ไชยา พรหมา เสนอพระราชบัญญัติให้อำนาจกระทรวงการคลังในการกู้เงินพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคม เพื่อลดต้นทุนและเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันของประเทศ โดยเน้นความจำเป็นในการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างพื้นฐานของประเทศเพื่อรองรับความเติบโตและความแข่งขันในภูมิภาคเออีซี
ท่านประธานที่เคารพ ผม ไชยา พรหมา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดหนองบัวลำภู พรรคเพื่อไทย ร่างพระราชบัญญัติการให้อำนาจ กระทรวงการคลังเพื่อกู้เงินการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมที่กำลังพิจารณา ในสภาแห่งนี้ ผมถือว่าเป็นร่างพระราชบัญญัติที่จะเปลี่ยนแปลงอนาคตของประเทศ และไม่ใช่เป็นการเปลี่ยนแปลงธรรมดา ผมคิดว่าเป็นความเปลี่ยนแปลงอย่างก้าวกระโดด ที่จะเกิดขึ้นในอีก ๗ ปีข้างหน้า วงเงินกู้จำนวน ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งหลายส่วนได้มีข้อห่วงใยโดยเฉพาะในประเด็นเรื่องการรักษาวินัยทางด้านการเงินการคลัง ของประเทศ ซึ่งผมคิดว่าข้อห่วงใยดังกล่าวนี้เราจะไปมองเฉพาะเรื่องหนี้สาธารณะอย่างเดียว และคำนึงว่าจะต้องรักษาสัดส่วนของหนี้สาธารณะจนไม่สามารถทำอะไรได้ ผมอยากจะ กราบเรียนท่านประธานอย่างนี้ว่าเหตุผลของการที่ให้อำนาจกระทรวงการคลังในการกู้เงิน เพื่อการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานมีจุดเป้าหมายและมียุทธศาสตร์ที่มีความชัดเจนที่จะเพิ่ม ขีดความสามารถและศักยภาพในการแข่งขันของประเทศ ลดค่าใช้จ่ายและโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ต้นทุนในระบบโลจิสติกส์ซึ่งจะต้องเกี่ยวเนื่องในระบบการขนส่งมวลชนและการคมนาคม หลายรูปแบบด้วยกัน ท่านประธานครับ ต้องยอมรับว่าต้นทุนในระบบโลจิสติกส์ที่มีอยู่ ในปัจจุบันนี้ที่เป็นสัดส่วนต่อจีดีพีเป็นสัดส่วนถึง ๑๕ เปอร์เซ็นต์ต่อจีดีพีด้วยซ้ำไป และเป้าหมาย ของการที่จะวางยุทธศาสตร์ในการที่จะทำระบบโครงสร้างพื้นฐานของประเทศในครั้งนี้ มีตัวชี้วัดที่ชัดเจนว่าเพื่อเป็นการลดต้นทุนในระบบโลจิสติกส์ จากสัดส่วนเดิมที่มีผลต่อจีดีพี ๑๕ เปอร์เซ็นต์นั้นคาดว่าจะลดลง ๒ เปอร์เซ็นต์ เราต้องยอมรับความจริงครับท่านประธาน ว่าในสัดส่วนของการคมนาคมในปัจจุบันนั้นเราได้ใช้การขนส่งทางบกซึ่งเป็นการขนส่งโดย รถยนต์ในสัดส่วน ๘๒ เปอร์เซ็นต์ ใน ๘๒ เปอร์เซ็นต์นั้นเราได้ใช้น้ำมันซึ่งเป็นเงินตราต่างประเทศ และเป็นค่าใช้จ่ายที่เราจะต้องนำเข้าจากต่างประเทศปีละไม่ต่ำกว่า ๗๐๐,๐๐๐ ล้านบาทต่อปี เราใช้การขนส่งทางลำน้ำในประเทศประมาณ ๙ เปอร์เซ็นต์ ชายฝั่งทะเลประมาณ ๖ เปอร์เซ็นต์ ระบบรางท่านประธานครับ ๒ เปอร์เซ็นต์ เหตุผลที่ผมต้องยกให้ท่านประธานได้รับทราบว่า ในสัดส่วนของการใช้เส้นทางการคมนาคมในสัดส่วนอย่างนี้ ที่รัฐบาลได้ขออำนาจ ให้กระทรวงการคลังได้กู้เงินเพื่อการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานโดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่อง ของการวางระบบ การเปลี่ยนแปลงในเรื่องของระบบรถไฟรางคู่ แล้วก็การลงทุนในรถไฟ ความเร็วสูง ซึ่งผมต้องกราบเรียนอย่างนี้ว่าเหตุผลของการที่จะทำให้ประเทศไทยนั้นเป็นประเทศ ที่มีศักยภาพและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันนั้นมีความจำเป็น ถ้าท่านประธาน ลองนึกภาพตามที่ผมได้อภิปรายนั้นท่านประธานจะเห็นว่าประเทศของเรานั้นเป็นประเทศ ที่อยู่ในภูมิศาสตร์ที่มีความเหมาะสม เราอยู่กึ่งกลางระหว่างอาเซียนใหม่กับอาเซียนเก่า ท่านประธานต้องยอมรับครับว่าในขณะนี้การแผ่อิทธิพลของประเทศจีนนั้นได้เข้ามาสู่ภูมิภาค โดยเฉพาะในประเทศเพื่อนบ้านเรานั้น ไม่ว่าจะเป็น สปป. ลาว ไม่ว่าจะเป็นประเทศพม่า วันนี้ประเทศเหล่านี้ซึ่งเราเคยพูดบอกว่าเขาเป็นประเทศที่มีการพัฒนาช้ากว่าเรา แต่ท่านประธาน ทราบไหมครับว่าวันนี้เขาปรับเปลี่ยนนโยบายของประเทศของเขา ปรับเปลี่ยนกฎหมาย เพื่อรองรับความเติบโต ปรับเปลี่ยนเพื่อที่จะเตรียมตัวเข้าสู่เออีซี และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ท่านประธานครับ ในฐานะที่ผมเป็นประธานคณะกรรมาธิการการเงิน การคลัง การธนาคาร และสถาบันการเงิน เราได้รับการร้องขอจากฝ่ายนิติบัญญัติของประเทศเพื่อนบ้านในการที่จะให้ สภาผู้แทนราษฎรของเราในฐานะคณะกรรมาธิการการเงิน การคลัง การธนาคารและสถาบันการเงิน ได้ช่วยเป็นพี่เลี้ยงในการที่จะแลกเปลี่ยนข้อมูล โดยเฉพาะอย่างยิ่งการที่จะปรับเปลี่ยน กฎหมายในประเทศเพื่อนบ้าน ไม่ว่าจะเป็น สปป. ลาว ไม่ว่าจะเป็นประเทศพม่า เขาร้องขอมา ผมได้เรียนเชิญท่านรองประธานเจริญ จรรย์โกมล นี่ละครับได้เป็นเจ้าภาพต้อนรับ ๒ ประเทศนี้ แล้วท่านก็กรุณาได้ให้เกียรติในการต้อนรับ เพื่อเขาจะปรับเปลี่ยนกฎหมายรองรับกับความเติบโต ในอนาคตในเรื่องของการพัฒนาตลาดทุน เห็นไหมครับว่าประเทศเหล่านี้วันนี้เขามี การเตรียมความพร้อม การแผ่ขยายอิทธิพลของประเทศจีนมายังประเทศเพื่อนบ้านดังกล่าวนี้ เรามองเห็นได้ชัดว่า วันนี้ที่ประเทศจีนนั้นเขาให้เมืองคุนหมิงเป็นเกตเวย์ (Gateway) ของประเทศจีนในการที่จะ เปิดประตูมาสู่ภูมิภาคอาเซียน วันนี้รัฐบาลประเทศจีนร่วมมือกับรัฐบาล สปป. ลาวในการที่จะทำ ความตกลงร่วมกันในการที่จะพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐานโดยเฉพาะรถไฟความเร็วสูง วันนี้ที่ สปป. ลาวมาจ่อที่เวียงจันทน์แล้วครับ เขามีข้อตกลง เขามีการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ ต่าง ๆ มากมาย ฝั่งตะวันตกท่านประธานดูที่ประเทศพม่าครับ ในอดีตนั้นประเทศพม่า เปรียบเสมือนสาวงามซึ่งทั่วโลกแต่ก่อนนั้นมีการแซงก์ชัน (Sanction) มีการกีดกัน มีการที่จะ ไม่คบค้าสมาคมกับประเทศพม่า