สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๖ · ๒๙ มีนาคม ๒๕๕๖

เกียรติ สิทธีอมร อภิปรายร่าง พ.ร.บ. ที่ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท และวิพากษ์วิจารณ์กระบวนการงบประมาณของรัฐบาล โดยชี้ว่า รัฐบาลมีการซุกซ่อนและหมกเม็ดเงินในโครงการต่างๆ โดยมีการเปลี่ยนแปลงค่าใช้จ่ายและเงินกู้เพิ่มเติม ซึ่งไม่สมเหตุสมผลและไม่โปร่งใส

นายเกียรติ สิทธีอมร บัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายเกียรติ สิทธีอมร ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ วันนี้ขอร่วม อภิปรายร่าง พ.ร.บ. ที่ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ผมว่ามาถึง จุดนี้ชัดเจนแล้วนะครับว่าทุกฝ่ายรวมทั้งตัวกระผมเองเห็นด้วยว่าประเทศไทยต้องมี การพัฒนาสาธารณูปโภคพื้นฐาน แต่ผมต้องยืนยันชัดเจนว่ามันก็ชัดเจนมาจนถึงวินาทีนี้ จากคำตอบของหลาย ๆ ท่านจากรัฐบาลเอง ผมก็ต้องยืนยันว่าผมไม่เห็นด้วยกับวิธีคิด วิธีทำ และวิธีพูดของรัฐบาล ผมเริ่มจากวิธีพูดก่อนครับ ท่านรองนายกรัฐมนตรีกิตติรัตน์เองนี่ทุกครั้งที่ท่านอยู่ในสภาแห่งนี้ท่านพูดจาสุภาพ เรียบร้อย อ่อนน้อม ไม่ถากถางใครครับ แต่ครั้งใดที่ท่านไปอยู่เวทีข้างนอกท่านพูดจายกตัวเองมากเหลือเกิน แล้วพูดถากถางว่าคนอื่นไม่เคยคิดอย่างที่ท่านคิด เรื่องนี้ก็เหมือนกันครับ ท่านไปพูดในบางเวทีนะครับ บอกว่าพรรคประชาธิปัตย์ไม่เคยคิดทำเรื่องเหล่านี้ อันนี้ผมเจ็บใจมากครับ เจ็บช้ำน้ำใจมาก เพราะว่าอะไรครับ เรื่องนี้เป็นเรื่องข้อเท็จจริงท่านประธานครับไม่ต้องถกเถียงกันเลยครับ แล้วผมไม่ต้องโต้แย้งข้อเท็จจริงมันเป็นเรื่องที่ไม่ต้องโต้แย้ง ง่าย ๆ เลยท่านประธานครับ ขอให้ไปเปิดดูในเว็บไซต์ ไทยกัฟ (Web site Thaigov.) ของรัฐบาลไทยนี่ละครับ ทำเนียบรัฐบาลครับ ว่ารัฐบาลชุดไหนอนุมัติโครงการสาธารณูปโภคพื้นฐานอะไรไว้ชัดเจนครับ มีเอกสารชัดเจน ของทุกรัฐบาลตั้งแต่ชวน ๑ ท่านนายกรัฐมนตรีบรรหารมาถึงรัฐบาลนายกรัฐมนตรีชวน ๒ มาจนถึงรัฐบาลทักษิณ ตั้งแต่ปี ๒๕๔๔ จนถึงปี ๒๕๔๙ รัฐบาลท่านสมัคร ท่านสมชาย และรัฐบาลท่านอภิสิทธิ์ครับ ท่านไปดูได้นะครับ ช่วงเดียวที่ไม่มีการพัฒนาสาธารณูปโภคพื้นเลยครับ ปี ๒๕๔๔-๒๕๔๘ ไม่มีแม้แต่โครงการเดียว อันนี้ไม่ใช่ผมทำเป็นเว็บไซต์ของรัฐบาลไทย และในยุคตั้งแต่สมัยรัฐบาลชวน ๑ ชวน ๒ อนุมัติไปหลายโครงการมากครับ ไม่ว่าจะเป็น ถนน ๔ เลนทั่วประเทศ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการทำรถไฟรางคู่ จุดเริ่มต้นของรถไฟรางคู่ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องสนามบินสุวรรณภูมิมีทั้งนั้น