บุญจง วงศ์ไตรรัตน์ อภิปรายเกี่ยวกับการกู้เงิน 2,000,000,000 บาท เพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางขนส่ง โดยเน้นย้ำว่าควรทำตามลำดับขั้น และไม่ควรทุ่มเทสร้างความเจริญยกเศรษฐกิจขึ้นให้รวดเร็วแต่ประการเดียว โดยไม่สอดคล้องกับสภาวะของประเทศและประชาชน และยังระบุว่าโครงการรถไฟความเร็วสูงไม่มีความชัดเจนและไม่มีราคากลาง และเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีปฏิบัติตามคำพูดที่ต้องการให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการตัดสินใจ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม บุญจง วงศ์ไตรรัตน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครราชสีมา พรรคภูมิใจไทย พรรคภูมิใจไทยได้เวลาในการทำหน้าที่อภิปรายในครั้งนี้ ๒ ชั่วโมงนะครับท่านประธาน พวกเราจะบริหารเวลากันให้อยู่ในกรอบเวลา ๒ ชั่วโมง ท่านประธานที่เคารพครับ วันนี้ ถือได้ว่าเป็นวันประวัติศาสตร์วันเริ่มต้นของสภาผู้แทนราษฎรไทย พรุ่งนี้จะเป็นวันที่ ๒ ตามหมายกำหนดที่ประธานนัดไว้ เป็นวันที่ ส.ส. ซึ่งเป็นผู้แทนของปวงชนชาวไทยจะได้ มาทำหน้าที่ในการพิจารณากฎหมายที่รัฐบาลได้มาขอให้ผู้แทนของปวงชนชาวไทยนั้นรับรอง ให้กู้เงิน ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท มาพัฒนาประเทศในเรื่องโครงสร้างพื้นฐานทางด้านขนส่ง ท่านประธานที่เคารพครับ พี่น้องที่ติดตามการถ่ายทอดสดของสภาผู้แทนราษฎรวันนี้ ผมย้ำอีกครั้งว่าวันนี้เป็นวันเริ่มต้นประวัติศาสตร์ชาติไทยที่ผู้แทนราษฎรของปวงชนชาวไทย ทุกจังหวัดสารทิศจะมาแสดงเหตุแสดงผลว่าการที่รัฐบาลขอกู้เงิน ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนั้น มีเหตุมีผลอย่างไร ท่านประธานครับ ก่อนผมจะใช้เวลาสภาแห่งนี้ในการอภิปรายเหตุผล ผมขออนุญาตท่านประธานครับ ที่จะนำพระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ได้ทรงพระราชทานเนื่องในโอกาสพิธีพระราชทานปริญญาบัตรมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เมื่อวันที่ ๑๘ กรกฎาคม ๒๕๑๗ ผมเห็นว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญครับท่านประธานสำหรับ พี่น้องประชาชนทั้งหลาย พระบรมราโชวาทที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้มอบให้กับ บัณฑิตคนไทยที่รับปริญญาในวันนั้น มีดังนี้ครับ
(เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการเปิดพรีเซนเทชัน)
การพัฒนาประเทศจำเป็นต้อง ทำตามลำดับขั้น ต้องสร้างพื้นฐาน คือความพอมี พอกิน พอใช้ ของประชาชนส่วนใหญ่ เป็นเบื้องต้นก่อน โดยใช้วิธีการ ใช้อุปกรณ์ที่ประหยัด แต่ต้องถูกตามหลักวิชาการ เมื่อได้พื้นฐานมั่นคงพอสมควรและปฏิบัติได้แล้วจึงค่อยสร้างค่อยเสริมความเจริญและฐานะ ทางเศรษฐกิจขั้นที่สูงขึ้นโดยลำดับต่อไป หากมุ่งแต่จะทุ่มเทสร้างความเจริญยกเศรษฐกิจขึ้น ให้รวดเร็วแต่ประการเดียว โดยไม่ให้แผนปฏิบัติการสัมพันธ์กับสภาวะของประเทศและของประชาชนโดยสอดคล้องด้วย