วิชาญ มีนชัยนันท์ พูดถึงการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมและการขนส่ง โดยเน้นย้ำถึงประโยชน์ของการลงทุน เช่น การลดค่าใช้จ่ายพลังงานและค่าใช้จ่ายไป ๕,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท และการสร้างงานประมาณ ๕๐๐,๐๐๐ อัตรา นอกจากนี้ยังเสนอความคิดเห็นเกี่ยวกับการใช้จ่ายงบประมาณของรัฐบาลและเสนอแนวคิดในการพัฒนาระบบขนส่งมวลชน
ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม วิชาญ มีนชัยนันท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมเองดูร่างพระราชบัญญัติในการที่จะใช้เงินเพื่อการพัฒนาโครงสร้าง พื้นฐานด้านคมนาคมและการขนส่ง เรื่องนี้ยินดีล่วงหน้ากับประชาชนแล้วก็ดีใจที่รัฐบาลชุดนี้ มีความกล้าหาญที่จะดำเนินการในการจัดระบบโครงสร้างทั้งระบบให้กับประเทศ โดยเฉพาะ เราต้องยอมรับว่าการที่ประเทศของเราล้าหลังนั้นเนื่องมาจากการไม่ลงทุนหรือการลงทุน ไม่เพียงพอแล้วก็เกิดปัญหาตามมาก็คือการไม่กระจายรายได้ต่าง ๆ แต่รัฐบาลชุดนี้ ได้ดำเนินการในเรื่องของการเสนอร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ตั้งแต่ช่วงเช้าท่านรัฐมนตรี ท่านนายกรัฐมนตรี ได้อธิบายถึงที่มาที่ไปผมคงไม่พูดซ้ำ แต่ผมเองคงขออนุญาตเล่าความว่า ในร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้มี ๑๙ มาตรา ทุกท่านโดยเฉพาะพี่น้องเพื่อนสมาชิกของสภาแห่งนี้ รวมถึงผู้ฟังทางบ้าน เราเองคงต้องตั้งใจว่าในแต่ละมาตราที่เขียนไว้ในร่างพระราชบัญญัติ ฉบับนี้เขียนไว้ชัดเจนว่า กฎหมายที่เขียนขึ้นมาเพื่อที่จะให้ใช้จ่ายเงินโดยมีระบบการจ่ายเงิน และมีระบบคิดที่เป็นระบบรวมถึงมีการตรวจสอบและการนำเสนอเพื่อถ่วงดุลในการใช้จ่ายเงินนั้น แตกต่างจากพระราชกำหนดซึ่งเป็นการกู้เงินโดยไม่มีการเปลี่ยนแปลงในระบบแล้วก็ไม่ได้ บอกกล่าวว่าการใช้จ่ายเม็ดเงินนั้นจะใช้จ่ายแบบไหน ตั้งแต่มีประเทศไทยผมกล้าพูดได้เลยว่า ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้เป็นพระราชบัญญัติแรกที่มีการชำระแล้วก็มีการคืนหนี้ อย่างเป็นระบบ อาจจะบอกกล่าวว่าช่วงเวลาคืนหนี้มันอาจจะไกลไปถึง ๕๐ ปี แต่ท่านประธานครับ คนที่เขา ทำธุรกิจหรือคนที่เขามีการประกอบธุรกิจเขารู้ครับว่าต้นทุนของเงินแต่ละบาทแต่ละสตางค์ ที่เขาใช้ลงไปมันคุ้มค่าหรือเปล่า แต่รัฐบาลเองการใช้จ่ายเม็ดเงินครั้งนี้เป็นการใช้จ่าย ในระบบโดยการใช้จ่ายเงินจากธนาคาร และผมคิดว่าธนาคารเป็นแหล่งรวมเงินจาก พี่น้องประชาชน ซึ่งวันนี้ต้องยอมรับว่ารัฐบาลชุดนี้ได้เตรียมการไว้ดีจึงสามารถที่จะออก