพียง ๑.๒ แสนล้านบาทเท่านั้น หมายความว่าอย่างไรคะ หมายความว่าทำแก้บนค่ะ คือทำแค่กรุงเทพฯ ไปถึงหัวหิน ระยะทางก็ประมาณ ๑๘๐-๒๐๐ กิโลเมตรเท่านั้น และสายที่ ๔ ก็คือกรุงเทพฯ-พัทยา-ระยอง ความยาวประมาณ ๒๒๑ กิโลเมตร ใช้เงินประมาณ ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาทค่ะ ท่านประธาน ตรงนี้เป็นตัวเลขที่ค่อนข้างชัดเจนนะคะ เราต้องยอมรับความเป็นจริงอย่างหนึ่งค่ะ ท่านประธานว่าประเทศไทยนั้นถือได้ว่าเป็นประเทศที่มีศักยภาพสูงมากในการที่จะเป็น ศูนย์กลางของเศรษฐกิจ แล้วก็ในเรื่องของการขนส่งคมนาคมทั้งหลายในภูมิภาคอาเซียน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ค่ะ แล้วข้อสำคัญที่สุดก็คือวันนี้ ในระบบขนส่งทางอากาศ ประเทศที่เป็นผู้นำในภูมิภาคอาเซียนก็มีอยู่ ๓ ประเทศด้วยกัน นั่นก็คือประเทศสิงคโปร์ ประเทศมาเลเซีย โดยเคแอลหรือกัวลาลัมเปอร์ แล้วก็ประเทศไทย โดยสุวรรณภูมิหรือกรุงเทพมหานครของเรานี่ละค่ะ แต่ประเทศไทยของเราได้เปรียบ ตรงที่อยู่ในจุดภูมิศาสตร์ที่ได้เปรียบกับประเทศเพื่อนบ้านอื่น ๆ ในอาเซียนด้วยกัน นั่นหมายความว่าประเทศไทยเรานั้นสามารถเชื่อมต่อจากประเทศจีนตอนใต้ มณฑลยูนนานได้ แล้วจากมณฑลยูนนานก็จะต่อมาที่ สปป. ลาวได้ ในขณะเดียวกันเราก็สามารถเชื่อมต่อไปยัง ประเทศเวียดนามโดยผ่านประเทศกัมพูชาหรือประเทศพม่า อย่างนี้เป็นต้น และแน่นอนที่สุด ด้ามขวานไทยของเราก็สามารถที่จะติดต่อไปยังประเทศมาเลเซียและประเทศสิงคโปร์ได้ เพราะฉะนั้นจึงเป็นที่มาว่าถ้าเราสามารถจัดเครือข่ายคอนเนคทิวิตีตัวจริงค่ะท่านนายกรัฐมนตรีว่า คอนเนคทิวิตีตัวจริงนั้นหมายความว่าทำโครงข่ายคมนาคมที่เชื่อมต่อระหว่างประเทศ ต่อประเทศ แล้วก็จะเกิดมูลค่ามหาศาลในเรื่องของการเป็นศูนย์กลางของเศรษฐกิจ ทางด้านการค้าและการท่องเที่ยว จึงเป็นที่มาของการตกลงในเบื้องต้นในรัฐบาล ชุดท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ที่ได้มีการพูดคุยกับทางรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงรถไฟประเทศจีนเมื่อประมาณเดือนมิถุนายน เดือนกรกฎาคม ในปี ๒๕๕๓ ที่ผ่านมา แล้วได้มีการศึกษาวิจัยเส้นทางต่าง ๆ ที่ครอบคลุมกันอยู่พอสมควรค่ะท่านประธาน ปรากฏว่าเส้นทางที่จะเป็นประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชนมากที่สุดก็คือเส้นทางในสายของ หนองคาย-กรุงเทพฯ เนื่องจากประเทศจีนจะต่อเส้นทางจากมณฑลยูนนาน คุนหมิง ลงมาที่ สปป. ลาว เวียงจันทน์ แล้วก็มาจ่ออยู่ที่จังหวัดหนองคาย ตอนนั้นท่านนายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์กับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงรถไฟของประเทศจีนได้ตกลงกันแล้วว่าเราจะต่อเส้นทาง รถไฟสายหนองคาย-อุดรธานี-ขอนแก่น-โคราช แล้วเข้ากรุงเทพมหานคร แล้วหลังจากนั้น ก็จะต่อเส้นทางจากกรุงเทพมหานครลงสู่ปาดังเบซาร์เพื่อเชื่อมต่อประเทศมาเลเซีย และประเทศสิงคโปร์ เราจะเห็นชัดเจนว่าวันนั้นตัวเลขที่สนับสนุนตรงนี้ก็คือการท่องเที่ยวค่ะ ท่านประธานคะ การท่องเที่ยววันนี้ต้องยอมรับความเป็นจริงว่าประชากรในภูมิภาคอาเซียน เริ่มเดินทางท่องเที่ยวในภูมิภาคร่วมกันอยู่ค่อนข้างมากโดยเฉพาะอย่างยิ่งประเทศจีนค่ะ วันนี้ ตัวเลขของประเทศจีนปรากฏว่ามีนักท่องเที่ยวที่ค่อนข้างก้าวกระโดดค่ะ นั่นหมายความว่า ในปี ๒๕๕๔ ที่ผ่านมา นักท่องเที่ยวจากประเทศจีนจะมีอยู่จำนวนทั้งสิ้นประมาณ ๑,๗๐๐,๐๐๐ คนเข้าสู่ประเทศไทย ในปี ๒๕๕๕ ก้าวกระโดดมาเป็น ๒,๘๐๐,๐๐๐ คน และในปี ๒๕๕๖ เพียง ๒ เดือนแรกเท่านั้นก็ปรากฏว่ามีนักท่องเที่ยวจากประเทศจีนขึ้นมา ประมาณ ๗๐๐,๐๐๐ กว่าคน นั่นจึงเป็นที่มาว่าทำไมเราถึงจะต้องเชื่อมต่อเพื่อเอารถไฟความเร็วสูง นำนักท่องเที่ยวจากประเทศจีนเข้าสู่เวียงจันทน์และเข้าสู่จังหวัดหนองคาย จังหวัดอุดรธานี จังหวัดขอนแก่น โคราช และเข้าสู่กรุงเทพมหานคร ตัวเลขอีกตัวหนึ่งที่จะสามารถสนับสนุน โครงการนี้ได้ก็คือตัวเลขของนักท่องเที่ยว มี ๒ ประเทศเท่านั้นที่ขณะนี้เดินทางเข้าสู่ประเทศไทย มีจำนวนเกินกว่า ๒,๐๐๐,๐๐๐ คน นั่นก็คือประเทศจีนและประเทศมาเลเซีย เพราะฉะนั้น จึงมีความจำเป็นว่าเราควรจะต้องทำเส้นทางกรุงเทพฯ-ปาดังเบซาร์ เพื่อเชื่อมต่อประเทศมาเลเซีย และประเทศสิงคโปร์ เพราะเราจะได้ขนนักท่องเที่ยวจากในหลายประเทศเหล่านี้เพื่อเชื่อมต่อ กลับเข้ามาท่องเที่ยวยังประเทศไทย นี่เป็นตัวเลขที่ดิฉันเรียนว่าจึงเป็นที่มาที่ท่านนายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ในขณะนั้นตั้งใจที่จะทำโครงการเส้นทางที่สำคัญ ๆ ประกอบกับที่ดิฉัน อยากจะเรียนท่านประธานค่ะว่ารายได้จากการท่องเที่ยวทั้งหมดที่ในขณะนี้ทำให้กับประเทศไทย ท่านประธานคะ พี่น้องผู้เสียภาษีอากรทวงถามดิฉันว่ารายได้จากผู้ที่มาเยี่ยมเยือนภายในประเทศ กรุงเทพฯ สามารถทำรายได้ได้สูงสุดในขณะนี้ของการท่องเที่ยวคือประมาณ ๔๗๘,๐๐๐ ล้านบาท จังหวัดภูเก็ตมาเป็นลำดับ ๒ ค่ะ ๑๘๘,๐๐๐ ล้านบาท จังหวัดชลบุรีมาเป็นลำดับ ๓ ก็คือ ๙๔,๐๐๐ ล้านบาท จังหวัดเชียงใหม่อยู่ที่ ๔๓,๐๐๐ ล้านบาทเป็นลำดับ ๔ จังหวัดกระบี่ เป็นลำดับ ๕ ก็คือ ๓๗,๐๐๐ ล้านบาท จังหวัดสุราษฎร์ธานี จังหวัดสงขลา อำเภอหาดใหญ่ แล้วก็มาเป็นจังหวัดระยอง เบ็ดเสร็จก็คือในทางภาคใต้นอกจากจังหวัดภูเก็ต ๑๘๘,๐๐๐ ล้านบาทแล้ว รวมกันในเรื่องของการท่องเที่ยวก็ประมาณอีก ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาทด้วยกัน เพราะฉะนั้น ความเป็นธรรมที่จะเกิดขึ้นในการกระจายทรัพยากรแล้วก็การทำโครงการที่คุ้มค่าต่อเม็ดเงิน และการเป็นภาระหนี้สินของพี่น้องประชาชนนั้น น่าเสียใจมากค่ะว่าท่านนายกรัฐมนตรีเอง ตัดสินใจเลือกเส้นทางรถไฟก็คือเส้นทางกรุงเทพฯ-เชียงใหม่ ดิฉันไม่ได้ขัดขวางว่ากรุงเทพฯ-เชียงใหม่ ไม่ควรมี แต่ถ้าเราพูดถึงความคุ้มค่าของการลงทุนท่านนายกรัฐมนตรีกลับใช้นโยบายภาคนิยม ใช้หลักการของการเมืองนำผลประโยชน์ของประเทศชาติ ถ้าดิฉันจะเรียนให้ท่านประธาน ได้ทราบก็จะเห็นตัวเลขที่ชัดเจนว่าถ้าเราเลือกสายกรุงเทพ-เชียงใหม่แล้วอะไรจะเกิดขึ้นบ้าง จากจำนวนเที่ยวบินที่เก็บรายละเอียดมาได้ จำนวนเที่ยวบินของนักท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต ต่างประเทศมีอยู่ ๓๐,๐๐๐ กว่าไฟล์ท (Flight) ในประเทศก็มีอยู่ประมาณ ๒๘,๐๐๐ เที่ยวบิน จำนวนเที่ยวบินรวมทั้งสิ้นประมาณ ๕๙,๐๐๐-๖๐,๐๐๐ เที่ยวบิน ในขณะที่จังหวัดเชียงใหม่ มีอยู่ที่ ๔,๗๐๐ เที่ยวบิน ในประเทศอยู่ที่ ๓๐,๐๐๐ เที่ยวบิน รวมจำนวนเที่ยวบินทั้งสิ้นประมาณ ๓๕,๐๐๐ เที่ยวบิน จำนวนผู้โดยสารของจังหวัดภูเก็ตทั้งต่างประเทศและในประเทศรวมกัน อยู่ที่ประมาณ ๙,๑๖๑,๐๐๕ คน ในขณะที่จังหวัดเชียงใหม่ ต่างประเทศอยู่ที่ ๔๙๐,๐๐๐ คน โดยประมาณ ในประเทศอยู่ที่ ๓,๘๐๐,๐๐๐ คน รวมจำนวนผู้โดยสารทั้งสิ้นประมาณ ๔,๓๐๐,๐๐๐ กว่าคน ดิฉันอยากจะเรียนตรงนี้ว่าเมื่อตัวเลขเป็นเช่นนี้แล้ว เมื่อท่านเลือก กรุงเทพฯ-เชียงใหม่ ท่านไม่อาจสามารถที่จะเสียบปลั๊กต่อได้เลยที่จะขนนักท่องเที่ยวจากประเทศจีน หรือประเทศอื่น ๆ เข้ามา และสิ่งที่จะเกิดขึ้นก็คือรถไฟความเร็วสูงยิ่งวิ่งเร็วเท่าไรค่าโดยสาร ก็จะแพงขึ้นเท่านั้น ค่าโดยสารโดยเฉลี่ยอย่างที่ท่านดอกเตอร์สามารถได้เรียนแล้วนะคะว่า ตกที่กิโลเมตรละประมาณ ๓ บาท กรุงเทพฯ-เชียงใหม่ประมาณ ๗๐๐ กิโลเมตร ก็ตกที่ประมาณ ๒,๑๐๐ บาท เพราะฉะนั้นจากการสำรวจแล้วก็วิจัยของทีดีอาร์ไอชัดเจนว่ารถไฟความเร็วสูง ขบวนใดก็ตามที่มีระยะทางเกินกว่า ๖๐๐ กิโลเมตร ประชาชนหรือคนที่จะขึ้นจะมีโอกาส ไปแชร์ (Share) สัดส่วนกับเครื่องบินหรือว่าโลว์ คอสท์ แอร์ไลน์ สายการบินต้นทุนต่ำทันที เพราะฉะนั้นเรารู้อยู่แล้วว่าจำนวนผู้โดยสารที่ไปที่จังหวัดเชียงใหม่มีอยู่ทั้งปีตกอยู่ที่ประมาณ ๔,๐๐๐,๐๐๐ คน และเป็นคนในประเทศประมาณ ๓,๘๐๐,๐๐๐ คน เพราะฉะนั้นดิฉันคิดว่า ถ้าเกิดเราเลือกกรุงเทพฯ-เชียงใหม่มาก่อนผลประโยชน์ที่จะเกิดขึ้นกับประเทศชาติบ้านเมืองนั้น มันก็จะมีน้อยเต็มที ดิฉันยังอยากจะเรียนท่านนายกรัฐมนตรีว่าท่านนายกรัฐมนตรีคงจะต้อง กลับมาพิจารณาในเรื่องของโครงการต่าง ๆ อันนี้ใหม่ ท่านอย่าใช้นโยบายในเรื่องของ เอาการเมืองมานำการบริหารจัดการประเทศ ของจังหวัดภูเก็ตเองก็ตามศูนย์ประชุม และแสดงนิทรรศการนานาชาติภูเก็ตที่ท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ได้กรุณามอบศูนย์ประชุม และแสดงนิทรรศการนานาชาติภูเก็ตให้กับคนอันดามันหรือคนภูเก็ต ทั้งหมดใช้งบประมาณทั้งสิ้น ๒,๖๐๐ ล้านบาท แต่ปรากฏว่าพอคุณยิ่งลักษณ์มาเป็นนายกรัฐมนตรีก็มีมติ ครม. ยกเลิก โครงการดังกล่าวไป แล้ววันนี้ท่านก็มาหยิบเอาโครงการซึ่งท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ ตั้งเอาไว้ว่าจะสร้างเส้นทางรถไฟความเร็วสูงให้กับพี่น้องจังหวัดหนองคาย จังหวัดอุดรธานี จังหวัดขอนแก่น โคราชมากรุงเทพมหานคร เมื่อท่านมาเป็นนายกรัฐมนตรีท่านมีโอกาส ท่านก็กลับไปหยิบสายกรุงเทพฯ-เชียงใหม่ แทนที่จะมอบสายจังหวัดหนองคาย จังหวัดอุดรธานี จังหวัดขอนแก่น โคราช ให้กับพี่น้องทางภาคอีสาน และท่านก็ละเลยสายกรุงเทพฯ-ปาดังเบซาร์ ไปทั้งสิ้น ดิฉันจึงไม่อาจสามารถที่จะรับร่างพระราชบัญญัติที่เขาเรียกกันว่า พระราชบัญญัติ เลดี้กูกู้ ฉบับนี้ได้ค่ะท่านประธานคะ ขอบพระคุณค่ะ
ท่านชูวิทย์ แล้วก็ท่านวิฑูรย์ และไปท่านครูมานิตย์ สังข์พุ่ม เรียงตามลำดับดังนี้ เชิญท่านชูวิทย์ครับ ท่านมีเวลาอยู่ ๑๕ นาที เชิญครับ
เรียนประธานสภาที่เคารพครับ ผม ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรครักประเทศไทย รัฐบาลจะกู้ครับ จ่าประสิทธิ์ไม่ต้องประท้วงครับ ผมสนับสนุน เพราะพูดกันถึงเรื่องการพัฒนาประเทศ โลจิสติกส์ รัฐบาลจะนำเงินไปสร้างโครงสร้างพื้นฐาน จะไปพัฒนาประเทศ จะสร้างเมืองใหม่ จะเป็นฮับจะแก้ไขปัญหาจราจร ประหยัดค่าขนส่ง สร้างคุณภาพชีวิต แก้ไขปัญหาจราจร พ่อแม่พี่น้องผมจะได้ไปถึงเชียงใหม่ ไปกินข้าวซอยเชียงใหม่ จะได้ไปกินผัดหมี่โคราช จะได้ ไปกินลมดูทะเลที่หัวหิน ทำไมผมจะไม่ชอบครับท่านประธาน ผมชอบครับ พี่น้องประชาชน ก็ชอบ การขยายงานครั้งนี้ผมไม่มีอะไรติเลย ต้องบอกจ่าประสิทธิ์ไม่ต้องลุกประท้วง ให้เสียเวลาเลยครับ แต่ท่านประธานทราบไหมครับ พ่อแม่พี่น้องเขาจะไปกู้เงิน เขาจะกู้เงิน ไปซื้อบ้าน ธนาคารเขาต้องดูประวัติ เขาต้องดูผลงาน เขาต้องดูสลิป (Slip) เงินเดือนสิ ดูการจ่ายภาษีสิ เคยผ่อนเคยมีหนี้อะไรไหม เคยค้างชำระอะไรมาก่อนหรือเปล่า เขาดูเครดิตบูโร (Credit Bureau) ท่านประธานครับ ทีนี้เรามาดูสิครับคุณชัชชาติ คุณชัชชาติแกเก่งครับ เป็นอาจารย์วิศวะ จบเกียรตินิยมอันดับ ๑ แกพูดอะไรผมจะไปเถียงแกได้อย่างไร ผมต้อง เชื่อฟังแก รองนายกรัฐมนตรีกิตติรัตน์ รองโต้ง คนไม่รู้ครับ ผมรู้จักกับท่านมา ๓๐ ปี อยู่สหรัฐอเมริกาท่านกินนอนกับผม เข้าแมคโดนัลด์ยังแบ่งแฮมเบอร์เกอร์กันคนละครึ่ง และผมไม่เชื่อแกได้อย่างไร ท่านเป็นคนมีความสามารถ ท่านเป็นคนตรงไปตรงมา มีรองนายกรัฐมนตรีโต้ง มีคุณชัชชาติ แต่ ๒ คนนี่เดินไปหาแบงก์ ธนาคารเขาไม่ให้กู้ ธนาคารไม่ให้กู้เพราะว่าอะไรครับ ธนาคารเขาจะดู ๑. โครงการ ท่านประธานครับ โครงการดี ไม่ดี โครงการดีเมื่อสักครู่ผมบอกจะขยายโครงสร้างพื้นฐาน เขาดูอะไรต่อครับ เขาดูหลักประกัน อ้ายตัวผมนี่ละครับ กับพี่น้องประชาชน ๗๐ ล้านคนจะเซ็นค้ำประกันให้ กู้ไป ๕๐ ปี เอ้า อยากจะกู้ กู้เอ้า พี่น้องประชาชนจะซื้อบ้านยังต้องกู้ ๓๐ ปี อ้ายนี่กู้ ๕๐ ปี จะไปลงทุน อ้ายผมมันพ่อค้าวานิชเรื่องกู้เงินนี่ผมถนัดครับ ผมมี ๑ บาท กู้ ๑๐๐ บาทก็ยังเคย เมื่อวานผมฟังรองนายกรัฐมนตรีเฉลิม ท่านรองนายกรัฐมนตรีเฉลิมท่านไปรู้อะไรเรื่องกู้เงิน ท่านชอบของฟรี ๆ ท่านจ่ายอะไรเป็นสด ๆ ท่านกู้ไม่เป็นหรอกครับ บ้านท่านไม่มีกู้ ดังนั้นท่านไม่รู้ เรื่องกู้เงิน ถามพ่อค้าอย่างผมสิ ผมกู้เงินมาเป็นพัน ๆ ล้านบาทแล้ว อ้ายที่สำคัญข้อที่ ๓ ครับ ที่ธนาคารเขาจะดู เขาดูอะไรครับ เขาดูผลงานครับ ดูประสบการณ์ ดูคนดำเนินการ ดูคนดำเนินการว่าดำเนินการไปเป็นอย่างไร มีผลประกอบการอย่างไร ใครเป็นผู้ดำเนินการ ท่านประธานครับ พ่อแก้วแม่แก้วครับ ท่านประธานช่วยลูกช้างด้วย คนดำเนินการคือ การรถไฟแห่งประเทศไทยครับ ผมอยากให้ประธานดูครับ กระทรวงคมนาคม การรถไฟ แห่งประเทศไทยเป็นผู้ดำเนินการโครงการรถไฟความเร็วสูง กระทรวงคมนาคม ท่านประธาน ทราบไหมครับ ท่านประธานคงทราบ อดีตปลัดกระทรวงคมนาคมไปดูที่ตู้เสื้อผ้า ป.ป.ช. บอกว่า เงินยึด ๑๗,๕๐๐,๐๐๐ บาท กระทรวงคมนาคมมีเรื่องคอมมิชชัน มีเหลือบ ริ้น ไร เดินกันเต็มกระทรวง ประธานก็ทราบ พอมาดูผลงานครับ เพราะจะกู้ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ๒.๒ ล้านล้านบาท ไม่ใช่น้อยนะครับ ก็ต้องดูผลงานกัน ดูสิว่ามีผลงานเป็นอย่างไร ประสบการณ์เป็นอย่างไร ทำงานมา ประสบความสำเร็จแค่ไหน เอ้า อย่างนั้นเรามาดูหน่อยครับ ขอเปิดคลิป (Clip) ดูหน่อยครับ ผมต้องมีคลิปมาฝากประธานเสมอ ท่านประธานครับ ให้เจ้าหน้าที่เปิดคลิปวิดีโอ (Clip Video) หน่อย
(เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
ดูสิครับ ดูรถไฟไทยเสียก่อน ดูระบบ ของการทำงาน เงินนะครับจะเลียนแบบเขามันเลียนแบบได้ เลียนแบบเอาง่าย ๆ ละครับ แต่ไม่ใช่เงินอย่างเดียวที่จะไปเติมโครงการนี้ให้สำเร็จ หัวรถจักรนี่ผีสิงแล้วนะครับ มันน่ากลัว มากครับ มันเก่าแก่ แล้วดูสิครับ ดูสภาพภายในของผู้ที่จะดำเนินการโครงการนี้ เก้าอี้ยังไม้ อยู่เลยครับ ดูภายในรถไฟสิครับ ยังไม่จบนะ เดี๋ยวผมจะให้ดูอีก ผมจะให้ดูว่าผลประกอบการ ของรถไฟเป็นอย่างไร ท่านประธานดูนี่หน่อยเถอะครับ สถานการณ์ดำเนินงานขั้นวิกฤติ แล้วครับ ไม่ใช่ผมพูดเองนะครับ สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินเขาบอก เขาบอกว่า วิเคราะห์ผลการดำเนินการของรถไฟประเทศไทยนี่ สถานการณ์ดำเนินการขั้นวิกฤติครับ เหตุที่วิกฤติก็เพราะตรงที่ปี ๒๕๕๓ ขาดทุนไปแล้ว ๕๗,๐๐๐ ล้านบาท ปี ๒๕๕๔ ขาดทุนอีก ๑,๑๐๐ ล้านบาท รวมเป็น ๖๘,๐๐๐ ล้านบาท ปี ๒๕๕๕ ขาดทุนอีก ๑๔,๐๐๐ ล้านบาท รวมเป็น ๘๒,๐๐๐ ล้านบาท ปีนี้ปี ๒๕๕๖ คาดว่าจะขาดทุนอีก ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท รวมเบ็ดเสร็จโหลงโจ้ง รวมหมด ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท นี่ยังไม่ได้ขยับเลยนะครับ ไปขาดทุนสะสม ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เอา ๒.๒ ล้านล้านบาทไปลบเหลือ ๒.๑ ล้านบาท หรือ ๕ เปอร์เซ็นต์โดนไปแล้วครับ ยังไม่ทันทำอะไรเลยครับ ไปลบขาดทุนสะสมของรถไฟ เสีย ๕ เปอร์เซ็นต์แล้ว ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาทแล้วครับ การดำเนินการของรถไฟ ดูต่ออีก เอาน่า ไหน ๆ ก็อยากจะให้กู้ อยากจะให้ไปขยายโครงข่ายเครือข่ายประเทศไทย อยากจะ ขยายการท่องเที่ยว อยากจะให้เหมือนกับประเทศมาเลเซีย ออกมานี่มีรถไฟสวยอย่างนี้ ไม่เอาหรือ เอา ผมเอาครับ ผมอยากได้ ประชาชนคนไทยอยากได้ อยากจะไปกินหมี่ผัดโคราช อยากจะไปเหนือไปกินข้าวซอย อยากจะไปกินหมูยอที่จังหวัดอุดรธานี จังหวัดหนองคาย แต่เสียดายไม่ได้ไปกินหมูย่างที่จังหวัดตรัง ท่านประธานทราบไหมครับ ประธานดูผลงาน ของรถไฟถัดไป ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ที่รัฐบาลในอดีตจ่าย ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ไปลงทุน ในโครงการแอร์พอร์ต ลิงค์ เปิดให้เห็นจะ ๆ ตอนนี้แอร์พอร์ต ลิงค์ กำไรขาดทุนอย่างไร เพราะเราเลียนแบบเมืองนอกเขา เราเลียนแอร์พอร์ต เอ็กซ์เพรส (Airport Express) ของฮ่องกง สร้างมาแล้ว ๒๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท งบประมาณ ๒๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ดูสิครับขาดทุน ทุกปี ข้างหน้านี่โล่งเลยครับ แท็กซี่ไม่มีจอด วิสัยทัศน์แบบนี้นะครับ ดูต่อไปครับ ดูที่ลอบบี้ (Lobby) ไม่มีคน ดูสิครับร้านค้าก็ไม่มี คนเดินก็ไม่มี นี่ถ่ายมาหยก ๆ ๓ วันที่แล้วนี่เอง ท่านประธานครับ ขนลุกไปหมดเลยครับท่านประธาน ท่านประธานต้องดูนะครับ ท่านประธาน ต้องช่วยนะครับ ๒๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ผมคำนวณเบ็ดเสร็จ เสร็จสรรพ ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท คืนทุน ๑,๐๐๐ ปีครับ คืนทุน ๑,๐๐๐ ปี เฮ้ย ๒.๒ ล้านล้านบาท คืนทุน ๑๐๐,๐๐๐ ปี ไดโนเสาร์กลับชาติมาเกิดแล้วครับ ประธานครับ ผมไม่ได้พูดเล่นนะครับ ผมเป็นนักธุรกิจ ผมกู้เงินมานี่ผมเห็นด้วย จะกู้เงินมาขยายจะไปขัดได้อย่างไร แต่กู้เงินมาแล้วเขาต้องดูผลงานครับ เขาดูหลักทรัพย์ หลักค้ำประกัน มีที่ดินไหม เอ้าโอเค ประชาชนคนไทย ๗๐ ล้านคน ไปเซ็นค้ำประกันไว้ อีก ๕๐ ปีจ่ายหมด เอ้าหยวน ๆ เสร็จไปดูแล้วไม่มีคนครับ นี่คือผลงานของเขา ผมต้องตกใจละครับถ้าผมเป็นแบงก์ผมจะให้กู้เงิน ๒.๒ ล้านล้านบาท เฮ้ยเพิ่งคิดออกนะ ทำสะพานนี่ นี่สะพานลอยท่านประธาน คิดดูสิครับ เพิ่งคิดออกว่า ๕ ปีจะทำสะพานลอย เชื่อมกับเอ็มอาร์ที (MRT) เพิ่งคิดออกนะนี่ ทีนี้ผมจะทำอย่างไรครับ ถ้าผมเป็นแบงก์ ผมกลุ้มใจเลยครับ ธนาคารที่ไหนจะให้บริษัทที่ขาดทุน บริษัทที่เจ๊งมากู้เงินครับ เพราะฝีมือ มีหรือเปล่า ผมเชื่อคุณชัชชาติ คุณชัชชาติแกเป็นอาจารย์วิศวะจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ไม่เชื่อแกได้อย่างไร ผมเชื่อคุณกิตติรัตน์ ผมรู้จักคุณกิตติรัตน์ แต่ ๒ ท่านนี้จะมาแก้ไข ปัญหาระบบทั้งระบบด้วยเงิน ๒.๒ ล้านล้านบาท เฉพาะที่ขาดทุนของรถไฟอย่างเดียว ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาทแล้วนะครับ ถึงปีนี้ ๕ เปอร์เซ็นต์หายไปแล้วนะครับ แล้วผลงานประจักษ์ชัดอีกอย่างหนึ่งคือแอร์พอร์ต ลิงค์ แอร์พอร์ต ลิงค์ขาดทุนตลอด ใครจะบอกว่ากำไรอย่างไรล่ะครับ มันเถียงกันไม่ได้ครับ มันไม่มีคนใช้ แถม ๑๑ โมงถึงบ่ายสองโมง ลดเหลือ ๒๐ บาทก็ยังไม่มีคนนั่งอีก มันไม่มีคนนั่งจริง ๆ ท่านประธานครับ ผมพูดในหลักการ ของนักธุรกิจที่รัฐบาลจะไปลงทุน มีคนบอกว่าชูวิทย์การลงทุนผลตอบแทนอาจจะไม่ใช่ตัวเงิน อาจจะเป็นความพึงพอใจ แล้วรับได้ไหมล่ะครับขาดทุน ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านรัฐมนตรี ที่นั่งช่วยแก้ไขปัญหาของรถไฟก่อนดีไหมครับ ที่ขาดทุน ๘๐,๐๐๐ ล้านบาท ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ถึงปี ๒๕๕๖ จะแก้ไขปัญหาอย่างไร แล้วยังจะไปให้รถไฟดำเนินการอีก ผมขนลุกจริง ๆ ท่านประธาน ผมไม่อยากจะบอกหรอกครับว่างานนี้จะไปขัดแย้งกับท่าน ผมรู้เดี๋ยวสิ้นวันนี้ มันก็ได้แล้ว ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท รัฐบาลพรรคเพื่อไทยบอกว่าจะเป็นรัฐบาล ๔ สมัย ๑๖ ปี เอาอย่างนี้ไหมครับ ไม่ต้องเถียงกันครับ เพราะรัฐบาลไหนผมก็เห็นว่ามีการกู้เงิน ครั้งที่แล้ว ก็มีการกู้อะไรไทยแข็ง ๆ ก็กู้เงินมา แล้วท่านประธานทราบไหมครับ โรงพัก ๓๙๖ แห่ง ไปอีลุ่ยฉุยแฉกสร้างได้แค่เสา สร้างได้แค่ตอม่อ แล้วเที่ยวนี้กู้เงินไปจะสร้างได้แต่หมอนรถไฟ หรือเปล่า เหลือแต่หมอนรถไฟ ผมอุตส่าห์เอาค้อนไปทุบโชว์ที่หน้าสภา เที่ยวนี้ผมไม่ต้อง ไปทุบรางรถไฟอีกหรือเปล่า หรือมีแต่รางมารถไฟไม่มา ไปจอดค้างอยู่ที่ท่าเรืออีก ปัญหาต่าง ๆ เหล่านี้ผมในฐานะที่เคยเป็นนักธุรกิจการกู้เงินเพื่อขยายการลงทุน เพื่อขยายเครือข่าย พื้นฐานอย่างที่ท่านชัชชาติผมเห็นด้วย แต่การที่ให้ดำเนินการแยกไปเลยนะครับ แยกไป ตั้งกระทรวงใหม่เลย แยกไปตั้งหน่วยงานใหม่เลยครับ ขืนให้การรถไฟแห่งประเทศไทยทำ ผมว่าเจ๊งมากขึ้น เพราะว่าผลงานมันพิสูจน์แล้วที่ผมถ่ายมามีทั้งผลงาน นี่ครับท่านประธาน ความเสื่อมโทรมโดยรอบของโครงการแอร์พอร์ต ลิงค์ มูลค่า ๒๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทรกร้างว่างเปล่า ไม่มีคน การบริหาร การจัดการ วิสัยทัศน์ ก็ได้แค่ร้านส้มตำ ไก่ย่าง ดูสิครับไม่มีคนอีกครับ แม้กระทั่งห้องน้ำยังร้างเลยครับ ระบบเช็คอิน โหลด (Load) กระเป๋า ท่านประธานดูสิครับ ไม่มีคนครับ ไปประเทศฮ่องกงโหลดกระเป๋าเขามีสายการบินครบ นี่เหลือแต่สายการบินไทย เร็ว ๆ นี้ก็จะหนีอีกแล้วครับ ยังไม่พอแท็กซี่ก็ไม่มีด้วยครับ คือฝรั่งออกมาจากแอร์พอร์ต ลิงค์ ที่เมืองนอกเขาเจอศูนย์การค้าของเมืองไทยเขาไม่รู้เจออะไร เดินตากแดดร้อนไม่เจออะไรเลยครับ แท็กซี่ก็ขึ้นไม่ได้ ผมเรียนให้ทราบว่าเราแก้ไขปัญหาที่เป็นผลงานเรายังไม่ได้เลยครับ เราเสียเงินไป ๒๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท อีก ๑,๐๐๐ ปีถึงจะคืน ท่านประธานครับ ผมพูดไปท่านประธาน อาจจะบอกว่าชูวิทย์เหลืออีก ๒ นาทีกว่า ๆ ผมมีข้อแนะนำครับท่านประธาน เชื่อไหมครับ ชูวิทย์มีข้อแนะนำครับ ท่านประธานว่า ๒.๒ ล้านล้านบาทเอาไป ๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ได้ไหมเดี๋ยวชูวิทย์อนุมัติให้เลย เอาไป ๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาทก็พอ เพราะอะไรครับ เพราะเอาไป ๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาทแล้วดูผลงานกันก่อน จะเอาไปง่าย ๆ ๒.๒ ล้านล้านบาท โดยที่ผลงานยังไม่มีแล้วเที่ยวพูดอยู่คนสองคนแล้วผลงานก็เป็นที่ประจักษ์แล้วว่าขาดทุน ทั้งรถไฟทั้งแอร์พอร์ต ลิงค์ แล้วว่าจะอยู่ ๔ สมัย ๑๖ ปีก็เอาไป ๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาท สมัยละ ๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ๔ สมัย ๑๖ ปีก็เอาไป ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท พอดี ๑๖ ปี สุดท้ายก็เอาไปอีก ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เอาไว้ตรวจงาน ท่านประธานครับ ผมไม่พูดเล่น สมัยหน้าถ้าพรรคประชาธิปัตย์เป็น แล้วพรรคประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาลเขาไปตรวจงาน เดี๋ยวมาทะเลาะกันอีกเรื่องรวมสัญญากับแยกสัญญา เหมือนโรงพัก การตรวจสอบผลงาน เป็นเรื่องสำคัญ ท่านประธาน สามารถที่จะแบ่งไปได้ไม่จำเป็นต้องตกลงไปทีเดียว ๒.๒ ล้านบาท เอาไป ๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาทก่อนเอาไปดูผลงาน ดูสิทำดี ไม่ดี เสร็จแล้วเอาอีก ๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาท มาเปรียบเทียบผลงานกัน แล้วเกิดรัฐบาลสมัยหน้าถ้าไม่ใช่พรรคเพื่อไทยละเป็นพรรคประชาธิปัตย์ เดี๋ยวคุณธาริตก็มาอีก ท่านประธานครับ เราหาทางออกให้ประเทศ เราไม่ไว้ใจผู้ที่ดำเนินการ ถึงแม้นรัฐบาลไทยจะบอกว่าจะมีการจัดการจะมีการขยาย แต่ปัญหาของผู้ดำเนินการผลงาน เห็นเป็นที่ประจักษ์แล้วว่าขาดทุนโดยต่อเนื่อง มีสถานการณ์เข้าขั้นวิกฤติ แล้วเรายังไปยื่น โครงการให้ทำอีก โครงการที่ทำอยู่ ๒๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทก็ไม่ประสบความสำเร็จ เรายื่นให้ ไปทำอีก ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แล้วเรามั่นใจได้อย่างไรครับว่าโครงการนี้จะประสบความสำเร็จ ท่านประธานดูคลิปผม ดูป้ายแล้วผมขอยืนยันว่า ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทมากเกินไป ผมไม่สามารถที่จะให้ได้แต่ถ้าน้อยกว่านี้สัก ๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาทผมจะอนุมัติให้ ก็ขอให้ นำเรียนไปพิจารณาด้วยความเคารพครับ ขอบคุณครับ
ท่านวิฑูรย์ นามบุตร
(จ่าสิบตำรวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
ท่านประสิทธิ์ มีอะไรครับ
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม จ่าสิบตำรวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุรินทร์ พรรคเพื่อไทย ผมต้องขอใช้สิทธิพาดพิงตามข้อบังคับ ข้อ ๖๓ วรรคสอง ของผู้อภิปราย ที่อภิปรายจบไปเมื่อสักครู่โดยใช้คำพูดว่า จ่าประสิทธิ์ไม่ต้องประท้วงให้เสียเวลา เพราะผม ประท้วงทุกครั้งผมประท้วงตามข้อบังคับ ประท้วงกับสมาชิกที่นำความเท็จและกล่าวให้ร้าย คนอื่นมาในสภานี้ ผมประท้วงตามข้อบังคับและหน้าที่ครับ
เชิญท่านวิฑูรย์ นามบุตร ๑๕ นาทีนะครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม วิฑูรย์ นามบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ร่างพระราชบัญญัติ เงินกู้ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ผมขอทักท้วงติติงและขณะเดียวกันก็จะเสนอแนะแนวทาง ในการแก้ไข ผมไม่ลงรายละเอียดซ้ำมากไปใครจะบอกว่าพรรคเพื่อไทยตอนหาเสียงล้างหนี้ พอมาเป็นรัฐบาลสร้างหนี้ ๒๗ นายกรัฐมนตรีที่ผ่านมามีการกู้เงิน ๕,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ประเทศเป็นหนี้ ๑. นายกรัฐมนตรีนารีเป็นหนี้เพิ่ม ๕,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท รวมเป็น ๑๐,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านครับ ผมอภิปรายแค่นี้ในเรื่องนี้เพียงแต่ต้องการสื่อถามไปยัง รัฐบาลพรรคเพื่อไทยครับ ท่านรู้สึกอย่างไร อายไหม ตอนหาเสียงบอกล้าง ตอนเป็นรัฐบาลสร้าง ช่วยตอบด้วยความรู้สึกของท่านคิดอย่างไร สิ่งที่อยากจะเรียนก็คือผมแคร์ (Care) ความรู้สึก ของประชาชนในนโยบายในกรอบที่สภาตกลงไปมีรถไปความเร็วสูงกรุงเทพฯ-อุบลราชธานี แต่วันนี้หายไปไหนครับ รถไฟความเร็วสูง กรุงเทพฯ-อุบลราชธานี หายไปไหนครับ ช่วยตอบ ประชาชนคนบุรีรัมย์สิครับ พี่น้องจังหวัดสุรินทร์ พี่น้องจังหวัดศรีสะเกษ จังหวัดอุบลราชธานี จังหวัดยโสธร จังหวัดอำนาจเจริญ เขาจะมีความรู้สึกอย่างไร ผมไม่อยากจะใช้คำว่า โกหก แต่พูดแล้วไม่ทำคนอีสานเอิ้นว่า ขี้ตั๋ว เขาเลือกเลือกแล้วก็ลืม ท่านประธานครับ สรุปแล้วที่เพื่อนถาม กรุงเทพฯ-โคราช กรุงเทพฯ-หนองคาย ของจริงคืออะไร ดูในรายงานคณะกรรมาธิการการคมนาคมครับ กระทรวงคมนาคมเขามาชี้แจงสรุปแล้ว ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทไม่ต้องพูดต่อละครับแค่โคราช ดังนั้นช่วยอธิบายชี้แจงพี่น้องจังหวัดขอนแก่น จังหวัดอุดรธานี จังหวัดหนองคาย จังหวัดหนองบัวลำภู จังหวัดกาฬสินธุ์ จังหวัดมหาสารคาม จังหวัดนครพนม โซนนั้นถามความรู้สึกของพี่น้อง ภาคอีสานตอนบนว่าเขารู้สึกอย่างไร ฝันสลายไหม สิ่งที่เกิดขึ้นในขณะนี้จากข้อเท็จจริง และผลการที่จะปฏิบัติต่อไปการทำอย่างนี้เป็นการล่อ เหลี่ยม และหลอก ล่อเลยครับ ประกาศเลยว่าการลงทุนครั้งนี้ เป็นการลงทุนสร้างประเทศ พัฒนาประเทศครั้งยิ่งใหญ่ ถ้าไม่กู้ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ครั้งนี้ล้าหลังประเทศไทย ตามเพื่อนบ้านไม่ทัน ท่านประธานครับ โจทย์ถูกแต่ตอบโจทย์ผิดครับ ท่านในเล่ห์เหลี่ยมนี่ครับ ที่จริงไม่ต้องกู้ครับ ผมเป็น ส.ส. เป็นกรรมาธิการงบประมาณมา ๒๐ ปี ไม่ต้องใช้วิธีกู้เป็น พ.ร.บ. ปกติ เรามามองดูย้อนหลังเอกสารขาวคาดแดงอะไรต่าง ๆ ทั้งหลายผมศึกษา และขณะเดียวกันเป็นข้อมูลของกระทรวงเขานำมาเสนอคณะกรรมาธิการ ถามเลยครับว่า ๒๐ ปีย้อนหลังการลงทุนประเทศไทยเป็นอย่างไร รู้มาทุก พ.ศ. เลยครับ ทุกรัฐบาลเลยครับ ท่านครับ ตั้งแต่ปี ๒๕๓๕-๒๕๕๕ รัฐบาลที่มีงบลงทุนโครงสร้างพื้นฐานมากที่สุด รัฐบาลชวน หลีกภัย รัฐบาลที่ลงทุนโครงสร้างพื้นฐานน้อยที่สุดคือช่วงปี ๒๕๔๔-๒๕๔๙ ช่วงพรรคไทยรักไทย อันนี้ไม่ใช่รายงานของผมเป็นรายงานของกระทรวงคมนาคม ท่านประธานครับ รัฐบาลชวนทำอะไรครับ ๔ เลนระยะที่หนึ่งรัฐบาลนายชวนเริ่มทำทางหลวง หมายเลข ๑ ไม่เลือกปฏิบัติด้วยครับ ทางหลวงหมายเลข ๑ จากไหนครับ ถนนพหลโยธิน ไปภาคเหนือถึงแม่สาย ทางหลวงหมายเลข ๒ เรียกว่าถนนมิตรภาพ จากไหนครับ จากจังหวัดสระบุรี จังหวัดนครราชสีมา จังหวัดขอนแก่น จังหวัดอุดรธานี จังหวัดหนองคาย นายชวนไม่เคยเลือกครับ ส.ส. โซนนั้นไม่มีพรรคประชาธิปัตย์สักคนครับแต่ก็จัดงบประมาณให้ ทางหลวงหมายเลข ๓ เรียกว่าถนนสุขุมวิท จากกรุงเทพมหานคร จังหวัดชลบุรี จังหวัดระยอง จังหวัดตราด เสร็จแล้วครับ ผ่านจังหวัดจันทบุรีด้วย ชวน ๒ ทำอะไรต่อครับ ๔ เลนระยะที่สอง จบหรือยังครับ ยังไม่จบเหลืออีกประมาณ ๑,๐๐๐ กว่ากิโลเมตร แต่ก็มีทำต่อเนื่อง ๆ กันมา ถามว่ารถไฟทางคู่ที่กำลังพูดอยู่ขณะนี้ย้ำอีกครั้งก็ได้ครับ เริ่มสมัยชวน หลีกภัย รถไฟรางคู่ ถนน ๔ เลน เราจะทำทีละ ๑๐๐-๒๐๐ กิโลเมตร ทำเถอะและขยายต่อไปเรื่อย ๆ รัฐบาล ท่านชวนเริ่มจากไหนครับไปภาคตะวันออกไปจังหวัดฉะเชิงเทรา ไปทางใต้ตลิ่งชันออกไป ทางจังหวัดนครปฐมแล้วครับ ทางอีสานล่ะครับ ออกไปทางมาบกะเบา จังหวัดสระบุรี จังหวัดนครราชสีมา ทางเหนือล่ะครับ ออกไปทางจังหวัดลพบุรี จังหวัดนครสวรรค์ ช่วงนั้น ใช้งบประมาณปกติครับ ทำ ๔ เลน ทำรถไฟทางคู่รัฐบาลนายชวนไม่ต้องกู้ ท่านประธาน ที่เคารพครับ หลอกอย่างไรทีนี้ เอกสาร ๒๐๐ กว่าแผ่นที่เสนอต่อพวกเราขณะนี้ ท่านครับ มาชี้แจงในคณะกรรมาธิการไม่น้อยกว่า ๔-๕ ครั้งแล้วครับ ถ้าจะทำตามรายละเอียดทั้งหมด ทางคู่ ๑๑ สาย ความเร็วสูง ๔ สาย ทางน้ำชายฝั่ง รถไฟฟ้าชานเมือง ๑๓ สาย ถนนเชื่อมโยง พื้นที่เศรษฐกิจจะต้องใช้งบ ๔.๒ ล้านล้านบาท ถามว่าทำไมรัฐบาลไม่กู้ทีเดียว ๔,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทเลยล่ะครับ กู้ไม่ได้เพราะเต็มเพดานเงินกู้ก็เลยต้องมากู้รอบนี้ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เพราะฉะนั้นในรายงานคณะกรรมาธิการยืนยันครับว่าที่ประกาศไว้ ทั้งหมดแต่ละสาย ๆ ทำไม่หมด ทำไม่ครบ ท่านประธานที่เคารพครับ สายต่าง ๆ ก็จะเริ่มไม่จบ ผมเสนอแนะอย่างไรครับ ผมอยากเรียนกับท่านประธานผ่านไปยังผู้ปฏิบัติครับ งานนี้หลัก ๆ ก็คือกระทรวงคมนาคม ถ้าบอกว่าเชื่อฟังประชาชน รับฟังความเห็นของทุกฝ่ายเชื่อผู้แทน บ้างไหมครับ ตัวแทนประชาชน เชื่อทีดีอาร์ไอ (TDRI) บ้างได้ไหมครับ ทีดีอาร์ไอเขาวิจัยสรุปออกมาเยอะแยะครับ ถ้าไม่เชื่อ ทีดีอาร์ไอ เชื่อหน่วยงานของตัวเองได้ไหมครับ สนข. นะครับ สนข. สังกัดกระทรวงคมนาคม สนข. ศึกษาสำรวจออกแบบเรื่องรถไฟความเร็วสูงมาตั้งแต่ปี ๒๕๕๔ ปี ๒๕๕๕ ปี ๒๕๕๖ งบประมาณที่ตั้งดำเนินการ ๘๔๐ กว่าล้านบาท ทำที่ไหนบ้างครับ ไปสำรวจ ไปศึกษา กรุงเทพฯ-เชียงใหม่ ๕๐๐ กว่าล้านบาท ไปศึกษากรุงเทพฯ-หนองคาย ๑๔๗ ล้านบาท ไปศึกษากรุงเทพฯ-ปาดังเบซาร์ ๑๕๔ ล้านบาท เขาศึกษาทุกสายเรียบร้อย เขาลำดับ ความสำคัญให้เรียบร้อยเช่นกันว่าผลกระทบผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจ ไม่ว่าอีไออาร์อาร์ หรือไออาร์อาร์มีออกมาหมดครับว่าสายไหน ๆ ผลลงทุนคุ้มค่าหรือไม่คุ้มค่า เรียงลำดับ ไว้เลยครับ คุ้มค่าอันดับ ๑ หนองคาย-กรุงเทพฯ เขาไม่ได้บอกว่ากรุงเทพฯ-หนองคาย หนองคาย-กรุงเทพฯ อันดับ ๒ กรุงเทพฯ-ปาดังเบซาร์ เพราะต่อเนื่องกัน อันดับ ๓ ระยอง อันดับ ๔ สุดท้ายครับ เชียงใหม่ แต่พอเข้ามาสภาวันนี้ครับ ท่านเล่นกลับหัวกลับหาง เลยครับ เอาลำดับบ๊วยมาอยู่อันดับ ๑ ผมเชื่อมั่นว่าพี่น้องเชียงใหม่เข้าใจนะครับ ท่านครับ ผมเรียนแล้วครับว่า ๔ เลน รถไฟทางคู่ทำทีละ ๑๐๐-๒๐๐ กิโลเมตรไม่เป็นไร ค่อยขยายต่อ ถ้าเครื่องบินและรถไฟความเร็วสูงท่านจะไปทำทีละ ๑๐๐-๒๐๐ กิโลเมตร เจ๊ง ไม่มีผู้โดยสาร ท่านรัฐมนตรีประเสริฐครับ เราอยู่อีสานด้วยกัน สนามบินกรุงเทพฯ-โคราชเป็นอย่างไรครับ ผู้โดยสารมีไหมครับ เปิดต่อได้ไหมครับ เพราะประชาชนมองแล้วครับว่าเดินทางจาก กรุงเทพฯ ไปโคราชถ้าไปทางเครื่องบินกับรถยนต์เวลาต่างกันไม่มาก คงไม่ต่างกันหรอกครับ รถไฟความเร็วสูงถ้าจะจากกรุงเทพฯ ไปโคราช ท่านครับ ปรับวิธีคิดชีวิตคนไทยเปลี่ยนแน่ ถ้าท่านยังยืนยันจะทำเรื่องนี้ต่อแล้วทำแบบที่เสนอมา ณ วันนี้ผมเชื่อว่าคนไทยเจ๊ง ประเทศเจ๊า ในที่สุดก็จะไม่ได้ประโยชน์อะไรเลยครับ ได้ประโยชน์ก็ไม่คุ้มค่า ท่านครับ ทำเป็นสาย ๆ ได้ไหมครับ ทำทีละเส้นได้ไหมครับ จัดลำดับความสำคัญกันให้ดีครับ เดี๋ยวเราไปว่ากัน ในคณะกรรมาธิการ ถ้าเหตุผลใครดีกว่าท่านยอมรับไหม เอารายละเอียด เอาฟิซิบิลิตี เอาอีไออาร์อาร์ เอาไออาร์อาร์ เอามาใส่กันทั้งหมดเลย แล้วในคณะกรรมาธิการท่านให้ถ่ายทอดสด ได้ไหม ให้ประชาชนได้รับได้รู้ด้วยครับว่าพวกเราไปพิจารณาในคณะกรรมาธิการรัฐบาล เปิดใจกว้าง ท่านครับ อย่าจับปลาสองมือเลยครับ อย่ารักพี่เสียดายน้องเลยครับ มันเปรียบเหมือน การจะทำอาคารพาณิชย์ เหมือนจะทำห้องแถวสัก ๔ ห้อง ก็เงินเรามีอยู่แค่นี้ครับ ทำห้องหนึ่ง ให้เสร็จได้ไหมครับ ให้สมบูรณ์แบบเพื่อจะทำมาค้าขาย ทำธุรกิจได้ แต่ที่รัฐบาลเสนอเข้าสภาตอนนี้ ท่านเสียดายครับ ถ้าไม่ไปอีสานบ้างก็บอกว่ากลัวพี่น้องอีสานเลือกเยอะ ถ้าไม่มีชื่อปรากฏ ไปทางใต้บ้าง พี่น้องทางใต้ไม่เคยเลือกเดี๋ยวก็จะลืมต่อ เอาไปเอามาเลยมีทุกที่แต่แต่ละที่ ไม่เสร็จสักที่ครับ มันเหมือนทำตึก ๔ ห้องครับ ห้องนี้ทำพื้น อีกห้องหนึ่งทำห้องน้ำ อีกห้องหนึ่งตอกเสาเข็ม อีกห้องหนึ่งทำครัว เอาไปเอามา ๗ ปีของท่านไม่ได้อะไรครับ ไม่คุ้ม กับการลงทุน ท่านครับ เลือกเอาเถอะครับเอาสายใดสายหนึ่ง ผมเรียนไปยังท่านรัฐมนตรี ชัชชาติครับ มีโอกาสได้พูดคุยกันหลายรอบหลายครั้ง เชื่อเถอะครับ ท่านดำเนินการและเชื่อ ตามแนวทางที่หลาย ๆ คนเสนอแนะแล้วก็แนะนำ ท่านรัฐมนตรีพฤณท์ครับ ท่านรัฐมนตรี ประเสริฐครับ กรมทางหลวง กรมทางหลวงชนบท ยังมีความสำคัญที่จะก่อสร้างทำเรื่องถนน ความผูกพัน ความคุ้นเคยของประชาชนคนไทยยังมีความจำเป็นและต้องการ ท่านครับ ที่ท่านประเสริฐชี้แจงในสภาถึงเวลานี้ผมยังไม่เชื่อท่านครับ ที่ท่านบอกว่าถนนไร้ฝุ่นยกระดับ มาตรฐานทาง ๕,๐๐๐ กิโลเมตร ท่านจะทำให้เสร็จภายใน ๒ ปีไม่มีทาง ถ้าใช้ระบบ พ.ร.บ. งบประมาณ ท่านดูย้อนหลังสิครับเราอยู่ดูด้วยกันไม่ใช่หรือครับ ปี ๒๕๕๖ ๕๐๐ กิโลเมตร ปี ๒๕๕๕ ก็ ๖๐๐ กิโลเมตร เฉลี่ยที่ผ่านมาประมาณปีละ ๕๐๐-๖๐๐ กิโลเมตร ถ้าเฉลี่ย เดินหน้าไปอย่างนี้ครับ ๑๐ ปี ๕,๐๐๐ กิโลเมตร และผมก็ไม่เชื่อด้วยว่าปี ๒๕๕๗ ท่านจะ ทำได้ถึง ๒,๕๐๐ กิโลเมตร ๒ ปี ๕,๐๐๐ กิโลเมตร มันไม่เกิดหรอกครับ ท่านรัฐมนตรีพฤณท์ครับ โครงการรายละเอียดถนนเป็นหลาย ๆ ร้อยสายของกระทรวงคมนาคม ของกรมทางหลวง ปรับเถอะครับ เพราะเอกสารแนบท้ายมันยังไม่ใช่กฎหมาย ท่านฟังพวกเราท่านไปแก้ ท่านไปปรับ ท่านครับ และผมมั่นใจว่าถนนทุกสายของกรมทางหลวงและกรมทางหลวง ชนบท ถึงวันนี้ที่เสนอเข้าสู่สภายังไม่มีการสำรวจ ยังไม่มีการออกแบบ จับแต่ชื่อใส่ จับใส่ ๆ ท่านครับ ถ้าท่านทำอย่างนี้ผมจะสนับสนุน แต่ท่านไม่ปรับ ไม่เปลี่ยน ท่านยังยืนหยัด ยืนยันว่าสิ่งที่ท่านทำขณะนี้ถูกต้อง เปลี่ยนไม่ได้ ปรับไม่ได้ ผมไม่สามารถรับร่างพระราชบัญญัตินี้ได้ และจะเดินหน้าคัดค้านเพื่อประโยชน์ของบ้านเมืองให้ถึงที่สุด ขอบคุณครับท่านประธาน
เชิญท่านครูมานิตย์ สังข์พุ่ม ๗ นาทีนะครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม ครูมานิตย์ สังข์พุ่ม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุรินทร์ พรรคเพื่อไทย ท่านประธาน ที่เคารพครับ ๑ วันกว่า ๆ ที่พวกเราได้นั่งพิจารณาฟังคนอภิปรายแล้วก็ฟังรัฐมนตรีชี้แจง เรื่องของร่าง พ.ร.บ. ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ด้านคมนาคมขนส่งของประเทศ พ.ศ. .... หรือผมเรียกสั้น ๆ ว่า ไทยแลนด์ ๒๐๒๐ วันนี้ ความคิดหลากหลายสื่อข้างนอกตีข่าวเป็นเรื่องใหญ่ แต่ที่เรื่องใหญ่นี่มันเป็นเรื่องของตัวเลข ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แต่ท่านรัฐมนตรีที่เคารพครับ ผมเชื่อแน่ว่าคนที่ขึ้นมาเป็นนายกรัฐมนตรี อย่าว่าแต่นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ในวันนี้เลยครับ หรือคนที่มาเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ของพวกเราทั้ง ๕ คน ทั้งซีกฝ่ายค้านแล้วก็ซีกฝ่ายรัฐบาลทุกคนมุ่งมั่นที่จะแก้ปัญหาให้กับประเทศ ตั้งแต่ผมจำความได้ยุคนายชวน หลีกภัย ก็มีความมุ่งมั่นสูง ยุค พลเอก ชวลิต ยงใจยุทธ ยุค พลเอก ชาติชาย ชุณหะวัณ ก็สร้างถนน ๔ เลน ๔ ช่องทางจราจรไปถึงภาคอีสาน เลยไปถึงจังหวัดหนองคาย อาจารย์วันมูหะมัดนอร์ มะทา ยุค พันตำรวจโท ทักษิณ ส่งไปถึงภาคใต้ แล้วโครงสร้างพื้นฐานครั้งแรกของประเทศไทยที่ผมเกิดทันคือสนามบินสุวรรณภูมิ วันนั้นวางแผนเรื่องสนามบินสุวรรณภูมิหรือสนามบินหนองงูเห่า ท่านประธานอายุมากกว่าผม วางศิลาฤกษ์เมื่อปี ๒๕๐๕ ผมเกิดปี ๒๕๐๔ มาเสร็จตอนปี ๒๕๔๘ ฉลองเปิดปี ๒๕๔๙ คนทำชื่อทักษิณ ชินวัตร แต่ไม่ได้อยู่ร่วมเพราะโดนปฏิวัติ เห็นไหมครับ แล้ววันนั้นบ่นกัน ประมาท พูดจาเห่ากันเหมือนสนามบินหนองงูเห่าครับ แต่ท้ายที่สุดวันนี้เป็นอย่างไรครับ เฟส ๑ ไม่พอ เฟส ๒ ไม่พอ เฟส ๓ โลว์ คอสท์ ต้องย้ายจากสนามบินสุวรรณภูมิ มาลงที่สนามบินดอนเมืองเพื่อต้องการแก้ปัญหา นายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ขออภัย ที่เอ่ยนามท่านก็ไม่ถือว่าเสียหาย วันท่านเป็นนายกรัฐมนตรีท่านก็มีความคิดริเริ่ม เรื่องโครงสร้างพื้นฐานในการที่จะทำท่านได้มีมติ ครม. ไว้หลายฉบับครับท่านประธาน แต่บังเอิญสภาต้องยุบก่อนก็ไม่ได้ทำ ผมก็เห็นใจท่านเพราะท่านขึ้นมาในช่วงของวิกฤติการเมือง หลายคนบ่นเรื่องไทยเข้มแข็ง ผมไม่เคยบ่นนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์เพราะด้วยองคาพยพ ในวันนั้น ด้วยหลาย ๆ เรื่องท่านก็ทำให้มันมีปัญหาเหมือนกับที่เป็นอยู่ทุกวันนี้ วันนี้ ต้องขอบคุณฟ้า ได้ลิขิตคนชื่อยิ่งลักษณ์ ชินวัตร มาเป็นนายกรัฐมนตรี ๔๙ วันก่อน มาเป็นนายกรัฐมนตรี โดนดูถูกดูแคลนจากหน่วยงานทุกส่วน ไม่ว่าสื่อ ไม่ว่านักการเมือง ซีกตรงกันข้าม แล้วมาถึงวันนี้ยังดูถูกดูแคลนอีก แต่ท่านประธานเห็นไหมครับ เป็นปีกว่า ผู้นำต่างประเทศเดินทางเข้ามาไม่มีว่างเว้น บารัค โอบามา ผู้นำโลกประชาธิปไตยที่ยิ่งใหญ่ ที่สุดในโลกนี้เดินทางมา ประเทศฝรั่งเศส ประเทศญี่ปุ่น จนวันนี้เมืองไทยไม่มีเวลารับแขกเมือง เพราะนางสาวยิ่งลักษณ์ต้องเดินทำงานเพื่อความก้าวหน้าของพี่น้องประชาชนคนไทย อีกมากมาย ไม่พอต่างประเทศก็ต้องเชิญไป เมื่อสักครู่ไปรับปริญญาดุษฎีบัณฑิต จากต่างประเทศเข้ามา เวลาไม่มีว่างเว้น หลับนอนแทบจะไม่มีเวลาผมเห็นใจมาก และที่ผม เห็นใจมากที่สุดคือสามีของนายกรัฐมนตรีครับ อดทนครับ วันนี้เหมือนกันกล้าหาญ รัฐมนตรีชัชชาตินักเรียนทุนมูลนิธิอานันทมหิดลไม่ได้ธรรมดา ประเสริฐ จันทรรวงทอง กว่าจะขึ้นมาเป็นรัฐมนตรีได้ อดทน ตกผลึก มีความมุ่งมั่น แล้ววันนี้มันยุคคนหนุ่มคนสาว วันนี้ประเทศไทยท่านประธานที่เคารพครับ โชคดี โชคดีครับ สภาแห่งนี้เข้มแข็ง เรามีฝ่ายค้าน ที่ตรวจสอบติเตียนได้อย่างดีเยี่ยม ผมว่าในโลกนี้ฝ่ายค้านที่เข้มแข็งที่สุดน่าจะเป็นเมืองไทยครับ ตรวจสอบ ติเตียน พูดครึ่งหนึ่ง พูดไม่หมด เดี๋ยวไม่หมดเรื่องอะไร ผมมีเวลาผมจะพูดให้ฟัง รัฐบาลก็เข้มแข็ง นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร ขึ้นมาก็ทำงาน บางคนก็โจมตี ทักษิณคิด พรรคเพื่อไทยทำมันจะเสียหายอะไรครับ อย่าว่าที่ทักษิณคิด อภิสิทธิ์คิด ยิ่งลักษณ์ทำ ก็ไม่เสียหายครับ ขอให้ประชาชนมันได้ บ้านเมืองมันคล่อง วันนี้ผมคิดว่ากลัวเรื่องอื่นมากว่า เรื่องนี้ เรื่องภาคอีสานไม่ถึงบ้านโน้นผมเห็นทีวีหลายช่องไปออกเพื่อสร้างกระแสให้มันขัดแย้งกัน คุณไม่ต้องเป็นห่วงหรอกครับ อ้ายแค่ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนี้ก็ยังลำบาก ผ่านวาระที่หนึ่ง ไปผ่านวุฒิสภาก็สาหัส วันนี้มีคนเตรียมยื่นศาลรัฐธรรมนูญอีกไม่รู้กี่คนครับท่านประธาน ได้รับฉันทานุมัติมาแล้วพรรคเพื่อไทย ๒๖๕ ล้านบาท แต่ทำอะไรบ้าง ที่ให้มันเป็นชิ้นเป็นอัน โดนขวาง โดนเตะตัดขาไปหมด จนผมนี่เดินกลับจังหวัดสุรินทร์แทบไม่ได้ บางคนเป็นห่วง ผมจังหวัดสุรินทร์ แล้ววันที่พวกคุณปิดถนนสาย ๒๔ ผม สาย ๒๒๖ ผมวันนี้ใครได้ทำไว้บ้าง คนอีสานมีเหตุผล มีเหตุผลครับ และผมไม่เห็นด้วยด้วย เวลาจำกัดจริง ๆ ท่านประธาน มาสร้างความแตกแยกกันเอาความจริงมาพูดกันให้หมดสิครับในสภาแห่งนี้ เพื่อบ้าน เพื่อเมือง รักบ้าน รักเมือง รักประเทศ เอามาพูดให้หมด เมื่อสักครู่มีน้องผมบอกคนใต้ ไม่ใส่แม้แต่คะแนนเดียว ผมว่าพรรคเพื่อไทยละสปอร์ต (Sport) กับคนใต้ มีไหมคนอีสาน ไปเป็นผู้แทนราษฎร ที่ใต้ที่พรรคประชาธิปัตย์ส่งมาเป็นผู้แทนราษฎรมีไหมครับ แต่พรรคเพื่อไทยมีครับ ชื่อครูมานิตย์จากจังหวัดสุรินทร์ เป็นตั้งแต่ปี ๒๕๔๔ เอาคนใต้ ลงพรรคประชาธิปัตย์ยังต้องดูนามสกุลอีกครับ เก่งการเมืองขนาดไหนถ้านามสกุลไม่ดัง ก็ไม่ได้อีก วันนี้ต้องพูดความจริงกัน งบประมาณนี่ ๑๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ท่าเรือน้ำลึก ๓-๔ ที่ ทางใต้ ๓ จังหวัดหมดไปกี่แสนล้านบาทแล้วครับ เพราะพยายามแก้ พยายามทำ ทำทุกวิถีทางวันนี้ท่านพยายามก็รู้ พอจะทำเรื่องนั้นคนนี้ไม่ไป พอลงไปไปแก้ปัญหา เจรจาอะไรไม่ถูกไม่ต้องหมดสักอย่างหนึ่ง อันนี้เหมือนกันไม่ต้องมายุผมหรอกครับ คนหนองคาย คนสุรินทร์ คนบุรีรัมย์ คนศรีสะเกษ คนอุบลราชธานี มีสติครับ ผมโชคร้าย ไม่เหมือนคนใต้ทั่ว ๆ ไป เพราะตอนท้องอยู่แม่ผมไม่ได้กินบำรุงพรรคประชาธิปัตย์ครับ นอกนั้นเกิดมารักแล้วครับ ยังไม่เห็นเลยว่าทำอะไร รักแล้วชอบแล้ว ด้วยเหตุด้วยผล มันไม่ใช่ แต่ผมก็ไม่เคยประณามว่าพรรคประชาธิปัตย์ไม่ดี เขาทำดีไว้เยอะแยะ แต่หลายเรื่อง เหมือนเรื่องนี้มันมีนัย ลองทำเสร็จขึ้นมาทำไมไม่ทำถึงปาดังเบซาร์ ทำไมไม่ถึงจังหวัดหนองคาย ขนาด ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทวันนี้ยังแค่นี้ ให้มาสัก ๔,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทสิครับ ถ้าประเสริฐไม่ทำผมจะโหวตเอาออก ถ้าพฤณท์ไม่ทำอยู่ไม่ได้ ท่านประธานที่เคารพครับ นี่คือสัจจะความจริงของบ้านเมืองไทยในขณะนี้ กล้าสิครับ เรื่องนี้มันทำเพื่ออนาคต อีก ๕๐ ปีถ้าเศรษฐกิจมันดีก่อนก็ใช้หนี้ก่อน ไอเอ็มเอฟทักษิณเคยทำใช้หนี้ก่อน รายได้ เข้ามาคุ้มค่าประหยัดพลังงาน ประหยัดหลายสิ่งประหยัดหลายอย่าง กับลงทุนเพื่ออนาคต ผมอาจจะไม่ได้อยู่ ประธานอาจจะไปก่อน แต่ลูกหลานเราไม่อายเขา ท่านประธาน เชื่อผมเถอะครับ ไอเอ็มเอฟกำลังมา วันนี้ประเทศมาเลเซียมีรถไฟความเร็วสูง อย่างน้อย ๆ ไปบ้านผม ๒ รางคู่ก่อน วันไหนเงินดี ฐานะเศรษฐกิจดี หรืออภิสิทธิ์ขึ้นมาเป็นนายกรัฐมนตรี ทำให้ทันที แต่วันนี้ท่านตรวจสอบไปก่อนอย่างน้อย ๒ เลือกตั้ง เพราะท่านเข้มแข็ง ผมดีใจครับ ผมดีใจจริง ๆ แล้วท่านรัฐมนตรีประเสริฐ ท่านรัฐมนตรีชัชชาติ แล้วนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ครับ ถ้าหากว่าท่านมีช่องว่างเชิญมาเป็นคณะกรรมการเลย ไม่ว่าประมูล ไม่ว่าจะทีโอที (TOT) ผมอยากเห็นเซย์ ซัมติง กู๊ด (Say something good) ในสภาแห่งนี้ครับ ต้องเอาความดี พูดกันดี ๆ เพื่อบ้าน เพื่อเมือง เพื่อการพัฒนา เพื่อการเดินหน้า ถามว่าได้ใครล่ะครับ ได้คนไทย นี่ละครับ แล้วยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ก็ไม่ใช่ดาวค้างฟ้าจะอยู่จน ๑๒ ปี หรืออยู่จน ๑๕ ปี วันหนึ่ง พรรคประชาธิปัตย์ก็นั่งข้างบน พรรคเพื่อไทยก็นั่งข้างล่าง ดีไม่ดีเขายุบอาจจะเปลี่ยนชื่อใหม่ ไปอีกก็ไม่แน่ อะไรก็เกิดขึ้นได้นี่ครับ ฉะนั้นผมบอกว่าหลักคิด วิธีคิด โอกาส และเวลา เราต้องยอมรับกันสิครับว่าวันนี้เป็นของเขา วันหลังเป็นของเรา ผมนี่ชื่นใจเที่ยวนี้ ท่านนายกรัฐมนตรีอภิปรายผมจดเลคเชอร์ (Lecture) ไว้หมดครับ ด้วยความเป็นผู้ใหญ่มาก วันนี้ผู้ใหญ่มาก ผมฟังท่านอภิสิทธิ์ตลอดเพราะว่าผมเป็นแฟนพันธุ์แท้ และผมเป็นลูกศิษย์ อาจารย์ไตรรงค์ สุวรรณคีรี แต่ไม่ได้เรียนในห้อง ผมลักจำเอาเวลาท่านบรรยายในห้องประชุม อย่างนี้ละครับ เรื่องเศรษฐศาสตร์ ท่านประธานครับ เขาประท้วงครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม นายณรงค์ ดูดิง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดยะลา พรรคประชาธิปัตย์ ผมด้วยความเคารพของ ท่านครูมานิตย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผู้ทรงเกียรตินะครับ วันนี้ท่านจะยออย่างไรในเรื่อง ของการออกร่างพระราชบัญญัติของอำนาจการกู้เงินไม่มีปัญหาหรอกครับ แต่ว่าปัญหาก็คือ การเสียดสี อยากจะให้ประธานวินิจฉัยด้วยครับ เสียดสีคำสองคำก็เรื่องของพรรคประชาธิปัตย์ อย่างนี้เป็นการเสียดสีชัดเจน ผิดตามข้อบังคับนะครับ ขอบคุณครับ ขอให้ท่านวินิจฉัยด้วยครับ
ขอประเด็นไหนครับ ที่เสียดสี
เป็นการกล่าวถึงพรรคประชาธิปัตย์ แล้วก็บอกว่า พรรคประชาธิปัตย์เป็นฝ่ายค้านถึง ๒ ครั้ง อีกทั้งท่านเกิดมาไม่ใช่ของพรรคประชาธิปัตย์ เป็นลักษณะการเสียดสี ถ้าท่านจะพูดในเรื่องของพรรคเพื่อไทยหรือว่ายอทีก็ว่ากันไป ไม่เป็นไรครับ แต่ว่าการเสียดสีอย่างนี้เป็นการผิดข้อบังคับนะครับท่าน
ผมวินิจฉัยนะครับ ก็คงไม่ถึงขั้นจะเสียดสี แล้วก็จะจบแล้วด้วย เวลาเลยมา ๒ นาทีกว่า เชิญครับ
กระผมไม่ใช่คนดื้อ ท่านประธานครับ ท่านประธานรู้จักผมมานานแล้ว เป็นผู้แทนราษฎรก็ปี ๒๕๔๔ ท่านประธาน
ต่อเลยครับ