ก็จะเกิดความไม่สมดุลในเรื่องต่าง ๆ ขึ้น ซึ่งอาจกลายเป็นความยุ่งยากล้มเหลวได้ในที่สุด ท่านประธานครับ พี่น้องประชาชนที่เคารพทั้งหลายที่ผมนำพระบรมราโชวาทของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมานั้น เพื่อผมจะบอกว่าการพัฒนาประเทศของเรานั้นเราต้อง เดินไปเป็นขั้น ๆ หลักใหญ่ที่สุดต้องดูแลพี่น้องประชาชนคนไทยทั้งแผ่นดินให้เขาพอมี พอกิน พอใช้ ถ้าผู้บริหารประเทศมั่นใจแล้วว่าดูแลตรงนี้ได้ดีท่านจึงค่อยมองเรื่องการพัฒนาประเทศ ด้านเศรษฐกิจ ถ้าท่านทุ่มเททุ่มเศรษฐกิจด้วยความก้าวหน้าด้วยความรวดเร็วสุดท้ายจะเกิด ปัญหา จะเกิดความล้มเหลวได้ ท่านประธานครับ รัฐบาลนี้มีนายกรัฐมนตรีสุภาพสตรีคนแรก ของประเทศไทย ชื่นชมยินดีครับ และรัฐบาลนี้กำลังจะเป็นครั้งแรกของประวัติศาสตร์ไทย ที่จะกู้เงิน ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท นั่นคือการเอาประเทศไทยเป็นหลักประกันครับ เอาประชาชนทั้งแผ่นดิน ๖๔ ล้านคนเป็นนายประกันครับ ท่านประธานที่เคารพ ผมไม่ได้คัดค้าน การพัฒนาประเทศ การจะมีรถไฟใต้ดิน บนดิน เหนือ ใต้ ออก ตก ผมไม่คัดค้าน ผมเห็นด้วย แต่ผมกำลังจะบอกว่าสิ่งที่ผมไม่เห็นด้วยวันนี้กับรัฐบาลผมมีเหตุผลสนับสนุนเป็นข้อ ๆ ดังต่อไปนี้ครับท่านประธาน
ประการที่ ๑ ผมเห็นว่ารัฐบาลนี้บริหารประเทศที่ท่านกำลังขอกู้เงิน ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนั้นท่านกำลังกระทำการที่ขัดแย้งกับนโยบายของท่านที่ได้แถลงไว้ ต่อรัฐสภาครับ คณะรัฐมนตรีได้แถลงนโยบายต่อรัฐสภาในวันอังคารที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๔ อยู่ในหน้าที่ ๕ ย่อหน้าที่ ๕ ท่านบอกชัดเจนว่าการบริหารแผ่นดินของท่านนั้นจะมีระยะ ดำเนินการเร่งด่วนและจะมีระยะบริหารราชการอีก ๔ ปี โดยนโยบายที่แถลงต่อสภาผู้แทนราษฎร ที่เป็นผู้แทนของปวงชนชาวไทยนั้นระบุชัดเจนว่าท่านจะบริหารประเทศโดยยึดแนวทาง เศรษฐกิจพอเพียง ผมชื่นชมและเห็นด้วยว่าประเทศไทยเรานั้นต้องดูตัวเองก่อนว่าสถานะ ความเป็นอยู่ความพร้อมเรามีแค่ไหน ประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศมีอาชีพอะไรเราก็รู้อยู่ เป็นตัวแทนของประชาชนมาจากการเลือกตั้ง ทั่วผืนแผ่นดินไทยคนส่วนใหญ่ของประเทศ เป็นชาวไร่ เป็นชาวนา เป็นเกษตรกร ฉะนั้นเมื่อรัฐบาลแถลงนโยบายโดยยึดแนวทาง เศรษฐกิจพอเพียงผมชื่นชม ผมยกย่อง ท่านประธานครับ ผมเฝ้าติดตาม ๑ ปี ๗ เดือน รัฐบาลบริหารประเทศ เฝ้าดูอยู่ว่ารัฐบาลจะดูแลพี่น้องประชาชนคนไทยทั้งแผ่นดินอย่างไรให้ดีขึ้น ติดตามตลอดครับ รัฐบาลบอกว่าจะกระชากค่าครองชีพก็ชื่นชมครับ ดีครับ ให้ประชาชน มีค่าครองชีพที่ต่ำ แต่วันนี้รัฐบาลสวนทางกันกระชากขึ้น รัฐบาลบอกว่าจะดูแลพี่น้องเกษตรกร คนไทยส่วนใหญ่เรื่องสินค้าทางการเกษตร วันนี้ชัดเจนที่สุดสินค้าการเกษตรทุกตัวราคาตกต่ำ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมบอกแล้วว่าวันนี้ผมไม่ค้านความเจริญครับ แล้วผมก็เชื่อว่า พี่น้องประชาชนทั้งหลายที่เฝ้าติดตามการถ่ายทอดสดของสภาผู้แทนราษฎรรวมทั้ง ส.