พระราชบัญญัติฉบับดังกล่าวออกมา ไม่ว่าในเรื่องของวิธีการจัดการแหล่งเงิน ไม่ว่าในวิธีการ ที่จะจัดเตรียมเรื่องโครงการต่าง ๆ หรือแม้กระทั่งการคืนเงินอย่างที่ผมได้นำกล่าวไปแล้ว และการประกาศให้ทราบว่าที่มาที่ไปหรือผลสัมฤทธิ์ของงานเป็นอย่างไร ท่านประธานครับ เราต้องยอมรับครับว่าสภามีทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านเป็นเรื่องปกติครับ ผมเองอยู่สภาแห่งนี้ มาไม่นานละครับ แต่ก็พอสมควรกับพี่น้องเพื่อนสมาชิกที่ทำงานร่วมกันมา จะเห็นว่าทุกครั้ง พอเราเป็นฝ่ายรัฐบาลฝ่ายซีกทางด้านนั้นเป็นฝ่ายค้านเขาก็จะมองวิพากษ์วิจารณ์ว่า ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้เป็นร่างพระราชบัญญัติที่ไม่เหมาะสมจะเอาอะไรมาบอกมากล่าว ต่าง ๆ นานา แต่ยอมรับอย่างหนึ่งครับ เมื่อเช้าท่านผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ก็เห็นด้วยกับโครงการ แต่ไม่ได้มองว่าเงินนี่ไม่จำเป็นต้องกู้ ผมบอกได้เลยครับว่าการกู้เงิน เพื่อการลงทุนและมีเงินรายได้หมุนเวียนกลับเข้ามาในประเทศไทยนั้นมีการกู้เงินมาโดยตลอด แต่เรียกว่าการลงทุนเพื่อรองรับเศรษฐกิจ ขออนุญาตท่านประธานครับ ต้องขอบอกกล่าวว่า พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวนั้นพระเนตรพระกรรณท่านไกลมากจึงได้ก่อตั้งรถไฟ ซึ่งวันนี้รถไฟเกิดมาประมาณ ๑๑๗ ปี แต่ถ้าบอกว่ารถไฟเกิดมาแล้วไม่มีการปรับปรุงนี่แย่เลยครับ ปรับปรุงน้อยมาก ตัวเลขตัวเม็ดเงินต่าง ๆ ก็เลยน้อยตามไป ผมขออนุญาตกล่าวนะครับว่า ปี ๒๔๔๗ การลงทุนรถไฟไทยได้นำเงินจากกรุงปารีสแล้วก็ตลาดเงินจากปารีสและลอนดอน ประมาณ ๕๐๐,๐๐๐ ปอนด์ ทั้ง ๒ ตลาดทั้ง ๒ ประเทศคือ ๑๐๐,๐๐๐ ปอนด์ เมื่อปี ๒๔๔๗ มาลงทุนในขณะนั้น ปี ๒๔๙๙ ก็มีการเอาเงินมาลงทุนอีก ๑,๑๒๕,๐๐๐ ปอนด์อีก ๒ ครั้ง และก็ยังมีครั้งที่ ๓ ลงทุนไปทางสายทางใต้ อันแรกไปลพบุรี-อุตรดิตถ์ที่ใช้เงินไป ๑๐๐,๐๐๐ ปอนด์
ส่วนอันที่ ๒ เป็นการนำเงินมาดำเนินการในเรื่องของการจัดซื้อระบบ
ส่วนอันที่ ๓ เป็นการวางทางรถไฟเพื่อก่อสร้างสายทางใต้อีก ๔,๖๓๐,๐๐๐ ปอนด์ รวมแล้ว ๘,๖๓๐,๐๐๐ กว่าปอนด์ซึ่งถามว่าถ้าไม่เอาเม็ดเงินเหล่านี้มาดำเนินการจะเกิดรถไฟหรือเปล่า จากนั้นผมดูไปนะครับในเรื่องของไฟฟ้าอีแกท (EGAT) ที่เกิดขึ้นในสมัยของท่านเกษม จาติกวณิช ซึ่งเป็นคนที่กู้เงินแล้วเอามาลงทุนในระบบเพื่อให้เกิดการก่อสร้างระบบไฟฟ้า รวมถึงในเรื่อง ของการเตรียมการไม่ว่าในเรื่องของเขื่อนภูมิพล หรือแม้กระทั่งการเตรียมการในเรื่องของ การสร้างไฟฟ้ายันฮีซึ่งใช้กันมาตอนนั้นใช้เงินไป ๖๖ ล้านเหรียญ ผมถามว่าแหล่งเหล่านี้นะครับ ถ้าบอกว่าตอนนั้นกู้เป็นเม็ดเงินประมาณ ๖๖ ล้านเหรียญ แล้ววันนี้มูลค่ามันกี่แสน กี่ล้านล้านบาทถ้าคิดเป็นมูลค่า และใช้ประโยชน์ให้กับพี่น้องประชาชนได้มากแค่ไหน ท่านประธานครับ นี่เป็นเพียงแต่ส่วนหนึ่งซึ่งผมเอามาดู แต่ส่วนที่ ๒ นั้นผมมั่นใจครับว่า รัฐบาลชุดนี้เป็นรัฐบาลที่สามารถที่จะดำเนินการให้งานทุกอย่างสำเร็จลุล่วงด้วยดี เพราะอะไรครับ เพราะปัจจัยอันแรกในอดีตเราเองเป็นหนี้กองทุนไอเอ็มเอฟ เราคืนหนี้ในสมัยอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ และคืนหนี้ก่อนกำหนด ท่านประธานทราบไหมครับว่า ๑๑๒ ล้านยูเอสดอลลาร์ (U.S. dollar) เป็นเงิน ๔,๐๐๐ กว่าล้านบาท ในขณะนั้น เป็นตัวเลขมากหรือเปล่าผมไม่ทราบครับ แต่ขณะนั้นต้องยอมรับว่าประเทศไทย เป็นหนี้กองทุนฟื้นฟู แล้วกองทุนเหล่านี้ทำให้ประเทศของเราไม่กล้าลืมตาอ้าปาก ไปกู้ยืมเงิน เขาก็ไม่ให้ แต่วันนี้ตัวเลขต่าง ๆ ที่มันบ่งบอกครับว่าโครงการต่าง ๆ ไม่ว่าไทยเข้มแข็ง ที่มีการกู้ไปแล้ว ใช้จ่ายเงินไปแล้ว ๔๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ส่วนนี้ดำเนินการไปแล้ว ในการกระตุ้นเศรษฐกิจ ตอนนั้นก็ขอสภาแห่งนี้ละครับ พวกผมฝ่ายค้านในขณะนั้นก็ไม่เห็นด้วย กับฝ่ายรัฐบาลในซีกนั้น ตอนนั้นพรรคประชาธิปัตย์เป็น แต่ท้ายที่สุดที่เขาบอกว่าเสียงมากลากไป เขาก็ลากกันไปเหมือนกับที่ท่านกำลังอธิบายความละครับ เราคงไม่ปฏิเสธ แต่แท้ที่จริงแล้ว มันก็เป็นผลประโยชน์มวลรวมของประเทศ ผมกราบเรียนท่านประธานครับ เมื่อเช้านี้ ท่านนายกรัฐมนตรีได้บอกกล่าวว่าระบบรถที่จะจัดทำขึ้นนั้นเป็นระบบที่รวบรวมรายละเอียด ทั้งคนที่อยู่ในกรุงเทพฯ จะประหยัดพลังงานและลดค่าใช้จ่ายไป ปีหนึ่งประมาณ ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ๕๐ ปีมันก็ตกเข้าไปประมาณ ๕,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท นี่คือตัวเลขที่ท่านบอกว่ามันจะเกินหรือเปล่า ถ้าบวกแล้วเรากู้ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท โดนดอกเบี้ยไปอีก ๓,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เฉพาะอย่างเดียวก็คุ้มทุนแล้วครับท่านประธาน เมื่อสักครู่นี้มีเพื่อนสมาชิกบอกกล่าวว่ามันต้อง ขาดทุน ผมบอกว่าการทำในเรื่องของระบบรองรับโลจิสติกส์หรือให้บริการพี่น้องประชาชน ถ้ารัฐบาลมัวแต่มองว่ามันขาดทุนแล้วเลยไม่ต้องลงทุน ท่านประธานครับ รถไฟสมัยล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ ๕ คงไม่เกิดหรอกครับ เพราะช่วงนั้นเป็นช่วงที่จะต้องเอาเงินต่างประเทศเข้ามาลงทุน