บุญยอด สุขถิ่นไทย หารือเรื่องการกู้เงิน 2,000,000,000 ล้านบาทเพื่อการลงทุนในโครงการโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของประเทศ และวิพากษ์วิจารณ์การลงทุนในรถไฟฟ้าความเร็วสูง โดยชี้ว่าควรพิจารณาใช้วิธีการลงทุนแบบ BOT หรือการร่วมทุนระหว่างรัฐและเอกชนแทนการกู้เงินนั้น และตั้งคำถามรัฐบาลว่าไปจ้างที่ปรึกษาไม่เหมาะสม
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม นายบุญยอด สุขถิ่นไทย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ครับ กู้เงิน ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทพูดกันเมื่อวานนี้ทั้งวันแล้วนะครับ วันนี้ต้องพูดต่อด้วยความมีสติและใช้เหตุใช้ผลคุยกัน ท่านจะกู้เงิน ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ดอกเบี้ยอีก ๓,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ใช้เวลา ๕๐ ปี พี่น้องชาวโคราชที่มาที่สภาแห่งนี้ เขียนแปะข้างฝาไว้เลยนะครับ รัฐบาลนี้จะกู้เงินปีนี้ ปี ๒๕๕๖ ใช้หนี้หมดปี ๒๖๐๖ ครับ กู้ พ.ศ. นี้ใช้หนี้หมดศตวรรษหน้าครับ เขียนแปะข้างฝาไว้นะครับ แล้วท่านจะให้กู้หรือไม่ เรื่องนี้เพิ่งเริ่มต้นพูดกันมาไม่นาน ผมดูในรายงานมีการพูดกันประมาณเดือนสองเดือน แต่แท้ที่จริงแล้วท่านประธานครับ ผ่านหลักการของคณะรัฐมนตรีมา อนุมัติโดย ครม. ๑๙ มีนาคม ๒๕๕๖ สัปดาห์ที่แล้วเองครับ แล้วก็เข้ามาถึงในวันนี้ในการพิจารณาของสภา วันนี้ผมจึงบอกได้เลยครับว่าพวกผมไม่ตื่นเต้นกับการกู้เงินมาแล้วบอกว่าจะไปทำรถไฟฟ้า ความเร็วสูง รถไฟรางคู่ ท่าเรือ ศุลกากรอะไรต่าง ๆ แต่ผมตกใจครับว่าท่านทำอย่างนี้ได้อย่างไร เราพูดกันสับสนมากนะครับ ๒.๒ ล้านล้านบาท หรือ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทกันแน่ แม้แต่เอกสารที่ส่งเข้ามาเมื่อวานหลายคนก็พูดครับ บอกว่า ๓๐๐ หน้า ๒๓๑ หน้าครับ หน้าสุดท้าย ๒๓๒ หน้าสุดท้ายใบเดียวพี่น้องโคราชข้างบนครับ ๙,๒๖๑ ล้านบาท แผนงานส่งเสริมหรือสนับสนุนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของประเทศ ตามยุทธศาสตร์ ๒ บรรทัดและตัวเลข ๙,๒๖๑ ล้านบาท มีใบเดียวครับ มีแค่นี้ครับ ท่านให้ไหมครับ เอกสารแบบนี้ส่งเข้ามาเราจะดูกันอย่างไรครับ ผมจึงเรียกร้องต่อรัฐบาลนี้นะครับว่า แนวนโยบายการมีส่วนร่วมของประชาชนซึ่งบรรจุอยู่ในรัฐธรรมนูญ มาตรา ๘๗ รัฐต้องดำเนินการตามแนวนโยบายด้านการมีส่วนร่วมของประชาชน ดังต่อไปนี้