ส. ในสภาแห่งนี้ก็อยากเห็นประเทศไทยมีความก้าวหน้าเหมือนประเทศสิงคโปร์ เหมือนประเทศจีน เหมือนประเทศสหรัฐอเมริกา อยากเห็นครับ แต่วันนี้เราต้องประมาณตัวเองให้ออกว่าประเทศของเรานั้นมีสถานะเพียงใด ถ้ารัฐบาลจริงใจต่อการแถลงนโยบายยึดแนวทางเศรษฐกิจพอเพียงจริง รัฐบาลต้องปฏิบัติให้ได้ แต่วันนี้การกู้ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนี่ผมเชื่อว่าไม่ใช่แนวเศรษฐกิจพอเพียง นั่นคือแนวทาง ที่เรียกว่าเห็นช้างขี้ขี้ตามช้าง ประธานที่เคารพ พี่น้องประชาชนที่รักทั้งหลาย ที่ผมพูดคำนี้ เพราะอะไรครับ เพราะการใช้แนวทางเห็นช้างขี้ขี้ตามช้าง ครอบครัวใด คนใดที่ยึดถือปฏิบัติ แล้วล้มเหลวทั้งนั้นละครับ เห็นเขามีรถยนต์ขับแต่ไม่ดูสถานะตัวเองว่ามีเงินเดือน ๑๕,๐๐๐ บาท ไปนั่งรถเก๋งคันละ ๓,๐๐๐,๐๐๐ บาท ๔,๐๐๐,๐๐๐ บาท เหมือนรัฐมนตรีนั่งกันมันไม่ได้ สุดท้ายไปผ่อนไฟแนนซ์ (Finance) ผ่อนไม่ได้ก็เจ๊งถูกยึด หรือเห็นเขามีบ้านก็อยากมีบ้าน เหมือนเขา แต่ไม่ดูตัวเองก่อนว่าพร้อมที่จะเป็นหนี้ธนาคารหรือไม่ สุดท้ายก็ถูกแบงก์ยึด แล้วประเทศไทยวันนี้เป็นอย่างไรครับ เราก็รู้อยู่วันนี้ประเทศไทยมีหนี้ การพัฒนาประเทศ สนับสนุนให้รัฐบาลคิด รัฐบาลจะใช้งบประมาณประจำปีสนับสนุนครับ สนับสนุนให้รัฐบาล เอาเส้นทางกรุงเทพฯ-เชียงใหม่ เส้นทางกรุงเทพฯ-โคราช หรือไปไหนไม่เคยคัดค้านเพราะอยาก เห็นความเจริญ แต่รัฐบาลค่อยทำค่อยเป็นค่อยไปตามลำดับขั้นได้หรือไม่ ท่านประธานครับ พี่น้องประชาชนทั้งหลาย การขอกู้ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทวันนี้มีกฎหมาย ๑๙ มาตรา รัฐบาลบอกว่าจะใช้เวลาในการกู้ยืม ๗ ปี โดยวงเงิน ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แต่จะคืนหนี้ ๕๐ ปี นั่นก็หมายความว่าระยะเวลาคืนหนี้ ๕๐ ปี หนี้จะไปจบปี ๒๖๐๖ ท่านประธานครับ วันนี้การสร้างหนี้อย่างนี้คือการเอาประเทศไทยเป็นหลักทรัพย์ประกันไว้นะครับ และคนไทย ทั้งแผ่นดิน ๖๔ ล้านคนเป็นนายประกัน เกษตรกรอยู่ต่างจังหวัดอยู่ชนบทท่านก็ต้องรับผิดชอบด้วย ข้าราชการ ลูกเด็กเล็กแดง นักศึกษา ท่านต้องรับผิดชอบด้วย เศรษฐีมีเงินมีทองท่านก็ต้อง รับผิดชอบด้วย เพราะหนี้ก้อนนี้คือหนี้ที่รัฐบาลสร้างขึ้นมา ท่านประธานครับ วันนี้กู้ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ดอกเบี้ยทั้งหมดเวลา ๕๐ ปีเป็นเท่าไรครับ ๑๐ ปีแรกดอกเบี้ย จำนวน ๖๑๒,๘๘๙ ล้านบาท ๒๐ ปีต่อมาดอกเบี้ย ๑,๕๔๗,๖๘๓ ล้านบาท มาครบที่ ๕๐ ปี ดอกเบี้ยทั้งหมด ๓,๑๖๒,๖๔๙ ล้านบาท รวมทั้งเงินต้นทั้งดอกเบี้ย ๕.