อนุชา บูรพชัยศรี พูดถึงร่างพระราชบัญญัติให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของประเทศ และมีความกังวลเกี่ยวกับภาระดอกเบี้ยที่จะเกิดขึ้นในอนาคต
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายอนุชา บูรพชัยศรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ วันนี้ทั้งวันเราได้มีการอภิปรายได้มีการพูดถึงกฎหมายที่ต้องบอกว่า เป็นกฎหมายที่สำคัญอย่างยิ่งสำหรับประเทศของเรา เรียกอย่างเต็มฉบับก็คือร่างพระราชบัญญัติ ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่ง ของประเทศ ที่ผมบอกว่าเป็นความสำคัญอย่างยิ่งของประเทศนี้เพราะว่ากฎหมายฉบับนี้จะมี การกู้เงิน ต้องบอกว่ามูลค่าของวงเงินกู้มากมายมหาศาลเลยเท่าที่เคยมีมาในประวัติศาสตร์ ของชาติไทยเรา เราพูดกันมาทั้งวันว่ามีการกู้เงิน ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แต่ถ้าบวกในเรื่องของ ดอกเบี้ยเข้าไประยะเวลาการชำระเงินกู้ทั้งหมด ๕๐ ปี ภาระดอกเบี้ยอีก ๓.๒ ล้านล้านบาท รวมทั้งสิ้นแล้ว ๕.๒ ล้านล้านบาท นี่คือภาระที่จะต้องเกิดขึ้นกับพี่น้องประชาชนในอนาคต ที่จะต้องรับในส่วนของก้อนนี้ ก่อนอื่นผมต้องเริ่มต้นด้วยคำว่าผมเห็นด้วยอย่างยิ่งกับการที่เรา จะต้องมีการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานโดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของคมนาคม ผมเข้ามาตั้งแต่ สมัยแรกจนกระทั่งถึงสมัยที่ ๒ ผมพูดมาเป็นระยะเวลาเกือบ ๕-๖ ปีแล้วว่าโลจิสติกส์ของ ประเทศไทยนั้นต่อจีดีพีค่อนข้างที่จะสูง ต้นทุนการผลิตของเราถ้าไม่ลดในเรื่องของการขนส่ง ไม่สร้างเรื่องของโครงข่ายที่เหมาะสมในการขนส่งสินค้าทั่วประเทศและเชื่อมโยงไปทาง เพื่อนบ้านแล้ว ไม่มีทางเลยที่เราจะเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศไทย ให้เทียบเท่ากับภูมิภาคนี้หรือเทียบเท่ากับต่างประเทศที่เรากำลังแข่งขันอยู่ แน่นอนครับ เรื่องของการกู้มีความจำเป็นในบางกรณี มีการพูดถึงกันในเรื่องของการที่จะกระตุ้นเศรษฐกิจ เราอาจจะต้องมีการกู้เงินนอกงบประมาณเพื่อที่จะมากระตุ้นเศรษฐกิจในช่วงที่มีวิกฤติ ในเรื่องเศรษฐกิจที่ซบเซา แต่ในเรื่องการกู้ในปัจจุบันเป็นการกู้เพื่อที่จะมาพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน มูลค่าถึง ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทอย่างที่ผมได้เรียนแล้วในเบื้องต้น รวมกับดอกเบี้ยอีก ๓.๒ ล้านล้านบาท รวมเป็น ๕.