สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๖ · ๒๙ มีนาคม ๒๕๕๖

เกียรติศักดิ์ ส่องแสง หารือเรื่องการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญในการพัฒนาทุกด้าน รวมถึงการคมนาคมขนส่งเพื่อส่งเสริมความเป็นอยู่ที่ดีของประชาชน และเสนอแผนการกู้เงิน 2,000,000,000 บาทเพื่อการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของประเทศไทย นอกจากนี้ยังวิพากษ์วิจารณ์การบริหารจัดการด้านการเงินของรัฐบาล

นายเกียรติศักดิ์ ส่องแสง ปทุมธานี

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายเกียรติศักดิ์ ส่องแสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดปทุมธานี พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานสภาที่เคารพครับ ไม่มีใครที่จะปฏิเสธหรือว่าไม่มีใครที่ไม่เห็นด้วยกับการพัฒนา เพราะการพัฒนาประเทศนั้นเป็นสิ่งสำคัญที่จะต้องพัฒนาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่มีผลโดยตรงต่อการดำรงชีวิตและความเป็นอยู่ของประชาชน ให้ประชาชนมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นหรือว่าคนส่วนใหญ่มีชีวิตดำรงอยู่ได้ที่ดีขึ้นนั่นเอง โครงสร้างพื้นฐานของคนไทย สังคมไทย และประเทศไทยนั้นมีหลายด้าน อย่างเช่น ด้านการศึกษา ด้านสาธารณสุข ด้านการเกษตร ด้านความมั่นคง ด้านความปลอดภัย ด้านเทคโนโลยี ด้านสิ่งแวดล้อม เป็นต้น ส่วนโครงสร้างพื้นฐาน ด้านคมนาคมขนส่ง ก็เป็นเพียงองค์ประกอบหนึ่งของโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ ดังนั้นโครงสร้างพื้นฐาน ทุก ๆ ด้านจะต้องได้รับการพัฒนาควบคู่ไปพร้อม ๆ กันจะละเลยเรื่องใดเรื่องหนึ่งไปไม่ได้เลย

(เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)

