มัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับร่างพระราชบัญญัติเกี่ยวกับการกู้เงิน โดยเน้นย้ำว่าควรให้เอกชนมาร่วมทุนเพื่อลดภาระหนี้สาธารณะ และยังเน้นการพัฒนาคน การศึกษา และระบบข้าราชการไทยเพื่อผลิตบุคลากรที่มีคุณภาพ
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาวมัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลพบุรี พรรคภูมิใจไทย ขออนุญาตร่วมแสดงความคิดเห็นในร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ เพราะว่าร่างพระราชบัญญัติ ฉบับนี้อนุมัติท่านรัฐมนตรีมีอำนาจกู้เงิน กำหนดให้สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ เป็นหน่วยงานที่มีอำนาจหน้าที่ดำเนินการสำหรับการบริหาร จัดการการกู้เงิน การเบิกจ่ายเงินกู้ การชำระหนี้ โครงการทั้งหมดที่อยู่ในเอกสารท่านสมาชิกหลาย ๆ ท่านดู ทุกคนเท่าที่ฟัง จากเมื่อวานถึงวันนี้ที่ผ่านมาส่วนใหญ่จริง ๆ เลยสนับสนุนนะคะท่านประธาน การกู้เงิน ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่ แต่ว่าการกู้นั้นหมายถึงว่าเรากำลังจะเอาเงินในอนาคตมาใช้ก่อน แล้วสิ่งสำคัญก็คือจะต้องดูกำลังของตัวเองแล้วก็ต้องอยู่บนพื้นฐานของความเป็นจริง เวลาที่ ท่านประธานหรือว่าเพื่อนสมาชิกลงพื้นที่เรามักจะพบกับชาวบ้าน ซึ่งพี่น้องประชาชนมักจะ บอกเราว่าเขาอยากให้เราหางบประมาณมาทำถนนเส้นนั้น มาทำถนนเส้นนี้ แล้วก็บอกว่า น้ำที่บ้านเขาไม่พอใช้ ระบบประปาของเขาไม่ดีเลย น้ำจะกินน้ำจะใช้ไม่มี สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้มันเป็นสิ่งที่อยู่ใกล้ตัว มากกว่ารถไฟความเร็วสูง อยากจะบอกว่าจังหวัดลพบุรีก็ได้รับโครงการที่อยู่ในเล่มนี้ ๑๖,๐๐๐ กว่าล้านบาท เป็นรถไฟทางคู่สายลพบุรี-ปากน้ำโพ ท่านประธานทราบไหมคะ ทาง สนข. ลงไปชี้แนวผ่านบ้านนายคนนี้ ผ่านที่นานายคนนั้น ปรากฏว่าเจ้าของที่โดน กินไม่ได้นอนไม่หลับก็ต้องมีการมาสำรวจกันใหม่ โชคดีนะคะท่านประธาน น้ำท่วมค่ะ ปรากฏการณ์น้ำท่วมใหญ่ที่ผ่านมาของจังหวัดลพบุรี ทราบว่าทาง สนข. ยกระดับทางรถไฟ ขึ้นเอาไว้บนถนนยกระดับไปอีกประมาณ ๓๐ เมตร ถ้าดิฉันจำไม่ผิด ชาวบ้านโล่งอกค่ะ เพราะว่าไม่ต้องโดนผ่านบ้านเขา อันนี้ก็เป็นสิ่งที่อยากจะนำเสนอกับคณะรัฐบาลว่า บางโครงการท่านถามเขา แต่บางโครงการท่านบอกว่าท่านยังไม่ได้ถาม ยังไม่ได้สำรวจ ก็ต้อง ฝากเอาไว้ว่าถามชาวบ้านสักนิดหนึ่ง เพราะว่าวันนี้กู้เงิน ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เรารับมอบ อำนาจเขามาในเรื่องนี้หรือเปล่า แต่ว่าเวลาเป็นหนี้เป็นหนี้เท่ากัน กู้เงิน ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ต้องใช้ระยะเวลา ๕๐ ปี นานมากท่านประธาน แต่อย่างไรก็แล้วแต่ดิฉันเห็นด้วยกับ การพัฒนาประเทศ เห็นด้วยกับการที่คณะรัฐบาลนั้นจะทำการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ด้านคมนาคมขนส่ง แล้วก็ชื่นชมในความคิดที่กล้าคิดแล้วก็กล้าตัดสินใจที่จะกู้เงินในยอดเงิน อันนี้ แต่ดิฉันมีความเป็นห่วงค่ะท่านประธาน เรากู้เงิน ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทเป็นจำนวนเงิน ที่มากมายมหาศาลแล้วก็มีความรู้สึกว่าเราใช้จ่ายเกินตัว เราเห็นตัวอย่างหลาย ๆ ประเทศ ที่กำลังประสบกับปัญหาเศรษฐกิจ ไม่ว่าจะเป็นประเทศสเปน ประเทศอิตาลี หรือว่าไซปรัส แล้วก็จากรายงานบอกว่ายอดขาดดุลการค้าของประเทศไทยในเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ขาดดุล ๕๓.๓ พันล้านบาท เนื่องจากว่าการส่งออกลดลงจากความผันผวนของเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะประเทศสหรัฐอเมริกาและประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเป็นตลาดส่งออกหลักของประเทศไทย รวมถึงผลการผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนและการปรับตัวแข็งค่าของเงินบาท โดยเฉพาะ สินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมการเกษตรลดลงสูงสุดถึง ๑๓.๕ เปอร์เซ็นต์ ในส่วนตรง ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ดิฉันเองอยากจะขอนำเสนอว่าบางโครงการไม่ต้องทำพร้อมกันหมด แล้วก็ต้องให้เสร็จใน ๗ ปี อยากจะให้ทดลองทำเป็นบางโครงการ บางโครงการอยากให้เอกชน มาร่วมทุน อย่างเช่นโครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองช่วงบางใหญ่-นครปฐม-กาญจนบุรี จริง ๆ เลยมีบริษัทเอกชนสนใจที่จะมาลงทุนร่วม ก็อยากจะนำเรียนท่านรัฐมนตรีบอกว่า เราไม่จำเป็นที่จะต้องสร้างแล้วก็เป็นของเรา เราอาจจะมีเงื่อนไขพิเศษตกลงกันว่าวินวิน (Win Win) กันทั้ง ๒ ฝ่าย ประเทศก็ได้ประโยชน์ด้วย แล้วก็ไม่ต้องมากู้เงินมากมายขนาดนี้
แล้วอีกสิ่งหนึ่งที่อยากจะเรียนให้คณะรัฐบาลทราบก็คือว่าข้อคิดเห็นต่าง ๆ ที่นำมาพูดกันในสภาทุกคนมีความตั้งใจอยากให้ประเทศชาตินั้นเจริญ อยากเห็นความเจริญ ของคนควบคู่กันไปด้วย วันนี้เราพูดกันถึงแต่เรื่องของวัตถุ เรามีรถไฟความเร็วสูง เรามีรถไฟทางคู่ เรามีท่าเรือน้ำลึก ฝากนิดหนึ่งค่ะท่านประธาน พัฒนาคน พัฒนาการศึกษา พัฒนาระบบ ข้าราชการไทย สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้มันจะเกิดการควบคู่ไป ถ้าคนเราเข้มแข็ง ชุมชนเราเข้มแข็ง ประเทศชาติเราก็เข้มแข็ง
สุดท้ายนี้ก็ต้องขออนุญาตที่จะต้องสนับสนุนคำอภิปรายของท่านปุระชัย ขออนุญาตที่เอ่ยนามท่าน ถ้าหากว่าคณะรัฐบาลจะทำร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้จริง ๆ แล้ว ก็อยากจะให้คณะรัฐมนตรีชุดนี้รับผิดชอบในหนี้สินที่จะเกิดขึ้นเป็นกรณีพิเศษ ขอบคุณค่ะ