๒ ล้านล้านบาทนั้น จริง ๆ แล้วสมาชิกหลายท่านได้พูดไป ในช่วงเช้าแล้วว่างบประมาณที่เราสามารถจะนำมาใช้ในการลงทุนสามารถที่จะทำได้ ในงบประมาณปกติประจำปี สิ่งหนึ่งที่ท่านรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง คุณกิตติรัตน์ ณ ระนอง ได้พูดถึงว่ามีความจำเป็นเพราะว่ามีความต่อเนื่องของโครงการต่าง ๆ ในการที่จะต้องลงทุน ๗ ปีในการที่จะสร้างเครือข่ายระบบคมนาคมต่าง ๆ แต่ที่ผ่านมา เราสามารถที่จะดำเนินการพัฒนาสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ได้ถ้าเราตัดประเด็นในเรื่องของการเมือง ออกไป เราตัดประเด็นในเรื่องของการที่เราจะมีการฉ้อราษฎร์บังหลวง คอร์รัปชัน หรือการที่ เราไม่มุ่งเน้นในการที่จะชนะคะคานกันในเรื่องของการที่เราจะได้หน้ากัน ผมเข้าใจว่า ในส่วนของหน่วยงานที่มีความสำคัญต่อประเทศ ไม่ว่าจะเป็นสภาพัฒนาการเศรษฐกิจ และสังคมแห่งชาติก็ดี สนข. ก็ดี เขามีแบบอยู่แล้วว่าจะต้องพัฒนาไปในส่วนใด ในกรุงเทพฯ ก็เหมือนกันพรรคประชาธิปัตย์เคยพูดว่าจะต้องมีการก่อสร้างรถไฟทั้งหมด ๑๒ เส้นทาง เวลาพรรคเพื่อไทยเข้ามาเป็นรัฐบาลอาจจะพูดถึงว่ามีการก่อสร้าง ๑๐ เส้นทาง แต่จริง ๆ แล้ว ในเนื้อหาสาระมันก็คือเรื่องเดียวกันนั่นละครับ แต่ว่าในประเด็นที่ผมต้องการจะพูดก็คือว่า ผมเห็นด้วยอย่างที่เรียนก็คือในเรื่องของการก่อสร้าง แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นในเรื่องของลำดับ ความสำคัญก็ดี ในเรื่องของการที่เราจะหยิบโครงการไหนเข้ามาเพื่อที่จะให้โครงสร้าง การคมนาคมของประเทศไทยสามารถที่จะเพิ่มขีดความสามารถได้จริง ๆ แล้ว มันไม่ใช่อยู่ดี ๆ เหวี่ยงแหแล้วก็จับโครงการทุกอย่างมาอยู่ในหนังสือเล่มนี้ ที่ต้องบอกว่าเป็นโครงการที่จริง ๆ แล้ว ทางกระทรวงคมนาคมพยายามที่จะเอาแบบของ สนข. หรืออะไรต่าง ๆ เข้ามา แต่ความ ชัดเจนก็ไม่มี ความละเอียดก็ไม่มีครับ ยกตัวอย่างเล่น ๆ รถไฟบางเส้นทางเป็นไปได้อย่างไร ผลการตอบแทนทางเศรษฐกิจ อีไออาร์อาร์ (EIRR) หรือว่าอะไรต่าง ๆ เปอร์เซ็นต์แทบจะเท่ากันหมด เกือบทุกเส้นทางเลย เหมือนตัดแปะ ๆ แล้วก็ส่งมาให้สภาผู้แทนราษฎรได้พิจารณา ในเรื่อง ของยุทธศาสตร์มี ๓ ยุทธศาสตร์ ผมคงไม่พูดถึงในเรื่องของรายละเอียด แต่ยุทธศาสตร์หนึ่งในนั้นที่มีความสำคัญ และใช้งบประมาณมากที่สุดก็คือยุทธศาสตร์พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและสิ่งอำนวย ความสะดวกในการเดินทางและขนส่งไปสู่ศูนย์กลางของภูมิภาคทั่วประเทศและเชื่อมโยง