สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๖ · ๒๙ มีนาคม ๒๕๕๖

ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ หารือเรื่องรถไฟความเร็วสูงและรถไฟฟ้าแอร์พอร์ต ลิงค์ โดยระบุเส้นทางและความชัดเจนในการลงทุน พร้อมเน้นย้ำถึงความสำคัญของการสร้างคนและพลังงานในการทดแทนการใช้น้ำมัน และอธิบายว่าราคาค่าก่อสร้างรถไฟฟ้าความเร็วสูงอยู่ในระดับที่เหมาะสม

นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม

ก็ต้องกราบเรียน ยืนยันครับว่าในร่าง พ.ร.บ. นี้เราระบุชัดเจนว่าเส้นทางที่กำหนดก็คือ กรุงเทพฯ-เชียงใหม่ กรุงเทพฯ-หนองคาย กรุงเทพฯ-ระยอง กรุงเทพฯ-ปาดังเบซาร์ เพราะว่าเวลาการคำนวณ ไออาร์อาร์ อีไออาร์อาร์ทั้งหลายต้นทางปลายทางต้องระบุให้ชัดเจนครับ เพราะฉะนั้นก็ชัดเจน แล้วเราก็ไม่ได้โกหกครับ คือเราก็เขียนตัวเงินงบประมาณชัดเจนว่างบประมาณในเบื้องต้น ที่เราทำก็คือทำตามนโยบายที่ได้แถลงกับทางรัฐสภาไว้แล้ว กรุงเทพฯ-เชียงใหม่ กรุงเทพฯ-โคราช กรุงเทพฯ-ระยอง และกรุงเทพฯ-หัวหิน ส่วนที่จะขยายไปจังหวัดหนองคายขอให้เราตั้งไข่ ตอนแรกได้ เพราะว่าในการลงทุนรถไฟความเร็วสูงมันจะมีความไม่แน่นอนสูงในระยะต้น เพราะฉะนั้นการที่เราจะเอกชนมาร่วมลงทุนเลยจากโครงการเป็น ๐ มันมีความเสี่ยง ที่เอกชนเขาต้องไปคำนวณบวกเพิ่มเข้าไป แต่ถ้าเราสามารถตั้งไข่ตอนแรกได้ชัดเจนมีจำนวน ผู้โดยสารในระยะเริ่มต้น การขยายต่อไม่ยากครับในการหาคนมาร่วมทุน แล้วผมก็ยืนยันว่า ถ้ารัฐบาลเพื่อไทยเป็นรัฐบาลอีกสมัยหนึ่ง กรุงเทพฯ-หนองคายก็เสร็จพร้อมกับกรุงเทพฯ-เชียงใหม่ โดยช่วงที่ขยายต่อเราสามารถหาคนมาร่วมทุนได้ แต่ว่าตัวแรกขอให้รัฐบาลแสดงความมั่นใจ แล้วก็ลงทุนในเบื้องต้น พอความชัดเจนมากขึ้นผมว่าเราสามารถดึงเอกชนมาร่วมโดยมี ผลตอบแทนที่เหมาะสม แต่ถ้าเราจะเริ่มจาก ๐ ความเสี่ยงนี่เอกชนเขาก็ต้องคำนวณเยอะ เพราะว่าโครงการไม่แน่นอนมันก็เป็นแนวคิดครับ ผมว่าอันนี้ก็คงต้องถกเถียงกัน แต่ก็ต้อง เรียนว่ารัฐบาลไม่ได้บ้าบิ่นครับ เราทำในกรอบที่ทำได้ ส่วนประเด็นเรื่องรถไฟความเร็วสูง ค่าโดยสารแพงอันนี้ก็ชัดเจนครับผมว่าทุกคนเข้าใจ เพราะว่ามันจะมีกลุ่มลูกค้าซึ่งแตกต่าง กับกลุ่มลูกค้าของรถไฟทางคู่ก็เป็นสาเหตุที่เราเอารถไฟทางคู่ทั่วประเทศก่อน อันนี้ก็เป็นโจทย์ ที่ชัดเจนว่าถ้าดูในโครงการที่รัฐบาลเสนอนะครับ รถไฟทางคู่มีระยะมากกว่ารถไฟความเร็วสูง มากครับ เพราะเราต้องการให้ไปดูแลพี่น้องประชาชนทั่วประเทศครับ แล้วรถไฟทางคู่ไปถึง จังหวัดหนองคาย ถึงจังหวัดอุบลราชธานี อำเภอเด่นชัย จังหวัดเชียงราย ไปจังหวัดมุกดาหาร ลงไปถึงปาดังเบซาร์ เพราะฉะนั้นผมว่าอันนี้ก็คงจะตอบข้อกังวลของท่านสมาชิกได้

ส่วนประเด็นเรื่องคนว่าคนพร้อมไหม ก็ต้องกราบเรียนว่ารถไฟเริ่ม กระบวนการแล้วครับ เรามีการทำข้อตกลงกับหลายประเทศ ทั้งประเทศจีน ประเทศญี่ปุ่น ประเทศฝรั่งเศส แล้วก็มีการส่งคน ลอตแรกก็จะมีส่งคน ๑๐๐ คนจากรถไฟไปอบรม ที่ประเทศจีน เพราะฉะนั้นต้องกราบเรียนว่าเราอย่าไปดูถูกการรถไฟแห่งประเทศไทยมากครับ มีพนักงานที่ดี ๆ เยอะนะครับ พนักงาน ๑๐,๐๐๐ กว่าคน เขาเป็นคนที่มีศักยภาพ ที่ผ่านมา ผมคิดว่าเราก็เป็นปัญหาส่วนหนึ่งคือภาครัฐเองไม่ได้ส่งงบประมาณลงไปดูแลรถไฟ เขาก็อยู่ ของเขาไปนะครับ ระบบการบริหารจัดการก็คิดว่ายังมีคนดี ๆ อยู่ครับ เราเข้าไปดูแลคัดเลือกคน จัดองค์กรนะครับ ส่วนหนึ่งผมเชื่อว่าเขาสามารถบริหารจัดการได้ ส่วนถ้าเป็นองค์กรใหม่ ที่บริหารรถไฟความเร็วสูงอาจจะต้องแยกออกมาเป็นอีกบริษัทหนึ่ง ก็เป็นเรื่องที่เรากำลัง ดำเนินการอยู่นะครับ

ส่วนเรื่องแอร์พอร์ต ลิงค์ ต้องกราบเรียนว่ามีพนักงานประมาณ ๕๐๐ คน เป็นคนไทยทั้งสิ้น มีผู้เชี่ยวชาญต่างชาติเข้าใจว่า ๓ ตำแหน่งที่มาช่วยด้านบนเรื่องความปลอดภัย เราก็มีการถ่ายทอดองค์ความรู้เทคโนโลยีอยู่ครับ อันนี้ก็เป็นสิ่งที่เราตระหนักอยู่ว่าการสร้างคน เป็นเรื่องสำคัญ

ส่วนเรื่องปริมาณไฟฟ้าที่ใช้ในรถไฟฟ้าความเร็วสูง จากการคำนวณที่ทาง สนข. คำนวณมาในเบื้องต้นก็จะใช้ไฟไม่เกิน ๑ เปอร์เซ็นต์ของการใช้ไฟฟ้าทั้งประเทศ แต่ถ้าเราดูไฟฟ้ามิติเดียวก็ไม่ได้ครับ ต้องดูด้วยว่าอนาคตน้ำมันเป็นเท่าไร เพราะว่าจริง ๆ แล้ว รถไฟฟ้าความเร็วสูงจะมาทดแทนการใช้รถยนต์ เพราะฉะนั้นน้ำมันที่มีราคาสูงขึ้น เครื่องบิน โลว์ คอสท์เองในอนาคตถ้าน้ำมันราคาเพิ่มขึ้นก็ไม่ได้โลว์ คอสท์อย่างนี้นะครับ เพราะฉะนั้น จริง ๆ แล้วมันอาจจะต้องมองในมิติอื่น เรื่องพลังงานที่ตัวรถไฟฟ้าเข้ามาทดแทนด้วย

ส่วนเรื่องข้อผิดพลาดในเอกสารมีตัวอีไออาร์อาร์กับเอฟไออาร์อาร์ก็จริงครับ เอฟไออาร์อาร์ต้องต่ำกว่า คือเรามีการแก้ไขแต่อาจจะมีบางเล่มที่มีข้อผิดพลาดนะครับ อันนี้ก็ต้องเรียนว่าเป็นข้อผิดพลาดจริง ๆ ครับ แต่ก็เป็นที่รู้กันว่าเอฟไออาร์อาร์ก็ต้องต่ำกว่า อีไออาร์อาร์อยู่แล้วครับ เพราะว่าอีไออาร์อาร์มันรวมผลตอบแทนทางเศรษฐกิจอยู่ด้วย

ส่วนราคาค่าก่อสร้างรถไฟฟ้าความเร็วสูงที่ท่านสมาชิกให้ข้อสังเกตก็คือว่า ตัวแรกเลย ๓๐๐ ล้านบาทต่อกิโลเมตร เป็นการศึกษาในประมาณปี ๒๕๕๒ หรือปี ๒๕๕๓ ของ สนข. เป็นช่วงต้นพรี-ฟีซิบิลิตี รูปแบบของการก่อสร้างทำเป็นคันดินยาวตลอดเลยครับ ก็คือว่าทำเหมือนยกเป็นภาษาอังกฤษเรียกว่าเอ็มแบงก์เมนท์ (Embankment) ยกยาวตลอด ๖๐๐ กิโลเมตร ก็จะถูกหน่อย แต่ในความเป็นจริงแล้วพอเรามีเหตุการณ์อุทกภัย มีการดูเรื่อง การไหลของน้ำ เรื่องพื้นที่น้ำท่วม ก็ปรากฏว่าในเส้นทางแต่ละเส้นทางต้องมีการทำ เป็นยกระดับประกอบ เพราะฉะนั้นพอเราลงไปศึกษารายละเอียดเพิ่มนะครับ เพราะฉะนั้น จากที่เดิมประมาณการเป็นคันดินแล้วจะแบ่งพื้นที่ออกเป็น ๒ ส่วนนะครับ บางส่วนต้องทำ เป็นยกระดับ เป็นพื้น เป็นอุโมงค์ เป็นยกระดับ เพราะฉะนั้นพอลงรายละเอียดขึ้น มันก็จะสะท้อนออกมาในค่าใช้จ่าย ซึ่งเราไม่ได้ทำฝ่ายเดียวก็ยังมีทางประเทศญี่ปุ่น ที่มาทำการศึกษาเบื้องต้น ทางประเทศจีนที่มาช่วยทำการศึกษาเบื้องต้น ราคานี้ก็คือราคา ที่เรามาเปรียบเทียบกันแล้วก็อยู่ในราคาที่เหมาะสม ก็คงสะท้อนราคาที่แท้จริง อันนี้ก็เป็น ราคากรอบที่เราเสนอในครั้งนี้ครับ ก็ต้องกราบเรียนว่ามีที่มาที่ไปครับ ไม่ใช่ว่าเราไปปรับราคา เอาตามอำเภอใจ ก็มีข้อประกอบทางเทคนิคซึ่งมีหลักฐานที่สนับสนุนครบถ้วน ในเบื้องต้น ขออนุญาตเท่านี้ครับ