นี่กำลังวกมากรุงเทพฯ กรุงเทพฯ เลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร แพ้ แต่ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร บอกว่าไร้รอยต่อ ไม่ใช่ไร้ร่องรอย ท่านประธานให้ ๑๐ สาย รถไม่ติด มหานครทั่วโลกเดี๋ยวเขาจะให้รางวัลกรุงเทพฯ รถไม่ติด ถามว่าใครได้หน้าล่ะครับ ก็คุณชายหมูครับ คุณชายสุขุมพันธุ์นี่ละครับ เพราะเมื่อสักครู่ เมืองน่าอยู่ เมืองสะอาด ก็เครดิตให้คุณชายหมูครับ อ้ายนี่เหมือนกันมันก็เป็นความร่วมมือ ถามว่าใครได้ คุณชายหมูไม่ได้ ยิ่งลักษณ์ไม่ได้ ท่านอภิสิทธิ์ไม่ได้ ครูมานิตย์ไม่ได้ แต่คนกรุงเทพฯ ได้ นี่คือประโยชน์ทั้งหมด ผมจึงอยากเห็นการจับมือร่วมมือกันทำ เที่ยวนี้ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ลองให้ทำไปก่อน แล้วไม่ใช่กู้ทีเดียวที่ไหน มันเปรียบเสมือนโอดี (OD) ท่านประธาน ผมไม่ใช่ นักเศรษฐศาสตร์ แต่ผมลูกศิษย์อาจารย์ไตรรงค์ สุวรรณคีรี เปิดโอดีโครงการพร้อมเข้าสู่ สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เข้าสู่สำนักงบประมาณ เข้าสู่ กระทรวงการคลัง เขาวินิจฉัยกันมาแล้วให้ทำก่อนสายหนึ่ง ไม่เข้าท่าหยุดเถอะครับ ทีอาร์ไอที (TRIT) เอาเหมือนกับที่พี่วิฑูรย์ผมว่านั่นละครับ นี่ก็รักกันชอบกัน มันมีกรอบของมันทั้งหมด แล้ววันนี้ไม่ใช่ตีเช็คเปล่า เอกสารประกอบ ๑ เล่มใหญ่ เอกสารแนบท้ายมีตั้งคณะกรรมาธิการ พิจารณาเลือกกรรมาธิการ มีเหตุผล แสดงเหตุแสดงผล วาระที่สองก็ได้มาเถียงกันอยู่ตรงนี้อีก วาระที่สามก็ได้มาเถียงกันตรงนี้อีก วันนี้วุฒิสภาบางคนยังไม่ได้ประชุมเลยเอาไปวิจารณ์ตามสื่อแล้ว มันไม่ยุติธรรม คุณเห็นแก่ คนในอนาคตของวันข้างหน้าเถอะครับ ผมเห็นแก่ลูกผม ผมอยู่ไม่ครบหรอกวันนี้ ๕๒ ปี ก็เริ่มมีเบาหวานแล้วครับ ผมอยู่ไม่ครบหรอกครับ แต่ว่าผมเห็นด้วยบ้านเมืองอื่นเขาไปไกลแล้วครับ วันนี้ประเทศญี่ปุ่น ประเทศเกาหลีใต้ หลังแพ้สงครามโลกครั้งที่ ๒ เขาไม่ได้เหนือกว่าใคร แต่วันนี้เป็นอย่างไรประเทศเกาหลีใต้กับประเทศญี่ปุ่น ประเทศมาเลเซียเอาอะไรมาสู้ ประเทศไทยล่ะครับ วันนี้ไม่ต้องถาม ประเทศเวียดนาม ครูบาอาจารย์ผมแถวจังหวัดสุรินทร์ ไปเขาเล่าให้ฟัง วันนี้ตายแล้วครูมานิตย์ประเทศเวียดนามกำลังจะไปแล้ว นี่ละครับความต่าง เพราะว่าบ้านเรามันขัดแย้งกัน วันนี้ปรองดองเรื่องข้างนอก เรื่องเสื้อสีต่าง ๆ พอแล้วครับ ขัดแย้งกัน เรามาปรองดองเรื่องถนนเรื่องคมนาคมสักที แล้วที่เราวิจารณ์ด่ากันน้อยนักที่ขี่รถไฟ ผมนับหัวได้ ถามพี่สมโภชน์คนขายตั๋วรถไฟของสภา มีครูมานิตย์จังหวัดสุรินทร์ มีมานพจังหวัดศรีสะเกษ มีเสี่ยลาวพรศักดิ์ มีพัฒนา สัพโส จังหวัดสกลนคร ขึ้นรถไฟก็บ่นกับผม กำนันทองดีก็บ่นว่า รถไฟช้า รถไฟเสียเวลา ห้องเหม็น ห้องสกปรก นอกนั้นมีแต่ตั๋วเครื่องบินทั้งนั้นพวกขี่ฟรี แล้วมาด่าเหมือนกับคนนั่งรถไฟเอง ท่านประธานที่เคารพครับ เอาความจริงมาพูดกันสิครับ แล้วช่วยกันพัฒนาบ้านเมือง บ้านเมืองมันเดินไปได้ ความเป็นไทยท่านประธาน เราเดินไปตรงไหน ไทยครับ วันนี้เราสามัคคีกันจากเรื่องของคมนาคมโครงสร้างพื้นฐานก่อน พัฒนาก่อนเป็นเบื้องต้น แล้ววันข้างหน้าเรื่องประชาธิปไตยเราค่อยมาปรองดองกัน แล้วผมฝากจริง ๆ นะครับ คนที่จะยื่นให้กับศาลรัฐธรรมนูญท่านเห็นแก่ประเทศชาติเถอะครับ เรื่องโกงผมฝากทีท่านรัฐมนตรี ท่านนายกรัฐมนตรีที่แสนสวย ยิ่งทำงานยิ่งสวย โกงวันไหนกลิ่นไม่ดีขึ้นมาอย่าหาว่า ครูมานิตย์นอกใจนะครับ ผมเอาคุณแน่ ผมไม่ใช่ผู้รับเหมา พี่น้องผมไม่มี มาจากครอบครัวครูทั้งนั้น ฉะนั้นเรื่องนี้ผมถือเป็นเรื่องใหญ่ วันนี้ผมฟังดูหลักคิดเหมือนกัน ฝ่ายค้านทุกคนแม้กระทั่ง ท่านชูวิทย์หลักคิดเหมือนกัน วิธีคิดเหมือนกันอยากให้มี แต่เป็นห่วง ๑. ความโปร่งใส ๒. เรื่องทุจริต ๓. วิธีการ วิธีการทำไมไม่ให้ต่างประเทศมา มันมาไม่ได้เดี๋ยวมันทิ้งเหมือนกับ เสาโฮปเวลล์อีก เห็นไหมครับอนุสาวรีย์แห่งประเทศไทยเข้ามารังสิต เสาโฮปเวลล์ เสียเงินชดใช้เขา แล้วโครงการไม่ต่อเนื่อง นี่เหมือนกับทำโอดีต้องการทำก็เบิก ต้องการทำก็เบิกมันถึงจะทำประโยชน์
ท่านประธานที่เคารพครับ ท้ายที่สุดผมวิงวอนเถอะครับ ไม่เคยวิงวอนที่ไหน ผมมีใจกับพรรคประชาธิปัตย์ รักทุกพรรค วันนี้เพื่อเห็นกับประเทศชาติเราเดินหน้ากัน สักทีหนึ่งเพื่อบ้านเมืองเราในทศวรรษหน้าครับ ขอขอบคุณท่านประธานครับ
๒ รอบพอดีครับ เชิญท่านกัลยา รุ่งวิจิตรชัย ๑๐ นาทีนะครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาวกัลยา รุ่งวิจิตรชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสระบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานคะ วันนี้เป็นการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน เพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของประเทศ ต้องกราบเรียนท่านประธานนะคะว่า ดิฉันเห็นด้วยกับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน เพียงแต่ไม่เข้าใจวิธีการที่ท่านจะใช้เงิน ซึ่งดิฉัน คงจะไม่อธิบายตรงนี้เนื่องจากเพื่อนสมาชิกก็คงได้พูดถึงวิธีการต่าง ๆ ที่จะใช้เงินในการพัฒนา โครงสร้างพื้นฐานหลายวิธีแล้ว ดิฉันอยากจะถามเพียงแต่ว่าการลงทุน ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ของรัฐบาลชุดนี้ทำให้คุณภาพชีวิตดีขึ้นจริงหรือ ดิฉันอยากจะถามท่านประธานผ่านไปยัง ท่านนายกรัฐมนตรีนะคะว่าท่านมองในแง่ไหนคะ ท่านมองในแง่ของมหภาค ในเรื่องของ เศรษฐกิจ ในเรื่องของนักธุรกิจ ในเรื่องของผลประโยชน์ มองในเรื่องของตัวเลขจำนวนมาก ๆ แต่ท่านได้มองในเรื่องของจุลภาค ในเรื่องของคุณภาพชีวิต สิ่งแวดล้อม ผลกระทบต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้นกับชุมหรือพี่น้องประชาชน คนที่เป็นประชาชนธรรมดา ๆ ค่ะท่านประธาน ตรงนี้ดิฉันอยากจะกราบเรียนว่าจังหวัดสระบุรีของดิฉันนี่เป็นจังหวัดที่มีโครงการพัฒนา โครงสร้างพื้นฐานในงบประมาณ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนี้ผ่านทั้ง ๓ เส้นทาง ไม่ว่าจะเป็น ทางราง ทางน้ำ หรือว่าทางถนน จริง ๆ นะคะท่านประธาน ดิฉันเห็นว่าท่านบอกว่าทำโลจิสติกส์ เพื่อการขนส่ง เพื่อการคมนาคมให้มีความสะดวก มีความรวดเร็ว แต่ดิฉันว่าท่านไปเร็ว แต่คนจังหวัดสระบุรีจะไปไม่ได้นะคะ จะไปช้ากว่าที่อื่นนะคะ ในโครงการของรัฐบาลชุดนี้ ดิฉันอยากจะสอบถามท่านประธานในเรื่องของการก่อสร้างโรงรถจักรแห่งใหม่ที่อำเภอแก่งคอย ของจังหวัดสระบุรี งบประมาณ ๑,๐๐๐ ล้านบาทตรงนี้ ปัจจุบันนี้เทศบาลเมืองจังหวัดสระบุรี มีประชากรหนาแน่นถึงเกือบแสนคน มีทางรถไฟผ่านกลางเทศบาลเมืองสระบุรี รถไฟวิ่ง ตอนนี้ ณ ปัจจุบัน ๑๕๐ ขบวนต่อวัน ค่าทีเอ็ม (TM) หรือค่าจุดตัดระหว่างทางหลวง กับรถไฟเกือบ ๑๐๐,๐๐๐ คัน ขาดเพียงเล็กน้อยค่ะ ดิฉันเห็นในเล่มค่ะท่าน มีในเรื่องของ สะพานที่จะใช้แก้ปัญหาข้ามทางรถไฟ ๘๓ แห่งอยู่ในหน้าต่อไป ไม่มีในเขตเทศบาลเมือง ท่านไปทำให้ที่อำเภอแก่งคอย เพราะว่าเป็นอำเภอของโครงการ แต่ท่านได้คิดถึงผลกระทบ ได้ศึกษาแนวทางโดยละเอียดรอบคอบในการที่ท่านจ้างค่าที่ปรึกษาถึง ๑๗ ล้านกว่าบาท ท่านได้ศึกษาโครงการอย่างละเอียดหรือเปล่า ดิฉันก็อยากจะทราบนะคะว่าค่าทีเอ็มขนาดนี้ รถไฟที่ยังไม่มีการวิ่งเพิ่มเข้าไปอีก ๑๐๐ กว่าขบวนก็ตกวันละ ๓๐๐ ขบวน ท่านประธาน ลองคิดดูนะคะ ตอนนี้ ๖-๗ คันต่อชั่วโมง ถ้าโรงรถจักรแห่งนี้ใช้การได้ตกเกือบ ๒๐ คันต่อ ๑ ชั่วโมง อยู่กันอย่างไรคะคนจังหวัดสระบุรี วิ่งทั้งกลางวัน วิ่งทั้งกลางคืน ท่านประธานคะ ท่านเคย ถูกปลุกทั้งคืนไหมคะ เวลาท่านนอนไม่หลับเพราะรถวิ่งทั้งคืนแล้วนอนไม่ได้นี่สุขภาพจิตตรงนี้ จะอยู่กันอย่างไร ดิฉันก็อยากจะฝากท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีทั้ง ๒ ท่าน ให้ท่านไปศึกษาโครงการให้ละเอียดรอบคอบ หาวิธีการแก้ปัญหาผลกระทบที่จะเกิดขึ้น กับคนในชุมชนในเรื่องนี้ด้วยนะคะ นอกจากนั้นแล้วในเรื่องของจังหวัดสระบุรีที่ดิฉันกราบเรียนว่า ในเรื่องของรางแล้วก็ยังมีเรื่องของถนน เราเป็นจังหวัดเดียวถ้าไม่นับกรุงเทพมหานคร ที่มีถนนสายหลักตัดผ่านถึง ๒ เส้น ทางหลวงหมายเลข ๑ และหมายเลข ๒ ก็คือถนนมิตรภาพ กับถนนพหลโยธิน ตรงนี้เป็นเส้นทางที่ท่านจะทำระบบขนส่ง ท่านประเสริฐคะ ท่านเดินทาง กลับโคราช ท่านผ่านจังหวัดสระบุรีทุกวัน ท่านรู้เส้นทางหลับตาท่านก็มองเห็น ดิฉันต่อสู้ เพื่อที่จะให้เกิดสะพานกลับรถบนถนนมิตรภาพแล้วก็ถนนพหลโยธินมา ๕ ปีแล้วตั้งแต่ดิฉันเริ่มเป็น ส.ส. ดิฉันต่อสู้ ท่านคงรู้จักยูเทิร์น (U-Turn) ปิยะณัฐ ปิยะณัฐนี่คือท่านอดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ท่านปิยะณัฐ วัชราภรณ์ ดิฉันไม่ได้เป็นผู้ตั้งชื่อยูเทิร์นนี้นะคะ คนสระบุรีและคนที่ใช้เส้นทางนี้ รวมทั้งแขวงการทาง กรมทางหลวงรู้จักในนามว่ายูเทิร์นปิยะณัฐ อยู่ที่ถนนมิตรภาพ แล้วเขา มักจะเอาชื่อคนดังตั้งชื่อเวลาเกิดอุบัติเหตุ ดิฉันคนพื้นที่ค่ะ แล้วถึงอย่างไรดิฉันก็คงจะยังดังไม่พอ ดิฉันไม่อยากให้มียูเทิร์นยิ่งลักษณ์ ไม่อยากให้มียูเทิร์นท่านประเสริฐ ดิฉันจะเสียใจมากค่ะ ไม่อยากให้บนถนนในจังหวัดสระบุรีทั้ง ๒ สายมีชื่อสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไปปรากฏอยู่ ท่านช่วยดิฉันหน่อยนะคะว่าในเมื่อท่านจะทำให้เกิดความรวดเร็วต่อระบบการขนส่ง ท่านก็ควรทำให้เกิดความปลอดภัยด้วย ท่านต้องคิดถึงหัวจิตหัวใจของคนที่อยู่ในชุมชน ที่เขาอยู่กันอย่างสบายอยู่แล้ว ท่านก็บอกว่าท่านจะทำเพื่อจะผ่านไป เพื่อให้เร็ว ท่านไปเร็วนะคะ แต่คนสระบุรีไปไม่ได้ ทิ้งชีวิตอยู่แต่ละยูเทิร์นนี่ทุกปี นับ ๆ เป็นไม่รู้หลาย ๆ ร้อยศพแล้วค่ะ ดิฉันไม่อยากนับแล้ว นี่คือเรื่องของถนนนะคะ แล้วยังมีเรื่องของแม่น้ำ จังหวัดสระบุรีก็เป็นเมืองที่มีแม่น้ำป่าสัก ดิฉันก็เปิดดูในเล่ม เช่นเดียวกันนะคะท่านประธาน ในเล่มนี้นะคะมีโครงการที่งบเป็นหมื่น ๆ ล้านบาทที่จะทำ ระบบการขนส่งทางน้ำ ซึ่งต้องกราบเรียนว่าดิฉันเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งเนื่องจากการขนส่งทางน้ำ เป็นการประหยัดลดรายจ่ายแล้วก็ขนส่งได้ทีละมาก ๆ เรามีเรือขนส่งที่เรียกว่าเป็นเรือเมล์ ขนส่ง ๒ ชั้น บรรทุกวัสดุก่อสร้างได้เป็นหลาย ๆ ร้อย หลาย ๆ พันตันเป็นการประหยัด แต่ในส่วนของการสำรวจลำน้ำป่าสักซึ่งมีการตั้งงบประมาณในการทำตลิ่ง เพื่อที่จะป้องกัน การกัดกร่อนหรือกัดเซาะของริมน้ำ ดิฉันก็อยากจะให้ท่านทำให้ครบไม่ใช่ไปทำอยู่ที่เฉพาะบางจุด เช่นไปทำที่จังหวัดอ่างทอง ข้ามไปที่อำเภอนครหลวง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ท่านก็อย่าวิ่งผ่าน จังหวัดสระบุรีของดิฉันสิคะ ถ้าท่านจะต้องผ่านด้วยท่านก็ต้องทำให้ตลอดลำน้ำ เพื่อที่จะได้ ให้คนที่ต้องใช้เป็นทางผ่านเขาได้มีความสุขบ้าง มีคุณภาพชีวิตที่ดีบ้าง ท่านประธานคะ ดิฉันก็อยากจะสรุปจาก ๓ ตัวอย่างที่ดิฉันกล่าวมาซึ่งเป็นการขนส่ง ดิฉันไม่ได้ขัดขวาง ในการที่จะสร้างโครงสร้างพื้นฐานทุกเส้นทางผ่านจังหวัดสระบุรียินดีด้วยซ้ำ แต่อยากให้ท่าน มีความรอบคอบ มีความชัดเจน โครงการตรงไหนสมควรทำท่านต้องทำ ท่านต้องคิดว่า ตัวเลขไม่สำคัญเท่ากับคุณภาพชีวิตอยากให้ท่านมองในมุมนี้ มองหัวใจของชาวบ้านธรรมดา เวลาเขาจะต้องอยู่กับปัญหาที่ท่านทิ้งเอาไว้ อยากให้โครงการต่าง ๆ ของรัฐบาลไม่ว่ารัฐบาลไหน ดิฉันให้การสนับสนุนได้ถ้ามันเกิดประโยชน์กับพี่น้องประชาชนดิฉันไม่ขัดขวาง ดิฉันยินดี แต่ขอให้เกิดประโยชน์จริง ๆ นะคะท่านประธาน ดิฉันเองเป็นคนจังหวัดสระบุรี ดิฉันก็เอาคำถามต่าง ๆ มาฝากท่านรัฐมนตรีผ่านท่านประธานไปในฐานะเป็นตัวแทน ของคนจังหวัดสระบุรี แล้วก็เป็นตัวแทนของพี่น้องราษฎรทั่วประเทศด้วย ก็คงจะจบตรงนี้ ตอนนี้ก็ใกล้เดือนเมษายนแล้วอีก ๒ วันนะคะท่านประธาน ดิฉันได้รับบทกลอนจากท่านเนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ ซึ่งท่านเป็นศิลปินแห่งชาติ ขออนุญาตอ่านสักไม่เกิน ๒ วินาที ร้อนตัวเลขเงินกู้ บู๊ล้างผลาญ ร้อนเป็นล้านล้านทะลายขายความหวัง ร้อนชาตินี้ใช้หนี้ชาติหน้ายังร้อนเรื้อรัง อาละวาดถึงชาติโน้นเลยค่ะท่านประธาน ขอบคุณค่ะ
ท่านพิมพ์ภัทรา วิชัยกุล ๑๐ นาที
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน พิมพ์ภัทรา วิชัยกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ วันนี้เรามาอภิปรายร่วมกันในร่างพระราชบัญญัติในการให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน เพื่อทำการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของประเทศ เรียกสั้น ๆ ง่าย ๆ ให้ชาวบ้านได้เข้าใจกันนะคะว่าวันนี้เรากำลังพิจารณาเงินกู้ ๒.๒ ล้านล้านบาท ซึ่งยอดเงินกู้ ในครั้งนี้ท่านประธานคะถือว่าเป็นสถิติใหม่ของประวัติศาสตร์ชาติไทยเลยทีเดียว เพราะย้อนหลัง กลับไปยังไม่มีรัฐบาลชุดไหนเลยที่กู้มากมายมหาศาลเท่ากับรัฐบาลชุดนี้ และสิ่งที่พี่น้องประชาชน คนทั้งประเทศอยากรู้ค่ะว่าเงิน ๒.๒ ล้านล้านบาทที่รัฐบาลสร้างหนี้ให้พวกเขาเขาจะได้อะไร ทำไมต้องกู้ และกู้เพื่ออะไร ท่านประธานคะ ท่านนายกรัฐมนตรี ท่านรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง พยายามอธิบายว่าการกู้ครั้งนี้ท่านต้องการที่จะเอาไปพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ไปสร้างรถไฟรางคู่ ไปสร้างรถไฟความเร็วสูง ไปพัฒนาช่องทางเรื่องของจราจร แล้วก็พัฒนาเรื่องระบบต่าง ๆ แต่สิ่งที่ท่านทำในวันนี้พวกดิฉันเองก็ยอมรับนะคะว่าทุกสิ่งอย่างต้องมีการพัฒนา ย้อนหลัง กลับไปท่านประธานคะ เรามีการพัฒนามาอย่างต่อเนื่องสมัย ฯพณฯ ชวน หลีกภัย รัฐบาล ชวน ๑ ชวน ๒ มีการพัฒนาเรื่องของช่องทางจราจรจาก ๒ เส้นทางมาเป็น ๔ ช่องจราจร มาถึงรัฐบาล ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ก็มีการคิดที่จะพัฒนาเรื่องของระบบราง เชื่อมโยงจากประเทศจีนมาประเทศไทยแล้วก็เชื่อมโยงประชาคมอาเซียน เพราะฉะนั้นวันนี้ เราไม่ได้บอกว่าการพัฒนาเรื่องโครงสร้างพื้นไม่ดี แต่สิ่งที่พวกเราติดใจ สิ่งที่พวกเราค้างคาใจ และพวกเราคัดค้าน นั่นก็คือเรื่องที่มาของเงิน วันนี้ท่านต้องการที่จะใช้เงินโดยการกู้และกู้ทั้งก้อน ก้อนใหญ่ด้วยนะคะ ๒.๒ ล้านล้านบาท วันนี้พวกเรามีสิทธิที่จะถามว่าทำไมท่านถึงเลือกวิธีการกู้ ทั้ง ๆ ที่มันมีวิธีอื่นต่าง ๆ มากมาย ท่านปล่อยให้คนอื่นมาสัมปทาน ท่านเอาวิธีการร่วมทุนมาใช้ ทำไมท่านถึงไม่เลือกคะ ทำไมวันนี้ ท่านถึงเลือกใช้วิธีการกู้เงิน เหตุผลง่าย ๆ หรือเปล่าคะ เพราะการกู้เงินเป็นวิธีการที่ง่ายที่สุด หรือเพราะการกู้เงินมันเหมือนกินอาหารฟาสต์ฟู้ด (Fast food) เหมือนกินอาหารจานด่วน มันเร่งรีบได้ รวบรัดได้ ที่สำคัญการกู้วันนี้เป็นการกู้แบบนอกงบประมาณ ท่านตั้งใจหรือเปล่า ตั้งใจ ที่จะหลีกเลี่ยงการตรวจสอบ ท่านตั้งใจหรือเปล่าคะ ตั้งใจที่จะทำให้กระบวนการต่าง ๆ มันเข้าไม่ถึง วันนี้พวกเราเห็นว่าถ้าท่านกู้เงินแบบนอกงบประมาณ มันก็ส่อแววค่ะ ส่อแวว ให้เห็นว่าท่านต้องการที่จะปกป้องการทุจริตหรือส่อแววกู้มาโกง ที่ดิฉันต้องพูดอย่างนี้ ก็เพราะว่าอะไรคะ เพราะว่าถ้าเรากลับไปดูโครงการกู้รอบที่แล้ว ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท วันนี้ เดินหน้าไปถึงไหน พวกเราได้ทราบข่าวอะไรบ้างคะ กู้ ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาทปีกว่าแล้วค่ะ ตอนกู้ท่านก็มาขู่คนทั้งประเทศบอกว่าให้รีบ มาขู่คนทั้งสภาบอกว่าให้ผ่าน บอกว่าถ้าไม่ผ่าน ต้องรับผิดชอบนะถ้าเกิดว่าน้ำท่วมประเทศอีกครั้ง ดิฉันไม่อยากให้การขู่ในครั้งนั้นมาเหมือนกับ ครั้งนี้อีกที่จะมาขู่เรื่องของ ๒.๒ ล้านล้านบาท ถ้าใครขัดขวางท่านบอกว่ามาขวางการพัฒนา ของประเทศ มาขวางการเจริญเติบโตของประเทศ ดิฉันไม่อยากให้คนไทยถูกหลอกซ้ำ ถูกหลอกอีกรอบค่ะ ที่สำคัญดิฉันจะมั่นใจได้อย่างไรคะว่าถ้าผ่านร่างพระราชบัญญัติเงินกู้รอบนี้ ให้ท่านไปท่านจะไม่เอาอำนาจในมือที่ท่านมี คืออำนาจของมติคณะรัฐมนตรีไปเปลี่ยนแปลง เรื่องของระบบการจัดซื้อจัดจ้างซึ่งจะเปิดช่องทางให้มีการทุจริตเพิ่มมากขึ้น ท่านคะ ท่านประธาน ที่เคารพคะ เมื่อเวลาเปลี่ยนคนมันก็เปลี่ยนค่ะ สมัยที่ท่านนั่งอยู่เป็นฝ่ายค้าน ท่านค้านตลอดเวลา มีการกู้ท่านก็บอกว่าไม่ได้ พยายามที่จะคัดค้านไม่เห็นด้วย แต่พอยุบสภาค่ะ มีการเลือกตั้ง มีคนหนึ่งในรัฐมนตรีของท่านที่วันนี้นั่งเป็นรัฐมนตรีอยู่ ไปปราศรัยที่ราชมังคลากีฬาสถานค่ะ ท่านบอกว่าอย่างไรคะ ท่านบอกว่าถ้าพรรคเพื่อไทยเป็นรัฐบาล โครงการรถไฟสายต่าง ๆ จะทำได้โดยไม่ต้องกู้ พรรคเพื่อไทยหมุนเงินเป็น พรรคเพื่อไทยไม่ต้องยืมเงินใคร แต่พรรคเพื่อไทย จะใช้เงินในอนาคตได้อย่างมีประสิทธิภาพ จะพัฒนาอสังหาริมทรัพย์บริเวณ ๒ ข้างทางรถไฟ แล้วเอาเงินรายได้มาจ่ายค่าสร้างรถไฟสายต่าง ๆ ค่ะ วันนั้นพูดอย่าง วันนี้พอเป็นรัฐบาล ทำไมก้มหน้าก้มตายอมให้เขากู้คะ สิ่งที่ดิฉันไม่เข้าใจอีกอย่างหนึ่งก็คือว่าท่านพูดแล้ว ท่านไม่รับผิดชอบ ทั้ง ๆ ที่ท่านเองนั่งอยู่เป็นหนึ่งในคณะรัฐมนตรี ทำไมไม่คัดค้านตั้งแต่ ท่านนายกรัฐมนตรีเริ่มคิดโครงการกู้ นี่คือสิ่งที่ดิฉันไม่เข้าใจค่ะ
ประการที่ ๒ ท่านประธานคะ ดิฉันอยากจะทราบ ประชาชนก็อยากจะรู้ค่ะ ว่ากู้มาแล้วทำอะไร วันนี้พยายามอธิบายนะคะ รถไฟความเร็วสูง กรุงเทพฯ-เชียงใหม่ กรุงเทพฯ-หนองคาย กรุงเทพฯ-ปาดังเบซาร์ ไปอ่านเล่มเอกสารงบประมาณ เอกสาร ประกอบการพิจารณา ถ้าอ่านแล้วไม่มีข้อมูลเชิงรุก เชิงลึก ท่านก็จะคล้อยตามรัฐบาลชุดนี้ แล้วก็บอกว่าทั้ง ๓ สายทางเสร็จสิ้นเรียบร้อยโดยงบประมาณ ๒.๒ ล้านล้านบาท แต่พอไปดู จริง ๆ สายทางที่เสร็จเรียบร้อยมีแค่กรุงเทพฯ-เชียงใหม่เท่านั้น กรุงเทพฯ-ปาดังเบซาร์ ทำได้ แค่หัวหิน กรุงเทพฯ-หนองคายทำได้แค่นครราชสีมาหรือแค่โคราชจังหวัดของท่านรัฐมนตรี ทำไมคะท่านประธาน ทั้ง ๆ ที่มีการศึกษาแล้วว่าสายทางที่น่าลงทุนและคุ้มทุนที่สุดคือสายทาง กรุงเทพฯ-โคราช กรุงเทพฯ-หนองคาย ทำไมท่านถึงไม่เลือกทำคะ ทำไมอยู่ ๆ ท่านไปเลือกทำ สายกรุงเทพฯ-เชียงใหม่ ซึ่งมีความคุ้มค่าน้อยแล้วก็น้อยกว่ากรุงเทพฯ-ปาดังเบซาร์ด้วยซ้ำ ที่ดิฉันต้องบอกว่าน้อยกว่าสายกรุงเทพฯ-ปาดังเบซาร์ เพราะอะไร ท่านประธานลองไปดูสิคะ ยอดเก็บรายได้ ยอดเก็บภาษี เมื่อเทียบกันในสัดส่วนของภาค ภาคใต้มีรายได้จัดส่งให้กับ รัฐบาลมาก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของรายได้การท่องเที่ยว ภาคใต้มีรายได้การท่องเที่ยวสูงกว่า ภาคเหนือถึง ๔ เท่า แล้วทำไมมาได้แค่หัวหิน ถ้าท่านต้องการที่จะเชื่อมโยงการท่องเที่ยว ทำไมไม่พัฒนาไประยะยาว ระยะทางควบคู่กันไปและสามารถเชื่อมโยงได้จริง ๆ นี่คือ สิ่งที่ประชาชนไม่เข้าใจค่ะ ที่สำคัญท่านคะ ท่านได้มีแผนรองรับกันไว้ไหมคะว่าถ้ารถไฟฟ้า รถไฟความเร็วสูงเกิดขึ้น ท่านจะเอาพลังงานที่ไหนไปป้อน เพราะเดือนเมษายนที่จะถึงนี้ ท่านก็ไปบอกให้คนไทยประหยัดไฟฟ้า ประหยัดพลังงาน แล้วแผนการรองรับที่จะสนับสนุน นอกเหนือจากเมกะโปรเจกต์ ๒.๒ ล้านล้านบาทแล้วไฟฟ้าที่ซัพพอร์ต (Support) โครงการนี้ จะลงทุนให้เสร็จกี่ปี แล้วจะต้องใช้เงินอีกเท่าไร ท่านต้องบอกประชาชนให้รับทราบด้วยค่ะ สิ่งที่ดิฉันกังวลที่สุดในวันนี้ก็คือว่าการมีความเป็นธรรมในจิตใจ การมีธรรมาภิบาล ในการปกครองบ้านเมืองค่ะ ถ้านายกรัฐมนตรีและคณะรัฐบาลชุดนี้ท่านได้คิดด้วยสมอง ได้กรองมาจากหัวใจ แล้วได้ดูพื้นที่ทั้งหมดโดยความเป็นธรรม ท่านจะจัดสรรงบประมาณได้ โดยไม่มีที่ติเลยค่ะ แต่มาวันนี้ท่านกลับทำตามรัฐบาลแม่แบบของท่าน นั่นคือพัฒนาเฉพาะ จังหวัดไหนที่เลือกท่านเท่านั้น แล้วดิฉันจะไว้ใจท่านได้อย่างไรคะ สุดท้ายนี้ท่านประธานคะ ดิฉันไม่อยากให้รัฐบาลทุกครั้งที่มีการกู้ ท่านก็อ้างตลอดละว่ากู้เพื่ออนาคตประเทศไทย ครั้งนี้อีกแล้วนะคะ กู้เพื่ออนาคตประเทศไทย ปีที่แล้วค่ะ ยังไม่ทันถึง ๒ ปี กู้เพื่ออนาคต ประเทศไทย ๒ รอบ ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท มาครั้งนี้ ๒.๒ ล้านล้านบาท น่าเสียดายนะคะท่านประธานที่ดิฉันเลือกเกิดไม่ได้ แล้วเกิดในพื้นที่ภาคใต้ กู้ ๒ ครั้งที่ผ่านมา ภาคใต้แทบจะไม่ได้รับการเหลียวแลเลยค่ะ ท่านให้เหตุผลอย่างไรรู้ไหมคะ น้ำท่วมภาคใต้ ท่วมหลังจากคนอื่นเขา ไม่ได้อยู่ในกรอบ พ.ร.บ. ไม่สามารถได้รับเงินสนับสนุน มาครั้งนี้ ๒.๒ ล้านล้านบาท ท่านกำลังย้ำวาทะที่รัฐบาลแม่แบบท่านเคยพูดไว้นั่นก็คือพัฒนาเฉพาะ จังหวัดที่เลือกท่านเท่านั้น วันนี้จากเคยที่จะสร้างอนาคตประเทศไทย ดิฉันคิดว่าท่านกำลังจะสร้าง ความวิบัติให้กับประเทศไทยมากกว่า และนี่คือเหตุผลทั้งหมดที่ดิฉันไม่สามารถรับ ร่างพระราชบัญญัติการกู้เงินครั้งนี้ได้ ขอบคุณค่ะ
ท่านโสภณ ซารัมย์ ๒๐ นาทีครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม โสภณ ซารัมย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดบุรีรัมย์ พรรคภูมิใจไทย ดีใจครับท่านประธาน ที่ได้เห็นโครงการที่คิดไว้ แล้วก็เคยทำในอดีตที่เคยเป็นรัฐมนตรีได้มาทำต่อ ในสมัยที่กระผม ได้รับผิดชอบกระทรวงนี้ รัฐบาลยุคนั้นก็ได้คิดเหมือนท่านแล้วก็ได้ทำไปแล้ว บางเรื่องก็ได้คิด บางเรื่องก็ได้ทำไปบางส่วน บางเรื่องก็ทำว่าสำเร็จแล้ว ดังที่กระผมจะกราบเรียนท่านประธาน ดังต่อไปนี้ ในยุคที่เราเป็นรัฐบาล ผมอยากกราบเรียนท่านประธานว่าตอนที่ผมไปรับผิดชอบ กระทรวงคมนาคม ผมได้ตั้งใจที่จะปฏิรูประบบทางราง เป็นที่ทราบกันดีในกระทรวง ตอนนั้น เรามีปัญหาเรื่องรถไฟ อยากจะกราบเรียนท่านประธานว่าก็มียุคนี้ครับ ยุคที่ผมไปเป็นรัฐมนตรี รถไฟไม่ได้ประท้วง สมัยก่อนเดี๋ยวก็ ๓ วันดี ๔ วันไข้ครับ ผมก็บอกกับพี่น้องในการรถไฟ แห่งประเทศไทยว่าถ้าอยากให้รัฐบาลลงทุนเรื่องรถไฟ ถ้าท่านยังทำตัวแบบนี้ไม่มีใครมา ลงทุนหรอก สุดท้ายพนักงานของการรถไฟแห่งประเทศไทยก็ได้ให้ความร่วมมือกับรัฐบาล ในยุคนั้น รัฐบาลก็เลยตัดสินใจที่จะพัฒนาระบบทางรางคือเราวางแผนกันไว้ตอนนั้นพัฒนาระบบทางราง อยู่ ๓ ประการ ประการแรก ก็คือพัฒนาของเดิมที่มีอยู่ ประการที่ ๒ ก็คือนำความเจริญก็คือ ที่เราเรียกว่ารถไฟความเร็วสูงเข้ามาสู่ประเทศไทย ประการที่ ๓ ก็คือรถไฟสายใหม่ที่เราจะ ดำเนินการ ฉะนั้นในยุคนั้นด้วยนโยบายที่อยากเห็นเราได้ประกาศว่าอยากเห็นรถไฟที่มีอยู่แล้ว สามารถวิ่งได้ ๘๐-๑๐๐ กิโลเมตรต่อชั่วโมงก็ถือว่าประสบความสำเร็จแล้ววิ่งได้ปลอดภัย รัฐบาลยุคนั้นจึงจัดกรอบงบประมาณให้ ๑๗๖,๐๐๐ ล้านบาท เพื่อที่จะไปปรับปรุงระบบ อาณัติสัญญาณ วางรางคู่ ซื้อหัวรถจักร ซื้อขบวนรถ ซื้อโบกี้อะไรต่าง ๆ เราก็วางกรอบพัฒนา รถไฟที่มีของเดิม ๑๗๖,๐๐๐ กว่าล้านบาท ทำเป็นระยะครับท่านประธานเพื่อที่จะให้รถไฟ ของเดิมที่พระบาทสมเด็จพระพุทธเจ้าหลวง รัชกาลที่ ๕ ท่านสร้างเอาไว้ได้ใช้อยู่ตลอดไป เพื่อที่จะหยุดยั้งการขาดทุน แล้วก็เพื่อที่จะสร้างความมั่นใจให้รัฐบาลสามารถที่จะก้าวเดิน นำไปสู่ที่จะพัฒนาระบบรถไฟความเร็วสูง ฉะนั้นสิ่งแรกที่ผมกราบเรียนท่านในคราวนี้ก็คือ ท่านกู้เงิน ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทมาปรับปรุงรถไฟ แต่ท่านละเลยที่จะพูดถึงรถไฟของเดิม ที่มีให้ใช้ได้ในรถไฟที่เป็นของคนยากจน ผมก็เข้าใจว่าส่วนหนึ่งท่านก็ทำรางคู่ ฉะนั้นวันนี้ ในอดีตเราไม่ได้ละเลยแล้วก็ทำมาแล้วก็ดีใจอย่างที่ผมกราบเรียนไปแล้วว่าท่านใช้เงิน ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทมาทำต่อ แต่ว่าทำไม่เหมือนกันอย่างที่พวกผมทำ
ประการที่ ๒ อันนี้ต้องกราบเรียนท่านประธานนะครับ เรื่องรถไฟความเร็วสูง ที่เราพูดถึงขณะนี้เป็นประเด็นหลัก ในรัฐบาลยุคนั้นท่านก็ทราบดี สมาชิกที่อยู่ในที่นี้หลายท่าน ก็มีส่วนร่วมในการพิจารณา เราเห็นว่าประเทศจีนเขามีความตกลงที่จะสร้างรถไฟมาที่ สปป. ลาว เราก็คิดว่าเป็นโอกาสดีที่ทางประเทศไทยจะต้องเชื่อมประเทศจีน สปป. ลาว ประเทศไทย ฉะนั้นในรัฐบาลยุคนั้นก็ฉวยโอกาสนำกรอบเจรจาเข้าสู่รัฐสภา โดยหวังว่าจะลงทุนร่วมกับ ประเทศจีนสร้างรถไฟไทย สปป. ลาว จีน วันนั้นผมจำได้ว่าผมต้องยืนตอบท่านสมาชิกรัฐสภา ๕ ชั่วโมงเต็ม ด้วยความกรุณาของสมาชิกรัฐสภาสมัยนั้นก็ได้อนุมัติกรอบให้รัฐบาลไทย ไปเจรจากับรัฐบาลจีนเพื่อลงทุนร่วมกัน ฉะนั้นการเจรจาระดับเจ้าหน้าที่ก็เจรจากันไปกันมา พวกผมก็หมดวาระยุบสภาก็ไม่ได้ทำต่อ ฉะนั้นจะเห็นว่าการลงทุนรถไฟความเร็วสูงในยุคของ พวกผมทำเหมือนกัน แต่ทำต่างกันกับที่เรากู้เงิน ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แต่ไม่เป็นไรครับ ผมไม่ได้ตำหนิว่าท่านกู้เงิน ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทมาทำ แต่มันมีวิธีอื่นที่จะต้องทำต่อไป ฉะนั้นสิ่งที่อยากกราบเรียนท่านประธานว่าการลงทุนผมเห็นด้วยกับที่ท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงคมนาคมท่านพูดว่าการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานสาธารณะรัฐบาลจะต้องเป็นคนลงทุน ผมเห็นด้วย แต่ว่าท่านต้องแยกให้ออกว่าเป็นการลงทุนระบบสาธารณะเพื่อคนจนกับคนรวย มัน ๒ อย่างครับท่านประธาน ถ้าเป็นของคนจนรัฐบาลจำเป็นต้องแบกรับภาระ แต่ถ้าเป็นของ คนรวยรัฐบาลไม่จำเป็นจะต้องแบกรับภาระ ฉะนั้นประเด็นนี้ต้องแยกให้ออก
ประการที่ ๓ ที่ผมกราบเรียนท่านประธานก็คือเรื่องรถไฟสายใหม่ที่เราไป ดำเนินการที่ในกรอบเงินกู้ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทครั้งนี้ เราเห็นว่าท่าเรือที่เชียงแสนถูกสร้าง ขึ้นมาแล้วก็เห็นความสำคัญที่จะสร้างรถไฟเด่นชัย-เชียงราย-เชียงแสน ชุดนั้นผมมีความตั้งใจ ผมไปรับฟังความคิดเห็นเองด้วยที่จังหวัดเชียงรายแล้วก็จัดงบประมาณส่วนหนึ่งไปออกแบบ สำรวจเบื้องต้นและออกแบบดีเทล ดีไซน์ (Detail Design) ให้ ฉะนั้นวันนี้สิ่งที่ผมกราบเรียนว่า ในรัฐบาลที่แล้วก็ทำแต่ทำเป็นตามลำดับ ทำตามลำดับขั้นตอนที่อยากเห็นเหมือนกันกับที่พวกผม จะสร้างรถไฟสายบัวใหญ่-นครพนม แต่ท่านตอนนี้ผมดูแล้วท่านทำจากบ้านไผ่-นครพนม ก็ไม่เป็นอะไร แต่พวกผมเห็นว่าบัวใหญ่เป็นชุมทางอยู่แล้วก็เลยกะว่าจะสร้างจุดที่บัวใหญ่ ไปถึงจังหวัดนครพนมก็ได้จัดงบประมาณส่วนหนึ่งไปออกแบบสำรวจ ฉะนั้นสิ่งเหล่านี้อย่างที่ ผมเรียนเบื้องต้นว่าสิ่งที่พวกผมคิดที่ผมบอกว่าผมดีใจก็สิ่งที่พวกผมคิดและทำแล้วแต่ไม่สำเร็จ บางส่วนก็สำเร็จบ้างไม่สำเร็จบ้างท่านมาทำต่อแต่วิธีการทำไม่เหมือนกัน
ประการที่ ๔ ที่พวกผมได้ทำไว้สำเร็จบ้างไม่สำเร็จบ้างเหมือนที่ผมกราบเรียนว่า เรื่องระบบขนส่งมวลชนในกรุงเทพฯ ท่านประธานที่เคารพ วันที่ผมถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจ ประโยคหนึ่งที่ผมกราบเรียนต่อท่านประธาน ผมบอกว่าผมได้ทำตามขั้นตอนที่ถูกต้องตามกฎหมาย วันนั้นผมยืนยันว่ารถไฟสายสีน้ำเงินถ้าไม่ตัดสินใจทำวันนี้ถ้ารัฐบาลยุคนั้นละเลยไม่ได้ทำ ในวันนั้นที่ตัดสินใจที่ผมทำวันนั้น ถ้าทำวันนี้ราคาก็ไม่ได้อยู่อย่างที่พวกผมทำ ฉะนั้นไม่ว่า จะเป็นสายสีแดงบางซื่อ-รังสิต สายสีม่วงบางใหญ่-บางซื่อ สายสีน้ำเงินบางซื่อ-ท่าพระ หรือสายสีเขียว ในยุคที่พวกผมทำก็ทำมาเป็นขั้นตอนแต่ให้แต่ละสายที่มีความจำเป็นต้องกู้ ไปเจรจากู้กันเองไม่ได้กู้เป็นแพคเกจเหมือนที่กู้ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนี้มาทำ ฉะนั้น อีก ๖ เส้นทางที่ท่านจะทำพวกผมก็เห็นด้วยแต่ต้องจัดลำดับความสำคัญให้ประชาชน เขาเห็นว่าอันไหนควรที่ทำก่อนอันไหนที่จะแก้ปัญหาการจราจร คนที่เป็นรัฐมนตรีก็อยากเห็นงาน ในกระทรวงสำเร็จโดยเร็ว ผมไม่อิจฉาท่านรัฐมนตรีว่าการ ผมยินดีกับท่านด้วยซ้ำที่รัฐบาล ได้จัดงบประมาณให้ที่จะปรับปรุงระบบขนส่ง ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทให้ท่าน ผมยินดี กับท่านด้วยซ้ำ แต่ในยุคของผมทำไมถึงทำไม่ได้เพราะวันนั้นเราเข้าใจว่าสถานะทางการเงิน ของประเทศมันอยู่ในภาวะที่ประเทศชาติขาดดุลงบประมาณ เราเองก็พยายามที่จะใช้ งบประมาณพัฒนาให้ครอบคลุมทุกด้าน ผมอยากเรียนท่านประธานว่าสิ่งที่ผมตั้งประเด็น ให้ท่านประธานและสภาแห่งนี้ได้พิจารณาว่า การกู้เงิน ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทมาพัฒนา ระบบโครงสร้างพื้นฐานในเรื่องระบบขนส่ง ถึงแม้นว่าท่านทำสำเร็จตามโครงการก็หาใช่ว่า ประชาชนไทยจะอยู่ดีกินดี ไม่มีหลักประกันเพราะปัจจัยพื้นฐานของประเทศเรามันต้องอาศัย ปัจจัยอีกหลาย ๆ ปัจจัย ปัจจัยระบบขนส่งก็เป็นเพียงอีกปัจจัยหนึ่ง สิ่งที่ผมอยากตั้งข้อสังเกต และประเด็นที่อยากให้รัฐบาลได้คำนึงและเห็นก็คือที่ผมกราบเรียนไม่เห็นด้วยก็คือ ประเด็นที่ ๑ ก็คือท่านนำเงินมาพัฒนาครั้งนี้ไม่ครอบคลุมปัจจัยพื้นฐานของประชาชน
ประการแรก ก็คือท่านละเลยระบบน้ำถึงแม้นว่าท่านจะกู้เงิน ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท มาตอนที่เกิดอุทกภัยครั้งใหญ่ เงินส่วนนั้นก็ใช้ไปในระบบป้องกันน้ำท่วมเสียมากกว่า ขณะนี้ ภาคอีสาน ท่านประธานที่เคารพครับ ในประวัติศาสตร์หลายปีมันแล้งมาก อย่าว่าแต่น้ำ ที่จะใช้ในการเพาะปลูก น้ำดื่มน้ำใช้ก็ยังไม่มี วันนี้เดือดร้อนทุกหนทุกแห่ง ประชาชนในระดับ อำเภอประปาต้องงดจ่ายน้ำเป็นเวลา ถ้าท่านไม่วางแผนระยะยาวเอาไว้สงครามแย่งน้ำ ก็จะเกิด ฉะนั้นจึงเสียดาย เสียดายว่าการกู้เงินครั้งนี้ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทเราไม่ได้เผื่อแผ่ ให้กระดูกสันหลังของชาติก็คือเกษตรกรที่แท้จริงไปใช้ในการสร้างระบบชลประทานไปใช้ใน ระบบน้ำดื่มน้ำใช้ที่เป็นหลักเราไม่ได้ละเลยเลย คนภาคอีสานท่านประธานที่เคารพ คนอีสาน เขาบอกว่ามีน้ำนี่ไม่กลัวอดตาย แต่วันนี้คนอีสานจะอดน้ำตาย ผมจึงเสียดายนี่เป็นเรื่องหนึ่ง ที่เสียดายว่าเราปล่อยปละละเลยในกระบวนการที่เอาเงิน ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทครั้งนี้ ละเลยระบบน้ำ
ประการที่ ๒ ที่ผมบอกว่าปัจจัยพื้นฐานที่เราไม่สามารถนำเงินมาใช้ได้ครอบคลุม คือเรื่องสาธารณสุข ท่านประธานที่เคารพครับ เราจะอเนจอนาถใจมากเมื่อมีโอกาสไปเยี่ยมญาติ หรือผู้ป่วยตามโรงพยาบาลที่เห็นคนป่วยนอนเตียงละ ๒ คน ที่เห็นคนป่วยนอนอยู่ตาม ระเบียงทางเดิน วันนี้ขาดทั้งแพทย์ พยาบาล วันนี้ขาดทั้งสถานพยาบาล ขาดทั้งเครื่องมือแพทย์ มันมีคำกล่าวที่ว่าคนรวยเวลาป่วยน่าตายก็ไม่ตาย แต่คนจนเวลาป่วยไม่พอตายก็ตาย เพราะมันเข้าไม่ถึงระบบทางการแพทย์ คนจนมันเข้าไม่ถึง ฉะนั้นกระผมจึงเสียดาย เสียดาย ที่เรากู้เงินครั้งมหาศาล เราไม่ได้หยิบยื่นไปพัฒนาระบบสาธารณสุขให้แก่ประเทศ ผมจึงเสียดาย ฉะนั้นผมเรียนท่านประธานว่าถ้าเราได้นำเงินจำนวนนี้มาพัฒนาระบบสาธารณสุขควบคู่กับ ระบบขนส่งมันก็จะเกิดประโยชน์มากกว่านี้
ประการที่ ๓ ที่ผมเสียดาย ท่านประธานที่เคารพครับ การศึกษาเรากู้เงิน ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทครั้งนี้เราไม่ได้นำเงินมาพัฒนาการศึกษา ถ้าคิดว่าแจกแทบเล็ต แล้วนักเรียนเราจะเพียงพอกับการพัฒนาการศึกษา ไม่พอหรอกครับ ในขณะที่สัญญาณอินเทอร์เน็ต (Internet) ก็ไม่มี โรงเรียนบางโรงเรียนสร้างมา ๓๐ ปีแล้วยังไม่ได้รับการบูรณะ หนี้สินครูบาอาจารย์ ฉะนั้นกระผมจึงเสียดายที่เราไม่ได้นำเงินเหล่านั้นมาช่วยระบบการศึกษา ผมจึงกราบเรียน ท่านประธานว่าเงินจำนวนที่กู้มา ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ผมเห็นด้วย แต่ที่แย้งท่านทำไม ท่านไม่เอามาทำปัจจัยพื้นฐานที่สำคัญ ๆ ดังที่ผมกราบเรียนมาพร้อมกัน ทำไมเราไม่มาพร้อมกัน
ฉะนั้นวันนี้ประเด็นที่ ๒ ที่ผมจะต้องกราบเรียนท่านก็คือแนวทางการใช้เงิน แนวทางการใช้เงินนี่ท่านกู้เงิน ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทมาพัฒนาระบบขนส่ง ท่านบอกว่า จะสร้างเครือข่ายโลกเชื่อมโลก ผมก็ดีใจที่ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีท่านบอกว่าผักจะไม่เน่า แต่ว่าคนจะได้กินผักสดผมก็ดีใจ แต่ดูไปดูมามันกลับไม่ใช่ เพราะท่านสร้างระบบขนส่งเฉพาะเมือง ท่านไม่ได้สร้างระบบขนส่ง ในชนบท ตอนที่ผมเป็นรัฐมนตรีโครงการไทยเข้มแข็ง ผมได้เงินมาทำถนนไร้ฝุ่น ๑๔,๐๐๐ ล้านบาท ได้ถนนที่เป็นลาดยาง ๓,๐๐๐ กว่ากิโลเมตร ใครจะว่าอย่างไรก็ช่างเถอะ วันนั้นกระบวนการบริหาร จัดซื้อจัดจ้างโครงการถนนไร้ฝุ่นก็ทำตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ ปี ๒๕๓๕ แต่โครงการ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทท่านไม่ได้ทำ ฉะนั้นจะมากล่าวหาว่าผมโกงได้อย่างไร ผมจึงกราบเรียนท่านประเด็นนี้ ฉะนั้นท่านประธานที่เคารพครับ ถ้าไปถามคนบ้านผม ระหว่างจะเอาถนน ๔ เลน กับเอารถไฟฟ้าความเร็วสูงกับถนนไร้ฝุ่น เขาเอาถนนไร้ฝุ่นครับ ท่านประธานก็มาจากชนบท ท่านประธานทราบดีว่าหัวใจของพี่น้องชนบทมันเดือดร้อน ขนาดไหน ผมเคยเป็นทุกข์ ตอนที่ผมเป็นรัฐมนตรีผมกลับไปบ้าน ชาวบ้านบ้านนอกของผม ถามผมว่าท่านรัฐมนตรีทำไมไปสร้างรถไฟฟ้าในกรุงเทพฯ เป็นหมื่น ๆ ล้านบาท แค่ถนนผม ๕ กิโลเมตร ๑๐ กิโลเมตร ๑๐ ล้านบาท ทำไมท่านไม่สร้าง ไม่อายหรือ ผมต้องอธิบาย กับคนบ้านผมว่าการพัฒนาเมืองกับชนบทต้องพัฒนาควบคู่กันไป ผมต้องไปอธิบายพี่น้อง ของตัวเองที่เลือกตัวเองมาแท้ ๆ ฉะนั้นวันนี้ท่านบอกว่าท่านสร้างระบบขนส่งเพื่อเชื่อมโยง ท่านเชื่อมโยงโลกแต่ท่านไม่เชื่อมโยงคนบ้านนอก คนในชนบทที่กินข้าวกับฝุ่นที่หัวแดง อยู่ทุกวันท่านไม่ได้สร้าง ฉะนั้นบางเส้นทางมันจำเป็นจะต้องสร้างอีก ๑๐ ปี ๒๐ ปี ก็ไม่ได้เสียหาย ขอให้ท่านมีแผนแม่บทว่ารถไฟสายไหน ท่านจะเห็นนะครับว่าผมเป็นรัฐมนตรี ที่มาจากจังหวัดบุรีรัมย์ แต่รถไฟความเร็วสูงผมจังหวัดอุบลราชธานีนี่ท้ายสุด เพราะผมเข้าใจ สถานะของคนบ้านผมเหมือนกัน ฉะนั้นสิ่งที่ผมกราบเรียนท่านประธานว่าวันนี้โครงการ ที่จะกู้เงิน ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ที่จะมาทำระบบขนส่งท่านเชื่อมไม่หมด จึงอยากฝาก รัฐบาลให้คำนึงถึงประชาชนที่อยู่ในภาคชนบท
ประการที่ ๒ ที่ผมกราบเรียนก็คือแนวทางการใช้เงิน วันนี้ระบบการลงทุน เพื่อสาธารณะมันมีหลายแนวทางครับท่านประธาน ขออนุญาตท่านประธานนะครับ ผมมีเวลาของพรรคภูมิใจไทยเหลืออยู่ก็กรุณาได้หักนะครับ ท่านประธานครับ ในการที่จะพัฒนา ระบบโครงสร้างพื้นฐานมีหลายแนวทาง กระผมจะยกตัวอย่างง่าย ๆ ตอนที่เป็นรัฐมนตรี ขสมก. ขาดทุนปีละ ๓,๐๐๐-๔,๐๐๐ ล้านบาท ขาดทุนเสร็จขาดทุนสะสมประมาณ ๗๐,๐๐๐ ล้านบาท ถ้าวันนั้นแค่อยากทำซื้อรถเมล์ผมก็ขออนุมัติ รัฐบาลขออนุมัติ ครม. ขอเงินมาซื้อ แต่ท่านทราบหรือไม่ครับว่าพี่น้อง ขสมก. เขาถูกตำหนิ ทั้งตั๋วผี ทั้งโกงค่าซ่อม ทั้งอะไรต่อมิอะไร เราก็เลยเลือกใช้วิธีให้เอกชนมาลงทุนโดยวิธีเช่า แต่ก็ไม่เป็นไรยังไม่ทำเลย คนก็ด่าว่าโกงแล้ว ผมก็ฟัง ๓ รอบ ๔ รอบ ไม่ทำก็ไม่เป็นไรผมก็บอก ในเมื่อมีความตั้งใจ อยากทำเพื่อคนยากคนจน เหมือนผมกราบเรียนว่าผมเห็นด้วยที่โครงสร้างพื้นฐานรัฐบาล จะแบกรับภาระ ผมไม่ติดใจเลยถ้าจะกู้เงินมาซื้อรถเมล์ให้คนกรุงเทพฯ เพราะคนจนเท่านั้น ที่จะขึ้นรถเมล์ ฉะนั้นอันนี้ถ้าให้รัฐบาลแบกรักภาระก็ได้ครับ ดีใจด้วยครับเพื่อช่วยคนจน แต่บางเรื่องไม่จำเป็นต้องแบกอย่างที่ผมเรียนท่านประธานแล้ว ฉะนั้นวิธีการลงทุนนอกจากวิธีที่ผมเรียนแล้วจะกู้ก็มีวิธีร่วมทุนอย่างที่เราทราบกันว่าพีพีพี ร่วมทุนกับเอกชนหรือสัมปทานอะไรก็แล้วแต่ฉะนั้นในโครงการใหญ่ ๆ ที่ผมกราบเรียนมาแล้ว รัฐบาลน่าจะหาหลายวิธีเพื่อลดภาระการเป็นหนี้เป็นสินของประเทศชาติ แต่วันนี้รัฐบาล เลือกเอาวิธีกู้อย่างเดียว มันจึงเป็นเรื่องที่น่าเสียดาย
สุดท้ายท่านประธานครับ พรรคภูมิใจไทยยังยึดตามแนวพระบรมราโชวาท ในการพัฒนาประเทศตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงขององค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เราเคยสอนลูกหลานหรือเราเคยถูกสอนว่านกน้อยควรทำรังแต่พอตัว วันนี้เราจะสอนลูกหลาน ด้วยคำนี้ต่อไปได้อีกหรือไม่ ผมไม่ขัดข้องที่เห็นโครงการเหล่านี้ แต่รัฐบาลควรคำนึงสถานะ ทางการเงินของประเทศใช้เงินให้เกิดประโยชน์ให้ครอบคลุมทุกด้านและใช้เงินอย่างมีประสิทธิภาพ ขอบคุณครับท่านประธาน
ท่านรังสิมา รอดรัศมี ๑๐ นาทีนะครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางสาวรังสิมา รอดรัศมี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสมุทรสงคราม พรรคประชาธิปัตย์ ดิฉันไม่เห็นด้วยกับร่างพระราชบัญญัติให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน เพื่อการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของประเทศ พ.ศ. .... ร่าง พ.ร.บ. นี้ ถ้าพูดโดยทั่วไปพี่น้องประชาชนก็จะไม่ค่อยเข้าใจดิฉันก็เลยต้องมาทำการบ้านเพื่อให้ประชาชน ทั้งประเทศเข้าใจเป็นภาษาของดิฉันนะคะ คือว่าร่าง พ.ร.บ. นี้เป็นร่าง พ.ร.บ. กู้เงิน ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แต่ท่านผู้ฟังคะ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทยังไม่รวมดอกเบี้ยดอกเบี้ย อีก ๓,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เพราะฉะนั้นคนไทยจะเป็นหนี้ ๕,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แต่จำง่าย ๆ นะคะพี่น้อง ให้จำว่านายกรัฐมนตรีปูกู้เงิน ๕๕๕ จะได้จำง่ายนะคะ กู้เงิน ๕,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เพราะฉะนั้นตายไปแล้วไม่รู้กี่ชาติยังใช้หนี้ไม่หมดเลย ดิฉันไม่ได้ อยู่ใช้หนี้หรอกนะคะ เพราะดิฉัน ๕๐ กว่าแล้ว เพราะ ๕๐ ปีมันก็ ๑๐๐ กว่านะคะ ไม่มีโอกาส แต่ดิฉันเป็นห่วงเด็กรุ่นหลัง ๆ ที่เกิดมาปั๊บตอนนี้ก็จะเป็นหนี้ประมาณ ๒๐๐,๐๐๐ บาท รายหัว ประชาชนคนแก่ก็ถามดิฉันว่า ส.ส. ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทมันมากมายขนาดไหน ดิฉันก็มานั่งคิด เอ๊ะ จะทำอย่างไรให้เข้าใจ คิดง่าย ๆ จังหวัดสมุทรสงครามเป็นจังหวัดที่เล็กที่สุด ในประเทศไทย เอาแบงก์ ๑,๐๐๐ ไปปูทั้งจังหวัดแล้วก็ไปกองท่วมหัว ท่วมหัว ส.ส. ส.ส. ก็ตัวเตี้ยอีก ต้องต่อจาก ส.ส. ไปอีกหลายคนก็ยังไม่มิดเลย เพราะฉะนั้นเงินมันมากมายมหาศาล ที่รัฐบาลจะกู้มาแล้วที่ดิฉันไม่เห็นด้วยกับการกู้นี่ ไม่ใช่ว่าดิฉันไม่เห็นด้วยกับโครงการ ที่จะก่อสร้างนะคะ โครงการที่จะก่อสร้างเป็นโครงการที่ดีดิฉันเห็นด้วย แต่ดิฉันไม่เห็นด้วย กับนโยบายที่จะกู้เงินแล้วเตรียมมาโกงค่ะ ที่ดิฉันต้องพูดอย่างนี้เพราะว่าดิฉันจะเน้นเรื่อง
มีผู้ประท้วงครับ
เตรียมใจไว้แล้วค่ะ รังสิมาค่ะ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางเปล่งมณี เร่งสมบูรณ์สุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเลย ดิฉันขอใช้ข้อบังคับ ข้อ ๖๑ วรรคสอง ผู้อภิปรายใช้คำพูดวาจาไม่สุภาพแล้วก็เสียดสี คำแรกพูดว่านายกรัฐมนตรี กู้มาโกง แล้วก็เอาเงินมากองท่วมหัว ก็อยากให้ท่านประธานสภาช่วยให้ผู้อภิปรายถอนคำพูด ด้วยนะคะ
ท่านรังสิมาครับ เมื่อสักครู่ประท้วงหลายประเด็นนะครับ แต่ที่เข้าประเด็นแน่นอน คือคำพูดที่บอกเตรียมกู้มาโกง ตรงนี้มันเป็นการใส่ร้ายโดยตรง เพราะฉะนั้นกรุณาเถอะครับ ให้ระมัดระวังคำพูดด้วยครับ
ท่านคะ ท่านยังไม่ฟังเหตุผลเลย ท่านปล่อยให้เขาประท้วงก่อน เดี๋ยวต้องรอตอนสามีท่านเป็นรัฐมนตรี
ท่านครับ เขาใช้ สิทธิประท้วง ผมต้องอนุญาตให้เขาประท้วง แล้วจะได้วินิจฉัยแล้วครับ ท่านว่าของท่านต่อครับ แล้วก็ระมัดระวังคำพูดด้วยนะครับ
ท่านคะ ท่านฟังดิฉันก่อนนะว่า ทำไมเหตุผลที่ดิฉันเตรียมกู้มาโกง เพราะว่าดิฉันอภิปรายทุกครั้ง แล้วเดี๋ยวจะถึงกระทรวง ของสามีผู้ประท้วง
มีผู้ประท้วง อีกแล้วครับ เชิญครับ
ท่านคะ ดิฉัน นางเปล่งมณี เร่งสมบูรณ์สุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเลย เขต ๓ พรรคเพื่อไทย ดิฉันมาในสภานี้เพื่อที่จะมาทำหน้าที่ การเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่มาจากการเลือกตั้ง มิใช่มาจากการลากตั้งของคนบางคน หรือเป็นนายกรัฐมนตรีบางคน ท่านประธานคะ ดิฉันทำหน้าที่ ถ้าท่านคิดว่ารัฐบาลโกงท่านก็ เอาหลักฐานมา แต่ของท่านมันโกงมันใกล้
เอาละครับ อย่าไปแว้งกัดเลยครับ ผมไม่อนุญาตนะครับ เชิญท่านบุณย์ธิดา
ท่านประธานที่เคารพคะ บุณย์ธิดา สมชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุบลราชธานี พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานคะ ดิฉันขอประท้วงท่านประธาน ข้อ ๘ เพราะว่าเมื่อช่วงบ่ายตอนที่ ท่านรองประธานวิสุทธิ์ขึ้น ดิฉันก็ได้ขึ้นมารอบหนึ่งแล้วบอกว่าขอความกรุณาค่ะ เพราะว่า ตอนที่ท่านรองประธานเจริญขึ้น ท่านรองประธานวิสุทธิ์ขึ้นท่านก็บอกว่าถ้าจะประท้วงอะไร ขอเฉพาะข้อบังคับก็พอแล้วท่านจะวินิจฉัยเองแล้วท่านก็ปล่อยให้มีข้อความยาวต่อมาเรื่อย ๆ ท่านประธาน อย่างนี้ก็ไม่จบท่านประธาน ถ้าท่านคิดว่าช่วงไหนที่ว่าท่านพอแล้ว ฟังข้อบังคับ แล้วท่านก็กดไมโครโฟน ตัดไมโครโฟน แล้วท่านก็วินิจฉัยเลยค่ะท่านประธาน อย่างนี้ก็ไม่จบค่ะ ท่านประธาน ขอบพระคุณค่ะ
ผมปฏิบัติตาม ที่พูดอยู่แล้วครับ ตามที่ท่านพูดนั่นละครับ แล้วเขาก็ประท้วงโดยอ้างข้อ ๖๑ แล้วผม ก็วินิจฉัยแล้ว แล้วก็พอจะเลยเถิดผมก็ตัดไมโครโฟนก็พยายามทำตามที่พูดอยู่แล้วครับ ท่านเปล่งมณีพอแล้วครับ ก็ที่ประท้วงก็วินิจฉัยไปแล้วครับ
ท่านประธานคะ ดิฉัน เปล่งมณี เร่งสมบูรณ์สุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเลย เขต ๓ พรรคเพื่อไทย ดิฉันขอให้ ท่านประธานสั่งผู้อภิปรายช่วยถอนคำพูดด้วยเกี่ยวกับเรื่องการกู้มาโกงตามข้อบังคับ ข้อ ๖๑ วรรคสอง การพูดใส่ร้าย เสียดสีเป็นประจำของคนผู้อภิปราย
เอาละอย่าแว้ง อย่าแว้งกัด ท่านรังสิมาครับเอาอย่างนี้ ถ้าบอกว่าเตรียมกู้มาโกงถ้าพูดอย่างนี้เป็นการใส่ร้ายตรง ๆ เพราะฉะนั้นอาจจะใช้คำพูดที่ในลักษณะว่าส่อ แล้วก็อธิบาย
ส่อว่าจะโกงก็ได้ค่ะ ตามที่ประธานบอกนะคะ ส่อว่าจะโกงตามท่านประธานสั่งค่ะ
แล้วท่านที่เห็นว่าส่อ ส่ออย่างไรท่านก็อธิบายมา
ท่านใจเย็น ๆ ค่ะ ดิฉันจะบอก เป็นสเตป (Step) นะคะ
เชิญครับ ต่อเลยครับ
เลยลืมไปเลย เดี๋ยวนะคะ เมื่อสักครู่นี้ดิฉันบอกว่าที่ดิฉันไม่เห็นด้วยกับการกู้ แล้วส่อว่าจะโกง แต่ดิฉันเห็นด้วยกับ โครงการที่จะก่อสร้างนี้นะคะ เหตุผลที่ดิฉันไม่เห็นด้วยเพราะว่าดิฉันมีความกังวล แล้วก็ดิฉัน ก็กลัวเพราะว่าดิฉันอภิปรายไม่ไว้วางใจท่านจะสังเกตดิฉันไหมคะ ดิฉันจะอภิปราย ไม่ไว้วางใจเกี่ยวกับเรื่องการทุจริตตลอดเวลานะคะ เพราะดิฉันอยู่คณะกรรมาธิการติดตาม การบริหารงบประมาณ สภาผู้แทนราษฎร นี่ตรวจมา ๒ ปีแล้วนะคะ ยังตรวจไม่หมดเลย งบเงินกู้ของท่าน แล้วก็ก่อนที่จะถึงตรงนั้นดิฉันกลัวเดี๋ยวประท้วงเยอะ ดิฉันเอาตรงนี้ก่อน คือว่างบอันนี้ท่านดูนะคะ ค่าจ้างที่ปรึกษาอย่างเดียวทุกโครงการรวมแล้วประมาณ ๖๐,๐๐๐ ล้านบาท ๖๐,๐๐๐ ล้านบาทนะคะมันจ้างใครมาปรึกษาอะไรกัน ดิฉันก็เลยเกิดความสงสัย เพราะดิฉันเป็นอนุกรรมาธิการพิจารณางบประมาณ อบรม สัมมนา ประชาสัมพันธ์ งบประมาณประจำปีทุกปี ๆ ดิฉันก็ดูเรื่องงบค่าจ้างที่ปรึกษา เคยมีตัวอย่างแล้วว่า จ้างภรรยาของตัวเองในกระทรวงนั้น ๆ มาเป็นที่ปรึกษา งบประมาณตั้ง ๓๐ ล้านบาท พอเราถาม ก็มาสาบานว่าไม่จริง ถ้าเป็นจริงขอให้ธรรมชาติลงโทษ ท่านเชื่อไหมคะ ฟ้าผ่าเปรี้ยงเลยวันนั้น ในห้องประชุมเรานั่งอยู่ตกใจกันหมด ขนลุกกันทุกคนเลยว่านี่ธรรมชาติจะลงโทษแล้ว แต่อยู่มาไม่เท่าไรธรรมชาติลงโทษจริง ๆ ตกเครื่องบินชนภูเขาตายเลยค่ะ อันนี้เกิดจากคำสาบาน ดิฉันจึงเชื่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์มีจริง โกงทีไรดิฉันยังแช่งทุกทีขอให้เห็นทันตาหน่อย นี่ก็เห็นนะคะ แต่นี่พอดิฉันมาดูอันนี้งบค่าจ้างที่ปรึกษา ๖๐,๐๐๐ ล้านบาท มันจ้างอะไรกันนักหนา มันจ้างมาปรึกษาอะไรกัน ดิฉันก็เลยมาดูโครงการแค่โครงการเดียว โครงการรถไฟ ไปเชียงใหม่ค่าจ้างที่ปรึกษา ๗,๐๐๐ ล้านบาท มันจ้างอะไรนี่ ๗,๐๐๐ ล้านบาท แล้วคนที่จ้าง ดิฉันอยากฝากกรรมาธิการว่าให้ไปดูสิว่าคนที่มาเป็นที่ปรึกษาเป็นโคตรเหง้าสักหลาดอีกหรือเปล่า เพราะคราวที่แล้วเป็นโคตรเหง้าสักหลาดของผู้บริหารทั้งนั้นเลย แล้วพอมาสาบานก็ตาย ประท้วงอีกแล้ว
(จ่าสิบตำรวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ ได้ยืนและยกมือขึ้น
เอาอย่างนี้ ท่านประสิทธิ์อย่าเสียเวลาเลยครับ ท่านรังสิมาครับ ระมัดระวังคำพูดสักนิดครับ อะไรที่มันจะทำให้ มีการประท้วงก็พยายามหลีกเลี่ยง
นี่ดิฉันพูดตามข้อมูลหลักฐาน เอกสารทั้งหมดเลย
โคตรเหง้าอะไร นี่พยายามครับอย่า
ก็ญาติพี่น้องแบบย้อนหลัง ดิฉันก็ไม่รู้จะพูดอย่างไร มันไล่หลาย เขาเรียกหลายอะไร บรรพบุรุษตั้งแต่ปู่ย่าตายาย ลูกหลานเหลนอะไรอย่างนี้ เขาเรียกโคตรเหง้าสักหลาดค่ะ
เชิญท่านมุกดาครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน มุกดา พงษ์สมบัติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดขอนแก่น พรรคเพื่อไทย ดิฉันขอประท้วง ท่านประธานในข้อ ๘ ท่านประธานที่เคารพคะ ท่านเป็นประมุขในสภาแห่งนี้ ดิฉันโน้ตไว้ และขอประท้วงผู้อภิปรายในข้อ ๖๑ พูดจาไม่สุภาพ ท่านดูเลคเชอร์ก็ได้นะคะ มันจ้างใครมาปรึกษา มันจ้างอะไรนักหนา โคตรเหง้าสักหลาด ท่านประธานปล่อยได้อย่างไรคะ โปรดวินิจฉัยด้วย ในข้อ ๖๑ ค่ะ
ผมวินิจฉัย ไปแล้วนะครับ ก็ประท้วงผมในสิ่งที่ผมวินิจฉัยไปแล้ว ก็ให้ระมัดระวังด้วย ต่อเถอะครับ
ท่านคะ เมื่อสักครู่นี้จ้างใคร มาปรึกษาใช่ไหม ดิฉันกลัวเป็นคนที่มีรูปร่างขาวอวบ หน้าตาซาลาเปาไส้หมูแดงอะไรอย่างนี้ มาเป็นที่ปรึกษาด้วย ดิฉันก็เลยเป็นห่วง เหตุผลที่ดิฉันไม่เห็นด้วย ต่อไปเรื่องการดูงาน ตอนนี้ งบประมาณยังไม่ผ่านสภานะคะ มีโครงการของการไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย หรือว่า รฟม. คณะกรรมการของ รฟม. เขาเตรียมจะไปเที่ยวประเทศจีน ประเทศกลุ่มสแกนดิเนเวีย หลังจากที่ได้รับเงินกู้นี้ อยากทราบว่าเงินที่ไปเที่ยว ๑๐ กว่าล้านบาทเขาเอามาจากเงินกู้ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนี่หรือเปล่า ต้องให้รัฐมนตรีตอบด้วยว่าโครงการอันนี้มีอยู่แล้ว ของ รฟม. เอาเงินตรงนี้ไปหรือเปล่า นี่เห็นไหมยังไม่ทันอะไรเตรียมจะไปเที่ยวแล้ว ทีนี้เหตุผล ท่านประธาน ที่ดิฉันบอกว่าทำไมดิฉันจึงกลัวว่าจะมีการส่อว่าจะมาโกง ท่านดูคลิปที่ดิฉันนะคะ ดิฉันขออนุญาตท่านประธานแล้ว เปิดคลิปที่ ๑ เลย
(เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
ท่านประธานดูนะคะ นี่โครงการ อนุรักษ์ฟื้นฟูแหล่งน้ำ อันนี้ละคะเป็นของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ที่ดิฉันบอกว่าเป็นของสามีท่านที่ประท้วงท่านดูก่อนแล้วอย่าเพิ่งประท้วงดูให้หมดก่อน ที่หนองปลาขาว ตำบลหนองแซง อำเภอเสลภูมิ จังหวัดร้อยเอ็ด ๔๘ ล้านบาท คลิปที่ ๒ เลย เห็นไหมคะ เขาขุดพอน้ำแห้งท่านดูสิคะเป็นไข่ดาวอยู่ตรงกลางเลย ขุดแต่ข้าง ๆ ตรงกลางไม่ขุดเลย เปิดไปอีกค่ะ เห็นไหมคะท่านประธาน นี่หรือขุด ๔๘ ล้านบาท ดินตั้ง ๖๐๐,๐๐๐-๗๐๐,๐๐๐ คิว ดิฉันยังหาเนื้อดินไม่เจอเลย ๔๘ ล้านบาท เบิกไปแล้วนะคะ
มีผู้ประท้วงครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพค่ะ ดิฉัน นางชมภู จันทาทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดหนองคาย พรรคเพื่อไทย พี่น้องประชาชนกำลังคอยฟังท่าน ส.ส. รังสิมาพูดอยู่ค่ะท่าน
ประท้วงข้อไหน
ดิฉันขอประท้วง ข้อ ๖๑ ของผู้อภิปราย ใส่ร้ายป้ายสี แล้วก็ประท้วงท่านประธานด้วยนะคะ ขอให้ท่านประธานให้ผู้อภิปรายนั้น ได้อภิปรายอยู่ในประเด็นด้วย อันที่ท่านอภิปรายอยู่แล้วก็มีภาพมันไม่เกี่ยวกับโครงการกู้ยืม ของ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทเลยค่ะท่านประธาน ขอให้ท่านประธานนั้นวินิจฉัยด้วยค่ะ ขอบคุณค่ะ
ท่านรังสิมาครับ ด้วยความเคารพนะครับ เอาไว้อภิปรายไม่ไว้วางใจดีไหมครับ พูดในประเด็น ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ตรงนี้ดีกว่า อย่ายาวไปถึงตรงนั้นเลยไม่อย่างนั้นไม่จบ
ท่านประธานคะ ท่านประธาน ตั้งสติให้ดี ๆ ไม่ใช่พอเขาประท้วงทีท่านก็เอนไปตามเขา
ท่านรังสิมาครับ ท่านครับ ท่านตั้งสติให้ดี ผมวินิจฉัยเอาไว้อภิปรายไม่ไว้วางใจดีกว่า แล้วให้พูดในกรอบงบ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทตรงนี้นะครับ
ท่านใจเย็น ๆ นะคะ ท่านฟัง ดิฉันก่อน ดิฉันบอกว่ามันส่อว่าจะโกง นี่ขนาดเงินกู้น้ำท่วม เงินน้ำท่วม ท่านฟังให้เสร็จก่อน คนประท้วงรอเดี๋ยวนะคะให้ดิฉันพูดให้หมดก่อนท่านจะได้ประท้วงถูกนะคะ คือโครงการ เปิดคลิปต่อไปเลยท่านจะรู้ว่ามันโยงใยกันอย่างไร ท่านใจเย็น ๆ หน่อยประธาน อันนี้นะคะท่านดู ขุด ๔๘ ล้านบาท เปิดไปอีก อันนี้เรื่องโครงการวางท่อน้ำ ๔๘ ล้านบาทที่หนองท่ม ตำบลนาเมือง อำเภอเสลภูมิอีกแล้ว
