สามารถ ราชพลสิทธิ์ หารือเรื่องการจัดสรรเงินลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้านการขนส่ง โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการจัดสรรเงินลงทุนให้เหมาะสมและตามหลักวิชาการด้านการขนส่ง และยังหารือเรื่องการพัฒนาระบบรางของประเทศไทย โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของรถไฟทางคู่และรถไฟฟ้า พร้อมชี้ให้เห็นว่าพรรคประชาธิปัตย์มีความมุ่งมั่นในการพัฒนาระบบรางของประเทศ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม สามารถ ราชพลสิทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ผมขอพูดถึงเรื่องโครงการภายใต้ร่าง พ.ร.บ. ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อการพัฒนา โครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของประเทศ พ.ศ. .... ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านประธานครับ การจัดสรรเงินลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้านการขนส่งยังไม่เหมาะสม เพราะสัดส่วนการลงทุนสำหรับการขนส่งทางน้ำเพียงแค่ ๑.๕ เปอร์เซ็นต์ถือว่าน้อยมาก ทั้ง ๆ ที่การขนส่งทางน้ำถูกที่สุด อีกทั้งประเทศไทยของเรามีพื้นที่ชายฝั่งทะเลยาวถึง ๒,๖๑๔ กิโลเมตร และมีพื้นที่ริมแม่น้ำยาวถึง ๑,๗๕๐ กิโลเมตร เพราะฉะนั้นรัฐบาลจะต้อง ให้ความสำคัญด้วยการจัดสรรเงินลงทุนให้มากกว่านี้ การจัดสรรเงินลงทุนให้กับระบบราง มากที่สุดโดยมีสัดส่วนถึงประมาณ ๘๐ เปอร์เซ็นต์นั้นดูเหมือนว่ามีความเหมาะสม แต่พอดู รายละเอียดแล้วพบว่าเป็นการจัดสรรตามภาคนิยมบนฐานแห่งความพอใจของฉันเอง ไม่มีหลักวิชาการด้านการขนส่งมารองรับเลย ไม่มีการจัดลำดับความสำคัญของโครงการ ตามความจำเป็นเร่งด่วน ท่านประธานครับ รัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ได้เขียนประวัติศาสตร์ หน้าใหม่ให้กับการขนส่งด้วยระบบรางเริ่มจากท่านนายกรัฐมนตรีชวน หลีกภัย ขออภัย ที่เอ่ยนามท่าน สมัยรัฐบาลชวน ๑ ได้เริ่มก่อสร้างรถไฟทางคู่ ทั้ง ๆ ที่ในเวลานั้นมีงบประมาณ จำกัด ขอรูปที่ ๑ ครับ
(เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
รูปนี้ท่านนายกรัฐมนตรีชวน กำลังตอกหมุดวางรางรถไฟทางคู่บริเวณเชิงสะพานพระรามหกเมื่อตอนต้นปี ๒๕๓๖ หลังจากนั้นท่านนายกรัฐมนตรีชวนได้กลับมาสานงานต่อในสมัยรัฐบาลชวน ๒ ด้วยการก่อสร้าง รถไฟทางคู่ ๔ สาย ๑. จากหัวหมาก-ฉะเชิงเทรา ๒. จากตลิ่งชัน-นครปฐม ๓. จากชุมทาง บ้านภาชี-มาบกะเบา ๔. จากชุมทางบ้านภาชี-ลพบุรี รัฐบาลต่อ ๆ มาให้ความสนใจ กับรถไฟทางคู่น้อยมาก พูดได้ว่าที่เรามีรถไฟทางคู่ใช้กันอยู่ในเวลานี้ เป็นเพราะการส่งเสริมการขนส่งทางรางอย่างจริงจังโดยรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ จนกระทั่ง มาถึงรัฐบาลอภิสิทธิ์ ท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ขออภัยที่เอ่ยนามท่าน ได้จัดให้มี แผนแม่บทเพื่อพัฒนาระบบราง ขอรูปที่ ๒ ครับ รูปนี้เป็นรายงานแผนแม่บทเพื่อพัฒนา ระบบรางมีสาระสำคัญคือ ๑. แผนแม่บทรถไฟความเร็วสูง ๕ สายทาง จากกรุงเทพฯ ไปหนองคาย กรุงเทพฯ-อุบลราชธานี กรุงเทพฯ-ปาดังเบซาร์ กรุงเทพฯ-เชียงใหม่ และกรุงเทพฯ-ระยอง ๒. แผนแม่บทรถไฟทางคู่ครอบคลุมทั่วประเทศเป็นระยะทาง ๓,๐๓๙ กิโลเมตร และ ๓. แผนแม่บท รถไฟสายใหม่ทั่วประเทศ ท่านประธานครับ รัฐบาลอภิสิทธิ์ได้อนุมัติงบประมาณกว่า ๑๗๐,๐๐๐ ล้านบาท สำหรับการก่อสร้างรถไฟทางคู่ระยะที่ ๑ เป็นระยะทาง ๗๖๗ กิโลเมตร ซึ่งถือว่าเป็นงบประมาณมากที่สุดที่มีการจัดสรรให้กับระบบราง พอมาถึงรัฐบาลปัจจุบัน รัฐบาลยิ่งลักษณ์ ท่านนายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ขออภัยที่เอ่ยนามท่านได้ใช้แผนแม่บท ฉบับนี้เป็นกรอบในการก่อสร้างโครงการตามร่าง พ.ร.บ. เงินกู้ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แต่มีการเปลี่ยนแปลงบางส่วนอย่างมีนัยสำคัญ เป็นการเปลี่ยนแปลงบนฐานแห่งความพอใจ ของฉันเอง ซึ่งผมจะชี้ให้เห็นต่อไป ท่านประธานครับ รัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ได้ให้ ความสำคัญกับระบบรางไม่ใช่เฉพาะรถไฟระหว่างกรุงเทพฯ กับต่างจังหวัดเท่านั้น แต่ยังให้ความสำคัญกับรถไฟฟ้าในกรุงเทพมหานครและปริมณฑลอีกด้วย เพื่อขับเคลื่อน มหานครของเราด้วยรถไฟฟ้าขนส่งมวลชน ขอรูปที่ ๓ ครับ รูปนี้ท่านนายกรัฐมนตรีชวน สมัยรัฐบาลชวน ๒ ปี ๒๕๔๒ ได้กดปุ่มเปิดหัวเจาะอุโมงค์รถไฟฟ้าใต้ดินสายสีส้มจากหัวลำโพง ถึงบางซื่อ ซึ่งเป็นรถไฟฟ้าใต้ดินสายแรกของประเทศไทยที่พี่น้องประชาชนได้ใช้เดินทางกันอยู่ ทุกวันนี้ ขอรูปที่ ๔ ครับ รูปนี้ท่านนายกรัฐมนตรีชวน ในสมัยรัฐบาลชวน ๒ ปี ๒๕๔๒ ได้เปิดเดินรถไฟฟ้าบีทีเอส (BTS) ซึ่งเป็นรถไฟฟ้าสายแรกของประเทศไทย รถไฟฟ้าสายนี้ เริ่มก่อสร้างในสมัยรัฐบาลชวน ๑ ท่านประธานครับ พูดถึงรถไฟฟ้าบีทีเอสแล้วผมจำเป็น ต้องพูดถึงการต่อเส้นทางรถไฟฟ้าบีทีเอสจากฝั่งพระนครไปสู่ฝั่งธนบุรีโดยผู้บริหาร กรุงเทพมหานครจากพรรคประชาธิปัตย์เริ่มจากสมัยท่านผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร อภิรักษ์ โกษะโยธิน ขออภัยที่เอ่ยนามท่าน ท่านได้ต่อเส้นทางรถไฟฟ้าบีทีเอสจากฝั่งพระนคร ข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาไปถึงวงเวียนใหญ่ ต่อจากนั้นท่านผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร หม่อมราชวงศ์สุขุมพันธุ์ บริพัตร ได้สานงานต่อ โดยต่อขยายรถไฟฟ้าบีทีเอสไปถึงบางหว้า บนถนนเพชรเกษม เป็นผลให้ชาวฝั่งธนบุรีไม่ต้องทนรถติดอีกต่อไป และมีโอกาสได้ใช้รถไฟฟ้า เหมือนกับชาวฝั่งพระนคร แต่กว่าจะต่อรถไฟฟ้าบีทีเอสข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาระยะทางสั้น ๆ แค่ ๒.