รายงานการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๔ ปีที่ ๒
ครั้งที่ ๕ (สมัยสามัญทั่วไป) เป็นพิเศษ
วันพฤหัสบดีที่ ๑๖ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๕๕๕
ณ ตึกรัฐสภา
เรื่องที่ ๓ ก็คือประเด็นที่เพื่อนสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ได้อภิปรายไป เมื่อวานหลายท่านเพื่อทวงถามพาสเวิร์ด (Password) ของเว็บไซต์ (Web site) ของ สํานักนายกรัฐมนตรีกรณีที่เป็นเว็บไซต์ที่เกี่ยวข้องกับการที่จะให้รายละเอียดในเรื่องของ การใช้จ่ายงบประมาณของสํานักนายกรัฐมนตรี เพราะถ้าไม่มีพาสเวิร์ดพวกกระผมก็ไม่สามารถ ที่จะเปิดเข้าไปตรวจสอบการใช้จ่ายเงินงบประมาณของสํานักนายกรัฐมนตรีได้ เพราะฉะนั้น ตรงนี้จึงขอความกรุณาขอความชัดเจนจากท่านประธานครับ ขอบคุณครับ
เชิญท่านวรวัจน์ครับ
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม วรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดแพร่ ในฐานะกรรมาธิการ และรัฐมนตรีที่กํากับดูแลสํานักงบประมาณ ขออนุญาตเรียนว่าในเอกสารที่ท่านจุรินทร์ ได้ขอไว้เมื่อคืนนี้เช้านี้ผมได้นําส่งที่ท่านประธานสภาแล้ว แต่เข้าใจว่าอยู่ในช่วงของการทํา โพรเซส (Process) ด้านเอกสารอยู่ แต่ต้องเรียนว่าเป็นเรื่องของกรอบใหญ่ แต่ในตัวรายละเอียด ผมจะพยายามลงในรายละเอียดให้ เพราะว่าเรียกจากทางสํานักงบประมาณเมื่อคืนนี้ ท่านขอมาตอน ๕ ทุ่ม เช้านี้เขาให้กรอบใหญ่มา แต่ในตัวรายละเอียดที่เพิ่มเติมมากกว่านั้น เดี๋ยวคุยกันว่าท่านต้องการอะไรมากกว่านั้น จะดูให้ในระดับที่สํานักงบประมาณมีนะครับ จะดูแลให้ ส่วนพาสเวิร์ดผมเข้าใจว่าเป็นระดับความลับของแต่ละชั้นที่สูงขึ้นไป หมายความว่า ข้าราชการในระดับหนึ่งก็ดูได้ในระดับหนึ่ง ระดับสูงขึ้นก็ดูระดับที่สูงขึ้น ซึ่งจริง ๆ ในระดับทั่วไป สามารถเปิดเข้าได้อยู่แล้ว แต่ผมไม่ทราบรายละเอียดว่าท่านประสงค์ในระดับชั้นความลับอะไร คงจะสามารถให้ได้ในระดับชั้นความลับที่สามารถดําเนินการได้ขณะนี้ ก็ต้องคุยกัน ในรายละเอียดอันนั้นอีกทีหนึ่งนะครับ แต่ว่าในส่วนของเอกสารทั้ง ๒ ส่วนนั้น งบกลาง ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาทกับ ๖๖,๐๐๐ ล้านบาทนั้นได้ส่งกรอบใหญ่ ผมขออนุญาต เป็นกรอบใหญ่ก่อน แล้วก็ในรายละเอียดเดี๋ยวคงจะพอมีให้ตามหลังมา ก็ขออนุญาต ท่านประธานครับ ท่านประธานก็ได้รับแล้วนะครับ ขอบคุณครับ
ท่านจุรินทร์ครับ เอกสารงบกลาง ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาทกับ ๖๖,๐๐๐ ล้านบาทนี่เอกสารอยู่กับผมแล้วนะครับ แล้วท่านเลขาธิการได้ส่งไป กําลังถ่ายเอกสารแล้วคงจะได้แจก เชิญท่านจุรินทร์ครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ พรรคประชาธิปัตย์ ที่ท่านรัฐมนตรีวรวัจน์ท่านได้ชี้แจงต่อสภา เมื่อสักครู่ว่าโครงการที่จะให้มาเป็นเอกสารนั้นเป็นลักษณะกว้าง ๆ ผมก็ไม่ทราบว่า จะกว้างลักษณะไหนนะครับ แต่เป้าหมายสําคัญที่พวกกระผมต้องการทราบก็เพื่อประโยชน์ ในการตรวจสอบการใช้เงินงบประมาณแผ่นดินแทนประชาชนซึ่งเป็นภาระหน้าที่ ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกคน และพวกกระผมมีความประสงค์ที่ต้องการทําหน้าที่ ให้ครบถ้วนสมบูรณ์ เพราะฉะนั้นหลังจากได้รับเอกสารสักครู่แล้วพวกกระผมก็ขออนุญาต ที่จะตรวจสอบรายละเอียดดูว่าจะเพียงพอสําหรับการทําหน้าที่ในการตรวจสอบการใช้จ่าย งบประมาณของรัฐบาลแทนประชาชนของพวกกระผมหรือไม่ อันนี้ประการที่ ๑
ประการที่ ๒ ก็คือกรณีพาสเวิร์ดที่ว่ากระผมไม่ทราบว่าท่านมีชั้นความลับกี่ชั้น แต่ว่าอย่างไรก็ตามขอสอบถามว่าสําหรับคนที่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่มีหน้าที่ ในการตรวจสอบการใช้จ่ายเงินงบประมาณแผ่นดินแทนประชาชนทั้งประเทศควรจะล่วงรู้ ความลับการทํางานของรัฐบาลในชั้นไหน พาสเวิร์ดตัวไหนที่พวกกระผมในฐานะตัวแทน คนไทยทั้งประเทศจะสามารถตรวจสอบการใช้เงินของเขาเองในนามรัฐบาลคือพาสเวิร์ดอะไร เพราะฉะนั้นขอความกรุณาได้โปรดชี้แจงในประเด็นนี้ด้วยเพื่อความชัดเจนและพวกกระผม จะได้ตรวจสอบต่อไปว่ามันเป็นพาสเวิร์ดที่เพียงพอต่อการที่จะให้รายละเอียดในการทําหน้าที่ หรือไม่ ขอบคุณครับ
เชิญท่านวรวัจน์ครับ
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม วรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล ในฐานะกรรมาธิการ ต้องเรียนว่าตอนนี้เป็นวาระที่สอง ของงบประมาณปี ๒๕๕๖ แต่ว่าในส่วนที่ท่านขอมานั้นเป็นเรื่องของงบประมาณปี ๒๕๕๕ ผมก็จะนําส่งในส่วนที่สํานักงบประมาณมีก็จะเตรียมให้ท่าน แต่ที่ผมเรียนว่านี่คือภาพกว้าง ผมเข้าใจท่านคงประสงค์ในรายละเอียดที่มากกว่านั้น แต่ผมจะลงไปดูในรายละเอียด ผมกําลังให้ทางสํานักงบประมาณเอารายละเอียดมาดูว่าที่สํานักงบประมาณมีนั้นเป็นอย่างไร เพราะว่ามันเป็นข้อมูลที่ปรับเปลี่ยนอยู่ตลอดเวลาแล้วก็ไม่ได้ทําการอัพเดท (Update) ในรายละเอียด แต่ว่าเมื่อท่านขอมาผมก็เข้าใจว่าท่านต้องการอะไรก็เดี๋ยวจะดูให้ แต่ว่า ในวาระนี้ขอให้ดําเนินการตามวาระที่สองคือการพิจารณางบประมาณปี ๒๕๕๖ เป็นรายมาตราไปก่อน ส่วนในรายละเอียดที่ท่านขอนั้นผมพร้อมจะให้ความร่วมมือ ในการดูข้อมูลให้นะครับ
เชิญครับ
ท่านประธานครับ เรื่องเอกสาร เดี๋ยวกระผมจะขอใช้เวลาดูนะครับว่าเป็นเอกสารที่พร้อมสําหรับการทําหน้าที่หรือไม่ ส่วนกรณีพาสเวิร์ดผมคิดว่าเมื่อท่านรัฐมนตรีได้พาสเวิร์ดแล้วกรุณาแจ้งให้พวกกระผม ทราบด้วย เพราะเหตุว่าเรากําลังจะเริ่มต้นพิจารณามาตรา ๕ ซึ่งเป็นกรณีงบประมาณ ของสํานักนายกรัฐมนตรี และพาสเวิร์ดที่ว่านี้ก็คือพาสเวิร์ดของสํานักนายกรัฐมนตรี ทั้งหมดเราต้องการทราบเพื่อประโยชน์ในการทําหน้าที่ตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณ ของรัฐบาลเพื่อประชาชน ไม่ใช่เพื่อประโยชน์ส่วนตัวครับ เพราะฉะนั้นท่านต้องกรุณา ให้พาสเวิร์ดโดยเร็วที่สุดเท่าที่จะทําได้ เพราะทันทีที่ท่านประธานให้ท่านเลขาธิการอ่าน ก็เท่ากับเริ่มต้นเข้ามาตรา ๕ สํานักนายกรัฐมนตรีแล้วนะครับ
ท่านพิเชษฐ์ มีอะไรครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย ในฐานะกรรมาธิการ ท่านประธานครับ เรื่องของเอกสารต่าง ๆ ข้อมูลต่าง ๆ คณะกรรมาธิการ ได้พิจารณามาร่วม ๒ เดือนนี่นะครับ ทางฝ่ายค้านได้ขอเอกสารทุกชิ้นทุกอย่างอย่างละเอียด รอบคอบเลย ผมไม่ทราบว่าท่านประธานวิป (Whip) ฝ่ายค้านได้ปรึกษาหารือกับกรรมาธิการ หลาย ๆ ท่านไหม ผมคิดว่ารถหกล้อก็ขนไม่หมด ขอทุกสิ่งทุกอย่าง แล้วที่ขอไปได้คุยกันไหม ได้เอาไปบอกกล่าวกับพรรคไหมว่าเอกสารต่าง ๆ นั้นที่ท่านเอาไป ท่านประธานครับ ผมคิดว่าเรื่องของเอกสารเดี๋ยวก็ส่งทีหลัง ก็ส่งได้ภายในวันนี้ แล้วจะเสร็จไหมครับ ๓ วัน ผมอยากจะให้ท่านประธานดําเนินการในมาตรา ๕ ไปก่อน แล้วเรื่องเอกสาร เดี๋ยวก็กลับมาคุยกันได้ครับ ขอให้ท่านประธานช่วยวินิจฉัยด้วยครับ ขอบคุณครับ
เชิญท่านประเสริฐ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ กระผม นายประเสริฐ พงษ์สุวรรณศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดยะลา พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ประเด็นเรื่องรายละเอียดเอกสารผมคิดว่าทางท่านรัฐมนตรี ยังตอบไม่ชัดเจน สรุปฟังแล้วยังรู้สึกกํากวมว่ารายละเอียดของงบประมาณที่ใช้จ่ายไปแล้ว และที่ยังไม่ได้ใช้จ่ายมีอยู่จํานวนเท่าไร แล้วก็รายละเอียดแต่ละโครงการนี้เป็นอย่างไร เพียงแต่ท่านไปพูดเรื่องชั้นความลับ ท่านประธานวิปฝ่ายค้านก็ได้ถามนะครับว่าชั้นความลับ สําหรับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรนี้มีชั้นความลับระดับไหนครับ เพราะว่าเงินที่ท่าน เอาไปใช้จ่ายนั้นมันเป็นเงินแผ่นดินและมันก็ผ่านจากสภาผู้แทนราษฎร แต่วันที่ผ่านจาก สภาผู้แทนราษฎรในวันนั้นเป็นวันที่ไม่มีรายละเอียดของงบประมาณ มีแต่ตัววงเงินใหญ่ ๆ กว้าง ๆ กลม ๆ มาถึงวันนี้เรามาพิจารณางบประมาณปี ๒๕๕๖ เข้าใจครับ แต่เนื่องจากว่า รายละเอียดเราต้องการเอามาขอประกอบ เพราะบางส่วนท่านเอาไปใช้ในงบน้ําท่วม บางส่วนก็ผูกพันต่อเนื่องกับงบประมาณในปี ๒๕๕๖ นี่ประการที่ ๑ ครับ
ประการที่ ๒ ผมคิดว่าการทําหน้าที่ของผู้แทนราษฎรไม่ควรมีชั้นความลับครับ อยากให้รัฐมนตรีตอบให้ชัดเจนว่าวันนี้ตอนนี้ให้กรอบใหญ่ แล้วช่วงบ่ายจะเอารายละเอียด ทั้งหมดมาประกอบให้พวกเราได้พิจารณาอีกครั้งหนึ่ง อย่างนี้ผมคิดว่าชัดเจน เราก็จะเดินหน้า ในรายละเอียดของงบประมาณปี ๒๕๕๖ ต่อไปได้
ประการที่ ๓ ที่ทางท่านกรรมาธิการพิเชษฐ์ถามว่าได้ถามไหม ผมคิดว่า ถามก็ส่วนถามครับ แต่วันนี้เป็นเรื่องของทางการ ทางเราต้องการขอในสภาผู้แทนราษฎร แบบเป็นทางการ และอยากให้ทางรัฐบาล ทางคณะกรรมาธิการมอบให้พวกเราแบบเป็นทางการ เพื่อการทําหน้าที่ของผู้แทนราษฎร ทําหน้าที่ดูแลเงินและผลประโยชน์ของประเทศชาติ ต่อไปครับ
ประเด็นนี้ ขออย่างนี้ได้ไหมครับ ท่านเลขาธิการครับ ผมว่าอยู่ระหว่างถ่ายเอกสารนี่ เราถ่ายเอกสาร ตอนนี้มันอาจจะไม่จําเป็นต้องครบทุกท่าน เอามาบางส่วนก่อน เพื่อที่ภายในไม่กี่นาที น่าจะได้เอามาแจกฝ่ายค้านในบางส่วนก่อน ท่านใดสนใจก็มาดูกัน ไม่จําเป็นต้องถ่ายครบ จน ๔๐๐-๕๐๐ ชุด ก็คงใช้เวลาไม่กี่นาทีประมาณนั้นนะครับ ผมขอต่อมาตรา ๕ เลย ได้ไหมครับ เชิญครับใครก่อนท่านประเสริฐหรือท่านวิทยา เชิญท่านประเสริฐครับ
ท่านประธานครับ ประเสริฐ พงษ์สุวรรณศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดยะลา พรรคประชาธิปัตย์ ถามทางท่านรัฐมนตรี เมื่อสักครู่ที่ตอบครับ แล้วตกลงรายละเอียดจะให้ได้ไหมครับ กรอบใหญ่ทราบครับว่า ท่านประธานได้รับแล้วและกําลังจะดําเนินการถ่ายเอกสารแจกจ่าย แต่รายละเอียดของเนื้อหา ในงบประมาณนี่ครับ เมื่อสักครู่ท่านรัฐมนตรีวรวัจน์ ขอประทานโทษครับที่เอ่ยนาม ท่านยังตอบไม่ชัดเจนว่าจะให้หรือไม่ ตอบสิครับว่าจะให้หรือเปล่า และจะให้ได้เมื่อไรครับ
คุณหมอประท้วง ใช่ไหมครับ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายแพทย์เชิดชัย ตันติศิรินทร์ ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ผมขอประท้วงท่านประธานข้อบังคับ ข้อ ๘ นะครับ ท่านประธานครับ สมาชิกสภามี ๕๐๐ คน แต่ตอนนี้อาจจะเหลือ ๔๙๒ คน ท่านประธานต้องฟังทั้งสองนะครับ ผมถือว่าเป็นทั้งหมด เพราะว่าวันนี้เราพิจารณางบประมาณแผ่นดินซึ่งเป็นภาษีอากรราษฎรไม่ว่าเป็น ส.ส. พรรคไหนก็ตามก็ควรที่จะมีสิทธิออกความเห็น ท่านประธานครับ ผมขอพูดนิดหนึ่งนะครับ ชั้นกรรมาธิการเถียงกันมาเยอะแยะหลายเดือนนะครับ ผมเป็นสมาชิก ไม่ได้เป็นกรรมาธิการ ผมเป็นอนุกรรมาธิการ ไปทําเดือนหนึ่งยังได้รายละเอียด ก็มีหมดละครับ แต่วันนี้สมาชิกทุกท่าน เขาอยากจะฟังว่าเอกสารมันสําคัญแค่ไหน อย่างไร ผมว่าเอาไว้ทีหลังได้ อยากให้ท่านประธาน เดินหน้าครับ แล้วอยากให้ท่านประธานชี้มาทางฝ่ายรัฐบาลบ้าง เพื่อฟังความเห็นคนอื่น ในเรื่องเอกสารนี้ครับ ขอบคุณครับ
มันก็เป็นเรื่องที่ หารือกันเพื่อให้ได้ข้อสรุปเท่านั้นเองครับ ท่านประท้วงหรือครับท่านพิเชษฐ
ท่านประธานที่เคารพ ผม พิเชษฐ พันธุ์วิชาติกุล พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดกระบี่ ผมประท้วงท่านประธาน ผมยกมือ ตั้งแต่คนแรกในห้องนี้เพื่อจะหารือในเรื่องเอกสารสําคัญ เพราะผมจะเป็นคนอภิปรายคนแรก และผมจําเป็นที่จะต้องได้เอกสารอันนี้ประกอบการอภิปรายด้วย ท่านประธานก็ยังไม่ยอมเรียกผม สักทีหนึ่ง ท่านประธานที่เคารพครับ ผมเรียนท่านประธานว่าเอกสาร ๑๒๐ ล้านบาทฉบับนี้ ผมเรียกร้องมาตั้งแต่ปีที่แล้วตอนเข้าสู่การพิจารณางบประมาณปี ๒๕๕๕ นะครับ เราจะจําได้ว่าปีที่แล้วรายการนี้เป็นหนังสือเพียง ๑ บรรทัดใช้เงิน ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ผมก็บอกท่านผู้อํานวยการสํานักงบประมาณ ท่านวรวิทย์ จําปีรัตน์ ว่าอย่างน้อยที่สุด ต้องมีรายการให้ผมเห็นสักครึ่งหนึ่งใน ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาทว่าจะเอาไปทําอะไรบ้าง สุดท้ายไปทําให้ผม ๓๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทครับ ผมจําได้ ๑ หน้ากระดาษพิมพ์ ๓๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทเป็นรายการ ผมก็บอกว่าอย่างน้อยก็สักครึ่งหนึ่งขอสัก ๕๐,๐๐๐ ล้านบาท หรือ ๖๐,๐๐๐ ล้านบาทใน ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาททําให้ผมก่อนการพิจารณางบประมาณ เมื่อปีที่แล้ว สุดท้ายจนเดี๋ยวนี้ผมไม่เคยได้เลยครับ ทวงถามมาเป็นร้อยครั้ง ในห้องงบประมาณ เสมือนเอกสารลึกลับอะไรอันหนึ่งที่ต้องซ่อนเร้น ที่ต้องไปตีตรา ชั้นความลับมาตั้งกี่ชั้น ๆ มันเหมือนกับว่าตั้งงบประมาณไว้ ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท โดยที่ไม่มีรายการอะไรที่แท้จริงเลย ท่านประธานครับ ผมจําเป็นจะต้องได้เอกสารอันนี้ มาประกอบการพิจารณา มีผู้โทรศัพท์มาให้ว่าวันนี้จะอภิปรายงบประมาณเรื่องงบประมาณโม้ เหลว โกง กู้ ข่มขู่ และหลอกลวง เอกสารอันนี้จะแสดงให้ชัดเลยว่าการจัดงบประมาณ ตั้งแต่ปีที่แล้วที่ผ่านมาจัดแบบโม้ ๆ ทั้งนั้นละครับ จัดเพื่อการโกงครับ ข่มขู่ครับ พระราชกําหนดข่มขู่ทั้งศาลรัฐธรรมนูญ ข่มขู่ทั้งพรรคประชาธิปัตย์ว่า ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ถ้าไม่ออกมาจะไปยื่นพระราชกําหนดคัดค้านเอาไว้ สุดท้ายถ้าบ้านเมืองต้องเสียหาย จากน้ําท่วมขนาดไหนพรรคประชาธิปัตย์ต้องรับผิดชอบ จะเห็นว่า ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท วันนี้ใช้ไม่ถึง ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท และหลอกลวงครับ ไหนบอกว่างบปีนี้จะขาดดุลน้อยลง ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท หลอกลวงประชาชนว่าปีที่แล้วงบขาดดุล ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ปีนี้ ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาท น้อยไป ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แต่ไปซ่อนไว้ในพระราชกําหนดเงินกู้ ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท แท้จริงปีนี้ขาดดุลถึง ๗๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ตัวเลขตรงไปตรงมา เอกสารชุดนี้จะพิสูจน์ทุกอย่างให้เห็นครับ
อีกประการหนึ่งท่านประธาน ท่านประธานคณะกรรมาธิการมาหรือเปล่าครับ ผมต้องการให้ท่านประธานคณะกรรมาธิการ กิตติรัตน์ ณ ระนอง อยู่ร่วมฟังด้วย ผมเรียนท่านประธานว่าเมื่อผมเป็นคอลัมนิสต์ (Columnist) นามปากกาผมคือพระอภัยมณี ตีกลอง คนก็ถามว่าทําไมพระอภัยมณีตีกลอง ผมบอกว่าเพราะปี่ตาโป๋เอาไปเป่าเสียแล้ว พระอภัยมณีก็ต้องตีกลอง วันนี้พระอภัยมณีอาจจะต้องสีซอ ผมจะสีซอให้ฟังครับ แต่อยากให้ท่านประธานอยู่ และผมกราบเรียนว่าเมื่อวานมีการพูดกันเยอะในห้องนี้ จากกรรมาธิการหลาย ๆ คนว่าท่านประธานคณะกรรมาธิการถามหรือเปล่า ทําอย่างนั้น ทําอย่างนี้หรือเปล่า ผมเรียนท่านประธานด้วยความเคารพครับ ผมรู้จักคนคนนี้มานานแล้ว เคยเป็นผู้ใต้บังคับบัญชาผมตั้งแต่ผมอยู่กระทรวงการคลัง ท่านประธานคณะกรรมาธิการ กิตติรัตน์เป็นผู้ที่ไม่เคยประสบความสําเร็จใด ๆ ในการงานมาก่อน
ท่านครับ ผมขอให้ท่านถอนดีกว่าครับ ที่ไม่เคยประสบความสําเร็จอะไร
ผมจะพูดให้ฟังครับ ไม่ประสบความสําเร็จอย่างไร
ท่านถอนเถอะครับ ตรงนี้คงไม่อนุญาตละครับ
ผมถอนครับท่านประธาน แต่ผมเรียนว่าครั้งหนึ่งเราเอาคนคนหนึ่งไปเป็นผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์
ท่านพิเชษฐครับ มีผู้ประท้วงครับ เชิญครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม วิชาญ มีนชัยนันท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทย ด้วยความเคารพ พี่พิเชษฐนะครับ เพราะว่าท่านกับผมเองก็ไม่ได้มีอะไรซึ่งกันและกัน แต่วันนี้เป็นวันที่ พวกเราเองกําลังพิจารณาในเรื่องของงบประมาณ ผมใช้ข้อบังคับ ข้อ ๖๑ เพราะท่านเอง ใช้กิริยาในส่วนของการเสียดสี และรวมถึงการต่อว่าในเรื่องของการใช้จ่ายงบประมาณ ซึ่งดูเสมือนว่าท่านเปรียบเทียบว่ามีการโกง การกิน การใช้ในส่วนต่าง ๆ ที่ไม่ชอบไม่ถูก ทีนี้ผมเองขออนุญาตเรียนท่านประธานครับว่าสิ่งที่ท่านพิเชษฐพูดนั้นท่านต้องมี ในลักษณะของการอ้างอิง ถ้าผิดจริงท่านก็สามารถที่จะดําเนินคดีกับการกระทํา ในสิ่งที่ท่านเห็นว่าผิด แต่วันนี้ผมขอให้ท่านประธานใช้อํานาจหน้าที่ของท่านประธาน ในการควบคุมการประชุม เพื่อให้การประชุมในวาระที่สองของการเสนองบประมาณ ของคณะกรรมาธิการได้ดําเนินการต่อไป มิฉะนั้นมันก็คงจะไม่ไปไหน
อีกประการหนึ่ง การขอเอกสารขอกันได้ทุกครั้งครับ ผมอยู่ในสภาแห่งนี้ ก็ไม่มากหรอกครับ แต่ทุกครั้งที่มีการอภิปรายในเรื่องของงบประมาณก็จะมีการขอเอกสาร แล้วก็มีการพาดพิง สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้เป็นปกติ แต่ท่านประธานครับ วันนี้อาจจะเป็นนิมิตหมาย ขอพาสเวิร์ด ขอเอกสาร ซึ่งนอกเหนือจากคณะกรรมาธิการที่คงจะต้องมีการพิจารณาว่า จะให้ได้หรือเปล่า อันนี้เป็นส่วนซึ่งเหนือขึ้นไปในชั้นกรรมาธิการ เพราะปีที่แล้วเอง ผมก็นั่งทําหน้าที่ในส่วนของกรรมาธิการแล้วก็เป็นรองประธานคณะกรรมาธิการ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ถือเป็นธรรมเนียมปฏิบัติครับ เพราะฉะนั้นผมขอท่านประธานว่า ได้ใช้อํานาจของท่านประธานในการควบคุมการดําเนินการการประชุมให้เป็นไปตาม ระเบียบวาระครับ ขอบคุณครับ
คุณหมอสุกิจ มีอะไรครับ ประท้วงหรือครับ
ประท้วงครับ
เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม นายแพทย์สุกิจ อัถโถปกรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ผมประท้วงท่านประธาน ที่ให้สิทธิผู้ประท้วงเมื่อกี้นะครับ หลังจากประท้วงแล้วก็ไม่ได้บอกด้วยว่าประท้วงข้อไหน เรื่องอะไร แล้วก็ถือโอกาสอภิปรายยืดยาว ผมคิดว่าเป็นบรรทัดฐานที่ไม่ถูกต้องนะครับ เพราะฉะนั้นขอให้ท่านประธานได้โปรดเคร่งครัดกับเรื่องนี้ด้วยนะครับเรื่องของการประท้วง
ขอบคุณครับคุณหมอ เมื่อกี้ท่านวิชาญใช้สิทธิประท้วง แล้วท่านอ้างข้อบังคับชัดเจน ข้อ ๖๑ ว่าท่านพิเชษฐ อภิปรายเข้าลักษณะเสียดสี ใส่ร้าย ซึ่งก็อยู่ในประเด็น ก็ขอเตือนท่านพิเชษฐครับ บรรยากาศการประชุมเป็นมาด้วยดีโดยตลอดอยากให้บรรยากาศอย่างนี้มันยังคงอยู่ ก็ขอความกรุณาเถอะครับ เราอยู่ในระหว่างหารือ เพราะฉะนั้นในเรื่องของเอกสาร ท่านรองประธานคณะกรรมาธิการก็ได้ชี้แจงชัดเจนนะครับว่ากําลังถ่ายเอกสาร เอกสารก็อยู่ในมือผมแล้ว เดี๋ยวคงได้แจกพวกเรา คงอีกไม่กี่นาทีครับ ผมขออนุญาต ดําเนินการต่อเลยได้ไหมครับ ท่านพิเชษฐครับ คงอีกไม่กี่นาที ว่าอย่างไรครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผมกําลังจะพิสูจน์ความจริงนี่ครับเอกสารทั้งชุด ผมจะพิสูจน์ให้เห็นนี่ครับเทป (Tape) ๒๐๐ กว่าม้วน ซีดี (CD) จากห้องประชุมทั้งหมด ท่านประธานครับ ผมไม่อยากฟื้นไปไกลนัก หรอกครับ ผู้จัดการทีมฟุตบอลที่พานักฟุตบอลเมืองไทยไปล้มเหลวอย่างสิ้นเชิงมาใคร ผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ที่ทําให้ตลาดหลักทรัพย์เราล้มเหลวอย่างสิ้นเชิงใคร รองอธิการบดี ที่นําพาสถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจศศินทร์ไปเกือบล้มละลายใคร และคนนั้นวันนี้มานั่งเป็น ประธานคณะกรรมาธิการครับ ผมจะบอกท่านประธานว่าทําอะไร ทําไมผมต้องพูดถึง
ท่านพิเชษฐครับ เอกสาร
ท่านประธานฟังผมสิครับ นี่ครับรายชื่อผู้มาประชุมและลายเซ็นทั้งหมดของการประชุม
ท่านพิเชษฐครับ เดี๋ยวเข้าประเด็นมาตรา ๕ ท่านอภิปรายแล้วค่อยว่าประเด็นพวกนี้ดีไหมครับ
ผมยังไม่เข้ามาตรา ๕ ท่านประธาน ผมพูดถึงว่าผมต้องการให้ท่านประธานคณะกรรมาธิการมานั่งฟังอยู่ด้วย ๗๐ วันของการประชุม ทุกอันที่ผมกลัดเอาไว้นี้คือวันที่ประธานขาดประชุม ๗๐ วันประธานมาประชุมไม่ถึง ๑๐ วัน มาเซ็นชื่อ และ ๑๐ วันที่มาเซ็นชื่อเพียงแต่เซ็นชื่อแล้วก็ไป มานั่งอยู่ในห้องประชุมจริง ๆ ๔ ครั้งไม่ได้ทําหน้าที่ประธาน ท่านอํานวยบ้าง ท่านพรศักดิ์บ้าง ท่านอภิวันท์บ้างทําหน้าที่ไป ท่านมานั่งอยู่ ๔ ครั้งนะครับ ท่านต้องการพิสูจน์ไหมครับ ซีดีเห็นหมดเลยครับ ทั้งชุดเลย ๗๐ วันของการประชุมอยู่ตรงนี้ ใครพูดอะไรบ้างในห้องประชุมทุกเรื่อง สิ่งที่ผมพูดอัดใส่เทป เอาไว้ทุกเรื่อง บันทึกไว้เป็นหลักฐานทุกเรื่องอยู่ในนี้ทั้งหมดครับ ผมพูดด้วยความเคารพ เพื่อนกรรมาธิการทุกท่านที่นั่งอยู่หลาย ๆ ท่านทั้งแถวนะครับ แถวหน้า แถวหลังในห้องประชุม คณะกรรมาธิการผมเห็นหน้าอยู่ทุกคน อยู่ไม่เคยขาด เช่นเดียวกับที่วันนี้ท่านนั่งกันอยู่ ท่านไม่เคยขาดทั้งแถว แต่คนที่ขาดมันก็ยังขาดอยู่ ก็ด้วยความเคารพ ผมไม่มีปัญหาใด ๆ กับเพื่อนกรรมาธิการ แต่ผมต้องการให้ท่านประธานคณะกรรมาธิการมานั่งฟังด้วย เพราะวันนี้ท่านเป็นรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจที่กําลังนําพาเศรษฐกิจไทยฝ่าฟันมรสุมโลก ท่านเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังที่จะนําพาซึ่งระเบียบวินัยการเงินการคลัง และการงบประมาณไปสู่การที่เราจะเข้าไปสู่อาเซียน (ASEAN) ในวันข้างหน้า ท่านเป็นผู้นํา หลาย ๆ อย่าง ณ ขณะนี้
ท่านพิเชษฐครับ ผมว่าสมควรแล้วกระมังครับ
ผมต้องการให้ท่านเข้ามาอยู่ด้วยครับ
ผมว่าสมควรแล้วครับ พูดแค่นี้ก็น่าจะพอ
ผมถามท่านประธานว่า แล้วเดี๋ยวท่านจะเข้ามาฟังไหม ผมจะได้รู้ครับว่าผมจะต้องเป่าปี่หรือผมจะต้องสีซอ
มีผู้ประท้วง เชิญท่านวิชาญครับ
ท่านประธานครับ ผม วิชาญ มีนชัยนันท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทย ขออนุญาต เป็นรอบที่ ๒ นะครับ ท่านประธานครับ ด้วยความเคารพพี่พิเชษฐนะครับ เพราะว่าส่วนตัวแล้ว ท่านเองกับผมเวลาพิจารณางบประมาณจะหารือกันบ่อยครั้ง แต่วันนี้ต้องขออนุญาตว่า ท่านประธานใช้ข้อบังคับ ข้อ ๘ ครับ ไม่อย่างนั้นไม่จบ ผมเข้าใจพี่พิเชษฐครับ การทํางานในสภา มันมีอยู่ ๒ ฝ่าย ฝ่ายหนึ่งเป็นฝ่ายรัฐบาล ฝ่ายหนึ่งเป็นฝ่ายค้าน มันเป็นปกติครับที่จะต้องมี การนําเสนอเพื่อให้สาธารณชนได้ทราบ แต่วาระตรงนี้เป็นวาระที่สองของงบประมาณ ในการชี้แจงของกรรมาธิการ ผมเชื่อว่าถ้าพี่พิเชษฐใช้สิทธิในการอภิปรายของกรรมาธิการ หรือของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรก็ทําได้ แต่การชี้ก็ขอให้อยู่ในประเด็นก่อน ถ้าอย่างนั้น ท่านประธานคณะกรรมาธิการเองตอนนี้ไม่ได้อยู่ในที่ประชุมผมคิดว่าท่านเสียหาย และท่านเอง มีตําแหน่งในส่วนของรองนายกรัฐมนตรีแล้วก็ตําแหน่งรัฐมนตรีท่านก็คงที่จะต้องชี้แจงอยู่แล้ว คนอื่นชี้แจงแทนไม่ได้หรอกครับ ผมขออนุญาตท่านประธานให้เข้าสู่ระเบียบวาระครับ ขอบคุณครับ
ท่านพิเชษฐ ขอความกรุณาเถอะครับ ผมว่าสมควรแล้วครับ
ให้อภิปรายต่อหรือเปล่าครับ
เป็นประเด็น หารือนะครับ ขณะนี้เราหารือกันอยู่
ประเด็นพาดพิงจากเมื่อคืนครับ มีหลาย ๆ คนในห้องนี้ลุกขึ้นถามว่าเรื่องนี้ท่านรองประธานคณะกรรมาธิการถามหรือเปล่า เรื่องนี้กรรมาธิการถามบ้างหรือเปล่า เราตั้งท่านเป็นผู้แทนไปเป็นกรรมาธิการ ทําหน้าที่ นิติบัญญัติพิจารณางบประมาณที่ฝ่ายบริหารเป็นผู้ทําขึ้นและฝ่ายบริหารเป็นผู้จะใช้ ในฐานะผู้บริหารเราได้ถามหรือเปล่า ถ้าไม่ได้ถามเพราะอะไร เหตุผลอะไร คงจะได้ตอบครับ ท่านประธานครับ ผมเป็นรองประธานคณะกรรมาธิการ คนที่เจ็ด ในฐานะที่เป็นฝ่ายค้าน รองประธานคณะกรรมาธิการ คนที่หนึ่ง ถึงรองประธานคณะกรรมาธิการ คนที่หก คือรัฐมนตรีเกือบทั้งหมดยกเว้นท่านอภิวันท์ รองประธานคณะกรรมาธิการ คนที่เจ็ด คือรองประธานคณะกรรมาธิการที่ใหญ่ที่สุดในฐานะตัวแทนคนแรกของฝ่ายค้าน และเกือบครึ่งของอันนี้นอกจากท่านอภิวันท์ ท่านพรศักดิ์ ท่านอํานวย คลังผา ผมนั่งทําหน้าที่เป็นประธานในที่ประชุมจนกระทั่งงบประมาณเสร็จทันเรียบร้อย ผมก็จําเป็นจะต้องพูดว่าอะไรเกิดขึ้นบ้างในห้องงบประมาณ อะไรที่ถามกันเมื่อวาน ตั้งแต่คุณศุภชัย ศรีหล้า คุณวิทยา แก้วภราดัย คุณจุติ ไกรฤกษ์ หลาย ๆ คนถาม ผมจําเป็นที่จะต้องให้ห้องงบประมาณรับรู้ว่าเวลานี้ประเทศไทยเรากําลังพิจารณา งบประมาณอย่างนี้ ท่านประธานครับ งบประมาณปีนี้กับปีที่แล้วต่างกัน ปีที่แล้วมีเวลา ๔๔ วัน แต่ปีนี้มีเวลาเหลือถ้านับ ๑๐๕ วันตามรัฐธรรมนูญจะครบ ๒๔ สิงหาคมนี้ซึ่งเป็นวันหยุด มันจะมีเวลายาวถึง ๒ เดือนกว่า ๆ ๓ เดือน การพิจารณาทุกปีถึงแม้จะมีเวลาอยู่ที่ประมาณ ๒๐๐-๓๐๐ ชั่วโมงเราไม่มีสิทธิที่จะพิจารณาได้ทันเลย สมัยก่อนเมื่อมีอยู่ ๑๓ กระทรวง กับ ๑ ทบวง ยังไม่มีหน่วยงานอิสระ ยังไม่มีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ขณะนั้นมีอยู่แค่ ๒๐๐ กว่าหน่วยงาน เราต้องทํางานถึงปีละประมาณ ๓ เดือน ตีหนึ่ง ตีสอง ตีสาม แต่เมื่อมีรัฐธรรมนูญใหม่กําหนดขึ้นมาว่าให้เรามีเวลาเพียงแค่ ๑๐๕ วันจึงได้มีการตั้ง กรรมาธิการวิสามัญขึ้นเพื่อแบ่งเบาภาระรายละเอียดบางส่วนไปให้กรรมาธิการวิสามัญ เป็นผู้ดูแลแทนกรรมาธิการเพราะห้องใหญ่ไม่มีเวลาจริง ๆ จาก ๒๐๐ กว่าหน่วยงาน ซึ่งเทียบเท่า ๒๐๐ กรม บัดนี้ ๔๔๔ หน่วยงาน
ท่านครับ
เชิญครับ
ท่านพิเชษฐครับ ผมว่าเราอยู่
ท่านประธานครับ ผมหารือ ท่านประธานนิดหนึ่ง ผม ๑๖ คนสงวนความเห็นไว้ทั้ง ๓๒ มาตรา พวกผมในฐานะ กรรมาธิการเสียงข้างน้อยมีสิทธิอภิปรายทุกมาตราใช่ไหมครับ และในแต่ละมาตรา ถ้าประกอบด้วย ๑๐ กรม ๒๐ กรม ในแต่ละมาตราผมมีสิทธิที่จะพูดทั้ง ๑๐ กรม ๒๐ กรม ใช่ไหมครับ และรับรองว่าผมคนเดียวนี่ละครับจะใช้เวลาแต่ละมาตรา ๒-๓ ชั่วโมงเป็นอย่างน้อย เรื่องนี้ ๙๐ วันไม่จบ ๙๐ ชั่วโมงไม่จบครับ เพราะฉะนั้นท่านประธานอย่าใช้อํานาจกับผม มิเช่นนั้นพวกผม ๑๖ คนที่สงวนความเห็นจะอภิปรายหมดทุกมาตรา และท่านประธาน ต้องอย่าให้มีใครที่รับงานพิเศษเกิดขึ้นในห้องนี้ครับ ใครที่ต้องการบําเหน็จพิเศษ รับงานพิเศษมารับจ้างอะไรต่ออะไรอย่าให้เกิดขึ้นมิเช่นนั้นไม่เสร็จแน่ ๒๔ สิงหาคม กําลังจะถึงนะครับ
ท่านครับ คงไม่มีใครรับงานอะไรหรอกครับ
มีสิครับ
เอาว่าอย่างนี้ ท่านพิเชษฐครับ ผมเข้าใจและผมก็ให้เกียรติ ก็เพราะผมเข้าใจผมถึงให้เกียรตินะครับ แล้วก็ให้ท่านได้หารือ ทีนี้เห็นว่าพอสมควรแล้วผมก็ได้บอกว่าท่านพิเชษฐพอสมควรแล้วครับ ผมได้ให้เกียรติแล้วครับ เราอยู่ด้วยกันมานาน ท่านพิเชษฐครับ ผมขอความกรุณาท่านเถอะครับ เราต่างให้เกียรติซึ่งกันและกันครับ
เรื่องสําคัญที่ผมจะต้องรู้ คือสิ่งที่ผมจะพูดต่อไปนี้จะมีประธานคณะกรรมาธิการนั่งฟังด้วยหรือเปล่า
ท่านครับ เขารับปากแล้ว เมื่อกี้ผมก็สั่งทางเลขาธิการบอกว่าไม่จําเป็นต้องพิมพ์ให้ครบทั้ง ๔๐๐ กว่าชุด อาจจะมีบางส่วนแล้วเอามาแจกพวกเราก่อน น่าจะอีกไม่กี่นาทีครับ
ท่านประธานคณะกรรมาธิการ จะมานั่งฟังด้วยหรือเปล่าครับ ผมจะต้องเป่าปี่หรือผมจะต้องสีซอครับ
เชิญท่านวรวัจน์ครับ จะตอบคําถามตรงนี้ใช่ไหมครับ
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ
ท่านประสิทธิ์ ขออภัยด้วยนะครับ ขอบคุณมาก เชิญท่านวรวัจน์ครับ
ผม วรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดแพร่ พรรคเพื่อไทย ในฐานะรองประธานคณะกรรมาธิการ ผมอยากขออนุญาตชี้แจงกับท่านประธานแล้วก็ชี้แจงกับพี่น้องประชาชนที่ฟังอยู่ด้วยนะครับ ในวาระที่หนึ่งเป็นวาระที่รัฐบาลนําเสนอร่างกฎหมายงบประมาณต่อสภาผู้แทนราษฎร หลังจากนั้นก็เป็นวาระที่สองที่ทางกรรมาธิการจะนําไปพิจารณาในห้องประชุมคณะกรรมาธิการ คือซักถามในส่วนราชการทั้งหมดเกี่ยวกับเรื่องการตั้งงบประมาณ วันนี้เป็นส่วนที่ กรรมาธิการกําลังชี้แจงต่อสภาผู้แทนราษฎร เป็นการทําหน้าที่ในส่วนของกรรมาธิการ ผมเองในฐานะรองประธานคณะกรรมาธิการและเป็นผู้ที่รับผิดชอบในส่วนของ สํานักนายกรัฐมนตรี ใน ๓ วันนี้เรากําหนดเวลากัน ซึ่งในช่วงเวลานี้เป็นช่วงเวลาที่ผม รับผิดชอบในส่วนของสํานักนายกรัฐมนตรีและเป็นกรรมาธิการที่พร้อมที่จะตอบ กับเพื่อนสมาชิกทุกท่าน ก็ขออนุญาตนําเรียนว่าในช่วงเวลานี้ท่านจะซักถามประเด็น ในส่วนของสํานักนายกรัฐมนตรีเป็นประการใดผมพร้อมจะตอบให้ท่าน แต่เรียนท่านว่า ในช่วงเวลาปัจจุบันนี้ผมเป็นผู้รับผิดชอบในการตอบชี้แจงสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรครับ
ท่านพิเชษฐครับ
ผมจะอภิปรายแล้วครับ จะให้ผมอภิปรายไหมครับ ผมจะเริ่มอภิปรายแล้ว
ก็เดี๋ยวให้ ท่านเลขาธิการได้ขานมาตราแล้วจะเชิญครับ
คือผมต้องการทราบว่า ท่านกิตติรัตน์ในฐานะประธานจะมารับฟังไหม ถ้าจะบอกว่าการที่เราบังคับท่านเป็นการที่ ไม่ให้เกียรติ ไม่ให้ความเคารพ และท่านในฐานะประธานคณะกรรมาธิการล่ะต้องให้ความเคารพ ที่ประชุมหรือเปล่า ในการประชุมกรรมาธิการที่อยู่กันพร้อมแล้วตัวประธานคณะกรรมาธิการ ไม่ต้องมาเลยกระนั้นหรือ ถ้าเป็นอย่างนั้นก็เอา ผมจะได้ให้ประชาชนที่มานั่งฟังข้างบน รับทราบว่าวันนี้เมืองไทยเราทํางบประมาณกันด้วยวิธีการอย่างนี้ เอาละเมื่อท่านบอกว่า ท่านจะไม่มาผมก็จะต้องอภิปรายต่อไป แต่ว่าเมื่อคืนคุณวิทยา แก้วภราดัย ถามพวกผม เสมือนกรรมาธิการเราบกพร่องไม่ได้ทําหน้าที่ เราทุกคนทั้งหมดที่นั่งอยู่ ทั้งข้างบนขณะนี้ เราทําหน้าที่เราเต็มที่ แต่ว่าทําไม เกิดอะไรขึ้น ท่านรัฐมนตรีวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล มาบอกผมไปพบที่ห้องรองประธานเจริญ จรรย์โกมล ต่อหน้ารัฐมนตรีอีก ๒ ท่าน และกรรมาธิการอีกท่านหนึ่ง บอกว่านายกรัฐมนตรีมีบัญชาว่าปีนี้ห้ามตั้งกรรมาธิการวิสามัญ จะพิสูจน์นะครับว่าพูดจริงไหม รองประธานเจริญจะมายันไหม ผมถึงบอกว่า ก็ไหนทีศาลรัฐธรรมนูญมีคําสั่งเข้ามาว่ายังไม่ให้ลงมติรัฐธรรมนูญในวาระที่สามก็หาว่า ศาลรัฐธรรมนูญฝ่ายตุลาการก้าวล้ําเข้ามาฝ่ายนิติบัญญัติ
ท่านพิเชษฐครับ มีผู้ประท้วงครับ ขอเป็นท่านวรวัจน์ได้ชี้แจงดีกว่านะครับน่าจะเป็นประเด็นเดียวกัน เชิญท่านพิเชษฐ์ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมประท้วงท่านผู้อาวุโสท่านพิเชษฐ ชื่อเหมือนกันนะครับ คือท่านจะไปติดต่อ พูดคุยกันนอกรอบระหว่างกรรมาธิการด้วยกันนี่ผมไม่รับทราบ ผมในฐานะกรรมาธิการคนหนึ่ง ท่านจะไปต่อรองและจะไปอ้างชื่อใครก็แล้วแต่ท่าน ท่านจะคุยกับใคร คุยเรื่องไหน แต่ท่านต้องไม่ เขาเรียกว่าไม่ก้าวก่ายบุคคลที่ ๓ เขาเสียหายครับ ท่านพิเชษฐบอกว่า ท่านนายกรัฐมนตรีสั่งการอย่างนั้นอย่างนี้ เสียหายครับ ท่านคุยกับท่านวรวัจน์ แล้วก็ท่านเอาชื่อนายกรัฐมนตรีมาอ้างนี่นายกรัฐมนตรีเสียหายครับ ท่านพิเชษฐต้องถอนนะครับ ต้องถอนคําพูดว่าท่านนายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้ท่านวรวัจน์มาเจรจา ผมคิดว่า ท่านน่าจะถอนนะครับ มันเสียหายกับบุคคลที่ ๓ ซึ่งท่านไม่รู้เรื่องเลยนะครับ ถึงท่านจะเอาเทป เอาโทรศัพท์ เอาคลิป (Clip) มาเปิดมันก็ไม่ใช่เสียงของท่านนายกรัฐมนตรี ท่านก็คุยกับ ท่านวรวัจน์ ท่านต้องเป็นลูกผู้ชายครับ คุยกันส่วนตัว คุยอะไรก็คุยกัน พออย่างนี้จะมาแฉ ผมว่ามันไม่แฟร์ (Fair) ครับ ผมประท้วงท่านข้อบังคับ ข้อ ๖๑ นะครับ ขอบคุณครับท่านประธาน
ผมว่า บรรยากาศมันดีมาตั้งแต่เมื่อวาน ผมว่าเราน่าจะพอสมควรแล้วกระมังครับ
ท่านประธานครับ เขาบอกว่า เขาค้อ เขาทราย แกแล็คซี่ มีน้องชายอยู่อีกคนหนึ่งอยู่ที่ประเทศญี่ปุ่นชื่อซัมซุง แกแล็คซี่ เป็นคู่แฝด วันนั้นพอดีผมพาซัมซุง แกแล็คซี่เข้าไปด้วยครับ ไม่ใช่เป็นเรื่องไปหารือ ให้ผมเข้าไป รับทราบคําบัญชา ผมพูดเมื่อกี้ผิดครับที่ว่าไม่ให้ตั้งกรรมาธิการ ไม่ให้ตั้งอนุกรรมาธิการ สุดท้ายผมบอกว่าในห้องนี้ถึงแม้เป็นฝ่ายรัฐบาล เป็นฝ่ายค้าน แต่เราทุกคนทําหน้าที่ นิติบัญญัตินะ รัฐบาลทําหน้าที่ฝ่ายบริหาร พวกเราทําหน้าที่ฝ่ายนิติบัญญัติ นอกเหนือฝ่ายตุลาการตามอํานาจอธิปไตย นายกรัฐมนตรีจะมีบัญชาใด ๆ เข้ามาในห้องนี้ไม่ได้ นั่นคือการก้าวล่วงเข้ามาในห้อง จริงเท็จท่านวรวัจน์ ถ้าเท็จท่านต้องถอนคําพูด ไม่ใช่ผมถอน เพราะท่านเป็นคนมาบอกกล่าว แล้ววันรุ่งขึ้นท่านก็มาพูดใส่เทปลับหลังผมด้วย อยู่ในนี้ครับ จะเปิดฟังกันอย่างไรก็ได้นะครับ ท่านประธานครับ จากที่ว่าไม่ให้ตั้งอนุกรรมาธิการ เมื่อผมอาละวาดขึ้นมาไม่ยอมก็ผ่อนคลาย โดยจากที่มีอยู่ ๘ คณะ ปีนี้ตั้งเพียงแค่ ๔ คณะ จากที่อนุกรรมาธิการมีเวลาทํางาน ๒ เดือน ปีนี้อนุกรรมาธิการได้ทํางานเพียงแค่เดือนเดียว จึงเรียนว่าสําหรับ ๔ คณะที่เหลือและเวลาเพียงแค่ ๑ เดือนที่เหลืองบประมาณปีนี้ พิจารณาอย่างลวก ๆ ทั้งหมดละครับ ไม่มีเวลาซักถามอะไรในห้องงบประมาณเลย มันจึง ดังที่เขาบอกมาครับว่าเป็นงบโกง งบเหลว งบล้ม งบข่มขู่ งบสารพัดตามที่คนเขาบอกเข้ามา ณ ขณะนี้ครับ ท่านประธานครับ ผมต้องการเพียงแค่นี้ ๑. ผมมีสิทธิที่จะอภิปรายทุกมาตรา ที่ผมสงวนมาไหม หรือถ้าทุกมาตราผมมีสิทธิสงวนทุกกรมในมาตรานั้นไหม ทั้ง ๑๖ คน ของพวกผมมีสิทธิที่จะทําเช่นนั้นไหม ถ้าท่านประธานไม่อยากให้เกิดขึ้น ผมเอง ก็ไม่อยากให้เกิดขึ้น ท่านต้องไม่ปล่อยให้มีการมารับลําไพ่ในห้องนี้ครับ การมาหาลําไพ่ในห้องนี้ ต้องเลิกครับ
ท่านครับ ที่จริงไม่อยากให้เสียบรรยากาศจริง ๆ แล้วก็ที่ท่านสงวนไว้ก็มีสิทธิอย่างที่ท่านพูดนะครับ แต่ทีนี้ถ้ามันจะเหนื่อยก็เหนื่อยด้วยกันทุกท่าน แต่ประเด็นคือมันน่าจะต้องเอาเหตุเอาผล มาคุยกันนะครับ
(จ่าสิบตํารวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
จ่าประสิทธิ์ คงไม่ต้องประท้วงแล้วกระมังครับ ผมขออนุญาตให้ท่านวรวัจน์ช่วยชี้แจงดีกว่ากระมังครับ ขอบคุณครับ เชิญครับ
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม วรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดแพร่ พรรคเพื่อไทย ในฐานะรองประธานคณะกรรมาธิการ
ขออภัย ท่านวรวัจน์ครับ ท่านวิทยาผมให้ท่านวรวัจน์ชี้แจงก่อนดีไหมครับ เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม วิทยา แก้วภราดัย ผมขออนุญาตประท้วงท่านผู้ทําหน้าที่ประธานซึ่งได้ทําหน้าที่ประธาน ตั้งแต่เมื่อคืนและรับปากในสภา แล้วท่านรัฐมนตรีที่กําลังจะขึ้นชี้แจงก็เป็นคนรับปากกลางสภา รับปากกับผมครับ แล้วก็รับปากยืนยันกับคนทั้งสภา แล้วคนทั้งประเทศก็นั่งฟังครับ ท่านบอกว่าท่านจะให้รายละเอียดคร่าว ๆ ไม่ต้องให้ครับ เพราะว่าท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังได้ให้รายละเอียดคร่าว ๆ ไว้แล้วครับ ท่านบอกไว้แล้วครับว่าเงินปีที่แล้ว งบกลางกรณีฉุกเฉิน ๖๖,๐๐๐ ล้านบาท ท่านจ่ายไปแล้ว ๒๙,๗๒๓ ล้านบาท ยังเหลืออยู่ ๓๕,๙๗๖ ล้านบาท อันนี้คร่าว ๆ จบ แต่ที่ที่ประชุมติดใจกันเมื่อคืนก็คือคุณเอาไปจ่ายอะไร เพราะว่าท่านวิสุทธิ์เป็นพยานกับผมได้ ท่านบอกว่าสภาเราต้องช่วยติดตามคนโกง ผมพูดถึง การเอางบไปเร่ขาย มันเหลืออยู่ ๓๕,๙๗๖ ล้านบาท ถ้าจะให้พวกเราตามว่ามันโกงกันที่ไหน เอารายละเอียดออกมา เพราะฉะนั้นที่บอกว่าคร่าว ๆ อยู่ในมือท่านประธานไม่ใช่ครับ รับปากกันเมื่อคืนก็คือรายละเอียดของการใช้งบกรณีฉุกเฉินทั้งหมด นี่ประการที่ ๑
ประการที่ ๒ งบ ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านรองประธานไม่ต้องชี้แจงว่า เอาคร่าว ๆ หรอกครับ ท่านประธานเขาชี้แจงไว้แล้วครับ งบที่มีทั้งหมดมี ๘ กระทรวง เสนอโครงการ ๔๒๕ โครงการ เป็นเงินทั้งหมด ๑๕๙,๐๐๐ ล้านบาท ผ่านการพิจารณา ทั้งหมดแล้วปรากฏเขย่าเสร็จดําเนินการแล้ว ๑๑๓ โครงการ เอา ๑๑๓ โครงการมาครับ แล้วจะบอกว่าเป็นชั้นความลับเอาไม่ได้ เดี๋ยวเชิญสํานักงบประมาณขึ้นมาครับ ทั้งหมดต้องออกมา เพราะว่าเมื่อคืนคนที่ทําหน้าที่ประธานรับปากและยืนยันต่อสภา มาถึงเช้าบิด (Bid) กันหน้าตาเฉยอย่างนี้ สภาไม่ใช่สภาโจ๊กนะครับ เพราะฉะนั้น ท่านประธานต้องดําเนินการให้เป็นไปตามที่ท่านผู้ทําหน้าที่ประธานวินิจฉัยไว้และรับปากว่า ลงมติเมื่อคืนก่อนแล้วเช้านี้เจอกันเอาเอกสารให้ มาถึงมีแต่คร่าว ๆ คร่าว ๆ ไม่ต้องหรอกครับ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังให้ผมหมดแล้ว
เชิญท่านวรวัจน์ครับ
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม วรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดแพร่ พรรคเพื่อไทย ในฐานะรองประธานคณะกรรมาธิการ ผมขออนุญาตเรียนอย่างนี้ครับ ผมขอเอาในกรณีแรกก่อน ในส่วนที่ท่านพิเชษฐพูดถึงผมเรียนยืนยันว่าในวันนั้นมีท่านพิษณุ หัตถสงเคราะห์ ไปเรียนเชิญท่านพิเชษฐมา มีผม มีท่านปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข มีท่านพิษณุ หัตถสงเคราะห์ แล้วก็มีท่านพิเชษฐ พันธุ์วิชาติกุล ไปพบและพูดคุยกัน ผมเรียนยืนยันนะครับ วันนั้นเราพูดถึง การตั้งอนุกรรมาธิการ ๔ คณะชัดเจนครับ และผมได้สั่งการไปยังสํานักงบประมาณเตรียมการตั้งแต่ก่อนนั้นเลยนะครับให้เตรียมตั้ง กรรมาธิการ แล้วก็วันนั้นก็บอกชัดเจนครับมีการตั้งอนุกรรมาธิการ ผมมิเคยนําว่า ท่านนายกรัฐมนตรีสั่งการหรือบัญชาการอย่างไรมาแต่ประการใด แล้วก็พร้อมครับ ท่านจะให้ผมเดินไปสาบานหรืออะไรผมพร้อมครับ เพราะผมมั่นใจว่าไม่เคยพูด ไม่เคยนําถ้อยคําดังกล่าวมาเลย ซึ่งตรงนี้ผมว่าท่านพิษณุ หัตถสงเคราะห์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ท่านปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข ก็สามารถให้คําตอบได้ครับว่าเราพูดถึง การตั้งอนุกรรมาธิการ แต่ที่ท่านเอาออกมานั้นผมว่าเป็นคนละเรื่องเลย ผมไม่เข้าใจจริง ๆ
ส่วนประเด็นของเอกสาร ผมเรียนอย่างนี้ครับ ผมชี้แจงชัดเจนแต่เช้า ผมเรียนท่านจุรินทร์ว่าผมทราบว่าท่านต้องการในรายละเอียดมากกว่านั้น แต่ท่านขอผม ๕ ทุ่มเมื่อคืน ผมขอไปยังสํานักงบประมาณก็ให้กรอบมา แล้วผมก็บอกท่านว่า เดี๋ยวในรายละเอียดกําลังให้ทางสํานักงบประมาณดูในรายละเอียดเตรียมให้ แล้วก็เดี๋ยวผม กับท่านจุรินทร์คงต้องพูดคุยกันว่าท่านจะเอาอะไรผมจะเตรียมให้ท่าน ชัดเจนครับ ไม่มีบิดกลางสภาหรืออะไร แต่ในวาระนี้ไม่ใช่วาระที่ท่านจะมาซักถามรัฐบาล แต่เป็นวาระที่ กรรมาธิการนําเอาสิ่งที่ซักถามส่วนราชการนั้นมาชี้แจงท่านในสภาผู้แทนราษฎร ในวาระที่สอง ซึ่งผมก็ขอให้ท่านเข้าสู่วาระที่สอง และวันนี้เป็นการพิจารณาในมาตรา ๕ ในส่วนของสํานักนายกรัฐมนตรี ซึ่งผมเป็นรัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี เป็นช่วงเวลาที่ผมจะต้องขึ้นมาชี้แจง ซึ่งไม่ใช่ช่วงเวลาของท่านกิตติรัตน์ ณ ระนอง ในเวลานี้ ท่านจะอภิปรายในส่วนของสํานักนายกรัฐมนตรี ผมในฐานะรองประธานคณะกรรมาธิการ และในฐานะกรรมาธิการพร้อมที่จะชี้แจงท่านทุกประเด็น ก็ขออนุญาตว่าท่านประธาน ได้นําเข้าสู่มาตรา ๕ แล้วก็เข้าสู่การอภิปรายต่อไป เราทุกคนที่เป็นกรรมาธิการ พร้อมที่จะตอบคําถามทุกประเด็นครับ ขอบคุณครับ
ท่านสมาชิกครับ ผมพยายามที่จะประนีประนอมทุกฝ่ายเพื่อรักษาบรรยากาศนะครับ เพราะฉะนั้น ผมไม่อยากจะไปใช้ข้อบังคับอะไรต่าง ๆ จนบางทีทําให้การประชุมมันเคร่งเครียด เพราะฉะนั้นผมขอความกรุณาเถอะครับ เอกสารที่คุยกันเป็นรายละเอียดของงบประมาณ ปี ๒๕๕๕ ซึ่งเราสามารถที่จะติดตามดําเนินการในอีกหลายโอกาส เพราะฉะนั้นในโอกาสนี้ เราอยู่ในขั้นตอนงบประมาณปี ๒๕๕๖ ในวาระที่สอง ฉะนั้นเพื่อไม่ให้เสียเวลาผมขออนุญาต ดําเนินการต่อเลยนะครับ แล้วก็รายละเอียดต่าง ๆ ผมเชื่อว่าคงจะได้แจกอีกไม่กี่นาทีนี้ แล้วก็ถ้ารายละเอียดยังไม่พอผมก็เชื่อว่าถ้าขอมาทางกรรมาธิการก็คงไม่ขัดข้องอยู่แล้ว ที่จะให้เอกสารรายละเอียดอะไรต่าง ๆ ไม่เสียเวลานะครับ ผมขออนุญาตดําเนินการเลย ได้ไหมครับ ท่านวิทยาเชิญครับ
ท่านประธานครับ ผมได้เอกสารแล้วนะครับ หลักก็คืองบฟื้นฟู ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท แล้วก็เอกสารงบกลาง อีกปึกหนึ่ง อันนี้ท่านรัฐมนตรีตอบก็ดีแล้วครับ ท่านช่วยไปค้นให้ผมด้วยนะครับ ผมได้เอกสารมาอีกชิ้นหนึ่งจากสํานักงบประมาณ การพัฒนาพื้นที่พิเศษลุ่มน้ํายม เอาเงินอะไรไป ๓๐๖ ล้านบาทให้กับองค์การบริหารส่วนจังหวัดแพร่ อยู่ในเอกสารนี้นะครับ ใช้งบกลางหรือเปล่าหรือใช้งบอะไร ท่านค้นมาให้ด้วยนะครับ
ท่านวิทยาครับ ผมขอเข้าเลยดีไหมครับ ไม่อย่างนั้นมันก็ไม่จบ เชิญท่านเลขาธิการครับ
มาตรา ๕ สํานักนายกรัฐมนตรี มีการแก้ไข มีกรรมาธิการสงวนความเห็นและผู้สงวนคําแปรญัตติ
เชิญท่านพิเชษฐครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม พิเชษฐ พันธุ์วิชาติกุล พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดกระบี่
ท่านมีอะไรครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม จุติ ไกรฤกษ์ พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดพิษณุโลก ผมคิดว่าผมจะช่วยท่านประธานได้ว่า ให้มันจบเร็วนะครับ ประเด็นก็คือว่าเอกสารที่แจกมานี้เมื่อวานที่ถามคือโครงการนี้ ไปลงที่ไหนบ้าง โครงการอะไร เป็นเงินเท่าไร ซึ่งมีแค่ ๑๑๓ โครงการตามที่ท่านประธาน คณะกรรมาธิการชี้แจง แต่ในนี้มันไม่มี ไม่ตรงครับท่านประธาน ถ้าเผื่อให้ตรงมามันจะได้จบครับ ท่านประธานช่วยกรุณาด้วยครับ
ท่านวรวัจน์ครับ ช่วยชี้แจงได้ไหมครับ เชิญท่านพิษณุ ขออภัยท่านพิเชษฐด้วยนะครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ เพื่อนสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม พิษณุ หัตถสงเคราะห์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดหนองบัวลําภู ในฐานะกรรมาธิการ
ท่านประธานที่เคารพ
คุณหมอครับ ผมว่า
ผมประท้วงท่านประธานครับ
เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทย จังหวัดน่าน ต้องขออนุญาตประท้วงท่านประธานทําผิดข้อบังคับ ข้อ ๘ แล้วก็ข้อที่ว่าด้วยเรื่องของการเข้าสู่ญัตติที่เข้าสู่ระเบียบวาระแล้ว ท่านประธาน ให้ท่านเลขาธิการอ่านมาตรา ๕ เชิญท่านพิเชษฐที่จะอภิปรายมาตรา ๕ ระหว่างที่เรา พิจารณาเรื่องนี้ถ้าท่านอนุญาตให้ท่านจุติและท่านพิษณุเอาเรื่องอื่นมาปรึกษาหารือ งบประมาณไม่ตกหรือครับ ท่านประธานครับ เพราะฉะนั้นผมประท้วง อย่าได้อนุญาต เป็นอันขาดครับ ต้องเข้าสู่ระเบียบวาระให้ได้
ขอบคุณครับ คุณหมอ
เรื่องนี้จบไปแล้วครับ เรื่องนี้จบตั้งแต่เมื่อวานแล้ว ๒๗๘ เสียง โหวตไปแล้วครับมาตรา ๔ โปรดวินิจฉัยครับ
คุณหมอครับ ผมเจตนาต้องการประนีประนอมเท่านั้นเอง เรื่องอย่างนี้หารือมันไม่ทําให้ญัตติตกหรอกครับ มันเป็นแค่เรื่องหารือเท่านั้นเอง เพื่อตัดปัญหาเชิญท่านพิเชษฐเลยครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม พิเชษฐ พันธุ์วิชาติกุล พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดกระบี่ ผมจะพูดเรื่องมาตรา ๕ ครับ มาตรา ๕ สํานักนายกรัฐมนตรีใช่ไหมครับ การทํางานของนายกรัฐมนตรีเกี่ยวกับมาตรา ๕ ไหมครับ การทํางานของรัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรีเกี่ยวกับมาตรา ๕ ไหมครับ ถ้าเกี่ยวผมถามท่านรัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรีและในฐานะที่ท่านดูแล สํานักงบประมาณด้วย เอกสารที่ผมถือในมือตีตราสํานักงบประมาณด้วยครับ ๒ หน้า เป็นส่วนหนึ่งใน ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาทที่ท่านบอกว่า ๑๐๐ กว่ารายการ ที่กําลังจะแจก ผมถามท่านว่าโครงการที่ให้กับองค์การบริหารส่วนจังหวัดแพร่ ๓๐๖ ล้านบาท เอาเงินนี้ไปใช่ไหมครับ และ ๓๐๖ ล้านบาทดังกล่าวนี้เป็นรายการเครื่องจักรกล และยานพาหนะขององค์การบริหารส่วนจังหวัดแพร่ ซื้อเครื่องจักรกลแจกเขา ๒๐๐ กว่าล้านบาทครับ และเป็นโครงการรถขุดตักดินตีนตะขาบชนิดแขนสั้นระยะขุดไกล ไม่น้อยกว่า ๙ เมตร ขนาดกําลังเครื่องยนต์ไม่น้อยกว่า ๑๖๐ แรงม้า จํานวน ๘ คัน อีก ๓๖ ล้านบาท คืองบอันนี้ใช่ไหมครับ ท่านพยักหน้าว่าใช่ ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ประเทศไทยคือจังหวัดแพร่หรือครับ มีอีกครับ รถขุดตักดินตีนตะขาบชนิดแขนยาวระยะขุดไกล ๑๔ เมตร ๑๖๐ แรงม้า จํานวน ๘ คันอีก ๔๖ ล้านบาท รถตักหน้าขุดหลังชนิดขับเคลื่อน ๔ ล้อ อีก ๒๔ ล้านบาท รถเกรดเดอร์ กําลังเครื่องยนต์ไม่น้อยกว่า ๓๕๐ แรงม้า ๔ คันอีก ๓๐ ล้านบาท รถแทรกเตอร์ ขนาดกําลังเครื่องยนต์ไม่น้อยกว่า ๑๘๐ แรงม้า ๔ คันอีก ๓๑,๖๐๐,๐๐๐ บาท รถแทรกเตอร์อีก เครื่องยนต์ไม่น้อยกว่า ๓๘๐ แรงม้าอีก ๓๑,๖๒๐,๐๐๐ บาท เครื่องยนต์ ไม่น้อยกว่า ๓๑๐ แรงม้าอีก ๓๕,๒๐๐,๐๐๐ บาท ท่านประธานครับ รถฟาร์ม แทรกเตอร์ ชนิดขับเคลื่อน ๔ ล้อ ขนาดกําลังขับเคลื่อนไม่น้อยกว่า ๘๕ แรงม้า จํานวน ๕ คัน ๔,๕๐๐,๐๐๐ บาท ซื้อให้องค์การบริหารส่วนจังหวัดแพร่ รถบรรทุกดัมพ์ ๖ ล้อ ๔ คัน ขนาดกระบอกสูบ ไม่น้อยกว่า ๓,๕๐๐ ซี.ซี. (C.C.) จํานวน ๔ คันอีก ๔,๘๔๐,๐๐๐ บาท ท่านประธานครับ เครื่องยนต์ไม่น้อยกว่า ๒๔๐ แรงม้าอีก ๒ คัน ๕,๘๐๐,๐๐๐ บาท เครื่องยนต์ไม่น้อยกว่า ๓๖๐ แรงม้า ๒ คันอีก ๙,๐๐๐,๐๐๐ บาท รถบรรทุกน้ําอเนกประสงค์ ๖ ล้อ บรรจุน้ํา ๖,๐๐๐ ลิตร ขนาดกระบอกสูบไม่น้อยกว่า ๖,๐๐๐ ซี.ซี. จํานวน ๔ คันอีก ๘,๐๐๐,๐๐๐ บาท เครื่องสูบน้ําแบบหอยโข่งใช้เครื่องยนต์ดีเซล รายละเอียดต่อไปมีอีก ๑,๒๘๐,๐๐๐ บาท น้ํามันเครื่อง น้ํามันเชื้อเพลิง ค่าแรง ๒๑ ล้านกว่าบาท ค่าวัสดุก่อสร้าง วัสดุซ่อมแซมถนน ที่ได้รับความเสียหาย ๕,๐๐๐,๐๐๐ บาท ค่าก่อสร้างฝายหินทิ้งความยาวเฉลี่ย ๖ เมตร จํานวน ๕๗๑ แห่ง ๑๖ ล้านบาท ก่อสร้างฝายหินทิ้งความยาวเฉลี่ย ๑๕ เมตร จํานวน ๒๑๙ แห่งอีก ๕๙ ล้านบาท งบทั้งหมดนี้จาก ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาทตั้งให้กับ องค์การบริหารส่วนจังหวัดแพร่เพื่อการนี้ละครับ เพื่อนกรรมาธิการครับ ด้วยความรัก ด้วยความเคารพทุกคน เราอยู่ในห้องเราพยายามจี้ใช่ไหมครับ แม้กระทั่งจังหวัดกาฬสินธุ์ มีไดโนเสาร์เกินมาตัวหนึ่ง ๕,๐๐๐,๐๐๐ บาทเรายังตัดเขาทิ้งเลย
มีผู้ประท้วงครับ เชิญคุณหมอครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทย จังหวัดน่าน ต้องขออนุญาตประท้วงท่านผู้อาวุโสด้วยความเคารพนะครับ ตอนนี้เราอยู่ในมาตรา ๕ ผมอาศัยข้อบังคับ ข้อ ๖๑ ในความเห็นผมผมเห็นว่า ท่านน่าจะอภิปรายนอกประเด็นเพราะยังอยู่ในมาตรา ๕ ท่านพูดถึงงบ ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งเป็นงบกลาง และเป็นการใช้จ่ายเมื่อปีที่ผ่านมา เมื่อวานเราพูดถึงงบกลางในมาตรา ๔ น่าจะนอกประเด็น ท่านประธานครับ เป็นข้อมูลที่ดีมากครับแต่ว่าน่าจะไม่ใช่มาตรา ๕ ถ้ามาตรา ๕ ท่านต้องอ้างว่าอยู่ในมาตรา ๕ ข้อใด วงเล็บใด ก็น่าจะเป็นประโยชน์ครับ แต่เท่าที่ผมตรวจสอบแล้วพอท่านพูดถึง ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาทแล้วผมคิดว่าน่าจะเป็นงบกลาง ในมาตรา ๔ ท่านประธานโปรดวินิจฉัยครับ
ท่านพิเชษฐครับ เราอยู่ในงบปี ๒๕๕๖ แล้วก็อยู่ในวาระที่สองซึ่งท่านได้สงวนเอาไว้นะครับ เพราะฉะนั้น ก็ต้องพูดในประเด็นที่ได้สงวนเอาไว้เท่านั้น ส่วนกรณีเรื่องงบ ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท เป็นงบปี ๒๕๕๕ ท่านอาจจะยกมาเป็นตัวอย่างประกอบได้บ้าง แต่ไม่ใช่เอาเป็น ประเด็นหลักนะครับ
ท่านประธานครับ ผมถึงบอกให้ทราบ ผมไม่แน่ใจงบเหล่านี้อยู่ในงบปี ๒๕๕๖ ด้วยนะครับ ยังมีต่อเนื่องในปี ๒๕๕๖ อีกเท่าไร รายการพวกนี้ ไม่ว่าซ้ํารายการ ซ้ําประเภท หรือซ้ําอะไรอีกเท่าไรในงบปี ๒๕๕๖ ที่ผมจําเป็นที่จะต้องพูด จะต้องถาม มาตรา ๔ แต่อยู่ในการบริหารของบุคคลในมาตรา ๕ ใช่ไหมครับ และบุคคลในมาตรา ๕ นั่งอยู่ในห้องนี้แล้วก็เกิดกลายเป็นในจังหวัด ของมาตรา ๕ ด้วย จังหวัดแพร่ของบุคคลในมาตรา ๕ ท่านประธานครับ ผมล้อเล่นแม่เลี้ยงติ๊กว่า เมืองแพร่แห่ระเบิด เมืองน่านข้าวหลามแจ้ง เมืองแพร่แห่ระเบิดกันอย่างไรเราทราบดี ใช่ไหมครับ เมืองน่านข้าวหลามแจ้งคืออะไรมาถามผมส่วนตัวครับ ส.ส. จังหวัดน่าน มาถามผมส่วนตัวครับ ท่านประธานที่เคารพ ถ้ายังไม่ได้เอกสารผมขอสงวนสิทธิ ที่จะยังไม่อภิปรายจนกว่าเอกสารจะถึงมือผมครับ ขอบคุณครับท่านประธาน และผมจะใช้สิทธิ ในมาตราอื่นที่ผมแปรญัตติไว้ สงวนความเห็นไว้
เชิญท่านวรวัจน์ครับ
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม วรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดแพร่ พรรคเพื่อไทย ในฐานะรองประธานคณะกรรมาธิการ ที่จริงเป็นประเด็นพาดพิงนะครับ เพราะว่าการอภิปรายนั้น ไม่ได้อยู่ในงบประมาณปี ๒๕๕๖ แต่ว่าเป็นงบกลาง ผมเรียนข้อเท็จจริงอย่างนี้ครับ ในคราวที่ท่านนายกรัฐมนตรีไปตรวจราชการที่ภาคเหนือ มีการประชุมกันที่จังหวัดพิษณุโลก มีผู้ว่าราชการจังหวัดทั้งหมด ๑๑ จังหวัดไปประชุมกัน ซึ่งในวันนั้นก็มีจังหวัดต่าง ๆ นําเรื่องทั้งหมดไปขอรับการพิจารณา ในวันนั้นเอง ก็มีการนําเรื่องทั้งหมดเสนอไปแล้วก็ทางสํานักงบประมาณเป็นผู้กลั่นกรองเข้ามานะครับ มีจังหวัดเชียงใหม่ ๔ โครงการ จังหวัดลําปาง ๒ โครงการ จังหวัดลําพูน ๑ โครงการ จังหวัดน่าน ๓ โครงการ จังหวัดพะเยา ๓ โครงการ จังหวัดเชียงราย ๒ โครงการ จังหวัดแพร่ ๓ โครงการ จังหวัดตาก ๓ โครงการ จังหวัดสุโขทัย ๓ โครงการ จังหวัดอุตรดิตถ์ ๔ โครงการ ถามว่าในโครงการเรื่องของเครื่องจักรนั้นเป็นอย่างไร ผมเรียนอย่างนี้ครับ ในจังหวัดแพร่เองที่พิจารณาคือเป็นจังหวัดต้นน้ํา แล้วก็ต้องยอมรับว่า ลักษณะของการทํางานที่เราทํางานกันทุกวันนี่ผมถามว่างบขุดลอกเวลาขุดลอกกันแล้ว ขุดลอกตามสภาพพื้นที่ได้ลึกจริงหรือเปล่า งบประมาณที่เราทําการขุดลอกนั้นเราก็รู้ว่า ขุดลอกไปแล้วคุณภาพได้ไม่เท่าที่ควรจะเป็นโดยเฉพาะจังหวัดที่มีลักษณะเป็นภูเขา จะมีปัญหาของการทํางานค่อนข้างจะมาก เพราะฉะนั้นจังหวัดแพร่เมื่อขอเข้ามา จึงเป็นจังหวัดหนึ่งที่สามารถจะทํางานโดยไม่เอางบขุดลอก แต่ว่าเขาต้องการเครื่องจักร ไปทํางาน โดยเฉพาะแม่น้ํายมในจังหวัดแพร่เป็นจังหวัดที่เราบอกว่าเป็นจังหวัดที่เป็นต้นน้ํา และภาคเหนือมีภูเขาสูงเยอะ เรามีความจําเป็นที่จะต้องทําฝายกั้นน้ํา ทําเหมือง ทําฝายกั้นน้ํา เพื่อชะลอการบริหารจัดการน้ําไม่ให้ลงสู่แม่น้ํายม ผมเรียนว่าการใช้เครื่องจักรในการทํางาน เกี่ยวกับการขุดลอกในระยะยาวเป็นเรื่องที่เป็นประโยชน์มากกว่าที่จะตั้งงบประมาณ เป็นโครงการ ๆ ถึงได้มีการอนุมัติงบประมาณไป ไม่ใช่ว่าซื้องบประมาณแจก และในเนื้องานทั้งหมดนี้ผมได้ตรวจสอบดูเป็นเนื้องานของการดําเนินการสร้างฝายหินทิ้ง ทั้งหมด ๗๙๐ แห่ง อันนี้คือภารกิจที่รับไปดําเนินการ ซึ่งจริง ๆ ถามว่าการดําเนินการนั้น ไม่ว่าจะเป็นโครงการขุดลอกก็ตาม เป็นโครงการอะไรก็ตามตั้งงบประมาณได้ไหม ได้ครับ ท่านไปดูโครงการแต่ละโครงการสิครับ แต่ถ้าว่าซื้อแล้วทําเองขุดเองนี่จริง ๆ ในส่วนนี้ เป็นการประหยัดงบประมาณมากกว่าด้วยซ้ําไป ซึ่งผมคิดว่าต่อไปผลของงบประมาณ ในการทําเกี่ยวกับการขุดลอกอะไรต่าง ๆ ผลจะเป็นการพิสูจน์ ไปถามทุกจังหวัดสิครับวันนี้ ทุกจังหวัดมีความต้องการไหมที่จะมีเครื่องจักรในการแก้ไขปัญหาอุทกภัยของตัวเอง มีครับ ไม่ใช่ว่าพอถึงเวลาจะมีอุทกภัยนี่ป้องกันตัวเองไม่ได้เลย จังหวัดแพร่นี่เราคงจําได้ปีที่ผ่านมา ปีก่อนนี้น้ําท่วมถึง ๕ ครั้ง ท่วมครั้งหนึ่งหนักมาก รัฐบาลนี้พอมาเป็นรัฐบาลปุ๊บจังหวัดแรก ที่ท่านนายกรัฐมนตรีไปตรวจงานคือจังหวัดแพร่เพราะในขณะนั้นหนักกว่าทุกจังหวัด และผมก็นําเรียนรายงานนะครับ ผมก็บอกกับทุกคนตลอดเวลาว่าถ้าน้ําผ่านจังหวัดแพร่ ต้นน้ํามาโดยที่ไม่มีการบริหารจัดการแบบนี้น้ําท่วมหนักแน่นอน ผมพูดในคณะกรรมาธิการ ช่วงนั้นก่อนยุบสภา ทุกครั้งเลยว่าน้ําปีนี้มากแล้วช่วยเหลือตัวเองไม่ได้เลย แล้วถ้าปล่อยน้ํา ทะลักลงมาอย่างไม่มีการจัดการเลยก็จะเกิดอุทกภัยขนาดใหญ่ จริง ๆ ถ้าไปถามคน ที่อยู่ในส่วนของแม่น้ํายมไล่ตั้งแต่จังหวัดแพร่ จังหวัดสุโขทัย จังหวัดพิษณุโลก จังหวัดพิจิตร ลงมานี่ ทุกคนบอกครับแม่น้ํายมเป็นแม่น้ําที่ต้องมีการบริหารจัดการน้ําอย่างเร่งด่วนเลย รวมถึงการทําโครงการเขื่อนต่าง ๆ อ่างเก็บน้ําต่าง ๆ ที่ต้องเกิดให้ได้ เพื่อกักเก็บน้ําไว้ด้านบน ไม่ปล่อยน้ําลงมาด้านล่าง ไม่ใช่ปล่อยน้ําลงมาตามยถากรรมโดยที่ไม่มีการบริหารจัดเก็บ สิ่งนี้ผมคิดว่าเป็นสิ่งที่เรารู้กันมาโดยตลอดในสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ แม้แต่ในเรื่องที่ทําได้ยากมาก คือเรื่องของเขื่อนแก่งเสือเต้นเราก็บอกว่าอยากให้ทํา ถามสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรครับ เพียงแต่มันมีความขัดแย้งกันระหว่างเอ็นจีโอ (NGO) กับหน่วยงานของรัฐ แล้วก็ฝ่ายต่าง ๆ เท่านั้นเองโครงการเหล่านั้นจึงไม่เกิด แต่ถ้าถามกันจริง ๆ ในประโยชน์ของราษฎร มีความจําเป็นไหม มีครับ แม่น้ํายมเป็นแม่น้ําสายเดียวที่ไม่มีการกักเก็บน้ํา หรือการบริหารจัดการน้ําใด ๆ เลย วันนี้เองทางจังหวัดแพร่มีความต้องการที่จะดําเนินการ ที่จะช่วยเหลือตัวเองและดูแลต้นน้ําที่กักเก็บน้ําและชะลอการระบายน้ําไว้เป็นกรณีเร่งด่วน และขออนุมัติงบประมาณมาซึ่งไม่ได้แตกต่างจากจังหวัดอื่นเลย เพียงแต่งบประมาณ มีความแตกต่างกันคือบางพื้นที่ของบขุดลอกคือทําแล้วเสร็จเลย แต่เขาก็ต้องการที่จะ ดําเนินการเพื่อที่จะทํางานในระยะยาวเพื่อแก้ไขปัญหาน้ําให้ได้ อันนี้คือสิ่งที่เขาขอมา ไม่ได้เป็นเรื่องที่ผิดปกติเลยนะครับ ผมคิดว่าเรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องที่เป็นประโยชน์ด้วยซ้ําไป ก็ขออนุญาตเรียนชี้แจงในเบื้องต้นครับ และในส่วนอื่นที่จะถามต่อไปพร้อมที่จะชี้แจงครับ ขอบคุณครับ
ท่านประธานครับ ชี้แจงในเบื้องต้น
ท่านพิเชษฐครับ
ผมอภิปรายต่อครับ
ผมยังไม่ได้อนุญาตเลย เมื่อกี้ท่านบอกว่าท่านอภิปราย
ผมได้เอกสารแล้วครับ
เชิญครับ
ผมได้เอกสารแล้ว เอกสารถึงมือแล้วครับ
เชิญครับ ขออภิปรายต่อใช่ไหมครับ
ตอนนี้เราฮิต (Hit) คําว่า ต้นน้ํา กลางน้ํา ปลายน้ํา ใช่ไหมครับ ท่านชี้แจงลําดับต้นแล้ว ช่วยชี้แจงลําดับกลางและลําดับปลายด้วย ผมพูดเมื่อกี้ ๓๑๒,๑๒๐,๐๐๐ บาท แต่ไม่ใช่เพียงแค่นี้นะครับ รัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี ผู้ดูแลสํานักงบประมาณจัดงบลงจังหวัดตนทั้งหมด ๑,๓๐๘,๖๐๐,๐๐๐ บาท ๑,๓๐๘,๖๐๐,๐๐๐ บาทเป็นงบลงทุน ๑,๓๐๘,๖๐๐,๐๐๐ บาททั้งหมด ต้นน้ํา กลางน้ํา ปลายน้ํา เมื่อกี้บอกว่าจังหวัดแพร่เป็นต้นน้ํา เอาครับท่านแห่ระเบิดไปเถอะ ผมถามต่อว่า ท่านบอกว่ามีลําห้วย ขุดลอกลําห้วยในหมู่ที่ ๒ หมู่ที่ ๓ หมู่ที่ ๙ ปากกว้าง ๖ เมตร ยาว ๙๐๐ เมตร
ท่านพิเชษฐครับ มีผู้ประท้วง ท่านวรชัยเชิญครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพครับ กระผม วรชัย เหมะ พรรคเพื่อไทย จังหวัดสมุทรปราการ ท่านประธานครับ วันนี้เราอภิปราย ในเรื่องงบประมาณวาระที่สอง ผู้อภิปรายกําลังทําผิดข้อบังคับ ข้อ ๖๑ นอกประเด็นเลยครับ ท่านประธาน ขอให้ท่านพิจารณาด้วยครับ มันผิดประเด็นจริง ๆ ผิดวาระจริง ๆ ครับ ถ้าปล่อยอย่างนี้ก็ไม่ต้องไปถึงไหนกันครับ ท่านประธานช่วยวิเคราะห์หน่อยครับ ผมไม่อยากประท้วงจริง ๆ ครับ วันนี้ผมไม่ได้ประท้วงอะไรเลยครับท่านประธาน แต่มันเกินไปจริง ๆ ครับ
ขอบคุณครับ เชิญคุณหมอครับ
เรื่องนี้มันต้องเป็นเรื่องการอภิปราย ไม่ไว้วางใจครับ
เข้าใจแล้วครับ เชิญคุณหมอครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทย จังหวัดน่าน ขออนุญาตประท้วงท่านผู้อภิปรายด้วยความเคารพนะครับ ผมได้ประท้วงไปแล้ว ท่านประธานวินิจฉัยแล้ว แต่ท่านเองก็ยังอภิปรายอยู่ เม็ดเงินที่ท่านพูด ถ้าเป็น ๑,๘๐๓ ล้านบาท ถ้าพูดถึงงบกลางเมื่อปีที่แล้วก็คือชัดเจนครับ คําประท้วงท่านวรชัย ก็น่าจะเป็นคําประท้วงที่มีเหตุมีผล เพราะเราพูดถึงมาตรา ๕ หน่วยงานที่สังกัด สํานักนายกรัฐมนตรี ถ้าท่านจะอ้างว่าผู้กํากับดูแลอยู่มาตรา ๕ แล้วอภิปรายมาตรา ๔ ถ้าท่านประธานยอมผมคิดว่าสภาเราไปไม่ได้ครับ ได้โปรดวินิจฉัยเถอะครับ ผมจะมีความสุขมาก ถ้าท่านยื่นไม่ไว้วางใจท่านรัฐมนตรีวรวัจน์ในประเด็นนี้แล้วก็เปิดกลางสภาไปเลยครับ ผมยินดีและจะสนับสนุนด้วยถ้าเป็นอย่างนั้นจริง ๆ ถ้าผิดนะครับ กราบขอบพระคุณ โปรดวินิจฉัยครับท่านประธาน
ท่านอรรถพรครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม อรรถพร พลบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ผมประท้วงท่านผู้ประท้วงก่อนหน้าผมทั้ง ๒ คน ไม่ทราบพวกหาลําไพ่หรือเปล่านะครับ ตามข้อบังคับ ข้อ ๖๑ ผมถือว่าการประท้วงของท่านทําให้ผู้อภิปรายคือท่านพิเชษฐ พันธุ์วิชาติกุล ได้รับความเสียหาย ถูกกล่าวหาว่าอภิปรายนอกประเด็น ทั้งที่ผมสดับรับฟัง โดยตลอด ท่านพิเชษฐ พันธุ์วิชาติกุล ได้อภิปรายในประเด็นซึ่งเป็นหัวใจสําคัญ ของการใช้งบประมาณ นั่นคือความสุจริตหรือความบกพร่องของรัฐมนตรีที่ดูแล บริหารงบประมาณในแต่ละส่วน กระทรวง ทบวง กรม ผมเชื่อว่าผู้ฟังทางบ้านอยากฟังครับว่า ความเป็นจริงที่ท่านพิเชษฐกําลังจะเปิดเผยนั้นมีข้อเท็จจริงมากน้อยอย่างไร รัฐบาลนี้ มีความสุจริตหรือไม่ มีการเร่ขายโครงการ ๓๕ เปอร์เซ็นต์หรือไม่ ฉะนั้นผมขอให้ท่านประธาน ได้เปิดโอกาสตามความต้องการของสาธารณชนทั่วประเทศที่ให้ท่านพิเชษฐได้นําเสนอข้อมูล ในเรื่องนี้อย่างกระจ่างชัด ตรงไปตรงมา กราบขอบพระคุณครับ
ที่จริงเรื่องนี้ ผมวินิจฉัยได้ตั้งแต่แรก แต่ผมก็พยายามให้เกียรติสมาชิกได้ใช้สิทธิประท้วง ไม่เป็นไรครับ เดี๋ยวผมวินิจฉัย ไม่น่ามีอะไรเสียหาย ท่านจุติเชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผม จุติ ไกรฤกษ์ พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดพิษณุโลก ผมขออนุญาตใช้สิทธิประท้วง ผู้ที่ประท้วงก่อนหน้าผมทั้ง ๒ ท่านครับ
ประการแรก ที่ผมขอประท้วงคือผู้ประท้วงนั้นประท้วงนอกประเด็น
ประการที่ ๒ ที่ว่านอกประเด็นนั้นก็เพราะว่าผู้ประท้วงนั้นยังไม่ทราบว่า ท่านพิเชษฐอ่านเอกสารอะไร เดาเอาเองว่าคงเป็นเอกสารนั้น
ประการที่ ๓ สํานักงบประมาณซึ่งรับผิดชอบงบประมาณทั้งหมด อยู่ในมาตรา ๕ ครับ
ประการที่ ๔ ท่านประธานคณะกรรมาธิการก็เป็นรองนายกรัฐมนตรีกํากับ คุมหน่วยงานเหล่านี้ครับ
ประการที่ ๕ ท่านกรรมาธิการวันนี้ก็สวมหมวก ๒ ใบ ท่านวรวัจน์ ขออภัยที่เอ่ยนาม เพื่อนรักผม ก็คุมสํานักงบประมาณครับ และ
ประการต่อมา ก็คือว่างบที่ท่านพิเชษฐอภิปรายมันเกี่ยวข้องครับ เพราะว่างบที่ดูแลเว็บไซต์พีมอค (Web site pmoc) มาขออนุมัติกรรมาธิการใช้ค่าบริหาร ๑๕๐ ล้านบาท แล้ว ก.พ.ร. ก็ยังดูแลเว็บไซต์อันนี้อยู่อีก ๓๙ ล้านบาท อยู่ในประเด็นแน่นอนครับ ไม่เช่นนั้นแล้วพี่น้องประชาชนที่ฟังอยู่ทางบ้านจะไม่เข้าใจหาว่าฝ่ายค้านรวน ไม่ได้รวนครับ ขอให้ใช้สิทธิตรวจสอบ เพียงแต่ว่าเอกสารที่รัฐบาลให้นั้นต้องบอกว่าเป็นเอกสารกํามะลอ ไม่ได้โปร่งใสอะไรเลย ธรรมาภิบาลสอบตกทุกข้อ ยังไม่ถึงคิวผมครับ ขอกราบขอบพระคุณครับ
ท่านพิเชษฐครับ ที่พูดเมื่อกี้มันมีอยู่ในส่วนของงบปี ๒๕๕๖ ด้วยหรือเปล่าครับ
ต่อเนื่องมาปี ๒๕๕๖ ครับ
มีต่อเนื่องมา ปี ๒๕๕๖ ใช่ไหมครับ
แล้วซ่อนไว้ในปี ๒๕๕๖ อีกมหาศาลกว่านี้ครับ นี่นะหรือครับคือสิ่งที่พยายามปิดบังกัน
ถ้าอย่างนั้น ท่านเข้าในส่วนของงบปี ๒๕๕๖ ได้เลยนะครับ เชิญครับ
เดี๋ยวครับ มันต้องต่อตรงนี้ เพราะมันต่อ เช่นงบพีมอค ๑๕๐ ล้านบาทอยู่ในปี ๒๕๕๖ เพื่อดําเนินการปี ๒๕๕๕ ในเรื่องพวกนี้ มันโยงกันมา
เชิญต่อเถอะครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ
ท่านวรชัยมีอะไรครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม วรชัย เหมะ พรรคเพื่อไทย จังหวัดสมุทรปราการ ตามข้อบังคับ ข้อ ๖๑ ที่ผมประท้วงเมื่อกี้ครับ เมื่อกี้ผู้อภิปรายท่านบอกว่าท่านจะไม่อภิปรายจนกว่าจะได้เอกสาร เมื่อกี้ท่านก็พูดแล้วครับ ท่านเป็นผู้ใหญ่นี่ท่านคงรู้ว่าท่านพูดอะไรออกไป เพราะฉะนั้นในเมื่อท่านไม่อภิปราย ท่านลุกขึ้นมาตอบโต้กับท่านรัฐมนตรีวรวัจน์ มันคนละเรื่อง คนละประเด็นครับท่านประธาน
ท่านวรชัยอย่างนี้ครับ
แล้วไม่เกี่ยวกับงบปี ๒๕๕๖ เลยครับ วันนี้เราอภิปรายงบปี ๒๕๕๖ วาระที่สองครับท่านประธาน
เข้าใจครับ ๆ อย่างนี้ครับ เมื่อกี้ท่านขออภิปรายต่อเพราะท่านบอกว่าท่านได้เอกสารแล้ว ผมเลยอนุญาต ให้ได้อภิปรายต่อ แล้วส่วนที่กําลังพูดถึงท่านกําลังเข้าสู่งบปี ๒๕๕๖ เพราะมันต่อเนื่องมาถึง งบปี ๒๕๕๖ ด้วยในส่วนนี้ เพราะฉะนั้นก็ถือว่ายังอยู่ในประเด็นนะครับ เชิญท่านต่อเถอะครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม พิเชษฐ พันธุ์วิชาติกุล พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดกระบี่ ท่านประธานมองไปที่ชั้น ๒ หน้าท่านประธานสิครับ เยาวชนของชาติ นักเรียน นักศึกษามาสังเกตการประชุมในสภา ที่กําลังพูดถึงเรื่องงบประมาณ ในยามที่ประเทศไทยถูกกล่าวหาว่าโกงกินงบประมาณกัน จนติดอันดับโลก ในยามที่ประเทศไทยถูกกล่าวหาว่าทุจริตเกือบสูงสุดในเอเชีย
ท่านครับ ผมไม่อยากขัดจังหวะจริง ๆ ต้องขออภัยครับ ผมว่าอย่างนี้ครับ ถ้ามันมีปัญหาเรื่องการโกงจริง ๆ ก็น่าจะเป็นเรื่องญัตติไม่ไว้วางใจนะครับ แต่ตอนนี้อยู่ในวาระที่สองพิจารณาเรื่องงบประมาณ ซึ่งจะพูดได้เฉพาะในส่วนที่ได้สงวนไว้ ตัดทอนไปนั้นตัดเพราะอะไร ด้วยเหตุผลอะไร มันน่าจะอยู่ในประเด็นนั้น ส่วนกรณีอย่างนี้น่าจะเป็นเรื่องของญัตติไม่ไว้วางใจนะครับ แต่อย่างไรก็แล้วแต่ผมไม่อยากให้มีการกล่าวหาแบบลอย ๆ ว่าโกง ขอความกรุณาท่านเถอะครับ ผมพยายามที่จะประนีประนอมเต็มที่แล้วครับ
ท่านประธานครับ ผมยังไม่ไปบังอาจ กล่าวหาว่าใครโกง ผมเป็นห่วง ไม่กี่ปีผมก็ตายแล้วละครับท่านประธาน
ท่านครับ เอาอย่างนี้ครับ อย่าไปกล่าวหาลอย ๆ มันทําให้เสียหายนะครับ
ไม่ ผมบอกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ในประเทศไทย เมื่อเยาวชนเหล่านี้จะมีครอบครัว จะไปเป็นพ่อบ้าน จะเป็นแม่เรือน ให้เขาตั้งครอบครัวอยู่ท่ามกลางการโกงกินของประเทศไทยปีหนึ่งนับแสนล้านบาท อย่างนั้นหรือครับ นี่แหละคือสาเหตุที่เอกสารนี้ซ่อนกันสุดขีดสุดชีวิต ถามว่าจังหวัดสกลนคร ของท่าน ส.ส. อนุรักษ์ต้องการไหมครับ ๓,๐๐๐ กว่าล้านบาทเช่นนี้ ทําไมผู้ที่ดูแล สํานักงบประมาณต้องไปตั้งไว้ที่จังหวัดแพร่ของตัวเองให้มันระเบิดเพียงที่เดียว จังหวัดฉะเชิงเทราต้องการไหมครับ จังหวัดลพบุรี ท่านอํานวย คลังผา น้ําท่วมไหมครับ ประตูระบายน้ําบางโฉมศรีเป็นอย่างไรครับ จังหวัดกาฬสินธุ์ จังหวัดมหาสารคามเป็นอย่างไรครับ ทั้งหมดมันเกี่ยวกับรัฐมนตรีผู้ดูแลสํานักงบประมาณหรือเปล่า มาตรา ๕ คือ สํานักนายกรัฐมนตรี ท่านเป็นรัฐมนตรีผู้ดูแลสํานักนายกรัฐมนตรีและสํานักงบประมาณโดยตรง นี่คือเรื่องโดยตรง ผมกําลังพูดถึงเรื่องการใช้งบประมาณที่ไม่โปร่งใส ที่โกง ที่ซ่อนเร้น สารพัดเอาเปรียบคนอื่นเขา ผมก็ต้องการครับ ๓,๐๐๐ กว่าล้านบาทที่ตั้งไปในจังหวัดเดียว จังหวัดแพร่และไปเข้าไว้ในองค์การบริหารส่วนจังหวัดด้วย องค์การบริหารส่วนจังหวัดแพร่ แต่ถ้าตําบลใครครับเป็นนายก เอื้ออภิญญกุลหรือเปล่าครับ นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้น แล้วท่านตั้ง เข้าไปทีหนึ่ง ๓๐๐ ล้านบาท ๖๐๐ ล้านบาท ซื้อรถแทรกเตอร์ คอมมิชชัน (Commission) สัก ๒๐ เปอร์เซ็นต์มันตกเข้าไปเท่าไรล่ะครับ ตั้งกี่ร้อยล้านบาทแล้วล่ะครับ นี่คือบ้านเมืองเรา ตกต่ําสุดขีดเพราะการทุจริตคอร์รัปชัน (Corruption) จนยากแก่การแก้ และคือหายนะ ของบ้านเมืองในวันข้างหน้าที่เช่นเดียวกับ ๒๒ ประเทศใน ๒๗ ประเทศของอียู (EU) ที่กําลังประสบกันอยู่ ณ วันนี้ เราจะถึงวันนั้นเมื่อไรไม่ทราบครับ ท่านประธานครับ เมื่อเอกสารตรงนี้เป็นคําตอบไปแล้ว ถ้าท่านรัฐมนตรีไม่ตอบเลยสักคําหนึ่งใครเขาจะรู้ว่า ที่ผมพูดนี่เรื่องจริง เรื่องไม่จริง ท่านก็พูดถึงต้นน้ําแม่น้ํายมทั้งหมด ทั้งหมดที่ผมพูดนี่คือ ลายเซ็นของท่านประทับตราด้วยคําพูดที่รับรองของท่าน มากกว่านี้ครับ ถามว่างบเหล่านี้ ตั้งงบประมาณได้ไหม ตั้งได้ ตั้งไปที่จังหวัดสกลนครก็ได้ จะไปที่จังหวัดลพบุรีก็ได้ ที่จังหวัดฉะเชิงเทราก็ได้ แต่ทําไมไม่ตั้งงบประมาณให้ถูกต้องตามพระราชบัญญัติงบประมาณ ทําไมต้องไปซุกซ่อนเอาไว้ในงบกลางในมือของนายกรัฐมนตรี ประทับใส่ปกแดงลับที่สุด ใส่ปกน้ําเงินลับมาก ปกเขียวลับ ลับซ้อนลับที่สุด ซ้อนลับมาก เพื่อไม่ให้เขารู้ว่า วันนี้งบประมาณของประเทศไทยมันเป็นอย่างนี้นะหรือครับ แล้วคนเสียภาษีล่ะ อุตส่าห์หากินตรากตรํากันทั้ง ๒ คนผัวเมียขายก๋วยเตี๋ยวก็ยังไปนับชามก๋วยเตี๋ยวเขา เก็บเงินภาษีเขาสารพัด แล้วมาทํากันอย่างนี้หรือครับ ไปทําให้จังหวัดแพร่แห่ระเบิด อย่างนั้นหรือครับ มันโบราณเกินไปแล้ว ที่ไปเจอระเบิดในท้องนาแล้วบอกว่าเป็นวัสดุ จากเทวดาทิ้งมาจากฟ้าก็ดีใจใช้คานหามแห่กันรอบเมืองระเบิดตายเกือบทั้งเมืองครับ วันนี้เกิดขึ้นอีกแล้วหรือครับเรื่องเหล่านี้ ท่านประธานครับ จะว่าอภิปรายไม่ไว้วางใจ มันก็จะถึงอีกรอบแล้วละครับที่จะพูด แต่วันนี้เราพูดกันเรื่องงบประมาณ และเราใช้คนเช่นนี้ ไปดูแลสํานักงบประมาณ ท่านรองผู้อํานวยการสํานักงบประมาณครับ ยุคนี้ถึงยุคที่ สํานักงบประมาณตกต่ําสุดขีดหรือเปล่าครับ ที่ท่านจะต้องทําตามบัญชาโดยเฉพาะงานเหล่านี้ เอกสารในมือที่แจกนะครับถามต่อว่าค่าใช้จ่ายอีกสารพัด ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย ช่วยเหลือผู้ประสบภัยอื่น ๆ
ท่านพิเชษฐ มีผู้ประท้วง เชิญท่านพิเชษฐ์ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย ผมขอประท้วงท่านผู้อาวุโสตามข้อบังคับ ข้อ ๖๑ ขอให้ท่านถอนคําพูดว่าเมืองแพร่แห่ระเบิด คนเมืองแพร่แห่ระเบิด คือคํานี้เป็นคําที่ดูถูกคนทั้งจังหวัด คือท่านจะอภิปรายว่าคอร์รัปชัน โกงกินอย่างไรท่านก็ว่าไป แต่จะไปดูถูกสิ่งที่เป็นขนบธรรมเนียมประเพณี แล้วก็สิ่งที่ คนในจังหวัดเขาไม่พึงจะได้ยินนะครับ ขอให้ท่านถอนเถอะครับ แล้วก็ท่านพูดต่อได้เลยครับ
ท่านประธานครับ ถอนครับ
ขอบคุณครับ ผมเชื่อว่าท่านไม่มีเจตนา ขอบคุณที่ถอนครับ
ผมถอนคําว่า เมืองแพร่แห่ระเบิด ครับ
ขอบคุณครับ
แล้วก็ขอถอนคําว่า เมืองน่านข้าวหลามแจ้ง ด้วยนะครับ
ขอบคุณครับ เชิญต่อเถอะครับ
เมืองน่านมีคนอย่างคุณหมอ แจ้งมานานแล้วนะครับ ไม่ใช่เห็นหลอดนีออนมันติดขึ้นมาแล้วก็หาว่าข้าวหลามแจ้ง ไม่ใช่ครับ มันแจ้งมานานแล้ว ผมถอนหมดทั้ง ๒ คําครับ
ท่านประธานครับ ขอมารายการอื่นครับ รายการค่าใช้จ่ายในเขตเศรษฐกิจ และสังคม ค่าใช้จ่ายช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ชุมนุม อะไรครับ ค่าเผาบ้านเผาเมืองคนละ ๗,๗๕๐,๐๐๐ บาทเลยใช่ไหมครับ
ท่านครับ ผมให้ถอนเถอะครับ เผาบ้านเผาเมืองถอนเถอะครับ
ไม่เผาครับ ผมก็ว่าผมฝันร้ายไป คนละ ๗,๗๕๐,๐๐๐ บาทใช่ไหมครับ นั่นคือเอาภาษีอากรของบ้านเมืองไปใช้อย่างนั้นใช่ไหมครับ เอาไปใช้สําหรับคนที่ไปชุมนุมกันอยู่ที่สยามพารากอน ที่สยามสแควร์ ที่สยามเซนเตอร์ ที่ตลาดหลักทรัพย์ ไฟขึ้นโขมงโดยอุบัติเหตุไม่รู้ใครเผา ตรงนั้นใช่ไหมครับท่านประธาน ที่เอาไปใช้ ที่ไปซ่อนเอาไว้ใน ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท
ท่านประสิทธิ์ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม จ่าสิบตํารวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดสุรินทร์ ผมต้องขอประท้วงผู้อภิปรายตามข้อบังคับ ข้อ ๖๑ อภิปรายนอกประเด็น วกวน ซ้ําซาก และใส่ร้าย ประเด็นหลัก ๆ ในวันนี้อยู่ที่วาระที่สองว่าท่านเห็นด้วยกับกรรมาธิการหรือเปล่า ท่านถามกรรมาธิการ ท่านเห็นด้วยว่าท่านจะตัดกี่เปอร์เซ็นต์ท่านว่ามา ไม่ใช่เลอะเทอะ ตั้งแต่เช้านี้ไม่ได้เรื่องได้ราว
ท่านครับ ถอนคําว่าเลอะเทอะเถอะครับ
พอเถอะครับท่านประธาน ไม่ต้องครับ
อ้าว เขาไม่ให้ถอน
ท่านถอนเถอะครับ
ท่านประธานให้ถอนผมก็ถอน
ผมว่าพอสมควรแล้ว ผมเข้าใจที่พูดแล้วครับ ผมเข้าใจครับ ๆ ผมขออนุญาตวินิจฉัยนะครับ ท่านกําลังพูดถึง ในส่วนของงบประมาณที่ท่านตัดทอนก็อยู่ในประเด็นครับ แล้วก็ท่านเมื่อกี้พูดแล้วผมให้ถอน ท่านก็ให้ความร่วมมืออย่างดีก็ถอน แล้วก็ใช้คําพูดที่ผมฟังแล้วก็คงไม่ทําให้เกิดความเสียหายอะไร ก็เชิญต่อเถอะครับ
ท่านประธานครับ ผมกําลังพูดถึง มาตราที่เกี่ยวกับสํานักนายกรัฐมนตรี
ท่านอรรถพรครับ อย่าประท้วงเลยครับ ผมว่าประนีประนอมที่สุดแล้วครับ
คุณอรรถพรขอเถอะ ผมไม่อยากหยุด หลาย ๆ ครั้งครับ ผมหมดแรงแล้ว
เชิญต่อครับ
คนที่ดูแลสํานักงบประมาณ นอกจากนายกรัฐมนตรีก็รัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรีหรือรองนายกรัฐมนตรี ผู้ได้รับมอบหมาย ผมทบทวนอีกครั้งหนึ่งครับ วิสัยทัศน์ของสํานักงบประมาณเป็นกลไก ในการขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาลที่ทันสมัยและเชื่อถือได้ เชื่อถือได้ไหมครับสิ่งที่ท่านรัฐมนตรี ประจําสํานักนายกรัฐมนตรีทําไป ๒,๐๐๐-๓,๐๐๐ ล้านบาท เชื่อถือได้ไหมครับ มีพันธกิจ เสนอแนะและให้คําปรึกษาแนะนําในด้านการแปรญัตติงบประมาณแก่รัฐบาล และหน่วยงานภาครัฐ สํานักงบประมาณจะต้องเสนอพันธกิจอันนี้สอนท่านรัฐมนตรี หรือรอให้ท่านรัฐมนตรีบัญชาให้ท่านทําเช่นนั้นครับ ๒. จัดทํางบประมาณรายจ่าย ที่สนองต่อนโยบายและเป้าหมายนโยบายของรัฐบาลโดยคํานึงถึงวินัยทางการคลัง การตั้งงบประมาณเช่นนี้โดยไม่ได้อยู่ในพระราชบัญญัติงบประมาณให้สภานี้ได้พิจารณา แต่ไปซ่อนเอาไว้ในงบลับ คํานึงถึงวินัยการคลังไหมครับ คํานึงถึงเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ บ้างไหมครับ สํานักงบประมาณต้องเกิดสํานึกอันนี้เอง หรือสั่งสอนท่านรัฐมนตรีว่า ต้องอย่างนี้ หรือต้องรอบัญชาจากท่านรัฐมนตรีมาอบรม สํานักงบประมาณ ต้องบริหารจัดการงบประมาณเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดและคุ้มค่า ให้บรรลุเป้าหมาย ผลสัมฤทธิ์ของงานตามแผนที่กําหนดไว้ สัมฤทธิ์ไหมครับแผนงานตามที่กําหนด เวลาผ่านมาเท่าไรแล้วยังไม่ได้ทํา กลับวิ่งสํานักงบประมาณขอผูกพันกันเงินเอาไว้ เพื่อทําต่อไปในปี ๒๕๕๖ สํานักงบประมาณต้องติดตามประเมินผลและรายงานความสําเร็จ ของการดําเนินงานจากการใช้งบประมาณของส่วนราชการและรัฐวิสาหกิจ สํานักงบประมาณประเมินสิครับ รอรับรายงานนะครับ รายงานทั้งหมดที่จังหวัดแพร่ ๓,๐๐๐ กว่าล้านบาทนี่สําเร็จแค่ไหนครับ แก้ไขปัญหาน้ําท่วมจังหวัดแพร่ได้ไหมครับ แก้ไขจังหวัดลพบุรีได้ไหม แก้ไขจังหวัดลพบุรีของคุณผ่องศรี ของท่านอํานวย คลังผา จังหวัดสกลนครของคุณครูอนุรักษ์ ของใครต่อใครได้ไหม นี่คือสิ่งที่อยู่ในมาตรา ๕ ที่ท่านรัฐมนตรีจะต้องคํานึงถึง ผมถึงได้ตัดงบมาตรา ๕ ครับ เพราะผู้บริหารที่นี่ ทํางานอย่างไม่ได้คํานึงถึงความถูกต้องทั้งหลายนี้เลย
ท่านประธานครับ รายการที่ใช้ตรงนี้ต่อไปนะครับ ค่าใช้จ่ายในการช่วยเหลือ ผู้ได้รับผลกระทบจากการชุมนุมไปแล้วนะครับ ค่าใช้จ่ายในการลดค่าครองชีพบอกสิครับ คืออะไร ใช้ค่าใช้จ่ายในการลดค่าครองชีพไปตั้ง ๑๕ ล้านบาทนี่คืออะไร และค่าใช้จ่าย ในการช่วยเหลือด้านการเกษตรไปทําอะไรครับ และเขียนไว้หลวม ๆ อย่างนี้แล้วให้พวกผม ต้องอนุมัติ ให้พวกผมต้องเชื่อ ข้อสําคัญที่สุดก็คือค่าประชุม ครม. สัญจรครับ ผมเคยถาม เลขาธิการ ครม. ไม่ได้คําตอบ ไปประชุม ครม. สัญจรต่างจังหวัดปีหนึ่งกี่ครั้ง ถ้าประชุมในที่ตั้ง ใช้งบเท่าไร ออกนอกที่ตั้งนอกจากเลขาธิการ ครม. รัฐบาลต้องใช้งบเท่าไร มันไม่ใช่ เพียงแค่นั้นนะครับ หน่วยราชการที่เกี่ยวข้องเป็นร้อย ๆ แห่งต้องแห่ยกขบวนเป็นพัน ๆ คน ไปยังต่างจังหวัดเพื่อไปร่วมประชุม ครม. เหล่านั้น มีวินัยบ้างไหมครับ และที่บอกว่า งบหลอกลวง ข่มขู่ ไปภาคอีสานก็ไปบอกเขาว่าจะให้กี่แสนล้านบาท ไปจังหวัดภูเก็ต ไปภาคใต้ก็จะให้กี่หมื่นล้านบาท ไปภาคกลางก็จะให้กี่แสนล้านบาท มันอยู่ตรงไหนครับ มันตั้งอยู่ในงบประมาณส่วนไหน งบประมาณปี ๒๕๕๖ ปี ๒๕๕๗ ปี ๒๕๕๘ หรืองบประมาณปี ๒๖๐๐ สิ่งเหล่านี้เราถึงบอกว่ามีบางคนโทรศัพท์มาบอกว่า งบข่มขู่ งบโกง งบประมาณหลอกลวง งบประมาณสารพัด ท่านประธานครับ ยังมีอีกที่บอกว่าทั้งหมดนี้ท่านให้รายการมา แต่รายการหลวม ๆ ก็คือ ท่านไปจ่ายให้กรมประชาสัมพันธ์เขา ๑๘ ล้านบาทค่าอะไรครับ จ่ายให้กระทรวงกลาโหม ๗,๐๐๐,๐๐๐ กว่าบาทเป็นค่าอะไร กองทัพอากาศเอาไปทําไมครับ ๖,๓๐๐,๐๐๐ กว่าบาท กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาทําไมแค่ ๑๑ ล้านบาท และสํานักงานปลัด กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงมนุษย์นะครับ กระทรวงมนุษย์ กระทรวงคนท่านให้ไป ๑,๔๐๐,๐๐๐ บาทครับ ขณะที่แจกกันอย่างกับเงินเฮลิคอปเตอร์ มันนี่ (Helicopter money) อะไรของท่านที่พูดกันสารพัดนะครับ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ๓๕ ล้านบาท กระทรวงคมนาคม ๑๖ ล้านกว่าบาท กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม อีกสารพัดทําไมท่านต้องซ่อน ทําไมท่านไม่ใส่ไว้ในงบปี ๒๕๕๖ ทําไมต้องไปใช้ในงบกลาง มันรีบด่วนอะไร มันได้อะไรเป็นผลสัมฤทธิ์ ได้อะไรเป็นตัวชี้วัด ได้อะไรเป็นสิ่งที่เกิดเป็นผลประโยชน์ ได้อะไรเป็นเรื่องวินัยการคลัง ได้อะไรเป็นวินัย การงบประมาณ และได้อะไรที่เป็นประโยชน์แก่ประเทศชาติ ผู้ที่ท่านไปนับชามก๋วยเตี๋ยว ขูดรีดเขาเอาเงินเขามาเสียภาษีนั่นละครับ ท่านประธานครับ เอกสารที่เอามาให้ไม่ครบครับ ขาดอีกเยอะ แต่พูดไปผมก็เกรงว่าเดี๋ยวท่านรัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรีจะขึ้นมา รับสารภาพอีก เรื่องจังหวัดแพร่ทั้งหมดแต่ละตําบลเมื่อกี้ถ้าท่านไม่ลุกขึ้นมารับสารภาพ ไม่มีใครรู้หรอกครับว่าที่ผมพูดมันจริงไม่จริง แต่วันนี้ท่านรับได้หมดนะครับว่ามันเป็นเรื่องจริง ท่านประธานที่เคารพ ผมอยากให้มีแบบอย่างในการพิจารณางบประมาณที่ดี ผมอยากให้มีแบบอย่างของการมีระเบียบที่ดี การมีธรรมาภิบาลที่ดีเกิดขึ้นในประเทศไทย ที่โปร่งใส ที่ตรวจสอบได้ ที่คุ้มค่า ที่สมประโยชน์ และสิ่งเหล่านี้ควรจะเกิดขึ้น ในสํานักนายกรัฐมนตรีครับ เพราะที่นั่นเป็นศูนย์บัญชาการของรัฐบาล มันจะน่าเสียใจอย่างยิ่ง ที่เรื่องสกปรก เละเทะ เหลวไหล เรื่องโกง เรื่องอะไรสารพัดได้เขียนไว้ เรื่องงบประมาณ บอกว่าเรื่องงบโม้ เหลว โกง กู้ อะไรสารพัดไปเกิดขึ้นที่สํานักนายกรัฐมนตรีตามมาตรา ๕ น่าเสียดายตึกนรสิงห์ น่าเสียดายตึกไทยคู่ฟ้า น่าเสียดายท้าวมหาพรหมที่สถิตอยู่ข้างบน น่าเสียดายตึกนารีสโมสร เสียดายตึกนงคราญสโมสร ตึกสันติไมตรี มันเหมือนกับว่า เอาใครต่อใครเข้าไปอยู่ไปทําสกปรกอะไรที่เหล่านั้นละครับ จะตอบประชาชนได้อย่างไรล่ะครับ สิ่งที่เกิดขึ้นตรงนี้จะตอบได้อย่างไร ท่านประธานที่เคารพ จริง ๆ แล้วมาตรา ๕ ผมอภิปรายไปได้ทุกกรมเลย สํานักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี สํานักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ผมเคยถามในห้องงบประมาณครับว่าปีที่แล้วที่ผมฝันร้าย ฝันร้ายว่ามีคนกลุ่มหนึ่งชุมนุมกัน ที่จะไปล้อมทําเนียบรัฐบาล จะไปถึงตรงนั้นเจ้าหน้าที่ก็เอารถมากั้น เอารถตํารวจมากั้น พยายามกีดกันขอร้องให้อย่าไป สุดท้ายก็มีใคร ๒ คนกระโดดขึ้นไปบนรถเครน ขณะที่เขา เอาตู้เทรลเลอร์ ๒ ตู้มากั้นเอาไว้เขาก็เอารถเครนยกตู้เทรลเลอร์ทิ้งคลองเปรมประชากร โห่ร้องกันอย่างกับชนะศึก และคนเหล่านั้นบางคนได้ดิบได้ดีกันหมดแล้วละครับ ผมถามว่า ค่าใช้จ่ายรถเครน ๒ คันนั้นสํานักนายกรัฐมนตรีออกใช่ไหม รถตู้คอนเทนเนอร์ ๒ คัน ที่ทิ้งคลองเปรมประชากรสํานักนายกรัฐมนตรีออกใช่ไหม เท่าไร เป็นค่าใช้จ่ายเท่าไร สํานักนายกรัฐมนตรี สํานักเลขาธิการ ครม. ที่ทําดวงตรา ทําเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ทําสายสะพาย ทํามหามงกุฎ เครื่องประดับอันเชิดชูเกียรติยิ่งไปติดหน้าอกคนเหล่านี้ ปีหนึ่งเท่าไรครับ และได้อะไรเกิดขึ้น สิ่งเหล่านี้ละครับเกิดขึ้นในสํานักนายกรัฐมนตรี ท่านประธานครับ ผมสัญญากับท่านประธานว่าผมจะไม่ใช้เวลามาก แต่ถ้าผมจะพูดประมาณ ๑๖-๑๗ หน่วยงานในมาตรานี้อีก ๓ ชั่วโมงผมก็พูดได้ครับ เอาไว้ผมจะพูดในมาตราอื่น ที่มีเหตุผลที่จําเป็นและรักษาเวลาให้เราบรรลุเป้าหมาย ถ้าพวกผม ๑๖ คน ในกรรมาธิการเราจะทํากันอย่างนี้รับรองครับว่างบประมาณเสร็จไม่ทันวันที่ ๒๒ ไม่ทัน ๑๐๕ วัน และมันจะเป็นครั้งแรกที่งบประมาณแผ่นดินในรัฐบาลนี้ถูกคว่ํา ไปวุฒิสภาไม่ได้ ถึงแม้ถ้าจะผ่านใช้ไปพลางก่อนอย่างไรก็ตาม ขอบพระคุณครับท่านประธาน และเพื่อนกรรมาธิการทุกท่านที่นั่งข้างบน ผมไม่ได้กระทบท่านครับ ผมเคารพ ผมรัก ผมให้เกียรติทุกท่าน และผมรู้ว่าท่านเหนื่อยมาเต็ม ๆ ๗๐ วัน ขอบคุณครับ
ขอบคุณครับ เชิญท่านวรวัจน์ครับ
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม วรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดแพร่ พรรคเพื่อไทย ในฐานะรองประธานคณะกรรมาธิการ ขออนุญาตชี้แจงเป็นประเด็นพาดพิง ที่ท่านพิเชษฐพูดถึง ในกรณีของจังหวัดแพร่ในบางประเด็น เพราะเกรงว่าถ้าไม่ชี้แจงอาจจะก่อให้เกิด ความเสียหายนะครับ ผมเรียนก่อนครับประเด็นของคณะกรรมการ งบประมาณ ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาทนี่เป็นงบประมาณที่เมื่อดําเนินการต้องผ่านคณะกรรมการชุดหนึ่ง ที่เรียกว่าคณะกรรมการ กฟย. หรือที่เรียกว่าคณะกรรมการเพื่อให้ความช่วยเหลือ ฟื้นฟู เยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัย ในคณะกรรมการชุดนั้น มีท่านรองนายกรัฐมนตรี ท่านยงยุทธ วิชัยดิษฐ เป็นประธานกรรมการ มีท่านรองประธาน เป็นท่านรัฐมนตรีกิตติรัตน์ ณ ระนอง ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม มีกรรมการ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงสาธารณสุข นอกนั้นก็เป็นปลัดกระทรวง ผมไม่ได้เป็นกรรมการเลย ไม่ได้กลั่นกรอง ในงานที่เกี่ยวข้องกับในเรื่องของ กฟย. เลย ท่านเข้าใจผิด อาจจะมีเจ้าหน้าที่ของ สํานักงบประมาณเข้าไปร่วมในการกลั่นกรองเป็นระดับเจ้าหน้าที่ครับ แต่ผมไม่เคยไปร่วม ดําเนินการใด ๆ ทั้งสิ้น แล้วไม่ได้ไปสั่งการให้มีการจัดงบประมาณลงในพื้นที่จังหวัด เป็นกรณีพิเศษแต่อย่างใด ผมขอเรียนท่านประธานว่างบประมาณนี่นะครับ ขออนุญาต ไล่เป็นรายจังหวัดคร่าว ๆ ท่านจะได้เห็นว่ามีความแตกต่างกันหรือไม่นะครับ จังหวัดที่มีแม่น้ํายมนี่ จังหวัดแพร่ได้รับงบประมาณ ๑,๑๙๙ ล้านบาท จังหวัดที่ต่อลงมาก็คือ จังหวัดสุโขทัย จังหวัดสุโขทัยได้รับ ๑,๑๕๓ ล้านบาท ต่อลงไปอีกครับจังหวัดพิษณุโลก ๑,๖๒๗ ล้านบาท ลงไปอีกครับจังหวัดพิจิตร ไม่มีพรรคเพื่อไทยเลยนะครับ ได้ ๒,๘๓๘ ล้านบาท กรุงเทพมหานคร ๑๔,๐๐๐ ล้านบาท จังหวัดกําแพงเพชร ๑,๘๔๘ ล้านบาท จังหวัดขอนแก่น ๑,๘๒๑ ล้านบาท จังหวัดฉะเชิงเทรา ๑,๕๙๗ ล้านบาท จังหวัดชัยนาท ๒,๒๔๘ ล้านบาท จังหวัดชัยภูมิ ๒,๓๕๘ ล้านบาท จังหวัดเชียงใหม่ ๑,๕๓๐ ล้านบาท จังหวัดตาก ๑,๒๓๕ ล้านบาท จังหวัดนครปฐม ๓,๘๒๘ ล้านบาท จังหวัดนครสวรรค์ ๕,๑๒๔ ล้านบาท จังหวัดนนทบุรี ๔,๐๓๒ ล้านบาท จังหวัดปทุมธานี ๘,๗๔๒ ล้านบาท จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ๑๑,๗๕๔ ล้านบาท จังหวัดมหาสารคาม ๑,๑๔๒ ล้านบาท จังหวัดร้อยเอ็ด ๑,๘๘๕ ล้านบาท จังหวัดลพบุรีของคุณผ่องศรีที่พูดถึง มาจัดสรรไป ๓,๒๔๔ ล้านบาท นี่คือในรายละเอียดส่วนหนึ่ง ซึ่งผมถามว่าในจังหวัดที่ใกล้เคียงกัน เสนอมาโดยส่วนราชการทั้งสิ้นครับ แล้วก็ขออภัยครับ คงต้องถามแม่เลี้ยงติ๊ก ศิริวรรณ ปราศจากศัตรู ท่าน ส.ส. ติ๊ก เมื่อกี้เห็นท่านพิเชษฐเอ่ยถึง ต้องเรียนนะครับท่านนายก อบจ. แพร่ไม่ได้นามสกุลเอื้ออภิญญกุล คุณอนุวัธ วงศ์วรรณ ครับ แล้วไปดูตอนนี้สิครับ ในทางการเมืองนี่นะครับ ถามว่าในตอนที่ เลือกตั้ง ส.ส. ท่านส่งคนแข่งกับคุณปานหทัย เสรีรักษ์ พรรคเพื่อไทย ในตอนเลือกตั้ง อบจ. แข่งกันครับ วันนี้เลือกตั้ง ส.จ. ไปดูสิครับญาติของคุณศิริวรรณ ปราศจากศัตรู ที่เป็น ส.จ. ต้อย ขึ้นรูปคู่กับนายก อบจ. แพร่ด้วยซ้ําไป เพราะฉะนั้นในทางการเมืองแล้วเขาใกล้ชิดกับ คุณศิริวรรณพอสมควรและมีการช่วยเหลือเกื้อกูลกันมาโดยตลอด ไปดูป้ายวันนี้สิครับ ป้ายที่ขึ้น เลือกตั้ง ส.จ. ในการสมัครนี่ครับ ไปดูสิครับขึ้นคู่กับนายก อบจ. แพร่แล้วครับ แต่เลือกตั้ง ส.ส. เขาส่งคนแข่งกับคุณปานหทัย เสรีรักษ์ ซึ่งเป็นพี่สาวผม ทางการเมืองไม่ใช่ครับ แต่ว่าเรา ไม่ได้แบ่งแยกครับว่างบประมาณลงไปในจังหวัดนั้นจะต้องแบ่งให้คนนั้นแบ่งให้คนนี้ หรือไม่จัดให้คนนั้นคนนี้ ไม่ใช่ครับ ไม่ได้จัดอย่างนั้นเลยนะครับ ขออนุญาตทําความเข้าใจ ในประเด็นด้วย เกรงจะก่อให้เกิดความเข้าใจผิดนะครับ
ขออนุญาตชี้แจงเพิ่มเติมอีกเล็กน้อยครับท่านประธาน การจัดงบประมาณ เกี่ยวกับเรื่องของการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบการชุมนุมทางการเมือง ผมคิดว่าเป็นเรื่องที่ ผู้ที่ได้รับความเสียหายจากทางการเมือง ทางการเมืองเกิดจากอะไรครับ เกิดจากความขัดแย้ง ความคิดทางการเมืองซึ่งก็เกี่ยวพันกับพวกเราทั้งหมดนี่ละครับ วันนี้ประชาชนได้รับความเสียหาย เดือดร้อนเราเยียวยาเขาให้เขาได้รับชีวิตที่ดีขึ้น เขาบาดเจ็บ ล้มตาย ผมคิดว่าเป็นหน้าที่ของใคร ที่เป็นรัฐบาลควรจะมีจิตสํานึกในการช่วยเหลือเยียวยาพี่น้องประชาชน ไม่ใช่เข่นฆ่ากัน ทําลายกัน ไม่ดูแล ไม่เยียวยากัน คงไม่ใช่ครับ แต่ถามว่าใครถูกใครผิดครับ อภิปรายไม่ไว้วางใจ ครั้งที่ผ่านมาในสมัยที่แล้วผมก็อภิปราย ในเรื่องของการประชุม ครม. สัญจร เป็นการที่คณะรัฐมนตรีต้องการใกล้ชิดพี่น้องประชาชน เข้าไปตรวจสอบ สอบถามปัญหา ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดรวบรวมปัญหาขึ้นมาว่ามีปัญหาอะไรบ้าง จริงครับจัดงบประมาณให้ ตรงนี้จังหวัดละ ๑๐๐ ล้านบาทโดยใช้งบกลาง แต่งบประมาณที่พูดไว้ ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ๓๐,๐๐๐ ล้านบาท ๔๐,๐๐๐ ล้านบาท บรรจุไว้ในแผนงานครับ ทุกรัฐบาลก็ทําหมด ของท่านก็ผ่านมติ ครม. โครงการเต็มไปหมดครับ แล้วหลังจากนั้นถึงจะมีการจัดสรร งบประมาณตามลงไป อันนี้ก็เป็นเรื่องปกติของทุกรัฐบาลที่ดําเนินการจะไม่สามารถจัดสรรลง ในครั้งที่เป็น ครม. สัญจรอย่างแน่นอนครับ แต่เป็นการจัดสรรหลังจากที่ได้นําเสนอโครงการ ที่มีความจําเป็นแล้วทาง ครม. เขารับไว้ แล้วหลังจากนั้นเองก็จะมีการจัดสรรงบประมาณให้ ตามความจําเป็นต่อไปนะครับ จริง ๆ มีรายละเอียดอีกหลายประเด็นนะครับ แต่ว่าเดี๋ยวขอชี้แจงในส่วนที่พาดพิงก่อน และหลังจากนั้นถ้ามีรายละเอียดที่มากกว่านี้ ก็จะชี้แจงครับ ขอบคุณท่านประธานครับ
เดี๋ยวนะครับ นั่งนิดหนึ่ง เดี๋ยวซักซ้อมก่อน ผมจะเอาอย่างนี้นะครับ ถ้าพาดพิงเดี๋ยวจะให้สิทธิ พาดพิงก่อน แต่ถ้าไม่มีพาดพิงก็จะให้ท่านกรรมาธิการที่สงวนความเห็นก่อน แล้วก็จะให้ ท่านสมาชิกที่ขอแปรญัตติไว้ หลังจากขอแปรญัตติแล้วก็จะให้ทางท่านกรรมาธิการ เสียงข้างมากได้ตอบ เอาเป็นตามลําดับอย่างนี้นะครับ กรรมาธิการเสียงข้างน้อยจะมี ท่านบุญยอด แล้วก็ท่านผ่องศรีติดใจที่จะขอใช้สิทธิไหมครับ เดี๋ยวจะได้ถามเป็นลําดับ ติดใจนะครับ อย่างนั้นเชิญท่านศิริวรรณ ท่านพาดพิงหรือเปล่าครับ
พาดพิงค่ะท่านประธาน
เชิญครับ พาดพิงประเด็นครับ
กราบเรียนท่านประธานค่ะ ดิฉัน ศิริวรรณ ปราศจากศัตรู ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ขออนุญาตใช้สิทธิ พาดพิงนะคะ จากที่ท่านรัฐมนตรีวรวัจน์ได้พูดถึง ที่ท่านพูดถึงเรื่องการเมืองท้องถิ่น เราไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องเข้าไปยุ่งกัน แต่ว่าขณะนี้ท่าน ส.ส. ในสภาต้องการทราบถึงเรื่องของ การจัดงบประมาณ ที่ท่านวรวัจน์ในฐานะรัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรีได้ดูแล งบประมาณ ก็ขอให้ท่านจัดงบประมาณที่ท่านกรรมาธิการขอเอกสารหรือว่าขอรายการทั้งหมด เรื่องของจังหวัดแพร่เองก็เป็นเรื่องที่ท่าน ส.ส. ท่านอื่นท่านได้เอางบประมาณที่ท่านจัดมาให้ ท่านพิเชษฐ ซึ่งดิฉันคิดว่าทั้งหมดทั้งสิ้นท่านนายก อบจ. แพร่จะเป็นพวกใครมันเรื่องของ การเมืองท้องถิ่น แล้วก็ดิฉันต้องกราบเรียนนะคะว่าทั้งหมดทั้งสิ้นที่ท่านจัดงบประมาณไป ดิฉันได้ทราบพอสมควร จริง ๆ แล้วใน อบจ. แพร่เขาไม่ต้องการหรอกค่ะ เพราะว่าเครื่องจักรทั้งหลายที่เข้าไปอยู่ขณะนี้ก็ยังออกไปไหนไม่ได้เพราะไม่มีค่าน้ํามัน แล้วก็ดิฉันต้องเรียนว่าท่านในฐานะรัฐมนตรีต้องจัดงบประมาณให้โปร่งใส แล้วก็เอกสารที่ ส.ส. เขาขอกันขอให้ท่านได้นํามาแจก ทําให้มันโปร่งใส แล้วก็เป็นประโยชน์ค่ะ เสียชื่อจังหวัดแพร่ค่ะท่านประธาน
คือลําดับอย่างนี้ท่านจะได้เตรียมตัวได้นะครับ เอากรรมาธิการเสียงข้างน้อยก่อน จะเป็น ท่านบุญยอด สุขถิ่นไทย แล้วก็ท่านผ่องศรี ธาราภูมิ ก่อนนะครับ แล้วก็เป็นสมาชิก ที่แปรญัตติไว้คือคุณหมอเชิดชัย แล้วผมก็จะสลับ เอากรรมาธิการก่อน ตอบไว้ทีหลังได้ไหมครับ ทีเดียวให้จบเลย เหมือนกับเราปฏิบัติกันเมื่อวานนี้ ให้ท่านบุญยอดก่อนนะครับ เชิญกรรมาธิการเสียงข้างน้อยก่อน ท่านบุญยอดและท่านผ่องศรี ตามลําดับนะครับ คือท่านมีชื่ออยู่ไหมครับ ไม่มีนี่ครับ เดี๋ยวท่านส่งชื่อมาแล้วกัน เชิญครับ เดี๋ยวครับ ท่านบุญยอดนั่งก่อน
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายจักรวาล ชัยวิรัตน์นุกูล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุโขทัย เขต ๓ ท่านประธานครับ ผมฟังตั้งแต่เช้าที่ผู้อภิปรายฝ่ายค้านพูดถึงการตัดลดงบสํานักงาน ผมขอพาดพิง ในเรื่องงบประมาณที่รัฐมนตรีวรวัจน์ได้กล่าวว่าจังหวัดสุโขทัยได้ ๑,๕๐๐ กว่าล้านบาท ผมว่าเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องการเมืองเพราะว่าอย่างน้อยผมกับท่านรัฐมนตรีก็ไม่รู้จักกัน ผมเป็นกรรมาธิการวิสามัญพูดคนแรกในสภาเรื่องน้ําท่วม น้ําแล้ง แล้วก็จัดงบประมาณ สู่กรรมาธิการเสนอรัฐบาล ส่วนนี้ผมมองว่าวันนี้คนที่เดือดร้อนที่สุดคือจังหวัดแพร่ และจังหวัดสุโขทัยจะได้งบประมาณสัก ๓,๐๐๐ ล้านบาท แบ่งกันไป ๑,๐๐๐ ล้านบาท ๑,๐๐๐ ล้านบาท ๑,๐๐๐ ล้านบาท แล้วทางใต้นี่จังหวัดปทุมธานี ๘,๐๐๐ ล้านบาท จังหวัดลพบุรี ๒,๐๐๐ ล้านบาทมันปลายน้ํา วันนี้ทําไม ๓,๐๐๐ ล้านบาทถึงไปพูดว่า จังหวัดแพร่ได้ จังหวัดสุโขทัยได้ ในเมื่อสิ่งเหล่านี้ผมพูดจนปากแฉะ คอแห้งแล้วว่า คนทางเหนือมันเดือดร้อนก่อนมันต้องดูแล
คืออย่างนี้ เดี๋ยวท่านครับ ที่ฟังนี่ท่านขอใช้สิทธิอะไรครับ
ผมถูกพาดพิงเรื่องงบประมาณ อย่าไปเข้าใจว่าผมกับท่านรัฐมนตรีวรวัจน์รู้จักกันแล้วจัดงบประมาณมาให้จังหวัดสุโขทัย กับจังหวัดแพร่ ผมว่าเรื่องนี้มันถูกต้องแล้ว ท่านแม่เลี้ยงติ๊กเมื่อกี้ลุกขึ้นพูดนี่ท่านไม่ได้เป็น กรรมาธิการกับผม ผมว่าท่านก็ส่งงบประมาณออกไปมากมาย วันนี้ต้องยอมรับว่า กรรมาธิการวิสามัญแก้ปัญหาน้ําท่วม น้ําแล้งใน ๒๕ ลุ่มน้ําได้ทํางานจริงแล้วก็ส่งไปที่รัฐบาล
ผมว่าพอแล้วนะครับท่านอธิบาย
ผมกําลังจะกราบเรียนให้ท่าน ผู้อภิปรายได้เข้าใจว่าท่านไม่รู้เรื่องหนาลึกของแม่น้ํายมจริง ท่านเป็นคนภาคใต้นี่ ท่านต้องเอาคนที่อยู่แม่น้ํายมมาพูดจริง ๆ แล้วจะรู้ความรู้สึกของคนที่อยู่แม่น้ํายม ผมต้องขอบคุณท่านประธานครับ
เชิญท่านกรรมาธิการบุญยอด
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม นายบุญยอด สุขถิ่นไทย ในฐานะกรรมาธิการเสียงข้างน้อย ผู้สงวนความเห็น ในมาตรา ๕ สํานักนายกรัฐมนตรีนะครับ สิ่งที่ผมติดใจประเด็นแรกคือกรณีของ สถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย กรมประชาสัมพันธ์ ในรายการที่ชื่อว่าจัตุรัสข่าวครับ ขออนุญาตที่จะต้องอธิบายต่อท่านประธานและเพื่อนสมาชิกว่ารายการนี้เป็นรายการ ประจําวันจันทร์ถึงวันศุกร์ ในเวลา ๒๓.๑๕-๒๔.๐๐ นาฬิกา รายการนี้เป็นรายการของ บุคคลภายนอกที่ทําสัญญากับทางกรมประชาสัมพันธ์ สถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย บริษัทที่ทําสัญญานั้นชื่อว่าบริษัท เวิลด์ เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ เน็ทเวิร์ค จํากัด บริษัทนี้ มาทําสัญญาเมื่อ ๓๑ มกราคม ๒๕๕๕ นี่เป็นสัญญาซึ่งทางกรมประชาสัมพันธ์นั้นส่งมาให้กับ กรรมาธิการ ในรายละเอียดก็มีสิ่งที่ทั้งเป็นข้อสงสัยและเป็นประเด็นที่ต้องซักถาม ที่ติดใจก็เพราะว่าไม่ตรงตามนโยบายหรือว่าวิธีการทํางานของทางรัฐบาล ในรายการนี้ เป็นรายการการเมืองอย่างแท้จริง เพราะว่าผู้จัดรายการซึ่งอยู่ในนามของบริษัท เวิลด์ เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ เน็ทเวิร์ค จํากัด ผมจะพยายามไม่เอ่ยชื่อแล้วก็ไม่พาดพิงถึง บุคคลภายนอกนะครับ แต่ว่าในสัญญารวมทั้งในลักษณะของรายการนั้นก็บอกชัดเจนว่าผู้จัดรายการเป็นคอลัมนิสต์ เป็นนักหนังสือพิมพ์ที่เข้ามาดําเนินรายการในรายการนี้ รายการซึ่งจัดกันตามสัญญาที่มีไว้ ในข้อ ๑๓ ปรากฏชัดเจนครับ ผมขออนุญาตท่านประธานอ่านตามข้อ ๑๓ ของสัญญาฉบับนี้ ห้ามมิให้ผู้เช่าเวลาจัดรายการเกี่ยวกับการเมืองที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่ทางราชการ หรือผู้หนึ่งผู้ใด หากผู้เช่าเวลาฝ่าฝืนและเป็นเหตุให้เกิดความเสียหายขึ้น ผู้ให้เช่าเวลา ซึ่งหมายถึงกรมประชาสัมพันธ์มีสิทธิจะบอกเลิกสัญญาและเรียกค่าเสียหายจากผู้เช่าเวลา ได้อีกด้วย ข้อนี้อยู่ในข้อ ๑๓ หน้า ๓ ในรายการนี้ถ้าหากว่าท่านประธานและท่านสมาชิก จะได้เปิดเข้าไปในยูทูบ (Youtube) ก็เป็นการหาว่ารายการนี้ทํารายการอะไรบ้างอย่างง่าย ๆ ท่านก็จะเปิดไปพบครับว่าชื่อตอนของรายการบางชื่อตอนใช้ชื่อว่ารัฐประหาร โดยศาลรัฐธรรมนูญ รายการในขณะนั้นเป็นประเด็นของการวิพากษ์วิจารณ์ว่า ศาลรัฐธรรมนูญนั้นมีอํานาจในการที่จะรับในเรื่องของการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญได้หรือไม่
อีกรายการหนึ่งครับ ชื่อรายการชนักปักหลังพรรคประชาธิปัตย์ รายการอย่างนี้ถ้าท่านเข้าไปดูท่านก็จะเห็นว่าผู้จัดรายการมีการกล่าวพาดพิง ให้พรรคประชาธิปัตย์และสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์บางท่านเสียหายด้วยซ้ํา ผมจึงมีคําถาม ต่อทางกรมประชาสัมพันธ์ไปว่าท่านมีการตักเตือนหรือมีวิธีการใด ๆ ในการตรวจสอบ รายการนี้หรือไม่
รายการนี้เมื่อดูในรายละเอียดจากสัญญาแล้วสิ่งที่ไม่ชอบมาพากลเรื่องที่ ๒ ก็คือว่ารายการนี้เป็นรายการที่ต้องเช่าเวลาครับ ค่าเช่าเวลาเดิมเดือนละ ๒,๕๐๐,๐๐๐ บาท แต่สัญญาฉบับนี้บอกว่าลดราคาให้ครับ ลดราคาให้อย่างมิตรภาพเลยนะครับ เหลือ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ฟังอีกครั้งนะครับ ไม่ใช่ลด ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ลด ๙๐ เปอร์เซ็นต์ เหลือ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ครับ ค่าเช่าของรายการนี้คือ ๒๕๐,๐๐๐ บาท รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม แล้วนะครับ ๒๕๐,๐๐๐ บาทได้รายการไป ๒๐ กว่าตอน ทุกวันจันทร์ถึงวันศุกร์ ได้เวลาโฆษณา ๗ นาที สถานีเหลือ ๓ นาที โดยทางรายการโทรทัศน์ซึ่งผมก็ทํางานมา ๑๘ ปีครับ รายการได้เวลาโฆษณา ๗ นาทีนี่มหาศาลนะครับ เอาแค่นาทีละ ๑๐,๐๐๐ บาท ก็พอครับท่านประธาน จะหารายได้ได้วันละ ๗๐,๐๐๐ บาท เดือนละอย่างน้อย ๒๐ ตอน ๑,๐๐๐,๐๐๐ กว่าบาทนะครับ ๑,๔๐๐,๐๐๐ บาทเป็นอย่างน้อย ต้นทุน ๒๕๐,๐๐๐ บาท จัดรายการที่สถานีโทรทัศน์ ช่อง ๑๑ ต้นทุนโปรดักชัน (Production) ก็เสียแค่ค่าพิธีกร นักจัดรายการ ทีมงานบ้างเล็กน้อย อาจจะมีเสื้อผ้า หน้า ผมบ้างเล็กน้อย แต่ต้นทุนนี้ ต่ํามากนะครับ ในขณะที่ได้ผลประกอบการไปสูงมหาศาล ผมจึงถามไปทาง กรมประชาสัมพันธ์เลยว่าทําไมจึงต้องลดราคาให้ได้มากขนาดนั้นและยังให้ผลประโยชน์ ตอบแทนมากขนาดนี้ คําตอบของทางกรมประชาสัมพันธ์ก็คือว่าเนื่องจากต้องการผู้เชี่ยวชาญ มาจัดรายการทํานองนี้ แต่ท่านประธานครับ สิ่งที่ผมยังต้องติดใจและต้องถามก็คือว่า ตามนโยบายของรัฐบาลและวิธีการทํางานอย่างถูกต้องก็คือต้องไม่ก้าวก่าย ต้องให้เสรีภาพ ต่อสื่อมวลชน และสื่อมวลชนที่จะมาทํารายการต่าง ๆ เหล่านี้ควรต้องตั้งคําถามด้วยว่า ทางสมาคมผู้สื่อข่าวเองนั้นได้ตั้งคําถามกับคนเหล่านี้หรือไม่ว่ามารับประโยชน์จากทางราชการ ที่เกิดขึ้น เรื่องนี้ผมจึงติดใจอยู่แล้วก็ยังต้องขอปรับลดงบประมาณลง ๕ เปอร์เซ็นต์ จากทางสํานักนายกรัฐมนตรี ผมอยากจะฝากด้วยนะครับว่าถ้าหากว่ารายการนี้ ซึ่งมีคําเตือนไปแล้วนะครับ มีหนังสือคําเตือน ลงวันที่ ๒๗ กรกฎาคม ๒๕๕๕ โดยอธิบดี กรมประชาสัมพันธ์ นายธีระพงษ์ โสดาศรี ได้ทําการเตือนบอกว่าตรวจสอบแล้ว พบว่ามีข้อความที่พาดพิงบุคคล หน่วยงานต่าง ๆ อาจสร้างความเข้าใจผิดหรือความไม่พึงพอใจ แก่ประชาชนที่มีความคิดเห็นทางการเมืองที่แตกต่างกัน สุดท้ายก็แค่เตือนครับ จึงไม่ตรงตาม สัญญาที่เกิดขึ้นในข้อ ๑๓ ที่ผมยกให้ท่านประธานและท่านสมาชิกได้ทราบแล้ว เมื่อสักครู่นะครับว่าควรจะต้องมีการเพิกถอน หรือถ้าดูว่ามีความเสียหายนั้นก็จะต้อง เรียกค่าเสียหายต่อผู้เช่าเวลาได้อีกด้วย รวมทั้งการบอกเลิกสัญญาด้วย ขอให้ดําเนินการต่อไป
ประเด็นที่ ๒ ที่ผมต้องหยิบยกเป็นส่วนที่เกี่ยวข้องกับสํานักนายกรัฐมนตรี และเกี่ยวข้องกับท่านนายกรัฐมนตรีครับ นั่นก็คือวินัยของการใช้เงินในการบริหารราชการ มีข้อมูลที่ผมได้มาจากแหล่งข่าวของผมในการบินไทยครับ ถ้าเราจะเทียบเคียงการเดินทาง ไปต่างประเทศของท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร กับนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ในลักษณะที่ใกล้เคียงกัน เช่นการเข้าร่วมประชุมเวิลด์ อีคะนอมิค ฟอรัม (World Economic Forum) ที่เมืองดาวอส ต้องบินจากกรุงเทพฯ ไปเมืองซูริคแล้วก็กลับมากรุงเทพฯ ของท่านยิ่งลักษณ์นั้นมีภารกิจต่อที่เมืองนิวเดลีด้วยจึงบินกรุงเทพฯ-นิวเดลี-ซูริค-กรุงเทพฯ ๒๔-๒๘ มกราคม ๒๕๕๕ ใช้วิธีการเหมาลํา การเช่าเหมาลําเป็นราคาแพงนะครับ เดินทางกี่คนไม่ทราบ จะเดินทาง ๕ คน ๑๐ คน หรือเต็มที่ ๑๐๐ คน ไม่มีรายละเอียด เพราะเป็นการเช่าเหมาลําใช้เงิน ๑๓ ล้านบาทครับ ในลักษณะเดียวกันถ้าเทียบเคียงกัน กับท่านอภิสิทธิ์ ท่านอภิสิทธิ์เดินทางไปเมืองซูริคกับกรุงเทพฯ ๒๘-๓๐ มกราคม ๒๕๕๔ ชั้นหนึ่งนั่งไป ๑๐ คน ๒,๐๐๐,๐๐๐ กว่าบาท ชั้นธุรกิจ ๖ คน คนละ ๑๔๐,๐๐๐ บาท ๘๔๐,๐๐๐ บาท ชั้นประหยัดอีก ๒๑ คน คนละ ๕๐,๐๐๐ บาท ๑,๐๐๐,๐๐๐ กว่าบาทครับ รวมกับถ้ามีเกิดขึ้นที่ประเทศอินเดีย ชั้นหนึ่ง กรุงเทพฯ-อินเดียก็เพียงแค่ ๔๕,๐๐๐ บาท ชั้นธุรกิจ ๓๕,๐๐๐ บาท ชั้นประหยัด ๒๓,๐๐๐ บาท รวมตัวเลข ๒ ตัวนี้ ๕,๒๕๓,๐๐๐ บาทครับ วิธีการในการบริหารจัดการอย่างนี้ผมจึงติดใจครับว่าเท่ากับว่าไม่สามารถที่จะใช้งบประมาณ อย่างประหยัด มีประสิทธิภาพได้ ท่านอาจชอบที่จะมีความคล่องแคล่ว คล่องตัวที่จะเดินทางได้ ไม่ต้องรอผู้โดยสารอื่น แต่ท่านประธานครับ ใช้เงิน ๑๓ ล้านบาท ในขณะที่อีกรัฐบาลหนึ่งใช้ ๕,๐๐๐,๐๐๐ บาทเศษ ในลักษณะที่ใกล้เคียงกันนี้ผมจึงเห็นว่าไม่มีวินัยในการเงินการคลัง และรัฐบาลไม่ประหยัดในขณะที่งบประมาณปีนี้กู้เงินเพิ่มอีก ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาท มาปิดยอดงบประมาณให้ได้ ๒,๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนะครับ ประเด็นเรื่องของการเดินทางนี้ ก็สะท้อนอย่างเช่นการเดินทางไปปฏิบัติภารกิจที่ประเทศออสเตรเลียนะครับ มีผู้ที่ร่วมเดินทางไปด้วยนั้นบอกว่าเป็นการเช่าเหมาลําเช่นเดียวกัน นักธุรกิจหลายคน ได้ขึ้นเครื่องบินฟรีทั้งที่ไปร่วมคณะและไปติดต่อธุรกิจในประเทศออสเตรเลีย ซึ่งจะเป็นผลประโยชน์ของตัวเอง เรื่องต่าง ๆ เหล่านี้ควรจะต้องมีการปรับปรุงแก้ไขครับ
สุดท้ายก็คือเรื่องภาพพจน์ของทั้งประเทศและตัวนายกรัฐมนตรีเองนะครับ ในสํานักนายกรัฐมนตรีนั้นมีงบประมาณที่ชื่อว่าการสร้างภาพพจน์ประเทศไทย ๕๐๐ ล้านบาท สอบถามแล้วครับว่าจะใช้งบประมาณนี้อย่างไร ก็บอกว่าจะใช้ทั้งนอกและในประเทศ ในการซื้อโฆษณา ในการซื้อบทความต่าง ๆ ผมขอแสดงความคิดเห็นไว้ว่าควรจะต้องซื้อ เฉพาะนอกประเทศเท่านั้น ไม่ควรมาอุดหนุนสื่อมวลชนในประเทศนะครับ หรือว่าจะซื้อ เพื่อที่จะหาพรรคพวกในประเทศให้เขียนบทความให้ ให้โฆษณาให้ เพราะนั่นก็คือ การแทรกแซงสื่อมวลชนอย่างหนึ่งเหมือนกัน แล้วก็ต้องถือว่าการสร้างภาพพจน์ ต่อประเทศไทยนั้นต้องไปสร้างต่อสายตาของบุคคลภายนอกนะครับ นอกประเทศให้เขารู้สึก ชื่นชม ให้เขารู้สึกว่ามีภาพลักษณ์ที่ดี รวมทั้งบุคคลใกล้ชิดกับรัฐบาลก็ควรจะต้องได้รับ การเตือนด้วยว่าไม่ควรที่จะโจมตีประเทศไทยไม่ว่าจะเป็นกรณีใด ๆ ก็ตาม ถ้าท่านยุติ การโจมตีประเทศไทยภาพพจน์ประเทศไทยย่อมดีขึ้น
ส่วนภาพลักษณ์ของตัวนายกรัฐมนตรียังเกิดขึ้นหลายต่อหลายครั้งนะครับ ล่าสุดท่านประธานคงจะจําได้ว่ามีการเลี้ยงรับรองนักกีฬา โดยทางรัฐบาลชื่นชมยินดี กับนักกีฬา นายกรัฐมนตรีบอกว่าขอชื่นชมกับมวยปล้ําที่ได้รับเหรียญกลับมา ไม่มีการแข่งขันกีฬามวยปล้ําได้รับเหรียญครับ ผมไม่ทราบเหมือนกันนะครับว่าท่านจะแปล เทควันโดว่ามวยปล้ําหรือเปล่า หรือท่านจะคิดว่ามวยที่ชกกันที่นักมวยของเราชื่อแก้ว โดนกรรมการไอบา (AIBA) ที่ช่วยกันโกงปล้นเหรียญไปนั้นจะเรียกว่ามวยปล้ําหรือเปล่า อันนี้ผมไม่ทราบนะครับ ก็ขอให้ทางสํานักนายกรัฐมนตรีได้กรุณาทบทวนวิธีการทํางาน เตรียมการต่าง ๆ ในการพูด ในการอภิปรายของนายกรัฐมนตรีให้ดี นายกรัฐมนตรี ผิดพลาดมาแล้วหลายต่อหลายครั้งจนกลายเป็นตัวตลกของประเทศไทยไป ขอบพระคุณครับ
เชิญประท้วงครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม จ่าสิบตํารวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดสุรินทร์ ผมต้องขอประท้วงผู้อภิปรายตามข้อบังคับ ข้อ ๖๑ ประเด็นเล็ก ๆ น้อย ๆ อย่างนี้ผมถือว่า ไม่เป็นลูกผู้ชายนะครับ ไม่แปลกที่เขาเรียกว่าเจ๊ยอดนะครับ
เดี๋ยวนะครับ
ท่านประธาน นิดเดียว ๆ ท่านประธานต้องฟังให้จบก่อน
คือถ้าประท้วงข้อบังคับ ข้อ ๖๑ ท่านต้องบอกว่าผู้อภิปรายอภิปรายเรื่องอะไร ใส่ร้าย หรืออะไร ท่านต้องพูดกันอย่างนี้นะครับ ไม่ใช่ว่าไปเอาความรู้สึกมาไม่ได้นะครับ ท่านกําลังลําดับเหตุผลในการขอตัดของท่านอยู่ ผมฟังอยู่ เอาให้เข้าหลักนิดหนึ่ง
ได้ครับ ผู้อภิปราย ทําผิดข้อบังคับ ข้อ ๖๑ กล่าวให้ร้ายนายกรัฐมนตรี ทั้งที่ท่านทํางานตามหน้าที่ การที่ใช้ งบประมาณเยอะ งบประมาณน้อยนี่มันจะเท่ากันได้อย่างไร ในเมื่อคนมันไปเยอะ เช่าเหมาลํานี่ประหยัดที่สุดแล้ว ไอ้ที่ ๖,๐๐๐ ล้านบาทนี่ฆ่าคนเสื้อแดงล่ะ
คืออย่างนี้ครับ เดี๋ยวผมจะวินิจฉัยก่อนนะครับ นั่งลงครับผมจะได้วินิจฉัย เดี๋ยวท่านนั่งลงก่อน ผมจะได้วินิจฉัย ผมยังไม่วินิจฉัยเลย นั่งลงก่อน ๆ ผมจะได้วินิจฉัย คือท่านกรรมาธิการ เสียงข้างน้อยท่านบุญยอดท่านกําลังอภิปรายเหตุผลเพื่อจะโน้มน้าวให้ท่านสมาชิกได้เห็นว่า การใช้จ่ายงบประมาณท่านมีความเชื่อว่าการใช้จ่ายไม่เป็นไปตามวัตถุประสงค์ในมาตรา ๕ เวลาที่เสนอต่อสภามันจะมีวัตถุประสงค์อยู่ ท่านก็บอกว่าการใช้จ่ายเงินอาจจะไม่เป็นไปตาม วัตถุประสงค์ท่านจึงขอตัด ท่านจึงอยู่ในประเด็นอยู่ เชิญท่านครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม กุลเดช พัวพัฒนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุทัยธานี พรรคประชาธิปัตย์ครับ ขอประท้วงทั้งท่านประธานตามข้อบังคับ ข้อ ๘ ในการควบคุมการอภิปรายของเพื่อนสมาชิก แล้วก็ขอประท้วงเพื่อนสมาชิกที่ลุกขึ้นประท้วงเมื่อสักครู่ครับ ผมฟังมา ๒ วันแล้วครับ ท่านพยายามที่จะเสนอหน้าออกทีวี (TV) โดยการประท้วง ขอโทษครับ ถอน
คืออย่าไปพูดว่าเสนอหน้า ถอนก่อนครับ เอาเฉพาะในหลักของเราก่อน เพราะประชาชน ชมเราอยู่ในขณะนี้นะครับ เอาหลักดีกว่า เชิญท่าน ส.ส. จังหวัดอุทัยธานีต่อครับ เชิญต่อครับ
ผมฟังท่านประท้วงมา ๒ วันแล้วครับ ทางวิปฝ่ายรัฐบาลกับฝ่ายค้านก็พยายามที่จะให้การประชุมเดินหน้าและให้จบภายใน ๓ วันนะครับ
แล้วท่านจะประท้วงผู้ประท้วงเขาว่าอย่างไรครับ
ข้อบังคับ ข้อ ๖๑ ข้อ ๖๓ ครับ ท่านประท้วงซ้ําซาก วนเวียน ผมเห็นขึ้นมาทีไรก็เรื่องนี้ละครับ วันนี้พิจารณาเรื่อง งบประมาณ กรรมาธิการเสียงข้างน้อยก็ใช้สิทธิตามข้อบังคับ แล้วก็อภิปรายว่า นายกรัฐมนตรีใช้เงินฟุ่มเฟือยอย่างไร ควรจะประหยัดงบประมาณอย่างไร
ใช่ เดี๋ยวผมจะวินิจฉัยประเด็นของท่านนะครับ เชิญนั่งลงครับ
ขอบคุณครับท่านประธาน
คือท่านประท้วงประธานในข้อบังคับ ข้อ ๘ ผมก็เห็นท่านบุญยอดกําลังอภิปรายอยู่กําลังจะจบ แล้วก็ท่านประสิทธิ์ลุกขึ้นประท้วงผมก็ยังไม่ชี้ ผมจะให้เสร็จก่อน เพราะว่าจะให้การประชุม เป็นไปด้วยความราบรื่น แล้วก็พอท่านยืนขึ้นผมก็ให้สิทธิ ผมก็อธิบายแล้วว่าอยู่ในประเด็น ส่วนประเด็นที่ท่านประท้วงผู้ประท้วงเขาก็ใช้สิทธิตามข้อบังคับ ผมก็ต้องให้ท่านลุกขึ้น แล้วก็ชี้แจง และผมก็ได้วินิจฉัยไปแล้วนะครับ
(จ่าสิบตํารวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
จ่าประสิทธิ์ครับ ผมขอความกรุณามันกําลังไปได้ดีอยู่แล้วนะครับ คือเวลาท่านประท้วงนี่ ผมขอความกรุณาครับ ผมก็ไม่ทราบหรอกว่าท่านจะประท้วงเรื่องอะไร แต่เวลาจะใช้ถ้อยคํา ใช้วาทกรรมต่าง ๆ นี่ขอความกรุณาเถอะครับว่าอย่าไปกระทบกระทั่งกัน เพราะว่าขณะนี้ ประชาชนดูอยู่ทั้งประเทศ แล้วก็ยิ่งตําหนิสภาของเราอยู่นะครับ ฉะนั้นผมขอความกรุณา จะได้ให้กรรมาธิการท่านได้นั้นก่อน เดี๋ยวท่านบุญยอดนั่งลง เอาตามลําดับก่อนนะครับ อันนี้ผมต้องขอบคุณเลย เพราะว่าตามลําดับนี่จะได้ง่ายขึ้นนะครับ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม จ่าสิบตํารวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดสุรินทร์ ผมต้องขอใช้สิทธิในการพาดพิง ผมเสียหาย ผมประท้วงในสภานี่
เดี๋ยวเขาพาดพิงเรื่องอะไรครับ
ว่าผมเสนอหน้าอยากออกทีวีครับ
คือเมื่อกี้ท่านถอนไปแล้วครับ ถอนไปแล้วก็ถือว่าไม่มี
ถอนหรือยังครับ
ถอนแล้วครับ
ถอนแล้วหรือครับ
ถอนแล้วครับ
ผมชี้แจงนิดเดียวว่า
คือผมว่าถอนแล้วก็คือยุติแล้วครับ
คือผมทําหน้าที่ ผมไม่ได้ อยากออกทีวี
ผมอธิบายความแล้วบอกว่าท่านปฏิบัติตามข้อบังคับ เชิญนั่งลงครับ
ได้ครับ ขอบคุณครับ
เชิญท่านบุญยอด
(นายกุลเดช พัวพัฒนกุล ได้ยืนและยกมือขึ้น)
ไม่ จบแล้วครับท่าน เรื่องอะไรครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม กุลเดช พัวพัฒนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุทัยธานี พรรคประชาธิปัตย์ ผมยังประท้วง ท่านไม่จบท่านก็ตัดบทผมก่อน ผมจะให้ผู้ประท้วงเมื่อสักครู่คือจ่าประสิทธิ์นี่ครับ ให้ถอนคําพูดที่เสียดสีท่านบุญยอดว่าอย่างนี้เขาถึงเรียกว่าเจ๊ยอด สภาแห่งนี้เป็นที่พิสูจน์ ความบริสุทธิ์ กําลังพิสูจน์เรื่องความบริสุทธิ์ ความโปร่งใสนะครับ ไม่ใช่พิสูจน์เพศ ถ้าพิสูจน์เพศออกไปพิสูจน์กับผมข้างนอกก็ได้
โอเค (OK) ครับ เชิญท่านบุญยอดครับ เดี๋ยวอาจารย์ผ่องศรีใจเย็นนิดหนึ่ง
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม บุญยอด สุขถิ่นไทย พรรคประชาธิปัตย์ บัญชีรายชื่อ ผมไม่ติดใจในการลุกขึ้นประท้วง ของอดีต จ่าสิบตํารวจ ประสิทธิ์ ท่านเป็นอดีตนะครับ ท่านไม่ได้เป็นตํารวจในขณะนี้ ไม่ต้องมาประท้วงผมอีกนะครับ ท่านจะลุกขึ้นประท้วงกี่ครั้งเชิญตามสบายครับ ท่านบอกว่า ท่านทําหน้าที่ แต่พวกผมก็ทําหน้าที่ของผมอยู่ ผมจะไม่ประท้วงซ้อนท่านเลย ถ้าไม่เกี่ยวข้องกับผม ท่านทําของท่านไปเถอะครับ แต่ถ้าท่านทําให้การทํางานของพวกเรา ทําไม่ได้พวกเราก็ต้องมีวิธีการอื่นในการดําเนินการต่อที่ประชุมนี้เหมือนกัน ขอให้เพื่อนสมาชิก พรรคเพื่อไทยทราบนะครับว่าถ้าสิ่งต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้นต่อไปในการประชุม ๒-๓ วันที่เหลือนี้ เกิดขึ้นก็เกิดขึ้นจากจ่าประสิทธิ์ เกิดขึ้นจากผู้ที่ร่วมประท้วงหลาย ๆ ครั้งอย่างไม่มีเหตุผล มันจะเกิดขึ้นครับ
ประเด็นที่ผมอยากจะขอชี้แจงเพิ่มเติมก็คือว่าจ่าประสิทธิ์บอกว่า เรื่องงบประมาณของนายกรัฐมนตรีเป็นเรื่องเล็ก ๆ ทําไมต้องมามองเรื่องต่าง ๆ เหล่านี้ ๑๓ ล้านบาทนะครับ ไปถามคนสุรินทร์สิครับว่า ๑๓ ล้านบาทของคนสุรินทร์เป็นเรื่องเล็ก ๆ หรือไม่ มันเป็นข้าวกี่มื้อ เป็นเงินสําหรับผู้สูงอายุ ๕๐๐ บาทต่อเดือนได้กี่ปีครับกับการใช้เงิน ๑๓ ล้านบาท ทําไมไม่ประหยัดล่ะครับ ทําไมท่านไม่ลุกขึ้นมาเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีของท่าน ทํางานอย่างประหยัด อย่างสมเหตุสมผล มีประสิทธิภาพล่ะครับ ท่านกลับมองว่า เป็นเรื่องเล็ก ๆ ท่านมาพาดพิงผมว่าไม่ใช่ลูกผู้ชาย ผมไม่ต้องมาเทียบความเป็นลูกผู้ชาย กับท่านหรอกครับ ผมไม่ต้องเดินไปชกหน้าท่านหรอกครับในขณะนี้
ท่านพอแล้วครับ ใจเย็นครับ ท่านบุญยอดได้อธิบายถึงเหตุผลในการตัดอยู่แล้ว คืออย่างนี้ครับ อีกนิดหนึ่งใช่ไหมครับ เชิญครับ
ขออนุญาตสรุปสุดท้ายครับว่า ผมจะไม่ตอบโต้กับอดีตจ่าคนนี้อีกแล้วนะครับ ขอให้ทุกอย่างจบกันเพียงเท่านี้ ถ้าท่านไม่จบ ก็แล้วแต่ท่าน ไม่เป็นไร ผมเป็นลูกผู้ชายพอที่จะท้าท่านในทุกเวที ขอบพระคุณครับ
คืออย่างนี้ครับ ถ้าโต้กันไปโต้กันมามันไม่จบนะครับ ผมอยากจะขอความร่วมมือ จากท่านสมาชิกทั้งหลายว่าเวลาท่านกรรมาธิการก็ดีและผู้ขอแปรญัตติก็ดีนี่นะครับ เวลาท่านอภิปรายท่านก็ต้องแสดงเหตุผลว่าที่ท่านตัดเพราะอะไร ก็จะมีหลายประเด็น ที่ผมนั่งฟังอยู่ไม่ว่าการใช้จ่ายเงินงบประมาณไม่เป็นไปตามวัตถุประสงค์ท่านก็พยายาม อธิบายเหตุผล เพราะฉะนั้นก็ต้องขอให้อดทนฟังกันบ้างนะครับ ฉะนั้นจ่าประสิทธิ์ ผมว่าพอแล้วกระมังครับ เพราะว่าอาจารย์ผ่องศรีท่านรอนานแล้ว ท่านยกมือจนเหนื่อยแล้ว คือเมื่อกี้ท่านบุญยอดท่านก็บอกว่าท่านได้อภิปรายถึงเรื่องของประสิทธิภาพในการใช้จ่ายเงิน มันก็เป็นสิทธิของท่านกรรมาธิการและท่านสมาชิกที่นั่งอยู่ในนี้ ที่ท่านโน้มน้าวอยู่ว่า ในมาตรานี้พอเวลาโหวตจะเอาตามกรรมาธิการเสียงข้างมากหรือเสียงข้างน้อยเท่านั้นเอง
นิดเดียว ๆ
ถ้าท่านพูดไปเดี๋ยวก็กระทบกันไปกระทบกันมามันเดินไม่ได้
ผมสุภาพบุรุษอยู่แล้ว นิดเดียวครับ
เชิญครับ เดี๋ยวท่านอลงกรณ์ เอาทีละท่านก่อน เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม จ่าสิบตํารวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดสุรินทร์ ผมต้องชี้แจงกรณีที่คุณบุญยอดพาดพิง ผมนี่ได้รับเลือกตั้งเป็น ส.ส. มาทําหน้าที่แทนพี่น้องประชาชนในสภา หากผมใช้สิทธิของผมตามข้อบังคับนี่ถ้าผมทําผิด เกินคําพูด หรือใช้คําพูดไม่สุภาพ หรือล่วงเกิน ท่านประธานให้ถอนผมก็ถอน และผมก็ยืนยันว่า ผมทําหน้าที่แทนพี่น้องประชาชน แต่วันนี้คุณบุญยอดกินยาผิดขวดหรือเปล่ามาท้าผมชก ท้าต่อย หรือถ้าเกิดมีอะไรขึ้นในสภานี้โทษผมล่ะ
เอาละ พอแล้วนะครับ
เหมือนกับว่านักเลง ท้าผมชกต่อย ผมจะบอกว่าผมไม่ใช่นักเลง
ไม่ใช่หรอกครับ ไม่ใช่ก็นั่งลงครับ พอแล้ว ผมว่าพอสมควรแล้วละครับ นั่งลงครับ เดี๋ยวทีละท่านก่อนนะครับ คืออย่างนี้ เดี๋ยวนะครับ ท่านอลงกรณ์เดี๋ยวสักพักหนึ่งก่อน เดี๋ยวให้ทางท่านกรรมาธิการก่อน เชิญครับ
ขอบคุณท่านประธานครับ ผม บุญยอด สุขถิ่นไทย พรรคประชาธิปัตย์ บัญชีรายชื่อ ผมพูดผ่านท่านประธานไปยังอดีต จ่าสิบตํารวจ ประสิทธิ์อีกครั้งนะครับ ผมบอกว่าที่นี่ไม่ใช่ที่ที่สําหรับการมาพิสูจน์กันว่า ใครเป็นลูกผู้ชายมากกว่ากัน ผมจะไม่ไปชกกับท่านเพื่อพิสูจน์เรื่องต่าง ๆ เหล่านี้ ท่านต้องแปลความให้ถูกนะครับ เวลาท่านฟังนี่ท่านต้องตั้งใจครับ ไม่อย่างนั้นท่านก็จะลุกขึ้น ประท้วงซ้ําซากอย่างนี้ครับ ขอบพระคุณครับท่านประธาน
ขอบคุณมากครับ ท่านจากจังหวัดอุทัยธานีก่อนนะครับ
กราบเรียนท่านประธานครับ ผมชื่อ กุลเดช พัวพัฒนกุล จังหวัดอุทัยธานี พรรคประชาธิปัตย์ กุลเดชครับท่าน ท่านประธาน ยังไม่ได้วินิจฉัยประเด็นของผมเลยครับ ให้จ่าประสิทธิ์ถอนคําพูดที่เรียกเจ๊ยอดครับ ถือว่าเป็นการเสียดสีครับ
ได้พูดไหมครับ ผมฟังไม่ทัน ถ้าพูดก็ถอนไปเถอะครับ
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม จ่าสิบตํารวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดสุรินทร์ ผมบอกแล้วว่าผมเป็นลูกผู้ชายพอ และผมทําหน้าที่ในสภา สิ่งไหนที่ผมพูดเกินเลย ผมก็ยินดีถอน ทีนี้ท่านฟังนิดเดียว
เดี๋ยวท่านถอนใช่ไหมครับ
ท่านบุญยอดเขาก็บอกว่า ลูกผู้ชายพอเขาไม่ถือสา คนอื่นอะไรล่ะ
ท่านถอนใช่ไหมครับ
ผมถอนถ้าผมพูดเลยเถิด คือลูกผู้ชายอย่างผมนี่
เอาละครับ ขอบคุณมากครับ เชิญท่านครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ผม อรรถพร พลบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ผมประท้วงท่านประธานตามข้อบังคับ ข้อ ๘ ในเรื่องการใช้อํานาจวินิจฉัยและการควบคุม การประชุมให้สภาแห่งนี้ดําเนินไปด้วยความเรียบร้อย เราประชุมอภิปรายงบประมาณ วาระที่สองมาวันนี้ย่างเข้าวันที่ ๒ บรรยากาศเป็นไปด้วยความเรียบร้อยครับ อาจจะมีหนักบ้างเบาบ้างนั่นก็เป็นกระบวนการวิธีการตรวจสอบซึ่งเป็นประโยชน์ กับพี่น้องประชาชน ผมไม่อยากให้ใครบางคนพกองครักษ์หัวโกร๋นที่มาขัดขวางการทําหน้าที่ ของ ส.ส. ฝ่ายค้านซึ่งเป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชน และเมื่อประธานได้สั่งการให้หยุด องครักษ์หัวโกร๋นก็ไม่ยอมหยุดนะครับ
ท่านครับ ขอความกรุณาถ้าจะประท้วงประธานเรื่องการควบคุมท่านก็บอกควบคุมเถอะครับ อย่าไปใช้คําว่าองครักษ์อะไรมันกระทบกระทั่งกันนะครับ มันก็จะเป็นอย่างที่ท่านพูดนี่ ก็เหมือนกับจะไปให้อีกฝั่งหนึ่งลุกขึ้นมา ท่านก็ประท้วงผมเลยว่าข้อ ๘ ผมควบคุมอย่างไร ท่านก็บอกมา
ก็ขอให้ท่านประธานได้ใช้อํานาจควบคุมครับ และถ้าใครไม่เชื่อฟังก็นิมนต์ไปอยู่ที่ชอบที่ชอบเถอะครับ
ได้ครับ ผมจะวินิจฉัยนะครับ คือผมก็ควบคุมตามปกติ เพราะว่าแต่ละท่านก็ปฏิบัติตาม ข้อบังคับก็ถือว่าเป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว เชิญอาจารย์ผ่องศรีครับ เปลี่ยนบรรยากาศบ้าง ฟังอาจารย์ผ่องศรีพูดหน่อย
กราบขอบพระคุณค่ะ กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน ผ่องศรี ธาราภูมิ กรรมาธิการ ดิฉันขอใช้สิทธิกรรมาธิการ เสียงข้างน้อยนะคะ
เดี๋ยวครับอาจารย์ผ่องศรีรบกวนนิดหนึ่ง ผมจะแจ้งก่อน เดี๋ยวท่านสมาชิกไม่รู้ลําดับ จะเสียเวลาท่านนะครับ หลังจากที่อาจารย์ผ่องศรีแล้วจะเป็นคุณหมอเชิดชัย ตันติศิรินทร์ แล้วก็มาท่านสุรเชษฐ์ แวอาแซ คุณหมอวรงค์ เดชกิจวิกรม อาจารย์รัชฎาภรณ์ แก้วสนิท ท่าน ส.ส. อัญชลี วานิช เทพบุตร ท่านจุติ ไกรฤกษ์ แล้วก็จะมาเป็นท่านสมาชิกที่ไม่ได้แปรญัตติคือ ท่านศรัณย์วุฒิ ศรัณย์เกตุ เนื่องจากมาตรานี้มีการปรับลดลงไปนะครับ ตามลําดับนี้ ท่านจะได้รู้ลําดับของแต่ละท่าน ส่วนกรรมาธิการตอบทีเดียวได้ไหมครับ ผมไม่อยากให้ตอบไป มันจะเสียเวลานะครับ เชิญอาจารย์ครับ
กราบขอบพระคุณอีกครั้งหนึ่งนะคะ จริง ๆ ดิฉันเกรงใจเวลาของสภาเป็นอย่างยิ่ง แต่ว่าดิฉันก็มีความจําเป็นที่จะต้องลุกขึ้นชี้แจง แสดงเหตุผลว่าทําไมจึงได้ยืนยันในการสงวนความเห็นในการปรับลดงบประมาณในมาตรา ๕ สํานักนายกรัฐมนตรีซึ่งได้เสนอเข้ามาก็คือ ๒๕,๓๘๑,๖๖๕,๕๐๐ บาท แต่ว่ากรรมาธิการ แม้ว่าจะได้ปรับลดลงไปบางส่วนคือเหลืออยู่ ๒๕,๒๔๖,๘๑๗,๓๐๐ บาท ดิฉันก็ยังเห็นว่า ยังมีงบประมาณอีกหลายส่วนที่ยังสามารถปรับลดได้ แล้วก็มีข้อสังเกตที่สําคัญที่จะได้ชี้แจง
ประเด็นแรก ดิฉันขอกราบเรียนว่าในส่วนสํานักนายกรัฐมนตรีนี้คือ ศูนย์กลางของอํานาจ แล้วก็เป็นหัวใจของการบริหารราชการแผ่นดิน มีหน่วยงานในกํากับ มากกว่า ๒๐ หน่วยงาน แล้วก็มีกองทุนในการดูแลอีกมากมาย ดังนั้นหน่วยงานนี้ องค์กรนี้ มาตรานี้จึงสําคัญมาก ดิฉันขอเรียนสั้น ๆ แล้วกันนะคะ เพราะถ้าไล่ลงทุกเรื่องเวลาคงไม่พอ มี ๒ โครงการอย่างน้อยที่อยากกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังสมาชิก แล้วก็พี่น้องประชาชน ได้รับทราบ ดิฉันอยากจะเรียกว่าเป็นโครงการบรรทัดเดียวค่ะ โครงการบรรทัดเดียวเป็นอย่างไร ถ้าท่านได้ลองเปิดเข้าไปดูก็จะมีหลายอย่างนะคะ ยกตัวอย่างเช่นโครงการพัฒนาเมือง ที่อยู่ในสํานักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี โครงการนี้ดิฉันก็ตามมาตั้งแต่ปีที่แล้ว เดี๋ยวรายละเอียด อาจจะมีเพื่อนสมาชิกได้สอบถามรายละเอียดด้วย ดิฉันก็กราบเรียนว่าปีที่แล้วปี ๒๕๕๕ งบประมาณปีที่แล้วขอมา ๙๐๐ ล้านบาท มาในช่วงท้าย ๆ ของเวลา จะหมดเวลาของกรรมาธิการเช่นกัน ดิฉันก็สอบถามไปว่า ๙๐๐ ล้านบาทเอาไปทําอะไร ปีที่แล้วก็ยังไม่ได้คําตอบนะคะ ปีนี้เสนอขอเข้ามาอีก ๖๐๐ ล้านบาท เมื่อเข้ามาถึงในชั้นกรรมาธิการก็มาช่วงท้าย ๆ เช่นกัน แต่ดิฉันก็ขอเรียนถามว่า ปีที่แล้วยังไม่ตอบเลย ๙๐๐ ล้านบาท ปีนี้มาขอ ๖๐๐ ล้านบาทจะเอาไปทําอะไร ต้องชี้แจงดิฉันให้ได้ ก็ได้คําตอบมาเล็กน้อยแต่ยังไม่ได้รายละเอียด ซึ่งเดี๋ยวดิฉันจะได้ชี้แจง ทีเดียวเลยว่าดิฉันขอเอกสารอะไรไปบ้างแล้วยังไม่ได้ สรุปว่ากรรมาธิการตัดไป ๒๐๐ ล้านบาท เหลือ ๔๐๐ ล้านบาท อันนี้ประเด็นที่ ๑ นะคะ เป็นตัวอย่างของโครงการบรรทัดเดียว
อีกโครงการหนึ่ง ก็คือโครงการที่ท่านกรรมาธิการบุญยอดได้พูดไปแล้วก็คือ โครงการในการประชาสัมพันธ์ภาพลักษณ์ประเทศไทย ๕๐๐ ล้านบาทที่อยู่ในสังกัดของ สํานักงานปลัดสํานักนายกรัฐมนตรี ในแผนงานนี้ดิฉันอยากจะให้ข้อสังเกตด้วย เพราะว่า ถ้าใครไปเปิดดูเล่มงบประมาณก็จะเขียนว่าอยู่ในแผนงานที่ ๒ ของสํานักงานปลัด สํานักนายกรัฐมนตรี ใช้ชื่อว่าแผนงานเทิดทูน พิทักษ์ รักษาสถาบันพระมหากษัตริย์ ถ้าอ่านเพียงเท่านี้ใครมาดูตัวเลขก็คงคิดว่างบประมาณอันนี้เอาไปใช้ในเรื่องของกิจกรรม เทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ ดิฉันขอกราบเรียนผ่านท่านประธานไปยังทุกท่านเลยนะคะว่า ไม่มีรายการใดของแผนงานนี้ที่เกี่ยวข้องกับกิจการพิทักษ์ เทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ แต่ว่าใช้ชื่อแผนงานนี้ เมื่อลงไปดูรายละเอียดของแผนงานก็มีโครงการใหญ่ ๆ อยู่ ๒ เรื่องค่ะ
เรื่องแรก ดิฉันก็สนับสนุน ไม่ปรับลดนะคะ เป็นเรื่องของค่าใช้จ่ายในการฉลอง พระชันษา ๑๐๐ ปี สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ซึ่งของบมา ๑๐๑ ล้านบาท อันนี้ทั่วประเทศ เฉลิมฉลองดิฉันก็เห็นด้วยนะคะ เพราะว่า พระองค์ท่านสมเด็จพระสังฆราชนั้นเป็นผู้ที่มีคุณูปการ แล้วก็ปีนี้ฉลองพุทธชยันตีก็ถือว่า เป็นโอกาสที่เราชาวพุทธจะได้มาน้อมนําเรื่องของหลักปฏิบัติ โครงการนี้ดิฉันไม่ติดใจนะคะ
ที่ติดใจโครงการบรรทัดเดียวก็คือโครงการค่าใช้จ่ายในการประชาสัมพันธ์ ภาพลักษณ์ประเทศไทย ๕๐๐ ล้านบาท เมื่อหน่วยงานสํานักงานปลัดสํานักนายกรัฐมนตรี เข้ามาชี้แจงดิฉันขอรายละเอียดตอนแรกไม่มีเลยนะคะ เราต้องแขวนงบประมาณไว้ อยากจะให้เพื่อนสมาชิกได้รับทราบว่ากรรมาธิการพยายามทําหน้าที่แขวนงบประมาณไปก่อน พอกลับเข้ามาบอกว่าเดี๋ยวให้กลับเข้ามาไปหารายละเอียดมาชี้แจง ก็ได้เอกสารมา ๒ แผ่น พร้อมกับเอกสารประกอบเล็กน้อยซึ่งไม่ค่อยได้ให้รายละเอียดมากนัก นอกจากนั้น งบประมาณอันนี้ดิฉันก็เข้าใจว่ามีความจําเป็น ท่านรัฐมนตรีก็อาจจะตอบว่าจําเป็น แต่ที่หลายท่านได้ตั้งข้อสังเกตไว้เมื่อวานว่าเรื่องภาพลักษณ์ประเทศไทยนั้นมีอยู่ทั้งใน การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ๑,๐๐๐ กว่าล้านบาท แล้วก็อยู่ที่กระทรวงการต่างประเทศ ก็มีอยู่หลายหน่วยงาน ดิฉันก็อยากจะกราบเรียนว่านี่คือตัวอย่างที่ดิฉันบอกว่างบประมาณ ของสํานักนายกรัฐมนตรีก็น่าจะปรับลดลงได้
นอกจากนั้นก็ยังมีงบประมาณที่อยากจะกราบเรียนว่ามันซ้ําซ้อน อาจจะไปเกื้อหนุนปรับลดได้ อยู่ในแผนงานพัฒนาศิลปหัตถกรรมและผลิตภัณฑ์ชุมชน ก็คือการส่งเสริมเรื่องของสินค้าหนึ่งตําบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ที่ตั้งไว้ปีนี้ที่สํานักงานปลัด สํานักนายกรัฐมนตรี ๓๐๑ ล้านบาทนะคะ ดิฉันเองให้ความสําคัญแล้วก็สนับสนุนด้วย เรื่องหนึ่งตําบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ แต่ว่าสิ่งที่ดิฉันท้วงติงก็คือปีที่แล้วก็ขอไป ๓๐๐ ล้านบาท ดิฉันถามว่าปีที่แล้ว ๓๐๐ ล้านบาทเอาไปทําอะไร ก็ได้คําตอบว่าจัดงานไป ๔ ครั้ง ในการจัดงานแสดงสินค้าโอทอป (OTOP) แต่ละครั้งไม่ได้ใช้งบของสํานักงานปลัด สํานักนายกรัฐมนตรีอย่างเดียวนะคะ งบประมาณยังมาจากกรมการพัฒนาชุมชน ยังมาจาก งบของแต่ละจังหวัด ยังมาจากกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ดังนั้นถ้าเราบริหารจัดการ งบประมาณอันนี้ให้มีประสิทธิภาพดิฉันก็เชื่อว่าจะปรับลดลงได้อีก นี่ก็คือตัวอย่าง
นอกจากนั้นแล้วก็ขออนุญาตไปที่สํานักงบประมาณนิดหนึ่งนะคะ อยู่ที่สํานักนายกรัฐมนตรี ด้วยความเคารพท่านรัฐมนตรีด้วย แล้วก็ผู้ปฏิบัติงาน ท่านผู้อํานวยการสํานักงบประมาณทุกท่าน หลายท่านตั้งแต่เมื่อวานพูดว่ากรรมาธิการ ทวงเอกสารบ้างไหม ทําอะไร สํานักงบประมาณในฐานะเลขานุการของคณะกรรมาธิการวิสามัญ ดิฉันเองก็อยู่ในฐานะผู้ช่วยเลขานุการด้วย แล้วก็ทําหน้าที่กรรมาธิการด้วย เมื่อเช้านี้ มีท่านกรรมาธิการเสียงข้างมากบอกว่าให้สมาชิกที่ทวงถามเอกสารมาถามกรรมาธิการ พรรคฝ่ายค้านสิว่าได้ทวงบ้างหรือไม่ เอกสารที่อยู่ในมือของดิฉันขณะนี้คือเฉพาะรายการ ที่ดิฉันขอเอกสารไปเพื่อประกอบการพิจารณา มีทั้งรายการที่ส่งมาแล้วและรายการที่ยังไม่ส่ง ซึ่งมีจํานวนมาก ดิฉันขอกราบเรียนว่าทุกครั้งที่ดิฉันขอเอกสารดิฉันไม่ได้ขอไปเพื่อประโยชน์อื่นใด นอกจากเอามาทํางานนะคะ ขออนุญาตเป็นตัวอย่างเฉพาะของกระทรวงด้วยนะคะว่า เอกสารสําคัญโดยเฉพาะเรื่องที่พวกเราต้องการตรวจสอบนี่มีอะไรบ้าง ดิฉันขอไปที่ สํานักงานปลัดสํานักนายกรัฐมนตรีเรื่องผลการดําเนินงานโครงการโฉนดชุมชน ซึ่งพี่น้องประชาชนติดตามก็ยังไม่ส่งมานะคะ เมื่อเช้าหรือเมื่อวานดิฉันก็ยังไปตามที่ สํานักงบประมาณอยู่ว่ามาหรือยัง ก็ยังไม่มานะคะ ปีนี้สํานักงานปลัดสํานักนายกรัฐมนตรี ของบประมาณมา ๕๐๐ ล้านบาท ขอเรื่องการจัดเงินรางวัลให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ๕๐๐ ล้านบาท ดิฉันก็ขอไปว่าแล้วปีที่แล้วปี ๒๕๕๔ ที่มอบรางวัลไปก็ขอไป ๕๐๐ ล้านบาท องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ไหนบ้างที่ได้รับรางวัล ก็ยังไม่ได้รับนะคะ นอกจากนั้น เมื่อสํานักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีเข้ามาชี้แจง โดยเฉพาะซึ่งท่านรับผิดชอบมีงบประมาณ ที่ขอไปเรื่องของการบริหารจัดการน้ําหรือ กบอ. ของบไปด้วยปีนี้นะคะ ดิฉันก็ขอเรื่องของ ทีโออาร์ (TOR) ฉบับภาษาไทยที่เปิดโอกาสให้ต่างชาติเข้ามาประมูลโครงการบริหารจัดการน้ํา ก็ยังไม่ได้รับ เมื่อตอนที่กรมเจ้าท่าหรือว่าหน่วยงานมาชี้แจงเรื่องการแก้ไขมติ ครม. เรื่องการจัดซื้อจัดจ้างวิธีพิเศษที่ให้อํานาจไปทํางานพิเศษนี่สํานักนายกรัฐมนตรีก็ขอมติ ครม. ไปก็ยังไม่ได้ เมื่อครั้งที่ท่าน ขออนุญาตที่เอ่ยนาม ท่านรองปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม ท่านไม่เสียหายนะคะ ท่านสุพจน์ โตวิจักษณ์ชัยกุล ในฐานะเลขานุการของ คณะกรรมการบริหารจัดการน้ําและอุทกภัยแห่งชาติมาชี้แจงในงบประมาณ ดิฉันขอเรื่อง แผนการบริหารจัดการน้ํา ขอเรื่องของโครงการที่เกี่ยวข้อง เนื่องจากดิฉันอยู่ในพื้นที่น้ําท่วม ดิฉันก็อยากจะรู้นะคะว่าตรงไหนจะท่วม ตรงไหนจะเป็นฟลัดเวย์ (Floodway) ตรงไหน จะเป็นพื้นที่น้ํานอง ตรงไหนจะเป็นแก้มลิง กรมชลประทานก็มาชี้แจง ดิฉันก็ขอพื้นที่น้ําท่วม พื้นที่รับน้ํา ตอนนี้ยังไม่ได้สักอย่างเลยนะคะ ดิฉันของบประมาณที่สํานักงบประมาณ เรื่องพระราชกําหนดเงินกู้ ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาทว่ามีภาพรวมอย่างไร จัดสรรอย่างไร ก็ยังได้แค่เป็นตัวเลขแต่ไม่ได้รายละเอียด อันนี้ก็ขอกราบเรียน นอกจากนั้นก็ยังมีที่ดิฉัน ขอเอกสาร อันนี้อยู่ในสํานักนายกรัฐมนตรีนะคะ คณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ หรือ ก.พ.ร. เข้ามาชี้แจง ปีนี้ ก.พ.ร. มีบทบาทมากเพราะว่าได้เสนอความเห็นให้กับ คณะรัฐมนตรีว่าควรจะยุบเลิกหน่วยงานไหน ควรจะปรับต้นสังกัดอย่างไร เพราะว่ามีการตั้ง หน่วยงานที่มีพันธกิจซ้ําซ้อน แล้วก็มีการให้ความเห็นเรื่องของการให้รางวัลโบนัสข้าราชการ ดิฉันก็ขอเอกสารไปหลายเรื่องไม่ได้รับกลับมาเช่นกันนะคะ นอกจากนั้นดิฉันก็ยังขอเอกสาร งบประมาณหน่วยงานที่มีเงินเหลือจ่าย บอกว่าหน่วยงานไหนที่ใช้เงินปี ๒๕๕๔ ไม่หมด แล้วเหลือจ่ายที่จะเอามาจ่ายโบนัสข้าราชการนี่ขอชื่อสิมีที่ไหนบ้าง แล้วก็อันไหนไม่มี ดิฉันก็จะได้ติดตามก็ไม่ได้นะคะ ก็อยากจะขอใช้เวลาเพราะว่าท่านประธานก็อาจจะเห็นนะคะว่า เพื่อนสมาชิกถามว่ากรรมาธิการทําหน้าที่หรือเปล่า ก็ขอโอกาสนี้ กระทรวงการต่างประเทศ ดิฉันก็ขอไปนะคะ ต้องฝากสํานักงบประมาณด้วย ภารกิจค่าใช้จ่ายทีมประเทศไทยที่ขอมา ๑๐๐ ล้านบาท ทีมประเทศไทยจะไปสร้างความเชื่อมั่นในต่างประเทศนี่ถามว่ามีค่าใช้จ่าย ดําเนินการอะไรบ้าง เพราะมีบรรทัดเดียวเช่นกัน ก็ไม่ได้นะคะ อันนี้ก็เป็นอีกตัวอย่างหนึ่ง ดิฉันของบประมาณที่ของบไปล้างหนี้ หนี้ที่เกิดจากโครงการที่ล้มเหลว โครงการแก้ปัญหา เมล็ดพันธุ์หญ้าล้นตลาดตั้งแต่ปี ๒๕๕๐ โครงการลําไย ปี ๒๕๔๘ อย่างนี้ดิฉันก็ยังไม่ได้เลย ถ้าดิฉันไล่ทั้งหมดเอกสารทั้งปึกนี้ดิฉันยังไม่ได้เอกสาร ดิฉันก็ขอกราบเรียนว่าดิฉันยังรออยู่นะคะ เพราะว่าการพิจารณางบประมาณแม้จะเสร็จสิ้นแล้ว แต่ว่าภารกิจของพี่น้องประชาชน ที่เป็นเจ้าของเงินภาษีพวกเราเองก็ต้องช่วยกันตรวจสอบ ดิฉันจึงขอกราบเรียนท่านประธาน ผ่านไปยังเพื่อนสมาชิกว่าด้วยเหตุดังกล่าวดิฉันจึงต้องขอยืนยันว่าดิฉันขอสงวนความเห็น ปรับลดงบประมาณของสํานักงานปลัดสํานักนายกรัฐมนตรีร้อยละ ๕ ขอกราบขอบพระคุณค่ะ
เดี๋ยวเรื่องเอกสารเชิญท่านยุทธพงศ์จะได้ชี้แจงให้เข้าใจไม่เสียเวลาในการประชุม เชิญครับ
นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร (กรรมาธิการ) : กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดมหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ในฐานะกรรมาธิการ ผมต้องกราบเรียนท่านประธานว่าทางกรรมาธิการขอโอกาสท่านประธาน แล้วก็ขอโอกาสสภาได้ชี้แจงนะครับ เนื่องจากว่าตั้งแต่เริ่มประชุมเวลาประมาณ ๐๙.๓๐ นาฬิกา ทางกรรมาธิการยังไม่ได้มีโอกาสได้ชี้แจงในประเด็นต่าง ๆ ที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และกรรมาธิการเสียงข้างน้อยได้ถามหลายอย่าง หลายประเด็น
ผมขอเริ่มตั้งแต่ประเด็นแรกเลยนะครับ เรื่องประธานในที่ประชุมครับ ต้องกราบเรียนท่านประธานอย่างนี้ครับว่าท่านรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังท่านเป็นประธาน แล้วก็มีรองประธาน อันดับที่ ๑ อันดับที่ ๒ อันดับที่ ๓ อันดับที่ ๔ อันดับที่ ๕ อันดับที่ ๖ อันดับที่ ๗ เรียงลําดับไป แต่ท่านประธานครับ ในการทํางานในกรรมาธิการท่านประธานก็ทราบเป็นอย่างดีว่าเราไม่ได้มีการแบ่งพรรค เราถือว่าเราเป็นกรรมาธิการก็มีการผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันมาทําหน้าที่ประธาน เมื่อเช้า ที่ท่านกรรมาธิการ ท่านพิเชษฐ พันธุ์วิชาติกุล ผมขออนุญาตที่เอ่ยนาม ที่ท่านบอกว่า ท่านเป็นรองประธานในอันดับที่ ๗ แล้วก็ท่านได้มาทําหน้าที่ประธาน ผมต้องกราบเรียน ท่านประธานและขอเรียนชี้แจงว่าจริง ๆ แล้วยังมีรองประธานก็คือท่านทนุศักดิ์ เล็กอุทัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ซึ่งท่านก็มาอยู่เป็นประจํา แต่ว่าบางครั้งท่านพิเชษฐ เป็นประธาน ท่านรัฐมนตรีทนุศักดิ์ท่านก็ให้เกียรติท่านพิเชษฐ ผมยกอีกตัวอย่างครับ รองประธาน อันดับที่ ๖ ก็คือท่านประธานวิปรัฐบาล ท่านอุดมเดช รัตนเสถียร ท่านก็มา อยู่เป็นประจํา แต่ว่าก็ด้วยให้เกียรติ บางครั้งท่านพิเชษฐท่านนั่งเป็นประธานในที่ประชุม ท่านอุดมเดชท่านก็ไม่ไปนั่งเป็นประธาน แต่ก็ต้องกราบเรียนท่านประธานนะครับว่า ในการทํางานในคณะกรรมาธิการเราให้เกียรติซึ่งกันและกัน เราไม่มีการแบ่งแยกว่าเป็น พรรคฝ่ายค้านหรือเป็นพรรครัฐบาล ผมต้องกราบเรียนท่านประธานนะครับว่าเหตุใด รองประธาน อันดับที่ ๗ ถึงไปทําหน้าที่ประธาน ถ้าเราจะไปแบ่งแยกว่าเป็นพรรครัฐบาล เป็นพรรคฝ่ายค้าน รองประธาน อันดับที่ ๗ คงไม่มีโอกาสได้มาทําหน้าที่นะครับ
ประเด็นต่อมา ในเรื่องเอกสารต่าง ๆ ผมก็ต้องกราบเรียนท่านประธานนะครับว่า การพิจารณางบประมาณ ๒.๔ ล้านล้านบาท แล้วก็กรรมาธิการก็มาจากทุกพรรคการเมือง และมีตัวแทนจากคณะรัฐมนตรีมา เอกสารต่าง ๆ ต้องเรียนท่านประธานว่าก็มีการขอเอกสาร ซึ่งกรรมาธิการแต่ละท่านก็มีความสนใจแตกต่างกันไป โดยกรรมาธิการจากซีกฝ่ายค้าน ก็จะขอเอกสารเป็นจํานวนมาก แต่ในที่ประชุมของคณะกรรมาธิการเราก็มีมาตรการครับว่า ให้เวลาหน่วยงานส่งเอกสารภายใน ๓ วันทําการ และถ้ากรรมาธิการท่านใดสนใจ ในหน่วยงานกระทรวงใด ๆ ท่านก็สามารถขอเอกสารล่วงหน้า ๓ วันทําการก่อนที่กระทรวงนั้น ๆ จะเข้าชี้แจง และถ้าไม่ส่งเอกสารให้ก็จะมีการให้แขวนหน่วยงานนั้นยังไม่ให้ชี้แจง ซึ่งตรงนี้เราก็มีมาตรการนะครับ ส่วนเอกสารต่าง ๆ ที่ท่านกรรมาธิการคือท่านผ่องศรี ขออนุญาตที่ได้เอ่ยนามนะครับ ที่ท่านได้บอกลําดับรายการว่ามีเอกสารอันใดบ้างที่ท่านยังไม่ได้ ท่านเองก็เป็นผู้ช่วยเลขานุการ ซึ่งผมเชื่อว่าท่านเองก็สามารถที่จะติดตามเอกสารตรงนี้ได้ แต่ว่าผมก็ต้องเรียนท่านประธานนะครับว่าทางสํานักงบประมาณแล้วก็ส่วนราชการ ก็ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดีในการส่งเอกสารต่าง ๆ
ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตได้ใช้เวลาสภาได้ชี้แจงเกี่ยวกับเรื่องงบกลาง รายการเงินสํารองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจําเป็น ซึ่งมันต่อเนื่องจากที่ทางท่านวิทยา ได้ถามไว้ตั้งแต่เมื่อวานตอนเย็น แล้วก็ได้เอกสารมาในช่วงเช้าวันนี้หลังจากเริ่มประชุมไปแล้ว เอกสารนี้อยู่ในมือผมนะครับ ผมก็เพิ่งได้รับพร้อมกับท่านวิทยานะครับ ทีนี้ต้องเรียน ท่านประธานอย่างนี้ครับว่าแล้วที่ผมจะชี้แจงต่อไปนี้มันก็เกี่ยวข้องกับมาตรา ๕ สํานักนายกรัฐมนตรี เกี่ยวข้องกับสํานักงบประมาณ คือประเด็นคําถามจะเกี่ยวเนื่องกัน ระหว่างมาตรา ๔ กับมาตรา ๕ เรื่องงบกลาง แต่ทีนี้ผมต้องขอเรียนท่านประธานครับว่า สิ่งที่ผมจะชี้แจงต่อไปนี้อาจจะไม่ถูกใจในซีกของพรรคฝ่ายค้านบ้าง แต่ว่าขอให้ท่านฟังก่อน เพราะว่าตั้งแต่ช่วงเช้ามาทางรัฐบาลก็ถูกกล่าวหาไปหลายอย่างว่ามีการกู้ โกง กินเปอร์เซ็นต์ อะไรต่าง ๆ ซึ่งทางกรรมาธิการพวกผมก็ได้นั่งฟังอยู่ตลอด ผมต้องเรียนอย่างนี้ครับว่า ที่ท่านถามไว้ว่างบกลางของปี ๒๕๕๕ ๖๖,๐๐๐ ล้านบาทที่ขณะนี้อนุมัติใช้จ่ายไปแล้ว ๒๙,๗๒๓ ล้านบาทนี่เอาไปทําอะไรบ้าง ผมต้องเรียนอย่างนี้ครับว่าส่วนหนึ่งเอาไปใช้หนี้เก่าที่รัฐบาลที่แล้วทําเอาไว้ เนื่องจากอะไรครับ เนื่องจากงบประมาณปี ๒๕๕๔ ที่มีการเลือกตั้งเมื่อวันที่ ๓ กรกฎาคม แล้วมีรัฐบาลใหม่ แล้วก็เกิดภาวะน้ําท่วม ปรากฏว่าเงินงบกลางใช้ไปหมด แล้วส่วนหนึ่งก็ต้องตั้งงบปี ๒๕๕๕ ไปจ่ายหนี้คืน ปี ๒๕๕๔ มีการใช้จ่ายเงินทดรองราชการซึ่งเป็นงบตัวเดียวกันไปถึง ๑๗,๐๐๐ ล้านบาท ที่ไปซื้อพวกยาฆ่าแมลง โรคระบาดด้านพืช ด้านสัตว์ต่าง ๆ ที่ผมได้กราบเรียนท่านประธานไปแล้วว่ามีการทุจริตกันอย่างมโหฬาร
ท่านประธานครับ มันมีโครงการอยู่โครงการหนึ่งเกี่ยวข้องกับงบประมาณ ปี ๒๕๕๖ ทีนี้ผมต้องกราบเรียนอย่างนี้ครับว่าโครงการนี้จะเกี่ยวข้องกับ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์และเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ครับ ผมขอความกรุณา ท่านฟังก่อนนะครับ คือโครงการนี้เขาเรียกว่าโครงการศูนย์ข้อมูลแรงงานแห่งชาติ ได้มีการขออนุมัติในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ ๓ พฤษภาคม ปี ๒๕๕๔ โครงการนี้ คนที่เสนอเข้าคณะรัฐมนตรีคือท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานในขณะนั้นก็คือ ท่านเฉลิมชัย ศรีอ่อน เป็นเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ หัวหน้ารัฐบาลที่ประชุมในขณะนั้น ก็คือท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ วันที่ ๓ พฤษภาคมนะครับ ก่อนที่จะมีการยุบสภา ๑ อาทิตย์ เพราะว่าท่านยุบสภาวันที่ ๑๐ พฤษภาคม ปี ๒๕๕๔ แล้วโครงการนี้เรียกว่า โครงการศูนย์ข้อมูลแรงงานแห่งชาติ มีการใช้จ่ายนะครับ บอกว่าคณะรัฐมนตรีได้มีการประชุม เมื่อวันที่ ๓ พฤษภาคม อนุมัติในหลักการโครงการศูนย์ข้อมูลแรงงานแห่งชาติ ตามที่กระทรวงแรงงานเสนอ ส่วนค่าใช้จ่ายในการดําเนินโครงการให้ใช้จ่ายจาก งบประมาณรายจ่ายประจําปี ๒๕๕๔ (งบกลาง) ในรายการเงินสํารองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉิน หรือจําเป็นเท่าที่จําเป็นภายในวงเงินไม่เกิน ๑๐๐ ล้านบาท ส่วนงบประมาณที่เหลือให้อนุมัติ ก่อหนี้ผูกพันข้ามปีถึงงบประมาณปี ๒๕๕๕ ปี ๒๕๕๖ ซึ่งก็เข้ามาถึงรัฐบาลชุดปัจจุบันนะครับ ผมต้องกราบเรียนท่านประธานนะครับว่าอย่างโครงการตรงนี้ศูนย์ข้อมูลแรงงานแห่งชาตินี่ ตอนที่กระทรวงแรงงานเข้ามาชี้แจงในกรรมาธิการก็ได้มีการซักถามว่าศูนย์ข้อมูลแรงงานแห่งชาติ มีความจําเป็นเร่งด่วนอย่างไรที่จะต้องมาใช้งบกลาง งบฉุกเฉิน ทั้งที่รัฐบาลในขณะนั้น ก็กําลังจะมีการยุบสภาในวันที่ ๑๐ พฤษภาคม อันนี้ก็มีการถามว่าอย่างนี้ถือว่าเป็น การทิ้งทวนงบประมาณไหมโครงการตั้ง ๔๐๐ ล้านบาท แล้วก็ไปก่อหนี้ผูกพันปี ๒๕๕๕ ปี ๒๕๕๖ ก็เป็นภาระให้กับรัฐบาลชุดปัจจุบัน ซึ่งท่านเซ็นสัญญาไปเรียบร้อย อนุมัติไปแล้ว มันก็เหมือนมัดมือชกครับ มาตรา ๕ สํานักงบประมาณที่ท่านรัฐมนตรีวรวัจน์ดูแลอยู่ ผมก็ถามว่าตรงนี้มันจะปรับลดได้ไหม มันจะทําอะไรได้บ้างไหมศูนย์ข้อมูลแรงงานแห่งชาติ ไปทําทําไมครับ ผมเรียนท่านประธานครับ โครงการนี้ทั้งหมด ๓๗๖ ล้านบาทครับ ผูกพันงบประมาณถึงปี ๒๕๕๖ โดยอนุมัติก่อนที่จะมีการยุบสภาเพียง ๑ อาทิตย์ ทั้งที่ท่านก็รู้อยู่แล้วว่าจะยุบสภาแล้วท่านไปใช้เงินฉุกเฉินเร่งด่วนจําเป็นนะครับ
(นายวรงค์ เดชกิจวิกรม ได้ยืนและยกมือขึ้น)
เดี๋ยวให้จบก่อนได้ไหมครับคุณหมอ ประท้วง นั่นสิผมอยากให้จบทีละท่านก่อนได้ไหม เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม นายแพทย์วรงค์ พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดพิษณุโลก ผมขออนุญาตประท้วง ท่านกรรมาธิการในข้อบังคับ ข้อ ๖๑ คือขณะนี้เป็นการอภิปรายรายมาตราของวาระที่สอง และขณะเดียวกันท่านกรรมาธิการกําลังมาอภิปรายในวาระเรื่องศูนย์ข้อมูลอะไรต่าง ๆ ซึ่งมันไม่ใช่ ผมกําลังคิดว่าขณะนี้เป็นเรื่องของงบประมาณ
ไม่อยู่ในประเด็นที่เรากําลังพูดมาตรา ๕ ใช่ไหมครับ
มันไม่ได้อยู่ในประเด็นที่กําลังอภิปราย กันอยู่ครับ คือเขาชี้แจงได้แต่ไม่ใช่มานั่งอภิปรายในรายละเอียดโครงการโน้นโครงการนี้ มันไม่ใช่ เข้าใจไหมครับท่านประธาน ถ้าอย่างนี้มันจะไปกันใหญ่ครับ
เดี๋ยวผมจะได้วินิจฉัย
คือผมต้องย้ํานะครับว่าท่านสามารถ ชี้แจงที่มาที่ไปของงบประมาณ แต่เวลามาอภิปรายในรายละเอียดนั้นมันไม่ใช่แล้วครับ ขอให้ท่านช่วยวินิจฉัยด้วยครับ ขอบคุณครับ
คืออย่างนี้ท่านกรรมาธิการครับ ท่านกําลังอธิบายถึงการใช้จ่ายงบกลางที่ท่านสมาชิกทั้งหลาย ได้ซักถามการใช้จ่ายงบกลางในปี ๒๕๕๕ เอาเฉพาะประเด็นที่มันผูกพันกันนะครับ อย่าเลยไปจนถึงว่าพอมันใกล้จะยุบสภาแล้วค่อยไป อันนั้นมันเป็นเรื่องของเราคิด เอาเฉพาะที่ผลต่อเนื่องเชื่อมโยงกันก็พอ ท่านสมาชิกจะได้รู้ว่าหลายท่านที่ถามเมื่อวานนี้ เรื่องงบกลางที่ใช้ไปแล้วประมาณ ๓๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทมันคืออะไร อันนี้คือส่วนหนึ่ง ท่านบอกอย่างนั้นก็พอแล้ว ส่วน ครม. ท่านจะมีมติอย่างไร ครม. เขารับผิดชอบของเขาเอง เชิญท่านวิทยาครับ
ท่านประธานครับ ผมเห็นด้วย กับข้อวินิจฉัยของท่านประธานครับ และผมคิดว่าไหน ๆ ก็ถึงงบกลางแล้วยังค้างของผมอยู่ ท่านประธานก็รับปากผมเมื่อคืนเรื่องเอกสารที่จะส่งนะครับ
อ๋อ เป็นเรื่องของกรรมาธิการเดี๋ยวเขาว่ากันเอง
แต่รับปากต่อหน้าท่านครับ รับปากต่อหน้าท่าน และเอกสารที่ส่งผมทั้งหมดไม่มีรายละเอียดเลยครับว่าท่านไปทําที่ไหน
ท่านวิทยาเอาอย่างนี้ได้ไหม
ท่านให้ผมจบก่อนสิครับ อย่าขัด
เชิญครับ
และเดี๋ยวสํานักงบประมาณ เตรียมมาชี้แจงด้วยนะครับ เพราะคนที่รู้เรื่องหมดคือสํานักงบประมาณว่าเอาไปทําที่ไหน ถ้าไม่ให้ท่านต้องชี้แจงว่าทําไมไม่ให้ จะได้ต่อเนื่องกันนะครับ
เดี๋ยวผมเชิญสํานักงบประมาณมาพบ เอาเฉพาะประเด็นที่ชี้แจงนะครับ คือข้อวิตกกังวล เดี๋ยวค่อยว่ากัน อย่างนั้นมันไม่จบ เดี๋ยวก็ลุกขึ้นประท้วงกันไม่จบ เชิญครับ เอางบกลางนะครับ
กราบเรียนท่านประธานครับ กระผม นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดมหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ในฐานะกรรมาธิการ ผมก็ขออนุญาตเรียนท่านประธานนะครับว่าได้ชี้แจง แต่เนื่องจากว่า งบประมาณก้อนนี้มันใช้งบปี ๒๕๕๖ แล้วก็ไปเกี่ยวข้องกับสํานักงบประมาณ สํานักนายกรัฐมนตรี ซึ่งกรรมาธิการก็ถามว่างบอย่างนี้มันไปเกี่ยวข้อง มันฉุกเฉิน จําเป็นเร่งด่วนอย่างไรถึงไปใช้งบกลาง แล้วก็ที่มีการถามกันว่า ๖๖,๐๐๐ ล้านบาท เอาไปทําอะไรบ้าง ใน ๖๖,๐๐๐ ล้านบาทก็ไปใช้หนี้เก่านี่แหละที่ทําเอาไว้ และขณะเดียวกัน ท่านรัฐมนตรีวรวัจน์ที่ท่านดูแลสํานักงบประมาณผมก็หารือท่านครับ ท่านก็บอกว่า ตรงนี้ก็ต้องดําเนินการไป เพราะว่าคณะรัฐมนตรีในสมัยรัฐบาลท่านอภิสิทธิ์ได้อนุมัติไว้แล้ว ก็ต้องดําเนินการไป แต่ว่าที่ท่านจะมากล่าวหาบอกว่ารัฐบาลชุดของท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ไปกู้มา มาโกง มากินอะไรต่าง ๆ นี่มันไม่ใช่นะครับ เรากู้มาเราก็ทําตามหลักกฎหมายนะครับ
ท่านกรรมาธิการครับ ท่านก็ชี้แจงไปอย่างงบกลางนี่ท่านก็อธิบายความไปเถอะครับว่า มันผูกพันตั้งแต่รัฐบาลที่แล้ว เขาอยากทราบเท่านั้นเองว่าใช้จ่ายงบกลางเป็นอย่างไร เท่านั้นเอง ถ้าผูกพันก็คือผูกพันมันก็ปรากฏตามเอกสารในงบประมาณอยู่แล้วนะครับ
ผมก็ต้องกราบเรียนนะครับว่า การใช้จ่ายเรื่องงบกลางก็มีการใช้จ่ายกันทุกยุคทุกรัฐบาลนะครับ เพียงแต่ว่ามันก็มีระเบียบ มีกติกา มีกฎหมายรองรับว่าจะเอาไปใช้จ่ายมันมีความจําเป็นอย่างไร ซึ่งทางกรรมาธิการก็เคารพ อย่างเรื่องศูนย์ข้อมูลแรงงานแห่งชาตินี่ซึ่งผมเองผมก็ไม่คิดว่ามันมีความจําเป็นเร่งด่วน ถ้ามันไม่มีจะเกิดความเสียหาย แต่ในเมื่อคณะรัฐมนตรีในสมัยท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เห็นชอบอนุมัติ พวกผมมาเป็นกรรมาธิการพวกผมก็ต้องดําเนินการต่อก็ไม่มีการปรับลด งบประมาณ ก็ต้องขอเรียนชี้แจงท่านประธานนะครับว่าการทํางานของคณะกรรมาธิการ เราก็ทํางานด้วยความรอบคอบ แล้วในการพิจารณาเราก็คํานึงถึงผลประโยชน์ของ พี่น้องประชาชน เราไม่ได้คํานึงถึงหรอกครับว่าโครงการนี้จะเป็นโครงการของรัฐบาลไหน ที่ทําขึ้นมาก่อน ขอขอบคุณครับท่านประธาน
เชิญคุณหมอเชิดชัยครับ
(นายจุติ ไกรฤกษ์ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
เดี๋ยวท่านจุติประท้วงก่อนครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผม จุติ ไกรฤกษ์ พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดพิษณุโลก ผมไม่อยากประท้วงท่านกรรมาธิการ ที่มาชี้แจงประเด็นเมื่อกี้นี้จนกว่าท่านจะชี้แจงเสร็จนะครับ แต่ประเด็นที่ผมขอประท้วงคือว่า ท่านกรรมาธิการนั้นชี้แจงผิดข้อบังคับ ข้อ ๖๑ ประเด็นก็คือว่าที่พวกผมถามไปนี่ ผมไม่กลัวนะครับ จะโครงการอะไรที่จะผูกพันนี่ลุยไปเลยครับ แต่ผมบอกท่านประธานว่า พวกผมถามนี่คือเรื่องของการโกงกินงบประมาณ ที่พวกผมถามว่าเงินเอาไปไหน ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ๒๗,๐๐๐ ล้านบาทจ่ายไปแล้วเหลืออีกเท่าไร แต่ว่ากลับมาเฉไฉ ชี้แจงเรื่องอื่น มันนอกประเด็นครับ ผมเลยประท้วงเอาไว้เป็นหลักฐานว่า
ท่านจุติท่านประท้วงอะไรครับ
ประท้วงว่าผู้ชี้แจงทําผิดข้อบังคับ ข้อ ๖๑ ชี้แจงนอกประเด็น ๒ มาตรฐาน เขาถามอย่างหนึ่ง ถามนกฮูกไปตอบนกแก้วมันก็ไม่ได้ครับ
เดี๋ยวผมจะได้วินิจฉัยครับ เชิญนั่ง คือท่านกรรมาธิการขอใช้สิทธิในการชี้แจงเรื่อง การติดตามเอกสารนะครับ อันที่ ๑ อันที่ ๒ ท่านก็พยายามอธิบายว่างบกลางในปี ๒๕๕๕ ซึ่งมันเกี่ยวข้องกับการบริหารงานของสํานักนายกรัฐมนตรีที่กํากับดูแลโดยเฉพาะ สํานักงบประมาณนี่ท่านก็บอกว่าส่วนหนึ่งท่านก็ยกตัวอย่างเช่นเป็นงบผูกพันของรัฐบาล ที่ผ่านมาก็เท่านั้นเอง ผมก็ถือว่าท่านยังอยู่ในประเด็นที่เราประชุมปรึกษาหารือกันอยู่ เชิญท่านกรรมาธิการฐิติมาสั้น ๆ ใช่ไหมครับ ผมอยากจะขอความร่วมมือได้ไหมครับว่าให้ฟัง ท่านสมาชิกให้จบก่อน คือถ้าเป็นอย่างนี้มันก็ติดใจกันไม่จบ เอาท่านฐิติมาก่อนนะครับ ท่านบอกสั้น ๆ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน ฐิติมา ฉายแสง กรรมาธิการ ดิฉันขออนุญาตใช้เวลาสั้น ๆ เท่านั้นเองที่จะพูดถึง เรื่องของงบประมาณ มาตรา ๕ สํานักนายกรัฐมนตรีนี้นะคะ เนื่องจากท่านบุญยอด สุขถิ่นไทย ขออนุญาตเอ่ยนามท่าน ท่านได้พูดถึงเรื่องของการใช้งบของท่านนายกรัฐมนตรี เราเองเป็นกรรมาธิการงบประมาณเราก็จะมีความละเอียดด้วยกันทั้งสิ้นนะคะ ท่านบุญยอดเอง ท่านก็ละเอียดที่ท่านจะนําไปเปรียบเทียบกับเรื่องของการเช่าเหมาลําเครื่องบิน ของท่านนายกรัฐมนตรี ซึ่งท่านได้หาข้อมูลมาว่าท่านนายกรัฐมนตรีใช้เงิน ๑๓ ล้านบาท ในการที่จะเดินทางไปทั้งระดับประเทศแล้วก็ระดับโลก นั่นคือการเดินทางไปประเทศอินเดีย แล้วก็เดินทางไปร่วมประชุมของเวิลด์ อีคะนอมิค ฟอรัม (World Economic Forum) ที่เมืองดาวอส ในกรณีนี้ดิฉันเองก็เข้าใจในการที่ท่านนํามาเปรียบเทียบกับท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ที่ท่านใช้เงินแค่เพียง ๕,๐๐๐,๐๐๐ บาท เพียงแต่ว่าอยากจะให้พี่น้องประชาชน ได้เข้าใจมากขึ้นด้วยว่าในการที่คณะกรรมาธิการต้องพิจารณาละเอียดนี่ ดิฉันเองก็พิจารณา ละเอียดเช่นเดียวกัน นั่นคืออะไร ท่านคะ การใช้งบประมาณของสํานักนายกรัฐมนตรีก็จะมี เรื่องที่ท่านนายกรัฐมนตรีจะต้องไปสร้างภาพพจน์ที่ดีให้กับประเทศชาติ อันนี้ทุกคนทราบอยู่ และการเดินทางไปประเทศอินเดียถึงแม้ว่าเป็นระดับประเทศ แต่ว่าประเทศอินเดีย เป็นประเทศที่ยิ่งใหญ่มาก เมื่อสักครู่ท่านจ่าประสิทธิ์บอกว่าเป็นเรื่องเล็ก ๆ ไปต่อว่าเขาว่า เป็นเรื่องเล็ก ๆ แล้วท่านบุญยอดเองก็บอกว่าไม่ใช่เรื่องเล็กมันเป็นเรื่องใหญ่ ดิฉันอยากจะเห็นด้วยกับท่านบุญยอดว่าเรื่องใหญ่จริง ๆ ค่ะ ใหญ่มาก ๆ เพราะอะไรรู้ไหมคะ การใช้งบประมาณ ๑๓ ล้านบาทในการเช่าเหมาลําเพื่อเดินทางไปประเทศอินเดีย และดับบลิวอีเอฟ (WEF) นั้น แต่คนในประเทศอินเดียมี ๑,๑๐๐ ล้านคน ถ้าเอา ๑,๑๐๐ ล้านคนมาหารกับ ๑๓ ล้านบาทมันตก ๑.๒ สตางค์ต่อหัวเท่านั้นเอง เพราะฉะนั้นการใช้งบประมาณของท่านนายกรัฐมนตรีนั้นถือว่าคุ้มมาก ๆ กับชื่อเสียง ของประเทศ อยากให้พี่น้องประชาชนได้เข้าใจว่าเวลาที่คณะกรรมาธิการได้คิดนั้น ก็ต้องคิดละเอียดเช่นเดียวกันนะคะ อยากให้ทุกคนรู้ ไม่ใช่ว่าเราจะต้องมานั่งเปรียบเทียบ แล้วจะเกิดปัญหา แต่ในขณะเดียวกันท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ไม่ได้เป็นแขกเกียรติยศ ของประเทศอินเดีย
เดี๋ยวท่านกรรมาธิการครับมีผู้ประท้วง เชิญท่านอรรถพรครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ผม อรรถพร พลบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ผมประท้วงท่านประธานตามข้อบังคับ ข้อ ๘ ในการควบคุมการประชุม ผมฟัง ท่านกรรมาธิการท่านนี้จากจังหวัดฉะเชิงเทราอภิปรายไพเราะครับ แต่ผมไม่แน่ใจว่า ท่านอภิปรายในสถานะอะไร คําถามที่ฝ่ายค้านตั้งคําถามก็คือว่าคณะกรรมาธิการ ได้ตรวจสอบเรื่องนี้อย่างละเอียดรอบคอบแค่ไหน อย่างไร แต่ท่านอภิปรายในสถานะ เหมือนเป็นรองโฆษกหรือเป็นโฆษกรัฐบาล ผมเชื่อว่าท่านได้อภิปรายผิดสถานะของท่าน และผมอยากให้ท่านประธานได้ควบคุมให้ท่านอภิปรายตอบข้อซักถามของฝ่ายค้าน อย่างตรงประเด็น ขอบคุณครับ
ท่านกรรมาธิการเอากระชับหน่อยได้ไหมครับ เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพคะ ดิฉัน ฐิติมา ฉายแสง ขณะนี้ดิฉันไม่ได้เป็นโฆษกรัฐบาลนะคะ แต่ ณ ขณะนั้นดิฉันเป็นโฆษกรัฐบาล ดิฉันจึงรู้ดีว่า การเดินทางไปของท่านนายกรัฐมนตรีนั้นเป็นอย่างไร แต่ดิฉันต้องการชี้แจงให้ทราบว่า คณะกรรมาธิการงบประมาณนั้นเขาต้องพิจารณาละเอียดอย่างนี้ละค่ะ ดิฉันก็ละเอียด ละเอียดกว่าด้วยโดยที่นําเงินนั้นมาหาร เพราะฉะนั้นการที่ท่านนายกรัฐมนตรีได้เป็นแขกเกียรติยศ ของประเทศอินเดียซึ่งมีประชากรถึง ๑,๑๐๐ ล้านคน แล้วใช้งบประมาณแค่นี้นี่นะคะ ดิฉันว่ามันยิ่งกว่าการคุ้มเสียอีกค่ะ ขอบพระคุณค่ะ
โอเคครับ เชิญคุณหมอเชิดชัยครับ เดี๋ยวนะครับ เอาอย่างนี้ได้ไหมครับ คือพูดถึงเล็กถึงน้อย ก็ไม่ได้แล้วจะให้ทําอย่างไรครับ อดทนหน่อยสิครับ อย่างเช่นอาจารย์ไตรรงค์ท่านแนะนําไว้ สภานี้มีมาให้ท่านพูดแล้วต้องอดทน คือผมอยากจะให้ทางผู้สงวนคําแปรญัตติได้พูดให้จบก่อน แล้วก็ท่านกรรมาธิการค่อยตอบทีเดียว ท่านรัฐมนตรีก็ค่อยตอบทีเดียวได้ไหมครับ คือเดี๋ยวพูดกันไปพูดกันมาท่านสมาชิกที่ขอแปรญัตติไว้ไม่ได้พูดเลย คือถ้าท่านฟังการตอบแล้ว เดี๋ยวให้จบก่อนแล้วค่อย ๆ ว่ากันเป็นท่าน ๆ ได้ไหม หรืออาจารย์ผ่องศรีว่าอย่างไรครับ คือผู้ตอบค่อยตอบทีเดียวได้ไหมครับ เดี๋ยวท่านตอบท่านสมาชิกก็ลุกขึ้นมาสวนอยู่อย่างนี้ ผมขอความร่วมมือนะครับ เชิญคุณหมอเชิดชัย
(จ่าสิบตํารวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
จ่าประสิทธิ์จะประท้วงอีกหรือครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม จ่าสิบตํารวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดสุรินทร์ ผมต้องขอใช้สิทธิที่ท่านกรรมาธิการเมื่อกี้พาดพิงถึงผม
คืออย่างนี้ เดี๋ยวจ่าประสิทธิ์ครับ คือการพาดพิงมันก็ต้องเสียหาย
เสียหายครับ
ความเห็นของกรรมาธิการกับของท่านไม่จําเป็นต้องเหมือนกัน ท่านกรรมาธิการอาจจะมองว่า เป็นเรื่องใหญ่ ท่านอาจจะมองว่าเป็นเรื่องเล็กน้อย ฉะนั้นความเห็นแตกต่างกัน คือมันเป็นวิธีการหนึ่งที่ท่านกรรมาธิการบุญยอดกําลังโน้มน้าวให้ที่ประชุมเขาได้เห็นว่า การใช้จ่ายเงิน เพื่อที่จะขอเสียงจากที่ประชุมแห่งนี้เวลาตอนโหวตให้เป็นไปตามท่าน
นิดเดียวครับท่านประธาน
ทีนี้เขาไม่เห็นด้วยกับท่านนี่ท่านก็จะบอกว่ามันเสียหายได้อย่างไรล่ะ
ผมก็ไม่ได้ว่าอะไร ที่ท่านไม่เห็นด้วย ที่ผมบอกว่าเรื่องเล็ก เรื่องใหญ่ ผมเปรียบเทียบระหว่างอภิสิทธิ์กับยิ่งลักษณ์
ไม่ครับ ผมไม่อนุญาตให้ท่านครับ คือถ้าใครเห็นตรงกันข้ามกันมันจะต้องมาเสียหายทุกเรื่องไม่ได้ ไม่มีความจําเป็น คือฝั่งนี้อาจจะเห็นแบบหนึ่ง ท่านต้องฟังนะครับ เขากําลังโน้มน้าวท่านอยู่ว่า ขอให้เป็นไปตามเขา ผมนั่งฟังมันก็ต้องวิเคราะห์อย่างนี้ อาจจะไม่ถูกต้องตามเราก็ไม่เป็นไร เชิญท่านวรวัจน์ครับ
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม วรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดแพร่ พรรคเพื่อไทย ในฐานะรองประธานคณะกรรมาธิการ ประเด็นเกี่ยวกับเรื่องของท่านนายกรัฐมนตรี ที่เดินทางผมคิดว่าเป็นความเข้าใจของพี่น้องประชาชนทั้งประเทศที่อยากเห็น ท่านนายกรัฐมนตรีเดินทางไปให้มากที่สุด ท่านนายกรัฐมนตรีทํางานเหนื่อย ไปเกือบทุกจังหวัดที่ไปได้ ไปเกือบทั่วโลก เพราะว่าวันนี้ทั่วโลกเองหลังจากที่ประเทศไทย มีความเป็นประชาธิปไตยมากขึ้นเราจะสังเกตเห็นได้ว่าท่านนายกรัฐมนตรีได้รับเชิญ ให้เดินทางไปต่างประเทศมาก ท่านไม่มีเวลาเดินทางไปท่องเที่ยวหรือพักผ่อนเลย ท่านเดินทางไปทํางานเพื่อคนไทยทั้งสิ้น อันนี้ก็คือสิ่งที่เราพี่น้องคนไทยทั้งประเทศ เลือกตั้งท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ขึ้นมาเป็นนายกรัฐมนตรี และเป็นความภาคภูมิใจ ของคนไทยทั้งประเทศ เพราะฉะนั้นเรื่องของการเดินทางมากเท่าไรผมคิดว่าเป็นเรื่องที่ดี
ผมขออนุญาตชี้แจงในเรื่องของโครงการภาพลักษณ์ประเทศไทยนิดหนึ่ง ที่คุณผ่องศรีพูดมา ผมเกรงว่าท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอาจจะไม่เข้าใจ จริง ๆ เมื่อวานนี้ ผมก็ชี้แจงไปพอสมควร แต่เนื่องจากว่าท่านบอกว่าให้ผมมารอชี้แจงในขั้นตอนของ การลงรายมาตรา ผมอยากจะขออนุญาตเรียนชี้แจงอย่างนี้ครับ งบประมาณโครงการ ประชาสัมพันธ์ภาพลักษณ์ของประเทศไทยได้ดําเนินการในรูปของคณะกรรมการ ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ ๑ พฤษภาคม ๒๕๕๕ แต่งตั้งคณะกรรมการกําหนดนโยบาย และยุทธศาสตร์การเสริมสร้างภาพลักษณ์และอัตลักษณ์ของประเทศไทย โดยเน้น ภาพลักษณ์ อัตลักษณ์ของประเทศ ครอบคลุมการค้า การลงทุน เกษตร อุตสาหกรรม การผลิต การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ ประกอบด้วยกิจกรรมสําคัญ ๓ โครงการ อันที่ ๑ คือผลิตสื่อประชาสัมพันธ์ทั้งในและต่างประเทศ อันที่ ๒ คือจัดประชุมสัมมนา เพื่อแสดงศักยภาพของประเทศไทยต่อนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศ อันที่ ๓ คือโรดโชว์ (Roadshow) เพื่อแนะนําประเทศไทยต่อผู้ประกอบการและนักลงทุนในต่างประเทศ ถามว่าโครงการอย่างนี้เคยเกิดขึ้นไหมในสมัยของรัฐบาลที่ผ่านมา เคยครับ ในสมัยเมื่อปี ๒๕๕๒ ท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ได้มอบหมายให้ท่านรัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี คุณสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ดูแลโครงการ ไปเอางบประมาณมาจากโครงการฟื้นฟู ความเชื่อมั่นและเสริมสร้างภาพลักษณ์ของประเทศวงเงิน ๓๒๕ ล้านบาท เอามาประชาสัมพันธ์ประเทศไทย คราวนี้ท่านดูโครงการครับมีลักษณะแตกต่างจากที่วันนี้ สํานักนายกรัฐมนตรีดําเนินการพอสมควร ในโครงการของปี ๒๕๕๒ ท่านเอามา ๑๗๕ ล้านบาท ท่านเอาไปใช้ในโครงการฉันรักประเทศไทย ท่านบอกครับ เนื่องจาก ปี ๒๕๕๑ ได้เกิดวิกฤติเศรษฐกิจโลกและวิกฤติการเมืองภายในประเทศไทยอย่างรุนแรง ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาทําให้ความเชื่อมั่นและภาพลักษณ์ของประเทศในสายตา ของคนไทยและนานาประเทศ ไม่ว่าเป็นนักธุรกิจ นักลงทุน ตลอดจนสื่อมวลชนต่าง ๆ เป็นไปในทางลบ ทําให้ประชาชนทั้งในประเทศและต่างประเทศขาดความเชื่อมั่น ต่อสภาพเศรษฐกิจ สังคม ว่าไป ท่านก็เลยไปเอางบประมาณจากกระทรวงการต่างประเทศ มาจัดโครงการฉันรักประเทศไทยใช้เงินลงไป ๒๔.๑ ล้านบาท ให้บริษัท อินเด็กซ์ อีเวนท์ เอเจนซี่ จํากัด (มหาชน) เป็นผู้ดําเนินการ นอกจากนั้นยังเอาไปทําโครงการยุทธศาสตร์ ประชาสัมพันธ์ผ่านระบบอินเทอร์เน็ต (Internet) อีก ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท โดยให้ บริษัท โธธ มีเดีย จํากัด เป็นผู้ดําเนินการ ขึ้นต้นเหมือนกันเลยครับ เนื่องจากในปี ๒๕๕๑ ได้เกิดวิกฤติเศรษฐกิจ ลอกกันมาเลย คือโครงการนี้ลอกกันมาหมดครับ แต่มาใช้เงิน ในลักษณะที่แตกต่างกัน มีอีกไหมครับ มีครับ เหมือนกันครับขึ้นต้นโครงการเหมือนกันเลย เริ่มต้นในปี ๒๕๕๑ เกิดวิกฤติเศรษฐกิจของโลก เหมือนกันลอกกันมาเลย แต่ว่าเป็นโครงการ จ้างทําสื่อประชาสัมพันธ์ทางโทรทัศน์ วิทยุ สื่อสิ่งพิมพ์ และป้ายโฆษณาตามโครงการ ประชาสัมพันธ์และเสริมสร้างความเชื่อมั่นภาพลักษณ์ของประเทศไทย ๓๙.๕๙ ล้านบาท อันนี้ก็โดยทางบริษัท วี แบงค็อค จํากัด เป็นผู้ดําเนินการ โดยงบประมาณที่เอามาจาก กระทรวงการต่างประเทศ มีอีกไหมครับ มีครับ โครงการจ้างดําเนินการประชาสัมพันธ์ เพื่อเผยแพร่ภาพลักษณ์ของประเทศผ่านสื่อต่างประเทศ ขึ้นต้นเหมือนกันครับ จากปี ๒๕๕๑ เกิดวิกฤติเศรษฐกิจโลกขึ้นเหมือนกันลอกกันมาเลย ก็ใช้การทําสื่อโดยมีบริษัท ดับเบิลยูพีพี (ประเทศไทย) จํากัด เป็นผู้ดําเนินการ โดยใช้งบประมาณที่เอามาจากกระทรวงการต่างประเทศ มีอีกไหมครับ มีครับ โครงการจ้างประชาสัมพันธ์โครงการไทยสามัคคีเข้มแข็ง ก็เหมือนเดิมครับ ก๊อบปี้โครงการมาแล้วก็เอามาใส่โครงการนี้โดยมีบริษัท วี แบงค็อค จํากัด มาดําเนินการ ใช้เงินเข้าไป ๑๓.๙ ล้านบาท มีอีกไหมครับ มีครับ การจ้างประชาสัมพันธ์ทางโทรทัศน์ วิทยุ สิ่งสื่อพิมพ์ และป้ายโฆษณา ระยะที่ ๒ อันนี้ใช้บริษัท มินดี แอ๊ดเวอร์ไทซิ่งใช้เงินไป ๑๒.๙ ล้านบาทก็ดําเนินการอย่างนี้นะครับ ในปี ๒๕๕๓ ก็มีอีกครับ การจ้างประชาสัมพันธ์ เผยแพร่ข่าวสารรัฐบาลผ่านระบบอินเทอร์เน็ต ระยะที่ ๒ โครงการนี้จริง ๆ เป็นโครงการของ ท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์โดยตรงเลย เพราะเป็นโครงการเรียกว่าพีเอ็มดอทจีโอดอททีเอช (pm.go.th) คือประชาสัมพันธ์ตัวนายกรัฐมนตรีโดยตรง ไม่ได้ประชาสัมพันธ์ประเทศ จริง ๆ ถ้าท่านดูโครงการที่ทํามาทั้งหมดเป็นโครงการที่ประชาสัมพันธ์ตัวรัฐบาลทั้งสิ้นเลย ไม่ได้เป็นเป้าที่ไปส่งเสริมกระตุ้นการลงทุน การค้า เดินโรดโชว์ในต่างประเทศเท่าไร แต่เป็นโครงการที่ประชาสัมพันธ์ตัวรัฐบาลของท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ แล้วก็ตั้งโครงการ บอกว่าผ่านทวิตเตอร์ (Twitter) ผ่านเฟซบุค (Facebook) ต่าง ๆ นานา รวมทั้ง รายการนายกรัฐมนตรีตอบคําถาม อันนี้ประชาสัมพันธ์ก็ใช้เงินงบกลางสํารองจ่าย เพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจําเป็น นี่ไปใช้งบกลางแล้วนะครับ ใช้งบประมาณอีก ๕.๑ ล้านบาท แล้วก็มีโครงการเหมือนเดิมครับ จ้างประชาสัมพันธ์เผยแพร่สื่อตามโครงการประชาสัมพันธ์ เสริมสร้างความเชื่อมั่นและภาพลักษณ์ของประเทศอันนี้ก็อีก ๓๙.๕ ล้านบาท โดยใช้งบกลางสํารองจ่ายของประเทศอีก อันนี้ก็ใช้อีก มีอีกไหมครับ มีครับ ปี ๒๕๕๔ ก็มีอีก โครงการเดิมครับ การจ้างดําเนินโครงการยุทธศาสตร์ประชาสัมพันธ์ผ่านระบบอินเทอร์เน็ตของ พีเอ็มดอทจีโอดอททีเอชของท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ ใช้เพิ่มครับ ตรงนี้เป็น ๕.๙ ล้านบาท จะเห็นว่าตัวเลขจะเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ นะครับ มีโครงการจ้างประชาสัมพันธ์สื่อผ่านโทรทัศน์ วิทยุ สื่อกลางแจ้งเพื่อการประชาสัมพันธ์การทํางานของรัฐบาลในรอบ ๒ ปีที่ผ่านมาอีก ๓๘.๕ ล้านบาท
ท่านรองประธานครับ มีผู้ประท้วงครับ เดี๋ยวนะครับ เชิญผู้ประท้วง
โดยมีบริษัท วี แบงค็อค จํากัด เป็นผู้ดําเนินการ
ท่านครับมีผู้ประท้วง เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม สุกิจ อัถโถปกรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ขอประท้วงท่านผู้ชี้แจง ตามข้อบังคับ ข้อ ๖๑ เพราะท่านชี้แจงไม่ตรงประเด็นครับ เขาไม่ได้พูดถึงอดีต เขาถามท่านว่า แผนงานประชาสัมพันธ์ภาพลักษณ์ของงบปี ๒๕๕๖ ท่านจะทําอะไร ท่านก็บอกมาสิครับว่า ท่านจะทําอะไร ๑ ๒ ๓ ๔ ว่าไปครับ ต้องเท้าความไปทําไม เท้าความแล้วก็มาเที่ยวเย้ยหยัน ใช้วาจาถากถางเช่นว่าประชาสัมพันธ์ภาพลักษณ์ตัวเองอะไรอย่างนี้บ้าง ผมว่าเป็นการไม่สมควร ท่านประธานต้องควบคุม แล้วก็ที่อาจารย์ผ่องศรี ขอโทษที่เอ่ยนามนะครับ อาจารย์ผ่องศรี บอกว่างานประชาสัมพันธ์ภาพลักษณ์ไปอยู่ในแผนงานเทิดทูน พิทักษ์ และรักษา สถาบันพระมหากษัตริย์ ผมก็สงสัยและอยากจะให้ท่านตอบด้วยว่าไปอยู่ในแผนงานนี้ ได้อย่างไร ก็แค่นั้นครับ ท่านก็ตอบเท่าที่เขาถามเถอะครับ
เชิญท่านรองประธานคณะกรรมาธิการ เอากระชับหน่อยได้ไหมครับ
ท่านประธานครับ ผมไม่ลงรายละเอียดแล้วกัน แต่ผมชี้ประเด็นให้เห็นครับว่าจริง ๆ แล้ววันนี้เอง หลังจากประเทศเรามีปัญหาวิกฤติมากมาย ในสมัยของท่านท่านบอกว่ามีปัญหา ท่านก็ใช้งบประมาณก้อนนี้ละครับดําเนินการ ปี ๒๕๕๒ ปี ๒๕๕๓ ปี ๒๕๕๔ ท่านก็ดําเนินการ เมื่อมาในรัฐบาลนี้เรามองเห็นว่าวันนี้เองประเทศเริ่มเป็นประชาธิปไตย มีการเชิญจากต่างประเทศมามากขึ้น ท่านนายกรัฐมนตรีเดินทางไปเกือบทั่วโลก เพื่อไปทําโรดโชว์บ้าง ไปเชื่อมสัมพันธไมตรี ทําตลาดการค้า เชิญชวนนักลงทุน และนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศเดินทางมายังประเทศไทย ก็ตั้งงบประมาณก้อนนี้ไว้ เพื่อดําเนินการ แต่วัตถุประสงค์ของทางสํานักนายกรัฐมนตรีที่ตั้งไว้นี่ตั้งเพื่อที่จะกระตุ้น ส่งเสริมการค้าการลงทุนเป็นหลัก มิได้เอามาดําเนินการทางการเมืองเป็นหลัก อย่างเช่นที่ผ่านมา อันนี้เป็นข้อเปรียบเทียบที่ผมมองให้เห็นว่าจริง ๆ แล้วมีลักษณะที่ คล้ายคลึงกัน เพียงแต่วัตถุประสงค์ในการประชาสัมพันธ์รัฐบาลแบบที่ท่านทํา กับประชาสัมพันธ์ประเทศแบบที่ทําตอนนี้มีความแตกต่างกันในรายละเอียด แต่ชื่อโครงการคล้ายกัน ตั้งอยู่ที่เดียวกัน มีลักษณะที่ไม่น่าเป็นประเด็นที่ท่านต้องมาซักถามเลย ผมจึงเอาข้อมูลมาชี้แจง พร้อมนะครับจะชี้แจงมากกว่านี้ถ้าท่านต้องการในรายละเอียด แต่ว่าท่านต้องการเพียงเท่านี้ก็ขออนุญาตชี้แจงเพียงเท่านี้ครับ ขอบคุณครับ
คือขอให้ตอบในประเด็นที่เขาถามนะครับ เดี๋ยวท่านผ่องศรีก่อน ท่านผ่องศรียกมือไว้ หรือท่านประท้วง เชิญครับ
เรียนท่านประธานครับ ผม บุญยอด สุขถิ่นไทย ในฐานะกรรมาธิการเสียงข้างน้อย ผมต่อเนื่องเพราะผมก็พูดเรื่อง ภาพพจน์ประเทศไทย ๕๐๐ ล้านบาทเหมือนกัน เมื่อสักครู่ท่านรองประธาน คณะกรรมาธิการ ท่านวรวัจน์ ขออนุญาตเอ่ยนาม ท่านพูดในทํานองว่านายกรัฐมนตรี ก็เดินทางไปทั่วประเทศและทั่วโลกเพื่อสร้างความเชื่อมั่นได้แล้ว ทีนี้ท่านก็ไปยกตัวอย่าง ของรัฐบาลที่แล้ว ผมจึงต้องเรียนถามท่านสรุปว่าท่านเห็นด้วยกับผมใช่ไหมครับว่า สิ่งที่ทําทํามาเรียบร้อยแล้วก็ไม่จําเป็นต้องทําอีก หรือถ้าหากท่านบอกว่าโครงการไม่มีประโยชน์ ต่าง ๆ เหล่านั้นทําแล้วไม่มีประโยชน์ โครงการก็ทํานองคล้ายคลึงกัน ท่านก็พูดอย่างนี้นะครับ แสดงว่าท่านพร้อมจะตัดใช่ไหมครับ เห็นด้วยกับผมใช่ไหมครับที่จะตัดโครงการ ภาพพจน์ประเทศไทย ๕๐๐ ล้านบาทออก เพราะโครงการที่ทําไปแล้วล้วนแล้วแต่ ไม่มีประโยชน์ ที่ทําไปท่านก็บอกนะครับ ๒๐ ล้านบาท ๔๐ ล้านบาท ปีนี้ ๕๐๐ ล้านบาท ผมจึงติดใจครับว่าทําไมต้องทําเรื่องนี้อีก ๕๐๐ ล้านบาท เราจะได้ประโยชน์อะไร จากโครงการนี้ ถ้าสิ่งที่ท่านพูดเมื่อสักครู่นี้เป็นเหตุเป็นผลแล้ว ถ้าท่านไม่เห็นด้วย แสดงว่าท่านก็ไม่ต้องเห็นด้วยกับในปีนี้ ถ้าท่านเห็นด้วยกับปีที่แล้ว ปีที่แล้วปีก่อนหน้านี้ มีงบเพียงแค่ ๒๐ ล้านบาท ๔๐ ล้านบาท ท่านก็ตัดลด ๕๐๐ ล้านบาทให้เหลือ ๒๐ ล้านบาท หรือ ๔๐ ล้านบาทสิครับ มันไม่มีทางเลือกอื่นครับ ถ้าท่านพูดอย่างเมื่อกี้ที่อธิบายนะครับ
เดี๋ยวให้เขาตอบ เดี๋ยวให้ท่านผ่องศรีก่อนนะครับ ผมว่าเดี๋ยวให้จบแล้วท่านวรวัจน์ สรุปดี ๆ อีกครั้งหนึ่ง เชิญครับ เอาสั้น ๆ คุณหมอเชิดชัยรอนานแล้ว
กราบขอบพระคุณค่ะ ดิฉัน ผ่องศรี ธาราภูมิ กรรมาธิการ ดิฉันขอรบกวนกราบเรียนท่านประธานเล็กน้อยนะคะ สืบเนื่องจากสิ่งที่ดิฉันได้ทวงเรื่องเอกสารไปในส่วนของสํานักงบประมาณซึ่งอยู่ในกํากับของ สํานักนายกรัฐมนตรีที่เป็นศูนย์กลางของการบริหารประเทศนี้ พันธกิจชัดเจนนะคะ สํานักนายกรัฐมนตรีก็คือเรื่องของการบริหารราชการแผ่นดินให้มีประสิทธิภาพ แล้วก็ธรรมาภิบาล ดังนั้นเรื่องที่ท่านกรรมาธิการยุทธพงศ์ ขออนุญาตที่เอ่ยนาม ได้เอ่ยว่า ในการพิจารณางบประมาณกรรมาธิการก็ได้ขอเอกสารแล้วก็บอกว่า ๓ วันจะส่ง อันไหนไม่ส่งก็จะแขวน แต่ว่าในข้อเท็จจริงอันนี้ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่โม้ค่ะ ก็คือว่ามันไม่จริงค่ะ เพราะว่าพอ ๓ วัน ก็ไม่เห็นได้ ท่านประธานคะ สภาแห่งนี้ได้ออกกฎหมายพระราชบัญญัติคําสั่งเรียกใช่ไหมคะ ที่คณะกรรมาธิการมีอํานาจที่จะเรียกผู้มาชี้แจงแล้วก็เรียกเอกสาร แล้วเอกสารที่ดิฉันขอนี่ มิได้ล่วงละเมิดไปในเรื่องส่วนตัวใดเลย เป็นเรื่องงบประมาณล้วน ๆ ดิฉันจึงขอกราบเรียนว่า ประเด็นที่ ๑ ที่ท่านบอกว่าดิฉันผ่องศรีเป็นผู้ช่วยเลขานุการแล้วก็น่าจะตามเอกสารได้ ดิฉันไม่ใช่ข้าราชการค่ะ หน้าที่ของดิฉันเข้าใจว่าวันนี้ พรุ่งนี้ มะรืนนี้ก็หมดลงแล้ว ดิฉันคงไม่มีปัญญาที่จะไปตามเอกสารได้ สํานักงบประมาณคือเลขานุการของ คณะกรรมาธิการวิสามัญ ดิฉันจึงขออนุญาตช่วงเวลานี้ประกาศว่ายังเหลือเวลา ที่ยังไม่ถึงมาตรานะคะ ดิฉันให้โอกาสว่ายังไม่ถึงมาตราที่จะพิจารณาท่านช่วยตามให้ดิฉันด้วย เพราะเป็นเรื่องสําคัญทั้งสิ้น ยกตัวอย่างเช่นดิฉันขอข้อมูลเรื่อง เดี๋ยวจะต้องเกี่ยวข้องกับ
