อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี หารือเรื่องการกู้ยืมเงินของประเทศไทย โดยแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับร่างพระราชบัญญัติเงินกู้ และเรียกร้องให้รัฐบาลแสดงความชัดเจนในการดำเนินการ อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี แสดงความไม่เห็นด้วยต่อการกู้เงินเพื่อโครงการรถไฟความเร็วสูง เนื่องจากมีการกู้เงินมากเกินไป และไม่มีการวางแผนการใช้จ่ายที่ถูกต้อง และมองว่าการกู้ยืมเงินครั้งนี้อาจทำให้หนี้สาธารณะทะลุเพดาน 60% ของจีดีพี
ขอบคุณครับ ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ผมตามเรื่องนี้มาเป็นเดือน ไปดูงานไทยแลนด์ ๒๐๒๐ (Thailand 2020) ที่รัฐบาลจัด แล้วก็ ได้ดูพรีเซนเทชัน (Presentation) การนำแสดงของท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม มาเป็นที่เรียบร้อย แล้วก็ได้ดูอีกครั้งหนึ่งเมื่อสักครู่นี้ที่ได้มีการฉายไปในช่วงของตอนต้น ๓ อาทิตย์ที่แล้วครับ ดีใจเหลือเกินว่าประเทศไทยนั้นจะมีการพัฒนารูปแบบโครงสร้างพื้นฐานที่มี ความชัดเจน ก็รอครับว่าร่างพระราชบัญญัติในการกู้ยืมเงินหน้าตาจะเป็นอย่างไรเพราะมี การถกเถียงครับ ในส่วนของฝ่ายค้านในส่วนของกระผมเองก็ได้มีการนำเสนอว่าถ้าจะให้มี ความชัดเจนควรจะอยู่ในร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี เพราะเนื่องจากว่า สถานะปัจจุบันของรัฐบาลนั้นสามารถที่จะกำหนดรายจ่ายมากกว่ารายรับ พูดง่าย ๆ คือ การขาดดุลงบประมาณสามารถจะถ่างได้กว้างกว่าปกติ เพราะปีที่ผ่านมามีการจัดเก็บรายได้ ที่ดีและเข้าเป้า เพราะฉะนั้นการกู้ในวงเงินงบประมาณปกตินั้นดำเนินการได้อยู่แล้ว และมีความชัดเจนครับ ผมจะยกตัวอย่างให้ดูสักนิดนะครับ นี่เราเสนอไปแล้วที่ท่านไม่เอานะครับ เอกสารนี้เป็นเอกสารงบประมาณประจำปีปกติ ความชัดเจนนั้นมีได้ง่ายมากเลย เช่นจะก่อสร้าง โครงการถนนทางลอดวงเงิน ๕๐๐ กว่าล้านบาท สามารถตั้งงบประมาณผูกพันประจำปี ได้ตลอดเลยครับ ท่านจะผูกพันกี่ปีก็ว่าไปแบบนี้ชัดเจนครับ ก่อสร้างได้แน่นอนรัฐบาลไหนมา ก็เปลี่ยนแปลงไม่ได้ งบบางตัวผูกพันมาตั้งแต่สมัยรัฐบาล ๒-๓ รัฐบาลก่อนหน้านี้เราก็ต้องทำต่อ นี่คือความชัดเจน นำเสนอไปเสร็จเรียบร้อย ท่านรองนายกรัฐมนตรีบอกว่าเดี๋ยวสิรอดู ร่าง พ.ร.ก. เงินกู้ฉบับนี้ก่อน มันชัด นักลงทุนชอบ ผมก็รอดูครับ สัปดาห์ที่แล้วผ่าน ครม. สัปดาห์นี้เข้าสู่การพิจารณาเห็นแล้วจะเป็นลมครับ เป็นไปได้อย่างไรกฎหมายหน้าตาแบบนี้ ดูสไลด์ที่ ๑ ครับ
(เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการเปิดพรีเซนเทชัน)
