อลงกรณ์ พลบุตร วิจารณ์ร่าง พ.ร.บ.กู้เงิน ๒ ล้านล้านบาท โดยชี้ว่าการลงทุนมีความเสี่ยงและรัฐบาลไม่เสนอข้อเสีย พร้อมเตือนว่าหนี้จะปิดโอกาสการลงทุนในอนาคต และเรียกร้องให้กระจายงบประมาณสู่โครงสร้างพื้นฐานทางสังคม เช่น การศึกษา สาธารณสุข และการเกษตร แทนที่จะทุ่มเทเฉพาะโครงการขนาดใหญ่อย่างรถไฟความเร็วสูง อลงกรณ์ พลบุตร ยังวิจารณ์นโยบายโลจิสติกส์ของรัฐบาลที่เน้นระบบราง โดยชี้ว่าควรลงทุนในทางน้ำเพื่อเชื่อมโยงกับอาเซียน และเสนอทางเลือกใหม่คือกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure Fund) เพื่อลดภาระหนี้สาธารณะ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายอลงกรณ์ พลบุตร ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ร่างพระราชบัญญัติกู้เงิน ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทของรัฐบาลที่จะสร้างหนี้ให้คนไทยทั้งประเทศ ทั้งปัจจุบันและอนาคต ๕๐ ปีนั้น กระผมต้องเรียนท่านประธานว่าการลงทุนมีความเสี่ยง เหรียญมี ๒ ด้านเสมอครับ สิ่งที่รัฐบาลได้นำเสนอข้อดีแต่ไม่ได้นำเสนอสิ่งพึงควรระวังหรือว่าข้อเสียข้อด้อยหรือโอกาส ของความล้มเหลวของโครงการ ผมถือว่าเป็นการเอาเปรียบประชาชนคนไทยทั้งประเทศ เพราะว่าหนี้ที่เกิดขึ้นไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะสิ่งที่รัฐบาลก่อไว้ ความจริงท่านรัฐมนตรี ท่านนายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรีที่มั่นใจอยากให้เซ็นค้ำประกัน เงินกู้นี้ทั้งหมดเลยครับ การลงทุนมีความเสี่ยงการก่อหนี้ของประเทศยิ่งมีความเสี่ยง เพราะมันจะปิดกั้นอนาคตของการลงทุนของประเทศ เรามีการลงทุนเมื่อ ๓๐ ปีที่แล้วในยุค โชติช่วงชัชวาลสมัย ฯพณฯ พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ นั่นคือการสร้างอีสเทิร์น ซีบอร์ด (Eastern Seaboard) อีก ๑๐ ปีถัดมาคือเมื่อ ๒๐ ปีที่แล้วของการลงทุนอัพเกรด (Upgrade) ประเทศครั้งใหญ่สมัย ฯพณฯ ชวน หลีกภัย มีการเริ่มสร้างโครงสร้างพื้นฐานอย่างนี้ ๔ เลน ๔ รางทางคู่ กระจายความเจริญ การลงทุนและโอกาสไปสู่ภูมิภาคและต่างจังหวัดไม่ได้ดู แค่เฉพาะเรื่องของโครงสร้างพื้นฐานทางกายภาพที่เรียกว่า ฟิซิคัล อินฟราสตรัคเจอร์ (Physical infrastructure) เท่านั้นอย่างรัฐบาลนี้ แต่ทำไปพร้อมกับด้านของโครงสร้าง ทางสังคมในการพัฒนาโครงสร้างเหล่านั้น เช่น มหาวิทยาลัยภูมิภาค การกระจายโอกาส การจ้างงานและคุณภาพชีวิต ในเรื่องของสาธารณสุข ในเรื่องของมหาวิทยาลัย โรงเรียน การศึกษา แล้วก็รวมไปถึงในเรื่องของการส่งเสริมการลงทุนไปยังโซน (Zone) ๑ โซน ๒ โซน ๓ ๑๐ ปีให้หลังถัดมาท่านจะไม่มีการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน ท่านหัวหน้าพรรคหรือท่านผู้นำฝ่ายค้าน ในสภาผู้แทนราษฎรได้พูดไปแล้วคือในยุคที่ท่านทักษิณเป็นนายกรัฐมนตรีไม่ได้วางอนาคต ประเทศไว้เลย โครงสร้างพื้นฐานไม่ได้มีการก่อสร้าง ส่วนใหญ่ก็ไปลงในเรื่องของโครงการ ที่เราเรียกว่าประชานิยมเป็นยุคแรก หลังวิกฤติแฮมเบอร์เกอร์ ไครซิส (Hamburger Crisis) เรากู้มามาทำโครงการภายใต้แผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง เพราะนั่นคือวิกฤติที่เป็นครั้งแรก ในรอบ ๒ ทศวรรษที่จีดีพีของประเทศติดลบ การส่งออกของประเทศติดลบ คนตกงานร่วม ๑,๐๐๐,๐๐๐ คน รัฐบาลอภิสิทธิ์ใช้เวลา ๑ ปีในการที่จะสร้าง ฟื้นฟูเศรษฐกิจ ความมั่นคง และศักยภาพให้กับประเทศ คราวนี้สถานการณ์ระหว่างประเทศอยู่ในภาวะที่เอื้ออำนวย ในการที่จะต้องลงทุนประเทศอีกครั้งหนึ่ง แต่การลงทุนครั้งนี้มีทั้งโอกาสของความสำเร็จ และล้มเหลวเหมือนเหรียญ ๒ ด้าน ผมมีหน้าที่ที่จะต้องติติงรัฐบาลพร้อมเสนอแนะทางเลือก ให้ประชาชนและสภาแห่งนี้ได้ตัดสินใจว่า ถ้าท่านกลัดกระดุมเม็ดแรกผิดมันปิดโอกาส อนาคตประเทศ เพราะการกู้ครั้งนี้มันแทบจะปิดโอกาสของการที่จะลงทุนในลักษณะของ การใช้เงินที่มาจากเงินกู้ เพราะเพดานหนี้สาธารณะนั้นมันจะไปถึงเพดานของวินัยการเงิน การคลังของประเทศ ซึ่งมีความสำคัญมาก แต่ความล้มเหลวอีกประการหนึ่งมันเกิดจาก ความไม่โปร่งใส การทุจริต ซึ่งผมเข้าใจดีครับว่ารัฐบาลโดยเฉพาะท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้พยายามที่จะแสดงออกซึ่งกระบวนการที่โปร่งใสและตรวจสอบได้ แต่นั่นมันเหมือน หนังตัวอย่างนะครับ ผมติดตามเรื่องนี้มาเพราะเป็นประธานคณะกรรมการโลจิสติกส์การค้า กระทรวงพาณิชย์ สมัยที่เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ แล้วก็เห็นว่าประเทศ ต้องอัพเกรดแน่นอนแม้ว่ารัฐบาลนี้จะมุ่งไปในเรื่องของโครงสร้างพื้นฐาน แต่ว่าในด้านอื่นนั้น ท่านบอกว่าไปในเรื่องของงบประมาณ ผมถามว่างบประมาณที่ผ่านมาระบบชลประทาน ของประเทศขยายไปได้กี่มากน้อยครับ พื้นที่ชลประทานมีเพียง ๒๕ เปอร์เซ็นต์ของพื้นที่ การเกษตรทั้งหมดท่านลืมเลือนไปได้อย่างไร แล้วจะเอาเงินที่ไหนล่ะครับถ้าไม่ใช่เงินที่มาจาก เงินกู้ไม่ว่าจะในงบประมาณหรือนอกงบประมาณก็ตาม การศึกษาของเราตกยกประเทศครับ ยังต้องการอาคารเรียน ต้องการเครื่องมือเครื่องใช้ เทคโนโลยีในการเรียนการสอน และครูบาอาจารย์ ที่มีคุณภาพ มหาวิทยาลัยวิจัยหรือสถาบันการวิจัยและพัฒนาอาร์แอนด์ดี (R&D) ซึ่งประเทศ ของเราลงทุนไม่ถึง ๑ เปอร์เซ็นต์ของจีดีพี ท่านมองแต่วัตถุนิยมครับ ท่านมองประเทศนี้ แคบเกินไป มองอนาคตนี้เหมือนม้าแข่งอยู่ในกรอบลู่เท่านั้นเอง แต่คำถามผมไปอยู่ในส่วน ที่จะแลกเปลี่ยนกับท่านเพราะนี่คือประเทศของเรา และในอนาคตของเราที่ต้องร่วมรับผิดชอบ ผมไม่มีโอกาสได้ใช้หนี้บาทสุดท้ายร่วมกับท่านแน่นอนครับเป็นหนี้ ๕๐ ปีอย่างนี้ แต่ว่า สิ่งที่ผมคลางแคลงใจมากก็คือว่าทำไมต้องรีบร้อนและไม่รอบคอบ ยกตัวอย่างโครงการ ที่ใช้เงินกู้ครั้งนี้มากที่สุด ก็คือระบบรถไฟความเร็วสูงร่วม ๙๐๐,๐๐๐ ล้านบาทครับ ๙๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนี่แค่ช่วงต้น เท่านั้นนะครับ ยังไม่ไปจดชายแดน ๔ เส้นที่ท่านพูดถึงไม่ว่าจะกรุงเทพฯ ไปเชียงใหม่ก็จะไป ลงอยู่ที่จังหวัดพิษณุโลกก่อน กรุงเทพฯ ไปโคราชพอจี้ท่านมากขึ้นท่านก็มาเขียนเป็นจุดประ บอกไปถึงจังหวัดหนองคาย กรุงเทพฯ-ปาดังเบซาร์ก็ไปแค่อำเภอหัวหิน แล้วต่อจากนั้นล่ะ ทุกอย่างยังคิดไม่จบครับ โครงการก็ยังไม่ได้ศึกษาอย่างรอบคอบรูปแบบ แต่ทำไมท่านจะ ประมูลซื้อหัวรถก่อนละครับ นี่คือจุดที่เป็นข้อคลางแคลงใจมากว่าการกู้เงินครั้งนี้ ไฮ สปีด เทรน (High speed train) ครับ กินเข้าไปเกือบ ๕๐ เปอร์เซ็นต์แล้ว แล้วก็มีความเสี่ยงสูง ท่านไม่ได้เสนอทางเลือกอื่นให้ประชาชนเลย ให้ประเทศชาติเลย ท่านล็อก สเปก (Lock spec) ตรงนี้ ท่านล็อก สเปกว่าต้องเป็นรถไฟความเร็วสูง และท่านรัฐมนตรีคงทราบนะครับ ท่านแถลงข่าวเอง ท่านเป็นประธานในที่ประชุมบอกรับนโยบายมาจากนายกรัฐมนตรี จะต้องเร่งรัดเปิดประมูล ภายในไตรมาส ๓ ของปีนี้ให้ได้ และประมูลอะไรก่อนรู้ไหมครับ ประมูลซื้อหัวรถจักรก่อนครับ มีประเทศไหนครับ ยังไม่ได้ก่อสร้างราง ระบบโยธาเลย ท่านบอกขอซื้อประมูลหัวรถ และเครื่องกลก่อนจะชอร์ต ลิสท์ (Short list) ด้วย ให้เหลือบริษัทน้อยราย บริษัท ฮิตาชิ บริษัท ชินคันเซ็นของประเทศญี่ปุ่น บริษัท ซีเอสอาร์ (CSR) บริษัท ซีเอ็นอาร์ (CNR) ของประเทศจีน บริษัท อัลสตอม เอสเอของประเทศฝรั่งเศส มีประเทศไหนทำครับ และ ๓ เส้นทางแรก ๓ สัญญาจะรวบเป็นสัญญาเดียว ผมไม่เข้าใจครับ ขณะที่วันนี้ ท่านรัฐมนตรีก็ยอมรับนะครับ เมื่อครั้งที่เราไปดูโครงการที่ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ ๘๐ พรรษา ๕ ธันวาคม ๒๕๕๐ ก็ดี คณะกรรมาธิการการพัฒนาเศรษฐกิจของสภาผู้แทนราษฎร ห่วงใยก็เชิญทั้งสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ สนข. หลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องครับ ทุกกระทรวงที่เกี่ยวข้องมาชี้แจง