เธียรชัย สุวรรณเพ็ญ พูดถึงร่างพระราชบัญญัติเงินกู้ 2,000,000,000,000 บาทที่มีความสำคัญมาก เนื่องจากถ้าร่างพระราชบัญญัตินี้ออกไปและล้มเหลว จะทำให้เสาหลัก 3 หลักของประเทศไทยพังทลายทันที เสาหลักที่ 1 คือความมั่นคงของประเทศ เสาหลักที่ 2 คือสังคมวัฒนธรรมที่แตกแยก เสาหลักที่ 3 คือเสาหลักเศรษฐกิจที่ทำให้ประเทศไทยมีโอกาสล้มละลาย
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม เธียรชัย สุวรรณเพ็ญ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตาก พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ในการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติเงินกู้ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งเป็นเงินกู้มโหฬารในครั้งนี้ครับ เป็นประวัติศาสตร์ของประเทศไทยตั้งแต่ตั้งประเทศมานี้จะเห็นว่าเป็นร่างพระราชบัญญัติ ที่มีความสำคัญมากครับ ที่ผมเรียนว่ามีความสำคัญก็เพราะว่าถ้าร่างพระราชบัญญัตินี้ออกไป และล้มเหลว ซึ่งมีแนวโน้มสูงดังที่เพื่อนสมาชิกได้อภิปรายไปแล้วก็จะทำให้เสาหลัก ๓ หลัก ของประเทศไทยเราพังทลายทันทีครับ ขณะนี้ความเสี่ยงเสาหลักทางด้านการเมืองคือ ความมั่นคงของประเทศเรายังมีปัญหา เสาหลักที่ ๒ คือด้านสังคมวัฒนธรรมเรามีปัญหาครับ ประชาชนแตกแยกกันครับเห็นชัด และเสาหลักที่ ๓ ที่ผมพูดนี้ก็คือเสาหลักปากท้อง ของพี่น้องประชาชนที่เราเรียกว่าเสาหลักเศรษฐกิจ ทำไมครับการออกร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทโดยการกู้เงินครั้งนี้ครับ ผมเรียกว่าเป็นเส้นฟางเกือบเส้นสุดท้ายที่จะ ทำให้ประเทศไทยเรามีโอกาสอันสูงยิ่งที่จะล้มละลายไม่ต่างจากประเทศต่าง ๆ ที่กำลัง มีวิกฤตการณ์ไม่ว่าจะเป็นในยุโรปหรือบางประเทศเช่นประเทศไซปรัสขณะนี้ ท่านประธานครับ เราลองมาย้อนรอยดูสักหน่อยว่าทำไมเราถึงต้องกู้เงินกันมากมายเพื่อทำโครงการพัฒนา ประเทศในครั้งนี้ เราไม่ติดใจครับในเรื่องการพัฒนาประเทศ ผมคิดว่าเป็นหน้าที่อันยิ่งใหญ่ ของทุกรัฐบาลที่จะต้องดำเนินการพัฒนาประเทศต่อไปตามสภาพกำลังที่เศรษฐกิจ ของประเทศมีอยู่ เราต้องทำครับ แต่ต้องทำแล้วอย่าล้ม ต้องทำแล้วเต็มไปด้วยความมั่นคง คนที่อยู่ในประเทศมีความสุข แต่ถ้าร่างพระราชบัญญัตินี้ออกไปนะครับท่านประธานมันมี ความทุกข์ครับ คน ๖๕ ล้านคนจะต้องเป็นหนี้เพิ่มขึ้นทันทีชดใช้เงิน ๕,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทเศษ ถ้าคิดเป็นตัวเลขก็อาจจะประมาณ ๗๐,๐๐๐ กว่าบาทเศษ จะต้องดำเนินการเป็นอย่างนี้ ประมาณ ๕๐ ปีเป็นอย่างน้อย นั่นก็หมายความว่าพี่น้องประชาชนทั้ง ๖๕ ล้านคน บางคน ไม่มีโอกาสหรอกครับที่จะใช้ในเรื่องของการทำโครงการกู้ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนี้ แต่เขา ก็ต้องมีส่วนร่วมในการชดใช้กรรมเวรที่รัฐบาลได้สร้างไว้ ท่านประธานครับ ประเทศไทยเรา อุดมสมบูรณ์นะครับ แต่เมื่อการบริหารมีการผิดพลาดมันก็เกิดความวิกฤติได้ ผมจะยกตัวอย่าง ให้ว่าทำไมเราถึงไม่มีปัญญาที่จะพัฒนาประเทศต้องไปกู้หนี้ยืมสินเขา แล้วก็เป็นเงินจำนวนมหึมา ทำไมล่ะครับ เพราะรายได้ของเราลด รายได้เราลดเราใช้จ่ายสุรุ่ยสุร่าย เราใช้จ่ายแบบโครงการ ที่เรียกว่าประชานิยมนะครับ ผมเรียนผ่านท่านประธานสภาไปว่ารายได้เราลดจากอะไรครับ เราใช้จ่ายมากเกินตัว รถคันแรกก็เป็นอีกอันหนึ่ง เงินจำนำข้าวก็อีกหลายแสนล้านบาท เราใจดีครับ เราอยากจะ แข่งกับประเทศอื่น ๆ ในเรื่องของโอกาสการแข่งขัน เราลดภาษีนิติบุคคลจาก ๓๐ เปอร์เซ็นต์ เป็น ๒๓ เปอร์เซ็นต์ และจาก ๒๓ เปอร์เซ็นต์ เป็น ๒๐ เปอร์เซ็นต์ในขณะนี้ แล้วก็มีแนวโน้ม ที่จะลดให้อีกถึง ๑๓ เปอร์เซ็นต์ในโอกาสต่อไป นี่ละครับคือสิ่งที่รายรับแทนที่จะเข้ามันก็ไม่เข้า แวตคือภาษีมูลค่าเพิ่มที่ ๗ เปอร์เซ็นต์ เราก็กำหนดกันมานาน เดิมเราออกกฎหมายไว้ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ แล้วเราก็ไม่มีการพัฒนาขึ้นเพราะเป็นปัญหาทางด้านการเมือง รายรับไม่เข้าเป้า ได้ต่ำ ใจดี แต่อยากจะกู้เพื่อที่จะดูต่างประเทศเขาทัดเทียมกับอารยประเทศ ไม่พอครับ ท่านประธาน เรามีกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการลงทุนบีโอไอ (BOI) เราก็ไม่ยกเลิกนะครับ เราบอกว่าเราอยากจะเปรียบเทียบภาษีนิติบุคคลลดลงเพื่อแข่งกับประเทศอื่น ๆ แต่บางประเทศ อื่น ๆ เขาไม่มีบีโอไอนะครับ นี่ก็คืออีกประเด็นหนึ่งที่ทำให้รายได้ที่ควรจะเข้าสู่ประเทศหายไป และนี่คือต้นเหตุอันหนึ่งที่ทำให้เราอยากจะพัฒนาประเทศต้องไปกู้หนี้ยืมสินเขามา ท่านประธานครับ ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ผมเรียนให้ท่านประธานทราบว่าเป็นร่างพระราชบัญญัติ ที่ออกมาด้วยความรวดเร็ว มีตัวเงินเป็นตัวหลักการอย่างแน่นอน คือเอาเงินใส่เข้าไปก่อนว่า ถ้ากู้เพิ่ม ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทจะเกินวินัยการคลังหรือเปล่า เพราะอะไรครับ เพราะโครงการต่าง ๆ ที่ปรากฏอยู่ในหนังสือเล่มที่สมาชิกได้อภิปรายไปเมื่อสักครู่ที่เรียกว่า เป็นเรื่องโครงการต่าง ๆ หลายร้อยโครงการ เมื่อมารวมตัวกันแล้วในแต่ละโครงการ รวมทั้งโครงการ ที่แสดงนิทรรศการที่ผ่านมาเมื่ออาทิตย์ก่อนกับข้อมูลตรงนี้ก็แตกต่างกันครับ ความยาวของ ทางรถไฟความเร็วสูงก็มีสภาพไม่แน่นอน บ้างก็ว่าจากกรุงเทพฯ ไปจังหวัดหนองคาย บ้างก็ว่า จากกรุงเทพฯ ไปโคราช แต่อย่างไรก็ตามตัวเลขของการใช้งบประมาณก็คือตัวเลขเดียวกัน อย่างนี้ละครับที่ทำให้ผมมั่นใจได้ว่างบประมาณที่ทำนี้ไม่ได้เอาโครงการเป็นหลัก ไม่ได้เอา ปัญหาของประเทศเป็นหลัก ไม่ได้เอาวิธีการที่จะมาลดค่าคอสท์ (Cost) ของโลจิสติกส์ เป็นหลัก แต่เอาการกู้เงินเป็นหลัก แล้วก็เอาโครงการใส่เข้าไป ท่านประธานครับ เมื่อพิจารณาดูทั้งหมด ๑๙ มาตราแล้วก็จะเห็นว่ารัฐบาลมีการนำเสนอโครงการนี้เรียกว่า มีความแยบยลนะครับ หรือถ้าจะพูดไปก็มีความเป็นเล่ห์เหลี่ยมพอสมควร ที่ต้องใช้อย่างนี้ ก็เพราะว่าโครงการสับสนจัง ผมเพิ่งได้รับหนังสือเมื่อวานนี้ตอนบ่ายก็ตั้งใจอ่านครับ ก็พบว่า สิ่งที่เราฟังทางวิทยุก็ดี อ่านตามสื่อสารต่าง ๆ ก็ดี มันไม่ค่อยตรงกัน ก็เลยเกิดความไม่มั่นใจว่า ถ้าเริ่มต้นมันไม่แน่นอนเสียแล้ว แล้วบั้นปลายมันจะเป็นอย่างไรครับ เดี๋ยวจะเป็นอย่าง สิ่งที่เรียกว่า เริ่มต้นก็เป็นลำไม้ไผ่ เหลาลงไปก็เป็นบ้องกัญชา นี่ละครับคือสิ่งที่มีความเป็นห่วง เพราะอะไรครับ เพราะโครงการต่าง ๆ เมื่ออ่านแล้วใน ๓ ยุทธศาสตร์ ๗ แผนการ อ่านหลายร้อยโครงการพบว่าหลายโครงการยังอยู่ในขั้นของการศึกษา บางแห่งเป็นลักษณะ ออกแบบและสำรวจ บางโครงการศึกษาแล้ว ออกแบบและสำรวจแล้วแต่ยังไม่ผ่านอีไออาร์อาร์ (EIRR) และเอฟไออาร์อาร์ (FIRR) ซึ่งนี่ก็คือเป็นประเด็นปัญหาอีกละครับ ที่จะอ้างได้ว่าต่อไป เมื่อโครงการนี้ไม่แล้วเสร็จก็เพราะโครงการไม่ผ่านอีไอเอรัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๕๐ ชัดเจนครับ มาตรา ๖๗ ในรัฐบาลชุดที่แล้วผมได้เป็นกรรมาธิการอยู่ด้วยแล้วก็ได้ทำร่างพระราชบัญญัตินี้ เสร็จแล้วแต่ไม่สามารถพิจารณาได้เนื่องจากเกิดการยุบสภา นี่ก็คือจะเป็นปัญหาอีกอันหนึ่ง ที่จะเป็นอุปสรรคขัดขวางการที่จะให้เห็นภาพกับพี่น้องประชาชนว่างบประมาณ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท บรรจุอยู่ ๑๐๐ กว่าโครงการนี้ไม่สามารถดำเนินการได้ ความหวังของพี่น้องก็พังทลายแต่สิ่งที่ไม่พังทลายก็คือความเป็นหนี้ของเขาไปแล้วครับ หนี้เกิดจากเงินกู้มโหฬาร ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านประธานครับ นี่ละครับคือสิ่งที่จะเรียน ให้ท่านทราบว่าหลายเรื่องถ้าโครงการดีแต่วิธีการไม่ดี