ท่านผ่องศรีเอาอย่างนี้ได้ไหมครับ
นิดเดียวค่ะท่าน นิดเดียวค่ะ เพื่อจะกราบเรียนไว้ว่า
ผมจะขอบอกสํานักงบประมาณอยู่ด้านหลังเลยนะครับ ดีไหมครับ
เพื่อจะให้เพื่อน ๆ ได้ทราบด้วย เพื่อน ๆ จะได้ตามนะคะ ท่านประธานนิดเดียวค่ะสั้น ๆ คณะกรรมการการอุดมศึกษานี่ ดิฉันของบประมาณศูนย์บ่มเพาะวิสาหกิจ ๗๒ ล้านบาทที่จะต้องไปทํางานร่วมกับ กองทุนตั้งตัวได้ ท่านช่วยเร่งรัดส่งนะคะ ขอเอกสารกรมการปกครองสําคัญมากนะคะ งบประมาณสมาร์ทการ์ด (Smart card) นี่ค่ะ ทั้งที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงไอซีที (ICT) แล้วก็กระทรวงมหาดไทย กระทรวงมหาดไทยนี้อยู่ที่กรมการปกครองมีการเปลี่ยนแปลงงบ ๓๔๑ ล้านบาทนะคะ ดิฉันถามว่าเปลี่ยนแปลงมาจากรายการใดก็ยังไม่ได้เอกสาร
ท่านผ่องศรีครับ
อันนี้เป็นตัวอย่างค่ะ ด้วยความเคารพท่านประธานนะคะ พอแล้วค่ะ ก็กราบเรียนเท่านี้นะคะ เพียงแต่ขอสิ่งที่ ท่านรัฐมนตรีวรวัจน์ในฐานะรองประธานคณะกรรมาธิการท่านได้ชี้แจงรายละเอียด ของโครงการก็เป็นสิ่งที่ท่านชี้แจง แต่ดิฉันขอเรียนยืนยันว่าข้อเท็จจริงที่ปรากฏ ในกรรมาธิการก็คือโครงการมีรายละเอียดบรรทัดเดียว แล้วก็เมื่อกรรมาธิการขอเอกสาร ก็ได้มา ๒ แผ่น ที่ท่านมาชี้แจงท่านก็มาชี้แจงวันนี้ละค่ะ วันนั้นท่านไม่ได้ชี้แจงค่ะ
เชิญคุณหมอเชิดชัย เดี๋ยวท่านค่อยตอบสุดท้ายทีเดียวรวบรวมทั้งหมด เพราะว่า เดี๋ยวตอบกันไปตอบกันมามันไม่จบ ผมอยากให้ฟังท่านสมาชิกที่ท่านขอแปรญัตติไว้ด้วย เพราะว่าท่านจะต้องโน้มน้าวท่านสมาชิกด้วยนะครับ กรรมาธิการเขาชี้แจงกันนานแล้วละ ชี้แจงกันไปชี้แจงกันมา ฟังท่านสมาชิกบ้าง เชิญคุณหมอ
เริ่มนะครับ ขอบคุณครับท่านประธาน กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายแพทย์เชิดชัย ตันติศิรินทร์ ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ก่อนอื่นผมชักงงเรื่องข้อบังคับ ข้อ ๕๘ ผู้มีสิทธิอภิปรายก่อนก็คือผู้เสนอญัตติ กับผู้แปรญัตติต้องได้พูดสิครับ กรรมาธิการตามมาทีหลังนะครับ อันนี้ที่ผ่านมากลายเป็นว่า กรรมาธิการนี่ควรจะไปเถียงกันอยู่ในห้องประชุมเสียให้เข็ดแล้วมาพูดที่นี่ให้มีเหตุมีผล แล้วก็คนอื่นเขาจะได้ถามนะครับ กลับกลายเป็นตรงกันข้าม
ท่านประธานครับ เข้าประเด็นนะครับ ประชาธิปไตยมันก็ดีอย่างนี้ ก็คือมันต้องอดทน การตรวจสอบก็สําคัญ ไม่ใช่ตรวจสอบเฉพาะฝ่ายค้านนะครับ รัฐบาลก็ตรวจสอบกันเองด้วยเหมือนกัน เพราะฉะนั้นการให้ข้อมูลประชาชนที่ฟังอยู่นี่ เป็นเรื่องสําคัญ แล้วก็ต้องให้ให้หมดนะครับ คือถ้าอย่างนั้นแย่เพราะว่ามีคนเข้าใจผิดก็เยอะ จากการฟังวิทยุเพราะฟังไม่ต่อเนื่อง ท่านประธานครับ ผมมีโอกาสเป็นอนุกรรมาธิการ ฝึกอบรม ซึ่งมีท่าน ส.ส. พรศักดิ์เป็นประธาน ก็ได้มีโอกาสไปพิจารณางบประมาณ พวกเหล่านี้ครับ ก็เห็นว่าพวกข้าราชการเป็นกลไกที่สําคัญครับ ยิ่งผมรับราชการมา จนเกษียณอายุนี่ครับ ผมคิดว่าต้องเห็นใจเขานะครับ จริงอยู่ทางการเมืองจะทําอะไรก็ว่ากันไป เขาก็ต้องทําตามนโยบายอยู่แล้วไม่ว่าใครเป็นรัฐบาล แต่มันน่าเห็นใจตรงที่ว่าเขาต้องเสนองบประมาณมาแล้วให้เราพิจารณา เพราะว่าเรา เป็นตัวแทนประชาชนเราต้องใช้งบประมาณให้คุ้มค่า อันนี้หลาย ๆ อย่างเขาต้องทํา และหน้าที่ของเขาเขาทําหน้าที่แทนรัฐนะครับ รัฐต้องช่วยเหลือทุกคน ไม่ว่ายากดีมีจน สีอะไรก็ไม่เกี่ยวนะครับ เป็นหน้าที่ของรัฐ ซึ่งรัฐบาลนั่นละครับก็ไปช่วยเขาเป็นกลไก ท่านประธานครับ ผมขออภิปรายมาตรา ๕ กรมประชาสัมพันธ์นะครับ ความจริงอยากจะตัด ท่านประธานทราบไหมครับเขาขอเงินมาทั้งหมด ๑,๖๐๕ ล้านบาท ตอนนี้ได้เพิ่มแล้วครับ ได้ ๑,๘๘๖ ล้านบาท ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับฝึกอบรม ๖๐๐ กว่าล้านบาท เพราะฉะนั้น คณะกรรมาธิการเขานี่ดีครับก็คือพยายามดูรายละเอียดต่าง ๆ เพื่อให้เป็นการใช้งบประมาณ สมเหตุผล เกิดอะไรขึ้นครับ ท่านรองอธิบดีที่มาชี้แจงเราก็ขอปรับลดไป ก็อาจจะจํานวนมาก ในแง่ความคิดเห็นของเขา แต่ในแง่ของ ส.ส. คิดว่าอาจจะน้อยไป ท่านรองอธิบดีผู้หญิงคนนั้น ร้องไห้ครับ นี่ละครับคือผมอยากให้เห็นใจข้าราชการครับ ร้องไห้ ร้องไห้ทําไมครับ ร้องไห้บอกว่าท่านจะเกษียณอายุอยู่แล้ว อายุจนป่านนี้ก็รับราชการมาด้วยความเต็มที่ตลอด แล้วงบประมาณก็จํากัดจําเขี่ยรู้ว่าประเทศไม่มีสตางค์แต่ก็โดนตัดอีก เขาไปพูดถึง หน่วยงานหนึ่งนะครับว่าไทยพีบีเอส ๒,๐๐๐ ล้านบาททําไมได้ทุกปี แล้วทําไม กรมประชาสัมพันธ์ถึงได้น้อย ความจริงผมอยากจะตัดสัก ๑,๐๐๐,๐๐๐ กว่าบาทนะครับ นี่ละครับน่าเห็นใจ เพราะว่ากรมประชาสัมพันธ์เป็นถังขยะนะครับ ถ้าทําถูกใจก็ว่าดี ถ้าทําไม่ถูกใจก็ว่าไม่ดี ก็เหมือนการถ่ายทอดวันนี้เช่นเดียวกันครับ ทีแรกอยากจะตัดครับ ผมดีใจครับเขาได้งบประมาณเพิ่มขึ้น เพราะว่าเขาอาจจะมีโอกาสไปหากําไรบ้าง แต่ถ้ามาเจออย่างนี้เขาคงหาไม่เต็มที่ แล้วก็มีการขอร้องจากฝ่ายการเมืองเยอะแยะ อันนี้ต้องพูดความจริง ผมไม่ยุ่งหน่วยงานนี้นะครับ แต่จะให้พิจารณาเป็นพิเศษว่า ให้ความเป็นธรรมเขาหน่อยครับ ท่าน ส.ส. จิรายุก็ไม่อยู่ บอกว่าไทยพีบีเอสนี่ เหมือนถังข้าวสารนะครับ
ท่านประธานครับ อีกหน่วยงานหนึ่งนะครับ ผมจะข้ามไปเลยครับ ที่เกี่ยวข้องกับผมที่สนใจเป็นพิเศษก็คือสํานักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ ขอมา ๓๐๕ ล้านบาท ก็ถูกปรับลดไป ๓๐๒ ล้านบาท ความจริงสํานักงานคณะกรรมการ สุขภาพแห่งชาติเป็นเรื่องสําคัญนะครับ ท่านประธานทราบไหมครับ เดี๋ยวนี้มีสภาวิชาชีพ เกิดขึ้นมากมายเริ่มต้นตั้งแต่ของคุณหมอ แพทยศาสตร์แล้วก็ไล่มาเรื่อย ๆ จนกระทั่งล่าสุด ก็จะมีแพทย์แผนไทยอีก เภสัชกร ทันตแพทย์ พยาบาลอยู่ในนี้หมดละครับ มีเกิดขึ้นนะครับ ทีนี้ผมก็คิดว่าสํานักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติน่าจะเป็นหน่วยประสานงานรวบรวม ความคิดเห็นต่าง ๆ แต่พอไปดูจริง ๆ แล้วในเนื้องาน ท่านประธานทราบไหมครับ สํานักงาน คณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติเขามีวิสัยทัศน์นะครับ เป็นองค์กรหลักในการขับเคลื่อน การพัฒนานโยบายสาธารณะเพื่อสุขภาพแบบมีส่วนร่วมที่สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญว่าด้วย ระบบสุขภาพแห่งชาติเพื่อพัฒนาประเทศสู่สังคม แล้วก็มีพันธกิจก็ว่ากันไป แบบการมีส่วนร่วมนะครับ ทีนี้พอไปดูในงบประมาณ ท่านประธานครับ มีแผนส่งเสริม การปฏิรูปการเมืองกับแผนงานพัฒนาด้านสาธารณสุข ก็เลยงงว่า เอ๊ะ ทําไมสํานักงาน คณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติไปยุ่งกับเขาด้วย พอไปดูในรายละเอียดที่เขาทํางบประมาณ ที่เสนอมาเขาต้องเสนอรายละเอียดว่าเขามีภารกิจอะไรครับ ก็มีเรื่องที่ว่าทั้งถูกต้องที่ควรจะทํา ทั้งที่ไม่ควรจะทําก็มีนะครับ เช่นผมจะอ่านให้ฟังนะครับที่เขาไปทํากันนี่ ข้อเสนอเชิงนโยบาย เพื่อพัฒนาที่ยั่งยืนบนพื้นฐานพึ่งตนเอง ด้านพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม กรณีภาคใต้ มันไม่เห็นเกี่ยวเท่าไรเลยนะครับ โอเค ในพันธกิจอาจจะมีเรื่องสุขภาพบ้าง ไปโยงกันพอกล้อมแกล้มได้ แต่อันนี้เป็นลักษณะที่ว่างานมันคงไม่มีทําหรืออย่างไร ผมไม่แน่ใจ ควรจะไปทํา ผมจะยกตัวอย่างให้ท่านทราบนะครับ ท่านประธานทราบไหมครับ คุณหมอขาดแคลน พยาบาลขาดแคลน หมอนี่ขาดแคลนเยอะ พยาบาลก็ขาดแคลน เมื่อ ๒ สัปดาห์ที่แล้วผมมีโอกาสไปรับฟังคําบ่นจากราชวิทยาลัย ท่านประธานฟังนะครับ ขอพูดละเอียดนิดหนึ่งนะครับ
คืออย่างนี้คุณหมอครับ ผมนั่งฟังท่านพยายามเกริ่นเรื่องขึ้นมานี่ท่านตัดใน ๒๐ เปอร์เซ็นต์ ใช่ไหมครับ
ครับ
แล้วผมฟังดูเหมือนท่านมาขอความเห็นใจ ท่านจะตัดหรือท่านจะขอความเห็นใจครับ
จะตัดครับ
เอาสักทีเถอะตัดให้เห็นหน่อยครับ อย่าเพิ่งเห็นใจ ตัดก่อนแล้วท่านค่อยเห็นใจทีหลังนะครับ
เขาควรจะมาแก้ไขนโยบายว่า วิชาชีพที่ขาดแคลนต่าง ๆ เขาจะทําอย่างไร แต่เขาไปทําภาคใต้ แล้วที่สําคัญไปเรื่อง ปฏิรูปการเมือง แต่พอไปดูรายละเอียดแล้วมันเป็นคล้าย ๆ งบฝาก ซึ่งผมก็เห็นใจครับ ทางฝ่ายการเมืองที่ออกระเบียบในรัฐบาลที่แล้วเกี่ยวกับการปฏิรูป นี่ไปแทรกอยู่ครับ ผมก็เลยคิดว่า เอ๊ะ อันนี้เป็นวินัยการคลังที่ดีหรือครับ ถูกต้องไหม ควรจะใช้งบประมาณ ไปที่ที่ควรจะใส่ ที่ฝ่ายค้านอภิปรายนี่ครับฝ่ายรัฐบาลก็เห็นด้วย ผมเป็น ส.ส. ผมก็อยากจะเห็นว่า เอาเงินใส่เข้าไปให้มันถูกที่งานมันจะได้ออก ท่านประธานทราบใช่ไหมครับ ไปปฏิรูป ซึ่งคณะปฏิรูปมีวาระ ๓ ปี บังเอิญปีนี้เป็นปีสุดท้ายปี ๒๕๕๖ ผมไปถามสํานักงบประมาณว่า ทําไมต้องมาใส่ เป็นความจําเป็น ท่านประธานทราบไหมครับ ถ้าจะใส่ผมแนะนํานะครับ มันมีสํานักงานหนึ่งที่เกี่ยวข้องโดยตรงเลยนะครับ ก็คือสํานักงานคณะกรรมการ พัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ อันนี้ละครับปฏิรูปการเมือง ใส่เข้าไปได้เลยครับ ทําไมไปใส่ให้คุณหมอ นี่เป็นเหตุผลที่ว่าทําไมผมอยากจะปรับลด ๒๐ เปอร์เซ็นต์ ท่านประธานฟังนะครับ เพราะว่าทํางานไม่ตรงกับที่ควรจะทําครับ ผมอยากจะให้ ท่านอนุกรรมาธิการงบประมาณดูแลรายละเอียดพวกนี้ด้วย จะทําอะไรไม่ว่าครับ แต่งบประมาณต้องให้ตรงให้มีผลออกมา ท่านประธานครับ เราพูดกันมาเยอะแยะ ท่านประธานมาเร่งผมผมก็ไม่ว่านะครับ แต่อยากจะให้เป็นตัวอย่างว่าการพิจารณา งบประมาณก็ต้องรู้จักว่าอะไรเหมาะควร ทุกอย่างไม่มีการโกงกินละครับ ท่านประธาน ทราบไหมครับ คนที่มาชี้แจงเขาบอกว่าปีนี้พิจารณางบประมาณดีขึ้นไม่ได้ไปใช้คําดุเดือด มากมายไปบังคับขู่เข็ญ พูดด้วยเหตุผล อันนี้ก็ขอชมเชยคณะกรรมาธิการนะครับ และผมก็อยากจะปรับลดหน่วยงานที่เรียกว่าสํานักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติลง ๒๐ เปอร์เซ็นต์ครับ ขอบคุณครับท่านประธาน
ต่อไปท่านสุรเชษฐ์ แวอาแซ คุณหมอวรงค์ อาจารย์รัชฎาภรณ์ ท่านอัญชลี ท่านจุติ ไกรฤกษ์ และท่านศรัณย์วุฒิ ศรัณย์เกตุ แล้วก็กรรมาธิการจะชี้แจง และผมจะขอมติจากที่ประชุม ต่อไปตามลําดับ เชิญครับ ท่านสาทิตย์ วงศ์หนองเตย มีอะไรไหมครับ
ท่านประธานครับ ผม สาทิตย์ วงศ์หนองเตย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ผมขออนุญาตท่านประธาน ใช้สิทธิพาดพิง ซึ่งเมื่อสักครู่นี้ท่านกรรมาธิการคือท่านรัฐมนตรีวรวัจน์ได้มีการพาดพิง ถึงตัวกระผมโดยตรงนะครับ แล้วก็รัฐบาลชุดที่แล้วในงานที่รับผิดชอบ ซึ่งผมก็เชื่อว่า
ไม่มีชื่อท่านนะครับ
มีครับ เขาระบุชัดครับ
ประเด็นอะไร เชิญท่านครับ
ประเด็นคืออย่างนี้ครับว่า จริง ๆ แล้วเพื่อนสมาชิกเขาสอบถาม
เดี๋ยวท่านสุรเชษฐ์นั่งก่อนครับ เชิญท่านสาทิตย์ครับ
จริง ๆ แล้วเพื่อนสมาชิกเขาสอบถาม เรื่องของงบประมาณปี ๒๕๕๖ ซึ่งเป็นงบที่อยู่ในสังกัดของสํานักนายกรัฐมนตรี เรื่องประชาสัมพันธ์สร้างภาพลักษณ์ประเทศที่ขอมา ๕๐๐ ล้านบาทแต่ไม่มีรายละเอียด มีรายละเอียดเพียงบรรทัดเดียวและชี้แจงไม่ได้ เขาก็ถามจะให้ท่านชี้แจง แต่เวลาท่าน ลุกขึ้นมาตอบท่านบอกว่าวิธีการจัดงบเหมือนกับหรือคล้ายกับรัฐบาลชุดที่ผ่านมา คือชุดของท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ ซึ่งท่านก็อ้างอิงถึงงบเกี่ยวกับการประชาสัมพันธ์ ภาพลักษณ์ประเทศเช่นเดียวกัน โดยเวลาพาดพิงนี่ท่านพาดพิง ๒ ประเด็นนะครับ
ในประเด็นที่ ๑ ก็คือท่านบอกว่ามีโครงการประชาสัมพันธ์ภาพลักษณ์ ผ่านสื่อต่างประเทศประมาณ ๗๐ ล้านบาท และมีโครงการที่ทําภายในประเทศอีกประมาณ ๒๐ กว่าล้านบาท ก็ตกอยู่ที่ประมาณเกือบ ๆ ๑๐๐ ล้านบาท แล้วก็พูดถึงโครงการย่อย ๆ อีกหลายตัวนะครับในทํานองว่าเป็นลักษณะเดียวกัน ผมกราบเรียนท่านประธานว่า มีความแตกต่างกันโดยสิ้นเชิงนะครับ จริง ๆ แล้วงบในสมัยนั้นเป็นงบที่มีการตั้งเอาไว้แล้วในส่วนของกระทรวงการต่างประเทศ โครงการหลัก ๆ ที่มีการประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อต่างประเทศ เช่น ซีเอ็นเอ็น (CNN) หรือซีเอ็นบีซี (CNBC) ใช้เงินงบประมาณไปประมาณ ๗๐ ล้านบาท เป็นการดําเนินการในช่วงประมาณ เดือนกันยายนถึงเดือนธันวาคม ปี ๒๕๕๒ ซึ่งถ้าท่านประธานจําได้เหตุการณ์เดือนกันยายน กับเดือนธันวาคม ปี ๒๕๕๒ เป็นช่วงหลังจากเกิดเหตุการณ์ความวุ่นวายในกรุงเทพมหานคร เมื่อเดือนเมษายน ปี ๒๕๕๒ มีการไปล้มการประชุมอาเซียนที่พัทยา มีการปิดการจราจร ในกรุงเทพมหานคร มีการเผารถเมล์ มีการปิดเส้นทางจราจรต่าง ๆ แล้วก็เกิดการใช้กําลัง และความรุนแรงจนกระทั่งเกิดข่าวปรากฏไปทั่วโลก ประกอบกับว่าก่อนหน้านั้น ก็มีการไปสร้างข่าวบิดเบือนโจมตีให้ร้ายประเทศไทยผ่านทางสื่อต่างประเทศโดยกลุ่มซึ่งไม่หวังดี กับประเทศในขณะนั้น ประเทศเสียหายไหมครับ เสียหายมากครับ เหตุการณ์เดือนเมษายน ปี ๒๕๕๒ ใครทําเราก็รู้กันอยู่ก็เกิดความเสียหายมาก เพราะกลุ่มคนเสื้อแดงในขณะนั้น ก็ขนกันมาเป็นจํานวนมากในกรุงเทพมหานคร ก็เป็นข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น ถ้าท่านประธานจําได้ โครงการประชาสัมพันธ์ภาพลักษณ์นี้ก็เกิดขึ้น แล้วก็ผ่านสื่อต่างประเทศ โดยสํานักนายกรัฐมนตรี ทํางานร่วมกันกับกระทรวงการต่างประเทศในขณะนั้น ซึ่งผลของการที่เราไปชี้แจง ต่างประเทศนั้นก็มีการประเมินผลว่าทําให้เกิดความเข้าใจและเกิดภาพลักษณ์ที่ดีขึ้น
เดี๋ยวครับมีผู้ประท้วง ให้ท่านสาทิตย์ชี้แจงก่อนได้ไหม ให้จบเป็นทีละท่าน ๆ เถอะ ท่านกําลังอธิบายข้อเท็จจริงในการใช้เงิน เอากระชับหน่อยครับ พอเข้าใจแล้วละว่า การใช้จ่ายเงิน เชิญท่านครับ
เพราะฉะนั้นการใช้จ่ายก็เป็นเรื่องที่ สมเหตุสมผล มีเหตุที่จําเป็นจะต้องใช้จ่ายนะครับ
ในประการถัดมา ก็คือท่านไปหยิบเอางบบางตัวประมาณ ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท ๒,๐๐๐,๐๐๐ บาท คล้าย ๆ ว่าไม่ได้ประชาสัมพันธ์ภาพลักษณ์ประเทศ แต่เป็นการประชาสัมพันธ์ภาพลักษณ์ ท่านระบุชื่อเลยนะครับของท่านอภิสิทธิ์ ความจริงแล้วการประชาสัมพันธ์ในลักษณะเช่นนั้นเป็นเรื่องของการใช้สื่ออินเทอร์เน็ต ซึ่งเป็นการเผยแพร่ภาพลักษณ์ที่ดีของสํานักนายกรัฐมนตรีของรัฐบาล ซึ่งแน่นอนที่สุดครับ ก็ต้องใช้นายกรัฐมนตรีนี่เป็นหลัก เหตุผลก็เพราะว่ามีการไปบิดเบือน ใส่ไคล้ มีการไปให้ข่าวเท็จ ในโซเชียล มีเดีย (Social media) ในสื่อต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นก็เป็นความจําเป็น แต่งบต่าง ๆ ที่ใช้ จะเห็นว่าท่านรัฐมนตรีวรวัจน์นี่พูดจาครบถ้วนถูกต้องทุกอันเลย ซึ่งอันนี้ท่านบอกว่า ท่านสามารถเปิดเผยรายละเอียดการใช้งบของรัฐบาลอภิสิทธิ์ได้ ซึ่งก็ถูกต้อง แต่ที่ผมสงสัยคือ ทําไมท่านปฏิเสธที่จะให้รายละเอียดการใช้งบกลางของรัฐบาลยิ่งลักษณ์และที่ขอ ๕๐๐ ล้านบาท อย่างนี้ไม่เรียก ๒ มาตรฐานและจะเรียกอะไร เพราะฉะนั้นงบประมาณที่ผ่านมาทั้งหมด โปร่งใส ตรวจสอบได้
ตัวสุดท้ายที่ท่านพูดถึง ก็คืองบไทยสามัคคี ไทยเข้มแข็ง ถ้าท่านประธานจําได้ ในสภานี้พวกผมเป็นรัฐบาล ฝ่ายค้านในขณะนั้นลุกขึ้นโจมตีบอกใช้เงิน ๘๐ ล้านบาท ๑๐๐ ล้านบาท วันนี้ท่านพูดเองนะครับว่าใช้ประมาณ ๑๐ กว่าล้านบาท แล้วก็มีการเข้าร่วม ของประชาชนทั่วทั้งประเทศหลายล้านคน แล้วก็ทําให้เกิดความรู้สึกที่ดีของพี่น้องประชาชน ในแต่ละจังหวัด เพราะฉะนั้นเงื่อนไขสถานการณ์ที่แตกต่างกัน วันนี้ท่านไม่ชี้แจงเลยครับ ๕๐๐ ล้านบาทนี่จําเป็นต้องชี้แจงภาพลักษณ์เรื่องอะไรครับ แล้วจะทําอะไร ตรงนี้ต่างหาก ที่เขาถาม เพราะฉะนั้นในส่วนที่พาดพิงผมจึงชี้แจงให้ท่านประธานเห็นว่ามีเหตุมีผลในการใช้ และอย่าหยิบหลาย ๆ เรื่องมาปะปนเหมือนกันแล้วก็กลบเกลื่อนว่าเป็นของตัวเอง ชี้แจงของตัวเองเถอะครับว่าตัวเองจะทําอะไร ไม่ใช่ ๕๐๐ ล้านบาทตัวเองไปนั่งสั่งอยู่คนเดียว แล้วให้ใครทําก็ไม่รู้
ทีนี้ถึงคิวท่าน ท่านจะพาดพิงหรือประท้วงเชิญครับ เดี๋ยวนะครับ ผมขอความกรุณาให้จบ เป็นทีละท่าน
ท่านประธานที่เคารพ กระผม วรชัย เหมะ พรรคเพื่อไทย จังหวัดสมุทรปราการ ๑ ในคนเสื้อแดงครับท่านประธาน และผมเป็นแกนนําครับ
คืออย่างนี้ ท่านประท้วงหรือท่านจะใช้สิทธิพาดพิง
ผมขอใช้สิทธิพาดพิงครับ
เดี๋ยวพาดพิงประเด็นอะไรครับ
ประเด็นที่บอกว่าคนเสื้อแดงก่อความรุนแรง เรื่องนี้ไม่ใช่ครับ คนเสื้อแดงไม่ได้ก่อความรุนแรงครับท่านประธาน
เอาละ ท่านชี้แจงแล้วไม่ก่อความรุนแรงก็จบแล้วนะครับ ท่านพาดพิงแล้วครับ
คนเสื้อแดงไม่ได้ก่อความรุนแรงครับ
จบแล้วครับ
คนที่ก่อความรุนแรงคือยึดสนามบิน
คือเดี๋ยวก็แขวะกันไปแขวะกันมา ผมไม่เอา ไม่อนุญาต ท่านนั่งลงครับ ท่านบอกว่า ท่านไม่ก่อความรุนแรงก็จบแล้วนะครับ คืออย่างนี้ครับ เดี๋ยวนั่งลงก่อน ใจเย็น ๆ ผมจะขออธิบาย คือท่านสาทิตย์ขอใช้สิทธิพาดพิง ท่านอ้างเหตุผลว่าขณะนั้น ท่านเป็นรัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี เท่าที่ฟังท่านกําลังอธิบายถึงการใช้งบกลางว่า เอาไปใช้จ่ายอะไร เหตุผลที่จะต้องไปประชาสัมพันธ์เพราะอะไร ท่านก็อธิบายข้อเท็จจริง ที่มันเกิดขึ้นในสังคมขณะนั้น มันก็จบแล้ว ท่านก็อธิบายของท่านไป เพราะว่าท่าน ขอใช้สิทธิพาดพิง ทีนี้ท่านบอกว่าไม่ใช่มันก็คือไม่ใช่ คือฝั่งหนึ่งเขาจะบอกว่าใช่ก็ช่าง อีกฝั่งหนึ่งก็อธิบายแล้วก็คือต้องจบนะครับ ต่อไปเชิญท่านสุรเชษฐ์ครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายสุรเชษฐ์ แวอาแซ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนราธิวาส พรรคประชาธิปัตย์ ผมได้แปรญัตติปรับลดในส่วนของมาตรา ๕ สํานักนายกรัฐมนตรี จริง ๆ แล้วผมได้แปรญัตติ ปรับลดหลายหน่วยงานด้วยกัน สํานักงานปลัดสํานักนายกรัฐมนตรี ๑๐ เปอร์เซ็นต์ กรมประชาสัมพันธ์ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ สํานักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค ๑๐ เปอร์เซ็นต์ สํานักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ๑๘ เปอร์เซ็นต์ สํานักข่าวกรองแห่งชาติ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ สํานักงบประมาณ ๘ เปอร์เซ็นต์ สํานักงานสภาความมั่งคงแห่งชาติ ๘ เปอร์เซ็นต์ กอ.รมน. ๒๐ เปอร์เซ็นต์ และสํานักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย ๕ เปอร์เซ็นต์
เหตุผลในการที่ผมได้แยกแยะหน่วยงานต่าง ๆ ก็เนื่องจากว่าผลการบริหาร งบประมาณที่ผ่านมาบางหน่วยงานนั้นแทบจะบอกเลยว่าก็ยังไม่มีประสิทธิภาพเท่าที่ควร ทีนี้ปีนี้การพิจารณางบประมาณก็ต้องยอมรับครับว่าจากการชี้แจงหลาย ๆ ครั้ง แล้วก็นําเสนอนโยบายเข้ามาบริหารของรัฐบาลนี่ปีนี้หลายท่านได้เรียกงบประมาณปี ๒๕๕๖ ว่า โม้ เหลว โกง กู้ ส่วนผมนั้นจะต้องให้ความสําคัญในเรื่องของการบริหารงบประมาณ ของรัฐบาลชุดนี้ในด้านของโม้และเหลว เหตุผลที่ผมบอกว่าโม้นั้นหลาย ๆ เรื่องที่เกี่ยวกับ ในเรื่องของสํานักนายกรัฐมนตรีซึ่งกํากับดูแล ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับวิถีของพี่น้องชาวไทย และโดยเฉพาะอย่างยิ่งหน่วยงานที่อยู่ภายใต้กํากับดูแลของสํานักนายกรัฐมนตรี ซึ่งอยู่ภายใต้อํานาจของนายกรัฐมนตรีนั้นโดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านความมั่นคง ซึ่งด้านความมั่นคงนั้นไปเกี่ยวข้องกับพี่น้องประชาชนในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ค่อนข้างที่จะยาวนาน ๘ ปีที่ล่วงเลยมาการแก้ไขปัญหาของหลาย ๆ รัฐบาลเราก็ยอมรับว่า ก็ได้ใช้มาตรการและยุทธการทั้งหลายนะครับ บางรัฐบาลนั้นก็สู่เป้าหมายที่คิดว่าไปได้ดี การที่จะประสบผลสัมฤทธิ์ได้นั้นก็ต้องด้วยความตั้งใจ จริงใจกับปัญหา แต่รัฐบาลชุดนี้ ผมไม่มั่นใจ ผลจากการที่ผมได้ตั้งกระทู้ถามเมื่อสัปดาห์ที่แล้วก็ชัดเจนว่าแนวทาง การแก้ปัญหาของ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้นั้นพอถามว่าขณะนี้รัฐกําลังทําสงครามกับใคร เรากําลังสู้รบกับใคร รองนายกรัฐมนตรีที่มาตอบแทนนายกรัฐมนตรีก็ตอบว่าไม่รู้ โยนไปให้ หน่วยงานที่กํากับดูแลหรือเกี่ยวข้องว่ารายละเอียดทั้งหมดอยู่กับหน่วยราชการนั้น ๆ เพราะฉะนั้นผมได้มาพิจารณาดูว่าหน่วยงานที่ดูแลด้านความมั่นคงในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ การบริหารงานในรัฐบาลชุดนี้นั้นสร้างความไม่มั่นใจเลย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการวิพากษ์วิจารณ์ของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ค่อนข้างที่จะกว้างขวาง โดยเฉพาะคําตอบที่รองนายกรัฐมนตรีได้ชี้แจงว่าศัตรูแล้วก็ผู้ก่อเหตุในพื้นที่ ๓ จังหวัดนั้น ไม่รู้ว่าใคร กลุ่มไหน และใครเป็นหัวหน้ากลุ่ม เพราะฉะนั้นปัญหาทั้งหลายก็เกิดความสับสน โดยเฉพาะอย่างยิ่งพี่น้องประชาชนในพื้นที่นี่สับสนครับ ผมจะเรียนต่อท่านประธานว่า สํานักวิจัยเอแบคโพลล์ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญเปิดเผยผลวิจัยเชิงสํารวจ เดี๋ยวผมจะโยงไปถึง งบประมาณนะครับ กรณีสาเหตุของปัญหาความไม่สงบใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ พบว่าเกินครึ่งครับ หรือร้อยละ ๕๕.๗ ระบุเป็นปัญหาขบวนการค้ายาเสพติด ค้าอาวุธสงคราม การผสมโรงกับก่อการร้าย ร้อยละ ๔๖.๖ เกิดจากความไม่เป็นเอกภาพของ ทหาร ตํารวจ ฝ่ายปกครอง และภาคประชาชน ร้อยละ ๔๕.๓ ระบุเป็นปัญหาทุจริตคอร์รัปชัน ร้อยละ ๔๔.๙ ระบุความล่าช้าในการเข้าถึงพื้นที่ก่อให้เกิดเหตุ ร้อยละ ๔๒.๑ ระบุเจ้าหน้าที่ บางหน่วยใส่เกียร์ว่างขัดแย้งกันเอง ร้อยละ ๓๖.๙ ระบุเจ้าหน้าที่รัฐร่วมมือกับขบวนการ การก่อการร้ายเสียเอง และร้อยละ ๒๓.๘ ระบุอื่น ๆ เช่น สภาพพื้นที่เข้าถึงดูแลยาก ขบวนการสร้างผลงาน และกลุ่มก่อการร้ายต้องการทําลายขวัญกําลังใจของเจ้าหน้าที่และ ประชาชน เป็นต้น นี่คือความรู้สึก ความเข้าใจของพี่น้องที่อยู่ในพื้นที่ ๓ จังหวัด ชายแดนภาคใต้ รวมถึงผมแล้วก็ ส.ส. ที่อยู่ในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ด้วย ท่านประธานครับ เหตุผลจากการทําวิจัยของเอแบคโพลล์นี่ก็ชัดเจนแล้วว่าวันนี้แนวทางและ มาตรการที่รัฐบาลได้กําหนดแนวทางการแก้ปัญหาเพื่อให้เกิดความสงบสุขนั้น จากการจัดสรร งบประมาณที่ลงไปเพื่อแก้ไขปัญหาความไม่สงบผมไม่ทราบว่าทางคณะกรรมาธิการ ได้ให้ความสําคัญในเรื่องปัญหาความไม่สงบในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ มากน้อยแค่ไหน อย่างไร แต่เท่าที่ผมทราบคณะกรรมาธิการไม่ได้ซักถาม แล้วก็ไม่ได้ ให้ความสําคัญในเรื่องของ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้มากนัก เพราะฉะนั้นการจัดสรร งบประมาณเราจะเห็นได้ว่า ๘ ปีที่ผ่านมานั้นเป็นส่วนที่ได้รับการสนับสนุนมากกว่า การจัดสรรงบประมาณในด้านการพัฒนา เราจะเห็นได้ว่าปีนี้ปี ๒๕๕๖ รัฐบาลได้จัดสรร งบประมาณลงไป ๒๐,๐๐๐ ล้านบาทเศษ และโดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านของความมั่นคง ๑๒,๐๐๐ ล้านบาทเศษ แล้วก็จะไปเป็นงบประจํา ส่วนที่จะเป็นงบลงทุนหรือว่างบพัฒนานั้น น่าจะไม่เกิน ๒,๐๐๐ ล้านบาท เพราะฉะนั้นเราถึงไม่แปลกใจครับว่าการแก้ไขและ การพัฒนาในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้นั้นโดยเฉพาะด้านการพัฒนาไม่มีความคืบหน้า ไม่ได้สร้างความหวังว่าพี่น้องประชาชนในพื้นที่จะได้มีอาชีพ จะได้มีความมั่นคง จะได้มีความปลอดภัยจากการจัดสรรงบประมาณลงไป เพียงแต่เราไปสนับสนุน โดยเฉพาะอย่างยิ่งไปให้ในเรื่องของสวัสดิการผลประโยชน์ให้กับกองกําลังและเจ้าหน้าที่ของรัฐ เป็นพิเศษ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กอ.รมน. ปีนี้ขอไป ๗,๔๕๕,๓๒๕,๕๐๐ บาท แต่ว่าทุกปีเราจะเห็นได้ว่าใครก็แล้วแต่ถ้าหากว่าเข้าไปดูแลในด้านความมั่นคง โดยเฉพาะในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้นี้มักจะต้องยึดอยู่กับงบประมาณ เช่นเดียวกัน ท่านรองนายกรัฐมนตรี ร้อยตํารวจเอก ดอกเตอร์เฉลิม อยู่บํารุง ได้มาชี้แจงกระทู้ถามผม ท่านก็บอกว่าแนวทางการแก้ปัญหาของ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้จะให้ได้ผลก็ต้องสนับสนุน งบประมาณแล้วก็กําลังพลเพิ่มเข้าไปอีก ถึงไม่แปลกใจครับว่ากรรมาธิการก็ได้สนับสนุน เพิ่มงบประมาณให้กับ กอ.รมน. เพิ่มอีก ๕๓๐ ล้านบาท ผมคิดว่าถ้าหากว่า เราเน้นไปในเรื่องของการเพิ่มงบประมาณลงไปคงยากที่จะแก้ไขปัญหาให้ยุติหรือว่าสงบลง โดยเร็วได้ เพราะฉะนั้นท่านประธานครับ อยากจะเรียนไปถึงคณะกรรมาธิการนะครับว่า เราได้มีข้อสังเกตจากการศึกษาเกี่ยวกับในเรื่องของการใช้จ่ายงบประมาณที่เฉพาะในพื้นที่ ๕ จังหวัดชายแดนภาคใต้ วันนี้เราไม่มีเจ้าภาพโดยตรงในการที่จะควบคุมแผนงบประมาณ ในการใช้จ่ายงบประมาณในการพัฒนาและแก้ไขปัญหาของ ๕ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ต่างคนต่างทํา ไม่ว่าจะเป็นด้านความมั่นคงก็คือ กอ.รมน. ด้านการพัฒนาก็คือ ศอ.บต. แล้วก็หน่วยงานต่าง ๆ ของรัฐต่างคนต่างทํา และที่เห็นชัดเจนที่สุดก็คือว่า การเสนองบประมาณลงไปพัฒนาและแก้ไขความไม่สงบในพื้นที่ ๕ จังหวัดชายแดนภาคใต้นั้น เน้นในเรื่องของการอบรมสัมมนาเสียส่วนใหญ่ ซึ่งเป็นงบประมาณที่ไม่ถึงพี่น้องประชาชน และไม่ก่อเกิดประโยชน์กับพี่น้องประชาชนโดยตรง ผมก็แปลกใจ สิ่งเหล่านี้ไม่ทราบว่า คณะกรรมาธิการได้ติดตามหรือว่าได้สอบถามบ้างหรือไม่ แม้กระทั่งว่าการเบิกจ่าย งบประมาณของปี ๒๕๕๕ ปีนี้หน่วยงานส่วนใหญ่มีผลการเบิกจ่ายน้อยไม่เป็นไปตาม แผนการใช้จ่ายงบประมาณ รวมทั้งการเบิกจ่ายงบประมาณมีการโอนเปลี่ยนแปลง งบประมาณจากแผนงานและโครงการพัฒนาไปดําเนินการเพื่อศึกษาดูงาน และการจัดอบรมสัมมนาเสียส่วนใหญ่ และผมถามว่าถ้าหากว่าเราจัดสรรงบลงไปอย่างนี้ แล้วหน่วยงานราชการไปโอนหรือว่าไปเปลี่ยนแปลงจากโครงการที่จะได้ประโยชน์ กับพี่น้องประชาชนกลับกลายมาเป็นเรื่องของการศึกษาดูงานและการจัดอบรมสัมมนานี่ รู้สึกมันจะง่ายเกินไป เพราะฉะนั้นถึงไม่แปลกใจครับ ถึงบอกว่า ๒๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ที่ลงไปในพื้นที่ ๕ จังหวัดชายแดนภาคใต้นี่มันถึงไม่มีประสิทธิภาพและไม่ก่อเกิดประโยชน์ ในการพัฒนาและการแก้ปัญหาได้ เมื่อเช้า ขอประทานอภัยที่จะต้องเอ่ยนาม ท่านกรรมาธิการพิเชษฐได้พูดถึงในเรื่องของการจัดงบประมาณลงในพื้นที่ของรัฐมนตรีก็ดี หรือเรียกว่าภาค ที่มีพรรคการเมืองที่มีจํานวนสมาชิกที่มากกว่าจัดสรรลงไป ไม่ว่างบถนน งบสนับสนุนต่าง ๆ ผมไม่แปลกใจครับว่าทําไมในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ และ ๔ อําเภอของจังหวัดสงขลาไม่มีงบพัฒนา ไม่มีงบบํารุงซ่อมแซมถนนหนทางเลย โดยเฉพาะในพื้นที่ของผมนี่ ๘๐ เปอร์เซ็นต์ครับหน่วยงานรับผิดชอบบอกว่าไม่มีงบ ส่วนกลางไม่ได้สนับสนุน โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรมทางหลวงชนบทก็ดี หรือว่ากรมทางหลวง ล้วนแล้วก็เอางบเหล่านี้ไปลงในพื้นที่ที่เป็นเขตเลือกตั้งของฝ่ายรัฐบาลเท่านั้น เพราะฉะนั้น ถ้าหากว่าเราบริหารงบประมาณโดยที่ไม่มีความยุติธรรมหรือความเป็นธรรมให้กับพี่น้อง ที่อยู่ในประเทศไทยด้วยกันนี่ปัญหาต่าง ๆ มันก็ยากที่จะแก้ไขเยียวยาได้
ท่านประธานครับ ท่านรัฐมนตรีวรวัจน์ได้พูดถึงว่าภารกิจนายกรัฐมนตรี ได้ไปทั่วโลก ได้ไปโชว์ชุดเครื่องแต่งกายที่ผลิตจากประเทศไทยสวมแล้วก็สวยดี ได้ไปถ่ายรูป ที่มัสยิดทัชมาฮาลกับหน่วยงานหรือราชการ ผมดีใจด้วยครับ แต่สิ่งที่ผมเสียใจก็คือว่า ทั่วโลกไปได้แต่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ของผมทําไมไปไม่ได้ครับ ขอสักหน่อยเถอะ เวลาไปต่างประเทศนี่ ๑๐ วัน ๗ วัน ผมขอ ๑ วันให้กับพี่น้องในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ไม่คิดถึงพี่น้องประชาชนซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นมุสลิมก็ไม่ว่า ก็ให้ขวัญกําลังใจกับพี่น้อง เจ้าหน้าที่ข้าราชการที่ประจําอยู่ในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ด้วยเถอะ ไปฟังสักนิด เขาต้องการอะไร ปัญหาอะไร อุปสรรคอะไร ถ้าหากว่ารอนั่งฟังหรือรอข้อมูลรายงานจาก ศปก.จชต. ที่รัฐบาลชุดนี้ฝันนักว่าถ้าตั้งชุดนี้แล้วปัญหาในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ก็คงจะสงบ ผมเรียนท่านประธานเลยครับว่า ศปก.จชต. ขณะนี้ก็ถูกวิพากษ์วิจารณ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเขาบอกว่าขณะนี้การประชุมในพื้นที่ ก็ใช้เวลาไม่เพียงพออยู่แล้วในการที่จะต้องไปประสานบูรณาการ แล้วส่วนกลางจะต้องดึงตัวเขา มาประชุมที่ส่วนกลางอีก ไหนจะต้องเสียเวลากับการเดินทาง ผมบอกแล้วไม่มีความจําเป็น ไปตั้งทําไม ศปก.จชต. สน. สร. อะไรของรองนายกรัฐมนตรีทั้ง ๓ ฝ่าย แค่ ๓ รองนายกรัฐมนตรี นี่ก็ยังบูรณาการไม่ลงตัวเลย แล้วจะให้หน่วยงานราชการอื่น ๆ ไปบูรณาการให้ลงตัวได้อย่างไร เลิกเถอะครับ แล้วก็คณะกรรมการของ ศปก.จชต. ก็ชุดเดียวกันนั่นแหละของ กพต. คือ คณะกรรมการยุทธศาสตร์พัฒนาชายแดนภาคใต้ ก็ชุดเดียวกันนั่นแหละครับ ๑๗ กระทรวง กับ ๖๖ หน่วยงาน เพียงแต่แยกออกมาไม่ต้องการเพราะว่า พ.ร.บ. ศอ.บต. นั้นเป็น พ.ร.บ. ที่เกิดขึ้นในสมัยรัฐบาลนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เพียงไม่พอใจผลงานของรัฐบาลที่แล้วยอมสละ ยอมทิ้ง ถึงแม้ว่าจะมีผลงาน ถึงแม้ว่าจะมีผลดีกลับกลายมาตั้งหน่วยงานใหม่ซึ่งเป็นปัญหา และอุปสรรคต่อการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ ถ้าหากว่าคิดอย่างนี้ พูดอยู่อย่างนี้ ผมบอกเลยว่า ไม่มีทางที่จะแก้ปัญหาความไม่สงบนี้ได้ ยากครับ ถ้าหากว่าเราไม่ลงไปเรียนรู้ปัญหา ด้วยตนเอง ท่านรองนายกรัฐมนตรีเฉลิมท่านบอกแล้วว่าท่านไม่ลงไป ท่านอยู่ตรงนี้ ท่านก็ฟังได้ก็คือรายงานจากเจ้าหน้าที่ของรัฐ แต่ไม่มีส่วนในการที่พี่น้องประชาชนจะรายงาน ข้อเท็จจริง ท่านไม่มีโอกาสได้ฟังและไม่มีโอกาสได้ยิน เพราะฉะนั้นแนวทาง ในการปรับยุทธวิธีหรือยึดมาตรการต่าง ๆ ในการที่จะไปแก้ไขปัญหาให้เกิดเป็นรูปธรรมได้ ผมก็หมดหวังเหมือนกัน เพราะฉะนั้นท่านประธานครับ ผมถึงได้ให้ความสําคัญในเรื่องของ การใช้งบประมาณ ผมได้ขอปรับลดงบประมาณของ กอ.รมน. ๒๐ เปอร์เซ็นต์ ผมอยากจะให้ ปรับลดงบประมาณให้น้อยลง แล้วก็กําลังพลปรับลดให้น้อยลง ดูสิว่าข้าราชการ หรือเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องที่อยู่ในพื้นที่มีศักยภาพไหม ในการที่จะกํากับดูแลความสงบสุข ตามอํานาจหน้าที่ที่ตนเองมี แต่วันนี้มันถูกขัดด้วยกฎหมายพิเศษ เพราะว่ากฎหมายพิเศษ มันไปครอบหมด แม้กระทั่งฝ่ายปกครองจะดําเนินการอะไรก็ไม่ได้ แม้กระทั่งเจ้าหน้าที่ตํารวจที่จะไป ดําเนินการทางคดีก็ไม่ได้ เพราะทุกอย่างจะต้องได้รับความเห็นชอบจากฝ่ายของ กอ.รมน. ผมเสียดายครับถ้าหากว่าคณะกรรมาธิการได้สอบถามรายละเอียดสิ่งที่ผมได้อภิปรายนี่ ผมคิดว่าความชัดเจนตรงนี้คณะกรรมาธิการพอที่จะได้แนวทางในการที่จะนําเสนอ ให้กับฝ่ายบริหารเพื่อกําหนดมาตรการแล้วก็แนวทางการแก้ปัญหาให้เป็นรูปธรรมได้ ไม่ใช่ว่าเราเป็นกรรมาธิการแล้วใครขอมาก็สนับสนุน ยิ่งทหารขอมาเท่าไรก็ให้ แล้วยังไม่พอ ต้องไปเพิ่มให้อีก ส่วนหน่วยงานอื่นนั้นขนาดว่าขอร้องแล้ว ชี้แจงด้วยเหตุผลแล้ว แต่ไม่ถูกใจปรับลด บางหน่วยงานก็บ่นว่าที่ถูกปรับลดเป็นส่วนที่เขาได้ตั้งใจและมีความสําคัญ กับแผนงานที่เขาได้กําหนดมาล่วงหน้าแล้วก็ถูกปรับ แต่ว่าของฝ่ายทหารนี่อย่าว่าแต่ปรับลด เลยครับ เพิ่มเข้าไปอีก ผมก็แปลกใจโดยเฉพาะอย่างยิ่งแผนงานการแก้ไขปัญหาของ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้นี่มีทุกหน่วยงาน ทุกกระทรวง ทบวง กรม แล้วก็ทุกหน่วยงาน ส่วนใหญ่ก็จะไปทุ่มอยู่บนการอบรมสัมมนา เพราะยึดยุทธศาสตร์เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา วิทยากรจากกรุงเทพมหานครจะไปสร้างความเข้าใจให้กับคนมุสลิมที่อยู่ใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ท่านคิดดูสิแล้วจะคุยกันรู้เรื่องได้อย่างไร แทนที่ว่าคนที่อยู่ส่วนกลาง ไปเรียนรู้คนในพื้นที่แล้วถึงจะเข้าใจเขา แต่ถ้าหากว่าเอาความคิดของเราไปจะให้เขาเข้าใจเรานี่ คนส่วนใหญ่เข้าใจคนส่วนน้อยยากครับ ต้องคนส่วนน้อยไปเข้าใจคนส่วนใหญ่ถึงจะ ปรับได้ จูน (Tune) กันได้ เพราะฉะนั้นท่านประธานครับ ผมก็คงจะติดใจตรงนี้ละครับ ที่ทางคณะกรรมาธิการไม่ได้ซักถามในรายละเอียดเกี่ยวกับในเรื่องของการจัดสรร งบประมาณที่ลงไปในด้านความมั่นคงในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ แล้วก็การไปจัดสรร หรือว่าเพิ่มงบประมาณให้โดยที่ไม่มีเหตุผล ถ้าหากว่ามีเหตุผลสักนิดหนึ่งได้รู้ถึง ความสําคัญหรือความจําเป็นนี่ผมคิดว่าตรงนี้อย่างน้อยที่สุดพวกผมแล้วก็พี่น้องในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ก็คงจะมีความหวังบ้างว่าปีนี้ครั้งนี้รัฐบาลก็มีความเข้าใจและรัฐบาล ก็มีความตั้งใจในการที่จะเข้าไปแก้ปัญหา แล้วก็ความหวังนี้ถ้าหากว่าเห็นแสงราง ๆ ก็จะทําให้ พี่น้องเกิดความสุขใจและสบายใจได้
ท่านประธานที่เคารพครับ มีอีกส่วนหนึ่งซึ่งเป็นงบซ้ําซ้อน อันนี้ก็เยอะ เพราะว่าการที่เข้าไปรับผิดชอบในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้นั้นมีหลายหน่วยงานครับ ถ้าเราจะพูดถึงกลุ่มด้านความมั่นคงก็คือ กอ.รมน. ถ้าหากว่าด้านการพัฒนาก็คือ ศอ.บต. แต่ก็มีหน่วยงาน กระทรวง ทบวง กรมอื่น ๆ ด้วย เพราะฉะนั้นบางโครงการเข้าไปทับซ้อน กระทรวงนี้ก็ทํา ทหารก็ทํา ศอ.บต. ก็ทํา จากการพิจารณาผลก็คือว่างานส่วนใหญ่ งบประมาณที่ลงไปในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ส่วนใหญ่แล้วไม่ค่อยถึง พี่น้องประชาชนโดยตรงหรอกครับ มันจะไปสะดุดหยุดอยู่เป็นในเรื่องของงบใช้สอยนะครับ จะไม่ตกไปในเรื่องของงบลงทุน เพราะฉะนั้นเราถึงไม่แปลกใจว่าการพัฒนาไม่ว่าด้านอาชีพ รายได้ในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้มักจะไม่ค่อยมีโครงการที่เป็นรูปธรรมออกมา เพราะฉะนั้นอันนี้ถึงอยากจะขอแปรญัตติปรับลดในส่วนของด้านความมั่นคง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กอ.รมน. ๒๐ เปอร์เซ็นต์ ส่วนในเรื่องของสํานักข่าวกรองแห่งชาติ เพื่อนสมาชิกก็คงจะอภิปราย แล้วก็ สมช. ก็เช่นเดียวกันล้วนแล้วที่เกี่ยวข้อง ในด้านความมั่นคงทั้งสิ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งขณะนี้ที่ไม่ประสบความสําเร็จในเรื่องของ การรู้เขารู้เราโดยเฉพาะด้านการข่าว ด้านการข่าวนี่ผมไม่ทราบว่าทางกรรมาธิการ ได้ให้ความสําคัญเกี่ยวกับในเรื่องของการกระตุ้นฝ่ายข่าวของเรา ขณะนี้ต้องยอมรับว่า การข่าวของเราตามหลังฝ่ายตรงข้าม เพราะฉะนั้นถึงไม่แปลกใจว่าเราต้องสูญเสียกําลัง เจ้าหน้าที่ของเรามากกว่าฝ่ายตรงข้าม อย่างเดือนนี้ผมคิดว่าฝ่ายเจ้าหน้าที่ของเรา เพลี่ยงพล้ําไปในการกระทําของฝ่ายตรงข้ามไม่น้อยกว่า ๒๐-๓๐ คน ในขณะเดียวกันนั้น ฝ่ายตรงข้ามไม่ได้สูญเสียเลย อันนี้เป็นเรื่องที่น่าสังเกตนะครับว่าความผิดพลาดหรือขัดข้อง ในเรื่องของการปฏิบัติหน้าที่และการแก้ไขปัญหาความไม่สงบในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่แท้จริงแล้วมันคืออะไรนะครับ นี่เหตุผลที่ผมได้ขอแปรญัตติปรับลดในส่วนของมาตรา ๕ ครับ ขอขอบคุณครับท่านประธาน
เชิญท่านวรงค์ครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม นายแพทย์วรงค์ พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดพิษณุโลก
จะประท้วงหรือครับ
เปล่าครับท่านประธาน พอดีเมื่อกี้นี้ ท่านรองประธานท่านที่ได้ลงไปนี่ครับได้มีการประกาศรายชื่อของผู้ที่จะอภิปรายต่อ ซึ่งในขณะที่ผมได้ฟังก็มีรายชื่อที่ขาดตกแล้วก็ตกหล่นอยู่อีกหลายท่านครับ ผมขอให้ ท่านประธานช่วยประกาศอีกครั้งหนึ่งได้ไหมครับ เพราะว่าจะได้ประหยัดเวลา แล้วก็คนที่จะขึ้นอภิปรายต่อไปจะได้รู้ว่าตัวเองจะอยู่ในลําดับที่เท่าไร ขอบคุณครับท่านประธาน
มีคุณหมอวรงค์ อาจารย์รัชฎาภรณ์ ท่านอัญชลี ท่านจุติ และท่านศรัณย์วุฒิ ตอนนี้มีอยู่ที่ผม ๕ รายชื่อครับ เชิญคุณหมอครับ
ท่านประธานครับ ผม นายแพทย์วรงค์ พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดพิษณุโลก ในมาตรา ๕ ที่ทางสํานักนายกรัฐมนตรีตั้งไว้ประมาณ ๒๕,๐๐๐ กว่าล้านบาท ท่านประธานครับ พอดีท่านประธานวิปจะขออนุญาตผม สับเปลี่ยนให้อาจารย์รัชฎาภรณ์พูดก่อนครับ
เชิญอาจารย์รัชฎาภรณ์ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน รัชฎาภรณ์ แก้วสนิท ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดกาฬสินธุ์ ดิฉันอยากจะกราบเรียนว่าดิฉันได้สงวนคําแปรญัตติเอาไว้ที่จริงก็ทุกกระทรวงค่ะ แต่ว่าสํานักนายกรัฐมนตรีก็มีความตั้งใจเป็นพิเศษที่จะกราบเรียนว่าช่วงที่ผ่านมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งช่วงปิดสมัยประชุมดิฉันก็ได้เดินทางไปพบกับพี่น้องกลุ่มต่าง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มผู้หญิงนะคะ ก็ได้พบว่าปัญหาอุปสรรคทั้งหลายนี่เกิดขึ้นมากมาย แล้วก็ได้ติดตามการทํางานของท่านนายกรัฐมนตรีซึ่งท่านได้กดปุ่มส่งเงินไปให้จังหวัดต่าง ๆ จังหวัดละ ๒๐ ล้านบาทแล้ว แล้วก็ได้ติดตามไปดู ซึ่งที่จริงตอนนี้เงินก้อนนั้นยังใช้อะไรไม่ได้เลย เพราะต้องรอคณะกรรมการระดับชาติเสียก่อน แล้วทางโครงการนี้นี่นะคะ ทางกองทุนนี่ ก็ได้พยายามที่จะดําเนินงาน ที่จริงอยากจะกราบเรียนท่านว่าโครงการนี้รัฐบาลก็พยายามโฆษณานะคะ คุยว่าเป็นรัฐบาลแรก ที่มีเงินมีงบให้กลุ่มผู้หญิง ซึ่งถามว่าดีไหม ดี ดีกว่าไม่มี เพราะว่าเมื่อก่อนนี้ผู้หญิง เวลาคณะกรรมการพัฒนาสตรี ระดับหมู่บ้าน ระดับตําบล ระดับอําเภอ หรือระดับจังหวัด รวมทั้งระดับชาติ ซึ่งตอนหลังตั้งเป็นสมาคมนี่กว่าจะทํากิจกรรมทั้งหลายได้ต้องหาเงินเอง ไม่ว่าจะไปหาทําเป็นผ้าป่า จัดผ้าป่า หรือวันสตรีสากลได้เงินไปจังหวัดละ ๕,๐๐๐ บาท ก็ต้องไปเปิดร้าน ต้องไปจัดดนตรี จัดคอนเสิร์ตกัน ถ้ามีงบเอาไว้ให้เขาทํากิจกรรมก็ถือว่า เป็นเรื่องดี แต่ข้อสําคัญต้องให้ทําจริงแล้วต้องคํานึงถึงคุณภาพด้วย ไม่ใช่เอาไว้โฆษณาว่ามี แล้วก็ไม่ได้ไปดําเนินการอะไรให้มันเรียบร้อย เพราะว่าที่จริงจําได้เลยว่าเมื่อตั้งรัฐบาล ขึ้นมาใหม่ ๆ ดิฉันได้หารือในสภาในช่วงเช้าไม่ต่ํากว่า ๕ ครั้งเพื่อที่จะเรียนให้ทราบว่า มันมีปัญหาในระดับพื้นที่ รัฐบาลต้องสนใจที่จะทําให้พี่น้องประชาชนเข้าใจเจตนาของ กองทุนกองทุนนี้ ซึ่งมีเงินก็ไม่มากเท่าไร แต่ข้อสําคัญต้องใช้ให้ถูกต้อง ใช้ให้คุ้มค่า ดิฉันพูดหลายครั้งในตอนนั้นนะคะว่าถ้าดําเนินการหรือจัดการไม่ดี ๑. มันจะเป็นการโม้เฉย ๆ ว่า ได้ตั้งกองทุนนี้ขึ้นมาแล้ว ๒. ถ้าจัดการไม่ดีมันจะทําให้งบประมาณนี้ใช้ไม่ถูกต้อง เมื่อท่านได้กดปุ่มส่งเงินไป ๑,๕๔๐ ล้านบาทก็คือจังหวัดละ ๒๐ ล้านบาท ปีนี้ท่านก็ตั้งขึ้นมาอีก ๖,๓๖๐ ล้านบาท รวมแล้วเป็น ๗,๙๐๐ ล้านบาท ซึ่งท่านตั้งเอาไว้ที่จะให้จังหวัดต่าง ๆ เฉลี่ยจังหวัดละ ๑๐๐ ล้านบาทก็เป็นเงิน ๗,๗๐๐ ล้านบาท ท่านก็ตั้งงบบริหารเอาไว้ ๒๐๐ ล้านบาท นั่นหมายถึงว่าเวลาประชุมระดับตําบลกับระดับจังหวัดซึ่งท่านไม่มีกรรมการ ระดับหมู่บ้าน ไม่มีกรรมการระดับอําเภอ มีระดับตําบลกับระดับจังหวัด ซึ่งจริง ๆ แล้ว ระดับหมู่บ้านเป็นพื้นที่ที่มีคนอยู่ตัวจริง เพียงแต่ว่าท่านรีบร้อนแล้วท่านไม่พยายามที่จะให้ ความรู้ที่ถูกต้องกับพี่น้องประชาชน มันถึงทําให้ดิฉันต้องเสนอตัดงบประมาณ ของกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีแห่งชาติ ถามว่าทําไมดิฉันมาอภิปรายในสํานักนายกรัฐมนตรี ก็เพราะคณะกรรมการจัดการบริหารเขาเรียกยุทธศาสตร์อะไรนี่อยู่ที่สํานักนายกรัฐมนตรี แล้วก็ได้ดําเนินการไป มีการไปรับฟังความเห็นพี่น้องประชาชน ซึ่งเมื่อปีที่แล้วดิฉันก็คัดค้าน ดิฉันแย้งไม่เห็นด้วยกับการที่จะใช้วิธีรับฟังความเห็นแล้วก็ให้ความรู้ประชาชน ด้วยการไปตามจังหวัดใหญ่ ๆ แล้วก็ไปจัดที่โรงแรมใหญ่ ๆ เพราะสุดท้ายแล้ว เวลาคนที่จะเป็นสมาชิกท่านต้องไประดมจากระดับหมู่บ้าน ระดับหมู่บ้านถ้าความรู้ไม่เท่ากัน มันกลายเป็นว่าโครงการนี้ งบประมาณนี้ ๗,๗๐๐ ล้านบาทซึ่งขอมาเต็มแล้วในปีนี้ เป็นโครงการที่สร้างความแตกแยกในหมู่บ้าน ในชุมชน เพราะว่ามีคนที่รู้ไม่เท่ากัน มีคนที่ตั้งองค์กรขึ้นมาใหม่ชื่อชมรมเสียงสตรีแล้วก็เป็นสมาชิก ตอนตั้งตอนแรกก็บอกว่า จะมีเงินก้อนนี้แหละมาให้บริหารจัดการมาให้กู้ยืมในหมู่บ้าน เพราะฉะนั้นเมื่อถึงเวลาที่ คณะทํางานหรือกองทุนนี้ดําเนินการมันก็กลายเป็นคนที่มีคนรู้เรื่องในหมู่บ้านกลุ่มหนึ่ง กับอีกกลุ่มหนึ่งเป็นคนที่ไม่รู้เรื่องแต่ต้องมาสมัครเป็นสมาชิก เมื่อมีการระดมให้สมัคร เป็นสมาชิกแล้ว ที่จริงเมื่อท่านให้ กศน. ไปรับสมัคร กศน. ผู้รับสมัครยังไม่รู้เรื่องเลยว่า กองทุนนี้มีวัตถุประสงค์อะไร แล้วจะทําอะไรบ้าง ก็รับสมัครไป แล้ววิธีเก็บข้อมูล ดิฉันไม่เข้าใจว่าเก็บข้อมูลอย่างไร ทราบแต่ว่าในหลายจังหวัดที่มีผู้สมัครไม่มาก ตอนหลังมานี่รัฐบาลก็เลยให้ฝ่ายปกครองเป็นคนไประดมชื่อมาเพื่อที่จะให้มีชื่อจังหวัดละ ให้มากหน่อย ให้ได้จังหวัดละเป็นล้าน พอมาถึงตอนนี้มันกลายเป็นว่าความรู้ไม่เข้าใจ เมื่อไม่เข้าใจแล้วทางนี้ก็มีการเลือกทําประชาคมเพื่อที่จะเลือกตัวแทนหมู่บ้านละ ๑ คน ไปเป็นกรรมการระดับตําบล ดิฉันไปมานี่นะคะ ที่จริงยกตัวอย่างมาแค่จุดเดียว ที่ดิฉันไปเป็นวิทยากรแล้วพี่น้องผู้หญิงบ่นมาก ดิฉันก็บอกว่าถ้าบ่นมาก ๆ เรื่องกองทุนตอนนี้ เขาเลือกกรรมการระดับตําบล ระดับอําเภอไปแล้ว แล้วก็แจกกระดาษไป แล้วก็บอกว่า คุณเขียนมาว่ามีปัญหาอะไร นี่เฉพาะจุดเดียวนะคะดิฉันถือมา ถ้าท่านใดต้องการที่จะดู เป็นลายมือของพี่น้องประชาชนแล้วก็บ่นเข้ามาให้ทราบว่ามันมีปัญหามาก แล้วที่สําคัญ ก็คือที่จริงแล้วก็รัฐบาลนี้แหละกระทรวงมหาดไทยเมื่อก่อนนี้ที่ตั้งคณะกรรมการ กองทุนพัฒนาบทบาทสตรีระดับต่าง ๆ ขึ้นมา เขาพยายามที่จะทํากิจกรรมทั้งหลายในขณะที่ ไม่มีเงิน เขาก็บ่นว่าเมื่อมีเงินจังหวัดละประมาณ ๑๐๐ ล้านบาทก็ตั้งกรรมการชุดใหม่ขึ้นมา ซึ่งไม่ใช่พวกเขา แล้วแถมบางแห่งเขายังถูกกีดกันเสียด้วยซ้ําไป เขาก็จะบ่นกันมา แล้วเมื่อมาถึง มีคนคัดค้านเยอะนะคะ ที่จริงไม่ได้คัดค้านว่าท่านมีเงินก้อนนี้ไว้ให้ผู้หญิงดําเนินกิจการ ทั้งหลาย แต่คัดค้านในเรื่องของกระบวนการแล้วก็เรื่องรายละเอียด เพียงแต่ว่ารัฐบาล อาจจะฟังคนอื่นน้อยไปหน่อย เพราะคณะกรรมการยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ ในสํานักนายกรัฐมนตรีก็จะเป็นคนที่ใกล้ชิดท่านทั้งสิ้น มีองค์กรผู้หญิงที่ทํางานด้านผู้หญิง ด้านสิทธิผู้หญิงในการส่งเสริมพัฒนาสตรีเสนอข้อเสนอเข้าไปมาก แต่ไม่ได้รับการแก้ไข ไม่ได้รับการดูแล เพราะฉะนั้นก็ดําเนินการมาเรื่อย ๆ จากความไม่เข้าใจ เอกสารปึก ที่ดิฉันยกให้ท่านดูเขาจะเล่าให้ฟังว่าการเลือกตั้งกรรมการระดับหมู่บ้านเมื่อมีผู้สมัครแล้วนี่ เพื่อที่จะต้องการ เขาบอกว่าต้องการที่จะล็อกสเปก (Lock spec) ผู้ที่จะเป็นกรรมการระดับ หมู่บ้านเป็นตัวแทนหมู่บ้าน วันที่ไปประชุมก็จะบอกไม่ครบถ้วน ไม่ทั่วถึง แล้วคนที่ไปที่เป็น สมาชิกอยู่แล้วไปถึงปรากฏว่าชื่อที่เป็นสมาชิกตกหล่น แต่ผู้ที่ชวนกันไปไปถึงไม่ได้เป็นสมาชิก ให้สมัครสมาชิกได้ ที่จริงสมัครสมาชิกไม่ได้นะคะ มันมีช่วงปิดการสมัครเป็นสมาชิกไปแล้ว แล้วก็บอกว่ามันทําให้มีการล็อกสเปก มีการบอกว่าให้เอาเมียผู้ใหญ่บ้าน ให้เอาผู้ช่วย ให้เอาใครเป็น แล้วพอไปถึงระดับตําบลมีกรรมการระดับตําบลก็มาเล่า ไม่ได้เล่าอย่างเดียว เขียนในนี้ด้วย บางคนบอกว่ากรรมการระดับตําบลมีการลอบบี้ (Lobby) กัน มีการใช้เงิน บางจังหวัด ๒๐,๐๐๐ บาท ในเอกสารนี้นะคะ บางแห่ง ๓๐,๐๐๐ บาท ถ้าเป็นระดับอําเภอ ๓๐๐,๐๐๐ บาท ดิฉันก็ถามว่าแล้วจะเข้าไปเป็นอะไร เพราะความไม่เข้าใจอย่างไรคะ เขาทราบว่ามีเงินลงมาเฉลี่ย ๑๐๐ ล้านบาท แล้วถ้าเขาเป็นกรรมการถ้ามีการกู้ยืมเงิน ซึ่งรัฐบาลโฆษณามากเลยวัตถุประสงค์ ๔ ข้อนี่
ข้อแรก คือเป็นแหล่งเงินทุนดอกเบี้ยต่ําได้รับการโฆษณามาก ดิฉันถามกรรมการ เขาก็บอกว่าเขาคิดว่าเขาจะมีสิทธิไปอนุมัติเงินทั้งหลายเหล่านี้ ซึ่งเขาเข้าใจว่าจะเป็นช่องทาง ในการที่เขาจะได้ผลประโยชน์บ้าง ซึ่งเป็นความเข้าใจผิดอย่างสิ้นเชิง แล้วเข้าใจผิดอย่างนี้ เยอะมาก ดิฉันไปหลายเวทีนะคะ ดิฉันถึงตัดสินใจที่จะพูดว่าถ้าอย่างนั้นงบที่มีอยู่ที่ขอปีนี้ ๖,๓๖๐ ล้านบาท ให้ไปก็จะครบ ๗,๗๐๐ ล้านบาทตามเป้าหมายของท่านนั่นแหละ แต่ชะลอก่อนได้ไหม ก็กลัวจะบอกว่าไม่ได้ ดิฉันก็ขอตัด ๑๐ เปอร์เซ็นต์ เพื่อที่จะ ยังไม่ปล่อยลงไปให้ดําเนินการอย่างนั้น ดิฉันเสนอว่าค่อย ๆ ทําเพราะมันทําทั่วประเทศ แล้วมีผู้ร้องเรียนกันเยอะนะคะ แต่บังเอิญว่าท่านทํากันเองมันก็เลยยุ่งยากอย่างนี้ค่ะ มันก็ไม่ได้ฟังใคร การที่จะระดมคนทั้งประเทศมามันเป็นเรื่องยาก แล้วเงินก็ยังใช้ไม่ได้ แต่ก็ตั้งขึ้นมาเพื่อที่จะให้มันครบ ที่จริงรัฐบาลทําไปแก้ไปก็ดี แต่ต้องแก้ด้วยความเข้าใจ ต้องเข้าใจว่าประชาชนที่อยู่ในทุกระดับเข้าใจแค่ไหน มีใครที่จะตั้งตัวเป็นเจ้าของกองทุนนี้ ในหมู่บ้าน มีแน่นอนก็คือคนที่สมัครเป็นชมรมเสียงสตรีรุ่นแรก ๆ รุ่นหลัง ๆ ก็ขยายออกไป แล้วก็นอกนั้นเขาก็จะรู้สึกว่าเขาไม่ได้เป็นเจ้าของ แต่ข้อสําคัญ ท่านประธานคะ ถ้ามีนโยบาย เกิดขึ้นมาแล้วทําได้ไม่จริงเขาเรียกว่าโม้ ถ้าทําไปแล้วมันไม่ประสบความสําเร็จจะทําให้เกิดความล้มเหลว ตอนนี้แค่เป็นการเลือก กรรมการในเบื้องต้น ระเบียบนี้บอกว่าเลือกตัวแทนหมู่บ้านละ ๑ คนไปเป็นกรรมการ ระดับตําบล และให้มีผู้ทรงคุณวุฒิระดับตําบล ๕ คนจังหวัดเป็นคนตั้ง ไม่ใช่ตําบลเป็นคนตั้งนะคะ แล้วระดับตําบลไปเลือกตัวแทนอําเภอ แต่ตัวแทนอําเภอเลือกกันไปเป็นระดับจังหวัด เพราะระดับอําเภอไม่มี แต่ระดับจังหวัดมีผู้ทรงคุณวุฒิ ๕ คน แล้วก็บอกว่าให้กรรมการ ระดับชาติเป็นคนตั้งกรรมการระดับจังหวัด ดิฉันไปฟังผู้ว่าราชการจังหวัดบางท่านท่านบอก ท่านไม่รู้เรื่อง ซึ่งที่จริงท่านอาจจะไม่จําเป็นต้องรู้เรื่องก็ได้เพราะว่าไม่ใช่งานของท่าน แต่ท่านก็รู้สึกว่าทําไมท่านไม่รู้เรื่อง อาจจะมีบางหน่วยงานที่รู้ แล้วเสนอขึ้นไปมีการถามกัน อ้าว เสนออีกได้ไหม ผู้ใหญ่ในจังหวัดถามเสนออีกได้ไหม ถ้าเสนออีกเอาคนนั้นคนนี้เข้าไปสิ มันง่ายเพราะมันไม่ต้องมีการเลือกสรร ไม่ต้องมีการคัดสรร แล้วเวลาส่งใครมานี่จังหวัด เขาไม่ได้เลือก กรรมการระดับจังหวัดไม่ได้เลือก ถ้าเป็นผู้หลักผู้ใหญ่ในจังหวัด จะมาครอบเขาหรือเปล่า ดิฉันอยากจะเรียนท่านว่าเจตนาในการตั้งกองทุนนี้ต้องให้มัน เดินไปให้ได้ อย่าให้มันต้องมาสะดุดตรงที่ความไม่เข้าใจของพี่น้องประชาชน แล้วก็อ้างความเป็นผู้หญิง อ้างการพัฒนาสตรีเข้าไปเพื่อให้คนอื่น ๆ เข้ามาหาประโยชน์ได้
ท่านประธานที่เคารพคะ ดิฉันอยากจะเรียนให้ทราบว่ามีองค์กรสตรี เครือข่ายองค์กรสตรีพยายามที่จะเสนอรัฐบาล ไม่เห็นด้วยตั้งแต่แรกแล้วค่ะว่าการให้ผู้หญิง ต้องสมัครเป็นสมาชิก ทั้ง ๆ ที่ชื่อว่ากองทุนพัฒนาบทบาทสตรีแห่งชาติ มีหลายองค์กร ไม่เห็นด้วย เขาบอกต้องเปิดหมดเลย ถ้าไม่อย่างนั้นคือใครก็ได้ที่เป็นผู้หญิง ไม่อย่างนั้น มันจะไปรอนสิทธิผู้หญิงที่อยู่ห่างไกลที่เป็นกลุ่มชาติพันธุ์ทั้งหลายเขาก็จะไม่มีโอกาส แล้วมีข้อเสนอหลายข้อ จนสุดท้ายเขาไปพบกับท่านนายกรัฐมนตรี ไปพบกับเลขาธิการ นายกรัฐมนตรีแล้วเขาประชุมกัน ท่านก็ส่งให้โฆษกรัฐบาลกับเลขาธิการนายกรัฐมนตรีมาพบ แล้วก็เจรจากัน สุดท้ายไปแถลงข่าวอยู่ที่จังหวัดสุรินทร์ตอนที่ไปประชุมคณะรัฐมนตรี ท่านประธานที่เคารพคะ ดิฉันอยากจะเรียนถามว่าเมื่อระเบียบเดิมก็ดําเนินการไปเรื่อย ๆ แก้ไปแล้วก็ดําเนินการไป แล้วก็เลือกกรรมการมาแล้วทุกระดับ เพียงแต่ว่าระดับชาติยังไม่ได้ แต่งตั้ง เมื่อยังไม่ได้แต่งตั้งเงินทั้งหลายก็ยังประกาศใช้ไม่ได้ แล้วรัฐบาลก็ไปแถลงข่าวร่วมกัน กับเครือข่ายองค์กรสตรีที่จังหวัดสุรินทร์ แล้วก็มีความเห็นร่วมกันใน ๕ ประเด็น
ประเด็นที่ ๑ คือจะแก้ไขระเบียบเดิม ในขณะที่กรรมการก็ตั้งไปแล้ว การแต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีแห่งชาติ นายกรัฐมนตรีในฐานะเป็นประธานคณะกรรมการจะแต่งตั้งผู้ทรงคุณวุฒิ จํานวน ๕ คน จากผู้ที่มีการดําเนินงานและมีผลเป็นที่ประจักษ์ในความรับผิดชอบ เสียสละ หรือมีส่วนร่วม ในการทําประโยชน์แก่สังคมเกี่ยวกับการส่งเสริมโอกาส การคุ้มครองพิทักษ์สตรี และความเสมอภาคระหว่างเพศ อันนี้ก็คือท่านนายกรัฐมนตรีรับปากว่าท่านนายกรัฐมนตรี จะตั้ง ๕ คน สันนิษฐานก็คือเป็นกลุ่มองค์กรที่เคลื่อนไหวแล้วทํางานด้านนี้
ประเด็นที่ ๒ การแต่งตั้งที่ปรึกษาในคณะกรรมการกองทุนพัฒนา บทบาทสตรีแห่งชาติ ท่านก็จะตั้งที่ปรึกษาจากผู้มีความรู้และมีประสบการณ์เหมือนข้อแรก
ประเด็นที่ ๓ การตั้งคณะกรรมการบริหารกองทุนจํานวนไม่เกิน ๑๐ คน ในระเบียบปี ๒๕๕๕ นี่นะคะ จํานวน ๕ คนจะเอามาจากรายชื่อที่เครือข่ายองค์กรสตรี ภาคประชาชนเสนอชื่อ นั่นก็คือถ้ากลุ่มนี้เสนอขึ้นมาจะเอาไป ๕ ชื่อจาก ๑๐ ชื่อ
ประเด็นที่ ๔ เมื่อมีการประกาศรายชื่อคณะกรรมการกองทุนพัฒนา บทบาทสตรีแห่งชาติแล้ว ขอให้คณะกรรมการแก้ไขระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรี ให้มีการจัดตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อพิจารณาเรื่องต่าง ๆ โดยเร่งด่วน ๑. ยกเลิก การรับสมัครเป็นสมาชิก อันนี้เป็นข้อตกลงกันนะคะ
๑. มีอนุกรรมการยกเลิกการรับสมัครเป็นสมาชิกและให้เป็นกองทุนเปิด ซึ่งทั้งหลายทั้งปวงที่ผ่านมารับสมัครสมาชิกแล้ว แล้วคนกลุ่มนี้ก็ถือว่าเป็นโดยอัตโนมัติ แล้วยกเลิกการรับสมัครใช่ไหม
๒. แก้ไขคุณสมบัติของผู้ที่สามารถขอรับสิทธิจากกองทุน
๓. ทบทวนวัตถุประสงค์ของการใช้กองทุนพัฒนาบทบาทสตรี ๔ ข้อเสียใหม่ ก็คือการเรียงลําดับเสียใหม่
๑. เป็นแหล่งเงินทุนเพื่อการส่งเสริม สนับสนุนการจัดกิจกรรมในการพัฒนา บทบาทสตรี
๒. เป็นแหล่งเงินทุนเพื่อการพัฒนาศักยภาพสตรีและเครือข่ายสตรี
๓. เป็นแหล่งเงินทุนเพื่อการสนับสนุนโครงการอื่น ๆ ที่เป็นการแก้ไขปัญหา และพัฒนาสตรี
๔. เป็นแหล่งเงินทุนหมุนเวียนดอกเบี้ยต่ําหรือปลอดดอกเบี้ย ในการสร้างโอกาส ให้สตรีเข้าถึงแหล่งทุน
ก็คือ ๑-๔ นี้สลับกันกับวัตถุประสงค์เดิมของกองทุน เรียง ๑ ๒ ๓ ๔ ตอนนี้ข้อตกลงกันก็คือเอา ๔ ขึ้นมาก่อนเป็น ๔ ๓ ๒ ๑ และสัดส่วนในการใช้เงินกองทุน ควรเป็นดังนี้ ลําดับที่ ๑ มีสัดส่วนร้อยละ ๓๐ อันนี้ก็คือพัฒนาองค์กรผู้หญิงให้มีมากที่สุด ส่วนลําดับที่ ๒ ลําดับที่ ๓ ลําดับที่ ๔ ควรมีสัดส่วนเท่ากันคือร้อยละ ๒๐ นั่นแปลว่า การเป็นเงินทุนหมุนเวียนดอกเบี้ยต่ําหรือปลอดดอกเบี้ยให้มีแค่ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ เพราะว่า มีข้อมูลนะคะว่าพี่น้องประชาชนในหมู่บ้านถ้านับระดับตําบลมีกองทุนทั้งหลาย ที่พี่น้องประชาชนจะไปกู้ยืมได้ในระดับตําบลแต่ละตําบลไม่น้อยกว่า ๒๐ กองทุน เพราะฉะนั้นกองทุนนี้ควรจะนําไปพัฒนาสตรีไม่ใช่เอามาให้กู้ดอกเบี้ยต่ํา เพราะฉะนั้นกู้นี่ ควรจะอยู่ลําดับสุดท้ายคือ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ แต่ท่านประธานคะ ใครหลอกใคร เมื่อไม่กี่วันมานี้ รัฐมนตรีนลินีซึ่งเป็นคนดูแลเรื่องนี้ท่านบอกว่าจะให้เป็นเงินกู้ยืม ๘๐ เปอร์เซ็นต์ แปลว่า อยากจะให้พี่น้องสตรีทั้งหลายตั้งหน้าตั้งตากู้อีกหรืออย่างไร ในเมื่อข้อมูลของ สํานักนายกรัฐมนตรีบอกว่าตําบลหนึ่งมีกองทุนให้กู้ได้ไม่น้อยกว่า ๒๐ กองทุน อันนี้ก็มา ๘๐ เปอร์เซ็นต์เพื่อที่จะหลอกล่อหรือเพราะไม่เข้าใจ แล้วข้อตกลงที่แถลงข่าวมีภาพด้วยนะคะ มีท่านโฆษกรัฐบาล แต่ไม่มีท่านเลขานุการรัฐมนตรี แต่เลขานุการรัฐมนตรีประชุมด้วย อันนี้ไม่มีท่านรัฐมนตรีที่ดูแลเรื่องนี้ แต่ท่านรัฐมนตรีไปประกาศคนละอย่างนะคะ กับข้อตกลงตรงนี้ ต้องถามว่านโยบายนี้ใครหลอกใคร เป็นการหลอกกันหรือเปล่า เป็นการขายผ้าเอาหน้ารอดเฉพาะหน้าหรือเปล่า หรือถ้าไม่อย่างนั้นท่านจะไปจัดการอย่างไร ข้อตกลงเหล่านี้พี่น้องประชาชนยังไม่ทราบ ดิฉันเรียนถาม ส.ส. ในห้องนี้ยังไม่ทราบเลย เพราะฉะนั้นต้องถามว่าจะดําเนินการจริงหรือเปล่า ก็ต้องเรียนท่านว่าถ้าอย่างนั้น ก็อย่าเพิ่งใช้เงินเลย ถ้ามีโครงการหรือนโยบายแล้วทําไม่ได้ ถ้ามีนโยบายแล้วล้มเหลว ถ้ามีนโยบายมีงบประมาณแล้วเป็นช่องทางให้คนมาหาประโยชน์จากงบนี้ โดยอ้างความเป็นผู้หญิง ไม่ว่าจะเป็นจากการบริหารหรือการพิจารณาโครงการงบเงินกู้ งบช่วยเหลือผู้หญิง งบให้องค์กรก็ตามนะคะ ต้องเรียนถามว่าถ้ามีนโยบายอย่างนี้แล้วมีปัญหา ทําให้เกิดความแตกแยกในหมู่บ้าน ในชุมชน แล้วยังเป็นช่องทางที่จะทําให้ การบริหารโครงการนี้ล้มเหลว ที่จริงดิฉันตัด ๑๐ เปอร์เซ็นต์ยังน้อยเสียด้วยซ้ําไป ฝากให้รัฐบาลกลับไปพิจารณาอีกครั้งหนึ่ง
แล้วมีอีกข้อสุดท้าย ขอประทานโทษ ข้อตกลงที่ตกลงกันที่จังหวัดสุรินทร์ ที่แถลงอยู่ที่จังหวัดสุรินทร์ รัฐบาลจะดําเนินการในกระบวนการนิติบัญญัติเพื่อแก้ไขระเบียบ สํานักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีแห่งชาติ ปี ๒๕๕๕ ภายใน ๒ ปี นับตั้งแต่มีคณะกรรมการกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีแห่งชาติ นั่นก็คือจะแก้เป็นกฎหมาย จากระเบียบจะแก้เป็นกฎหมายให้เสร็จภายใน ๒ ปี รัฐบาลต้องไม่ลืมนะคะสัญญาอะไร ไว้กับประชาชน ท่านต้องมองประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ทั่วประเทศเป็นกลุ่มเดียวกันกับ เครือข่ายพัฒนาบทบาทสตรี เพราะกลุ่มคนเหล่านี้เขาก็ถึงกันอยู่ เพียงแต่อย่าคิดว่า เขาอยู่ห่างกัน แล้วท่านก็จะสัญญากับกลุ่มหนึ่งอย่างหนึ่งแล้วปฏิบัติกับกลุ่มหนึ่ง อีกอย่างหนึ่งไม่ได้ เรียนว่าอย่าเพิ่งพิจารณาใช้เงิน ได้เงินมาแล้วกองไว้ก่อน ไม่อย่างนั้นมันจะเป็นปัญหาในการปฏิบัติ ให้หน่วยงานปกติทําไปก่อนก็ได้นะคะ เรามีโครงการ มีกองทุนส่งเสริมการจัดสวัสดิการสังคม กองทุนพัฒนาบทบาทสตรี กองทุนเพื่อการป้องกัน และปราบปรามการค้ามนุษย์ เรามีอยู่หลายกองทุน ให้กองทุนเหล่านั้นทําไปก่อนก็ได้ ไหน ๆ กองทุนนี้ถือว่าเป็นกองทุนใหญ่ ไหน ๆ กองทุนนี้ถือว่าเป็นนโยบายเฉพาะของรัฐบาลอยู่แล้ว ทําให้สมบูรณ์ ทําให้ถูกต้อง ทําให้ดีงาม ทําให้เพื่อสร้างเสริมความสามัคคีให้กับ พี่น้องประชาชนทุกหมู่เหล่า ไม่ว่าคนเหล่านั้นจะอยู่ในพื้นที่ไหนของประเทศก็ตาม ใช้เงินให้คุ้มค่า ท่านประธานคะ เป็นหน้าที่ของดิฉัน แล้วดิฉันก็ชวนพี่น้องประชาชนว่า ต้องตรวจสอบการทํางาน ตรวจสอบการบริหารงานเหล่านี้ เพราะมันเป็นเรื่องใกล้ตัว ของพี่น้องประชาชนโดยเฉพาะพี่น้องผู้หญิงที่เป็นสตรี ดิฉันตัด ๑๐ เปอร์เซ็นต์เท่านั้นละค่ะ แต่เท่าที่มีอยู่อย่าเพิ่งใช้นะคะ ใช้แล้วไม่คุ้มค่า ขอบคุณค่ะ
เชิญท่านอัญชลีครับ
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน อัญชลี วานิช เทพบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดภูเก็ต พรรคประชาธิปัตย์ ดิฉันได้ขอแปรญัตติปรับลดงบประมาณในมาตรา ๕ สํานักนายกรัฐมนตรี โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ใน (๑๗) สํานักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) ลงไปทั้งสิ้น ๑๐ เปอร์เซ็นต์ค่ะ ท่านประธานคะ ตามที่เราทราบกันดีอยู่แล้วค่ะว่ารัฐบาลนั้น ได้ตั้งงบประมาณรายจ่ายประจําปี พ.ศ. ๒๕๕๖ ไว้ทั้งสิ้นประมาณ ๒.๔ ล้านล้านบาท โดยทั้งสิ้นจะเป็นงบรายจ่ายประจําอยู่ที่ประมาณ ๑.๙ ล้านบาท ดิฉันได้เรียนไว้ แล้วก็ได้อภิปรายไว้ในวาระแรกแล้วค่ะว่างบจริง ๆ ที่จะเหลือในการลงทุน หรือว่าการพัฒนาประเทศก็จะอยู่ที่ประมาณ ๔๐๐,๐๐๐-๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาท นี่ยังไม่ได้นับ รวมเงินกู้อื่น ๆ ที่ยังมีอีกมากนะคะ ดิฉันได้อภิปรายไปในวาระแรกค่ะว่าสิ่งที่พี่น้องประชาชน ห่วงใยและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในห้องนี้โดยเฉพาะอย่างยิ่งฝ่ายค้านนั้นให้ความห่วงใยมาก ก็คือรัฐบาลจะสามารถนําเงินงบประมาณเหล่านี้ไปบริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ ได้หรือไม่ หรือว่าจะไปบริหารอย่างล้มเหลว สิ่งที่เราห่วงใย พี่น้องประชาชนห่วงใยก็คือ รัฐบาลจะสามารถนําเงินงบประมาณตรงนี้ไปบริหารจัดการอย่างโปร่งใส ปราศจากการทุจริต คอร์รัปชันได้หรือไม่ และรัฐบาลจะสามารถนําเงินงบประมาณเหล่านี้ไปบริหารจัดการ อย่างมีคุณธรรม โดยคํานึงถึงผลประโยชน์ของพี่น้องประชาชนและประเทศชาติเป็นหลัก ได้หรือไม่ นี่คือความห่วงใยที่พวกเราได้ฝากไปให้กับคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๖ ซึ่งใช้เวลาในการพิจารณากว่า ๗๐ วัน แต่ครั้นคณะกรรมาธิการได้ส่งร่างพระราชบัญญัติ งบประมาณรายจ่ายประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๖ กลับมาให้เราในวาระที่สอง ดิฉันคงต้องเรียนตอบได้ว่ารัฐบาลคงไม่อาจสามารถ โดยเฉพาะอย่างยิ่งดิฉันเองนั้นแปลกใจ ที่ทางคณะกรรมาธิการวิสามัญได้ปรับลดงบประมาณในสํานักงานส่งเสริมการจัดประชุม และนิทรรศการ (องค์การมหาชน) ลง เงินทั้งสิ้นที่ สสปน. เขาขอไปประมาณ ๘๘๒ ล้านบาท และหน่วยงาน สสปน. หรือว่าสํานักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) นั้นถือได้ว่าเป็นอีกช่องทางหนึ่งที่จะดึงนักท่องเที่ยวกลุ่มที่มีคุณภาพ หรือที่เราเรียกว่ากลุ่มไมซ์ (MICE) นั้นเข้าสู่การประชุมที่ประเทศไทยของเรา แล้วก็เพิ่มรายได้จากการท่องเที่ยวจากสิ่งเหล่านี้ได้เป็นอย่างดี แต่สิ่งที่ดิฉันแปลกใจ ไปมากกว่านั้นก็คือเมื่อคณะกรรมาธิการปรับลดงบประมาณของ สสปน. ลง แล้วมาตัด รวมกันไว้ที่กองกลาง ทุกครั้งรัฐบาลก็จะขอแปรญัตติเพิ่มกลับไปให้เป็นงบประมาณของ กระทรวง ทบวง กรมต่าง ๆ แต่รัฐบาลกลับไม่ได้ขอแปรญัตติเพิ่มกลับไปให้ สสปน. ทั้ง ๆ ที่ทางท่านนายกรัฐมนตรี คุณยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นั้นได้เคยแถลงนโยบาย การสร้างรายได้ไว้ต่อสภาผู้แทนราษฎรในปี ๒๕๕๔ ชัดเจน และดิฉันอภิปรายมาหลายครั้ง แล้วค่ะว่านโยบายการสร้างรายได้นั้นก็จะพัฒนาการท่องเที่ยว โดยให้สัญญาประชาคม ต่อสภาแห่งนี้ไว้ว่าจะทําให้มีรายได้จากนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น ๒ เท่าตัวใน ๕ ปี เรากลับไปดู ตัวเลขกันค่ะว่าในปี ๒๕๕๔ ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้ประกาศแถลงนโยบายไว้ต่อสภานั้น เงินรายได้จากการท่องเที่ยวทั้งสิ้นอยู่ที่ ๑,๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาทค่ะ เพราะฉะนั้น ในปี ๒๕๕๘ เพิ่มขึ้นอีก ๒ เท่าตัวในเวลา ๕ ปี เงินที่จะได้รายได้จากการท่องเที่ยว จะต้องขึ้นไปถึง ๒.๒ ล้านล้านบาท นี่คือโจทย์ที่นายกรัฐมนตรีเองได้ประกาศต่อสภา แล้วก็ต่อพี่น้องประชาชน และเมื่อเร็ว ๆ นี้เมื่อประมาณปลายเดือนมิถุนายนนายกรัฐมนตรีเองก็ได้กลับมาพูด ในเรื่องของการท่องเที่ยวอีกครั้งหนึ่งค่ะโดยนั่งเป็นประธานอยู่ที่หัวโต๊ะ แล้วก็แถลง ในเรื่องของยุทธศาสตร์การขับเคลื่อนการดําเนินงานเพื่อจะเพิ่มรายได้ให้กับการท่องเที่ยว ให้บรรลุ ๒.๒ ล้านล้านบาทในปี ๒๕๕๘ แล้ว ๑ ในกลยุทธ์ที่ได้มีการพูดจากันในวันนั้นก็คือ การดึงตลาดจากนักท่องเที่ยวต่างชาติโดยผ่านตลาดกลุ่มไมซ์ค่ะ ตรงนี้เองที่ทําให้ ดิฉันสงสัยว่าวันที่ท่านนายกรัฐมนตรีแถลงหรือที่ท่านนายกรัฐมนตรีพูดเป็นประธาน ในฐานะการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การเพิ่มรายได้จากการท่องเที่ยวให้กับประเทศไทยนั้น ท่านทราบหรือเปล่าคะว่า สสปน. ทําหน้าที่อะไร สสปน. ทําหน้าที่ในการจัดประชุม แล้วก็นิทรรศการ และวันนี้ค่ะตัวเลขของนักท่องเที่ยวซึ่งมาจากในตลาดกลุ่มไมซ์ หรือกลุ่มประชุมนั้นอยู่ที่ประมาณ ๘-๑๐ เปอร์เซ็นต์จากนักท่องเที่ยวโดยรวม เพราะฉะนั้นตรงนี้การเพิ่มรายได้นี้เรียกได้ว่าเท่าทวีคูณนะคะ เกือบ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ จากนักท่องเที่ยวธรรมดาที่มาท่องเที่ยวอยู่ในประเทศไทยทุกวันนี้ เมื่อเป็นเช่นนี้ค่ะ ตัวเลขที่ท่านนายกรัฐมนตรีควรจะต้องตามดูว่าในปี ๒๕๕๔ ตัวเลขอยู่ที่ ๑.๑ ล้านล้านบาท ในปี ๒๕๕๕ ก็คือปีนี้รายได้ควรจะต้องเพิ่มมาตามที่กรมการท่องเที่ยวได้กําหนดเอาไว้ก็คือ จะต้องขึ้นมาจากรายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติอยู่ที่ประมาณ ๘๘๐,๐๐๐ ล้านบาท นักท่องเที่ยวไทยอยู่ที่ประมาณ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ตัวเลขจะต้องมาอยู่ที่ ๑.๓ ล้านล้านบาท ในปี ๒๕๕๖ ก็คือปีงบประมาณที่เรากําลังถกกันซึ่งก็จะเป็นปีหน้า ตัวเลขของนักท่องเที่ยว กับรายได้จะต้องก้าวกระโดดขึ้นมาอยู่ที่ ๑,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทสําหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ และนักท่องเที่ยวไทยก็ยังอยู่ที่เดิมค่ะประมาณ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทเศษ รวมแล้วปี ๒๕๕๖ รายได้จากนักท่องเที่ยวจะต้องเพิ่มขึ้นมาถึงประมาณ ๑.๕ ล้านล้านบาทถึงจะก้าวกระโดด กลับไปที่ปี ๒๕๕๘ ตามที่ท่านนายกรัฐมนตรีได้แถลงไว้ต่อสภานั่นก็คือจะต้องก้าวกระโดด ไปที่ ๒.๒ ล้านล้านบาท ตรงนี้ค่ะสุญญากาศที่เกิดขึ้นกับการที่จะต้องเร่งให้มีการดึงตลาด นักท่องเที่ยวกลุ่มไมซ์เข้าสู่ประเทศไทยนั้นจึงเป็นยุทธศาสตร์ที่สําคัญอย่างยิ่ง ดิฉันคงต้องขออนุญาตเรียนต่อท่านประธานค่ะว่าพฤติกรรมหรือสิ่งที่ท่านนายกรัฐมนตรี ได้แถลงต่อสภานั้นมันสวนทางกันโดยสิ้นเชิง อย่างไรคะท่านประธาน นั่นก็คือสมัยเมื่อตอนที่ ท่านอภิสิทธิ์เป็นนายกรัฐมนตรีได้วางยุทธศาสตร์ไว้ชัดเจนว่าต้องการให้กรุงเทพมหานครนั้น เป็นศูนย์กลางของการท่องเที่ยวในภูมิภาคอาเซียน และนอกจากนั้นได้วางยุทธศาสตร์ไว้ว่า ทางภาคเหนือนั้นก็จะให้ทางจังหวัดเชียงใหม่เป็นศูนย์กลางทางด้านการท่องเที่ยวหรือที่เรา เรียกว่าเป็นฮับ (Hub) ทางการท่องเที่ยว โดยนํากลุ่มตลาดไมซ์หรือกลุ่มประชุมนี่ค่ะ ให้เกิดขึ้นที่จังหวัดเชียงใหม่ ในขณะเดียวกันก็วางศูนย์ประชุมหรือว่าฮับของการท่องเที่ยว ไว้ที่ภาคใต้ก็คือที่จังหวัดภูเก็ต อย่างนี้เป็นต้น จึงเป็นที่มาของการตั้งงบประมาณในการสร้าง ศูนย์ประชุมขึ้นในจังหวัดทั้ง ๒ แห่ง สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่ยึดโยงกันค่ะศูนย์ประชุม ระหว่างที่จังหวัดภูเก็ตและที่จังหวัดเชียงใหม่ ดิฉันขอเรียนค่ะว่าที่จังหวัดภูเก็ตเองนั้น เนื่องจากว่าได้ติดอยู่ในแผนที่ท่องเที่ยวโลกไปเป็นระยะเวลานาน ในขณะที่ ท่านอดีตนายกรัฐมนตรีคือท่านชวน หลีกภัย เป็นนายกรัฐมนตรีในปี ๒๕๓๖ ต่อปี ๒๕๓๗ นี่ค่ะ ได้มีการทําวิจัยแล้ว แล้วก็มีการตั้งแผนงานไว้ว่าควรจะต้องมีการสร้างศูนย์ประชุมขึ้น ที่จังหวัดภูเก็ต แต่ในที่สุดในปี ๒๕๓๘ ในปี ๒๕๓๙ เราไม่ได้กลับมาเป็นรัฐบาล ในปี ๒๕๔๐ แม้เรากลับมาเป็นรัฐบาลก็ตามแต่ปรากฏว่าได้เกิดวิกฤติต้มยํากุ้งขึ้นทําให้เราไม่มีงบประมาณ เพียงพอในการจะสร้างศูนย์ประชุมที่จังหวัดภูเก็ต เมื่อเป็นเช่นนี้ปี ๒๕๔๔ ท่านทักษิณ ชินวัตร เข้ามาเป็นนายกรัฐมนตรี และในปี ๒๕๔๖ จึงเป็นที่มาว่าแทนที่จะตั้งการศึกษาเรื่องแผนงาน การจัดทําแบบศูนย์ประชุมขึ้นทั้ง ๒ จังหวัดก็นําเงินงบประมาณตรงนั้นไปทําการศึกษาแผน แล้วก็ออกแบบก่อสร้างศูนย์ประชุมที่จังหวัดเชียงใหม่ และหลังจากนั้นเมื่อปี ๒๕๔๖ แล้วก็เงียบหายไปค่ะ ไม่ได้มีการดําเนินการใด ๆ ต่อทั้งสิ้น จนกระทั่งที่ท่านนายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์กลับมาเป็นนายกรัฐมนตรีได้วางยุทธศาสตร์ อย่างที่ดิฉันได้เรียนแล้วค่ะ ว่าเราต้องการทําจังหวัดเชียงใหม่ให้เป็นฮับทางด้านการท่องเที่ยวทางภาคเหนือและ จังหวัดภูเก็ตเป็นฮับทางด้านการท่องเที่ยวทางภาคใต้ ได้มีการทําแผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง ในการลงทุนให้กับประเทศไทยและโครงการทั้ง ๒ แห่งจึงเกิดขึ้น นั่นก็คือได้มีการอนุมัติ งบประมาณในการสร้างศูนย์ประชุมขึ้นที่จังหวัดเชียงใหม่กว่า ๒,๒๐๐ ล้านบาทค่ะ และในขณะนั้นกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาเป็นผู้รับผิดชอบได้มีการดําเนินการก่อสร้าง ไปตามแผนที่ได้มีการศึกษาไว้ ในขณะเดียวกันก็ได้ตั้งเงินงบประมาณเพื่อจะสร้าง ศูนย์ประชุมขึ้นที่จังหวัดภูเก็ตค่ะ โดยต้องไปทําแผนและทําแบบก่อสร้างด้วยการวางเงิน งบประมาณไว้ประมาณ ๒,๖๐๐ ล้านบาท ในขณะที่ตอนนั้นมีหลายคนก็บอก โดยเฉพาะอย่างยิ่งพี่น้องประชาชนก็ห่วงค่ะว่า เราจะถูกปล้นโครงการไปรอบ ๒ หรือเปล่า แต่เราก็บอกว่าในเมื่อเป็นยุทธศาสตร์ของชาติ เราจะต้องไม่คํานึงถึงเรื่องของการเมืองมาเป็นหลัก เราควรจะต้องวางยุทธศาสตร์ของชาติ ให้ชัดเจนโดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของการท่องเที่ยว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในปี ๒๕๕๘ จะมีการรวมอาเซียน ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนเกิดขึ้น การเตรียมพร้อมเหล่านี้ จึงเป็นความจําเป็น เพราะฉะนั้นการก่อสร้างศูนย์ประชุมขึ้นที่จังหวัดเชียงใหม่นั้น จึงได้ดําเนินการมาต่อเนื่อง ในขณะที่มีการก่อสร้างไปนั้นเงินงบประมาณไม่เพียงพอ ได้มีการขออนุมัติงบประมาณเพิ่มเติมในรัฐบาลชุดของท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ โดยท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาในขณะนั้น แล้วก็ได้รับงบประมาณ หาทางช่วยเหลือและแก้ไขจนกระทั่งการดําเนินการก่อสร้างแล้วเสร็จ ปีนี้แล้วเสร็จแน่นอน แล้วก็จะมีการเพิ่มเติมในเรื่องของครุภัณฑ์และส่วนควบต่าง ๆ ในศูนย์ประชุมดังกล่าว
แต่มาที่จังหวัดภูเก็ตค่ะ ดิฉันคงต้องขอพูดในฐานะเป็นคนภูเก็ตเอง และในฐานะพี่น้องซึ่งอยู่ในโซน (Zone) อันดามันทั้งหมดค่ะ เขาทวงถามต่อ ท่านนายกรัฐมนตรีว่าแล้วศูนย์ประชุมที่จังหวัดภูเก็ตบัดนี้ทําไมเงียบหายไป คงต้องเรียน ท่านประธานนะคะว่าจากปฏิบัติการไทยเข้มแข็งเราตั้งงบประมาณไว้แล้ว ๒,๖๐๐ ล้านบาท แบบแผนทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยแล้วค่ะ ดิฉันสอบถามไปที่กรมธนารักษ์และสอบถามไปที่ ท่านนายกรัฐมนตรีว่าแล้วศูนย์ประชุมจังหวัดภูเก็ตอยู่ที่ไหน ปรากฏวันนี้พบแล้วค่ะว่า เรื่องทั้งหมดทางกรมธนารักษ์ชงไว้เรียบร้อยและต้องมีการเซ็นสัญญาเพื่อจะได้ ทําการก่อสร้างปลายเดือนกรกฎาคม แต่ปรากฏว่าเอกสารทั้งหมดอยู่ในห้องของท่าน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังค่ะ ซึ่งวันนี้ก็เป็นรองนายกรัฐมนตรีที่ดูแลทางด้านเศรษฐกิจ มิหนําซ้ํายังเป็นประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณ รายจ่ายประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๖ แต่ท่านก็เก็บไว้ในลิ้นชัก โดยท่านไม่ได้คํานึงเลยว่า ยุทธศาสตร์ของชาติควรจะดําเนินการอย่างไร ดิฉันจึงอยากจะเรียนให้ทราบค่ะว่า เหตุการณ์เหล่านี้เกิดขึ้น มิหนําซ้ําค่ะ ท่านประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๖ ท่านก็ไม่ได้มา ในที่ประชุมเพื่อจะตอบคําถามนี้กับดิฉันว่าแล้วท่านเองเอาเงินงบประมาณเหล่านี้ แล้วก็โครงการดี ๆ เหล่านี้ซึ่งจะสร้างเศรษฐกิจให้กับชาติได้ตามเป้าหมาย ที่ท่านนายกรัฐมนตรีได้ประกาศไว้ต่อสภา ได้ประกาศไว้ต่อพี่น้องประชาชนนั้น วันนี้ดําเนินการไปในขั้นตอนอย่างไร ดิฉันคงต้องเรียนค่ะว่าตอนสมัยท่านนายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์นั้นเราได้วางยุทธศาสตร์ไว้ครอบคลุมว่าจะต้องมีการขยายสนามบินที่จังหวัดภูเก็ต เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวปีละกว่า ๑๒ ล้านคน เพิ่มจากเดิม ๖,๐๐๐,๐๐๐ คน อนุมัติ งบประมาณไปแล้ว ๕,๗๐๐ ล้านบาท และเข้าใจว่าจะทําการเพิ่มเติมดําเนินการก่อสร้าง แล้วเสร็จในปี ๒๕๕๘ ทันรับอาเซียน และเราก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่าศูนย์ประชุมที่จังหวัดภูเก็ต ก็จะสามารถสร้างได้ทันในปี ๒๕๕๘ เพื่อจะได้ครบในการดําเนินการเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว เหล่านี้เป็นสิ่งที่ดิฉันอยากจะเรียนถามท่านกรรมาธิการค่ะว่าท่านได้สอบถามทาง สสปน. หรือสอบถามทางกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาสําหรับการวางเป้าหมาย ตอบโจทย์ ที่ท่านนายกรัฐมนตรีเองได้ประกาศต่อสภาผู้แทนราษฎรแล้วก็ต่อพี่น้องประชาชนเอาไว้ หรือไม่ อย่างไร เพราะฉะนั้นจึงจําเป็นค่ะว่าแม้ สสปน. จะถือได้ว่าเป็นองคาพยพที่สําคัญ ส่วนหนึ่งที่จะสร้างรายได้ให้กับประเทศ แต่ในเมื่อคณะกรรมาธิการงบประมาณได้ปรับลด งบประมาณของท่านลง และรัฐบาลเองโดยสํานักนายกรัฐมนตรีก็ไม่ได้แปรญัตติ ของบประมาณกลับมาเพิ่มให้กับ สสปน. ดิฉันจึงคิดว่าอาจจะเกิดจากความบกพร่องของ สสปน. หรือเปล่าที่ไม่สามารถจะให้ข้อมูลที่ถูกต้อง และไม่สามารถที่จะแนะนํา ท่านนายกรัฐมนตรีหรือสํานักนายกรัฐมนตรีได้ว่าความจําเป็นของ สสปน. ควรจะดําเนินการ ไปอย่างไร แค่ไหน นั่นดิฉันถือได้ว่าเป็นความล้มเหลวโดยสิ้นเชิงของการบริหารจัดการ และการใช้เงินงบประมาณของพี่น้องประชาชนของรัฐบาล เพราะฉะนั้นจึงอยากจะฝาก คณะกรรมาธิการวิสามัญในการดูในรายละเอียดเหล่านี้ และถ้าท่านประธาน คณะกรรมาธิการวิสามัญก็คือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังจะได้ตอบข้อซักถาม และข้อที่ดิฉันได้ตั้งประเด็นไว้ก็จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อพี่น้องประชาชน และดิฉัน จะได้นําความห่วงใยเหล่านี้กลับไปบอกพี่น้องประชาชนได้ค่ะท่านประธาน ขอบพระคุณค่ะ
ดอกเตอร์นาทีครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน ดอกเตอร์นาที รัชกิจประการ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคภูมิใจไทย บัญชีรายชื่อ ดิฉันเองก็เป็นคนหนึ่งที่สงวนคําแปรญัตติไว้ในมาตรา ๕ สํานักนายกรัฐมนตรี ในส่วน (๑๗) แล้วก็ (๑๘) ก็คือสํานักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) รวมถึง (๑๘) ก็คือองค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยว อย่างยั่งยืนถึง ๑๐ เปอร์เซ็นต์ค่ะ สาเหตุหลักที่ดิฉันได้สงวนคําแปรญัตติในมาตรานี้ แล้วก็ตัดถึง ๑๐ เปอร์เซ็นต์ด้วยเหตุผลหลัก ๆ ๒ ประการค่ะ
ประการแรก เราก็จะดูได้นะคะว่าถ้าดูวัตถุประสงค์ของแผนงานที่ทาง สํานักงานได้วางไว้ส่วนใหญ่ก็เป็นในเรื่องของการเพิ่มรายได้จากการท่องเที่ยว แล้วก็ในเรื่องของ การพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน แต่ถ้าเรามาดูแล้วในเรื่องของการเพิ่ม ขอประทานโทษ ที่เอ่ยนามนะคะ ท่าน ส.ส. เมื่อกี้ท่านก็มีการพูดถึงด้วยเหมือนกันนะคะในเรื่องของ การเพิ่มรายได้ ซึ่งถ้าเราดูแล้วมันก็ไม่ได้ตามวัตถุประสงค์ที่วางไว้ เพราะอย่าลืมนะคะ ในเรื่องของการพัฒนาพื้นที่พิเศษ คําว่าพื้นที่พิเศษนี่ค่ะเราต้องมีหลักเกณฑ์ว่าพื้นที่อย่างไร ถึงจะได้รับการจัดตั้งเป็นพื้นที่พิเศษ จะเห็นว่าหลาย ๆ ที่ ดิฉันยกตัวอย่างนะคะ ไม่ว่าจะเป็น เรื่องของสถานที่ที่มีชื่อเสียงในปัจจุบันก็ได้แก่หมู่เกาะช้างหรือพื้นที่เชื่อมโยงทั้งหลาย หรือแม้ปัจจุบันนี้ในเรื่องของเชียงใหม่ซาฟารี พัทยา หรืออุทยานประวัติศาสตร์ ในหลาย ๆ พื้นที่ของประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นจังหวัดสุโขทัย อําเภอศรีสัชนาลัย หรือจังหวัดกําแพงเพชร รวมถึง ๕ จังหวัดชายแดนภาคใต้ด้วยนะคะ ท่านประธานจะเห็นว่า ในพื้นที่เหล่านี้มันมีความพิเศษแล้วแต่ว่าจะพิเศษในด้านใดด้านหนึ่ง แต่พื้นที่พิเศษ ในเรื่องของการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนจะเห็นได้ว่าปัจจุบันนี้เราใช้ความคุ้มค่า ใช้ความพิเศษ ตรงนี้ได้น้อยมาก จะเห็นว่าวันนี้ในเรื่องของความพิเศษและความคุ้มค่าต่าง ๆ เหล่านี้ ไม่เพียงแต่ที่เราจะให้ต่างประเทศได้รู้จักนะคะ ประชาชนในประเทศไทยเองหลาย ๆ ท่าน ก็ได้รู้จักและได้ไปสัมผัสนี่น้อยมาก เพราะฉะนั้นในเรื่องของการพัฒนาเขตพื้นที่ตรงนี้ น่าจะทําได้มากกว่านี้นะคะ แล้วก็สิ่งสําคัญในเรื่องของความร่วมมือ ความร่วมมือ ของประชาชน ความร่วมมือของคนที่ไปเที่ยวนี่ค่ะ ในเรื่องของการสํานึกในเรื่องของ การอนุรักษ์ที่จะทําอย่างไรให้พื้นที่พิเศษเหล่านี้มีการพัฒนาอย่างยั่งยืน อันนี้ก็เป็นสิ่งสําคัญที่สุด อีกอย่างหนึ่งนะคะท่านประธาน เพราะว่าวันนี้ส่วนใหญ่เวลาเราไปเที่ยวในพื้นที่พิเศษเหล่านี้ จะเห็นว่าวันนี้ปัญหาต่าง ๆ ทุกท่านก็ทราบนะคะว่าในเรื่องของการอนุรักษ์การที่จะดูแล ในเรื่องของความเป็นพิเศษที่จะให้มีการพัฒนาอย่างยั่งยืนนี่น้อยมาก ไปเที่ยวแล้ว แทนที่จะช่วยกันดูแลรักษา แต่กลายเป็นว่าไปทําให้พื้นที่เหล่านี้เป็นพื้นที่ที่ไม่น่าดู แล้วก็ไม่น่าที่จะไปท่องเที่ยว เพราะฉะนั้นในเรื่องของการพัฒนาพื้นที่เหล่านี้ก็ยังมีความสําคัญ แล้วก็อยากให้องค์การที่เกี่ยวข้องได้ดูแล แล้วก็ทําอย่างไรถึงจะปลุกจิตสํานึกเหล่านี้ ให้มีการพัฒนาแล้วก็ดูแลกันอย่างยั่งยืนด้วยค่ะ
ประการที่ ๒ ที่ดิฉันให้เหตุผลในเรื่องของการตัด ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ก็คือในเรื่องของการพัฒนาพื้นที่พิเศษเหล่านี้ ในเรื่องของเราเองนี่ค่ะเรามองพื้นที่พิเศษ เหล่านี้ไม่เป็นไปตามธรรมชาติ ทําไมดิฉันถึงได้กล่าวว่าไม่เป็นไปอย่างธรรมชาติ เพราะว่า เมื่อไรก็แล้วแต่ถ้าเรามีการบริหารจัดการพื้นที่พิเศษแล้วก็การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน การมองของเราหรือการไปเที่ยวของเราต้องมองหรือไปเที่ยวอย่างธรรมชาตินะคะ แล้วก็สิ่งสําคัญก็คือเราต้องเข้าใจกฎแห่งธรรมชาติก็คือทุกอย่างมีเกิดขึ้น มีตั้งอยู่ แล้วก็ดับไป ไม่มีสิ่งใดที่จะถาวร เพราะฉะนั้นสิ่งสําคัญก็คือทําอย่างไรให้คนที่ไปใช้หรือไปเที่ยวในพื้นที่พิเศษแห่งนี้ มีการทําลายน้อยที่สุด มีการเบียดเบียนน้อยที่สุด เพื่อที่จะให้พื้นที่นี้เป็นพื้นที่ที่พิเศษ เหมือนกับที่เราได้พูดไว้นะคะว่าเป็นพื้นที่ที่พิเศษ
เพราะฉะนั้นจาก ๒ ประการนี้ดิฉันก็เลยได้ปรับลดถึง ๑๐ เปอร์เซ็นต์นะคะ เพราะว่าวันนี้ในเรื่องของการบริหารจัดการเป็นสิ่งสําคัญที่สุดที่จะทําให้พื้นที่พิเศษเหล่านี้ ได้เพิ่มรายได้ตามวัตถุประสงค์ที่องค์กรได้วางไว้ ถ้าเกิดว่าเราไม่สามารถทํา ๒ ประการนี้ได้ ดิฉันว่าการเพิ่มรายได้จากการท่องเที่ยว แล้วก็การเพิ่มรายได้จากแผนการพัฒนาท่องเที่ยว และการบริการเป็นไปได้น้อยมากนะคะ
ประการที่ ๒ ในเรื่องของสํานักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) ใน (๑๗) ที่ดิฉันได้สงวนไว้เหมือนกันว่า ๑๐ เปอร์เซ็นต์ สิ่งสําคัญของ สํานักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) นี้หลักใหญ่เมื่อกี้ หลาย ๆ ท่านก็คงทราบแล้วว่าก็คือส่งเสริมไมซ์ในเรื่องของ ๔ อย่าง ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของ การจัดประชุมหรือการจัดนิทรรศการ ซึ่งภาระหลักใหญ่ของสํานักงานก็คือในเรื่องของ การอํานวยความสะดวก รวมถึงพัฒนามาตรฐานการจัดงานให้สอดคล้องกับบทบาท ของประเทศไทยในฐานะที่เป็นประเทศที่มีความสามารถแล้วก็ศักยภาพนะคะ ท่านประธานจะเห็นว่าวันนี้ในเรื่องของความสามารถหรือแม้แต่ในเรื่องของศักยภาพ เราเองไม่ได้แพ้ภูมิภาคอื่น ๆ หรือประเทศอื่น ๆ เพราะฉะนั้นวันนี้ในเรื่องของ การอํานวยความสะดวกหรือการพัฒนามาตรฐานทําอย่างไรให้เราสามารถเป็นศูนย์กลาง ซึ่งวันนี้เราก็มีเป้าหมายในการที่จะเป็นศูนย์กลางในการจัดประชุมระดับภูมิภาค หรือแม้แต่ ระดับอาเซียน หรือแม้แต่ระดับชาติ เพราะฉะนั้นสิ่งนี้เป็นสิ่งสําคัญที่ดิฉันว่าวัตถุประสงค์ กับแผนปฏิบัติการที่สํานักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) กับวัตถุประสงค์ที่วางไว้นี่ไม่ได้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ที่วางไว้ ทั้ง ๆ ที่สิ่งสําคัญอีกอย่างหนึ่ง ในเรื่องของการมีส่วนร่วมจะเห็นว่าบอร์ด (Board) ของผู้บริหาร ถ้าสมมุติว่าเราใช้ศักยภาพ ของผู้บริหาร ซึ่งมีตั้งแต่อธิบดีสารนิเทศ ผู้แทนการประชุมนานาชาติ ผู้แทนโรงแรมไทย หรือแม้แต่สมาคมการแสดงสินค้านี่ค่ะ วันนี้ถ้าศักยภาพของผู้บริหารทั้ง ๑๑ คนนี้ เราใช้ศักยภาพของผู้บริหารแล้วสร้างการมีส่วนร่วมให้ทุกองค์กรที่ผู้บริหารเหล่านี้ มีส่วนเกี่ยวข้องอยู่ดิฉันว่าอันนี้จะเป็นสิ่งหนึ่งที่ทําให้การส่งเสริมการจัดประชุม แล้วก็นิทรรศการที่เราจะมีขึ้นในประเทศไทยได้สร้างแล้วก็เพิ่มรายได้จากการจัดในแต่ละครั้ง จะเห็นที่ผ่านมาทุกครั้งเวลาจัดงานในเรื่องของตัวเลขเมื่อกี้ท่าน ส.ส. ก็ได้พูดถึงแล้วนะคะ เพราะฉะนั้นในตรงนี้ก็เป็นส่วนสําคัญที่จะทําอย่างไรให้การประชาสัมพันธ์แล้วก็การมีส่วนร่วม ของภาคเอกชนให้เกิดการมีส่วนร่วมมาก มาก มาก แล้วก็เพื่อที่จะให้การดําเนินงานนี้ บรรลุวัตถุประสงค์ค่ะ ซึ่งจาก ๒ ประการตามที่ดิฉันได้กล่าวมาดิฉันจึงให้เหตุผลในเรื่องของ การตัดงบประมาณ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ค่ะ ขอบพระคุณค่ะ
คุณหมอวรงค์ครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม นายแพทย์วรงค์ พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดพิษณุโลก เป็นผู้สงวนคําแปรญัตติ ผมอยากจะถาม ผ่านท่านประธานไปยังเพื่อนกรรมาธิการครับ เนื่องจากว่ากฎเกณฑ์ของการแปรญัตติ ในวาระที่สอง และจะมีการโหวตในวาระที่สามที่ต่อเนื่องผมต้องคุยกับกรรมาธิการเท่านั้น และวันนี้ถามจริง ๆ ครับท่านประธาน เพื่อนกรรมาธิการเราสามารถจะตอบคําถามผม ได้ทั้งหมดหรือไม่ครับ ผมไม่เชื่อว่าท่านจะตอบคําถามผมได้ทั้งหมดครับ และท่านรู้สึกไหมว่า ขนาดท่านประธานเองยังไม่อยู่เลยครับ ประธานคณะกรรมาธิการงบประมาณที่ดูแล งบประมาณแผ่นดิน ๒.๔ ล้านล้านบาทยังไม่สนใจที่ประชุม และผมจะพึ่งใครได้ครับ เขาเป็นถึงรองนายกรัฐมนตรีดูแลเรื่องเศรษฐกิจ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธานคณะกรรมาธิการงบประมาณดูแลงบประมาณ ๒.๔ ล้านล้านบาท ผมเฝ้าจับตาดูตลอดดูแล้วท่านไม่สนใจครับ ก็เท่ากับว่าเพื่อนกรรมาธิการของผมขณะนี้ เป็นหุ่นเชิดสิครับ ผมไม่เชื่อว่าท่านตัดสินใจได้ทั้งหมดในงบประมาณแผ่นดิน ๒.๔ ล้านล้านบาทครับ อย่าลืมนะครับนี่เงินของชาติที่จะเอาไปใช้
คุณหมอวรงค์ครับมีผู้ประท้วง เชิญท่านพิเชษฐ์ครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม พิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย ในฐานะกรรมาธิการ ต้องขอร้องคุณหมอได้ถอนคําพูดว่ากรรมาธิการทุกท่านเป็นหุ่นเชิดนะครับ คือก็มีพรรคท่านด้วย ถอนเถอะครับ เดี๋ยวก็ลองดูว่าท่านถามมาผมตอบได้ไหม ผมขอให้ท่าน ถอนคําพูดว่ากรรมาธิการเป็นหุ่นเชิดนะครับ ขอร้องครับท่าน
ท่านประธานครับ ผมก็ฟังจาก เพื่อนกรรมาธิการผมนี่ เพื่อนพรรคประชาธิปัตย์เวลานั่งกินข้าวคุยกันบางคนก็บ่น ๆ เป็นกรรมาธิการก็เหมือนเป็นหุ่นเหมือนกันเพราะว่าตัดสินใจอะไรได้ไม่เต็มที่ เขาก็บ่นกับผม อย่างนี้ครับ ผมเลยอยากถามท่าน
เอาอย่างนี้ครับคุณหมอเข้าวาระเลย ผมเชื่อว่าท่านรองนายกรัฐมนตรีฟังอยู่ อย่างไรท่านก็ต้องมาตอบตอนเย็นนี้นะครับ ผมเชื่อว่าอยู่ในห้องข้าง ๆ ฟังอยู่ ก็เดี๋ยวจะให้มาตอบ ท่านพิเชษฐ์ครับ อย่าเลยครับ มันยังมาตรา ๕ อยู่เลยไม่ไปไหน ให้ฟัง ๆ ผมวินิจฉัยแล้ว ท่านพิเชษฐ์นั่งลงเถอะ เข้าวาระคุณหมอวรงค์ ผมเชื่อว่า ท่านรองนายกรัฐมนตรีมาตอบท่านวันนี้ ท่านถามไปเลยครับไม่เป็นไร ผมคิดว่าเขาต้องนั่งฟัง เพราะเขารับผิดชอบเรื่องนี้อยู่ เชิญครับ จะได้ไปต่อครับ มาตรา ๕ เรายังเหลืออีกตั้ง ๒๐ ท่าน ๑๐ กว่าท่าน เชิญเลยครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม นายแพทย์วรงค์ พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดพิษณุโลก เนื่องจากว่าในมาตรา ๕ เป็นเรื่องของ สํานักนายกรัฐมนตรี มันมีประเด็นของสํานักงบประมาณครับ เพราะสํานักงบประมาณ ดูแลงบประมาณแผ่นดินของประเทศ แล้วก็อย่างน้อย ผอ. สํานักงบประมาณก็ต้องเข้ามาเป็น กรรมาธิการด้วย แต่ปรากฏว่าสิ่งที่ผมเห็นแล้วพวกผมไม่สบายใจคือวันนี้พวกผมจะให้ผ่าน งบประมาณไปได้ง่าย ๆ ไม่ได้ครับ เพราะสิ่งที่ผ่านมาเมื่อวานนี้มีการขอกับท่านประธาน คณะกรรมาธิการท่านกิตติรัตน์ท่านก็พูดด้วยความสง่าของท่านทุกครั้งครับ ท่านบอกว่า งบประมาณทุกอย่างโปร่งใส ชี้แจงได้ โครงการ ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งวันนี้ท่านมาแล้ว ผมดีใจนะครับ ซึ่งเดี๋ยวท่านต้องชี้แจงครับ โครงการ ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาทที่ท่านพูดถึง ๑๓๐ กว่าโครงการ แต่ในเว็บไซต์พูดถึง ๑๕๕ โครงการ ซึ่งวันนี้พวกผมเรียกร้องครับท่านประธาน พวกผมเรียกร้องเพราะต้องการที่จะดูว่าการแก้ปัญหาน้ําท่วมเงิน ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท มันไม่ใช่น้อย ๆ มันเป็นเงินมหาศาลเลยครับ หรือถ้าท่านไปเทียบกับโครงการรับจํานําข้าว โครงการรับจํานําพืชผลทางการเกษตร ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาทหรืออะไรรู้สึกว่าน้อยใช่ไหมครับ ท่านถึงได้ให้พวกผมมาได้แค่นี้ ผมพยายามเอาเอกสารนี้มานั่งดูครับ อย่างเช่นผมมาดูงบของ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ท่านเขียนไว้ว่าซ่อมแซมคลองส่งน้ํา ๔๔๔ ล้านบาท แล้วพวกผมจะไปรู้ได้อย่างไรว่าซ่อมแซมมันซ่อมแซมที่ไหน ซ่อมแซมจังหวัดไหนบ้าง และแม้แต่การจัดสรรตัวเลขที่ท่านเขียนมามันก็ซ้ําซ้อนกันถึง ๓ ครั้งครับ ในงบนี้ที่ท่านแจก พวกผมมานี่ซ่อมแซมคลองส่งน้ํา ๔๔๔ ล้านบาท ในขณะเดียวกันเว้นวรรคไปอีกประมาณ ๗-๘ บรรทัดเขียนอีกแล้วครับ โครงการซ่อมแซมคลองส่งน้ํา ๑,๐๙๓ ล้านบาท เว้นวรรคไปอีก ๔-๕ บรรทัดเขียนอีกแล้วครับ ค่าซ่อมแซมคลองส่งน้ําอีก ๕๕๔ ล้านบาท ซึ่งอยู่ในหน้าเดียวกันครับ ถ้าผมบวกตัวเลขเฉพาะโครงการซ่อมแซมคลองส่งน้ํา เบ็ดเสร็จประมาณ ๒,๐๐๐ ล้านบาทเป็นตัวเลขกลม ๆ ผมยกตัวอย่างต่อนะครับ ท่านพูดถึง โครงการซ่อมแซมคลองระบายน้ํา ตอนแรกผมก็งงเพราะเขาเขียนอย่างนี้จริง ๆ ครับ อันแรกคือซ่อมแซมคลองส่งน้ําเบ็ดเสร็จเขียน ๓ ครั้งประมาณ ๒,๐๐๐ ล้านบาท และอีกบรรทัดหนึ่งเขียนว่าซ่อมแซมคลองระบายน้ําอันนี้เขียนว่า ๓๐ ล้านบาท เว้นไปอีกประมาณ ๔-๕ บรรทัดก็เขียนว่าซ่อมแซมคลองระบายน้ําอันนี้ ๓๔๗ ล้านบาท เว้นไปอีก ๔-๕ บรรทัดก็มีซ่อมแซมคลองระบายน้ําอันนี้ ๒๑๓ ล้านบาท เพราะฉะนั้น ผมสังเกตดูแล้วนี่หลายโครงการชื่อโครงการเหมือนกันแต่ตัวเลขเบ็ดเสร็จแล้วมันแตกต่างกันไป และเวลามารวมกันแล้วมันเป็น ๑,๐๐๐ ล้านบาท ๒,๐๐๐ ล้านบาท ผมยกตัวอย่างต่อนะครับ อย่างของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมปรับปรุงซ่อมแซมแหล่งน้ํา ๑,๖๔๓ ล้านบาท พวกผมก็อยากจะรู้ครับ เราก็อยากจะรู้ว่ารัฐบาลเอาเงิน ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ไปกระจายทําโครงการอะไรบ้าง เดี๋ยวผมอธิบายต่อไปว่าทําไมพวกผมถึงอยากจะรู้ครับ ผมยกตัวอย่างต่ออีกว่า กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมมีโครงการปรับปรุงซ่อมแซมแหล่งน้ํา ๓,๒๓๖ ล้านบาท มหาศาลครับท่านประธาน เพราะเบ็ดเสร็จนี่คือเอกสารแผ่นนี้แผ่นเดียว ประมาณ ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท พวกผมในฐานะผู้แทนราษฎรเราก็อยากจะรู้ว่าในแต่ละพื้นที่ เวลาท่านกระจายลงไปแล้วนี่ อย่างผมยกตัวอย่างว่าซ่อมแซมคลองระบายน้ํา เบ็ดเสร็จประมาณ ๒,๐๐๐ ล้านบาทมันไปลงตรงไหนบ้าง ลงในพื้นที่ของผมไหม พื้นที่ตรงไหนบ้าง แล้วท่านก็ต้องการความโปร่งใส ต้องการให้มีการตรวจสอบได้ครับ แล้วอย่างนี้ผมจะไปตรวจสอบได้อย่างไรครับ แล้วยิ่งที่ท่านได้พูดถึงเว็บไซต์พีมอคฟลัดดอทคอม (pmocflood.com) วันนี้ผมพยายามเปิดเข้าไปสุดท้ายก็เข้าอะไรไม่ได้นอกจากจะเห็น แต่หน้าจอว่ามาตรการของรัฐบาลในการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย ผมก็ดูได้แค่นี้ครับ ก็เป็นภาพรวมว่าต้นน้ํา กลางน้ํา ปลายน้ํา ๑๕๕ โครงการ เห็นได้แค่นี้ท่านประธาน แล้วถ้าจะเข้าไปดูลึกกว่านั้นก็ต้องมีรหัสผ่าน และอยากจะกราบเรียนท่านประธานว่า พวกเราเป็นผู้แทนราษฎร พวกผมเป็นฝ่ายค้าน พวกผมมีหน้าที่ในการตรวจสอบการทํางาน ของรัฐบาล ตรวจสอบพวกท่านครับ มันเป็นภาษีของพี่น้องประชาชน มิหนําซ้ํา เป็นโครงการเงินกู้ในหลาย ๆ โครงการด้วย แล้วทุกคนต้องการความโปร่งใสครับ ผมถือโอกาสให้พี่น้องประชาชนทางบ้านผมได้แค่นี้เองครับ ๑๕๕ โครงการ ต้นน้ํามีเท่าไร กลางน้ํามีเท่าไร แล้วก็ปลายน้ํามีเท่าไร ได้แค่นี้ครับ เพราะที่เหลือต้องมีรหัสผ่าน อาจจะมีลึกเข้าไปนิดหนึ่งเป็นภาพใหญ่ ๆ ซึ่งรวมเบ็ดเสร็จก็คือ ๑๕๕ โครงการเท่านั้นเอง แต่วันนี้ในความเป็นผู้แทนราษฎรผมว่าทุกคนคิดตรงกันครับเราก็อยากจะรู้คลองต่าง ๆ ไปกระจุกอยู่ตรงไหนบ้าง ไม่ใช่เหมือนกับมีเพื่อน ส.ส. ไปกระซิบบอกว่างบพวกนี้ไปกองอยู่ บ้านรัฐมนตรีเยอะแยะ ถ้าสมมุติว่าเราสามารถเห็นแต่ละโครงการได้เราก็จะรู้ครับว่า ที่จังหวัดแพร่ของท่านวรวัจน์มีคลองไปกระจุกมากเกินไปหรือเปล่า ของท่านรัฐมนตรีแต่ละท่าน มีโครงการต่าง ๆ ไปกระจุกมากเกินไปหรือไม่ อย่างนี้ก็เกิดความชัดเจนในการตรวจสอบ ดังนั้นผมอยากจะเรียกร้องครับ วันนี้ท่านรองนายกรัฐมนตรีกิตติรัตน์ซึ่งท่านเป็นประธาน คณะกรรมาธิการงบประมาณ ผมเห็นใจท่านครับ เพราะหลัง ๆ เวลาท่านชี้แจงพวกเรา ดูตรรกะมันไม่ใช่ครับ ผมไม่ใช่นักเศรษฐศาสตร์ แต่บังเอิญเรียนหนังสือเหมือนกันครับ เพราะฉะนั้นคําพูดที่ท่านพูดมาฟังแล้วมันฟังไม่ขึ้น ท่านอย่าตําหนิพวกผมนะครับ คือเราต้องการเรียกร้องท่านมารับฟังตาต่อตาครับ ท่านจะได้รับรู้ว่าเราก็จริงใจ ต่อประเทศชาติเหมือนกัน แต่ไม่ใช่ว่าท่านมาพูด ๆ แล้วท่านก็ไปผมถือว่าท่านไม่ให้เกียรติสภา แล้วผมกังวลอย่างนี้ครับ สังคมไทยเป็นสังคมเลียนแบบ ก็ในเมื่อระดับประธาน ที่ดูแลงบประมาณประเทศยังไม่ยอมนั่ง อีกหน่อยเวลาหัวหน้าส่วนราชการประชุมที เซ็นชื่อแป๊บเดียวไปแล้วปล่อยให้ลูกน้องนั่งประชุมแทน เขาจะเกิดพฤติกรรมเลียนแบบกัน วันนี้ท่านต้องเป็นต้นแบบในการทําหน้าที่ สภาคือตัวแทนของประชาชน ของประเทศ คนที่ไม่สนใจสภาผมก็ไม่รู้จะว่าอย่างไร แต่ผมเชื่อว่าไม่เจริญครับถ้าคิดจะมาเป็นนักการเมือง ผมกลับเข้าสู่ประเด็นว่าวันนี้ทําหน้าที่ผู้แทนที่จะเรียกร้องความโปร่งใส ผมจะเรียกร้องกับท่าน ท่านจะให้ผมในรูปแบบไหนก็แล้วแต่ ท่านจะให้เป็นเอกสารที่ชี้แจงงบ ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ในแต่ละโครงการ เหมือนกับที่สํานักงบประมาณให้มาได้ เพราะสํานักงบประมาณงบแต่ละปี ก็ให้มาได้ครับอันนั้น ๒.๔ ล้านล้านบาท หรือถ้าท่านไม่สะดวกถ้าจะให้เป็นรหัสผ่าน ให้พวกเราเข้าไปตรวจสอบ เพราะว่ามันไม่มีอะไรครับท่านประธาน มันก็เป็นแค่รหัสผ่านเฉย ๆ ที่จะเข้าไปดูว่าโครงการนี้อยู่ที่จังหวัดไหนบ้าง อยู่ที่อําเภอไหนบ้าง บ้านรัฐมนตรี มากกว่า ส.ส. ทั่วไปไหม ชัดเจนครับท่านประธาน แล้วเราก็จะได้ตรวจสอบด้วยว่า เมื่อมีรายละเอียดของโครงการท่านต้องการให้พวกผมมีหน้าที่ในการตรวจสอบ เราสามารถลงพื้นที่ เราก็จะรู้ว่าการขุดลอกคลองเส้นนี้จากระยะนี้ไปถึงระยะนี้ ระยะเท่านี้ ใช้งบเท่านี้ดูแล้วสมเหตุสมผลไหม ถ้าสมเหตุสมผลทุกอย่างก็โปร่งใสครับ หลักของตรรกะ ก็มีอยู่แค่นี้เองเพราะพวกเราต้องการทําหน้าที่ตรวจสอบอย่างเต็มที่ แต่ถ้าตราบใด ลําพังแค่โครงการแต่ละโครงการท่านยังปิดเป็นความลับผมว่าก็เท่ากับขณะนี้กําลังมี ขบวนการสมรู้ร่วมคิดในการทุจริตเกิดขึ้น พวกเราอย่าว่าอย่างโน้นอย่างนี้นะครับ ผู้แทนราษฎรด้วยกัน ท่านประธานคณะกรรมาธิการท่านเป็นนักการเมือง เราได้ยินในสภา คุยกันเยอะครับ เวลาพวกเรา ส.ส. ลงไปนั่งข้างล่างในห้องกาแฟนี่เห็นมีผู้รับเหมามานั่งกัน เยอะแยะครับ เขาบอกโครงการน้ําของรัฐบาลเอา ๓๐ เปอร์เซ็นต์ ผมก็ฟัง ผมไม่ใช่ผู้รับเหมาครับ ไปนั่งกินกาแฟข้างล่างเขาบอกคนนี้เป็นผู้รับเหมาจังหวัดโน้น คนนี้เป็นผู้รับเหมาจังหวัดนี้ มาพบรัฐมนตรีคนนี้ ถ้าจะเอาโครงการไปเอา ๓๐ เปอร์เซ็นต์มาจ่าย ท่านต้องรับทราบนะครับ แล้วท่านรองนายกรัฐมนตรีกิตติรัตน์ผมต้องย้ํากับท่านนะครับ ผมพยายามมองท่านในแง่ดี ๑. มองว่าท่านตามไม่ทันนักการเมือง เพราะคําตอบที่ท่านตอบท่านตามไม่ทัน หรือเดี๋ยวนี้ ท่านเปลี่ยนไป สั่งได้แล้วหรือคนที่ชื่อกิตติรัตน์ ผมคิดได้แค่นี้ครับ ๑. ท่านตามไม่ทัน เพราะดูท่านซื่อ แต่ถ้าท่านคิดว่าท่านตามทันแสดงว่าท่านเปลี่ยนไปครับ ศักดิ์ศรีต่าง ๆ ที่ท่านเคยมีอยู่วันนี้ท่านเปลี่ยนไปหมด เพราะว่าเหตุผลที่ให้กับสังคมมันเปลี่ยนไปจริง ๆ แล้ววันนี้ผมก็ร้องท่านตรง ๆ ครับท่านดูแลงบประมาณแผ่นดิน ข้างล่างห้องกาแฟ ผู้รับเหมามานั่งกันเขาบอก ๓๐ เปอร์เซ็นต์โครงการน้ําของรัฐบาลทั้งหมดครับ ฉะนั้นเพื่อให้เกิดความโปร่งใสท่านรีบสั่งให้สํานักงบประมาณถ่ายเอกสารเอามาให้พวกเรา ทั้งหมดครับ ทั้งฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาล หรือถ้าไม่ทันท่านก็ให้รหัสผ่านมา เพราะอย่าลืมว่า เมื่อวานนี้เราคุยกันแล้วผมจําได้ว่าท่านจุติ ท่านวิทยาก็ทวงท่าน ท่านก็เอารหัสผ่าน มาให้พวกเราเพื่อเข้าไปดูในโครงการทุกอย่างก็จะจบไป แล้วพวกผมก็มีหน้าที่ ในการตรวจสอบ ท่านอย่าพูดซ้ํา ๆ อย่างนี้นะครับ ประโยคที่ช่วงหลังผมเห็นคนของรัฐบาล ชอบพูดบอกว่าถ้าเจอทุจริตก็ให้แจ้งมา ท่านประธานคงได้ยินบ่อย ๆ ครับ ทุกโครงการ เวลาเราบอกว่ามีทุจริตนะ มีทุจริต โครงการนั้นโครงการนี้มีทุจริต ท่านก็บอกว่าถ้ามีทุจริต ให้แจ้งมา ท่านอย่าลืมนะครับว่าประชาชนเลือกพวกเราเข้ามาวันนี้แบ่งภาคกันแล้ว พวกผมเป็นฝ่ายค้านตรวจสอบ ท่านเป็นรัฐบาล ประชาชนไม่ได้หวังว่าให้ท่านมาทํางานอย่างเดียว แล้วทุจริตไม่เป็นไรครับ คําพูดที่ท่านบอกว่ามีทุจริตให้แจ้งมา ถ้าฝ่ายค้านไม่แจ้งก็เท่ากับว่า ท่านไม่มีหน้าที่ในการตรวจสอบทุจริตเลยหรือ ไม่ใช่นะครับ ท่านต้องมีหน้าที่ ในการบริหารงานให้โปร่งใสและไม่มีทุจริต ถ้าผมตรวจสอบว่ามีทุจริตแสดงว่าพวกท่าน บกพร่องครับ ดังนั้นประโยคที่บอกว่าถ้าเกิดตรวจเจอมีทุจริตที่ไหนให้แจ้งมาเท่ากับท่าน กําลังบิดเบือนสังคมให้สังคมสับสน ผมฟ้องประชาชนนะครับว่าต่อไปนี้ถ้าฟังรัฐมนตรีคนไหน ชอบพูดประโยคว่าถ้าไปเจอทุจริตที่ไหนให้แจ้งมา แสดงว่ารัฐมนตรีคนนั้นกําลังรู้เห็นเป็นใจ กับการทุจริตเพราะตัวเองไม่ได้สนใจในการตรวจสอบทุจริต แล้วผมฟ้องให้ประชาชน ได้เห็นภาพเลยว่าพวกผมมี ๑๐๐ กว่าคนครับ เพื่อน ส.ส. รัฐบาลมี ๓๐๐ กว่าคน เราต้องมีหน้าที่ในการตรวจสอบทุจริตเท่ากัน ท่านมี ส.ส. มากกว่าผม ๒ เท่าครับ ท่านมีคณะรัฐมนตรี ท่านมีข้าราชการตั้ง ๒,๐๐๐,๐๐๐ คนในการดูแล และมีงบในการบริหาร ปีหนึ่ง ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ๓,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทครับ ดังนั้นการตรวจสอบทุจริต ของราชการของฝ่ายรัฐบาลจึงง่ายกว่าฝ่ายค้าน ดังนั้นทางการเมืองถ้าผมตรวจสอบทุจริตเจอ ท่านต้องแสดงความรับผิดชอบเต็มที่ นี่คือประโยคที่ ๑ ที่ผมฟังแล้วต้องเรียนกับ ท่านประธานครับ
ประโยคที่ ๒ ที่ผมได้ยินบ่อย ๆ คือการทุจริตครั้งนี้เป็นการทุจริตระดับปฏิบัติการ หรือว่าระดับล่าง ผมถามว่าจะมีนักการเมืองหรือรัฐมนตรีคนไหนไปนั่งทุจริตเองครับ มันก็ให้ระดับล่าง ประทานโทษนะครับ ผมไม่มีเจตนาใช้คําว่ามัน ท่านก็ให้ระดับล่างลงไปโกง ให้ท่านทั้งนั้นครับ ดังนั้นถ้ามีนักการเมืองคนไหนชอบบอกว่าเป็นการทุจริตระดับปฏิบัติการ เท่ากับคนคนนั้นกําลังรู้เห็นเป็นใจในการโกงครับ เพราะถ้ารู้ว่ามีการโกงท่านต้องจัดการทันที แต่ไม่ใช่วัน ๆ บอกว่าเจอโกงที่ไหนก็แจ้งมา พวกนั้นคนนั้นนะโกง ระดับล่างโกงคนนั้นก็โกง และผมชอบเจออีกประโยคหนึ่งในช่วงหลัง ก็บอกว่าวันนี้มากล่าวหารัฐบาลชุดนี้ ตอนท่านเป็นรัฐบาลท่านก็มีการโกง ผมต้องย้ํานะครับบางครั้งคนไทยสับสนง่าย เวลาพูดประโยคนี้ขึ้นมาเหมือนกับเจ๊ากันไปแล้วไม่มีอะไรเกิดขึ้น ท่านเป็นรัฐบาล ถ้าท่านตรวจสอบได้ว่าพรรคประชาธิปัตย์เคยโกงท่านจัดการเลยครับ แล้วยิ่งท่านมีทั้งดีเอสไอ (DSI) มีทั้งตํารวจ มีทุกอย่างเยอะแยะไปหมด รัฐมนตรีคนไหนในพรรคประชาธิปัตย์จับไปเลย ดําเนินการไปเลย แต่ไม่ได้หมายความว่าถ้าเกิดมีการตรวจสอบว่ารัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์เคยโกง แล้ววันนี้ท่านโกงไม่เป็นไร แต่พวกท่านกําลังจะพูดอย่างนี้ครับ ให้เกิดความรู้สึกว่าวันนี้ อันไหนถ้าฝ่ายค้านเคยโกงท่านโกงไม่เป็นไร ไม่ใช่ครับ ตรรกะฟังไม่ขึ้น พี่น้องประชาชน อย่าไปหลงต่อคําเหล่านี้ครับ เพราะขณะนี้คนกลุ่มนี้พยายามสร้างความสับสน ให้กับประชาชน และท้ายที่สุดนี้เป็นเหตุผลที่ผมคิดว่าสิ่งเหล่านี้ทําให้ผมไม่ไว้วางใจหน่วยงาน ในสํานักนายกรัฐมนตรี แล้วต้องย้ําเรียกร้องท่านรองนายกรัฐมนตรีกิตติรัตน์ครับ ศักดิ์ศรีลูกผู้ชาย เพราะท่านพูดยืนยันถึงความโปร่งใส เอาเอกสาร ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท แจงรายละเอียดมาให้พวกเราได้รับรู้ ถ้าทําไม่ได้เอารหัสผ่านมาให้พวกเรา ให้พวกเรา ทําหน้าที่ในการตรวจสอบเพื่อให้ท่านทํางานได้อย่างโปร่งใสครับ ขออนุญาตตัดงบประมาณ ของสํานักนายกรัฐมนตรี ๑๐ เปอร์เซ็นต์ครับ
ท่านจุติ ไกรฤกษ์ ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผม จุติ ไกรฤกษ์ พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดพิษณุโลก กระผมได้แปรญัตติขอปรับลด งบประมาณในส่วนของสํานักนายกรัฐมนตรีไว้หลายหน่วยงานครับ เพราะผมคิดว่า จริง ๆ แล้วหน่วยงานนี้เป็นหน่วยงานที่สําคัญมากระดับประเทศ ปกติแล้วก็จะไม่ค่อยแตะ เพราะถือว่าให้เกียรติผู้นํารัฐบาลในฐานะที่เป็นตัวแทนของประเทศไทยก็ต้องรักษาเกียรติยศ แต่ปัญหาก็คือว่าที่ผ่านมา ๑ ปี สํานักนายกรัฐมนตรีนั้นมีปัญหาในการบริหารงบประมาณ มากมาย แล้วก็มีปัญหาเรื่องความโปร่งใส เช่นเมื่อปีที่แล้วตอนที่ผมอยู่งบประมาณ เป็นกรรมาธิการงบประมาณ มีรถ ศปภ. เลขที่ ๔/๒๕๕๔ สีบรอนซ์ เป็นรถกระบะ ที่วิ่งไปช่วยเหลือเรื่องน้ําท่วมแล้วก็ไปมีปัญหา ปรากฏว่าซักถามในคณะกรรมาธิการรถคันนี้ ไม่มีการลงทะเบียนใน ศปภ. หรือสํานักนายกรัฐมนตรีแต่อย่างใด ก็เลยไม่ทราบว่ารถคันนี้ ที่พูดถึงเป็นรถที่เขาบริจาคแล้วไม่ลงทะเบียนหรือเป็นรถที่ซื้ออย่างไรก็ไม่ทราบ ทุกวันนี้ ก็ยังไม่ได้คําตอบครับ แต่ผมถือว่าผ่านไปแล้ว ผมได้แจ้งไปแล้ว เมื่อสํานักนายกรัฐมนตรี ไม่มีใครติดใจผมก็ไม่ทราบจะทําอย่างไรเพราะผมไม่ใช่เป็นฝ่ายบริหาร แต่วันนี้ผมดีใจครับ ที่ท่านประธานคณะกรรมาธิการมานั่งฟัง และอยากจะได้ฟังคําชี้แจงจากท่าน เพราะว่า เมื่อคืนนี้เสียดายว่าท่านรีบกลับไปนิดหนึ่ง เพราะตอนที่ท่านชี้แจงเสร็จในเรื่องของมาตรฐาน การทํางานท่านยืนยันว่าไม่มี ๒ มาตรฐาน ท่านยืนยันว่ามีมาตรฐานคิด มีมาตรฐานปฏิบัติ แต่ผมกําลังจะทวงถามจากท่านในฐานะที่ท่านสวมหมวก ๓ ใบ ในฐานะประธาน คณะกรรมาธิการ พ.ร.บ. งบประมาณฉบับนี้ท่านจะต้องตอบสภาครับว่าความโปร่งใส ธรรมาภิบาลที่ตรวจสอบได้ยังอยู่ดีหรือไม่ ผมอยากจะถาม เมื่อเช้านี้ผมก็หวังว่า ท่านคงไม่ยุ่งประชุมโดยไม่ได้ฟังวิทยุว่าในสภาเขาพูดกันว่าอย่างไร เมื่อคืนนี้มีการให้ คํามั่นสัญญากัน ที่ท่านพูดบอกว่าทุกอย่างโปร่งใส ตรวจสอบได้ พวกผมอยากตรวจสอบ ขอเอกสารครับ และเอกสารนี้ที่พวกเราขอนี่นะครับขอตอนที่ท่านยังนั่งเป็นประธาน คณะกรรมาธิการอยู่ด้วยซ้ําไป แต่เอกสารต่าง ๆ เหล่านี้คณะกรรมาธิการก็มีเป็นกติกาไว้ ก็คือว่าให้ส่งเอกสารล่วงหน้าแจ้งไว้ ๓ วัน ถ้า ๓ วันไม่ส่งก็จะแขวนงบ แต่ด้วยความที่ ไม่มีรัฐบาล ไม่มีฝ่ายค้านในคณะกรรมาธิการ ไม่อยากให้การพิจารณาสะดุดก็อะลุ่มอล่วยกันว่า อ้าว เมื่อส่งไม่ทันอิน กู๊ด เฟธ (In good faith) ก็คือหวังว่าจะเคารพซึ่งกันและกัน ก็จะส่งเอกสารตามมาภายหลัง ท่านครับ ในฐานะท่านเป็นประธานคณะกรรมาธิการ แล้วท่านยังเป็นรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจ แล้วก็ยังเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง รับผิดชอบโดยตรงแบบเลี่ยงไม่ได้เลย เอกสารทั้งหลายไม่ได้จัดส่งให้กับคณะกรรมาธิการ แม้แต่น้อย ผมอยากจะกราบเรียนว่ามันไม่สายเกินไปหรอกครับ เช่นเราก็อยากจะทราบว่า คูปองพลังงานรายจังหวัด ๒,๐๐๐ บาทที่ใช้ไปแล้ววันนี้ สตง. ระงับไม่ให้จ่าย เมื่อไม่ให้จ่ายนี่ อาจจะต้องเอาเงินปี ๒๕๕๖ มาจ่ายด้วยซ้ําไป ถามว่าวันนั้น ๒,๐๐๐ บาทท่านทราบไหมครับ พวกเราพูดกันหมด ชาวบ้านไปซื้อใช้ไม่ได้ แล้วไปขายให้กับร้าน ๕๐๐ บาท ๓๐๐ บาท แต่รัฐต้องจ่ายให้กับร้านต่าง ๆ เหล่านั้น ๒,๐๐๐ บาท แต่ชาวบ้านไม่ได้ประโยชน์ครับ เงินมันไปตกอยู่กับกระเป๋าพ่อค้าที่รับซื้อคูปองถูกอย่างนี้เป็นต้น เราก็อยากจะถามว่า ถ้าท่านรัฐมนตรีช่วยเราตรวจสอบให้มันโปร่งใสจริงจังหวัดไหนบ้างที่รับคูปอง จังหวัดไหนบ้าง ที่จ่ายไปแล้วยังจ่ายไม่ครบ จังหวัดไหนบ้างที่มีปัญหา จังหวัดไหนบ้างที่ สตง. ระงับ พวกเราขอทราบแค่นี้ครับ แล้วท่านจะทําอย่างไรกับปัญหาต่าง ๆ เหล่านี้ เพราะทุจริต ช่องโหว่มันมีเกิดขึ้นแล้วและ สตง. เขาก็สะกิดท่านแล้ว ยกตัวอย่างประการนี้
นอกจากนั้นแล้วเราก็ยังอยากจะทราบอีกครับในฐานะที่ท่านดูแลทรัพย์สินของรัฐ กระทรวงการคลังดูแลทรัพย์สินของรัฐ เพราะรัฐวิสาหกิจนี้อยู่ภายใต้กระทรวงการคลัง ซึ่งท่านเป็นรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจ ในมาตรา ๕ นี่นะครับ เราบอกว่าอยากจะขอ รายการที่บริษัทต่างชาติขอสัมปทานน้ํามันมีบริษัทไหนบ้าง แล้วขอที่พื้นที่จังหวัดใดบ้าง พื้นที่จังหวัดผมก็มีปัญหานะครับ เพราะว่ามีการแย่งกัน จะฆ่ากันในเรื่องเหมืองทอง บางคนก็บอกว่าในเรื่องของน้ํามันด้วยซ้ําไป อย่างนี้เป็นต้น ท่านวิทยาพูดว่าเราอยากจะไป ติดตามเรื่องของงบส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่นที่ไปเร่ขายกัน ๓๐ เปอร์เซ็นต์ ๓๕ เปอร์เซ็นต์ จังหวัดผม ๒๐ เปอร์เซ็นต์ครับ เราก็อยากจะบอกว่าท่านในฐานะประธาน คณะกรรมาธิการจัดได้ไหมว่างบส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่นได้รับจัดสรรจากงบกลาง งบเงินกู้ในปี ๒๕๕๖ ปี ๒๕๕๕ ด้วยนี่จะจัดให้สภาได้ดูไหมว่ามันกระจาย มันไม่กระจุก อยู่ในจังหวัดของผู้ที่มีอํานาจ เพื่อทุกคนนั้นจะได้งบประมาณเท่าเทียมกัน แล้วก็ลําดับ ความสําคัญก็ไม่แตกต่างกัน นี่ตัวอย่างจากหลายสิบข้อที่ผมให้ตัวอย่างของท่านประธาน คณะกรรมาธิการ ถามว่าวันนี้ท่านบอกว่าโปร่งใส ผมเชื่อท่านนะครับ เพราะว่าคนอย่างท่าน มาตรฐานเคยเป็นกรรมการผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยมาก่อน ธรรมาภิบาลต้องมาอันดับ ๑ ถึงจะสร้างความเชื่อมั่นเชื่อถือได้ วันนี้เหมือนกันครับ งบประมาณจะผ่านสภา เสียงข้างมากผ่านแน่นอน แต่ผมคงจะต้องบอกพี่น้องประชาชนว่า ที่พวกผมขอเอกสารไปตรวจสอบนี่ไม่ได้เยอะนะครับ ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท เมื่อคืน ท่านกรุณาชี้แจงก่อนที่จะกลับไปจากที่ประชุม ผมไม่ทราบว่ากลับบ้านหรือไปประชุมที่อื่นต่อ แต่ท่านชี้แจงว่า ๑๑๓ โครงการ ๑๑๘,๐๐๐ ล้านบาทเบิกแล้ว ยังเบิกไม่ครบ เหลืออีกไม่กี่พันล้านบาท แต่ถามว่าให้พวกผมดูได้ไหมครับโครงการละเกือบ ๑,๐๐๐ ล้านบาท มันไปจัดที่ไหน มันขุดลอกคลองหรือขุดลอกบึง มันขุดครบไหม ลึกพอไหม กว้างพอไหม ไปกระจุกตัวหรือเปล่า พวกผมไม่มีโอกาสรับทราบ ประชาชนไม่มีโอกาสรู้ นี่คือสิ่งที่ อยากจะกราบเรียนท่านประธานครับว่าตรงนี้ตั้งแต่เมื่อเช้าก่อนท่านประธานขึ้นมานี่ ท่านรองประธานคณะกรรมาธิการ ท่านรัฐมนตรีวรวัจน์ ขออภัยที่เอ่ยนาม ก็รับปากว่า ส่งเอกสารมาให้ ซึ่งมันไม่ตรงเลยครับ มันไม่ตรงเลยกับที่พวกเราขอไป แล้วก็ผม อยากจะทบทวนสักนิดหนึ่งว่าพันธกิจของสํานักนายกรัฐมนตรีพูดชัดเจนครับ พัฒนาสํานักนายกรัฐมนตรีให้เป็นศูนย์กลางครับ เป็นศูนย์กลางในการกํากับ ในการติดตาม ในการประสานงาน ในการเร่งรัด และในการตรวจสอบการปฏิบัติงานราชการของ หน่วยงานของรัฐ นั่นคือทุกคน ทุกหน่วยให้เป็นไปตามหลักธรรมาภิบาล มันชัดเจนครับ ขอเวลาตรงนี้ได้ไหมครับท่านประธาน ก่อนผมจะพูดต่อไปว่าท่านรองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการงบประมาณนี่ลุกขึ้นได้ไหมครับ สั่งสํานักงบประมาณ ข้างหลังเลยครับเอกสารที่พวกเราขอไปและแจกให้สมาชิกถ่ายเอกสารไม่ถึงครึ่งชั่วโมง เสร็จแล้วครับ หรือไม่อย่างนั้นถ้าบอกว่านานก็ขออนุญาตได้ไหมครับว่า ท่านประธานครับ พักการประชุมจนกว่าเอกสารจะส่งให้ได้ เราจะได้พิจารณาอย่างรวดเร็วครับ ไม่เช่นนั้นแล้ว มันก็คาใจแล้วก็ทํากันแบบขอไปที แล้วชาวบ้านจะหาว่าพวกผมล้มมวย เมื่อคืนไปติงเขาไว้แล้ว วันนี้เขาคงเอาอะไรมายัดปากสิยอมเขาง่าย ๆ อย่างนั้น ไม่ใช่ครับ ไม่ยอมครับ เอกสารต้องมี ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ไม่ใช่ ๑๒๐,๐๐๐ บาทนะครับ ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาทไปทําอะไรบ้าง แล้วเงินที่เหลือจากเงินฉุกเฉิน ๓๐,๐๐๐ ล้านบาทจะเอาคืนคลังหรือจะเอาไปทําโครงการอื่น ๆ ต่อไปในปี ๒๕๕๖ ก็ต้องชี้แจงให้ผมทราบครับ ทั้งหมดนี้ตัวเลขท่านมีหมดเพราะท่านคุม กระทรวงการคลัง คุมกรมบัญชีกลาง ตัวเลขเห็นหมดครับ มันหลีกเลี่ยงท่านไม่ได้เลย อํานาจท่านมีอยู่ในมือแล้วครับ เพียงแต่ว่าท่านจะทําหรือไม่ทําเท่านั้น ถ้าท่านทํา ผมจะกราบ ๓ ครั้งเลยว่าท่านได้รักษาคําพูดของท่านว่าท่านจะป้องกันการทุจริต ท่านจะทําทุกอย่างโปร่งใสที่สุด แต่ถ้าเผื่อท่านบอกว่าท่านไม่ทําแล้วมันนกแก้วนกขุนทองพูดไป ผมก็ต้องบอกประชาชนว่าผมได้ตามท้วงติงสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้แล้ว ผมกราบเรียนท่านประธาน ให้บันทึกเอาไว้นะครับ พี่น้องทางบ้านที่โทรศัพท์มาถามผมนี่ ธรรมาภิบาลประกอบด้วย ๖ ข้อ หลักนิติธรรมต้องมีครับ หลักคุณธรรมต้องมีครับ ความโปร่งใส เปิดเผย ตรวจสอบได้ต้องมีครับ การมีส่วนร่วม สภาผู้แทนราษฎรมีส่วนร่วมในการเห็นเอกสารไหม ไม่มีเลยครับ สํานึกความรับผิดชอบของผู้ทํางานมีไหมครับ ตอบตัวเองได้ครับ ความคุ้มค่ามีไหมครับ ผมไม่เห็นเอกสารผมตอบไม่ได้ครับ ฉะนั้นพวกผมที่ทําหน้าที่ตรวจสอบนี้ผมไม่สามารถการันตี (Guarantee) ได้เลยว่างบ ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาทนั้นกระจุกตัวทําจริงหรือไม่ทําจริง แล้วสิ่งที่ผมกลัวที่สุด ท่านประธานครับ ผมบอกประชาชนไว้ด้วยว่าปีนี้ดีว่าพวกเราไปเจอ ที่งบมันซ้ํากันอยู่ในแผนงาน งบเส้นทางของกระทรวงคมนาคม กรมทางหลวงที่สร้างถนน ซ้ํากันครับ ซ้ํากัน ๘๐ เส้นทาง แล้วสํานักงบประมาณรับคําติงจากกรรมาธิการ แล้วก็ไปปรับลดถึง ๕,๐๐๐ ล้านบาท ผมถึงได้ใช้คําพูดอย่างนี้ครับว่าถ้าเผื่อพวกผมไม่ไปเจอ ๘๐ เส้นทางที่ซ้ํากันนี่ก็สร้างถนนเส้นเดียวกัน แต่เบิกจ่าย ๒ หน่วยงานรับสตางค์ไป มีสุนัขอิ่ม ๕,๐๐๐ ล้านบาทโดยไม่ต้องลงทุนแม้แต่บาทเดียว ผมจึงขอความร่วมมือจาก ท่านรองนายกรัฐมนตรีว่าช่วยพวกผมตรวจสอบเถอะครับ ทําให้มันโปร่งใสเถอะครับ เอามาช่วยกันครับว่าเงินต่าง ๆ เหล่านี้ทุกบาทถึงมือประชาชน ประชาชนมีความเป็นสุข แล้วมันก็เป็นพันธกิจ เป็นคํามั่นสัญญาที่ท่านให้นโยบายกับสภาไว้เมื่อตอนท่าน แถลงนโยบายครับ ท่านเป็นส่วนหนึ่งของเสนาธิการทางเศรษฐกิจหลักของรัฐบาลชุดนี้ เป็นประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณครับ เราพูดกันถึงความรับผิดชอบ คําฝรั่งก็คือทั้งเรสปอนซิบิลิตี (Responsibility) แล้วก็ แอคเคาทะบิลิตี (Accountability) ทุกอย่างอยู่ที่ท่านหมดครับ ถ้าเผื่อท่านประธาน บอกอย่างนี้ว่าท่านรองนายกรัฐมนตรีจะลุกขึ้นมาสัญญากับสภาว่าเดี๋ยวภายใน ๑๕ นาที เอกสารถึงหมด ผมจะได้ประหยัดเวลาของสภา ที่ผมจะพูดอีกทุกกรมของ สํานักนายกรัฐมนตรีผมจะได้ไม่ต้องพูด เพราะว่าผมได้เอาเวลานั้นมาตรวจสอบเอกสาร ที่ท่านประธานจะกรุณาร่วมมือกับพวกเราตรวจสอบว่าเงินต่าง ๆ เหล่านี้ไม่รั่วไหลไปไหน ท่านจะทําให้พวกผมได้ไหมครับท่านประธานคณะกรรมาธิการครับ ผมจะถามท่านประธาน ถ้าเผื่อได้จะได้จบ ไม่ได้ผมจะได้อภิปรายต่อ ว่าอย่างไรครับท่านรองนายกรัฐมนตรี ไม่ตอบนี่ นิ่งคือปฏิเสธหรือนิ่งคือยอมรับครับ
ท่านพูดให้เสร็จเลย เดี๋ยวผมจะให้ท่านประธานคณะกรรมาธิการตอบ
อย่างนั้นให้ผมอภิปรายไปใช่ไหมครับ
ครับ
โอเคครับท่านประธาน ผมก็บอก กับประชาชนนะครับว่าผมได้ขอความร่วมมือกับท่านรองนายกรัฐมนตรีแล้ว แล้วท่าน ก็ไม่ตอบว่าจะให้ความร่วมมือหรือไม่ให้ความร่วมมือนะครับ เพราะว่าประเด็นที่ ผมอยากจะกราบเรียนให้ทราบก็คือว่าเอกสารที่พวกผมตรวจสอบไม่ได้ประกอบไปด้วย เอกสารรายละเอียดของงบกลาง ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท แล้วปีนี้ก็จะมีงบกลางใช้อีกก็ยังไม่รู้ว่า จะไปปู้ยี่ปู้ยําอย่างไรในงบปี ๒๕๕๖ แล้วงบที่เหลือของปี ๒๕๕๕ ที่ยังเบิกไม่หมดก็ไม่ทราบ เหมือนกันนะครับ พวกผมพยายามทําหน้าที่สุดความสามารถแล้วที่จะทวงเอกสารต่าง ๆ เหล่านี้จากรัฐบาล จากประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ งบประมาณรายจ่ายประเทศไทย แต่สิ่งหนึ่งครับที่ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธาน ผ่านไปยังท่านประธานคณะกรรมาธิการครับว่าผมแปลกมาก แปลกมากที่รองประธาน คณะกรรมาธิการท่านเอาเวลามาชี้แจงเรื่องงบประชาสัมพันธ์ ท่านประธานครับ ผมจดได้ ที่ท่านพูด นี่ขนาดผมจดไม่ทันนะครับผมยังจดได้ ๒ หน้า พูดเป็นฉาก ๆ เลยครับ ปี ๒๕๕๒ พรรคประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาลเบิก ๑๗๕ ล้านบาท กระทรวงการต่างประเทศโครงการนั้น โครงการนี้ใช้บริษัทอะไรบ้าง ใช้เงินอะไรบ้าง ไทยมีเดีย วีแบงค็อค ดับเบิลยูพีพี ไล่ไป ๓ ปี ผมจดแทบไม่ทัน ๒ หน้าเต็ม แต่โครงการของท่านมีบรรทัดเดียวครับ ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ๑ บรรทัดครับ ๑ บรรทัดเท่านั้นไม่มีอย่างอื่นเลยครับ ผมถึงได้บอกเมื่อคืนนี้ว่า มัน ๒ มาตรฐานจริง ๆ ๒ มาตรฐานในการจัดสรรงบประมาณ ๒ มาตรฐานในการบริหาร งบประมาณ ๒ มาตรฐานในการชี้แจง แล้วก็ ๒ มาตรฐานในการเปิดเผยข้อมูล พวกผมอุตส่าห์หลงเชื่อด้วยความตั้งใจดีว่าตอนงบประมาณมีกรรมาธิการนั้นก็บอกว่า ให้ไปดูในเว็บไซต์ได้เลย กระทรวงไอซีทีมาครับ สํานักงานรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) บอกช่วยเปิดหน่อยสิ เปิดเลยในห้องประชุมคณะกรรมาธิการ เข้าดูไม่ได้ครับ แล้วก็บอกว่าเอาสีข้างเข้าถูสึกไปครึ่งตัวบอกงบอยู่ระหว่างการพัฒนา ท่านประธานครับ ถ้างบอยู่ระหว่างการพัฒนาไม่ว่าใครหน้าไหนก็ดูไม่ได้ทั้งนั้น แต่ทําไมรัฐมนตรีดูได้ ส.ส. รัฐบาล บางท่านดูได้ ฝ่ายตรวจสอบการใช้งบประมาณดูไม่ได้ ถือว่า ๒ มาตรฐานไหมครับ ๒ มาตรฐานชัดเจนในการบริหารงบประมาณ ในการเปิดเผยข้อมูล ในการตรวจสอบ แล้ว ๑ ในนั้นผมถามครับว่าอย่างน้ําท่วมปีที่แล้วแล้วปีนี้ก็จะท่วมต่อไปไหม ก็พูดเสียเลยครับ เพราะอยากจะรู้ว่าเงินเอาไปจ่ายที่ไหน ยกตัวอย่างวันนี้รับจํานําข้าว ๒ เดือนแล้ว ชาวจังหวัดพิษณุโลกยังไม่ได้รับเงินจํานําข้าวแม้แต่บาทเดียวครับ เขาฝากมาทวง คนเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังนั่งอยู่นี่ครับ นั่งยิ้ม บอกพี่น้องให้รู้ด้วยว่าเขายิ้ม ขณะที่ท่านยังไม่ได้สตางค์ หัวอกคนจน นอกจากนั้นแล้วผมอยากจะถามว่าข้อมูล ระบบบําบัดน้ําเสีย ผมว่าคนเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังในฐานะที่เป็นประธาน คณะกรรมาธิการงบประมาณนี่น่าจะสนใจนะครับ ทุกรัฐบาลใช้เงินไปในการบําบัดน้ําเสีย รวมทั้งรัฐบาลพวกผมด้วยพรรคประชาธิปัตย์ ปรากฏว่าสร้างไป ๑๐๐ กว่าแห่ง ท่านประธานครับ ได้รับแจ้งเฉย ๆ นะครับว่ามี ๑๐๑ แห่งที่ใช้แล้วบําบัดน้ําเสียไม่ได้ ขอดูเอกสาร ไม่ส่งครับ ไม่ได้ครับ ใช้เงินงบประมาณของรัฐไปสร้างแล้วแล้วก็ดูไม่ได้ ใช้ไม่ได้ ตรวจสอบไม่ได้ ไม่ทราบว่าที่ไหนที่ปลามันลอยน้ําเป็นเบือ แม่น้ําท่าจีน แม่น้ําแม่กลอง ไม่รู้หรอกครับว่าบ่อบําบัดน้ําเสียที่ใช้เงินภาษีประชาชนไปสร้างแล้วมันใช้ไม่ได้ ใครโกง ใครรับผิดชอบเอาคนนั้นเข้าคุก แต่ไม่ได้รับความร่วมมือ ท่านประธานคณะกรรมาธิการ ก็ยังคงนั่งยิ้มอยู่ต่อไป
ประการต่อมา ผมกราบเรียนว่านอกจากงบของสํานักงานปลัด สํานักนายกรัฐมนตรีแล้ว ผมเรียนท่านได้เลยครับว่ามีความน่าเป็นห่วงครับ ที่ผมขอปรับลด ก็เพราะว่าค่าใช้จ่ายในการดําเนินงานคณะกรรมการธรรมาภิบาลจังหวัด ๔๒ ล้านบาท ผมว่ามันไม่ต้องมีกระมังครับ ถามว่าทําไมมันไม่ต้องมีครับ เพราะคนที่จะให้รางวัล คณะกรรมการธรรมาภิบาลจังหวัดมันไม่มีธรรมาภิบาลเลยครับ สอบตกหมดเกือบทุกข้อ จริง ๆ ครับท่านประธาน หลักนิติธรรมมีอํานาจแน่นอน ความโปร่งใสก็สอบตก การมีส่วนร่วมก็สอบตก สํานึกรับผิดชอบก็สอบตก ความคุ้มค่าก็สอบตก ตกอยู่แล้ว ๔ ข้อ ใน ๒ ข้อของระบบธรรมาภิบาล แล้วถ้าเผื่อแม่ปูเดินไม่ตรง แม่ปูเดินหงิก ๆ งอ ๆ บูด ๆ เบี้ยว ๆ ลูกปูมันจะเดินตรงได้อย่างไรครับ ฉะนั้นถ้าเผื่อคนที่มอบรางวัลมาตรฐานธรรมาภิบาล ละเมิดหลักธรรมาภิบาลเสียเองแล้วอายเขาไหมครับที่จะไปมอบรางวัลธรรมาภิบาล ให้กับทั้งประเทศเขานะครับ เอาไปทําไมครับ ๔๒ ล้านบาท เอาไป ๐ บาทเถอะครับ ไม่มีประโยชน์ครับ เหมือนกับไปเล่นลิเกให้ชาวบ้านดูว่านี่คือธรรมาภิบาลนะ ชาวบ้าน ถึงได้โทรศัพท์มาถามครับ ผู้แทนพูดหน่อยสิธรรมาภิบาลมันคืออะไรชาวบ้านไม่เข้าใจ วันนี้รู้แล้วนะครับว่ารัฐบาลสอบตกธรรมาภิบาล ๔ ข้อมีอะไรบ้าง
ประการต่อมา ก็คือว่าโครงการเสริมสร้างความเชื่อมั่นของรัฐบาล ด้านความโปร่งใส โอ้โฮ คําพูดใหญ่โตเลย อยู่ในนโยบายรัฐบาล อยู่ในคําแถลงของ ท่านนายกรัฐมนตรีรายการของบประมาณด้วย วันนี้โครงการเสริมสร้างความเชื่อมั่น ของรัฐบาลด้านความโปร่งใส ท่านประธานคณะกรรมาธิการก็เป็นส่วนหนึ่งของรัฐบาลครับ วันนี้ท่านก็สอบตกเหมือนกัน ๓๖ ล้านบาทก็อย่าเอาไปเลย เพราะเอาไปแล้วมันก็ไม่ได้ทําให้ ความโปร่งใสดีขึ้นเลย โครงการเสริมสร้างภาพลักษณ์ประเทศไทย ๕๐๐-๖๐๐ ล้านบาท บรรทัดเดียวอีกเหมือนกัน สํานักงบประมาณทําได้อย่างไร ผู้ใหญ่สั่งไม่ให้เปิดเผย สํานักงบประมาณก็เปิดเผยไม่ได้ ท่านช่วยไปดูหน่อยได้ไหมครับถ้าผู้ใหญ่คนนั้น ไม่ใช่รองนายกรัฐมนตรีชื่อกิตติรัตน์ ณ ระนอง กรุณาสั่งหน่อยเถอะครับว่าให้เปิดเผยให้ได้ แล้วไม่ใช่เปิดเผยแค่ ๒ หน้า บอกรายละเอียดมาด้วย เหมือนกับที่คิดว่าจะมาแบล็คเมล์ (Blackmail) หรือพยายามประจานท่านรัฐมนตรีสาทิตย์ว่าทําโน่นทํานี่ถึง ๒-๓ หน้ากระดาษ แต่ของท่านมีบรรทัดเดียว และสิ่งที่อยากจะกราบเรียนก็คือว่านอกจากนั้นแล้วงบประมาณ ที่ผมไม่คิดจะให้ไปใช้เลยคือค่าใช้จ่ายในการดําเนินงานตามคณะกรรมการธรรมาภิบาลจังหวัด แล้วก็โครงการเสริมสร้างความเชื่อมั่นของรัฐบาลด้านความโปร่งใส เพราะว่าคนคุม กํากับ บริหาร ติดตาม เร่งรัดให้เป็นไปตามหลักธรรมาภิบาลนั้นไม่สามารถทําได้สักข้อเดียว บริหารก็ไม่ได้ กํากับก็ไม่ได้ ติดตามก็ไม่รู้ เร่งรัดก็ไม่เป็น อย่าเอาไปเลยครับงบอันนี้ นอกจากนั้นแล้วงบเสริมสร้างภาพลักษณ์ประเทศไทย ท่านประธานครับ ผมจะให้ พี่น้องประชาชนได้ทราบว่านี่ละหลักคลาสสิค (Classic) ของการซุกงบไว้หลาย ๆ แห่ง ถ้ากรรมาธิการเสียงข้างน้อยตรวจสอบไม่พบก็จะเห็นเป็นอย่างนี้ งบของ กระทรวงการต่างประเทศไปเสริมสร้างภาพลักษณ์ประเทศไทยแค่ ๑๐๐ ล้านบาทเองถูกมาก ให้ ๆ ไปเถอะ นั่นแน่ ไปดูอีก งบเสริมสร้างภาพลักษณ์ประเทศไทยอยู่ที่การท่องเที่ยว แห่งประเทศไทย ๑,๐๗๗ ล้านบาทมีอีกก้อนหนึ่ง แล้วก็แถมว่ายังมีอีกก้อนหนึ่ง ที่สํานักนายกรัฐมนตรีอีก ๕๐๐ ล้านบาทไปเสริมสร้างภาพลักษณ์ประเทศไทย ผมถาม ท่านประธานว่าวันนี้ภาพลักษณ์ประเทศไทยมีปัญหาอะไรครับ ปัญหาความเชื่อมั่น เดิมทีปัญหาความเชื่อมั่นเรื่องการเมืองไม่นิ่ง เสื้อหลายสี คนยังทะเลาะกัน ไม่เป็นเอกภาพ แต่รัฐบาลไม่ได้สั่นคลอนนะครับ วันนี้ประเทศไทยจะมีวิกฤติเกิดขึ้นเพิ่มอีก ๑ วิกฤติคือ ความไม่เชื่อมั่นในความโปร่งใสในการใช้งบประมาณของรัฐบาล ความไม่เชื่อมั่น ในการมีระบบธรรมาภิบาลของรัฐบาลในการบริหารงบประมาณแผ่นดิน ๒,๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท นี่จะเป็นวิกฤติอีกอันหนึ่งครับซึ่งประวัติศาสตร์จะต้องจารึกไว้ว่าใครเป็นผู้สร้าง ใครเป็นคนปล่อยให้มันเกิดขึ้น แล้ววันนี้ปัญหาที่มีรุมเร้านอกจากปัญหาเศรษฐกิจยุโรปแล้ว ก็มีปัญหาครับว่ามีทนายความของพี่ชายนายกรัฐมนตรีเดินสายต่างประเทศโจมตี ระบบยุติธรรมไทยว่าเป็นแคงกะรู คอร์ท (Kangaroo court) บ้างละ ว่าเป็นศาล ที่ไม่ยุติธรรมบ้างละ ๒ มาตรฐานบ้างละ แล้ววันนี้ท่านจะใช้เงินเหล่านี้ไปแก้ตัวให้ ทนายบ้า ๆ คนนั้นคนหนึ่งที่ไปด่าประเทศไทยรอบโลก แค่นายจ้างเลิกจ้างมันก็หมดสตางค์ เดินทางแล้วครับ ไปเสียทําไม ๑,๘๐๐ ล้านบาท รักประเทศไทยให้ถูกทางครับ ก็เลิกจ้าง ทนายบ้า ๆ นี้ให้เลิกไปประจานโจมตีประเทศไทยอย่างไม่เป็นจริงแล้วก็ไม่เป็นธรรม ภาพลักษณ์ประเทศไทยก็จะดีขึ้นครับ
ท่านจุติครับ มีผู้ประท้วงครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม วรชัย เหมะ ขอประท้วงตามข้อบังคับ ข้อ ๖๑ พาดพิงถึงคนนอกที่ไม่ได้อยู่ในที่ประชุม ขอให้ท่านพิจารณาด้วยครับ
ท่านจุติก็พยายามเข้ามาหน่อยก็แล้วกันครับ เชิญครับ
ท่านประธานพูดอย่างนี้ท่านประธานหาว่า ผมไม่อยู่ในประเด็นนี้ ผมพูดถึงงบประมาณเลยนะครับ
ผมฟังอยู่ท่านว่าไปเถอะครับ แต่ว่าเหตุการณ์ไปกล่าวถึงบุคคลภายนอกนี่ถูกฟ้องร้อง ท่านก็รับไปเอง เชิญต่อครับ เชิญต่อ เอาให้อยู่ในหลักของมาตรา ๕ ก็แล้วกัน เชิญครับ
ผมก็อยากให้โรเบิร์ต อัมสเตอร์ดัม มาฟ้องผมในประเทศไทยจังเลย คงไม่ใช่ญาติท่านนะครับ
ประการที่ ๒ รัฐบาลที่ใช้วิกฤติเกิดขึ้นเองโดยทนายต่างชาติของคนไทย เดินทางไปด่าคนไทย ด่าระบบศาลยุติธรรมในประเทศไทย ด่าระบบ ๒ มาตรฐาน จนมันติดปากไปทั่วโลกแล้ว ไม่คิดจะหยุดกันบ้างหรือครับ ไม่คิดจะช่วยประเทศไทยบ้างหรือครับ แต่กลับมาเอาเงินภาษีของประชาชน ๑,๘๐๐ ล้านบาทเอาไปใช้เสริมสร้างภาพลักษณ์ มันเหมือนกับมีคนไปชี้ครับ โน่น โน่น โน่น ประเทศไทยเป็นเอดส์ (Aids) ระบบยุติธรรม แล้วท่านก็เอาสีมาทาปิดไว้แต่ไม่ได้แก้มัน แล้วก็ต้องทาทุกปี ๆ โดยไม่แก้ข้อกล่าวหา ไม่แก้สิ่งที่เกิดขึ้นที่เป็นต้นเหตุ จะเอาไปทําไมครับเงินขนาดนี้ เอาไปแล้วก็แก้ไม่ได้ ถ้าเผื่อไอ้ฝรั่งบ้านั่นยังด่าประเทศไทยอยู่ ผมยืนยัน
จ่าประสิทธิ์เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม จ่าสิบตํารวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดสุรินทร์ ความจริงแล้วไม่อยากให้เสียบรรยากาศในการอภิปรายกําลังไปด้วยดี แต่เนื่องจากผู้อภิปรายทําผิดข้อบังคับ ข้อ ๖๑ ไปกล่าวหาบุคคลที่ ๓ แล้วไปด่าว่าไอ้ทนายบ้า รู้ได้อย่างไรว่ารัฐบาลจะใช้เงินก้อนนี้นี่นะครับ
ปล่อยเขาขุนเดช ปล่อยเขา ให้บ้าไปคนเดียว
คือจริง ๆ ผมได้ยินนะว่า ไม่ได้ด่าพ่อคุณนะ
พอแล้วครับท่านประสิทธิ์ พูดกับประธาน นั่งลงครับท่านประสิทธิ์ ท่านประสิทธิ์ พูดกับประธาน ทุกคนพูดกับประธานครับ อย่าไปชี้หน้ากัน ไม่เอาครับ ต้องพูดกับผมครับ ไปพูดกันเองไม่ได้ไม่อย่างนั้นก็ไม่มีประธาน ผมฟังอยู่ ๆ ประท้วงก็ประท้วงไปตามข้อบังคับ ท่านว่ามานี่ผมจะวินิจฉัย ท่านอื่นนั่งลงก่อนครับ ให้ผมวินิจฉัย ผมยังไม่ทันพูดเลย ท่านกรุณานั่งลงครับ ทุกคนประท้วงผมให้สิทธิ ท่านนั่งลงก่อนครับ นั่งลงก่อน นั่งลงก่อนครับ ให้เขาพูดผมจะได้ฟัง ถ้าประท้วงทั้งหมดผมให้พูดพร้อมกันไม่ได้ ท่านประสิทธิ์ประท้วง ขอให้ประท้วงในข้อบังคับ แล้วก็อย่าไปพูดกันเอง ไม่ได้ครับ ต้องพูดกับประธานเท่านั้น
ท่านประธานที่เคารพ กระผม จ่าสิบตํารวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดสุรินทร์ เมื่อกี้ผมลุกขึ้นประท้วงว่าผู้อภิปรายผิดข้อบังคับ ข้อ ๖๑ ไปกล่าวพาดพิงถึงบุคคลที่ ๓ และพูดวกวน ซ้ําซาก ทั้งที่ประธานก็ได้เตือนไปแล้ว ให้ประธานวินิจฉัยด้วยครับ ขอบคุณครับ
ทีนี้ผมได้บอกไปแล้วนะครับ ผมเคยวินิจฉัยว่าถ้าไปกล่าวถึงบุคคลภายนอก ความจริงข้อห้ามเขามีว่าไม่ควรกล่าวถึง แต่ถ้าไปกล่าวถึงมีอะไรพาดพิงเสียหาย เขาต้องรับผิดชอบเองในการถูกฟ้องร้อง เพราะฉะนั้นท่านจุติเชิญต่อครับขอให้อยู่ในประเด็น
(นายยุคล ชนะวัฒน์ปัญญา ได้ยืนและยกมือขึ้น)
พอแล้วครับ ผมได้วินิจฉัยแล้วท่านไม่ต้องประท้วงต่อ เชิญท่านจุติต่อเลยครับ
นิดเดียวครับ
ท่านไม่ต้องประท้วงผมได้วินิจฉัย ผมก็ได้พูดไปแล้ว ผมวินิจฉัยแล้วครับ ถ้าประเด็นนี้ ผมวินิจฉัยแล้ว ท่านจุติเชิญต่อครับเอาในประเด็น ท่านจะประท้วงเรื่องอะไรครับ
กราบเรียนท่านประธานครับ ผม ยุคล ชนะวัฒน์ปัญญา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดจันทบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ เมื่อกี้ผู้ที่ประท้วงคืออดีตจ่าประสิทธิ์ชี้หน้าเพื่อนสมาชิกในสภา ผมว่าการชี้หน้าลักษณะอย่างนี้ไม่เหมาะไม่ควร เหมือนกับอดีตจ่าประสิทธิ์คนนี้มีปัญหา อาจจะรับ
ท่านประท้วงข้อไหนว่ามาเลยครับ เมื่อกี้เรื่องชี้หน้าผมได้ตักเตือนว่าอย่าชี้ ให้พูดกับประธาน คนเดียวนะครับ ท่านไปพูดกันเองไม่ได้ครับ ท่านยุคลครับ เรื่องนี้ผมได้วินิจฉัย ผมบอกแล้วว่า อย่าชี้กัน ให้พูดกับประธานคนเดียว ผมได้ตักเตือนไปแล้ว ผมได้พูดไปแล้วนะครับ ผมได้พูดไปแล้วไม่ให้ชี้ ผมสั่งไปแล้วเมื่อกี้ชี้ไม่ได้แล้วครับ พอแล้วครับท่านยุคล ให้ท่านจุติ เดินต่อเถอะครับผมตั้งใจฟังอยู่ ประชาชนดูอยู่ครับ ใครทําอะไรประชาชนตัดสินครับ พอแล้วครับ
กราบเรียนท่านประธานครับ ผม จุติ ไกรฤกษ์ พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดพิษณุโลก ผมก็กราบเรียนท่านประธานว่าพวกผมพรรคประชาธิปัตย์ คงผิดเองครับที่ไปเจ็บปวดเจ็บใจทุกครั้งที่มีคนเดินสายด่าประเทศไทย เจ็บปวดเจ็บใจ เพราะว่าด่าระบบยุติธรรม ๒ มาตรฐานของประเทศไทยทั้ง ๆ ที่มันไม่เป็นความจริง ผมไม่เห็นด้วยที่จะใช้เงิน ๑,๘๐๐ ล้านบาทเพื่อไปกลบปัญหาที่เราแก้ได้ง่าย ๆ นิดเดียวคือ คนไทยเลิกจ้างฝรั่งเสียมันก็จะจบปัญหา
ประเด็นต่อมา วันที่เราประชุมผมฝากท่านประธานคณะกรรมาธิการงบประมาณ ในฐานะผู้เป็นเสนาธิการเศรษฐกิจครับ ท่านทราบดีว่าเรามีประชุมเวิลด์ อีคะนอมิค ฟอรัม เซาท์อีสท์ เอเชีย ที่ประเทศไทยไม่นานมานี้ ท่านน่าจะเตือนรัฐบาล น่าจะเตือน ท่านนายกรัฐมนตรี เตือนพวกท่านเองว่าอย่าดันร่าง พ.ร.บ. ว่าด้วยความปรองดองแห่งชาติ พ.ศ. .... เข้าสภา วันนั้นผมคุยกับเพื่อนผมอยู่ที่โรงแรมโฟร์ ซีซั่นส์ เขาบอกว่าอย่างไร รู้ไหมครับ จุติป่วยการไปเหนื่อยแก้ตัว ทุกครั้งคุณบอกได้ว่าฝรั่งดูข่าวจากต่างประเทศ มันจริงบ้างไม่จริงบ้าง วันนี้นักลงทุนทุกคน นักธุรกิจทุกคนชั้นยอดของโลกมาอยู่ที่กรุงเทพฯ แล้วเขาเห็นด้วยตาตัวเองพูดไปก็เหนื่อยเปล่า เขาบอกว่าทําหินตกใส่เท้าตัวเอง นักลงทุนหนีไปอาเซียนประเทศอื่นหมด แล้วท่านทราบไหมครับหลังจากนั้น ๒ เดือน ท่านกิตติรัตน์ครับ ท่านจะได้ไปแก้ให้ถูก วันนั้นบริษัทเอกชนประเทศมาเลเซียวิ่งกวาดต้อน นักลงทุนไปประเทศมาเลเซียได้เยอะมากครับ ผมจึงกราบเรียนว่านี่ละครับงบประมาณที่ไปใช้นี่ ไม่ใช่ว่ามีเงินแล้วจะแก้ปัญหาได้ทุกอย่างครับ มันต้องแก้ให้ถูกจุดแล้วแก้ให้ถูกวิธีด้วย นอกจากนั้นแล้วท่านจะเอางบต่าง ๆ เหล่านี้ไปใช้ที่สํานักนายกรัฐมนตรี ไปใช้สร้าง ภาพลักษณ์ประเทศไทย สร้างภาพลักษณ์ท่านนายกรัฐมนตรี ผมไม่ว่านะครับ เพราะว่า ท่านนายกรัฐมนตรีก็เป็นนายกรัฐมนตรีผม ไปต่างประเทศก็เกียรติยศประเทศไทย ไม่ได้เลือกว่าพรรคไหน แต่เมื่อเป็นคนไทยแล้วต้องเปิดหมวกให้ให้เกียรติเหมือนกัน สนับสนุนครับ แต่ผมตําหนิว่าคนที่ดูแลท่านนายกรัฐมนตรีดูแลไม่ดี ผมก็ไม่อยากจะบอกว่า สอพลอหรือว่าเสนอหน้า แต่ผมว่าทําไม่ถูกประเด็น หวังดีแต่ประสงค์ร้าย ผมยกตัวอย่างครับ ถ้าจะบอกว่าท่านนายกรัฐมนตรีมีภาพลักษณ์ในการขยันทํางานไม่ข้องแวะการเมือง ไปเมืองนอกก็ไปทํางาน ไปเถอะครับจะใช้เงินกี่สิบล้านบาท กี่ล้านบาทก็ไปเถอะครับ เช่นไปประเทศอินเดียไปทํางานเจอนักธุรกิจอินเดียให้มาลงทุนในเมืองไทย เมืองไทยแก้ปัญหาส่งออกได้ แต่ทําไมไปปล่อยให้คลิปหลุดที่นายกรัฐมนตรี ไปถ่ายรูปที่ทัชมาฮาลโผล่ออกมาเสียหมดเลย ภาพลักษณ์ที่พยายามจะแสดงให้เห็นว่า เป็นคนขยันทํางานไปทัชมาฮาล เจรจาธุรกิจในทัชมาฮาล คนเขาก็คิดเป็น นี่คือตัวอย่าง ที่ทําให้เขาจับได้
อันที่ ๒ ผมตําหนิคนที่ใช้งบตรงนี้แล้วก็ไปปล่อยให้ท่านนายกรัฐมนตรีหลุด ตอนไปประเทศฝรั่งเศส ประชุมเหนื่อยยากแทบตายสุดท้ายปล่อยให้คลิปข่าวหลุดว่า หลังจากนี้ท่านนายกรัฐมนตรีจะไปไหน นายกรัฐมนตรีบอกว่าจะไปชอปปิง (Shopping) โอ้โฮ เสียสตางค์ไปแทบตาย ท่านประธานครับ ผลมันไม่ออกมาอย่างที่เราหวัง ช่วยกรุณา ไปดูกันด้วย แล้วคนที่เขียนสคริปท์ (Script) จะเป็นใครก็ตามขอให้ปลดไปเถอะ ปลดไปเลย อย่าได้ให้กลับมาทํางานทําเนียบรัฐบาลอีกเลยไม่ว่านายกรัฐมนตรีคนไหน ได้อย่างไร สคริปท์เขียนจังหวัดหาดใหญ่กับประเทศซิดนีย์ มันไม่มีในสารบบโลกเลย คนเขียนสคริปท์ ต้องโง่สุด ๆ ไม่ควรได้รับเงินเดือน เอาเงินเดือนคืนจากมันด้วย เขียนสคริปท์ ให้นายกรัฐมนตรีได้อย่างไร ประเทศซิดนีย์ จังหวัดหาดใหญ่ โอ้โฮ นี่ละครับที่ผมบอกว่า เงิน ๑,๘๐๐ ล้านบาทผมไม่อยากให้ไป ให้ไปแล้วมันก็สูญเปล่า เพราะคนที่ทํางานมันบ้อท่าโล่ ไม่มีฝีมือ ถ้าทําแล้วดีผมชอบครับ นายกรัฐมนตรีผมเก่ง สวยอยู่แล้ว
แล้วอีกข้อหนึ่งที่ผมไม่ทราบใครพยายามจะทํานะครับ นายกรัฐมนตรีเก่งอยู่แล้ว เรียนต่างประเทศอยู่แล้วไม่ต้องไปพิสูจน์ว่าพูดภาษาอังกฤษเก่ง ใช้ล่ามครับแล้วจะไม่หลุด ท่านรองนายกรัฐมนตรีช่วยดูด้วยครับ ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการงบประมาณไปดูด้วย สํานักนายกรัฐมนตรีเปลี่ยนทีมงานเสีย
แล้วอีกอย่างหนึ่งครับสุดท้าย เขามีผู้นําผู้หญิงขึ้นมาที่ประเทศพม่า แต่เป็นผู้นําฝ่ายค้าน ไม่ต้องไปกังวลครับเราเป็นนายกรัฐมนตรี อย่าพยายาม เอาท่านนายกรัฐมนตรีไปประกบกับออง ซาน ซูจี เขาเตือนมาแล้ว เขาบอกมุขนี้ฝรั่งไม่ซื้อ ที่มุขนี้ฝรั่งไม่ซื้อเพราะฝรั่งบอกว่าอย่างไรครับ คุณเอาคน ๒ คนประกบกันไม่ได้ เขาบอกคุณชนะอยู่แล้ว ของคุณสวยกว่า สดกว่า แต่คุณอย่าไปก๊อบปี้สมองกับก๊อบปี้หัวใจเขา คนละคนกันก๊อบปี้กันไม่ได้ ลอกสมอง ลอกหัวใจมาไม่ได้ ออง ซาน ซูจี ต่อสู้มาเป็น ๒๐ ปี ๓๐ ปี ท่านเพิ่งมาเข้าสู่การเมืองไม่มีด่างพร้อยไม่ต้องไปเปรียบเทียบกับเขาครับ ผมฝากท่านรองประธานคณะกรรมาธิการด้วยที่กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา อย่าไปตกหลุมใครให้ใช้งบประมาณอันนี้ไปทําแบบนี้นะครับ สูญเปล่าครับ ฝรั่งบอกมาเลยว่า มุขนี้แป้ก
นอกจากนั้นแล้วผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานว่าเรื่องสําคัญอีกเรื่องหนึ่ง ซึ่งผมเห็นว่าท่านประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญงบประมาณพูดบ่อยมากคือเรื่อง ปราบทุจริต ท่านนายกรัฐมนตรีพูดบ่อยมากเรื่องปราบทุจริต เมื่อเดือนพฤษภาคมทั้งเชิญ ทั้งเกณฑ์คนไปร่วมงาน ๗๐๐ คน แต่วันนี้ท่านทําอะไรบ้างที่ส่งเสริมและสนับสนุน การปราบทุจริต ไม่มีครับ พวกผมแค่ขอเอกสาร นั่งกันต่อหน้าถามว่าให้เอกสารได้ไหม ยังไม่ตอบพวกผมเลย แล้วจะไปรู้ได้อย่างไรว่าขโมยอยู่ที่ไหน โจรอยู่มุมไหน ทําจริงไม่ทําจริง ขุดลึกจริงไม่จริง ขุดกว้างไม่กว้าง งบซ้ําซ้อนไม่ซ้ําซ้อน ไม่รู้เลย ท่านไม่ยอมให้ครับ กระดาษก็ไม่ใช่กระดาษท่าน งบประมาณก็ไม่ใช่งบประมาณท่าน ของหลวงหมด เราทําเพื่อประเทศไทยนะครับ ไม่ได้ทําเพื่อใคร ฉะนั้นจะมาหวงข้อมูล ปกปิดข้อมูลอยู่ อย่างไรครับ หรือวันนี้ท่านคํานวณแล้วว่าถ้าเปิดเผยมานี่มันคงแย่กว่าไม่เปิดเผย เป็นอย่างนั้นใช่ไหมครับ
นอกจากนั้นแล้วสิ่งที่ผมเป็นห่วง นั่งอยู่ตรงนี้ครับสํานักงบประมาณ ท่านรองประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณางบประมาณรายจ่ายเลยครับ ตัวแทนจาก สํานักงบประมาณ วิสัยทัศน์สํานักงบประมาณ เป็นกลไกในการขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาล ที่ทันสมัยและเชื่อถือได้ ผมถามสํานักงบประมาณนะครับ ข้อมูลที่ท่านค้างผม ๗๐ วันนี่ เป็นข้อมูลที่ทันสมัยไหม ช้า ๗๐ วันเป็นข้อมูลที่ทันสมัยไหมครับ โลกวันนี้ ๓ วัน มันก็แพ้กันไปแล้วครับ ๓ วันนะ นี่ ๗๐ วันครับ หรือว่าต้องคอยให้ปกปิดการทุจริตให้ครบก่อน ให้เสร็จสิ้นก่อน ล้างน้ําก่อนแล้วค่อยเปิดเผยข้อมูลเพื่อจะได้หายาก ๆ อย่างนั้นหรือเปล่าครับ ข้อมูลสํานักงบประมาณเชื่อถือไม่ได้ ท่านประธานคณะกรรมาธิการครับท่านกรุณาไปดู เพราะผมเสียดายว่าท่านใช้เวลาน้อยในคณะกรรมาธิการที่ท่านประชุม เอกสาร สรุปงบประมาณโดยสังเขปผมจะบอกให้ท่านทราบครับหน้าแหกหมอไม่รับเย็บคือเอกสาร หน้า ๔๑ เป็นเอกสารของกระทรวงการคลังส่งให้กับสํานักงบประมาณจําแนกรายได้ แต่ละภาคของประเทศไทยครับมั่วที่สุด จนกรรมาธิการเขาจับได้ว่านี่คือของปลอม ยอดรวมนี่จริงแต่รายภาคผิดหมดเลยครับ ผิดหมดเลยครับ เกิดขึ้นได้อย่างไรกับมาตรฐาน ธรรมาภิบาลของกระทรวงการคลัง เกิดขึ้นได้อย่างไรครับ แล้วส่งผ่านสภานี้มาทุกคนก็เชื่อ ข้อมูลท่านผ่านวาระที่หนึ่งเข้าไป นี่กลับมาวาระที่สองผมบอกท่านให้ขนาดหน้าเดียว ยังเชื่อถือไม่ได้ แล้วมีอะไรอีกบ้างที่ผมจะเชื่อถือได้ ก็เพราะในนี้บอกแล้วว่า กลไกในการขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาลที่ทันสมัยและเชื่อถือได้ข้อมูลก็ช้า ข้อมูลก็ผิด เชื่อถือไม่ได้ แล้วท่านประธานจะบอกผมอย่างไรครับนี่ว่าผมควรจะให้เงินไปทําต่อ ใช่ไหมครับ ทั้ง ๆ ที่มันต่ํากว่ามาตรฐาน มันไม่ได้เรื่อง มันไม่ประสบผลสําเร็จ มันไม่ได้ ตามมาตรฐานธรรมาภิบาลควรให้ต่อใช่ไหมครับ ท่านจะตอบกับพวกผมอย่างไรครับ มันสอบตกแทบทุกมิติครับ ผมสงสารท่านนะครับว่าท่านคนเดียวทําอะไรไม่ได้หมดหรอก แต่ปัญหาก็คือเมื่อท่านทําอะไรไม่ได้หมดท่านกลับไม่ขอความช่วยเหลือ ไม่เปิดช่องให้พวกผม เข้าไปช่วยตรวจสอบเลย อาจารย์กนกนั่งอยู่ทุกวันขอข้อมูลทุกวันถูกหลอกทุกวัน ขอประทานโทษอาจารย์นะครับ ผมบอกอาจารย์ตั้งแต่ออกจากห้องประชุมคณะกรรมาธิการแล้ว อาจารย์นะเขางอกขึ้นมา ๖ นิ้ว มันหลอกสนิทเลยเดี๋ยวพรุ่งนี้ได้ เดี๋ยวพรุ่งนี้ได้ เดี๋ยวพรุ่งนี้ได้ ถ้าทวงทุก ๓ วันก็โดนหลอก ๒๐ ครั้ง ครั้งละ ๑๐ เซนติเมตร นี่ครับผมก็ไม่กล้าไปพูดข้างบนนั้น เดี๋ยวจะหาว่าผมไปนั่น ผมก็เอาพรรคเดียวกันนี่ละครับเพราะผมส่งไปเป็นตัวแทน แล้วปล่อยให้เขาหลอกซ้ําซาก โทรมชําเราจนจําไม่ได้แล้ว นอกจากนั้นแล้วครับท่านประธาน ผมไม่อยากให้งบประมาณตรงนี้ของสํานักงบประมาณไปทําเพราะว่ามีปัญหา
นอกจากนั้นแล้วพันธกิจของสํานักงบประมาณครับ จัดทํางบประมาณรายจ่าย สนองต่อนโยบายและเป้าหมายนโยบายรัฐบาลโดยคํานึงถึงวินัยทางการคลังและเสถียรภาพ ทางเศรษฐกิจ ผมถามท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังในฐานะเป็นประธาน คณะกรรมาธิการวิสามัญงบประมาณนะครับ การซุกหนี้ถึงแม้ว่าจะทํากันได้แต่ควรไหมครับ วินัยทางการคลังมีไหมครับ ผมจําได้ครับ อาจารย์กนกครับ วันที่เขาเข้ามาขอเงินเพิ่มทุน ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย ธพว. เอสเอ็มอี แบงก์ (SME Bank) วันนั้นเขาบอก กรรมาธิการไปเปิดเทปดูครับผมไปนั่งฟังอยู่ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ บังคับให้ผมไปฟัง บอกว่าวันนั้นธนาคารไม่มีปัญหาครับ วันนั้นคือเดือนมิถุนายน นี่เดือนสิงหาคมครับท่านประธานคณะกรรมาธิการ เดือนสิงหาคมกลับบอกว่า ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทยนี้มีหนี้เน่า เกือบ ๔๐,๐๐๐ ล้านบาท เป็นอย่างไรครับ กรรมาธิการโดนต้มหรือครับ ต้มจนสุกจนเปื่อย หรือครับ ๒ เดือนมันโผล่มาได้ขนาดนี้หรือครับ นี่ละครับคือสิ่งที่บอกว่าแล้วอะไรที่จะเป็น นโยบายที่ทันสมัย ข้อมูลทันสมัย เชื่อถือได้ ผมชี้ให้เห็นถึงจุดอ่อนตรงนี้ละครับ ผมบอก ผมไม่กล้าให้สตางค์ไปเลย ๗๙๐ ล้านบาทนี่ให้เงินเดือนไปพอไหม แล้ววันนี้เสถียรภาพ ทางเศรษฐกิจจะเป็นอย่างไรครับ ผมถามท่านประธานผ่านไปยังประธานคณะกรรมาธิการ วิสามัญงบประมาณครับ ท่านจะต้องเพิ่มทุนธนาคารกรุงไทยอีกหรือ สร้างความเชื่อมั่น และไม่สร้างความเชื่อมั่นหรือ ธนาคารออมสินจะเอาเงินจากไหน กองทุนวายุภักษ์ จะเอาเงินจากไหน ๑๐,๐๐๐ ล้านบาทไม่ใช่เงินน้อย ๆ นะครับ ตัวเลขพูดนี่ ท่านประธานครับ เราคิดว่า ๑๐,๐๐๐ บาท มัน ๑๐,๐๐๐ ล้านบาทนะครับ แล้วเราจะทําอย่างไรกันครับนี่ เปิดเผยข้อมูลก็ ๒ มาตรฐาน บริหารงบก็ ๒ มาตรฐาน มันไม่ได้หรอกครับ จัดสรรงบประมาณก็ ๒ มาตรฐาน น้องสาวผมอยู่จังหวัดนครศรีธรรมราชบอกว่าดี งบประมาณเขาจะไปช่วยคนเพาะเลี้ยงสัตว์น้ําน้ําท่วม จนบัดนี้มันจะท่วมรอบ ๒ แล้ว เงินยังไม่ไปเลย ผมก็ยังไม่รู้ท่านจะให้ผมหรือเปล่า สรุปแล้วเงินที่เอาไป ๕๐๐ กว่าล้านบาท ไปแจกให้ใครบ้าง จังหวัดนั้นน้ําท่วมหรือเปล่าก็ไม่รู้ แล้วผมจะไปช่วยตรวจสอบท่าน ได้อย่างไร ท่านก็บอกว่าโกงก็ส่งมาสิ ๆ รู้อยู่เต็มอกทําก่อน เอามาให้พวกผมช่วยตรวจสอบ ความถูกต้องครับ ท่านสะอาดบริสุทธิ์ผมจะเป็นคนแรกประกาศเองว่านายกิตติรัตน์ ณ ระนอง นั้นคือคนที่ปราบทุกอย่างให้โปร่งใส ทุกอย่างให้สุจริต ไม่เล่นพรรคเล่นพวก ไม่มี ๒ มาตรฐาน ท่านเอามาให้พวกผมช่วยดูสิครับ ท่านต้องการให้มีส่วนร่วมไหมครับ เอกสารงบประมาณก็บอกว่าต้องมีแบบมีส่วนร่วมครับ สภานี้จะมีสิทธิมีส่วนร่วม ในการทํางานกับท่านไหมครับ อย่ามองว่าพวกผมเป็นศัตรูนะครับ ต้องมองว่าพวกผม เป็นพันธมิตร สิ่งไหนที่ท่านทําดีทําถูกต้องผมนี่ยุติธรรมพอจะบอกว่าท่านทําถูกต้องแล้ว เดินหน้าไปเถอะไม่ต้องระวังหลังหรอก ท่านสะอาดพอแล้วท่านเดินหน้าไปเถอะอย่าไปกังวล กับเสียงนินทา ท่านเปิดโอกาสให้พวกผมมีส่วนร่วมไหมครับ ท่านหัวหน้าพรรคผม สปอร์ต (Sport) พอ รองหัวหน้าพรรคคุณกรณ์สปอร์ตพอกับท่าน ไม่เคยไปแตะต้องอะไรท่านเลย กลับมาปรามผมด้วยซ้ําไป ผมเรียนตรง ๆ แต่วันนี้ผมต้องพูดเพราะผมทนไม่ไหวแล้ว ถ้าผมไม่พูดผมก็ต้องยืมหมวกอาจารย์กนกเขางอกมาใส่หัวผมด้วย ผมไม่ยอมหรอกครับ นอกจากนั้นแล้วสิ่งที่ผมกังวลที่สุดครับ กังวลที่สุดในงบประมาณอันนี้คือการบริหารจัดการ งบประมาณเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดและคุ้มค่า ท่านบอกกับผมได้ไหมครับว่าทุกโครงการ ที่จัดมานี่ประโยชน์สูงสุดแล้วก็มีความคุ้มค่า ผมบอกกับท่านได้เลยครับพีมอคที่ให้ท่านไป ๑๕๐ ล้านบาท ๑๐,๐๐๐ บาทยังไม่อยากจ่ายเลย เว็บไซต์มันเป็นอย่างไรครับ มันหลอกอะไร กันมากขนาดนั้น ดูไม่ได้เชียวหรือครับ พีมอคฟลัด พีมอคของทําเนียบรัฐบาล ซึ่งเป็นเว็บไซต์ที่เกี่ยวกับท่านนายกรัฐมนตรีโดยตรง แล้วก็เกี่ยวกับภาพลักษณ์ ของท่านนายกรัฐมนตรีด้วย เกี่ยวกับภาพลักษณ์ของรัฐบาลด้วย ท่านใช้เงินไป ๑๕๐ ล้านบาท โดยที่สร้างความเสียหายให้กับท่านทั้งนั้น ไม่มีอะไรที่เป็นบวกเลยจากเงิน ๑๕๐ ล้านบาทนี้ ประโยชน์สูงสุดก็ไม่เกิด ความคุ้มค่าก็ไม่มี ๒ มาตรฐานต่อไป
นอกจากนั้นแล้วท่านบอกว่าสํานักงบประมาณนั้นมีหน้าที่ติดตามประเมินผล และรายงานความสําเร็จของการดําเนินงานจากการใช้จ่ายงบประมาณของส่วนราชการ และรัฐวิสาหกิจ นี่อย่างไรครับคือสิ่งที่พวกผมพูดตั้งแต่เมื่อคืน พูดเมื่อเช้า พูดกลางวันนี้ แล้วก็พูดในคณะกรรมาธิการที่ผ่านมา ๗๐ วัน นี่คือหน้าที่ของสํานักงบประมาณ นี่คือหน้าที่ ของเลขานุการคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่าย ประจําปีงบประมาณทุกปี ติดตามประเมินผล รายงานผลความสําเร็จของโครงการ ท่านไปดูสิครับสํานักงบประมาณมีฝ่ายวิเคราะห์ประเมินผลโครงการ ท่านกล้าเปิดเผย พวกผมไหมครับที่เขาทํามาแล้วนี่ จ่ายเงินเดือนเขาไปเขาทํางานกันไปนี่ไม่กล้าเปิดเผย พวกผมใช่ไหมครับ เราต้องกล้าพอสิครับอันไหนที่มันบกพร่องไม่ต้องไปกลัวก็แก้ไขให้มันดี ให้มันถูกต้องครับ แต่ต้องแก้ไข ไม่ใช่เอาเงินไปทับ ทับ ทับโดยหวังกลบว่าไม่มีใครเห็นนะ มันไม่ได้ครับ เพราะฉะนั้นวันนี้ผมกราบเรียนท่านประธานว่านี่คือสิ่งที่ผมบอกว่าผมไม่เต็มใจที่จะอนุมัติ งบประมาณในหลาย ๆ ส่วนให้กับสํานักนายกรัฐมนตรีก็ตาม สํานักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ก็ตาม สํานักงบประมาณก็ตาม ผมเรียนท่านตรง ๆ ครับ ผมเชื่อถือไม่ได้ ผมไม่ไว้ใจ เพราะท่านไม่ตอบสักคํา ยิ้ม พยักหน้าหงึก หงึก หงึก ผมตาไม่ดีไม่รู้ท่านหลับหรือเปล่า ที่สัปหงกนี่ หรือว่าพยักหน้าเห็นด้วยกับผมผมก็ไม่รู้
ท่านประธานครับ ผมมีอีกหลายประเด็นที่ผมจะพูด แต่ท่านประธานก็น่ารักมาก ไม่เบรกผม ผมก็จะขอสงวนเก็บเอาไว้เผื่อพาดพิงกลับมาผมจะได้อภิปรายต่อ แต่ว่า ผมกราบเรียนท่านประธานว่าสิ่งที่ท่านประธานคณะกรรมาธิการควรจะต้องตอบพวกผมครับ วันนี้กี่โมงครับจะได้เอกสาร เพื่อแสดงความสุจริตใจ ความโปร่งใส ความพยายามที่จะให้ได้ หลักธรรมาภิบาล มาตรฐานธรรมาภิบาล เหมือนกับตอนที่ท่านเป็นกรรมการผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ท่านให้สํานักนายกรัฐมนตรีได้ครึ่งหนึ่งของตลาดหลักทรัพย์ แห่งประเทศไทยมันก็น่าจะพอในขั้นต้นนะครับ อยู่ปีหน้าให้ได้อีกสัก ๗๕ เปอร์เซ็นต์ ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ปีสุดท้ายของท่านให้ได้สัก ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย น่าจะเป็นก้าวที่น่าปรบมือนะครับ แต่ถามว่าขั้นแรก ท่านมีความกล้าที่จะเปิดเผยข้อมูลไหมโดยที่ไม่คิดว่าใครจะเดือดร้อน แต่พวกผม จะช่วยตรวจสอบให้ครับ กรุณาตอบผมด้วยครับ
เชิญท่านรองนายกรัฐมนตรีครับ เดี๋ยวให้ท่านรองนายกรัฐมนตรีตอบก่อนครับ ท่านพุทธิพงษ์รอก่อนครับ
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ผม นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลัง ในหน้าที่ประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ งบประมาณรายจ่ายประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๖ ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณในข้อสังเกต ที่ท่านสมาชิกได้กรุณาหยิบยกขึ้นซักถามนะครับ ผมเองก็ยอมรับครับว่าในหน้าที่ภารกิจ ทางการเมืองนั้นผมอาจจะอ่อนด้อยประสบการณ์ ในขณะที่ท่านสมาชิกก็ได้หยิบยกอภิปราย ประเด็นต่าง ๆ ผมเองก็พยายามจะระมัดระวังแล้วก็ตอบชี้แจงในส่วนที่เป็นเนื้อหาหลัก โดยสงวนเวลาให้กับท่านสมาชิกได้ใช้เวลาวิเคราะห์วิจารณ์ได้มากที่สุดนะครับ อย่างไรก็ตาม ขออนุญาตยืนยันว่ากระผมให้ความสําคัญในเรื่องของการดําเนินการของสภาในชั้นวาระที่สองนี้ เป็นอย่างยิ่งนะครับ แต่ว่าท่านสมาชิกก็คงทราบดีนะครับว่านอกเหนือจากหน้าที่ประธาน คณะกรรมาธิการแล้วผมยังมีหน้าที่เป็นรองนายกรัฐมนตรีและมีหน้าที่เป็นรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลัง ดังนั้นก็สารภาพครับว่าในหลายนาทีทีเดียวที่ไม่ได้อยู่ในที่ประชุมแห่งนี้ แล้วก็มีหน้าที่ที่จะต้องดูแลงานราชการในส่วนอื่น แต่ก็แน่ใจว่าได้สดับตรับฟังการวิพากษ์วิจารณ์ หรือว่าการอภิปรายของท่านอย่างใกล้ชิดนะครับ อย่างไรก็ตามในบางส่วนที่เป็นประเด็น ที่ท่านสมาชิกได้ซักถามเมื่อสักครู่โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเด็นเรื่อง ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาทนั้น แล้วท่านได้ใช้คําว่าบรรทัดเดียวนี่ ความจริงถ้าความเข้าใจของผมถูกต้องน่าจะไม่มี แม้แต่บรรทัดเดียวในร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๖ เพราะว่า ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาทนั้นเป็นเรื่องของการดําเนินงานไปตาม งบประมาณปี ๒๕๕๕ เมื่อวานตอนค่ําผมได้กราบเรียนชี้แจงว่าท่านสมาชิกซึ่งอภิปราย เกี่ยวข้องกับงบประมาณประจําปี ๒๕๕๖ แล้วก็ได้พูดถึง ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท รวมทั้งท่านได้พูดถึง ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาทด้วย กระผมเองก็ได้กราบเรียนชี้แจงว่า ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาทนั้นเป็นเรื่องของงบประมาณปี ๒๕๕๕ ซึ่งเป็นปีปัจจุบัน ซึ่งจะครบ ในวันที่ ๓๐ กันยายน ในขณะที่ ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาทก็เป็นเรื่องของการดําเนินการ ตามพระราชกําหนด ซึ่งก็เป็นการดําเนินการที่แยกจากร่างพระราชบัญญัติงบประมาณ รายจ่ายประจําปีงบประมาณในปีนี้ ซึ่งกระผมเห็นว่าเพื่อนสมาชิกบางท่านได้กรุณาลุกขึ้น แล้วก็ได้ตอบว่าท่านเห็นประเด็นนี้ผมจึงไม่ได้ติดใจที่จะต้องอธิบายความอะไรต่อ แต่ว่าก็ได้กราบเรียนไปนะครับว่าใน ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาทนั้นมีความคืบหน้าในการใช้จ่าย ประการใด แล้วก็ได้ดําเนินการในส่วนที่จะชี้แจงที่เกี่ยวข้องกับการอภิปรายในมาตรา ที่เป็นงบกลางเมื่อวานตอนค่ํานะครับ โดยได้ชี้แจงในส่วนที่เป็นงบจําเป็นเร่งด่วนฉุกเฉินต่าง ๆ และได้ชี้แจงว่าในเรื่องของงบกลางนั้นที่จริงตัวเลข ๓๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทนั้นก็ไม่ใช่เป็น เช็คเปล่าที่สภาจะได้อนุมัติให้ท่านนายกรัฐมนตรีหรือว่าคณะรัฐมนตรีได้ดําเนินการ ไปตามอิสระ เพราะว่างบจํานวนมากเป็นงบซึ่งมีความจําเป็นต้องใช้จ่ายและระบุรายการ ชัดเจน อาทิเช่น เงินเบี้ยหวัด บําเหน็จบํานาญต่าง ๆ ดังนั้นในส่วนของ ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท จึงขออนุญาตกราบย้ําในที่นี้อีกครั้งนะครับว่าเป็นเรื่องของงบประมาณปี ๒๕๕๕ ผมเองทราบดีว่าในขณะที่กําลังปฏิบัติราชการในส่วนหน้าที่ทางด้านการบริหารอยู่ภายนอกนั้น ท่านกรรมาธิการวรวัจน์ ต้องขออนุญาตที่เอ่ยนามนะครับ ท่านก็อยู่ในที่ประชุม และท่านก็ได้ลุกขึ้นให้คําตอบว่าในส่วนที่เป็นเอกสารดังกล่าวนั้นท่านจะติดตาม ให้สํานักงบประมาณนํารายละเอียดมามอบให้กับที่ประชุมสภา จึงไม่ได้ติดใจที่จะไปติดตาม อะไรต่อนะครับ และผมก็เชื่อว่าไม่มีความประสงค์ที่จะมาปิดบังอะไรกับท่าน ทั้ง ๆ ที่ จริง ๆ แล้วในใจลึก ๆ อยากจะกราบเรียนท่านว่าขณะนี้เราอยู่ในชั้นพิจารณางบประมาณ ปี ๒๕๕๖ และผมก็เชื่อว่าเมื่อพิจารณางบประมาณเสร็จแล้วรัฐบาลคงจะได้รับโอกาสอีกครั้งหนึ่ง ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ซึ่งก็แน่นอนท่านสามารถที่จะพูดจาครอบคลุมได้ ทุก ๆ เรื่อง ดังนั้นในการดําเนินการในส่วนนี้ไม่ได้ติดใจอะไรและท่านก็คงจะได้ข้อมูลไป แล้วก็หวังว่าถ้าหากว่าท่านดูข้อมูลแล้วจะใช้เวลาในที่ประชุมแห่งนี้กับงบประมาณปี ๒๕๕๖ มาก ๆ หน่อย แล้วรอใช้ข้อมูลนั้นในส่วนของการอภิปรายที่กําลังจะมาถึงหลังจาก งบประมาณนี้ผ่านไปแล้วก็น่าจะเป็นเรื่องที่เหมาะสมกับจังหวะเวลา
อย่างไรก็ตามผมเองเรียนย้ําอีกครั้งนะครับว่าไม่ค่อยมีประสบการณ์นัก รู้สึกกังวลนิดหน่อยเมื่อท่านสมาชิกลุกขึ้นยืนแล้วก็ซักถามให้ผมลุกขึ้นตอบ ผมอยู่ในสภานี้ ไม่นานนะครับ ไม่ค่อยได้เห็นสมาชิกลุกขึ้นยืนแล้วก็ชี้ให้ผู้ที่อยู่ในบัลลังก์ไม่ว่าจะในหน้าที่ รัฐมนตรีหรือว่าในหน้าที่กรรมาธิการลุกขึ้นตอบ ผมก็ระมัดระวังรักษามารยาทที่จะให้ท่าน ได้พูดจนครบถ้วนแล้วผมก็จะกราบเรียนในส่วนที่เป็นข้อมูลของผมนะครับ ความจริง มีข้อกังวลนิดหน่อยที่ท่านสมาชิกบางท่านได้แสดงความกังวลว่าเดี๋ยวนี้ผมยังเป็นคนเดิมไหม เปลี่ยนแปลงไปหรือเปล่า ก็เรียนว่าสําหรับสมาชิกบางท่านนั้นผมไม่แน่ใจเพราะผมไม่ได้รู้จักท่าน มาก่อนนัก ดังนั้นไม่แน่ใจว่าท่านเคยรู้จักผมในฐานะอย่างไร แล้วก็ขณะนี้ผมยังคงเหมือนเดิม หรือเปล่าในสายตาท่าน แต่ถ้าหากว่าสําหรับท่านจุติ ไกรฤกษ์ นั้นผมคิดว่าผมรู้จักท่าน มานานและผมก็มีความเคารพนับถือท่านเป็นอย่างยิ่ง ก็ขออนุญาตกราบเรียนยืนยันนะครับว่า เคยเป็นอย่างไรก็เป็นอย่างนั้นอยู่ ดังนั้นในส่วนที่จะขออนุญาตกราบเรียนชี้แจงในเรื่องของ ฐานข้อมูลนี่นะครับ เพียงแต่ขออนุญาตกราบเรียนว่าประเทศไทยก็อยู่ในภาวะ ซึ่งกําลังค่อย ๆ พัฒนาตัวเองไปนะครับ ในอดีตนั้นเมื่อครั้งรัฐบาลเดิมบริหารอยู่ก็คงจะเห็น เหมือนกันว่าการรวบรวมข้อมูลต่าง ๆ นั้นไม่ได้มีความสมบูรณ์อยู่ในระบบเดิม การที่รัฐบาล ปัจจุบันต้องดําเนินการเผชิญกับน้ําท่วมไปด้วยแล้วก็จัดเกลี่ยงบประมาณซึ่งก็มีอยู่อย่างจํากัด เพื่อที่จะมาดูแลในเรื่องของการบริหารจัดการเยียวยาปัญหาอุทกภัย มีการดึงเอางบจาก การลงทุนพื้นฐานต่าง ๆ มารวมกันเป็นจํานวนหนึ่งเพื่อให้สามารถดําเนินการไป เผชิญกับปัญหาต่าง ๆ ได้ก็เป็นเรื่องที่ไม่ง่ายอยู่แล้ว ดังนั้นการจะติดตามข้อมูลต่าง ๆ นั้น ก็ขออนุญาตสารภาพครับว่าเว็บไซต์นี้ก็เพิ่งถูกสร้างขึ้น เพราะเราก็ไม่พบว่ามันมีเว็บไซต์ ในลักษณะเดียวกันที่จะสามารถเอาไปดําเนินการใช้เป็นมาตรฐานเดิมได้ ดังนั้นก็ไม่ได้ไปโทษ รัฐบาลก่อน ๆ แต่อย่างใดทั้งสิ้นนะครับ เราก็มีหน้าที่ที่จะต้องดําเนินการไป
ในแง่มุมที่ท่านได้อภิปราย ขออนุญาตกราบเรียนว่าเมื่อสักครู่ ขออนุญาต เอ่ยนามนะครับ ท่าน ส.ส. อัญชลี วานิช เทพบุตร ได้พูดถึงศูนย์ประชุม ผมเองก็ได้ฟัง แล้วก็ตั้งใจที่จะกราบเรียนตอบในจังหวะเวลาที่เหมาะสม แต่ว่าก็ขออนุญาตเรียน เพื่อให้ท่านเกิดความสบายใจนะครับว่ามิได้จะพยายามหลีกเลี่ยงการตอบคําถามอะไร ทุกเรื่องมีสิ่งที่อธิบายได้ทั้งสิ้น ความจริงเมื่อวานตอนค่ํานั้นผมได้เรียนวิงวอนท่านสมาชิกว่า การอภิปรายในบางลักษณะที่เป็นห่วงนะครับว่าอาจจะถูกชี้ไปราวกับว่ารัฐบาลนี้เลือกปฏิบัติ ในเชิงภูมิภาค ในเชิงกลุ่มนี่นะครับ ความจริงผมยืนยันได้ว่าไม่มีความประสงค์เช่นนั้น ในกรณีของศูนย์ประชุมที่จังหวัดเชียงใหม่ ความจริงผมอาจจะกราบเรียนท่านรองนายกรัฐมนตรีที่ดูแลในเรื่องของศูนย์ประชุมแห่งนี้ ในบทบาทของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาก็เป็นไปได้ แต่ว่าจะขออนุญาตท่านที่จะได้เรียนว่า ศูนย์ประชุมที่จังหวัดเชียงใหม่นั้นก็อยู่ในความดูแลของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้ใช้งบประมาณประจําปีไปตามปกติ มีการก่อสร้างจนถึงขั้นที่เรียกว่าเกือบจะเสร็จเรียบร้อย แล้วก็พร้อมจะดําเนินการไปแล้วนะครับ ในขณะที่ศูนย์ประชุมนานาชาติที่จังหวัดภูเก็ตนั้น ยังไม่ได้เริ่มการก่อสร้าง ผมทราบดีว่ามีการออกแบบเป็นที่เรียบร้อย การดําเนินการต่าง ๆ ในอดีตนั้นเตรียมที่จะใช้เงินของโครงการไทยเข้มแข็ง ซึ่งปัญหาของศูนย์ประชุมแห่งนี้ก็คือว่า จนถึงนาทีนี้ยกเว้นในเมื่อผมรับทราบล่าสุดนั้นมีอะไรเปลี่ยนแปลงไปยังไม่สามารถดําเนินการ จนผ่านการอนุมัติของคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติหรืออีไอเอ (EIA) ได้นะครับ คณะรัฐมนตรีมีความจําเป็นที่ถ้าจะดําเนินการโครงการใดต่อก็ต้องขอให้โครงการเหล่านั้น มีความครบถ้วนเรียบร้อยไปตามกฎหมาย ดังนั้นก็ไม่ได้มีเหตุอะไรที่จะเลือกปฏิบัติใด ๆ แล้วก็เรื่องราวนี้ก็ไม่ได้อยู่ในห้องประชุมหรือห้องของผม เป็นเรื่องซึ่งมีการดําเนินการไป ในโครงการไทยเข้มแข็งอื่น ๆ ซึ่งที่จริงแล้วเกือบทั้งหมดก็ดําเนินการไปตามที่ได้มี การดําเนินการไว้ก่อน โครงการที่มีความล่าช้าต่าง ๆ มีอยู่ไม่มากนะครับ โครงการนี้ เป็น ๑ ในโครงการนั้นซึ่งทําให้ผมจําได้
ในส่วนของการดําเนินการต่าง ๆ นั้นที่จริงเมื่อคืนผมก็ได้ใช้คํานี้นะครับ แล้วก็จะย้ําอีกครั้งหนึ่งว่ามาตรฐานของรัฐบาลนี้น่าจะมี ในส่วนที่พยายามจะระมัดระวังก็คือ ในฐานะกรรมาธิการจะชี้แจงอะไรนะครับ ผมคิดว่าอาจจะขออนุญาตอธิบายอีก เพราะว่า อย่างไรก็ตามบทบาทของการเป็นรองนายกรัฐมนตรี การเป็นรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลัง การเป็นประธานคณะกรรมาธิการมันก็ปนอยู่ในตัวผมนะครับ มาตรฐานต่างกัน รัฐบาลคนละรัฐบาลมาตรฐานก็ต่างกันจริง ๆ ดังนั้นจุดที่ท่านสมาชิก อภิปรายในบางเรื่องผมก็คิดว่าอยากจะขออธิบาย เช่นการเดินทางไปต่างประเทศนี่นะครับ ในการเดินทางครั้งนั้นเมื่อประเทศอินเดียได้เรียนเชิญท่านนายกรัฐมนตรีของประเทศไทย เป็นแขกกิตติมศักดิ์ของประเทศในวันฉลองวันชาตินั้น การที่รัฐบาลได้ตัดสินใจว่า ผู้นําของประเทศไทยจะเดินทางไปยังสถานที่ประวัติศาสตร์อันสําคัญของประเทศอินเดีย ถือเป็นการให้เกียรติกับประเทศอินเดียเป็นกรณีพิเศษ เช่นเดียวกันกับที่เวลาเรามี บุคคลสําคัญของประเทศอื่นแล้วเลือกที่จะเดินทางมาอย่างเป็นทางการในประเทศไทย ตัดสินใจจะใช้เวลาส่วนเสี้ยวหนึ่งในการที่จะไปชมสถานที่สําคัญ ผมคิดว่าการดําเนินการ ในครั้งนั้นผู้นําแล้วก็ในระดับสูงของประเทศอินเดีย รวมทั้งประชาชนของประเทศอินเดียด้วย ก็รู้สึกประทับใจว่าประเทศไทยได้ให้เกียรติกับประเทศอินเดียเช่นนั้น
ในการเดินทางไปยุโรป ท่านก็คงทราบดีนะครับว่าขณะนี้ยุโรปกําลังมีปัญหา ทางเศรษฐกิจ การที่ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีจะเอ่ยอ้างว่าถ้าท่านมีเวลาบ้างเล็กน้อย ในการเดินทางครั้งนั้นท่านจะใช้เวลาในการซื้อหาสินค้าของประเทศนั้น ผมคิดว่าสิ่งที่ได้รับ คือความประทับใจที่เกิดขึ้นกับประชาชนของเขาว่าเราเองไป แล้วก็ถ้าหากว่าเราจะช่วย ซื้อของเขาบ้างตามสมควร ก็เหมือนกับที่เวลาคนสําคัญ ๆ ของประเทศอื่นมาแล้วบอกว่า มาเมืองไทยอยากจะชอปปิงบ้าง สิ่งที่เรารู้สึกก็คือหัวใจเราก็พองโตว่าเขาอุตส่าห์ที่จะมา ให้โอกาสกับเศรษฐกิจของเรา ผมเองคงไม่กราบเรียนตอบท่านไปเสียทุกเรื่องหรอกนะครับ แต่ว่าก็ขออนุญาตกราบเรียนยืนยันกับท่านนะครับว่าในขณะที่มีการอภิปรายในส่วนของ งบประมาณของสํานักนายกรัฐมนตรีนั้นในการที่จะลงทุนเพื่อที่จะให้ภาพลักษณ์ของประเทศดีขึ้น ผมเชื่อว่าเป็นเรื่องจําเป็น ในสายตาของท่านสมาชิกบางท่านอาจจะบอกว่าไม่ต้อง แต่ถ้าหากว่าเราทําใจให้เป็นกลางสักนิดหนึ่งวันนี้ยังมีคนในระดับโลก ในระดับนานาชาติ ที่เราประสงค์ที่จะให้เขามองเรา เข้าใจเราในลักษณะที่ถูกต้อง บางประเทศยังมองว่า เราเองเป็นประเทศด้อยพัฒนา บางประเทศยังมองว่าเราเองเป็นประเทศ ซึ่งไม่น่าเข้ามาลงทุน เขายังมองเราเป็นประเทศเกษตรกรรมล้วน ๆ ทั้ง ๆ ที่จริง ๆ แล้ว เราก็เป็นทั้งประเทศเกษตรกรรม ประเทศอุตสาหกรรม ประเทศพาณิชยกรรม ประเทศที่มีแหล่งท่องเที่ยวที่ครบถ้วนไม่ว่าจะเป็นเชิงธรรมชาติหรือการบันเทิงต่าง ๆ ดังนั้นการที่เราจะเสนอตัวเราเองให้เป็นที่รู้จักในประชาคมโลกผ่านสื่อที่เหมาะสมผมเชื่อว่า ทุกท่านที่อยู่ในที่นี้คงจะเห็นด้วยกับผมว่าความถูกความแพงก็มีความสําคัญ แต่สิ่งที่สําคัญกว่านั้น ถ้าหากว่าถูกแล้วไม่คุ้ม แต่แพงแล้วคุ้ม เช่นการที่เราจะสามารถใช้ช่องทางที่เป็นสื่อต่าง ๆ เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพแล้วก็สามารถเกิดผลให้เป็นประโยชน์ ต่อเศรษฐกิจของประเทศนั้นก็เป็นเรื่องที่คุ้มค่า ผมเองยืนยันนะครับว่าในเรื่องของการที่จะ ใช้จ่ายงบประมาณของรัฐบาลนั้นในการตัดสินใจของคณะรัฐมนตรีหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เห็นคุณค่าในเรื่องของเงิน แล้วก็เห็นคุณค่าในเรื่องของการที่จะทําให้เกิดประโยชน์
ดังนั้นจึงขออนุญาตกราบเรียนว่าในประเด็นที่ท่านประสงค์ที่จะรับข้อมูล ผมก็ได้สอบถามท่านกรรมาธิการวรวัจน์ ท่านรัฐมนตรีวรวัจน์ แล้วท่านก็รับปาก ในเมื่อท่านรับปากแล้วท่านก็ติดตามในหน้าที่ที่ท่านดูแลสํานักงบประมาณโดยตรง ข้อมูลนี้ก็คงจะถึงมือท่านในไม่ช้านี้นะครับ แล้วก็ไม่ได้มีอะไรที่จะปิดบังแม้ว่าไม่เกี่ยวกับ เรื่องของงบประมาณปี ๒๕๕๖ ก็ตาม แต่ผมเชื่อว่าส่วนสําคัญที่ท่านต้องการก็คือว่า อยากจะให้เกิดความมั่นใจว่าการปฏิบัติในอดีตนั้นมีการดูแลที่ดี ก่อนที่ท่านจะเกิด ความมั่นใจในงบประมาณปี ๒๕๕๖ นะครับ ซึ่งผมเชื่อว่ารัฐบาลก็เข้าใจ ดังนั้นก็จะให้ ความร่วมมือในเรื่องที่ท่านต้องการที่จะได้ข้อมูลต่าง ๆ ในหน้าที่ที่ให้ความสําคัญนั้น ผมเองไม่ละเลยนะครับ แล้วก็เรียนว่าแม้จะไม่รู้ในรายละเอียดเสียทุกเรื่อง แต่ว่าเรื่องสําคัญ ๆ ผมแน่ใจว่าเป็นหน้าที่ในความรับผิดชอบผมที่จะต้องประสานกับส่วนที่เกี่ยวข้องต่าง ๆ ดังนั้นข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับเรื่องของกระทรวงพลังงานในเรื่องของสัมปทานอะไรต่าง ๆ ก็เป็นข้อมูลซึ่งฝ่ายค้านก็ควรจะรับทราบ แล้วก็จะได้นํามาทําความเข้าใจด้วยกันว่า สิ่งที่จะเป็นประโยชน์กับประเทศนั้นเป็นอย่างไร ผมมั่นใจนะครับว่ากระทรวงต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องก็จะไม่ไปปิดบังอะไรกับท่านนะครับ
แต่อย่างไรก็ตามผมกราบวิงวอนว่าในเมื่อผมทราบว่าจะมีการใช้เวลา ในการอภิปรายในส่วนที่เป็นเรื่องของงบประมาณอีกวันเศษ ๆ นี่ผมก็อยากให้ท่าน ให้ความสําคัญกับมาตราต่าง ๆ ในร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้มากกว่าที่จะเป็นเรื่องข้างนอก ๆ ซึ่งผมเองก็เข้าใจครับเรื่องข้างนอก ๆ ก็เป็นเรื่องซึ่งท่านอภิปรายได้อยู่ดี เพราะอย่างไรก็ตาม ก็เกี่ยวกับงบประมาณหมดนะครับ เพียงแต่ว่าเรื่องข้างนอก ๆ นั้นก็ยังมีโอกาสอื่นที่จะชี้แจง ที่จะอภิปรายไม่ไว้วางใจ ที่จะซักถามเป็นกระทู้ถามสด และผมก็เชื่อว่ารัฐบาลก็พร้อม ที่จะตอบในหน้าที่รัฐบาลอย่างเต็มปากเต็มคํา ผมก็พยายามระมัดระวังในบทบาทว่า เป็นประธานคณะกรรมาธิการกับบทบาทของการเป็นผู้บริหารจึงไม่ขอตอบเสียทุกประเด็น ในขณะนี้นะครับ แล้วก็ผมเชื่อว่าท่านเองก็คงจะเกิดความเข้าใจว่าในส่วนที่กรรมาธิการ ได้ทํางานร่วมกันมาทั้งในส่วนที่เป็นกรรมาธิการเสียงข้างมาก ทั้งในส่วนที่เป็นกรรมาธิการ เสียงข้างน้อยก็พยายามใช้เวลาอย่างเต็มที่ในส่วนที่เป็นส่วนราชการ ซึ่งหลายเรื่อง ก็เป็นวิธีปฏิบัติเดิม ๆ นะครับ ซึ่งผมเชื่อว่าทั้งสมาชิกฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาล คงจะเห็นตรงกันว่าเราน่าจะร่วมกันเปลี่ยนแล้วก็ยกระดับมาตรฐานการทํางาน ของส่วนราชการต่าง ๆ ในเรื่องของการตระเตรียมรายละเอียดงบประมาณต่าง ๆ ให้ดีขึ้นเรื่อย ๆ ร่วมกันนะครับ ผมเชื่อว่าการดําเนินการในลักษณะของปีนี้ก็เป็นปี ซึ่งมีการเปลี่ยนแปลงในเชิงของมาตรฐานการปฏิบัติไปแล้วหลายเรื่อง ท่านสมาชิกที่เป็น กรรมาธิการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งต้องขอบคุณท่านกรรมาธิการเสียงข้างน้อยนะครับ ซึ่งท่านได้กรุณาซักไซ้ไล่เลียงหยั่งเชิงลึก แล้วก็หลายส่วนนั้นทําให้ส่วนราชการซึ่งในอดีตนั้น อาจจะมีการปฏิบัติแบบหลวม ๆ ก็มีความระมัดระวังแล้วก็เข้มข้นมากขึ้น ในส่วนที่เป็น ความผิดพลาดของส่วนราชการโดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าเกี่ยวข้องกับที่กระทรวงผมนะครับ ผมก็ได้รับทราบว่ามีความผิดพลาดเกิดขึ้นอย่างนั้นจริง ๆ แล้วก็รู้สึกว่าเป็นเรื่องที่จะต้อง ปรับปรุงในหน้าที่ของกระทรวงการคลังเองที่จะต้องทํางานกับข้าราชการต่าง ๆ ที่จะยกระดับมาตรฐานเพื่อให้สภาเกิดความสบายใจมากขึ้นนั้นก็เป็นเรื่องที่รับปากท่านนะครับ เพียงแต่ว่าผมเองก็มาอยู่ในหน้าที่นี้ได้ระยะหนึ่ง แล้วก็ทราบว่าหลายเรื่องเป็นเรื่องที่ปฏิบัติ กันมาช้านาน การที่จะปรับเปลี่ยนมาตรฐานการปฏิบัตินั้นก็ต้องใช้เวลาบ้าง แต่ว่าก็ไม่ใช่ เป็นเรื่องที่จะมานั่งแก้ตัวอะไร ดังนั้นจึงขอกราบเรียนกับท่านอีกครั้งหนึ่งนะครับว่าในการชี้แจง ของกรรมาธิการที่เป็นเรื่องของประเด็นการมีงบประมาณรายการต่าง ๆ นั้นผมแน่ใจว่า สามารถชี้แจงได้ แม้กระทั่งเรื่องซึ่งท่านได้กล่าวถึงว่ามีการอนุมัติงบซ้ํากับงบกลางในปี ๒๕๕๕ แล้วก็มีการ อนุมัติงบที่ท่านกล่าวอ้างว่ามีการซ้ํานะครับ ผมก็มั่นใจว่ามีคําอธิบายที่ชัดเจน และแทนที่ผม จะเป็นผู้ที่จะตอบเสียเองผมก็เชื่อว่ามีกรรมาธิการท่านอื่น ๆ ซึ่งสามารถจะตอบประเด็นนั้นได้ เพราะว่าการทํางานของกรรมาธิการเป็นการทํางานร่วมกันทั้งคณะจริง ๆ ขอบพระคุณครับ
ท่านณัฏฐ์ท่านไม่ได้อยู่ในคิวที่จะอภิปรายนะครับ
ไม่ได้อภิปรายครับ ประท้วงครับ
ท่านประท้วงใครครับ
ผมประท้วงท่านประธาน คณะกรรมาธิการในข้อบังคับ ข้อ ๖๑ ที่ประท้วงท่านตอนนี้เพราะว่าด้วยความเคารพท่าน ว่าท่านก็เป็นประธานคณะกรรมาธิการ แล้วก็ต้องการให้เกียรติท่านให้พูดให้จบเสียก่อน แล้วก็เพื่อเป็นตัวอย่างกับเพื่อนสมาชิกบางท่านว่าเวลาจะประท้วงอะไรก็ตามแต่ ต้องฟังเนื้อหาให้ครบถ้วนเสียก่อน สิ่งที่ผมจะเรียนกับท่านประธานและท่านประธานไปยัง ท่านประธานคณะกรรมาธิการก็คือว่าแม้ว่าท่านจะตอบเนื้อหาสาระของเพื่อนสมาชิกผม ด้วยความราบเรียบก็ตาม แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าท่านจะไม่ถูกประท้วงในข้อบังคับ ข้อ ๖๑ ซึ่งเป็นการอภิปรายที่ไม่สุภาพ เพราะว่าคําอภิปรายของท่านนั้นมีลักษณะของการท้าทาย เพื่อนสมาชิกผมได้บอกอย่างชัดเจนครับว่าเขาต้องการเอกสารเพื่อที่จะนํามาพิจารณา ประกอบการตัดสินใจในเรื่องของการลงมติในเรื่องของงบประมาณ แต่ว่าเนื้อหาสาระ ที่ท่านประธานคณะกรรมาธิการได้บอกกับพวกกระผมนั้นคือท่านบอกว่าได้ประสานไปยัง ท่านกรรมาธิการเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ถ้ายังไม่ได้อย่างไรก็ตามแต่ท่านก็มีความยินดี ที่จะให้พวกผมนําเอกสารนั้นไปพิจารณาประกอบการตั้งกระทู้ถามหรือการเปิดอภิปราย ไม่ไว้วางใจ แปลเป็นภาษาชาวบ้านง่าย ๆ ก็คือว่าวันนี้จะทํากันแบบนี้ ไม่พอใจ ก็ไปตั้งกระทู้ถามเอา ไม่พอใจก็ไปอภิปรายไม่ไว้วางใจเอา ซึ่งกระผมคิดว่าไม่ถูกครับ วันนี้เนื้อหาสาระที่พวกผมต้องการเอกสารมาพิจารณากันในสภา ในห้องประชุมแห่งนี้ เพราะต้องการให้งบประมาณผ่านสภาไปด้วยความเรียบร้อยและมีประสิทธิภาพ ไม่ใช่เอาเรื่องเหล่านี้มานั่งท้าทายกันว่าวันนี้ไม่ให้ ไม่พอใจไปอภิปรายไม่ไว้วางใจเอาครับ
ท่านณัฏฐ์เดี๋ยวให้ผมวินิจฉัยก่อนครับ ท่านนั่งนะครับ คือถ้าฟังแล้วด้วยความเป็นธรรม ผมก็ว่าท่านประธานคณะกรรมาธิการไม่ได้ท้าทายอะไรหรอกครับ แต่ว่าที่เราปล่อยกันมา หลายวันนี่ครับท่านอาวุโสหลายท่านก็นั่งในนี้ก็คือเราอภิปรายในวาระที่สอง วาระที่สอง มาตรา ๕ แต่เราก็ให้โอกาสสมาชิกทุกท่านได้แสดงความคิดเห็นอย่างเต็มที่ หลายท่าน ก็ไปลงเหมือนกับวาระที่หนึ่งแต่เราก็ไม่ว่ากัน เพราะว่ามีโอกาสทุกคนได้ทําหน้าที่ ให้พี่น้องประชาชนได้ดู ผมก็ว่าได้เปิดโอกาส แม้แต่ท่านจุติก็บอกผมเมื่อกี้ผมก็ไม่ได้ทักท้วง ท่านนะครับ เพราะว่าท่านก็เป็นผู้อาวุโสกว่าผมเยอะท่านทราบดีกว่าผมอีก เพราะฉะนั้น เราก็ไม่ได้ทักท้วงกัน เปิดโอกาสให้เต็มที่ระหว่างฝ่ายค้านกับฝ่ายรัฐบาล ก็ให้ประชาชนตัดสิน ผมว่าไม่ท้าทายอะไรหรอกครับท่านณัฏฐ์ แต่ว่ารายละเอียดที่จะต้องลงลึกถึงขนาดนั้น ก็ถูกต้องแล้วครับ เพราะทราบว่าฝ่ายค้านจะอภิปรายไม่ไว้วางใจ นั่นก็เป็นอีกวาระหนึ่ง ที่ต้องได้ชี้แจงรายละเอียด ผมจะเชิญท่านอัญชลี ท่านณัฏฐ์ไม่ติดใจอะไรนะครับ เชิญท่านอัญชลี
ขอบพระคุณค่ะท่านประธาน ต่อเนื่องจากคําถามที่ดิฉันได้เรียนถามท่านประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญ ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเรื่องหนังสือเกี่ยวกับการจัดทําโครงการ ก่อสร้างศูนย์ประชุมที่จังหวัดภูเก็ตค่ะ คงต้องเรียนท่านว่าหนังสือดังกล่าวมีจริงค่ะ ไปจากกรมธนารักษ์ หนังสือที่ กค ๐๓๑๑/๘๓๑๓ เป็นเรื่องที่ทางอธิบดีกรมธนารักษ์ ได้ทําไปถึงท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเพื่อที่ว่าจะให้ท่านได้ช่วยยืนยันไปว่า จะดําเนินการโครงการก่อสร้างศูนย์ประชุมและนิทรรศการนานาชาติที่จังหวัดภูเก็ตไปให้กับ ประธานคณะกรรมการกลั่นกรองและบริหารโครงการภายใต้แผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง ปี ๒๕๕๕ แล้วก็จะได้นําเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาอนุมัติต่อไป ให้กรมธนารักษ์ ดําเนินการเรื่องนี้ แต่เท่าที่ทราบจนวันนี้ก็คือท่านรัฐมนตรียังไม่ได้เซ็นยืนยัน เพื่อจะนําเข้าสู่ ครม.
