ชวลิต วิชยสุทธิ์ หารือโครงการรถไฟทางคู่โดยเน้นย้ำความโปร่งใส กระบวนการพิจารณาต้องผ่านหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนก่อนเสนอคณะรัฐมนตรี พร้อมยกตัวอย่างโครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ เช่น สะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ ๓ และสนามบินสุวรรณภูมิ เพื่อพิสูจน์ว่างบประมาณคุ้มค่าและส่งผลดีต่อเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว ชวลิต วิชยสุทธิ์ ยังหารือความเหมาะสมการจัดสรรงบประมาณโครงการคมนาคมในกรุงเทพฯ และภาคใต้ โดยเสนอให้รัฐบาลพิจารณาข้อสังเกตเพิ่มเติม รวมถึงประเด็นเรื่องการป้องกันการทุจริตคอร์รัปชัน การแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง และการชดใช้เงินกู้เพื่อธำรงประชาธิปไตย
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายชวลิต วิชยสุทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย จากจังหวัดนครพนม วันนี้เป็นการอภิปรายวันที่ ๒ ของการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่ง ของประเทศ เมื่อวานพิจารณากันถึงตีหนึ่งเศษ ๆ นี่คือความใจกว้างและความรอบคอบ ของรัฐบาลที่จัดทำกฎหมายการเงินฉบับนี้เป็นร่างพระราชบัญญัติ เปิดโอกาสให้สมาชิก ได้อภิปรายกันในวาระที่หนึ่งขั้นรับหลักการกันอย่างกว้างขวาง เมื่อผ่านวาระที่หนึ่งแล้ว ต่อไปก็เป็นการตรวจสอบรายละเอียดแผนงานโครงการในวาระที่สองขั้นแปรญัตติ นี่ก็คือ เห็นว่าเป็นความใจกว้างและความรอบคอบของรัฐบาล ผ่านวาระที่สอง วาระที่สามแล้ว วุฒิสภายังตรวจสอบอีก เรียกว่าตีแผ่โครงการกันทั้งประเทศ อย่างนี้จะไม่เรียกว่ารัฐบาล ใจกว้างและรอบคอบได้อย่างไร ดูการอภิปรายเมื่อวานแล้วผมรู้สึกพอใจระดับหนึ่ง ส่วนใหญ่ เป็นการอภิปรายติติงรับ ไม่รับ เป็นธรรมดาของข้อมูลแต่ละฝ่าย มีการประท้วงกัน พอหอมปากหอมคอ ไม่ถึงกับห้ำหั่นกันเอาเป็นเอาตาย ฝ่ายผมก็พยายามสะกิดกันว่า ประท้วงแต่พองามเท่าที่จำเป็น อีกฝ่ายคงรับฟังคำพูดของผู้อาวุโสทางการเมืองว่า อย่าหมกมุ่นการเมืองมากเกินไป ถ้าบรรยากาศเป็นเช่นนี้ตลอดไปผมว่าบรรยากาศ ประชาธิปไตยของเราคงจะราบรื่น ผมจับประเด็นการอภิปรายของฝ่ายค้านมีความเป็นห่วงอยู่ ๔ ประเด็นใหญ่ ๆ คือเป็นห่วงเรื่องการทุจริตคอร์รัปชัน เป็นห่วงเรื่องการชดใช้เงินคืน และหนี้สาธารณะ เป็นห่วงเรื่องความคุ้มค่าของการลงทุน เป็นห่วงเรื่องพื้นที่ที่ตั้งของ โครงการและพื้นที่ที่โครงการผ่าน