สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๖ · ๒๙ มีนาคม ๒๕๕๖

ปุระชัย เปี่ยมสมบูรณ์ หารือเรื่องการลงทุนของรถไฟความเร็วสูง และขอให้รัฐบาลตระหนักถึงความเสี่ยงของการกู้เงิน ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท

ร้อยตำรวจเอก ปุระชัย เปี่ยมสมบูรณ์ บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม ปุระชัย เปี่ยมสมบูรณ์ ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรครักษ์สันติ ก่อนอื่น ผมขอขอบคุณท่านประธานที่กรุณาให้โอกาสได้ร่วมอภิปรายในวันนี้ แล้วก็รวมทั้งขอบคุณ วิปฝ่ายค้านที่กรุณาจัดสรรเวลาให้ผม ๑๐ นาที ในโอกาสนี้ผมขอกล่าวในเบื้องต้นก่อนว่า ประเทศไทยนั้นควรมีรถไฟความเร็วสูง ควรมีรถไฟรางคู่ ควรมีระบบรางที่ทันสมัย เพื่อช่วย เพิ่มประสิทธิภาพในการคมนาคมขนส่งภายในประเทศ คำถามจึงไม่ได้อยู่ในที่ว่าประเทศไทย ควรจะมีรถไฟความเร็วสูงหรือควรจะมีระบบคมนาคมที่ดีหรือไม่ แต่คำถามที่สำคัญกลับมา อยู่ที่ว่าประเทศไทยควรลงทุนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานโดยใช้ทรัพยากรจำนวนมหาศาล ขนาด ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทในเวลานี้หรือไม่ ท่านประธานครับ การลงทุนที่สมดุลคือ ความจำเป็นในการบริหารประเทศ ซึ่งหมายถึงทางสายกลางที่จะต้องไม่มากเกินไปแล้วก็ ไม่น้อยเกินไป ภายใต้สภาวะเศรษฐกิจโลกเช่นขณะนี้ถ้าจะกล่าวว่าการแสวงหาความสมดุล กระทำได้ยากก็เป็นจริงครับ แต่อย่างไรก็ตาม เราก็ควรที่จะลงทุนของประเทศไม่ให้มาก จนเกินไป และควรจะต้องทำด้วยความรอบคอบ ระมัดระวังต่อความเสี่ยงและความผันผวน ของเศรษฐกิจโลกในขณะนี้ ผมเห็นว่าเป็นการดีที่รัฐบาลไม่เร่งออกพระราชกำหนดดังเช่น การแก้ปัญหาอุทกภัย แต่รัฐบาลได้เลือกที่จะเสนอการกู้เงิน ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท โดยการเสนอเป็นร่างพระราชบัญญัติเช่นนี้ซึ่งเปิดโอกาสให้ได้มีการถกแถลงกัน อย่างกว้างขวางในรัฐสภาแห่งนี้ ซึ่งผมเห็นชอบด้วยในกระบวนการดังกล่าว ผมขอเน้นย้ำ อีกครั้งหนึ่งว่าประเทศที่ลงทุนเกินตัวนั้นมีแนวโน้มที่จะนำความทุกข์ยาก ความเดือดร้อน มาสู่ประชาชนโดยรวมในระยะกลางและระยะยาว ตัวอย่างนั้นมีมากมายตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน ถ้าย้อนหลังกลับไปอดีตไม่ว่าการสร้างกำแพงเมืองจีน ในยุคของจิ๋นซีฮ่องเต้ ผู้คนเกิด กิน นอน ตาย อยู่ที่ตรงกำแพงหลายช่วงอายุคน การสร้างปราสาทหิน ของขอมโบราณที่แสดงความยิ่งใหญ่ของนครวัด นครธม จนกระทั่งอาณาจักรขอมนั้น ล่มสลายจากการทำลายตัวเอง การก่อสร้างพีรามิด (Pyramid) ของอียิปต์โบราณที่เต็มไปด้วย เรื่องราวที่โหดเหี้ยมทารุณจนกระทั่งประชาชนนั้นกลายเป็นทาส หรือแม้กระทั่งวิกฤติต้มยำกุ้ง ที่ประเทศไทยได้ประสบเมื่อกว่า ๑๐ ปีที่ผ่านมา ผลกระทบจากต้มยำกุ้งทำให้ประเทศไทยนั้น ยังมีหนี้สาธารณะอยู่อีกถึง ๑.