สําหรับการทําเรื่องของผลกระทบสิ่งแวดล้อมนั้นดิฉันคงต้องเรียนค่ะว่า ได้มีการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบื้องต้นไออีอี (IEE) ไปเรียบร้อยแล้ว และขณะนี้ก็ได้ส่ง อีไอเอค่ะ ผลกระทบสิ่งแวดล้อมไปยัง สผ. เรียบร้อยแล้วเช่นเดียวกัน ฉะนั้นด้วยเจตนาดีค่ะ หมายความว่าดิฉันหวังไว้ว่าท่านจะมีเจตนาที่บริสุทธิ์ แล้วท่านก็อาจจะช่วยกลับไปดูนะคะว่า มีเอกสารดังกล่าวอยู่หน้าห้องท่านจริงหรือไม่ ถ้ามีอยู่จริงก็ขอความกรุณาท่าน ช่วยดําเนินการต่อไป เพราะมิเช่นนั้นแล้วมันอดจะคิดไม่ได้หรอกค่ะ พี่น้องประชาชน ในกลุ่มอันดามันทั้งหมดคงจะต้องคิดค่ะว่าจะมีการเลือกปฏิบัติเกิดขึ้นหรือไม่ อย่างไร ดิฉันเรียนหมายถึงการทํายุทธศาสตร์ของชาติต่อการท่องเที่ยวโดยภาพรวมเพื่อจะต้อง รองรับอาเซียนในปี ๒๕๕๘ ก็หวังไว้ว่าท่านกิตติรัตน์คงจะปฏิบัติภารกิจหน้าที่ ได้อย่างสมบูรณ์ และดิฉันก็จะตามเรื่องนี้ต่อไปค่ะ ขอบพระคุณค่ะ
ท่านนันทนาครับ ให้โอกาสกรรมาธิการชี้แจงหน่อยครับ ท่านพุทธิพงษ์รอแป๊บหนึ่ง
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน นันทนา สงฆ์ประชา กรรมาธิการ ในประเด็นคําถามนะคะ งบประมาณช่วยเหลือฟื้นฟู เยียวยา ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ในส่วนของกรมทางหลวง แล้วก็กรมทางหลวงชนบท ที่มีประเด็นคําถามว่ามีรายการซ้ําซ้อนกับงบประมาณในเล่มขาวคาดแดง ในรายการที่ได้รับ งบประมาณตามร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๖ กราบเรียนที่ประชุมแห่งนี้กับพี่น้องประชาชนให้เกิดความชัดเจนว่ากรมทางหลวง ได้รับจัดสรรงบประมาณในรายการค่าใช้จ่ายในการให้การช่วยเหลือฟื้นฟู เยียวยา ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ําท่วมอยู่ประมาณ ๑๒๐,๐๐๐ กว่าลูกบาศก์เมตร คิดเป็นสายทางได้ประมาณ ๖๕๘ สายทาง แล้วก็ใช้งบประมาณในการฟื้นฟูอยู่ประมาณ ๑๐,๒๐๐ กว่าล้านบาทเศษ ซึ่งรายการที่ได้รับจัดสรรงบกลางนี่ไม่มีรายการที่ดําเนินการ ในพื้นที่เดียวกันกับรายการที่ได้รับงบประมาณตามร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่าย ประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๖ กรณีรายการซ้ําซ้อนกันนั้นเป็นกรณีที่ชื่อสายทางเดียวกัน ดําเนินการหลักกิโลเมตรต่างกัน เข้าใจง่าย ๆ นะคะท่านพี่น้องประชาชน ถ้าเรานับจาก กรุงเทพฯ ไปจังหวัดเชียงใหม่ก็จะใช้ระยะทางประมาณ ๖๐๐-๗๐๐ กิโลเมตร เราก็เรียกว่าถนนสายเอเชีย เวลาซ่อมหรือเวลาเรียกชื่อสายทางก็เรียกว่าสายเอเชีย ตลอดระยะเส้นทางคือ ๖๐๐-๗๐๐ กิโลเมตร แต่เวลาซ่อมสร้างจะหลักกิโลเมตรต่างกัน อย่างนี้เป็นต้น
ในส่วนของกรมทางหลวงชนบทนะคะ รายการที่ได้รับจัดสรรปี ๒๕๕๖ ก็ไม่มีรายการที่ซ้ําซ้อนกับรายการงบกลาง ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาทแม้แต่รายการเดียว และอยากจะกราบเรียนนะคะว่าตัวดิฉันเองก็เป็นกรรมาธิการ กรมทางหลวงมีการปรับลด งบประมาณตามมติของคณะกรรมาธิการอยู่จํานวน ๘๖๗ ล้านบาท ส่วนใหญ่ เป็นการปรับลดค่างวดงานที่ดําเนินการล่าช้าเท่านั้น แต่ไม่ได้ปรับลดเพราะสายทางซ้ําซ้อนกัน ก็เลยอยากจะชี้แจงให้พี่น้องประชาชนเข้าใจแล้วก็ตอบในประเด็นคําถามค่ะ กราบขอบพระคุณค่ะ
ท่านเกียรติก่อนนะครับ โอเค ท่านมีอะไร เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายเกียรติ สิทธีอมร บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ สืบเนื่องจากที่ท่านประธาน คณะกรรมาธิการ ท่านรองนายกรัฐมนตรีได้ตอบคําถามเมื่อกี้ ผมเป็นคนหนึ่งที่สงวนคําแปรญัตติ ในทุกรายการนะครับ และผมรอข้อมูลในเรื่องงบกลาง ทีนี้คําตอบของท่านมันไม่ค่อยชัดครับ ประเด็นคําถามของผมอยากให้ท่านตอบให้ชัดเจนว่า ประการแรก ที่ท่านไม่ให้ข้อมูล เรื่องงบกลางแก่พวกเรานี่เป็นเพราะท่านไม่มีอยู่ในมือหรือท่านมีแล้วไม่ให้ เอาให้ชัด ๆ ครับ ไม่ใช่เป็นประเด็นที่จะบอกว่าถ้าจะให้เราพิจารณาในวาระนี้คุณไม่ต้องมีข้อมูลก็ได้ แล้วคุณก็พูดของคุณไป แล้วถ้าไม่พอใจก็ไปอภิปรายไม่ไว้วางใจ ผมว่าไม่ใช่นะครับ การทํางานอย่างนี้ไม่ใช่เป็นมืออาชีพครับ ขอให้รองนายกรัฐมนตรีแล้วก็ประธานคณะกรรมาธิการพูดให้ชัดนะครับว่าท่านมีอยู่ในมือ หรือไม่ และท่านทํางบขึ้นมาเป็นตัวเลขกลม ๆ อย่างนั้นไม่มีรายละเอียดทําได้อย่างไรครับ หรือท่านมีท่านเลือกที่จะไม่ให้แล้วถ้าไม่พอใจก็ไปอภิปรายไม่ไว้วางใจกัน เอาให้ชัด ๆ ดีกว่าครับ ขอบคุณครับ
ท่านพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ เชิญ ท่านจุรินทร์มีอะไรไหม
ท่านประธานที่เคารพ กระผม จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ พรรคประชาธิปัตย์ สืบเนื่องจากที่ท่านเกียรติ สิทธีอมร ได้กราบเรียนกับท่านประธานเมื่อสักครู่ แล้วก็สืบเนื่องจากที่ท่านกรรมาธิการนันทนา สงฆ์ประชา ได้ชี้แจงต่อที่ประชุมเมื่อสักครู่ และสืบเนื่องจากกรณีที่ท่านรองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการได้ชี้แจงเมื่อสักครู่ กระผมขอกราบเรียนว่าพวกเรา เรียกร้องเอกสาร ๒ ชิ้นตั้งแต่เมื่อคืน ท่านประธานก็อยู่ในที่ประชุม รัฐบาลและกรรมาธิการ รับปากว่าจะจัดเอกสาร ๒ ชิ้นนี้ให้ทันทีที่เปิดประชุมสภาเช้านี้ เอกสาร ๒ ชิ้นที่ว่าก็คือ ชิ้นที่ ๑ เอกสารการใช้จ่ายงบประมาณแก้ปัญหาน้ําท่วม ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งรัฐบาล บอกว่าใช้ไปแล้วประมาณ ๑๑๐,๐๐๐ ล้านบาท กับเอกสารชิ้นที่ ๒ ก็คืองบประมาณใช้จ่าย กรณีฉุกเฉิน ๖๖,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งรัฐบาลบอกว่าใช้ไปแล้วประมาณ ๓๐,๐๐๐ ล้านบาท สิ่งที่พวกเราต้องการทราบก็คือท่านนําเงินเหล่านี้ไปใช้ในโครงการใดบ้าง ที่ไหน อย่างไร เพื่อประโยชน์ในการทําหน้าที่ตรวจสอบของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในฐานะฝ่ายนิติบัญญัติ ต่อฝ่ายบริหาร แต่สิ่งที่เราได้รับเมื่อเช้าจากคํามั่นสัญญาของรองประธานคณะกรรมาธิการคือ รัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรีเมื่อคืนก็คือเอกสารทั้งหมด ๔ ชิ้น ในบรรดาเอกสาร ทั้งหมด ๔ ชิ้นที่ว่า เอกสารชิ้นที่ ๑ เป็นหนังสือนําส่ง เอกสารชิ้นที่ ๒ คือเอกสารสรุป การอนุมัติงบประมาณรายจ่ายกรณีฉุกเฉิน ๖๖,๐๐๐ ล้านบาท แต่มีแต่รายชื่อหมวดว่า ค่าใช้จ่ายช่วยเหลือผู้ประสบภัย ๑๑,๒๒๖ ล้านบาท ค่าใช้จ่ายที่ต้องปฏิบัติตามกฎหมาย และภาระผูกพัน ๓๙๓ ล้านบาท เหล่านี้เป็นต้น ไม่มีรายละเอียดเลยครับว่าเอาไปทําอะไร เอกสารชิ้นที่ ๓ กับเอกสารชิ้นที่ ๔ เป็นเอกสารชิ้นเดียวกัน สําเนาซ้ําซ้อน ๒ ครั้งซึ่งบอกว่า งบประมาณ ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาทที่ใช้ในการแก้ปัญหาน้ําท่วมนั้นมีหมวดการใช้จ่ายอะไรบ้าง แต่หมวดการใช้จ่ายอะไรบ้างเป็นเอกสารทั่วไปที่ไม่ได้มีประโยชน์ในการตรวจสอบการใช้เงิน งบประมาณของคนทั้งประเทศแทนประชาชนของพวกกระผม เช่นบอกว่ากระทรวงเกษตร และสหกรณ์ งบประมาณของกรมชลประทานซ่อมแซมคลองส่งน้ํา ๔๔๒ ล้านบาท เท่านี้ละครับ แล้วไม่รู้ไปซ่อมที่ไหน อย่างไร แล้วพวกกระผมจะตรวจสอบได้อย่างไรครับ หรือตัวอย่างที่ชัดเจนที่ท่านกรรมาธิการนันทนา สงฆ์ประชา ได้ชี้แจงเมื่อสักครู่ว่า ที่สมาชิกฝ่ายค้านอภิปรายว่าเงิน ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาทของกรมทางหลวงชนบท มีการจัดงบซ้ําซ้อน ท่านยืนยันว่าไม่มีความซ้ําซ้อน ท่านทราบได้อย่างไรว่าไม่มีความซ้ําซ้อน แสดงว่าท่านต้องมีโครงการอยู่ในมือว่าเอาไปทําที่ตําบลไหน หมู่บ้านไหน อําเภอไหน จังหวัดไหน อย่างไรบ้าง แล้วทําไมเอกสารนี้ท่านไม่ส่งให้กรรมาธิการ ไม่ส่งให้พวกกระผมครับ พวกกระผมจะได้ตรวจสอบได้ว่ามันไม่ซ้ําซ้อนจริงหรือไม่ ไม่ใช่แค่คําบอกเล่า บนบัลลังก์ข้างบนแล้วก็จบกันไป แล้วบอกว่าถ้าไม่เชื่อก็ไปอภิปรายไม่ไว้วางใจเอา รายละเอียดที่ให้มาโครงการที่ท่านชี้แจงเมื่อสักครู่ระบุแต่เพียงว่ากรมทางหลวง โครงการบูรณะฟื้นฟูเร่งด่วนทางสายหลักและโครงข่ายสําคัญ ๘,๔๗๒ ล้านบาท โครงการบูรณะฟื้นฟูเร่งด่วนทางหลวงสายหลัก ๑,๗๒๘ ล้านบาท เท่านี้ครับ แล้วพวกผม จะไปตรวจสอบได้อย่างไรว่าเส้นทางสายไหน อย่างไร ท่านเอาไปทําจริงหรือไม่จริง ทําแล้วได้ผลอย่างที่ว่าหรือเปล่า แล้วก็ตรงนี้ละครับ รวมทั้งกรณีของการซ่อมแซมขุดลอกคลองของกระทรวงคมนาคม ในอีกหลายโครงการ ที่ระบุไว้แต่ตัวเลข ที่เป็นที่มาของการไปเร่ขายโครงการกินเปอร์เซ็นต์ ๓๐-๓๕ เปอร์เซ็นต์ อย่างไรครับ ที่มันขจรขจายอยู่ทั่วประเทศในทุกจังหวัดขณะนี้ครับ ตรงนี้หรือเปล่าที่เป็นที่มา ที่ท่านไม่ยอมให้ข้อมูลกับสภา ให้แต่ตัวเลขรวม ๆ ไม่กล้าบอกว่าที่ไหน อย่างไร กลัวสภานี้ จะไปตรวจสอบการใช้งบประมาณที่นําไปสู่การทุจริตของท่าน และผมกราบเรียนว่าเงินก้อนนี้ คือกู้มานะครับ ตรงนี้หรือเปล่าเป็นที่มาที่เขาบอกกู้มาโกงแล้วท่านไม่กล้าเปิดเผย รายละเอียด เพราะฉะนั้นตรงนี้จึงเป็นที่มาที่ผมขอความกรุณาว่าท่านรองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่าย ประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๖ ท่านต้องตอบให้ชัดว่าที่สุดท่านจะให้รายละเอียด กับพวกกระผมหรือไม่ เพราะที่ขอมาขอช้างได้ม้าคนละกรณีกับที่ต้องการเลยครับ ท่านต้องขึ้นมาตอบเพราะท่านอยู่ในสภาเมื่อสักครู่อยู่ ๆ ท่านก็ลุกไป ผมต้องการรอเวลานี้ ต้องการคําตอบจากท่านว่าที่สุดท่านจะให้หรือไม่ หรือท่านมีเจตนาต้องการปิดบังข้อมูล เพราะมันมีความไม่ชอบมาพากลของการใช้เงิน ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาทกับ ๖๖,๐๐๐ ล้านบาท ที่ว่านี้จริง ขอบคุณครับ
ท่านกรรมาธิการเชิญ ตอนประชุมกันได้เรียกเอกสารไหม
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม พิษณุ หัตถสงเคราะห์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดหนองบัวลําภู ในฐานะกรรมาธิการ ท่านประธานครับ เพื่อเป็นการตอบปัญหา ซึ่งเพื่อนสมาชิกซีกฝ่ายค้านเองก็ได้ถามตั้งแต่เมื่อวานแล้วก็ยังถามตอนเช้านี้อยู่อีกว่า เรื่องเงิน ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาทแล้วก็เรื่องเงินของงบฉุกเฉินเร่งด่วนมีรายละเอียดหรือไม่ ขอนําเรียนท่านประธานอย่างนี้นะครับว่ากรรมาธิการทั้ง ๖๐ กว่าท่านนี่วันแรก ที่เราเปิดประชุมในเรื่องของงบประมาณ ๒,๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทของปี ๒๕๕๖ เราได้บอกให้ สํานักงบประมาณรวบรวมเอกสารที่ได้ใช้จ่ายไปในงบของฟื้นฟู ปี ๒๕๕๕ เพราะหลัก ในการพิจารณางบประมาณทุกปีพี่น้องประชาชนครับเราจะต้องดูของเก่ากลับไปก่อนว่า ปี ๒๕๕๔ ปี ๒๕๕๕ ใช้ไปเท่าไรแล้ว ใช้หมดแล้วหรือยัง แล้วใช้ไปทําอะไร นี่คือหลัก ในการพิจารณา เพราะฉะนั้นผมจะต้องชี้แจงให้ชัดเจนก่อนว่าเรื่องการที่บอกว่าเอกสาร หลักฐานต่าง ๆ เอาไปแอบไว้จะโกงไม่โกงนี่ ผมเรียนเลยว่าไม่มีแน่นอน เพียงแต่ ผมเรียนอย่างนี้นะครับว่าหลักฐานหรือว่าเอกสารที่นําส่งวันนี้เมื่อเช้าทางสํานักงบประมาณ ก็จัดเอามาให้อยู่ประมาณ ๑๐ กว่าหน้า ๒๐ กว่าหน้านะครับ ที่ท่านผู้นําฝ่ายค้าน ในสภาผู้แทนราษฎรชี้แจงไปเมื่อกี้ ผมนําเรียนท่านว่าขณะนี้ทางสํานักงบประมาณ ก็ยังไม่ได้หยุดครับ กําลังรวบรวมเอกสารเพิ่มเติมอีกอยู่เพื่อให้ท่านได้พิจารณาต่อไป เพราะฉะนั้นอย่าเพิ่งตกใจนะครับ เงิน ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาทในส่วนของงบฟื้นฟู และอีก ๖๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทซึ่งเป็นเงินของงบจําเป็นเร่งด่วนแก้ปัญหาเฉพาะหน้านี่ มีเอกสารรองรับยืนยันแน่นอนชัดเจน ท่านจะได้รับเอกสารแน่นอน เพราะฉะนั้น ท่านผู้นําฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรใจเย็น ๆ ขณะนี้สํานักงบประมาณกําลังรวบรวม ให้ท่านอยู่ ผมนําเรียนเพิ่มเติมกับพี่น้องประชาชนว่างบที่เรากําลังพิจารณาอยู่ขณะนี้ จริง ๆ เรากําลังพิจารณางบปี ๒๕๕๖ ซึ่งจะเริ่มดําเนินการจริง ๆ ก็คือ ๑ ตุลาคม แต่สิ่งที่ท่านถามมาก็ถูกต้องครับท่านสามารถถามได้ เพราะเราเองในฐานะกรรมาธิการ เราก็ถามเหมือนกัน เราถามหน่วยงานที่เข้ามาชี้แจง เราถามทุกกระทรวง ทบวง กรมว่า ปีที่แล้วท่านใช้สตางค์หมดหรือยัง ปีที่แล้วท่านตั้งงบประมาณแล้วปีนี้ปี ๒๕๕๖ ท่านมาขอเงินอีกนี่เงินเดิมท่านใช้หมดหรือยัง ส่วนราชการก็จะตอบ จะชี้แจงมาว่า ขณะนี้ใช้ไปแล้ว ๖๐ เปอร์เซ็นต์ ๗๐ เปอร์เซ็นต์ ๘๐ เปอร์เซ็นต์ก็ว่ากันไป บางส่วน ทําสัญญาแล้ว บางส่วนยังไม่ทําสัญญา นั่นเป็นข้อจํากัดอีกข้อหนึ่งที่ทางผู้นําฝ่ายค้าน ในสภาผู้แทนราษฎรและซีกฝ่ายค้านเองกรุณารอใจเย็น ๆ นะครับ เราจะพยายามรวบรวม หลักฐานเอกสารต่าง ๆ ให้กับท่าน เงิน ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาทไม่ไปไหนครับ ถ้าใช้ไม่หมด มันก็กลับคลัง ไม่มีใครเอาไปไหนได้หรอกครับ ไม่มีใครไปโกงกินได้หรอกครับ เพราะว่า เป็นเงินภาษีของพี่น้องประชาชน เพียงแต่ว่าถ้าท่านต้องการเอกสาร แล้วก็ทุกปีที่ผ่านมา ไม่ว่าซีกเราเป็นฝ่ายค้าน ซีกท่านเป็นฝ่ายค้าน เอกสารหลักฐานเหล่านี้ก็จะได้ช้า เพราะว่า ทั้ง ๒ หมวดโดยเฉพาะหมวดเงินสํารองจ่ายหรือเงินฉุกเฉินถ้าคนที่เคยทําธุรกิจเขาจะเรียกว่า เงินเพตตี แคช (Petty cash) ก็คือเงินที่สามารถจ่ายได้ทันทีทันใด บางครั้งมีความจําเป็นฉุกเฉินเกิดโคลนถล่ม เกิดน้ําท่วม เกิดภัยแล้ง เกิดภัยหนาวต่าง ๆ สามารถที่จะใช้จ่ายทันทีได้แล้วก็นําใบเสร็จมาหักล้างกัน เพราะฉะนั้นเอกสารหลักฐาน ถ้าอยากจะได้เรามีให้ท่านนะครับก่อนวันที่ ๓๐ กันยายน แต่จริง ๆ ปี ๒๕๕๕ อย่างไรก็ต้อง ให้ท่านได้เห็นแน่นอน แต่ถ้าท่านกลัวว่าจะมีการโกงเกิดขึ้น มีการทุจริตคอร์รัปชัน ท่านครับ เรามี ป.ป.ช. ปปง. สตง. และแม้แต่ท่านเองท่านประธานคณะกรรมาธิการ ติดตามการบริหารงบประมาณก็อยู่ซีกท่าน เพราะฉะนั้นอันไหนที่ท่านไม่ชอบใจ หรือท่านคิดว่าจะมีการโกงขึ้น มีอะไรที่ไม่ชอบมาพากล ขอเชิญประธานคณะกรรมาธิการ ติดตามการบริหารงบประมาณเรียกไปตรวจสอบนะครับ ขณะนี้เรามีเวลาอีกประมาณ น่าจะ ๒ เดือนถึงวันที่ ๓๐ กันยายนที่จะใช้เงินปี ๒๕๕๕ ให้หมดไป เรียนท่านประธานว่า ทางกรรมาธิการทั้ง ๖๐ กว่าท่านเราตั้งใจทํางานอย่างเต็มที่ ปีนี้อาจจะดูเร็วกว่าทุกปีครับ เพราะว่าสํานักงบประมาณเขาทํางานละเอียด เพราะฉะนั้นชี้แจงท่านประธาน สุดท้ายก็คือว่าขณะนี้เอกสารเรากําลังตรวจดูว่าอะไรที่อนุมัติโครงการแล้ว ทําสัญญาแล้ว มีการเปลี่ยนแปลงหรือไม่ มีการซ้ําซ้อนหรือไม่ เราจะส่งให้ท่าน ขอบคุณท่านประธานครับ
เอาอย่างนี้ท่านกรรมาธิการครับ คืออย่างนี้ เดี๋ยวเรื่องเอกสารที่ได้ขอกันไว้นี่ ส่วนมาก ก็เป็นกรรมาธิการแล้วก็ท่านสมาชิกที่ขอกันไว้ตั้งแต่เมื่อวานนี้ก็ได้จัดส่งมาแล้วลําดับหนึ่ง แต่เมื่อท่านสมาชิกมีความประสงค์อยากจะได้รายละเอียดของโครงการท่านก็ชี้แจงว่า สํานักงบประมาณกําลังรวบรวมให้ใช่ไหม ทีนี้ถ้าท่านสงสัยประการใดก็เอาอย่างนี้ได้ไหม ท่านจุรินทร์ท่านให้ตัวแทนมาคุยกับกรรมาธิการเขาดูสิว่าจะอะไร เท่าไร แค่ไหน เพียงใด สํานักงบประมาณเขาก็จะได้ประสานกับหน่วยงานราชการ คือผมไม่อยากให้ในเวทีสภาแห่งนี้ เสียเวลากับการทวงถามเรื่องเอกสาร เพราะว่าผมก็เคยได้เรียนในที่ประชุมตั้งแต่เมื่อวานนี้แล้ว ในสมัยที่ผมเคยถามในที่ประชุมแห่งนี้สุดท้ายท่านไตรรงค์ซึ่งเป็นประธานคณะกรรมาธิการ ก็บอกว่าให้ไปคุยกันเราก็ไปคุยกัน แล้วเราจะได้พิจารณาในมาตรา ๕ ต่อไป อันนี้เป็นเรื่องภายใน ของคณะกรรมาธิการทวงถามกัน ขอให้ทางท่านจุรินทร์มอบหมาย หรือท่านก็ได้ แล้วก็คุยกับทางกรรมาธิการเขาดูว่าท่านประสงค์แค่ไหน เพียงใด แล้วก็ให้ชัด ผมไม่อยากใช้ เวทีสภามาถามกันไปไม่ยุตินะครับ เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องซึ่งกรรมาธิการทุกครั้งเวลาพิจารณา งบประมาณท่านก็สามารถเรียกได้อยู่แล้วแล้วก็จัดส่งอยู่แล้ว เหตุผลที่เราจําเป็นต้องตั้ง กรรมาธิการก็เพราะในรายละเอียดต่าง ๆ ในสภาแห่งนี้ไม่สามารถที่จะดูได้ทุกรายการ เราจึงตั้งตัวแทนของแต่ละพรรคเข้าไป ฉะนั้นเพื่อให้สบายใจทุกฝ่ายอย่างที่เราพูดคุยกัน ตั้งแต่เมื่อวานที่เสียเวลากันมา ท่านก็ไปตกลงกันท่านจะเอาอะไร เท่าไร ท่านก็ไปคุยกันให้จบ ผมจะได้ดําเนินการตามมาตรา ๕ ต่อไป เชิญท่านจุรินทร์ครับ
ขอบคุณครับท่านประธาน ขออนุญาตกราบเรียนกับท่านประธานครับว่าที่จําเป็นจะต้องมาขอในห้องประชุมใหญ่นี่ ก็เพราะว่ากรรมาธิการซีกกระผมขอในห้องประชุมคณะกรรมาธิการแล้วไม่ได้ครับ ประการที่ ๒ ที่ต้องขอเดี๋ยวนี้เพราะเหตุว่าเพื่อประกอบการพิจารณาในมาตรา ๕ ที่กําลังพิจารณาอยู่ ถ้าปล่อยให้พ้นมาตรา ๕ เมื่อไรท่านก็จะอ้างเหมือนเมื่อคืนอีก เหมือนเมื่อเช้าอีกว่าเอกสารที่ขอเป็นเอกสารเกี่ยวพันกับมาตรา ๔ เมื่อคืนลงมติมาตรา ๔ แล้วจะมาขอมาตรา ๕ ไม่ได้ ที่สุดกลายเป็นว่าพวกกระผมทําหน้าที่ปกป้องผลประโยชน์ ประชาชนไม่ได้ เพราะแทคติก (Tactic) ในการพิจารณาในสภาใหญ่โดยใช้เสียงข้างมาก ของพวกท่าน ประเด็นนี้จึงเป็นที่มาที่พวกกระผมต้องขอเดี๋ยวนี้ แล้วกราบเรียนกับท่านว่า ไม่ได้เสียเวลาสภาเพราะนี่แหละคือการทําหน้าที่ตรวจสอบการใช้เงินงบประมาณ แทนประชาชนของจริงและตัวจริง ผมไม่ได้ขออะไรมากเป็นพิเศษครับ ท่านบอกผมว่า ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาทแก้ปัญหาน้ําท่วมท่านใช้ไปแล้ว ๑๑๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านรู้ได้อย่างไรว่า ใช้ไป ๑๑๐,๐๐๐ ล้านบาท ถ้าเจ้าหน้าที่ไม่สามารถรวบรวมได้ว่ามันมี ๑๑๓ โครงการ ก็ ๑๑๓ โครงการนี่แหละคือสิ่งที่พวกผมต้องการมันคือโครงการอะไรล่ะครับ ไม่ใช่มีแค่ ๑๑๐,๐๐๐ ล้านบาทแล้วก็จบ ท่านทําไมบอกไม่ได้ครับ มันเป็นความลับอะไร นี่เงินประชาชนไม่ใช่เงินส่วนตัวท่าน ถ้าเงินส่วนตัวท่านท่านไม่ต้องบอกก็ได้ครับ แต่นี่เงินประชาชนที่ผมมีหน้าที่ตรวจสอบ ๖๖,๐๐๐ ล้านบาทท่านบอกว่าใช้ไปแล้ว ๓๐,๐๐๐ ล้านบาท ทําไมท่านบอกไม่ได้ครับ มีกี่โครงการ อะไรบ้าง ท่านบอกมาแค่รวม ๆ กรมเจ้าท่าขุดลอกบํารุงรักษาร่องน้ํา ๑,๒๑๕ ล้านบาท ก็ตรงนี้ท่านทราบไหมครับที่ท่านกรรมาธิการชี้แจงเมื่อสักครู่
ท่านจุรินทร์ครับ ประเด็นมันอยู่ตรงนี้ว่าคือจะเป็น ๑๑๓ โครงการ ๑๑๐,๐๐๐ ล้านบาท หรืองบกลางที่ตั้งไว้ ๖๖,๐๐๐ ล้านบาท ผมฟังดูในที่ประชุมระดับหนึ่งก็รู้ยอดแล้ว แต่ท่านอยากได้รายละเอียดของโครงการถูกต้องไหมครับ ผมพยายามที่จะให้กรรมาธิการ กับตัวแทนไปคุยกันว่ารายการอย่างนี้ถูกต้องไหม ท่านก็ไปคุยกันแล้วก็ให้สํานักงบประมาณ ที่จัดสรรเงินงบประมาณให้แต่ละกระทรวงไปสามารถที่จะเรียกมาดูได้ไหมในขณะนี้ เท่าที่สามารถทําได้ ผมถามประเด็นนี้ถูกต้องไหมครับ ไม่อย่างนั้นมันจะเดินหน้ากันไม่ได้ เพราะว่าเอาเวทีสภามาทวงถามเรื่องเอกสารทั้ง ๆ ที่เรามอบหมายให้ตัวแทนทุกพรรคการเมือง ไปปฏิบัติหน้าที่อยู่แล้วถูกต้องไหมครับ
ท่านประธานครับ ๑๑๓ โครงการ ไม่ได้มีความซับซ้อนอะไรเลย เข้าใจง่าย ๆ ถ้าท่านเจตนาจะให้ ท่านบอกว่าใช่ เดี๋ยวผมสั่งเจ้าหน้าที่สําเนามาแจกในที่ประชุมว่า ๑๑๓ โครงการ โครงการที่ ๑ โครงการที่ ๒ โครงการที่ ๓ โครงการที่ ๔ คืออะไร เป็นงานจํานวนเท่าไร ทําที่ไหน อย่างไร มันมีอยู่แล้วครับ ไม่มีใครที่ไม่รู้ว่าไม่มี เพียงแต่ท่านต้องการแสดงความโปร่งใสให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ได้รับทราบหรือไม่ ต้องการเท่านี้ครับ ไม่ต้องตั้งกรรมการไปเจรจาอะไรทั้งสิ้น และท่านช่วยกรุณารับปากว่าได้กี่โมง เพราะขณะนี้มาตรา ๕ กําลังพิจารณา เดี๋ยวพอผ่าน มาตรา ๕ ท่านอ้างว่าเลยมาตรา ๕ แล้วครับ ไปเข้ากระทรวงการคลัง กระทรวงอื่น เพราะฉะนั้นเอกสารนี้พ้นเลยไปแล้วไม่จําเป็นต้องให้อีกแล้ว ก็จะเป็นปัญหาเหมือนมาตรา ๔ ที่ผ่านมา ผมต้องการเวลาเท่านั้นเองครับว่ากี่โมงกี่ยามที่ท่านจะให้ ถ้าท่านประสงค์จะให้นะครับ
เชิญท่านกรรมาธิการครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม พิษณุ หัตถสงเคราะห์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดหนองบัวลําภู ในฐานะกรรมาธิการ ท่านประธานครับ ขอเรียนผู้นําฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร อีกครั้งหนึ่งว่าเราตั้งใจที่จะให้เอกสารนะครับ แต่ว่าขณะนี้กําลังรวบรวมให้ท่านอยู่ นําเรียนท่านประธานว่าโดยเฉพาะในส่วนของงบสํารองจ่าย ๖๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ทุกรัฐบาลก็ส่งมาแค่ประมาณหน้า ๒ หน้านี่แหละ
คืออย่างนี้ประเด็นไม่ใช่อยู่ที่รัฐบาลไหนหรอก ประเด็นอยู่ที่ว่าเขาอยากจะทราบรายการ ของโครงการเท่านั้นเอง
ท่านประธานครับ อย่างนั้น ขอประมาณ ๑ ทุ่ม เดี๋ยวมีอะไรเพิ่มเติมผมจะเพิ่มให้ จะได้ผ่านตรงนี้ไปก่อน
ผมจะต้องพิจารณาอยู่แล้ว เพราะปกติเป็นเรื่องของเอกสารภายในกันอยู่แล้ว เพียงแต่ใน คณะกรรมาธิการเขาขอ เท่าที่ฟังดูนะครับ มีการขอในที่ประชุมคณะกรรมาธิการแล้ว อีกฝั่งหนึ่งเขาบอกไม่ได้ก็เท่านั้นเอง เดี๋ยวท่านก็เตรียมการจัดส่งให้
ผมขอเวลาอีก ๒ ชั่วโมง เดี๋ยวผมนําส่งผู้นําฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรเท่าที่รวบรวมได้วันนี้ก่อน จะได้เดินหน้าต่อครับ
อย่างนั้นก็เชิญท่านพุทธิพงษ์ต่อครับ เรารอแล้วกัน คุณจุรินทร์มีอะไรครับ
ท่านประธานครับ เพื่อให้การประชุมเดินหน้าไปได้พวกกระผมยินดีให้ความร่วมมือ แต่ท่านสัญญาแล้วนะครับ ๑ ทุ่มพวกกระผมต้องได้เอกสาร มีเงื่อนไขข้อเดียวครับ หลังจากพวกกระผมได้เอกสาร ถ้าผ่านมาตรา ๕ ไปแล้วท่านจะต้องให้สิทธิพวกกระผมที่จะซักถามหรืออภิปรายย้อนกลับมาได้ เพื่อให้การประชุมเดินหน้าต่อไปได้ก่อน ไม่เช่นนั้นก็จะต้องพักการประชุมครับ เพื่อประโยชน์ ในการได้เอกสารมาประกอบการพิจารณามาตรา ๕ ถูกต้องไหมครับ อันนี้คือ สิ่งที่พวกกระผมขอเท่านี้ละครับ ไม่มีความประสงค์ที่จะทําให้การประชุมเดินหน้าต่อไปไม่ได้ แต่เพื่อประโยชน์ในการมีข้อมูลตรวจสอบการใช้เงินของคนทั้งประเทศ
เอาอย่างนี้ท่านจุรินทร์ครับ คือตอนนี้ก็ ๕ โมงแล้ว เดี๋ยว ๑ ทุ่ม ผมดูตามรายชื่อนะครับ
ท่านประธานก็รับปากผมเท่านี้ครับ ถ้ามันจบก่อนท่านก็ไปมาตรา ๖ ได้ แต่เมื่อผมได้เอกสารผมสามารถที่จะย้อนกลับมา สอบถามได้ แค่นั้นการประชุมจะได้ไม่ต้องเสียเวลาสะดุดไปนะครับ
ครับ ท่านนิพนธ์ไม่ต้องแล้วนะครับท่านอาวุโสแล้ว เชิญท่านพุทธิพงษ์ครับ
ท่านประธานรับปากใช่ไหมครับ
ครับ
ท่านยืนยันนะครับว่า เราย้อนกลับมาได้
๑ ทุ่มนะครับ
ใช่ครับ
โอเคครับ
ขอบพระคุณครับ
เชิญท่านพุทธิพงษ์ครับ
เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม พุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ต้องเรียนท่านประธานอย่างนี้ครับว่าจริง ๆ แล้วผมได้พยายามรอท่านรองนายกรัฐมนตรี กิตติรัตน์ ณ ระนอง มาเป็นระยะเวลาพอสมควร พอถึงคิวที่ผมจะมีโอกาสได้อภิปราย ท่านก็ลุกออกไปจากห้องนี้เหมือนเช่นเคยนะครับ ซึ่งจริง ๆ แล้วจะเรียนอย่างนี้ว่า งบประมาณในปีนี้นั้นจริง ๆ แล้วทางท่านประธานคณะกรรมาธิการโดยท่านรองนายกรัฐมนตรี กิตติรัตน์ เมื่อสักครู่ท่านก็ออกมารับสารภาพว่าท่านไม่ค่อยมีโอกาสได้เข้าประชุม เพราะเนื่องจากว่าท่านติดภารกิจ ผมก็อยากจะฝากท่านประธานไปถึงท่านรองนายกรัฐมนตรีว่า ท่านอาจจะเข้าใจอะไรไม่ครบถ้วนนะครับว่าการประชุมหรือการรับผิดชอบดูแลในเรื่องของ งบประมาณในฐานะที่ท่านเป็นประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญนี่มีความสําคัญมาก สาระสําคัญก็คือว่าเมื่อท่านเข้ามาในที่ประชุมแห่งนี้เวลาที่งบประมาณเข้ามาในสภาใหญ่แห่งนี้ ท่านต้องมาตอบและรับผิดชอบ แต่เมื่อท่านออกมาพูดเมื่อสักครู่ว่าท่านรับสารภาพว่า ท่านไม่ค่อยมีเวลาที่จะเข้ามาประชุมนั้นผมก็เริ่มมีความกังวลในเรื่องของการใช้งบประมาณ ในปี ๒๕๕๖ ซึ่งท่านดํารงตําแหน่งรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เพราะฉะนั้นผมกังวลครับว่าสิ่งที่เราพูด กรรมาธิการเสียงข้างน้อยก็ดี กรรมาธิการหลาย ๆ ท่าน ที่เข้าไปทําหน้าที่ตลอดเวลา ๒ เดือนที่ผ่านมา ผมไม่แน่ใจว่าท่านรองนายกรัฐมนตรีจะเข้าใจ ในเรื่องของงบประมาณในทุกกระทรวง ทบวง กรมหรือไม่ ๒. ก็คือเมื่อเข้ามาในสภา หรือห้องประชุมแห่งนี้สมาชิกหลาย ๆ ท่านไม่ว่าจะเป็นฝ่ายค้านหรือฝ่ายรัฐบาล ก็พยายามทําหน้าที่กันอย่างเต็มที่ ท่านก็ไม่เข้ามาฟังครับ ผมถึงอยากจะถามไปถึง ท่านรองนายกรัฐมนตรี แล้วก็พูดให้กับพี่น้องประชาชนทั้งประเทศว่านี่ละครับคือ รองนายกรัฐมนตรีที่ดูแลด้านเศรษฐกิจ และถ้ามีความผิดพลาดในเรื่องของ การใช้งบประมาณผมถามว่าท่านจะรับผิดชอบอย่างไร เมื่อวันนี้ก็เห็นอยู่แล้ว ความรับผิดชอบของท่านไม่มีเลยแม้แต่นิดเดียว แล้วท่านก็สารภาพนะครับ ผมไม่ได้กล่าวหาเลย ท่านสารภาพเองเมื่อสักครู่บนบัลลังก์ข้างหน้าผมนี้ว่าท่านไม่มีเวลา ผมก็ต้องฟ้องประชาชน เพราะเงินทุกบาททุกสตางค์จากนี้ต่อไปเป็นเงินของพี่น้องประชาชน ก็โปรดจงรับรู้ไว้ว่า วันนี้งบประมาณปี ๒๕๕๖ นั้นประธานคณะกรรมาธิการไม่มีเวลาเข้า รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังไม่มีเวลาให้ ฉะนั้นผมก็จะฝากท่านประธานนะครับ อย่างน้อยไปถึงท่านกรรมาธิการหลาย ๆ ท่านว่ามีอีกเรื่องหนึ่งที่อยากจะฝากไปแล้วก็คิดว่า เป็นสาระสําคัญ ผมได้แปรญัตติในส่วนของสํานักนายกรัฐมนตรีเอาไว้ในหลายกรม ในหลายหน่วยงาน แต่ว่าผมจะขอเริ่มในส่วนที่มีสาระสําคัญ และผมเชื่อว่าเป็นสาระสําคัญ ที่พี่น้องประชาชนคนไทยทุกคนต้องให้ความสําคัญในเรื่องนี้เป็นอย่างมาก ผมเรียน ท่านประธานนะครับว่าเมื่อวันที่ ๒๑ พฤษภาคม ๒๕๕๕ ท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร ได้มีการแถลงงบประมาณรายจ่ายประจําปี ๒๕๕๖ ที่ห้องประชุมแห่งนี้ แล้วก็มี อยู่ตอนหนึ่งครับ ซึ่งผมขออนุญาตอ่านสั้น ๆ นะครับท่านประธาน ในยุทธศาสตร์ที่ ๒ ในเรื่องของความมั่นคงแห่งรัฐ ๒.๑ ท่านได้บอกไว้ว่าในหมวดของการเทิดทูน พิทักษ์ และรักษาสถาบันพระมหากษัตริย์จะได้จัดตั้งงบประมาณ จํานวน ๑๒,๕๐๖.๘ ล้านบาท เพื่อเทิดทูน พิทักษ์ และธํารงไว้ซึ่งสถาบันพระมหากษัตริย์ มิให้มีการล่วงละเมิด โดยพัฒนาระบบถวายความปลอดภัย ส่งเสริมสร้างจิตสํานึกให้มีความจงรักภักดี เทิดทูน ปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ และต่อเนื่องไปครับ ผมเรียนท่านประธานครับ ฟังดูก็รู้สึก สบายใจ พอเข้ามาในวาระที่สองในวันนี้ผมก็ต้องฝากถามท่านประธานไปยังกรรมาธิการ แล้วก็ฝากสะท้อนไปถึงทางท่านนายกรัฐมนตรี แล้วก็เสียดายท่านรองนายกรัฐมนตรี กิตติรัตน์ไม่อยู่ครับ ในฐานะที่ท่านเป็นฝ่ายบริหารท่านได้แถลงเอาไว้ตอนที่งบประมาณ เข้ามาเมื่อ ๒ เดือนที่แล้วว่าท่านจะสนับสนุนงบประมาณใน ๑๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท แล้วก็มีการดําเนินการอย่างจริงจังในเรื่องของการเทิดทูน พิทักษ์ และรักษาไว้ ซึ่งสถาบันพระมหากษัตริย์ ผมต้องเรียนท่านประธานวันนี้เป็นเรื่องที่พี่น้องประชาชน ทั้งประเทศให้ความกังวลและเป็นห่วงครับ เพราะเนื่องจากว่าวันนี้สถาบันพระมหากษัตริย์ ได้ถูกละเมิดจาบจ้วงจากบุคคลมากมายเหลือเกิน ไม่ทราบว่าเพราะเหตุใด แล้วเราปฏิเสธไม่ได้ว่าเรื่องนี้มันเกิดขึ้นจริง ผมไม่กล่าวหาว่าเขาเป็นใคร และเขาเป็นคนกลุ่มไหนครับ เพียงแต่ว่าในฐานะที่เราเป็นคนไทยและเรามีหน้าที่ ที่จะต้องปกป้องและส่งเสริมในเรื่องของการปกป้องไม่ให้มีการละเมิดจาบจ้วงและทํา สิ่งที่ไม่บังควรต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ ผมเชื่อว่าทุกคนส่วนใหญ่ในห้องนี้ก็คิดอย่างนั้น เมื่อฟังท่านนายกรัฐมนตรีได้แถลงเอาไว้ ในสภาแห่งนี้ผมก็พยายามจะติดตามว่าในวันนี้เป็นวาระที่สองเข้ามาดูในทางปฏิบัติ สิ่งที่ควรจะเกิดขึ้นและผมได้นําขึ้นมาเรียนทุกท่านเพื่อจะได้สอบถามไปยังกรรมาธิการ ผมก็หวังใจไว้ว่าอย่างน้อยในส่วนของสํานักนายกรัฐมนตรีซึ่งเป็นศูนย์กลางแห่งอํานาจ เป็นหน่วยงานที่จะต้องทําตัวให้เป็นเยี่ยงอย่าง เป็นหน่วยงานที่ทํางานควบคู่กับท่านรัฐมนตรี และนายกรัฐมนตรีโดยตรง เมื่อท่านพูดไว้อย่างนี้ แล้วถ้าจิตใจของท่านนายกรัฐมนตรี และผู้บริหารชุดนี้มีความจงรักภักดีจริง ๆ อย่างที่เขียนไว้และได้กล่าวไว้กับสภาแห่งนี้ ท่านต้องทําให้เป็นตัวอย่างครับ ท่านต้องแสดงและต้องปฏิบัติให้เห็นเป็นตัวอย่างว่า ท่านมีความจงรักภักดีและท่านพร้อมที่จะสนับสนุนงบประมาณอย่างเต็มกําลังเพื่อปกป้องไว้ ซึ่งสถาบันพระมหากษัตริย์
ผมเรียนท่านประธานนะครับว่าเมื่อไปดูในหมวดของสํานักนายกรัฐมนตรี ผมก็พยายามไปดูในสํานักงานปลัดสํานักนายกรัฐมนตรีเป็นเบื้องต้น ก็ได้มีการตั้งหมวดหมู่ ที่เกี่ยวข้องกับในเรื่องของเทิดทูน พิทักษ์ และรักษาไว้ซึ่งสถาบันพระมหากษัตริย์ อยู่ในเอกสารงบประมาณที่ได้ให้มาในหน้า ๒๐ ๗.๒ เผื่อหลาย ๆ ท่านจะได้ตามผมไปด้วย ผมเรียนอย่างนี้ครับว่าก็ดูตั้งแต่ต้นจนจบว่าได้มีในหมวดนี้อยู่ประมาณ ๖๕๓ ล้านบาท โดยประมาณ เมื่อลงมาดูในหมวดที่เกี่ยวกับการเทิดทูน พิทักษ์ และรักษาไว้ ซึ่งสถาบันพระมหากษัตริย์ ๖๐๐ กว่าล้านบาท มีส่วนที่เป็นงบประมาณที่เกี่ยวกับบุคลากร เงินเดือน ๒๐ กว่าล้านบาทเข้าใจได้ครับ เป็นเรื่องเกี่ยวกับการดําเนินงาน ค่าตอบแทน ค่าใช้สอยวัสดุต่าง ๆ อีกประมาณ ๑๙ ล้านบาทก็เข้าใจได้ ผมก็สงสัยว่า ๖๐๐ กว่าล้านบาทนั้น มันไปอยู่ไหน ก็หวังใจว่าเนื่องจากว่าอยู่ในหมวดที่เราได้พูดคุยกันไว้แล้วก็เป็นความตั้งใจ ที่ทางรัฐบาลได้แถลงไว้เกี่ยวกับการเทิดทูน พิทักษ์ และรักษาไว้ซึ่งสถาบันพระมหากษัตริย์ เมื่อไปดูในงบรายจ่ายอื่น ๆ ก็เป็น ๑๐๐ ล้านบาท ๑๐๐ ล้านบาทเป็นเรื่องเกี่ยวกับ การทําโครงการฉลองพระชันษา ๑๐๐ ปี สมเด็จพระญาณสังวร สกลมหาสังฆปริณายก องค์สมเด็จพระสังฆราช ก็เป็นที่น่าชื่นชมครับว่าเป็นสิ่งที่เป็นประโยชน์และเราพึงควรกระทํา พอลงไปดูในบรรทัดต่อไปค่าใช้จ่ายในการประชาสัมพันธ์ภาพลักษณ์ของประเทศไทย ๕๐๐ ล้านบาท ผมก็อยากจะถามท่านประธานไปถึงท่านประธานคณะกรรมาธิการ ซึ่งไม่อยู่ในห้องนี้ รวมถึงกรรมาธิการบางท่านว่านี่ครับบรรทัดสุดท้ายก็คือ ๕๐๐ ล้านบาท ค่าใช้จ่ายในการประชาสัมพันธ์ภาพลักษณ์ของประเทศไทย ผมถามว่าแล้วสํานักนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี รัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี รองนายกรัฐมนตรี ท่านไม่คิดจะทําอะไร ที่เกี่ยวข้องและปกป้องพิทักษ์สถาบันพระมหากษัตริย์เลยหรือครับ หมวดที่เกี่ยวกับเทิดทูน พิทักษ์ และรักษาไว้ซึ่งสถาบันพระมหากษัตริย์ ท่านมี ๑๐๐ ล้านบาทในเรื่องของโครงการ ของสมเด็จพระสังฆราช อีก ๕๐๐ ล้านบาทเป็นเรื่องของการประชาสัมพันธ์ภาพลักษณ์ ของประเทศไทยและรัฐบาลนั่นละครับ ๒ สิ่งที่ผมอยากจะถามไปถึงทางกรรมาธิการว่า ๑. ท่านเอาเรื่อง ๒ เรื่องนี้มาอยู่ในหมวดที่เกี่ยวข้องกับการส่งเสริมเอกลักษณ์และดูแล ในเรื่องของการเทิดทูน พิทักษ์ และรักษาไว้ซึ่งสถาบันพระมหากษัตริย์ด้วยเหตุผลอะไร มันเกี่ยวอะไรกับการเทิดทูน พิทักษ์ และรักษาไว้ซึ่งสถาบันพระมหากษัตริย์ในเรื่องของ ค่าใช้จ่ายการประชาสัมพันธ์ภาพลักษณ์ของประเทศไทย ผมถึงได้กลับไปอ่านในเล่มนี้ ที่ผมได้นําเรียนท่านประธานไว้ตั้งแต่ตอนต้นว่ามันเป็นยุทธศาสตร์ที่ ๒ ที่ท่านนายกรัฐมนตรี ได้แถลงไว้ในห้องประชุมแห่งนี้ แล้วไหนล่ะครับสํานักนายกรัฐมนตรี ผมก็ให้ ความเป็นธรรมนะครับ ผมก็เปิดไปดูในกรมอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องในสํานักนายกรัฐมนตรีอีก ที่กํากับดูแลไม่ว่าจะเป็นสํานักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีไม่มีครับ ผมเป็นห่วง ท่านนายกรัฐมนตรีและรัฐบาลชุดนี้เนื่องจากว่ามันก็มีอยู่แล้วครับ มีคนกล่าวหาท่านอยู่แล้ว ผมเห็นใจ ท่านทําอะไรก็มีคนจับตามองว่าท่านทําด้วยความตั้งใจหรือเปล่า ผมก็พยายามจะดูว่า ถ้าท่านทําแล้วท่านสนับสนุนงบประมาณและโครงการผมเชื่อว่าคําครหาต่าง ๆ ซึ่งผมไม่พูดว่า คืออะไรมันก็จะหมดไปเพราะท่านกระทําในสิ่งที่ถูกต้อง แต่วันนี้เมื่อเข้ามาถึงวาระที่สอง ผมก็ไม่ได้พูดตั้งแต่งบรวมและงบกลางเพราะผมหวังใจว่ามันคงจะอยู่ในนี้ แต่ไม่มีครับ ผมก็ไม่อยากจะเหมารวมเอาว่าตกลงจริงอย่างที่คนอื่นเขาพูดใช่ไหมครับว่าท่านไม่ได้ ให้ความสําคัญในเรื่องนี้เลย เพราะแม้แต่ ๑ บาทไม่มีอยู่ในสํานักนายกรัฐมนตรีและที่กํากับ ดูแลของท่านเลยแม้แต่บาทเดียว ผมขออนุญาตยกตัวอย่างเพื่อเป็นการเปรียบเทียบนะครับ ท่านประธานจะได้เห็นว่าอยู่ในเรื่องนี้ ในหมวดของกองทัพบกครับ หมวดเดียวกัน ในหมวดของการเทิดทูน
เดี๋ยวนะครับ ท่านพุทธิพงษ์ครับ ท่านขอตัด ๒๐ เปอร์เซ็นต์ใช่ไหมครับ
ถูกต้องครับ
เหตุผลที่ท่านตัดนี่ อันนี้ท่านถามข้อสงสัยของท่าน
ในสํานักนายกรัฐมนตรี ในส่วนของภาพรวมสํานักงานปลัดสํานักนายกรัฐมนตรี แล้วก็ในส่วนอื่น ๆ
เอาประเด็นที่ท่านตัดก่อนได้ไหมครับ เอาประเด็นที่ท่านขอตัด ๒๐ เปอร์เซ็นต์เพราะอะไรก่อน ได้ไหมครับ
ก็เหตุผลที่ผมบอกว่า ท่านเอาไปลง ท่านยังฟังผมไม่จบเลยครับ ผมกําลังจะบอกว่ามันมีโครงการอื่น ๆ ที่ผมกําลังจะพูด อย่างเช่นในการสร้างภาพลักษณ์ของประเทศไทยท่านยังใส่ไว้ได้ แล้วก็มาใส่อยู่ในหมวดซึ่งเกี่ยวข้องกับการเทิดทูน พิทักษ์ และรักษาไว้ซึ่งสถาบันพระมหากษัตริย์ ๑. ก็คือใส่หมวดผิดหรือเปล่า ๒. ที่ผมบอกให้ตัดก็คือว่ามันมีรายละเอียดอีกเยอะแยะ ที่ผมกําลังจะลงไป ผมจะพยายามแสดงให้ทุกท่านได้เห็นครับว่าเมื่อในนี้มันไม่มีผมก็จําเป็น จะต้องตัดส่วนอื่นเพื่อมาเติมในส่วนนี้ ถ้าผมไม่บอกอย่างนี้ท่านประธานก็จะบอกว่า แล้วจะให้เอาส่วนไหนมาเติมในส่วนที่ท่านนายกรัฐมนตรีได้แถลงเอาไว้ในการชี้แจง หรือว่าการแถลงงบประมาณประจําปี ๒๕๕๖ ท่านประธานวินิจฉัยได้ครับว่า ถ้าผมออกนอกแนวทางการพิจารณางบประมาณปี ๒๕๕๖ ในครั้งนี้ผมยินดีปฏิบัติครับ
เดี๋ยวนะครับ คือในวาระที่สองท่านสมาชิกที่ขอแปรญัตติไว้ท่านก็ต้องอภิปรายในประเด็นที่ท่าน ขอแปรญัตติคือตัดไปกี่เปอร์เซ็นต์ของท่านด้วยเหตุผลอะไร แต่ส่วนท่านจะตั้งข้อสังเกต ในประเด็นอื่น ในหัวข้ออื่นแล้วก็ไม่ตั้งงบประมาณไว้ อันนั้นเป็นข้อสังเกตของท่าน ผมอยากจะให้ที่ประชุมอภิปรายในวาระที่สองซึ่งผมกับท่านประธานวิปทั้ง ๒ ท่าน ได้ประชุมปรึกษาหารือกันก่อนที่จะมีการพิจารณาเรื่องนี้ จะให้สิทธิท่านเต็มที่นะครับ แต่ในการควบคุมการอภิปรายก็จะเป็นเรื่องของประธาน เพราะฉะนั้นต่อไปนี้เนื่องจากเวลา เราใช้มาเนิ่นนานพอสมควรผมก็จะขอความกรุณาและร่วมมือกับท่านสมาชิกทั้งหลาย เอาประเด็นที่ท่านขอแปรญัตติก่อน ในส่วนที่ท่านจะตั้งข้อสังเกต ข้อแนะนํา ข้อสงสัย เอาไว้ทีหลัง เอาที่ท่านตัดก่อนเพราะกรรมาธิการท่านจะได้บันทึกและท่านจะได้ตอบประเด็น ของท่านได้ก่อน เชิญท่านพุทธิพงษ์ต่อครับ ต้องแบบนี้ครับ ถ้าแบบนี้ผมก็ไม่ตัดครับ แต่ที่ผมตัดเพราะว่าท่านเป็นคนที่แถลงไว้กับสภาแห่งนี้ และมันเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นในปัจจุบันนี้ และต้องยอมรับว่ามันเกิดขึ้นจริง มีแนวคิด และมีความคิดในการที่จะล้มล้างและละเมิดสถาบันพระมหากษัตริย์จริง สํานักนายกรัฐมนตรี ซึ่งอยู่ในการกํากับดูแลของท่านไม่ได้ใส่งบประมาณไว้ผมถึงขอตัดครับ เพื่อให้รายละเอียดอื่น ๆ ที่มันจําเป็นน้อยกว่านี้ท่านต้องเอามาใส่ตรงนี้ แต่ไม่เป็นไรครับเมื่อท่านประธานคิดว่าผม ออกนอกประเด็นผมก็เสียใจ ก็ขอฝากไว้เป็นข้อสังเกตว่าผมก็มีความตั้งใจที่จะให้ใส่เอาไว้ เพราะผมเชื่อว่าพี่น้องประชาชนคนไทยให้ความสําคัญในเรื่องนี้ แต่ถ้าท่านอื่น ไม่ให้ความสําคัญก็ไม่เป็นไรนะครับ
อีกเรื่องหนึ่งครับ เมื่อข้ามไปดูในส่วนของสํานักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี งบประมาณ ๓,๖๐๐ กว่าล้านบาท ผมก็ขอแปรญัตติตัดไว้อีก เหตุผลเพราะเนื่องจากว่า ผมก็อยากจะถามท่านประธานไปถึงกรรมาธิการว่ามีโครงการพัฒนาเมืองอยู่ ๖๐๐ ล้านบาท ผมก็อยากจะทราบคําตอบว่า ๖๐๐ ล้านบาทและเขียนไว้ว่าเป็นโครงการเพื่อพัฒนาชุมชนเมือง ในด้านต่าง ๆ ก็อยากจะสอบถามว่าเป็นโครงการอะไรครับที่ไปอยู่กับสํานักเลขาธิการ นายกรัฐมนตรี ๖๐๐ ล้านบาท ท่านจะมาพัฒนาอะไรในเมืองหลวงหรือกรุงเทพมหานคร แห่งนี้หรือไม่ และผมได้สอบถามเบื้องต้นกับกรรมาธิการเสียงข้างน้อยบอกว่างบประมาณอันนี้ ไม่ได้เกี่ยวกับกรุงเทพมหานครหรือเมืองที่ได้มีการของบประมาณไปเลยครับ ก็ไม่แน่ใจ เหมือนกันว่ารัฐบาลตั้งใจจะเอางบประมาณตัวนี้ไปทําอะไรในการพัฒนาเมืองหลวงต่าง ๆ แล้วก็เมืองไหนครับ และทําอะไร ก็นี่ครับเป็นบรรทัดกลม ๆ ผมก็อยากจะขอความกระจ่างว่า แบบนี้ไม่มีรายละเอียดอะไรทั้งสิ้น ก็คล้าย ๆ กับที่เพื่อนสมาชิกเมื่อสักครู่ ท่านจุติ ไกรฤกษ์ ก็ดี ท่านจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ได้สอบถามไปว่างบประมาณหลาย ๆ อันนี้มันต้องสอบถาม เพราะมันไม่มีรายละเอียดเลย ผมก็ยืนยันและฝากไปยังท่านประธานถึงสํานักงบประมาณว่า จริง ๆ ที่ท่านประธานกรุณาสัญญาเอาไว้ว่าไม่เกิน ๑ ทุ่มจะได้เอกสาร ผมเป็นห่วง ท่านประธานมากครับ เพราะว่าคราว พ.ร.ก. ๓.๕ แสนล้านบาทท่านประธานก็นั่งเป็น ประธานอยู่ตรงนี้ผมจําได้ เราก็ขอรายละเอียดในเรื่องของ พ.ร.ก. ครั้งนั้นไปจนถึงวันนี้ ยังไม่ได้เลยครับ ๗ เดือนได้แล้วกระมังครับ และวันนี้ท่านบอกว่าเดี๋ยว ๑ ทุ่มจะได้นี่ ผมกังวลมากว่าในทางปฏิบัติคงจะยาก แต่เมื่อท่านรับปากไว้ก็จะคอยครับ
ในส่วนต่อไปครับ ในเรื่องของสํานักที่กํากับดูแลโดยสํานักนายกรัฐมนตรี ก็คือสํานักข่าวกรองแห่งชาติ เป็นที่ยอมรับทั่วโลกทั้งในต่างประเทศและในประเทศครับว่า ในเรื่องของการข่าวเป็นเรื่องที่สําคัญในเรื่องของความมั่นคงของประเทศเป็นอย่างมาก ในทุก ๆ ประเทศเขาให้ความสําคัญในเรื่องนี้เป็นอย่างมาก ประกอบกับประเทศไทยวันนี้ สถานการณ์ก็ไม่ปกติ ผมไม่แน่ใจว่าพี่น้องประชาชนและท่านประธาน รวมถึงเพื่อนสมาชิก ได้ทราบหรือเปล่า เมื่อสักครู่เพิ่งมีเอสเอ็มเอส (SMS) ส่งเข้ามาว่าที่จังหวัดปัตตานี ก็มีระเบิดอีกแล้ว แต่โชคดีที่ไม่มีคนเสียชีวิต เพราะฉะนั้นก็แสดงให้เห็นว่าวันนี้ สถานการณ์บ้านเมืองก็ไม่ค่อยปกติ เมื่อผมมาดูในสํานักข่าวกรองแห่งชาติตั้งงบประมาณไว้ที่ ๕๓๕ ล้านบาทโดยประมาณ ปีที่แล้วได้ ๕๖๗ ล้านบาท รัฐบาลชุดนี้ กรรมาธิการชุดนี้ ให้ความสําคัญในเรื่องความมั่นคงของประเทศมากตัดลดลงมาจากปีที่แล้ว ทั้ง ๆ ที่สถานการณ์วันนี้ก็ไม่ปกติ สถานการณ์ในภาคใต้ก็ไม่ปกติ แต่งบประมาณโดยรวม ของสํานักข่าวกรองแห่งชาติท่านลดลงครับ ไม่เป็นไรครับ ผมกลับมาดูอีกว่างบประมาณส่วนใหญ่ ท่านเอาไปไว้ที่ไหน ในสํานักข่าวกรองแห่งชาติปรากฏว่าเป็นงบประมาณที่เกี่ยวกับบุคลากร ประมาณ ๔๐๐ กว่าล้านบาท ส่วนงบที่ต้องได้ใช้จริง ๆ เรื่องเกี่ยวกับการพัฒนาศักยภาพ และส่งเสริมในเรื่องของการป้องกัน รวมถึงการพัฒนาบุคลากรที่จะนําไปใช้ ท่านประธาน ทราบไหมครับว่าเท่าไรจาก ๕๐๐ ล้านบาท งบบุคลากร เงินเดือนทั่วไป ๔๐๐ กว่าล้านบาท งบที่เกี่ยวกับพัฒนาบุคลากรและจริง ๆ ที่น่าจะเป็นประโยชน์ ๑๓ ล้านบาทครับ ๑๓ ล้านบาทนะครับท่าน ไปเปิดดูได้ครับ เปรียบเทียบกับสถานการณ์บ้านเมืองในวันนี้ ท่านให้งบในเรื่องของการพัฒนาบุคลากรที่จะมีความเชี่ยวชาญพิเศษเพื่อเข้าไปดูแล ในเรื่องสถานการณ์เกี่ยวกับข่าวกรองนะครับ นอกเหนือจากกรรมาธิการชุดนี้ตัดให้น้อยลงกว่าปีที่แล้วแล้วยังลดลงมาเหลือ ๑๓ ล้านบาท ค่าใช้จ่ายการพัฒนาแล้วก็ลงทุนด้านสารสนเทศรวมกับพัฒนาบุคลากร ๑๓ ล้านบาท อีก ๔๐๐ กว่าล้านบาทเป็นงบบุคลากร ผมถามว่าแล้วเราจะเอาข่าวกรองที่ไหนไปช่วยใคร เขาครับ แบบนี้ผมถึงแนะว่าถ้าอย่างนั้นตัดไปเลยครับ ไปให้ ๑๐ กว่าล้านบาทมันช่วยอะไร ไม่ได้แล้วครับ นี่คือเหตุผลที่ท่านประธานถามผมว่าแล้วผมไปตัดทําไม ก็เมื่อผมเห็นว่า สิ่งที่ให้ไปไม่ได้ให้ความสําคัญและมันปฏิบัติไม่ได้ แต่สิ่งที่ท่านเอาไปทําไว้ในสํานักนายกรัฐมนตรี คือท่านไปใส่ในเรื่องของการสร้างภาพลักษณ์ของรัฐบาล ๕๐๐ กว่าล้านบาท ท่านเอาไปเป็น งบประมาณในเรื่องของการส่งเสริมศิลปหัตกรรมอีก ๓๐๐ กว่าล้านบาท ผมถามว่า ลําดับความสําคัญของการจัดทํางบประมาณมันอยู่ตรงไหน นี่คือความเป็นห่วงเป็นใย แล้วผมก็ฝากไปถึงกรรมาธิการว่าได้สอบถามหรือเปล่าว่างบเหล่านี้มันมีความสําคัญ แล้วผมก็ยังยืนยันว่าสถานการณ์วันนี้ไม่ปกติ และผมก็เสียใจจริง ๆ ครับที่วันนี้ในหมวดของ สํานักนายกรัฐมนตรี แล้วก็ในส่วนของกระทรวง ทบวง กรม ที่สํานักนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีกํากับดูแล รองนายกรัฐมนตรี ท่านรัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี กํากับดูแล ไม่มีหมวดในการปกป้องและดูแลในเรื่องของการปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์เลย นี่คือสิ่งที่ผมคิดว่ามันเป็นแนวทางจะจัดทํางบประมาณที่ผิดฝาผิดตัว
ผมเรียนไว้สุดท้ายก็คือว่าผมฝากไปถึงทางรัฐบาลและท่านกรรมาธิการว่า อย่างไรคงต้องดูหนัก ๆ ละครับ บางทีการกระทํามันก็เป็นสิ่งที่บ่งบอกอะไรหลาย ๆ อย่าง ท่านพูดอย่างเดียวแล้วท่านไม่ทํานี่มันก็เป็นสิ่งที่จะทําให้เห็นได้ว่าท่านไม่มีความจริงใจ และไม่มีเจตนาที่จะทําในสิ่งที่ท่านพูดไว้ และผมก็ยืนยันว่าเรื่องนี้เป็นสิ่งสําคัญ ก็ฝากท่านประธานไปถึงท่านกรรมาธิการอีกครั้งหนึ่งครับว่าผมเป็นห่วงมาก และผมเสียใจมาก ที่วันนี้ท่านรองนายกรัฐมนตรีกิตติรัตน์ไม่ได้อยู่ตรงนี้ เมื่อสักครู่ผมพยายามยกมือ เพราะจริง ๆ แล้วผมมีอีก ๒-๓ เรื่องที่ท่านได้ตอบพวกกระผมมาว่ามีคนอภิปรายว่า ทางท่านนายกรัฐมนตรีได้ไปดําเนินการชักจูงนักลงทุนในประเทศฝรั่งเศส แล้วมีท่านจุติ ขออภัยที่ต้องเอ่ยนามท่าน บอกว่ามีคนบอกว่าท่านนายกรัฐมนตรีไปชอปปิงหลังจากที่ ประชุมเสร็จ ผมไม่อยากไปก้าวก่ายเรื่องส่วนตัวของท่านนายกรัฐมนตรี พวกผมก็พยายามทํางาน ด้วยความตรงไปตรงมา แต่ว่าสิ่งที่ท่านรองนายกรัฐมนตรีกิตติรัตน์ได้ตอบมาผมไม่พูด ไม่ได้เลยครับท่านประธาน ท่านบอกว่าที่ท่านนายกรัฐมนตรีไปนี่เป็นการส่งเสริม แล้วก็เป็นการสนับสนุนในเรื่องของเศรษฐกิจยุโรปเขากําลังจะตกต่ําก็ไปช่วยส่งเสริม เศรษฐกิจยุโรปโดยการเข้าไปสนับสนุนชอปปิง ผมว่าเรื่องแบบนี้มันไม่ตลกนะครับ และมันไม่ควรจะออกมาจากปากท่านรองนายกรัฐมนตรี เพราะสัญลักษณ์และสัญญาณ ของการเป็นผู้นําและเป็นผู้ที่กํากับดูแลในกระทรวงเศรษฐกิจพูดแบบนี้นี่ผมคิดว่า มันสะท้อนถึงศักยภาพและคุณภาพของการใช้งบประมาณในครั้งนี้ เพราะฉะนั้น ผมก็ฝากไว้ครับว่าเรื่องแบบนี้ไม่ควรจะให้เกิดขึ้น และผมไม่สามารถจริง ๆ ครับที่จะเห็นด้วย กับมาตรานี้ในเรื่องของสํานักนายกรัฐมนตรีที่ได้มีการเสนองบประมาณไว้ตั้ง ๒,๐๐๐ กว่าล้านบาท เพราะไม่ได้ให้ลําดับความสําคัญโดยเฉพาะในเรื่องของการแสดง ให้เห็นว่าท่านมีความตั้งใจที่จะปกป้อง เทิดทูนไว้ซึ่งสถาบันพระมหากษัตริย์แม้แต่บาทเดียว ขอบคุณท่านประธานครับ
ต่อไปท่านสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ครับ เดี๋ยวท่านสาทิตย์มีลําดับ เดี๋ยวท่านสมาชิก จะได้เตรียมพร้อมนะครับ หลังจากท่านสาทิตย์แล้วจะเป็นท่านอันวาร์ สาและ พลตํารวจตรี สุรินทร์ ปาลาเร่ และท่านเจะอามิง โตะตาหยง ๓ ท่าน เชิญครับ
ท่านประธานครับ ผม สาทิตย์ วงศ์หนองเตย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ผมได้แปรญัตติ ปรับลดงบประมาณของสํานักนายกรัฐมนตรีลง ๑๐ เปอร์เซ็นต์นะครับ ซึ่งความจริงแล้ว ก็เคยกํากับดูแลหน่วยงานแห่งนี้ในธรรมเนียมปกติก็คงจะไม่ค่อยมีใครที่จะเสนอปรับลด งบประมาณกัน แต่ผมก็เห็นว่าการจัดงบประมาณในปี ๒๕๕๖ ของสํานักนายกรัฐมนตรีนั้น มีปัญหาครับ แล้วก็เป็นปัญหาใหญ่ซึ่งจําเป็นที่จะต้องนําไปสู่การตรวจสอบ และเท่าที่ได้มี การตรวจสอบไปแล้วนั้นผมก็ยังเห็นว่าจําเป็นที่จะต้องมีการปรับลดครับ เหตุผลสําคัญ ที่ผมเสนอปรับลดงบประมาณนั้นมี ๒ ข้อครับ เหตุผลข้อที่ ๑ คือขาดความโปร่งใส ไร้ธรรมาภิบาล และเหตุผลข้อที่ ๒ ก็คือสนองงาน นักการเมืองแต่ทอดทิ้งประชาชน ถ้าท่านประธานจะได้ติดตามการทํางานของ คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณางบประมาณชุดนี้นั้นผมมีความเป็นห่วงมากนะครับ ที่ต้องแปรญัตติและต้องสงวนคําแปรญัตติก็เพราะเห็นว่าคณะกรรมาธิการเองก็ทํางาน มีส่วนบกพร่อง บกพร่องที่ปล่อยให้งบประมาณที่ขาดความโปร่งใสแล้วไร้ธรรมาภิบาล ผ่านการพิจารณาของคณะกรรมาธิการมา ผมยกตัวอย่างให้ท่านประธานเห็นสัก ๒-๓ เรื่องครับ ซึ่งผมเห็นว่าเป็นเรื่องใหญ่ และความจริงแล้วก็มีการซักถามกันมาตั้งแต่ในชั้นการพิจารณา ในวาระที่หนึ่งแล้วแต่ก็ไม่มีคนที่จะลุกขึ้นมาตอบข้อซักถามอย่างชัดเจน มันมีตัวอย่าง งบประมาณอยู่ ๒-๓ เรื่องครับซึ่งผมเห็นว่าขาดความโปร่งใสแล้วก็ไร้ธรรมาภิบาล
ในเรื่องที่ ๑ ก็คืองบในสํานักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีที่ตั้งชื่อว่า โครงการพัฒนาเมือง ความจริงเพื่อนสมาชิกสักครู่นี้ก็ถามไปว่ารายละเอียดโครงการ เป็นอย่างไร แต่ถ้าท่านประธานย้อนกลับไปนะครับ โครงการพัฒนาเมืองนี้ผมอภิปรายไว้ ในวาระที่หนึ่ง โครงการนี้ไม่ได้เพิ่งตั้งงบประมาณ เป็นการตั้งงบประมาณเป็นปีที่ ๒ ครับ ในปีงบประมาณ ๒๕๕๕ นั้นตั้งงบประมาณเอาไว้ ๙๐๐ ล้านบาท ๙๐๐ ล้านบาทนะครับ แล้วเป็น ๙๐๐ ล้านบาทที่ถ้ากลับไปดูเอกสารงบประมาณวาระที่หนึ่งไม่มีรายละเอียด ของโครงการ ไม่มีแม้แต่กระทั่งหลักเกณฑ์การใช้จ่ายเงินว่า ๙๐๐ ล้านบาทนี้ ใครเป็นคนรับผิดชอบ ใครเป็นคนสั่งจ่าย จ่ายใคร พัฒนาชุมชนเมือง ๙๐๐ ล้านบาท ถ้าจะให้แต่ละที่ที่เป็นชุมชนเมืองหลักเกณฑ์ในการปฏิบัติของชุมชนเมืองคืออะไร ปรากฏว่า คณะกรรมาธิการไปทํางาน ผมซักถามจากเพื่อนกรรมาธิการที่ไปจากพรรคประชาธิปัตย์ ทราบว่าถึงตอนวาระนี้มีการรวบรัดตัดความมากเลย กรรมาธิการแทบไม่ได้ซักรายละเอียด โครงการเลย ไม่ทราบว่าเพราะเกรงใจว่าเป็นสํานักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ซึ่งนายกรัฐมนตรีนั่นเองเป็นผู้กํากับ แล้วนายกรัฐมนตรีเป็นผู้สั่งจ่ายได้หรืออย่างไร กรรมาธิการจึงไม่ได้ซักถาม ทราบว่าเป็นช่วงดึกครับ เอกสารในสํานักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ชี้แจงกรรมาธิการในเล่มใหญ่นี้นะครับ ผมไปขอจากกรรมาธิการมานี่ชี้แจงว่างบปี ๒๕๕๕ ถ้าดูตามเล่มนี้นะครับ ๙๐๐ ล้านบาทยังไม่ใช้เลยสักบาทหนึ่งซึ่งไม่รู้จริงหรือไม่ ที่ผมบอกว่า ขาดความโปร่งใส ไร้ธรรมาภิบาลก็เพราะว่าสํานักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีต้องทํางานภายใต้ พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ. ๒๕๔๖ ข่าวสารข้อมูลต้องชัดเจน เงินนี้เป็นเงินภาษีประชาชน คําชี้แจงมีง่ายมากครับ บอกว่า ปี ๒๕๕๕ ๙๐๐ ล้านบาทยังไม่ได้ทํางาน ยังไม่ได้ดําเนินการ ยังไม่ได้ใช้ เพราะอยู่ระหว่าง การดําเนินการจัดตั้งคณะกรรมการพัฒนาเมือง แปลว่ากรรมการใช้เงินจะมีการตั้งกัน ซึ่งเป็นรายละเอียดที่สภาไม่เคยรู้ครับ พอไปดูรายละเอียดในเอกสารฉบับนี้ในหน้า ๑๒๙ ซึ่งเป็นเอกสารที่สํานักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีทําไปชี้แจงกับคณะกรรมาธิการนั้นก็พบว่า ในตัวโครงการพัฒนาเมืองเขียนเอาไว้สวยหรูมากว่าจะต้องมีโครงการที่เรียกว่า โครงการพัฒนาเมืองและสร้างสํานึกความเป็นพลเมือง จะต้องมีการจัดตั้งคณะกรรมการครับ คณะกรรมการจะมีบุคคลระดับนายกรัฐมนตรีหรือรองนายกรัฐมนตรีมาเป็นคณะกรรมการ ประเด็นคือปี ๒๕๕๕ ตั้งงบ ๙๐๐ ล้านบาท ผมจะถามกรรมาธิการว่าใช้หรือยัง แต่ถ้าดูตามนี้ แปลว่ายังไม่ได้ใช้ ยังไม่ได้ใช้นี่เงินจํานวนนี้ตั้งเป็นงบรายจ่ายอื่น แปลว่าตั้งขาดแล้ว ก็แปลว่างบนี้ยังกองอยู่ที่สํานักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ๙๐๐ ล้านบาท
ประเด็นที่ขาดความโปร่งใสต่อไป ก็คืองบปี ๒๕๕๖ ทําเหมือนกันเลย ตั้งมาอีก ๖๐๐ ล้านบาทไม่มีรายละเอียดอีกครับ ผมถามเรื่องนี้ในวาระที่หนึ่งไม่มีใครลุกขึ้น ตอบผม วันนี้ถ้ากรรมาธิการทํางานไม่บกพร่องลุกขึ้นมาตอบหน่อย ๙๐๐ ล้านบาท ไม่ใช้กองทิ้งไว้ ๖๐๐ ล้านบาทปีหน้าตั้งกองทิ้งไว้หรือเปล่า แล้วถ้าไปดูในแผนงานนะครับ ท่านตั้ง ๔ ปีรัฐบาลนี้เลย ปี ๒๕๕๕ ปี ๒๕๕๖ ปี ๒๕๕๗ ปี ๒๕๕๘ ปีหน้าจะตั้งอีก ๑,๐๐๐ ล้านบาท ปี ๒๕๕๘ จะตั้งอีก ๑,๐๐๐ ล้านบาท รวมแล้วทั้งหมด ๓,๕๐๐ ล้านบาท นายกรัฐมนตรีเป็นคนใช้ เป็นคนสั่งการใช้เงินจํานวนนี้ซึ่งเป็นเงินภาษีประชาชน ไม่มีหลักเกณฑ์ให้สภาตรวจสอบ ขาดความโปร่งใส ไร้ธรรมาภิบาลอย่างสิ้นเชิง ในเอกสาร ที่บอกว่าไปจัดตั้งโครงการพัฒนาเมืองและสร้างสํานึกความเป็นพลเมืองเขียนกว้างมากนะครับ มีคนเขาสงสัยครับ และเขามีสิทธิสงสัยได้เพราะเงินจํานวนนี้ตั้งไว้สามารถให้ชุมชนได้ว่า มันสอดคล้องกับการจัดตั้งหมู่บ้านเสื้อแดงหรือเปล่า ถ้ามันใช่รัฐมนตรีในรัฐบาลนี้คนหนึ่ง สมัยเป็น ส.ส. ไปพูดเอาไว้ตอนเปิดหมู่บ้านเสื้อแดงหลายที่บอกว่าถ้าจัดตั้งแล้ว จะได้งบประมาณจากรัฐบาล ตัวนี้หรือเปล่าครับ ถ้าเป็นตัวนี้ผมมีสิทธิถามในฐานะ ประชาชนคนไทยครับว่าคนที่ไม่ใช่คนเสื้อแดง หมู่บ้านเสื้อแดงเขาไม่ใช่คนไทยหรือครับ ที่ได้รับการดูแลจากเงินกองทุนพัฒนาเมืองของรัฐบาล แล้วถ้าใช่ท่านมีสิทธิอะไร ที่เลือกปฏิบัติไปให้คนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งโดยเฉพาะแล้วใช้เงินภาษีประชาชนไปจ่ายเขา ผมถึงบอกว่ากรรมาธิการบกพร่องครับ ท่านต้องลุกขึ้นชี้แจงกับผมว่าท่านถามแล้ว ๙๐๐ ล้านบาทนี้จ่ายแล้ว ถ้าจ่ายผมจะถามต่อว่าให้ใครบ้าง อย่าปกปิดข้อมูล อย่าหมกเม็ด อีกนะครับ เหมือน ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาทนี่ผมเรียนท่านประธานเลยครับ ต้องพูดถึง เพราะมันเกี่ยวพัน ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาทเป็นงบกลางปี ๒๕๕๕ จริงที่ตั้งขึ้นแก้ไขปัญหา อุทกภัย พวกผมซักตั้งแต่งบประมาณเข้าสภาวาระที่หนึ่ง วาระที่สอง วาระที่สามในสภานี้ ตอนเดือนมกราคม ปี ๒๕๕๕ ปีนี้ครับ ไม่มีรายละเอียดมาตลอด จนกระทั่งเดี๋ยวนี้ก็ยังไม่ให้ แล้วไปสัญญา ๑ ทุ่ม ถ้าจะเปรียบเทียบนะครับรัฐบาลชุดที่แล้วผมเป็นรัฐมนตรี ประจําสํานักนายกรัฐมนตรี ท่านอภิสิทธิ์เป็นนายกรัฐมนตรี งบน้ําท่วม ๙,๐๐๐ ล้านบาท เข้าสภานี้ทําเอกสารชี้แจงแต่ละโครงการเลย ทางหลวงกี่สาย ไปจังหวัดไหน ความยาวเท่าไร งบเท่าไร มีรูปถ่ายให้ ฝ่ายค้านตอนนั้นคือรัฐบาลตอนนี้ลุกขึ้นซักกันแล้วพยายามจับผิดว่า รูปถ่ายเหมือนกันตรงนั้น ตรงนี้ ตรงโน้น จนกระทั่งนําไปสู่การตั้งกรรมาธิการ ก็เปลี่ยนแปลงงบประมาณ เปลี่ยนแปลงพื้นที่ในบางที่ นี่คือความโปร่งใส ประธานวิป ฝ่ายค้านในขณะนั้น ประทานโทษเอ่ยนามนะครับ คุณวิทยา บุรณศิริ วันนี้มาเป็น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ท่านลุกขึ้นตรวจสอบแข็งขันที่สุด เราทํารายละเอียด ขนาดทําเป็นแผ่นซีดี (CD) ฉายขึ้นจอก็ยังได้ นั่นคือ ๙,๐๐๐ ล้านบาทเองนะครับ แต่นี่ของท่าน ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาทไม่มีเลยครับ แล้วที่ต้องทวงนี่ ท่านประธานครับ แค่บอกว่าทางหลวง ๗,๐๐๐ กว่าล้านบาทระบุลงไปสิครับว่าไปทําตรงไหน เส้นทางไหน เพราะที่เขากังวลตอนนี้ก็คือทราบมาว่าบางจังหวัดน้ําท่วมจริงแต่งบไปในอําเภอที่น้ําไม่ท่วม เพราะเป็นพื้นที่ ส.ส. รัฐบาล ส่วนพื้นที่น้ําท่วมเป็นพื้นที่ ส.ส. ฝ่ายค้านไม่ให้ จังหวัดนครศรีธรรมราชปีที่แล้วน้ําท่วม งบปี ๒๕๕๖ ที่จะลงไปแก้ไขปัญหาน้ําท่วมใน ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ปี ๒๕๕๕ ต่อเนื่องปี ๒๕๕๖ ไม่มีครับ นี่คือคําถามที่ย้อนกลับมา ถามว่ามัน ๒ มาตรฐานหรือเปล่า ชุดที่แล้วทําโปร่งใสท่านก็โจมตี แต่พอของตัวเอง มันโคตรหมกเม็ดยิ่งกว่าอีก
กลับมาสู่เรื่อง ๙๐๐ ล้านบาทกับ ๖๐๐ ล้านบาทในกองทุนพัฒนาเมือง ของรัฐบาลชุดนี้กรรมาธิการปล่อยให้ผ่านมาได้อย่างไรครับ จนกระทั่งผมไปดู ในเอกสารรายละเอียดที่สํานักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีเสนอมายังคณะกรรมาธิการ รายละเอียดมีเท่านั้นครับ ปีหน้าจะตั้งให้อีกไหม ๑,๐๐๐ ล้านบาท ปีหน้าโน้นตั้งให้อีกไหม แล้วพอตั้งไปแล้วปีที่แล้ว ๙๐๐ ล้านบาท ปีนี้ ๖๐๐ ล้านบาท กระบวนการตรวจสอบ คืออะไรครับ เดี๋ยวจะเทียบให้เห็นว่าทีเงินไปช่วยคนจนนี่ท่านไม่ให้ ท่านไม่ทํา แต่เงินที่ไปกองไว้ผมกําลังกังวลว่าไปใช้ตอบสนองเหตุผลทางการเมืองครับ
ประการถัดมา ซึ่งเป็นงบที่ขาดความโปร่งใส ไร้ธรรมาภิบาลนี่ ผมจะพูดเรื่องเก่าอีกครับก็คืองบเสริมสร้างภาพลักษณ์ประเทศไทย ๕๐๐ ล้านบาท แต่ที่ต้องพูดเพราะมีตัวอย่างครับท่านประธาน ความจริงคนพูดมาหลายคนบอกว่างบนี้ ๕๐๐ ล้านบาทตั้งมาบรรทัดเดียว เข้ากรรมาธิการไปซักถึงคลอดกระดาษมา ๒ แผ่น มี ๓ หน้า แล้วใน ๓ หน้านั้นก็เป็นหลักการทั้งนั้น ที่มันแปลกประหลาดก็คือ เขาถามว่า ๕๐๐ ล้านบาทตั้งไว้ก่อนจะทําภาพลักษณ์ประเทศไทยจะทําผ่านอะไรบ้าง มีแต่ตัวเลขกลม ๆ ว่าไปตรงนั้นตรงนี้ครับ ที่ผมบอกว่าขาดความโปร่งใส ไร้ธรรมาภิบาล เพราะมีตัวเทียบครับ ในงบ ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาทนี่สํานักงานคณะกรรมการส่งเสริม การลงทุนขอมา ๔๐๐ กว่าล้านบาท ๔๐๐ กว่าล้านบาทเขาทําเอกสารชี้แจงเลยครับ ชี้แจงคณะกรรมาธิการว่าที่ใช้และที่จะใช้ต่อเนื่องไปจนกระทั่งถึงกลางปี ๒๕๕๖ นั้น สื่อที่เขาจะซื้อเขาจะซื้อผ่านสถานีโทรทัศน์ช่องใด ไปหนังสือพิมพ์ฉบับใดในต่างประเทศ เช่น ออกโฆษณาหนังสือพิมพ์ นิตยสารต่างประเทศ เช่น โยมิอูริ ชิมบุน อาซาฮี ชิมบุน ไชน่า เดลี่ เซาท์ ไชน่า มอร์นิ่ง โพสต์ ว่าไปครับ แต่ ๕๐๐ ล้านบาทของสํานักนายกรัฐมนตรีเขียนไว้ เหมือนกัน แต่เขียนไว้คร่าว ๆ ว่าซื้อสื่อโทรทัศน์ โทรทัศน์ไหนครับ โทรทัศน์ดาวเทียมเสื้อแดง หรือเปล่าครับ นี่เป็นข้อสงสัยครับ แล้วผมก็มีสิทธิซักถาม ผมต้องปรับลดเพราะผมเห็นว่า กรรมาธิการก็บกพร่องท่านปล่อยให้ผ่านมาได้อย่างไร และที่สําคัญในงบส่งเสริมภาพลักษณ์ ประเทศไทยที่บอกว่ามี ๕๐๐ ล้านบาทนี่นะครับ บางอันบอกไปซื้อสื่อหนังสือพิมพ์ วันนี้ก็มีประเด็นคําถามครับว่าสื่อหนังสือพิมพ์ที่จะไปสนับสนุนไปซื้อนี่ไปซื้อสื่อ พรรคพวกตัวเองหรือเปล่า เอาประเภทที่โจมตีฝ่ายค้านทุกวันก็ซื้อสื่อให้ ประเภทที่ลง ไม่เป็นกลางก็ไม่ซื้อให้ อย่างที่เคยเกิดแล้วในยุคเมื่อหลายปีที่ผ่านมา นี่ต่างหากครับ คือข้อกังวล ถ้า ๔๐๐-๕๐๐ ล้านบาทเขียนมาคร่าว ๆ มีกระดาษ ๒-๓ แผ่นเพราะถูกบังคับ แล้วจนวันนี้ก็ตอบไม่ได้ เวลาซักถามรัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรีลุกขึ้นมาตอบ ก็โน่นครับไปพูดถึงรัฐบาลชุดที่แล้วและแจกแจงเป็นข้อ ๆ เลย แล้วในแต่ละข้อที่พูดมา ยังไม่มีข้อทุจริต ข้อสงสัยที่ผิดปกติใด ๆ เลยนะครับ แต่ของท่านจะใช้ ๕๐๐ ล้านบาท ผมถึงต้องตัดลดครับ ผมว่า ๕๐๐ ล้านบาทต้องตัดหมด เพราะอะไรครับ ๔๐๐ กว่าล้านบาท ของสํานักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนมีโครงการไปโรดโชว์ต่างประเทศ แล้วประเทศที่ระบุนั้นซ้ําซ้อนกันเลยกับงบ ๕๐๐ ล้านบาทที่สํานักนายกรัฐมนตรีจะไปใช้ ในการไปทําโรดโชว์เช่นเดียวกัน มันโชว์กันกี่รอบครับ ในอันนี้บอกว่าไปประเทศจีน ของสํานักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน บีโอไอ (BOI) ก็ไปประเทศจีน อันนี้ อาจจะเติมไปประเทศเกาหลี แต่บางประเทศ ๓-๔ ประเทศก็ซ้ํากันอีก ไปกี่ครั้งครับ นี่คืองบที่ขาดความโปร่งใสแล้วไปทําในปี ๒๕๕๖ ที่สําคัญก็คือยังมีงบใน ททท. อีก ๑,๘๐๐ กว่าล้านบาทที่เป็นงบประชาสัมพันธ์ส่งเสริมภาพลักษณ์ประเทศไทยเช่นเดียวกัน นี่เท่าที่ตรวจพบนะครับ ที่ยังไม่พบและอ้างมหาอุทกภัยอีกเยอะ แล้วเขียนในโครงการ ส่งเสริมภาพลักษณ์ประเทศไทยนี่ลักษณะการทําโครงการซ้ําซ้อนกันหมดเลยกับตัวบีโอไอ แล้วผมไม่รู้ซ้อนกับ ททท. ด้วยหรือเปล่า มันเงินชาวบ้านครับ ไม่ใช่เงินของตัวนายกรัฐมนตรีเอง นี่คือตัวอย่างของการขาดความโปร่งใสแล้วก็ไร้ธรรมาภิบาล
นอกจากนั้นในสํานักเลขาธิการนายกรัฐมนตรียังมีงบอีกตัวหนึ่งครับ ซึ่งผมแปลกประหลาดใจมาก เป็นค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการน้ําและอุทกภัยตั้งไว้ ๑๐๐ ล้านบาท ไปตรวจดูรายละเอียดครับใน ๑๐๐ ล้านบาทที่ตั้งนี้ปรากฏว่าเป็นงบที่ไปตั้ง ให้กับตัวคณะกรรมการสํานักงานนโยบายและบริหารจัดการน้ําและอุทกภัยแห่งชาติ คณะกรรมการชุดนี้ครับไปพิจารณาเรื่องเงินกู้ ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท คําถามผมมีขึ้นทันทีเลย กู้ ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาทไปแล้วนี่ยังจะมาเอางบปกติไปอีก ๑๐๐ ล้านบาทหรือครับ กู้ ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาทไปใช้ไม่พออีกหรือครับ ก็เท่ากับ ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท กับอีก ๑๐๐ ล้านบาท แล้วไปดูเป้าหมาย พันธกิจการทํางานในงบ ๑๐๐ ล้านบาทนี้นะครับ เป็นตัวที่เป็นผู้ประสานรับโครงการต่าง ๆ ของ ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ผมประหลาดใจมากครับ ที่ประหลาดใจเพราะอะไรครับ งบเงินกู้ ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาทขณะนี้เปิดรับสิ่งที่เรียกว่า คอนเซพชวล แพลน (Conceptual Plan) อยู่แล้ว แล้วก็หมดเขตจะพิจารณากันเสร็จ เดือนมกราคม ปี ๒๕๕๖ เดือนมกราคม ปี ๒๕๕๖ ทํางานต่อก็จะมีตัวทีโออาร์ มีตัวอะไร ขึ้นมาแล้วตัดสิน มีผู้รับเหมา แต่งบเงินกู้ต้องใช้ตามที่ท่านเสนอภายในเดือนมิถุนายน ปี ๒๕๕๖ ที่ตั้งไว้ ๑๐๐ ล้านบาทของปี ๒๕๕๖ นี่ใช้เมื่อไหร่ครับ มันก็ต้องใช้หลังเดือนตุลาคม และท่านตั้งเอาไว้ทําไมครับ ตอนนี้งานก็เดินหน้าไปแล้วแล้วมาเอาอีก ๑๐๐ ล้านบาท คณะกรรมาธิการเราทําอะไรครับ แสดงว่าเงินที่ดําเนินการกลไกกรรมการชุดนี้มันมีอยู่แล้ว แล้วตั้งอีก ๑๐๐ ล้านบาท ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาทก็มีอยู่ เงินเราใช้มันอีลุ่ยฉุยแฉกมากเลยครับ อยากตั้งก็ตั้ง แล้วเวลาคณะกรรมาธิการไปตรวจสอบก็ลูบหน้าปะจมูกกันอยู่อย่างนี้ครับ แล้ว ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาทนี่ผมเรียนท่านประธานเลยว่า ๑๐๐ ล้านบาทที่ตั้งให้เป็น คณะกรรมการชุดนี้ไปกรองมีปัญหาแน่นอน แล้วงานนี้จะมีงานใหญ่เกิดขึ้นนะครับ เพราะวันนี้ ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาทผมไปฟังมาหลายที่แล้วมันมีความผิดแปลกประหลาด ตั้งแต่ในขั้นตอนความคิด ในขั้นตอนดําเนินการ และเอกชนกําลังตั้งข้อสังเกตว่าล็อกสเปก ให้บางประเทศ เพราะในเวลานี้คอนเซพชวล แพลนนี่ยังไม่ได้ตัดสินกันเลยว่าคนที่เสนอรายใด จะเป็นผู้ได้รับการพิจารณาว่าเป็นผู้เสนอแนวความคิดจะพัฒนาลุ่มน้ํา แต่เอกชนเป็นคนบอกเอง ว่าบางประเทศตั้งออฟฟิศแล้ว เรื่องนี้มีมหากาพย์แน่ครับ และเกี่ยวพันถึงตัวผู้บริหาร ในประเทศนี้ด้วย แต่ผมกลับมาตรวจสอบงบ ๑๐๐ ล้านบาทนี้ ท่านประธานครับ งบกองทุน พัฒนาเมือง ๙๐๐ ล้านบาท ปีที่แล้วบวก ๖๐๐ ล้านบาท ๑,๕๐๐ ล้านบาท ส่งเสริมภาพลักษณ์ประเทศไทยอีก ๕๐๐ ล้านบาท ปาเข้าไป ๒,๐๐๐ ล้านบาท อันนี้อีก ๑๐๐ ล้านบาทเป็นงบที่มีปัญหานะครับ ขาดความโปร่งใสแล้วก็ไร้ธรรมาภิบาล ต้องปรับลดลงครับ แต่ขณะเดียวกันเวลาที่ขาดความโปร่งใส ไร้ธรรมาภิบาล มาดูครับว่า สนองงานนักการเมืองแล้วทอดทิ้งประชาชนมันเป็นอย่างไรครับ ผมตีว่างบ ๕๐๐ ล้านบาท ภาพลักษณ์ก็ดี งบกองทุนพัฒนาเมือง ๙๐๐ ล้านบาท บวก ๖๐๐ ล้านบาท ๑,๕๐๐ ล้านบาท เป็น ๒,๐๐๐ ล้านบาท นักการเมืองเป็นคนสั่งใช้จ่ายได้ทั้งสิ้น มันชัดมากนะครับ จะเอาไปไหน ไปทําอะไร ไม่มีข้อผูกมัดกับคณะกรรมาธิการ กับสภานี้เลย ยกเซ็นให้เปล่า ๆ เลย ยกเงินไป ๕๐๐ ล้านบาท ยกเงินไป ๑,๕๐๐ ล้านบาท อันนี้หรือเปล่าที่จะเป็นการโกงวิธีพิเศษ แต่เวลาช่วยเหลือประชาชน ท่านประธานครับ ธนาคารที่ดินเขาเรียกร้องกันมาหลายสิบปี สําเร็จในยุครัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ออกพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งองค์การบริหารจัดการ ธนาคารที่ดิน ทําพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งองค์การบริหารจัดการธนาคารที่ดินเอาไว้เสร็จ รัฐบาลยุบสภาไปเลือกตั้ง รัฐบาลชุดนี้ทําอย่างเดียวตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ จากวันนั้น มาถึงวันนี้ ๑ ปีแล้วเรื่องไปอยู่ที่นายกรัฐมนตรี ไม่ตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิครับ ไปดองไว้ทําอะไร แล้วเวลาดองไม่ตั้ง ปัญหาคืออะไรครับ ปัญหาคือท่านต้องไปตั้งงบประมาณปี ๒๕๕๕ เอาไว้ ให้กับธนาคารที่ดินในงบของสํานักนายกรัฐมนตรี ๗๐๐ กว่าล้านบาท ยังไม่ใช้เลยแม้แต่บาทเดียว ปี ๒๕๕๖ ตั้งอีก ๔๘ ล้านบาท แต่ปัญหาของการไม่ตั้งธนาคารที่ดินคืออะไรครับ ปัญหาก็คือว่า ประชาชนคนยากคนจนที่จะรอคอยที่ดินที่รัฐจัดให้ในรูปแบบโฉนดชุมชนนั้นเขารอ แล้วก็ไม่ได้รับการจัดการครับ เพราะอะไรครับ มติ ครม. วันที่ ๓ พฤษภาคม ปี ๒๕๕๔ ในยุครัฐบาลอภิสิทธิ์มีการอนุมัติงบประมาณเอาไว้ ๑,๖๐๐ กว่าล้านบาท ให้ธนาคารที่ดิน เอาไปจัดซื้อที่ดินที่อยู่ที่ บสท. จํานวน ๓๐ แปลง เพื่อไปจัดสรรให้กับคนยากคนจน ที่มาขอที่ดินทํากิน คนกลุ่มนี้รอมาหลายสิบปีแล้วมาสําเร็จในยุครัฐบาลอภิสิทธิ์ รัฐบาลนี้ไม่ต้องทําอะไรเลยครับ ตั้งธนาคารที่ดิน นายกรัฐมนตรีเซ็นตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ๒ คน ธนาคารที่ดินทํางานได้ เอา ๑,๖๐๐ ล้านบาทที่มีมติ ครม. กันเงินไว้แล้วไปซื้อที่ เจรจา บสท. จบแล้ว ๓๐ แปลง เนื้อที่ ๑๕,๐๐๐ กว่าไร่ ให้คนจนได้อยู่ได้กินได้ทํากินไม่ตั้งครับ นี่เวลาช่วยประชาชนไม่ให้ครับ ใจดําจริง ๆ แล้วดูครับว่า ๓๐ แปลงนี้อยู่ที่ไหนบ้าง ขอประกาศผ่านโทรทัศน์เลย ให้พี่น้องประชาชนได้รู้ว่ารัฐบาลนี้ไม่ตั้งธนาคารที่ดิน คนในที่ต่อไปนี้เสียประโยชน์นะครับ อําเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี อําเภอหันคา จังหวัดชัยนาท อําเภอองครักษ์ จังหวัดนครนายก อําเภอมหาราช นครใหญ่ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา อําเภอบางไทร เสนาน้อย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา อําเภอเขาย้อย จังหวัดเพชรบุรี จังหวัดราชบุรี จังหวัดสระบุรี จังหวัดจันทบุรี จังหวัดฉะเชิงเทรา จังหวัดปราจีนบุรี จังหวัดระยอง จังหวัดสระแก้ว จังหวัดขอนแก่น จังหวัดนครราชสีมา จังหวัดชุมพร จังหวัดเชียงราย จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดพะเยา ทําไมไม่ตั้งธนาคารที่ดินล่ะครับ แค่นายกรัฐมนตรีเซ็น ตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ มติ ครม. ๓ พฤษภาคม ที่ฝ่ายรัฐบาลปัจจุบันนี้ตอนเป็นฝ่ายค้าน โจมตีเสมอว่า ๓ พฤษภาคมเป็นมติ ครม. ทิ้งทวน ๆ อันนี้ละครับทวนที่จะกลับไปช่วยประชาชน ก็ท่านไม่ทําต่อนี่ครับ ๑,๖๐๐ ล้านบาทยังนอนอยู่เลยวันนี้ ๗๐๐ ล้านบาทธนาคารที่ดิน ก็ยังนอนอยู่เลยวันนี้ ไปรังเกียจอะไรกับคนจนเขาล่ะครับไม่ตั้งธนาคารที่ดิน นี่ไม่นับกระทรวงการคลังของคุณกิตติรัตน์เอากฎหมายภาษีทรัพย์สิน ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ซึ่งเก็บภาษีอัตราก้าวหน้า และเอาเงินมาเติมให้กับธนาคารที่ดินไปดองไว้กระทรวงการคลัง จนเดี๋ยวนี้ยังไม่ส่งสภาเลย
ที่สําคัญในงบประมาณของสํานักนายกรัฐมนตรีนั้นมีสํานักงานที่สําคัญ อีกที่หนึ่งคือสํานักงานโฉนดชุมชน เป็นโครงการ เป็นนโยบายแก้ไขปัญหาที่ดินทํากิน ให้กับคนที่ไปอยู่ในที่ทํากินของรัฐซึ่งมีจํานวนเป็นล้านครอบครัวแล้วไม่สามารถจะเอาเขา ออกจากที่ดินของรัฐ บางที่เป็นที่พิพาทกันว่าที่รัฐประกาศหลังจากที่เขาไปอยู่แล้ว แล้วพิสูจน์กันไม่ได้ก็ยืดเยื้อกันมาจนกระทั่งถึงปัจจุบัน รัฐบาลอภิสิทธิ์ทํานโยบายโฉนดชุมชน ออกระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรีจัดงบประมาณให้เสร็จสรรพเรียบร้อย งบปี ๒๕๕๕ ตั้งเอาไว้ ปรากฏงบปี ๒๕๕๖ ไม่มีเขียนไว้ครับ ผมก็ไปถามว่าจะไม่เอาโฉนดชุมชนแล้วหรือ ทิ้งคนจนแล้วหรือ เขารอกันอยู่ แล้วจังหวัดในภาคเหนือนี่เยอะสุดกับจังหวัดในภาคอีสาน ปรากฏว่างบปี ๒๕๕๖ ไปซ่อนเอาไว้ในงบดําเนินการสํานักงานปลัดสํานักนายกรัฐมนตรี แต่คณะกรรมการโฉนดชุมชนไม่เดินหน้าเลยครับ ที่คนเขาขอเป็นพันแปลงไม่เดินหน้าครับ ผลงานรัฐบาลชุดนี้เรื่องโฉนดชุมชนคือประชุมเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา แก้ระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรี เปลี่ยนประธานจากรัฐมนตรีสํานักนายกรัฐมนตรี ไปเป็นรองนายกรัฐมนตรี เพื่อให้มีผลไปเปลี่ยนแปลงกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ และจนบัดนี้ ไม่ตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ดองเรื่องเอาไว้ไม่เดินต่อเรื่องโฉนดชุมชน ผลที่มันเกิดขึ้นก็คือ ประชาชนที่ขอทําโฉนดชุมชนนําร่องที่ขัดแย้งกันอยู่วันนี้ก็กลายเป็นข้อพิพาทกับรัฐครับ ท่านอภิสิทธิ์ไปที่จังหวัดเชียงใหม่มาแทบเอาตัวไม่รอด ก็มีกลุ่มคนเสื้อแดงไปไล่ตามราวี ตามที่เป็นข่าวนั่นละครับ ไปดูปัญหาเรื่องโฉนดชุมชน ตรงนั้นก็เป็นที่ที่รัฐบาลอภิสิทธิ์ อนุมัติเงินให้ธนาคารที่ดินไปจัดซื้อที่ดิน ไปทําโฉนดชุมชนให้กับพี่น้องชาวเชียงใหม่ครับ แต่ท่านไม่ให้เขา นี่อย่างไรครับผมถึงบอกว่างบขาดความโปร่งใส ไร้ธรรมาภิบาล สนองงานให้นักการเมือง แต่ทอดทิ้งประชาชน เลิกพูดเถอะครับวาทกรรมไพร่ อํามาตย์ มันโกหกทั้งนั้น เพราะนี่คือเรื่องคนจนท่านไม่ทํา ความเหลื่อมล้ําท่านไม่ทํา แต่วันนี้ ไพร่ที่แสดงตัวแล้วขึ้นมาเป็นอํามาตย์เสวยสุขทุกคน นี่คือความจริงครับ ผมถึงบอกท่านประธานครับว่างบของสํานักนายกรัฐมนตรีนั้นจําเป็นต้องตัดลดลง เหตุผลที่กระผมได้เสนอมาทั้งหมดนี้มันจะชี้ให้เห็นเลยครับว่าที่เพื่อนสมาชิกจากซีกฝ่ายค้าน ตั้งคําถามเรื่องโกง เรื่องทุจริต เรื่องความไม่โปร่งใสนั้นมันปรากฏทุกที่ นี่ขนาดว่ายักย้ายบางเรื่อง ไปอยู่เงินกู้แล้วนะครับ แล้วที่เจอในงบซึ่งควรจะโปร่งใสในงบประมาณยังอื้อขนาดนี้ ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาทจะอื้อขนาดไหน นี่วันดีคืนดีจะออกเงินกู้อีก ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท อย่าเลยครับ ขนาดนี้ผมว่าประเทศมันก็ย่ําแย่อยู่แล้ว ผมก็เรียนท่านประธานละครับว่าที่พูดไป ไม่ได้ต้องการสักแต่เฉพาะพูดอย่างเดียว ยังต้องการคําตอบ ถ้ากรรมาธิการทํางานไม่บกพร่อง ลุกขึ้นมาตอบผมหน่อยว่าที่ผมถามไปทุกตัวนี่ท่านตรวจสอบมากน้อยแค่ไหนในแต่ละตัว ของงบประมาณ นั่นแสดงให้เห็นว่าท่านทํางานจริง แต่ถ้าก้มหน้าก้มตากันไปอย่างนี้ คนที่รับกรรมก็คือประชาชนนะครับ
ขอบคุณมาก ต่อไปท่านอันวาร์ สาและ เอาแบบท่านสาทิตย์อภิปรายได้ไหม เป็นตัวอย่างที่ดีนะครับ
คงไม่ยาวเหมือนท่านสาทิตย์หรอกครับ เรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายอันวาร์ สาและ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดปัตตานี พรรคประชาธิปัตย์ ผมเองก็เป็นบุคคลหนึ่งที่เสนอขอปรับลดงบประมาณในส่วนของ สํานักนายกรัฐมนตรี ปรับลดลงที่ ๘ เปอร์เซ็นต์ ถ้าคิดตามตัวเลขนี่งบของสํานักนายกรัฐมนตรี จะอยู่ที่ ๒๕,๐๐๐ กว่าล้านบาท ๒ เปอร์เซ็นต์ก็ประมาณ ๒,๐๐๐ ล้านบาท เหตุผลว่า ทําไมผมถึงขอเสนอปรับลดในมาตรา ๕ นี้นะครับ ปัญหาใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ มีเรื่องที่เราสังเกต แล้วก็มีข้อที่น่าจะเป็นข้อที่แปลกหลาย ๆ เรื่อง แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นหน่วยงานที่จะ แก้ปัญหาให้ได้เร็วที่สุดแล้วก็ทันต่อเหตุการณ์นี้ผมคิดว่าหน่วยงานทั้งหมดที่ดูแลในเรื่องของ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ขึ้นตรงต่อท่านนายกรัฐมนตรีและสํานักนายกรัฐมนตรีเอง ก็เป็นหน่วยงานที่มีความสําคัญ เพราะว่าในส่วนของการแก้ปัญหาเร่งด่วนโดยที่ไม่มีขั้นตอน ในการพิจารณาที่จะใช้ในการพิจารณาล่าช้านี่ผมคิดว่าหน่วยงานนี้สําคัญ ท่านประธานครับ ผมเองมีคําถามที่จะถามกับทางคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ งบประมาณรายจ่ายประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๖ อยู่หลายคําถาม ๑ ในคําถามนั้น ก็คือว่าในการพิจารณางบประมาณของปี ๒๕๕๖ นั้น ผมเองเป็นกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๕ ก็มีข้อซักถาม แล้วก็ต้องตอบต่อสมาชิกหลายข้อมาก แล้วก็หลายประเด็นก็เป็นปัญหาครับ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการใช้เงินงบประมาณที่ต่อเนื่องว่าได้ใช้หมดหรือไม่ ไม่ว่าจะเป็นลักษณะ ของโครงการที่ใช้แล้วนี่ ถามว่าคนในพื้นที่ได้ประโยชน์อะไรบ้าง ท่านประธานครับ ปัญหา ในเรื่องของความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้วันนี้อย่างที่เราได้ทราบข่าวนะครับ พื้นที่ของผมเองจังหวัดปัตตานีวันนี้ก็เกิดเหตุระเบิดที่อําเภอปะนาเระ รถ ๑๐ กว่าคัน ก็เสียหาย ดีที่ว่าไม่มีผู้เสียชีวิต แต่ถ้าก่อนหน้านี้ตอนที่เราพิจารณาเรื่องของงบประมาณ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเหมือนในหนังก็เกิดขึ้นในจังหวัดปัตตานีนี่ละครับ ที่มีรถปิคอัพ ตามล่าเจ้าหน้าที่ตํารวจ เจ้าหน้าที่ทหาร แล้วก็สูญเสียชีวิต ๔ นาย ก็เกิดขึ้นที่จังหวัดปัตตานี ผมเองเป็นห่วงว่าเวลาที่เรามีกระทู้ถามวันก่อนนี่ ดูท่าทีของรองนายกรัฐมนตรีที่ดูแล ในเรื่องของความมั่นคงหรือดูแลในเรื่องของเหตุการณ์โดยตรง ที่ท่านนายกรัฐมนตรีได้แต่งตั้ง ก็คือรองนายกรัฐมนตรีเฉลิม การตอบคําถามวันนั้นผมว่าสร้างความรู้สึกที่ทําให้กําลังใจ ของคนในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ลดน้อยถอยลงไปมากเลยครับ จริงอยู่ครับ การลงพื้นที่ ในแง่ของท่านอาจจะคิดว่าท่านได้มอบหมาย หรือเจ้าหน้าที่ที่ดูแลอะไรต่าง ๆ ในพื้นที่แก้ปัญหาได้อยู่แล้ว แต่สิ่งที่ต่างกันก็คือว่าเมื่อไรที่มีระดับนโยบายลงไปในพื้นที่ เจ้าหน้าที่ที่อยู่ในพื้นที่นี่ ในการตรึง ในการดูแลรักษา หรือการเอาจริงเอาจังในพื้นที่ มันต่างกันครับ สมัยตอนนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ ท่านรองนายกรัฐมนตรีสุเทพเป็นคนดูแลในเรื่องนี้ ท่านทราบไหมครับทุกเดือนท่านจะต้องลงไปกํากับแล้วก็ไปถามว่างานนโยบายที่มอบหมายไปนั้น ได้ทําถึงไหนแล้ว ต้องตามกันทุกเดือนครับ เพราะอย่าลืมนะครับการบูรณาการ ในการแก้ปัญหาในพื้นที่มีหน่วยงานหลายหน่วยงาน ทหาร ตํารวจ ท่านเชื่อไหมว่าจริง ๆ ก็มีปัญหา ในเรื่องของความเป็นหนึ่งในการบูรณาการในการแก้ปัญหาในพื้นที่ ถ้าไม่มีระดับผู้ใหญ่ หรือระดับรองนายกรัฐมนตรี หรือท่านนายกรัฐมนตรีไปดูแลเอง ไปกํากับ ไปจี้ ไปตาม โอกาสที่จะทําให้ผลสัมฤทธิ์ที่เกิดในพื้นที่ยากครับ ถ้าถามว่าสิ่งที่ดูแล้วชัดเจน ในการแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ผ่านมาคืออะไรบ้าง ตอนสมัยงบประมาณปี ๒๕๕๕ เรากําหนดระบุเป้าหมายชัดเจนว่ารายได้ต่อหัวของคนใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ จาก ๖๐,๐๐๐ กว่าบาทจะต้องเป็น ๑๒๐,๐๐๐ บาทให้ได้ ตอนที่เราเป็นรัฐบาล ประมาณปีเศษนี่ตัวเลขขยับขึ้นครับ นั่นหมายถึงว่าความเป็นอยู่ของคนที่อยู่ที่นั่นดีขึ้น ถึงแม้ว่าเหตุการณ์ต่าง ๆ มันจะไม่ได้จบหายโดยที่ว่าแก้ปัญหาได้หมด แต่ความรู้สึก หรือเงินในกระเป๋าของชาวบ้านมันเพิ่มขึ้น ทําไมมันถึงสําคัญครับ ท่านอย่าลืมนะครับ คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่าย ประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๖ มีความสําคัญมาก ถ้าสมมุติว่าเงินงบประมาณที่เราดูแล หรือจ่ายลงไปในพื้นที่ไม่ตรงกับเขา ในภาวะที่เขามีปัญหาเรื่องความไม่สงบถ้านโยบายไม่ได้ผล ปัญหาที่มันจะซ้อนก็คือว่าปัญหาอาชญากรรมที่ซ้ําซ้อนขึ้นมาแล้วก็แยกไม่ออกว่า อันนั้นคือปัญหาของความมั่นคงหรือปัญหาปากท้อง และสิ่งที่ผมกลัวที่สุดแล้วก็เกิดขึ้น คืออะไรครับ พอเรามีปัญหา วันนั้นผมจําได้ครับว่าเหตุการณ์รุนแรงที่เกิดขึ้นในพื้นที่ของ อําเภอมายอที่ว่าเหมือนในหนัง พอเกิดขึ้นทันทีเลยครับระดับนโยบายขับเคลื่อนดูจริงจัง จะตั้งหน่วยงานโน้นหน่วยงานนี้ขึ้นมา อันนี้ละครับที่น่ากลัว เพราะว่าอะไรครับ ระดับนโยบาย คุมนโยบายอยู่ในส่วนกลางก็คือรับรายงานขึ้นไปอีกครับ ท่านประธานครับ ผู้ว่าราชการจังหวัด นายอําเภอ เขาไม่กล้าพูดหรอกครับว่าเขาอึดอัดจากนโยบายที่ออกมาอย่างนี้ แต่เราปฏิเสธไม่ได้ คนที่รู้ปัญหาดีที่สุดก็คือคนที่อยู่ใกล้กับคนในพื้นที่มากที่สุด นายอําเภอ ผู้ว่าราชการจังหวัด กํานัน ผู้ใหญ่บ้าน ผมถามว่าการรายงานสู่ระดับนโยบายในส่วนกลางข้อมูลตรงนี้ รับประกันได้ไหมว่าเสียงสะท้อนหรือการมีส่วนร่วมของชาวบ้าน ของประชาชนจะถึงเขา ถ้าไม่เป็นอย่างนั้นรับรายงาน ท่านทราบไหมที่ผ่านมาเคยมีปัญหาครับ นายอยากได้ยินข้อมูลอย่างไร ข้อมูลที่ได้รับเข้าสู่ส่วนกลางก็คืออย่างนั้น แต่คนที่ลําบากก็คือชาวบ้านหรือพี่น้องประชาชน ที่อยู่ในพื้นที่ งบประมาณฉบับนี้หลายคนก็เคยปรามาสในคณะกรรมาธิการนี่ละครับ สมาชิกเราก็บอกว่าเป็นงบประมาณที่โม้ เหลว โกง กู้ เอาละ ผมยังไม่สรุปหรอกครับ แต่มันพอชี้บางอย่างได้ว่าโอกาสสําเร็จยากครับ ตอนที่ขึ้นเป็นรัฐบาลหลายคนก็บอกว่า ครั้งนี้ดูการแก้ปัญหาน่าจะดีขึ้น ผมว่าอย่าเพิ่งสรุปครับ เห็นไหมครับเหตุการณ์ภาคใต้ ผมไม่ได้ดูที่อื่นนะครับ ผมดูพื้นที่ผม เป็นอย่างไรล่ะครับ วันนี้ความรู้สึกของ คนใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้เขารู้สึกอย่างไร เหมือนถูกทอดทิ้งครับ การเยียวยา ในเรื่องเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเห็นไหมครับ เสื้อแดง ๗.๕ ล้านบาท เอาละ ปรับขึ้น คนใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ กรรมาธิการได้ดูไหมครับว่ามันก่อให้เกิดปัญหาอะไร ในเรื่องของการอนุมัติงบประมาณอย่างนี้ จาก ๑๐๐,๐๐๐ บาท เป็น ๕๐๐,๐๐๐ บาท เพิ่งได้ครับ ความล่าช้าก็เป็นส่วนหนึ่งที่ก่อให้เกิดปัญหาความรู้สึก วันนี้รัฐบาลผมพยายามจะเสนอ บอกว่าส่วนหนึ่งในการแก้ปัญหาคือ ๑. ต้องดึงเขาให้เป็นแนวร่วมของเราให้ได้ แต่วันนี้ เหมือนแบ่งแยกครับ แบ่งแยกประชาชนไปเลย ความรู้สึกของคนใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ทําไมคนของเขาถึงได้แค่นี้ ทําไมความรวดเร็วถึงล่าช้า เสื้อแดงได้มานานแล้วครับ ได้เร็ว เร็วกว่าเขาอีก อันนี้ก็เป็นส่วนหนึ่ง
แล้วการเยียวยาอีกส่วนหนึ่ง ก็คือว่าในกรณีที่ผู้ถูกผลกระทบถูกจับกุม เกินกว่ากี่วัน เกินกว่า ๑๒๐ วันชดเชยเป็น ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาทครับ แต่ท่านลองดูสิครับ การใช้กฎหมายพิเศษในพื้นที่เชิญตัวแล้วก็ถูกกักขัง สุดท้ายต้องปล่อยตัวเพราะหลักฐานไม่พอ แล้วก็พิสูจน์ว่าเขาไม่มีความผิด วันนี้ยังลอยนวลอยู่ครับ ไม่ได้รับค่าชดเชยอะไรเลย นี่อย่างไรครับถึงบอกว่าการแก้ปัญหาต้องรู้ปัญหา ต้องลงไปครับ นายกรัฐมนตรีมีภารกิจเยอะ ภารกิจมาก ไม่เป็นไรครับ มอบรองนายกรัฐมนตรีก็ได้ครับ รองนายกรัฐมนตรีที่เก่ง เคยผ่านท็อปบูท (Top boot) มาก่อนลงไปสิครับ ลองไปดูในพื้นที่ นี่ก็เป็นส่วนหนึ่ง ที่ผมเสนอว่าการแก้ปัญหาจะต้องใส่ใจแล้วก็เข้าไปในพื้นที่ครับ ท่านประธานครับ ผมเองอยากจะถามว่าในคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ งบประมาณรายจ่ายประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๖ ได้ดูแนวทางการแก้ปัญหา ในเรื่องของคนที่อยู่ใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ย้ายออกจากพื้นที่เพราะเกิดความหวาดกลัว นโยบายของรัฐบาลได้จัดเงินส่วนนี้ลงไปอยู่ในหน้าไหนครับ เพื่อสร้างความมั่นใจว่า เขาจะอยู่ในพื้นที่ของประเทศไทย ทั้งที่อยู่ในส่วนของภาคใต้ แล้วก็อยู่ได้โดยที่ว่า ชีวิตของเขารอดปลอดภัย ท่านมีนโยบายอะไร แล้วก็เงินตรงนี้อยู่ในส่วนตรงไหน
อีกส่วนหนึ่งนะครับ เราบอกว่าวันนี้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้มีข้อวิจัย บอกว่าส่วนหนึ่งมาจากเรื่องของผลประโยชน์ แล้วก็เรื่องยาเสพติด ท่านลองไปดูสิครับ หน่วยงานตํารวจในพื้นที่อย่าว่าแต่งบประมาณอะไรเลยครับ แค่ยาที่จะตรวจฉี่ ของคนที่ติดยาเสพติดหรือคนที่อยู่ในภาวะเสี่ยงยังไม่มีงบที่จะซื้อแล้วรัฐบาลก็ยังไม่ได้ให้ ลองไปดูสิครับว่าส่วนนี้ท่านสามารถที่จะเจียดอย่างไรบ้าง ฝากนะครับท่านกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๖ ทุกท่าน ปัญหาเหล่านี้เป็นมูลเหตุที่จะก่อให้เกิดปัญหาในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ทั้งนั้น ถามว่าท่านได้ดูหรือว่าได้สอบถามอย่างไรบ้าง ปัญหาในพื้นที่ถ้าไม่มีเจ้าหน้าที่ที่เลว หรือเจ้าหน้าที่ไปมีส่วนร่วมลงไปในนั้น ผมคิดว่าเป็นจํานวนน้อยครับ คนที่ดีมีอีกเยอะในพื้นที่ ก็ไม่สามารถที่จะทําให้ไม่ว่าจะเป็นยาเสพติดทําได้ต่อเนื่องแล้วก็ยาวนาน นั่นหมายถึงว่า เจ้าหน้าที่บางคน บางกลุ่มมีส่วนรับรู้ในเรื่องเหตุการณ์ที่เกิดในพื้นที่ ท่านลองไปดูนะครับ สายบางสายของท่านรองนายกรัฐมนตรีเองอาจจะเป็นคนที่ค้ายาเสพติดอยู่ในพื้นที่ก็ได้ครับ ถ้าอยากจะรู้ข้อมูลอะไรลึก ๆ อย่างนี้ยินดีครับ เพื่อแนวทางการแก้ปัญหา เพื่อที่ว่ารัฐบาลเอง แล้วก็ฝ่ายค้าน ซึ่งเราก็เป็นคนไทยนี่ละครับจะได้ผ่านพ้นวิกฤติตรงนี้ให้ได้
ท่านประธานครับ ผมอยากจะถามทางคณะกรรมาธิการอีกเรื่องหนึ่งว่า การใช้ช่องทางเร่งด่วนไม่ว่าจะเป็นซอฟต์ โลน (Soft Loan) ที่จะใช้ในพื้นที่เขาเรียกร้อง มานานนะครับ ท่านได้สอบถามเขาหรือไม่ว่าจะช่วยเหลืออย่างไร ต้นทุนในการมีชีวิต อยู่ในพื้นที่จะลดให้เขาใช้ต้นทุนที่น้อยลง ให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นนี่ทําอย่างไร หรือการยกเว้น ภาษีที่เราพูด แล้วก็ในพื้นที่เสนอมาตั้งนานแล้วรัฐบาลได้พิจารณาถึงไหนแล้วครับ ให้กําลังใจกับเขาด้วยเม็ดเงินที่ไม่มากเท่าไร ให้เขาอยู่ในพื้นที่ได้ท่านทําถึงไหนแล้วครับ หรืออีกอย่างหนึ่งก็คือเรื่องของพลังงานทดแทนก๊าซเอ็นจีวีที่โน่นเขาเรียกร้องจะใช้ แล้วก็ขอกับทางรัฐบาล เงียบครับ ดูเหมือนไม่ยากแต่ก็ไม่เกิดขึ้นครับ สิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องเร่งด่วน ที่ผมอยากจะให้ทางคณะกรรมาธิการฝากไปยังรัฐบาลว่างบประมาณที่เกี่ยวข้องกับเรื่อง เหล่านี้ช่วยเถอะครับ ช่วยให้เขาได้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น เงิน ๒,๐๐๐ ล้านบาทที่ผมตัด ขอสักโครงการสําหรับจังหวัดปัตตานีได้ไหมครับที่เขาเรียกร้องมานานมาก เพราะว่าอะไร เส้นทางที่ข้ามระหว่าง
เดี๋ยวโครงการที่ท่านขอค่อยกระทู้ถามทั่วไปได้ไหมครับ เอาเฉพาะที่ตัดนะครับ ผมอยากให้เราอภิปรายในประเด็นที่พวกเราตัด ผมก็เห็นใจท่านอยู่ ท่านพยายามอธิบาย ถึงปัญหาในสภาพพื้นที่ของท่าน แต่เนื่องจากเวลาของพวกเรามันมีจํากัด แล้วก็ได้คุยกันกับ วิปทั้ง ๒ ฝ่ายแล้วว่าให้ประธานได้กํากับในการที่จะอภิปรายให้อยู่ในประเด็นในวาระที่สอง ท่านตัด ๘ เปอร์เซ็นต์ท่านก็อภิปรายมาพอสมควร เอาให้อยู่ในประเด็นของพวกเรา ที่ท่านขอเดี๋ยวท่านไปกระทู้ถามทั่วไป แล้วก็เดี๋ยวให้ทางรัฐบาลมาตอบ เชิญต่อครับ
ขอบคุณครับท่านประธาน จริง ๆ ผมพยายามชี้เรื่องความบกพร่องของคณะกรรมาธิการว่าโครงการต่าง ๆ ที่จะแก้ปัญหาในพื้นที่ แล้วสิ่งที่ผมขอก็คือสิ่งที่ผมปรับลด ๒,๐๐๐ ล้านบาท ควรจะทําอะไรบ้าง จริง ๆ ผมใช้เวลาหลังจากนี้ประมาณไม่เกิน ๓ นาทีแล้วละครับ ก็คือว่าสะพานข้ามระหว่างเส้นเชื่อมจังหวัดปัตตานีกับจังหวัดยะลาเส้นนี้ทําให้เจ้าหน้าที่ เสียชีวิตหลายคนแล้วครับ เพราะว่าอะไรครับ มันไปยูเทิร์น (U-turn) ใต้สะพาน เป็นช่วงที่เปลี่ยว แล้วก็เป็นจุดอับ ไม่ต่ํากว่า ๗ ศพตายที่นี่ครับ นอกเหนือจากนั้นข้ามมาคือเส้นสายเอเชีย ข้ามสะพานเสร็จลงมากลายเป็นจุดที่กลับรถ ชีวิตของชาวบ้าน ชีวิตของประชาชน ก็เสียชีวิตตรงนี้หลายสิบรายแล้วครับ ขอเป็นโครงการว่าถ้าเป็นไปได้ถ้าจะกรุณานะครับ สะพานข้ามระหว่างจังหวัดยะลากับจังหวัดปัตตานีที่เชื่อมนี่ขอสักโครงการเถอะครับ อย่างน้อยที่สุดผมก็เรียกร้องมาหลายปีแล้ว ขอบคุณครับท่านประธาน
ต่อไปท่าน พลตํารวจตรี สุรินทร์ ปาลาเร่ ครับ
เรียนท่านประธานที่เคารพ ผม พลตํารวจตรี สุรินทร์ ปาลาเร่ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดสงขลา ผมดูในงบประมาณแล้วผมสงวนไว้หลายมาตรา แต่จะพูดเฉพาะมาตรา ๕ ไปก่อนนะครับ ใช้เวลาเพียงนิดเดียวครับในเรื่องงบการข่าว งบการข่าวทั้งหมดที่ตั้งไว้ ผมเอากลุ่มใหญ่ ๆ นะครับ ๑,๔๐๐ ล้านบาท สํานักข่าวกรองแห่งชาติ ๕๐๐ กว่าล้านบาท กอ.รมน. ๒๖๕ ล้านบาท กองทัพ ๔๑๑ ล้านบาท ตํารวจ ๒๔๓ ล้านบาท แล้วมาดูทั้งหมด แล้วก็เหตุการณ์ ของประเทศไทยที่นับอยู่จริง ๆ ที่จะใช้ก็คือการก่อการร้ายและ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ การก่อการร้ายที่แล้วมาเราแทบจะไม่มีผลงานเลย การจับฮัมบาลีก็ตามที่ประเทศสหรัฐอเมริกา ชี้เป้าให้ แล้วงบการข่าวน่าจะไปใช้ใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ แต่ปรากฏว่าการข่าวของเราบอด บอดสนิทครับ เหตุการณ์ตั้งแต่ปี ๒๕๔๗ มาถึงบัดนี้ จากการข่าวที่บอดเราใช้งบประมาณ ในการดําเนินการทั้งหมดหมดไป ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ถ้าคิดการข่าวปีละ ๑๐ ล้านบาท การข่าวทั้งหมดก็เป็นประมาณ ๑๐,๐๐๐ ล้านบาทแล้วครับ เกือบ ๑๐ ปี ประมาณ ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านลองคิดดูเงินจํานวนนี้ครับ แล้วก็เกิดเหตุการณ์อะไรจับไม่ได้เลย แล้วไม่สามารถป้องกันได้ ผมยกตัวอย่างว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเร็ว ๆ นี้ครับ การระเบิด ที่ถนนรวมมิตร เทศบาลนครยะลา แล้วก็ที่โรงแรมลีการ์เด้น พลาซ่า หาดใหญ่ ผู้นําฝ่ายค้าน ในสภาผู้แทนราษฎร ท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้ไปดูที่เกิดเหตุทั้งที่จังหวัดยะลา แล้วก็ที่อําเภอหาดใหญ่ หลังจากนั้นนายกรัฐมนตรีลงไป ปรากฏว่าถึงบัดนี้ยังจับใครไม่ได้เลยครับ แล้วก็ต่อจากนั้นมาระเบิดที่ เพื่อนผมเองครับ ที่เทศบาลเมืองสุไหงโก-ลก ร้านคอมพิวเตอร์ เพื่อนผมเขาเรียกว่าร้านไทยแลนด์นะครับตรงนั้น ปรากฏว่าคาร์ บอมบ์ (Car bomb) จนป่านนี้ก็จับไม่ได้ครับ และโดยเฉพาะที่ปิคอัพไล่ล่า ที่คุณอันวาร์เขาได้อภิปรายไปเมื่อกี้นี้ ไล่ล่าทหารและสังหารชีวิตทหาร เสียชีวิต ๔ นาย ข่าวออกทั่วไปเป็นคลิปวิดีโอ (Clip video) ไปออกที่ซีเอ็นเอ็น ออกที่ไหนครับ จากซีเอ็นเอ็นออกที่ทีวีของประเทศอินโดนีเซีย ที่ผมเศร้าใจมากเขาเขียนว่าอย่างไรครับ ข่าวออกมาว่ากองกําลังมุสลิมในภาคใต้สังหารเจ้าหน้าที่รัฐซึ่งเป็นศัตรูของประชาชน ออกข่าวมาอย่างนี้ได้อย่างไร การข่าวของเราอยู่ที่ไหน ผมคิดว่าเป็นการข่าวที่เสียหายมากตรงนี้ และหลังจากนั้นถ้าพวกเราจํากันได้ในสภานี้ครั้งก่อนท่านสุรเชษฐ์ แวอาแซ ตั้งกระทู้ถามสด ถามนายกรัฐมนตรี ก็ให้ท่านรองนายกรัฐมนตรีเฉลิมมาตอบ ท่านตอบในลักษณะที่ขี่ม้าเลียบค่าย ในลักษณะยียวนอะไรต่าง ๆ ไม่ได้ตอบเป็นชิ้นเป็นอันว่าได้ดําเนินการอย่างไร ท่านไปพูดถึงว่า นักการเมืองค้าน้ํามันเถื่อน ท่านก็ไปพูดถึงว่าบ่อนการพนันที่อําเภอสะเดา แล้ววันนี้ ผมโทรศัพท์ไปถามบ่อนพนันยังเปิดอยู่ แล้วท่านไม่ได้จัดการ ท่านดูแลสํานักงานตํารวจแห่งชาติ ซึ่งมีบุคลากรประมาณ ๑๐๐,๐๐๐ กว่าคนถึง ๒๐๐,๐๐๐ คนแล้วเดี๋ยวนี้ และท่านจัดการ ๒ อย่างนี้ไม่ได้เลยแล้วท่านมาพูดในสภา เปลี่ยนเถอะครับเฉลิม เปลี่ยนเอาคนอื่น มาทําหน้าที่ได้แล้ว ถ้าลักษณะที่ท่านจะแก้ปัญหาอย่างปัญหาภาคใต้ ปัญหาเรื่องบ่อนการพนัน กับน้ํามันเถื่อนยังแก้ไม่ได้นี่ก็จะชี้ให้เห็นว่าการข่าวเราบอด เราผิดพลาดมาโดยตลอด เกิดขึ้นมาตั้งแต่ปี ๒๕๔๗ แล้วครับ บอดโดยตลอด ข้อขัดแย้งกับความรุนแรงมันเกิดขึ้น เพราะการข่าวมันบอด ก็เลยอยากจะให้พิจารณาในเรื่องนี้ ผมขอตัดงบประมาณในส่วนนี้ ไปมอบให้เด็กพิการแล้วก็หญิงหม้ายยังจะดีกว่า ในงบประมาณส่วนนี้นะครับ แล้วก็ผมดูแล้วไม่โปร่งใสไม่ถึงผู้ปฏิบัติ ผมคิดว่าในงบประมาณส่วนนี้น่าจะทําเป็นมรดก มากกว่าที่จะเอาไปใช้ให้เจ้าหน้าที่ในการดําเนินการนะครับ
ส่วนข้อที่ ๒ ก็คืองบลับ งบลับทั้งหมด ๓๙๗ ล้านบาทในส่วนของ สํานักนายกรัฐมนตรี แล้วก็มาดูงบที่เศร้าใจที่สุดคือเงินราชการลับสําหรับ สํานักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ ปี ๒๕๕๕ ก็ตั้งไว้ ๑๐ ล้านบาท ปีนี้ก็ตั้ง ๑๐ ล้านบาท ที่นายกรัฐมนตรีว่าจะปราบคอร์รัปชัน ก็ตั้งไว้เหมือนเดิม เหมือนไม่ได้ดูอะไรไปเลย แต่มาให้ความสําคัญในเรื่องเงินราชการลับ สําหรับสํานักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ๒๐ ล้านบาท เงินท่านไปใช้อะไรครับผมถามหน่อย ๒๐ ล้านบาทไปใช้อะไร ถ้าใช้ในการปราบปรามท่านให้ ๑๐ ล้านบาท แสดงว่าท่าน ไม่มีความจริงใจในการแก้ปัญหาคอร์รัปชันเลย ผมก็เลยอยากจะบอกให้ว่าลักษณะอย่างนี้ เปิดทางให้มีการโกงกินกัน ก็เหมาะสมแล้วที่เขาบอกว่างบประมาณนี้เป็นงบประมาณที่โกง แล้วก็เหลว ที่ว่ามันก็เหมาะสมแล้ว ผมดู ๆ แล้วเหมาะสมแล้วครับ ก็เลยอยากจะฝากว่า ขอให้พิจารณาในเรื่องงบการข่าวใหม่ เปลี่ยนใหม่ได้แล้วครับลักษณะการคิดแนวนี้ ขอขอบคุณครับ
ต่อไปท่านเจะอามิง โตะตาหยง เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม เจะอามิง โตะตาหยง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนราธิวาส พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ผมได้ให้ความสําคัญในการพิจารณางบประมาณของรัฐบาล เพราะรัฐบาล จะเป็นตัวขับเคลื่อนในการนํางบประมาณเข้าไปพัฒนาประเทศ สิ่งที่สําคัญที่สุดก็คือ เพื่อในการพัฒนาชาติและบ้านเมือง ท่านประธานครับ ก็ย้อนกลับมาดูว่าในการจัดสรร งบประมาณของรัฐบาลภายใต้การนําของท่านยิ่งลักษณ์วันนี้ได้มีการจัดสรรงบประมาณ เพิ่มขึ้นอยู่อย่างมากมาย ในปี ๒๕๕๕ ได้มีการจัดสรรงบประมาณ ๒.๓ ล้านล้านบาท แต่ปีนี้ปี ๒๕๕๖ รัฐบาลจัดไว้ ๒.๔ ล้านล้านบาท ท่านประธานครับ การจัดสรรงบประมาณ ของรัฐบาลต้องยอมรับว่าปีนี้ได้มีการจัดสรรงบประมาณสูงขึ้นถึง ๘ เปอร์เซ็นต์ การจัดสรรงบประมาณของรัฐบาลในการพัฒนาประเทศอย่างโปร่งใสก็ควรที่จะต้องทํา แต่ข้อครหาที่รัฐบาลภายใต้การนําของท่านยิ่งลักษณ์วันนี้ไปทั่วทุกมุมเมืองในขณะที่ มีการจัดสรรงบประมาณ มีการพิจารณางบประมาณในสภาผู้แทนราษฎรว่ามีการจัดหัวคิว มีการวิ่งเต้นเพื่อให้ได้งบประมาณไปพัฒนาพื้นที่ของคนบางกลุ่ม บางคน มันเป็นอย่างนี้หรือไม่ ผมถามว่าคณะกรรมาธิการได้รู้ข้อครหาเหล่านี้เสมือนพวกผมที่นั่งสื่อสารให้ท่านได้รับทราบ วันนี้หรือไม่ อย่างไร ท่านประธานครับ จากสิ่งเหล่านี้ทําให้ผมมีความจําเป็นที่จะต้องปรับลด งบประมาณในส่วนนี้ลงไปถึง ๑๕ เปอร์เซ็นต์ เราย้อนกลับมาดูครับว่าในการจัดสรรงบประมาณ พอกระผมย้อนไปดูงบประมาณในการจัดสรรงบประมาณในการดูแลจังหวัดชายแดนภาคใต้ ท่านประธานคงจะได้แลเห็น เพราะว่าท่านประธานเองก็ได้เป็นผู้ที่ติดตามงบประมาณอยู่โดยตลอด ปีที่แล้วเราต้องยอมรับการจัดสรรงบประมาณในส่วนของการดูแลภาคใต้เริ่มลดลง ในปีงบประมาณ ๒๕๕๕ ลดลงเหลือ ๑๖,๒๗๗ ล้านบาท ท่านประธานที่เคารพครับ วันนี้พอกลับมาดูในงบประมาณปี ๒๕๕๖ ในสมัยรัฐบาลของท่านยิ่งลักษณ์วันนี้เพิ่มขึ้นนะครับ เพิ่มขึ้นเป็น ๑๙,๔๖๘ ล้านบาท ตัวเลขกลม ๆ ครับ ในความหมายที่ผมพยายามสื่อสารตัวเลข ให้ท่านประธานได้แลเห็นเพื่อจะได้ซักถามทางกรรมาธิการว่าในความรู้สึกของผู้คน ที่ติดตามเรื่องงบประมาณวันนี้มีความรู้สึกว่ารัฐบาลกําลังจะนําเรื่องการทหารเข้าไป ในการดูแลจังหวัดชายแดนภาคใต้ ประเด็นเหล่านี้ทางกรรมาธิการได้ซักถาม ในขั้นกรรมาธิการหรือไม่ เพราะกระผมตามไปดูในแง่งบของการพัฒนาแล้วมันไม่มี มันลดน้อยลงมาก แล้วมันไปโป่งในงบของฝ่ายกองกําลัง ท่านประธานที่เคารพครับ ที่ผมพยายามสื่อสารตรงนี้บอกว่าถ้าใช้งบประมาณไปเพื่อให้ฝ่ายกองกําลัง หรือเพิ่มกองกําลัง หรือใช้กําลังอาวุธไปถมอยู่ในจังหวัดชายแดนภาคใต้แล้วการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ มันจะยากขึ้น ผมถึงยังยืนยันว่าการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ต้องใช้การเมือง นําการทหาร วันนี้การแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ท่านประธานคณะกรรมาธิการ ได้ซักถาม ได้แลเห็นไหมว่าจากการเกิดเหตุที่ได้มีการจัดสรรงบประมาณแล้วตั้งแต่ปี ๒๕๔๗ ถึงวันนี้ปีนี้งบสูงเกือบเป็นแสนล้านบาท ท่านประธานครับ ตัวงบประมาณในการแก้ไขปัญหา จังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นตัวขับเคลื่อนเท่านั้นเอง แต่สิ่งที่สําคัญคือบนตัวงบประมาณนี้ ได้มีข้อครหาอีกในจังหวัดชายแดนภาคใต้ว่าปัญหาส่วนหนึ่งของจังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่ไม่สามารถที่จะยุติลงได้หรือคลายสถานการณ์ลงได้เหตุผลเพราะว่างบประมาณเป็นส่วนหนึ่ง ใช่หรือไม่ ผมถามว่าประเด็นเหล่านี้ทางกรรมาธิการได้ซักถามหน่วยงานซึ่งมีส่วนเกี่ยวข้อง ที่มาตอบประเด็นปัญหาเรื่องงบประมาณของจังหวัดชายแดนภาคใต้หรือไม่ อย่างไร ท่านประธานที่เคารพครับ เป็นข้อครหาอยู่ว่ามีการพูดถึงอยู่ครับว่าการจัดสรรงบประมาณ ของรัฐบาลภายใต้การนําของท่านยิ่งลักษณ์วันนี้เป็นการจัดสรรงบประมาณเหมือนกับค้าสงคราม สิ่งเหล่านี้ที่พวกผมไม่อยากที่จะเห็น งบประมาณซึ่งเป็นเงินภาษีของพี่น้องประชาชน มีเงินภาษีไปเพื่อคลายปัญหา จัดไปเถอะครับ แต่วันนี้มันไม่ใช่แล้วครับ ท่านประธานที่เคารพ ลองย้อนกลับไปดูสิครับว่าแนวทางในการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ นอกจากรัฐบาลก่อนหน้านี้ภายใต้การนําของท่าน พันตํารวจโท ทักษิณ ชินวัตร มีปัญหากับ การแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งประชาชนที่นั่นเขาเรียกว่าภายใต้การนํา ของรัฐบาลทักษิณเกิดความผิดพลาดในการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ทําให้มีปัญหา มาถึง ณ วันนี้ ท่านประธานที่เคารพครับ ย้อนกลับไปดูวันนี้ในแง่งบประมาณของสํานักงานปลัด สํานักนายกรัฐมนตรี ในส่วนหนึ่งที่เราจะต้องย้อนกลับไปดูว่าแม้กระทั่งเงินเยียวยา ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ วันนี้ท่านประธานทราบไหมครับว่าความรู้สึกของพี่น้องประชาชน ในจังหวัดชายแดนภาคใต้มีความรู้สึกว่ารัฐบาลภายใต้การนําของท่านยิ่งลักษณ์วันนี้ เป็นรัฐบาล ๒ มาตรฐาน เป็นรัฐบาล ๒ มาตรฐานเพราะคนจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งเป็นผู้บริสุทธิ์ เวลานั่งอยู่ที่ร้านกาแฟ เดินไปส่งลูก ขับรถไปส่งลูก ถูกยิงเสียชีวิต เจ้าหน้าที่ตํารวจซึ่งไปดูแลปัญหาซึ่งเกิดความผิดพลาด ผมถือว่าเป็นความผิดพลาดทางการเมือง ระดับนโยบายในสมัยรัฐบาล พันตํารวจโท ทักษิณ ชินวัตร ในการแก้ไขปัญหา จังหวัดชายแดนภาคใต้ พอมีความผิดพลาดขึ้นมามาดูในการเยียวยาคนเหล่านี้ เจ้าหน้าที่เหล่านี้ ได้รับการดูแลเพียงใดครับ ได้ตามสิทธิที่เขาควรได้ตามระเบียบทางราชการ ไปดูในแง่ของพระ ของพลเรือน ข้าราชการครู ทุกอย่างได้ตามสิทธิที่เขาควรได้ ตามระเบียบทางราชการ ผมถามว่าสิ่งเหล่านี้ทางกรรมาธิการได้ไปต่อสู้ให้กับ พี่น้องประชาชนในจังหวัดชายแดนภาคใต้ในคณะกรรมาธิการหรือไม่ครับ ได้ไปซักถาม ในขั้นกรรมาธิการไหมครับ เพราะมันมีข้อเปรียบเทียบครับ มันมีข้อเปรียบเทียบว่า ในกรณีที่คนเสื้อแดงเผาบ้านเผาเมืองในกรุงเทพมหานครได้ ๗,๕๐๐,๐๐๐ บาท ในกรณีของจังหวัดชายแดนภาคใต้ทําไมเขาไม่ได้ ๗,๕๐๐,๐๐๐ บาท ทางกรรมาธิการ ได้เคยให้ความเป็นธรรมกับคนจังหวัดชายแดนภาคใต้ไหมครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมขออนุญาตท่านประธานได้ไปแลภาพของพลทหารที่ได้รับผลกระทบจากจังหวัดชายแดนภาคใต้ ถูกระเบิด ผมขออนุญาตเอ่ยชื่อพลทหาร ไม่เสียหายหรอกครับ เพื่อเรียกร้องสิทธิให้เขา พลทหาร มังกรทอง ลิ้มประเสริฐกุล สังกัด ร. พัน ๑ ค่ายกาวิละ จังหวัดเชียงใหม่ อายุ ๒๒ ปี เป็นทหารที่เขาไปดูแลคุ้มครองครูในจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดนระเบิดที่บ้านกูวา อําเภอกรงปินัง จังหวัดยะลา ถูกระเบิดที่ศีรษะซ้าย ถูกยิงซ้ําที่ปาก กรามหักทั้ง ๒ ข้าง เป็นอัมพฤกษ์ครึ่งซีก หูรับฟังไม่ได้ ตาเห็นภาพซ้อน พูดไม่ชัดเจน ถามว่าข้าราชการทหารซึ่งไปดูแล ในจังหวัดชายแดนภาคใต้เหล่านี้ได้รับสิทธิแค่ไหน ได้รับสิทธิเพียงแค่ตามระเบียบทางราชการ ผมขออนุญาตท่านประธาน ภาพไม่ได้เสียหาย ขออนุญาตได้ซูม (Zoom) ภาพนี้นะครับ ขออนุญาตได้ซูมภาพนี้เพื่อเป็นเกียรติแก่ทหารที่ไปดูแลในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ตอนที่ไปนี่ครบสูตร พอช่วงที่เกิดเหตุการณ์ขึ้นมาวันนี้พลทหารไปขายลอตเตอรี่ครับ เป็นทหารที่เคยไปดูแลในจังหวัดชายแดนภาคใต้ขายลอตเตอรี่ครับ ถามว่าทําไมคนเหล่านี้ ถึงไม่ได้สิทธิเหมือนกับเสื้อแดงที่เผาบ้านเผาเมืองในกรุงเทพมหานคร ท่านประธานที่เคารพครับ ถามว่าทางกรรมาธิการได้ซักถาม ได้ต่อสู้ให้กับกลุ่มคนเหล่านี้หรือไม่ นี่กรณีเดียวนะครับ ที่ผมยกตัวอย่าง แม้กระทั่งกรณีของตํารวจ ของ อส. ข้าราชการครู คนเหล่านี้ได้ ๗,๕๐๐,๐๐๐ บาทไหมครับ คนบ้านผมไม่เคยมีปัญหากับใครที่ไหน นั่งอยู่ร้านกาแฟ ขับรถมาถูกยิง ขับรถไปส่งลูกถูกยิงเสียชีวิต ทําไมคนเหล่านี้ไม่ได้ ๗,๕๐๐,๐๐๐ บาท หรือว่ารัฐบาลต้องการที่จะสร้าง ๒ มาตรฐาน หรือว่าเพราะในกรณีการประท้วงของเสื้อแดง มีการพูดก่อนหน้านี้ว่าถ้ามีการสูญเสียจะให้ ๗,๕๐๐,๐๐๐ บาท คนภาคใต้ไม่ใช่เสื้อแดงนี่ก็ไม่ต้องไปให้ ๗,๕๐๐,๐๐๐ บาท ให้ไปตามอัตภาพ นี่ทําให้เกิด ๒ มาตรฐานในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ถามว่าในการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ บางครั้งบอกว่าตัวเงินเยอะไปแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ เยอะไม่เป็นไรหรอกครับ ถ้าเงินมากแล้วแก้ปัญหาได้สําเร็จแก้ไปเถอะครับ แต่วันนี้มีเงินเยอะไปแก้ปัญหา จังหวัดชายแดนภาคใต้มันแก้ไม่ได้ และปัญหาเหล่านี้มันสร้างความเป็น ๒ มาตรฐาน ให้กับคนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้รู้สึกไม่ได้รับความเป็นธรรมจากรัฐบาล สิ่งเหล่านี้ทางประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ งบประมาณรายจ่ายประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๖ ได้ซักถาม ได้ถาม ได้ต่อสู้ ให้กับคนเหล่านี้ไหมครับ เพราะผู้คนที่มีปัญหาส่วนหนึ่งที่ได้รับผลกระทบ คนภาคเหนือ ภาคอีสาน ที่ไปสูญเสียในจังหวัดชายแดนภาคใต้ก็มากมาย ท่านได้มีความห่วงใยไหมครับ ท่านประธานครับ จากประเด็นเหล่านี้ผมถึงบอกว่าผมจําเป็นที่จะต้องตัด ๑๕ เปอร์เซ็นต์ของ สํานักงานปลัดสํานักนายกรัฐมนตรีลงมา เพื่อที่จะเอาเงิน ๑๕ เปอร์เซ็นต์เหล่านี้ไปให้ใคร ก็ตัดมาให้และไปดูแลกับกลุ่มคนที่ไปดูแลปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้
ท่านประธานที่เคารพครับ แนวทางในการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ นอกจากตัวงบประมาณแล้ว ระดับนโยบาย ความเป็นนโยบาย ความคิดของกรอบนโยบาย ของรัฐบาลเองต้องมีความชัดเจน วันนี้นโยบายก็ยังไม่ชัดเจน การมอบหมาย การสั่งการ ความซ้ําซ้อนในการบูรณาการ ในการแก้ไขปัญหาระดับนโยบายเองก็ซ้ําซ้อนกันอยู่ นับประสาอะไรกับการที่จะไปแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่บอกว่าเรารู้ข้อมูลอยู่ตลอดว่า ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ขาดการบูรณาการ ขาดการทํางานร่วมกัน และในขณะที่ ภาครัฐบาลเอง ภาคนโยบายเองยังมีความปีนเกลียวอยู่ แล้วนับประสาอะไรจะไปแก้ปัญหา จังหวัดชายแดนภาคใต้ได้ ถมงบประมาณไปเถอะครับ ถมไปเท่าไรถ้าระดับนโยบายไม่ชัดเจน ไม่มีทางแก้ปัญหาได้ครับ งบประมาณเป็นตัวขับเคลื่อน ผมเรียนว่างบประมาณ เป็นตัวขับเคลื่อนเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ท่านประธานที่เคารพครับ ต้องย้อนกลับไปดูว่า แม้กระทั่งในการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ วันนี้ผมฝากไปถึงทางกรรมาธิการว่า ผมอยากจะรู้เหมือนกันว่าทางกรรมาธิการได้สอบถามเรื่องที่ผมจะถามกรรมาธิการต่อไปนี้ ท่านได้เคยรู้และทราบหรือไม่ อย่างไร วันที่เกิดเหตุระเบิดที่อําเภอมายอ จังหวัดปัตตานี ท่านหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ท่านอภิสิทธิ์ได้ลงไปดูในพื้นที่อําเภอมายอ จังหวัดปัตตานี แล้วไปที่มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ มีประเด็นหนึ่งที่มหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ และมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์พูดถึงในการประชุมที่มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ว่า วันนี้ในการพัฒนาบุคลากรในจังหวัดชายแดนภาคใต้ในระดับมหาวิทยาลัยผู้คนที่เป็นอาจารย์ เขาไม่อยากที่จะอยู่ในพื้นที่เลยทําเรื่องย้ายออกจากมหาวิทยาลัย ย้ายจากมหาวิทยาลัย สงขลานครินทร์ออกจากพื้นที่มาอยู่ที่กรุงเทพมหานคร มาอยู่ในพื้นที่ที่มีความสะดวกกว่า ย้ายจากมหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ก็ย้ายออก ท่านประธานครับ ปัญหามันเกิดว่า วันนี้มหาวิทยาลัยมีความพร้อม แต่มหาวิทยาลัยในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ กําลังขาดบุคลากร ทางกรรมาธิการได้เคยพูดหรือทราบเรื่องนี้หรือไม่ หรือแม้กระทั่ง ในการจัดสรรงบประมาณให้กับคณะกรรมการข้าราชการพลเรือนเพื่อเปิดตําแหน่งรองรับ ให้คนซึ่งมีความรู้ความสามารถสามารถรับราชการในมหาวิทยาลัย ๒ มหาวิทยาลัยนี้หรือไม่ อย่างไร ที่ผมต้องพูดอย่างนี้เพราะว่าอย่างนี้ครับ วันนี้คนที่มีความรู้ดี ๆ ออกหมด เพราะความคาดหวังของเขาคือ ๑. ต้องการเป็นข้าราชการ การเป็นลูกจ้างในเมื่อที่อื่น เขามีการเปิดรับข้าราชการขึ้นเขาก็ไปสมัครรับราชการ ในที่สุดมหาวิทยาลัยซึ่งพรรคประชาธิปัตย์ก่อนหน้านี้ได้เคยจัดสรรงบประมาณ ให้กับมหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ ๗๐๐-๘๐๐ ล้านบาท ซึ่งแต่เดิม มหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ในสมัยก่อนที่พรรคประชาธิปัตย์จะมาเป็นรัฐบาลมีแต่ป้าย มีอาคารบ้างเป็นบางส่วน ไปฝากเด็กเรียนให้กับมหาวิทยาลัยอื่น ๆ ทั่วประเทศ วันนั้นในสมัยรัฐบาลท่านอภิสิทธิ์ได้มอบงบประมาณให้กับมหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ วันนี้สร้างอาคารเสร็จเกือบสมบูรณ์แต่ขาดบุคลากร เพราะอะไรครับ เพราะความไม่สงบ ในจังหวัดชายแดนภาคใต้เขาก็ออก เขาคาดหวัง เขาต้องการ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมถามว่าทางคณะกรรมาธิการได้ทราบเรื่องเหล่านี้หรือไม่ เพราะมันไปเกี่ยวพัน กับงบประมาณ ถ้าท่านไม่ทราบผมบอกท่านไว้ว่าขอความกรุณาท่านได้ไปดูแล และให้ความสําคัญในการจัดสรรงบประมาณ ผมถึงบอกว่าต้องตัดงบประมาณตรงนี้มา เพื่อไปจัดสรรกําลังให้กับการศึกษาของจังหวัดชายแดนภาคใต้
ท่านประธานที่เคารพ ในการติดตามงบประมาณของรัฐบาลภายใต้การนําของ ท่านยิ่งลักษณ์ให้มีประสิทธิภาพและมีประสิทธิผลที่ผมเป็นห่วงมากที่สุดวันนี้ ผมขออนุญาต ท่านประธานถามถึงประธานคณะกรรมาธิการและคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๖ ว่าในกรณีที่ท่าน ได้จ่ายเงินเยียวยาคนเสื้อแดงที่กรุงเทพมหานครท่านได้ซักถามและท่านได้มีรายชื่อของ คนเสื้อแดงเหล่านี้หรือไม่ อย่างไร ที่ผมเป็นห่วงก็คือห่วงความซ้ําซ้อน ห่วงว่าตัวไม่อยู่อะไร เหล่านี้ครับ ผมอยากจะขอทางท่านประธานผ่านไปถึงประธานคณะกรรมาธิการขอรายชื่อ คนเสื้อแดงที่รัฐบาลได้จ่ายเงิน แม้กระทั่งในการเยียวยาในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ช่วยส่งรายชื่อให้กับผมหน่อยผมจะได้ไปตรวจสอบ เพราะเท่าที่ทราบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ เรื่องการเยียวยามีการขอหัวคิวด้วย ผมจะได้เอารายชื่อที่ท่านบอกว่าท่านได้ไปจ่าย ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ผมจะได้ไปตามเพื่อให้เงินนี้ถึงมือพี่น้องประชาชนอย่างแน่นอน ท่านประธานที่เคารพ ในงบประมาณที่ผมมีความจําเป็นต้องตัดก็เพื่อที่จะให้นํางบประมาณ เหล่านี้กลับมาแปรญัตติให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น สิ่งที่ผมถามเหล่านี้และเอกสารที่ผมได้ขอ ทางคณะกรรมาธิการไป ผมฝากท่านประธานช่วยย้ําทางประธานคณะกรรมาธิการ กระตุกเชือกเท่านั้นเอง ช่วยส่งรายชื่อการเยียวยาทั้งภาคใต้และคนเสื้อแดงมาให้ผมด้วยครับ ขอบคุณครับ
เชิญท่านนิพนธ์ บุญญามณี
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายนิพนธ์ บุญญามณี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ผมได้สงวนคําแปรญัตติในมาตรา ๕ ไว้ ซึ่งโดยหลักในมาตรานี้ ผมถือว่ามีหน้าที่โดยตรงในการที่จะดูแลปัญหาความมั่นคงของประเทศ ผมขอปรับลดในส่วนนี้ไว้ ผมจะพูดเฉพาะประเด็นที่คิดว่าสําคัญแล้วก็จําเป็นต้องอภิปรายนะครับ ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตปรับลดในมาตรา ๕ โดยเฉพาะอย่างยิ่งใน (๖) สํานักข่าวกรองแห่งชาติ ปรับลด ๘ เปอร์เซ็นต์ สํานักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ ๘ เปอร์เซ็นต์ กองอํานวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร กอ.รมน. ๕ เปอร์เซ็นต์ แล้วก็สํานักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ๓ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งสิ่งที่ผมได้ขออนุญาตที่จะปรับลดนั้นเพราะผมเห็นว่าสําคัญมากที่สุดคือ ปัญหาความมั่นคงของประเทศ วันนี้เราใช้งบประมาณไปในเรื่องดูแลความมั่นคงของประเทศ ผมเจาะจงลงเฉพาะในปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ เมื่อสักครู่เพื่อนสมาชิกได้พูดมาแล้วว่า ที่จริงเราใช้งบประมาณแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้มามากนับแสนล้านบาท หลายแสนล้านบาท แต่ว่าถ้าจะเริ่มนับกันตั้งแต่ปี ๒๕๔๗ ซึ่งเรามักจะถือเอาวันที่มีการปล้นปืน ที่ค่ายทหารที่เรียกว่าค่ายปิเหล็ง อําเภอเจาะไอร้อง เป็นจุดที่เราจะเริ่มนับว่า เหตุการณ์ในภาคใต้มีความรุนแรง เหตุการณ์ในภาคใต้ไม่ใช่ปัญหาโจรกระจอก โจรห้าร้อยอีกต่อไป เพราะก่อนหน้านั้น ผู้บริหารประเทศเข้าใจว่าปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นปัญหาโจรกระจอก โจรห้าร้อย แต่ทันทีที่โจรกระจอก โจรห้าร้อยที่เข้าใจผิดปล้นค่ายทหาร เราถือว่าไม่ใช่โจรกระจอก โจรห้าร้อยอีกแล้ว เพราะถ้าห้าร้อยจริงปล้นค่ายทหารไม่ได้ นั่นคือจุดที่เราเริ่มจับว่า เราใช้งบประมาณทุ่มเทสรรพกําลัง ทั้งกําลังพล กําลังงบประมาณลงไปกับปัญหา จังหวัดชายแดนภาคใต้จากปี ๒๕๔๗ เป็นต้นมาถึงปัจจุบัน ปีนี้ท่านให้ไปอีกประมาณ ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท นี่คือตัวเลขกลม ๆ รวมทั้งสิ้น ๑๘๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านประธานครับ ปีหน้าอีก ๑ ปีผมเชื่อว่า ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาทแน่นอน ที่ผมตั้งใจจะถามท่านกรรมาธิการว่า ท่านได้เชิญมาไหมครับ เมื่อเวลาที่ท่านพิจารณาในมาตรา ๕ ท่านได้เชิญหน่วยงานเหล่านี้ มาซักถามก่อนไหมครับว่างบประมาณที่ท่านใช้แต่ละปีตัวชี้วัดความสําเร็จ ของการเอางบประมาณแผ่นดินซึ่งเป็นภาษีประชาชนไปใช้ในการแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ท่านใช้อะไรเป็นตัวชี้วัดไหม ก่อนที่จะให้ของใหม่ไปต้องถามว่าที่ให้ของเก่าไปแล้ว มันแก้ปัญหาอะไรได้บ้าง การแก้ไขปัญหาของเก่าเป็นไปตามเป้าหมาย แผนงาน โครงการไหม ท่านเคยเรียกสํานักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ มาสอบถามไหมครับ ที่จริงผมอยากจะดูวิสัยทัศน์ ภารกิจของหน่วยงานเหล่านี้ ที่ผมได้เรียนท่านประธาน ผมขออนุญาตที่จะ ๓ หน่วยงานที่ผมบอกท่านประธานแล้วนะครับว่า ทําไมผมต้องพูดใน ๓ หน่วยงาน ๔ หน่วยงานหลักนี้ ก่อนที่จะลงรายละเอียด ท่านกรรมาธิการท่านได้เชิญไหมครับว่าหน่วยงานเหล่านี้มีภารกิจอะไร ผมสรุปสั้น ๆ ก็ได้ว่า โดยเนื้อหาสาระแล้วผมคิดว่าอย่างวิสัยทัศน์ของสํานักงานสภาความมั่นคงแห่งชาตินี่
๑. สํานักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ เป็นองค์กรที่เปิดกว้างและทันสมัย พร้อมในการแก้ปัญหา และให้คําปรึกษาแก่นายกรัฐมนตรี คณะรัฐมนตรี และส่วนราชการ ในกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงแห่งชาติ ท่านเห็นไหมครับ ให้มีหน้าที่ให้คําปรึกษา ท่านนายกรัฐมนตรี คณะรัฐมนตรี เป็นกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับปัญหาความมั่นคงแห่งชาติ นี่คือวิสัยทัศน์นะครับ
๒. ประสานการดําเนินการของส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง
๓. ปรับบทบาท ภารกิจ “มองกว้าง คิดไกล เตือนภัยความมั่นคง” ดูคําพูดท่านสิครับ นี่ในส่วนของสํานักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ
วิสัยทัศน์ของสํานักข่าวกรองแห่งชาติ ท่านดูนะครับ เป็นองค์การข่าวกรอง ที่ได้รับความเชื่อถือจากทั้งภายในและต่างประเทศ เพื่อสนองตอบความมั่นคงของรัฐ และประชาชน ปฏิบัติงานข่าวกรอง ต่อต้านข่าวกรอง ข่าวกรองทางด้านการสื่อสาร เพื่อความมั่นคงของชาติ และสนับสนุนการพัฒนาประเทศ ผมอ่านไม่ต้องหมดละครับ
ไป กอ.รมน. ไปอะไรทั้งหมดนี่ภารกิจเกี่ยวกับความมั่นคงทั้งนั้น วันนี้ใช้งบประมาณเรื่องความมั่นคงไปร่วม ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาทในปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ท่านถามไหมครับว่าภารกิจเหล่านี้มีความสําเร็จอย่างไร ท่านใช้เกณฑ์อะไรเป็นตัวชี้วัด การที่จะมาขอเงินงบประมาณใหม่ไปอีก ๒๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ท่านได้สรุปไหมครับว่า ที่ท่านใช้ไปแล้ว ๑๖๐,๐๐๐ ล้านบาทท่านทําอะไรสําเร็จ สําเร็จมากน้อยแค่ไหน เพียงไร ที่ผมให้ตัวเลขว่า ๑๘๐,๐๐๐ ล้านบาทนี่ ไม่รวมเบี้ยเลี้ยง เงินเดือนของกําลังพลที่ลงไปอยู่ ใน ๕ จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพราะฉะนั้นนี่คือสิ่งที่ผมคิดว่ากรรมาธิการต้องสอบถามสิ่งเหล่านี้ ไม่อย่างนั้นจะเสมือนเราถมบ่อน้ําลึก เรากําลังเอาทรายไปถมทะเลลึก มันถมไม่รู้จักเต็มหรอกครับ ถ้าเราถมอย่างไร้เป้าหมาย ไร้ทิศทางในการแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้วันนี้ วันนี้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ปัญหาพื้นฐานท่านได้ถามไหมครับว่าปัญหาเรื่อง ความยากจนในพื้นที่ท่านแก้ไขยกระดับความยากจนในพื้นที่ได้อย่างไร สิ่งที่ดีที่สุดในการที่จะทําให้ปักษ์ใต้หรือภาคใต้ ๕ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ๓ จังหวัด ๔ อําเภอ หรือรวมถึงจังหวัดสตูลเข้าไปด้วย ตามภารกิจของ ศอ.บต. ท่านรู้ไหมครับว่า ท่านจะแก้ปัญหาความยากจนให้กับคนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้นั้นท่านต้องทําอย่างไร ยกฐานะทางรายได้ที่มีเป้าหมายชัดเจนว่าอย่างน้อย ๑๒๐,๐๐๐ บาทต่อครัวเรือนต้องได้ อย่างน้อยครับ วันนี้ท่านถามไหมครับว่าได้ไหม ได้อยู่เท่าไร เป้าหมายเรื่องยกฐานะทางรายได้ ถ้าจะเอาของใหม่ไปอีกของเก่านี่ยกรายได้ให้กับพี่น้องใน ๕ จังหวัดชายแดนภาคใต้ได้เท่าไร ท่านได้สอบถามไหมครับอะไรคือตัวกระจายรายได้ที่ดีที่สุดใน ๕ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ราคาสินค้าเกษตรครับ ยางพาราคือเส้นเลือดหลักของภาคใต้ คนใน ๕ จังหวัดชายแดนภาคใต้ อยู่ได้กับราคายางพารา แม้ว่าเหตุการณ์ร้ายจะเกิดขึ้นใน ๕ จังหวัดชายแดนภาคใต้ อาชีพอย่างอื่นลําบากครับที่จะมีนักลงทุนไปลงทุน ก่อให้เกิดรายได้ ก่อให้เกิดการจ้างงาน แต่ถ้าช่วงใดยุคใดที่ราคายางพาราดีใน ๕ จังหวัดชายแดนภาคใต้การก่อสร้างจะตามมา มีรายได้จากสวนยางพารามาสร้างบ้านใหม่ มีรายได้จากสวนยางพาราไปซื้อตู้เสื้อผ้าใหม่ ซื้อโทรทัศน์ ซื้อที่นอน ซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้าน การจับจ่ายใช้สอยมันเกิดขึ้นเพราะยางพารา คือที่มาของรายได้ในภาคใต้ ยางพาราเคยราคา ๑๘๐ บาท ๒๐๐ บาท วันนี้เหลือ ๗๐ บาท ๖๐ บาท เมื่อก่อนขายขี้ยางยังได้ ๘๐ บาท ๙๐ บาท วันนี้ขายยางพารา ราคายางพาราดีแล้ว ยังได้ ๖๐-๗๐ บาทเลยครับ ถ้าท่านแก้ปัญหายางพาราไม่ได้ ปัญหาความยากจนในภาคใต้ ท่านอย่าคิดเลยครับว่าจะแก้ได้ เพราะยางพาราคือเส้นเลือดหลักของคนในภาคใต้ ราคาพืชผลทางการเกษตรอย่างอื่นปาล์มครับ เราไปส่งเสริมให้คนในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ปลูกปาล์ม ๓๐๐,๐๐๐ ไร่ เรามีแผนชัดเจนว่าแต่ละปีปลูกกี่แสนไร่ ๆ วันนี้ถ้าท่าน ไม่ให้หลักประกันเรื่องราคาปาล์มในจังหวัดชายแดนภาคใต้ท่านอย่าคิดว่า ปัญหาความยากจนจะแก้ได้ในภาคใต้ เราส่งเสริมให้คนในจังหวัดยะลา จังหวัดใกล้เคียง ปลูกทุเรียน ปลูกลองกอง เดี๋ยวนี้ทุเรียนจากจังหวัดยะลามาขายในกรุงเทพมหานคร ถ้าท่านไม่ส่งเสริมให้มีราคาสูงหรือว่าได้ราคาดีท่านจะแก้ปัญหาความยากจน ให้กับคนภาคใต้อย่างไร ท่านกรรมาธิการเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาถามเรื่องนี้ไหมครับ นี่คือปัญหาความยากจน การลดความยากจนในพื้นที่ท่านต้องมีเป้าหมายชัดเจนว่า จะลดอย่างไร การทําให้ราคาสินค้าเกษตรในภาคใต้ดีนั่นคือการแก้ปัญหาความยากจน ให้กับคนใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ๔ จังหวัดชายแดนในภาคใต้ ท่านกรรมาธิการถามไหมครับ ท่านถามหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไหมครับว่าตัวชี้วัดเหล่านี้สํานักงานคณะกรรมการ พัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติเคยทําหน้าที่อย่างนี้ สํานักงานคณะกรรมการ พัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติให้คําตอบท่านว่าอย่างไร ท่านตอบพวกผมหน่อยสิครับ ท่านได้ถามไหมครับว่าความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชน ใน ๕ จังหวัดชายแดนภาคใต้ดีขึ้นไหม เดินไปไหนมาไหนกลางค่ํากลางคืนมีความปลอดภัยไหม การค้า การขาย อําเภอสุไหงโก-ลกเป็นเมืองหลวงของ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นเมืองท่องเที่ยวหลักของ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ถ้าท่านทําความปลอดภัยให้เกิดขึ้น ในอําเภอสุไหงโก-ลกไม่ได้นี่ปัญหาโรงแรมต่าง ๆ ที่อยู่ในอําเภอสุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาส มันจะแก้อย่างไรครับ ท่านต้องสามารถที่จะถามคนรับผิดชอบได้ว่างบประมาณที่ใช้ลงไป ท่านมีแผนงานที่จะป้องกันสิ่งเหล่านี้ได้อย่างไร วันนี้ในที่สุดสิ่งที่เมื่อสักครู่เพื่อนผม พลตํารวจตรี สุรินทร์ได้บอกแล้วครับข่าวกรอง คนที่รับผิดชอบเรื่องข่าวกรอง จะต้องดูประสิทธิภาพของการข่าว งบประมาณที่ท่านเอาไปปีหนึ่ง ๑,๐๐๐ กว่าล้านบาท จากปี ๒๕๔๗ มาถึงปัจจุบันผมคิดว่างบประมาณร่วม ๒๐,๐๐๐ ล้านบาทแล้วในปัญหาเรื่อง ข่าวกรอง ขีดความสามารถของข่าวกรองปัจจุบันถามกันมากว่ารู้ไหมครับว่าใครคือผู้นําของ ขบวนการก่อการร้าย ขบวนการก่อการร้ายที่เคลื่อนไหวอยู่ใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ๔ อําเภอในจังหวัดสงขลามีกี่ขบวนการ ใครที่มีขีดความสามารถเป็นผู้นําอยู่ในขณะนี้ ผู้นําของกลุ่มนั้นคือใคร รู้กันไหมครับ เราใช้งบประมาณราชการลับมาเป็นหมื่นล้านบาทเรารู้ไหมครับ ท่านเคยถามไหมครับ ยกตัวอย่างเห็นที่ประเทศซีเรียไหมครับ ประเทศซีเรียเมื่อก่อนไม่รู้ว่าใครคือคนที่ไม่ชอบรัฐบาล แต่วันใดที่รัฐบาลอ่อนแอเดี๋ยวนี้แสดงตัวกันเยอะว่ากลุ่มนั้นกลุ่มนี้คือกลุ่มที่กําลังจะก่อให้เกิด การเปลี่ยนแปลงในประเทศซีเรีย หน่วยข่าวกรองของเรารู้ไหมครับว่าขณะนี้ใครคือหน่วยไหนบ้าง ใครคือผู้นําขบวนการที่ก่อให้เกิดปัญหาอยู่ในภาคใต้ ผมด้วยความเคารพ ที่จริงไม่อยากจะพูด ผมเสียใจจริง ๆ ถ้าใครบอกว่าปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นปัญหาของยาเสพติด ของอย่างอื่น อย่าเบี่ยงประเด็นเลยครับ ท่านนายกรัฐมนตรีท่านพูดว่าปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ไม่ใช่ปัญหาแบ่งแยกดินแดน ไม่ทราบว่าท่านจงใจที่จะไม่ยกประเด็นนี้ให้เป็นสาธารณะ ใหญ่โตขึ้นหรืออย่างไร แต่ว่าถ้าท่านเชื่ออย่างนั้นจริง ๆ ท่านเข้าใจผิด ผมผิดหวังเรื่องนี้ ถ้าจะให้มองอย่างตรงไปตรงมาวันนี้ต้องยอมรับครับว่าปัญหา ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ มันหลีกหนีปัญหาเรื่องแบ่งแยกดินแดนไม่พ้นหรอกครับ เราไม่ต้องปกปิด เพียงแต่ว่า เราจะทําอย่างไรไม่ให้เป้าหมายของคนเหล่านั้นสําเร็จ เราจะทําอย่างไรให้ขบวนการ ที่คิดจะแบ่งแยกดินแดนอ่อนแอลง ภัยความมั่นคงของประเทศเราต้องรู้ให้ได้ว่า ใครคือศัตรูของประเทศ ถ้าเราไม่รู้เขาไม่รู้เรารบ ๑๐๐ ครั้งก็แพ้ ๑๐๐ ครั้งครับ นี่คือหลักธรรมดา เพราะฉะนั้นท่านถามหรือไม่ กรรมาธิการได้ถามหรือไม่ว่านอกจากเรื่อง ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินแล้ว ระบบสาธารณสุขใน ๕ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ตัวชี้วัดดีขึ้นไหมครับ ไม่ต้องดูที่อื่นครับ เราได้เข้าไปช่วยปอเนาะไหม โรงเรียนในมัสยิดต่าง ๆ ในปอเนาะต่าง ๆ โรงเรียนสอนศาสนาต่าง ๆ ซึ่งเป็นที่ที่ลูกหลานของชาวบ้านเขามาใช้ที่นี่เยอะ ระบบสาธารณสุข ห้องน้ํา ห้องส้วมถูกสุขลักษณะหรือยัง โรงพยาบาล โรงพยาบาลตําบล มีทั่วถึงแล้วก็อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานที่จะให้บริการกับชุมชนหรือไม่ สิ่งเหล่านี้กรรมาธิการ ถามหรือไม่ครับ เพราะนี่คือปัญหาพื้นฐานของ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ทั้งนั้น นอกจากนั้น ตัวชี้วัดด้านการจัดการศึกษาไม่ว่าจะเป็นการศึกษาในระบบหรือการศึกษานอกระบบ ท่านถามไหมครับสิ่งเหล่านี้ แล้วก็งบประมาณได้ใช้เป็นไปตามเป้าหมายที่จะยกระดับการศึกษา ใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ให้มีคุณภาพ เวลาเขาไปประเมินไม่ต้องถูกบอกว่าการศึกษา ในจังหวัดชายแดนประเมินกี่ครั้งก็อยู่หลังสุดทุกครั้งครับ เราเคยคิดแก้ปัญหาสิ่งเหล่านี้ เราใส่งบประมาณเข้าไป สิ่งเหล่านี้ดีขึ้นหรือไม่ จังหวัดนราธิวาส จังหวัดปัตตานี ที่เคยถูกประเมินว่าการจัดการศึกษาอยู่ในขั้นท้ายสุดของประเทศไทย เราใส่งบประมาณลงไป ๖-๗ ปีหลังดีขึ้นไหมครับ นี่คือมาตรฐาน นี่คือปัญหาเชิงโครงสร้างใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ สิ่งเหล่านี้ต้องมีคําตอบว่างบประมาณที่ใส่ไปแต่ละปีนั้นสิ่งเหล่านี้ดีขึ้นหรือเลวลงอย่างไร เพราะมันเป็นการบ่งชี้ถึงขีดความสามารถในการใช้งบประมาณไปแก้ปัญหาในจังหวัด ชายแดนภาคใต้ครับ โครงสร้างทางด้านคมนาคม เครือข่ายคมนาคมทั้งหลาย ท่านได้สอบถามไหมครับ เมืองชายแดนท่านได้สอบถามไหมครับ ตั้งแต่จังหวัดสตูล ไม่ว่าจะเป็นด่านใหม่ที่จะเปิดขึ้น ด่านวังประจันมาถึงด่านปาดังเบซาร์ ด่านสะเดา ด่านประกอบไปด่านเบตง ไปด่านบูเก๊ะตา ไปด่านสุไหงโก-ลก ไปด่านตากใบ ท่านได้ถาม สิ่งเหล่านี้ไหมครับว่าตัวชี้วัดเมืองหน้าด่านขณะนี้การใช้งบประมาณเป็นไปตามแผนไหมครับ มีการวางแผนการพัฒนาเมืองชายแดนอย่างเป็นระบบหรือไม่ หรือว่าให้เมืองมันโตไปเอง ตามธรรมชาติมีปัญหาค่อยมาแก้ทีหลังเช่นที่ด่านนอก มันเป็นประวัติศาสตร์ที่เราบอกว่า นั่นคือการพัฒนาที่ไร้ทิศทาง ไม่ได้เขียนแผนงานไว้ในอดีต นั่นคือบทเรียนที่เราจะต้องไม่ให้ เกิดขึ้นซ้ําซ้อนอีกกับจังหวัดชายแดนหรือเมืองด่านอื่น ๆ ของเรา สิ่งเหล่านี้ท่านกรรมาธิการ ได้สอบถามไหมครับ เพราะถ้ากรรมาธิการไม่สอบถามสิ่งเหล่านี้นั่นก็คือเราไม่รู้เลยว่า งบประมาณที่เราถมลงไปในแต่ละปีมันเป็นไปตามแผนงานที่จะแก้ปัญหาหรือไม่
ท่านประธานที่เคารพครับ ผมคิดว่านี่คือสิ่งที่เราคิดว่าการใช้งบประมาณ แก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ต้องทําอย่างมียุทธศาสตร์ครับ มันต้องทําอย่างที่มีคนรับผิดชอบ ไม่ใช่ต่างคนต่างอยู่เหมือนในขณะนี้ แล้วเราบอกว่าไม่จําเป็นครับ รองนายกรัฐมนตรีก็ไม่ต้องลง ท่านนายกรัฐมนตรีอาจจะมีภารกิจ เอาละ รองนายกรัฐมนตรี แล้วอยู่อย่างนี้ไม่รู้ใครเป็นเจ้าภาพ มันไม่มีเจ้าภาพไม่ได้ครับ ภาคใต้ต้องมีคนหนึ่งครับ ท่านเฉลิมท่านอาจจะกลัวก็ไม่ต้องลง ก็ให้คนอื่นที่ไม่กลัวลงไป แต่ว่าท่านจะบอกว่าไม่ต้องลงไป เจ้าหน้าที่เขาลําบากเปล่า ๆ อยู่กองบัญชาการส่วนหลัง ผมไม่อยากจะเติมที่เพื่อนผมเรียกว่าอะไรครับ โม้ เหลว โกง ผมไม่อยากเติมคําว่ากลัวเข้าไปอีก บ้านผมเขาเรียกว่าขี้ขลาดครับ แต่ว่าผมไม่เรียกถึงขนาดนั้น เอาว่ากลัวพอแล้ว การแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้สําเร็จไม่ได้หรอกครับถ้าอยู่อย่างนี้ พวกผมเพียรพยายามให้ออกกฎหมาย ศอ.บต. ขึ้นมาเพื่ออะไรครับ ท่านอย่าไปคิดว่า กฎหมาย ศอ.บต. คือผลงานของพรรคประชาธิปัตย์ เพราะกฎหมายฉบับนั้น ผ่านสภาผู้แทนราษฎรทุกพรรค เสียงข้างมากในสภาแห่งนี้บอกว่าให้มีกฎหมายนี้ มาเป็นเครื่องมือของรัฐบาลในการแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ เพราะอะไรครับท่านประธาน เพราะเราต้องการแยกระหว่างปัญหาความมั่นคงกับเรื่องการพัฒนาออกจากกัน กฎหมายคือเครื่องมือของรัฐบาลในการแก้ปัญหาต่าง ๆ
ท่านนิพนธ์เหตุผลพอสมควรแล้วกระมังครับ
ยังไม่จบครับท่านประธาน เพราะว่ามันจะเป็น ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาทแล้ว ผมไม่อยากจะให้มันไปเรื่อย ๆ อย่างไม่มีขีดจํากัดว่าใช้เท่าไรมันจึงจะแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ได้ อีกนิดเดียว ท่านประธานครับ ท่านฟังผมแล้วจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่ง ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ เราต้องการให้นายกรัฐมนตรีเป็นคนรับผิดชอบสูงสุด สภาแห่งนี้จึงไปออกกฎหมายบอกว่า กอ.รมน. นายกรัฐมนตรีเป็น ผอ.กอ.รมน. นายกรัฐมนตรีรับผิดชอบเรื่องความมั่นคง นายกรัฐมนตรีปฏิเสธเรื่องความมั่นคงไม่ได้ นายกรัฐมนตรีเป็น ผอ.กอ.รมน. ออกกฎหมายฉบับนี้ สนช. ในขณะนั้นเป็นคนออก ต่อมาเมื่อรัฐบาลของท่านมาเป็นพวกผมได้เสนอกฎหมาย ศอ.บต. เข้าไป ในขณะนั้นท่านสมัคร ท่านเฉลิมมาหาพวกผม พวกผมเสนอตั้งแต่ท่านเป็นรัฐบาล เพียงแต่กฎหมายฉบับนี้ไม่ถูกรับรองในขณะนั้นเพราะอาจจะส่งไปให้หน่วยงานต่าง ๆ พิจารณา มาถึงท่านอภิสิทธิ์ท่านเร่งรัดให้มีการรับรองแล้วสภาแห่งนี้ออกกฎหมาย ศอ.บต. มาบังคับใช้ มาดูแลเรื่องการพัฒนา เราบอกว่าเลขาธิการ ศอ.บต. เดิมเคยเป็นซี ๑๐ บัดนี้ไม่พอแล้ว จะเป็นรองปลัดกระทรวงต้องให้เป็นซี ๑๑ เพื่อมาบูรณาการหน่วยงานเกี่ยวกับเรื่อง การพัฒนาทั้งหมด แต่ว่าซี ๑๑ ยังไม่ใช่เด็ดขาดว่าขึ้นกับกระทรวงใด เรายังไม่ให้ขึ้นกับ สํานักนายกรัฐมนตรีเลยครับ เราให้ขึ้นกับนายกรัฐมนตรีโดยตรง เพราะต้องการให้ นายกรัฐมนตรีดูแลเรื่องภาคใต้อย่างไรครับ นี่คือเจตนาของสภา ไม่ว่าจะเป็นยุค สนช. ก็ดี หรือยุคที่มาจากการเลือกตั้งอย่างนี้ก็ดี คือต้องการให้นายกรัฐมนตรีรับผิดชอบปัญหา จังหวัดชายแดนภาคใต้ วันนี้นายกรัฐมนตรีบอกว่าท่านไม่เอาแล้ว ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ มอบให้รองนายกรัฐมนตรี รองนายกรัฐมนตรีก็โยนกันใหญ่เลยครับว่าใครจะอยู่กองบัญชาการ ส่วนหลังกัน เพราะต่างคนไม่ยอมไปส่วนหน้าอยากจะอยู่ส่วนหลังทั้งหมด แสดงว่าถ้าอยู่ใน ลักษณะของความกลัวอย่างนี้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้แก้ไม่ได้หรอกครับ
ท่านประธานครับ ผมฝากไปยังกรรมาธิการว่ากรรมาธิการต้องถามเรื่องเหล่านี้ว่า วันนี้สิ่งที่สภาแห่งนี้ให้ท่านไปนี่มีอะไรที่ท่านบอกว่ายังไม่พอ ท่านอย่าไปบอกว่ากฎหมายนั้น ออกในยุคนั้นยุคนี้ครับ กฎหมายคือเครื่องมือของรัฐบาลในการแก้ปัญหา ถ้าไม่เช่นนั้น กฎหมายต่าง ๆ ที่ออกมาในแต่ละยุคแต่ละสมัยเราไม่ใช้กันหมดสิครับ ผมจึงสอบถาม กรรมาธิการว่าในบรรดาที่จ่ายงบประมาณให้ทั้งหมด ทุกหน่วยงาน ทุกกระทรวง ทบวง กรม ลงไปแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ท่านได้สอบถามไหมครับว่าต่อไปนี้เกณฑ์ตัวชี้วัด ในการแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้เราจะใช้เกณฑ์อะไร สํานักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติจะต้องเป็นเจ้าภาพเรื่องนี้ ในการที่จะลงไปสํารวจ ท่านทราบไหมครับ ไม่ว่าใครจะทําอะไรให้เกิดขึ้นยุคไหนก็แล้วแต่ ถ้าเรายังแก้ปัญหาเอามวลชนมาเป็นพวกไม่ได้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ยากที่จะแก้ได้ ตราบใดที่มีขบวนการไปทําร้ายทหาร แล้วในหมู่บ้านไปแกงแพะเลี้ยงฉลองไชโยกัน ถ้าปล่อยให้มีภาพอย่างนี้อยู่ยากที่จะแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ นั่นเพราะว่าเราไม่ได้ใจเขา ในขณะนี้ถ้าไม่ได้ใจคนเหล่านั้นมาเป็นพวกนี่ท่านไม่ได้ข้อเท็จจริง ท่านไม่ได้ความจริง ท่านไม่ได้ข้อมูลที่แท้จริงหรอกครับ เพราะเราไม่ได้ใจเขา ไม่ว่าจะเกิดภาพหลอกหลอนว่าใคร เอาคนของเขาไปทําอะไรให้เกิดขึ้นกับ ๘๐ กว่าศพหรือ ๓๕ ศพอะไรก็แล้วแต่ ผมไม่พูดซ้ํา ผมไม่อยากจะพูดซ้ํา แต่นั่นคือความทรงจําที่ลึกอยู่ว่าราชการเป็นคนทํา ในยุคนั้น เราต้องยอมรับว่าข้อเท็จจริงเกิดขึ้นอย่างนั้น นั่นคือที่มาที่ไม่ชอบทหารถึงทุกวันนี้ เราต้องให้ หน่วยงานอื่นเข้าไปทํา วันนี้เราต้องเปลี่ยนแผนครับ ที่บอกว่าเอาคนนอกพื้นที่เข้าไป ๖ เดือนกลับ ๑ ปีกลับ พอเขาเริ่มรู้จักคน เริ่มรู้จักขบวนการ เริ่มรู้จักหมู่บ้าน เริ่มรู้ตัวบุคคล ต้องกลับเปลี่ยนคนใหม่เข้าไป อย่างนี้ไม่ได้หรอกครับ วิธีการเหล่านี้ท่านถาม กอ.รมน. บ้างไหมครับว่าจะปรับปรุงเมื่อไร ทําไมไม่คิดสร้างหน่วยที่มีความเชี่ยวชาญในเรื่องพื้นที่ ขึ้นมาโดยเฉพาะ ทําไมไม่เอาคนในพื้นที่ สร้างคนเหล่านั้นให้มีความเชี่ยวชาญแต่ละพื้นที่ รู้จักคน รู้จักหมู่บ้าน รู้จักตัวขบวนการ แล้วให้คนเหล่านั้นไปแก้ปัญหา
ท่านนิพนธ์ครับ ผมว่าใน ๔ รายการ สํานักข่าวกรองแห่งชาติ สํานักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ กอ.รมน. สํานักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ที่ท่านตัด ท่านให้เหตุผลพอสมควรดีมากครับ แล้วก็ตั้งคําถาม
ก็ด้วยความเคารพท่านประธาน จะจบแล้วครับ
ขอสรุปหน่อยนะครับ
ด้วยความเคารพท่านประธาน เอาเป็นว่าท่านกรรมาธิการตอบผมก็แล้วกันผมจะรอฟังท่านว่าท่านได้เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้ง ๔ หน่วยงานที่ผมขอตัด ๘ เปอร์เซ็นต์นี่มาสอบถามสิ่งเหล่านี้บ้างไหม แล้วคําตอบของ หน่วยงานต่าง ๆ เขาตอบท่านว่าอย่างไร ท่านชี้แจงผมด้วยนะครับ ขอบคุณท่านประธานครับ
คุณหมอประท้วงอะไรครับ ประท้วงท่านนิพนธ์หรือครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม นายแพทย์สุกิจ อัถโถปกรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ด้วยความเคารพครับ ผมขอประท้วงท่านประธานจริง ๆ เลยครับ ท่านทําผิดข้อบังคับ ข้อ ๘ ก็คือ เรื่องของการควบคุมการประชุม ท่านได้ขัดจังหวะการพูดของสมาชิกหลายท่านแล้วครับ ตั้งแต่ท่านพุทธิพงษ์ ท่านอันวาร์ แล้วก็มาถึงท่านนิพนธ์ ท่านประธานครับ ท่านอาจจะไม่ทราบว่า คนที่เขาดูทีวีอยู่ ที่ติดตามการประชุมอยู่ เขาจะมีความรู้สึกว่าคนที่ถูกประธานขัดจังหวะ ต้องเป็นคนที่พูดไม่ดี พูดพร่ําเพรื่อ พูดไม่มีเหตุผล เพราะฉะนั้นการกระทําของท่านประธาน โดยที่ท่านสมาชิกก็ไม่ได้ทําผิดข้อบังคับอะไร แล้วท่านประธานถือโอกาสขัดจังหวะ แล้วก็เตือน ผมทราบครับว่าท่านก็หวังดี แต่ว่ามันเป็นผลเสียต่อสมาชิกครับ ทําให้ผู้ฟัง เข้าใจผิดว่าสมาชิกทําผิดข้อบังคับ แล้วก็พูดไม่ได้เรื่องอย่างที่ผมพูดไปแล้ว เพราะฉะนั้น ถ้าเป็นไปได้นิด ๆ หน่อย ๆ ผมอยากให้ท่านประธานได้โปรดให้เขาพูดไปเถอะครับ เขาพูดได้ไม่มากหรอก พอจบเรื่องเขาก็จบครับ แล้วเราก็มีข้อตกลงที่ไม่มีการกําหนดเวลาด้วย ถ้าจะเปลี่ยนข้อตกลงเมื่อไรเราถึงค่อยว่ากันครับ
เชิญนั่งลงครับเดี๋ยวผมวินิจฉัย ท่านประท้วงผมข้อบังคับ ข้อ ๘ ในการควบคุมการประชุม ก่อนเข้าเราก็ได้ประชุมกัน วิปทั้ง ๒ ฝ่ายเปิดโอกาสให้ท่านสมาชิกใช้สิทธิได้เต็มที่ แต่ต้องอยู่ภายในกรอบของข้อบังคับก็คือการประชุมในวาระที่สองท่านแปรญัตติไว้อย่างไร ท่านสงวนความเห็นไว้อย่างไร ท่านต้องให้เหตุผล สิ่งซึ่งผมได้ทักท้วงมันไม่ใช่เป็นเหตุผลว่าพูดไม่ดี พูดไม่มีสาระ ท่านพูดดี ท่านพูดมีสาระ แต่เรากําลังอยู่ในวาระที่สอง ฉะนั้นในห้องประชุมนี้ ประธานก็ควบคุม ท่านพุทธิพงษ์ท่านก็พูดดี ท่านมีเหตุผล แต่เรากําลังอยู่ในวาระเหตุผลตัดเพราะอะไร บางท่านเราก็ปล่อยมา บางท่านก็ตั้งข้อแนะนํา ข้อสังเกต ข้อสงสัยเยอะแยะ เราก็พยายาม ที่จะไม่มีการทักท้วงใด ๆ ทั้งสิ้น แต่เนื่องจากวันนี้เราพิจารณาทั้งวันอยู่ที่มาตรา ๕ อย่างท่านนิพนธ์ท่านให้เหตุผลประกอบครบแล้วนะครับ แล้วจริง ๆ ท่านนิพนธ์ ท่านเป็นผู้รอบรู้ในเรื่องนี้เพราะท่านเคยเป็นประธานคณะอนุกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ศึกษาการแก้ไขปัญหาชายแดนภาคใต้ของคณะกรรมาธิการติดตามการบริหารงบประมาณ ท่านก็ทราบ แล้วก็ท่านได้ให้เหตุผลดีมาก ฉะนั้นเนื่องจากมีสมาชิกของเราแปรญัตติไว้หลายท่าน แล้วเราก็ต้องฟังท่านสมาชิกทุกท่านเพื่อจะให้โอกาสนะครับ เหตุผลที่ผมพยายาม ที่จะทักท้วงไปก็คือขอให้อยู่ในกรอบเท่านั้นเองนะครับ ส่วนเหตุผลประกอบอย่างอื่น ท่านไม่ได้ขัดข้องอะไรหรอกครับ ฉะนั้นเดี๋ยวผมก็จะต้องควบคุมตามที่พวกเราได้ตกลงกัน ท่านพิษณุมีอะไรครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ เพื่อนสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม พิษณุ หัตถสงเคราะห์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดหนองบัวลําภู พรรคเพื่อไทย ในฐานะกรรมาธิการ ท่านประธานครับ ขณะนี้เวลา ๑๘ นาฬิกา ๕๗ นาที ๒๖ วินาที เอกสารที่ผมได้สัญญาไว้กับท่านประธานวิปฝ่ายค้านขณะนี้ ผมเตรียมมาให้แล้วเป็น ๓ ฉบับ ฉบับหนึ่งจะนําเรียนท่านจุรินทร์ ฉบับหนึ่งท่านอุดมเดช ประธานวิปรัฐบาล แล้วก็อีกฉบับหนึ่งของท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ผมขออนุญาต ใช้เวลาเพิ่มอีกนิดหนึ่ง ท่านประธานครับ เรื่องของเวลา พอดีเมื่อกี้ซีกทางฝ่ายค้าน ได้เสนอประเด็นขึ้นมา ผมนําเรียนท่านประธานว่าขณะนี้เราอภิปรายอยู่ที่มาตรา ๕ ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๖ ฉบับนี้ มีอยู่ ๓๐ กว่ามาตรา วันนี้วันเดียวตั้งแต่ ๑๐ โมง ๒๑ นาทีที่เปิดมาจนถึงเดี๋ยวนี้ เกือบจะ ๑ ทุ่มแล้วใช้เวลา ๘ ชั่วโมงกับมาตรา ๕ มาตราเดียวเป็นเงินประมาณ ๒๕,๐๐๐ ล้านบาท ไม่ถึง ๑ เปอร์เซ็นต์ของงบประมาณทั้งหมด เพราะฉะนั้นผมคิดว่า หลังจากนี้ไปท่านประธานอาจจะต้องกําหนดเวลา อาจจะท่านละไม่เกิน ๕ นาที นี่ผมเสนอเบื้องต้นก่อนนะครับ แล้วก็ดูว่าจะพอหรือไม่ ก็ขออนุญาตเสนอท่านประธานเพียงเท่านี้ และขออนุญาตมอบหลักฐานเอกสารที่ทางฝ่ายค้านขอไว้ให้กับท่านประธานด้วย ขอบพระคุณครับ
เชิญคุณหมอเธียรชัยครับ เดี๋ยวส่วนข้อกําหนดในเรื่องของเวลาให้วิปทั้ง ๒ ฝ่าย ไปปรึกษาหารือกันจะเปิดโอกาสให้เต็มที่ เอกสารกรรมาธิการได้ส่งให้กับทั้งฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาล และท่านก็สําเนาตรวจสอบกันเองนะครับ เชิญคุณหมอครับ เดี๋ยวนะครับคุณหมอ เดี๋ยวนิดหนึ่ง ท่านมีอะไรครับ
ท่านประธานครับ ผม พิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย ผมหารือ ท่านประธานนะครับ เห็นคุณหมอขึ้นแล้วผมก็เป็นห่วง ท่านประธานครับ ทุกท่านที่อภิปราย ใช้เวลานานมาก ผมเกรงว่าเวลาที่เราตกลงกันไว้มันจะเกินเวลา เดี๋ยวถ้ามีเวลา อยากจะเชิญท่านประธานวิปฝ่ายค้านได้ชี้แจงเรื่องเวลาของฝ่ายค้านครับ
อย่างนี้ได้ไหมครับ คือผมได้เชิญประธานวิปทั้ง ๒ ฝ่ายหารือเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เราหารือได้ข้อยุติว่าจะใช้เวลา ๓ วัน ส่วนการบริหารเวลานี่ก็ให้แต่ละฝ่ายเพื่อกําชับท่านสมาชิก พยายามอภิปรายอยู่ในกรอบนะครับ แล้วก็ให้ประธานควบคุมการอภิปราย แต่ตอนนี้ ผมว่าให้อภิปรายไปก่อน แล้วก็แต่ละฝ่ายผมว่าก็อยู่ในกรอบกันอยู่นะครับ เพราะว่า ๓ วัน เดี๋ยวท้าย ๆ พอท่านได้พูดในมาตราที่สําคัญแล้วเราก็จะหารือกันอีกทีหนึ่งนะครับ
ท่านประธานครับ อยากจะให้ ท่านประธานวิปฝ่ายค้านช่วยตรวจสอบ ช่วยกระชับเรื่องเวลาด้วยนะครับ ขอให้เอาเนื้อ ๆ ครับ ขอบคุณครับ
คืออย่างนี้ เชิญคุณหมอต่อนะครับ เดี๋ยวให้วิปทั้ง ๒ ฝ่ายไปคุยกัน เชิญคุณหมอครับ
เรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม นายเธียรชัย สุวรรณเพ็ญ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๑ จังหวัดตาก พรรคประชาธิปัตย์ ในมาตรา ๕ นี้ผมได้แปรญัตติงบประมาณรายจ่ายของสํานักนายกรัฐมนตรี และหน่วยงานในกํากับเป็นเงินทั้งสิ้น ๒๕,๓๘๑,๖๖๕,๕๐๐ ล้านบาท ผมได้แปรญัตติ ตัดงบประมาณในส่วนนี้ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ โดยจะให้เหตุผลนะครับ ท่านประธานครับ หน่วยงานของสํานักนายกรัฐมนตรี และมีหน่วยงานย่อย ๆ อีกรวมทั้งสิ้น ๒๑ หน่วยงาน เริ่มตั้งแต่สํานักงานปลัดสํานักนายกรัฐมนตรีเป็นต้นไปนะครับ ผมจะไม่อภิปราย ซ้ําประเด็นกับเพื่อนที่ได้อภิปรายผ่านไปแล้วนะครับ โดยจุดแรกที่ผมจะอภิปรายก็คือ ในเรื่องของสํานักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค กราบเรียนท่านประธานว่าเราคงทราบดีว่า ขณะนี้เราได้ผ่านกฎหมายฉบับหนึ่งไปนั่นก็คือกฎหมายของการตั้งองค์การอิสระคุ้มครองผู้บริโภค และสํานักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคซึ่งสังกัดอยู่สํานักนายกรัฐมนตรีแห่งนี้ ก็ได้มีภารกิจตามที่ทางคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ งบประมาณรายจ่ายประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๖ ได้พิจารณาแล้วก็ตัดงบไปบ้างนะครับ ผมเห็นว่าสํานักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคเป็นหน่วยงานรัฐที่มีบทบาทอันสําคัญยิ่ง ต่อพี่น้องประชาชน ถือว่าเป็นหน่วยงานแรกที่คุ้มครองสิทธิในการที่พี่น้องประชาชน จะไม่ได้รับความเป็นธรรมในเรื่องของการบริโภคสินค้าต่าง ๆ แต่สิ่งที่ผ่านมาหลายปี ปรากฏว่าผลงานไม่เป็นที่ประจักษ์ เราคงจะได้เห็นภาพทางสื่อต่าง ๆ ที่ผู้บริโภคไม่พอใจ ต่อผู้ประกอบสินค้าขึ้นมา ทําให้มีเหตุที่รัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๕๐ จึงได้จัดตั้ง องค์การอิสระขึ้นมาก็คือองค์การอิสระคุ้มครองผู้บริโภค ซึ่งเป็นหน่วยงานที่มีการเลือกตั้งในระบบ มาจากระบอบประชาธิปไตย สิ่งนี้ละครับผมจึงต้องการให้หน่วยงานนี้ได้ปรับตัว กระทําการในเชิงรุกในการที่จะคุ้มครองผู้บริโภคหรือประสานงานร่วมกับองค์การอิสระ คุ้มครองผู้บริโภค เพื่ออะไรครับ เพื่อให้ประโยชน์ตกกับพี่น้องประชาชน วันนี้ผมจะพยายาม อภิปรายในเรื่องที่เกี่ยวกับประชาชน เพราะพวกเรามาจากประชาชน สิ่งที่ผมเป็นห่วงก็คือ การตั้งงบประมาณของสํานักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค ทางคณะกรรมาธิการ ก็ได้ตัดไปแล้ว แต่ผมเห็นว่ามีโอกาสที่จะตัดได้มากกว่านั้นอีก เนื่องจากว่าภารกิจที่แจ้งไว้ ในงบประมาณปี ๒๕๕๖ ผมเห็นว่ายังไม่สามารถที่จะช่วยในการแก้ไขปัญหาให้กับ ผู้ที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมจากการบริโภคสินค้าทั้งหลายที่เป็นปัจจัยสี่ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ ที่ดิน สิ่งก่อสร้าง หมู่บ้านจัดสรร รวมถึงการรักษาพยาบาล การซื้อข้าวของต่าง ๆ ที่ไม่ได้คุณภาพหรือไม่ได้รับการประกัน อย่างนี้เป็นต้น นี่คือสิ่งแรกที่อยากจะฝากข้อสังเกตไปยัง หน่วยงานแห่งนี้ว่าท่านจะต้องทํางานเชิงรุกมากกว่านี้
สิ่งที่สําคัญอีกอันหนึ่งก็คือสินค้าที่เกี่ยวกับการบริโภค ก็คือในเรื่องของอาหาร อาหารเป็นปัจจัยที่สําคัญและเป็นผลกระทบต่อสุขภาพของร่างกาย ในขณะนี้ทั่วโลก อาหารที่เกี่ยวกับทอดทั้งหลายเขาไม่ใช้แล้วครับน้ํามันพืชหรือน้ํามันที่ไขมันไม่อิ่มตัว เขาจะใช้ คําว่าทรานส์แฟท (Trans fat) เป็นหลักในการทอดสินค้าที่ขายบรรจุกล่องหรือบรรจุซองต่าง ๆ ที่พวกเรารับประทานกัน เพราะมันมีหลักฐานทางวิชาการว่าสินค้าเหล่านี้เมื่อใช้ทรานส์แฟท ที่ผมว่าเป็นน้ํามันในการทําให้สุกก็จะทําให้เป็นผลดีกับผู้บริโภค ทําให้ไขมันในร่างกาย ที่เป็นไขมันดีมีเพิ่มขึ้น แล้วไขมันเลวจะได้ลดลง อันนี้คือสิ่งที่ฝากไว้ว่าท่านจะต้องทําในเชิงรุก รวมทั้งควบคุมการประชาสัมพันธ์ของสินค้าต่าง ๆ เช่น สินค้าที่โฆษณาทางวิทยุชุมชนก็ดี หรือทางสถานีโทรทัศน์ช่องพิเศษก็ดี ของคุณป้าต่าง ๆ ที่อวดสรรพคุณมากมาย ทําให้ พี่น้องประชาชนเราได้รับผลจากร่างกาย บางคนพิการ บางคนล้มเจ็บป่วย หรือบางคนถึงตาย แทนที่จะถึงมือหมอเร็วขึ้น อันนี้ถือเป็นเรื่องสําคัญมาก
ในหน่วยงานต่อไปที่ผมจะพูดก็คือสํานักงบประมาณครับ ท่านประธานครับ สํานักงบประมาณผมก็เห็นด้วยว่าควรจะตัดงบประมาณ เพราะว่าสํานักงบประมาณ จริง ๆ แล้วเป็นหน่วยงานที่มีบทบาทอันสําคัญยิ่งในการที่จะให้คําแนะนํา ให้คําปรึกษา กับหน่วยงานต่าง ๆ รวมทั้งการจัดตั้งราคากลางซึ่งเป็นเหตุที่สําคัญในเรื่องของ การทุจริตคอร์รัปชัน การจัดตั้งราคากลาง การศึกษาความเป็นไปได้ของราคาสินค้าต่าง ๆ ท่านต้องปรับกระบวนยุทธ์ใหม่หมดครับ จะปล่อยไปไว้อย่างนี้ไม่ได้ นอกจากนี้การให้กําไร หรือการพิจารณาให้กําไรของผู้ดําเนินการต่าง ๆ อาจจะต้องปรับลดลงให้มากกว่านี้ แล้วเราก็ใช้หลักการที่ว่าให้รางวัล ถ้าเขาทํางานได้รวดเร็วขึ้นเสร็จก่อนกําหนด คุณภาพงานดี มีการให้รางวัล ไม่ใช่มีการทําโทษอย่างเดียว ผมเห็นว่าสํานักงบประมาณจะต้องปรับบทบาทนี้ ในส่วนที่ยังทําได้ โดยเฉพาะสิ่งที่พวกเราเรียกร้องหากันก็คือในเรื่องของการได้รายงาน ที่รอกันว่าประมาณ ๑ ทุ่ม สํานักงบประมาณ พันธกิจที่สําคัญ ผมไม่อ่านหมดหรอกครับ เพื่อประหยัดเวลา พันธกิจของสํานักงบประมาณมีว่า ๔. ติดตามประเมินผลและรายงานผล ความสําเร็จของการดําเนินงานจากการใช้จ่ายงบประมาณของส่วนราชการและรัฐวิสาหกิจ ข้อ ๔ นี้สําคัญครับ เพราะฉะนั้นในวันนี้ถ้าเอกสารใดที่ออกมาไม่เป็นจริง ไม่ตรงต่อความเป็นจริง สํานักงบประมาณในฐานะผู้อํานวยการที่เป็นเลขานุการคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๖ ท่านจะต้องลุกออกมาชี้แจง เพราะอะไรครับ เพราะวิสัยทัศน์ของสํานักงบประมาณบอกว่า สํานักงบประมาณเป็นกลไกในการขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาลที่ทันสมัยและเชื่อถือได้ มีความหมายมากนะครับ เชื่อถือได้ เพราะฉะนั้นขอให้ท่านอย่าได้เกรงใจผู้บริหารครับ ออกมาชี้แจงให้กับที่ประชุมแห่งนี้ทราบเพื่อจะเป็นประโยชน์ต่อการจัดทํางบประมาณ ครั้งต่อไป
