สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๖ · ๒๙ มีนาคม ๒๕๕๖

ฮอชาลี ม่าเหร็ม ให้ความเห็นเกี่ยวกับโครงการท่าเรือน้ำลึกปากบารา โดยตั้งข้อสังเกตว่าโครงการนี้มีค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น และผลตอบแทนทางด้านการเงินไม่คุ้มค่า

นายฮอชาลี ม่าเหร็ม สตูล

ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายฮอชาลี ม่าเหร็ม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสตูล พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมขอให้ความเห็นในบางโครงการของร่างพระราชบัญญัติให้อำนาจกระทรวงการคลังไปกู้เงิน เพื่อการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางด้านคมนาคมขนส่งของประเทศ พ.ศ. .... ประเด็นที่ผม อยากจะพูดให้ความเห็นและตั้งข้อสังเกต นั่นก็คือโครงการท่าเรือน้ำลึกปากบารา เพราะว่า เป็นโครงการที่อยู่ในพื้นที่ในจังหวัดที่ผมเป็น ส.ส. อยู่ ท่านประธานที่เคารพครับ ในบรรดา ๕๘ โครงการที่รัฐบาลได้เสนอมาเท่าที่ผมไล่เรียงดูนั้นก็มีโครงการท่าเรือน้ำลึกปากบารา ที่เป็นโครงการที่คนในพื้นที่มีอยู่ ๒ ความเห็น ความเห็นแรก ซึ่งอยู่ในกลุ่มของนักธุรกิจ ก็จะสนับสนุนแล้วก็เห็นด้วย แล้วอีกความเห็นหนึ่งก็อยู่ในกลุ่มของผู้ที่ประกอบการท่องเที่ยว ผู้ที่อยู่ในสายงานของประมง แล้วก็ชาวบ้านซึ่งในบริเวณพื้นที่ที่จะมีการก่อสร้างตลอดจนนิสิต นักศึกษา แล้วก็นักวิชาการบางส่วนก็มีความคิดเห็นในทำนองที่ไม่เห็นด้วย ผมเองก็เป็น ส.ส. อยู่ในพื้นที่ก็ได้ให้ความเห็นแล้วก็พยายามที่จะให้ข้อมูลกับพี่น้องประชาชนในพื้นที่ให้มากที่สุด สิ่งหนึ่งที่ผมได้เคยพูดมาตลอดไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลช่วงที่ผ่านมาตลอดจนโครงการซึ่งจะบรรจุ อยู่ในร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้นั้น ก็คือว่ารัฐบาลจะต้องให้ข้อมูลที่ชัดเจนว่าเมื่อท้ายที่สุดแล้วท่านกู้เงินมา ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แล้วส่วนหนึ่งก็แบ่งมาทำท่าเรือน้ำลึกปากบารา ท่านใช้คำว่า เฟส ๑ (Phase 1) หรือว่าระยะที่ ๑ คือความจริงมันมี ๓ เฟสนะครับ เฟส ๑ ก็คือการสร้างท่าเรือ ซึ่งยื่นออกไปในทะเลประมาณ ๔ กิโลเมตร แล้วเฟส ๒ ก็จะเป็นเรื่องของแลนด์บริดจ์ (Land bridge) เฟส ๓ ก็จะเป็นเรื่องของอุตสาหกรรมต่อเนื่อง นั่นคือเท่าที่ได้รับข้อมูล จากเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เพราะฉะนั้นท่านเขียนเอาไว้ในนี้เขียนว่าเป็นเฟส ๑ เพราะฉะนั้นก็คงจะต้องมีเฟส ๒ แล้วก็เฟส ๓ สิ่งที่ผมพอจะอนุมานจากที่ท่านเขียนมาทั้งหมดนั้นก็คงจะเป็นท่าเรือน้ำลึกแบบนานาชาติ หรือว่าเป็นเมกะโปรเจกต์ (Megaproject) ซึ่งมีอุตสาหกรรมแล้วก็มีระบบรางรถไปที่ เชื่อมต่อระหว่างฝั่งอ่าวไทยและฝั่งอันดามัน แล้วก็มีระบบท่อน้ำมันที่ขนส่งแล้วก็ฝังมาตามท่อ ทางรถไฟด้วย แล้วก็จะมีระบบของท่าเรือทั้งหัวแล้วก็ท้ายแล้วก็เชื่อมโยงกับจังหวัดสงขลา ตรงนี้ด้วย ประเด็นที่ผมอยากจะให้ข้อคิดแล้วก็ตั้งเป็นข้อสังเกตเพราะว่าโครงการนี้เราใช้ เงินกู้แล้วก็จะเป็นเงินกู้จากแหล่งไหนก็ตามแต่แน่นอนที่สุดมันก็มีดอกเบี้ย แต่ถ้าหาก ทางรัฐมนตรีผมฝากผ่านท่านประธานไปดูข้อมูลที่ได้มีการศึกษาซึ่งเป็นการสำรวจออกแบบ แล้วก็ในเรื่องของอีไอเอซึ่ง ๒ เล่มนี้อยู่ในความรับผิดชอบของกรมเจ้าท่า สำนักส่งเสริมการขนส่งทางน้ำ และการพาณิชยนาวี แล้วก็อีกเล่มหนึ่งซึ่งเป็นการศึกษาเพิ่งสำเร็จล่าสุดนั่นก็คือการศึกษาระบบ รางที่เชื่อมระหว่าง ๒ ฝั่ง ผมเองก็ได้อ่านรายละเอียดของรายงานทั้ง ๓ ฉบับ ประเด็นที่ผม ให้ความสนใจมากแล้วก็ค่อนข้างที่จะไม่ได้รับการเปิดเผยในวงกว้างทางด้านสาธารณะนั่นก็คือ ผลการศึกษาผลตอบแทนทางด้านความคุ้มค่าในทางด้านการเงินหรือภาษาที่นักเศรษฐศาสตร์ เขาใช้คำว่าเอฟไออาร์อาร์ ซึ่งข้อมูลตรงนี้ทั้งในเรื่องของระบบรางและในเรื่องของ การสร้างท่าเรือข้อมูลทางด้านการเงินนั้นไม่ว่าจะเป็นตัวเอ็นพีวี (NPV) ก็ติดลบไม่ว่าจะเป็น บีซี เรทิโอ (B/C Ratio) ก็ไม่ถึง ๑ แล้วก็ตลอดจนอีกตัวหนึ่งซึ่งเป็นเอฟไออาร์อาร์นั้นหรือว่า ผลตอบแทนความคุ้มค่าของการลงทุนนั้นก็ยังต่ำกว่าอัตราดอกเบี้ย ตรงนี้คือสิ่งที่เขาศึกษา อยู่บนพื้นฐานว่ารัฐบาลใช้งบประมาณแผ่นดิน แต่เมื่อมาใช้เงินกู้แน่นอนที่สุดมันต้องมีค่าใช้จ่าย ที่เพิ่มขึ้นตรงนี้คือสิ่งที่รัฐบาลจะต้องบอกความจริงให้กับพี่น้องประชาชน เพราะฉะนั้น ท่านประธานที่เคารพครับ ในเมื่อรัฐบาลตั้งใจจะเดินหน้าก็อยากจะตั้งข้อสังเกตว่าในพื้นที่ จังหวัดสตูลนั้นโดยตัวจังหวัดแล้วยุทธศาสตร์หลักของจังหวัดก็คือการท่องเที่ยว ในเรื่องของ ท่าเรือน้ำลึกนั้นเคยมีความคิดที่จะสร้างที่จังหวัดกระบี่โดยอาศัยขนอมอยู่ในฝั่งอ่าวไทย แล้วก็มีท่าเรือที่จังหวัดกระบี่อยู่ในฝั่งอันดามันเชื่อมโยงสินค้าไปยังทวีปยุโรป ทวีปแอฟริกา ทวีปเอเชีย แล้วก็เอเชียใต้ ส่วนฝั่งอ่าวไทยนั้นก็จะไปประเทศญี่ปุ่นแล้วก็โซนทางด้าน ทวีปอเมริกา ทวีปอเมริกาใต้ ตรงนี้คือสิ่งที่ได้มีการคิดมาก่อน แต่สาเหตุที่ต้องโยกโครงการ ผมอ่านจากรายงานซึ่งเป็นรายงานของกระทรวงคมนาคมเองซึ่งเป็นรายงานการออกแบบสำรวจ ในเรื่องของท่าเรือน้ำลึก เขาบอกว่าสาเหตุที่ต้องโยกจากจังหวัดกระบี่มาไว้ที่บ้านผมที่จังหวัดสตูล เนื่องจากว่าจังหวัดกระบี่เป็นเมืองท่องเที่ยวท่าเรือน้ำลึกอาจจะส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมท่องเที่ยว ของจังหวัดกระบี่ เขาใช้คำว่า จังหวัดกระบี่มีเกาะพีพี มีอ่าวมาหยา มีหาดนพรัตน์ธารา ผมเองก็คิดว่าจังหวัดสตูลบ้านผมก็มีเกาะหลีเป๊ะที่สวยงามด้วย แล้วก็มีเกาะบูโหลน มีเกาะตะรุเตา มีเกาะอาดัง ซึ่งถ้าหากว่าเทียบความสวยงามเราอยู่ในฝั่งทะเลอันดามันฝั่งเดียวกัน ถ้าหากว่า ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการอาจจะไปที่จังหวัดสตูลท่านรัฐมนตรีลองไปดูพื้นที่แนวที่เรือ ๗๐,๐๐๐ เรท เวท (Rate weight) ที่ท่านเขียนเอาไว้ในนี้บรรทุกสินค้าเข้ามายังท่าเทียบเรือ ปากบารานั้นอยู่ใกล้กับแหล่งดำน้ำปะการัง ๗ สีที่ฝรั่งนักท่องเที่ยวทั่วโลกมุ่งแล้วก็ นั่งเครื่องบินมาลงหาดใหญ่ มาลงที่จังหวัดตรัง มาลงที่จังหวัดกระบี่ ต่อมาที่เกาะลันตา แล้วก็ต่อเรือมายังจังหวัดสตูลเพื่อที่จะมาดูปะการัง ๗ สีมันอยู่ในแนวตรงนี้เลย ผมเองก็คิดว่า แล้วมันจะอยู่ด้วยกันได้อย่างไรอุตสาหกรรมกับการท่องเที่ยว แล้วท่านก็ตั้งใจจะสร้างเฟส ๑ แล้วก็มาเฟส ๒ แล้วก็มาเฟส ๓ ทั้งหมดทั้งมวลนั้นนั่นคือเหตุผลที่ว่าทำไมกลุ่มเอ็นจีโอเขาจึงได้ ต่อต้านในเรื่องนี้ แล้วก็สิ่งหนึ่งที่ผมค่อนข้างที่จะเป็นห่วงว่าถ้าหากท่านเดินหน้าโครงการนี้ต่อไป ทางรัฐมนตรีช่วยว่าการ ก็เคยให้สัมภาษณ์ด้วยความเป็นห่วงว่ากลุ่มผู้ประกอบการที่เดินเรือเขามีความหนักใจอยู่ ผมติดตามการศึกษารายงานของ สนข. หรือว่าสำนักนโยบายและแผนการขนส่งจราจร ซึ่งศึกษาในปี ๒๕๕๑ ปี ๒๕๕๒ ปี ๒๕๕๓ มาเสร็จปี ๒๕๕๔ เขาบอกว่าไปสัมภาษณ์นักธุรกิจ ซึ่งเป็นเจ้าใหญ่ในเรื่องของการเดินเรือระดับทั่วโลกเลยที่สนใจที่จะเอาสินค้ามาขึ้นรถไฟ จากรถไฟมาลงที่จังหวัดสตูลแล้วก็เอาสินค้ามาลงเรืออีกทีหนึ่ง ที่สนใจจริง ๆ มี ๒๐ คน จากการสำรวจ ๑๐๐ ราย มันจึงทำให้รายงานของท่านที่ออกมานั้นมันจึงไม่คุ้มค่าต่อการลงทุน นี่คือสิ่งที่ผมเองในฐานะซึ่งเป็นตัวแทนของพี่น้องประชาชนในพื้นที่มีความเป็นห่วง เพราะฉะนั้น ในเรื่องของการตัดสินใจในเรื่องนี้ผมอยากจะขอฝากเอาไว้เพราะว่าท่านยังมีเวลาอีก ๒ ปี ในการศึกษาอีเอชไอเอ ท่านศึกษาอีไอเอเสร็จแล้วแต่ยังไม่ได้ศึกษาผลกระทบทางด้านสุขภาพ ในช่วง ๒ ปีตามระยะเวลาที่ท่านได้เขียนเอาไว้นั้นก่อนที่จะมีการก่อสร้าง ก็อยากจะฝาก ให้ท่านนอกเหนือจากการศึกษาอีเอชไอเอแล้วนั้นก็ขอให้ได้ประมวลความคิดเห็นของคนในพื้นที่ ให้พี่น้องจังหวัดสตูลเขาได้มีการได้รับข้อมูลจากท่านอย่างรอบด้านแล้วก็ได้ตัดสินใจเอง เพราะมันคือชะตากรรมที่เขาจะต้องเปลี่ยน ถ้าคนซึ่งประกอบวิถีชีวิตแบบประมงเขาก็ต้อง เปลี่ยนเลย คนซึ่งลงทุนไปในเรื่องของการทำรีสอร์ท (Resort) ที่เกาะหลีเป๊ะ เกาะตะรุเตา เกาะอาดัง ถ้าหากว่าผลกระทบมันออกมาทำให้การท่องเที่ยวเสียหายเขาก็เจ๊งไปเลยนะครับ ตรงนั้นคือสิ่งที่เราจะต้องเลือกเอาระหว่างอุตสาหกรรมแล้วก็การท่องเที่ยว นั่นคือสิ่งที่ผม อยากจะให้ข้อมูลไปยังรัฐบาล โดยวิธีการในการออกร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้นั้นผมเองไม่รับหลักการ แล้วก็ไม่เห็นด้วยจึงได้อภิปรายเป็นข้อมูลประกอบในการที่ท่านจะดำเนินการโครงการนี้ ต่อไปในวันข้างหน้า ขอบคุณมากครับท่านประธาน