ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ หารือเรื่องการพื้นฐานที่รัฐควรเป็นผู้ลงทุนเอง ไม่ให้เอกชนมาทำโครงการที่ผลตอบแทนส่วนใหญ่เป็นทางเศรษฐกิจ นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการเจรจาเอ็มโอยูระหว่างไทยกับประเทศหนึ่ง โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการทำความเข้าใจและดูให้รอบคอบ และการเชื่อมโยงรถไฟความเร็วสูงระหว่างไทยและประเทศเพื่อนบ้าน โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการเชื่อมโยงรถไฟความเร็วสูงระหว่างจังหวัดหนองคายและปาดังเบซาร์ และการเชื่อมต่อไปถึงนครเวียงจันทน์
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติครับ กระผมขอชี้แจงสั้น ๆ ๓ ประเด็น
ประเด็นแรก เรื่องกระบวนการพีพีพีหรือว่าให้เอกชนมาร่วมลงทุน ในโครงการโครงสร้างพื้นฐาน คงต้องกราบเรียนหลักการเบื้องต้นก่อนว่าตัวโครงสร้างพื้นฐาน ที่ลงทุนผลตอบแทนที่สำคัญเป็นผลตอบแทนทางเศรษฐกิจ เช่น ลดต้นทุนการขนส่ง เพิ่มคุณภาพชีวิต ผลตอบแทนทางตัวเงินอาจจะมาในบางโครงการแต่ไม่มาก ฉะนั้น ตามหลักแล้วโครงการที่เป็นโครงสร้างพื้นฐานรัฐควรเป็นผู้ลงทุนเอง เพราะเราไม่สามารถ เอาผลตอบแทนทางการเงินไปจ่ายคืนให้เอกชนเมื่อร่วมลงทุน และไปคิดค่าใช้จ่ายแพง ๆ กับผู้ใช้ทางได้ อันนี้อาจจะเป็นแนวคิดที่ว่าส่วนใหญ่ของโครงการโครงสร้างพื้นฐานรัฐจะต้อง เป็นผู้สนับสนุน แต่โอเคอาจจะมีบางส่วนย่อย ๆ เช่นการเดินรถไฟฟ้าเราอาจจะลงทุน ตัวโครงสร้างพื้นฐานเหมือนที่เราทำในรถไฟฟ้าสายสีม่วงแล้วก็เอกชนอาจจะมาทำเฉพาะ ส่วนบนบางส่วน แล้วก็มีรายได้เพียงพอที่จะชดเชยการลงทุนของภาคเอกชน อันนี้คงต้องดู เป็นโครงการ ๆ ไป แต่ต้องกราบเรียนว่าในภาพรวมแล้วโครงสร้างพื้นฐานรัฐควรเป็น ผู้รับผิดชอบ ถ้าอันไหนในโครงการนี้มีเอกชนมาทำพีพีพีได้ก็ตัดไม่ต้องกู้ในส่วนนั้น แต่ว่า ก็ต้องดูในระยะต่อไปครับ
ประเด็นที่ ๒ เรื่องเอ็มโอยู (MOU) กับประเทศหนึ่ง ผมขออนุญาตไม่เอ่ยชื่อ ประเทศนะครับ เรียกว่าประเทศเอ (A) แล้วกัน ประเทศเอที่จะมาผลิตมาร่วมลงทุนรถไฟฟ้า ความเร็วสูง อันนี้ผมก็ได้อ่านบันทึกการประชุมหมดคือเข้ามาแล้วอ่านรายละเอียดหมดครับว่า ที่ผ่านมามีการเจรจาตกลงกันอย่างไร แล้วก็เอ็มโอยูร่างกันไว้อย่างไร ก็ต้องกราบเรียนว่า รู้สึกคงไม่ได้ลงนามกันง่าย ๆ เอ็มโอยูฉบับนี้ เพราะว่าในรายละเอียดที่บันทึกการประชุม มันมีข้อขัดแย้งระหว่าง ๒ ฝ่ายค่อนข้างมาก เช่น ประเทศเอที่จะมาเอ็มโอยูเขาต้องการ ให้ใช้เทคโนโลยีเขา