๔ ล้านล้านบาท ซึ่งอาจจะต้องคืนเงินต้นและดอกเบี้ยในระยะเวลา ยาวนานอีกประมาณ ๒๕ ปี การจะกู้เงินอีก ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทจะทำให้หนี้สินของประเทศนั้นสูง รวมเป็น ๓,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งยังไม่รวมดอกเบี้ย ซึ่งต้องใช้เวลาในการชำระยาวนาน โดยการคาดการณ์ประมาณ ๕๐ ปี รวมหนี้สินเก่า ๒๕ ปีกับอีก ๕๐ ปีก็คือ ๗๕ ปีโดยประมาณ หนี้สินเหล่านี้จะเป็นภาระที่ยาวนานของประเทศ ทั้งที่ประเทศกำลังเข้าสู่ช่วงเวลาของ ความผันผวนของเศรษฐกิจโลก และการแปรปรวนของภูมิอากาศของโลกที่สาหัสขึ้นทุกวัน ปีหนึ่งน้ำท่วม อีกปีหนึ่งแล้ง และไม่แน่ใจด้วยซ้ำไปว่ากรุงเทพมหานครซึ่งเป็นเมืองศูนย์กลาง เหล่านั้นจะตกอยู่ในภาวะที่จะเกิดเหตุการณ์วิกฤติทางด้านภาวะทางธรรมชาติเมื่อไร รัฐบาลจึงต้องตระหนักว่าท่านเป็นรัฐบาลในปัจจุบันที่จะต้องไม่ก้าวล่วงไปสู่อนาคต ในระยะเวลาที่ยาวนานจนเกินสมควร เพราะเป็นการก้าวล่วงไปถึงรัฐบาลในอนาคต จนเกินไป ๗๕ ปีนะครับ นอกจากนี้ฐานคติของร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ก็ยังเป็นแบบเดิม ๆ ที่ผมเรียนไปแล้วที่มองกรุงเทพมหานครนั้นเป็นศูนย์กลางของประเทศ ถ้าผมจะถาม แบบย่อ ๆ ว่าเราจะมั่นใจได้เพียงใดว่าศูนย์กลางของประเทศจะไม่ถูกกระทบอย่างรุนแรง จากภาวะโลกร้อนและน้ำท่วมโลกในศตวรรษนี้คือศตวรรษที่ ๒๑ ผมจึงขอเสนอให้จัดทำ ลำดับความสำคัญของแต่ละยุทธศาสตร์ตามความจำเป็นก่อนหลัง รวมทั้งจัดทำรถไฟ ความเร็วสูงในลักษณะโครงการทดลอง โดยเริ่มต้นในบางเส้นทางที่สำคัญก่อนแทนการเร่งด่วน ปูพรมไปทั่วทั้งประเทศทุกเส้นทาง เพราะว่ารถไฟความเร็วสูงนั้นถือว่าเป็นเรื่องใหม่ หรือถือว่าเป็นนวัตกรรมของประเทศไทย แม้ว่าเราจะมีระบบรางเช่นรถไฟมาแล้ว กว่า ๑๐๐ ปี แต่เราก็ไม่เคยมีประสบการณ์เกี่ยวกับรถไฟความเร็วสูงแม้แต่สักเส้นทางเดียว ผมขอเน้นย้ำนะครับว่าการใช้เงินเกินตัวทำให้ประเทศเอกราชนั้นกลายเป็นทาสเงินกู้ ของชาติอื่น ที่จะต้องอยู่ภายใต้การสอดส่อง ตรวจสอบ การวิพากษ์วิจารณ์ การบงการ การสั่งการของเจ้าของเงินกู้อย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ รวมทั้งอยู่ภายใต้อาณัติในด้านต่าง ๆ อย่างไม่รู้จบ ดังเช่นประเทศไทยได้เคยมีประสบการณ์ที่เจ็บปวดมาแล้วในอดีตของยุควิกฤติ ต้มยำกุ้ง ท่านประธานครับ ขอให้ท่านดูตัวอย่างของประเทศกรีกและประเทศไซปรัส ในปัจจุบันเป็นอุทาหรณ์ ผมเพิ่งกลับประเทศโรมาเนีย ประเทศไซปรัสนั้นแทบจะไม่มีเงินใช้ ประเทศกรีกนั้นอดมื้อกินมื้อจากการใช้เงินเกินตัวของคนในช่วงเวลาหนึ่ง ซึ่งอาจจะเป็น ตัวอย่างที่ประเทศไทยกำลังจะก้าวเดินไปหาในอนาคตอันใกล้ก็เป็นไปได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อประเทศไทยยังไร้ความสามารถด้านการป้องกันและปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชัน ซึ่งเรื่องนี้เราไม่มีประสิทธิภาพ ไม่มีประสิทธิผลเลย ขณะนี้เรื่องทุจริตค้างอยู่ใน ป.ป.