สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๖ · ๒๙ มีนาคม ๒๕๕๖

จุฤทธิ์ ลักษณวิศิษฏ์ ระบุว่า รัฐบาลชุดนี้มีแนวโน้มที่จะขาดทุนกว่า 200,000 ล้านบาท และมีความกังวลเกี่ยวกับโครงการรถไฟความเร็วสูง โดยมีความไม่เชื่อมั่นในความโปร่งใสและประสิทธิภาพในการบริหารโครงการ

นายจุฤทธิ์ ลักษณวิศิษฏ์ บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ จำนำข้าวครับ รัฐบาลชุดนี้ทำขาดทุนเท่าไรครับ ๒๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทครับ และมีแนวโน้มว่าจะขาดทุน อีกต่อไปในปี ๒๕๕๖ ปี ๒๕๕๗ ต่อไปในอนาคต ซึ่งจะมีผลกระทบต่อจีดีพีที่เราพูดกัน เมื่อเช้าครับ ที่ผมพูดคือราคายางก็เป็นหนึ่งในเหตุผลที่ทำให้รัฐขาดทุน ถูกไหมครับ เพราะฉะนั้นไม่ใช่เรื่องเกินความจริงครับ

นอกจากนั้นในเรื่องความสามารถของรัฐบาลที่บอกว่าจะไม่สร้างหนี้ ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท สร้างหนี้แก้น้ำท่วม ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ขอเช็คเปล่าไว้จนบัดนี้ใช้ไป ๘,๐๐๐ ล้านบาท หรือ ๑๐,๐๐๐ บาท ที่อภิปรายกัน ยังเหลืออีก ๓๔๐,๐๐๐ ล้านบาท ยังไม่ได้ใช้สักบาทหนึ่ง ขอสภานี้มาเป็นปีแล้วครับ นี่คือเหตุผลว่าทำไมวันนี้มาขออีก ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท พวกเราไม่ให้เพราะกลัวว่าจะขอไปถึงปี ๒๕๖๓ ตอนนั้นไม่รู้ว่า ใครเป็นรัฐบาลแล้วขอมากองไว้ ขอมาสร้างหนี้กองไว้ แล้วที่สุดก็ไม่สามารถบริหารงานได้ เพราะไร้ความสามารถ ไร้ประสิทธิภาพเหมือนที่ผมได้กล่าวดังตอนต้น