ใช้ผู้รับเหมาของเขาในการก่อสร้าง ให้สัญญาสัมปทาน ๕๐ ปี ให้สิทธิ ในการใช้ที่ดิน เงื่อนไขทั้งหมดนี้ผมคิดว่าคงหาผู้ร่วมทุนลำบาก และผมก็เชื่อว่าในโครงการ พวกนี้มันไม่มีของฟรีครับ คนที่เขาจะมาร่วมลงทุนกับเราเขาก็ต้องหวังกำไรกลับไป เพราะฉะนั้นผมว่าในการร่วมทุนไม่ว่ากับประเทศไหนก็ตามคงต้องดูให้รอบคอบครับ เพราะว่าถ้าเราลงทุนแล้วเราเสียเปรียบก็อาจจะไม่เป็นประโยชน์กับประชาชนโดยส่วนรวม อันนี้ก็คงแล้วแต่ แต่ว่าเราก็ดูรายละเอียดที่มีการเจรจา ก็มีเอกสารที่ปรากฏอยู่ชัดเจน ก็ยังไม่ได้ลงนามกันครับ ยังไม่ได้เป็นข้อยุติ
ประเด็นที่ ๓ เรื่องการเชื่อมโยงกับประเทศเพื่อนบ้าน ต้องกราบเรียนครับว่า รถไฟความเร็วสูงเราก็คงเชื่อมโยงจังหวัดหนองคายแน่นอนครับ แต่เมื่อในเวลาที่เหมาะสม เราก็คงเชื่อมไปที่ปาดังเบซาร์แน่นอนครับ แต่ว่าถามว่าทำไม เพราะว่าทาง สปป. ลาวเอง รถไฟความเร็วสูงอีกไกลครับ เพราะว่าระยะทางใน สปป. ลาว ๔๑๘ กิโลเมตร ตอนนี้ ยังไม่ได้มีข้อยุติเลยว่าจะดำเนินการรูปแบบไหน ทางประเทศมาเลเซียเองก็ตามมีการคุย ระหว่างกรุงกัวลาลัมเปอร์กับประเทศสิงคโปร์ แต่กรุงกัวลาลัมเปอร์มาที่ปาดังเบซาร์ยังไม่มี การพูดถึงเลยครับ เพราะฉะนั้นการเชื่อมโยงในเบื้องต้นเราเชื่อมโยงในสิ่งที่มีก่อน ปาดังเบซาร์ มีรถไฟทางคู่มาแล้ว ๑ เมตร เราเชื่อมครับปาดังเบซาร์ ที่ สปป. ลาว ที่บ้านท่านาแล้งมีรถไฟ ขนาด ๑ เมตร และทาง สปป. ลาวต้องการให้เชื่อมต่อไปถึงนครเวียงจันทน์เราเชื่อมครับ รถไฟความเร็วสูงของเราเชื่อมครับ แต่เชื่อมเมื่อทุกคนพร้อมครับ เพราะว่าการเชื่อมมาทั้ง ๒ ฝั่ง ส่วนการไปที่จังหวัดเชียงใหม่ก็ปรากฏชัดเจนอยู่ในนโยบายของรัฐบาลที่เราแถลงไว้ชัดเจน ต่อรัฐสภา แล้วจากการคำนวณตัวเลขผู้โดยสารของทางจังหวัดเชียงใหม่ในระยะต้น สูงกว่าทางจังหวัดหนองคายอยู่ประมาณ ๑๐,๐๐๐ คนต่อวัน ก็เป็นตัวเลขที่มีการศึกษามานะครับ แต่อย่างที่เรียนว่าการจัดลำดับความสำคัญก็เป็นข้อมูลทางเทคนิคที่มีการศึกษา แล้วก็มี การดูประเด็นทางวิศวกรรม ทางการประมาณการผู้โดยสาร แต่ก็ต้องยืนยันว่าจังหวัดหนองคาย เราเชื่อมแน่นอนครับ ปาดังเบซาร์เราก็เชื่อมแน่นอนครับ แล้วก็จะเชื่อมต่อไป แต่ถ้าจะถามว่า เออีซี ที่จะเชื่อมรถไฟความเร็วสูงมา สปป. ลาวยังไม่พร้อมครับ แล้วก็ประเทศมาเลเซียก็ยังไม่พร้อม ส่วนท่าเรือทวายนั้นเราคุยตลอดเรื่องการเชื่อมทางรถไฟกับทางเมียนมาร์ ถ้าทางรถไฟ อยู่ในการพัฒนาท่าเรือน้ำลึกทวายในระยะที่ ๒ ก็มีการคุยว่าเราจะพัฒนาเมื่อไร ก็คงทำ ในระยะเวลาที่เหมาะสมครับ