สรุปก็คือว่าไม่ดีครับ เพราะฉะนั้นเรา ต้องเลือกทั้งโครงการที่ดีและวิธีการที่ดี วันนี้ผมยืนยันว่าเราไม่ต้องกู้เงิน ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทก็ได้ หลักเศรษฐศาสตร์เขาบอกว่าใครใช้ก็คือคนจ่าย ผู้ใช้คือผู้จ่าย เราจะเอาพี่น้องประชาชน ๖๕ ล้านคนเป็นตัวประกันให้จ่ายโดยเท่าเทียมกันยุติธรรมหรือเปล่าครับ นี่คือคำถาม เพราะว่าเขาจะต้องสูญเสียโอกาส การที่เป็นหนี้ของแต่ละคนก็หมายถึงว่าพี่น้องประชาชน ในจังหวัดนั้น อำเภอนั้นสูญเสียโอกาสในการที่จะได้รับสิ่งสาธารณูปโภค ไม่ว่าจะเป็นถนน แหล่งน้ำ หรือโรงพยาบาล โรงเรียน รวมทั้งน้ำประปา ไฟฟ้า ซึ่งยังเป็นปัญหาหลัก ของประเทศอยู่นะครับ เขาสูญเสียโอกาสอันนี้ละครับ ผมถึงเรียนให้ทราบว่าโครงการนี้ แค่เริ่มคิดก็ไม่ยุติธรรม เนื่องจากก่อให้เกิดความเหลื่อมล้ำระหว่างผู้ได้กับผู้เสีย แต่เมื่อจ่าย ต้องจ่ายเท่ากันจึงเป็นปัญหาหลักที่สำคัญยิ่ง ท่านประธานครับ ก่อนจบวันนี้ผมขอยืนยัน อีกครั้งหนึ่งว่าการจะเสนอร่างพระราชบัญญัติในครั้งนี้ไม่ค่อยถูกต้องและทำด้วยการให้ข้อมูล ที่กระชั้นชิด เอกสารเล่มโต ๆ เพิ่งแจกไปเมื่อวานตอนบ่าย ผมนั่งอ่านทั้งคืนแล้วก็เป็นอย่างที่ เพื่อนสมาชิกพูดว่าถ้าดีจริงไม่จำเป็นต้องใส่รายละเอียดลงไปมากหรอกครับ ก็เอาเล่มนี้ เป็นตัวอ้างอิงอยู่ในร่างพระราชบัญญัติประกอบท้ายพระราชบัญญัตินี้นะครับว่าทุกอย่างให้เป็นไป ตามร่างพระราชบัญญัตินี้ทุกประการ ภาพมันก็จะชัดเจนครับไม่ต้องไปใส่รายละเอียดครับ ท่านลองดูร่างพระราชบัญญัติที่ต่อท้ายร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้เราจะเห็นว่าบางอัน จะเขียนชัดเลย อย่างเช่น การขนส่งทางรถไฟที่มีอยู่ในปัจจุบันให้เป็นเครือข่ายการขนส่งหลัก ของประเทศเป็นเส้นทางรถไฟรางคู่ เราบอกเส้นทางถูกต้องครับ ระยะความยาวถูกต้อง พูดสิ่งต่าง ๆ พอมาถึงแผน ๑.๒ พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานการขนส่งสินค้าทางลำน้ำและชายฝั่ง ไม่มีรายละเอียดครับ ทำก็ได้ ไม่ทำก็ได้ จะทำฝั่งอันดามันก็ได้ ฝั่งอ่าวไทยก็ได้ก็คือดิ้นไปได้ตลอด เพราะฉะนั้นผมจึงไม่เห็นด้วยกับร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ และขอเชิญชวนพ่อแม่พี่น้อง อย่าเสียโอกาสครับ ท่านแสดงพลังทางความคิด ทางการพูด และทางการกระทำที่ถูกกฎหมาย เพื่อยืนหยัดไม่รับร่างพระราชบัญญัติเงินกู้มโหฬาร ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทในครั้งนี้ครับ ขอขอบคุณมากครับ