สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๖ · ๒๙ มีนาคม ๒๕๕๖

พุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ แสดงความไม่เห็นด้วยกับร่าง พ.ร.บ. เงินกู้ที่รัฐบาลเสนอ เนื่องจากภาระงบประมาณของประเทศไทยมีสูงแล้ว และการกู้เงิน 5,000,000,000,000 บาท 50 ปี จะทำให้หนี้ต่อประชากรเพิ่มขึ้น นอกจากนี้เขายังหารือเรื่องงบประมาณ 2,200,000,000,000 บาทที่รัฐบาลจะกู้ยืม และตั้งคำถามเกี่ยวกับการใช้จ่ายเงินนั้น รวมถึงการเปลี่ยนแปลงโครงการและระยะเวลาการดำเนินการ

นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ กรุงเทพมหานคร

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ พุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ผมเรียน ท่านประธานครับ ผมมีความยากลำบากพอสมควรในการอภิปรายร่าง พ.ร.บ. ในครั้งนี้ เพราะเนื่องจากว่าผมเรียนเพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลาว่าจริง ๆ ไม่ได้มีความประสงค์ที่อยากจะ โต้แย้งกับท่านรองนายกรัฐมนตรีแล้วก็ท่านรัฐมนตรีทั้งหลายเลยนะครับ เพียงแต่เมื่อสักครู่ จริง ๆ ผมเตรียมมาจะพูดในเรื่องของภาพรวมก่อน แต่ผมเรียนท่านประธานฝากไปยัง ท่านรองนายกรัฐมนตรีกิตติรัตน์ด้วยความเคารพนะครับ แล้วก็ท่านรัฐมนตรีวราเทพ มันมีอีกประเด็นหนึ่งครับที่ต่อเนื่องจากเมื่อสักครู่ที่เรามีการถกเถียงกันเล็กน้อยในเรื่องของ การปรับปรุงหรือแก้ไขในเรื่องของเอกสารแนบที่มีโอกาสได้ให้มา ผมเรียนว่ามันมีอยู่เรื่องหนึ่งใน พ.ร.บ. วิธีการงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๐๒ ในหมวด ๔ มาตรา ๑๘ และมาตรา ๑๙ อันนี้ต่างหากครับคือสิ่งที่เคยกำหนดไว้ว่าความแตกต่างร่าง พ.ร.บ. ที่นำเข้า ในวันนี้นั้นกับ พ.ร.บ. วิธีการงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๐๒ หรือที่ใช้กันใน พ.ร.บ. งบประมาณ ทุก ๆ ปีนั้นมันมีหมวด ๔ มาตรา ๑๘ แล้วก็มาตรา ๑๙ ที่ผมเรียน มาตรา ๑๘ ได้บอกบังคับไว้ว่า การโยกข้ามหน่วยงานก็ไม่ได้ ตามรายละเอียดเอกสารแนบที่ได้พูดคุยกันเมื่อสักครู่ มาตรา ๑๙ ก็บอกว่าโยกย้ายงบประมาณข้ามรายการก็ไม่ได้ อันนี้ต่างหากครับท่านประธานผ่านไปยัง ท่านรัฐมนตรีว่านี่ต่างหากคือสิ่งที่เป็นข้อแตกต่างแล้วทางพวกเราพรรคฝ่ายค้านมีความประสงค์ว่า ทำไมท่านถึงไม่เอาอันนี้กลับเข้าไป แนบเข้าไปกับร่าง พ.ร.บ. เงินกู้ฉบับนี้ด้วย เพราะทุกมาตรา ๑๙ มาตรานี้ไม่ได้มีหมวด แล้วก็มาตรา ๑๘ มาตรา ๑๙ ที่ผมได้นำเรียนเอาไว้ในการนำเข้า ร่าง พ.ร.