จุติ ไกรฤกษ์ วิพากษ์วิจารณ์แผนการกู้เงินของกระทรวงการคลัง เนื่องจากจะทำให้ประเทศมีหนี้สาธารณะสูงขึ้น และไม่สามารถชำระหนี้ได้ นอกจากนี้เขายังวิพากษ์วิจารณ์ตัวเลขผลตอบแทนทางเศรษฐกิจและทางการเงินของโครงการรถไฟรางคู่ที่กระทรวงการคลังส่งมาให้สภาดู
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผม จุติ ไกรฤกษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดพิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ กระผมได้ฟังคำชี้แจงของคณะรัฐมนตรี ตั้งแต่หัวหน้ารัฐบาล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม พร้อมเอกสารท่านประธานครับ เป็นเอกสารที่ประกอบ ร่าง พ.ร.บ. มีความหนา ๒๘๐ หน้าของกระทรวงการคลัง ที่จะให้เราตัดสินใจว่าควรกู้ เพื่อพัฒนาประเทศหรือไม่ ผมกราบเรียนท่านประธานอย่างนี้ครับว่า ถ้าคนไม่คุ้นเคยบอกว่า เอกสาร ๒๘๐ หน้านั้นก็หนาพอ ละเอียดพอแล้วมูลค่า ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แต่จริง ๆ มูลค่า ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ภาระหนี้ ๕,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทครับท่านประธาน ข้างซ้าย ของผมท่านประธานเห็นไหมครับ ๒๐ เล่ม นั่นคือรายละเอียดของเงินงบประมาณ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทเท่านั้น แต่มี ๒๐ เล่ม นี่ ๕,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทมีเล่มเดียว ๒๘๐ หน้า ฉะนั้นอย่ามาบอกครับว่าละเอียด โปร่งใส ตรวจสอบได้ ผมนั่งถ่างตาอ่านจนถึงตีสามทั้ง ๒ คืน ผมกราบเรียนท่านประธานได้เลยว่าร่าง พ.ร.บ. ที่เสนอมานี้ไม่โปร่งใสแล้วก็ตรวจสอบได้ยาก แล้ววันนี้การที่มาขอกู้นั้นอ้างวงเงินเดิมเต็มขอเปิดบัญชีใหม่ แต่เป็นบัญชีใหม่ที่หลีกเลี่ยง กฎหมาย หลีกเลี่ยงการตรวจสอบ ผมจะกราบเรียนท่านประธานให้เห็นว่าจริง ๆ แล้ว การที่มีท่านสมาชิกรวมทั้งท่านรัฐมนตรีบอกว่าร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้แก้ไขได้ ถ้าไม่ชอบ การลงทุนโครงการใดก็ยกเลิกโครงการลงทุนได้ เราไม่ต้องการยกเลิกโครงการลงทุน แต่เรา ต้องการยกเลิกการกู้เงินครับ เพื่อนสมาชิกของผมบอกว่าตอนที่คิดโครงการไม่เห็นอย่างอื่น เห็นแต่เงิน ผมบอกได้ว่าวันนี้พี่น้องประชาชนเห็นแต่หนี้ครับ หนี้เป็นระยะเวลา ๕๐ ปี กำลังมาบอกให้พวกผมฝันสวยหรูว่ารถไฟฟ้าที่อยู่หน้าท่านอภิรักษ์ รถไฟฟ้าความเร็วสูงนี้ ท่านประธานครับ จะทำให้ประเทศไทยนั้นเจริญเชื่อมสู่โลกทันสมัย ผมกำลังจะถาม ท่านนายกรัฐมนตรีเพราะว่าเอารถไฟฟ้ามาให้เห็น อยากจะทราบว่าท่านจะเอาผักสดขนไว้ ตรงตู้ไหนครับ ต้องให้เห็นภาพว่าผักสดอยู่ตู้ไหนครับ ผมเห็นแต่ยุโรปเขาขนของเบา ๆ เครื่องอิเล็กทรอนิกส์แล้วก็ขนเพชร