สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๖ · ๒๙ มีนาคม ๒๕๕๖

ชนินทร์ รุ่งแสง หารือเรื่องร่าง พ.ร.บ. เงินกู้ 2,000,000,000,000 บาท ซึ่งเขาไม่เห็นด้วย เพราะมีหลายโครงการที่ไม่จำเป็นต้องใช้เงินกู้ และมีการพูดถึงการสอดไส้โครงการต่าง ๆ ที่ไม่จำเป็น หรือเป็นการขัดหลักการในการใช้งบประมาณ นอกจากนี้เขายังแสดงความกังวลเกี่ยวกับความไม่โปร่งใสในการดำเนินการโครงการท่าเรือปากบารา เช่น การมีส่วนร่วมของกรมเจ้าท่า และการขาดความจำเป็นในการสร้างท่าเรือขนาดใหญ่ เขายืนยันว่าพรรคฝ่ายค้านจะไม่รับหลักการกฎหมายฉบับนี้ และแสดงความกังวลเกี่ยวกับการสร้างหนี้ที่ไม่จำเป็น

นายชนินทร์ รุ่งแสง กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ชนินทร์ รุ่งแสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ กระผม ขออภิปรายกฎหมายเรียกว่ากฎหมายกู้เงิน ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งรัฐบาลมั่นใจนักหนาว่า เป็นกฎหมายที่จะทำให้การเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นในประเทศไทย เปลี่ยนชื่อ พยายามเรียกชื่อใหม่เป็น วิสัยทัศน์ประเทศไทย ๒๐๒๐ ดูดีมีความหวัง แต่ผมยืนยันนะครับ ๒ ประเด็นอย่างไรก็ตาม ให้ตายผมก็ไม่สามารถที่จะรับหลักการกฎหมายนี้ได้ แต่อย่างไรก็ตามผมก็ยืนยันว่าผมก็อยากเห็น ประเทศไทยในปี ๒๐๒๐ เป็นประเทศไทยที่มีความเจริญก้าวหน้า แต่ไม่ใช่เจริญก้าวหน้า ในเฉพาะด้านใดด้านหนึ่ง จะต้องเป็นการเจริญก้าวหน้าในทุก ๆ ด้าน ท่านประธานที่เคารพครับ มีคนติดใจ มีคนฝากให้ผมมาพูดฝากไปยังรัฐบาลว่าเขาเป็นห่วงวิสัยทัศน์ที่รัฐบาลมองนั้น ทำไมมองในด้านเดียว ไม่มองในมิติอื่นหรืออย่างไร ในช่วงที่ผ่านมามีสมาชิกหลาย ๆ ท่าน ก็ได้พูดว่าการแข่งขันของประเทศนั้นไม่ได้วัดกันเฉพาะในด้านของการขนส่งมวลชนอย่างเดียว ด้านการศึกษา ด้านสาธารณสุข ด้านเทคโนโลยี รัฐบาลเอาไปทิ้งไว้ไหน ตรงนี้เป็นคำตอบที่ ประชาชนต้องการ และที่สำคัญผมได้รับการฝากมาจากพ่อแม่ผู้ปกครอง เด็กนักเรียน ครูอาจารย์นะครับบอกว่ารัฐบาลไม่คิดจะกู้เพื่อไปสร้างโรงเรียนให้เขาบ้างหรืออย่างไร อุปกรณ์การเรียน สวัสดิการครูที่ต้องการงบประมาณจำนวนมากรัฐบาลลืมเขาแล้วหรืออย่างไร แล้วอย่างนี้ในอนาคตที่เขาต้องมาแบกภาระหนี้จำนวนมากขนาดนี้ ถ้าเขาไม่มี ความรู้ความสามารถแล้วเขาจะหาเงินมาใช้หนี้ได้หรือเปล่า เขาไม่มั่นใจ เขาเลยฝากมาถาม รัฐบาลว่าตกลงทิศทางวิสัยทัศน์ปี ๒๐๒๐ แปลว่าต้องการสร้างถนนหนทาง ต้องการสร้าง ทางรถไฟเท่านั้นเองหรือ ผมเชื่อเหลือเกินว่าในอนาคตปฏิเสธไม่ได้เลยครับว่าภาระการชำระหนี้ ตรงนี้มันจะเป็นภาระที่จะกระทบต่อเงินงบประมาณในการลงทุน ในการพัฒนาประเทศ ในด้านต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นด้านการศึกษา เพราะว่าภาระการชำระหนี้ในแต่ละปีที่เราต้องใช้นั้น หลายแสนล้านบาท จากการคาดการณ์ประมาณการที่ต้องเรียนตรง ๆ ว่าก็ยังมีการไม่ตรงกัน ระหว่างรัฐบาล ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายผมเองหรือฝ่ายวิชาการ ซึ่งปฏิเสธไม่ได้ครับตรงนี้รัฐบาล ต้องหาคำตอบว่ามันเป็นภาระแล้วจะหาทางออกอย่างไรในการพัฒนาเรื่องนี้ในด้านอื่น ๆ ท่านประธานที่เคารพครับ มีอีกหลายประเด็นที่ผมต้องเรียนว่าผมติดใจและนำไปสู่การที่ ผมไม่สามารถที่จะผ่านร่างกฎหมายฉบับนี้ไปได้ มีการพูดถึงการสอดไส้โครงการต่าง ๆ ที่ไม่จำเป็นหรือเป็นการจะเหมือนกับขัดหลักการในการใช้งบประมาณตามที่รัฐบาลได้ขอมา กระผมอยากจะขยายความแล้วก็ทักท้วงไปยังรัฐบาล โครงการที่เขียนยุทธศาสตร์ไว้สวยหรู ๓.๒ แผนงานพัฒนาระบบเชื่อมโยงพื้นที่เขตเศรษฐกิจหลักในประเทศ วงเงิน ๑๒๑,๐๐๐ กว่าล้านบาท ปรากฏว่าเปิดไปในรายละเอียดโครงการ ท่านประธานครับ มีโครงการถนนหนทางที่เป็นโครงการยิบ ๆ ย่อย ๆ ที่เป็นโครงการเรียกว่าเป็นรากฝอย ซึ่งผมคิดว่าตรงนี้ละครับ ประเด็นแรก ก็คือว่าโครงการเหล่านี้มันไม่จำเป็นต้องเป็นโครงการ ใช้ระบบงบประมาณเงินกู้หรือเงินนอกงบประมาณ โครงการเหล่านี้แต่ละโครงการ ถนนหนทางตรงนี้ยอมรับครับว่ามีความจำเป็น แต่ว่าทำไมครับเหตุผลในการที่จะมาใส่ใน ร่าง พ.ร.บ. เงินกู้ฉบับนี้มันไม่มีครับ มันไม่จำเป็นเพราะว่ารัฐบาลให้เหตุผลว่าโครงการ เป็นโครงการที่ใหญ่ เป็นโครงการระยะยาว แต่พอผมดูโครงการถนนเหล่านี้แล้วมันไม่ใช่ครับ มันสามารถไปใส่ในงบประมาณประจำปีได้และมีการตรวจสอบเป็นไปตาม พ.ร.บ. งบประมาณปกติได้ อย่างนี้ละครับผมคิดว่าเรื่องนี้มันเป็นเรื่องที่คาใจและมันมีเจตนาที่ไม่ดี และที่สำคัญที่สุดผมเชื่อเหลือเกินว่าที่ตีขลุมใส่มานี่นะครับ และสุดท้ายไปใช้อำนาจตาม กฎหมายเงินกู้โดยจะต้องผ่าน ครม. และเขียนสวยหรูนะครับจะต้องผ่านหน่วยงานต่าง ๆ ขึ้นมา แล้ว ครม. เป็นคนอนุมัติตรงนี้ ตรงนี้ผมเชื่อเหลือเกินว่าในอนาคตมันสามารถที่จะมีการปรับแต่งปรับเปลี่ยนไปตามพื้นที่ที่มี อิทธิพลหรือใครสั่งมาได้ เพราะฉะนั้นตรงนี้เป็นเรื่องที่ผมกังวลใจ และผมเองคิดว่าเป็นเรื่อง