สมัยยุครัฐบาลท่านอภิสิทธิ์รถไฟฟ้าที่เกี่ยวข้อง ทั้งหมด ๙ โครงการ หัวรถจักรระบบรถไฟรางคู่หลายโครงการทีเดียวครับ อนุมัติหลายขั้นตอน เพราะฉะนั้นขอร้องนิดหนึ่งท่านจะพูดเรื่องโครงการของท่านพูดไปเลยครับ แต่อย่าไปพูด ปรามาสคนอื่นเพราะด้วยข้อมูลที่ไม่เป็นจริงอันนี้ท่านไปตรวจสอบได้ครับ จนถึงวินาทีนี้ ค่อนข้างชัดแล้วว่ารัฐบาลเองไม่พร้อมที่จะให้ร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้เป็นไปตามวิถีทางของ งบประมาณปกติ ถึงแม้ท่านจะทำเป็นพระราชบัญญัติแยกออกมาแต่ถ้าท่านใส่เนื้อหาในแง่ของ กระบวนการงบประมาณปกติแล้วย่อมทำได้ แต่ท่านตอบมาชัดเจนหลายครั้งหลายหนวันนี้ครับ คือท่านไม่พร้อมที่จะทำตามนั้น ที่บอกว่าไม่พร้อมกระบวนการงบประมาณปกติ ตามรัฐธรรมนูญ ตาม พ.ร.บ. ทุกพระราชบัญญัติที่เกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็น พ.ร.บ. เงินคงคลัง พ.ร.บ. วิธีการงบประมาณ พ.ร.บ. บริหารหนี้สาธารณะ มีการกำหนดกระบวนการขั้นตอนไว้ ชัดเจน มีการกำหนดเนื้อหาไว้ชัดเจน ร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ท่านไม่พร้อมที่จะให้รายละเอียดว่า แหล่งที่มาของเงินกู้มาจากไหน โครงการที่จะไปดำเนินการทุกโครงการท่านบอกว่าอยู่ใน เอกสารประกอบแต่เอกสารไม่ผูกพันรัฐบาล ที่ผูกพันรัฐบาล คือก้อนกลม ๆ ๓-๔ ก้อน ที่เป็นบัญชีแนบท้าย เราก็บอกให้ท่านเอาเอกสารฉบับนี้มาเป็นส่วนหนึ่งได้ไหม ท่านตอบชัดเจน ท่านไม่พร้อมจะทำอย่างนั้น พอเราถามเรื่องหนี้ท่านก็จะไปผูกพันหนี้ถึง ๕๐ ปีข้างหน้า แล้วท่านก็คำนวณมาง่าย ๆ ตารางของรัฐบาลเองก็ชัดเจนว่าหนี้ทั้งหมดจะผูกพันไป ๕๐ ปี แล้วท่านคำนวณดอกเบี้ยมา สิ่งที่ท่านพูดกับสิ่งที่ปรากฏเป็นเอกสารก็ไม่ตรงกันอีกครับ สิ่งที่แถลงออกไปเฉลี่ย ๕ เปอร์เซ็นต์ ใน ๕๐ ปี แต่เอกสารที่คำนวณดอกเบี้ยมาว่า จะต้องจ่ายดอกเบี้ย ๓,๐๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท จากเงินกู้ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนั้น มาจากสมมุติฐานว่า ๑๐ ปีแรก ๐ เปอร์เซ็นต์ ๑๐ ปีที่ ๒ ๑ เปอร์เซ็นต์ ๑๐ ปีที่ ๓ ๒ เปอร์เซ็นต์ ๑๐ ปีที่ ๔ ๓ เปอร์เซ็นต์ ๑๐ ปีที่ ๕ ก็คือ ๔ เปอร์เซ็นต์ เฉลี่ยก็คือว่าไม่ถึง ๒ เปอร์เซ็นต์ครับ เพราะฉะนั้นถ้ามันเป็น ๕ เปอร์เซ็นต์ตามที่ท่านอธิบายจริง ๆ หนี้ประเทศไทยใน ๕๐ ปี จะสูงกว่านี้อีก ๑,๐๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ท่านก็ไม่ได้ให้ข้อเท็จจริงกับประชาชน เพราะท่านโฆษณาอย่างเดียวว่าผูกพันหนี้ ๕๐ ปี ทีนี้ผมก็ต้องตั้งคำถามนิดหนึ่งครับว่าเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญที่ให้วาระรัฐบาลไว้เพียงแค่ ๔ ปี มีประเทศไหนบ้างที่พร้อมจะให้รัฐบาลของประเทศนั้นผูกพันหนี้ถึง ๕๐ ปี มีด้วยหรือครับ ยกตัวอย่างให้ผมฟังสักประเทศหนึ่งครับ ผมไม่เข้าใจจริง ๆ ครับ แล้วรัฐบาลอยู่ในวาระ มาแล้วเกือบ ๒ ปี เหลือเวลาอีก ๒ ปีกว่า ๆ เกิดคิดว่าจะทำสาธารณูปโภคพื้นฐาน เอาแบบ ขอกล่องใหญ่ ๆ ผูกพันมันสักที ๕๐ ปี สอดคล้องกับเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญตรงไหนครับ ผมคิดว่าตรงนี้มันสะท้อนเรื่องหนึ่งที่สำคัญมากเลยว่าความเข้าใจของรัฐบาลในเรื่องประชาธิปไตยนี่ ไม่น่าจะตรงกับหลักที่ประชาชนทั่วไปเข้าใจ การที่มีเสียงข้างมากไม่ได้หมายความว่าทำอะไรก็ได้ ประชาธิปไตยที่มีความเข้มแข็งคือประชาธิปไตยที่มีการถ่วงดุลอำนาจ แต่สิ่งที่ปรากฏวันนี้ ในร่าง พ.ร.บ. ที่ท่านยื่นเข้ามามี ๖ หน้า ขอ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ไม่มีรายละเอียด ไม่ผูกพันรายละเอียดที่ท่านเล่าให้คนฟัง อย่างนี้หรือคือประชาธิปไตยแบบมีการถ่วงดุล พูดง่าย ๆ ท่านไม่พร้อมให้พวกเราตรวจสอบครับ ท่านไม่พร้อมผูกพันสิ่งที่ท่านพูด ท่านอยาก ได้เงินกู้ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท มีอำนาจในการกู้และจะไปใช้อย่างไรก็ได้ ปรับเปลี่ยนอย่างไรก็ได้ ตามอำเภอใจ แต่สอดคล้องกับหัวข้อใหญ่เท่านั้นเอง รายละเอียดโครงการไม่ผูกพัน พูดง่าย ๆ อย่างนี้ครับ ถ้าท่านเขียนไว้ ๑๐,๐๐๐ ล้านบาทในเอกสารประกอบ เวลาท่านไปจริง ทำ ๒๐,๐๐๐ ล้านบาทได้ไหม ผมหยุดท่านไม่ได้เลยครับ ไม่มีกลไกไหนที่ผมไปหยุดท่านได้เลย เพราะว่าท่านจะกลับมารายงานหลังจากที่ท่านทำไปแล้ว จะมารายงาน ๑๒๐ วัน หลังจาก สิ้นปีงบประมาณ อย่างนี้หรือครับประชาธิปไตย ท่านเรียกร้องประชาธิปไตย ท่านบอกไม่มี ความเป็นประชาธิปไตย ทหารปฏิวัติ แต่ท่านกำลังบอกว่ามีเสียงข้างมากทำอะไรก็ได้ ไม่ต้องสอดคล้องกับเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญหรือกฎหมายฉบับใดก็ได้อย่างนั้นหรือครับ ทำไมท่านไม่ให้แหล่งที่มาของเงินกู้ล่ะครับ จนถึงวันนี้ผมยังไม่เชื่อเลยว่าท่านไปกู้ที่ไหนได้ ในอัตราดอกเบี้ยที่ท่านพูด ตรงนี้ผมคิดว่าค่อนข้างจะชัดเจน เมื่อผมไปดูในรายละเอียด วิธีเลือกโครงการของท่านเอง ผมก็ต้องยืนยันชัดเจนว่าสิ่งที่ท่านพูดกับสิ่งที่ท่านทำไม่ตรงกันเลย สิ่งที่ปรากฏในเอกสารไม่ตรงกับที่ท่านพูด มีการหมกเม็ดโครงการซ้ำซ้อนชัดเจน ไม่เป็นธรรม กับคนทั้งประเทศและไม่ตอบโจทย์ที่สำคัญของประเทศนี้ ผมยกตัวอย่างชัดเจนนะครับ