เป็นต้น ผมเข้าใจว่ารัฐบาลคงรวบรวมปัญหาเหล่านั้นไว้ แล้วก็สรุปตอบในเวลาอันเหมาะสม สำหรับกระผมมีประเด็นที่จะสนับสนุนและมีข้อสังเกต ต่อร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ดังนี้ รัฐบาลดำเนินโครงการตามนโยบายที่แถลงไว้ต่อรัฐสภา เมื่อวันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๔ นี่เป็นประเด็นแรก ผมได้เปิดดูนโยบายของรัฐบาล ที่ท่านนายกรัฐมนตรีได้แถลงต่อรัฐสภา เมื่อวันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๔ ข้อ ๓.๔ หน้า ๒๓ นโยบายโครงสร้างพื้นฐานการพัฒนาระบบรางเพื่อขนส่งมวลชนและการบริหารจัดการ ระบบขนส่งสินค้าและบริการ ท่านนายกรัฐมนตรีได้แถลงว่าจะพัฒนาระบบคมนาคม ขนส่งทางราง พัฒนาระบบรถไฟทางคู่ชานเมืองและหัวเมืองหลัก พัฒนารถไฟความเร็วสูง สายกรุงเทพฯ-เชียงใหม่ กรุงเทพฯ-นครราชสีมา กรุงเทพฯ-หัวหิน และเส้นทางอื่น เพื่อเตรียมการเชื่อมต่อกับประเทศเพื่อนบ้าน เร่งรัดโครงการรถไฟฟ้า ๑๐ สายใน กทม. และปริมณฑล พัฒนาขนส่งทางน้ำ พัฒนาท่าอากาศยาน รัฐบาลทำหมดเลยตามที่แถลงนโยบายไว้ ต่อรัฐสภา ต้องขอขอบคุณรัฐบาลภายใต้การบริหารงานของท่านนายกรัฐมนตรีที่ดำเนินการ ตามนโยบายที่แถลงไว้
ประเด็นต่อมา ผมพยายามติดตามข่าวเรื่องนี้ทางสื่อมวลชน พบว่าภาคเอกชน โดยเฉพาะหอการค้า สมาคมโลจิสติกส์ หรือคอลัมนิสต์ (Columnist) อาวุโส หลายท่าน ที่มีความเห็นตรงไปตรงมาล้วนสนับสนุนโครงการนี้ แต่อย่างไรก็ตามเขาก็จะแสดงความเป็นห่วง ความโปร่งใสของโครงการ
ประเด็นต่อมา กระบวนการในการพิจารณาโครงการก่อนเสนอ ครม. อนุมัติ กระผมเห็นว่ารอบคอบ รัดกุม กล่าวคือโครงการจะต้องผ่านสภาพัฒนาการเศรษฐกิจ และสังคมแห่งชาติ ท่านประธานครับ สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติดำเนินการ ในรูปของคณะกรรมการซึ่งล้วนเป็นผู้ทรงคุณวุฒิมืออาชีพ ใครก็สั่งซ้ายหันขวาหันไม่ได้ จะต้องผ่านการพิจารณาของสำนักงบประมาณ กระทรวงการคลัง บุคลากรของทั้ง ๒ หน่วยงานนี้ ถือเป็นระดับมันสมองของประเทศ ฝ่ายบริหารกำกับด้านนโยบาย หากมีโครงการที่ต้องผ่าน การพิจารณาสิ่งแวดล้อมก็ต้องผ่านอีไอเอ และต้องสอบถามประชาชนที่โครงการผ่าน เช่นจะทำรถไฟทางคู่ไปจังหวัดนครพนมงบประมาณ ๔๒,๐๐๐ ล้านบาท เขาจะต้องสอบถาม พี่น้องประชาชนจังหวัดนครพนมว่าจะเอาไหม มีปัญหาสิ่งแวดล้อมไหม เมื่อโครงการสมบูรณ์ มีความพร้อมในทุกด้านจึงจะเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาอนุมัติ แล้วก็ไม่ได้กู้ทีเดียว ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ใน ๗ ปีก็เฉลี่ยดูความเหมาะสมของแต่ละโครงการ