ภาพที่ท่านเห็นนะครับก็เป็นอีกภาพหนึ่ง ซึ่งร่างพระราชบัญญัติให้กู้เงิน ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนั้นท่านได้นำมาลงทุนในระบบราง ขนาดใหญ่ สิ่งที่ท่านเห็นนี้นะครับเป็นเส้นทางของโตเกียว-ฮิโรชิมา ยังมีตู้ว่างอยู่ ไม่มีผู้โดยสาร อันนั้นเป็นที่เมืองโตโยฮาชิ เพราะว่ารถไฟความเร็วสูงนั้นเขามีไว้ให้ใช้ เฉพาะคนรวย แต่จริง ๆ แล้วเขาไม่ได้ห้ามคนจนหรอกครับ แต่ว่าคนจนนั้นไม่มีปัญญาไปนั่ง ประเทศญี่ปุ่นไม่มีคนจนนะครับ แต่ว่าไม่มีคนขึ้นไปนั่งก็เนื่องจากว่าราคามันแพงนั่นเอง ผมเองนั้นได้มีโอกาสไปก็ต้องลองนั่งดูบ้างนะครับถึงแม้ว่าจะเป็นคนจน ขอคลิปที่ ๒ ครับ รถไฟฟ้าชานเมืองที่ท่านเห็นนะครับเป็นสายหมอชิต-สะพานใหม่-คูคต เส้นทางดีถูกต้องแล้ว น่าจะทำมาตั้งนาน แต่ปลายทางไปถึงตำบลคูคต ซึ่งเป็นชุมชนหนาแน่น ถ้าไปทางขวา ทางทิศเหนือจะเป็นตำบลลำสามแก้ว ตำบลลาดสวาย แล้วก็ตำบลบึงคำพร้อย ท่านต่อออกไป อีกสักนิดได้ไหมครับ งบประมาณที่ท่านตั้งเอาไว้ ๕๘,๕๙๐ ล้านบาท ถ้าท่านต่อไปอีก ประมาณสัก ๓ สถานีก็คือตำบลลำสามแก้ว ตำบลลาดสวาย และตำบลบึงคำพร้อย ไปมีสถานีปลายทางอยู่ที่ตำบลบึงคำพร้อย ซึ่งเป็นวงแหวนตะวันออกจะใช้งบประมาณ ในการก่อสร้างเท่าเดิมก็คือ ๕๘,๕๙๐ ล้านบาท เนื่องจากถ้าหากว่าท่านขยายเส้นทางไปแล้ว ปลายทางนั้นก็จะเป็นศูนย์ในการซ่อมแล้วก็เป็นอาคารจอดแล้วจร การซื้อที่ดินเพื่อใช้ทำ อาคารจอดแล้วจร แล้วก็สถานีปลายทางนั้นที่ดินจะถูกลงกว่าครึ่ง งบซื้อที่ดินท่านตั้งเอาไว้ จำนวนทั้งสิ้น ๗,๖๐๐ ล้านบาท ไปซื้อที่ดินตรงนั้นจะเหลือที่ดินถูกลงแล้วจะมีการขยาย เส้นทางออกไปได้อีกถึง ๓ สถานีด้วยกัน แล้วท่านครับตำบลคูคตตรงนั้นการจราจรแออัดมาก คนที่อยู่ในตำบลคูคต ตำบลลำสามแก้ว ตำบลลาดสวาย ใครจะดินทางขับรถมานั่งตรงนี้เขาก็ ขับรถเข้าวงแหวนตะวันออกเช่นเคย ท่านประธานที่เคารพครับ อีกเรื่องหนึ่งที่ท่านได้นำเงิน มาใช้ในเรื่องนี้ก็คือเรื่องของถนน ยุทธศาสตร์ข้อ ๓.๒ ขอคลิปด้วยครับอันนี้เลยครับ ถนนพหลโยธินหน้าเซียร์รังสิตเป็นอย่างนี้เมื่อสัปดาห์ที่แล้วนี่เองแต่ไม่มีงบประมาณนะครับ ผมอภิปรายไปหลายครั้ง เส้นทางเส้นนี้อยู่ในย่านเศรษฐกิจเชื่อมต่อระหว่างเมืองเศรษฐกิจ สำคัญ ๆ ก็คือกรุงเทพมหานครและจังหวัดทุกจังหวัดทางภาคเหนือและภาคอีสาน ท่านจะปล่อย ให้เป็นเช่นนี้อีกหรือครับ ในอำเภอลำลูกกานั้นยังมีถนนลำลูกกาจากวงแหวนตะวันออกมาถึง โทลล์เวย์ (Toll way) ออกถนนสรงประภาไปวงแหวนตะวันตก ท่านทำให้หน่อยได้ไหมครับ อีกเส้นทางหนึ่งรังสิต-องครักษ์ มาผ่านรังสิตออกไปวงแหวนตะวันตกก็เป็นเส้นทางหนึ่ง ที่จะเชื่อมระหว่างตะวันตกและตะวันออก อีกเส้นหนึ่งครับเหนือขึ้นมาหน่อยเชียงราก-คลองหลวง จากวงแหวนตะวันออกเช่นเดียวกันครับ แล้วก็มาถึงถนนพหลโยธิน ถึงวงแหวนตะวันตก ออกจังหวัดนครปฐม ท่านประธานที่เคารพครับ สิ่งที่ท่านเห็นนี้นะครับมันไม่มีงบประมาณ ของท่านเลย ท่านรัฐมนตรีท่านนั่งอยู่ตรงนี้ท่านบอกว่าจะกู้เงินจำนวน ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เพื่อมาทำระบบรางและระบบขนส่งเชื่อมโยงทางด้านเศรษฐกิจ ผมไม่เห็นด้วยกับการพัฒนา ประเทศนะครับ เฉพาะการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของประเทศไทย เพียงเสี้ยวเดียวของโครงการคมนาคมของประเทศทั้งหมดโดยใช้เงินกู้ถึง ๒,๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท รวมดอกเบี้ยแล้วเป็นเงินทั้งสิ้น ๕,๑๖๐,๐๐๐ ล้านบาท โดยให้ประชาชนเป็นหนี้ถึง ๕๐ ปี ถึงแม้ว่าประชาชนหลายล้านคนไม่มีโอกาสได้ใช้ถนนที่เขาเป็นหนี้ด้วยก็ตาม กระผมจึงไม่เห็นด้วย กับการบริหารจัดการแบบนี้ ถ้าหากว่าท่านจะใช้เงินงบประมาณปีละ ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนั้น ท่านลดนโยบายประชานิยมของท่าน หรือท่านอาจจะกู้ในระบบไม่เกินปีละ ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านก็ทำโครงการทั้งหมดนี้ได้ ขอกราบขอบพระคุณครับ