ท่านรังสิมาครับ เอาอย่างนี้ครับ ก็มีประท้วงไม่หยุด เอาเป็นว่ากรณีอย่างนี้มันคนละส่วนกับงบ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ถ้ามีอย่างที่ท่านเข้าใจว่าจะส่อไปในเรื่องการโกงเก็บไว้เป็นญัตติไม่ไว้วางใจหรือตั้งเป็น กระทู้ถามก็แล้วแต่ เราสามารถตรวจสอบได้หลายทาง
นี่อย่างไรท่านประธาน ที่ดิฉัน
อย่าเพิ่งสวน สิครับ แต่ตอนนี้เรากำลังพิจารณาเงินกู้ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เพราะฉะนั้นก็ให้อยู่ ในประเด็นว่ากู้โครงการอะไร อย่างไร ดี ไม่ดี เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย มันคนละเรื่องกับญัตติ ไม่ไว้วางใจนะครับ
เข้าใจค่ะ แต่ท่านฟังดิฉันก่อน ก็ดิฉันบอกแล้วอย่างไรว่าดิฉันกังวล ดิฉันกลัวว่ากู้มาแล้วมันส่อว่าจะโกงเหมือนกับโครงการ ที่ผ่านมานี่ ดิฉันให้ดูว่ากู้ ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาทเป็นอย่างไร
ท่านครับ ผมวินิจฉัยและเตือนหลายรอบแล้วไม่อย่างนั้นก็ประท้วงกันไม่หยุด
(นายสุนัย จุลพงศธร ได้ยืนและยกมือขึ้น)
เชิญท่านสุนัย
ท่านประธานครับ ผมประท้วง ท่านประธานในข้อ ๘ ซึ่งจะไม่ก้าวล่วงไปถึงท่านผู้อภิปรายนะครับ ท่านประธานครับ ท่านประธานมีอำนาจในการควบคุมการประชุม ผมขอกราบเรียนท่านประธานว่า เวลามันมีความสำคัญเพราะเรามีกำหนดเวลากัน หากมีการประท้วงอย่างนี้ก็จำเป็นที่จะต้อง ให้รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องมาชี้แจงเรื่องดินซึ่งไม่ได้เกี่ยวกับรถไฟ เวลาที่เราจะต้องเถียงรถไฟกันว่า ถูกต้องไม่เหมาะสมอย่างไรเป็นผลประโยชน์ของประชาชน ในที่สุดก็จะต้องเสียเวลาไปพูด กับเรื่องที่ไม่ได้เกี่ยวกับประเด็น ท่านประธานครับ ขอให้ท่านประธานได้ชี้ขาดแล้วก็ ขอความกรุณาน้องรังสิมาที่น่ารักที่สุด เห็นประโยชน์ของการอภิปรายเรื่องนี้เถอะครับ อย่าให้เลยเถิดไป เพราะว่าไม่อย่างนั้นรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องก็ต้องมาแก้กัน เหมือนเมื่อวานนี้ ไปแก้กันเรื่องมิยาซาวาซึ่งไม่เกี่ยวเลย ไปแก้เรื่อง ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาทอย่างนี้ มันไม่เกี่ยวเลยครับ ผมก็เสียดายเวลาของฝ่ายค้านนะครับ กราบขอบพระคุณท่านประธานครับ
ขอบคุณครับ ผมวินิจฉัยนะครับ ผมขอวินิจฉัยก่อนครับ เท่าที่ฟังก็มีเหตุผล ก็ทำนองเดียวกันครับ ถ้าไปขุด เรื่องเก่าซึ่งไม่เกี่ยวกับงบ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทมาว่ากัน ถ้าฝั่งนี้ขุดเรื่องเก่ามาพูดบ้าง ทางนี้ก็ต้องขึ้นมาชี้แจงเลยกลายเป็นคนละเรื่องไป ก็เหมือนตอนนี้ครับ ก็ไปพูดในส่วนที่ เกี่ยวข้องกับรัฐมนตรีในเรื่องที่ไม่เกี่ยวกับงบ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท รัฐมนตรีที่เสียหาย ก็อาจจะต้องมาชี้แจงอีก มันก็เลยกลายเป็นว่าไปพูดเรื่องอะไรก็ไม่รู้ ไม่เกี่ยวกับงบ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทเลย มันก็ไม่จบไม่สิ้น เพราะฉะนั้นผมยืนยันคำวินิจฉัยครับ ท่านรังสิมาครับ อยู่ในประเด็นกรอบ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทเถอะครับ เอาไว้เป็นญัตติ ไม่ไว้วางใจดีกว่าหรือตั้งเป็นกระทู้ถามก็ได้ครับ ต่อเถอะครับ
(นายบุญยอด สุขถิ่นไทย ได้ยืนและยกมือขึ้น)
ท่านบุญยอด นั่งลงกระมังครับ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎร ผม บุญยอด สุขถิ่นไทย พรรคประชาธิปัตย์ แบบบัญชีรายชื่อครับ ขณะนี้ เรากำลังพิจารณากันถึงหลักการที่คณะรัฐมนตรีชุดนี้เสนอเข้าสู่สภา นี่เป็นวาระที่หนึ่ง สมาชิกย่อมมีสิทธิที่จะได้อภิปรายตามความคิดเห็นของเขาว่าเขาคิดเห็นอย่างไรกับเรื่องนี้ มันอาจจะต้องเทียบเคียงบ้าง เพราะคณะรัฐมนตรีเป็นคณะรัฐมนตรีชุดเดียวกันครับ ท่านจะ มาตีกรอบว่าให้คนอภิปรายพูดอย่างนั้นอย่างนี้ ตีกรอบกันอย่างเข้มแข็งขนาดนี้ไม่ได้ครับ ไม่ใช่ว่าเขาออกนอกประเด็น เพราะว่าความน่าเชื่อถือของคนที่กำลังเสนอกฎหมายฉบับนี้อยู่ ก็เป็นประเด็นส่วนหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับการขอกู้เงินในครั้งนี้ครับ หรือขอให้มีกฎหมายฉบับนี้ เพราะฉะนั้นผมก็ต้องขอแย้งท่านประธานนะครับ ท่านประธานอย่าใช้คำว่า วินิจฉัยแล้ว ทุกอย่างจบแล้ว เพราะมันมีอีกมุมหนึ่งเสมอท่านประธาน ผมพยายามลุกขึ้นเพื่อที่จะประท้วงก่อน ท่านก็วินิจฉัยก่อนนะครับ เมื่อสักครู่ผมก็พยายามใช้โอกาสนี้ ผมขอเรียนท่านประธานครับว่า จะให้การประชุมราบรื่นไปได้ต้องร่วมมือกันทั้ง ๒ ฝ่ายครับ ให้ประชาชนเขาตัดสินเถอะว่า การใช้เวลาของคุณรังสิมาจะเป็นอย่างไร กระทบกระเทือนพาดพิงต่อใครท่านก็ใช้สิทธิ ในการแก้ไขข้อพาดพิงนั้นได้ ท่านเป็นรัฐมนตรี คนอื่นก็ไม่ต้องมาช่วยหรอกครับ ขอบพระคุณครับ
ผมย้ำอีกทีครับ ผมยึดข้อบังคับ แล้วก็ที่ผ่านมาสมาชิกพรรคเพื่อไทยก็ไม่แฮปปี้ (Happy) กับผมสักเท่าไรหรอก เพราะฉะนั้นคนที่ทำหน้าที่ประธานก็ต้องยึดข้อบังคับเท่านั้นละครับ ข้อบังคับก็คือกติกา ที่พวกเราข้างล่างร่วมกันเขียนมาให้ผมใช้ แล้วเราก็ใช้เล่มเดียวกัน แล้วท่านก็เขียนขึ้นมา บอกให้คำวินิจฉัยของประธานถือว่าเป็นที่สุด แต่ท่านก็มาประท้วงคำวินิจฉัยของประธาน แล้วเมื่อไรมันจะจบ แล้วที่สุดมันจะไปอยู่ตรงไหน เพราะฉะนั้นต้องให้เกียรติ ต้องยึดข้อบังคับ แล้วผมวินิจฉัยไปแล้วท่านก็ขึ้นมาประท้วงแล้วก็มาวินิจฉัย เหมือนกับจะวินิจฉัยแทนผม อย่างนี้มันคงไม่ได้นะครับ เพราะฉะนั้นอย่าประท้วงคำวินิจฉัยของประธานเลยครับ ผมวินิจฉัยเสร็จแล้วครับ แล้วก็ยืนยันคำวินิจฉัยเดิม ไม่ให้พูดนอกประเด็นแล้วไปทำให้คนอื่น เสียหาย ถ้าเขาพูดในเรื่องที่ฝั่งเราเสียหายบ้าง เป็นเรื่องในอดีตมันก็ไม่จบไม่สิ้น สรุปแล้ว ก็ไม่ต้องพูดเรื่อง ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทกัน พูดเรื่องที่ว่ากันไปว่ากันมาในเรื่องอดีต มันก็จะ นอกประเด็น นี่ผมยกตัวอย่างชี้ให้เห็นว่ามันนอกประเด็นชัดเจน เอาไว้เป็นญัตติไม่ไว้วางใจ หรือตั้งเป็นกระทู้ถาม เพราะฉะนั้นผมไม่อนุญาตให้พูดตรงนั้นนะครับ เชิญต่อเถอะครับ
ท่านประธานคะ ที่ดิฉันต้องพูด เพราะว่าดิฉันก็โยงไปที่เงินกู้ ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท นั่นก็เงินกู้เหมือนกัน ใช้วิธีพิเศษอย่างไร ดิฉันก็เลยจะโยงให้ดูว่าทำไมดิฉันไม่เห็นด้วยกับร่าง พ.ร.บ. นี้ ท่านเข้าใจไหมคะ ที่ดิฉันพูดนี่ ท่านก็คงเข้าใจนะ อย่าเพิ่งกดสิคะ เพราะว่าดิฉันเห็นท่านจ้องจะกดแล้วเลยบอกไว้ก่อน ท่านฟังดิฉันสักนิดหนึ่งนะคะ เพราะฉะนั้นดิฉันก็เลยบอกไว้ตั้งแต่ต้นแล้วอย่างไรว่าดิฉันกังวล แล้วดิฉันก็กลัวเพราะมันเกิดจากเงินกู้เหมือนกัน คราวที่แล้วกู้ ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท แม้กระทั่งข้าวกล่องที่ดิฉันเคยพูดแล้วให้ดิฉันถอนจำได้ไหมคะ ขนาดข้าวกล่องมันกินหรือมันแดก กันแน่ที่ดิฉันถาม แต่ดิฉันถอนคำว่า แดก เพราะฉะนั้นคนก็เลยมาถามดิฉันว่า ส.ส. ขนาด ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท มันยังแดกขนาดนี้เลย นี่ดิฉันเอาคำพูดเขามาเดี๋ยวดิฉันถอนค่ะ แต่ว่าแล้วนี่มัน ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทมันจะแดกขนาดไหน ดิฉันขอถอนคำว่า แดก นะคะ กินค่ะ เพราะฉะนั้นดิฉันถึงได้โยงให้ท่านดูว่าดิฉันกังวลแค่ ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาทมันยังขนาดนี้เลย แล้วนี่ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทมันมากมายมหาศาลนะคะ เพราะฉะนั้นดิฉันจึงติงเอาไว้ว่า ขนาดแค่นี้เงินกู้ตอน
ท่านประสิทธิ์ ปล่อยไปเถอะผมฟังอยู่นั่งเถอะครับ เชิญครับ
ท่านประสิทธิ์ไม่ต้องหรอกค่ะ ออกทีวีตอนนี้
เอาละครับ เชิญต่อของท่านเลย
เลยลืมอีกละเดี๋ยวก่อนนะ คือเมื่อสักครู่นี้ที่ดิฉันบอกว่าเงินกู้ ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ดิฉันยังดูคลิปไม่หมดเลยนะคะ ท่านไปดูคลิปอื่นอีกสิว่ามันมากมายมหาศาลขนาดไหนเงินกู้นี่ ขอเปิดคลิปอีกทีได้ไหมคะ เหลืออีกคลิปเดียว
(เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
ท่านประธานดูนะคะ นี่แม่น้ำ ลพบุรีท่านดูสิคะขุดแม่น้ำลพบุรี คลิปต่อไปเลยค่ะ เห็นไหมคะนี่แม่น้ำลพบุรีกี่สิบล้านบาท เปิดไปอีกค่ะ เห็นไหมคะ ท่านรับได้หรือคะที่ดิฉันบอกว่าเงินกู้นี่แค่ ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท มันยังโกงขนาดนี้ สตง. ดูดิฉันอภิปรายแล้วช่วยลงไปตรวจด้วยนะคะที่เอ่ยไว้ทั้งหมด เพราะฉะนั้น แม้กระทั่งที่ขุดบ่อบาดาลอะไรทั้งหลายนั่นก็เงินกู้เหมือนกันเห็นไหมคะที่ดิฉันอภิปราย ไม่ได้ขุดเลยก็เบิกไปหมด ไม่ได้เป่าเลยก็เบิกไปหมด เพราะฉะนั้นดิฉันจึงอยากจะฝากนะคะ ว่างบปกติก็โกง งบน้ำท่วมก็โกง งบเงินกู้ก็โกง เพราะฉะนั้นโกงทุกครั้งที่กู้
ก็ใส่ร้ายกัน ตรง ๆ เลยนะครับ มีประท้วงถอนคำพูด ว่าโกง ท่านต้องถอนครับ
ท่านคะดิฉันลืมไปขออภัย งบปกติส่อว่าจะโกง งบน้ำท่วมก็ส่อว่าจะโกง งบเงินกู้ก็ส่อว่าจะโกง เพราะฉะนั้นส่อว่าจะโกง ทุกครั้งที่กู้ กู้แล้วก็ส่อว่าจะเอามาโกง โกงเสร็จก็ส่อกลับมากู้ใหม่อีก ก็ฝากท่านประธานไปถึง ท่านรัฐมนตรี ขอบคุณค่ะ เพราะฉะนั้นดิฉันไม่สามารถที่จะรับหลักการร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ได้ ขอบคุณค่ะ
จบแล้วครับ ท่านประสิทธิ์ ผมให้สิทธิท่านรัฐมนตรีใช้สิทธิพาดพิงเมื่อสักครู่ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ เพื่อนสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม นายปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเลย พรรคเพื่อไทย ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ก่อนอื่นนั้นต้องขอ เรียนชี้แจงท่านรังสิมา รอดรัศมี ที่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของพรรคประชาธิปัตย์ ที่เป็นกรรมาธิการติดตามการบริหารงบประมาณต้องขอชื่นชม แต่ต้องศึกษาให้ดี ๆ อย่ามาพูดมั่ว ๆ ในฐานะที่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เสียใจที่พี่น้องชาวจังหวัดสมุทรสงคราม เลือกมา ท่านดูหน่อยว่างบที่ท่านพูดมันเป็นงบผูกพันปี ๒๕๕๕ ปี ๒๕๕๖ ปี ๒๕๕๗ ที่ท่านพูดนี่ หนองปลาขาวไม่ใช่งบ ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท แต่ขณะนี้ยังเบิกเงินเพียงงวดเดียว คุณต้องไปดูหน่อย ศึกษาหน่อยไม่ใช่สักแต่พูด เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรต้องดูหน่อยว่าอำเภอเสลภูมิคุณเคยไปไหม อยู่ ๆ คุณจะมาพูด เขาเอาอันนี้มาให้คุณในฐานะที่เป็นกรรมาธิการติดตามการบริหาร งบประมาณต้องไปดูไม่ใช่สักแต่พูด พูดเอามันทั้งนั้นมันไม่เหมาะ นี่คือจะสอนนะครับ ไม่ใช่มาพูดเอาดีแต่ตัวแล้วเอาชั่วใส่คนอื่น เดิมพันกันไหม ถ้าที่คุณพูดมาเป็นจริง คุณกล้าลาออก จากการเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไหม ถ้าผิดผมลาออกจากรัฐมนตรี อย่าพูดแต่ปาก ต้องเอาเรื่องจริงมาพูดครับ อยากจะเรียนนะครับว่าตรงนี้พิสูจน์กันได้ครับ ขอบคุณมากครับ
เล็กน้อยก็พอนะครับ ท่านรังสิมาเชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาค่ะ ดิฉัน นางสาวรังสิมา รอดรัศมี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดสมุทรสงครามนะคะ ท่านรัฐมนตรี อย่าเพิ่งเดือดมากจนจำจังหวัดดิฉันไม่ได้ ท่านใจเย็น ๆ ค่ะ ท่านฟังให้ดี ๆ ก่อน ดิฉันเห็นท่านวิ่งรีบร้อนมานี่ท่านดูสิคะว่าดิฉันพูดนี่มันมีทั้งงบปกติ ดิฉันรู้แล้วว่าปี ๒๕๕๕ ปี ๒๖๕๖ ปี ๒๕๕๗ ผูกพัน แต่ดิฉันเทียบให้ดูว่าอันนี้งบปกติ อันนี้งบน้ำท่วม อันนี้งบเงินกู้ ท่านเข้าใจไหมคะรัฐมนตรี ดิฉันเป็นกรรมาธิการ ดิฉันก็ได้ข้อมูลจากคนที่มาชี้แจง เขามาชี้แจง ก็เป็นหลักฐาน ดิฉันพูดนี่ถ้าท่านเป็นรัฐมนตรีที่ดีนะคะท่านต้องลงไปตรวจ ดิฉันเป็น ส.ส. ดูแลผลประโยชน์ให้กับประเทศชาติ เพราะฉะนั้นดิฉันจึงบอกว่าขนาดงบปกติก็ส่อว่าจะโกง ประธาน นี่อย่างไรงบน้ำท่วมดิฉันเขียนมาหมดละ เพราะดิฉันไม่ได้พูดปากเปล่านะคะ ดิฉันพูดอะไร ไม่มีโกหกตอแหลค่ะ เป็นคนตรงไปตรงมาและไม่ใส่ร้ายใคร ใครมาฝากดิฉันอภิปรายอะไร ดิฉันยังไม่อภิปรายเลยนะ ดิฉันต้องไปเห็นกับตา ดิฉันจะต้องฟังกับหู เขามาชี้แจง ดิฉันไม่ได้ ใส่ร้ายท่านนะคะ ดิฉันทำหน้าที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรรักษาผลประโยชน์ให้กับประเทศชาติ ไม่ได้รักษาผลประโยชน์ให้คนหนึ่งคนใดหรือตระกูลหนึ่งตระกูลใดเลยนะคะ
พอแล้วครับ สมควรแล้ว นี่ละที่ผมได้พูดตอนวินิจฉัยมันก็เลยกลายเป็นกำลังถกเรื่องอะไรกันอยู่ตอนนี้ มันไม่เกี่ยวกับงบ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ก็เพราะไปพูดนอกกรอบ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท อย่างที่ผมพูด ไปหยิบเรื่องเก่ามามันก็เลยต้องมาถกกันเรื่องเก่าอยู่ตอนนี้ทำให้สภาเสียเวลา ผมถึงวินิจฉัยไม่ให้พูดอย่างไรครับ นี่ละคือผล เชิญท่านรัฐมนตรีครับ เอาเฉพาะประเด็น ที่พาดพิงเท่านั้นนะครับ แล้วอย่าพาดพิงกลับนะครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ เพื่อนสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม นายปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเลย พรรคเพื่อไทย ในฐานะรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ต้องนำเรียนคุณรังสิมา รอดรัศมี นะครับว่า ที่คุณพูดว่าเป็นเงิน ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ที่แก้ไขปัญหาน้ำท่วม แต่ข้อเท็จจริงคือ ในฐานะที่คุณเองเป็นกรรมาธิการติดตามการบริหารงบประมาณไม่ใช่เป็นมือปืนรับจ้าง เขาเอาข้อมูลมา คุณสามารถชี้ ผมสามารถชี้แจงได้แต่อย่ามาพูดลอย ๆ มันถ่ายทอดสด ไปทั่วประเทศ เสียใจนะครับที่พี่น้องชาวจังหวัดสมุทรสงครามเลือกคุณมาเป็นผู้แทนราษฎร ต้องเอาเรื่องจริงมาพูด ถ้าไม่จริงคุณพิสูจน์กับผมได้ คือต้องเอาข้อเท็จจริงไม่ใช่ว่า จู่ ๆ แล้วมาพูดเอาความมัน คือในลักษณะงบนี่เป็นงบผูกพันปี ๒๕๕๕ ปี ๒๕๕๖ ปี ๒๕๕๗ คือ ๒ โครงการที่คุณพูดเป็นเรื่องจริง แต่งบประมาณยังอยู่ระหว่างปีเพิ่งเบิกงวดเดียว ปี ๒๕๕๕ ปี ๒๕๕๖ ปี ๒๕๕๗ ทำดำเนินการก่อสร้าง ๓ ปี ตรงนี้ต้องชัดเจน ไม่ใช่ว่า เป็นกรรมาธิการติดตามการบริหารงบประมาณและเอาความมันของตัวเองมาพูด เอาดีแต่ตัว แล้วเอาชั่วใส่คนอื่นนะครับ อยากจะเรียนตรงนี้
สมควรแล้วท่าน พอแล้วครับ สมควรแล้วครับ พอแล้วครับ ไม่อนุญาตแล้วครับ ผมไม่อนุญาตแล้วครับ เชิญท่านอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ ๑๐ นาที เชิญครับ พอแล้วครับ หรือจะโต้กันไปโต้กันมาอีกสักชั่วโมง อย่างนั้นหรือครับ ก็ปล่อยคนละ ๒ ทีก็พอแล้วนี่ครับ อย่างนั้นเอาอีกสักชั่วโมง เชิญครับ
ท่านประธานคะ ดิฉัน นางสาวรังสิมา รอดรัศมี
ไม่เป็นไรท่านสุนัย ไม่เป็นไรครับ
สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดสมุทรสงคราม ดิฉันไม่ได้เอาดีใส่ตัว เอาชั่วใส่คนอื่นนะคะ ที่ดิฉันพูดนี่ดิฉันก็ยกตัวอย่างแล้วอย่างไรว่างบปกติ งบน้ำท่วม งบเงินกู้ ๓ อย่างนี่ดิฉัน เอามาให้ดูว่ามันเป็นอย่างนี้ ๆ ถึงได้ไม่ไว้ใจ แต่ถ้าท่านเป็นรัฐมนตรีที่ดีท่านต้องไปลงตรวจ ไม่ใช่ท่านมาท้าดิฉัน ดิฉันยินดีนะคะ ถ้าดิฉันใส่ร้ายท่านลงไปกับดิฉัน ถ้ามันเป็นจริงอย่างที่ ดิฉันพูดท่านต้องลาออกนะ ดิฉันยินดีอยู่แล้วไม่มีปัญหา ท่านไม่ต้องสงสารคนจังหวัดสมุทรสงคราม ถ้าไม่ดีจริงเขาไม่เลือกดิฉันมา ๔ สมัยหรอกค่ะ
ก็คนละ ๓ ที พอนะครับ ผมไม่อนุญาตอีกแล้วนะครับ เชิญท่านรัฐมนตรีครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม นายปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเลย พรรคเพื่อไทย ในฐานะรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ต้องนำกราบเรียนนะครับว่าข้อเท็จจริงวันนี้ เรามีการถ่ายทอดสด แต่ต้องนำเรียนนะครับว่าที่ผมพูดไปนั้นไม่ได้ท้าทายแต่เอาความจริงมาพูดว่า ที่คุณพูดนั้นบอกว่าทำไม่เสร็จเลยอย่างโน้นอย่างนี้ คือต้องเอาหลักข้อเท็จจริงมาพูดว่าขุดลอก ระยะเวลา ๓ ปี งบปี ๒๕๕๕ ปี ๒๕๕๖ ปี ๒๕๕๗ ดำเนินการ ๓ ปี แต่ดำเนินการเพิ่งเบิกงวด ๑ แต่คุณมาบอกว่านี่โกง ๆ คุณมาพูดได้อย่างไร แล้วคุณเป็นกรรมาธิการติดตามการบริหารงบประมาณ คุณสามารถเลย ถ้ามันไม่ถูกต้องคุณสามารถไปร้อง ป.ป.ช. คุณสามารถเรียกมาชี้แจง แต่ต้องข้อเท็จจริงไม่ใช่ว่าเขาเอาข้อมูลมาให้ แต่ไม่รู้ว่างบมาอย่างไร ปีไหน เขาพูดในจุดตรงนี้ แล้วก็เรียนนะครับว่าที่คุณท้าผมเองในฐานะที่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เป็นผู้แทนราษฎร ของพี่น้องชาวจังหวัดเลย สมัยนี้ก็สมัยที่ ๑๐ พิสูจน์ได้ครับ พิสูจน์ได้ว่าถ้าไม่จริงคุณต้องลาออก ผมต้องลาออก พิสูจน์ได้เลยที่คุณพูดมาทั้งหมด คืออย่าไปพูดท้าทายตรงนี้ เอาความจริงมาพูด ในสภาครับ ก็อยากจะเรียนตรงนี้ เอาให้มันจบไปตรงนี้ แล้วอย่างไรคือให้มันชัดเจน เพราะว่าวันนี้ เรามีการประชุมเรื่องเม็ดเงิน ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทครับ
เอาละครับ เป็นรายการแก้ง่วง แวะพักข้างทางสักสมควร พอแล้ว ไม่อนุญาตแล้วครับ เชิญท่านอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ ครับ สมควรแล้วครับ พอเถอะครับ ไม่นิดเดียวแล้วครับ เชิญท่านอภิชาตครับ ไม่เลยครับ พอแล้วครับ เชิญท่านอภิชาตครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ สมาชิกผู้แทนราษฎรจากจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ กระผมจำเป็นต้องลุกขึ้นมาแสดงความคิดเห็นกับร่างพระราชบัญญัติ กู้เงิน ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ในวันนี้ด้วยความไม่สบายใจ ผมไม่สบายใจกับการตัดสินใจ ของรัฐบาลที่ใช้วิธีการที่จะกู้เงินจำนวนมากมายมหาศาล แทนที่จะใช้รูปแบบของวิธีการ งบประมาณตามปกติ ผมไม่สบายใจที่การลงมติในวันนี้มีแนวโน้มว่าจะให้ความเห็นชอบ กับร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ แม้ว่าพวกเราซึ่งเป็นผู้แทนราษฎรจากหลายพรรคได้ใช้ ความพยายามที่จะชี้แนะ มีข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์และหาทางออกให้กับรัฐบาล แต่ดูเหมือนว่าความพยายามของพวกเรานั้นจะไม่เป็นผล ต้องเรียนกับท่านประธานว่าผมเอง เป็นผู้แทนราษฎรมาจากต่างจังหวัด ผมรู้ดีนะครับว่าประเทศเรามีความจำเป็นในเรื่องของ การปรับโครงสร้างพื้นฐานโดยเฉพาะเรื่องของการคมนาคมขนส่ง เพราะว่าเราขาดแคลน ในเรื่องนี้ เรามีความจำเป็นเร่งด่วนในเรื่องนี้ รถไฟรางคู่เราอยากได้ รถไฟความเร็วสูง เราอยากได้ การขนส่งการคมนาคมทางบก ทางน้ำ เราจำเป็นที่จะต้องได้รับการพัฒนา รวมทั้งการขนส่งทางอากาศด้วยซ้ำ แต่ท่านประธานที่เคารพครับ ความจำเป็นในการพัฒนา ประเทศ เราจำเป็นต้องก้าวกระโดดถึงขั้นต้องกู้เงินทีเดียว ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทมา เพื่อเป็นภาระ เป็นหนี้สินให้ลูกหลานของเราต้องใช้เวลาในการชดใช้คืนถึงครึ่งศตวรรษ อย่างนั้นหรือครับ ท่านประธานที่เคารพครับ เงินมากมายขนาดนั้นท่านประธานก็เห็นอยู่แล้วว่ามันไม่ใช่เรื่องที่ หามาได้ง่าย ๆ และเป็นภาระผูกพันของประเทศ จำเป็นที่จะต้องใช้วิธีการที่เหมาะสม และสามารถที่จะอธิบายให้กับคนรุ่นต่อ ๆ ไปได้เข้าใจได้ ท่านประธานครับ ผมมีความจำเป็น ที่จะต้องเรียนกับท่านประธานว่าผมไม่เห็นด้วยกับร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้และมีเหตุผล ที่จะต้องตอกย้ำกับท่านประธานผ่านไปยังรัฐบาลเพื่อให้ไตร่ตรองทบทวนอีกครั้งหนึ่ง ดังต่อไปนี้ครับ
ประการแรก ผมเห็นว่าร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้เป็นความพยายาม เป็นความจงใจ ที่จะหลีกเลี่ยงการตรวจสอบของผู้แทนปวงชน จงใจที่จะทำลายวิถีทางแห่งประชาธิปไตย ในระบบรัฐสภา อย่างน้อยที่สุดท่านประธานครับ รัฐบาลจงใจที่จะละเมิดกฎหมายรัฐธรรมนูญ เจตนารมณ์ และวิถีทางของระบอบประชาธิปไตยตามรัฐธรรมนูญ ๒ มาตรา มาตรา ๑๖๗ เป็นเรื่องของการจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปีซึ่งเราทำอยู่แล้ว มีความจำเป็น ในการพัฒนาประเทศในด้านใด มีแผน มียุทธศาสตร์ที่เป็นความเร่งด่วนที่รัฐบาลจะต้อง ใช้แบบไหน เราก็ใช้วิธีการงบประมาณ งบประมาณรายจ่ายประจำปีใช้ไม่พอเรามี งบประมาณกลางปี ท่านก็สามารถเสนอเพิ่มเติมได้ มีความจำเป็นเร่งด่วนอะไรที่เข้ามา ในช่วงเวลานั้นท่านก็สามารถทำได้ นี่คือเจตนารมณ์ของมาตรา ๑๖๗ อีกมาตราหนึ่ง ซึ่งมีความสำคัญแล้วผมก็เป็นกังวลอย่างมากก็คือในมาตรา ๑๖๘ มาตรา ๑๖๘ วรรคห้า ในวิธีการงบประมาณปกติในงบประมาณรายจ่ายประจำปีเขาบอกไว้ว่า ในการพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณ รายจ่ายเพิ่มเติมและร่างพระราชบัญญัติโอนงบประมาณรายจ่าย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จะแปรญัตติเพิ่มเติมรายการหรือจำนวนในรายการมิได้ นี่หมายความว่าอะไรครับ ต่อไปนี้ รัฐบาลนี้เลี่ยงที่จะใช้งบปกติ รัฐบาลนี้จงใจที่จะออกพระราชบัญญัติขึ้นมาอีกฉบับหนึ่ง เพื่อการใช้เงินจำนวนก้อนมหาศาลและเปิดโอกาสให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแปรญัตติได้ ที่พูดกันมาตลอด ๒ วัน ที่อ่อยกันไปอ่อยกันมาว่าผู้แทนราษฎรสามารถที่จะเข้าไปแก้ไข ในเล่มขาว ในเล่มเอกสารประกอบการพิจารณาได้ ผมเชื่อครับว่าทำได้ เพราะมันไม่ได้ขัด กับรัฐธรรมนูญ เพราะท่านเลี่ยงไปออกเป็นกฎหมายพิเศษ กฎหมายเฉพาะไว้แล้ว ตรงนี้ครับ ที่ทำให้เจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญที่ต้องการให้ฝ่ายนิติบัญญัตินั้นมีหน้าที่ในการควบคุมไม่ใช่มีหน้าที่ ในการไปจัดสรรงบประมาณเอง ผมกังวลกับเรื่องนี้ ประธานที่เคารพครับ ถ้าท่านประธาน จะได้ติดตามก็จะเห็นว่าในบทบัญญัติของร่างกฎหมายฉบับนี้มีข้อกำหนดหลายประการ ที่ให้อำนาจกับฝ่ายรัฐบาลแต่เพียงข้างเดียวและละเลยหลีกเลี่ยงการตรวจสอบ ผมจะลงไป ในรายละเอียดของร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ อย่างน้อยที่สุดครับมี ๕ มาตราที่ผมเป็นกังวล และจำเป็นที่จะต้องขอความเห็นชอบจากเพื่อนสมาชิกด้วยว่าเราควรจะให้ความเห็นชอบ กับกฎหมายฉบับนี้หรือไม่ ท่านประธานครับ มาตรา ๗ วงเงินกู้ การจัดการเงินกู้ และวิธีการ เกี่ยวกับการกู้เงินในแต่ละปีงบประมาณให้เป็นไปตามที่คณะรัฐมนตรีอนุมัติ แปลความว่า จะกู้เท่าไรในแต่ละปี ในช่วงเวลาไหน อนุมัติกันเอง ไม่ต้องมาขอความเห็นชอบจากผู้แทน ของปวงชนอีกต่อไปแล้ว มาตรา ๘ ค่าใช้จ่ายในการกู้เงินและการจัดการตราสารหนี้อาจจ่าย จากเงินที่ตั้งไว้ในงบประมาณรายจ่ายประจำปีหรือเงินกู้รายนั้นก็ได้ นั่นหมายความว่า เปิดช่องว่าค่าใช้จ่ายในการไปดำเนินการท่านไปเอาเงินจากงบประมาณรายจ่ายประจำปี มาใช้ได้เพิ่มอีก ภาระอันนี้ไม่ได้อยู่ในวง ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทเท่านั้น แต่เพิ่มเข้ามาในงบประมาณรายจ่าย ประจำปีด้วย ท่านประธานครับ ในมาตรา ๑๕ เมื่อคณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติให้มีการดำเนิน โครงการและจัดสรรเงินกู้เพื่อการดำเนินโครงการแล้ว ให้บริหารจัดการโครงการและจัดสรร เงินกู้ตามวงเงินที่อนุมัติต่อไป ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะรัฐมนตรีกำหนด ซึ่งหลายท่านก็ได้อภิปรายกันแล้วผมไม่ขอซ้ำ แต่ชี้ให้เห็นว่าการบริหารโครงการทั้งหลาย ทั้งปวงทำกันเองอยู่ในวงของตัวเองทั้งนั้น มาตรา ๑๗ ให้หน่วยงานเจ้าของโครงการรายงาน การเบิกจ่ายเงินกู้ของโครงการและผลการดำเนินโครงการต่อกระทรวงเจ้าสังกัดอย่างต่อเนื่อง จนสิ้นสุดโครงการ ใช้เงินกันเอง แล้วก็อนุมัติการเบิกจ่ายกันเอง ตรวจสอบกันเอง และในมาตรา ๑๘ ก็ให้กระทรวงเจ้าสังกัดของหน่วยงานเจ้าของโครงการจัดให้มีระบบ การติดตามและประเมินผลโครงการและแผนงาน และรายงานการติดตามและประเมินผล โครงการและแผนงานต่อกระทรวงการคลัง ก็คือประเมินผลกันเองอีก อนุมัติกันเอง บริหารกันเอง ใช้เงินกันเอง และประเมินผลกันเอง พี่น้องประชาชนเจ้าของภาษีอากรไม่มีโอกาสได้เข้ามา แตะต้องในส่วนนี้ ท่านประธานที่เคารพครับ ในประเด็นต่อมาที่ผมคิดว่าจำเป็นจะต้องพูด และแสดงความไม่เห็นด้วยก็คือว่าท่านบอกว่านี่คือการปรับโครงสร้างพื้นฐานทางด้านคมนาคม อย่างแท้จริง เพื่อนสมาชิกได้อภิปรายให้ทราบว่าโครงการแต่ละโครงการที่บอกว่าไปเชื่อมโยง อาเซียน แม้กระทั่งว่ารถไฟความเร็วสูงก็เป็นรถไฟที่เป็นรถไฟภายในประเทศเท่านั้น ไม่ได้มีส่วนไหนที่สามารถจะไปแอบอ้างได้ว่านี่คือการเชื่อมโยงเครือข่ายคมนาคมระหว่าง กลุ่มประเทศอาเซียนด้วยกัน กรุงเทพฯ ไปจังหวัดเชียงใหม่ กรุงเทพฯ ไปโคราช กรุงเทพฯ ไปหัวหิน แค่นี้มันไม่ได้เป็นคำตอบกับพี่น้องประชาชนว่าเราจะเชื่อมโยงอาเซียน ปี ๒๕๕๘ ไม่ใช่เป็นปีที่มีการพลิกโฉมหน้าที่ว่าทุกอย่างจะต้องพร้อมทั้งหมดหรอกครับ ปี ๒๕๕๘ เราเข้าสู่ประตูอาเซียนก็คือการเริ่มต้น ทุกประเทศมีเหตุผล มีความจำเป็นที่จะต้องปรับปรุง โครงสร้างของตัวเองซึ่งไม่ใช่จะต้องสำเร็จเสร็จสิ้นลงภายในเวลานั้น นี่คือสิ่งที่จะต้องบอกกล่าว กับท่านประธานไว้
สุดท้าย ผมไม่ไว้ใจคนใช้เงินครับ เราเห็นอยู่แล้วโครงการต่าง ๆ ที่ออกมา พฤติกรรมการใช้จ่ายเงินงบประมาณแผ่นดินในช่วงเวลาที่ผ่านมานั้นเป็นช่วงเวลาที่เราได้เห็นถึง ความไม่รับผิดชอบ ได้เห็นถึงความไร้วินัย การที่ไม่คำนึงถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับ พี่น้องประชาชนและระบบการเงินการคลังของประเทศในวันข้างหน้า ปัญหาเรื่องโครงการ การจำนำข้าว เรื่องของรถยนต์คันแรก เรื่องของค่าแรง ๓๐๐ บาท เรื่องของโครงการบริหาร จัดการน้ำ ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท เป็นตัวอย่างที่เห็นชัดแล้วว่ามีพฤติกรรมที่ไม่น่าไว้วางใจ ในการใช้เงิน เพราะฉะนั้นเมื่อถึงวันนี้ผมคิดว่าเราจะยอมให้ลูกหลานของเรามาเสี่ยงกับ การเป็นหนี้เป็นสินในช่วงเวลายาวนานถึงครึ่ง ๑๐๐ ปี ผมไม่อยากจะมีส่วนร่วมกับ ท่านที่เสนอกฎหมายนี้เพื่อที่จะสร้างบรรทัดฐานที่ไม่ดีกับประเทศนี้ไว้ ผมขอที่จะไม่รับหลักการ กับร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ครับ
ท่านจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ๑๕ นาทีครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ต่อร่างพระราชบัญญัติ การลงทุนของภาครัฐเป็นจำนวนเงิน ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ในครั้งนี้ผมต้องกราบเรียนว่า ผมต้องขอบพระคุณแทนรัฐบาลท่านยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ที่มีความกล้าหาญได้นำเอา ร่างพระราชบัญญัติที่จะเป็นการพลิกโฉมประเทศไทยเข้ามาสู่สภาผู้แทนราษฎร นำการพัฒนา ความเจริญมาสู่พี่น้องประชาชนคนไทย จากยุทธศาสตร์ทั้ง ๓ ยุทธศาสตร์การเชื่อมโยง ทั้งทางบก ทางน้ำ และทางอากาศ เป็นการเชื่อมโยงฝั่งตะวันตก ตะวันออก เหนือ และใต้ ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้จะทำให้คนไทยได้ประโยชน์ แน่นอนครับ เป็นรูปธรรมได้แน่ ๆ ก็คือรถไฟความเร็วสูงจากกรุงเทพฯ ไปจังหวัดเชียงใหม่ จากกรุงเทพฯ ไปจังหวัดโคราช จากกรุงเทพฯ ไปหัวหิน รถไฟรางคู่ต่อไปถึงจังหวัดหนองคายต่อไปถึงจังหวัดเชียงราย และไปถึงประเทศจีน รถไฟฟ้า ครอบคลุมทั้งกรุงเทพมหานคร ถนนหนทางใยแมงมุมเชื่อมโยงทุกจุด เชื่อมโยงทางน้ำด้วย ท่าเรือใหม่ที่จังหวัดชุมพร ท่าเรือจังหวัดสงขลาแห่งที่ ๒ ท่าเรือปากบาราจังหวัดสตูล ปรับปรุงพัฒนาสนามบินสุวรรณภูมิจะเห็นได้ว่าเป็นยุทธศาสตร์ที่มีความครอบคลุมในเรื่อง ของโครงสร้างพื้นฐานทุกแบบ ไม่ว่าจะเป็นถนน ไม่ว่าจะเป็นเครื่องบิน ไม่ว่าจะเป็นเรือ ไม่ว่าจะเป็นระบบรางคือรถไฟประเภทต่าง ๆ แต่แน่นอนครับผมรับฟังการอภิปรายมานาน หลายท่านก็พูดเรื่องของการทุจริตเรื่องของอะไรต่าง ๆ ฟังจนผมกลัว ผมในฐานะ ส.ส. รัฐบาล แน่นอนครับผมเป็นห่วงในเงินภาษีของพี่น้องประชาชน ห่วงในเรื่องโครงการของภาครัฐ ผมเองทำไมถึงกลัวครับ เพื่อนผมก็กลัวหลายคน ผมกราบเรียนอย่างนี้ครับ ร่างพระราชบัญญัติ ฉบับนี้โครงสร้างนี้เหมือนกับร่างพระราชบัญญัติฉบับหนึ่งที่ในอดีตเคยได้ทำมาร่างพระราชบัญญัติ โครงการที่เรียกว่าไทยเข้มแข็ง ฟังไทยเข้มแข็งนี่พวกผมอ่อนปวกเปียกไปหมด ถามว่า ทำไมตอนนั้นมีแต่ข่าวคราวเต็มไปหมด แต่แน่นอนครับผมมั่นใจในความซื่อสัตย์สุจริต ของรัฐบาลชุดปัจจุบัน และที่สำคัญที่สุดผมยังมีความเชื่อมั่นเพราะต้องหยุดคิดครับ พี่น้องประชาชนที่รับฟังลองคิดสิว่าตอนไทยเข้มแข็งท่านได้อะไร ผมเว้นระยะเวลาให้คิด แล้วลองดูสิว่าโครงการนี้ท่านจะได้อะไร แน่นอนรถไฟฟ้า รถไฟรางคู่ รถไฟความเร็วสูง ถนนหนทาง ท่าเรือ สนามบิน อันนี้เป็นรูปธรรมมากมายมหาศาลเป็นสิ่งที่ท่านจะได้เป็นสิ่งที่ พี่น้องประชาชนจะได้ แต่แน่นอนครับหลักเกณฑ์และวิธีการทางงบประมาณมันมีกำหนดอยู่ ผมต้องกราบเรียนอย่างนี้ครับ งบประมาณไม่ว่าจะเป็นร่างพระราชบัญญัติงบประมาณแผ่นดิน หรือว่าจะเป็นร่างพระราชบัญญัติการลงทุนของภาครัฐครั้งนี้ มีสำนักงบประมาณ มีสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ต้องผ่านการอนุมัติของ ครม. การเบิกจ่ายใช้เงิน มีระเบียบขั้นตอนวิธีการราชการ ต้องผ่านกรมบัญชีกลาง และแน่นอนครับหน่วยงานตรวจสอบ องค์กรตรวจสอบ ไม่ว่าจะเป็น ป.ป.ท. ป.ป.ช. สตง. อื่น ๆ อีกมากมายรอคอยในการตรวจสอบ ความโปร่งใส และที่สำคัญที่สุดผมต้องกราบเรียนผ่านท่านประธานอย่างนี้ว่าบุคคลที่จะตรวจสอบ ได้ดีที่สุดคือภาคประชาชนและพี่น้องประชาชนเอง วันนี้พี่น้องประชาชนทั่วประเทศจับตาดู โครงการนี้ของรัฐบาลครับ ถ้าท่านทำได้ดี ทำได้ถูกต้อง โปร่งใส แน่นอนครับในที่สุด ท่านก็จะได้รับผลตอบแทนเป็นความชื่นชอบ เป็นความชื่นชม แต่ถ้ามีการทุจริตคอร์รัปชัน มีข่าวคราวฉาว ในที่สุดพี่น้องประชาชนจะทำโทษท่านเหมือนตอนไทยเข้มแข็งท่านจำคำนี้เอาไว้ เพราะฉะนั้นวันนี้เป็นหน้าที่ของรัฐบาล ถ้ากฎหมายฉบับนี้สามารถผ่านไปได้ท่านจะต้องปฏิบัติหน้าที่ ตามกรอบกำหนดของรัฐธรรมนูญและกฎหมาย ให้กฎหมายฉบับนี้สามารถสร้างผลิตผล เป็นโครงสร้างพื้นฐานที่เป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชนให้จงได้ แน่นอนครับผมต้องกราบเรียน อย่างนี้ ผมเองก็สงสัยในเบื้องต้นว่าทำไมเราถึงจะต้องออกเป็นร่างพระราชบัญญัติในเรื่องของ การลงทุนในครั้งนี้ ทำไมเราไม่ใช้งบประมาณปกติ ปี ๆ หนึ่งครับผมต้องกราบเรียนอย่างนี้ งบประมาณของภาครัฐมีประมาณกว่า ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แต่เป็นที่น่าเสียใจครับ ๘๐ เปอร์เซ็นต์ของงบประมาณเหล่านี้เป็นงบที่เรียกว่างบประจำจ่ายดอกเบี้ย จ่ายเงินต้น ในส่วนของเงินเดือนข้าราชการ ๘๐ เปอร์เซ็นต์ งบในการลงทุนจริง ๆ มีประมาณ ๒๕๐,๐๐๐ ล้านบาทโดยเฉลี่ย ๒๕๐,๐๐๐ ล้านบาทต้องเจียดไปทำทุกอย่าง อาคารเรียน นักเรียน นักศึกษา เรื่องของการก่อสร้างถนนหนทาง ทำระบบประปา ขุดลอกคู คลอง ทุกอย่างจะมารองบประมาณปกติและเจียดเงินมาปีละ ๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ๖๐,๐๐๐ ล้านบาท ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาทเต็มที่เพื่อที่จะมาทำโครงการลงทุนขนานใหญ่ขนาดนี้ แน่นอนครับ ต้องรอถึง ๓๐ ปี ๔๐ ปีไม่รู้จะเสร็จหรือเปล่า วันนี้การที่เราจะไม่ลงทุนในครั้งนี้ต่างหาก ที่จะเป็นการเสียโอกาสของพี่น้องประชาชนคนไทยทั้งประเทศ ผมต้องกราบเรียนผ่าน ท่านประธานอย่างนี้ครับ วันนี้เรากำลังจะเปิดประชาคมอาเซียน เรากำลังจะเป็นศูนย์กลาง เรากำลังจะเป็นหัวใจของอาเซียน เรากำลังจะเชื่อมโยงไปยังประเทศจีนด้วยการลงทุนครั้งนี้ ถ้าเรางดเว้นหรือไปหาวิธีการอื่นใด เช่นงบประมาณปกติ คนไทยทั้งชาติต้องรอรถไฟฟ้า ต้องรอรถไฟความเร็วสูง ต้องรอรถไฟรางคู่ ต้องรอเท่าเรือไปอีก ๓๐ ปี กับการลงทุนในวันนี้เพื่อให้ ๑๐ ปีข้างหน้าเราได้ผลตอบแทน ทุกประการที่ได้บอกมาในเบื้องต้น
ประการที่ ๒ ที่มีความจำเป็นต้องออกร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้แทนการใช้ ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณปกติ ผมต้องกราบเรียนอย่างนี้ครับ เป็นเรื่องของความต่อเนื่องของงาน เราเห็นมาโดยตลอดครับ งบประมาณผูกพันในร่างพระราชบัญญัติงบประมาณประจำปี เห็นมาโดยตลอด ก็จะผูกพัน ๒ ปีบ้าง ๓ ปีบ้าง อย่างใหญ่ก็ ๕ ปี ๔ ปีเต็มที่ แต่แน่นอนครับ เราเคยอยู่ในพื้นที่ ผมเป็น ส.ส. ในพื้นที่ หลาย ๆ ท่านเป็น ส.ส. ในพื้นที่จะเห็นได้ชัดเลยครับ ลองดูงบประมาณขุดลอกเป็นตัวอย่าง ตำบลหนึ่งมีอยู่ ๘ หมู่บ้าน ขุดลอกหมู่ที่ ๑ ถึงหมู่ที่ ๔ น้ำท่วมเข้ามาจริง ๆ ถึงเวลาหมู่ที่ ๑ ถึงหมู่ที่ ๔ นึกว่าสบายแล้วปีนี้ ผ่านไปน้ำไปเอ่ออยู่ที่ หมู่ที่ ๕ ถึงหมู่ที่ ๘ สุดท้ายย้อนกลับมาท่วมกันหมดทั้งตำบล มันเกิดเขาเรียกว่าคอขวด ของงบประมาณที่ไม่สามารถจะแก้ไขปัญหาอย่างบูรณาการแล้วก็อย่างเบ็ดเสร็จ วันนี้ งบประมาณครั้งนี้ในการออกร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ แน่นอนครับ จะทำให้รัฐบาลสามารถ มีโครงการที่มีความต่อเนื่อง สามารถทำทุกอย่างให้เบ็ดเสร็จในคราวเดียว แล้วแน่นอนครับ ผมต้องกราบเรียนอย่างนี้ การลงทุนตามร่างพระราชบัญญัติจะเป็นการผูกมัดให้ไม่ว่า รัฐบาลใดก็ตามที่จะเข้ามาบริหารประเทศจะต้องทำโครงการเหล่านี้ให้เสร็จสิ้นลุล่วง แน่นอนครับ การออกร่างพระราชบัญญัตินี่ผมต้องชี้แจงผ่านท่านประธานไปยังผู้ชมที่รับฟัง ทางบ้าน แก้ไขได้ครับ การออกกฎหมายนี้แก้ไขโดยสภาผู้แทนราษฎร ผมก็เปิดกว้างครับ ผมกราบเรียนผ่านท่านประธานเลย ถ้าเกิดว่าท่านใดไม่เห็นด้วยกับการร่างพระราชบัญญัติ ฉบับนี้ออกมาเป็นการลงทุนของภาครัฐ จะไม่เห็นด้วยกับวิธีการ จะไม่เห็นด้วยกับโครงการ หรืออะไรก็ตาม อีก ๒ ปีรัฐบาลยิ่งลักษณ์ก็หมดอายุครับ สภาผู้แทนราษฎรอย่างไรก็ต้องยุบ ไม่เกิน ๒ ปี เลือกตั้งท่านก็บอกเลยว่าพี่น้องประชาชนพรรคผมไม่เอาร่างพระราชบัญญัติ การลงทุนของรัฐในครั้งนี้ เลือกตั้งครั้งหน้าเลือกเข้ามาเป็นรัฐบาลผมจะมาปรับแก้ เลิกหมดเลย รถไฟฟ้า รถไฟความเร็วสูง รถรางคู่ บอกเลยครับ แต่พรรคเพื่อไทย พวกเรายืนยันครับว่า การลงทุนครั้งนี้เป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชน เราขอให้ทางรัฐบาลได้ดำเนินต่อ แล้วก็ ดำเนินการให้เสร็จสิ้น แต่แน่นอนครับ การออกร่างพระราชบัญญัติในการลงทุนลักษณะนี้ บางครั้งก็ต้องเป็นภาระกับหนี้สาธารณะ อันนี้หลบเลี่ยงไม่ได้ ผมกราบเรียนอย่างนี้ ผมได้ศึกษา แล้วก็พูดคุยกับเพื่อนที่เป็นนักวิชาการอยู่หลายท่าน หนี้สาธารณะจากโครงการลงทุนครั้งนี้ ในที่สุดแล้วจะไม่เกินกว่า ๕๐ เปอร์เซ็นต์ สัดส่วนต่อจีดีพี ซึ่งกรอบความยั่งยืนทางงบประมาณ ได้กำหนดไว้ไม่ให้หนี้สาธารณะต่อจีดีพีไม่เกิน ๖๐ เปอร์เซ็นต์ หมายความว่าเรายังมีช่องว่าง ในการบริหารจัดการในการทำงานในส่วนของหนี้สาธารณะอยู่กว้างพอสมควร แต่สิ่งที่เราจะ ได้ตอบแทนกลับมานั่นคือการเจริญเติบโตของจีดีพีเฉลี่ยปีละ ๕-๖ เปอร์เซ็นต์ ในปี ๒๕๕๙ หนี้ สาธารณะจะขึ้นไปสูงสุดที่ระดับ ๕๐ เปอร์เซ็นต์ และปี ๒๕๖๓ จะตกลงมาอยู่ที่ ๔๕ เปอร์เซ็นต์ ไม่ใช่ระดับที่น่าห่วงสักจุดเดียว แต่ในขณะเดียวกันเมื่อจบ ๗ ปี ประเทศไทยจะกลายเป็น จุดศูนย์รวมของภูมิภาค จะกลายเป็นจุดเชื่อมโยงระหว่างประเทศไทยไปยังภูมิภาคเอเชีย ทั้งหมด เชื่อมโยงประเทศไทยไปยังประเทศจีน จีดีพีของประเทศไทยใน ๑๐ ปีข้างหน้า จะเพิ่มขึ้น ๒ เท่า จาก ๑๐ ล้านล้านบาท เป็น ๒๐ ล้านล้านบาท รายได้เฉลี่ยต่อหัว ของพี่น้องประชาชนคนไทยจะเพิ่มขึ้น ๒ เท่าตัว วันนี้ต่อปีผมมีรายได้ ๑๐๐,๐๐๐ บาท เมื่อโครงการนี้จบผมจะมีเงิน ๒๐๐,๐๐๐ บาทในกระเป๋าต่อปี เคยได้ ๒๐๐,๐๐๐ บาท เป็น ๔๐๐,๐๐๐ บาท เคยได้ ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท เป็น ๒,๐๐๐,๐๐๐ บาท เฉลี่ยต่อหัว ด้วยรถไฟความเร็วสูงและรถรางคู่จะเกิดหัวเมืองใหม่มากมายตามรายทาง ผมไล่รายชื่อให้ดู ไม่ว่าจะเป็นจังหวัดพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพิษณุโลก จังหวัดลำปาง จังหวัดเชียงใหม่ อำเภอภาชี อำเภอแก่งคอย อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา จังหวัดนครปฐม จังหวัดราชบุรี จังหวัดเพชรบุรี อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้คือ เมืองใหม่ที่จะเกิดขึ้นกระจายรายได้สร้างความเจริญให้กับคนไทยทั่วทั้งประเทศ คนไทยไม่ต้องมา แออัดกระจุกตัวอยู่ในกรุงเทพมหานคร แต่จะกระจายความเจริญไปยังทั่วทุกภูมิภาค ปัจจุบัน คนไทยพึ่งพาการขนส่งทางบกเป็นหลักครับ เราใช้รถขนส่ง แน่นอนรถขนส่งสินค้า รถขนส่งของ ขนส่งคน มีทั้งมลภาวะและที่สำคัญสิ้นเปลืองพลังงานอย่างมหาศาล ผมต้องกราบเรียน อย่างนี้ครับ ค่าใช้จ่ายในสัดส่วนของพลังงานของไทย ๓๕ เปอร์เซ็นต์อยู่ในภาคอุตสาหกรรม ๓๖ เปอร์เซ็นต์อยู่ในภาคการขนส่ง ๓๕ เปอร์เซ็นต์ในภาคอุตสาหกรรม แน่นอนว่าเกิดผลผลิต เกิดการจ้างงาน เกิดสินค้า ในส่วนการขนส่ง ๓๖ เปอร์เซ็นต์สูญเปล่าไปกับสายลม เพราะอะไร เพราะว่ามันคือการขนส่งมันไม่ได้ผลิตผลใด ๆ ต้นทุนพลังงานต่อจีดีพีของประเทศไทย อยู่ที่ ๑๕.๒ เปอร์เซ็นต์ เทียบกับประเทศที่พัฒนาแล้วเขาอยู่ที่ ๑๑ เปอร์เซ็นต์ไม่เกิน วันนี้ด้วยโครงการลงทุนครั้งนี้เราจะลดต้นทุนการใช้พลังงานลง ประหยัดพลังงานไม่ต่ำกว่า ปีละ ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาทครับ แล้วถามว่าใครประหยัด รัฐบาลลงทุน ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท พี่น้องประชาชนเป็นคนประหยัดพลังงานปีละ ๑๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ๑๐ กว่าปีก็คืนแล้ว ถ้าคิดในแง่นี้ นี่คือประโยชน์ที่จะได้รับกับพี่น้องประชาชนที่รัฐบาลของท่านยิ่งลักษณ์จะลงทุนให้ นอกจากนั้นโครงการทั้งหมดจะเชื่อมประเทศไทยไปยังโลกคิดแค่รถไฟฟ้าอย่างเดียว รถไฟอย่างเดียว นี่ผมกราบเรียนอย่างนี้ ประเทศไทยมีประชากร ๖๐ กว่าล้านคน เราเปิดเออีซี เรามีรถไฟความเร็วสูง เรามีรถไฟรางคู่ เชื่อมโยงประเทศไทยไปยังภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีประชากรจาก ๖๐ ล้านคนเป็น ๖๐๐ ล้านคน มีแรงงานอยู่ประมาณ ๓๐๐ ล้านคน มีพื้นที่ เพาะปลูกอยู่ ๔๐๐ ล้านไร่ รถไฟเชื่อมไประเทศไทยไปยังภูมิภาคและยังเชื่อมประเทศไทย ไปยังประเทศจีน วันนี้เราจะเชื่อมประเทศไทยจาก ๖๐ ล้านคนไปยังภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ๖๐๐ ล้านคน ไปรวมประเทศจีนเราจะมีประชากร ๓,๐๐๐ ล้านคน เมื่อก่อนผมถามคน บอกว่าท่านทำอาชีพอะไรครับ เขาบอกว่าผมเป็นเจ้าของตลาด ผมเป็นเจ้าของร้านทอง บอก โอ้โฮ คนนี้รวยเป็นเจ้าสัว อีกหน่อยผมไปถามคนว่าคุณทำอาชีพอะไรครับ ขอโทษครับ ผมขายไม้จิ้มฟัน แต่ผมขายไม้จิ้มฟันให้คน ๓,๐๐๐ ล้านคน คนละกระปุกกำไรกระปุกละ ๑ บาท ผมมี ๓,๐๐๐ ล้านบาทผมรวยไหมครับ นี่คือโอกาสที่โครงการลงทุนของภาครัฐครั้งนี้ จะเปิดให้กับคนไทยทุกคน ผมกราบเรียนอย่างนี้ครับ ด้วยร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ลงทุนแค่ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ๑๐ ปีจีดีพีเพิ่มขึ้น ๒ เท่าเป็น ๒๐,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท อีก ๑๐ ปี คนไทยมีรายได้เฉลี่ยต่อหัวเพิ่มขึ้น ๒ เท่าตัว ประหยัดค่าใช้จ่ายพลังงานให้กับประชาชน ปีละ ๑๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท เชื่อมประเทศไทยสู่ตลาดธุรกิจ ๓,๐๐๐ กว่าล้านคน เกิดเมืองใหม่กระจายรายได้ทั่วประเทศ ยังต้องถามไหมครับว่าคุ้มหรือเปล่าการลงทุนครั้งนี้ ยังต้องถามไหมครับว่าจะต้องลงทุนไหม วันนี้มันเป็นสิ่งแน่นอน เป็นสิ่งจำเป็นที่เราจะต้องลงทุน ให้กับพี่น้องประชาชนในครั้งนี้
สุดท้าย ผมอยากจะกราบฝากผ่านท่านประธานไปยังเพื่อนสมาชิก ไปยัง คนไทยที่รับฟังอยู่ทั่วประเทศ ผมกราบเรียนอย่างนี้ครับ อย่าถามครับว่าท่านได้อะไรจาก โครงการนี้ บ้านผมอยู่อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ คนนึกว่าได้รถไฟความเร็วสูง ไม่ถึงบ้านครับ พื้นที่การเลือกตั้งของผมมีอำเภอเชียงดาว มีอำเภอไชยปราการ อำเภอเวียงแหง อำเภอฝาง เดินทางเข้าจังหวัดเชียงใหม่ชั่วโมงกว่าถึง ๓ ชั่วโมง ไกลครับ แต่ผมไม่ถามว่า ผมได้อะไร ผมถามว่าคนไทยทั้งประเทศจะได้อะไร ประเทศไทยจะเจริญก้าวหน้าแค่ไหน และผมไม่ถามครับว่าทางการเมืองผมได้หรือผมเสีย ถ้าท่านมาคิดว่าการลงทุนของภาครัฐ ครั้งนี้สำเร็จลุล่วงเป็นฝ่ายค้านตลอดชาติ การลงทุนครั้งนี้เสร็จท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ จะได้รับความนิยมอย่างสูงสุด อย่าคิดครับ เราคิดถึงพี่น้องประชาชน เราคิดถึงผลประโยชน์ ที่คนไทยจะได้รับ ผมสนับสนุนต่อร่างพระราชบัญญัติการลงทุนของภาครัฐครั้งนี้ครับ
ต่อไป ท่านสงกรานต์ จิตสุทธิภากร ๑๐ นาทีครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม สงกรานต์ จิตสุทธิภากร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๑ จังหวัดนครสวรรค์ พรรคประชาธิปัตย์ วันนี้ผมจะอภิปรายร่าง พ.ร.บ. ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อการ พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของประเทศ พ.ศ. .... ซึ่งผมจะเรียกสั้น ๆ ว่า พ.ร.บ. เงินกู้ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งจะให้อำนาจกระทรวงการคลังสามารถกู้เงินได้ จำนวน ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท มาใช้ในการก่อสร้างโครงการต่าง ๆ ภายใน ๗ ปี โดยที่จะให้ คนไทยทุกคนต้องมาร่วมใช้หนี้ที่ไม่ได้ก่อเองเป็นเวลานาน ๕๐ ปี ท่านประธานครับ ถ้าท่านประธานเคยกู้เงินมาก่อนนะครับท่านจะเข้าใจดีว่าการพิจารณาเงินกู้ในวันนี้ก็เหมือนกับ ตอนที่ท่านไปขอเงินกู้จากธนาคาร เจ้าหน้าที่แล้วก็จะต้องขอหลักฐาน ขอเอกสารของท่าน แล้วไปพิจารณา แล้วก็จะให้คำตอบ นัดวันให้คำตอบ แต่ผมท่านได้เลยครับว่าผมเห็นเอกสาร ในมือผมนี้ครับ มีอยู่ ๖ หน้า ผมไม่เห็นด้วยในหลักการ แล้วผมก็ไม่อนุมัติด้วยครับ เพราะอะไรครับ เหตุผลมีอยู่เหตุผลเดียวครับ รัฐบาลนี้ไม่น่าเชื่อถือครับ เวลาคนกู้เงินเขาดูเครดิต รัฐบาลนี้ ไม่มีเครดิตครับ ผมมีเหตุผลที่จะบอกว่าทำไมรัฐบาลนี้ไม่น่าเชื่อถืออยู่ ๓ เรื่องใหญ่ ๆ
ข้อ ๑ ผมไม่เชื่อว่าโครงการรถไฟความเร็วสูงจะทำได้สำเร็จ ทำไมผมถึง กล้าพูดอย่างนี้ครับ ผมดูจากประวัติการทำงานของรัฐบาลนี้ครับ ตั้งแต่ท่านเข้ามาเป็นรัฐบาล เริ่มต้นหลังน้ำท่วม เงิน ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ถึงวันนี้พี่น้องผมบางส่วนยังไม่ได้เงินชดเชย ค่าน้ำท่วมเลยครับ ต่อมาท่านขอกู้เงินอีก ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ถึงวันนี้ท่านใช้เงินไปเท่าไรครับ เหลือเวลาอีก ๒ เดือนครับ บ้านผมถ้าจะท่วมก็ท่วมตั้งแต่ปีที่แล้วไปแล้วครับ มาวันนี้ผม ต้องใช้คำว่าแล้วท่านมีหน้าอะไรมาขอกู้อีก ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท โครงการรับจำนำข้าว ก็ขาดทุนปีละเป็นแสน ๆ ล้านบาทอยู่แล้วครับ โครงการรถคันแรกรัฐบาลต้องชดเชยเงิน กลับไปเท่าไรครับ ฉะนั้นด้วยเหตุผลอย่างนี้ครับผมคิดว่าท่านไม่มีความน่าเชื่อถือเลยนะครับ
เหตุผลที่ ๒ ผมไม่เชื่อครับว่าโครงการรถไฟความเร็วสูงจะคุ้มค่ากับการลงทุน ท่านประธานครับ ถ้าท่านไม่โกหกตัวเองท่านถามดูสิครับว่าโครงการรถไฟความเร็วสูงทุกสายที่ทำ ถ้าไม่ทำประกอบกับเรื่องอื่น ๆ คือเรื่องการพัฒนาที่ดินแล้วขาดทุนทุกปีครับ ขาดทุนทุกสายครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในรอบนี้ท่านเห็น ผมยกตัวอย่างนิดเดียวครับ ต้นทุนค่าดำเนินการของ รถไฟกิโลเมตรหนึ่งเฉลี่ย ๓ บาทเศษ ๆ ในขณะที่รถคันแรกของท่านที่ท่านให้ชาวบ้านซื้อไป เป็นล้าน ๆ คัน ถ้าขับต้นทุนเฉลี่ยกิโลเมตรดี ๆ ก็ ๒ บาทเศษ ๆ เหมือนกัน ถ้าผมจะเดินทาง คนเดียวผมอาจจะใช้รถไฟฟ้าครับ แต่ท่านก็รู้ครับว่านิสัยคนไทยไม่เหมือนกับฝรั่งหรือพี่น้อง แถวประเทศญี่ปุ่นครับ แถวนั้นเขาเดินทางคนเดียวครับ แต่ของเรานี่ชอบไปกันเป็นหลาย ๆ คน ฉะนั้นถ้าเกิดมีคนไปด้วยสัก ๒ คน เขาก็เปลี่ยนแล้วครับเขาก็ไม่ขึ้นรถไฟความเร็วสูง ถ้าเขามีเงินมากกว่านั้นหน่อยเขาก็ไปขึ้นเครื่องบินดีกว่าครับ นั่นคือเหตุหนึ่งที่ผมคิดว่า โครงการนี้ไม่คุ้มค่ากับการลงทุนครับ แล้วอย่างที่หลายท่านได้เอามาฉายให้ดูแล้วครับ มีทั้งคำพูด มีทั้งตัวอย่าง และวิดีโอ (Video) ท่านประธานครับ ถ้าท่านมองไปข้างหน้าอีก ๗ ปี ในอนาคต ถ้าโครงการนี้เสร็จสุดท้ายจะเป็นแบบไหนครับ พี่น้องประชาชนถ้าท่านอยากเห็น ภาพความสำเร็จ ภาพ ๗ ปีข้างหน้าท่านไปดูที่แอร์พอร์ต ลิงค์นะครับ แอร์พอร์ต ลิงค์นะครับ เป็นภาพอนาคต ๗ ปีที่ท่านเห็นได้ในวันนี้ครับ เพราะการรถไฟครับ การรถไฟทุกวันนี้ท่านรู้ไหมว่า ขาดทุนเท่าไรครับ สะสม ๖๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท แล้วจะมาทำโครงการนี้มันจะเป็นไปได้ อย่างไรครับ
ข้อสุดท้าย ผมไม่เชื่อว่าโครงการเหล่านี้จะดำเนินการไปด้วยความโปร่งใสครับ เมื่อสักครู่ท่านอภิปรายแจ้งว่างบประมาณปกตินั้นทำไม่ได้ ต้องติดขัดในเรื่องของวงเงินที่มีน้อย แต่ท่านครับ ถ้าท่านมีความจริงใจ ท่านอยากให้พวกเราตรวจสอบได้ ท่านก็เอางบปีละ ๒๐๐,๐๐๐-๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ที่ท่านตั้งใจจะกู้ในวันนี้ใส่ในงบประจำสิครับ พ.ร.บ. งบประมาณ บวกเข้าไปเลยนะครับ ท่านบอกว่าลงทุนแค่ ๒๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทเพิ่มไม่ได้ ท่านเพิ่มไปอีก ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาทก็ได้ครับ เป็น ๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แล้วให้พวกเราดู ทำไมท่านไม่ทำล่ะครับ ท่านเอาไปใส่ร่าง พ.ร.บ. เงินกู้ต่างหาก พวกเราดูอะไรไม่ได้ครับ แล้วหนังสือแนบท้ายนั้น ถ้าไม่แนบมาในกฎหมายพวกเราก็ตัดอะไรไม่ได้แม้แต่บาทเดียว มันเห็นชัดว่าท่านมีเจตนา ที่จะไม่ให้การตรวจสอบนั้นเข้าถึงได้โดยง่าย แล้วก็มันมีเจตนาที่ท่านอาจจะต้องไปทำอะไรบางอย่าง ซึ่งไม่อยากให้พวกเรารู้ครับ ท่านประธานครับ ผมนั่งคิดนอนคิดหลายวันอยากรู้ว่าเหตุผล ที่แท้จริงของการกู้ครั้งนี้คืออะไร เมื่อวานนี้ผมนึกได้ ตื่นขึ้นมาก็นึกได้ คำตอบมันก็อยู่ใน คำถามนั้นเองครับ ร่าง พ.ร.บ. เงินกู้ครับ ก็แสดงว่ารัฐบาลนี้ต้องการเงินเป็นหลัก ผมเข้าใจนะครับว่า หลายท่านอภิปรายว่าทำไมโครงการขาด ๆ ด้วน ๆ ก็เพราะท่านเอาเงินมาก่อนครับ ท่านอยากได้เงิน ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แล้วท่านไม่รู้จะทำอย่างไร ท่านบอกว่าอย่างนั้น เอาโครงการมาใส่ให้มันดูดีหน่อย ให้มันครบ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แล้วก็บอกเขาเสียหน่อยว่า จะทำอะไรบ้าง แต่ท่านไม่บอกว่าจะทำอะไร เมื่อไร และทำอันไหนก่อน ฉะนั้นผมสันนิษฐานก่อนว่า ท่านคิดถึงเรื่องเงินมากกว่าเรื่องโครงการครับ ท่านประธานครับ เวลามีไม่มาก ผมมีเรื่อง จะพูดเยอะครับ แต่ขอพูดสั้น ๆ เพียง ๓ เรื่อง ก็คือผมไม่เชื่อว่าโครงการนี้จะประสบความสำเร็จ ผมไม่เชื่อว่าโครงการนี้จะคุ้มค่า แล้วก็ผมไม่เชื่อว่าโครงการนี้จะมีความโปร่งใส ผมนั่งนึก อยู่นะครับ ถ้าเป็นคำพูดผมคิดว่าสิ่งที่รัฐบาลนี้ต้องการจริงคือเอาเงินมากองไว้ เพราะอะไรครับ หลวงวิจิตรวาทการเคยพูดครับ งานคือเงิน เงินคืองาน บันดาลสุข ๓๐ กว่าปีที่แล้ว มีเพลงไทยโบราณ เมื่อวานผมดูวิดีโอของท่านชัชชาติเป็นเพลงโฟร์ ซีซันส์ (Four seasons) แต่ผมอยากบอกว่าอีกเพลงหนึ่งเพลงไทยเก่า ๆ ครับ เงิน เงิน เงิน ท่านลองไปฟังดู ท่านจะรู้ว่าเงินมันมีอำนาจขนาดไหน สุดท้ายก่อนที่ผมจะจบการอภิปราย ขออนุญาต เล่าเรื่องหนึ่งซึ่งผมรู้สึกว่าตรงกับบรรยากาศในวันนี้มากที่สุด เป็นสุภาษิตของคนจีน ชื่อเรื่องก็คือ ปล้นกลางแดด เรื่องมีอยู่ว่าอย่างนี้ครับ นานมาแล้วมีชายคนหนึ่งเดินไปในตลาด อยู่ดี ๆ ก็เห็นร้านทอง แล้วรู้สึกอะไรก็ไม่รู้ กระโดดเข้าไปในร้านทองเอามือทุบกระจก แล้วก็ หยิบทองออกมา แต่ไปไม่รอดหรอกครับเพราะว่าตอนนั้นเป็นเวลากลางวัน เจ้าของร้านก็อยู่ ตำรวจเฝ้าร้านก็อยู่ครับก็ช่วยกันจับ แล้วก็เอาไปส่งที่ศาลครับ ศาลท่านพิจารณาแล้วท่านก็ถามว่า เจ้าหัวขโมยเจ้าไม่รู้หรือว่าตอนที่เจ้าขโมยมันเป็นเวลากลางวัน เจ้าของร้านเขาก็อยู่ คนเดินตลาด เดินไปเดินมาก็เต็ม แถมตำรวจเฝ้าหน้าร้านก็ยังอยู่ หัวขโมยตอบอย่างไรครับ ข้าแต่ศาลที่เคารพ ตอนที่ข้าพเจ้าขโมย ข้าพเจ้าไม่เห็นอะไรเลยครับนอกจากทอง ถัดจากนี้ไปอีก ๕๐ ปี คนใดคนหนึ่งของพวกท่านไปขึ้นศาล แล้วศาลถามว่าเจ้าไม่รู้เลยหรือคนเขาค้านกันหมด นักวิชาการก็ค้าน ฝ่ายค้านก็ค้าน หนี้สินก็เยอะแยะแล้วท่านทำไปได้อย่างไร ผมคิดว่าคำตอบ ที่เขาจะตอบก็คือว่าข้าแต่ศาลที่เคารพ ตอนที่ข้าพเจ้าคิดโครงการ ข้าพเจ้าไม่เห็นอะไรเลย นอกจากเงินครับ ขอบคุณครับ