ไม่ใช่มาฟังกันวันนี้ครับ อย่างที่ท่านรองนายกรัฐมนตรีพูดถึงขอโอกาส ท่านขอโอกาส ผมอาจจะพิจารณาแต่ผมเห็นว่า ผมให้โอกาสประเทศมากกว่าท่าน มากกว่ารัฐบาลนี้ เพราะถ้าท่านไม่โปร่งใสตั้งแต่ต้น ท่านเร่งรัดโดยยังไม่รอบคอบ สมาชิกหลายท่านได้ชี้ชัดเจนครับ เส้นทางส่วนใหญ่ที่เขาชี้แจงมา เชื่อไหมครับ เส้นหลักที่บอกว่าจะรีบทำไม่ว่าจะเป็นกรุงเทพฯ-โคราช จะต้องผ่านอำเภอมวกเหล็ก อำเภอปากช่อง จะต้องขุดอุโมงค์เจาะยังไม่รู้จะไปซ้ายไปขวาเลยครับ นี่บอกจะประกาศ ประมูล จะเอาหัวรถจักรมาโชว์ตั้งแต่ ๑ มิถุนายนท่านรู้แล้วละครับว่าบริษัทใด และท่าน อธิบายได้ไหมครับว่ามีประเทศไหนบ้างครับ เขาซื้อหัวรถจักรมาขณะที่รางยังไม่ได้สร้างซึ่งยังไม่รู้ว่า จะได้สร้างจริงหรือไม่และจะสร้างเสร็จเมื่อไร สภาจะอนุมัติหรือไม่ ท่านไปไกลมากครับ อย่าให้มัน เป็นเงินกู้กินหัวคิวนะครับ เพราะท่านกำลังจะกินประเทศ กินปัจจุบันไม่เป็นไร กินอนาคต ข้างหน้าของประเทศด้วย ผมเรียนกับท่านประธานว่าเรามีวิสัยทัศน์ที่สอดคล้องครับ และท่าน ก็ยอมรับนะครับ ท่านนายกรัฐมนตรีก็ดี ท่านรองนายกรัฐมนตรีที่ได้แถลงว่าเรื่องของความเชื่อมโยง หรือว่าคอมมูนิตี ออฟ คอนเนคทิวิตี (Community of connectivity) เมื่อปี ๒๕๕๒ สมัยเราเป็นประธานอาเซียนครับ ประกาศแถลงการณ์ปฏิญญาชะอำ-หัวหิน นั่นละครับ ที่เราผลักดันให้เป็นประชาคมแห่งความเชื่อมโยง หลังจากนั้นเราก็เดินหน้าทั้งเรื่องระบบราง ระบบน้ำ ทางอากาศแล้วก็การเชื่อมโยงกับประเทศไม่ใช่เฉพาะอาเซียนครับ อาเซียน +๓ อาเซียน +๖ ภายใต้ยุทธศาสตร์ ๓ วงแหวน ๕ ประตูครับ มันมองไกลไปกว่าอาเซียนแล้ว แต่ว่า ๕ ประตูนั้นท่านก็เกิดมิสซิง โปรเจกต์ (Missing project) ครับ ขาดมิสซิง ลิงค์ (Missing link) คือขาดจุดเชื่อมโยงก็เลยไม่เข้าใจเหมือนกับว่าเป็นการตัดสินใจทางการเมือง อย่างที่ท่านผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรได้อภิปราย กรุงเทพฯ-เชียงใหม่ ความจริงผล การศึกษาโดยที่เริ่มเมื่อรัฐบาลชุดที่แล้วมันไม่ใช่จุดเชื่อมโยงครับ ท่านเข้าใจวิสัยทัศน์ ก่อความคิดผิดพลาดไป ติดกระดุมเม็ดแรกผิดในเรื่องนี้ครับ โครงการสิงคโปร์-คุนหมิง เรล ลิงค์ นั้นอยู่ในกรอบจีเอ็มเอส (GMS) ครับทำกันมาอย่างยาวนาน การที่ไปเจรจากับประเทศจีน เมื่อมิถุนายน ปี ๒๕๕๒ ของท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์นั้นคือการสานต่อเพื่อที่จะเดินหน้า ประเทศจีนตกลงที่จะวางจากคุนหมิงลงมาผ่าน สปป. ลาว มาที่จังหวัดหนองคาย ทีแรกคิดว่าจะเข้าที่อำเภอเชียงของ ไม่ใช่ ย้ายผ่านมาเพราะ สปป. ลาว ต้องการให้ออก ที่เวียงจันทน์แล้วก็มาที่ท่านาแล้งซึ่งเราทำทางรถไฟไปถึง แล้วก็เข้ามาจังหวัดหนองคาย เราถึงได้เริ่มต้นจุดแรกเลยว่าปริมาณผู้โดยสารที่จะคุ้มค่า คุ้มทุน และสามารถเชื่อมโยงไม่ใช่ แค่อาเซียน แต่ว่าเชื่อมโยงอาเซียน +๓ อาเซียน +๖ ได้นั้นมันเริ่มที่เส้นนี้ เพราะการลงทุน มันไม่ใช่บาทสองบาทครับ ค่าโดยสารเฉลี่ยแล้ว ๒.๘๐-๔.๒๐ บาทต่อกิโลเมตร ถ้า ๑,๐๐๐ กิโลเมตรจากรุงเทพฯ ไปปาดังเบซาร์ ๔,๐๐๐ กว่าบาท แพงกว่าแอร์เอเชีย เสียอีก หรือโลว์ คอสท์ แอร์ไลน์ (Low cost airline) เพราะฉะนั้นมันต้องเชื่อมโยงลงไปถึง ประเทศสิงคโปร์ ประเทศสิงคโปร์ขานรับจับมือกับประเทศมาเลเซียทำเคแอล (KL) กัวลาลัมเปอร์กับประเทศสิงคโปร์ ผ่านอีโปห์ขึ้นมาเชื่อมเราที่ปาดังเบซาร์ เส้นทางเหล่านี้ ผมเดินทางไปตรวจหมดแล้วครับ เพราะฉะนั้นไฮ สปีด เทรนลงทุนมีความเสี่ยง ประเทศจีน ทำมากที่สุดในโลก ถูกที่สุด และเทคโนโลยีของตัวเองวันนี้ขาดทุนทุกเส้นครับ ผมก็ไปดู มาหมดนะครับ แต่วันนี้ถ้าประเทศจะต้องเดินหน้าด้วยรถไฟความเร็วสูงโดยเฉพาะ เส้นที่เราคิดว่าจะต้องทำเพื่ออนาคตทำเส้นนี้ก่อน เส้นอื่นเราศึกษาให้รอบคอบดูเส้นทาง ให้เหมาะสมแล้วก็เดินหน้าได้ แต่ทำไมรีบรวบรัดรีบร้อนขนาดนี้จะประมูลกันแล้วครับ ท่านนายกรัฐมนตรีปฏิเสธความรับผิดชอบข้อเท็จจริงนี้ไม่ได้นะครับ เพราะท่านรัฐมนตรีเอง เป็นคนอ้างอิงท่านนายกรัฐมนตรีในที่ประชุมครับ นี่คือข้อสงสัยที่ผมข้องใจมาก
๒. ก็คือว่าท่านตอบโจทย์การพัฒนาโลจิสติกส์ผิดครับ ตอนแถลงเมื่อเช้านี้ ท่านบอกว่าการขนส่งที่ถูกที่สุดก็คือระบบราง คือ ๖๓ สตางค์ต่อตัน แต่ปรากฏว่า ในร่างพระราชบัญญัติเงินกู้ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท น่าเสียใจนะครับ ทางน้ำ ๑.๕ เปอร์เซ็นต์ ทำเหมือนเสียไม่ได้ ทั้ง ๆ ที่ทางน้ำของเราท่านทราบไหมครับว่าทำไมรัฐบาลที่แล้วและที่ผ่านมา เราถึงให้มีมาสเตอร์ แพลน (Master plan) ของอาเซียน โลจิสติกส์ครับ เพราะเราวางให้ เราเป็นโลจิสติกส์ ฮับ (Logistic hub) ของอาเซียน เพราะจุดที่ตั้งของเรามันเป็นอย่างนั้นครับ เราได้เปรียบในฐานะจุดแข็งของประเทศคือความเป็นศูนย์กลางของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อยู่แล้ว และภายใต้ความเข้มแข็งจุดแข็งตรงนี้ของประเทศมันมีไม่กี่ประเทศหรอกครับที่จะมีแม่น้ำ ผ่าอยู่ตรงกลางแล้วลงไป ๒ มหาสมุทร ๒ ทะเล ท่านทิ้งหมดเลยครับ ท่านพูดอย่างทำอย่าง ผมถึงบอกว่าท่านไม่ตอบโจทย์การพัฒนาอนาคตของโลจิสติกส์ไทยในการเชื่อมโยง กับอาเซียน ทำไมท่านไม่ทำล่ะครับ ๓๐,๐๐๐ ล้านบาท ๑.