๒ กิโลเมตรได้ และกว่าจะได้เป็นรูปนี้คือรูปที่ ๕ เป็นรถไฟฟ้าบีทีเอสเชื่อมระหว่าง ฝั่งพระนครกับฝั่งธนบุรี ก็ต้องฝ่าฟันอุปสรรคบนเส้นทางพัฒนานานัปการซึ่งสามารถอธิบายได้ด้วย รูปที่ ๖ ขอรูปที่ ๖ ครับ ท่านประธานลองอ่านดูเองว่าใครเป็นคนขัดขวางการต่อขยายรถไฟฟ้า บีทีเอสไปสู่ฝั่งธนบุรี รูปที่ ๗ ครับ ลองอ่านดูว่าใครเป็นคนแช่แข็งส่วนต่อบีทีเอสไปฝั่งธนบุรี ขอรูปที่ ๘ ครับ รูปนี้ละครับ การ์ตูนนี้เขียนว่าเห็นชาวบ้านเขาลำบากท่านคงมีความสุข ชาวบ้านหมายถึงคนฝั่งธนบุรีครับ ท่านประธานครับ พูดถึงผลงานของพรรคประชาธิปัตย์นะครับ พูดถึงผลงานเฉพาะของ รัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ก็ไม่ได้ครับ ผมจะต้องพูดถึงผลงานของรัฐบาลพรรคไทยรักไทย ด้วยครับ ในช่วงที่พรรคไทยรักไทยเป็นรัฐบาลตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๔๔ จนถึง พ.ศ. ๒๕๔๙ เป็นเวลา ๖ ปีนั้น มีกระแสข่าวเกี่ยวกับรถไฟฟ้าอยู่เป็นระยะ ๆ เช่น ๑. จะทุบตอม่อโฮปเวลล์ ๒. จะลดค่าโดยสารรถไฟฟ้าเหลือ ๑๕ บาทตลอดสาย ๓. จะซื้อกิจการรถไฟฟ้าบีทีเอส และรถไฟฟ้าใต้ดินคืนจากเอกชนโดยอ้างว่าเพื่อทำให้ค่าโดยสารถูกลงและ ๔. จะก่อสร้าง รถไฟฟ้าให้ได้ระยะทาง ๒๕๐ กิโลเมตร ภายใน ๖ ปี หรือภายใน พ.ศ. ๒๕๕๒ โดยใช้วงเงิน กว่า ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แต่สุดท้ายก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้นครับ จะพูดเช่นนั้นคงไม่ถูกต้องนัก เพราะอันที่จริงรัฐบาลพรรคไทยรักไทยเป็นผู้ริเริ่มโครงการแอร์พอร์ต ลิงค์เชื่อมมักกะสัน สู่สุวรรณภูมิ โดยใช้มักกะสันเป็นสถานีเช็กอิน การเดินทางทางอากาศในตัวเมืองที่เวลานี้ แทบกลายเป็นเมืองร้าง มีผู้ใช้บริการน้อยมากแค่วันละประมาณ ๒๐ คนเท่านั้น ถ้าเป็นในหน้าเทศกาลก็เพิ่มขึ้นถึง ๒ เท่า หรือ ๔๐ คนเท่านั้น รถไฟแอร์พอร์ต ลิงค์ ก็มีผู้โดยสารน้อย เป็นการสร้างหนี้ก้อนใหม่ก้อนใหญ่ให้กับการรถไฟแห่งประเทศไทย ท่านประธานครับ รัฐบาลยิ่งลักษณ์ได้ทดลองใช้ ๒๐ บาทตลอดสายกับแอร์พอร์ต ลิงค์ โดยเริ่มใช้ตั้งแต่วันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๕๕ แต่ไม่ได้ผล ต้องเลิกใช้ในวันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๕๕ หรือทนใช้ได้เพียงแค่ ๓ เดือนเท่านั้น เพราะฉะนั้น ๒๐ บาทตลอดสายจึงล้มเหลว ไม่เป็นไปตามที่พรรคเพื่อไทย ได้หาเสียงไว้ และ ๒๐ บาทตลอดสายจะไม่เกิดขึ้นอย่างแน่นอนในสมัยรัฐบาลยิ่งลักษณ์ มาถึงรัฐบาลอภิสิทธิ์ ท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้ก่อสร้างรถไฟฟ้าตามแผนแม่บท ที่มีการจัดทำโดยรัฐบาลที่ผ่านมา ท่านไม่ได้สั่งให้สำนักงานนโยบายและแผนการจราจร และขนส่งหรือ สนข. ศึกษาใหม่ให้สิ้นเปลืองทั้งเงินและเวลา ท่านไม่ได้สั่งให้ สนข. ปรับเปลี่ยน เส้นทางเพื่อเอื้อประโยชน์ให้กับผู้หนึ่งผู้ใด ท่านเริ่มก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีม่วงจากบางซื่อ-บางใหญ่ ซึ่งอีกไม่นานนี้ละครับพี่น้องประชาชนจะได้ใช้บริการ นอกจากนั้นท่านได้เริ่มประมูลก่อสร้าง รถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน ช่วงหัวลำโพง-บางแค และช่วงบางซื่อ-ท่าพระ