สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๖ · ๒๙ มีนาคม ๒๕๕๖

เจิมมาศ จึงเลิศศิริ ไม่เห็นด้วยกับร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ เนื่องจากส่อแววจะโกง และเรียกร้องให้ลดจำนวนสถานีขึ้นลงเพื่อใช้งบประมาณอย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการเวนคืนที่ดินอสังหาริมทรัพย์ที่ใช้เนื้อที่มากเกินความจำเป็น และเรียกร้องให้ทำความชัดเจนในเรื่องนี้

นางเจิมมาศ จึงเลิศศิริ กรุงเทพมหานคร

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน เจิมมาศ เลิศศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ดิฉันไม่เห็นด้วย และไม่รับร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ที่ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ด้านคมนาคมขนส่งของประเทศ พ.ศ. .... ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ฉบับนี้ค่ะ เนื่องจาก ดิฉันมีเวลาเพียง ๕ นาทีเท่านั้น ดิฉันขอพูดในโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มที่จะสร้าง ในกรุงเทพมหานครค่ะ สายสีส้มนั้นก็คือตลิ่งชัน-มีนบุรี ซึ่งจะผ่านมหาวิทยาลัยรามคำแหง- ศูนย์วัฒนธรรม-ห้วยขวาง-ดินแดง-ประตูน้ำ-ยมราช-หลานหลวง-สนามหลวง-โรงพยาบาลศิริราช แล้วก็เป็นโครงการของรถไฟฟ้าสายแรก ๆ ของร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ที่ทำการสำรวจ แล้วกำลังทำ การประชาพิจารณ์อยู่ในขณะนี้นะคะ ดิฉันไม่เห็นด้วยกับร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ เนื่องจาก พฤติกรรมที่ส่อว่าจะโกงตั้งแต่งบเงินกู้ ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท แล้วก็งบน้ำท่วม ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ที่ผ่านมาก็กู้มากองไว้ค่ะ กู้มาโกง กู้มาเสียดอกเบี้ย กู้มาสร้างหนี้ค่ะ ดิฉันพูดเช่นนี้เพราะว่า ตั้งแต่เริ่มโครงการนี้ก็ส่อแววแล้วนะคะ ส่อแววที่จะโกงกันเลยนะคะ

ข้อที่ ๑ เริ่มจากการทำประชาพิจารณ์ค่ะ การรับฟังความคิดเห็นของประชาชน ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการเวนคืนที่ดินในพื้นที่ที่จะสร้างรถไฟฟ้าสายสีส้ม หลายพื้นที่ตอนนี้ ประชาชนเริ่มมาร้องเรียนที่สภาแล้วหลายคณะ แล้วก็มาร้องเรียนกับคณะกรรมาธิการการคมนาคมอยู่ อย่างเช่น ในพื้นที่เขตดินแดงของท่าน ส.ส. ธนา ชีรวินิจ พื้นที่ราชเทวีของท่าน ส.ก. ผุสดี วงศ์กำแหง แล้วก็พื้นที่ในถนนหลานหลวงของดิฉันเอง ในการทำประชาพิจารณ์นั้นประชาชน ไม่ได้รับทราบข้อมูลเลยซึ่งแต่ละพื้นที่มีการทำประชาพิจารณ์ผ่านไปแล้วถึง ๓ ครั้งค่ะ แต่ว่าเวลาแจ้งกับประชาชน อย่างเช่นพื้นที่ถนนหลานหลวงมีทางขึ้นลง ๔ ขาด้วยกัน ๔ จุด แต่ว่าเขาจะแจ้งประชาชน ในพื้นที่จุดละ ๑ ครัวเรือนเท่านั้น แล้วให้ไปขยายส่งข่าวกันเอง ส่วนมากก็ไม่ทราบเรื่องนะคะ และในครั้งต่อ ๆ มาเวลาแจ้งประชาชนก็จะแจ้งในส่วนของผู้ที่ได้รับผลกระทบจำนวนน้อย อย่างเช่นผู้ได้รับผลกระทบ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ แจ้งสักประมาณ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ ส่วนประชาชน ที่ไม่ได้รับผลกระทบ แต่อยู่ในบริเวณใกล้เคียงก็จะแจ้งเกือบ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ให้มารับฟัง ความคิดเห็น ให้มาแสดงความคิดเห็นกัน ถามว่าผลที่ทำประชาพิจารณ์ออกมานั้น มันจะเป็นกลางไหม มันจะได้ผล ได้ทราบถึงความเดือดร้อนที่แท้จริงของประชาชน ที่อยู่ในจุดนั้น ๆ หรือไม่ ทำไมจะต้องมีการหมกเม็ดข้อมูลด้วย ตรงนี้ก็ส่อแววแล้วนะคะ