๕ เปอร์เซ็นต์ของ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท หลายโครงการที่ท่านพลาดไปครับเหมือนอย่างที่บอก ถ้าท่านมองออกว่าศักยภาพเราอยู่ที่ไหน ผมถามว่าอำเภอกันตังมีทุ่งสงถึงท่าเรือกันตังครับ เป็นท่าเรือเดียว ยกเว้นจังหวัดระนอง ที่เรามาทำทีหลังนั้น ตั้งแต่รัชกาลที่ ๕ ครับ และทุกวันนี้ยังเป็นท่าเรือในการขนสินค้าไปยัง ท่าเรือปีนัง เป็นริเวอร์ พอร์ท (River port) ท่านลืมไปได้อย่างไรครับ ทางรถไฟจากอำเภอทุ่งสง เพื่อออกทะเลอันดามัน ด้วยการเชื่อมโยงไปยังการขนส่งทะเลและมหาสมุทร ท่านพูดถึง รอยัล โคสต์ ผมก็ไปดูครับ แต่ปรากฏว่ามันหัวมังกุท้ายมังกรครับ คลองโคน-ชะอำหายไปเลยครับ ปากทางเข้าเหมือนตรอกแคบ ๆ แล้วมันจะไปบานปลายในส่วนชะอำออกไปทางใต้ เพราะฉะนั้นการพิจารณาสิ่งเหล่านี้เราได้วางพื้นฐานโครงไว้ท่านขยายเป็น ๔ เลนครับ ทำปากทาง แต่ถามว่าโครงการเหล่านี้ให้ไปรองบประมาณไม่มีวัน ชาติหน้าตอนบ่าย ๆ เหมือนต้องใช้หนี้ให้รัฐบาลนี้ครับ เพราะฉะนั้นผมเรียนท่านประธานว่าภายใต้แนวทาง ของการเสนอร่างพระราชบัญญัติเงินกู้เพื่อที่จะบอกว่าพระราชบัญญัติงบประมาณนั้นมีเงินไม่พอ เป็นเครื่องมือที่ติดขัดก็ไม่จริง ท่านผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรได้พูดแล้ว ผมเสนอ ทางเลือกที่ ๓ กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานที่เรียกว่าอินฟราสตรัคเจอร์ ฟันด์ (Infrastructure Fund) ครับ ถ้าท่านมั่นใจว่าสิ่งที่ท่านนำเสนอนั้นมีโอกาสความเป็นไปได้สูง แล้วถ้าไม่พูดถึงโอกาสความล้มเหลว หรือปัจจัยเสี่ยงอื่นเลย ท่านมั่นใจอย่างนี้ท่านใช้ทางเลือกที่ ๓ ก็ได้ครับ อินฟราสตรัคเจอร์ ฟันด์ หรือกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน เอาสิ่งที่ท่านคาดหมายนี้ครับว่ารายได้จะมากอย่างโน้น จีดีพีจะโตเท่านี้ รายได้แต่ละโครงการ จะมีผลตอบแทนไออาร์อาร์ (IRR) อย่างนี้ ท่านเอามาเป็นหน่วยลงทุนสิครับ ท่านรองนายกรัฐมนตรี เคยอยู่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยอยู่แล้ว ท่านรัฐมนตรีเป็นอาจารย์มาก่อนเข้าใจครับว่า ไฟแนลเชียล อินสตรูเมนทส์ (Financial instruments) เครื่องมือทางการเงินตรงนี้ เพื่อการลงทุนในการลดภาระงบประมาณ ลดหนี้ไม่ต้องกู้เขาใช้อินฟราสตรัคเจอร์ ฟันด์ ๒. คือพีพีพีที่เราได้ออกเครื่องมือไปแล้ว พ.ร.