ประเด็นต่อมาครับท่านประธาน มีเพื่อนสมาชิกหลายท่านอภิปรายว่างบประมาณ จำนวนมากที่ลงไปจะคุ้มค่าการลงทุนหรือไม่ เรื่องนี้ก็แล้วแต่เหตุผลของแต่ละฝ่าย แต่กระผม ในฐานะ ส.ส. ที่อยู่ชายแดน ผมขอยกตัวอย่างเชิงประจักษ์สัก ๑ หรือ ๒ โครงการเกี่ยวกับ การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ เมื่อรัฐบาลตัดสินใจแล้วพลิกโอกาสทันทีครับท่านประธาน โครงการแรก ก็คือโครงการก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ ๓ ที่จังหวัดนครพนม ที่ พันตำรวจโท ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีอนุมัติงบประมาณเพียง ๑,๐๐๐ ล้านบาทเศษ แต่ส่งผลกระทบมหาศาลต่อจังหวัดนครพนมและประเทศชาติ จังหวัดนครพนมเปลี่ยนพื้นที่ จากก้นซอยหรือซอยตัน เพราะขับรถไป ๙๐๐ กว่ากิโลเมตรจากกรุงเทพฯ ไปถึงจังหวัดนครพนม เป็นซอยตันครับ เพราะมีแม่น้ำโขงขวางกั้น แต่ปัจจุบันเราเปลี่ยนจากซอยตันมาเป็นประตูสู่ อินโดจีน สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จเปิดสะพานเมื่อวันที่ ๑๑ เดือน ๑๑ ปี ๒๐๑๑ ผ่านมาปีเศษท่านประธาน ปัจจุบันมูลค่าการค้าชายแดน ปี ๒๕๕๔ ๗,๐๐๐ กว่าล้านบาท แต่ปี ๒๕๕๕ เพิ่มขึ้นเป็น ๑๑,๕๐๙ ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง ๖๓.๖๗ เปอร์เซ็นต์ ในปี ๒๕๕๔ มีรถผ่านสะพาน ๑๖,๘๕๓ เที่ยว ปี ๒๕๕๕ เพิ่มขึ้นเป็น ๖๐,๗๒๓ เที่ยว สนามบินจังหวัดนครพนมสร้างกันตั้งแต่สมัยประเทศสหรัฐอเมริกาทำฐานทัพ ปัจจุบัน มีสายการบิน ๒ สายบริการทุกวัน บริษัท ไทยแอร์เอเชีย จำกัด บริษัท สายการบินนกแอร์ จำกัด (มหาชน) ช่วงยังไม่เปิดสะพานข้ามแม่น้ำโขงมีผู้โดยสารประมาณ ๒,๐๐๐ คนต่อเดือน ปัจจุบัน ๑๒,๐๐๐ คนต่อเดือน และนับวันจะเพิ่มขึ้น ๆ หลังจากที่ท่านนายกรัฐมนตรี ไปเป็นประธานเปิดงานนมัสการพระธาตุพนม แล้วก็คงจะยิ่งเพิ่มขึ้น ๆ หลังจากมีการสำรวจว่า คนจังหวัดนครพนมมีความสุขที่สุดในประเทศไทยเขาอยากจะไปดูว่ามีความสุขอย่างไร ผลจากการมีสะพานข้ามแม่น้ำโขงที่สำคัญยิ่ง อีกโครงการหนึ่งก็คือ ครม. สัญจรที่จังหวัดอุดรธานี เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา อนุมัติโครงการโรงพยาบาลศูนย์อนุภาคอินโดจีนด้วยงบประมาณ ๑,๒๗๘ ล้านบาทเพื่อรองรับเออีซี ถ้าเราไม่มีสะพานข้ามแม่น้ำโขง ไม่มีการเชื่อมโยง กับประเทศอินโดจีน จังหวัดนครพนมไม่มีทางได้รับงบประมาณโรงพยาบาลศูนย์สุขภาพ แห่งอนุภาคอินโดจีน ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม ท่านอนุกูล ตังคณานุกูลชัย ยังขยายผล อีก ๒ โครงการ ขณะนี้ท่านกำลังโปรโมทวันเดียวเที่ยว ๓ ประเทศ ท่านเชื่อหรือไม่ว่าจากจังหวัดนครพนมเข้า สปป. ลาว เข้าประเทศเวียดนาม ระยะทางเพียง ๓๐๐ กว่ากิโลเมตรใกล้กว่านครพนม-ขอนแก่นเสียอีก นอกจากนี้เมื่อวันที่ ๒๒ เดือนมีนาคม ที่ผ่านมานี้ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนมบินไปเมืองฉงจั่วซึ่งมีชนชาติจ้วงพูดภาษาไทยได้ จำนวนหนึ่งเพราะเขามีเชื้อสายไทย ลงนามความร่วมมือกันทางด้านการค้าการลงทุน ระยะทางจากเราไปเพียง ๑,๐๒๓ กิโลเมตรตามเส้นทางอาร์ ๑๒ (R12) ท่านประธานครับ อีกตัวอย่างหนึ่งของการลงทุนเชิงประจักษ์ที่เห็นชัดเจนคือสนามบินสุวรรณภูมิ ท่านประธาน ตอนสร้างใหม่ ๆ ใคร ๆ ก็ปรามาสว่าจะเป็นสุสาน ปัจจุบันไม่สามารถที่จะรองรับนักท่องเที่ยวได้ จะต้องขยายแล้วก็ย้ายสายการบินภายในประเทศมาที่สนามบินดอนเมือง ท่านประธาน ทราบหรือไม่ว่าในปี ๒๕๕๕ ที่ผ่านมานักท่องเที่ยวมาเที่ยวประเทศไทยถึง ๒๒ ล้านคน มีรายได้จากการท่องเที่ยวปี ๒๕๕๕ ๙๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท เกือบ ๑,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท มากกว่าสมัยการปฏิวัติรัฐประหารช่วงปี ๒๕๔๙ จากนั้นมาได้เพียง ๕๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท มากกว่ากันเป็นเท่าตัวท่านประธาน มากกว่าเพราะอะไร มากกว่าเพราะเรามีโครงสร้างพื้นฐาน ในขณะที่เราสร้างไว้ในสมัยที่เป็นรัฐบาลรองรับ และที่สำคัญก็คือบ้านเมืองเราเป็นประชาธิปไตย เรามีนายกรัฐมนตรีที่มาจากการเลือกตั้ง ต้องขอบคุณประเทศนิวซีแลนด์ที่ให้ความสำคัญ กับประชาธิปไตย ให้ปริญญากิตติมศักดิ์กับนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของประเทศที่มาจาก การเลือกตั้ง
ประเด็นต่อมา ท่านประธานครับ การกำหนดพื้นที่ในการพัฒนากระผมคิดว่า รัฐบาลจัดอย่างเหมาะสมตามพื้นที่ยุทธศาสตร์ที่จะเชื่อมต่อกับประเทศเพื่อนบ้านและตาม จำนวนประชากร ผมไปนั่งในห้องท่านรองประธานเจริญหยิบเครื่องคิดเลขมาบวก ไม่น่าเชื่อ จัดงบให้โครงการรถไฟฟ้าในกรุงเทพมหานครและโครงการระบบรถไฟชานเมืองใช้งบให้ กรุงเทพมหานคร ๔๗๒,๔๔๘ ล้านบาท คิดเป็น ๒๓.