พิเชษฐ พันธุ์วิชาติกุล ระบุข้อร้องเรียนเรื่องเวลาประชุมและกล่าวหาว่ามีการบิดเบือนข้อมูลมาโดยตลอด
ไม่เกิน ๑๐ นาทีครับ ผมใช้เท่าไรจริง จับเวลาแล้วหักผมในวันพรุ่งนี้ ท่านประธานครับ มีความบิดเบือนตลอดเวลาหลายปีนี้มาอยู่ ๒ ประการ
ประการแรก คือบิดเบือนว่ารัฐบาลชวน หลีกภัย นำพาประเทศไทยไปสู่พันธะกู้หนี้ จากไอเอ็มเอฟ ข้อที่ ๑ บิดเบือน ข้อที่ ๒ ก็คือว่ารัฐบาล พันตำรวจโท ทักษิณ ชินวัตร เป็นผู้ปลดหนี้ ไอเอ็มเอฟก่อนกำหนด ๓-๔ ปี ใช้ซ้ำ ๆ มาตลอดครับ จนอดีตนายกรัฐมนตรีผู้อาวุโสท่านหนึ่ง โทรศัพท์ถึงผมว่าถึงเวลาที่ผมต้องพูดให้ชัดเจนในสภาแล้วเพราะท่านเกิดไปอ่านบทความผม ที่อยู่ในหนังสือพิมพ์แนวหน้าเมื่อวันเสาร์ที่ ๗ พฤษภาคม ๒๕๕๔ วันนี้ท่านมีการพาดพิงมาอีกละว่ารัฐบาลทักษิณ ชินวัตร เป็นผู้มาชำระหนี้ไอเอ็มเอฟก่อนกำหนด ผมกราบเรียนอย่างนี้ครับ ในเวลา ๗ นาทีที่ผมเพียงสรุปสั้น ๆ ประเทศไทยมีหนังสือถึงนายมิเชล กองเดส์ซูส์ ประธานกองทุนไอเอ็มเอฟ ณ กรุงวอชิงตัน ดีซี เป็นหนังสือเลขที่ ๒๐๔๓๑ เมื่อวันที่ ๑๔ สิงหาคม ๒๕๔๐ ลงนามโดยนายทนง พิทยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และนายชัยวัฒน์ วิบูลย์สวัสดิ์ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทยในขณะนั้นในรัฐบาล พลเอก ชวลิต ยงใจยุทธ ซึ่งต่อมา พันตำรวจโท ทักษิณ ชินวัตร ก็เป็นรองนายกรัฐมนตรีอยู่สักประมาณ ๒-๓ เดือนก่อนลาออก วงเงินขอไป ๑๗,๒๐๐ เหรียญดอลลาร์สหรัฐ กำหนดการเบิกจ่ายเป็น ๑๒ งวด งวดละประมาณ ๑,๐๐๐ กว่าล้านบาท ระยะเวลากำหนดกันห่างงวดละ ๓ เดือน หากเบิกรับงวดใดงวดหนึ่งครบ ๑๒ งวด ทั้งหมดจะกลายเป็น ๓๖ งวด การรับเงินกู้แต่ละงวด มีกำหนดชำระคืนภายใน ๓ ปี หากจะมีการรับเงินกู้ครบถ้วนทั้ง ๑๒ งวดจะครบกำหนด งวดสุดท้ายในกลางปี ๒๕๔๖ การรับเงินกู้แต่ละงวดต้องเสนอหนังสือแสดงเจตจำนง เลตเตอร์ ออฟ เครดิต (Letter of Credit) หรือแอลโอไอ (LOI) ผมเป็นผู้หนึ่งที่นั่งเจรจา ในหนังสือแสดงเจตจำนงที่ปลดพันธะประเทศไทยตามหนังสือแสดงเจตจำนง ฉบับที่ ๓ จนเราหลุดพ้นจากการล้มละลาย หนังสือแสดงเจตจำนงต้องแสดงกรอบนโยบาย เป้าหมาย เศรษฐกิจที่สำคัญ ทั้งด้านการเงินและการคลัง และมาตรการตามโครงการต่าง ๆ ที่จำเป็นต้องฟื้นฟู รวมทั้งการเพิ่มประสิทธิภาพและความโปร่งใสในมาตรการเผยแพร่ข้อมูลเศรษฐกิจต่อสาธารณะ ภายใต้โครงการโซเชียล ดาตา ดิสเซมมิเนชัน เซคเตอร์ สแตนดาร์ด เซคเตอร์ (Social Data Dissemination Standard Sector) หรือเอสดีดีเอส (SDDS) เพื่อให้บรรลุจุดประสงค์ดังกล่าว นี่คือความเป็นมา รัฐบาลรับเงินงวดแรกวันที่ ๑๔ สิงหาคม ๒๕๔๐ ในรัฐบาล พลเอก ชวลิต งวดที่ ๒ วันที่ ๑๔ พฤศจิกายน ๒๕๔๐ วันนั้นคือวันที่รัฐบาลชวนเข้าถวายสัตย์โปรดเกล้าฯ เป็นคณะรัฐมนตรี รัฐบาลชวลิตรับงวดที่ ๒ ช่วงที่พวกผมเข้ามารับงวดที่ ๓ พร้อมหนังสือแสดงเจตจำนง ใน ๓ เดือนต่อมาคือวันที่ ๑๔ กุมภาพันธ์ วันวาเลนไทน์และ ณ วันวาเลนไทน์นั้น ไอเอ็มเอฟบอกว่า ยอมปลดพันธะให้เราหลาย ๆ เรื่องเป็นของขวัญพวกผมในวันวาเลนไทน์ ท่านประธานครับ ทุกอย่างดำเนินการมา เมื่อพันธะตามแอลโอไอที่ ๓ ปลดเปลื้อง ค่าเงินบาทก็แข็งขึ้นตามลำดับ จากที่ไป ๕๐ กว่าบาทมาแล้ว มาเหลือเพียงแค่ ๓๓ บาท ๓๔ บาท คุณธารินทร์ไปประเทศญี่ปุ่น เซ็นสัญญากับทางประเทศญี่ปุ่น แปลงเงินกู้ที่เป็นเงินเหรียญบางส่วนเป็นเงินสหรัฐ กลับมาเมืองไทยทุกอย่างเศรษฐกิจดีขึ้น รัฐบาลชวน หลีกภัย รับเงินกู้มาถึงงวดที่ ๘ ทำแอลโอไอมาถึงฉบับที่ ๘ วันทำแอลโอไอฉบับที่ ๘ รัฐบาลชวน หลีกภัย โดยนายธารินทร์ ผม และคุณพิสิฐ ลี้อาธรรม ได้ทำหนังสือถึงนายกองเดส์ซูส์ นำเรื่องเข้าไปสู่ ครม. มีความว่า ขอหยุดรับเงินกู้ก่อนกำหนด ๔ งวด คือหยุดรับเงินกู้ตั้งแต่งวดวันที่ ๙ ถึงงวดวันที่ ๑๒ เป็นการหยุดรับก่อนกำหนด ๑ ปี เพราะฉะนั้นสิ่งที่จะครบกำหนดหนี้งวดสุดท้ายที่บอกว่า ในเดือนสิงหาคม ปี ๒๕๔๕ ก็จบในเดือนสิงหาคม ๒๕๔๔ เพราะเหตุเราหยุดรับเงิน ก่อนกำหนดมา ๑ ปี สาระหนังสือที่ถึง ครม. ว่าในช่วงเวลาจากหนังสือแสดงเจตจำนงฉบับที่แล้ว สภาพทางการเงินและการผลิตมีเสถียรภาพมากขึ้น รัฐบาลได้กำหนดนโยบายโดยมีเป้าหมาย เพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับกระบวนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ ในช่วงเวลาที่ผ่านมาได้ดำเนิน มาตรการเพิ่มเติมหลายประการเพื่อกระตุ้นการบริโภคและการลงทุนในประเทศ มาตรการเหล่านี้รวมถึงมาตรการที่ประกาศในเดือนที่แล้วที่ประกอบด้วยการลดภาษีและต้นทุน การผลิต การจัดตั้งกองทุนเพื่อสนับสนุนเงินทุนแก่ธุรกิจที่ได้ปรับปรุงโครงสร้างหนี้แล้ว และการสนับสนุนการปล่อยสินเชื่อวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมและธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ การสนับสนุนดังกล่าวทำให้ประเทศไทยมีความมั่นคง แข็งแรงอย่างแสดงผลได้ชัดเริ่มจะ เห็นได้จากดัชนีชี้วัดทางเศรษฐกิจหลายตัวที่บ่งชี้ว่าเศรษฐกิจฟื้นตัวและผลของมาตรการเหล่านี้ กอปรกับฐานะด้านต่างประเทศที่ปรับตัวดีขึ้น ณ เวลานี้ประเทศไทยคาดว่าจะไม่เบิกถอนเงินกู้ ภายใต้โครงการฟื้นฟูของไอเอ็มเอฟในงวดต่อ ๆ ไป จากเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวโดยชัดเจนรัฐบาล เชื่อว่าแนวทางที่กำหนดไว้ในบันทึกแนวทางการดำเนินนโยบายเศรษฐกิจของรัฐบาลไทย