แต่วันนี้เขาเปลี่ยนแปลง เขามีการแก้ไขกฎหมาย เขามี การลงทุนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งโครงการทวายโปรเจกต์ ท่านประธาน ลองคิดดูครับว่าถ้าโครงการนี้เกิดขึ้นเต็มรูปแบบแล้ว ถ้าหากว่าประเทศเราไม่มีการเตรียม ความพร้อมในโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ที่เราจะพูดกันต่อไปนี้นั้น เราจะเป็นภาระ ของอาเซียนครับ รัฐบาลเดินมาถูกทางแล้วท่านประธาน เพราะเราต้องทำประเทศของเรานั้น ให้เป็นศูนย์กลางอยู่ ๓ ด้านด้วยกัน ที่ผมได้กราบเรียนท่านประธานว่าเรามีความได้เปรียบ ในเรื่องยุทธศาสตร์ เพราะเราอยู่ในท่ามกลางของอาเซียนใหม่และอาเซียนเก่า เราจะต้อง เป็นเกตเวย์ในภูมิภาคนี้ด้วยการเปิดประตูของประเทศในการเชื่อมโยงทางด้านการค้า การลงทุน และขยายโอกาส เพิ่มขีดความสามารถของการค้าระหว่างประเทศ และสิ่งที่สำคัญอย่างหนึ่งครับ ท่านประธาน ประเทศไทยเราจะเป็นประเทศที่เปิดประตูการค้า เป็นประเทศที่รวบรวม และกระจายสินค้าไปยังภูมิภาคและประเทศเพื่อนบ้าน อันที่ ๒ เราต้องมียุทธศาสตร์ในการที่จะ เชื่อมฝั่งทะเลอันดามันและฝั่งอ่าวไทยหรือทะเลจีนตอนใต้ โครงการทวายโปรเจกต์ที่จะ เกิดขึ้นในฝั่งประเทศพม่าอย่าไปห่วงเลยครับ อย่างที่ท่านผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรว่า ในการขออำนาจกระทรวงการคลังในการกู้เงิน ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนี้ไม่ได้พูดถึงทวายโปรเจกต์ อยู่ในแผนงบประมาณเล่มนี้ที่แจกมาให้นี่ เพราะการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่เรากำลังพูดกัน อยู่นี้ไม่เฉพาะรถไฟความเร็วสูง เราพูดถึงรถไฟรางคู่หรือรถไฟเดิม แต่ว่าทำรางคู่เพื่อให้เกิด ประสิทธิภาพ ประสิทธิผลในการขนถ่ายสินค้า และขนถ่ายประชาชน โครงการบางใหญ่-พุน้ำ ร้อนที่เป็นมอเตอร์เวย์ที่จะไปรองรับกับทวายโปรเจกต์ที่จังหวัดกาญจนบุรี ระยะทาง ๙๖ กิโลเมตรครับ ใช้เวลาเดินทางประมาณไม่ถึง ๑ ชั่วโมง ถ้าท่านประธานมีโอกาสได้ไปพัทยา มอเตอร์เวย์มันวิ่ง ๙๖ กิโลเมตรแป๊บเดียวครับท่านประธาน ดังนั้นการเชื่อมต่อในโครงการ ทวายโปรเจกต์ที่ประเทศไทยจะเป็นศูนย์กลางที่ผมได้กราบเรียนแล้วว่าเราจะต้องเป็นศูนย์กลาง ในการเชื่อมฝั่งทะเลอันดามันและฝั่งทะเลจีนตอนใต้ นั่นก็คือจากทวายโปรเจกต์มาที่ ท่าเรือแหลมฉบัง สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้คือการเพิ่มศักยภาพและขีดความสามารถในการแข่งขัน ของประเทศ ดังนั้นการลงทุนโครงสร้างขั้นพื้นฐานที่รัฐบาลได้ขออำนาจให้กระทรวงการคลัง ในการที่จะกู้เงินครั้งนี้ ความจริงแล้วผมไม่อยากจะใช้คำว่า ขอกู้เงิน เพราะรูปแบบที่รัฐบาล จะทำนั้นไม่เฉพาะในการขอวงเงินในการที่จะตีกรอบ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ไม่ได้กู้ทั้งหมดครับ มันยังมีรูปแบบวิธีการที่จะต้องตัดสินใจในการที่จะใช้ เช่นถ้าท่านประธานจำได้ว่าในสมัย รัชกาลที่ ๕ นั่นคือการเปลี่ยนแปลงประเทศแบบก้าวกระโดด เรามีรถไฟเกิดขึ้นในสมัย รัชกาลที่ ๕ มาถึงวันนี้ ๑๑๖ ปีครับท่านประธาน เรายังไม่เห็นโครงการในการพัฒนาซึ่งเป็น โครงการวางโครงสร้างพื้นฐานของประเทศที่มีโครงการขนาดใหญ่อีกเลยครับท่านประธาน นี่เป็นครั้งแรกในอีก ๗ ปีที่รัฐบาลจะทำ มันเป็นการเปลี่ยนแปลงประเทศ และเปลี่ยนจุดเปลี่ยนแปลงของประเทศแบบก้าวกระโดด เราไม่ใช่ทำตามประเทศมหาอำนาจ ที่บอกว่าเห็นเขามีรถไฟความเร็วสูงแล้วเราอยากมีเหมือนเขาโดยที่ไม่มองศักยภาพตัวเอง ไม่ใช่ครับ แต่มันเป็นโอกาสของประเทศในการที่จะทำให้เราเป็นภูมิภาค เราเป็นประเทศ ที่จะเชื่อมต่อไปยังภูมิภาค และสร้างศักยภาพของประเทศนั้นไปสู่ประเทศแห่งการแข่งขัน ทางด้านธุรกิจการค้า ท่านประธานที่เคารพครับ การขนส่งโดยเฉพาะระบบราง ซึ่งจะเกิดขึ้น ในอนาคตภายใต้กรอบที่รัฐบาลขออำนาจให้กระทรวงการคลังทำนี้ ผมอยากจะกราบเรียน ไปยังรัฐบาลด้วยซ้ำไปว่าเราอาจจะต้องมีการปรับเปลี่ยนแนวคิดว่าการที่จะมอบหมายให้กับ การรถไฟแห่งประเทศไทยรับผิดชอบเหมือนเดิมนั้นยังมีความเหมาะสมหรือเปล่า แน่นอนครับ รถไฟรางคู่วันนี้เรามีทรัพย์สินที่ของการรถไฟแห่งประเทศไทยได้ดำเนินการอยู่ ท่านประธาน ทราบไหมครับว่าตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ ๕ จนถึงปัจจุบันนี้ท่านได้สร้างรถไฟให้กับพี่น้องประชาชน คนไทยความยาวรวมกัน ๔,๐๐๐ กิโลเมตรทั่วประเทศ ใน ๔,๐๐๐ กิโลเมตรซ้ายขวาข้างละ ๔๐ เมตรก็เป็น ๘๐ เมตรครับท่านประธาน นั่นคือทรัพย์สมบัติของการรถไฟแห่งประเทศไทย ผมถึงบอกว่าวงเงินที่ขอจากสภาแห่งนี้ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทอาจจะไม่ได้ใช้ทุกบาททุกสตางค์ถึง ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เพราะมีรูปแบบในการลงทุนมากมาย เช่นทรัพย์สินของการรถไฟ แห่งประเทศไทยเราสามารถที่จะมาเปลี่ยนแปลงเป็นทุนได้ นั่นก็คือในสมัยที่ท่านทักษิณ เป็นนายกรัฐมนตรีมีนโยบายในเรื่องการแปลงสินทรัพย์เป็นทุน วันนี้การรถไฟแห่งประเทศไทย เอาทรัพย์สินของการรถไฟแห่งประเทศไทยที่มีอยู่เป็นทุนร่วมกับประเทศที่จะมาลงทุน ในประเทศไทยก็ได้ นี่คือรูปแบบหนึ่งของการลงทุน หรือถ้าจะพูดถึงเรื่องของการกู้เงิน มันยังมีรูปแบบอีกมากมายว่าเราจะกู้ในประเทศหรือต่างประเทศ แน่นอนครับว่าการสร้าง ในการกู้เงินครั้งนี้ดูเหมือนว่าจะมีความห่วงใยต่อหนี้สาธารณะที่เป็นสัดส่วนต่อจีดีพีนั้น ค่อนข้างที่หลายท่านมีความกังวล ผมอยากจะกราบเรียนว่าอย่าไปกลัวเรื่องหนี้ครับ ถ้าหนี้กู้มา แล้วไม่ให้เกิดประโยชน์และไม่มีตัวชี้วัดทางเศรษฐกิจนั้นมันเป็นภาระของประเทศ แต่ถ้าเกิดว่า เรากู้หนี้มาเป็นหนี้สาธารณะก็จริงแต่หนี้นั้นมันมีตัวชี้วัดที่ทำให้เห็นว่ามันเกิดการขับเคลื่อน ของเศรษฐกิจ มันมีผลต่อจีดีพีของประเทศ มันมีฝั่งซ้ายกับฝั่งขวาครับท่านประธาน วันนี้สัดส่วนของหนี้สาธารณะต่อจีดีพีนั้นอยู่ที่ ๔๔.๘๗ อยู่ในกรอบความยั่งยืนทางการคลัง เติมเงินเข้าไปในสัดส่วน ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท นี่ไม่ใช่ว่าวันนี้รัฐบาลขอเงิน ขออำนาจ ให้กระทรวงการคลังดำเนินการไม่ใช่ว่าพรุ่งนี้รัฐบาลจะไปกู้เงิน ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนะครับ ท่านประธาน ไม่ใช่นะครับ ใน ๗ ปีนี้เราแบ่งสัดส่วนของการที่จะทำโครงสร้างพื้นฐาน ตามความจำเป็น ความเหมาะสม และโครงการที่มีการประมาณการ มีการดูแลผ่านการวิเคราะห์ โครงการให้เรียบร้อย ใน ๗ ปีนี้เราแบ่งงบประมาณออกเป็นปีละ ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ใน ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนี้เราใส่เข้าไปในปีงบประมาณ ๒๕๕๗ สัดส่วนหนี้สาธารณะต่อจีดีพี มันโตขึ้นนิดเดียวครับท่านประธาน แต่มันก็ยังอยู่ในกรอบวินัยความยั่งยืนทางการคลังไม่เกินนี้ กว่าจะถึง ๗ ปีท่านประธานครับ เมื่อหนี้โตในขณะเดียวกันมันทำให้เกิดการขับเคลื่อน ทางเศรษฐกิจ มันเกิดโครงการขนาดใหญ่เกิดขึ้น ธุรกิจการก่อสร้างก็จะจ้างแรงงาน แรงงาน ก็มีเงินเดือน มีค่าจ้าง คนงานก็ต้องจับจ่ายซื้อของ เงินมันหมุนในระบบไม่รู้กี่รอบครับ อย่าไปมองว่าเมื่อหนี้มันโตแล้วมันจะเป็นภาระ แต่ต้องดูว่าหนี้ที่เราสร้างขึ้นนั้นมันมีผล ต่อการพัฒนาเศรษฐกิจอย่างไร เพราะฉะนั้นเราใส่เงินเข้าไปในระบบปีละ ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาท โครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ปีละ ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาท วันนี้ไม่ว่าเราจะพัฒนาเรื่องระบบ รถไฟรางคู่ เราไม่ใช่เฉพาะขนคนท่านประธานครับ มันขนสินค้า เพราะการแข่งขันทุกวันนี้ มันสู้กันด้วยความเร็ว ๑. ความเร็ว ๒. ความเที่ยงตรง เพราะการขนส่งโดยรถไฟนั้นเวลามันแน่นอนครับท่านประธาน ท่านประธานอยู่จังหวัดชัยภูมิ ผมอยู่จังหวัดหนองบัวลำภู ผมกลับบ้านผมนี่ถ้าหากว่ามีรถไฟความเร็วสูงกรุงเทพฯ-หนองคาย ผมลงที่จังหวัดอุดรธานี ระยะเวลาเดินทางถ้าผมไปเครื่องบิน ๕๐ นาที ท่านประธานครับ แต่เราอย่าลืมว่าเราบวกลบหัวท้ายในการที่จะต้องไปสนามบิน ลงสนามบินแล้วต้องเดินทาง กลับบ้านอีก บวกลบแล้ว ๓ ชั่วโมงครับ ถ้าวันนี้เรามีรถไฟความเร็วสูง ท่านประธานกลับบ้าน หรือผมกลับบ้านนี่ระยะเวลาอาจจะน้อยกว่าการเดินทางโดยเครื่องบินด้วยซ้ำไป จริงอยู่ครับ มันบิน ๕๐ นาทีแต่เราต้องไปรอที่สนามบิน ต้องไปเช็กอิน ลงเครื่องบินแล้วเราจะต้องเดินทาง อีกชั่วโมงหนึ่ง ๓ ชั่วโมงครับ วันนี้ถ้ามีรถไฟความเร็วสูงแล้วมันทำให้เกิดอะไร ท่านประธานครับ ไม่เฉพาะในเรื่องของการประหยัดเวลา มันประหยัดต้นทุนการเดินทาง มันประหยัดในเรื่อง ของการลดการใช้น้ำมัน และสิ่งที่สำคัญที่สุดนั่นก็คือมันสร้างพื้นที่เศรษฐกิจใหม่ครับ ตรงไหนที่เป็นสถานีมันก็จะมีเน็ตเวิร์ก (Network) ทั้งระบบถนน ทั้งระบบรถไฟรางคู่ ทั้งระบบการเชื่อมโยงเครือข่าย ที่วันนี้ในกรอบการขออำนาจให้กระทรวงการคลังดำเนินการ นี่มันอยู่ในนี้ครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นสิ่งที่รัฐบาลได้ขอเงิน ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ในครั้งนี้ ต้องกราบเรียนท่านประธานไปยังพี่น้องที่กำลังชมการถ่ายทอดอยู่ว่ารัฐบาลไม่ได้กู้เงิน ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทพรุ่งนี้ครับ แล้วก็ไม่จำเป็นว่าจะต้องกู้ทั้งหมดถึง ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท มันมีรูปแบบวิธีการในการที่จะต้องระดมทุนในการมาหางบประมาณในการดำเนินการเรื่องนี้ อีกหลายรูปแบบ เช่นในปีแรก ๑-๓ ปีแน่นอนครับท่านประธานว่าการวางโครงสร้างพื้นฐานนั้น มันต้องใช้งบประมาณอาจจะต้องกู้เงินบ้าง แล้วมาว่ากันอีกว่าจะกู้ในประเทศหรือต่างประเทศ การวางโครงสร้างพื้นฐานใน ๓ ปีแรกรัฐบาลต้องลงทุนครับ และหลังจากนั้นมันไปอยู่ ในขั้นตอนของการที่จะเตรียมการดำเนินการ เขาเรียกว่าเตรียมดำเนินการรางเรียบร้อยแล้ว ระบบรถไฟประเทศเราทำไม่ได้หรอกครับ แต่เรามีประเทศต่าง ๆ ที่ให้ความสนใจในระบบ การเดินรถหลายประเทศ เราจะใช้เทคโนโลยีของประเทศจีน เราจะใช้เทคโนโลยีของประเทศเยอรมัน เราจะใช้เทคโนโลยีของประเทศญี่ปุ่นหรือของประเทศฝรั่งเศส มันมีรูปแบบในการร่วมทุน มีกฎหมายว่าด้วยการร่วมทุนระหว่างรัฐกับเอกชนหรือที่เขาเรียกว่าพีพีพี รัฐบาลไม่ต้อง เป็นภาระทางด้านทางการคลัง นี่คือรูปแบบที่ไม่ว่าเขาหรือเรา เขาก็ทำกันในรูปแบบนี้ละครับ ท่านประธาน
ดังนั้นผมถึงบอกว่ากรอบในการอนุมัติวงเงินก็คือมาขออำนาจจากประชาชนว่า รัฐบาลขออำนาจว่าในอีก ๗ ปีข้างหน้าโครงสร้างพื้นฐานในการพัฒนาระบบขนส่งของประเทศ จะต้องมีความเปลี่ยนแปลงเพื่อรองรับความเติบโตและเพิ่มขีดศักยภาพในการแข่งขัน ของประเทศเพื่อรองรับเออีซีในอีก ๒ ปีข้างหน้า ผมเรียนตั้งแต่ตอนต้นแล้วว่าถ้าเราไม่ทำวันนี้ เราจะเป็นภาระของอาเซียน เพราะวันนี้ประเทศรอบบ้านเราท่านประธานครับเขาเริ่มต้นแล้ว วันนี้ที่ประเทศพม่านั้นเงินลงทุนจากประเทศทั่วโลกครับ ไม่ว่าจะเป็นประเทศสิงคโปร์ ไม่ว่าจะเป็นประเทศเกาหลี ไม่ว่าจะเป็นประเทศญี่ปุ่น ไม่ว่าจะเป็นประเทศจีน ถ้าวันนี้ โครงการทวายโปรเจกต์เกิดขึ้น แล้วเราไม่เตรียมความพร้อมในเรื่องของการวางระบบเครือข่าย ในการเชื่อมโยงการคมนาคมเราจะเสียโอกาสในการแข่งขัน ท่านประธานรู้ไหมครับว่า วันนี้ตามตะเข็บชายแดนทั้งหมดมูลค่าของการค้าขายตามชายแดนนั้นในปีหนึ่งเป็นตัวเลข ที่น่าสนใจ มันไม่เฉพาะเรื่องด่านชายแดนครับท่านประธาน เมื่อมันเป็นเออีซีแล้วเราก็จะเป็น ประตูในการเปิดรับทั้งนักท่องเที่ยว ทั้งสินค้า ทั้งบริการอะไรต่าง ๆ มากมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การแผ่อิทธิพลของประเทศจีนมายังภูมิภาคนี้เป็นสิ่งที่เราจะต้องเตรียมตัว ผมถึงบอก ท่านประธานว่าวันนี้เราต้องเปลี่ยนแปลงประเทศครับ ผมคิดว่าข้อห่วงใยของเพื่อนสมาชิก ทั้งซีกฝ่ายค้านและเพื่อนสมาชิกทั้งซีกรัฐบาล เราห่วงในเรื่องของความพร้อม ความโปร่งใส แต่ในตัวร่าง พ.ร.บ. ที่เรากำลังพิจารณากันอยู่ในขณะนี้เราก็ไม่ละเลยในการที่จะให้ความสำคัญ กับเรื่องนี้ครับ เพราะในตัวร่าง พ.ร.บ. นี้ได้ให้อำนาจของสภาแห่งนี้ในการตรวจสอบ ที่บอกว่าไม่สามารถตรวจสอบได้นี่ไม่จริงครับ ในร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ได้ให้อำนาจสภาผู้แทนราษฎร และวุฒิสภา ให้รัฐบาลดำเนินการว่าหลังจากสิ้นปีงบประมาณแล้วภายใน ๑๒๐ วันรัฐบาล จะต้องสรุปผลงานการดำเนินการและพันธะต่าง ๆ ที่ได้ทำมาตลอดปีในปีงบประมาณนี้ รายงานต่อสภาผู้แทนราษฎรและต่อวุฒิสภา มันไม่มีอำนาจไหนหรอกที่จะผ่านหูผ่านตา จากการตรวจสอบจากประชาชน ผมเชื่อว่าวันนี้รัฐบาลนี้ได้มีความตั้งใจในการที่จะทำให้ ประเทศเรามีการเปลี่ยนแปลง และเราก็ไม่ได้ละเลย เพราะผมดูในร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ ผมได้ อ่านแล้วครับท่านประธาน ผมเห็นว่าในเนื้อหาสาระตลอดจนบัญชีแนบท้ายมันควรที่จะ เกิดขึ้นตั้งนานแล้ว เพราะประเทศนี้ขาดการดูแล ขาดการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน ขนาดใหญ่อย่างนี้ ย้อนหลังไป ๗ ปีไม่มีสิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นครับท่านประธาน นี่คือความสูญเสีย โอกาสในการเติบโตและการแข่งขันของประเทศ ดังนั้นผมในฐานะที่เป็นสมาชิกของสภาแห่งนี้ เช่นกันผมอยากเห็นความเปลี่ยนแปลงครับ และความเปลี่ยนแปลงนี้ผมอยากเห็นประเทศเรา เป็นประเทศที่เป็นหนึ่งในภูมิภาคนี้ อย่าได้ห่วงเลยครับท่านประธาน ผมใช้เวลาอีกนิดเดียวครับ โดยเฉพาะซีกทางฝ่ายค้านบอกว่าเราจะสร้างหนี้ โดยเฉพาะหนี้สาธารณะที่จะต้องโตขึ้น ผมเอาตัวเลขมาให้ท่านประธานเปรียบเทียบดูว่าหนี้สาธารณะของประเทศเราอยู่ในสัดส่วน ที่เท่าไรของโลก อยู่ในลำดับที่ ๗๑ ครับ ยังมีอีก ๗๐ ประเทศที่มีหนี้สาธารณะต่อจีดีพี มากกว่าประเทศไทย เราใกล้เข้ามาครับ มาดูในภูมิภาคอาเซียน ประเทศสิงคโปร์หนี้สาธารณะ ต่อจีดีพี ๑๑๘.๒ เปอร์เซ็นต์ ประเทศสิงคโปร์ผมไม่ทราบว่าเปรียบเทียบกับจังหวัดภูเก็ต อันไหนเล็กใหญ่กว่ากัน อย่างน้อยเล็กกว่ากรุงเทพมหานคร ทำไมเขาถึงสร้างหนี้โดยที่ไม่ได้ รักษาวินัยทางการคลังเลย สัดส่วนหนี้สาธารณะต่อจีดีพีที่เป็นมาตรฐานไม่ควรจะเกิน ๖๐ เปอร์เซ็นต์นี่เป็นมาตรฐานท่านประธานครับ แต่ที่เขากล้าตัดสินใจเพราะเขาเห็นว่ารัฐบาล ลงทุนก่อหนี้แล้ว หนี้ที่เขาขอกู้มามันไปพัฒนาเศรษฐกิจ เพราะประเทศสิงคโปร์เปรียบเทียบ กับประเทศเราด้านทรัพยากร ด้านภูมิประเทศมันสู้เราไม่ได้ครับ เรามีความพร้อม เรามีโอกาส