อย่างนี้นะครับ ต่อไปจะเป็นท่านจุติ ไกรฤกษ์ ๒๐ นาที แล้วก็ตามไปด้วยอาจารย์ผุสดี ตามไท แล้วก็ท่านชัย ชิดชอบ อยากจะขอแจ้งให้ฝ่ายค้านของท่านเหลืออยู่ประมาณ ๑ ชั่วโมง ๓๐ กว่านาทีนะครับ ฉะนั้น ท่านต้องบริหารเวลาของท่านเองตามที่พวกเราได้พูดคุยกันนะครับ ทางประธานจะไม่ไป ก้าวก่ายในเรื่องการบริหารจัดการ แต่จะแจ้งให้ทราบตามลำดับ ท่านจุติ ๒๐ นาที เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผม จุติ ไกรฤกษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดพิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ กระผมได้ฟังคำชี้แจงของคณะรัฐมนตรี ตั้งแต่หัวหน้ารัฐบาล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม พร้อมเอกสารท่านประธานครับ เป็นเอกสารที่ประกอบ ร่าง พ.ร.บ. มีความหนา ๒๘๐ หน้าของกระทรวงการคลัง ที่จะให้เราตัดสินใจว่าควรกู้ เพื่อพัฒนาประเทศหรือไม่ ผมกราบเรียนท่านประธานอย่างนี้ครับว่า ถ้าคนไม่คุ้นเคยบอกว่า เอกสาร ๒๘๐ หน้านั้นก็หนาพอ ละเอียดพอแล้วมูลค่า ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แต่จริง ๆ มูลค่า ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ภาระหนี้ ๕,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทครับท่านประธาน ข้างซ้าย ของผมท่านประธานเห็นไหมครับ ๒๐ เล่ม นั่นคือรายละเอียดของเงินงบประมาณ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทเท่านั้น แต่มี ๒๐ เล่ม นี่ ๕,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทมีเล่มเดียว ๒๘๐ หน้า ฉะนั้นอย่ามาบอกครับว่าละเอียด โปร่งใส ตรวจสอบได้ ผมนั่งถ่างตาอ่านจนถึงตีสามทั้ง ๒ คืน ผมกราบเรียนท่านประธานได้เลยว่าร่าง พ.ร.บ. ที่เสนอมานี้ไม่โปร่งใสแล้วก็ตรวจสอบได้ยาก แล้ววันนี้การที่มาขอกู้นั้นอ้างวงเงินเดิมเต็มขอเปิดบัญชีใหม่ แต่เป็นบัญชีใหม่ที่หลีกเลี่ยง กฎหมาย หลีกเลี่ยงการตรวจสอบ ผมจะกราบเรียนท่านประธานให้เห็นว่าจริง ๆ แล้ว การที่มีท่านสมาชิกรวมทั้งท่านรัฐมนตรีบอกว่าร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้แก้ไขได้ ถ้าไม่ชอบ การลงทุนโครงการใดก็ยกเลิกโครงการลงทุนได้ เราไม่ต้องการยกเลิกโครงการลงทุน แต่เรา ต้องการยกเลิกการกู้เงินครับ เพื่อนสมาชิกของผมบอกว่าตอนที่คิดโครงการไม่เห็นอย่างอื่น เห็นแต่เงิน ผมบอกได้ว่าวันนี้พี่น้องประชาชนเห็นแต่หนี้ครับ หนี้เป็นระยะเวลา ๕๐ ปี กำลังมาบอกให้พวกผมฝันสวยหรูว่ารถไฟฟ้าที่อยู่หน้าท่านอภิรักษ์ รถไฟฟ้าความเร็วสูงนี้ ท่านประธานครับ จะทำให้ประเทศไทยนั้นเจริญเชื่อมสู่โลกทันสมัย ผมกำลังจะถาม ท่านนายกรัฐมนตรีเพราะว่าเอารถไฟฟ้ามาให้เห็น อยากจะทราบว่าท่านจะเอาผักสดขนไว้ ตรงตู้ไหนครับ ต้องให้เห็นภาพว่าผักสดอยู่ตู้ไหนครับ ผมเห็นแต่ยุโรปเขาขนของเบา ๆ เครื่องอิเล็กทรอนิกส์แล้วก็ขนเพชร เพราะว่าขนเพชรนั้นมันเบาสามารถขนย้ายได้ง่าย แล้วก็มีมูลค่าสูง ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานก็คือว่าสิ่งที่เราไม่เห็นด้วยกับการกู้ ผมไม่นับท่านรัฐมนตรีกรณ์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง มีอดีตรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังถึง ๔ ท่าน ซึ่งเคยเป็นผู้ร่วมงานพรรคท่านคัดค้านการกู้เงิน แต่รัฐบาลวันนี้ ไม่ฟังครับ อดีตรัฐมนตรีท่านหนึ่งท่านก็บอกว่าไม่เห็นด้วยที่จะกู้มากขนาดนี้ การกู้ควรคำนึงถึง รายได้บอกว่าไม่เห็นด้วย นี่เป็นอดีตรัฐมนตรีกระทรวงการคลังจากพรรคท่านนะครับ อีกท่านหนึ่งบอกว่าเศรษฐกิจเราโตไม่จริง เศรษฐกิจเราโตด้วยการสร้างหนี้ วันนี้รัฐบาล ไม่มีงบพอที่จะดำเนินการในเรื่องระบบการศึกษา ไม่มีงบพอดำเนินการเรื่องสาธารณสุข และสวัสดิการผู้สูงอายุ เราจะไปซื้อรถไฟ สร้างรถไฟอย่างเดียว อีกท่านหนึ่งตักเตือนครับ เป็นรองนายกรัฐมนตรีเหมือนกัน แล้วก็เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังด้วย บอกว่า ระวังอันตรายมาถึงแล้ว เพราะว่าหนี้สาธารณะแตะ ๖๐ เปอร์เซ็นต์ แต่รัฐบาลนั้น ก็ยังบอกว่า ๕๐ เปอร์เซ็นต์ ยืนกระต่ายขาเดียวอยู่นั่นเอง ผมอยากจะกราบเรียน ท่านประธานว่าข้ออ้างของรัฐบาลชุดนี้ในการสร้างภาระหนี้ ๕.๑๖ ล้านล้านบาท เพื่อให้ ลูกหลานได้ใช้ไปอีก ๕๐ ปี ข้อแรกครับ ท่านบอกว่าเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ท่านบอกว่า จะลดต้นทุนการขนส่งสินค้า ลดต้นทุนสินค้า ผมบอกท่านได้เลยครับ ท่านก็บอกว่าปีละ ๒ เปอร์เซ็นต์ พรรคประชาธิปัตย์เคยทำโลจิสติกส์ต้นทุนลดมาจาก ๑๘.๕ เปอร์เซ็นต์ เหลือ ๑๕ เปอร์เซ็นต์ ท่านก็จะทำดีกว่าผม ผมดีใจด้วย จาก ๑๕ เปอร์เซ็นต์จะให้ลดเหลือ ๑๓ เปอร์เซ็นต์ แต่ผมบอกท่านได้เลย ๑๓ เปอร์เซ็นต์นั้นท่านต้องกู้มีภาระหนี้ถึง ๕,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ผมบอกท่านได้เลยครับถ้าจะลดต้นทุนธุรกิจนั้น ลดต้นทุนนั้นฟังสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เขาหน่อยได้ไหมครับ สภาหอการค้าแห่งประเทศไทยเขาบอกว่าอย่างไร ทนไม่ไหวแล้ว เขาไม่ได้ว่าเฉพาะท่าน เขาบอกว่าการเมืองวันนี้มันโกงทุกรัฐบาล แต่วันนี้ทำไมเรียกแพงเหลือเกิน เมื่อก่อนนั้น ๕ เปอร์เซ็นต์ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ก็ยังพอว่า วันนี้บางคนบางรายเรียกถึง ๓๐ เปอร์เซ็นต์ ฉะนั้นถ้าเผื่อจะลดต้นทุนธุรกิจง่ายนิดเดียวครับ ท่านนายกรัฐมนตรีออกทีวีทั้งประเทศขอให้ คนหยุดโกง ถ้าหยุดโกงได้ลดต้นทุนทันที ๓๐ เปอร์เซ็นต์ ท่านนายกรัฐมนตรีไม่ต้องไปกู้ ๕,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ไม่ต้องมีภาระหนี้ขนาดนี้ แต่สามารถบอกได้ว่าห้ามพวกพ้องน้องพี่ หยุดได้ไหม หยุดเพื่อให้ประเทศไทยเดินหน้า หยุดไม่ให้พวกพ้องนั้นมาหากินกับผลประโยชน์ จากภาระหนี้ ๕,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทได้ไหม ถ้าท่านทำได้ ท่านจะลดต้นทุนสินค้าทั้งประเทศ ทันที ๓๐ เปอร์เซ็นต์ เพราะเป็นเงินใต้โต๊ะที่ไม่ควรจะได้
ประเด็นต่อมา ท่านบอกว่าท่านจะลดรายจ่ายเชื้อเพลิงปีละ ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ผมฟังดูก็มีเหตุผลนะครับ แต่ผมอยากจะถาม ถ้าคิดจะลดรายจ่ายจริง ๆ ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เรื่องน้ำมันเชื้อเพลิง แล้วใครล่ะครับเป็นคนคิดให้มีรถคันแรก บ้าทะลุ ๑,๒๐๐,๐๐๐ คัน เต็มถนนเลย คันหนึ่งใช้น้ำมันแค่ ๑๐๐ ลิตร เดือนละ ๔,๐๐๐ บาท ปีหนึ่ง ๕๐,๐๐๐ บาท ๑,๒๐๐,๐๐๐ คัน เชื้อเพลิงเพิ่มมาแล้ว ๖๐,๐๐๐ ล้านบาทต่อปี แล้วท่านกำลังบอกว่า จะมาลดน้ำมันเชื้อเพลิงปีละ ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แต่นโยบายท่านเองนั่นละเพิ่มการใช้ไปแล้ว ๖๐,๐๐๐ ล้านบาทต่อปี
ประเด็นต่อมาครับ ที่ท่านบอกบอกว่าสิ่งที่พวกท่านจะทำนั้นจะเป็นการกระตุ้น การจ้างแรงงาน ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานว่าพวกผมที่ไม่เห็นด้วยกับการกู้เงิน เพราะวันนี้พี่น้องประชาชนทั้งประเทศแบกหนี้หลังแอ่นหมดแล้วครับ แบกหนี้หลังแอ่น หมดแล้วครับ ท่านไปดูนะครับ ภาระหนี้สินต่อครัวเรือนเมื่อปี ๒๕๕๒ ๙๖,๖๘๙ บาทต่อครัวเรือน วันนี้มีภาระหนี้สินต่อครัวเรือน ๑๐๓,๐๔๗ บาทต่อครัวเรือน นี่ภาระส่วนตัวของเขา แต่ท่าน กำลังจะบอกว่าสิ่งที่ท่านกำลังจะทำนี้ ภาษีมูลค่าเพิ่มที่เก็บจากการบริโภคของเขานี้ ต้องนำไปชำระหนี้อีก ๕๐ ปี แล้วท่านทราบไหมครับว่าจำนวนที่คนเป็นหนี้ หนี้ที่มีมูลค่า ๑๐๐,๐๐๐ บาทขึ้นไปนั้น ๕๐,๐๐๐-๑๐๐,๐๐๐ บาทนี่ร้อยละ ๘๐ ครับบอกว่าไม่มีความสามารถ ในการชำระหนี้ได้ แต่วันนี้สภากำลังจะบอกเราว่ากู้ไปเถอะ กู้ไปเถอะ กู้ไปเพื่อสร้างประเทศ อย่าไปกลัว ประเทศญี่ปุ่นนั้นหนี้สาธารณะอัตราส่วนต่อรายได้ประชาชาติยังตั้ง ๒๒๙ เปอร์เซ็นต์ กู้ไปเถอะ ประเทศสหรัฐอเมริกา ๑๐๖ เปอร์เซ็นต์ กู้ไปเถอะ ท่านครับ ประเทศสหรัฐอเมริกา ประเทศญี่ปุ่น ยุโรปเดี้ยงหมดครับ เพราะว่าอ้ายกู้ไปเถอะ หนี้มหาศาล แล้วคนที่มาพูดมา ตอบสภาบอกว่าประเทศญี่ปุ่นนั้นมีหนี้สาธารณะ ๒๒๙ เปอร์เซ็นต์ กู้ไปเถอะไม่เป็นไร ใช่สิครับ เขามีอัตราการออมมูลค่า ๕๐ เปอร์เซ็นต์ของรายได้ประชาชาติ ประเทศไทย อาจจะเป็นอึ่งอ่างแล้วอยากจะเป็นช้าง อัตราการออมเรามีแค่ ๘ เปอร์เซ็นต์ต่อรายได้ประชาชาติ เทียบไม่ติดเขาเลยแล้วยังอยากจะ มีหน้าไปขอกู้เหมือนเขา ไปดูสิครับสิ่งที่เป็นประโยชน์ประเทศอินโดนีเซียมีหนี้สาธารณะ เพียงแค่ ๒๕ เปอร์เซ็นต์ ประเทศออสเตรเลีย ๒๒.๘๖ เปอร์เซ็นต์ ประเทศนิวซีแลนด์ ๓๗.๐๔ เปอร์เซ็นต์ เขาไม่มีปัญหาครับ ฉะนั้นอย่าได้ไปผลักใสว่ากู้ไปเถอะปลอดภัยเมืองไทย ยังไปได้ แล้วสิ่งที่ผมกลัวก็คือว่าผมกลัวคำที่พี่น้องประชาชนพูดกันมา ๑. กลัวว่าจะกู้มาโกง สิ่งที่ผมกราบเรียนท่านประธานคือผมผิดหวังกระทรวงการคลังมาก ข้าราชการกระทรวงการคลังนั้น มีดีหลายท่านวันนี้หายไปไหนหมด วันนี้ไม่กล้าแสดงจุดยืนเพื่อปกป้องวินัยการคลัง ปกป้อง ทรัพย์สินของประเทศหรืออย่างไร เอกสารที่ท่านเสนอมานี้บอกได้เลยครับว่าเป็นเอกสาร ที่คุณภาพแย่มากตัดแปะ ตัดแปะจริง ๆ ไปดูบางหน้ามีตัดแปะจริง ๆ แล้ววันนี้ท่านจะให้ผม เชื่อได้อย่างไรว่าเอกสารของกระทรวงการคลังวันนี้ถูกต้อง ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ในเมื่อรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังยอมรับบอกว่าโกหกสีขาว โกหกเรื่องตัวเลขส่งออก แล้ววันนี้จะมาบอกผม ว่าตัวเลขหนี้สาธารณะ ๕๐ เปอร์เซ็นต์ไม่ได้โกหกหรือครับ ไปดูสิครับกระทรวงการคลัง ไปสัมมนากับทีดีอาร์ไอสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย กระทรวงการคลัง ไปยืนกระต่ายขาเดียวบอกว่าหนี้สาธารณะประเทศไม่เกิน ๕๐ เปอร์เซ็นต์ แต่ผู้เชี่ยวชาญ เศรษฐกิจของทีดีอาร์ไอบอกว่าอย่างไรครับ แปลกใจใช้ตัวเลขชุดเดียวกันของผมมันแตะ ๖๐ เปอร์เซ็นต์แล้วของกระทรวงการคลังยัง ๕๐ เปอร์เซ็นต์อยู่ แล้วสิ่งที่ผมกังวลมาก ๆ ก็คือว่า ตัวเลขผลตอบแทนทางเศรษฐกิจกับผลตอบแทนทางการเงินสำหรับโครงการที่ท่านจะสร้าง ผมสงสัยเหลือเกินว่ามันมั่วหรือเปล่า ตัดแปะหรือเปล่า ผมยกตัวอย่างให้ท่านฟังนะครับ โครงการปากน้ำโพธิ์-เด่นชัย มูลค่าการก่อสร้างรวม ๓๐,๐๗๐ ล้านบาท ขอนแก่น-หนองคาย ๑๘,๕๘๕ ล้านบาท หัวหิน-ประจวบคีรีขันธ์ ๙,๕๕๕ ล้านบาท ชุมพร-สุราษฎร์ธานี ๑๗,๖๔๐ ล้านบาท นี่คือรถไฟรางคู่ครับ สุราษฎร์ธานี-ปาดังเบซาร์ ๓๕,๗๐๐ ล้านบาท และท่านประธานเห็นไหมว่า ตัวเงินนั้นไม่เท่ากันเลย แต่สิ่งที่แปลกก็คือว่าตัวเลขผลตอบแทนทางเศรษฐกิจและทางการเงิน ทั้งโครงการที่ผมพูดมานี้ ๖ โครงการเหมือนกันเป๊ะครับ ๖.๙๙ เปอร์เซ็นต์กับ ๒๒.๓๑ เปอร์เซ็นต์ ทุกโครงการมันเป็นไปไม่ได้ครับ ผมถึงได้บอกว่ามั่วเอามาให้สภาดูน่าจะมีใครไปแจ้งจับพวกนี้ ที่รายงานเท็จต่อสภา นอกจากนั้นสิ่งที่ผมกลัวท่านประธานครับ กลัวของการกู้มาโกงก็คือว่า ค่าก่อสร้างครับท่านประธาน ค่าก่อสร้างนั้นเมื่อเช้านี้ท่านดอกเตอร์สามารถ ราชพลสิทธิ์ วิศวกรมือ ๑ ของประเทศไทยได้ติงแล้วว่ากลางปี ๒๕๕๓ ค่าก่อสร้างรวมทุกอย่างกิโลเมตรละ ๓๐๐ ล้านบาท แต่วันนี้สภาส่งมาให้เราดู กระทรวงการคลังส่งมาให้เราดูครับท่านประธาน
เดี๋ยวนะครับ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม จ่าสิบตำรวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุรินทร์ พรรคเพื่อไทย ผมต้องประท้วงผู้อภิปรายตามข้อบังคับ ข้อ ๖๑ อภิปรายหาบุคคลอื่นว่ากู้มาโกง สิ่งที่ผมกลัว ก็คือผมกลัวกู้มาโกง อย่างนี้ผิดข้อบังคับ ท่านประธานวินิจฉัยด้วยครับ
คืออย่างนี้ ที่ท่านอภิปรายแล้วก็บรรยายข้อเท็จจริงมาลำดับความแล้วท่านมีเหตุผลว่าท่านไม่สนับสนุน เหตุผลเพราะว่าบางรายการที่มีเหตุการณ์เกิดขึ้นมาแล้วท่านก็ตั้งข้อสังเกตไว้ไม่มั่นใจนะครับ ฉะนั้นเวลาฟังต้องฟังให้ครบทั้งประโยค เชิญอภิปรายต่อครับ เสียเวลาเพราะเวลามันมีน้อย เพราะว่าผมวินิจฉัยไปแล้วยุติไปแล้ว เชิญท่านจุติต่อครับ ท่านใช้สิทธิของท่านประท้วงก็จบแล้ว ผมวินิจฉัยไปแล้ว เชิญท่านจุติต่อ ไม่เป็นไรนั่งลงเถอะ เชิญท่านจุติครับ เวลามันมีน้อย นั่งลงครับ เพราะว่าเขาใช้สิทธิตามข้อบังคับ เชิญท่านจุติ อภิปรายต่อครับ ไม่แล้วเสียเวลาครับ เพราะเวลามันมีน้อยครับ ไม่ เพราะว่า ผมวินิจฉัยไปแล้ว ยุติไปแล้ว เชิญท่านจุติต่อครับ ท่านใช้สิทธิของท่านประท้วงก็จบแล้ว ผมวินิจฉัยไปแล้ว เชิญท่านจุติต่อครับ ไม่เป็นไรครับ นั่งลงเถอะ แล้วเชิญท่านจุติครับ เวลามันมีน้อย นั่งลงครับ เพราะว่าเขาใช้สิทธิตามข้อบังคับ เชิญท่านจุติครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผม จุติ ไกรฤกษ์ พรรคประชาธิปัตย์ ที่ผมเกรงว่ากู้มาโกงนั้นผมบอกแล้วว่าในเรื่องของตัวเลข ความคุ้มค่าของโครงการจากที่ไม่คุ้มค่าก็บอกว่าจะให้คุ้มค่า แต่ผมบอกกับท่านประธานได้เลย ว่ารถไฟความเร็วสูงทุกโครงการที่ทำนั้นประสบการณ์ในต่างประเทศนะครับ เจ๊งทุกเส้นทางครับ ทีนี้มาดูสิ่งที่ผมเกรงกลัวที่สุดก็คือการทำโป่งตัวเลขค่าก่อสร้าง ผมกราบเรียนท่านประธาน มาแล้วว่ารถไฟฟ้าความเร็วสูงวันนี้เสนอสภามานะครับ กรุงเทพฯ-หนองคาย กิโลเมตรละ ๒๐ ล้านบาทต่อกิโลเมตร กรุงเทพฯ-หัวหิน ๖๐๐ ล้านบาทต่อกิโลเมตร กรุงเทพฯ-เชียงใหม่ ๕๕๐ ล้านบาทต่อกิโลเมตร นี่ในประเทศไทยนะครับ ท่านไปดูค่าก่อสร้างในต่างประเทศครับ มันปิดบังกันไม่ได้ สร้างที่ประเทศสเปนกลางเมืองหลวงมาดริด มาดริดไปอัลบาเซเต้ ค่าก่อสร้างกิโลเมตรละ ๓๘๐ ล้านบาทครับ ประเทศไทยกิโลเมตรละ ๖๐๐ ล้านบาท กับ ๖๒๐ ล้านบาทครับ ค่าแรงประเทศไทยวันละ ๓๐๐ บาท ค่าแรงในยุโรปวันละ ๓,๕๐๐ บาท น้ำดื่มขวดหนึ่งประเทศไทยขวดละ ๗ บาท น้ำดื่มต่างประเทศขวดละ ๓๕ บาท กาแฟแก้วหนึ่ง ประเทศไทยแก้วละ ๑๐ บาท ในยุโรปแก้วละ ๖๐ บาท แต่กำลังจะบอกว่าค่าแรง ๓๐๐ บาท แต่ก่อสร้างแพงกว่ายุโรปถึง ๒ เท่าตัว นี่คือเหตุผลที่บอกว่ากลัวจะกู้มาโกง มันโป่งตัวเลขค่าก่อสร้าง ไม่เพียงแค่นั้นครับ การโป่งตัวเลข การศึกษาความคุ้มค่า แม้กระทั่งตัวเลขของจำนวน ผู้โดยสารท่านก็ทำให้มันดูคุ้มค่า ลองไปดูที่ ป.ป.ช. แอร์พอร์ตลิงค์ ไปดูสิครับ ตอนที่ก่อสร้างนั้น จะมีผู้โดยสารวันละ ๒๐,๐๐๐ คน ทุกวันนี้วันหนึ่งไม่ถึง ๒๐๐ คนครับ โป่งตัวเลขไปถึงร้อยเท่า เพื่อให้โครงการนั้นมันเกิด นี่คือสิ่งที่กลัวครับ กลัวว่าจะกู้กันไปโกง แล้วก็อัตราดอกเบี้ย อัตราดอกเบี้ยก็บอกว่าร้อยละ ๕ ผมบอกได้เลยครับว่าไม่มีทางเป็นไปได้ แต่ผมอยากจะบอก ท่านประธานว่าค่าที่ปรึกษาด้วยครับท่านประธานน่ากลัว ค่าที่ปรึกษาน่ากลัวเพราะว่า ในต่างประเทศมูลค่าโครงการสร้างทางรถไฟเชื่อมเหมือนกันในประเทศสหรัฐอเมริกา มูลค่าโครงการ ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ที่ปรึกษาโครงการศึกษาความเป็นไปได้เขาได้ค่าปรึกษา ๑๒๐ ล้านบาท อีกโครงการหนึ่งมูลค่า ๑๒,๐๐๐ ล้านบาท ค่าที่ปรึกษา ๑๖ ล้านบาท ถ้าเอาบัญญัติไตรยางศ์เทียบกันง่าย ๆ ถ้ามูลค่าเพิ่มขึ้นอีก ๔๐ เท่า เป็นมูลค่า ๕๐,๐๐๐ ล้านบาท แบบบ้านเราเส้นหนึ่งค่าที่ปรึกษาเขา ๖๔๐ ล้านบาท แต่ท่านประธานไปดูไหมครับว่า ค่าที่ปรึกษาที่สายกรุงเทพฯ-เชียงใหม่ ค่าที่ปรึกษา ๗,๐๐๐ ล้านบาท ๗,๐๐๐ ล้านบาท คนไทย ค่าแรงวันละ ๓๐๐ บาท ค่าที่ปรึกษา ๗,๐๐๐ ล้านบาท ฝรั่งกาแฟแก้วละ ๖๐ บาท ค่าแรงสูงกว่าเรา ๑๐ เท่า ค่าที่ปรึกษาเขาน้อยกว่าเรา นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นครับ กรรมาธิการ ตามไปดูด้วย นอกจากนั้นแล้วการจ้างแรงงานครับ ท่านนายกรัฐมนตรีพูดชัดเจนเลยบอกว่า แรงงาน ๕๐๐,๐๐๐ อัตรา ผมถามว่าพูดได้อย่างไร ที่พูดได้อย่างไรเพราะว่าวันนี้อุตสาหกรรม ก่อสร้างเขาบอกแล้วว่าขาดแคลนแรงงาน คอนโดมิเนียม บ้านจัดสรรทุกแห่ง ส่งมอบล่าช้าหมด ๔ เดือน ๖ เดือนเพราะแรงงานไม่มี แล้ววันนี้ท่านจะมาบอกเขียนฝันให้คนไทยฝันว่าจะมีการจ้างงาน ๕๐๐,๐๐๐ คน ให้ทราบไว้นะครับ ว่าในไซต์ (Site) งานทุกวันนี้คนงานทุก ๓ คนเป็นชาวต่างชาติ ๒ คน เป็นคนไทยเสีย ๑ คนครับ ถ้าจ้างเขาอีก ๕๐๐,๐๐๐ คน ก็บอกได้เลยว่าจะจ้างคนลาว คนเขมร คนพม่า ๗๐ เปอร์เซ็นต์ ที่เหลือเป็นคนไทย แล้ววันนี้ก็แก้ปัญหาให้เขาด้วย เพราะว่าคนที่เขาก่อสร้างบอกตำรวจ กับเทศกิจบางคนกวนเหลือเกิน เก็บรายเดือนแพงมาก
สิ่งสุดท้ายท่านประธานครับ ผมจะประหยัดเวลาก็คือว่าวันนี้เราอยากจะเป็น มังกรของอาเซียน จะเชื่อมโลกไปที่ สปป. ลาว ไปประเทศจีน ไปทวาย ไปประเทศมาเลเซีย ไปประเทศเขมร แต่วันนี้สิ่งที่ท่านบอกกับพวกผมก็คือว่าประเทศจีนไป สปป. ลาว แต่หยุดที่จังหวัดนครราชสีมา จังหวัดรัฐมนตรีช่วยว่าการนี่เชื่อมประเทศพม่าแต่ไม่ไปทวาย เชื่อมประเทศมาเลเซียไปแค่หัวหิน เชื่อมประเทศเขมรไปได้แค่พัทยา เชื่อมสู่โลกไปหยุดที่ จังหวัดเชียงใหม่ครับ สรุปแล้วจังหวัดเชียงใหม่นั้นคือโลกของท่านนายกรัฐมนตรีใช่หรือไม่ ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานว่าถ้าลงทุนภาระหนี้ ๕,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แล้วไม่สามารถ เชื่อมอาเซียนได้ในวงเงินตอนแรก มังกรก็เป็นได้แค่งูเขียวครับท่านประธาน กราบขอบพระคุณครับ
อาจารย์ผุสดี ตามไท ๑๐ นาทีครับ แล้วก็ต่อไปด้วยท่านชัย ชิดชอบ นะครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน ผุสดี ตามไท สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานคะ ดิฉันขออนุญาตมีส่วนร่วมในการอภิปรายร่างพระราชบัญญัติให้อำนาจกระทรวงการคลัง กู้เงินเพื่อการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของประเทศ พ.ศ. .... ท่านประธานคะ ก่อนอื่นดิฉันต้องขอกราบเรียนตามตรงเลยค่ะ ด้วยความจริงใจในฐานะที่เป็นผู้แทนราษฎร คนหนึ่งของประชาชนว่าดิฉันเห็นด้วยแล้วก็สนับสนุนแนวคิดเรื่องการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ด้านคมนาคมขนส่งของประเทศโดยไม่ต้องมีใครมาโฆษณาชวนเชื่อ ไม่ต้องมีใครมาพยายาม อธิบายเลยค่ะ ดิฉันสนับสนุน แต่ว่าก็ต้องมีการเรียงลำดับความสำคัญของโครงการต่าง ๆ คือต้องมีการเรียงลำดับความสำคัญอย่างเหมาะสม และที่สำคัญก็คือต้องไม่ละเลยการลงทุน เพื่อพัฒนาด้านอื่น ๆ ของประเทศไปพร้อม ๆ กันด้วย แต่ท่านประธานคะ ในฐานะที่เป็นประชาชน ผู้เสียภาษีซึ่งจะต้องแบกรับหนี้ที่รัฐบาลกำลังจะก่อขึ้น ดิฉันต้องกราบเรียนท่านประธานว่า ไม่อาจจะรับหลักการของร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ได้เลย ทำไมดิฉันถึงต้องกราบเรียน ท่านประธานเช่นนั้น มีเหตุผลหลายประการค่ะ แต่ว่าด้วยเวลาที่จำกัดก็ขออนุญาตกราบเรียน ท่านประธานเพียง ๒ ประการเท่านั้นเอง
ประการแรก ดิฉันเชื่อโดยสุจริตใจจริง ๆ ว่าทางเลือกที่รัฐบาลกำลังเลือก กู้เงิน ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทอย่างนี้เป็นทางเลือกที่ใช้ไม่ได้ค่ะ ไม่คุ้มค่า แล้วก็เสี่ยง ต่อการก่อหนี้สินล้นพ้นตัว แล้วก็อาจจะนำไปสู่การล้มละลายของประเทศได้ อย่าคิดว่า ไม่เกิดขึ้นนะคะ วันนี้หลายประเทศกำลังเกิดขึ้นแล้ว ในขณะที่จริง ๆ มีทางเลือกอื่น ที่ดีกว่านี้มากซึ่งเพื่อนสมาชิกได้อภิปรายไปก่อนล่วงหน้านี้แล้ว แล้วสำคัญก็คือว่าไม่ต้องให้ พี่น้องประชาชนจะต้องแบกหนี้ซึ่งจะกลายไปเป็น ๕,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท อีกเป็นระยะเวลา ๕๐ ปี
ประการต่อมา ดิฉันเชื่อว่าพฤติกรรมในอดีตเป็นตัวชี้บ่งสิ่งที่จะเกิดขึ้น ในอนาคตอย่างแน่นอน ขออนุญาตท่านประธาน ๒ เรื่องเพื่อจะยกตัวอย่าง เรื่องการใช้เงิน ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาทเพื่อฟื้นฟูน้ำท่วม ได้อ่านรายงานผ่านสื่อนะคะว่าเครือข่ายต่อต้าน การทุจริตพบว่าในการใช้เงินตรงนี้ ซึ่งถึงแม้ขณะนี้จะใช้ไปเกือบ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์แล้ว พบว่ามีการทุจริตกันกินหัวคิว ๓๐-๕๐ เปอร์เซ็นต์ทุกโครงการ
พฤติกรรมต่อมา ก็คือเป็นเรื่องของพฤติกรรมการที่คิดกู้ กู้ กู้ และกู้นี่ค่ะ ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งท่านขอออกพระราชกำหนดที่มีผลใช้บังคับเมื่อวันที่ ๒๗ มกราคม ปี ๒๕๕๕ แล้วก็มีเงื่อนไขว่าต้องกู้ให้เสร็จสิ้นภายในเดือนมิถุนายนปีนี้ละค่ะ เพื่อวางระบบ การบริหารจัดการน้ำและสร้างอนาคตประเทศ ท่านประธานคะ ตั้งแต่วันนั้นจนวันนี้เพิ่งจะกู้ไปเพียง ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท แล้วก็เบิกจ่ายไป เพียง ๕,๐๐๐ ล้านบาท เพราะฉะนั้นท่านประธานชัดเลยค่ะ ไม่เป็นความจริงเลยที่รัฐบาล อ้างว่าเป็นเรื่องเร่งด่วนฉุกเฉินตอนจะออกพระราชกำหนดกู้เงินจำนวนนี้ แล้วก็แถมยังมีการขู่ เอาไว้ด้วยถ้าเผื่อว่าคัดค้านกันแล้วก็หากน้ำท่วมเกิดขึ้นอีกในปี ๒๕๕๕ ก็ต้องโทษพวกเรา ที่คัดค้านเพราะจะไม่สามารถป้องกันน้ำท่วมได้ ท่านช่างกล้าหาญจริง ๆ เลยนะคะในการที่จะทำให้ คนเข้าใจผิด วันนี้ท่านได้ไปแล้วเงินกู้ ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ถ้าน้ำท่วมจริงท่านประธานคะ ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาทจะช่วยอะไรได้บ้างคะ ต้องถามอย่างนี้ว่ามีกลไกอะไรบ้างที่จะช่วย ป้องกันน้ำท่วมอย่างที่รัฐบาลอ้างหรือว่าขู่ไว้ได้เมื่อตอนออกพระราชกำหนด วันที่ ๒๐ มีนาคม ที่ผ่านมานี้เองสำนักงานนโยบายและบริหารจัดการน้ำและอุทกภัยแห่งชาติเพิ่งจะได้จัดเวที ชี้แจงเนื้อหาทีโออาร์ แล้วก็ตอบข้อซักถามให้กลุ่มบริษัทเอกชน ๖ กลุ่มที่ผ่านเข้ารอบ แล้วก็ นำเสนอแนวคิดในการจัดทำโครงการบริหารจัดการน้ำอย่างยั่งยืน แล้วก็ระบบแก้ไขปัญหา อุทกภัยของประเทศไทย ซึ่งบริษัทเหล่านี้ต้องเร่งจัดทำข้อเสนอเพื่อให้คณะกรรมการตัดสิน ในวันที่ ๓ พฤษภาคม พูดง่าย ๆ ก็คือว่ายังสรุปโครงการที่จะมาลงทุนไม่ได้เลยค่ะ ท่านประธานคะ ถ้าน้ำท่วมจริงอีกครั้งหนึ่งเมื่อปลายปีที่ผ่านมาก็คงได้เจ๊งอย่างเดียว นี่อย่างไรละคะคือพฤติกรรม แล้วก็แนวคิดที่ชัดเจนของรัฐบาลชุดนี้ในการกู้เงิน ท่านพูดไม่จริง ท่านไม่ซื่อสัตย์กับข้อมูล ทั้งต่อตัวเองแล้วก็ต่อประชาชน เดินหน้ากู้เงิน ท่านประธานคะ โดยที่ไม่มีความจำเป็นเร่งด่วน ฉุกเฉินอย่างที่อ้าง แล้วก็ไม่มีความพร้อม ดูเสมือนหนึ่งว่ารัฐบาลมองเห็นโอกาสจึงได้ตั้งวงเงินกู้ ขึ้นมากองไว้แล้วก็รอทำโครงการที่ยังมองไม่เห็นเลยนะคะท่านประธานว่าคืออะไร จะทำได้หรือไม่ ทำเพื่อใคร หรือใครได้ประโยชน์บ้าง ท่านประธานคะ เงินกู้ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ก็จะเข้าอีหรอบเดิมค่ะ เพื่อนสมาชิกหลายท่านได้พูดไปแล้วว่าแม้จะเห็นด้วยกับการลงทุน ในโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่ง แต่มีทางเลือกอื่นที่ดีกว่าในการหาเงินมาลงทุน ท่านประธานคะ จากการสำรวจความคิดเห็นเขาก็มีรายงานผ่านสื่อพบว่าประชาชนเกรงว่า เงินกู้ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทจะเป็นมหกรรมคอร์รัปชันแล้วก็ยังมีรายงานข่าวอีกด้วยว่า แม้แต่ท่านรองนายกรัฐมนตรีกิตติรัตน์เองก็ยังยอมรับว่าโครงการขนาดใหญ่ย่อมมีการรั่วไหล ทุจริตกันได้บ้าง ซึ่งก็แปลว่าโกงได้หรือเปล่าคะ ที่สุดเสียงข้างน้อยอย่างพวกเราที่อยู่ในสภา คงไม่อาจทัดทานร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ไปได้ แต่ท่านประธานคะ ท่านต้องอย่าให้เป็นการกู้ แล้วก็สร้างโครงการขึ้นมาเพียงเพื่อให้พวกพ้องตัวเองหรือให้กลุ่มคนไม่กี่คน แต่ปล่อยให้คน ทั้งประเทศต้องรับภาระมรดกหนี้สินมหาศาลที่เกิดขึ้นเป็น ๕,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทไปอีก ๕๐ ปี ท่านประธานต้องอย่าให้ถูกประณามว่ากินรวบ ๓.๕ แสนล้านบาทยัน ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท และท่านประธานต้องอย่าให้เกิดการโยงการลงทุนให้เป็นทุนการเมือง ท่านประธานคะ ดิฉันก็ขอยืนยันว่าแม้จะเห็นด้วยและแม้จะสนับสนุนกับการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน ด้านคมนาคมขนส่งให้กับประเทศ แต่ก็ไม่สามารถจะรับหลักการร่างพระราชบัญญัตินี้ได้ เพราะดิฉันไม่มั่นใจ ดิฉันไม่เชื่อใจและดิฉันไม่ไว้ใจกับแนวคิดการใช้วิจารณญาณและพฤติกรรม ของรัฐบาลชุดนี้เรื่องการกู้เงินและการใช้เงิน ขอบพระคุณค่ะ
เชิญท่านชัย ชิดชอบ ๑๕ นาทีครับ
ท่านผู้เป็นประธาน กระผม นายชัย ชิดชอบ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย กระผมขอถือโอกาสนี้เสนอข้อสังเกต เกี่ยวกับตัวร่างพระราชบัญญัติให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อการพัฒนาโครงสร้าง พื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของประเทศ พ.ศ. .... ดังที่กระผมจะกราบเรียนต่อไปนี้ กระผมฟังมา ๒ วันแล้วตั้งแต่เมื่อวานและวันนี้ ความจริงรัฐบาลมาร์กาเรต แทตเชอร์ ผมให้ฉายา ท่านนายกรัฐมนตรีคนนี้เอาไว้เพราะว่าผู้หญิงแกร่งในประเทศไทยก็มี ฯพณฯ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร แกร่งจริง ๆ ครับ ท่านมีความเก่งกล้าสามารถผู้ชายอกสามศอกไม่กล้าทำอย่างท่าน เพราะการกู้เงินนั้นทุกฝ่ายก็ยอมรับว่าใครเป็นหนี้เป็นสินมันยากลำบากแสนเข็ญ จะนำประเทศชาติดีขึ้นหรือด้อยลงก็อยู่ที่การกู้หนี้ยืมสิน รัฐบาลทุกรัฐบาลกู้หนี้ยืมสินมา ถ้าทำไม่ดีก็มีอันเป็นไปถ้าไม่ยุบสภาก็ถูกปฏิวัติรัฐประหารเป็นต้น ท่านประธาน กระผมในฐานะ ที่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอยู่ในสภาแห่งนี้ไม่นานนักไม่เคยเห็นการกู้เงิน เห็นมากที่สุด ก็ตอนไอเอ็มเอฟ ๕๐๐,๐๐๐-๖๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แล้วต่อมาก็ ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท สูงที่สุด มาในยุคนี้ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท กู้ดีเพราะมีเครดิต ถ้ารัฐบาลไม่มีเครดิตก็คงกู้ไม่ได้ แต่ประเทศไทยยุคปัจจุบันนี้ฐานะการเงินดีมากเราจะสังเกตเห็นว่ามีการซื้อการขายสมัยก่อนนั้น ก็คนที่ซื้อรถแพงที่สุดประมาณ ๑๐-๒๐ ล้านบาท เดี๋ยวนี้ ๔๐-๕๐ ล้านบาทก็ซื้อมาขับขี่ได้ บนทางหลวงทำให้ถนนหนทางแออัดเพราะเศรษฐกิจมันดี ถ้าเศรษฐกิจไม่ดีถนนหนทาง ไม่แออัดเด็ดขาดจะเป็นการใช้เกวียนเหมือนโบราณเพราะเศรษฐกิจไม่ดีสมัยก่อน ท่านประธานครับ ผมฟังมา ๒ วันแล้ว ฟังแล้วก็เห็นด้วย ทุกฝ่ายเห็นด้วยทั้งนั้น พูดแล้วว่า การกู้เงินมาถ้ากู้ได้มามันก็ดีเพราะประเทศไทยเรามีความจำเป็นต้องพัฒนาโดยเฉพาะอย่างยิ่ง การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศเราต้องพัฒนา ถ้าไม่พัฒนาแล้วประเทศไทยก็ด้อย แล้วก็ตามหลังประเทศอื่นเขา แต่การพัฒนาด้วยวิธีการกู้เงินถึง ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท โดยมีระยะเวลาการใช้หนี้ ๕๐ ปี ตอนนี้ผม ๘๕ ปี ถ้า ๕๐ ปี ผมก็สงสัยว่าเป็นผงไป หมดแล้วครับ ๕๐ ปีอเนจอนาถเหลือเกินประเทศไทยควรจะอยู่ให้คนแก่ ๆ อย่างผมกู้สั้นสักหน่อย กู้น้อยสักหน่อย ชำระหนี้เร็วขึ้น เพราะว่าบ้านเมืองของเรากำลังจะเดินไปข้างหน้า การชำระหนี้ ถึง ๕ ปีผูกพัน เรากู้ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ดอกเบี้ย ๕๐ ปี ก็ ๓.๑๖ ล้านล้านบาท จะเริ่มชำระหนี้ ถึง ๕,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ถ้าคิดถึงประเด็นปัญหาในด้านหนี้สาธารณะเราจะเห็นได้ว่า หนี้สาธารณะจะเพิ่มขึ้นถึง ๔๔.๑๙ เปอร์เซ็นต์ หรือถึง ๕๐ เปอร์เซ็นต์เป็นต้น เราจะเห็นได้ว่า ถ้าเราเทียบเคียงไปประชากรประเทศไทยใจปัจจุบันก็ประมาณราว ๖๔,๔๐๐,๐๐๐ คนเศษ ลูกหลานของเรา เหลนของเราทุก ๆ คนอย่างผมพูดว่ามีเหลนแล้วละ แต่ว่าคนที่กำลัง มีลูก มีหลาน หรือแก่เฒ่าชรากว่าผมต้องรับภาระผูกพันก่อนที่จะกู้หนี้นี้เป็นหนี้อยู่แล้วครับ ที่รัฐบาลชุดก่อน ๆ ท่านกู้มาจนถึงปัจจุบันกฎหมายฉบับนี้ยังไม่ออกถึงคนละ ๖๙,๔๔๕.๗๒ บาท ท่านประธานก็เป็นหนี้เหมือนผมละตอนนี้ ท่านปฏิเสธไม่ได้ แต่ถ้ากู้ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท มาอีกนะครับมันจะตกเป็นหนี้คนละ ๑๐๔,๖๘๗.๐๕ บาท เตรียมเอาไว้นะครับ หลานเหลน ที่กำลังจะเกิดทุกเดือนมืดเดือนหงายนี้เตรียมไว้ ถ้าเงินนี้คลอดออกมาวันไหนจะต้องมีภาระ ที่จะต้องชดใช้ อันนี้ผมเรียนเพียงเป็นข้อสังเกตสั้น ๆ ท่านประธานครับ การออกร่างพระราชบัญญัติ ให้อำนาจกระทรวงการคลังในครั้งนี้ทั้ง ๑๙ มาตราในร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ที่กระผม มีความวิตกกังวลก็เลยจำเป็นที่จะต้องศึกษาดูว่าในหมวด ๑ การกู้เงินและการบริหารจัดการ เงินกู้นี่เป็นสิ่งสำคัญที่เราจะต้องดูต้องศึกษาให้ละเอียดและให้รอบคอบด้วย ผมจึงจำเป็น จะต้องกราบเรียนต่อท่านประธานว่าในร่างพระราชบัญญัติให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน เพื่อการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของประเทศ พ.ศ. .... ในหมวด ๑ การกู้เงินและการบริหารจัดการเงินกู้มีสาระสำคัญประการหนึ่งเกี่ยวกับการบริหารหนี้สาธารณะ ในส่วนของวงเงินกู้ การจัดการเงินกู้ และวิธีการเกี่ยวกับการกู้เงินในแต่ละปีงบประมาณ ให้เป็นไปตามที่คณะรัฐมนตรีอนุมัติ กรณีเช่นนี้จะขัดกับมาตรา ๖ ประกอบกับมาตรา ๔ ของร่างพระราชบัญญัติบริหารหนี้สาธารณะ พ.ศ. ๒๕๔๘ เข้าใจเช่นนั้น ทั้งนี้เนื่องจาก มาตรา ๖ ให้การบริหารหนี้สาธารณะเป็นไปตามที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัติการบริหาร หนี้สาธารณะ พ.ศ. ๒๕๔๘ แต่ในร่างพระราชบัญญัติให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน เพื่อการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของประเทศ พ.ศ. .... กลับกำหนดให้เป็นไป ตามที่คณะรัฐมนตรีอนุมัติ อันนี้ในมาตรา ๑๕ ของร่างพระราชบัญญัติที่กำลังพิจารณาอยู่ ในขณะนี้ อันนี้ผมว่าขัด ขัดนิดหน่อยไม่มากเท่าไรครับ เพราะว่าขณะนี้ทราบว่ามีท่าน ส.ส. และ ส.ว. ๗๗ ท่านส่งตีความแล้ว เพราะการออกร่างพระราชบัญญัติให้อำนาจกระทรวงการคลัง กู้เงินเพื่อการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของประเทศ พ.ศ. .... ฉบับนี้ ขัดต่อบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๖๙ ผมทราบว่าอย่างนั้นครับ แต่จะเป็นประการใดนั้น ผมไม่ทราบต้องแล้วแต่ศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัยต่อไป เนื่องจากรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๖๙ บัญญัติว่าการจ่ายเงินแผ่นดินจะกระทำได้ก็จะเฉพาะที่อนุญาตไว้ในกฎหมายว่าด้วย งบประมาณรายจ่าย กฎหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณ กฎหมายเกี่ยวด้วยการเงิน กฎหมายเกี่ยวด้วยการโอนงบประมาณหรือกฎหมายว่าด้วยเงินคงคลัง เว้นแต่ในกรณีจำเป็น เร่งด่วนรัฐบาลจะจ่ายไปก่อนก็ได้ แต่ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กฎหมายบัญญัติ กรณีเช่นนี้จะเห็นว่าบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญมิได้ให้อำนาจไปออกกฎหมายเฉพาะอื่น เพื่อการจ่ายเงินของแผ่นดิน อันนี้มันชัดครับ ท่านประธานครับ นอกจากที่กระผมเรียนมาแล้ว กระผมกลัวจะขัดต่อตัวบทกฎหมาย กระผมจึงอยากจะเสนอให้ทางรัฐบาลใช้วิธีการ ดังที่เพื่อนสมาชิกหลายท่านได้พูดในสภาแห่งนี้ บางท่านบอกว่าค่อย ๆ กู้ไป แล้วทราบว่า ก็มีการพูดของท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังที่เสนอ ท่านบอกว่าท่านจะใช้ปีละประมาณ ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาท และ ๗ ปี ตามกฎหมายบอกว่าจะเริ่มไม่เกินวันที่ ๓๑ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๖๓ ๗ ปี ถ้า ๗ ปี ปีละ ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาท มันก็ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านกว่าบาท มันจะมากกว่า ที่เราจะกู้เสียด้วยซ้ำถ้าเราดำเนินการ กระผมอยากจะให้ข้อสังเกตนะครับ เพราะตอนนี้ กฎหมายฉบับนี้ก็ยังไม่ได้ผ่านสภา
และอีกประการหนึ่ง ก็อยากจะกราบเรียนบรรดาท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ของสภาแห่งนี้ที่ได้รับเลือกตั้งจากประชาชนคนไทยในชาติ เขาเลือกท่านมาเพื่อให้ท่าน พิจารณาดูว่าอะไรผิด อะไรถูก อะไรที่เขาเดือดร้อน กฎหมายฉบับนี้ออกไปคนใช้หนี้เดือดร้อนแน่ ภาษีต้องเพิ่มหรือไม่เพิ่มก็ได้อยู่ที่ฝีมือของผู้บริหาร แต่กระผมไม่ได้จำกัดสิทธิว่าไม่ให้ท่านกู้นะครับ ท่านกู้ไปเถอะ กู้ได้มามากเท่าไรยิ่งดีเท่านั้น แต่วิธีจ่ายนั้นสำคัญที่เราจะต้องพิจารณา อย่างรอบคอบ แต่ถ้าท่านไม่กู้เพราะว่าการจัดทำโครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ที่ท่านมีรายละเอียด ๓ ประการด้วยกันที่กระผมขอประทานกราบเรียน เพื่อบันทึกไว้เป็นหลักฐานว่ากระผมได้พูดอะไรบ้างในสภาแห่งนี้ในวันนี้ เราจะถือท้าย ร่างพระราชบัญญัติให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินที่ทางรัฐบาลเสนอมานี้เพื่อการพัฒนา โครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของประเทศนั้น เช่น
แผนยุทธศาสตร์ที่ ๑ ปรับเปลี่ยนรูปแบบการขนส่งสินค้าทางถนนสู่การขนส่ง ที่มีต้นทุนต่ำกว่า ๓๕๔,๕๖๐.๗๓ ล้านบาท
แผนยุทธศาสตร์ที่ ๒ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและสิ่งอำนวยความสะดวก ในการเดินทางและขนส่งไปสู่ศูนย์กลางของภูมิภาคทั่วประเทศ และเชื่อมโยงกับประเทศ เพื่อนบ้าน อันนี้มากหน่อย ๑,๐๔๒,๓๗๖,๐๐๐.๗๔ ล้านบาท
แผนยุทธศาสตร์ที่ ๓ พัฒนาและปรับปรุงระบบขนส่งเพื่อยกระดับความคล่องตัว ๕๙๓,๘๐๑.๕๒ ล้านบาท
ส่วนในด้านข้อ ข แผนการส่งเสริมหรือสนับสนุนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ด้านคมนาคมขนส่งของประเทศตามยุทธศาสตร์ ตาม (๑) (๒) (๓) ๙,๒๖๑.๐๑ ล้านบาท ท่านประธานครับ เงิน ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทที่กระผมกราบเรียนนี้ ขอกราบเรียนด้วยความเคารพว่าระยะเวลาในการกู้มาดำเนินการนั้นตามรายละเอียด ในหนังสือเล่มที่ได้รับมานี้ ปรากฏว่าไม่ใช่ทำในปีเดียว ทำไมรัฐบาลไม่ค่อยกู้ กู้เหมือนกับทาง พรรคประชาธิปัตย์เคยกู้ ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท กู้ ๒ ครั้งก็ยังได้ครับ ปัญหาก็ไม่เกิด งบประมาณ ก็จะได้ใช้สะดวกสบายและเงินที่กู้มาก็ยังใช้ไม่หมด ปัญหาต่าง ๆ ก็คาราคาซัง ผมเชื่อฝีมือ ผมไม่พูดว่ารัฐบาลกู้เงินมาโกง ผมไม่พูด ผมถือว่าทุกคนบริสุทธิ์ คณะรัฐมนตรีทุกคนได้ถวายตัว ต่อหน้าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจะมีความซื่อสัตย์สุจริตทุกคนสุจริตหมด แต่คนอื่น ผมไม่ทราบ แต่คณะรัฐมนตรีชุดนี้ต้องบริสุทธิ์ ไม่บริสุทธิ์ก็อยู่ไม่ได้ดังที่ท่านรังสิมาได้พูด กระผมก็อยากจะกราบเรียนต่อไปอีกว่าห่วงวิตกกังวลถ้าร่างพระราชบัญญัติเงินกู้ฉบับนี้ ถูกศาลรัฐธรรมนูญพิพากษาว่ามันไม่ชอบ การประชุมของเราก็สิ้นเปลืองเวลาโดยใช่เหตุ ผมจึงอยากจะขอความกรุณาว่าถ้าเราเห็นว่ามันจะเป็นไปยากลำบากก็ขอประชามติ ต่อพี่น้องประชาชนให้เขาเป็นคนใช้เอกสิทธิ์ของเขา กระผมว่าใช้เงินไม่เท่าไรไม่กี่พันล้านบาทดีกว่า เราก็มาตัดยอดเงินนี่ครับ เงินที่เราดำเนินการตั้งที่ปรึกษาตั้งเยอะแยะนะครับ ซึ่งกระผม ได้ศึกษาเอกสารประกอบการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน เพื่อการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของประเทศ พ.ศ. .... มีข้อสังเกต เกี่ยวกับรายละเอียดค่าใช้จ่ายที่เป็นค่าจ้างที่ปรึกษา ค่าที่ดิน และค่าก่อสร้างบางโครงการ ที่มีรายละเอียดค่าใช้จ่ายเป็นค่าจ้างที่ปรึกษามากกว่าค่าที่ดินที่จะต้องจ่ายเพื่อการเวนคืน ให้กับประชาชน พี่น้องประชาชนที่ถูกเวนคืนที่เคารพรักทุกท่าน ถ้าท่านได้มีโอกาสฟังผมอภิปราย ท่านโปรดจำเอาไว้นะครับ ท่านจะทราบว่าโครงการต่าง ๆ ที่จะใช้เงิน ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนี่ครับ เช่น ค่าที่ดินโครงการก่อสร้างรถไฟคู่สายปากน้ำโพ-เด่นชัยเป็นต้น ค่าที่ดิน ๕๐๐ ล้านบาท แต่ค้าจ้างที่ปรึกษาถึง ๑,๐๗๐ ล้านบาท มันเท่าตัวครับ อันนี้ก็ดังที่ท่านจุติ ไกรฤกษ์ ประทานโทษที่เอ่ยนาม ท่านพูดเมื่อสักครู่ว่าต่างประเทศค่าที่ปรึกษาเขาถูกกว่านี้ อันนี้ทำไมมันแพง โครงการก่อสร้างรถไฟสายคู่สายมาบกะเบา-ชุมทางถนนจิระ อันนี้ค่าที่ดิน ๓๑๙ ล้านบาท ค่าจ้างที่ปรึกษา ๘๒๔ ล้านบาท ท่านประธานครับ ทำไมมันแพงแท้ ท่านประธานต้องช่วย พิจารณานะครับ เพราะเงินภาษีของท่านด้วยที่ท่านจะต้องชดใช้ โครงการก่อสร้างรถไฟสายคู่ สายถนนจิระ-ขอนแก่น ค่าที่ดิน ๖๖๘ ล้านบาท ค่าก่อสร้าง ๒๗,๐๐๐ ล้านบาท แต่ว่า ค่าจ้างที่ปรึกษาถึง ๑,๑๓๓ ล้านบาทเศษ ดังนี้เป็นต้นเยอะแยะในนี้ ท่านประธานครับ ฉะนั้น ปัญหาเรื่องนี้ แต่บังเอิญว่าผมขันอาสาเป็นกรรมาธิการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ถ้าผ่านวาระที่หนึ่ง ผมจะได้ไปตรวจสอบเหมือนกับประธานเคยตรวจสอบในฐานะที่เป็นประธานคณะกรรมาธิการ ติดตามการบริหารงบประมาณผมจะตามว่ามันถูกมันผิดอย่างไร จะเรียกมาเช็กเป็นรายไอเทม (Item) ท่านประธานครับ เราจะไม่ยอมเสียประโยชน์ของประเทศชาติ ของพี่น้องประชาชน คนไทยในชาติ ๖๔ ล้านคนเศษนี้ได้มอบหมายความไว้วางใจให้ท่าน ส.ส. ที่นั่งอยู่ที่นี่ตั้ง ๕๐๐ ท่าน เราต้องช่วยกัน ช่วยควบคุมดูแลการพิจารณาเราไม่ต้องมาโต้เถียงว่าคนนี้โกง คนนั้นโกง ไม่ต้องพูดครับ เรามาตรวจสอบข้อเท็จจริง แล้วก็มาช่วยกันสร้างบ้านสร้างเมือง สร้างความปรองดอง ในชาติขึ้น แต่กฎหมายปรองดองก็คาอยู่เมื่อไรจะถอนก็ไม่รู้ ผมก็ไม่อยากกราบเรียนอะไร เพิ่มเติมมากกว่านี้เวลามันก็มากแล้วครับ ๖ โมง ตอนนี้ก็เพิ่งถ่ายทอดพี่น้องประชาชน ก็มีเวลาได้ดูนายชัย ชิดชอบ เล็กน้อยเท่านั้นเอง แต่ว่าเหมือนเดิมผมจะทำงานเพื่อชาติบ้านเมือง ทำงานเหมือนกับประธานทำนะครับ และขอฝากท่านประธานด้วยใจเย็น ๆ นะครับท่านประธาน ทำอะไรฟัง ส.ส. เขาบ้างท่านจะเป็นคนที่น่ารักต่อไป อันนี้ผมกราบเรียนนะครับ ผมก็นั่งอยู่ ดูท่านประธานอยู่ตลอดไม่ได้ต่อว่าท่านประธานไม่ดี ท่านประธานนั่นดีที่สุดแล้วทั้ง ๓ ท่าน ดีทุกท่าน กระผมก็กราบเรียนเพียงแค่นี้เพื่อเป็นข้อสังเกตและจะรับไปดำเนินการเมื่อเป็น กรรมาธิการเมื่อสภานี้รับหลักการในวาระที่หนึ่ง กระผมไม่ได้ค้านว่าร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ไม่ดี ดีครับ แต่คณะรัฐมนตรีต้องรอบคอบ ต้องดีกว่านี้ กระผมก็กราบขอบพระคุณ ขอยุติการอภิปรายเพียงแค่นี้เพราะว่ากินเวลาเพื่อนฝูงมากไป กราบขอบคุณครับ
ขอบคุณ ที่ให้ท่านแนะนำนะครับ เชิญท่านเจิมมาศ จึงเลิศศิริ ๕ นาที
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน เจิมมาศ เลิศศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ดิฉันไม่เห็นด้วย และไม่รับร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ที่ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ด้านคมนาคมขนส่งของประเทศ พ.ศ. .... ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ฉบับนี้ค่ะ เนื่องจาก ดิฉันมีเวลาเพียง ๕ นาทีเท่านั้น ดิฉันขอพูดในโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มที่จะสร้าง ในกรุงเทพมหานครค่ะ สายสีส้มนั้นก็คือตลิ่งชัน-มีนบุรี ซึ่งจะผ่านมหาวิทยาลัยรามคำแหง- ศูนย์วัฒนธรรม-ห้วยขวาง-ดินแดง-ประตูน้ำ-ยมราช-หลานหลวง-สนามหลวง-โรงพยาบาลศิริราช แล้วก็เป็นโครงการของรถไฟฟ้าสายแรก ๆ ของร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ที่ทำการสำรวจ แล้วกำลังทำ การประชาพิจารณ์อยู่ในขณะนี้นะคะ ดิฉันไม่เห็นด้วยกับร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ เนื่องจาก พฤติกรรมที่ส่อว่าจะโกงตั้งแต่งบเงินกู้ ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท แล้วก็งบน้ำท่วม ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ที่ผ่านมาก็กู้มากองไว้ค่ะ กู้มาโกง กู้มาเสียดอกเบี้ย กู้มาสร้างหนี้ค่ะ ดิฉันพูดเช่นนี้เพราะว่า ตั้งแต่เริ่มโครงการนี้ก็ส่อแววแล้วนะคะ ส่อแววที่จะโกงกันเลยนะคะ
ข้อที่ ๑ เริ่มจากการทำประชาพิจารณ์ค่ะ การรับฟังความคิดเห็นของประชาชน ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการเวนคืนที่ดินในพื้นที่ที่จะสร้างรถไฟฟ้าสายสีส้ม หลายพื้นที่ตอนนี้ ประชาชนเริ่มมาร้องเรียนที่สภาแล้วหลายคณะ แล้วก็มาร้องเรียนกับคณะกรรมาธิการการคมนาคมอยู่ อย่างเช่น ในพื้นที่เขตดินแดงของท่าน ส.ส. ธนา ชีรวินิจ พื้นที่ราชเทวีของท่าน ส.ก. ผุสดี วงศ์กำแหง แล้วก็พื้นที่ในถนนหลานหลวงของดิฉันเอง ในการทำประชาพิจารณ์นั้นประชาชน ไม่ได้รับทราบข้อมูลเลยซึ่งแต่ละพื้นที่มีการทำประชาพิจารณ์ผ่านไปแล้วถึง ๓ ครั้งค่ะ แต่ว่าเวลาแจ้งกับประชาชน อย่างเช่นพื้นที่ถนนหลานหลวงมีทางขึ้นลง ๔ ขาด้วยกัน ๔ จุด แต่ว่าเขาจะแจ้งประชาชน ในพื้นที่จุดละ ๑ ครัวเรือนเท่านั้น แล้วให้ไปขยายส่งข่าวกันเอง ส่วนมากก็ไม่ทราบเรื่องนะคะ และในครั้งต่อ ๆ มาเวลาแจ้งประชาชนก็จะแจ้งในส่วนของผู้ที่ได้รับผลกระทบจำนวนน้อย อย่างเช่นผู้ได้รับผลกระทบ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ แจ้งสักประมาณ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ ส่วนประชาชน ที่ไม่ได้รับผลกระทบ แต่อยู่ในบริเวณใกล้เคียงก็จะแจ้งเกือบ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ให้มารับฟัง ความคิดเห็น ให้มาแสดงความคิดเห็นกัน ถามว่าผลที่ทำประชาพิจารณ์ออกมานั้น มันจะเป็นกลางไหม มันจะได้ผล ได้ทราบถึงความเดือดร้อนที่แท้จริงของประชาชน ที่อยู่ในจุดนั้น ๆ หรือไม่ ทำไมจะต้องมีการหมกเม็ดข้อมูลด้วย ตรงนี้ก็ส่อแววแล้วนะคะ
ข้อที่ ๒ ก็คือการสร้างสถานีขึ้นลงจะห่างกันบางสถานี ๕๐๐ เมตรเท่านั้น บางสถานี ๖๐๐ เมตร ๘๐๐ เมตรเท่านั้น ทั้ง ๆ ที่การสร้างสถานีแต่ละสถานีใช้งบประมาณ ๒,๕๐๐ ล้านบาท ไม่ใช่เงินน้อย ๆ ทำไมจะเอาเงินเหล่านั้นมาผลาญ ทำไมจะต้องสร้างสถานี ถี่ขนาดนั้นในจุดที่บางครั้งก็ไม่ได้จำเป็นเลย
ข้อที่ ๓ เป็นข้อที่สำคัญที่สุดก็คือว่าการเวนคืนที่ดินอสังหาริมทรัพย์ใช้เนื้อที่ มากเกินความจำเป็น ยกตัวอย่างในเขตพื้นที่ดินแดงเขาบอกว่าจะเวนคืนในบริเวณ ประชาสงเคราะห์ ๒๑ และประชาสงเคราะห์ ๒๓ เนื้อที่ประมาณ ๒๒ ไร่ ซึ่งจุดบริเวณตรงนั้น เป็นแหล่งชุมชนแออัดค่ะ ทำไมเขาไม่วางแผนที่จะสร้างในจุดที่เหมาะสมกว่านี้ อย่างเช่น ไปสร้างอยู่ใกล้ ๆ แฟลตดินแดงซึ่งมี ๓๘ แฟลต หรือว่าสร้างใกล้จุดเชื่อมต่ออื่น ๆ แล้วก็ ในโครงการนี้มีการขยายเส้นทางอยู่หลายครั้ง ไม่ทราบว่าเพื่อเอื้อประโยชน์ให้กับคนใดคนหนึ่ง หรือบุคคลใดนะคะ หรือในพื้นที่ราชปรารภตรงข้ามกับโรงแรมอินทรา เนื้อที่ ๕ ไร่ด้วยกัน ตึกแถวโดนไป ๑๐๐ ห้อง ดิฉันไม่แน่ใจว่า ๑๐๐ ห้องเพื่อทำสถานีขึ้นลง แล้วก็ไปเอื้อประโยชน์ ให้กับห้างสรรพสินค้าห้างหนึ่งซึ่งเส้นใหญ่มากสามารถที่จะถอนเสาไฟฟ้าที่อยู่หน้าห้าง ๖ ต้นได้ นี่คือผู้มีอำนาจ ผู้ที่อยู่เบื้องหลัง หรือว่าตรงบริเวณถนนหลานหลวงก็มีการเวนคืนเกินความจำเป็น บริษัทที่ปรึกษาที่ไปสำรวจค่าจ้างที่ปรึกษาเป็นพันล้านหมื่นล้าน แต่เขาสำรวจจุดอย่างเช่น อาคารบุญดิศบอกว่าเป็นอาคารร้างทั้ง ๆ ที่ตรงนี้เป็นแหล่งธุรกิจ มีร้านค้าอยู่ ๗๐-๘๐ ร้านค้าด้วยกัน ก็บอกว่าเป็นที่ร้างเหล่านี้เป็นต้น ดิฉันเห็นถึงความหมกเม็ดแล้วก็ความที่จะส่อแววในการทำให้เกิด การโกงขึ้นง่าย ๆ ดิฉันขอยกตัวอย่างของกรุงเทพมหานคร ในสมัยท่านอภิรักษ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพฯ ท่านเองก็ได้อนุมัติรถไฟฟ้าสายอ่อนนุช-แบริ่ง สายตากสิน-วงเวียนใหญ่-ตลาดพลู โดยใช้เงิน ของ กทม. เอง ไม่ต้องไปกู้หนี้ยืมสินใคร ประชาชนไม่ต้องเป็นหนี้ แต่ถามว่าร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ ทำไปแล้วหนี้ ๕,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ประชาชนคนยากคนจนไม่มีสตางค์ขึ้นรถไฟความเร็วสูง ที่มีค่ารถแพงค่ะ แต่ประชาชนยากจนเหล่านี้ต้องมาแบกภาระหนี้ ๕,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ไม่เป็นธรรมนะคะ ทำไมเราไม่ไปร่วมทุนกับเอกชนให้เอกชนมาแบกภาระตรงนี้ ประชาชน คนยากจนที่ไม่มีสตางค์ขึ้นรถก็ไม่ต้องมาแบกภาระหนี้ ๕,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนี้นะคะ ขอบคุณค่ะท่านประธาน