หน้าที่ ๑ ชื่อร่างพระราชบัญญัติ ว่าไปครับ หน้าที่ ๒ เป็นรายละเอียดภายใน รัน (Run) ไปได้เลยครับ นี่หน้าที่ ๒ ครับ นี่หน้าที่ ๓ ครับ และสุดท้ายหน้าที่ ๔ ครับ ๑๙ มาตราสั้น ๆ จบ และมีบัญชีแนบท้ายอยู่ ๒ หน้า มี ๓ ยุทธศาสตร์ ยุทธศาสตร์ละ ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ยุทธศาสตร์ละ ๑,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ยุทธศาสตร์ละ ๕๙๐,๐๐๐ ล้านบาท แล้วค่าวางแผนงานอีก ๙,๐๐๐ ล้านบาท แค่นี้ประเทศไทย อยู่ในมือท่านครับ จบสไลด์นี้นะครับ เอกสารมีเท่านี้จริง ๆ ในหน้ากระดานที่พิจารณากัน วันนี้ ท่านครับ มีเอกสารอยู่ชุดหนึ่งครับ นี่คือสิ่งที่รัฐบาลจะบอกว่าโครงการฉันละเอียด นักลงทุนดูได้ เป็นเอกสารประกอบอยู่จำนวน ๒๓๑ แผ่น ท่านประธานครับ นี่ประเด็นสำคัญ เพราะมันเป็นการยัดไส้ไม่ชัดเจนครับ ผมบอกว่าไม่ชัดเจนอย่างไร กฎหมายที่เราทำการพิจารณากัน วันนี้มันพิจารณาแค่กฎหมายมาตราเมื่อสักครู่ ๑๙ มาตรา บวกกับบัญชีแนบท้ายอยู่ ๒ แผ่น ส่วนเอกสารประกอบอีก ๒๐๐ กว่าเรื่องที่มีรายการโครงการเป็นรายโครงการอยู่ข้างใน เป็นเพียงแค่เอกสารประกอบไม่มีข้อผูกมัดใด ๆ ทั้งสิ้นเพราะไม่ใช่บัญชีแนบท้าย และผมก็ทราบมาว่าจริง ๆ แล้วข้าราชการกระทรวงการคลังนี่เขาเสนอให้เอาเอกสารประกอบ ๒๐๐ กว่าหน้าไปเป็นบัญชีแนบท้ายเพื่อเป็นส่วนหนึ่งของกฎหมาย แล้วท่านจะเปลี่ยนแปลง โครงการไส้ในไม่ได้ แต่สุดท้ายครับ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังก็เลือกที่จะเป็นเอกสาร ประกอบแบบนี้แล้วโยกย้ายสลับเปลี่ยนแปลงมันได้ครับ นี่ครับ นี่คือที่มาที่ไปนะครับ สไลด์ที่ ๒ สไลด์ต่อไปนะครับ เมื่อสักครู่ผมได้บรรยายไปแล้วว่าความแตกต่างระหว่างบัญชีแนบท้ายกับ เอกสารประกอบ บัญชีแนบท้ายมี ๒ แผ่น เอกสารประกอบมี ๒๓๑ แผ่น ๒๓๑ แผ่นวันนี้ โยกไปมาได้สะดวกสบายอย่างยิ่งครับ เพราะกล่องแต่ละกล่องนั้น ๓๕๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ๑,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ๕๙๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท โยกกันสนุกสนานละครับ นี่ละครับคือ ความไม่ชัดเจนแล้วมันคือเช็ค เปล่า ขีดเส้นใต้เช็คเปล่าครับ ท่านประธานที่เคารพครับ นอกจากนั้น แล้วมันยังเป็นโครงการที่สามารถจะสลับสับเปลี่ยนและมีการยัดไส้ครับ ในยุทธศาสตร์ที่ ๓ มีการใส่ถนนที่อยู่ในความรับผิดชอบของกรมทางหลวงชนบทเข้าไปด้วยพูดเสียดิบดีนะครับ การพัฒนาระบบเชื่อมโยงพื้นที่เศรษฐกิจหลักภายในประเทศ แต่มาทิ้งติ่งท้ายครับ รวมทั้ง พัฒนาเส้นทางเชื่อมโยงพื้นที่เกษตร อุตสาหกรรม