บ. เงินกู้ในครั้งนี้อย่างไรครับ มันคือความแตกต่างที่ทำให้เห็นครับว่ามันไม่สามารถ จะตัดแล้วก็โอนย้ายอะไรได้ เพราะมันไม่มีข้อกำหนดที่เขียนเอาไว้ อันนี้กลับมาสู่ในเรื่องของ สิ่งที่เราต้องพูดกันต่อไปคือว่านอกเหนือจากเรื่องนี้แล้ว จริง ๆ เวลามันน้อยไม่อย่างนั้น ก็อยากจะสอบถามไปเรื่องเกี่ยวกับการใช้งบประมาณปกติหรือระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ท่านนายกรัฐมนตรีแล้วก็ท่านรัฐมนตรีได้ดูอยู่ด้วยว่ามันก็มีข้อบังคับชัดเจน ถ้าอย่างนั้น ท่านต้องตอบสิครับว่าร่าง พ.ร.บ. เงินกู้ครั้งนี้ท่านออกแบบนี้แล้วท่านจะไปปฏิบัติตามแนวทาง หรือเกณฑ์ต่าง ๆ คล้าย ๆ กับ พ.ร.บ. งบประมาณรายจ่ายประจำปีที่ต้องปฏิบัติตามทุกเรื่อง ทุกข้อบังคับตามระเบียบของสำนักนายกรัฐมนตรีได้อย่างไร หรือไม่ แค่นั้นเองครับ ทีนี้กลับมาพูดถึงในเรื่องของสิ่งที่ทางรัฐบาลกรุณาได้พูดเอาไว้ตั้งแต่แรกว่าการพัฒนาระบบ โครงสร้างพื้นฐานในครั้งนี้ต้องใช้งบประมาณเป็นจำนวนมาก มีความจำเป็นที่จะต้องกู้ถึง ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ดอกเบี้ยอีก ๕๐ ปี ประมาณ ๓,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เป็น ๕,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนั้น ผมเรียนครับว่าพี่น้องประชาชนที่ฟังอยู่ทางบ้านตอนนี้ผมเชื่อว่า เขาก็ตกใจ เพราะว่าการกู้ครั้งนี้เข้าใจดีครับว่าก็อยากให้มีการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ของประเทศ แต่พอบอกว่า ๕๐ ปีแล้วต้องเป็นหนี้ ๕,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ผมเชื่อว่า เขาก็นึกไม่ออกครับว่า ๕๐ ปีนั้นลูกหลานเขาจะต้องเป็นหนี้อย่างไร แล้วผมเรียนอีกเรื่องหนึ่ง ก่อนที่จะไปถึงก็คือว่าภาระงบประมาณของประเทศไทยขณะนี้ที่ท่านอ้างกันนักกันหนาว่า ใช้งบประมาณปกติไม่ได้เพราะว่ามีภาระงบประมาณนั้นสูง ผมเรียนสั้น ๆ เลยครับ จริง ๆ มันก็เป็นผลมาจากนโยบายประชานิยมของพรรคท่านตั้งแต่เริ่มต้นตั้งแต่ปี ๒๕๔๔ ไม่ว่าจะเป็นโครงการต่าง ๆ โครงการหมู่บ้าน โครงการประกันสุขภาพ ๓๐ บาท หรือแม้กระทั่ง โครงการรับจำนำข้าวของท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ในครั้งนี้ หรือแม้กระทั่งโครงการที่เกี่ยวข้อง กับรถยนต์คันแรกอีก ๙๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ประชานิยมเหล่านี้ละครับคือจุดสะสมทำให้ ภาระรายจ่ายของประเทศมันสูงขึ้นเรื่อย ๆ แล้วผมก็เรียนนะครับเพื่อพี่น้องประชาชนทางบ้าน จะได้เข้าใจว่าที่บอกว่ากู้ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทครั้งนี้ ๕๐ ปี เป็นหนี้กันไปเป็น ๕,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ผมจะแจกแจงให้ท่านประธานผ่านไปยังท่านนายกรัฐมนตรี ท่านรัฐมนตรี แล้วก็พี่น้อง ที่ฟังอยู่ทางบ้านครับว่าวันนี้หนี้ต่อคน ต่อประชากร ๑ คน ก็คือเด็กทุก ๆ คนที่นั่งอยู่ พี่น้องประชาชนที่ฟังอยู่ทางบ้าน ณ วันนี้ท่านเป็นประชากร ท่านเป็นคนไทยวันนี้ ท่านมีหนี้อยู่แล้ว คนละประมาณ ๗๘,๗๗๕ บาทต่อหัว แต่ถ้าร่าง พ.