สำคัญและเป็นเหตุผลหนึ่งที่ผมเองไม่สามารถที่จะผ่านร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ไปได้ ท่านประธาน ที่เคารพครับ ความไม่แน่นอนของโครงการในหลาย ๆ โครงการมันฟ้องครับ โครงการ ทั้งหมดหลาย ๆ โครงการนั้นมีการสำรวจ มีการศึกษาความพร้อมความเป็นไปได้โครงการ หรือแม้แต่อีไอเอก็ดี ที่ชัด ๆ อยู่ผมมาดูแล้วมีอยู่ประมาณ ๑๓ โครงการ ซึ่งก็ต้องดีใจนะครับ ๑๓ โครงการนั้นบังเอิญว่าเป็นโครงการที่อยู่ในพื้นที่กรุงเทพมหานครเป็นโครงการรถไฟฟ้า ก็พอจะเห็นความเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นในกรุงเทพมหานคร แต่ว่าอย่างไรก็ตาม ก็มีข้อที่ จะต้องฝากไปว่าความสับสนของนโยบายรัฐบาลตอนแรกก็บอกว่าสนับสนุนให้ประชาชน มีรถคันแรก ตอนนี้ประชาชนซื้อรถมาแล้ว วันนี้คิดได้ควรจะสนับสนุนให้คนมาใช้ระบบ ขนส่งมวลชนสาธารณะ มันก็เป็นความสับสนที่ต้องถามรัฐบาลเหมือนกันตกลงมันเกิดขึ้น ได้อย่างไร และที่สำคัญประชาชนคนกรุงเทพฯ ก็ทวงนะครับว่าท่านหาเสียงไว้ในการเลือกตั้ง ใหญ่นะครับว่ารถไฟฟ้าตลอดสาย ๒๐ บาท ทำให้ได้นะครับ ท่านประธานที่เคารพครับ มีอีก หลาย ๆ โครงการที่เป็นสิ่งที่จะต้องพูดแล้วก็ย้ำเตือนกัน โครงการรถไฟความเร็วสูง สิ่งสำคัญ ที่สุดก็คือว่าความไม่แน่นอนของโครงการ การศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการ การศึกษา ผลกระทบสิ่งแวดล้อมของโครงการยังไม่มีผลออกมา ที่สำคัญที่สุดที่เป็นกุญแจสำคัญของ ความสำเร็จของโครงการก็คือค่าโดยสารรถไฟความเร็วสูงยังไม่มีข้อสรุปที่ชัดเจน ผมถือว่า ตรงนี้เป็นตัวแปรสำคัญของการที่จะชี้ว่าโครงการนี้ขาดทุนหรือกำไร มันจะชี้ว่าโครงการนี้ ไปรองรับคนรวยหรือคนจน มันไปรองรับคนทุกภาคส่วนหรือไม่ อย่างไร เพราะว่าเท่าที่ ได้รับทราบข้อมูลจากการมาชี้แจงของท่านรัฐมนตรีก็ดี จากการที่ผมไปเยี่ยมชมนิทรรศการก็ดี เรื่องค่าโดยสารเป็นเรื่องที่ยังหาคำตอบไม่ได้ และเป็นเรื่องที่คาดการณ์ว่าจะเป็นค่าใช้จ่าย ที่ค่อนข้างสูง มีการแจ้งมาว่าอาจจะเป็นค่าโดยสารประมาณ ๒-๓ บาทต่อกิโลเมตร ก็แปลว่า สมมุติยกตัวอย่างกรุงเทพฯ ไปจังหวัดเชียงใหม่ก็ประมาณ ๒,๐๐๐ บาทต่อเที่ยว ผมถามว่า ถ้าเผื่อเป็นลักษณะนี้แล้วใครล่ะครับที่จะมีโอกาสขึ้นรถไฟความเร็วสูงตรงนี้ ไม่ใช่คนมีรายได้ น้อยหรอกครับ คนที่มีฐานะเท่านั้นเอง เพราะฉะนั้นตรงนี้เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่จะต้อง ย้ำเตือนว่ารัฐบาลจะต้องหาคำตอบให้ได้ว่าโครงการนี้มันเหมาะสมหรือไม่ อย่างไร

ท่านประธานที่เคารพครับ อีกโครงการหนึ่งที่รัฐบาลมั่นใจนักหนา หลังสุด ก็มีข่าวคราวออกมาอยู่เป็นประจำนะครับว่าเป็นโครงการที่จะเป็นความหวังของทางภาคใต้ โครงการก่อสร้างท่าเรือปากบารา ตรงนี้ค่อนข้างชัดเจนครับท่านประธานว่ามีความขัดแย้ง กันระหว่างผลการศึกษาหรือสมมุติฐานของรัฐบาลอยู่ในเล่มนี้ละครับ ผมคิดว่าเรื่องนี้ต้องไป ศึกษาให้ดี แต่ก่อนที่จะไปศึกษาในรายละเอียดผมคิดว่ามันก็มีสิ่งที่น่าสงสัย ซึ่งจริง ๆ แล้ว เรื่องนี้มีข้อมูลจากการมาชี้แจงของการประชุมคณะกรรมาธิการการพัฒนาเศรษฐกิจ ซึ่งจริง ๆ แล้วก็ต้องขอบคุณทางรัฐมนตรีชัชชาตินะครับที่กรุณามาชี้แจงคณะกรรมาธิการ ๒ ครั้ง ซึ่งก็เป็นสิ่งที่ดีที่ชี้ให้เห็นว่ารัฐบาลก็มีคนที่ให้ความสำคัญกับการทำงานของสภา ไม่ใช่ปากอย่างเดียวนะครับ แต่ว่าตัวก็กระทำด้วย ก็ต้องชื่นชมตรงนี้ ข้อมูลที่ได้รับโครงการ ตรงนี้ต้องเรียนว่ามันขัดแย้งกันโดยสิ้นเชิง สิ่งหนึ่งที่ผมติดใจตั้งแต่เริ่มต้นก็คือเจ้าของ โครงการ ทำไมล่ะครับต้องเป็นกรมเจ้าท่า กรมเจ้าท่าทำหน้าที่อะไร กรมเจ้าท่า มีประสบการณ์อย่างไรในการบริหารท่าเรือเชิงพาณิชย์หรือเปล่า คำตอบคือเปล่า ทำไมล่ะครับ กรมเจ้าท่าถึงจะต้องเข้ามามีบทบาทตรงนี้ ทำไมไม่เป็นการท่าเรือแห่งประเทศไทย ซึ่งมีการทำงานมีข้อมูลตรงนี้อยู่แล้ว ผมก็อดสงสัยไม่ได้นะครับ สงสัยว่ากรมเจ้าท่า เป็นหน่วยงานราชการที่สั่งซ้ายหันขวาหันได้หรือเปล่า ตรงนี้ก็เป็นสิ่งหนึ่งที่จะต้องตั้ง ข้อสังเกต แล้วก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ผมไม่สามารถที่จะไว้ใจในการทำงานตรงนี้ได้ ในข้อมูลที่ กรมเจ้าท่าให้ตลอดเวลาว่าศึกษามาดีแล้วนี่นะครับ ต้องเรียนว่าขัดแย้งกับสิ่งที่คณะกรรมาธิการได้ไปศึกษาและได้รับข้อมูล ซึ่งเป็นข้อมูลจาก ข้อมูลตรงนะครับ ไม่ใช่ข้อมูลจากที่ปรึกษาที่เป็นมือปืนรับจ้างที่รัฐบาลใช้อยู่ ท่านประธาน ที่เคารพครับ คณะกรรมาธิการผมได้เชิญผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องมาให้ข้อมูลเรื่องโครงการ ตรงนี้นะครับ ไม่ว่าจะเป็นสมาพันธ์โลจิสติกส์ไทย หอการค้าไทย การท่าเรือแห่งประเทศไทย ผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ฟันธงชัดเจนครับ ท่าเรือตรงนี้ที่ได้คิดไว้นี่นะครับ บอกว่าจะรองรับ ตู้คอนเทนเนอร์ได้ประมาณ ๘๐๐,๐๐๐ กว่าทีอียู (TEU) เขาบอกว่ามันเกินความจำเป็น เขาบอกที่ผ่านมาการใช้ท่าเรือบริเวณนั้น ๔-๕ ปีที่ผ่านมามันนิ่งอยู่ไม่เกิน ๓๐๐,๐๐๐ ทีอียู เท่านั้นเอง และที่สำคัญเขาก็บอกว่าอนาคตที่จะมีการใช้การขนถ่ายสินค้ามากขนาดนั้น