กับประเทศเพื่อนบ้าน มูลค่า ๑,๐๔๒,๓๗๖ ล้านบาท ตรงนี้ละครับที่ผมอยากจะขออภิปราย ในเรื่องของโครงการรถไฟความเร็วสูง วงเงินก่อสร้างในหมวดของ ๑,๐๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท เป็นการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงถึงเกือบ ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ทางภาคเหนือในโครงการ พูดถึงว่าไปถึงจังหวัดเชียงใหม่ประมาณเกือบ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ทางภาคอีสานพูดถึงว่า จะไปถึงจังหวัดหนองคาย แต่อย่างที่เราเข้าใจกันแล้วว่าตอนนี้ไปถึงแค่โคราชประมาณ ๑๗๐,๐๐๐ ล้านบาท บางคนอาจจะบอกว่าที่ไปจังหวัดเชียงใหม่เพราะว่ามันต้องผ่านภูเขา ต้องผ่านอะไรหรือเปล่า ต้องสร้างอุโมงค์ แต่ไม่ละครับ มันเป็นความต้องการจริง ๆ ของทาง การเมืองที่จะให้เส้นทางนี้เสร็จสิ้นถึงจังหวัดเชียงใหม่ ส่วนเส้นทางไม่ว่าจะไปภาคอีสานหยุดที่ โคราชเท่านั้น ที่ภาคใต้หยุดที่หัวหินครับ ไม่ถึงปาดังเบซาร์ ภาคตะวันออกจากสุวรรณภูมิ สนามบินปัจจุบันตอนนี้ไปถึงแค่อย่างมากก็พัทยา ในจำนวนวงเงินนี้มีค่าที่ปรึกษา ถึง ๑๔,๓๐๐ ล้านบาท ที่ผมเป็นห่วงก็คือ ๑. รัฐบาลนำเสนอร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้เข้ามาในสภา ยังมีความไม่โปร่งใสในการที่จะพูดความจริงกับสมาชิก นับประสาอะไรครับกับการที่ท่านจะ เข้าไปดำเนินโครงการแล้วท่านอาจจะมีการหมกเม็ดในส่วนของตรงไหนเราไม่ทราบ หลายท่านก็อภิปรายไปแล้วว่าเพราะอะไรส่วนนี้จึงมีความจำเป็นที่จะต้องเข้างบประมาณปกติ แทนที่จะเป็นการกู้ในสิ่งที่ท่านเสนอมา รถไฟที่จะพูดถึงผมมีโอกาสได้ไปที่สาธารณรัฐประชาชนจีน เขาพูดถึงรถไฟสายเอเชีย หลายท่านได้พูดมาแล้วจากคุนหมิงลงมาทางด้านตอนใต้ ผ่านเวียงจันทน์เข้ามาที่จังหวัดหนองคาย ลงมาที่จังหวัดขอนแก่นผ่านมาทางจังหวัดอุดรธานี ลงมาที่โคราชเข้ากรุงเทพมหานคร ลงไปที่ปาดังเบซาร์ผ่านไปประเทศมาเลเซียที่เคแอล แล้วก็ไปจบที่ประเทศสิงคโปร์ นี่คือรถไฟสายเอเชียจริง ๆ ครับ แต่สุดท้ายก็คงไม่ได้สร้างละครับ เพราะว่าเราคงจะมีแค่เส้นทางเดียว กรุงเทพฯ-เชียงใหม่ที่เป็นเส้นทางที่สมบูรณ์ที่สุด ในเรื่องของการที่รัฐบาลได้นำ พ.ร.