๑. ส่งเสริมให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการกำหนดนโยบายและวางแผนพัฒนา เศรษฐกิจและสังคมทั้งในระดับชาติและระดับท้องถิ่น ท่านทำไหมครับ ถามไปยังรัฐบาลว่า จะส่งเสริมและสนับสนุนการมีส่วนร่วมของประชาชนในการตัดสินใจทางการเมือง การวางแผน พัฒนาทางเศรษฐกิจและสังคม รวมทั้งการจัดทำบริการสาธารณะ ตรงเป๊ะเลยครับ ไม่ทำหรือครับ ทำนิทรรศการเพียงแค่ไม่กี่วันที่ศูนย์ราชการจะอธิบายกับคนโคราชข้างบนได้อย่างไรครับ นอกจากนั้นยังต้องมีการออกเสียงประชามติอีกนะครับ มาตรา ๑๖๕ กรณีที่คณะรัฐมนตรี เห็นว่ากิจการในเรื่องใดอาจกระทบถึงประโยชน์ได้เสียของประเทศชาติหรือประชาชน นายกรัฐมนตรีโดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรีอาจปรึกษาประธานสภาผู้แทนราษฎร และประธานวุฒิสภาเพื่อประกาศในราชกิจจานุเบกษาให้มีการออกเสียงประชามติได้ ไม่ทำล่ะครับ จะทำอะไรไม่ถามสักคำ เหมือนขายประกันผู้สูงอายุเลยครับ ไม่ถามอะไรพวกเราสักคำเลยหรือครับ พวกเราเป็นเจ้าของประเทศเช่นเดียวกับท่านนะครับ เพียงระยะเวลาไม่กี่วันที่ผ่านมาก็มี การพูดคุยกันถึงเรื่องนี้ คำถามคือว่ารัฐบาลได้รับฟังเสียงสะท้อนของกลุ่มประชาชนมากน้อย ขนาดไหน นักเศรษฐศาสตร์ไปทำการสำรวจความคิดเห็นโดยศูนย์วิจัยมหาวิทยาลัยกรุงเทพ บอกว่านักเศรษฐศาสตร์ตั้งเคพีไอ (KPI) โครงการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน เขายังเขียนอยู่เลยครับ ๒.๒ ล้านล้านบาทนะครับ ๑๓-๑๘ มกราคม ๒๕๕๖ ๖๐ เปอร์เซ็นต์บอกว่าเป็นที่กังวล อย่างยิ่งครับ ฟังไหมครับ นายพิสิฐ ลี้อาธรรม ขออนุญาตเอ่ยนาม ท่านบอกว่ากู้เงิน ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ระยะเวลา ๕๐ ปี ใช้หนี้ ๕.๑๖ ล้านล้านบาท ประเทศไทยต้องมี การปรับปรุงภาษีมูลค่าเพิ่มแวต ๗ เปอร์เซ็นต์ เป็น ๒๐ เปอร์เซ็นต์ จึงจะสามารถทำได้ รัฐจะมีรายได้ ๑,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทเพื่อมาชำระหนี้ ฟังคนต่อไปนะครับท่านประธาน นายไกร ตั้งสง่า อุปนายกวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ บอกว่าค้านกู้เงินลงทุนชั่วลูกหลาน เราเคยพูดหลายครั้งแล้วแต่รัฐบาลก็ฟังบ้างไม่ฟังบ้าง ส่วน ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ที่เน้นเรื่องระบบคมนาคม สิ่งที่น่ากลัวคือเรื่องวินัย ผมไม่เห็นด้วย กับการออกเป็นพระราชกำหนดหรือพระราชบัญญัติซึ่งผิดวินัยทางการเงินการคลัง เป็นการสร้างหนี้อนาคตที่ไม่แน่ใจว่าทำให้ประเทศไทยเดือดร้อนมากขนาดไหน หากรัฐบาล รับฟังความเห็นของวิศวกรไทยบ้าง รองศาสตราจารย์ดอกเตอร์ชัชชาติเป็นวิศวกร จบจากเอ็มไอที (MIT) จบปริญญาเอกจากมหาวิทยาลัยในประเทศสหรัฐอเมริกา ฟังนักวิชาการคนอื่นเขาบ้างสิครับ เขาบอกว่าในทางวิศวกรรมมีหลายทางเลือกไม่ต้องกู้เงิน ที่เดียวก้อนโตขนาดนั้น นี่ยังไม่ได้รวมโครงการจำนำข้าว รถคันแรก อิสลามแบงก์เจ๊ง เอสเอ็มอี เจ๊ง รวมทั้งกิจกรรมในระบบประชานิยมอื่น ๆ รวมแล้วกว่า ๑๐ ล้านล้านบาท ซึ่งเป็นหนี้สาธารณะที่ยาวนานกว่า ๖๐ ปีนับจากนี้ ไม่ฟังหรือครับ สำนักข่าวอิศราได้ลงบทความของผู้ช่วยศาสตราจารย์กานดา