แต่วันนี้ถ้าเราไม่ลงทุนต่อเพื่อทำให้ประเทศของเรานั้นเป็นประเทศที่รองรับเออีซีหรือรองรับ ประชาคมอาเซียน ไม่มีการต่อยอด ไม่มีการมองว่าหนทางในการสร้างรถไฟความเร็วสูง หรือแม้กระทั่งระบบรถไฟรางคู่ซึ่งต่างประเทศเขามีกันหมดแล้วครับ ผมอายครับ ถ้าเกิดวันนี้ เราเองมัวแต่เกี่ยงงอนกัน พี่น้องประชาชนเองฟังอยู่ทางบ้านเขาก็จะบอกว่าแล้วที่ใช้อยู่ ทุกวันนี้วิ่งไปรางหลุด วิ่งไปตกราง วิ่งไปชนกัน รถติดต้องมาคอยรถไฟ สภาแห่งนี้จะบอก อย่างไรครับ บอกว่าทิ้งไว้ก่อนเดี๋ยวเราตั้งงบประมาณประจำปี แล้วงบประมาณประจำปี มันพอไหม ท่านสมาชิกอันทรงเกียรติครับ เวลางบประมาณเข้าทุกครั้งท่านพูดครับทำไม ไม่บรรจุลงไป สายนี้ ถนนเส้นนี้ บ่อน้ำตรงนั้นตรงนี้พอไหม ผมเข้าสภาแห่งนี้ตั้งแต่ปี ๒๕๔๔ ผมพิจารณางบประมาณครั้งแรก ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ตอนนี้อยู่ที่ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ต่อไปจีดีพีมันก็โต เพราะบอกแล้วว่ารัฐบาลชุดนี้ปีนี้ ๖ เปอร์เซ็นต์ ปีหน้า ๔ เปอร์เซ็นต์กว่า แต่ผมคิดว่าตัวเลขสามารถที่จะบอกกล่าวว่าการลงทุนมันขยับ พอเติมเงินเข้าไปอีก ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท มันไม่ใช่เติมทีเดียวนะครับท่านประธาน มันเติมเป็นระบบ โดยเฉพาะ ถ้าเป็นระบบที่สามารถจะดำเนินการได้พร้อมกันเงินมันก็เข้า แรงงานก็เกิดจีดีพีเกิดอีก ๑ เปอร์เซ็นต์ การจ้างงานเพิ่มอีก ๕๐๐,๐๐๐ อัตรา ในรายงานเขาเขียนไว้ชัด แต่ถ้าบอกว่า ตรงนั้นตรงนี้จะไปถึงหรือเปล่า ผมคิดว่าวันนี้เราต้องเริ่มก่อน ถ้ามีเงินในส่วนของการใช้จ่าย ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ในส่วนนี้สามารถที่จะเติมหรือต่อออกไป ท่านประธานครับ ผมยังมองอีกส่วนหนึ่งนะครับว่าการลงทุนครั้งนี้ผมอยากจะฝากทางรัฐบาลนะครับ ผมเป็นประธานคณะกรรมาธิการในส่วนของการเวนคืนที่ดิน ถ้าเอาที่ดินของการรถไฟแห่งประเทศไทย มาจัดการให้เป็นระบบโดยให้มีภาคเอกชนเข้ามาไม่ต้องไปเวนคืนที่ดินครับ สถานีเป็นประโยชน์แน่ อย่างพระรามเก้าที่รถไฟสายเฉลิมรัชมงคลที่ไปจอดอยู่ ท่านไปดูตัวเลขครับ พอเอารถไฟ ไปลงที่เซ็นทรัลตัวเลขจาก ๔๐,๐๐๐ คน เป็น ๖๐,๐๐๐ คน เขาได้รายได้สูงขึ้นแต่เขาลงทุนร่วม เพราะฉะนั้นตรงนี้ถ้าทำดี ๆ นะครับ ในแต่ละเมือง แต่ละส่วนต่าง ๆ เอาคนไปลงทุนครับ แอสเซทเหล่านี้จะลดค่าใช้จ่ายในการที่จะให้ภาครัฐออกอย่างเดียว แต่ตอนนี้บางทีไปลงตรงไหนติดบ้านคนต้องไปเวนคืนที่ต้องจ่ายเงิน แต่ถ้าเราใช้ระบบตัวนี้ ผมทราบมาว่าท่านนายกรัฐมนตรีได้มีการพูดคุยดำริไปถึง