ร.บ. เงินกู้ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทผ่านไปแล้ว เป็นหนี้อีก ๕๐ ปี ๕,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาททันที รายหัวต่อประชากร ๑ คนเหมือนเดิม จาก ๗๘,๐๐๐ บาท เป็น ๑๑๐,๐๒๕ บาท เพิ่มขึ้นทันทีครับ ๓๑,๒๕๐ บาทต่อคน ท่านก็คูณดูแล้วกันครับ ๖๐-๗๐ กว่าล้านคน แล้ว ๕๐ ปีถ้าดำเนินงบประมาณขาดดุลเหมือน ๒-๓ ปีที่ผ่านมาหนี้ต่อหัวประชากรก็จะเพิ่มขึ้นเป็น ๑๘๒,๖๔๒ บาทต่อหัวประชากร อันนี้เข้าใจง่ายครับ วันนี้มีอยู่ ๗๐,๐๐๐ บาท ท่านไปกู้เขามาอีก ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เพิ่มเป็น ๑๐๐,๐๐๐ บาท ถ้าผูกพันไปอีก ๒-๓ ปี จนถึง ๑๐ กว่าปีที่ท่านบอกเป็น ๑๘๐,๐๐๐ บาท ต่อรายหัวต่อ ๑ คน ผมเคารพนะครับ วันนี้ท่านนายกรัฐมนตรีได้กรุณาเป็นคนนำร่าง พ.ร.บ. นี้ แล้วก็เสนอแก่สภาแห่งนี้ด้วยตัวเองเมื่อเช้านี้ ผมนั่งตั้งใจฟังครับ แล้วผมเรียนท่านประธานไปเลยว่า ท่านนายกรัฐมนตรีพูดอยู่ตอนหนึ่งว่าเงินกู้ครั้งนี้ท่านจะทำเพื่อความสุขและเพื่ออนาคตที่ดี ของลูกหลาน ไปเปิดเทปดูได้ครับ ผมก็ไม่แน่ใจว่าลูกหลานเขาจะดีใจหรือไม่ในการที่อยู่ดี ๆ เขาต้องมีหนี้เพิ่มอีกจาก ๗๐,๐๐๐ ล้านบาทวันนี้ ทุกคนปกติเป็นอีก ๑๘๐,๐๐๐ ล้านบาท จากนี้เป็นต้นไป ผมเชื่อว่าพี่น้องประชาชนคนทางบ้านผมพูดจากตัวเลขและความเป็นจริง ครับ แล้วผมก็ไม่แน่ใจด้วยว่ารัฐบาลนี้คิดเองคนเดียวหรือไม่ เหตุผลเพราะอะไรครับ เหตุผล เพราะว่าท่านไม่เคยไปถามเจ้าของประเทศเจ้าของเงินเลยหรือผู้เสียภาษีเลยว่าเขาจะยอม เป็นหนี้กับท่านหรือไม่ ท่านก็ยัดเยียดอ้างเหตุผลเยอะแยะของท่าน แล้วก็บอกว่าให้เขาเป็นหนี้ ๕๐ ปี แล้วผมก็อย่างที่บอกไปครับ ผมไม่แน่ใจว่าจะมีใครผู้ที่ตัดสินใจวันนี้วันนั้นอยู่ถึงพร้อม จะใช้หนี้ถึง ๕๐ ปีกับนโยบายนี้หรือไม่ ฉะนั้นผมเรียนครับว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่เราต้องพูดคุยว่า แนวทางในการกู้เงินในครั้งนี้เป็นเรื่องใหญ่มาก และเป็นเงินก้อนที่ใหญ่ที่สุดตั้งแต่ประเทศไทย เคยคิดจะกู้กัน