นาคน้อย เป็นนักวิชาการ คณะเศรษฐศาสตร์มหาวิทยาลัยคอนเนตทิคัต สหรัฐอเมริกา ท่านอธิบายชัดเจนนะครับ ขออนุญาตอ่านครับท่านประธาน โครงการสร้างรถไฟฟ้าความเร็วสูงที่ประเทศไต้หวันใช้วิธี ให้สัมปทานแบบบิลด์ โอเปอเรท ทรานสเฟอร์ (Build Operate Transfer) บีโอที (BOT) คือเอกชนที่รับสัมปทานเป็นผู้ออกแบบก่อสร้างบริหารจัดการ เมื่อครบกำหนดสัญญาแล้วก็มี การโอนกิจการและทรัพย์สินคืนแก่รัฐบาล ตั้งแต่ประมูลได้จนทดลองขับเคลื่อนรถไฟฟ้าความเร็วสูง ที่ประเทศไต้หวันใช้เวลา ๘ ปีครับ หรือแบบที่ ๒ ประเทศเกาหลีใต้ตั้งบริษัทร่วมทุนระหว่างรัฐ และภาคเอกชนเพื่อสร้างรถไฟฟ้าความเร็วสูงโดยมีเงื่อนไขให้บริษัทร่วมทุนกู้เองด้วย รัฐบาล ก็เอางบประมาณมารับภาระหนี้สิน ๕๕ เปอร์เซ็นต์ของราคาโครงการเท่านั้น ไม่ทำแบบนี้ บ้างล่ะครับ ต่างจากข้อเสนอของร่าง พ.ร.บ. ที่จะให้แบกภาระภาษีหนี้สินถึง ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ในอดีตที่สหรัฐอเมริกาบริษัทเอกชนระดมทุนทำรถไฟฟ้าข้ามมลรัฐเอง บริษัทที่ขาดทุน โดยรัฐบาลเข้าไปเทคโอเวอร์ (Takeover) ให้เป็นรัฐวิสาหกิจในภายหลัง บริษัทที่ไม่ขาดทุน ก็คือบริษัทรถไฟฟ้าที่ขนส่งสินค้า รัฐบาลญี่ปุ่นและอังกฤษลงทุนทำโครงการรถไฟฟ้าทางคู่ และรถไฟฟ้าความเร็วสูงเอง แต่เดินรถขาดทุนจนโดนแปรรูปครับ ประเทศญี่ปุ่น ประเทศเกาหลีใต้ ประเทศอังกฤษ และทุกประเทศที่มีรถไฟฟ้าความเร็วสูงในยุโรปมีการจัดเก็บภาษีทรัพย์สิน จากเจ้าของที่ดินที่มีมูลค่าสูงขึ้น ประเทศไทยไม่มีเรื่องนี้ครับ รถไฟฟ้ามหานครในประเทศญี่ปุ่น ส่วนใหญ่ลงทุนและบริหารโดยเอกชน รัฐบาลสนับสนุนด้วยการให้กู้ด้วยอัตราดอกเบี้ย ต่ำกว่าตลาด นี่เป็นทางเลือกมากมายครับที่สามารถจะทำได้ ท่านประธานครับ นอกจากนั้น สิ่งที่ต้องตอบคำถามก็คือว่ารัฐบาลสมัยนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผ่านมาตรา ๑๙๐ จากสภาแห่งนี้ ไปทำสัญญากับประเทศจีน หลังจากนั้นรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ตามรายงานของหนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ ๑๘ เมษายน ปี ๒๕๕๕ นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและคณะเดินทางเยือน สาธารณรัฐประชาชนจีนอย่างเป็นทางการเป็นวันที่ ๒ ไปกล่าวปาฐกถาในหัวข้อพัฒนาการ ความสัมพันธ์หุ้นส่วนความร่วมมือยุทธศาสตร์ไทย-จีน นอกจากนั้นก็มีการหารือข้อราชการ กับนายหวัง ฉีซาน รองนายกรัฐมนตรีประเทศจีน ก่อนการสัมมนาระหว่างอาหารกลางวัน บิซิเนส ลันเชส (Business Lunches) อนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด เป็นรักษาการโฆษก สำนักนายกรัฐมนตรีในขณะนั้น บอกว่าหัวใจของการเดินทางเยือนประเทศจีนครั้งนี้ คือการลงนามร่วมกัน ๘ ฉบับ โดยเฉพาะเมกะโปรเจกต์ว่าด้วยความร่วมมือด้านรถไฟ ที่ทั้ง ๒ ฝ่ายจะจัดตั้งคณะกรรมการร่วมระดับรัฐมนตรี ซึ่งรถไฟความเร็วสูงที่จะร่วมทุน กับประเทศจีนมี ๕ เส้นทาง กรุงเทพฯ-ระยอง กรุงเทพฯ-หนองคาย กรุงเทพฯ-ปาดังเบซาร์ กรุงเทพฯ-อุบลราชธานี และกรุงเทพฯ-เชียงใหม่ หายไปไหนล่ะครับ จะไปตอบประเทศจีน เขาอย่างไรครับ หลังจากวันนี้ไปรัฐบาลไทยจะเอาอย่างไรกันแน่ วิธีการในการทำงานนี้ มีอีกหลากหลายวิธีการครับ สิ่งที่ผมมองออกนะครับก็คือว่ารัฐบาลต้องการกลบเกลื่อนเรื่องต่าง ๆ วันนี้สภาของเราถูกใช้ให้ทำงานหามรุ่งหามค่ำครับ สัปดาห์นี้เรื่องเงินกู้ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท สัปดาห์หน้าเรื่องแก้รัฐธรรมนูญ จะได้ลืมใช่ไหมครับว่าจำนำข้าวถึงไหนแล้วครับ เจ๊งกันไปเท่าไร ธ.ก.ส. ขาดดุลไปแล้ว ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท หาเงินคืนเขาได้หรือยัง รอยเตอร์รายงานครับ บอกว่าโครงการรับจำนำข้าวใกล้ถึงจุดวิกฤติแล้วไม่ฟัง พวกเราฟังต่างประเทศบ้างไหมครับ บทวิเคราะห์รอยเตอร์บอกว่าประเทศสหรัฐอเมริกา ประเทศแคนาดา ประเทศออสเตรเลีย รวมทั้งสหภาพยุโรป กำลังกดดันประเทศไทยในที่ประชุมองค์การการค้าโลกดับเบิลยูทีโอ (WTO) ให้ชี้แจงแนวทางการระบายสต็อกข้าวที่มีปริมาณมหาศาลครับ รัฐบาลไทยตั้งท่าจะเทข้าว ๕๐๐,๐๐๐ ตันออกขายในตลาดโลกด้วยราคาขาดทุนครับ จะขาดทุนเท่าไรครับ ตอบพี่น้องประชาชน คนไทยสิครับ ที่ผ่านมาหนี้ พ.ร.ก. เงินกู้ ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาทมาจัดการเรื่องน้ำท่วมทำไปได้ ๖,๐๐๐ ล้านบาท ท่านให้เราลืมสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้หรือครับ กองทุนประกันภัยอีก ๕๐,๐๐๐ ล้านบาท พวกเราไม่ลืมครับ จำนำข้าวอีก ๒๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ลืมไม่ได้ครับ กองทุนน้ำมันไหนบอกว่า จะยกเลิกอย่างไรครับ ขาดทุนไปแล้ว ๓๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท สูญเสียรายได้จากการลดภาษีนิติบุคคล อีก ๑๕๐,๐๐๐ ล้านบาท สูญเสียรายได้จากการคืนภาษีรถยนต์คันแรกอีก ๙๐,๐๐๐ ล้านบาท ตอนนี้คืนไปได้ ๙๐,๐๐๐ คันครับ ซื้อมา ๑,๒๐๐,๐๐๐ บาท บอกว่าปีหนึ่งจะคืนเงินให้เขา วันนี้ ยังมีปัญหาอยู่เลยครับ จะไปเอาเงินคงคลังมาคืนเงินภาษีรถคันแรก ผมจึงต้องเรียนถามครับ ว่ารัฐบาลนี้มีความจริงใจขนาดไหนครับ อย่าเอาเรื่องหนึ่งมากลบอีกเรื่องหนึ่ง นี่คือโครงการ ที่ท่านยอมรับอยู่แล้วนะครับ รัฐมนตรียอมรับเลยว่า ๗ ปีที่จะกู้ไม่ได้ของตามนี้ครับ ถ้ามีเซลส์แมน (Salesman) มาขายของที่บ้านท่าน ขอเงินท่าน ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท มีโครงการมาให้ท่านดูแบบนี้ แล้วสุดท้ายบอกว่าไม่รู้นะจะเสร็จหรือเปล่า ไม่รู้นะว่ารถไฟความเร็วสูงมันคงไม่ถึงปาดังเบซาร์ครับ มันไปถึงแค่หัวหิน รถไฟความเร็วสูงไปหนองคายมันถึงแค่โคราช แต่เขาเขียนโครงการมาให้เรา แล้วบอกให้เราอนุมัติให้เขากู้ได้ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เราจะให้เขาทำหรือครับ เซลส์แมนฝันเฟื่อง อย่างนี้พวกผมไม่ซื้อครับของที่มาเดินแบบนี้ ผมไม่ซื้อจริง ๆ ครับ
