ผุสดี ตามไท หารือเรื่องร่างพระราชบัญญัติให้อำนาจกระทรวงการคลัง กู้เงินเพื่อการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของประเทศ พ.ศ. ระบุว่าตนเองเห็นด้วยและสนับสนุนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน แต่ไม่เห็นด้วยกับการกู้เงิน 2,000,000,000,000 บาท และเสนอทางเลือกอื่นที่ดีกว่า นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการทุจริตในการใช้เงินฟื้นฟูน้ำท่วมและวิพากษ์วิจารณ์แนวคิดและพฤติกรรมของรัฐบาลที่ไม่ซื่อสัตย์ในการกู้เงิน
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน ผุสดี ตามไท สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานคะ ดิฉันขออนุญาตมีส่วนร่วมในการอภิปรายร่างพระราชบัญญัติให้อำนาจกระทรวงการคลัง กู้เงินเพื่อการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของประเทศ พ.ศ. .... ท่านประธานคะ ก่อนอื่นดิฉันต้องขอกราบเรียนตามตรงเลยค่ะ ด้วยความจริงใจในฐานะที่เป็นผู้แทนราษฎร คนหนึ่งของประชาชนว่าดิฉันเห็นด้วยแล้วก็สนับสนุนแนวคิดเรื่องการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ด้านคมนาคมขนส่งของประเทศโดยไม่ต้องมีใครมาโฆษณาชวนเชื่อ ไม่ต้องมีใครมาพยายาม อธิบายเลยค่ะ ดิฉันสนับสนุน แต่ว่าก็ต้องมีการเรียงลำดับความสำคัญของโครงการต่าง ๆ คือต้องมีการเรียงลำดับความสำคัญอย่างเหมาะสม และที่สำคัญก็คือต้องไม่ละเลยการลงทุน เพื่อพัฒนาด้านอื่น ๆ ของประเทศไปพร้อม ๆ กันด้วย แต่ท่านประธานคะ ในฐานะที่เป็นประชาชน ผู้เสียภาษีซึ่งจะต้องแบกรับหนี้ที่รัฐบาลกำลังจะก่อขึ้น ดิฉันต้องกราบเรียนท่านประธานว่า ไม่อาจจะรับหลักการของร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ได้เลย ทำไมดิฉันถึงต้องกราบเรียน ท่านประธานเช่นนั้น มีเหตุผลหลายประการค่ะ แต่ว่าด้วยเวลาที่จำกัดก็ขออนุญาตกราบเรียน ท่านประธานเพียง ๒ ประการเท่านั้นเอง
ประการแรก ดิฉันเชื่อโดยสุจริตใจจริง ๆ ว่าทางเลือกที่รัฐบาลกำลังเลือก กู้เงิน ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทอย่างนี้เป็นทางเลือกที่ใช้ไม่ได้ค่ะ ไม่คุ้มค่า แล้วก็เสี่ยง ต่อการก่อหนี้สินล้นพ้นตัว แล้วก็อาจจะนำไปสู่การล้มละลายของประเทศได้ อย่าคิดว่า ไม่เกิดขึ้นนะคะ วันนี้หลายประเทศกำลังเกิดขึ้นแล้ว ในขณะที่จริง ๆ มีทางเลือกอื่น ที่ดีกว่านี้มากซึ่งเพื่อนสมาชิกได้อภิปรายไปก่อนล่วงหน้านี้แล้ว แล้วสำคัญก็คือว่าไม่ต้องให้ พี่น้องประชาชนจะต้องแบกหนี้ซึ่งจะกลายไปเป็น ๕,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท อีกเป็นระยะเวลา ๕๐ ปี
ประการต่อมา ดิฉันเชื่อว่าพฤติกรรมในอดีตเป็นตัวชี้บ่งสิ่งที่จะเกิดขึ้น ในอนาคตอย่างแน่นอน ขออนุญาตท่านประธาน ๒ เรื่องเพื่อจะยกตัวอย่าง เรื่องการใช้เงิน ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาทเพื่อฟื้นฟูน้ำท่วม ได้อ่านรายงานผ่านสื่อนะคะว่าเครือข่ายต่อต้าน การทุจริตพบว่าในการใช้เงินตรงนี้ ซึ่งถึงแม้ขณะนี้จะใช้ไปเกือบ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์แล้ว พบว่ามีการทุจริตกันกินหัวคิว ๓๐-๕๐ เปอร์เซ็นต์ทุกโครงการ