อีกเรื่องหนึ่งที่จะได้ยกตัวอย่างให้กับท่านประธานผ่านไปทางรัฐบาลแล้วก็ พี่น้องประชาชนได้เห็นนะครับว่าหลาย ๆ สิบ หลาย ๆ ร้อยโครงการที่อยู่ในเล่มนี้ ผมพยายามอ่านนะครับ ผมยกตัวอย่าง ๑ อันเท่านั้นนะครับ เพื่อความสบายใจของทุกคน ก็คือว่ามีโครงการอยู่โครงการหนึ่งใช้งบประมาณประมาณ ๒๘,๐๐๐ กว่าล้านบาท ก็คือโครงการสร้างรถไฟเชื่อมท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ แอร์พอร์ต ลิงค์ ต่อไปจนถึงดอนเมือง ผมถามพี่น้องประชาชนคนไทยและคนกรุงเทพฯ ครับว่าวันนี้โครงการแอร์พอร์ต ลิงค์ที่จากสถานีพญาไทไปท่าอากาศยานสุวรรณภูมินั้นก็เห็นอยู่แล้วว่าตอนรัฐบาลของ ท่านนายกรัฐมนตรีทักษิณได้ทำไปแล้วเสร็จแล้วใช้เงินไปประมาณ ๒๐,๐๐๐-๓๐,๐๐๐ ล้านบาท ก็ต้องพูดความจริงกันครับว่าวันนี้มีคนใช้หลัก ๑๐๐ คนครับต่อวัน แต่วันนี้ท่านเอา ๑ โครงการ ที่ผมยกมาเป็นตัวอย่างท่านยังไม่ได้ทำศึกษาอะไรเลย ท่านกำลังจะทำอีกแล้วว่าต่อจาก แอร์พอร์ต ลิงค์ พญาไทไปดอนเมือง แล้วท่านคิดได้อย่างไรครับว่า ๒๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ที่จะเพิ่มลงไปนี้มันจะไม่ขาดทุนอีก มันจะมีคนไปใช้ และผมเรียนด้วยความเคารพเมื่อสักครู่ พอดีเห็นท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมว่าท่านลองไปศึกษาสิครับว่าจริง ๆ มีหน่วยงาน ที่ชื่อว่าไอซีเอโอ (ICAO) เป็นหน่วยงานของยูเอ็น (UN) สหประชาชาติได้เคยให้ข้อสังเกตไว้ อย่างน่าสนใจมากว่าความเสี่ยงอันตรายที่เกิดขึ้นกับสนามบินดอนเมืองนั้นควรต้องปรับปรุง อะไรบ้าง ท่านไปทำก่อนครับ ก่อนที่ท่านจะทุ่มเงินไปอีก ๒๐,๐๐๐ กว่าล้านบาททำโครงการ รถไฟเพื่อไปดอนเมือง อย่างนี้เป็นต้น คือสิ่งที่ผมพยายามจะยกตัวอย่างให้เห็นว่า ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทที่ท่านจะกู้นั้นรายละเอียดยังไม่มี ท่านจะเอากรอบวงเงินไปก่อนแล้ว ท่านก็ไปหาโครงการใส่ แล้วที่เมื่อสักครู่นี้มีการถกเถียงกันว่าเปลี่ยนได้ถ้าไม่พอใจ คิดว่า ไม่สามารถทำได้จริงก็ให้ปรับ ให้เปลี่ยน ปรับอย่างไรล่ะครับ ก็เมื่อสิ่งที่ท่านให้มาท่านก็ยัง ยืนยันว่ามันไม่แน่นอน ถ้าท่านคิดว่าเล่มนี้มันแน่นอน ผมไม่เห็นจะแปลกอะไรเลยท่านก็ประกบ เล่มนี้เข้าไปพร้อมกับร่าง พ.ร.บ. แล้วก็ให้ทำตามที่ท่านผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร หรือท่านรัฐมนตรีกรณ์ได้เสนอสิครับ ก็เพื่อความโปร่งใสแล้วสบายใจของทุกคน ผมเรียนครับว่า การที่จะให้พี่น้องประชาชนทั้งประเทศต้องมาเป็นหนี้มันไม่ใช่เรื่องปกติครับ แล้วยอด การเป็นหนี้ผมก็เรียนไปแล้วว่ามันเป็นมากน้อยขนาดไหน ผมถึงถามอย่างไรครับว่า วันนี้ท่านถามคนอื่นหรือยัง ถามเจ้าของประเทศหรือยัง ท่านอย่าคิดคนเดียวครับ และผมก็ไม่แน่ใจครับว่าท่านนายกรัฐมนตรีและท่านรัฐมนตรีบางท่านได้เข้าใจจริงหรือเปล่าว่า การเป็นหนี้ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนั้นมันเป็นภาระผูกพันพี่น้องประชาชนขนาดไหน