ท่านประธานครับ ในสิ่งที่ผมจะพูดต่อไปและมีส่วนสําคัญมากกับ สํานักนายกรัฐมนตรีก็คือสํานักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน หรือเรียกว่าสํานักงาน ก.พ. นะครับ สํานักงาน ก.พ. นี้ก็คือเป็นหน่วยงานที่มีความสําคัญมากในเรื่องเกี่ยวกับ การพัฒนาและวางระบบบริหารทรัพยากรบุคคล เพื่อเป็นพลังขับเคลื่อนการบริหารกําลังคน ภาครัฐให้มีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ยังเป็นส่วนสําคัญในการพิทักษ์ระบบคุณธรรม ในราชการพลเรือน เสริมสร้างมโนสุจริตและความโปร่งใสในการปฏิบัติราชการ ที่มุ่งเน้นประโยชน์ส่วนรวม อันนี้คือพันธกิจของข้าราชการพลเรือน ผมขอเรียน ซ้ําอีกครั้งหนึ่งว่าความโปร่งใสคือสิ่งที่สําคัญ และรัฐสภาแห่งนี้คือสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ ก็เรียกร้องมาโดยตลอด ความโปร่งใสก็คือการตรวจสอบได้ทุกขั้นตอนครับ เพราะฉะนั้น สํานักนายกรัฐมนตรีที่ดูแลสํานักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือนท่านจะต้องคํานึงถึง สิ่งต่าง ๆ ที่ผมพูดถึงเรื่องพันธกิจดังกล่าวแล้ว ขณะนี้มันมีปัญหาในเรื่องของบุคลากร มากมายหลายหน่วย โดยเฉพาะหน่วยงานที่สําคัญที่ผมจะต้องเอ่ยถึงก็คือข้าราชการของ กระทรวงสาธารณสุข ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ให้บริการกับพี่น้องประชาชนทั่วประเทศ ตลอด ๒๔ ชั่วโมง หน่วยงานนี้เป็นหน่วยงานที่มีปัญหาด้านบุคลากรมาโดยตลอดครับ และไม่ว่าใครจะเป็นรัฐมนตรีก็ไม่สามารถจะแก้ไขปัญหานี้ได้ เนื่องจากกลไก กฎเกณฑ์ กฎกระทรวง กฎหมายต่าง ๆ มันรุมรัดกันไปหมดครับ ขณะเดียวกันพี่น้องประชาชน ซึ่งมารับบริการนโยบาย ๓๐ บาทจากรัฐบาลนี้ที่เป็นผู้เริ่มก็ไม่สามารถที่จะช่วยบรรเทา ความเดือดร้อนเขาได้ เพราะทางรัฐบาลก็โฆษณาประชาสัมพันธ์ในเรื่องของการใช้สิทธิ โดยเฉพาะ ๓๐ บาท ซึ่งขณะนี้ทราบว่าโครงการ ๓๐ บาทจากการที่ไม่เก็บสตางค์เลย เริ่มจะคิดเงินจากผู้มาใช้บริการ เริ่มวันที่ ๑ กันยายนที่จะถึงข้างหน้านี้แล้วครับ นั่นก็หมายความว่าปัญหานี้เกิดจากเงินที่ไม่พอ งบประมาณต่อหัวไม่พอ นอกจากนี้ ก็ยังมีเรื่องของปริมาณงานที่มากจากพี่น้องประชาชน ๔๗ ล้านคนเศษไปใช้บริการ นอกจากนี้กําลังคนที่สําคัญของกระทรวงสาธารณสุขทุกระดับครับ แพทย์ พยาบาล ทันตแพทย์ นักกายภาพบําบัด นักวิทยาศาสตร์ทางเคมี รวมทั้งเอกซเรย์ ทํางานเกินกําลัง เกินมาตรฐานของโลกที่เขามีอยู่ เพราะฉะนั้นความบกพร่อง ความไม่พอใจที่เกิดขึ้น กับผู้มาใช้บริการมันก็จะมีสถิติที่นับวันจะสูงขึ้น ๆ และเราก็จะมาเริ่มแก้ไขปัญหากัน ที่บั้นท้ายก็คือว่าออกกฎหมายคุ้มครองผู้ได้รับความเสียหายจากการรักษาพยาบาล ผมจะต้องชี้ให้ท่านประธานเห็นว่าในอนาคตข้างหน้าก็คือประมาณ ๓ ปีจากนี้ไป ก็คือตั้งแต่ปี ๒๕๕๘ ประเทศไทยเราก็จะเปลี่ยนไปเป็นสังคมของอาเซียน เราจะมีบุคลากร รอบบ้านเราที่จะต้องเดินทางเข้าในประเทศสะดวกขึ้นแล้วก็จะมาใช้บริการ กระบวนการ ทางสาธารณสุขจะเป็นปัญหามากในเรื่องกําลังคน เพราะขณะนี้แม้แต่รักษาพี่น้องคนไทย ๔๗ ล้านคนเศษที่ใช้สิทธิ ๓๐ บาท รวมกับสิทธิข้าราชการ และสิทธิจากกองทุนประกันสังคม ก็คือ ๖๐ ล้านคนเศษ กําลังคนขณะนี้ไม่เพียงพอครับ ผมเรียนให้ท่านประธานทราบว่า กําลังผลิตแพทย์ขณะนี้ ๒,๕๐๐ คนต่อปี เรากําลังขาดแคลนแพทย์อยู่ในขณะนี้ตัวเลข ประมาณ ๑๐,๐๐๐ คนเศษ ถ้าเปิดเออีซี (AEC) คือสังคมอาเซียนขึ้นมากําลังคน แพทย์จะต้องใช้บวกเข้าไปเพิ่มขึ้นอีกประมาณ ๑,๒๐๐ คนจากการคาดการณ์ เช่นเดียวกันครับ กับภาคพยาบาล ตอนนี้เรามีกําลังผลิตอยู่ประมาณ ๑๐,๐๐๐ คนต่อปี แต่ภาครัฐขาดอยู่ อีกประมาณ เฉพาะภาครัฐนะครับ ไม่พูดถึงภาคเอกชน ขาดอยู่ประมาณ ๑๖,๐๐๐ คนเศษ ถ้าเปิดเป็นประชาคมอาเซียนจะต้องใช้กําลังคนคาดว่าอีกประมาณ ๕,๐๐๐ กว่าคนเศษ นี่คือในหน่วยงานของภาครัฐ ทันตแพทย์เช่นเดียวกันครับ กําลังผลิต ๘๐๐ คนต่อปี ภาครัฐขณะนี้ขาด ๒,๙๐๐ คน ถ้าประชาคมอาเซียนเปิดขึ้นมา กําลังทันตแพทย์ก็จะเพิ่มขึ้น อีกประมาณ ๓๐๐ กว่าคน ที่ผมมาพูดในที่นี้ก็เพื่อจะชี้แจงให้เห็นว่าขณะนี้ปัญหาที่ สํานักงาน ก.พ. ไม่สามารถที่จะบรรจุอัตรากําลังคนต่าง ๆ ตามที่กระทรวงเรียกร้อง ก็เพราะว่า เรามีกฎต่าง ๆ ออกมามากมาย เมื่อข้าราชการหน่วยงานใดก็ตามเกษียณอายุ ก็ให้ลดตําแหน่งนั้นไปเสีย ถามว่าบางหน่วยงานเหมาะสมครับ แต่ในบางหน่วยงาน ที่เปิดบริการ ๒๔ ชั่วโมงนี่ผมคิดว่าสมควรที่จะมีการทบทวนตําแหน่งต่าง ๆ อัตรากําลังต่าง ๆ นอกจากนี้การให้บริการนี่ครับ ขวัญกําลังใจของผู้ทํางานมีความสําคัญ ถ้าคนทํางาน มีความสุขยิ้มได้ ผลลัพธ์จากการรักษาพยาบาล จากการดูแลก็จะยิ่งดีมากยิ่งขึ้น ผมคงจะมีเรื่องใหญ่ ๆ ที่จะฝากทางท่านประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๖ ว่า ท่านจะต้องพยายามพิจารณาศึกษาและซักถามในเรื่องเหล่านี้ แต่ผมเห็นใจ เพราะว่าท่านมีเวลาประมาณ ๗๐ วันในการทํางบประมาณทั้งสิ้น ๒,๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท นี่คือกลไกของการพิจารณางบประมาณในแต่ละปีของเราที่จะมีการจํากัดเวลา เพราะฉะนั้นก่อนจบนี้ผมก็เห็นด้วยกับเพื่อนสมาชิกหลายคนที่เสนอว่าน่าจะมี คณะกรรมาธิการสามัญงบประมาณโดยเฉพาะเพื่อพิจารณากันทั้งปี แล้วก็ให้ ส.ส. ทุกคน รวมทั้งท่านวุฒิสมาชิก พี่น้องประชาชน มีส่วนร่วมในการจัดทํางบประมาณ งบประมาณ ที่ทําด้วยความหยาบด้วยระยะเวลาอันสั้นผลมันก็ออกมาหยาบครับ เพราะฉะนั้น เราต้องปรับปรุงใหม่ แก้ไขใหม่ ผมขอให้ท่านประธานในฐานะประมุขฝ่ายนิติบัญญัติ ท่านได้ใช้บทบาทของท่านดําเนินการแก้ไขในสิ่งที่ผมได้พูดไปในเรื่องของการตั้ง คณะกรรมาธิการสามัญงบประมาณแผ่นดินในแต่ละปี ผมขออนุญาตใช้เวลาเพียงเท่านี้ครับ ขอขอบคุณมากครับ
ขอบคุณคุณหมอเธียรชัย สุวรรณเพ็ญ ได้สาระดีมากครับ ท่านวิทยาจะชี้แจงหรือเปล่า ยังใช่ไหม เหลืออีกท่านหนึ่ง ท่านอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ ท่านจะไม่อภิปรายแล้วใช่ไหมครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ กระผมจะใช้เวลาให้กระชับที่สุด สั้นที่สุด เพื่อจะอภิปราย ปรับลดงบประมาณในมาตรา ๕ ซึ่งเป็นงบประมาณในหมวดของสํานักนายกรัฐมนตรี แม้ว่ากระผมจะได้สงวนคําแปรญัตติไว้ที่จะปรับลดในหลายหน่วยงานก็ตาม แต่จะขออนุญาตที่จะอภิปรายเพียงหน่วยงานเดียวนั่นก็คือสํานักข่าวกรองแห่งชาติ สํานักข่าวกรองแห่งชาติได้เสนอคําของบประมาณไว้ จํานวน ๕๓๕.๓ ล้านบาท คณะกรรมาธิการไปปรับลดทั้งสิ้น ๑,๕๐๐,๐๐๐ บาท ผมเองได้ขอปรับลดไว้ ๑ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งถือว่าน้อยมากอยู่แล้วนะครับ แต่ปรากฏว่าคณะกรรมาธิการไปปรับลดน้อยมากกว่า ที่ผมได้เสนอปรับลดไปเสียอีก ซึ่งส่วนที่ปรับลดไปก็คือเป็นเรื่องของค่าอาหาร แล้วก็หมวดครุภัณฑ์ ที่ดิน สิ่งก่อสร้าง ท่านประธานที่เคารพครับ สํานักข่าวกรองแห่งชาติ ไม่ได้มีงบประมาณเพียง ๕๓๕.๕ ล้านบาทเท่านั้น แต่สํานักข่าวกรองแห่งชาติ ยังมีเงินราชการลับของสํานักข่าวกรองแห่งชาติที่ฝากไว้ที่สํานักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีอีก ๒๓๒ ล้านบาท เพราะฉะนั้นจํานวนเงินถึง ๗๘๐ กว่าล้านบาทนั้นต้องถือว่าเป็นตัวเลขที่สูงมาก และเงินราชการลับ จํานวน ๒๓๒ ล้านบาทนั้นสภาก็ไม่ได้มีโอกาสเข้าไปแตะต้องตรวจสอบ แต่อย่างใด
ท่านประธานครับ งานของสํานักข่าวกรองแห่งชาติเป็นกลไกที่มีความสําคัญ เป็นเครื่องมือในการทํางานของนายกรัฐมนตรีในการตัดสินใจต่อสถานการณ์ของบ้านเมือง ในทุกมิติ เนื่องจากว่าอํานาจของสํานักข่าวกรองแห่งชาติซึ่งจะได้รับคําสั่งจากนายกรัฐมนตรีนั้น ก็คือการให้ติดตาม ประเมิน วิเคราะห์สถานการณ์ปัจจุบันทั้งภายในและต่างประเทศ ตลอด ๒๔ ชั่วโมง ทุกเรื่องสํานักข่าวกรองแห่งชาติจะต้องรู้ รู้แล้วต้องรายงานต่อ ผู้บังคับบัญชาสูงสุดก็คือนายกรัฐมนตรี หน่วยงานข่าวกรองของประเทศนี้ ๓ หน่วยงานใหญ่ ๆ เขาก็รายงานขึ้นตรงผู้บังคับบัญชาในแต่ละด้าน สํานักข่าวกรองแห่งชาติก็รายงานขึ้นตรงกับ นายกรัฐมนตรี กองบัญชาการตํารวจสันติบาลก็รายงานขึ้นตรงกับผู้บัญชาการตํารวจแห่งชาติ ศูนย์รักษาความปลอดภัยแห่งชาติก็รายงานตรงต่อผู้บัญชาการทหารสูงสุด แต่ท่านประธานที่เคารพครับ ทุกครั้งที่เกิดเหตุด่วน เหตุร้าย เหตุที่มีความสําคัญ ต่อความมั่นคงของประเทศ เรามีคําถามกับสํานักข่าวกรองแห่งชาติเสมอว่าทําไมถึงไม่รู้ ทําไมถึงรู้ทีหลัง ทําไมถึงรู้แล้วแล้วไม่มีการเตรียมการรองรับหรือรายงานให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้เตรียมการรองรับเพื่อไม่ให้เหตุร้ายเหล่านั้นเกิดขึ้น คําถามเหล่านี้เกิดขึ้นทุกครั้ง ท่านประธานที่เคารพครับ นี่คือที่มาของการที่ผมจําเป็นจะต้องปรับลดงบประมาณ ของหน่วยงานแห่งนี้เพื่อที่จะตั้งข้อสังเกต ท่านประธานที่เคารพ หลายครั้งที่เกิดเหตุการณ์สําคัญ สํานักข่าวกรองแห่งชาติตอบคําถามไม่ได้ และวันนี้เราได้ยินคําพูดที่ฟังดูก็โก้หรูว่า เราทํางานกันอย่างบูรณาการ แต่ท่านประธานครับ แค่ ๓ หน่วยงาน กองบัญชาการ ตํารวจสันติบาล ศูนย์รักษาความปลอดภัยแห่งชาติ กับสํานักข่าวกรองแห่งชาติ บูรณาการกันแค่ไหน นี่ไม่ต้องพูดถึงคําพูดสวยหรูเรื่องประชาคมข่าวกรองนะครับ มีการร่วมมือกับประชาคมข่าวกรองที่ทํางานด้านข่าวกรองกับทั่วโลก แต่ท่านไปถามดูเถอะครับว่า สํานักข่าวกรองแห่งชาติมีทํางานร่วมกับประชาคมข่าวกรองในระดับนานาชาติกี่แห่ง กับประเทศในกลุ่มอาเซียน ๑๐ ประเทศเป็นประชาคมข่าวกรองด้วยกันทั้งหมดหรือเปล่า มีประเทศจีน มีประเทศอินเดียทํางานกัน ประเทศในตะวันออกกลางไม่มีประเทศใดที่ทํางาน อยู่ในประชาคมข่าวกรองกับสํานักข่าวกรองแห่งชาติของประเทศเรานะครับ เพราะฉะนั้น หลายเรื่องเมื่อเกิดเหตุที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงของประเทศที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มประเทศอาหรับ เราแทบจะมืดบอดกับเรื่องนี้ นี่เป็นเรื่องที่จะต้องไปปรับปรุง
ท่านประธานที่เคารพครับ วันนี้ถ้าถามว่าสํานักข่าวกรองแห่งชาติจะต้องมอง บทบาทหน้าที่ของตัวเองอย่างไร นอกเหนือจากคําสั่งสํานักนายกรัฐมนตรีที่ต้องประเมิน สถานการณ์ปัจจุบันทั้งในประเทศนอกประเทศตลอด ๒๔ ชั่วโมงแล้วมันต้องมีกรอบ ในการทํางาน วันนี้สํานักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติก็ได้ออกมาแล้วว่าภารกิจภัยคุกคามที่จะมาคุกคาม แล้วก็จะมีผลต่อความมั่นคงของประเทศเราเขาได้ชี้ออกมาแล้วว่ามี ๖ เรื่องใหญ่ ๆ ซึ่งผมคิดว่านี่แหละที่จะเป็นกรอบให้สํานักข่าวกรองแห่งชาติจะต้องนําไปคิดแล้วก็นําไปเป็น กรอบในการปฏิบัติงาน
เรื่องที่ ๑ ก็คือเรื่องความมั่นคงของสถาบันพระมหากษัตริย์ นี่เป็นภัยคุกคาม ที่มีความสําคัญสูงสุดของประเทศนี้
เรื่องที่ ๒ เรื่องของความขัดแย้งของคนในประเทศ
เรื่องที่ ๓ เรื่องความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้
เรื่องที่ ๔ เรื่องความไม่เชื่อมั่นในการบริหารประเทศตามหลักนิติธรรม
เรื่องที่ ๕ เรื่องปัญหายาเสพติด
เรื่องที่ ๖ เรื่องความเสี่ยงที่เกิดจากวิกฤตการณ์ภัยธรรมชาติ ซึ่งเป็นปัญหา ความมั่นคงอีกด้านหนึ่ง
ทั้ง ๖ เรื่องนี่ละครับที่จะเป็นกรอบให้สํานักข่าวกรองแห่งชาติจะต้องไปปรับตัว เพื่อที่จะรองรับว่าทําอย่างไรถึงจะทํางานการข่าวได้ ๒๔ ชั่วโมง และรายงานให้นายกรัฐมนตรี ไปใช้เป็นเครื่องมือในการประกอบการตัดสินใจในการบริหารประเทศได้อย่างทันท่วงที ทันต่อสถานการณ์และความเปลี่ยนแปลง
สิ่งที่ผมอยากจะฝากไว้สําคัญที่สุดก็คือเรื่องของความมั่นคงของ สถาบันพระมหากษัตริย์ที่สํานักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติให้ความสําคัญกับเรื่องนี้ ซึ่งถือว่าเป็นกรอบสูงสุดแล้ว ถามว่าวันนี้สํานักข่าวกรองแห่งชาติทําอะไรกับปัญหานี้ ทําอะไรกับภัยคุกคามที่เกิดขึ้นกับสถาบันพระมหากษัตริย์ วันนี้เพื่อนสมาชิกหลายท่าน ได้พยายามที่จะหยิบยกปัญหานี้ขึ้นมาว่ามีกลุ่มบุคคลที่มีพฤติกรรมในการบ่อนทําลาย สถาบันพระมหากษัตริย์เกิดขึ้นอยู่จริง คนกลุ่มนี้เติบใหญ่ขยายตัวและมีอิทธิฤทธิ์มากขึ้น ใช้วิธีการหลากหลายรูปแบบในการเคลื่อนไหว ทั้งซึมลึก ทั้งขยายด้านกว้าง มีเงินสนับสนุน คนกลุ่มเหล่านี้ให้ดําเนินการใช้รูปแบบในการผ่านทางเครือข่ายอิเล็กทรอนิกส์ต่าง ๆ หรือกลุ่มบุคคลต่าง ๆ ทั้งในและต่างประเทศ คําถามก็คือว่างานเหล่านี้เป็นงานที่ สํานักข่าวกรองแห่งชาติจะต้องเข้าไปแบกรับไหม แน่นอนครับคนในสํานักข่าวกรองแห่งชาติ จะต้องรู้ วันนี้ต้องรู้แล้วนะครับใครเป็นตัวการใหญ่ ใครร่วมขบวนการ ใช้เงินจากใคร มีเส้นสายในการปฏิบัติการเรื่องนี้อย่างไร สํานักข่าวกรองแห่งชาติต้องมีคําตอบเรื่องนี้ และรายงานตรงกับนายกรัฐมนตรี นั่นหมายความว่านายกรัฐมนตรีต้องรู้ว่า ขบวนการนี้อยู่อย่างไร และจะจัดการกับคนเหล่านี้อย่างไร ท่านประธานที่เคารพครับ ต้องเรียนว่าคนกลุ่มเหล่านี้ที่ปฏิบัติการเคลื่อนไหวทั้งในและต่างประเทศนั้น มีอยู่ทั่วทุกภูมิภาคในประเทศของเราด้วย อย่าว่าแต่งานของสํานักข่าวกรองแห่งชาติ จะต้องรู้เรื่องนี้ แม้แต่กระทรวงมหาดไทยก็มีรายงานเรื่องนี้ว่าใครปฏิบัติการอยู่ตรงไหน อย่างไรบ้าง คําถามก็คือว่าสํานักข่าวกรองแห่งชาติของเราตื่นตัวกับเรื่องนี้จริง ๆ หรือไม่ ยอมรับว่าปัญหานี้เป็นปัญหาความมั่นคงของรัฐ ตามที่สํานักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ ได้หยิบขึ้นมาเป็นปัญหาหลักของประเทศนี้หรือไม่ นี่คือสิ่งที่ผมกังวลว่าเมื่อได้งบประมาณ จํานวนมากมายมหาศาลจากรัฐสภานี้ไปแล้วสํานักข่าวกรองแห่งชาติจะไปปรับตัวกับเรื่องนี้ อย่างไร เงิน ๕๘๐ กว่าล้านบาทเอาไปใช้ส่วนใหญ่แล้วก็คือการปรับปรุงคุณภาพ ประสิทธิภาพการทํางานของบุคลากรของสํานักข่าวกรองแห่งชาติเองซึ่งปัจจุบันนี้ ก็มีประมาณ ๘๕๐ กว่าคน แล้วยังมีเงินราชการลับอีก ๒๓๒ ล้านบาท ซึ่งสามารถใช้จ่าย ได้อย่างอิสระในการทํางานด้านข่าวกรองในด้านนี้
คําถามสุดท้ายก็คือว่าเมื่อรายงานของสํานักข่าวกรองแห่งชาติ มาถึงนายกรัฐมนตรีแล้วนายกรัฐมนตรีของเราได้ใช้ประโยชน์จากงานของสํานักข่าวกรองแห่งชาตินี้ มากน้อยแค่ไหน เราถึงต้องตั้งคําถามอยู่ตลอดเวลา นายกรัฐมนตรีรู้เรื่องหรือยัง ทําไมนายกรัฐมนตรีถึงยังไม่รู้เรื่อง ผมไม่ได้โทษนายกรัฐมนตรีในหลาย ๆ เรื่อง แต่ผมโทษหน่วยงานที่เกี่ยวข้องซึ่งมีหน้าที่โดยตรงที่จะต้องรายงานนายกรัฐมนตรี ตามอํานาจหน้าที่เหล่านี้ นี่คือประเด็นทั้งหลายทั้งปวงที่ผมอยากจะฝากไปถึง คณะกรรมาธิการว่านี่คือเหตุผลที่ผมจําเป็นต้องปรับลดงบประมาณของสํานักข่าวกรองแห่งชาติ ที่มากกว่าที่ท่านไปปรับลดเพียง ๑.๕ ล้านบาท โดยที่ท่านไม่ได้ไปตรวจสอบรายละเอียด การทํางานของหน่วยงานแห่งนี้เลย ขอบคุณครับ
ท่านศรัณย์วุฒิ ศรัณย์เกตุ ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายศรัณย์วุฒิ ศรัณย์เกตุ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุตรดิตถ์ เขต ๒ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมมีเรื่องสําคัญจะบอกกับคนไทยทั้งประเทศ และผมขอโอกาสให้เวลาผมสักนิดหนึ่ง นั่งรอตั้งแต่เช้าถูกแซงคิวไม่รู้ว่ากี่สิบคิว แล้วก็คิดว่า ผมจะใช้เวลาให้น้อยที่สุดแล้วก็จะไปเร็วที่สุด ผมขอใช้เพาเวอร์พอยท์ (PowerPoint) ตามที่ได้รับอนุญาตด้วยนะครับท่านประธาน และงานที่ผมจะอภิปรายผมมีการค้นคว้า แล้วก็ศึกษากึ่งงานวิจัย เดี๋ยวอภิปรายเสร็จผมจะมอบให้ท่านประธาน เผื่อคนไทยทั้งประเทศ สนใจผมจัดเป็นไฟล์ (File) ให้ด้วยนะครับ มาขอไฟล์จากที่สภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ได้เลย ท่านประธานครับ ผมเห็นด้วยกับการจัดงบประมาณของรัฐบาล งบ ๒.๔ ล้านล้านบาทนั้น จริง ๆ แล้วเราใช้พัฒนาได้เพียง ๔๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทเท่านั้นเอง อย่าตกใจเลยนะครับ เพราะว่าเรามีงบใช้จ่ายประจําอยู่แล้ว ขณะเดียวกันผมคาดหวัง ๒ หน่วยงาน จะต้องช่วยรัฐบาลอย่างมากเลยที่ผ่านมายังไม่ค่อยทําหน้าที่เท่าที่ควร หน่วยงานที่ ๑ คือ สํานักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ แล้วก็หน่วยงานที่ ๒ ที่เกี่ยวข้องคือธนาคารแห่งประเทศไทย
ท่านประธานครับ ผมจะเข้ามาตรา ๕ สํานักนายกรัฐมนตรี (๑๑) คือ สํานักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติที่ขอเพิ่มมา ๔,๐๐๐,๐๐๐ บาทนี่ ผมจะไม่ให้สักบาทเลย แต่ถ้าผมเพิ่มได้ผมจะให้ถึง ๔,๐๐๐ ล้านบาท แต่อยากให้หน่วยงานนี้ ช่วยปรับบทบาทใหม่ด้วย ทําไมต้องปรับบทบาท ท่านตามผมมาดูก็แล้วกันนะครับท่านประธาน วันนี้ผมจะอภิปรายเป็น ๔ ประเด็นด้วยกันนะครับ
๑.จะชําแหละสํานักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ว่า ๕๐ ปีพาประเทศไทยล้มเหลวอย่างไร
๒. จะชําแหละว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องคือธนาคารแห่งประเทศไทย มีส่วนทําให้ประเทศไทยล้มเหลวอย่างไร
๓. จะเสนอวิสัยทัศน์ ยุทธศาสตร์การพัฒนาชาติแบบยั่งยืน ซึ่งประเทศไทย ไม่เคยประกาศมาก่อนเลย
สุดท้าย ก็จะประกาศว่าคนไทยจะต้องประกาศเสียที เราจะประกาศอะไร กับคนทั้งโลก นี่คือสิ่งที่ผมอยากจะอภิปราย
ขอสไลด์ (Slide) ต่อไปเลย ผมจะไปเร็วหน่อยนะครับ ท่านดูนะครับ ภาพรวมแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ตั้งแต่ฉบับที่ ๑ ถึงฉบับที่ ๑๑ นะครับ แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ ๑ ตั้งแต่ปี ๒๕๐๔-๒๕๐๕ สมัย จอมพล สฤษดิ์ ที่มาก็คือว่าท่านทราบไหมครับว่า จอมพล สฤษดิ์ต้องไปเก็บตัวที่ประเทศสหรัฐอเมริกา ตั้ง ๖ เดือน แล้วมีการปฏิวัติเกิดขึ้นโดย จอมพล สฤษดิ์ นั่นคือกําลังบอกว่า ประเทศสหรัฐอเมริกาอยู่เบื้องหลัง การตั้งสํานักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจ และสังคมแห่งชาติก็ดี ทั้งหมดนี้มีเหตุผลก็คือเพื่อจะคุมกรอบของงบประมาณ คนที่ช่วยเหลือประเทศไทยเขาอยากรู้ว่าประเทศไทยจะใช้งบประมาณอย่างไร แล้วอีกอย่างหนึ่งก็คือเป็นการที่ครอบเพื่อที่จะให้ประเทศไทยเดินตามยุทธศาสตร์ของ ประเทศสหรัฐอเมริกา แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ ๑ จึงเน้นเรื่อง การเกษตร เราขาดข้อมูล ขาดประสบการณ์ ขาดความพร้อม เอื้อทุนอํานาจเก่า ผลก็คือ แก้ปัญหาผิดทางพาประเทศยากจนยิ่งขึ้นแต่ผู้นําเสวยสุข นี่คือแผนพัฒนาเศรษฐกิจ และสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ ๑ ครับ
ท่านดูต่อไปแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ ๒ ปี ๒๕๑๐-๒๕๑๔ ยุค จอมพล ถนอม กิตติขจร เน้นอุตสาหกรรมพื้นฐานที่มาก็คือว่า เป็นยุคสืบทอดของอํานาจเผด็จการ เพิ่มอํานาจกลุ่มทุนเก่า ทุนผูกขาด ผลก็คือ ไม่ประสบความสําเร็จ ขาดเทคโนโลยี โครงสร้างพื้นฐาน รากหญ้า ชนชั้นถูกกดขี่ นี่คือแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ ๒
พอล้มเหลวต่อด้วยแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ ๓ เลยครับ ปี ๒๕๑๕-๒๕๑๙ มาเน้นโครงสร้างพื้นฐานอีก คราวนี้มาสร้างฐานทัพเลย แล้วก็สร้างถนน สู่สงครามอินโดจีน รับใช้ประเทศสหรัฐอเมริกาเต็ม ๆ เลย แล้วก็เพื่อต้านคอมมิวนิสต์ เป็นยุคสงครามเย็น เพื่อนบ้านหวาดระแวงประเทศไทยมากในยุคนั้น ผลก็คือ เกิดความรุนแรง เหลื่อมล้ําชนชั้น รวยกระจุก จนกระจาย การเมืองวุ่นวาย นักศึกษาเข้าป่า เผชิญภัยคุกคามคอมมิวนิสต์ นี่คือแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ ๓ นะครับ
ต่อไปเลยครับ แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ ๔ ปี ๒๕๒๐-๒๕๒๔ เราเน้นสร้างความสมดุลเกษตร อุตสาหกรรม แล้วก็ผลิตทดแทนการนําเข้า ขาดแผนรับรอง ขาดโนวเลจ (Knowledge) เกิดวิกฤติพลังงาน ผลก็คือเศรษฐกิจตกต่ํา สินค้าเกษตรตกต่ํา เงินเฟ้อ เงินฝืด เฟ้อด้วยฝืดด้วยนะครับ แล้วก็มีการลดค่าเงินบาท ฐานทัพถูกปิด แรงงานไทยปิดหนี แล้วก็แรงงานไทยต้องหนีตายไปประเทศซาอุดีอาระเบียนะครับ
มาดูต่อไปเลยครับ แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ ๕ ปี ๒๕๒๕-๒๕๒๙ ยุคป๋าเปรม เขาเรียกว่ายุคส้มหล่น ดีใจเหลือเกินว่ามีอุตสาหกรรม เลยเน้นอุตสาหกรรมเสียเลย ที่จริงไม่รู้เบื้องหลัง เป็นเพราะว่าประเทศเกาหลี ประเทศไต้หวัน ประเทศญี่ปุ่นถูกประเทศสหรัฐอเมริกาบีบค่าเงิน จนค่าเงินแข็งผลิตของขายไม่ได้ ส่งไม่ออก หนีมาเมืองไทยเพื่อมาหาแรงงานถูก เขาเรียกว่าเลเบอร์ อินเทนซีฟ (Labor Intensive) เราก็ไปโดดรับอันนี้เต็ม ๆ เลย เกิดวิกฤติน้ํามัน ช่วงนั้นก็คือว่า เป็นวิกฤติของสหภาพแรงงานด้วยเพราะเกิดการประท้วงกันทั้งบ้านทั้งเมืองเลย ประชาธิปไตยก็มีแค่ครึ่งใบ ยุคนั้นเขาเรียกยุคอํามาตย์ลากยาว ๘ ปี ผลก็คือไม่ตายก็ไม่โต นําเข้าสินค้าทุนมหาศาล ไม่คิดสร้างเอง ซื้อตะพึดเลย ขาดดุลสูง ไม่พัฒนา ขายแต่แรงงานถูก นี่คือขาดการรับถ่ายทอดเทคโนโลยี นี่คือความล้มเหลวของแผนพัฒนาเศรษฐกิจ และสังคมแห่งชาตินะครับ
มาดูต่อไป แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ ๖ ฉบับนี้น่าสนใจมาก มีการปฏิวัติด้วยนะครับ ยุคสมัยน้าชาติกับท่านอานันท์ ปันยารชุน ปี ๒๕๓๐-๒๕๓๔ ท่านดูนะครับ เน้นส่งเสริมการผลิตเพื่อการส่งออก น้าชาติเปลี่ยนสนามรบ เป็นสนามการค้า สั่งซื้อเครื่องจักรมากอีกแล้วครับ เศรษฐกิจแบบเก็งกําไร เกิดดีมานด์ (Demand) เทียม เกิดโอเวอร์ อินเวสท์เมนท์ (Over investment) เกิดโอเวอร์ ซัพพลาย (Over supply) เกิดรัฐประหาร รสช. นี่คือยุคเดียวกัน ผลก็คืออะไรครับ ขาดดุลสูงมากเลยครับ เริ่มภาวะฟองสบู่ สงครามซัดดัมซ้ําเติม วิกฤติเศรษฐกิจโลกซ้ําเติม ไทยอยากเป็นนิคส์ (NICs) เอ็นไอซี นิคส์ ก็คือนิว อินดัสทรี คันทรี (New Industry Country) กลายเป็นนิคส์เหมือนกันครับ นรก อีส คัมมิง (Narok Is Coming) นี่คือแผน ที่เกิดขึ้นจริงในประเทศไทย
ต่อไปท่านดูแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ ๗ ปี ๒๕๓๕-๒๕๓๙ การส่งออกมีปัญหานะครับ ส่งเสริมการส่งออกใหญ่เลย เปิดเสรีดับเบิลยูทีโอ (WTO) บีไอบีเอฟ (BIBF) เอาละครับเรื่องนี้สําคัญแล้ว ตอนนี้เริ่มกู้เงินนอกเข้ามาเก็งกําไร พอเปิดบีไอบีเอฟปุ๊บเงินมันไหลเข้ามาเยอะ แล้วดอกเบี้ยถูกมากต่างประเทศ ทําให้ ค่าเงินบาทแข็งเกินจริง เกิดบับเบิล อีโคโนมี (Bubble Economy) เกิดรัฐประหาร รสช. แล้วก็เกิดพฤษภาทมิฬในยุคนั้นละครับเพื่อซ้ําเติมสถานการณ์ ผลก็คือฟองสบู่ตอนนั้น ใกล้แตกแล้วครับ ใกล้แตก ขณะที่รัฐบาลหลงทางไม่รู้จักชะลอเศรษฐกิจ ปล่อยให้เกิดปัญหา เงินเฟ้อและขาดดุลบัญชีเดินสะพัดอย่างรุนแรง เปิดช่องให้ต่างชาติโจมตีค่าเงิน
ท่านศรัณย์วุฒิครับ พยายามนะครับเพราะอยู่ในวาระที่สอง ท่านต้องสรุปเร็ว ๆ แล้วครับ ไม่อย่างนั้นก็จะไม่อนุญาต เป็นวาระที่สองนะครับ
ใกล้แล้วครับท่านประธาน ผมถึงบอกว่าถ้าเราอยากฟังความจริงนี่คือความจริงประเทศไทยนะครับ ผมจะบอกว่า สํานักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติทําไมผมตัดเงินเขา และถ้าผมไม่อธิบายนี่ผมจะทําอย่างไร ถ้าท่านไม่ให้ผมพูดผมจะหยุดพูดก็ได้นะครับ แต่บอกคนไทยทั้งประเทศว่าสิ่งนี้คนไทยไม่เคยรู้เลยและน่าจะรู้ ผมขอเถอะครับ ท่านประธาน สภาแห่งนี้ศักดิ์สิทธิ์นะครับ ผมทําการบ้านมาเป็นเดือน ๆ แต่ไม่ได้พูดเลย แล้วฟังใครไม่รู้พล่ามกันเป็นชั่วโมง ๆ ท่านก็ทนฟังได้ ผมจะบอกให้นะครับ ในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ ๘ เกิดปัญหาอะไรขึ้นทราบไหมครับ เราบอกว่าเราบาดเจ็บแล้วเราหันมาสร้างคนดี เราบอกว่าเราจะเน้นพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ที่จริงการพัฒนานี่ใส่ไว้ในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ ๑ เลยครับ ไม่ว่าประเทศญี่ปุ่น ประเทศจีน ประเทศเกาหลีเขาพัฒนามนุษย์ก่อนเลย แต่ว่าประเทศไทย มาเริ่มพัฒนาเอาแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ ๘ ท่านคิดดูสิครับ มันจะไปทันเขาได้อย่างไร และในช่วงนั้นเกิดปัญหารัฐบาลเองก็ไม่รู้จักที่จะใส่อัดฉีดเงินเข้าไป เพื่อจะกระตุ้นเศรษฐกิจ ผลก็คือเราพังยับเยิน โซรอสโจมตีค่าเงินบาท แบงก์ชาติคาดการณ์ผิด เอาเงินไปทุ่มสู้จนเจ๊งยับเยินเลย ที่สุดจนตรอกต้องลอยค่าเงินบาท เกิดม็อบ (Mob) สีลม ล้มรัฐบาล ปิดสถาบันการเงิน เกิดต้มยํากุ้งไครซิส (Crisis) เรียกว่าอาการโคม่า เราต้องเข้าไอเอ็มเอฟ (IMF) คนไทยตกเป็นเหยื่อสงครามเศรษฐกิจครับ นี่คือคนไทย น่าจะต้องรู้เอาไว้ แต่สิ่งที่ผมอยากจะขยายความก็คือคนไทยเองวันนี้ยังไม่ได้ปรับตัวเลย ปัญหาการรับเทคโนโลยีของคนไทยคืออะไรครับ เรารู้จักแต่คําว่าเทคโนโลยี ทรานส์แพลนท์ (Technology transplant) หรือว่าการย้ายเครื่องจักรมาผลิต อันนี้หมูมากเลย ย้ายมาก็ผลิตได้ ใครก็ทําเป็นไม่ต้องมีความรู้เลย ขณะเดียวกันเรามาตามอันที่ ๒ ก็คือเขาเรียกว่าเทคโนโลยี ทรานส์เฟอร์ (Technology transfer) การถ่ายทอดวิธีการใช้ เครื่องจักรเท่านั้น เป็นเทคนิเชียน ทรานส์เฟอร์ (Technician transfer) ไม่ใช่เทคโนโลยี มีการถ่ายทอดวิธีการใช้เครื่องจักรเท่านั้น และเมื่อ ๑๐๐ ปีที่แล้วท่านประธานทราบไหมครับ เราเคยยิงบั้งไฟได้ก่อนประเทศสหรัฐอเมริกายิงจรวดเสียอีก แต่วันนี้เป็นอย่างไรครับ ประเทศสหรัฐอเมริกาแซงเราไปถึงไหนแล้วครับ
อีกประการหนึ่ง อยากจะบอกว่าเทคโนโลยี ทรานส์เฟอร์คือการถ่ายทอด เทคโนโลยีที่แท้จริง คนไทยต้องการอย่างนี้ ท่านเชื่อไหมครับใครจะลงทุนในประเทศจีน ประเทศจีนจะบังคับเลยนะครับ ถ้าคุณไม่ถ่ายทอดเทคโนโลยีให้คุณไปลงทุนที่ประเทศจีนไม่ได้ และคนไทยทั้งประเทศก็อยากจะรู้ว่าเมื่อไรเราจะพัฒนาเสียที ต้องถามบีโอไอได้แล้วว่า ต่อไปต้องหาวิธีใหม่แล้ว เปลี่ยนวิธีที่มันดีกว่านี้ไหมจะส่งเสริมการลงทุน หรือจะยืนยันแบบเดิม ทําแบบเดิม เราเสียเปรียบมาตลอดขายแรงงานถูก จนวันนี้ยังไม่สามารถพัฒนาเทคโนโลยี ของเราเองได้เลย
มาดูแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ ๙ สําคัญมาก อันนี้เป็นแผนที่ท่านนายกรัฐมนตรีทักษิณถูกปฏิวัตินะครับ เราบาดเจ็บหนักมาจาก แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ ๘ นะครับ แล้วก็หันมาพึ่งเศรษฐกิจพอเพียง นึกอะไรไม่ออกก็ไปพึ่งเศรษฐกิจพอเพียง ท่านทักษิณเป็นผู้นํา คราวนั้นเขาเรียกว่า เดอะ เธิร์ด เวฟ (The Third Wave) เป็นผู้นํายุคที่ ๓ เป็นคลื่นลูกที่ ๓ เป็นขวัญใจรากหญ้า คิดแทนสํานักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติเลย เป็นคนแรกที่คิดแทน สํานักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ นายกรัฐมนตรีไทยมี ๒ คน คือ นายกรัฐมนตรีชาติชาย ชุณหะวัณ กับนายกรัฐมนตรีทักษิณที่กล้าคิดแผน ไม่เอาของ สํานักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติเลย ใช้แผนทักษิโณมิคกู้วิกฤติ เกิดสึนามิ (Tsunami) ท่านก็เอาอยู่ เห็นไหมครับ เกิดยุคประชาธิปไตยเบ่งบาน ในที่สุด เกิดอะไรขึ้นครับ ผลก็คือเศรษฐกิจฟื้นใช้หนี้ไอเอ็มเอฟก่อนกําหนด ประชาชนเริ่มมีความหวัง เกิดทักษิณฟีเวอร์ (Fever) ขึ้นมา ทีนี้อํามาตย์ทนไม่ได้ดิ้นแล้วครับ ปลุกม็อบพันธมิตรขึ้นมา จุดกระแสปฏิวัติเสียเลย เพราะว่าขืนปล่อยไว้ก็คงลําบาก อันนี้เป็นเรื่องของวงจรอุบาทว์ กลับมาคืนชีพอีก คมช. ทําพัง เศรษฐกิจจึงดิ่งเหว
ท่านศรัณย์วุฒิมีผู้ประท้วงครับ
เชิญครับ เชิญประท้วงเลยครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ ผม นายอรรถพร พลบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ผมเห็นถึงความตั้งใจของท่านศรัณย์วุฒิก็เกรงใจ แล้วก็อยากให้ท่าน ได้ทําหน้าที่อย่างเต็มที่ แต่การอภิปรายของท่านผมว่ามันไม่เกี่ยวข้องกับการแปรญัตติ ในวาระที่สอง ซึ่งผมก็ทนฟังครับ พวกเราในที่นี้ก็ทนฟัง แต่คําพูดบางประโยคของท่าน ผมเกรงว่ามันจะกระทบจิตใจของคนไทย ที่ท่านบอกว่าอะไร ๆ ก็เศรษฐกิจพอเพียง คิดอะไรไม่ออกก็เศรษฐกิจพอเพียง และท่านก็ไปยก พันตํารวจโท ทักษิณ ชินวัตร นักโทษชาย
เมื่อกี้ท่านประท้วงท่านจะไปพูดอย่างนั้นไม่ได้ เขายังไม่ได้พูดเศรษฐกิจพอเพียงครับผมฟังอยู่ ไม่ได้พูดครับ ไม่ได้พูด ท่านศรัณย์วุฒิสรุปสั้น ๆ นะครับ พอแล้วครับ ต่อเลยครับจะได้ลงมติได้
ผมจะไปเร็วหน่อยนะครับ สุดท้ายเลยครับ แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ ๑๐ เป็นยุคที่เรียกว่า เผด็จการครองเมือง คิดไม่ออกก็ลอกแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ ๙ เหมือนเดิม เน้นสังคมดุลยภาพ เศรษฐกิจพอเพียงอีกนะครับ ขัดแย้งรุนแรง เกิดสารพัดม็อบขึ้นมา สถานการณ์การเมืองวุ่นวาย มีการนองเลือด นี่คือในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ ๑๐ ยุคนั้นจะมีนายกรัฐมนตรีทั้งหมด ๔ คนด้วยกัน ตั้งแต่ท่านสมัคร ท่านสมชาย ท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ แล้วก็ท่านนายกรัฐมนตรีสุรยุทธ์ จุลานนท์ ผลก็คือทุนนอกหนี ทุนในหด วิกฤติแฮมเบอร์เกอร์ สึนามิประเทศญี่ปุ่นซ้ําเติม เศรษฐกิจเสื่อมทรุด ประชาชนสิ้นหวัง งบประมาณที่มีอยู่ผลาญจนเกลี้ยงเลยนะครับ เผด็จการแพ้เลือกตั้ง เกิดน้ําท่วมใหญ่ เกิดนารีขี่ม้าขาวเข้ามาในยุคนี้ละครับ มาดูต่อไปนะครับ ผมจะเปรียบเทียบอัตรา ความสามารถในการแข่งขัน อันนี้มีตัวอย่างชี้วัดเลยนะครับ
ท่านศรัณย์วุฒิมีผู้ประท้วงแล้วครับ
ครับ
ผมก็ไม่อยากขัดจังหวะการบรรยาย อะไรสักอย่างของท่านนะครับ แต่ผมอยากจะถามท่านและประท้วงท่านในข้อบังคับ ข้อ ๖๑ ว่า ที่ท่านอภิปรายมาทั้งหมดเกี่ยวข้องกับการแปรญัตติตัดลดงบประมาณในส่วนนี้อย่างไร ท่านเกริ่นยาวอย่างกับภาพยนตร์อะไรสักเรื่องหนึ่ง ผมว่าท่านไปเปิดห้องเรียนอะไรของท่าน ที่จังหวัดอุตรดิตถ์ก็ได้ แต่อย่าใช้เวลาของสภาแห่งนี้ในเรื่องซึ่งมันไม่ตรงประเด็น ท่านประธานควบคุมครับ
คืออย่างนี้ ผมก็เตือนแล้ว จะให้โอกาสท่านจะตัดตรงไหนก็ว่ามา ให้เข้าสู่งบประมาณด้วยนะครับ
ผมกําลังอภิปรายเรื่องของการตัดงบ สํานักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาตินะครับ
เชิญครับ เอาเข้าสํานักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติเลย
มันมีความสําคัญนะครับท่านประธาน ถ้าผมไม่โยงให้เห็นภาพเลยผมก็เพ้อแล้ว คนอย่างผมถ้ายืนพูดนี่ต้องมีความชัดเจน และงานทุกตัวที่ยืนพูดนี่มีการศึกษานะครับ
เข้าไปเลยครับ เขาไปแล้วไม่ต้องพูดถึงใครหรอกครับ เอางานของท่านเลยจะตัดอย่างไร
ผมจะข้ามไปเร็วนิดหนึ่ง ผมจะเปรียบเทียบ อันดับความสามารถในการแข่งขันนะครับ วันนี้ประเทศไทยแพ้ประเทศมาเลเซีย แพ้ประเทศสิงคโปร์ยับเยินเลยนะครับ ผมจะผ่านไปเร็ว ๆ ท่านดูบนจอนะครับ
ต่อไปมีการเปรียบเทียบเรื่องอาร์แอนด์ดี (R&D) ต่อจีดีพี (GDP) ในกลุ่มของ อาเซียนนะครับ ประเทศไทยลงทุนอาร์แอนด์ดีเพียง ๐.๒๒ เปอร์เซ็นต์ ท่านดูนะครับว่า ประเทศจีน อันดับ ๑ เลยนะครับ ลงทุนในจีดีพี ๑.๕๔ เปอร์เซ็นต์ของจีดีพี เป็นเงิน ๑๗๖,๑๗๖ ล้านดอลลาร์ มาดูประเทศไทยนะครับ ประเทศไทยลงทุน ๑,๓๔๑ ล้านเหรียญเท่านั้นเองครับ แล้วเป็นเพียงคิดจากจีดีพีนี่ถือว่าน้อยที่สุดเลย น้อยกว่าประเทศสิงคโปร์และน้อยกว่าประเทศเกาหลีนะครับ ผมจะไปเร็วเลย
ขณะเดียวกันมาดูเปรียบเทียบการจดสิทธิบัตรในระดับโลกเลยนะครับ ปรากฏว่าประเทศญี่ปุ่นอันดับ ๑ ๓๙๑,๒๐๐ สิทธิบัตร ประเทศจีนอันดับ ๒ ประเทศไทย เปรียบเทียบจากเขา ๓๐๐,๐๐๐ กว่าสิทธิบัตร ๒๐๐,๐๐๐ กว่าสิทธิบัตร เรา ๖,๗๔๑ สิทธิบัตรครับ
มาดูภาพรวมแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาตินะครับ แผนทั้ง ๑๑ ฉบับ คิดไม่ทันหันพึ่งเศรษฐกิจพอเพียง หันพึ่งทุนมนุษย์ สิ่งแวดล้อม แล้วก็ความเป็นธรรมในสังคม วิ่งตามกระแสโลก ขาดยุทธศาสตร์การพัฒนาชาติแบบยั่งยืน ขาดแผนรองรับเออีซี นี่คือสํานักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติที่ยังไม่ได้ทําตรงนี้นะครับ วันนี้ต้องชื่นชมท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์อุตส่าห์ออกมาทําแผนที่จะรองรับเออีซีขึ้นมา แซงสํานักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติแล้วเห็นไหมครับ ผลก็คือประเทศไทยเสียเปรียบจะล้าหลังในที่สุด ล้าหลังในอาเซียนด้วยนะครับ หากไม่ปรับตัวประเทศไทยจะเป็นนิคส์ แต่ว่านิคส์ที่ว่านี่คือนรก อีส คัมมิงอีกนะครับ แต่จะเป็นสิ่งที่น่าห่วงมากก็คือว่าเราฝากความหวังไว้กับประชาธิปไตยและกับนายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ซึ่งเป็นนารีขี่ม้าขาว วันนี้ท่านนายกรัฐมนตรีต้องฟันฝ่าน้ํา ฝ่ามาร แล้วก็ฝ่าวิกฤติ นี่คือความจริงประเทศไทยต้องพูดกันตรง ๆ เลย และผมจะชําแหละว่าแผนพัฒนาเศรษฐกิจ และสังคมแห่งชาติทั้ง ๑๑ ฉบับทําให้ล้มเหลวอย่างไร
ท่านศรัณย์วุฒิตัดเลยครับ ไม่ต้องไปชําแหละทั้ง ๑๑ ฉบับหรอกครับ มันวาระที่สองแล้วครับ คือเห็นด้วยกับงบประมาณหรือไม่เห็นด้วยแค่นั้นเองนะครับ แต่ว่าไม่ต้องไปชําแหละ ถึงขนาดนั้นหรอกครับ เอาว่าไปเลย จะตัดก็ตัดไปเลย ไม่ต้องไปชําแหละถึง ๑๑ ฉบับหรอก ไม่ไหวนะครับ
ถ้าไม่ให้ชําแหละผมจะฝากเอกสาร ที่ท่านประธานนะครับ ขอให้คนไทยทั้งประเทศมาขอดูแล้วกันว่าสํานักงานคณะกรรมการ พัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติล้มเหลวอย่างไร แล้วผมก็จะสรุปเลยนะครับ สรุปสํานักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติเลยก็ได้ ผมต้องชื่นชม ท่านนายกรัฐมนตรีชาติชาย แล้วก็ท่านนายกรัฐมนตรีทักษิณที่ประกาศนโยบายเหนือกว่า ของสํานักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติและไม่ได้ตาม สํานักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติเลย ท่านนายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์เองก็ไม่แตกต่างจากผู้นําทั้งสอง ท่านจับตาดูให้ดีเถอะครับ และ สํานักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติเองไม่เคยกําหนดวิชัน (Vision) ของประเทศเลยว่าจะพาประเทศไทยไปอย่างไร อีก ๓๐ ปีข้างหน้าประเทศไทยเป็นอย่างไร สํานักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติไม่เคยพูดเลย แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติทั้ง ๑๑ ฉบับ ๕๐ ปีที่ผ่านมาพาประเทศล้าหลังลงเหว จะเดินต่อไปแบบนี้ผมคิดว่ามันจะมีปัญหาแน่ และสํานักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจ และสังคมแห่งชาติใช้งบปีละ ๕๐๐ ล้านบาท
ท่านศรัณย์วุฒิครับ ท่านสาธิตประท้วงแล้วครับ
ผม นายสาธิต ปิตุเตชะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดระยอง ผมขอประท้วงท่านประธานนะครับ คือความจริงก็เห็นใจ เพื่อนสมาชิกอยากทําหน้าที่ แต่เวลาของสภานี้สําคัญมากครับ เพื่อนสมาชิกอีกเยอะเลยครับ ที่ยังไม่ได้อภิปราย ประเด็นที่ท่านอภิปรายมาทั้งหมดนี้ผมเข้าใจว่าเป็นอาจารย์สอนเศรษฐกิจ หรือเล่าถึงประวัติศาสตร์นะครับ ผมอยากให้ท่านประธานได้ควบคุมการอภิปราย และใช้เวลาของสภาให้เป็นประโยชน์สูงสุดครับ
เอาอย่างนี้ท่านสาธิต
(นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน ได้ยืนและยกมือขึ้น)
พอแล้วครับท่านพิเชษฐ์ ท่านศรัณย์วุฒิต้องสรุปแล้วครับ เดี๋ยวผมจะลงมติ ท่านพิเชษฐ์ ไม่ครับ มันวาระที่สองครับท่านพิเชษฐ์ ท่านประท้วงเรื่องอะไรครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย ผมประท้วงตามสิทธิครับ ผมประท้วงผู้ที่ประท้วงเมื่อสักครู่ ประท้วงไร้สาระ ตามข้อบังคับ ข้อ ๖๑
คืออย่างนี้ท่านพิเชษฐ์ เมื่อกี้ผมได้บอกแล้ว ผมได้วินิจฉัยแล้วครับว่าท่านศรัณย์วุฒิต้องสรุป เพราะว่าเป็นวาระที่สอง เราก็อยากให้เป็นแบบอย่าง ประชาชนดูอยู่ครับว่าใครถูกใครผิด พอแล้วครับ จะให้ท่านศรัณย์วุฒิจบ แล้วจะได้ให้ท่านรัฐมนตรีตอบแล้วครับ พอแล้วครับ อย่าตอบโต้กันไปนาน เสียเวลาครับ นั่งลงเถอะ ท่านพิเชษฐ์พอแล้วครับ ไม่ประท้วงแล้วครับ พอแล้วผมไม่ให้ประท้วงแล้ว ท่านพิเชษฐ์พอแล้วครับ ผมจะให้รัฐมนตรีตอบแล้วครับ ท่านนคร มาฉิม ก็จะตอบแล้ว พอแล้วครับ ท่านไปพาดพิงต่อคนอื่นไม่ได้ ท่านประท้วงผม ก็บอกผมประท้วงเรื่องอะไร แต่ว่าจะไปกล่าวหาท่านผู้อื่นไม่ได้ครับ ผมไม่อนุญาต
ท่านประธานครับ ตรงนี้คือสาระ ว่าเขาไม่เห็นด้วยกับสํานักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ แล้วยังมีแบงก์ชาติอีกเขายังไม่ได้พูดเลย นี่คือเวลาของฝ่ายรัฐบาล เวลาของฝ่ายรัฐบาล ซึ่งไม่ได้ใช้เลย ปล่อยให้ฝ่ายค้านพูดตลอด พรรครัฐบาลไม่ได้ใช้เวลาของตนเองเลย เสียสละเวลาให้เขา ให้เขาพูดหน่อยสิครับ จะได้รู้ว่าประเทศไทยควรจะมีทิศทางอย่างไร ขอเถอะครับท่านประธาน ขออีกนิดหนึ่งให้เขาสรุปนะครับ ขอบคุณครับท่านประธาน
ผมก็บอกท่านศรัณย์วุฒิแล้ว ถ้าท่านไม่ประท้วงท่านศรัณย์วุฒิสรุปก็จบไปแล้ว ท่านก็ประท้วงอีก ท่านศรัณย์วุฒิต้องบอกเลยนะครับว่าจะตัดอย่างไร ก็คืออภิปรายทั้งหมด ไม่ได้หรอกครับเพราะว่าเป็นวาระที่สอง ทุกคนก็ทราบดี เมื่อกี้ผมบอกแล้วว่าไปว่าท่านไม่ได้ ผมบอกแล้วครับ ก็จะยาวไปไหมครับ ท่านสาธิต ผมให้ ๑ นาที
ผมใช้สิทธิครับ ท่านประธานที่เคารพ ผม สาธิต พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดระยอง เพื่อนสมาชิกบอกว่าผมประท้วงไร้สาระ ผมก็ประท้วงชัดเจนว่าเรากําลังอยู่ในวาระที่สอง ท่านต้องอธิบายว่าท่านมีเหตุผลอะไร ที่จะปรับลดงบประมาณ ทีพวกท่านประท้วงพวกผมก็มีความชัดเจน แต่พอเป็นพวกเดียวกับท่าน ท่านบอกอภิปรายได้ อย่างนี้ก็ ๒ มาตรฐานสิครับ ท่านประธานต้องวินิจฉัยนะครับ
ผมได้วินิจฉัยแล้วท่านสาธิต ท่านไม่ได้ประท้วงไร้สาระ ท่านนั่งลงเถอะครับ พอแล้ว ท่านศรัณย์วุฒิสรุปครับ เดี๋ยวจะให้กรรมาธิการตอบแล้วนะครับ
ผมขอเวลาอีกไม่เกิน ๕ นาทีได้ไหมครับ
คงไม่ได้หรอกครับ ท่านสรุปเถอะครับ เอาวาระที่สอง ท่านต้องเข้าใจนะครับ นี่เราจะต้องลงมติ
(นายเชิดชัย ตันติศิรินทร์ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
คุณหมอครับไม่ต้องประท้วงแล้ว ผมได้วินิจฉัยแล้วครับ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์เชิดชัย ตันติศิรินทร์ ส.ส. บัญชีรายชื่อ ท่านประธานครับ การอภิปราย ที่จะตัดงบประมาณในช่วงวาระที่สองนี่ละครับต้องชี้เหตุผลว่าทําไมถึงจะตัดงบประมาณ หน่วยนั้นหน่วยนี้ ท่านศรัณย์วุฒิกําลังทําหน้าที่นั้น ผมอยากให้ท่านประธานให้โอกาส แล้วก็อยากให้สมาชิกผู้ทรงเกียรติฝ่ายค้านต้องฟังด้วยนะครับ เพราะว่าทางฝ่ายนี้ พยายามไม่พูดอยู่แล้ว นี่เป็นโอกาสที่เขาจะได้พูดนะครับ เหตุผลทําไมถึงจะตัด สํานักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ แล้วก็แบงก์ชาติด้วย ขอบคุณครับ
คือผมไม่ได้ห้ามไม่ให้พูดนะครับคุณหมอ แต่ว่าอย่าไปเอาถึงแผนพัฒนาเศรษฐกิจ และสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ ๑ มาเลยครับมันนานเกินไป ท่านศรัณย์วุฒิลองสรุปดูนะครับ ผมให้โอกาส ๕ นาที
(นายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม ได้ยืนและยกมือขึ้น)
ท่านครูมานิตย์ไม่ประท้วงแล้วครับ เอา ๕ นาทีพอ จบ ท่านศรัณย์วุฒิสรุปได้แล้วครับ ตั้งเวลาให้ด้วยครับ
ผมน้อยใจท่านประธานนะครับ ผมพูดแค่ ๑๐ กว่านาทีเอง แต่ฝ่ายอื่นพูดตั้งเป็นชั่วโมงท่านยังทนฟังได้เลย ผมสรุป เข้าเลยนะครับว่าผมจะขอชําแหละเรื่องธนาคารแห่งประเทศไทยด้วย ผมขอตัดงบประมาณ ของสํานักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ แต่ว่าตัดไม่ได้ก็จะขอเพิ่มให้แทนเพื่อไปปรับบทบาทใหม่ ทีนี้ธนาคารแห่งประเทศไทย ท่านมาดูต่อไปนะครับ ผมเรียกว่าแบงก์ชาติแดนสนธยา เขาเรียกว่าซูเปอร์ แอนตี้ ทิวอิชัน (Super Anti-Tuition) นะครับ
ท่านวัชระครับ พอแล้วครับ ผมอนุญาตเขาแค่ ๕ นาที ให้สรุปภายใน ๕ นาที ท่านวัชระพอแล้วครับ คือถ้าประท้วงก็จะช้าไปอีก อนุญาตให้ ๕ นาที เพราะว่าท่านศรัณย์วุฒิ ลงชื่อเป็นคนแรก แล้วผมก็นั่งดูรายชื่อเขาอยู่จนเป็นรายสุดท้าย อนุญาตให้เขาอีก ๕ นาที พอแล้วครับท่านวัชระ กรุณานั่งลงเถอะครับ มันจะได้จบ ให้เวลา ๕ นาที ตอนนี้ท่านยกมือ มันก็ไป ๒ นาทีแล้วครับ พอแล้วครับท่านวัชระ เดี๋ยวผมจะให้ประท้วง ให้เขาจบ ภายใน ๕ นาที
ประท้วงท่านประธานครับ ท่านประธานที่เคารพ ผม วัชระ เพชรทอง บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ จริง ๆ แล้วท่านสมาชิกฝ่ายรัฐบาลผมก็เคารพเป็นการส่วนตัว และเห็นด้วยในสิ่งที่ท่าน นําเสนอ แต่ปรากฏว่าท่านสมาชิกท่านกําลังจะอภิปรายเรื่องธนาคารแห่งประเทศไทย ผมอยากให้ท่านประธานดูในมาตรา ๕ ครับ ธนาคารแห่งประเทศไทยไม่ได้อยู่ในมาตรา ๕ เพราะฉะนั้นท่านไม่มีสิทธิอภิปรายในเวลานี้ และผมเห็นด้วยครับที่ท่านสรุป ท่านบอกว่า สํานักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติยุคปัจจุบันงบประมาณใช้มาก การรั่วไหลก็มาก คือสรุปในยุครัฐบาล
พอแล้วครับ ท่านวัชระไม่ต้องอธิบาย ผมเข้าใจแล้วครับ ได้อนุญาตให้ ๕ นาที พอแล้วครับ เดี๋ยวจะเข้าข่าวแล้วครับ เหลือท่านที่จะต้องชี้แจงอีกหลายท่าน ไม่ครับ ท่านประท้วง แต่ท่านไม่ต้องอธิบาย ผมเข้าใจผมเลยอนุญาต ๕ นาที ไม่อย่างนั้นก็จบไปแล้วท่านครูมานิตย์ เอา ๕ นาที ท่านศรัณย์วุฒิเชิญเลยครับ เอา ๕ นาทีพอแล้ว ท่านวัชระท่านไม่ต้องอธิบายแล้ว เดี๋ยวจะให้เขาบอกเหตุผล ผมยังฟังอยู่ ถ้าไม่ใช่ผมจะตัดบท เดี๋ยวฟังว่าท่านศรัณย์วุฒิ จะตัดมาตราไหน ลองบอกมาสิจะตัดตรงไหน ท่านศรัณย์วุฒิมีอะไรเกี่ยวข้องกับมาตรา ๕ ไหม
คือมันโยงกับสํานักงาน คณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ มันเป็นตัวทําลายเศรษฐกิจบ้านเมือง ถ้าประเทศไทยไม่อยากฟังความจริงวันนี้ผมก็ขอยุติบทบาทแค่ตรงนี้ครับ ขอบคุณครับ
โอเค เชิญท่านวิทยาครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ผมคงใช้เวลาไม่มากครับท่านประธาน สืบเนื่องจากว่า ได้มีการอภิปรายพาดพิงของท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติในซีกของฝ่ายค้าน ซึ่งมีการพูดว่า คณะกรรมาธิการไม่มีความละเอียดรอบคอบ ตั้งงบประมาณแบบไม่โปร่งใส แต่ผ่านการพิจารณาของคณะกรรมาธิการ ผ่านมาได้อย่างไร ซึ่งตรงนี้ผมคิดว่าในฐานะที่ผมเองก็ได้ทําหน้าที่เป็นรองประธานคณะกรรมาธิการ คนที่สาม แล้วก็บ่อยครั้งที่ผมเองได้พูดต่อที่ประชุมนะครับว่าสิ่งสําคัญที่สุดที่เรามักจะได้รับข้อมูล ที่ไม่ค่อยยุติธรรมและเป็นธรรม เพราะผมเองได้สอบถามในส่วนของงบกลางโครงการ เพื่อให้ความช่วยเหลือฟื้นฟู เยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัย ซึ่งเพื่อนสมาชิกผู้ทรงเกียรติก็พยายามจะพูดหรืออภิปรายจํานวนมากเรื่องเงิน ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาทว่าไม่มีรายละเอียด ขณะที่รัฐบาลมีงบประมาณที่เกี่ยวข้องกับอุทกภัย เช่นเดียวกันกับของรัฐบาลที่ผ่านมาในอดีตนะครับ ซึ่งท่านอดีตรัฐมนตรี ประจําสํานักนายกรัฐมนตรีก็ได้กล่าวว่าไม่แสดงรายละเอียดในพื้นที่ สมัยที่ผ่านมา มีรูปถ่ายประกอบ ทําให้เห็นได้ว่ารัฐบาลปัจจุบันไม่มีความโปร่งใส โม้บ้าง โกงบ้าง ซึ่งผมเองก็ไม่สบายใจในการปฏิบัติหน้าที่ ก็เรียนให้ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทราบ ต่อการอภิปรายของท่าน สถานการณ์ในการเปรียบเทียบนั้นข้อมูลแตกต่างกัน ในอดีตที่ท่านสามารถถ่ายรูปมาประกอบได้ ถึงแม้ผมทําหน้าที่ท่านชมว่าผมเป็นประธาน วิปฝ่ายค้านตอนนั้นได้ทําหน้าที่ตรวจสอบได้อย่างดี แต่เรียนให้ทราบนะครับว่าขณะที่ท่าน ได้มีการถ่ายรูปนั้นก็คือสถานการณ์ของอุทกภัยได้ผ่านไป ท่านมีการจัดทํางบประมาณ ปี ๒๕๕๓ เป็นงบเพิ่มเติมปี ๒๕๕๔ เพื่อแก้ปัญหาอุทกภัยในปี ๒๕๕๓ ตอนนั้น สามารถถ่ายรูปได้ แล้วท่านก็มาบอกว่ามีการตรวจสอบได้ ซึ่งก็เรียนให้ทราบว่า เราก็มีการตรวจสอบกัน ตอนนั้นเราทําหน้าที่เป็นฝ่ายค้านก็ทราบว่ามีรูปซ้ํา ในขณะน้ําแห้ง ท่านยังถ่ายรูปแล้วก็มีการซ้ําซึ่งมีการตรวจสอบ ซึ่งหลายท่านก็เป็นกรรมาธิการอยู่ในที่นี้ ไม่อยากเอ่ยนาม ท่านพยักหน้าอยู่ ท่านก็ตรวจสอบว่าทั้งรูปทั้งท่อตรงกัน แต่อย่างไรก็แล้วแต่ ก็ได้สอบถามแล้ว ในส่วนของรัฐบาล ฯพณฯ นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ซึ่งผมเอง ได้ทําหน้าที่ตรงนี้ก็ได้ตรวจสอบรายละเอียด แล้วก็เป็นที่มาซึ่งอยากจะเรียนต่อที่ประชุมแห่งนี้ เพื่อให้ความเข้าใจตรงกันกับพี่น้องประชาชนที่รับฟังอยู่ทางบ้าน สถานการณ์อุทกภัยรุนแรง เริ่มขึ้นซึ่งเกิดตั้งแต่รัฐบาลเข้ามารับและแถลงนโยบายวันที่ ๒๓ สิงหาคม ซึ่งก็คือ เดือนสิงหาคมนะครับ รัฐบาลได้แถลงนโยบาย หลังจากนั้นเสร็จก็จัดทํางบประมาณ ในวันที่ ๙-๑๐ พฤศจิกายน ซึ่งเป็นวาระที่หนึ่ง มาประชุมกัน ณ ที่นี้ก็ค่อนข้างจะทุลักทุเล นี่เรียนให้ทราบนะครับ ซึ่งเงินที่ได้จัดทํางบประมาณก็คือในส่วนของ ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ก็เป็นงบกลาง ซึ่งสถานการณ์ที่เกิดน้ําท่วม ณ ตอนนั้นต้องเรียนให้ชัดเจนว่า ไม่สามารถที่จะมีหน่วยงานรับผิดชอบโดยตรงได้หน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง ก็ตั้งไว้ที่งบกลาง ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ผมจําได้ชัดว่าเพื่อนสมาชิกฝ่ายค้านหลายท่านได้มีการอภิปราย อยากสนับสนุนมากขึ้นครับ ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาทจะพอหรือไม่ จะไปทําอะไร เนื่องจากว่า เรามีการสูญเสียหลายแสนล้านบาท รวมถึงภาคอุตสาหกรรม ภาคอะไรต่าง ๆ ผมเรียนนะครับว่า กรรมาธิการ โดยเฉพาะส่วนตัวผมเองได้ซักถามอย่างละเอียด เพราะรู้ว่าในส่วนหนึ่ง ท่านสมาชิกก็จะมีการอภิปราย เพราะฉะนั้นใน ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาทถูกกําหนดไว้ อยู่ในงบกลาง ที่เราเรียกว่าโครงการเพื่อให้ความช่วยเหลือฟื้นฟู เยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ จากสถานการณ์อุทกภัย มันแตกต่างกันสิ้นเชิงสมัยท่านเป็นรัฐมนตรี สมัยอดีตรัฐบาลของท่าน ก็คือจัดทําขึ้นหลังจากน้ําได้ลดไปแล้วถ่ายรูปอะไรชัดเจน แต่เรากําลังทํางบประมาณ ในส่วนของรัฐบาล ที่ผมได้สอบถามก็คือทําแล้วเราก็ได้สัมผัสตรงกันก็คือว่า ระหว่างจัดทํางบประมาณนั้นยังเกิดอุทกภัยเต็มไปหมดครับ เพื่อนสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ก็คงจะรับทราบ หลังจากนั้นเสร็จท่านลองคิดดูนะครับว่าร่างพระราชบัญญัติงบประมาณ รายจ่ายประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๕ อันนี้ฟังกันโดยชัดเจนนะครับว่า เราตราพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจําปีงบประมาณ หลังจากนั้นมี พระราชกฤษฎีกาลงมาวันที่ ๘ ประกาศใช้ในราชกิจจานุเบกษา วันที่ ๘ กุมภาพันธ์ วันที่ ๘ กุมภาพันธ์ที่สามารถใช้จ่ายงบประมาณได้ เดือนกุมภาพันธ์ เดือนมีนาคม เดือนเมษายน เดือนพฤษภาคม เดือนมิถุนายน เราจัดทํางบประมาณปี ๒๕๕๖ ครับ เพื่อนสมาชิก บางท่านมีการอภิปรายบอกว่ายังไม่มีการใช้จ่ายเม็ดเงินงบประมาณเลย ผมเองถึงต้องชี้แจงไว้ตรงนี้ว่าเดือนมีนาคม เดือนเมษายน เดือนพฤษภาคม คือเดือนที่รัฐบาล ได้มีโอกาสใช้ อันนี้เราตรวจสอบอย่างละเอียด เพราะฉะนั้นคําพูดที่ท่านบอกว่าท่านกรรมาธิการผ่านงบประมาณกันได้อย่างไร ดูเสมือนว่า มันไม่โปร่งใส จึงได้นําเรียนว่าระหว่างนี้งบ ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาทนั้นอยู่ระหว่างจัดซื้อจัดจ้าง ซึ่งผลกระทบในการใช้จ่ายเม็ดเงินตัวนี้ได้สอบถามแล้วว่า ๕๐ กว่าจังหวัดของประเทศไทย โดยเฉพาะพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติมหาอุทกภัยจะเป็นพื้นที่ได้รับการดูแล แล้วก็มีกําหนดระยะเวลาต้องแล้วเสร็จโดยเร็ว บางหน่วยงานก็กลัวเรื่อง กระบวนการตรวจสอบก็ยังอยู่ระหว่างจัดซื้อจัดจ้างอยู่ก็มี บางหน่วยงานก็ยังทําทีโออาร์ ก็เชื่อได้ว่าเพื่อต้องการให้โปร่งใส แต่บางหน่วยงานก็ดูเสมือนว่าจัดจ้างโดยวิธีพิเศษ จึงต้องมีมติ ครม. เพื่อให้เกิดมาตรการในการป้องกัน อันนี้มีการสอบถามจากกรรมาธิการ โดยเฉพาะผมเป็นรัฐมนตรีด้วย ผมพูดเสมอในห้องประชุมคณะกรรมาธิการ ถ้าหน่วยงานใดซ้ําให้ตัดครับ ซ้ําซ้อนให้ตัดครับ ผมพูดเสมอตอนที่ผมนั่งเป็นประธาน เพราะว่าเพื่อนกรรมาธิการของซีกฝ่ายค้านหรือเสียงข้างน้อยจะเป็นคนที่อภิปรายมากที่สุด รายละเอียดในการอภิปรายผมมีบันทึกไว้หมด แล้วก็เรียนเลยว่าถ้าหน่วยงานใดซ้ําซ้อนให้ตัดครับ เพราะฉะนั้นตรงนี้เป็นข้อเท็จจริงที่ผมได้พูดต่อเพื่อนกรรมาธิการ เพราะฉะนั้นเพื่อกราบเรียน ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติและผู้ฟังที่อยู่ทางบ้านว่ารัฐบาลเขามีขั้นตอนในการทํา
ขออนุญาตอีกนิดเดียวครับท่านประธาน มีคณะกรรมการในการพิจารณา ตั้งแต่เกิดเหตุ แล้วก็มีส่วนราชการสํารวจคําขอ สํารวจคําขอเสร็จก็มีคณะกรรมการพิจารณาคําขอ ซึ่งจะแบ่งออกเป็น ๓ คณะกรรมการ คณะกรรมการด้านโครงสร้างพื้นฐาน คณะกรรมการฟื้นฟูคุณภาพชีวิต แล้วก็คณะกรรมการด้านเศรษฐกิจอุตสาหกรรม ซึ่งเพื่อนเป็นห่วงมากโดยเฉพาะภาคอุตสาหกรรม มีการลงไปดูของซีกฝ่ายค้าน ท่านผู้นําฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรก็ลงไปตรวจสอบเอง มีการทํางานจริงครับ เพราะนั่นคือเหตุการณ์ที่เราไม่อยากให้เห็นอีก เนื่องจากว่าเดือนสิงหาคมคือเดือนนี้ ทุกคนหวาดกลัวหมด ถามผมเสมอท่านวิทยาจะเกิดเหตุการณ์อย่างนั้นอีกหรือไม่ ทุกคนเป็นห่วง แต่ผมก็ต้องขอขอบคุณท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ที่ผมจําได้นะครับตอนที่ท่านอภิปรายว่า ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาทไม่พอถ้าจะขอ ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาทก็ให้ขอเลย แต่ตอนนี้พวกเรา กําลังเหมือนกับรุมกินโต๊ะนะครับ ซึ่งผมเองก็ไม่สบายใจ แต่ว่าผมขออนุญาตชี้แจง ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับคณะกรรมาธิการว่าได้ตรวจสอบแล้วเบื้องต้นและได้รับการชี้แจง จึงได้เรียนเพื่อนสมาชิกให้เข้าใจพอสังเขปว่าหากท่านมีประเด็นจะเพิ่มเติมผมก็ขออนุญาตว่า พร้อมที่จะชี้แจง แล้วก็ในมาตรา ๕ นั้นข้อเท็จจริงคณะกรรมาธิการก็ได้ตัดงบประมาณไป ในส่วนของมาตรา ๕ ๙๗๘ ล้านบาทเศษ เพราะฉะนั้นมีการอภิปราย มีการปรับลด ในแต่ละหน่วยงานแสดงไว้ชัดเจนในเล่มประกอบ เพราะฉะนั้นผมก็กราบเรียนท่านประธาน เพื่อให้เข้าใจตรงกันว่าการทํางานของคณะกรรมาธิการนั้นไม่ได้ทําโดยไม่ได้รับฟังข้อเท็จจริง หรือข้อชี้แจง มีการรับฟังอย่างใกล้ชิด แล้วก็เห็นใจว่าปัจจุบันนั้น ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านก็สามารถตรวจสอบรายละเอียดได้ ทราบว่าท่านพิษณุได้มอบในรายละเอียด ท่านรับปากท่านก็ทําตามนั้น ถ้าท่านสมาชิกจะสอบถามอะไรเพิ่มเติม ผมก็ยินดีตอบ ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับคณะกรรมาธิการนะครับ ขอบคุณครับท่านประธาน
เชิญท่านนคร มาฉิม ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นคร มาฉิม ส.ส. จังหวัดพิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะกรรมาธิการเสียงข้างน้อย ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธาน และท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติที่เคารพทุกท่าน ๓ ประเด็นสั้น ๆ นะครับ
ประเด็นแรก กรรมาธิการเสียงข้างน้อยได้ซักถาม แล้วก็ขอเอกสารจาก ส่วนราชการที่มาชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณ รายจ่ายประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๖ นั้นเป็นจํานวนมาก แต่ปรากฏว่าหลายหน่วยงาน ยังไม่ส่งเอกสารให้กับคณะกรรมาธิการเพื่อพิจารณาในรายละเอียดอย่างรอบด้านแล้วก็ถี่ถ้วน ก็ขอถือโอกาสนี้ผมจะได้นําส่งเอกสารของกรรมาธิการในสัดส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ ทั้ง ๑๖ ท่าน แล้วก็จะได้หมายเหตุไว้ว่าเอกสารอันไหนที่ส่งแล้ว เอกสารอันไหน ที่ส่วนราชการยังไม่ได้ส่ง ก็ขออํานาจท่านประธานได้โปรดประสานงาน แล้วก็พิจารณาสั่งการ ให้กรม กระทรวง หรือหน่วยงานต่าง ๆ ได้จัดส่งเอกสารให้กับคณะกรรมาธิการ เพื่อได้ตรวจสอบแล้วก็ได้ทําหน้าที่แทนพี่น้องคนไทยทั้งประเทศต่อไป เดี๋ยวผมจะนําเอกสาร ที่ยังขาดทั้งหมดของกรรมาธิการในส่วนของพรรคประชาธิปัตย์นําส่งท่านประธาน อีกครั้งหนึ่ง
ประเด็นที่ ๒ ท่านกรรมาธิการและท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติหลายท่าน ตั้งแต่ท่านนิพนธ์ ท่านอันวาร์ ขออนุญาตเอ่ยนาม และอีกหลาย ๆ ท่านในส่วนของ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ ของพื้นที่ในภาคใต้ได้สอบถามเกี่ยวกับ กอ.รมน. สํานักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ สํานักข่าวกรองแห่งชาติ ซึ่งในส่วนนี้หลายคําถาม ท่านได้เสนอแนะที่เป็นประโยชน์เป็นอย่างยิ่ง และกรรมาธิการหลายท่านก็ได้ซักถาม แล้วก็ได้ขอรายละเอียด แต่ว่าในส่วนของส่วนราชการเองก็ยังไม่สามารถที่จะให้คําตอบได้ อย่างชัดเจน แล้วก็ส่วนราชการเองก็บอกว่าได้กลั่นกรองมาในระดับหนึ่งแต่ว่ารัฐบาล ยังไม่เรียกเอาไปใช้เท่าที่ควรจะทํา อันนี้ก็คือสิ่งที่คณะกรรมาธิการได้สอบถามแล้วก็ซักถาม แล้วก็ได้ปรับลดหลายอย่าง เนื่องจากว่าสภาพในการแก้ไขปัญหายังขาดทิศทาง ยังไร้เอกภาพอยู่
ประเด็นที่ ๓ เรื่องสํานักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจ และสังคมแห่งชาตินั้น ตัวกระผมเองในฐานะกรรมาธิการเสียงข้างน้อยและท่านกรรมาธิการ ในซีกของพรรคประชาธิปัตย์ ๑๖ ท่านได้ขอปรับลดไว้ร้อยละ ๕ ของงบประมาณที่ตั้งไว้ที่ขอมา เนื่องจากว่าการใช้แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติตลอดระยะเวลาที่ผ่านมานั้น นําพาชาติไม่ประสบความสําเร็จหลายด้าน ล้มเหลวในทางยุทธศาสตร์ เช่น การกระจายทรัพยากรอย่างไม่เป็นธรรม การศึกษาของชาติที่ยังไม่บรรลุเป้าหมาย การบริหารทรัพยากรน้ําที่ล้มเหลว ความเหลื่อมล้ําในสังคมที่ทวีคูณแล้วก็มากยิ่งขึ้น ยาเสพติดยังคงแพร่ระบาด ปัญหาการคอร์รัปชันยังคงมีอยู่และฝังรากลึกมากยิ่งขึ้น ในสังคมประเทศของเรา การแก้ไขปัญหาทรัพยากรที่ดินยังไม่ประสบความสําเร็จ เพราะฉะนั้นถ้าเกิดว่าต่อไปสภาแห่งนี้โดยเสียงส่วนใหญ่ได้พิจารณาและให้ความเห็นชอบ ในการตรากฎหมาย ร่างกฎหมายต่อไป ไม่ว่าจะเป็นกฎหมายสูงสุด หรือว่าพระราชบัญญัติ หรือว่ากฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญต่าง ๆ ก็ควรที่จะให้แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ทุกฉบับควรที่จะต้องผ่านความเห็นชอบจากรัฐสภา เพื่อให้ผู้แทนปวงชนชาวไทย ได้พิจารณากลั่นกรองตรวจสอบเพื่อที่จะสะท้อนความเป็นจริงของพี่น้องคนไทยทั้งประเทศ ได้อย่างแท้จริง ก็เพราะเหตุนี้ครับแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติทุกแผน ควรที่จะผ่านความเห็นชอบจากสมาชิกรัฐสภา จึงขอปรับลดไว้ร้อยละ ๕ โดยกรรมาธิการเสียงข้างน้อย กราบขอบพระคุณครับ
ท่านชวลิตครับ ท่านสาทิตย์เดี๋ยวให้ท่านชวลิตตอบก่อน
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายชวลิต วิชยสุทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดนครพนม ในฐานะกรรมาธิการ ต่อประเด็นที่เพื่อนสมาชิกหลายท่านได้ขอปรับลดงบประมาณในส่วนของ สํานักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ สํานักข่าวกรองแห่งชาติ กอ.รมน. และสํานักงาน คณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ โดยให้เหตุผลว่าการแก้ไขปัญหา ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ไม่มีประสิทธิภาพนั้น ขอกราบเรียนว่าคณะกรรมาธิการ ได้พิจารณาปรับลดงบประมาณในส่วนราชการดังกล่าวในจํานวนที่เหมาะสมแล้ว ถ้าปรับลดไปมากกว่านี้ก็จะทําให้การปฏิบัติหน้าที่ของหน่วยราชการดังกล่าว เป็นไปด้วยความยากลําบาก อยากจะกราบเรียนว่าคณะกรรมาธิการได้สอบถามหน่วยราชการ ที่เกี่ยวข้องกับการแก้ไขปัญหา ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้รับทราบข้อมูลว่าปัญหา ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้สะสมมาเป็นเวลานานนับร้อย ๆ ปี ตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา มาจนกระทั่งถึงสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ โดยเฉพาะในสมัยรัชกาลที่ ๖ ทรงมีพระบรมราชโองการ ในกรณีที่จะมีการแต่งตั้งข้าราชการไปปฏิบัติหน้าที่ต่างพระเนตรพระกรรณ จะต้องคัดเลือก บุคคลที่เข้าใจถึงอัตลักษณ์ เข้าใจถึงขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ประเพณี เข้าใจถึงศาสนา ของ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งเป็นเรื่องละเอียดอ่อนเป็นอย่างยิ่ง จะเห็นได้ว่าปัญหาของ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้มิใช่ปัญหาที่ใครคิดว่าจะแก้ไขอย่างไร และจะสําเร็จได้โดยง่าย ดังนั้นการแก้ไขปัญหานี้จึงต้องได้รับความร่วมมือจากทุกฝ่าย ทุกภาคส่วน ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องอยากจะเห็นฝ่ายการเมืองไม่ว่าจะอยู่ฝ่ายรัฐบาล หรือฝ่ายค้านร่วมใจกัน สามัคคีกัน เป็นน้ําหนึ่งใจเดียวกัน อย่างน้อยถ้าร่วมไม้ร่วมมือกัน การแก้ไขปัญหาก็จะเกิน ๕๐ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งนับว่านี่แหละคือเป็นปัญหาหลักจริง ๆ ในการแก้ไขปัญหา ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่แม้กระทั่งเราซึ่งเป็นนักการเมืองด้วยกัน ก็ยังไม่สามารถที่จะร่วมไม้ร่วมมือกันแก้ไขปัญหานี้ให้สําเร็จลุล่วงไปได้ มิเช่นนั้นปัญหาก็คง ไม่ตกทอดมาจนถึงยุคนี้สมัยนี้ ท่านประธานที่เคารพครับ คณะกรรมาธิการได้เพียรพยายาม สอบถามส่วนราชการที่เกี่ยวข้องถึงแนวทางในการแก้ไขปัญหา ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ในความเห็นของส่วนราชการ เราได้รับข้อมูลมาในระดับหนึ่งว่ายุทธศาสตร์ที่ถูกต้องเท่านั้น ที่จะนําไปสู่ความสําเร็จ และยุทธศาสตร์ที่สําคัญประการหนึ่งก็คือการที่พี่น้องประชาชน จะมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาของเขาอย่างแท้จริง ในชั้นนี้คณะกรรมาธิการอยากจะ ยืนตามร่างเดิมที่คณะกรรมาธิการได้มีความเห็นไว้ครับ
เชิญท่านสาทิตย์ครับ
ท่านประธานครับ ผม สาทิตย์ วงศ์หนองเตย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ผมก็เป็นคนหนึ่งที่ได้ติดตาม เรื่องงบ ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งท่านกรรมาธิการได้ลุกขึ้นชี้แจงเมื่อสักครู่นี้แล้วก็บอกว่า ถ้ามีประเด็นใดซักถามก็ขอเชิญนะครับ ขณะนี้เอกสาร ผมทบทวนก่อนนะครับว่า ที่ฝ่ายค้านได้ติดตามขอรายละเอียดของการจัดงบประมาณในงบกลางจะมี ๒ ส่วนด้วยกัน
ส่วนที่ ๑ คืองบปี ๒๕๕๕ งบกลาง ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาทซึ่งท่านส่งมา เป็นเอกสารแล้ว ซึ่งเดี๋ยวเราจะพูดกันต่อไปว่ายังมีประเด็นอะไรที่เราคิดว่าน่าที่จะต้อง เพิ่มเติมกันอีก
แต่ส่วนที่ ๒ ซึ่งเราได้ทวงไปก็คืองบฉุกเฉินจําเป็นเร่งด่วน ๖๖,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งท่านก็ชี้แจงมาเองว่ามีการใช้จ่ายงบในส่วนของโครงการฟื้นฟู เยียวยาเรื่องอุทกภัยอยู่ด้วย ตัวเลขนั้นค่อนข้างจะสับสนนะครับ ในเอกสารบางส่วนที่ชี้แจงมาอยู่ที่ประมาณ ๑๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท แต่ว่ามีการชี้แจงในบางขั้นตอนอยู่ที่ประมาณ ๓๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ซึ่งเราก็ถามไปว่าใช้จ่ายอะไรไปบ้าง ผมเรียนท่านประธานว่า ๖๖,๐๐๐ ล้านบาทยังไม่ได้ เอกสารที่เป็นรายละเอียดในส่วนนั้น เพราะฉะนั้นผมขอว่า ๖๖,๐๐๐ ล้านบาทอย่างน้อย ก่อนจบมาตรา ๕ คณะกรรมาธิการน่าที่จะได้ส่งรายละเอียดในส่วนนั้น เพราะว่าเมื่อคืน ก็คุยกันทั้ง ๒ ส่วน แล้วความจริง ๖๖,๐๐๐ ล้านบาทนี้ ตัวเลขที่จะต้องชี้แจงรายละเอียดว่า งบประมาณไปที่ไหน เรื่องฟื้นฟู เยียวยาผู้ประสบอุทกภัยมันน้อยกว่าใน ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท เยอะนะครับ นี่คือประการที่ ๑
ประการที่ ๒ ก็คือรายละเอียดซึ่งท่านนําส่งมาเป็นปึกนี่นะครับ ใน ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาทอย่างน้อยก็ต้องขอบคุณคณะกรรมาธิการและรัฐบาลที่ส่งมาให้ แต่ประเด็นเป็นอย่างนี้ว่าเวลาเราขอเอกสาร ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท เราถามเพราะอยากจะรู้ว่า รายละเอียดงบประมาณไปลงที่ไหนบ้าง ผมยกตัวอย่างเช่นซ่อมอาคารชลประทาน เราก็อยากจะรู้ว่างบที่ท่านจัดไว้นี่ สมมุติ ๔๐๐ กว่าล้านบาท ใน ๔๐๐ กว่าล้านบาท ลงจังหวัดไหน และในจังหวัดนั้นไปลงในพื้นที่ของโครงการที่ใด ถนนไปลงในโครงการ ในถนนเส้นไหน ซึ่งผมคิดว่ารัฐบาลมีข้อมูลรายละเอียดครบถ้วนอยู่แล้ว คําชี้แจงของรัฐมนตรีก็ยอมรับว่ากําลังทําสัญญาจัดซื้อจัดจ้าง ก็แปลว่ามีรายละเอียดของ งบประมาณ พื้นที่ดําเนินการชัดเจน ประเด็นที่ถามตรงนี้ก็เพราะว่ามันมีความซ้ําซ้อนเกิดขึ้น ระหว่างงบกลาง ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาทกับงบปกติ ซึ่งคําชี้แจงรองนายกรัฐมนตรีกิตติรัตน์เมื่อคืน มีการถอดเทปออกมาท่านก็ยอมรับว่าถ้าหากว่าคณะกรรมาธิการได้ผ่านไปแล้ว ในส่วนของงบปี ๒๕๕๖ ส่วนที่ซ้ําซ้อนกับงบกลางก็ไม่จําเป็นต้องใช้ นี่คือคําชี้แจงของท่าน นั่นแปลว่ารายละเอียดของ ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาทจะต้องมีมากกว่านี้ แต่ที่ท่านส่งมา ท่านส่งมาอย่างนี้ครับ ท่านส่งมาสรุปเป็นรายจังหวัดเลยครับ ผมยกตัวอย่างเช่น เวลาท่านบอกว่ามีงบสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) ช่วยเหลือฟื้นฟู เยียวยา ผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัย ท่านบอกว่ากรุงเทพมหานครได้กี่บาท จังหวัดนนทบุรีได้เท่าไร จังหวัดปทุมธานีได้เท่าไร แต่ไม่ได้บอกว่าที่กรุงเทพมหานครไปทํางาน ตรงไหน มันยังมีโครงการอื่นอีกครับ โครงการซ่อมแซมระบบชลประทานอื่น ๆ จังหวัดนนทบุรีได้ไป ๑๐.๕ ล้านบาท จังหวัดปทุมธานี ๒๕ ล้านบาท แต่ไม่ได้บอก รายละเอียดโครงการครับ ประเด็นก็คือว่าที่เราต้องการทราบรายละเอียดโครงการเพื่อที่จะ ได้ช่วยกันในการตรวจสอบให้เกิดความโปร่งใส เพราะฉะนั้นในส่วนตรงนี้ก็อยากจะ เรียนท่านกรรมาธิการ โดยเฉพาะท่านรัฐมนตรีวิทยานะครับ ขอประทานโทษที่เอ่ยนาม นี่คือความประสงค์ของพวกเราที่อยู่ในสภาแห่งนี้
ประเด็นจะเป็นอย่างนี้ครับว่าท่านชี้แจงกับสภานี้ว่าถ้าจะเปรียบเทียบกับ รัฐบาลชุดที่แล้วตอนงบ ๙,๐๐๐ ล้านบาท ท่านบอกว่าตอนนั้นที่ทํางบรายจ่ายกลางปี เป็นช่วงที่พ้นจากสถานการณ์อุทกภัยแล้ว ก็ถูกต้องนะครับ น้ําท่วมใหญ่ในช่วงปลายปี ๒๕๕๓ ต่อเนื่องถึงต้นปี ๒๕๕๔ งบกลางปีก็ทําหลังจากนั้น แต่ท่านต้องไม่ลืมเหมือนกันครับว่า งบประมาณรายจ่ายประจําปี ๒๕๕๕ ซึ่งเป็นที่มาของงบกลาง ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ประกาศใช้เดือนมกราคมปี ๒๕๕๕ แต่สถานการณ์อุทกภัยนั้นเกิดตั้งแต่ช่วงเดือนสิงหาคม เดือนกันยายน ถ้าท่านบอกว่าส่วนราชการทําคําของบประมาณประมาณเดือนพฤศจิกายน นั่นแปลว่าสถานการณ์อุทกภัยที่เกิดมาตั้งแต่เดือนกรกฎาคม เดือนสิงหาคม เดือนกันยายน เดือนตุลาคม มันเกิดมาแล้ว ๔ เดือน แต่ก็ยอมรับครับว่าช่วงที่ท่านทําสถานการณ์อุทกภัย ยังต่อเนื่อง แต่ตอนที่เราถามตอนนั้นเราทราบว่ามีโครงการอยู่แล้วที่จะทํา ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ไม่อย่างนั้นท่านประมาณไม่ได้หรอกครับว่าทําไมต้องเป็นตัวเลข ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ส่วนที่เหลือก็เข้าใจครับ แต่ขณะนี้สถานการณ์อุทกภัยจบไปแล้ว เดือนมกราคมงบประมาณ ปี ๒๕๕๕ ประกาศใช้แล้ว สถานการณ์อุทกภัยก็จบไปตั้งแต่ประมาณเดือนมกราคม เดือนกุมภาพันธ์ ก็แปลว่า ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาทก็มีการใช้ วันนี้ท่านบอกว่าใช้ไปประมาณ ๑๑๐,๐๐๐ ล้านบาท ๑๑๐,๐๐๐ ล้านบาทที่เราถามก็คือไปลงในจังหวัดไหน ไปทําพื้นที่ ของโครงการที่ใดบ้าง เพราะฉะนั้นตัวเลขที่ท่านให้มาในทางหนึ่งก็เพียงแต่รู้คร่าว ๆ ว่า จังหวัดนั้นได้รับงบประมาณเท่าไร แต่ไม่รู้ว่าไปทําอะไร ตรงนี้สําคัญนะครับ เพราะว่าตอนท่านเป็นฝ่ายค้านท่านก็เห็นเอกสารของรัฐบาลในขณะนั้นว่าถนนมีกี่เส้น แต่ละเส้นทํากิโลเมตรไหนถึงกิโลเมตรไหน เนื้องานเท่าไร ลงที่ตําบล อําเภออะไร มันลงรายละเอียดทั้งหมด ผมคิดว่าที่ท่านทํามาทั้งปึกนี่จริง ๆ รายละเอียดที่ผมพูดท่านก็มี เพราะฉะนั้นจะขอว่าท่านทําได้ไหมครับ และผมว่าเป็นความจําเป็นที่ท่านต้องทํา เพราะนั่นคือเป้าหมายที่แท้จริงของการขอรายละเอียดของงบ ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ไม่เช่นนั้นแล้วก็ยังมีข้อกังขาอยู่ดีครับ เพราะว่ามันได้เฉพาะตัวงบประมาณรวม ๆ เป็นรายจังหวัดเท่านั้น แต่ไม่มีรายละเอียดของพื้นที่โครงการ อันนี้ก็คือประเด็น ที่ผมหยิบยกขึ้นมา เพราะฉะนั้นถ้าท่านจะบอกว่าสถานการณ์อุทกภัยไม่จบตอนทําตอนนั้น แต่วันนี้จบแล้ว โครงการทั้งหมดพื้นที่ดําเนินการมีครบถ้วนแล้ว อันนี้ต่างหากครับที่ต้องการ เพื่อไปตรวจสอบว่าไปทําที่ตรงไหน อย่างไร มีความซ้ําซ้อนหรือไม่ เพราะฉะนั้นข้อมูลตรงนี้ มันเปิดเผยได้อยู่แล้วต่อสภาแห่งนี้ เพราะฉะนั้นในช่วงก่อนที่เราจะลงมติมาตรา ๕ ท่านลุกขึ้นตอบต่อสภาได้ไหมครับว่ารายละเอียดที่ผมขอแต่ละโครงการที่ทําใน ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาทไปลงที่ไหน ท่านจัดทําให้สภาแล้วจะจัดส่งให้เมื่อใด ขอบคุณมากครับ
เชิญท่านวิทยาครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ขอบคุณท่านอดีตรัฐมนตรีสาทิตย์ ถูกต้องครับที่ท่านพูด แต่ผมเรียนท่านว่าสถานการณ์น้ําท่วมสมัย ฯพณฯ นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์นั้น เดือนธันวาคมเหตุการณ์ยังอยู่ครบ และผมเรียนให้ท่านทราบนะครับ พระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๕ ประกาศใช้ มีพระราชกฤษฎีกาวันที่ ๘ กุมภาพันธ์ ระยะเวลานะครับ กุมภาพันธ์ มีนาคม เมษายน ๓ เดือนครับ เดือนพฤษภาคมส่วนราชการต้องจัดทํา งบประมาณเข้ามา เดือนมิถุนายนงบประมาณปี ๒๕๕๖ เราเริ่มพิจารณา เพราะฉะนั้นระหว่าง คณะกรรมาธิการพิจารณา ที่ท่านกล่าวในที่ประชุมแห่งนี้ว่าคณะกรรมาธิการไม่ได้ตรวจสอบ รายละเอียด ระหว่างเราพิจารณาตรวจสอบรายละเอียดโครงการบางโครงการอยู่ระหว่าง ดําเนินการ อยู่ระหว่างจัดซื้อจัดจ้าง อยู่ระหว่างโอนเงิน อยู่ระหว่างพิจารณา อยู่ระหว่าง ประกาศทีโออาร์ใหม่ มันค่อนข้างจะสับสนครับ เพราะฉะนั้นเราไม่สามารถตอบท่านได้ แต่ท่านประธานครับ ในแต่ละมาตรามีหน่วยงานผู้รับผิดชอบ เพราะฉะนั้นระหว่าง ที่ท่านสมาชิกมีรายละเอียดอยู่ในมือ เช่น เมื่อถึงกรมทางหลวงท่านก็สอบถามได้ ถึงกรมชลประทานท่านก็สอบถามได้ ถึงกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มาตรานั้น ๆ ท่านสามารถอภิปรายได้อีก เพราะว่าผมเห็นว่าในมาตรา ๕ มันไม่ได้เกี่ยวข้อง กับสิ่งที่ท่านกําลังติดใจอยู่นะครับ แต่เมื่อสมาชิกร้องขอคณะกรรมาธิการก็ไปประสานกับ สํานักงบประมาณให้ เพื่อให้ความสบายใจและบรรยากาศในการประชุมมันได้เดินไปข้างหน้า ก็ขอความกรุณาท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรตินะครับว่ามาตรา ๕ นั้นสามารถผ่านไปได้ ถ้ากรรมาธิการได้ชี้แจงบางส่วน แต่ในส่วนของมาตราอื่น ๆ นั้นในโครงการเพื่อให้ ความช่วยเหลือฟื้นฟู เยียวยานั้นจะมีกระทรวงมหาดไทยมาตราอะไรล่ะ กระทรวงคมนาคม มาตราอะไร กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมมาตราอะไร ล้วนเกี่ยวข้องกับ สิ่งที่ท่านกําลังจะสอบถาม ท่านก็ตรวจสอบรายละเอียดที่ท่านได้รับไปเพิ่มเติมได้ครับ พอถึงกระทรวงอุตสาหกรรมท่านก็สอบถามได้อีก เฉกเช่นเดียวกับในห้องประชุม พิจารณางบประมาณของคณะกรรมาธิการ ก็ขอความกรุณาท่านประธานนะครับ ผมคิดว่าในส่วนที่ผมได้ชี้แจงบางส่วนกับส่วนที่สมาชิกกําลังต้องการคําตอบนั้นเพื่อที่จะยุติ ในมาตรา ๕ ผมคิดว่ามันพอที่จะผ่านมาตรา ๕ ได้ แต่ถ้าท่านพิจารณาในมาตราอื่น ๆ ต่อไป ท่านก็ดูรายละเอียดตามนะครับ ผมว่ามันจะเป็นสิ่งที่ทันสมัยแล้วก็อัพเดทกว่า และมีเวลาดูได้ดีกว่าที่มานั่งรอโดยที่ยังไม่ถึงมาตราที่หน่วยงานที่รับผิดชอบต่อความเสียหาย ด้วยการที่เราจัดงบประมาณ ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาทเข้าไปในหน่วยงานต่าง ๆ ผมคิดว่า เรื่องนี้น่าจะเป็นเรื่องที่พอเข้าใจครับ
เชิญท่านสาทิตย์ก่อนครับ ต่อเนื่อง ๆ
ท่านประธานครับ ผม สาทิตย์ นะครับ ความจริงผมว่าท่านวิทยาเข้าใจว่าที่ผมขอนี่ผมขอรายละเอียดว่าแต่ละจังหวัดที่ท่านลง ในแต่ละโครงการไปลงในพื้นที่ที่จัดงบประมาณตรงไหน อย่างไร ผมว่าท่านเข้าใจ แต่พอท่านบอกว่าไปถึงกระทรวงไหนถาม กรรมาธิการนั่งข้างผม ขอประทานโทษที่เอ่ยนาม คุณกนกถามทุกกระทรวง เขาก็ตอบเหมือนกับท่านว่าเขาไม่ได้ให้ เขาให้ไม่ได้ เราถึงต้องมาซักในที่ประชุมของสภาครับ ในที่ประชุมคณะกรรมาธิการ ๗๐ กว่าวัน แม้แต่กระทั่งอันนี้ยังไม่ได้นะครับ มาได้ในห้องประชุมใหญ่ แต่ที่ผมขอผมยกตัวอย่างง่าย ๆ เลย คือขอนี่ไม่ต้องถึงขั้นว่าได้บริษัทรับเหมาอะไร ไม่ได้ต้องการขนาดนั้น แต่ต้องการว่า ถนนทางหลวงกี่เส้น ไปสร้างตรงไหนแค่นั้นเองครับ แล้วท่านก็ยอมรับเองว่ามีการทําสัญญา จัดซื้อจัดจ้าง แปลว่ามีพื้นที่ดําเนินการเรียบร้อยแล้ว ผมต้องการเท่านั้น ผมว่าท่านเข้าใจครับ แล้วก็ข้อมูลท่านก็มีครบอยู่แล้ว ท่านก็เพียงแต่ลุกขึ้นตอบต่อสภานี้ว่าได้และจะจัดทําให้ แล้วก็นัดเวลาเลยครับ ก็เท่านั้นเองครับ
เชิญท่านวิทยาครับ
เรียนให้ทราบนะครับว่าท่านร้องขอมาได้ ในกรณีที่ท่านต้องการคําตอบ แต่เรียนให้ทราบว่าท่านต้องเห็นใจว่าสิ่งที่ท่านกล่าวอ้าง ก่อนจะอภิปราย ก่อนที่ผมจะมาตอบในสภานี่ ท่านบอกว่าท่านสมาชิกได้ตรวจสอบหรือไม่ มันไม่โปร่งใส ผมก็เรียนให้ท่านทราบว่าระหว่างที่คณะกรรมาธิการกําลังพิจารณาอยู่นั้น ระหว่างพิจารณาอยู่การทํางานของงบ ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาทของหน่วยงานต่าง ๆ เขาก็เริ่มดําเนินการ ท่านก็บอกว่าตรวจสอบบ้างหรือเปล่ามันไม่โปร่งใส ผมก็ชี้แจงให้ท่านฟัง ทีละขั้นตอน แต่สิ่งที่วันนี้เราพิจารณางบประมาณมา ๒ เดือนกว่า ถูกไหมครับ เดือนสิงหาคม มาสู่วาระที่สอง เพราะฉะนั้นบริบทมันเปลี่ยนไปมีการจัดซื้อจัดจ้างอันนี้ท่านร้องขอมาเดี๋ยวสํานักงบประมาณ เขาคงจะขอให้ท่านนะครับ รายละเอียดที่ท่านต้องการอยากจะทราบว่าจังหวัดโน้นได้เท่าไร ผมก็บอกเหตุการณ์มันเกิดขึ้นใน ๕๐ กว่าจังหวัดที่รัฐบาลเราได้สอบถาม ในฐานะที่เป็น รัฐมนตรีด้วย แล้วก็รับทราบมาด้วย แต่ว่าได้สอบถามเบื้องต้น ๕๐ กว่าจังหวัดที่งบประมาณ ลงไปมันมีมาตรการที่คุณกล่าวแล้ว ต้นน้ํา กลางน้ํา ปลายน้ํา แตกต่างกันครับ ผมคิดว่า ถ้าท่านต้องการท่านควรจะใช้วิธีนั้นมากกว่าในส่วนที่ท่านต้องการ
เชิญท่านนิพนธ์ครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นิพนธ์ บุญญามณี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ ในเรื่องเอกสารดังกล่าว ผมคิดว่าผมรออยู่ ๑ วันเพื่อจะได้ดูรายละเอียด ที่จริงในโครงการ ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ผมอยู่ในคณะกรรมาธิการติดตามการบริหารงบประมาณพยายามขอโครงการรายละเอียด ไม่ได้ครับท่านรองประธาน บางกรมไม่ยอมให้เลย พ.ร.บ. คําสั่งเรียกของคณะกรรมาธิการ เชิญมาอะไรก็แล้วไม่ยอมให้ ที่มาก็คือว่าเราต้องการทราบ ท่านเชื่อไหมครับในโครงการนี้ ถ้าท่านไม่เชื่อผมท่านไปลองดูราคากลางสิครับว่า ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาทแต่ละโครงการ ราคากลางเท่ากันหรือเปล่า ขุดลอกเหมือนกันครับ ขุดลอกด้วยเครื่องจักรเหมือนกัน บางหน่วยงานคิดถึง ๗๒ บาท บางหน่วยงานคิด ๓๐ กว่าบาท บางหน่วยงานคิด ๕๐ บาท แต่ว่าโครงการขุดลอกเหมือนกัน ผมนึกว่าจะได้รายละเอียด ที่จริงท่านต้องสามารถให้ได้ถึง แฟ้มดําเนินการ ที่เขาเรียกว่าแฟ้มดําเนินการมันจะบอกทั้งหมดเลยว่าแม่น้ําสายนี้ มีแบบของมันว่าขุดมีความลึกเท่าไร ปริมาณดินเท่าไร กี่คิว กี่ลูกบาศก์เมตร ลูกบาศก์เมตรละเท่าไร ราคากลางเท่าไร ไม่เท่ากันครับ พวกผมต้องการจะดูว่า ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาทตัวนี้ท่านจะสามารถให้รายละเอียดได้หรือไม่ กรมเจ้าท่าเชิญมา ในคณะกรรมาธิการเพื่อมาดูเรื่องนี้ครับไม่ยอมให้ กรมเจ้าท่าทําจนอธิบดีลาออก รองอธิบดีมาก็ไม่ยอมเอามาให้อีก ไม่ยอมให้เอกสารแล้วพวกผมจะติดตาม ผมทําหน้าที่ อยู่ฝ่ายตรวจสอบ ผมจะตรวจสอบอย่างไรล่ะครับเมื่อส่วนราชการไม่ยอมให้เอกสาร นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้น เราพยายามใช้เวทีของคณะกรรมาธิการติดตามการบริหารงบประมาณ ตั้งคณะอนุกรรมาธิการขึ้นมาตามเรื่องนี้โดยเฉพาะ ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท มันไม่ได้รายละเอียดตามที่ต้องการระบุว่าทั้งหมดเอาไปใช้แก้ปัญหาน้ําท่วม โครงการเดียวกันอยู่ส่วนราชการด้วยกันทําไมราคากลางจึงไม่เท่ากัน เพราะฉะนั้น นี่คือสิ่งที่ต้องการได้จากท่าน แต่ว่าเราไม่ได้ครับ ไม่ได้แล้วจะไปอภิปรายอย่างไร ผมยังต้องการเอกสารนี้อยู่ครับ นี่คือสิ่งที่รอคอยมา ๒ วันแล้วครับ
เชิญท่านจุติครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผม จุติ ไกรฤกษ์ พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดพิษณุโลก ผมคิดว่าท่านรองประธานวิทยา อาจจะเป็นคนที่เข้าใจงบประมาณดี แล้วก็เข้าใจพวกผมดี ประเด็นก็คือว่าสํานักงบประมาณ หน้าที่เขาซึ่งเป็นเลขานุการคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ งบประมาณรายจ่ายประจําปีงบประมาณ พ.ศ. .... สํานักงบประมาณเขามีหน้าที่ก็คือ ทําข้อมูลให้ทันสมัยแล้วก็เชื่อถือได้ วันนี้สํานักงบประมาณเขามีข้อมูลครับ เพียงแต่ว่าผิดปกติไหมครับว่ามีรองประธานจากสํานักงบประมาณ ๒ ท่านไม่มานั่งข้างบนนี้เลย อยู่แต่ข้างหลังบัลลังก์ ให้ขึ้นมานั่ง มาตอบสิครับว่าประสิทธิภาพสํานักงบประมาณนั้น ไม่สามารถหาข้อมูลนี้ได้ มีครับ เพียงแต่ท่านรัฐมนตรีวรวัจน์ที่เป็นรองประธาน จะอนุญาตให้เขาแจกเอกสารให้ครบไหม ให้เป็นปัจจุบันไหม ให้ทันสมัยไหม นั่นอันที่ ๑
อันที่ ๒ พวกผมอยากได้มาตรฐานการชี้แจงงบประมาณละเอียด เหมือนอย่างที่ท่านวรวัจน์พยายามจะเปิดเผยว่าสมัยท่านอภิสิทธิ์ ท่านสาทิตย์เป็นรัฐบาลนี่ ประมูลโครงการอะไร บริษัทอะไร เงินเท่าไร ทําอะไร ให้มาตรฐานเดียวกันสิครับ แค่นั้นละครับ มันก็โปร่งใสแล้ว ทุกคนตรวจสอบได้ เข้าใจได้เหมือนกันหมด
ประการสุดท้ายครับ ก็อยากจะขอร้องท่านรองประธานวิทยาว่าอย่าให้พวกผม ต้องร้องขอเลยครับ ให้อัตโนมัติได้ไหมครับ เป็นมาตรฐานใหม่ของการดูงบประมาณครับ แล้วสิ่งที่พวกผมอยากจะให้คนเข้าใจคือพวกผมไม่ได้มารวนนะครับ เพียงแต่ที่บอกว่าไม่โปร่งใส เพราะมันไม่เห็นอะไรเลยครับ วันนี้เห็นรูมานิดหนึ่งยังไม่รู้ผู้ชายผู้หญิงเลย รู้ว่าเป็นคนแล้ว แต่ไม่รู้ว่าผู้ชายผู้หญิง ขยายมาให้ดูมากกว่านี้อีกนิดได้ไหมครับท่านประธาน กรุณาด้วยครับ
ท่านประธานครับ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ โปรดฟังอีกครั้งหนึ่ง สิ่งที่ผมกล่าวและผมขึ้นมาตอบนี่ผมตอบท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ท่านสาทิตย์ ที่ท่านกล่าวอ้างว่าคณะกรรมาธิการไม่ได้ตรวจสอบ อันนี้ต้องลําดับขั้นตอน ให้ฟังก่อน ผมก็บอกว่า ณ เวลานั้นงบประมาณผ่านสภาเข้ามาพิจารณาพวกเรายังท่องน้ํามา พิจารณากันเลย เพราะฉะนั้นในสิ่งที่ท่านกล่าวว่าคณะกรรมาธิการขอดูหรือเปล่า ตรวจสอบหรือไม่ อย่างไร ผมก็บอกว่าวันที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษาคือ วันที่ ๘ กุมภาพันธ์ คืองบประมาณปี ๒๕๕๕ เพราะฉะนั้นงบกลางอยู่ในส่วนนั้น ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ผมก็ได้กล่าวต่อที่ประชุมแห่งนี้ ท่านเปรียบเสมือนว่าคณะกรรมาธิการ ไม่ได้ตรวจสอบ ผมก็เลยอธิบายให้ท่านฟังว่าระหว่างที่เราได้เริ่มพิจารณานั้น เขาก็มีกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง มีทีโออาร์ บริบทมันเปลี่ยนอยู่ทุกวัน ผมก็เลยบอกว่า ท่านจะให้ผมไปตรวจสอบครบ ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาทหรือเปล่า นั่นคือเหตุที่ผมไม่สบายใจ เพราะฉะนั้นเมื่อกี้ท่านจุติพูดถูกใจ ผมก็ถูกอีก ท่านวรวัจน์ก็ได้ ผมก็ได้ ก็จะลองหามา ให้มันเป็นประโยชน์กับท่านมากที่สุด เอาอย่างนั้นก็แล้วกันนะครับ เพราะถ้าถามวันนี้ว่า ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาทนั้นได้ถูกพิจารณาแล้วก็โอนไปตามส่วนงานต่าง ๆ แล้ว เดี๋ยวจะตามมา ให้เพื่อนกรรมาธิการได้ดู เอาอย่างนั้นนะครับท่านประธาน เพราะว่าท่านจุติบอกว่า คงไม่ต้องถึงขนาดต้องร้องขอ แต่ผมจะรับปากว่าเดี๋ยวจะช่วยกันดูให้ เพื่อบรรยากาศ มันได้คลายลงไปนะครับ
เชิญท่านสาทิตย์ครับ
ท่านประธานครับ ผม สาทิตย์ โปรดฟังอีกครั้งหนึ่งเหมือนกันนะครับ คือวันนี้ที่เราพูดกันวันที่ ๑๖ สิงหาคม ปี ๒๕๕๕ เราถามข้อมูลว่า ณ วันนี้ ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาทที่จัดนี่จัดไปที่พื้นที่ของโครงการที่ไหน อย่างไร ต้องการเอกสารอย่างนี้นะครับ เพื่อจะได้ไม่ต้องย้อนกลับไปว่า ณ วันที่ ๘ ตอนนั้นยังไม่เสร็จ โอเคผมเข้าใจ เพราะยังมีน้ําท่วมอยู่บางที่ แต่มีตัวเลขแล้วบางที่ เหตุการณ์ผ่านไปแล้วแก้ไม่ได้ แต่วันนี้ ๑๖ สิงหาคม ๒๕๕๕ ผมยกตัวอย่างเช่น โครงการฟื้นฟูทางหลวงชนบทอันเนื่องมาจากเหตุอุทกภัย ๕๔๙ สายทาง ๓,๖๙๗ ล้านบาทเศษ ในเอกสารนี้บอกว่าจังหวัดสมุทรปราการได้ไป ๘๖ ล้านบาท จังหวัดนนทบุรีได้ ๑๙ ล้านบาท
เชิญท่านรัฐมนตรีครับ
จริง ๆ ผมก็ไม่อยากครับท่านประธาน ต้องขอประทานโทษท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรตินะครับ คือเรามีหน้าที่เป็นกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๖ สิ่งที่ท่านจะขอให้ผมทําเป็นเรื่องของงบประมาณปี ๒๕๕๕ ที่เราพิจารณาอยู่งบประมาณ ปี ๒๕๕๖ เดี๋ยวผมจะบอกสํานักงบประมาณให้ว่าท่านกรรมาธิการเขาขออะไร ผมสื่อความหมายได้ชัดแล้ว อันนี้ผมจะติดตามให้ แต่ท่านต้องเข้าใจก่อนว่าเรากําลังพิจารณา งบประมาณปี ๒๕๕๖ แล้วผมเองก็ถูกกล่าวหา ก็คือผมในที่นี้ก็คือท่านกรรมาธิการว่าไม่ดูแล ไม่ตรวจสอบ ผมพูดในประเด็นนี้ เพราะฉะนั้นเข้าใจแล้วครับ ผมรับปากที่จะติดตาม แต่อย่ามาถามเลยว่ากี่ชั่วโมง ผมรับให้ แล้วก็เดี๋ยวผมนั่งลงผมก็จะเดินไปข้างหลังให้ ขอบคุณครับท่านประธาน
ท่านรัฐมนตรีลงไปเดี๋ยวผมจะเรียกสมาชิกเข้าห้องประชุม เชิญสมาชิกที่อยู่นอกห้องประชุม ขอมตินะครับ ในขณะที่รัฐมนตรีเดินไปตามเรื่องให้
(นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง มีสัญญาณ ให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนทําการตรวจสอบองค์ประชุมและลงมติ)
สมาชิกที่อยู่นอกห้องประชุมเชิญครับ ผมจะขอมตินะครับ เชิญเข้าห้องประชุมครับ เชิญท่านสมาชิกที่อยู่นอกห้องประชุมกรุณาเข้าห้องประชุม จะขอมติจากที่ประชุมนะครับ กรุณาเสียบบัตรแสดงตนนะครับ เชิญเสียบบัตรแสดงตนเลยครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)
ส่งผลคะแนนครับ จํานวนผู้เข้าประชุม ๓๑๙ ท่าน ถือว่าครบองค์ประชุมครับ
ต่อไปจะเป็นการลงมติในมาตรา ๕ สํานักนายกรัฐมนตรี ซึ่งมีการแก้ไข โดยมีกรรมาธิการสงวนความเห็น และผู้แปรญัตติขอสงวนคําแปรญัตติ ขอเชิญสมาชิก ใช้สิทธิลงคะแนนเสียง สมาชิกท่านใดเห็นควรให้คงไว้ตามร่างเดิมของกรรมาธิการเสียงข้างมาก โปรดกดปุ่ม เห็นด้วย สมาชิกท่านใดเห็นด้วยกับกรรมาธิการที่ขอสงวนความเห็น หรือผู้แปรญัตติขอสงวนคําแปรญัตติโปรดกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ท่านผู้ใดเห็นควรงดออกเสียง โปรดกดปุ่ม งดออกเสียง ขอเชิญลงคะแนนครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)
ยังมีท่านใดไม่ได้ใช้สิทธิครับ ถ้าเรียบร้อยขอผลคะแนนนะครับ จํานวนผู้เข้าประชุม ๓๘๑ ท่าน เห็นด้วย ๒๘๒ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๙๑ ท่าน งดออกเสียง ๕ ท่าน ไม่ลงคะแนน เสียง ๓ ท่าน เป็นอันว่าที่ประชุมมีมติเห็นด้วยกับกรรมาธิการเสียงข้างมากครับ
เชิญท่านเลขาธิการ มาตรา ๖ ครับ
มาตรา ๖ กระทรวงกลาโหม มีการแก้ไข มีกรรมาธิการ ขอสงวนความเห็นและมีผู้แปรญัตติขอสงวนคําแปรญัตติครับ
เชิญดอกเตอร์สุรสาล ผาสุข ๗ นาทีครับ ตั้งเวลานะครับ ๗ นาที
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายสุรสาล ผาสุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสิงห์บุรี พรรคเพื่อไทย ขออนุญาต ที่จะตัดลดงบประมาณของกระทรวงกลาโหมในหน่วยงานต่าง ๆ ดังต่อไปนี้
หน่วยงานแรก ขออนุญาตปรับลดงบประมาณของสํานักงานปลัด กระทรวงกลาโหมที่ตั้งงบประมาณไว้ ๖,๑๓๓,๐๑๑,๘๐๐ บาท ปรับลด ๐.๕ เปอร์เซ็นต์
หน่วยงานที่ ๒ ภายใต้กระทรวงกลาโหมคือกองบัญชาการกองทัพไทย ตั้งงบประมาณไว้ ๑๕,๑๓๔,๖๙๒,๕๐๐ บาท ปรับลด ๐.๕ เปอร์เซ็นต์
หน่วยงานที่ ๓ กองทัพบก งบประมาณ ๘๘,๕๕๘,๓๘๔,๐๐๐ บาท ขออนุญาตปรับลด ๑ เปอร์เซ็นต์
หน่วยงานที่ ๔ กองทัพเรือ งบประมาณ ๓๕,๐๗๑,๐๕๗,๗๐๐ บาท ขออนุญาตปรับลด ๐.๕ เปอร์เซ็นต์
หน่วยงานสุดท้ายที่จะขออนุญาตปรับลดงบประมาณลงคือกองทัพอากาศ งบประมาณที่ตั้งไว้ ๓๓,๘๘๑,๘๕๕,๘๐๐ บาท ขออนุญาตปรับลด ๐.๕ เปอร์เซ็นต์
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผมจะได้ขออนุญาตชี้แจงเหตุผล ที่ขออนุญาตปรับลดงบประมาณของหน่วยงานภายใต้สังกัดของกระทรวงกลาโหมดังต่อไปนี้ จากแผนงานของหน่วยงานทั้ง ๕ หน่วยงานที่กระผมได้กราบเรียนมาที่ใช้ในการของบประมาณ ในครั้งนี้นั้นประกอบด้วยแผนงานต่าง ๆ ดังต่อไปนี้ครับ
แผนงานที่ ๑ คือแผนงานสร้างความปรองดอง สมานฉันท์ และฟื้นฟูประชาธิปไตย
แผนงานที่ ๒ คือแผนงานป้องกัน ปราบปราม และบําบัดรักษายาเสพติด
แผนงานที่ ๓ คือแผนงานแก้ไขปัญหาและพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้
แผนงานที่ ๔ คือแผนงานเทิดทูน พิทักษ์ และรักษาสถาบันพระมหากษัตริย์
แผนงานที่ ๕ คือแผนงานสร้างเสริมระบบป้องกันประเทศ
ท่านประธานที่เคารพครับ จากแผนงานทั้ง ๕ แผนงานนั้นกระผมเห็นว่า เป็นแผนงานที่มีประโยชน์เป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในแผนงานสร้างความปรองดอง สมานฉันท์ และฟื้นฟูประชาธิปไตย ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่สําคัญอย่างยิ่งกับบ้านเมืองเรา ในขณะนี้การสร้างความปรองดอง สมานฉันท์นั้นเป็นเรื่องใหญ่ มีความละเอียดอ่อน และต้องการการทําความเข้าใจกับทุกภาคส่วน ดังนั้นการจัดสรรงบประมาณให้กับหน่วยงาน สังกัดกระทรวงกลาโหมเพื่อให้ดําเนินการตามแผนงานนี้จึงมีความเหมาะสมแล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกองทัพบกนั้นได้รับการจัดสรรงบประมาณภายใต้แผนงานนี้ จํานวน ๓๐ ล้านบาท จึงถือว่าเป็นหน่วยงานที่ต้องมีบทบาทนําร่วมกับกองทัพเรือ ร่วมกับสํานักงานปลัดกระทรวงกลาโหม กองบัญชาการกองทัพไทย และกองทัพอากาศ ในการที่จะใช้ศักยภาพของกองทัพที่จะร่วมมือกับรัฐบาลและหน่วยงานอื่น ๆ ที่จะนํามาซึ่งความปรองดอง สมานฉันท์ และฟื้นฟูประชาธิปไตยให้กลับคืนสู่สังคมไทย โดยเร็ว
ท่านประธานที่เคารพครับ เมื่อพิจารณาจากงบประมาณของทั้ง ๕ หน่วยงาน ที่กระผมได้กราบเรียนมาแล้วนั้นจะพบว่ามีงบประมาณโดยรวมถึง ๑๗๘,๗๓๖,๐๖๑,๘๐๐ บาท ซึ่งจากจํานวนงบประมาณที่กระทรวงกลาโหมได้รับมาทั้งหมดอยู่ที่ ๑๘๐,๔๙๑,๕๓๕,๗๐๐ บาท ซึ่งถือว่างบประมาณที่จัดสรรให้กับหน่วยงานทั้ง ๕ หน่วยงานของกระทรวงกลาโหมนั้น เป็นงบประมาณส่วนใหญ่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งงบประมาณก้อนนี้นําไปใช้ในแผนงาน สร้างเสริมระบบป้องกันประเทศเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งกระผมเห็นว่าภายใต้สถานการณ์ที่ประเทศ ต้องการเร่งรัดพัฒนาหลังอุทกภัยและความสูญเสียจากความขัดแย้งทางความคิด ของประชาชน สถานการณ์ที่ประเทศต้องการเร่งรัดการพัฒนาประชาชนให้มีความพร้อม ที่จะเปิดประตูสู่อาเซียน ในสถานการณ์ที่เด็กและเยาวชนของประเทศต้องการการดูแล ให้มีความรู้ มีความสามารถ และเรียนรู้การใช้เทคโนโลยีให้ทัดเทียมกับนานาประเทศได้ กระผมจึงขออนุญาตที่จะปรับลดงบประมาณของหน่วยงานสังกัดกระทรวงกลาโหม ทั้ง ๕ หน่วยงานลงตามจํานวนที่ได้กราบเรียนไปเบื้องต้น โดยการปรับลด ที่กระผมขออนุญาตปรับลดลงนี้เข้าใจว่าจะเป็นการปรับลดงบประมาณที่เหมาะสมกับ สถานการณ์และเหมาะสมกับห้วงเวลาของการใช้งบประมาณ จึงขออนุญาตกราบเรียน ท่านประธานผ่านไปยังคณะกรรมาธิการเพื่อพิจารณากลั่นกรองต่อไปครับ ขอบพระคุณครับ
เชิญท่านนิพนธ์ บุญญามณี มาตรา ๖ ครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นิพนธ์ บุญญามณี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ผมขอแปรญัตติ ในมาตรา ๖ ไว้ครับ โดยขอปรับลดงบประมาณของกระทรวงกลาโหมซึ่งได้ตั้งไว้ในส่วนนี้ ๑๘๐,๘๑๑ ล้านบาท ซึ่งในส่วนนี้ผมขอปรับลด ๗ เปอร์เซ็นต์ สาเหตุที่ได้ปรับลด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนของสํานักงานปลัดกระทรวงกลาโหมครับ ซึ่งผมคิดว่า วันนี้ในส่วนของสํานักงานปลัดกระทรวงกลาโหมผมได้ลงลึกเอาเฉพาะประเด็น เพื่อประหยัดเวลา ของสภาแห่งนี้ผมจะเอาเฉพาะในส่วนที่คิดว่าวันนี้ภารกิจของกระทรวงกลาโหม ซึ่งตามวิสัยทัศน์ของกระทรวงกลาโหม เป็นองค์กรนําในการสร้างหลักประกันความมั่นคงของรัฐ และปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ เพื่อความผาสุกของประชาชนด้วยการพัฒนากองทัพ ให้มีศักยภาพ เป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัย และการบริหารจัดการสมัยใหม่ พันธกิจที่ ๑ รักษาเอกราชและความมั่นคงแห่งรัฐ พันธกิจที่ ๒ ปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ พันธกิจที่ ๓ รักษาผลประโยชน์ของชาติ พันธกิจที่ ๔ พัฒนาประเทศ ช่วยเหลือประชาชน และแก้ไขปัญหาสําคัญของชาติในด้านต่าง ๆ นี่คือพันธกิจของกระทรวงกลาโหม แล้วก็วิสัยทัศน์ของกระทรวงกลาโหม ซึ่งคณะกรรมาธิการก็ได้พิจารณาในส่วนงบประมาณทั้งหมด ของกระทรวงกลาโหม สิ่งที่ผมติดใจในประเด็นที่ต้องปรับลดงบประมาณ ผมเข้าใจครับว่า ภารกิจของกระทรวงกลาโหมเป็นภารกิจความมั่นคงที่ดูแลเรื่องความมั่นคงของประเทศ ซึ่งโดยหลักผมคิดว่าปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ผมได้พูดไปแล้วเมื่อสักครู่ในมาตรา ๕ ผมคิดว่าวันนี้บทบาทของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมต้องมีอยู่มากกว่าที่เป็นอยู่ ในปัจจุบันครับ ผมผิดหวังอย่างยิ่งถ้าท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมกระทําเฉพาะเรื่อง ที่เป็นข่าว ในสื่อมวลชนที่ผ่านมานี้ท่านไม่ได้ทําให้บทบาทของกระทรวงกลาโหมเป็นไปตามวิสัยทัศน์ ของกระทรวงแต่อย่างใด ท่านมุ่งให้กระทรวงกลาโหมมีแต่จะก่อให้เกิดความขัดแย้ง ไม่ว่าจะให้ทหาร ขัดกับพรรคการเมืองก็ดี จะให้กองทัพขัดกับพรรคการเมืองก็ดี ซึ่งสิ่งเหล่านี้รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงกลาโหมในอดีตไม่เคยมีใครทําครับ แต่ว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมท่านนี้ ท่านกล้าทํา ซึ่งผมคิดว่าผมไม่เข้าใจว่าท่านคิดอย่างไรในบทบาทในสถานะที่ท่านดูแล เรื่องความมั่นคงของประเทศแล้วท่านมาทําเรื่องที่จะก่อให้เกิดความแตกแยกของสถาบันต่าง ๆ ในบ้านเมือง ท่านกรรมาธิการได้สอบถามไหมครับว่าในฐานะที่ท่านใช้งบประมาณปี ๒๕๕๕ กระทรวงกลาโหมใช้งบประมาณเป็นไปตามเป้าหมาย แผนงาน โครงการหรืออย่างไร สําเร็จตามโครงการหรือไม่ ท่านได้เชิญรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมมาสอบถามไหมครับว่า เรื่องภาคใต้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมจะรู้ร้อนรู้หนาวกับเขาบ้างหรือไม่ หรือว่าจะอยู่โดยที่ไม่รับผิดชอบอย่างนี้อยู่ต่อไป โดยบอกว่ามีกองทัพรับผิดชอบอยู่แล้ว ตัวเองไม่ต้องทําอะไรอย่างนั้นหรืออย่างไร เพราะทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นกองทัพบก กองทัพเรือ กองทัพอากาศอยู่ภายใต้การดูแลของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงกลาโหมรู้ไหมครับว่าวันนี้ความล้มเหลวที่เกิดจากฝ่ายข่าวกรองทั้งหมด หรือความล้มเหลวที่ใช้งบประมาณไปในอดีตทั้งหมดที่ผ่านมาร่วม ๒๐,๐๐๐ ล้านบาทนี้ ยังไม่รู้เลยว่าขบวนการมีกี่กลุ่มในภาคใต้ หัวหน้าขบวนการคือใคร คนที่รับผิดชอบ ต้องเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมวันนี้ปฏิเสธไม่ได้ ถ้านายกรัฐมนตรีท่านมีภารกิจเยอะ คนที่ดูแลเรื่องความมั่นคงของประเทศรองจากนายกรัฐมนตรีต้องเป็นรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงกลาโหม ท่านจะแอบอยู่ข้างหลัง ท่านบอกว่าท่านจะใช้กองบัญชาการส่วนหลัง ไม่ได้ครับ อันนี้คือต้องพูดกับท่านกรรมาธิการว่าท่านกรรมาธิการได้สอบถาม กระทรวงกลาโหมไหมครับว่าจะแสดงความรับผิดชอบอย่างไรบ้างหรือไม่ อย่างน้อยลงไปพื้นที่บ้าง เอาละถ้ารองนายกรัฐมนตรีคนอื่นไม่ไปนี่รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงกลาโหมต้องรับผิดชอบ รัฐมนตรีคนอื่นอาจจะกลัวว่าปืนชนิดหนึ่งที่ยิงได้ไกล ๓,๐๐๐ เมตรหายไป ๓ กระบอก วันนี้ยังไม่รู้อยู่ที่ใครเลยไม่กล้าลงไป กลัวปืน ๓ กระบอกนั้น หรืออย่างไรผมไม่ว่า แต่ว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมต้องรับผิดชอบต่องบประมาณ ที่กระทรวงกลาโหมได้รับไปดูแลเรื่องความมั่นคงของประเทศ วันนี้ผมถามกรรมาธิการว่า ท่านได้เชิญรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมมาสอบถามเรื่องนี้บ้างไหมว่าจะรับผิดชอบอย่างไร เรื่องความมั่นคงในภาคใต้ ผมติดใจเรื่องนี้เป็นอย่างยิ่งเลยต้องขอปรับลดงบประมาณ ของกระทรวงกลาโหม เพราะไม่เชื่อว่าถ้าอยู่ในสถานการณ์เช่นนี้รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงกลาโหมคนนี้ยังบริหารราชการแผ่นดินอยู่อย่างนี้โดยไม่ลงไปดูปัญหาในภาคใต้ ปล่อยให้เป็นเรื่องของทหารในพื้นที่ ปล่อยให้ลูกน้องไปโดนการกระทําซึ่งไม่น่าจะเกิดขึ้น ในสภาพเช่นนั้น ลูกน้องเกิดไปเสี่ยงความตายแล้วรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ก็ยังไม่ทุกข์ไม่ร้อน ผมคิดว่ากรรมาธิการต้องสอบถามเรื่องนี้ให้ละเอียด นอกจากนั้นท่านไปดู ในเอกสารงบประมาณหน้า ๒๘๒ รายละเอียดงบประมาณผลผลิตนะครับ การเทิดทูน การป้องกัน การตอบโต้ และทําความเข้าใจมิให้มีการล่วงละเมิดสถาบันพระมหากษัตริย์ ๒๒ ล้านบาท ในส่วนนี้ท่านประธานคณะกรรมาธิการ กรรมาธิการได้สอบถามไหมครับว่า งบรายจ่ายอื่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งใน (๓) การป้องกันการล่วงละเมิดสถาบันพระมหากษัตริย์ ที่มี ๘,๐๐๐,๐๐๐ บาท รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมท่านเอาไปทําอะไร ใน ๘,๐๐๐,๐๐๐ บาทนี้ ท่านมีแผนงานรายละเอียดไหมครับว่าจะป้องกันการล่วงละเมิด สถาบันพระมหากษัตริย์อย่างไร ซึ่งผมต้องถามประเด็นนี้เพราะผมถือว่ากระทรวงกลาโหม ต้องมีหน้าที่เรื่องนี้โดยตรง ต้องดูแล ต้องป้องกันการล่วงละเมิดสถาบันพระมหากษัตริย์ ท่านได้ทําอะไรบ้าง ท่านมาเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมเรื่องการป้องกัน สถาบันพระมหากษัตริย์ เรื่องพวกเว็บไซต์ต่าง ๆ ท่านรู้ร้อนรู้หนาวบ้างหรือไม่กับการที่มี การจาบจ้วงสถาบันพระมหากษัตริย์ ถ้าจะบอกว่าไม่รู้ ถ้ากระทรวงกลาโหมไม่รู้เรื่องนี้ ผมคิดว่าคงจะยากแล้วละครับวันนี้ที่จะพึ่งหน่วยงานไหนที่จะมาดูแลเรื่องการปกป้อง สถาบันพระมหากษัตริย์ ผมดูงบประมาณให้ไว้ ๘,๐๐๐,๐๐๐ บาท งบประมาณอื่นเยอะ แต่ว่างบประมาณ ที่จะปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ท่านให้ไว้ ๘,๐๐๐,๐๐๐ บาท ๘,๐๐๐,๐๐๐ บาท ใช้ ๑๒ เดือน เดือนละไม่ถึง ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท ท่านกรรมาธิการได้ถามดูแผนงานนี้ไหมครับว่า เดือนละไม่ถึง ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาทนี่จะไปทําอะไร กระทรวงกลาโหมจะทําอย่างไร ท่านได้เชิญมาถามไหมครับแผนงานนี้ ซึ่งผมคิดว่างบประมาณด้านนี้น้อยมากครับ แต่ว่าผมอยากจะปรับลดงบประมาณด้านอื่นลงมาและมาเพิ่มด้านนี้ ซึ่งวันนี้ถือว่าเป็นภัยต่อ ความมั่นคงของสถาบันพระมหากษัตริย์มีเยอะมาก ผมไม่อยากเห็นรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงกลาโหมกระทําตัวลอยตัวอยู่ในลักษณะเช่นนี้ ไปทําเรื่องที่ไม่เป็นเรื่อง เรื่องที่เป็นหน้าที่โดยตรงไม่ทํา ภารกิจหลักไม่ทํา ท่านประธานครับ ไปทําภารกิจ ที่ไม่เป็นภารกิจหลักของตัวเอง ไปทําเรื่อง สด. ๙ อย่างนี้ครับ อย่างนั้นมันไม่ใช่ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมไปทํา และเป็นเรื่องที่เขาพูดกันมายาวนาน เรื่องนี้ ชี้แจงกันไปยาวนาน ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมยังอุตส่าห์มาทําเรื่องนี้ แต่ว่าเรื่องที่เป็นภารกิจหลักไม่ทํา นี่คือสิ่งที่ผมถือว่าต้องปรับลดงบประมาณของ กระทรวงกลาโหมลงครับ ซึ่งที่จริงแล้วท่านกรรมาธิการต้องถามนะครับว่าเรื่อง สด. ๙ เขาให้สัสดีทําไม่ใช่ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมมาทํา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ต้องทําเรื่องใหญ่กว่านั้น เรื่องความมั่นคงใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ต้องลงไปทําเอง เรื่อง สด. ๙ เอาไว้ให้สัสดีทํา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมไม่ต้องลดตัวไปทํา เรื่อง สด. ๙ หรอกครับ วันนี้สถานการณ์ในจังหวัดชายแดนภาคใต้รุนแรงเกินกว่าที่จะให้ พี่น้องทหารหาญ พลทหารไปทํา ไปแก้ปัญหากันเองตามลําพัง ไปเดินลาดตระเวนกันเอง ตามลําพัง ขวัญกําลังใจเป็นเรื่องสําคัญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมต้องแสดงภาวะผู้นํา มากกว่านี้ครับจึงจะเอางบประมาณของแผ่นดินไปใช้ให้เกิดประโยชน์ เป็นไปตามเจตนารมณ์ และเป็นไปตามพันธกิจของกระทรวงกลาโหม ผมจึงคิดว่าผมขอปรับลดงบประมาณของ กระทรวงกลาโหมลง ๗ เปอร์เซ็นต์ ขอบคุณครับ
ท่านสุรเชษฐ์ แวอาแซ ครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายสุรเชษฐ์ แวอาแซ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนราธิวาส พรรคประชาธิปัตย์ มาตรา ๖ กระทรวงกลาโหม อันที่จริงแล้วเราก็เห็นถึงความสําคัญของกองทัพไทย ไม่ว่าจะเป็น กองทัพบก กองทัพเรือ กองทัพอากาศ ล้วนแล้วก็เป็นภารกิจที่สําคัญต่อประเทศชาติ ภารกิจนั้นไม่ใช่เฉพาะแต่ในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้เท่านั้น ตลอดชายแดนที่ติดต่อกับ ประเทศเพื่อนบ้านแม้กระทั่งว่างานพัฒนา แล้วก็การแก้ปัญหาไม่ว่าจะเป็นน้ําท่วมต่าง ๆ ล้วนแล้วก็เป็นภารกิจและเป็นบทบาทของกระทรวงกลาโหมมาโดยตลอด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กองทัพ แต่สิ่งที่ผมติดใจที่ผมได้ขอปรับลดงบประมาณทั้ง ๔ หน่วยงาน นั่นก็คือ กองทัพไทย ๘ เปอร์เซ็นต์ กองทัพอากาศ ๘ เปอร์เซ็นต์ กองทัพเรือ ๘ เปอร์เซ็นต์ แล้วก็กองทัพบก ๑๐ เปอร์เซ็นต์ อันที่จริงนั้นเราก็ได้ติดตามแผนงานและผลงานการปฏิบัติ แล้วก็ การสนับสนุนจากภาครัฐต่อกองทัพ เราได้สังเกตแล้วก็ได้ติดตามหลายภารกิจ ทั้งที่สัมฤทธิผล แล้วก็ปัญหาและอุปสรรค ส่วนปัญหาและอุปสรรคนั้นผมก็เชื่อว่า ทางคณะกรรมาธิการก็ได้ศึกษา สอบถามบรรดากองทัพทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นกองทัพบก กองทัพเรือ กองทัพอากาศ ก็คงจะทราบในเรื่องของการเตรียมความพร้อม ศักยภาพของ กําลังพลก็ดี หรือว่าอาวุธยุทโธปกรณ์ แต่ในเรื่องของการปฏิบัติงานที่เราเห็นได้ชัดเจนก็คือสิ่งที่คิดว่าควรที่จะต้องปรับปรุงและพัฒนา นั่นคือการใช้กําลังพลในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ในการที่จะไปแก้ไขปัญหา ความไม่สงบซึ่งใช้ทั้ง ๓ เหล่าทัพและ ๔ กองทัพ ไม่ว่าจะเป็นกองทัพภาคที่ ๑ กองทัพภาคที่ ๒ กองทัพภาคที่ ๓ กองทัพภาคที่ ๔ ใช้กําลังพลที่ลงไปปฏิบัติในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ทั้งสิ้น และ ๓ เหล่าทัพ ทั้งกองทัพบก กองทัพเรือ กองทัพอากาศ แต่ที่แปลกใจก็คือว่าเวลาขอจัดสรรงบประมาณทั้ง ๓ เหล่าทัพจะได้รับการสนับสนุน โดยเฉพาะอย่างยิ่งภารกิจที่ใช้ในการไปแก้ไขและพัฒนาในพื้นที่ ๕ จังหวัดชายแดนภาคใต้ทุกปี แต่เวลาเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเราก็จะเห็นแต่กองทัพบกเป็นหลัก แล้วก็กองทัพเรือซึ่งมีกองกําลัง อยู่ในพื้นที่ ส่วนในกองทัพอากาศแทบจะไม่เห็นบทบาทว่าได้ไปตั้งกองกําลังสนับสนุนที่ไหน อย่างไร แต่ปีนี้ก็ทราบว่ากองทัพอากาศนั้นก็ได้รับการสนับสนุน ๒๐๐ กว่าล้านบาท สิ่งที่ผมแปลกใจที่สุด ไม่ทราบว่าทางคณะกรรมาธิการได้ติดตามข่าวสาร แล้วก็ได้สอบถาม ประเด็นที่ทางรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมพูดถึงกรณีเกิดเหตุผู้ร้ายไล่ล่าแล้วก็ยิงสังหาร เจ้าหน้าที่ทหารที่จังหวัดปัตตานี จนถึงปัจจุบันนี้เหตุการณ์นั้นเราก็ยังไม่สามารถจับกุม ผู้กระทําความผิด แล้วก็ยังไม่สามารถที่จะหามาตรการในการที่จะป้องกันให้เกิดความเชื่อมั่น ทั้งเจ้าหน้าที่และพี่น้องประชาชนในพื้นที่ได้ แต่ผมเห็นท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ท่านให้สัมภาษณ์ว่าต่อไปจะไม่ให้กองทัพภาคพื้นดินเดินออกไปลาดตระเวน จะต้องใช้กองทัพอากาศโดยใช้เครื่องบินลาดตระเวน ผมฟังแล้วผมงง เป็นแนวความคิด ที่เพี้ยนหรือเปล่าที่จะใช้เครื่องบินออกไปลาดตระเวนแล้วจะไปเห็นผู้ก่อการร้ายได้อย่างไรล่ะ พวกนี้มันอยู่ในป่ายางพารา มันอยู่ในป่า และเครื่องบินนี่มันบินอยู่บนอากาศ ผมแปลกใจ ตั้งแต่มีกระทรวงกลาโหมที่มีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงนี่ทุกยุคทุกสมัยล้วนแล้วก็เป็นคน ที่มีคุณภาพ คนที่มีความเพียบพร้อมและวิสัยทัศน์ในการที่จะสร้างกองกําลังและกองทัพ ให้มีประสิทธิภาพในการที่จะปกป้องประเทศชาติ แต่มาท่านรัฐมนตรีท่านนี้ ตั้งแต่รับตําแหน่งมายังไม่เห็นวิสัยทัศน์ในเรื่องของการที่จะทําให้กองทัพหรือว่ากองกําลัง ได้มีศักยภาพ มีอาวุธยุทโธปกรณ์ มีความพร้อมต่าง ๆ นานา ก็คือว่าในการพัฒนากองทัพไทย แทบจะไม่ได้ยินเลย เห็นแต่จะให้สัมภาษณ์โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของการเอาความผิด โดยเฉพาะอดีตนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ในเรื่อง สด. ๙ ผมว่าตลก ผมก็ไม่แน่ใจว่า ท่านเป็นปกติหรือเปล่า และทําไมรัฐบาลนี้ไม่มีคนอื่นแล้วหรือที่มีความเพียบพร้อม และมีความพร้อมในการที่จะนํานโยบายในเรื่องของการพัฒนากองทัพไทยให้มีประสิทธิภาพ ไม่ใช่ออกมาโชว์แต่ละวันก็พูดแต่การเมือง แต่ละวันก็พูดแต่ในเรื่องที่จะฟาดฟันกับฝ่ายค้าน อะไรในทํานองนี้ ผมคิดว่าไม่สมควรอย่างยิ่งคนที่จะเป็นผู้นําของกระทรวงกลาโหม เพราะฉะนั้นผมเห็นว่าการที่รัฐบาลขออนุมัติงบประมาณ ๑๘๐,๐๐๐ ล้านบาทเศษนั้น ผมไม่แน่ใจว่าทางคณะกรรมาธิการได้มีการพิจารณาอย่างรอบคอบหรือไม่ สมควรหรือไม่ ถ้าลักษณะผู้บริหาร ผู้ควบคุมนโยบายระดับกระทรวงกลาโหมเป็นคนที่มีวิสัยทัศน์เช่นนี้ ผมไม่แน่ใจว่างบประมาณจะไปใช้และจะไปบริหารได้อย่างมีประสิทธิภาพหรือไม่ เพราะฉะนั้นเหตุผลอย่างเดียวที่ผมขอปรับลด ๑๐ เปอร์เซ็นต์ เนื่องจากว่าผู้ที่เป็นรัฐมนตรี ที่มีแนวความคิดที่ไม่มีวิสัยทัศน์ในเรื่องของการพัฒนากองกําลังและกองทัพไทย คิดแต่จะเอาชนะคะคานหรือว่าจะเอาดีในทางการเมืองอย่างเดียว โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การให้ร้ายป้ายสีการเมืองฝ่ายตรงข้ามก็คือฝ่ายค้านนั้น จริง ๆ แล้วผมก็เห็นด้วยว่า ควรที่จะต้องปรับปรุงและสนับสนุนงบประมาณในการที่จะทําให้กองทัพมีประสิทธิภาพ เพราะวันนี้เราก็ทราบดีไม่ใช่เฉพาะแต่ใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้เท่านั้น ในพรมแดน ที่ติดกับชายแดนประเทศเพื่อนบ้านวันนี้เราก็ต้องเตรียมพร้อม ต้องสร้างเสริมกําลังให้พร้อม เราไม่รู้ว่าเหตุการณ์ สถานการณ์ เมื่อไรจะเกิดขึ้นอย่างไร และโดยเฉพาะอย่างยิ่งภัยทั้งหลาย ในขณะนี้ที่เราจําเป็นที่จะต้องใช้กองกําลังจากกองทัพ ไม่ว่าในเรื่องของการปราบปราม อิทธิพลยาเสพติดก็ดี หรือว่าการทําลายป่าไม้ของประเทศเราก็ดี หรือว่าอิทธิพลทั้งหลาย เราก็ยังเห็นถึงความสําคัญของกองทัพ แต่ว่ามาในยุคของรัฐบาลชุดนี้ยังไม่ทําให้กองทัพ ได้แสดงศักยภาพหรือแสดงถึงวิสัยทัศน์ในเรื่องของการที่จะทําให้กองทัพไทยนั้น เป็นกองทัพที่นําหน้าหรือว่าเป็นแนวหน้าของกลุ่มประเทศอาเซียนได้เลย และยิ่งไปเห็น สภาพที่เจ้าหน้าที่ทหารของเราไปปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ใช้นโยบาย ที่ผิดพลาด คลาดเคลื่อนค่อนข้างที่จะมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งใช้กําลังคนที่ลงไป จากหลาย ๆ ทัพภาคนี่ผมคิดว่าตรงนี้รัฐบาลควรที่จะต้องนําไปพิจารณา โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผู้ที่เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมที่ไม่ได้สนใจเลยว่ากําลังพลที่ลงไปปฏิบัติในพื้นที่ วัน ๆ หนึ่งเราจะต้องสูญเสียเจ้าหน้าที่ดี ๆ เหล่านี้ ถ้าเป็นผู้นําที่ดีเขาจะต้องคิดถึงว่า มาตรการในการจะป้องกัน หรืออย่างเพื่อน ๆ หลายท่านที่พูดถึงในเรื่องของประสิทธิภาพ การข่าวของกองทัพ เพราะฉะนั้นก็มีอย่างเดียวละครับสิ่งที่อยากจะฝากผ่านท่านประธาน ถึงรัฐบาลก็คือว่านอกจากที่ผมปรับลด ๑๐ เปอร์เซ็นต์ของกระทรวงกลาโหมแล้ว ขอให้รัฐบาลปรับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมออกด้วยครับ ขอบคุณครับ
เชิญท่านบุญฐิณ ประทุมลี ครับ ๕ นาที
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม บุญฐิณ ประทุมลี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดมุกดาหาร พรรคเพื่อไทยครับ ผมขอปรับลดมาตรา ๖ กระทรวงกลาโหม ๓ เปอร์เซ็นต์ในภาพรวม โดยเฉพาะโครงการ ที่เป็นอาวุธหนัก เนื่องจากว่าสถานการณ์ของประเทศไทยปัจจุบันไม่ใช่สภาพที่เป็น สถานการณ์ของสงคราม เป็นความขัดแย้งภายในประเทศ ดังนั้นในการจัดซื้ออาวุธหนักต่าง ๆ จึงยังไม่จําเป็น เพราะว่าแผนงาน โครงการต่าง ๆ ที่ดําเนินการก็เป็นแผนงานปกติ ดังนั้นในส่วนนี้สมควรที่จะเอาไปให้สําหรับโครงการเอสเอ็มแอล (SML) หมู่บ้านขนาดเล็ก ขนาดกลาง ขนาดใหญ่ จาก ๓๐๐,๐๐๐ บาท ๔๐๐,๐๐๐ บาท ๕๐๐,๐๐๐ บาท ไปเป็น ๕๐๐,๐๐๐ บาท ๗๐๐,๐๐๐ บาท และ ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท เพราะว่าอะไรครับ เพราะว่างบประมาณการบริหารประเทศนั้นจากภาษีราษฎร จากงบประมาณ ๒.๔ ล้านล้านบาทนั้นประชาชนที่เป็นเจ้าของเงินโดยตรงไม่ได้ใช้โดยตรงเลยครับ ไปอยู่ในแผนงาน โครงการของรัฐบาลตามกระทรวงต่าง ๆ พวกเราเคยอภิปรายว่า ในระบบราชการนั้นมีการทุจริต ฉ้อราษฎร์บังหลวง แต่การซื้อของในโครงการเอสเอ็มแอลนั้น เป็นการซื้อจากประชาชนในหมู่บ้าน เป็นการซื้อจากเงินของเขาเอง ดังนั้นเม็ดเงินส่วนนี้ อยากจะไปให้เพิ่มครับ ผมอยากจะฝากข้อคิดอย่างหนึ่งว่าการใช้ปากกระบอกปืนในการแก้ปัญหา ไม่ใช่การแก้ปัญหาที่ยั่งยืนและถาวร แต่การใช้ปากคนในการที่จะเจรจา รับฟังความต้องการ ความไม่ยุติธรรมต่างหากที่จะเกิดความยุติธรรมที่ยั่งยืนและสันติสุขอย่างแท้จริง ผมจึงขอปรับลดงบประมาณมาตรา ๖ ของกระทรวงกลาโหม ๓ เปอร์เซ็นต์ ขอบคุณมากครับ
เชิญท่านอํานวย คลังผา
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายอํานวย คลังผา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลพบุรี พรรคเพื่อไทย ในฐานะกรรมาธิการ สืบเนื่องจากท่านผู้ทรงเกียรติได้สอบถามปรับลดงบประมาณของ กระทรวงกลาโหมในมาตรา ๖ นั้นด้วยความเป็นห่วงเป็นใย ต้องขอบคุณท่านสมาชิกที่ได้สอบถาม บทบาทหน้าที่ของกระทรวงกลาโหมที่มีปัญหาใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ท่านกรรมาธิการหลาย ๆ ท่านได้สอบถามในส่วนนี้ สําหรับผมนั้นในฐานะที่ทําหน้าที่เป็น ประธานคณะอนุกรรมาธิการครุภัณฑ์ ที่ดิน สิ่งก่อสร้าง แหล่งน้ํา เทคโนโลยีสารสนเทศ และการสื่อสาร และรัฐวิสาหกิจนั้น ก็ได้สอบถามทางกระทรวงกลาโหม ท่านมาชี้แจง หลายท่านด้วยกัน พร้อมทั้ง ๓ เหล่าทัพ ถึงเรื่องความจําเป็นในการใช้งบประมาณบางส่วน ผมก็ได้ทําหน้าที่ตรวจสอบปรับลดงบประมาณโดยเฉพาะงบประมาณในส่วนงวดงานต่าง ๆ นั้น นี่คือในภารกิจของคณะกรรมาธิการ ดังนั้นกรรมาธิการทุกท่านโดยเฉพาะทุกพรรคการเมือง ก็ได้สอบถามกันในเรื่องการใช้งบประมาณไม่ว่า ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้หรือปัญหาน้ําท่วม สิ่งนี้ที่ทางคณะกรรมาธิการก็ได้เห็นใจทางฝ่ายกองทัพที่ได้ช่วยเหลือในเรื่องภาคใต้ก็ดี ในเรื่องการปราบปราม ในการทําความเข้าใจ ตลอดทั้งนโยบายต่าง ๆ ที่พยายามที่จะ ผลักดันใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ของเราให้อยู่เย็นเป็นสุข นี่คือส่วนหนึ่งที่ได้รับคําตอบ จากกองทัพ
ในเรื่องปัญหาต่าง ๆ ซึ่งเราก็ได้สอบถามในเรื่องของการที่จะใช้งบประมาณ ในการจัดซื้ออาวุธต่าง ๆ เราก็เห็นว่ามีความจําเป็นที่ทางกองทัพจะต้องใช้เงินงบประมาณ ดังกล่าว บางส่วนนั้นคณะกรรมาธิการก็ได้เห็นว่ามีความจําเป็นเราก็ไม่มีการปรับลด และอีกส่วนหนึ่งตรงส่วนไหนที่เราเห็นว่ามีการปรับลดได้ที่ไม่กระทบต่อหน่วยงานของ กระทรวงกลาโหมที่ต้องใช้เราก็มีการปรับลดนะครับ นี่คือการทําหน้าที่ของคณะกรรมาธิการ ดังนั้นก็อยากจะให้ทางสมาชิกในสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ได้รับทราบว่าการทําหน้าที่ของ คณะกรรมาธิการนั้นเราได้ตรวจสอบการทําหน้าที่ของกระทรวงกลาโหมที่ทําหน้าที่ที่ผ่านมา เราก็สามารถที่จะปรับลดงบประมาณบางส่วนได้ นี่คือเป็นส่วนหนึ่งที่กรรมาธิการทุกท่าน ได้ทําหน้าที่ จึงเรียนให้ที่ประชุมรับทราบครับ ขอบคุณครับ
จะขอเชิญท่านสมาชิกที่อยู่นอกห้องประชุมเข้าห้องประชุมเพื่อขอมติมาตรา ๖ ครับ
(นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง มีสัญญาณ ให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนทําการตรวจสอบองค์ประชุมและลงมติ)
ขอเชิญสมาชิกที่อยู่นอกห้องประชุมเข้าห้องประชุมครับ จะขอมติมาตรา ๖ ท่านสมาชิก ที่อยู่นอกห้องประชุมกรุณาเข้าห้องประชุมด่วนนะครับ จะขอมติจากที่ประชุมครับ ท่านที่เข้ามาแล้วกรุณาเสียบบัตรแสดงตน ขอตรวจสอบองค์ประชุมครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)
เรียบร้อย ส่งผลคะแนนด้วยครับ มีผู้อยู่ในห้องประชุม ๒๙๓ ท่าน
ต่อไปจะเป็นการลงมติในมาตรา ๖ หน่วยงานกระทรวงกลาโหม ซึ่งมีการแก้ไข โดยมีกรรมาธิการขอสงวนความเห็น และผู้แปรญัตติขอสงวนคําแปรญัตติ ขอเชิญสมาชิกใช้สิทธิลงคะแนน สมาชิกท่านใดเห็นควรให้คงไว้ตามร่างเดิมของกรรมาธิการ เสียงข้างมากโปรดกดปุ่ม เห็นด้วย สมาชิกท่านใดเห็นด้วยกับกรรมาธิการที่ขอสงวนความเห็น หรือผู้แปรญัตติขอสงวนคําแปรญัตติโปรดกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ผู้ใดเห็นควรงดออกเสียง โปรดกดปุ่ม งดออกเสียง เชิญลงคะแนนได้ครับ
ผม ชาดา ไทยเศรษฐ์ เห็นด้วยนะครับ แต่บัตรกดไม่ลงครับ
เพิ่มอีก ๑ คะแนน ท่านชาดา ไทยเศรษฐ์ ส่งผลคะแนนด้วยครับ ผู้เข้าประชุม ๓๕๔ ท่าน เห็นด้วย ๒๗๖ ท่าน รวมของท่านชาดา ไม่เห็นด้วย ๗๖ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๓ ท่าน เป็นอันว่าที่ประชุมเห็นด้วยกับกรรมาธิการเสียงข้างมากครับ
ต่อไปเป็นมาตรา ๗ เชิญเลขาธิการครับ
มาตรา ๗ กระทรวงการคลัง มีการแก้ไข มีกรรมาธิการ ขอสงวนความเห็นและมีผู้แปรญัตติขอสงวนคําแปรญัตติครับ
เชิญดอกเตอร์สรรเสริญ สมะลาภา ครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม สรรเสริญ สมะลาภา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ผมเองจะขอเวลาไม่มากหรอกครับที่จะอภิปรายมาตรา ๗ ซึ่งเป็นงบประมาณ ของกระทรวงการคลัง สาเหตุที่ผมต้องขอเสนอตัดงบประมาณของกระทรวงการคลัง ก็เพราะว่าเมื่อเร็ว ๆ นี้มีข่าวที่ไม่พึงประสงค์ ก็คือว่ามีความพยายามของรัฐบาลที่จะเข้ามา แทรกแซงการทํางานของแบงก์ชาติ ที่จริงการใช้เงินในระบบเศรษฐกิจจากองค์กรภาครัฐ ของเรามีด้วยกัน ๒ องค์กรหลัก ก็คือรัฐบาลเองใช้เงินตามนโยบายของรัฐบาล แล้วก็ อีกองค์กรหนึ่งก็เป็นแบงก์ชาติใช้เงินตามนโยบายของแบงก์ชาติ ซึ่งต้องเป็นนโยบาย ที่เป็นอิสระ ถ้าหากว่ารัฐบาลแทรกแซงการทํางานของแบงก์ชาติได้สําเร็จให้แบงก์ชาติ ปล่อยเงินออกมามาก ความจําเป็นใช้เงินของรัฐบาลในการกระตุ้นเศรษฐกิจก็ย่อมที่จะน้อยลง แล้วก็หมายถึงว่าระดับการกู้ของรัฐบาลก็น้อยลง ก็เป็นเหตุเป็นผลที่จะทําให้งบชําระหนี้ เงินกู้ที่ตั้งไว้ที่กระทรวงการคลังลดลงไปด้วย อันนี้ก็เป็นเหตุผลที่ผมได้นําเสนอ แล้วก็ได้เสนอ ให้ตัดงบของกระทรวงการคลังลง ๑๐ เปอร์เซ็นต์ด้วยกัน ฟังอย่างนี้เผิน ๆ ก็อาจจะ มีความคิด บางทีหลายท่านฟังก็บอก เอ๊ะ ก็เป็นเรื่องที่ดีเหมือนกัน เพราะว่าถ้ารัฐบาล แทรกแซงแบงก์ชาติได้สําเร็จก็ไม่ต้องเสียงบประมาณมาชําระหนี้เงินกู้ ฟังเผิน ๆ ก็เหมือนดีครับ แต่ว่าแท้ที่จริงแล้วจากประวัติศาสตร์หรือจากประสบการณ์ที่ผ่านมาทั่วโลก การแทรกแซงการทํางานของแบงก์ชาติจะมีผลเสียตามมาอย่างมหาศาล ที่ผ่านมาสําหรับ รัฐบาลชุดนี้มีการแทรกแซงแบงก์ชาติมาอย่างต่อเนื่อง เข้ามายุคแรก ๆ ก็มีข่าวของการจะนํา เงินทุนสํารองระหว่างประเทศไปจัดตั้งเป็นกองทุนโครงสร้างพื้นฐาน รบกันอยู่นานครับ รบกันระหว่างรัฐบาลกับแบงก์ชาติในที่สุดรัฐบาลก็พับแผนนี้ไป ระลอก ๒ มาอีกก็จะมี ในเรื่องของการนําเงินทุนสํารองระหว่างประเทศไปใช้หนี้กองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนา ระบบสถาบันการเงิน จริง ๆ เรื่องนี้มีการประชุมกันหลายรอบนะครับ และสําหรับท่านที่ ติดตามข่าวก็จะมีการประชุมระหว่างท่านกิตติรัตน์ซึ่ง ณ ขณะนั้นเป็นรองนายกรัฐมนตรี ท่านธีระชัยขณะนั้นเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง แล้วก็มีท่านผู้ว่าการแบงก์ชาติ ประชุมกันหลายรอบครับ ท่านธีระชัยเองท่านรับปากกับผมในสภาแห่งนี้ ในการอภิปราย งบประมาณของปีที่แล้ววาระที่สองว่าท่านจะไม่มีการพิมพ์แบงก์ออกมาเด็ดขาด ท่านกิตติรัตน์ ก็ให้สัมภาษณ์บอกว่าการแก้ไขปัญหาหนี้กองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบ สถาบันการเงินนี้จะไม่แตะเงินทุนสํารองระหว่างประเทศ แต่ผลออกมาเป็นอย่างไร ผลออกมาเป็นตรงกันข้ามครับ เพราะว่าร่าง พ.ร.ก. ที่เสนอให้คณะกรรมการกฤษฎีกา ฉบับแรกนั้นปรากฏว่ายังมีมาตรามาตราหนึ่งก็คือมาตรา ๗ วรรคสาม ซึ่งให้อํานาจรัฐบาล ที่จะโอนทั้งเงิน ทั้งทรัพย์สินของแบงก์ชาติออกมาใช้ ถึงเวลานั้นก็มีการทักท้วงกัน อีกรอบหนึ่ง โดยทั้งฝ่ายค้านก็ดี หรือนักวิชาการก็ดี หรือว่าทางแบงก์ชาติเองก็ดี ในที่สุดรัฐบาลก็ถอดมาตรานั้นออกจากร่าง พ.ร.ก. ที่จริงผมขอเรียนอย่างนี้นะครับ ความเห็นที่ไม่ตรงกันระหว่างรัฐบาลกับแบงก์ชาติจริง ๆ มีทุกยุคทุกสมัยละครับ สมัยท่านอภิสิทธิ์เองก็มีครับ แต่ว่าเมื่อความเห็นไม่ตรงกันเราก็นั่งคุยกัน พอนั่งคุยกันเสร็จ เมื่อตกผลึกความเห็นแล้วเราค่อยแถลงแล้วออกมาในทิศทางเดียวกัน อันนั้นเป็นเรื่องปกติ ของการทํางาน ต่างกับรัฐบาลชุดนี้ครับเห็นต่างกันทีไรก็จะออกมาวิพากษ์วิจารณ์จากสื่อ โดยใช้สื่อสาธารณะแสดงให้เห็นถึงความขัดแย้งระหว่างตัวรัฐบาลเองหรือตัวแบงก์ชาติเอง ซึ่งต้องยอมรับนะครับว่าไม่เป็นข่าวอันพึงประสงค์ ทําให้เกิดความสับสน และแน่นอนที่สุด สูญเสียความเชื่อมั่นในระบบเศรษฐกิจของประเทศ มีหลายครั้งครับที่รัฐบาลนี้ทําอย่างนี้ แล้วก็ครั้งนี้ครั้งล่าสุดนําโดย ๒ ท่านหลักด้วยกัน ท่านหนึ่งก็คือท่านวีรพงษ์ รามางกูร ผมต้องขออนุญาตเอ่ยนาม แต่ว่าท่านไม่เสียหายหรอกครับ เพราะว่าสิ่งที่ท่านพูดออกมานั้น ท่านพูดจริง ๆ ท่านเองมีตําแหน่ง ๒ ตําแหน่งด้วยกัน ตําแหน่งแรกคือประธาน กยอ. ก็คือ คณะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อการฟื้นฟูและสร้างอนาคตประเทศ ซึ่งอันนี้เป็นตําแหน่งในรัฐบาล เป็นตําแหน่งที่มีมาก่อนครับ อีกตําแหน่งหนึ่งที่ท่านเพิ่งได้เร็ว ๆ นี้ก็คือประธานกรรมการ ของแบงก์ชาติซึ่งได้ทีหลัง สิ่งที่ท่านพูดก็เป็นอย่างนี้ครับ ที่ผมเรียนว่าท่านไม่เสียหาย เพราะว่าท่านได้พูดออกมาจริง ๆ ก็คือว่าหน้าที่ของแบงก์ชาตินั้น ณ เวลานี้ไม่ควรจะดูเรื่อง อัตราเงินเฟ้อแล้ว ควรจะหันมาดูในเรื่องของการสนับสนุนการขยายตัวของเศรษฐกิจ และควรจะมาดูแลเรื่องค่าเงินบาท อันนั้นท่านพูดครับ ท่านที่ ๒ ที่ออกมาในเวลาไล่เลี่ยกัน เทียบกันได้ว่าวันเดียวกันแต่คนละเวลาก็คือท่านกิตติรัตน์ ณ ระนอง ท่านเป็น รองนายกรัฐมนตรี แล้วก็เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ณ เวลานี้ ท่านพูดว่าอย่างไรครับ ท่านพูดว่าอยากเห็นแบงก์ชาติลดดอกเบี้ยจาก ๓ เปอร์เซ็นต์เป็น ๒.๕ เปอร์เซ็นต์ และสิ่งที่ยืนยันว่าท่านเห็นด้วยกับท่านวีรพงษ์นั้นท่านได้พูดอีกประโยคหนึ่งครับ ท่านบอกว่า ภาวนาว่าท่านวีรพงษ์จะสามารถส่งผ่านความคิดของการดําเนินนโยบายการเงินไปยังแบงก์ชาติได้ อันนี้ผมถือว่าเป็นการยืนยันคําพูดของท่านวีรพงษ์ และผมคิดว่า ๒ ท่านนี้คิดไปในทางเดียวกัน
สิ่งที่ ๒ ท่านพูดมาก็สรุปออกมาได้เป็น ๓ เรื่อง คือสิ่งที่รัฐบาลอยากจะเห็น ก็คือ ๑. การขยายตัวของเศรษฐกิจ ๒. การดูแลค่าเงินบาท แล้วก็ ๓. การลดดอกเบี้ย สิ่งที่รัฐบาลไม่อยากเห็นจากแบงก์ชาติก็คือการดูแลเงินเฟ้อครับ นี่มันผิดหลัก ไปกันคนละด้าน กับการดําเนินงานที่เป็นหน้าที่ขององค์กรอิสระที่ควรจะทําสําหรับเศรษฐกิจของประเทศไทย องค์กรทางด้านเศรษฐกิจที่จริงเราพูดกันก็จะดูแลไปคนละด้าน รัฐบาลเองแน่นอนที่สุด อยากเห็นการขยายตัวทางเศรษฐกิจ ผมไม่ตําหนิหรอกครับ รัฐบาลชุดไหนก็อยากเห็นอย่างนี้ ที่ผ่าน ๆ มาก็อยากจะให้เศรษฐกิจขยายตัว เพราะว่าอะไรครับ เพราะว่าการขยายตัว ของเศรษฐกิจนั้นหมายถึงคะแนนเสียงที่จะตามมาในอนาคต เป็นเรื่องปกติครับ ส่วนแบงก์ชาติเองก็เป็นเรื่องปกติอีกเช่นกันว่าจะต้องดูแลในเรื่องของเสถียรภาพ แล้วก็ระดับราคาหรือที่เรียกว่าอัตราเงินเฟ้อเพื่อให้มั่นใจว่าระบบเศรษฐกิจของเรา จะไม่มีอะไรผิดปกติ ๑๒ ปีที่ผ่านมาในเรื่องการใช้กรอบเงินเฟ้อ เริ่มมาตั้งแต่เดือนพฤษภาคม ปี ๒๕๔๓ ผ่านมา ๑๒ ปีแล้วผมคิดว่าแบงก์ชาติของเราก็ดูแลในเรื่องนี้กันได้อย่างดีนะครับ เพราะว่า ๑๒ ปีที่ผ่านมาก็บ่งบอกแล้วว่าไม่มีวิกฤติเศรษฐกิจเกิดขึ้นในประเทศไทย แม้ว่าจะมีวิกฤติจากเมืองนอกหลายต่อหลายครั้งเข้ามากระทบ เพราะฉะนั้นบทสรุปก็คือ หน้าที่ของแต่ละฝ่ายต้องชัดครับ ฝ่ายไหนดูแลอะไร ไม่ใช่ว่าจะพยายามปรับเปลี่ยน ฝ่ายที่ดูแลเสถียรภาพมาให้เป็นการดูแลในเรื่องของการขยายตัวทางด้านเศรษฐกิจ ในทางเศรษฐศาสตร์เขามีคําเปรียบเปรย เขาเปรียบเปรยเหมือนกับว่าถ้าเราเลี้ยงลูกนี่ การเลี้ยงให้โตเร็ว ให้สวย ให้หล่อจะเป็นหน้าที่ของรัฐบาล โตเร็ว สวย หล่อ ออกไปคนก็ชมครับ ก็เป็นหน้าเป็นตาของรัฐบาล รัฐบาลก็ได้คะแนนเสียง ส่วนการดูแลลูกไม่ให้เจ็บไม่ให้ป่วย อันนั้นเป็นหน้าที่ของแบงก์ชาติ ซึ่งจะต้องคอยประคับประคองครับว่านอกจากจะโตเร็วแล้ว ออกไปหน้าตาดี สวย หล่อแล้ว ต้องไม่ให้เจ็บไม่ให้ป่วย มีสุขภาพที่แข็งแรงด้วย แต่สิ่งที่รัฐบาลจะทําก็คือพยายามจะปรับเปลี่ยนหน้าที่ของแบงก์ชาติให้มาดูแลในเรื่องของ การให้เด็กโตเร็วแทน แล้วถ้าเกิดว่าป่วยขึ้นมาองค์กรไหนล่ะครับจะเป็นคนมาดูแลเรื่องนี้ ที่ผมเรียนตั้งแต่แรกรัฐบาลชุดไหนก็อยากจะเห็นเศรษฐกิจขยายตัวดีทั้งนั้นครับ เพราะมันหมายถึงคะแนนเสียง แต่สิ่งที่รัฐบาลกําลังทําโดยการแทรกแซงแบงก์ชาตินี้ ผมคิดว่ารัฐบาลหมดฝีมือแล้วหรือเปล่าถึงจะต้องไปพึ่งองค์กรอื่นมาดําเนินการ ทําให้เศรษฐกิจขยายตัวแทน เราต้องลองมาดูครับว่าปัญหาเศรษฐกิจในขณะนี้ปัญหาอะไร ที่เป็นปัญหาที่หนักที่สุด แน่นอนที่สุดครับเป็นในเรื่องของการส่งออก การส่งออกที่ตอนนี้ ดูท่าทีว่าจะไม่ค่อยดีเท่าไร แล้วก็มีหลายคนคาดการณ์ว่าถ้าสถานการณ์ต่อจากนี้ ไปถึงปลายปีก็จะทําให้ดุลการค้าและดุลบัญชีเดินสะพัดขาดดุลในรอบ ๑๕ ปี ก็หมายถึงว่า ตั้งแต่วิกฤติปี ๒๕๔๐ เราไม่เคยขาดดุลบัญชีการค้า ขาดดุลบัญชีเดินสะพัดเลย แต่ครั้งนี้จะเป็นครั้งแรกที่เราขาดดุล เรามาดูกันครับว่าอะไรเป็นสาเหตุที่ทําให้การส่งออกไม่ดี ผมก็ได้ไปเอาตัวเลขมาเป็นการส่งออกในครึ่งปีแรกของปีนี้ครับ แต่สิ่งที่ผมเอามา เป็นการส่งออกมูลค่าในรูปของเงินบาท เพราะว่าถ้าเราจะดูว่าการส่งออกมีผลต่อ การขยายตัวเศรษฐกิจเท่าใด มีผลต่อการกระตุ้นเศรษฐกิจเท่าใด เราจะต้องดูการส่งออก ในรูปของเงินบาท มีหลายภาคครับ ปรากฏว่าภาคหลัก ๆ อย่างเช่นภาคอุตสาหกรรมนั้น การส่งออกเป็นบวก หมายถึงว่าในครึ่งปีแรกของปีนี้เทียบกับครึ่งปีแรกของรัฐบาล สมัยท่านอภิสิทธิ์คือปีที่แล้วบวกขึ้นมา ๑๑๐,๐๐๐ ล้านบาทครับ สิ่งที่เป็นลบคืออะไร ภาคการส่งออกที่เป็นลบคือภาคเกษตรครับ ครึ่งปีแรกของปีนี้เทียบกับปีที่แล้วลดลง ๘๑,๐๐๐ ล้านบาท และท่านประธานทราบไหมครับว่าอะไรเป็นสาเหตุหลักสําคัญ ที่ทําให้ภาคเกษตรมีการส่งออกลดลง พืช ๒ ตัวสําคัญครับ ๑. คือข้าว ๒. คือยางพารา พืชตัวอื่นขึ้นหมด ไม่ว่าจะเป็นผลไม้ ไม่ว่าจะเป็นการส่งออก ภาคเกษตรในด้านอื่น อย่างเช่นการประมงเป็นต้น หรือสินค้าเกษตรอื่น ๆ ทุกตัวขึ้นหมด แต่ที่ตกและฉุดการส่งออกของเราจนทําให้มีการคาดการณ์ว่าจะขาดดุลการค้าครั้งแรก ในรอบ ๑๕ ปีก็คือข้าวและยางพารา บางท่านอาจจะคิดนะครับว่าสินค้า ๒ ตัวที่แต่ก่อน เคยเป็นพระเอกของเมืองไทยส่งออกตกเพราะว่าเศรษฐกิจโลกไม่ดี ไม่จริงครับ เพราะว่า ถ้าเศรษฐกิจโลกไม่ดีปริมาณการส่งออกที่ลดลงกับมูลค่าการส่งออกที่ลดลงจะต้อง ลดลงไล่เลี่ยกัน แต่นี่ไม่ใช่ครับ มาดูข้าวเป็นหลักครับ ปริมาณการส่งออกของข้าวลดลงเท่าตัว จากปีที่แล้ว ๖,๐๐๐,๐๐๐ ตัน มาเป็นปีนี้ ๓,๐๐๐,๐๐๐ ตัน ลดลงเท่าตัวหรือ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ในขณะที่มูลค่าการส่งออกลดลงเพียง ๓๐ เปอร์เซ็นต์ จาก ๑๐๐,๐๐๐ ล้านตัน มาเหลือในราว ๖๐,๐๐๐-๗๐,๐๐๐ ล้านตัน เป็นเพราะอะไรครับ มันไม่ใช่เพราะตลาดโลก ลดลงหรือครับ มันเป็นเพราะราคาขายของเราที่สูงกว่าราคาขายของต่างประเทศ หนังสือพิมพ์วอลล์สตรีท เจอร์นัลรายงานออกมาว่าหลังจากนโยบายโครงการรับจํานําข้าว ออกมาแล้ว ข้าวไทย ๕ เปอร์เซ็นต์ที่ขายในตลาดโลก ขายในราคา ๕๖๐ เหรียญต่อตัน เทียบกับประเทศอินเดีย ๔๒๐ เหรียญต่อตัน ประเทศเวียดนามไม่ต้องพูดถึงครับ ๔๐๘ เหรียญต่อตัน การส่งออกข้าวที่ลดลงมาจากราคาข้าวของเราที่สูงขึ้น แล้วอันนี้ก็เป็น เรื่องที่พรรคประชาธิปัตย์ของเราเน้นย้ําตลอดว่ารัฐบาลจะต้องทบทวนนโยบาย ในการรับจํานําข้าว ปัญหาในเรื่องของการส่งออกที่รัฐบาลตั้งเป้าไว้ว่าทั้งปีจะโต ๑๕ เปอร์เซ็นต์นั้น แล้วก็ในที่สุดเร็ว ๆ นี้แบงก์ชาติออกมาบอกว่าควรจะอยู่ที่ประมาณ แค่ ๗ เปอร์เซ็นต์ ที่จริงแล้วไม่ใช่มาจากปัญหาไหนเลยครับ มาจากปัญหานโยบายรับจํานําข้าว ของรัฐบาลเป็นหลัก ผมคิดว่าถ้ารัฐบาลต้องการจะแก้ในเรื่องของการส่งออกนี้ ต้องไปแก้ที่ตัวเองครับ ต้องทบทวนนโยบายนี้เสีย ไม่ใช่ว่าจะไม่แก้นโยบายนี้ แต่ก็ไปผลักดัน ให้องค์กรอื่นทําตามที่ตัวเองต้องการโดยการละเมิดความเป็นอิสระขององค์กรนั้น แน่นอนที่สุดครับ ความหมายของการดูแลอัตราแลกเปลี่ยน และปัญหาหลักที่มีอยู่ตอนนี้ ก็คือเรื่องการส่งออก ก็ย่อมหมายถึงว่ารัฐบาลอยากจะให้อัตราแลกเปลี่ยนหรือค่าเงินบาท ของเราอ่อนตัวลง ที่บอกให้แบงก์ชาติดูแลค่าเงินบาทผมก็สงสัยนะครับว่าขอบเขตจะมีขนาดไหน เพราะว่าตามปกติแล้วขอบเขตของแบงก์ชาติเองที่ดูแลอัตราแลกเปลี่ยนบอกให้ดูแล ตอนนี้ก็ดูแลอยู่แล้วครับ ระบบที่เขาใช้ก็คือระบบแมเนจด์ โฟลท (Managed float) หรือเรียกว่า อัตราแลกเปลี่ยนแบบลอยตัวและมีการบริหารในบางครั้ง ซึ่งก็แน่นอนที่สุดครับ ปล่อยค่าเงินบาทไปตามกลไกตลาด แต่พอทราบได้ว่ามีการเก็งกําไรที่ผันผวนหรือผิดปกติ แบงก์ชาติก็จะเข้ามาแทรกแซงดูแล ก็เป็นระบบที่ทํากันมาตั้งแต่ปี ๒๕๔๐ ที่บอกว่าจะให้ดูแลค่าเงินบาท ดูแลอย่างไร ขอบเขตไปถึงไหน ถ้าอีก ๑ ขั้นหลังจากนี้ก็คือ อัตราแลกเปลี่ยนแบบคงที่ หรือที่เขาเรียกว่าฟิกซ์ เอกซ์เชนจ์ เรท (Fixed Exchange Rate) คงที่ ท่านที่เผชิญวิกฤติเศรษฐกิจมาตั้งแต่ปี ๒๕๔๐ คงจะคุ้นกับคํานี้ดี เพราะว่าเป็นอัตราแลกเปลี่ยน ที่เป็นปัจจัยสําคัญที่ทําให้เราเผชิญวิกฤติครับ ประเทศเราเป็นประเทศเปิด มูลค่าการส่งออก การนําเข้าเป็นสัดส่วนที่สูง การไหลเวียนของเงินก็เป็นอย่างอิสระ ถ้าการดําเนินนโยบาย ที่ทั้ง ๒ ท่านพยายามจะกดดันแบงก์ชาติให้ทําหมายถึงการเปลี่ยนอัตราแลกเปลี่ยน มาเป็นระบบคงที่ผมคิดว่าเราไปไม่รอดหรอกครับ และประสบการณ์ที่ผ่านมาก็ทราบแล้วว่า วิกฤติเศรษฐกิจที่เกิดจากอัตราแลกเปลี่ยนระบบนี้ภายใต้สภาวะแวดล้อมทางด้านเศรษฐกิจ ที่เสรีอย่างนี้เป็นอย่างไร ผมคิดว่าไม่ใช่เรื่องไกลตัวพี่น้องประชาชนเลยครับ แล้วก็พี่น้องประชาชนทุกคนก็ยังจําได้ถึงความเจ็บปวดจากวิกฤติเศรษฐกิจเมื่อปี ๒๕๔๐ เพราะกระทบต่อพี่น้องประชาชนทุกท่าน ผมขอเรียนไปยังรัฐบาลครับ กระทําการใด ๆ ต้องกระทําให้เหมาะสมตามหน้าที่ของตัวเอง แล้วการแก้ปัญหาที่เป็นปัญหาในเรื่องของ การส่งออกปัจจุบันนี้ต้องไปแก้ที่นโยบายของตัวเอง ไม่ใช่ไปกดดันให้คนอื่นทําตาม แล้วก็นี่ครับเป็นเหตุผลที่ผมขอตัดงบประมาณของกระทรวงการคลังลง ๑๐ เปอร์เซ็นต์ เพราะผมคิดว่าถ้ารัฐบาลแทรกแซงการทํางานแบงก์ชาติสําเร็จรัฐบาลก็ไม่จําเป็นที่จะต้อง กู้เงินมากขนาดนี้ ก็ขอเรียนแล้วก็ขอตัดงบประมาณของกระทรวงการคลัง ๑๐ เปอร์เซ็นต์
เชิญท่านกรรมาธิการ ท่านอนุรักษ์ บุญศล มีโน้ตมาบอกว่า ๗ นาทีนะครับ
ท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน นางอนุรักษ์ บุญศล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทย ท่านประธานที่เคารพคะ ดิฉันปรับลดงบประมาณของกระทรวงการคลัง ในหน้า ๑๓๙ ๓ เปอร์เซ็นต์ ๓ เปอร์เซ็นต์ จากยอดทั้งหมดนั้นต้องบอกว่าถึง ๑๗๙,๒๔๙ ล้านกว่าบาท ถ้า ๓ เปอร์เซ็นต์ คิดเป็น รายจ่ายประจํา ๕๐ เปอร์เซ็นต์ก็เหลือยอดปรับลดอยู่แค่ ๒,๖๘๘ ล้านกว่าบาทแค่นั้นเอง ซึ่งในการปรับลดครั้งนี้นั้นมีความจําเป็นที่จะต้องกล่าวกับท่านประธานผ่านไปถึง ท่านกรรมาธิการและผู้ที่มีหน้าที่บริหารเงินของกระทรวงการคลังค่ะ ท่านประธานคะ กระทรวงการคลังนั้นดูแลในเรื่องของกองทุนหมู่บ้าน สหกรณ์หมู่บ้าน และกองทุนหมู่บ้าน สหกรณ์หมู่บ้านนี้มีส่วนเกี่ยวข้องกับกระทรวงการคลังโดยตรงเลยทีเดียว ดังนั้นแล้ว ดิฉันว่าในเรื่องของเงินที่ดิฉันปรับลดควรจะมาบริหารจัดการในเรื่องของหมอหนี้ หมอหนี้เพื่อวินัยทางการเงิน วินัยทางการคลังที่ดีของประเทศ ๘๐,๐๐๐ กว่าหมู่บ้าน ทั้งประเทศไทย ท่านประธานที่เคารพคะ หมอหนี้ ๑ คนนั้นเป็นอาสาสมัคร แล้วมีการจัดการ บริหารหนี้อย่างเป็นระบบ รวมทั้งหนี้นอกระบบด้วย ประเทศไทยก็จะเป็นการบริหารเงิน ในภาคของชนบทได้อย่างลงตัว ซึ่งกระทรวงการคลังนั้นมีค่าใช้จ่ายในการอบรมสัมมนา เป็นค่าใช้จ่ายในอาสาสมัครหมอหนี้ หรือว่าการต่อยอดกองทุนหมู่บ้าน คลังในบ้านนั่นเองนะคะ ซึ่งตัวนี้ในธนาคารออมสินนั้นถ้าดิฉันจําไม่ผิดมี ๖๙ ล้านบาท และในธนาคารออมสิน ในธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรนั้นจะมีอยู่ ๒๐ กว่าล้านบาท ซึ่งการบริหารจัดการตัวนี้ดิฉันว่ายังน้อยไป ดังนั้นตัด ๓ เปอร์เซ็นต์ หักค่าใช้จ่ายให้เรียบร้อยในเรื่องของค่าใช้จ่ายประจําแล้วเหลือ ๒,๐๐๐ กว่าล้านบาทนี้นั้น ดิฉันว่าเจียดมาสัก ๑๐๐ กว่าล้านบาทหรือ ๒๐๐ ล้านบาทมาบริหารจัดการตัวนี้ โดยเฉพาะเงินกู้นอกระบบก็จะมีการบริหารจัดการที่ดี กับหมอหนี้ กับเงินกู้นอกระบบ ถ้ามีการจัดการที่ดี มีคนดูแลที่ดีแล้ว คนที่มีอิทธิพลเรื่องเงินในชนบทนั้นก็จะไม่มีปัญหา ความเหลื่อมล้ําด้านเศรษฐกิจและสังคม โดยเปิดโอกาสให้ประชาชนผู้มีรายได้น้อย สามารถเข้าถึงแหล่งเงินด้วยการออกมาตรการแก้ไขปัญหาหนี้สินภาคประชาชน ดิฉันห่วงค่ะ ท่านประธาน เพราะว่าหนี้นอกระบบนั้นต้องบอกว่ายังมีเต็มประเทศ แล้วก็แก๊งทวงหนี้โหดนั้น ก็ลุกลามบานปลายใหญ่โตถึงกับมีการฆ่ารันฟันแทงกันเกิดขึ้น และทําไมต้องบอกว่า ถ้าสามารถจัดการบริหารหนี้ที่ดีได้นั้นจะเป็นอย่างไร มีประชาชนที่ร้องเรียนเข้ามาบอกว่า กู้เงินต้นแค่ ๓๐๐,๐๐๐ บาท ตอนนั้นพ่อป่วยแล้วก็ตัวเองนั้นไปลงร้านเสื้อผ้า ก็เลยกู้เงินนอกระบบ ๓๐๐,๐๐๐ บาท ดิฉันจะชี้ให้เห็นนะคะ ทีนี้ดอกเบี้ยร้อยละ ๒ บาทต่อวัน ท่านประธานคะ ๓๐๐,๐๐๐ บาท ร้อยละ ๒ บาท ๖,๐๐๐ บาทต่อวัน ถ้า ๑ เดือน ก็ ๑๘๐,๐๐๐ บาท ทีนี้ถ้า ๓ เดือนก็จะเป็นถึง ๕๔๐,๐๐๐ บาท ขนาดนั้นเลยนะคะดอกเบี้ย ทีนี้คนทํามาหากินกับเงินต้นแค่ ๓๐๐,๐๐๐ บาทจะหาเงินที่ไหนไปส่งดอกเบี้ย ถึงวันละ ๖,๐๐๐ บาท อันนี้เป็นกรณีที่คนทํามาหากินค่ะท่านประธาน แล้วก็คนที่ยืม ในกรณีที่ฉุกเฉินเดือดร้อนอย่างแสนสาหัสนี่จะทําอย่างไร ในตลาดทุกตลาดมีการกู้ดอกเบี้ย ถึงร้อยละ ๒ บาทต่อวัน ๒,๐๐๐ บาท ๓,๐๐๐ บาท แม่ค้าที่ซื้อหัวหอม กระเทียม ผักกาด ผักคะน้า ใบโหระพา ที่มาวางขายจะกู้เขา ๒,๐๐๐ บาท แล้วเขาก็จะเก็บเป็นรายวัน น่าสงสารที่สุด ดังนั้นกระทรวงการคลังต้องเข้ามาดูแลบริหารจัดการหนี้อย่างเป็นระบบ ดิฉันไม่ต้องการให้พี่น้องประชาชนให้เปล่า ๆ ไม่ต้องการอย่างนั้นค่ะ ต้องการที่จะให้หมอหนี้ ที่ประจําทุกหมู่บ้านเข้าไปบริหารจัดการลูกหนี้ตัวเอง และเคยมีการบริหารจัดการหนี้ อย่างเป็นระบบได้เป็นแสน ๆ รายนะคะ มีมูลหนี้ถึง ๔.๑ หมื่นล้านบาท ทําให้ลูกหนี้ สามารถลดภาระในการจ่ายดอกเบี้ยได้ถึง ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท ไม่ใช่เรื่องเล็ก ๆ บางคนอาจจะบอกว่าเป็นเรื่องของสามัญสํานึกในการที่จะมีวินัยทางการเงิน วินัยทางการคลัง แต่จริง ๆ แล้วไม่เป็นอย่างนั้นค่ะท่านประธาน เพราะว่าใครที่ไม่เคยยากจนไม่ทราบหรอกค่ะ บางครอบครัวจะมีเงินติดบ้านสัก ๒๐๐-๓๐๐ บาท แล้วเวลาที่ฉุกเฉินมาก็จําเป็นที่จะต้อง อาศัยเงินกู้นอกระบบ แต่โหดร้ายมากเลยทีเดียวค่ะ ดังนั้นความโหดร้ายนี้ดิฉันทวงถามไปที่ กระทรวงการคลังค่ะว่าที่จะนําโมเดล (Model) ของประเทศเคนยามาใช้ในการแก้ปัญหา หนี้นอกระบบ อยากรู้ว่าจะแก้ปัญหาอย่างไรกับประเทศไทย ในสิ้นเดือนกรกฎาคม ๒๕๕๕ นั้น ดิฉันทวงถามไปที่เจ้ากระทรวงว่ามีการบริหารจัดการอย่างไรบ้างแล้ว เพราะว่าดิฉันไม่อยากให้ พี่น้องประชาชนนั้นบอบช้ํา เจ็บปวดจากการที่ภาครัฐไม่ดูแล และจากความเหลื่อมล้ํา ทางเศรษฐกิจของประเทศไทยค่ะ ท่านประธานคะ ดิฉันเป็นคนที่รักษากติกาตามเวลาที่กําหนดให้ค่ะ เพราะว่าเวลาทั้งหมด ที่ประหยัดไว้จะได้ให้ฝ่ายค้านที่ตรวจสอบรัฐบาลเขาดูแลต่อไป เมื่อปากร้องท้องหิวไส้กิ่วขอด เสียงลูกพรอดรําพันฝันศึกษา พ่อกับแม่ยากจนปนน้ําตา จึงสู่สัญญากู้เงินนอกดอกเบี้ยแพง เขาค้าเงินเกินแรงสู้กู้แพงมาก หวังรัฐช่วยหายลําบากอยากเห็นแสง ความสว่างของชีวิต มีสิทธิแสดง ใช่แค่แล้งดอกเบี้ยกินทรัพย์สินวาย ขอบพระคุณค่ะ
ต่อไปผมจะเชิญท่านกรรมาธิการก่อนนะครับ ท่านอรรถวิชช์ ท่านที่ ๒ ท่านเจิมมาศ จึงเลิศศิริ ท่านที่ ๓ ท่านอาจารย์รัชฎาภรณ์ แก้วสนิท ท่านที่ ๔ ท่านกรณ์ จาติกวณิช ๔ ท่าน แล้วก็ ท่านที่ ๕ ท่านนิยม วรปัญญา ท่านจะได้เตรียมตัวได้ เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะ กรรมาธิการเสียงข้างน้อยที่ขอสงวนคําแปรญัตติในการตัดงบประมาณของกระทรวงการคลัง ลง ๓ เปอร์เซ็นต์ ผมขออนุญาตไปเน้นหนัก ๆ ในสํานักบริหารหนี้สาธารณะและกรมสรรพสามิต ก่อนอื่นต้องบอกว่างบประมาณปีนี้นั้นเป็นงบประมาณรายจ่ายที่มากที่สุด ผมย้ําหลายครั้งนะครับ มากที่สุดเป็นประวัติการณ์คือ ๒.๔ ล้านล้านบาท ในขณะที่หารายรับได้ซึ่งประมาณการเอาไว้ว่า จะได้อยู่ที่ ๒.๑ ล้านล้านบาท นั่นหมายความว่าท่านจะต้องใช้งบประมาณขาดดุลจํานวนถึง ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาท คือหาเงินมาให้ได้ ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาท วิธีการที่จะหาให้ได้มาคือต้องกู้ แต่ประเด็นสําคัญก็คือว่ารัฐบาลนี้กู้เต็มพิกัดแล้วครับ แล้วก็กู้เกินมากที่สุดเป็นประวัติการณ์ด้วย เช่นเดียวกันครับ นอกจากงบประมาณรายจ่ายจะมากที่สุดเป็นประวัติการณ์แล้ว กู้ก็มากที่สุด เป็นประวัติการณ์เช่นเดียวกัน ผมขออนุญาตขึ้นสไลด์ที่ ๑ ให้ท่านประธานได้ชมครับ ห้องโสตทัศนูปกรณ์เชิญครับ ตัวเลขที่ขึ้น ๑ ปีของท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร ท่านกู้เงินนี้ ผมขอเริ่มจากท้ายตารางขึ้นสู่บนตารางแล้วกันครับ งบปีนี้ที่ผมเรียนแล้ว ๒.๔ ล้านล้านบาท ท่านหารายรับได้ คาดว่าจะหาได้เพียงแค่ ๒.๑ ล้านล้านบาท ท่านจะขาดดุลที่ ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ก็ต้องกู้มาชดเชย และเมื่อต้นปีงบประมาณ ปี ๒๕๕๕ คือช่วงต้นรัฐบาล ท่านก็ขาดดุลงบประมาณไปแล้วถึง ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท รายการต่อมา สมัยท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์เป็นรัฐบาลใหม่ ๆ ปราศรัยหาเสียงที่ สนามราชมังคลากีฬาสถานว่าจะยกเลิกกองทุนน้ํามัน สรุปแล้วท่านไม่ได้ยกเลิกกองทุนน้ํามัน เพื่อทําให้ราคาน้ํามันลดลงครับ แต่ท่านยกเว้นการจัดเก็บชั่วคราวเป็นโปรโมชัน (Promotion) ระยะสั้น สูญเสียเงินไปแล้วถึง ๓๐,๐๐๐ ล้านบาท และเป็นภาระของกองทุนน้ํามันที่ต้องกู้มาชดเชย ถึง ๓๐,๐๐๐ ล้านบาท ระบบจํานําพืชผลไม่ได้ใช้ผ่านตัวงบประมาณ ที่ผ่านมีนิดเดียวเท่านั้นครับ คือตัวของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร คือ ธ.ก.ส. ที่ต้องจ่ายดอกเบี้ยเพิ่ม ก็ใส่อัดฉีดเงินเข้าไปที่ ธ.ก.ส. ต้องจ่ายดอกเบี้ยครับ แต่ท่านไปกู้ต่างหากเพื่อที่จะจํานําพืชผล ของท่าน ซึ่งวันนี้ข้าวก็ไม่เป็นไปตามเป้า ไม่เป็นไปตามเป้า ๑๕,๐๐๐ บาท ไม่ใช่ครับ ยางพารา ไม่ใช่ ๑๒๐ บาทตามเป้าครับ มะพร้าวก็ตกต่ําครับ ข้าวโพด มันสําปะหลัง เละเทะครับ แต่ท่านใช้เงินในการจํานําพืชผลโดยการกู้ ๒๗๐,๐๐๐ ล้านบาทครับ ตามด้วยวิกฤตการณ์ น้ําท่วมอยู่ ๒ เรื่องครับ ตั้งกองทุนประกันภัยไปอย่างกระท่อนกระแท่น กู้ไป ๕๐,๐๐๐ ล้านบาท และฟื้นฟูระบบน้ําท่วมที่ ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท สะท้อนกลับไปยังสํานักบริหารหนี้สาธารณะ ซึ่งผมไม่โทษครับ ปัจจุบันนี้ท่านกู้เงินไปยังไม่ถึง ๑๐,๐๐๐ ล้านบาทจากวงเงิน ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ทั้ง ๆ ที่ตัวนี้จะหมดอายุ พ.ร.ก. ก็คือพระราชกําหนดที่กระทรวงการคลัง รัฐบาลท่านฝืนใจพวกผมออกไปในการกู้เงิน หมดเขต ๓๐ มิถุนายน ๒๕๕๖ เหลือเวลาอีก ไม่กี่เดือน ผมเชื่อว่าท่านกู้ไม่ทันครับ ท่านประธานที่เคารพครับ นี่คือเงินกู้ทั้งหมดรวมทั้งสิ้น ๑.๔ ล้านล้านบาทที่ท่านใช้ไป นอกเหนือจากการขาดดุลงบประมาณปีนี้ถึง ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ไม่รู้จะขีดเส้นใต้กัน แบบไหนครับ งบประมาณรายจ่ายที่มากที่สุดเป็นประวัติการณ์ กู้มากที่สุดเป็นประวัติการณ์ ที่บอกว่าพรรคประชาธิปัตย์เก่งแต่กู้ กลัวจะแพ้ท่านแล้วครับ รัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ กู้เยอะครับแต่น้อยกว่าท่านแน่นอน และที่สําคัญ ๒ ปีของท่านอภิสิทธิ์ ปีแรกจัดเก็บเกินเป้าไป ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ปีที่ ๒ อีก ๑๗๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านอภิสิทธิ์คนเดียวกันกับท่านกรณ์ ก็ ๕๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาททะลุเป้า ของท่านปีที่แล้วขาดดุล ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เห็นไหมครับ ตามตาราง ปีนี้ยังมีหน้ามาขาดดุลอีก ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาทแล้วกู้อีกมหาศาล เอาละครับ ท่านเห็นนะครับว่าวันนี้ประเทศไทยอยู่ในสภาวะที่รายจ่ายก็เยอะ รายกู้ก็มาก นี่คือรัฐบาล ของท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ แต่สิ่งที่ผมจะกล่าวต่อไปซึ่งเป็นประเด็นสําคัญคือโครงการ ที่ท่านบริหารงานแล้วไม่ควรจะให้เกิดครับ เอาสไลด์นี้ลงแล้วเดี๋ยวผมจะให้เตรียมสไลด์ต่อไป