ท่านประธานครับ นอกจากนั้นในส่วนของเรื่องความโปร่งใส เริ่มต้นเมื่อเช้า ท่านนายกรัฐมนตรีมาพูดครับ ท่านนายกรัฐมนตรีก็ได้อภิปราย ผมได้เปิดดูเฟซบุ๊คของ ท่านนายกรัฐมนตรีครับโครงการดังกล่าวพวกนี้เราจะสร้างเพื่อเชื่อมเมืองในการท่องเที่ยวครับ ท่านบอกว่าจะเชื่อมจังหวัดเชียงราย จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดแม่ฮ่องสอน จังหวัดกำแพงเพชร จังหวัดสุโขทัย จังหวัดตาก จังหวัดอุตรดิตถ์ เพื่อเชื่อมเข้าเป็นเมืองท่องเที่ยว ประเทศไทย มีแค่ ๗ จังหวัดหรือครับ เมืองท่องเที่ยวประเทศไทยมีแค่ ๗ จังหวัดนี้หรือครับ ยังมีอีกเยอะครับ แต่เหตุผลที่ท่านนายกรัฐมนตรีพูดถึงประเด็นนี้ประเด็นเดียวเพราะว่าต้องการสร้างรถไฟ ความเร็วสูงไปยังกรุงเทพฯ-เชียงใหม่ ผมไม่ได้อิจฉาคนจังหวัดเชียงใหม่นะครับ ผมยินดี ถ้าจังหวัดเชียงใหม่จะพัฒนาขึ้น แต่ในขณะเดียวกันต้องเกิดจากความเป็นธรรมของคนไทย ทั้งประเทศด้วย ท่านประธานครับ โจทย์ของการพัฒนาตรงนี้มีแค่ ๒ เรื่องครับ เรื่องรถไฟ ที่เราพูดกันทุกวันนี้ ๑. คือไว้ขนคน ๒. ไว้ขนของ ท่านนายกรัฐมนตรีพยายามพูดให้เราสับสน ระหว่างขนของกับขนคน บอกรถไฟความเร็วสูงจะเอาไว้ขนของ ขนอะไรครับ พี่น้องคนไทย จะได้กินผลไม้ที่สดขึ้น รถไฟความเร็วสูงขนอะไรจากจังหวัดเชียงใหม่มากรุงเทพฯ ครับ ถ้าขนสตรอเบอรีมาวันนี้ถ้ากิโลกรัมละ ๑๐๐ บาท ถ้าใช้รถไฟความเร็วสูงขนของมาท่านว่า กิโลกรัมละ ๒,๐๐๐ บาทไหม คนไทยมีเงินซื้อกินไหม นั่นคือเหตุผลที่เรามาพูดกันวันนี้ เพราะฉะนั้นในเรื่องของการเอารถไฟความเร็วสูงมาขนสินค้าการเกษตร อันนี้ผมเรียนว่า เป็นไปไม่ได้ครับ เพราะฉะนั้นก็เหลือแค่การขนคนครับ เมื่อขนคนท่านก็มาดูตัวเลขนะครับ ตัวเลขรายงานของผู้บริหารเพื่อชี้ว่านักท่องเที่ยวของประเทศไทยทุกวันนี้เข้ามามีคนโดยสาร รถปีละเท่าไร เดือนละเท่าไร อันนี้เฉพาะเดือนมีนาคมครับ รายงานวันที่ ๒๕ มีนาคม ๒๕๕๖ รายงานว่า ๕ อันดับแรกที่มีคนเดินทางมากที่สุดของประเทศไทย อันดับที่ ๑ ภาคอีสานครับ มีผู้คนเดินทางต่อเดือน ๕,๐๐๐,๐๐๐ คน อันดับที่ ๒ ภาคตะวันออกไปจังหวัดชลบุรี ไปเที่ยวพัทยาเดือนละ ๒,๘๐๐,๐๐๐ คน อันดับที่ ๓ อันนี้ใกล้กรุงเทพฯ ปริมณฑล จังหวัดนครปฐม ๑,๘๐๐,๐๐๐ คน อันดับที่ ๔ จังหวัดภูเก็ต ๑,๓๐๐,๐๐๐ คน ไม่มีจังหวัดเชียงใหม่ ติดอยู่ในอันดับนี้ครับ ผมเลยเรียนถามว่าและที่สุดรถไฟความเร็วสูงที่บอกว่าจะเอาไว้ขนคน ทำไมจังหวัดเชียงใหม่ไม่มีอยู่ในนี้ครับ ผมตามไปดูต่อครับ อันนี้อยู่ในเล่มที่ท่านแจกเล่มนี้ครับ หน้า ๑๗๐-๑๗๗ ท่านรัฐมนตรีลองเปิดดูครับ ท่านประเมินความคุ้มค่ารถไฟความเร็วสูงไว้ ท่านบอกว่าถ้ามีรถไฟความเร็วสูงจากกรุงเทพฯ-เชียงใหม่ ท่านจะช่วยให้ประเทศประหยัดได้ปีละ ๒๑,๐๐๐ ล้านบาทโดยประมาณ แต่ต้องใช้งบประมาณก่อสร้างเกือบ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ๓๘๗,๘๒๑ ล้านบาท งบลงทุนสูงกว่ากันหลายเท่าตัว เพราะฉะนั้นรถไฟความเร็วสูงประเทศไทย จะมีทั้งหมด ๔ เส้นตามหนังสือที่ท่านให้มา ผมเปรียบเทียบ ๔ เส้นนะครับ อีกเส้นหนึ่งคือ เส้นที่ควรได้รับการเปรียบเทียบคือกรุงเทพฯ-ระยอง ผ่านพัทยาไปจังหวัดระยองที่เราดูจาก ตัวเลขปริมาณคนที่เดินทางเยอะครับ กรุงเทพฯ-ระยอง ใช้งบประมาณทั้งสิ้น ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เองครับ ถูกกว่าไปจังหวัดเชียงใหม่ ๓ เท่าตัวกว่า ช่วยประเทศชาติประหยัดงบประมาณ ได้เท่าไรครับ ช่วยประเทศชาติประหยัดงบประมาณได้ประมาณ ๑๑๗,๕๐๐ กว่าล้านบาทต่อปี ประหยัดกว่าไปจังหวัดเชียงใหม่ครับ ผมเลยเรียนถามว่าทำไมเหตุผลในการเลือกเส้นทาง ถึงต้องไปกรุงเทพฯ-เชียงใหม่ก่อน เรามองว่าจะมีการทุจริตกันหรือเปล่า ไปกว้านซื้อที่ไว้ก่อน หรือเปล่า เพราะ ณ วันนี้เส้นทางยังสำรวจกันไม่เสร็จครับ มี ๔ แผนครับ จะเลี้ยวซ้ายเลี้ยวขวา เลี้ยวหน้าเลี้ยวหลัง ถ้าจะมาเลี้ยวไปจุดเอ (A) ไปกว้านซื้อที่ไว้ก่อนสัก ๕๐๐ ไร่ ๑,๐๐๐ ไร่ มีกำลังทรัพย์ซื้อครับ แล้วต่อไปจะเกิดการทุจริตกันในการเลือกเส้นทางหรือเปล่าครับ อันนี้คือสิ่งที่พวกเราเป็นห่วง เราจึงคิดว่าเราไม่สามารถสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติกู้เงิน ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทฉบับนี้ได้ เพราะว่ารายละเอียดในโครงการก็ไม่มี ความไม่ชอบมาพากล ก็ไม่มี สำคัญที่สุดไม่เชื่อว่ารัฐบาลชุดนี้จะมีความสามารถในการบริหารราชการให้งบประมาณ โครงการดังกล่าวบริสุทธิ์ ยุติธรรม มีความโปร่งใส และเกิดประโยชน์กับประชาชนสูงสุด สำหรับคนไทยครับ ขอบคุณมากครับ