สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๖ · ๒๙ มีนาคม ๒๕๕๖

จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ เสนอหารือร่างพระราชบัญญัติการลงทุนของภาครัฐจำนวน 2,000,000 ล้านบาท เพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ เช่น รถไฟความเร็วสูง ถนนหนทาง ท่าเรือ สนามบิน เป็นต้น โดยมีกรอบการทำงานที่ชัดเจนในการดำเนินการและตรวจสอบ และจะทำให้ประเทศไทยกลายเป็นจุดศูนย์กลางของภูมิภาคและมีรายได้เฉลี่ยต่อหัวเพิ่มขึ้น 2 เท่าตัว

นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ เชียงใหม่

ท่านประธานที่เคารพ กระผม จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ต่อร่างพระราชบัญญัติ การลงทุนของภาครัฐเป็นจำนวนเงิน ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ในครั้งนี้ผมต้องกราบเรียนว่า ผมต้องขอบพระคุณแทนรัฐบาลท่านยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ที่มีความกล้าหาญได้นำเอา ร่างพระราชบัญญัติที่จะเป็นการพลิกโฉมประเทศไทยเข้ามาสู่สภาผู้แทนราษฎร นำการพัฒนา ความเจริญมาสู่พี่น้องประชาชนคนไทย จากยุทธศาสตร์ทั้ง ๓ ยุทธศาสตร์การเชื่อมโยง ทั้งทางบก ทางน้ำ และทางอากาศ เป็นการเชื่อมโยงฝั่งตะวันตก ตะวันออก เหนือ และใต้ ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้จะทำให้คนไทยได้ประโยชน์ แน่นอนครับ เป็นรูปธรรมได้แน่ ๆ ก็คือรถไฟความเร็วสูงจากกรุงเทพฯ ไปจังหวัดเชียงใหม่ จากกรุงเทพฯ ไปจังหวัดโคราช จากกรุงเทพฯ ไปหัวหิน รถไฟรางคู่ต่อไปถึงจังหวัดหนองคายต่อไปถึงจังหวัดเชียงราย และไปถึงประเทศจีน รถไฟฟ้า ครอบคลุมทั้งกรุงเทพมหานคร ถนนหนทางใยแมงมุมเชื่อมโยงทุกจุด เชื่อมโยงทางน้ำด้วย ท่าเรือใหม่ที่จังหวัดชุมพร ท่าเรือจังหวัดสงขลาแห่งที่ ๒ ท่าเรือปากบาราจังหวัดสตูล ปรับปรุงพัฒนาสนามบินสุวรรณภูมิจะเห็นได้ว่าเป็นยุทธศาสตร์ที่มีความครอบคลุมในเรื่อง ของโครงสร้างพื้นฐานทุกแบบ ไม่ว่าจะเป็นถนน ไม่ว่าจะเป็นเครื่องบิน ไม่ว่าจะเป็นเรือ ไม่ว่าจะเป็นระบบรางคือรถไฟประเภทต่าง ๆ แต่แน่นอนครับผมรับฟังการอภิปรายมานาน หลายท่านก็พูดเรื่องของการทุจริตเรื่องของอะไรต่าง ๆ ฟังจนผมกลัว ผมในฐานะ ส.