สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๖ · ๒๙ มีนาคม ๒๕๕๖

ลีลาวดี วัชโรบล หารือเรื่องร่างพระราชบัญญัติให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของประเทศ พ.ศ..... และสนับสนุนร่างพระราชบัญญัตินี้

นางสาวลีลาวดี วัชโรบล กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานสภาที่เคารพคะ ดิฉัน นางสาวลีลาวดี วัชโรบล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขต ๕ ดุสิต-ราชเทวี พรรคเพื่อไทย ดิฉันต้องขอขอบคุณท่านประธานและท่านประธานวิป รวมทั้งเพื่อนสมาชิก อีกหลายท่านทีเดียวที่ได้ให้โอกาสดิฉันได้มีโอกาสพูดอภิปรายในประเด็นที่มีความสำคัญ อย่างยิ่งต่อประเทศไทยในร่างพระราชบัญญัติให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อพัฒนา โครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของประเทศ พ.ศ. .... ที่ดิฉันต้องกล่าวเช่นนี้เพราะ ดิฉันทราบมาว่าขณะนี้ประเทศไทยกำลังจับตามองมาสู่การถ่ายทอดอภิปรายเรื่องสำคัญ เพราะนั่นคืออนาคตของประเทศ ซึ่งเราอาจจะเรียกร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ว่าไทยแลนด์ ๒๐๒๐ หรือว่าอนาคตของประเทศในอีก ๗ ปีข้างหน้าก็ได้ ดิฉันรู้สึกว่าดิฉันต้องขอขอบพระคุณนะคะ รัฐบาล ท่านนายกรัฐมนตรี ท่านรองนายกรัฐมนตรี แล้วก็ท่านรัฐมนตรีที่ได้ให้วิสัยทัศน์ เมื่อวานนี้ ตลอดจนทำให้ดิฉันเองนั้นได้มองเห็นอนาคตของประเทศไทยแล้วรู้สึกภาคภูมิใจว่า วันนี้ดิฉันได้มาเป็นส่วนหนึ่งของการที่จะสร้างอนาคตให้กับคนไทยทั้งประเทศค่ะ ดิฉันขอ สนับสนุนร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ ที่ดิฉันต้องกล่าวอย่างนี้ดิฉันอยากจะเรียนอย่างนี้นะคะ ท่านประธาน เมื่อ ๒๐ กว่าปีที่แล้วดิฉันได้มีโอกาสเดินทางไปต่างประเทศ ดิฉันได้มีโอกาสไปใช้ รถไฟใต้ดิน ดิฉันรู้สึกทันเลยว่าจะมีโอกาสหรือไม่ อย่างไร ที่จะทำให้คนไทยในประเทศได้มีโอกาส ได้เข้าถึงระบบสาธารณูปโภคที่ดี ๆ เช่นนั้น ๒๐ กว่าปีผ่านไปมาถึงวันนี้ดิฉันดีใจเหลือเกินค่ะ ว่าความฝันของดิฉันในอดีตนั้นกำลังจะเป็นจริงแล้ว ในส่วนที่ดิฉันเป็นส่วนหนึ่งของ ประชาชนชาวไทย ดิฉันได้เห็นภาพของการเชื่อมโยงการพัฒนาโครงข่ายต่าง ๆ ดิฉันรู้สึก มั่นใจว่าลูกหลานในอนาคตนั้นจะเกิดและเติบโตขึ้นบนผืนแผ่นดินไทยที่มีการพัฒนา อย่างก้าวกระโดด และในส่วนที่ดิฉันเป็น ส.ส. กรุงเทพมหานคร ดิฉันต้องขอขอบพระคุณ ท่านนายกรัฐมนตรีที่ให้ความจริงใจได้นำเอางบประมาณซึ่งถือได้ว่าเป็นเศษหนึ่งส่วนสี่ ของงบประมาณทั้งหมด ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ถึง ๔๗๒,๔๔๘ ล้านบาทที่จะพัฒนาแผน ระบบขนส่งในกรุงเทพฯ หรือว่าในเขตเมืองนะคะ ดิฉันได้อ่านเอกสารต่าง ๆ แล้วได้ดู เพาเวอร์พอยท์ เมื่อวานนี้แล้ว ดิฉันต้องบอกว่าดิฉันรู้สึกประทับใจและดิฉันเองก็ต้อง