ข้อที่ ๒ ก็คือการสร้างสถานีขึ้นลงจะห่างกันบางสถานี ๕๐๐ เมตรเท่านั้น บางสถานี ๖๐๐ เมตร ๘๐๐ เมตรเท่านั้น ทั้ง ๆ ที่การสร้างสถานีแต่ละสถานีใช้งบประมาณ ๒,๕๐๐ ล้านบาท ไม่ใช่เงินน้อย ๆ ทำไมจะเอาเงินเหล่านั้นมาผลาญ ทำไมจะต้องสร้างสถานี ถี่ขนาดนั้นในจุดที่บางครั้งก็ไม่ได้จำเป็นเลย

ข้อที่ ๓ เป็นข้อที่สำคัญที่สุดก็คือว่าการเวนคืนที่ดินอสังหาริมทรัพย์ใช้เนื้อที่ มากเกินความจำเป็น ยกตัวอย่างในเขตพื้นที่ดินแดงเขาบอกว่าจะเวนคืนในบริเวณ ประชาสงเคราะห์ ๒๑ และประชาสงเคราะห์ ๒๓ เนื้อที่ประมาณ ๒๒ ไร่ ซึ่งจุดบริเวณตรงนั้น เป็นแหล่งชุมชนแออัดค่ะ ทำไมเขาไม่วางแผนที่จะสร้างในจุดที่เหมาะสมกว่านี้ อย่างเช่น ไปสร้างอยู่ใกล้ ๆ แฟลตดินแดงซึ่งมี ๓๘ แฟลต หรือว่าสร้างใกล้จุดเชื่อมต่ออื่น ๆ แล้วก็ ในโครงการนี้มีการขยายเส้นทางอยู่หลายครั้ง ไม่ทราบว่าเพื่อเอื้อประโยชน์ให้กับคนใดคนหนึ่ง หรือบุคคลใดนะคะ หรือในพื้นที่ราชปรารภตรงข้ามกับโรงแรมอินทรา เนื้อที่ ๕ ไร่ด้วยกัน ตึกแถวโดนไป ๑๐๐ ห้อง ดิฉันไม่แน่ใจว่า ๑๐๐ ห้องเพื่อทำสถานีขึ้นลง แล้วก็ไปเอื้อประโยชน์ ให้กับห้างสรรพสินค้าห้างหนึ่งซึ่งเส้นใหญ่มากสามารถที่จะถอนเสาไฟฟ้าที่อยู่หน้าห้าง ๖ ต้นได้ นี่คือผู้มีอำนาจ ผู้ที่อยู่เบื้องหลัง หรือว่าตรงบริเวณถนนหลานหลวงก็มีการเวนคืนเกินความจำเป็น บริษัทที่ปรึกษาที่ไปสำรวจค่าจ้างที่ปรึกษาเป็นพันล้านหมื่นล้าน แต่เขาสำรวจจุดอย่างเช่น อาคารบุญดิศบอกว่าเป็นอาคารร้างทั้ง ๆ ที่ตรงนี้เป็นแหล่งธุรกิจ มีร้านค้าอยู่ ๗๐-๘๐ ร้านค้าด้วยกัน ก็บอกว่าเป็นที่ร้างเหล่านี้เป็นต้น ดิฉันเห็นถึงความหมกเม็ดแล้วก็ความที่จะส่อแววในการทำให้เกิด การโกงขึ้นง่าย ๆ ดิฉันขอยกตัวอย่างของกรุงเทพมหานคร ในสมัยท่านอภิรักษ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพฯ ท่านเองก็ได้อนุมัติรถไฟฟ้าสายอ่อนนุช-แบริ่ง สายตากสิน-วงเวียนใหญ่-ตลาดพลู โดยใช้เงิน ของ กทม. เอง ไม่ต้องไปกู้หนี้ยืมสินใคร ประชาชนไม่ต้องเป็นหนี้ แต่ถามว่าร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ ทำไปแล้วหนี้ ๕,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ประชาชนคนยากคนจนไม่มีสตางค์ขึ้นรถไฟความเร็วสูง ที่มีค่ารถแพงค่ะ แต่ประชาชนยากจนเหล่านี้ต้องมาแบกภาระหนี้ ๕,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ไม่เป็นธรรมนะคะ ทำไมเราไม่ไปร่วมทุนกับเอกชนให้เอกชนมาแบกภาระตรงนี้ ประชาชน คนยากจนที่ไม่มีสตางค์ขึ้นรถก็ไม่ต้องมาแบกภาระหนี้ ๕,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนี้นะคะ ขอบคุณค่ะท่านประธาน