ท่านประธานครับ ในขณะนี้ที่ผมได้เรียนแล้วว่ามีโครงการแปลกประหลาด ที่อยู่ในกระทรวงการคลังแล้วผมไม่เห็นด้วยอย่างยิ่งที่ยังคงอยู่ โครงการรถยนต์คันแรก รถยนต์คันแรกนี่ตั้งงบประมาณใช้คืนในปีนี้เป็นปีแรกคือปี ๒๕๕๖ จากกรมสรรพสามิต เรารู้จักกรมสรรพสามิตดีคือกรมที่มีหน้าที่ในการจัดเก็บ จัดเก็บบุหรี่ จัดเก็บเหล้า ภาษีฟุ่มเฟือยทั้งหลายกรมสรรพสามิตจัดเก็บครับ ผมเป็นกรรมาธิการมาหลายปีครับ ทุกปีก็เห็นว่ากรมสรรพสามิตมีแต่หาเงินเข้า รายจ่ายน้อย แต่ปีนี้ไปพอกที่กรมสรรพสามิต จํานวนมาก ทําไมครับ เพราะต้องตั้งงบประมาณคืนรถยนต์คันแรกของท่านละครับ ท่านประธานทราบไหมรถยนต์คันแรกใช้เงินไปเท่าไรครับ ๓๐,๐๙๕ ล้านบาท ๙๕ ล้านบาทนั้น ใช้ในการพัฒนาระบบคอมพิวเตอร์เชื่อมโยงระหว่างกรมสรรพสามิตกับกรมการขนส่งทางบก และปีนี้ท่านตั้งแบบนี้ท่านดูเอาแล้วกันครับ รถยนต์คันแรกใช้ ๓๐,๐๙๕ ล้านบาท โครงการ ที่ท่านไม่ควรจะให้เกิด ท่านประธานที่เคารพ เราต้องตั้งปีนี้และปีหน้าตั้งไปเรื่อย ๆ เพื่อชดเชยโครงการรถยนต์คันแรก ๓๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ทําไมท่านไม่เอาไปสร้างรถไฟฟ้า กรุงเทพมหานครยังว่าง จังหวัดเชียงใหม่นี่พรรคเพื่อไทยชนะเยอะแยะไปทํารถไฟฟ้าให้เขาสิ โมโนเรล (Monorail) ก็ได้ครับ ทําไมไม่ทําครับ จังหวัดขอนแก่นนี่พรรคเพื่อไทยทั้งจังหวัด เอาไปทําสิครับ ได้โมโนเรลกี่เส้น ไม่ต่ํากว่า ๓ เส้นในหัวเมืองใหญ่ แต่เอาไปทําโครงการ รถยนต์คันแรก รถก็ออกมาติดกันท่านก็รู้ครับ อย่างนี้ละครับปรากฏในงบประมาณปี ๒๕๕๖ และจะปรากฏต่อไปในงบประมาณปี ๒๕๕๗ และปี ๒๕๕๘ วงเงินทั้งหมด ๓๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ตอบผมสิครับโครงการแบบนี้คิดมาได้อย่างไร ชาร์ท (Chart) เมื่อสักครู่นี้เหมือนกันครับ รายการที่ ๒ โครงการพักหนี้ดี ๓๐,๐๐๐ ล้านบาท นั่นท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการนั่งอยู่บนบัลลังก์ ตอบผมทีครับพักหนี้ดี ๓๐,๐๐๐ ล้านบาท ครึ่งหนึ่งนี่ธนาคาร อย่างนี้ครับท่านประธาน อธิบายหน่อยดีกว่าเดี๋ยวพี่น้องประชาชนจะไม่เข้าใจ ธนาคารเฉพาะกิจของรัฐ อย่างเช่น ธนาคารออมสินปัจจุบันคิดดอกเบี้ยอยู่ร้อยละ ๗ ต่อปี เขาลดดอกเบี้ยให้ร้อยละ ๓ หรือร้อยละ ๔ แต่ถ้าท่านจะลดดอกเบี้ยก็มีทางเลือก เขาเรียกว่าพักหนี้ดี คือจาก ๗ เปอร์เซ็นต์ต้องจ่ายหนี้ เหลือแค่ ๔ เปอร์เซ็นต์ ลดไป ๓ เปอร์เซ็นต์ ที่เหลือรัฐซัพพอร์ต (Support) ให้ รัฐสนับสนุนให้ครับ นั่นละครับเงินที่สูญเสียเมื่อกี้ ๓๐,๐๐๐ ล้านบาท นี่ละครับเงินที่ต้องสูญเสียไป และท่านรู้ไหมครับ ปี ๆ หนึ่งได้ประโยชน์กับคนเท่าไร ได้ไม่กี่หมื่นบาทครับ บางรายแค่หลักพันเท่านั้นละครับ เอาเถอะครับหลักพันเท่านั้นละครับ ผมถามกลับกันว่าทําไมไม่ไปใช้ในโครงการแก้ไขปัญหา หนี้นอกระบบ เมื่อสักครู่ท่านกรรมาธิการจากซีกพรรครัฐบาลของท่านเองก็ได้นําเสนอครับ ผมว่าถ้าเอาอาจารย์อนุรักษ์ไปเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการแทนท่านรัฐมนตรีคงจะดีครับ คราวที่แล้วท่านนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร เคยทําเอาไว้ลงทะเบียนคนจน ๑,๘๐๐,๐๐๐ คน ท่านแก้ไปได้ไม่มากแค่หลักหมื่นรายแต่ก็เป็นโครงการที่ดีและชื่นชมครับ แต่สมัยนายกรณ์ จาติกวณิช เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ลงทะเบียน ๑,๒๐๐,๐๐๐ คน ทําไป ๕๐๐,๐๐๐ คน มากกว่าคุณทักษิณหลายเท่าครับ ประสบความสําเร็จในโครงการนี้ ประหยัดเงินต่อเดือนนี่ ๒๐,๐๐๐-๓๐,๐๐๐ บาท ทําไมไม่คิดครับ โครงการของท่านพักหนี้ดี ปีหนึ่งคุณได้กําไรไม่กี่บาทหรอกครับ ลดดอกเบี้ยลงมาจาก ๗ เปอร์เซ็นต์เหลือ ๔ เปอร์เซ็นต์ ในขณะที่ประหยัดเงินเพียงแค่ไม่กี่สตางค์เท่านั้น แล้ววันนี้ประสบความสําเร็จไหมครับ ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลังในฐานะท่านเป็นกรรมาธิการด้วยผ่านท่านประธานนะครับ ตอบสิครับโครงการพักหนี้ดีของท่านกี่คนมาพัก เสียเงินหลวงไม่มีประโยชน์ยังทําครับ กลับมาทําเถอะครับที่พรรคประชาธิปัตย์ทําในโครงการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบ ไม่น่าอายหรอกครับ ยิ่งทําท่านก็ยิ่งเจริญ แล้วอีกนานกว่าเราจะมีการเลือกตั้ง แต่โครงการอย่างนี้อยากให้เกิด ท่านประธานครับ จากที่ท่านได้เห็นจะเห็นว่าเราสูญเสีย คาดว่าจะสูญเสียเงินจากโครงการ พักหนี้ดี ๓๐,๐๐๐ ล้านบาทจากที่ท่านได้แถลงไปแล้ว แต่วันนี้อาจจะโชคดีเพราะคนไม่สนใจ โครงการท่าน เพราะว่าเวลาพักหนี้ดีเมื่อไรแล้วอาจจะติดเครดิตบูโร (Credit Bureau) เพราะถือว่ายังไม่จ่ายหนี้ โครงการรถยนต์คันแรกใช้เงิน ๓๐,๐๐๐ ล้านบาท เอาไปสร้าง รถไฟฟ้าในหัวเมืองได้อีกหลายเมือง แต่รัฐบาลของท่านภายใต้การนําของท่านนายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์คิดได้ครับโครงการแบบนี้ นี่แหละครับสิ่งที่ผมอยากจะตัดงบประมาณของ กระทรวงการคลังลง ๓ เปอร์เซ็นต์ครับ แล้วก็ขอโทษทีนะครับไม่เบียดเบียนในส่วนที่จะตัด ในส่วนของสํานักบริหารหนี้สาธารณะ เพราะเขาทํางานหนักในรัฐบาลท่าน เป็นปีเดียวกู้ไปแล้ว ๑.๔ ล้านล้านบาท ฟื้นฟูระบบน้ํา ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ตั้งประกันภัย ๕๐,๐๐๐ ล้านบาท จํานําพืชผลกู้อีก ๒๗๐,๐๐๐ ล้านบาท กองทุนน้ํามันกู้อีก ๓๐,๐๐๐ ล้านบาท ขาดดุลงบประมาณ ๒ ปีติดต่อกันอีก ๗๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ๑.๔ ล้านล้านบาท ผมไม่ตัด งบประมาณของสํานักบริหารหนี้สาธารณะเพราะทํางานหนักภายใต้รัฐบาลท่าน แล้วมากที่สุดเป็นประวัติการณ์ แต่ขอตัดงบประมาณของกรมสรรพสามิตในโครงการ รถยนต์คันแรกซึ่งไม่ควรดําเนินการ ขอบพระคุณครับท่านประธาน
ท่านเจิมมาศครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน เจิมมาศ จึงเลิศศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ดิฉันได้แปรญัตติปรับลดงบประมาณของกระทรวงการคลังในปีนี้นะคะ ที่มีถึง ๑๘๐,๐๐๐ ล้านบาทลงร้อยละ ๑๐ ค่ะ เนื่องจากดิฉันเห็นว่าการจัดสรรงบประมาณ ของรัฐบาลนั้นไม่โปร่งใส ไร้ธรรมาภิบาล ๒ มาตรฐาน สร้างความแตกแยก แล้วก็ปล่อยให้ เกิดการโกงงบประมาณแผ่นดินค่ะ และที่สําคัญงบประมาณที่นําไปใช้นี่ไม่สามารถ แก้ไขปัญหาได้อย่างตรงจุด ไม่สอดคล้องกับความต้องการของประชาชน พวกเราคงจําภาพ ที่ประชาชนในหลายพื้นที่ต้องออกมาปิดถนนประท้วงเพื่อเรียกร้องเงินเยียวยาจากรัฐบาล ในการที่บ้านเรือนของเขาเสียหายจากเหตุการณ์น้ําท่วมในปลายปีที่ผ่านมานะคะ รัฐบาลเอง ก็รับปากว่าจะให้เงินเยียวยาช่วยเหลือเป็นหลักหมื่นบาทต่อครัวเรือน ตามความเสียหายจริง ที่เกิดขึ้น แต่งบประมาณที่ท่านส่งลงไปนั้นไม่ทั่วถึง ไม่เป็นธรรม ไม่โปร่งใสค่ะ หลายหลังคาเรือนที่บ้านเรือนเสียหายได้รับเงินชดเชยเพียงหลักร้อยเท่านั้นเองค่ะ นั่นเป็นเพียงความเดือดร้อนจากภาคครัวเรือนนะคะ ยังมีภาคผู้ประกอบการขนาดกลางและ ขนาดย่อมหรือเอสเอ็มอี (SME) ที่เขาได้รับความเดือดร้อนอยู่ในขณะนี้เอสเอ็มอีเหล่านี้ก็คือ ผู้ประกอบการรายย่อย ๆ ที่เขามีเงินทุนน้อย ๆ มีรายได้น้อย ๆ กําไรน้อย ๆ แต่จํานวนเอสเอ็มอี ไม่น้อยทั่วประเทศ ๒,๙๐๐,๐๐๐ กว่ารายด้วยกัน เกือบ ๓,๐๐๐,๐๐๐ รายด้วยกันนะคะ ที่เป็นรากแก้ว รากฝอยของประเทศเราค่ะ แล้วก็ดิฉันเชื่อว่าเพื่อนสมาชิก ส.ส. ทุกท่าน เวลาไปลงพื้นที่เราก็ต้องไปพบปะประชาชน ไปถามสารทุกข์สุกดิบ ไปถามถึงปัญหา ความเดือดร้อน เป็นอย่างไรบ้างช่วงนี้ขายดีไหม และดิฉันเชื่อว่าคําตอบส่วนใหญ่จะตอบว่าขายไม่ดี เศรษฐกิจแย่ เงียบ ซบเซา ของก็แพง จะตายอยู่แล้วฝากไปบอกรัฐบาลหน่อย นี่คือเสียงสะท้อนซึ่งจะดังขึ้นเรื่อย ๆ จากผู้ประกอบการ เอสเอ็มอีเหล่านี้ ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่เป็นกลุ่มเสี่ยงที่เขาจะต้องตายก่อน มีใครบ้าง กลุ่มเสี่ยงนั่นก็คือ กลุ่มสิ่งทอ เครื่องนุ่งห่ม กลุ่มเอสเอ็มอีเครื่องหนัง รองเท้า เฟอร์นิเจอร์ (Furniture) พลาสติก อัญมณี เครื่องใช้ไฟฟ้า ลงไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งถึงรถเข็นค่ะ และแผงลอยก๋วยเตี๋ยว แล้วก็ข้าวแกงข้างถนน นี่ก็คือกลุ่มเอสเอ็มอีทั้งสิ้นที่หลายกลุ่ม กําลังจะตายทั้งเป็นเนื่องจากประสบปัญหา ๓ เด้งด้วยกันค่ะ ไม่เฉพาะแค่น้ําท่วมนะคะ น้ําท่วมนั่นคือเด้งที่ ๑ ค่ะ พิษเด้งที่ ๑ พิษจากน้ําท่วมที่รัฐบาลเอาไม่อยู่ เด้งที่ ๒ พิษจาก ค่าแรงขั้นต่ํา ๓๐๐ บาท และเด้งที่ ๓ พิษจากเศรษฐกิจซบเซา การส่งออกมีแต่ทรงกับทรุด การส่งออกติดลบไม่เป็นไปตามเป้า ๓ เด้งนี้ทําให้เอสเอ็มอีกําลังจะตายทั้งเป็น เด้งที่ ๑ พิษจาก น้ําท่วมเมื่อปลายปีที่แล้วนะคะ รัฐบาลเอาไม่อยู่แล้วก็ไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างที่ดิฉัน บอกไว้แล้วว่างบประมาณที่ลงไปก็ไม่ทั่วถึง ไม่เป็นธรรม ทําให้เกิดการประท้วงขึ้น เด้งที่ ๒ พิษจากค่าแรงขั้นต่ํา ๓๐๐ บาทที่รัฐบาลขึ้นอย่างก้าวกระโดด วันที่ ๑ เมษายน ปี ๒๕๕๕ ปีนี้ละค่ะที่ผ่านมา ๗ จังหวัดนําร่องที่จะต้องใช้นโยบายค่าแรงขั้นต่ํา ๓๐๐ บาท ประกอบไปด้วย ๗ จังหวัด กรุงเทพมหานคร จังหวัดสมุทรปราการ จังหวัดปทุมธานี จังหวัดนครปฐม จังหวัดนนทบุรี จังหวัดสมุทรสาคร และจังหวัดภูเก็ต โดย ๗ จังหวัดเหล่านี้ อัตราค่าแรงขั้นต่ําเดิมประมาณ ๒๑๕ บาท และเมื่อปรับค่าแรงขั้นต่ํา ๓๐๐ บาท แล้วทําให้ผู้ประกอบการต้องจ่ายเพิ่มขึ้น ๘๕ บาทต่อวัน ยกเว้นจังหวัดภูเก็ต ที่มีค่าแรงขั้นต่ําเดิม ๒๒๑ บาท พอมาเป็น ๓๐๐ บาทผู้ประกอบการจ่ายเพิ่มขึ้นวันละ ๗๙ บาท และไม่เฉพาะการเชือดครั้งแรก ๗ จังหวัดนําร่องวันที่ ๑ มกราคม ปี ๒๕๕๖ ที่จะถึงนี้ เอสเอ็มอีทั่วประเทศจะต้องแบกรับภาระค่าแรงขั้นต่ํา ๓๐๐ บาททั่วประเทศ ทั้งหมดนี้ทําให้ต้นทุนหายกําไรหดผู้ประกอบการจะอยู่ได้อย่างไรล่ะคะ แล้วก็ดิฉันมีข้อมูลที่ สอดคล้องจากสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เขาบอกว่าพบผู้ประกอบการร้อยละ ๖๘.๕ ได้รับผลกระทบหนัก และมีถึงร้อยละ ๑๖.๙ ที่อาจจะปิดโรงงาน ดังนั้นการล้มละลาย หรือปิดกิจการอาจเป็นคลื่นระลอก ๒ ที่เกิดขึ้นจากการขึ้นค่าแรงโดยเฉพาะกิจการเอสเอ็มอี ที่มีสายป่านสั้น การแบกรับต้นทุนที่เพิ่มขึ้นอย่างมหาศาลแต่มีเวลาปรับตัวน้อย เมื่อไม่สามารถ ลดต้นทุนด้านอื่น ๆ ได้อีกแล้ว ทางออกสุดท้ายคงไม่พ้นการปิดกิจการ ผลกระทบที่ตามมา หลังจากนั้นคือการเลิกจ้างแรงงานค่ะ นอกจากเลิกจ้างแรงงานแล้วก็ยังมีภาวะเงินเฟ้อและ ค่าครองชีพที่สูงขึ้น ดิฉันได้รับเสียงสะท้อนจากผู้ใช้แรงงานเองรายหนึ่งเขาบอกว่า เขามีรายได้ที่รัฐบาลปรับค่าแรงขั้นต่ํา ๓๐๐ บาท เขามีรายได้เพิ่มขึ้นวันละ ๗๐ บาท ๘๐ บาท แต่รายจ่ายเพิ่มขึ้นเป็นเงาตามตัวค่ะ ของแพงมากขึ้นแล้วรายได้ที่เพิ่มขึ้นนั้น ไม่สามารถที่จะครอบคลุมค่าใช้จ่ายในแต่ละวันของเขาได้เลย นั่นก็คือสภาวะเงินเฟ้อนะคะ นอกจากเสียงสะท้อนจากผู้ใช้แรงงานหรือลูกจ้างเองแล้วดิฉันมีเสียงสะท้อนจากผู้ประกอบการ รายหนึ่งนะคะ ท่านนี้ท่านให้สัมภาษณ์ออกสื่อแล้วดิฉันก็ได้เก็บข้อมูลมา ซึ่งข้อคิดของเขาน่าสนใจมาก ผู้ประกอบการรายนี้บอกว่าอย่างไรนะคะ เขาบอกว่านโยบายค่าแรงขั้นต่ํา ๓๐๐ บาทนี่ เป็นนโยบายหาเสียงของรัฐบาล แต่รัฐบาลไม่ต้องควักสักบาทหนึ่งที่จะมาจ่าย แต่ผู้ที่จะต้อง จ่ายสตางค์ก็คือนายจ้างหรือผู้ประกอบการ เขาบอกว่าตรงนี้มันถูกต้องแล้วหรือคะ มันยุติธรรมแล้วหรือคะ ดิฉันว่าเขาก็พูดถูกนะคะ มันเป็นแง่มุมที่เราอาจจะไม่ได้คิดถึงว่า เขาต้องเป็นผู้แบกรับภาระ แล้วความเสียหายก็เกิดกับผู้ประกอบการ แต่รัฐบาลบอกว่า อย่างไรรู้ไหมคะ บอกว่าไม่เป็นไรเดี๋ยวเราจะมีมาตรการช่วยเหลือเยียวยา เราจะมีเบาะ รองรับแรงกระแทกที่เกิดจากค่าแรงขั้นต่ํา ๓๐๐ บาท นั่นก็คือมาตรการลดภาษีรายได้ นิติบุคคล แต่ก่อนจะลดภาษีรายได้นิติบุคคลคุณจะต้องมีกําไรก่อนใช่ไหมคะ คุณจะต้อง มีรายได้ก่อน แต่ว่าธุรกิจเหล่านี้เมื่อต้นทุนเขาเพิ่มเขาเจ๊งก่อนค่ะ เขาเจ๊งก่อนที่ท่านจะไป ช่วยเขาได้ ที่จะไปลดภาษีเขาได้ เพราะฉะนั้นมาตรการนี้ช่วยอะไรไม่ได้ แต่ทางที่สวนทางกัน ขณะนี้รัฐบาลขูดรีดภาษีประชาชนเพิ่มมากขึ้น แม้แต่ร้านขายก๋วยเตี๋ยวยังต้องนับ ชามก๋วยเตี๋ยวในการคิดภาษีเลยนะคะแล้วบอกว่าจะช่วยเขาได้อย่างไร นี่คือพิษจากค่าแรง ขั้นต่ํา ๓๐๐ บาท ยังไม่หมดค่ะ เด้งที่ ๓ เด้งที่พิษเกิดจากเศรษฐกิจซบเซา การส่งออกมีแต่ ทรงกับทรุด ยอดส่งออกลดลงแล้วก็โรงงานแทบจะไม่มีใบสั่งการผลิต แทบจะไม่มีใบสั่งซื้อ จากผู้ส่งออกหรือผู้นําเข้า ในปีนี้เศรษฐกิจโลกมีแนวโน้มที่จะเติบโตร้อยละ ๓.๔ ถึงร้อยละ ๓.๘ และในเศรษฐกิจของเอเชียเองมีแนวโน้มที่ผู้นําอย่างประเทศจีนและประเทศอินเดียนี่ตอนนี้ ส่งสัญญาณว่าอ่อนแรงลง แล้วก็หนี้ยุโรปที่เคยเป็นวิกฤติตอนนี้กลับมาเป็นวิกฤติซ้ํา อีกครั้งหนึ่ง เป็นวิกฤติระลอกใหม่ให้กับเศรษฐกิจโลก นั่นก็คือการส่งสัญญาณโดยตรงมายัง ประเทศไทยว่าขณะนี้ชัดเจนที่สุดแล้วว่าอัตราการขยายตัวของการส่งออกใน ๔ เดือนแรก ของประเทศเรานั้นลดลงร้อยละ ๓.๘๖ และในขณะที่เราต้องพึ่งพาการส่งออกถึงร้อยละ ๗๐ ของรายได้ประชาชาติ เราจะอยู่ได้อย่างไรล่ะคะ ทั้ง ๓ เด้งนี้ก็คือผลกระทบที่ผู้ประกอบการ เอสเอ็มอีกําลังเดือดร้อนอย่างมาก แล้วรัฐบาลเองดิฉันก็เห็นรัฐบาลหลายเดือนที่แล้ว ท่านไม่ได้นิ่งนอนใจ ท่านพยายามหามาตรการหลายมาตรการด้วยกันที่จะมาช่วยเหลือ เอสเอ็มอีเหล่านี้ โดยที่ท่านบอกว่าท่านจะให้ยาแรง แต่ยาแรงของท่านนั้นทราบไหมว่า มันออกฤทธิ์เพียงอ่อน ๆ เท่านั้น แล้วท่านก็ไม่เคยหันกลับไปดูว่ายาแรงที่ท่านให้กับคนไข้นั้น เขาสามารถที่จะรักษาได้ผลหรือไม่ เพราะว่ารัฐบาลหลายเดือนที่ผ่านมาก็ปล่อยเกียร์ว่างมาตลอด ดิฉันคิดว่ารัฐบาลควรจะต้องมีโครงการช่วยเหลือผู้ประกอบการรายย่อยเหล่านี้ เช่น การปรับโครงสร้างธุรกิจเอสเอ็มอีที่ได้รับผลกระทบ การขึ้นค่าแรงขั้นต่ําอย่างขั้นบันได และมีเวลาให้ผู้ประกอบการได้ปรับตัวเองได้ ไม่ใช่ขึ้นแบบก้าวกระโดดเช่นนี้ การเข้าถึง แหล่งเงินกู้ได้ง่าย มาตรการช่วยเหลือด้านการตลาด การเตรียมความพร้อมให้ธุรกิจเอสเอ็มอี เข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนที่กําลังจะมาถึงอีก ๓ ปีข้างหน้า และการแข่งขันจะต้อง รุนแรงมากยิ่งขึ้น รัฐบาลควรจะให้ทุนวิจัยค้นคว้าให้เอสเอ็มอีเขาสามารถเติบโต ด้วยตัวเขาเองได้อย่างเข้มแข็ง นี่คือข้อเสนอแนะของดิฉัน แต่ว่าดิฉันดูแล้วนโยบายแต่ละนโยบายที่รัฐบาลช่วยเหลือเอสเอ็มอีที่ออกมาทําให้อาการ ของเอสเอ็มอีสาหัสมากยิ่งขึ้นนะคะ ดิฉันยกตัวอย่างนโยบายลงทุนประสานงาเป็นอย่างไร นโยบายลงทุนประสานงา การที่กระทรวงการคลังพยายามที่จะส่งเสริมนักลงทุนของประเทศไทย ไปลงทุนนอกประเทศ แต่โรดแมพ (Roadmap) ของการส่งเสริมการลงทุนนอกประเทศนั้น ยังไม่ชัดเจนเป็นชิ้นเป็นอันเลยจนถึงปัจจุบันนี้ ส่วนกระทรวงอุตสาหกรรมที่เน้นการรองรับ การเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนใน ๓ ปีข้างหน้า แล้วดิฉันบอกแล้วว่าเมื่อถึงเวลานั้น การแข่งขันจะต้องรุนแรงมากยิ่งขึ้น นักธุรกิจต่างประเทศจะต้องทะลักเข้ามาลงทุน ในประเทศไทย แล้วผู้ประกอบการหรือนักลงทุนเอสเอ็มอีของเราที่มีสายป่านน้อย ที่มีทุนน้อย แล้วก็มีเทคโนโลยีด้อยกว่าเขานี่ได้รับผลกระทบแน่นอน ส่วนนักลงทุนเอสเอ็มอีของเราเอง จะอยู่ในประเทศนั้นก็คงไม่ได้แล้วเพราะค่าแรงเราแพง ก็จะต้องไปหาประเทศที่มีค่าแรง ถูกกว่าเรา เช่น ประเทศอินโดนีเซีย ประเทศเวียดนาม ประเทศพม่า ประเทศกัมพูชา เหล่านี้ เพราะว่าเขามีธุรกิจบางธุรกิจเอสเอ็มอีเป็นกลุ่มเสี่ยงที่เขาใช้แรงงานเยอะ อย่างเช่น ธุรกิจสิ่งทอ เครื่องนุ่งห่ม เครื่องหนัง เฟอร์นิเจอร์ พลาสติก เครื่องใช้ไฟฟ้า อัญมณี เหล่านี้เขาจะต้องออกไปนอกประเทศเพื่อหาแหล่งแรงงานที่ถูกกว่า เพื่อที่เขาจะได้ รักษาอํานาจการแข่งขันของเขาแล้วก็ความอยู่รอดของตนเอง เมื่อเป็นเช่นนี้เอสเอ็มอีของไทย มีความจําเป็นที่จะต้องออกไปแข่งขันกับประเทศอื่น ๆ แล้ว กระทรวงการคลังก็ได้จับมือร่วมกับ กระทรวงอุตสาหกรรมเพื่อลดการจัดเก็บภาษีรายได้นิติบุคคลที่ซ้ําซ้อน ซ้ําซ้อนอย่างไรคะ เมื่อนักธุรกิจเอสเอ็มอีของเราไปลงทุนต่างประเทศ เราลงทุนประเทศไหนเราก็ต้องเสียภาษี นิติบุคคลให้กับประเทศนั้น และเมื่อเราลงทุนแล้วเราได้กําไรมีรายได้ขึ้นมานี่จะนํากลับเข้าสู่ ประเทศไทยเราต้องมาเสียภาษีอีกครั้งหนึ่งเกี่ยวกับภาษีรายได้ที่จะนําเข้าประเทศ นี่คือภาษีซ้ําซ้อน นักธุรกิจลงทุนเอสเอ็มอีเองเคยที่จะเรียกร้องให้รัฐบาลยกเว้นภาษีตัวนี้ แต่ท่านทราบไหมคะว่าท่านรองนายกรัฐมนตรีกิตติรัตน์ท่านออกมาดับฝันของนักลงทุน เอสเอ็มอีอย่างไร ท่านให้สัมภาษณ์ว่าไม่เห็นด้วยค่ะ ท่านบอกว่าการยกเว้นภาษีดังกล่าวนี้ เป็นช่องทางการเลี่ยงภาษี และอีกอย่างหนึ่งที่ท่านบอกก็คือว่าการไปลงทุนต่างประเทศ เพื่อหาแหล่งเงินทุน แหล่งแรงงานราคาถูก แต่ต้องมาเสียภาษีซ้ําซ้อน เมื่อหักลบกันแล้ว ก็ไม่คุ้มกัน ดิฉันถามว่ากระทรวงอุตสาหกรรมและกระทรวงการคลังอุตส่าห์จับมือกัน เพื่อส่งเสริมให้นักธุรกิจเอสเอ็มอีรายย่อยของเราออกไปนอกประเทศเพื่อไปหา แหล่งแรงงานราคาถูก แต่ท่านรัฐมนตรีเอง ท่านรองนายกรัฐมนตรีเอง ท่านกลับไม่เห็นด้วย ดิฉันถามว่าอย่างนี้เราเรียกว่านโยบายประสานงาดีไหมคะ ซึ่งทําให้นักลงทุนเอสเอ็มอีของเรา อาการสาหัสมากยิ่งขึ้น ยังไม่หมดนะคะ ยังมีมาตรการที่พวกเขาพยายามที่จะได้รับ ความช่วยเหลือจากภาครัฐค่ะ รัฐก็พยายามช่วยนะคะ รัฐบาลมีมาตรการปล่อยเงินกู้ดอกเบี้ยต่ํา หรือว่าซอฟต์ โลน ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แต่ว่าปล่อยกู้ไปจริง ๑๐,๐๐๐ ล้านบาทเท่านั้น ไม่ถึง ๑ เปอร์เซ็นต์ ไม่ถึงร้อยละ ๑ ของ ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เนื่องจากติดเงื่อนไขมากมาย อาทิเช่น ธนาคารพาณิชย์ที่ปล่อยซอฟต์ โลน ก็ขอคิดค่าธรรมเนียมเพิ่ม ตรงนี้รัฐบาลก็ไม่เข้าไปดูแล คุณสมบัติของผู้กู้ไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์หรือเงื่อนไขของธนาคาร ผู้กู้ไม่มีหลักทรัพย์ ผู้กู้ไม่มีผู้ค้ําประกันก็กู้ไม่ได้ ธนาคารปล่อยกู้แต่รายใหญ่ ๆ แล้วก็บอกว่างบหมดแล้ว อันนี้ ๒ มาตรฐานไหมคะ ปัญหาเหล่านี้ทําให้เอสเอ็มอีรายย่อยไม่สามารถเข้าถึงแหล่งเงินกู้ได้ เมื่อเป็นเช่นนี้เขาก็ต้อง หันไปหาเงินกู้นอกระบบ เป็นหนี้นอกระบบ ไปหยิบยืมญาติบ้าง ไปเปียแชร์บ้าง เอาทรัพย์สินไปจํานําบ้าง ไปขายบ้าง แล้วดอกเบี้ยล่ะคะดอกเบี้ยสูง เมื่อเป็นเช่นนั้น กําไรก็ไม่พอจ่ายทรัพย์สินก็ถูกยึด นี่ค่ะความเดือดร้อนที่เอสเอ็มอีกําลังได้รับ ดิฉันถามว่า ท่านรองนายกรัฐมนตรีกิตติรัตน์ท่านเข้าใจความรู้สึกของเอสเอ็มอีบ้างไหมคะ อันนี้เขาฝากมาถามท่านค่ะยังไม่หมดค่ะ อีกมาตรการหนึ่งที่รัฐให้งบประมาณ งบประมาณแทบทุกกระทรวงจะต้องมีงบฝึกอบรม รวมแล้วประมาณ ๔,๐๐๐ กว่าล้านบาท ดิฉันเห็นแล้วว่าเงิน ๔,๐๐๐ กว่าล้านบาทนี่เวลาเรามาอบรมแต่ละปีได้เพียงเป็นหลักหมื่นราย เท่านั้นค่ะ มันไม่คุ้มค่ากับงบประมาณที่เสียไปเลย แล้วก็การฝึกอบรมแต่ละครั้งนี่ ก็เป็นการฝึกอบรมความรู้ทั่วไป แต่เอสเอ็มอีบางครั้งถ้าเป็นธุรกิจเฉพาะท่านทราบไหมว่า ท่านควรจะอบรมแบบเฉพาะให้กับเขา เขาต้องการเทคโนโลยี ต้องการความรู้เพื่อที่เขา จะไปแข่งขันกับต่างประเทศต้องอบรมเขาแบบเฉพาะ แต่เราก็อบรมแบบธรรมดาทั่วไป ซึ่งมันก็เสียเงินเปล่า ธุรกิจเฉพาะเหล่านี้เขาก็จะต้องเป็นกลุ่มเสี่ยงด้วย กลุ่มเสี่ยงเหล่านี้ ที่ดิฉันได้กล่าวไปแล้ว อย่างเช่น สิ่งทอ เครื่องนุ่งห่ม เฟอร์นิเจอร์ เครื่องหนัง พลาสติก อัญมณี เครื่องใช้ไฟฟ้านี่ แล้วก็กลุ่มท่องเที่ยวและบริการด้วย ยังมีอีกกลุ่มหนึ่งกลุ่มที่จะต้อง แข่งขันกับสินค้านําเข้าจากต่างประเทศ โดยเฉพาะที่ทะลักมาจากประเทศจีน เรามีหน่วยงาน ที่ไปตรวจสอบดูแลมาตรฐานสินค้าไหม ทําให้การแข่งขันนี้เป็นธรรม การแข่งขันเสรีนั้นใช่ แต่ว่าควรจะต้องเป็นธรรมด้วย เราก็ต้องมีการไปตรวจสอบมาตรฐานสินค้า แล้วก็เมื่อรัฐบาล ใช้งบประมาณการฝึกอบรมอย่างไม่มีเป้าหมายชัดเจนแล้วนี่ก็ถือว่าไม่สามารถช่วยเหลือ เอสเอ็มอีที่อยู่ในอาการสาหัสและร่อแร่ได้เลย ดิฉันมีข้อมูลจากสภาอุตสาหกรรม แห่งประเทศไทยประเมินว่าเอสเอ็มอีที่มีอยู่กว่า ๒,๙๐๐,๐๐๐ รายทั่วประเทศนั้น ลําพังการขึ้นค่าแรงขั้นต่ํา ๓๐๐ บาทก็อาจจะต้องมีเอสเอ็มอีที่ล้มหายตายจากไปนับแสนราย โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยงที่ดิฉันได้กล่าวไว้แล้วว่ากลุ่มเสี่ยงเหล่านี้เพราะอะไร เพราะเขาต้องพึ่งพา แรงงานเป็นต้นทุนหลักในการผลิต นี่คือข้อมูลจากสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย อีกหน่วยงานหนึ่งข้อมูลจากสํานักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หรือ สศช. ระบุว่ากลุ่มเอสเอ็มอีสิ่งทอ เครื่องนุ่งห่ม เครื่องหนัง รองเท้า กลุ่มเหล่านี้ เป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงมาก นั่นหมายความว่ากลุ่มเหล่านี้ต้องตายก่อนจากพิษเศรษฐกิจ และนโยบายที่ล้มเหลว แทนที่จะรีบหามาตรการช่วยเหลือให้ตรงจุดรัฐบาลยังไปซ้ําเติม ด้วยพิษการเมือง การที่รัฐบาลพยายามทําอะไรเพียงให้กับคนกลุ่มเล็ก ๆ แต่ไม่คํานึงถึง ประโยชน์ของประชาชนส่วนใหญ่ นี่คือข้อมูลจากสํานักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและ สังคมแห่งชาติ ปัญหาของเอสเอ็มอียังเป็นประเด็นร้อนที่รัฐบาลจะต้องรีบแก้ไขซึ่งพวกเขา กําลังรอคอยอยู่ แต่ดูเหมือนว่าพวกเขาจะถูกลืมค่ะ ไม่มีรัฐมนตรีที่รับผิดชอบโดยตรง ไม่มีเจ้าภาพอย่างจริงจัง แล้วก็ตอนแรกดูเหมือนรัฐบาลจะใส่ใจ มีการจัดประชุมกัน หลายครั้ง แต่ว่าทําไปทํามาก็เหมือนมวยล้มต้มคนดูค่ะ งานนี้จะเผาจริงหรือเผาหลอกเมื่อไร ไม่ทราบนะคะ แต่ที่แน่ ๆ ตอนนี้ต้องขุดหลุมฝังเอสเอ็มอีนับหมื่นนับแสนราย ท่านประธานคะ หลักเกณฑ์สําคัญในการจัดทํางบประมาณก็คือ ความโปร่งใส ประหยัด คุ้มค่า คํานึงถึง ประสิทธิภาพของการใช้เงินให้สอดคล้องกับความต้องการของประชาชน เพื่อเพิ่ม ขีดความสามารถของประเทศในการแข่งขันกับต่างประเทศเป็นสําคัญ แต่เมื่อดิฉันพิจารณางบประมาณรายจ่ายประจําปีนี้แล้วดิฉันรู้สึกผิดหวังค่ะ เพราะว่า การบริหารงบประมาณมีพฤติกรรมไม่โปร่งใส ไร้ธรรมาภิบาล ๒ มาตรฐาน สร้างความแตกแยก ในลักษณะพวกเอ็ง พวกข้า ปล่อยให้เกิดมีการโกงงบประมาณแผ่นดิน เก่งแต่กู้ ดีแต่โม้ ไม่มีผลงาน พูดสัญญาอะไรก็ทําไม่ได้ ยิ่งบริหารยิ่งเละ ไม่มีวินัยในการเงิน การคลัง ล้มเหลว ท่านนายกรัฐมนตรีไปที่ไหนท่านก็แจกดะ ท่านประกาศว่าจะให้โน่นจะให้นี่ จะทําโน่นจะทํานี่ แต่จริง ๆ แล้วคํามั่นสัญญาของท่านนั้นถูกบรรจุอยู่ในงบประมาณปีนี้ไม่ถึง ๑ ใน ๕ ของคํามั่นสัญญาเท่านั้น ดิฉันเห็นว่าการใช้จ่ายงบประมาณไม่มีประสิทธิภาพและ ไม่มีหลักเกณฑ์ที่ถูกต้อง ดิฉันจึงขอตัดงบประมาณของกระทรวงการคลังดังกล่าวค่ะ
เชิญอาจารย์รัชฎาภรณ์ ผมจะไม่พยายามไปกําชับท่านมาก แต่ขอให้อยู่ในวาระที่สองนะครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน รัชฎาภรณ์ แก้วสนิท ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ จากจังหวัดกาฬสินธุ์ ดิฉัน ก็ได้อภิปรายมาตรา ๗ ค่ะ กระทรวงการคลัง แต่ดิฉันจะเน้นไปที่กรมบัญชีกลางเพราะว่า มีคดีกับกรมบัญชีกลางอยู่ กรมบัญชีกลางนี่ได้รับงบประมาณ ๑,๖๐๐ กว่าล้านบาท ก็อยากจะเรียนว่าเมื่อกี้ท่าน ส.ส. เจิมมาศบอกว่าเอสเอ็มอีนี่ถูกลืม ดิฉันก็กําลังจะเรียนว่า รัฐบาลนี้โดยเฉพาะกรมบัญชีกลางก็ลืมคนกลุ่มหนึ่งซึ่งทํางานให้กับราชการมานาน ก็คือลูกจ้างประจําของราชการ อยากจะเรียนว่าที่จริงแล้วลูกจ้างประจํา ถ้าใครเคยเป็น ข้าราชการก็จะทราบว่าเขาก็ทํางานเหมือนข้าราชการนี่แหละ เพียงแต่ตําแหน่งเขาเป็น ลูกจ้างประจํา ตอนนี้ก็บอกว่าถ้าเขาเกษียณแล้วก็ให้ยุบตําแหน่งนั้นเสีย แล้วลูกจ้างประจํา เมื่อเกษียณแล้วก็จะได้เงินบําเหน็จเป็นก้อน ซึ่งมันทําให้ถ้าเงินไม่มากเขาก็เอาไปใช้ ทําอะไรไม่ได้เขาก็เรียกร้องมานานที่อยากจะได้เงินหลังเกษียณเป็นรายเดือน เขาเรียกร้อง มานานนะคะไม่ใช่เพิ่งเรียกร้อง แต่มาสําเร็จเมื่อปี ๒๕๕๒ รัฐบาลของท่านนายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังชื่อกรณ์ จาติกวณิช ได้แก้ไขระเบียบ แล้วให้ผู้ที่เกษียณเขาเรียกว่าบําเหน็จรายเดือน ไม่ได้เป็นบํานาญเหมือนข้าราชการ เป็นบําเหน็จรายเดือนนะคะ แล้วพอปี ๒๕๕๓ ก็ได้เรียกร้อง แล้วก็ให้เขาได้รับบําเหน็จตกทอด แต่ที่จริงมันเป็นแค่ ๑๕ เดือน ข้าราชการได้ ๓๐ เดือน เขาได้บําเหน็จตกทอด ๑๕ เดือน แล้วต่อจากนั้นเขาก็ได้พยายามที่จะเรียกร้องที่อยากจะได้บําเหน็จรายเดือนหรือเป็นบํานาญ โดยปกติเมื่ออายุครบ ๖๐ ปีแล้วอายุงานของเขาต้องได้ ๒๕ ปี แต่ข้าราชการนี่ถ้าอายุงานถึง ๑๐ ปีแล้วเกษียณก็จะได้บํานาญด้วยเหตุเกษียณเพราะสูงอายุ ลูกจ้างประจําก็อยากจะได้บ้างค่ะ เพราะว่าเขาเองก่อนที่จะมาเป็นลูกจ้างประจําส่วนใหญ่เป็นลูกจ้างชั่วคราวมา เพราะฉะนั้น เขาก็อยากจะได้เหมือนกันนะคะว่าเขานี่อายุไม่ถึง ๒๕ ปี เพราะเขาเข้าทํางานช้า เป็นลูกจ้างประจําช้า เขาก็อยากจะได้บําเหน็จรายเดือน เพราะเกษียณด้วยเหตุสูงอายุ แต่ไม่ต้องเท่าข้าราชการหรอกค่ะ ข้าราชการนี่ถ้าอายุงานถึง ๑๐ ปีก็จะได้บํานาญ แต่ลูกจ้างประจําเขาขอแค่ ๑๕ ปีแค่นั้นแหละ ทํางานได้ถึง ๑๕ ปีแล้วเกษียณครบ ๖๐ ปี ขอได้บําเหน็จรายเดือนเพราะเหตุสูงอายุ ตอนนี้กําลังเรียกร้องนะคะ แล้วดิฉันเคยไปพบ ท่านอธิบดีกรมบัญชีกลาง ดิฉันไม่ทราบว่าคนใหม่หรือคนเก่า หรือคนปัจจุบันหรือเปล่า เพราะเคยไปตอนนั้นได้ไปพบพูดคุยกันแล้วท่านก็ให้คณะมานั่งคุยเพื่อที่จะดูว่ารายรับ รายจ่าย ค่าใช้จ่ายมันจะมากขึ้นแค่ไหน แล้วก็ยุบสภาเสียก่อน แล้วหลังจากนั้นดิฉันก็ได้ปรึกษาหารือกับท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ท่านทนุศักดิ์ท่านก็บอกว่าให้ส่งเรื่องมา ก็น่าเสียดายที่ท่านไม่ได้เป็นผู้ดูแลกรมบัญชีกลาง แล้วดิฉันไม่ได้มีโอกาสพบกับท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลังที่ดูแลกรมบัญชีกลาง เพราะว่าไม่ได้มีโอกาสพบกับท่านและไม่รู้จักท่าน หลายคนก็บอกว่าท่านเป็นคนพูดง่าย ท่านเป็นคนเข้าใจง่าย แล้วถ้าเข้าใจง่ายมันก็คงไม่มีเหตุผลที่เราจะไม่ให้กับลูกจ้างของ ราชการกลุ่มนี้ เพราะเขาเป็นกลุ่มสุดท้ายแล้วค่ะไม่มีเพิ่มขึ้นมาอีกแล้ว แล้วก็อยากจะเรียนว่า มันไม่ได้เป็นภาระกับราชการมาก ที่จริงเดิมทีถ้าลูกจ้างประจําเกษียณรัฐบาลก็จะต้อง จ่ายเงินบําเหน็จเป็นก้อนให้กับเขา แต่เมื่อถ้าเขามีโอกาสที่จะเลือก คือเขาก็เลือกได้ ทั้ง ๒ อย่าง ถ้าเขาเลือกเป็นบําเหน็จรายเดือน นั่นก็แปลว่ารัฐก็ทยอยจ่ายเงิน ไม่ได้จ่ายเงิน เป็นก้อน ก็น่าจะไม่ได้เสียหายอะไร แล้วจากนั้นพูดถึงบําเหน็จตกทอด ก็แน่นอนมันเป็น สิทธิที่เขาจะต้องได้อยู่แล้ว เพียงแต่ว่าเขาขอก็ได้น้อยกว่าราชการก็คือได้ ๑๕ เดือน ทีนี้ก็อยากจะกราบเรียนท่านว่าสมาคมลูกจ้างประจําส่วนราชการแห่งประเทศไทยนี่เขาก็ได้ พยายามที่จะเรียกร้องร้องเรียนมา กรุณาอย่าคิดว่าที่เขาได้บําเหน็จรายเดือนมันเป็นเพราะ รัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์แล้วท่านจะไม่ทํา เพราะนี่เป็นชีวิตของลูกจ้างประจําของราชการ เขาเรียกร้องเขาร้องเรียนมานานแล้วเพียงแต่ว่าเขามาได้เมื่อรัฐบาลชุดที่แล้ว ก็อยากจะ เรียกร้องว่าให้ท่านนึกถึงการทํางานของเขา เขาก็เป็นลูกจ้างของราชการนี่แหละแล้วก็ถือว่า ดูแลเขาต่อเนื่องไป เพราะว่าที่จริงมันต้องต่อเนื่องอยู่แล้ว แล้วก็อีกอย่างหนึ่งที่เขาเรียกร้อง ก็คือเขาร้องเรียนมาว่าลูกจ้างที่ได้รับบําเหน็จรายเดือนเวลาปรับค่าครองชีพเขาจะไม่ได้ปรับ มันอาจจะเป็นเรื่องใหม่สําหรับลูกจ้างก็ได้ คือถ้าคนที่รับบําเหน็จเป็นก้อนไปเลยก็ไม่มีปัญหา เรื่องค่าครองชีพ แต่ถ้ากลุ่มที่ได้รับบําเหน็จรายเดือนนี่เวลาปรับค่าครองชีพเขาควรจะ ได้รับด้วย ก็โปรดนําไปพิจารณาด้วยนะคะช่วยเขาด้วย อีกอย่างหนึ่งที่เขาเรียกร้องมานาน ก็คือเขาอยากจะได้ค่ารักษาพยาบาลเมื่อเขาได้บําเหน็จรายเดือนเมื่อเขาเกษียณออกมาแล้ว ที่จริงภาระก็ไม่มากหรอกค่ะ ดิฉันพบกับลูกจ้างหลายคนเขาก็ไปใช้สิทธิอื่นมากกว่า ใช้สิทธิลูกจ้างของราชการ เขาไปใช้สิทธิลูก ใช้สิทธิสามีได้เพียงแต่ว่าถ้าลําพังตัวเขาบางคน เขาไม่มีสิทธิที่อื่นให้สิทธิตรงนี้เขาได้ไหม มีบางท่านบอกดิฉันเหมือนกันว่าก็ไปใช้สิทธิ รักษาฟรีสิ ไปใช้สิทธิบัตรทองสิ แต่ว่าในช่วงที่เขาเป็นลูกจ้างเขาก็ได้สิทธินี้อยู่ ท่านจะพิจารณาให้เขาได้ไหม ก็อยากจะเรียนท่านว่าสมาคมลูกจ้างประจําส่วนราชการ แห่งประเทศไทยนี่เขาก็ได้ร้องเรียนมานานอย่างที่ว่าขอความกรุณารัฐบาลอย่าใช้นโยบาย แบ่งแยกและปกครอง แล้วอย่ายุให้เขาแตกแยกกันเองด้วยการมีชมรมลูกจ้างเกิดขึ้นแล้ว อยู่ที่กรมบัญชีกลางนั่นแหละ แล้วเหตุที่เขาได้บําเหน็จตกทอดแค่ ๑๕ เดือนเพราะสมาคมใหญ่ เขาขอไป ๓๐ เดือนเท่าข้าราชการ แต่มีชมรมตัดหน้าขอไป ๑๕ เดือน กระทรวงการคลัง ก็เลยให้ ๑๕ เดือน เพราะมันมีคนขอมากกับขอน้อยดิฉันก็พูดกับพวกเขา ถ้าคุณเป็นนายจ้าง มีคนขอ ๓๐ เดือนกับขอ ๑๕ เดือนคุณให้เท่าไร เขาก็บอกให้ ๑๕ เดือนก็เลยบอกเขาว่า คุณก็ต้องไม่แตกแยกกัน แล้วในขณะเดียวกันรัฐบาลก็กรุณาต้องดูแลเขา อย่าใช้นโยบาย แบ่งแยกและปกครอง ขอน้อยให้น้อย ขอมากไม่ให้อะไรอย่างนี้ ดิฉันนึกว่าพูดคุยกันมาแล้ว เขาก็ร้องเรียน เขามีเอกสารมีหนังสือมา แล้วก็ยังนึกว่าท่านจะจัดงบเผื่อพวกเขาบ้าง แต่นี่ไม่มีเลย แล้วไม่ได้พูดถึงเลย เพราะฉะนั้นก็ฝากท่านหน่อยก็แล้วกันดูแลเขาด้วย เขาเป็นกลุ่มสุดท้าย จริง ๆ เป็นสิบปีมาแล้วค่ะที่ถ้าตําแหน่งนี้เกษียณก็ต้องตัดทิ้งเลยไม่ได้บรรจุ ไม่มีข้าราชการ ไม่มีลูกจ้างประจําอีกแล้ว กลุ่มนี้เป็นกลุ่มสุดท้ายฝากด้วยค่ะ เมื่อท่านไม่ได้ดูแลเขา ดิฉันถึงได้ตัด ๑๐ เปอร์เซ็นต์
เชิญท่านกรณ์
ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม กรณ์ จาติกวณิช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในระบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ผมได้ใช้เวลา ของสภาไปพอสมควรในการอภิปรายมาตรา ๓ เพราะฉะนั้นในมาตรา ๗ งบประมาณของ กระทรวงการคลังที่ผมได้แปรญัตติขอตัดงบประมาณของกระทรวงการคลังไว้ ๖.๒๕ เปอร์เซ็นต์ ผมจะขอพูดเพียงใน ๒ ประเด็นที่เป็นประเด็นที่มีความสําคัญ ทั้ง ๒ ประเด็นเป็นประเด็นที่ เกี่ยวกับหนี้สิน ประเด็นแรกเป็นประเด็นที่เกี่ยวกับหนี้สินของประชาชน ส่วนประเด็นที่ ๒ เป็นภาระของประเทศชาติโดยรวม ก่อนอื่นผมต้องขออนุญาตขอบคุณท่านกรรมาธิการครับ ท่าน ส.ส. อนุรักษ์ บุญศล ส.ส. จังหวัดสกลนคร ที่เมื่อสักครู่ท่านได้ใช้สิทธิในการอภิปราย งบประมาณของกระทรวงการคลัง แล้วก็ท่านได้พูดถึงเรื่องปัญหาของพี่น้องชาวจังหวัดสกลนคร ผมก็ได้รับข่าวมาโดยตลอดว่าท่านเป็น ส.ส. ที่มีความใกล้ชิดกับชาวบ้านในเขตพื้นที่ของท่าน ความทุกข์ร้อนของพี่น้องชาวจังหวัดสกลนครที่ท่านได้นํามาเสนอต่อสภาในวันนี้ จึงเป็นเรื่อง เตือนสติให้กับรัฐบาลว่ายังมีปัญหาของพี่น้องประชาชนที่เกี่ยวกับภาระหนี้สินที่ยังควร ที่จะต้องให้ความสําคัญแล้วก็ดําเนินการในการแก้ไขต่อไป พอดีท่านอนุรักษ์ได้ลุกขึ้น อภิปรายในเรื่องนี้ทําให้ผมนึกถึงข้อเท็จจริงที่ผมยังจําได้เกี่ยวกับจังหวัดสกลนครของท่าน เพราะครั้งที่รัฐบาลของท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้ทําเรื่องของการแก้ปัญหา เรื่องหนี้นอกระบบที่ท่านอนุรักษ์ได้พูดถึง ผมจําได้ว่าจังหวัดสกลนครเป็นจังหวัดที่มีหนี้ โดยเฉลี่ยสูงที่สุดในประเทศ ตัวเลขของธนาคารออมสินที่มีส่วนสําคัญ มีบทบาทสําคัญ ในการเข้ามาแก้ปัญหาเรื่องหนี้นอกระบบในโครงการของรัฐบาลของคุณอภิสิทธิ์ได้บันทึกไว้ว่า ชาวจังหวัดสกลนครที่ขึ้นทะเบียนนั้นมีภาระหนี้นอกระบบสูงถึงคนละ ๑๕๑,๙๗๓ บาท ผมมีตัวเลขนี้อยู่ในสมองเลยครับ เพราะว่าเป็นตัวเลขที่สูงจนผมตกใจแล้วจําได้ว่าเป็นตัวเลข ของจังหวัดสกลนคร เพราะฉะนั้นสําหรับคืนนี้ผมถึงไม่แปลกใจที่ท่าน ส.ส. ได้ลุกขึ้นอภิปราย ในประเด็นนี้ ท่านได้พูดถึงว่าภาระของพี่น้องประชาชนที่แบกรับหนี้นอกระบบนั้นสูงถึง ๒ เปอร์เซ็นต์ต่อวัน ซึ่งถ้าเป็นเช่นนั้นจริงหมายความว่าด้วยหนี้โดยเฉลี่ย ๑๕๑,๙๗๓ บาทนั้น พี่น้องประชาชนชาวจังหวัดสกลนครมีภาระดอกเบี้ยสูงถึง ๓,๐๐๐ บาทต่อวัน ตัวเลขกลม ๆ ๓,๐๐๐ บาทต่อวัน คิดต่อเดือนก็คือ ๙๐,๐๐๐ บาทต่อเดือนจากเงินต้นหนี้เพียงแค่ ๑๕๑,๐๐๐ บาท มีภาระดอกเบี้ยเดือนละถึง ๙๐,๐๐๐ บาทต่อเดือน แต่ในโครงการที่รัฐบาล ที่แล้วได้ทําไปในเรื่องของการแก้หนี้นอกระบบ เราได้โอนหนี้ส่วนนี้เข้ามาสู่ระบบการเป็นหนี้ ของธนาคารของรัฐ ไม่ว่าจะเป็น ธ.ก.ส. หรือธนาคารออมสินก็ตาม โดยได้คิดอัตราดอกเบี้ย ประมาณ ๙ เปอร์เซ็นต์ ความหมายก็คือจากภาระดอกเบี้ยของประชาชนที่ก่อนหน้านี้ มีหนี้นอกระบบมีภาระดอกเบี้ยถึง ๙๐,๐๐๐ บาทต่อเดือน ภาระนั้นลดลงเหลือเพียงแค่ ๑๕,๐๐๐ บาทต่อเดือน ประหยัดเม็ดเงินของประชาชนที่ยากจนอยู่แล้ว เพราะจําเป็นต้อง กู้นอกระบบไม่สามารถกู้ยืมจากธนาคารได้ถึงเดือนละ ๗๕,๐๐๐ บาท นี่เป็นตัวเลขที่มีนัย มีความสําคัญต่อพี่น้องประชาชนอย่างมาก ดังนั้นวันนี้ผมจึงอยากที่จะเน้นนะครับว่า ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการที่กรุณานั่งฟังอยู่ ผมทราบว่าท่านรัฐมนตรีว่าการก็อยู่ในสภาแต่ไม่ได้ อยู่ในที่ประชุม ก็ขอให้รับฟังประเด็นนี้แล้วก็กลับไปปรับปรุงวิธีการแก้ไขปัญหาหนี้สิน ของประชาชนตามที่ท่านได้กําลังดําเนินการอยู่ เพราะโครงการปัจจุบันของท่านนี่ ไม่ได้ตอบโจทย์ความต้องการของประชาชนที่เดือดร้อนจริง โครงการพักหนี้ของท่านนี่ เป็นโครงการพักหนี้ดี ความหมายก็คือเรากําลังใช้เงินงบประมาณผ่านภาระของทาง ธ.ก.ส. นั้นไปลดภาระให้กับผู้ที่เขาสามารถจะผ่อนชําระหนี้ของเขาได้อยู่แล้ว ไม่มีความจําเป็นเลย แน่นอนที่สุดใครได้รับประโยชน์จากนโยบายนี้ก็ถือว่าคงมีความสุขดี แต่พี่น้องประชาชน ที่เดือดร้อนกว่าแม้แต่จะกู้จาก ธ.ก.ส. ก็ยังกู้ไม่ได้ ต้องไปกู้จากนายทุน จ่ายดอกเบี้ยวันละ ๒ เปอร์เซ็นต์ตามที่ได้มีการอภิปรายไป เขายังรอความช่วยเหลือจากรัฐบาลอยู่ ผมอยากที่จะเน้นนะครับว่าเรามีหน้าที่ในฐานะผู้แทนราษฎรของประชาชนที่จะต้องเรียนรู้ จากกันและกัน ผมเองตอนที่เข้ามาช่วยกันออกแบบเรื่องของวิธีการช่วยพี่น้องประชาชน ที่มีภาระหนี้นอกระบบนั้นก็ไม่ได้คิดเองทั้งหมด เพราะรัฐบาลที่มีจุดเริ่มต้นในเรื่องนี้ก็คือ รัฐบาลพรรคไทยรักไทยเองในช่วงปี ๒๕๔๗ ปี ๒๕๔๘ ช่วงนั้นได้มีการขึ้นทะเบียนคนจน แล้วก็ปรากฏว่ามีประชาชนจํานวน ถ้าผมจําไม่ผิดประมาณ ๑,๗๐๐,๐๐๐ คน ขึ้นทะเบียน คนจนไว้ว่ามีปัญหาเรื่องหนี้และเป็นหนี้นอกระบบ ผมก็สนใจตั้งแต่วันนั้นแล้วก็ติดตาม การทํางานมาโดยตลอด ข้อเท็จจริงก็คือพบว่ารัฐบาลในยุคนั้นสามารถที่จะแก้ปัญหาให้กับ พี่น้องประชาชน ๑,๗๐๐,๐๐๐ คนได้ไม่มาก โดยสรุปก็คือเป็นข้อมูลที่ท่านอยู่ที่ กระทรวงการคลังท่านก็ต้องทราบดี สามารถที่จะช่วยพี่น้องประชาชนได้เพียง ๘๐,๐๐๐ คน จาก ๑,๗๐๐,๐๐๐ คน ผมก็มาศึกษาว่าด้วยเหตุใด แล้วก็มาปรับปรุงวิธีการที่เราจะเข้ามา ช่วยเหลือพี่น้องประชาชน ทําให้ในยุคที่เราเป็นรัฐบาลขึ้นทะเบียนมีปัญหาหนี้นอกระบบ ๑,๒๐๐,๐๐๐ คน เราสามารถที่จะช่วยเหลือประชาชนได้ถึง ๕๐๐,๐๐๐ คน ตรงนี้ผมก็อยาก ที่จะเรียนกับท่านว่าเมื่อผมพร้อมที่จะเรียนรู้จากรัฐบาลฝั่งท่านในอดีตที่เคยทํามาผมก็อยาก ให้ท่านพร้อมที่จะรับบทเรียน มีข้อบกพร่องครับ ไม่ใช่ไม่มีจากโครงการของเราที่ประชาชน ครึ่งล้านคนได้รับประโยชน์ไปแล้ว และนําไปสานต่อเพื่อประโยชน์ของพี่น้องประชาชน จริง ๆ ผมต้องขอขอบคุณทางรัฐบาลด้วยนะครับ แล้วก็ผมเชื่อว่าท่านอนุรักษ์คงมีบทบาท ในฐานะกรรมาธิการในการช่วยผลักดัน เพราะเมื่อสักครู่ท่านก็พูดถึง ก็คือการจัดสรร งบประมาณผ่านทั้ง ธ.ก.ส. และผมหวังว่าธนาคารออมสินด้วยในโครงการหมอหนี้ แล้วก็ โครงการคลังในบ้าน ซึ่งก็เป็นโครงการที่ได้มีการเริ่มต้นในช่วงของรัฐบาลที่แล้ว เมื่อท่านเห็นว่า เป็นประโยชน์แล้วก็จัดสรรงบประมาณให้ก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ดี เพราะการให้ความรู้กับ พี่น้องประชาชนผ่านหมอหนี้ที่จะต้องมีในทุก ๆ หมู่บ้านทั่วประเทศนั้นเป็นปัจจัยสําคัญ ในการเป็นภูมิคุ้มกันไม่ให้เขาพลาดหลุดเข้าไปสู่วงจรการเป็นหนี้ โดยเฉพาะการเป็นหนี้นอกระบบ ในอนาคต แต่ผมก็ต้องขออนุญาตท้วงติงเม็ดเงินงบประมาณครับ ในส่วนของ ธ.ก.ส. ท่านได้ จัดวงเงินงบประมาณให้กับโครงการหมอหนี้ไว้ ๖๙ ล้านบาท แต่ว่าข้อตกลงก็คือรัฐบาล จะต้องช่วยชดเชยให้ ธ.ก.ส. ๖๐๐ บาทต่อคนต่อเดือนสําหรับทุก ๆ หมอหนี้ ที่ผ่านการฝึกอบรม ซึ่งถ้าคํานวณออกมาเท่ากับ ๖๙ ล้านบาทสามารถที่จะดูแลหมอหนี้ ได้เพียง ๙,๕๐๐ คน ในขณะที่ ธ.ก.ส. มีภาระหน้าที่ในการที่จะต้องดูแลให้ทุก ๆ หมู่บ้าน ที่ตัวเองดูแลอยู่คือ ๒๖,๐๐๐ หมู่บ้าน ต้องมีหมอหนี้อย่างน้อยหมู่บ้านละ ๑ คน เพราะฉะนั้นงบประมาณที่ท่านจัดสรรไปไม่เพียงพอครับ ควรจะต้องพิจารณาในการที่จะต้อง ใช้งบกลางของท่านนายกรัฐมนตรีในการที่จะจัดสรรงบประมาณเพิ่มเติมให้กับโครงการนี้ ที่เป็นโครงการที่ดูเหมือนว่าทางรัฐบาลของท่าน และในอดีตรัฐบาลของพรรคประชาธิปัตย์ เห็นดีด้วย แล้วก็เห็นตรงกันว่าน่าจะเป็นประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชน นั่นก็คือประเด็น ในเรื่องที่เกี่ยวกับหนี้ของชาวบ้านที่ผมอยากที่จะนําเสนอให้ท่านไปปรับปรุงการทํางาน แต่ในส่วนที่มีผลต่อประเทศชาติโดยรวมก็คือภาระหนี้สาธารณะ ท่านได้ตั้งงบประมาณ ในส่วนนี้ไว้ ๑๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งถ้าคิดเป็นสัดส่วนของงบประมาณโดยรวม ๒.๔ ล้านล้านบาทนั้นถือว่าเป็นงบบริหารหนี้ที่ต่ํามาก ถ้าคํานวณออกมาก็คือเพียงแค่ ๖.๒๕ เปอร์เซ็นต์ ปีที่แล้วและปีก่อน ๆ หน้านี้จะมีการตั้งงบประมาณที่เป็นงบบริหาร หนี้สาธารณะอยู่ในระดับประมาณ ๑๐-๑๒ เปอร์เซ็นต์มาโดยตลอด เพราะฉะนั้น ในเมื่อหนี้สาธารณะเราเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ และในปีนี้เป็นงบขาดดุลอีก ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ก็หมายความว่าหนี้สาธารณะจะต้องเพิ่มขึ้นอีก ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนั้น ท่านก็ควรที่จะ รักษาวินัยในทางการคลังในการจัดสรรงบประมาณให้เพียงพอในการที่จะลดตัวหนี้แล้วก็ รับภาระดอกเบี้ยที่จะต้องเกิดขึ้น ผมก็มีคําถามต่อทางท่านประธานคณะกรรมาธิการ ท่านรองประธานคณะกรรมาธิการในเรื่องนี้เกี่ยวกับการตั้งงบส่วนนี้นะครับว่าท่านได้ เผื่อสํารองไว้เพียงพอสําหรับภาระดอกเบี้ยที่จะเกิดขึ้นในปี ๒๕๕๖ หรือไม่ แต่ผมตระหนักว่า ทางรัฐบาลมักจะอ้างว่าสาเหตุที่การจัดสรรงบประมาณบริหารหนี้ลดลงได้ก็เป็นเพราะฝีมือ ของรัฐบาลในการที่โอนหนี้กองทุนฟื้นฟูออกไปให้กับแบงก์ชาติต้องเป็นผู้ดูแล ตรงนี้ก็เสมือน เท่ากับเป็นการโอนภาระดอกเบี้ยจากรัฐบาลไปสู่แบงก์ชาติประมาณปีละ ๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ตรงนี้อาจจะเป็นคําอธิบายของท่านที่ท่านเตรียมไว้ ที่จะชี้แจงว่าทําไมถึงได้จัดสรรเม็ดเงิน งบประมาณน้อยมากในการที่จะลดภาระหนี้ของประเทศในงบประมาณปี ๒๕๕๖ แต่ข้อเท็จจริงครับ มันไม่มีของฟรี การที่ท่านโอนหนี้ออกไป อันดับแรกหนี้นั้นก็ยังคงสภาพ เป็นหนี้สาธารณะอยู่เหมือนเดิม เพียงแต่ท่านได้โอนภาระดอกเบี้ยไปให้กับคนอื่น ทีนี้ ภาระดอกเบี้ยนั้นไปตกอยู่ที่ใคร สุดท้ายแล้วก็คือตกอยู่ที่พี่น้องประชาชน เพราะวิธีการ การชําระดอกเบี้ยส่วนนี้ของท่านก็คือท่านให้ไปหักจากค่าธรรมเนียมที่ธนาคารพาณิชย์ ในอดีตจ่ายให้กับสถาบันคุ้มครองเงินฝาก ในอดีตธนาคารพาณิชย์จะจ่ายเปอร์เซ็นต์ประมาณ ๐.๓ เปอร์เซ็นต์ของเงินฝากในระบบทั้งหมดให้กับสถาบันคุ้มครองเงินฝาก เพื่อสถาบันนี้ จะได้มีเงินทุนเพียงพอในการที่จะดูแลและค้ําประกันเงินฝากให้กับพี่น้องประชาชน ณ ปัจจุบันเม็ดเงินในสถาบันคุ้มครองเงินฝากมีอยู่ไม่ถึง ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ไม่เพียงพอ ต่อการดูแลเงินฝากของพี่น้องประชาชนที่มีมูลค่ากว่า ๖,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทในระบบเงินฝาก ของไทย ดังนั้นการที่รัฐบาลตัดช่องที่มาของแหล่งทุนของสถาบันคุ้มครองเงินฝากนี้ ก็เท่ากับท่านกําลังลอยแพพี่น้องประชาชนที่เป็นผู้ออม ไม่มีหลักประกันในการคุ้มครองแต่อย่างใด และที่สําคัญความหมายที่แท้จริงก็คือในกรณีเผื่อว่าในอนาคตเกิดปัญหาวิกฤติเศรษฐกิจ เกิดปัญหาสถาบันการเงินเหมือนที่เคยเกิดขึ้นแล้วในประเทศไทยเมื่อสมัยปี ๒๕๓๙ ปี ๒๕๔๐ และกําลังเกิดขึ้นในกลุ่มประเทศยุโรป ภาระทั้งหมดนี้แทนที่จะตกเป็นภาระ ของสถาบันคุ้มครองเงินฝากตามกฎหมาย ก็จะกลับมาเป็นภาระของรัฐบาลโดยตรง เพราะรัฐบาล คงปล่อยให้พี่น้องประชาชนที่มีเงินออมต้องสูญเสียเงินออมที่ฝากไว้ในธนาคารไม่ได้ และเมื่อนโยบายของรัฐบาลดึงรายได้จากสถาบันคุ้มครองเงินฝากไปหมดแล้ว สุดท้ายก็มาเป็นภาระของรัฐบาล ซึ่งก็หมายความว่าเป็นภาระของพี่น้องประชาชนผู้เป็น ผู้เสียภาษีที่จะต้องรับภาระส่วนนี้ เพราะฉะนั้นตามที่ผมได้อภิปรายไปมันไม่มีของฟรี คราวนี้วกกลับมาในส่วนของงบประมาณที่ท่านตั้งไว้ในส่วนของการบริหารหนี้สาธารณะ ข้อเท็จจริงส่วนหนึ่งก็คือภาระหนี้ที่จะเกิดขึ้นในปี ๒๕๑๖ ที่มีนัยสําคัญนอกเหนือจาก การขาดดุลในงบประมาณ ก็คือภาระหนี้ที่เกิดขึ้นจากการกู้ยืมโดยรัฐบาลในโครงการตาม พ.ร.ก. กู้ยืมเงิน ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท คือตาม พ.ร.ก. ระบุไว้ชัดว่ารัฐบาลจะต้องกู้ให้แล้วเสร็จ ภายในสิ้นเดือนมิถุนายนปี ๒๕๕๖ ทั้ง ๆ ที่ ณ วันนี้รัฐบาลไม่ได้มีความพร้อมเลยตามที่ ผมได้อภิปรายไปในมาตรา ๓ ในการที่จะใช้เงินส่วนนี้ ถึงแม้ว่าเคยอ้างไว้ต่อสภา อ้างไว้ต่อ ศาลรัฐธรรมนูญ อ้างไว้ต่อหน้าพี่น้องประชาชนว่ามีความจําเป็นเร่งด่วนที่จะต้องรีบใช้เงินนี้ เพื่อป้องกันไม่ให้พี่น้องประชาชนต้องเดือดร้อนจากอุทกภัยอีกในปีนี้ แต่สุดท้ายแล้ว รัฐบาลก็ใช้เงินไม่ทัน แต่ประเด็นปัญหาก็คือกฎหมายผูกไว้ว่ารัฐบาลยังต้องกู้ยืมเงินอยู่ดี ทีนี้อะไรจะเกิดขึ้นครับ สิ้นเดือนมิถุนายน ๒๕๕๖ รัฐบาลกลัวไม่มีเงินใช้ก็จะต้องกู้ตาม พ.ร.ก. และกู้เต็มจํานวน ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ตามนโยบายที่ท่านรองนายกรัฐมนตรี เคยได้พูดไว้ เมื่อกู้มาเต็มจํานวนแต่ยังไม่สามารถใช้เลยแม้แต่บาทเดียวเพราะโครงการ ยังไม่พร้อม สิ่งที่จะเกิดขึ้นก็คือภาระดอกเบี้ยที่เกิดขึ้นต่อประเทศที่เกิดขึ้นต่อ พี่น้องประชาชนในฐานะผู้เสียภาษี ถ้าคิดเฉลี่ยต้นทุนการกู้ยืมของกระทรวงการคลัง อยู่ที่ประมาณ ๔ เปอร์เซ็นต์ต่อปี ความหมายก็คือภาระงบประมาณฟรี ๆ ที่เกิดขึ้น ๑๒,๐๐๐ ล้านบาท แล้วก็เป็นภาระต่อปี ๑๒,๐๐๐ ล้านบาททุก ๆ ปีจนกว่ารัฐบาลจะสามารถ ที่จะจัดสรรและใช้เงินนั้นตามเป้าหมายวัตถุประสงค์เดิมที่อ้างไว้ ตรงนี้เป็นการบริหารจัดการ ที่สะท้อนถึงการไร้วินัยทางการคลังโดยสิ้นเชิง เพราะผมได้อภิปรายไว้หลายครั้งแล้วว่า รัฐบาลควรที่จะกู้ยืมผ่านระบบงบประมาณตั้งแต่แรก ข้อเท็จจริงก็คือถ้ารัฐบาลเสนอที่จะ กู้ยืมเงินส่วนนี้ผ่านงบประมาณปี ๒๕๕๖ รัฐบาลก็กู้ยืมได้เกือบเต็มจํานวน และเมื่อกู้ยืมผ่าน งบประมาณ ข้อดีก็คือถ้ายังไม่มีการเบิกจ่าย สํานักบริหารหนี้สาธารณะก็ยังไม่จําเป็นต้องไป กู้ยืมเงิน ภาระดอกเบี้ยที่จะเกิดขึ้นฟรี ๆ ก็จะไม่เกิด แต่รัฐบาลเลือกที่จะหลีกเลี่ยงการใช้ระบบงบประมาณโดยการกู้ผ่าน พ.ร.ก. นอกเหนือจาก เป็นการตบตาประชาชน แล้วความจริงถึงขั้นพูดความเท็จในสภาแล้วว่าท่านพร้อมที่จะใช้ เงินนี้จริง ก็เป็นการสร้างภาระงบประมาณโดยไร้เหตุผลให้กับพี่น้องประชาชนด้วยอีกปีละ ๑๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท เพราะฉะนั้นตรงนี้ผมเชื่อว่ารัฐบาลควรที่จะต้องทบทวน สาเหตุที่ ผมพูดอย่างนี้เพราะว่ามันมีวิธี ท่านรองนายกรัฐมนตรีเคยพูดไว้ในสภาแห่งนี้ เพราะผม ตั้งคําถามในการอภิปรายนโยบายตอนที่แถลงนโยบายของรัฐบาล ผมตั้งคําถามว่าเงื่อนไข ในการกู้ยืมเงิน ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาทจะกู้อย่างไร เมื่อไร ท่านรองนายกรัฐมนตรีตอบว่า ยืนยันเลยว่าจะมีการกู้ยืมเฉพาะเมื่อมีความพร้อมที่จะใช้เงินเท่านั้น ความพร้อมที่จะใช้เงิน ตามภาษามนุษย์ทั่วไปที่เขาเข้าใจกันก็คือเมื่อมีภาระต้องเบิกจ่ายคือโครงการดําเนินการ ไปแล้วมีค่าใช้จ่ายเกิดขึ้นจริงจากการก่อสร้างสาธารณูปโภคต่าง ๆ ที่จะต้องมีการชี้แจงกัน อีกทีหนึ่ง และรัฐบาลก็มีความจําเป็นที่จะต้องกู้ยืมในจังหวะนั้นเพื่อมาชําระให้กับผู้รับเหมา หรือผู้ที่รับผิดชอบงานต่าง ๆ แต่ในกรณีของ พ.ร.ก. ฉบับนี้มันค่อนข้างชัดเจนแล้ว ณ วันนี้ว่า ณ สิ้นเดือนมิถุนายน ๒๕๕๖ นั้นยังไม่มีความพร้อมในการที่ต้องใช้เงินนี้เลย จะใช้กับ โครงการอะไรก็ยังไม่ทราบเลย เพราะในช่วงนั้นผมเชื่อว่ายังเป็นช่วงที่ยังออกทีโออาร์อยู่เลย ยังอาจจะไม่มีความชัดเจนด้วยซ้ําไปว่าสุดท้ายแล้วจะเอาเงินไปทําอะไรบ้าง ดังนั้นที่ผมเสนอ ก็คือรัฐบาลควรที่จะพิจารณาว่าเมื่อถึงเวลาถ้ายังไม่พร้อมในการใช้เงินจริงอย่ากู้ครับ อย่ากู้มากองไว้เฉย ๆ เพราะเป็นภาระกับประชาชน ตอนสมัยที่รัฐบาลผมทํางบไทยเข้มแข็ง ผมอยากจะเรียนท่านรองประธานคณะกรรมาธิการ ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการว่าเราได้ตัด งบประมาณส่วนที่เราใช้ไม่ทันออกไป สุดท้ายแล้วไม่ได้กู้เต็มวงเงินของ พ.ร.ก. ผมก็คิดว่า ท่านก็ไม่ควรที่จะกู้เช่นเดียวกันในกรณีที่ท่านไม่พร้อมที่จะใช้เงิน แล้วท่านควรจะทําอย่างไร แทนครับ สิ่งที่ท่านควรจะทําแทนก็คือท่านกลับมาขอเงินในระบบงบประมาณปกติทําได้ครับ และความจริงถ้าท่านเกิดพร้อมขึ้นมาในช่วงเดือนมิถุนายนก็อยู่ในช่วงที่ท่านกําลังจะต้อง ของบประมาณปี ๒๕๕๗ พอดี พอถึงช่วงประมาณเดือนกันยายนเงินนั้นก็จะพร้อมแล้ว ซึ่งก็ยังทันท่วงทีต่อการเบิกจ่ายในโครงการของท่านแน่นอน ผมยืนยันได้ว่าพร้อมแน่นอน เพราะฉะนั้นในส่วนนี้วิธีการทําเช่นนี้ก็จะทําให้กระบวนการมีความโปร่งใส ตรวจสอบได้ แล้วก็จะทําให้ประชาชาติไม่สิ้นเปลืองงบประมาณในส่วนของภาระดอกเบี้ยโดยไม่ได้ มีผลตอบแทนกลับคืนมา เพราะฉะนั้นโดยรวมผมก็อยากที่จะอภิปรายเพียงแค่ ๒ ประเด็นนี้ แต่เป็น ๒ ประเด็นที่มีความสําคัญ แล้วก็อยากที่จะเน้นว่ารัฐบาลขอให้ได้เรียนรู้จากกันและกัน หลาย ๆ รัฐบาลติดต่อกันมาเราต่างมีนโยบายที่แตกต่างกันบ้าง เหมือนกันบ้าง แล้วก็จริง ๆ ภูมิความรู้ปัญญาที่มีที่สะสมกันมาควรที่จะนํามาใช้โดยไม่ได้คํานึงถึงเรื่องของหน้าตา แล้วก็ ในทั้ง ๒ เรื่องที่ผมได้กล่าวไปนั้นมีประสบการณ์กันเยอะ สามารถที่จะนําประสบการณ์เหล่านั้น มาใช้ให้เป็นประโยชน์ให้กับพี่น้องประชาชนได้ แต่ ณ วันนี้ในส่วนของพี่น้องประชาชน ผมขอเรียนเป็นประเด็นสุดท้ายว่ารัฐบาลกําลังผลักคนจนไม่ว่าโดยเจตนาหรือไม่ก็แล้วแต่ ที่พรรคของท่านก็อ้างว่าเป็นฐานเสียงสําคัญของท่านให้ไม่มีทางเลือกนอกเหนือจากการเดิน เข้าไปสู่เขี้ยวเล็บของนายทุน ผ่านการกู้ยืมนอกระบบ เพราะฉะนั้นเรื่องนั้นท่านควรที่จะ รีบจัดการ ส่วนเรื่องของภาระที่กําลังจะเกิดขึ้นจาก พ.ร.ก. ที่สุดท้ายแล้วพิสูจน์แล้ว ไม่เร่งด่วนจริงท่านก็ควรที่จะทบทวนด้วย ขอบคุณครับ
เชิญท่านอลงกรณ์ เสร็จแล้วก็จะให้ท่านรองประธานคณะกรรมาธิการได้ตอบนะครับ และท่านกรรมาธิการ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายอลงกรณ์ พลบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ กระผม ได้แปรญัตติให้ตัดงบประมาณกระทรวงการคลังในมาตรา ๗ ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ถือว่า มีความสําคัญต่อการขับเคลื่อนและการบริหารประเทศ โดยที่งบประมาณรายจ่าย ของกระทรวงการคลังและหน่วยงานในกํากับที่ตั้งไว้ ๑๗๙,๒๔๙ ล้านบาทโดยประมาณ และมีการปรับเพิ่มเป็น ๑๘๐,๗๐๗ ล้านบาทนั้น กระผมมีความเห็นว่ายังมีปัญหาในเชิงของความโปร่งใสและประสิทธิภาพ จึงได้แปรญัตติ ให้ตัดงบประมาณ ๓ เปอร์เซ็นต์ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ต้องสอบถามคณะกรรมาธิการวิสามัญ ซึ่งถ้าสามารถตอบคําถามของกระผมได้กระผมก็ไม่ติดใจ แต่ถ้าคณะกรรมาธิการไม่สามารที่จะ สร้างความชัดเจน กระผมก็ต้องขอสงวนคําแปรญัตติที่จะเห็นไม่สอดคล้อง ประเด็นสําคัญ ของกระทรวงการคลังนั้น อยู่ที่ว่าภายใต้พันธกิจและวิสัยทัศน์ถือว่ามีความสําคัญอย่างยิ่ง ต่อความโปร่งใสและประสิทธิภาพ ซึ่งแน่นอนที่สุดภายใต้ความเชื่อถือเชื่อมั่นของต่างประเทศ และพันธมิตรที่มีต่อประเทศไทยทั้งภาครัฐและเอกชนนั้น ถือได้ว่ากระทรวงการคลัง เป็นกระทรวงหน้าตาของประเทศในหลายยุคหลายสมัยที่ผ่านมา พร้อมกันนั้นก็มีหน่วยงาน ในกํากับ มีรัฐวิสาหกิจในการดูแลอยู่จํานวนไม่น้อย ดังนั้นการบริหารจึงไม่ใช่เป็นเพียง การบริหารการคลังของประเทศเท่านั้น แต่ว่ายังต้องสร้างความโปร่งใสในการกํากับกิจการ เพื่อที่จะสามารถสร้างสิ่งที่เราเรียกว่าธรรมาภิบาลหรือบรรษัทภิบาลในบริษัทหรือหน่วยงาน ที่เป็นรัฐวิสาหกิจที่กระทรวงการคลังดูแล กระผมมี ๒ ประเด็นครับ
เรื่องแรกนั้นเป็นเรื่องสด ๆ ร้อน ๆ เมื่อวันที่ ๑ สิงหาคมนี้เอง ที่ทางสํานักงาน การตรวจเงินแผ่นดินได้ส่งรายงานมาถึงสภาผู้แทนราษฎรตามกฎหมายที่กําหนดไว้ว่าจะต้อง ส่งรายงานให้กับคณะรัฐมนตรี ให้กับสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา นั่นคือประเด็นในเรื่อง ของการคืนทรัพย์สินของการปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย ตามคําพิพากษาของศาลปกครองสูงสุด นี่เป็นกรณีที่ ๑
กรณีที่ ๒ ที่กระผมจะซักถามจากคณะกรรมาธิการก็คือในประเด็น ของประสิทธิภาพซึ่งเกี่ยวโยงไปถึงเรื่องขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ในหัวข้อ ที่เกี่ยวกับประสิทธิภาพการบริหารงานภาครัฐ ตรงนั้นเองเป็นประเด็นที่ ๒
สําหรับเรื่องแรกนั้น ก็ขอให้ทางคณะกรรมาธิการได้สดับตรับฟังที่จะได้ชี้แจง เพื่อคลายข้อข้องใจของผม ในกรณีของบทบาทหน้าที่ของกระทรวงการคลังนั้น ตามที่ศาลปกครองสูงสุดเมื่อเดือนธันวาคม ปี ๒๕๕๐ ได้วินิจฉัยเป็นเด็ดขาด ก็คือการวินิจฉัย ให้บริษัท ปตท. จํากัด (มหาชน) ได้คืนทรัพย์สินอันเป็นส่วนที่เรียกว่าสาธารณสมบัติ แล้วก็สิทธิต่าง ๆ อันเกิดขึ้นจากการใช้อํานาจมหาชนในช่วงที่เป็นการปิโตรเลียม แห่งประเทศไทยที่ได้ใช้อํานาจตามพระราชบัญญัติการปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย ในขณะนั้น คําพิพากษาดังกล่าวนั้นเกิดขึ้นหลังจากที่ในปี ๒๕๔๔ ได้มีการแปรรูปรัฐวิสาหกิจ โดยการตราเป็นพระราชกฤษฎีกาภายใต้พระราชบัญญัติทุนรัฐวิสาหกิจ พ.ศ. ๒๕๔๒ โดยรัฐบาลในขณะนั้น ผมไม่พูดถึงประเด็นของความข้องใจ ความสงสัย หรือว่า ความไม่โปร่งใสอันเป็นข้อครหาขณะนั้น ในกระบวนการการแปรรูปหรือการได้มาซึ่งหุ้น ในตลาดหลักทรัพย์ที่มีการกระจายขายหุ้นไปยังผู้ที่ประสงค์ที่จะซื้อหุ้นทั้งใน และต่างประเทศในเดือนธันวาคม ปี ๒๕๔๔ แต่ประเด็นที่สําคัญมากในฐานะที่เราทําหน้าที่เป็นฝ่ายนิติบัญญัตินั้นก็คือเมื่อได้รับทราบรายงาน ของสํานักงานการตรวจเงินแผ่นดินโดยตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อเดือนธันวาคม ปี ๒๕๕๐ ภายหลังจากที่ศาลปกครองสูงสุดได้มีคําพิพากษาเป็นที่สุดเพียง ๔ วันเท่านั้น ก็คือการให้ กระทรวงการคลังและกระทรวงพลังงานได้ดําเนินการในเรื่องของการปฏิบัติตามคําพิพากษา ของศาลปกครองสูงสุด ให้บริษัท ปตท. จํากัด (มหาชน) นั้นคืนทรัพย์สินให้กลับคืนเป็นของ แผ่นดิน ตรงนี้เองที่เป็นคําพิพากษาและเป็นมติคณะรัฐมนตรี นอกจากนั้นมติคณะรัฐมนตรี ยังให้สํานักงานการตรวจเงินแผ่นดินได้ตรวจสอบความถูกต้องและรับรองความถูกต้อง และได้กําหนดไว้ว่าหากมีข้อโต้แย้งทางกฎหมายก็ให้ส่งให้สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ได้วินิจฉัย เหตุการณ์ผ่านมาก็มีมูลนิธิคุ้มครองผู้บริโภคอย่างน้อย ๔ กลุ่มด้วยกัน ได้ยื่นให้ศาลปกครองได้วินิจฉัยจนกระทั่งมีคําพิพากษาดังกล่าว ปี ๒๕๕๑ ปตท. ได้แจ้งว่า ได้มีการคืนทรัพย์สินให้กับแผ่นดิน โดยกระทรวงการคลังถือว่าเป็นเจ้าหนี้ เป็นจํานวน ๑๖,๐๐๐ ล้านบาท ขณะเดียวกันสํานักงานการตรวจเงินแผ่นดินก็ได้มีการตรวจสอบ ถึงความถูกต้องว่ามีการคืนทรัพย์สินถูกต้องหรือไม่ ปรากฏในรายงานซึ่งท่านประธานและ คณะกรรมาธิการวิสามัญก็คงรับทราบเช่นเดียวกับผมว่าสํานักงานการตรวจเงินแผ่นดิน ซึ่งผมขออนุญาตเรียกย่อ ๆ ว่า สตง. นั้น ได้สรุปว่าอย่างน้อยยังมีทรัพย์สินที่บริษัท ปตท. จํากัด (มหาชน) จะต้องคืนให้แผ่นดินอีก ๓๒,๐๐๐ กว่าล้านบาท เช่น ระบบท่อและสิทธิ เหนือผืนดิน กรรมสิทธิ์เหนือที่ดินที่ใช้อํานาจมหาชนของรัฐทั้งก่อนและหลังการแปรรูป ตรงนี้เองคือรายงานที่สภาผู้แทนราษฎรได้รับทราบ แล้วเรายังรับทราบอีกว่า สตง. ยังได้ส่งหนังสือทวงเป็นครั้งที่ ๒ ไปยังกระทรวงการคลังเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมานี้ครับ เมื่อ ๓-๔ เดือนที่ผ่านมาขอให้กระทรวงการคลังในฐานะเจ้าหนี้ได้นําข้อเสนอของสํานักงาน การตรวจเงินแผ่นดินส่งเรื่องให้สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาได้วินิจฉัย เพราะได้เกิด ข้อโต้แย้งในคําพิพากษา และท่านประธานคงทราบว่าเมื่อกระผมได้ลําดับเหตุการณ์ว่า มติคณะรัฐมนตรีเมื่อเดือนธันวาคม ปี ๒๕๕๐ หลังจากมีคําพิพากษาศาลปกครองสูงสุด กําหนดไว้ชัดเจน นอกเหนือจากการให้ปฏิบัติตามคําพิพากษาของศาลปกครองสูงสุด คือการให้กระทรวงการคลัง กระทรวงพลังงานดําเนินการในการให้บริษัท ปตท. จํากัด (มหาชน) นั้นคืนทรัพย์สินให้กับแผ่นดิน ๒. ก็คือให้ สตง. เป็นผู้ตรวจและรับรองความถูกต้องของ การคืนทรัพย์สิน แต่ปรากฏว่าบริษัท ปตท. จํากัด (มหาชน) ซึ่งต้องยอมรับนะครับ ว่าเป็นบริษัทในตลาดหลักทรัพย์ ขณะเดียวกันก็ยังมีฐานะเป็นรัฐวิสาหกิจก็ได้รายงานในปีถัดมา ว่าได้ดําเนินการคืนทรัพย์สินเป็นมูลค่า ๑๖,๐๐๐ ล้านบาทโดยประมาณ แต่มันได้เกิด ข้อโต้แย้งเพราะว่า สตง. สํานักงานการตรวจเงินแผ่นดินได้รายงานมายังคณะรัฐมนตรี มายังวุฒิสภาและล่าสุดถึงสภาผู้แทนราษฎรเมื่อ ๑ สิงหาคมที่ผ่านมาว่ายังมีอีกอย่างน้อย ๓๒,๐๐๐ ล้านบาท ข้อโต้แย้งดังกล่าวเข้าอยู่ในเงื่อนไขของมติคณะรัฐมนตรีในเดือนธันวาคม ปี ๒๕๕๐ นั่นคือการที่เจ้าหนี้คือกระทรวงการคลังนั้นจะต้องส่งเรื่องให้กับสํานักงาน คณะกรรมการกฤษฎีกา แต่ปรากฏว่ากระทรวงการคลังมิได้ดําเนินการใด ๆ นี่คือสิ่งที่ทาง สํานักงานการตรวจเงินแผ่นดินได้ชี้แจงต่อสภาผู้แทนราษฎร กระผมและ เพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจึงได้มีหนังสือไปถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เมื่อวันที่ ๑๐ สิงหาคมที่ผ่านมาอย่างเป็นทางการ ขอให้เร่งรัดดําเนินการตามมติคณะรัฐมนตรี เพื่อทวงทรัพย์สินคืนให้กับแผ่นดิน ตามที่ สตง. ได้เสนอเป็นหนังสือทวงถามถึง ๒ ครั้ง ผมคิดว่านี่คือการบริหารที่ต้องโปร่งใสตรงไปตรงมา และอย่างน้อยจะต้องชี้แจงถ้ามีเหตุผล ที่จะไม่ปฏิบัติตามมติคณะรัฐมนตรี กระทรวงการคลังจะต้องส่งเรื่องเข้าสู่คณะรัฐมนตรี หรือจะต้องส่งเรื่องไปยังสํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ผมไม่ทราบคณะกรรมาธิการ ได้สอบถามเรื่องนี้ต่อกระทรวงการคลังหรือไม่ เพราะว่าการที่ได้ทรัพย์สินเพิ่มขึ้นอีก ๓๒,๐๐๐ กว่าล้านบาท นี่ในกรณีรายงานเบื้องต้น ของ สตง. ครับ แต่ยังมีข้อโต้แย้งรายงานอย่างอื่นว่าอย่างน้อยยังมีอีก ๑๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ที่บริษัท ปตท. จํากัด (มหาชน) นั้นจะต้องคืนให้กับแผ่นดิน ตรงนี้เองที่เผอิญท่านประธาน คณะกรรมาธิการวิสามัญและท่านเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังด้วยก็คงจะได้ ตอบประเด็นนี้ด้วยตัวท่านเอง และในหนังสือที่ผมมีถึงผมก็ยังได้วงเล็บไว้ด้วยนะครับว่า การดําเนินการใด ๆ ของกระทรวงการคลังนั้นซึ่งผมพิจารณาในเชิงของการดําเนินงาน อย่างโปร่งใสและมีประสิทธิภาพนั้นจําเป็นจะต้องดําเนินการเพื่อให้เกิดการยอมรับ และความเชื่อถือ แต่ขณะเดียวกันก็จะเป็นประโยชน์ต่อบริษัท ปตท. จํากัด (มหาชน) และความเชื่อมั่นในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เพราะว่าบริษัท ปตท. จํากัด (มหาชน) นั้น ถือว่ามีมาร์เก็ต แคพพิตอลไลเซชัน (Market Capitalization) ใหญ่ที่สุด แล้วก็เป็น ความภาคภูมิใจของคนไทยทั้งประเทศ เราก็ถือว่าถึงแม้ไม่ได้เป็นเจ้าของทั้งหมด แต่ว่าหุ้นใหญ่ก็ยังเป็นของรัฐ การมีเสมือนหนึ่งคดีที่ยังเคลือบแคลงอยู่ว่าทรัพย์สินจริง ๆ แล้ว หรือภาระที่อาจจะต้องเป็นทรัพยสิทธิ์ที่จะต้องคืนให้กับแผ่นดินและจะทําให้มูลค่าบริษัท ข้อมูลที่ให้กับนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศนั้นอาจจะไม่ใช่อย่างที่ปรากฏอยู่ในปัจจุบัน การดําเนินการเพื่อให้เกิดความชัดเจนเป็นสิ่งที่ผมเชื่อว่าท่านควรต้องดําเนินการ ดังนั้นคณะกรรมาธิการไม่ทราบว่าได้มีการซักถามเรื่องนี้หรือไม่ อย่างไร และเผอิญ ท่านประธานคณะกรรมาธิการก็เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังที่จะต้องปฏิบัติ ตามมติคณะรัฐมนตรี ท่านคงจะได้ตอบในคณะกรรมาธิการ หรือไม่ได้ตอบท่านก็ตอบ ในสภาแห่งนี้ ซึ่งผมจะพิจารณาว่าผมจะยังคงยืนยันคําแปรญัตติตัดงบประมาณ ๓ เปอร์เซ็นต์ของกระทรวงการคลังหรือไม่
เรื่องที่ ๒ ครับท่านประธาน เป็นเรื่องประสิทธิภาพของกระทรวงการคลัง ผมจําได้ว่าตอนรัฐบาลได้แถลงนโยบายต่อรัฐสภา และกรรมาธิการวิสามัญทุกคนก็ได้รับฟัง ในเรื่องนี้ นั่นก็คือการต้องการยกระดับขีดความสามารถของประเทศแต่ปรากฏว่า การจัดลําดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศเราโดยดับบลิวอีเอฟ เวิลด์ อีคะนอมิค ฟอรัมก็ดี หรือไอเอ็มดี (IMD) ก็ดี ขีดความสามารถในการแข่งขัน ของประเทศตกลงอย่างน่าวิตก โดยเฉพาะแม้แต่ในกลุ่มประเทศอาเซียนด้วยกันครับ ขณะที่ประเทศสิงคโปร์ซึ่งก็ไม่น่าแปลกใจครับว่าขีดความสามารถของเขานั้นเขยิบเพิ่มขึ้น ประเทศฟิลิปปินส์ ประเทศมาเลเซีย แม้แต่ประเทศกัมพูชา และประเทศบรูไน ยังมีขีดความสามารถในการแข่งขันเพิ่มขึ้น แต่ว่าประเทศไทยอันดับลดลงอย่างต่อเนื่อง ตรงนี้เองที่เป็นประเด็นที่ผมต้องทวงถามคณะกรรมาธิการซึ่งถือว่าถ้าท่านได้ให้ความสนใจ ในการใช้เม็ดเงินในการบริหารกระทรวงอย่างมีประสิทธิภาพนั้นท่านคงตอบคําถามของผมได้ นั่นก็คือในเรื่องของโครงการเพิ่มประสิทธิภาพผ่านรัฐ ที่เรียกว่ากัฟเวิร์นเมนท์ เอฟฟิเชียนซี (Government efficiency)
ท่านอลงกรณ์ครับ เดี๋ยวมีผู้ประท้วงครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม วรชัย เหมะ พรรคเพื่อไทย จังหวัดสมุทรปราการ ด้วยความเคารพรักพี่ชายผมคนนี้ ขอให้พูด ในประเด็นหน่อยครับ ตามข้อบังคับ ข้อ ๖๑ ท่านออกทะเลเลยครับ ขอให้พูด ในประเด็นวาระที่สอง เพราะว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องในรายละเอียดของกระทรวงการคลัง ขอให้อยู่ในประเด็นเถอะครับ ท่านประธานครับ ผมไม่อยากประท้วงเลยจริง ๆ ผมนาน ๆ จะขึ้นทีครับวันนี้ ขอบคุณครับท่านประธาน
นาน ๆ ขึ้นทีได้อย่างไร ขึ้นตั้งแต่เช้าแล้วนะครับ ท่านอลงกรณ์ครับช่วยกระชับนิดหนึ่งครับ เนื่องจากประเด็นที่ ๒ ขอให้ตั้งคําถามเลยได้ไหมครับ เพราะท่านตั้งคําถามมาตั้งแต่ต้นว่า จะฟังกรรมาธิการ ถ้ากรรมาธิการตอบแล้วท่านก็ไม่ติดใจที่จะปรับลดนะครับ เชิญครับ
ขอบคุณครับท่านประธาน ประเด็นที่ ๒ ก็คือคําถามที่ไปถึงคณะกรรมาธิการนะครับ ในกรณีของการบริหารจัดการ กรมสรรพากร ความจริงผมอยู่ในประเด็นนะครับ และนี่คือการอภิปรายในวาระที่สอง ไม่ใช่วาระที่หนึ่ง วาระที่หนึ่งผมได้พูดเรื่องนี้แต่ในกรอบหลักการ แต่คราวนี้ลงใน รายโครงการ ดังนั้นก็ขอให้ฟังอย่างตั้งใจและจะเข้าใจว่าการอภิปรายวาระที่สองนั้น เป็นอย่างไร แล้วก็ใส่ใจต่อแผนงานโครงการซึ่งเป็นรายละเอียดที่จะต้องพิจารณาถึงเรื่องของ เม็ดเงินจํานวน ๘,๒๐๖ ล้านบาทของกรมสรรพากร ผมกล่าวประเด็นนี้ก็เพื่อที่จะถามถึง โครงการซิงเกิล นัมเบอร์ (Single number) โครงการนี้ถ้าท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ได้ให้ความใส่ใจและคณะกรรมาธิการวิสามัญได้มีการทวงถามโครงการนี้ ผมยังเห็นทําหน้างง โครงการซิงเกิล นัมเบอร์เป็นโครงการที่ทําให้คะแนนของการจัดอันดับขีดความสามารถ ในการแข่งขันของประเทศซึ่งเป็นดัชนีชี้วัดหนึ่งในหลาย ๆ ตัวนะครับมีคะแนนสูงขึ้น อย่างมีนัยสําคัญ แต่ว่าเราทํามาให้เพียง ๓ เอส (S) ครับ ก็คือ ซิงเกิล พอยท์ (Single point) การบริการ ณ จุดเดียวในการเริ่มต้นธุรกิจที่เรียกว่าอีสตาร์ทติง บิซิเนส (e-Starting business) ๒. ก็คือซิงเกิล ฟอร์ม (Single form) ก็คือใช้แบบฟอร์มเดียวกัน แล้วก็ ๓. ก็คือ ซิงเกิล ดอคคิวเมนท์ (Single document) ก็คือการใช้ชุดเอกสารอ้างอิงเดียวกัน สเตป (Step) สุดท้ายที่ ๔ ก็คือซิงเกิล นัมเบอร์ เขาว่าเป็นสภาพของภาครัฐที่เกี่ยวข้องกับ กรมสรรพากรและกระทรวงการคลังก็อยู่ตรงนี้ครับว่าเมื่อเดือนมีนาคม ปี ๒๕๕๓ เราได้ เริ่มต้นเป้าหมายที่จะให้ขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศมีอันดับดีขึ้น และตั้งเป้าหมายในการที่จะปฏิรูปภาครัฐครับ โดย ก.พ.ร. และหน่วยงานอื่น ๆ ดังนั้น หัวข้อหนึ่งที่เราจับมาเป็นประเด็นในคณะรัฐมนตรีของรัฐบาลชุดที่แล้วก็คือในเรื่องของ ประสิทธิภาพภาครัฐ จึงได้เริ่มต้นในหมวดที่ว่าด้วยการเริ่มต้นธุรกิจหรือว่าอีสตาร์ทติง บิซิเนส พร้อมกับเรื่องความสะดวกในการทําธุรกิจ ดังนั้นจึงมีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ แล้วก็สํานักงานประกันสังคม แล้วก็กรมสรรพากรด้วยครับ ขยายความเพิ่มเติมเพื่อให้ กรรมาธิการได้ตอบผมได้ชัดเจนก็คือว่าเวลาที่เราจะเริ่มต้นธุรกิจไม่ว่าบริษัทต่างชาติ หรือการที่เราจะก้าวสู่การเป็นเออีซีนี่ หรือแม้แต่คนไทยจะเริ่มต้นธุรกิจอย่างน้อย ท่านต้องไป ๓ หน่วยงานครับ ๓ หน่วยงานนั้น เวิลด์ แบงก์ (World Bank) ธนาคารโลก ได้เคยประเมินว่าเราต้องใช้เวลาถึง ๔ วัน คือไปจดทะเบียนบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนจํากัด นิติบุคคล ที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้าหรือกรมทะเบียนการค้าเดิม ๒. ต้องไปขึ้นทะเบียน นายจ้างที่สํานักงานประกันสังคม ๓. ต้องไปกรมสรรพากรเพื่อให้ได้เลขบัญชีผู้เสียภาษี ๓ หน่วยงานนี้เดิมต้องใช้เวลาถึง ๔ วันครับ จึงทําให้เรากลายเป็นประเทศที่มีความล่าช้า ในการเริ่มต้นธุรกิจ สะท้อนไปถึงคะแนนที่ออกมาเป็นคะแนนประสิทธิภาพภาครัฐ แต่หลังจากที่ผมในฐานะกํากับดูแลโครงการนี้ริเริ่มโครงการนี้ ๔ เดือนเท่านั้น เราลดเวลา จาก ๔ วันเหลือเพียง ๖๐ นาทีเท่านั้น เป้าหมายที่สําคัญของเราในท้ายที่สุดคือการเป็น ซิงเกิล นัมเบอร์หมายความว่าอะไร หมายความว่าเราจะทําให้กรมสรรพากร สํานักงาน ประกันสังคมก็ดี หรือกรมพัฒนาธุรกิจการค้าหรือกรมทะเบียนการค้าเดิมนี่ได้ให้มีการเริ่มต้น การจดทะเบียนธุรกิจโดยนิติบุคคลที่ไปจดทะเบียนนั้นจะให้หมายเลขเดียวกัน ๑๓ หลัก เหมือนกับเลขบัตรประจําตัวประชาชน อย่างท่านประธาน อย่างกรรมาธิการวิสามัญนี่ เวลาที่ถึงเกณฑ์ไปทําบัตรประจําตัวประชาชนท่านจะได้เลขบัตรประจําตัวประชาชนใช่ไหมครับ ผมก็นําเสนอเรื่องนี้มาและตั้งเป้าว่าปี ๒๕๕๔ นี้เราควรจะมาสู่เป้าหมายบรรลุแล้วในเรื่อง ของซิงเกิล นัมเบอร์ ผมก็เลยถามคณะกรรมาธิการวิสามัญว่าในแผนงานโครงการดังกล่าว ได้บรรลุแล้วหรือยัง ถ้ายังหรือไม่มีเหตุผลชี้แจงเพียงพอผมก็จําเป็นจะต้องยืนยัน การตัดงบแปรญัตติ ๓ เปอร์เซ็นต์ เพราะตรงนี้ถือว่ามันไม่ใช่เรื่องเล็ก มันเป็นเรื่องใหญ่มาก เพราะว่าขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศมันสะท้อนออกทั้งในส่วนของ ประสิทธิภาพภาครัฐ และในเรื่องของต้นทุน ทั้งเวลาค่าโสหุ้ยของภาคเอกชนในการเริ่มต้นธุรกิจ รวมทั้งการแข่งขันในอาเซียนของเรา ซึ่งจะเห็นที่ผมยกตัวอย่างว่าขีดความสามารถของประเทศไทยในปี ๒๕๕๕ เราลดลง ขณะที่ แม้แต่ประเทศกัมพูชาขีดความสามารถเขาเพิ่มขึ้น ส่วนหนึ่งมาจากงบประมาณถ้าเราใช้ อย่างมีประสิทธิภาพที่ผมได้เรียนท่านประธานแล้วนะครับ กรรมาธิการวิสามัญได้สอบถาม หรือไม่ อย่างไร และช่วยกรุณาชี้แจงในประเด็นที่ผมได้ตั้งเป็นคําถามครับ
เดี๋ยวให้ กรรมาธิการตอบครับ เชิญท่านรองประธานคณะกรรมาธิการท่านจะตอบไหมครับ ท่านกรรมาธิการจะตอบไหมครับ หรือท่านประธานคณะกรรมาธิการ ท่านเก็บประเด็นไว้ หมดไหมครับ ลองก่อนไหม เอาบางประเด็นก่อนแล้วที่เหลือนั้นก็ท่านรองประธาน หรือท่านกรรมาธิการ เชิญท่านประธานคณะกรรมาธิการก่อน เอาประเด็นที่ท่าน เก็บประเด็น เชิญครับ
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในหน้าที่ประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๖ ความจริงก็มี ประเด็นที่อยากจะกราบเรียนชี้แจงท่านสมาชิกหลายประเด็นมากเลยนะครับ อย่างไรก็ตาม แนวคิดในเชิงของการบริหารเศรษฐกิจมหภาคที่รัฐบาลนี้ดําเนินอยู่ในส่วนของการเพิ่มรายได้ ให้กับผู้ที่มีรายได้น้อย ทั้งในส่วนที่เป็นผู้รับค่าแรงค่าจ้างขั้นต่ํา แล้วก็การที่เป็นผู้ที่เป็น เกษตรกร ในสินค้าเกษตรที่สําคัญหลายรายการ บางรายการจะมีรายได้เพิ่มขึ้น ก็จะเป็น ประโยชน์ต่อการพัฒนากําลังซื้อในประเทศ แล้วก็ทําให้เศรษฐกิจมหภาคขับเคลื่อนไป รวมทั้งความจริงข้อมูลก็ได้ปรากฏชัดว่ากําลังซื้อของผู้ที่มีรายได้ค่อนข้างน้อยเหล่านั้น ภายหลังที่จะมีรายได้เพิ่มขึ้นแล้วได้ส่งผลให้เกิดเป็นการอุปโภคบริโภคที่มีคุณภาพ มีการจัดเก็บรายได้ที่เป็นภาษีมูลค่าเพิ่ม แม้ว่ารัฐบาลจะยังคงจัดเก็บในอัตราเดิมได้ในจํานวน ที่มียอดที่เพิ่มขึ้นนะครับ ในส่วนนี้ผมคิดว่าคงจะไม่ใช่จังหวะที่จะได้กราบเรียนอธิบาย แต่อย่างไรก็ตามผมคิดว่าจะขออนุญาตกราบเรียนชี้แจงในส่วนที่ท่านสมาชิกได้หยิบยกถึง ในเรื่องของการแบ่งแยกทรัพย์สินของบริษัท ปตท. จํากัด (มหาชน) แม้ผมเห็นว่า อาจจะไม่ได้เกี่ยวข้องกับมาตรานี้โดยตรง แต่ว่าผมก็เห็นประเด็นที่ท่านผู้อภิปรายได้แสดง ความเป็นห่วงว่าถ้าการทํางานของกระทรวงการคลังขาดความรัดกุม ขาดความเอาใจใส่ ขาดความมีประสิทธิภาพ ก็อาจจะเป็นเหตุให้ท่านอยากจะตัดงบประมาณของกระทรวงการคลัง ผมคิดว่าประเด็นที่ท่านได้หยิบยกในเรื่องของการแบ่งแยกทรัพย์สินของบริษัท ปตท. จํากัด (มหาชน) จริงครับเป็นหน้าที่สําคัญของกระทรวงการคลังซึ่งดูแลหน่วยงานกํากับรัฐวิสาหกิจ ของประเทศ ทุก ๆ หน่วยงานก็มีหน้าที่ที่จะติดตามประสานงานให้มีการดําเนินการ ให้ถูกต้อง ผมเข้าใจว่าข้อมูลที่ท่านสมาชิกมีอยู่นั้นคงเป็นข้อมูลที่ยังไม่ครบถ้วน ความจริงข้อมูลที่ท่านทราบมานั้นเป็นข้อมูลที่จริงทุกประการนะครับ แต่ว่าข้อมูล ที่ท่านได้รับทราบนั้นจนกระทั่งถึงช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์ ปี ๒๕๕๒ ก็เป็นจริงอย่างที่ท่านว่า อย่างไรก็ตามในวันที่ ๑๐ กุมภาพันธ์ ปี ๒๕๕๒ หน่วยงาน สตง. คือสํานักงานการตรวจเงินแผ่นดิน ได้มีหนังสือชี้แจงในส่วนที่บริษัท ปตท. จํากัด (มหาชน) ได้แจ้งถึงการปฏิบัติที่ครบถ้วน ทาง สตง. ได้มีหนังสือที่มีสาระสําคัญระบุว่าการดําเนินการแบ่งแยกทรัพย์สินจะถูกต้อง ครบถ้วนหรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับคําวินิจฉัยของศาลปกครองสูงสุดที่จะพิจารณา ในเดือนถัดไปคือ วันที่ ๓ มีนาคม ๒๕๕๒ ศาลปกครองสูงสุดได้มีคําสั่งยกคําร้องของผู้ฟ้องคดีซึ่งเป็นมูลนิธิ ทางด้านการอุปโภคบริโภค โดยที่เหตุผลในการยกคําร้องได้ระบุเหตุผลว่าด้วยผู้ฟ้องคดี มิได้เป็นเจ้าหนี้ตามคําพิพากษาใด ๆ จึงไม่มีสิทธิที่จะขอให้มีการบังคับคดี แต่ผมคิดว่าเหตุผลที่สําคัญอีกประการหนึ่งซึ่งอยู่ในคําวินิจฉัยของศาลปกครองสูงสุด ก็คือว่าอีกทั้งผู้ถูกฟ้องคดี ซึ่งในกรณีนี้ก็หมายถึงทั้งบริษัท ปตท. จํากัด (มหาชน) ทั้งกระทรวงการคลังที่จะต้องดําเนินการให้ถูกต้อง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ดําเนินการ ตามคําพิพากษาเป็นที่เรียบร้อยแล้วให้ยกคําร้อง
แล้วก็ข้อเท็จจริงอีกประการหนึ่ง ซึ่งท่านสมาชิกอาจจะขาดข้อมูลในส่วนนี้ ในวันที่ ๑๐ สิงหาคม ๒๕๕๓ กระทรวงการคลังและกระทรวงพลังงานได้เสนอต่อ ครม. เรื่องของการดําเนินการตามคําวินิจฉัยและพิพากษาของศาลปกครองสูงสุดในคดีการแปรรูป ปตท. และ ครม. ได้มีมติรับทราบเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ดังนั้นข้อมูลที่ผมได้กราบเรียนในสิ่งที่ เกิดขึ้นในเดือนกุมภาพันธ์ ปี ๒๕๕๒ ในเดือนมีนาคม ปี ๒๕๕๒ และในเดือนสิงหาคม ปี ๒๕๕๓ นั้น ตามความเข้าใจของผมก็คือในช่วงเวลาดังกล่าวท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังในเวลานั้นก็คือท่านรัฐมนตรีกรณ์ จาติกวณิช ก็ได้มีส่วนสําคัญที่ทํางาน ร่วมกันกับกระทรวงพลังงานและได้เสนอต่อ ครม. ว่าการปฏิบัติในเรื่องนี้ถือเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ดังนั้นก็หวังว่าท่านสมาชิกที่ได้กรุณาหยิบยกขึ้นมานี่จะได้เห็นในข้อเท็จจริงว่าเรื่องนี้ มีการดําเนินการเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แล้วก็ไม่ได้เป็นเรื่องที่ค้างคาอยู่ในกระทรวงการคลัง แต่อย่างใด
ในส่วนที่เป็นเรื่องของซิงเกิล วินโดว์ (Single window) ที่เป็นกรณีที่จะทําให้ ประเทศได้รับการจัดอันดับในเรื่องของศักยภาพทางเศรษฐกิจนั้นก็กําลังมีการดําเนินการกันอยู่ ซึ่งผมก็ขออนุญาตเรียนว่าการจัดอันดับศักยภาพทางเศรษฐกิจนั้นคงไม่ได้เป็นการเกิดขึ้น ในปัจจุบันทันด่วน ในขณะที่รัฐบาลนี้เพียงเข้ามาทําหน้าที่ในช่วงเวลายังไม่ถึง ๑ ปีนะครับ แต่การดําเนินการในเรื่องของการจัดอันดับไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานเวิลด์ อีคะนอมิค ฟอรัม หรือหน่วยงานอื่นใดนั้นก็จะมองเรื่องศักยภาพถอยหลังไปเป็นระยะเวลาหลายปี ซึ่งถ้าหากว่าเรายังได้อันดับไม่ดีนักก็คงจะเป็นความรับผิดรับชอบร่วมกัน ของผู้บริหารประเทศในหลาย ๆ ระยะเวลา ดังนั้นในการดําเนินการในส่วนนี้รัฐบาลก็ให้ ความสําคัญ แล้วผมก็เชื่อว่าสิ่งที่จะมีการดําเนินการต่อเนื่องไปประสิทธิภาพของระบบต่าง ๆ ก็คงจะดีขึ้นจนกระทั่งประเทศได้รับความเชื่อถือนะครับ ดังนั้นผมคิดว่าถ้าหากประเด็น ที่ผมได้กราบเรียนชี้แจงเป็นที่สอดคล้องกับความเข้าใจของท่านสมาชิกท่านก็ได้โปรดเมตตา งดการปรับลดงบประมาณของกระทรวงการคลังด้วยจะถือเป็นพระคุณยิ่ง ขอบพระคุณครับ
ท่านรองประธานคณะกรรมาธิการจะชี้แจงไหม เดี๋ยวนะครับ เชิญท่านอลงกรณ์ครับ
กระผม อลงกรณ์ พลบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ กระผมต้องขอบคุณท่านประธาน คณะกรรมาธิการวิสามัญที่ได้กรุณาตอบ แต่ว่าไม่ตรงคําถามเลยครับ ย้อนคําถามที่หลังสุด คือโครงการซิงเกิล นัมเบอร์ครับ ไม่ใช่ซิงเกิล วินโดว์ครับ คนละโครงการนะครับ
ประการที่ ๒ คือที่ท่านชี้แจงมาเรื่องบริษัท ปตท. จํากัด (มหาชน) ท่านชี้แจง ปี ๒๕๕๒ ปี ๒๕๕๓ ซึ่งไม่ได้อยู่ในความรับผิดชอบท่านเลยนะครับ ล่าสุดที่ผมได้เรียน เมื่อสักครู่นี้คือเมื่อวันที่ ๑ สิงหาคม ปี ๒๕๕๕ สํานักงานการตรวจเงินแผ่นดินได้รายงาน ต่อสภาผู้แทนราษฎรตามที่กฎหมายกําหนดว่าต้องรายงานคณะรัฐมนตรี รายงาน สภาผู้แทนราษฎร และรายงานวุฒิสภานะครับ ยังยืนยันว่าได้ส่งเรื่องเมื่อเดือนมีนาคม ปี ๒๕๕๕ ถึงท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ไม่ทราบท่านได้เห็นหนังสือฉบับนั้นหรือไม่ ขอให้ส่งเรื่องในฐานะกระทรวงการคลังเป็นเจ้าหนี้ส่งให้กับสํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ให้เป็นไปตามมติคณะรัฐมนตรี ปี ๒๕๕๐ และขณะเดียวกันเมื่อรายงานเช่นนี้ผมก็ยังซักถามว่า ในช่วงตั้งแต่เดือนมีนาคมถึงวันที่ ๑ สิงหาคมที่มารายงานต่อสภา ผู้แทน สตง. ยืนยันได้ หรือไม่ว่ากระทรวงการคลังยังไม่ได้ส่งเรื่องไปที่สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา เขาก็ยืนยันว่า ยังครับ ไม่ใช่เรื่องยุติไป คือผมว่าความรับผิดชอบแต่ละช่วง ๆ โดยเฉพาะผมถามกรรมาธิการ วิสามัญชุดนี้ครับว่าล่าสุดที่ สตง. เพิ่งมารายงานท่านได้ซักถามแล้วเรื่องไปถึงไหน ส่วนเรื่องโครงการซิงเกิล นัมเบอร์ไม่ใช่ซิงเกิล วินโดว์ครับท่านรัฐมนตรี
เชิญท่านประธานคณะกรรมาธิการครับ
ขออนุญาต กราบเรียนชี้แจงในส่วนประเด็นของบริษัท ปตท. จํากัด (มหาชน) ย้ําอีกครั้งหนึ่งนะครับ ท่านสมาชิกที่เคารพครับ การดําเนินงานของ สตง. มีหนังสือเป็นเอกสารทางราชการระบุเลขที่ ชัดเจนนะครับ และระบุว่าการดําเนินการในเรื่องของการแบ่งแยกทรัพย์สินนั้นจะครบถ้วน หรือไม่ขึ้นอยู่กับคําวินิจฉัยของศาลปกครองสูงสุดจะพิจารณา หนังสือฉบับนั้น ลงในเดือนกุมภาพันธ์ ปี ๒๕๕๒ ในเดือนมีนาคม ปี ๒๕๕๒ ศาลปกครองสูงสุดได้มีคําสั่ง ยกคําร้องและได้มีสาระสําคัญในคําวินิจฉัยว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ดําเนินการ ตามคําพิพากษาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ในเดือนสิงหาคม ย้ําอีกครั้งนะครับ กระทรวงการคลัง ในเวลานั้นร่วมกับกระทรวงพลังงานได้เสนอเรื่องของการดําเนินการตามคําวินิจฉัยและ พิพากษาของศาลคดีนี้เป็นที่เรียบร้อย ครม. ก็ได้มีมติรับทราบเป็นที่เรียบร้อย ด้วยความเคารพในสิ่งที่ได้มีการดําเนินการอย่างชัดเจนของหน่วยงานทางราชการ ซึ่งมีเอกสารครบถ้วนนะครับ กระผมเองก็ขออนุญาตเรียนว่ามิได้พยายามจะไม่รับผิดชอบ ในเรื่องอะไร แต่ว่าเรื่องใดเป็นที่เรียบร้อยแล้ว มีมติใน ครม. อย่างเป็นเรื่องเป็นราว เรียบร้อยแล้วนะครับ ผมก็จะให้ความสําคัญกับสิ่งที่ได้มีการดําเนินการ ถ้าหาก สตง. มีเอกสารถึงกระทรวงการคลังในยุคที่ผมรับผิดชอบอยู่ ผมก็จะกราบเรียนชี้แจงอย่างเดียวกัน กับที่ได้กราบเรียนชี้แจงต่อท่านสมาชิกผ่านท่านประธานสภาเช่นเดียวกับที่ผมได้เรียนชี้แจงไป ดังนั้นผมเห็นว่าประเด็นนี้เป็นที่เรียบร้อยแล้วนะครับ ขอบพระคุณครับ
จบนะครับ ต่อไปจะเป็นการลงมติในมาตรา ๗ เชิญท่านรองประธานครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผม ทนุศักดิ์ เล็กอุทัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุตรดิตถ์ พรรคเพื่อไทย ในฐานะกรรมาธิการ ผมขออนุญาตที่ประชุมใช้เวลาเล็กน้อยในการตอบคําถามของเพื่อนสมาชิก มีผู้ที่ให้เกียรติสอบถามอยู่ทั้งหมด ๗ ท่านครับ แล้วก็ท่านรัฐมนตรีว่าการได้กรุณาตอบไปแล้ว ๑ ท่าน ผมขอตอบรวม ๆ โดยขออนุญาตไม่เอ่ยนามของท่านผู้ถามนะครับ กรณีความเห็น ไม่สอดคล้องกันในทางการเงิน การคลัง ผมคิดว่าเป็นเรื่องปกติของนักการเงินการคลัง แต่ทุกสิ่งทุกอย่างก็คงจะต้องยุติด้วยเหตุด้วยผล คงจะไม่ใช่เป็นการใช้ความลุแก่อํานาจใด ๆ ทั้งสิ้น เพราะว่าสังคมปัจจุบันเป็นสังคมที่ตรวจสอบได้ชัดเจนนะครับ
ส่วนกรณีหนี้นอกระบบที่ท่านสมาชิกได้พูดถึง ก็ขอกราบเรียนว่าโครงการ อาสาสมัครที่ปรึกษาทางการเงินครัวเรือน (หมอหนี้) ได้เริ่มดําเนินการตั้งแต่เดือนธันวาคม ปี ๒๕๕๓ ถึงเดือนกันยายน ปี ๒๕๕๔ ตั้งงบประมาณเป็นค่าตอบแทนผู้ปฏิบัติงานหรือว่า หมอหนี้ในอัตราเดือนละ ๖๐๐ บาทต่อคน เป้าหมายของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ การเกษตร หรือ ธ.ก.ส. ๒๖,๐๐๐ รายในปี ๒๕๕๖ เป้าหมายของธนาคารออมสิน ๖๒,๐๐๐ ราย ในปี ๒๕๕๕ อันนี้เป็นสิ่งที่จะเกิดขึ้น และขอเรียนย้ํานะครับว่ารัฐบาลให้ความสนใจ แล้วก็ทุ่มเทที่จะดําเนินการในเรื่องนี้ แล้วก็เห็นด้วยกับท่านผู้อภิปรายที่บอกว่าสิ่งที่ดี ๆ ในอดีตก็เป็นสิ่งที่ควรที่จะนํามาเรียนรู้ แล้วก็ปฏิบัติต่อเนื่องไป ซึ่งผมก็ยินดีที่จะรับไปปฏิบัติต่อ เพราะว่าเป้าหมายของเราก็คือ ความสุขของพี่น้องประชาชนเช่นเดียวกัน
สําหรับกรณีท่านเพื่อนสมาชิกที่พูดถึงเรื่องที่รัฐบาลกู้เงินจํานวนมาก ผมขอรายงานสถานการณ์การกู้เงิน ณ ปัจจุบันว่าการกู้เพื่อชดเชยการขาดดุลงบประมาณ ปี ๒๕๕๕ นั้นที่ตั้งไว้ว่าจะขาดดุล ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เราได้กู้จริง ๒๙๑,๐๐๐ กว่าล้านบาท พ.ร.บ. บริหารจัดการน้ํา ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท มีการกู้จริงในเดือนสิงหาคม ๗๐๐ ล้านบาท การกู้เงินภายใต้ พ.ร.บ. ภัยพิบัติ ๕๐,๐๐๐ ล้านบาท กู้จริงแค่ ๑๐๐ ล้านบาท กองทุนพลังงานเพื่อเสริมสภาพคล่องที่ว่าตั้งไว้ ๓๐,๐๐๐ ล้านบาทนั่นนะครับ ณ วันนี้ใช้ไปแล้ว เพียง ๘,๐๐๐ กว่าล้านบาท แล้วก็การกู้เงินเพื่อชดเชยการขาดดุลงบประมาณปี ๒๕๕๖ เรายังไม่ได้ทํานะครับ เพราะฉะนั้นที่เพื่อนสมาชิกแจ้งว่าจะมีการกู้ถึง ๑.๔ ล้านล้านบาท ณ ปัจจุบันจริง ๆ แล้วเพียง ๓๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ซึ่งจีดีพีของประเทศเรานั้นเพื่อนสมาชิก ก็คงทราบว่าเรามีจีดีพีถึง ๑๒ ล้านล้านบาท เพราะฉะนั้นเรายังสามารถทําอะไรได้อีกเยอะ แต่เราก็ไม่ได้ทําตรงนั้น
สําหรับโครงการที่ท่านไม่เห็นด้วยไม่ว่าจะเป็นเรื่องของรถคันแรก หรือการพักหนี้ดีก็แล้วแต่ก็เป็นเรื่องที่ต่างจิตต่างใจ แล้วเราก็มีแนวทางและนโยบายที่ต่างกัน ในอดีตมีการแจกเงินผู้มีรายได้ไม่ถึง ๑๕,๐๐๐ บาท ๒,๐๐๐ บาทจํานวนหลายแสน หลายล้านคน เราไม่เห็นด้วยแต่ว่าเราก็ไม่ได้พูดอะไร อันนั้นก็เป็นความคิดของแต่ละท่าน แต่ละคน แล้วเพื่อนสมาชิกสุภาพสตรีได้แนะนําในเรื่องของการที่จะมีปัญหาของ ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี และท่านก็ได้แนะนําหลาย ๆ ประการ เช่น การปรับโครงสร้างของ เอสเอ็มอีหรือการขึ้นแบบขั้นบันได การมีทุนวิจัย การหาแหล่งเงินทุนดอกเบี้ยต่ํา ผมก็จะขออนุญาตขอบคุณนะครับ แล้วก็จะรับไว้เพื่อจะไปหาทางปฏิบัติตามคําแนะนํา ของท่านต่อไป รวมทั้งเงินกู้ซอฟต์ โลนที่ว่าเข้าถึงได้ยากก็จะไปดูว่าจะเป็นไปได้เช่นใด สําหรับเพื่อนสมาชิกอีกท่านหนึ่งเรื่องกรมบัญชีกลางที่ว่ากรณีลูกจ้างประจําของข้าราชการ ที่มีปัญหาอยู่ก็เชิญไปเจอกันที่กระทรวงแล้วจะได้พบกับท่านรัฐมนตรีวิรุฬ เตชะไพบูลย์ เพราะท่านรับผิดชอบอยู่
อีกอันหนึ่งก็คือความไม่ชัดเจนในเรื่องของ ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ที่ท่านได้กรุณาบอกว่าไม่ควรที่จะกู้ถ้ายังไม่จําเป็นต้องกู้ ก็ขอกราบเรียนถึงความคืบหน้าว่า เนื่องจาก พ.ร.ก. ได้กําหนดให้การดําเนินการกู้เงินให้แล้วเสร็จภายใน ๓๐ มิถุนายน ๒๕๕๖ อย่างไรก็ดีในการดําเนินโครงการมีแนวโน้มที่จะเป็นการกู้เป็นก้อนและทยอยเบิกจ่าย ตามความก้าวหน้าของงานซึ่งจะใช้ระยะเวลามากกว่า ๑ ปี เนื่องจากบางโครงการ เป็นแผนงานขนาดใหญ่ใช้ระยะเวลาเบิกจ่ายค่อนข้างยาวจึงจะเกิดต้นทุนการถือครองเงินกู้ และดอกเบี้ยของโครงการเป็นจํานวนมาก ซึ่งกระทรวงการคลังได้ตระหนักถึงปัญหานี้ดี จึงได้มีการทําหนังสือสอบถามเรื่องการบริหารจัดการเงินกู้ พ.ร.ก. เพื่อลดต้นทุน ในการถือครองเงินกู้ไปที่คณะกรรมการกฤษฎีกาแล้ว ซึ่งคณะกรรมการกฤษฎีกาเห็นว่า ประเด็นนี้เป็นเรื่องเกี่ยวกับระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรีจึงเป็นอํานาจของนายกรัฐมนตรี ในการพิจารณา ซึ่ง สบน. จะได้หารือนายกรัฐมนตรีตามที่คณะกรรมการกฤษฎีกา มีความเห็นเพื่อยกร่างกฎระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการบริหารเงินกู้ดังกล่าวต่อไป
ท้ายสุดครับ ขออนุญาตเอ่ยนาม ท่านกรณ์แจ้งว่าให้ทําด้วยความรอบคอบ ระมัดระวัง แล้วถ้าไม่จําเป็นก็อย่าไปทําเอาไว้ไปทําในปี ๒๕๕๗ ก็ถือว่าท่านอวยพร ให้ถึงปี ๒๕๕๗ นะครับ ก็ขอขอบคุณมากครับ
เชิญท่านกรรมาธิการครับ เดี๋ยวท่านอรรถวิชช์รอกรรมาธิการชี้แจงก่อน เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย ในฐานะกรรมาธิการ ต้องกราบขอโทษท่านสมาชิกนะครับ จําเป็นต้องชี้แจง ถ้าไม่ชี้แจง แล้วประชาชนที่อยู่ทางบ้านได้รับฟังแล้วไม่เข้าใจ ท่านประธานครับ นโยบายของพรรคเพื่อไทยนี้ มีตั้งแต่เด็กอนุบาลไปจนถึงผู้สูงอายุ เด็กอนุบาลก็ได้แท็บเล็ต (Tablet) ผู้สูงอายุก็ได้ขึ้นเงิน เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ ท่านประธานครับ นโยบายการเริ่มต้นชีวิต เขาเรียกว่านโยบาย การเริ่มต้นชีวิต บ้านหลังแรก รถยนต์คันแรก นี่คือการเริ่มต้นชีวิตใหม่ของหนุ่มสาว ท่านประธานครับ รถคันแรกเป็นนโยบายที่เราใช้หาเสียง เมื่อเราเป็นรัฐบาลแล้ว เราจําเป็นจะต้องซื่อสัตย์ต่อนโยบายที่เราประกาศไว้ต่อพี่น้องประชาชน ต่อมวลชน ท่านประธานครับ รถยนต์คันแรกที่ท่านอรรถวิชช์บอกว่าใช้เงิน ๓๐,๐๐๐ ล้านบาทนั้น ท่านประธานครับ รถยนต์คันหนึ่งถ้าเริ่มต้นชีวิตใหม่ซื้อไม่ถึง ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท เขายกเว้น ภาษีให้ประมาณ ๑๐๐,๐๐๐ บาท แต่ต้องครอบครอง ๑ ปีเป็นต้นไปถึงจะได้รับส่วนลด ท่านประธาน เงิน ๓๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทนั้นช่วยเหลือคนที่จะมีรถใหม่ได้ ๓๓,๐๐๐ คัน เงินที่จะหมุนสําหรับรถ ๓,๐๐๐ คันนั้น ๒๗๐,๐๐๐ ล้านบาท ใช้เงิน ๓๐,๐๐๐ ล้านบาท แต่มีเงินหมุนเข้ามาในระบบ ๒๗๐,๐๐๐ ล้านบาท แล้วอุตสาหกรรมต่อเนื่องเป็นอะไหล่ เป็นชิ้นส่วน ที่จะทําให้มีรายได้เพิ่มขึ้น เงินหมุนเวียนอีก ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านประธาน วันนี้ปี ๒๕๕๕ รถยนต์ของประเทศไทยมียอดจําหน่ายสูงสุด ๑,๒๐๐,๐๐๐ ล้านคัน สําหรับ ปี ๒๕๕๕ ยอดจองสูงสุดทําให้ส่งรถไม่ทัน บริษัทโตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จํากัด ต้องขยายฐานการผลิตอีก ๖,๐๐๐ ล้านบาทสําหรับปี ๒๕๕๖ นี่คือนโยบายที่คนหนุ่มสาวชอบ เปรียบเทียบกับเงินประกันรายได้ที่ประกันรายได้ราคาข้าว ๒ ปี เป็น ๓๐,๐๐๐ ล้านบาท สูญเปล่า ไม่มีอะไรตอบแทนเลย
เดี๋ยวนะครับ คืออย่างนี้ท่านกรรมาธิการ ท่านอรรถวิชช์เพียงแต่เป็นความเห็นของท่าน ท่านก็ชี้แจงไปในเรื่องนี้นะครับ อย่าไปกระทบกัน เชิญท่านอรรถวิชช์ครับ
ท่านประธานครับ อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์
ประการแรกครับ ท่านพิเชษฐ์คงเข้าใจผิดนะครับ โครงการแท็บเล็ตของ รัฐบาลท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์นี่ไม่ได้แจกในเด็กอนุบาลครับ แจก ป. ๑ กับ ม. ๑ ครับ ท่านอาจจะต้องไปท่องใหม่ให้ถูกต้องครับ
ประการที่ ๒ เมื่อสักครู่ผมกังวลใจครับ ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงการคลังท่านได้ตอบเรื่องเกี่ยวกับ พ.ร.ก. เงินกู้ ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ในการช่วยเหลือน้ําท่วม แล้วท่านได้บอกว่าได้มีการเบิกจ่ายไปจริงแค่ ๗๐๐ ล้านบาทเท่านั้น จาก ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านประธานครับ ผมสั้น ๆ ๑ นาทีเท่านั้นครับว่าเราเตือนแล้วว่า ถ้างบประมาณเรื่องน้ําท่วมมาอยู่ในงบประมาณประจําปี ๒๕๕๖ ซึ่งออกเป็นพระราชบัญญัติ ผ่านสภาแห่งนี้ วันนี้เราคงเห็นแล้วว่าไปสร้างที่หมู่บ้านไหน ตําบลไหน อําเภอไหน แต่วันนี้ ยังไม่เห็นครับ แล้วท่านก็ยอมรับกลางสภาว่าเบิกจ่ายไปได้แค่ ๗๐๐ ล้านบาทเท่านั้น พ.ร.ก. เงินกู้ฉบับนี้จะหมดเขตลงในวันที่ ๓๐ มิถุนายน ๒๕๕๖ คือปีหน้า เพราะฉะนั้น ผมถามท่าน ท่านรองนายกรัฐมนตรีกิตติรัตน์ครับ ท่านอยู่ที่นี่ด้วยครับ ผมก็ไม่เชื่อว่าท่าน ทําทันครับ คําถามแรกครับ ท่านจะต่ออายุหรือท่านจะตัดสินใจเอามาเข้าให้อยู่ใน พระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจําปี ๒๕๕๗ เรื่องนี้เรื่องใหญ่ครับ เพราะว่าถ้าอยู่ใน กลไกของงบประมาณประจําปี ๒๕๕๗ นี่ก็จะทําให้พวกเราทั้งสภาแห่งนี้ทําการตรวจสอบได้ เนื่องจากว่าท่านปลอดประสพนี่ท่านออกทีโออาร์น้ําครับ ไส้ในนั้นเป็นเพียงแค่ คอนเซพชวล แพลน ซึ่งไม่ได้บอกว่าทํารายโครงการใดบ้าง เพียงแต่เป็นการรอเสนอ เท่านั้นเองว่าบริษัทใดนั้นมีแผนที่สอดคล้องกับแผนแม่บทน้ําบ้าง ผมว่าอันนี้อีกยาวนานเลยครับ ไหนจะต้องรออีไอเอตามมาตรา ๖๗ ที่ต้องทําแบบทดสอบ สิ่งแวดล้อม แบบทดสอบด้านสุขภาพ อีกเป็นปีครับ เพราะฉะนั้นท่านรองนายกรัฐมนตรีครับ ตอบให้ผมหน่อยครับว่าในกลไกของฝ่ายค้านเองนี่อยากเห็นเรื่องนี้บรรจุในงบประมาณ ประจําปี ๒๕๕๗ และทําการตรวจสอบได้ง่ายครับ เนื่องจากทุกวันนี้เป็น พ.ร.ก. เราเข้าไป ในเว็บไซต์ของท่านในการตรวจสอบก็เข้าไม่ได้เหมือนกัน ทีนี้ท่านพอตอบผมได้ไหมครับ เท่านั้นเองครับท่านประธานขออนุญาต ขอบพระคุณครับ
เชิญท่านกรรมาธิการครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดมหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ในฐานะกรรมาธิการนะครับ ท่านประธานครับ ตามที่ท่านสมาชิกคือท่านอรรถวิชช์นะครับ ขออภัยที่ได้เอ่ยนามท่าน เกี่ยวกับเรื่องโครงการรถยนต์คันแรก แล้วก็บอกว่ามีการใช้จ่ายเงิน ไปถึง ๓๐,๐๙๕ ล้านบาท แล้วท่านก็บอกว่ารัฐบาลนี้มีการกู้ยืมเงินในอีกหลายโครงการ ผมก็ต้องกราบเรียนท่านประธานครับว่าในการพิจารณาในขั้นกรรมาธิการทางกรรมาธิการ ได้มีการซักถามในโครงการต่าง ๆ ที่เป็นโครงการตามนโยบายของรัฐบาล แล้วกรรมาธิการ ก็ได้ย้ํานะครับว่าการใช้เงินงบประมาณจะต้องมีความโปร่งใส แล้วก็ให้เกิดประโยชน์ แล้วก็ ไม่ให้เกิดการรั่วไหล ท่านประธานครับ ตรงนี้นะครับท่านประธานคือรัฐบาลทุกรัฐบาล ก็มีนโยบาย อย่างรัฐบาลของท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ท่านก็มีนโยบายนะครับ ซึ่งนโยบายหลาย ๆ อย่างในเมื่อของเราเองเงินงบประมาณที่เราจัดเก็บได้ไม่เพียงพอ เราก็จําเป็นที่จะต้องมีเงินกู้ แต่ขณะเดียวกันก็ต้องฝากเรียนท่านอรรถวิชช์ว่าท่านก็ต้อง ให้เวลาหน่อยเพราะว่ารัฐบาลเพิ่งเข้ามาบริหารประเทศยังไม่ครบ ๑ ปีดี และขณะเดียวกัน อย่างรัฐบาลของท่านที่เป็นรัฐบาลมาท่านก็มีโครงการไทยเข้มแข็ง ปี ๒๕๕๕ ซึ่งตรงนี้ รัฐบาลของท่านก็กู้เหมือนกัน อย่างเอสพี ๒ (SP2) ท่านก็กู้มา ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แล้วบอกว่าเข้มแข็งอย่างเดียว
ท่านกรรมาธิการครับเอาอย่างนี้ เอาเท่าที่ท่านสมาชิกเขาถามเท่านั้นเองไม่ต้องไปย้อนถึง รัฐบาลนั้น ท่านก็ตอบไปบอกว่าที่ท่านสงสัยเรื่องการใช้จ่ายเงิน ๓๐,๐๐๐ ล้านบาท ที่จะต้องไปชดเชยเรื่องเกี่ยวกับการซื้อรถยนต์ท่านถามท่านก็เป็นห่วงว่าน่าจะไปใช้อย่างอื่น ท่านก็ตอบไปว่าท่านได้ซักถามแล้วก็เท่านั้นเอง ไม่ต้องย้อนครับถ้าย้อนวันนี้จะไม่จบ
ด้วยความเคารพท่านประธานครับ คือเขาบอกว่ากู้เงินนะครับก็คือไม่ใช่ว่ามันกู้เฉพาะรัฐบาลนี้ รัฐบาลที่ผ่านมาก็มีการกู้เงิน แล้วก็เรียนท่านประธานอย่างนี้ครับว่าก็คือต้องให้เวลาเพราะโครงการมันเพิ่งเริ่มมันเพิ่งเกิด ก็ต้องให้ดูว่าพอครบ ๔ ปีผลงานจะออกมาเป็นอย่างไรท่านก็ต้องใจเย็นหน่อยนะครับ ให้เวลารัฐบาลนี้เขาได้ทํางานบ้าง แล้วถามบอกว่าแล้วเงินกู้ที่บอกว่ามีการเสียดอกเบี้ยแล้ว ยังไม่ได้ใช้นะครับ ผมก็บอกว่าตรงนี้กรรมาธิการก็ได้มีการซักถามกันว่าเงินกู้เดิม โครงการไทยเข้มแข็งวันนี้ก็ยังใช้ไม่หมด แล้วก็ยังต้องเสียดอกเบี้ยอยู่ผมยกตัวอย่างเช่น ครุภัณฑ์ของกระทรวงศึกษาธิการ อาชีวศึกษานี่ทุกวันนี้ยังจัดซื้อจัดจ้างได้ไม่หมดเลยนะครับ แล้วก็มีเรื่องต่าง ๆ
ท่านกรรมาธิการครับ คือถ้าท่านตอบแล้วก็จะไปย้อนอย่างนี้นะครับ เดี๋ยวผู้มีส่วนได้เสีย ท่านก็ขอใช้สิทธิพาดพิง อย่างนั้นผมว่าตอบพอสมควรแล้วเดี๋ยวผมขอมติเลยนะครับ เชิญท่านอรรถวิชช์ครับ
ท่านประธานครับ อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี ครับ ผมคิดว่าถ้าเป็นอย่างนี้ก็ไม่จบหรอกครับ ผมยืนยันนะครับ งบประมาณที่ผมได้อภิปรายไปแล้วว่าท่านได้ก่อวงเงินที่จะมีการกู้เอาไว้ถึง ๑.๔ ล้านล้านบาท แล้วมากที่สุดเป็นประวัติการณ์เรื่องจริงครับ เมื่อกี้ผมถามท่านรองนายกรัฐมนตรียังไม่ตอบผมว่า งบประมาณน้ําท่วม ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาทนี่ตกลงว่าทุกวันนี้ผูกมัดไปได้แค่ ๗๐๐ ล้านบาท สรุปแล้วท่านจะไม่กู้แล้วใช่ไหมครับ ผมจะได้ลบออกจากยอด ๑.๔ ล้านล้านบาท แล้วท่านจะได้ชื่อว่าลบสถิติของท่านนะครับ ไม่อย่างนั้นท่านจะได้ชื่อว่ากู้มากที่สุด เป็นประวัติการณ์ครับ ผมถามท่านคําถามแรกครับ ตกลงว่ากู้น้ําท่วม ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท อย่างไรท่านทําไม่ทันอยู่แล้วครับ ๓๐ มิถุนายน ๒๕๕๖ ทําได้แค่ ๗๐๐ ล้านบาทครับ จะอยู่ในงบประมาณปี ๒๕๕๗ ไหมครับ นิดเดียวครับท่านประธานครับผมไม่นอกเรื่องครับ
คือท่านไม่ได้นอกเรื่องประเด็นของท่านจะถาม ผมจะให้ทางกรรมาธิการเขาตอบว่าได้ถาม ทางกระทรวงการคลังหรือไม่
ถูกต้อง แล้วผมก็ต่อประเด็น คุณยุทธพงศ์ โครงการรถยนต์คันแรก ๓๐,๐๐๐ ล้านบาทแถลงเองจากกระทรวงการคลังว่า จะใช้เม็ดเงินถึง ๓๐,๐๐๐ ล้านบาท แถลงเองชัดเจน แล้วก็ต้องเป็นภาระผูกพันอยู่แล้ว แปลว่าโครงการรถยนต์คันแรกท่านทําไปได้ไม่ถึงจะยกเลิกใช่ไหม เอาสิครับ ก็จะได้กู้ไม่ถึง ๑.๔ ล้านล้านบาทเท่านั้นเอง คือขอให้ชี้แจงผมแค่นี้ก็จบครับท่านประธาน ขออนุญาตครับ ขอบพระคุณครับ
เชิญท่านประธานคณะกรรมาธิการครับ เอา ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาทก่อนนะครับ
ด้วยความเคารพ ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาทเป็นพระราชกําหนด ไม่มีส่วนใดที่เกี่ยวข้องกับงบประมาณปี ๒๕๕๖ โดยตรง อย่างไรก็ตามผมก็มีหน้าที่ที่จะกราบเรียนชี้แจง ก็พอเข้าใจเพราะว่าที่ท่านรัฐมนตรี ช่วยว่าการ หรือท่านรองประธานคณะกรรมาธิการได้พยายามจะให้ข้อมูลกับท่านเพราะว่า ดูเหมือนการอภิปรายจะโน้มน้าวไปในทางให้เกิดความรู้สึกว่ารัฐบาลอยากจะรีบกู้ เสียเหลือเกิน แล้วก็จะกู้มากองเอาไว้ คือการดําเนินการเมื่อผ่านพระราชกําหนดแล้ว สามารถทําให้รัฐบาลสามารถดําเนินการเข้าสู่กระบวนการในโครงการที่มีความจําเป็นเร่งด่วน และผมก็ได้กราบเรียนให้ข้อมูลไปแล้วเมื่อค่ําเมื่อวานว่าได้มีการดําเนินงานในโครงการใด ที่มีความจําเป็นเพื่อให้ทันกับฤดูฝนในปีนี้บ้าง ในขณะนี้การกู้เงิน ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท เรากู้ไปเพียง ๗๐๐ ล้านบาทจริง แล้วก็กู้ไปตามจํานวนเงินที่มีความจําเป็นจะต้องจ่ายแล้ว ตามความคืบหน้าของการก่อสร้าง ท่านกรุณาให้ความเห็นว่าทําไมไม่รอพระราชบัญญัติ งบประมาณรายจ่ายประจําปี ๒๕๕๖ ซึ่งผมก็ได้กราบเรียนชี้แจงไปแล้วเมื่อวานนี้ว่า คงรอไม่ไหวหรอกครับเพราะว่ากว่าจะผ่านพระราชบัญญัติงบประมาณประจําปี ๒๕๕๖ และ สามารถใช้เงินได้นั้นก็คงจะต้องรอจนกระทั่งเดือนตุลาคม เรามีความจําเป็นที่จะต้อง ดําเนินโครงการต่าง ๆ ที่จะต้องเข้าสู่กระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง จัดหา แล้วก็จะมีการก่อสร้าง ที่มีความคืบหน้าในงานส่วนหนึ่ง เพราะฉะนั้นในส่วนที่มีความจําเป็นก็ดําเนินการไป ในส่วนที่เป็นการลงทุน ในส่วนใหญ่ที่จะเป็นเรื่องระบบบริหารจัดการน้ําอย่างบูรณาการนั้น ก็ได้กราบเรียนชี้แจงผ่านสื่อมวลชน แล้วก็มีผู้ที่ได้เรียนชี้แจงในห้องประชุมแห่งนี้ไปแล้วบ้างว่า ขณะนี้รัฐบาลเห็นว่าโครงการเหล่านั้นมีความเป็นประโยชน์ต่อประเทศในระยะยาว การจะรอสักหน่อยเพื่อให้เกิดความรอบคอบและมีการเปิดประมูลในลักษณะที่เป็นการรับ การประมูลทั้งโลก ซึ่งหมายถึงผู้ประมูลมีสิทธิที่จะเป็นทั้งนิติบุคคลหรือบุคคลสัญชาติไทย รวมทั้งนิติบุคคลสัญชาตินานาชาติที่เป็นที่ยอมรับในเรื่องของความสามารถและความเข้าใจ ในการบริหารจัดการน้ําเป็นเรื่องที่สมควร ดังนั้นจึงขออนุญาตเรียนชี้แจงท่านว่าอย่ากังวลว่า รัฐบาลจะไปรีบกู้มาโดยไม่มีความจําเป็นต้องใช้จ่าย ส่วนจะดําเนินการทันหรือไม่ทันนั้น ก็ติดตามกันดู ผมก็เรียนว่าผมจะไม่ทําให้เสียมาตรฐานที่ได้เคยมีพระราชกําหนดในอดีต แล้วก็มีการดําเนินการกู้เท่าที่จําเป็นจริง ผมมีข้อมูลว่าท่านกู้ไม่ครบจริง แต่ว่าข้อมูล ผมไม่น่าจะคลาดเคลื่อน กู้ไม่ครบก็กู้เกือบครบ แล้วก็การดําเนินการมีหลายโครงการ ซึ่งถูกเสนอไว้ในขั้นที่เตรียมการ จนถึงขณะนี้ยังมีหลายโครงการซึ่งยังไม่สามารถดําเนินการได้ แล้วก็ขออนุญาตเรียนยืนยันอีกครั้งหนึ่งว่าไม่ได้มีการเตะถ่วงโดยรัฐบาลปัจจุบันแต่อย่างใด โครงการบางโครงการซึ่งอยู่ในความสนใจของท่านสมาชิก ผมก็ได้กราบเรียนชี้แจงไปแล้วว่า มีข้อติดขัดประการใด โครงการส่วนใหญ่ที่ดําเนินการไปได้มีความราบรื่นก็เป็นโครงการ ซึ่งยังไม่ได้ดําเนินการจนมีการจัดซื้อจัดจ้างก่อสร้างให้มีความคืบหน้าจนครบถ้วน ดังนั้น การดําเนินการที่คาบเกี่ยวเลยไปหลังจากวันที่หมดเขตในการที่จะกู้เงินตามอํานาจของ พระราชกําหนดนั้นก็ได้เคยมีการปฏิบัติ เพราะฉะนั้นก็ขออนุญาตกราบยืนยันว่ารัฐบาล ปัจจุบันจะไม่ดําเนินการอะไรที่ทําให้เป็นเรื่องเป็นภาระโดยไม่จําเป็นกับประเทศในรูปของ ดอกเบี้ยที่จะเกิดขึ้นจากการกู้เร็วเกินไป ดังนั้นการเตรียมการที่จะบอกว่าจะต้องกู้มาจนครบ ผมก็เรียนว่าถ้าไม่จําเป็นจะต้องกู้ให้ครบผมก็จะกู้ไม่ให้ครบอย่างที่ท่านเคยได้ปฏิบัติ อย่างระมัดระวัง ท่านเคยปฏิบัติอย่างไรกระผมก็จะปฏิบัติด้วยความระมัดระวังเช่นเดียวกัน ส่วนโครงการรถคันแรกนั้นเป็นเรื่องชัดเจนว่าผู้ที่ซื้อรถคันแรกก็มีหน้าที่จ่ายค่าซื้อครบจํานวน ซึ่งในค่าซื้อนั้นก็มีค่าภาษีสรรพสามิตตามจํานวนที่ท่านผู้ซื้อจะต้องจ่าย ส่วนที่เป็นนโยบายของรัฐบาลระบุชัดเจนนะครับว่าการจะจ่ายคืนภาษีสรรพสามิตตามอัตรา ที่กําหนดไว้ แล้วก็ไม่เกิน ๑๐๐,๐๐๐ บาทต่อคัน เป็นเรื่องที่รัฐบาลเห็นว่าจะช่วยทําให้ผู้ซื้อ สามารถที่จะได้เริ่มต้นชีวิตใหม่ได้ มีหลายท่านซึ่งมาขอบอกขอบใจรัฐบาล โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ท่านที่ขับขี่รถจักรยานยนต์ซ้อน ๓ ซ้อน ๔ ในขณะที่ท่านเห็นว่ามีโครงการรถคันแรก ซึ่งอนุญาตให้ใช้กับรถที่มีขนาดเล็กมีราคาไม่สูงนัก แล้วรัฐบาลเองก็เห็นว่าการที่จะคืนภาษี สรรพสามิตในส่วนนี้ให้กับผู้ที่มีรายได้ไม่สูงนักได้สามารถมีระดับคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น เป็นเรื่องที่รัฐบาลสามารถดําเนินการได้ การคืนภาษีสรรพสามิตในส่วนนี้ไม่ทําให้เป้าหมาย ในการจัดเก็บรายได้ของรัฐกระทบกระเทือน เนื่องจากเหตุผลที่ผมได้กราบเรียนไปหลายครั้งว่า การขับเคลื่อนเศรษฐกิจจนกระทั่งมีการเจริญเติบโตที่ดี มีการบริโภคที่มีคุณภาพและ การดําเนินการอีกหลาย ๆ เรื่องท่ามกลางวิกฤติปัญหาของโลกซึ่งการส่งออกมีการชะลอตัวลงจริง อย่างที่ท่านเห็น แต่ว่าในขณะเดียวกันการดําเนินงานอย่างมีประสิทธิภาพในด้านอื่น ๆ ซึ่งเป็นปัจจัยที่รัฐบาลสามารถควบคุมได้ในเรื่องของการใช้จ่ายงบประมาณของรัฐ ในเรื่อง ของการส่งเสริมให้มีการลงทุนของภาคเอกชน ในเรื่องของการส่งเสริมให้มีการอุปโภคบริโภค ของกลุ่มที่เป็นผู้ที่มีรายได้ที่เหมาะสม ก็เป็นเรื่องที่ทําให้เศรษฐกิจของประเทศสามารถ ขับเคลื่อนไปได้นะครับ จึงขอเรียนยืนยันว่าบนข้อเป็นห่วงซึ่งท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงการคลัง ท่านรองประธานคณะกรรมาธิการก็ได้กราบเรียนไปแล้วว่านโยบาย ทางเศรษฐกิจมหภาคเป็นเรื่องแนวคิดของแต่ละรัฐบาล ท่านใช้คําว่าต่างจิตต่างใจ ผมก็ขอยืนยันนะครับว่าต่างจิตต่างใจในกรณีนี้รัฐบาลไม่ได้นําเงินของคนอีกกลุ่มหนึ่ง ไปคืนคนอีกกลุ่มหนึ่งในกรณีของรถคันแรกนะครับ ท่านใดเป็นผู้ซื้อรถคันไหน มีภาษีสรรพสามิตเท่าไร ถ้าภาษีสรรพสามิตนั้นมียอดไม่เกิน ๑๐๐,๐๐๐ บาท ท่านก็จะ ได้รับคืนเพียงเท่ากับที่ท่านได้จ่ายมา แต่ถ้าหากว่ารถคันนั้นมีภาษีสรรพสามิตเกินกว่า ๑๐๐,๐๐๐ บาท เราก็จะขอคืนเพียง ๑๐๐,๐๐๐ บาทเท่านั้น จึงขออนุญาตกราบเรียน ชี้แจงต่อท่านสมาชิกผ่านท่านประธานที่เคารพครับ ขอบพระคุณครับ
ผมจะขอลงมติในมาตรา ๗ นะครับ ก่อนลงมติเดี๋ยวจะขอตรวจสอบองค์ประชุมก่อน
(นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง มีสัญญาณ ให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนทําการตรวจสอบองค์ประชุมและลงมติ)
เชิญท่านกรณ์ครับ
ขออนุญาตรบกวนเวลาของสภา เล็กน้อยนะครับ และขอใช้สิทธิพาดพิง เมื่อสักครู่ท่านกรรมาธิการ ๒ ท่านได้พูดถึงโครงการ ที่ผมรับผิดชอบโดยตรง แล้วก็อีกท่านหนึ่งได้พูดชื่อผม เพราะฉะนั้นจึงขออนุญาตที่จะเรียน ในประเด็นที่ท่านประธานคณะกรรมาธิการได้กรุณาได้พยายามอธิบายเมื่อสักครู่ ผมคิดว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องสําคัญ แล้วก็เป็นประเด็นที่เพื่อนสมาชิกหลายคนได้อภิปรายกันมาก็คือ เรื่องของการกู้ยืมภายใต้ พ.ร.ก. ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านรองนายกรัฐมนตรีเมื่อสักครู่ ได้บอกว่าความจริงเรื่องนี้ไม่ได้เกี่ยวกับงบประมาณปี ๒๕๕๖ แต่จริง ๆ แล้วไม่ใช่ครับ เพราะว่าเมื่อมีการกู้ยืมเกิดขึ้น แล้วก็อย่างน้อยที่สุด ณ วันนี้ก็ได้กู้ไปแล้ว ๗๐๐ ล้านบาท ภาระดอกเบี้ยเกิดขึ้นทันที แล้วภาระดอกเบี้ยนั้นก็เป็นส่วนหนึ่งของภาระค่าใช้จ่ายของ รัฐบาลในงบประมาณปี ๒๕๕๖ ที่เรากําลังพิจารณาอยู่ คราวนี้ที่ผมอยากจะขอความชัดเจน มีนิดเดียว เพราะเมื่อสักครู่ท่านตอบยาว อยากได้รับการยืนยันจากท่านเท่านั้นเองว่า ท่านยืนยันหรือไม่ว่าถ้าโครงการภายใต้ พ.ร.ก. ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ไม่พร้อมในการเบิกจ่าย ท่านจะไม่กู้ และถ้าท่านไม่กู้ก็หมายความว่าท่านจะหันไปกู้ยืมผ่านระบบงบประมาณ ซึ่งน่าจะหมายถึงงบประมาณปี ๒๕๕๗ แทน นี่คือความชัดเจนเท่านั้นที่เราต้องการ เมื่อสักครู่ท่านได้เปรียบกับทางกรณีของไทยเข้มแข็ง ความจริงกรณีที่มีความแตกต่าง ระหว่างไทยเข้มแข็งกับ พ.ร.ก. การกู้ยืมของท่านมีมากมาย ที่สําคัญที่สุดก็คือตอนที่รัฐบาล ที่แล้วต้องกู้ไทยเข้มแข็งเป็นเพราะเพดานเงินกู้ตาม พ.ร.บ. หนี้สาธารณะนั้นเต็มแล้ว เราไม่มีทางอื่นเราจึงต้องออกไปในรูปของ พ.ร.ก. แต่ของท่านไม่ใช่ ท่านยังสามารถกู้ ใน พ.ร.ก. งบประมาณปี ๒๕๕๖ ได้อีก ๒๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท แต่ท่านไม่ได้ดําเนินการ ท่านไปออก พ.ร.ก. แทน เพราะฉะนั้นเปรียบเทียบกันไม่ได้ครับในเรื่องของผลต่อวินัยทางการคลัง แต่ประเด็นคําถาม ที่ท่าน ส.ส. อรรถวิชช์ได้ถามไปเมื่อสักครู่ และผมได้ถามไปก่อนหน้านั้นก็คือต้องการได้รับ คํายืนยันเท่านั้นเองว่าถ้าไม่พร้อมในการเบิกจ่าย และความจริงท่านเคยให้คํามั่นนะครับว่า พ.ร.ก. นี้มีไว้ใช้ป้องกันน้ําท่วมในฤดูฝนปี ๒๕๕๕ คือปีปัจจุบัน แต่ถ้าท่านไม่พร้อม ในการเบิกจ่ายก่อนกําหนดการกู้ยืมสิ้นเดือนมิถุนายน ๒๕๕๖ ท่านจะไม่กู้ แล้วก็จะปล่อยให้ พ.ร.ก. นั้นหมดวาระไป
คืออย่างนี้ท่านกรณ์ครับ ทางท่านก็ถาม ทางกรรมาธิการก็ตอบ คราวนี้ก็เป็นดุลยพินิจ ของท่านสมาชิกในสภาว่าจะโหวตไปอย่างไร เพราะท่านได้ตอบไปแล้วนะครับ ก่อนจะลงมติ ผมขอตรวจสอบองค์ประชุมก่อนครับ ท่านที่เข้ามาแล้วช่วยกรุณากดปุ่มแสดงตนนะครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)
เจ้าหน้าที่ส่งผลตรวจสอบองค์ประชุมก่อนครับ ๒๙๓ ท่านนะครับ
ต่อไปผมจะถามมติที่ประชุมนะครับ ท่านใดเห็นควรที่คงไว้ตามร่างของ กรรมาธิการเสียงข้างมากให้กดปุ่ม เห็นด้วย ท่านใดเห็นด้วยกับกรรมาธิการที่สงวนความเห็น หรือผู้แปรญัตติที่สงวนคําแปรญัตติกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ท่านผู้ใดงดออกเสียงให้กดปุ่ม งดออกเสียง เชิญออกเสียงลงคะแนนได้นะครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)
เรียบร้อยแล้ว ปิดการลงคะแนน เจ้าหน้าที่ส่งผล เห็นด้วยกับกรรมาธิการเสียงข้างมาก ๒๗๙ ท่าน เห็นด้วยกับกรรมาธิการเสียงข้างน้อย ๕๖ ท่าน งดออกเสียง ๒ ท่าน ถือว่าที่ประชุมนี้เห็นด้วยกับกรรมาธิการเสียงข้างมากนะครับ
ต่อไปเป็นมาตรา ๘ เชิญท่านเลขาธิการครับ ให้บันทึกไว้ว่าท่านอนันต์ ศรีพันธุ์ ได้ลงแล้ว เครื่องเสียนะครับ เชิญท่านเลขาธิการต่อครับ
มาตรา ๘ กระทรวงการต่างประเทศ มีการแก้ไข มีกรรมาธิการ ขอสงวนความเห็นและผู้แปรญัตติขอสงวนคําแปรญัตติ
ผมจะแจ้งนะครับ ท่านสมาชิกจะได้เตรียมตัวได้ถูกนะครับ ท่านแรกจะเป็นท่านณัฏฐ์ บรรทัดฐาน ท่านที่ ๒ ท่านเทพไท เสนพงศ์ ท่านที่ ๓ ท่านจุติ ไกรฤกษ์ เชิญท่านณัฏฐ์ บรรทัดฐาน ครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม ณัฏฐ์ บรรทัดฐาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ งบประมาณในกระทรวงการต่างประเทศนั้นมี ๓ ประเด็นสั้น ๆ ที่ผมคิดว่าจะต้อง เรียนให้ที่ประชุมทราบเพื่อร่วมกันพิจารณาก่อนที่จะลงมติว่าจะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยกับ กรรมาธิการเสียงข้างมากนะครับ
ประเด็นแรก ที่ผมตั้งข้อสังเกตก็คือเรื่องของที่สมาชิกพูดกันเป็นส่วนใหญ่ ก็คือเรื่องของการทํางบประมาณซ้ําซ้อน ซึ่งทําให้งบประมาณนั้นขาดประสิทธิภาพ ในการที่จะนํามาใช้จ่ายเพื่อให้เกิดการพัฒนาอย่างแท้จริง ผมเห็นงบประมาณที่ตั้งไว้ ในกระทรวงการต่างประเทศนั้นมีเรื่องของงบอุดหนุนประเทศเพื่อนบ้านอยู่ ๓๖๐ ล้านบาท ทีนี้ประเด็นที่เราตั้งข้อสังเกตได้จากตัวเลขที่ใกล้เคียงกันเป็นตัวเลขจากสํานักงาน ความร่วมมือพัฒนาเศรษฐกิจกับประเทศเพื่อนบ้าน แม้จะเป็นองค์การมหาชนก็ตาม แต่ว่า เนื้อหาสาระของตัวเลขที่ดูแล้วค่อนข้างใกล้เคียงกันกับโครงการที่ผมเห็นอยู่ในเอกสาร ที่ชี้แจงเป็นโครงการก่อสร้างถนนและทางรถไฟ อันแรกเป็นโครงการก่อสร้างทางรถไฟ สายท่านาแล้ง-เวียงจันทน์ ประเทศ สปป. ลาว ระยะทาง ๙ กิโลเมตร โครงการนี้ เป็นโครงการที่มีวงเงินทั้งหมด ๑,๖๕๐ ล้านบาท แล้วก็ให้ลงนามจะให้ความช่วยเหลือกัน ในวันที่ ๑๔ มิถุนายน ๒๕๕๕ แล้วจะเบิกจ่ายงวดแรกในเดือนกันยายน ๒๕๕๕ ได้รับเงิน จัดสรรในปี ๒๕๕๖ อยู่ ๗๗.๕ ล้านบาท โครงการที่ ๒ คือโครงการก่อสร้างถนนจากช่วงภูดู่ อําเภอบ้านโคก จังหวัดอุตรดิตถ์ ถึงเมืองปากลาย แขวงไชยะบุรี ประเทศ สปป. ลาว โครงการนี้วงเงินทั้งหมด ๗๑๘ ล้านบาท ครม. เห็นชอบในหลักการให้ความช่วยเหลือ ในวันที่ ๑ พฤษภาคม ๒๕๕๕ แล้วก็จะลงนามสัญญาให้ความช่วยเหลือในเดือนมิถุนายน ที่ผ่านมา ๒๕๕๕ เบิกจ่ายงวดแรกเดือนกันยายนเช่นเดียวกัน วงเงิน ๒๔๐ ล้านบาท ๒ โครงการนี้มูลค่ารวมกันแล้วอยู่ที่ประมาณ ๓๑๐ กว่าล้านบาท ใกล้เคียงกับตัวเลข ที่ผมได้เรียนไปเมื่อสักครู่อยู่ ๓๐๐ กว่าล้านบาทในเรื่องของงบอุดหนุนส่งเสริมความสัมพันธ์ กับประเทศเพื่อนบ้าน ที่ต้องตั้งประเด็นตรงนี้ขึ้นมาเนื่องมาจากว่ามีเพื่อนสมาชิกจํานวนไม่น้อยได้พูดถึงเรื่องของ การตั้งงบซ้ําซ้อน ท่านกรรมาธิการเสียงข้างน้อยก็ได้พูดไปแล้วในเรื่องของถนน ๘๐ กว่าสาย ที่เมื่อมีการตรวจสอบแล้วในท้ายที่สุดก็ปรากฏว่ามีการตั้งงบประมาณซ้ําซ้อนกัน แล้วก็มี งบประมาณที่ปูดขึ้นมาประมาณ ๕,๐๐๐ กว่าล้านบาท ประเด็นตรงนี้ก็เช่นเดียวกัน เมื่อช่วงบ่ายเพื่อนสมาชิกก็ได้พูดไปอย่างชัดเจนแล้วว่าถ้าโครงการ ๑ โครงการ แล้วก็มีเจ้าภาพ ๒ ราย แน่นอนว่าในท้ายที่สุดมันต้องเกิดอาการสุนัขอิ่มขึ้นมา ๑ ราย ๑ โครงการจากงบประมาณก้อนเดียวกัน ตรงนี้ก็เป็นส่วนที่ผมต้องตั้งคําถามต่อกรรมาธิการ เช่นเดียวกันว่ากรณีแบบนี้ผมไม่แน่ใจว่างบอุดหนุน สนับสนุนความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ กับประเทศเพื่อนบ้านกับโครงการให้ความช่วยเหลือทางการเงินระหว่างประเทศกับ ประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งเป็นโครงการในลักษณะที่คล้ายคลึงกัน จริง ๆ แล้วเป็นโครงการ อันเดียวกันหรือไม่ เพียงแต่ว่าไปอยู่ในเจ้าภาพ ๒ รายการ คือในกระทรวงการต่างประเทศ และกระทรวงการคลัง ก็ต้องเรียนถามท่านกรรมาธิการไว้ในกรณีนี้
ประเด็นที่ ๒ ในเรื่องของทีมไทยแลนด์ (Team Thailand) ที่ผมได้ยิน กรรมาธิการชี้แจงกัน แล้วก็เพื่อนสมาชิกได้อภิปรายกันพอสังเขปคร่าว ๆ ไว้อยู่บ้าง ประเด็นนี้ เมื่อเปรียบเทียบดูพันธกิจข้อที่ ๔ ของกระทรวงการต่างประเทศว่าสร้างนักการทูต ที่มีจิตสํานึกและความเข้าใจในสังคมไทย ตลอดจนมีความเชี่ยวชาญและความรอบรู้ ในด้านต่าง ๆ เพื่อเป็นตัวแทนในการรักษาและส่งเสริมผลประโยชน์ของประเทศไทย ในต่างประเทศ สิ่งที่ทําให้ผมเป็นกังวลครับท่านประธาน เพราะว่าจริง ๆ แล้วในทีมไทยแลนด์ ก็คือการสร้างทีมขึ้นมาเพื่อที่จะกระตุ้นเศรษฐกิจ สร้างความสัมพันธ์ แล้วก็ประกอบกิจการ ต่าง ๆ ในต่างประเทศ โดยใช้งบประมาณที่เป็นงบดําเนินการอยู่ ๒๓๑ ล้านบาท ในรายละเอียดเท่าที่ผมเห็นก็มีเรื่องของศูนย์ธุรกิจไทย-จีน งบประมาณสําหรับการประชุม ดูงานแล้วก็ร่วมงานพิธีหรืองานกิจกรรมต่าง ๆ หรืออีเวนท์ (Event) ต่าง ๆ ในต่างประเทศ กรณีแบบนี้ผมกําลังนั่งคิดว่าถ้าท่านใช้ทีมที่ตั้งขึ้นมาโดยใช้งบประมาณไปรองรับอยู่ถึง ๒๐๐ กว่าล้านบาทตรงนี้ ผมถามว่าท่านเอาทูตพาณิชย์ไปไว้ไหนครับ เอากงสุลไปไว้ไหน แล้วก็พันธกิจที่เราบอกว่าสร้างนักการทูตที่ดีมีคุณภาพเพื่อกระจายความสัมพันธ์ สร้างความสัมพันธ์ที่ดี แล้วก็ส่งเสริมผลประโยชน์ของประเทศในต่างประเทศนั้นจะไปอยู่ที่ไหน อย่างไร ผมอดคิดไม่ได้ว่าในอดีตที่ผ่านมาสมัยรัฐบาลหนึ่งเคยมีวิธีการใช้ตําแหน่ง ผู้ช่วยรัฐมนตรีขึ้นมาแทนข้าราชการประจํา ขึ้นมาแทน ส.ส. ในสภา เพราะว่าโดยตําแหน่งแล้ว เท่าที่เห็นคือผู้ช่วยรัฐมนตรีเหล่านั้นส่วนใหญ่ก็จะเป็นผู้สมัครที่สอบไม่ได้ กรณีนี้ ก็เช่นเดียวกันผมสังเกตดูรายชื่อของทีมไทยแลนด์แล้วนี่ก็คล้าย ๆ กับผู้ช่วยรัฐมนตรีในอดีต ส่วนใหญ่ก็จะมีคนอกหักจากการลงสมัครบ้าง มีคนที่พลาดจากการเลือกตั้งหรือจากตําแหน่ง ต่าง ๆ บ้างมาอยู่รวมกันเป็นทีมไทยแลนด์ แล้วก็ออกไปดําเนินกิจกรรมอย่างที่ได้บอกไว้ ข้างต้นว่าเท่าที่เห็นจริง ๆ ก็มีเรื่องของศูนย์ธุรกิจไทย-จีน มีการร่วมดําเนินกิจกรรมต่าง ๆ ในต่างประเทศ ส่วนเหล่านี้ผมไม่ค่อยแน่ใจว่าถ้าเราใช้วิธีการในการตั้งทีมขึ้นมาอีก ๑ ทีม หรือว่าหาวิธีการ กระบวนการในการดําเนินกิจกรรมอย่างใดอย่างหนึ่งเพิ่มขึ้นมา ในขณะที่ เรามีเจ้าหน้าที่ มีบุคลากรที่เดิมก็ทํางานได้อยู่แล้ว แต่ว่าเราไม่ได้ส่งเสริมเขาอย่างเต็มที่ ให้เกิดประสิทธิภาพหรือให้เกิดความพร้อมในการทํางาน แล้วเราก็บอกว่าเขาทํางานไม่ได้ จนต้องตั้งทีมขึ้นมาอีก ๑ ทีมนั้นเป็นแนวคิดที่ถูกต้องหรือไม่ แล้วในท้ายที่สุดมันไม่ใช่ แค่แนวคิดครับ เพราะว่าวันนี้ท่านจ่ายงบประมาณเพิ่มขึ้นไปถึง ๒๓๐ กว่าล้านบาท ในการทําทีมไทยแลนด์ ก็เลยทําให้ไม่แน่ใจว่ากระบวนการแบบนี้นอกจากจะจ่ายงบประมาณ ซ้ําซ้อนแล้ว แล้วนอกจากใช้เงินซ้อนแล้วยังใช้คนซ้อนอีกต่างหาก เพราะว่างบประมาณ ที่ลงไปตรงนี้ท้ายที่สุดอย่างที่ผมเรียนว่าเจ้าหน้าที่ที่เป็นเจ้าหน้าที่สถานทูต เจ้าหน้าที่ ที่ทํางานด้านธุรกิจ ด้านการค้า ด้านการส่งออก หรือทําอะไรก็ตามในต่างประเทศ ธุรกรรมต่าง ๆ ในต่างประเทศก็จะไม่สามารถที่จะผลักดันหรือสามารถดําเนินสิ่งที่เขา กําลังทําได้อย่างเต็มความสามารถเพราะว่ามันมีทีมงานที่เข้ามาซ้อนกระบวนการทํางาน อีกขั้นตอนหนึ่ง อันนี้ก็เป็นปัญหาที่ผมคิดว่าต้องเรียนให้ท่านทราบเพราะว่าทุกวันนี้เท่าที่ทราบมาจาก เจ้าหน้าที่สถานทูตตามประเทศต่าง ๆ ผมคิดว่าส่วนหนึ่งที่เราควรจะให้งบประมาณเพิ่มเติม ในเรื่องของงบประมาณสนับสนุนเจ้าหน้าที่ในต่างประเทศนั้นก็คือเรื่องของค่าที่พัก ค่าเดินทาง เบี้ยเลี้ยง เงินเดือนหรือแม้แต่ตําแหน่งงานซึ่งหลายคนที่ไปศึกษาดูงานในต่างประเทศ ไปเรียนต่อยังต่างประเทศนั้นถูกฟรีซ (Freeze) ขั้นตําแหน่งงานแล้วก็เงินเดือนไว้ ส่วนนี้ก็เป็นส่วนที่ผมคิดว่าถ้าเรานําเงิน ๒๓๐ กว่าล้านบาทที่ท่านไปใช้ในทีมไทยแลนด์ มาใช้จ่ายกับสิ่งที่ผมได้กล่าวไว้เมื่อสักครู่นี้ อย่างน้อยมันสร้างขวัญและกําลังใจ ให้กับเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานในต่างประเทศได้เป็นอย่างดีและน่าจะทําให้พวกเขาเหล่านั้น สามารถที่จะดําเนินงาน ดําเนินหน้าที่ของเขาในต่างประเทศได้อย่างไม่มีข้อบกพร่อง
ท้ายที่สุดเรื่องของพันธกิจข้อที่ ๖ ของกระทรวงการต่างประเทศคือให้ความรู้ ความเข้าใจที่ถูกต้องเหมาะสมต่อสาธารณชนทั้งในและต่างประเทศ เกี่ยวกับการดําเนินงาน กิจกรรมเชิงรุกของต่างประเทศ ของประเทศไทยที่เป็นผลประโยชน์ สร้างความรู้ความเข้าใจ ที่ถูกต้องเกี่ยวกับประเทศไทยให้กับประชาคมโลกได้ทราบและส่งเสริมภาพลักษณ์ในเชิงบวก ของประเทศไทยต่อประชาคมโลก สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่ผมค่อนข้างกังวลครับเพราะว่า งบประมาณในกระทรวงการต่างประเทศนั้นดูแล้วการใช้จ่ายผ่านกระทรวงการต่างประเทศ โดยเฉพาะวิธีการทางการทูตนั้นผมไม่ค่อยแน่ใจว่านอกจากไม่เสริมสร้างความเข้าใจอันดี กับประชาคมโลกแล้ว ผมยังคิดว่าเราไม่ได้สร้างความเข้าใจที่ถูกต้องให้กับพี่น้องประชาชน ที่เป็นประชาคมโลก รัฐบาลพยายามบอกครับว่าวันนี้สิ่งที่ดําเนินงานมาตลอดระยะเวลา ๑ ปี สิ่งที่เห็นได้ชัดคือการสร้างความเข้าใจต่อประชาคมอาเซียน ประชาคมโลกว่าประเทศไทย เป็นประเทศที่มีความเป็นประชาธิปไตยที่มีการพัฒนาเป็นที่เรียบร้อยแล้วหลังจาก มีการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา นั่นประเด็นที่ ๑
ประเด็นที่ ๒ รัฐบาลบอกอยู่เสมอครับท่านนายกรัฐมนตรีบอกไว้อย่างชัดเจนว่า นอกจากเรื่องของการเสริมสร้างประชาธิปไตยที่ดีขึ้นหลังจากการเลือกตั้งแล้ว เรื่องของ การแก้ไขปัญหาอุทกภัยก็เป็นไปได้ด้วยดี และท้ายที่สุดประเทศไทยเป็นประเทศที่มี ความพร้อมในเรื่องของการเข้าไปสู่การเป็นประชาคมอาเซียน
ประเด็นที่ ๓ เหตุผลที่ผมได้ยกขึ้นมาบอกเป็นสิ่งที่ท่านนายกรัฐมนตรี ได้ป่าวประกาศไปสู่ประชาคมโลกซึ่งผมไม่แน่ใจว่าเพื่อนสมาชิกที่นั่งอยู่ในห้องประชุมแห่งนี้ รวมถึงประชาชนที่ได้นั่งฟังการถ่ายทอดสดอยู่ในเวลานี้จะเห็นด้วยกับสิ่งที่ท่านนายกรัฐมนตรี พูดหรือไม่ เพราะว่าเมื่อ ๒-๓ วันที่ผ่านมาเรายังเห็นภาพความขัดแย้งซึ่งไม่ได้เกิดขึ้น เฉพาะในประเทศไทย แต่ยังเกิดขึ้นไกลถึงประเทศสหรัฐอเมริกา กระบวนการแบบนี้ ผมคิดว่านอกจากไม่ใช่เรื่องของการสร้างทัศนคติที่ดีต่อพี่น้องประชาคมโลกแล้ว ผมยังคิดว่า มันเป็นการสร้างความไม่แน่ใจหรือสร้างความกลัว ความกังวลให้กับพี่น้องยังต่างประเทศว่า ความมั่นใจในการเดินทางเข้ามาสู่ประเทศไทยนั้นว่ามีความปลอดภัยเป็นเช่นนั้นจริงหรือ อันนี้ก็เป็นเรื่องที่น่ากังวลนะครับว่ากระทรวงการต่างประเทศนั้นได้ใช้เงินงบประมาณ ในเรื่องเหล่านี้ในการทําความเข้าใจในเรื่องของการพยายามที่จะบอกประชาคมโลกว่า ประเทศของเราเป็นประเทศที่มีประชาธิปไตยอย่างเต็มสมบูรณ์ เป็นประเทศที่ไม่มีความขัดแย้ง แต่ว่าเกิดกระบวนการแบบนี้ขึ้นผมไม่แน่ใจว่ากระทรวงการต่างประเทศจะรักษาภาพลักษณ์ ที่ดีของประเทศอย่างไร และใช้เงินงบประมาณกับเรื่องเหล่านี้คุ้มค่ามากน้อยแค่ไหน นอกเหนือไปกว่านั้นอีกคําถามหนึ่งที่ต้องเรียนถามท่านกรรมาธิการก็คือว่าช่วงเวลาที่ องค์การนาซา (NASA) เข้ามาเสนอขอใช้สถานที่ของเราในการทํากิจกรรมต่าง ๆ ของเขา ซึ่งท้ายที่สุดมันกลายเป็นข้อบิดเบือนครับว่าการที่องค์การนาซาไม่ได้เข้ามานั้น ปิดท้ายทําให้ เราไม่สามารถแก้ปัญหาน้ําท่วมได้ มันมีคนกล่าวมาถึงขนาดนั้นผมคิดว่าเป็นสิ่งที่กรรมาธิการ ต้องตอบครับว่าในช่วงเวลาเดียวกับที่องค์การนาซาเข้ามา มีการให้วีซ่า (VISA) กับนักโทษ ในประเทศสามารถเดินทางไปยังประเทศต่าง ๆ ได้เป็นช่วงเวลาเดียวกันหรือไม่ แล้วการเกิด เหตุการณ์แบบนี้ขึ้น ผมไม่แน่ใจว่ากระทรวงการต่างประเทศนั้นมีงบประมาณในการดูแล เรื่องเหล่านี้ให้เกิดความเรียบร้อยชัดเจนขึ้นอย่างไร ก็เป็นคําถามสั้น ๆ จากผม ๓ ประการ ที่ถามกับกรรมาธิการ ขอบพระคุณครับ
เชิญท่านเทพไท เสนพงศ์ ครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม เทพไท เสนพงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ขออนุญาตท่านประธานเพื่อที่จะอภิปรายในฐานะผู้แปรญัตติตัดลดงบประมาณ ของกระทรวงการต่างประเทศ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ ถ้าดูจํานวนตัวเลขท่านประธานก็อาจจะเห็นว่า ผมอาจจะใจจืดใจดํากับกระทรวงการต่างประเทศมากเกินไป แต่ก็ต้องเรียนกับท่านประธานว่า ผมมีเหตุผลจําเป็นที่จะต้องตัดจํานวนถึง ๒๐ เปอร์เซ็นต์ ก็ต้องบอกกับเพื่อนข้าราชการ ในกระทรวงการต่างประเทศ เพราะทุกครั้งที่ศึกษาดูงานในต่างประเทศพบเพื่อนข้าราชการ ที่อยู่ในต่างประเทศก็จะขอร้องและขอความเห็นใจจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ให้ดูแล งบประมาณของกระทรวงการต่างประเทศให้มากหน่อยเพราะมีความอัตคัดในการที่จะ ไปทํางานในต่างประเทศ แต่ว่าถ้าดูผลงาน ดูเนื้องานของกระทรวงการต่างประเทศในรัฐบาลชุดนี้ ต้องเรียนกับท่านประธานตรงไปตรงมาว่าให้ไม่ได้จริง ๆ ครับท่านประธาน ถ้าท่านประธานจะดู งบประมาณในปี ๒๕๕๔ กระทรวงการต่างประเทศได้รับงบประมาณ ๗,๔๖๙ ล้านบาท ประมาณนะครับ แล้วก็ปี ๒๕๕๕ ๗,๗๐๐ ล้านบาท พอมาปี ๒๕๕๖ ๗,๙๐๐ ล้านบาทบวก ๓๐๐ ล้านบาทครับท่านประธาน ถ้าหากว่าดูจํานวนงบประมาณที่เพิ่มขึ้น ๓๐๐ ล้านบาท เมื่อเทียบกับผลงานของกระทรวงการต่างประเทศที่ผ่านมาก็ต้องเรียนท่านประธานว่ามันแพงมาก ผลงานของกระทรวงการต่างประเทศของข้าราชการผมรับได้ว่าเป็นไปในแนวทางที่ดี แต่ว่าผลงานของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ผมให้ไม่ได้จริง ๆ ครับ เพราะไม่มีประสิทธิภาพพอ ผมจําเป็นที่จะต้องตัดลดงบประมาณถึง ๒๐ เปอร์เซ็นต์ สิ่งที่ผมอยากจะเรียนกับท่านประธานว่าที่ผมปรับลดนั่นก็คือว่ากระทรวงการต่างประเทศ ไม่ได้ทําตามพันธกิจแล้วก็ไม่สามารถที่จะดําเนินการในกระทรวงการต่างประเทศ ตามพันธกิจที่ให้ไว้กับสภาแห่งนี้ นั่นก็คือให้ความคุ้มครอง ส่งเสริม ดูแลสิทธิและ ผลประโยชน์ของคนไทยในต่างประเทศเพื่อให้สามารถอยู่อย่างมีเกียรติและศักดิ์ศรี ตลอดจนให้บริการแก่ประชาชนด้านกงสุล ก็ต้องเรียนกับท่านประธานนะครับว่าพันธกิจ ที่ให้ไว้มันเป็นเรื่องจริงหรือเปล่าครับท่านประธาน สิ่งที่ท่านประธานเห็นก็คือว่าคนไทย ในต่างประเทศอย่างน้อย ๒ กลุ่ม ที่เห็นเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนครับว่ารัฐบาลชุดนี้ละเลย ไม่สนใจทั้ง ๆ ที่รัฐบาลได้คุย กระทรวงการต่างประเทศได้คุยว่าเมื่อเป็นรัฐบาลขึ้นมาแล้วก็มี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศคนนี้ จะเห็นได้ว่าความสัมพันธ์กับประเทศเพื่อนบ้านนี่ ดีขึ้นอย่างไม่เคยมีมาก่อน โดยเฉพาะอย่างยิ่งความสัมพันธ์กับประเทศกัมพูชา ก็ต้องยอมรับ ความจริงว่าในรัฐบาลชุดก่อนอาจจะมีปัญหากับรัฐบาลกัมพูชาในบางเรื่องบางราว แต่ว่า รัฐบาลชุดก่อนได้ปกป้องสิทธิผลประโยชน์ของประเทศชาติ ของประเทศไทยเป็นหลัก จึงเกิดความขัดแย้งครับ มีคนไทยติดคุกอยู่ในประเทศกัมพูชา ๒ คน คือคุณวีระกับคุณราตรี ก็ต้องยอมรับความจริงว่าเป็นความสามารถของรัฐบาลชุดที่แล้วที่ไม่สามารถที่จะนําพาคนไทย ๒ คนกลับสู่ประเทศได้ด้วยเหตุผลทางการเมืองและหลาย ๆ อย่างครับ แต่รัฐบาลชุดนี้ได้ประกาศว่ามีความสัมพันธ์ดีเลิศ ไปเตะฟุตบอล อดีตผู้นําต้องไปเยี่ยมเยียน ไปเมาเหล้าเมาสุรา ร้องเพลงครื้นเครงกันในช่วงสงกรานต์ ก็ต้องยอมรับว่าความสัมพันธ์ดีขึ้น แต่ถ้าหากว่าความสัมพันธ์ดีขึ้นตามที่โฆษณาจริงต้องถามท่านประธานว่าทําไมไม่เอาคนไทย ๒ คนที่อยู่ในคุกออกมา หรือจะต้องให้ลูกสาวของแกนนําในพรรคของรัฐบาลต้องไปแต่งงาน กับหลานของฮุนเซนให้จบก่อนแล้วถึงจะนําคนไทยกลับมาประเทศได้อย่างนั้นหรือ ท่านประธาน นี่เห็นได้ชัดครับท่านประธานว่าไม่มีประสิทธิภาพเพียงพอที่จะคุ้มครอง สิทธิประโยชน์ของคนไทยในต่างประเทศตามพันธกิจข้อที่ ๕ ที่รัฐบาลชุดนี้ให้ไว้ครับ ถ้ารัฐบาลชุดนี้แน่จริงว่ามีผลงานจริง เก่งตามราคาคุยต้องทําให้ได้สิท่านประธาน ต้องเอา คนไทย ๒ คนนั้นกลับมา ไม่ใช่ว่าคุ้มครองแต่คนบางคนที่เป็นนายของตัวเอง แต่ว่าคนไทย ชาวบ้านตาดํา ๆ ที่ติดคุกติดตะรางอยู่ในต่างประเทศรัฐบาลไม่สนใจ
กลุ่มคนที่ ๒ ที่รัฐบาลเฉยเมยอย่างผิดปกติ แปลกมากในรัฐบาลชุดนี้ นั่นก็คือ กรณีคนไทย ๙๒ คนที่ติดคุกอยู่ที่ประเทศพม่า ก็โฆษณาไม่ใช่หรือท่านประธานว่าประเทศไทย ในรัฐบาลชุดนี้กับประเทศพม่ามีความสัมพันธ์ที่ดี ส่งพี่ชายไปคุยเรื่องลู่ทางทางด้านพลังงาน น้องสาวก็บินตามไป แล้วทําไมคนไทย ๙๒ คนที่ไปทํามาหากินที่บริเวณตะเข็บชายแดน ซึ่งไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่าดินแดนของประเทศใดถูกจับไป ๙๒ คน ตอนนี้อยู่ในประเทศพม่า รัฐบาลชุดนี้ได้ดําเนินการอย่างไรล่ะ ปล่อยให้คนไทยเหล่านั้นเผชิญชะตากรรมขึ้นศาลอยู่ที่ ประเทศพม่า ในวันนี้ถูกศาลประเทศพม่าจําคุกแล้วท่านประธาน คนที่อยู่ในประเทศพม่า ที่ติดคุก ๙๒ คน ต้องเรียนท่านประธานครับอาจจะไม่ใช่บุคคลสําคัญของแกนนําของรัฐบาล ชุดนี้ละครับ แต่ว่าเป็นคนสําคัญสําหรับพวกผมครับในฐานะที่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เพราะคน ๙๒ คนคือพี่น้องประชาชนที่มาจากจังหวัดนครศรีธรรมราช จังหวัดสุราษฎร์ธานี และจังหวัดกระบี่ครับ แต่จะเป็นใครก็ตามไม่สําคัญหรอกครับ เพราะเขาเป็นคนไทย และ รัฐบาลชุดนี้คือรัฐบาลของประเทศไทย
ท่านเทพไทครับ มีผู้ประท้วงครับ
ผมคิดแล้วว่าต้องมีคนประท้วง ผมนึกว่าเขานอนหลับหมดแล้วครับ
เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน ธีรรัตน์ สําเร็จวาณิชย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทย ดิฉันต้องขออนุญาตประท้วงท่านผู้กําลังอภิปรายตามข้อบังคับ ข้อ ๖๑ กรุณาพูด ให้อยู่ในประเด็นและกรุณาลดการเสียดสี แล้วก็ขออนุญาตว่านําข้อเท็จจริงมาอภิปราย อย่านําพฤติกรรมที่ท่านไปจัดรายการเข้ามาพูดในที่นี้ค่ะ ขอขอบพระคุณค่ะ
เทพไทพยายามหน่อยก็แล้วกันครับ
ขอบคุณครับท่านประธาน ก็ขอบคุณที่เป็นแฟนรายการสายล่อฟ้าผมด้วยครับ ท่านประธานที่เคารพ ผมยังอยู่ ในประเด็นครับท่านประธาน คือกําลังเรียนให้ท่านประธานเห็นว่ากระทรวงการต่างประเทศ อ่อนด้อยในการทํางานในประเด็นใดบ้างผมจึงจําเป็นต้องตัด ๒๐ เปอร์เซ็นต์ คือถ้าไม่อธิบาย ให้ชัด ๆ แบบนี้ ๒๐ เปอร์เซ็นต์มันโหดไปสําหรับการตัดงบประมาณของกระทรวงการต่างประเทศ ก็จําเป็นต้องหาเหตุผลเพื่อให้คนในกระทรวงการต่างประเทศได้เข้าใจว่าผมมีเหตุผลใด ถึงตัดจํานวนนั้นครับท่านประธาน และที่ผมท้วงติงผ่านไปยังกระทรวงการต่างประเทศ ผ่านไปยังคณะกรรมาธิการก็คือกรณีคนไทย ๙๒ คนที่อยู่ในประเทศพม่าที่ถูกจับขังคุก อยู่ในวันนี้ แล้วพวกเราก็ยังไม่รู้ชะตากรรมเลยว่า ๙๒ คนที่เป็นคนไทยนี่เป็นอยู่อย่างไร ในคุกของประเทศพม่า ซึ่งท่านประธานก็รู้อยู่นะครับว่าประเทศพม่านี่เป็นอย่างไร รัฐบาลได้เคยพูดเรื่องนี้บ้างไหม กระทรวงการต่างประเทศได้เอาใจใส่รู้ร้อนรู้หนาวกับเรื่องนี้ บ้างหรือเปล่าครับท่านประธาน ผมเห็นแต่ ส.ส. ฝ่ายค้าน คุณวิรัช ร่มเย็น ในฐานะผู้เชี่ยวชาญ กับประเทศเพื่อนบ้านด้านพม่าเอาใจใส่ไปทวงถาม ไปถามสารทุกข์สุกดิบ ถ้าหากว่ารัฐบาล ไม่มีประสิทธิภาพก็ตั้งคุณวิรัชให้เป็นที่ปรึกษากระทรวงการต่างประเทศก็ยังได้ครับ ผมอนุญาตในฐานะเป็นเพื่อนร่วมสมาชิกพรรคกับผม แต่ที่เห็นก็คือว่ากระทรวงการต่างประเทศไม่เคยเอาใจใส่และข่าวเรื่องนี้ก็เงียบหายมากครับ ให้กองทัพภาคที่ ๔ ซึ่งมีหน้าที่ทางด้านความมั่นคงเข้าไปเจรจาทั้ง ๆ ที่บทบาทหน้าที่ มันเลยเถิดจากบทบาทของกองทัพไปแล้ว มันเป็นเรื่องของความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ระหว่างรัฐบาลไทยกับรัฐบาลพม่าครับ คือไม่เข้าใจว่าทําไมรัฐบาลไม่มีความคืบหน้าเรื่องนี้ และไม่สามารถแก้ปัญหาเรื่องนี้ได้ในขณะที่ผู้นําประเทศพม่าตั้งแต่อองซาน ซูจี แล้วก็ผู้นํา คนอื่น ๆ มาครับ ทั้งเต็ง เส่ง ทั้งใครมากันหลายคน ทําไมรัฐบาลไม่คุยเรื่องนี้ หรือกระทรวง การต่างประเทศไม่คุยเรื่องนี้กับผู้นําประเทศพม่าใช้เวลาที่ผู้นําประเทศพม่ามาคุยเรื่องอะไร ผมไม่ทราบครับท่านประธาน แต่ว่าที่เห็นก็คือผู้นําประเทศพม่าไปที่แหลมฉบัง ไปดูเรื่อง ท่าเรือไปดูเรื่องการพลังงานซึ่งก็เป็นแนวทางที่ทุกคนทํานายว่าจะมีอดีตนักการเมืองคิดที่จะ ลงทุนด้านพลังงานที่ประเทศพม่าด้วยครับท่านประธาน นี่คือ ๒ ภารกิจ ๒ ภารกิจ ที่ไม่สามารถดําเนินการได้ตามพันธกิจที่ให้ไว้กับสภาแห่งนี้ผมจําเป็นต้องทวงถาม
อีกเรื่องหนึ่งครับท่านประธาน เป็นเรื่องที่น่าสนใจก็คือว่ากระทรวง การต่างประเทศปล่อยปละละเลยไม่ทําหน้าที่ในฐานะที่เป็นตัวแทนรัฐบาลไทยที่จะบังคับใช้ กฎหมายคนไทยที่หนีคดีครับ รัฐบาลกําลังถูกสบประมาทจากประชาคมโลกว่ารัฐบาลไทย ล้มเหลวในเรื่องการบังคับใช้กฎหมายครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการที่ไปดําเนินการกับคนไทย คนหนึ่งที่เป็นนักโทษหนีคดีครับ แต่ว่าไม่ใช่มีคนเดียวครับ คนไทยที่เป็นนักโทษหนีคดี มีหลายคนครับท่านประธานครับ แต่ว่ามีเพียงคนเดียวที่ลอยหน้าลอยตาท้าทายอํานาจรัฐ เคลื่อนไหวรอบ ๆ ประเทศไทยและเคลื่อนไหวในประเทศมหาอํานาจครับ ถ้าหากว่าเป็น นักโทษหนีคดีแล้วไปหลบซ่อนตัวหรือไปหนีหน้าผู้คนผมก็ไม่ได้ว่าอะไรเลยครับท่านประธาน แต่ว่าเป็นนักโทษหนีคดีที่ต้องมาเคลื่อนไหวในบริเวณชายแดนประเทศไทย แล้วก็ให้คนไทย ไปสวามิภักดิ์ครับท่านประธาน ที่อยากจะถามก็คือว่าในช่วง ๒-๓ วันในสัปดาห์นี้ครับ ที่เห็นชัดเจนว่ามีนักโทษชายหนีคดีคนหนึ่งเดินทางไปสู่ประเทศสหรัฐอเมริกา แล้วก็ต้องเรียนกับท่านประธานว่าเรากับประเทศสหรัฐอเมริกามีสนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดน จะปฏิเสธอย่างไรก็ตามแต่ผมเชื่อว่าเรื่องนี้เป็นประจักษ์พยานที่ชัดเจนว่าความสัมพันธ์ ระหว่างประเทศไทยกับประเทศสหรัฐอเมริกานี่เป็นความสัมพันธ์ทางการทูตที่ดีและ มีสนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดนที่ชัดเจนครับ และรัฐบาลไทยในยุคของรัฐบาลชุดก่อน ก็ได้ทํามาแล้วครับ ในคดีการส่งตัวนักโทษ พ่อค้าอาวุธก็คือ วิคเตอร์ บูท ครับ แต่วันนี้นักโทษชายหนีคดี ท่านประธานเห็นไหมครับ ไปที่ไทยแลนด์ พลาซา เมื่อวาน ไปห้องอาหารกาแลถูกคนไทยที่เขาไม่สามารถที่จะทนดูนักโทษหนีคดีได้ ขณะที่รัฐบาลไทย ทนดูอยู่ได้ครับท่านประธาน เขาต้องยกป้ายขับไล่ ต้องหนีหัวซุกหัวซุนท่านประธานก็เห็นครับ มิหนําซ้ํายังให้ที่ปรึกษากฎหมายส่วนตัวออกมาแถลงข่าวอีกว่าประสบความสําเร็จ ในการเดินทางไปเยือนประเทศสหรัฐอเมริกาและเป็นไปด้วยความราบรื่น ซึ่งก็ต้องถาม ท่านประธานว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศได้ดําเนินการเรื่องนี้อย่างไรบ้างครับ เริ่มต้นต้องบอกว่ากระทรวงการต่างประเทศต้องเป็นหนึ่งเจ้าภาพในการที่จะล่าตัว คนกระทําผิดกฎหมายมาลงโทษ ต้องร่วมกับสํานักงานตํารวจแห่งชาติและสํานักงาน อัยการสูงสุด ถ้าคนเหล่านี้จะปฏิเสธเหมือนกับหลายครั้งที่ผ่านมาบอกว่าไม่รู้หลักแหล่งว่า นักโทษหนีคดีคนนั้นอยู่ที่ไหนไม่สามารถที่จะดําเนินการเอาตัวมาได้หรือประสานงานมาได้ ก็ต้องเรียนกับท่านประธานครับอยู่เป็นสัปดาห์ ๗ วันเลย ที่ปรึกษาส่วนตัวยังออกมาพูด ได้กลับบ้านอีก ยังอยู่อีก ๓-๔ วันครับเจ้าตัวก็บอกเองว่าหลังจากนั้นจะบินกลับมาประเทศจีน และจะมาอยู่แถวชายแดน จะมาอยู่แถวประเทศจีน มาอยู่แถวจังหวัดเชียงราย เพื่อจะอู้คําเมืองกับสาวกทั้งหลายแหล่ครับ อันนี้ละครับท่านประธานผมยังไม่เห็นท่าที ความเคลื่อนไหวของกระทรวงการต่างประเทศเลยแม้แต่น้อย ผมเห็นใจข้าราชการประจําครับ ผมคิดว่าข้าราชการประจํา
มีคนประท้วงครับท่านเทพไท ท่านครูมานิตย์ครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม ครูมานิตย์ สังข์พุ่ม จริง ๆ ก็ไม่อยากประท้วงหรอกครับเพราะ ๒-๓ วันที่เขาอภิปรายมาก็พยายาม อดทนแล้วก็ฟัง ผมย้อนกลับไปครับท่านประธาน ผมประท้วงท่านประธานเมื่อกี้ที่คุณศรัณย์วุฒิ อภิปราย อภิปรายอยู่คนเดียวก็โดนประท้วงทั้ง ๆ ที่เขาไม่ได้ไปกล่าวถึงบุคคลภายนอก ผมเห็นใจจริง ๆ ผมชอบ ยิ่งพูดถึงคนนี้แล้วผมได้กลับมาเป็นผู้แทนราษฎรอย่างสบาย ผมอยากให้ฝันร้ายอยู่อย่างนี้เลยครับท่านประธาน ให้ฝันร้ายอยู่ไปเรื่อย ๆ เลย
ท่านประท้วงผมเรื่องอะไรครับ ท่านต้องบอกประท้วงผมเรื่องอะไร
ผมกําลังจะพูดถึงมาตรา ท่านประธานครับ ผมประท้วงผู้กําลังอภิปรายข้อบังคับ ข้อ ๖๑ พูดจาวกวนสับสน เรื่องนี้เขารู้กันมานานแล้ว แล้วก็พูดให้ข้อเท็จจริงจริง ๆ แล้ววันนี้ไปประเทศไหนก็ได้ครับ ท่านประธานครับ ยกเว้น ที่ประเทศไทย แต่ผู้อภิปรายก็พยายามกําลังจะขี่ ผมบอกว่าถ้าตัดแล้วมันตัดเรื่องอะไร ตัดประเด็นอะไรประธานต้องย้ําสิครับ จริง ๆ แล้วท่านก็พูดถูกนะครับต่างประเทศเหมือนกับ คุณวีระที่โดนจับมาวันนี้มันจับกันรัฐบาลไหนล่ะ ทําไมไม่เอากลับมา
ท่านเอาเฉพาะที่ประท้วง ถ้าท่านอภิปรายไม่ได้ครับ
ผมประท้วงท่านประธานว่ากรุณา ควบคุมหน่อยครับเพราะท่านประธานบอกว่าวันนี้ท่านจะเป็นคนที่ควบคุมเองว่าให้มัน ตรงประเด็นและจะตัดกันตรงไหน จริง ๆ ผมไม่ค่อยลุกขึ้น ท่านประธานก็เห็น ๒-๓ วันนี้ ผมไม่อยากลุกขึ้นหรอก พูดนี่ผมก็พูดเป็นกระแนะกระแหนเพื่อนนี่ผมไม่เป็นรองใครหรอก ในสภานี้ ขอบคุณครับ ท่านประธานวินิจฉัยด้วย
ผมก็พยายามฟังอยู่นะครับ ท่านเทพไทก็กรุณานิดหนึ่งก็แล้วกันครับ ถ้าไปกระทบกระเทียบ ก็จะมีการประท้วงอยู่ตลอดก็ขอความกรุณาให้อยู่ในประเด็นด้วยครับ
ขอบคุณครับท่านประธานครับ ที่มีผู้ประท้วง ถ้าภาษาของ ร้อยตํารวจเอก เฉลิมเขาเรียกว่านอนเซนส์ (Nonsense) ใช่ไหม แต่ท่านเฉลิมบอกว่าโน เซลฟ์ (No self) ท่านประธานที่เคารพครับ ผมต้องเรียนกับ ท่านประธานนะครับว่าสิ่งที่ผมพูดผมไม่ได้ไปกระแทกแดกดันใครนะท่านประธาน แต่ว่าที่ผมพูดก็คือว่าเหตุผลที่ผมจําเป็นต้องตัดเพราะประสิทธิภาพการทํางานของ กระทรวงการต่างประเทศว่าด้อยประสิทธิภาพจริง ๆ ผมจําเป็นต้องตัด ๒๐ เปอร์เซ็นต์ แล้วก็มีอยู่ ๒-๓ เรื่องนี้ละครับเรื่องอื่นผมก็ไม่ตัดหรอก เรื่องการที่จะไปสร้างสํานักงาน สถานทูตในต่างประเทศอันนี้ผมเห็นใจ ค่ารับรอง ค่าดูแลแขก ค่าดําเนินการในต่างประเทศ ในเรื่องของสํานักงานของเอกอัครราชทูตไม่มีปัญหาอันนี้ผมให้ แต่ว่าที่ตัด ๓๐๐ ล้านบาทนี้ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ที่ไม่เกินที่มันเพิ่มไป ๓๐๐ ล้านบาทที่ผมบอกไม่คุ้มเพราะว่าฝีมือของ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศทําให้ผมมีแรงจูงใจที่จะตัด ใครอาจจะมองว่า การทํางานของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศคนนี้อาจจะคุ้มในสายตาของใครบางคน ที่เขาจะปูนบําเหน็จให้เป็นรัฐมนตรีที่ใหญ่โตอะไรก็แล้วแต่ แต่ว่าสําหรับผมผมคิดว่าไม่คุ้ม ผมจําเป็นต้องตัด ๒๐ เปอร์เซ็นต์ เพราะฉะนั้นผมต้องเรียนกับท่านประธาน ผมไม่อยากจะ รบกวนเวลาของสภามากนักหรอกครับ แต่ว่าต้องการชี้ให้ท่านประธานเห็นว่า ๒-๓ อย่างนี้ รัฐบาลชุดนี้ปล่อยปละละเลยไม่มีการบังคับใช้กฎหมายทําให้อํานาจรัฐไทยล้มเหลวในสายตา ประชาคมโลก กระทรวงการต่างประเทศคือหน้าตาของประเทศไทยครับ เราล้มเหลว ในเรื่องการทํางานของกระทรวงการต่างประเทศเหมือนกับรัฐไทยล้มเหลวด้วย ผมจําเป็นต้องตัด ๒๐ เปอร์เซ็นต์ครับท่านประธาน ขอบพระคุณครับ
เชิญท่านจุติ ไกรฤกษ์ ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผม จุติ ไกรฤกษ์ พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดพิษณุโลก ผมขอกราบเรียนท่านประธานว่า ผมได้ขอปรับลดงบประมาณของกระทรวงการต่างประเทศนั้น ๑๐.๒๕ เปอร์เซ็นต์ เหตุผลที่ตัดนั้น
ประการแรก นโยบายที่รัฐบาลได้แถลงต่อสภาไว้โดยท่านนายกรัฐมนตรี เมื่อเดือนสิงหาคมปีที่แล้ว ในนโยบายการต่างประเทศและเศรษฐกิจระหว่างประเทศ เรื่องของการกระชับความร่วมมือและความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์กับประเทศ กลุ่มประเทศ และองค์การระหว่างประเทศที่มีบทบาทสําคัญของโลก เพื่อเสริมสร้างความเชื่อมั่น ในประเทศไทย พร้อมกับการสร้างภูมิคุ้มกันและขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับ เศรษฐกิจไทย
ประการต่อมา นโยบายที่แถลงกับสภาให้คํามั่นสัญญากับพวกผมไว้ว่า จะสนับสนุนในการเข้าถึงระดับประชาชนของนานาประเทศ พร้อมทั้งส่งเสริมภาพลักษณ์ที่ดี และความร่วมมือทางวิชาการกับประเทศกําลังพัฒนา และประชาชนระหว่างประเทศ มีทัศนคติในทางบวกต่อประชาชนและประเทศไทย ท่านประธานครับ เมื่อมาดูพันธกิจของ กระทรวงการต่างประเทศแล้ว พันธกิจข้อที่ ๑ ว่าจะปกป้องรักษาและส่งเสริมสถานะและ ผลประโยชน์ของไทยในความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ และในพันธกิจข้อที่ ๔ นั้นก็คือว่า สร้างนักการทูตที่มีจิตสํานึกและมีความเข้าใจในสังคมไทย ตลอดจนมีความเชี่ยวชาญ และรอบรู้ในด้านต่าง ๆ เพื่อเป็นตัวแทนในการรักษาส่งเสริมผลประโยชน์ประเทศไทย ในต่างประเทศ ผมกราบเรียนท่านประธานว่าตรงนี้ละครับคืองานที่ทําไม่สมบูรณ์ แล้วที่ผม ปรับนี่เพื่อเตือนสติและการดําเนินนโยบาย ทิศทางนโยบายของกระทรวงการต่างประเทศ ประการแรก ผมมองว่าการจัดสรรงบประมาณของกระทรวงการต่างประเทศนั้นไม่เหมาะสม กับพันธกิจ สิ่งที่ต้องปรับปรุงคือ ๑. วันนี้สถานการณ์ของโลก การแข่งขันของโลกนั้น เปลี่ยนแปลงไป และมีมิติใหม่ ๆ เพิ่มมากขึ้น มีความสลับซับซ้อนมากขึ้น ผมว่ารัฐบาลนั้น จําเป็นครับปีนี้ต้องใช้งบประมาณในการจ้างบริษัทลอบบี้ (Lobby) แต่ไม่ใช่ลอบบี้ เพื่ออย่างอื่นนะครับ ลอบบี้เพื่อประโยชน์ในการอํานวยการ แล้วก็การต่อรองกับต่างประเทศ ในเรื่องของภาคเศรษฐกิจ วันนี้เราให้ความสําคัญกับเขาน้อยไป วันนี้เรามีความเป็นมืออาชีพ ในการเตรียมการที่จะหาข้อมูลในการเจรจาต่อรองนั้นน้อยมาก สิ่งที่ผมห่วงประการต่อมาว่า ทิศทางของนโยบายของกระทรวงการต่างประเทศภายใต้นโยบายการเมืองนั้นจะมีผลกระทบ ต่อเกษตรกรไทยทั้งประเทศ ทั้ง ๆ ที่เขานั้นไม่รู้อีโหน่อีเหน่เลยว่าทําไมนโยบายต่างประเทศนั้น ต้องมามีผลกระทบกับคนไทยที่เป็นชาวไร่ ชาวนา ชาวสวนด้วย ผมกราบเรียนท่านประธานว่า นอกจากนั้นแล้วประเทศไทยวันนี้อยู่ระหว่างเขาควายของ ๒ มหาอํานาจ ด้านหนึ่งคือ ประเทศสหรัฐอเมริกาเพื่อนเก่าแก่ของเรา อีกด้านหนึ่งคือประเทศจีนญาติเก่าแก่ของเราเหมือนกัน ประเทศสหรัฐอเมริกานั้นได้ทิ้งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ไปตั้งแต่แพ้สงครามเวียดนาม ๓๐ ปีที่แล้ว วันนี้ประเทศสหรัฐอเมริกาประกาศนโยบายด้านการต่างประเทศใหม่ครับปีนี้ บอกว่าอีก ๘ ปีนั้น จะโยกย้ายฐานทัพเรือมาอยู่ในเอเชียแปซิฟิกเพิ่มขึ้นถึง ๖๐ เปอร์เซ็นต์ วันนี้ฐานทัพเรือ ที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคทางเอเชียนั้นอยู่ที่ประเทศออสเตรเลีย ประเทศฟิลิปปินส์นั้นลดไปแล้ว ประเทศเกาหลีก็ลดกําลังลงไป แต่วันนี้จะกลับมาที่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งหนีไม่พ้น ฐานทัพอู่ตะเภาของประเทศไทย นี่คือความกังวลครับท่านประธาน ถามว่าความกังวลว่าอย่างไร วันนี้ประเทศสหรัฐอเมริกานั้นกําลังเบ่งกล้ามกับประเทศจีนเพื่อช่วงชิงความเป็นเจ้าโลก ประเทศจีนในขณะเดียวกันวันนี้ไม่นั่งเฉย ๆ ให้ใครตบหน้าแล้ว ประเทศจีนกําลังใช้การค้า เป็นเครื่องมือในนโยบายด้านการต่างประเทศ แล้ววันนี้ประเทศจีนก็ประกาศแล้วประกาศปีนี้ บอกว่าประเทศจีนนั้นจะตอบโต้ทุกประเทศที่มารุกล้ําความมั่นคงหรือผลประโยชน์ของชาติ นี่แหละครับคือปัญหา ปัญหาที่ผมห่วงทิศทางของกระทรวงการต่างประเทศว่าวันนี้ เราไม่สามารถเข้าข้างประเทศมหาอํานาจคนใดคนหนึ่งได้เลย ไม่ว่าจะเป็นมิตรเก่าแก่ หรือว่าญาติเก่าแก่ แล้วก็ปีนี้ท่านประธานทราบใช่ไหมครับว่าเป็นปีแรกที่การประชุมสุดยอดอาเซียนนั้น ไม่สามารถมีข้อตกลงประกาศร่วมกันได้เลย ตกลงกันไม่ได้ครับเพราะขาดความกลมเกลียวกัน เพราะว่าประเทศฟิลิปปินส์ก็ตาม กลุ่มประเทศอาเซียนต่าง ๆ แม้กระทั่งประเทศอินโดนีเซีย ก็ตาม ประเทศมาเลเซียก็ตาม มีปัญหาในเรื่องของดินแดน วันนี้ประเทศจีนมีข้อขัดแย้ง ในเกาะทางทะเลตอนใต้กับประเทศฟิลิปปินส์ ประเทศจีนมีข้อขัดแย้งกับประเทศญี่ปุ่น ข้อพิพาทกับประเทศญี่ปุ่น สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้อยากจะเตือนสติกระทรวงการต่างประเทศ แล้วก็รัฐบาลไทยครับท่านประธานว่าวันนี้ให้สําเหนียกไว้ ผมอยากให้บันทึกไว้ว่า วันนี้จะดําเนินการต่างประเทศด้านใดให้คิดถึงคนไทยบ้าง อย่าคิดถึงเฉพาะผู้นําอย่างเดียว คิดถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับคนไทยทั้งประเทศ วันนี้ประเทศจีนคือคู่ค้าที่สําคัญที่สุด ของอาเซียนนะครับท่านประธาน อาเซียนนั้นมีประชากร ๖๐๐ ล้านคน ขนาดเศรษฐกิจ ของอาเซียนรวมกัน นั่นคือ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านเหรียญสหรัฐ นอกจากนั้นแล้วในอีกไม่เกิน ๓ ปีข้างหน้า ประเทศจีนประกาศเลยว่าประเทศจีนจะเป็นคู่ค้าที่ใหญ่ที่สุดของอาเซียน ไม่ใช่ประเทศสหรัฐอเมริกา ไม่ใช่ยุโรป แล้วมูลค่าการค้าระหว่างประเทศจีนกับอาเซียนนั้น จะสูงถึง ๑๐๕,๐๐๐ ล้านบาทครับท่านประธาน แต่สิ่งที่ผมเกรงว่ากระทรวงการต่างประเทศ จะเป๋เพราะว่าเวลาไปเจรจาต่อรองนั้นไปเน้นมหาอํานาจคนใดคนหนึ่ง ผมอยากจะเตือนสติ เอาไว้ว่าประเทศจีนเมื่อเขามีปัญหาข้อพิพาทกับประเทศฟิลิปปินส์เขาทําอย่างไรครับ เขาประท้วงว่าวันนี้ที่เขาเคยนําเข้ากล้วยจากประเทศฟิลิปปินส์เข้าไปบริโภค วันนี้ หยุดการนําเข้าครับ เมื่อหยุดการนําเข้าหมายความว่าอย่างไร ชาวสวนกล้วยประเทศฟิลิปปินส์ ๒๐๐,๐๐๐ กว่าครอบครัว วันนี้ขายกล้วยไม่ได้ เน่าคาต้นครับ
ประการต่อมา ประเทศฟิลิปปินส์พึ่งพารายได้จากการท่องเที่ยว จากนักท่องเที่ยวประเทศจีนมาก วันนี้ประเทศจีนสั่งบริษัทท่องเที่ยวของจีนว่าไม่ให้ส่ง นักท่องเที่ยวไปประเทศฟิลิปปินส์ โดยอ้างเหตุต่าง ๆ นานา อีกบทเรียนหนึ่งประเทศจีน มีข้อพิพาทกับประเทศญี่ปุ่น วันนี้ประเทศญี่ปุ่นต้องนําแร่หายากไปประกอบจอคอมพิวเตอร์ ไปประกอบจอแอลซีดี (LCD) โทรทัศน์ขายครับท่านประธาน วันนี้ประเทศจีนบอกว่า จะไม่ส่งแร่ต่าง ๆ เหล่านี้ขายให้ประเทศญี่ปุ่นแล้ว ท่านประธานครับ เพียงแค่ขู่เท่านั้น ประเทศญี่ปุ่นมีปัญหาครับ ท่านประธานทราบไหมครับว่าวันนี้ยอดขายจอโทรทัศน์ จอคอมพิวเตอร์ ซัมซุงแซงหน้าโซนี่ไปแล้วครับ เพียงแค่ผู้ที่ขายวัตถุดิบให้ไปประกอบนั้น กระตุกเชือกเท่านั้นเอง นี่คือผลกระทบอย่างมหาศาลกับเศรษฐกิจ แล้วให้เห็นอีกบทเรียนหนึ่ง ประเทศนอร์เวย์เป็นประเทศที่มอบรางวัลโนเบล (Nobel) สันติภาพให้กับทุกคนในโลก บังเอิญเมื่อ ๒ ปีที่แล้วประเทศนอร์เวย์ไปให้รางวัลกับนักต่อต้านรัฐบาลจีนเรื่องของนโยบาย สิทธิมนุษยชนครับ ประเทศจีนประท้วงว่าอย่าให้นะ เขาบอกเขาเป็นอิสระ วันนี้ประเทศจีน ลดการนําเข้าปลาแซลมอนจากประเทศนอร์เวย์ครับ วันนี้ประเทศอินโดนีเซียยังต้องพึ่งพา การส่งออกถ่านหินไปประเทศจีนครับ ผมจึงอยากจะเตือนสติว่าสิ่งที่ผมตัดงบประมาณนั้น เตือนสตินโยบายกระทรวงการต่างประเทศครับ สินค้าเกษตรที่สําคัญของประเทศไทย ไปประเทศจีน วันนี้ข้าวครับ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์บอกว่าเป็นไปได้ที่จะขายข้าว ให้ประเทศจีน ๒,๐๐๐,๐๐๐ ตัน ยางพาราตลาดส่งออกของเราก็พึ่งพาประเทศจีนครับ มันสําปะหลังที่ส่งออกไปก็พึ่งพาประเทศจีนครับ ไม่เว้นแม้กระทั่งผัก ผลไม้ ไก่แช่แข็ง ที่สําคัญที่สุดที่ทั่วโลกวันนี้ต้องง้อคืออะไรครับ นักท่องเที่ยวจากประเทศจีน วันนี้ประเทศจีน มีนักท่องเที่ยวที่เป็นมหาเศรษฐีเดินทางไปทั่วโลก พักโรงแรม ๕ ดาว ซื้อแบรนด์เนม (Brand name) หมด เป็นจํานวน ๑๒ ล้านคนที่ไปทั่ว ท่านจะเห็นได้ว่าทุกประเทศนั้น ต้องจ้างคนจีนเป็นพนักงานล่ามแปลขาย ในขณะเมื่อ ๑๕-๒๐ ปีที่แล้วจ้างคนญี่ปุ่น วันนี้เป็นยุคของประเทศจีนครับ เพราะฉะนั้นผมจึงอยากจะเตือนสติว่ากระทรวงการต่างประเทศก็ตาม ฝ่ายการเมืองไทยก็ตาม ทําอะไรที่ล่อแหลมจะอันตราย ถามว่าล่อแหลมอย่างไร ผมห่วงครับเรื่องการเปิดใช้ ฐานทัพอู่ตะเภา โชคดีครับประเทศไทยนั้นมีขั้นมีตอน ถ้ารัฐบาลตกลงให้เขาใช้ฐานทัพ อู่ตะเภาโดยอ้างองค์การนาซาไปแล้ว เพื่อประโยชน์ในการแลกเปลี่ยนบางประการที่รัฐบาล อาจจะได้ไม่คุ้มครับ ถามว่าทําไมวันที่ปลัดกระทรวงการต่างประเทศของไทยมาพบ ขอประทานโทษครับ ปลัดกระทรวงการต่างประเทศของประเทศสหรัฐอเมริกามาพบ ผู้นําประเทศไทย วันนั้นประเทศจีนก็ส่งนายพลอาวุโสอันดับ ๔ ของกองทัพจีนมาพบ ผู้นํากองทัพไทยเหมือนกันครับ แสดงความกังวล ความไม่สบายใจต่อทิศทางนโยบาย การต่างประเทศและการทหารของประเทศไทยครับ ผมจึงอยากฝากไว้ครับท่านประธาน ชาวนาข้าวเปลือก ๒,๐๐๐,๐๐๐-๓,๐๐๐,๐๐๐ เกวียนไม่ใช่น้อย ๆ นะครับ เวลาเราขาย มันสําปะหลังไม่ได้เราไปขอให้ประเทศจีนซื้อ ยางพาราเราขายไม่ได้ไปขอให้ประเทศจีนซื้อ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ผมจึงต้องว่าต้องกระตุกกระทรวงการต่างประเทศให้ได้สติหน่อย ด้วยการปรับลดงบประมาณในส่วนนี้ ทั้ง ๆ ที่ผมนั้นเข้าใจว่ากระทรวงการต่างประเทศนั้น ต้องการงบในการพัฒนาบุคลากร งบในการดูแลสวัสดิการครอบครัวเขาเฉพาะเรื่อง การศึกษาของลูกหลานเขาในต่างประเทศให้มีขวัญกําลังใจได้ด้วยเขาจะปฏิบัติหน้าที่ได้เต็มที่