ต่อไป ท่านพายัพ ปั้นเกตุ ๑๐ นาทีครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายพายัพ ปั้นเกตุ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ต้องกราบเรียน ท่านประธานด้วยความเคารพ แล้วก็พี่น้องประชาชนที่ฟังรายการถ่ายทอดสดร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ ถ้าเราได้ฟังมาตั้งแต่ต้นจะพบว่าเพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้งสภาแห่งนี้ต่างก็เห็นด้วย ในหลักการด้วยกันทั้งสิ้นว่าร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้จะเป็นประโยชน์กับประเทศชาติและประชาชน แต่สิ่งที่เราวิตกกังวลกันมาก เพื่อนสมาชิกหลายท่านลุกขึ้นมาพูดกรณีเดียวกันก็คือกลัวว่าจะมีการทุจริต กลัวว่า จะเป็นหนี้เป็นสินพอกพูนขึ้นในประเทศ ท่านประธานที่เคารพครับ ถ้าเราบอกว่าเรากู้มาแล้ว กลัวจะทุจริต กลัวจะโกงเกิดขึ้น ต้องกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพว่าร่าง พ.ร.บ. เงินกู้ฉบับนี้ที่เราเรียกว่าไทยแลนด์ ๒๐๒๐ นั้นยังไม่มีการกู้เกิดขึ้น แต่สิ่งที่เกิดขึ้นกับการทุจริต ในการกู้เงินหลาย ๆ ครั้งที่ผ่านมานั้นต้องเรียนว่าเกิดขึ้นในช่วงรัฐบาลที่ผ่านมาแล้วหลายโครงการ แต่ว่าสิ่งเหล่านั้นเป็นข้อประจักษ์ที่เกิดขึ้นกับกรณีที่เรามีการพิสูจน์ทราบจากเจ้าหน้าที่ เราเห็นโครงการทุจริตที่เกิดขึ้นจริงหลายโครงการ ไม่ว่าจะเป็นโครงการเงินกู้ที่เกิดจากกรณี ไอเอ็มเอฟ กู้มิยาซาวา กรณีเงิน ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท กรณีหนี้เน่า ปรส. ที่ประเทศไทย ต้องสูญเสียเงินไปแล้วกว่า ๖๐๐,๐๐๐ ล้านบาท และจะหมดอายุความ เหลืออีก ๘๙ วัน เท่านั้นเอง ท่านประธานที่เคารพครับ เรื่องอย่างนี้เราพิสูจน์ขึ้นมาได้ เราเห็นความจริงว่า ในเวลาที่คนทำงานแล้วมีการทุจริตเกิดขึ้น ไม่ใช่เกิดขึ้นในช่วงรัฐบาลของนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร แต่เกิดขึ้นในอดีต เพื่อนสมาชิกในสภาแห่งนี้ที่ทำหน้าที่ใน ป.ป.ช. ท่านหนึ่งเคยบอกว่า เมื่อมีโครงการการยกเลิกระเบียบพัสดุบางอย่างเกิดขึ้นในโครงการไทยเข้มแข็งก็ทำให้เกิด ช่องว่างในการทุจริตขึ้นมาอย่างมากมาย เช่นกรณีของอาชีวศึกษา นั่นคือสิ่งที่เราเคยพูดกันแล้ว และเราก็รู้เรื่องนี้มาทั้งหมดในสภาแห่งนี้แล้ว เพราะฉะนั้นท่านประธานครับ ถ้าเราจะกู้เงินมา แล้วบอกว่ากลัวการทุจริต กลัวการโกงเกิดขึ้นบ้านเราจะเดินหน้าไปไม่ได้เลย เช่นเดียวกับ กรณีที่เราบอกว่า
เดี๋ยวนะครับ มีผู้ประท้วง เชิญครับ
เรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ บุญยอด สุขถิ่นไทย พรรคประชาธิปัตย์ แบบบัญชีรายชื่อ ๓ นาทีไม่เข้าเรื่องครับ ท่านประธานต้องฟังผู้อภิปรายครับ
เดี๋ยวนะครับ ท่านประท้วงอะไรนะครับ
ผมประท้วงท่านประธานครับว่า ท่านประธานไม่ฟังการอภิปรายของผู้ที่อภิปรายในขณะนี้ ผู้อภิปรายใช้เวลาเกือบ ๓ นาที ในการพูดนอกเรื่อง ไม่เข้าประเด็น และไปอยู่ในเรื่องที่เราตกลงกันแล้วครับว่าจะไม่พูด ในเรื่องที่ไม่เกี่ยวข้องกับร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ใช่ไหมครับ ท่านประธานปล่อยมาได้อย่างไร ๓ นาทีครับ
เสร็จหรือยังครับ ผมจะได้วินิจฉัย ประท้วงผมข้อ ๘ ใช่ไหมครับ
ขอให้ท่านประธานได้ฟัง ข้อไหน ผมไม่สนใจครับ ผมสนใจเนื้อหาว่าท่านไม่ฟัง
ผมจะวินิจฉัย นั่งลงครับ ผมจะได้วินิจฉัยนะครับ เชิญท่านนั่งลงก่อนครับ ผมฟังอยู่นะครับ แล้วก็ขอให้อยู่ในประเด็นที่เรากำลังประชุมปรึกษาหารือกันนะครับ ขอความกรุณา ถ้าไม่จำเป็นอย่าไปย้อนกันมาก เอาเฉพาะเนื้อเรื่องร่างกฎหมายฉบับนี้นะครับ เชิญต่อครับ
กราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพ เมื่อมีการกล่าวหาร่าง พ.ร.บ. เงินกู้ไทยแลนด์ ๒๐๒๐ เกิดขึ้นว่าจะมีการทุจริต มีการส่อทุจริต เราก็มีความจำเป็นที่จะต้องพูดอธิบายความให้พี่น้องประชาชนได้เข้าใจว่ามันจะเกิด ประโยชน์อย่างไร และคนที่จะทำทุจริตนั้นมันยังไม่ได้เกิดขึ้น แต่ที่ทำมาแล้วในอดีต เราได้แลเห็นทั้งหมดแล้ว ท่านประธานที่เคารพครับ เพื่อนสมาชิกในสภาแห่งนี้
เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ บุญยอด สุขถิ่นไทย พรรคประชาธิปัตย์ แบบบัญชีรายชื่อ อีกครั้งหนึ่งครับ ท่านผู้อภิปราย บอกว่ามีการทุจริตที่แลเห็นมาแล้ว หลักฐานอยู่ไหนครับ ผมใช้เหตุผลเดียวกับพวกท่านเลยครับ แสดงหลักฐานสิครับ ถ้าอย่างนั้นต้องถอนคำพูดครับ ขอให้วินิจฉัยถอนคำพูดด้วยครับ
คือท่าน ใช้สิทธิประท้วงใช่ไหมครับ
ขอให้วินิจฉัยถอนคำพูดครับว่า โครงการที่ผ่านมานั้นมีการทุจริตเกิดขึ้น ถ้าอย่างนั้นต้องแสดงหลักฐานในสภาแห่งนี้ครับ ขอให้ท่านถอนคำพูดครับ
นั่งลงครับ
ด้วยความเต็มใจที่ผมจะชี้แจงประเด็น ที่ท่านเพื่อนสมาชิกได้ทักท้วงว่ามีหลักฐานหรือไม่
คืออย่างนี้ครับ เดี๋ยวให้ผมวินิจฉัยก่อน เอาอย่างนี้ครับ เอาเฉพาะประเด็นที่ร่างกฎหมาย ฉบับนี้ได้ไหมครับ ส่วนเรื่องเก่า ๆ เรื่องที่ไม่ไว้วางใจ หรือจะเป็นกฎหมายออกมาใช้บังคับแล้ว จะเกิดเหตุการณ์อย่างไรเดี๋ยวให้รัฐบาลเขาชี้แจงว่าเขามีมาตรการและการบริหารจัดการเงิน เขาอย่างไร อันนั้นเป็นภาระหน้าที่ของรัฐบาลต้องชี้แจงท่านสมาชิก เพราะสมาชิกเองจะต้อง ใช้ดุลยพินิจในการลงคะแนนนะครับ เอาเฉพาะว่าท่านเห็นด้วย ไม่เห็นด้วย หรือจะสนับสนุน ประการใด ขอความร่วมมือนะครับ
ในเวลาที่กล่าวหาคนอื่นได้ แต่เวลา ที่เขาพูดจะชี้แจงทนไม่ได้ ต่อมแต๋วตื้นเหลือเกิน ขอประทานโทษท่านประธานใช้คำนี้ ท่านประธานที่เคารพครับ ขอถอนแล้วกัน ประเด็นที่บอกว่าทำไมต้องกู้ แต่นี่เป็นการกู้ ที่ต่างกับในอดีตที่ผ่านมาครับท่านประธาน นี่เป็นการกู้ในประเทศนะครับ แหล่งเงินทุนต่าง ๆ อยู่ในประเทศไทย ดอกเบี้ยทั้งหมดจะตกขึ้นอยู่ในประเทศไทย ไม่ใช่เอาประเทศไทยไปจำนำ ต่างประเทศนะครับ นี่คือประเด็นที่แตกต่าง เพราะฉะนั้นภาวะของเศรษฐกิจประเทศ จะเกิดขึ้นครับ แล้วก็จะเติบโตขึ้น ผลประโยชน์จะตกในประเทศไทย คนที่คิดเรื่องอย่างนี้ได้ มีไม่กี่คนหรอกครับที่จะหาเงินจากแหล่งเงินทุนในประเทศ เรามีแหล่งเงินทุนในประเทศ มากมายในประเทศนี้ ไม่ว่าจะเป็นแบงก์ ไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานรัฐวิสาหกิจหรือหน่วยงานอื่น ที่สะสมทุนไว้ เพราะฉะนั้นการที่รัฐบาลนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เปิดประเด็นว่าจะต้องกู้ ภายในประเทศ เงินจึงไหลเวียนอยู่ในประเทศครับ
ท่านประธานครับ ประการถัดมาก็คือว่าแล้วเพื่อนสมาชิกบอกว่าใครเขาจะให้กู้ ใครเขาจะเชื่อมั่น ต้องกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพครับว่าหน่วยงานบางหน่วยงาน เพื่อนสมาชิกบอกว่าทำแล้วขาดทุนมาโดยตลอด ให้การรถไฟแห่งประเทศไทยเป็นคนดำเนินการ แล้วก็ขาดทุน ใครเขาจะเชื่อ แต่ต้องดูสิครับว่าใครเป็นคนดำเนินการ ใครเป็นคนบังเหียน ทำให้เกิดความน่าเชื่อถือ ถ้าเป็นรัฐบาลของนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ต้องกราบเรียน ท่านประธานครับว่าความน่าเชื่อถือมันเกิดขึ้นครับ ท่านประธานดูสิครับ ในเวลาที่อุทกภัย เกิดขึ้นในประเทศนี้หนักหน่วงมหากาฬอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน รัฐบาลทุ่มเทเต็มที่ ในการแก้ปัญหาด้วยเงิน ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท เสร็จแล้วก็มีเงินกู้ ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ขณะนี้จะแก้ไขทั้งระบบ นักลงทุนต่างประเทศต่างแห่กันเข้ามาเพื่อจะลงทุนในประเทศไทย เพราะอะไรครับ เพราะมีความเชื่อมั่นว่ารัฐบาลนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร จะแก้ไขปัญหา เรื่องอุทกภัย เรื่องป้องกันน้ำท่วมได้เขาจึงกล้ามาลงทุน ต่อด้วยการทำโครงสร้างพื้นฐาน นี่สิครับสำคัญ ท่านประธานครับ ในเวลาที่จะกู้นั้นเขากู้ด้วยพระราชบัญญัติ ไม่ได้กู้ด้วย พระราชกำหนด ท่านประธานก็อยู่ในสภาแห่งนี้มานาน ในเวลาที่เราร่างเป็นพระราชบัญญัติ นั่นหมายความว่าเข้าสู่สภาครับ เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย มีความเห็นต่าง ตั้งคณะกรรมาธิการ ตั้งคณะกรรมาธิการเสร็จพิจารณาเป็นวาระตามกระบวนการของรัฐสภา วันใดไม่เห็นด้วย ใครไม่เห็นด้วย ชี้แจงข้อคัดค้านได้เลยไม่มีใครว่าเลยครับ ในเวลาที่โครงการดำเนินการไปแล้ว สามารถเรียกเข้ามาชี้แจงได้ในคณะกรรมาธิการติดตามการบริหารงบประมาณ เรียกเข้ามา ชี้แจงในสภา มีรายงานเข้ามาชี้แจงได้ เป็นไปตามกระบวนการตรวจสอบของรัฐสภาทั้งสิ้น ท่านประธานครับ ถ้าจะต้องถามว่าวันนี้เป็นเรื่องน่ากลัวหรือไม่กับกระบวนการตรวจสอบ เราต่างหาก รัฐบาลนี้ต่างหากที่ต้องเผชิญกับกระบวนการตรวจสอบที่เราไม่ได้ตั้งไว้ เผชิญกับกระบวนการตรวจสอบที่เกิดผลพวงจากการปฏิวัติรัฐประหาร ปี ๒๕๔๙ คนวิตกคือเรา คือรัฐบาลยิ่งลักษณ์ แต่คนที่ตั้งใจทำงานวิตกเรื่องการทุจริตไม่ได้หรอกครับ เพราะประชาชน ยากจน ประเทศชาติต้องเดินไปข้างหน้า วิตกกังวลแล้วประเทศชาติถอยหลังนั้นเป็นไปไม่ได้ ถ้าเรากลัวอยู่จนไม่สามารถจะทำอะไรได้เลย วันนี้ท่านประธานก็ยกเลิกการก่อสร้างรัฐสภาสิครับ ไม่ต้องให้ใครมาวิ่งเต้นสร้างรัฐสภาใหม่ ท่านประธานที่เคารพครับ ถ้าพูดอย่างนี้แล้ว เพื่อนสมาชิกบอกว่าทำไมไม่ใช้งบปกติเล่า ก็งบปกติที่มีอยู่ท่านประธานครับ มันไม่พอ มันไม่ต่อเนื่อง มันเสี่ยงต่อวิกฤติการเมืองของประเทศ ท่านประธาน เพื่อนสมาชิกรู้ดี ในเวลาที่เกิดวิกฤติการเมืองความเห็นต่างขึ้นในประเทศนั้น สถานการณ์มันไม่สามารถทำให้ประเทศชาติเราพัฒนาได้อย่างต่อเนื่อง โครงการใหญ่ ๆ ระยะยาวหยุดชะงัก ประเทศชาติสูญเสียประโยชน์ สูญเสียโอกาสที่จะก้าวไปข้างหน้า วันนี้ เราจะเดินเข้าสู่อาเซียนในปี ๒๕๕๘ ท่านประธานครับ เราเห็นใช่ไหมครับว่าประเทศ ในอาเซียนวันนี้เขาขยับตัวกันหมดแล้ว ท่านประธานดูสิครับประเทศข้าง ๆ เรา สปป. ลาว พี่น้องประเทศกัมพูชากำลังขยับตัวด้านโครงสร้างเพื่อเข้าสู่อาเซียน ประเทศจีนประเทศ มหาอำนาจขยับตัวที่จะก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐาน ประเทศพม่าเองขยับตัวจากการเมือง สู่ความมั่นคงทางประชาธิปไตยมากขึ้น มีการลงทุนมากขึ้น ประเทศมาเลเซีย ประเทศสิงคโปร์ ประเทศฟิลิปปินส์ ประเทศอินโดนีเซีย ประเทศญี่ปุ่นเขาขยับเช่นเดียวกันหมด โครงสร้าง พื้นฐานที่จะกลายเป็นโครงสร้างขนาดใหญ่ที่จะเกิดขึ้นในประเทศไทยจากร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ จะเป็นประโยชน์มหาศาลต่อคนไทยทั้งประเทศ และเป็นการสร้างอนาคตให้กับประเทศครับ ผมไม่ใช่มาชื่นชมว่าใครคิด แต่ผมก็สามารถเปิดเผยได้ครับ ถ้าวันนี้คนแดนไกลที่ชื่อ พันตำรวจโท ทักษิณ ชินวัตร ท่านจะคิดแล้วให้น้องสาวของท่านนางสาวยิ่งลักษณ์ นายกรัฐมนตรีเป็นคนทำมันก็เป็นเรื่องไม่แปลกเพราะเป็นเรื่องที่เปิดเผยได้ คุยได้ แต่ว่า สิ่งเหล่านี้ประชาชนจะตัดสินว่าโครงการเหล่านี้สามารถเดินไปได้สักเท่าไร ประชาชนจะได้ ประโยชน์เท่าไรนั่นคือสิ่งที่พิสูจน์กันในอนาคต ถ้ากลัวว่าไม่มีคนจะใช้หนี้ก็ให้คนคิด เขากลับบ้านสิครับอย่าให้ใครเขาสกัด ถ้าทำอย่างนี้ได้ประเทศชาติเดินหน้าได้ครับ รัฐบาล ทุกรัฐบาลต่างเข้ามาต้องการทำให้ประเทศชาตินี้ดีขึ้นด้วยกันทั้งนั้นละครับ เพียงแต่ว่า ใครมีโอกาสมากกว่ากัน ใครมีความคิดที่ดีมากกว่ากัน ใครมีความคิดที่ก้าวหน้ามากกว่ากัน กล้าตัดสินใจ กล้านำมากกว่ากัน ตรงนั้นต่างหากท่านประธานเป็นเรื่องที่มีความสำคัญ เพราะฉะนั้นท่านประธานที่เคารพครับ วุฒิภาวะในการเป็นผู้นำในการจะนำพาประเทศชาติ ไปสู่อนาคตที่ดีขึ้นนั้นวันนี้ผู้หญิงที่ถูกกล่าวหาว่าสวยอย่างเดียวแต่วันนี้หาใช่ไม่ผ่าน วิกฤตการณ์เหล่านั้นมาจนสามารถเข้มแข็งซึ่งเป็นเรื่องที่พิสูจน์ได้ ท่านเคยบอกว่า สัจจัง เว อะมะตา วาจา ความจริงเป็นสิ่งไม่ตาย ก็รอพิสูจน์หน่อยสิครับ รอพิสูจน์ให้เห็นว่า เขาทำได้จริงหรือไม่ ถ้าเราไม่ติเรือทั้งโกลนเสียทีเดียวแล้วจะทำให้ประเทศชาติชะงักงัน เราก็จะต้องเปิดโอกาสให้เขาได้ดำเนินการสิ่งเหล่านี้ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมมีอีกประเด็นหนึ่ง ต้องกราบเรียนท่านประธาน วันนี้เรากำลังหาเงินครับ เรากำลังหาเงินเพื่อมาฟื้นฟูประเทศของเรา ที่คนไทยทุกคนเป็นเจ้าของ ที่คนไทยมีส่วนร่วมที่จะทำให้ประเทศนี้เติบใหญ่ขึ้นในวันข้างหน้า ทัดเทียมนานาอารยประเทศโดยเฉพาะอย่างยิ่งอาเซียน เราเคยมีความหวังที่คนไทย เขาต้องการ เราเคยมีความหวังว่าประเทศไทยจะกลับมาเป็นผู้นำในอาเซียนเหมือนในอดีต ที่ผ่านมา วันนี้ผมเชื่อว่าพี่น้องประชาชนคนไทยทั้งประเทศอยากเห็นประเทศไทย เป็นผู้นำในอาเซียน เป็นประเทศไทยที่เป็นเมืองหลวงของประเทศอาเซียนนั้นในอนาคต เพื่อนสมาชิก ท่านประธานที่เคารพครับ ความวิตกห่วงใยของเพื่อนสมาชิกเป็นเรื่องที่ น่ารับฟังทั้งสิ้น ท่านเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในสภาแห่งนี้ ท่านคัดเลือกจากประชาชนมา เราก็เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่มาจากประชาชนที่เลือกตั้งมา เราต่างมาในระบอบ ประชาธิปไตยด้วยกันทั้งสิ้น เราอยากเห็นประเทศชาติเติบโต เราอยากเห็นประชาชนลืมตาอ้าปาก ได้ด้วยกันทั้งสิ้น วิธีการเราอาจจะต่างกันครับท่านประธาน วิธีคิดอาจจะต่างกัน แต่วันนี้ เราต่างอยากเห็นประเทศไทยเติบโตด้วยกันทั้งสิ้นใช่ไหมครับ ถ้าเป็นอย่างนั้นก็จะกราบเรียน ท่านประธาน กราบเรียนไปถึงพี่น้องประชาชนครับว่านี่คือความหวังของคนไทยทั้งประเทศ ที่จะเห็นโครงสร้างใหญ่ ๆ ในเรื่องการคมนาคมเกิดขึ้นเป็นครั้งแรกในสมัยรัฐบาลประชาธิปไตย ขอขอบคุณท่านประธานครับ
เชิญรัฐบาลครับ ท่านประท้วงอะไรครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ยุคล ชนะวัฒน์ปัญญา พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดจันทบุรี ท่านประธานครับ ผมอยากจะให้ ฝ่ายค้านพูดก่อนสักคนหนึ่งแล้วค่อยให้รัฐบาลชี้แจงครั้งเดียวเลยนะครับ
เอาอย่างนี้ได้ไหมครับ เอาเป็นชุดเลยได้ไหมครับ คือถ้ารัฐบาลยังไม่ตอบมันก็จะมีคิว ที่ส่งขึ้นมานะครับ มีท่านสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ท่านสุพัชรี ธรรมเพชร ท่านณรงค์ ดูดิง ท่านอรรถพร พลบุตร พันเอก วินัย สมพงษ์ เอาชุดนี้ให้จบก่อนดีไหมครับ เอาอย่างนั้นนะครับ
ดีครับ ขอบพระคุณมากครับ
เอาอย่างนี้นะครับ มีท่านสาทิตย์ ท่านสุพัชรี ธรรมเพชร ท่านณรงค์ แล้วรัฐบาลก็จะขอชี้แจง ฉะนั้นท่านสาทิตย์ ๑๕ นาที เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม สาทิตย์ วงศ์หนองเตย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ การพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคม ขนส่งของประเทศ พ.ศ. .... ใน ๒ วันนี้ ต้องถือว่าเป็นกรณีประวัติศาสตร์จริง ๆ ครับ เพื่อนสมาชิกซึ่งได้อภิปรายไปก่อนหน้านี้สักครู่หนึ่ง ประทานโทษเอ่ยนาม ท่านชัย ชิดชอบ ท่านบอกว่าอยู่สภานี้ไม่นาน ความจริงท่านอยู่มา ๓๐-๔๐ ปีแล้วนะครับ บอกว่า ท่านไม่เคยพิจารณาพระราชบัญญัติกู้เงินมาก่อนเลย ที่จะเจอก็คือเฉพาะตัวพระราชกำหนด ซึ่งเมื่อผมไปค้นข้อมูลแล้วก็เป็นความจริง ท่านประธานครับ ข้อมูลในมือผมนั้นบอกว่า ประเทศเราเคยมีการออกเป็นพระราชบัญญัติกู้เงินมาแล้วอยู่ที่ประมาณ ๒๓ ฉบับ ฉบับสุดท้ายที่เคยมีการออกพระราชบัญญัติกู้เงินนั้นอยู่ในปี ๒๕๑๔ ในยุคของจอมพล ถนอม กิตติขจร ฉบับแรกที่เป็นพระราชบัญญัติกู้เงินนั้นน่าจะอยู่ที่ปี ๒๔๘๑ เป็นพระราชบัญญัติ จัดการกู้เงินในประเทศเพื่อการอุตสาหกรรม ข้อน่าสังเกตของกฎหมายกู้เงินในอดีตที่ผ่านมา ตั้งแต่ปี ๒๔๘๑ จนกระทั่งถึงปี ๒๕๑๔ นั้น ข้อน่าสังเกตมี ๒ ประการครับ
ประการที่ ๑ ก็คือวงเงินที่ใช้ในการกู้แต่ละครั้งอาจจะเนื่องด้วยเหตุผลใด ก็แล้วแต่จะมีจำนวนไม่มากครับ ฉบับแรกอยู่ที่ ๒๐ ล้านบาท ๒๕ ล้านบาท สูงสุดที่เคยกู้ กันมา เท่าที่เห็นก็อยู่ที่ประมาณ ๔,๐๐๐ ล้านบาท อยู่ที่ปี ๒๔๙๖ และเคยขยายวงเงินเป็น ๗,๕๐๐ ล้านบาทครั้งหนึ่งในปี ๒๕๑๐ ในยุค จอมพล ถนอม กิตติขจร ประเด็นข้อน่าสังเกต ของการออกพระราชบัญญัติกู้เงินตลอดตั้งแต่ปี ๒๔๘๑ จนถึงปี ๒๕๑๔ ก็คือว่าในแนวทาง ทางเศรษฐศาสตร์แล้วถือเป็นการกู้เงินมาลงทุนโดยรัฐ ที่เรียกกันว่าทุนนิยมโดยรัฐ ซึ่งทุนนิยม โดยรัฐนั้นโดยส่วนใหญ่ถ้าไปดูชื่อของคนที่เป็นนายกรัฐมนตรีที่กู้ในขณะนั้นและดูตัวสภา จะเกี่ยวเนื่องกับเรื่องรัฐบาลที่ไม่ได้มาจากประชาธิปไตยที่มีการเลือกตั้ง เช่น รัฐบาลที่มาจาก การปฏิวัติบ้าง บางฉบับที่เป็นกฎหมายกู้เงินนั้นเป็นประกาศคณะปฏิวัติ ข้อครหาหนึ่ง ที่เกิดขึ้นกับพระราชบัญญัติเงินกู้ในอดีตก็คือเรื่องของความโปร่งใส เรื่องของความทุจริต ที่เกิดขึ้นนั่นเอง ทุนนิยมโดยรัฐในขณะนั้นจึงถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าเป็นทุนนิยม ชาตินิยม ที่มีการทุจริตคอร์รัปชัน ซึ่งจะแตกต่างกันครับกับตัวพระราชกำหนดที่มีการกู้เงินกัน สักครู่นี้ เพื่อนสมาชิกก็พูดถึง ผมลองค้นดูตัวพระราชกำหนดนั้นมีไม่เกิน ๑๐ ฉบับครับ แต่พระราชกำหนด ที่กู้เงินนั้นจะต้องเป็นไปตามเงื่อนไขของรัฐธรรมนูญ ตัวพระราชกำหนดในยุครัฐบาลชวน ที่เข้ามาหลังเกิดวิกฤติต้มยำกุ้งก็เป็นไปตามเงื่อนไขของรัฐธรรมนูญเพราะเกิดวิกฤติ ทางเศรษฐกิจในขณะนั้น และประเทศมีปัญหาจากกรณีของหนี้สินที่เกิดขึ้นจากสถาบันการเงิน เป็นมรดกที่รัฐบาลชุดก่อนหน้านั้นทิ้งเอาไว้และต้องแก้ปัญหา แม้แต่กระทั่งตัวพระราชกำหนด ที่ออกโดยรัฐบาลสมัยยุคนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ก็ออกเพราะมีปัญหาเรื่องวิกฤติเศรษฐกิจ ที่เกิดจากวิกฤติแฮมเบอร์เกอร์ที่มาจากประเทศสหรัฐอเมริกาและเป็นไปตามเงื่อนไข ของรัฐธรรมนูญ นี่คือความแตกต่างครับ แต่ยุคนี้ พ.ศ. ๒๕๕๖ รัฐบาลชุดนี้ไม่ได้วิกฤติเศรษฐกิจที่จะออกพระราชกำหนด ท่านออกไป ๑ ฉบับแล้ว นั่นคือพระราชกำหนดเรื่องบริหารจัดการน้ำ โดยอาศัยความกลัวจากกรณี เรื่องน้ำท่วม ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ๑ ปีผ่านไปใช้เงิน ๖,๐๐๐ ล้านบาท ประเด็นปัญหาก็คือ อย่างนี้ครับว่า การเลือกใช้ร่างพระราชบัญญัติกู้เงิน ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เมื่อเปรียบเทียบกับ กฎหมายกู้เงินในประเทศตั้งแต่ปี ๒๔๘๓ จนถึงปี ๒๕๕๔ นั้นเป็นเงินรวมกันเพียงแค่ ๓๕,๔๐๐ ล้านบาทเท่านั้น แต่นี่ฉบับเดียวปี ๒๕๕๖ ออกเงินกู้ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ประเด็นนี้ไม่ค่อยมีใครพูดถึงนักว่านี่ละคือทุนนิยมโดยรัฐ รัฐบาลชุดนี้ทำสวนทางถึง ๒ อย่าง ๑. สวนกับนโยบายที่ท่านแถลงต่อรัฐสภานี้เอง ท่านแถลงนโยบายเอาไว้ในเรื่องของ การลงทุนและเรื่องของการส่งเสริมรักษาวินัยการเงินการคลัง ท่านบอกว่าส่งเสริมบทบาท ภาคเอกชนในการร่วมลงทุนและดำเนินการในกิจการของรัฐ วันนี้ฉีกทิ้งแล้วครับ รัฐบาลชุดนี้ เลือกที่จะเป็นทุนนิยมโดยรัฐ ปัญหาจะนำมาสู่ข้อครหาเรื่องความโปร่งใสครับ ถ้ามีความโปร่งใส ทุนนิยมโดยรัฐก็เพียงแต่เป็นแนวทางหนึ่งและขัดกับแนวทางเสรีนิยม แต่ถ้ามีการทุจริตฉ้อฉล นี่คือทุนนิยมสามานย์โดยรัฐที่สามานย์ นี่คือข้อกังวลครับ
ข้อสวนทางประการที่ ๒ เป็นเรื่องน่าแปลกใจสำหรับหลายคนที่อยู่ในสภานี้ เมื่อย้อนกลับไปปี ๒๕๕๒ ปี ๒๕๕๓ คนในรัฐบาลขณะนี้ ๒ วันนี้ลุกขึ้นพูดเชียร์การกู้เงิน หน้าตาเฉย ๒ ปีก่อนหน้านี้รังเกียจ ประณาม ต่อว่าการกู้เงิน ทั้ง ๆ ที่ในขณะนั้นเป็นเพียง พระราชกำหนดกู้เงินวงเงินไม่เกิน ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เพราะเกิดวิกฤติเศรษฐกิจ และเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ ในมือผมเป็นการลำดับถ้อยคำครับ หลายคนที่พูดเอาไว้ ดีแต่กู้บ้าง กู้มาโกงบ้าง พูดในสภานี้ครับ ในเวลานั้นพวกเราเป็นรัฐบาลกำลังแก้ไขปัญหาวิกฤติเศรษฐกิจ ของประเทศ เงิน ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทที่ได้มาส่วนหนึ่งไปชดเชยการขาดดุลงบประมาณ เพราะจัดเก็บได้น้อยลงเนื่องจากมีวิกฤติเศรษฐกิจเป็นไปตามเงื่อนไขรัฐธรรมนูญ อีกส่วนหนึ่ง ประมาณ ๑๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจลงไปถึง แล้วผลตอบรับก็คือ เศรษฐกิจโตขึ้นสมตามที่วางเป้าหมายไว้ทุกประการ แต่ท่านรังเกียจเรื่องการกู้ครับ มาวันนี้ กลืนน้ำลายกันหน้าตาเฉย แถมก่อนเลือกตั้งในครั้งนี้ท่านประธานครับ ผมจะไม่ย้อนกลับว่า ในสภาวันนั้นใครพูดบ้าง วันนี้คนพูดในสภาต่อว่าเรื่องเงินกู้เป็นถึงรัฐมนตรี ๒ วันนี้ก็ไม่มาครับ แต่ที่น่าสนใจคือปี ๒๕๕๓ ปี ๒๕๕๓ ต่อเนื่องมาถึงปี ๒๕๕๔ ช่วงที่กำลังจะมีการเลือกตั้งกันอยู่ ในขณะนั้นมีคนหนึ่งพูด อันนี้เป็นข่าวทั่วไปครับ ไปค้นได้ทั้งในอินเทอร์เน็ตและหนังสือพิมพ์ ผมเป็นคนไม่ชอบกู้ เพราะตอนเป็นนักธุรกิจเข็ดแล้วต้องไปกู้เงิน ตอนนี้เข้ามาช่วยการเมืองนี้ ก็ไม่อยากให้กู้ ผมไม่ใช่นักกู้ แต่ไม่รู้เป็นอะไรนะครับ วันนี้ผมสังหรณ์เลยครับว่าพรรคเพื่อไทย ต้องเป็นรัฐบาลแน่นอน เพราะอะไรรู้ไหมครับ เพราะว่าพรรคประชาธิปัตย์สร้างหนี้ แถมมีคนในที่ประชุม วันนั้นเชียร์อีกครับว่าให้เอาคนนี้กลับบ้านแล้วจะกลับมาแก้หนี้ คนพูดคำนี้วันนี้นั่งอยู่ ในสภาครับ ความหมายก็คืออะไรครับ ความหมายก็คือว่าไม่เห็นด้วยกับการสร้างหนี้ แล้วอย่างที่เพื่อนสมาชิกเอาป้ายมาแสดงเมื่อวานว่าเลือกพรรคเพื่อไทยจะมีการล้างหนี้
ประท้วง อะไรครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ไม่ได้ประท้วงครับ ไม่ได้ถ่ายทอดครับตอนนี้
อันไหน พูดออกไมโครโฟนหน่อยครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ เรื่องของการถ่ายทอดสดครับ ตอนนี้ไม่มีการถ่ายทอดสดในการประชุม
ไม่เป็นไรครับ เดี๋ยวผมตรวจสอบ
รบกวนท่านประธานสภาช่วย ขอบคุณครับ
เชิญท่านสาทิตย์ต่อครับ
ถ้าเป็นสมัยเราเป็นรัฐบาลป่านนี้ คงประท้วงกันใหญ่โตนะครับ เพราะตอนนั้นขนาดภาพเสียงไม่ชัดนะครับ ผมเรียนท่านประธานต่อครับว่าบางคนพูดถึงขนาดว่าถ้าพรรคเพื่อไทยกลับมาเป็นรัฐบาล เขาจะกลับมาล้างหนี้ บางคนครับเป็นอดีตรัฐมนตรีพูดถึงขณะนี้บอกว่าหนี้ประเทศแก้ไขได้แน่ แต่คนแก้ต้องทักษิณ ฉะนั้นต้องนำทักษิณกลับมาแก้หนี้ นี่คือสิ่งที่เป็นข้อเท็จจริงครับ แต่วันนี้ กลับห่างมา ๒ ปีเกิดอะไรขึ้นครับ ข้อน่าสงสัยก็คือว่าคนที่เคยคัดค้านเรื่องการก่อหนี้ ทั้งที่เป็นก่อหนี้เพราะความจำเป็นเรื่อง พ.ร.ก. วันนี้มาสนับสนุนเป็นการกู้ครั้งมโหฬารที่สุด ในประวัติศาสตร์เกิดอะไรขึ้น ถ้าไปดูความเห็นประชาชนพี่น้องครับมีการสำรวจเรื่อง ร่าง พ.ร.บ. เงินกู้ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท
ท่านสาทิตย์เดี๋ยวนะครับ
(จ่าสิบตำรวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
เชิญผู้ประท้วงครับ
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม จ่าสิบตำรวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุรินทร์ พรรคเพื่อไทย กรณีที่ทีวีไม่ได้ถ่ายทอดสดเนื่องจากว่าเมื่อว่าท่านประธานสมศักดิ์ ท่านก็ได้แจ้งแล้วว่าวันนี้จะมีการเปิดงานกาชาดมีการถ่ายทอดสดทางโน้น
ไม่ประท้วง ใช่ไหมครับ
ไม่ได้ประท้วงครับ แจ้งให้ทราบ
นั่งลงครับ
กาชาดจบไปแล้วท่านประธานครับ
คือท่านอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์เขาแจ้งว่าในวันศุกร์เวลา ๑๗.๐๐-๑๘.๐๐ นาฬิกา จะดำเนินการถ่ายทอดสดสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ท่านเสด็จ เป็นประธานเปิดงานกาชาดขณะนี้ แล้วก็ข่าวในช่วง ๒๐.๐๐-๒๐.๓๐ นาฬิกา ขณะนี้ เป็นอย่างไรเจ้าหน้าที่ ถ่ายทอดสภาอยู่ใช่ไหม ถ่ายทอดท่านเสด็จอยู่ครับ
ยังไม่จบหรือครับ
เชิญต่อครับ พอเสร็จแล้วเดี๋ยวทางช่อง ๑๑ ตัดเข้ามาเลยครับ ตอนนี้ท่านกำลังจะเสด็จกลับ ผมไม่เห็นหรอกครับ เชิญต่อเลยครับ เดี๋ยวเสร็จแล้วเขาก็ตัดเข้ามาไม่มีปัญหาหรอก เชิญท่านสาทิตย์ครับ
เดี๋ยวนะครับท่านประธาน หักเวลาไว้ สักนิดนะครับเดี๋ยวกำลังตรวจสอบอยู่ครับว่าเป็นอะไร แต่ว่าถ้าเป็นกรณีอย่างที่ท่านประธานเรียน ผมก็ไม่ได้มีปัญหาอะไรนะครับ
เชิญเลย ท่านครับ
ผมก็เรียนท่านประธานต่อครับว่า เรื่องของประชาชนคิดอย่างไรกับกรณีของกฎหมายกู้เงิน ผมขอเพาเวอร์พอยท์ขึ้นจอนะครับ
(เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการเปิดพรีเซนเทชัน)
มีการสำรวจโดยเอแบคโพลล์ (ABAC Poll) ครับว่า คนคิดอย่างไรกับเรื่องกู้ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ผมเรียนท่านประธานนะครับที่ไปเชียร์ กันนักกันหนาว่าคนสนับสนุนให้กู้เงินความจริงไม่จริงนะครับ ประชาชนคิดอย่างไร อันดับ ๑ คือ ๓๘.๔๙ เปอร์เซ็นต์เขาตอบว่าเป็นเงินจำนวนมหาศาลที่รัฐบาลต้องนำมาใช้พัฒนาประเทศชาติ และเพื่อประโยชน์ของประชาชนจะต้องใช้เงินจำนวนนี้อย่างคุ้มค่าและทำได้จริง แต่ประเด็น ที่เขาเป็นห่วงคืออะไรครับ อันดับ ๑ ๕๘.๔๒ เปอร์เซ็นต์ คือการทุจริตคอร์รัปชัน ความโปร่งใส ในการดำเนินการของโครงการต่าง ๆ นี่ต่างหากครับที่เป็นตัวประเด็นที่สำคัญที่สุด และสิ่งที่ ประชาชนอยากฝากบอกรัฐบาลฝ่ายค้าน ๖๖.๙๔ เปอร์เซ็นต์ ฝากบอกฝ่ายค้านว่า เป็นผู้ตรวจสอบที่ดีติดตามการทำงานของรัฐบาลอย่างใกล้ชิด ฝากบอกรัฐบาลว่าต้องเน้นความโปร่งใส การดำเนินงานต่าง ๆ ตรวจสอบได้ประเด็นปัญหามันอยู่ตรงนี้ครับ เรื่องของธรรมาภิบาล ความโปร่งใส เมื่อวานนี้ครับท่านนายกรัฐมนตรีได้ลุกขึ้นชี้แจงต่อสภานี้ว่าท่านมีอยู่ ๗ ขั้นตอน ในการยืนยันเรื่องความโปร่งใส คือ ๑. ท่านบอกว่าจัดซื้อจัดจ้างจะปฏิบัติตามระเบียบ สำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ ปี ๒๕๓๕ ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วย อิเล็กทรอนิกส์และระเบียบของเจ้าของโครงการ แต่ประเด็นใหญ่คือในกฎหมายฉบับนี้ครับ ไม่มีสิ่งที่ท่านนายกรัฐมนตรีพูดเอาไว้เลยว่าจะใช้ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ ปี ๒๕๓๕ ไม่มีเขียนเอาไว้ในกฎหมายเป็นถ้อยคำที่กลวงเปล่า เพราะเมื่อไม่เขียนในกฎหมาย ท่านประธานครับ โอกาสที่จะไปเหมือนกับตัวเงินกู้ ๓.๕ แสนล้านบาทที่เป็นเงินกู้มาแล้ว ต้องใช้ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ ปี ๒๕๓๕ สุดท้ายเกิดอะไรขึ้นครับ สุดท้ายก็คือว่ารัฐบาลขอกู้เงินไป ๑ ปี ครบ ๑ ปีมีปัญหาเรื่องของการบริหารจัดการโครงการ รัฐบาลไปออกระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีที่เป็นระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วย การบริหารจัดการน้ำและอุทกภัยแห่งชาติ ปี ๒๕๕๖ ออกเมื่อ ๒๙ มกราคม ๒๕๕๖ ในข้อ ๑๔ วรรคสุดท้าย ให้เลขาธิการ สบอช. มีอำนาจวางระเบียบและตัวระเบียบนี้หมายความรวมถึง การมอบอำนาจบริหารงานบุคคล บริหารจัดการการเงิน การพัสดุ และทรัพย์สิน หมายความว่า ตัวสำนักงานซึ่งได้เงินกู้ไป ๓.๕ แสนล้านบาทไปออกระเบียบได้เอง และนี่เป็นที่มาของการที่ บอกว่าไปเลี่ยงเรื่องของระเบียบพัสดุ ปี ๒๕๓๕ และระเบียบว่าด้วยการบริหารวิธีการ งบประมาณ เขียนไว้ในกฎหมายอย่างที่เห็นตั้งใจจะทำอย่างนี้หรือเปล่าครับ ถ้าตั้งใจทำอย่างนี้ เรื่องใหญ่มันจะตามมา ท่านประธานครับ เพราะถ้าไปดูในกฎหมายฉบับนี้มันมีเนื้อความอยู่ ๒ ส่วน ส่วนที่ ๑ ว่าด้วยเรื่องอำนาจในการกู้ผมจะเรียนท่านประธานและเพื่อนสมาชิกสักครู่ เข้าใจว่ากู้ในประเทศไม่จริงนะครับ กลับไปดูกฎหมายเสียใหม่ กฎหมายฉบับนี้บอกว่า นอกจากกู้ในประเทศแล้วกู้เป็นเงินตราต่างประเทศด้วย แต่ตัวสำคัญก็คือเรื่องของการกู้มานั้น ตัวบริหารโครงการ ตรงนี้ต่างหากที่ผมขอเรียกว่าเป็นพื้นที่ที่มีโอกาสที่จะเกิดการโกงเกิดขึ้น ถ้าไม่ใช้ระเบียบพัสดุจะเกิดอะไรขึ้นครับ ท่านนายกรัฐมนตรีบอกว่าโปร่งใสมีขั้นตอน สภาพัฒน์คนนั้นคนนี้มาตรวจสอบ แต่ในความเป็นจริงคืออะไรครับ ในร่างกฎหมายฉบับนี้ เขียนบอกว่าหน่วยงานจัดทำรายละเอียดโครงการตามยุทธศาสตร์แผนงานที่แนบไว้มี ๒ หน้า กว้างเป็นทะเล ไปทำตามกฎหมายก่อนเช่นพวกอีไอเอทั้งหลายซึ่งที่บรรจุมาบางอันไม่ผ่านครับ ให้สภาพัฒน์ สำนักงบประมาณ กระทรวงการคลัง นำมาตรา ๑๔ ที่บอกว่าสภาพัฒน์ดูนั้น ไม่จริง เพราะในกฎหมายเขียนบอกว่ากลั่นกรองเสนอความเห็นให้คณะรัฐมนตรี คนมีอำนาจ ตัดสินใจในขั้นตอนสุดท้ายคือคณะรัฐมนตรี เขียนว่าให้บริหารจัดการโครงการตามหลักเกณฑ์ วิธีการที่คณะรัฐมนตรีกำหนด ตรงนี้ต่างหากที่เป็นพื้นที่แห่งการโกง เพราะอะไรครับ ผมคิดท่านประธานง่าย ๆ นะครับ ถ้าเป็นไปตามระเบียบพัสดุและเป็นการกู้ในงบประมาณ ตามพระราชบัญญัติวิธีการงบประมาณ ปี ๒๕๐๒ นั้น โครงการซึ่งก่อหนี้ผูกพันทุกโครงการ ที่เขียนมา ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทผูกพันทั้งนั้นนะครับ จะไปจ่ายเงินทำสัญญาอื่น ๆ ไม่ได้ ต้องได้รับการอนุมัติเงินประจำงวดก่อน แต่เมื่อใช้เงินกู้ถือว่าทุกโครงการนี้ ครม. อนุมัติแล้ว ตามกฎหมาย เมื่ออนุมัติแล้วทำอะไรได้ครับ ทำสัญญาได้ พอทำสัญญาได้ตามระเบียบพัสดุ ซึ่งอิงกันจะมีการจ่ายเงินล่วงหน้า ๑๕ เปอร์เซ็นต์ของมูลค่าโครงการ ๑,๐๐๐ ล้านบาท เอาไป ๑๕ เปอร์เซ็นต์ ผมเรียนท่านประธานเลยครับ พื้นที่โอกาสแห่งการโกงคืออะไรครับ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ใน ๗ ปี ถ้าใช้หลักในข้อนี้ถือว่าอนุมัติเงินแล้วทำสัญญาจ่าย ๑๕ เปอร์เซ็นต์ เราต้องจ่ายเงินล่วงหน้า ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาท คำถามก็คือ ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนี้ ถ้ามีการทุจริต เดี๋ยวผมจะขึ้นจอให้ท่านประธานเห็นว่าศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทยเขาสำรวจนักธุรกิจ เขาพูดถึงตัวเลข ๒๕ เปอร์เซ็นต์ ๓๐ เปอร์เซ็นต์ ๓๕ เปอร์เซ็นต์ ปกติรู้กันถ้ามีการทุจริตรับเงินล่วงหน้าไปแล้ว ๑๕ เปอร์เซ็นต์ ถ้าจะต้องจ่าย เอาเงินนี้จ่าย ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ๑๕ เปอร์เซ็นต์ ถ้ามีการโกงกินเป็นเงิน ๙๐,๐๐๐ ล้าน บาท ไม่นับรายละเอียดโครงการไม่มี ราคากลางไม่มี ในทีโออาร์ไม่มีรายละเอียดใช้หลักการ เดียวกับกฎหมายเงินกู้คือดีไซน์ แอนด์ บิลด์ (Design and Build) แปลว่าผู้ก่อสร้าง ออกแบบเอง ออกแบบอย่างไรก็ได้เวลาไปจัดการประกวดราคาด้วยวิธีใดก็แล้วแต่ไม่มีตัวเปรียบเทียบ ๒ ต่อเลยครับ เอาเฉพาะ ๑๕ เปอร์เซ็นต์ ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ๓๐ เปอร์เซ็นต์ ท่านประธาน ที่เคารพครับ เป็นเงิน ๙๐,๐๐๐ ล้านบาท ดูตัวเลขขนาดใกล้เคียงกันประมาณการของ การทุจริตคอร์รัปชันในประเทศไทยดำเนินการโดยศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เขาทำเมื่อเดือนมกราคม ๒๕๕๖ นี้เอง เขาประมาณผลกระทบว่า ถ้ามูลค่าอัตราการคอร์รัปชันอยู่ที่ร้อยละ ๒๕ ปี ๒๕๕๔ งบประมาณรายจ่าย ๒.๑ ล้านล้านบาท จะเป็นเงิน ๑๙๔,๓๙๕ ล้านบาท ถ้าเป็นปี ๒๕๕๖ งบประมาณรายจ่าย ๒.๔ ล้านล้านบาท จะเป็นเงินที่ทุจริต ๒๕ เปอร์เซ็นต์ ๒๓๕,๐๐๐ ล้านบาท ถ้าร้อยละ ๓๐ ๒๘๒,๗๘๒ ล้านบาท คิดเป็นอัตราการคอร์รัปชันต่องบประมาณ ๙.๘๒ เปอร์เซ็นต์ สูงขึ้นจากปี ๒๕๕๔ และเปอร์เซ็นต์ต่อจีดีพีการทุจริตจะสูงขึ้นถึง ๑.๘๘ เปอร์เซ็นต์ ประเด็นของผมก็คือว่า กฎหมายฉบับนี้เขียนแบบนี้ ฝ่ายค้านบอกตรง ๆ ว่าไม่มีใครคัดค้านการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน แต่วิธีการใช้ร่างพระราชบัญญัติการกู้เงิน ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ๑. ทุนนิยมโดยรัฐสวนทาง กับนโยบายของท่าน สวนทางกับที่พรรคท่านหาเสียงไว้กับคนทั้งประเทศจะล้างหนี้ ร่างกฎหมาย มีความไม่โปร่งใสและมีโอกาสพื้นที่แห่งการโกงด้วยมูลค่ามหาศาลยิ่ง สิ่งที่นายกรัฐมนตรีชี้แจง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมชี้แจง ไม่มีสิ่งใดที่ชัดเจนถึงธรรมาภิบาลในการใช้ร่างกฎหมาย ฉบับนี้ไปกู้เงิน ทางออกท่านถ้าหากรับฟังเสียงประชาชนและข้อกังวล เพื่อนสมาชิกเมื่อวาน พูดถึงประชามติ แต่สิ่งที่ผมจะพูดก็คือว่าถ้ารัฐบาลรับฟังเรื่องนี้แล้วรู้ว่าคนเกรงเรื่องทุจริต คอร์รัปชันทำไมไม่ถอนร่างกฎหมายนี้ออกไปเสียก่อนกลับไปทบทวนวิธีการจะลงทุน โครงสร้างพื้นฐาน หาวิธีการที่สามารถมีการตรวจสอบเรื่องความทุจริตสร้างความโปร่งใสได้ นั่นละครับทุนนิยมโดยรัฐถึงเป็นทุนนิยมที่สะอาด แต่ถ้าไม่ แล้วนำไปสู่การทุจริตคอร์รัปชัน นี่คือการทุจริตโดยทุนนิยมรัฐที่สามานย์ครับท่านประธาน
ต่อไปนะครับ ท่านสุพัชรี ธรรมเพชร ๕ นาที แล้วก็หลังจากนั้นท่านณรงค์ ดูดิง ๕ นาที เตรียมตัวนะครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน สุพัชรี ธรรมเพชร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ วันนี้ ดิฉันเป็นผู้หนึ่งที่ไม่อาจรับร่างพระราชบัญญัติให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินด้วยยอดเงิน สูงถึง ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แต่ดิฉันยังเห็นด้วยที่อยากจะให้มีโครงการก่อสร้างโครงสร้าง พื้นฐานขนาดใหญ่ เพราะดิฉันคิดว่าไม่ว่าจะเป็นรถไฟความเร็วสูง ไม่ว่าจะเป็นการก่อสร้างท่าเรือ ไม่ว่าจะเป็นสะพานข้ามทางรถไฟ หรือแม้กระทั่งถนน ๔ ช่องจราจร มีความจำเป็นที่จะให้มี การพัฒนาเศรษฐกิจ แต่ดิฉันไม่เห็นด้วยกับที่มาของแหล่งเงินที่จะมีการก่อสร้าง ไม่เห็นด้วย กับความคุ้มค่าของการลงทุน และไม่เห็นด้วยกับการเปิดช่องโหว่ในการทุจริตมากขึ้น เรื่องของที่มาของเงินลงทุน ก่อนอื่นดิฉันอยากจะให้พี่น้องประชาชนที่อยู่ทางบ้านได้ทราบว่า เงิน ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทมันมากมายมหึมาขนาดไหน เงิน ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ถ้าเราเอาแบงก์ ๑,๐๐๐ มาชั่งน้ำหนัก น้ำหนักของยอดเงิน ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทจะเท่ากับ ๒.๔๔ ล้านกิโลกรัม หรือ ๒,๔๓๗ ตัน พี่น้องทางบ้านก็คงจะไม่ทราบว่าขนาดไหน ถ้าเราเทียบกันง่าย ๆ ก็คือรถทัวร์ ๒ ชั้นบรรจุคนที่นั่งได้ ๔๐ ที่นั่ง รถทัวร์ ๒ ชั้นก็จะใช้ รถทัวร์ทั้งหมด ๑๕๒ คันค่ะ จำนวนมากมายมหึมา แล้วก็ดูสิคะว่าเงินมากมายขณะนี้ เพื่อนสมาชิกหลาย ๆ ท่านก็ได้อภิปรายไปแล้วว่าเราไม่ต้องกู้มากมายขนาดนี้ก็ได้ เพียงแต่เรา นำยอดเงินปกติในยอดงบประมาณประจำปีแต่ละปีเราก็สามารถบริหารจัดการที่จะก่อสร้าง โครงสร้างขนาดใหญ่ให้กับพี่น้องประชาชนได้แต่พวกท่านไม่ทำ พวกท่านหันมาใช้วิธีกู้ กู้เพื่อที่จะให้พี่น้องประชาชนเป็นหนี้กันถ้วนหน้า ท่านประธานคะ เงินต้นบวกดอกเบี้ยเท่ากับ ๕.๑๖ ล้านล้านบาท ทุกท่านก็บอกในที่ประชุมแห่งนี้แล้ว เงินต้นบวกดอกเบี้ยเท่ากับ ๕.๑๖ ล้านล้านบาทใช้หนี้ ๕๐ ปี ดิฉันคิดว่า ๕๐ ปีนี้ก็คงจะไม่หมดหรอกค่ะ ทั้งรุ่นลูก รุ่นหลาน แล้วก็รุ่นเหลน เหลนก็ยังจะใช้หนี้ของพวกท่านไม่หมดค่ะ แล้วเมื่อวาน ดิฉันก็ยังได้ยินท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ได้อภิปรายว่ารัฐบาลจะสร้างหนี้ แต่พอนึกขึ้นได้ ก็บอกว่าล้างหนี้ค่ะ แสดงว่าในใจของท่านนายกรัฐมนตรีก็คิดอยู่ตลอดเวลาแล้วละค่ะว่า การกู้เงินครั้งนี้สร้างหนี้ให้กับพี่น้องประชาชนจริง ๆ ท่านประธานคะ ในเหตุผลและความจำเป็นของท่าน ในยุทธศาสตร์ที่ ๑ ท่านบอกว่าจะพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและสิ่งอำนวยความสะดวก ในการเดินทาง การขนส่งไปสู่ศูนย์กลางของภูมิภาคทั่วประเทศและเชื่อมโยงกับประเทศเพื่อนบ้าน ดิฉันก็มาดูนะคะว่ารถไฟความเร็วสูงของรัฐบาลจะเชื่อมโยงกับประเทศเพื่อนบ้านได้อย่างไร
๑. สายเหนือจากกรุงเทพฯ ไปเชียงใหม่ ก็ยังไม่ถึง สปป. ลาว ถึงประเทศพม่าเลยค่ะ
๒. สายอีสานไปถึงแค่โคราชยังไม่ถึงจังหวัดหนองคาย ก็ไม่ได้เชื่อมกับ สปป. ลาว แล้วก็คงจะไปไม่ถึงประเทศจีนหรอกค่ะ
๓. สายตะวันออกไปถึงระยอง ก็ยังไปไม่ถึงประเทศกัมพูชาหรอกค่ะ
๔. สายตะวันตกไม่ต้องพูดถึงเลยค่ะ ยังไม่ได้ก่อสร้าง แล้วถ้าคิดว่าจะไปถึง เมืองทวายก็คงจะเป็นไปไม่ได้
๕. ส่วนสายใต้บ้านดิฉันค่ะ ท่านประธานคะ สายใต้บ้านดิฉันไปถึงแค่หัวหิน ยังไม่ถึงประเทศมาเลเซีย ยังไม่ถึงปาดังเบซาร์ แล้วก็ไม่ต้องพูดเลยนะคะว่าจะไปถึง ประเทศสิงคโปร์ก็เป็นไปไม่ได้ สายใต้เมื่อไรล่ะคะท่านประธาน ท่านรัฐมนตรี เมื่อไรจะมี การก่อสร้างให้ไปถึงปาดังเบซาร์เหมือนที่ท่านพูดไว้ แล้วงบประมาณที่ท่านจะเอามาก่อสร้าง ให้ถึงประเทศมาเลเซียท่านจะเอางบมาจากที่ไหน เพราะว่าท่านก็กู้เงินเต็มเพดานอยู่แล้ว แล้วถ้าดูทั้ง ๔ สายที่ดิฉันพูดถึงก็ยังไม่มีการเชื่อมต่อกับประเทศเพื่อนบ้านเลย เมื่อตอนเที่ยง ดิฉันก็นั่งฟังท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมตอบว่าจะดำเนินการการก่อสร้างต่อไปเรื่อย ๆ โดยร่วมทุนกับเอกชนหรือกับต่างชาติใช่ไหมคะท่านรัฐมนตรี ท่านรัฐมนตรีก็นั่งอยู่ ท่านก็ตอบกลับพวกเราในที่ประชุมอย่างนี้ แต่ดิฉันก็กลับมองว่าถ้าท่านคิดว่าทำวิธีการนั้นได้ แล้วทำไมท่านต้องมากู้ตอนเริ่มแรกล่ะคะ ทำไมท่านไม่ไปร่วมทุนตั้งแต่ตอนเริ่มต้นการทำ โครงการตรงนี้ ถ้าเป็นความคิดของดิฉันดิฉันก็จะตอบว่าท่านก็สามารถที่จะโกงได้ค่ะ ท่านประธานคะ ดิฉันเห็นแล้วนะคะว่ารัฐบาลชุดนี้บริหารจัดการอย่างไม่เป็นระบบ บริหารประเทศแบบขอไปที แบบเอาผลประโยชน์ของพวกพ้องเป็นหลัก ที่ดิฉันพูดแบบนี้ ก็เพราะว่าในเมื่อท่านคิดแล้วว่าท่านจะดำเนินการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูง แต่ว่าก่อนหน้านี้ ทำไมท่านถึงต้องมาออกโครงการรถคันแรกขึ้นมา ทำไมท่านต้องออกโครงการประชานิยม รถคันแรก ซึ่งโครงการนี้ก็เป็นปัญหาความเดือดร้อนอยู่ ณ ตอนนี้ ดิฉันก็เห็นว่าโครงการ รถคันแรกนี้ถ้าดิฉันเป็นคนซื้อรถคันแรกแล้วดิฉันก็คงไม่ขึ้นรถไฟความเร็วสูงของท่านหรอกค่ะ เพราะว่าท่านสร้างถึงแค่หัวหิน ท่านสร้างถึงแค่โคราช แล้วก็แถมระยะทางที่จะเดินทาง ด้วยรถไฟกับรถประจำทาง รถของดิฉันก็แค่ ๒ ชั่วโมงเท่ากัน ประหยัดค่าใช้จ่ายได้อย่างมาก ด้วยเหตุผล ๓-๔ ประการนี้ดิฉันก็ไม่อาจจะรับหลักการแห่งร่างพระราชบัญญัติเงินกู้ฉบับนี้ ขอบพระคุณค่ะ
ต่อไปนะครับ ท่านณรงค์ ดูดิง ครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายณรงค์ ดูดิง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดยะลา พรรคประชาธิปัตย์ ก่อนอื่นผมก็ภูมิใจที่ได้ทำหน้าที่ ในฐานะเป็นผู้แทนราษฎรของพี่น้องประชาชน แล้วก็ผู้แทนปวงชนชาวไทยที่ได้มาพูดความจริงความเจ็บปวดความรวดร้าวของพี่น้อง ทั่วประเทศ ๖๗ ล้านคน ท่านประธานครับ อันที่จริงการพูดคุยในสภาวันนี้นั้นเป็นการพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคม ขนส่งของประเทศ พ.ศ. .... ฟังดูแล้วก็คล้อยตาม แต่พอดูตัวเงินแล้วผมในฐานะที่เป็น นักการเมืองรุ่นใหม่ ผมยังเข้าใจว่าเท่าที่ผมติดตามมาก็ไม่เคยพบเห็นสภาใด ๆ เลย ของประเทศไทยที่จะพิจารณางบเงินกู้มากถึงขนาดนี้ เมื่อสักครู่นี้เป็นที่ยืนยันแล้วว่าท่านชัย ชิดชอบ ผู้อาวุโสของเราก็ได้มายืนยันแล้วว่าเท่าที่อายุขัยของท่านที่อยู่ในสภาแห่งนี้ยาวนาน ก็ไม่เคยเห็นเงินกู้มากมายที่สภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้มาพิจารณา วันนี้ถือว่าเป็นความโชคดี หรือโชคร้ายของพี่น้องประชาชนชาวไทยทั้งประเทศ ผมจึงจำเป็นจะต้องมาพูดความจริงแม้ว่า จะขมขื่นอยู่บ้าง ที่ผมพูดถึงขมขื่นเพราะว่าวันนี้รัฐบาลแห่งนี้ได้ข่มขืนสภาแห่งนี้ให้จำใจต้อง รับหลักการเพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติเงินกู้ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ข่มขืนไหมครับ ข่มขืนนะครับ เอากฎหมายอย่างนี้มาให้เราพิจารณาถึงแม้ว่าฝ่ายค้าน ฝ่ายที่ไม่เห็นด้วย มีอยู่น้อยจริง ไม่สามารถจะเอาชนะเสียงส่วนใหญ่ได้ แต่ผมเชื่อว่าเสียงส่วนใหญ่ส่วนหนึ่ง เท่าที่วิสาสะมาปรึกษาหารือมาก็ไม่เห็นด้วยการที่สภาแห่งนี้ สภาอันทรงเกียรติที่จะต้องมา สร้างหนี้อันมหาศาลให้กับประชาชน ๖๗ ล้านคน แถมยังให้เราเป็นหนี้ถึง ๕๐ ปี ซึ่งถือว่า เป็นระยะเวลาที่ยาวนานที่สุด แม้แต่อายุความในคดีแพ่งเขาก็แค่ ๑๐ ปีเท่านั้นเอง แต่วันนี้ การกู้เงินนี้ต้องใช้ภายใน ๕๐ ปีถือว่ายาวนานมาก สิ่งนี้ละครับท่านประธาน ด้วยเหตุผล ดังกล่าวผมในฐานะผู้แทนราษฎรจึงจำเป็นจะต้องมาถ่ายทอดเพื่อให้ท่านประธานได้ทราบในวันนี้ ว่านี่เป็นส่วนหนึ่งของความรู้สึกของพี่น้องประชาชนจากการที่ผมได้รับโทรศัพท์มากมายว่า ผู้แทนราษฎรต้องไม่ยอมนะในเรื่องเหล่านี้ พวกผมไม่ยอมเป็นหนี้ถึง ๕๐ ปี เป็นหนี้ถึง ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เป็นหนี้กับดอกเบี้ยถึง ๕,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทที่จะต้องเป็นหนี้ บวกเงินต้นกับดอกเบี้ยแล้วก็มหาศาลทีเดียวนะครับท่านประธาน สิ่งนี้ผมถึงอยากจะเรียน ด้วยเหตุผลดังกล่าว ผมอยากจะเรียนต่อท่านประธานว่ามักจะเอ่ยนักเอ่ยหนาในวันสองวันนี้ ที่พูดมานี้ว่าเพื่อรองรับการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน ตรงไหนล่ะครับที่ท่านบอกว่ารองรับ การเข้าสู่ประชาคมอาเซียน ท่านบอกว่าเชื่อม เชื่อม แถวบ้านผมเขาเรียกเชื่อมกล้วยไว้รับประทาน เท่านั้นละครับ เชื่อมกล้วยกับน้ำหวานไว้รับประทานเท่านั้นเองนะครับ เพราะว่ายังไม่ถึง อาเซียนเลย ภาคใต้ของผมจะต้องรับภาระหนี้อยู่ด้วย แต่ท่านทำรถไฟความเร็วสูงแค่หัวหิน อีก ๑๔ จังหวัดยังไม่ถึงเลยครับ ชายแดนถึงอำเภอเบตงก็ไม่มี อำเภอสุไหงโก-ลกก็ไม่มี อำเภอตากใบก็ไม่มี อำเภอแว้งก็ไม่มี อำเภอสะเดาก็ไม่มี อย่างนี้หรือครับเชื่อมเข้าสู่ ประชาคมอาเซียน ผมอยากจะฝากเชื่อมกล้วยเท่านั้นละครับแถวบ้านผม เหตุผลที่ ๑ ครับ ท่านประธาน ผมคิดว่าเวลาคงมีไม่มาก ผมอยากสรุปอย่างนี้ การกู้ในครั้งนี้นั้นเป็นการกู้ ในลักษณะที่สภาแห่งนี้สร้างประวัติศาสตร์ ถ้ากู้ไปแล้วไม่เกิดการโกงการกินกันก็ไม่เป็นไร ถ้าเกิดมีการโกงการกินสภาแห่งนี้กำลังทำ ตราบาปให้กับลูกหลานของเราในอนาคตที่จะต้องตราบาปว่าสภาชุดนี้กำลังสร้างตราบาป ให้กับประเทศไทยที่ไม่มีวันที่จะลบล้างไปได้ ด้วยเหตุนี้กระผมจึงไม่สามารถจะรับหลักการ ร่างพระราชบัญญัติในวันนี้ได้ครับ ขอบคุณครับ
เชิญท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ขอเชิญรัฐบาลชี้แจงครับ
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม วราเทพ รัตนากร รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ขออนุญาตใช้เวลาของส่วนคณะรัฐมนตรีได้ชี้แจงในบางประเด็นนะครับ ผมคิดว่าการอภิปราย ตั้งแต่เมื่อวานจนถึงวันนี้มีหลายประเด็นด้วยกัน ในส่วนที่ผมอยากจะใช้โอกาสนี้ในฐานะ ซึ่งมีภาระหน้าที่ดูแลที่เกี่ยวข้องอยู่บ้างจะตอบชี้แจงในบางประเด็นนะครับ
ประเด็นที่เป็นประเด็นดูเหมือนจะทำให้เกิดข้อกังขามากที่สุดประเด็นหนึ่ง ในการที่สมาชิกโดยเฉพาะซีกของฝ่ายค้านได้ตั้งก็คือห่วงเรื่องการกู้เงินแล้วจะเกิดการทุจริต โดยมองว่าการกู้เงินนั้นจะไม่เป็นการปฏิบัติตามกรอบวินัยในเรื่องของการดำเนินการ จัดซื้อจัดจ้างของส่วนราชการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งก็คืออยากจะให้ดำเนินการตามระเบียบพัสดุ นั่นเป็นเรื่องประการที่ ๑
ประการที่ ๒ ก็คือว่าอยากจะให้มีการกำหนดรายละเอียดเอกสาร ๒๐๐ กว่าหน้า ที่เป็นโครงการนำไปไว้อยู่ในร่างกฎหมายหรืออยู่ในบัญชีแนบท้าย รู้สึกว่า ๒ ประการนั้น จะเป็นประการที่จะถูกพูดอยู่ตลอดเวลา
ประการที่ ๓ ก็คืออยากให้มีการตั้งงบประมาณปกติจะเป็นงบผูกพันก็ได้ โดยสมาชิกพรรคฝ่ายค้านส่วนใหญ่บอกว่าเห็นด้วยกับโครงการเกือบทั้งหมด บางท่าน ยังบอกด้วยว่าน่าจะต่อยาวไปจนถึงปลายสุดของประเทศ หรือเหนือสุดของประเทศด้วยซ้ำไป เพราะฉะนั้นเราจะไม่มาพูดกันว่าท่านไม่เห็นด้วยกับโครงการ แต่ส่วนใหญ่จะไม่เห็นด้วย กับวิธีการ ผมเรียนว่าการออกร่างพระราชบัญญัติการกู้เงินเมื่อสักครู่ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ไปค้นมาว่ามีการออกมาหลายสิบปีก็เป็นข้อมูลครับ ผมคิดว่าเหตุและผลในการออกพระราชบัญญัติ ในแต่ละสถานการณ์เรื่องการกู้เงินนั้นจะต้องมีเหตุในการดำเนินการ ครั้งนี้รัฐบาลมองว่า โครงสร้างพื้นฐานมีความจำเป็นการตั้งงบประมาณปกติมันไม่สามารถดำเนินการได้ ที่ผ่านมา ท่านที่เคยเป็นรัฐบาลก็คงทราบว่างบปกติเราถูกข้อจำกัดในหลาย ๆ เรื่อง แต่เรื่องที่ผมกำลัง อธิบายที่ท่านถามก็คือที่ท่านบอกว่าสามารถตั้งในงบประมาณปกติในลักษณะเป็นงบผูกพันข้ามปี ผมเรียนเหตุผลว่าโครงการทั้งหมดประมาณ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ไม่สามารถที่จะนำไปบรรจุ ในแผนการตั้งงบประมาณผูกพันข้ามปีใน พ.ร.บ. งบประมาณรายจ่ายประจำปีปกติได้ด้วย เหตุผลดังนี้ครับ งบประมาณผูกพันข้ามปีท่านคงทราบว่ามันเป็นงบประมาณที่มีลักษณะ เป็นโครงการที่ไม่มีแผนยุทธศาสตร์แบบนี้ ส่วนใหญ่ก็จะเป็นโครงการ อย่างเช่น จัดซื้ออาวุธ ที่มีลอตใหญ่ ๆ โครงการที่มีการก่อสร้างตึกอาคารหลังใหญ่ ๆ ราคา ๑,๐๐๐ ล้านบาท มันจะ แยกย่อยไปไม่มียุทธศาสตร์ว่าเป็นแผนในเรื่องของด้านคมนาคมขนส่งหรือด้านใด ๆ เพราะฉะนั้นถ้าหากเราเป็นการนำไปบรรจุไว้ในงบประมาณประจำปีปกติผูกพันเราก็จะไม่เห็น แผนยุทธศาสตร์หรอกครับ มันจะไม่เกิดความเชื่อมั่นว่าการทำยุทธศาสตร์ในเรื่องของ การคมนาคมขนส่งที่เราเรียกว่าโครงการไทยแลนด์ ๒๐๒๐ เกิดขึ้นได้เลย