๖๒ เปอร์เซ็นต์ เกือบ ๑ ใน ๔ ของเงิน ทั้งหมด ถือว่ากรุงเทพมหานครได้รับงบสูงสุด ซึ่งผมเห็นด้วยว่าเหมาะสม เพราะอะไร เพราะกรุงเทพมหานครคือประเทศไทย กรุงเทพมหานครเป็นเมืองหลวงของประเทศ กรุงเทพมหานครมีประชากร ๑๐ กว่าล้านคน ทั้งประชากรที่อยู่ในนี้และประชากรแฝง ทุกองค์กรสำคัญในชาติอยู่ที่นี่ทั้งนั้นไม่ว่าจะเป็นฝ่ายนิติบัญญัติ บริหาร ตุลาการ การจัดงบ ให้กรุงเทพมหานครอย่างนี้ผมถือว่าเหมาะสม ต้องยอมรับในน้ำใจของท่านนายกรัฐมนตรี ที่ไม่โปรโมทโครงการนี้ก่อนเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้ตรวจดูโครงการในภาคใต้ ในพื้นที่ที่ไม่มี ส.ส. ของรัฐบาลเลยล้วนมีโครงการสำคัญที่ผมไม่แน่ใจว่าหากอีกฝั่งเป็นรัฐบาล จะเสนอโครงการต่าง ๆ เหล่านี้หรือไม่ ๑. โครงการสร้างรถไฟทางคู่สายนครปฐม-หัวหิน งบ ๒๐,๘๒๓ ล้านบาท โครงการรถไฟทางคู่สายหัวหิน-ประจวบคีรีขันธ์ งบ ๙,๕๕๕ ล้านบาท โครงการรถไฟทางคู่สายประจวบคีรีขันธ์-ชุมพร งบ ๑๗,๖๘๓ ล้านบาท โครงการรถไฟทางคู่ สายชุมพร-สุราษฎร์ธานี งบ ๑๗,๖๔๐ ล้านบาท โครงการรถไฟทางคู่สายสุราษฎร์ธานี-ปาดังเบซาร์ ๓๕,๗๐๐ ล้านบาท โครงการก่อสร้างท่าเรือที่จังหวัดชุมพร ๑,๗๑๓ ล้านบาท โครงการ ก่อสร้างท่าเรือน้ำลึกสงขลาแห่งที่ ๒ ๓,๖๑๓ ล้านบาท โครงการก่อสร้างท่าเทียบเรือน้ำลึก ปากบารา จังหวัดสตูลระยะที่ ๑ งบ ๑๑,๗๘๖ ล้านบาท โครงการรถไฟความเร็วสูงสายกรุงเทพฯ-หัวหิน และศึกษาต่อไปยังปาดังเบซาร์ งบ ๑๒๔,๓๒๗ ล้านบาท ท่านประธานครับ เพื่อนสมาชิกขอให้ ผมอีกนิดเดียวอีกข้อสังเกตนะครับ ประเด็นที่สนับสนุน ทีนี้มาประเด็นข้อสังเกตที่จะฝากไป ยังรัฐบาลได้แสดงความเห็นสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้มาหลายประเด็น ขอฝาก ข้อสังเกตไปยังรัฐบาล ๒ ประเด็น
ประเด็นแรก การป้องกันการทุจริต กระบวนการในการจัดทำโครงการ เป็นการป้องกันการทุจริตไปในตัวแล้ว แต่ในขณะเดียวกันสังคมกำลังจับตามองมากในเรื่อง การทุจริตคอร์รัปชัน ฝากรัฐบาลอย่าให้มีเหตุการณ์ทุจริตเหมือนในอดีตเพราะว่าช้างตายทั้งตัว เอาใบบัวมาปิดไม่มิด อาชญากรมักทิ้งหลักฐานการทำอาชญากรรมไว้ ท่านประธานครับ โฮปเวลล์มีตอเห็นอยู่ โรงพัก ๓๙๖ แห่งมีเสาโด่อยู่ ผมไม่อยากเห็นรถไฟที่ไปจังหวัดนครพนม มีแต่หมอนรถไฟ ผมฝากนี่ข้อแรก
ประเด็นที่ ๒ เรื่องการชดใช้เงินกู้ ผมขอให้บ้านเมืองเป็นประชาธิปไตย ไม่ว่าใครจะมาเป็นรัฐบาลโอกาสที่จะหาเงินเข้าประเทศมาชดใช้หนี้ผมคิดว่าเราได้ก่อนครบ ๕๐ ปีแน่นอน เรามีบทเรียนในอดีตที่บ้านเมืองเป็นประชาธิปไตย เราสามารถเปลี่ยนจาก ประเทศที่กู้เขานี่มาให้เขากู้ได้ ผมฝากเพียงเท่านี้ครับท่านประธาน ขอขอบคุณครับ