๑๖ ล้านล้านบาท ท่านประธานที่เคารพครับ ผมทราบดีว่าคนคิดนโยบายนี้คือท่านทักษิณคิด ท่านยิ่งลักษณ์กู้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมเป็นคนใช้สตางค์ และประชาชนทั้งแผ่นดินร่วมกันใช้หนี้ ผมบอกได้เลยครับหนี้ก้อนนี้ยาวนานนัก ที่สำคัญที่สุดที่ผมไม่เห็นด้วยเพราะอะไรครับท่านประธาน ในกฎหมาย ๑๙ มาตราผมอ่านละเอียดหมดแล้ว ยุทธศาสตร์เรื่องรถไฟ ยุทธศาสตร์รางคู่ ยุทธศาสตร์ความเร็วสูง แต่ไม่มีตรงไหนบอกเลยครับว่ากระทรวงการคลัง รัฐบาลจะเอารายได้ ตรงไหนละครับไปคืนหนี้เป็นเวลา ๕๐ ปี มีรายได้จากตรงไหนครับ เป็นกฎหมายขอเงิน ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ให้รัฐบาลให้สภาแห่งนี้ให้ความรับรองแต่ไม่มีบอกว่ารายได้ ที่จะเอาคืนหนี้ ทั้งเงินต้น เงินดอกรวมแล้วประมาณ ๕.๑๖ ล้านล้านบาท ท่านเอามาจากไหนครับ ตรงนี้ละครับท่านประธานผมไม่เห็นด้วยตรงนี้ เพราะว่าวันนี้ถ้าท่านไม่มีความชัดเจน เรื่องรายได้มาคืนหนี้ นั่นก็หมายความว่าวันข้างหน้าอะไรเกิดขึ้นกับคนไทยทั้งแผ่นดินครับ เพราะหนี้ก้อนนี้มันอยู่ชั่วลูกชั่วหลานปี ๒๖๐๖ ครับท่านประธาน คนคิด คนกู้ คนใช้ เสียชีวิตหมดแล้ว แต่นี่มันอยู่กับลูกหลานของผม อยู่กับญาติพี่น้อง ลูกหลานของประธาน แล้วก็อยู่กับคนไทยทั้งแผ่นดิน ฉะนั้นเมื่อไม่มีความชัดเจนเขียนไว้ในกฎหมายนี้ว่าหาเงิน ตรงไหนล่ะมาคืนหนี้ เมื่อไม่บอกอย่างนี้ผมเชื่อได้เลยว่าวันนี้ไม่มีความพร้อมในการหาเงินคืนหนี้ อะไรจะเกิดขึ้นกับคนไทยล่ะครับ ถ้าพวกเราเสียชีวิตไปอะไรเกิดขึ้นกับคนไทย นั่นก็หมายความว่า จะต้องหาเงินมาคืนหนี้ วิธีการก็คือรีดภาษีจากคนไทยครับ การขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่มจาก ๗ เปอร์เซ็นต์ เป็น ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ๑๕ เปอร์เซ็นต์ หรือแม้แต่การขยายฐานภาษี เก็บภาษี จากคนขับรถแท็กซี่ เก็บภาษีจากแม่ค้าหาบเร่ เก็บภาษีจากคนบ้านนอก เพราะต้องการเงิน เอามาคืนหนี้ที่กู้ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ผมเชื่ออย่างนี้ของผม แล้วผมบอกประชาชนเลยว่า วันนี้ไม่มีที่มาแม้แต่นิดเดียวว่ารายได้จะเอามาจากไหน ท่านประธานครับ นี่คือเหตุผลที่ผม ได้กราบเรียนท่านประธานเป็นประการที่ ๑ ครับ
ประการที่ ๒ ผมไม่เชื่อในความสามารถของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ที่จะบริหารโครงการนี้แล้วสำเร็จลุล่วง ทำไมผมไม่เชื่อครับท่านประธาน เพราะวันนี้รัฐบาล เข้าบริหารประเทศ ๑ ปี ๗ เดือน การรถไฟแห่งประเทศไทยที่อยู่ในกระทรวงคมนาคมเจ๊ง รัฐบาลไม่คิดจะแก้ ขสมก. ขาดทุนเดือนหนึ่งประมาณ ๒๐๐-๓๐๐ ล้านบาท ปีหนึ่ง ๓,๐๐๐ กว่าล้านบาท ไม่เห็นแก้ วันนี้พอท่านมาทำรถไฟความเร็วสูงอะไรเกิดขึ้นครับ ท่านบอกหรือยังครับหน่วยงานไหนบริหาร รัฐวิสาหกิจไหนบริหาร ใช่การรถไฟแห่งประเทศไทยไหม ถ้าท่านตอบว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย ผมบอกเจ๊งครับ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้เป็นเรื่องละเอียดอ่อน ก่อนที่ท่านจะเอาประเทศไทยไปกู้เงินเขา ไปค้ำประกันเขา ฉะนั้นผมต้องเรียนว่าสำคัญที่สุด รัฐมนตรีที่เอาภาพยนตร์มาถ่ายให้ชาวบ้านดูนะครับ นั่นคือภาพ แต่ความจริงท่านต้องตอบ ของที่มีอยู่ในขณะนี้ในประเทศ รัฐวิสาหกิจที่บริการประชาชน การรถไฟแห่งประเทศไทย ขสมก. เจ๊งหมด วันนี้ท่านไม่แก้ไขปีกว่า แล้วท่านกำลังจะสร้างรถไฟความเร็วสูง มีอะไรยืนยัน กับคนไทยล่ะครับว่าท่านบริหารโครงการนี้แล้วคนไทยจะมีความสุข ไม่สร้างหนี้ ไม่เป็นอนุสาวรีย์ อย่างนี้ผมไม่เห็นด้วย