ส. รัฐบาล แน่นอนครับผมเป็นห่วงในเงินภาษีของพี่น้องประชาชน ห่วงในเรื่องโครงการของภาครัฐ ผมเองทำไมถึงกลัวครับ เพื่อนผมก็กลัวหลายคน ผมกราบเรียนอย่างนี้ครับ ร่างพระราชบัญญัติ ฉบับนี้โครงสร้างนี้เหมือนกับร่างพระราชบัญญัติฉบับหนึ่งที่ในอดีตเคยได้ทำมาร่างพระราชบัญญัติ โครงการที่เรียกว่าไทยเข้มแข็ง ฟังไทยเข้มแข็งนี่พวกผมอ่อนปวกเปียกไปหมด ถามว่า ทำไมตอนนั้นมีแต่ข่าวคราวเต็มไปหมด แต่แน่นอนครับผมมั่นใจในความซื่อสัตย์สุจริต ของรัฐบาลชุดปัจจุบัน และที่สำคัญที่สุดผมยังมีความเชื่อมั่นเพราะต้องหยุดคิดครับ พี่น้องประชาชนที่รับฟังลองคิดสิว่าตอนไทยเข้มแข็งท่านได้อะไร ผมเว้นระยะเวลาให้คิด แล้วลองดูสิว่าโครงการนี้ท่านจะได้อะไร แน่นอนรถไฟฟ้า รถไฟรางคู่ รถไฟความเร็วสูง ถนนหนทาง ท่าเรือ สนามบิน อันนี้เป็นรูปธรรมมากมายมหาศาลเป็นสิ่งที่ท่านจะได้เป็นสิ่งที่ พี่น้องประชาชนจะได้ แต่แน่นอนครับหลักเกณฑ์และวิธีการทางงบประมาณมันมีกำหนดอยู่ ผมต้องกราบเรียนอย่างนี้ครับ งบประมาณไม่ว่าจะเป็นร่างพระราชบัญญัติงบประมาณแผ่นดิน หรือว่าจะเป็นร่างพระราชบัญญัติการลงทุนของภาครัฐครั้งนี้ มีสำนักงบประมาณ มีสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ต้องผ่านการอนุมัติของ ครม. การเบิกจ่ายใช้เงิน มีระเบียบขั้นตอนวิธีการราชการ ต้องผ่านกรมบัญชีกลาง และแน่นอนครับหน่วยงานตรวจสอบ องค์กรตรวจสอบ ไม่ว่าจะเป็น ป.ป.ท. ป.ป.ช. สตง. อื่น ๆ อีกมากมายรอคอยในการตรวจสอบ ความโปร่งใส และที่สำคัญที่สุดผมต้องกราบเรียนผ่านท่านประธานอย่างนี้ว่าบุคคลที่จะตรวจสอบ ได้ดีที่สุดคือภาคประชาชนและพี่น้องประชาชนเอง วันนี้พี่น้องประชาชนทั่วประเทศจับตาดู โครงการนี้ของรัฐบาลครับ ถ้าท่านทำได้ดี ทำได้ถูกต้อง โปร่งใส แน่นอนครับในที่สุด ท่านก็จะได้รับผลตอบแทนเป็นความชื่นชอบ เป็นความชื่นชม แต่ถ้ามีการทุจริตคอร์รัปชัน มีข่าวคราวฉาว ในที่สุดพี่น้องประชาชนจะทำโทษท่านเหมือนตอนไทยเข้มแข็งท่านจำคำนี้เอาไว้ เพราะฉะนั้นวันนี้เป็นหน้าที่ของรัฐบาล ถ้ากฎหมายฉบับนี้สามารถผ่านไปได้ท่านจะต้องปฏิบัติหน้าที่ ตามกรอบกำหนดของรัฐธรรมนูญและกฎหมาย ให้กฎหมายฉบับนี้สามารถสร้างผลิตผล เป็นโครงสร้างพื้นฐานที่เป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชนให้จงได้ แน่นอนครับผมต้องกราบเรียน อย่างนี้ ผมเองก็สงสัยในเบื้องต้นว่าทำไมเราถึงจะต้องออกเป็นร่างพระราชบัญญัติในเรื่องของ การลงทุนในครั้งนี้ ทำไมเราไม่ใช้งบประมาณปกติ ปี ๆ หนึ่งครับผมต้องกราบเรียนอย่างนี้ งบประมาณของภาครัฐมีประมาณกว่า ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แต่เป็นที่น่าเสียใจครับ ๘๐ เปอร์เซ็นต์ของงบประมาณเหล่านี้เป็นงบที่เรียกว่างบประจำจ่ายดอกเบี้ย