สิ่งที่ต้องถามรัฐบาล ประเด็นสุดท้ายท่านประธานครับ ท่านไปจัดงานอธิบายเรื่องนี้ งบประมาณใช้ส่วนไหนครับ ยังไม่ทันทำเลยท่านมีที่ปรึกษามาจัดงานครับ ที่ปรึกษาไปใช้เงิน ของทีซีดีซี (TCDC) ไทยแลนด์ ครีเอทีฟ แอนด์ ดีไซน์ เซ็นเตอร์ (Thailand Creative & Design Center) โดยผู้ที่จัดงานนี้ก็ให้สัมภาษณ์กับมติชนออนไลน์ (Online) สัมภาษณ์อย่างไรท่านประธานครับ บอกว่าทั้งหมดมาเรียนรู้ใหม่หมดเลยซึ่งก็สนุกดีเป็นชีวิตอีกโลกหนึ่งที่ไม่ได้เรียนมา ไม่ได้โตมาก็เปิดโลกดีครับ คนนี้เรียนปรัชญา เรียนประวัติศาสตร์มาทำโครงการอธิบาย รถไฟฟ้าความเร็วสูงกับเพื่อน ๓-๔ คน สนุกดี คนนี้ที่สำคัญก็คือเป็นคณะทำงานประธาน ที่ปรึกษานโยบายของนายกรัฐมนตรีเอ่ยชื่อเขาก็ได้ครับ เพราะว่าผมไม่ได้พูดให้เขาเสียหาย แต่ผมถามท่านว่ารัฐบาลท่านไปจ้างเขาได้อย่างไร “วิป วิญญรัตน์” ลูกพันศักดิ์ วิญญรัตน์ ทำไมได้งานนี้ครับ ทั้งที่ไม่มีความรู้ความสามารถเกี่ยวกับเรื่องรถไฟฟ้าความเร็วสูงสามารถที่จะทำ โครงการต่าง ๆ เหล่านี้ออกมาได้รัฐบาลช่วยอธิบายนะครับ
สุดท้ายท่านประธานครับ ผมถามหาความกล้าหาญของรองศาสตราจารย์ ดอกเตอร์ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผมไม่กล้าที่จะถามหาคนอื่นครับ ผมไม่รู้จักในรัฐบาลนี้ แต่ถ้าดอกเตอร์ชัชชาติผมรู้ว่าท่านเป็นผู้ช่วยอธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ท่านเป็นนักเรียน โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาที่เก่งที่สุด ท่านเรียนวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยที่เพื่อน ๆ รัก ท่านเป็นศิษย์ของเอ็มไอที แล้วท่านไปเรียนต่อปริญญาเอกด้วยทุนอานันทมหิดลใช่ไหมครับ ถ้าโครงการนี้ไม่เป็นประโยชน์และมีทางเลือกอื่น ทำไมท่านไม่กล้าหาญพอที่จะเสนอโครงการอื่น ๆ เข้ามาแทน ทำไมท่านไม่กล้าหาญพอที่จะใช้ความรู้ความสามารถของท่านทางวิชาการตอบโจทย์ คนไทย ตอบโจทย์ประเทศไทย อย่าไปตอบโจทย์ใครบางคนครับ ท่านต้องกล้าหาญพอครับ ที่จะลุกขึ้นใน ครม. ของท่าน แล้วบอกว่าทางเลือกที่ดีที่สุดของคนไทย ไม่ใช่การกู้เงิน ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท มาใช้กัน ๕๐ ปี ไม่ใช่ครับ เรามีทางเลือกอื่น มีวิธีคิดอย่างอื่นอีกมากมาย อย่าเสียชื่อ อย่าเสียชื่อทั้งตัวเองเสียชื่อทั้งวงศ์ตระกูล และเสียชื่อสถาบันที่ท่านเรียนมาครับ ขอบพระคุณครับ