เพราะว่าขนเพชรนั้นมันเบาสามารถขนย้ายได้ง่าย แล้วก็มีมูลค่าสูง ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานก็คือว่าสิ่งที่เราไม่เห็นด้วยกับการกู้ ผมไม่นับท่านรัฐมนตรีกรณ์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง มีอดีตรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังถึง ๔ ท่าน ซึ่งเคยเป็นผู้ร่วมงานพรรคท่านคัดค้านการกู้เงิน แต่รัฐบาลวันนี้ ไม่ฟังครับ อดีตรัฐมนตรีท่านหนึ่งท่านก็บอกว่าไม่เห็นด้วยที่จะกู้มากขนาดนี้ การกู้ควรคำนึงถึง รายได้บอกว่าไม่เห็นด้วย นี่เป็นอดีตรัฐมนตรีกระทรวงการคลังจากพรรคท่านนะครับ อีกท่านหนึ่งบอกว่าเศรษฐกิจเราโตไม่จริง เศรษฐกิจเราโตด้วยการสร้างหนี้ วันนี้รัฐบาล ไม่มีงบพอที่จะดำเนินการในเรื่องระบบการศึกษา ไม่มีงบพอดำเนินการเรื่องสาธารณสุข และสวัสดิการผู้สูงอายุ เราจะไปซื้อรถไฟ สร้างรถไฟอย่างเดียว อีกท่านหนึ่งตักเตือนครับ เป็นรองนายกรัฐมนตรีเหมือนกัน แล้วก็เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังด้วย บอกว่า ระวังอันตรายมาถึงแล้ว เพราะว่าหนี้สาธารณะแตะ ๖๐ เปอร์เซ็นต์ แต่รัฐบาลนั้น ก็ยังบอกว่า ๕๐ เปอร์เซ็นต์ ยืนกระต่ายขาเดียวอยู่นั่นเอง ผมอยากจะกราบเรียน ท่านประธานว่าข้ออ้างของรัฐบาลชุดนี้ในการสร้างภาระหนี้ ๕.๑๖ ล้านล้านบาท เพื่อให้ ลูกหลานได้ใช้ไปอีก ๕๐ ปี ข้อแรกครับ ท่านบอกว่าเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ท่านบอกว่า จะลดต้นทุนการขนส่งสินค้า ลดต้นทุนสินค้า ผมบอกท่านได้เลยครับ ท่านก็บอกว่าปีละ ๒ เปอร์เซ็นต์ พรรคประชาธิปัตย์เคยทำโลจิสติกส์ต้นทุนลดมาจาก ๑๘.๕ เปอร์เซ็นต์ เหลือ ๑๕ เปอร์เซ็นต์ ท่านก็จะทำดีกว่าผม ผมดีใจด้วย จาก ๑๕ เปอร์เซ็นต์จะให้ลดเหลือ ๑๓ เปอร์เซ็นต์ แต่ผมบอกท่านได้เลย ๑๓ เปอร์เซ็นต์นั้นท่านต้องกู้มีภาระหนี้ถึง ๕,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ผมบอกท่านได้เลยครับถ้าจะลดต้นทุนธุรกิจนั้น ลดต้นทุนนั้นฟังสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เขาหน่อยได้ไหมครับ สภาหอการค้าแห่งประเทศไทยเขาบอกว่าอย่างไร ทนไม่ไหวแล้ว เขาไม่ได้ว่าเฉพาะท่าน เขาบอกว่าการเมืองวันนี้มันโกงทุกรัฐบาล แต่วันนี้ทำไมเรียกแพงเหลือเกิน เมื่อก่อนนั้น ๕ เปอร์เซ็นต์ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ก็ยังพอว่า วันนี้บางคนบางรายเรียกถึง ๓๐ เปอร์เซ็นต์ ฉะนั้นถ้าเผื่อจะลดต้นทุนธุรกิจง่ายนิดเดียวครับ ท่านนายกรัฐมนตรีออกทีวีทั้งประเทศขอให้ คนหยุดโกง ถ้าหยุดโกงได้ลดต้นทุนทันที ๓๐ เปอร์เซ็นต์ ท่านนายกรัฐมนตรีไม่ต้องไปกู้ ๕,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ไม่ต้องมีภาระหนี้ขนาดนี้ แต่สามารถบอกได้ว่าห้ามพวกพ้องน้องพี่ หยุดได้ไหม หยุดเพื่อให้ประเทศไทยเดินหน้า หยุดไม่ให้พวกพ้องนั้นมาหากินกับผลประโยชน์ จากภาระหนี้ ๕,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทได้ไหม ถ้าท่านทำได้ ท่านจะลดต้นทุนสินค้าทั้งประเทศ ทันที ๓๐ เปอร์เซ็นต์ เพราะเป็นเงินใต้โต๊ะที่ไม่ควรจะได้
ประเด็นต่อมา ท่านบอกว่าท่านจะลดรายจ่ายเชื้อเพลิงปีละ ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ผมฟังดูก็มีเหตุผลนะครับ แต่ผมอยากจะถาม ถ้าคิดจะลดรายจ่ายจริง ๆ ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เรื่องน้ำมันเชื้อเพลิง แล้วใครล่ะครับเป็นคนคิดให้มีรถคันแรก บ้าทะลุ ๑,๒๐๐,๐๐๐ คัน เต็มถนนเลย คันหนึ่งใช้น้ำมันแค่ ๑๐๐ ลิตร เดือนละ ๔,๐๐๐ บาท ปีหนึ่ง ๕๐,๐๐๐ บาท ๑,๒๐๐,๐๐๐ คัน เชื้อเพลิงเพิ่มมาแล้ว ๖๐,๐๐๐ ล้านบาทต่อปี แล้วท่านกำลังบอกว่า จะมาลดน้ำมันเชื้อเพลิงปีละ ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แต่นโยบายท่านเองนั่นละเพิ่มการใช้ไปแล้ว ๖๐,๐๐๐ ล้านบาทต่อปี
ประเด็นต่อมาครับ ที่ท่านบอกบอกว่าสิ่งที่พวกท่านจะทำนั้นจะเป็นการกระตุ้น การจ้างแรงงาน ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานว่าพวกผมที่ไม่เห็นด้วยกับการกู้เงิน เพราะวันนี้พี่น้องประชาชนทั้งประเทศแบกหนี้หลังแอ่นหมดแล้วครับ แบกหนี้หลังแอ่น หมดแล้วครับ ท่านไปดูนะครับ ภาระหนี้สินต่อครัวเรือนเมื่อปี ๒๕๕๒ ๙๖,๖๘๙ บาทต่อครัวเรือน วันนี้มีภาระหนี้สินต่อครัวเรือน ๑๐๓,๐๔๗ บาทต่อครัวเรือน นี่ภาระส่วนตัวของเขา แต่ท่าน กำลังจะบอกว่าสิ่งที่ท่านกำลังจะทำนี้ ภาษีมูลค่าเพิ่มที่เก็บจากการบริโภคของเขานี้ ต้องนำไปชำระหนี้อีก ๕๐ ปี แล้วท่านทราบไหมครับว่าจำนวนที่คนเป็นหนี้ หนี้ที่มีมูลค่า ๑๐๐,๐๐๐ บาทขึ้นไปนั้น ๕๐,๐๐๐-๑๐๐,๐๐๐ บาทนี่ร้อยละ ๘๐ ครับบอกว่าไม่มีความสามารถ ในการชำระหนี้ได้ แต่วันนี้สภากำลังจะบอกเราว่ากู้ไปเถอะ กู้ไปเถอะ กู้ไปเพื่อสร้างประเทศ อย่าไปกลัว ประเทศญี่ปุ่นนั้นหนี้สาธารณะอัตราส่วนต่อรายได้ประชาชาติยังตั้ง ๒๒๙ เปอร์เซ็นต์ กู้ไปเถอะ ประเทศสหรัฐอเมริกา ๑๐๖ เปอร์เซ็นต์ กู้ไปเถอะ ท่านครับ ประเทศสหรัฐอเมริกา ประเทศญี่ปุ่น ยุโรปเดี้ยงหมดครับ เพราะว่าอ้ายกู้ไปเถอะ หนี้มหาศาล แล้วคนที่มาพูดมา ตอบสภาบอกว่าประเทศญี่ปุ่นนั้นมีหนี้สาธารณะ ๒๒๙ เปอร์เซ็นต์ กู้ไปเถอะไม่เป็นไร ใช่สิครับ เขามีอัตราการออมมูลค่า ๕๐ เปอร์เซ็นต์ของรายได้ประชาชาติ ประเทศไทย อาจจะเป็นอึ่งอ่างแล้วอยากจะเป็นช้าง อัตราการออมเรามีแค่ ๘ เปอร์เซ็นต์ต่อรายได้ประชาชาติ เทียบไม่ติดเขาเลยแล้วยังอยากจะ มีหน้าไปขอกู้เหมือนเขา ไปดูสิครับสิ่งที่เป็นประโยชน์ประเทศอินโดนีเซียมีหนี้สาธารณะ เพียงแค่ ๒๕ เปอร์เซ็นต์ ประเทศออสเตรเลีย ๒๒.๘๖ เปอร์เซ็นต์ ประเทศนิวซีแลนด์ ๓๗.๐๔ เปอร์เซ็นต์ เขาไม่มีปัญหาครับ ฉะนั้นอย่าได้ไปผลักใสว่ากู้ไปเถอะปลอดภัยเมืองไทย ยังไปได้ แล้วสิ่งที่ผมกลัวก็คือว่าผมกลัวคำที่พี่น้องประชาชนพูดกันมา ๑. กลัวว่าจะกู้มาโกง สิ่งที่ผมกราบเรียนท่านประธานคือผมผิดหวังกระทรวงการคลังมาก ข้าราชการกระทรวงการคลังนั้น มีดีหลายท่านวันนี้หายไปไหนหมด วันนี้ไม่กล้าแสดงจุดยืนเพื่อปกป้องวินัยการคลัง ปกป้อง ทรัพย์สินของประเทศหรืออย่างไร เอกสารที่ท่านเสนอมานี้บอกได้เลยครับว่าเป็นเอกสาร ที่คุณภาพแย่มากตัดแปะ ตัดแปะจริง ๆ ไปดูบางหน้ามีตัดแปะจริง ๆ แล้ววันนี้ท่านจะให้ผม เชื่อได้อย่างไรว่าเอกสารของกระทรวงการคลังวันนี้ถูกต้อง ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ในเมื่อรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังยอมรับบอกว่าโกหกสีขาว โกหกเรื่องตัวเลขส่งออก แล้ววันนี้จะมาบอกผม ว่าตัวเลขหนี้สาธารณะ ๕๐ เปอร์เซ็นต์ไม่ได้โกหกหรือครับ ไปดูสิครับกระทรวงการคลัง ไปสัมมนากับทีดีอาร์ไอสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย กระทรวงการคลัง ไปยืนกระต่ายขาเดียวบอกว่าหนี้สาธารณะประเทศไม่เกิน ๕๐ เปอร์เซ็นต์ แต่ผู้เชี่ยวชาญ เศรษฐกิจของทีดีอาร์ไอบอกว่าอย่างไรครับ แปลกใจใช้ตัวเลขชุดเดียวกันของผมมันแตะ ๖๐ เปอร์เซ็นต์แล้วของกระทรวงการคลังยัง ๕๐ เปอร์เซ็นต์อยู่ แล้วสิ่งที่ผมกังวลมาก ๆ ก็คือว่า ตัวเลขผลตอบแทนทางเศรษฐกิจกับผลตอบแทนทางการเงินสำหรับโครงการที่ท่านจะสร้าง ผมสงสัยเหลือเกินว่ามันมั่วหรือเปล่า ตัดแปะหรือเปล่า ผมยกตัวอย่างให้ท่านฟังนะครับ โครงการปากน้ำโพธิ์-เด่นชัย มูลค่าการก่อสร้างรวม ๓๐,๐๗๐ ล้านบาท ขอนแก่น-หนองคาย ๑๘,๕๘๕ ล้านบาท หัวหิน-ประจวบคีรีขันธ์ ๙,๕๕๕ ล้านบาท ชุมพร-สุราษฎร์ธานี ๑๗,๖๔๐ ล้านบาท นี่คือรถไฟรางคู่ครับ สุราษฎร์ธานี-ปาดังเบซาร์ ๓๕,๗๐๐ ล้านบาท และท่านประธานเห็นไหมว่า ตัวเงินนั้นไม่เท่ากันเลย แต่สิ่งที่แปลกก็คือว่าตัวเลขผลตอบแทนทางเศรษฐกิจและทางการเงิน ทั้งโครงการที่ผมพูดมานี้ ๖ โครงการเหมือนกันเป๊ะครับ ๖.๙๙ เปอร์เซ็นต์กับ ๒๒.๓๑ เปอร์เซ็นต์ ทุกโครงการมันเป็นไปไม่ได้ครับ ผมถึงได้บอกว่ามั่วเอามาให้สภาดูน่าจะมีใครไปแจ้งจับพวกนี้ ที่รายงานเท็จต่อสภา นอกจากนั้นสิ่งที่ผมกลัวท่านประธานครับ กลัวของการกู้มาโกงก็คือว่า ค่าก่อสร้างครับท่านประธาน ค่าก่อสร้างนั้นเมื่อเช้านี้ท่านดอกเตอร์สามารถ ราชพลสิทธิ์ วิศวกรมือ ๑ ของประเทศไทยได้ติงแล้วว่ากลางปี ๒๕๕๓ ค่าก่อสร้างรวมทุกอย่างกิโลเมตรละ ๓๐๐ ล้านบาท แต่วันนี้สภาส่งมาให้เราดู กระทรวงการคลังส่งมาให้เราดูครับท่านประธาน