ข้อจำกัดประการถัดมา ก็คือว่างบประมาณปกติที่เราดำเนินการประจำปี แล้วก็จัดในเรื่องของการผูกพันนี้นะครับ ท่านเคยสังเกตไหมครับว่าเวลาเข้ามาพิจารณา ในชั้นกรรมาธิการในแต่ละปีของการพิจารณางบประมาณรายจ่ายบางครั้งมันมีปัญหา มีปัญหาในเรื่องที่ตั้งไว้แล้วปีนี้ไม่ตั้งเข้ามา ไม่ตั้งเข้ามาด้วยเหตุผลอะไร หลายเหตุผลครับ แต่เหตุผลหนึ่งซึ่งผมคิดว่าเกิดเสมอคือเปลี่ยนนโยบาย พอเปลี่ยนนโยบายรัฐบาลใหม่ บอกไม่ทำแล้ว มันก็เกิดความไม่แน่นอน ถ้าเราเอาโครงการลักษณะนี้ไปใส่ในโครงการผูกพันข้ามปีใครจะเชื่อมั่นว่าโครงการนี้จะเกิด แล้วมันก็เป็นเรื่องจริงนะครับ ไม่ใช่ว่าไม่เคยเกิด แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือว่ามันมีอุปสรรค อย่างนี้ครับ ท่านคงจำได้ว่างบประมาณรายจ่ายประจำปีปกติเราจะทำกันประมาณ เดือนพฤษภาคม แล้วก็ไปให้เสร็จสิ้น ๑๐๕ วันผ่านวุฒิสภา ประกาศใช้วันที่ ๑ ตุลาคม ของทุกปีเป็นปีเริ่มต้นงบประมาณรายจ่ายประจำปี แต่มันเป็นอย่างนี้ทุกปีได้ไหม เป็นไม่ได้ครับ ถามว่าทำไมเป็นไม่ได้ เพราะการเลือกตั้งมันเกิดขึ้นได้ตลอดเวลาสำหรับการเมืองไทย ไม่มีสภาครับ เราจำกันง่าย ๆ เมื่อไม่กี่ปีมานี้ปีงบประมาณ ๒๕๔๙ ปีงบประมาณ ๒๕๕๒ และปีงบประมาณ ๒๕๕๔ เราไม่สามารถใช้งบประมาณได้ทันวันที่ ๑ ตุลาคมกว่าจะเลือกตั้งกัน กลับเข้ามาต้องไปทำงบประมาณหลังจากวันที่ ๑ ตุลาคม ผลก็คืออะไรครับ ผลก็คือว่า งบประมาณผูกพันที่เราอยากจะตั้งมันยังไม่ได้เลย เพราะกฎหมายเขาบอกว่าถ้ายังไม่มี งบประมาณรายจ่ายประจำปีให้ใช้งบประมาณไปพลางก่อน พลางก่อนก็คือเฉพาะงบประมาณ ในปีที่เราตั้งไว้เท่านั้น ยกตัวอย่างถ้าท่านตั้งงบประมาณไว้ ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท ผูกพันปีแรก ๑,๐๐๐ ล้านบาท เหลืออีก ๙,๐๐๐ ล้านบาทว่าจะใช้ในปีต่อไป พอเราตั้งงบประมาณรายจ่าย ประจำปีไม่ทันตามกำหนดเวลาวันที่ ๑ ตุลาคม โครงการสะดุดเลยครับ ต้องไปรอจนกว่า จะผ่านงบประมาณไปเดือนมกราคม เดือนกุมภาพันธ์ นี่คือปัญหาหนึ่งซึ่งผมคิดว่าฝ่ายประจำ เขาแนะนำมาว่าการที่เราจะทำโครงการใหญ่ ๆ แล้วไปตั้งงบประมาณผูกพันข้ามปี มันมีอุปสรรคจริง ๆ นะครับ ซึ่งผมก็คิดว่าเราอาจจะมองเห็นต่างกันได้ แต่สิ่งนี้ผมก็คิดว่า รัฐบาลก็อยากทำโครงการนี้ให้สำเร็จ อะไรก็ตามที่สามารถทำสำเร็จแล้วมันทำตามปกติได้ ไม่มีปัญหาครับ แต่อันนี้ก็ไม่ใช่การหลีกเลี่ยง เพราะว่าเรานำมาสู่สภามาเป็นพระราชบัญญัติ ไม่ได้ทำเป็นพระราชกำหนด ซึ่งมาถึงแล้วไม่มีคณะกรรมาธิการ สภามีมติเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบ เท่านั้น ท่านอาจจะบอกว่าก็นี่ไม่เร่งด่วนเลยทำพระราชกำหนดไม่ได้ ก็ไม่เป็นไรครับ แต่เมื่อเราทำเป็นร่างพระราชบัญญัติเราก็เดินตามขั้นตอน ก็มาถึงประเด็นที่ ๒ ที่ท่านบอกว่า เอกสารแนบท้ายมีเพียง ๒ หน้า มี ๓ ยุทธศาสตร์ มี ๗ แผนงาน มันน้อยไปท่านอยากให้ เอาเอกสาร ๒๐๐ กว่าหน้า เล่มที่ท่านถืออยู่แล้วก็หลายท่านเปิดดูแล้วมีโครงการอะไรบ้าง กระทรวงคมนาคมเขาก็จัดทำไว้ กระทรวงการคลังก็จัดทำไว้ ท่านอยากให้เอาเอกสารนั้น ใส่เข้าไปข้างในร่างพระราชบัญญัติ ท่านอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังคุณกรณ์ ขออภัย ท่านนายกรัฐมนตรีก็อยากให้เอาใส่เข้าไป จริง ๆ แล้วผมคิดว่าพวกเราก็อยากให้ใส่เข้าไปครับ แต่ถามว่าท่านเคยเห็นเราใส่เอกสารเข้าไปในร่างพระราชบัญญัติมีรายละเอียดขนาดนี้ มาก่อนไหมครับ ผมว่าผมอยู่สภาแห่งนี้มาถึงแม้ไม่ต่อเนื่องก็ ๒๐ ปี แต่ว่าไม่ได้เข้าออก เพราะว่ามีจังหวะวิกฤติการเมืองก็ตาม แต่ก็นั่งเป็นกรรมาธิการเยอะมาก ผ่านกฎหมายไป หลายฉบับ ผมไม่เห็นบัญชีท้ายพระราชบัญญัติฉบับไหนที่จะสามารถใส่รายละเอียดโครงการ ที่บอกว่าก่อสร้างถนน ก่อสร้างต่าง ๆ เป็น ๑,๐๐๐ โครงการไปในนั้นได้เลย ถามว่า ทำไมใส่ไม่ได้ ถ้าใส่เข้าไปเป็นกฎหมายเมื่อใดส่วนราชการไปดำเนินการแล้วไม่เป็นไปตาม รายละเอียดของกฎหมายทำอย่างไรครับ ต้องนำกลับมาสภามาแก้กันทุกตัวอักษรหรือทุกเม็ดเงิน งบประมาณ ตรงนี้นี่เองจึงเป็นที่มาในลักษณะคล้ายคลึงกับเอกสารงบประมาณที่ตั้งอยู่ตรงนั้นละครับ เอกสารงบประมาณชุดนั้นเป็นเอกสารงบประมาณรายจ่าย ผมไม่แน่ใจว่าใครนำมาใช้ ขออนุญาต ยืมใช้ชั่วคราวอธิบายเพิ่มเติมนะครับ ตรงนั้นก็ไม่ได้ใส่ไว้ในกฎหมาย เพราะเขามองว่า ถ้าใส่เข้าไปส่วนราชการไปปฏิบัติไม่ได้ ถ้าหากจะต้องแก้ไขเปลี่ยนแปลงจะต้องนำกลับเข้ามาสู่สภา เขาจึงมีการกำหนดให้ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณเป็นคนดำเนินการควบคุมว่าถ้าหากจะมี การเปลี่ยนแปลงอะไรจะต้องได้รับความเห็นชอบจากผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ เอกสารของเรา อาจจะน้อยมี ๒๐๐ กว่าหน้า ท่านบอกว่า ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เอกสาร ๒๐๐ กว่าหน้า ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท งบประมาณปกติเป็นกล่อง ๆ มันต่างกันครับ เอกสารงบประมาณประจำปีปกติเป็นกล่อง ๆ ๒๐ กว่ากระทรวงนะครับ ซื้อเครื่องคอมพิวเตอร์ ซื้อเครื่องถ่ายเอกสารก็ต้องพิมพ์อยู่ในนั้นหมดเลย มันไม่ใช่ตัวเงินครับมันตัวบัญชีโครงการ มันตัวส่วนราชการ ๒๐ กว่ากระทรวงเอกสารมันถึงเยอะอย่างไรครับ ผมเชื่อมั่นว่ากระทรวงคมนาคม ท่านดอกเตอร์ชัชชาติท่านเป็นคนที่ต้องการทำงานอยู่แล้วเสียสละมาเล่นการเมือง ท่านไม่ทำ ให้เสื่อมเสียแน่ ท่านอยากใส่มาทั้งหมดแต่ว่าเรายังมีเวลา ในนี้เป็นเอกสารนำที่บอกบัญชีโครงการ เดี๋ยวไปพิจารณาในชั้นกรรมาธิการ ผมว่าท่านคงเรียกรายละเอียดเอกสารอีกหลายสิบกล่อง แน่นอน มันใส่ไม่ได้ก็อย่างที่ผมเรียน ถ้าใส่ไปเมื่อไรท่านอยากจะปรับปรุงเปลี่ยนแปลงในลักษณะ ของปัญหาที่เราไปเจอในเรื่องของการดำเนินการระหว่างการจัดการ มันต้องกลับมาสภาทุกครั้ง แล้วก็ไม่เคยมีมาก่อนครับ ผมยืนยันได้ว่ายังไม่เคยเห็นมีเอกสารที่จะใส่โครงการเยอะ ๆ อย่างนี้ในกฎหมาย ผมอยากให้ความร่วมมือนะครับท่านอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง แต่มันก็เป็นอุปสรรคจริง ๆ ผมเชื่อมั่นว่าเราพูดคุยกันได้ในชั้นกรรมาธิการถ้าเหตุผลนี้ ท่านยังมองว่าไม่เพียงพอนะครับ
ต่อไปเรื่องของการจัดซื้อระเบียบพัสดุ ก็ได้มีโอกาสอยู่กระทรวงการคลัง แล้วก็ดูแลกรมบัญชีกลาง ผมก็พยายามนะครับ ที่ท่านพูดกันมาตลอดว่าทำไมไม่กำหนด ว่าด้วยเรื่องระเบียบพัสดุจัดซื้อจัดจ้างไว้ในกฎหมาย มันมีกฎหมายฉบับไหนไหมที่เขียนอย่างนี้ ก็ไปค้นมา ๒ วันถึงลุกขึ้นมาตอบเพราะกลัวว่ามันจะมีอยู่ สุดท้ายเจ้าหน้าที่ก็บอกว่าไม่มี ถามกฤษฎีกาก็ไม่มี ถามกรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลังก็ไม่มี ถามว่าแล้วทำไมไม่มีล่ะ เขาบอกว่าถึงแม้นไม่มีกำหนดไว้ว่าจะต้องดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างตามระเบียบพัสดุ ไม่ว่าจะเป็นเงินกู้หรืองบประมาณรายจ่ายประจำปีปกติก็จะต้องไปปฏิบัติตามระเบียบพัสดุ หรือระเบียบพัสดุว่าด้วยอิเล็กทรอนิกส์อยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องมาเขียน ส่วนราชการ ต้องปฏิบัติตามระเบียบพัสดุอยู่แล้ว นั่นคือเหตุผลที่อยากจะอธิบายให้ท่านได้มั่นใจว่า ถ้าท่านผ่านร่างกฎหมายฉบับนี้ประกาศใช้ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม อยู่ ๆ จะไปบอกว่าไม่ใช้ระเบียบพัสดุเลยไม่ได้ครับ ต้องเดินหน้าใช้ระเบียบพัสดุเสียก่อน เมื่อเดินหน้าใช้ระเบียบพัสดุแล้วอาจจะมีการยกเว้นระเบียบพัสดุได้ ผมว่าท่านก็คงเคยยกเว้น ท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ครับ ผมเชื่อมั่นว่าราชการมันต้องเข้มข้นแต่ก็ต้องมียืดหยุ่น ถ้าหากมีปัญหา อุปสรรค คงจะเคยเห็นว่าเขาไปขอยกเว้นระเบียบพัสดุในการดำเนินการ ในสมัยของท่านถ้าหากมีความจำเป็น สมัยท่านได้มีการหารือไปกฤษฎีกาว่าการยกเว้น ระเบียบพัสดุเป็นเรื่องของคณะรัฐมนตรีหรือของใครท่านคงจำได้ กฤษฎีกาบอกว่าเป็นเรื่องของ คณะกรรมการ กวพ. คณะกรรมการว่าด้วยการพัสดุ เพราะฉะนั้นถ้าท่านรัฐมนตรีชัชชาติ จะไม่เดินตามระเบียบพัสดุ ปี ๒๕๓๕ หรือระเบียบพัสดุว่าด้วยอิเล็กทรอนิกส์ อี-ออกชั่น ท่านก็ต้องมีเหตุผล ส่วนราชการก็ต้องมีเหตุผล แล้วคนอนุมัติไม่ใช่คณะรัฐมนตรีนะครับ คณะกรรมการอย่างที่ว่า คณะกรรมการว่าด้วยการพัสดุจะเป็นคนอนุมัติว่ามีเหตุมีผล ในการยกเว้นหรือไม่ แต่อย่างที่ผมเรียนว่าถึงแม้ไม่เขียนในกฎหมายว่าด้วยระเบียบพัสดุ แต่ต้องปฏิบัติตามอยู่แล้วไม่ว่าจะเป็นเงินกู้หรืองบประมาณปกติ นั่นคือ ๓ เรื่องที่ผมอยากจะเรียนไป จริง ๆ แล้วไม่อยากจะเป็นประเด็นต่อล้อต่อเถียงท่านอดีตรัฐมนตรีพิเชษฐด้วยครับ ขออภัย เมื่อวานนี้ท่านบอกว่าท่านก็อยู่ในช่วงรัฐบาลซึ่งเกี่ยวข้องกับวิกฤติเศรษฐกิจ เผอิญผมก็มีโอกาสอยู่ ในช่วงรัฐบาลที่หลังวิกฤติเศรษฐกิจ ท่านบอกว่าการใช้เงินกู้ไอเอ็มเอฟ ท่านอดีตนายกรัฐมนตรี พันตำรวจโท ดอกเตอร์ทักษิณ ชินวัตร ประกาศบอกว่าเป็นคนใช้ก็เอาหน้าเอาตาไป ผมคิดว่า ความจริงเป็นอย่างไรก็เป็นอย่างนั้น ใช้ก่อนกำหนดในรัฐบาลของท่านนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร เป็นรัฐบาลที่ใช้ก่อนกำหนด แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าผมจะว่าท่านหรือโจมตีอะไร ท่านก็พูดถูกครับว่าท่านหยุดใช้เงินกู้ไอเอ็มเอฟก่อนกำหนด ต่างกันนะครับ ท่านหยุดเบิกก่อน ก็เป็นฝีมือรัฐบาลนั้นไม่ต้องใช้เงินตามที่ตกลงไว้ แต่รัฐบาลใหม่เข้ามา พันตำรวจโท ดอกเตอร์ทักษิณ ก็มีการบริหารงานที่ดีสามารถใช้หนี้ก่อนกำหนดแล้วก็ใช้ก่อนกำหนดจริง ๆ แต่ประเด็น ไม่ได้อยู่ในเรื่องไอเอ็มเอฟ ท่านพาดพิงไปถึงว่าท่านนายกรัฐมนตรีทักษิณรัฐบาลขณะนั้น ใช้หนี้ไอเอ็มเอฟแล้วไม่พอไปใช้หนี้เงินกู้ ถ้าผมจำไม่ผิด ฟังไม่ผิด ท่านบอกเวิลด์แบงก์หรือเอดีบีใช่ไหมครับ แล้วทำให้เกิดความเสียหาย ถูกปรับใช่ไหมครับ ผมไม่แน่ใจว่าท่านเอาข้อมูลที่ไหนมา แต่ผมฟังเมื่อวานผมอยากจะตอบ ทันที แต่ผมไม่แน่ใจ ไม่มีเอกสาร เมื่อวานนี้ผมอยากจะตอบว่ามันเป็นไม่ได้เลยที่สำนักงาน บริหารหนี้สาธารณะที่ท่านบอกท่านเป็นคนตั้ง ผู้อำนวยการคนแรกท่านก็ตั้ง แล้วเขาจะกล้า ไปจ่ายหนี้แล้วเสียหายโดยไม่มีเหตุผล ผมเชื่อมั่นว่าคงไม่มีรัฐมนตรีคนไหนหรือนายกรัฐมนตรี ท่านใดไปบังคับ ท่านก็คงรู้จักคุณพรรณี ผอ. สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะในช่วงนั้น เป็นคนตรงครับ เป็นผู้หญิงทำงานเก่ง ผมก็เลยไปหาข้อมูลแล้วก็พยายามหา เผอิญว่าเรื่อง มันนานมากกว่าจะได้เอกสารมาเพราะว่าจะตอบกับท่านผมคงไม่กล้าตอบแบบลอย ๆ นะครับ เดี๋ยวท่านขึ้นไปเช็กได้ที่ชั้น ๓ สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะยังอยู่ที่นี่ กระทรวงการคลัง ยังอยู่ที่นี่ เหตุผลในการคืนก่อนกำหนดนี่ถูกปรับจริงครับ ถ้าท่านพูดแค่นี้เสียหายครับ แต่การที่ เขาไปคืนก่อนแล้วถูกปรับ มันต้องมีเหตุผลใช่ไหมครับ อยู่ ๆ ใครจะอยากไปใช้หนี้แล้วถูกปรับ เขาเรียกบริหารจัดการหนี้ ถึงตั้งสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะขึ้นมา เขาไปหาแหล่งเงินกู้ ที่ดอกเบี้ยมันต่ำกว่าแล้วมาชำระคืนดอกเบี้ยที่สูงกว่า ถึงแม้นดอกเบี้ยที่สูงกว่าจะมีค่าปรับ แต่บวกลบคูณหารแล้วมันทำให้ประหยัดเงิน ประหยัดดอกเบี้ย ผมมีรายละเอียดทั้งหมด ไม่อยากจะอ่านเป็นข้อนะครับ แต่สรุปสุดท้ายก็คือว่าผมเชื่อในข้อแรกเลยครับว่าสำนักงาน บริหารหนี้สาธารณะ เจ้าหน้าที่กระทรวงการคลังคงไม่กล้าไปทำอะไรให้เสียหายเรื่องนี้ แล้วเอกสารมีแน่นอนว่าการชำระหนี้คืนก่อนกำหนดในสมัยท่านนายกรัฐมนตรีทักษิณ ซึ่งผมก็เป็นรัฐมนตรีอยู่ด้วย ถึงแม้จะไม่ได้รับผิดชอบ เป็นการบริหารจัดการหนี้ที่ทำให้ลด ภาระหนี้อย่างแน่นอนครับ ขอบพระคุณครับ
เดี๋ยวครับ เอาอย่างนี้ก่อนครับ เดี๋ยวให้รัฐบาลตอบให้เสร็จก่อนได้ไหมครับ เพราะเขาขอ รอมานานแล้ว แล้วก็เดี๋ยวท่านผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรแล้วก็ผู้ที่เกี่ยวข้อง เชิญท่านรัฐมนตรี จะตอบก่อนไหมครับ เดี๋ยวให้ทางรัฐบาลชี้แจงให้เสร็จก่อนได้ไหมครับ
ท่านประธานครับ ผมขอความกรุณาท่านประธานอย่างนี้ได้ไหมครับ คือประเด็นของกระทรวงการคลัง กับประเด็นของกระทรวงคมนาคมมันจะแยกกัน เรื่องโครงการเรื่องหนึ่ง เรื่องรูปแบบ กฎหมายการบริหารเรื่องหนึ่ง
อยากจะเอาเป็นเรื่อง ๆ เลยใช่ไหมครับ
ใช่ครับ จะง่ายกว่าต่อความเข้าใจ
เดี๋ยวนะครับ ผมอย่างนี้รัฐบาลขอเอาเป็นเรื่อง ๆ เลยนะครับ เดี๋ยวทางฝ่ายของท่านฝ่ายดำเนินการ เดี๋ยวค่อยชี้แจงนะครับ เชิญท่านผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร
ท่านประธาน ที่เคารพครับ ท่านรัฐมนตรีได้กรุณาพาดพิงแล้วก็ตอบมาหลายประเด็น ผมเอาเรื่องหลังก่อน เรื่องกองทุนการเงินระหว่างประเทศเพื่อทำความเข้าใจ รัฐบาลของท่านนายกรัฐมนตรีชวนนี่ นอกจากจะหยุดการกู้เงินคือพูดง่าย ๆ คือไม่กู้เต็มจำนวน อันนี้ท่านก็เพิ่งเห็นตรงกัน ผมกราบเรียนว่าในปลายของรัฐบาลท่านนายกรัฐมนตรีชวนซึ่งผมร่วมอยู่ด้วย เราสามารถที่จะ สะสมเงินเพียงพอที่จะคืนหนี้ไอเอ็มเอฟครับ นั่นก็คือความจริงความสามารถในการคืนหนี้ ไอเอ็มเอฟทำได้ตั้งแต่สมัยรัฐบาลท่านนายกรัฐมนตรีชวน แต่ที่ตัดสินใจไม่คืนก่อนกำหนด เพราะมีค่าปรับ นี่คือประเด็นของเราครับ แต่เวลาที่มีการไปพูดจากันข้างนอกจึงพูดเสมือนกับว่า รัฐบาลชวนกู้ซึ่งก็ไม่จริง เพราะไม่ใช่เป็นรัฐบาลที่ไปกู้ แล้วรัฐบาลท่านนายกรัฐมนตรีทักษิณ นี่มาสามารถเก็บเงินใช้เงินคืนได้ก่อนกำหนด เราก็เพียงชี้แจงว่าไม่ใช่ครับ รัฐบาลชวน อยู่ในฐานะ คือมีฐานะทางการเงินเพียงพอที่จะชำระคืนก่อนกำหนด แต่เมื่อพิจารณาว่า เสียค่าปรับ ก็จึงเห็นว่าเราไม่ทำ ส่วนวันนี้ที่ท่านมาชี้แจงว่าทำไมรัฐบาลท่านนายกรัฐมนตรี ทักษิณทำ เสียค่าปรับ ยอมเสียค่าปรับเพราะบอกว่าไปหาหนี้คือเงินกู้ก้อนอื่นมาได้ในอัตรา ดอกเบี้ยที่ถูกกว่า ก็เป็นการตัดสินใจของท่านนายกรัฐมนตรีทักษิณครับ แต่ผมก็เลยเพิ่งทราบว่า สุดท้ายแปลว่าที่ท่านนายกรัฐมนตรีทักษิณทำนี่ไม่ใช่ปลดภาระหนี้ แต่กู้มาเปลี่ยนหนี้ ถ้าท่านอธิบายอย่างนั้นก็เป็นเรื่องไอเอ็มเอฟประวัติศาสตร์ก็จบกันไป ทีนี้วันนี้ผมก็แปลกใจ ท่านก็เพิ่งมาชี้แจง พยายามแถลงว่าที่ทำทั้งหมดวันนี้ไม่ได้เลี่ยงระบบงบประมาณ ผมก็กราบเรียนว่า คำอธิบายของท่านผมว่าท่านย้อนกลับไปดูเถอะครับ
ประการแรก ในยุคสมัยนี้แล้วก็ทำกันมานานพอสมควรแล้ว การเสนองบประมาณ ไม่ใช่ไม่มีการเสนอยุทธศาสตร์นะครับ เดี๋ยวนี้มีที่อ้างว่าระบบงบประมาณไม่สามารถรองรับ การทำโครงการหลายปีและมียุทธศาสตร์ได้ ไม่จริงครับ ทุกปีขณะนี้กระบวนการการจัดทำ งบประมาณทุกรัฐบาลระยะหลังทำเหมือนกันครับ ๑. ดูงบประจำ ๒. ดูงบผูกพัน ถ้าไม่จำเป็น ไม่มีเหตุผลที่จะต้องทบทวนก็ไม่ทบทวนครับ แล้วจึงมาดูว่ารายได้ที่เหลือนอกเหนือจาก งบประจำกับงบผูกพันแล้วจะมาลงทุนอะไรใหม่ แล้วการนำเสนอต่อสภาก็จะมีการนำเสนอ ยุทธศาสตร์ เพราะฉะนั้นไม่เป็นความจริงว่าถ้าเป็นโครงการที่อยู่ในกรอบยุทธศาสตร์ แล้วใช้งบประมาณประจำปีไม่ได้
ประการที่ ๒ ท่านรัฐมนตรีเชื่อจริง ๆ หรือครับว่าโครงสร้างขนาดใหญ่ ที่ประเทศไทยมีอยู่ในขณะนี้แล้วก่อสร้างมาด้วยงบประมาณซึ่งต้องใช้เวลาหลายปีติดปัญหาว่า ถ้าเจอเลือกตั้งแล้วปีงบประมาณเหลื่อมไป ไม่จริงหรอกครับ ผมเชื่อว่าท่านก็ทราบว่าไม่จริง มันบริหารได้ มันไม่ใช่เรื่องสลับซับซ้อนเลย ยิ่งพูดอย่างนี้ผมกำลังยิ่งสงสัยว่าต่อจากนี้ไป จะลงทุนอะไรท่านจะเลี่ยงระบบงบประมาณไปเรื่อย ๆ หรือครับ เพราะฉะนั้นผมกราบเรียนว่า อย่างสร้างความเข้าใจผิดนะครับว่าระบบงบประมาณของเราไม่สามารถรองรับการทำ โครงการขนาดใหญ่ได้ ฝ่ายค้านยืนยันว่าทำได้แต่ไม่ได้ทุกโครงการนะครับที่ต้องไปเข้า งบประมาณปกติ รูปแบบอื่นที่เรานำเสนอจะเป็นการร่วมลงทุนหรือสัมปทานก็เป็นทางเลือกที่ทำได้
ทีนี้ประเด็นถัดมาเรื่องเอกสาร ผมกราบเรียนว่าท่านบอกไม่เคยมีกฎหมายไหน ที่ไปเอาบัญชีที่มีรายละเอียดเยอะอย่างนี้ ไม่มียุคไหน สมัยไหนกู้แบบนี้ครับ แล้วประเด็น ที่เราเรียกร้องก็คือว่าเวลาท่านชี้แจงกับพวกเราท่านบอกว่าท่านคิดดีแล้ว ยุทธศาสตร์เชื่อม โลกมีอยู่ ๒๐๐ กว่าหน้าโครงการเพียงเท่านี้ เราเพียงแต่บอกว่าท่านผูกมัดได้ไหมว่าถ้าจะไปคิด อะไรเพิ่มเติมนอกจากนี้อย่าไปใช้เงินกู้เอาเท่านี้ ตรงไหนไม่เหมาะสมไม่ทำก็ไม่ต้องกู้ครับ เพราะเราเป็นห่วงภาระที่เกิดขึ้นกับลูกหลานของเรา นั่นคือประเด็นของเราครับ ไม่ใช่ว่า ไปใส่ในกฎหมายแล้วจะทำให้ท่านทำงานไม่ได้ครับ เพราะถ้ามันมีความจำเป็นต้องใช้เงินจำนวนมาก ในโครงการใดท่านก็ต้องอยู่ในยุทธศาสตร์แล้วสิครับ ถ้าไม่อยู่ท่านก็ไปออกอยู่ในงบประมาณ ปีต่อ ๆ ไปก็ได้หรือวันข้างหน้าจะออกกฎหมายถ้าจำเป็นจะต้องกู้เงินพิเศษเป็นการเฉพาะ ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งครับ แต่ที่เราไม่ต้องการก็คือท่านมาขอกู้ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แล้วโครงการ ปรับเปลี่ยนกันได้ตามใจชอบทีหลัง ที่ท่านอธิบายเรื่องเอกสารงบประมาณไม่ใช่นะครับ ทำไม เอกสารงบประมาณถึงแม้ว่าจะไม่ใช่ตัวเนื้อกฎหมายมีผลผูกพัน ก็เพราะผมกราบเรียนท่าน แล้วรัฐธรรมนูญกำหนดรูปแบบไว้ชัดเจนว่าการเสนอกฎหมายงบประมาณต้องมีเอกสาร ประกอบอย่างไร และที่สำคัญการใช้งบประมาณรายจ่ายประจำปีมีกฎหมายวิธีการงบประมาณ กำกับไว้ครับ ฉะนั้นเวลาจะเปลี่ยนมันมีหลักเกณฑ์อยู่ท่านทราบดีครับ เปลี่ยนข้ามกองทำได้ อำนาจใคร เปลี่ยนข้ามกรมไม่ได้ อย่างนี้เป็นต้นครับ เพราะฉะนั้นสิ่งที่ผมอยากจะกราบเรียน คือถ้าท่านไม่มีเจตนาจะเลี่ยงระบบงบประมาณ ไม่มีเจตนาว่าเงินกู้มาแล้ว ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านจะไปใช้ตามโครงการอื่นแค่เพียงสอดคล้องยุทธศาสตร์แผนงาน ซึ่งผมอ่านให้ฟังเมื่อวานนี้ บอกว่าเชื่อมถนน ขยายถนน โครงการอะไรก็เข้าครับถ้าอย่างนี้ ถ้าไม่มีเจตนาจะทำสิ่งเหล่านั้น ก็เอาตามที่พวกผมเสนอเท่านั้นเองครับ เขียนเอาไว้ว่าโครงการที่จะใช้เงินกู้จำกัดอยู่เฉพาะ ในตรงนี้ แล้วแต่ละปีเราก็สามารถที่จะมาพิจารณาได้ นั่นคือประเด็นครับว่าทุกปีผู้แทนของ ประชาชนสามารถมาติดตามตรวจสอบได้ว่ายังสมควรใช้เงินมากมายขนาดนี้สำหรับโครงการนี้ หรือโครงการนั้นหรือไม่ อย่างไร ส่วนระเบียบพัสดุเมื่อช่วงบ่ายท่านอดีตรัฐมนตรีในรัฐบาลที่แล้วท่านก็บอกนะครับ พ.ร.ก. ก็ใช้ระเบียบพัสดุ แต่ถ้าจะยกเว้นเป็นอำนาจ กวพ. แต่ยกเว้นเป็นรายโครงการครับ ที่พวกกระผมติดใจเพราะผมไม่ทราบว่าท่านเข้ามาหรือยังนะครับตอนนั้น แต่รัฐบาลนี้ครับ เงินกู้ ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ไปมีมติคณะรัฐมนตรียกเว้นหมดเลยครับ ไม่ใช่ไปดูว่ามีปัญหา จะมีการดำเนินการตามระเบียบพัสดุในโครงการนั้นโครงการนี้ไม่ได้แล้วมาขอยกเว้น เป็นรายโครงการ แต่ไปออกมติเป็นการทั่วไปเลย และเมื่อวานนี้ท่านนายกรัฐมนตรี ยืนตอบสภาเองว่าที่ฝ่ายค้านห่วง ความจริงท่านพูดก่อนที่ฝ่ายค้านจะอภิปรายด้วยครับ ที่เป็นห่วงกันว่าจะไม่โปร่งใส ขอยืนยันว่ามีระเบียบพัสดุอยู่ พวกกระผมก็บอกถ้าเจตนา ของท่านเป็นเช่นนั้นก็ระบุในกฎหมายครับ จะเปิดช่องไว้ก็ได้ครับ ยกเว้นโครงการไหน มีความจำเป็น เป็นอำนาจของ กวพ. เป็นกรณี ๆ ไปแต่พวกผมไม่ต้องการเห็นมติแบบเดียวกับ ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาทที่ยกเว้นหมดเลยครับทุกโครงการ ฉะนั้นผมกราบเรียนนะครับว่า ฝ่ายค้านยืนยันว่าการดำเนินการนี้ก็ยังเป็นเจตนาของการหลีกเลี่ยงกระบวนการงบประมาณ เพื่อที่จะสามารถโยกย้ายงบประมาณได้ และไม่ใช้ระเบียบจัดซื้อจัดจ้างตามปกติครับ
เชิญท่านรัฐมนตรีวราเทพครับ ท่านพิเชษฐ พันธุ์วิชาติกุล เชิญครับ
ท่านประธานครับ ผม พิเชษฐ พันธุ์วิชาติกุล พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดกระบี่ ผมกราบเรียนเบื้องต้นก็คือว่าเมื่อสักครู่ ที่ท่านรัฐมนตรีวราเทพได้อภิปรายว่าพวกเราในสภาไม่มีใครที่ไม่เห็นด้วยกับการกู้เงินมาทำ โครงสร้างพื้นฐานอันนี้ จะมีเหตุขัดข้องกันอยู่ก็คือวิธีการกู้เท่านั้น ผมเรียนว่าไม่จริงครับ ผมเองได้รับการทาบทามเมื่อคืนให้ไปเป็นพยานศาลรัฐธรรมนูญ และไปเป็นพยานศาลฎีกา แผนกคดีอาญาเกี่ยวกับความผิดทางคดีอาญาที่เขาบอกจะยื่นวันนี้หรือยื่นไปแล้วผมไม่ทราบ เรียนยืนยันว่าผมไม่เห็นด้วยกับการกู้เงินจำนวนมากมาทำโครงสร้างพื้นฐานเรื่องคมนาคมนี้ อย่างเดียว ผมเห็นว่าวันนี้ประเทศไทยมีลำดับความสำคัญอยู่มากเหลือเกินในฐานะที่นั่งพิจารณา งบประมาณมาแล้ว ๑๗ สมัย สาธารณสุข โรงพยาบาลเรามีปัญหาหมดทั่วประเทศ โรงเรียนเรามีปัญหา สิ่งแวดล้อมมีปัญหา ป่าไม้มีปัญหา งบวิจัยมีปัญหา ทุกอย่างมีปัญหา ผมจึงไม่เห็นด้วยว่า ณ วันนี้รัฐบาลจะมุ่งทุ่มเทอย่างเดียวเรื่องสร้างถนน เรื่องโครงสร้างพื้นฐาน หรือเรื่องทางรถไฟอะไรทั้งหมดที่พูดกันอยู่ ณ วันนี้ กู้เงิน ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท มันจะตัดโอกาสในการที่เราจะกู้เงินมาเพื่อการอื่นได้ทั้งสิ้น เพราะฉะนั้นโดยลำดับความสำคัญ ผมเห็นว่ามันไม่ใช่เป็นไพรออริตี (Priority) หรือลำดับความสำคัญอย่างแรกที่จะต้องทำ และต้องทำอย่างมากมายนี้ เรียนยืนยันว่าผมไม่เห็นด้วย
ประการต่อมาเรื่องไอเอ็มเอฟ ผมทำเรื่องนี้มาในท่ามกลางความทุกข์ยากครับ ดีใจว่าไปเป็นรัฐมนตรีที่กระทรวงการคลัง โปรดเกล้าฯ ๑๔ พฤศจิกายน ๒๕๔๐ เข้าไป วันที่ ๑๗ พฤศจิกายน ๒๕๔๐ สิ่งแรกที่ขอดูก็คือดูทุนสำรองเงินตราระหว่างประเทศ ดูตัวเลขทั้งหลายแล้วอย่างกับฟ้าผ่านะครับ สิ่งที่เราไม่เคยคาดคิดเกิดขึ้น เราไม่เคยรู้ว่า ในเดือนกรกฎาคม มีวันหนึ่งทุนสำรองเงินตราระหว่างประเทศ ๖๐,๐๐๐ กว่าล้านเหรียญ เหลือเพียงแค่ ๖๐๐ กว่าล้านเหรียญ เราไม่เคยทราบ โดยถ้าเอาบัญชี ๑ ในฝ่ายกิจการ ธนาคารขายล่วงหน้าไป ลบในบัญชี ๒ ในฝ่ายออกบัตร เราขายล่วงหน้าไปแล้ว เราเหลือสุทธิ ๖๐๐ กว่าล้านเหรียญ รองรับฐานเงินบาท ๔๘๐,๐๐๐ ล้านบาทครับ เงินบาททั้งหมดรองรับด้วยเงินเพียงแค่นี้ เพราะฉะนั้นไอเอ็มเอฟถึงบอกว่าเราถึงมีทุนสำรอง อย่างน้อย ๒๐,๐๐๐ ล้านเหรียญเพื่อรองรับฐานเงินบาท ๔๘๐,๐๐๐ ล้านบาท
สักครู่นะครับท่าน เอาสิทธิพาดพิงท่านใช่ไหมครับ เอาเฉพาะประเด็นที่ท่านถูกพาดพิง เสียหาย คืออย่างนี้ ท่านมีเวลาซีกฝ่ายค้านทั้งหมด ๓๐ นาทียังเหลือนะครับ ท่านจะให้หัก ในส่วนนั้นเลยหรือเปล่าครับ
ท่านประธานครับ เรื่องพาดพิงผมยอม ให้หักในส่วนอื่น แต่ตรงนี้เพื่อความชัดเจนต้องทำนะครับ ผมจึงต้องกลับมาเงินกู้ครับ แล้วใคร ชำระหนี้ไอเอ็มเอฟครับ ตอนนั้นก็เลยข้อกำหนดตั้งแต่รัฐบาลก่อนหน้านั้น พรรคความหวังใหม่ ตกลงกับไอเอ็มเอฟว่าเราต้องกู้เงินใช้อีก ๑๙,๒๐๐ ล้านเหรียญ แต่ ๑๙,๒๐๐ ล้านเหรียญ เขาจะให้เราแค่ ๑๗,๒๐๐ ล้านเหรียญ โดยเอาหนี้ที่เรามีกับเวิลด์แบงก์ หนี้ที่เรามีกับเอดีบี ประมาณ ๒,๐๐๐ ล้านเหรียญ มารวมด้วยในวงเงิน ๑๙,๐๐๐ ล้านเหรียญ มันจึงเกิดตัวเลข ๑๗,๒๐๐ ล้านเหรียญขึ้นมา ๑๗,๒๐๐ ล้านเหรียญ ตอนหลังประเทศอินโดนีเซียล้มละลายตาม ประเทศเกาหลีตาม ที่บอกจะช่วย ๓๐๐ ล้านเหรียญ ๓๐๐ ล้านเหรียญก็ไม่มา ก็หายไป ๖๐๐ ล้านเหรียญ ก็เหลือ ๑๖,๐๐๐ กว่าล้านเหรียญ ๑๖,๐๐๐ กว่าล้านเหรียญนี้ตกลงจ่าย ๑๒ งวด ๓ เดือนต่องวด งวดแรกวันที่ ๑๔ สิงหาคม ๓ เดือนต่อมางวดที่ ๒ ทำแอลโอไอ คือวันที่ ๑๔ พฤศจิกายน เมื่อวันที่พวกผมเข้าไปเงินรับไปแล้ว งวดต่อมาที่จำไม่ลืม เพราะเขาบอกว่าให้เป็นของขวัญวันวาเลนไทน์ ยอมปลดพันธะในแอลโอไอ ๓ ปีครบกำหนด เราจะมีสิทธิรับ ๑๒ งวด พอมาจบงวดที่ ๘ ผมเองเป็นคนนำเข้า ครม. วันที่ ๒๑ กันยายน ๒๕๔๓ ว่าเรามีสิทธิรับเงินถึงเดือนกันยายน ๒๕๔๔ แต่เราของดการใช้ก่อนกำหนด ๑ ปี งวดที่ ๙ งวดที่ ๑๐ งวดที่ ๑๑ งวดที่ ๑๒ เราจะไม่รับอีกแล้ว ผมเป็นคนนำเข้า ครม. ผมต้องจำได้ครับ และเอกสารก็ยังอยู่ในมือ เพราะฉะนั้นเราชำระงวดสุดท้ายคือวันที่ ๑๔ สิงหาคม ๒๕๔๓
ท่านพิเชษฐสักครู่ครับ ท่านพิเชษฐ์มีอะไรครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมขอประท้วงท่านประธานตามข้อบังคับ ข้อ ๘ ตกลงว่าความชัดเจน เรื่องเวลาเรื่องการพาดพิงนี้ท่านจะให้เวลาของท่านผู้อภิปรายนี้อย่างไร การพาดพิง ต้องมีขอบเขต ดูแล้วจะไม่จบนะครับ
คืออย่างนี้ ท่านพิเชษฐ์ เมื่อคืนนี้ท่านพิเชษฐท่านพูดได้ชัดเจนว่าให้หักเวลาในส่วนของท่าน ก็ทำไป ตามนั้นครับ ท่านประเสริฐว่าอย่างไรครับ ก็ท่านพิเชษฐเป็นคนพูดเองนะครับ เมื่อสักครู่นี้ ก็พูดย้ำอีกครั้งหนึ่ง
ท่านประธานครับ เพื่อความเรียบร้อย ผมขอสละเวลาว่าผมจะไม่อภิปรายแล้ววันนี้ที่เหลือทั้งหมด แต่ส่วนที่พาดพิงผมมีสิทธิที่จะพูด ให้ชัดเจน เพราะท่านพูดถึงเรื่องหนี้ไอเอ็มเอฟ
ท่านพิเชษฐ คือในนี้ผมเห็นวิปที่ส่งมาไม่มีชื่อท่านอภิปรายแล้วนะครับ ไม่มีแล้วครับ ทั้งหมด มีเวลาอยู่ ก็ไม่มีเวลาของท่านแล้วนะครับ ท่านจะใช้เวลาของท่าน เพราะว่าตรงนี้ หมดเวลาของท่านไม่มีแล้วครับ
เวลาพาดพิงครับท่านประธาน ท่านประธานครับ ให้ผมพูดเถอะครับ แล้วมันจบเร็วไม่เยอะหรอกครับ
คืออย่างนี้ พาดพิงท่านก็เอาเฉพาะส่วนที่ท่านเสียหาย คือตอนนี้ท่านใช้เวลาไปประมาณ ๕ นาทีนะครับ ไม่หรอกครับ เพราะทางนี้เขาก็มีการทักท้วงขึ้น ตอนนี้ผมดูเวลาของท่านไม่มีพูดนะครับ ชื่อท่านมีแต่ว่าไม่มีเวลาให้ท่านพูดมันหมดไปแล้วครับ และเหลือสมาชิกทางซีกของ พรรคประชาธิปัตย์อีก ๕ ท่านที่จะใช้เวลาในการพูดนะครับ
ผมใช้สิทธิพาดพิงครับท่านประธาน
เอาเฉพาะประเด็นเสียหายครับ
ประเด็นเสียหายสิครับ เพราะท่านพูด ทำนองว่าผมโกหกเรื่องที่ว่าหนี้มันหมดก่อนกำหนด ไม่ใช่รัฐบาลต่อมา
เอาอย่างนี้ ท่านพิเชษฐ์อย่าเพิ่ง ผมอนุญาตให้ท่านอีก ๒ นาทีแล้วก็หมดแล้ว เพราะท่านใช้เวลา ๗ นาที ไม่ครับ ท่านใช้เวลาไป ๕ นาทีเศษแล้วครับ
สภาไม่ใช่ที่เล่นนะครับท่านประธานเรา ต้องการทำความจริงให้กระจ่าง
ท่านพิเชษฐครับ ผมก็ต้องรักษาเวลา ผมให้เวลาท่านไป ๕ นาทีด้วยความเคารพท่าน ในฐานะผู้อาวุโส ผมให้ท่านอีก ๒ นาที ถือว่า ๗ นาทีก็พอสมควรแล้วครับ
ท่านประธานครับ สรุปใช่ไหมครับ
ผมให้อีก ๒ นาที ท่านพิเชษฐ์นั่งลงจะได้ไม่เสียเวลา เชิญท่านพิเชษฐครับ
ขอบคุณท่านประธานครับ สรุปว่า รัฐบาลชวน หลีกภัย รับเงินงวดสุดท้ายของไอเอ็มเอฟ ขณะที่ใช้ไปแล้ว ๑๓,๒๐๐ เหรียญ ยังขาดอยู่อีกประมาณ ๒,๐๐๐-๓,๐๐๐ เหรียญไม่ได้ใช้ งวดสุดท้ายรับวันที่ ๑๔ สิงหาคม ๒๕๔๓ แต่ละงวดครบกำหนดจ่ายคืนใน ๓ ปี เพราะฉะนั้นในวันที่ ๑๔ สิงหาคม ๒๕๔๖ ที่ พันตำรวจโท ทักษิณประกาศว่าใช้หนี้ไอเอ็มเอฟก่อนกำหนด ชักธงประกาศอิสรภาพ คือเท็จ เพราะงวดสุดท้ายวันที่ ๑๔ สิงหาคม ๒๕๔๓ มันครบวันที่ ๑๔ สิงหาคม ๒๕๔๖ ท่านประธานครับ ชัดเจนตรงนี้ครับ แล้วเรื่องอื่นผมคิดว่าผมได้พูดไปหมดแล้ว
อีกเรื่องหนึ่ง ท่านประธานครับ พาดพิงไปเรื่องมิยาซาวา ผมเรียนว่าเมื่อคืน ผมพูดถึงว่าสำนักงานทริสเรทติ้งได้มีการประเมินเรื่องนี้ไว้ แต่เขาส่งข้อมูลมาให้ผมไม่ได้ วันนี้ เขาส่งมาให้เลยครับว่า เนื่องจากทริสเรทติ้งเปลี่ยนชื่อเป็น บริษัท ทริส เครดิต อินฟอร์เมชัน เรทติ้ง การใช้เงินมิยาซาวาทั้งหมดนะครับ เอดีบี เอ็กซิม แบงก์ แล้วก็ เจเอ็กซิม ประเมินว่า คือโครงการเด่นที่สุดได้ ๙๐ กว่าเปอร์เซ็นต์ของการปล่อยเงินกู้ของเขา รายละเอียดมีอยู่ ถ้าสนใจผมจะส่งให้ผลการประเมิน ท่านประธานครับ
อีกประการหนึ่ง สุดท้ายท่านประธานสั้น ๆ นิดเดียว ที่มีการอภิปรายว่า รัฐบาลชวน หลีกภัย เคยออกพระราชกำหนดกู้เงิน จริงครับ ผมเป็นคนออกครับ แต่ไม่ใช่กู้เงินมา เพื่อใช้จ่ายในเรื่องงบประมาณ แต่กู้เงินมาครั้งเดียวก้อนเดียวเพื่อการใดการหนึ่ง เรื่องเดียวคือใช้กองทุนฟื้นฟูแล้วก็จบ ไม่ใช่กู้เงินมาตั้งคู่ขนานกับงบประมาณประจำปี มาตรา ๑๖๙ เขียนชัดเจนว่า การใช้จ่ายเงินแผ่นดินจะต้องใช้จ่ายตามพระราชบัญญัติ งบประมาณเท่านั้น กู้เงินมารูปแบบไหนก็ตามมันจะถือว่าเป็นหนี้สาธารณะหรือไม่เป็น หนี้สาธารณะ มันคือทรัพย์แผ่นดินจะใช้จ่ายด้วยวิธีอื่นไม่ได้ต้องด้วยวิธีการงบประมาณ หากไม่พอเอาเงินคงคลังมาใช้ก่อนได้ตาม พ.ร.บ. งบประมาณ หากมีการโยกเปลี่ยนแปลง เปลี่ยนแปลงได้ตามพระราชบัญญัติการโอนเปลี่ยนแปลงงบประมาณ แต่ทั้งหมดต้องทำอย่างนั้น เมื่อสักครู่นี้ท่านวราเทพชี้แจงให้เห็นว่าถ้าปฏิบัติตามงบประมาณจะมีข้อขัดข้องจึงพยายาม เลี่ยงอย่างนี้ นี่ละครับรัฐธรรมนูญต้องการคุมงบประมาณแผ่นดินให้รัดกุม เงินแผ่นดิน ตกน้ำไม่ไหลตกไฟไม่ไหม้ป้องกันการทุจริตคอร์รัปชันจึงมีทางป้องกันต่าง ๆ ไว้ แต่การหลีก การป้องกันเหล่านี้โดยทำวิธีอื่นเป็นช่องทางทุกคนที่ทำผิดมาตรา ๑๕๗ ตาม ป. วิ. อาญา ท่านวราเทพจบมหาวิทยาลัยรามคำแหง ปี ๒๕๒๙ ผมเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัยคำแหง ปี ๒๕๑๔ ครับ
ท่านต้องสรุปแล้วครับ ท่านไม่ต้องไปไกล ปี ๒๕๑๔ ไม่เอาละครับ พอแล้วครับ ผมไม่อนุญาตแล้ว เชิญท่านวราเทพครับ
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม วราเทพ รัตนากร รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี จะพยายามใช้เวลาให้สั้นที่สุดนะครับ ท่านผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ขออภัยนะครับ พูดนิดเดียวครับประเด็นไอเอ็มเอฟ ท่านพูดประเด็นว่าตกลงแล้วการไปรีไฟแนนซ์ (Refinance) หรือชำระหนี้ก่อนกำหนดของเอดีบีมาบอกรวมกับไอเอ็มเอฟบอกว่าตกลงแล้ว ไม่จริงใช่ไหมที่ประกาศว่าใช้หนี้ไอเอ็มเอฟก่อน ยังจริงอยู่ครับ ชำระหนี้ก่อนกำหนด ปี ๒๕๔๖ แต่ท่านไปพูดกับเรื่องของเอดีบีมาปนกันก็อาจจะทำให้สับสน ผมคิดว่าท่านคง ทราบดีครับเอกสารหาไม่ยากครับว่าใครชำระวันไหน ผมจะไม่เสียเวลาอ่านให้ท่านฟัง แล้วข้อเท็จจริงเป็นอย่างไรก็คงจะทราบกัน แล้วเรื่องของประหยัดการชำระหนี้ก่อนกำหนด ประเทศชาติได้ประโยชน์หลายพันล้านบาทนะครับ ๓,๐๐๐ กว่าล้านบาท
ส่วนในเรื่องของท่าน ท่านผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรพูดถึงประเด็น เกี่ยวกับการทำยุทธศาสตร์ว่าผมพูดว่างบประมาณปกติไม่มียุทธศาสตร์ ผมอาจจะพูดเบา หรือท่านอาจจะฟังไม่ได้ยิน ผมบอกว่ายุทธศาสตร์แบบนี้ก็คือยุทธศาสตร์ที่เป็นภาพกว้าง ในระดับที่กระทรวงคมนาคมเขาทำแผนที่ปรับโครงสร้างการคมนาคมครั้งใหญ่ ผมไม่ได้บอกว่า งบประมาณปกติไม่มียุทธศาสตร์ ท่านต้องเข้าใจว่าเอามาปนกันไม่ได้นะครับ ยุทธศาสตร์ปกติ ที่ในแต่ละปีของโครงการของหน่วยงานนั้นเขามีแต่ยุทธศาสตร์แบบนี้ไม่เคยมีนะครับ แต่ยุทธศาสตร์แบบนี้ไม่เคยมี ส่วนท่านบอกว่าเอกสารที่เอาเข้าไปไม่ได้เพราะผมบอกว่า รายละเอียดมันมาก ท่านก็บอกว่าเพราะไม่เคยกู้มากขนาดนี้มาก่อน ก็นี่คือวิธีการบริหารจัดการ ที่ผมคิดว่าท่านอาจจะมองต่าง เราดำเนินการตามขั้นตอนเพื่อที่จะให้ได้มาซึ่งประเทศนี้ มีการพัฒนา เป็นสิทธิของท่านที่จะไม่เห็นด้วยแต่ผมไม่อยากต่อล้อต่อเถียง แต่ผมคิดว่า นี่คือวิธีการที่เราใช้กติกาตามหลักประชาธิปไตย รัฐบาลนี้ไม่ได้ไปออกกฎหมายโดยไม่เอาเข้าสู่สภา ไม่ได้ออกกฎหมายโดยไม่ได้นำมาให้ท่านสมาชิกพิจารณาใด ๆ
ส่วนเรื่องของการเปลี่ยนแปลง การเปลี่ยนแปลงงบประมาณปกติท่านก็ทราบ ผมก็ทราบครับว่าเมื่อเราอนุมัติไปแล้วงบประมาณปกติเปลี่ยนแปลงได้เฉพาะแผนงาน ที่อยู่ในกรมเดียวกันอันนี้ไม่เถียงครับ และผมก็บอกคนเปลี่ยนแปลงงบประมาณปกติ ยังเปลี่ยนแปลงได้ งบเงินกู้นี้เปลี่ยนแปลงได้ไหมถ้าเป็นไปตามร่างที่เข้าวาระที่หนึ่ง จะเปลี่ยนแปลงนอกเหนือจากบัญชีแนบท้ายไม่ได้นะครับ แต่เอกสารที่ประกอบนั้น ท่านเป็นห่วงใช่ไหมว่าจะมีการเปลี่ยนแปลง ผมก็บอกว่าเอกสารประกอบมันอธิบาย สอดคล้องกับแผนในบัญชีแนบท้าย ถ้าไปเปลี่ยนแปลงเอกสารประกอบที่ต่างจาก การควบคุมโดยบัญชีแนบท้ายมันทำไม่ได้ครับ ผมอธิบายท่านง่าย ๆ ว่าถ้าวันนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมได้ พ.ร.บ. นี้ไปแล้วจะไปเปลี่ยนไปทำเรื่องอากาศทำไม่ได้เลย แม้แต่บาทเดียวนะครับ เปลี่ยนข้ามแผนยังพอมีโอกาสทำได้ แต่เปลี่ยนข้ามยุทธศาสตร์ เปลี่ยนไม่ได้ครับ และผมเชื่อมั่นว่าท่านก็คงเก็บเอกสารเล่มนี้ไว้ แล้วก็เป็นการควบคุม ในวิธีการปกติก็คือการควบคุมโดยสภาแห่งนี้มีคณะกรรมาธิการหลายชุดผมว่าท่านตามแน่นอน การนำมาเป็นพระราชบัญญัติเรียกว่าเด่น ๆ อย่างนี้ผมเชื่อมั่นว่ายิ่งเป็นการน่าจับตามอง มากกว่างบประมาณปกติด้วยซ้ำไป และผมเชื่อมั่นว่าทุกหน่วยงานก็ต้องเฝ้าจับตามองว่า งบประมาณอันนี้ไปถึงไหน อย่างไร อันนี้เรียกว่ายิ่งเปิดเผยมากกว่าปกติด้วยซ้ำไป
อีกนิดเดียวครับ เรื่องท่านบอกว่าระเบียบพัสดุที่รัฐบาลนี้ไปทำเรื่อง การบริหารจัดการน้ำ ถึงแม้ผมไม่ได้เกี่ยวข้องแต่พอเข้ามา ครม. แห่งนี้ก็พอจะรับทราบได้ว่า ที่เขาไปเปลี่ยนไม่ใช้ระเบียบพัสดุไปดำเนินการเรื่องการบริหารจัดการน้ำ ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านพูดว่าไปยกเว้นทุกโครงการท่านอาจจะไม่ได้ตามหรือท่านตามผมไม่ทราบ เขามีการตั้ง คณะกรรมการการบริหารจัดการน้ำและอุทกภัย กบอ. เป็นยุทธศาสตร์ มันต้องทำเป็นแพคเกจ ทำเป็นแผนงานใหญ่ไม่ได้ทำเป็นโครงการ ๆ เพราะเราไปแก้ทีละโครงการไม่ได้เพราะเขามี วิธีการแก้ระดับต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ มันจึงเป็นแผนที่ไปรวมทั้งหมดไม่ใช่มีโครงการย่อย ๆ ถึงจะไปยกเว้นระเบียบพัสดุทั้งหมดเป็นการยกเว้นเพื่อมาทำให้เป็นภาพรวมทั้งหมด แล้วการยกเว้นนั้นระเบียบที่ออกใหม่ก็ผมเชื่อมั่นว่าท่านตรวจสอบได้ ถ้าคนทำไม่ดีถ้าไม่เป็นไป ตามวิธีการผมเชื่อมั่นว่าคนทำก็อยู่ไม่ได้ ขอบคุณครับ
ท่านผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรครับ
สั้น ๆ นะครับ
ประการแรก ผมไม่ได้พูดถึงยุทธศาสตร์โครงการในงบประมาณเลยครับ ยุทธศาสตร์ท่านจะเขียนอย่างไรในงบประมาณเป็นสิทธิของท่านอยู่แล้วและโครงการต่าง ๆ ต้องไปสอดคล้องกับยุทธศาสตร์นั้นครับ ผมว่าท่านเข้าใจดีนะครับ อย่าพยายามเบี่ยงเบน ประเด็นไปเลย
ประการที่ ๒ เรื่องของโครงการในเมื่อมันสอดคล้องกับแผนงานผมก็บอกว่า อะไรนอกเหนือจากนี้ท่านก็แค่บอกสภาว่าไม่ใช้เงินกู้มันก็จะเป็นความโปร่งใส ทีนี้ท่านบอกว่า ไปเปลี่ยนเป็นอากาศเป็นอะไร ไม่ต้องหรอกครับ ผมเอาง่าย ๆ ว่า แผนงานที่ท่านเขียนว่าเชื่อมการจราจร ขยายการจราจร ท่านไปเพิ่มโครงการถนนที่ไหน มันก็ไม่หลุดออกไปจากข้อความที่อยู่ในนี้ครับ นั่นคือสิ่งที่เราไม่ต้องการ ในเมื่อท่านเอง ก็ไม่สามารถที่จะตอบได้ ในเมื่อท่านบอกครั้งนี้มียุทธศาสตร์ใหญ่คิดมาดี มันจะมีโครงการ ใหญ่ ๆ หรือครับที่หลุดออกไป มันไม่มีหรอกครับ เมื่อไม่มีทำไมไม่กล้าผูกมัดต่อสภา ส่วนเรื่องน้ำผมก็กราบเรียนท่านปลอดประสพมาแล้วท่านจะได้ช่วยยืนยันกับท่านรัฐมนตรี วราเทพนะครับ ที่ท่านบอกคิด ๆ ไปทำมาเป็นทีละโครงการ ๆ ไม่ได้ผมก็เห็นท่านแถลง เพิ่งยกเลิกไปโครงการหนึ่ง โครงการแก่งเสือเต้นขอเปลี่ยนเป็นแม่น้ำยมตอนบน แม่น้ำยม ตอนล่าง ก็นี้อย่างไรครับเปลี่ยนแปลงได้ และผมถามอย่างนี้ที่ว่าคล่องตัวนักคล่องตัวหนา ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาทผ่านมาแล้วปีกว่าเงินเพิ่งออกมาได้ ๖,๐๐๐ ล้านบาท ถ้าทำเป็น พ.ร.บ. งบประมาณตามปกติตั้งแต่ปีที่แล้วผมเชื่อว่าใช้จ่ายได้มากกว่านี้ โปร่งใสได้มากกว่านี้
คืออย่างนี้นะครับท่านทางฝ่ายค้าน เวลาท่านเหลือ ๒๐ นาที ผู้อภิปรายที่ส่งรายชื่อให้ผม มีอยู่ ๖ ท่าน ถ้าผมให้คนละ ๕ นาทีก็เป็น ๓๐ นาที เกินไป ๑๐ นาที เอาแค่ละ ๕ นาที ได้ไหมครับ ท่านนริศครับหารือท่าน ถ้าคนละ ๕ นาทีได้หมด ถ้าเอาตามนี้ไม่ได้ มีบางท่าน ได้ ๑๐ นาที บางท่านได้ ๑๕ นาที เอาอย่างนั้นนะครับ ถ้าอย่างนั้นเชิญท่านรองนายกรัฐมนตรี ตอบก่อน เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ท่านอดีตนายกรัฐมนตรี ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพครับ ความจริงผมกลับไปถึงบ้านแล้วท่านก็เรียกแขกมาคือต้องเรียกผมมา ก็ขออนุญาตท่านนะครับ ผมอยากเรียนชี้แจงอย่างนี้ผมพูดยาวนิดคงไม่ว่าอะไรนะครับ ไหน ๆ มาแล้ว ท่านครับ ข้อกล่าวหาหรือคำถามรีบกู้ไม่เห็นใช้เงินเลย นี่ข้อ ๑ นะครับ ทำได้แค่ไหนไม่ยักกะรู้ว่าอย่างนั้นนะครับ ไม่ได้พูดแต่ก็แปลความหมาย แล้วจะใช้เงินทันหรือ โอเคอันนี้ข้อ ๑ ข้อ ๒ ระเบียบเขามีไม่ใช้ไปสร้างระเบียบใหม่ ผมก็ขออนุญาตตอบ ๒ คำถามนี้ก็แล้วกัน เอาคำถามแรกก่อนนะครับง่ายหน่อย ผมจะได้ไม่ต้องอ่านว่า ผ่านมา ๑ ปีแล้วทำอะไร อยากกราบเรียนอย่างนี้ครับว่าท่านคงพอจำได้ตอนนั้นก็น้ำท่วม ความเสียหาย ๑.๔ ล้านล้านบาทเป็นอันดับ ๔ ของโลกเป็นที่รู้ ๆ กัน โรงงานปิดกันหมด ในพื้นที่น้ำท่วม มีโรงงานชาวต่างประเทศโดยเฉพาะประเทศญี่ปุ่นปิดไป ๔๐๐-๕๐๐ โรงงาน หยุดผลิต น้ำท่วมก็หยุดผลิต หลังจากนั้นยังหยุดผลิตต่อไปอีกจนกว่าน้ำจะแห้ง จนเขาเชื่อมั่นเราว่า เราเอาแน่ รัฐบาลในขณะนั้นก็รู้สึกหวั่นไหว เพราะท่านก็ทราบดีว่าเศรษฐกิจประเทศไทยนี้ มันพึ่งการส่งออกมากมายเหลือเกินซึ่งความจริงมันไม่น่าจะเป็นอย่างนั้นในระยะยาว ซึ่งทุกคนก็พยายามทำอยู่ให้เศรษฐกิจภายในเข้มแข็ง หนทางที่จะทำได้ป้องกันไม่ให้ผู้ที่มาลงทุน เราไปเชิญเขามาลงทุนนะครับ ๒. เขาก็ลงทุนแล้วก็ไปด้วยดีด้วย ก็คือต้องอย่าให้เขา ขาดความเชื่อถือต่อประเทศไทยแล้วก็ย้ายฐานการผลิตออกไปเพราะว่าประเทศแถว ๆ นี้ ก็อยากให้เขาไปทั้งนั้นละครับ ก็ส่งทีมออกไปพูดคุยกับเขา เขาก็ตอบอย่างเดียวบอกว่า เขาจะอยู่ได้อย่างเดียวก็อย่าปล่อยให้น้ำท่วมอีกก็แล้วกัน ๓. ก็คือว่าต้องสร้างสิ่งใหม่ ๆ เขาก็พูดอีกนะครับ อ้ายอย่างที่ประเทศเขาทำนั่นละครับ ไม่ว่าจะประเทศญี่ปุ่น ประเทศเกาหลี แล้วก็ทำทันที ทำให้เห็นด้วย ทางเดียวที่เราจะอยู่รอดสำหรับดึงคนเหล่านี้เอาไว้ก็คือ ทำให้เขาเห็น การจะทำให้เขาเห็นแล้วโครงการใหญ่ ๆ ขนาดนั้นซึ่งคลุมได้ทั้งประเทศ ก็ต้องใช้เงินมโหฬาร แล้วก็ไปบอกเขาว่าทำแน่ ๆ สตางค์เขาก็ไม่มีอย่างไรเขาก็ไม่เชื่อ จริงอยู่ในขณะนั้นมีองค์กรทางด้านการเงินหลายประเทศที่แสดงตัวออกมาว่าจะให้กู้ แต่เราก็เห็นว่าถ้าเราไปกู้แบบนั้นเราจะเป็นทาสของเงื่อนไขของเขาว่าต้องทำโน่นทำนี่ เราก็ตัดสินใจว่าโอเคเรากู้เองดีกว่าแล้วก็ตั้งเป้าเอาไว้ในใจเล็ก ๆ ว่าอาจจะกู้เงินภายในประเทศ แล้วก็ค่อย ๆ เอาเงินมาใช้ไม่เอาเงินมากองไว้นะครับ เราก็กลับไปอีกทีหนึ่งไปบอกเขาว่าทำแน่ มีสตางค์แน่ แล้วก็ไม่เอาสตางค์ยู (You) ด้วย เพราะมีเงินเพียงพอ กลับมาปุ๊บรัฐบาลก็ประกาศระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีออกมา สาระใหญ่ ๆ มี ๒ อันครับ
สาระแรก คือว่าให้เห็นโครงสร้างของการทำงาน ก็มี กยน. กยอ. สบอช. กบอ. ออกมานะครับ รวมความแล้วก็คือว่ามีหน่วยหนึ่งทำหน้าที่วางแผน หน่วยหนึ่งมีหน้าที่ ปฏิบัติ หน่วยหนึ่งทำหน้าที่พี่เลี้ยง หน่วยวางแผนนะครับ ที่จริงหน่วยวางแผนทำมาแต่ต้น ตั้งแต่ตอนไปเจรจากับเขาแล้วว่าจะต้องใช้เงินสักเท่าไร เราก็ประมาณการออกมาประมาณสัก ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาทแน่ ๆ ก็ไปบอกสภา ตัวเลข ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาทเป็นตัวเลข ที่ฝ่ายวางแผนบางคนไม่ใช่ทุกคน เป็นคนคิดออกมา ไม่ใช่ออกมาลอย ๆ ทีนี้แผนตัวนี้ ที่ออกมา ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาทมาจากอะไร ขออนุญาตเล่ายาวหน่อยคงไม่โกรธนะครับ
อันที่ ๑ ใน ๑๐-๒๐ ปีที่ทรงทำงานมานี้เราก็สรุปออกมาได้ ๗ ข้อ เอามาวาง
อันที่ ๒ กรมชลประทาน กรมทรัพยากรน้ำ หรือกรมอะไรก็ตามที่มีอยู่ในเมืองไทย ทำกันมา ๔๐-๕๐ ปีจนน้ำท่วมนี่ละครับ เอามาวางนะครับ ไปดูต่างชาติว่าเขาทำอย่างไร เอามาวาง เอา ๓ อันนี้มาขยำ ขยำ ขยำกันนะครับ เกิดเป็นทีโออาร์ เกิดเป็นโจทย์ แล้วก็คือ ที่มาของ ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท เพราะฉะนั้นถ้าถามว่า ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาทมีที่มาที่ไปไหม มีแน่นอนครับ คิดมาก่อนจะเอามาเข้าที่สภาด้วยซ้ำไป ทีนี้ต่อไปแล้วอย่างไร มันไม่ใช่การก่อสร้าง อย่างปกติ การก่อสร้างอย่างปกติที่เรารู้จักกันก็คือมีปัญหา ไปสำรวจพื้นที่ เจาะดิน ออกแบบ ทำฐานราก ทำไล่ ๆ ไปจนกระทั่งเสร็จ อันนี้มันไม่เป็นอย่างนั้น หลายอย่างไม่เคยเกิดขึ้น ในเมืองไทย แล้วเราก็ไม่แน่ใจว่าเทคโนโลยีอย่างนั้นคนไทยทราบหรือไม่ เราก็ตัดสินใจว่า ถ้าอย่างนั้นไม่เอาแล้ว เอาที่ผมเล่าเมื่อสักครู่นี้มารวมตั้งไว้อันหนึ่ง กับอันที่ ๒ ซึ่งยังไม่รู้เลยว่า มันมีอยู่ที่ไหน เชื่อว่าในประเทศไทยก็ดี หรือต่างชาติก็ดีเขาน่าจะมีสิ่งเหล่านั้น ก็คิดว่า จะเอาสิ่งใหม่กับสิ่งเก่ามาผสมกัน ท่านจะเห็นว่าแนวคิดอย่างนี้เป็นแนวคิดใหม่ เราก็มาดูที่ ระเบียบการจัดซื้อจัดจ้างตามปกติว่ามีไหม ก็ไม่มี ๒. ระเบียบการจัดซื้อจัดจ้างปกติ จะทำเป็นรายกระทรวง รายกรม รายโปรเจกต์ คราวนี้เราไม่อยากทำอย่างนั้น เราคิดว่า มันน่าจะทำคนเดียวเป็นซิงเกิล คอมมานด์ (Single command) เหมือนกับครั้งหนึ่ง ตอนที่ผมยังหนุ่ม ๆ อยู่ ทำอีสเทิร์น ซีบอร์ด สมัยท่านนายกรัฐมนตรีเปรมแล้วก็ต่อมาถึง ท่านนายกรัฐมนตรีชวนด้วยซ้ำไป ผมยังเป็นเด็กก็ไปช่วย ก็คิดว่าแนวนั้นดีที่สุดคือ การตั้ง กบอ. ขึ้นมา แต่ถ้าเมื่อไรเกิดความรุนแรงก็ใช้ระบบซิงเกิล คอมมานด์ แต่เมื่อไรไม่รุนแรง ก็คือการรวมศูนย์ที่เดียวกัน เพราะฉะนั้นโปรเจกต์ก็มารวมกันอยู่ที่นี่ โอเคนะครับ ทีนี้กลับไปใหม่ ในช่วงยาว ๆ ๑ ปีมานี้ทำอะไรบ้าง ก็เล่าให้ฟังแล้ว ๑ ส่วน ผมมีสตางค์แล้วนะครับ ผมรู้แน่ว่า มีสตางค์ พูดอะไรพูดแบบคนมีสตางค์แล้วสบาย มีองค์ความรู้พอสมควร ก็ป่าวร้องบอกว่า ในโลกนี้มาเลย ก็มี ๑๓๐ กว่าบริษัทมาดูเปเปอร์ (Paper) เรา เขาบอกว่าคิดทำคนเดียว ทำไม่ได้หรอกครับ ต้องรวมกันเป็นกลุ่ม ในที่สุดก็เกิดเป็นกลุ่มมา ๑๐ กลุ่มเสนอแนวคิด มาให้เรา เราดูแล้วเข้าท่าเพียงแค่ ๖ กลุ่ม ก็ประกาศว่าโอเค ๖ กลุ่มนี้ยูมีสิทธิเดินหน้าต่อไป เข้ารอบ ตอนนี้บอกว่า ๖ กลุ่มนี้คุณเขียนต่อไปให้เวลา ๔๕ วัน ๔๕ วันคุณต้องออกมาให้ผม ๒ อย่าง ๑. คือดีฟินิทิฟว ดีไซน์ (Definitive design) คือดีไซน์ (Design) ที่ดูแล้วรู้เรื่อง มีดรอว์อิง (Drawing) มีอะไรต่ออะไรหมด รู้ว่าสร้างที่ไหน ปัญหาเป็นอย่างไร ๒. ขอแมซิมัม การันตี ไพรซ์ (Maximum Guarantee Price) ขอราคาสูงสุดของคุณ เผื่อวันหน้าคุณได้ คุณจะมาปูดไปกว่านี้ไม่ได้ ค่าเค (K) ค่าอะไรก็ไม่ให้ทั้งนั้นละ ทีนี้ที่ผมพูดมันไม่มี ไม่มีก็ย้อนกลับไป ในระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีก็บอกไว้ว่าโครงการนี้ไม่ได้เขียนอย่างที่ผมพูดเป๊ะนะครับ แต่ในความหมายคือว่าเนื่องจากโครงการนี้ในวันนี้และวันหน้าจะต้องเป็นลูกผสมระหว่างเงินกู้ด้วย และเงินงบประมาณปกติด้วยในขั้นโอเปอเรชัน (Operation) แน่นอน เขาบอกว่าไม่รู้ละ โครงการนี้ ถ้าโครงการใดมีเรื่องที่จะต้องเอางบประมาณปกติมาใช้ไม่ว่าวันใดวันหนึ่งข้างหน้า ไม่ได้เขียนอย่างนั้นนะครับ แต่แปลว่าอย่างนั้นไปใช้ระเบียบปกติ ไปใช้ระเบียบที่มีอยู่ ห้ามไปทำอย่างอื่น ถ้าจะให้ผมอ่านก็ยังพอไหว ไม่ต้องอ่านก็ได้ผมมีนะครับ
ข้อ ๒ เขาบอกว่าอ้ายที่พูดอย่างเมื่อสักครู่นี้ถ้าพบว่าอะไรมันพิเศษ มันไม่มี ก็ให้ กบอ. คือผมและคณะนี่นะครับเสนอกระทรวงการคลัง กระทรวงการคลังก็ออกระเบียบ ออกมาเป็นพิเศษ ทีนี้ยกตัวอย่างพิเศษที่ว่านี้มันคืออะไรบ้าง ที่ผมไปขอให้เขาออกก็คือว่า ต่อไปนี้ผมบอกว่ามี ๑๐ โมดูล (Module) แต่ละโมดูลมีหลายเรื่องแทนที่จะไปทีละเขื่อน ๆ ผมรวบเลยทุกเขื่อน ๓๐ เขื่อนถือว่าโมดูลเดียว อย่างนี้เป็นต้น หรืออย่างคลังข้อมูลแทนที่จะ เป็นคลังข้อมูลอันหนึ่งระบบโฟลว์ แคช (Flow cash) อันหนึ่งระบบโมเดลลิ่ง (Modeling) อันหนึ่ง ผมบอกไม่เอา ทั้งหมดนี่เรียกเหมือนกันหมด เอามารวมก้อนกันตอนนี้เหลือ ๖ บริษัท เพื่อให้ได้ของดีที่สุดเราก็บอกโอเคยูมี ๒ ซองนะ ซองที่ ๑ ซองทางด้านเทคนิคเดอะเบสท์ (The Best) ถ้าผ่าน ๘๐-๙๐ เปอร์เซ็นต์จึงผ่าน แต่ผ่านนั้นดีที่สุดเอาดีที่สุดมาอันเดียว อันอื่นไม่สนใจนะครับเปิดดูราคา เพราะจะเอาดีที่สุดก็พูดมาตั้งแต่ต้นแล้ว ถ้าตกลงกันได้ ก็ตกลง ตกลงกันไม่ได้ก็ไปเปิดซองที่ได้คะแนนลงมา นี่คือสิ่งที่ผมขอ เพราะเราตั้งท่ามา ตั้งแต่ต้นแล้วว่าเราจะเอาสิ่งที่ดีที่สุดมาป้องกันน้ำท่วมบนสถิติ ๑๐๐ ปี เพราะฉะนั้น ในความหมายก็คือว่าระเบียบการจัดซื้อจัดจ้างยังอยู่ ถ้ามีอยู่ต้องใช้ ถ้ามีอะไรพิสูจน์ว่า มันไม่มีและมันดีกว่าผมขอได้ ไม่ได้มีการเลิกของเดิมเลยแม้แต่นิดเดียว ผมอ่านเท่าไรก็ไม่เจอ อ่านจนกลัวนะครับ กลัวจะเจอ กับอ่านแล้วกลัวไม่เห็นและท่านเห็นท่านจะมาต่อว่าผม ไม่มี จะมีอย่างที่ผมพูด เพราะฉะนั้นก็กราบเรียนท่านอดีตนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ว่าไม่เลิก มีใช้ ถ้าไม่มีเพราะว่าตั้งขึ้นมาใหม่ในกติกาใหม่เพื่อประโยชน์ส่วนรวมก็จะขอ ถ้าให้ก็ทำต่อ ไม่ให้ก็ไม่ทำเพราะไม่รู้จะทำอย่างไร เพราะมันคนละเรื่องกันนะครับ เพราะฉะนั้นคำถามว่า ไปเลิกราอะไรแล้วมาตั้งอันใหม่ ไม่ใช่ นี่เป็นการผสมผสาน ท่านก็ช่วยติดตามดูแลพวกผม ก็แล้วกันว่าผมจะผสมผสานอย่างนี้จริงหรือไม่จริงเพียงใด แค่ไหน ทีนี้ผมก็พูดนิดหนึ่ง ท่านก็อย่าโกรธผมก็แล้วกันครับ ต้องขออนุญาตไม่โกรธไว้ก่อนครับ ในระหว่างที่เราทำเรื่องนี้ ก็มีคนมาถกเถียงว่าออกทำไม ๆ ออกแล้วเดี๋ยวก็ต้องขอ ก็ต้องขอถ้าไปเจอของใหม่ ๆ สู้เอาเข้า ครม. ทีละครั้งเลยไม่ดีกว่าหรือ ผมก็บอกมันจะไปดีอย่างไรครับ ต้องไปพึ่ง ครม. ทำให้พรรคพวกเขาลำบาก ขอยกเว้น ๆ ออกไปเลยรู้แล้วรู้รอดให้เขารู้ว่าเราเขียนว่าอย่างไร เพราะฉะนั้นกราบเรียนว่าก็คิดอยู่เหมือนกันตั้งแต่ต้นระหว่างไม่ออกเลยแล้วขอยกเว้น ครม. เป็นรายโครงการ ซึ่งในอดีตบางครั้งก็ทำกันอยู่ กับออกมาให้เห็นหน้าเห็นหลังกันเลยนะครับ แล้วก็มีส่วนลูกผสม นี่คือคำตอบที่ท่านได้กรุณาถาม
ย้อนกลับไปเมื่อสักครู่นิดหนึ่งว่ารีบกู้ ไม่ใช่รีบกู้ครับ คือรีบให้ผู้คนที่เขาไม่เชื่อ เราเชื่อว่าเราจะทำแน่โดยมีเงินแล้วไม่รีบเอาเงินมามันเสียดอกเบี้ย กู้เฉพาะที่ใช้เรื่อย ๆ ไป ผมก็หวังว่าจะใช้น้อยกว่า เพราะวันนี้คำนวณแล้วน้อยกว่าเดิมไป ๘,๐๐๐ ล้านบาทแล้วครับ เอาเข้า ครม. ไปเรียบร้อยแล้วครับว่าประเมินใหม่อาจจะต่ำกว่าที่ประเมินเอาไว้ ๘,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งผมก็หวังว่าผมจะรักษาสิ่งเหล่านี้เอาไว้นะครับ ที่ถามว่าทันไหม ยืนยันว่าทันแน่นะครับ ผมก็พยายาม ไม่ใช่ผมคนเดียวนะครับ พูดอย่างนี้เดี๋ยวคนอื่น เขาจะน้อยใจ คิดนะครับว่ามันจะต้องใช้จ่ายเงินอย่างไร ทั้งหมดนี้ไปอยู่ที่กระทรวงการคลัง กระทรวงการคลังก็มีสเคดูล (Schedule) ของการเบิกจ่ายไว้เรียบร้อยแล้ว เพราะฉะนั้น เดือนพฤษภาคมนี้มันก็จะเป็นไปตามกฎหมายทุกอย่างก็คือว่ามีตารางการใช้เงิน และโครงการก็เริ่ม แต่ว่าไม่ได้ใช้เงินหมดภายในเดือนพฤษภาคม เพราะหลายคน เข้าใจผิดครับ เมื่อไรจะใช้เงินและมันจะหมดทันเดือนพฤษภาคมหรือ มันใช้ได้อย่างไรครับ มันไม่ใช่น้ำท่วม มันถึงจะแป๊บเดียวท่วมหมดมันก็ต้องค่อย ๆ ใช้ แต่เอาเป็นสรุปที่ว่า อย่างไรน้ำไม่ท่วมแน่ อย่างไรไม่โกงแน่ แล้วท่านก็กรุณาตรวจสอบพวกผมก็แล้วกันนะครับ ก็จะทำให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่ผมกราบเรียนอีกนิดหนึ่งครับว่ามันจำเป็นต้องเป็นแพคเกจ เป็นเรื่องใหญ่ ผมนำเล่าให้ท่านฟังผมไปด่าประเทศตัวเองที่ประเทศญี่ปุ่นตอนนี้ผมยังทะเลาะ กับเขาเลยครับ เรื่องเรซเวย์ (Raceway) อ้ายโน่นก็ว่าไม่ดี อ้ายนี่ก็ว่าไม่ดี อ้ายโน่นก็ยังไม่ครบ ผมกลับจากประเทศญี่ปุ่น เมืองเอโดะคือโตเกียวทำเรซเวย์มาเมื่อ ๔๐๐ ปีที่แล้วครับ ประเทศไทยยังมะงุมมะงาหราเถียงกับผมอยู่ครับว่าควรจะทำดีหรือไม่ทำดี เพราะฉะนั้น ก็ขอความกรุณาให้ผมทำ บ้านท่านก็ไม่ท่วมด้วย บ้านผมก็ไม่ท่วมด้วย กราบขอบพระคุณครับ
ท่านวรชัย ประท้วงใครครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม วรชัย เหมะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดปราการ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมขอประท้วง ท่านประธานตามข้อ ๘ ท่านประธานครับ พวกผมเตรียมข้อมูลไว้เยอะแยะเลยแต่ท่านไปเพิ่มเวลา ให้ฝ่ายค้านครับ เพราะฉะนั้นถ้าท่านเพิ่มเวลาให้ฝ่ายค้านท่านต้องเพิ่มเวลาให้พวกเราด้วยครับ ท่านประธานครับ
ท่านไปบอกวิปมา ไปผ่านวิปมา
แล้วเมื่อสักครู่ท่านบอกวิปแล้วยังครับ ที่ท่านเพิ่ม ๑๐ นาทีให้ฝ่ายค้านครับ
คืออย่างนี้ท่านวรชัยครับ ฝ่ายค้านก็เหลืออยู่จำนวนแค่นี้ครับ
นี่ท่านประธานครับดูสิครับ ข้อมูล ที่ ส.ส. ฝ่ายรัฐบาลเตรียมไว้ครับ
๖ ท่าน ขอมาคนละ ๑๐ นาที ๑๕ นาที ผมขอให้แค่คนละ ๕ นาที ก็เกินแค่ ๑๐ นาที
ถ้าอย่างนั้นท่านก็ต้องเพิ่มให้ฝ่ายเรา ด้วยครับ ๑๐ นาทีเหมือนกันครับ ยุติธรรม
ฝ่ายรัฐบาลท่านก็ขอวิปมา ท่านขอวิปให้วิปมาบอกผมแล้วผมจะอนุญาต ท่านจะมาสั่งผม ไม่ได้ไปบอกวิปท่านไม่ต้องประท้วงผมไม่ให้ท่านพูด นั่งลงครับเสียเวลาเดี๋ยวจะไปแล้ว จะไปอีกไวนะครับมันจำเป็นเวลาสำคัญนะครับ