บ. ฉบับนี้เข้ามา ผมไม่อยากจะตำหนิข้าราชการประจำเลยครับ ไม่ว่าจะเป็นข้าราชการในส่วนของกระทรวงการคลังหรือข้าราชการในส่วนของกระทรวง คมนาคม พวกผมได้พูดคุยกับข้าราชการหลายท่านครับ ข้าราชการระดับสูงทั้งนั้นครับ เขาบอกว่าจริง ๆ แล้วมันแล้วแต่นโยบายของนักการเมืองว่าจะให้ไปอย่างไร จะให้กู้ จะให้งบประมาณประจำ เพราะฉะนั้นสิ่งต่าง ๆ ที่ต้องดำเนินการตอนนี้คือทำตามในส่วนของ ฝ่ายการเมือง นั่นคือสิ่งที่ผมเป็นกังวลอย่างยิ่งครับ เพราะว่าถ้าตกอยู่ในส่วนของฝ่ายการเมืองแล้ว ความโปร่งใสมันอาจจะไม่เกิดขึ้น อย่างที่ผมเรียนว่าแค่เพียงนำเสนอร่าง พ.ร.บ. ในวาระที่หนึ่ง ความโปร่งใสก็ไม่เกิดขึ้นแล้ว นับประสาอะไรกับการที่จะให้มาบริหารโครงการเสร็จสิ้นทั้งหมด ภายใน ๗ ปี รถไฟฟ้าความเร็วสูงผมเข้าใจดีครับ ใคร ๆ ก็อยากได้ ใคร ๆ ก็อยากนั่ง ในที่ประชุมแห่งนี้ ส.ส. หลายคนก็เคยไปลองนั่งมาแล้วครับในยุโรป ในเอเชียมาทั้งหมด แต่อย่าลืมนะครับว่าในแต่ละประเทศเขามีโครงสร้างไม่เหมือนกับเรา ในยุโรปเขามีโครงสร้างภาษี ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของภาษีมูลค่าเพิ่มที่เขาต้องเสียไม่ใช่แค่ ๗ เปอร์เซ็นต์ เขาเสียกันทีหนึ่ง บางครั้ง ๒๐ เปอร์เซ็นต์ในบางประเทศ แม้กระทั่งภาษีของผู้ที่เสียภาษีอากรรายได้บุคคลธรรมดา อย่างในประเทศเยอรมนีเขาเสีย ๖๐ เปอร์เซ็นต์นะครับ นั่นหมายความว่า ๑ ปีที่เขาทำงาน เกือบ ๗ เดือนนะครับเขาต้องเสียภาษีให้กับรัฐบาลเพื่อที่จะมาใช้ในเรื่องของโครงการต่าง ๆ เหล่านี้ ประเทศไทยเราพร้อมหรือยังครับ ณ วันนี้เราเสียภาษีอยู่แค่ ๗ เปอร์เซ็นต์ของก็แพง จนแทบจะแพงทั้งแผ่นดินไปหมดแล้ว ในเรื่องของอัตราค่าโดยสาร ไม่ต้องพูดถึงครับ ท่านรัฐมนตรีท่านชี้แจงมาว่ามันเป็นโครงการที่ไม่ได้พูดถึงความตอบแทนในเรื่องของเศรษฐกิจ แต่พูดถึงความสะดวกสบาย และอนาคตพวกเราจะต้องเสียภาษีในเรื่องของการที่จะได้รับ ความสะดวกสบายนี่มันคุ้มกันแล้วหรือครับ อันนี้คือสิ่งที่ผมกังวล อย่างที่ผมบอกผมไม่ได้ค้านครับ แต่มันถึงเวลาแล้วหรือยังที่ประเทศเราจะต้องทำถึงเรื่องของโครงการรถไฟความเร็วสูง ทำไปเลยครับในเรื่องของรถไฟรางคู่ ทำไปเลยครับในเรื่องของท่าเรือ ทำไปเลยครับ ในเรื่องของการที่จะมีมอเตอร์เวย์มีอะไรต่าง ๆ แต่พิจารณากันให้ถ้วนถี่ก่อนได้ไหมครับ ลองสร้างสักเส้นทางสายหนึ่งได้ไหมครับว่ามันเวิร์ก (Work) หรือไม่เวิร์ก มันมีปัญหาอะไร แล้วเดี๋ยวเราค่อยคิด อย่าเพิ่งคิดที่จะลงเงินทั้งหมดถึง ๘๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท เพื่อที่จะไปสร้างรถไฟความเร็วสูง ซึ่งฟังดูแล้วเหมือนอาจจะครอบคลุมทั้งระบบ แต่จริง ๆ แล้วผมพูดได้เลยครับว่าสุดท้าย