จ่ายเงินต้น ในส่วนของเงินเดือนข้าราชการ ๘๐ เปอร์เซ็นต์ งบในการลงทุนจริง ๆ มีประมาณ ๒๕๐,๐๐๐ ล้านบาทโดยเฉลี่ย ๒๕๐,๐๐๐ ล้านบาทต้องเจียดไปทำทุกอย่าง อาคารเรียน นักเรียน นักศึกษา เรื่องของการก่อสร้างถนนหนทาง ทำระบบประปา ขุดลอกคู คลอง ทุกอย่างจะมารองบประมาณปกติและเจียดเงินมาปีละ ๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ๖๐,๐๐๐ ล้านบาท ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาทเต็มที่เพื่อที่จะมาทำโครงการลงทุนขนานใหญ่ขนาดนี้ แน่นอนครับ ต้องรอถึง ๓๐ ปี ๔๐ ปีไม่รู้จะเสร็จหรือเปล่า วันนี้การที่เราจะไม่ลงทุนในครั้งนี้ต่างหาก ที่จะเป็นการเสียโอกาสของพี่น้องประชาชนคนไทยทั้งประเทศ ผมต้องกราบเรียนผ่าน ท่านประธานอย่างนี้ครับ วันนี้เรากำลังจะเปิดประชาคมอาเซียน เรากำลังจะเป็นศูนย์กลาง เรากำลังจะเป็นหัวใจของอาเซียน เรากำลังจะเชื่อมโยงไปยังประเทศจีนด้วยการลงทุนครั้งนี้ ถ้าเรางดเว้นหรือไปหาวิธีการอื่นใด เช่นงบประมาณปกติ คนไทยทั้งชาติต้องรอรถไฟฟ้า ต้องรอรถไฟความเร็วสูง ต้องรอรถไฟรางคู่ ต้องรอเท่าเรือไปอีก ๓๐ ปี กับการลงทุนในวันนี้เพื่อให้ ๑๐ ปีข้างหน้าเราได้ผลตอบแทน ทุกประการที่ได้บอกมาในเบื้องต้น

ประการที่ ๒ ที่มีความจำเป็นต้องออกร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้แทนการใช้ ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณปกติ ผมต้องกราบเรียนอย่างนี้ครับ เป็นเรื่องของความต่อเนื่องของงาน เราเห็นมาโดยตลอดครับ งบประมาณผูกพันในร่างพระราชบัญญัติงบประมาณประจำปี เห็นมาโดยตลอด ก็จะผูกพัน ๒ ปีบ้าง ๓ ปีบ้าง อย่างใหญ่ก็ ๕ ปี ๔ ปีเต็มที่ แต่แน่นอนครับ เราเคยอยู่ในพื้นที่ ผมเป็น ส.ส. ในพื้นที่ หลาย ๆ ท่านเป็น ส.ส. ในพื้นที่จะเห็นได้ชัดเลยครับ ลองดูงบประมาณขุดลอกเป็นตัวอย่าง ตำบลหนึ่งมีอยู่ ๘ หมู่บ้าน ขุดลอกหมู่ที่ ๑ ถึงหมู่ที่ ๔ น้ำท่วมเข้ามาจริง ๆ ถึงเวลาหมู่ที่ ๑ ถึงหมู่ที่ ๔ นึกว่าสบายแล้วปีนี้ ผ่านไปน้ำไปเอ่ออยู่ที่ หมู่ที่ ๕ ถึงหมู่ที่ ๘ สุดท้ายย้อนกลับมาท่วมกันหมดทั้งตำบล มันเกิดเขาเรียกว่าคอขวด ของงบประมาณที่ไม่สามารถจะแก้ไขปัญหาอย่างบูรณาการแล้วก็อย่างเบ็ดเสร็จ วันนี้ งบประมาณครั้งนี้ในการออกร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ แน่นอนครับ จะทำให้รัฐบาลสามารถ มีโครงการที่มีความต่อเนื่อง สามารถทำทุกอย่างให้เบ็ดเสร็จในคราวเดียว แล้วแน่นอนครับ ผมต้องกราบเรียนอย่างนี้ การลงทุนตามร่างพระราชบัญญัติจะเป็นการผูกมัดให้ไม่ว่า รัฐบาลใดก็ตามที่จะเข้ามาบริหารประเทศจะต้องทำโครงการเหล่านี้ให้เสร็จสิ้นลุล่วง แน่นอนครับ การออกร่างพระราชบัญญัตินี่ผมต้องชี้แจงผ่านท่านประธานไปยังผู้ชมที่รับฟัง ทางบ้าน แก้ไขได้ครับ การออกกฎหมายนี้แก้ไขโดยสภาผู้แทนราษฎร ผมก็เปิดกว้างครับ ผมกราบเรียนผ่านท่านประธานเลย ถ้าเกิดว่าท่านใดไม่เห็นด้วยกับการร่างพระราชบัญญัติ ฉบับนี้ออกมาเป็นการลงทุนของภาครัฐ จะไม่เห็นด้วยกับวิธีการ จะไม่เห็นด้วยกับโครงการ หรืออะไรก็ตาม อีก ๒ ปีรัฐบาลยิ่งลักษณ์ก็หมดอายุครับ สภาผู้แทนราษฎรอย่างไรก็ต้องยุบ ไม่เกิน ๒ ปี เลือกตั้งท่านก็บอกเลยว่าพี่น้องประชาชนพรรคผมไม่เอาร่างพระราชบัญญัติ การลงทุนของรัฐในครั้งนี้ เลือกตั้งครั้งหน้าเลือกเข้ามาเป็นรัฐบาลผมจะมาปรับแก้ เลิกหมดเลย รถไฟฟ้า รถไฟความเร็วสูง รถรางคู่ บอกเลยครับ แต่พรรคเพื่อไทย พวกเรายืนยันครับว่า การลงทุนครั้งนี้เป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชน เราขอให้ทางรัฐบาลได้ดำเนินต่อ แล้วก็ ดำเนินการให้เสร็จสิ้น แต่แน่นอนครับ การออกร่างพระราชบัญญัติในการลงทุนลักษณะนี้ บางครั้งก็ต้องเป็นภาระกับหนี้สาธารณะ อันนี้หลบเลี่ยงไม่ได้ ผมกราบเรียนอย่างนี้ ผมได้ศึกษา แล้วก็พูดคุยกับเพื่อนที่เป็นนักวิชาการอยู่หลายท่าน หนี้สาธารณะจากโครงการลงทุนครั้งนี้ ในที่สุดแล้วจะไม่เกินกว่า ๕๐ เปอร์เซ็นต์ สัดส่วนต่อจีดีพี ซึ่งกรอบความยั่งยืนทางงบประมาณ ได้กำหนดไว้ไม่ให้หนี้สาธารณะต่อจีดีพีไม่เกิน ๖๐ เปอร์เซ็นต์ หมายความว่าเรายังมีช่องว่าง ในการบริหารจัดการในการทำงานในส่วนของหนี้สาธารณะอยู่กว้างพอสมควร แต่สิ่งที่เราจะ ได้ตอบแทนกลับมานั่นคือการเจริญเติบโตของจีดีพีเฉลี่ยปีละ ๕-๖ เปอร์เซ็นต์ ในปี ๒๕๕๙ หนี้ สาธารณะจะขึ้นไปสูงสุดที่ระดับ ๕๐ เปอร์เซ็นต์ และปี ๒๕๖๓ จะตกลงมาอยู่ที่ ๔๕ เปอร์เซ็นต์ ไม่ใช่ระดับที่น่าห่วงสักจุดเดียว แต่ในขณะเดียวกันเมื่อจบ ๗ ปี ประเทศไทยจะกลายเป็น จุดศูนย์รวมของภูมิภาค จะกลายเป็นจุดเชื่อมโยงระหว่างประเทศไทยไปยังภูมิภาคเอเชีย ทั้งหมด เชื่อมโยงประเทศไทยไปยังประเทศจีน จีดีพีของประเทศไทยใน ๑๐ ปีข้างหน้า จะเพิ่มขึ้น ๒ เท่า จาก ๑๐ ล้านล้านบาท เป็น ๒๐ ล้านล้านบาท รายได้เฉลี่ยต่อหัว ของพี่น้องประชาชนคนไทยจะเพิ่มขึ้น ๒ เท่าตัว วันนี้ต่อปีผมมีรายได้ ๑๐๐,๐๐๐ บาท เมื่อโครงการนี้จบผมจะมีเงิน ๒๐๐,๐๐๐ บาทในกระเป๋าต่อปี เคยได้ ๒๐๐,๐๐๐ บาท เป็น ๔๐๐,๐๐๐ บาท เคยได้ ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท เป็น ๒,๐๐๐,๐๐๐ บาท เฉลี่ยต่อหัว ด้วยรถไฟความเร็วสูงและรถรางคู่จะเกิดหัวเมืองใหม่มากมายตามรายทาง ผมไล่รายชื่อให้ดู ไม่ว่าจะเป็นจังหวัดพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพิษณุโลก จังหวัดลำปาง จังหวัดเชียงใหม่ อำเภอภาชี อำเภอแก่งคอย อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา จังหวัดนครปฐม จังหวัดราชบุรี จังหวัดเพชรบุรี อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้คือ เมืองใหม่ที่จะเกิดขึ้นกระจายรายได้สร้างความเจริญให้กับคนไทยทั่วทั้งประเทศ คนไทยไม่ต้องมา แออัดกระจุกตัวอยู่ในกรุงเทพมหานคร แต่จะกระจายความเจริญไปยังทั่วทุกภูมิภาค ปัจจุบัน คนไทยพึ่งพาการขนส่งทางบกเป็นหลักครับ เราใช้รถขนส่ง แน่นอนรถขนส่งสินค้า รถขนส่งของ ขนส่งคน มีทั้งมลภาวะและที่สำคัญสิ้นเปลืองพลังงานอย่างมหาศาล ผมต้องกราบเรียน อย่างนี้ครับ ค่าใช้จ่ายในสัดส่วนของพลังงานของไทย ๓๕ เปอร์เซ็นต์อยู่ในภาคอุตสาหกรรม ๓๖ เปอร์เซ็นต์อยู่ในภาคการขนส่ง ๓๕ เปอร์เซ็นต์ในภาคอุตสาหกรรม แน่นอนว่าเกิดผลผลิต เกิดการจ้างงาน เกิดสินค้า ในส่วนการขนส่ง ๓๖ เปอร์เซ็นต์สูญเปล่าไปกับสายลม เพราะอะไร เพราะว่ามันคือการขนส่งมันไม่ได้ผลิตผลใด ๆ ต้นทุนพลังงานต่อจีดีพีของประเทศไทย อยู่ที่ ๑๕.๒ เปอร์เซ็นต์ เทียบกับประเทศที่พัฒนาแล้วเขาอยู่ที่ ๑๑ เปอร์เซ็นต์ไม่เกิน วันนี้ด้วยโครงการลงทุนครั้งนี้เราจะลดต้นทุนการใช้พลังงานลง ประหยัดพลังงานไม่ต่ำกว่า ปีละ ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาทครับ แล้วถามว่าใครประหยัด รัฐบาลลงทุน ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท พี่น้องประชาชนเป็นคนประหยัดพลังงานปีละ ๑๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ๑๐ กว่าปีก็คืนแล้ว ถ้าคิดในแง่นี้ นี่คือประโยชน์ที่จะได้รับกับพี่น้องประชาชนที่รัฐบาลของท่านยิ่งลักษณ์จะลงทุนให้ นอกจากนั้นโครงการทั้งหมดจะเชื่อมประเทศไทยไปยังโลกคิดแค่รถไฟฟ้าอย่างเดียว รถไฟอย่างเดียว นี่ผมกราบเรียนอย่างนี้ ประเทศไทยมีประชากร ๖๐ กว่าล้านคน เราเปิดเออีซี เรามีรถไฟความเร็วสูง เรามีรถไฟรางคู่ เชื่อมโยงประเทศไทยไปยังภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีประชากรจาก ๖๐ ล้านคนเป็น ๖๐๐ ล้านคน มีแรงงานอยู่ประมาณ ๓๐๐ ล้านคน มีพื้นที่ เพาะปลูกอยู่ ๔๐๐ ล้านไร่ รถไฟเชื่อมไประเทศไทยไปยังภูมิภาคและยังเชื่อมประเทศไทย ไปยังประเทศจีน วันนี้เราจะเชื่อมประเทศไทยจาก ๖๐ ล้านคนไปยังภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ๖๐๐ ล้านคน ไปรวมประเทศจีนเราจะมีประชากร ๓,๐๐๐ ล้านคน เมื่อก่อนผมถามคน บอกว่าท่านทำอาชีพอะไรครับ เขาบอกว่าผมเป็นเจ้าของตลาด ผมเป็นเจ้าของร้านทอง บอก โอ้โฮ คนนี้รวยเป็นเจ้าสัว อีกหน่อยผมไปถามคนว่าคุณทำอาชีพอะไรครับ ขอโทษครับ ผมขายไม้จิ้มฟัน แต่ผมขายไม้จิ้มฟันให้คน ๓,๐๐๐ ล้านคน คนละกระปุกกำไรกระปุกละ ๑ บาท ผมมี ๓,๐๐๐ ล้านบาทผมรวยไหมครับ นี่คือโอกาสที่โครงการลงทุนของภาครัฐครั้งนี้ จะเปิดให้กับคนไทยทุกคน ผมกราบเรียนอย่างนี้ครับ ด้วยร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ลงทุนแค่ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ๑๐ ปีจีดีพีเพิ่มขึ้น ๒ เท่าเป็น ๒๐,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท อีก ๑๐ ปี คนไทยมีรายได้เฉลี่ยต่อหัวเพิ่มขึ้น ๒ เท่าตัว ประหยัดค่าใช้จ่ายพลังงานให้กับประชาชน ปีละ ๑๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท เชื่อมประเทศไทยสู่ตลาดธุรกิจ ๓,๐๐๐ กว่าล้านคน เกิดเมืองใหม่กระจายรายได้ทั่วประเทศ ยังต้องถามไหมครับว่าคุ้มหรือเปล่าการลงทุนครั้งนี้ ยังต้องถามไหมครับว่าจะต้องลงทุนไหม วันนี้มันเป็นสิ่งแน่นอน เป็นสิ่งจำเป็นที่เราจะต้องลงทุน ให้กับพี่น้องประชาชนในครั้งนี้

สุดท้าย ผมอยากจะกราบฝากผ่านท่านประธานไปยังเพื่อนสมาชิก ไปยัง คนไทยที่รับฟังอยู่ทั่วประเทศ ผมกราบเรียนอย่างนี้ครับ อย่าถามครับว่าท่านได้อะไรจาก โครงการนี้ บ้านผมอยู่อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ คนนึกว่าได้รถไฟความเร็วสูง ไม่ถึงบ้านครับ พื้นที่การเลือกตั้งของผมมีอำเภอเชียงดาว มีอำเภอไชยปราการ อำเภอเวียงแหง อำเภอฝาง เดินทางเข้าจังหวัดเชียงใหม่ชั่วโมงกว่าถึง ๓ ชั่วโมง ไกลครับ แต่ผมไม่ถามว่า ผมได้อะไร ผมถามว่าคนไทยทั้งประเทศจะได้อะไร ประเทศไทยจะเจริญก้าวหน้าแค่ไหน และผมไม่ถามครับว่าทางการเมืองผมได้หรือผมเสีย ถ้าท่านมาคิดว่าการลงทุนของภาครัฐ ครั้งนี้สำเร็จลุล่วงเป็นฝ่ายค้านตลอดชาติ การลงทุนครั้งนี้เสร็จท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ จะได้รับความนิยมอย่างสูงสุด อย่าคิดครับ เราคิดถึงพี่น้องประชาชน เราคิดถึงผลประโยชน์ ที่คนไทยจะได้รับ ผมสนับสนุนต่อร่างพระราชบัญญัติการลงทุนของภาครัฐครั้งนี้ครับ