ก็ขอเวลา ๑๐ นาทีท่านประธาน ก็ขอเท่ากันนะครับ
ไม่ ๆ
นี่ข้อมูล
บอกวิปว่า ท่านอย่าเถียงผมไม่เอา นั่งลง ไม่เอาแล้วครับอย่างนี้ไม่ได้ ท่านอรรถพรครับเอาแต่เนื้อ ๆ ท่านมีเวลาแค่ท่านละ ๕ นาที ผมก็โดนต่อว่าแล้วท่านประเสริฐช่วยควบคุมให้ผมด้วยครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร กระผม อรรถพร พลบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบุรี พรรคประชาธิปัตย์ มีเวลาแค่ ๕ นาทีก็คงจะต้องเนื้ออย่างเดียว ผมจะใช้เวลาเพียง ๕ นาทีนี้ที่จะสรุปให้เห็นว่า ตลอดเวลา ๑๐ กว่าชั่วโมงที่ฝ่ายค้านทุกพรรคได้ร่วมกันตรวจสอบการก่อสร้างหนี้ จำนวนมหาศาลที่สุดในประเทศไทย ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนั้นเรามีเหตุผลอย่างไร จึงต้องตรวจสอบอย่างเข้มข้นถึงขนาดนี้ เรามีเหตุผลง่าย ๆ อยู่ ๓ ข้อครับ
ข้อแรก เราเชื่อมั่นในความสุจริตและความมุ่งมั่นของรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงคมนาคม ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ เกียรติประวัติที่งดงามในการทำงานของท่าน ทำให้เราเชื่อเช่นนั้น แต่เราไม่เคยเชื่อว่าคนที่มีอำนาจเหนือท่านไม่โกงครับ
ข้อที่ ๒ ท่านประธานที่เคารพครับ หนี้สินก้อนนี้มันผูกพันยาวนาน ไม่เฉพาะรุ่นเราครับ ถึงลูกถึงหลานอีก ๕๐ ปี ซึ่งมันไม่แน่เสมอไปว่าถึงวันนั้นเราจะใช้หนี้หมด หรือเราจะล้มละลายเหมือนประเทศกรีก เหมือนประเทศไซปรัส จากจุดเปลี่ยนประเทศไทย วันนี้ถึงวันนั้นพวกเราไม่อยู่กันแล้วครับ บางคนไปเกิดใหม่ที่เขมรแล้วครับ บางคนก็อาจจะ ไม่มีแผ่นดินจะอยู่ แต่ลูกหลานของเรา ลูกหลานของผมด้วยรับภาระ
ข้อที่ ๓ ท่านประธานครับ เราต้องเผชิญคำถาม เรามาจากชาวบ้านเราต้อง เผชิญคำถามแม้แต่เราต้องเผชิญคำถาม ลูกของเรา ลูกของพวกผมก็ต้องเผชิญคำถาม จากลูกของชาวบ้านในอีก ๓๐-๔๐ ปีข้างหน้าว่าไปร่วมสร้างประวัติศาสตร์อย่างนี้ได้อย่างไร คำถามคืออะไรครับ ผมเกิดอยู่ภาคอีสานผมเจอคำถามครับ หนี้สาธารณะตรงนี้เมื่อรวมกับ ดอกเบี้ยจะเป็น ๕,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท พี่น้องภาคอีสานมี ๒๑ ล้านคน เฉลี่ยต่อหัว ประชากรรวมแล้วรับภาระตรงนี้ไป ๑๖๕,๐๐๐ ล้านบาท ได้รถไฟไปถึงปากช่อง ถึงโคราช แล้วไหนล่ะครับระบบน้ำที่มันจะปฏิวัติภาคอีสานทั้งภาคให้มันเต็มไปด้วยหยดน้ำ เต็มไปด้วย ความหวังไม่ใช่กันดารอย่างนี้ชั่วนาตาปีเขามีสิทธิจะตั้งคำถามครับ คนอุบลราชธานีเขาต้อง แบกรับภาระหนี้เฉลี่ยออกมาจาก ๕,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ๑๔๗,๐๐๐ ล้านบาท แสนกว่าล้านบาทที่เขาต้องแบกหนี้ โดยเฉพาะคนอุบลราชธานีจังหวัดเดียวเขาไม่มีสิทธิ จะถามหรือครับว่าทำไมรถไฟความเร็วสูงไม่ไปถึงเขา ไม่ไปถึงลาวใต้ แขวงจำปาสัก เมืองปากเซล่ะครับ เขามีสิทธิถาม คนใต้รับภาระแบ่งเฉลี่ยจาก ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ๕๘๕,๐๐๐ ล้านบาท แต่รถไฟความเร็วสูงไปแค่หัวหินแค่จะข้ามอำเภอทับสะแก ไปจังหวัดชุมพรเขายังไม่มีโอกาสเลย แล้วไหนล่ะอุตสาหกรรมศูนย์ประมงที่ยิ่งใหญ่ไพศาล อยู่ตรงไหนเขามีสิทธิถาม คนกาญจนบุรีรับภาระเท่าไรรู้ไหมครับพี่น้องจังหวัดเดียวนี่ครับ ๖๕,๔๐๐ ล้านบาท แบ่งหนี้ตรงนี้มาเฉพาะจังหวัดกาญจนบุรีจังหวัดเดียว ๖๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท แล้วไหนล่ะความหวังของเขาที่จะมีทางเชื่อมต่อไปทวายโปรเจกต์อยู่ตรงไหนครับ เขามีสิทธิถามไหม เขามีสิทธิถามทั้งนั้นละครับ คน ๓ จังหวัดภาคใต้รับภาระเท่าไรรู้ไหม พี่น้องฟังเอาไว้ ๑๔๘,๐๐๐ ล้านบาท หนี้ ๕๐ ปีตรงนี้ แล้วบาทเดียวลงพื้นที่เขาบ้างหรือไม่ นอกจากระเบิดกับเสียงปืน เขามีสิทธิถาม ท่านนายกรัฐมนตรีคนต่อไปคนนี้ คนต่อไป จะหน้ากลมกว่านี้หรือไม่ก็มีสิทธิถูกตั้งคำถาม ท่านแต่งตัวหรูหราไปตัดริบบิ้นเปิดรถไฟความเร็วสูง ไปจังหวัดเชียงใหม่ ไปโคราช ถ่ายรูปแว้บ ๆ ทั่วโลกครับ ต่างชาติเขาก็มีสิทธิถามว่าเท่ มีรถไฟความเร็วสูง ค่าโดยสารเท่าค่าเครื่องบิน และถนน ๗,๐๐๐ กว่ากิโลเมตรที่เป็นลูกรัง ทั้งชาติอยู่ตอนนี้มีเม็ดเงินไปทำกี่ปีจะเสร็จ เป็นหนี้ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ๗,๐๐๐ กิโลเมตร เมื่อไรจะเสร็จ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ ๑๔,๐๐๐ แห่งที่มันซอมซ่ออยู่ทุกวันนี้มันอยู่ตรงไหน ของ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท นี่ไม่ใช่หรือคือการพัฒนาอย่างสมบูรณ์ทุกด้าน จะเปลี่ยนประเทศไทย ก็เปลี่ยนแค่การขนส่งอย่างนั้นหรือครับ พื้นที่ชลประทานประเทศไทยมีอยู่ ๓๒๑ ล้านไร่ วันนี้มีพื้นที่ชลประทานจริง ๆ อยู่ ๒๘ ล้านไร่ ยังไม่ถึงร้อยละ ๑๐ เลย แล้วไหนล่ะจุดเปลี่ยน ประเทศไทย อ้าย ๕๐ ปี ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนี่มันมีลงไปตรงนี้เพื่อให้ทุกที่มีชลประทาน เกินกว่า ๓๐ เปอร์เซ็นต์หรือ ๔๐ เปอร์เซ็นต์ของพื้นที่หรือไม่โดยเฉพาะในภาคอีสานนั่นละครับ ท่านจะถูกตั้งคำถามเหล่านี้ และถ้าท่านจะตอบคำถามเหล่านี้ให้สวยหรูที่สุดท่านก็ต้องเป็น นักตลบตะแลงชั้นยอดละครับ ฉะนั้นจุดเปลี่ยนประเทศไทยวันนี้มันคืออะไร มันเปลี่ยน ประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางอาเซียนที่มันต่อไม่ติดทุกภาคส่วนหรือไม่ หรือมันเป็นแค่ จุดเปลี่ยนวาทกรรมทางการเมืองที่เมื่อตอนหาเสียงพูดอย่างไรก็ได้ เวลาทำทำได้อีกแบบหนึ่ง มันเป็นจุดเปลี่ยนกระบวนการทางการเมือง หรือจุดเปลี่ยนสู่กระบวนการหาทุนทางการเมือง หรือไม่ ฉะนั้นด้วยเหตุผลดังต่อไปนี้ ท่านประธานที่เคารพ ผมจึงไม่อาจสังฆกรรมกับ ร่างพระราชบัญญัติที่ก่อหนี้สินอย่างมหาศาลให้กับประเทศชาติได้ กราบขอบพระคุณครับ
รักษาเวลาดีมาก ท่านวินัย สมพงษ์ ท่านอิสสระมอบเวลาท่านอีก ๕ นาที ท่านได้ ๑๐ นาที เชิญเลยครับ ๑๐ นาที
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม พันเอก วินัย สมพงษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ อันที่จริงผมไม่ได้ตั้งใจจะอภิปราย ใครต่อใครหลายคนถาม ผมก็บอกว่า คราวนี้ผมจะเปิดทางให้นักการเมืองรุ่นน้อง ๆ ได้อภิปราย ส่วนผมนั้นจะนั่งฟัง ท่านประธานครับ ผมต้องมาอภิปรายวันนี้ก็ต้องมากราบเรียนเพิ่มเติมนิดหนึ่ง จะหาว่าเป็นคนโกหกเมื่อบอกว่า ไม่พูดแล้วทำไมถึงมาอภิปรายมาพูด เนื่องจากว่าในปี ๒๕๓๕ ปี ๒๕๓๖ ปี ๒๕๓๗ ปีที่เป็นต้นกำเนิด ของถนน ๔ เลนทั่วประเทศ รถไฟ ๔ รางทางคู่ มอเตอร์เวย์ วงแหวน สนามบินหนองงูเห่า อภิมหาโครงการเกิดขึ้นในสมัยที่ท่านนายกรัฐมนตรีชวน หลีกภัย ท่านเป็นนายกรัฐมนตรี ผมต้องกราบขออภัยที่เอ่ยนามท่าน โครงการเหล่านั้นหลายโครงการวันนี้ร่วม ๆ ๒๐ ปี ก็ยังไม่เสร็จ เผอิญเมื่อท่านเป็นนายกรัฐมนตรี ผมได้เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมให้ท่าน ผมเป็นคนที่เสนอโครงการถนน ๔ เลน แผน ๑ แผน ๒ รถไฟ ๔ รางทางคู่สนามบินหนองงูเห่า มอเตอร์เวย์ สารพัดครับอภิมหาโครงการ รวมเงินแล้วในปี ๒๕๓๕ ปี ๒๕๓๖ ปี ๒๕๓๗ ก็ประมาณ ๔๐๐,๐๐๐-๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งถ้าคิดเทียบกับเงินปัจจุบัน ๒๐ ปีผ่านมา ถึงวันนี้มูลค่าก็คงประมาณ ๑.๕ ล้านบาท ถึง ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ประมาณนั้นทีเดียวครับ เป็นโครงการอภิมหาโปรเจคต์ครั้งแรกตั้งแต่มีการเปลี่ยนแปลงการปกครองมาที่อุบัติขึ้น ในสมัยท่านชวน หลีกภัย เป็นนายกรัฐมนตรี ท่านประธานครับ ท่านชวนบอกว่าคุณวินัย คุณทำเองมากับมือ เพราะผมเป็นคนเสนอโครงการเหล่านี้ เป็นต้นคิด ต้นกำเนิด หลายโครงการ ที่ยังไม่แล้วเสร็จเป็นเพราะอะไร ท่านนายกรัฐมนตรีชวนอยากให้ผมมาช่วยอธิบาย เพราะสิ่งที่ไม่แล้วเสร็จมันเป็นภาระมาถึงรัฐบาลของท่านในวันนี้ที่ต้องกู้ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท มาทำต่อ ท่านประธานที่เคารพครับ อันที่จริงสมัยท่านนายกรัฐมนตรีชวน อภิมหาโครงการ ๕๐๐,๐๐๐ ล้านล้านบาท วันนี้ก็มูลค่า ๑.๕ ล้านบาท ถึง ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เราไม่ได้ออก พ.ร.บ. กู้เงินเหมือนอย่างรัฐบาลชุดนี้ ผมไม่ได้ว่าดีหรือเลว แต่ว่ามันเป็น ความแตกต่างกัน สมัยนั้นเราทำโครงการ ๑ ๒ ๓ ๔ ถนน ๔ เลน รถไฟ ๔ รางทางคู่ โครงการ ๑ ๒ ๓ ๔ จะใช้เวลาทำกี่ปี งบประมาณเท่าไร แล้วก็เอางบประมาณไปใส่ใน งบประมาณประจำปี ปีที่ ๑ ปีที่ ๒ ปีที่ ๓ ปีที่ ๔ ปีที่ ๕ บางโครงการก็ ๖ ปี บางโครงการก็ ๘ ปี บางโครงการก็ ๑๐ ปี ไม่ต้องกู้ก้อนใหญ่ ๆ อย่างนี้แต่ทยอยกู้เอาเข้าในงบประมาณ ประจำปีงบประมาณรายจ่ายแล้วให้สภาเป็นคนซักฟอก ผมเองก็ยืนอยู่บนฟลอร์ (Floor) โน้น ให้สภาซักฟอกตลอดทุกกรณีครับ ท่านประธานที่เคารพครับ อันที่จริงถนน ๔ เลน รถไฟ ๔ รางทางคู่ไม่ได้เกิดครั้งแรกในสมัยนายกรัฐมนตรีชวน หลีกภัย หรอกครับ หลายรัฐบาล ก่อนหน้านายกรัฐมนตรีชวนท่านก็ทำถนน ๔ เลน อย่างรถไฟ ๔ รางทางคู่คนแรกที่ทำ ก็คือ พันเอก พระยาพหลพลพยุหเสนา ทหารปืนใหญ่เป็นนายกรัฐมนตรี แล้วทิ้งช่วง ที่มาถึงรัฐบาลชวน หลีกภัย อีก ๕๕ ปีมาถึงผมก็ทำรถไฟ ๔ รางทางคู่ต่ออีกประมาณ ๓,๐๐๐ กว่ากิโลเมตร เป็นโครงการที่เราสานต่อ เช่นเดียวกับถนน ๔ เลน ก่อนหน้า นายกรัฐมนตรีชวนมีถนน ๔ เลน แต่มันต่างจากรัฐบาลชวนตรงที่ว่าถ้าเราเดินจากกรุงเทพฯ ตามถนน ๔ เลนไป สุดทางเมื่อไรไม่ใช่บ้านนายกรัฐมนตรีก็เป็นบ้านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงคมนาคม แปลว่าในอดีตก่อนหน้าปี ๒๕๓๕ ที่คุณชวนจะมาเป็นนายกรัฐมนตรี คนที่ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีหรือว่าเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมมีอำนาจ วาสนาก็ทำถนนเข้าบ้านตัวเอง เมื่อมาถึงสมัยผมและท่านนายกรัฐมนตรีชวนเราตัดสินใจ ตกลงว่าเราจะกระจายความเจริญไปทั่วทุกภูมิภาค เหนือ ใต้ ตะวันออก ตะวันตก อย่างเสมอภาคกัน เพราะฉะนั้นถนน ๔ เลนแผนแรกจากกรุงเทพฯ เป็นเส้นรัศมี ไปถึงจังหวัดเชียงใหม่ ๔ เลน เส้นที่ ๒ จากกรุงเทพฯ ไปจังหวัดหนองคาย ไปถึง จังหวัดอุบลราชธานี ภาคอีสาน และเส้นที่ ๓ จากกรุงเทพฯ ไปจังหวัดตราดเป็น ๔ เลน เส้นที่ ๔ จากกรุงเทพฯ ไปจังหวัดนราธิวาส เสร็จใช้การได้โครงการนี้ ๗-๘ ปีเสร็จ ๔ เลน แผน ๒ เมื่อมีเส้นรัศมีแล้วเราเสนอทำโครงการ ๔ เลนแผน ๒ เป็นตาหมากรุกจากตะวันตก ไปตะวันออกขนานกัน เหนือจดใต้ขนานกันตัดกันเป็นตาหมากรุก นั่นคือกำเนิดของ ถนนอีสท์ เวสท์ คอร์ริดอร์ที่ลือกระฉ่อนไปทั่วเซาท์ อีสท์ เอเชีย (South East Asia) ว่าเราคิดดีทำดี เป็นถนนที่ยังประโยชน์ให้กับอาเซียนในปัจจุบัน ต่างชาติสนใจ พี่น้องครับ ๔ เลนแผน ๒ ๑๐๓,๓๐๐ ล้านบาททำเป็นโครงการ เห็นไหมครับแต่วันนี้ ๔ เลนแผน ๒ ยังไม่เสร็จ มารบกวนถึงคณะรัฐบาลชุดนี้ต้องจัดเงินอีกประมาณ ๘๐,๐๐๐ ล้านบาท มาทำต่อให้เสร็จ เพราะอะไรผมจะอธิบายท่าน ท่านประธานครับ รถไฟ ๔ รางทางคู่สมัย ท่านนายกรัฐมนตรีชวน ๘๐,๐๐๐ ล้านบาท ๓,๐๐๐ กว่ากิโลเมตร ท่านที่เคารพ ท่านประธานครับ ในสมัยผมเป็นรัฐมนตรีท่านนายกรัฐมนตรีชวนอนุมัติเฟสที่ ๑ โครงการแรก ทำรถไฟ ๔ รางทางคู่ชานเมืองจากกรุงเทพฯ ไปจังหวัดลพบุรีภาคเหนือ ไปภาคอีสาน ก็กรุงเทพฯ ไปมาบกะเบา จังหวัดสระบุรี ภาคตะวันออกจากกรุงเทพฯ ไปจังหวัดฉะเชิงเทรา ภาคใต้กรุงเทพฯ ไปจังหวัดนครปฐม ๗,๖๐๐ ล้านบาทที่นายกรัฐมนตรีชวนท่านอนุมัติ ทำได้เพียง ๒๓๔ กิโลเมตร เหลืออีกเกือบ ๓,๐๐๐ กิโลเมตร ตกค้างมาถึงรัฐบาลของท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ต้องกู้เงิน ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทมาทำต่อ ท่านประธานสภาที่เคารพ อีกหลายโครงการ ที่ไม่แล้วเสร็จ เช่นมอเตอร์เวย์ เส้นแรกที่ผมทำกรุงเทพฯ-ชลบุรี เสร็จแล้ว ๑๔,๐๐๐ ล้านบาท เส้นที่ ๒ จากบางใหญ่-ราชบุรี-บ้านโป่ง ยังไม่แล้วเสร็จ โชคดีรัฐบาลชุดนี้หยิบขึ้นมา สานต่อแต่ต่อไปถึงจังหวัดกาญจนบุรี ทำไมต้องตกเป็นภาระของท่าน ท่านประธานสภา ที่เคารพครับ โครงการต่าง ๆ เหล่านี้มันน่าจะจบตั้งนานทำไมมันถึงไม่จบทิ้งมาตั้ง ๒๐ ปี ท่านประธานครับ ผมทำมากับมือขออธิบายความอย่างนี้ สมัยรัฐบาลชวน ปี ๒๕๓๕ ปี ๒๕๓๖ ปี ๒๕๓๗ อนุมัติโครงการผมเป็นคนเสนอ ครม. ชวนเป็นคนอนุมัติ ผมเอาใจใส่ ดูแล เรียกว่าหายใจเป็นถนน ๔ เลนและรถไฟ ๔ รางทางคู่ จนกระทั่งท่านชำนิ ศักดิเศรษฐ์ ท่านล้อผมว่า พี่วินัย ณ ถนน ๔ เลนและรถไฟ ๔ รางทางคู่ เอาจริงเอาจังแต่ก็ไม่สำเร็จ อย่างไรก็แล้วแต่ ในช่วงรัฐบาลชวน ปี ๒๕๓๕ ปี ๒๕๓๖ ปี ๒๕๓๗ ปี ๒๕๓๘ รัฐบาลชวลิต และรัฐบาลชวน ๒ ปี ๒๕๔๓ โครงการต่าง ๆ ที่ผมทำขึ้น ถนน รถไฟ รถยนต์ ได้รับ การสนับสนุนเป็นอย่างดี ท่านประธานครับ ในสมัยรัฐบาลชวนงบประมาณ ๑๐๐ บาท ท่านเอาเงินมาเป็นงบลงทุน ประมาณ ๒๗ บาท ๒๘ บาท ๒๙ บาท ท่านไปเปิดดูในเอกสารของงบประมาณ ๑๐๐ บาท งบประมาณเป็นเงิน ๒๗ บาท ๒๘ บาท ๒๙ บาท เพราะฉะนั้นผลงานถนน รถไฟก็หลั่งไหล ออกมา พอมาถึงรัฐบาลคุณทักษิณ ชินวัตร ผมต้องกราบขออภัยเอ่ยนามท่านด้วย ความเคารพ เขาเป็นรุ่นน้อง เขาเป็นคนดี คนเก่ง บางอย่างผมชม แต่บางอย่างพี่น้องครับ มันมาจากนโยบายของคุณทักษิณ คุณทักษิณเป็นนายกรัฐมนตรี ปี ๒๕๔๔ ปี ๒๕๔๖ ปี ๒๕๔๗ มาถึงปี ๒๕๔๘ ปี ๒๕๔๙ นโยบายของทักษิณก็คือประชานิยม เมื่อเป็นอย่างนั้น จำเป็นต้องตัดงบประมาณในการลงทุนไปทุ่มเทในเรื่องการทำนโยบายประชานิยม เพราะฉะนั้นงบลงทุนที่เคยทุ่มเทลงไป ๑๐๐ บาทเทลงไป ๒๗ บาท ๒๘ บาท ๒๙ บาท คุณทักษิณก็ตัดเกือบหมด ๑๐๐ บาท เหลือเงินลงทุนไม่ถึง ๑ สลึงครับ ผมเฝ้าสังเกตดู ปี ๒๕๔๔ ปี ๒๕๔๕ ปี ๒๕๔๖ ปี ๒๕๔๗ ผมอภิปรายงบประมาณที่นี่ ผมบอกว่า ท่านนายกรัฐมนตรีทักษิณบ้านเมืองมันต้องเดินต่อไป รัฐบาลท่าน ๑๐๐ บาทลงทุนไม่ถึง ๑ สลึง ถนนก็ไม่เดิน รถไฟก็ไม่เดิน ท่านแก้ไขเถอะ เมื่อผมกระทุ้งอย่างนี้คุณทักษิณปรับตัว ทันทีครับ ท่านได้สั่งให้กระทรวงคมนาคมลงทุน ๗๐๐,๐๐๐ ล้านบาทในโครงการรถไฟฟ้า ในกรุงเทพมหานคร ก็เป็นคุณงามความดีที่ผมชมเชยว่าเมื่อถูกติติงแล้วท่านก็ปรับตัว ท่านที่เคารพครับ เหตุที่โครงการต่าง ๆ ชักช้าจนตกมาเป็นภาระของรัฐบาลชุดนี้ ก็เพราะว่า นโยบายของคุณทักษิณเปลี่ยนจากการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานมาเป็นนโยบายทางด้าน ประชานิยม จนกระทั่งผมมากระทุ้งปี ๒๕๔๘ ปี ๒๕๔๙ จึงเริ่มปรับตัวในเรื่องโครงสร้าง พื้นฐานอย่างที่เรื้อรังมาจนถึงปัจจุบันนี้ ท่านประธานที่เคารพครับ กระผมอยากจะขอ กราบเรียนว่าเหตุที่โครงการชักช้าก็เพราะว่านโยบายของรัฐบาลสมัยชวนกับทักษิณนั้น ต่างกัน เมื่อมาเป็นประชานิยมงบลงทุนก็ลดน้อยลงจนกระทั่งต้องมากู้ในขณะนี้ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมอยากจะพูดย่อ ๆ แต่เพียงเท่านั้นสำหรับโครงการถนน รถไฟ รถยนต์
อันที่ ๒ ที่ผมอยากจะพาดพิงพูดถึงสักนิดหนึ่ง ในสมัยคุณชวน หลีกภัย สมัยผมนี่ผมกราบเรียนนะครับว่ารถไฟความเร็วสูงก็ยังเป็นของใหม่ผมก็อยากได้ แต่ไม่รู้ว่า จะคุ้มทุนหรือไม่ จึงได้ตัดสินใจว่าเปิดให้เอกชนมาลงทุน อยากทำรถไฟความเร็วสูงเอกชน เข้ามา ปี ๒๕๓๕ ถึงปัจจุบันนี้ไม่มีเอกชนกระโดดเข้ามาแปลว่าความคุ้มค่ามันยังไม่เกิดขึ้น ท่านประธานที่เคารพครับ ๓-๔ ปีที่ผ่านมาประเทศเวียดนามเขาก็เห่ออยากจะมี รถไฟความเร็วสูงครับ วางแผนกัน ผมก็มองจ้องอยู่ตลอด ท่านประธานครับ ปีที่แล้ว ประเทศเวียดนามบอกเลิก ไม่เอาแล้ว ท่านประธานครับ การที่เราจะมีรถไฟความเร็วสูง ไปจังหวัดเชียงใหม่ ผมกราบเรียนนะครับว่าผมอยากให้ท่านได้ใคร่ครวญ ผมพูดให้ท่านได้คิด ผมเป็นนักการเมืองจิ่งหลงครับ ไม่อิจฉาใครอยากเห็นบ้านเมืองเจริญ ท่านประธานครับ ท่านทำรถไฟความเร็วสูงไปจังหวัดเชียงใหม่ แล้วไปอีก ๒-๓ สาย งบประมาณเกือบล้านล้านบาท ๗๐๐,๐๐๐-๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เดินทางจากกรุงเทพฯ ไปจังหวัดเชียงใหม่ ๒ ชั่วโมง ๕๐ นาที ไม่คิดเวลาออกจากบ้านไปรอที่สถานี ถ้าเผื่อท่านใช้บริการเครื่องบินโลว์ คอสท์ แอร์ไลน์ ราคาค่าเครื่องบินโลว์ คอสท์ แอร์ไลน์ พอ ๆ กับค่าโดยสารรถไฟความเร็วสูงจากกรุงเทพฯ ไปจังหวัดเชียงใหม่ประมาณ ๒,๕๐๐-๓,๐๐๐ บาท เท่า ๆ กับโลว์ คอสท์ แอร์ไลน์ ผมเช็กมาหมด ถ้าไปโลว์คอสท์ แอร์ไลน์ ไปขึ้นเครื่องที่สนามบินดอนเมือง ไปที่สนามบินสุวรรณภูมิ เครื่องบินจากกรุงเทพฯ-เชียงใหม่ ๑ ชั่วโมง จากที่นี่จากสภาไปสนามบินอีก ๑ ชั่วโมง ๒ ชั่วโมงจากที่นี่ไปจังหวัดเชียงใหม่ถึงแล้ว แต่รถไฟความเร็วสูงครับเกือบ ๓ ชั่วโมงกว่า
ท่านใช้เวลาเกินแล้วครับ ไปกินเวลาของเพื่อน ๒ นาทีครับ ท่านเลยเวลาแล้วครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ เมื่อเวลาหมด ผมไม่ต้องการกวนท่านอื่น ผมก็คงไม่สามารถพูดถึงเรื่องหนี้ได้ เพราะเมื่อกู้ต้องพูดถึงหนี้ ภาระหนี้จะเป็นอย่างไร ท่านประธานครับ เมื่อได้เวลาเท่านี้ก็ขอสรุปความว่าผมนั้น ไม่พึงใจที่จะมอบอำนาจของรัฐสภาของฝ่ายนิติบัญญัติให้กับฝ่ายบริหารได้ เพราะผมเชื่อว่า อำนาจในการอนุมัติเงินนั้นเป็นเรื่องของสภา มาตรา ๕ มาตรา ๗ ในร่าง พ.ร.บ. นี้ ท่านเอาอำนาจการพิจารณาอนุมัติเงินงบประมาณจากสภาไปสู่ฝ่ายบริหาร เพราะฉะนั้น เมื่อผิดหลักการอย่างนี้ กระผมจึงไม่เห็นด้วยที่จะอนุมัติในโครงการนี้ด้วยความเคารพ
ท่านเกียรติศักดิ์ เชิญครับ ๕ นาที
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายเกียรติศักดิ์ ส่องแสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดปทุมธานี พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานสภาที่เคารพครับ ไม่มีใครที่จะปฏิเสธหรือว่าไม่มีใครที่ไม่เห็นด้วยกับการพัฒนา เพราะการพัฒนาประเทศนั้นเป็นสิ่งสำคัญที่จะต้องพัฒนาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่มีผลโดยตรงต่อการดำรงชีวิตและความเป็นอยู่ของประชาชน ให้ประชาชนมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นหรือว่าคนส่วนใหญ่มีชีวิตดำรงอยู่ได้ที่ดีขึ้นนั่นเอง โครงสร้างพื้นฐานของคนไทย สังคมไทย และประเทศไทยนั้นมีหลายด้าน อย่างเช่น ด้านการศึกษา ด้านสาธารณสุข ด้านการเกษตร ด้านความมั่นคง ด้านความปลอดภัย ด้านเทคโนโลยี ด้านสิ่งแวดล้อม เป็นต้น ส่วนโครงสร้างพื้นฐาน ด้านคมนาคมขนส่ง ก็เป็นเพียงองค์ประกอบหนึ่งของโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ ดังนั้นโครงสร้างพื้นฐาน ทุก ๆ ด้านจะต้องได้รับการพัฒนาควบคู่ไปพร้อม ๆ กันจะละเลยเรื่องใดเรื่องหนึ่งไปไม่ได้เลย
(เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
ภาพที่ท่านเห็นนะครับก็เป็นอีกภาพหนึ่ง ซึ่งร่างพระราชบัญญัติให้กู้เงิน ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนั้นท่านได้นำมาลงทุนในระบบราง ขนาดใหญ่ สิ่งที่ท่านเห็นนี้นะครับเป็นเส้นทางของโตเกียว-ฮิโรชิมา ยังมีตู้ว่างอยู่ ไม่มีผู้โดยสาร อันนั้นเป็นที่เมืองโตโยฮาชิ เพราะว่ารถไฟความเร็วสูงนั้นเขามีไว้ให้ใช้ เฉพาะคนรวย แต่จริง ๆ แล้วเขาไม่ได้ห้ามคนจนหรอกครับ แต่ว่าคนจนนั้นไม่มีปัญญาไปนั่ง ประเทศญี่ปุ่นไม่มีคนจนนะครับ แต่ว่าไม่มีคนขึ้นไปนั่งก็เนื่องจากว่าราคามันแพงนั่นเอง ผมเองนั้นได้มีโอกาสไปก็ต้องลองนั่งดูบ้างนะครับถึงแม้ว่าจะเป็นคนจน ขอคลิปที่ ๒ ครับ รถไฟฟ้าชานเมืองที่ท่านเห็นนะครับเป็นสายหมอชิต-สะพานใหม่-คูคต เส้นทางดีถูกต้องแล้ว น่าจะทำมาตั้งนาน แต่ปลายทางไปถึงตำบลคูคต ซึ่งเป็นชุมชนหนาแน่น ถ้าไปทางขวา ทางทิศเหนือจะเป็นตำบลลำสามแก้ว ตำบลลาดสวาย แล้วก็ตำบลบึงคำพร้อย ท่านต่อออกไป อีกสักนิดได้ไหมครับ งบประมาณที่ท่านตั้งเอาไว้ ๕๘,๕๙๐ ล้านบาท ถ้าท่านต่อไปอีก ประมาณสัก ๓ สถานีก็คือตำบลลำสามแก้ว ตำบลลาดสวาย และตำบลบึงคำพร้อย ไปมีสถานีปลายทางอยู่ที่ตำบลบึงคำพร้อย ซึ่งเป็นวงแหวนตะวันออกจะใช้งบประมาณ ในการก่อสร้างเท่าเดิมก็คือ ๕๘,๕๙๐ ล้านบาท เนื่องจากถ้าหากว่าท่านขยายเส้นทางไปแล้ว ปลายทางนั้นก็จะเป็นศูนย์ในการซ่อมแล้วก็เป็นอาคารจอดแล้วจร การซื้อที่ดินเพื่อใช้ทำ อาคารจอดแล้วจร แล้วก็สถานีปลายทางนั้นที่ดินจะถูกลงกว่าครึ่ง งบซื้อที่ดินท่านตั้งเอาไว้ จำนวนทั้งสิ้น ๗,๖๐๐ ล้านบาท ไปซื้อที่ดินตรงนั้นจะเหลือที่ดินถูกลงแล้วจะมีการขยาย เส้นทางออกไปได้อีกถึง ๓ สถานีด้วยกัน แล้วท่านครับตำบลคูคตตรงนั้นการจราจรแออัดมาก คนที่อยู่ในตำบลคูคต ตำบลลำสามแก้ว ตำบลลาดสวาย ใครจะดินทางขับรถมานั่งตรงนี้เขาก็ ขับรถเข้าวงแหวนตะวันออกเช่นเคย ท่านประธานที่เคารพครับ อีกเรื่องหนึ่งที่ท่านได้นำเงิน มาใช้ในเรื่องนี้ก็คือเรื่องของถนน ยุทธศาสตร์ข้อ ๓.๒ ขอคลิปด้วยครับอันนี้เลยครับ ถนนพหลโยธินหน้าเซียร์รังสิตเป็นอย่างนี้เมื่อสัปดาห์ที่แล้วนี่เองแต่ไม่มีงบประมาณนะครับ ผมอภิปรายไปหลายครั้ง เส้นทางเส้นนี้อยู่ในย่านเศรษฐกิจเชื่อมต่อระหว่างเมืองเศรษฐกิจ สำคัญ ๆ ก็คือกรุงเทพมหานครและจังหวัดทุกจังหวัดทางภาคเหนือและภาคอีสาน ท่านจะปล่อย ให้เป็นเช่นนี้อีกหรือครับ ในอำเภอลำลูกกานั้นยังมีถนนลำลูกกาจากวงแหวนตะวันออกมาถึง โทลล์เวย์ (Toll way) ออกถนนสรงประภาไปวงแหวนตะวันตก ท่านทำให้หน่อยได้ไหมครับ อีกเส้นทางหนึ่งรังสิต-องครักษ์ มาผ่านรังสิตออกไปวงแหวนตะวันตกก็เป็นเส้นทางหนึ่ง ที่จะเชื่อมระหว่างตะวันตกและตะวันออก อีกเส้นหนึ่งครับเหนือขึ้นมาหน่อยเชียงราก-คลองหลวง จากวงแหวนตะวันออกเช่นเดียวกันครับ แล้วก็มาถึงถนนพหลโยธิน ถึงวงแหวนตะวันตก ออกจังหวัดนครปฐม ท่านประธานที่เคารพครับ สิ่งที่ท่านเห็นนี้นะครับมันไม่มีงบประมาณ ของท่านเลย ท่านรัฐมนตรีท่านนั่งอยู่ตรงนี้ท่านบอกว่าจะกู้เงินจำนวน ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เพื่อมาทำระบบรางและระบบขนส่งเชื่อมโยงทางด้านเศรษฐกิจ ผมไม่เห็นด้วยกับการพัฒนา ประเทศนะครับ เฉพาะการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของประเทศไทย เพียงเสี้ยวเดียวของโครงการคมนาคมของประเทศทั้งหมดโดยใช้เงินกู้ถึง ๒,๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท รวมดอกเบี้ยแล้วเป็นเงินทั้งสิ้น ๕,๑๖๐,๐๐๐ ล้านบาท โดยให้ประชาชนเป็นหนี้ถึง ๕๐ ปี ถึงแม้ว่าประชาชนหลายล้านคนไม่มีโอกาสได้ใช้ถนนที่เขาเป็นหนี้ด้วยก็ตาม กระผมจึงไม่เห็นด้วย กับการบริหารจัดการแบบนี้ ถ้าหากว่าท่านจะใช้เงินงบประมาณปีละ ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนั้น ท่านลดนโยบายประชานิยมของท่าน หรือท่านอาจจะกู้ในระบบไม่เกินปีละ ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านก็ทำโครงการทั้งหมดนี้ได้ ขอกราบขอบพระคุณครับ
ท่านนาถยาครับ
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ดิฉัน นาถยา เบ็ญจศิริวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๗ กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ดิฉันก็คงไม่ขอรับหลักการแล้วก็คงไม่เห็นด้วยในการร่างพระราชบัญญัติ ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานศักยภาพของประเทศไทย จะให้ดิฉันเห็นด้วยได้อย่างไรคะ ตอนแรกดิฉันมีความภาคภูมิใจในความเป็นผู้หญิงมากเลยค่ะ เพราะเราได้นายกรัฐมนตรีเป็นผู้หญิงคนแรกของประเทศไทย หายากนะคะ ผู้หญิงคนแรก ของประเทศไทยที่จะมาเป็นนายกรัฐมนตรีอย่างท่านนายกรัฐมนตรีปู ตอนนี้หุบแล้วค่ะ เพราะอะไรหรือคะ ทำไมล่ะคะตอนท่านหาเสียง ท่านบอกกับพวกเราว่าท่านจะไม่กู้ เพราะตอนนั้นท่านมาบอกเราดีแต่กู้ ๆ แต่ทราบไหมคะตอนนี้ท่านกู้มากกว่าคนอื่นในประเทศไทย ตั้งแต่มีประเทศไทยมาท่านกู้มากที่สุดเลยค่ะ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท โอ้โฮ นี่พูดแค่ต้นนะ ถ้าบวกดอกเบี้ยในระยะเวลาที่จะต้องใช้หนี้รวมกันแล้ว ๕,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านคะ ท่านเห็นแก่ลูกหลานของประเทศบ้างเถอะค่ะ ดิฉันไม่ได้ขัดขวางในการพัฒนาประเทศชาติ เลยนะคะ เราจะต้องก้าวขึ้นไปสู่ประชาคมอาเซียน เพราะฉะนั้นเราจะต้องทำอะไรอีกหลาย ๆ อย่าง แต่ท่านคำนวณ ที่จริงเป็นผู้หญิงก็น่าจะรอบคอบสักนิดหนึ่งนะคะในการที่ทำเอกสารอะไรมา และเป็นตัวเลขกลม ๆ มันกลิ้งได้ค่ะ ท่านจะใส่อะไรไปตอนหลังก็ได้ ถ้าเป็นอย่างนี้ดิฉันก็ ไม่มีทางที่จะเชื่อแล้วก็ไว้ใจ ต่อให้ไปกู้ที่ไหนเห็นตัวเลขมาอย่างนี้เขาก็ไม่ให้กู้หรอกค่ะ นี่อยากให้ท่านรอบคอบสักนิดหนึ่งนะคะ ท่านเป็นผู้หญิงและเราอยากให้ความเป็นผู้หญิงนั้น มีศักยภาพ ไม่น่าอายใครที่เป็นนายกรัฐมนตรีของประเทศไทยคนแรก ท่านเชื่อไหมคะว่า คนที่จะรับหนี้ ลูกหลานของเราตั้งแต่ในครรภ์จนกระทั่งหลุมฝังศพนั่นคือคนที่จะต้องรับหนี้ เพราะฉะนั้นอยากให้ท่านคิดให้รอบคอบ ทำไมท่านไม่คิดทีละโครงการ ๆ ไปล่ะคะ ค่อย ๆ กู้ก็ได้ ถ้าท่านบอกว่าเงินไม่พอ งบประจำปีไม่พอ งบกลางไม่พอท่านก็ค่อย ๆ กู้สิคะ ค่อย ๆ ทำ ค่อยเป็นค่อยไปทีละโครงการไป แล้วโครงการที่ท่านเสนอมานี่ท่านแน่ใจหรือว่ามันจะใช้ได้ ทุกสายและเป็นที่นิยม ท่านดูแอร์พอร์ต ลิงค์สิคะ สถานีทับช้างอยู่ในเขตบ้านดิฉันเอง ดิฉันถูกร้องเรียน ไม่ทราบว่าท่านนายกรัฐมนตรีจะถูกร้องเรียนบ้างไหม มีประชาชนโทรศัพท์ไปหา ร้องเรียนแต่ละเรื่อง ๆ บ้างไหม ท่านคงไม่เพราะท่านไม่ใช่เป็น ส.ส. ในพื้นที่ แต่ดิฉันได้รับ เรื่องการร้องเรียนมาตลอดเวลา ท่านรู้ไหมคะ โจร ผู้ร้าย หรือไฟ หรืออะไรต่าง ๆ ในบริเวณ ก่อนที่จะเข้าถึงสถานีทับช้าง แอร์พอร์ต ลิงค์นี่อันตรายมากค่ะ แทบจะไม่มีคนใช้ และช่วงที่ใช้นั้น คือช่วงในการทำงานเท่านั้นเอง นี่ลงทุนหมื่นกว่าล้านบาทนะคะ หมื่นกว่าล้านบาท เจ๊งค่ะ เจ๊ง เจ๊งจริง ๆ และถ้า ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนี่ล่ะคะท่านจะบริหารจัดการอย่างไร ดิฉันอยากทราบว่าที่ท่านพูดมาและวิธีการในการหาเงินใช้หนี้ล่ะคะท่านจะหาโดยวิธีไหน ท่านจะรับผิดชอบไหม แล้วใครจะเป็นผู้รับผิดชอบ ทั้งในสภานี้หรือเปล่า ต่อให้รับผิดชอบอย่างไร อายุท่านก็คงจะไม่ถึงหรอกค่ะ หมดแล้ว เรื่องจริงค่ะ ดิฉันก็คงไม่อยู่ นี่ดิฉันก็จะใกล้ได้ เบี้ยยังชีพอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นดิฉันก็ไม่ขออยู่คนหนึ่งนะคะ ท่านคะ เราอยากให้ท่านได้เห็นแก่ ประโยชน์ส่วนรวมแล้วก็เห็นแก่ลูกหลานในอนาคตเถอะค่ะ ดิฉันนึกถึงลูกหลานของดิฉัน ลูกหลานของดิฉันก็เท่า ๆ กับท่านนายกรัฐมนตรีนี่ละค่ะ มันจำเป็น แต่ดิฉันไม่ได้เป็นคนรวยนะคะ จะต้องให้ลูกแบกเงิน ไหนจะหนี้อาบังอย่างนี้ค่ะท่าน หนี้อาบังเอย หนี้มอเตอร์ไซค์ หนี้รถคันแรก แล้วจะต้องมีหนี้ประเทศอีกตายกันพอดี เห็นใจกันเถอะนะคะ ขอให้ท่านรัฐมนตรีต่าง ๆ นั้น ช่วยทบทวนนิดหนึ่ง ค่อย ๆ เป็นค่อย ๆ ไป เพราะศักยภาพประเทศไทยของเรามันยังไม่ถึง ขนาดนั้น ไม่ต้องไปขี้ตามช้าง ใครจะเจริญแค่ไหนช่าง เราทำตามศักยภาพของเรา ไม่ได้มี การจะห้ามในการพัฒนาประเทศชาติ ต้องตามทันนะคะ เพราะฉะนั้นดิฉันก็ขอชื่นชม นิดหนึ่งค่ะ ท่านนายกรัฐมนตรีปูท่านชอบสร้าง สร้างนั่น โครงการนั้น โครงการนี้ แต่สำคัญที่สุด ท่านสร้างหนี้ให้กับพวกเราค่ะ กราบขอบพระคุณ
ท่านสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ๕ นาทีมีค่า นาทีละ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทครับ วันนี้ผมกำลังอภิปราย ด้วยเวลา ๕ นาที ร่างพระราชบัญญัติให้นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์กู้เงินเพื่อสุขภาพที่ดี ของคนไทย สร้างรถไฟความเร็วสูงขนผักจะได้กินผักแบบไม่เน่า ท่านประธานครับ ร่าง พ.ร.บ. นี้มีปัญหาแน่ครับ เพราะว่าวิสัยทัศน์ของนายกรัฐมนตรีผิดตั้งแต่การนำเสนอ เรื่องยุทธศาสตร์ที่จะกู้เงินแล้ว คนที่ ๒ รองนายกรัฐมนตรีที่มานำเสนอขอกู้เงินกับ พี่น้องประชาชน ท่านประธานครับ เคยมีประวัติก็คือเป็นคนโกหกสีขาว เพราะฉะนั้นวันนี้ การกู้เงิน ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ผมเชื่อว่าต้องแฝงด้วยเรื่องโกหกเช่นเดียวกัน ท่านประธานครับ หลายท่านก็คงพูดว่าการกู้เงิน ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ภาระรับผิดชอบ จริง ๆ ของพี่น้องประชาชน ตามเอกสารกี่ร้อยหน้าก็แล้วแต่ แต่เรื่องการชำระหนี้มีอยู่ หน้าเดียวครับท่านประธาน ระยะชำระหนี้ทั้ง ๕๐ ปี ดอกเบี้ย ๓,๑๖๒,๖๘๙ ล้านบาท รวมทั้งสิ้น ๕,๑๖๒,๖๘๙ ล้านบาท เพราะฉะนั้นถามว่ามันมากมายมโหฬารแค่ไหน ท่านประธาน ผมให้ประธานคิดง่าย ๆ ครับ วันนี้พี่น้องประชาชนจะได้คิดพร้อม ๆ ไปกับผม ท่านประธานมีเงินวันละ ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท วันนี้ท่านประธานมาเป็นประธานปั๊บ ใต้บัลลังก์ ท่านประธานมีเงินอยู่ ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท ท่านประธานเก็บใส่กระเป๋า พรุ่งนี้กลับไปบ้าน ที่จังหวัดพะเยา เดินไปที่สวนยางพบเงินอีก ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท ท่านประธานรู้ไหม ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนี่ ท่านประธานจะต้องพบเงิน ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาททุกวันกี่วัน ๕,๐๐๐ กว่าปีครับท่านประธาน มันมากมายมโหฬารแค่ไหน ทีนี้ถ้าเกิดรวมหนี้ทั้งหมด ๕,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท จะต้องพบเงินทั้งหมด ๑๔,๑๔๔ ปีครับ ท่านหัวหน้าพรรคผมบอกว่า ไปใช้หนี้ชาติหน้า ผมคิดว่าถ้าท่านประธานเกิดมามีอายุ ๑๐๐ ปี ทั้งหมด ๑,๔๐๐ ชาติ จึงจะใช้หนี้หมด แล้ววันนี้พี่น้องประชาชนที่เป็นแรงงานได้วันละ ๓๐๐ บาท ต่อวันครับท่านประธาน ท่านรู้ไหมครับว่าเขาจะต้องใช้หนี้เท่าไรจะได้เงินกลับมา ๕,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ๔,๐๐๐,๐๐๐ กว่าปีครับ เงินมันมโหฬารแค่ไหน แล้วถามสิครับว่าที่ท่านกู้เงินท่านเอาไปคิด ไปสร้างอะไรที่มันใหม่ขึ้นมาบ้าง เรื่องแรก เอาไปทำเรื่องโครงสร้างพื้นฐาน ฟังกันแล้วนะครับ ตั้งแต่รถไฟรางคู่ รถไฟความเร็วสูง ท่าเรือ ถนน ๔ เลน ท่านประธานก็คงเห็น เห็นไหมครับ ท่านชวน หลีกภัย ของเรานี่ละครับเป็นคนเริ่ม ถนน ๔ เลนไปจดจังหวัดเชียงรายลงไปภาคใต้ อำเภอสุไหงโก-ลก ไปขวาขึ้นจังหวัดหนองคาย ไปออกจังหวัดอุบลราชธานี ไปจังหวัดกาญจนบุรี รถไฟรางคู่ก็เริ่มตั้งแต่สมัยท่าน มีอะไรใหม่บ้างครับ เมื่อก่อนเขาก็คิดท่านอภิสิทธิ์ก็คิด รถไฟความเร็วสูงไว้ว่าจากประเทศจีนมาต่อที่เวียงจันทน์แล้วก็เข้าจังหวัดหนองคาย มากรุงเทพฯ ไปออกปาดังเบซาร์ แต่วันนี้ท่านคิดใหม่อย่างเดียวครับก็คือไปสร้าง กรุงเทพฯ-เชียงใหม่ คนไทยทั้งประเทศเสียภาษีท่านประธาน ความไม่เป็นธรรมทั้งหลาย ที่เคยเกิดสมัยทักษิณเลือกพรรคไทยรักไทยเท่านั้นจึงจะได้งบประมาณมันกำลังกลับมา มันเริ่มจะไม่เป็นธรรมอีกแล้ว วันนี้ท่านต้องคิดนะครับ แล้วคนที่เขาเป็นห่วงมากก็คือ เรื่องการทุจริต เมื่อวานนี้ท่านนายกรัฐมนตรีมาอ่านเอกสารแล้วก็บอกว่าที่ต้องกู้เพราะว่า เราตามหลังประเทศมาเลเซีย ตามหลังประเทศสิงคโปร์ ต้องกู้รถไฟความเร็วสูงเพื่อขนผัก ผมบอกให้ท่านประธานทราบครับว่าไม่ต้องกังวล ปี ๒๕๕๕ ปี ๒๕๕๖ ประเทศไทยชนะ ประเทศสิงคโปร์แล้ว องค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาติครับเขาวัดภาพลักษณ์การคอร์รัปชัน ประเทศสิงคโปร์คอร์รัปชันน้อยที่สุด ของประเทศไทยอันดับ ๗๘ ของโลก เขาวัดกัน ๑๗๘ เราชนะประเทศสิงคโปร์แล้ว ไม่ต้องกังวลครับว่าเราจะแพ้ประเทศมาเลเซีย เราชนะ ทั้งประเทศมาเลเซีย เราชนะทั้งประเทศฟิลิปปินส์ ประเทศเวียดนาม แล้วก็ประเทศเขมร เพราะว่าเพิร์ค (PERC) หรือบริษัทที่ปรึกษาความเสี่ยงด้านการเมืองและเศรษฐกิจสำรวจ เรื่องการคอร์รัปชัน ประเทศอินโดนีเซียกับประเทศไทยได้อันดับดีหมายถึงประเทศที่คอร์รัปชัน มากที่สุดเป็นอันดับ ๒ ในภูมิภาค ชนะประเทศมาเลเซีย ประเทศฟิลิปปินส์ ประเทศเวียดนาม แล้วก็ประเทศเขมร เราชนะเขาแล้วครับ วันนี้โครงการนี้ถ้าเกิดยิ่งไปทุจริตอีกมันจะยิ่งสร้าง ชื่อเสียให้กับประเทศไทยมากขึ้น ท่านรัฐมนตรีครับ ท่านรัฐมนตรีเป็นคนที่ผมเคารพมาก ท่านทบทวนโครงการนี้ให้เกิดความเป็นธรรมเถอะครับเพราะว่าประวัติมันเหลือเอาไว้ โฮปเวลล์เหลือไว้ใครเป็นคนสร้าง แอร์พอร์ต ลิงค์เหลือไว้ใครเป็นคนสร้าง วันนี้อย่าให้ท่าน เสียถึงตระกูลเลยครับ เพราะฉะนั้นฝากถึงท่านนายกรัฐมนตรีด้วยว่าเงินกับผู้นำถ้าเกิดผู้นำ ไม่ไปสนใจก็จะเป็นผู้นำที่บริสุทธิ์ ซื่อสัตย์ แต่ถ้าเกิดผู้นำคนใดที่ไปโกงก็เป็นผู้นำที่ทุจริต ผู้นำที่โกง บางคนโกงทั้งตระกูล เพราะฉะนั้นวันนี้ฝากท่านนายกรัฐมนตรีด้วยอย่าให้เป็น ตระกูลขี้โกงนะครับท่านประธาน ขอบคุณมากครับ
เชิญท่านรัฐมนตรีชัชชาติครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงคมนาคมครับ ขออนุญาตกราบเรียนใน ๔ ประเด็นสั้น ๆ เพื่อความเข้าใจ ที่ชัดเจนตรงกันที่ทางท่านสมาชิกมีข้อสังเกตครับ
ประเด็นแรก เรื่องรถไฟความเร็วสูงครับ เรื่องราคาต่อกิโลเมตร ซึ่งท่านสมาชิกให้ข้อสังเกตว่าของเราดูจะสูงเมื่อเทียบกับต่างประเทศ ก็ต้องกราบเรียนว่า การสร้างรถไฟฟ้าความเร็วสูงมันมีปัจจัยหลายอย่างว่าสร้างรูปแบบไหน เป็นคันดิน หรือเป็นโครงสร้างที่ลอยฟ้า เป็นอุโมงค์ หรือว่าไปอยู่ใต้ดิน ฐานรากเป็นดินอ่อน หรือดินแข็ง เพราะฉะนั้นมีปัจจัยหลายอย่างที่กำหนด เพราะฉะนั้นราคาที่ท่านสมาชิก กล่าวถึงประเทศสเปน ๓๖๐ ล้านบาทต่อกิโลเมตร ถูกต้องครับ สร้างเมื่อปี ๒๐๐๖ เปิดปี ๒๐๑๐ แต่เป็นการสร้างบนพื้นดินแข็งนะครับ แล้วราคาก็คือเมื่อปี ๒๐๐๖ ของเราที่เสนอในคราวนี้ราคาเฉลี่ยอยู่กิโลเมตรละ ๕๑๖ ล้านบาท เทียบกับทาง ประเทศญี่ปุ่นที่มาทำการศึกษาไว้ ๖๐๐ ล้านบาท ทางประเทศจีนเสนอไว้ ๔๙๐ ล้านบาท ผมคิดว่าก็เป็นราคาที่มีหลักฐานทางวิชาการที่อ้างอิงได้ การตั้งราคาที่ต่ำเกินไปจะทำให้ โครงการดูดีเกินความเป็นจริงและทำต่อไปไม่ได้ เพราะฉะนั้นอันนี้คงได้มีการชี้แจง เพิ่มเติมรายละเอียดในชั้นคณะกรรมาธิการเพื่อให้ท่านสมาชิกหายข้องใจนะครับ
ประเด็นที่ ๒ ก็คือเรื่องค่าที่ปรึกษาครับ ในโครงการใหญ่ขนาดนี้ต้องมี ที่ปรึกษาแน่นอนเป็นปกติอยู่แล้ว แล้วก็จะมีที่ปรึกษาใน ๒ ส่วนก็คือเป็นที่ปรึกษา ควบคุมโครงการหรือว่าพีเอ็มซี (PMC) แล้วก็ที่ปรึกษาควบคุมงานก่อสร้างหรือว่า ซีเอสซี (CSC) อัตราที่ใช้อยู่ทั่วไปในงานระบบรางที่ใช้ในทุกรัฐบาลที่ผ่านมาก็อยู่ประมาณ ๔ เปอร์เซ็นต์ ก็เป็นตัวเลขที่อยู่ในเอกสารประกอบการพิจารณา แต่ในรถไฟฟ้าความเร็วสูงซึ่งเป็นโครงการ ขนาดใหญ่เราได้กำหนดให้ลดลงเหลือแค่ ๒ เปอร์เซ็นต์ เพราะว่าเป็นโครงการขนาดใหญ่ เรามองแล้ว ๒ เปอร์เซ็นต์น่าจะเป็นกรอบที่มีเหตุผล แต่ถ้ามีบริษัทต่างชาติที่สามารถทำได้ ในราคาถูกกว่านี้เราก็ยินดีก็คงต้องขอข้อมูลจากท่านสมาชิกถ้าเขาทำได้ ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ทำได้ในราคา ๑๐๐ ล้านบาท ค่าที่ปรึกษา เราก็ยินดีเชิญมาคุย ก็ต้องขอข้อมูลกับท่านสมาชิก ต่อไปนะครับ
อีกเรื่องหนึ่งที่ผมคิดว่าเป็นประเด็นสำคัญมาก ๆ ก็คือเรื่องรถไฟฟ้าสายสีส้ม ต้องกราบเรียนว่าการดำเนินการรถไฟฟ้าในกรุงเทพมหานครมันต้องมีการเวนคืนที่ดิน แน่นอนต้องมีประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนอย่างแน่นอน เพราะฉะนั้นการที่มีประชาชน ได้รับความเดือดร้อนผมคิดว่าทางรัฐบาลเองต้องร่วมมือกับทาง ส.ส. ในทุกพื้นที่ในการลงไป แก้ปัญหา ที่ผ่านมากระทรวงคมนาคมอาจจะมีปัญหาในการสื่อสารกับพี่น้องประชาชน แต่ผม ก็จะขออนุญาตลงไปดูปัญหาด้วยตัวเอง เพราะว่าถ้าเราทำตรงนี้ไม่ดี ไม่เรียบร้อย ผมคิดว่า อนาคตโครงการประเทศนี้จะเดินหน้าได้ยากเพราะจะได้รับการต่อต้านจากประชาชน เป็นอย่างมาก ก็ต้องขออนุญาตท่านสมาชิก ถ้ามีปัญหาเรื่องเกี่ยวกับการเวนคืนที่หรือว่า พี่น้องประชาชนที่มีข้อขัดข้องไม่เข้าใจเดี๋ยวผมลงไปดูให้ แต่ข้อสำคัญคือว่าต้องให้ พี่น้องประชาชนเข้าใจข้อเท็จจริงที่แท้จริง เพราะถ้ามีการเข้าใจผิดในข้อเท็จจริงในวงกว้าง แล้วการที่เราจะลงไปแก้ปัญหาทำได้ยากมากครับ เพราะฉะนั้นต้องกราบเรียนว่ามีอะไร ขอให้คุยกันในทุกพื้นที่ คุยกันแล้วเอาข้อเท็จจริงไปแจ้งให้พี่น้องประชาชนทราบ
เรื่องสุดท้าย กราบเรียนว่าผมในฐานะของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม นั่งอยู่ตรงนี้ ๒ วัน ก็พยายามนั่งอยู่บัลลังก์ให้นานที่สุดให้มากที่สุดเพราะว่าความเห็นของท่านสมาชิก ทุกความเห็นคือความเห็นของพี่น้อง ๖๐ ล้านคน กระทรวงคมนาคมในฐานะหน่วยปฏิบัติ ของร่าง พ.ร.บ. นี้เราก็รับความเห็น ท่านรัฐมนตรีทั้ง ๓ ท่านอยู่ตรงนี้ทุกวัน ผมได้ความเห็น ที่ดี ๆ หลายอย่างในทางปฏิบัติที่เราจะนำไปปฏิบัติ และผมยืนอยู่ตรงนี้ไม่ใช่อยู่ต่อหน้า ท่านสมาชิกเท่านั้นครับ ผมยืนอยู่ต่อหน้าพี่น้องประชาชน ๖๐ ล้านคน เพราะฉะนั้น ก็ต้องขอยืนยันว่าในฐานะกระทรวงคมนาคมก็จะทำหน้าที่ด้วยความละเอียดรอบคอบ ทุกโครงการ ทุกบาททุกสตางค์ เพื่อผลประโยชน์ของพี่น้องประชาชนทุกคนไม่ใช่ประโยชน์ ของคนใดคนหนึ่งแน่นอน ไม่ใช่ประโยชน์ของพวกเรา ไม่มีประโยชน์ของใคร ก็คือประโยชน์ ของพี่น้องประชาชน ขอบคุณครับ
ท่านรัฐมนตรีประเสริฐครับ
(นายสามารถ ราชพลสิทธิ์ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
เดี๋ยวนะครับท่านประเสริฐ ท่านสามารถประท้วงหรือครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม สามารถ ราชพลสิทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ผมขอใช้สิทธิที่ถูกพาดพิง เมื่อเช้าผมได้อภิปรายถึงเรื่องรถไฟฟ้าสายสีส้มครับ และท่านรัฐมนตรี เพิ่งตอบเมื่อสักครู่นะครับ ขอใช้สิทธิสั้น ๆ
เอาประเด็นที่ท่านเสียหาย เชิญครับ
ผมพูดเมื่อเช้านะครับว่า รัฐบาลเตรียมที่จะเวนคืนเพื่อก่อสร้างทางขึ้นลงสถานีรถไฟฟ้าสายสีส้มครับ เป็นการเวนคืน มากเกินความจำเป็น มันมากจริง ๆ ครับ จุดหนึ่งหรือทางขึ้นลงหนึ่งเวนคืนถึงกว่า ๔ ไร่ ๕ ไร่ ก็มีครับ และคนเดือดร้อนไปทั่ว โดยปกตินั้นเขาเวนคืนแค่ ๑๐๐ ตารางวา ๒๐๐ ตาราวา รัฐบาลยังตอบไม่ชัดเจนว่าจะลงไปแก้อย่างไร เพราะรัฐบาลเอาพื้นที่ส่วนหนึ่งไปใช้พัฒนา ในเชิงพาณิชย์ไปหารายได้คนถึงเดือดร้อนไปทั่ว ตอบให้ชัด ๆ สิว่าจะลดพื้นที่ในการเวนคืนลงมา ต้องตอบชัด ๆ กับตรงนี้ครับ
เชิญท่านชัชชาติเรื่องสายสีส้ม ท่านประเสริฐรอสักครู่ครับ
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ คือเรื่องเวนคืนไปทำเชิงพาณิชย์ตามกฎหมายทำไม่ได้แน่นอนครับ ก็เป็นนโยบายของกระทรวงคมนาคมคือไม่มีการเวนคืนที่ประชาชนเพื่อไปทำเชิงพาณิชย์ เพราะว่าตาม พ.ร.บ. ก็ทำไม่ได้อยู่แล้วต้องทำเพื่อกิจการเดินรถไฟฟ้าเท่านั้น แต่ประเด็น เวนคืนที่ ๔ ไร่ผมต้องลงไปดูรายละเอียด เข้าใจว่ากรณีบางทีเป็นห้องแถว ห้องแถวนี่ต้องใช้ที่ประมาณสมมุติว่าครึ่งหนึ่งหรือว่า ๒ ช่องของเสานี่ครับ เราจะปล่อย ด้วนอีก ๓ ช่องแล้วชาวบ้านเขาก็ใช้ไม่ได้ เพราะฉะนั้นในแนวความคิดถ้าไปเวนคืนบางส่วน จำเป็นจะต้องซื้อทั้งหมดเพราะที่เหลือเขาใช้ประโยชน์ไม่ได้ อันนี้คือข้อชี้แจงที่ทาง รฟม. ชี้แจงมา แต่ก็ต้องกราบเรียนท่านว่าผมจะลงไปดูเองหลังจากร่าง พ.ร.บ. นี้ผ่าน อาทิตย์หน้า ผมจะลงไปดูไม่ใช่จุดนี้จุดเดียวครับ ประชาสงเคราะห์ ราชปรารภ หัวโค้งประตูน้ำ สายสีน้ำเงิน สีแดง สลัมสี่ภาค มีหลายจุดครับ ก็คงต้องลงไปช่วยกันแก้ปัญหาครับ ก็ต้องกราบเรียนว่า ขอข้อมูลจากท่านสมาชิกแล้วลงไปช่วยกันเพราะว่าเป็นปัญหาของพี่น้องประชาชนครับ
ท่านสามารถครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายสามารถ ราชพลสิทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ผมขอใช้เวลาสั้น ๆ นะครับ เรื่องนี้ท่านผู้ว่าการการรถไฟฟ้าแห่งประเทศไทยหรือ (รฟม.) ซึ่งเป็นเจ้าของโครงการนี้ได้มาชี้แจงกับคณะกรรมาธิการการคมนาคม พูดชัดเจนเลยครับว่า พื้นที่ส่วนหนึ่งนั้นเอาไปพัฒนาในเชิงพาณิชย์มีรูปมาแสดงเรียบร้อยครับ แสดงให้เห็นชัดเลยว่า ด้านบนนั้นจะเป็นอาคารร้านค้า แล้วทุกสถานีเวนคืนมากเกินความจำเป็นทั้ง ๒๙ สถานี ผมอยากให้รัฐบาลพูดชัด ๆ ว่าต้องหาทางช่วยเหลือพี่น้องประชาชน คนยากคนจน ลดพื้นที่ การเวนคืนลงมาให้ได้ครับ
เชิญท่านประเสริฐครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ขออนุญาตตอบข้อซักถามของ ท่านสมาชิกนะครับ ผมจะใช้เวลาไม่นานนักแล้วก็จะกล่าวโดยสรุปนะครับ เรื่องที่ถ้าไม่พูดแล้ว อาจจะเกิดความเสียหายได้
เรื่องแรก ก็คือที่กล่าวว่ากรมทางหลวงชนบทก็ดี กรมทางหลวงก็ดีนั้น ในงบประมาณ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนั้นไม่มีการออกแบบการดำเนินการก่อสร้าง ในการประมาณราคา ผมเรียนว่าเรื่องนี้ทั้งกรมทางหลวงและกรมทางหลวงชนบทนั้น ได้มีการดำเนินการออกแบบเรียบร้อยแล้ว ก็ขอเรียนท่านสมาชิกเพื่อทราบนะครับ
เรื่องที่ ๒ เรื่องที่ท่านสมาชิกจากจังหวัดสระบุรี ขออนุญาต ท่านกัลยาท่านบอกว่า โครงการลงทุนเพื่อโครงสร้างพื้นฐาน ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนี้มองได้ในหลายมิติ ไม่อยากให้มอง มิติเดียวนะครับ ผมเรียนว่าการลงทุน ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนี้เป็นการสร้างอนาคต ของประเทศไทย เป็นการสร้างคุณภาพชีวิตให้กับพี่น้องประชาชนในระยะยาว อย่ามองว่า การลงทุนครั้งนี้เป็นเรื่องถนน เรื่องราง หรือเรื่องรถอย่างเดียว เป็นความหวังของพี่น้องคนไทย ทั้งประเทศ โดยเฉพาะท่านสมาชิกหลายท่านได้พูดถึงประเด็นเรื่องของการสาธารณสุข ผมเรียนนะครับว่าเรื่องสาธารณสุขนี้ได้รับผลกระทบอย่างตรงมากนะครับ จากรายงาน ขององค์การอนามัยโลกได้ระบุว่าประเทศไทยนั้นเป็นประเทศที่อยู่ในลำดับที่ ๓ ของประเทศ ผู้ที่เสียชีวิตจากอุบัติเหตุบนท้องถนนมากที่สุดในโลก ปฏิญญามอสโกได้กำหนดให้ปี ๒๕๖๓ นั้น ทุกประเทศทั่วโลกควรจะมีสถิติของผู้สูญเสียชีวิตบนท้องถนนลดลง ๕๐ เปอร์เซ็นต์ ประเทศไทย โดยรัฐบาลในยุคนี้ได้ประกาศเจตนารมณ์ กำหนดให้ปี ๒๕๕๔-๒๕๖๓ เป็นทศวรรษ แห่งความปลอดภัยบนท้องถนน ท่านสมาชิกครับ การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานในครั้งนี้ จะช่วยลดอุบัติเหตุให้กับคนไทยนะครับ คนไทยวันนี้เสียชีวิตปีหนึ่งประมาณ ๑๓,๐๐๐ คน มีอัตราการเสียชีวิตชั่วโมงละ ๒ คน ข้อมูลของทีดีอาร์ไอเองบอกว่าจะสามารถลดค่าใช้จ่าย ด้านการสาธารณสุขได้ประมาณปีละ ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท นอกจากนั้นแล้วการลดภาระ ในเรื่องของการบริโภคน้ำมันลงซึ่งจะช่วยให้ประเทศชาตินั้นได้ประหยัดปีละ ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท จากการที่พี่น้องประชาชนนั้นได้ลดการใช้ถนนลง เพราะประชาชนสามารถมีทางเลือกวันนี้ อีกในอนาคต ไม่ว่าจะเป็นด้วยระบบรางหรือการเดินทางทางน้ำ เราได้เป้าหมายไว้ว่า สัดส่วนการเดินทางระหว่างจังหวัดโดยรถยนต์จะลดลงจาก ๕๙ เปอร์เซ็นต์ เหลือ ๔๐ เปอร์เซ็นต์ และการเดินทางด้วยรถไฟฟ้าซึ่งเดิมมีไม่กี่สาย มีผู้โดยสารประมาณ ๕ เปอร์เซ็นต์ จะต้องเพิ่ม ไม่น้อยกว่า ๓๐ เปอร์เซ็นต์ เพราะฉะนั้นการใช้รถใช้ถนนจะลดน้อยลง การจ้างแรงงาน เช่นเดียวกันนะครับ การจ้างแรงงานนั้นจะเพิ่มมากขึ้น ๕๐๐,๐๐๐ อัตรา วันนี้กระทรวงศึกษาธิการเอง ได้เริ่มแล้วนะครับ ได้ให้นโยบายสำหรับการผลิตบุคลากรในอนาคตที่จะรองรับต่อการเปลี่ยนแปลง ในเรื่องอนาคตของประเทศไทย โดยได้ให้นโยบายกับสถาบันการศึกษาต่าง ๆ วันนี้เยาวชน และนักศึกษานั้นได้เริ่มตื่นตัว
ท่านกัลยาได้ให้ความเห็นในเรื่องของแม่น้ำป่าสัก ต้องเรียนว่าแม่น้ำป่าสัก เป็นแม่น้ำที่สำคัญของประเทศแล้วก็มีปริมาณการค้าค่อนข้างสูง ในงบ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนี้ เรื่องของแม่น้ำป่าสักนั้นมีการสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งแล้วก็มีการยกระดับร่องน้ำ เพราะเดิม แม่น้ำป่าสักไม่สามารถเดินเรือได้ทั้งปี เชื่อว่าโครงการ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทในส่วนของ กรมเจ้าท่านี้จะสามารถทำให้แม่น้ำป่าสักเป็นแม่น้ำที่สามารถเดินเรือได้ทั้งปี
ต่อมานะครับ สมาชิกผู้มีเกียรติจากจังหวัดพิษณุโลก ขออนุญาตเอ่ยนาม ท่านจุติ ไกรฤกษ์ ท่านได้พูดถึงเรื่องเงินใต้โต๊ะ ๓๐ เปอร์เซ็นต์บ้างอะไรบ้างต่าง ๆ ผมรู้ว่า ท่านมีเจตนาดีในการที่ไม่อยากเห็นเรื่องการทุจริตคอร์รัปชัน รัฐบาลนี้เช่นเดียวกันครับ ไม่อยากเห็นเรื่องของการทุจริตคอร์รัปชันแต่อย่างใด เพราะฉะนั้นแล้วหลายสิ่งหลายอย่าง ในอดีตนั้นเราไม่อยากพูดถึง ของท่านก็เคยมีข้อผิดพลาดเช่นเดียวกัน เรื่องของการรวม สัญญาในเรื่องของการก่อสร้างโรงพัก แล้วก็เรื่องต่าง ๆ ที่ยังเป็นที่กังขาอยู่ รัฐบาลนี้ก็มี ความพยายาม ท่านนายกรัฐมนตรีเองได้กำชับอย่างเสมอว่าเรื่องความโปร่งใสในเรื่องของ การทำงานนั้นเป็นเรื่องสำคัญเรื่องแรกที่ทุกคนต้องตระหนัก และได้กำชับอยู่ตลอดเวลา
ส่วนอีกเรื่องหนึ่งที่ท่านได้กล่าว เรื่องรถไฟที่ประเทศสเปน ขออนุญาตเสริม จากท่านรัฐมนตรีว่าการนะครับ ประเทศสเปนนั้นมี เขาเรียกว่าสเปนิช ไฮ สปีด เทรน (Spanish high speed train) ท่านบอกว่าสร้างในราคากิโลเมตรละ ๓๐๐ กว่าล้านบาท ผมต้องเรียนว่าประเทศสเปนนั้นได้มีการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงครั้งแรกเมื่อปี ๑๙๙๒ หรือปี ๒๕๓๕ นี่คือราคาเมื่อ ๒๐ ปีที่แล้ว ราคาในขณะนั้น ทองเมื่อ ๒๐ ปีที่แล้วราคาไม่เกิน ๕,๐๐๐ บาท วันนี้ทองราคาประมาณถึง ๒๓,๐๐๐ บาท เมื่อหลายปีก่อนกับราคาวันนี้ก็ย่อมมี ความแตกต่างกัน
ประเด็นที่ท่านสมาชิกจาก กทม. หลายท่านได้สงสัยเรื่องรถไฟฟ้าสีส้ม ขออนุญาตท่านสามารถนะครับ ประเด็นนี้ท่านเคยถามบ่อย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องกระทู้ถามสด ในสภาผู้แทนราษฎรเอง เรียกเจ้าหน้าที่ รฟม. ไปพบก็หลายครั้ง ผมเรียนว่าสถานีรถไฟฟ้าสีส้ม แห่งนี้เป็นสถานีรถไฟฟ้าใต้ดิน ถนนราชปรารภมีความกว้าง ๒๑ เมตร อาคารที่จะก่อสร้าง สถานีรถไฟฟ้าอยู่ใต้ดินต้องใช้พื้นที่ความยาวกว้างประมาณ ๒๘ เมตร และบริเวณใต้ดิน แห่งนั้นมีแนวท่อน้ำของ กทม. ซึ่งมีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง ๒.๕๐ เมตร ท่านประธาน ที่เคารพครับ เมื่อเป็นดังนี้แนวการก่อสร้างจึงจำเป็นต้องมีการเวนคืนที่ดินที่มีจำนวนมากขึ้น ประเด็นของท่านก็คือว่าเพราะเหตุใด รฟม. จึงเวนคืนที่ดินมากกว่าความเป็นจริง เข้าใจ ในความปรารถนาดีของท่านในเรื่องของความประหยัด ไม่อยากให้มีผลกระทบต่อพี่น้องประชาชน เข้าใจในเจตนาดีของท่าน แต่นั่นคือความคิดแบบเก่า วันนี้เรามีความคิดแบบใหม่ เราต้องสร้าง สิ่งอำนวยความสะดวกที่พอเพียงและมีความเหมาะสม วันนี้การจราจรบนถนนราชปรารภ บริเวณโรงแรมอินทรามีการจราจรที่มีความหนาแน่นมาก ท่านมักจะเปรียบเทียบกับ การก่อสร้างอย่างอื่นทำไมเวนคืนน้อย ผมเรียนว่าในเรื่องการเวนคืนที่ดินสำหรับสถานี รถไฟฟ้าสีส้มบริเวณถนนราชปรารภแห่งนี้ยังไม่มีการเวนคืนครับ รฟม. จะทำการสำรวจ ความคิดเห็นของพี่น้องประชาชนอีกในเร็ววันนี้ เพราะฉะนั้นยังมีโอกาสแก้ไขเปลี่ยนแปลง ถ้าท่านมีเหตุผลแล้วก็มีน้ำหนักเพียงพออยู่ เราเป็นคนคิดแบบใหม่ ไม่อยากเห็นสภาพ การจราจรของพี่น้องที่จะต้องมาคอยลงจากรถ ขึ้นจากรถไฟฟ้าใต้ดินต้องมาออบนถนน แล้วเกิดอุบัติเหตุ แล้วก็มีการจราจรอย่างหนาแน่น