ท่านประธานครับ สิ่งที่ผมไม่เห็นด้วยประการต่อไป เพราะผมเห็นว่าการที่ กระทรวงการคลังหรือรัฐบาลมาขอกู้เงิน ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทในวันนี้นั้นท่านกำลังทำผิด กฎหมายรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งรัฐธรรมนูญในหมวด ๘ เรื่องของการเงินการคลัง และงบประมาณ ตั้งแต่มาตรา ๑๖๖ มาตรา ๑๖๗ มาตรา ๑๖๙ มาตรา ๑๗๐ ท่านอาจจะ บอกว่ากฤษฎีกาบอกแล้วไม่ผิด ไม่เป็นไรเป็นเรื่องของท่าน แต่ผมกำลังจะบอกท่านว่า วันนี้รัฐธรรมนูญเขามีไว้ให้ผู้บริหารประเทศปฏิบัติตาม โดยเฉพาะอย่างยิ่งมาตรา ๑๖๙ ผมขออนุญาตท่านประธานได้อ่าน การจ่ายเงินแผ่นดินจะกระทำได้ก็เฉพาะที่อนุญาต ไว้ในกฎหมายว่าด้วยงบประมาณรายจ่าย กฎหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณ กฎหมาย เกี่ยวกับการโอนเงินงบประมาณ หรือกฎหมายว่าด้วยการเงินการคลัง เว้นแต่เป็นกรณี จำเป็นเร่งด่วนจะจ่ายไปก่อนก็ได้ ท่านประธานครับ เรื่องกฎหมายต่างคนต่างรู้ต่างคนต่างเถียง แต่วันนี้ผมไม่เห็นด้วย เพราะผมไม่ต้องการเสี่ยงที่จะผิดกฎหมาย ท่านเชื่อผมเถอะครับ มีพี่น้องประชาชนคนไทย ที่ให้ความสนใจว่าบ้านเมืองของเขา ชาติของเขากำลังจะเป็นหนี้ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แต่เขาไม่มีโอกาสมานั่งในสภาและพูดอย่างผม เขาเหล่านี้ละครับผมเชื่อเขาจะใช้สิทธิในความเป็น คนไทยยื่นคัดค้านหรือเห็นต่างกับกฎหมายที่รัฐบาลกำลังเสนอสภาอยู่ขณะนี้ ผมเชื่ออย่างนั้น ก็รอดูกัน เรื่องนี้ผมไม่อยากมีความผิดขึ้น ป.ป.ช. ขึ้นศาลฎีกาทางการเมือง หรือศาลรัฐธรรมนูญด้วย
ประการต่อไปครับท่านประธานที่เคารพ เรื่องความพร้อมของโครงการ วันนี้ เสนอโครงการมา ๑๙ มาตรา ใช้เงิน ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท มียุทธศาสตร์ ๓ ยุทธศาสตร์ สร้างรถไฟความเร็วสูงไปเชียงใหม่ ไปโคราช แต่วันนี้ท่านไม่มีรายละเอียด ไม่มีราคากลาง ไม่มีความชัดเจนเลยว่ากิโลเมตรละเท่าไร ท่านประธานครับ ท่านตั้งโครงการอย่างนี้ งบประมาณ อย่างนี้ ที่พวกเรามาพูดกันมันส่อไปในทางไม่โปร่งใส ไม่สุจริต ผิดไหม ไม่ผิดครับท่านประธาน ฉะนั้นความโปร่งใส ความชัดเจนของโครงการ ราคาโครงการ ต้องมี ถ้าท่านทำแบบนี้เขาจะเชื่อ ได้อย่างไรล่ะครับว่ารถไฟความเร็วสูงกิโลเมตรละกี่พันล้านบาท แล้วเวลาท่านทำแล้วแบบเสร็จหรือยัง ท่านออกแบบรถไฟจากกรุงเทพฯ ไปโคราช วันนี้ท่านไปกระทบสิ่งแวดล้อมตรงไหนไหม ไปทะลุอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่หรือเปล่า ไปถูกที่นาที่ไร่ประชาชนต้องเวนคืนที่มากขนาดไหน ท่านทำรถไฟไปจังหวัดเชียงใหม่ไปผ่านเส้นทางไหน ไปขึ้นดอยขึ้นเขาตรงไหน ไปกระทบ ที่สาธารณะอย่างไร ท่านต้องมีความพร้อมตรงนี้ก่อน นี่คือสิ่งสำคัญครับ ที่ผมพูดอย่างนี้ เพื่อผมจะบอกว่าการทำโครงการรัฐบาลต้องเป็นแบบอย่างให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หรือหน่วยงานของรัฐให้เขายึดถือปฏิบัติตาม เพราะหน่วยงานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เวลาที่เขาจะทำงบประมาณที่มีเพียงน้อยนิด บางท้องถิ่นงบพัฒนาเขามี ๑,๐๐๐,๐๐๐ กว่าบาท มี ๒,๐๐๐,๐๐๐ กว่าบาท กว่าเขาจะทำโครงการขึ้นมา ๑ โครงการ ท่านรู้ไหมครับเขามีความชัดเจน มีรายละเอียดในโครงการ มีปริมาณงานกว้าง ยาว หนา สูง ตารางเมตรเท่าไร ลูกบาศก์เมตรเท่าไร ผมจะอ่านให้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมฟังสักนิดครับ เพราะท่านเป็นผู้รับผิดชอบโครงการ ท่านประธานครับ ผมมีตัวอย่าง อบต. ที่เขาทำงบประมาณโครงการหนึ่ง ๑๐,๐๐๐ กว่าบาท โครงการหนึ่ง ๑๐๐,๐๐๐ กว่าบาท เขามีความชัดเจนครับ เช่น โครงการซ่อมแซมถนนหินคลุก หมู่ที่ ๑ ตำบลพลับพลา อำเภอโชคชัย จังหวัดนครราชสีมา ซ่อมแซมถนนหินคลุกสายข้างวัดพลับพลา กว้าง ๓ เมตร ยาว ๗๐ เมตร หนา ๒๐ เซนติเมตร ปริมาณหินคลุก ๔๒ ลูกบาศก์เมตร พร้อมปรับเกลี่ยตกแต่งตลอดสายงบประมาณ ๑๔,๗๐๐ บาท เป็นราคากลางลูกบาศก์เมตรละ ๓๕๐ บาท หรือโครงการก่อสร้างถนนคอนกรีตเสริมเหล็กหน้าโรงสีผู้ใหญ่บ้านมานะ บ้านโค้งกระโดน หมู่ที่ ๔ ขนาดผิวจราจรกว้าง ๔ เมตร ยาว ๔๕ เมตร หนา ๑๕ เซนติเมตร มีพื้นที่ก่อสร้าง ๒๒๕ ตารางเมตร พร้อมป้ายติดตั้งตารางเมตรหนึ่ง ๕๒๐ บาท เห็นไหมครับ นี่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่เขาต้องเป็นคนดูแบบจากรัฐบาล แต่วันนี้รัฐบาลทำโครงการ ถึง ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ปริมาณงานราคากลางไม่เคยปรากฏชัด ผมก็บอกตรง ๆ วันนี้ผมมี กฎหมายเพียงไม่กี่แผ่นหรอกครับ เล่มที่ท่านแจกขาว ๆ มันแจกกะทันหันผมก็ยังไม่ได้ และที่สำคัญผมเชื่อว่ารายละเอียดโครงการไม่ปรากฏ ราคากลางไม่มี สุดท้ายก็ไปสู่ ให้ผู้รับเหมาเขียนราคากลางให้กับบริษัทต่าง ๆ กับรัฐบาล สิ่งนี้ละครับสิ่งที่ผมเห็นว่า ท่านยังไม่พร้อมในโครงการ ท่านรีบเร่งเสนอขอเงินกู้ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท
ท่านประธานที่เคารพครับ ประการสุดท้ายที่ผมไม่เห็นด้วย รัฐบาลนี้ในช่วงที่ ท่านหาเสียงท่านประกาศชัดเจนต่อผืนแผ่นดินไทยทุกหมู่บ้าน ทุกตำบล ทุกอำเภอ ทุกจังหวัด ว่าท่านจะล้างหนี้ให้กับประเทศไทย สร้างรายได้ให้ประชาชน ป้ายดังกล่าวนี้ติดอยู่ทั่วไป ทุกหมู่บ้าน ทุกตำบล ทุกอำเภอทั่วประเทศไทย ประชาชนคนไทยไม่มีใครอยากเป็นหนี้ ลงคะแนนให้กับพวกท่านพวกท่านได้เป็นรัฐบาล ท่านประธานครับ ชื่นชมด้วยเพราะท่าน จะล้างหนี้ไม่มีใครอยากเป็นหนี้ แต่วันนี้ตรงกันข้าม ๑ ปี ๗ เดือนที่มาเป็นรัฐบาลกู้ไปแล้วรอบ แรก ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท รอบนี้ใหญ่หลวงนักเป็นครั้งแรกของผืนแผ่นดินไทย พี่น้องเอ๋ยเกิด จากท้องพ่อท้องแม่ไม่เคยพบ มีพี่น้องคนไหนพบอายุ ๘๐ ปีนั่งดูทีวี (TV) อยู่บ้านมีไหมว่า ประเทศนี้กำลังจะกู้เงินกันทีละ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท มากมายมหาศาลเป็นประวัติศาสตร์ ไหนบอกไม่สร้างหนี้ ทำไมจึงสร้างหนี้ให้ประชาชนล่ะ หนี้ก้อนนี้มันใหญ่มากนะครับ ท่านประธาน ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ใช้เวลา ๕๐ ปีในการคืนทั้งต้น ทั้งดอกเบี้ย ๕.๑๖ ล้านล้านบาท หนี้ก้อนนี้ต้องติดอยู่กับประชาชนคนไทย ๖๓-๖๔ ล้านคน ๑๕๐,๐๐๐ บาทต่อคนครับ ท่านประธานครับ จริงอยู่ประชาชนเขาไม่ได้เป็นคนใช้ แต่วันนี้รัฐบาลจะยึดแนวเศรษฐกิจ พอเพียงในการบริหารประเทศ ยึดพระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว การพัฒนาประเทศเป็นขั้นเป็นตอนค่อยเป็นค่อยไป รู้จักประมาณตัวเอง รู้วิธีการเงินการคลัง ไม่สร้างหนี้ให้เป็นภาระของประเทศ วันนี้หนี้ก้อนนี้เป็นหนี้ที่สร้างให้กับประเทศเป็นระยะยาว ถึง ๕๐ ปี อยู่ติดตัวคนไทยมา ๑๕๐,๐๐๐ บาทต่อคน ผมบอกแล้วครับ คนคิด คนกู้ คนใช้ เสียชีวิตหมดแล้ว แต่มันตกอยู่กับลูกกับหลานเป็นมรดกหนี้อันยาวไกล นี่คือสิ่งที่ผมเรียน ท่านประธานที่เคารพครับ เมื่อสักครู่ผมได้ฟังท่านนายกรัฐมนตรีได้กล่าวต่อที่ประชุมสภา ผู้แทนราษฎรว่ารัฐบาลนายกรัฐมนตรีพร้อมจะฟังความคิดเห็นของประชาชนทุกระดับ ชื่นชมครับ ยินดีครับ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมยืนยันอีกครั้งการกู้เงิน ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนั้น โปร่งใส ชัดเจน ตรวจสอบได้และพร้อมให้ประชาชนมีส่วนร่วม รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง สมทบอีกคนหนึ่งแน่น ประชาชนดูทีวีชื่นชมว่าท่านต้องการ เห็นประชาชนมีส่วนร่วม วันนี้ผมขอเรียกร้องครับท่านประธานที่เคารพ และขอบอกไปยัง พี่น้องประชาชนที่ดูทีวีว่าท่านเห็นด้วย อย่างผมไหมว่าวันนี้รัฐบาลกำลังจะขอสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ สร้างหนี้ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท โดยมีระยะเวลาคืน ๕๐ ปี หนี้จะไปจบปี ๒๖๐๖ ผ่อนทั้งต้น ผ่อนทั้งดอก ๕.๑๖ ล้านล้านบาท เฉลี่ยเป็นหนี้ต่อหัว ๖๔ ล้านคน ๑๕๐,๐๐๐ บาท ประชาชนจะเอาไหม ผมเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีได้กรุณาปฏิบัติตามคำพูดว่าต้องการให้ ประชาชนมีส่วนร่วม มีการแสดงความคิดเห็น ท่านได้โปรดถอนออกไปและใช้กระบวนการ ประชามติเสีย รัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๖๕ เป็นรัฐธรรมนูญที่กำหนดไว้อยู่ในหมวดการมีส่วนร่วม ทางการเมืองของประชาชนโดยตรง เรื่องใดที่มีผลกระทบต่อประเทศชาติและประชาชน รัฐบาลสมควรอย่างยิ่งที่จะถามเจ้าของประเทศว่าเอาไหม เห็นด้วยไหม ใครเห็นต่างแสดงมา ใครเห็นด้วยรัฐบาลเดิน และวันนี้ผมเชื่อเหลือเกินว่าการกู้เงิน ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนี้ เป็นการกู้เงินที่มีผลกระทบต่อประเทศชาติและประชาชนโดยตรงครับท่านประธาน