เราอาจจะเสียแค่ค่าที่ปรึกษา ๑๔,๓๐๐ กว่าล้านบาท แต่สุดท้ายได้มาเส้นทางเดียวคือ กรุงเทพฯ-เชียงใหม่ เพื่อเป็นอนุสรณ์ให้กับใครบางคน ผมอยากจะเรียนอย่างนี้ครับ ด้วยเวลาที่จำกัดผมมีประเด็นอีกมากมายเลยครับ แต่ผมอยากจะจบในลักษณะที่เรียกว่า ผมอยากจะให้กำลังใจครับ ให้กำลังใจกับผู้ที่ทำงานในโครงการนี้ที่เป็นแบคโบน (Backbone) หรือว่าเป็นผู้ที่สำคัญ ไม่ว่าจะเป็นท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง คุณกิตติรัตน์ ณ ระนอง หรือท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม คุณชัชชาติ ทุกครั้งที่ท่านเดินเข้าไปในทำเนียบรัฐบาล ที่จะประชุม ครม. ทุกครั้งที่ท่านเดินเข้าไปในกระทรวงการคลัง ทุกครั้งที่ท่านเดินเข้าไป ในกระทรวงคมนาคม ขอให้ท่านพึงตระหนักไว้เถอะครับ สิ่งที่ท่านกำลังทำมีผลที่จะทำให้ พี่น้องประชาชนเป็นหนี้อีกในอนาคตถึง ๕๐ ปี ขอให้ท่านได้คำนึงถึงผลประโยชน์ของ พี่น้องประชาชนอย่างแท้จริงเลยนะครับ ผมจะคอยให้กำลังใจครับ แล้วในฐานะที่ผมเป็น ส.ส. ในกรุงเทพมหานคร ผมอยากจะให้พี่น้องประชาชนไม่ใช่เฉพาะในส่วนของกรุงเทพมหานคร ที่จะได้รับประโยชน์ในส่วนของจังหวัดเชียงใหม่หรือว่าเส้นทางผ่านไปทางจังหวัดพิษณุโลก จังหวัดเชียงใหม่เท่านั้น ผมอยากให้พี่น้องในภาคอีสาน พี่น้องทางภาคตะวันออก พี่น้องทางภาคใต้ มีโอกาสได้ใช้ประโยชน์จากโครงการนี้ทั้งหมด แล้วผมเองก็จะคอยเป็นกำลังใจให้ท่านอย่างที่บอก แต่ผมก็คงจะคอยตรวจสอบท่านในฐานะที่ผมเป็น ส.ส. จะคอยดูครับว่าในเมื่อท่านเข้ามา ทำหน้าที่อยู่ในคณะรัฐมนตรีแล้ว ถึงแม้ว่าท่านทั้งสองจะไม่ใช่นักการเมืองโดยอาชีพ แต่เมื่อ ท่านตัดสินใจเข้ามาอยู่ใน ครม. แล้วผมถือว่าท่านคือนักการเมืองที่ต้องตอบแทนประชาชน ด้วยการทำงานด้วยความโปร่งใส และขอความกรุณาเถอะครับ ถ้าใครจะมาสั่งให้ท่านทำโน่นทำนี่ ถ้ามันเป็นโครงการที่ไม่เหมาะสม หรือเป็นโครงการ หรือเป็นสิ่งที่ให้ประโยชน์แค่เฉพาะพวกพ้อง หรือครอบครัวใดครอบครัวหนึ่งที่จะได้ประโยชน์ ขอความกรุณาเถอะท่าน ท่านช่วยค้านเถอะครับ แล้วถึงวันนั้นผมจะมายืนเคียงบ่าเคียงไหล่กับท่านช่วยท่านค้านเพื่อที่จะไม่ให้คนมาตราหน้า ท่านได้ว่าท่านเป็นคนที่เนรคุณแผ่นดินในการที่ท่านเข้ามาอยู่ในส่วนของ ครม. ในการที่ท่าน จะนำงบประมาณมากมายขนาดนี้ไปใช้ประโยชน์อย่างมีประโยชน์สูงสุด ผมเห็นด้วยครับ แต่อย่าโกง อย่ากิน และอย่าให้ประโยชน์ตกอยู่ในมือของคนใดคนหนึ่ง ขอบพระคุณครับ ท่านประธาน