ท่านประธานที่เคารพครับ ประเด็นสุดท้าย ขออนุญาตท่าน พันเอก วินัย สมพงษ์ ได้กล่าวถึงบุคคลที่สมาชิกพรรคเพื่อไทยให้ความเคารพนับถือก็คือท่าน พันตำรวจโท ดอกเตอร์ทักษิณ ชินวัตร ผมเรียนด้วยความเคารพว่าท่านนายกรัฐมนตรีทักษิณทำงบประมาณเมื่อหลายปีก่อน ท่านได้เน้นในเรื่องการพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนควบคู่ไปกับการพัฒนาเรื่องโครงสร้างพื้นฐาน เรื่องการสร้างรายได้ ลดรายจ่าย และการขยายโอกาส วันนั้นพี่น้องประชาชน คนยากคนจน มีโอกาสเข้าถึงระบบประกันสุขภาพ มีการเข้าถึงระบบเงินทุน มีการเข้าถึงสิ่งต่าง ๆ อีกมากมาย ในขณะที่ในอดีตนั้นคนยากคนจนไม่เคยมีโอกาส ผมเรียนท่าน พันเอก วินัย สมพงษ์ ด้วยความเคารพว่าเป็นความปรารถนาดีของท่านเช่นเดียวกันนะครับ อย่างไรก็ตาม ข้อคิดเห็นของสมาชิกหลายอย่างผมได้จดไว้หมดทุกท่านที่พูด ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายค้าน หรือฝ่ายรัฐบาล แล้วถ้ามีโอกาสได้ไปประสานงานในเรื่องนี้ต่อก็ยินดีจะเอาข้อคิดเห็น ของท่านเหล่านั้นไปสู่การพิจารณาในชั้นอื่น ๆ ต่อไป ขอขอบคุณครับ
ท่านสมาชิกครับคืออย่างนี้ ผมขอทำความเข้าใจนิดหนึ่งครับ มีหลายท่านที่ยกมือขออภิปราย อภิปรายซ้ำไม่ได้ แต่ว่าถ้าจะใช้สิทธิพาดพิงผมก็จะอนุญาตไม่เกิน ๒ นาที แต่ว่าไม่ควรซ้ำ หลายครั้ง เพราะฉะนั้นก็จะไม่จบ ก็จะให้ท่านสามารถก่อนนะครับ ท่านธนานั่งลงก่อน ท่านยกมือตั้งหลายครั้งแล้วเดี๋ยวจะให้ท่านครับ แล้วเป็นท่านจุติ ท่านสนอง
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม สามารถ ราชพลสิทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ผมถูกพาดพิง ประเด็นที่ผมจะชี้แจงก็คือการเวนคืนที่ดินเพื่อก่อสร้างทางขึ้นลง สถานีรถไฟฟ้าสายสีส้ม ท่านประเสริฐ ขออนุญาตเอ่ยนามท่าน ท่านบอกว่าผมคิดแบบเก่า ผมเป็นคนแบบเก่าที่มีความห่วงใยพี่น้องประชาชนคนเดือดร้อน แต่การคิดแบบใหม่นั้นทำให้ พี่น้องประชาชน คนยากคนจนเดือดร้อน ท่านอ้างเฉพาะสถานีราชปรารภซึ่งอยู่หน้าโรงแรมอินทรา แต่ทุกสถานีทั้ง ๒๙ สถานีนั้นเวนคืนเหมือนกันหมด นั่นคือเวนคืนมากเกินความจำเป็น ท่านบอกว่าสายสีส้มนั้นเป็นรถไฟฟ้าใต้ดิน เป็นรถไฟฟ้าใต้ดิน ๒๒ สถานี ๗ สถานี เป็นยกระดับหรือลอยฟ้าครับ ท่านไม่มีข้อมูล ข้อเท็จจริง ผมเห็นใจท่านครับ ท่านได้รับข้อมูล ที่ผิด ๆ มาจากเจ้าหน้าที่ของ รฟม. สถานีราชปรารภนั้นทำไมไม่คุยกับ กทม. ล่ะครับว่า ให้ปรับเปลี่ยนเส้นทางท่อระบายน้ำเสียใหม่จะได้เวนคืนน้อยลงครับ สามารถทำได้ ในทางเทคนิค อีกเรื่องหนึ่ง ท่านพูดถึงราคาก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงท่านบอกว่าเปรียบเทียบกับ ของประเทศสเปนไม่ได้ครับ แต่ผมต้องการเปรียบเทียบกับของประเทศไทยที่ผมอภิปรายไป เมื่อเช้าครับ รายงานนี้เป็นการศึกษาโดยกระทรวงของท่าน กระทรวงคมนาคม ทำโดย สนข. และ รฟท. เมื่อไม่ถึง ๓ ปีที่แล้วครับ บอกว่าราคาก่อสร้างนั้นกิโลเมตรละประมาณ ๓๐๐ ล้านบาท แต่มาถึงวันนี้ไม่ถึง ๓ ปีกระโดดขึ้นไป ๖๐๐ กว่าล้านบาทก็มี ๖๐๐ ล้านบาทก็มี สูงเป็นประมาณ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์หรือ ๑ เท่าตัวครับ แล้วท่านบอกว่าราคาจ้างที่ปรึกษานั้น
ท่านประสิทธิ์ เดี๋ยวสักครู่นะครับท่านสามารถ มีอะไรครับ
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม จ่าสิบตำรวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดสุรินทร์ ผมต้องประท้วงท่านประธานตามข้อ ๘ และผู้อภิปรายตามข้อ ๖๑ ประเด็น อย่างนี้ผมบอกว่าท่านรัฐมนตรีท่านใจกว้างที่จะไปพูดกันส่วนตัวได้
เอาละ ท่านประท้วงก็ประท้วง แต่ว่าไม่ต้องอธิบายแทนท่านรัฐมนตรี คือผมอนุญาตให้ท่านใช้สิทธิ พาดพิง ๒ นาที ตอนนี้ใช้เวลาไป ๑ นาที เหลืออีก ๙ วินาทีเอง ท่านนั่งลงครับ เวลาจะได้ เดินหน้า เชิญท่านสามารถต่อครับ
ท่านประธานครับ พูดถึงราคา ก่อสร้างรถไฟฟ้าความเร็วสูงนะครับ ผมยังยืนยันว่ารัฐบาลควรจะใช้ราคาในปี ๒๕๕๓ ในรายงานฉบับนี้ครับ ซึ่งเป็นราคาที่เหมาะสมไม่ใช่เป็นราคาที่สูงขึ้นถึงเท่าตัว พอราคา ค่าก่อสร้างสูงขึ้นทำให้ราคาที่ปรึกษา ค่าจ้างบริษัทที่ปรึกษาคุมงานสูงตามขึ้นด้วยครับ ท่านจะตั้ง ๔ เปอร์เซ็นต์ ๒ เปอร์เซ็นต์ก็ตาม แต่ส่วนใหญ่แล้วที่ปรึกษานั้นเขาจ้างกัน ๒ เปอร์เซ็นต์ ของราคาค่าก่อสร้างครับ ไม่ใช่ ๔ เปอร์เซ็นต์ครับ
พอแล้วครับ ทีนี้ท่านธนาเรื่องเดียวกันหรือเปล่าครับ เรื่องสิทธิพาดพิงหรือเรื่องอะไรครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ
ท่านธนา มีผู้ประท้วง ท่านสุนัยประท้วงผมเรื่องอะไรครับ
ท่านประธานครับ ต้องขอประทานโทษ ผมประท้วงท่านประธานในข้อบังคับ ข้อ ๘ ท่านประธานอย่าเพิ่งโกรธผม ท่านประธานกำลัง ทำผิดข้อบังคับ ท่านให้ความกรุณาใช้สิทธิพาดพิงจริง แต่ท่านกำลังเปิดทางให้เกิดการโต้วาทีครับ ดังนั้นท่านประธานครับ เวลาก็ใกล้แล้ว ทุกอย่างก็จบหมดแล้ว ถ้าท่านจะกรุณานั้นเมื่อสักครู่นี้ ท่านสามารถพูดผมก็ไม่อยากขึ้นประท้วงเพื่อจะให้รู้สึกว่าเรามีเจตนาดีต่อกันไม่ได้ไปขัดขวางท่าน แต่ขอให้ท่านประธานช่วยควบคุมด้วยครับว่าอย่าให้ใช้สิทธิพาดพิงกลายเป็นเรื่องการโต้แย้งกัน และมาโต้วาทีกัน อย่างนั้นไม่จบครับ กราบขอบพระคุณครับ
คือผมยังไม่ได้ฟังท่านธนาจะว่าอะไร ให้ผมได้ฟังก่อนครับ ก็ยังไม่ได้ฟังว่าท่านใช้สิทธิอะไร ยกมือ ๆ หลายครั้งก็เหมือนท่านยกมือผมก็ให้สิทธิท่านนะครับ ผมต้องฟังนิดหนึ่งก่อน แล้วผมถึงจะวินิจฉัย เชิญท่านธนาครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม นายธนา ชีรวินิจ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ เสียดาย ที่ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมไม่ได้อยู่ที่นั่งแล้วนะครับ เพราะว่าสิ่งที่ท่านตอบ คำถามไปเมื่อสักครู่นี้นั้นผมเกรงว่าท่านไม่มีข้อมูล ท่านขอเงินกู้ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท วันนี้ แต่ว่าโครงการของ รฟม. ที่ผ่านมาท่านไม่มีข้อมูลอยู่ในมือเลย
ไม่ ๆ
ผมเรียนท่านประธานนิดเดียวครับ
ท่านจะใช้สิทธิ อะไรครับ
ผมใช้เวลา ๒ นาทีครับ ผมเรียนท่าน อย่างนี้ครับ
ไม่ ๆ เดี๋ยวผมก็โดนประท้วงอีกครับ
ท่านรัฐมนตรีว่าการยืนยันเมื่อสักครู่นี้ว่า การเวนคืนนั้นไม่สามารถไปทำเชิงพาณิชย์ได้ แต่ท่านไม่ทราบหรือครับว่า รฟม ได้ประกาศต่อหน้า
เอาอย่างนี้ท่านธนาครับ ผมให้ท่านอภิปรายต่อไม่ได้ แต่ว่าได้ฟังท่านพอแล้วครับ กรุณาให้เกียรติผมด้วย ผมให้เกียรติท่านนะครับ
ท่านประธานนิดเดียวครับ นิดเดียว ผมไม่รบกวนเวลา นิดเดียวจริง ๆ ครับเพื่อเป็นประโยชน์กับสภา วันนี้เราพิจารณาร่าง พ.ร.บ. เงินกู้ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แต่ว่าความละเอียดรอบคอบในการดำเนินการของรัฐบาลนั้น ไม่มีเลย ผมอธิบาย
คืออย่างนี้ ท่านธนา ก็มีผู้ประท้วงอย่างนี้ครับ ผมเข้าใจท่านครับด้วยความปรารถนาดีท่านก็ได้อภิปรายแล้ว รัฐมนตรีได้ตอบแล้วให้ประชาชนตัดสิน แต่ว่าผมให้ทุกคนอภิปรายซ้ำสองไม่ได้ครับ ท่านธนา ผมนับถือท่านเพราะท่านเป็นนักกฎหมาย ผมพยายามให้ผมไปได้ด้วย ผมก็พยายามดูข้อบังคับ จะช่วยท่านนะครับ ท่านกรุณานะครับ กรุณาเห็นใจผมด้วย ไม่อย่างนั้นผมควบคุมไม่ได้ มันไม่ได้ท่านครับ ท่านดูนะครับก็เป็นอย่างนี้ ท่านเห็นใจผมเถอะครับ ผมเห็นใจท่าน ผมให้โอกาสท่านแล้วครับ ก็พอจะรู้ประเด็นเดี๋ยวให้ท่านรัฐมนตรีตอบอีกทีก็แล้วกัน เพราะอภิปรายซ้ำไม่ได้ท่านรู้ข้อบังคับดีกว่าผมอีกครับท่านนักกฎหมายมือหนึ่งอยู่แล้ว ท่านครับสมควรแล้วครับ พอแล้วครับท่านธนา ขออนุญาต ท่านจุติเชิญครับ
(จ่าสิบตำรวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
ไม่ต้องประท้วงครับท่านผมพยายามควบคุม ท่านประสิทธิ์ครับ เวลาไปได้ดีแล้วครับ ตอนนี้ ก็ถ้อยทีถ้อยอาศัยผมขอฟังท่านจุติก่อนครับ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผม จุติ ไกรฤกษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดพิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ กระผมขอกราบเรียนท่านประธานว่าผมโดนพาดพิงว่าใช้มูลเก่า แล้วก็ปัจจุบันนี้มันไม่ได้ ก่อสร้างมานานแล้ว ผมก็อยากจะให้บันทึกไว้นะครับ ผมไม่ต้องการต่อล้อต่อเถียง แต่ผมคิดว่า จะเป็นประโยชน์กับรัฐบาลถ้าเผื่อฟังผมไว้ท่านจะได้ไปแก้ช่องโหว่ ประโยชน์ต่อประเทศนะครับ
ประเด็นที่ ๑ ท่านประธานครับ การก่อสร้าง ตัวเลขที่ผมเอามาให้นี่นะครับ เป็นเส้นทางใหม่ครับ ไม่ได้สร้างมาเมื่อ ๑๐ กว่าปีที่แล้ว ถ้าสร้างมา ๑๐ ปีที่แล้วอัตราแลกเปลี่ยน ๑ ยูโร (Euro) มันจะ ๕๒ บาท นี่ผมใช้แค่ ๔๐ บาท คืออัตราปัจจุบัน แล้วก็กราบเรียนท่านเลยว่า ที่ก่อสร้างเขาก่อสร้างปี ๒๐๑๐ ครับ ประเทศไทยขณะนี้ปี ๒๐๑๓ ก็คือเพียงแค่ ๓ ปีมาแล้ว ก็อยากจะกราบเรียนท่านว่าบางครั้งข้าราชการแก้ตัวมาให้ท่านท่านต้องระวังด้วยนะครับ ไม่อย่างนั้นโดนวางยาอย่างนี้
ประเด็นที่ ๒ พวกท่านบอกกับผมเสมอครับว่าถ้าเจอเรื่องทุจริตขอให้บอก ขอให้ช่วยรัฐบาลตรวจสอบ ผมเรียนท่านตรง ๆ ว่าเรื่องนี้มีการพูดทั้งในที่เปิดเผยในสื่อ แล้วก็เปิดเผย ไม่เปิดเผย แต่ว่าสิ่งที่เขาแจ้งมาคือว่าจริง ๆ ถ้าเผื่อท่านอ่านสภาหอการค้า แห่งประเทศไทย ท่านประธานจริง ๆ ก็ยังบอกว่าชวนรัฐบาลไปต่อต้านท่านนายกรัฐมนตรี ยังไปเปิดงาน แล้วเขาก็ยังบอกเลยว่าวันนี้มันมีการเรียกกันหนักขึ้นทุกวันจนถึง ๓๐ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งอยู่ในสื่อ แล้วลับหลังเขาก็บอกว่าช่วยกันหน่อย
ประเด็นถัดมา ก็คือเรื่องของที่ว่าไปเก็บค่าต๋ง ค่าส่วยจากแรงงานผิดกฎหมาย ท่านก็ต้องไปแก้ครับ เพราะว่าอันนี้จะทำให้ต้นทุนของเขาแพงขึ้นมีปัญหาครับ ผมอยากจะช่วย รัฐบาลให้มีต้นทุนที่ถูกลง ค่าโดยสารจะได้ไม่ต้องแพงครับ
จบแล้วครับ ท่านสนอง
ท่านประธานที่เคารพ ผม สนอง เทพอักษรณรงค์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดบุรีรัมย์ พรรคภูมิใจไทย ท่านประธานครับ เพื่อให้โครงการนี้กระจ่าง
ท่านสนอง อภิปรายซ้ำไม่ได้ เมื่อสักครู่ผมไม่อนุญาตท่านธนาแล้วนะครับ ท่านจะใช้สิทธิอะไรไม่ทราบครับ
ท่านครับ ผมถามรายละเอียดโครงการ นิดเดียว ผมไม่ได้อภิปรายครับ เพียงแต่ถามให้เกิดความกระจ่างเท่านั้น
คืออย่างนี้ ท่านสนองครับมันไม่ได้ ในข้อบังคับผมทำไม่ได้จริง ๆ ครับ มันตามสิทธิแล้วครับ ไม่ได้ครับ ถามอีกก็ไม่ได้หรอก ไม่ได้ครับ เดี๋ยวท่านมาถามหลังเวทีดีกว่า มันไม่ได้ครับ เดี๋ยวมีคนประท้วง ผมยึดข้อบังคับครับ ท่านไม่ได้สิทธินั้น กรุณารักษาข้อบังคับ ช่วยกันครับ เดี๋ยวคนอื่นเขาถามบ้าง กรุณาเถอะครับ ท่านวรชัยผมไม่ให้ประท้วง ผมจะให้ท่านรัฐมนตรีตอบ ท่านวรชัยนั่งลง ไม่ได้ รักษาข้อบังคับอย่างเต็มที่ ท่านพฤณท์สั้น ๆ นะครับ
เรียนท่านประธาน ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ เนื่องจากมีสมาชิกได้ตั้งประเด็นสอบถามในเรื่อง เกี่ยวกับการก่อสร้างทางรถไฟผ่านเทศบาลจังหวัดสระบุรีไม่มีการแก้ปัญหาในบริเวณจุดตัด ซึ่งการก่อสร้างสะพานข้ามทางรถไฟบริเวณจุดตัดนั้นในแผนการพัฒนาโครงสร้างมีจำนวน ทั้งสิ้น ๘๓ แห่ง และท่านสมาชิกได้อภิปรายว่าในบริเวณเทศบาลเมืองจังหวัดสระบุรีนั้น ไม่มีการสร้างสะพานข้ามทางรถไฟดังกล่าว ผมก็ขอเรียนข้อมูลให้ทราบว่าทางกรมทางหลวงนั้น ได้บรรจุโครงการก่อสร้างสะพานโดยพิจารณาจากค่าทีเอ็ม หรือค่าจำนวนปริมาณการจราจร คูณกับจำนวนของขบวนรถไฟ และขอยืนยันว่าบริเวณจุดตัดที่เทศบาลเมืองสระบุรีนั้น เราได้บรรจุแผนไว้ในการพัฒนาโครงสร้างเรียบร้อยแล้ว เพื่อความมั่นใจและสบายใจต่อ พี่น้องประชาชนของจังหวัดสระบุรีและจังหวัดใกล้เคียงที่จะใช้เส้นทางสัญจรไปมานะครับ
อีกประเด็นหนึ่งที่ทางสมาชิกท่านได้สอบถาม นั่นก็คือขอให้มีการก่อสร้าง สะพานกลับรถบนถนนมิตรภาพและบนถนนพหลโยธินนะครับ เรื่องดังกล่าวนี้เป็นเรื่องที่ยึดโยง ต่อความปลอดภัยต่อชีวิตประชาชนและทรัพย์สิน ทางกระทรวงคมนาคมและกรมทางหลวงนั้น ได้ตระหนักและห่วงใยหลังจากที่เราได้บรรจุโครงการพัฒนาโครงสร้างกันเรียบร้อยแล้ว แล้วก็มั่นใจว่าการขยายช่องจราจรออกเป็น ๔ เลนก็ดี การขยายศักยภาพของถนนสายหลัก ที่เชื่อมต่อระหว่างภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ สำเร็จลุล่วงไป ใน ๒๓๕ โครงการนั้นจะทำให้การเคลื่อนตัวของการใช้การจราจรนั้นคล่องแคล่วรวดเร็ว ซึ่งจะทำให้เกิดอุบัติเหตุได้โดยง่ายหากไม่รักษากฎระเบียบวินัย ตัวผมเองและอธิบดี กรมทางหลวงเจ้าหน้าที่ชั้นผู้ใหญ่ในกระทรวงคมนาคมได้หารือกัน แล้วเราได้วางหลักไว้ว่า ในปี ๒๕๕๘ นี้จะเป็นปีแห่งความปลอดภัยบนถนนสายหลักของประเทศไทย โดยที่กรมทางหลวง จะได้บรรจุสะพานกลับรถในถนนสายหลักทั่วประเทศ ซึ่งจะพยายามผลักดันให้เป็น โครงการใหญ่และเราจะได้รักษาชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชนได้เป็นจำนวนมาก ซึ่งจากรายงานดังกล่าวก็มีสมาชิกผู้ทรงเกียรตินั้นได้กล่าวถึงว่าปีหนึ่งมีผู้เสียชีวิตไม่ต่ำกว่า ๑๓,๐๐๐ ราย คิดว่าเมื่อโครงการนี้ได้ถูกบรรจุได้รับอนุมัติแล้วก็คงจะรักษาชีวิตของพี่น้องประชาชน เพื่อนร่วมชาติ หรือผู้ใช้รถใช้ถนนได้ไม่ต่ำกว่า ๕๐ เปอร์เซ็นต์เป็นอย่างน้อยนะครับ ก็คิดว่า คงต้องอาศัยท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรตินั้นได้ให้ข้อมูลเสนอแนะว่าจุดใดจะเป็นจุดกลับรถยูเทิร์น ในพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศเราจะได้นำมาพิจารณาและก่อสร้างเอาไว้เพื่อเป็นประโยชน์ต่อไป ขอบคุณครับ
ท่านกิตติรัตน์จะตอบใช่ไหมครับ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้รับมอบหมายจากคณะรัฐมนตรี ให้เป็นผู้นำเสนอร่างพระราชบัญญัติให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อการพัฒนา โครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของประเทศ พ.ศ. .... ผมจะขอทำหน้าที่กราบเรียนแถลงสรุป และจะขออนุญาตใช้ภาพฉายประกอบคำแถลงสรุปซึ่งได้ขออนุญาตต่อท่านประธาน ไว้แล้วนะครับ
(เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการเปิดพรีเซนเทชัน)
ผมขอกราบเรียนว่าโดยที่ประเทศไทยมีความจำเป็นที่จะต้องพัฒนา โครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งเพื่อรองรับการขยายตัวของเมืองและการคมนาคม ขนส่งของผู้โดยสารและสินค้าที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว รองรับการขยายตัว ด้านเศรษฐกิจการค้าและการลงทุนทั้งในประเทศและในระหว่าประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในช่วงเวลาที่สำคัญของการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจ อาเซียน ในภาวะที่การขาดประสิทธิภาพของระบบคมนาคมขนส่งของประเทศเริ่มเป็นปัญหา ต่อความสามารถในการแข่งขันทางเศรษฐกิจและต่อภารกิจในการอำนวยความสะดวก แก่ประชาชน กระผมต้องขอกราบขอบพระคุณท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่ได้กรุณา อภิปรายทั้งในส่วนที่คัดค้าน ทักท้วง แสดงความห่วงใย เห็นชอบ สนับสนุน และให้กำลังใจ รัฐบาลในการดำเนินการตามแนวทางของร่างพระราชบัญญัติให้อำนาจกระทรวงการคลัง ในครั้งนี้นะครับ กระผมขอกราบเรียนว่าร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ขอให้กระทรวงการคลัง ได้สามารถดำเนินการกู้เงินเป็นจำนวนไม่เกิน ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทเท่านั้น การอภิปราย ในบางช่วงอาจจะนำไปสู่ความเข้าใจไขว้เขวว่าเป็นการให้อำนาจกระทรวงการคลัง กู้เงินในจำนวนที่มากกว่านั้น อย่างไรก็ตาม ในส่วนของการกู้เงินย่อมมีค่าดอกเบี้ย และการดำเนินการเพื่อที่จะชำระคืนดอกเบี้ยเป็นรายปีนั้นเป็นหน้าที่อันปกติของรัฐบาล ดังนั้นจะไม่มีการสะสมภาระดอกเบี้ยให้กลายเป็นจำนวนหนี้ที่พอกพูนเพิ่มขึ้น นอกจากนั้น ร่างกฎหมายฉบับนี้ยังเป็นฉบับแรกที่ได้ขออำนาจในการกู้เงิน และคณะรัฐมนตรีได้มี การพิจารณาถึงแนวทางในการดำเนินการให้หนี้จำนวนดังกล่าวได้รับการชำระคืนและหมดสิ้นลง จริงอยู่ครับในการพิจารณานั้นคณะรัฐมนตรีได้ขอให้กระทรวงการคลังดำเนินการ คำนวณในกรณีที่เผื่อขาดเผื่อเหลือโดยกำหนดอัตราดอกเบี้ยไว้สูงกว่าราคาตลาดในปัจจุบัน ซึ่งในการคำนวณนั้นก็ได้ใช้อัตราดอกเบี้ยที่สูงถึงร้อยละ ๕ ในขณะที่ถ้าหากมีการดำเนินการ กู้เงินในสภาวะตลาดในขณะนี้ แล้วยังมั่นใจว่าต่อเนื่องไปอีกเป็นระยะเวลาพอสมควร เราจะสามารถกู้เงินได้ด้วยต้นทุนพิกัดต่ำกว่า รวมทั้งในการคำนวณก็ยังสมมุติว่า การผ่อนชำระคืนจะทำอย่างค่อยเป็นค่อยไป โดยหากคณะรัฐมนตรีในอนาคตมีแผน ที่จะดำเนินการผ่อนชำระคืนในอัตราที่เร็วกว่านั้นก็ย่อมทำได้ แต่ถ้าหากว่าในการพิจารณา เห็นในประโยชน์ของการที่จะค่อย ๆ ผ่อนชำระเงินต้นลงและนำเงินในส่วนที่เป็นงบประมาณ ไปดำเนินการในส่วนที่เป็นประโยชน์มากกว่าในการที่จะเร่งลดหนี้นั้นก็สามารถทำได้ ดังนั้นจึงขออนุญาตกราบเรียนยืนยันนะครับว่าการดำเนินการกู้เงินตามแนวทางของ ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ในที่สุดหนี้ก็จะหมดลง ส่วนจะหมดลงภายในระยะเวลา ตามการคำนวณที่ได้ชี้แจงต่อคณะรัฐมนตรีหรือไม่นั้นก็อยู่ที่แนวนโยบายที่ผมได้กราบเรียน ไปเมื่อสักครู่ ท่านสมาชิกที่ห่วงใยว่าการมีหนี้แล้วก็มีระยะยาวในการผ่อน ผมก็ขออนุญาตเรียนย้ำว่าในอดีตนั้นกฎหมายกู้เงินอื่น ๆ ซึ่งก็รวมถึงฉบับที่รัฐบาลนี้ ได้ออกในช่วงของการดำเนินการเพื่อการลงทุนในระบบบริหารจัดการน้ำแบบบูรณาการ หรือรวมทั้งพระราชกำหนดในเรื่องที่จะกู้เงินเพื่อมากระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลก่อน หรือการกู้เงินในครั้งก่อน ๆ นั้นก็ไม่ได้มีการกำหนดแผนการหรือการคำนวณแต่อย่างใดไว้ ผมก็ขออนุญาตเรียนว่าหนี้เหล่านั้นถึงแม้อาจจะมีจำนวนที่น้อยกว่านะครับ แต่ถ้าหากว่า ขาดการบริหารจัดการลืมเลือนในการที่จะดำเนินการทยอยลดเงินกู้ ภาระดอกเบี้ยก็จะพอกพูน ต่อเนื่องไป รัฐบาลนี้ให้ความสำคัญในเรื่องของการดำเนินการที่จะชำระคืนหนี้เงินกู้ ดังสิ่งที่ ได้ปฏิบัติมาแล้วสำหรับกรณีที่ได้ดำเนินการกับหนี้จำนวนขนาดใหญ่เมื่อครั้งเป็นปัญหาวิกฤติ เศรษฐกิจที่เราเรียกว่า หนี้กองทุนฟื้นฟู มูลค่าประมาณ ๑.๑๔ ล้านล้านบาท แล้วก็เป็นข่าวดีนะครับว่า หนี้จำนวนดังกล่าวนั้นขณะนี้เงินต้นกำลังค่อย ๆ ลดลง แล้วก็จะหมดลงในที่สุด ผมก็เชื่อมั่น นะครับว่าความเอาใจใส่ในการที่จะลดหนี้เหล่านี้ลงก็จะทำให้ภาวะที่เป็นข้อห่วงใย ของท่านสมาชิกนั้นหมดไปในที่สุด การที่เราไม่ใช้งบประมาณประจำปี ผมได้กราบเรียน เมื่อครั้งที่ได้มีโอกาสอภิปรายในวันแรกนะครับ และรวมทั้งท่านรัฐมนตรีและท่านสมาชิก หลายท่านที่มีความเข้าใจในส่วนนี้ ได้กราบเรียนไปแล้วว่าการดำเนินการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน ด้านคมนาคมขนส่งล้วนแล้วแต่เป็นโครงการขนาดใหญ่ที่จะต้องมีการดำเนินการอย่างต่อเนื่อง เป็นเวลาหลายปี มิติของงบประมาณประจำปีอาจจะไม่สามารถที่จะกำกับดูแลให้โครงการ ขนาดใหญ่เหล่านี้มีการลงทุนอย่างต่อเนื่องจนสามารถสำเร็จเสร็จสิ้นภายในระยะเวลา อันสมควรได้ นอกจากนั้นหากเราใช้ระบบงบประมาณประจำปี การลงทุนในโครงการเหล่านี้ อาจส่งผลทางใดทางหนึ่งหรือทั้ง ๒ ทางของสิ่งที่จะเป็นการเบียดบังงบประมาณที่จะนำไปใช้ บริหารกิจการต่าง ๆ ด้านอื่น ไม่ว่าจะเป็นด้านการศึกษา ด้านความมั่นคง ด้านสังคม และด้านอื่น ๆ ที่มิใช่เป็นด้านเศรษฐกิจ ท่านสมาชิกหลายท่านก็ได้แสดงความเป็นห่วงครับ ซึ่งผมก็ขออนุญาตเรียนว่าการที่เราได้ออกกฎหมายเป็นการเฉพาะเพื่อการลงทุนด้านนี้ การบริหารงบประมาณประจำปีก็จะสามารถดำเนินไปได้ตามปกติ มีการดูแลกิจกรรม กิจการด้านอื่น ๆ ได้อย่างทั่วถึง นอกจากนั้นยังสามารถที่จะรักษากรอบวินัยการคลัง ที่เข้มงวดดังเช่นที่ได้มีการกำหนดวางไว้ว่าการขาดดุลงบประมาณในแต่ละปีจะดำเนินการ ให้มีการลดลงจนกระทั่งเข้าสู่ภาวะสมดุลในที่สุด การดำเนินการตามแนวทางของ ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้จะสามารถทำให้เกิดความชัดเจนได้ว่าประเทศไทยสามารถบริหาร จัดการงบประมาณประจำปีซึ่งจะดูแลการใช้จ่ายต่าง ๆ ที่เป็นปัจจุบันและสามารถดำเนินการ ให้ครอบคลุมทั่วถึงได้ ควบคู่ไปกับการรักษาวินัยทางการคลังในการทำให้เกิดความสมดุล ดังนั้นการดำเนินการในเรื่องนี้จึงเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในการออกกฎหมายเป็นการเฉพาะ ตามแนวทางของร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ส่วนการที่สมาชิกหลายท่านได้อภิปรายนั้น ผมสังเกตได้ว่าสมาชิกจำนวนมากส่วนใหญ่หรืออาจจะเกือบทั้งหมดด้วยซ้ำได้เห็นข้อดี ของการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของประเทศว่าจะสามารถทำให้ ประเทศมีประสิทธิภาพในการดำเนินการทั้งทางด้านเศรษฐกิจและการอำนวยความสะดวก ต่อพี่น้องประชาชนได้มากขึ้น การดำเนินการดังกล่าวนี้มีความสอดคล้องกับนโยบาย ที่รัฐบาลได้แถลงไว้ ท่านสมาชิกหลายท่านนอกจากจะเห็นด้วยสนับสนุนแล้วยังรู้สึกห่วงใย เสียด้วยซ้ำไปว่าการลงทุนในครั้งนี้ดูเหมือนจะยังครอบคลุมไม่เพียงพอ ซึ่งผมก็ขออนุญาต กราบเรียนนะครับว่าการดำเนินการตามแนวทางการพัฒนาระบบคมนาคมขนส่งของ ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ แน่นอนครับ ไม่สามารถเกิดผลทางตรงได้ครอบคลุมทุกจังหวัด ของประเทศ แต่ผลประโยชน์ที่จะเกิดขึ้นกับทุกจังหวัดของประเทศนั้นเป็นสิ่งที่ย่อมเกิดขึ้นได้ เมื่อประสิทธิภาพในการดำเนินการเชื่อมโยงเมืองสำคัญ ๆ ต่าง ๆ ได้ถูกพัฒนาขึ้นตามแผน เมืองรองต่าง ๆ จะมีโอกาสเชื่อมโยงเข้าสู่เมืองสำคัญ ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ดังนั้นประโยชน์ที่จะเกิดขึ้นอย่างถ้วนทั่วนั้นเป็นความตั้งใจของรัฐบาลที่จะดูแลพี่น้องประชาชน ให้ทั่วถึงในทุกภูมิภาคด้วย ผมมั่นใจครับว่าไม่มีเจตนาที่จะไปเลือกจังหวัดหนึ่งจังหวัดใด เป็นการเฉพาะ แล้วก็การดำเนินการต่าง ๆ นั้นไม่ว่าจะอยู่ในหน้าที่ใด ไม่ว่าจะเป็น ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี รองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ซึ่งก็เผอิญมีนามสกุล ไปสอดคล้องกับชื่อจังหวัดอีกจังหวัดหนึ่งด้วยซ้ำก็ไม่ได้มีเรื่องที่จะต้องไปเลือกปฏิบัติ ให้เกิดผลประโยชน์พิเศษขึ้น ผมจะขออนุญาตได้อ้างอิงถึงนโยบายของรัฐบาลที่ได้แถลง ต่อรัฐสภาเมื่อครั้งเข้ารับหน้าที่ ขออนุญาตอ่านเพื่อให้ถ้อยคำทั้งหมดตรงตามที่ได้แถลงไว้นะครับ นโยบายโครงสร้างพื้นฐานในการพัฒนาระบบรางเพื่อขนส่งมวลชนและการบริหารจัดการ ระบบขนส่งสินค้าและบริการ ข้อ ๓.๔.๔ พัฒนาระบบคมนาคมขนส่งทางราง โดยเชื่อมโยง โครงข่ายและการบริหารจัดการขนส่งผู้โดยสารและสินค้าและบริการที่สะดวกและปลอดภัย ทั้งในพื้นที่ชนบท พื้นที่เมือง และระหว่างประเทศ รวมทั้งสนับสนุนการขยายฐานการผลิต ตามแนวเส้นทางรถไฟ
(๑) พัฒนาระบบรถไฟทางคู่เชื่อมชานเมืองและหัวเมืองหลักในเส้นทางที่มี ความสำคัญ
(๒) ศึกษาและพัฒนารถไฟความเร็วสูงสายกรุงเทพฯ-เชียงใหม่ กรุงเทพฯ-นครราชสีมา กรุงเทพฯ-หัวหิน และเส้นทางอื่นเพื่อเตรียมการเชื่อมต่อกับประเทศ เพื่อนบ้าน
ผมขออนุญาตได้เรียนโดยสังเขปเพื่อที่จะได้กราบเรียนว่าในการดำเนินการ ตามยุทธศาสตร์ที่ได้อยู่ในบัญชีท้ายร่างพระราชบัญญัติตรงตามคำแถลงนโยบายของรัฐบาล ต่อรัฐสภาไว้ทุกประการนะครับ สำหรับการลงทุนในครั้งนี้ถือเป็นการวางรากฐานที่สำคัญ ของประเทศ ซึ่งผมขออนุญาตได้กราบเรียนในข้อห่วงใยของท่านสมาชิกว่ามีการลงทุนด้วย จำนวนเงินที่สูงถึง ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ผมขออนุญาตได้กราบเรียนอ้างอิงนะครับ ขณะนี้ ขนาดเศรษฐกิจของประเทศซึ่งคำนวณโดยสิ่งที่เรียกว่าผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ หรือที่เราใช้คำภาษาอังกฤษกันอย่างคุ้นเคยว่า กรอส โดเมสติก โพรดักท์ (Gross Domestic Product) หรือจีดีพีนั้นมีมูลค่าเป็นเงินบาทประมาณ ๑๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทต่อปี การดำเนินการเพื่อการลงทุนมูลค่า ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนั้นมิได้เกิดขึ้นภายในปีเดียว เป็นการดำเนินการตามแผนที่จะดำเนินการให้ไปถึงสิ้นปี ๒๕๖๓ เหลือระยะเวลาประมาณ ๗ ปีเศษ ถ้าหากเรารวมผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศตลอดต่อเนื่องเป็นระยะเวลา ประมาณ ๗ ปีเศษนั้นเราจะมีผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศหรือขนาดของระบบ เศรษฐกิจที่สอดคล้องกับระยะเวลาที่เตรียมลงทุนสูงถึงกว่า ๑๒๐,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ดังนั้นผมยอมรับว่าเป็นจำนวนเงินที่มากสำหรับ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แต่ขนาดเศรษฐกิจ ของประเทศในขณะนี้ก็มีความใหญ่โต การที่เราจะลงทุนเพื่อที่จะขับเคลื่อนและเสริม ประสิทธิภาพของประเทศที่มีการพัฒนาเศรษฐกิจก้าวไกลมาอย่างประเทศไทยนั้นจึงสมควร ที่จะมีขนาดที่เหมาะสมกัน อย่างไรก็ตาม ปริมาณเงินจำนวน ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทยังถือว่า เป็นการควบคุมวินัยการคลังที่เข้มแข็ง ซึ่งผมจะได้ขออนุญาตกราบเรียนต่อไป และข้อห่วงใย ของท่านสมาชิกที่เกี่ยวข้องกับการกู้เงินแล้วจะต้องจ่ายดอกเบี้ยและผ่อนชำระ ผมจะขออนุญาตได้เปรียบเทียบกรณีของประเทศราวกับว่าเป็นบุคคล ประเทศที่มีฐานะ การเงินที่เข้มแข็งอย่างประเทศไทยที่มีเงินสำรองระหว่างประเทศอยู่ในระดับใกล้เคียง ๒๐๐,๐๐๐ ล้านเหรียญสหรัฐ หรือ ๒,๐๐๐ บิลเลียน ยูเอส ดอลลาร์ (Billion US Dollars) ประเทศที่มีสภาพคล่องทางการเงินที่อยู่ในสภาพของเงินบาทจากผลของการดำเนิน เศรษฐกิจที่มีภาวะเกินดุลมาอย่างต่อเนื่องยาวนานกว่าทศวรรษครึ่ง เรามีสภาพคล่องส่วนเกิน ซึ่งอยู่ในระบบมากกว่า ๓,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งขณะนี้ธนาคารกลางของประเทศ ก็ทำหน้าที่ดูแลสภาพคล่องส่วนนี้ไม่ให้เกินเป็นภาวะที่ล้นทะลักในประเทศ โดยการดูดซับ สภาพคล่องออกไปเป็นจำนวนที่มากกว่า ๓,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทที่ผมได้กราบเรียนไป ดอกเบี้ยที่เกิดขึ้นจากการดูดซับสภาพคล่องที่ท่านกังวลขออนุญาตเรียนว่าก็ได้จ่ายอยู่แล้ว แล้วเงินจำนวนดังกล่าวก็ดูดซับสภาพคล่องไปโดยไม่ได้สามารถทำให้เกิดผลประโยชน์ ทางเศรษฐกิจประการใด เพราะเป็นการดึงออกไปเพื่อดูแลสภาพคล่องในระยะปัจจุบัน สภาพคล่องไปโดยไม่สามารถทำให้เกิดผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจประการใด เพราะเป็นการดึง ออกไปเพื่อดูแลสภาพคล่องในระยะปัจจุบัน ผมจึงขออนุญาตเรียนว่าการลงทุนในส่วนที่เป็น มูลค่า ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนั้น นอกจากจะไม่ได้เกิดขึ้นในทันทีแล้วนะครับ สภาพคล่อง ที่มีอยู่อย่างเพียงพอภายในประเทศนั้นก็สามารถที่จะดูแลในเรื่องของการระดมเงินในครั้งนี้ ได้ไม่ยากเย็น ผมได้เรียนชี้แจงไปแล้วว่าแหล่งเงินเหล่านี้หากเกิดดอกเบี้ยก็จะเกิดประโยชน์ ทางด้านดอกเบี้ยที่ตกอยู่กับผู้ออมภายในประเทศเป็นสำคัญ นอกจากนั้นถ้าผมจะยกตัวอย่าง เทียบเคียงกับกรณีของบุคคลนะครับ ถ้าเป็นบุคคลที่มีสภาวะที่แข็งแรงอย่างประเทศไทย ในขณะนี้ก็ถือว่าเป็นบุคคลที่มีสภาพจิตใจร่างกายแข็งแรง การที่บุคคลหนึ่งตัดสินใจ ที่จะขอกู้เงินเพื่อนำมาลงทุนในสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อตนเองเช่นการที่จะซื้อบ้านขนาดย่อม ๆ สักหลังหนึ่ง และต้องจ่ายดอกเบี้ยแล้วค่อย ๆ ผ่อนเงินต้นให้หมดลงไปในที่สุดนั้นก็มีภาวะ เทียบเคียงคล้าย ๆ กับแนวทางตามร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ แต่ถ้าหากว่าบุคคล อีกท่านหนึ่งนะครับ ซึ่งมีความพร้อมเท่ากัน ความแข็งแรงทางร่างกายจิตใจเท่ากัน ไม่ตัดสินใจที่จะกู้เงินเพื่อมาลงทุนในส่วนที่จะเป็นประโยชน์ของตัวเอง ค่อย ๆ เก็บหอมรอมริบ ไปในแต่ละปี หลายปีผ่านไป หลายทศวรรษผ่านไปผมเชื่อว่าท่านที่ ๒ อาจไม่สามารถซื้อบ้าน เป็นของตนเองในลักษณะที่มีความเป็นบ้านย่อม ๆ เหมือนท่านแรกได้ เพราะราคาบ้าน จะมีแนวโน้มขยับสูงขึ้นไปเรื่อย ๆ นอกจากนั้นระหว่างที่ท่านไม่ตัดสินใจที่จะกู้เงิน และจ่ายเป็นดอกเบี้ยนั้นท่านอาจจะต้องตกอยู่ในสภาวะที่จะต้องจ่ายค่าเช่าบ้านไปเรื่อย ๆ คล้าย ๆ กับกรณีที่ประเทศไทยที่จะต้องเผชิญอยู่กับภาวะขาดประสิทธิภาพในระบบ คมนาคมขนส่ง สิ่งที่ไม่ได้จ่ายเป็นค่าดอกเบี้ยนั้นเป็นการจ่ายไปจากความสูญเสียอันเกิดจาก การขาดประสิทธิภาพในการดำเนินการขนส่งที่ได้เกิดขึ้นและเป็นปัญหา และถ้าหากว่า ลงทุนแล้วก็คงจะคล้ายกับท่านแรกนะครับ ซึ่งมีบ้านเป็นของตนเองทั้ง ๆ ที่อาจจะยังต้อง ผ่อนอยู่ แต่มีความสุขกายสบายใจพอที่จะสามารถทำงานได้อย่างเข้มแข็ง และสามารถหารายได้ ให้กับตนเองอย่างดีขึ้น ดังนั้นประเทศไทยถ้าหากมีการลงทุนตามแนวทางของร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ก็จะเป็นประเทศซึ่งมีโอกาสที่จะมีรายได้ที่สูงขึ้น โดยจีดีพีของประเทศจะมีแนวโน้มสูงกว่า ในกรณีที่เราไม่ตัดสินใจลงทุนอย่างมีนัยสำคัญ การประหยัดต่อเชื้อเพลิงต่าง ๆ ที่ได้มี การคำนวณไว้และสามารถยืนยันได้ในหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องนะครับ จะมีมูลค่ารวมกัน เกินกว่าปีละ ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ดังนั้นในระยะเวลาที่ยาวนานหลายทศวรรษอย่างที่ ท่านเป็นห่วงนะครับ จะพบว่าเราสามารถดำเนินการได้
ดังนั้นผมจะขออนุญาตเรียนถึงประเด็นที่ ๒ ที่ท่านมีความเป็นห่วงเป็นใย ในเรื่องของความโปร่งใสนะครับ รัฐบาลได้ใช้หลักเกณฑ์ในการคำนวณราคากลางก่อสร้างใหม่ โดยคณะรัฐมนตรีได้มีมติให้ความเห็นชอบไปแล้วตั้งแต่เดือนเมษายน ปี ๒๕๕๕ นอกจากนั้น ได้มีการดำเนินการตามแนวทางของพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกัน และปราบปรามการทุจริต เปิดเผยราคากลางงานก่อสร้างทางราชการ เมื่อวันที่ ๑๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๖ การดำเนินการตามร่างพระราชบัญญัตินั้นสามารถที่จะทำให้เกิด ความโปร่งใสได้ด้วยการดำเนินการตามขั้นตอนต่าง ๆ ที่อยู่ในร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ผมขออนุญาตเรียนว่าท่านที่มีความเป็นห่วงว่าจะมีการกู้มากองนั้นก็ไม่ต้องกังวลนะครับ เพราะในกฎหมายไม่สามารถทำให้เกิดภาวะนั้นได้ ท่านสมาชิกบางท่านได้สงสัยว่าทำไม เมื่อคำนวณอัตราดอกเบี้ยในปีแรก ๆ แล้วดูเหมือนอัตราดอกเบี้ยจะต่ำก็คงจะอยู่ในภายใต้ ข้อสมมุติที่ท่านเข้าใจไปว่าเราจะกู้ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทในทันทีในปีแรก ค่าดอกเบี้ย ที่เกิดขึ้นน้อยนั้นจึงนำไปคำนวณกับ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทแล้วกลายเป็นตัวเลขที่ต่ำ การกู้เงินที่เราได้คำนวณอยู่ในใต้ข้อสมมุติที่เป็นร้อยละ ๕ จริงนะครับ แล้วก็การดำเนินการ ต่าง ๆ นั้นเป็นการสมมุติที่เผื่อขาดเผื่อเหลือในกรณีที่สูงที่สุดด้วย ผมจึงขออนุญาตเรียนว่า ขั้นตอนในการเตรียมความพร้อมของโครงการที่หน่วยงานเจ้าของโครงการจะต้องดำเนินการ จนกระทั่งเกี่ยวข้องกับกฎหมายต่าง ๆ ที่ดูแลในเรื่องของการลงทุนไม่ว่าจะเป็นเรื่องผู้เชี่ยวชาญ ด้านสิ่งแวดล้อมต่าง ๆ จนกระทั่งสามารถที่จะนำเสนอมาต่อคณะรัฐมนตรีนั้นจะต้องผ่าน การกลั่นกรองจากหน่วยงานสำคัญของประเทศได้แก่ สำนักงานคณะกรรมการเศรษฐกิจ และสังคมแห่งชาติ สำนักงบประมาณ และกระทรวงการคลัง คณะรัฐมนตรีมีสิทธิมีหน้าที่ ที่จะต้องพิจารณาอนุมัติกรอบวงเงิน หากยังไม่ได้มีการอนุมัติกรอบวงเงินไม่สามารถที่จะไปกู้เงินมาได้เพราะเรามีพระราชบัญญัติ การบริหารจัดการหนี้สาธารณะกำหนดไว้ว่าการดำเนินการกู้เงินนั้นจะต้องเกิดขึ้น เมื่อคณะรัฐมนตรีให้ความเห็นชอบเสียก่อน และคณะรัฐมนตรีจะให้ความเห็นชอบได้ ก็จะต้องผ่านการกลั่นกรองของหน่วยงานสำคัญ ๓ หน่วยงาน รวมทั้งจะต้องมีการปฏิบัติ ตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องให้ครบถ้วนเสียก่อนดังถ้อยคำในร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้นะครับ ผมจะขออนุญาตได้กราบเรียนว่าการดำเนินการนั้นยังมีการกำกับในเรื่องของการติดตาม และประเมินผลที่ไม่เหมือนกับกฎหมายกู้เงินฉบับอื่น ๆ หน่วยงานเจ้าของโครงการมีหน้าที่ เสนอความคืบหน้าและการประเมินผลต่อกระทรวงเจ้าสังกัด กระทรวงเจ้าสังกัดมีหน้าที่ เสนอต่อกระทรวงการคลัง เพื่อที่จะเสนอต่อคณะรัฐมนตรี และนำเสนอต่อสภาผู้แทนราษฎร และวุฒิสภา ภายใน ๑๒๐ วันหลังจากสิ้นปีงบประมาณ ดังนั้นจึงขออนุญาตกราบเรียน ยืนยันนะครับว่าร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้เป็นการขออำนาจในการกู้เงินจำนวนไม่เกิน ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท และการดำเนินการกู้เงินนั้นจะต้องเป็นไปตามกฎหมาย นอกจาก ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้แล้วยังเป็นพระราชบัญญัติการบริหารหนี้สาธารณะซึ่งได้มี การกำหนดเงื่อนไขและขั้นตอนในการกู้เงินไว้อย่างเข้มงวด หน่วยงานที่รับผิดชอบเกี่ยวข้อง ต่าง ๆ สามารถที่จะทำให้เกิดการดูแลและกำกับอย่างทั่วถึงได้ ดังนั้นการดำเนินการในครั้งนี้ ขออนุญาตกราบเรียนสรุปว่าสื่อมวลชนบางแขนงได้นำเอาผลการคำนวณของสำนักงาน บางแห่งแล้วก็น่าจะมีความเข้าใจผิด เมื่อมีการคำนวณระดับหนี้สาธารณะเมื่อเทียบกับจีดีพี ของประเทศ ดังนั้นกระผมจึงขอใช้โอกาสนี้ที่จะได้เรียนว่าหนี้สาธารณะที่จะเกิดขึ้นจาก การดำเนินการตามร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ รวมทั้งสิ่งต่าง ๆ ที่จะเกี่ยวข้องในการบริหาร ราชการภายใต้กรอบของการบริหารนโยบายการคลังที่จะขาดดุลลดลงเรื่อย ๆ และรวมทั้ง ภาระที่มีอยู่ในการดำเนินการอื่น ๆ นั้นจะทำให้หนี้สาธารณะของประเทศอยู่ในระดับที่ ไม่เกินร้อยละ ๕๐ อย่างแน่นอน และอย่างที่ผมได้กราบเรียนไปนะครับ ขณะนี้กรอบวินัย การคลังนั้นได้ถูกกำหนดไว้ที่ร้อยละ ๖๐ การที่เราระมัดระวังเผื่อขาดเผื่อเหลือไว้ถึง ร้อยละ ๑๐ นั้นเป็นความพร้อมที่จะสามารถดูแลประเทศได้ ดังนั้นกระผมจึงขออนุญาต กราบเรียนว่าความพร้อมของรัฐบาลในการที่จะดำเนินการบริหารจัดการเพื่อให้เกิด การลงทุนเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพด้านคมนาคมขนส่งของประเทศนั้นจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่ง กับประเทศในระยะยาว กระผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่าสภาผู้แทนราษฎรจะได้กรุณาพิจารณา ให้ความเห็นชอบในหลักการของร่างพระราชบัญญัติให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน เพื่อการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของประเทศ พ.ศ. .... เพื่อประโยชน์ ของประชาชนและประเทศโดยรวมต่อไป กราบขอบพระคุณครับ
ต่อไป ขอให้สมาชิกที่อยู่นอกห้องประชุมเข้าห้องประชุมผมจะลงมตินะครับ
(นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง มีสัญญาณ ให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนทำการตรวจสอบองค์ประชุม)
ท่านสมาชิก ที่อยู่นอกห้องประชุมกลับเข้าห้องประชุมด้วยนะครับ จะขอมติครับ ท่านที่มาแล้วกรุณา เสียบบัตรแสดงตนด้วยผมจะต้องตรวจสอบองค์ประชุมนะครับ อยู่ข้างนอกเข้าห้องประชุม ผมจะขอตรวจสอบองค์ประชุมเพื่อจะขอมติว่าจะรับร่างหลักการนี้หรือไม่ เชิญท่านสมาชิกที่อยู่ นอกห้องประชุมเข้าห้องประชุม นั่งประจำที่แล้วเสียบบัตรแสดงตน ขอตรวจสอบองค์ประชุม ก่อนนะครับ กรุณาเสียบบัตรแสดงตน
(สมาชิกทำการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)
เรียบร้อยแล้ว ส่งผลด้วยนะครับ จำนวนผู้เข้าประชุม ๓๓๕ ท่าน ถือว่าครบองค์ประชุมนะครับ
ต่อไปผมจะถามขอมติจากที่ประชุมว่าจะรับหลักการแห่งร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ หรือไม่ เชิญท่านสมาชิกออกเสียงลงคะแนนครับ ผู้ใดเห็นควรรับหลักการโปรดกดปุ่ม เห็นด้วย ท่านผู้ใดเห็นควรไม่รับหลักการโปรดกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ท่านผู้ใดเห็นควรงดออกเสียง โปรดกดปุ่ม งดออกเสียง เชิญลงคะแนนครับ
(สมาชิกทำการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)
ยังมีท่านใดไม่ได้ใช้สิทธิครับ ผมขอปิดการลงคะแนนแล้วนะครับ ใช้สิทธิไม่ได้ แล้วนะครับ ส่งผลคะแนนให้ผมด้วยครับ จำนวนผู้เข้าประชุม ๔๖๔ ท่าน เห็นด้วย ๒๘๔ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๑๕๒ ท่าน งดออกเสียง ๒๑ ท่าน ไม่ลงคะแนน ๗ ท่าน เป็นอันว่าที่ประชุมรับหลักการแห่งร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ครับ
ต่อไปจะตั้งคณะกรรมาธิการ เชิญท่านสมาชิกเสนอตั้งกรรมาธิการครับ ท่านปรีชาพลเชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ เพื่อนสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม ร้อยโท ปรีชาพล พงษ์พานิช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จากจังหวัดขอนแก่น พรรคเพื่อไทย ขอเสนอจำนวนกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ด้านคมนาคมขนส่งของประเทศ พ.ศ. .... จำนวน ๓๖ ท่าน ขอผู้รับรองด้วยครับ
มีผู้รับรองถูกต้องครับ เชิญท่านรัฐมนตรีเสนอสัดส่วนของรัฐบาล เชิญครับ
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม วราเทพ รัตนากร รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ขอเสนอสัดส่วนกรรมาธิการในนามของคณะรัฐมนตรี ดังนี้ ๑. นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง ๒. นายวราเทพ รัตนากร ๓. นายจาตุรนต์ ฉายแสง ๔. นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล ๕. นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ๖. นายจุฬา สุขมานพ ๗. นางสาวจารุวรรณ เฮงตระกูล ๘. นายประภัสร์ จงสงวน และ ๙. นายเทวัญ ลิปตพัลลภ
พรรคเพื่อไทย จำนวน ๑๔ ท่านครับ เชิญเสนอครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม นายจักริน พัฒน์ดำรงจิตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดขอนแก่น พรรคเพื่อไทย ขออนุญาตเสนอรายชื่อกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติให้อำนาจ กระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของประเทศ พ.ศ. .... จำนวน ๑๔ ท่าน ดังนี้ ๑. นายอิทธิเดช แก้วหลวง ๒. นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ๓. นางวันเพ็ญ พร้อมพัฒน์ ๔. นางอนุรักษ์ บุญศล ๕. นายสมบัติ ศรีสุรินทร์ ๖. นายไชยา พรหมา ๗. นายไพจิต ศรีวรขาน ๘. นายก่อเกียรติ สิริยะเสถียร ๙. นายนิทัศน์ ศรีนนท์ ๑๐. นางสาวลีลาวดี วัชโรบล ๑๑. นายพิชิต ชื่นบาน ๑๒. นายพรศักดิ์ เจริญประเสริฐ ๑๓. นายคณวัฒน์ วศินสังวร ๑๔. นายสมเกียรติ ศรลัมพ์ ขอผู้รับรองด้วยครับ
มีผู้รับรองถูกต้อง เชิญพรรคประชาธิปัตย์เสนอกรรมาธิการจำนวน ๙ ท่านครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายชื่นชอบ คงอุดม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ขอเสนอกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติเงินกู้ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ในส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ ดังต่อไปนี้ ๑. นายกรณ์ จาติกวณิช ๒. นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ๓. นายวิฑูรย์ นามบุตร ๔. นายวิทยา แก้วภราดัย ๕. นายสามารถ ราชพลสิทธิ์ ๖. นายเจือ ราชสีห์ ๗. นายอนุชา บูรพชัยศรี ๘. นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี ๙. นายสมชัย จิตสุชน ขอผู้รับรองด้วยครับ
มีผู้รับรองถูกต้อง พรรคภูมิใจ ๒ ท่านครับ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม ศุภชัย ใจสมุทร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ขอเสนอ รายชื่อกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติให้อำนาจกระทรวงการคลัง กู้เงินเพื่อการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของประเทศ พ.ศ. .... ในส่วนของ พรรคภูมิใจไทย ๒ ท่าน คือ ๑. นายชัย ชิดชอบ ๒. นายโสภณ ซารัมย์ ขอผู้รับรองด้วยครับ
มีผู้รับรองถูกต้องครับ เชิญพรรคชาติไทยพัฒนาจำนวน ๑ ท่านครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายยุทธพล อังกินันทน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคชาติไทยพัฒนา ขอเสนอกรรมาธิการในสัดส่วนของพรรคชาติไทยพัฒนาคือ นายชาดา ไทยเศรษฐ์ ครับ ขอผู้รับรองครับ
มีผู้รับรองถูกต้องครับ เชิญพรรคชาติพัฒนา พรรคพลังชลจำนวน ๑ ท่านครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายพันธุ์ศักดิ์ เกตุวัตถา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชลบุรี พรรคพลังชล ขอเสนอรายชื่อกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน เพื่อการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของประเทศ พ.ศ. .... ในสัดส่วนของ พรรคพลังชล พรรคชาติพัฒนา คือ นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ ขอผู้รับรองด้วยครับ
มีผู้รับรองถูกต้อง ท่านเลขาธิการอ่านรายชื่อนะครับ
รายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่ง ของประเทศ พ.ศ. .... จำนวน ๓๖ ท่าน ๑. นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง ๒. นายวราเทพ รัตนากร ๓. นายจาตุรนต์ ฉายแสง ๔. นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล ๕. นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ๖. นายจุฬา สุขมานพ ๗. นางสาวจารุวรรณ เฮงตระกูล ๘. นายประภัสร์ จงสงวน ๙. นายเทวัญ ลิปตพัลลภ ๑๐. นายอิทธิเดช แก้วหลวง ๑๑. นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ๑๒. นางวันเพ็ญ พร้อมพัฒน์ ๑๓. นางอนุรักษ์ บุญศล ๑๔. นายสมบัติ ศรีสุรินทร์ ๑๕. นายไชยา พรหมา ๑๖. นายไพจิต ศรีวรขาน ๑๗. นายก่อเกียรติ สิริยะเสถียร ๑๘. นายนิทัศน์ ศรีนนท์ ๑๙. นางสาวลีลาวดี วัชโรบล ๒๐. นายพิชิต ชื่นบาน ๒๑. นายพรศักดิ์ เจริญประเสริฐ ๒๒. นายคณวัฒน์ วศินสังวร ๒๓. นายสมเกียรติ ศรลัมพ์ ๒๔. นายกรณ์ จาติกวณิช ๒๕ นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ๒๖. นายวิฑูรย์ นามบุตร ๒๗. นายวิทยา แก้วภราดัย ๒๘. นายสามารถ ราชพลสิทธิ์ ๒๙. นายเจือ ราชสีห์ ๓๐. นายอนุชา บูรพชัยศรี ๓๑. นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี ๓๒. นายสมชัย จิตสุชน ๓๓. นายชัย ชิดชอบ ๓๔. นายโสภณ ซารัมย์ ๓๕. นายชาดา ไทยเศรษฐ์ ๓๖. นาย ปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์
ระยะเวลา การแปรญัตติครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ เพื่อนสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม ร้อยโท ปรีชาพล พงษ์พานิช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จากจังหวัดขอนแก่น พรรคเพื่อไทย ขอเสนอจำนวนวันแปรญัตติ ๑๕ วัน ขอผู้รับรองด้วยครับ
มีผู้รับรอง ถูกต้องครับ นัดแรกขอประชุมวันอังคารที่ ๒ เวลา ๑๐.๐๐ นาฬิกา เดี๋ยวนะครับ เชิญครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายจุฤทธิ์ ลักษณวิศิษฏ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ผมใคร่ขอเสนอแปรญัตติภายใน ๓๐ วันครับ เพราะว่าครั้ง นี้เป็นการแปรญัตติร่างพระราชบัญญัติพิเศษกู้เงินมูลค่า ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ที่ผ่านมา เวลาทำงบประมาณปี ๒๕๕๕ ก็ใช้เวลา ๓๐ วันครับ ปี ๒๕๕๖ ๔๕ วัน เพราะฉะนั้น ผมขอตัวเลข ๓๐ วัน ขอผู้รับรองด้วยครับ
มีผู้รับรองถูกต้อง ทางรัฐบาลท่านปรีชาพล
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ เพื่อนสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม ร้อยโท ปรีชาพล พงษ์พานิช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จากจังหวัดขอนแก่น พรรคเพื่อไทย กราบเรียนท่านประธานครับว่าโดยปกติในการแปรญัตติ ตามข้อบังคับก็เป็นจำนวน ๗ วัน ฉะนั้นทางฝั่งกระผมเองคิดว่าจำนวน ๑๕ วันนั้นก็เป็นเวลา ที่มีความเหมาะสมแล้วก็เพียงพอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเป็นช่วงที่ก่อนจะมีการปิดสมัยประชุม ก็ขอยืนยันว่าเป็น ๑๕ วันท่านประธานครับ
ท่านผู้นำฝ่ายค้าน ในสภาผู้แทนราษฎร เชิญครับ
ประธาน ที่เคารพครับ กระผม นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ คือกราบเรียนท่านประธานนะครับ ช่วงที่เราอภิปรายทางฝ่ายรัฐบาลก็พยายามยืนยันว่า จะให้เวลาเราหรือให้โอกาสเราตรวจสอบให้เหมือนกฎหมายงบประมาณให้มากที่สุด แต่เพียงแค่เริ่มต้นเราขอแปรญัตติตามเวลาที่เรามีเวลาในการพิจารณางบประมาณ ๓๐ วัน ท่านก็จะไม่ให้แล้ว นี่ก็เป็นการยืนยันที่ผมบอกว่าจริง ๆ แล้วผมเชื่อว่าคณะกรรมาธิการ ก็พิจารณานานกว่า ๓๐ วันอยู่แล้ว ถ้าจะเปิดโอกาสให้เพื่อนสมาชิกได้ศึกษา ไม่ว่าจะเป็น ตัวมาตรา ไม่ว่าจะบัญชีแนบท้าย และท่านพูดเองว่าจะให้เราไปช่วยดูเรื่องเอกสารประกอบด้วย ผมว่าเวลา ๓๐ วันเป็นเรื่องที่สมเหตุสมผลมากครับ
เชิญท่านรัฐมนตรีวราเทพ
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม วราเทพ รัตนกร รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ผมคิดว่าการที่ผู้เสนอ ๑๕ วันนั้นก็เสนอเกินกว่าข้อบังคับคือ ๗ วัน แต่อย่างไรก็ตาม ท่านผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ท่านกรุณายืนขอด้วยตนเองผมคิดว่ารัฐบาล คงไม่ขัดข้องครับ อยู่ที่ผู้เสนอจะถอน ๑๕ วันออกไป ผมคิดว่าเพื่อบรรยากาศในการไปทำงาน ในคณะกรรมาธิการร่วมกันไม่มีปัญหาครับ
ท่านปรีชาพล เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม ร้อยโท ปรีชาพล พงษ์พานิช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดขอนแก่น พรรคเพื่อไทย ในเมื่อทางรัฐบาลมีความเห็นเช่นนี้ กระผมเองก็ขอถอนญัตติครับ ขอบพระคุณครับ
เป็น ๓๐ วันนะครับ แปรญัตติ นัดประชุมครั้งแรกวันอังคารที่ ๒ เมษายน ๒๕๕๖ เวลา ๑๐.๐๐ นาฬิกา ห้อง ๓๗๐๑ นะครับ ห้อง ๓๖๐๑ เปลี่ยนจาก ๗ เป็น ๖ ขอขอบคุณท่านสมาชิกฝ่ายค้าน และรัฐบาลทุกท่านที่ทำงานเหน็ดเหนื่อยมา ๒ วัน วันนี้ปิดการประชุมครับ ขอบคุณครับ