ประเสริฐ จันทรรวงทอง หารือเรื่องการพัฒนาท่าเรือน้ำลึกที่ภาคใต้ โดยเสนอแผนพัฒนา 3 ระยะ พร้อมรับฟังความคิดเห็นของประชาชน และยังหารือเรื่องถนนลูกรังและแหล่งน้ำ พร้อมเรียกร้องการสนับสนุนจากภาครัฐในการแก้ไขปัญหาถนนลูกรังและแหล่งน้ำในชนบท นอกจากนี้ ยังวิพากษ์วิจารณ์ความสามารถของกระทรวงคมนาคมในการจัดการกับวิกฤติของการรถไฟแห่งประเทศไทย
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงคมนาคม ขออนุญาตตอบข้อซักถามที่ท่านสมาชิกและท่านผู้นำฝ่ายค้าน ในสภาผู้แทนราษฎรได้อภิปรายเมื่อช่วงเช้านะครับ
เรื่องแรก ก็คือเรื่องการพัฒนาท่าเรือน้ำลึกที่ภาคใต้จำนวน ๒ แห่งว่ามีวัตถุประสงค์ ที่ชัดเจนอย่างไร จากคำถามของท่านผมเข้าใจว่าท่าเรือที่ท่านพูดถึงก็คือท่าเรือน้ำลึกปากบารา ที่จังหวัดสตูล และท่าเรือน้ำลึกสงขลาแห่งที่ ๒ ที่จังหวัดสงขลา ขอเรียนด้วยความรวบรัดว่า โครงการพัฒนาท่าเรือน้ำลึกปากบารานั้นเป็นการออกแบบท่าเรือเป็นท่าเรือลักษณะ คอนเทนเนอร์ (Container) ซึ่งสินค้าส่วนใหญ่นั้นเป็นสินค้าประเภทยางพารา กุ้งแช่แข็ง แล้วก็สัตว์น้ำแช่แข็ง โดยมีแผนพัฒนาเป็น ๓ ระยะ ระยะที่ ๑ คือการรองรับสินค้าประมาณ ๘๐๐,๐๐๐ ตู้ ระยะที่ ๒ รองรับสินค้าประมาณ ๑,๓๐๐,๐๐๐ ตู้ ระยะที่ ๓ รองรับสินค้า ประมาณ ๒,๔๐๐,๐๐๐ ตู้
ส่วนการก่อสร้างท่าเรือน้ำลึกที่สงขลาแห่งที่ ๒ นั้นเกิดขึ้นเนื่องจากว่า ท่าเรือน้ำลึกสงขลาแห่งที่ ๑ นั้นได้มีปริมาณสินค้าเข้าเป็นจำนวนมากนะครับ ทำให้มี ความแออัดแล้วก็ปริมาณการค้าเยอะ สูงขึ้น เพื่อเป็นการเพิ่มขีดความสามารถในการรองรับ ท่าเรือน้ำลึกสงขลาแห่งที่ ๑ จึงมีนโยบายในการพัฒนาท่าเรือสงขลาแห่งที่ ๒ ต่อนะครับ อย่างไรก็ตามโครงการทั้ง ๒ แห่งนั้นอยู่ระหว่างการทำอีเอชไอเอ (EHIA) แล้วก็รับฟังความคิดเห็น ของพี่น้องประชาชน แนวคิดในเรื่องการทำเป็นท่าเรืออุตสาหกรรมในเรื่องที่เกี่ยวข้องต่าง ๆ นั้น ยังไม่มีนะครับ เป็นท่าเรือที่เกี่ยวข้องกับคอนเทนเนอร์นะครับ
ส่วนประเด็นที่อยากกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านสมาชิกเรื่องต่อไป คือท่านสมาชิกจากพรรคภูมิใจไทยที่ท่านได้อภิปรายเสียจนทำให้พี่น้องประชาชนอาจจะ เข้าใจผิดว่ารัฐบาลนี้ไม่ได้ยึดแนวนโยบายที่แถลงไว้ต่อรัฐสภาในเรื่องของเศรษฐกิจพอเพียง ผมต้องเรียนอย่างนี้นะครับว่าท่านอาจจะเข้าใจผิดว่ารัฐบาลนี้ การนำเสนอร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ เป็นการขัดแย้งกับในเรื่องของแนวนโยบายดังกล่าว ผมว่าท่านผู้มีเกียรติจากจังหวัดนครราชสีมา ขออนุญาตเอ่ยนาม ท่านบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ นะครับ ผมแปลกใจนะครับว่าท่านเห็นด้วยกับ ความเจริญในการพัฒนาพื้นที่ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นระบบราง ระบบรถ ระบบอะไรต่าง ๆ แต่ท่านไม่อยากให้ทำโครงการต่าง ๆ ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าสงสัยอย่างยิ่งนะครับ