มีผลกระทบ ต่อพี่น้องประชาชนคนไทยทั้งแผ่นดินโดยตรง ท่านประธานครับ ประเทศเป็นหนี้ ประชาชน เป็นผู้ค้ำประกัน ประชาชนต้องมีภาระการชำระหนี้ รัฐบาลเก็บภาษีไม่ได้ ขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่ม ประชาชนต้องแบกภาระภาษีมูลค่าเพิ่ม ของแพง รัฐบาลหาเงินไม่ได้ รีดภาษีจากประชาชน ขยายฐานภาษีไปยังแท็กซี่เก็บภาษีเขา ขยายฐานภาษีไปยังแม่ค้าหาบเร่ ขยายฐานภาษีต่าง ๆ มันกระทบต่อประชาชนทั้งหมด ฉะนั้นเมื่อรัฐบาลกล้าสร้างหนี้ รัฐบาลต้องยอมจ่ายเงิน ๒,๐๐๐ ล้านบาทในการทำประชามติแล้วถามประชาชน ชี้แจงอธิบายเหตุผลให้ชัดเจนว่าที่กู้มา ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนั้นมาทำรถไฟความเร็วสูง ยายมียายมา ป้าแม้นไม่นั่งรถไฟเอาด้วยไหม คนอยู่ต่างจังหวัด อยู่ชนบท ทำไร่ทำนาเอาด้วยไหม มันจะได้ชัด ๆ ไปเลย จะได้รู้ไปเลยว่าวันนี้ รัฐบาลมาทำงานเพราะประชาชนให้มากู้ วันที่ท่านหาเสียงท่านบอกจะล้างหนี้ครับ ท่านจะอ้าง ไม่ได้ว่าผมเข้ามาโดยเสียงส่วนใหญ่เขาให้ผมมาแล้ว เขาให้ท่านล้างหนี้ ไม่ใช่มากู้หนี้ วันนี้ ท่านมากู้หนี้ เอาประเทศเป็นตัวประกัน เอาประชาชนเป็นนายประกัน ประชาชนมาใช้หนี้ ๖๐ ปี ผมเป็นคนหนึ่งเลยครับที่เป็นประชาชนคนไทย ผมจะไม่ยอมเห็นหนี้ก้อนนี้โดยที่ผมไม่มีความชัดเจน ผมบอกแล้วว่าผมนี่ไม่คัดค้านการสร้างความเจริญ ท่านประธานครับ จริง ๆ แล้วท่านบอกว่ากู้เพื่อ จะไปสร้างโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคม ท่านประธานลองดูภาพนี้ครับ ภาพที่ ๗ ท่านประธานดู ครับ ท่านเห็นถนนดินลูกรังไหม ท่านเห็นไหมครับคลองส่งน้ำตื้นเขิน มีแต่หญ้า มีแต่ป่า ภาพ อย่างนี้คนเป็นผู้แทนราษฎรที่อยู่ต่างจังหวัดรู้หมด ประชาชนที่นั่งดูทีวี ยายมียายมา ป้าแม้นรู้หมด ยกเว้นคนที่อยู่ในเมือง นี่ละครับคือความต้องการขั้นพื้นฐานด้านคมนาคม นี่ละครับคือสิ่งที่ ประชาชนคนยากคนจนเขาอยากจะเห็นว่าคนปกครองประเทศดูแลชีวิตเขาอย่างนี้ ออกจาก บ้านมีถนนดี ๆ มาทำงาน ขนพืชผลทางการเกษตรมีถนนดี ๆ ขนข้าวขนมันไปขาย แต่วันนี้ ท่านกู้ทั้งหมดนั้นไม่มีสิ่งนี้เลยขั้นพื้นฐาน ท่านไปทำความเร็วสูง ท่านประธานครับ ท่านมองข้าม เกษตรกรคนจนครับ แหล่งน้ำต่าง ๆ วันนี้มันแห้งแล้ง ตื้นเขินท่านก็รู้ วันนี้ประชาชนมีทุกข์ มีความเดือดร้อนกัน ผมจึงกราบเรียนว่าถนนอย่างนี้มีอยู่ประมาณ ๑๐,๐๐๐ กิโลเมตร ทำไมท่าน ไม่คิดทำสิ่งอย่างนี้ ฉะนั้นผมจึงกราบเรียนว่าสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ รัฐบาลต้องรู้ต้องเข้าใจ และวันนี้ผมเรียกร้องยังไม่สายครับ ท่านเอาไปทำประชามติสอบถามประชาชน ประชาชน เอาอย่างไรเราก็ว่าตามนั้น เพราะวันนี้ท่านจะเอาเสียง ส.ส. ในสภา วันนี้ท่านยกมือท่านก็ชนะครับ พี่น้องครับ ยกมือโหวตรัฐบาลชนะเพราะรัฐบาลมีเสียงมากกว่า แต่วันนี้ท่านจะเอาเสียง มากกว่าของท่านมาโหวตโดยเป็นสิ่งที่ท่านไม่ได้สัญญากับชาวบ้านไว้ ผมว่ามันไม่ถูกต้องครับ ขอบคุณครับ