เรามี ความได้เปรียบ แต่ทำไมวันนี้เศรษฐกิจประเทศสิงคโปร์ถึงโต ความเป็นอยู่ของประชาชนของเขา มีคุณภาพชีวิต รัฐบาลเขาดูแล รายได้ต่อหัวต่อปีของเขาเปรียบเทียบกับประเทศไทย ราวฟ้ากับดินครับ เพราะการตัดสินใจในการที่เขากล้าที่จะลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน ในการพัฒนาประเทศและเป็นผู้นำในภูมิภาคนี้ ประเทศสิงคโปร์ ๑๑๘ เปอร์เซ็นต์ครับ ประเทศมาเลเซีย ๕๑.๘ เปอร์เซ็นต์ มากกว่าเรานิดหน่อย ต่ำสุดก็คือประเทศอินโดนีเซียครับ คือ ๒๔.๑๐ เปอร์เซ็นต์ เรามาดูประเทศมหาอำนาจสิครับท่านประธาน ประเทศญี่ปุ่น ๒๐๕.๕ เปอร์เซ็นต์ หนี้สาธารณะต่อจีดีพีครับ แต่อย่าลืมว่าประเทศญี่ปุ่นนั้นเขากู้เงินในประเทศ ประเทศสหรัฐอเมริกา ๖๗.๘ เห็นไหมครับ ประเทศเหล่านี้เขามองว่าหนี้สาธารณะที่โต มันเป็นภาระก็จริงแต่ว่ามันมีตัวชี้วัดที่ชัดเจนว่าเงินที่ได้ลงไปในระบบนั้นมันหมุนหลายรอบ อย่างที่ผมอธิบายกับท่านประธานว่าโครงสร้างพื้นฐาน ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ใน ๓ ปีแรก ที่รัฐบาลจะลงทุนระบบราง ระบบขนส่ง ระบบถนน มอเตอร์เวย์ ที่อยู่ในเล่มนี้มันเกิดการสร้างงาน ธุรกิจที่โตขึ้นเขาจ้างแรงงานครับ จ้างวิศวกร จ้างคนขับรถ จ้างพนักงานบัญชี จ้างอะไรต่าง ๆ แล้วคนเหล่านี้มีเงินเดือนก็ไปจับจ่ายใช้สอย รัฐบาลเก็บภาษีแวต (VAT) ครับ เห็นไหมครับ ที่เมื่อสักครู่นี้ทางฝ่ายค้านบอกว่ารัฐบาลทำในเรื่องโครงการรถคันแรก ดูเหมือนว่าวันนี้เราสูญเสีย รายได้จากภาษีสรรพสามิต แต่ไม่ได้มองในสิ่งตรงกันข้ามว่าภาษีมูลค่าเพิ่มจากโครงการนี้ ในการจับจ่ายใช้สอยที่เงินมันหมุนในระบบไม่รู้กี่รอบ มันเป็นตัวเลขที่สูงขึ้นเมื่อเทียบสัดส่วน กับรายได้ของภาษีสรรพสามิต มันจะมองในแง่เดียวไม่ได้ครับท่านประธาน มันมีอยู่ ๒ ด้าน เพราะฉะนั้นผมถึงกราบเรียน ท่านประธานว่าสิ่งที่รัฐบาลตัดสินใจในการที่จะใช้เงิน ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เป็นสิ่งที่ เดินมาถูกทางแล้ว และเป็นสิ่งที่รัฐบาลจะต้องกล้าหาญและอธิบายกับประชาชนโดยเฉพาะ ในเรื่องของความโปร่งใส ผมได้กราบเรียนแล้วนะครับว่าความโปร่งใสและการตรวจสอบนี้ เขาให้รัฐบาลรายงานสภา สภาผู้แทนราษฎรที่เรานั่งอยู่นี้ก็มาจากประชาชนทั้งนั้นละครับ ท่านประธานครับ ผ่านสภาผู้แทนราษฎรไม่พอก็ต้องไปผ่านวุฒิสภาอีก ตรวจสอบ ๒ ขั้นตอน นี่คือสิ่งที่กฎหมายได้เขียนไว้ในนี้ ผมคิดว่าด้วยความเหมาะสมในการตรวจสอบและในการ ดำเนินงานนั้นมีความเหมาะสมในการที่จะอนุมัติให้กระทรวงการคลังได้ดำเนินการในสิ่งที่ เป็นประโยชน์สำหรับประเทศชาตินี้แล้ว ดังนั้นผมถึงขอสนับสนุนในการร่างพระราชบัญญัติ ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อการสร้างการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในระบบ การคมนาคมขนส่งของประเทศต่อไปครับ ขอบคุณครับท่านประธาน