บ. การร่วมทุน ผมประชุมอาเซียนได้พบ ท่านประธานาธิบดีของประเทศฟิลิปปินส์พร้อมกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง พร้อมกับท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เขายื่นหนังสือให้เล่มหนึ่งท่านรัฐมนตรีครับ เล่มหนา แบบท่านนี่ครับประมาณ ๑๐๐ โครงการ ว่าเขาจะพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานอะไรบ้าง ไม่ใช่มาแค่เรื่องของรถไฟ เรื่องของการขนส่งทางน้ำ เรื่องของสนามบิน เขามาหมดเลยครับ โรงไฟฟ้า อนามัย มหาวิทยาลัย เชิญชวนไปทั่วประเทศเลยครับ ถ้าเราเชื่อว่าประเทศไทย มีศักยภาพท่านต้องเชื่อว่าการลงทุนในระบบพีพีพีส่งทั่วโลก เหมือนอย่างที่วันนี้ตลาดทุน ของเราร้อนแรงแม้มาสะดุดเรื่องไซปรัส ทำไมไม่คิดนอกกรอบบ้าง หรือว่ามันไม่ง่าย ต่อสิ่งที่ผมกังวลที่จะไปรวบรัดเร่งรัดและหากินกับการกู้ครั้งนี้ แต่ท่านต้องตอบนะครับ เพราะว่าผมฟังท่านรัฐมนตรีเพราะว่ารู้จักกันดีแล้วก็ผมก็เชื่อถือท่านในความคิดและการทำงาน ไม่อยากให้มือท่านสกปรก ตอบหน่อยนะครับ จะประมูลปลายปีนี้แล้วครับ ซื้อหัวรถจักร แล้วก็สร้างรางทีหลัง อย่าให้เป็นแบบโฮปเวลล์นะครับ ผมไม่อยากเห็นเอาหัวรถไฟความเร็วสูง มาตั้งที่หัวลำโพงเป็นพิพิธภัณฑ์เหมือนอย่างเสารางรถไฟโฮปเวลล์นะครับ นี่คือประเด็นที่ผม ต้องทำหน้าที่อีกด้านของเหรียญครับ เพื่อให้เห็นว่าโครงการเหล่านี้มีทางเลือกอย่างไร มีจุดแข็งจุดอ่อนอย่างไร รัฐบาลเลือกที่จะเดินยุทธศาสตร์ถูกต้องหรือไม่ ประเทศนี้ มันมีทางเลือกอย่างอื่นและไม่ได้มีภารกิจเดียวในเรื่องของการขนส่ง เราต้องใช้เงินอีกเยอะครับ เพราะฉะนั้นจึงขอถือโอกาสนี้เรียนท่านประธานว่าด้วยวิธีการอย่างนี้ในขณะที่เรามีทางเลือก ที่ดูดีกว่า และได้รับการตรวจสอบดูแลหนี้ที่จะมาเป็นเงินใช้จ่ายในโครงการภายใต้กระบวนการ งบประมาณที่เป็นด้านของงบประมาณก็ดี หรือในเรื่องของการให้เอกชน หรือภาคลงทุน ได้มีส่วนในการร่วมลงทุนครั้งนี้สำหรับอนาคตประเทศนั้นเป็นวิธีที่โปร่งใสมากกว่าเยอะครับ ทำไมท่านไม่เลือก ผมก็ไม่สามารถที่จะเห็นชอบกับร่าง พ.ร.บ. ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน เพื่อการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของประเทศ พ.ศ. .... กู้เงิน ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แต่ว่าในเรื่องของการขับเคลื่อน การอัพเกรดทางด้านของโครงสร้างพื้นฐานด้านโลจิสติกส์ เห็นด้วย แต่มีข้อสังเกตอย่างที่ว่าท่านติดกระดุมผิดพลาดครับ มันไม่ใช่ระบบอันดับหนึ่ง ระบบอันดับหนึ่งที่จะทำให้ประเทศนั้นมีศักยภาพและมีต้นทุนโลจิสติกส์ที่ลดได้กว่านี้ และสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศนั้นไม่ใช่หนทางที่ท่านเสนอครับ มันไม่ใช่ภาพที่ถูกต้องทั้งหมด ขอบคุณท่านประธาน