ขออนุญาตฝากไปถึงเพื่อนสมาชิกซึ่งเมื่อสักครู่ได้พูดถึงเขตราชเทวีว่ามีพี่น้องประชาชน จำนวนหนึ่งที่ขณะนี้อาจจะติดป้ายอยู่บริเวณถนนราชปรารภบ้าง ถนนแถวประตูน้ำบ้างนะคะ เนื่องจากว่ามีความกังวลว่ามีการปล่อยข่าวอันเป็นเท็จว่ารัฐบาลกลั่นแกล้งบ้างเพื่อผลประโยชน์ ของคนใดคนหนึ่ง ดิฉันเองได้นำเอาปัญหานี้ไปเรียนถามท่านรัฐมนตรี เมื่อวันอังคารที่ผ่านมานั้น ท่านรัฐมนตรีก็ได้กรุณาลงไปพบกับพี่น้องประชาชน วินาทีที่ท่านรัฐมนตรีได้เห็น พี่น้องประชาชนมาและเห็นถึงความจริงใจที่ได้มีการพูดคุยกัน ดิฉันเห็นสีหน้าสีตาของ พี่น้องประชาชนทุกคนมีความหวังและรอยยิ้มค่ะ ดิฉันเชื่อมั่นเหลือเกินว่าความจริงใจ ที่รัฐบาลมีให้ต่อพี่น้องประชาชนคือคำตอบที่จะทำให้โครงการในการพัฒนานั้นสามารถทำได้ค่ะ สิ่งหนึ่งที่ดิฉันได้มีโอกาสคุยกับทางท่านยงสิทธิ์ ผู้ว่าการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชน แห่งประเทศไทย แล้วก็ท่านประภัสร์ จงสงวน ผู้ว่าการการรถไฟฟ้าแห่งประเทศไทย ดิฉันพบว่าข้อมูลอันเป็นทางวิชาการในการจะสร้าง ไม่ว่าจะเป็นสถานีรถไฟ หรือรถไฟใต้ดิน รถไฟลอยฟ้า จะต้องมีการศึกษาข้อมูล แล้วพอศึกษาไปดิฉันพบว่าคณะรัฐมนตรีที่ได้มี การประชุมเมื่อวันที่ ๙ มีนาคม ๒๕๕๓ แล้วก็มีการรับทราบผลการประชุมของคณะกรรมการ จัดระบบการจราจรทางบก ในการประชุมเมื่อวันที่ ๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๓ ซึ่งพูดถึงปี ๒๕๕๓ นั่นก็หมายความว่าเป็นสมัยรัฐบาลชุดที่แล้วได้มีมติเห็นชอบแผนแม่บทระบบขนส่งมวลชน ทางรางในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑลหรือเอ็มแมพ (M-MAP) โดยได้กำหนด หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการในระยะเวลา ๑๐ ปีแรกก็เปิดบริการภายในปี ๒๕๖๒ มีอยู่ ๗ เส้นทาง และเส้นทางที่มีปัญหานี้ถูกปรับรถไฟฟ้าสายสีน้ำตาลให้เป็นสายสีส้ม ซึ่งเปลี่ยนแนวทางจากบางบำหรุ-อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ-ดินแดง มาเป็นตลิ่งชัน-ประตูน้ำ-ดินแดง ซึ่งกำลังมีเหตุอยู่ในขณะนี้ ซึ่งดิฉันต้องเรียนอย่างนี้ว่าในรัฐบาลชุดนี้ก็ทำต่อจากการอนุมัติของรัฐบาลชุดที่แล้ว ไม่ได้มา ลากเส้นหรือมาต่อเส้นเพื่อให้ประโยชน์กับห้างใดห้างหนึ่ง หรือเพื่อผลประโยชน์ของใคร คนใดคนหนึ่ง ที่ดิฉันต้องเรียนอย่างนี้เพราะดิฉันมั่นใจว่าพี่น้องประชาชนในเขตราชเทวี หลายคนกำลังจับตามอง อยากจะทราบคำตอบที่แท้จริง ซึ่งท่านรัฐมนตรีบอกว่าหลังจาก ผ่านร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ไปแล้วท่านก็จะให้คำตอบกับพี่น้องประชาชนที่กำลังเฝ้ารอว่า การให้ข้อมูลอันเป็นเท็จนั้นความจริงนั้นเป็นอย่างไร ที่ดิฉันต้องกล่าวขอบพระคุณในฐานะที่ ดิฉันเป็น ส.ส. กทม. เพราะว่าเมื่อเดือนที่ผ่านมีการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ปัญหา อันดับหนึ่งของคนกรุงเทพมหานครก็คือเรื่องรถติด รถติดถึงขนาดที่บางคนบอกว่าเจอกันแยกนี้ ไปแต่งงานแยกหน้าแล้วก็มีลูกแยกถัดไป พูดกันขนาดนี้นะคะ บางคนบอกว่ารถติดหนักเหลือเกิน มาโตกันในรถในถนนนี้นะคะ ดิฉันเห็นว่าปัญหาอย่างนี้ไม่ได้เกิดขึ้นในกรุงเทพมหานครเท่านั้น แต่เกิดขึ้นในเมืองหลวงเมืองสำคัญทั่วโลก แล้วเขาแก้ปัญหากันอย่างไร เขาก็ต้องทำแบบนี้ คือการลงทุน ซึ่งดิฉันต้องขอบอกว่ามีโอกาสได้เห็นโครงสร้างเห็นอนาคตที่จะเกิดขึ้นกับ คนไทยในอีก ๗ ปีข้างหน้าแล้ว ดิฉันรู้สึกว่ามั่นใจและดิฉันก็เชื่อมั่นว่าพี่น้องประชาชนที่ได้ เลือกพรรคเพื่อไทยให้มาบริหารประเทศคงเกิดความมั่นใจเหมือนกัน และคงจะจับตาดูว่า วันนี้บันทึกหน้าประวัติศาสตร์นั้นจะจารึกชื่อใครคนใดบ้างที่จะพลิกโฉมประเทศ จัดงบประมาณ จนถึงวันนี้ดิฉันพบว่ามีข้อกังวลของเพื่อนสมาชิกหลายท่านทีเดียว ส่วนหนึ่งก็คือกังวลในเรื่อง ของคอร์รัปชัน ดิฉันเชื่อว่าการที่เราจะทำให้การทำงานนี้มีความโปร่งใสไม่ใช่เรื่องยาก ของรัฐบาลชุดนี้ค่ะ อีกส่วนหนึ่งก็คือเรื่องของการก่อหนี้สาธารณะ ดิฉันได้มีโอกาสพูดคุยกับ ดอกเตอร์หลายท่าน ถามถึงว่าหนี้สาธารณะถ้าจะเพิ่มมากขึ้นมันจะส่งผลอย่างไร ซึ่งดิฉันก็ทราบ ข้อมูลมาว่าหนี้สาธารณะที่ทั่วโลกเขาให้การยอมรับขึ้นถึง ๒๐๐ เปอร์เซ็นต์ ดิฉันก็เลย ได้มีโอกาสไปดูข้อมูล ขออนุญาตยกตัวอย่างนะคะ ของเราตอนนี้หนี้สาธารณะอยู่ที่ ๔๒ เปอร์เซ็นต์ แต่ถ้าไปดูประเทศญี่ปุ่น ประเทศญี่ปุ่น ๒๑๒ เปอร์เซ็นต์ หรือถ้าเราจะดู ใกล้ ๆ มาหน่อย ประเทศสหรัฐอเมริกาหนี้สาธารณะ ๑๐๒ เปอร์เซ็นต์ ยุโรปส่วนใหญ่ก็ ๘๐ เปอร์เซ็นต์ขึ้นไป เอาจำนวนประชากรที่มีใกล้เคียงก็คือประเทศฝรั่งเศส ก็คือมีหนี้สาธารณะ ถึง ๘๖ เปอร์เซ็นต์ เพราะฉะนั้นการจะบอกว่าประเทศไทยของเรามีหนี้สาธารณะสูง นั่นหมายถึงวินัยการคลังของเราไม่ดีคงจะกล่าวเช่นนั้นไม่ได้ ดังนั้นดิฉันเชื่อว่าถ้าไม่อยากผิดหวัง ก็อย่าหวัง แล้วก็อยู่ไปวัน ๆ นั้นไม่ควรจะเกิดขึ้นกับคนไทย และการที่บอกว่าอย่าเพิ่งเริ่มต้น ขุดบ่อน้ำเมื่อหิว หรืออย่าเพิ่งเริ่มฝึกทหารเมื่อข้าศึกมาเยือน นั่นหมายความว่าเราจะต้องมอง ไปในอนาคต ในขณะนี้รัฐบาลเหมือนคนที่กำลังขับรถพาคนทั้งประเทศไปตามเส้นทางที่ได้ แถลงนโยบายไว้เดือนสิงหาคม ปี ๒๕๕๔ เพราะฉะนั้นดิฉันมั่นใจว่าโครงการนี้จะสามารถ ทำสำเร็จได้ ท่านประธานคะ ดิฉันเป็นชาวพุทธที่เชื่อเรื่องกรรมค่ะ เพราะฉะนั้นดิฉันเชื่อว่า วันนี้ท่านนายกรัฐมนตรี ท่านรองนายกรัฐมนตรี ท่านรัฐมนตรี แล้วก็เพื่อนสมาชิกหลาย ๆ คน เมื่อพูดถึงโครงการนี้เสร็จแล้วทุกคนก็คงจะมีความสบายใจ เพราะว่าได้ประกอบกรรมดี เพราะว่าเราคิดดี ทำดี และพูดดี และหวังเหลือเกินว่าสิ่งดี ๆ ที่จะเกิดขึ้นต่อไปนี้คงจะสร้าง อนาคตที่ดีของปวงชนชาวไทยทุกคน ขอบพระคุณค่ะ