รฟม. แล้วกับทาง สนข. นี่ก็จะเป็นประโยชน์ ในการลดค่าใช้จ่าย อีกหลายส่วนถ้าทำทั้งระบบโบกี้รถไฟสามารถที่จะดำเนินการสั่งมาเป็นลอต (Lot) ในส่วนต่าง ๆ ระบบต่าง ๆ ถ้าทำใต้ดินหัวเจาะต่าง ๆ ก็สามารถระดมค่าใช้จ่ายที่ลดลง นี่คือผลพวงครับ กับถ้าเราเลือกทำทีละเหยาะแหยะที่ละเส้นสองเส้นชาติหน้าบ่าย ๆ ผมว่า ทั้งสภาไม่อยู่แล้วครับ ไม่ได้แช่งนะครับ ผมว่ายังไม่ได้ครบเลย แต่ถ้าวันนี้ ๗ ปีเห็นชัดครับ เพราะฉะนั้นผมต้องขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานครับว่าร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ไม่ควรจะพิจารณานานกว่า ๒ วัน พอพิจารณาเกินกว่า ๒ วันชาวบ้านที่เขาฟังทางบ้านเขาบอกว่า เขารอคอยรถไฟที่อยากจะให้รถไฟตรงเวลา ไม่อยากเกิดอุบัติเหตุ อยากจะให้มีรถไฟความเร็วสูง ไม่ใช่บอกว่าต้องไปขึ้นต่างประเทศพวกเราขึ้นกันบ่อยครับ คนแถวบ้านผมไม่ได้ขึ้นหรอกครับ รถไฟความเร็วสูงไปพูดเขาไม่เข้าใจ เพราะเราเองเดินทางไปดูงานต่างประเทศ ดูจนกระทั่ง ต่างประเทศเขาบอกว่าอย่ามาดูแล้วเมื่อไรจะสร้างก็เอาระบบไปเลย เพราะเราทำทีหลัง ระบบต้องดีกว่าแน่นอน
ผมขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานเรื่องสุดท้ายครับ งบประมาณทุกส่วน ทุกตัวที่กู้ใช้จ่ายเงินมาท่านต้องดูผลสัมฤทธิ์ของงาน พอไม่ใช่เริ่มก็ติ พอติแล้วคนทำก็เริ่ม ที่จะต้องบอกว่ามันถูกหรือเปล่า ผมเรียนท่านเลยครับ ถูกครับ ท่านนายกรัฐมนตรีครับ ท่านรัฐมนตรีครับ ครม. ครับ ถูกต้องทุกอย่าง ท่านฟังแต่ท่านต้องมั่นใจครับ วันนี้เรากำลัง ทำหน้าที่เป็นฝ่ายบริหาร พวกผมเป็นฝ่ายนิติบัญญัติอยู่ในสภาก็ต้องมีการติและมีการบอกกล่าว ในเรื่องต่าง ๆ ที่คิดว่ารัฐบาลจะต้องรับไป เพราะฉะนั้นท่านประธานครับ ผมอยู่ทางฝั่งตะวันออก ของมีนบุรีกับพี่น้องก็มีความเห็นครับว่ารถไฟ ๑๐ เส้นทาง ๒๐ บาทตลอดสายก็อยากจะขึ้น ผมก็ฝากอันหนึ่งว่ารถไฟที่มาทางด้านตะวันออกทุกสายอยากจะให้ต่อออกไป ให้ดีไปถึง สุดเขตหนองจอก ให้ดีให้มันเลยไปครับไปถึงจังหวัดฉะเชิงเทราเหมือนกับที่กำลังลากรถไฟ ไปทางเหนือ ทางใต้ ให้ผ่านไปทางด้านตะวันออก แต่อย่างไรก็ตามเมื่อเม็ดเงินมีน้อย แต่ผมคิดว่า รัฐบาลเอง ท่านรัฐมนตรีเอง คงจะต้องหาวิธีการที่จะจัดระบบการใช้จ่ายเงินตรงนี้เพื่อประโยชน์ แล้วก็เพื่อให้พี่น้องประชาชนได้ใช้ทั่วถึงครับ ผมเองสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ อย่างยิ่งแล้วก็เห็นด้วยที่จะให้มีการใช้จ่ายเม็ดเงินเพื่อการดูและฟื้นฟูในเรื่องของระบบ การขนส่งมวลชนครับ ขอบพระคุณครับ