สุดท้ายสิ่งที่ผมห่วงก็คือว่าวันนี้กระทรวงการต่างประเทศนั้นอ่อนแอมาก ในการปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ ในการสร้างความเข้าใจในต่างแดนต่างประเทศครับ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้จึงจําเป็นต้องตัดทั้ง ๆ ที่ไม่อยากตัด ๑๐ เปอร์เซ็นต์ในงบของกระทรวง การต่างประเทศ ขอบพระคุณครับ
เชิญกรรมาธิการครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน นันทนา สงฆ์ประชา กรรมาธิการ ต่อประเด็นคําถามโครงการก่อสร้างภูดู่-ปากลาย ประเทศ สปป. ลาว ที่ตั้งงบประมาณไว้ในสํานักงานความร่วมมือพัฒนาเศรษฐกิจ กับประเทศเพื่อนบ้าน (องค์การมหาชน) (สพพ.) มีความซ้ําซ้อนกับภารกิจของสํานักงาน ความร่วมมือเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศ (สพร.) หรือไม่ สพพ. เป็นองค์การมหาชน สังกัดกระทรวงการคลัง มีหน้าที่ให้ความช่วยเหลือทางด้านการเงินในลักษณะเงินกู้ ส่วน สพร. เป็นหน่วยงานราชการสังกัดกระทรวงการต่างประเทศให้ความช่วยเหลือ ทางด้านเศรษฐกิจและวิชาการ จะเห็นว่าการทํางานนี้แตกต่างกันว่า สพพ. นี่ช่วยเหลือ ด้านการเงินในลักษณะเงินกู้ ส่วน สพร. ให้ความช่วยเหลือทางด้านเศรษฐกิจและวิชาการ ซึ่งเป็นการร่วมมือทั้งระดับทวิภาคีและพหุภาคี เพื่อให้เป็นไปตามความตกลงร่วมมือ เพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศ ตอบเพื่อให้เกิดความกระจ่างและความเข้าใจ ขอบคุณค่ะ
เชิญท่านพิเชษฐ์ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน ในฐานะกรรมาธิการ ท่านประธานครับ งบประมาณของ กระทรวงการต่างประเทศ คณะกรรมาธิการได้ปรับลดจาก ๗,๙๐๐ ล้านบาทปรับลดไป ๒๖ ล้านบาท ท่านประธานที่เคารพ ขออนุญาตเอ่ยนาม ท่านเทพไท สายล่อฟ้า ท่านได้บอกว่า คุณวีระ คุณราตรี ได้ถูกจับทําไมไม่เอาตัวมา ที่จริงไม่ได้ถูกจับ ๒ คนครับ ถูกจับ ๓ คน มี ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์อีก ๑ ท่าน แต่ว่าเอาตัวรอดออกมาได้ก่อนทิ้งไว้เป็นตัวประกันอยู่ ๒ คน คือ คุณวีระ คุณราตรี คือว่าข้อหาการเป็นสายลับแล้วก็การเข้าเมืองผิดกฎหมาย เราจะไปเอาตัวมาได้อย่างไรผิดกฎหมายของประเทศเขา แล้วเรื่องของ ๙๒ คนที่ถูกจับ ที่ประเทศพม่าเข้าเมืองผิดกฎหมายครับไปปลูกกัญชายาเสพติดแล้วก็มีอาวุธสงคราม ในครอบครองเขาปล่อยง่าย ๆ ไม่ได้ครับท่านประธานครับ เรื่องความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ กับการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ ท่านสายล่อฟ้าน่าจะแยกแยะได้ดีนะครับ คือมหาอํานาจทั่วโลกเขายอมรับ เขายอมรับบุคคลซึ่งเป็นปูชนียบุคคลที่ทําคุณประโยชน์ ให้กับโลก ให้กับประเทศชาติ ให้กับประเทศไทย เขายอมรับกันทั่วโลกนะครับ คดีที่ท่านโดน คือคดีที่เป็นผลสืบเนื่องมาจากการปฏิวัติรัฐประหาร ทั่วโลกเขาไม่ยอมรับในคดีนี้เขาถึง ต้อนรับทุกประเทศ เมื่อเลือกตั้งเสร็จท่านยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรีที่ต่างประเทศ ให้การต้อนรับในฐานะที่ประเทศไทยเป็นประชาธิปไตย ไม่ถึง ๑ ปีไปเยือนถึง ๑๗ ประเทศ นี่คือการยอมรับประเทศไทยในรัฐบาลชุดนี้ แต่ผมไม่แน่ใจว่าคดีล้างเผ่าพันธุ์ ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ ที่มูกาเบเมืองไทยได้ทําไว้ ประเทศสหรัฐอเมริกาจะให้วีซ่าหรือไม่ผมไม่ทราบครับ ขอบคุณท่านประธานครับ
ท่านเทพไท
ท่านประธานที่เคารพ กระผม เทพไท เสนพงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช เพื่อความเข้าใจ ใน ๓ ประเด็น
ประเด็นแรก ที่ท่านกรรมาธิการได้พาดพิงไปถึงพี่น้องประชาชน ๙๒ คน ที่บอกว่าถูกจับในข้อหาปลูกกัญชายาเสพติด ต้องเรียนว่าเราก็ไม่ทราบนะครับว่าข้อเท็จจริง มันเป็นอย่างไร แต่ว่าเราในฐานะคนไทยก็ไม่ควรที่จะไปปรักปรําคนไทยด้วยกันว่าเขาเป็น อย่างนั้น หน้าที่ของรัฐบาลไม่ว่าเขาจะเป็นอะไรก็ตามก็ต้องสู้ตามกฎหมายครับ เพราะเขา เป็นคนไทยเราก็ต้องรักศักดิ์ศรีความเป็นไทยของเราครับท่านประธาน การถูกกล่าวหาว่า ปลูกกัญชาค้ายาเสพติดอะไรก็ตามนี่ครับท่านประธาน ก็ต้องเรียนว่ามันเป็นเรื่องของ การต่อสู้ทางคดี รัฐบาลเคยเอาใจใส่ตั้งทนายความไปช่วยเหลือบ้างหรือไม่ นี่ประเด็นที่ ๑
ประเด็นที่ ๒ ที่บอกว่าผมพูดถึงปูชนียบุคคลของท่านว่าที่ถูกตัดสินคดี ด้วยผลสืบเนื่อง ผมต้องเรียนท่านประธานว่าเขาไม่ใช่นักโทษการเมืองนะครับ เป็นนักโทษ คดีอาญา ผิดกฎหมาย ป.ป.ช. มาตรา ๑๐๐ และไม่ใช่ผลพวงของรัฐประหาร ป.ป.ช. มาตรา ๑๐๐ มีก่อน คมช. นะครับท่านประธาน และถูกตัดสินด้วยศาลฎีกาแผนกคดีอาญา ของผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมือง
เอาเฉพาะที่ท่านถูกพาดพิง
เพื่อความเข้าใจครับ เพราะเป็นศาล ที่มีก่อน คมช. ครับ ๓. ที่บอกว่ามูกาเบเมืองไทยจะติดคุกล้างเผ่าพันธุ์หรือ ไปประเทศสหรัฐอเมริกาได้หรือไม่นี่ ผมอยากจะเรียนนะครับว่ากรณีฆ่าตัดตอนกรือเซะ
ท่านเทพไทเอาเฉพาะที่ท่านถูกพาดพิงครับ ก็ไม่อนุญาตให้อภิปรายต่อครับ
ได้ครับท่านประธาน ก็แค่ต้องการ ที่จะชี้แจงให้เขาเข้าใจเท่านั้นเองครับว่าคนเหล่านั้นก็เป็นนักโทษล้างเผ่าพันธุ์เหมือนกันและ กําลังดําเนินคดีอยู่ในศาลอาญาระหว่างประเทศอยู่ ขอบคุณครับ
ท่านสุนัย
ท่านประธานสภาที่เคารพครับ กระผม สุนัย จุลพงศธร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ จังหวัดนครสวรรค์ ผมได้แปรญัตติไว้ ในกระทรวงการต่างประเทศ จริง ๆ ก็เห็นใจเรื่องเวลาของสภามาก ๒ วันมานี้ก็ไม่ได้ใช้สิทธิ ในเรื่องนี้เลย แต่ผมเห็นว่าเรื่องของกระทรวงการต่างประเทศ ในฐานะที่ผมเองเป็น ประธานคณะกรรมาธิการการต่างประเทศนี้เห็นใจกระทรวงการต่างประเทศมาก จากการที่ เราได้มีโอกาสไปพบท่านทูตานุทูตของประเทศไทยในหลายประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง งบประมาณของกระทรวงการต่างประเทศที่ผมได้ให้ความเห็นใจเขานี่คืองบการดูแล ประชาชนทั้งโลก ปรากฏว่าได้อยู่ในวงเงินประมาณ ๑๐ ล้านบาทเท่านั้นเอง ทั้งโลกนะครับ ผมเองจะตัดมากกว่านี้ก็เกรงใจก็ตัด ๑ เปอร์เซ็นต์เท่านั้น ถามว่าตัด ๑ เปอร์เซ็นต์ไปทําอะไร ท่านประธานครับ ปัญหาใหญ่ขณะนี้ก็คือคนไทยที่เกิดความไม่เข้าใจกันแล้วรู้สึกว่า พลังต่าง ๆ ในประเทศนี้ยังพยายามใช้การให้ข้อมูลในทางที่ให้คนไทยต้องเกลียดกัน ภาพที่เกิดขึ้นที่ประเทศสหรัฐอเมริกาคนไทยมาประท้วงกัน ๒ ฝ่ายนั้นว่าจริง ๆ ในวันนี้ เราอยากจะใช้ยางลบดินสอลบเสียทีครับ แต่ปรากฏว่าถ้าเป็นภาพเขียนในกระดาษก็พอจะลบได้ด้วยยางลบ แต่ว่าเป็นภาพความรู้สึก ของพี่น้องประชาชนนี่มันลบยากจริง ๆ อยากจะเอาเงินส่วนนี้ไปให้กรมประชาสัมพันธ์ เขาโฆษณาให้เกิดความเข้าใจอันดีต่อกัน แล้วก็จะไม่ใช้ความพยายามเอาเวลาของสภานี้ ไปป้ายสีให้คนไทยต้องเกลียดกันอีก ความขัดแย้งในแต่ละประเทศที่ถึงขนาดแตกกัน เราเห็นมาแล้วครับ ปรากฏว่าแม้กระทั่งทําบุญในประเทศสหรัฐอเมริกาวัดเดียวกัน คนชาติเดียวกันยังไม่ไปทําบุญร่วมกันเลยครับ ผมไม่อยากเห็นคนไทยต้องเป็นเช่นนั้น ดังนั้น ผมจะไม่ใช้เวลาในสภานี้ไปให้ข้อมูลในทางร้ายที่จะให้คนไทยเกลียดกันมากขึ้นไปอีก แต่จะใช้ เวลาตรงนี้ละครับพูดถึงในสิ่งที่น่าจะเกิดขึ้นในทางที่ดีว่าถ้าเป็นไปได้เราช่วยกันดีกว่าครับ ปากต่อปาก โอกาสต่อโอกาสช่วยบอกต่อ ๆ กันให้ข้อมูลในทางที่เป็นบวกด้วยกันทั้งคู่ ท่านประธานครับ กรณีคนไทยถูกจับนั้นผมว่าในเรื่องหลักกฎหมายเราต้องเคารพหลักกฎหมาย ของแต่ละประเทศ แต่หลักกฎหมายนั้นต้องเป็นไปตามกระบวนการอันเป็นปกติไม่ใช่ ใช้กระบวนการพิเศษไปดําเนินการ กรณีนี้เราพูดกันหลายครั้งต่อเหตุการณ์ที่ท่านพูด ท่านจะพูดเฉียดไปเฉียดมาก็ตามที แต่สิ่งหนึ่งที่คนเขารับรู้กันทั่วโลกแล้วในวันแรกที่มี การรัฐประหารเมื่อ ๑๙ กันยายน ๒๕๔๙ ตอนนั้นฝุ่นยังฟุ้งอยู่ก็ไม่รู้ว่าอะไรเป็นอะไร แต่วันนี้ ๕ ปีผ่านไปคนเขารู้หมดแล้วว่าคดีที่ดําเนินการต่อท่านทักษิณนั้นเป็นเรื่องที่ ไม่ถูกต้องอย่างยิ่ง เพราะกระบวนการที่เกิดขึ้นเป็นกระบวนการที่อัยการเขายังไม่ฟ้องเลยครับ คตส. ต่างหากที่ถูกตั้งโดยคณะปฏิวัติทําการฟ้องเองเสียด้วยซ้ําไป ดังนั้นเหตุการณ์อย่างนี้ ถ้าจะพูดอีกทีก็เหมือนมาตอกย้ํากัน แต่ทุกอย่างคงต้องอภัย
ท่านสุนัยมีผู้ประท้วง เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายณรงค์ ดูดิง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดยะลา ด้วยความเคารพครับ ผมขอประท้วงผู้ที่กําลังอภิปรายอยู่นี้ ในข้อบังคับ ข้อ ๖๑ เป็นการพูดที่เสียดสี ฟุ่มเฟือย แล้วก็ไม่อยู่ในประเด็น เนื่องจากว่าวันนี้เป็นการพิจารณาเรื่องของงบประมาณ เพราะฉะนั้น ถ้าดูจากการที่ท่านเสนอว่าตัดงบประมาณ ๑ เปอร์เซ็นต์ก็อาจจะเห็นชัดเจนแล้ว แต่ท่านจะฉวยโอกาสในเรื่องนี้หรือเปล่าผมไม่ทราบ ผมขอให้ท่านวินิจฉัยด้วยครับ
ท่านณรงค์ครับ ผมฟังอยู่ก็ถือว่ายังอยู่ในประเด็นนะครับ ท่านสุนัยก็อภิปรายมาได้ดีแล้วครับ ท่านช่วยสรุปด้วย ดึกแล้วครับสงสารเพื่อน
ขอบพระคุณครับ ผมเองก็สงสารเพื่อน แต่สงสารประเทศชาติมากกว่าเพื่อนที่อยู่ในนี้ ที่เราพยายามจะได้ใช้เวลาอย่างนี้ไปสร้าง ความขัดแย้งให้มากขึ้น ท่านครับ ผลจากการให้ร้ายบิดเบือนข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการปรองดอง จนกระทั่งก่อเหตุการณ์ต่าง ๆ เกิดขึ้นอันไม่เหมาะสมในสภาแห่งนี้ แล้วเรายังจะย้ําสิ่งเหล่านี้ ส่งข้อมูลไปต่างประเทศอีกก็เลยยิ่งเกิดปัญหากันใหญ่ ผมเองได้ใช้เวลาตรงนี้ละครับท่าน ในฐานะผู้แทนราษฎร ก็พยายามจะไปสร้างความเข้าใจร่วมกันว่าสีต่าง ๆ น่าจะเพลากันได้แล้ว เรามาพูดถึงหลักนิติธรรมกันดีกว่า เรามาพูดถึงบาดแผลที่มันผ่านไปนั้นถ้าเป็นไปได้เราควรจะ ก้าวข้าม ท่านประธานครับ ที่ผมต้องขอตัด ๑ เปอร์เซ็นต์ตรงนี้เองเห็นว่าควรจะได้นําไปใช้ ในการประชาสัมพันธ์ให้เกิดความเข้าใจอันดีต่อกัน จะมอบให้ทางกระทรวงการต่างประเทศ ในอีกกรมหนึ่ง กรมสารนิเทศเขาก็ได้ จากปลัดกระทรวงนี่ครับ หรือว่าจะไปมอบให้ กรมประชาสัมพันธ์ก็ได้ ส่วนเรื่องที่คนไทยถูกจับผมว่าเราก็ดูแลด้วยกันทั้งนั้นละครับ ท่านประธานครับ คณะกรรมาธิการการต่างประเทศมีทั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของ พรรคประชาธิปัตย์ร่วมกันด้วย เราก็กําลังกําหนดเวลาที่จะเชิญกระทรวงการต่างประเทศ หน่วยงานต่าง ๆ มาชี้แจงกรณีที่คนไทยถูกจับในเขตแดนที่มีปัญหาอยู่ว่าเป็นเขตแดน ของประเทศเพื่อนบ้านนั้นก็กําลังดําเนินการอยู่ และขณะนี้คณะกรรมาธิการการต่างประเทศ ซึ่งมีฐานะเท่ากับคณะกรรมาธิการคณะอื่น ๆ ได้งบการเดินทางต่างประเทศเท่ากัน เดินทางไป รอบใหญ่ก็หมดสตางค์แล้ว นี่ก็จะไปประเทศพม่าอีกก็จะต้องควักสตางค์กันเองก็ยังจะไปกัน ดังนั้นถ้าเกิดตัด ๑ เปอร์เซ็นต์นี้เอามาให้คณะกรรมาธิการการต่างประเทศก็จะยิ่งดีก็จะได้ ทํางานได้มากขึ้น ท่านประธานครับ กรณีอย่างนี้ผมเองคิดว่าวันนี้เป็นเวลาที่เหมาะสมแล้ว ที่เราจะอยู่ในภาวการณ์ที่ต้องลดราวาศอกเพื่อจะสร้างความปรองดองกัน ถ้าเราต้องการ การปรองดองกันจริง กฎหมายท่านก็ต่อต้านท่านก็ไม่เอาแล้ว บรรยากาศมันต้อง สร้างความปรองดองขึ้นสิครับ ดังนั้นในวันนี้จึงขอโอกาสนี้ว่าเราจะอภิปรายต่อไป ก็อย่าสร้างความขัดแย้งอะไรกันมากกว่านี้เลย หันหน้าเข้าหากันดีกว่าท่านประธาน กราบขอบพระคุณ
ขอบพระคุณครับ ท่านสมาชิกที่อยู่ข้างนอกห้องเชิญเข้าห้องประชุม ขอมติ
(นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง มีสัญญาณ ให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนทําการตรวจสอบองค์ประชุมและลงมติ)
กรุณาเสียบบัตรแสดงตนนะครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)
มีท่านใดยังไม่ได้แสดงตน เชิญครับ ส่งผลคะแนนด้วยครับ มีผู้ที่อยู่ในห้องประชุม ๒๙๐ ท่าน ครบองค์ประชุมนะครับ
ผมจะขอให้ลงมติในมาตรา ๘ กระทรวงการต่างประเทศ ซึ่งมีการแก้ไข โดยมีกรรมาธิการขอสงวนความเห็นและมีผู้แปรญัตติขอสงวนคําแปรญัตติ เชิญสมาชิก ใช้สิทธิลงคะแนนครับ สมาชิกท่านใดเห็นควรให้คงไว้ตามร่างเดิมของกรรมาธิการเสียงข้างมาก โปรดกดปุ่ม เห็นด้วย สมาชิกท่านใดเห็นด้วยกับกรรมาธิการที่ขอสงวนความเห็นหรือผู้แปรญัตติ ขอสงวนคําแปรญัตติโปรดกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ท่านผู้ใดเห็นควรงดออกเสียงโปรดกดปุ่ม งดออกเสียง เชิญใช้สิทธิได้แล้วครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)
ถ้าเรียบร้อยปิดการลงคะแนนครับ ส่งผลคะแนนนะครับ ผลการลงคะแนน จํานวนผู้เข้าประชุม ๓๓๑ ท่าน เห็นด้วย ๒๘๐ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๔๘ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๓ ท่าน ถือว่าที่ประชุมมีมติเห็นด้วยตามกรรมาธิการเสียงข้างมาก
ขอเลื่อนประชุมไปวันพรุ่งนี้นะครับ ๑๐.๓๐ นาฬิกา ขอให้ตรงเวลานะครับ สําหรับเวลาวันนี้ก็พอสมควรแล้ว ขอเลื่อนเวลาไปพรุ่งนี้นะครับ
พักประชุมเวลา ๐๐.๕๘ นาฬิกา
ของวันศุกร์ที่ ๑๗ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๕๕๕
มาตรา ๙ กระทรวงการท่องเที่ยว และกีฬา มีการแก้ไข มีกรรมาธิการขอสงวนความเห็นและผู้สงวนคําแปรญัตติ
เชิญท่านสมบูรณ์ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ขออนุญาตได้อภิปรายในวาระที่สองในเรื่องงบประมาณแผ่นดิน ของรัฐบาล จํานวน ๒.๔ ล้านล้านบาท ท่านประธานครับ ถ้าเปรียบเป็นกีฬา วันนี้รัฐบาล ของท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์คงจะได้เหรียญทองก็คือเป็นงบที่มากที่สุดในประวัติศาสตร์ ของการใช้งบประมาณแผ่นดินของประเทศไทย แล้วผมก็ทราบว่าได้เหรียญทอง เป็นผู้มากที่สุดในประเทศไทยเช่นเดียวกัน แต่ขณะเดียวกันเป็นยุคกีฬาโอลิมปิกที่ไร้ เหรียญทองในสมัยนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร เช่นเดียวกัน เป็นยุคที่หมากแข้งไทยแพ้ ประเทศ สปป. ลาวในกีฬาซีเกมส์ยุคนี้ละครับ ท่านประธานอาจจะไม่เข้าใจว่าหมากแข้ง คืออะไร กีฬาฟุตบอลที่เรารู้จักนี่ครับ งบประมาณ ๒.๔ ล้านล้านบาทมีปริมาณเพิ่มขึ้น จํานวนมโหฬาร แต่เรากลับมาดูภารกิจที่รัฐบาลจะต้องดูแลพี่น้องประชาชนในเรื่องของ การท่องเที่ยวและกีฬา ซึ่งแน่นอนการท่องเที่ยวนํารายได้เข้าสู่ประเทศลําดับต้น ๆ ของรายได้ การกีฬาแห่งประเทศไทยสามารถที่จะไปสร้างคนให้มีสุขภาพแข็งแรง กลับถูกตัดงบประมาณลดลงไปจํานวนร้อยละ ๑๑ แน่นอนครับ เมื่องบประมาณถูกตัด หรือเครื่องมือถูกตัดทําให้วงการกีฬาขณะนี้ตกต่ําอย่างเห็นได้ชัด ท่านประธานครับ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬามีภารกิจหลักอยู่ ๒ เรื่องด้วยกัน ก็คือเรื่องของกีฬา และการท่องเที่ยว มีหน่วยงานที่ดูแลรับผิดชอบที่สําคัญอยู่ ๖ หน่วยงาน หน่วยงานแรก ก็คือสํานักงานปลัดกระทรวง ปีนี้ได้รับงบประมาณ ๑,๔๕๗ ล้านบาทโดยประมาณ ๒. ก็คือกรมพลศึกษามีหน้าที่ดูแลทางด้านกีฬาขั้นพื้นฐานและกีฬามวลชนได้รับงบประมาณ ๒,๗๔๗ ล้านบาท ๓. คือกรมการท่องเที่ยวได้รับงบประมาณ ๒,๖๐๐ ล้านบาท ๔. สถาบันการพลศึกษาซึ่งเป็นสถาบันผลิตบุคลากรทางด้านกีฬาได้ ๒,๓๗๘ ล้านบาท เกี่ยวข้องกับรัฐวิสาหกิจก็คือการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยได้รับงบประมาณ ๕,๕๙๗ ล้านบาท และการกีฬาแห่งประเทศไทยได้รับงบประมาณ ๓,๗๐๓ ล้านบาท ท่านประธานครับ จะเห็นว่ามีงบประมาณของกระทรวงนี้อยู่ในการดูแลเพียงแค่ ๑๗,๐๐๐ ล้านบาทโดยประมาณ ผมขอเสนอปรับลดร้อยละ ๑ เหตุผลที่ผมปรับลด เปรียบเสมือนหลายท่านอาจจะมองว่ามันเป็นการซ้ําเติมหรือไม่ ไม่ใช่นะครับ ผมเรียนว่า ขณะนี้กรรมาธิการตัดลดไปร้อยละ ๑๑ แล้ว ผมเองอยากจะแสดงความเห็นใจ ถึงการบริหารงานของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เห็นใจจริง ๆ ครับ ท่านมีหน้าที่ ที่จะสร้างรายได้ ท่านมีหน้าที่ที่จะดูแลคนในประเทศ สร้างให้คนไทยแข็งแรง สร้างให้คนไทย มีสุขภาพดี สร้างวินัยให้กับคน เพราะใครที่เล่นกีฬาจะต้องเคารพกฎ กติกา ที่เขาวางไว้ เมื่อมาอยู่ในสังคมก็ต้องเคารพกฎหมาย บ้านเมืองเรากําลังเดือดร้อนมีปัญหา เพราะมีคนบางคนไม่เคยเล่นกีฬา
- ๑๗๙/๑ ก็คือไม่เคารพกฎหมาย วันนี้ภารกิจของกระทรวงถูกตัดงบประมาณจึงเป็นที่น่าเห็นใจมาก กีฬาเป็นสิ่งที่สร้างความสามัคคีครับท่านประธาน เราจะเห็นว่าคืนวันที่ ๑๑ ทุกท่าน ไม่แบ่งแยกว่าจะเป็นสีแดง ไม่แบ่งแยกว่าจะเป็นสีเหลือง คืนนั้นทุกคนเชียร์สีน้ําเงินกัน ทั้งหมดครับ เนื่องจากแก้วขึ้นชิงเหรียญทอง ไม่มีใครบอกว่าตนเองเป็น นปช. ไม่มีใคร บอกว่าตนเองเป็นพันธมิตร แต่ทุกคนบอกคําเดียวว่าเราคือคนไทย เชียร์แก้วให้ได้เหรียญทอง ให้ได้ในคืนนั้น ประเทศแอฟริกามีปัญหาพี่น้องประชาชนแตกแยก ผิวขาว ผิวดํา แต่ประธานาธิบดีเขาเอากีฬารักบี้มาเป็นตัวกลางเชื่อมระหว่างคน ๒ ผิวสีให้มีความสามัคคี จนกระทั่งประเทศแอฟริกากลายเป็นเจ้าภาพกีฬาในระดับโลก ท่านประธานครับ สิ่งสําคัญก็คือ กีฬาสามารถสร้างเกียรติภูมิของประเทศ เราจะเห็นว่าถ้าเกิดประเทศไทยของเรามีโอกาส ได้เหรียญทองในกีฬาโอลิมปิก สิ่งสําคัญคือธงชาติไทยครับ มีโอกาสอัญเชิญขึ้นในสถานที่ รับเหรียญเป็นที่ที่มีเกียรติในระดับโลกกําลังเฝ้าดู ปีนี้เป็นอย่างไรครับท่านประธาน เราไม่มีโอกาสได้ร้องเพลงชาติไทยเลยครับ ผมอยากเท้าความท่านประธานนิดหนึ่ง โอลิมปิก แข่งมาเป็นร้อยปีแล้วครับ ประเทศไทยส่งไปแข่งขัน ๑๖ ครั้ง ตั้งแต่ปี ๑๙๕๒ ที่เมืองเฮลซิงกิ สมัยนั้น จอมพล ป. พิบูลสงคราม เป็นนายกรัฐมนตรี เราส่งไปจนถึงครั้งที่ ๗ ปี ๑๙๗๖ หรือปี ๒๕๑๙ ที่เมืองมอนทรีออล ประเทศไทยดีใจกันมากทั่วทั้งประเทศ เพราะพเยาว์ พูนธรัตน์ คว้าเหรียญทองแดง ในสมัยท่านนายกรัฐมนตรี หม่อมราชวงศ์เสนีย์ ปราโมช เป็นนายกรัฐมนตรี เหรียญแรกครับที่มีโอกาสได้ในกีฬาโอลิมปิก หลังจากนั้นท่านประธานครับ ผมกราบเรียนว่าตั้งแต่ครั้งที่ ๗ ที่ประเทศไทยส่งไป ครั้งที่ ๘ เราเว้นว่างเนื่องจากประท้วง ที่ประเทศรัสเซียเป็นเจ้าภาพ เราไม่ชอบระบบคอมมิวนิสต์ ปี ๑๙๘๔ แข่งที่เมืองลอสแอนเจลิส สมัยพลเอก เปรม เราได้ ๑ เหรียญเงินจากทวี อัมพรมหา ปี ๑๙๘๘ ที่กรุงโซลครับใกล้ ๆ พลเอก ชาติชาย ชุณหะวัณ ได้เหรียญทองแดง ผจญ มูลสัน ปี ๑๙๙๒ ที่กรุงบาร์เซโลน่า ท่านอานันท์ ปันยารชุน เป็นนายกรัฐมนตรี เราได้จากอาคม เฉ่งไล่ เป็นนักกีฬาจาก จังหวัดตรังบ้านผมครับท่านประธาน ครั้งที่ ๑๒ ที่ประเทศไทยส่งไป ปี ๑๙๙๖ มีความสําคัญ คือปี ๒๕๓๙ ที่เมืองแอตแลนตา ท่านนายกรัฐมนตรีบรรหาร เราได้เหรียญทองจาก สมรักษ์ คําสิงห์ นั่นคือเกียรติภูมิที่ประเทศไทยเราภูมิใจมาก สมรักษ์เขาบอกว่าจอมโม้ แต่เขาก็สามารถทําเหรียญทองให้กับประเทศจริง ๆ อย่างนี้เขาเรียกว่าโม้แล้วทําได้จริง เราได้เหรียญทองแดงจากวิชัยด้วย หลังจากนั้นประเทศไทยก็มีโอกาสได้เหรียญทองตลอด ปี ๒๐๐๐ ที่เมืองซิดนีย์ สมัยรัฐบาลท่านชวน หลีกภัย วิจารณ์ พลฤทธิ์ ก็คว้าเหรียญทอง มาให้ และสิ่งสําคัญก็คือมีนักกีฬาประเภทยกน้ําหนักได้เหรียญทองแดงเข้ามาด้วย พรชัย ทองบุราณ ได้จากมวย ปี ๒๐๐๔ สมัยกรุงเอเธนส์ สมัยนายกรัฐมนตรีทักษิณ เราได้ ๓ เหรียญทองจากมนัส บุญจํานงค์ จากนักกีฬายกน้ําหนักก็คืออุดมพรและปวีณา ได้เหรียญเงินจากวรพจน์ แล้วก็เหรียญทองแดงจากสุริยา อารีย์ วันดี แล้วก็ได้กีฬาชนิดใหม่ ก็คือเทควันโดจากเยาวภา ปี ๒๐๐๘ เมืองปักกิ่งเมื่อ ๔ ปีที่ผ่านมาในสมัยท่านนายกรัฐมนตรี สมัคร สุนทรเวช ได้ ๒ เหรียญทอง ๒ เหรียญเงินจากประภาวดี แล้วก็สมจิตร จงจอหอ ปี ๒๐๑๒ เราตั้งใจมากครับว่าเราน่าจะได้อย่างน้อย ๒ เหรียญทอง แต่ท่านประธานครับ ผลปรากฏว่าเป็นยุคที่นายกรัฐมนตรีของเราสวยครับแต่ไม่มีทองในกีฬาโอลิมปิก เป็นที่น่าเสียดายจริง ๆ นะครับ เป็นนายกรัฐมนตรีคนแรก อย่างไรก็แล้วแต่นะครับก็ต้อง ขอแสดงความยินดีกับนักกีฬาที่ได้เหรียญและไม่ได้เหรียญทั้ง ๓๗ ท่าน ทั้งแก้ว พงษ์ประยูร จากกีฬามวยสากลในรุ่นฟลายเวท (Flyweight) ทั้งพิมศิริ ศิริแก้ว ในประเภทยกน้ําหนัก ๕๘ กิโลกรัม ทั้งธนาทิพย์ ซ้อนขํา จากเทควันโด ๔๙ กิโลกรัม ท่านประธานครับ กีฬามันตกต่ําอย่างนี้เราจะโทษใครดีครับ เราจะโทษรัฐบาล เราจะโทษรัฐมนตรีซึ่งเป็น พรรคร่วมรัฐบาล เราจะโทษสมาคมหรือเราจะโทษนักกีฬา หรือเราบอกว่ามันเป็นกรรม ท่านประธานครับ สิ่งสําคัญหลังจากที่กีฬาเราตกต่ํา สิ่งแรกที่มีการสะท้อนจากคนกีฬา ก็คือวันนี้เราถูกโกง เจ็บไหมครับท่านประธาน เรามีความรู้สึกถ้าเกิดมีใครโกงเรานี่เราจะมี ความรู้สึกว่าเจ็บแค้นมาก ในขณะที่บางคนโกงเงินเราไปหลายหมื่นล้านบาท ทําไม เราจะไม่เจ็บแค้น หลายคนเลยต้องไปประท้วงกันถึงต่างประเทศ บางคนก็บอกว่ามันขาด งบประมาณ ท่านประธานครับ ถ้ารัฐบาลมีความจริงใจจริง ๆ ในการที่จะพัฒนาผมเชื่อว่า เรายังมีโอกาส ท่านประธานครับ อีก ๔ ปีข้างหน้ากีฬาโอลิมปิกก็จะมีที่ประเทศบราซิล เพราะฉะนั้นวันนี้รัฐบาลจะต้องมามองแล้วว่าแผนพัฒนากีฬาชาติที่เขากําหนดไว้ ในการพัฒนากีฬาชาตินี่ท่านเคยอ่านไหม ท่านกรรมาธิการครับ ท่านกรรมาธิการเคยถามไหมว่า วันนี้รัฐบาลที่จะมาของบเรื่องการพัฒนากีฬาเคยอาศัยอะไรเป็นตัววัดว่าท่านจะ เอาเงินไปทําอะไร ท่านประธานครับ ท่านประธานคงทราบว่าแผนพัฒนากีฬาชาติ เขากําหนดมาเพื่อเป็นแผนให้กับประเทศในการจะสร้างนักกีฬา ตั้งแต่ฉบับที่ ๑ ปี ๒๕๓๑ จนถึงฉบับที่ ๔ ปี ๒๕๕๔ ท่านประธานทราบไหมครับปี ๒๕๕๕ จะต้องใช้แผนพัฒนากีฬาชาติ ฉบับที่ ๕ วันนี้รัฐบาลยิ่งลักษณ์มีแผนพัฒนากีฬาชาติ ฉบับที่ ๕ แล้วหรือยังครับท่านประธาน ท่านกรรมาธิการถามไหมครับ ท่านรู้จักไหมครับว่าแผนพัฒนากีฬาชาติเขามีกัน แล้วเขามี แผนพัฒนากีฬาชาติเพื่ออะไร มีข้อกําหนดไว้ว่าแผนพัฒนากีฬาชาติจะเป็นกรอบและ แนวทางในการพิจารณาจัดสรรงบประมาณ วันนี้ท่านรู้ไหมครับรัฐบาลยิ่งลักษณ์ยังไม่มี แผนพัฒนากีฬาชาติ ฉบับที่ ๕ เข้าปี ๒๕๕๕ แล้ว เมื่อวันที่ ๒๖ มิถุนายน ๒๕๕๕ ที่ประชุม ครม. นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เห็นชอบร่างแผนพัฒนากีฬาชาติ ฉบับที่ ๕ ปี ๒๕๕๕ ถึงปี ๒๕๕๙ ท่านครับ อนุมัติแค่ร่างแผนพัฒนาไป วันนี้ คณะกรรมาธิการถามไหมครับ ได้ดําเนินการตามแผนบ้างไหม เสียดายนิดเดียวกรรมาธิการ ของท่านจบเสียก่อน จบก่อนกีฬาโอลิมปิก จบก่อนความเสียใจของพี่น้องชาวไทยทั้งประเทศ ถ้าท่านอยู่ท่านอาจจะถามเป็นครั้งสุดท้ายว่าท่านนายกรัฐมนตรีทําไมท่านบริหารกีฬา เป็นอย่างนี้ ท่านประธานครับ คงต้องขออนุญาต วันนี้คงจะใช้คําของท่าน ส.ส. จังหวัดกระบี่ ท่านพิเชษฐ ขออนุญาตสีซอให้ฝ่ายรัฐบาลได้มีโอกาสฟังว่าอีก ๔ ปีข้างหน้าท่านจะต้อง เตรียมอย่างไร อีก ๒ ปีข้างหน้าในกีฬาเอเชียนเกมส์ท่านจะต้องเตรียมอย่างไร จะแข่งที่ ประเทศเกาหลีนะครับ อย่าให้คนไทยต้องอายอีกนะครับ ปี ๒๕๕๖ เราจะไปแข่งซีเกมส์ ที่จะถึงที่ประเทศพม่า เราเคยเป็นเจ้าซีเกมส์ ระวังนะครับ สาธารณรัฐประชาธิปไตย ประชาชนลาวอาจจะแซงเรา แต่คงเป็นไปไม่ได้ แต่ว่าฟุตบอลก็แพ้แล้ว ยุคนี้ละครับ ท่านประธานครับ วันนี้รัฐบาลต้องไม่อายแล้ว ไม่อายที่จะต้องทําตามแผนพัฒนากีฬาชาติ มีเรื่องที่ผมอยากจะขออนุญาตกราบเรียน ๑. จะต้องสร้างกีฬาขั้นพื้นฐานกันอย่างจริงจัง ครูพลศึกษาจะต้องบรรจุลงไปในโรงเรียนในระดับ สพฐ. วันนี้ ๓๓,๐๐๐ โรงเรียน มีครูพลศึกษาเพียงแค่ประมาณ ๑๘,๐๐๐ โรงเรียน ยังขาดอีก ๑๕,๐๐๐ โรงเรียน เกือบร้อยละ ๕๐ ท่านประธานเคยเรียนพลศึกษาไหมครับ สมัยก่อนนี้เขาเรียกลูกฟุตบอล เป็นศูนย์กลาง โยนลูกฟุตบอลไปลูกหนึ่งเด็กเล่นไปให้หมดเวลาเพราะครูไม่มีความรู้ เด็กนักเรียนหญิงเอาลูกวอลเลย์บอลไปลูกหนึ่ง วันนี้เขามีการสอนทักษะเพื่อให้เด็ก ได้มีพื้นฐานทางการกีฬา แต่เราไม่มีครู ผมถามสิครับเด็กคนไหนมันจะเก่งขึ้นมาโดยไม่มีครูได้ เสียเงินไปเท่าไรครับในการที่จะพัฒนาครู เงินเดือน ๑๕,๐๐๐ บาทคูณไป ๑ ปีเท่าไร แต่ว่าครูพลศึกษาไปสร้างคนอีกเท่าไรครับ เงินที่ท่านเอาไปน้ําท่วม เงินที่ท่านไปทําการทุจริต ในเรื่องของการจํานําข้าวอย่างนี้ ท่านเอามาบรรจุครูสิครับ ได้ทั้งพลังการเมืองด้วย ท่านไม่ทํา ๒. เรื่องสนาม สถานที่สําหรับออกกําลังกายแล้วก็ฝึกกีฬา ผมทราบจาก ท่านรัฐมนตรีนะครับ เป็นความโชคดีว่าในสมัยรัฐบาลที่แล้วมีมติก็คือให้สร้าง สนามกีฬาอําเภอแล้วก็สร้างสนามกีฬาตําบลให้ทั่วทั้งประเทศ เริ่มด้วยงบประมาณประมาณ ๔๐๐ ล้านบาท วันนี้สนามกีฬาอําเภอ สนามกีฬาตําบลหลายแห่งเริ่มได้รับงบประมาณ ตําบลได้รับตําบลละ ๑๒ ล้านบาท อําเภอ ๒๔ ล้านบาท อย่างนี้ครับต้องเริ่มทํา รัฐบาลนี้ ก็เริ่มทําครับ ก็ไม่ว่า ก็ขอชื่นชมว่าท่านก็ให้งบในการพัฒนาสร้างสนามกีฬาอําเภอ แล้วก็สนามกีฬาตําบล แต่มีบางส่วนครับท่านประธานที่ต้องเอามาใช้ ของดี ๆ ของ นายกรัฐมนตรีเก่า ๆ ในสมัยรัฐบาลท่านชวนเอาลานวัดมาทําเป็นลานกีฬา ลานตากของเกษตรกร ผลผลิตทางเกษตรกรรมของท่านครับเอามาเป็นลานกีฬาเสียด้วย ตกตอนเย็น ๆ เขาไม่ต้องใช้ตากอะไรแล้วเอามาให้คนได้ออกกําลังกาย ได้เล่นกีฬา ต้องสร้างกีฬาตั้งแต่ฐานครับท่านประธาน ผมอยากเรียนท่านประธานครับ ขออนุญาตใช้ แผนภาพ ผมจะชี้ให้ท่านประธานเห็นว่าในการที่จะก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุดของกีฬานั่นคือกีฬา เพื่อความเป็นเลิศหรือกีฬาอาชีพมันจะต้องมาจากพื้นฐานที่แข็งแรง จํานวนประชากร ไม่ใช่เป็นตัวชี้วัดว่าสามารถทําให้กีฬาเพื่อความเป็นเลิศสูงที่สุด เราจะเห็นว่าประเทศอินเดีย มีประชากรเป็นพันล้านคนแต่ว่าก็ไม่ได้เหรียญทองในกีฬาโอลิมปิก ในขณะที่บางประเทศ มีประชากรน้อยกว่าแต่สามารถสร้างนักกีฬาเพื่อความเป็นเลิศอยู่ในระดับสูงได้ สิ่งสําคัญ ก็คือเขาสร้างตั้งแต่พื้นฐานครับ วันนี้รัฐบาลถ้าเปรียบเทียบก็คือใช้ยาโดป (Dope) ครับ หมายถึงมาหยิบเอาส่วนยอดเลยซึ่งมีอยู่ไม่กี่คน วันนี้ท่านต้องคิดใหม่แล้วครับ ต้องสร้างนักกีฬาตั้งแต่ระดับพื้นฐาน ท่านประธานครับ เรื่องอุปกรณ์กีฬา วันนี้ประเทศไทย อุปกรณ์กีฬาแพงมากครับ คนจะไปออกกําลังกายนี่ถ้าจะซื้อลูกฟุตบอลสักลูกแพงครับ จะซื้อรองเท้าวิ่งสักคู่ ซื้อเสื้อผ้าชุดกีฬาจะใส่แพงจริง ๆ ครับ รัฐบาลต้องออกนโยบาย แล้วในเรื่องของการลดภาษีของอุปกรณ์กีฬาเพื่อให้คนได้มีอุปกรณ์กีฬาราคาถูกเข้ามาเล่น เข้ามาใช้ เปลี่ยนความคิดให้กับพี่น้องประชาชนในเรื่องของครอบครัว เบ็คแฮมนักเตะดังของ ประเทศอังกฤษครับ ทราบว่าตอนเขาเกิดนี่เขาได้รับของขวัญก็คือลูกฟุตบอลแล้วก็ เสื้อทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด หลังจากนั้นเขาใฝ่ฝันที่จะเป็นนักฟุตบอลของสโมสร แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เป็นอย่างยิ่ง แล้วก็ประสบความสําเร็จจริง ๆ คนอเมริกันเขาบอกว่า ใครเกิดเขาจะเอาถุงมือเบสบอลแล้วก็ลูกเบสบอลไปให้เป็นของขวัญวันเกิด วันนี้คนไทย ลองเปลี่ยนดูบ้างหรือยังครับ มอบลูกตะกร้อ มอบกางเกงมวย ท่านประธานอย่าคิดนะครับ เพราะเหรียญทองแค่เหรียญเดียว มันมีคุณค่าสําหรับคนทั้งประเทศ วันนี้เราต้องสร้าง ท่านประธานครับ สิ่งสําคัญที่รัฐบาล จะต้องทําคือการสร้างโค้ช (Coach) เมื่อสักครู่ผมชี้ให้ท่านประธานเห็นนะครับ มี ๓ ชนิดกีฬาที่แข่งขันกีฬาในระดับโอลิมปิกและประสบความสําเร็จ ๑. มวยสากล ๒. ยกน้ําหนัก ๓. เทควันโด ท่านประธานทราบไหมครับที่เราได้เหรียญทอง เหรียญเงิน เหรียญทองแดง โค้ชนําเข้าทั้งนั้นครับ มวยสากลเราเอาโค้ชจากประเทศคิวบา ยกน้ําหนัก เอาโค้ชจากประเทศจีน เทควันโดเอาโค้ชจากประเทศเกาหลี วันนี้ครับรัฐบาลจะต้อง มามองใหม่แล้วว่าเราจะต้องผลิตโค้ชของเราให้มีคุณภาพ โค้ชของเราต้องมีทักษะที่ดี ต้องมี ความรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์การกีฬา ต้องมีเทคนิคการแข่งขัน และสิ่งสําคัญคือต้องแม่น ในเรื่องกติกา ท่านประธานครับ ในขณะที่เราบอกว่าท่านจะต้องเตรียมสนับสนุนในเรื่องโค้ช ในเรื่องของทักษะ ในเรื่องของวิทยาศาสตร์การกีฬา ท่านทราบไหมครับกรมพลศึกษาได้รับ งบประมาณทางด้านวิทยาศาสตร์การกีฬาและเทคโนโลยีจํานวนเท่าไรครับ วันนี้เหมือนที่ ผมบอกครับเวลาเขาแข่งขันกีฬาเขาไม่ได้ดูที่จํานวนประชากรครับ เขาดูที่ว่าใครมี วิทยาศาสตร์การกีฬา ใครมีเทคโนโลยีการกีฬาเก่งกว่ากัน ปีนี้รัฐบาลให้งบกรมพลศึกษา ไปเท่าไรรู้ไหมครับกรรมาธิการ ที่ท่านบอกว่าวิทยาศาสตร์การกีฬามีความสําคัญ ท่านเคยดู รายละเอียดไหมครับ ให้อุดหนุนโครงการส่งเสริมเทคโนโลยีในประเทศเพื่อการพัฒนา วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการกีฬา ๒.๕ ล้านบาท ประเทศไทยจะไปโอลิมปิกจะเป็นแชมป์ โอลิมปิกครับ ให้เรื่องพัฒนาทางด้านเทคโนโลยีการกีฬา ๒.๕ ล้านบาท ให้อุดหนุนโครงการ วิทยาศาสตร์การกีฬาเพื่อพัฒนาศักยภาพการกีฬาขั้นพื้นฐาน ๔.๕ ล้านบาท ไปทําอะไรครับ ท่านประธาน ผมเห็นใจท่านรัฐมนตรีจริง ๆ ครับ เห็นใจข้าราชการในกรมพลศึกษา ในการกีฬาแห่งประเทศไทยไม่รู้จะทําอย่างไร กรรมาธิการควรมีความรู้ไหมครับ ผมเชื่อว่า หลายท่านชอบกีฬาอยากให้กีฬาได้เหรียญทอง แต่ท่านเคยรู้ไหม เคยดูในรายละเอียดไหมว่า นี่เขาได้แค่นี้แล้วเขาจะทําอย่างไร ท่านประธานครับ ต่อไปเรื่องนักกีฬา จําเป็นแล้วนะครับ วันนี้เราจะต้องเฟ้นนักกีฬาที่มีคุณลักษณะเพื่อก้าวสู่ความเป็นเลิศ เรื่องแรก เรื่องโครงสร้างครับ ท่านประธานจะเห็นว่าในอดีตเราเคยสร้างนักกีฬา สมัยนั้น เรวดี ศรีท้าว ท่านกรรมาธิการ คงรู้จักนะครับ เราถือว่าสมัยนั้นเป็นลูกครึ่ง เราคิดว่าเขาจะมีคุณลักษณะที่ดี เป็นอย่างไรครับ เป็นนักกีฬาระดับชาติทําลายสถิติในระดับเอเชีย วันนี้ท่านเคยคิดไหมครับคนในประเทศไทย คนภาคเหนือมีความอดทนในการแลกเปลี่ยนออกซิเจนได้สูง เนื่องจากอยู่ในพื้นที่สูงนะครับ คนภาคใต้มีความคล่องตัววิ่งเร็ว คนภาคตะวันออกเฉียงเหนือของท่านประธานเป็นคนมี ความทนทาน แล้วก็ขออภัยนะครับหมัดหนัก เคยคิดไหมครับว่าเราจะต้องสร้างนักกีฬาที่เขา มีสมรรถภาพและมีความเหมาะสมกับกีฬาอย่างไรบ้าง วันนี้ต้องคิดนะครับ ท่านประธาน เหมาะกับกีฬาอะไร ชกมวยเอาไปฝึกมวย ผมถนัดกรีฑาผมก็ไปฝึกกรีฑา นายกรัฐมนตรีสวย ไปเล่นวอลเลย์บอลเพราะคนจะได้เชียร์ด้วย แต่อย่าไปเล่นมวยปล้ํานะครับ เปิดการจัดการเรียนการสอนโรงเรียนกีฬาทั่วทั้งประเทศเพื่อค้นหานักกีฬาแล้วก็สร้างนักกีฬา อย่างดี วันนี้เรามี ๑๑ แห่งนะครับท่านประธานยังขาดอีก ๑ แห่งผมเคยอภิปราย ไปหลายครั้งแล้วแต่ว่ายังไม่ขยับ รัฐบาลไม่เคยสนใจ รัฐบาลรอแสดงความยินดีเมื่อนักกีฬา ได้รับเหรียญทองกลับมา อยากรู้ไหมครับว่านักกีฬาเวลาเขาไม่ได้เหรียญเขาเจ็บปวดแค่ไหน ไปเปิดเฟสบุค (Facebook) ของสมจิตร จงจอหอ ดูครับ เขาบอกว่าวันที่เขาไม่ได้เหรียญนะ ที่ยืนก็ไม่มี เดินไปไหนก็ไม่มีใครสนใจเขา เบียดหลุดตกหายไปหมด แต่วันที่เขาได้เหรียญทอง ทุกคนมาถ่ายรูป มาถามว่าจําได้ไหมเราเป็นเพื่อนกันนะ เราเป็นรัฐมนตรีนะ เราเป็นนายกรัฐมนตรีนะ เอาหน้าเอาตากันทั้งนั้น เอาครูเก่ง ๆ ใส่เข้าไป เป็นครูโรงเรียนกีฬาครับ คนที่ได้เหรียญทอง เหรียญเงิน เหรียญทองแดงจากกีฬาเอเชียนเกมส์ โอลิมปิกบรรจุให้เขาไป ใครที่เป็นทหารตอนนี้ แก้วได้ร้อยตรีอย่างนี้ครับ ให้สวัสดิการเขา เรื่องการบริหารจัดการของสมาคมต้องเป็นมืออาชีพ การกีฬาแห่งประเทศไทย โอลิมปิก สมาคมต้องร่วมมือกัน ต้องเป็นคนเก่งขององค์กรนั้น มีเพาเวอร์ (Power) ในระดับโลก สามารถที่จะประสานกับทางสหพันธ์กีฬาโลกต่าง ๆ ได้ และสิ่งสําคัญครับต้องทํางาน เพื่อส่วนรวม อย่าเข้ามาแสวงหาผลประโยชน์ส่วนตัวจากการกีฬา มีความรับผิดชอบ ท่านประธานเห็นไหมครับ คุณธนา ไชยประสิทธิ์ หัวหน้านักกีฬาที่นําทัพนักกีฬาไปโอลิมปิก พลเอก บุญเลิศ แก้วประสิทธิ์ นายกสมาคมมวยสากลแห่งประเทศไทยลาออกครับ วันนี้รัฐบาล ในฐานะผู้กุมนโยบายเรื่องกีฬาท่านคิดอย่างไรบ้างครับ รู้สึกอายไหมครับ หรือไม่เคยเล่นกีฬา ก็เลยไม่รู้สึกอาย ไปเที่ยวบ้านผมครับมียางพาราจะได้รู้จักยางอายบ้าง สิ่งสําคัญต่อไปก็คือ รัฐจะต้องสนับสนุนงบประมาณ งบกองทุนพัฒนากีฬาชาติ ที่เมื่อไม่กี่วันนายกรัฐมนตรี ไปมอบป้ายให้กับแก้ว ๖,๐๐๐,๐๐๐ บาท งบนี้กองทุนพัฒนากีฬาชาติได้ปีละ ๔๕๐ ล้านบาทโดยประมาณ ต้องเพิ่มให้เขาครับ กองทุนนี้น่าชื่นชมมากครับ สมัยท่านชวน หลีกภัย อีกแหละครับที่ตั้งกองทุนนี้ขึ้นมาตั้งแต่วันที่ ๑๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๒ นั่นคือการสร้าง พื้นฐานอย่างดีให้กับนักกีฬา มีกองทุนในการพัฒนากีฬาชาติ มีสวัสดิการให้กับนักกีฬา ท่านประธานครับ กลับมาได้รับเงินรางวัล ไปยิ่งใหญ่ กลับมาต้องยิ่งใหญ่ครับ ไม่ใช่ไปยิ่งใหญ่ กลับมายิ่งลักษณ์ ก็คืออับอายกันทั้งประเทศ งบประมาณจากกองสลากครับ กองสลาก มีเงินที่จะสนับสนุนสังคมได้เยอะผลักดันมาให้กับกีฬา ภาษีบาปจากเหล้า บุหรี่ เอามาใช้ ในการพัฒนากีฬา เพราะว่าท่านประธานคงทราบนะครับโอลิมปิกครั้งนี้ไปแข่งขันได้งบไป ๔๐ กว่าล้านบาท ท่านประธานทราบข่าวไหมครับว่าผลปรากฏว่านักกีฬาบางคนไม่มีโค้ช มันน่าเจ็บใจไหมครับท่านประธาน ท่านประธานยังมีที่ปรึกษาหลายคนเลยในการทําหน้าที่ ของประธาน ยังต้องมีคนช่วยดูแล ทั้ง ๆ ที่ท่านประธานก็เก่งอยู่แล้ว แต่มีที่ปรึกษา มีโฆษก มีใคร แต่นักกีฬาไปโอลิมปิกจากประเทศไทยไม่มีโคช อายเขาไหมครับ แล้วมีข่าวว่า ไม่มีเงินประท้วงอย่างนี้ครับท่านประธาน แต่ผมไม่เชื่อ ผมเชื่อว่าสมาคมมวยเขามีความ พร้อมครับ แต่มันสะท้อนให้เห็นอะไรครับท่านกรรมาธิการ สะท้อนให้เห็นว่าท่านให้งบ เขาไปแค่ ๔๐ กว่าล้านบาท ไปแข่งขันกีฬาระดับโลก นายกรัฐมนตรีไปเมืองดาวอสหรืออะไร คนเดียว ๑๓ ล้านบาท นี่นักกีฬาไปกัน ๓๗ คน รวมเจ้าหน้าที่อีกเป็นร้อยคนได้แค่นี้ แล้วคุณจะเอาเหรียญทอง ไม่ลงทุนแต่จะตัวโตไม่ซื้อข้าวกิน งบกีฬานักเรียนครับ ท่านประธาน กีฬานักเรียน นักศึกษาที่เราจะสร้างนักกีฬาจากพื้นฐานได้ปีละ ๘๐ ล้านบาท ที่จังหวัดอุบลราชธานีเพิ่งจัดไปเมื่อปีที่แล้วครับ ถ้าท่านประธานไปนะครับ ถ้านักกีฬา ของท่านประธานไปและท่านประธานไปเยี่ยมบ้าง ท่านจะเห็นว่าเด็กนักกีฬาไทย นอนเสื่อผืนหมอนขิดใบหนึ่ง นี่นักกีฬาระดับประเทศนะครับ มันจะพัฒนาอย่างไรครับ ให้งบเขาไปสิครับ การแข่งขันกีฬานักเรียนจังหวัดต่าง ๆ ท่านประธานคงทราบ ท่านประธาน ก็คงมีกีฬานักเรียนของจังหวัดขอนแก่น ท่านรู้ไหมครับเขาจัดงบไปให้แค่ ๔๙ ล้านบาท ๗๗ จังหวัด ๔๙ ล้านบาท เฉลี่ยแล้วรวมทั้งการบริหารจัดการได้จังหวัดละประมาณ ๔๐๐,๐๐๐ บาท มีกีฬาที่นักเรียนจะต้องแข่งกันประมาณ ๒๐-๓๐ ชนิดกีฬา รวมทั้ง ๑ กีฬา เช่นฟุตบอลมีรุ่น ๑๔ ปี ๑๖ ปี ๑๘ ปี ๒๐ ปี รวมแล้วไม่รู้กี่ประเภท เฉลี่ยกีฬาได้ ๑๐,๐๐๐ บาทไปจัดการแข่งขันกีฬาอย่างไร วันนี้ต้องเปลี่ยนแล้ว ต้องคิดใหม่แล้วครับ ถ้าท่านคิดเอาแต่ยอดอย่างเดียวไม่มีสิทธิครับ วันนี้ถ้าเกิดได้เหรียญทองกลับมา ให้ ๑๐๐ ล้านบาท วันนี้ได้เหรียญเงินกลับมาให้ ๕๐ ล้านบาท ไม่พอครับ กีฬาแห่งชาติ ท่านประธานทราบไหมครับ เดี๋ยวนี้ทําไมพิธีเปิดนักกีฬาถึงไม่มีคนเข้าไปร่วมด้วย ผมแปลกใจมาก สุดท้ายการกีฬาแห่งประเทศไทยให้งบประมาณสําหรับนักกีฬาที่จะไปแข่งขันในวันแข่งขัน กับวันเดินทาง แล้วก็วันกลับ ๑ วันแค่นั้นเอง ถ้าแข่ง ๑๑ วันที่จังหวัดเชียงใหม่วันที่ ๙-๑๙ แข่ง ๑๑ วันนะ โดยปกตินักกีฬาไปนี่ไป ๑๑ วันได้เบี้ยเลี้ยงเดินทางไปกลับรวมเป็น ๑๕ วัน แต่เดี๋ยวนี้เขาให้กันแค่ถ้าเกิดผมไปแข่งกรีฑา ๓ วันเขาให้เบี้ยเลี้ยงแค่ ๓ วัน แล้วก็เดินทางไป กลับอีก ๒ วัน คุณจะไปอยู่ ๑๑ วันเรื่องของคุณ แต่ว่าผมให้เงินแค่นี้ แล้วนักกีฬาจะอยู่กัน ได้อย่างไร หรือเราอาศัยปรัชญาโอลิมปิก สิ่งสําคัญไม่ได้อยู่ที่ผลแพ้ชนะอยู่ที่มีโอกาส ได้เข้าร่วม อีกนิดเดียวครับ เรื่องกีฬาจอดําผมพูดหลายครั้งแล้ว รัฐบาลทุ่มบ้างสิครับ คณะกรรมาธิการบอกเลยว่ารัฐบาลคุณเอาเงินไปเลยค่าสปอนเซอร์ (Sponsor) ทั้งหลาย ค่าลิขสิทธิ์ในการถ่ายทอดให้พี่น้องประชาชนคนทั้งประเทศได้เชียร์กันตอนฟุตบอลยูโร ผมไม่ว่านะครับ เพราะว่าประเทศอังกฤษเจอกับประเทศสวิตเซอร์แลนด์ หรือเจอกับ ประเทศสเปนนี่ไม่ใช่บ้านผมไม่ดูก็ได้ แต่พอกีฬาโอลิมปิกกลายเป็นดูไม่ได้อีกแล้ว นักกีฬา แก้วชิงเหรียญทองต่อยตอนตีสอง แต่ว่าบางบ้านดูไม่ได้เพราะจอมืด ต้องอาศัย จุดธูปเชียร์ขอให้แก้วชนะ ขอให้แก้วชนะ รัฐบาลยิ่งลักษณ์จะเชียร์ส่งกําลังใจได้เพียงแค่ จุดธูปเชียร์ สุดท้ายครับท่านประธาน ต้องขอขอบคุณท่านกรรมาธิการนะครับ อย่างน้อย หลังจากที่ผมอภิปรายวาระที่หนึ่งไปแล้ว ท่านก็แปรญัตติกลับมาให้กรมพลศึกษา ๑,๔๐๐ ล้านบาท เพื่อพัฒนากีฬาขั้นพื้นฐานแล้วก็มวลชน ท่านประธานครับ อีกไม่กี่วันครับ วันที่ ๒๙ สิงหาคมถึง ๙ กันยายน กีฬาพาราลิมปิกเกมส์ (Paralympic Games) ที่กรุงลอนดอน รัฐบาลอยู่ช้าไม่ได้แล้วนะครับ วันนี้นักกีฬาคนพิการกําลังจะเดินทางไปแข่งขันกีฬาคนพิการ แล้วก็ฝากกองเชียร์ทุกท่านด้วยครับ ช่วยให้กําลังใจนักกีฬาคนพิการด้วย อย่าให้เพียงแต่ ถั่วแระกับดักแด้ซึ่งเขามีน้ําใจมากไปเชียร์กันทุกครั้ง กีฬาฟุตซอลโลกครับ วันที่ ๑-๑๘ พฤศจิกายน ๒๕๕๕ ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ เรื่องนี้ต้องพูดครับ รัฐบาลเหมือนจะแกล้งผู้ว่า กทม. ครับ ให้มีความรู้สึกว่าการแข่งขันกีฬาฟุตซอลครั้งนี้ ให้มันล้มเหลวเสีย เพราะ กทม. เป็นเจ้าภาพ เอาการเมืองเข้าไปเกี่ยวข้องกับกีฬาครับ ถ้าเกิดฟุตซอลโลกคราวนี้พัง แน่นอนผู้ว่า กทม. ก็พัง อย่าเอาเกียรติภูมิประเทศไปแลกครับ ท่านให้การสนับสนุนนะครับ วันที่ ๑-๑๘ พฤศจิกายนเราจะเป็นเจ้าภาพกีฬาฟุตซอลโลก ท่านประธานครับ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ท่านกรรมาธิการได้ถามไหมครับว่า ที่มันรวมกันมาตั้งแต่ท่านนายกรัฐมนตรีทักษิณวันนี้ควรจะแยกหรือยัง รวมกันตายหมู่ครับ ถ้าแยกกันเพื่อเดินหน้าไม่มีตัวถ่วงนี่ผมเชื่อว่ากีฬาและการท่องเที่ยวจะพัฒนาไป ฝากนะครับ ยุคยิ่งลักษณ์ไร้ทองโอลิมปิก ยุคราคายางพาราตกต่ําอย่างไม่เคยมีมาก่อน วันนี้แล้วก็อีก ๔ ปีข้างหน้าคนไทยอยากตะโกนด้วยความดีใจ เห็นธงชาติไทยขึ้นสู่ยอดเสาในการแข่งขัน กีฬาโอลิมปิก อยู่ที่การพัฒนาของคุณ ผมคิดว่าผมสีซอให้ทางรัฐบาลฟังพอสมควรแล้ว ขอบคุณมากครับท่านประธาน
เชิญท่านสหรัฐ กุลศรี เชิญครับ
- ๑๘๕/๑
ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม สหรัฐ กุลศรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุพรรณบุรี เขตเลือกตั้งที่ ๕ พรรคเพื่อไทย ผมขอเสนอปรับลดของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาไว้ ๕ เปอร์เซ็นต์ครับ สาเหตุ ที่ผมต้องขอปรับลดงบประมาณของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ๕ เปอร์เซ็นต์เนื่องจาก ความไม่เชื่อในหลายสิ่งหลายอย่าง เนื่องจากเม็ดเงินที่ลงไปที่กระทรวงการท่องเที่ยว และกีฬานั้นมีปัญหาแล้วก็ควรจะมีการแก้ไข โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่านประธานครับ เกี่ยวกับ แผนงานฟื้นฟู แผนงานเพิ่มรายได้จากการท่องเที่ยว เขาขอไว้ ๔๓๖ ล้านบาทเศษ ท่านกรรมาธิการครับ ท่านได้ดูบ้างหรือไม่ว่าแผนงานเพิ่มรายได้นั้นน่าจะเป็นไปได้ไหม ทุก ๆ ปีการท่องเที่ยวนั้นแทบว่าจะไม่ได้กําไร ผมถามหน่อยครับว่าในแต่ละปีเราได้เคย ไปถามฝรั่งมังค่าไหมที่เขามาประเทศไทยเขามาเพื่ออะไร ผมมีโอกาสได้คุยกับฝรั่ง ฝรั่งตอบ กับเราว่าสาเหตุที่มาประเทศไทยมี ๒ อย่าง อย่างที่ ๑ มาท่องเที่ยว ไปตามสถานที่ต่าง ๆ อย่างนี้ไม่เป็นไร อย่างที่ ๒ เรื่องเซ็กส์ (Sex) ครับ เขามาเรื่องเซ็กส์โดยเฉพาะ มาพัทยา มาพัฒน์พงศ์ ถามว่าการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยปรับได้ไหมตรงนี้ ท่านปรับไปให้ไปสู่ การท่องเที่ยวได้ไหม แทนที่จะให้ฝรั่งงมงายอยู่เรื่องเซ็กส์เรื่องเดียว คนไทยครับ เราก็รักนวลสงวนตัว เพราะฉะนั้นเรื่องนี้การท่องเที่ยวและกีฬาต้องดูแล ผมจึงไม่เห็นด้วย ที่ท่านจะตั้งงบไว้ถึง ๔๐๐ กว่าล้านบาท ต้องปรับลดครับ อย่าเอาไปผลาญหรือไปทําลายกัน ท่านกรรมาธิการครับ ท่านอย่ามัวคุยกันครับ ท่านฟังก่อนครับ ยังไม่ฟังครับ ยังคุยอีก ท่านฟังด้วยครับว่าการปรับลดครั้งนี้มีความสําคัญต่อประเทศชาติ เพราะกระทรวงนี้ หลายสิ่งหลายอย่างตั้งตัวเลขมาแล้วผิดพลาดอยู่โดยตลอด โดยเฉพาะอย่างยิ่งแผนพัฒนา การท่องเที่ยว ท่านสังเกตไหม มีบางจังหวัดเริ่มเลียนแบบ ถ้าอยากไปเที่ยวจังหวัดชัยภูมิ ดูดอกกระเจียวบาน ไปดู มันจะสวยงาม ถ้าอยากจะไปดูแห่เทียนเข้าพรรษาต้องไปดูที่ จังหวัดอุบลราชธานี แต่มีบางจังหวัดได้มีการลอกเลียนแบบ ไปปลูกดอกกระเจียวบานอยู่ที่ จังหวัดตัวเอง แล้วก็พยายามดึงคนไปเที่ยว มันไม่สําเร็จ แล้วพยายามจะเริ่มแห่เทียนพรรษา แข่งกับจังหวัดอุบลราชธานี การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยก็เอาไปให้ ท่านตามไปดูครับ ผมไม่ได้บอกว่าชื่อจังหวัดสุพรรณบุรีนะครับ เดี๋ยวจะว่าผมว่าจังหวัดสุพรรณบุรี มันมีหลายจังหวัดที่ทําแบบนี้ ผมจึงบอกว่างบอย่างนี้ไม่สมควรจะไปพัฒนา ไปแข่งขันกันเอง ให้เป็นอย่าง ๆ ไป จังหวัดไหนเด่น จังหวัดไหนดังก็ทําไป อย่าไปแข่งขันกันอย่างนั้น
ทีนี้เรื่องการส่งเสริมการพัฒนากีฬาด้านสันทนาการ ท่านให้ไป ๑๕๖ ล้านบาทเศษ ที่บ้านผมสนามฟุตบอลก็ไม่มี ตะกร้อก็ไม่มี หลายปีดีดักก็ไม่เคยเห็น นักเรียนตื่นมาอยากเตะฟุตบอล สมัยก่อนท่านประธานครับ ผมเวลาจะได้เตะฟุตบอลทีต้องรอ เขาฆ่าหมู สาเหตุที่ต้องรอฆ่าหมูเพราะเราไม่มีฟุตบอล เราต้องเอากระเพาะปัสสาวะหมูมาเป่า แล้วมัดยางไว้เตะกัน นี่คือการพัฒนาจากรูปแบบเดิม ทุกวันนี้จะหาฟุตบอลในหมู่บ้าน ไม่มีสักลูก ถามว่าจะพัฒนาอย่างไร ท่านให้มาตั้ง ๑๕๖ ล้านบาท ไม่น่าเป็นไปได้ว่าท่านจะ พัฒนาได้ในปี ๒๕๕๖ เพราะฉะนั้นงบอย่างนี้ต้องตัดออกบ้าง เอาไปพัฒนาอย่างอื่น แต่มาชอบที่กรมพลศึกษา ท่านประธาน กรมนี้จริง ๆ แล้วถูกใจตรงที่บอกว่าแผนงาน สร้างความปรองดองสมานฉันท์และฟื้นฟูประชาธิปไตย ตรงใจกับพรรคเพื่อไทยจริง ๆ แล้วเล่นกีฬามันจะมีความสามัคคีกันครับท่านประธาน เราเล่นกีฬาไม่มีพรรคไม่มีพวก แบ่งข้างกัน ซ้ายบ้าง ขวาบ้าง บางทีคนไม่พอฝ่ายนี้ไปอยู่ตรงนี้ ฝ่ายนี้ไปอยู่ตรงนั้น เราเตะกันได้ เราทํากันได้กิจกรรมเกิดความปรองดอง เพราะฉะนั้นตรงนี้ก็ถือว่าเป็นงบประมาณ ที่น่าสนับสนุนแต่ก็ต้องลดสัก ๕ เปอร์เซ็นต์ ในส่วนของการส่งเสริมการกีฬา ผมอยากให้ การกีฬานั้นเป็นแหล่งสําคัญแล้วมีทุกหมู่บ้าน สนามกีฬา สนามออกกําลัง ทุกสิ่งทุกอย่างต้องมี เพราะฉะนั้นการสร้างสนามกีฬา สนามฟุตบอลต้องมีทุกหมู่บ้านพร้อมทั้งให้มีครู ไปสอน ทุกวันนี้เราไม่มีมาตรฐาน เบสิก (Basic) เราก็ไม่มี เราเตะฟุตบอลในสนาม ลูกบอลมาเตะสวน ไม่มีการเลี้ยง เลี้ยงอย่างไรไม่รู้จัก ขอให้ถึงเท้าด้วย เตะสวนอย่างเดียว นี่คือการพัฒนาของคนไทย วันนี้เราได้งบไปเชื่อว่าถ้าเป็นไปได้ขอให้ปลายปี ๒๕๕๖ นักเรียนเราสามารถเตะฟุตบอลได้เป็น แต่ถ้าครบ ๑ ปีแล้วปรากฏว่าไม่ได้ผล ก็ควรจะต้องตัด ท่านตั้งไว้สูงผมถึงว่าเชื่อไม่ได้ ตั้งได้ขนาดตั้ง ๔,๐๐๐ กว่า ภายในปีเดียว ท่านทําไม่ได้หรอกครับ ท่านต้องเอาค่อย ๆ เป็นค่อย ๆ ไป อย่าเพิ่งเอาไปมาก ในการท่องเที่ยว ท่านประธานที่เคารพครับ มีบางแหล่ง บางสถานที่ ที่ผมนําเรียนว่าการทํา ในสถานที่ต่าง ๆ ก็ไม่ควรที่จะทําซ้ํากัน อย่างจังหวัดสุพรรณบุรี ผมต้องพูดถึง จังหวัดสุพรรณบุรีมีแหล่งท่องเที่ยวอีกเยอะ ไม่จําเป็นต้องบึงฉวาก ไม่ต้องเป็นมังกรทอง ไม่ต้องเป็นหออะไรต่าง ๆ มันมีแหล่งท่องเที่ยวหลายที่ที่ควรจะส่งเสริม เช่นที่วัดเขานางบวช ตําบลนางบวช อําเภอเดิมบางนางบวช จังหวัดสุพรรณบุรี เขามีหลุมหลบภัยจากยอดเขา สามารถลงกลางทุ่งนาได้ ของพระอาจารย์ธรรมโชติ แหล่งตรงนี้ครับยังไม่มีใครไปพัฒนา รอการพัฒนาจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยและจะเป็นแหล่งท่องเที่ยวอันใหม่ได้ สมควรครับ เพราะฉะนั้นวันนี้ฝากไปยังกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาว่าการทํางาน ทุกสิ่งทุกอย่างนั้น ขอเถอะครับอย่าได้ทําอะไรที่มันน่ากลัว โดยเฉพาะการไปเปิดงานต่าง ๆ อย่าให้มีการจุดพลุ ผมห่วงครับ การจุดพลุน่ากลัวที่สุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่านเห็นไหม อุบัติเหตุจากการจุดพลุสําคัญที่สุด และการจุดพลุทําให้เกิดอันตราย เพราะฉะนั้นวันนี้ งบถ้าเขาขอมาเกี่ยวกับการจุดพลุตัดให้หมดอย่าให้มี ฝากไว้เท่านี้ครับ ขอบคุณครับ
ท่านสาคร เกี่ยวข้อง ครับ เชิญท่านสาครครับ
ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม สาคร เกี่ยวข้อง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกระบี่ พรรคประชาธิปัตย์ ในส่วนของ มาตรา ๙ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เรื่องของงบประมาณรายจ่ายประจําปี ๒๕๕๖ นั้น กระผมขอปรับลดงบประมาณลง ๕ เปอร์เซ็นต์จากงบประมาณ ๙,๑๘๓ ล้านบาทเศษ ขอปรับลด ๕ เปอร์เซ็นต์ประมาณ ๔๐๐ ล้านบาทเศษ รายการอภิปรายของวาระที่สอง รายมาตรา กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬามีหน่วยงานอยู่ ๔ หน่วยงาน ได้มีเพื่อนสมาชิก เบื้องต้นได้อภิปรายหน่วยงานของการกีฬาไปแล้ว กระผมขอพูดถึงเรื่องเกี่ยวกับ การท่องเที่ยว โดยเฉพาะกรมการท่องเที่ยวที่ได้รับงบประมาณ ๒,๖๐๐ กว่าล้านบาท กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬามีวิสัยทัศน์เป็นองค์กรหลักในการส่งเสริมพัฒนา การท่องเที่ยวและนันทนาการเพื่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ผมเห็นว่าการจัดงบประมาณรายจ่ายไว้ ๙,๐๐๐ กว่าล้านบาทเศษนี้ผมต้องปรับลด เพราะว่า ผมไม่เห็นด้วยกับการจัดสรรงบประมาณให้กับหน่วยงานบางหน่วยงานมากเกินไป บางหน่วยงานก็น้อยเกินไป สวนทางกับยุทธศาสตร์ของประเทศที่จะพัฒนาการท่องเที่ยว อย่างแท้จริง เพื่อมุ่งสู่รายได้ ๒,๐๐๐,๐๐๐ บาทในอนาคตของประเทศไทยในโอกาสต่อไป ท่านประธานที่เคารพครับ การกําหนดพันธกิจ ภารกิจต่าง ๆ บทบาทอํานาจหน้าที่ หลายหน่วยงานไม่ค่อยชัดเจน มีการปฏิบัติงานที่ซ้ําซ้อนกัน อย่างเช่นกรมการท่องเที่ยวกับ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยน่าจะมีการรวมหน่วยงานเหล่านี้ให้มีเอกภาพจะได้มีการใช้ งบประมาณอย่างถูกทิศทาง เพื่อนํามาซึ่งรายได้หลักของประเทศของเรา ควรมีการปรับปรุง อัตราภาษีของสินค้าปลอดภาษีซึ่งจะมีนักท่องเที่ยวที่จะจับจ่ายใช้สอย และเป็นจุดอ่อน จุดเสียเปรียบของประเทศของเราสําหรับนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางเข้ามาแล้วก็ชอบที่จะ จับจ่ายใช้สอย ผมยังไม่ค่อยเห็นงบประมาณในการพัฒนาบุคลากรทางการท่องเที่ยว การสร้างทักษะทางภาษาต่างประเทศในหลาย ๆ ภาษาซึ่งเป็นภาษาหลักของโลก การประชาสัมพันธ์เรื่องจุดเด่นหลัก ๆ ของประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอาหารไทย ผลไม้ไทย การท่องเที่ยวเชิงนิเวศอันจําเป็นที่จะต้องเน้นในการท่องเที่ยวของประเทศไทย ท่านครับ การปรับปรุงภาพลักษณ์การท่องเที่ยวของประเทศก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่จําเป็น ที่จะต้องจัดงบประมาณ การพัฒนาฟื้นฟูแหล่งท่องเที่ยวที่ได้รับความเสียหายจากการที่มี นักท่องเที่ยวเข้ามาสร้างความเสื่อมโทรม มีการลดน้อยถอยลงในเรื่องของธรรมชาติ ต้องบูรณาการขอความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นท้องถิ่น ไม่ว่าจะเป็น กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมก็ดี เพราะนักท่องเที่ยวทั้งชาวต่างประเทศ และชาวไทยจะได้กลับมาสนใจในการเข้ามาเที่ยวเพิ่มมากขึ้น หรือคนที่มาเที่ยว เข้ามาท่องเที่ยวแล้วก็อาจจะมีการเข้ามาซ้ํา ๆ บ่อย ๆ ไม่ค่อยได้เห็นงบประมาณในเรื่องของ การพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวใหม่ ๆ ในประเทศเพิ่มขึ้นเท่าที่ควร ทั้งการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ เชิงวัฒนธรรม และเชิงสุขภาพ เพราะว่าการท่องเที่ยวนี้เป็นอาชีพหรือเป็นสาขาหลัก สาขาหนึ่งที่ทํารายได้และกระจายรายได้ไปสู่ทุกภาคส่วนอย่างแท้จริง การสร้างตลาดใหม่ ๆ ในต่างประเทศ การทําโรดโชว์ในตลาดใหม่ ๆ ไม่ว่าจะเป็นตลาดจีน อินเดีย ญี่ปุ่น หรือแม้แต่ ตลาดในตะวันออกกลางที่มีกําลังซื้อสูงมาก การสร้างความพร้อมในสาธารณูปโภคพื้นฐาน การสร้างถนนหนทาง สนามบิน ทางรถไฟ ท่าเรือต่าง ๆ เหล่านี้ ผมขอยกตัวอย่าง ในพื้นที่บริเวณทะเลอันดามันของประเทศไทยอันเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงระดับโลก ท่านครับ การเดินทางโดยเครื่องบินก็ยังไม่ค่อยสะดวก การอํานวยความสะดวกจาก ตํารวจตรวจคนเข้าเมือง หน่วยงานกรมศุลกากรก็ยังเป็นปัญหาขาดกําลังคน นักท่องเที่ยว บินมาจากต่างประเทศนับ ๑๐ ชั่วโมง แต่จะต้องมารอการตรวจคนเข้าเมืองที่ขาดอัตรากําลังนานนับชั่วโมง หรือแม้แต่กระทั่ง บางครั้งบางไฟลท์ (Flight) บินก็ต้องใช้เวลาหลายชั่วโมงอันทําให้เกิดความเบื่อหน่ายกับ นักท่องเที่ยวเหล่านั้น ซึ่งจะนํารายได้เข้ามาสู่ประเทศของเรา เรื่องของการขนส่ง เรื่องของ ระบบโลจิสติกส์ (Logistics) ถ่ายเทนักท่องเที่ยว ท่านครับ บริเวณจังหวัดฝั่งอันดามันตั้งแต่ จังหวัดระนอง จังหวัดพังงา จังหวัดภูเก็ต จังหวัดกระบี่ จังหวัดตรัง จังหวัดสตูล ถนนหนทาง ไม่ได้รับการดูแล การเดินทางเชื่อมต่อระหว่างจังหวัดท่องเที่ยวเหล่านี้ยังไม่ได้รับ ความสะดวก แม้แต่ถนน ๔ ช่องจราจรระหว่างจังหวัดระนอง จังหวัดพังงา จังหวัดภูเก็ต จังหวัดกระบี่ เชื่อมต่อระหว่างจังหวัดก็ยังไม่มีการเชื่อมต่อ ท่านเชื่อหรือเปล่าครับ การลงทุนเหล่านี้ผมเชื่อเหลือเกินว่าจะมีการคืนทุนเข้ามาสู่ประเทศไทยของเราอย่างเร็วมาก เร็วที่สุด เพราะว่ามีนักท่องเที่ยวนับล้านล้านคนเข้ามาต่อปี ต่อคน ต่อหัว มีการใช้จ่ายกัน นับแสนนับล้านบาท ขาดการพัฒนาเรื่องรูท (Route) ของการเดินทางทางทะเล ท่าเทียบเรือชายฝั่ง ท่าเทียบเรือท่องเที่ยวในแต่ละจังหวัดก็ยังไม่ได้รับการพัฒนาเท่าที่ควร ระบบรางที่มีการเรียกร้องว่าจะมีการเชื่อมต่อให้มีรถไฟเส้นอันดามัน ก็เห็นมีแต่แผนการ แต่ยังไม่ได้จัดงบประมาณหรือยังไม่ได้จัดการในเรื่องที่จะอํานวยความสะดวกต่อนักท่องเที่ยว เหล่านี้ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมจึงฝากว่าการท่องเที่ยวของเรายังต้องการแผนงาน โครงการที่ชัดเจน ยังต้องการการรวมหน่วยงานทางการท่องเที่ยวให้มีเข็มทิศวิสัยทัศน์ ในการจะนําพามาซึ่งรายได้เข้ามาสู่ประเทศ การที่ผมแปรญัตติตัดงบประมาณไปก็เพราะ ไม่เห็นด้วยกับการจัดทํางบประมาณในหลายเรื่อง และยังขอเรียกร้องว่าการท่องเที่ยวนี่ละครับ ที่จะนําพามาซึ่งรายได้ของประเทศ ดังที่ทางรัฐบาลนี้และรัฐบาลก่อน ๆ ได้กําหนดไว้ว่า จะนําพารายได้จากการท่องเที่ยวมาสู่ประเทศไทยถึง ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ
น่าจะเป็น ท่านสุดท้ายกระมังครับ ท่านจักรวาลเชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ อย่างสูง กระผม นายจักรวาล ชัยวิรัตน์นุกูล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุโขทัย เขต ๓ ต้องขอขอบคุณท่านประธานที่ให้โอกาสขึ้นมาอภิปรายการตัดงบประมาณ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ๓ เปอร์เซ็นต์ ผมต้องกราบเรียนว่าการตัดของผมนี้ เหมือนว่าตัดโอนปรับในกระทรวง ไม่ได้ตัดไปให้กระทรวงอื่น เพราะว่าดูจากงบประมาณ ปีที่แล้วกับปีนี้ก็ถูกตัดลดอยู่แล้ว แต่อยากให้เหมาะสมกับกรม กองที่นําไปใช้ ให้ตามลําดับเพื่อเกิดประสิทธิภาพและเหตุผลในการพัฒนาเรื่องการท่องเที่ยวและกีฬา ท่านประธานครับ ท่านผู้แทนราษฎรหลาย ๆ ท่านที่ขึ้นพูดก่อนหน้านี้ล้วนแต่มีความหวังดี ที่จะให้การท่องเที่ยวและการกีฬาของเรานั้นก้าวหน้าไปแล้วก็มีหน้ามีตาในระดับอาเซียน และระดับโลก ผมก็เห็นชอบเพราะว่าสิ่งที่แสดงความยิ่งใหญ่ของประเทศชาติอย่างหนึ่งก็คือด้านกีฬา ซึ่งเร็ว ๆ นี้เราก็ทราบว่าโอลิมปิกของเรานั้นมีนักกีฬา ถึงจะไม่ได้เหรียญทองแต่เราก็ได้ เหรียญทองในใจ เพราะว่าความมาตรฐานของการตัดสินในกีฬาที่ผ่านมานั้นในสายตาคนไทย ว่าเราน่าจะได้เหรียญทอง นี่คือแสดงความมาตรฐานของกีฬาว่ายังขาดไปตรงนี้ เรื่องเทคโนโลยีที่ดีในการตัดสิน ผมก็มองอีกด้านหนึ่งว่าหากเราจะมองความเป็นกีฬา ซึ่งมีเป้าหมายเดียวคือเรื่องสุขภาพอนามัยเป็นสิ่งสําคัญ ถ้าถามว่าชื่อเสียงกับสุขภาพอนามัย คนประเทศชาติ ผมว่าสุขภาพอนามัยคนประเทศชาติสําคัญกว่า ฉะนั้นอยากให้กระทรวง การท่องเที่ยวและกีฬาได้ตระหนักว่าพื้นฐานของการมีกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬานั้น สิ่งสําคัญคือเรื่องสุขภาพคนประเทศไทย หากว่าเราไปโอลิมปิก หรือไปซีเกมส์ หรือไป อาเซียนต่าง ๆ แข่งกีฬามา เราได้ความเป็นนิคส์ หรือความเก่งในการแสดงออกถึง เหรียญทอง แต่คนในประเทศชาติ เยาวชน ประชาชนหรือผู้สูงวัยเราอ่อนแอ ผมก็ว่ามันไม่ใช่ เป้าหมายของการพัฒนาประเทศชาติ สิ่งที่สําคัญที่ผมได้มีความสนใจเรื่องการกีฬา ที่ผ่านมานั้นผมตั้งข้อสังเกตที่ท่านรัฐมนตรีในสมัยที่แล้วว่าได้มีการจัดกีฬาประเภทหนึ่งคือ กีฬาผู้สูงอายุระดับโลก มีการแข่งขัน ซึ่งช่วงนี้ก็จะเงียบไป ซึ่งช่วงนั้นมาก็สร้างการท่องเที่ยว สร้างรายได้แล้วก็กระตุ้นเรื่องการกีฬาผู้สูงอายุได้ดี แล้วก็เป็นการพัฒนาสุขภาพอนามัยกับ ผู้สูงอายุที่หลังเกษียณก็ดี หรือกําลังสู่วัยผู้ที่ต้องการดูแลเรื่องสุขภาพมาก ผมจึงอยากให้ การปรับลดของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬานั้นให้ปรับลดไปเกลี่ยอยู่ในกรม กองต่าง ๆ เพื่อให้มีการทําเรื่องกีฬาในประเทศเราและต่างประเทศโดยการจัดกีฬาอาวุโสระดับโลก หรือเวิลด์ ซีเนียร์ เกมส์ (World senior games) ตรงนี้อีก และทําให้ทุกปี เราจะสังเกตได้ว่า วันนี้เราไปแข่งขันกีฬาระดับอาเซียนหรือต่างประเทศนั้น โดยเฉพาะเรื่องฟุตบอล ที่ผมให้ความสนใจไม่ค่อยประสบความสําเร็จ แต่ก่อนนี้ลงกีฬาสักครั้งเราจะเห็นฟุตบอล คน แท็กซี่อะไรหยุดหมดเลยอยากจะเชียร์บอลไทย แต่ช่วงหลัง ๆ บอลไทยถ้าสังเกตว่า เวลานําปั๊บจะหยุดเล่น หยุดบุก จะอุดอย่างเดียว ผมถึงว่าการเล่นกีฬาแบบนี้เหมือนกับ มีเป้าหมายคือชนะอย่างเดียว ไม่ได้มีเป้าหมายว่าจะต้องทําให้เต็มที่ เล่นให้เต็มที่ และตั้งข้อสังเกตอีกอย่างหนึ่งกีฬาระดับในประเทศก็คือสโมสรที่ปัจจุบันนี้กําลังฮิต (Hit) อยู่ก็คือจังหวัดต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นหลาย ๆ จังหวัดที่เข้าสโมสรแข่งขันอยู่ในเอฟซี (FC) นี้ ซึ่งมีเอกชนเข้ามาส่งเสริมในการดูแลเพื่อดําเนินการแข่งขัน ผมว่ารัฐบาลหรือ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาน่าจะเข้าไปดูแลให้มากขึ้นและสนับสนุน ถึงในแต่ละทีม หรือจังหวัดนั้นผมก็ห่วงว่าในแต่ละจังหวัดนั้นมันอาจจะมีคนไทยน้อยลง คนไทยเรา อาจจะเปลี่ยนสี ผมหยิกมากขึ้น แต่มันก็เป็นการพัฒนาการที่จะทําให้คนไทยได้เห็นว่า พัฒนาการของคนต่างชาติที่โอนสัญชาติมาเล่นในทีมไทยในประเทศไทยนั้นเราต้องรีบเร่ง เรื่องการพัฒนาร่างกายแล้วก็จิตใจของเรา ตรงนี้อยากฝากกราบเรียนว่าอย่าไปให้ ความสําคัญอย่างเดียวในด้านเดียวเรื่องชัยชนะระดับเป็นหน้าเป็นตา นักกีฬาที่ไปแข่ง โอลิมปิกที่ได้คัดเลือกไปในการแข่งขันครั้งนี้ ถ้าได้ไปแข่งผมว่าเป็นนักกีฬาที่มีคุณภาพ ทุกท่าน ไม่ต้องกลับมามีเหรียญหรือไม่มีเหรียญ ผมก็ยังหวั่นว่าคนที่ไม่มีเหรียญแล้วกลับมา ได้รางวัลน้อย บางคนเวลาออกรูปออกกล้องแทบจะไม่หันหน้ามาเลย ผมอยากให้ ความสําคัญตรงคนที่ไม่ได้มีเหรียญแล้วก็ให้โอกาสเขาไปสู้อีกรอบหนึ่งอันนั้นสําคัญกว่า ความแตกต่างของรางวัลต่าง ๆ ที่เห็นนั้นค่อนข้างจะเห็นชัด ถึงว่าจะเป็นการจัดสปอนเซอร์ ซึ่งระดมเพื่อจะให้กําลังใจผู้ได้เหรียญ แต่ก็อย่าลืมว่าคนที่ไม่ได้เหรียญมานั้น ก็ทําสุดความสามารถแล้ว แล้วเขาก็ฝึกฝนมานาน
- ๑๙๐/๑ แต่กีฬาวันนี้คิดว่าเราเป็นผู้ชนะ แต่เวลาลงสนามจริง ๆ นั้นที่เราเห็น ๆ เราก็แพ้เพราะว่า มันไม่แน่นอน ผมถึงกราบเรียนว่าวันนี้การท่องเที่ยวและการกีฬานั้นต้องเน้นไปที่สถานที่ อุปกรณ์ในท้องที่ท้องถิ่นให้มากที่สุด อย่างที่ท่าน ส.ส. อาวุโสผู้ทรงเกียรติก่อนหน้านี้ ที่ได้พูดว่าบางโรงเรียนยังไม่มีสนาม เป็นสนามบาสเกตบอลหรือสนามคอนกรีตเลย แล้ววันนี้ ถ้าเราจะเอาช้างเผือกแล้วไม่ทําโรงช้างเผือกไว้ในท้องถิ่นแล้วเราจะเอาช้างมาฝึกได้อย่างไร เรามักจะไปดูจากบุคคลที่เข้ามาแข่งขันแล้วคัดเลือกมาหรือแมวมอง บุคคลเหล่านี้ กว่าจะเข้ามาได้บอบช้ํา ถ้าเปรียบเหมือนไก่ชนผมว่าไปดูไก่ที่อยู่ตามบ้านแล้วเอามาเลี้ยงเลย นี่มันสู้มาเลี้ยงตั้งแต่เล็ก ๆ พัฒนาความแข็งแกร่งและพัฒนาด้วยชั้นเชิงหรือเทคนิคต่าง ๆ เราควรจะเอามาตั้งแต่เด็ก ๆ มากกว่าที่เราจะไปจับตามองจากความสามารถพิเศษที่เขา ได้ไปแข่งขันในเกมต่าง ๆ คือให้ทางรัฐบาลและทางกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้ตระหนักตรงนี้ว่าเราส่งเสริมเราส่งเสริมที่เยาวชน แล้วส่งเสริมไปถึงผู้อาวุโสที่กําลังจะเป็น ผู้ที่มีสุขภาพที่ไม่แข็งแรง โดยเฉพาะผมเน้นว่าเวิลด์ ซีเนียร์ เกมส์ หรือผู้อาวุโสโลก ซึ่งจะทําให้ เกิดประโยชน์กับประเทศไทยด้านกีฬาแล้วก็ด้านการท่องเที่ยว ทําให้ต่างชาติเข้ามาบ้านเรา มากขึ้น เรื่องการท่องเที่ยว ผมในฐานะเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุโขทัย ซึ่งมีอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย อุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัยเชื่อมต่ออุทยาน ประวัติศาสตร์กําแพงเพชร ปีหนึ่งก็สร้างรายได้ให้คนต่างชาติเข้ามาดู มาเยี่ยม มาชม ไม่ใช่น้อย แต่โครงการที่จะต้องต่อเนื่อง ๓ อุทยานนี้ก็คือถนนพระร่วง คงจะอดพูดไม่ได้ คนไทยไม่รู้จักองค์พระร่วงซึ่งเป็นประวัติศาสตร์ที่เป็นร่องทางเดินสมัยพระองค์ ได้ทรงเสด็จเป็นแนวทางเป็นปล่องหรือเป็นถ้ําขอมในอดีต ตรงนี้ก็อยากฝากให้การท่องเที่ยว แห่งประเทศไทยไปพิจารณาดูว่า ๒ จังหวัด ๓ อุทยานตรงนี้สามารถเชื่อมต่อโดยเป็น นันทนาการขี่จักรยานเพื่อสุขภาพให้กับคนที่ไปท่องเที่ยวที่พักอยู่ในจังหวัดกําแพงเพชรหรือ จังหวัดสุโขทัยหลาย ๆ วัน ก็ฝากไว้ด้วยว่าการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยตรงนี้น่าจะเข้าไปดู เพราะว่าเป็นแหล่งประวัติศาสตร์แห่งแรกของประเทศไทย ก็อยากจะกราบเรียนว่า การปรับลด ๓ เปอร์เซ็นต์ของผมนั้นไม่ได้มีวัตถุประสงค์ที่จะปรับไปให้กระทรวงอื่น แต่ขอให้ปรับอยู่ในตัวของกระทรวงเองให้เหมาะสมในขั้นตอนที่จะพัฒนาเรื่องการท่องเที่ยว และกีฬาต่อไป ต้องขอกราบขอบพระคุณท่านประธานอย่างสูง ขอขอบคุณครับ
ไม่มีผู้อภิปราย ผมขอปิดการอภิปราย ขอมติเลยนะครับ
(นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร มีสัญญาณให้สมาชิก ที่มาประชุมทราบก่อนทําการตรวจสอบองค์ประชุมและลงมติ)
เชิญสมาชิก ข้างนอกเข้าห้องประชุมเพื่อลงมติครับ ท่านสมาชิกครับ ก่อนจะขอมติ ขออนุญาตตรวจสอบ องค์ประชุมก่อนนะครับ ถ้าพร้อมใช้สิทธิแสดงตนได้เลยครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)
เรียบร้อยนะครับ ส่งผลได้เลยครับ จํานวนผู้เข้าประชุม ๓๐๘ ท่าน ครบองค์ประชุมนะครับ
ผมขอมติเลยนะครับ มติเห็นด้วยกับกรรมาธิการเสียงข้างมากหรือไม่ครับ ใช้สิทธิได้เลยครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)
มีอะไรครับ เชิญครับ
ท่านประธานครับ สาคร เกี่ยวข้อง ๓๘๙ เห็นด้วยกับกรรมาธิการเสียงข้างน้อยครับ
เห็นด้วย กับเสียงข้างน้อยนะครับ
ครับ บัตรมีปัญหาครับ ขอบคุณครับ
เชิญครับ
ท่านประธานคะ ดิฉัน สุพัชรี ธรรมเพชร ไม่เห็นด้วยกับกรรมาธิการเสียงข้างมากค่ะ
ครับ ๒ เสียงนะครับ เรียบร้อยนะครับ ปิดการลงคะแนนครับ ส่งผลได้เลยครับ มตินะครับ เห็นด้วยกับกรรมาธิการเสียงข้างมาก ๒๘๔ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๗๓ ท่าน บวก ๒ เป็น ๗๕ ท่าน ถือว่าที่ประชุมมีมติเห็นชอบตามกรรมาธิการเสียงข้างมากครับ
เชิญท่านเลขาธิการต่อครับ
มาตรา ๑๐ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ มีการแก้ไข มีกรรมาธิการ สงวนความเห็นและผู้สงวนคําแปรญัตติ
ท่านจุรินทร์ มีอะไร เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ก่อนที่จะขึ้นมาตรา ๑๐ ผมขออนุญาตที่จะทบทวนกับท่านประธานในเรื่องของเอกสาร ซึ่งมีความต่อเนื่องมาตั้งแต่ช่วงดึกของคืนวันแรกที่มีการพิจารณากฎหมายงบประมาณ รายจ่ายประจําปี ๒๕๕๖ นี้ ทั้งนี้เนื่องจากว่าทางคณะกรรมาธิการและรัฐบาลได้รับปากว่า จะจัดเอกสารในเรื่องของการใช้จ่ายงบประมาณแก้ไขปัญหาน้ําท่วม ๒ รายการ รายการที่ ๑ ก็คือกรณีของการใช้จ่ายงบประมาณ ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท กับกรณีที่ ๒ คือกรณีของ งบสํารองฉุกเฉินเร่งด่วนซึ่งเป็นอํานาจนายกรัฐมนตรี ๖๖,๐๐๐ ล้านบาท ว่าจะนําเอกสาร มาให้กับที่ประชุมสภาในช่วงระยะเวลาทันทีที่เปิดการประชุมเมื่อวานนี้ แต่ปรากฏว่าจนถึง ขณะนี้ท่ามกลางการรับปากของรองนายกรัฐมนตรีในฐานะประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจําปีงบประมาณ ๒๕๕๖ และ การรับปากของรัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรีคือท่านวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล และ เมื่อวานล่าสุดท่านรัฐมนตรีวิทยา บุรณศิริ รับปากว่าจะจัดเอกสารทุกอย่างที่สมาชิกต้องการ เพื่อประโยชน์ในการตรวจสอบ แต่ปรากฏว่าจนถึงขณะนี้พวกกระผมได้รับเอกสารมา รายการเดียวคือรายการที่อยู่ในมือของกระผม เป็นรายการของงบประมาณเฉพาะ ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาทที่ใช้จ่ายเพื่อการแก้น้ําท่วม แต่ว่าไม่มีรายละเอียด และพวกกระผม ก็ได้ทวงอีกครั้งหนึ่งท่านก็รับปากว่าจะดําเนินการให้ แต่จนขณะนี้รายละเอียดที่ได้มา เป็นแค่บอกว่าไปทําที่จังหวัดไหนเท่านั้นเอง แต่ไม่มีรายละเอียดว่าไปทําอะไร ที่ไหน อย่างไร ซึ่งนี่คือข้อมูลที่พวกกระผมต้องการ แล้วก็จนถึงขณะนี้ล่าสุดรัฐมนตรีวิทยา บุรณศิริ รับปากเมื่อวานว่าท่านสาทิตย์สามารถที่จะไปเจรจาได้เลยว่าต้องการอะไร ท่านจะลงไป สั่งการเดี๋ยวนั้น แต่ปรากฏว่าไม่ได้มีการดําเนินการ จนถึงขณะนี้พวกกระผมยังไม่ได้ เอกสารใด ๆ ทั้งสิ้น เพราะฉะนั้นตรงนี้จึงเป็นที่มาที่ต้องการกราบเรียนกับท่านประธานว่า ทางกรรมาธิการจะต้องรักษาสัญญาที่ให้ไว้ เพราะไม่เช่นนั้นก็จะดูเสมือนว่ามีเจตนา ที่ต้องการที่จะปกปิดข้อมูลเพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจสอบ แล้วก็ข้อกล่าวหาทั่วประเทศ ขณะนี้ที่บอกว่ามีความไม่ชอบมาพากลเกิดขึ้น มีการเรียกค่าหัวคิวในเรื่องของค่าใช้จ่าย โครงการต่าง ๆ กรณีการแก้ปัญหาน้ําท่วม ๓๕ เปอร์เซ็นต์ทั่วประเทศนั้นก็จะเป็นเรื่องจริง เพราะฉะนั้นประเด็นนี้จึงเป็นที่มาที่ขอทวงกับท่านประธานอีกรอบหนึ่งครับว่าขอเอกสาร ทั้ง ๒ รายการ ทั้ง ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท และ ๖๖,๐๐๐ ล้านบาทในรายละเอียด ขอบคุณครับ ท่านประธาน
เชิญท่านรองประธาน คณะกรรมาธิการครับ ท่านวิทยาครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม วิทยา บุรณศิริ ในฐานะกรรมาธิการ ก็ได้นําเรียนตั้งแต่เช้า เพราะผมคิดแล้วว่าผมรับปากท่าน แต่ได้นําเรียนท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติโดยเฉพาะ ทางท่านประธานวิป ไหน ๆ ท่านก็ได้กล่าวแล้วนะครับ ผมเองได้ประสานให้แล้ว แล้วเจ้าหน้าที่ก็จะดําเนินการในส่วนนั้นให้ท่าน ซึ่งหน่วยงานก็กําลังทยอยนําส่งให้ แต่อย่างไรก็แล้วแต่ก็เป็นสิ่งที่ผมได้นําเรียนต่อที่ประชุมแห่งนี้แล้วว่าเอกสารที่ท่านขอกัน มันจะเป็นเรื่องของงบประมาณในส่วนของปี ๒๕๕๕ จึงได้นําเรียนต่อที่ประชุมว่าก็ขอให้ ดําเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องในร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจําปีงบประมาณ ๒๕๕๖ ที่เรากําลังพิจารณาวาระที่สองนี้ไปก่อน แต่ว่าตอนนี้มีเอกสารทยอยเข้ามา ซึ่งผมเองผมไม่ได้รับปากเรื่องเวลา แต่ว่าผมทราบว่ามีหน่วยงานที่ได้ดําเนินการเอาไว้แล้ว ตอนนี้ได้ทยอยนําส่งให้
- ๑๙๓/๑ ผมขออนุญาตท่านประธานว่าในส่วนที่ประสาน ท่านรัฐมนตรีวรวัจน์เป็นผู้รับผิดชอบ ในส่วนของสํานักงบประมาณ ท่านอาจจะชี้แจงกับท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติและที่ประชุมนะครับ เพื่อที่จะได้รับทราบว่าตอนนี้มีเอกสารใดเข้ามาบ้าง ก็ขออนุญาตนําเรียนเบื้องต้น เพราะว่า ผมเองได้รับประสานแล้วผมเองก็ได้ดําเนินการในส่วนของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าใจว่าจะมี ทยอยเข้ามา ขอบคุณครับท่านประธาน
เชิญท่านวรวัจน์
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม วรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดแพร่ พรรคเพื่อไทย ในฐานะ ของรองประธานคณะกรรมาธิการงบประมาณ และรัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี ที่กํากับดูแลสํานักงบประมาณครับ ผมขออนุญาตเรียนอย่างนี้ครับ จากการที่ทางฝ่ายค้าน ได้ขอเอกสารเกี่ยวกับงบ ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาทนั้น เมื่อวานทางสํานักงบประมาณ ได้ส่งเอกสารที่เป็นภาพรวมของแต่ละหน่วยงานไปให้ ต้องขออนุญาตเรียนอย่างนี้ว่า ในส่วนรายละเอียดที่เป็นรายละเอียดที่ท่านต้องการนั้นเป็นรายละเอียดที่อยู่ที่หน่วยงาน แต่ที่สํานักงบประมาณเวลาเขาขอเบิกงวดมาเราจะมีภาพรวมของหน่วยงานเท่านั้น แล้วก็ นําข้อมูลที่อยู่เป็นภาพรวมของเราให้ทั้งหมด แต่จากการที่ผมสอบถามดู จริง ๆ แล้ว ต้องขออนุญาตเรียนท่านประธานอย่างนี้ครับ ในการประชุมคณะกรรมาธิการวิสามัญ งบประมาณในวาระที่สอง ที่เราประชุมกันอยู่ประมาณเกือบ ๒ เดือน ทางคณะกรรมาธิการ ได้ขอเอกสารไปยังหน่วยงานแล้วทั้งหมด ๙๗๑ ชิ้น มากที่สุดกว่าทุกปี ไม่มีปีไหนมาก เท่าปีนี้มาก่อน รวมถึงเอกสารที่เป็นรายละเอียดการเบิกจ่ายต่าง ๆ หน่วยงานได้นําส่งท่านไป ในคราวที่มีการประชุมแล้ว ๖๑๒ ชิ้น นับเป็น ๖๓ เปอร์เซ็นต์ของทั้งหมด อย่างที่หน่วยงาน ยังไม่ได้นําส่งอีกประมาณ ๓๕๙ ชิ้น คิดเป็น ๓๗ เปอร์เซ็นต์ที่ยังไม่นําส่ง แต่ที่นําส่งไปแล้ว ที่ท่านได้รับไปแล้ว ๖๑๒ ชิ้น หน้าตางบประมาณถ้าท่านไปดูในเอกสารที่ท่าน ขอจากหน่วยงาน แล้วหน่วยงานได้มอบให้ท่านไปแล้วนี่นะครับก็คือเอกสารที่จะเป็น ผมยกตัวอย่างมานี่นะครับ รายละเอียดและผลการเบิกจ่ายโครงการซ่อมฟื้นฟูทางหลวงชนบท อันเนื่องมาจากเหตุอุทกภัยที่รับงบกลาง ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ก็จะมีเป็นรายละเอียด เป็นสายทาง อันนี้ในมือผมจะบอกว่าสรุปผลการดําเนินงาน สายทาง กพ. ๑๐๒๓ ทางแยกทางหลวงหมายเลข ๑ บ้านหัวถนน อําเภอคลองขลุง จังหวัดกําแพงเพชร ผู้ได้รับการคัดเลือกจะมีชื่อหมด เลขที่สัญญา วันที่ลงนาม มีหมดครับ เอกสารทั้งหมดนั้น เป็นเอกสารที่ทางหน่วยงานได้นําส่งให้ท่านไปแล้วเรียบร้อย ผมเรียนท่านประธาน อย่างนี้นะครับ ในปี ๒๕๕๐ มีการขอเอกสารไป ๒๑ ชิ้น ปี ๒๕๕๑ มีการขอเอกสารไป ๒๗๐ ชิ้น ปี ๒๕๕๒ ๕๑๙ ชิ้น ปี ๒๕๕๓ ๓๕๒ ชิ้น ปี ๒๕๕๔ ๓๗๙ ชิ้น ปี ๒๕๕๕ ๓๘๘ ชิ้น งบประมาณปี ๒๕๕๖ ถูกขอเอกสารไปทั้งหมด ๙๗๑ ชิ้น ตอนนี้หน่วยงาน ได้ส่งไปแล้ว ๖๑๒ ชิ้น แต่ผมเข้าใจว่าที่ขอไปมันไปอยู่ในลังเอกสารจํานวนมากที่ท่านมีอยู่ ในส่วนของสํานักงบประมาณเองไม่มีรายละเอียดลึกขนาดนี้ ซึ่งท่านจะให้รวบรวมให้ ตอนนี้เรากําลังให้หน่วยงานทยอยส่งเอกสารที่เคยส่งให้ท่านมา แล้วก็จะรวบรวมส่งให้ท่าน แต่ว่าจะให้เราเอาทั้งหมดมารวมแล้วมาซัม (Sum) ให้ท่านวันนี้ อย่างไรมันก็ไม่ทัน แต่จริง ๆ แล้วเอกสารทั้งหมดปรากฏอยู่ในกล่องเอกสารของกรรมาธิการทั้งสิ้น ซึ่งในขั้นตอนของกรรมาธิการ กรรมาธิการงบประมาณได้ขอเอกสารจากหน่วยงานทั้งสิ้น เพราะว่าถ้าหน่วยงานไม่ให้ท่านก็ไม่ปล่อยผ่าน เพราะฉะนั้นวันนี้เองในขั้นตอนของ กรรมาธิการ กรรมาธิการได้ขอเอกสารจากส่วนราชการอยู่แล้ว วันนี้เองเป็นการที่ กรรมาธิการชี้แจงต่อสภาผู้แทนราษฎร ไม่ใช่จะไปเอาจากซีกของทางรัฐบาล ท่านขอจากสํานักงบประมาณ ผมก็ได้แค่ขอสํานักงบประมาณเอาข้อมูลทั้งหมดที่เป็น ภาพรวมที่อยู่ในส่วนของสํานักงบประมาณออกมาให้ท่านเท่านั้นเอง แต่ไม่มีข้อมูลลึก ในรายละเอียดเหล่านั้น ซึ่งรายละเอียดเหล่านั้นได้มอบให้ในชั้นของกรรมาธิการไปเรียบร้อยแล้ว
อีกประเด็นหนึ่ง ท่านประธานครับ งบกลางในกรณีฉุกเฉินจําเป็น ๖๐,๐๐๐ ล้านบาทนี่นะครับ สิ่งที่สํานักงบประมาณให้ไปนี่ทางสํานักงบประมาณบอกว่า เป็นมาตรฐานที่สํานักงบประมาณให้ในทุกรัฐบาลให้มีแค่นั้นครับ ไม่เคยมีรัฐบาลไหน ที่สํานักงบประมาณให้นอกเหนือจากนั้นเลย ไม่ว่าจะใครขอมาเขาก็บอกเขาเคยให้อยู่แค่นั้น อันนี้ผมก็ได้สอบถามไป เขาบอกว่าเป็นหลักปฏิบัติที่เขาทําเหมือนทุกรัฐบาล ท่านก็เคยเป็น รัฐบาลมา ท่านก็สามารถสอบถามกลับไปที่สํานักงบประมาณครับ เป็นมาตรฐานที่เขา ดําเนินการให้ ทางผมเองในฐานะเป็นผู้รับผิดชอบผมก็พยายามดําเนินการทุกอย่างเพื่อให้ สําเร็จตามที่ได้รับปากกับท่านไว้นะครับ แต่ก็ต้องเรียนท่านว่าในส่วนเอกสารทั้งหมด ที่หน่วยงานกําลังนําส่งนั้นผมจะรวบรวมให้อีกครั้งหนึ่งว่าในส่วนลึกมีอะไรบ้างให้หน่วยงาน นําส่งให้ แต่จะให้เราประมวลแล้วก็ซัมให้วันนี้มันไม่ทันครับ แต่ว่าถ้าท่านไปตรวจสอบ กล่องเอกสารของท่านทั้งหมดนี้ ท่านมีอยู่ในกล่องเอกสารของท่านหมดเรียบร้อยแล้วครับ ตอนนี้ ๙๑๗ ชิ้นนําส่งไปแล้ว ๖๐๐ กว่าชิ้น ที่เหลือก็จะนําส่งต่อไปครับ ขอบคุณครับ
เชิญท่านจุรินทร์ครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ พรรคประชาธิปัตย์ ขออนุญาตกราบเรียนต่อท่านประธานครับ เอกสารทั้งหมด ๙๑๗ ชิ้นที่ท่านบอกว่าพวกกระผมขอไปและท่านส่งให้แล้ว ๖๑๒ ชิ้นนี่ อย่างน้อยตัวเลขมันก็บอกชัดว่าอีกประมาณ ๓๐๐ ชิ้นนี่ท่านยังไม่ได้ส่ง แต่หัวใจสําคัญ ประการหนึ่งก็คือ ๓๐๐ ชิ้นนั้นเมื่อท่านรับปากท่านต้องส่งครับ เพื่อประโยชน์ ในการตรวจสอบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเราตกลงกันเบื้องต้นว่าประชุมสภาเรื่องงบประมาณ จะดําเนินการ ๓ วันโดยประมาณ วันนี้วันที่ ๓ เหลือเวลาประมาณครึ่งวัน นี่เที่ยงแล้วครับ อีก ๓๐๐ ชิ้นท่านยังไม่ส่ง แล้วพวกกระผมจะไปดูเอกสารเพื่อมาประกอบการตรวจสอบ การใช้เงินของคนไทยทั้งประเทศได้อย่างไรครับ นี่ประการที่ ๑ ประการที่ ๒ ท่านมีหน้าที่ส่ง ๓๐๐ ชิ้นที่เหลือก็จริง แต่เอกสารสําคัญที่สุดที่พวกกระผมมาเน้นย้ําในสภานี้คือเอกสาร ๒ ชิ้นที่พวกกระผมต้องการ เอกสาร ๒ ชิ้นที่ว่าก็คือเอกสารที่เราไม่สามารถตรวจสอบได้ ตอนพิจารณางบประมาณปี ๒๕๕๕ ที่ท่านอ้างว่านี่มันเรื่องงบประมาณปี ๒๕๕๕ แต่ตอนเสนองบประมาณปี ๒๕๕๕ เราตรวจสอบไม่ได้ ตรวจสอบไม่ได้เพราะท่านเขียนมา แค่แก้ปัญหาน้ําท่วม เป็นงบกลาง ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ไม่มีรายละเอียดทั้งสิ้น กับ ๖๖,๐๐๐ ล้านบาท เป็นงบจําเป็นเร่งด่วนฉุกเฉินเป็นอํานาจนายกรัฐมนตรี ไม่มีรายละเอียดทั้งสิ้น มันถึงต้องมาตรวจสอบตอนงบปี ๒๕๕๖ อย่างไรครับว่าปี ๒๕๕๕ ที่ให้ท่านไป ๑๘๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท บวก ๖๖,๐๐๐ ล้านบาท นั่นท่านเอาไปทําอะไรบ้าง เอกสาร ๒ ชิ้นนี้จึงเป็นที่มาที่พวกกระผมทวงท่านเป็นวันที่ ๓ แล้วจนถึงนาทีนี้ยังไม่ได้ ได้มาแค่ครึ่งชิ้นจาก ๒ ชิ้นที่ต้องการ ครึ่งชิ้นที่ได้ก็คือครึ่งชิ้นของ ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านบอกมาแค่ไปทําที่จังหวัดไหน อย่างไร แต่ไม่ได้บอกว่าจังหวัดนั้น ท่านทํากี่โครงการ ไปทําที่ไหน ไปตัดถนนตรงไหน ไปลอกคลองคลองไหน เป็นเงิน แต่ละคลองเท่าไร ถ้าไม่ทราบแล้วพวกกระผมจะไปตามได้อย่างไรครับว่าท่านลอกจริง หรือเปล่า มันถึงหึ่งไปทั้งประเทศขณะนี้ว่าโครงการเหล่านี้คือโครงการที่ไปเรียกค่าหัวคิว ๓๕ เปอร์เซ็นต์อย่างไรครับ เพราะฉะนั้นถ้าท่านยังมีเจตนาโยกโย้ไม่ให้เอกสารกับสภา ผมก็ต้องตั้งข้อหาว่าท่านมีเจตนาหลีกเลี่ยงการตรวจสอบ แล้วเรื่องนี้ที่มีข่าวลือว่ามีการทุจริต เรียกค่าหัวคิว ๓๕ เปอร์เซ็นต์เป็นเรื่องจริง รัฐบาลถึงกลัวอย่างไรครับ ไม่กล้าให้เอกสาร ท่านบอกว่ากําหนดเวลาไม่ได้ ท่านกําหนดเวลาให้ตัวท่านเองมา ๒-๓ รอบแล้วครับ คืนแรกตอนเที่ยงคืนโดยประมาณ ท่านบอกว่าท่านจะให้เช้าวันรุ่งขึ้นเมื่อวาน พอเมื่อวาน ท่านให้มาแค่ครึ่งชิ้นของ ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาทผมต้องการ ๑ ชิ้น ท่านให้มาครึ่งชิ้น ท่านบอกแค่ว่าทําที่จังหวัดไหนแต่ไม่บอกรายละเอียดโครงการ อีกครึ่งชิ้นหลังที่พวกผมรออยู่ กับชิ้นที่ ๒ ท่านยังไม่ให้แม้แต่ชิ้นเดียวคือ ๖๖,๐๐๐ ล้านบาท จนเดี๋ยวนี้สภายังไม่ได้เลยครับที่ท่านสัญญาไว้ เพราะฉะนั้นตรงนี้จึงเป็นที่มาที่พวกกระผม ต้องทวงสัญญาอีกชิ้นครึ่ง ๖๖,๐๐๐ ล้านบาท กับ ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาทครึ่งหลัง เพื่อประโยชน์ในการตรวจสอบและเป็นหน้าที่พวกผมที่ต้องตรวจสอบแทนประชาชน
- ๑๙๕/๑ ถ้าพวกผมทําหน้าที่เป็นฝ่ายค้าน ผมไม่สนใจ เอาเงินตั้ง ๑๘๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทไปใช้อะไร ก็ได้โดยรัฐบาล ผมเป็นผู้แทนทําไมครับ เพราะผมเป็นฝ่ายค้านมีหน้าที่ตรวจสอบรัฐบาล แทนประชาชนไปเพื่ออะไร กินเงินเดือนประชาชนไปเพื่ออะไร ก็เพราะพวกกระผมต้องการ ทําหน้าที่อย่างไรครับ และรัฐบาลมีหน้าที่ต้องให้ความร่วมมือ จะปฏิเสธว่าไม่ใช่หน้าที่ ฝ่ายค้านอยากตรวจสอบไปตรวจสอบเอาเอง ถึงเวลามายื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ ไม่ได้ครับ เป็นหน้าที่ของท่านด้วยที่จะต้องให้ข้อมูลกับประชาชนผ่านตัวแทนประชาชน ในสภาแห่งนี้ เพราะฉะนั้นผมต้องการคําตอบว่าท่านจะให้เอกสารชิ้นครึ่งที่เหลือ ๖๖,๐๐๐ ล้านบาท บวก ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาทเมื่อไร ในช่วงที่มีการประชุมในการพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๖ เพราะถ้าพ้นไป ที่สุดท่านก็ทําเฉยอีก และในที่สุดพวกกระผมก็ไม่ได้เอกสาร ประชาชนก็ถูกปิดหูปิดตา ใช้จ่ายงบประมาณ ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ๖๖,๐๐๐ ล้านบาท หวานคอแร้งไป ตรงนี้จึงเป็นที่มา ที่พวกกระผมต้องทวงครับ ท่านประธานกรุณาช่วยดําเนินการให้ด้วยครับ ขอบพระคุณครับ
เชิญท่านวรวัจน์ครับ
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม วรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดแพร่ พรรคเพื่อไทย ในฐานะ ของรองประธานคณะกรรมาธิการ ผมขออนุญาตเรียนชี้แจงอีกครั้งหนึ่งนะครับ เอกสาร ที่ท่านต้องการเป็นเอกสารลงลึกในรายละเอียดของหน่วยงานมีอยู่ที่หน่วยงาน ไม่ได้อยู่ที่ สํานักงบประมาณ เอกสารที่ผมเรียกจากสํานักงบประมาณมาเป็นภาพรวมที่ให้ท่านไป แต่อย่างไรก็ตามในขั้นตอนการชี้แจงคณะกรรมาธิการนั้นหน่วยงานได้มอบให้กับ คณะกรรมาธิการไปแล้วแต่อยู่ในกล่องเอกสารของท่าน จํานวน๖๗๑ ชิ้น ตอนนี้ทางเรา ได้เรียกให้หน่วยงานเอาเอกสารมาส่งโดยเฉพาะใน ๔ กระทรวงนี้ คือ กระทรวงคมนาคม กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงมหาดไทย แล้วก็จะนํามารวบรวมมอบให้ท่าน เพราะฉะนั้นวันนี้ผมกําลังให้หน่วยงานทยอยส่งมาอยู่ ต้องเรียนครับท่านใช้เอกสารจากหน่วยงานของสํานักงบประมาณ มันเป็นหน่วยงานกลาง เท่านั้นเองครับมีภาพรวม ผมดําเนินการให้ท่านในภาพรวม แต่ถ้าท่านขอลึกในรายละเอียด ตอนนี้เราก็ต้องเรียกเอกสารทั้งหมดกลับมาใหม่อีกรอบหนึ่ง แต่โดยเฉพาะ ๔ หน่วยงานใหญ่ กําลังดําเนินการให้อยู่นะครับ ส่วนอีก ๓๐๐ กว่าชิ้นที่ท่านขอมานั้นก็กําลังทยอยส่งมา ทุกปีท่านขอกันนี่ตัวเลขสูงสุดมีอยู่ประมาณไม่เกิน ๕๐๐ ชิ้นในปี ๒๕๕๒ นอกนั้นก็ประมาณ ๒๐๐-๓๐๐ ชิ้น ปีนี้ขึ้นเป็นถึง ๙๐๐ กว่าชิ้น เราส่งไปแล้ว ๖๐๐ กว่าชิ้น ผมเชื่อว่าในส่วนนี้ เองหน่วยงานเมื่อรับปากกับคณะกรรมาธิการแล้วหน่วยงานก็จะส่งให้กับคณะกรรมาธิการ เพราะถ้าหน่วยงานไม่ส่งให้คณะกรรมาธิการ ปีหน้าท่านก็เอาเข้าคณะกรรมาธิการอีก ท่านก็สามารถซักถาม สอบถามได้ว่าทําไมที่จะส่งแล้วไม่ส่ง ก็สอบถามได้นะครับ แต่วันนี้ ผมจะทําหน้าที่ในการที่จะเอาข้อมูลจากหน่วยงานทั้งหมดรวบรวมมาอีกครั้งหนึ่งแล้วก็มา นําส่งให้ ผมยืนยันว่าเมื่อหน่วยงานส่งมาถึงมือเราทันทีเราจะส่งให้กับท่าน เอาให้เป็น ท่านประธานวิปก่อนแล้วกันนะครับ ผมคงไม่สามารถที่จะทําให้ทุกชุด แต่ว่าจะรวบรวม มาก่อนได้สัก ๑ ชุดครับ ขอบคุณครับ
ที่จริง ท่านวรวัจน์ครับ เพื่อตัดปัญหา ไม่อย่างนั้นมันก็ไม่จบ คงใช้เวลาอีกไม่น่าจะนาน ในส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเขามีข้อมูลของเขาอยู่แล้ว ถ้าจะรวบรวมมาก็น่าจะใช้เวลา อีกพอสมควรในช่วงอีกสัก ๒-๓ ชั่วโมงก็น่าจะรวบรวมมาได้ แล้วก็สักไม่เกินบ่ายสามโมง มันก็ควรที่จะมีข้อมูลส่งให้กับประธานวิปฝ่ายค้านอย่างน้อย ๆ ๑ ชุดเขาได้ดูด้วยกัน เพื่อตัดปัญหา ไม่อย่างนั้นก็จะมีการทวงกันอยู่อย่างนี้ มันก็ไม่จบไม่สิ้น อย่างนี้พอได้ไหมครับ
เรียนท่านประธานครับ เมื่อเขานําส่งถึง ผมจะส่งให้ทันที แต่ว่าวันนี้สิ่งที่ท่านต้องการคือท่านต้องการให้ สํานักงบประมาณเอาทั้งหมดมารวมมาซัมให้นี่ อันนี้เรามีแต่ภาพรวมให้นะครับ ในเวลาภายใน ๑ วันนี่ผมไม่แน่ใจว่าเราจะสามารถทําได้ ต้องเรียนท่านประธานครับ วันนี้เป็นการพิจารณางบประมาณในปี ๒๕๕๖ ขั้นตอนที่ของบประมาณปี ๒๕๕๕ นั้น เป็นขั้นตอนขอในชั้นกรรมาธิการ แต่ว่าในสภาแห่งนี้เรากําลังพิจารณาปี ๒๕๕๖ อยู่ ผมขอให้ปี ๒๕๕๖ ดําเนินการไปก่อนนะครับ เมื่อเอกสารนําส่งมา เมื่อถึงมือนี่สํานักงบประมาณก็จะนําส่งเข้ามาแล้วผมก็จะนําส่งให้ท่าน ถ้าไม่สามารถทําในภาพรวมได้นะครับ ทุกชิ้นที่เขานําส่งมาให้ผมจะนําส่งท่านทุกชิ้นครับ ผมไม่เก็บไว้เองแน่นอนครับ ขอบคุณครับท่านประธานครับ
ท่านวัชระ เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายวัชระ เพชรทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตในฐานะที่เป็นโฆษกคณะกรรมาธิการพิจารณางบประมาณ ขออนุญาตประท้วงท่านรัฐมนตรีวรวัจน์ที่ได้อภิปรายกล่าวว่าหน่วยราชการทุกหน่วยได้ส่ง ข้อมูลให้กับคณะกรรมาธิการหมดแล้ว ซึ่งคําพูดดังกล่าวเป็นการใส่ร้ายหน่วยราชการ ทุกหน่วยที่ยังไม่ได้ส่งเอกสาร เพราะหน่วยราชการเหล่านั้นได้หลบเลี่ยงรับปากกรรมาธิการ แบบขอไปที แล้วโกหกสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในการพิจารณางบประมาณว่าจะส่งเอกสาร แต่ท่านประธานครับ นี่คือเอกสารทั้งหมดที่หน่วยราชการยังไม่ส่ง รวมถึงสํานักงบประมาณ ขออนุญาตท่านประธานครับ สํานักงบประมาณบอกว่าจะส่งเอกสารเรื่องรวมตัวเลข ค่าใช้จ่ายภาพลักษณ์ของประเทศไทยทุกหน่วยราชการ โฆษกคณะกรรมาธิการเป็นผู้ขอ ขอเมื่อการประชุมครั้งที่ ๔๒/๒๕๕๕ วันที่ ๒๖ กรกฎาคม บัดนี้เดือนสิงหาคมพิจารณา ในวาระที่สอง สํานักงบประมาณเองก็ยังไม่ส่งตัวเลขที่รวมการสร้างภาพลักษณ์ของรัฐบาล ทุกหน่วยราชการมาให้กับกรรมาธิการ ท่านประธานครับ นี่คือตัวอย่าง และสิ่งที่ ท่านประธานวิปฝ่ายค้าน ท่านจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ท่านได้กล่าวไปแล้วนั้นเป็นความจริงครับ ผมกราบเรียนยืนยันว่าเรายังไม่ได้รับเอกสารดังกล่าวจากหน่วยราชการ และกราบเรียน ท่านประธานว่ามีข่าวลือถึงการทุจริตคอร์รัปชัน โดยเฉพาะงบบริหารน้ําพุ่งขึ้นจาก ๓๕ เปอร์เซ็นต์ เป็น ๔๐ เปอร์เซ็นต์ในทุกหน่วยงานแล้ว ท่านประธานครับ ถ้าคอร์รัปชัน โกงกินกันถึงขนาดนี้ประเทศชาติจะอยู่รอดได้อย่างไร ขอกราบขอบพระคุณ
เชิญท่านครูมานิตย์ สังข์พุ่ม ครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม ครูมานิตย์ สังข์พุ่ม พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดสุรินทร์ ขณะนี้หรือวันที่ ๓ ของวันนี้ เรากําลังพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๖ ในวาระที่สอง จริง ๆ เรื่องที่เรียกร้องกันนี้ผมเข้าใจว่าพวกเราทุกคนที่นั่งอยู่ในสภาแห่งนี้ เข้าใจกันแล้ว แต่ว่าขณะนี้มันเป็นการพิจารณางบประมาณว่าจะให้ผ่านหรือไม่ให้ผ่าน แต่ละมาตรา แต่เรื่องที่เรียกร้องนี่ผมเข้าใจครับเหมือนกับเมื่อกี้นี้ผู้อภิปรายที่กําลังพูดไป ท่านวัชระ ขออนุญาตเอ่ยนาม ก็ไม่ได้เสียหายหรอกครับ ท่านบอกว่าทุจริตคอร์รัปชัน จริง ๆ ในสภาแห่งนี้เรามีคณะกรรมาธิการสามัญประจําสภาอยู่หลายคณะ ถ้าเรื่องไหนสงสัย ความไม่ชอบมาพากลเกี่ยวกับงบประมาณที่ผ่านมาที่จะตรวจสอบก็แสดงเข้าไป หรือถ้าว่าไม่ได้ดังใจ มี ป.ป.ช. อยู่อีกครับ และผมก็เข้าใจว่าในสภาแห่งนี้เราก็มีอํานาจ มี พ.ร.บ. คําสั่งเรียกข้อมูลข่าวสารมาได้อยู่แล้ว แต่ถ้าเถียงกันอยู่อย่างนี้คุยกันอยู่อย่างนี้ ผมคิดว่าไม่จบหรอกครับท่านประธานครับ ผมคิดว่าวันนี้เราต้องพิจารณาเรื่องงบประมาณไปก่อน ส่วนเรื่องนี้เราก็มีช่องทางอีกเยอะแยะมากมายครับท่านประธานครับ ก็อยากจะกราบเรียน เพื่อท่านประธานได้พิจารณาเบื้องต้น เพราะ ๓ วันแล้วเรียกร้องนี่ ผมว่าเดี๋ยวบ่ายอีก จากนี่ ๒ ชั่วโมงก็เรียกร้องเรื่องนี้อีกครับ มันเหมือนกับรายการคั่นโฆษณาขายยาในทีวีนะครับ ท่านประธานเรื่องนี้ครับ ขอบพระคุณครับ
ท่านสมาชิกครับ ที่จริงแล้วในขั้นของการพิจารณาของคณะกรรมาธิการที่ผ่านมาร่วม ๒ เดือนนะครับ ถ้าเอกสารที่เราต้องการแล้วยังได้ไม่ครบในการที่จะประกอบการพิจารณามันน่าจะแขวน ตรงนั้นไว้อย่าให้ผ่านเข้ามา เพื่อบังคับอย่างไรก็แล้วแต่ต้องเอาเอกสารมา
- ๑๙๗/๑ ทีนี้มันผ่านมาจนถึงตรงนี้แล้วมันก็เป็นปัญหาอย่างนี้ ที่จริงการตรวจสอบเรามีวิธี การตรวจสอบได้เยอะแยะ กรรมาธิการของเราก็มีอยู่หลายชุดตรวจสอบลงรายละเอียด ได้ทั้งนั้นเลยหลังจากนี้ แต่ทีนี้ผมก็ไม่สบายใจเพราะเมื่อมีสมาชิกได้ทวงถามเอกสาร ซึ่งทางกรรมาธิการหมายถึงในส่วนราชการก็น่าจะต้องรวบรวมมาให้ ผมไม่สบายใจประเด็นนี้ เท่านั้นเองครับ ก็น่าจะทําได้ ถ้าเป็นไปได้นะครับ แต่อย่างไรก็แล้วแต่ ก็ไม่อยากให้กระทบ กับการพิจารณาของเรา เพราะฉะนั้นขอฝากท่านวรวัจน์ครับ ช่วยตามเรื่องนี้ถ้าจะกรุณาครับ น่าจะสักบ่ายสามโมงนี้ก็น่าจะรวบรวมมาได้นะครับ ลองดูช่วยเร่งรัดแล้วเอามาส่ง อย่างไรก็ต้องส่งอยู่ดีครับ ไม่ส่งวันนี้วันหน้าก็ต้องส่ง มันไปไหนไม่ได้หรอก เพราะฉะนั้น เพื่อให้การประชุมดําเนินการไปได้ผมขอเป็นอย่างนี้ไปก่อนนะครับ
(นายวัชระ เพชรทอง ได้ยืนและยกมือขึ้น)
ผมว่าพอสมควร เถอะครับ แค่นี้พอเข้าใจกันแล้วครับ ผมขอท่านสุดท้ายได้ไหม ท่านกรรมาธิการผ่องศรี ท่านสุดท้ายได้ไหม ผมว่ามันชัดเจนแล้วนะครับ เอาว่าท่านผ่องศรีท่านสุดท้ายก็น่าจะพอ ผมว่าเล็ก ๆ น้อย ๆ อย่าไปนั่นเลยครับ เอาประเด็นนี้พอเข้าใจกันแล้วก็น่าจะโอเค ท่านวัชระอย่าประท้วงในส่วนที่มาพูดว่าคั่นรายการขายยานะครับ ก็ไม่เป็นไรครับ ผมก็ถือโอกาสตักเตือนท่านครูมานิตย์ก็แล้วกันจะได้จบครับท่านครับ เดี๋ยวผมจะอนุญาต ให้ต่อจากท่านผ่องศรี
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน ผ่องศรี ธาราภูมิ กรรมาธิการ ดิฉันไม่ค่อยสบายใจที่ได้ยินทั้งท่านสมาชิกได้ทวงถาม เอกสารมาตลอดเวลา ซึ่งดิฉันเองก็ทําหน้าที่นี้เช่นเดียวกับท่านทั้งหลายในระหว่าง การทําหน้าที่กรรมาธิการ ดิฉันได้ยินท่านรัฐมนตรีวรวัจน์ ขออนุญาตที่เอ่ยนามในฐานะ รองประธานคณะกรรมาธิการได้บอกว่าเอกสารเหมือนกับกรรมาธิการก็ได้รับอยู่ในมือแล้ว ดิฉันก็เป็นคนกลางก็อาจจะโดนทั้งขึ้นทั้งล่องว่าได้รับเอกสารแล้วทําไมไม่มอบให้เพื่อนใช่ไหมคะ เพราะฉะนั้นดิฉันก็เลยจําเป็นต้องลุกขึ้นมาชี้แจงนะคะ นี่คือความยากค่ะ ความยาก ในการทําหน้าที่กรรมาธิการที่ดิฉันได้พูดไว้ตั้งแต่วันแรกนะคะว่าเอกสารนโยบายของรัฐบาล เล่มนี้นะคะ หน้าที่ ๒ เขียนไว้ชัดเจนนะคะ นโยบายงบประมาณปี ๒๕๕๖ ข้อที่ ๒ รัฐบาลให้ความสําคัญกับการเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้จ่ายงบประมาณของหน่วยงานควบคู่ กับการพิจารณางบประมาณจากแหล่งอื่น อันนี้คือถ้อยคําที่รัฐบาลเขียนไว้ในแนวทาง นโยบายเลยนะคะ ดิฉันเมื่อเข้าทําหน้าที่กรรมาธิการวันแรก ประชุมนัดแรกมีข้อตกลงกันว่า จะพิจารณาอย่างไร ดิฉันก็ได้ขอเอกสารตั้งแต่ต้นเลย ในความเข้าใจของดิฉันว่า งบกลาง ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาททุกหน่วยงานก็ต้องขอผ่านสํานักงบประมาณใช่ไหมคะ ในเมื่อสํานักงบประมาณเป็นผู้พิจารณากลั่นกรองโครงการแล้วก็อนุมัติเงินออกไป กองเลขานุการก็จะต้องมีเอกสารครบทุกหน่วยงาน ดังนั้นเมื่อการทําหน้าที่ครั้งแรก ดิฉันขอก่อนเลยค่ะว่าขอรายละเอียดงบ ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท เพราะว่างบนี้จะต้องกระจาย ไปที่ทุกกระทรวง ทบวง กรม เวลาเราดูก็จะได้ดูละเอียด ปรากฏว่าก็ไม่ได้รายละเอียดนะคะ อันนี้คือประเด็นที่ ๑ ดิฉันก็ไม่ละความพยายามค่ะ เพราะว่าเข้าใจดีว่าการพิจารณา งบประมาณนั้นจะต้องดูทุกกระทรวงมีงบกลางหรือไม่ เพราะฉะนั้นทุกหน่วยงานที่เข้ามาชี้แจง ดิฉันก็จะต้องถามคําถามเรื่องงบประมาณอื่น ๆ แล้วดิฉันก็จะต้องถามคําถามประจําของดิฉัน ก็คือขอว่าท่านได้รับงบสนับสนุนจากงบกลาง ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาทหรือไม่ ได้รับงบประมาณ จากงบตามพระราชกําหนด ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาทหรือไม่ อันนี้คือคําถามประจําของดิฉัน ซึ่งดิฉันก็กราบเรียนเมื่อวันแรกเช่นกันค่ะว่าบางหน่วยงานก็ได้ส่งให้ ดิฉันก็ขอกราบ ขอบพระคุณนะคะ เช่น กรมทางหลวง กรมทางหลวงชนบท ถ้าใครกลับไปย้อนดูเทป ดิฉันก็พูดเช่นนั้นนะคะ ซึ่งหน่วยงานที่มอบให้ก็มอบให้ แต่ดิฉันก็ยังสงสัยอยู่ดีว่า เหตุไฉนงบประมาณแผ่นดินเมื่อได้อนุมัติ ขนาดไปลงสัญญาจัดซื้อจัดจ้างแล้วกองเลขานุการ ทําไมถึงไม่มีข้อมูล ทําให้กรรมาธิการต้องขอตามทุกหน่วย ๆ แล้วท่านเชื่อหรือไม่ บางอันก็ไม่นึกเลยว่าจะมีงบกลางก็มีนะคะ อย่างเช่นทุกอันที่ใช้ ที่ดิฉันก็ไล่ บางอันก็ตอบได้ บางอันก็ตอบไม่ได้ อันนี้คือความยากลําบากนะคะ ขอกราบเรียนว่าถ้าเพื่อน ๆ จะมาบอกว่าดิฉันได้เอกสารมาแล้ว ไม่ได้ให้ท่านนี่ไม่จริงนะคะ อะไรที่มีก็ได้ให้ท่านหมดแล้ว ที่ไม่มีก็คือดิฉันไม่ได้รับจริง ๆ ส่วนเอกสารอื่น ๆ ที่ประกอบรายละเอียดโครงการที่ไม่ใช่งบกลาง งบตามพระราชกําหนด ที่มีเอกสารเวลาอยู่ในเล่มขาวคาดแดงก็จะมีเป็นแบบขอโครงการนี้มาเราก็จะต้องขอรายละเอียด ใช่ไหมคะ โครงการไหนที่โปร่งใสเขาก็จะให้รายละเอียดมาเลยค่ะ เราก็สบายใจ อันนี้ แสดงความโปร่งใสดิฉันก็ขอบคุณหน่วยงาน แต่โครงการไหนที่มีรายละเอียด ๑ บรรทัด ๒ บรรทัดดิฉันก็ต้องขอเอกสาร อันนี้ขอเรียนชี้แจงเพื่อนสมาชิกว่าอะไรที่มีดิฉันไม่เคยเก็บไว้ แล้วก็พร้อมที่จะมอบให้ แต่ไม่มีก็คือยังไม่ได้รับจริง ๆ นะคะ เช่นตอนนี้อีกหลายกระทรวง ก็อยากจะกราบเรียนว่าเยอะมาก ของท่านอาจารย์กนกก็อีกเป็นปึก ทุกคนยังไม่ได้ ถ้าให้อ่านก็จะเกรงใจอาจารย์กนกจะให้อ่านหรือเปล่า
สรุปก็คือถ้าหากว่าระบบนี้จะเป็นปัญหาต่อไปปีหน้า ดิฉันอยากจะให้ แปรญัตติงบประมาณไปให้สํานักงบประมาณเลย เรื่องของบประมาณปรับระบบข้อมูล งบประมาณ อย่าให้มีปัญหาแบบนี้อีก เพราะว่าเข้าใจว่ารัฐบาลนี้ก็จะต้องใช้งบประมาณ ที่หลีกเลี่ยงการตรวจสอบ ไปอยู่ในงบเงินกู้บ้างที่ไม่ผ่านสภา ทําให้เราไม่สามารถตามรอยได้ อันนี้ก็ถือว่ารัฐบาลที่ไม่โปร่งใสก็ไม่เป็นรัฐบาลที่เป็นที่พึ่งของประชาชนนะคะ ดิฉันก็ขอกราบเรียนเพียงเท่านี้ค่ะ
ที่จริงอย่างที่ ผมได้เรียนนะครับ ในขั้นคณะกรรมาธิการถ้าเอกสารไม่ครบควรจะต้องแขวนไว้อย่าเพิ่งให้ผ่าน
(นายวัชระ เพชรทอง ได้ยืนและยกมือขึ้น)
เชิญท่านวัชระ ที่ใช้สิทธิประท้วง เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายวัชระ เพชรทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะโฆษกคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณางบประมาณ ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานเรื่องเอกสารก่อนครับว่าเอกสารนั้นสํานักงบประมาณ มีทุกชิ้นครับ
ท่านวัชระ ใช้สิทธิประท้วง เอาประท้วงดีกว่าครับ
ท่านประธานครับ ผมมี ๒ ประเด็น กราบเรียนท่านประธานเรื่องเอกสารก่อนครับเป็นเรื่องสําคัญและเป็นประเด็นหลักครับ สํานักงบประมาณมีทุกชิ้นครับ อยู่ที่ท่านรัฐมนตรีวรวัจน์ว่าจะสั่งการอนุญาตให้หรือไม่ นั่นเรื่องแรกครับท่านประธาน และหน่วยราชการเอางบประมาณไปซื้อคอมพิวเตอร์ ซื้อระบบบริหารต่าง ๆ เป็นพันล้านบาททําไมถึงให้เอกสารไม่ได้ ถ้า ๓ ชั่วโมง หาเอกสารให้ไม่ได้ตามที่ท่านประธานว่านี่ขอให้พักการประชุมเถอะครับ ท่านประธานครับ ถ้าเอกสารยังหาไม่ได้แล้วอนาคตของประเทศจะหาพบได้อย่างไร
ตกลงประท้วง หรือเปล่าครับ
ท่านประธานครับ นี่เป็นคําคม จากท่านจุติ ไกรฤกษ์ นะครับ และกราบเรียนท่านประธานครับ ทุจริตมีทุกซอกทุกมุม และผมเคารพท่านประธาน วันนี้ท่านประธานเป็นกลางมากเลยที่อนุญาตให้ส่งเอกสาร ภายในเวลา ๑๕.๐๐ นาฬิกา อันนี้กราบขอบคุณท่านประธานนะครับ ส่วนเรื่องที่ผมอยากจะ ท้วงติงท่านครูมานิตย์ สังข์พุ่ม ก็คือว่าเมื่อสักครู่นี้ท่านกล่าวหาฝ่ายค้านว่าที่ขึ้นมาประท้วง ท่านประธานนั้นเหมือนกับการโฆษณาขายยา ท่านประธานครับ เป็นคํากล่าวที่ผิดข้อบังคับ ข้อ ๖๑ วรรคสอง ขอท่านประธานได้โปรดวินิจฉัยเถอะครับว่าเสียดสีอย่างนี้จะต้อง ทายาอะไร ขอขอบคุณครับ
เมื่อสักครู่ ผมก็ได้ถือโอกาสตักเตือนไปแล้วครับ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ กระผม นายประเสริฐ พงษ์สุวรรณศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดยะลา พรรคประชาธิปัตย์ ความจริงผมยกมือตั้งใจว่าจะอธิบายความให้ท่านประธานฟังต่อกรณี เรื่องการขอเอกสาร แต่บังเอิญท่านประธานก็บอกว่าเวลาพิจารณางบประมาณ คนเป็นกรรมาธิการถ้าขอเอกสารไม่ได้แล้วก็ให้แขวน ผมก็กราบเรียนท่านประธานตั้งแต่ต้นว่า ผมไม่ใช่เป็นกรรมาธิการครับ ผมใช้สิทธิของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ผมไม่มีสิทธิที่จะ ไปแขวนอะไรกับใครเพราะผมไม่ได้อยู่ในห้องงบประมาณ แต่ท่านประธานครับ ต้องขออนุญาตอธิบายความว่าสิ่งที่ผมแปลกใจก็คือรองนายกรัฐมนตรีกับรัฐมนตรี ทั้ง ๒ ท่าน รองนายกรัฐมนตรีก็ไม่ใช่คนธรรมดา เป็นรองนายกรัฐมนตรีระดับดูแล เรื่องเศรษฐกิจของประเทศ รับปากจะให้เอกสารกับสมาชิกในสภาผู้แทนราษฎร ถ่ายทอดสด ไปทั้งประเทศ ๓ วันครับวันนี้นับได้ ๓ วัน แค่เอกสารยังให้ไม่ได้ครับ ประเทศนี้จะพึ่งพา อะไรได้ครับ ท่านประธานครับ นี่เป็นประการที่ ๑
ประการที่ ๒ วันนี้ท่านประธานวิปฝ่ายค้านได้ลุกขึ้นมาทวงถาม รองนายกรัฐมนตรีที่รับปากจะให้เอกสารก็ไม่อยู่ในห้องประชุม รัฐมนตรีทั้ง ๒ ท่านที่รับปาก ก็เจรจาความบ่ายเบี่ยงเหมือนกับจะไม่ให้เอกสาร ท่านรัฐมนตรีวิทยาบอกว่าไม่ได้รับปาก เรื่องเวลา แปลว่าให้เมื่อไรก็ได้ครับ ยิ่งรัฐมนตรีวรวัจน์อีกครับ บอกว่าถ้าท่านไม่ได้รับเอกสาร ปีหน้าเวลามีงบประมาณพิจารณาท่านก็ทวงถามได้ ก็แปลว่าต้องรอไปอีกเป็นปีใช่ไหมครับ แล้วต้องไปดําเนินหน้าที่เองอย่างนี้ใช่ไหมครับ แปลว่าที่รับปากมาไม่มีความหมายอะไรเลย หรือครับ แล้วท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรต้องขออนุญาตชื่นชมครับ ที่ท่านบอกว่า น่าจะดําเนินการให้ได้ แต่ทางรัฐมนตรีวรวัจน์ก็ไม่ได้ตกปากรับคําครับ ผมคิดว่าสภาแห่งนี้ เป็นสภาของประชาชน สิ่งที่รัฐมนตรี รองนายกรัฐมนตรีรับปากต้องศักดิ์สิทธิ์ครับ ต้องเอามาให้เขาได้ครับ ขณะในสภาผู้แทนราษฎรรับปากมาแล้วยังให้ไม่ได้ ออกไปนอกสภา จะทําอะไรได้ครับ เขาถึงขนานนามงบประมาณฉบับนี้ว่าโม้ เหลว โกง กู้ เป็นงบประมาณ ที่ประชาชนเขาพูดขึ้นมาครับ ฉบับขี้โม้ ล้มเหลวหมด แล้วก็โกง ๓๕ เปอร์เซ็นต์ กู้มาก็มากครับ ท่านประธานครับ ช่วยให้รัฐมนตรียืนยันรับปากครับ ก่อนที่การพิจารณา งบประมาณฉบับนี้จะเสร็จสิ้น นําส่งเอกสารที่ได้ตกปากรับคําให้เรียบร้อยครับท่านประธาน
มีผู้ประท้วงครับ เชิญคุณหมอครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม นายแพทย์เชิดชัย ตันติศิรินทร์ ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ผมขอประท้วงท่านประธาน ข้อ ๘ ที่ควบคุมการประชุมไม่ให้เป็นไปตามปกติ แล้วก็ประท้วง ท่านผู้อภิปรายเมื่อกี้ ข้อ ๖๑ ทําไมถึงประท้วงครับ เมื่อกี้ท่านประท้วงเสียดสีนะครับ นี่ผมประท้วงท่านประธานก่อนก็แล้วกันครับ เขาจะประท้วงยังไม่บอกว่าประท้วง เรื่องอะไรเลยครับ ผมฟังตั้งนานกลายเป็นอภิปราย อันนี้ประท้วงท่านประธานนะครับ ประท้วงท่านที่ประท้วงเมื่อกี้ไปเสียดสีครับ อันนี้ไม่ถูกนะครับ ท่านประธานครับ ผมขอพูดอีกนิดหนึ่ง ผมในฐานะเป็นอนุกรรมาธิการฝึกอบรม ระหว่างที่มีการพิจารณา ก็มีการขอ
ก็เหมือนกัน ประท้วงเขาแล้วก็จะอภิปราย
ประท้วงนะครับ ขอให้ ท่านประธานวินิจฉัยก็แล้วกัน ขอบคุณครับ
เอาละครับ เรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ใครจะชี้แจงครับกรรมาธิการพิษณุหรือยุทธพงศ์ ขอท่านวรวัจน์ ก่อนนิดหนึ่ง แล้วท่านยุทธพงศ์ครับ
เรียนท่านประธานที่เคารพ ผม วรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดแพร่ พรรคเพื่อไทย ในฐานะ ของรองประธานคณะกรรมาธิการงบประมาณ ผมขออนุญาตเรียนท่านประธานครับ ด้วยท่านสมาชิกบอกว่ารับปากจะส่งเอกสารแล้วไม่ได้นําส่ง ผมเกรงว่าถ้าไม่อธิบายให้เข้าใจ เกรงจะเสียหาย เมื่อวานเรานําภาพรวม ท่านให้สํานักงบประมาณดําเนินการให้ ในสํานักงบประมาณมีภาพรวมครับท่านประธาน เอกสารชุดนี้เป็นภาพรวมทั้งหมดได้ส่งไป ให้แล้ว แต่พอส่งเสร็จท่านก็บอกขอลึกลงไปอีก ขอรายละเอียดของกรม ซึ่งจริง ๆ แล้ว ขั้นตอนนั้นทางกรมก็บอกว่ากรมได้ส่งไปให้หมดแล้ว ทางเราก็เรียกเอกสารไปที่กรมเพิ่มเติม บอกเอาเอกสารที่ส่งไปแล้วเอากลับมาส่งอีกรอบหนึ่ง ทางกรมก็เอาฉบับนั้นส่งกลับมา อีกรอบหนึ่ง เพราะที่สํานักงบประมาณไม่มีครับ อันนี้เป็นเอกสารของกรมทางหลวง กรมทางหลวงชนบท อันนี้เป็นของปึกหนึ่ง ขนาดนี้นะครับ เอกสารเหล่านี้เราจะรวบรวมให้ท่านอีกครั้งหนึ่ง แต่เป็นเอกสาร ในรายละเอียดของกรม ซึ่งในเอกสารนี้จะบอกว่ารายละเอียดและผลการเบิกจ่ายโครงการ ฟื้นฟูซ่อมทางหลวงชนบทอันเนื่องมาจากเหตุอุทกภัยที่รับงบกลาง ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ในนี้ก็จะมีสายทางต่าง ๆ พื้นที่ดําเนินการ จังหวัดไหนมีผู้ได้รับการคัดเลือก เลขที่สัญญา ลงนามสัญญา เริ่มต้นสัญญา สิ้นสุดสัญญา ระยะเวลาการก่อสร้าง ผลการดําเนินงาน กี่เปอร์เซ็นต์แล้วงบประมาณทั้งหมดเท่าไร มีอยู่ในนี้ปรากฏในนี้ทั้งหมดครับ เพราะฉะนั้น เนื่องจากมันเป็นโครงการในรายละเอียดของกรมนี่ แล้วบางส่วนกรมก็ได้เข้าใจว่าส่งไปแล้ว แต่ตอนนี้เรากําลังจะเรียกเอกสารทั้งหมดกลับมาอีกครั้งหนึ่งก็ต้องให้เวลาในการเรียกครับ ในส่วนนี้เรามีบางส่วนแล้วที่กรมนําส่งมา ในมือผมมี ๒ กรมคือกรมทางหลวงและ กรมทางหลวงชนบท แต่เรากําลังเรียกจากทุกกรมมาให้ ท่านจะเอาไปก่อน ๒ กรมก็ได้ครับ หรือว่าท่านจะรอทั้งหมดก็ได้ครับ พร้อมที่จะให้ แต่ยืนยันอีกครั้งครับเอกสารที่ท่านให้ผม นําส่งในฐานะของสํานักงบประมาณที่เป็นภาพรวมนั้นผมนําส่งไปแล้วตั้งแต่เมื่อวานนี้ มอบผ่านท่านประธานไปเรียบร้อยแล้ว แต่ในเอกสารที่ท่านขอลึกลงไปเรื่อย ๆ และขอ มากขึ้นเรื่อย ๆ นั้นเราก็จะพยายามทํางานให้ รัฐบาลไม่ได้มีเจตนาในการปกปิดหรือจงใจ บิดเบือนจนให้ท่านมาพูดว่าเกิดการโกง เกิดการทุจริต สร้างวาทกรรมใหม่ ๆ ขึ้นมาไม่ใช่ครับ เราตั้งใจและเจตนาที่ให้พวกเราในฐานะของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรร่วมกันตรวจสอบ กระบวนการทุกอย่างให้โปร่งใส อันนี้ก็ขออนุญาตนําเรียนครับว่ากําลังดําเนินการให้อยู่ครับ ขอบคุณครับ
เมื่อกี้ผมให้ ท่านยุทธพงศ์ได้ชี้แจง เพราะฉะนั้นเราทักท้วงหลายประเด็นเรื่องนี้หลายท่านก็ต้องให้โอกาส เขาได้ชี้แจงกันบ้าง เชิญท่านยุทธพงศ์ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดมหาสารคาม ในฐานะกรรมาธิการ
เดี๋ยวค่อยใช้สิทธิ ต่อจากท่านยุทธพงศ์ครับ เชิญครับ ท่านยุทธพงศ์ขออภัย
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์สุกิจ อัถโถปกรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ผมเกรงว่า ถ้าไม่ประท้วงจะเกิดความเสียหาย เพราะว่าท่านรัฐมนตรีนะครับ ผมขอประท้วงท่านทําผิด ข้อบังคับ ข้อ ๖๑ ที่ท่านบอกว่าพวกเราขอเพิ่มขึ้นเรื่อยลึกขึ้นเรื่อย ถ้าย้อนกลับไปฟัง ตั้งแต่วันแรกพวกเราขอคือขอรายละเอียดครับ เพราะฉะนั้นต้องส่งรายละเอียด เมื่อวาน ท่านส่งมาเป็นภาพรวมกว้าง ๆ เพราะฉะนั้นท่านจะมาบอกว่าพวกเราขอเหมือนกับว่า ได้ ๑ จะเอา ๒ ได้ ๒ จะเอา ๓ อย่างนั้นพวกเราเสียหายครับ จริง ๆ แล้วตั้งแต่วันแรก เราขอรายละเอียด แล้วขอ ๒ เรื่องด้วยคือเรื่องของงบ ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาทซึ่งท่านส่งมาแต่ เค้าโครง ส่งมาแต่ภาพรวม อันนั้นอันหนึ่งนะครับ ส่วนงบฉุกเฉินอีก ๖๖,๐๐๐ ล้านบาทนี่ ท่านก็ยังไม่ส่ง เพราะฉะนั้นท่านต้องพูดให้ถูกต้องครับ ไม่อย่างนั้นแล้วพวกผมไม่ยอม แล้วต้องส่งรายละเอียดด้วย บอกว่าอยู่ที่รายกระทรวง ถามจริง ๆ เถอะครับแล้ววันนี้ ท่านไม่มีรัฐมนตรีทุกกระทรวงเลยหรือ ทําไมรัฐมนตรีไปไหนหมดล่ะครับ รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงคมนาคมสั่งการไม่ได้หรือให้เอารายละเอียดมาให้ในวันนี้ รัฐมนตรีอื่น ๆ ทุกคน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ไม่อยู่แล้วหรือครับ ไปไหนกันหมดครับ ทําไมไม่เอารายละเอียดมาให้ได้ สั่งการนิดเดียวก็ได้นี่ครับ แล้วทํางานกันอย่างไรล่ะครับ
ตกลง ท่านยุทธพงศ์หรือท่านพิษณุจะชี้แจง
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดมหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ในฐานะกรรมาธิการ ท่านประธานครับ ผมในฐานะที่เป็นกรรมาธิการ งบประมาณแล้วผมก็ขออนุญาตท่านประธานได้ชี้แจงในเรื่องเอกสาร เพื่อทําความเข้าใจ กับท่านสมาชิก คือท่านประธานครับ ในการพิจารณางบประมาณปีนี้ก็ได้มีสมาชิกที่ได้ขอเอกสารเกี่ยวกับ เรื่องงบกลางจํานวน ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาทซึ่งเป็นงบปี ๒๕๕๕ ซึ่งสมาชิกที่มาเป็น กรรมาธิการงบประมาณก็มีความสนใจแตกต่างกันไป คือบางท่านโดยเฉพาะสมาชิกที่เป็น กรรมาธิการจากทางซีกพรรคประชาธิปัตย์ท่านก็สนใจในเรื่องนี้ แล้วก็ได้ขอจากหน่วยงาน ต่าง ๆ ที่เข้ามาชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการงบประมาณ ผมก็ต้องเรียนท่านประธานนะครับว่า ได้มีหน่วยงานหลายหน่วยงานที่ได้ส่งมาแล้ว แล้วเมื่อสักครู่ท่านผ่องศรีท่านก็บอกว่า มีหลายหน่วยงานที่ส่งมาถึงท่านแล้ว แล้วเอกสารส่วนหนึ่งก็อยู่กับท่านเรียบร้อยแล้ว ซึ่งเอกสารตรงนี้ทางสํานักงบประมาณถ้ามีสมาชิกท่านใดขอ สํานักงบประมาณเขาจะติดต่อ ไปยังหน่วยงานนั้น ๆ แล้วหน่วยงานนั้น ๆ ก็จะส่งกลับมาที่ฝ่ายเลขานุการสํานักงบประมาณ ก็จะส่งให้กับกรรมาธิการ เนื่องจากว่าเอกสารที่ขอมาเป็นจํานวนมาก ผมเองก็เป็นสมาชิก คนหนึ่งที่ได้พูดในฐานะกรรมาธิการบอกว่าถ้าเอกสารบางเรื่องที่ท่านต้องการเฉพาะส่วนตัว ท่านก็ถ่ายเอกสารให้เฉพาะท่านไปไม่ต้องมาให้ท่านอื่น เพราะว่าเอกสารมันเยอะมาก จนไม่มีที่จะเก็บนะครับ จนขณะนี้ท่านประธานก็จะเห็นที่อาคาร ๓ ประชุมเลิกไปแล้ว ประมาณ ๒ อาทิตย์เอกสารก็ยังเต็มอยู่ ทีนี้ท่านประธานครับ ผมก็ต้องเรียนอย่างนี้ครับว่า เพื่อให้การดําเนินการประชุมได้เดินต่อไปได้ ทางกรรมาธิการแล้วก็ทางรัฐบาลก็ไม่ได้มีเจตนา ที่จะปกปิดเอกสารดังกล่าว แต่ผมว่าอยากจะขอเป็นอย่างนี้ครับท่านประธานว่าเอกสาร ตรงใดที่ส่งมาแล้วผมเชื่อว่าท่านผ่องศรีท่านมีลิสต์ (List) อยู่แล้ว เพื่อความรวดเร็ว หน่วยงานนั้นก็ไม่ต้องส่งมาอีก ส่วนเอกสารใดที่ยังขาดอยู่ก็ให้ท่านผ่องศรีอาจจะเป็น คนประสานงานกับทางฝ่ายเลขานุการสํานักงบประมาณเพื่อส่งเอกสารมาเพิ่มเติม แล้วผมก็เรียนท่านประธานอย่างนี้ครับว่าเอกสารผมยืนยันเลยครับว่ามีการส่งมา อย่างแน่นอน เพราะว่าผมเองก็เป็นสมาชิกคนหนึ่งเป็นกรรมาธิการที่ได้ขอเอกสารจากเงิน งบประมาณ ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาทในส่วนของกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในเรื่อง ระบบเตือนภัยก่อนการเกิดอุทกภัยหรือเรดาร์ทะเล ซึ่งเอกสารตรงนั้นก็ได้ส่งมาที่ผมแล้ว ผมก็มี แล้วผมก็เชื่ออย่างนี้ว่าเอกสารดังกล่าวก็อยู่กับท่านวัชระ เพชรทอง ก็มีชุดหนึ่ง เพราะว่าอะไรครับท่านประธาน ในที่ประชุมท่านวัชระ เพชรทอง สั่งในที่ประชุมเลยครับว่า ถ้ากรรมาธิการยุทธพงศ์ขอเอกสารอะไรก็ตามต้องส่งให้ท่านวัชระด้วยเหมือนกัน ๑ ชุด ซึ่งท่านย้ําหลายครั้งมาก ผมถึงกล้ายืนยันว่าเอกสารส่วนหนึ่งมีอยู่แล้วกับท่านวัชระ แล้วก็เพื่อความรวดเร็วครับท่านประธานผมว่าตรงนี้เอกสารในตัว ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท หน่วยงานไหนที่ยังไม่ส่งหรือยังไม่ได้ก็อาจจะให้ท่านผ่องศรีเป็นคนประสานนะครับ แล้วก็ให้ หน่วยงานจะได้จัดส่งมา แล้วก็อย่าบอกว่าใน ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท เราไปปกปิดเสียทั้งหมด มันไม่ใช่นะครับ เอกสารส่วนหนึ่งมาแล้ว แต่อาจจะยังขาดอยู่บางส่วนเพื่อให้การประชุม ได้เดินต่อไปได้ ท่านประธานครับ ผมขอชี้แจงอีกนิดเดียวครับ เรื่องที่มีการกล่าวหาว่างบประมาณ ปี ๒๕๕๖ ที่กําลังพิจารณาอยู่ว่าโม้ เหลว โกง กู้ โกง ๓๕ เปอร์เซ็นต์อะไรอย่างนี้ ผมก็อยาก จะเรียนท่านประธานครับ ผมในฐานะที่เป็นกรรมาธิการพิจารณากฎหมายตรงนี้ แล้วก็เป็น พ.ร.บ. สําคัญ เป็นงบประมาณรายจ่ายประจําปี ๒๕๕๖ ผมเชื่อว่ามันไม่มีหรอกครับ ท่านประธาน งบประมาณยังไม่ผ่านสภาไปเลยครับ ผมถามท่านประธานครับ มันจะมี พ่อค้าหน้าโง่ที่ไหนจะมาจ่าย ๓๕ เปอร์เซ็นต์ ยังไม่รู้เลยว่ากฎหมายฉบับนี้มันจะผ่านสภา หรือเปล่า ยังพิจารณาอยู่เลยนะครับ คือผมว่าการพิจารณาก็ได้ทําอย่างโปร่งใสแล้วก็มี การตรวจสอบจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในวาระที่หนึ่งแล้ว แล้วก็ในขั้นกรรมาธิการแล้ว ก็อยากจะกราบเรียนท่านประธานนะครับว่าทางกรรมาธิการเราก็ได้ดําเนินการอย่างเต็มที่ แล้วก็เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับประเทศชาติ แล้วก็เกิดประโยชน์สูงสุดต่อการใช้จ่าย งบประมาณ ขอบคุณครับ
ผมว่า อย่าประท้วงเลยครับ หาข้อยุติน่าจะสร้างสรรค์กว่า ช่วยกันหาข้อยุติครับ ถ้าต่างคน ต่างประท้วง ประท้วงไปประท้วงมามันไม่จบครับ เชิญครูมานิตย์ครับ
- ๒๐๒/๑
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ครูมานิตย์ สังข์พุ่ม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จากจังหวัดสุรินทร์ ด้วยความเคารพกับท่านประธานอย่างสูงยิ่ง จริง ๆ ก็ไม่อยากลุกขึ้นมาประท้วงท่านประธาน ข้อ ๘ หรอกครับ เพราะผมเชื่อว่าท่านประธานนั้นชัดเจนในข้อบังคับ แต่ผมดูแล้วว่า ทางออกเรื่องนี้ค่อนข้างจะยากนะครับ เพราะชั้นกรรมาธิการก็คุยมาข้างล่าง ข้างล่างก็คุย ขึ้นไปข้างบน เอาไปเอามาข้างบนก็อ้างกรรมาธิการด้วยกัน มันก็จะสะดุดอยู่ตรงนี้เลย ท่านประธานครับ มาตรา ๑๑ แค่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ มันยังเดินไปไม่ได้ นี่เป็นประเด็นที่ ๑ ประเด็นที่ ๒ ผมบังเอิญเป็นผู้แทนราษฎร เพิ่งเป็น ปี ๒๕๔๔ ก็ไม่มาก แต่เท่าที่นั่งฟังในสภามาหลายปีไม่เคยมาเรียกร้องหาเอกสาร ของปีที่ผ่านมาในห้องประชุมแห่งนี้ ถ้าจะเรียกเพื่อการพิจารณามันเสร็จสิ้นในชั้นกรรมาธิการ เรียบร้อย ส่วนข้างหน้านี่มาเดินอภิปรายเห็นด้วย ตัด ๓ เปอร์เซ็นต์ ตัด ๕ เปอร์เซ็นต์ ตัด ๘ เปอร์เซ็นต์ ตัด ๑๐ เปอร์เซ็นต์ แต่เรื่องนี้ดูเสมือนว่ามันกลายเป็นเรื่องที่เป็นปัญหา ในการที่จะเดินหน้าในการประชุมไปเสียแล้วครับ ผมคิดว่าถ้าหากว่าข้างบนคุยมากับข้างล่าง มันคงจะยุติยาก ท่านประธานที่เคารพ เมื่อกี้ผมก็ได้บอกท่านประธานไปแล้วนะครับว่า ท่านครับเรามีช่องทางเยอะแยะ ในชั้นคณะกรรมาธิการสามัญของสภาผู้แทนราษฎร นี่ตรงกับกรรมาธิการไหนก็ยื่นเรื่องนั้นเข้าไป ใน ป.ป.ช. ก็ยื่น หรือหาข้อยุติกันข้างนอก อีกนิดเดียวท่านประธานจะจบแล้วครับ ผมคิดว่าท่านประธานน่าจะวินิจฉัย ถ้าไม่อย่างนั้น มันเดินไปไม่ได้ แล้วที่ผ่านมาประวัติศาสตร์หรือวัฒนธรรมเรื่องนี้มันไม่เคยเกิด แต่ปีนี้ผมสงสัยเท่านั้นเอง แล้วอ้ายเรื่องโกงนี่ผมก็ไม่สบายใจนะเพราะเขาว่าพรรคผม ไม่ต้องโกงหรอกครับเลือก ๑๐ ครั้ง ชนะ ๑๐ ครั้งจําเป็นต้องโกงทําไม กราบขอบพระคุณ ท่านประธานวินิจฉัยครับ
ควรที่จะหา ข้อยุติด้วยแบบสร้างสรรค์ช่วยกันนะครับ แล้วก็ประท้วงอย่างนี้ เมื่อกี้ครูมานิตย์ท่านพูด ผมก็ได้พูดไปหมดแล้วนะครับ เพราะฉะนั้นหาทางออกเท่านั้นเอง แล้วประเด็นนี้ มันน่าจะมีข้อยุติ เมื่อกี้ท่านยุทธพงศ์ก็บอกว่าเอกสารมันเยอะมาก ก็ดูว่ามันยังขาดเหลือ อะไรก็ทยอยส่งให้ มันก็น่าจะได้ข้อยุติที่พอรับฟังได้ ท่านตกลงจะใช้สิทธิหรือเปล่า หรือให้ท่านจุรินทร์ ให้ท่านจุรินทร์ดีกว่านะครับ อย่าประท้วงเลยครับ หาข้อยุติดีกว่า เชิญครับท่านจุรินทร์ครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ พรรคประชาธิปัตย์ ข้อยุติไม่ยากเลยครับ ขออนุญาตกราบเรียน ท่านประธานว่าเมื่อสักครู่ท่านประธานได้ขอความกรุณาไปยังท่านรองประธาน คณะกรรมาธิการคือรัฐมนตรีวรวัจน์ให้กรุณาจัดเอกสารที่กระผมได้เรียกร้องไปภายใน บ่ายสามโมง ท่านรัฐมนตรีวรวัจน์รับปากว่าจะดําเนินการให้ภายในบ่ายสามโมงนี่ผมคิดว่า ประเด็นนี้ยุติได้ยกเว้นจะมีความพยายามที่จะโยกโย้เหมือนการรับปาก ๓-๔ ครั้ง ในช่วงตลอด ๒ วันที่ผ่านมา ถ้าเป็นอย่างนั้นก็เป็นอีกประเด็นหนึ่งที่จะต้องมีการทวงกัน ต่อไปเพื่อประโยชน์ในการทําหน้าที่ตรวจสอบ กระผมกราบเรียนว่าเอกสารที่พวกกระผม ต้องการเพื่อใช้ในการตรวจสอบในการประชุมสภาตลอด ๓ วันที่เรากําหนดไว้เบื้องต้นนี้ มี ๒ ชิ้นครับ ๑. เอกสารรายละเอียดของการใช้จ่ายงบประมาณ ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งตอนเข้าสภาไม่มีรายละเอียดใด ๆ ทั้งสิ้นมีแค่ตัวเลขกลม ๆ ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท และนายกรัฐมนตรีได้เคยรับปากว่าจะใช้เงินงบประมาณก้อนนี้เพื่อแก้ปัญหาน้ําท่วม อย่างโปร่งใส วันนี้พวกกระผมมีหน้าที่ตรวจสอบต้องการข้อมูลรายละเอียดว่าเอาไปใช้ อะไรบ้างเพื่อที่จะดูว่าโปร่งใสจริงอย่างคําพูดนายกรัฐมนตรีหรือไม่ ข้อกล่าวหา ๓๕ เปอร์เซ็นต์จริงหรือไม่ อย่างไร กับงบก้อนที่ ๒ งบฉุกเฉิน ๖๖,๐๐๐ ล้านบาท รัฐบาลบอกใช้ไปแล้ว ๓๐,๐๐๐ ล้านบาทเอาไปทําอะไรบ้างในรายละเอียดแต่ละโครงการ นี่คือเอกสาร ๒ ชิ้นที่พวกกระผมต้องการ ขอความกรุณาท่านประธานกรุณาให้รัฐมนตรีวรวัจน์ ได้รับปากด้วยครับตามที่ท่านบัญชาเมื่อสักครู่ บ่ายสามโมง ขอบคุณครับ
ที่จริงนะครับ ผมพูดอย่างเป็นกลาง ๆ นะครับ การพิจารณาของกรรมาธิการงบประมาณมันพิจารณา ลงรายละเอียดของแต่ละกระทรวง กรม กองหมดเลย แล้วก็มีงบพวกนี้อยู่ในนั้นหมดละครับ
- ๒๐๓/๑ เพราะฉะนั้นผมไม่ทราบว่ามันผ่านรายละเอียดตรงนี้ไปได้อย่างไร แล้วปล่อยให้เข้ามา ในที่ประชุมสภาใหญ่ได้อย่างไร เพราะฉะนั้นการพิจารณางบประมาณเท่าที่ผ่านมาทุกปี ประเด็นอย่างนี้มันไม่น่าจะมีปัญหา เพราะเราได้ซักรายละเอียดกันในที่ประชุม คณะกรรมาธิการลงละเอียดลึกทั้งหมดเลย ประชุมกันร่วม ๒ เดือน แต่นี่เราจะประชุมกัน ๓ วัน ถ้าจะมาซักรายละเอียดเหมือนอยู่ในขั้นกรรมาธิการซึ่งลงรายละเอียดเลยมันคงไม่จบ เพราะฉะนั้นเรื่องนั้นมันควรจะผ่านขั้นตอนมาแล้วด้วย พูดอย่างเป็นกลางนะครับ แต่ผมเห็นว่าในเมื่อทวงถามกัน ทวงแล้วทวงอีก เพื่อตัดปัญหาถ้าให้ได้ก็อยากจะให้ ผมก็กําชับว่าควรให้ ทีนี้กรรมาธิการท่านยุทธพงศ์ก็ชี้แจงว่ามันให้ไปบางส่วนแล้ว ถ้ายังขาด ส่วนไหนต้องการรายละเอียดตรงไหนก็บอกมาเราจะทยอยส่งให้ ท่านวรวัจน์ก็บอกว่า ได้รับมาบางส่วนบางกรมแล้วก็จะทยอยส่งให้ เพราะเอกสารมันเยอะจริง ๆ เพราะฉะนั้น จะให้ที่ประชุมใหญ่มาพิจารณารายละเอียดเหมือนขั้นตอนในคณะกรรมาธิการที่พิจารณากัน ๒ เดือนมันทําไม่ได้ครับ ผมพูดอย่างเป็นกลาง แล้วก็จะมาตอกย้ํา ๆ ย้ําแล้วย้ําอีกว่า ไม่ได้แล้วโกง โกง โกง ผมฟังก็ไม่สบายใจ ก็ต้องเห็นใจด้วย ผมพยายามทําหน้าที่อย่างเป็นกลางแล้ว เมื่อกี้ฝ่ายค้านก็ยังชมผมเลย ผมได้พยายามทําหน้าที่อย่างดีที่สุดแล้ว เชิญท่านวิทยาครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ผมต้องขออนุญาตลุกขึ้นมาอีกครั้งหนึ่งครับท่านประธาน เพราะผมเองผมก็ยึดในหลักการที่ดี ในฐานะที่ผมเป็นกรรมาธิการ และผมคิดว่าตามที่ ท่านประธานวิปฝ่ายค้านได้พูดต่อที่ประชุมแห่งนี้ผมไม่สบายใจ ท่านผู้ฟังที่อยู่ทางบ้าน พี่น้องประชาชนที่ติดตามจะเข้าใจกรรมาธิการผิด ๆ คือผมก็ได้เรียนแล้วว่าการพิจารณา งบประมาณในครั้งนี้มีขั้นมีตอนอย่างไร กรรมาธิการทําหน้าที่อย่างไร ต่อการพาดพิง เมื่อวานนี้ ซึ่งผมคิดว่าสิ่งที่ผมได้กล่าวต่อที่ประชุมแห่งนี้นั้นชัดเจนว่าเราพิจารณา อยู่ในงบประมาณปี ๒๕๕๖ ส่วนที่ท่านร้องขอบางอย่างระหว่างที่เราพิจารณานั้นเราก็ยัง ไม่รับทราบ เพราะว่าโครงการอยู่ระหว่างจัดทํา ก็ได้เรียนชี้แจงให้เข้าใจว่ารัฐบาลระหว่าง ดําเนินการนั้นเป็นอย่างไร แต่ผมก็รับปากที่ประชุมเมื่อวานนี้ผมก็ไม่สบายใจเพราะว่า ท่านร้องขอในเอกสารของปีงบประมาณ ๒๕๕๕ และตอนนี้สิ่งที่ผมได้เป็นผู้ประสานให้ ก็ทยอยมา ท่านก็ตรวจสอบไปด้วย และผมได้กราบเรียนต่อหน้าท่านประธานว่าเราพิจารณา เป็นรายมาตรา ถ้าถึงมาตราเช่นกระทรวงคมนาคมเป็นสิ่งที่สมาชิกสนใจมาก เมื่อวานนี้ ขออนุญาตเอ่ยนาม ท่านกรรมาธิการได้สอบถามท่านอดีตรัฐมนตรีสาทิตย์ จังหวัดสมุทรปราการ ๘๖ โครงการอยากรู้ว่ามีอะไรบ้าง ผมบอกไม่มีปัญหาเดี๋ยวจะไปตามตัวนั้นมาให้ บัดนี้กระทรวงคมนาคมเขาก็ทยอยส่งเอกสารมาให้ในส่วนนี้ มันก็เลยอยากจะให้ที่ประชุม ได้พิจารณาไปเรื่อย ๆ แล้วเดี๋ยวถึงมาตราไหนที่มีความสนใจท่านสมาชิกก็ร้องขอว่าเอกสาร ตรงนี้ถ้ามีมาประกอบด้วยเราก็สามารถที่จะพิจารณาได้ เมื่อวานผมได้ชี้แจงถึง ๒ ครั้ง ที่ผมบอกว่าโปรดฟังอีกครั้งหนึ่งก็เพราะว่าผมต้องการอธิบายให้ท่านสมาชิกเข้าใจว่าเรากําลัง พิจารณางบประมาณในปี ๒๕๕๖ ซึ่งกรรมาธิการได้ทําหน้าที่ตรงนี้ แต่สิ่งที่สมาชิกร้องขอว่า ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาทอยู่ไหน อย่างไร ผมคิดว่าถ้าท่านมีความขัดข้องในส่วนที่เรา กําลังติดตาม ซึ่งบางโครงการก็อยู่ระหว่างดําเนินการ ผมก็เรียนชี้แจงต่อท่านในที่ประชุมแล้ว ไม่สบายใจว่าถ้าท่านจะคิดว่ากรรมาธิการต้องรับผิดชอบในส่วนของงบประมาณปี ๒๕๕๕ ด้วย ทั้งหมดนี้ต้องรับผิดชอบหมด แต่ว่าเรามีกระบวนการในการพิจารณา ระหว่างที่เราพิจารณานั้น งบประมาณในปี ๒๕๕๕ ผมได้นําเรียนแล้วว่ากระบวนการของงบกลางนั้นอยู่ระหว่าง ดําเนินการก่อสร้าง ดําเนินการจัดซื้อจัดจ้าง ดําเนินการประกาศทีโออาร์ยกเลิกไปก็มี ก็ให้เขาทยอยส่งมาให้ นั่นคือสิ่งที่ผมต้องเรียนต่อที่ประชุมว่าผมรับปากท่านตรงนั้น ก็ประสาน เวลานี้ก่อนผมจะขึ้นมาพูดนี่ผมก็รับฟังอยู่ แต่ก็เรียนแล้วว่าสํานักงบประมาณ เขาบอกมีส่งเข้ามาเรื่อย ๆ ท่านก็เอาตัวนั้นไปประกอบการพิจารณา
- ๒๐๔/๑ มาตราที่เรากําลังพิจารณากระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ถ้าท่านคิดว่า ในกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์มีเรื่องอะไรที่ท่านต้องการตรวจสอบ เพิ่มเติมท่านขอเอกสารเขาเพิ่มได้ อยากเป็นอย่างนั้นครับท่านประธาน ไม่อย่างนั้น เราไม่จบครับ ขอบคุณครับท่านประธาน
ท่านสมาชิกครับ อย่างที่ได้เรียนนะครับ ผมพยายามประนีประนอมเต็มที่แล้วนะครับ ทีนี้ก็ต้องเข้าใจ เราอยู่สภาด้วยกันมานานครับ ขั้นตอนอะไรเป็นอะไรเรารู้กันหมด ไม่อยากจะมาพูด ให้เสียเวลา ทีนี้อย่างที่ผมได้กล่าวเมื่อกี้แล้วก็อยากเพิ่มเติมอีกเล็กน้อยเพื่อให้การประชุม มันดําเนินการต่อไปได้ เอกสารทุกอย่างที่ท่านต้องการต้องทยอยส่งให้ท่าน ซึ่งก็รับปากอยู่แล้ว ว่าจะทยอยส่งให้ แล้วยังขาดเหลืออะไร ถึงแม้พิจารณางบประมาณจบไปแล้วเรายังมี กรรมาธิการอยู่ทุกคณะ แล้วก็ขอได้ด้วย มีข้อกฎหมายบังคับอะไรต่าง ๆ เพราะฉะนั้น ไม่มีทางหลีกเลี่ยงที่จะไม่ให้เอกสารให้เราได้เลย มันต้องให้อยู่แล้วนะครับ เรามีมาตรการ รองรับอีกเยอะแยะ แล้วจะมาเล่นรายละเอียดในที่ประชุมของเรามันคงไม่จบ อย่างที่ผม ได้กล่าวเรียนย้ําอีกทีนะครับ มันน่าจะเป็นขั้นตอน ๒ เดือนที่แล้วที่เราไปว่ากัน ในขั้นกรรมาธิการ เพราะฉะนั้นยังขาดเหลืออะไรอยู่ก็เอาไปต่อในมาตรการอื่น ๆ ที่มีรองรับอยู่แล้ว ในคณะกรรมาธิการ ๓๕ คณะก็รองรับอยู่แล้ว คณะกรรมาธิการติดตามการบริหาร งบประมาณก็เล่นได้ทุกส่วนอยู่แล้ว ไปส่วนนั้นดีกว่าไหมครับเราจะได้เดินหน้าต่อ ไม่อย่างนั้นอย่างนี้มันไม่จบหรอกครับ ผมพยายามให้เกียรติเต็มที่ แล้วพยายาม ประนีประนอมเต็มที่แล้วนะครับ ผมทําเกินไปกว่านี้ไม่ได้แล้วนะ ขอความกรุณาเถอะครับ ก็คงเรื่องเดิม ๆ ผมขออนุญาตเลยเข้ามาตราต่อไปเลยดีกว่ากระมังครับ ขอความกรุณาเถอะครับ ขอท่านสาทิตย์ท่านสุดท้าย ท่านขอสรุปนิดเดียว เชิญครับ
ท่านประธานครับ ผม สาทิตย์ วงศ์หนองเตย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ผมสรุปง่าย ๆ อย่างนี้ ๒ ข้อได้ไหมครับ ประการที่ ๑ ในความประสงค์ของฝ่ายค้านก็คือรายละเอียดของ งบประมาณที่ไปฟื้นฟูน้ําท่วม ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท กับ ๒. ก็คืองบฉุกเฉินจําเป็นเร่งด่วน ๖๖,๐๐๐ ล้านบาท ทั้ง ๒ ชุดนี้ขอให้รวบรวมโดยใช้มาตรฐานเดียวกับที่ท่านส่งมาเมื่อวานนี้ ก็คือเมื่อแยกเป็นรายละเอียดของบไปทําอะไรบ้างแล้วท่านมีรายชื่อจังหวัดอยู่แล้ว เพียงแต่ลงว่าจังหวัดนั้นท่านไปทําโครงการอะไร ที่ไหน เช่น งบซ่อมอาคารชลประทาน จังหวัดสิงห์บุรีมี ๑๐ รายการท่านก็ลง ๑๐ รายการ ใน ๑๐ รายการนี้ก็เพียงแต่บ่งบอกว่า พื้นที่ของโครงการอยู่ที่ไหน ซึ่งใช้มาตรฐานคล้าย ๆ กันกับงบกลางปีเรื่องน้ําท่วม ๙,๐๐๐ ล้านบาท ทั้ง ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ทั้ง ๖๖,๐๐๐ ล้านบาทเท่านี้เองครับข้อที่ ๑ ข้อที่ ๒ ก็คือท่านประธานเป็นคนตั้งเวลาไว้ว่าบ่ายสามโมง
มีผู้ประท้วงครับ ท่านขจิตรผมว่าอย่าประท้วงเลยครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ขจิตร ชัยนิคม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี เขต ๔ ขอประท้วงว่าท่านประธาน ผู้อภิปรายขณะนี้และก่อนหน้านี้รวมทั้งกรรมาธิการหลายท่าน ทําผิดข้อบังคับ ข้อ ๖๑ คําอธิบายขณะนี้ผู้อภิปรายที่อยู่ซีกฝ่ายค้านกําลังจะให้ประชาชนเข้าใจว่าเอกสารที่กําลัง เรียกร้องนี้เป็นส่วนประกอบของงบประมาณปี ๒๕๕๖ ซึ่งมันไม่ใช่ สภาแห่งนี้ผมอยู่มานาน เอกสารที่กําลังถามเอากันอยู่นี้กรรมาธิการ อนุกรรมาธิการเขาเป็นผู้ซักไซ้ไล่เลียง ทุกพรรค ก็ตั้งไปแล้ว อนุกรรมาธิการต้องไปบอกกัน นี่ประการที่ ๑
ประการที่ ๒ กําลังจะพูดว่าถ้าไม่มีเอกสารจะสร้างชาติบ้านเมืองได้อย่างไร นี่หลายคนพูด ผมพยายามที่จะไม่พูด แต่จะเสียหาย เอกสารแบบนี้ไม่เคยแจกกันในสภา ที่เรียกร้องตั้งแต่ตั้งสภามานี่ ปีที่แล้วท่านเจริญ ขออนุญาตอ้าง ท่านเจริญ จรรย์โกมล ท่านเรียกร้องก็ไม่ได้ ก็ให้ไปพูดกันข้างนอก ผมถึงให้ท่านประธานพิจารณายุติประเด็นนี้ครับ ขอบคุณครับ
- ๒๐๕/๑
ผมก็ทําแล้วครับ เอาละครับ พอสมควรแล้ว
ขอบคุณครับ
ผมถึงได้บอก เมื่อกี้ครับ ผมพยายามประนีประนอมอย่างเต็มที่ ผมทําได้ไม่เกินไปกว่านี้ เพราะฉะนั้น ขอความร่วมมือพวกเราเถอะครับ ให้ทยอยส่ง แล้วยังขาดเหลืออะไรเดี๋ยวเรามีช่องทาง ในส่วนของกรรมาธิการ
ท่านประธานครับ เดี๋ยวผมพูดให้จบ นิดเดียวครับ จะจบอยู่พอดีครับ
เอาท่านสาทิตย์ ให้จบ แล้วก็จะได้ไปมาตราใหม่เลย
ข้อที่ ๒ ก็คือท่านประธานเป็นคน กําหนดเวลาว่าขอเวลาตอนบ่ายสามโมงส่งมาให้ ความจริงผมฟังเป็นไปได้หมดนะครับ เพราะทั้งท่านรัฐมนตรีวรวัจน์ กับทั้งท่านรัฐมนตรีวิทยาก็บอกว่าบางอันส่งให้กรรมาธิการแล้ว ท่านก็รวบรวมมาสิครับ ถ้าท่านมีครบอยู่แล้วท่านก็รวบรวมมา แล้วบ่ายสามโมงท่านก็ส่งมา แต่ถ้าเปิดช่องบอกว่าส่งเมื่อไรก็ได้ สถานการณ์มันก็จะย้อนกลับไปเมื่อวันสองวัน เพราะกว่าจะได้ก็ต้องทวงกัน และจริง ๆ ท่านประธานครับ ผมคิดว่าทุกฝ่ายเห็นตรงกันว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องความโปร่งใส ที่บอกว่าเมื่อก่อนไม่เคยมีก็จริงครับ เพราะไม่เคยตั้งงบทีเดียว ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาทโดยมีรายละเอียดบรรทัดเดียว นี่เป็นเพียงแต่กระบวนการตรวจสอบ ธรรมดา ผมพูดแค่นี้ครับ เพราะฉะนั้น ๑. ยึดตามประธานบ่ายสามโมงส่งมา ๒. รายละเอียดงบ ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท กับ ๖๖,๐๐๐ ล้านบาท ถ้ารับ ๒ ข้อนี้ผมก็คิดว่า ฝ่ายค้านก็รอถึงบ่ายสามโมงก็จบครับ
ที่จริง บ่ายสามโมง ผมเป็นฝ่ายขอร้องท่านรองประธานคณะกรรมาธิการว่าเห็นควรว่าจะต้องอย่างนี้ ทีนี้ทางกรรมาธิการก็ชี้แจงว่าเอกสารมันเยอะจริง ๆ มันไม่ทัน เพราะมันต้องรวบรวม จากไม่รู้กี่กรม เพราะฉะนั้นเขาก็บอกว่าถ้าส่วนไหนมาก่อนเขาจะทยอยให้ไปเรื่อย ๆ มันน่าจะจบครับ ผมว่าควรจบครับ
(นายวัชระ เพชรทอง ได้ยืนและยกมือขึ้น)
ท่านวัชระครับ อย่าใช้สิทธิประท้วงเลยครับ สมควรแล้วครับ ท่านอย่าใช้สิทธิประท้วงเลย พอเถอะครับ แล้วให้ท่านวิทยาชี้แจงก็จะได้จบกัน เชิญครับ ท่านวิทยาขออภัยครับ
ขออภัยท่านรัฐมนตรีวิทยานะครับ ท่านประธานที่เคารพ ผม วัชระ เพชรทอง บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ และเป็นโฆษก คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณางบประมาณ ท่านประธานครับ ขอประท้วงท่านประธาน ตามข้อบังคับ ข้อ ๘
ท่านวัชระ ถ้าประท้วงผมตามข้อ ๘ ผมไม่ให้ประท้วง เพราะผมไม่ได้ทําผิดข้อ ๘
ท่านประธานฟังเหตุผลก่อนสิครับ
ถ้าประท้วงด้วย ข้อ ๘ ไม่จําเป็นต้องฟังครับ เพราะข้อ ๘ ประธานมีหน้าที่ควบคุมการประชุมให้มีประสิทธิภาพ ผมทําตามนั้นเต็มที่อยู่แล้ว
คือท่านประธานอภิปรายประหนึ่งดังเป็น ส.ส. รัฐบาล
ท่านวัชระ ผมว่ามันพอสมควรครับ
และอีกประเด็นหนึ่งครับ คือผมไม่เข้าใจ คําพูดท่านประธานที่ท่านบอกว่าท่านทําเกินกว่านี้ไม่ได้แล้ว ท่านประธานครับ ท่านประธาน เป็นประธานของพวกเราทุกคนนะครับ
ท่านครับ ผมขออนุญาตนะครับ ถ้าจะประท้วงประเด็นนี้ผมอธิบายได้นะครับ
ขอท่านได้โปรดอธิบายครับ ขอบคุณครับ
อธิบายคือ เอกสารที่ขอเป็นงบของปี ๒๕๕๕ ไม่เกี่ยวกับงบปี ๒๕๕๖ นอกประเด็นครับ เพราะฉะนั้น ไม่มีส่วนที่จะมาทวงถาม ถ้าจะทวงถามให้กรรมาธิการต่าง ๆ สามารถทวงถามได้
ไม่นอกประเด็นครับ
ถ้าผมเอาอย่างนี้ เดี๋ยวก็วุ่นวายกันอีก ผมถึงบอกผมประนีประนอมเต็มที่แล้วอย่างไรครับ เราอยู่ด้วยกัน มานานในสภานี่ ผมทําได้ไม่เกินนี้ก็น่าจะเข้าใจผม ผมให้เกียรติพวกเรา พวกเราก็ให้เกียรติผม มันก็จบครับ
ท่านประธานครับ มีแค่ ๑๑๓ โครงการ เท่านั้นครับ และงบประมาณ ๑๘๐,๐๐๐ ล้านบาทเราต้องการเอกสารรายละเอียด จริง ๆ ครับ และท่านประธานที่เคารพครับ
ก็เข้าใจแล้วครับ ก็ทวงกันไม่รู้กี่ครั้งแล้วครับ เข้าใจแล้วประเด็นนี้
แล้วท่านประธานวิทยาท่านนั่งเป็น ประธานในที่ประชุม
ให้ท่านวิทยา ได้ชี้แจงดีกว่ากระมังครับ สมควรนะครับ
ผมกราบเรียนท่านประธานนิดหนึ่งว่า ท่านประธานวิทยาซึ่งเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เวลานั่งเป็นประธานที่ประชุม ท่านเป็นประธานที่ยุติธรรมครับ
ดีครับ
และผมต้องการให้ท่านได้ส่งเอกสาร ให้กับเพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเพื่อได้ตรวจสอบการใช้จ่ายเงินงบประมาณแผ่นดิน ทุกบาททุกสตางค์
ทราบแล้วครับ
กราบขอบคุณท่านประธานครับ
ขอบคุณครับ เชิญท่านวิทยาครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม วิทยา บุรณศิริ ในฐานะกรรมาธิการ ผมยังยืนยันคําพูดผม เมื่อวานนี้ และท่านผู้นําฝ่ายค้านก็อยู่ตรงนี้ด้วย ผมว่าท่านเข้าใจในรายละเอียดที่ผมได้พูดไว้ เมื่อวานว่าสิ่งที่สมาชิกร้องขอนั้นเป็นสิ่งที่นอกเหนือจากกรรมาธิการงบประมาณ ปี ๒๕๕๖ แต่อย่างไรก็แล้วแต่ ผมเข้าใจว่าสมาชิกผู้ทรงเกียรติต้องการอะไรผมจะเป็น ผู้ประสานให้ โดยเฉพาะ ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งโดยประเพณี ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ก็สามารถมีรายละเอียดเฉพาะในสิ่งที่เขาได้ดําเนินการ ท่านก็สามารถตรวจสอบตรงนี้ได้ ผมก็ดําเนินการให้ตามนั้น แล้วที่ผมมายด์ (Mind) มากที่สุด คํานึงมากที่สุดก็คือว่าท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ เรากําลังพิจารณางบประมาณ ปี ๒๕๕๖ แต่สิ่งที่เราร้องขอเราคิดว่าในรายมาตราเราสามารถเอาเอกสารนั้นมาประกอบ ผมก็พยายามจะขวนขวายตรงนั้นส่งมาให้ เช่นในกระทรวงหรือในมาตราที่มีความสําคัญ เช่นกระทรวงคมนาคม ซึ่งมีผลต่อการบริหารการจัดการเรื่องการป้องกันน้ําอย่างมาก ที่รัฐบาลทําไป เขาก็ทยอยส่งมาให้ ท่านก็ดูสิครับ แต่มันยังไม่ถึงมาตรานั้นเลย ผมก็ไม่อยากให้การประชุมนั้นไม่ราบรื่น ผมก็เลยเรียนและท่านผู้นําฝ่ายค้าน ในสภาผู้แทนราษฎรคงเข้าใจตรงนี้ ซึ่งสํานักงบประมาณผมก็พยายามเรียนท่านผู้นําฝ่ายค้าน ในสภาผู้แทนราษฎรว่าขอเป็นอย่างนี้นะครับท่าน แล้วผมจะพยายามดําเนินการให้ ท่านก็เข้าใจ แล้วผมคิดว่าเพื่อนสมาชิกผู้ทรงเกียรติที่เป็น ส.ส. หลายสมัยท่านเข้าใจเรื่องนี้ดี ผมขอความกรุณาตรงนี้ครับ ไม่ได้มีความคิดเป็นอย่างอื่น กําลังบอกบ่ายสามโมง ตามที่ท่านประธาน ผมก็บอกว่าผมทยอยมาให้ รายมาตราไหนที่ท่านสงสัย ต่อไปนี้ ท่านมีงบประมาณที่เกี่ยวข้องในเรื่องของการฟื้นฟูที่ท่านเห็นว่ามันควรจะต้องเอามาให้ดู ประกอบละก็นั่นเป็นความคิดของท่าน แต่ในฐานะที่กรรมาธิการงบประมาณปี ๒๕๕๖ นั้น เราได้พิจารณาและมีอนุกรรมาธิการตามขั้นตอนนั้นครบกระบวนการ ผมคิดว่าผมได้คุยกับ ท่านสมาชิกของท่านหลายท่านในที่นี้ที่ผมไม่เห็นหน้าก็หายไป ก็ถามอยากจะคิดอยู่ เหมือนกันว่าหายไปไหนจังหวัดอุบลราชธานี จะได้มาทําความเข้าใจกันบ้างว่า ทําไมยังไม่เข้าใจเรื่องพวกนี้ ผมกราบเรียนอย่างนี้ว่าขอให้ดําเนินการไปดีกว่า เพราะว่าส่วนที่ ผมรับปากติดตามให้เดี๋ยวเขาทยอยมาเอง ในส่วนของที่ท่านตั้งใจและสนใจนะครับ ขอความกรุณาอย่างนี้ดีกว่านะครับ
ขอบคุณครับ เราเสียเวลามาชั่วโมงกว่าแล้วนะครับ ผมขอดําเนินการต่อเลยครับ เชิญท่านเลขาธิการ ต่อเลยครับ
(นายพิเชษฐ พันธุ์วิชาติกุล ได้ยืนและยกมือขึ้น)
ท่านใช้สิทธิ ประท้วงต้องมีคนผิดข้อบังคับนะครับ ถ้าไม่มีผิดข้อบังคับท่านประท้วงไม่ได้นะครับ เชิญท่านพิเชษฐครับ
ท่านประธานครับ ผม พิเชษฐ พันธุ์วิชาติกุล พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดกระบี่ ผมวิ่งมาครับ เหนื่อยหอบเข้ามา แล้วกระผม รู้สึกว่าท่านประธานนี่ถ้าไม่ใช้วิธีประท้วงท่านไม่ได้ฟังเหตุผลว่าถ้าคนเขายกมือเขามีเหตุมีผล ที่จะต้องบอกอะไรบ้าง
ท่านครับ ผมขอความกรุณาครับ ผมอนุญาตให้ท่าน ผมฟังแล้วครับ ท่านพูดตรงข้ามกับความเป็นจริง ผมอนุญาตให้ท่านเท่ากับผมได้ฟังท่านแล้ว ผมให้เกียรติแล้วครับ
ผมยังไม่ได้พูดอะไรเลยนะครับ
ท่านชี้ประเด็น ถ้าใครผิดข้อบังคับข้อไหนครับ
ท่านประธานครับ ก็ท่านต้องฟังสิครับ ท่านเป็นประธานในที่ประชุม ท่านประธานครับด้วยความเคารพ ท่านประธานต้องให้ ที่ประชุมรู้ว่าปัญหาขณะนี้มันเกิดจากอะไร
ท่านพิเชษฐครับ ท่านใช้สิทธิประท้วงต้องมีคนผิดข้อบังคับ ท่านต้องชี้ว่าใครผิดข้อบังคับ และผิดข้อไหนครับ
ท่านประธานผิดข้อบังคับ ข้อ ๘ ในเรื่องการควบคุมการประชุม
ถ้าข้อ ๘ ผมได้ย้ําไปแล้ว
ท่านประธานไม่ได้ดําเนินการควบคุม ให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและถูกต้อง เอาแต่อารมณ์ตัวเองเป็นใหญ่ เอาแต่ความเป็น เผด็จการของตัวเองเป็นใหญ่ นี่คือที่ผมประท้วง แล้วท่านจะฟังไหมครับว่าเหตุผลคืออะไร ท่านประธานลงไปเถอะครับ ให้ท่านเจริญทําหน้าที่ แล้วเดี๋ยวผมจะคุยกับท่านเจริญเอง
ท่านพิเชษฐครับ เราอยู่ด้วยกันมานานนะครับ ผมถือว่าท่านอาวุโส
ท่านประธานฟังบ้างสิครับ ผมไม่ใช่เด็ก
ท่านอย่าโต้เถียงครับ ท่านต้องให้เกียรติเวลาผมพูดท่านต้องฟังผมเหมือนผมฟังท่าน เอาละครับ ผมถือว่า ท่านอาวุโสเชิญครับ เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ถ้าไม่ใช่เพราะได้ยินท่านวิทยานั่งอยู่ห้องนี้ผมไม่เข้ามาหรอกครับ แต่ผมวิ่งมาด้วยความเหน็ดเหนื่อย จากสโมสร เพราะผมทํางานกับท่านวิทยาหลายปี ผมทราบดีว่าท่านเป็นคนมีเหตุมีผล เกิดอะไรขึ้นปีนี้ ท่านประธานครับ ปีที่แล้วท่านวิทยาเป็นคนดูแลในเรื่องห้องประชุม ไม่มีปัญหาอะไรเลย แต่มีการเปลี่ยนแปลงเอารัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการปีที่แล้ว มาเป็นรัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี แล้วรัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรีคนนี้ ก็ไปคุมสํานักงบประมาณ ความมืดมันก็คุมสํานักงบประมาณไปหมด จึงได้ข่าวว่าเจ๊อะไร ต่อเจ๊อะไร ไปใช้ใครทํางานอะไรต่ออะไร ท่านวิทยาครับ ทําไมท่านไม่มีเอกสารเรื่อง ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาทเป็นเอกสารของปี ๒๕๕๕ ก็จริง แต่ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการใช้งบประมาณปี ๒๕๕๕ มันยังไม่จบ มันยังไม่สิ้นไตรมาสสุดท้าย ปีที่แล้วเมื่อเอกสาร ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาทเข้าสภา ผมเป็นคนซักถามใช่ไหมครับ ไม่ว่าในห้องงบประมาณหรือในห้องนี้ว่า ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาทไม่ใช่เพียงแค่ ๑ บรรทัด อย่างน้อยให้มีหัวข้อให้รู้ว่ากําลังจะทําอะไรเพื่อแก้ไขปัญหาน้ํา ซึ่งท่านผู้นําฝ่ายค้าน ในสภาผู้แทนราษฎรก็ได้กําชับผ่านคุณผ่องศรีไปยังที่ห้องว่าขอ ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านผู้อํานวยการสํานักงบประมาณปีที่แล้วก็มาพบผม ผมบอกว่าท่านผู้อํานวยการในฐานะ เป็นรองประธาน ณ ที่นั้น ใน ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท อย่างน้อย ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ผมขอรายการสักครึ่งหนึ่งได้ไหม ผมเข้าใจดีบางอย่างยังไม่ได้ทํา แต่คุณตั้งตัวเลข ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท มันต้องแปลว่ามีอะไรบางอย่างที่รู้แล้วว่ากําลังจะทําอะไร
ท่านพิเชษฐครับ ขอความกรุณานะครับ ผมอนุญาตให้ท่านประท้วง แต่ท่านกลับไม่ใช้สิทธิประท้วง ท่านกําลังอภิปราย แล้วอภิปรายกล่าวหาคนอื่น แต่ผมก็จะอนุญาต ถ้าไม่มีใครประท้วง ผมก็จะอนุญาตให้ท่านใช้สิทธิ เชิญครับ ผมพูดนี่ชี้ชัดนะครับ ผมลําเอียงเข้าข้างท่าน
ท่านบอกว่าท่านต้องการ หาทางออกใช่ไหมครับ การจะหาทางออกท่านต้องรู้สิครับว่าเรื่องนี้เป็นเพราะอะไร เพราะฉะนั้นผมจึงบอกท่านผู้อํานวยการสํานักงบประมาณ ท่านวรวิทย์ จําปีรัตน์ ว่าอย่างน้อย ผมขอสักครึ่งหนึ่งนะ ขณะนั้นเขียนรายการให้ผม ๓๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ผมก็ส่งคืนไปว่า ผมขอสัก ๖๐,๐๐๐ ล้านบาท ช่วยเอารายการที่กําลังจะทํา มันต้องมีแผนอยู่แล้วว่า กําลังจะทําอะไรให้ผมสักครึ่งหนึ่งในรายการผมพอจะอ้าง ผมถึงจะรายงานผู้นําฝ่ายค้าน ในสภาผู้แทนราษฎรได้ ที่สั่งผ่านคุณผ่องศรีมาที่ผมว่าอย่างน้อยขอสักครึ่งหนึ่ง เรื่องก็เงียบ หายไปเลย เงียบหายไปแล้วทําไมไม่โผล่ ทําไมต้องมีชั้นความลับปิดเข้าไป ๒ ชั้น ๓ ชั้น เพื่อไม่ให้เอกสารนี้แพร่งพราย ความหลังมันก็เกิดขึ้นใช่ไหมครับ เมื่อวานนี้ผมอ่านให้ท่านฟังแล้ว เอกสารที่ผมอ่านให้ท่านฟังไม่มีใครเห็นนะครับ เป็นเอกสารที่สํานักงบประมาณได้ตีตรา เอาไว้ว่าได้อนุมัติโครงการเช่นนี้ไปที่จังหวัดแพร่ ๓,๐๐๐ กว่าล้านบาท ซื้อรถแทรกเตอร์กี่คัน ราคาแต่ละกี่คันมีรายละเอียดหมด
ท่านพิเชษฐครับ เมื่อกี้ผมย้ําชัดนะครับ ผมให้เกียรติท่านเท่ากับผมลําเอียงทําหน้าที่ไม่เป็นกลางเข้าข้างท่าน โดยไม่ยึดข้อบังคับ ถ้าไม่มีใครประท้วงผมก็จะอนุญาต แต่นี่มีผู้ประท้วงแล้ว
(นายวัชระ เพชรทอง ได้ยืนและยกมือขึ้น)
ผมไม่อนุญาต แล้วครับ ผมขอดําเนินการต่อเลยครับ เชิญท่านวิลาศ มาตรา ๑๐ เชิญครับ
ท่านประธานครับ ผมประท้วง ท่านประธานครับ ผม วัชระ เพชรทอง บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์
ผมไม่อนุญาตละครับ ไม่มีใครผิดข้อบังคับตรงไหนครับ ถ้าจะผิดมีท่านพิเชษฐเท่านั้นที่ผิดข้อบังคับ ผมเป็นประธาน ผมมีอํานาจในการวินิจฉัยครับ ท่านครับ ผมว่าเรารักษาบรรยากาศดีกว่ากระมังครับ
ผมเป็นรองประธาน คณะกรรมาธิการครับ
เข้าใจครับ แต่ท่านใช้สิทธิประท้วง แต่ท่านไม่ได้ประท้วงท่านกลับอภิปราย ท่านครับ เราประชุม เราต้องมีกติกานะครับ มีข้อบังคับนะครับ
- ๒๐๘/๑ ก็มันจบไปแล้ว มันเข้ามาตรา ๑๐ ไปแล้วครับ อ่าน ๒ รอบแล้วครับ ท่านเลขาธิการคนก่อน ก็อ่านรอบหนึ่ง เลขาธิการคนใหม่ก็อ่านอีกรอบหนึ่งแล้วครับ ๒ รอบแล้วครับ ผมว่าท่านครับ ก็พูดเรื่องเดิม ๆ ครับ ผมให้เกียรติอีกที ขอความกรุณาอย่าประท้วงเลยครับ เอาเถอะครับ เอาให้จบแล้วจะได้เข้ามาตรา ๑๐ เชิญเถอะครับ
ท่านประธานครับ เข้ามาตรา ๑๐ ไปเลยครับ และผมจะขออนุญาตประธานวิป ผมเป็นคนอภิปรายคนแรกในมาตรา ๑๐ และต่อไปนี้ถ้าท่านประธานทําอย่างนี้นะครับผมจะพูดทุกหน่วยงานในมาตรา ๑๐ นะครับ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์นี่มีเรื่องเกือบ ๗-๘ กรมนะครับ และในทุกมาตราต่อไปนี้ผมจะทําอย่างนี้ตามสิทธิผม ตามข้อบังคับด้วยรัฐธรรมนูญ รับรองว่า งานนี้ไม่จบครับ ๒๓ สิงหาคม
ท่านพิเชษฐครับ ผมให้เกียรตินะครับ เราก็อยู่สภาด้วยกันมานาน ผมพูดย้ําคํานี้ตลอด เราให้เกียรติซึ่งกันและกัน
ก็ท่านไม่ฟังคนอื่นนี่
ทีนี้ผมอนุญาต ให้ท่านต่อเลยครับ ท่านครับว่าต่อเถอะครับ แล้วก็ขอความกรุณาทางนี้อย่าประท้วงเลยครับ ผมก็ได้ขอความกรุณาไปแล้ว
ผมจะได้พูดให้ท่านตาสว่าง อย่างไรครับ เมื่อวานผมบอกว่าเมืองน่านข้าวหลามแจ้ง ผมอยากให้หลอดนีออน (Neon) ในห้องนี้มันสว่างให้ท่านเห็นอะไรสักทีว่ามันกําลังเกิดอะไรครอบงําในห้องนี้ ทันทีที่รัฐมนตรี ประจําสํานักนายกรัฐมนตรีคนนี้มาดูแลสํานักงบประมาณ มีคําสั่งไปยังสํานักงบประมาณ เก็บเอกสารทั้งหมด ฉบับหนึ่งที่หลุดมายังมือผมคือฉบับที่ผมอ่านเมื่อวานอย่างไรครับ เพราะฉะนั้นเอกสารที่เราขอคือเอกสารที่มันมีไม่ใช่มันไม่มี เราพยายามขอสิ่งที่มันมี หลุดมาโดยเจ้าหน้าที่สํานักงบประมาณคนหนึ่งส่งมาให้ผมครับ ว่าเฉพาะจังหวัดแพร่ ๓,๐๐๐ กว่าล้านบาทจากงบ ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ผมถึงถามว่าแล้วจังหวัดอื่นล่ะ แล้วนอกจากกรณีเช่นนี้มันไปใช้กันจาก ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท แก้ไขกรณีน้ําท่วมฉุกเฉิน หรือเปล่าครับ ซื้อรถตีนตะขาบ ซื้อรถบด ซื้อรถตักแบคโฮ (Backhoe) ซื้อรถบรรทุกสิบล้อ ขุดลอกร่องน้ํา ท่านประธานครับ เรารู้ว่างบขุดลอกที่มันโกงกัน ๓๐ เปอร์เซ็นต์ ๔๐ เปอร์เซ็นต์ มันขุดไปเท่าไรท่านรองประธานเจริญเป็นประธานคณะกรรมาธิการติดตามการบริหาร งบประมาณเรารู้ ขุดไป ๙๐๐ เมตร ขุดลึกเท่าไร ดินออกไปเท่าไรไม่มีใคร ตรวจนับได้ น้ําท่วมมาอีกทีหนึ่งทุกอย่างจบ นี่ละคือการเตรียมโกงกัน เอกสารที่ว่ามันมี มันไม่ใช่ไม่มีและผมพยายามจะเค้นออกมา ท่านประธานครับ ขณะนี้เราพิจารณา งบประมาณรายจ่ายปี ๒๕๕๖ ก็จริง แต่เราต้องดูว่าปี ๒๕๕๖ กําลังใช้นี่ปี ๒๕๕๕ มันทําแค่ไหนแล้ว ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาทมันใช้หมดไปหรือยัง แล้วปีนี้มันทําอีก ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาทล่ะ ทุกอย่างมันต้องเชื่อมต่อ ไม่ใช่ท่านมาตัดบท ไม่ใช่ท่านมาตัดบท ลักษณะเช่นนี้ ผมก็ด้วยความเคารพ เพราะผมเห็นว่าคุณวิทยานั่งอยู่ผมถึงเข้ามา ไม่อย่างนั้น ผมไม่มาพูด แต่มันเกิดอะไรขึ้น บ้านเมืองนี้ขณะนี้มันเกิดอะไรขึ้น เขาถึงบอกว่า เจ๊อะไรส่งเด็กของเขาไปคุมอะไรต่ออะไรไปดูเรื่องงบหมด ทําไม ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ทําไมจังหวัดชัยนาทไม่มีล่ะ จังหวัดพระนครศรีอยุธยาน้ําท่วมเกือบตายท่านรู้ไหมว่า ได้งบอะไรไปทําอะไรแค่ไหน รายละเอียดแบบที่ผมอ่านเมื่อวานนั่นละครับ ตรงนั้น ๓๖ ล้านบาท ตรงนี้ ๕๔ ล้านบาท ตรงนี้ ๒๐๐ ล้านบาท ตรงนี้ ๓๐๐ ล้านบาท ที่ผมอ่าน ทั้งหมดเอกสารมันมีแล้วไปซ่อนทําไม
ท่านพิเชษฐครับ มีผู้ประท้วงครับ
ผมถึงบอกซ่อนเพื่อโกงอย่างไร ท่านประธานแค่นี้ครับไม่ต้องประท้วง
ท่านวรชัยครับ อย่าประท้วงเลยครับ พอเถอะครับ อย่าประท้วงเลยครับ อย่างนั้นเชิญท่านวิลาศ มาตรา ๑๐ ท่านวิลาศ จันทร์พิทักษ์ เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม วิลาศ จันทร์พิทักษ์ พรรคประชาธิปัตย์ กรุงเทพมหานคร ความจริงแล้วผมแปรญัตติ งบประมาณนี้ไว้หลายมาตรา แต่ก็ให้ความร่วมมือท่านประธานละครับ บางมาตรา ท่านกรรมาธิการก็ได้ตัดไปบางส่วนก็พอกล้อมแกล้มไปได้ บางมาตราก็มีผู้อภิปรายหลายคน ก็ไม่อยากให้เสียเวลา ก็พยายามจะเลือกมาตราที่จําเป็น แล้วต้องเรียนท่านประธาน ในเบื้องต้นนะครับว่าก็จะไม่ลงลึกไม่ทําให้เสียเวลามากละครับ ความจริงแล้วก็อยากจะ สนองตอบท่านนายกรัฐมนตรีเหมือนกัน เพราะเมื่อ ๒ สัปดาห์ที่ผ่านมาหลังจากประชุม คณะรัฐมนตรี ท่านออกมาท่านให้สัมภาษณ์ว่ารัฐบาลชุดนี้ปราศจากการทุจริต ความจริงแล้ว ต้องเรียนท่านประธานในเบื้องต้นว่าผมก็อยากจะชี้แจงท่านว่าที่ท่านบอกว่าปราศจากการทุจริต จริงหรือเปล่า แล้วที่พูดกันว่าทุจริต ๓๕ เปอร์เซ็นต์ผมก็อยากจะแสดงเหมือนกันละครับว่า มันไม่ใช่ทุจริต ๓๕ เปอร์เซ็นต์ มันทุจริต ๙๐ เปอร์เซ็นต์ ผมก็จะแสดง แล้วไว้จัดกันตอนที่ มีการอภิปรายไม่ไว้วางใจ แล้วจะได้เห็นกันละครับว่าที่ ๓๕ เปอร์เซ็นต์ ท่านปฏิเสธ แล้ว ๙๐ เปอร์เซ็นต์มันมาจากไหนไว้คุยกัน
ท่านประธานครับ ผมสงวนคําแปรญัตติกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ ซึ่งในร่างของรัฐบาลตั้งงบไว้ ๖,๐๐๔ ล้านบาทเศษ แล้วท่านกรรมาธิการไปตัดลง ๑๗,๖๐๐,๐๐๐ บาท นี่ละครับเป็นสิ่งที่ผมบอกว่าไม่ค่อยสบอารมณ์ เพราะว่าผมไปเสนอ ตัดไว้ ๓,๐๐๐ ล้านบาท กรมนี้มันต้องตัด เพราะผมเห็นว่าการทํางานตั้งแต่หัวจดหางลงไป ที่พื้นที่ไร้ประสิทธิภาพแล้วมีพฤติกรรมส่อไปในทางทุจริต ผมเรียนท่านประธานอย่างนี้ครับ ที่ผมจะต้องตัดนี่มีเหตุผลอยู่ ๓ ประการเท่าที่ผมพบ ส่วนที่ไม่พบหรือว่าเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ผมไม่มารบกวนเวลาสภานี้หรอกครับ
เรื่องที่ ๑ เรื่องนี้มันก็ชัดเจนแต่ก็จะไม่พูดมากคือเรื่องที่กรมนี้ไปซื้อของแจก วันเด็ก ก็พฤติกรรมมันเคยทํามา ๒ ปีมันเป็นอย่างนั้น เพราะฉะนั้นปีนี้ซื้อผมก็ไม่ไว้วางใจ อีกละครับ เมื่อปี ๒๕๕๓ เวลาเราซื้อของแจกวันเด็กมันต้องดูสิครับของนั้นที่เอาไปแจก อย่างน้อย ๆ มันต้องประเทืองปัญญาเด็ก ไม่ใช่ซื้อเสร็จเอาไปแจกเด็กเด็กโง่เลย อย่างนี้ ก็ไม่ควรทํา หรือว่าซื้อของแล้วเห็นกันชัด ๆ ผมในฐานะประธานคณะกรรมาธิการป้องกัน และปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบเคยเรียกมาชี้แจงงบเมื่อปี ๒๕๕๔ ของขวัญวันเด็กเป็นของเล่นหมุน หมุน หมุน แล้วก็มีหนังสืออยู่ ๓-๔ เล่ม ไม่รู้หนังสือนั้น มันสอนให้เด็กฉลาดตรงไหน ผมเรียกคนที่ทําประกอบธุรกิจเกี่ยวกับของที่กรมนี้ซื้อแจก ผมเรียนตรง ๆ นะครับ เรียกมา ๒-๓ บริษัทเขาบอกว่าอยู่ในช่วง ๘๐-๑๐๐ บาท กรมนี้ไปซื้อ ๑๖๕ บาท ก็บอกไปแล้วว่าเอาละก็ปรารถนาดีที่จะให้กับเด็กก็ไม่ว่ากันแต่วันหลังอย่าทํา มาปีที่ผ่านมาผมไม่ได้สอบละครับ เพราะว่าเขาซื้อของวันเด็กเป็นกระเป๋าใบหนึ่งสีชมพู แล้วเขียนบอกกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ แล้วข้างในก็มีสมุด ดินสอ ผมไม่ได้ เรียกมาถามเรื่องราคา แต่ผมคิดว่ามันน่าจะทํานองเดียวกัน ที่ไม่เรียกมาถามไม่ใช่เชื่อว่า เขาบริสุทธิ์นะครับ แต่ในฐานะที่กรรมาธิการก็เป็นกรรมการกลาง ไม่อยากจะไปลําเอียง เข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง เพราะวันนั้นท่านประธานคงทราบดีนะครับมันมีการปะทะกัน ระหว่างท่านรัฐมนตรีว่าการกับท่านปลัดกระทรวง ทั้ง ๒ ฝ่าย ท่านก็หาเอกสาร เพื่อที่จะเตรียมตอบโต้กัน ผมจะไปเรียกฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมาชี้แจงเดี๋ยวก็บอกว่าไปขัดจังหวะทําให้เสียเวลา ก็ยกผลประโยชน์ให้จําเลย แต่ปีหน้าถ้าซื้อแบบนี้อีกก็เตรียมตัวไปชี้แจงที่ ป.ป.ช. ไม่เว้นแล้วนี่ในประการที่ ๑ ที่ผมไม่ไว้ใจ ผมเห็นว่ากรมนี้มีพฤติกรรมส่อไปในทางทุจริต
ในประการที่ ๒ ที่ผมเห็นว่างบกรมนี้มันน่าจะตัด ๓,๐๐๐ ล้านบาท ก็คือว่าอยู่ดี ๆ เขาน้ําท่วมแล้วก็รัฐบาลท่านนายกรัฐมนตรีคนปัจจุบันนี้แหละครับ ท่านก็ประกาศว่า ท่านผู้ประสบภัยทั้งหลายให้ไปแจ้งความจํานงแล้วรัฐบาลก็จะจ่าย ๕,๐๐๐ บาทเสมอภาค ก็ทุกคนก็ได้ประโยชน์ คนไหนน้ําท่วมมันไม่มีปัญหาอะไรชาวบ้านก็แฮปปี้ (Happy) ดี มีความสุขดี อยู่ดี ๆ ได้รับเงิน ๕,๐๐๐ บาท แล้วผมก็ยินดีด้วยกับพี่น้องประชาชนที่ได้ ตอนนี้มันอยู่ดี ๆ นี่ครับกรมนี้ไม่รู้มันพิสดารอะไร อยู่ดี ๆ ไปออกแบบฟอร์มใบหนึ่งครับ เขาเรียกว่าโครงการช่วยเหลือกลุ่มคนเปราะบาง แล้วก็ไปแจกแบบฟอร์มครับ โดยผ่านไปทาง ศูนย์สุขภาพชุมชน ผมเชื่อว่าทั้งกรุงเทพฯ มีอยู่ทั้งหมด ๑๐ กว่าศูนย์ แต่ที่ผมเห็นมากับตา คือ ๒ ศูนย์ คือศูนย์สุขภาพชุมชน เขต ๙ และเขต ๑๐ ปรากฏว่าเขาไปแจกแบบฟอร์มให้กับ กลุ่มคนที่มีความเปราะบาง ผมก็โทรศัพท์ไปถามเขาครับคําว่าเปราะบางของเขานี่มันแปลว่าอะไร เขาก็บอกว่าประเภทที่ ๑ ก็คือผู้สูงอายุ ประเภทที่ ๒ เด็ก ประเภทที่ ๓ คนพิการ ประเภทที่ ๔ คนที่เข้าสังคมลําบาก คือพวกติดคุกติดอะไรแล้วออกไปทํามาหากินลําบาก คือทั้ง ๔ ประเภทนี้ อยู่ภายใต้เงื่อนไขว่าไม่สามารถประกอบอาชีพเหมือนกับคนปกติ ก็ดีครับโครงการอย่างนี้ ได้ไปช่วยเขา มันเสียนิดเดียวเท่านั้นแหละเขาน้ําท่วมกันวุ่นวายไปหมดอยู่ดี ๆ เขาให้ ๕,๐๐๐ บาท ไอ้นี่ไปเสนอหน้าให้อีก ๒,๐๐๐ บาท รอไปอีกสักพักก็ได้ แล้วปรากฏว่า ก็มีเจ้าหน้าที่ศูนย์สุขภาพชุมชนแต่ละศูนย์ก็มีบานเลยคนไม่รู้รับเข้าไปทําไม แทนที่ตัวเอง จะไปนั่งแจกบัตรแล้วก็ไปอธิบายแล้วก็พิจารณาว่าใครที่เข้าเงื่อนไข ผมไม่โทษหรอกครับ คนที่รับเอาไปแจกบัตรให้ แต่ผมโทษผู้บริหารแต่ละศูนย์ โดยเฉพาะเขตศูนย์ที่ผมเห็นมากับตา คือศูนย์ ๙ กับศูนย์ ๑๐ ที่เลวร้ายที่สุดคือศูนย์ ๑๐ ไอ้นี่ไม่แจกเลย ให้ชาวบ้านเขาแจกหมด แล้วปรากฏว่าคนที่ได้รับไป ผมให้คนไปถ่ายบางคนสร้อยเส้นเท่านิ้วก้อยมันก็ได้ ไม่รู้มันใช้ หลักอะไรพิจารณา ผมไม่อยากพูดหรอกว่าศูนย์พวกนี้มันต้องยุบให้หมดเดี๋ยวจะหาว่า ผมไปแทรกแซงราชการ แต่ถ้า ๓,๐๐๐ ล้านบาทนี้ตัดออกแล้วต้องยุบ ผมยินดีมากเลยครับ ยุบเถอะครับ มันไม่มีประโยชน์อะไร แล้วก็สอบสวนอะไรพวกนี้ด้วย แล้วก็เตรียมตัวเลยครับถ้าเป็นไปได้ถ้ายังยืนยันว่าสิ่งที่ทําไปถูก เตรียมไปชี้แจงที่ ป.ป.ช. เพราะว่าผมก็ให้คนไปถ่ายรูปไว้ว่าที่คุณบอกเขาว่าเขาเป็นคนเปราะบางในสังคม มันเปราะบางจริงหรือเปล่า เขาไม่มีอาชีพ เขาไม่สามารถทํามาหากินจริงหรือเปล่า อันนี้ต้องไปพิสูจน์
ในประการที่ ๓ ที่ผมเห็นว่ามันควรจะตัดก็อยู่ดี ๆ ท่านประธานครับ กรมนี้ละครับจัดพาคนไปอบรม เขาเรียกว่าโครงการพัฒนาศักยภาพประชาชน พื้นที่ชุมชนเมืองเพื่อความมั่นคงในชีวิต ผมไม่ได้ติดใจหรือว่าสนใจว่าโครงการนี้ เป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชนหรือว่าใช้เงินของใคร ใครให้มา แต่กรมนี้ละเป็นคนไปจัด ประเด็นที่ผมติดใจก็คือว่าปรากฏว่าจัดอบรมเสร็จพาเขานั่งเรือไปเที่ยวไปที่เกาะเกร็ด ผมเรียนแล้วนะครับว่าได้ความรู้หรือไม่ได้ความรู้ผมไม่ติดใจ พาประชาชนไปคลายเครียด หลังน้ําท่วมจะว่าดีก็ดีนะครับ แต่โครงการนี้มันไม่สุจริต ท่านประธานครับ เวลาใครก็แล้วแต่ ไปรับเงินราชการมันก็ต้องเซ็นรับเงิน ท่านประธานครับ โครงการนี้นะครับพาคนล่องเรือ ไปอําเภอปากเกร็ด ตอนจะขึ้นจากเรือเขาให้รับคนละ ๒๐๐ บาทไม่ต้องเซ็นอะไรนะครับ แล้วความพิสดารของโครงการนี้ ตอนที่ไปแจกบัตรบอกคุณไปสัมมนาให้ความรู้ บอกว่า คุณถ่ายบัตรประจําตัวประชาชนมา ๒ ใบ ห้ามขีดฆ่าบัตรประจําตัวประชาชนหรือเซ็นรับรอง สําเนาบัตรประจําตัวประชาชน ห้ามเซ็นอะไรทั้งสิ้น เอาบัตรเปล่า ๆ มา ๒ ใบ แล้วขึ้นจากเรือจ่ายเงิน ๒๐๐ บาทก็ไม่ต้องเซ็นครับ ผมถามท่านประธานครับ มารับเงินราชการที่ไหนมันไม่ต้องเซ็นชื่อ พฤติกรรมอย่างนี้มันก็ส่อว่าถ้าไปเซ็นเบิกเงิน แทนประชาชนไปเซ็นในช่องนั้นมั่วเซ็นแล้วไปเขียนตัวเลขว่า ๑,๐๐๐ บาท ลายเซ็นนั้น มันจะได้เหมือนกับใบที่รับรองสําเนาบัตรประจําตัวประชาชน แทนที่เราจะสอนประชาชนว่า เวลาจะให้บัตรประจําตัวประชาชนคนไปต้องขีดฆ่าอะไรนะ ไม่อย่างนั้นเดี๋ยวเขาจะไปทํา สัญญาเงินกู้ ไปทําสัญญาซื้อโทรศัพท์ ไอ้นี่บอกว่าห้ามหมดเลย ซ้ําร้ายกว่านั้น แจกประกาศนียบัตร ท่านประธานครับ ก็ไม่มีอะไรหรอกครับ เขียนบอกได้ผ่านการอบรม แล้วก็เซ็นชื่อ ไม่มีชื่อของไอ้คนรับประกาศนียบัตร เขาจะถ่ายรูป งานนี้ห้ามถ่ายรูป มึงรับเฉย ๆ เข้าแถวมารับเฉย ๆ ห้ามถ่ายรูป ห้ามเซ็นชื่อ ห้ามมันหมดทุกอย่างละครับ โทรศัพท์มือถือ ก็ห้ามโทร ผมเข้าใจว่าที่ห้ามโทรศัพท์มือถือ ห้ามอะไร ก็คือกลัวว่าเขาจะไปอัดเทป แล้วก็ไปเล่นงานทีหลังว่าไอ้นี่โกง แล้วที่เลวร้ายก็คืออย่างนี้ครับหลังจากที่โครงการนี้ ไปสักครึ่งทาง วันหนึ่งสื่อมวลชนก็มาถามผมว่ามีเรื่องอะไรทุจริตบ้างไหม ผมบอกว่าก็เก็บไว้ก่อน เดี๋ยวไว้คุยกันตอนที่มีอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล เอาว่าเบา ๆ แล้วกัน ผมก็เล่าเรื่องนี้ให้ฟังครับ ปรากฏว่าแทนที่จะไปแก้ไข หลังจากที่ผมให้สัมภาษณ์ไป เที่ยวต่อมาทําแบบใหม่ครับ บัตรประจําตัวประชาชนก็ยังไม่ต้องเซ็นเหมือนเดิมแหละ มาห้ามรับรองสําเนาเหมือนเดิม แต่เที่ยวนี้ให้เซ็นรับเงิน แล้วก็เซ็นรับเงิน ๔๐๐ บาท แต่ให้ ๒๐๐ บาท นี่ชัด ๆ เลย โกงชัด ๆ ถ้า ป.ป.ช. ฟังการอภิปรายครั้งนี้นะครับ ตั้งเรื่องสอบได้เลย ผมนี่แหละครับจะไปเป็น ผู้กล่าวหาเหมือนกับเรื่องที่ผ่าน ๆ มา ผมก็อยู่ ป.ป.ช. ของสภามา วันนี้ก็เป็นผู้กล่าวหา ไปแล้วกว่า ๑๐ คดี วันนี้จะไปเอาอีกสักคดีก็ไม่เป็นไร แล้วพร้อมที่จะเป็นพยานทุกขั้นตอน ผมมีประเด็นอยู่เท่านี้แหละครับท่านกรรมาธิการครับ ผมขอตัด ๓,๐๐๐ ล้านบาทนะครับ อยู่ ๔ ท่านเดี๋ยวไปคุยกันหน่อยนะครับ ตัด ๓,๐๐๐ ล้านบาท ขอบคุณมากครับ
ก็จบนะครับ ต่อไปผมจะขอลงมติในมาตรานี้นะครับ
(นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง มีสัญญาณ ให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนทําการตรวจสอบองค์ประชุมและลงมติ)
ขอเชิญท่านสมาชิกมาลงมติในมาตรา ๑๐ นะครับ แต่ก่อนจะลงมติขอตรวจสอบองค์ประชุม ก่อนนะครับ ขอเชิญท่านสมาชิกที่อยู่ข้างนอกเข้าห้องประชุมเพื่อที่จะลงมติในมาตรา ๑๐ เชิญท่านสมาชิกที่อยู่ตึก ๒ ตึก ๓ และชั้นล่างเข้าห้องประชุมเพื่อลงมติในมาตรา ๑๐ สภาผู้แทนราษฎรขอต้อนรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๕ โรงเรียนชลบุรี “สุขบท” จังหวัดชลบุรี จํานวน ๔๐๗ คนที่มาร่วมฟังการประชุมของสภาผู้แทนราษฎรในขณะนี้นะครับ เมื่อท่านสมาชิกเข้ามาแล้วช่วยกรุณากดปุ่มแสดงตนก่อนเพื่อที่จะลงมติในมาตรา ๑๐
(สมาชิกทําการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)
เมื่อกดปุ่มแสดงตนแล้วเจ้าหน้าที่ส่งผลนะครับ ๓๐๐ ท่าน ครบองค์ประชุมนะครับ
ผมขอถามมติที่ประชุมอย่างนี้นะครับ ท่านใดเห็นควรให้คงไว้ตามร่างของ กรรมาธิการเสียงข้างมากกดปุ่ม เห็นด้วย ท่านใดเห็นด้วยกับกรรมาธิการที่สงวนความเห็น หรือผู้แปรญัตติที่สงวนคําแปรญัตติให้กดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ท่านใดงดออกเสียงให้กดปุ่ม งดออกเสียง ขอเชิญออกเสียงลงคะแนนได้ครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)
เรียบร้อยนะครับ ผมขอปิดการลงคะแนน เจ้าหน้าที่ส่งผลครับ เดี๋ยวนะครับท่านอรรถพร เครื่องเสียใช่ไหมครับ
ผม อรรถพร พลบุตร สมาชิก สภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบุรี พรรคประชาธิปัตย์ บัตรขัดข้องนะครับ ผมเห็นด้วยกับ กรรมาธิการเสียงข้างน้อยครับ
ท่านเห็นด้วยกับกรรมาธิการเสียงข้างน้อยนะครับ เจ้าหน้าที่ส่งผลก่อนครับ เห็นด้วยกับ กรรมาธิการเสียงข้างมาก ๒๘๙ คน เห็นด้วยกับกรรมาธิการเสียงข้างน้อย ๑๐๓ คน แล้วก็บวกท่านอรรถพรอีก ๑ เป็น ๑๐๔ คนนะครับ ท่านเห็นด้วยกับกรรมาธิการ เสียงข้างน้อยหรือกรรมาธิการเสียงข้างมาก เชิญครับ พูดออกเสียงหน่อยครับ เขาจะได้บันทึกได้ถูก
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม สมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดตรัง ไม่เห็นด้วยครับท่านประธาน
หมายความว่าเห็นด้วยกับกรรมาธิการเสียงข้างน้อยถูกต้องไหมครับ
ครับผม
เป็น ๑๐๕ คนนะครับ ถือว่าที่ประชุมมีมติเห็นชอบกับกรรมาธิการเสียงข้างมากนะครับ
เชิญท่านเลขาธิการต่อในมาตรา ๑๑ ครับ
มาตรา ๑๑ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีการแก้ไข มีกรรมาธิการขอสงวนความเห็นและผู้แปรญัตติขอสงวนคําแปรญัตติ
ท่านสมาชิกครับ เดี๋ยวผมจะแจ้งรายชื่อว่าท่านใดก่อนหลังแล้วจะได้เตรียมตัวได้ถูกนะครับ ในส่วนแรกจะเป็นของคณะกรรมาธิการที่ขอสงวนความเห็นก่อนนะครับ มีท่านจักรัตน์ พั้วช่วย ท่านสุนทรี ชัยวิรัตนะ แล้วท่านพิษณุ หัตถสงเคราะห์ เสร็จแล้วก็มาเป็นผู้สงวน คําแปรญัตติ จะมีท่านชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ ท่านชัยวุฒิ ผ่องแผ้ว ท่านเกรียงศักดิ์ ฝ้ายสีงาม ท่านวิสิทธิ์ พิทยาภรณ์ ท่านปาริชาติ ชาลีเครือ ท่านอรรถพร พลบุตร ท่านสัมภาษณ์ อัตถาวงศ์ ท่านธารา ปิตุเตชะ เชิญท่านจักรัตน์ครับ
กราบเรียนท่านประธานนะครับ ผม จักรัตน์ พั้วช่วย กรรมาธิการ พอดีไม่ได้ติดใจแล้วครับ ขอสละ ขอบคุณมากครับ
เชิญคุณสุนทรี ชัยวิรัตนะ กรรมาธิการ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางสาวสุนทรี ชัยวิรัตนะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ในฐานะกรรมาธิการเสียงข้างน้อยค่ะ ที่วันนี้ดิฉันเองได้สงวนความเห็น โดยขอปรับลดในภาพรวมกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ไว้ที่ ๑ เปอร์เซ็นต์ หรือประมาณ ๗,๓๐๐ ล้านบาทค่ะ เนื่องมาจากว่าในปีงบประมาณ ๒๕๕๖ นี้ค่ะท่านประธาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้มีวงเงินงบประมาณตั้งเอาไว้อยู่ที่ ๗๓,๐๐๐ กว่าล้านบาท ดิฉันก็ขอปรับลดลง ๑ เปอร์เซ็นต์ สาเหตุที่ดิฉันต้องสงวนความคิดเห็นแล้วก็ต้อง มาขออภิปรายในสภาก็เนื่องมาจากว่าจากที่ดิฉันเองได้ร่วมพิจารณากับกรรมาธิการมาตลอด ระยะเวลา ๗๐ ครั้งของการประชุมนะคะ ดิฉันพบว่ากระทรวงเกษตรและสหกรณ์เอง มีเรื่องที่จะต้องมีการปรับลดงบประมาณก็คือโครงการต่าง ๆ ค่ะท่านประธาน โดยเฉพาะ ของกรมชลประทาน โครงการก่อสร้างที่บอกว่าจะก่อสร้างเพื่อจะนําไปแก้ไขปัญหา ความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ในหลายโครงการสร้างเอาไว้แล้วก็ไม่ทําต่อจนแล้วเสร็จ ทําให้พี่น้องประชาชนไม่ได้รับประโยชน์อย่างแท้จริง ยกตัวอย่างง่าย ๆ นะคะ มีโครงการก่อสร้าง สถานีสูบน้ําด้วยพลังงานไฟฟ้าให้ตัวสถานีสูบน้ําไปแต่ว่าไม่ได้ให้ท่อส่งน้ําไป หรือบางแห่ง ได้สถานีสูบน้ํา ได้คลองส่งน้ํา แต่ว่าคลองส่งน้ําที่ได้กลับไม่ไปจนถึงปลายทางที่พี่น้อง เขาได้รับความเดือดร้อน นี่ก็เป็นสาเหตุหนึ่งที่ดิฉันเองจําเป็นจะต้องขอปรับลดในครั้งนี้
เหตุผลต่อมาที่ดิฉันต้องปรับลดค่ะท่านประธาน ก็เนื่องมาจากว่าการก่อสร้าง ในหลายโครงการของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่ไปดําเนินการก่อสร้างแล้ว บางโครงการ แล้วเสร็จยังไม่ถึง ๑ ปี ยังไม่สามารถเปิดให้บริการในการแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนได้ แต่ก็จําเป็นที่จะต้องถ่ายโอนภารกิจเหล่านั้นให้กับหน่วยงานในการปกครองของท้องถิ่น ไม่ว่าจะเป็น อบต. เทศบาล หรือ อบจ. เองก็ตามแต่ค่ะ ปัญหาที่ตามมาก็คือหน่วยงานนี้ ไม่มีความสามารถจะจัดหางบประมาณมาซ่อมแซมบํารุงรักษาได้ ปัญหาต่าง ๆ เหล่านี้ ของกรมชลประทานทําให้ดิฉันเองต้องปรับลดลงอีก ๑ เปอร์เซ็นต์ของกรมชลประทานนะคะ
อันต่อไปค่ะท่านประธาน คงจะได้ทราบข่าวกันดีว่าตอนนี้ข้าวของประเทศไทยเรา เรามีกรมการข้าวเป็นหน่วยงานที่ดูแลเรื่องข้าวของประเทศไทยเรา แต่จากข่าวคราวที่ผ่านมา คงจะทําให้เราได้ทราบกันว่าตอนนี้ประเทศของเราถูกแซงโดยประเทศเวียดนามและ ประเทศอินเดียมาเป็นคนที่ส่งออกข้าวมากกว่าประเทศไทยที่ครองแชมป์มาโดยตลอดค่ะ ดิฉันก็ไม่ว่าเป็นความผิดของหน่วยงานหรือว่าของพี่น้องเกษตรกรนะคะ แต่ดิฉัน ต้องขออนุญาตกล่าวหาว่ากรมการข้าวค่ะ คงจะต้องให้กรมการข้าวนี่แหละดูว่าทําอย่างไร จะเพิ่มประสิทธิภาพแล้วก็คุณภาพของข้าวให้ดีขึ้น เพื่อให้เราสามารถที่จะทวงแชมป์เก่า ที่เราครองโดยตลอดกลับมาได้ค่ะ
อีกเหตุผลหนึ่งที่ดิฉันขอปรับลดในครั้งนี้ก็คือกรมหม่อนไหมค่ะท่านประธาน ดิฉันเองตั้งความหวังเอาไว้กับกรมหม่อนไหมค่อนข้างเยอะ ตั้งแต่ตอนที่ดิฉันทํางานอยู่ที่ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ดิฉันคาดหวังเอาไว้เลยค่ะว่าเมื่อเรามีกรมหม่อนไหมแล้ว สิ่งทอ ผ้าไหมของบ้านเราจะทําให้มีความเรียกว่าเจริญก้าวหน้ามากกว่าที่ควรจะเป็น ผ้าไหมที่เป็นสิ่งที่สะท้อนถึงวัฒนธรรมประเพณีของเราปัจจุบันกําลังจะหมดไป เพราะว่า ราคาไหมที่มีราคาแพง ดิฉันพูดในสภาแห่งนี้มาตลอด ๒-๓ ปีที่ผ่านมาค่ะ แต่ก็ยังไม่ได้รับ การแก้ไข กรมหม่อนไหมยังไม่สามารถที่จะไปหาพันธุ์ว่าทําอย่างไรไหมที่เราจะเลี้ยงถึงจะให้ ผลผลิตออกมาเป็นเส้นไหมให้พี่น้องประชาชนผู้เลี้ยงนี่สามารถนําไปผลิตเป็นผ้าไหม ได้อย่างสมบูรณ์แบบ ตอนนี้เรายังต้องไปอาศัยต่างประเทศ ต้องไปซื้อเส้นไหมจาก ประเทศจีนเข้ามาก็เป็นช่องว่างทําให้เกษตรกรถูกเอารัดเอาเปรียบในเรื่องราคาที่โดนกันอยู่ ในปัจจุบัน สิ่งสุดท้ายเหตุผลสุดท้ายที่ดิฉันขอปรับลดของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ค่ะ ท่านประธาน ก็คือเรื่องเกี่ยวกับปัจจุบันเราทราบกันดีว่าหน่วยงานของสหกรณ์ ไม่ว่าจะเป็น กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ กรมส่งเสริมสหกรณ์มีปัญหาค่อนข้างเยอะ สหกรณ์ในบ้านเราไม่ว่า จะเป็นสหกรณ์การเกษตร สหกรณ์โคนม หรือว่าสหกรณ์ออมทรัพย์ ที่ต้องบอกว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์มีหน้าที่ดูแลสหกรณ์เหล่านี้ค่ะ เราพบว่ามีปัญหามากขึ้นก็คือ มีการโกง มีการนําวัตถุประสงค์โดยการไปซื้อลอตเตอรี่เข้ามาขาย คนที่ได้รับผลกระทบก็คือ สมาชิกซึ่งบางครั้งเป็นผู้เกษียณราชการผู้ที่มีอายุเยอะแล้วไม่สามารถที่จะไปหาเงินมา ตรงนี้ ก็เป็นอีกเหตุผลหนึ่งค่ะที่ดิฉันขอปรับลดลง ๑ เปอร์เซ็นต์ ดิฉันปรับลด ๗,๓๐๐ ล้านบาทของ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์นี่ไม่ได้ปรับไปไหนหรอกค่ะ อยากจะปรับแล้วก็จะให้คืนที่ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์นี่แหละ แต่ปรับเพื่อที่จะให้เขานํามาแก้ไขปัญหาดังต่อไปนี้ค่ะ
เรื่องแรก ที่อยากให้แก้ก็คือให้ไปแก้ไขในเรื่องสิ่งก่อสร้างที่ก่อสร้างให้กับ พี่น้องประชาชนแล้วยังไม่สามารถทําให้เขาได้รับผลประโยชน์เต็มเม็ดเต็มหน่วยจากเงิน ที่มาจากภาษีของพวกเขาเอง ยกตัวอย่างนะคะท่านประธาน นําไปก่อสร้างส่วนต่อ ยกตัวอย่างง่าย ๆ มีสถานีสูบน้ําด้วยพลังงานไฟฟ้าแต่ไม่มีคลองส่งน้ํา ก็นําเงินเหล่านี้กลับไปสร้างคลองส่งน้ํา ให้กับพี่น้องประชาชน พี่น้องเกษตรกรจะได้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น
อันที่ ๒ ที่จะต้องปรับแล้วอยากให้เอาไปแปรเพิ่มก็คือเรื่องเกี่ยวกับให้ไป พัฒนาคุณภาพของผลิตภัณฑ์ตัวข้าวของประเทศไทย ทําอย่างไรให้กระทรวงเกษตรและ สหกรณ์โดยเฉพาะกรมการข้าวคิดดูว่าทําอย่างไรจะเพิ่มคุณภาพและผลผลิตของข้าว ของประเทศไทยให้มีผลผลิตที่ดีมีคุณภาพ เราบอกเราได้เปรียบเรื่องความหอมอยู่แล้ว ทําอย่างไรเราจะปลูกได้ผลผลิตต่อไร่ให้มันเยอะกว่าประเทศเวียดนามที่เขาได้กัน ตรงนี้ ต้องให้งบประมาณเพื่อจะเอาไปคิดหาวิธีแก้ไข อีกอันหนึ่งที่ต้องเอาไปแก้ไขก็คือ เรื่องเกี่ยวกับหม่อนไหม อยากให้ไปคิดดูว่าทําอย่างไรอากาศที่มันร้อน อากาศที่มัน เปลี่ยนแปลงบ่อย ๆ นี่ตัวไหมทําอย่างไรจะให้ผลผลิตเป็นเส้นไหมที่มีคุณภาพ ทําอย่างไร เราจะได้ไหมมาเพื่อรักษาสิ่งที่เรียกว่าวัฒนธรรมหรือว่าขนบธรรมเนียมประเพณีสิ่งที่อยู่คู่กับ บ้านเมืองเรามานาน ก็คือเรื่องผ้าไหมให้ยังคงอยู่กับประเทศไทยของเรา
สุดท้าย ไปแก้ไขปัญหาในเรื่องเกี่ยวกับการถูกคดโกงของสหกรณ์ ต้องให้กรมตรวจบัญชีสหกรณ์เข้าไปดูว่าทําอย่างไรเราจะมีการป้องกันได้ ไม่ใช่ปล่อยให้เกิด ปัญหาสหกรณ์หลายสหกรณ์โกงสมาชิกอย่างที่เป็นข่าวในปัจจุบัน ที่ดิฉันพูดมาทั้งหมด เป็นเหตุผลและสิ่งที่ปรับลด เพื่ออยากให้เอาไปแปรญัตติกลับมาของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในมาตรา ๑๑ ค่ะ จึงเป็นที่มาที่ดิฉันปรับลดลง ๗,๓๐๐ ล้านบาท ขอบคุณค่ะ
ต่อไป ท่านชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ ๕ นาที วิปส่งมา
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม ชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ พรรคเพื่อไทย จังหวัดอุบลราชธานี ปีนี้งบประมาณ ปี ๒๕๕๖ รัฐบาลได้ใช้เงิน ๒,๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งมาตรา ๑๑ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ใช้เงินประมาณ ๗๓,๐๐๐ ล้านบาท ผมขอปรับลด ๕ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งจะเอาไปช่วยเกษตรกร ผู้ที่เป็นกระดูกสันหลังของชาติ ท่านประธานครับ เราเคยได้ยินอยู่เสมอว่าเกษตรกร เป็นกระดูกสันหลังของชาติและเป็นมานานแล้ว กระดูกสันหลังกําลังใกล้จะตายหมดแล้วในขณะนี้ ท่านคงได้ยินนะครับทําไมเกษตรกรจนครับ ท่านคงได้ยินว่าข้าวทําไมราคาถูก ปุ๋ยทําไมราคาแพง ท่านประธานครับ พรรคเพื่อไทยโดย ฯพณฯ ทักษิณคิด นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร ทํา เรามีนโยบายครับ เรื่องลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ ขยายโอกาส วันนี้รัฐบาลของพรรคเพื่อไทย เราได้ให้เกษตรกรซึ่งเป็นกระดูกสันหลังของชาติลุกได้ครับ ก็คือลดรายจ่าย ลดรายจ่ายก็คือ ต่อไปนี้เกษตรกรจะได้รับบัตรเครดิตเกษตรกร บัตรเครดิตเกษตรกรจะช่วยลดรายจ่ายให้กับ พี่น้องประชาชน ซึ่งวันนี้เกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนกับ ธ.ก.ส. จะได้บัตรเครดิตเกษตรกรทุกคน แล้วจะมีเงินสดอยู่ในบัตรเครดิตครับ สามารถเอาไปซื้อปุ๋ย ซื้อปัจจัยการผลิต แล้วจะลดต้นทุน เราก็บอกว่าลดรายจ่าย เมื่อลดต้นทุนแล้วก็จะเพิ่มรายได้ เพราะลดรายจ่ายรายได้ก็ต้องเพิ่ม แล้วก็เมื่อเวลาขายผลผลิต ผลผลิตก็ต้องเป็นราคา วันนี้ รัฐบาลประกาศรับจํานําข้าวหอมมะลิกิโลกรัมละ ๒๐ บาท ข้าว กข. ๖ กิโลกรัมละ ๑๖ บาท ข้าวเจ้าปทุม ข้าวเจ้าชัยนาทกิโลกรัมละ ๑๕ บาท ซึ่งมาบอกล่วงหน้า เกษตรกรได้มีโอกาส ในการขายผลผลิตในราคามากขึ้น นอกจากนั้นแล้วเรายังมีประกันชีวิตข้าว ซึ่งไม่เคยมี รัฐบาลไหนจ่ายซื้อข้าวก่อนฤดูการผลิต จ่ายเงินสดในบัตรเครดิต แล้วยังรับประกันชีวิตข้าว เมื่อเกิดภัยต่าง ๆ ภัยแล้ง น้ําท่วม รัฐบาลรับจํานํา ๒๐ บาท ประกันชีวิตข้าวอีกไร่ละ ๕๐ บาท เมื่อเกิดผลกระทบได้รับไร่ละ ๑,๑๑๑ บาท รัฐบาลจ่ายอีก ๒,๒๒๒ บาท รวมแล้วเป็น ๓,๓๓๓ บาท ประกันชีวิตข้าว ท่านประธานที่เคารพครับ วันนี้เกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนกับ เกษตรอําเภอเป็นเกษตรกรที่ปลูกมันสําปะหลัง ปลูกข้าว เราจะรับจํานํา ทําไมต้องจํานํา เพราะการจํานํานี้จะชะลอให้ราคาผลผลิตเพิ่มขึ้นพี่น้องจะได้มีโอกาส วันนี้เราจึง มีการรับจํานํา ซึ่งแตกต่างจากพรรคประชาธิปัตย์ พรรคประชาธิปัตย์บอกว่าประกันราคา ประกันราคากิโลกรัมละ ๑๕ บาทข้าวหอมมะลิ แต่เมื่อเวลาไปขายจริง ๆ กลับขายไม่ได้ครับ ขายได้ ๑๓ บาท รัฐบาลก็จ่ายส่วนต่างกิโลกรัมละ ๑.๕๐ บาท รวมแล้วก็ขายได้ ๑๔.๕๐ บาท แต่วันนี้พรรคเพื่อไทยเรารับจํานําอยู่ที่กิโลกรัมละ ๒๐ บาท มากกว่ากิโลกรัมละ ๕.๕๐ บาท สมมุติผมทํานา ๑๐ ไร่ ผมได้ข้าว ๓ ตันครึ่ง ผมก็ต้องได้เงินมากกว่า ซึ่งผมยืนยันนะครับว่า รัฐบาลพรรคเพื่อไทยได้ทํางานให้กับพี่น้องประชาชนซึ่งเป็นกระดูกสันหลังของชาติ มีโอกาสลุกได้ มีโอกาสฟื้นได้ มีโอกาสแก้ปัญหาให้เขาได้อย่างจริงจังครับ ซึ่งประชาธิปไตย เกิดขึ้นอยู่ในหมู่บ้านครับ ตั้งแต่ก่อนเลือกตั้งครับว่าใครชอบประกันเลือกพรรคประชาธิปัตย์ ใครชอบจํานําเลือกพรรคเพื่อไทย ก็เหมือนบอกว่าใครชอบหมอลําเลือกพรรคเพื่อไทย ใครชอบภาพยนตร์เลือกพรรคประชาธิปัตย์ วันนี้พี่น้องประชาชนได้ตัดสินใจแล้วนะครับ เลือกพรรคเพื่อไทย สุดท้ายผมอยากจะฝากครับว่าที่ผมได้ปรับลดงบประมาณนะครับ ก็อยากจะเอาไปให้ช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากการสร้างเขื่อนสิรินธร จากการสร้างเขื่อนปากมูลที่รอเวลารอโอกาสจากรัฐบาลที่จะชดเชยในการสร้างเขื่อนสิรินธร และเขื่อนปากมูลในขณะนี้ แล้วสุดท้ายครับ ขอฝากว่าเกษตรกรซึ่งเป็นน้องคนเล็ก ที่อยู่ชายแดนครับ ทํานา ปลูกมันสําปะหลัง แต่ไม่ได้ขึ้นทะเบียน ไม่ว่าประกันรายได้ ไม่ว่าจํานํา เพราะเขาไม่มีเอกสารสิทธิในที่ดิน ผมอยากจะให้รัฐบาลได้แก้ไขครับว่า เกษตรกรที่มีที่ทํากินไม่มีเอกสารสิทธิน่าจะออกใบเช่าหรือใบอะไรก็ได้ให้กับเกษตรกร โดยมีจีพีเอส (GPS) จับ ให้เกษตรอําเภอรับรอง ให้ อบต. รับรอง ให้กํานัน ผู้ใหญ่บ้านรับรอง ใครรับรองเท็จเราจับดําเนินคดีครับ สุดท้ายก็ขอฝากแค่นี้ครับ ขอบพระคุณครับ
ท่านชัยวุฒิอยู่ไหมครับ เชิญท่านชัยวุฒิครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม ชัยวุฒิ ผ่องแผ้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสงขลา พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมขอสงวนคําแปรญัตติในมาตรา ๑๑ ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ไว้ ตามรายละเอียดการรายงานของคณะกรรมาธิการนะครับ ไปปรับลด ๑๕ เปอร์เซ็นต์ครับ ท่านประธานครับ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ถือเป็นกระทรวงหลักที่อยู่คู่กับพี่น้อง ชาวเกษตรกรมานมนานแล้ว และเป็นที่ประจักษ์ว่าถ้าหากว่ากระทรวงเกษตรและสหกรณ์ปีไหนไม่เอาใจใส่ดูแล ปีไหนไม่ทําหน้าที่ หรือปีไหนไม่ได้รับงบประมาณอย่างเพียงพอที่จะไปช่วยเหลือเกษตรกร แล้วก็จะเป็นปัญหาให้กับเกษตรกรตามมาทีหลังครับ อย่างเช่นงบประมาณปีนี้ทางรัฐบาล ได้ให้ยุทธศาสตร์การจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจําปีงบประมาณ ๒๕๕๖ ไว้นะครับ โดยยุทธศาสตร์ที่ ๓ ผมขออนุญาตอ่านนิดหนึ่งนะครับท่านประธาน เพื่อจะเตือนความจํา เพื่อจะเตือนสติให้กับคณะรัฐบาล ให้กับคณะกรรมาธิการที่นั่งฟังอยู่นะครับท่านประธานครับ ยุทธศาสตร์การสร้างความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างมีเสถียรภาพและยั่งยืน นั่นหมายความว่าอย่างไรครับท่านประธานครับ ในเนื้อหาสาระในเนื้อความเขียนว่า ต้องเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจของภาคเกษตร สร้างความมั่นคงทางอาหาร สร้างความสมดุล ระหว่างพืชอาหารและพืชพลังงาน เสริมสร้างความเข้มแข็งของเกษตรกรครับ ท่านประธานครับ ผมจะชี้ให้เห็นว่าการทํางบประมาณของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในครั้งนี้อาจจะโยงใย ต่อเนื่องมาจากแนวทางของรัฐบาลที่ได้เขียนไว้ครับว่ามันเป็นปัญหาอย่างไรให้กับเกษตรกร ท่านประธานครับ งบประมาณที่ลงไปในพื้นที่ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของกรมชลประทาน กรมพัฒนาที่ดิน หรือกรมการข้าว หรือสํานักปลัดกระทรวงนะครับ อันนี้ต้องเป็นคําถาม ต้องย้อนไปที่กรรมาธิการ เพราะว่ากรมเหล่านี้ถือว่าเป็นกรมหลักที่อยู่คู่กับเกษตรกรโดยตรง อย่างเช่นกรมชลประทาน กรมชลประทานปีนี้ได้รับงบประมาณเท่าไรครับ กรมชลประทาน ปีนี้ได้รับงบประมาณนิดเดียวเองครับท่านประธานครับ กี่หมื่นล้านครับ ๓๕,๐๐๐ กว่าล้านบาท ถามว่าเพียงพอไหมสําหรับ ๗๗ จังหวัดของประเทศไทยครับ ไม่เพียงพอครับ ถามว่า กรมชลประทานเอาไปทําอะไรครับงบประมาณ สถานีสูบน้ําด้วยเครื่องสูบไฟฟ้าครับ ทําเขื่อนไหมครับ ทําแก้มลิงไหมครับ หรือทําโครงการอื่น ๆ ซ่อมแซมไหมครับ หรือทําโครงการเพื่อให้เกษตรกรได้มีน้ําใช้เพื่อการเกษตรไหมครับ ผมยกตัวอย่างครับ ที่จังหวัดสงขลา ส.ส. จังหวัดสงขลาหลายท่านมีความเป็นห่วง โดยเฉพาะเรื่องการแก้ไข ปัญหาเรื่องน้ํา ไม่ว่าจะเป็นน้ําท่วมและน้ําเพื่อการเกษตรครับ ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา มีความกระตือรือร้นที่จะของบประมาณมายังสํานักงบประมาณ อธิบดีกรมชลประทาน มาที่หลาย ๆ หน่วยงาน ไม่ว่าจะเป็นคณะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อวางระบบน้ําก็ขอมาครับ การตอบสนองในครั้งนี้ครับที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์มีไหมครับ ไม่มีเลยครับ ถามว่า ตรงนี้เท่ากับเป็นหัวใจของคนในพื้นที่ครับ หลายปีที่ผ่านมาน้ําท่วมอําเภอหาดใหญ่ เสียหายเท่าไรครับ หลายหมื่นหลายพันล้านบาทครับ แต่เมื่อทางจังหวัดของบประมาณมา กลับไม่ได้รับตอบสนอง นี่หมายความว่าอย่างไรครับ ใครเป็นคนคุมเกมเรื่องงบประมาณ ใครเป็นคนกําหนดงบประมาณครับ ผมไม่แปลกใจครับที่เห็นบิ๊ก (Big) ทางการเมือง ท่านออกมาโวยวายว่ากระทรวงเกษตรและสหกรณ์ปีนี้ได้งบประมาณน้อยครับ ผมเชื่อมั่นว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์มีบุคลากร มีบุคคล มีเครื่องจักร มีคนผู้มีความรู้ความสามารถ มากพอที่จะดําเนินการเรื่องนี้ได้ แต่ได้รับงบประมาณน้อยครับ มันมีอะไรอยู่ มันมีอะไร แอบแฝงอยู่ หรือใครเป็นผู้สั่งการครับ ผมเสียใจแทนพี่น้องประชาชนครับ คนที่อยู่ใกล้ชิดกับ พี่น้องประชาชนกระทรวงเกษตรและสหกรณ์กลับได้รับงบประมาณน้อยครับ ผมไม่สบายใจครับ เรื่องนี้ครับท่านประธานครับ จึงต้องมาอภิปรายและชี้แจงให้พี่น้องประชาชนได้เข้าใจว่า สิ่งใดมันคืออะไร ท่านประธานครับ อําเภอหาดใหญ่น้ําท่วมเสียหายครับ โดยเฉพาะ ทางผู้ว่าราชการจังหวัดของบประมาณมาโดยเฉพาะในเรื่องของโครงการอุทกภัย อําเภอหาดใหญ่เนื่องมาจากโครงการพระราชดําริเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพคลองระบายน้ํา ร. ๑ หัวใจหลักเลยครับ ถามว่าขอมาแล้วได้รับการตอบสนองหรือไม่ครับ ในขณะนี้ยังไม่มีวี่แววครับ โดยเฉพาะปีงบประมาณ ๒๕๕๖ ไม่เห็นแม้สักบาทเดียวครับ หรือถ้าเห็นต้องถามกรรมาธิการ ว่าอยู่ตรงไหนงบประมาณตรงนี้ เอาไปไว้ที่ไหน ทั้ง ๆ ที่เมืองหลักของจังหวัดสงขลา เมืองหลักของภาคใต้อยู่ที่อําเภอหาดใหญ่ครับ กลับไม่ได้รับการดูแลเหลียวแลอย่างเป็นชิ้นอัน หรือกลับไม่ได้รับการดูแลอย่างต่อเนื่อง ให้ลงลึกรายละเอียดไปอีก คาบสมุทรสทิงพระ ท่านประธานที่เคารพ เป็นพื้นที่พิเศษ หรือที่เรียกว่าลุ่มน้ําทะเลสาบสงขลา เป็นเมือง ๒ ทะเล ๓ น้ํา มีน้ําจืด น้ํากร่อย น้ําเค็ม มีพื้นที่โดยเฉพาะคาบสมุทรสทิงพระ ๔๖๐,๐๐๐ กว่าไร่ที่กรมชลประทานต้องดูแลอยู่ โดยเฉพาะชลประทานระโนด-กระแสสินธุ์ แต่สุดท้ายงบประมาณที่ลงไปไม่มีให้เห็นเลย ทั้ง ๆ ที่ธรรมชาติได้แสดงให้เห็นแล้วว่าเวลาน้ําท่วมเกิดปัญหาอะไร เวลาภัยแล้งเกิดอะไร ขณะนี้กําลังแล้งอยู่ พื้นที่อําเภอกระแสสินธุ์ อําเภอระโนด อําเภอสทิงพระ อําเภอสิงหนคร ขณะนี้แล้งอยู่ ท่านเชื่อไหมครับว่าตอนนี้เกษตรกรต้องไปขอเครื่องจักร ต้องไปขอเครื่องสูบน้ํา จากกรมชลประทานบ้าง จากองค์การบริหารส่วนจังหวัดบ้าง ได้เครื่องมาก็จริงแต่ไม่มีอะไรครับ งบค่าน้ํามัน มันคืออะไร ระบบการบริหารจัดการของราชการมันเป็นอย่างไรถึงไม่ครอบคลุม สุดท้ายตอนนี้ข้าวกําลังเหี่ยว ข้าวกําลังแล้ง นากําลังแล้ง ถ้าปล่อยให้เกษตรกรอยู่อย่าง ข้าวคอยฝนไม่มีทาง ดังนั้นกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ต้องรีบดําเนินการเร่งแก้ไขปัญหา โดยเฉพาะคาบสมุทรสทิงพระ ไม่ว่าจะเป็นสถานีสูบน้ําด้วยระบบไฟฟ้าที่คลองระโนด สถานีสูบน้ําด้วยระบบไฟฟ้าที่คลองกาหรํา ที่อําเภอกระแสสินธุ์ หรือไม่ก็ขุดลอกคลอง พลเอก อาทิตย์ซึ่งเป็นคลองเส้นเลือดใหญ่คลองสายหลักที่ต้องการให้เกษตรกรได้มีน้ําใช้ เพื่อการเกษตร แต่ก็ไม่มีงบประมาณ ผมก็อยากจะถามไปยังกรรมาธิการว่าท่านได้สอบถาม เรื่องนี้บ้างหรือไม่ว่าปัญหาหลักตรงนี้เป็นปัญหาของเกษตรกร ทางคณะกรรมาธิการได้ถาม ในที่ประชุมหรือไม่ว่าทําไมถึงไม่มีงบประมาณ มิหนําซ้ําไปกว่านั้น พื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่ เลี้ยงกุ้งด้วย ท่านทราบไหมว่ากุ้งในประเทศไทยที่ส่งออกทั่วโลกขณะนี้ที่มีรายได้เข้าประเทศ ปีละหลายแสนล้านบาทมาจากจังหวัดสงขลาเป็นส่วนใหญ่และจังหวัดสุราษฎร์ธานี ที่นําเงิน เข้าประเทศ แต่ทําไมกรมชลประทาน แต่ทําไมกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กรมประมง ไม่ได้จัดสรรระบบน้ํา แบ่งน้ําจืดให้กับเกษตรกรผู้ทํานา จัดสรรน้ําเค็มให้กับเกษตรกร ผู้เลี้ยงกุ้งล่ะครับ เขาต้องใช้งบประมาณอย่างสูงในการดึงน้ําจากทะเล โดยเฉพาะทะเลหลวง อ่าวไทยเพื่อที่จะเข้ามาเลี้ยงกุ้งเพื่อประกอบอาชีพการเกษตร ใช้เงินส่วนตัวมหาศาล สุดท้ายขายกุ้งทําอย่างไร ขายกุ้งได้ราคาถูก ราคาตกมา ๓-๔ เดือนแล้ว เกษตรกรหลายคนขึ้นมา ในคณะกรรมาธิการก็แล้ว ไปยื่นหนังสือต่อท่านนายกรัฐมนตรีก็แล้ว หรือเรียกร้องก็แล้ว ก็ยังไม่มีคําตอบให้ว่าจะเพิ่มคุณภาพชีวิตให้กับเกษตรกรได้อย่างไร อันนี้ก็เป็นปัญหา มันเป็นปัญหาต่อเนื่อง ถ้าเราไม่จัดการเรื่องน้ําผมถือว่ากระทรวงเกษตรและสหกรณ์ หรือรัฐบาลไม่ให้ความสําคัญตรงนี้ ท่านประธานครับ การก่อสร้างประตูระบายน้ํา หรือประตูกั้นน้ําระหว่างน้ําเค็มกับน้ํากร่อยหรือน้ําจืดก็ต้องสร้าง โดยเฉพาะในคาบสมุทรสทิงพระ ถ้าเราไม่สร้างครับ ผลิตผลโดยเฉพาะนาข้าว ๔๖๐,๐๐๐ กว่าไร่ ตั้ง ๔ อําเภอ ท่านรู้ไหมว่า ถ้าเขาทํานาได้ปีละ ๒ ครั้ง กี่แสนเกวียนล่ะครับที่นําเงินให้กับชาวนา แต่ท่านกลับยังไม่ใส่ใจ ดูแล ไม่ว่าจะเป็นอําเภอสิงหนคร อําเภอสทิงพระ ดังนั้นท่านประธานที่เคารพครับ อันนี้เป็นส่วนหนึ่งที่ผมอภิปราย
อีกส่วนหนึ่งกรมพัฒนาที่ดิน ขอฝากหน่อยครับ ในการรณรงค์ปลูกปาล์ม ให้กับพี่น้องเกษตรกร ท่าน ส.ส. ฮอชาลีเป็นห่วงมาก พ.ร.บ. ๕ จังหวัดชายแดนภาคใต้มีแล้ว ต้องกระจัดกระจาย อย่างน้อยกระจัดกระจายเป็นสัดส่วนให้จังหวัดสตูลบ้างนะครับ กรรมาธิการก็สอบถามก็เป็นห่วงครับ ทางอนุกรรมาธิการก็เป็นห่วงสอบถามมาครับ ทางกรรมาธิการมีอะไรจะชี้แจงไหมครับ จะตอบพี่น้องเกษตรกรที่ต้องการปลูกปาล์ม ในจังหวัดสตูล ปลูกปาล์มในจังหวัดสงขลาไหมครับ นอกจาก ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้แล้วครับ เพราะเป็น พ.ร.บ. ๕ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ขอฝากครับ
อีกเรื่องหนึ่ง ท่านประธานครับ เป็นเรื่องที่สําคัญ สํานักงานปลัดกระทรวงครับ สํานักงานปลัดกระทรวงถือว่าเป็นหัวใจของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ครับ และที่สําคัญ ขณะนี้เรามีร่างพระราชบัญญัติสภาเกษตรกรแห่งชาติเกิดขึ้นแล้วครับ ร่างพระราชบัญญัติ สภาเกษตรกรแห่งชาติทั้ง ๗๗ จังหวัดมีตัวแทนครับ มีตัวแทนระดับตําบล ระดับอําเภอ และระดับจังหวัด ถามว่าปีนี้ท่านได้ตั้งงบประมาณให้เขาหรือไม่ เขาไปอยู่ที่ไหน เวลาเขาประชุม เขามีงบประมาณหรือไม่ เพราะเขาต้องทําแผนแม่บทขึ้นมาเพื่อเสนอต่อคณะรัฐมนตรี เพราะมันเป็นนโยบายที่มาจากพี่น้องประชาชน มาจากข้างล่างครับ ผมเชื่อว่าต่อไป นโยบายของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ต้องมาจากพี่น้องประชาชนโดยตรงแล้วครับ เพราะมีสภาเกษตรกรแห่งชาติแล้ว แต่ก่อนเราอาจจะทํามาจากข้างบนครับ ผมเชื่อมั่นว่า สภาเกษตรกรแห่งชาติสามารถที่จะตอบสนองโจทย์ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ครับ ดังนั้นจึงขอฝากท่านประธานผ่านไปยังคณะกรรมาธิการที่นั่งอยู่ตรงนี้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ผมบอกแล้วว่าเป็นกระทรวงหลักที่อยู่ใกล้ชิดพี่น้องประชาชนไม่ว่าจะเป็นภัยแล้ง น้ําท่วม ก็ต้องรับทราบปัญหา ดังนั้นถ้าหากว่าท่านได้งบประมาณไปแค่นี้ท่านจะทําอะไร อย่างไร ถือว่าท่าน ไม่มีประสิทธิภาพในการที่จะเอางบประมาณมา เหมือนผมบอกดังช่วงที่แล้วว่างบประมาณไปอยู่ที่ ตรงไหน ไปอยู่ที่ใคร เหมือนบิ๊ก ๆ ทางการเมืองได้ออกมาโวยวายออกมาพูดตามข่าว ที่ท่านได้รับฟังอยู่นะครับ ดังนั้นผมขออนุญาตที่จะขอบพระคุณไปยังท่านประธานนะครับ ขอบคุณท่านกรรมาธิการและเพื่อนสมาชิก รวมไปถึงท่านผู้ที่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม ทุกท่านครับว่าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของเราทุกคนเอาใจใส่ที่จะดูแลพี่น้องเกษตรกรนะครับ การตอบสนองต้องขึ้นอยู่กับรัฐบาลว่าจะเอาจริงหรือไม่ ถ้ายังไม่เอาจริงในการที่จะแก้ไขปัญหา ให้กับพี่น้องเกษตรกร เกษตรกรก็ต้องทนลําบากต่อไปครับ พวกผมเองจะขอต่อสู้เพื่อให้ พี่น้องเกษตรกรได้มีชีวิตที่ดีกว่า ขอบคุณมากครับ
ขอให้กําลังใจนะครับ เชิญท่านเกรียงศักดิ์ ฝ้ายสีงาม ๕ นาที
กราบเรียนประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายเกรียงศักดิ์ ฝ้ายสีงาม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดอุดรธานี เขต ๘ พรรคเพื่อไทย งบประมาณของรัฐบาลในการบริหารประเทศชาติ ในปีนี้ตั้งไว้ที่ ๒.๔ ล้านล้านบาท มาตรา ๑๑ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ตั้งงบประมาณไว้ที่ ๗๓,๐๓๙,๑๘๗,๒๐๐ ล้านบาท ซึ่งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ถือว่าเป็นกระทรวงหลัก เป็นกระทรวงใหญ่ในการที่จะบริหารพัฒนาประเทศ องค์ประกอบในการที่จะดูแล ในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์มี ๑๑ กรม ๔ สํานักงาน ๑ สถาบัน ฉะนั้นการบริหารจัดการ งบประมาณจะต้องมีคุณภาพและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อพี่น้องประชาชนและประเทศชาติ การบริหารจัดการซึ่งถือว่ากระทรวงเกษตรและสหกรณ์นี้ได้เกี่ยวข้องกับพี่น้องเกษตรกร ทั่วประเทศ ไม่ว่าจะเป็นการบริหารจัดการน้ําทั้ง ๒๕ ลุ่มน้ําทั่วประเทศ การบริหารจัดการน้ํา เพื่อการเกษตรและสหกรณ์โดยมีกรมชลประทานเป็นเจ้าภาพหลักในการดูแลเรื่องนี้ แต่เนื่องจากว่าเป็นที่ทราบกันดีว่าอุทกภัยครั้งยิ่งใหญ่ของประเทศเราปีที่ผ่านมา ฉะนั้นการบริหารจัดการน้ําทางรัฐบาลได้ร่วมกันนําโดยท่านนายกรัฐมนตรี นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร พร้อมคณะรัฐมนตรี ได้ดูแลพี่น้องที่ประสบอุทกภัยครั้งยิ่งใหญ่ในปีนี้ ด้วยการระดม มันสมอง ระดมสรรพกําลังทุกอย่างไปบริหารจัดการน้ําร่วมกันกับกระทรวงเกษตรและ สหกรณ์ ฉะนั้นกรมชลประทานจึงมีงานบางอย่างที่จะต้องเอามาร่วมกันบริหารจัดการ อาจจะมีการตัดงบประมาณลงไปบ้างผมก็เห็นด้วย เพราะว่าบางงบประมาณจะต้อง เกิดความซ้ําซ้อนในการบริหารจัดการ สําหรับพี่น้องเกษตรกรซึ่งเราทราบกันดีว่านโยบายของ รัฐบาลได้ให้พี่น้องเกษตรกรได้รับการจํานําข้าว ซึ่งท่านผู้ทรงเกียรติจากจังหวัดอุบลราชธานี ได้ชี้แจงให้ทราบว่าการจํานํานั้นมีผลและประสิทธิภาพดีกว่าการประกันอย่างไร และที่สําคัญ พี่น้องทั่วประเทศก็ได้รับบัตรเครดิตเกษตรกรที่เราใช้รูดปรื๊ด รูดปรื๊ดมาแล้วพี่น้องทั้งประเทศ นี่คือนโยบายที่ให้ไว้กับพี่น้องประชาชน นโยบายของรัฐบาลแม้จะบริหารโดยพรรคเพื่อไทย แต่นโยบายที่ให้ไว้กับพี่น้องประชาชนสัมฤทธิผลทุกนโยบาย เช่นบัตรเครดิตเกษตรกร พี่น้องเกษตรกรในพื้นที่ทราบดีว่ามีความจําเป็นที่จะต้องใช้บัตรเครดิตเกษตรกรอย่างไร การพักหนี้เกษตรกรมีความจําเป็นอย่างไร ทุกนโยบายของรัฐบาลกําลังลงไปสู่พี่น้อง ประชาชนครับ
สําหรับกรมชลประทานและกรมประมงก็เป็นกรมที่จะต้องเข้ามาเกี่ยวข้องกับ พี่น้องเกษตรกร โดยเฉพาะกรมการข้าวซึ่งเราจะมีพันธุ์ข้าว ไม่ว่าจะเป็น กข ๖ กข ๑๒ แม้แต่ข้าวหอมมะลิซึ่งทางรัฐบาลจะต้องส่งเสริมสนับสนุนงบประมาณส่วนนี้เข้าไปดูแล ในการบริหารจัดการ ไม่ว่าจะเป็นเซลล์แมน (Salesman) หรือเป็นผู้ขายให้พี่น้องเกษตรกร ซึ่งถือว่าเป็นผู้ผลิต รัฐมนตรีที่ดูแลกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ก็คือผู้สนับสนุนและส่งเสริม ฉะนั้นรัฐบาลจะต้องดูแลในการที่จะระบายสต็อก (Stock) ข้าวที่จํานําไว้ให้ได้ราคาสูงสุด เกิดประโยชน์กับพี่น้องประชาชนทั้งประเทศ
สําหรับกรมชลประธานผมก็ได้เสนอตัดงบประมาณที่ซ้ําซ้อนกับนโยบายของ รัฐบาลที่จะบริหารจัดการน้ําทั่วประเทศไป ๕ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งถือว่าเป็นงบจํานวนที่น้อยมาก ที่โดนตัด แต่กรมอื่นนั้นก็ถือว่าจะต้องมาดูแลเหมือนกัน และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ต้องถือว่าเป็นหัวใจหลักของพี่น้องเกษตรกรทั่วประเทศ แล้วก็ต้องขอบคุณทางรัฐบาล ที่นํานโยบายที่ให้ไว้กับพี่น้องประชาชนมาสู่ความเป็นจริงในวันนี้ ขอบคุณครับ
เชิญครับ ท่านวิสิทธิ์ พิทยาภรณ์ ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายวิสิทธิ์ พิทยาภรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครราชสีมา พรรคภูมิใจไทย ท่านประธานที่เคารพ ผมได้แปรญัตติปรับลดมาตรา ๑๑ ในส่วนของ กรมชลประทาน ๓ เปอร์เซ็นต์ ด้วยเหตุผลที่ว่าจริง ๆ แล้วกรมชลประทานเป็นกรมหลัก กรมหนึ่งของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ แต่เนื่องจากว่าตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาจะเห็นว่า การบริหารงานของกรมชลประทานประสบกับความล้มเหลว เพราะว่าเป็นหน่วยงานหลัก ในการที่ดูแลเรื่องน้ํา ทั้งน้ําอุปโภคบริโภค แต่ท่านประธานจะเห็นว่าช่วงที่เกิดภัยแล้ง หรือเกิดภัยน้ําท่วม สร้างปัญหาความรุนแรง สร้างความเสื่อมเสียในด้านเศรษฐกิจและ ความเชื่อมั่น โดยเฉพาะในปลายปี ๒๕๕๓ ก็เกิดน้ําท่วมที่ภาคอีสานแล้วก็ภาคใต้ และในปีต่อมาปี ๒๕๕๔ เมื่อปีที่แล้วก็เกิดที่ภาคเหนือ ภาคกลาง แล้วก็ที่กรุงเทพมหานคร อย่างที่พวกเราได้รับทราบ เกิดความสูญเสียอย่างรุนแรงทั้งชีวิตและทรัพย์สิน ทั้งภาคอุตสาหกรรม ภาคการเกษตร แล้วก็ความเชื่อมั่นของต่างชาติ ท่านประธานที่เคารพครับ ที่ผมเสนอตัดตรงนี้ก็อยากให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยเฉพาะกรมชลประทาน ได้ปรับปรุงแนวคิดหรือประสิทธิภาพในการบริหารจัดการน้ํา ประเทศไทยเรานั้นมีลุ่มน้ํา ที่สําคัญ ๆ ๒๕ ลุ่มน้ํา ในภาคอีสานก็มีลุ่มน้ําโขง ชี มูล โดยเฉพาะลุ่มน้ํามูลซึ่งครอบคลุม อยู่ทั้งหมด ๑๑ จังหวัดของภาคอีสานตอนล่าง แต่ละลุ่มน้ํามีศักยภาพในการบริหารจัดการ ต่างกัน ผมขออนุญาตพูดถึงลุ่มน้ํามูล ลุ่มน้ํามูลนั้นมีต้นกําเนิดอยู่ที่จังหวัดนครราชสีมา คล้าย ๆ กับลุ่มน้ําชีที่มีต้นกําเนิดที่จังหวัดชัยภูมิ แต่เนื่องจากว่าลุ่มน้ํามูลนี้มีปัญหามากกว่า ทุกลุ่มน้ํา บางปีก็ประสบทั้งภัยแล้งและน้ําท่วมพร้อมกัน บ่อยครั้งที่ขณะที่ภาคอีสานตอนล่าง โดยเฉพาะจังหวัดนครราชสีมาหลาย ๆ อําเภอขาดแคลนน้ํา แต่กลับไปท่วมแถวพี่น้อง ทางปลายน้ํา อย่างเช่น จังหวัดศรีสะเกษ จังหวัดอุบลราชธานี เป็นต้น ท่านประธานครับ ปัญหานี้ผมเองก็ยอมรับว่าได้มีแนวคิดจะบริหารจัดการน้ําตั้งแต่ต้นน้ํา กลางน้ํา แล้วก็ ปลายน้ํา แต่ท่านประธานครับ ผมเองก็สนใจปัญหานี้มายาวนานเกือบ ๒๐ ปี ผมไม่เคยเห็น งบประมาณไหนที่ไปจัดอยู่ต้นน้ําของลุ่มน้ํามูลแต่อย่างใด จากสภาพลุ่มน้ํามูลทางต้นน้ํานั้น จะเป็นที่ลาดชัน เป็นภูเขาอยู่ในทางทิศตะวันตกของจังหวัดนครราชสีมา แล้วก็มีลักษณะ ลาดเอียง ส่วนตอนกลางน้ําราบแบน และบริเวณปลายน้ําก็ราบแบน ปีไหนฝนตกชุก น้ําก็จะไหลบ่าแรงจากต้นน้ําไปทับถมพี่น้องที่ตรงกลางน้ํา ปลายน้ํา และอีกส่วนหนึ่ง ก็มีแม่น้ําชีจากจังหวัดชัยภูมิไหลผ่านไปสมทบกับตอนปลาย ๆ น้ําทําให้พี่น้องของลุ่มน้ํามูล ถูกน้ําท่วมเพิ่มขึ้น จุดนี้ที่ผมเองได้เฝ้าติดตามดู ไม่เคยเห็นโครงการเกิดขึ้นในบริเวณต้นน้ํามูล แต่อย่างใด เพราะว่าต้นน้ํามูลนั้นก็มีลุ่มน้ําสาขา อย่างเช่น ลําตะคอง ลําพระเพลิง ลําปลายมาศ ลํานางรอง แล้วก็ลําเชียงไกร เป็นต้น แต่ท่านครับอย่างที่ผมได้กล่าวว่า ลักษณะภูมิประเทศนั้นเป็นที่ลาดชันไม่สามารถสร้างอ่างเก็บน้ําขนาดใหญ่ได้ในบริเวณต้นน้ํา แต่ก็มีความเหมาะสมในการสร้างอ่างขนาดกลางหรือขนาดเล็กเพื่อซับน้ําเอาไว้เวลาฝนตกชุก แล้วก็แก้เวลาขาดแคลนน้ํา อย่างเช่นขณะนี้เกิดฝนทิ้งช่วง บางพื้นที่ก็ดินเค็ม ไม่สามารถดูดน้ํา จากน้ําใต้ดินหรือน้ําบาดาลมาใช้ได้ในเขตอําเภอด่านขุนทด อําเภอขามทะเลสอ อําเภอโนนไทย พื้นที่เค็มเกินครึ่งหนึ่งของอําเภอ ต้องอาศัยน้ําฝนอย่างเดียว ดังนั้นผมเองคิดว่า การที่ผมเสนอตัดงบประมาณของกรมชลประทานส่วนนี้ก็อยากให้มีการแก้ไขสร้างอ่างเก็บน้ํา ในจุดพื้นที่ที่เหมาะสมของลุ่มน้ํามูล อย่างเช่นบริเวณของอําเภอสีคิ้ว อําเภอด่านขุนทด อําเภอเทพารักษ์ ซึ่งเป็นบริเวณต้นน้ําเพื่อเก็บกักน้ําเอาไว้แก้ปัญหาทั้งน้ําแล้งและน้ําท่วม อีกส่วนหนึ่งบริเวณตรงกลางของแม่น้ํามูลอย่างที่บอกว่าเป็นที่ราบเรียบ ถ้าท่านไม่แก้ที่ต้นน้ํา ปล่อยให้น้ําตกหนักแล้วก็ไหลจากข้างบนลงมาสู่ข้างล่างก็จะเป็นการแก้ไขที่ปลายเหตุ ผมเห็นด้วยนะครับต้องแก้ทั้งต้นน้ํา กลางน้ํา แล้วก็ปลายน้ําไปในคราวเดียวกัน อยากเสนอแนะให้มีการผันน้ําข้ามลุ่มน้ํา ท่านประธานครับ แม่น้ําชีนั้นเท่าที่ปรากฏ น้ําท่วมเกือบทุกปี ในขณะที่น้ํามูลขาดแคลนน้ําเป็นประจํา ถ้าเราสามารถผันน้ําจากแม่น้ําชี บริเวณบึงละหาน อําเภอจัตุรัสมาสู่ลุ่มน้ําลําเชียงไกรบริเวณอําเภอด่านขุนทด แล้วก็ไหล ลงสู่แม่น้ํามูล ก็จะเป็นการแก้ปัญหาน้ําท่วมของแม่น้ําชี แล้วก็เติมน้ําให้กับลุ่มแม่น้ํามูล ได้อีกส่วนหนึ่ง
อีกส่วนหนึ่ง ท่านครับ อยากให้มีการดูแลปรับปรุงแหล่งน้ําที่สร้างไว้แล้ว หลายสิบปี อย่างเช่น ลําเชียงไกรตอนบน ลําเชียงไกรตอนล่างที่อยู่ในเขตอําเภอโนนไทย กับอําเภอด่านขุนทด ท่านประธานครับ ได้มีการก่อสร้างมาร่วม ๔๐ ปี ลําเชียงไกรตอนล่าง มีขนาดพื้นที่ประมาณ ๘,๐๐๐-๙,๐๐๐ ไร่ ท่านประธานเชื่อไหมครับเก็บน้ําได้เพียง ๒๗ ล้านลูกบาศก์เมตรเท่านั้นเอง เพราะอย่างที่เรียนให้ทราบว่าพื้นที่ราบแบน แต่ไม่มีการบูรณะ ไม่มีการขุดลอก กักเก็บน้ําได้เพียงตามลําน้ํา ในขณะนี้ขาดแคลนน้ําอย่างหนัก แล้วก็ เมื่อขาดแคลนน้ําก็ทําให้น้ํากร่อย เค็ม นําไปรดพริกพริกก็เฉา แต่ถ้ามีการปรับปรุง ขุดลอก สร้างให้มีการเก็บกักน้ํามากขึ้นสัก ๑๐๐ ลูกบาศก์มิลลิเมตร หรือ ๒๐๐ ลูกบาศก์มิลลิเมตร ก็จะสามารถแก้ปัญหาน้ําท่วม แล้วก็สามารถขยายเขตพื้นที่ชลประทานให้กับ พี่น้องประชาชนได้ก็จะเป็นประโยชน์ต่อพี่น้องอําเภอโนนไทย อําเภอโนนสูง แล้วก็ อําเภอพิมาย
อีกส่วนหนึ่งนะครับ ขณะนี้ได้มีการตั้งกรมฝนหลวงและการบินเกษตร ขณะนี้ทราบว่ากําลังพิจารณาอยู่จะแล้วเสร็จ แต่สอบถามแล้วขาดงบประมาณ โดยเฉพาะ เครื่องบิน แล้วก็เรดาร์ ผมก็อยากตัดงบประมาณส่วนนี้ ๓ เปอร์เซ็นต์ของกรมชลประทาน ไปสนับสนุนให้กับกรมฝนหลวงและการบินเกษตรได้มีเครื่องบิน ได้มีเรดาร์เพื่อช่วยเหลือพี่น้อง ลําพังที่เราจะอาศัยน้ําจากกรมชลประทาน ในเขตพื้นที่กรมชลประทานก็มีน้อย ถ้าได้น้ําจากฟ้า ซึ่งสามารถแผ่กระจายได้ทั่วภูมิประเทศจะเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติอย่างยิ่งนะครับ ผมจึงขอตัดส่วนนี้เพื่อไปเติมให้กับกรมฝนหลวงและการบินเกษตรต่อไป ขอบคุณครับ
ท่านปาริชาติ ชาลีเครือ ๕ นาที
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาวปาริชาติ ชาลีเครือ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชัยภูมิ เขต ๓ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานที่เคารพคะ ดิฉันได้แปรญัตติในการปรับลดงบประมาณ ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในส่วนของกรมชลประทาน ซึ่งตั้งไว้ ๓๕,๔๕๓ ล้านบาทเศษ ดิฉันขอปรับลดลง ๓ เปอร์เซ็นต์ คิดเป็นเงิน ๑,๐๖๓ ล้านบาทเศษ ท่านประธานคะ เหตุผลที่ดิฉันต้องปรับถึง ๓ เปอร์เซ็นต์ก็เพราะว่าจริง ๆ แล้วกระทรวงเกษตรและสหกรณ์นั้น ถือว่าเป็นหัวใจหลักของพี่น้องเกษตรกร แต่ที่ต้องตัดก็เพราะว่าดิฉันได้มองเห็นว่า กรมชลประทานนั้นยังมีหลายโครงการที่ยังไม่มีการแก้ไข โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนที่ ดิฉันปรับ ๑,๐๖๓ ล้านบาทเศษนั้นต้องการที่จะให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กรมชลประทานนั้นนําโครงการไปพัฒนาแหล่งน้ําและลุ่มน้ําต่าง ๆ ในภาคอีสาน ซึ่งมีพื้นที่ ต้องการแก้ไขปัญหาน้ําอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่จังหวัดชัยภูมิของดิฉันนะคะ ไม่ว่าจะเป็นอําเภอจัตุรัส อําเภอบ้านเขว้า อําเภอเนินสง่า อําเภอทรัพย์ใหญ่ ซึ่งเหล่านี้ เจอสภาวะทั้งน้ําแล้ง น้ําท่วมตลอดเวลา ซึ่งแล้งซ้ําซาก ท่วมซ้ําซากมาตลอดเวลา ถ้าหากเงินส่วนนี้ได้ไปแก้ไขปัญหาเรื่องเขื่อนก็ดีนะคะ ประเภทอ่างเก็บน้ํา แก้มลิง ฝาย เหล่านี้เป็นต้น ซึ่งจะเห็นว่าจังหวัดชัยภูมินั้นปริมาณฝนในปีหนึ่งท่านประธานทราบไหมคะว่า จังหวัดชัยภูมินั้นฝนตกปีหนึ่งถึง ๒๗,๐๐๐ ล้านลูกบาศก์เมตร แต่สามารถเก็บน้ําได้เพียง ๖๐๐ กว่าล้านลูกบาศก์เมตรเท่านั้นเอง อีก ๒,๑๐๐ ล้านลูกบาศก์เมตรนั้น น้ําเหล่านี้ไหลลงแม่น้ําชี แม่น้ําโขงไปหมดเลย คือท่วมไร่นาประชาชนตั้งแต่จังหวัดชัยภูมิถึง จังหวัดอุบลราชธานีอย่างนี้มาโดยตลอดค่ะ ถ้าหากว่าทางรัฐบาลโดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กรมชลประทานได้ตระหนักถึงว่างบที่ท่านมีในกระทรวงตรงนี้ได้จัดสรรปันส่วนมา เน้นเรื่องสร้างสิ่งที่ชาวจังหวัดชัยภูมิต้องการมานาน ก็คือ เขื่อนโป่งขุนเพชร เขื่อนชีบนก็ดี เขื่อนยางนาดี แล้วก็รวมถึงเขื่อนลํากระจวนอีก ซึ่งพี่น้องรอคอยมาร่วม ๓๐ ปีแล้วก็ยังไม่ได้สร้าง ถ้าหากตรงนี้ได้นะคะ การแก้ไขป้องกันน้ําท่วม น้ําแล้งก็ดี โดยเฉพาะเรื่องน้ําท่วมนั้น พี่น้อง ๗ อําเภอ รวมถึงจังหวัดขอนแก่นแล้วก็จังหวัดอื่น ๆ ด้วย จะแก้ไขปัญหาน้ําท่วมได้ทันที และน้ําแล้งก็สามารถได้ใช้ประโยชน์อย่างทั่วถึง ผลผลิตการเกษตรของจังหวัดชัยภูมินั้น พี่น้องก็รู้ดีว่าพี่น้องชาวจังหวัดชัยภูมินั้นเป็นอู่ข้าวอู่น้ําด้วย แล้วก็เป็นแหล่งผลผลิต ทางมันสําปะหลังซึ่งเป็นพืชพลังงานก็ใช้น้ําตรงนี้แหละค่ะ ท่านประธานคะ อีกส่วนหนึ่ง ดิฉันก็อยากจะให้ส่วนที่ดิฉันปรับลดนี้ให้รัฐบาลโดยกรมชลประทานนั้นนําไปปรับแก้ ในการสร้างแก้มลิงที่ตําบลละหาน บึงละหานซึ่งถือว่าเป็นบึงขนาดใหญ่ มีเนื้อที่ ๑๘,๐๐๐ ไร่ค่ะ แล้วก็มีอีกบึงหนึ่งที่ต้องการพัฒนาเร่งด่วนก็คือทําแก้มลิงที่บึงซึกวึก ตําบลหนองฉิม อําเภอเนินสง่า จังหวัดชัยภูมิ ซึ่งไม่ว่าจะเป็นเขื่อนก็ดี อ่างเก็บน้ําก็ดี แก้มลิงก็ดี งบประมาณ ๑,๐๐๐ กว่าล้านบาทตรงนี้ถ้าถัวเฉลี่ยกันอย่างน้อยก็ขอให้จังหวัดชัยภูมิได้รับอานิสงส์ตรงนี้ ในงบประมาณปี ๒๕๕๖ หน่อยนะคะ
อีกส่วนหนึ่งที่อยากสะท้อนให้เห็นคือว่าจังหวัดชัยภูมิเป็นจังหวัดที่ใหญ่ แต่ทําไมงบประมาณของกรมชลประทานให้น้อยนิดเหลือเกิน ห้วยก็เยอะ ลําชีก็ต้นน้ําทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นบึง ห้วย เขื่อนต่าง ๆ เหล่านี้งบประมาณนี้ถึงจังหวัดชัยภูมิถือว่าเป็นเปอร์เซ็นต์ น้อยมาก ทําให้เราเจอปัญหาตรงนี้ เพราะฉะนั้นงบประมาณตรงนี้ดิฉันจึงมีเหตุผลที่จะให้ ท่านนํางบตรงนี้ไปช่วยสร้างอ่างเก็บน้ํา แก้มลิง และเขื่อนตามที่ดิฉันได้กล่าวไปด้วยค่ะ ท่านประธาน ขอขอบพระคุณค่ะ
ต่อไป ท่านอรรถพร พลบุตร นะครับ ทางสภาผู้แทนราษฎรขอต้อนรับคณะครูและนักเรียนโรงเรียน บ้านถ้ําพริก อําเภอนครไทย จังหวัดพิษณุโลก โดยท่าน ส.ส. นคร มาฉิม ๖๔ คนนะครับ เชิญท่านอรรถพร พลบุตร
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม อรรถพร พลบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเพชรบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ขอบคุณที่อนุญาตให้ได้อภิปรายประกอบการแปรญัตติ ในมาตรา ๑๑ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยขอแปรญัตติปรับลดลง ๘ เปอร์เซ็นต์ ท่านประธานครับ ปีนี้งบประมาณของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์มีจํานวนมากมายมหาศาล ๗๓,๐๓๙ ล้านบาทได้ถูกปรับลดลงในขั้นตอนของคณะกรรมาธิการงบประมาณ ๐.๖๘ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งน้อยมาก แต่ก็ยังเหลือเงินงบประมาณที่จะบริหารจัดการ ในภาคการเกษตรอีก ๗๒,๕๔๒ ล้านบาท ผมจะมุ่งเน้นลงไปที่กรมชลประทาน ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ได้รับงบประมาณมากที่สุดในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้รับงบประมาณทั้งสิ้นในปีงบประมาณนี้ ๓๕,๔๕๓ ล้านบาท จําเป็นต้องเจาะลงไปใน งบประมาณในส่วนนี้เพราะประเทศไทยเราเป็นประเทศลุ่มน้ํา และพี่น้องประชาชน ก็มีลมหายใจ มีเลือดเนื้อผูกพันเลี้ยงชีวิตอยู่กับสายน้ําทั้ง ๒๕ ลุ่มน้ํา ผมจึงจะใช้โอกาสของ การแปรญัตติปรับลดงบประมาณเพื่อจะตั้งคําถามไปยังคณะกรรมาธิการว่าท่านได้ใช้ ความพยายามอย่างสูงสุดหรือไม่ อย่างไร ในการตรวจสอบ ในการเจาะลึกการจัดสรร งบประมาณในส่วนของกรมชลประทาน เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดตามพันธกิจที่ได้แถลงไว้ ต่อสภาผู้แทนราษฎร ในช่วงที่ผ่านมาต้องยอมรับครับว่ากระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ตกเป็นผู้ร้ายสําคัญ มากมายหลายปัญหาด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นความล้มเหลวในเรื่องของราคาพืชผลการเกษตร หลายชนิด จะเป็นผู้ร้ายอันดับ ๑ เป็นผู้ต้องหาร่วมหรืออย่างไรก็แล้วแต่ แต่ว่าเป็นภาระ ความรับผิดชอบที่ปฏิเสธความรับผิดชอบตรงนี้ไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นโศกนาฏกรรมที่เกิดขึ้น ในภาคใต้ในทุกวันนี้อย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ในเรื่องปัญหาราคายางพารา ไม่ว่าจะเป็น ความล้มเหลวยับเยินในเรื่องของราคาสับปะรด ที่จนถึงวันนี้ยังไม่มีการช่วยเหลือใด ๆ จากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่เป็นรูปธรรม และทําให้พี่น้องชาวไร่สับปะรด ได้มีความหวังในฤดูการเพาะปลูกต่อไป ในเรื่องปัญหามะพร้าว ทั้งที่จังหวัดเพชรบุรี ที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ จังหวัดราชบุรี หรือจังหวัดสมุทรสงคราม และอีกหลายจังหวัด ที่เพาะปลูกมะพร้าว เราสิ้นความหวัง สิ้นอนาคตกับการบริหารงานของรัฐบาลนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ยังดีนะครับที่ยังไม่มีข่าวคราว หรือมีแต่ยังไม่เข้าหูผมก็ได้ เรื่องการไปเร่ขายโครงการ ๓๕ เปอร์เซ็นต์ ผมก็มองในแง่ดีว่าคงไม่มีหรอกครับ เพราะกระทรวงนี้มีแต่หลงจู๊ไม่มีเจ๊ครับ
ท่านประธานที่เคารพ เมื่อเจาะลึกลงไปในส่วนของกรมชลประทาน ผมค่อนข้างจะมีมุมมองในทิศทางที่สอดคล้องกับท่าน ส.ส. ชัยวุฒิ ผ่องแผ้ว จากจังหวัดสงขลา และ ส.ส. วิสิทธิ์ พิทยาภรณ์ จากจังหวัดนครราชสีมา ว่างบประมาณปี ๒๕๕๖ ในส่วนของ กรมชลประทาน ๓๕,๔๕๓ ล้านบาท ไม่สามารถที่จะตอบคําถามของพี่น้องประชาชนคนไทย ทั้ง ๒๕ ลุ่มน้ําได้ว่าการบริหารจัดการน้ําที่จะทําให้คนไทยก้าวพ้นจากวิกฤติความยากจน ปัญหาภัยแล้ง หรือแม้กระทั่งปัญหาน้ําท่วม มันมีรูปธรรม มันมีอนาคต มันมีรอยยิ้ม ปรากฏขึ้นในหน้าใดบ้าง เมื่อเราไล่ตรวจสอบงบประมาณในส่วนของกรมชลประทานทั้งหมด มันก็เป็นงบที่ปกติเหมือนที่เกิดขึ้นทุกปีครับ เหมือนประเทศไทยเดินอยู่เมื่อ ๑๐ ปีก่อน ๒๐ ปีก่อน เหมือนตื่นเช้ามาต้องกินกาแฟ ต้องกินข้าว กินปาท่องโก๋ เก้าโมงเช้าไปทํางาน เย็นกลับมาบ้านนอนกับเมีย เป็นอย่างนี้ชั่วนาตาปี มันไม่มีมิติใหม่ ไม่มียุทธศาสตร์ใหม่ และดูเหมือนจะเพิกเฉยต่อการต่อสู้ของ ส.ส. ในสภาแห่งนี้ที่ได้ต่อสู้เรื่องปัญหาน้ํา ไม่ว่าจะเป็นแม่น้ําสายไหน ๆ ในประเทศไทยมาตลอดเวลาทุกยุคทุกสมัย คณะกรรมาธิการ ได้ตระหนัก ได้รู้สึก ได้สํานึกถึงความเจ็บปวดของ ส.ส. ในสภาแห่งนี้หรือไม่ ในสภาแห่งนี้ เราจะอภิปรายกันอยู่ ๒-๓ เรื่องที่เป็นเรื่องหลักสําคัญ เรื่องน้ํา เรื่องความยากจน เรื่องที่ดินทํากิน แต่งบประมาณปี ๒๕๕๖ ที่รัฐบาลบอกว่าจะมีรอยยิ้มมันมีคําตอบ มันมีความหวังปรากฏอยู่ บนบรรทัดไหนบ้าง สิ่งที่แปลกปลอมเกิดขึ้นในปีงบประมาณปีนี้ก็จะมีอย่างเดียว คือแผนการบูรณาการแก้ปัญหาน้ําท่วมในพื้นที่สําคัญในทางเศรษฐกิจ และพื้นที่ซึ่งเป็น ปัญหาน้ําท่วมหลัก แต่แม่น้ําสายรองผมถามท่านกรรมาธิการพิเชษฐก็ได้ครับ แม่น้ํากก แม่น้ําตาปี-พุมดวงที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี แม่น้ําชี จังหวัดยโสธร แม่น้ํามูล โคราช แม่น้ําตรัง ของนายแพทย์สุกิจ อัถโถปกรณ์ นั่งอยู่ข้างหลังนี่ครับ มันมีคําตอบอะไรจากงบประมาณ ๓๕,๐๐๐ ล้านบาทบ้างว่าจะถูกพัฒนาเพื่อสร้างชีวิตให้เราก้าวพ้นจากวิกฤติ ๒ น้ํา น้ําท่วม น้ําแล้งไปได้ คณะกรรมาธิการได้เกิดคําถามอย่างที่ผมเกิดคําถามอย่างนี้หรือไม่ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมกราบเรียนท่านประธานว่าผมนั่งในสภาแห่งนี้มาหลายปี เป็น ส.ส. ใหม่ครับ ผมได้ยิน ส.ส. ในสภาแห่งนี้ได้ต่อสู้เรื่องแหล่งน้ํา ลุ่มน้ําหลายครั้ง แต่เราก็ไม่เคยค้นหาคําตอบได้เลยจากสภาแห่งนี้ เราสงสัยว่าหรือว่าการพัฒนาลุ่มน้ํา แหล่งน้ํา แม่น้ําต่าง ๆ เหล่านี้มันอาจจะไปปรากฏอยู่ในงบประมาณอย่างอื่น เช่นงบกลาง ฟื้นฟูเยียวยาอุทกภัย ๑.๒ แสนล้านบาท แต่เราก็หาไม่เจอครับ เพราะจนถึงเราอภิปราย นโยบายงบประมาณของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์วันนี้ก็ยังไม่มีรายละเอียดเลยครับว่า งบกลางฟื้นฟูเยียวยาอุทกภัย ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาทเอาไปทําอะไร ที่ไหนบ้าง บ้านผมได้หรือไม่ โคราชได้หรือไม่ จังหวัดตรังได้หรือไม่ จังหวัดเชียงรายได้หรือไม่ จังหวัดยโสธรได้หรือไม่ หรือพระราชกําหนดเงินกู้เพื่อการบริหารจัดการน้ําเพื่ออนาคตประเทศไทย ๓.๕ แสนล้านบาท ซึ่งเกี่ยวพันกับงบประมาณปี ๒๕๕๖ ทําอะไรบ้าง มันไม่มีคําตอบที่ทําให้เราได้เกิด ความหวังใด ๆ ทั้งสิ้น เหมือนให้ ส.ส. ในสภาแห่งนี้เป็นกรรมการตัดสินนางงามนะครับ มันไม่มีนางงามมาเดิน บนเวทีให้เห็นแม้แต่นางเดียวคนเดียวครับ คนอยู่คนเดียวครับหัวหน้าค่ายที่ส่งเข้าประกวด สวยครับ แต่ถ้าสอบสัมภาษณ์ผ่านหรือไม่นั่นก็เป็นเรื่องของคุณภาพสมอง การต่อสู้อันหนึ่ง ที่ผมจะยกตัวอย่างชัดเจนที่สุด เพราะมันใกล้บ้านผมมันบ้านเกิดผม คือการต่อสู้ เพื่อลุ่มน้ําเพชรบุรีครับ ลุ่มน้ําเพชรบุรีหรือแม่น้ําเพชรบุรียาว ๒๑๐ กิโลเมตรเป็นเส้นเลือด สําคัญของจังหวัดเพชรบุรีทั้งจังหวัดครอบคลุมพื้นที่ ๕ อําเภอใน ๘ อําเภอครับ คลุมพื้นที่ ๕,๐๐๐ กว่าตารางกิโลเมตร ๓.๙ ล้านไร่ แม่น้ําเพชรบุรีสร้างอารยธรรม สร้างชีวิต สร้างประวัติศาสตร์ สร้างความผูกพันจากแม่น้ําเพชรบุรีทั้งสิ้น ท่านประธานเชื่อไหมครับ เมื่อพุทธศักราช ๒๔๑๑ น้ําจากแม่น้ําเพชรบุรีนี่ครับที่ถูกใช้ในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และเป็นน้ําเสวยของพระมหากษัตริย์ หลายพระองค์ เป็นน้ําที่ใช้ในพิธีถือน้ําพระพิพัฒน์สัตยา เป็นน้ําที่ใช้ในพระราชพิธี บรมราชาภิเษกและพระราชพิธีราชาภิเษกสมรสของพระบาทเจ้าอยู่หัวองค์ปัจจุบัน เป็นสัญลักษณ์แห่งความผูกพันของอาณาประชาราษฎร์กับพระมหากษัตริย์ ผู้ทรงคุณประเสริฐ และคนเพชรบุรีก็ใช้ประโยชน์จากแม่น้ําเพชรบุรีมาสร้างอารยธรรม มาเป็นพันปีครับ แต่วันนี้แม่น้ําเพชรบุรีอยู่ในภาวะที่ชํารุดทรุดโทรมตื้นเขิน จากการสํารวจ มลภาวะจาก ๑๐ จุดที่สําคัญในพื้นที่ตลอดลําน้ําไม่ผ่านสักจุดเลยครับ แล้วเมื่อตื้นเขินมาก ๆ เวลาน้ําเหนือไหลบ่าน้ําท่วมมามันก็เอ่อล้นแล้วก็ไหลบ่าไปท่วมพื้นที่ ๔ อําเภอ ๕ อําเภอ ของจังหวัดเพชรบุรีเป็นอย่างนี้มาชั่วนาตาปี ส.ส. จังหวัดเพชรบุรีต่อสู้เรื่องนี้ครับ ผม อรรถพร ส.ส. อลงกรณ์ ส.ส. อภิชาติ สุภาแพ่ง ส.ส. กัมพล สุภาแพ่ง เราคุยกับ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ครับ เพราะงบประมาณปี ๒๕๕๖ นี่เรามา ช่วยกันฟื้นฟูบูรณะแหล่งน้ําตรงนี้เหมือนกับลุ่มน้ําอื่นๆ ทั้งประเทศได้หรือไม่ นายกรัฐมนตรีไม่เช่าเหมาลําเครื่องบินไม่กี่เที่ยวก็พัฒนาสิ่งเหล่านี้ได้ครับ ยื่นกระทู้ถาม ในสภาแห่งนี้ก็ไม่ถูกบรรจุให้เข้าระเบียบวาระการประชุม และวันนี้เมื่อดูงบประมาณปี ๒๕๕๖ มันก็ไม่ปรากฏเม็ดเงินแม้แต่บาทเดียวที่จะได้เริ่มต้นการบูรณะฟื้นฟูแม่น้ําเพชรบุรี ซึ่งเป็นหัวใจของคนเพชรบุรีทั้งจังหวัด เช่นเดียวกับที่ไม่ปรากฏการบูรณะฟื้นฟู แม่น้ําประแส แม่น้ํากก แม่น้ําปิง แม่น้ําวัง แม่น้ําสงคราม หรือแม่น้ําตรัง ผมจึงจําเป็นต้อง ตั้งคําถามกับคณะกรรมาธิการครับว่าท่านได้สํานึกถึงความเจ็บปวดของ ส.ส. ที่มาจาก ชาวบ้านอย่างพวกเราซึ่งไม่มีพรรค ไม่มีสีเสื้อหรือไม่ อย่างไร ได้มีกลไกลที่มีประสิทธิภาพ ในการตรวจสอบเพื่อกระตุ้นให้เกิดมิติใหม่ในส่วนของกรมชลประทานหรือไม่ผลักดัน หรือไม่ให้เกิดกฎหมายใหม่ที่จะบูรณาการระบบการจัดการน้ําแห่งชาติให้เป็นเอกภาพ เป็นหนึ่งเป็นเนื้อเดียวกัน ปีที่ผ่านมาครับ ผมและ ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์ เสนอพระราชบัญญัติบริหารจัดการน้ําแห่งชาติเข้าสู่วาระของสภาแห่งนี้ครับ แต่รัฐบาล ชุดปัจจุบันก็ไม่หยิบยกขึ้นมาเพื่อบรรจุสู่การพิจารณาเพื่อที่จะปฏิรูปหรือปฏิวัติระบบบริหาร จัดการน้ําแห่งชาติขึ้นมาใหม่ อย่าว่าแต่การขุดลอกแม่น้ําทั้งสายเลยครับ แค่กรมชลประทาน จังหวัดเพชรบุรีเขาขอเงินแค่ ๓๐ ล้านบาท ๔๐ ล้านบาท เพื่อจะบูรณะต่อเติมประตูระบายน้ําล้น ที่เขื่อนแก่งกระจาน เพื่อจะได้เพิ่มปริมาณความจุของเขื่อนแก่งกระจานอีกสัก ๔๕ ล้านคิว หรือ ๕๐ ล้านคิว วันนี้เขายังหาไม่เจอเลยครับเขาได้งบหรือไม่ มาอยู่ที่งบการฟื้นฟูซึ่งลึกลับซับซ้อน ยิ่งกว่าพินัยกรรมของบ้านจันทร์ส่องหล้าหาไม่เจอครับ หรือพระราชกําหนดเงินกู้เพื่อการบริหาร จัดการน้ําเพื่ออนาคตของประเทศไทยก็หาไม่เจอ เพราะงานมันกลายเป็นความลับดํามืด ซึ่งใครก็แตะต้องไม่ได้ นอกจากพวกเจ๊หน้ากลม ๆ พวกนั้นนะครับ สิ่งเหล่านี้ คือความเจ็บปวด สิ่งเหล่านี้ผมจึงขอฝากไปยังคณะกรรมาธิการนะครับ ท่านก็มาจาก ชาวบ้านเหมือนพวกเรา หลายท่านเคยกอดคอร้องไห้กับชาวบ้าน เพราะเดินไปมันไม่มีน้ํา มันไม่มีอนาคต ท่านต้องช่วยกันผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงมิติใหม่ในเรื่องการบริหาร จัดการน้ําแห่งชาติ ท่านต้องส่งสัญญาณกระตุ้นเตือนไปยังรัฐบาลว่าถ้าบริหารจัดการน้ําอย่างเป็นเอกภาพ อย่างเข้าใจความเจ็บปวดของชาวบ้าน มันก็ไม่ต้องใช้เงินงบประมาณมากมายถึง ๗๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทอย่างนี้ครับ ไม่จําเป็นต้องไปกู้มากที่สุดตั้งแต่ก่อตั้งประเทศไทย ตั้งแต่ยุคสุโขทัยมาถึงวันนี้ครับ ที่เขาเรียกว่าดีแต่กู้นั่นแหละครับ และถ้าบริหารจัดการ ให้มันดี มันก็โกงไม่ได้ มันก็เร่ขายโครงการ ๓๐ เปอร์เซ็นต์ ๔๐ เปอร์เซ็นต์ไม่ได้ ที่เขาว่า ดีแต่โกงครับ และถ้าบริหารจัดการให้ดีเงินก็ไม่กระจายไปตามบางจังหวัดที่มาเป็นรัฐมนตรี และใช้อํานาจตรงนั้นกระจายประโยชน์ในวงศ์วานว่านเครือที่เขาเรียกว่าดีแต่กอบโกย ช่วยกันนะครับ ท่านจะดีแต่กู้ ท่านจะดีแต่โกง ท่านจะดีแต่กอบโกยมันเรื่องของท่านครับ มีฝีมือรอดไป ไม่มีฝีมือก็ติดคุกติดตะราง มีเงินก็หนีไปอยู่ต่างประเทศ แต่คนที่รับกรรมล่าสุด คือประชาชนคนไทยที่เขาเลือกพวกเรามา ผมจึงขออนุญาตที่จะปรับลดงบประมาณ ๘ เปอร์เซ็นต์เพื่อส่งสัญญาณกระตุ้นเตือนให้รัฐบาลนี้ก้าวพ้นจากฉายาดีแต่กู้ ดีแต่โกง ดีแต่กอบโกย และเป็นรัฐบาลของประชาชนอย่างแท้จริงครับ ขอบคุณครับ
ท่านสัมภาษณ์ อัตถาวงศ์ ๕ นาที และต่อไปเป็นท่านธารา ปิตุเตชะ หลังจากท่านธาราแล้ว ก็เป็นท่านนิยม เวชกามา ครับ
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม สัมภาษณ์ อัตถาวงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครราชสีมา เขตเลือกตั้งที่ ๑๑ ประกอบด้วยอําเภอครบุรีและอําเภอเสิงสาง พรรคเพื่อไทย ขออภิปรายตัดลดงบประมาณในมาตรา ๑๑ ในหน่วยงานของ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์คือสํานักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมหรือที่เรียกว่า ส.ป.ก. ท่านประธานที่เคารพครับ เนื่องจากหน่วยงานนี้ได้ถูกจัดตั้งงบประมาณไว้ ๑,๖๙๗,๙๗๔,๘๐๐ ล้านบาท ผมเองได้ขอเสนอตัดลดลง ๕ เปอร์เซ็นต์ แต่คณะกรรมาธิการ ได้พิจารณาแล้วตัดลดลง ๖,๒๐๐,๐๐๐ บาท ผมเองจะขอให้เหตุผลกับคณะกรรมาธิการ ผ่านท่านประธานว่าทําไมผมถึงมีเหตุผลในการที่จะตัดลดงบประมาณถึง ๕ เปอร์เซ็นต์ เนื่องจากผมนั้นได้ศึกษาแผนงานของ ส.ป.ก. แล้วไม่มีแผนงานเชิงรุก เหตุผลที่ว่าไม่มี แผนงานเชิงรุกนี้เพราะอะไรครับ เพราะพื้นที่ของอําเภอครบุรีและอําเภอเสิงสางนั้น ส่วนใหญ่พี่น้องประชาชนจะประกอบอาชีพเกษตรกรรมเป็นส่วนใหญ่ พื้นที่ที่ใช้ประกอบอาชีพนั้น ก็จะเป็นพื้นที่ของ ส.ป.ก. เป็นส่วนใหญ่ แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นทุกวันนี้กรณีที่พี่น้องเกษตรกร มีปัญหาเกี่ยวกับเอกสารสิทธิในการที่จะทํามาหากินจะประสานงานกับ ส.ป.ก. แต่ละครั้งนั้น ต้องไปประสานงานที่จังหวัด หน่วยงานที่จะอยู่ในระดับอําเภอก็ไม่มี ผมอยากจะเห็นว่า ทาง ส.ป.ก. นั้นน่าจะมีหน่วยงานในพื้นที่ระดับอําเภอเหมือนสํานักงานที่ดินจังหวัด ในสาขาอําเภอ เหมือนสํานักงานเกษตรอําเภอ ทําไมต้องเป็นเช่นนั้นครับท่านประธานครับ เนื่องจากว่าวันนี้เกษตรกรเวลามีปัญหาในเรื่องของการแบ่งแนวเขตที่ทํากิน โดยเฉพาะ บางรายเป็นที่ตาบอดเวลาเก็บผลผลิตทางการเกษตรเก็บก่อนเพื่อนก็ไม่ได้ เก็บหลังเพื่อน ก็ไม่ได้เพราะจะไม่ทันฤดูกาล เก็บก่อนไม่มีทางออกเพราะรอบข้างนั้นเขายังไม่เก็บ ไม่มีเส้นทางที่จะขนผลผลิตจะต้องรอโอกาส รอเวลาเพื่อนรอบข้างนั้นเก็บเกี่ยวก่อนถึงจะมี โอกาสได้เก็บเกี่ยวตามหลังเพื่อน ผมเองอยากจะเห็นแผนงานเชิงรุกโดยการเพิ่มสํานักงาน ระดับอําเภอ เพิ่มเจ้าหน้าที่ให้ไปเฝ้าประจําเพื่อที่จะได้แก้ปัญหาให้พี่น้องเกษตรกรที่มีปัญหา ในเรื่องแบบนี้ โดยเฉพาะวันนี้ที่ดินมีราคาแพงมีมูลค่า เส้นทางที่ใช้ในการสัญจรไปมา ขนพืชผลทางการเกษตรนั้นจะถูกเจ้าของที่ดินที่ได้สิทธิบุกรุกแทบจะไม่มีเส้นทางสําหรับ การสัญจรไปมา ถ้าเจ้าหน้าที่ทําหน้าที่อย่างเคร่งครัดก็จะได้ไปชี้เขตชี้แนวเพื่อที่จะเป็น ประโยชน์โดยส่วนรวมต่อไป แล้วอีกประเด็นหนึ่งครับ ปัจจุบันนี้พี่น้องที่ได้สิทธิครอบครองที่ทํากินคือ ส.ป.ก. นั้น ได้มีการซื้อขาย จํานํา เปลี่ยนมือเป็นจํานวนมาก จริง ๆ แล้วสิทธิ ส.ป.ก. สิทธิทํากินนี้ ไม่มีสิทธิที่จะไปเปลี่ยน ไปขาย ไปจํานองได้ มีทายาทเท่านั้นที่จะได้รับเป็นมรดกตกทอด แต่ปัจจุบันนี้ที่ดินส่วนใหญ่จะถูกเปลี่ยนมือ เปลี่ยนเจ้าของ เปลี่ยนผู้ทํากิน อยากจะให้ ส.ป.ก. นั้นได้ทําหน้าที่ครับ ถ้าเกษตรกรรายใดมีสัญญาไปจํานํา มีสัญญาขายฝาก ก็ให้ยึดครับ ยึดแล้วเอาไปทําอะไรครับ ยึดแล้วเอาไปให้กับเกษตรกรรายอื่นที่ไม่มีที่ทํากิน เพื่อที่จะได้ลด เพราะปัจจุบันนี้พี่น้องที่ไม่มีที่ทํากินนั้นก็พยายามไปบุกรุกป่าเพื่อที่จะสร้าง ที่ทํากินใหม่ก็เป็นปัญหาให้กับกระทรวงอื่น ๆ เช่นกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อม พี่น้องที่เห็นข่าวอยู่ทุกวันนี้มีการเผาป่า ซึ่งให้เหตุผลว่าเผาป่าเพื่อที่จะให้ เป็นป่าเสื่อมโทรม วันนี้ถ้าหาก ส.ป.ก. นั้นมีแนวทางปฏิบัติการเชิงรุก ผมเชื่อว่าที่ดิน ที่มีการเปลี่ยนมือสามารถที่จะเอามาให้กับพี่น้องที่ไม่มีที่ทํากินเป็นจํานวนมาก และอีกส่วนหนึ่ง ที่ได้พบเห็นมีพี่น้องเกษตรกรที่เคยทํามาหากินในด้านอาชีพการทําสวนยางพาราในภาคใต้ เป็นจํานวนมาก ได้ไปบุกรุกกว้านซื้อแถวภาคอีสานเป็นจํานวนมาก คนพวกนี้เขาไม่กลัวครับ เขาไม่กลัวกฎหมาย เขายินดีที่จะครอบครองของผิดกฎหมายโดยที่ไม่มีสิทธิ เนื่องจากว่า ได้ทํากินไปแล้วก็ไม่มีใครไปไล่ ด้วยเหตุผลต่าง ๆ เหล่านี้ผมถึงอยากจะให้สํานักงาน การปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมได้มีหน่วยงานในระดับอําเภอ เพื่อที่ว่าจะได้ไปตรวจสอบ ดูพื้นที่ที่รับผิดชอบอย่างเคร่งครัด เพื่อที่จะได้จัดการที่ดินที่มีปัญหาให้เรียบร้อย เพื่อเป็นประโยชน์กับพี่น้องเกษตรกรโดยแท้จริง ไม่ให้พวกนายทุนเอาไปสร้างโรงงาน เอาไปสร้างตึก เอาไปสร้างรีสอร์ท (Resort) แล้วก็สร้างอุตสาหกรรมต่าง ๆ มากมาย ในที่ซึ่ง ส.ป.ก. รับผิดชอบ ผมจึงขอฝากท่านประธานไปยังคณะกรรมาธิการว่านี่คือเหตุผล ที่ผมขอปรับลดลง ๕ เปอร์เซ็นต์ ขอขอบคุณมากครับท่านประธาน
เชิญท่านธารา ปิตุเตชะ ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ธารา ปิตุเตชะ พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดระยอง ท่านประธานครับ สรุปรายงานของ คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ. งบประมาณรายจ่ายประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๖ ตั้งวงเงินงบประมาณรายจ่ายขาดดุลไว้ ๒.๔ ล้านล้านบาท ท่านนายกรัฐมนตรีได้แถลงไว้ ในวาระที่หนึ่งว่าจะจัดสรรงบประมาณให้เป็นธรรมและทั่วถึง ๗๖ จังหวัด ผมไม่รู้หรอกว่า เป็นธรรมและทั่วถึงหรือไม่ แต่จังหวัดระยองผมคิดว่าพี่น้องประชาชนจังหวัดระยอง ทั้ง ส.ส. อีก ๓ ท่านไม่ว่าท่านสาธิต ท่านวิชัย ท่านนายแพทย์บัญญัติ พร้อมพี่น้องประชาชน คนจังหวัดระยอง มีความเห็นว่าไม่เป็นธรรมครับ จังหวัดระยองเป็นจังหวัดที่ให้รัฐบาล เก็บภาษีเป็นล้านล้านบาท เพราะฉะนั้นผมคิดว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมในการจัด งบประมาณ ในเรื่องงบประมาณนั้นคงจะไปอยู่อีกหลายมาตราว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม ตรงไหน ส.ส. อีกทั้ง ๓ ท่านเดี๋ยวคงจะได้พูดถึงว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมให้กับคนระยอง ตรงไหน ท่านประธานครับ จากงบประมาณที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้รับการจัดสรร งบประมาณ จริง ๆ ได้จัดสรรไว้ ๗๓,๐๐๐ ล้านบาทเศษ ๆ แต่เมื่อปรับลดแล้วกรรมาธิการ เห็นว่าต้องปรับลดก็ปรับลดมาอยู่ที่ ๗๒,๘๘๒ ล้านบาท ตรงนี้ละครับผมเห็นว่าผมต้อง ปรับลดในมาตรา ๑๑ ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ๕ เปอร์เซ็นต์นะครับ ท่านประธานครับ ถ้าเราพิจารณาดูให้ถ้วนถี่แล้ว งบประมาณที่ได้รับการจัดสรรของ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ผมก็เกรงว่าจะถูกนําไปใช้ไม่คุ้มค่า ไม่มีประสิทธิภาพ ท่านประธานจะเห็นว่าจากที่ผ่านมาในปีงบประมาณ ๒๕๕๕ ในเรื่องราคาสินค้าผลผลิตจาก พี่น้องเกษตรกรตกต่ําแทบทุกตัว ไม่ว่าจะเป็นราคาพืชผัก ผลไม้ มะพร้าว ซึ่งจริง ๆ ท่าน ส.ส. ประมวลจากจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ก็เคยตั้งกระทู้ถามไปแล้วราคาพืชผล ทางเกษตรทุกตัว แล้วประเทศของเรา ๘๐ เปอร์เซ็นต์เป็นเกษตรกรครับ ถ้าราคาพืชผล การเกษตรตกต่ําแล้ว ท่านประธานลองนึกภาพเถอะครับจะอยู่อย่างไร สวนทางกัน โดยสิ้นเชิง ราคาพืชผลทางการเกษตรตกต่ําทุกตัว แต่วัตถุดิบต่าง ๆ ที่พี่น้องเกษตรกร เอามาใช้ ไม่ว่าจะเป็นปุ๋ย น้ํายาเคมีต่าง ๆ ซึ่งต้องจัดซื้อมามาทําอาชีพเกษตรแพงทุกตัวครับ นี่แหละครับเป็นเหตุผลของผมซึ่งจะต้องพูดในวันนี้ จะต้องท้วงต้องติงเพื่อให้รัฐบาลทํางาน ให้มีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะยางพารา ท่านประธานครับ ผมเชื่อว่าจังหวัดของท่านประธานเอง ก็มียางพาราเยอะ ณ วันนี้ เพราะฉะนั้นในเมื่อช่วงที่ผ่านมารัฐบาลได้บริหารจัดการในเรื่อง ราคายางพาราตกต่ําเป็นประวัติการณ์ครับ ในขณะนี้ราคายางเฉลี่ยตกต่ําจากปีที่รัฐบาลที่แล้ว บริหารมาอย่างสิ้นเชิง ต่ํากว่าครึ่ง สมัยรัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เมื่อเทียบเคียงกันแล้ว ณ ปัจจุบันยางพาราโดยเฉลี่ยมีกิโลกรัมละ ๗๓ บาทเท่านั้นเองครับ แล้วยังต่ําลงทุกวัน ๆ ยางชั้นดีคุณภาพ ๑ ๗๘ บาท ขี้ยางราคา ๔๐ กว่าบาทเท่านั้นเอง เทียบเคียงเมื่อสมัย รัฐบาลอภิสิทธิ์ราคายางเฉลี่ยกิโลกรัมละ ๑๒๘ บาทครับท่านประธาน ต่ํากว่าครึ่งไหมครับ ยางชั้นหนึ่งคุณภาพดี ๑๓๔ บาท ขี้ยางกิโลกรัมละ ๑๒๐ บาท น้ํายางกิโลกรัมละ ๑๒๘ บาท เมื่อสมัยรัฐบาลอภิสิทธิ์นะครับ เพราะฉะนั้นท่านประธานครับ จากราคายางที่ตกต่ํา รัฐบาลยังตั้งงบประมาณให้กับหน่วยงานในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ไปบริหารถึง ๗๒,๐๐๐ กว่าล้านบาท ผมถึงขอปรับลดครับ เงินที่ผมขอปรับลดรัฐบาลจะได้เอาไป พยุงราคาสินค้าทางการเกษตร ท่านประธานครับ เมื่อสถานการณ์ราคายางตกต่ํา อย่างต่อเนื่องมาตลอด รัฐบาลก็มีมติเห็นชอบ อันนี้ผมก็เห็นด้วยครับ ในการช่วยเหลือ เกษตรกรผู้ปลูกยางพารา เพื่อมาแก้ไขราคายางที่ตกต่ําโดย ครม. อนุมัติวงเงินมาแล้ว ๑๕,๐๐๐ ล้านบาท ตามที่คณะกรรมการนโยบายยางธรรมชาติเสนอ เพื่อนําไปให้สถาบัน ที่ทําธุรกิจสวนยาง รวมถึงกลุ่มสหกรณ์ และองค์การสวนยาง เพื่อไปซื้อยางของ พี่น้องเกษตรกร จริง ๆ แล้วเป้าหมายรัฐบาลอยากจะซื้อกิโลกรัมละ ๑๒๐ บาท ใครให้สัมภาษณ์ เจ้ากระทรวงหรือรัฐมนตรีใดให้สัมภาษณ์ไว้ ๑๒๐ บาท พี่น้องประชาชน ผมสอบถามมาแล้วครับ แล้วก็มาปรึกษาหารือผม ตอนนี้เราก็ไม่ต้องการหรอกครับถึง ๑๒๐ บาท เขาว่า ๑๐๐ บาทเขาพอใจแล้ว ก็ขายยางอยู่ ๗๐ กว่าบาท ท่านประธานมันไม่ได้ ต้นทุนจริง ๆ ท่านประธานก็รู้ดีไม่มีใครมาร้องเรียนท่านบ้างหรือครับอยู่จังหวัดชัยภูมิ ผมเชื่อเหลือเกินว่าเรื่องนี้ท่านประธานก็ถูกร้องเรียนมา เพราะฉะนั้นเกษตรกรที่มาขายยาง ขั้นตอนในการซื้อขององค์การสวนยางก็มีปัญหาครับท่านประธาน ตรงนี้ละอยากจะฝากบอกท่านประธานผ่านไปยังผู้เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะรัฐมนตรีซึ่งดูแล เรื่องยางพารา ผมไม่ขอเอ่ยนามว่าให้ช่วยลงไปดูแล เรื่องของแท็กซี่ไม่ต้องไปยุ่งกับเขา หรอกครับ ผมทราบ ถามมาแล้วถ้าขยันเพิ่มเขาอยู่ได้ เอาเรื่องยาง เรื่องสินค้าการเกษตร ให้มันบรรลุเถิดครับ ผมเชื่อว่า ส.ส. ซีกรัฐบาลที่ผมพูดบางคนต้องชื่นชอบอีกต่างหาก เพราะผมเชื่อว่าหลายจังหวัดก็เริ่มปลูกยางพารา เริ่มมียางพารา ยางพาราเริ่มกรีดได้ เพราะรัฐบาลส่งเสริมมานานแล้ว เพราะฉะนั้นในโครงการนี้ที่ผมบอกว่ามีปัญหาในขั้นตอน การซื้อ มันมีปัญหาจริง ๆ ครับท่านประธาน เพราะ ๑. ต้องเป็นสมาชิกของสหกรณ์ ต้องขึ้นทะเบียนอันดับแรก อันนี้ก็พอสมควรแล้ว เพราะว่าบางคนก็ไม่ได้ไปขึ้นทะเบียน ที่มีสวนยางพาราอยู่ เรื่องที่ ๒ เป็นเรื่องใหญ่เลย เพราะเรื่องของการจัดซื้อ ในการจัดซื้อ ผมเข้าใจครับก็ต้องมีการคัดเกรดของคณะกรรมการซึ่งจะซื้อยางในราคา จริง ๆ แล้วก็ ๙๖ บาทมันมีค่าบํารุงรักษาอีก ๔ บาท แต่จริง ๆ ยางคัดเกรดแล้วผมว่าแทบจะไม่ต้อง เพราะไปคัดเขาแล้วยางต้องแห้ง ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ คุณภาพยางต้องได้ แผ่นต้องได้ อย่างนี้ ค่าเก็บรักษาผมว่าใช้เพียงน้อยนิดคงจะเก็บรักษาได้ อันนี้ก็ท้วงติงไปครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นในการขายยากมาก พี่น้องเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนไว้เป็นสมาชิกสหกรณ์ที่มีสิทธิ ขายเอายางไปตันหนึ่งคัดออกมาแล้วขายได้ไม่ถึง ๕๐๐ กิโลกรัม ส่วนมากนะครับ ผมไม่ได้ บอกว่าทั้งหมด เพราะจริง ๆ แล้วเกษตรกรท่านต้องเข้าใจครับ ยิ่งตอนนี้หน่วยงานของ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยเฉพาะเกษตรอําเภอ เกษตรจังหวัด ท่านกวดขันหน่อยนะครับ กระตุ้นเขาหน่อยให้ทํางานให้เข้าถึงพี่น้องประชาชนหน่อย ผมพูดไม่ใช่ทั้งหมด ส่วนหนึ่ง อย่างน้อยให้ไปเป็นขวัญกําลังใจให้เขาทํางานให้เข้าถึงประชาชนหน่อย เพื่อไปแนะแนวในการทําสินค้าให้มีคุณภาพอย่างนี้ เพื่อจะได้ไม่มีปัญหาที่เกิดขึ้นตามหลังมา เพราะยางพาราขายยางจริง ๆ ที่ผมกล่าวมาข้างต้น แล้วร้ายกว่านั้นครับ ท่านลองนึกภาพสิครับ ยางคัดเกรด ตกเกรดแล้วนี่ ซึ่งรัฐบาลไม่สามารถซื้อได้ไปไหนล่ะครับ ก็กองอยู่ตรงนั้น ว่าเข็นไปแล้วบรรทุกไปแล้ว พ่อค้านั่งทุบอยู่ข้าง ๆ เลยครับ เมื่อขายไม่ได้อย่างไรเสียก็ต้อง หันกลับมาขายราคาปกติของตลาด ต้องมาประมูลกัน ซึ่งราคาซื้อขายผมบอกไว้ข้างต้นแล้ว ประมาณ ๗๐ บาทเศษ ๆ พ่อค้านั่งทุบเลย เพราะเขารู้ว่ายางพาราคุณตกเกรดขายให้รัฐบาล ไม่ได้แล้วในราคา ๑๐๐ บาท ตรงนี้ละครับพ่อค้าทุบเลย นี่ละครับคือทุกข์ของเกษตรกร โดยเฉพาะพี่น้องชาวสวนยางพารา
จบหรือยังครับ
ผมคงใช้เวลาอีกนิดหน่อยนะครับ เพราะยางพาราเป็นเรื่องสําคัญจริง ๆ เป็นพืชเศรษฐกิจที่สร้างรายได้เข้าประเทศ เป็นจํานวนเงินมหาศาล โดยเฉพาะปีที่ผ่านมาปี ๒๕๕๔ ประเทศไทยมีรายได้จาก การส่งออกยางพาราดิบ ๔๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท เพราะฉะนั้นเรื่องนี้ก็เป็นเรื่องสําคัญของ ประเทศเรา เพราะเราไม่เป็นประเทศเดียวที่มียางพารา มีประเทศคู่แข่งขันหลาย ๆ ประเทศ แล้วท่านประธานก็คงเห็นแล้วตอนนี้จากที่รัฐบาลส่งเสริมให้มีการปลูกยางพารา ช่วงที่ส่งเสริมมานี่ยางพาราที่รัฐบาลส่งเสริมสมัยที่แจกกล้ายางพารากําลังจะผลิตผล ออกมาแล้วครับ ราคานี้ที่ผมท้วงติงไปในช่วงฤดูฝนด้วย เดี๋ยวท่านคิดว่าหมดฤดูฝน จะเข้าฤดูหนาวน้ํายางจะออกไม่เท่าไรรัฐบาลหาทางหรือยัง เพราะว่าเป็นเรื่องที่ พี่น้องเกษตรกรซึ่งทุกครั้งเขาจะรู้ด้วยธรรมชาติของเขาว่ายางพาราจะล้นในเมื่อปลายฤดูฝน เข้าฤดูหนาวแล้วยางพาราจะออกดีมาก เพราะฉะนั้นก็ฝากไว้ฝากท่านประธานผ่านไปยัง ผู้รับผิดชอบว่าให้ตั้งหลักให้ดี ช่วงนั้นอาจจะเหลือ ๔๐ บาท ถ้ายางพารา ๔๐ บาท รัฐบาลคลอนแคลนแน่นอนครับ นี่ขอท้วงขอติงไว้ ในเมื่อมีการส่งเสริมเยอะก็กลัวนะครับว่า คงจะมียางพาราล้นตลาดในอีก ๔-๕ ปีข้างหน้า ตรงนี้ท่านประธานก็คงจะคิดเหมือนผมว่า ยางพารามันเป็นพืชสวนครับไม่ใช่พืชไร่ เขาต้องลงทุนไปก่อน ๗ ปี ผมว่าท่านประธาน ก็ปลูกยาง
ผมว่า เหตุผลประกอบการตัด ๕ เปอร์เซ็นต์ก็พอสมควรแล้วนะครับ มันไปจนการขายยางแล้วนะครับ
อีกนิดเดียวครับท่านประธาน ผมก็ใช้เวลา พอสมควร ผมขอใช้เวลาตรงนี้อีกไม่นานครับท่านประธานครับ
กระชับนิดหนึ่งครับ
ผมท้วงติงไว้เป็นประโยชน์ทั้งนั้นละครับ ท่านประธาน เป็นประโยชน์จริง ๆ ท่านประธานยางพารานี่พืชสวนนะครับ ปลูกลงทุน ๗ ปี ถึงจะกรีดได้ ท่านลองนึกภาพเถอะครับลงทุน ๗ ปี ปุ๋ยก็แพง ยาก็แพง ๗ ปีกรีดได้ ถ้าวันนั้น ยางเหลือราคา ๔๐ บาท ผมบอกแล้วพืชไร่ปีหน้าถูกก็ขายทิ้ง แต่ยางพารา ๗ ปีนะครับ ต้นยาง ๗ ปีจะขายให้ใครก็ขายไม่ได้ จะขายให้พ่อค้าก็ขายไม่ได้มันอาจจะต้องเป็นไม้ฟืน ซึ่งราคานี่ก็คงรับกันไม่ได้หรอกครับ เพราะฉะนั้นเรื่องนี้รัฐบาลได้วางแผนไว้อย่างไร ในอนาคตเกี่ยวกับยางพารา ตอนนี้ท่านดูสถิติหรือยังครับ ตอนนี้ยางพารามีทั้งหมด ในประเทศเรา ๑๘ ล้านไร่ ณ วันนี้มี ๑๘ ล้านไร่ นี่ยังไม่ได้พูดถึงประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งไปไหนก็มีปลูกเพิ่มขึ้น เพราะฉะนั้นเรื่องนี้เป็นเรื่องสําคัญนะครับท่านประธาน ก็ฝากท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องผู้รับผิดชอบด้วยว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องสําคัญ แล้วอีกเรื่องหนึ่งนะครับ
ผมว่าเอาเรื่องที่ตัด ๕ เปอร์เซ็นต์ก่อนได้ไหมครับ
นี่ละครับคือเหตุผลครับ ประสิทธิภาพ ในการบริหารครับ
เชิญครับ
อีกเรื่องเดียวครับท่านประธาน เรื่องยางพาราซึ่งเอาไปผสมยางมะตอยเพื่อมาทําถนนครับ ผมก็เคยเป็นกรรมาธิการ งบประมาณสมัยที่แล้วผมก็ท้วงติงเรื่องนี้ว่าได้ทําการวิจัยหรือยัง แต่จริง ๆ เขาตอบมาแล้วว่า มีการทําวิจัยแล้ว แล้วก็ไปทดลองใช้หลายแยกหลายสายทางด้วยกัน นี่เหตุผลไม่พอนะครับ ที่ผมจะตัดงบ ผมถามแล้วว่าเรื่องนี้ได้ไปทําการวิจัยหรือยัง กรรมาธิการได้ถามไหมในเรื่องนี้ ว่าตอนนี้เมื่อทํางานวิจัยเสร็จแล้วได้มีการประสานไปยังกระทรวงคมนาคมหรือยังว่า เราจะออกสเปก (Spec) มาอย่างไร ในการทําถนนออกสเปกมียางพาราผสมไหม อันนี้ ก็มีเป็นช่องทางหนึ่งซึ่งจะทําให้ยางพารามีราคาดีขึ้น นี่ไม่ใช่เหตุผลนะครับท่านประธาน ในการที่ผมจะตัดผมไม่ให้เหตุให้ผลผมจะไปตัดงบได้อย่างไรครับ เพราะฉะนั้น ก็ฝากไว้นะครับ ผมไม่ทราบว่าท่านกรรมาธิการได้ถามในห้องประชุมคณะกรรมาธิการหรือไม่ ในเรื่องนี้ สุดท้ายก็ขอขอบคุณท่านประธานครับที่ให้โอกาสผมได้มีโอกาสมาชี้แจงในเรื่องของ งบประมาณ ขอบคุณมากครับท่านประธาน
ท่านนิยม เวชกามา
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นิยม เวชกามา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมขอแปรญัตติขอตัดงบประมาณของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ๑๐ เปอร์เซ็นต์และขอตัดทุกกรมด้วย โดยเหตุโดยผลที่ผมขอตัดเพราะว่างบประมาณของ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์รัฐบาลตั้งให้ ๗๓,๐๐๐ กว่าล้านบาท งบประมาณนี้ ความจริงไม่มากครับ เพราะกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เป็นกระทรวงที่อยู่กับ พี่น้องประชาชนโดยตรง เป็นกระทรวงที่แก้ปัญหาปากท้องของพี่น้องประชาชน แต่ว่ากระทรวงเกษตรและสหกรณ์วันนี้ทํางานยังไม่เข้าตาพี่น้องประชาชน ด้วยเวลา ๔ นาทีที่เหลือผมขอชี้แจงเหตุผลที่ขอตัดเอาสัก ๔ กรม คือกรมชลประทาน กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ กรมประมง และกรมพัฒนาที่ดิน ซึ่งทั้ง ๔ กรมนี่มีเหตุมีผล ที่ผมต้องขอแปรญัตติตัด ๑๐ เปอร์เซ็นต์ เพราะว่าโดยเฉพาะกรมชลประทานวันนี้มุมมอง อยู่มุมเดียว งบประมาณที่ตั้งไว้นี่ ๓๕,๔๐๐ กว่าล้านบาท ถือว่ามากกว่าทุกกรม โดยเนื้อหาแล้วไม่มากครับ เพราะกรมชลประทานเป็นกรมที่ครอบคลุมมากที่สุดอยู่กับน้ํา ซึ่งพี่น้องบ้านผมโดยเฉพาะภาคอีสานนี่ปัญหาเรื่องน้ําเป็นเรื่องใหญ่ จังหวัดสกลนครบ้านผม ไม่ถึง ๑๐ เปอร์เซ็นต์พื้นที่กรมชลประทาน แต่ปัญหาใหญ่ที่ผมต้องบอกกรมชลประทาน วันนี้ต้องกลับไปดูว่าพี่น้องประชาชนยังต้องให้ท่านต้องดูแลอีกมากผมบวก ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ยังน้อยด้วยซ้ําไป ผมบอกว่าตัดเพราะไม่เข้าตาพี่น้องประชาชน งานที่ต้องดูแลกลับไม่ดูแล งานที่ท่านจําเป็นต้องทําท่านไม่ทํา วันนี้พี่น้องบ้านผมบอกกรมชลประทานไม่ดูแล บางแม่น้ําสําคัญ เนื่องจากจังหวัดสกลนครเป็นจังหวัดหนึ่งที่อยู่ในลุ่มน้ําโขง แม่น้ําสายหลัก ลงมาจากเทือกเขาภูพานลงมาสู่หนองหาร ลําน้ําพุงเป็นแม่น้ําที่จากเทือกเขาภูพานลงมา บอกกรมชลประทานดูแล แต่วันนี้ยังไม่ได้ทําอะไรเลย ๕๐ กิโลเมตร ฤดูแล้งไม่มีน้ําเก็บกัก แม้แต่นิดเดียว แต่หน้าฝนล้นตลิ่งท่วมไร่นาพี่น้องประชาชน อันนี้คือกรมชลประทานต้องดูแล เวลาเหลือน้อยต้องบอกทุกอย่างว่ากรมชลประทานวันนี้เป็นเจ้าของพื้นที่ แต่พี่น้องบ้านผม บอกไม่รู้ใครเป็นเจ้าของ วันนั้นท่านรัฐมนตรีปรีชาบอกจะทําเขื่อนกั้นน้ํา ๒-๓ แห่ง เพื่อสกัดน้ําให้ลงสู่หนองหารหมด แต่บอกพื้นที่ของกรมชลประทานมีปัญหาในพื้นที่อีก
ท่านประธานครับ ส่วนกรมตรวจสอบบัญชีสหกรณ์กระผมต้องตัด ๑๐ เปอร์เซ็นต์เหมือนกัน เพราะว่าวันนี้กรมตรวจสอบบัญชีสหกรณ์ไม่ดูแลในเรื่องสหกรณ์ สหกรณ์ครูได้รับความเดือดร้อนทุกหย่อมหญ้าของภาคอีสาน ถูกการโกงการอะไรเยอะแยะ เรื่องเงินสหกรณ์ วันนี้กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ทําอะไรอยู่ ยังทําอะไรไม่ได้ จังหวัดสกลนคร ๔๐๐ กว่าล้านบาทเงินหายไปไหนไม่รู้อันนี้ต้องบอก
ส่วนกรมประมงนี่ซึ่งดูแลเรื่องปลา หนองหารเป็นพื้นที่ใหญ่ ๗๐,๐๐๐ กว่าไร่ ดูปลาอย่างเดียวก็ไม่ได้แล้ววันนี้ อันอื่นต้องมาดูด้วย ผมถึงบอกว่ากรมประมงดูปลาไม่ได้ ต้องพัฒนาเรื่องแหล่งน้ําด้วย ท่านต้องดูแลเรื่องน้ําไม่ใช่ปล่อยปลาอย่างเดียว ๖๐ เปอร์เซ็นต์จําเป็นต้องตัด
กรมพัฒนาที่ดิน ท่านประธานครับ กรมนี้ดูแลปัญหาเรื่องที่ดิน เรื่องปากท้อง โดยตรง จากที่ผมเป็นกรรมาธิการติดตามเรื่องงบประมาณ ทําไมเงินถึงไม่ไหลลงพื้นที่เลย กรมพัฒนาที่ดินทําอะไรอยู่ งบปี ๒๕๕๔ ท่านประธานครับ วันนี้เพิ่งเบิกจ่ายไป ๕๐ เปอร์เซ็นต์ ปี ๒๕๕๔ แล้วนี่ ถึงขนาดต้องเชิญอธิบดีมาชี้แจงทุกสัปดาห์แล้ววันนี้ อันนี้คือปัญหาใหญ่ของกรมพัฒนาที่ดิน ตัด ๑๐ เปอร์เซ็นต์ยังน้อยไปด้วยซ้ํา ทั้ง ๆ ที่ ไม่อยากตัด แต่ท่านทํางานไม่ได้ผลไม่เข้าตา ปี ๒๕๕๕ เงินท่านไปลงเหมือนกัน ผมบอกว่า อันนี้ปี ๒๕๕๖ เข้ามาแล้ว กรมพัฒนาที่ดินต้องสอบตัวเอง ดินไหนที่มีปัญหาท่านดูไหม แหล่งน้ําท่านก็ดูได้ แต่วันนี้ท่านไม่ทํา ผมจึงตัด ๖๐ เปอร์เซ็นต์ เป็นปัญหาท่านต้อง ตรวจสอบ กรมพัฒนาที่ดิน อธิบดี ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ต้องกํากับดูแลลูกน้องท่าน ด้วยความเคารพจริง ๆ กรมพัฒนาที่ดินเป็นเรื่องใหญ่ เงินค้างท่อ ขอบคุณมากครับท่านประธาน
มีมาเพิ่ม มีท่านประมวลใช่ไหม เชิญท่านประมวล ขอความกรุณาแต่ละท่านกระชับนิดหนึ่ง
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม ประมวล พงศ์ถาวราเดช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พรรคประชาธิปัตย์ ผมขอกราบเรียนท่านประธานในมาตรา ๑๑ ของกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ ผมจะพูดสัก ๒-๓ กรม ซึ่งมีปัญหาและมีประสิทธิภาพในการบริหารจัดการ ผมกราบเรียนถามท่านประธานไปทางคณะกรรมาธิการว่าได้สอบถามปัญหาของ พี่น้องเกษตรกรส่วนใหญ่ซึ่งเป็นกระดูกสันหลังของชาติในเรื่องราคาผลผลิตทางการเกษตร ตกต่ํา ไม่ว่าเรื่องยางพารา ไม่ว่าเรื่องมะพร้าว ไม่ว่าเรื่องสับปะรด ไม่ว่าเรื่องมันสําปะหลัง ไม่ว่าเรื่องหอมแดง และสินค้าเกษตรหลาย ๆ ตัว ผมกราบเรียนท่านประธานที่เคารพว่า ผมเป็นห่วงเกษตรกรของประเทศไทย เพราะพืชผักต่าง ๆ เดี๋ยวนี้ ไม่ว่าผักชี ไม่ว่าขิง ไม่ว่าผักต่าง ๆ ส่วนใหญ่นําเข้าจากประเทศจีน และกรมต่าง ๆ ไม่ว่ากรมส่งเสริมวิชาการเกษตร กรมส่งเสริมสหกรณ์ และกรมวิชาการ ไม่สนับสนุน ไม่เสนอแนะให้เยาวชนรุ่นใหม่ เข้าสู่วงการเกษตร เพื่อทดแทนพี่น้องประชาชนรุ่นเก่า ผมลงไปในพื้นที่ สินค้าเกษตร หลาย ๆ ตัว ผมเป็น ส.ส. จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ อยู่บ้านนอก ผมถามพี่น้องว่านี่ขิง เอามาจากไหน ขนาดในหมู่บ้านเล็ก ๆ ขิงยังนําเข้าจากประเทศจีน ผักชียังนําเข้าจาก ประเทศจีน ผมถามเกษตรกรหรือพ่อค้าเล็ก ๆ ที่ทําตรงนั้นอยู่ว่าเอาไปขายที่ไหน เขาบอก เอาไปขายที่จังหวัดภูเก็ต เพราะฉะนั้นไม่ว่ากรมส่งเสริมการเกษตรหรือกรมวิชาการเกษตร ต้องช่วยกันดูแล ต้องช่วยกันวิจัย ต้องช่วยกันแก้ปัญหาต่าง ๆ ผมอยากเรียนถาม ท่านประธานไปถึงท่านกรรมาธิการว่าปัญหาใหญ่ของพี่น้องเกษตรกรชาวสวนมะพร้าว ซึ่งมีศัตรูแมลงมะพร้าว ซึ่งมีภัยแล้งหลาย ๆ อย่างเข้ามา ผมดูในงบประมาณปี ๒๕๕๖ ไม่มีสักสลึงเดียวเลย แล้วจะหาวิธีการดําเนินการแก้ไขปัญหาของพี่น้องเกษตรกรได้อย่างไร ในพันธกิจกว่าจะสร้างประสิทธิภาพ สร้างมูลค่าเพื่อให้พี่น้องเกษตรกรอยู่ดีกินดี ผมกราบเรียน ท่านประธานถึงกรรมาธิการว่าทั้งกรมวิชาการเกษตร ทั้งกรมส่งเสริมการเกษตร ที่ปัญหา ลงทางสื่อหนังสือพิมพ์หลาย ๆ เรื่องในสินค้าเกษตรตกต่ํานี่ ท่านถามหรือเปล่าว่ามีมิติใหม่ ที่จะดําเนินการแก้ไขปัญหาของพี่น้องเกษตรกรได้อย่างไร ผมดูในเล่มแล้วมีแต่อบรม มีแต่ขึ้นทะเบียนสมาชิก มีแต่ก่อสร้าง มีแต่ค่ารายจ่ายประจํา ซึ่งบางกรมก็ ๓,๐๐๐ กว่าล้านบาท บางกรมก็ ๕,๐๐๐ กว่าล้านบาท เพราะฉะนั้นปัญหาใหญ่ของพี่น้องเกษตรกร ถ้ากระทรวงเกษตรและสหกรณ์โดยกรมวิชาการเกษตร และกรมส่งเสริมการเกษตรไม่เข้าไป แก้ไข ผมว่าพี่น้องเกษตรกรของประเทศไทยสูญพันธุ์แน่ ๆ เพราะฉะนั้นประสิทธิภาพ ในการบริหารจัดการของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ซึ่งมีอยู่ ๒-๓ กรมที่ผมกล่าวมาแล้วข้างต้น กรรมาธิการได้ถามปัญหาหรือไม่ เรายังเป็นสมาชิกชมรมมะพร้าวเอเชียและแปซิฟิก เรายังต้องเสียค่าบํารุงสมาชิกปีละ ๖๐๐,๐๐๐-๗๐๐,๐๐๐ บาท แต่อันนี้ที่จะเข้าช่วยเหลือ พี่น้องเกษตรกรทําไมเราไม่ตั้งงบประมาณไปช่วยเลย เหตุเกิดมา ๔-๕ ปี แต่ไม่มีงบประมาณ ที่จะเข้าไปแก้ไขปัญหา ผมคิดว่ากระทรวงเกษตรและสหกรณ์โดยเฉพาะกรมวิชาการเกษตร และกรมส่งเสริมการเกษตรไม่มีมิติใหม่ ไม่มีแนวคิดใหม่ที่จะแก้ปัญหาให้พี่น้องเกษตรกร ชาวสวนมะพร้าว หรือเกษตรกรชาวไร่สับปะรด หรือหลายพืชที่ปลูกในประเทศไทย ถ้าอยู่อย่างนี้ทุกปีก็จะเกิดเหตุการณ์อย่างนี้ต่อไป ราคาสินค้าเกษตรตกต่ําพี่น้องปิดถนน พี่น้องเอาสินค้าเกษตรมากองปิดถนน มายื่นหนังสือที่ทําเนียบรัฐบาล มาเทสินค้าเกษตรที่สภา แต่ไม่มีเหตุการณ์อะไรเปลี่ยนแปลงเลย ผมกราบเรียนท่านประธานว่ามะพร้าวเหตุการณ์ เกิดมาตั้ง ๕-๖ เดือนแล้ว ผมก็ยื่นกระทู้ถามสดแล้ว ก็กระทรวงเกษตรและสหกรณ์โดยมี กรมวิชาการเกษตรและกรมส่งเสริมการเกษตร มีคณะกรรมการพืชน้ํามันและน้ํามันพืช อนุมัตินํามะพร้าวต่างประเทศเข้ามา ๕๐-๖๐ ล้านลูก ลักลอบเข้ามาก็ไม่รู้เท่าไร จนถึงวันนี้ มะพร้าว ๑ บาท ๒ บาท ๓ บาทยังไม่มีคนจะซื้อ ไม่มีพ่อค้าซื้อ แล้วเกษตรกรจะอยู่ ได้อย่างไรท่านประธาน ผมไม่ทราบกรรมาธิการได้รับทราบปัญหาของพี่น้องเกษตรกร แล้วได้ถามทางกรมวิชาการเกษตรและกรมส่งเสริมการเกษตรบ้างหรือเปล่าว่าจะแก้ปัญหา พี่น้องประชาชนอย่างไร ผมกราบเรียนท่านประธานที่เคารพว่าในนี้ตั้งงบประมาณไว้ เพื่อรับการเปิดการค้าเสรีในปี ๒๕๕๘ เป็นพันล้านบาท แต่ของเกษตรกรที่จะแก้ปัญหานี่ ทําไมเราไม่ตั้งไว้ให้ ตั้งไว้อบรม ตั้งสัมมนา ตั้งเดินทางต่างประเทศ ผมไม่ทราบว่า ทางกรรมาธิการได้ถามทางกรมทั้ง ๒ กรมนี้หรือไม่ว่าจะแก้ปัญหาให้พี่น้องเกษตรกรอย่างไร เพราะทางกรมวิชาการเกษตร ทางกรมส่งเสริมการเกษตรก็รู้ว่าปัญหาของพี่น้องเกษตรกร เกิดเพราะอะไร จะแก้อย่างไร นี่ผมจึงจะตัดงบประมาณเพราะอะไร เพราะนักวิชาการ หลาย ๆ องค์กรก็เข้าไปชี้แนะชาวบ้านว่าให้ทําอย่างโน้นอย่างนี้ แต่ทางกรมวิชาการเกษตร และกรมส่งเสริมการเกษตรต้องเอาจริงเอาจังเข้าไปช่วยเหลือ ผมบอกท่านประธาน ตั้งแต่เริ่มแรกแล้วว่าต่อไปประเทศไทยจะเหลือเกษตรกรปลูกข้าว ปลูกยางพารา ปลูกปาล์ม ปลูกพืชหลักเล็ก ๆ น้อย ๆ นอกนั้นนําเข้าจากประเทศทั้งหมด เราพูดว่าประเทศไทย เป็นอู่ข้าวอู่น้ํา ที่ผมบอกประธานแล้วข้างต้น ผักชีก็นําเข้าจากประเทศจีน ผมกราบเรียน ท่านประธานว่าถ้าเราอยู่ลักษณะนี้ ประเทศอยู่ลักษณะนี้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยการนําของกรมทั้ง ๒ กรมที่ผมกราบเรียนถามท่านประธานผ่านไปคณะกรรมาธิการนี้ ช่วยตอบผมด้วย เพราะปัญหาพี่น้องเกษตรกร ส.ส. ทุกท่านที่นั่งอยู่ในนี้จะรู้ถึง ความเดือดร้อน ท่านถามให้บ้างหรือเปล่าว่าจะแก้ปัญหานี้อย่างไร ตั้งงบประมาณไว้บ้างไหม ผมกราบเรียนท่านประธานว่าผมเป็นห่วง โดยเฉพาะพี่น้องเกษตรกร ผมห้ามนักห้ามหนา อย่าปิดถนน บางส่วนผมกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพ จะถวายฎีกาด้วย ถึงความเดือดร้อนของเขา มีสวนมะพร้าวอยู่ ๑๐ ไร่ ๑๕ ไร่เคยได้เดือนละ ๗,๐๐๐-๘,๐๐๐ บาท ตอนนี้เดือนละ ๑,๐๐๐ บาท ๒,๐๐๐ บาทก็ไม่รู้จะได้หรือเปล่า ผมในฐานะเป็นผู้แทนราษฎร พวกเราในฐานะที่เป็นผู้แทนราษฎรทุกท่าน ถ้าเกษตรกรอยู่ดีกินดีเดินไปไหน ก็ยิ้มแก้มบานไปทุกคน เพราะฉะนั้นปัญหาที่ผมกราบเรียนท่านประธานไปถึง คณะกรรมาธิการ ผมกราบเรียนท่านประธานว่าขอให้พวกเราเอาจริงเอาจังกันหน่อย อย่าคิดว่าเสียงนกเสียงกาจากพี่น้องเกษตรกรที่มาร้องทุกข์ร้องเรียน เดี๋ยวมะพร้าวมันหมด สับปะรดมันเน่าหมด เดี๋ยวราคาก็มันขึ้นเอง ส่วนใหญ่ทุกอย่างผมมองแล้วทางรัฐบาลปล่อยให้ธรรมชาติเดินของมันไปเอง พี่น้องเกษตรกรทุกภาคส่วนก็ค่อย ๆ หมดกําลัง ค่อย ๆ หมดกําลัง คนที่มีทุนเยอะ ความต่าง ทางดัชนีชี้วัดก็เริ่มห่างไปเรื่อย ๆ ผมกราบเรียนท่านประธานว่าผมพูดจากข้อเท็จจริง ผมพูดจากสภาพปัญหาที่เกิดขึ้นกับพี่น้องเกษตรกร ผมขอขอบคุณท่านประธานที่ให้ มีโอกาสได้พูด และผมขอให้ท่านกรรมาธิการช่วยกราบเรียนชี้แจงปัญหาต่าง ๆ ที่เพื่อน ส.ส. ได้อภิปรายงบประมาณปี ๒๕๕๖ ผมจึงตัดของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ๕ เปอร์เซ็นต์ครับ ขอบพระคุณครับ
ท่านวิรัตน์เชิญครับ ท่านวิรัตน์ท่านสุดท้าย เดี๋ยวท่านเสร็จแล้ว กรรมาธิการจะตอบนะครับ
ยังมีอีกท่านหนึ่งครับ
อีก ๑ ท่านใช่ไหมครับ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายวิรัตน์ วิริยะพงษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุโขทัย พรรคประชาธิปัตย์ ต้องขอขอบคุณท่านประธานอีกครั้งหนึ่งนะครับ วันนี้ผมต้องขออนุญาตกราบเรียน ต่อท่านประธานในการขอแปรญัตติปรับลดงบประมาณในมาตรา ๑๑ กระทรวงเกษตร และสหกรณ์ ไว้ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ จากงบประมาณที่ตั้งไว้วงเงินถึง ๗๓,๐๓๗ ล้านบาทเศษ ปรับลด ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ก็เป็นเงินถึง ๗,๓๐๐ กว่าล้านบาท โดยมีเหตุผลหลักดังนี้ ที่ต้องตัดงบประมาณเพราะว่างบประมาณที่ตั้งไว้มิได้สนองต่อในการแก้ไขปัญหาให้กับ พี่น้องประชาชนที่ประสบภัยน้ําท่วมในแต่ลุ่มน้ําที่มีปัญหาน้ําท่วม ซึ่งปัญหานี้ทางรัฐบาล รู้ปัญหาและทราบดีในปีที่ผ่านมาว่าเอาไม่อยู่จริง ๆ สําหรับการเกิดมหาอุทกภัยหลายสิบจังหวัด เกิดความเสียหายต่อชีวิต ร่างกาย แล้วก็ทรัพย์สินของพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะพืชผล ทางการเกษตร และจวบจนมาเป็นปัญหาเรื้อรังในการชดเชยค่าเยียวยา ชดเชยความเสียหาย แก่ประชาชนซึ่งมีความเหลื่อมล้ํากันจนถึงทุกวันนี้ โดยเฉพาะกรมชลประทาน ปี ๒๕๕๖ ตั้งไว้ที่ ๓๕,๔๕๓.๓๔ ล้านบาทนั้น ท่านประธานทราบไหมว่ากรมชลประทานที่เป็นกรมหลัก ทําไมตั้งน้อยกว่าปีที่แล้ว ปีที่แล้วตั้งไว้ถึง ๔๒,๐๐๐ กว่าล้านบาทลดลงถึง ๗,๔๐๐ กว่าล้านบาท เป็นที่น่าใจหาย จึงอยากฝากท่านประธานไปยังทางกรรมาธิการได้สอบถามหรือไม่ว่า งบประมาณกรมชลประทานถึงลดไปถึง ๗,๐๐๐ กว่าล้านบาท ทั้งที่ว่าเป็นกรมหลักที่จะต้อง ใช้งบประมาณในการแก้ไขปัญหา เรื่องการแก้ปัญหาน้ําท่วมให้กับพี่น้องทั้งประเทศ ทั้ง ๒๕ ลุ่มน้ําที่ประสบภัย ท่านประธานที่เคารพครับ กรมชลประทานนั้นมีพันธกิจหลัก ในเรื่องการพัฒนาแหล่งน้ํา การบริหารจัดการน้ําอย่างมีประสิทธิภาพทั่วถึงและเป็นธรรม และยั่งยืน ที่สําคัญที่สุดก็คือการแก้ปัญหาภัยน้ําท่วม ภัยแล้งอันเกิดจากน้ํา เมื่อปีที่แล้ว สภาผู้แทนราษฎรชุดนี้ได้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาขอแก้ไขปัญหาเรื่องน้ําท่วม จากมหาอุทกภัย โดยมีท่าน พลเอก สมชาย วิษณุวงศ์ เป็นประธาน ขออนุญาตเอ่ยนาม และนอกจากนี้ก็ยังได้ตั้งคณะอนุกรรมาธิการในการพิจารณาแยกไปทุกภาค ตั้งแต่ภาคเหนือ ภาคใต้ ภาคตะวันออก และภาคอีสาน แล้วก็ในภาคพื้นของ กทม. ท่านประธานที่เคารพครับ คณะอนุกรรมาธิการนั้นได้พยายามที่จะพิจารณาศึกษาเพื่อที่จะหาบทสรุปเสนอต่อหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยเฉพาะกรมชลประทานซึ่งถือว่าเป็นพันธกิจหลักที่จะต้องดําเนินการตามข้อเสนอของ คณะอนุกรรมาธิการ ผมขออนุญาตกล่าวถึงในส่วนของภาคเหนือ คณะอนุกรรมาธิการ การแก้ปัญหาน้ําท่วมและการบริหารจัดการน้ําในพื้นที่ภาคเหนือ ซึ่งมีท่าน ส.ส. ศิริวรรณ ปราศจากศัตรู เป็นประธานคณะอนุกรรมาธิการ ได้เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะ กรมชลประทาน กรมพัฒนาที่ดิน กรมเจ้าท่า กรมโยธาธิการและผังเมือง หลาย ๆ กรม ที่เกี่ยวข้องได้มาทําการศึกษาร่วมกัน แล้วก็มีบทสรุปว่าในลุ่มน้ํายมเป็นแม่น้ําสายเดียวก็ว่าได้ ในประเทศไทยนะครับท่านประธาน ยังไม่มีเขื่อน ยังไม่มีสถานที่กักเก็บน้ํา เมื่อฝนตกชุก มาเมื่อไรติดต่อกันเพียง ๒ วัน หรือ ๓ วัน น้ําก็จะท่วมที่จังหวัดสุโขทัย ท่วมที่จังหวัดพิษณุโลก ท่วมที่จังหวัดพิจิตร ลงมาถึงจังหวัดนครสวรรค์ นั่นเป็นเรื่องที่เรารับฟังกันมาอยู่เป็นประจํา ซ้ําซากมาทุกปี ท่านประธานที่เคารพ เราได้นําเสนอในคณะอนุกรรมาธิการผ่านยัง คณะกรรมาธิการชุดใหญ่ว่าอยากให้ทางรัฐบาลได้เสนอการตั้งงบประมาณหรือพิจารณา ศึกษาการแก้ปัญหาเรื่องน้ําท่วมในลุ่มน้ํายมคือการสร้างเขื่อนแก่งเสือเต้น ทุกรัฐบาล ทราบดีว่ามีปัญหา ทางออกซึ่งได้มีการศึกษาก็คือมีแผน ๒ คือการสร้างเขื่อนแม่น้ํายมบน และแม่น้ํายมล่าง เหนือเขื่อนแก่งเสือเต้นซึ่งไม่น่าจะมีปัญหา ผมก็เข้าใจว่าในปีงบประมาณ ๒๕๕๖ นี้ ทางรัฐบาลจะได้เสนอให้มีโครงการให้ทําการศึกษา เพราะว่าผมได้มีโอกาส ได้สอบถามผู้ชี้แจงในคณะอนุกรรมาธิการแล้วว่าการสร้างเขื่อนเก็บน้ําแม่น้ํายมเหนือและ แม่น้ํายมล่างนั้นก็ต้องมีการศึกษา กว่าจะสร้างได้ก็ใช้เวลาไม่ต่ํากว่า ๗ ถึง ๘ ปี ในปี ๒๕๕๖ ก็ไม่มีงบประมาณในส่วนนี้ ท่านประธานที่เคารพ จึงเป็นเหตุผลหนึ่งที่ผมจําเป็นต้อง ขอปรับลดงบประมาณในส่วนของกรมชลประทาน
อีกกรมหนึ่งกรมพัฒนาที่ดิน ซึ่งตั้งไว้อยู่ที่ ๕,๐๐๐ กว่าล้านบาท ในการอภิปรายในวาระแรก ทั้ง ๒ กรมนี้ผมก็ได้อภิปรายให้สภาแห่งนี้ได้รับทราบแล้วว่า งบประมาณที่ทั้ง ๒ กรมนั้นได้ตั้งไว้เป็นงบประมาณซึ่งตั้งไว้เป็นงบผูกพัน ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ หรือทางหน่วยงานของกรมชลประทานนั้นได้ตั้งไว้ตามแผนงานหลัก แล้วก็งบประมาณต่าง ๆ นั้น ไม่ได้เป็นการแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนในส่วนของการแก้ปัญหาเรื่องน้ําท่วม ซึ่งขณะนี้เมื่อเดือนที่แล้วจังหวัดสุโขทัยก็ถูกน้ําท่วม หลังจากนั้นพอน้ําท่วมหายไป ๒-๓ สัปดาห์ ตอนนี้ปัญหาภัยแล้ง ซึ่งหน่วยงานหลักในด้านนี้ โดยเฉพาะกรมชลประทาน และกรมพัฒนาที่ดินซึ่งเป็นหน่วยงานหลักในเรื่องการจัดหาแหล่งน้ํา แล้วก็ให้เกษตรกรตรงนี้ ได้มีการจัดสรรงบประมาณเพียงน้อยนิด คืออยากจะฝากท่านประธานไปยังกรรมาธิการในเรื่องนี้ เพื่อจะแก้ไขให้กับพี่น้องประชาชนในส่วนของการพัฒนาแหล่งน้ําในแต่ละลุ่มน้ํา ท่านประธานครับ ผมคงมีเรื่องที่จะชี้แจงแต่เพียงเท่านี้นะครับ จึงมีเหตุผลที่จะต้องปรับลด ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ขอกราบขอบคุณครับ
ท่านสุพัชรี ธรรมเพชร
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน สุพัชรี ธรรมเพชร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ก่อนอื่น ดิฉันขออนุญาตท่านประธานนะคะ ดิฉันยื่นเอกสารที่จะนํามาแสดงในที่ประชุมสภาไว้ค่ะ แต่ว่าตอนนี้ยังไม่ได้รับเอกสารในตอนนี้ค่ะ อยากจะให้ทางเจ้าหน้าที่ได้ช่วยประสานด้วย ขอบพระคุณค่ะ ท่านประธานคะ ดิฉันได้ขออภิปรายร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่าย ประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๖ ในส่วนของมาตรา ๑๑ ไว้ ในส่วนของกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ ซึ่งดิฉันก็ได้ตัดงบประมาณในส่วนของกระทรวงนี้ ๒ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งจากยอด งบประมาณทั้งสิ้น ๗๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ดิฉันขออนุญาตให้เหตุผลว่าทําไมดิฉันจึงขอตัด งบประมาณของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่ท่านได้รับในครั้งนี้ไป ในกระทรวงนี้ดิฉันคิดว่า ในการที่ท่านนํางบประมาณไปใช้ในครั้งนี้ ท่านได้นํางบประมาณไปใช้อย่างไม่คุ้มค่าเลย อย่างไม่มีประสิทธิภาพเลย ท่านไม่สามารถที่จะดูแลราคาสินค้าเกษตรให้กับพี่น้องเกษตรกร ได้เลย ราคาสินค้าเกษตรตอนนี้อย่างที่เพื่อนสมาชิกทุกท่านได้พูดถึงเกือบทุกชนิด ราคาตกหมด ซึ่งเป็นเหตุผลหนึ่งที่ดิฉันคิดว่าวันนี้ดิฉันเสียดายงบประมาณแผ่นดิน ดิฉันเสียดายงบประมาณที่มาจากภาษีของพี่น้องประชาชน วันนี้ดิฉันคิดว่างบประมาณ ที่ท่านได้รับไปไม่คุ้มค่าเลยค่ะ ท่านประธานคะ ท่านประธานยังจําได้นะคะว่าวันที่รัฐบาล ได้แถลงนโยบายไว้กับที่ทางสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ ดิฉันและพรรคประชาธิปัตย์ เราได้เตือนท่านแล้ว เราได้เสนอแนะ ให้คําแนะนําท่านแล้วว่าโครงการรับจํานําข้าวจะสร้าง ความเสียหายให้กับประเทศไทยอย่างมาก จะสร้างความเสียหายให้กับทุกระดับชั้น ท่านประธานคะ วันนี้เราก็ได้เสียโอกาสในเรื่องของการส่งออกข้าวไปยังต่างประเทศ แล้วสูญเสียรายได้นับแสนล้านบาท เป็นอย่างไรคะในวันนี้เราทุกคนก็ได้เห็นแล้วว่า โครงการรับจํานําข้าววันนี้เราประสบกับปัญหาขาดทุนขนาดไหน
ท่านประธานคะ อีกเรื่องหนึ่งค่ะ วันนี้ท่านยังให้สํานักงานคณะกรรมการ นโยบายรัฐวิสาหกิจเข้าไปเพิ่มทุนให้กับธนาคารของรัฐเพิ่มขึ้นมาอีก เพื่อที่จะตอบสนอง นโยบายประชานิยมของรัฐบาลของท่าน โดยเฉพาะธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ การเกษตร ตอนนี้กําลังประสบปัญหาขาดทุนเป็นแสนล้านบาท ทําให้ยอดหนี้ล้นทะลัก ออกมาแล้วค่ะ ท่านประธานทราบไหมคะว่าพี่น้องเกษตรกรบอกว่าวันนี้เขาเอาข้าว ไปจํานําไว้ที่โรงสี แต่ว่าเมื่อไปจํานําแล้วยังไม่ได้รับเงินค่าจํานํากลับมาเลย เพราะว่า ธ.ก.ส. ไม่มีเงินจะให้ ตรงนี้ซึ่งเป็นปัญหาสําคัญในโครงการรับจํานําข้าวที่ทุกท่าน เพื่อนสมาชิก บางท่านบอกว่าเป็นโครงการที่ดี แต่วันนี้เราก็ได้เจอได้ประสบกับปัญหาของโครงการ รับจํานําข้าวของพวกท่านแล้วค่ะ
อีกเรื่องหนึ่งค่ะท่านประธาน เรื่องการดูแลราคายางพาราตกต่ํา วันนี้พี่น้อง เกษตรกรผู้ปลูกยางพาราไม่เฉพาะภาคใต้ ภาคเหนือ ภาคอีสาน ภาคกลางตอนบน ภาคกลางตอนล่าง เขาก็ประสบปัญหาราคายางพาราตกต่ํากันหมด ตั้งแต่ที่ท่านเข้ามา เป็นรัฐบาลราคายางพาราก็เริ่มที่จะลดลงมาเรื่อย ๆ ดิฉันพูดทุกคนอาจจะไม่เห็นภาพ ไม่เห็นว่าลดลงมาใช่ไหม ดิฉันขออนุญาตใช้เอกสารรูปภาพประกอบให้ทุกท่านได้เห็นนะคะ ท่านประธานดูนะคะ วันที่รัฐบาลท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ท่านมารับตําแหน่งวันที่ ๓๐ ธันวาคม ๒๕๕๑ ตอนนั้นทุกท่านจําได้ราคายางพาราของเราก็ราคาไม่ดีหรอกค่ะ ราคาก็ตกต่ําลงมา แต่เมื่อเราเข้ามาเป็นรัฐบาลลูกศรก็จะดิ่งขึ้นไปเรื่อย ๆ เราก็พยายาม ที่จะแก้ไขปัญหาบริหารจัดการราคายางพาราให้มีราคาสูงขึ้น สูงถึงขนาดกิโลกรัมละ ๑๘๐ บาทเลยทีเดียว ท่านประธานคะ แต่ถ้าเรามาดูอีกภาพหนึ่ง ตอนท่านนายกรัฐมนตรี คนปัจจุบัน คุณยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ท่านมารับตําแหน่งในวันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๔ ท่านดูลูกศรชี้ลงไปเรื่อย ๆ ดิ่งลงข้างล่างเรื่อย ๆ เลยค่ะ แล้วก็ที่สําคัญ ณ วันนี้ราคายาง อยู่ที่ประมาณ ๗๐-๗๕ บาท ซึ่งวันนี้เกษตรกรเขาอยู่กันไม่ได้ เขาทําอาชีพแล้วเขาบอกว่า ประสบปัญหาขาดทุน ตรงนี้เราถือว่าเป็นปัญหาสําคัญของพี่น้องเกษตรกร แล้วก็ที่สําคัญ ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์คนปัจจุบันท่านมาอ้างว่าราคายาง ตกต่ํานี่เกิดจากผลกระทบจากเศรษฐกิจโลก มันฟังไม่ขึ้นหรอกค่ะ มันอยู่ที่การบริหารจัดการ ของรัฐบาลมากกว่า ท่านไม่ได้ใส่ใจ ไม่ได้ดูแลอย่างใกล้ชิด การบริหารจัดการของท่านนี่ ท่านไม่สามารถที่จะดูแลบริหารจัดการราคายางพาราของพี่น้องเกษตรกรได้ ท่านประธานคะ เมื่อครั้งที่แล้วท่านก็ได้มีการอนุมัติยอดเงินจากมติคณะรัฐมนตรีไป ๑๕,๐๐๐ ล้านบาท ท่านบอกว่าเพื่อที่จะไปพยุงราคายางพาราให้มีราคาสูงขึ้นเป็น ๑๐๐-๑๒๐ บาท ท่านเคยสัญญากับพี่น้องเกษตรกรไว้แล้วด้วย แต่ ณ วันนี้ราคายางพาราก็ยังเป็นเหมือนเดิมอยู่ ตกต่ําอยู่ ไม่มีผลใด ๆ ทั้งสิ้น แล้วก็ที่สําคัญดิฉันก็ยังได้กลิ่นตุ ๆ อยู่นะคะว่าโครงการ พยุงราคายางพารา ได้กลิ่นตุ ๆ ว่ามีการทุจริตคอร์รัปชันกันอยู่ด้วยค่ะท่านประธาน ท่านประธานจําได้นะคะเมื่ออาทิตย์ที่แล้วทางพรรคประชาธิปัตย์ โดยคุณหมอสุกิจ อัถโถปกรณ์ ท่านได้ตั้งกระทู้ถามสดไว้ในที่ประชุมสภาในเรื่องของการแก้ไขปัญหาราคายาง ท่านรัฐมนตรีท่านก็ได้ตอบบอกกับพี่น้องประชาชน บอกกับเพื่อนสมาชิกกลางสภาว่า จะขอเวลาค่ะ จะขอเวลาในการจัดการในการบริหารยางพาราในครั้งนี้ แต่ดิฉันคิดว่าพี่น้อง เกษตรกรคงจะไม่ให้เวลาท่านแล้วละคะ เพราะว่าท่านเข้ามาทํางานในหน้าที่รัฐมนตรี ตั้งแต่วันที่ ๒๔ มกราคม มาวันนี้เดือนสิงหาคมแล้วค่ะ ๗-๘ เดือนที่ท่านมาเป็นรัฐมนตรี ราคายางของพี่น้องเกษตรกรไม่ได้ดีขึ้นเลยค่ะ วันนี้ท่านก็ควรที่จะแสดงสปิริต (Spirit) ลูกผู้ชาย แสดงสปิริตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลาออกเถอะค่ะ ดิฉันเรียกร้องแทนพี่น้องเกษตรกรเลยนะคะว่าวันนี้ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการควรที่จะลาออก เพื่อที่จะแสดงสปิริตในการทํางานที่ล้มเหลวของท่าน ท่านประธานคะ ในวันนี้ทุกท่านก็ทราบดีว่า เวลาเป็นสิ่งสําคัญ เวลาที่จะให้ความใส่ใจให้การดูแลพี่น้องเกษตรกรเป็นสิ่งสําคัญมากค่ะ แต่ว่าท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการของเรายังมีเวลาที่จะไปเป็นประธานในโครงการวิ่งสู้ฟัดของ คนขับรถแท็กซี่อยู่เลยค่ะ แล้วดิฉันเห็นว่าวันนี้การจัดลําดับ การเรียงลําดับความสําคัญ ในการแก้ปัญหาของท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการอาจจะจัดลําดับผิดไปสักนิดนะคะ เพราะว่า วันนี้พี่น้องเกษตรกรเขามีความเดือดร้อนมาก หรือท่านคิดเพียงแต่ว่าเลือกปฏิบัติเพื่อที่จะ หวังคะแนนเสียงของท่าน เพื่อที่จะให้พวกเขาเป็นกระบอกเสียงทางการเมืองของท่าน เท่านั้นเองค่ะ ท่านประธานคะ ดิฉันพูดเรื่องยางพารานี้เพราะดิฉันต้องสะท้อนให้เห็นถึง ความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนให้มากที่สุดค่ะ แต่อีกเรื่องหนึ่งที่ดิฉันอยากจะพูดซึ่งเป็นโครงการที่คิดว่าวันนี้หนี้ของประเทศ หนี้ของธนาคาร ธ.ก.ส. จะเพิ่มขึ้นอีกเป็นจํานวนมาก โครงการบัตรเครดิตชาวนา บัตรเครดิต เกษตรกร เป็นโครงการหนึ่งที่ใช้งบประมาณไม่คุ้มค่าเลยค่ะ ดิฉันได้ยินเพื่อนสมาชิกบางท่าน บอกว่าโครงการนี้เป็นโครงการที่ดีพี่น้องชาวนาสามารถรูดปรื๊ด รูดปรื๊ดได้เลย ดิฉันก็คิดว่า รูดปรื๊ด รูดปรื๊ดนี่เขาไม่คํานึงถึงว่าเมื่อรูดบัตรเครดิตไปแล้วระยะเวลา ๓๐ วันที่เขาปลอดดอกเบี้ย แต่หลังจากที่เลย ๓๐ วันไปแล้วดอกเบี้ยก็ตามมา พี่น้องชาวนาก็จะมีหนี้เพิ่มมากขึ้นค่ะ พี่น้องชาวนาเกิดหนี้จากบัตรเครดิตที่เขาคิดว่าสามารถที่จะรูดซื้อสินค้า รูดซื้อปัจจัย ต้นทุนการผลิตได้ แต่เขาก็ไม่รู้ว่าถ้าเกิดไม่จ่ายชําระในเวลาที่กําหนดก็จะมีภาระดอกเบี้ย เพิ่มขึ้น ก็จะมีหนี้สินเพิ่มขึ้นมาให้กับพี่น้องเกษตรกรเพิ่มขึ้นอีกค่ะ แล้วก็ที่สําคัญค่ะท่านประธาน วันนี้ภาระหนี้ของธนาคาร ธ.ก.ส. ก็มากขึ้นอยู่แล้วนะคะ ถ้าโครงการนี้เพิ่มขึ้นมาอีกดิฉัน เชื่อว่าภาระหนี้สินที่จะไปแบกภาระให้กับพี่น้องประชาชนเป็นภาระหนี้ที่เพิ่มขึ้นมามากขึ้น ท่านประธานคะ ดิฉันอยากให้เจ้าหน้าที่ได้บันทึกไว้เลยว่าวันนี้ดิฉันพูดทุกเรื่องแล้วก็พูด ในสิ่งที่เป็นจริง แล้วก็พูดในสิ่งที่รัฐบาลชุดนี้ทํางานโดยใช้งบประมาณไม่คุ้มค่า โดยเฉพาะ โครงการบัตรเครดิตชาวนานี้นะคะ ท่านประธานคะ โครงการนี้เป็นโครงการที่จะเกิด การทุจริตคอร์รัปชันขึ้นได้ง่ายมากค่ะ ท่านประธานคิดดูสิคะว่าพอมีโครงการ บัตรเครดิตชาวนาขึ้นมาการที่จะไปซื้อปุ๋ย พ่อค้ารายใหญ่เท่านั้นละค่ะที่จะมาเข้าเป็นโครงการ มาเข้าเป็นเจ้าของที่จะสามารถขายปุ๋ยได้ ก็จะมีการดูแลการจ่ายใต้โต๊ะกันอีก ซึ่งทุกท่านก็บอกว่า ไม่อยากให้เด็กและเยาวชนได้คิดว่าการทุจริตคอร์รัปชันเป็นสิ่งที่ดี แต่วันนี้รัฐบาล ก็ได้ทําให้เด็กและเยาวชนได้เห็นแล้วค่ะ แล้วก็ที่สําคัญเกิดการผูกขาดการขายปุ๋ยแต่เพียง เจ้าเดียวเท่านั้น
อีกอย่างหนึ่งนะคะท่านประธาน นี่ก็เรื่องสําคัญมากในเรื่องของบัตรเครดิตชาวนา อีก ๓ ปีข้างหน้าเราจะเข้าสู่ประชาคมอาเซียนกันแล้วนะคะ ซึ่งดิฉันก็เห็นว่าทางรัฐบาล กําลังจะเตรียมตัวเพื่อที่จะเป็นผู้นําในด้านมาตรฐานสินค้าเกษตรให้เป็นสินค้าเกษตรอินทรีย์ ซึ่งข้าวเราก็จะส่งออกโดยเป็นข้าวที่ปลอดสารเคมีกันแล้ว แต่ว่านโยบายบัตรเครดิตชาวนา ของท่าน ท่านก็ยังส่งเสริมให้มีการใช้ปุ๋ยเคมีเพิ่มขึ้นมาอีกค่ะ ดิฉันคิดว่าวันนี้เราต้องก้าวข้าม ก้าวนําประชาคมอาเซียนไปให้ได้ แต่ว่าท่านยังให้พี่น้องประชาชนหันไปใช้ปุ๋ยเคมี เหมือนเดิมค่ะ
สุดท้ายค่ะท่านประธาน วันนี้ดิฉันคิดว่ารัฐบาลใช้งบประมาณไปไม่เป็น โครงการที่สร้างสรรค์แล้วก็ไม่มีประโยชน์มากเท่าที่ควร ดิฉันคิดว่ารัฐบาลควรจะเอา งบประมาณที่ดิฉันตัดไป ๒ เปอร์เซ็นต์ ๕ เปอร์เซ็นต์ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ บางคนตัดถึง ๑๕-๒๐ เปอร์เซ็นต์ เอาไปอุดหนุนค่าอาหารกลางวันเด็กนักเรียนให้เพิ่มขึ้นดีกว่าไหมคะ เพราะวันนี้เด็กได้รับค่าอาหารกลางวันแค่ ๑๕ บาทเองค่ะ เด็กไม่ได้ค่าอาหารตอนเช้า อาหารตอนเช้าเด็กก็ไม่ได้รับค่ะ ที่ดิฉันพูดอย่างนี้เพราะดิฉันได้เห็นตัวอย่างของโรงเรียนใน กทม. ว่าเขาก็ได้เพิ่มค่าอาหารกลางวัน ให้เด็กนักเรียนจาก ๑๕ บาท เป็น ๒๐ บาท แล้วก็แถมยังให้อาหารเช้าเพื่อที่จะไป พัฒนาสมองเด็กในช่วงเช้าหัวละ ๕-๘ บาท ซึ่งเป็นนโยบายที่ดีมาก ท่านผู้ว่า กทม. ก็ได้เห็น ถึงความสําคัญในเรื่องนี้ ดิฉันเห็นว่าวันนี้งบประมาณที่ตัดไปก็ควรที่จะไปดูแลในเรื่องของ อาหารกลางวัน ในเรื่องของดูแลสมองพัฒนาสติปัญญาของเด็ก เพื่อที่จะให้คุ้มค่ากว่าที่เอาไปลง ในโครงการประชานิยมของพวกท่านนะคะ ดิฉันขออนุญาตตัดงบประมาณของกระทรวง เกษตรและสหกรณ์ในมาตรา ๑๑ ไว้ ๒ เปอร์เซ็นต์ ตามที่ดิฉันได้อภิปรายเหตุผลไว้ทั้งหมด ขอกราบขอบพระคุณค่ะ
ท่านพิษณุครับ
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ เพื่อนสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม พิษณุ หัตถสงเคราะห์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดหนองบัวลําภู พรรคเพื่อไทย ในฐานะกรรมาธิการผู้สงวนความเห็น ท่านประธานครับ มาตรา ๑๑ ว่าด้วยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ผมสงวนความเห็นตัดลดลง ๐.๐๑ เปอร์เซ็นต์ โดยมีหน่วยงานที่ผมขออนุญาตแถลงต่อที่ประชุมแห่งนี้เพื่อเป็นข้อมูลในการตัดสินใจนะครับ สํานักงานแรกที่ผมปรับลดลงคือสํานักงานปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์นะครับ โดยเฉพาะในเรื่องของค่าใช้จ่ายโครงการสถานีโทรทัศน์เกษตร ซึ่งของบประมาณมาประมาณ ๕๐ ล้านบาท ผมเห็นว่าโครงการนี้ ๑. อาจจะอยู่ผิดที่ น่าจะอยู่ที่กรมส่งเสริมการเกษตร เสียมากกว่า ๒. เมื่อสอบถามดูแล้วสถานีโทรทัศน์เกษตรนี่เป็นการใช้โทรทัศน์โดยการออก ทางระบบดาวเทียม ซึ่งคิดว่าพี่น้องเกษตรกรปัจจุบันนี้เทคโนโลยีเรายังไม่ก้าวหน้า ไปถึงขนาดนั้น ก็จึงขอสงวนตัดลดตรงนี้ไว้
ส่วนที่ ๒ ท่านประธานครับ กระผมขอปรับลดลง ๐.๐๑ เปอร์เซ็นต์ในส่วนของ กรมชลประทาน โดยเฉพาะในเรื่องของการศึกษาและวางระบบโทรมาตรเพื่อพยากรณ์น้ํา ซึ่งเริ่มโครงการมาตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๕๔ นะครับ ส่วนใหญ่แล้วจะผูกพันงบประมาณไว้ทั้งหมด ประมาณ ๕ ปีด้วยกัน เริ่มต้นปี ๒๕๕๓ ปี ๒๕๕๔ ปี ๒๕๕๕ ปี ๒๕๕๖ ปี ๒๕๕๗ ประมาณ ๕ ปีด้วยกัน ผมปรับลดลงส่วนหนึ่งเนื่องจากว่าผมเห็นว่าการทําระบบศึกษา และวางระบบโทรมาตรเพื่อพยากรณ์น้ํานี่เราไม่ควรที่จะพึ่งพาเทคโนโลยีล้วน ๆ อย่างเดียว ท่านประธานครับ เม็ดเงินส่วนนี้ถ้าหากว่าเราสามารถนําไปจ้างคนซึ่งเป็นพี่น้องเกษตรกร คนยากคนจนแล้วก็อยู่ในพื้นที่อยู่แล้ว ช่วยในการที่จะนําข้อมูลในเรื่องของน้ํา หรือว่าพยากรณ์ที่มาของน้ําฝนนี่จ้างคนแล้วก็ใช้ระบบที่ไม่แพงมากเราก็จะสามารถที่จะ เชื่อมโยงเครือข่ายต่าง ๆ แล้วก็เอาข้อมูลมารวมกันว่าจะเกิดน้ําท่วมจะเกิดวาตภัยที่รุนแรง หรือไม่ โดยที่ไม่จําเป็นที่จะต้องใช้ระบบที่แพงจนเกินไป แต่สิ่งหนึ่งที่ผมอยากจะขออภิปราย เพิ่มเติมถ้าหากว่าเป็นไปได้นะครับ ทางรัฐบาลเอง ขอแนะนําท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ซึ่งคิดว่าท่านก็กําลังฟังการถ่ายทอดสดครั้งนี้อยู่แล้วนะครับ มีโครงการอีกหลายโครงการที่พวกเราควรจะช่วยกันสนับสนุน ผมยกตัวอย่างเช่นเรื่องของ การทําฝนเทียม ซึ่งขณะนี้ก็เป็นเรื่องที่น่ายินดีที่เราได้มีการที่จะเตรียมจัดตั้งกรมฝนหลวงและ การบินเกษตรหรือฝนเทียมขึ้นมา แต่ปัจจุบันนี้ปรากฏว่าสิ่งที่เกิดขึ้นกรมนี้แม้ว่าตั้งยังไม่เสร็จ แต่ขณะนี้เกิดปัญหาขึ้นในภาคอีสาน ท่านประธานครับ จังหวัดทางภาคอีสานตั้งแต่ จังหวัดหนองบัวลําภู จังหวัดอุดรธานี จังหวัดขอนแก่น จังหวัดเลย แม้แต่จังหวัดหนองคาย ซึ่งอยู่ติดน้ําก็ดีเกิดภาวะฝนทิ้งช่วง มองดูเหมือนมีเมฆเต็มท้องฟ้าครับ แต่ฝนไม่ตกแล้วก็ ทิ้งช่วงเป็นเวลานาน ตอนนี้ก็น่าจะเกือบจะ ๑ เดือนแล้ว ข้าวที่พี่น้องประชาชนทํากล้าไว้ ก็เริ่มที่จะเหลืองแล้วก็เสียหายไป และบางอําเภอ อย่างอําเภอสุวรรณคูหาของท่าน ส.ส. วิชัย สามิตร ปีนี้ยังไม่ได้ดํานาครับ นี่เดือนสิงหาคมปกติต้องดํานาไปแล้ว ปีนี้ไม่ได้ดํานาเลย ไม่แน่ใจว่าจะไปรอดหรือไม่ ก็คิดว่าอยากจะให้รัฐบาลเองดูเรื่องตรงนี้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ เครื่องบินก็ดี การกระจายเครื่องนอกจากสถานีที่จังหวัดขอนแก่นแล้วไปเปิดศูนย์ที่ จังหวัดอุดรธานีได้ไหม แล้วก็จะได้ดูแลจังหวัดให้มันน้อยลง เพราะเท่าที่ทราบปัญหาปัจจุบัน ก็คือว่าจํานวนเครื่องบินที่ทําฝนเทียมมีน้อยต้องเข้าคิวกัน บางครั้งไม่ทันกับสถานการณ์ มีความชื้นแต่ไม่มีเครื่องขึ้นไปช่วย นอกจากนั้น ถ้าหากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ฟังอยู่ ผมอยากให้ท่านสนับสนุน เรื่องของโครงการขุดสระในไร่นา เท่าที่ผมได้ลงพื้นที่ดูพี่น้องประชาชนที่อยู่ในภาคอีสาน คนที่สามารถได้ทํานาได้ตกกล้าปีนี้ส่วนใหญ่เกือบ ๙๙ เปอร์เซ็นต์คือคนที่มีสระในไร่นา สามารถที่จะนําน้ําจากในสระในนาหรือว่าฟาร์ม พอนด์ (Farm pond) นั้นเอามาทํากล้าข้าว แล้วก็ปักดําไป แต่ก็ยังไม่แน่ใจว่าพอกล้าเสร็จแล้วดําเสร็จแล้วถ้าฝนไม่มาจะไปรอดหรือไม่ สุดท้ายท่านประธานครับถ้ามีงบประมาณอยากให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ดูเรื่อง ของระบบกระจายน้ํา ทําอย่างไรที่เราจะสามารถสูบน้ําด้วยไฟฟ้าไปเติมให้สระต่าง ๆ ที่เราจะขุดไว้ให้
สุดท้ายต้องขอขอบพระคุณรัฐบาลท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ที่ปีนี้ ให้ความสําคัญ โดยเฉพาะงบประมาณของโครงการขุดสระในไร่นา จากเดิมที่เคยได้ปีที่แล้ว ของรัฐบาลเดิมประมาณ ๘,๐๐๐ บ่อ ปีนี้ ๘๐,๐๐๐ บ่อแต่นําเรียนว่ายังไม่พอครับ ยังมีความต้องการพี่น้องประชาชนลงชื่อไว้ประมาณ ๗๐๐,๐๐๐ ครอบครัวที่อยากได้สระน้ํา ในไร่นา ซึ่งส่วนใหญ่แล้วเป็นชาวนาที่อยู่นอกเขตชลประทาน ก็ขอฝากผ่านท่านกรรมาธิการ ไปยังรัฐบาลด้วย ขอกราบขอบพระคุณครับ
เชิญท่านพรศักดิ์ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ สมาชิกทุก ๆ ท่าน ก่อนอื่นผมต้องขอบคุณสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกท่าน ที่ได้อภิปรายขอปรับลดมาตรา ๑๑ คือกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในวันนี้ ก่อนอื่น ผมต้องกราบเรียนท่านประธานว่าประเทศไทยเรามีประชากรทั้งหมด ๖๐ กว่าล้านคน แต่เป็นเกษตรกร ๘๐ เปอร์เซ็นต์ เพราะฉะนั้นกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ก็คือหัวใจหลัก ความสําคัญความเป็นอยู่ของเกษตรกรคนไทยเรา ผมเองถึงบอกว่าวันนี้เวลามันก็เหลือน้อย ถ้าจะตอบละเอียดก็คงจะยาวไป ก็จะขอเวลานิดเดียวว่าวันนี้หลายท่านพูดมาเรื่อง กรมชลประทาน กรมพัฒนาที่ดิน กรมส่งเสริมการเกษตร กรมวิชาการเกษตร หรือสหกรณ์ การเกษตรก็ตามล้วนแล้วมีส่วนเกี่ยวข้องกับความเป็นอยู่ของเกษตรกรทุก ๆ คน กรมชลประทานก็พยายามทําแหล่งน้ําให้กับเกษตรกร กรมพัฒนาที่ดินก็มีส่วนหนึ่ง ทําแหล่งน้ําสระน้ําในไร่นาและพัฒนาที่ดินให้มีการทํางานเกษตรให้ได้ผลผลิตมากขึ้น กรมวิชาการเกษตรก็เช่นกัน กรมส่งเสริมการเกษตรก็เช่นกัน อยากจะมาส่งเสริมเกษตรกร ให้มีการพัฒนาการเพาะปลูกให้มีผลผลิตเพิ่มขึ้น ผมถึงบอกกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกระทรวงพาณิชย์มันคล้องจองใกล้ ๆ กัน วันนี้ท่านผู้ทรงเกียรติได้พูดเรื่องจํานําข้าวก็ดี เรื่องยางพาราก็ดี เรื่องจํานําข้าวผมก็พูดไปแล้วครั้งหนึ่งว่าท่านทําเรื่องประกันรายได้ รัฐบาลยิ่งลักษณ์ทําเรื่องจํานําข้าว ผมอยากจะพูดอีกนิดหนึ่งว่าการประกันรายได้โดยคํานวณ จากที่ดินเพาะปลูกมาคํานวณหาตัวเลขแล้วจ่ายค่าส่วนต่าง ผมบอกตรง ๆ ว่าปี ๒๕๕๓ ปี ๒๕๕๔ รัฐบาลที่ผ่านมาได้ทําโครงการประกันรายได้ คิดมาดูแล้วปรากฏว่าคํานวณ น้ําหนักข้าวได้ ๔๑ ล้านตัน ไม่ว่านาปี นาปรังบวกกัน แต่ของผมจํานําข้าวโดยยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ทํามาทั้งปียังไม่ถึง ๒๐ ล้านตัน นี่คือข้าวทุกเมล็ด ผมถึงบอกต่างกัน ความเสียหาย ก็คือช่วยเหลือเกษตรกรด้วยกัน ผมถึงบอกวันนี้โครงการรับจํานําข้าว ชาวนาที่แท้จริง หลังสู้ฟ้าหน้าสู้ดินได้ข้าวมา นั่นแหละผู้ที่จะได้ส่วนต่างก็คือการจํานําข้าวที่แท้จริง แต่การประกันรายได้ผมตอบไปแล้ววันนั้น ขอทวนอีกครั้งหนึ่งว่าชาวนาหน้าขาวที่นั่งอยู่ในโต๊ะ ปล่อยเงินกู้ ทําสัญญาขายฝาก ตรงนี้ผมถึงบอกว่ามันไม่เหมือนกัน ท่านนายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ถึงบอกว่าเราต้องเอาเงินให้ถึงมือเกษตรกรตัวจริง เดี๋ยวถึงกระทรวงพาณิชย์ถ้ารองประธาน ไม่มาเดี๋ยวจะตอบแทนอีกครั้งหนึ่ง ผมถึงบอกว่าวันนี้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีการปรับลดลงไป ผมเองกับท่านอํานวย คลังผา ถ้าเป็นคณะอนุกรรมาธิการวิสามัญ ที่ดิน สิ่งก่อสร้าง ท่านอํานวย คลังผา เป็นประธาน แต่ถ้าคณะอนุกรรมาธิการวิสามัญ อบรม สัมมนา จ้างที่ปรึกษา ผมเองเป็นประธานคณะนี้ คือคณะอนุกรรมาธิการ ๒ คณะก่อนที่จะปรับลดได้สอบถามข้าราชการบอกว่าตรงไหน ที่มันไม่จําเป็น ตรงไหนที่มันไม่เหมาะสม เพราะว่ากระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เสนองบประมาณมา ตอนแรกโดนสํานักงบประมาณปรับลดมาแล้ว เราก็มาถามข้าราชการ ทุกหน่วยงานว่าตรงไหนที่สํานักงบประมาณปรับแล้วมีความจําเป็นไหม ถ้าไม่จําเป็น ผมจะขอปรับลดแล้วท่านไปแปรญัตติเพิ่มเอา วันนี้ก็เกิดขึ้นแล้วท่านประธาน คณะอนุกรรมาธิการ ๒ คณะปรับลดไปแล้วก็ไปแปรญัตติเพิ่มเข้ามา ๓๔๐ ล้านบาท ก็คือปรับลดตรงที่ไม่จําเป็น ยกตัวอย่างเช่นของคุณพิษณุว่าสํานักงานปลัดสํานักนายกรัฐมนตรี โดนปรับลดค่อนข้างมากหน่อยเพราะไม่จําเป็นต้องใช้ เราก็ปรับลดลงมาแต่ให้ไปแปรญัตติ ในคณะใหญ่ วันนี้ผมเองถึงบอกว่าถ้าจะตอบละเอียดก็คงจะหมดเวลามาก ผมเองถึงบอกว่า วันนี้พวกท่านขอแปรญัตติปรับลดอีก ผมเองว่ามันจําเป็นต้องให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นํางบประมาณก้อนนี้ไปพัฒนาแหล่งน้ําช่วยเหลือเกษตรกรและช่วยเหลือพี่น้องเราชาวไทย ทุกคน ๘๐ เปอร์เซ็นต์เป็นเกษตรกร เพราะฉะนั้นผมถึงบอกว่าวันนี้ขอตอบคร่าว ๆ ว่า จําเป็นต้องใช้งบประมาณ ผมในฐานะกรรมาธิการเสียงข้างมากก็เลยเห็นควรว่าคงตามมติ ของกรรมาธิการเสียงข้างมาก ขอบคุณมากครับ
ท่านนคร มาฉิม แล้วก็ท่านนิยม ช่างพินิจ ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายนคร มาฉิม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะ กรรมาธิการเสียงข้างน้อย ท่านประธานที่เคารพครับ ด้วยความเป็นห่วงพี่น้องเกษตรกร กรรมาธิการเสียงข้างน้อยได้ขอปรับลดไว้ร้อยละ ๕ เห็นถึงภารกิจและความจําเป็นครับ แต่ว่าสภาพของปัญหาความเดือดร้อน ความทุกข์ร้อนของพี่น้องเกษตรกรก็ยังไม่ได้รับ การแก้ไขเท่าที่ควรจะเป็น เท่าที่ควรจะทํา เหตุผลที่กรรมาธิการเสียงข้างน้อยขอปรับลดไว้ ร้อยละ ๕ ก็เพราะว่า
ประเด็นที่ ๑ ในปัจจุบันนี้การบริหารจัดการทรัพยากรน้ําของหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องและอยู่ในสังกัดของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ยังถือว่าขาดประสิทธิภาพ ยังถือว่าขาดเอกภาพในการบริหารจัดการน้ําให้เป็นระบบอย่างบูรณาการอย่างครบถ้วน แล้วก็แท้จริง ทําให้เกิดวิกฤติครั้งใหญ่ขึ้นในปี ๒๕๕๔ ทั้งที่กรมชลประทานได้ดําเนินการมา ๑๐๐ กว่าปี แต่พื้นที่ของกรมชลประทานยังคงขาดอยู่เป็นจํานวนมากในพื้นที่ทํามาหากิน ในพื้นที่เพื่อการเกษตรของพี่น้องคนไทยทั้งประเทศ เราไม่ต้องการให้เห็นการจัดสรร งบประมาณของกรมชลประทานกระจายไปตามอํานาจหรืออิทธิพลทางการเมือง แต่เราต้องการมองเห็นให้การจัดสรรงบประมาณของกรมชลประทานของกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ดําเนินการไปอย่างเป็นธรรมและบูรณาการใน ๒๕ ลุ่มน้ํา ทั้งลุ่มน้ําหลักแล้วก็ ลุ่มน้ําสาขาอีก ๒๐๐ กว่าแห่งให้เกิดประโยชน์ตั้งแต่ต้นน้ํา กลางน้ํา แล้วก็ปลายน้ํา อย่างแท้จริง ยังมีพี่น้องเกษตรกรที่ต้องการแหล่งน้ําในต่างจังหวัด ในพื้นที่ลุ่มน้ําต่าง ๆ จํานวนมากมายมหาศาล แต่ท่านยังไม่สามารถที่จะบริหารจัดการทรัพยากรน้ําให้เกิด ประโยชน์และมีประสิทธิภาพอย่างแท้จริง
ประเด็นที่ ๒ เรื่องที่ดิน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยเฉพาะกรมพัฒนาที่ดิน รวมไปถึง ส.ป.ก. หรือสํานักงานปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ยังไม่สามารถที่จะบริหารจัดการ ทรัพยากรที่ดินให้เกิดขึ้นอย่างมีประสิทธิภาพกับพี่น้องประชาชนอย่างแท้จริง ท่านประธาน ทราบไหมครับว่า ส.ป.ก. หรือว่าที่ปฏิรูปที่ดินตามกฎหมายแล้วห้ามขาย แต่ในปัจจุบัน สํานักงานต้องยอมรับเลยว่ามีการขายสิทธิกันไปเป็นจํานวนมาก ทําให้ที่ดินตกไปอยู่ในมือ ของกลุ่มทุน ของผู้ที่มีกําลังทรัพย์ที่จะซื้อสิทธิมาเป็นจํานวนมากมายมหาศาล ทําให้ระบบ ในการบริหารจัดการทรัพยากรที่ดินล้มเหลวครับ ผมเองเคยนําเรียนต่อท่านประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญงบประมาณ แล้วก็เคยนําเรียน ต่อท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรมาครั้งหนึ่ง บอกว่าถ้าเกิดว่าจะให้การบริหารจัดการที่ดิน และน้ําอย่างมีประสิทธิภาพ มีระบบ การบริหารหรือการกําหนดนโยบายในเรื่องการบริหาร ที่ดินและการบริหารน้ําจะต้องเป็นวาระแห่งชาติอย่างแท้จริง จะต้องอยู่เหนือนโยบายของ พรรคการเมือง จะต้องเป็นวาระแห่งชาติที่พรรคใดมาเป็นรัฐบาลจะต้องทําต่อเนื่องกันไป อย่างสมัยนี้พรรคเพื่อไทยท่านได้มีโอกาสจากประชาชนมาเป็นรัฐบาล ท่านนับ ๑ ถึง ๔ เลยครับ แต่ถ้าเกิดว่าสมัยหน้าพรรคประชาธิปัตย์ได้มีโอกาสมาบริหารเป็นรัฐบาล ได้รับเสียงข้างมาก จากประชาชน พรรคประชาธิปัตย์จะขอนับ ๕ ๖ ๗ ๘ ๙ ๑๐ ต่อไป เพื่อให้เป็นยุทธศาสตร์ ของประเทศ เพื่อให้เป็นวาระแห่งชาติและเพื่อให้การแก้ไขปัญหาที่ดิน แก้ไขปัญหาแหล่งน้ํา ให้กับประชาชนได้หมดได้เสร็จสิ้น และประชาชนจะได้สนองแล้วก็แก้ไขปัญหาได้ ด้วยเหตุและผลดังที่กระผมได้กราบเรียนท่านประธานมานะครับ ด้วยความหวังดี ด้วยความปรารถนาดี แล้วก็ด้วยความชื่นชม แต่ว่าเห็นถึงประสิทธิภาพยังด้อยอยู่ เห็นถึง การทําให้บรรลุเป้าหมายยังขาดอยู่ ผมเองจึงขอปรับลด แล้วก็กรรมาธิการเสียงส่วนน้อย จึงขอปรับลดงบประมาณของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ไว้ร้อยละ ๕ กราบขอบพระคุณครับ
ท่านนิยม ช่างพินิจ สั้น ๆ นะครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นิยม ช่างพินิจ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพิษณุโลก พรรคเพื่อไทย ในฐานะกรรมาธิการ วันนี้เองสิ่งที่ได้รับมอบหมายไปเป็นกรรมาธิการ ผมเชื่อว่าไม่ใช่เฉพาะฝ่ายของเสียงข้างมาก เสียงข้างน้อย ทุกพรรคแล้วก็ทุกท่านที่มีโอกาสเข้าไป ทุกท่านได้สอบถามหมดครับ โดยเฉพาะเม็ดเงินส่วนไหนที่เป็นไขมันส่วนเกินก็พยายามที่จะปรับลดเพื่อใช้ให้เกิดประโยชน์ แต่บางท่านที่ถามมาเป็นห่วงว่ากรรมาธิการ บางท่านก็ถามว่าเป็นห่วงอันโน้นเป็นห่วงอันนี้ หลาย ๆ เรื่อง หลาย ๆ นโยบาย หลาย ๆ โครงการด้วยกันนะครับ ผมคงจะไม่ต้องใช้เวลา ตอบมาก เพราะว่าเข้าใจนะครับ แล้วก็สิ่งสําคัญเองโดยเฉพาะเรื่องของคุณภาพข้าว กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ก็เป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบ เรื่องของการส่งออก กลัวว่า จะขาดดุลการค้าหรืออะไร หรือว่าจะส่งออกสู้เขาไม่ได้ ตรงนี้ก็ถามหน่วยงานราชการ ที่มาชี้แจง ถามไปหลายประเด็นครับ โดยเฉพาะเรื่องของคุณภาพข้าวเป็นอย่างไร ข้าวไทยเป็นอย่างไร แล้วอนาคตเป็นอย่างไร มันอยู่ที่ดีมานด์ (Demand) อยู่ที่ซัพพลาย (Supply) เดี๋ยวคงจะมีโอกาสได้ชี้แจงต่อไปนะครับ
แล้วก็ประเด็นต่อมา เรื่องของนโยบาย ทุกนโยบายไม่ว่าจะเป็นโครงการ รับจํานํา หลาย ๆ ท่านก็ได้ถาม ได้พูดนะครับ สิ่งที่สําคัญเองไม่ว่าจะเป็นนโยบายอะไร กรรมาธิการทุกท่านก็ถามหมดครับว่าจะมีช่องว่างช่องโหว่ตรงไหน แล้วแนวทางที่จะนําไป ปฏิบัติแก้ไขอย่างไร ไม่ว่าจะเป็นโครงการรับจํานํา โครงการประกันรายได้ ก็พยายามที่จะ แก้ปัญหาให้กับพี่น้องเกษตรกรเพื่อให้ได้รับผลประโยชน์สูงสุด เรื่องของเม็ดเงินที่ลงไป ตรงนี้เป็นห่วงมากที่เพื่อนสมาชิกถามมา กลัวว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรม กลัวว่าลงกระจุก ไม่เกิดความเสมอภาค ตรงนี้เป็นสิ่งที่สําคัญมาก เพื่อนกรรมาธิการก็เหมือนกันครับ โดยเฉพาะเสียงข้างน้อยถามนะครับ เพราะฉะนั้นเองตรงนี้ไม่ต้องกลัว เพราะผมเชื่อว่า ข้าราชการเองเขาก็ชี้แจงได้นะครับ
ประเด็นต่อมา ในการแก้ปัญหาเรื่องของปัญหาอุทกภัย ปัญหาภัยแล้ง ผมก็สอบถามไปเยอะครับ ก็ขออนุญาตตอบแทนสมาชิกว่าการแก้ปัญหาน้ําท่วม การแก้ปัญหาภัยแล้ง มันใช้งบประมาณตัวเดียวกันครับ เพราะฉะนั้นต้องกราบเรียนให้ทราบ แต่สิ่งสําคัญมีบางท่านถามว่ากรมชลประทานทําไมได้งบมาก บางท่านก็ถามว่าได้งบน้อย เพราะส่วนหนึ่งอยากจะกราบเรียนให้ทราบว่าก็ได้งบจาก ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาทไปเป็นบางส่วน ไปในการแก้ปัญหานะครับ ก็คงจะกราบเรียนให้ทราบ
ประเด็นต่อมา เป็นเรื่องของราคายางที่เป็นห่วงมาก ราคามะพร้าว กรรมาธิการก็สอบถามหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะ ส.ส. เองก็ยื่นกระทู้ถามสด ถามหลายครั้ง เพราะฉะนั้นเองผมคงขออนุญาตกราบเรียนให้ทราบนะครับ เพราะว่า เป็นแนวทางในการที่จะแก้ไขนะครับ
ก็คงมีประเด็นสําคัญ เรื่องของบัตรเครดิต คาร์ด (Credit card) ที่เพื่อนสมาชิกเป็นห่วง ก็คงเรียนให้ทราบว่ามาตรการในการที่ว่าแนวทางในการที่ บัตรเครดิต คาร์ด ลงไปแล้วให้กับพี่น้องเกษตรกร บางอาชีพก็ยังไม่ได้ เช่น ปลูกข้าวโพดยังไม่ได้ ทางราชการเองก็บอกว่าวันนี้เอาข้าวไปก่อนแล้วค่อย ๆ ที่จะให้ทุกอาชีพในภาคการเกษตร สิ่งที่สําคัญเองก็คือในการลดต้นทุนให้กับพี่น้องเกษตรกรที่ไม่ต้องไปใช้เงินนอกระบบ ร้อยละ ๕ ร้อยละ ๑๐ อย่างนี้ แล้วก็กรอบในการที่จะให้ใช้เงินให้เกิดประโยชน์ แนวทางการปฏิบัติก็ต้องพยายามที่จะรัดกุมเพื่อให้เกิดประโยชน์กับพี่น้องประชาชน มากที่สุด ก็คงตอบเป็นประเด็นสั้น ๆ เพียงเท่านี้ สิ่งที่สําคัญเองอย่างที่ท่านสอบถามมา ทางกรรมาธิการ ๖๐ กว่าท่านได้เรียนสอบถามหมด ก็คงจะชี้แจงเพียงเท่านี้ ขอบพระคุณมากครับ ท่านประธานครับ
ท่านสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล ครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ เมื่อสักครู่มีสมาชิกหลายท่านได้สอบถามเรื่องปัญหาราคายางพารา ที่ตกต่ําอย่างรุนแรงในขณะนี้ แต่ว่าผมพยายามฟังจากคณะกรรมาธิการทุกท่าน ไม่มีคําตอบครับ แม้กระทั่งเมื่อสักครู่กรรมาธิการท่านพรศักดิ์อดีตรัฐมนตรีที่ดูแล เรื่องยางพารา ท่านประธานคงจําได้นะครับขออนุญาตใช้ชาร์ทนี้อีกครั้งหนึ่ง ผมเคยเรียนแล้วว่าตอนสมัยท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์เข้ามาเมื่อวันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๔ ราคายางพาราขณะนั้น ๑๒๕ บาท หลังจากที่ให้รัฐมนตรีท่านพรศักดิ์ดูแลอยู่ราคายาง อยู่ในราคาประมาณกิโลกรัมละ ๑๐๐ กว่าบาทครับ พี่น้องประชาชนอยู่ได้ไหม อยู่ได้ครับ ทั้ง ๆ ที่เขาต้องการเท่าไรครับ อยู่ที่ ๑๘๐ บาทซึ่งสูงสุดในประเทศไทยในสมัย ท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ แต่เอาเถอะครับราคา ๑๐๐ บาท ทําไปทํามาพอเปลี่ยนรัฐมนตรี แค่นั้นละครับ เก่งทางการเมืองอย่างเดียว โม้อย่างเดียว สุดท้ายราคายางพารา ท่านดูครับตั้งแต่วันที่ ๒๔ มกราคม ๒๕๕๕ ที่ท่านรัฐมนตรีคนใหม่เข้าไปดํารงตําแหน่ง แทนท่านพรศักดิ์ ราคายางพาราดิ่งลงมา ตรงนี้ตั้งแต่วันที่ ๒๔ ท่านประธานทราบไหมครับ รัฐบาลใช้เงินไป ๑๕,๐๐๐ ล้านบาท เข้าไปพยุงราคาไปซื้อกลุ่มเกษตรกร ซื้อยางพารา แปรรูปจากน้ํายางสดเป็นยางแผ่น ทําไปทํามาอัดเงินเข้าไปยิ่งต่ําลงไปเรื่อยครับท่านประธาน ท่านประธานเป็นคนมีสวนยางพาราท่านคงรู้ว่าราคายางพารา ๑ บาท ลดลงไป ๑ บาทประชาชน เสียเงินไป ๓,๐๐๐ ล้านบาทครับ วันนี้ราคายางพาราต่างกับสมัยท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ ๑๐๐ กว่าบาท ประชาชนเสียเงินไป แค่ท่านมาบริหารราชการ ๑ ปีเสียไปเกือบ ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านประธานครับ อย่างนี้ท่านกรรมาธิการได้สอบถามไหมครับ เมื่อสักครู่ว่าจะฟังท่านพรศักดิ์จะได้แนะนํารัฐมนตรีคนใหม่ ไม่ครับ ท่านคงรู้สึก น้อยอกน้อยใจว่ามาปลดผมทําไม ทําอะไรทําให้ราคายางพารายังอยู่ราคา ๑๐๐ กว่าบาท มอบให้รัฐมนตรีขี้โม้เข้ามาทีเดียวราคายางพาราวูบลงไปเรื่อย หาทางแก้ไขหน่อยครับ พี่น้องประชาชนกําลังรออยู่ว่าเมื่อไรยางพาราจะขึ้นสักวันหนึ่ง ขอบคุณครับท่านประธาน
ไม่ประท้วงแล้วครับ ผมจะลงมติแล้วท่านประสิทธิ์ เหลืออีกหลายมาตรา จบแล้วครับ
(นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง มีสัญญาณ ให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนทําการตรวจสอบองค์ประชุมและลงมติ)
เชิญท่านสมาชิกที่อยู่นอกห้องประชุมกรุณาเข้าห้องประชุมครับ ผมจะขอมตินะครับ ท่านสมาชิกที่อยู่นอกห้องประชุมกรุณาเข้าห้องประชุมนะครับ จะขอมตินะครับ ท่านประสิทธิ์ไม่ต้องประท้วงครับ ผมลงมติแล้วครับ มันช้าไปนะครับ นี่มาตรา ๑๑ ยังเหลืออีกตั้ง ๒๐ มาตรา ไม่ต้องประท้วงหรอกครับเรื่องนิดหน่อย ผมฟังแล้วไม่เสียหายมาก ธรรมดาครับการเมืองก็มีการว่ากันนิด ๆ หน่อย ๆ ครับ ท่านสมาชิกอยู่นอกห้องประชุม กรุณาเข้าห้องประชุมด้วยครับจะขอมติแล้วครับ กรุณาเสียบบัตรแสดงตนด้วยนะครับ เชิญนั่งประจําที่เสียบบัตรแสดงตนครับ ผมจะตรวจสอบองค์ประชุมครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)
ท่านสมาชิกที่ยังอยู่นอกห้องประชุมกรุณาเข้าห้องประชุมด่วนนะครับ กรุณาเสียบบัตร แสดงตนด้วยนะครับ ขอตรวจสอบองค์ประชุมนะครับ ท่านใดยังไม่ได้เสียบบัตรครับ
(ไม่มีสมาชิกยกมือ)
เรียบร้อย ส่งผลคะแนนด้วยครับ จํานวนผู้ที่เข้าประชุม ๓๐๖ ท่านนะครับ
ต่อไปเป็นการลงมติในมาตรา ๑๑ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งมีการแก้ไขโดยกรรมาธิการขอสงวนความเห็นและมีผู้แปรญัตติขอสงวนคําแปรญัตตินะครับ ขอเชิญสมาชิกใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนนนะครับ สมาชิกท่านใดเห็นควรให้คงไว้ตามร่างเดิม ของกรรมาธิการเสียงข้างมากโปรดกดปุ่ม เห็นด้วย สมาชิกท่านใดเห็นด้วยกับกรรมาธิการ ที่ขอสงวนความเห็นหรือผู้ที่แปรญัตติขอสงวนคําแปรญัตติโปรดกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ท่านผู้ใด เห็นควรงดออกเสียงโปรดกดปุ่ม งดออกเสียง เชิญลงคะแนนครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)
ส่งผลคะแนนด้วยครับ จํานวนผู้อยู่ในห้องประชุม ๓๙๘ ท่าน เห็นด้วยกับกรรมาธิการ เสียงข้างมาก ๒๘๒ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๑๑๓ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๓ ท่านนะครับ
ต่อไปเป็นมาตรา ๑๒ เชิญท่านเลขาธิการครับ
มาตรา ๑๒ กระทรวงคมนาคม มีการแก้ไข มีกรรมาธิการ ขอสงวนความเห็นและผู้แปรญัตติขอสงวนคําแปรญัตติ