พฤติกรรมต่อมา ก็คือเป็นเรื่องของพฤติกรรมการที่คิดกู้ กู้ กู้ และกู้นี่ค่ะ ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งท่านขอออกพระราชกำหนดที่มีผลใช้บังคับเมื่อวันที่ ๒๗ มกราคม ปี ๒๕๕๕ แล้วก็มีเงื่อนไขว่าต้องกู้ให้เสร็จสิ้นภายในเดือนมิถุนายนปีนี้ละค่ะ เพื่อวางระบบ การบริหารจัดการน้ำและสร้างอนาคตประเทศ ท่านประธานคะ ตั้งแต่วันนั้นจนวันนี้เพิ่งจะกู้ไปเพียง ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท แล้วก็เบิกจ่ายไป เพียง ๕,๐๐๐ ล้านบาท เพราะฉะนั้นท่านประธานชัดเลยค่ะ ไม่เป็นความจริงเลยที่รัฐบาล อ้างว่าเป็นเรื่องเร่งด่วนฉุกเฉินตอนจะออกพระราชกำหนดกู้เงินจำนวนนี้ แล้วก็แถมยังมีการขู่ เอาไว้ด้วยถ้าเผื่อว่าคัดค้านกันแล้วก็หากน้ำท่วมเกิดขึ้นอีกในปี ๒๕๕๕ ก็ต้องโทษพวกเรา ที่คัดค้านเพราะจะไม่สามารถป้องกันน้ำท่วมได้ ท่านช่างกล้าหาญจริง ๆ เลยนะคะในการที่จะทำให้ คนเข้าใจผิด วันนี้ท่านได้ไปแล้วเงินกู้ ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ถ้าน้ำท่วมจริงท่านประธานคะ ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาทจะช่วยอะไรได้บ้างคะ ต้องถามอย่างนี้ว่ามีกลไกอะไรบ้างที่จะช่วย ป้องกันน้ำท่วมอย่างที่รัฐบาลอ้างหรือว่าขู่ไว้ได้เมื่อตอนออกพระราชกำหนด วันที่ ๒๐ มีนาคม ที่ผ่านมานี้เองสำนักงานนโยบายและบริหารจัดการน้ำและอุทกภัยแห่งชาติเพิ่งจะได้จัดเวที ชี้แจงเนื้อหาทีโออาร์ แล้วก็ตอบข้อซักถามให้กลุ่มบริษัทเอกชน ๖ กลุ่มที่ผ่านเข้ารอบ แล้วก็ นำเสนอแนวคิดในการจัดทำโครงการบริหารจัดการน้ำอย่างยั่งยืน แล้วก็ระบบแก้ไขปัญหา อุทกภัยของประเทศไทย ซึ่งบริษัทเหล่านี้ต้องเร่งจัดทำข้อเสนอเพื่อให้คณะกรรมการตัดสิน ในวันที่ ๓ พฤษภาคม พูดง่าย ๆ ก็คือว่ายังสรุปโครงการที่จะมาลงทุนไม่ได้เลยค่ะ ท่านประธานคะ ถ้าน้ำท่วมจริงอีกครั้งหนึ่งเมื่อปลายปีที่ผ่านมาก็คงได้เจ๊งอย่างเดียว นี่อย่างไรละคะคือพฤติกรรม แล้วก็แนวคิดที่ชัดเจนของรัฐบาลชุดนี้ในการกู้เงิน ท่านพูดไม่จริง ท่านไม่ซื่อสัตย์กับข้อมูล ทั้งต่อตัวเองแล้วก็ต่อประชาชน เดินหน้ากู้เงิน ท่านประธานคะ โดยที่ไม่มีความจำเป็นเร่งด่วน ฉุกเฉินอย่างที่อ้าง แล้วก็ไม่มีความพร้อม ดูเสมือนหนึ่งว่ารัฐบาลมองเห็นโอกาสจึงได้ตั้งวงเงินกู้ ขึ้นมากองไว้แล้วก็รอทำโครงการที่ยังมองไม่เห็นเลยนะคะท่านประธานว่าคืออะไร จะทำได้หรือไม่ ทำเพื่อใคร หรือใครได้ประโยชน์บ้าง ท่านประธานคะ เงินกู้ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ก็จะเข้าอีหรอบเดิมค่ะ เพื่อนสมาชิกหลายท่านได้พูดไปแล้วว่าแม้จะเห็นด้วยกับการลงทุน ในโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่ง แต่มีทางเลือกอื่นที่ดีกว่าในการหาเงินมาลงทุน ท่านประธานคะ จากการสำรวจความคิดเห็นเขาก็มีรายงานผ่านสื่อพบว่าประชาชนเกรงว่า เงินกู้ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทจะเป็นมหกรรมคอร์รัปชันแล้วก็ยังมีรายงานข่าวอีกด้วยว่า แม้แต่ท่านรองนายกรัฐมนตรีกิตติรัตน์เองก็ยังยอมรับว่าโครงการขนาดใหญ่ย่อมมีการรั่วไหล ทุจริตกันได้บ้าง ซึ่งก็แปลว่าโกงได้หรือเปล่าคะ ที่สุดเสียงข้างน้อยอย่างพวกเราที่อยู่ในสภา คงไม่อาจทัดทานร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ไปได้ แต่ท่านประธานคะ ท่านต้องอย่าให้เป็นการกู้ แล้วก็สร้างโครงการขึ้นมาเพียงเพื่อให้พวกพ้องตัวเองหรือให้กลุ่มคนไม่กี่คน แต่ปล่อยให้คน ทั้งประเทศต้องรับภาระมรดกหนี้สินมหาศาลที่เกิดขึ้นเป็น ๕,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทไปอีก ๕๐ ปี ท่านประธานต้องอย่าให้ถูกประณามว่ากินรวบ ๓.๕ แสนล้านบาทยัน ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท และท่านประธานต้องอย่าให้เกิดการโยงการลงทุนให้เป็นทุนการเมือง ท่านประธานคะ ดิฉันก็ขอยืนยันว่าแม้จะเห็นด้วยและแม้จะสนับสนุนกับการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน ด้านคมนาคมขนส่งให้กับประเทศ แต่ก็ไม่สามารถจะรับหลักการร่างพระราชบัญญัตินี้ได้ เพราะดิฉันไม่มั่นใจ ดิฉันไม่เชื่อใจและดิฉันไม่ไว้ใจกับแนวคิดการใช้วิจารณญาณและพฤติกรรม ของรัฐบาลชุดนี้เรื่องการกู้เงินและการใช้เงิน ขอบพระคุณค่ะ