ก็ยังมองไม่เห็นอนาคต เพราะว่าจริง ๆ แล้วการขนถ่ายสินค้าตรงนั้นพึ่งพาเฉพาะเรื่องของ การเกษตร ไม่ว่าจะเป็นอาหารทะเล การเกษตร หรือว่ายางพารา ซึ่งถ้าเผื่อจะให้มีการใช้ มากขนาดนั้นมันจะต้องมีอุตสาหกรรมเกิดขึ้น ซึ่งก็เป็นสิ่งที่ยังไม่สามารถที่จะหาข้อสรุปได้ เพราะว่าการสร้างท่าเรือตรงนี้ก็ยังมีการคัดค้านเสียงร้องเรียนต่าง ๆ จากภาคประชาชน เพราะฉะนั้นสิ่งที่จะแนะนำตรงนี้ผมคิดว่ารัฐบาลต้องไปทบทวน เรื่องของขนาดก็ดี ความจำเป็น ความเหมาะสมก็ดี ทบทวนความต้องการของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ ว่าเขาต้องการขนาดไหน อย่างไร ไม่ใช่ไปฟังผู้ที่ท่านไปจ้างศึกษา เพื่อที่จะต้องการ ให้เป็นไปตามความประสงค์ของท่านคือต้องการใช้งบประมาณกว่า ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท โดยเกินความจำเป็น ตรงนี้เป็นตัวอย่างนะครับ จริง ๆ แล้วถ้าหากดูในรายละเอียดโครงการนั้น มีอีกหลาย ๆ โครงการครับที่สามารถจะตั้งข้อสังเกตแล้วก็ทำให้นำไปสู่การที่ไม่ไว้วางใจ แล้ว ก็คิดว่ามันเป็นสิ่งที่จะนำไปสู่การทำงานอย่างไม่โปร่งใส ที่สำคัญที่สุดผมคิดว่าวันนี้ ต้องยืนยันนะครับว่าผมเองและพรรคฝ่ายค้านไม่สามารถที่จะรับหลักการกฎหมายฉบับนี้ได้ ต้องยืนยันว่าผมเชื่อมั่นเหลือเกินว่าการไม่รับหลักการนั้นเป็นการที่ช่วยปกป้องผลประโยชน์ ของประเทศชาติ แต่ไม่ได้ปฏิเสธการพัฒนาของประเทศ พวกเราต้องการการพัฒนาที่ยั่งยืนถาวร พวกเราไม่ต้องการการพัฒนาที่เป็นการสร้างภาพฝัน ผลาญงบประมาณ ก่อหนี้โดยใช่เหตุ พวกเราเป็นห่วงลูกหลาน พวกเราเป็นห่วงประเทศเช่นเดียวกันครับ แต่อย่างไรก็ตาม ผมคิดว่าการสร้างหนี้ทั้งต้นและดอกเบี้ยกว่า ๕,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนั้นโดยยังไม่มีเหตุผล ความจำเป็นในขณะนี้ เป็นการสร้างภาระหนี้โดยไม่จำเป็น และเป็นการสร้างภาระหนี้ เกินกว่าเหตุ ผมยืนยันว่าผมต้องการจะเห็นระบบขนส่งมวลชน ระบบคมนาคม ต้องการที่จะเห็น ประเทศมีธุรกิจที่สามารถที่จะใช้ระบบโลจิสติกส์ได้อย่างเต็มที่เป็นการลดต้นทุนของสินค้า แต่ผมไม่สามารถที่จะให้กฎหมายฉบับนี้ผ่านได้ เพราะว่าความไม่มั่นใจในการบริหาร โครงการตรงนี้ก็ดี และวิธีการในการหาเงินซึ่งรัฐบาลผมคิดว่านอกจากเงินกู้แล้วยังมีวิธีการ ในการที่จะใช้เงินในจำนวนอื่น ๆ มาบริหารโครงการตรงนี้ได้ ผมยืนยันว่าก็คงจะไม่รับ หลักการ แต่ก็ยืนยันว่าเห็นด้วยกับโครงการที่จะทำให้พัฒนาประเทศชาติต่อไป โดยความโปร่งใสของการทำงาน ขอบคุณมากครับ