ส่วนเรื่องต่อไปนั้นก็คือเรื่องของที่ท่านกล่าวว่านี้ไม่เชื่อในความสามารถของ กระทรวงคมนาคมในเรื่องนี้โดยเฉพาะท่านกล่าวถึงเรื่องการรถไฟแห่งประเทศไทย วันนี้เรา ต้องทำวิกฤติให้เป็นโอกาส การรถไฟแห่งประเทศไทยนั้นประสบภาวะขาดทุนตั้งแต่รัฐบาล ในอดีตหลายรัฐบาลที่ผ่านมาไม่ใช่เฉพาะแต่รัฐบาลนี้ อย่างไรก็ตามร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ มีบทบัญญัติหลายอย่างในหมวดที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการบริหารจัดการเงินกู้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการบริหารจัดการโครงการ ซึ่งสิ่งเหล่านี้มีสภาพัฒนาการเศรษฐกิจ และสังคมแห่งชาติช่วยดูแล มีสำนักงบประมาณและกระทรวงการคลัง
ส่วนเรื่องถนนลูกรังและแหล่งน้ำ ประเด็นสุดท้ายที่ท่านได้เอารูปมาให้ดู แล้วก็บอกพี่น้องประชาชนว่าพี่น้องเขาอยากได้ ผมเรียนอย่างนี้ด้วยความเคารพว่าร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้เป็นร่าง พ.ร.บ. ที่นำมาเพื่อสร้างความมั่นคงให้กับประเทศ ซึ่งโครงการที่ลงทุนนั้น เป็นโครงการที่มีลักษณะใหญ่ เพราะฉะนั้นถือได้ว่ารายละเอียดที่อยู่ในร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ เป็นโครงการที่รถไฟความเร็วสูงถนนก็เป็นถนน ๔ ช่องทางจราจร ส่วนโครงการที่เป็น เส้นเลือดฝอยนั้นเรากำหนดไว้ใน พ.ร.บ. งบประมาณรายจ่ายประจำปีปีต่าง ๆ ผมเรียนพี่น้อง ประชาชนผ่านไปยังที่ประชุมแห่งนี้ว่าถนนสายเส้นเล็กเส้นน้อยต่าง ๆ หรือเส้นเลือดฝอยนั้น ที่อยู่ในความดูแลของกรมทางหลวงชนบทก็ดี หรืออยู่ในความดูแลขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ก็ดี ขณะนี้รัฐบาลมีนโยบายโดยกรมทางหลวงชนบทขณะนี้ได้ทำการสำรวจถนนที่มี มาตรฐานเป็นลูกรังและต้องการยกระดับให้เป็นถนนลาดยาง ซึ่งมีจำนวนทั้งสิ้นในประเทศ ประมาณ ๕,๑๐๐ กิโลเมตร โดยกำหนดให้ปี ๒๕๕๗ และปี ๒๕๕๘ ๒ ปีนั้นจะดำเนินการ ให้แล้วเสร็จปีละ ๒,๕๐๐ กิโลเมตร ก็ฝากกราบเรียนพี่น้องประชาชนที่อยู่ในชนบทแล้วก็ อยู่ในตำบล หมู่บ้านต่าง ๆ ว่ารัฐบาลมิได้นิ่งนอนใจแต่อย่างใด ส่วนถนนที่อยู่ในความดูแลของ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจากการเก็บข้อมูลที่ได้ประสานงานกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น มีระยะทางทั้งสิ้น ๒๒๗,๐๐๐ กิโลเมตร เป็นถนนลูกรังที่ยังไม่ได้ดำเนินการ ๗๑,๘๓๖ กิโลเมตร ถนนดังกล่าวขณะนี้ตั้งใจไว้ว่ารัฐบาลมีโครงการนำร่องคือ ๔ ปีไม่มีฝุ่น โดยให้กรมทางหลวงชนบทนั้น เป็นแกนนำในการดำเนินการในเรื่องดังกล่าว และหลังจากนั้นจะได้ประสานงานกับ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนได้มีถนนปลอดฝุ่นที่ดีใช้ ในระยะเวลา ๔ ปี ขอกราบขอบพระคุณท่านประธานครับ