วันนี้ก็ต้องมาพูดความจริงแล้วก็ฟ้องกันกับพี่น้องประชาชนละครับว่าเขาเอาด้วยไหม ลูกหลานจากนี้ไป๕๐ ปีต้องเป็นหนี้กันไปอีก ๕,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท และที่ผมเสียใจ มากที่สุดครับ รถไฟความเร็วสูงต่าง ๆ พูดวันก็เปลี่ยนวัน พูดอีกวันก็เพิ่มความยาวไปเรื่อย สรุปว่า ๗ ปีตามกรอบระยะทาง ระยะเวลาที่ได้มอบเอาไว้นั้นจากนี้ ๗ ปีท่านยืนยันได้ไหมครับว่า ทุกสายทั้ง ๕ เส้นจะเสร็จครบถ้วนภายใน ๗ ปี ถ้าท่านยืนยันผมก็จะคอยดู แต่เท่าที่ผมสอบถาม มันไม่มีความเป็นไปได้เลยครับ แต่ท่านก็ตั้งวงเงินที่เขาพูดกันว่าท่านเซ็นเช็คเปล่ามาแล้ว ก็ให้สภาอนุมัติแล้วท่านก็ไปกรอกกันเอง อำนาจ ครม. ผมถามว่าใครนั่งหัวโต๊ะ ครม. ล่ะครับ ก็พวกท่านอย่างไรครับ เราถึงไม่ไหวครับว่าท่านทำอะไร ท่านให้โปร่งใส ถ้าสบายใจ ก็เอาแบบที่เราเสนอครับ ไม่ได้ไปขัดความเจริญของประเทศ ไม่ได้ขัดในเรื่องของการพัฒนา ระบบโครงสร้างพื้นฐานของประเทศแม้แต่น้อย แล้วยิ่งท่านรองนายกรัฐมนตรีนอกจากท่านกิตติรัตน์แล้วยังมีท่านเฉลิมมาพูดทำให้เราสับสน ว่าวันนี้ระเบียบพัสดุที่เรายึดถือยึดมั่นกันมาโดยตลอดมาตรา ๑๕ นี้ตกลงมันคืออะไรครับ ใช้ได้จริงไหมครับ สรุปว่าตกลงงบประมาณที่เราทำมาทุกปีตกลงมันเกิดอะไรขึ้นครับ ผมเชื่อว่า หลังจากนี้ไปท่านรัฐมนตรีต้องตอบแล้วว่าความชัดเจนและความโปร่งใสของรัฐบาลชุดนี้ อยู่ตรงไหน แล้วผมเสียใจจริง ๆ ว่าผมเชื่อว่าท่านนายกรัฐมนตรีมีความภาคภูมิใจและผมก็ เคยเห็นและอ่านสื่อต่าง ๆ ตลอดว่าท่านจะมีความภาคภูมิใจว่าท่านเป็นนายกรัฐมนตรีหญิง คนแรกของประเทศไทย แต่ที่ผมเป็นห่วงหลังจากนี้ไปก็คือว่าลูกหลานอีก ๕๐ ปี ลูกเด็กเล็กแดง จะจำท่านได้เป็นอย่างดีเลยครับว่านายกรัฐมนตรีคนนี้คือคนที่กู้มากที่สุดทำให้เขามีภาระ และเป็นหนี้มากที่สุดในประเทศไทยเขาไม่ลืมแน่นอน ผมถึงเสียใจอยากให้เขาจำในเรื่องดี ๆ ท่านอย่าดื้อเลยครับ ท่านกลับไปแล้วไปปรับวิธีคิดแนวทางเพื่อการพัฒนาประเทศ เราจริงใจ พูดด้วยความโปร่งใสและความชัดเจน ท่านทำเถอะครับไม่ต้องกลัวเสียหน้า วันนี้ไม่มีอะไร แต่การที่ท่านให้พี่น้องประชาชนเป็นหนี้ ๕๐ ปีผมคิดว่าไม่มีใครรับได้ แล้วด้วยเหตุผลทั้งหมดนี้ ผมขออนุญาตท่านประธานสั้น ๆ ว่าผมไม่สามารถจริง ๆ ที่จะรับหลักการในเรื่องของการกู้เงิน ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แล้วให้พี่น้องประชาชนทุกคนเป็นหนี้เพิ่มขึ้นขนาดนี้ แต่เราอยากเห็น ประเทศมีความเจริญครับ เพียงแต่ขอให้มีความโปร่งใสแล้วอย่าไปสร้างภาระหนี้ให้ลูกหลาน เพราะท่านกับผมไม่อยู่ทันหรอกครับอีก ๕๐ ปีผมเชื่ออย่างนั้น