ประการแรกท่านอ้างประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน อ้างการเชื่อมโยงฐานการผลิต และส่งออกไปประเทศเพื่อนบ้าน ท่านประธานครับ ตอนนี้เป็นที่ชัดเจนแล้วนะครับ รถไฟด่วน ของท่านจบแค่โคราชใน ๗ ปี จบแค่หัวหินใน ๗ ปี ไม่ได้ไปปาดังเบซาร์ ไม่ได้ไปจังหวัดหนองคาย รถไฟด่วนก็กลายเป็นรถไฟด้วน โครงการที่สำคัญในการเชื่อมต่อประเทศไทยกับภูมิภาค เพื่อส่งออกตามที่ท่านอ้างก็คือ โครงการที่เชื่อมต่อแนวพื้นที่เศรษฐกิจตะวันออก ตะวันตก จากทวายไปจังหวัดมุกดาหาร สะหวันนะเขต ไปออกดานัง เป็นแผนที่ผู้นำทุกประเทศยืนยัน ลงนามเห็นชอบ รวมทั้งผู้นำของประเทศไทยด้วย ไม่ปรากฏอยู่ในเอกสารของท่านเลย แล้วประเทศไทยจะเป็นฐานส่งออกไปเพื่อนบ้านอย่างไรครับ บอกว่าทวาย ในช่วงแรกตอน หาเสียงท่านไม่เอาทวาย ตอนหาเสียงท่านบอกจะเอาเซาเทิร์น ซีบอร์ด (Southern Seaboard) ก็คือสะพานเศรษฐกิจทางใต้ ไป ๆ มา ๆ เอาละท่านเปลี่ยน ท่านบอกว่าท่านคิดว่าทวายเป็น สิ่งที่ดี แต่ไม่มีโครงการใดเลยไปรองรับการเกิดของทวาย ไม่มีระบบรางเชื่อมโยงทวายกับแหลมฉบังแม้แต่โครงการเดียว นี่หรือครับจะลดต้นทุนโลจิสติกส์ ผมถึงบอกอย่างไรครับสิ่งที่ท่านพูดกับสิ่งที่ท่านทำไม่ตรงกัน ที่ร้ายไปกว่านั้นผมเห็นแต่ ทางสายหลักระบบรางคู่ แต่ไม่มีระบบรองเลยที่เชื่อมโยงจากเขตอุตสาหกรรมต่าง ๆ ทั่วประเทศไปเชื่อมกับสายหลัก ขนอย่างไรครับ ขนรถบรรทุกไปก่อนครับ แล้วสร้างสายหลัก ไปเพื่ออะไรถ้าไม่มีสายที่จะนำสินค้าที่ผลิตจากเขตอุตสาหกรรมต่าง ๆ ไปเชื่อมโยงกับ สายหลัก ไม่มีครับ ไม่มีเลยครับ เมื่อเช้านี้ท่านกิตติรัตน์ เมื่อเย็นนี้ท่านก็พูดอีกให้สบายใจได้ ไม่มีอะไรซุกซ่อน ผมจะชี้ให้ท่านประธานเห็นนะครับว่ามีการซุกซ่อนอยู่บางเรื่อง จริง ๆ มีซุกซ่อนอยู่เยอะมากในเอกสารฉบับนี้ ผมยกตัวอย่างแค่ไม่กี่ตัวอย่าง เอาโครงการที่ซ้ำซ้อน และผมคิดว่ามีการหมกเม็ดคืออะไร โครงการสายสีเขียว หมอชิต-สะพานใหม่-คูคต ในงบประมาณปี ๒๕๕๕-๒๕๕๖ ระบุไว้ชัดเจนนะครับว่ามูลค่าของทั้งโครงการ ๓๘,๐๐๐ ล้านบาท ท่านประธานฟังให้ดีนะครับ ค่าเวนคืนหรือค่าจัดการกรรมสิทธิ์ที่ดิน ๖๓๔ ล้านบาท ปรากฏในเอกสารงบประมาณที่ผ่านสภาไปแล้วครับ ในเอกสารฉบับนี้ ใน ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทมีครับ มีโครงการนี้อีกเขียนไว้ไม่ใช่ ๓๘,๐๐๐ ล้านบาทแล้วครับ คราวนี้ ๕๘,๕๙๐ ล้านบาท ครู่เดียวโผล่มาอีก ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ค่าดำเนินการจัดการ กรรมสิทธิ์ที่ดินเพิ่มจาก ๖๓๔ ล้านบาท เป็น ๗,๖๐๖ ล้านบาท มาจากไหนครับ นี่ละครับ ไม่มีซุกซ่อน ไม่มีหมกเม็ด ให้ผมเข้าใจเป็นอย่างอื่นได้อย่างไรครับ อีกโครงการหนึ่ง เป็นตัวอย่าง โครงการสายสีม่วง บางใหญ่-บางซื่อ อนุมัติแล้วกำลังก่อสร้าง ค่าก่อสร้าง ทั้งหมดปรากฏเป็นเอกสารหลักฐานของทางราชการ ๔๓,๙๗๓ ล้านบาท กู้ไจก้า (JICA) แล้ว กู้ประเทศญี่ปุ่นแล้ว ในเอกสาร ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ปรากฏอีกครับ จะกู้เพิ่มอีก ๑๒,๒๒๔ ล้านบาท มาจากไหนครับ โครงการนี้ถ้าผมจำไม่ผิดท่านรัฐมนตรีพูดเองว่า จะไม่รวมอยู่ในกองนี้ เอกสารท่านรวมอยู่ในกองนี้ ๑๒,๐๐๐ กว่าล้านบาท ทำไมครับ กู้แล้ว จากสถาบันการเงินแห่งหนึ่งไปแล้วมากู้เพิ่มอีกหรือครับ โครงการอนุมัติไปแล้วมีมูลค่า ส่วนหนึ่งจะเพิ่มอีก ๑๒,๐๐๐ ล้านบาทหรือครับ ตรงนี้ไม่ปกติแน่นอนครับ และสาเหตุทั้งหมด ที่ท่านออก พ.ร.บ. ฉบับนี้ท่านอ้างว่าอยากให้ประชาคมโลกเห็นความต่อเนื่อง เห็นภาพ ชัดเจนว่าประเทศไทยกำลังเดินไปทางไหน ผมเรียนท่านประธานนะครับ ออกเป็นกฎหมาย ถ้าต้องการความต่อเนื่องจริง ๆ เขาออกกฎหมายอะไรครับ ออกกฎหมายบังคับให้ทำครับ ไม่ใช่ออกกฎหมายบังคับให้กู้ กฎหมายบังคับให้ทำจะระบุไว้ว่าไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลชุดไหน ที่เดินเข้ามาบริหารประเทศจะต้องดำเนินการที่สำคัญในลำดับความสำคัญดังต่อไปนี้ ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ ส่วนวิธีการทำการกู้เงินก็ต้องกู้ให้น้อยที่สุด เอกชนทำส่วนไหนได้ให้เอกชนทำ ไม่ใช่เอกชน ทำส่วนไหนได้รัฐบาลขอทำด้วยหรือขอแย่งทำ แต่ที่ท่านใส่ไว้ในงบประมาณทั้งหมดในเล่มนี้ ท่านใส่เต็มพิกัดเลยครับ โครงการที่เอกชนทำได้ท่านก็บอกว่าไม่สน ข้าพเจ้าขอใส่ไว้ เต็มพิกัด ระบบรางนี่จริง ๆ แล้วงานโยธารัฐบาลทำไปเถอะครับ แต่การเดินรถ การจัดหารถ การบริหารจัดการสามารถจ้างได้หรือให้สัมปทานได้ แต่วันนี้ไม่ครับ ทุกโครงการที่เอกชน ทำได้ใส่ไว้หมดเต็มแมก (MAG) เลยครับ นี่สะท้อนวิธีคิดของรัฐบาล แล้วประเทศอื่นผมไปหา เหมือนกัน ผมพยายามดูว่าในโลกนี้มีประเทศไหนเขาทำอย่างที่รัฐบาลชุดนี้กำลังทำ หรือเปล่า ผมยืนยันท่านนะครับ ผมไปเจอที่ประเทศสหรัฐอเมริกา ประเทศสหรัฐอเมริกามีครับ ออกมาเป็นกฎหมายพิเศษเลยครับ ตอนนั้นเขาต้องการเร่งสร้าง ระบบบำบัดน้ำ แต่กฎหมายเขาระบุชัดเจนเลยครับว่าให้กู้น้อยที่สุด ให้ร่วมกับเอกชนให้มากที่สุด ส่วนไหนเอกชนทำได้ให้เอกชนทำ และต้องให้หนี้สาธารณะที่เกิดขึ้นน้อยที่สุด ท่านอยากดู มาดูครับ ไม่มีแม้แต่ประเทศเดียวทำที่ท่านกำลังทำอยู่ ประเทศอังกฤษมีครับ ทำเหมือนกันครับ ประเทศอังกฤษช่วงที่เขาเจอวิกฤติเศรษฐกิจ เอกชนไม่สามารถไปกู้ธนาคาร สถาบันการเงิน ปกติได้ รัฐบาลออกกฎหมายพิเศษครับ เพื่อสนับสนุนด้านการเงินแก่บริษัทเอกชนเพื่อไป ทำงานในโครงการสาธารณูปโภคพื้นฐาน ประเทศอังกฤษทำอย่างนี้ประเทศอินโดนีเซีย กำลังร่างอยู่ครับ ไม่ได้เน้นให้กู้ครับ เพราะท่านไปอ่านใน ๑๙ มาตราของท่านพูดเรื่องกู้ อย่างเดียวเลยครับ รายละเอียดมีนิดเดียว ผิดกันมากเลยครับ เพราะฉะนั้นท่านอ้าง ความต่อเนื่องนี่ไม่ได้ตอบโจทย์เลยครับ การเลือกโครงการของท่านไม่ได้สอดคล้องกับโจทย์ ของประเทศนี้ทั้งหมด มีหลายส่วนที่เป็นจุดอ่อนที่เป็นส่วนขาดที่ไม่ได้ตอบสนองเลยครับ แล้วนอกจากนั้นถ้าถามความเป็นธรรมนะครับ ถ้าผมจะรู้สึกอ่อนไหวกับบางภูมิภาคที่ท่าน ไม่มีแผนงานให้เลยครับ ภาคตะวันออกและภาคตะวันตกไม่มีเลยครับ มีรถไฟความเร็วสูง ไปจังหวัดระยองเท่านั้นนะครับ จังหวัดกาญจนบุรีประตูสู่ทวายเลยนะครับ มีค่าจัดกรรมสิทธิ์ ที่ดินนะครับ ไม่มีนะครับมอเตอร์เวย์ก็ไม่สร้างครับ ๗ ปีข้างหน้าก็ไม่สร้างครับ นี่หรือครับ ที่ท่านบอกว่าท่านมีวิสัยทัศน์ วิสัยทัศน์อะไรครับ วิสัยทัศน์แบบปะติดปะต่อหรืออย่างไรครับ ตรงนี้ผมคิดว่าท่านเองมีหน้าที่รับผิดชอบกับสังคมนะครับ ถ้าท่านตั้งใจจริงบอกว่าจะพัฒนา สาธารณูปโภคพื้นฐานให้ประเทศไทยแข่งขันได้ และไม่ไปแย่งงานเอกชนทำ เอกชนทำ ส่วนใดได้และกู้ให้น้อยที่สุด ท่านทำได้ไหม ทำได้ครับ รถไฟ ระบบรถไฟ การเดินรถทั้งหมด รถไฟความเร็วสูงสามารถให้สัมปทานได้ ลดภาระเงินกู้ไปเยอะเลยครับ ถ้าท่านอ้างประเด็นเดียว ท่านบอกว่าต้องการดูแลค่าโดยสารให้ประชาชนรับได้ วิธีง่ายนิดเดียวใช้เงินน้อยมากครับ อุดหนุนค่าโดยสารครับ แต่ละปีนิดเดียวครับ ไม่เยอะเลยครับ แต่ท่านพร้อมที่จะไปลงทุน ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาทเพื่อไปคุมค่าโดยสาร ทั้ง ๆ ที่ให้สัมปทานเอกชนได้ ไม่ต้องผูกพันเป็นหนี้สิน ของประเทศไทย รัฐบาลจึงควรจะเน้นการลงทุนเฉพาะส่วนราง ให้สัมปทานการเดินรถสถานี กับเอกชนได้ ลดภาระเงินลงทุนไปมากทีเดียวครับ ถ้าผมคำนวณทุกโครงการที่ท่านระบุไว้ ในเล่มนี้ เล่มเอกสารประกอบนี่ละครับให้ดำเนินการวิธีที่ดีที่สุดที่จะทำได้นะครับ ท่านใช้เงิน ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาทครับใน ๗ ปี ท่านไม่ได้ใช้ ๒,๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แล้ว ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาทใน ๗ ปี ผูกพันในงบประมาณปกติได้ปีละ ๑๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท แสนนิด ๆ ครับ แต่ท่านเลือก ที่จะไม่ทำ ทำไมถึงเป็นอย่างนั้น ผมเชื่อว่าคนที่นั่งในรัฐบาลไม่โง่สักคนเลยครับ ฉลาดทั้งนั้นนะครับ ท่านต้องมีเจตนาว่าทำไมวิธีที่ดีกว่าสามารถทำได้เลือกที่จะไม่ทำ ผมว่าคนหลายคนวันนี้ เขาวิตกนะครับ เขาบอกไม่รู้จริง ๆ เขาฟังนะครับ คนที่ตามการอภิปรายวันนี้เขาโทรศัพท์ มาคุยกับผมครับ เขาบอกไม่ชัดจริง ๆ ว่ารัฐบาลอยากได้สาธารณูปโภคพื้นฐานหรืออยากได้ เงินกู้กันแน่ จนถึงวินาทีนี้คนยังสงสัยอยู่ ชัดเจนว่าโครงการต่าง ๆ ที่ท่านเอามารวมอยู่ใน เอกสารฉบับนี้เป็นโครงการที่คิดกันมาแล้วหลายรัฐบาล หลายยุค หลายสมัย ท่านรวมกอง กันเข้ามา ท่านเลือกลำดับความสำคัญของท่านเอง จากโครงการเดิมทั้งหมดที่มีอยู่แล้ว ประมาณ ๔,๐๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ท่านเลือกมา ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แต่ท่านยังเลือก แบบไม่ตอบโจทย์ประเทศไทย และเลือกตามสั่ง ไม่ตอบโจทย์ประเทศ ชัดเจนนะครับว่าท่านตั้งใจออก พ.ร.บ. ผมคิดได้ประเด็นเดียวครับท่านอยากรวบอำนาจ การตัดสินใจในการเคาะแต่ละโครงการให้อยู่ในมือคนไม่กี่คนครับ เอกชนทำได้ก็ไม่สนทำเองดีกว่า ในขณะที่พร้อมที่จะไปสร้างหนี้ให้ประชาชนคนไทยทั้งประเทศในระยะยาว ไม่ให้ รายละเอียดท่านตั้งใจครับ เราแค่ขอว่าเอาเอกสารฉบับนี้เป็นส่วนหนึ่งของร่าง พ.ร.บ. ท่านยังไม่ยืนยันเลยครับ แสดงว่าท่านตั้งใจไม่ให้มีรายละเอียดเป็นข้อผูกพันตามกฎหมาย ฉบับนี้ เพื่ออะไรครับ ให้พวกเราตรวจสอบไม่ได้ แปรญัตติไม่ได้ ท่านทำตามอำเภอใจได้ พอสมควรทีเดียว โยกงบง่าย ถ้าเป็นอย่างนั้นโกงง่ายเพราะทำไปก่อนแล้วค่อยมารายงานกับ สภาทีหลัง เหตุนี้สวนดุสิตโพล (Poll) ชี้นะครับ สวนดุสิตโพลนะครับไม่ใช่ผม ๕๘.๔๒ เปอร์เซ็นต์ ห่วงว่ามันจะมีทุจริต ๘๑ เปอร์เซ็นต์ไม่ค่อยมั่นใจเรื่องโปร่งใส ๘๑ เปอร์เซ็นต์นะครับ ๖๙ เปอร์เซ็นต์ ไม่แน่ใจว่าท่านจะทำสำเร็จ เข็ดแล้วครับจำนำข้าว ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทขาดทุนไปอีก ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท น้ำ ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาทยังลูกผีลูกคนอยู่ ผมฟังรองนายกรัฐมนตรี พูดเรื่องที่ประชาชนเป็นห่วงอย่างมากนี่ครับท่านตอบ ท่านรองนายกรัฐมนตรีกิตติรัตน์ ท่านพูดแล้วก็แถลงปรากฏเป็นข่าววันที่ ๑๙มีนาคมที่ผ่านมานี้เองนะครับ ท่านพูดว่า การทุจริตในโครงการอาจเกิดขึ้นได้เตรียมการไว้ ๒ ด้าน ด้านที่ ๑ ท่านบอกว่าผู้มีอำนาจ บริหารงบประมาณต้องได้รับผลตอบแทนที่เหมาะสมไม่จูงใจให้เกิดทุจริต นี่ครับวิสัยทัศน์ ท่านรองนายกรัฐมนตรีครับ รวยแล้วไม่โกงครับ นี่วิสัยทัศน์ครับ จริง ๆ ในประเทศไทย คนโกงคือไม่มีคนจนเลยนะครับ คนโกงส่วนใหญ่คือคนรวยครับ คนรวยที่สุดคนหนึ่ง ของประเทศนี้ครับเจอไปตั้งไม่รู้กี่คดีครับจนถึงวันนี้ยังหนีคดีเลยอยู่ต่างประเทศ คิดแค่นี้ ก็ผิดแล้วครับ ด้านที่ ๒ ที่ท่านเตรียมไว้จะนำระบบการจัดซื้อจัดจ้างรูปแบบใหม่มาใช้เปิดเผย ราคาแก่กรมบัญชีกลางและเผยแพร่ข้อมูลทางเว็บไซต์ ท่านพูดได้ครับผมไม่เชื่อท่านนี่ยิ่งกว่า โกหกสีขาวอีก เพราะอะไรครับ ชัดเจนนะครับเรื่องนี้จริง ๆ เป็นเรื่องที่ปรากฏอยู่ใน พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตที่แก้ไข เพิ่มเติมให้เปิดราคากลางและการคำนวณโดยทุกหน่วยงาน ยื่นเข้า ครม. เมื่อไรครับ ๑๓ เดือนธันวาคม ปี ๒๕๕๔ รัฐบาลท่านครับ เดือนธันวาคม ปี ๒๕๕๔ ยื่นไปแล้ว ท่านไม่มีมติท่านดองเรื่องเลยครับ ถ้าท่านจริงใจว่าท่านพร้อมที่จะเปิดเผยวิธีการคำนวณ และราคากลางทำไมไม่ทำครับ พ.ร.บ. จ่ออยู่กับท่านอยู่แล้วท่านไม่ทำ ในเมื่อท่านไม่ทำ กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญผมไม่เชื่อว่าท่านจะทำในสิ่งที่ท่านเพิ่งพูดให้สภาแห่งนี้รับทราบ และถ้าคิดได้แค่นี้ผมคิดว่าสภาไทย ประเทศไทยหมดหวังเรื่องแก้คอร์รัปชัน เพราะจุดเริ่มต้น ของโครงการก็ไม่โปร่งใสแล้ว ไม่มีรายละเอียดให้ ไม่มีขั้นตอนที่พวกเราจะไปตรวจสอบ ในรายละเอียดได้ และท่านไม่พร้อมที่จะผูกพันรายละเอียดของโครงการกับกฎหมายฉบับนี้ ท่านเริ่มอย่างนี้ก็ไม่โปร่งใส แล้วจะบอกว่าไม่ต้องห่วงสบายใจเถิดผมจะโปร่งใสให้คุณใครจะ เชื่อครับ ท่านบอกว่าเรื่องนี้ลงทุนครั้งนี้จะเปลี่ยนวิสัยทัศน์ประเทศไทย ๒๐๒๐ เปลี่ยนจริงครับ เปลี่ยนจริงแน่ครับ จะมีสาธารณูปโภคพื้นฐานที่กระจัดกระจายไม่มีการเชื่อมต่อ ไม่มี เชื่อมโยงกับประเทศเพื่อนบ้าน ภายในกันเองก็ไม่เชื่อมโยงกับฐานการผลิตเป็นระบบตัดแปะ แต่มีการจัดตามฐานพรรคการเมืองนะครับ แล้วถึงจุดนั้นผมว่าหนี้ล้น โกงลึก ภาษีพุ่ง ในที่สุดมีแค่นี้ครับ และผมต้องขอเตือนนิดหนึ่งคอร์รัปชันไม่ใช่เฉพาะโกงเรื่องเงินนะครับ การโกหกกับประชาชนเป็นคอร์รัปชันอย่างหนึ่ง การที่ท่านไม่ให้ข้อเท็จจริงกับประชาชน ทั้งหมดก็คอร์รัปชันแบบหนึ่งเหมือนกันอย่าเข้าใจผิดครับ ด้วยเหตุนี้ผมไม่สามารถ รับหลักการร่างพระราชบัญญัติให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ด้านคมนาคมขนส่งของประเทศไทย พ.ศ ..... กระทรวงคมนาคมใช้ คนสไกป์ (Skype) รวย ที่ซวยคือคนไทย ขอบคุณครับ