และแหล่งท่องเที่ยว ถนนยิบย่อยอยู่ในนี้ หมดละครับ แล้วมันสมควรจะอยู่ไหมครับ ไหนบอกผมว่ามันคือแบคโบน (Backbone) ไหนบอกผมว่ามันคือกระดูกสันหลังหลักของชาติ ไหนบอกว่ามันคือโครงการใหญ่ที่ไม่ทำประเทศ จะล้าหลังครับ นี่เขาเรียกว่ายัดไส้ครับ นอกจากที่ผมบอกไปตอนต้นแล้วว่าจะเป็นเช็คเปล่า ขีดเส้นใต้อีกคำว่า ยัดไส้ ครับ ถ้าแน่จริงลองเอาเอกสารประกอบ ๒๐๐ กว่าหน้ามาลง ในบัญชีแนบท้ายไหมครับ แล้วอันไหนที่คณะกรรมาธิการเราเห็นว่ามันไม่ดีตัดทิ้งอย่าเอามาใส่ปน เอาไหมครับ เอาไหมครับ ถ้าใจถึง ๆ ก็เอาสิครับ แบบนี้การตัดงบประมาณมีผลครับ อย่างนี้ ผมตัดงบประมาณไปยอดกลม ๆ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ผมตัดถนนเส้นนี้ไป ท่านไปเอาถนน อีกเส้นหนึ่งมาใส่ แล้วมันมีประโยชน์อะไรกับการตั้งคณะกรรมาธิการแล้วตัดงบประมาณในกองนี้ครับ นี่ละครับสาระสำคัญของเรื่องวันนี้ครับ
ประการต่อมา ถามว่าขนาดความใหญ่ของการกู้ครั้งนี้มันใหญ่ขนาดไหนครับ เรากู้ไอเอ็มเอฟวิกฤติเศรษฐกิจสมัย พลเอก ชวลิต ทำการกู้ไปนะครับ วันนี้ ๔ เท่านะครับ ๔ เท่าจากที่กู้ไอเอ็มเอฟ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทครับ ท่านประธานครับ เวลากู้แบบนี้แล้ว ขนาดความใหญ่ของมันเป็นเรื่องสำคัญมากเพราะมันเป็นการกู้ได้ ไม้สุดท้ายที่เป็นโครงการ ขนาดใหญ่ในรอบ ๗ ปีนี้ ทำไมผมถึงบอกว่ามันเป็นไม้สุดท้าย แล้วเป็นไม้สุดท้ายที่ยัดไส้ เป็นไม้สุดท้ายทั้งที่เป็นเช็คเปล่าครับ หลังจากทำการกู้ ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท เรื่องน้ำท่วม หลังจากทำการกู้ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทไปเรียบร้อยแล้ว หนี้สาธารณะติดเพดานแน่นอนครับ ขณะนี้เพดานอยู่ที่ ๖๐ เปอร์เซ็นต์ต่อจีดีพีที่ควรจะเป็นเป้านะครับ หมายถึงว่าเพดานสูงสุด หนี้สาธารณะปัจจุบันอยู่ที่ ๔๔ เปอร์เซ็นต์ต่อจีดีพี ทะลุแน่ครับรัฐบาล สำนักงานบริหาร หนี้สาธารณะทำตัวเลขมาให้ บอกว่าหลังจากกู้เสร็จสรรพหมดเรียบร้อยแล้วหนี้สาธารณะ ไม่มีทางเกิน ๕๐ เปอร์เซ็นต์ต่อจีดีพี สมมุติฐานนี่น่าเหลือเชื่อจริง ๆ ครับ สมมุติฐานที่จะเกิด บอกว่าหนี้สาธารณะจะไม่ถึง ๕๐ เปอร์เซ็นต์ต่อจีดีพี เขาบอกอย่างนี้ครับ ๒ เรื่องครับ เรื่องที่ ๑ การเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของไทย ๗ ปีเฉลี่ยต่อหน้าไปจากนี้ จีดีพี ๔.๕ เปอร์เซ็นต์ บวกอัตราเงินเฟ้อ ๓ เปอร์เซ็นต์ คือ ๗.๕ เปอร์เซ็นต์ พูดง่าย ๆ โตเฉลี่ย ๗.๕ เปอร์เซ็นต์ครับ อมพระประธานที่ไหนมาพูดครับ อยากจะดูไหมครับว่าจีดีพีประเทศไทยปกติหน้าตา เป็นอย่างไร เอาขึ้นกราฟครับ
(เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการเปิดพรีเซนเทชัน)
ท่านประธานครับ เหมือนเล่น กระดานโต้คลื่นครับ บางทีสูง บางทีลง ปี ๒๕๕๒ ครับ จีดีพีติดลบ นี่ครับ ผมแสดงให้ท่านเห็น นี่คือกราฟนะครับ แต่สมมุติฐานของกระทรวงการคลังพูดง่าย ๆ คือของที่จะมากู้ เหตุผลนี่ บอกเหตุผลว่าจะโต ๗.๕ เปอร์เซ็นต์ คือหมายถึงจีดีพีปกติบวกกับอัตราเงินเฟ้อ หรือที่เขาเรียกว่า นอมินอล จีดีพี (Nominal GDP) อยู่ ๗.๕ เปอร์เซ็นต์ครับ อมพระประธานมาพูด ผมไม่เชื่อครับ สมมุติฐานที่ ๒ ขึ้นหน้ากระดานครับ จำนำข้าวครับ อันนี้ผ่านได้เลยนะครับ นี่ก็เห็นเหมือนกันครับ คลื่นไม่เคยมีสม่ำเสมอนะครับ ต่อไปครับ ท่านประธานครับ สมมุติฐานของกระทรวงการคลังของพี่โต้งที่น่ารัก ท่านรองนายกรัฐมนตรี กิตติรัตน์นี่นะครับ เขาบอกว่าหนี้สาธารณะไม่เกิน ๕๐ เปอร์เซ็นต์ เพราะเขาเชื่อว่า ตั้งสมมุติฐานว่าจำนำข้าวหลังปี ๒๕๕๖ ไม่มีขาดทุนอีกแล้วครับ คุณยิ่งลักษณ์อยู่มา ๑ ปี ๖ เดือน วงเงินใช้ไปแล้ว ๔๑๐,๐๐๐ ล้านบาท และบอกว่าหลังจากปี ๒๕๕๖ จำนำข้าวจะไม่ขาดทุน สมมุติฐานแบบนี้เชื่อได้หรือครับ เชื่อได้ถ้ารัฐบาลดำเนิน ๒ วิธีนี้ครับ จอต่อไปครับ สันนิษฐาน ไว้ก่อนเลยถ้าท่านจะไม่ขาดทุนจำนำข้าวอีกหลังปี ๒๕๕๖ คือยกเลิกโครงการจำนำข้าวครับ หรือ ๒. ผิดคำมั่นสัญญากับพี่น้องประชาชนคือไม่จำนำทุกเมล็ดครับ นี่ครับสมมุติฐานถึงเกิด ได้ครับ ท่านประธานเห็นแล้วนะครับนี่จะเป็นไม้สุดท้ายเพราะมันจะชนเพดานหนี้สาธารณะ แน่นอนที่ ๖๐ เปอร์เซ็นต์ สมมุติฐานที่ท่านสร้างขึ้นมาเป็นเพียงสมมุติฐานเพื่อขอกู้คราวนี้กับ รัฐสภาและเป็นสมมุติฐานที่นักวิชาการหลายคนเขาบอกว่าไม่จริงครับ นี่คือความใหญ่ของมัน ท่านประธานครับ ๕๐ ปีที่จะต้องใช้หนี้ในโครงการนี้ แล้วกล้าท้าในห้องนี้คนที่จะได้เห็น การต่ออายุ เผลอ ๆ อาจจะมีผมที่มีโอกาสใกล้เคียงที่สุดที่เหลือนั้นยากเหลือเกินเพราะต้อง อายุ ๑๐๐ กว่าปีถึงจะได้เห็นครับ โครงการนี้นำความเสียหายมาอย่างมากในอนาคตที่จะเกิด และพอมาดูไส้ในโครงการสักนิดครับ รถไฟความเร็วสูงถ้ามันเป็นอย่างที่ท่านรัฐมนตรีชัชชาติพูด เป็นอย่างที่รัฐมนตรีชัชชาติใส่พรีเซนเทชันขึ้นมาเมื่อสักครู่มันก็ดีสิครับ และเป็นแบบ ยุทธศาสตร์ที่เขียนก็ดีสิครับ ยุทธศาสตร์บอกว่าความเร็วสูงจะเชื่อมโยงประเทศเพื่อนบ้าน ทางภาคอีสานไป สปป. ลาว ทางภาคใต้ไปต่อประเทศมาเลเซียไปปาดังเบซาร์ แหมท่านครับ แล้วในเอกสารประกอบของท่านเงินมันถึงนั้นหรือครับ เงินมันไม่ถึงนี่ครับ ดูเลยเงินถึงไหมครับ ในส่วนของการไปฝั่งภาคอีสานที่จะไปต่อ สปป. ลาวครับ ไปกุดโคราชครับ เลยจังหวัดสระบุรี โคราชครับ ไปแค่โคราชไม่ไปจังหวัดหนองคาย ไม่ไปเวียงจันทน์ ไม่ไปเข้าประเทศจีน ท่านประธานที่เคารพครับ ไปกุด ๆ ผมใช้คำว่า ไปกุด ๆ ครับ พอมาเส้นภาคใต้พูดเสียดิบดี พรีเซนเทชันว่าจะไปปาดังเบซาร์ไปต่อประเทศมาเลเซีย ไปแค่หัวหินครับ นั่งรถกันดีกว่าไหม ไปหัวหิน ขึ้นภาคเหนือครับก็ไปสุดที่จังหวัดเชียงใหม่ มันกุดทั้งนั้นละครับ ผมถึงบอกว่าตอนที่ ท่านทำพรีเซนเทชันแล้วผมไปดูที่ไทยแลนด์ ๒๐๒๐ จัดที่ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ ๘๐ พรรษา ๕ ธันวาคม ๒๕๕๐ ท่านครับ อย่าเอามาปนกันนะครับ ท่านกำลังจะบอกว่า ระยะที่ ๑ สร้างโดยเงินกู้ไปกุดแค่หัวหินครับ แต่ระยะที่ ๒ ระยะที่ ๓ ใช้เงินงบประมาณปกติ ซึ่งจะไม่กู้อีกแล้ว เพราะงบประมาณจะสมดุลในปี ๒๕๖๐ อันนี้ท่านพูดเองครับ โดยสมมุติฐานว่า ประเทศจะดีขึ้น เพราะท่านก็รู้โดยนัยครับว่าการกู้ครั้งนี้มันเป็นการกู้ไม้สุดท้ายที่ใหญ่ที่สุด แล้วจะทำได้ในรอบ ๗ ปี มันเป็นโครงการกุด ๆ แล้วใครจะขึ้น แล้วถ้าวันนี้ผมอยากจะตัด บางโครงการผมตัดได้ไหมครับ ผมตัดไม่ได้หรอกครับ เพราะว่าการแก้กฎหมายท่านไปใส่ บัญชีแนบท้ายไว้แค่ ๓ ยุทธศาสตร์ แต่ละกล่องใหญ่เบ้อเริ่มเทิ่มผมตัดไปท่านก็เอาโครงการอื่น มาใส่ ผมเอาออกท่านก็เอาโครงการอื่นมาใส่ นี่ครับโครงการก็กุด ไส้ก็ยัดมาอยู่ข้างใน เช็คก็เช็คเปล่าและยังต้องใช้หนี้กันอีก ๕๐ ปี เราไม่กลัวว่าโครงการดี ๆ จะเกิดขึ้นในประเทศไทย เรากลัวการใช้เงินที่ไม่ถูกต้องครับ จริง ๆ แล้วถ้าเพื่อน ๆ ที่อยู่กันในนี้ พี่ ๆ ที่อยู่กันในนี้ ยังจำได้ว่าสมัยที่แล้วรถไฟความเร็วสูงท่านสุเทพ เทือกสุบรรณ เคยเอามาถามรัฐสภาครับ รถไฟประเทศจีนนะครับวิ่งทะลุยันประเทศจีนเลยแล้วเป็นการร่วมลงทุนด้วย แล้วก็บอก รายละเอียดเสร็จสรรพเลยว่าใครจะลงทุนกันเท่าไร อย่างไร ทำไมโครงการแบบนั้นมันถูก ยกเลิกครับ วิธีการดำเนินงานของท่านภายใต้ร่างพระราชบัญญัติเงินกู้ฉบับนี้ผมไม่เอาครับ และผมไม่กลัวโดนตำหนิด้วยครับ เพราะวิธีการและไส้ในเป็นไปอย่างหลวม ๆ เป็นไปอย่างเช็คเปล่า มาสู่ท้ายในการพูด ผมท้าท่านนะครับ เอาไหมครับ เอารายละเอียดในเอกสารประกอบที่ไม่มีผลอะไรเลยครับในทาง กฎหมาย เอามาใส่ในบัญชีแนบท้ายไหมครับ ๒ แผ่นนี้ครับ เอา ๒ แผ่นนี้ออก บัญชีแนบท้ายครับ แล้วเอาอันนี้ ๒๓๑ หน้ายัดลงมาแทน ๒ แผ่นนี้เอาไหมครับ ยืนตอบผมแบบลูกผู้ชายเอาไหมครับ แล้วถ้าโครงการไหนใน ๒๓๑ แผ่นกรรมาธิการร่วมกันไม่เห็นด้วย ตัด ไม่ทำเอาไหมครับ บริหารชาติร่วมกันอย่างโปร่งใสครับ และนี่คือสิ่งที่ผมถามหาจากรัฐบาลคุณยิ่งลักษณ์ ขอบพระคุณครับ