ช. กว่า ๘,๐๐๐ เรื่อง การกู้เงินในวงเงินมหาศาลนั้นทำให้ฝูงเหลือบที่มีอยู่มากมาย ในประเทศไทยนั้นมองหาโอกาสอย่างเมามัน อย่าพูดถึงเรื่องที่ซับซ้อนอย่างรถไฟความเร็วสูง เลยครับ ผมขอถามเพียงว่าการจัดซื้อเครื่องตรวจวัตถุระเบิดที่เรียกว่า จีที ๒๐๐ (GT200) ใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ซึ่งได้จัดซื้อกันไปถึง ๓,๐๐๐ ล้านบาท ขณะนี้สอบสวน ไปถึงไหน ใครบ้างที่ต้องรับผิดชอบ และใครบ้างที่ต้องจ่ายเงินชดเชย ๓,๐๐๐ ล้านบาท กลับคืนให้กับประเทศและประชาชนไปถึงไหนครับ นี่คือเรื่องหนึ่งที่ติดค้างอยู่นะครับ และเป็นค่าโง่ที่แพงมากสำหรับเครื่องมือที่อายุใช้งานเพียงแค่ไม่กี่เดือนแล้วก็เป็นของปลอม เราได้จัดซื้อถึงเครื่องละ ๕๐๐,๐๐๐-๑,๕๐๐,๐๐๐ บาท ทั้งที่ต้นทุนประมาณ ๑๐๐ บาท เท่านั้นเอง ท่านประธานครับ ผมมีความเห็นแย้งว่าประเทศไทยไม่ควรก้าวกระโดด ผมมี ความเห็นว่าประเทศไทยไม่ควรใช้เงินเกินตัว การผ่านร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ก็คือ การอนุมัติให้ได้ใช้เงิน ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทภายในเวลา ๗ ปี โดยเฉพาะอย่างยิ่งวิธีคิด แบบราชการเมื่อมีเงินอนุมัติไว้แล้วก็ต้องใช้ให้หมด เราคิดแบบราชการแต่พยายามกู้เงินแบบธุรกิจ นับว่าเป็นวิธีการที่ผิดฝาผิดตัวอย่างน่าวิตกกังวลอย่างยิ่ง โครงสร้างพื้นฐานเป็นส่วนประกอบ ของประเทศชาติ แต่ทรัพยากรสำคัญที่สุดของชาติคือทรัพยากรมนุษย์ ถ้ากระทรวงศึกษาธิการ จะกรุณาเสนอแผนงานโครงการพัฒนาคนควบคู่ไปกับกระทรวงคมนาคมผมก็ยังมีความยินดี เป็นอย่างยิ่งและเต็มใจในการที่จะสร้างคน ซึ่งมีความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนหรืออาจจะยิ่งกว่า การสร้างโครงสร้างพื้นฐานที่เป็นวัตถุ เพราะว่าการพัฒนาประเทศนั้นเปรียบเสมือนการเล่น เปียโน (Piano) ต้องใช้นิ้วทั้ง ๑๐ ให้สอดประสานกัน ในโอกาสนี้ผมขอหยิบยกคำกล่าวของท่าน อดีตผู้นำประเทศสิงคโปร์คือท่านลี กวน ยู มากล่าวในที่นี้ ท่านได้กล่าวว่า อีก ๑๐๐ ปีข้างหน้า ประเทศนิวซีแลนด์ก็ยังคงเต็มไปด้วยทุ่งหญ้าเขียวขจี เต็มไปด้วยแกะ เต็มไปด้วยกวาง เต็มไปด้วยวัว แต่อีก ๑๐๐ ปีข้างหน้าผมคือท่านลี กวน ยู ไม่แน่ใจว่าจะมีประเทศสิงคโปร์ อีกต่อไปหรือไม่ หลักประกันสำคัญที่สุดของความอยู่รอดของประเทศสิงคโปร์ก็คือคน หรือทรัพยากรมนุษย์ ที่ประเทศจะต้องสร้างคนดี คนเก่ง คนเสียสละ คนที่มีภาวะผู้นำ อย่างเข้มข้นและต่อเนื่อง ท้ายที่สุดผมขอสรุปว่าผมไม่ได้ขัดขวางการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน แต่เราควรทำในลักษณะโครงการทดลอง อย่างเช่นรถไฟความเร็วสูงในบางเส้นทางที่สำคัญก่อน และพึงกระทำด้วยความรอบคอบ เรียนรู้ และรอบรู้เป็นสำคัญ ยิ่งไปกว่านั้นอย่าสร้างหนี้สิน เกินความจำเป็นให้กับลูกหลาน ถ้าท่าน หมายถึงรัฐบาลชุดนี้ยังดื้อดึงจะทำให้ได้ ผมก็ขอเสนอให้ ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ควรจะมีบทบัญญัติให้ ครม. ชุดนี้ต้องร่วมรับผิดชอบต่อหนี้สิน ของประเทศที่กำลังจะกู้เป็นกรณีพิเศษมากกว่าความรับผิดชอบของประชาชนชาวไทย โดยทั่วไป โดยเขียนไว้ในมาตราใดมาตราหนึ่งด้วย ขอบคุณครับ