ที่แนบมาพร้อมนี้ประกอบกับความคืบหน้าของการฟื้นฟูเศรษฐกิจในช่วง ๒ ปีที่ผ่านมาจะเป็น การวางรากฐานสำคัญสำหรับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยอย่างยิ่ง ยั่งยืน อย่างไรก็ตาม รัฐบาลพร้อมจะดำเนินการตามมาตรฐานเพิ่มเติมที่จำเป็นเพื่อผลสำเร็จของการฟื้นฟูทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะ เรื่องดังกล่าวนี้เข้าสู่ ครม. เมื่อวันที่ ๒๑ เดือนกรกฎาคม ปี ๒๕๔๒ วันเดียวกัน กระทรวงการคลังได้มีประกาศกระทรวงการคลังความว่า คณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ ๒๑ เดือนกันยายน ปี ๒๕๔๒ เห็นชอบในหลักการและเงื่อนไขการขอรับความช่วยเหลือ จากกองทุนการเงินระหว่างประเทศตามหนังสือแสดงเจตจำนงฉบับที่ ๔-๘ รัฐบาลเห็นว่า เศรษฐกิจเริ่มมีการฟื้นตัวในทางที่ดีกอปรกับฐานะด้านการต่างประเทศได้ปรับตัวดีขึ้น จึงคาดว่าจะไม่เบิกถอนเงินกู้ในงวดนี้และงวดต่อ ๆ ไปจนจบโครงการ อย่างไรก็ดีรัฐบาล ได้จัดทำหนังสือแสดงเจตจำนงเพื่อคงไว้ซึ่งสิทธิในการเบิกถอนเงินถ้าหากต่อไปมีความจำเป็น แต่จากนั้นมารัฐบาลไทยไม่เคยเบิก การที่รัฐบาลไทยหยุดรับเงินกู้ก่อนไอเอ็มเอฟ ๑ ปี ทำให้ หนี้จบก่อนกำหนด ๑ ปี หนี้ที่ควรจะจบภายในปี ๒๕๔๕ ก็ได้จบตั้งแต่สิงหาคม ๒๕๔๔ การที่งวดสุดท้ายเรารับเมื่อกลางปี ๒๕๔๒ เมื่อครบกำหนดปี ๒๕๔๔ การชำระงวดสุดท้าย มันคือการชำระตามเวลาไม่ใช่เป็นการชำระหนี้ไอเอ็มเอฟก่อนกำหนดแต่ประการใด แต่เนื่องจาก ๑๙,๒๐๐ ล้านบาท ที่ส่วนหนึ่งเป็นเงินกู้ของไอเอ็มเอฟเพียงแค่ ๑,๐๐๐ กว่าล้านบาท อีกส่วนหนึ่งเป็นของบรรดาประเทศสมาชิกทั้งหมดสมทบ และในส่วนนี้ไอเอ็มเอฟขอว่า ให้เอาหนี้ที่ไทยเป็นหนี้อยู่กับเวิลด์แบงก์อยู่ก่อนแล้ว ๑,๐๐๐ กว่าล้านเหรียญรวมในวงเงิน ๑๙,๒๐๐ ล้านบาทด้วย ซึ่งไม่ใช่เงินกู้ของไอเอ็มเอฟ เมื่อชำระหนี้ไอเอ็มเอฟจบสิ้น พันตำรวจโท ทักษิณเลยเถิดถึงขนาดไปชำระหนี้กองทุนเวิลด์แบงก์ของเวิลด์แบงก์ที่ไม่เกี่ยวกับ ไอเอ็มเอฟเลยยอมเสียค่าปรับ ๒ เปอร์เซ็นต์ หมดสิ้นไปหลาย ๑๐๐ ล้านบาท และประกาศ ชักธงกู้อิสรภาพประเทศไทยพ้นจากภายใต้ไอเอ็มเอฟ ท่านประธานครับ สิ่งเหล่านี้คือความเจ็บช้ำน้ำใจ ของพวกผม และเมื่อพาดพิงเช่นนี้ผมมีสิทธิชี้แจงไหมครับ และผมถือโอกาสนี้ประทานโทษ ทราบว่าท่านนายกรัฐมนตรีอานันท์ ปันยารชุน กำชับว่าผมต้องพูดเรื่องนี้ให้ชัดเจนสักทีหนึ่ง บัดนี้ผมได้ทำหน้าที่ผมแล้ว ถ้าเมื่อสักครู่ผมยอมท่านประธานและผมไม่พูดต่อไปเดี๋ยวพาดพิงมาอีก ทั้งมิยาซาวา ทั้งอะไรต่ออะไรผมก็หมดสิทธิชี้แจงอีกสิครับ เพราะเชื่อคำวินิจฉัยท่านประธาน ท่านประธานครับ ผมขอแค่นี้เรื่องอื่นพูดกันพรุ่งนี้ ขอบคุณครับ