สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๖ · ๒๙ มีนาคม ๒๕๕๖

สามารถ ราชพลสิทธิ์ หารือเรื่องการเวนคืนที่ดินเพื่อก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีส้ม และเรียกร้องให้รัฐบาลจัดสรรเงินลงทุนอย่างยุติธรรม โดยแสดงตารางสรุปผลการศึกษารถไฟความเร็วสูงและแสดงความไม่เห็นด้วยกับการเปลี่ยนแปลงลำดับความสำคัญของโครงการรถไฟความเร็วสูง

นายสามารถ ราชพลสิทธิ์ บัญชีรายชื่อ

ผมพูดมาถึงรถไฟฟ้า ในกรุงเทพมหานครและปริมณฑลแล้วนะครับ พูดมาถึงในสมัยท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หลังจากนั้นมาถึงท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร ขออภัยที่เอ่ยนามท่าน ผมเศร้าใจและสงสารพี่น้องประชาชนคนยากคนจน เพราะรัฐบาลนี้เตรียมที่จะเวนคืนที่ดิน เพื่อก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีส้ม เป็นการเวนคืนเกินความจำเป็น ซึ่งรถไฟฟ้าสายสีส้มนั้น ผมไม่ได้คัดค้าน ผมเห็นด้วย เพราะเห็นว่าจะมีบทบาทสำคัญในการเชื่อมโยงการเดินทาง ระหว่างฝั่งตะวันออกและฝั่งตะวันตกของกรุงเทพฯ มีเส้นทางผ่านพื้นที่สำคัญ เช่น มหาวิทยาลัยรามคำแหง ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย ห้วยขวาง ดินแดง ประตูน้ำ ยมราช หลานหลวง สนามหลวง และโรงพยาบาลศิริราช เป็นต้น ท่านประธานครับ โดยปกติการเวนคืนที่ดินเพื่อก่อสร้างทางขึ้นลงสถานีรถไฟฟ้าจะมีการเวนคืน เพียงแค่ประมาณ ๑๐๐-๒๐๐ ตารางวาเท่านั้น แต่สำหรับรถไฟฟ้าสายสีส้มนี้รัฐบาลจะเวนคืน ทางขึ้นลงถึงกว่า ๔ ไร่ กว่า ๕ ไร่ก็มี เป็นการเวนคืนเกินความจำเป็นทุกสถานีทั้ง ๒๙ สถานี สร้างความเดือดร้อนให้กับพี่น้องประชาชนคนยากคนจนเป็นจำนวนมาก ที่รัฐบาลทำเช่นนี้ ก็เพราะว่าต้องการนำพื้นที่ไปพัฒนาเชิงพาณิชย์ พูดได้ว่าเป็นการหารายได้ แต่เป็นการหา รายได้บนคราบน้ำตาของพี่น้องประชาชนคนยากคนจน ท่านประธานครับ ไม่มีใครสามารถ หยั่งรู้ได้ว่าความเจ็บปวดจากการเวนคืนเป็นอย่างไร คนที่รู้ได้ดีที่สุดก็คือคนที่ถูกเวนคืน เท่านั้นครับ

ท่านประธานครับ มาถึงเงินกู้ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ผมถือว่าเป็น การจัดสรรเงินลงทุนอย่างไม่เป็นธรรม เพราะเป็นการจัดสรรตามภาคนิยม ยกตัวอย่างเช่น การก่อสร้างรถไฟความเร็วสูง แผนแม่บทรถไฟความเร็วสูงจัดทำขึ้นในปี ๒๕๕๓ โดย สนข. และ รฟท. มีหลักวิชาการด้านการขนส่งรองรับ ได้ผลสรุปดังนี้ครับ ขอรูปที่ ๑๐ ครับ

(เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการเปิดพรีเซนเทชัน)

รูปที่ ๑๐ ครับ เป็นตารางสรุปผล การศึกษา นี่คือเป็นสรุปผลการศึกษารถไฟความเร็วสูงจัดทำโดย สนข. และ รฟท. ช่องแนวตั้ง ช่องที่ ๑ คือเส้นทาง มี ๕ เส้นทางจากกรุงเทพฯ-หนองคาย กรุงเทพฯ-อุบลราชธานี กรุงเทพฯ-ปาดังเบซาร์ กรุงเทพฯ-เชียงใหม่ และกรุงเทพฯ-ระยอง ช่องที่ ๒ คือระยะทาง ช่องที่ ๓ คือราคาเฉลี่ยต่อกิโลเมตร ดูไว้ให้ดีนะครับว่าราคาเฉลี่ยนั้นประมาณ ๓๐๐ ล้านบาท ต่อกิโลเมตร ช่องที่ ๔ คือจำนวนผู้โดยสารต่อวัน ช่องที่ ๕ ช่องสุดท้ายคือผลตอบแทน ทางด้านเศรษฐกิจหรืออีไออาร์อาร์ หมายความว่าเป็นผลตอบแทนที่ประเทศชาติ โดยส่วนรวมจะได้รับ ได้รับจากการประหยัดการใช้พลังงานน้ำมันเชื้อเพลิง ประหยัดเวลา ลดอุบัติเหตุ และลดมลภาวะ จะเห็นได้ชัดว่า ขอรูปนี้ครับ ผมต้องการแสดงตัวเลขอีไออาร์อาร์ จะเห็นได้ชัดว่าอีไออาร์อาร์ของเส้นทางจากกรุงเทพฯ-หนองคาย สูงที่สุดเป็นอันดับ ๑ ส่วนอีไออาร์อาร์ของเส้นทางกรุงเทพฯ-เชียงใหม่นั้นอยู่อันดับที่ ๔ นั่นหมายความว่าจะต้อง ก่อสร้างรถไฟความเร็วสูง เส้นทางกรุงเทพฯ-หนองคาย เป็นอันดับแรก แต่หลังจากที่ ท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์เข้ามารับตำแหน่งได้ไม่นานก็มีการแถลงนโยบายต่อรัฐสภาว่า จะก่อสร้างรถไฟความเร็วสูง ๔ เส้นทาง เอารูปลงได้ครับ ก็คือ ๑. จากกรุงเทพฯ-เชียงใหม่ กรุงเทพฯ-โคราช กรุงเทพฯ-หัวหิน และกรุงเทพฯ-พัทยา เป็นการเปลี่ยนแปลงลำดับความสำคัญ ของโครงการโดยไม่มีการศึกษามารองรับ เป็นการเปลี่ยนแปลงตามความพอใจของฉันเอง ทั้ง ๆ ที่เส้นทางจากกรุงเทพฯ ไปจังหวัดหนองคายมีความเหมาะสมมากที่สุด แต่กลับจะสร้าง เส้นทางจากกรุงเทพฯ ไปจังหวัดเชียงใหม่เป็นอันดับแรก พี่น้องชาวอีสานจำไว้ให้ดีนะครับว่า รัฐบาลนี้รักคนอีสานน้อยกว่าคนเหนือ ท่านประธานครับ การต่อขยายรถไฟความเร็วสูงจาก จังหวัดเชียงใหม่ไปคุนหมิงทำได้ลำบาก ทำได้ยาก เพราะมีปัญหาทางภูมิประเทศ ต่างกับจะต่อจากจังหวัดหนองคายมีความพร้อมมากกว่า ประเทศจีนเองก็ต้องการเชื่อมมา ทางนี้ สปป. ลาวก็ต้องการให้มีรถไฟความเร็วสูงผ่านเมืองหลวงของเขาถ้าเชื่อมไปสู่ ประเทศจีนไม่ได้ ยุทธศาสตร์การเชื่อมไทยสู่โลกหรือคอนเนคทิวิตีที่รัฐบาลนี้คุยนักคุยหนา ก็จะล้มเหลวอย่างไม่เป็นท่า สุดท้ายก็จะเป็นการเชื่อมระหว่างกรุงเทพฯ กับจังหวัดเชียงใหม่ เท่านั้น ร่าง พ.ร.บ. เงินกู้ฉบับนี้ก็จะถูกครหาว่าเป็นร่าง พ.ร.บ. เงินกู้ฉบับบ้านเกิดเมืองนอน ของดิฉัน ท่านประธานครับ การก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงระยะทางสั้น ๆ จากกรุงเทพฯ-โคราช กรุงเทพฯ-หัวหิน จะล้มเหลว เพราะแข่งกับถนนหรือรถยนต์ไม่ได้ การศึกษาของ สนข. และ รฟท. ก็ยืนยันเช่นนั้น ทำอย่างนี้จะเสียของนะครับท่านประธาน ผมเองนั้นก็อยากให้ประเทศไทยของเรามีรถไฟ ความเร็วสูง แต่เป็นห่วงว่าจะมีผู้โดยสารน้อยเหมือนกับแอร์พอร์ต ลิงค์ ด้วยเหตุผล ๒ ประการ คือ ๑. เรามีคู่แข่งที่น่ากลัวนั่นก็คือสายการบินต้นทุนต่ำ ซึ่งมีค่าโดยสารพอ ๆ กับรถไฟ ความเร็วสูง ๒. ประเทศไทยของเรานั้นมีเนื้อที่กว้างขวางกว่า ๕๐๐,๐๐๐ ตารางกิโลเมตร และพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นที่ราบเป็นผลให้พี่น้องประชาชนตั้งบ้านเรือนกระจัดกระจายส่วนใหญ่ แล้วอยู่ ๒ ข้างทางถนน ต่างกับประเทศที่ใช้รถไฟความเร็วสูงได้สำเร็จเช่นประเทศญี่ปุ่นเขามี พื้นที่แค่ประมาณ ๖๐ เปอร์เซ็นต์ของเรา และพื้นที่ส่วนใหญ่นั้นเป็นที่สูง เป็นภูเขา มีพื้นที่ราบ แค่เพียง ๒๐ เปอร์เซ็นต์เท่านั้น ในขณะที่เขามีประชากรถึง ๒ เท่าของเราเป็นผลให้ พี่น้องประชาชนของเขานั้นตั้งบ้านเรือนถิ่นฐานอย่างหนาแน่นอยู่ ๒ ข้างทางรถไฟเป็นผลให้ มีผู้ใช้รถไฟความเร็วสูงเป็นจำนวนมาก ด้วยความเป็นห่วงที่เกรงว่าจะมีผู้โดยสารน้อยผมจึง อยากให้รัฐบาลให้ความสำคัญกับรถไฟทางคู่มากกว่ารถไฟความเร็วสูงด้วยการจัดสรรเงิน ลงทุนก่อสร้างรถไฟทางคู่ให้ครอบคลุมทั่วประเทศตามแผนแม่บทที่รัฐบาลอภิสิทธิ์จัดทำไว้ เป็นระยะทาง ๓,๐๓๙ กิโลเมตร หากมีเงินเหลือก็นำมาก่อสร้างรถไฟความเร็วสูง ท่านประธานครับ ผมเป็นห่วงเรื่องราคาค่าก่อสร้างรถไฟความเร็วสูง ในปี ๒๕๕๓ สมัยท่านนายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์นั้นราคาเฉลี่ยตกกิโลเมตรละประมาณ ๓๐๐ ล้านบาท แต่เวลาผ่านไปไม่ถึง ๓ ปี ราคานี้ก็กระโดดสูงขึ้นไม่ใช่เป็นแค่การกระโดดสูงแต่เป็นการกระโดดค้ำถ่อ เพราะราคา ต่อกิโลเมตรเพิ่มขึ้นเป็นประมาณ ๖๐๐ ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น ๑ เท่าตัว ท่านประธานครับ พี่น้องประชาชนคนใช้รถไฟเขาอยากรู้ว่าเงินกู้ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนั้นจะยกเครื่องรถไฟไทย ได้หรือไม่ หรือจะยังคงเป็นเหมือนในรูปที่ ๑๑ ผมขออ่าน อนิจจา ๑๒๐ ปีรถไฟไทย วิ่งถอยหลัง ฉี่ฉุน ถึงไม่ถึงก็ช่าง หรือในรูปที่ ๑๒ รูปที่ ๑๒ จารุพงศ์เสียหน้าถูกโวยรถไฟไทยอืด ๑๙ ชั่วโมง ถึงจังหวัดเชียงใหม่ จารุพงศ์ หมายถึง ท่านจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ ขออภัยที่เอ่ยนามท่าน ท่านเป็นอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ท่านเดินทางไปจังหวัดเชียงใหม่ใช้เวลานาน ถึง ๑๙ ชั่วโมง ยิ่งกว่าบินไปแอลเอ (LA) เสียอีก ท่านประธานครับ โดยสรุปผมไม่เห็นด้วยอย่างยิ่ง ที่จะกู้เงินโดยออกเป็น พ.ร.บ. ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อการพัฒนาโครงสร้าง พื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของประเทศ พ.ศ. .... ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท และเห็นว่ารัฐบาล จะต้องนำเงินกู้นี้เข้าสู่ร่าง พ.ร.บ. งบประมาณรายจ่ายประจำปี ซึ่งสามารถทำได้แต่รัฐบาล ไม่อยากทำ ไม่อยากทำแล้วก็ไม่ได้แสดงเหตุผลให้ชัดเจนว่าทำไมไม่ต้องการทำ และเห็นว่า รัฐบาลจะต้องจัดลำดับความสำคัญของโครงการใหม่ตามความจำเป็นเร่งด่วน และที่สำคัญ ก็คือรัฐบาลต้องเปิดโอกาสให้ภาคเอกชนเข้าร่วมทุน เพื่อลดภาระความเสี่ยง ลดภาระทาง การเงินของภาครัฐ ขอบพระคุณครับ