เชิญท่านดอกเตอร์สามารถ ราชพลสิทธิ์ ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม สามารถ ราชพลสิทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ผมได้สงวนคําแปรญัตติตัดงบประมาณของ กระทรวงคมนาคมไว้ ๕ เปอร์เซ็นต์ เหตุที่ผมต้องตัดหรือต้องปรับลดลงก็เพราะว่ารัฐบาล ยังให้ความสําคัญต่อการขนส่งระบบถนนซึ่งมีค่าใช้จ่ายสูงที่สุดมากกว่าระบบขนส่งทางราง และระบบขนส่งทางน้ําซึ่งมีค่าใช้จ่ายต่ําที่สุด การจัดสรรงบประมาณลักษณะนี้จะทําให้ ต้นทุนโลจิสติกส์หรือค่าขนส่งของประเทศไทยเพิ่มขึ้นจากปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ ๑๘ เปอร์เซ็นต์ของจีดีพี (GDP) อย่างแน่นอน เพราะนับวันราคาพลังงานน้ํามันเชื้อเพลิงจะเพิ่มสูงขึ้น เมื่อเป็นเช่นนี้จะทําให้ ขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยลดน้อยลง ท่านประธานครับ ประเทศที่มี ระบบการขนส่งที่ดีจะมีค่าโลจิสติกส์อยู่ที่ประมาณ ๑๐ เปอร์เซ็นต์เท่านั้นครับ ดังนั้นผมจึงเสนอไปที่รัฐบาลขอให้ปรับงบประมาณสําหรับกระทรวงคมนาคมใหม่ โดยส่งเสริมให้เกิดการขนส่งสีเขียวหรือกรีน ทรานสปอร์ต (Green transport) การขนส่ง สีเขียวนั้นเป็นการขนส่งที่สะอาดช่วยลดมลภาวะ ช่วยลดก๊าซเรือนกระจกและยกระดับ คุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชน อีกทั้งยังช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ของประเทศไทย ท่านประธานครับ อันที่จริงรัฐบาลอภิสิทธิ์ได้ปูทางไปสู่การขนส่งสีเขียว เอาไว้แล้ว ไม่ว่าจะเป็นโครงการรถไฟความเร็วสูง รถไฟรางคู่และรถไฟฟ้าในกรุงเทพมหานคร สําหรับโครงการรถไฟความเร็วสูงนั้นรัฐบาลอภิสิทธิ์ได้จัดทําแผนแม่บทประกอบด้วย ๕ เส้นทาง คือ ๑. จากกรุงเทพฯ สู่จังหวัดเชียงใหม่ ๒. จากกรุงเทพฯ สู่จังหวัดหนองคาย ๓. จากกรุงเทพฯ สู่จังหวัดอุบลราชธานี ๔. จากกรุงเทพฯ สู่จังหวัดระยอง ๕. จากกรุงเทพฯ สู่ปาดังเบซาร์ ท่านประธานครับ พอมาถึงรัฐบาลยิ่งลักษณ์กลับมีการเลือกปฏิบัติ และใช้งบประมาณโดยไม่จําเป็น เหตุที่ผมบอกว่าเป็นการเลือกปฏิบัติก็เพราะว่ามีการตัด เส้นทางให้สั้นลงในบางพื้นที่ และยกเลิกบางเส้นทางในบางพื้นที่ เส้นทางจากกรุงเทพฯ ไปสู่ปาดังเบซาร์ตัดให้สั้นลงเหลือแค่หัวหินเท่านั้น เส้นทางจากกรุงเทพฯ ไปสู่จังหวัดหนองคาย เส้นทางจากกรุงเทพฯ สู่จังหวัดอุบลราชธานีตัดให้สั้นลงเหลือแค่จังหวัดนครราชสีมาเท่านั้น และยกเลิกเส้นทางไปสู่ภาคตะวันออกจากกรุงเทพฯ สู่จังหวัดระยอง รัฐบาลยิ่งลักษณ์ ยังคงเส้นทางไว้เหมือนเดิมเพียงเส้นทางเดียวก็คือเส้นทางไปสู่ภาคเหนือจากกรุงเทพมหานคร สู่จังหวัดเชียงใหม่ซึ่งเป็นบ้านเกิดเมืองนอนของท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ เหตุที่ผมพูดว่า รัฐบาลนี้ใช้งบประมาณโดยไม่จําเป็นไม่เหมาะสมสําหรับโครงการรถไฟฟ้าความเร็วสูงก็คือ มีการจัดสรรงบประมาณก้อนใหญ่ให้กับสํานักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร หรือ สนข. ให้ไปทําการศึกษาหาความเหมาะสมคิดเป็นเงินกว่า ๔๐๐ ล้านบาท ซึ่งมากกว่า ครึ่งหนึ่งของงบประมาณทั้งหมดของ สนข. ทั้ง ๆ ที่ได้มีการศึกษาความเหมาะสมและมีการ ออกแบบไว้แล้วหลายครั้งหลายหน จะศึกษาไปอีกให้สิ้นเปลืองเงินทองไปทําไม มีการศึกษาไว้หมดแล้วครับ ท่านประธานครับ สําหรับโครงการรถไฟรางคู่นั้นรัฐบาลอภิสิทธิ์ ได้เริ่มต้นไว้แล้ว มีการจัดทําแผนแม่บทโครงข่ายรถไฟรางคู่เป็นระยะทางกว่า ๓,๐๐๐ กิโลเมตร แล้วได้มีการจัดสรรงบประมาณไว้บางส่วน แต่พอถึงรัฐบาลยิ่งลักษณ์ โครงการนี้มีความคืบหน้าน้อยมาก สําหรับโครงการรถไฟฟ้าในกรุงเทพฯ และปริมณฑลนั้น นโยบาย ๒๐ บาทตลอดสายที่รัฐบาลยิ่งลักษณ์ได้หาเสียงไว้ในช่วงเลือกตั้งก็ทําไม่ได้ และไม่ได้มีการจัดสรรงบประมาณเพื่อเตรียมการรองรับการไปสู่การเก็บค่าโดยสาร ๒๐ บาทตลอดสายเอาไว้เลย ท่านประธานครับ ผมขออภิปรายถึงความสูญเสีย อันใหญ่หลวงที่เกิดขึ้นในหน่วยงานภายใต้สังกัดของกระทรวงคมนาคม ซึ่งอาจจะทําให้ รัฐบาลต้องเสียงบประมาณจํานวนมากในอนาคตอันใกล้นี้ เมื่อเร็ว ๆ นี้มีการปิดรันเวย์ (Runway) ฝั่งตะวันออกของสนามบินสุวรรณภูมิทําให้สายการบินมากกว่า ๑๐๐ สาย ต้องสิ้นเปลืองเงินทอง สิ้นเปลืองน้ํามัน เนื่องจากต้องบินวนรอบสนามบินเพื่อรอแลนดิง (Landing) ผู้โดยสารต้องเสียเวลาทําให้เสียการเสียงาน ถึงเวลานี้บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน) หรือ ทอท. ได้ทําการซ่อมแซมรันเวย์ เสร็จเรียบร้อยแล้ว แต่เราจะมั่นใจได้อย่างไรว่าปัญหานี้จะไม่เกิดขึ้นอีกหาก ทอท. ไม่สามารถหาสาเหตุที่แท้จริงของปัญหานี้ได้ ในที่สุดอาจทําให้ขาดความเชื่อมั่นต่อการใช้ สนามบินแห่งนี้ โอกาสที่จะเป็นศูนย์กลางของการขนส่งทางอากาศในภูมิภาคนี้ ก็จะสูญเสียไป ซึ่งผมไม่อยากให้เป็นเช่นนั้น ท่านประธานครับ สาเหตุที่ยางมะตอยหลุดล่อน จากรันเวย์ของสนามบินสุวรรณภูมินั้น ผมตั้งสมมุติฐานไว้ ๒ ข้อ ข้อแรก ยางมะตอยที่ใช้นั้น ไม่สามารถทนความร้อนบริเวณสนามบินสุวรรณภูมิได้ ซึ่งสมมุติฐานข้อนี้ได้รับการยอมรับว่า เป็นจริงจากท่าน ผอ. ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และให้คํามั่นสัญญาว่า ทอท. จะเปลี่ยน ไปใช้ยางมะตอยที่มีคุณสมบัติเหมาะสมในโอกาสต่อไป สมมุติฐานข้อที่ ๒ ของผมก็คือ ระดับน้ําใต้ดิน ใต้รันเวย์สูง ทําให้น้ําสามารถซึมขึ้นมาสู่ชั้นยางมะตอยได้ ส่งปัญหาให้ ยางมะตอยเสื่อมสภาพ ผมขออนุญาตท่านประธานอธิบายด้วยแผ่นภาพแผ่นนี้ กล้องช่วยจับ ช่วยซูมด้วยครับ ชั้นบนสุดของรันเวย์เป็นชั้นยางมะตอย ซึ่งแบ่งเป็น ๓ ชั้นย่อย มีความหนารวมทั้งสิ้น ๓๓ เซนติเมตร ชั้นต่อไปเป็นชั้นฐานซีเมนต์ เรียกว่าซีทีบี (CTB) ย่อมาจากซีเมนต์ ทรีท เบส (Cement Treated Base) ซึ่งเป็นการใช้วัสดุหินคลุกผสมกับ ซีเมนต์หนาประมาณ ๗๒ เซนติเมตร ชั้นต่อไปเป็นชั้นทรายหยาบ หนาประมาณ ๑.๕ เมตร ชั้นล่างสุดเป็นชั้นดินถมที่มีการปรับปรุงคุณภาพให้มีการทรุดตัวเร็วกว่าปล่อยให้ทรุดตัว ตามธรรมชาติ โดยใช้วิธีพีวีดี (PVD) เป็นการฝังแผ่นโพลียูริเทนลงในชั้นดินถมให้น้ําไหลซึม ออกมา ท่านประธานครับ ผมได้รับทราบข้อมูลพบว่าระดับน้ําใต้ดินนั้นสูงอยู่ถึงชั้นซีทีบีหรือ ชั้นฐานซีเมนต์ เมื่อล้อเครื่องบินกระแทกไปที่รันเวย์ทําให้น้ําสามารถซึมขึ้นสู่ชั้นยางมะตอย ได้ เป็นสาเหตุให้ยางมะตอยเสื่อมสภาพ ไม่สามารถรับน้ําหนักได้ ในที่สุดมีการหลุดล่อน ออกจากรันเวย์ คําถามก็คือน้ําใต้ดินนี้มาจากไหน ถ้าเราไม่สามารถแก้ปัญหานี้ได้ก็จะ ส่งผลกระทบต่อรันเวย์เช่นนี้ตลอดไป แต่สมมุติฐานข้อที่ ๒ ของผมนั้นท่านผู้อํานวยการ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิไม่เห็นด้วย ไม่ยอมรับ บอกว่าได้มีการทดสอบรันเวย์แล้วมีสภาพที่ดี แต่เหตุที่ยางมะตอยหลุดล่อนนั้นก็เพราะว่ามีการใช้งานอย่างหนัก ถูกใช้งานอย่างหนัก ซึ่งผมไม่ยอมรับ ไม่เห็นด้วย เพราะสนามบินดอนเมืองก็ถูกใช้งานหนักเช่นเดียวกัน ใช้งานหนักมาร่วม ๑๐๐ ปี ดังนั้นผมจึงเรียกร้องไปที่รัฐบาลด้วยความห่วงใย ขอให้ท่าน ตรวจสอบสาเหตุที่ยางมะตอยหลุดล่อนให้ได้ เพื่อหาทางแก้ให้ถูกวิธีก่อนที่จะสายเกินแก้ ท่านประธานครับผมทราบว่ารัฐบาลเตรียมที่จะก่อสร้างรันเวย์เส้นที่ ๓ ซึ่งผมมีความห่วงใย เช่นเดียวกัน เพราะทราบมาว่าระดับน้ําใต้ดินในบริเวณนั้นสูง ขอให้รัฐบาลตรวจสอบ ให้แน่นอนเสียก่อนก่อนทําการก่อสร้าง มิฉะนั้นจะเกิดปัญหาเช่นเดียวกับรันเวย์ที่มีอยู่แล้ว ท่านประธานครับ ในช่วงที่มีการปิดซ่อมรันเวย์นั้นรัฐบาลได้ประกาศเชิญชวนให้สายการบิน ต้นทุนต่ําและสายการบินที่ไม่มีการเชื่อมต่อ เช่นแอร์เอเชียเป็นต้น ให้เปลี่ยนมาใช้สนามบินดอนเมืองเพื่อลดความแออัดของสนามบินสุวรรณภูมิ ซึ่งตรงกับ คําอภิปรายของผมในวาระที่หนึ่งที่เสนอให้รัฐบาลใช้สนามบินดอนเมืองให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยผนึกกําลังของสนามบินสุวรรณภูมิเข้ากับสนามบินดอนเมืองด้วยแอร์พอร์ต ลิงค์ (Airport link) เพื่อทําให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการขนส่งทางอากาศของภูมิภาคนี้ ท่านประธานครับ รัฐบาลได้จูงใจสายการบินเหล่านี้ด้วยการให้สิทธิพิเศษ เช่น มีการลด ค่าธรรมเนียมการขึ้นลงของเครื่องบินถึง ๙๕ เปอร์เซ็นต์ มีการยกเว้นค่าบริการใช้สะพาน เทียบเครื่องบิน ค่าใช้เคาน์เตอร์ เช็กอิน (Counter check in) ค่าเช่าพื้นที่และที่ดินเป็นต้น แต่น่าเสียดายครับสิทธิประโยชน์เหล่านี้รัฐบาลไม่ได้มอบให้แก่สายการบินที่ใช้บริการ สนามบินดอนเมืองอยู่ก่อนแล้ว ซึ่งประกอบด้วยสายการบินนกแอร์ สายการบินนกมินิ สายการบินโอเรียนท์ไทย สายการบินโซลาร์ แอร์ สายการบินเอ็มเจ็ท ผมถือว่าเป็นการ เลือกปฏิบัติหรือปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรม ทําให้เกิดความได้เปรียบเสียเปรียบในการแข่งขัน ดังนั้นผมจึงขอเรียกร้องให้รัฐบาลแก้ปัญหานี้อย่างเร่งด่วน เราต้องช่วยกันปลุกสนามบิน ดอนเมืองให้ฟื้นคืนชีพให้ได้ ปลุกสนามบินดอนเมืองให้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้งให้สมกับ เงินงบประมาณจํานวนมหาศาลที่เราได้ใช้ไปในการพัฒนาดอนเมืองให้เป็นประตูสู่ ประเทศไทยมาเป็นเวลานานร่วม ๑๐๐ ปี ขอบพระคุณครับ
ท่านนริศาครับ
กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ดิฉัน นริศา อดิเทพวรพันธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานคะ วันนี้ดิฉันขอปรับลด งบประมาณของกระทรวงคมนาคมลง ๗ เปอร์เซ็นต์ ต้องเรียนท่านประธานนะคะว่าถึงแม้ว่า ดิฉันจะทราบดีว่าการจัดสรรงบประมาณที่ได้รับในแต่ละปีของกระทรวงคมนาคมนั้น เมื่อเทียบกับภารกิจที่จะต้องดูแลทั้งทางน้ํา ทางบก และทางอากาศนั้นก็ไม่เหมาะสมอยู่แล้ว เนื่องจากภารกิจมากกว่าสิ่งที่งบประมาณได้รับ แต่เมื่อมาดูในรายละเอียดดิฉันเข้าใจดีว่า ทางคณะกรรมาธิการนั้นมีเวลาเพียงแค่ ๗๐ กว่าวันเท่านั้นในการพิจารณางบประมาณ เพราะฉะนั้นอาจจะมีบางโครงการที่ท่านไม่ได้ลงไปในรายละเอียด ดิฉันคิดว่า ถ้ากระทรวงคมนาคมนั้นได้มีการศึกษาในแต่ละโครงการอย่างดี มีการปรับวิธีการคิด ปรับวิธีการทํา ปรับในเรื่องของระยะเวลา แล้วก็ปรับในงบประมาณต่าง ๆ ที่มีอยู่ ในกระทรวงคมนาคมนั้นก็จะทําให้เม็ดเงินในเรื่องของงบประมาณที่อยู่ในกระทรวงคมนาคมนั้น ได้เกิดผลประโยชน์คุ้มค่า และเงินนั้นสามารถไปแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนได้ และแน่นอนค่ะท้ายที่สุดเมื่อแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนได้ก่อให้เกิดรายได้ก็สามารถ ที่จะเก็บเงินนั้นมาเป็นภาษีวนกลับเข้ามาในระบบ และแน่นอนที่สุดสิ่งที่สําคัญที่สุดก็คือ จะทําให้กระทรวงคมนาคมนั้นประหยัดงบประมาณที่จะใช้ในปีถัด ๆ ไป สําหรับในเรื่องนี้ ดิฉันขออนุญาตยกตัวอย่างโครงการขึ้นมาเพื่อให้ท่านประธานและส่งไปยัง ท่านคณะกรรมาธิการงบประมาณทุกท่านได้เห็นว่าถ้าท่านพิจารณาโดยรายละเอียดแล้ว ในโครงการต่าง ๆ นั้นไม่มีอะไรมาก เพียงแต่ลงในรายละเอียดแล้วท่านจะเห็นว่า ท่านจะสามารถปรับเปลี่ยนงบประมาณได้อย่างไร สิ่งที่อยากจะยกตัวอย่าง กรมที่ดิฉัน จะขอยกตัวอย่างในที่นี้ก็คือกรมเจ้าท่าของกระทรวงคมนาคม ซึ่งภารกิจเขียนไว้ชัดเจน ในเรื่องของวิสัยทัศน์ว่าเป็นองค์กรที่มุ่งพัฒนาระบบการขนส่งทางน้ําและพาณิชยนาวี ให้ปลอดภัย สะดวกและมีประสิทธิภาพตามมาตรฐานสากล นอกจากนั้นแล้วในพันธกิจ ท่านยังเขียนชัดเจนไว้เลยว่ากํากับดูแลการส่งเสริมและพัฒนาระบบการขนส่งทางน้ํา และพาณิชยนาวีให้เชื่อมต่อกับระบบการขนส่งอื่น ๆ ทั้งการขนส่งผู้โดยสาร สินค้า ท่าเรือ อู่เรือ กองเรือไทย และกิจการที่ต่อเนื่องให้ประชาชนได้รับความสะดวก รวดเร็ว ทั่วถึง ปลอดภัย ตลอดจนสนับสนุนภาคการส่งออกให้มีความเข้มแข็ง โดยมีอํานาจหน้าที่ ดิฉันขอยกตัวอย่างที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ ๒ ข้อ ก็คือในเรื่องของข้อ ๒ ศึกษาและวิเคราะห์เพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานการขนส่งทางน้ํา และข้อ ๓ ส่งเสริมพัฒนาเครือข่ายระบบการขนส่งทางน้ําและพาณิชยนาวี ท่านประธานคะ โครงการที่ดิฉันจะยกตัวอย่างให้ท่านเห็นก็คือการขุดลอกร่องน้ําปากพนัง ก่อนที่จะไปถึง การขุดลอกร่องน้ําปากพนัง ดิฉันจะขออนุญาตท่านประธานผ่านไปยังท่านกรรมาธิการ เพื่อที่จะเป็นโครงการตัวอย่างให้ท่านได้พิจารณาในปีงบประมาณถัดไป อําเภอปากพนัง ต้องบอกว่าเป็นอําเภอที่เป็นอู่ข้าวอู่น้ําของจังหวัดนครศรีธรรมราชและของภาคใต้ ที่บริเวณนี้สาเหตุที่เป็นอู่ข้าวอู่น้ําก็เนื่องจากเป็นบริเวณที่ทําการเกษตรมีการเพาะปลูก เมื่อหลายปีที่ผ่านมาอําเภอปากพนังได้ถูกน้ําเค็มเข้ามาแล้วก็ทําให้พืชผลทางการเกษตร ปลูกแล้วไม่ได้ผล แต่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้มีพระราชดําริโครงการ เราเรียกกันว่า โครงการลุ่มน้ําปากพนัง สร้างประตูระบายน้ําให้กั้นระหว่างน้ําจืดและน้ําเค็ม ที่เรารู้จักกันว่า ประตูระบายน้ําอุทกวิภาชประสิทธิ นั่นก็คือประตูน้ํานี้ได้พลิกฟื้นชีวิตของเกษตรกร วันนี้ ถ้าท่านลงไปในพื้นที่ปากพนังท่านจะไม่เห็นแล้วนาร้าง ผู้คนกลับมา ไม่ว่าจะเป็นการปลูกข้าว หรือปลูกปาล์ม เพราะฉะนั้นตรงนี้ต้องนับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอันล้นพ้น แก่ชาวลุ่มน้ําปากพนังทุกคน ซึ่งบริเวณลุ่มน้ําปากพนังนั้นต้องบอกว่าครอบคลุม ทั้ง ๓ จังหวัด จังหวัดนครศรีธรรมราช จังหวัดพัทลุง และจังหวัดสงขลา ซึ่งประกอบไปด้วย พื้นที่เพาะปลูก ๑.๙ ล้านไร่ ประชากรประมาณ ๖๐๐,๐๐๐ คน สิ่งที่สําคัญที่สุดอีกอันหนึ่ง ซึ่งเกี่ยวข้องกับกรณีศึกษา อันนี้ก็คือว่าปากพนังเป็นเมืองท่าที่สําคัญที่สุดในภาคใต้ ในอดีตที่ผ่านมาสินค้าทุกอย่างที่จะขนเข้าสู่จังหวัดนครศรีธรรมราชหรือจังหวัดใกล้เคียง จะขนเข้ามาทางอําเภอปากพนังทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นสินค้าเกษตร ไม่ว่าจะเป็นสินค้าน้ํามัน ไม่ว่าจะเป็นสินค้าต่าง ๆ และแน่นอนที่สุดปากพนังเป็นศูนย์กลางของเรือประมงทั้งหมด ทุกเรือประมงจะเข้ามาที่อําเภอปากพนัง แต่อยากให้ท่านประธานและคณะกรรมาธิการ ได้ไปที่ลุ่มน้ําปากพนังในวันนี้ ถ้าท่านไปเห็นแล้วนี่วันนี้สิ่งที่ร่องน้ําปากพนังได้ประสบอยู่ก็คือ ภาวะของการตื้นเขิน เรือลําใหญ่ ๆ เข้าไม่ได้เลย วันนี้ถ้าเข้าได้ก็ลําบากมาก เรือบางลํา จะต้องรอถึง ๕-๖ ชั่วโมงในการที่จะนําเรือนั้นเข้ามาในบริเวณอําเภอปากพนัง สิ่งที่เกิดขึ้น ก็คือว่าวันนี้ ปตท. ซึ่งเคยมีคลังน้ํามันในการที่จะเก็บน้ํามันไว้เพื่อที่จะจ่ายไปให้กับพี่น้อง ชาวจังหวัดนครศรีธรรมราช จังหวัดตรัง และจังหวัดใกล้เคียง วันนี้ยกเลิกการขนส่ง ผ่านอําเภอปากพนังเรียบร้อยแล้ว เอสซีจี (SCG) มีโรงงานใหญ่อยู่ที่อําเภอทุ่งสง ซึ่งต้องบอกว่า มีทั้งโรงปูนซีเมนต์ มีทั้งโรงกระเบื้อง มีการก่อสร้าง ลงทุนในเรื่องของท่าเรือไว้ วันนี้ต้องยกเลิก เพราะว่าไม่สามารถจะทราบได้ว่าในฤดูไหน ในวันไหนที่จะเข้าออกได้ เรือประมงผู้ประกอบการส่วนใหญ่เป็นคนปากพนัง วันนี้ได้ยกเลิกไปแล้วค่ะ ต้องไปใช้ท่าเรือ ที่จังหวัดสงขลาแทน องค์การสะพานปลา ซึ่งอันนี้เราได้รับทุนจากรัฐบาลญี่ปุ่นมาสร้าง เพื่อที่จะเป็นศูนย์กลางในการซื้อขายแลกเปลี่ยนสัตว์น้ํา วันนี้ยุติบทบาทไปแล้วค่ะ เนื่องจากไม่มีสินค้าเกี่ยวกับทะเลเข้ามาเลย ปัญหาที่เกิดขึ้นกับปากพนังในวันนี้ก็คือปัญหา การว่างงาน ปัญหาเศรษฐกิจที่ต่อเนื่องทั้งหมดเกี่ยวกับท่าเรือ ไม่ว่าจะเป็นโรงน้ําแข็ง โรงปลาป่น อู่ซ่อมเรือ ร้านค้า ไม่ว่าจะเป็นร้านเล็กร้านใหญ่ ผู้คนอพยพออกจากปากพนัง ถ้าท่านไปปากพนังวันนี้จะเหมือนคล้าย ๆ กับเป็นเมืองร้าง จากเมืองที่เคยอุดมสมบูรณ์ ในอดีต มีคนมากมาย วันนี้ทุกคนกลับอพยพออกจากปากพนังเนื่องจากไม่มีงานจะทํา ลูกหลานส่วนใหญ่ที่เรียนจบแล้วก็ไม่อยากกลับบ้านเพราะว่าไม่มีงานจะทํา ถ้าดิฉันถามว่า ทางกระทรวงคมนาคมได้จัดสรรงบประมาณให้กับโครงการขุดร่องน้ําหรือไม่ ต้องบอกว่า มีการจัดสรรงบประมาณทุกปี ตั้งแต่ปี ๒๕๓๕ ขออภัยนะคะ ไม่ได้ให้ทุกปี ให้ปีเว้นปี ในปี ๒๕๕๓ และปี ๒๕๕๔ ได้มีการให้งบประมาณในการขุดร่องน้ําปากพนังมาทั้งหมด ๗๐ ล้านบาท แต่ท่านประธานคะในปี ๒๕๕๖ ซึ่งเรากําลังพิจารณางบประมาณอยู่ ณ ขณะนี้ ไม่ได้รับการจัดสรรงบประมาณ นี่ละค่ะเป็นปัญหาสําหรับอําเภอปากพนังเป็นอย่างยิ่ง ที่ทําให้เมืองปากพนังนั้นจะเป็นเมืองที่กําลังตายลงไปทุกวัน เพราะว่าการจัดสรรของท่านนั้น ได้ให้งบประมาณปีต่อปี ปีหน้าเราก็ไม่รู้ว่าในปี ๒๕๕๗ อําเภอปากพนังจะได้รับงบประมาณ หรือไม่ ปี ๒๕๕๖ ไม่ได้แน่นอนแล้ว นี่แหละค่ะเป็นปัญหา เพราะฉะนั้นธุรกิจต่าง ๆ ที่คิดว่าจะมาใช้ ท่าเรือปากพนังในเมื่อเขาไม่มีความมั่นใจว่าปีไหนที่จะได้งบในการขุดลอก ปีไหนที่เขา สามารถดําเนินการขนถ่ายสินค้าได้เขาจึงปฏิเสธที่จะใช้ท่าเรือแห่งนี้และไปใช้ทางเลือกอื่น อันนี้คือปัญหาที่เกิดขึ้นอันที่ ๑
อันที่ ๒ ในงบประมาณที่ได้รับไม่เพียงพอ ในปี ๒๕๕๔ ที่ดิฉันได้กล่าวมา เมื่อกี้อําเภอปากพนังได้รับงบขุดลอก ๗๐ ล้านบาท แต่ท่านประธานคะ ร่องน้ําปากพนัง มีความยาวถึง ๒๗ กิโลเมตร บริเวณที่เป็นจุดวิกฤติจริง ๆ ที่จะต้องได้รับการขุดลอก ๑๐ กิโลเมตร ซึ่งจะต้องตักดินออกทั้งหมดจํานวน ๓,๐๐๐,๐๐๐ คิว ถ้าเราคิดมาเป็นเนื้อเงิน งบประมาณแล้วก็คือ ๑๘๐ ล้านบาท แต่การที่ได้งบเพียง ๗๐ ล้านบาท ถ้าเราคิดเป็น ปริมาณดินก็คือเหลือเพียง ๑,๓๐๐,๐๐๐ คิว นั่นก็คือได้งบประมาณมาเพียง ๑ ใน ๓ ของ งบประมาณที่เราต้องการเท่านั้น เพราะฉะนั้นหน่วยงานหรือกรมเจ้าท่าเขาก็จะต้อง คิดว่าระหว่างระยะทางหรือความลึกเขาจะเอาที่ตรงไหน ให้ความสําคัญกับตรงไหน ตามสเปกจริง ๆ จะต้องขุด ๑๐ กิโลเมตร ที่ความลึก ๑๐ เมตร แต่ด้วยงบประมาณ ที่ท่านจัดสรรนั้นทําได้เพียง ๔ กิโลเมตร ที่ความลึก ๒.๕ ก็คือ ๒.๕๐ เมตรเท่านั้น ตรงนี้แหละค่ะที่เป็นปัญหา เพราะด้วยความลึกเพียง ๒.๕๐ เมตร สิ่งที่เอาออกไปได้ก็คือ โคลน ตม ตะกอน แต่ท่านไม่ได้ตักลงไปในเนื้อดินจริง ๆ อันนี้แหละค่ะเป็นปัญหา เพราะว่า ในปีถัดไปเมื่อมีมรสุมเข้ามาพวกโคลน พวกตะกอน พวกตม ก็พัดกลับเข้ามาอีก ตรงนี้เป็นปัญหาทําให้เกิดความตื้นเขิน แต่ถ้าสมมุติว่าท่านจัดสรรงบประมาณให้เพียงพอ ตักเนื้อดินออกไปถึงแม้ว่าโคลน ตะกอน ตม จะกลับเข้ามาแต่มันก็ไม่ได้ลึกจนขนาดที่ทําให้ เรือลําใหญ่วิ่งไม่ได้ ท่านประธานคะ ท่านกรรมาธิการได้ถามให้ดิฉันไหมว่าทําไม กระทรวงคมนาคมถึงไม่จัดสรรงบประมาณให้เพียงพอในการขุดลอกร่องน้ํา ดิฉันเคยเป็น กรรมาธิการงบประมาณเห็นท่านกรรมาธิการงบประมาณทุกท่านและเพื่อนสมาชิกทุกท่าน มีคําถามค่ะ ถ้าโครงการไหนจะได้รับงบประมาณซ้ํา ๆ ทุกปีที่เดิมคงไม่ผ่านมาถึงในขั้นที่เรา พิจารณาแค่สํานักงบประมาณนี้ก็คงที่จะถูกตัดออกไปแล้ว เพราะฉะนั้นถ้าเกิดว่าท่านจัดสรร งบประมาณให้อย่างเพียงพอเพียงครั้งเดียวเพื่อที่จะขุดลอกลงไปให้ถึงเนื้อดิน ดิฉันคิดว่า ตรงนี้จะเป็นการช่วยแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนได้มาก แต่ที่ผ่านมางบของท่าน ไม่เพียงพอ การกระทําก็คือเป็นแค่บรรเทาปัญหาให้เบาบางลงไปเท่านั้น
อันที่ ๓ อันนี้เป็นเรื่องที่สําคัญนะคะ ก็คือในเรื่องของอยากให้กระทรวง คมนาคมปรับปรุงในช่วงของระยะเวลาในการจัดซื้อจัดจ้างให้เหมาะสม ดิฉันต้องบอกว่า ที่ผ่านมาเมื่องบประมาณออกกว่าจะได้มีการจัดซื้อจัดจ้างแล้วไปทําการขุดลอกก็ตกไป ประมาณเดือนมิถุนายน เดือนกรกฎาคม เดือนสิงหาคม ท่านประธานคะ พอเดือนตุลาคม เดือนพฤศจิกายน ที่จังหวัดนครศรีธรรมราชก็จะมีลมมรสุมเข้ามา นั่นก็คือว่าตะกอน ที่ท่านขุดออกไปก็ถูกพัดกลับเข้ามา โอกาสที่พี่น้องประชาชนจะได้ใช้ในเรื่องของ ร่องน้ําก็น้อยลง อันนี้ดิฉันต้องขออนุญาตท่านประธานส่งผ่านไปยังกระทรวงคมนาคม ให้ลองปรึกษาหารือกันดูว่าเป็นไปได้หรือไม่ที่ท่านจะทําการประมูลให้แล้วเสร็จ ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ ให้มีการขุดลอกตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ เดือนมีนาคม เดือนเมษายน ที่เหลือเดือนพฤษภาคม เดือนมิถุนายน เดือนกรกฎาคม เดือนสิงหาคม เดือนกันยายน พี่น้องประชาชนจะได้ใช้เส้นทางนี้ก็ถือว่าเป็นการที่ท่านลงทุนไปแล้วพี่น้องประชาชน ก็จะได้ใช้เส้นทางนี้อย่างสมบูรณ์ที่สุด อันนี้ดิฉันต้องฝากไว้ด้วย
อีกเรื่องหนึ่งซึ่งเป็นเรื่องที่สําคัญค่ะ การขุดลอกในเดือนมิถุนายน เดือนกรกฎาคม เดือนสิงหาคม มันมีปัญหาก็คือว่าช่วงนั้นน้ํามาก ปริมาณดินที่ท่านขุดได้ ทุกคนเป็นข้อกังขาค่ะ แล้วก็อย่างมีข่าวซึ่งเห็นกันอยู่ทั่วไปว่าทุกที่ที่มีการขุดลอก คําถามที่ทุกคนตั้งว่าปริมาณดินที่ท่านขุดได้ตามสเปกที่ได้วางไว้หรือไม่ เนื่องจากว่า เวลาท่านขุดในช่วงน้ําเยอะเป็นทั้งน้ํา ทั้งดิน ทั้งโคลน ทั้งตม ปนกันขึ้นมา ท่านมีหน่วยวัดอะไรว่าใน ๑,๓๐๐,๐๐๐ คิวที่เราได้งบประมาณท่านได้ขุดออกไปเท่านั้น จริง ๆ อันนี้เป็นปัญหาใหญ่ของการขุดลอก ไม่เฉพาะร่องน้ําปากพนัง แต่เมื่อกี้ ก่อนหน้าที่ดิฉันเอามาอภิปรายก็มีคนที่ตั้งคําถามนี้เช่นเดียวกัน เพราะฉะนั้นต้องฝาก ท่านคณะกรรมาธิการงบประมาณ ท่านต้องย้ํากับกระทรวงคมนาคมในเรื่องของปริมาณดิน ที่ขุดลอกออกไป ที่จังหวัดนครศรีธรรมราชที่ผ่านมาดิฉันได้มีโอกาสเข้าร่วมประชุมกับพี่น้อง ผู้ประกอบการและหน่วยงานที่ขุดลอก ตลอดจนผู้รับเหมา เขาตั้งคณะกรรมการขึ้นมาดูแล ในเรื่องของดินที่ขุดออกไปนั้นขุดจริงหรือไม่ แต่ก็ต้องบอกว่าการตรวจสอบทําได้ยาก เพราะเราไม่ได้อยู่กับหน่วยงานทุกวัน อันนี้ต้องฝากท่านคณะกรรมาธิการลงไปด้วย สุดท้ายที่อยากจะมีคําถามถึงท่านคณะกรรมาธิการก็คือว่าวันนี้ดิฉันดูในหนังสืองบประมาณ ดิฉันไม่เห็นในเรื่องของที่ท่านจะมีโครงการศึกษาเรื่องการขุดลอกร่องน้ําปากพนังเลย วันนี้การขุดลอกร่องน้ําเป็นการทําปีเว้นปี เป็นการบรรเทาปัญหา ทําไมท่านไม่ตั้งโครงการ ศึกษาขึ้นมาเพื่อที่จะให้การขุดลอกร่องน้ําเป็นไปอย่างยั่งยืน ไม่ต้องขุดลอกทุกปี และสเปก ที่ท่านได้ตั้งไว้ ท่านแปลกใจไหมคะว่าขุดดินออกมาแล้วให้เอากลับไปทิ้งในทะเล ในระยะทาง ๑๐ กิโลเมตร เป็นไปได้ไหมคะว่าดินที่ท่านขุดในที่สุดมันก็พัดกลับมา เป็นตะกอนในร่องน้ําอีก ทําไมท่านไม่คิดศึกษาว่าดินที่ท่านขุดลอกเอาไปในส่วนที่มีการกัดเซาะ ได้ไหมคะ ตรงนี้ดิฉันก็ต้องขอฝากท่านกรรมาธิการไว้ด้วย แล้วก็ขอถามว่าทําไมไม่ตั้ง โครงการศึกษาให้กับโครงการลุ่มน้ําปากพนัง ท่านประธานคะ ดิฉันต้องบอกว่าเห็นไหมคะว่า แค่การปรับปรุงโครงการต่าง ๆ ปรับปรุงเวลาในการจัดซื้อจัดจ้าง ปรับปรุงในเรื่องของ วิธีการจัดสรรงบประมาณก็จะทําให้หน่วยงานของท่านนั้นมีความคุ้มในเรื่องของเม็ดเงิน ในเรื่องของงบประมาณ ดิฉันขอยืนยันนะคะท่านประธานว่าโครงการลุ่มน้ําปากพนัง เป็นโครงการที่สําคัญและเป็นโครงการที่หล่อเลี้ยงให้พวกเราชาวปากพนัง และชาวจังหวัดนครศรีธรรมราชนั้นอยู่ได้ เศรษฐกิจเฟื่องฟู อันนี้ต้องร้องขอไปยัง กระทรวงคมนาคมให้ท่านจัดสรรงบประมาณให้กับพวกเราชาวอําเภอปากพนัง แล้วก็ขอปรับลดงบประมาณซึ่งท่านคงไปดูในกระทรวงของท่าน ดิฉันจะไม่ขอเอ่ยชื่อ โครงการว่าเป็นโครงการไหนที่สามารถปรับลดได้และนํามาใช้ในโครงการที่มีประโยชน์ อย่างเช่นโครงการขุดลอกลุ่มน้ําปากพนัง ขอบพระคุณค่ะ
เชิญท่านอนันต์ครับ ๗ นาทีนะครับท่าน
ท่านประธานที่เคารพ กระผม อนันต์ ลิมปคุปตถาวร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชัยภูมิ พรรคเพื่อไทยครับ ในวันนี้ก็ขอตัด ในสัดส่วนของกระทรวงคมนาคม ๓ เปอร์เซ็นต์ จากที่งบประมาณถึงแม้ว่าจะมีความเข้าใจว่า กระทรวงคมนาคมไม่ว่าจะเป็นทั้งกรมทางหลวงหรือกรมทางหลวงชนบทที่อยู่ใน กระทรวงคมนาคมนั้นมีความจําเป็นที่จะต้องใช้งบประมาณในการที่จะไปทําเกี่ยวกับ เรื่องถนนหนทางเพื่อทําให้การขนส่งทั้งหลายมีความคล่องตัว แต่จากที่ได้พบเห็นในพื้นที่ จังหวัดชัยภูมิของกระผมเองนั้น ประชาชนได้ร้องขอกันมายาวนานเกี่ยวกับเรื่องการขยายถนน อะไรต่าง ๆ นี้บ้าง ในขณะที่เราก็มาดูว่าในส่วนของกระทรวงคมนาคมเองนั้นก็มีกิจการ หรืองานที่ต้องใช้งบประมาณในส่วนไม่ว่าจะไปศึกษาอะไรต่าง ๆ นี้ก็ตามมากมายเหลือเกิน ในพื้นที่ชนบทท่านประธานที่เคารพครับ ประชาชนเขาต้องการการคมนาคมที่สะดวก แล้วก็ปลอดภัย ทางหลวงชัยภูมิเรียกร้องให้ขยายถนนช่วงละ ๒๐ กิโลเมตร ๒ ช่อง ซึ่งก็เรียกร้องกันมาหลายสิบปี ก็ไม่ได้มีการขยายในส่วนตรงนี้เลย เพราะฉะนั้นในส่วนตรงนี้ ก็เป็นทางสําคัญซึ่งในสมัยหนึ่งช่วงประมาณ ๒ ปีที่แล้วก็มีเกิดวิกฤตการณ์น้ําท่วมที่ จังหวัดนครราชสีมา เส้นทางต่าง ๆ เหล่านี้เป็นเส้นทางที่เป็นเส้นทางเลี่ยงเมือง แล้วสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติก็เคยไปที่จังหวัดชัยภูมิ ก็บอกว่ามีความเหมาะสม มีความจําเป็นนะครับ แต่ปรากฏว่าทั้งปี ๒๕๕๕ ปี ๒๕๕๖ ก็ไม่มี งบประมาณที่ไปดําเนินการในส่วนตรงนี้ที่อําเภอบําเหน็จณรงค์ แล้วก็อําเภอเทพสถิต ในส่วนตรงนี้นะครับ ทั้ง ๒ ช่องซึ่งเป็นถนนสายเดียวกันคือถนนสาย ๒๐๕ แล้วเรื่องสําคัญก็คือ ในชนบทพี่น้องเกษตรกรนั้นก็จะรอคอยถนนจากกรมทางหลวงชนบท ซึ่งตรงนี้สมัยก่อน ก็มีการโยนไปโยนมาเนื่องจากว่าเมื่อปี ๒๕๔๗ ก็มีการถ่ายโอนภารกิจไปให้กับท้องถิ่น ซึ่งตอนนี้ท้องถิ่นไม่ว่าจะเป็น อบต. เทศบาลที่จําเป็นต้องรับถ่ายโอนอะไรต่าง ๆ ตรงนั้น แต่กําลังงบประมาณเขาไม่มีครับ เหมือนกับ อบจ. ชัยภูมิ ในสมัยหนึ่งที่ผมมีโอกาสได้เป็น นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด ผมก็ได้รับการถ่ายโอนถนนหนทางจากสมัยก่อนเรียกว่า รพช. รับมาเป็นร้อยสายครับ แต่ปรากฏว่างบประมาณก็ไม่มีแล้วก็ไม่ได้ให้มา เมื่อไม่มีแล้วก็ไม่ได้ให้มาตอนนี้จะโอนกลับก็เป็นเรื่องยากมาก แล้วเมื่อไม่กี่วันนี้ก็ได้มีโอกาส สอบถามท่านรัฐมนตรีที่รับผิดชอบคือท่านรัฐมนตรีปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข หลายเรื่อง ไม่ว่าจะเรื่องถนนหนทาง และรวมทั้งเรื่องแหล่งน้ําอะไรทั้งหลาย น้ําประปาอะไรต่าง ๆ ที่หาหน่วยงานอะไรต่าง ๆ ที่จะมาช่วยดูแลแก้ไขให้กับพี่น้อง เพราะอะไรครับ เพราะว่า เมื่อรับถ่ายโอนไปแล้ว เมื่อไม่มีงบประมาณ หน่วยงานที่มีงบประมาณอย่างกรมทางหลวงชนบทนี่ ก็ไม่สามารถที่จะเข้าไปจัดงบประมาณอะไรต่าง ๆ เข้าไปได้ ในสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ครับ แล้วก็ปัจจุบันนี้ที่ได้พบเห็นจากที่รัฐธรรมนูญเราได้กําหนดห้ามผู้แทนราษฎรที่เข้าไปก้าวก่าย หรือเข้าไปติดตามถามหาเกี่ยวกับความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ตรงนี้ก็อยากจะกราบเรียนว่า จึงทําให้ส่วนราชการที่อยู่ในพื้นที่ได้เสนอแผนงานโครงการในแต่ละปี ก็กราบเรียนครับ เท่าที่ไปดูแล้วบางทีก็สะท้อนใจ ถนนสายหนึ่งประมาณ ๑๐ กว่ากิโลเมตร งบปกติก็จะไปทํา ปีหนึ่งประมาณสัก ๓-๔ กิโลเมตร ๒-๓ กิโลเมตรแล้วก็ทิ้งไป ไม่มีถนนสายไหนเสร็จสมบูรณ์ ในเขตเลือกตั้งของผมครับถนนทางหลวงชนบทนี่ เพราะฉะนั้นก็ได้เรียกร้องแล้วก็ได้พูด ในสภานี้หลายรอบหลายครั้งแต่ก็ปรากฏว่าไม่มีการดําเนินการอะไรต่าง ๆ ในส่วนตรงนี้ เพราะฉะนั้นก็ขอกราบเรียนไปถึงรัฐบาลแล้วก็ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องตรงนี้ได้ช่วยดูเถอะครับ อยากจะเห็นว่าในขณะที่ตอนนี้เรามุ่งไปสู่ความเจริญ ไม่ว่าจะเกี่ยวกับเรื่องโลจิสติกส์ เรื่องเกี่ยวกับที่จะรองรับประชาคมอาเซียนอะไรต่าง ๆ นี้ก็ตาม เรามุ่งไปสู่ความเจริญ แต่พี่น้องประชาชนที่มีอาชีพเกษตรกร ถนนหนทางของเขายังเป็นถนนเต็มไปด้วยหลุม เต็มไปด้วยเรียกว่าลูกรัง แล้วปัจจุบันนี้ถนนหนทางมีแต่ซ่อมแซม สร้างใหม่ไม่ค่อยมี ก็อยากกราบเรียนว่ามีแต่ถนนที่เขาเรียกว่ารีไซคลิง (Recycling) แทบจะเรียกว่าในแต่ละปี ก็จะมีถนนประเภทอย่างนี้ เพราะฉะนั้นถนนที่จะลาดยางแล้วก็ต่อเนื่องให้ครบตลอดสาย ก็อยากจะขอให้ทางกรมทางหลวงชนบทได้จัดงบประมาณประจําปีเพื่อที่จะทําให้ ถนนทุกเส้นทางเอาไปให้มันตลอดเส้นทางเสียที เพราะฉะนั้นกระผมจึงขออนุญาต ท่านประธานขอปรับลดงบประมาณ ๓ เปอร์เซ็นต์ของกระทรวงคมนาคมตามสัดส่วน ที่ท่านจําเป็นน้อย แล้วก็เอามาเกลี่ยเพื่อที่จะทําให้ถนนหนทางที่ได้ดําเนินการลาดยางอยู่ ให้สามารถเป็นถนนลาดยางได้เต็มสายหรือตลอดสายครับ ขอบพระคุณครับ
ท่านเจือ ราชสีห์
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายเจือ ราชสีห์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสงขลา พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ผมเองได้แปรญัตติไว้เกือบทุกมาตรานะครับ แต่ว่าวันนี้คงมีเวลาที่จะอภิปรายเฉพาะในส่วนกระทรวงคมนาคมซึ่งได้ปรับลดเอาไว้ เป็นจํานวน ๕ เปอร์เซ็นต์ จากที่กระทรวงคมนาคมตั้งงบเอาไว้ประมาณ ๙๖,๐๐๐ ล้านบาทเศษ ๆ ท่านประธานครับ เหตุผลที่ผมจําเป็นต้องปรับลดในส่วนของกระทรวงคมนาคม ๕ เปอร์เซ็นต์คราวนี้ เพราะผมคิดว่าสิ่งที่รัฐบาลได้บอกกับสภาของเราไว้ตั้งแต่วันแรก ที่เข้าไปรับตําแหน่งแล้วก็ได้บอกนโยบายทางด้านกระทรวงคมนาคมนั้นผมคิดว่ารัฐบาลสอบตก ผมไม่ได้พูดเองนะครับ แต่ว่าสิ่งที่ยืนยันได้รัฐบาลได้เปลี่ยนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ๑ ท่าน พลอากาศเอก สุกําพล สุวรรณทัต ท่านได้ปรับออกไป เพราะคิดว่าคงจะต้องยืนยัน ได้ว่าเรื่องกระทรวงคมนาคมเป็นการสอบตกของรัฐบาลชัดเจน ถามว่าทําไมสอบตก หาเสียง เอาไว้ทําไม่ได้ครับ เขาเรียกว่าโม้ ค่ารถไฟฟ้า ๒๐ บาทตลอดสายจนบัดนี้ ๑ ปีแล้วครับ ทําไม่ได้ ผมเองอยู่คณะกรรมาธิการการคมนาคมก็พยายามที่จะเอาใจช่วยให้พี่น้องประชาชน ได้ใช้การเดินทางที่สะดวก ๒๐ บาทตลอดสาย แต่ว่าถามทุกหน่วยงานแล้วทําไม่ได้ครับ อันนี้ถือว่าโม้ชัดเจน ขนส่งมวลชนอย่างอื่นก็ทําไม่ได้ครับ เรื่องใหม่ ๆ ของกระทรวงคมนาคม ทําไม่ได้ สวนทางกันไปหมด รถโดยสารสาธารณะ รถไฟฟ้าความเร็วสูง รถไฟฟ้าใต้ดิน ไม่คิดทําครับ แต่ไปทําอะไรครับ ไปทํารถยนต์คันแรก ผมไม่ได้อภิปรายเรื่องรถยนต์คันแรก แต่มันสวนทางกับทางคมนาคมครับ รถยนต์คันแรกขณะนี้ได้ข่าวว่าลงทะเบียนไปเท่าไร ๑๐๐,๐๐๐ คัน ถามว่าจะเกิดอะไรขึ้นครับ ภาระงบประมาณอย่างน้อยเกือบ ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท ถ้ารัฐบาลจริงใจเรื่องรถโดยสารสาธารณะจริง ๆ รถไฟฟ้าความเร็วสูงจริง ๆ ใช้เงินตรงนี้ ไปทําได้ครับ ถามว่ารถยนต์คันแรกเกิดขึ้น ๑๐๐,๐๐๐ คันทําอะไรครับ ต่อไปกรุงเทพมหานคร ไปไหนไม่ได้จราจรติดขัดมาก ๆ อันนี้ถือว่าความล้มเหลวจริง ๆ ของรัฐบาลเกี่ยวกับเรื่อง คมนาคม เพราะฉะนั้นผมคิดว่าเอาเงินงบประมาณไปก็ทําไม่ได้ ผมก็เลยจําเป็นต้องตัดนะครับ มีความสับสนวุ่นวายหมดครับในกระทรวงคมนาคม มีหลายเรื่องแต่ว่าเวลาผมมีจํากัด
เรื่องหนึ่งที่อยากจะเรียนก็คือว่ารัฐบาลพยายามจะตั้งงบประมาณ สร้างภาพลักษณ์ให้กับประเทศ ไม่ต้องไปสร้างภาพลักษณ์อะไรหรอกครับ ทําเรื่องดี ๆ ให้เกิดขึ้นสิครับ เขาบอกว่ารัฐบาลตอนน้ําท่วมนี่ไปตั้งศูนย์ ศปภ. ที่ดอนเมือง ทําไปทํามา ศูนย์น้ําท่วมเสียเอง คนก็มองหัวเราะเยาะกัน แต่ว่าตรงนั้นก็ไม่เป็นไรครับ แต่ว่าสิ่งที่มากกว่านั้น ก็คือว่าสนามบินดอนเมืองน้ําท่วม เครื่องบินก็ไม่มีปัญญายกออกไป น้ําท่วมเครื่องบิน ข่าวออกไปทั่วประเทศ ซีเอ็นเอ็น (CNN) ลงข่าว ออกข่าวทั่วประเทศ ถามว่าคุณจะไปสร้าง ภาพลักษณ์อีกกี่หมื่นกี่แสนล้านก็ไม่ได้หรอกครับ นั่นคือความเชื่อมั่นมันหมดไปแล้ว สิ่งเหล่านี้ต่างหากที่รัฐบาลต้องคิด ต้องทํา ไม่ใช่ว่าอะไรก็ใช้เงิน อะไรก็ใช้เงิน มันไม่ได้ มันต้องมีเหตุมีผลด้วยนะครับ
สนามบินสุวรรณภูมิ ผมมีเวลาสั้น ๆ คงพูดเรื่องเดียวแค่นั้นครับ สนามบิน สุวรรณภูมิเป็นสนามบินที่เป็นมหากาพย์ของการทุจริตคอร์รัปชัน เป็นปัญหามาตลอดเวลา ช่วงแรก ๆ ก่อนที่จะเปิดสนามบินมีข่าวรันเวย์ร้าว สื่อมวลชนออกข่าวเรื่องรันเวย์ร้าว จนผลสุดท้ายนักข่าวของหนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่งต้องโดนเจ้าของกิจการบังคับให้ออก เพราะการเมืองเข้าไปบีบ จนกระทั่งวันนี้สนามบินร้าวจริง ๆ ครับ ต้องซ่อมขึ้นมาจริง ๆ แล้ว แต่ว่าก่อนที่จะซ่อมสนามบินเกิดอะไรขึ้นครับ ไม่มีการเตรียมการโดยฝ่ายรัฐบาลเลย ตอนที่เกิดปัญหาเครื่องบินดีเลย์ (Delay) มีการขับเครื่องบินวนกัน ผมคิดว่า เพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในสภาแห่งนี้อย่างน้อยคงโดนกันบ้างละ ผมนี่ ๓ เที่ยว โดนเครื่องบินดีเลย์ เพราะบอกว่าการจราจรคับคั่ง ถามว่าเกิดขึ้นมาได้อย่างไร เกิดขึ้นมา เพราะว่าจําเป็นต้องซ่อมรันเวย์ เอาละ ๕ ปีใช้มาซ่อมก็ซ่อม เหตุเกิดอย่างไรขึ้นมา เดี๋ยวพวกเรามีเวลาจะได้ไปตามกัน แต่ว่าถามว่าจะซ่อมรันเวย์นี่รัฐบาลทําอย่างไรบ้าง ไม่ทําอะไรเลย ผมกรรมาธิการการคมนาคมได้เชิญทางหน่วยงานการบินไทย การท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย บริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จํากัด มาสอบถาม บอกว่าประชุมกันก่อนที่จะซ่อมประมาณ ๑ อาทิตย์ ถามว่าเกิดอะไรขึ้นครับ เกิดความสับสนวุ่นวายกันมาก ผู้โดยสารเดินทางจากไหนเวลาเปลี่ยนกันไปหมด ผมอย่างน้อย ๓ เที่ยว ขึ้นจากหาดใหญ่ ๑๐ กว่านาที กัปตันประกาศมาว่าภาคพื้นดินบอกว่า จําเป็นต้องบินวนอย่างน้อย ๔๕ นาทีเพราะว่าลงไม่ได้ ผู้โดยสารก็มองหน้ามองตากัน ขึ้นแค่ ๑๐ นาที ทําไมคุณไม่เตรียมการอะไรเลย ปัญหาเกิดขึ้นมามากมายเหลือเกิน นักท่องเที่ยวผิดเวลา ผิดนัดหมายกันไปหมด การบินไทยให้ข่าวว่าขณะนี้ได้ชี้แจงกับ คณะกรรมาธิการการคมนาคมว่ามีความเสียหายคราวนี้ ๒๐๐ ล้านบาท นั่นเฉพาะ การบินไทยของเรานะครับ ยังไม่นับรวมสายการบินอื่น ๆ นักวิชาการออกมาให้ข่าวแล้ว อย่างน้อยประมาณ ๓,๐๐๐ ล้านบาท ถามว่าท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์มีเงินส่วนตัวนี้ จะคืนให้กับเขาไหมถ้าเราไม่ได้ใช้เงินงบประมาณ ถามว่าทําไมต้องใช้ เพราะว่าเขาเสียหาย เพราะรัฐบาลบริหารผิดพลาดอย่างไร ตรงนี้ต่างหากนะครับที่เราต้องคิดว่าเขาบอก นายกรัฐมนตรียังไม่ได้ทําอะไรเลยก็ไม่ต้องผิด คราวนี้ไม่ต้องทําอะไรเลยก็ผิด เพราะว่า คุณไม่คิดทําอะไรเลยอย่างไรก็เลยผิด การ์ตูนที่เขียนในหนังสือพิมพ์บางฉบับบอกว่า นายกรัฐมนตรียังไม่ทํา ถึงไม่ผิด คราวนี้ผิดแล้วละท่านนายกรัฐมนตรี ๓,๐๐๐ ล้านบาท อย่าเอาเงินภาษีของพี่น้องประชาชนเอาไปชดใช้ให้กับความผิดพลาดการบริหารที่ล้มเหลว ของรัฐบาลไม่ได้นะครับ ผมจําเป็นต้องตัด นั่นคือสิ่งที่ต้องเรียนกับท่านประธานว่า คณะกรรมาธิการได้ถามทางรัฐบาลบ้างไหม ได้ถามฝ่ายบริหารเขาบ้างไหม ดีนะครับ เรื่องนี้ บริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จํากัด เขาหามรุ่งหามค่ําแก้ปัญหากันมา การท่าอากาศยานแห่งประทศไทยก็ทํางานกันเต็มที่ การบินไทยทํางานกันเต็มที่ รัฐบาลต้องไปขอบคุณพนักงาน ข้าราชการ พนักงานรัฐวิสาหกิจเขา ถ้าไม่มีพวกเขา รัฐบาลจะอยู่อย่างไร ผมไม่แน่ใจว่าจะอยู่ได้อย่างไร สนามบินสุวรรณภูมิ ต้องเรียนกับ ท่านประธานว่าอย่าให้เขาไปอยู่ลําดับท้ายมากกว่านี้เลย คณะกรรมาธิการได้ไปเยี่ยม สนามบินสุวรรณภูมิถามว่าวันแรกที่จะสร้างสนามบินขึ้นมาเราอยากให้ได้อันดับ ๑ ทั่วโลก ได้สายการบินอันดับ ๑ พวกผมก็อยากได้ครับ ผมก็ไปถามว่าตอนนี้สายการบินของเรา สนามบินสุวรรณภูมิของเราอยู่อันดับที่เท่าไร ท่านประธานทราบไหมครับ อยู่อันดับ ๗ ถามว่าฝ่ายไหนที่เราได้คะแนนน้อยที่สุดให้บอกมาหน่อย เจ้าหน้าที่ก็ใช้เวลานานพอสมควร กว่าจะตอบได้ ๒ ชั่วโมงกว่า ๆ ไปหามา ตอบว่าการตรวจคนเข้าเมืองแล้วก็ระบบ ที่รอกระเป๋านี่ช้ามาก ท่านประธานต้องไปบอกคณะกรรมาธิการ คณะกรรมาธิการ ต้องไปบอกรัฐบาลนะครับว่าไปแก้ ๒ เรื่องนี้เสีย ถ้าอย่างนั้นก็ต้องหลุดอันดับ ๗ ไปอยู่ อันดับอื่น ๆ เดี๋ยวมันก็ยุ่งกันไปใหญ่ ผมก็ต้องเรียนว่าด้วยความห่วงใยจริง ๆ ว่าพวกเรา ห่วงใยว่าเรื่องเหล่านี้รัฐบาลรู้ไหม คณะกรรมาธิการได้ไปถามรัฐบาลไหม อยู่ ๆ เสียเงิน ๓,๐๐๐ ล้านบาท สายการบินของเรากลายเป็นสายการบินอันดับโหล่ แล้วเราก็คิดว่า เราจะได้อันดับ ๑ ไม่ได้หรอกครับ คณะกรรมาธิการต้องถามทางฝ่ายรัฐบาล ท่านนายกรัฐมนตรีต้องสนใจนะครับ ท่านนายกรัฐมนตรีอยู่ข้างนอกท่านอาจจะฟังอยู่นะครับ เรื่องของท่านนะครับเรื่องนี้ครับ เรื่องการทุจริต ท่านนายกรัฐมนตรีให้สัมภาษณ์เยอะแยะจะเอาจริงเอาจัง แต่คนไม่ค่อยเชื่อ หรอกครับ แต่ว่าผมขอฝากสนามบินสุวรรณภูมิตอนนี้มีเรื่องการร้องเรียนการทุจริต ป.ป.ช. บอก ๒๔ เรื่องแล้วนะครับ แต่ว่าทุกเรื่องรัฐบาลต้องจริงจังต้องสนใจนะครับ ให้ความสําคัญผมคิดว่าเรื่องเหล่านี้ที่กรรมาธิการต้องถาม เรื่องเหล่านี้ละครับที่รัฐบาลต้องทํา ผมคิดว่าวันนี้ผมก็ได้ให้ข้อสังเกตให้ข้อคิดเห็นกับท่านประธานไปยังกรรมาธิการ ซึ่งมีความห่วงใยในเรื่องเงินงบประมาณของรัฐบาลที่จะนําไปใช้ในกระทรวงคมนาคมนั้น ผมมีความจําเป็นจะต้องตัด ๕ เปอร์เซ็นต์ครับ ขอขอบคุณครับท่านประธานครับ
ท่านประสิทธิ์ วุฒินันชัย
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายประสิทธิ์ วุฒินันชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย วันนี้โชคดีครับท่านประธานที่มีโอกาสได้อภิปรายงบประมาณรายจ่ายประจําปี ๒๕๕๖ ตั้งไว้อยู่ ๒.๔ ล้านล้านบาทครับ ผมขออนุญาตท่านประธานครับ มาตรา ๑๒ กระทรวงคมนาคมตั้งไว้อยู่ประมาณ ๙๖,๐๐๐ ล้านบาท จําแนกเป็นกรมทางหลวง กรมทางหลวงผมขอปรับลด ๕ เปอร์เซ็นต์ครับ จริง ๆ แล้วใจผมไม่อยากปรับลดครับ เพราะมีงบประมาณน้อยนิดมาก แต่มีความจําเป็น เรื่องถนนหนทางนั้นมีความจําเป็น เป็นอย่างมากครับ แต่ผมก็มีความจําเป็นที่จะต้องตัด ๕ เปอร์เซ็นต์ ที่ตัด ๕ เปอร์เซ็นต์ นั่นละครับท่านประธาน ถนนในประเทศไทยถนนทางหลวงมีมากครับที่สร้างมา สมัยสงครามโลก ครั้งที่ ๒ ยังเหลืออีกหลายเส้นครับ ผมขอยกตัวอย่างเช่นจังหวัดเชียงใหม่ ถนนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๑๐๗ สร้างมาสมัยสงครามโลก ครั้งที่ ๒ แล้วครับ ขยายเป็น ๔ ช่องจราจร สมัยท่านอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร ๕๕ กิโลเมตรครับ ส่วนที่เหลือ ๘๐ กว่ากิโลเมตรครับ ๘๐ กว่ากิโลเมตรนี่ละครับท่านประธานแบ่งเป็น ๒ ส่วน ด้วยกันครับ ส่วนที่ ๑ เป็นป่าเป็นภูเขา อีกส่วนหนึ่งเป็นที่ราบเรียบ จ่ายค่ารื้อถอนเวนคืน หมดแล้วครับ แต่ก็ยังไม่ได้ทํา ยังปล่อยให้ประชาชนเดือดร้อนอยู่ ที่ผมขอตัด ๕ เปอร์เซ็นต์ กรมทางหลวงเท่าไรครับท่านประธาน ๕๓,๐๐๐ ล้านบาท ๕ เปอร์เซ็นต์ก็ประมาณ ๒,๗๐๐ ล้านบาทครับ ขอให้เอาไปทําถนนที่สร้างมาสมัยสงครามโลกครั้งที่ ๒ ทั่วประเทศนี่ครับ แต่ถ้าสํารวจแล้วไม่มีผมเรียนได้ครับมีอยู่ที่จังหวัดเชียงใหม่ครับ ถนนทางหลวงหมายเลข ๑๐๗ เชียงใหม่-ฝางครับท่านประธาน กราบขอบพระคุณครับ
ท่านเกียรติศักดิ์ ส่องแสง ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายเกียรติศักดิ์ ส่องแสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขตเลือกตั้งที่ ๕ อําเภอลําลูกกา จังหวัดปทุมธานี พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมมีความจําเป็นนะครับ ที่จะต้องอภิปรายเพื่อแปรญัตติปรับลดงบประมาณของกระทรวงคมนาคม เนื่องจากว่า กระทรวงคมนาคมได้จัดสรรงบประมาณเพื่อซ่อมสร้างถนนให้กับกรมทางหลวง แล้วก็ทางหลวงชนบททั่วประเทศนั้นไม่เป็นธรรม อันนี้ผมได้อภิปรายไว้ในวาระที่หนึ่ง ไว้แล้วว่าการจัดงบประมาณที่ไม่เป็นธรรมแล้วท่านก็ยังได้ยัดเยียดความไม่เป็นธรรม จนกระทั่งถึงงบประมาณปี ๒๕๕๖ นี้อีก ผมกราบเรียนอย่างนี้นะครับท่านประธานที่เคารพ บางพื้นที่เป็นพื้นที่แคบ ๆ สั้น ๆ เป็นพื้นที่ที่มีถนนแคบเพียงไม่กี่กิโลเมตรในพื้นที่แต่มีประชาชนหนาแน่นครับ เป็นพื้นที่ เศรษฐกิจ เป็นพื้นที่ที่สร้างรายได้ให้กับประเทศชาติโดยรวม เป็นพื้นที่ที่ทํามาหากินของ พ่อแม่พี่น้องจากทั่วประเทศ นั่นก็คือพื้นที่ที่อยู่ใกล้ ๆ นี่ละครับ จังหวัดปทุมธานีเป็นพื้นที่ ที่อยู่ทางทิศเหนือของกรุงเทพมหานคร เป็นพื้นที่ที่ถนนหมายเลข ๑ ถนนพหลโยธินพาดผ่าน เป็นพื้นที่ถนนช่วงนี้ของอําเภอลําลูกกา ถนนพหลโยธินที่พาดผ่านตรงนี้สั้น ๆ ประมาณสัก ๒-๓ กิโลเมตรแค่นั้นเอง ช่วงนี้เป็นช่วงของถนนหมายเลข ๑ ที่มีรถยนต์แล่นผ่านมากที่สุด เพราะว่าอยู่ใกล้เมืองหลวง ถนนตรอกซอกซอยทุกสายซึ่งเป็นสายเลือดย่อย ๆ จะไหลมารวมกันที่สายเลือดใหญ่ แล้วจะมามากที่สุดที่คอขวดนี่ละครับ อําเภอลําลูกกา จังหวัดปทุมธานี จะเข้าจะออกอยู่ตรงนี้ครับ ถนนหมายเลข ๑ ถนนพหลโยธิน จากอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิไปสิ้นสุดทางทิศเหนือสุดก็คือจังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดเชียงราย เมื่อผมดูงบประมาณปี ๒๕๕๖ ไปเห็นงบประมาณทางหลวงแผ่นดินโผล่อยู่ที่จังหวัดเชียงใหม่ แล้วเป็นงบกลางด้วย ยังได้ส่วนหนึ่งมาจากงบกลางไปตรงนั้นท่านรับหลักการเอาไว้แล้ว ประมาณ ๑๐,๐๐๐ ล้านบาทที่จังหวัดเชียงใหม่ พี่น้องทางจังหวัดเชียงใหม่ครับ ไม่ได้อิจฉาท่านหรอกครับ ก็ดีครับเพราะเป็นเมืองท่องเที่ยว แต่แท้ที่จริงแล้วการเที่ยวนี่ มันเริ่มจากสนามบินสุวรรณภูมิ มันเริ่มจากกรุงเทพมหานคร เขาจะเที่ยวไปเรื่อยละครับ จังหวัดปทุมธานีก็เป็นเมืองท่องเที่ยวได้นะครับ มันต้องผ่านจังหวัดปทุมธานี ไปจังหวัดพระนครศรีอยุธยาขึ้นไปจังหวัดสุโขทัยขึ้นไปจังหวัดพิษณุโลกขึ้นไปจังหวัดลําปาง ถึงจะไปถึงจังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดเชียงรายได้ เพราะฉะนั้นจําเป็นครับพื้นที่สั้น ๆ ถนนเส้นสั้น ๆ แล้วตรงช่วงอําเภอลําลูกกา ตลาดสี่มุมเมืองเป็นถนนที่พี่น้องเกษตรกร จะต้องนําพืชผักการเกษตรจากทั่วประเทศ จากดอยตุง จากจังหวัดเชียงใหม่ จากจังหวัดแม่ฮ่องสอน นํามาขายที่นี่ละครับตลาดสี่มุมเมือง ถึงแม้ว่าจะเป็นตลาดเอกชนไม่ได้พูดเอาใจใคร แต่พ่อแม่พี่น้องประชาชนนั้นได้ประโยชน์ครับ ฝนตกทีไรอันนี้ผมพูดหลายครั้งในที่ประชุม แห่งนี้ ท่านได้ยินบ้างหรือเปล่า ทําไมปี ๒๕๕๖ ท่านไม่ได้ตั้งงบประมาณเพื่อที่จะยกระดับ ถนนเส้นนี้ขึ้นเสียทีทั้ง ๆ ที่เป็นถนนเศรษฐกิจของประเทศชาติ เป็นถนนที่พ่อแม่พี่น้อง เกษตรกรใช้ ท่านประธานที่เคารพครับ ขอได้โปรดเถอะครับ ขอได้โปรดได้เห็นความสําคัญ ของถนนทางหลวงแผ่นดินที่พาดผ่านจังหวัดปทุมธานี พื้นที่ตรงนี้น้ําท่วมนะครับ ๓ เดือนเต็ม ๆ ทําให้ปีนี้หลังจากน้ําท่วมเสร็จแล้วถนนมันทรุดลงทั้งระบบ เป็นแอ่งกระทะ น้ําท่วมขังผู้หลักผู้ใหญ่หลายท่านอยู่ในสภาแห่งนี้ท่านผ่านถนนเส้นนี้แต่ท่านไม่เห็นหรอกครับ เพราะว่าท่านนั้นวิ่งอยู่ข้างบนตลอดโทลล์เวย์ (Tollway) ถนนเส้นนี้มันอยู่ข้างล่างของโทลล์เวย์ ฉะนั้นท่านไม่เคยถูกน้ําท่วม แล้วท่านไม่เคยมีปัญหาการจราจรบนถนนเส้นนี้ ท่านไม่เดือดร้อน แต่ผมอยู่ตรงนั้นครับ พี่น้องบ่น พี่น้องเดือดร้อนจริง ๆ เป็นชุมชน ขนาดใหญ่ เป็นถนนพื้นที่เศรษฐกิจ นอกจากถนนเส้นนี้แล้วในจังหวัดปทุมธานีนั้น ก็ยังมีถนนทางหลวงเส้น ๓๓๑๒ ของอําเภอลําลูกกาออกจากถนนพหลโยธินไปทาง ทิศตะวันออกนี่ละครับ มีชุมชนหนาแน่นหมู่บ้านขนาดใหญ่เกิดขึ้นมากมาย พี่น้องทําธุรกิจกัน มีรายได้ให้กับประเทศชาติมากมาย ถนนเส้น ๓๐๕ แยกจากถนนพหลโยธินเช่นเดียวกัน ไปทางทิศตะวันออกเรียกว่าถนนรังสิต-นครนายก ผ่านอําเภอธัญบุรี ถนนเส้นนี้ก็จอแจแออัด มีท่านสมาชิกหลายท่านไปมีบ้านอยู่ที่ตรงนั้นท่านก็คงทราบดี ช่วยกันหน่อยเถอะครับ ถนน ๓๒๑๔ จากพหลโยธินก็เช่นเดียวกัน จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ผ่านหน้าวัดพระธรรมกายไปทางทิศตะวันออกเช่นเดียวกัน ออกทางภาคอีสาน นี่แหละครับ ก็คือเส้นทางของถนนทางหลวงแผ่นดินแล้วก็ทางหลวงชนบท นอกจากนั้นแล้วนะครับ ก็ยังมีถนนทางหลวงชนบทซึ่งเป็นเส้นทางที่เชื่อมระหว่างถนน ๓ เส้นนี้ เชื่อมตั้งแต่ รามอินทราขึ้นไปที่อําเภอลําลูกกา อําเภอธัญบุรี แล้วก็อําเภอคลองหลวง ก็คือถนนเส้นที่ ปท. ๓๐๑๗ บึงคําพร้อย คลองเจ็ด เป็นถนนทางหลวงชนบทเส้นยุทธศาสตร์นะครับ ท่านประธานท่านต้องไตร่ตรองตรงนี้นะครับ เป็นถนนที่ช่วยระบายการจราจรจาก ท่าเรือมาบตาพุด จังหวัดชลบุรี จังหวัดระยอง จังหวัดตราด สนามบินสุวรรณภูมิขึ้นไปทาง จังหวัดสระบุรี จังหวัดลพบุรี ไปภาคอีสาน ไปภาคเหนือทั้งหมด ถัดเข้ามาอีกหน่อยครับ ปท. ๓๐๐๔ เส้นคลองสี่ นี่ก็เป็นเส้นทางทางหลวงชนบทซึ่งเริ่มต้นจากถนนลําลูกกา ขึ้นไปถนนธัญบุรี ขึ้นไปคลองหลวงแล้วก็ออกจังหวัดสระบุรีขึ้นไปจังหวัดลพบุรีโน่นแหละครับ ก็เป็นอีกเส้นทางหนึ่งที่เป็นเส้นทางเลี่ยงช่วยระบายปัญหาการจราจร ท่านประธานที่เคารพครับ ฝากไปถึงท่านกรรมาธิการ ถึงท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมได้โปรดพิจารณาพื้นที่ สําคัญ พื้นที่เศรษฐกิจ พื้นที่ที่จะทําให้พ่อแม่พี่น้องทั่วประเทศมาทํามาหากิน สร้างรายได้ สร้างเศรษฐกิจให้กับพี่น้องที่มาทํามาหากินอยู่ตรงนี้ และญาติของพ่อแม่พี่น้องเหล่านี้ที่อยู่ ทางภาคอีสานทั้งภาค ทั้งภาคเหนือทั้งภาค ทั้งภาคกลางด้วยมารวมกันอยู่ตรงนี้นะครับ ทํางานได้เงินเดือนส่งกลับไป ทําธุรกิจได้เงินส่งกลับไปซื้อบ้าน ทําธุรกิจสร้างรายได้ให้กับ พี่น้องประชาชน จึงขอฝากความเดือดร้อนของพ่อแม่พี่น้องประชาชนที่อยู่ในบริเวณนี้ ให้กับสภาแห่งนี้ให้กับกรรมาธิการและให้กับผู้ที่มีความรับผิดชอบทางการทํางบประมาณ ทางหลวงแผ่นดินและทางหลวงชนบท ขอกราบขอบพระคุณครับ
ท่านฐิติมา ฉายแสง ครับ ๕ นาที
กราบขอบพระคุณค่ะท่านประธาน ท่านประธานที่เคารพคะ ดิฉัน ฐิติมา ฉายแสง ในฐานะกรรมาธิการ กราบขอบพระคุณท่าน ที่ให้เวลาสัก ๕ นาทีก็ยังดีนะคะ ดิฉันในฐานะกรรมาธิการก็ได้พิจารณาเรื่องงบประมาณกันอยู่ อย่างละเอียด ดิฉันเองได้ทั้งที่จะต่อว่าแล้วก็ขอบคุณทางกระทรวงคมนาคมนะคะ สิ่งที่จะต่อว่าก็คือว่าถนนหลวงบางสายควรที่จะจัดสรรงบประมาณลงไปเพราะมี ความจําเป็นจริง ๆ เลย แต่ก็ไม่ได้จัดสรรลงไป อย่างถนนสุขุมวิทสายเก่าซึ่งเป็นถนนเพียง ๒ เลนเท่านั้น พี่น้องประชาชนจากจังหวัดฉะเชิงเทราวิ่งไปที่จังหวัดสมุทรปราการสายเก่า เดือดร้อนมาก ๆ เลย แต่กระทรวงคมนาคมก็ไม่ได้จัดสรรลงไป ในขณะเดียวกันทางกรมเจ้าท่า ซึ่งอยู่กระทรวงคมนาคมเช่นเดียวกันก็ยังไม่ได้ทําหน้าที่ในการที่จะทําเขื่อนป้องกันตลิ่ง การกัดเซาะชายฝั่ง ซึ่งถามว่าทําไมดิฉันพูดทั้ง ๒ เรื่องนี้มาอยู่ใกล้กัน นั่นก็เป็นเพราะว่า การกัดเซาะชายฝั่งบริเวณทะเลปากอ่าวไทยตรงนั้น อีกเพียง ๖๐๐ เมตรเท่านั้นเอง ก็จะกัดเซาะมาถึงถนนสุขุมวิทสายเก่านี้แล้วที่หมู่ที่ ๓ ของตําบลสองคลอง เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ ดิฉันสงวนความเห็นตัดงบประมาณไว้เพื่อต้องการที่จะมาพูดให้ทางสภาแห่งนี้ได้เข้าใจ พร้อมกับรัฐบาลนั้นได้ตระหนักว่ามันเป็นเรื่องที่สําคัญมากจําเป็นที่จะต้องจัดสรรงบประมาณกัน ต่อไปในคราวหน้า ถึงแม้ว่าตัดงบประมาณคราวนี้เอามาทําไม่ได้แต่คราวหน้าต่อไปควรจะทํา เพื่อที่จะรักษาถนนสุขุมวิทสายเก่านี้เอาไว้ นี่คือการติติงในฐานะกรรมาธิการที่มีอยู่ ในชั้นกรรมาธิการ แต่ในขณะเดียวกันก็ต้องขอขอบพระคุณทางรัฐบาล กระทรวงคมนาคม ที่ได้เลือกปฏิบัติ เมื่อเช้าดิฉันได้ฟังว่าทางสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบางท่านต่อว่ารัฐบาลว่า ทําไมเลือกปฏิบัติ ดิฉันก็อยากจะบอกว่าก็ต้องขอบคุณที่มีการเลือกปฏิบัติเช่นเดียวกัน ถามว่านั่นคืออะไร ในคราวน้ําท่วมที่ผ่านมาถนนสาย ๓๐๔ บางปะกง-ฉะเชิงเทรานั้นเป็นถนนที่มีความยาว ๒๑ กิโลเมตร แต่เป็นถนนเดียวที่พี่น้องชาวเหนือก็ตาม ชาวอีสานก็ตาม ชาวภาคตะวันออกก็ตาม จะไปจังหวัดปราจีนบุรีจะไปจังหวัดสระแก้วจะไปไหนก็ตามต้องมาใช้ถนนสายนี้เพราะไม่มี ถนนอื่นใดจะไปได้อีกเลย เพราะฉะนั้นรัฐบาลชุดนี้ดิฉันต้องกราบขอบพระคุณที่บรรจุ งบประมาณเพื่อขยายถนนเส้นนี้เป็น ๘ ช่องจราจร ต้องกราบขอบพระคุณมาก เพราะว่า ถนนสายนี้เป็นถนนที่จะต้องได้ขยาย ๘ ช่องจราจรมาตั้งแต่สมัยของท่านทักษิณ ชินวัตร แล้ว ตั้งแต่ปี ๒๕๔๙ แต่มาเกิดรัฐประหารในปี ๒๕๔๙ นั้น แล้วก็ระงับไปหมดเลย เพราะฉะนั้น ถนนสายนี้จึงรอค้างมานานไม่ว่าจะผ่านรัฐบาลใดก็แล้วแต่ หรือรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ ก็ทํางบประมาณอยู่ ๒ ครั้ง ก็ไม่ได้มอบงบประมาณให้กับถนนเส้นนี้ เพราะฉะนั้น จึงมาได้งบประมาณอยู่ในสมัยนี้ ๘ ช่องจราจรที่ ๙๕๐ ล้านบาท ๓ ปีด้วยกัน ต้องกราบขอบพระคุณ เพราะฉะนั้นในฐานะกรรมาธิการงบประมาณก็พิจารณา ทั้งส่วนที่เป็นข้อด้อยต่าง ๆ ที่กระทรวง ทบวง กรมนั้นได้เข้ามาของบประมาณ แล้วก็ ได้จัดสรรงบประมาณให้ก็ต้องขอขอบพระคุณมากค่ะ
ท่านสัมพันธ์ ตั้งเบญจผล ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม สัมพันธ์ ตั้งเบญจผล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุโขทัย พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมเป็นผู้หนึ่งซึ่งได้แปรญัตติในเรื่องของการตัดลดงบประมาณ ในกระทรวงคมนาคมในภาพรวมทั้งหมด ๕ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งถึงแม้ว่ากระทรวงคมนาคม จะมีหน่วยงานซึ่งรับผิดชอบถึง ๗ หน่วยงานหรือ ๗ กรม แล้วก็มีรัฐวิสาหกิจอีก เพราะว่า ผมมีความจําเป็นที่จะต้องในการปรับลด แล้วก็ชี้แจงต่อในที่ประชุมสภาแห่งนี้แล้ว เพื่อที่สะท้อนให้เห็นไปถึงคณะกรรมาธิการงบประมาณในการที่ท่านได้ทวงถามในเรื่องต่าง ๆ หรือเปล่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัญหาในเรื่องของถนนหนทาง ซึ่งผมเองก็จะขอพูด ในเรื่องของถนนของกรมทางหลวงและทางหลวงชนบท แล้วก็กรมเจ้าท่า ทั้ง ๓ กรมนี้ ในภาพรวมทั้งหมดนะครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในปี ๒๕๕๘ ซึ่งเป็นการเตรียมความพร้อม ของประเทศไทยแล้วที่จะเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนหรือเออีซี ฉะนั้นในสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ ในด้านคมนาคมจึงมีความจําเป็นอย่างยิ่งที่ประเทศไทยเราจะต้องเร่งในการพัฒนาในเรื่อง ถนนเส้นทางหลักของประเทศเพื่อความสะดวกในเรื่องการขนส่งในประเภทต่าง ๆ เพื่อเป็นการเชื่อมโยงในระหว่างประเทศด้วยกัน ซึ่งผมจะยกตัวอย่างในถนนบางเส้น ให้เห็นว่าผมเองได้พยายามที่จะดูในเล่มงบประมาณว่ากรมทางหลวง กระทรวงคมนาคมนั้น ได้ทําตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจไหมหรือว่าทําตามที่สํานักงานการพัฒนาเศรษฐกิจ และสังคมแห่งชาติได้มีแผนงานไว้ในการที่จะพัฒนาด้านเศรษฐกิจในเรื่องของคมนาคม หรือเปล่า ไม่ว่าจะเป็นถนนที่เรียกว่าถนนเส้นอินโดจีนเริ่มตั้งแต่ประเทศพม่าซึ่งจะต้อง ผ่านมาที่อําเภอแม่สอดมาจังหวัดตากมาจังหวัดสุโขทัยไปจังหวัดพิษณุโลกแล้วก็ไป จังหวัดเพชรบูรณ์ไปจังหวัดขอนแก่นไปเข้าสู่ประตูอีสาน แล้วก็ไปที่จังหวัดมุกดาหาร ไปประเทศลาว เส้นนี้ก็เป็นเส้นหลักที่สําคัญเส้นหนึ่งในการเชื่อมโยงได้ถึง ๓ ประเทศ แต่ว่าถ้าไปดูในแผนงานของกระทรวงแล้วก็ยังไม่มีความชัดเจนในการจัดงบประมาณ ในเรื่องที่จะนําไปสู่ในเรื่องของอาเซียนได้ แล้วโดยเฉพาะอย่างยิ่งในการจัดงบประมาณ จะเห็นความชัดเจนว่ารัฐบาลส่วนใหญ่จะจัดงบสนองทางการเมืองมากกว่าที่จะทําให้ตรงกับ ที่ทางแผนของประเทศที่วางไว้ แล้วโดยเฉพาะอย่างยิ่งที่จะนําไปสู่อาเซียนในข้างหน้าด้วย ท่านประธานครับ มันมีถนนอยู่เส้นหนึ่ง ซึ่งเป็นถนนอินโดจีนนี่ละครับในสาย พิษณุโลก-สุโขทัย ซึ่งเรียกว่าถนนหมายเลข ๑๒ เส้นนี้ครับท่านประธานก็มีปัญหาตลอด เพราะว่ามันเกิดอุบัติเหตุเป็นประจําครับ ไม่ทราบเหมือนกันว่าในการสร้างเป็นถนน ๔ เลน แล้วของกรมทางหลวง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเกาะกลาง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของต้นไม้อะไรที่ทําไว้ มันเป็นการบังรถฝั่งตรงข้ามมาตลอด แล้วมันจะเกิดอุบัติเหตุตลอด มีอยู่ช่วงหนึ่งครับ ท่านประธานในเขตพื้นที่ของอําเภอกงไกรลาศ จังหวัดสุโขทัย มันเป็นถนนระหว่าง จังหวัดพิษณุโลกไปถึงจังหวัดสุโขทัยระยะทางประมาณร่วม ๆ ๗๐ กิโลเมตร ระหว่าง จังหวัดพิษณุโลกไปถึงจังหวัดสุโขทัยมันไม่มีไฟแดงครับที่อําเภอกงไกรลาศในระยะกิโลเมตร ที่ประมาณ ๓๘ แต่ที่นั่นครับเป็นย่านชุมชนเขตเทศบาลมีรถวิ่งเข้าออกเป็นจํานวนมาก เป็นถนนเขาเรียกว่าถนนสี่แยก อําเภอกง เกิดอุบัติเหตุทุกอาทิตย์มีผู้เสียชีวิตและทรัพย์สิน เสียหายเป็นจํานวนมาก แล้วล่าสุดเมื่อวันสองวันนี้เองก็มีพ่อค้าของจังหวัดสุโขทัย ได้มาเสียชีวิตในใกล้ ๆ บริเวณแถวนี้ครับ แล้วก็ยังไม่ได้เผาครับ พรุ่งนี้ครับจะทําการฌาปนกิจ มันจะเกิดอย่างนี้เป็นประจํา ทําไมกรมทางหลวงจึงไม่สร้างเป็นไฟเหลือง ไฟแดง เพื่อที่จะเป็นการหยุดรถชะลอรถและเบรกรถไม่ว่าจะเป็นทางเอก ทางโท หรือทางที่เข้าสู่ ตลาดกงไกรลาศ หรือเข้าสู่ที่ตําบลป่าแฝก ตําบลไกรกลางซึ่งไปออกอําเภอพรหมพิราม ฉะนั้นผมฝากต่อท่านประธานไปถึงกรรมาธิการ เรียนถึงทางกระทรวง ทางกรมทางหลวงว่า ให้ดูแลที่หน้าอําเภอกงไกรลาศทําอย่างไรจะให้เป็นถนนแล้วมีไฟเหลือง ไฟแดง เพราะว่า ประชาชนเขาเรียกร้องมามาก อยากให้มีการที่เบรกรถแล้วก็เป็นการสลับรถในการใช้ ถนนเส้นนี้ ก็ฝากถึงท่านประธานเพื่อที่จะช่วยกันในการลดอุบัติเหตุให้น้อยลง แล้วโดยเฉพาะอย่างยิ่งป้ายจราจรของกรมทางหลวงทางยูเทิร์นจะมีป้ายจราจรไปตั้งอยู่ หัวมุมแล้วทําเป็นตัวลักษณะเป็นลายม้าครับ ท่านประธานครับ มันบังรถที่จะวิ่งสวนมาครับ เวลาเขาจะยูเทิร์นมันมองไม่เห็น ไม่รู้ว่ารถมาหรือไม่มา เลี้ยวเลยครับ ได้ถามไปยัง กรมทางหลวง กรมทางหลวงบอกว่ามันมีอย่างนี้ทั่วประเทศ ผมก็ถามไปถึงกรรมาธิการ ถึงทางกรมทางหลวงว่าแบบอย่างนี้มีทั่วประเทศ ท่านได้ศึกษาไหมครับว่ามันเป็นประโยชน์ หรือเป็นโทษครับ อย่างนี้ท่านดูสิครับว่ามันเป็นทั้งประเทศครับระบบนี้ พี่น้องประชาชน ซึ่งเขายูเทิร์นแต่ละที่เขาจะบอกทุกครั้งครับว่ามันมีป้ายบังไว้อยู่ครับ อันนี้ก็ฝากไปถึง ทางกรมทางหลวง ท่านประธานครับ ผมไปถึงอีกเส้นหนึ่งครับ เป็นเส้นที่สําคัญอีกเส้นหนึ่ง เป็นถนนเชื่อมประวัติศาสตร์จังหวัดสุโขทัยแล้วก็ประวัติศาสตร์จังหวัดกําแพงเพชรครับ ท่านเชื่อไหมครับว่าถนนเส้นนี้เป็นถนนเชื่อมแหล่งท่องเที่ยวถึง ๓ แห่งที่เป็นมรดกโลก มีแห่งเดียวในประเทศไทย มีมรดกโลกที่เชื่อมโยงกันในระยะทาง ๗๐ กิโลเมตร ๗๐ กิโลเมตร ๗๐ กิโลเมตร ๓ แห่งครับ ถนนจากสายกําแพงเพชรมาจังหวัดสุโขทัย จากจังหวัดสุโขทัยไปศรีสัชนาลัย มรดกโลกอุทยานประวัติศาสตร์กําแพงเพชร มรดกโลก อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัยมามรดกโลกประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย เป็นถนนเชื่อมโยง ที่มีความจําเป็นในเรื่องของการท่องเที่ยว มีนักท่องเที่ยวไม่ว่าจะเป็นชาวไทย ชาวต่างประเทศนั้นมาเที่ยวเป็นจํานวนมาก ในเมื่อเขามาในพื้นที่มาชมมรดกโลก ประวัติศาสตร์ทางนี้แล้วเขาก็อยากจะไปให้ครบทุกแห่ง แต่ยังเป็นถนนที่เป็นถนน ๒ เลน แล้วเป็นอันตรายมาก เกิดอุบัติเหตุก็บ่อยครับ ผมได้ไปดูในงบประมาณในเล่มแล้วครับ ท่านประธาน สมัยท่านอภิสิทธิ์เป็นนายกรัฐมนตรียังได้งบประมาณมากครับ เป็นร้อย ๆ ล้านบาทในการสร้างเป็นถนน ๔ เลนเป็นช่วง ๆ แต่มางบประมาณปี ๒๕๕๕ ทําเป็นงบผูกพัน ๒ ปี ทําเป็นงบผูกพัน ๒ ปีนะครับ ประมาณแค่ ๔๕ ล้านบาทเอง ถนนยาวทั้งหมด ๑๔๐ กิโลเมตร แต่งบประมาณตรงนี้ทําเป็นงบผูกพันเพียง ๔๕ ล้านบาท ในปี ๒๕๕๕ ปีที่แล้วเอง ๖,๗๐๐,๐๐๐ กว่าบาท พอมาปีนี้อีก ๓๘ ล้านบาท ท่านประธานครับ สร้างอีก ๑๐๐ ปี มันก็ไม่ได้เชื่อมโยงได้เลยครับ ถ้าหากว่าตั้งงบประมาณอย่างนี้ครับ ทําไมไม่ทําเส้นยาว ๆ ให้มันบรรจบครบ ๓ ปีให้เสร็จหรือจะเชื่อมโยงเป็นระยะ แผน ๔ ปี ๕ ปี ให้เสร็จ เพราะว่าถนนเส้นนี้เป็นถนนท่องเที่ยวเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สําคัญ มรดกโลกของจังหวัดสุโขทัย ของจังหวัดกําแพงเพชรด้วย อันนี้ก็ฝากต่อท่านประธาน ถึงคณะกรรมาธิการเพื่อที่จะได้ไปพิจารณาในการพิจารณางบประมาณให้เกิดเป็นรูปธรรม ที่ชัดเจนในเรื่องของการจัดงบประมาณทางด้านคมนาคม เพื่อที่จะได้ไปสู่ประตูอาเซียนต่อไปนะครับ
อีกหน่วยงานหนึ่งครับท่านประธาน กรมเจ้าท่า กรมเจ้าท่าเมื่อปีที่แล้วที่ผมดู ในเล่มมีงบประมาณเยอะครับ ๔๐๐ ล้านบาทในการขุดลอกแม่น้ํายม กรมเจ้าท่ารับผิดชอบ ในเรื่องแหล่งน้ําของประเทศทั้งหมดไม่ว่าจะเป็น ๒๕ ลุ่มน้ําหรือว่าชายฝั่งทะเลหรือแม่น้ําโขงก็ช่าง แต่กรมเจ้าท่าไม่มาเหลียวแลดูในลุ่มแม่น้ํายมซึ่งเป็นต้นเหตุของน้ําท่วมเมื่อปีที่แล้ว ผมได้พูดมาตลอดครับว่าถ้าน้ําท่วมในจังหวัดแพร่ จังหวัดสุโขทัยมาก ๆ เมื่อไร จังหวัดพิษณุโลกที่อําเภอบางระกําเมื่อไร ภาคกลางตั้งแต่จังหวัดนครสวรรค์จะต้องท่วม ตลอดอย่างนี้ทุกครั้ง ปีนี้ก็เกิดเหตุแล้วน้ําท่วมอีกเตือนมาแล้วครั้งที่แล้ว แล้ววันสองวันนี้ จะมีพายุมาผมบอกได้เลยครับตั้งแต่ผมโตมาในจังหวัดสุโขทัยไม่เคยเห็นสักครั้งหนึ่งที่ว่า น้ําไม่ท่วม แต่กรมเจ้าท่ารับผิดชอบเรื่องแหล่งน้ําทําไมล่ะครับไม่มาดูหรือว่ามาทําแผนงาน ให้ชัดเจนว่าจะขุดลอกแม่น้ํายมอย่างไร แล้วโดยเฉพาะอย่างยิ่งพอมีงบประมาณไป ท่านประธานครับ ไปขุดอย่างไรรู้ไหม ผมไปเห็นมาครับ ไปลอกขอบแล้วมาเปะ ๆ เอาขึ้นมา เป็นคัน ผมถามว่าแล้วเวลาคิดดินหรือว่ารูปแบบของการขุดลอกเขาคิดกันอย่างไร คิดปริมาณดินคิดอย่างไรครับท่านประธาน ทําอย่างนี้หลายที่ครับแล้วมันก็ไม่ได้ประโยชน์ แล้วตอนนี้มีน้ําอยู่ก็ไปขุด สิ่งที่จะทําผมเคยเอามาพูดในสภาซึ่งดินสไลด์ (Slide) แล้วก็มาปิด ลําแม่น้ํายมอยู่ที่ในเขตเทศบาลกงไกรลาศหน้าท่าปลากงไกรลาศครับ มันบังแม่น้ํายม เกือบหมดแล้วครับ แต่กรมเจ้าท่าไม่ไปดูแลไม่ไปขุดออกเลย ฉะนั้นต่อไปนี้ถ้าน้ํามาอีก ผมพูดได้เลยว่าด้านเหนือกงไกรลาศไปที่จังหวัดสุโขทัยทั้งหมดน้ํามันก็ท่วมอีกครับ อันนี้ก็ฝากต่อท่านประธาน แล้วโดยเฉพาะอย่างยิ่งให้ไปดูแลเรื่องระบบการก่อสร้างเขื่อนด้วยนะครับ กรมเจ้าท่า เพราะว่าท่านไปจัดงบประมาณที่ไปสร้างเขื่อนนั้นมันไม่ตรงจุดในสิ่งที่ น้ํามากัดเซาะริมตลิ่งแล้วพังครับ ที่ตําบลปากพระเมื่อเดือนที่แล้วน้ําท่วมมากัดเซาะพัง แล้วก็มาท่วมบ้านช่องไร่นาเสียหายหมด ที่ตําบลยางซ้าย ที่ตําบลปากแควอย่างนี้ ซึ่งเป็นแหล่งที่ท่วมทุกปีแล้วน้ํากัดเซาะตลิ่งพังทุกปีอย่างนี้ไม่มาสร้าง ไปสร้างข้างบนที่มันยังไม่ท่วม อย่างนี้ครับ อย่างไรข้างบนเหนือ ๆ ขึ้นไปทางนั้นยังไม่ค่อยมีปัญหาแต่ไม่มาดูช่วงล่าง หรือไปถึงที่อําเภอกงไกรลาศอย่างนี้ครับ อันนี้ก็ฝากต่อท่านประธานครับ ผมจึงมีความจําเป็น ในเรื่องของการที่มาตัดงบประมาณขอแปรญัตติของกระทรวงคมนาคม ๕ เปอร์เซ็นต์ เพราะว่าการสร้างหรือว่าการดําเนินการของทางกระทรวงนั้นไม่ตรงจุดที่วางไว้ ขอบคุณครับ
ท่านมานิต นพอมรบดี ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม มานิต นพอมรบดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดราชบุรี พรรคภูมิใจไทย วันนี้ผมเป็นผู้หนึ่งที่ได้สงวนคําแปรญัตติในมาตรา ๑๒ ของกระทรวงคมนาคม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผมได้ขอปรับลดลง ๕ เปอร์เซ็นต์ สิ่งหนึ่งที่ด้วยความเป็นกังวลครับท่านประธาน ในเรื่องโครงการหรือในเรื่องการดําเนินการของกระทรวงคมนาคมที่เราเห็นยังมีหลายประการ ที่ยังไม่มีประสิทธิภาพประสิทธิผลสูงสุด ผมขอยกตัวอย่างกระทรวงคมนาคมนั้น เป็นกระทรวงที่จะต้องมีการใช้เครื่องจักรกลสําหรับซ่อมบํารุงเส้นทางทั่วประเทศ รวมถึง กรมเจ้าท่าที่จะต้องมีเรือขุด รถขุด ที่จะต้องทําการบูรณะในลําน้ําต่าง ๆ ท่านประธานครับ เมื่อการจัดงบประมาณปี ๒๕๕๕ เมื่อปีที่แล้วผมได้มีโอกาสเป็นอนุกรรมาธิการวิสามัญ ครุภัณฑ์ ที่ดินสิ่งก่อสร้างและแหล่งน้ําที่ดูแลในเรื่องนี้ ได้สอบถามกรมเจ้าท่า การซ่อมรถขุด หรือที่เราเรียกง่าย ๆ ว่ารถแบคโฮ ๑ คัน ราคา ๓,๐๐๐,๐๐๐ บาท ได้สอบถามเจ้าหน้าที่ ที่มาชี้แจงว่าในราคา ๓,๐๐๐,๐๐๐ บาท กับรถใหม่ ๔,๐๐๐,๐๐๐ กว่าบาทนั้นแตกต่างกัน อย่างไร และดูอายุการใช้งาน ๒๐ กว่าปี ปรากฏว่าเขาเปลี่ยนใหม่หมดเลย กระทั่งแขน หรือบูม (Boom) ที่เราเรียกง่าย ๆ บุ้งกี๋ ช่วงล่างเปลี่ยนหมด เหลือแต่โครงเหล็กเฉย ๆ ครับ ท่านประธาน เครื่องยนต์รื้อออกหมดเลย ผมถามว่าเราใช้รถอายุ ๒๐ กว่าปีไปซ่อมทําไม ๓,๐๐๐,๐๐๐ บาท ซื้อใหม่ ๔,๐๐๐,๐๐๐ กว่าบาท ขายซากเก่าก็ได้ ๕๐๐,๐๐๐-๖๐๐,๐๐๐ บาทแล้วครับ ท่านประธาน ลงทุน ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาทได้รถใหม่ใช้ไม่ต้องบํารุงรักษาดูแลอีกหลายปี ท่านประธานครับ มาปีนี้เปิดดูในส่วนของกรมเจ้าท่ามีรายการซ่อมรถขุดอีกเช่นกัน ๒ คัน ราคา ๕,๐๐๐,๐๐๐ บาท ปีที่แล้วท้วงติงลดเลย ๕๐๐,๐๐๐ บาท ผมถามว่าแขนรถแบคโฮนี่ มันไม่เป็นอะไรหรอกครับ หรือกระทั่งบางชิ้นส่วนถ้าเป็นผู้ประกอบการเอกชนเขาไม่ซ่อม อย่างนี้หรอกครับ เพราะฉะนั้นการทํางานของกระทรวงคมนาคม ผมฝากผ่านท่านประธาน ไปยังคณะกรรมาธิการ โดยเฉพาะฝ่ายเลขานุการคือสํานักงบประมาณ หลายกรม หลายกระทรวง ไม่ว่าจะเป็นสิ่งซึ่งเราเห็นกระทั่งกรมชลประทาน มาตราที่แล้วผมไม่ได้พูด เพราะผมถือโอกาสจะพูดรวมและยกตัวอย่างของสิ่งที่ดี ๆ ๑ กรม แต่ว่าทําไม สํานักงบประมาณไม่เอาแบบอย่างไปจําลองใช้ กรมทางหลวงเขามีเงินทุนหมุนเวียน ค่าเครื่องจักรกลของกรมทางหลวง นั่นหมายความว่าทุกเขต แขวง ทั่วประเทศไทยเดี๋ยวนี้ มีทุกจังหวัดแล้วท่านประธาน เขาเรียกสํานักบํารุงทาง แต่ละจังหวัดมีครบ หรือชื่อเดิมก็คือ แขวงการทาง สมัยก่อนแขวงการทางดู ๒-๓ จังหวัด เดี๋ยวนี้มีทุกจังหวัด เขาใช้อย่างไรครับ ทุกหน่วยงานนั้นมีงบบํารุงปกติ การซ่อมบํารุงถนนหนทาง ถ้าเขต แขวง หรือ จังหวัดใดใช้เครื่องจักรนั้นเขาคิดค่าเช่าเป็นระยะทางกิโลเมตร ก็คือ ๑ กิโลเมตร เขามีค่าบํารุงปกติเท่าไร เขาก็เอาค่าเช่าเครื่องจักรเป็นรายวันนั้นนําส่งให้กับเงินทุนหมุนเวียนนี้ แต่สิ่งที่ได้คืออะไรครับ การประหยัดงบประมาณ เพราะว่ากรมทางหลวงซ่อมตามสภาพ ที่เสียจริง ไม่ได้รื้ออย่างกรมเจ้าท่า หรืออีกหลาย ๆ กรมของกระทรวงคมนาคมทํา ไปดูเถอะครับ เหมาซ่อมรถสิบล้อคันหนึ่ง ๗๐๐,๐๐๐ บาท ท่านประธานที่เคารพ ซื้อมือสองก็ ๖๐๐,๐๐๐ บาทแล้วครับ เปลี่ยนอย่างนี้ไม่ไหว ผมจึงดูแล้วยังมีประสิทธิภาพ ไม่ร้อยเปอร์เซ็นต์ ปีนี้ลด ๕๐๐,๐๐๐ บาท ปีนี้ผมทักท้วง ปีหน้าจะเหลือกี่แสนบาท กี่ล้านบาทครับ หรือยกเลิกแล้วก็ซื้อใหม่ไปเลย
ในประเด็นที่ ๒ ท่านประธานที่เคารพ ผมมาดูทางกระทรวงคมนาคม ในแต่ละปีมีค่าสาธารณูปโภคที่จะต้องเสีย อย่างกรมทางหลวงค่าไฟฟ้าปีหนึ่ง ๑๓ ล้านกว่าบาท ค่าน้ําประปา ค่าโทรศัพท์ ค่าไปรษณีย์ ทุกอย่างปีหนึ่ง ๖๖ ล้านบาท ตั้งไว้ในปีนี้ ๒๕๕๖ ที่กําลังจะขอตัดลดงบประมาณ กรมการบินพลเรือนหลายท่านบอกทําไมค่าไฟออกมา ทั้งหมด ๕๕ ล้านบาท ท่านประธานครับ รวมของกระทรวงคมนาคมค่าเหล่านี้ปีหนึ่ง ๑๐๐ กว่าล้านบาท ที่ผมกําลังนําเรียนต่อคืออะไรครับ ในกรมเดียวกันเกิดความแตกต่าง ในเรื่องอย่างนี้ เรามาดูครับ พ.ร.บ. ทางหลวง (ฉบับที่ ๑) พ.ศ. ๒๕๓๕ และมีการแก้ไข มาเป็น พ.ร.บ. ทางหลวง (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๙ ได้พูดถึงมาตรา ๔๗ มาตรา ๔๘ และ มาตรา ๕๖ สําหรับงานหรือกิจกรรมที่ไม่ได้ให้มีการจัดเก็บค่าเขตทางหลวง นี่ผมพูดถึง พ.ร.บ. ทางหลวง (ฉบับที่ ๒) นะครับ คือใน พ.ร.บ. ทางหลวง พ.ศ. ๒๕๓๕ เขาบอกว่า ถ้าหน่วยงานที่ขออนุญาตไม่ว่าจะเป็นเสาไฟฟ้า ประปาทุกอย่างถ้าเป็นของรัฐบาล ตอนนั้น อธิบดีกรมทางหลวงเป็นผู้กําหนดเป็นเจ้าพนักงานหน้าที่บอกว่าอย่างนั้นไม่ต้องเก็บค่าเช่า อันนั้นผมไม่เถียงครับท่านประธาน กระเป๋าซ้ายกระเป๋าขวาไม่ว่ากัน แต่กรมทางหลวง มีข้อกําหนดว่าเวลาสาธารณูปโภคเหล่านี้ติดขัดการก่อสร้างการขยายถนนหนทางต่าง ๆ เจ้าของสิ่งเหล่านี้ต้องรื้อย้ายออกให้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ท่านประธานครับ ผมพูดถึงเรื่องค่าเช่า ปี ๒๕๕๓ ท่านประธานฟังนะครับ ตอนนั้น พ.ร.บ. เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ ยังไม่เกิด การแปรรูปรัฐวิสาหกิจยังไม่เกิด การประปาส่วนภูมิภาคหลังจากนั้นมีอะไรครับ อีสท์ วอเตอร์ บริษัท เอ็กคอมธารา จํากัด มีอะไรอีกครับที่ไปอยู่ในเขตทางหลวงที่เราเห็น ไม่ว่าจะเป็นสายเคเบิล (Cable) ของทรู (True) ทีทีแอนด์ที (TT&T) ของเอกชน หรือเคเบิล ทุกอย่างที่ไปเกี่ยวอยู่กับสายไฟฟ้า ใน พ.ร.บ. ปี ๒๕๕๐ ท่านประธานครับ เรามาดูปี ๒๕๕๐ มี พ.ร.บ. การให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ พ.ศ. .... เกิดขึ้น อีสท์ วอเตอร์ มีเอกชน มาร่วมกับรัฐ แน่นอนครับท่านประธาน หรือกระทั่ง ปตท. ปตท. ขายในตลาดหลักทรัพย์ ใครก็ได้ไปซื้อหุ้น ปีหนึ่ง ปตท. มีกําไรมหาศาล ถามว่าตั้งแต่ พ.ร.บ. ปี ๒๕๕๐ ท่อแก๊ส ทั้งหมดเป็นของใครครับท่านประธาน ผู้ถือหุ้นกี่เปอร์เซ็นต์สัดส่วนว่าไป มีนักลงทุนต่างชาติ มาเยอะแยะเอากําไรหอบกลับบ้านไปหมด ค่าเช่าเหล่านี้มีการเก็บหรือไม่ มีการออก กฎกระทรวงเพื่อที่จะดําเนินการในการเก็บสิ่งเหล่านี้หรือไม่ ท่านประธานครับ ผมถึงต้องฝากไปที่ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาด้วยเช่นกัน เพราะอะไรครับ เงินเหล่านี้ถ้าเก็บค่าเช่า เดี๋ยวนี้ทราบครับ อีสท์ วอเตอร์ เก็บครับ เก็บในสัดส่วนอย่างไรครับ เช่น ค่าเช่า ๑๐๐ บาท รัฐบาลถือหุ้น ๔๐ เปอร์เซ็นต์ เอกชน อีสท์ วอเตอร์ ถือ ๖๐ เปอร์เซ็นต์ ๑๐๐ บาท เก็บค่าเช่า ๖๐ บาท แต่ของรัฐไม่เก็บ อันนี้ถูกต้องครับท่านประธาน เก็บแล้วไปไหน ๖๐ บาทเป็นรายได้แผ่นดิน แต่ผมจะชี้ต่อท่านประธาน มีกองทุนหมุนเวียนที่ผมพูดถึง ค่าเช่าเครื่องจักร กรมทางหลวงเก็บค่าผ่านทางที่เราเห็น เขาตั้งกองทุนค่าธรรมเนียม ผ่านทาง เก็บสตางค์ได้เอาไปทําอะไรครับ เอาไปซ่อมบํารุง เอาไปทําในกิจกรรมของเขา เช่นเอาเงินนั้นไปสมทบเม็ดเงินสร้างทางหลวงพิเศษก็ว่าไป เราดูตรงนี้ต่อนะครับ ณ ขณะนี้มีบางหน่วยงานที่มีการแปรรูปและมีการใช้ พ.ร.บ. การให้เอกชนร่วมลงทุน ในกิจการของรัฐ พ.ศ. .... ในส่วนของเอกชนยังไม่มีการเก็บค่าเช่า พ.ร.บ. ปี ๒๕๔๙ ตอนนี้ปี ๒๕๕๕ ถ้ากฎกระทรวงยิ่งเนิ่นนานไปออกมาเก็บย้อนหลังได้ไหมครับ คุยกับนักกฎหมายเขาบอก เก็บไม่ได้ เอาละสิครับ ถ้าเราปล่อยเนิ่นนานเงินเหล่านี้ไปไหนครับ ผู้ถือหุ้น เอกชนรับสตางค์ไป จริง ๆ เขาต้องมาจ่ายให้กรมทางหลวง และกรมทางหลวงเอาไปไหนครับ ผมกําลังจะโยงต่อครับ เพราะอะไรครับ ผมเคยพูดคุยกับเจ้าหน้าที่ไม่ว่าจะกรมไหนก็ตาม เขาบอกว่า ถ้ากรมทางหลวง เช่นกรมทางหลวงเก็บเงินค่าเช่าสิ่งเหล่านี้คืนให้กับรายได้แผ่นดิน ถ้านํามาใช้เช่นดูแลหลอดไฟแสงสว่าง เขาทําอย่างไรครับ สํานักงบประมาณไปตัดเงิน ช่วงนั้นเขาทันที เขาจะไปทําทําไมครับ แล้วทําไมเราไม่ทําแบบกองทุนค่าธรรมเนียมผ่านทาง เป็นกองทุนสําหรับค่าดูแลสิ่งต่าง ๆ อํานวยความปลอดภัยบนท้องถนน ผมยกตัวอย่าง ต่อท่านประธานเกิดขึ้นผมคิดว่าทุกจังหวัดและยังไม่ได้รับการแก้ไข เพราะคําตอบง่าย ๆ คือ ไม่มีการตั้งงบล่วงหน้า แล้วมันจะไปตั้งได้อย่างไรท่านประธาน ๑. กรมทางหลวง ต้องถามว่า แต่ละปีถูกขโมยสายไฟเท่าไร ผมอยู่จังหวัดราชบุรี พี่น้องประชาชนที่ใช้ถนนเพชรเกษม ล่องใต้โทรบอกผมตลอด หลังบ้านผมครับ สะพานข้ามแม่น้ําแม่กลอง สะพานกอบกุลรําลึก ชื่อภรรยาผมเขาโอกาสตั้งให้ ไฟฟ้าดับมา ๒ เดือน ผมรับโทรศัพท์จนหูอื้อหูชา โทรไป เขาบอกว่าอย่างไรครับ ไม่มีงบประมาณ สายไฟถูกขโมย ใครจะไปรู้ละครับว่ามันถูกขโมยเท่าไร ต้องไปรองบประมาณปีหน้า แขวงการทางทําอย่างไรครับ เขียนป้ายปักไว้ที่เกาะกลางถนน ว่าขออภัยไฟดับเพราะสายไฟถูกขโมย อย่างนี้ไม่ได้ครับท่านประธาน กลางค่ํากลางคืนเคยมี ไฟฟ้าแสงสว่าง โค้งต่าง ๆ หรือแม้กระทั่งล่าสุดที่ถนนรัชโยธินที่รถเหินลงไป เงินเหล่านี้ เขียนให้รัดกุม เอามาทําสิ่งที่ผมพูดสิครับ มีอีกครับท่านประธาน รถเกิดอุบัติเหตุ ล่าสุด ผมประสบผ่านสาย ๓๓๘ รถบรรทุกน้ํามันราดอยู่บนพื้น ยางมะตอยที่ก่อสร้างใหม่ ๆ ถูกยางเหล่านี้ยุ่ยหมดเลย แขวงทําอย่างไรครับ ไม่มีเงินหรอกครับ ตั้งงบประมาณ ตรงไหนครับ เอางบประมาณเงินจากกองทุนนี้ไปทํา แล้วก็ให้บริษัทประกันภัยนั้น มาจ่ายทดแทน เหมือนกับมีเงินสํารอง เขียนให้ชัดเจน และผมจะพูดต่อท่านประธานว่า ในกระทรวงคมนาคม ๒ กรมทําไมมันแตกต่าง ไปเปิดดูงบประมาณ ถ้าเจาะรายละเอียด ท่านกรรมาธิการครับ ท่านไปดู เมื่อสักครู่ผมพูดกรมทางหลวง ถ้ามีการรื้อย้ายสาธารณูปโภค ทั้งหลาย เจ้าของสาธารณูปโภคเหล่านั้นคิดค่าใช้จ่ายไม่ได้ แต่ทําไมไปอยู่ในความดูแลของ กรมทางหลวงชนบท ถามว่ากรมทางหลวงชนบทมีเสาไฟฟ้าปักไหม มี ท่อประปามีไหม มี สายเคเบิลทุกอย่างมีไหม มี เวลารื้อย้ายสาธารณูปโภคตั้งงบประมาณจ่ายให้กับ เจ้าของสาธารณูปโภคครับ อย่างนี้ผมอยากจะฝากผู้บริหารกระทรวงคมนาคม ไปดูครับ บรรทัดฐานกรมทางหลวงมีอยู่แล้ว กรมทางหลวงชนบทตั้งใหม่น้องใหม่ครับ ลอกการบ้านพี่ชายเลยครับ เขียนลงไปเลย ผมถึงบอก ๕ เปอร์เซ็นต์ให้ตัดสิ่งเหล่านี้ออก มันรุงรังรุ่งริ่งไปหมดครับท่านประธาน ให้มันกระชับ เขาบอกว่าหน่วยงานราชการเหมือนกับ คนอ้วนครับท่านประธาน ต้องรีดไขมันออก วันนี้ผมในฐานะที่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมีโอกาสมาพิจารณางบประมาณ มีโอกาส มาดูแลสิ่งเหล่านี้ก็อยากจะรีดไขมันให้หุ่นของรัฐบาลหรือทุกกระทรวง ทบวง กรม เหลือแต่ กล้ามเนื้อมันจะได้กระฉับกระเฉง นี่ละที่ผมยกตัวอย่างของจริง ๆ ครับท่านประธาน มีอีกหลายโครงการ ผมยกตัวอย่างสุดท้ายเออีซี ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนกําลังฮิตนิยม ผมไปจัดสัมมนาโดยท่านประธานไชยา พรหมา ประธานคณะกรรมาธิการการเงิน การคลัง การธนาคารและสถาบันการเงินไปที่จังหวัดเชียงราย ไปพบท่านประธานบนเครื่องบินด้วย ท่านยังสอบถามผมว่ามาทําเรื่องไหน ท่านประธานเชื่อไหมครับ ถามว่าต้องตัดเพราะอะไร ศูนย์เปลี่ยนถ่ายสินค้าที่อําเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย ได้ตั้งงบประมาณเพื่อจะสร้าง ศูนย์เปลี่ยนถ่ายในเนื้อที่ ๒๘๐ ไร่ เพราะอะไรครับท่านประธาน ช้าไม่ได้ครับ กลางปีหน้า สะพานข้ามแม่น้ําโขงที่อําเภอเชียงของแล้วเสร็จ ศูนย์เรายังไม่มี แต่ไม่เป็นไร ชั่วคราวพอได้ ท่านประธานครับ ไปอยู่ในเนื้อที่ไหน ๒๘๐ ไร่ที่เตรียมรอเงินจ่ายค่าเวนคืน วันนั้นผมโชคดีครับ สัมมนาเสร็จนั่งรับประทานข้าว ท่าน ส.ส. พิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน ต้องขอประทานโทษที่เอ่ยนาม ผมบอกท่าน ส.ส. ศูนย์เปลี่ยนถ่ายท่านลองคิดดูสิครับ มีอะไรอีกที่ไปอยู่ในนั้น ๒๘๐ ไร่ มีสถานีรถไฟจากอําเภอเด่นชัยไปจังหวัดเชียงรายสิ้นสุดที่อําเภอเชียงของ ในเนื้อที่ รวม ๒๘๐ ไร่ ต้องเอาทุกกระทรวง ทบวง กรม ไปอยู่ใน ๒๘๐ ไร่อย่างนั้นหรือ ในฐานะที่ ผมได้รับมอบหมายเป็นประธานคณะอนุกรรมาธิการที่ดูแลการจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษ จังหวัดชายแดน ท่านประธานครับ ผมเอาแบบแปลนจากกรมการขนส่งทางบก ได้รับมอบหมายจากกระทรวงคมนาคมเป็นผู้ดูแลรับผิดชอบ สนข. เป็นคนออกแบบ เอาแบบมาดู ท่านเชื่อไหมครับ ผมก็ไม่รู้ว่าเพราะพื้นที่มันแคบหรือเปล่า บางหน่วยงาน มีพื้นที่ ๔ คูณ ๔ ตารางเมตร อย. ถ้าจําไม่ผิด มีไม่ถึง ๒๐ ตารางเมตร แล้วจะไปทําอะไร รองรับประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ท่านประธานอยู่จังหวัดพะเยาติดตรงนั้น ปีหนึ่งมูลค่า ขนาดสะพานข้ามแม่น้ําโขงยังไม่เสร็จเป็นหมื่นล้านบาท แล้วถ้าสะพานข้ามแม่น้ําโขงเสร็จ เป็นอย่างไรครับ มหาศาล วิ่งไปไหนครับ คุนหมิง ประชากรพันล้านครับ บางหน่วยงาน ไม่มีห้องทํางาน วันนั้นผมเชิญมาทุกคนที่เกี่ยวข้องกับระบบการจัดวัน สต็อป เซอร์วิส (One stop service) ผมบอกแล้วจะอยู่ตรงไหน เขาบอกตั้งตู้คอนเทนเนอร์ (Container) อย่างนี้บ่งถึงอะไรครับ บ่งถึงความไม่รัดกุม สอบถามไปยังเจ้าของโครงการที่จะต้องดูแลทํา กรมการขนส่งทางบก ท่านรองอธิบดีท่านหนึ่งมาชี้แจง ท่านบอกว่าผมเพิ่งเห็นเรื่องครับ กรมไม่ได้ออกแบบ อ้าว ใครออกแบบล่ะครับ คนใช้ไม่ได้ออกแบบคนออกแบบไม่ได้ใช้ นี่ด้วยความเป็นกังวล ที่ผมพูดต่อ เซฟ (Save) เงินอย่างไรครับ ผมบอกท่าน ส.ส. พิเชษฐ์ครับ ท่านหาที่สาธารณะใกล้ ๆ ห่างสัก ๕-๖ กิโลเมตรมีไหม ท่านประธานครับ ผมว่าเป็นโอกาสดี ที่ได้มีโอกาสไปจัดสัมมนาในครั้งนั้น มีเนื้อที่สาธารณะที่หมดสภาพป่าสมบูรณ์อยู่ห่างไม่เกิน ๑๐ กิโลเมตร ๑๐,๐๐๐ กว่าไร่ครับท่านประธาน ๑๐,๐๐๐ กว่าไร่นะครับ ผมถามว่า ๒๘๐ ไร่ มีเส้นทางรถไฟไปอยู่ ๑ สถานี ขยายได้ไหม ขยายไม่ออกเพราะไปอีกฝั่งหนึ่งเจอชุมชน อําเภอเชียงของ ท่าน ส.ส. พิเชษฐ์นั่งอยู่เดี๋ยวท่านต้องตอบตรงนี้หน่อยว่าเป็นอย่างไร เห็นด้วยไหมที่จะตัด และเห็นด้วยไหมที่จะเอา ๕,๐๐๐-๖,๐๐๐ ไร่ ท่านยังบอกผมเลย โอ้โฮ อย่างนี้ลงทุนทําถนน ๑๐ กิโลเมตร เสียค่าเวนคืน ๒๘๐ ไร่ แล้ว ๒๘๐ ไร่ วันนั้นไปสัมมนาไปดูป้ายเป็นอย่างไรครับ ท่านประธาน ตอนกรมทางหลวงยังไม่ทําถนนราคาที่มันถูกครับ เดี๋ยวนี้เส้นนั้นท่านพิเชษฐ์ บอกหน่อยครับว่ากี่ล้านบาท ชาวบ้านเขาไม่อยากให้เวนคืนเขาเสียโอกาส และชาวชุมชน เชียงของบอกว่าควรจะย้ายเพราะขยายไม่ได้ แล้วเอารถไฟทั้งสถานีไปคิดเถอะไม่รู้กี่สิบราง ร้อยรางอยู่ตรงนั้นหมด ตู้คอนเทนเนอร์มหาศาล อนาคตเส้นทางระบบรางที่เขาบอกว่า เป็นเส้นทางที่ประหยัดที่สุดจะต้องอยู่ชุมทางเชียงของเพื่อไปไหนครับ ประเทศจีน เหล่านี้แหละครับที่ผมถึงบอกว่ากระทรวงคมนาคมควรจะทบทวน ไม่ต้องเร่งครับ ๒๘๐ ไร่ ใจเย็น ๆ มีของฟรี ไม่ต้องจ่ายเงิน ๕,๐๐๐-๖,๐๐๐ ไร่ ไม่เอาแล้วจะไปเอาอะไรครับ ที่ผมพูดนี้เพราะชี้ให้เห็นว่าการจัดสรรงบประมาณนั้นเขามีคําพูดว่าอย่างไรครับท่านประธาน กระทรวงข้าใครอย่าแตะ พอลงลึกไปในระดับกรมเขาก็บอกว่ากรมข้าใครอย่าแตะ แต่ถ้าเรามาบูรณาการเมื่อสักครู่ผมยกตัวอย่างกรมทางหลวงและกรมทางหลวงชนบท ให้ท่านเห็นภาพชัดเจน กรมหนึ่งใครมาอยู่ย้ายต้องฟรี อีกกรมหนึ่งจัดสรรงบประมาณ ไปดูสิครับชุดที่จะต้องใช้เงินเยียวยาน้ําท่วมเสียค่าย้ายสาธารณูปโภคเท่าไรครับท่านประธาน ถ้าเราดูให้ละเอียดจริง ๆ จะเห็นหมดครับ ที่ผมพูดผมเรียนด้วยความเป็นห่วงเป็นใย และไม่อยากให้เกิดการซ้ําซ้อนครับท่านประธานที่เคารพ จังหวัดกาญจนบุรีเช่นกันครับ เออีซีควรจะมีเจ้าภาพหลัก เมื่อสักครู่ผมบอกอําเภอเชียงของกระทรวงคมนาคมเป็นเจ้าภาพ ไปดูอําเภอแม่สอดสักนิดครับท่านประธาน เจ้าภาพที่ดูแลการจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษ ที่อําเภอแม่สอดคือกระทรวงพาณิชย์ครับ ไปดูที่จังหวัดกาญจนบุรี ท่าน ส.ส. สุรพงษ์ ปิยะโชติ บอกผมอย่างไรครับ คนที่เป็นเจ้าภาพจัดเม็ดเงินงบประมาณครั้งแรกออกแบบไว้แค่ ๓๐๐ ไร่ ท่านประธานครับ หน่วยงานที่ดูแลคือใครครับ กรมโยธาธิการและผังเมือง แล้วจริง ๆ ไม่ใช่ เงินกรมนะครับ เงินจังหวัดผ่านไปที่โยธาธิการจังหวัดและผังเมือง ขอที่ไว้เท่าไรครับ ท่านประธาน ๓๐๐ ไร่ ผมถามว่าเคยถามไปที่กรมศุลกากรไหม ปีหนึ่งตู้คอนเทนเนอร์ คาดการณ์กันในอนาคต ๑,๐๐๐,๐๐๐ กว่าตู้ขึ้นไป ทั้งเข้าและออกวันหนึ่ง ๓,๐๐๐ ตู้ ต้องผ่านระบบการตรวจศุลกากร ๓๐๐ ไร่ไปทําอะไรครับท่านประธาน ผมบอก จังหวัดกาญจนบุรีไม่มีค่าเวนคืนหรอกครับ ที่เป็นที่ในความดูแลของกองทัพบกครับ เป็นหมื่น ๆ ไร่ ถามว่ายุทธศาสตร์การจัดตั้งพื้นที่เป็นอย่างไร สุดยอดครับท่านประธาน น้ําไม่ท่วมหรอกครับ ดอนครับท่านประธาน เรากลัวน้ํากันแล้วตอนนี้ ตรงนั้นเป็นเนินเขา เยอะแยะ อันที่ ๒ สาธารณูปโภคที่มาดูเป็นอย่างไรครับ เหนือขึ้นไปมีเขื่อน ๒ เขื่อน น้ําประปาเหลือเฟือครับ ไฟฟ้า ๒ เขื่อนนั้นจ่ายได้หมด ตอนนี้ผมบอกให้กรมศุลกากรไปคิดสิ ท่านจะใช้เนื้อที่เท่าไร คร่าว ๆ หยาบ ๆ ท่านประธาน รองรับอนาคตให้ลูกหลานเราไม่ต้องมาด่าเรา ๕๐๐-๑,๐๐๐ ไร่ ไปดูตัวอย่างไหนครับท่านประธาน ด่านสะเดาครับ สร้างใหม่ ๆ เขาบอกทําไมสร้างใหญ่โตนัก เหมือนถนนราชดําเนิน ถ้าไม่ใช่เป็นวิสัยทัศน์ที่ยาวไกล ด่านสะเดาตอนนี้ขยายไม่ออกครับท่านประธาน ขยายได้แต่เจ้าของที่แปลงสุดท้ายขึ้นราคา รายวัน ตอนนี้หน่วยงานจะจ่ายเงินเขาบอกราคาขึ้นแล้ว จ่ายไม่ได้ทุกที ท่านประธาน ที่เคารพ นี่ที่ผมพูดนี้เรื่องจริงทั้งนั้นครับท่านประธาน ผมไม่อยากให้การจัดสรรงบประมาณหรือการจัดวางของรัฐบาล ผมมาช่วยนะครับ ท่านประธาน มาช่วยดูครับ ที่ผมพูดนะครับ อําเภอเชียงของ กระทรวงคมนาคม อําเภอแม่สอด กระทรวงพาณิชย์ จังหวัดกาญจนบุรี ทวาย โปรเจกต์เขาพูดกันเป็นแสนแสนล้านบาท กรมโยธาธิการและผังเมืองไปทําอะไรครับ ๓๐๐ ไร่ ตอนนี้ปรับแผนใหม่หมด ผมถึงบอกว่าอยากจะหาเจ้าภาพที่ชัดเจน ที่ผมเรียนอย่างนี้เป็นแค่ตัวอย่างเล็ก ๆ น้อย ๆ ไม่เป็นการรบกวนเวลาของสมาชิก จะได้เห็นว่าถ้าเรารีดไขมันออกเหลือแต่กล้ามเนื้อ จะเป็นประโยชน์สูงสุดสําหรับประเทศครับ
สุดท้ายครับ ท่าน ส.ส. อํานาจ วิลาวัลย์ จังหวัดปราจีนบุรีนั่งข้างหลังผม เขาบอกว่ากรมทางหลวง ถนนทางหลวงหมายเลข ๓๔๘๑ ปราจีนบุรี-บ้านสร้าง ได้รับความเสียหายตลอดทาง ไปดูหน่อยครับ งบประมาณปีนี้มีไหมครับ ท่านคณะกรรมาธิการไปดูของจริงครับ เดี๋ยวรอบหน้าเอารูปมาฝากครับ สิ่งเหล่านี้ละครับ ผมถึงบอกว่ากระทรวงคมนาคมมีหน่วยงานกรมที่มีประสิทธิภาพ เห็นใครดีลักจํา ครูพักลักจําทําได้ครับ ไม่เสียสตางค์
ผมยังพูดสุดท้ายอีกเรื่องหนึ่งครับท่านประธาน กระทรวงคมนาคม ท่านไปดูเถอะครับคณะกรรมาธิการครับ งบประมาณการจัดจ้างบริษัทที่ปรึกษาออกแบบ มากมายมหาศาล ถามว่าสมัยก่อนทําไมน้อย สมัยก่อนใครจบวิศวกรอยู่กรมทางหลวงเท่ครับ ออกแบบนี่โอ้โฮฝีมือล้วน ๆ เดี๋ยวนี้เหลือกี่คนครับท่านประธาน เอะอะจ้าง เอะอะจ้าง ผมไม่รู้ว่าระบบมันเกิดอะไรขึ้น แล้วไปดูเถอะครับไปโป่งอยู่ในบริษัทที่ปรึกษา แล้วบริษัทที่ปรึกษา คณะกรรมาธิการคณะไหนรับไปนี่ตัด ๓๐-๔๐ เปอร์เซ็นต์ทั้งนั้นเลย เพราะอะไรครับ เพราะบริษัทที่ปรึกษาก็คือข้าราชการที่ทําอยู่ที่กรมนั่นละครับท่านประธาน จริงไม่จริง ถามดูเถอะครับ รู้กันอยู่ สิ่งเหล่านี้แหละที่อยากจะให้การทํางานมีความเข้มข้นครับ ผมถึงถือโอกาสนี้ฝากทางท่านสมาชิกที่ได้ยินผมอภิปรายแล้วอะไรที่ดีช่วยกันคิดช่วยกันทํา ขอบพระคุณครับ
ท่านอนุชา บูรพชัยศรี ครับ
(นายวรชัย เหมะ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
ประท้วง อะไรครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม วรชัย เหมะ พรรคเพื่อไทย จังหวัดสมุทรปราการ ท่านประธานครับ ขอให้ท่านควบคุม การประชุมให้เป็นแนวทางของการประชุมวาระที่สอง ตามข้อบังคับ ข้อ ๖๑ ครับ ไม่อย่างนั้นก็โยกโย้ วนเวียน ซ้ําซากครับท่านประธานครับ ช่วยควบคุมเวลาด้วย แล้วก็ให้อภิปรายในกรอบด้วยครับ ไม่เช่นนั้นถ้าทุกท่านเป็นอย่างนี้อีกสามวันสามคืน ก็ไม่จบครับ ขอให้ท่านช่วยดูเรื่องเวลาแล้วก็เรื่องเนื้อหาในการอภิปรายด้วยครับ ขอบคุณครับท่านประธานครับ
คืออย่างนี้ ท่านวรชัยครับ ทุกพรรคมีเวลาของพรรคอยู่ เขาแบ่งเวลากันมาต้องรักษาเวลาของโควตา แต่ละพรรคเอง เขามีสัดส่วนนะครับ เชิญท่านอนุชาครับ
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม อนุชา บูรพชัยศรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ผมได้แปรญัตติในเรื่องงบประมาณที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงคมนาคมไว้ ที่ผมได้ตัดลด งบประมาณไว้เพราะว่ามันมีหลายโครงการที่ผมมีความเป็นห่วง
โครงการแรกที่ผมอยากจะพูดถึงนะครับ เป็นความห่วงใยไม่ใช่เฉพาะ พี่น้องประชาชนในกรุงเทพมหานครเท่านั้นนะครับ แต่ว่าทั่วประเทศเลย คือความปลอดภัย ในชีวิตและทรัพย์สิน เนื่องจากว่าตอนนี้ถ้าท่านประธานเห็นนะครับ จะเห็นว่าเกิดอุบัติเหตุ มากมายเลย ไม่ว่าจะเป็นบนท้องถนนที่ดูแลสังกัดของกรมทางหลวง กรมทางหลวงชนบท หรือแม้กระทั่งที่เราเรียกว่าบนทางด่วนซึ่งดูแลโดยการทางพิเศษแห่งประเทศไทยนี่ จะเห็นมีมากเลยครับ รถตกจากทางด่วนมาข้างล่าง มีผู้เสียชีวิต ไม่ใช่เฉพาะคนที่ขับรถอยู่นะครับ ผู้ที่สัญจรไปมาอยู่ด้านล่าง รวมไปจนกระทั่งถึงการที่รถปีนเกาะกลาง ฟุตปาธ หรืออะไร ต่าง ๆ บ้าง ทั้งนี้ก็เพราะว่ามีหลายโครงการในเรื่องของการออกแบบ ในเรื่องของการศึกษา ซึ่งต้องบอกว่าไม่ได้มีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชนที่สัญจรไปมา ในการออกแบบเลย ถ้าถามว่าจริงหรือไม่ เราก็คงจะเห็นอยู่ในเรื่องของอุบัติเหตุทั่ว ๆ ไป ที่เกิดขึ้นโดยเฉพาะระยะหลัง ๆ ผมก็เลยได้มีความเป็นห่วงเป็นใยครับว่างบประมาณ ที่เราได้นําเสนอทั้งหมดอยากให้หลายส่วนได้เข้าไปพิจารณา ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของวิศวกร ที่ออกแบบหรือแม้กระทั่งบริษัทที่ปรึกษา เข้าไปดูเถอะครับ ทําอย่างไรก็แล้วแต่อาจจะมี งบประมาณที่มันเพิ่มขึ้นมาสักเล็กน้อย แต่ถ้ามันเป็นความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของ พี่น้องประชาชนอยากให้ตระหนักตรงนั้นไว้มาก อย่าไปเซฟ อย่าไปลดคอร์ส (Cost) บนทางด่วนในกรุงเทพมหานครก็เห็นครับจุดตัดอะไรต่าง ๆ มากมายเลย ขึ้นทางด่วน จะเลี้ยวปัดไปทางขวาก็จะมีรถที่อยู่บนทางด่วนอยู่แล้วจะปัดมาทางซ้ายเพื่อที่จะลงทางด่วน ทํากันเป็นรูปเอ็กซ์ (X) กันไปหมดเลยนะครับ บางครั้งก็จะเห็นว่าจะต้องให้จอดกันบ้าง ซึ่งจริง ๆ แล้วบนทางด่วนมันไม่ควรจะต้องจอด หรือแม้กระทั่งในส่วนของไฮเวย์ (Highway) ต่าง ๆ ไม่ควรจะต้องมาจอดอยู่กลางถนนเราก็เห็นอยู่นะครับ เพราะฉะนั้นผมอยากให้นํา งบประมาณไปเพิ่มเติมในส่วนของตรงนี้ หรือแม้กระทั่งที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงคมนาคม กรมทางหลวงชนบท กรมทางหลวง ที่ต้องมีส่วนใดส่วนหนึ่งไปตัดกับรถไฟ เส้นทางรถไฟ เราก็เห็นอยู่ที่ผ่าน ๆ มามีอุบัติเหตุเกิดขึ้นมากมาย ในส่วนของการที่มีการจัดตั้งงบประมาณไป ที่เกี่ยวข้องกับการที่รถไฟ ทางหลวงชนบท ทางหลวงต่าง ๆ จะต้องไปทําสะพานข้าม จะไปสร้างอุโมงค์ จะไปสร้างไม้กั้นหรืออะไรต่าง ๆ ผมดูแล้วก็คือว่ามีน้อยมากเลยนะครับ อยากจะให้ตัดในส่วนตรงนี้เพื่อที่จะไปดูแลตรงนี้เพิ่มเติมขึ้นแต่ผมดูแล้วทางคณะกรรมาธิการ หรือทางรัฐบาลไม่ได้เพิ่มเติมเข้ามา
นอกจากนั้นพูดถึงเรื่องของการออกแบบการศึกษาระบบขนส่งในกรุงเทพมหานคร รวมไปจนกระทั่งถึงทั่วประเทศ ผมก็จะอดพูดถึงสํานักงานนโยบายและแผนการขนส่ง และจราจรหรือ สนข. ไม่ได้ เพราะถือว่าเป็นทิงค์ แทงค์ (Think Tank) เป็นหน่วยงาน ที่ต้องดูแลทั้งหมด ผมดูแล้วก็คือว่ามีงบประมาณจํานวนมากแล้วก็เป็นงบผูกพันด้วย จริง ๆ มาตั้งแต่ปี ๒๕๕๕ มาถึงปีนี้ ๒๕๕๖ แล้วไปจนถึงปี ๒๕๕๗ ด้วยซ้ําที่ผมเห็นอยู่ ในแผนงาน มีเรื่องของการศึกษาที่จะเข้าไปดูของรถไฟความเร็วสูงมากมาย สิ่งหนึ่งที่ผม เป็นห่วงตรงนี้ก็คือว่ารถไฟความเร็วสูง รัฐบาลชุดนี้ยังไม่ได้พูดออกมาเลยครับว่านโยบาย ของการที่จะเป็นเส้นทางรถไฟความเร็วสูงที่จะมีความเร็วเกิน ๒๕๐ กิโลเมตรต่อชั่วโมง เราจะมุ่งเน้นเรื่องของระบบการขนส่งผู้โดยสารหรือเราจะขนส่งสินค้า หรือเราจะทําควบคู่ไป ทั้ง ๒ อย่าง การลงทุนในส่วนของตรงนี้มันไม่เหมือนกันนะครับ ถ้าเราไปดูในต่างประเทศ จะเห็นว่าไม่ว่าจะเป็นที่ประเทศญี่ปุ่น ที่ประเทศสเปน ที่ประเทศฝรั่งเศส เขาเน้นเรื่องของ การขนส่งผู้โดยสาร แต่ถ้าเราไปมองดูอย่างเช่นประเทศเยอรมนีเขาขนส่งทั้งผู้โดยสารและ มีการขนส่งสินค้าด้วย เขามองถึงเรื่องของระบบโลจิสติกส์หลายคนพูดครับ พูดถึงเรื่องของ การที่จะมีรถไฟความเร็วสูงแล้วจะช่วยลดต้นทุนโลจิสติกส์ของเราจากตอนนี้ที่อยู่ ประมาณ ๑๙ เปอร์เซ็นต์ของจีดีพีให้เหลือประมาณ ๑๕ เปอร์เซ็นต์อะไรก็แล้วแต่ แต่ ณ วันนี้ผมอยากให้รัฐบาลประกาศออกมาให้ชัดเจนเลยว่ารถไฟความเร็วสูงของเรา จะเป็นรถไฟที่ขนคนหรือขนสินค้า หรือขนทั้ง ๒ อย่าง ทาง สนข. จะได้ไม่ต้องเสียเงิน โดยเปล่าประโยชน์ในการที่จะไปศึกษาว่าเราจะต้องมีราง จะต้องมีเรื่องของฟีซิบิลิตี (Feasibility) การขนส่งอะไรอย่างไรที่มันจะคุ้มทุนด้วย เราเห็นครับโครงการหลาย ๆ โครงการที่พูดถึงกันไป สุดท้ายแล้วก็กลายเป็นหนังสือเล่มเดียวที่ออกมาเป็นผลการศึกษา แต่เสียเงินไปหลายร้อยล้านบาทมากนะครับ ยกตัวอย่างก็คืออย่างเช่นโครงการที่เราเห็น เรียกว่าจะวิสัยทัศน์หรืออะไรก็แล้วแต่ เราคงเคยได้ยินในเรื่องของโครงการแหลมผักเบี้ย ที่จะสร้างมอเตอร์เวย์ (Motorway) หรือไฮเวย์ จากพัทยามาที่อําเภอชะอํา อําเภอหัวหิน ท่านประธานครับ โครงการนั้น สนข. ได้ใช้เงินไปถึง ๔๐๐ ล้านบาท ได้สมุดมาเล่มเดียว หนาไม่เกินเท่านี้ละครับ เพราะฉะนั้นผมอยากให้ทาง สนข. ได้พิจารณาดูแล้วก็ถามรัฐบาลว่าต้องการในลักษณะแบบไหน หรือแม้กระทั่งโครงการทางด้านภาคใต้ที่เราพูดถึงของการที่จะเชื่อมต่อท่าเรือแลนด์ บริดจ์ (Land bridge) จากจังหวัดสตูลมาที่จังหวัดสงขลา โครงการนั้นใช้งบประมาณไปเกือบ ๒๐๐ ล้านบาทเช่นเดียวกัน สุดท้ายแล้วก็ไม่ได้มีอะไรออกมานอกจากเป็นแค่เส้นทางรถไฟ เส้นเดียวเท่านั้นเอง จริง ๆ แล้วเรื่องของโครงการแลนด์ บริดจ์มันเป็นสะพานเศรษฐกิจ ที่จะต้องพูดถึงแล้วก็จะต้องพิจารณาถึงความที่เราจะจัดตั้งหลาย ๆ ส่วนไม่ใช่แค่เฉพาะ เรื่องของการขนส่งอย่างเดียว มันจะต้องแปรรูปจากฝั่งหนึ่ง จากฝั่งอันดามันไปถึงฝั่งอ่าวไทย หรือฝั่งอ่าวไทยไปฝั่งอันดามัน แต่ผมดูสุดท้ายแล้ว ณ ตอนนี้ในส่วนของงบประมาณก็ยังมี ปัญหาอยู่ ต้องกราบเรียนท่านประธานครับว่างบประมาณรายจ่ายประจําปี ๒๕๕๖ นี้ เป็นงบประมาณรายจ่ายที่สูงที่สุดเท่าที่เคยมีประวัติศาสตร์มา อันนี้สมาชิกหลายท่าน ได้พูดไปแล้วถึง ๒.๔ ล้านล้านบาท ในขณะที่รายรับของประเทศกําหนดหรือว่ามีการวางไว้ว่า น่าจะได้อยู่ที่ ๒.๑ ล้านล้านบาท นั่นหมายความว่างบประมาณฉบับนี้ขาดดุลถึง ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งก็อีกเช่นเดียวกันครับเป็นงบประมาณขาดดุลที่มากที่สุด ในประวัติการณ์ ส่วนหนึ่งเราถึงได้ยินวิสัยทัศน์ของรัฐบาลชุดนี้ที่ออกมาพูด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ท่านรองนายกรัฐมนตรีที่กํากับดูแลเศรษฐกิจเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง แล้วก็ใส่หมวกเป็นประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณ รายจ่ายประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๖ นี้ด้วย พูดถึงกองทุนโครงสร้างพื้นฐานหรือที่เรา เรียกกันทั่วไป เรียกว่าอินฟราสตรัคเจอร์ ฟันด์ (Infrastructure Fund) ถามว่ากองทุนนี้ คืออะไร กองทุนอินฟราสตรัคเจอร์ ฟันด์ หรือกองทุนโครงสร้างพื้นฐานก็คือการที่จัดตั้ง กองทุนมาเพื่อที่จะระดมทุนจากผู้ลงทุนทั่ว ๆ ไปจะเป็นรายย่อยหรือรายใหญ่ก็ดี ทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพื่อที่จะนํามาใช้พัฒนากิจการหรือสาธารณูปโภคต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ ไม่ว่าจะเป็นระบบในส่วนของการคมนาคม ระบบราง ระบบน้ํา ระบบอากาศ แน่นอนครับรางเราพูดถึงรถไฟ น้ําพูดถึงท่าเรือต่าง ๆ อากาศเราพูดถึงสนามบิน แต่ผมมีปัญหาตรงที่ว่าที่ท่านกําลังนําเสนอเพราะว่าท่าน ไม่สามารถที่จะกู้ได้เพราะว่าท่านกู้มาเยอะแล้ว แล้วมันเกินเพดานใกล้จะเกินเพดานแล้ว ถึงแม้ท่านจะมีการโอนบางส่วนไปที่ธนาคารแห่งประเทศไทยในส่วนของกองทุนฟื้นฟูอะไร ก็แล้วแต่ แต่ ณ วันนี้ผมค่อนข้างที่จะเป็นห่วงครับว่ากองทุนที่ท่านกําลังพูดถึงที่ท่านกําลังจะ โฆษณาให้กับนักลงทุนไม่ว่าจะเป็นในประเทศหรือต่างประเทศเริ่มเกิดความไม่มั่นใจมาก เพราะนโยบายของรัฐบาลที่นําเสนอให้กับพี่น้องประชาชน ผมยกตัวอย่าง อย่างเช่น ท่านพูดถึงเรื่องของค่าโดยสาร ๒๐ บาทตลอดสายในส่วนของกรุงเทพมหานคร และปริมณฑล ณ ตอนนี้ก็ต้องบอกว่าโครงการหลาย ๆ โครงการไม่ได้ดําเนินการ ผมก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าจะดําเนินการได้อย่างไร ในอนาคตถ้าเราพูดไปว่าเราจะมีกองทุน โครงสร้างพื้นฐานและเราออกนโยบายมาในลักษณะอย่างนี้มันจะทําให้ผู้ลงทุนเกิดความ ไม่มั่นใจ ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของตั๋วร่วมก็ดี เราได้ยินมาตั้งแต่วันที่ท่านนายกรัฐมนตรีได้ ประกาศถึงเรื่องของนโยบายว่าจะทําเรื่องของตั๋วร่วมในการขนส่งมวลชน ทั้งในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ณ ตอนนี้ผ่านไป ๑ ปี ถึงแม้ว่าท่านจะยังไม่ได้พูดถึง เรื่องของผลงาน ๑ ปีก็แล้วแต่ แต่ผมมั่นใจเลยว่าไม่สามารถที่จะมีในเรื่องของ ๒๐ บาท ตลอดสายหรือตั๋วร่วมแน่นอน เพราะว่าผมเป็นคนกรุงเทพฯ ผมก็ยังไม่เห็นว่าจะขึ้นรถ ขึ้นเรือ หรือขึ้นรถไฟในราคา ๒๐ บาท หรือใช้ตั๋วใบเดียวได้ทุกโหมด (Mode) ของ การเดินทางเลย เพราะฉะนั้นผมก็เป็นห่วงครับ
แล้วอีกอย่างหนึ่งเรื่องของกองทุน เช่นเดียวกันโครงสร้างพื้นฐาน เรากําลัง จะให้นักลงทุนมาลงทุนว่าเรากําลังจะสร้างระบบราง เรากําลังจะสร้างระบบอะไรต่าง ๆ ทั้งหมด แต่สุดท้ายนโยบายของรัฐบาลบอกว่าเราจะสนับสนุนให้คนมีรถคันแรก ใช้งบประมาณ ๓๐,๐๐๐ ล้านบาท ๓๐,๐๐๐ ล้านบาทสามารถใช้งบประมาณไปสร้างรถไฟ ๑ เส้นได้สบาย ๆ เลย แต่ผมก็ไม่แน่ใจเหมือนกันนะครับว่ากระทรวงคมนาคมมีความคิดในลักษณะเช่นไร ในการที่ออกงบประมาณมาในลักษณะเช่นนี้ ความมั่นใจอีกอันหนึ่งเราเห็นกันอยู่ ทุกคน เห็นกันอยู่ในประเทศ แล้วก็ต่างประเทศตอนนี้ที่เข้ามาในประเทศไทย ก็คือเรื่องของการที่สนามบินเรามีปัญหาในการที่จะต้องปิดซ่อม เราเห็นเพื่อนสมาชิกพูดถึง ปัญหาตรงนี้แล้วมีการพูดคุยกันสอบถามการท่าอากาศยานแห่งประเทศไทยไปว่าเกิดอะไรขึ้น ถามทางด้านสายการบินว่าเกิดอะไรขึ้น ถามหน่วยงานที่ดูแลเรื่องวิทยุการบินว่าเกิดอะไรขึ้น ปรากฏว่าที่ได้รับมาก็คือมีการประกาศว่าจะมีการปิดซ่อมรันเวย์แค่เพียง ๑ เดือนเท่านั้นเอง ผมก็ไม่แน่ใจนะครับว่าในอนาคตการที่เราจะมีการบอกให้คนเขามาลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน แต่ว่าการบริหารจัดการของเราเป็นแบบนี้เขาจะมีความเชื่อมั่นได้อย่างไร อย่าพูดถึงเรื่องของ กองทุนเลยครับ แค่เฉพาะงบประมาณปีนี้เรายังไม่ทราบเลยว่าสุดท้ายแล้วการก่อสร้างรันเวย์ที่ ๓ จะมีหรือไม่มี ถึงแม้ว่าการก่อสร้างรันเวย์ที่ ๓ จะไม่ได้ช่วยในเรื่องของการที่จะลด ทราฟฟิก (Traffic) หรือความคับคั่งของสนามบินสุวรรณภูมิมากน้อยเท่าไร แต่อย่างน้อย ประกาศให้เขารู้ว่าถ้าเกิดมีการก่อสร้าง มีการซ่อม มีการทําอะไรก็แล้วแต่ยังมีรันเวย์ ที่สามารถที่จะรองรับได้อีก ๑ รันเวย์ เป็นรันเวย์สํารองก็ยังดีครับ ถึงแม้ว่าความห่างของ รันเวย์ที่ ๒ และที่ ๓ จะไม่มากประมาณ ๔๐๐ กว่าเมตรไม่สามารถที่จะขึ้นลงได้พร้อมกัน แต่ถ้าเกิดประกาศไปเลยครับว่าเรากําลังจะทํา เรากําลังจะมีรันเวย์ที่ ๓ เพื่อที่จะได้เป็น รันเวย์สํารอง เพราะว่าผมแน่ใจครับว่าสนามบินทุกสนามบินต้องมีการปิดรันเวย์เพื่อซ่อม แต่ว่าจะต้องมีการบริหารจัดการที่ดีกว่านี้ไม่ใช่ประกาศออกมาแค่ ๑ เดือนเท่านั้นก่อนที่จะปิด สายการบินเขาปรับเวลาไม่ได้หรอกครับ ตารางเวลาบินเขาไม่ได้แจ้งแค่เพียง ๑ เดือนเท่านั้น มีคนจองตั๋วเขามาเป็นเดือน ๆ ครับ
อีกส่วนหนึ่งที่ผมอยากจะขอพูดก็คือเรื่องของการที่ตอนนี้รถไฟฟ้าในส่วนของ บีทีเอส (BTS) กทม. ได้มีการสรุปว่าส่วนต่อขยายจากหมอชิตไปที่สะพานสูงไปตําบลคูคต จากนี้ไปจะเป็นในส่วนของกระทรวงคมนาคมที่จะดูแลรับผิดชอบ ผมอยากจะเรียนครับว่า ในส่วนตรงนี้ผมดูแล้วงบประมาณก็ไม่ได้มีเขียนหรือพูดถึงว่าจะสร้างเมื่อไร อย่างไร มีแต่การศึกษาอย่างเดียว ตอนนี้ล่าช้ามา ๒ ปีแล้วครับ พี่น้องประชาชนในเขตนั้น เขาก็สอบถามมานะครับว่าเมื่อไรจะสร้างสักที ผมดูแล้วงบประมาณตรงนี้ก็ไม่มี ก็อยากจะ แสดงความเป็นห่วงนะครับ เพราะว่าส่วนต่าง ๆ เหล่านี้การศึกษามีหมดแล้วอยู่ที่เพียง รัฐบาลจะกดปุ่มเมื่อไรเท่านั้นเอง เพราะฉะนั้นประเด็นที่ผมเป็นห่วง
แล้วก็อีกอย่างหนึ่งครับ เป็นเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ เพราะว่าเรากําลังจะเข้าสู่ ประชาคมอาเซียนหรือว่าเออีซีแล้ว มีหลายคนเขาหัวเราะครับ ตอนนี้ผมเองก็เคยเจอ คนเขาหัวเราะเยาะครับ เวลาไปต่างประเทศนําใบขับขี่รถยนต์ต่างประเทศหรือสากลไปยื่นให้เขา เขาหัวเราะและตกใจครับ ที่อื่นในอาเซียนเขาเป็นอิเล็กทรอนิกส์หมดแล้ว บัตรก็ไม่ต่างจาก บัตรประชาชนเท่าไรละครับ แต่ของเราไปยื่นให้เขาเล่มเท่านี้ครับ เล่มเท่านี้จริง ๆ เลยนะครับ ก็เลยอยากจะให้กรมการขนส่งทางบกช่วยดูหน่อยเถอะครับว่าเราสามารถที่จะทําอย่างไรได้ เพราะว่าอีก ๒-๓ ปีแล้วนะครับ กฎกระทรวงจะไปแก้หรือจะไปทําอะไร จะไปสร้างระบบ คอมพิวเตอร์ใหม่ ทําเถอะครับ อย่าให้เป็นสิ่งที่เขาต้องมาหัวเราะขบขันให้กับเราเลยนะครับ ขอบพระคุณครับท่านประธาน
ท่านประเสริฐครับ
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม นายประเสริฐ จันทรรวงทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครราชสีมา ในฐานะกรรมาธิการ ท่านประธานครับ กรรมาธิการต้องขอขอบคุณนะครับหลายท่าน ได้แสดงความคิดเห็นแล้วก็มีข้อซักถาม ซึ่งผมจะขออนุญาตได้ตอบในบางประเด็น ที่ท่านสมาชิกได้ถามดังนี้นะครับ
ท่าน ส.ส. นริศาได้ให้ความห่วงใยในเรื่องงบประมาณในการดูแล เรื่องการขุดลอกร่องน้ําปากพนัง ซึ่งในปี ๒๕๕๖ นั้นไม่ได้รับงบประมาณในการดําเนินการนะครับ ซึ่งโครงการทั้งสิ้นนั้นถ้าดําเนินการครบจะใช้เงินทั้งสิ้นประมาณ ๑๘๐ ล้านบาท แต่ในงบประมาณปี ๒๕๕๕ ได้มาแล้ว ๗๐ ล้านบาทซึ่งถือว่ายังไม่เพียงพอ ผมต้องเรียน ท่านนริศาอย่างนี้นะครับว่าการขุดร่องน้ําในแต่ละแห่งในแต่ละปีนั้นจะได้รับการสนับสนุน แบบปีเว้นปีนะครับ เนื่องจากว่าภาระของงบประมาณมีความจํากัด แล้วก็ยังมีร่องน้ําอีกหลายแห่งในหลายจังหวัด ในหลายลุ่มน้ําที่ยังไม่ได้รับการขุดลอก ก็เป็นลักษณะเช่นเดียวกับลุ่มน้ําปากพนัง ที่จังหวัดนครศรีธรรมราช อย่างไรก็ตามคณะกรรมาธิการได้ให้ความเห็นต่อกรมเจ้าท่าว่า ในโครงการใดที่ได้ทําการสํารวจไว้แล้วและเป็นโครงการที่จําเป็นต้องดําเนินการต่อเนื่อง ให้แล้วเสร็จควรจะดําเนินการให้แล้วเสร็จโดยเร็ว แล้วก็มีหลักในเรื่องของการกระจาย งบประมาณอย่างทั่วถึงและเป็นธรรม
สําหรับท่านเจือ ราชสีห์ ซึ่งท่านได้แสดงความห่วงใยในหลายเรื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องการทุจริตในโครงการต่าง ๆ ต้องเรียนว่ากรรมาธิการได้ให้ความห่วงใย ในเรื่องนี้เป็นอย่างยิ่ง แล้วก็กรรมาธิการได้สอบถามทุกหน่วยงาน ในเรื่องของการบริหารจัดการ เรื่องการจัดซื้อจัดจ้าง ได้มุ่งเน้นในเรื่องของความโปร่งใสและการป้องกันในเรื่องการทุจริต ซึ่งก็ตรงกับนโยบายของท่านนายกรัฐมนตรี ท่านยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ซึ่งท่านก็ได้มีนโยบาย ในเรื่องของการป้องกันและปราบปรามในเรื่องของการทุจริตมิให้เกิดขึ้นอย่างเด็ดขาด
ต่อไปท่านสัมพันธ์ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติจากจังหวัดสุโขทัย ท่านได้ฝาก หลายเรื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องของกรมทางหลวง ในเรื่องไฟเหลือง ไฟแดง ในเรื่อง ป้ายจราจร เรื่องอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้นได้ในหลาย ๆ โอกาส ผมเชื่อว่ากรมทางหลวงคงได้ฟังอยู่ แล้วก็คงรับข้อปัญหาเหล่านี้ของท่านสมาชิกได้ไปดําเนินการแก้ไขเพื่อป้องกันในเรื่องของ อุบัติเหตุต่อไป
คําถามหนึ่งที่ผมต้องกราบเรียนเป็นคําถามของท่านสัมพันธ์และท่านนริศา เช่นเดียวกันนะครับ คือเรื่องการคิดปริมาตรคิวดินของกรมเจ้าท่า ผมต้องเรียนอย่างนี้ว่า กรมเจ้าท่านั้นอาจจะมีการคิดปริมาตรคิวดินที่แตกต่างจากหน่วยงานอื่นพอสมควร เขามีการประเมินการสํารวจว่าก่อนขุดนี่จะเป็นการขุดปริมาตรคิวดินเท่าไร แล้วก็มี การสํารวจว่าคิวดินที่ขุดนั้นมีปริมาตรคิวดินเท่าไร ตัวอย่างเช่นมีการขุดร่องน้ําเอ ยกตัวอย่างนะครับ ซึ่งจากการสํารวจก่อนขุดนั้นจะมีการสํารวจว่าใช้ปริมาตรคิวดินถึง ๑๐๐,๐๐๐ คิว แต่ปรากฏว่าภายหลังขุดขึ้นมากองบนดินแล้ว ขุดได้จริงประมาณ ๘๐,๐๐๐ คิว ไม่ถึงตามที่ได้ประมาณการไว้ก่อนสํารวจ แตกต่างกัน ๒๐,๐๐๐ คิว กรมเจ้าท่าจะจ่ายเงินตามจํานวนปริมาตรคิวดินที่ขุดได้จริงก็คือปริมาตรทั้งสิ้น ๘๐,๐๐๐ คิว ส่วนดินที่ขุดได้กรมเจ้าท่านั้นจะเอาไปแต่งคันตลิ่ง แล้วก็เอาไว้ขายทอดตลาด นอกจากนั้นแล้ว ถ้ามีหน่วยงานสาธารณประโยชน์ ไม่ว่าวัด โรงเรียนก็สามารถไปขอรับการบริจาค จากกรมเจ้าท่าได้นะครับ ผมจะขออนุญาตได้ตอบท่านสมาชิกใน ๒-๓ ประเด็น แล้วก็มีท่านกรรมาธิการบางท่านจะได้ตอบข้อสงสัยต่อนะครับ ขอขอบคุณครับ
ผมขออนุญาตกดออดแล้วก็ท่านตอบด้วยนะครับ
ท่านพิเชษฐ์ครับ ท่านสัมพันธ์มีอะไรครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม สัมพันธ์ ตั้งเบญจผล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุโขทัย พรรคประชาธิปัตย์ ต่อข้อตอบ ในคณะกรรมาธิการถึงเรื่องของกรมเจ้าท่า ซึ่งคิดว่าท่านคงจะได้รับคําตอบจากที่กรมเจ้าท่า มาชี้แจงต่อท่านนะครับ ผมเรียนกับท่านอย่างนี้ครับว่าการลอกแม่น้ํายมท่านตั้งงบประมาณ ของปี ๒๕๕๕ รู้สึกว่าน่าจะประมาณ ๔๐๐ ล้านบาท แต่ว่าในแม่น้ํายมช่วงนี้มันมีน้ําอยู่ ผมก็ไม่ทราบว่ามันลอกได้อย่างไร ฉะนั้นการที่ไปขุด ๆ แล้วไปตั้งคันอย่างนี้มันไม่ได้ช่วยเลยครับ ท่านประธาน แทนที่จะรอหน้าแล้ง หรือน้ําในแม่น้ํายมผมเคยเอาภาพมาแสดงให้เห็น มาตลอดว่าทุกปีสามารถที่จะเอารถไปวิ่งหรือว่าเล่นบอลในแม่น้ํายมได้ ช่วงนั้นทําไมไม่ขุดครับ ท่านประธาน หรือว่าให้ผู้รับเหมาถ้าเขาประมูลไปแล้วกั้นเป็นช่วง ๆ อย่างไร สิ่งที่สําคัญครับ ท่านประธาน ถ้าหากว่าเอางบมาละลายน้ําอย่างนี้ถามว่าใครได้ประโยชน์ แล้ววัดกันจริง ๆ อย่างไรครับ แล้วก็ผลสุดท้ายเอามาตั้งคันมันก็เป็นดินหลวม แล้วผลสุดท้ายก็ไม่เกิดประโยชน์ น้ําขึ้นมาอีกมันก็พัดเข้าไปอีกครับท่านประธาน อย่างนี้เป็นสิ่งสําคัญครับ
อีกเรื่องหนึ่งครับท่านประธาน เกี่ยวกับเรื่องถนน ซึ่งผมได้บอกว่า ถนนสายกําแพงเพชร-สุโขทัย ถนนสายมรดกโลก ซึ่งปีนี้ได้แค่ ๓๘ ล้านบาทมันน้อย ซึ่งเป็นมรดกโลกและเป็นเมืองท่องเที่ยวของประเทศทั้ง ๓ แห่ง ซึ่งกรรมาธิการคุณฐิติมา ฉายแสง ได้ขึ้นชี้แจงว่าที่จังหวัดฉะเชิงเทรา แปดริ้ว ยังได้ตั้ง ๙๐๐ ล้านบาทครับ ท่านประธาน จังหวัดสุโขทัย จังหวัดกําแพงเพชรเป็นเมืองหลวงแห่งแรกของประเทศ เป็นเมืองมรดกโลกครับ ได้ ๔๐ กว่าล้านบาท งบผูกพัน ๒ ปี ปี ๒๕๕๕ ได้ ๖,๐๐๐,๐๐๐ บาท อบต. ตั้งได้มากกว่านี้ครับท่านประธาน ฝากด้วยครับ
เชิญท่านพิเชษฐ์ตอบ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผมจะตอบในฐานะที่ท่านกรรมาธิการได้
ท่านวัชระประท้วงอะไรครับ
บอกกรรมาธิการครับ ต่อจาก ท่านพิเชษฐ์ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม พิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน กรรมาธิการนะครับ ขออนุญาตเอ่ยนาม ท่านมานิต นพอมรบดี ได้กล่าวถึงศูนย์เปลี่ยนถ่ายสินค้าที่อําเภอเชียงของ ที่สะพานข้ามแม่น้ําโขงแห่งที่ ๔ ถนนอาร์สามเอ (R3A) ท่านประธานครับ สะพานจะเสร็จวันที่ ๑๒ เดือน ๑๒ ปี ๒๐๑๒ นี้นะครับ ก็จะมีการเชื่อมถนนระหว่างประเทศลาวกับประเทศไทย แล้วก็ศูนย์เปลี่ยนถ่ายสินค้า ๒๕๐ ไร่นั้นเราก็เห็นว่ามันแคบไปจริง ๆ นะครับ เพราะว่าเวลารองรับประเทศจีน ประเทศจีนคนเป็นพันล้านคน ถ้าทําการค้ากับประเทศจีนโดยใช้พื้นที่ ๒๕๐ ไร่นั้นถือว่า น้อยมากนะครับ แล้วจะเป็นปัญหาเหมือนกับด่านสะเดา ด่านสะเดาตอนนี้ขยายกิจการ ขยายด่านออกต้องเวนคืนในราคาสูงมาก ดังนั้นทางจังหวัดเชียงรายแล้วก็กระผมได้ร่วมกัน สํารวจพื้นที่ แล้วพร้อมที่จะขอใช้พื้นที่จากกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ประมาณ ๑๒,๐๐๐ ไร่ เอาเก็บไว้ในส่วนของสิ่งแวดล้อม ๖,๐๐๐ ไร่ แล้วอีก ๖,๐๐๐ ไร่ ใช้เป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษ รถไฟ เรื่องของการขนส่ง อุตสาหกรรม ท่องเที่ยว อยู่ในนั้นหมดนะครับ ก็ต้องกราบขอบพระคุณท่านอนุกรรมาธิการจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษ ท่านมานิต นพอมรบดี ที่ให้ความสนใจ ผมจะได้ร่วมผลักดันต่อไป ขอบคุณครับ
ท่านยุทธพงศ์ แล้วท่านวัชระ ผมให้พูดทั้ง ๒ คน แล้วขอกดออดเลยนะครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดมหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ในฐานะกรรมาธิการ เกี่ยวกับกรณีสนามบินดอนเมืองที่ได้มีสมาชิกได้สอบถามเรื่องนี้ ในการประชุมงบประมาณทางกรรมาธิการก็ได้มีความเป็นห่วงเป็นใย เพราะว่าในระหว่าง ที่มีการประชุมก็ได้มีการปิดซ่อมสนามบินสุวรรณภูมิ แล้วก็ขณะเดียวกันความแออัดของ สนามบินสุวรรณภูมิ ทางกรรมาธิการได้สอบถามหน่วยงานเกี่ยวกับเรื่องสนามบินดอนเมือง ซึ่งขณะนี้ทางบริษัทท่าอากาศยานแห่งประเทศไทยก็ได้มีการฟื้นสนามบินดอนเมืองขึ้นมา แล้วก็จะมีสายการบินย้ายเข้ามาใช้ในสนามบินดอนเมืองเพิ่มขึ้น ตรงนี้ทางรัฐบาลก็ได้ให้ ความสําคัญเกี่ยวกับเรื่องการนําสนามบินดอนเมืองกลับมาใช้ประโยชน์สูงสุดนะครับ
ส่วนกรณีการขุดลอกแม่น้ําปากพนัง ถ้าเกิดปัญหาแล้วก็ความจําเป็นเร่งด่วน ขณะนี้ทางท่านสมาชิกก็สามารถประสานไปยังกรมเจ้าท่าได้ เพราะว่ากรมเจ้าท่า เขาก็มีงบประมาณในเรื่องของค่าขุดลอกและบํารุงร่องน้ําภายในประเทศซึ่งตั้งอยู่แล้ว ถ้ามีความจําเป็นเร่งด่วนอย่างไรท่านก็สามารถประสานไปยังท่านอธิบดีกรมเจ้าท่าได้นะครับ
ประเด็นต่อมาที่มีสมาชิกได้สอบถามเกี่ยวกับเรื่องทางหลวงชนบทที่อยู่ใน พื้นที่จังหวัดชัยภูมิ ถ้าท่านสมาชิกมีปัญหาท่านก็สามารถประสานไปยังท่านอธิบดี กรมทางหลวงชนบท ซึ่งในกรรมาธิการก็ได้มีการสอบถามท่าน ท่านก็บอกว่าท่านยินดีนะครับ ในพื้นที่ใด ๆ ไม่ว่าจะเป็นจังหวัดชัยภูมิหรือจังหวัดใดท่านก็พร้อมที่จะเข้าไปดูแลบํารุงรักษา ถนนที่เป็นของทางหลวงชนบทให้
เรื่องต่อมาที่มีสมาชิกบอกว่ามีการไปอนุมัติงบประมาณในการประชุม คณะรัฐมนตรีสัญจรที่จังหวัดเชียงใหม่ในการทําถนนเป็นหมื่นล้านบาท ผมต้อง ขอเรียนอย่างนี้ครับว่าในที่ประชุมก็ได้มีการสอบถามเรื่องนี้จากทั้งกรมทางหลวงและ กรมทางหลวงชนบท ทางท่านอธิบดีก็ได้กล่าวยืนยันว่าเป็นเพียงอนุมัติเห็นชอบในหลักการ แล้วก็ต้องขอเรียนว่าในการประชุมครั้งนี้ทางกรรมาธิการก็ได้มีการพิจารณาดูว่างบประมาณ ของกรมทางหลวงปี ๒๕๕๖ ก็ได้มีการกระจายลงในพื้นที่ทุก ๆ พื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่ของ ส.ส. ฝ่ายรัฐบาลหรือ ส.ส. ฝ่ายค้าน ผมยกตัวอย่างเช่นถนนสายกระบี่ถึงห้วยยอดตอนที่ ๔ ๑๘ กิโลเมตร งบประมาณ ๖๒๐ ล้านบาท ก็เป็นถนนอยู่ในพื้นที่ทางภาคใต้ก็ได้รับ การจัดสรรงบประมาณปี ๒๕๕๖ ผูกพันปี ๒๕๕๗ และปี ๒๕๕๘ ทั้งสิ้น ๖๒๐ ล้านบาท เหลือถนนอีกเส้นหนึ่งในภาคอีสาน ยกตัวอย่างเช่นจากจังหวัดยโสธรไปถึงอําเภอเขื่องใน ตอน ๒ ๑๕ กิโลเมตร งบประมาณทั้งสิ้น ๔๘๐ ล้านบาทเป็นโครงการที่เกิดใหม่ในปีนี้ ตรงนี้ก็แสดงให้เห็นได้ว่าการจัดงบประมาณของกระทรวงคมนาคม โดยเฉพาะกรมทางหลวง และกรมอื่น ๆ ได้จัดอย่างทั่วถึงและเป็นธรรม โดยไม่มีการแบ่งแยกว่าจะเป็น ส.ส. ฝั่งรัฐบาล หรือเป็น ส.ส. ฝ่ายค้านแต่อย่างใดนะครับ
ประเด็นสุดท้ายที่มีท่านสมาชิกจากกรุงเทพมหานคร ที่ท่านได้เป็นห่วงเป็นใย เกี่ยวกับเรื่องความปลอดภัยของถนนต่าง ๆ แล้วก็สะพานที่ขณะนี้มีข่าวว่า มีรถตกถนนเป็นจํานวนมาก มีข่าวคราวเกือบจะทุกวันนี้ ต้องขอเรียนอย่างนี้ว่า ทางกรรมาธิการก็ได้สอบถามเรื่องนี้จากทางกรมทางหลวง ทางกรมทางหลวงเขามีสํานักหนึ่ง ชื่อว่าสํานักปลอดภัยที่ดูแลในเรื่องนี้ แล้วก็มีมาตรฐานอยู่แล้ว ตรงนี้ไม่ต้องเป็นห่วง ขอขอบคุณครับ
เชิญท่านวัชระครับ ขออนุญาตกดออด ท่านกรุณาเสียบบัตรแสดงตนด้วยครับ
เชิญท่านวัชระเลยครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายวัชระ เพชรทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะโฆษกกรรมาธิการ กรุณาขึ้นชื่อว่าผมเป็นกรรมาธิการด้วยนะครับ อย่าขึ้นเฉพาะว่า เป็น ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตตอบคําถาม เพื่อนสมาชิกบางท่านที่มีความวิตกกังวลเกี่ยวกับเรื่องกรมเจ้าท่า กราบเรียนว่ากรมเจ้าท่า มาของบประมาณและมาชี้แจงจริงครับ แต่ไม่มีอธิบดี ผมก็ไม่ทราบว่ากรมนี้เป็นอาถรรพ์ หรืออย่างไรอธิบดีมักมีอันเป็นไป และผู้มาชี้แจงคือรองอธิบดี รองอธิบดีกรมเจ้าท่าได้ชี้แจง และบันทึกไว้ในรายงานการประชุมชัดเจนครับ โดยบอกว่างานของกรมเจ้าท่าที่มีการขุดลอกคลอง หรือขุดทะเลบริเวณชายฝั่งนั้นไม่มีการรับประกันผลงานของบริษัทผู้รับเหมาแต่อย่างใด ท่านประธานครับ กรรมาธิการทั้งห้องตกตะลึงในคําชี้แจงของท่านรองอธิบดี บอกว่า ไม่มีการรับประกันผลงานของบริษัทที่มาขุดลอกคลองหรือขุดลอกชายฝั่งทะเล เพราะฉะนั้น งบประมาณของกรมกรมนี้แต่ละปีนับพันล้านบาทจึงไม่มีหลักประกันอันใดเลยว่า เมื่อขุดลอกคลอง ลุ่มน้ําต่าง ๆ แล้วจะมีดินในปริมาตรเป็นไปตามสัญญา และเขาชี้แจง เพียงบอกว่าดินที่ขุดลอกได้นั้นก็นําไปโปะ ๆ ไว้ตามริมตลิ่ง พอน้ําพัดมาก็หายไปหมด แล้วยังพูดย้ําด้วยว่าร่องน้ําธรรมชาตินั้นเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ท่านประธานครับ กรรมาธิการโดยท่านวิฑูรย์ นามบุตร ได้ซักถามเรื่องนี้และผมก็ได้ร่วม ซักถาม และรวมทั้งได้ฝากประเด็นไปยังสํานักงบประมาณ บอกสํานักงบประมาณว่า ถ้ากรมเจ้าท่าตั้งมาเป็นร้อยปีแล้วให้ขุดลอกร่องน้ําโดยไม่มีการรับประกันผลงานของบริษัท ผู้รับเหมา อย่างนี้สํานักงบประมาณบกพร่องหรือไม่ ปล่อยให้กรมเจ้าท่าทํางานในลักษณะ อย่างนี้ได้อย่างไร ทําไมกรมทางหลวง กรมทางหลวงชนบทยังมีการรับประกันผลงานของ บริษัทผู้รับเหมาในการสร้างถนนเส้นทางต่าง ๆ เป็นเวลากี่เดือน กี่ปี แต่สําหรับกรมเจ้าท่าไม่มี เพราะฉะนั้นจึงกราบเรียนเพื่อนสมาชิกว่ากรรมาธิการได้รักษาผลประโยชน์ของชาติแล้ว โดยการให้สํานักงบประมาณนั้นได้ตั้งกฎเกณฑ์ในเรื่องนี้กับกรมเจ้าท่าต่อไป
แล้วอีกประเด็นหนึ่งสั้น ๆ ครับท่านประธาน ท่าน ส.ส. รัชฎาภรณ์ แก้วสนิท ฝากมาบอกว่าป้ายบริเวณสนามบินดอนเมืองที่บอกว่าไปต่างประเทศ ไปเส้นทางในประเทศ กับเส้นทางระหว่างประเทศ ปัจจุบันนั้นมันไม่มีเส้นทางระหว่างประเทศบิน ที่สนามบินดอนเมืองแล้ว อยากให้กระทรวงคมนาคมได้ทําป้ายบอกทางให้ชัดเจน เพราะมีคนหลงบ่อย ๆ แต่ผมก็ไม่ทราบว่าเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่จังหวัดใด ขอขอบคุณ
ขอบคุณ โฆษกกรรมาธิการ เชิญท่านนิพนธ์ครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม นิพนธ์ วิสิษฐยุทธศาสตร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ผมอยากให้สภาแห่งนี้เป็นสภาที่พูดความจริง กรรมาธิการไม่ใช่ตอบแบบขอไปทีหรือตอบ แบบไม่รับผิดชอบครับ บางท่านได้ชี้แจง อย่างกรณีการขุดลอกคูคลองของกรมเจ้าท่านี่ ไม่ใช่ว่าตั้งงบประมาณไว้แล้วใครไปขอแล้วได้ มันขอแล้วได้ไหมครับ หลายที่นี่ขอไม่ได้นะครับ ไม่ได้สักแต่ว่าพูดไป นี่เป็นเรื่องจริง แล้วการจัดสรรงบประมาณนั้นมันต้องพูดความจริงกันว่า มันเป็นธรรมจริงหรือไม่ บางจังหวัดนี่มันแทบจะไม่ได้เลย บางจังหวัดนี่ไปกองอยู่ที่นั่น เพราะฉะนั้นอย่ามาโกหกกันกลางสภา เพราะฉะนั้นผมขอร้องเถอะครับ กรรมาธิการนี่ ทําอะไรก็ตรงไปตรงมา เพราะว่างบประมาณนั้นเป็นเงินภาษีของพี่น้องประชาชน ของประเทศ ควรจะใช้ให้คุ้มค่าสมประโยชน์ แล้วกรณีอะไรที่จัดสรรไปงบประมาณที่จําเป็น จริง ๆ นั้นให้สมประโยชน์ของเม็ดเงิน ที่พูดว่าเป็นธรรมนี่มันไม่เป็นธรรมหรอกครับ อย่ามาพูด แล้วก็ที่ขอได้นี่ถ้าผมจะขอนี่จะได้ไหม จะให้ขุดลอกคูคลองที่จังหวัดอ่างทองบ้าง มันก็ไม่ได้ ไม่ใช่เที่ยวแต่พูดว่าให้ผ่านไปแบบขอไปที เพราะฉะนั้นผมฝากนะครับ กรรมาธิการจะชี้แจงอะไรให้ตรงไปตรงมาแล้วพูดความจริง สภาแห่งนี้ต้องการความจริงครับ ไม่ต้องการโกหก
เสียบบัตรแสดงตนแล้วขอผลคะแนนด้วยครับ เพื่อตรวจสอบองค์ประชุม เชิญเสียบบัตร ลงคะแนน เชิญส่งผลลงคะแนนครับ มีผู้เข้าประชุม ๓๐๒ ท่าน ครบองค์ประชุมครับ
ต่อไปผมขอเชิญสมาชิกใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนนนะครับ สมาชิกท่านใด เห็นควรให้คงไว้ตามร่างเดิมของกรรมาธิการเสียงข้างมากโปรดกดปุ่ม เห็นด้วย สมาชิก ท่านใดเห็นด้วยกับกรรมาธิการที่ขอสงวนความเห็นหรือผู้แปรญัตติขอสงวนคําแปรญัตติ โปรดกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ผู้ใดเห็นควรงดออกเสียงโปรดกดปุ่ม งดออกเสียง เชิญลงคะแนนครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)
เรียบร้อย ส่งผลคะแนนด้วยครับ ที่ประชุม ๓๙๒ ท่าน เห็นด้วย ๒๘๒ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๑๐๔ ท่าน งดออกเสียง ๒ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๔ ท่าน เป็นอันว่าที่ประชุมเห็นด้วยกับ คณะกรรมาธิการเสียงข้างมากครับ
ต่อไปเป็นมาตรา ๑๓ ครับ เชิญเลขาธิการครับ
มาตรา ๑๓ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อม มีการแก้ไข มีกรรมาธิการขอสงวนความเห็นและมีผู้แปรญัตติขอสงวน คําแปรญัตติครับ
เชิญท่านวิชัย ล้ําสุทธิ ครับ เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม วิชัย ล้ําสุทธิ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดระยอง พรรคประชาธิปัตย์ ในนามของคณะกรรมาธิการ เสียงข้างน้อยนะครับ ท่านประธานที่เคารพ งบประมาณกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม ปีนี้งบประมาณทั้งสิ้น ๓๐,๙๒๒ ล้านบาทเศษ ก็เพิ่มจากปีที่แล้ว อยู่ประมาณ ๔,๔๐๐ กว่าล้านบาท หน่วยงานของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อมมีทั้งสิ้น ๑๒ หน่วยงาน ปรากฏว่ากรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ซึ่งเป็นกรมที่มีบทบาทสูงสุดของกระทรวงนี้ได้ไป ๙,๗๗๑ ล้านบาทจาก ๓๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท กระทรวงนี้ได้ไป ๙,๗๗๑ ล้านบาท เกือบ ๑๐,๐๐๐ ล้านบาทนะครับเกือบ ๑ ใน ๓ เพื่อดูแลป้องกันรักษาป่าแล้วก็คุ้มครองสัตว์ป่า ในขณะเดียวกันกรมควบคุมมลพิษ ซึ่งบ้านผมอยู่จังหวัดระยองอยู่อําเภอมาบตาพุดต้องใช้กรมนี้มากเป็นพิเศษ ปรากฏว่าปีนี้ ได้ไป ๔๐๐ กว่าล้านบาท ๔๐๐ ล้านบาทกับ ๙,๗๐๐ ล้านบาทห่างกันหลายสิบเท่านะครับ อย่างนี้จะให้กรมควบคุมมลพิษที่ดูแลทั้งมลพิษทางด้านอากาศ ทางด้านน้ํา ของเสียสารพัด ทุกอย่างนะครับ มันดูแลไม่ไหวเพราะได้ไป ๔๐๐ กว่าล้านบาท ท่านประธานที่เคารพครับ เมื่อพูดถึงกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช อันนี้ไม่พูดไม่ได้นะครับ ปัญหาแรก ของกรมนี้แล้วก็ฮอต (Hot) ที่สุดก็คือการลักลอบตัดไม้พะยูงนะครับ เมื่อปี ๒๕๕๕ งบปีที่แล้วได้งบประมาณไปเยอะนะครับสําหรับแก้ปัญหาการตัดไม้พะยูง แล้วก็ท่านอธิบดี บอกว่าเงินนี้ไปใช้ยุทธการระดมคนปราบไม้พะยูง โดยเฉพาะที่อุทยานแห่งชาติภูจองนายอย อุทยานแห่งชาติภูจองนายอยนี่ก็อยู่แถวจังหวัดอุบลราชธานี จังหวัดศรีสะเกษ แถวจังหวัดสุรินทร์ แถวนี้ครับไม้พะยูงเยอะมาก เพราะว่ายังเหลืออยู่แห่งเดียวของประเทศไทยที่มีไม้พะยูงมาก แต่ว่าในหน้าข่าวหนังสือพิมพ์เราก็ทราบว่าตํารวจจับอยู่เป็นประจําครับไม้พะยูง ไม่รู้ท่านอธิบดีไปดูแลอย่างไรเอางบประมาณไปแล้วก็ไม้พะยูงก็ถูกตัดอยู่เหมือนเดิมครับ โดยเฉพาะอยู่ใกล้อุทยานแห่งชาติภูจองนายอย อยู่ใกล้สํานักงานเลยครับไม้พะยูงก็ยังถูกตัดครับ แสดงว่าหน่วยงานของท่านข้าราชการของท่านก็ลักลอบตัดไม้พะยูงด้วยตนเอง เพราะมันอยู่ใกล้ พอดีครับ ใกล้ไม่ถึงครึ่งกิโลเมตรเลยครับ ไม้พะยูงใกล้สํานักงานก็ถูกตัด อันนี้ครับ งบประมาณที่ท่านเอาไปใช้ในการปราบปรามไม้พะยูงนี่ที่ท่านใช้คนไป ๒,๐๐๐-๓,๐๐๐ คน ไปดูแลเอาไปทุกที่เลย ปรากฏว่าไปถูกประเทศเพื่อนบ้านยิงตาย ๑ คน เป็นคนจาก จังหวัดปทุมธานี อันนี้นะครับก็ถือว่างบประมาณที่ท่านเอาไปนี่ล้มเหลวนะครับ ในการปราบปรามตัดไม้พะยูง เพราะฉะนั้นอันนี้มันน่าสมควรที่จะตัดงบประมาณตัวนี้ออก เพราะว่าให้งบประมาณไปไม้พะยูงก็ถูกตัดเหมือนเดิม ท่านประธานครับ และอีกอย่างสําหรับไม้พะยูงก็คือตอนนี้ถูกจับอยู่ที่ท่าเรือคลองเตยมากเลย หลายร้อยตู้ เป็นพัน ๆ ตู้ แล้วก็ท่าเรือคลองเตยก็บอกว่าเมื่อไรกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืชจะเอาไปไว้ในหน่วยงานตัวเองสักทีเพราะว่าเขาไม่มีท่าเรือที่จะเก็บแล้ว แล้วถ้าเขาใส่ไว้ในตู้นี่เป็นภาระสําหรับเขา ก็ฝากว่าเอาไม้พะยูงที่ยึดแล้วเอาไปใช้ประโยชน์ ไม่อย่างนั้นไม้พะยูงที่เก็บไว้มันพังหมด เพราะฉะนั้นปี ๒๕๕๖ ก็ของบมาอีก โครงการดูแลไม้พะยูงก็เห็นถูกตัดอยู่เรื่อย งบนี้ไม่น่าสมควร อันนี้ก็ถือว่าเป็นยุทธการ ที่ถือว่าโม้สุด ๆ เป็นยุทธการที่ล้มเหลวสุด ๆ สําหรับในกระบวนการระดมปราบปราม ในการตัดไม้พะยูง แล้วก็งบปี ๒๕๕๖ แผนงานที่จะเอาจากท่าเรือคลองเตยไปเก็บรักษา หรือจะไปใช้ประโยชน์สําหรับประเทศชาติก็ไม่มีแผนงานนี้
ส่วนเรื่องที่ ๒ เรื่องการควบคุมไฟป่า ซึ่งทุกปีไฟป่าก็ไหม้ทุกปี โดยเฉพาะ ภาคเหนือที่มีไฟไหม้ป่าทุกปี แล้วเมื่อเช้าก็เป็นข่าวที่น่าเศร้าสําหรับพวกเราทุกคนก็คือ ไฟไหม้ป่าพรุที่จังหวัดพัทลุง ป่าพรุนี้ก็มีน้อยแล้วสําหรับประเทศไทย เมื่อเช้าก็ถือว่าเป็นไฟไหม้ บริเวณกว้าง แล้วก็ลึกด้วย นี่ก็ถึงเมื่อตอนข้างล่างถึงของป่าพรุ เพราะฉะนั้นการควบคุม ไฟป่างบประมาณทุกปีขอปีละ ๑๐๐ กว่าล้านบาท เกือบ ๒๐๐ ล้านบาททุกปี ไฟก็ไหม้ป่า ทุกปีเหมือนกัน เพราะทุกปีปีไหนไม่มีบ้างไฟไหม้ป่าภาคเหนือ กลุ่มหมอกควัน โดยเฉพาะ แหล่งท่องเที่ยวสําหรับภาคเหนือ ๖ จังหวัดที่นั่งประชุมกันทุกปี เอางบไป ๑๐๐ กว่าล้านบาท ทุกปีไปดับไฟป่า อันนี้เมื่อไรเรื่องนี้มันจะหมดไปเสียที เพราะฉะนั้นเราต้องนั่งคุยกันว่าต้นตอ ของไฟป่าที่เกิดขึ้นนี่มันเกิดจากธรรมชาติหรือฝีมือมนุษย์ ที่ผมไปนั่งประชุมส่วนมากไฟป่า ก็เกิดจากฝีมือมนุษย์ทั้งสิ้น แล้วก็เราไม่ได้ใช้เทคโนโลยี ของกระทรวงวิทยาศาสตร์ มันมีเทคโนโลยีตัวหนึ่งเรียกว่าดาวเทียมธีออส (THEOS) ที่ไปเจาะจงดูไปเลยว่าวันหนึ่ง ก็หมุนรอบประเทศไทย ๔ รอบ ก็จะดูได้เลยว่าไฟมันไหม้ที่ไหน ตําบลไหน หมู่บ้านไหน อันนี้กระทรวงท่านมีหน้าที่ประสานกันหรือไม่ว่าไฟไหม้ตรงนี้ทุกปี แล้วก็อันนี้มันน่า ตัดงบประมาณ เพราะว่าให้งบประมาณมาปีหนึ่ง ๑๐๐ ล้านบาท ๒๐๐ ล้านบาท ไฟมันก็ไหม้ทุกปี อันนี้คือสิ่งที่น่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง ผมอยากเห็นมาตรการดูแลไฟป่า ให้มากกว่านี้ เพราะว่ามันมีปัญหากับแหล่งท่องเที่ยวด้วยสําหรับในการแก้ไข เพราะว่า ถ้ามีหมอกควันไฟป่ามาก ๆ นักท่องเที่ยวก็ไม่ไปเที่ยว
เรื่องต่อไปคือเรื่องการปลูกป่า ๓ อย่าง ประโยชน์ ๔ อย่าง ซึ่งก็ขอมาทุกปี ถ้าประเทศไทยถ้าปลูกป่ากันทุกปีแล้วปลูกกันมากขนาดนี้ต้นไม้ล้นประเทศแล้ว เพราะว่าปลูกทุกปีแต่ว่าสถิติป่าน้อยลง ไม่ได้มากขึ้น การดูแลประเทศไทยถ้าปลูกกันทุกปี ขอกันมาทุกปีป่าก็เต็มประเทศไปหมดแล้ว แต่ตอนนี้ป่าลดลง อันนี้หมายความว่าอย่างไร ไม่ต้องอะไรครับท่านประธาน เมื่อ ๒ วันคณะกรรมาธิการการที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อมไปดูงานที่จังหวัดเชียงราย อันนี้หนัก เพราะว่าคนที่ไปปลูกไม่ใช่กรมป่าไม้ ไม่ใช่อุทยาน คนที่ไปปลูกก็คือหน่วยงานเอกชน โดยเฉพาะ ปตท. ธนาคารธนชาตลงไปปลูก ปตท. เขาไปบอกพวกผมเลยนะครับ บอกเขาปลูกเสร็จแล้ว เขาปลูกเอง และให้กรมป่าไม้ ดูแล ๓ ปี พอปีที่ ๔ ก็ยกให้กับกรมป่าไม้ ปรากฏว่าปีที่ ๔ เขาไปดู พอปีที่ ๕ มาดูจาก กรมป่าไม้นี่ต้นโตประมาณเท่ากระติกน้ําแข็งแล้วครับ ปรากฏว่าเป็นป่าข้าวโพดไปแล้วครับ นี่ปัญหาครับ ขนาดกรมป่าไม้ปลูกเองต้นไม้หายหมด คนอื่นเขามาปลูกให้ เอกชนมาปลูกให้ต้นไม้ก็หายอีกครับ แล้วต่อไปใครจะมาปลูกต้นไม้ให้เรา เพราะฉะนั้นงบปลูกป่าเป็นเรื่องที่น่าวิตกกังวลเป็นอย่างยิ่ง เพราะว่าตอนปลูกก็ปลูกครบ หรือเปล่ายังไม่รู้เลย แล้วก็ปรากฏว่าป่าไม้มันลดน้อยลง อันนี้ต้องทําอย่างไรครับ นี่คือปัญหา นี่คือสิ่งที่พวกเราต้องตัดลดงบประมาณสําหรับกรมป่าไม้ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และ พันธุ์พืช สําหรับการปลูกป่าทุกปีนะครับ ส่วนกรมที่น่าสงสารที่สุดก็คือกรมควบคุมมลพิษ ท่านประธานครับ กรมควบคุมมลพิษเป็นกรมที่เหนื่อยสุด ไฟป่า ภาคเหนือไฟไหม้ มีหมอก กรมควบคุมมลพิษก็ต้องไปครับ เอารถตุเลง ๆ มีไม่กี่คันไปดูวัดตรวจอากาศที่ภาคเหนือ ยกตัวอย่างเช่นเมื่อ ๒ วันโรงงานบีเอสทีระเบิดเราก็ขอรถตรวจอากาศของกรมควบคุมมลพิษ มาที่จังหวัดระยอง เขาบอกว่าเขาอยู่ที่จังหวัดเชียงใหม่ เหลืออีกประมาณ ๔-๕ วันถึงจะถึง จังหวัดระยอง อย่างนี้ควันมันก็หายหมดแล้ว อากาศที่เป็นพิษมันก็หายหมดแล้ว อันนี้ลําบากมาก เพราะว่าปีนี้ได้งบมาแค่ ๔๐๐ กว่าล้านบาท ก็ไม่รู้จะไปดูอย่างไรครับว่า จะให้กรมควบคุมมลพิษไปดูแลทั้งน้ําเสีย ทั้งอากาศเสีย ตอนนี้หนักที่สุดก็คือคนลักลอบ เอาน้ําเสีย น้ํามลพิษไปทิ้งตามที่ต่าง ๆ บุคลากรก็ไม่มี มีเงินอยู่แค่นี้ แล้วเป็นเงินเดือนอีกด้วย เป็นเงินทุกอย่าง นี่คือปัญหา เพราะฉะนั้นผมก็อยากให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อมตัดงบบางกรม เช่น กรมป่าไม้ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืชพวกนี้ ออกนะครับ ไปดูแลกรมควบคุมมลพิษ ไปดูแลกรมอื่น ๆ ที่มีประโยชน์ประมาณใกล้เคียงกัน ให้ได้นะครับ และตอนนี้ท่านอธิบดีดํารงค์ พิเดช ก็กําลังปราบปรามเต็มที่ อยู่มาอายุ ๕๙ ปี แล้วเพิ่งมาปราบ พอถึงอายุ ๖๐ ปีเพิ่งมาปราบ อีก ๒ เดือนไม่กลัวใครแล้ว รัฐมนตรีสั่งไม่กลัวแล้ว นี่คือสิ่งที่น่าวิตกกังวลเป็นอย่างยิ่งสําหรับข้าราชการ เพราะฉะนั้นก็ฝากว่าทํางบประมาณ แล้วก็ส่งลงไปฝากท่านรัฐมนตรี ฝากสํานักงบประมาณไปดูว่าอันนี้มันมีประโยชน์กับ ประเทศชาติของเราอย่างไร อันนี้ถือว่าเป็นความสําเร็จอย่างสูงสุดที่ให้ประเทศชาติของเรา ได้ประโยชน์มากที่สุด ก็อย่าโกงมาก เพราะว่าการปลูกต้นไม้มันนับต้นไม่ได้ นับจํานวนไร่ไม่ได้ อันนี้ก็คือสิ่งที่สําคัญสําหรับพวกเรา แล้วก็ทราบข่าวว่าปีนี้ ปีหน้าจะได้งบปลูกต้นไม้ อีกหลายหมื่นล้านบาท อันนี้ถือว่าน่าจะทุจริตมากที่สุด นี่คือสิ่งที่ฝากสําหรับงบประมาณ ในปีต่อไป ก็ขออนุญาตตัดลดงบประมาณของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ไว้ ๕ เปอร์เซ็นต์ครับ ขอบคุณมากครับ
ผมจะเชิญ ท่านที่เป็นกรรมาธิการก่อน เชิญท่านนคร มาฉิม ก่อนครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายนคร มาฉิม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะ กรรมาธิการเสียงข้างน้อย ท่านประธานที่เคารพครับ ผมและกรรมาธิการในส่วน ของพรรคประชาธิปัตย์ได้ขอปรับลดงบประมาณรายจ่ายประจําปี พ.ศ. ๒๕๕๖ ของ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมไว้ร้อยละ ๕ ผมขออนุญาตที่จะอธิบายเหตุผล แล้วก็ได้กราบเรียนข้อเท็จจริงหลายประเด็นเพื่อที่จะเป็นการตัดสินใจของท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรติทุกท่านในการที่จะอนุมัติและให้ความเห็นชอบต่อการของบประมาณรายจ่าย ของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ภารกิจของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมนั้น ยิ่งใหญ่มาก กว้างขวางและกระทบต่อวิถีชีวิตของพี่น้องประชาชนทั่วประเทศ โดยเฉพาะ ที่อยู่ใกล้ในเขตป่าไม้ เขตอุทยาน และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า ซึ่งวิถีชีวิตต่าง ๆ เหล่านี้ ที่กระทบก็เพราะว่ามีที่ทํากิน มีที่อยู่อาศัย มีที่ไร่ ที่นา ที่สวน ซึ่งราษฎรได้ครอบครอง ได้ทํากิน ได้อยู่อาศัยกันมาตั้งแต่บรรพบุรุษ บางหมู่บ้านเป็นร้อยปี บางหมู่บ้านหลายร้อยปี บางหมู่บ้าน บางตําบล บางอําเภอ ท่านประธานที่เคารพครับ แม้กระทั่งเขตเทศบาล แม้กระทั่งเขตที่ว่าการอําเภอ เขตตลาด เขตโรงเรียน เขตวัด ยังอยู่ในเขตป่าไม้ ยังอยู่ ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ท่านประธานที่เคารพครับ จะปล่อยให้สภาวะเป็นอยู่แบบนี้ต่อไปหรือครับ ให้คนที่เป็นเจ้าของประเทศ ให้ประชาชนที่เป็นคนไทยอยู่อย่างไร้หลักทรัพย์ อยู่อย่าง ไร้หลักประกัน แล้วก็อยู่อย่างไม่มีความมั่นคงในชีวิตและทรัพย์สินอีกต่อไปหรือครับ ถึงเวลาแล้วหรือยังที่กระทรวงนี้และกรมที่เกี่ยวข้องจะได้พิจารณาหาแนวทางในการที่จะ เพิกถอนเขตป่าที่ทับซ้อนกับคน เขตป่าที่ทับซ้อนกับวัด กับโรงเรียน กับที่สาธารณประโยชน์ ที่ประชาชนควรที่จะได้รับสิทธิโดยชอบ ท่านประธานที่เคารพครับ เพราะกระทรวง เพราะกรมต่าง ๆ ต่างถือกฎหมายคนละฉบับ ความขัดแย้งมันถึงเกิดขึ้นแบบนี้ครับ แบบที่ท่านกรรมาธิการ ท่านวิชัย ขออนุญาตเอ่ยนาม ท่านได้พูดไปเมื่อสักครู่ครับ ท่านประธานว่ามาแสดงเอาตอนที่เกือบจะเกษียณ ผมให้กําลังใจทุกฝ่าย ให้กําลังใจ ข้าราชการที่ปฏิบัติหน้าที่โดยชอบ โดยสุจริตอย่างเต็มที่ แล้วก็อยากจะให้แต่ละท่าน เจริญก้าวหน้าในหน้าที่การงานของท่าน แต่ต้องการให้หน่วยงานและสถาบัน รวมไปถึง กระทรวงและกรมต่าง ๆ ได้มาบูรณาการ มาบริหารจัดการว่าถึงเวลาแล้วที่จะเคารพสิทธิ ของประชาชนอันแท้จริงเสียที เพิกถอนไปเถอะครับ อันไหนที่เป็นเขตป่าแล้วทับซ้อนอยู่กับ ที่อยู่ที่อาศัย ที่ทํากิน ที่วัด ที่โรงเรียน ที่อําเภอ ที่เทศบาล เพิกถอนเลยทั้งประเทศ เพื่อให้ประชาชนได้อยู่อย่างภาคภูมิใจในฐานะที่เป็นเจ้าของประเทศ แต่ท่านกลับนิ่ง กลับเพิกเฉย แล้วก็ไม่เคยขับเคลื่อนเรื่องนี้เลย จึงเป็นเหตุผลหนึ่งในการขอปรับลด งบประมาณ
ประเด็นที่ ๒ ท่านประธานที่เคารพครับ อันที่จริงแล้วท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงท่านมีวิสัยทัศน์ มีความรู้ความสามารถ เข้าใจปัญหาดีมาก แต่ว่าทําไมจึงยัง ไม่มีการขับเคลื่อนเรื่องการอนุญาตใช้พื้นที่ป่าที่เป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาประเทศและ แก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน ถ้าเกิดว่าท่านประธานและท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรติหลายท่านที่มีเขตเลือกตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นป่าไม้ อุทยาน อนุรักษ์ ต่อให้มีงบประมาณ ต่อให้มีความพร้อมที่จะไปกักเก็บน้ําสักที่หนึ่งเพื่อเอาไว้ใช้ในการอุปโภค บริโภค หรือเพื่อการเกษตร หรือว่าสร้างอ่างเพื่อที่จะทําประโยชน์ให้เกิดขึ้นกับ คนทั้งประเทศ การขออนุญาตใช้พื้นที่ยากที่สุด แล้วก็เป็นปัญหาที่สุด ทั้งอ่างขนาดเล็ก ขนาดกลาง ขนาดใหญ่ ที่อยู่ตามลุ่มน้ําสาขา หรือว่าแหล่งต้นน้ําต่าง ๆ อันนี้คืออุปสรรค อย่างแท้จริงในการพัฒนาประเทศครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ถ้าเกิดว่าท่าน ไม่บูรณาการอย่างจริงจังในการที่จะปรับปรุงแก้ไขข้อบทกฎหมาย ปล่อยให้กฎหมาย บางอย่าง บางฉบับ เป็นอุปสรรคต่อการแก้ไขปัญหาทุกข์ร้อนของประชาชนอยู่แบบนี้ ก็ไม่ควรที่จะได้รับการจัดสรรงบประมาณ ท่านประธานที่เคารพครับ ถึงเวลาแล้วครับ ที่จะต้องเอาความทุกข์ร้อน เอาปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนมาสู่การแก้ไขโดยผ่าน สภาแห่งนี้ครับ แต่ท่านไม่เคยจัดการเลย ท่านไม่เคยดําเนินการใด ๆ เลย แล้วก็เวลา ขออนุญาตต่าง ๆ ยากมากที่สุด จึงกลายเป็นอุปสรรคเสียเองต่อการพัฒนาประเทศ จึงเป็นเหตุผลที่ ๒ ที่ผมและกรรมาธิการในเสียงข้างน้อยขอปรับลดงบประมาณร้อยละ ๕
เรื่องสุดท้ายครับ ขออนุญาตเพิ่มเติมจากที่ท่านกรรมาธิการท่านวิชัย ได้กราบเรียนท่านประธานไปก่อนหน้านี้ก็คือเราไม่ต้องการให้กระทรวงนี้เป็นกระทรวง ซึ่งมีภารกิจสําคัญ แต่ในอดีตที่ผ่านมานั้นมีการทุจริตคอร์รัปชันเยอะมาก ผมยกตัวอย่าง แล้วก็ผมเป็นผู้ร้องคนแรกเลยต่อคณะกรรมาธิการ ป.ป.ช. โดยการนําของท่านวิลาศ จันทร์พิทักษ์ ท่านประธานคณะกรรมาธิการสามัญประจําสภาผู้แทนราษฎรในขณะนั้น เพื่อให้ตรวจสอบฝายแม้ว ท่านประธานที่เคารพครับ ฝายแม้วสภาแห่งนี้ได้อนุมัติ งบประมาณไปประมาณ ๕,๐๐๐ ล้านบาท ตั้งโครงการไว้ทั้งหมดประมาณ ๑๒๐,๐๐๐ แห่ง อนุมัติจากสภาแห่งนี้ฝายละ ๕,๐๐๐ บาท เวลาเอาไปทําจริงเหลือฝายละ ๕๐๐ บาท ฝายละ ๑,๐๐๐ บาท ฝายละ ๑,๕๐๐ บาท ตอนนี้เรื่องยังค้างอยู่ที่ ป.ป.ช. แต่ผมต้องชื่นชม ท่านอธิบดีท่านปัจจุบัน ท่านมาแสดงวิสัยทัศน์เห็นถึงศักยภาพ เห็นถึงข้อมูล แล้วก็พร้อม ที่จะมาบูรณาการแหล่งน้ําทั้ง ๒๕ ลุ่มน้ํา เขื่อนต่าง ๆ ท่านปรากฏแล้วก็ฉายภาพ ให้คณะกรรมาธิการได้เห็น และผมเชื่อมั่นในตัวท่านอธิบดีและตัวรัฐมนตรีว่า ท่านจะขับเคลื่อนเรื่องนี้ได้ แต่ขออย่างเดียวว่ากระบวนการในการทุจริตคอร์รัปชัน ทุกรูปแบบท่านจะต้องสะสาง ท่านจะต้องไม่ให้มีขึ้น และท่านจะต้องเอาจริงเอาจัง รวมไปถึงที่ผมได้ตรวจสอบและเคยอภิปรายในสภาแห่งนี้มาแล้วก็คือ ถ้าเกิดว่าข้าราชการ หรือท่านอธิบดีของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืชไปรื้อรีสอร์ทอื่นทั่วประเทศ ถ้าอยู่ผิดกฎหมายผมสนับสนุนท่านเลยทําเลยทําให้เต็มที่ แต่อย่าเลือกปฏิบัติ รวมไปถึง ที่จังหวัดเชียงราย ที่จังหวัดอื่น ๆ ด้วย ผมต้องการให้ท่านดําเนินการอย่างเด็ดขาด อย่างจริงจัง ปกป้องผลประโยชน์ของส่วนรวม แต่ที่ราษฎรได้อยู่ได้อาศัยได้ทํากิน ด้วยความสงบ เปิดเผย และมีเจตนาเป็นเจ้าของอยู่กันมาหลายชั่วชีวิตคน หลายชั่วอายุคน แล้วให้สิทธิเขาไปเถอะครับท่านประธาน แต่เพราะท่านไม่ทํา ผมและเพื่อนกรรมาธิการ เสียงข้างน้อยจึงขอปรับลดร้อยละ ๕ กราบขอบพระคุณครับ
ท่านนุกูล แสงศิริ และตามด้วยท่านบุญเลิศครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม บุญเลิศ ไพรินทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดฉะเชิงเทรา พรรคประชาธิปัตย์
ท่านบุญเลิศครับ เดี๋ยวท่านต่อจากท่านนุกูลครับ ผมให้ท่านนุกูลก่อนแล้วก็ตามด้วยท่านบุญเลิศครับ ผมให้ท่านนุกูลก่อนครับ
นุกูลก่อนหรือครับ
ครับ แล้วค่อย ตามด้วยท่านครับ
โอเคครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม พันตํารวจโท นุกูล แสงศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครสวรรค์ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมได้ขอปรับลดงบประมาณของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อม ๔ เปอร์เซ็นต์จากวงเงินงบประมาณ ๓๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท สาเหตุที่ผมต้อง ขอปรับลดงบประมาณ ท่านประธานครับ มีอยู่ ๒-๓ ประเด็น
ประเด็นแรก ในเรื่องของการเบิกจ่ายงบประมาณ ผมเป็นกรรมาธิการติดตาม การบริหารงบประมาณของสภาผู้แทนราษฎรได้ตรวจสอบการทํางานของกระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พบว่ามีปัญหาในเรื่องการเบิกจ่ายเงินงบประมาณล่าช้า โดยเฉพาะปี ๒๕๕๕ ซึ่งกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้งบประมาณไป ๒๕,๐๐๐ ล้านบาท จนบัดนี้เหลืออีก ๑ เดือนเศษ ซึ่งงบประมาณจะต้องเบิกจ่ายให้แล้วเสร็จ ภายในวันที่ ๓๐ กันยายน กลับพบว่าการเบิกจ่ายยังล่าช้าอยู่ ในส่วนนี้คงต้องขอสอบถาม คณะกรรมาธิการวิสามัญว่าท่านได้มีการสอบถามปัญหาอุปสรรคใด ๆ ของกระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมหรือไม่ โดยเฉพาะปี ๒๕๕๖ ท่านประธานครับ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้งบประมาณเพิ่มขึ้น ๔,๐๐๐ กว่าล้านบาท ปี ๒๕๕๖ ได้ ๓๐,๙๒๒ ล้านบาท ในส่วนนี้ผมขออนุญาตที่จะสอบถาม จากคณะกรรมาธิการว่าท่านได้กําชับให้มีการเบิกจ่ายได้ครบถ้วนหรือไม่ อย่างไร
ในส่วนที่ ๒ เหตุผลในการขอปรับลดก็ในเรื่องโครงการมีความซ้ําซ้อน แล้วก็มีการเปลี่ยนโอนงบประมาณ ในเรื่องโครงการซ้ําซ้อนนั้นพวกเราได้ตั้งข้อสังเกตในเรื่อง การมีการตั้งโครงการที่มีความซ้ําซ้อนกันหลายหน่วยงาน แต่ต้องกราบเรียนท่านประธานอย่างนี้ว่า จังหวัดนครสวรรค์คราวที่แล้วเป็นพื้นที่น้ําท่วมเช่นเดียวกัน มีการเสนอโครงการซ้ําซ้อน โดยเฉพาะเมื่อน้ําท่วมแล้วไม่ว่าจะกรมชลประทานก็ดี กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมโดยเฉพาะกรมทรัพยากรน้ําได้ให้ท้องถิ่นได้เสนอโครงการต่าง ๆ มา ซ้ําซ้อนเป็นจํานวนมาก แต่สุดท้ายเงินงบประมาณก็ไม่มีไปแก้ไขปัญหาให้กับ พี่น้องชาวจังหวัดนครสวรรค์ โดยเฉพาะในเรื่องนี้ต้องขออนุญาตที่จะทําการปรับลด งบประมาณ เพราะว่าท่านไม่ได้ดําเนินโครงการตามที่ความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน
ประการสุดท้ายครับ ผมใช้เวลาไม่มากในเรื่องการเปลี่ยนโอนวงเงิน งบประมาณ ที่ผ่านมาก็ตรวจสอบว่ามีการเปลี่ยนโอนงบประมาณหลายกระทรวง ถ้ามีเหตุผล ก็คงไม่มีปัญหาอะไร มีบางหน่วยงานที่การเปลี่ยนแปลงโครงการนั้นก็ไม่สมกับเหตุผลหรือ ความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ทั้งหมด ๒-๓ ประเด็นที่ผมขออนุญาตที่จะต้อง ขอปรับลด ๔ เปอร์เซ็นต์ แต่เมื่อมาดูคณะกรรมาธิการวิสามัญที่ได้ทํางาน ๗๐ วัน ปรับลดไปแล้ว ๘๖๖ ล้านบาท ผมไม่ติดใจครับท่านประธาน ขอบคุณครับ
เชิญท่านบุญเลิศครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ กราบเรียน ๒ ครั้งแล้วนะครับ เคารพท่านมากครับ ผม บุญเลิศ ไพรินทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดฉะเชิงเทรา พรรคประชาธิปัตย์ ผมขอสงวนคําแปรญัตติไว้เกี่ยวกับเรื่องสิ่งแวดล้อม ปัญหาของสิ่งแวดล้อมมันจะกระทบ ๒ กระทรวง คือ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรมควบคุมมลพิษ และสํานักงานนโยบายและแผน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รวมทั้งกรมโรงงานอุตสาหกรรมที่รับผิดชอบเกี่ยวกับ เรื่องมลพิษในอุตสาหกรรม ในกระทรวงอุตสาหกรรม เพราะฉะนั้นผมจะพูดมาตรา ๑๓ รวมไปถึงมาตรา ๒๔ ด้วยเลย ผมจะพูดครั้งเดียว ผมจะไม่พูด ๒ ครั้งเพราะว่ามันเป็นเรื่อง ปัญหาของสิ่งแวดล้อมของประเทศในภาพรวม ท่านประธานที่เคารพครับ บ้านเรานี้ ประเทศไทยนี้ให้ความสําคัญกับเรื่องมลพิษจากขยะ ทั้งที่ไม่เป็นพิษและที่เป็นพิษ ที่ไม่เป็นพิษนี้ก็ยังสร้างปัญหาในเรื่องสุขภาพอนามัย ซึ่งจริง ๆ แล้วรัฐธรรมนูญ มาตรา ๖๗ เขาให้ความสําคัญกับสิ่งแวดล้อมมาก เรื่องผลกระทบของสิ่งแวดล้อม นอกจากผลกระทบ ของสิ่งแวดล้อมแล้วก็ยังบอกว่าให้ประเมินผลกระทบทางด้านสุขภาพด้วย ผมอยากจะ กราบเรียนถามคณะกรรมาธิการวิสามัญได้เชิญรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมก็ดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมก็ดี และกระทรวงที่ถูกผลกระทบ ก็คือกระทรวงสาธารณสุข กระทรวงเหล่านี้ ผมถามคณะกรรมาธิการว่าท่านได้สอบถามรัฐมนตรีต่าง ๆ ดังที่ผมกราบเรียนไปแล้วว่า ท่านได้มีการศึกษาค้นคว้า วิเคราะห์ วิจัยผลกระทบของสิ่งแวดล้อมของขยะชุมชน ซึ่งเต็มบ้านเต็มเมืองขณะนี้ เอาง่าย ๆ ที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยานี่ครับ เอาขยะชุมชนไปกองไว้ ยาวประมาณหลายกิโลเมตร ๔๐๐,๐๐๐-๕๐๐,๐๐๐ ล้านตัน ถามรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงสาธารณสุขในฐานะที่ท่านรับผิดชอบเรื่องสุขภาพอนามัยของคนประเทศนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ซึ่งท่านเป็น ส.ส. อยู่เขตนั้น ท่านไม่เดือดเนื้อร้อนใจ เลยหรือครับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กระทบทางด้านสุขภาพอนามัย ของประชาชน ที่บ้านผมจังหวัดฉะเชิงเทราเหมือนกัน มีคนร้องเรียนมามากมาย ขยะชุมชน ของเทศบาลเมืองกองเป็นภูเขาเลากา ส่งกลิ่นเหม็นไปทั่วเมือง ร้องมาจากนครเนื่องเขต ขยะเต็มบ้านเต็มเมือง แล้วก็โรงไฟฟ้ากําลังจะเกิดในนครเนื่องเขตเหมือนกัน เรื่องสภาวะ แวดล้อมกําลังจะกระทบประชาชนคนจังหวัดฉะเชิงเทราเป็นอย่างยิ่ง ถ้าท่านประธาน ได้ติดตามข่าวคราวเกี่ยวกับเรื่องการลักลอบเอาน้ําเสียอุตสาหกรรมที่เป็นพิษไปทิ้งที่ อําเภอพนมสารคาม อําเภอสนามชัยเขต บ้านผม ที่จังหวัดสมุทรปราการ และที่ไหน ๆ อีกเยอะแยะมากเลยครับ มันก่อให้เกิดอันตรายต่อน้ํา ดิน แล้วก็อากาศ เป็นพิษทั้งนั้น และเป็นอันตรายต่อมนุษย์และสรรพสัตว์ทั้งหลาย รวมทั้งพืช เพราะฉะนั้นผมคิดว่า คณะกรรมาธิการจะต้องมอง เวลาเราจะจัดสรรงบประมาณต้องคํานึงถึงว่านโยบาย ในเรื่องของการควบคุม ติดตาม ป้องกันมลพิษทั้งหลายอันเนื่องมาจากขยะชุมชนก็ดี ขยะอุตสาหกรรมก็ดีนี่ มันได้ผลจริงหรือเปล่า เมื่อกําหนดนโยบายด้านสิ่งแวดล้อมไปแล้ว ได้นําเอานโยบายนี้ไปปฏิบัติได้จริงจังแค่ไหน และมีการประเมินผลนโยบายหรือไม่ ผมคิดว่าคณะกรรมาธิการจะต้องทํางานหนักกว่านี้ ควรจะต้องสอบถามหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรมควบคุมมลพิษมีหน้าที่ไม่ใช่เที่ยวไปไล่จับหรอกครับ มีหน้าที่ ที่จะศึกษาค้นคว้า วิเคราะห์ วิจัย เพื่อเสนอแนะให้สํานักงานนโยบายทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมนี้นําเข้าสู่คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติเพื่อป้องกัน เพื่อปราบปราม ไม่ให้เกิดมลพิษทางน้ํา ทางดิน ทางอากาศ ซึ่งมีปัญหาอยู่อย่างมากในประเทศนี้ ประเทศ ที่เขาเจริญแล้วเขาให้ความสําคัญกับเรื่องสิ่งแวดล้อมเป็นอย่างยิ่ง เขาบอกว่าอเมริกา ยุโรป เขาไม่ให้ทําโรงต้มกระดาษเพราะว่าโรงต้มกระดาษนี้จะสร้างมลพิษทางน้ําเป็นอย่างยิ่ง ทางดินเป็นอย่างยิ่ง เพราะฉะนั้นกระดาษที่มาจากยุโรป อเมริกา ออสเตรเลียจะถูก แต่ว่าประเทศไทยมีโรงต้มกระดาษเป็นจํานวนมากและได้สร้างปัญหามลพิษทางน้ํา เป็นอย่างยิ่ง เดี๋ยวปลาลอยตายที่โน่นลอยตายที่นี่ ผมว่าประเทศไทยเป็นประเทศ ที่น่าสงสารที่สุดในเรื่องของมลพิษ
อีกกรมหนึ่งคือกรมโรงงานอุตสาหกรรม ผมกราบเรียนท่านประธานแล้วว่า ผมจะพูดมาตรา ๑๓ โยงไปถึงมาตรา ๒๔ เลย แล้วผมจะไม่พูดอีกเมื่อถึงมาตรา ๒๔ ก็คือ กรมโรงงานอุตสาหกรรม ปล่อยให้มีการฝังกลบขยะอุตสาหกรรมที่มีพิษ โดยปกติแล้วก่อนจะฝังกลบมันจะต้องทําเขาเรียกว่านิวทรัลไลซ์ (Neutralize) ก็คือทําให้มัน เป็นกลาง ไม่มีพิษเสียก่อนแล้วถึงเอาไปกลบ แล้วถึงจะปล่อยน้ําลงแม่น้ําลําคลอง ต้องทําให้ มันเป็นน้ําที่ไม่มีพิษเสียก่อน ขยะโซลิด เวสท์ (Solid waste) ให้มันไม่มีพิษเสียก่อนแล้วถึงฝัง แต่ว่ากรมโรงงานอุตสาหกรรมไม่สามารถแก้ปัญหาเหล่านี้ได้เลย โยงไปถึงอุตสาหกรรมจังหวัด ทั่วประเทศได้ก่อให้เกิดปัญหามลพิษทั้งในน้ํา ทั้งในดิน ทั้งในอากาศ ท่านประธานที่เคารพ จังหวัดระยอง มาบตาพุดนี่ทุกโรงงานบอกว่าได้มาตรฐานคือว่ากําจัดมลพิษทางอากาศได้หมด แต่กรมควบคุมมลพิษหรือกรมโรงงานอุตสาหกรรมก็ดีนี่ลืมไปว่าเมื่อโรงงานทั้งหลาย รวมกันเข้าแล้วมันมากกว่ามาตรฐาน ไม่มีใครคุมตรงนี้ครับ ประชาชนอยู่ในชุมชน ๒๕ ชุมชน เป็นโรคทางเดินหายใจ เป็นมะเร็ง โรคปอด โรคอะไรต่าง ๆ มากมายนะครับ จากการศึกษาค้นคว้า วิเคราะห์วิจัยของนักวิชาการจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จากกระทรวงสาธารณสุข เหล่านี้กระผมจึงได้ขอตัดงบประมาณของกรมควบคุมมลพิษกับสํานักนโยบายและแผน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมหน่วยละ ๕ เปอร์เซ็นต์ ส่วนกรมที่ล้มเหลว ความล้มเหลวของกรมโรงงานอุตสาหกรรมที่ไม่สามารถควบคุมและตรวจสอบโรงงาน อุตสาหกรรมให้ปลอดจากมลพิษได้อย่างแท้จริงนั้นผมขอตัด ๘ เปอร์เซ็นต์ อันนี้ก็อยากจะ กราบเรียนว่าเหตุผลเพราะอะไร เพราะว่าหน่วยงานเหล่านี้ที่บอกบูรณาการ บูรณาการ ต่างคนต่างอยู่ ต่างคนต่างทํา ต่างคนต่างปล่อยปละละเลย ไม่ได้มีใครที่จะควบคุมติดตาม ประเมินผลว่ามันได้ผลมากน้อยเพียงใดในเรื่องของการควบคุมมลพิษ เพราะฉะนั้น ก็ขอตัดดังที่กราบเรียนแล้ว ขอขอบพระคุณครับ
ขอบคุณครับ ท่านเก่งนะครับไปทีละ ๒-๓ กระทรวงได้เลย ไม่มีผู้อภิปราย ผมขอปิดอภิปรายนะครับ เชิญครับ
ผมขออนุญาตนิดหนึ่งครับ ในส่วนของผม เดี๋ยวไปถึงกระทรวงสาธารณสุขผมขออนุญาตใช้สิทธิตอบท่านสมาชิกผู้อาวุโสนะครับ
ไม่เป็นไร รวบรวมไว้ ขอมติเลยนะ
(นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร มีสัญญาณให้สมาชิก ที่มาประชุมทราบก่อนทําการตรวจสอบองค์ประชุมและลงมติ)
เชิญท่านสมาชิก ข้างนอกเข้าห้องประชุมเพื่อลงมติครับ ท่านสมาชิกครับ ก่อนลงมติขออนุญาตตรวจสอบ องค์ประชุมครับ ถ้าพร้อมก็แสดงตนได้เลยนะครับ แสดงตนได้เลยครับ เชิญครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)
เรียบร้อยนะครับ ส่งผลได้เลยครับ ผู้เข้าประชุม ๓๐๐ ท่าน ครบองค์ประชุม
ขอมติเลยครับ มติสั้น ๆ ครับ เห็นด้วยกับกรรมาธิการเสียงข้างมากหรือไม่ครับ ใช้สิทธิได้เลยครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)
ท่านที่ใช้สิทธิแล้ว อย่าเพิ่งออกจากห้องประชุมนะครับ เพราะว่ามาตรา ๑๔ รู้สึกจะไม่มีผู้ขออภิปรายครับ มาตรา ๑๔ กับมาตรา ๑๕ ครับ ก็อย่าเพิ่งไปไหนครับ เรียบร้อยนะครับ ปิดการลงคะแนน ส่งผลได้เลยครับ มตินะครับ เห็นด้วย ๒๘๔ ไม่เห็นด้วย ๙๖ ถือว่าที่ประชุมเห็นชอบ ตามกรรมาธิการเสียงข้างมากครับ
เชิญท่านเลขาธิการต่อเลยครับ
มาตรา ๑๔ กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร มีการแก้ไข มีกรรมาธิการขอสงวนความเห็นและมีผู้แปรญัตติขอสงวนคําแปรญัตติ
ไม่มีผู้อภิปราย ขอปิดการอภิปรายนะครับ ขอมติเลยครับ มติเห็นด้วยกับกรรมาธิการเสียงข้างมากหรือไม่ ใช้สิทธิได้เลยครับ เชิญครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)
เรียบร้อยนะครับ ปิดการลงคะแนนครับ ส่งผลได้เลยครับ มติเห็นด้วย ๒๘๗ ไม่เห็นด้วย ๗๔ ถือว่าที่ประชุม มีมติเห็นชอบตามกรรมาธิการเสียงข้างมากครับ
เชิญท่านเลขาธิการต่อครับ
มาตรา ๑๕ กระทรวงพลังงาน มีการแก้ไข มีกรรมาธิการ ขอสงวนความเห็นและมีผู้แปรญัตติขอสงวนคําแปรญัตติครับ
ไม่มีผู้อภิปราย ผมขอมติเลยนะครับ มติครับ เห็นด้วยกับกรรมาธิการเสียงข้างมากหรือไม่ครับ ใช้สิทธิได้เลยครับ เชิญครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)
เรียบร้อยนะครับ ปิดการลงคะแนนครับ ส่งผลได้เลยครับ มติเห็นด้วย ๒๘๖ ไม่เห็นด้วย ๘๖ ถือว่าที่ประชุม มีมติเห็นชอบตามกรรมาธิการเสียงข้างมากครับ
เชิญท่านเลขาธิการต่อเลยครับ
มาตรา ๑๖ กระทรวงพาณิชย์ มีการแก้ไข มีกรรมาธิการขอ สงวนความเห็นและมีผู้แปรญัตติขอสงวนคําแปรญัตติครับ
มาตรานี้ มีผู้แสดงเจตจํานงที่จะขออภิปราย ๓ ท่านครับ ท่านแรกท่านอภิรักษ์ โกษะโยธิน ท่านนคร ใช้สิทธิอภิปรายใช่ไหมครับ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายนคร มาฉิม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะกรรมาธิการเสียงข้างน้อย ท่านประธานที่เคารพครับ ในส่วนของผมและ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรรมาธิการเสียงข้างน้อยของพรรคประชาธิปัตย์ ได้ขอปรับลด งบประมาณของกระทรวงพาณิชย์ที่ขอมาร้อยละ ๕ ของงบประมาณที่ขอปี ๒๕๕๖ ขออนุญาตแสดงเหตุผลไม่มากครับท่านประธาน ด้วยความเคารพแล้วก็เกรงใจในเวลาของ สภาแห่งนี้ แต่สิ่งที่ผมละเลยไม่ได้ แล้วก็เห็นว่ากระทรวงพาณิชย์นั้นไม่มีการเอาจริงเอาจัง ในการที่จะป้องกันการผูกขาดทางการค้า และกระทรวงพาณิชย์ไม่ดําเนินการตามมาตรการ ทางกฎหมายอย่างจริงจังในการที่จะป้องกันการผูกขาดเลย กฎหมายว่าด้วยการป้องกัน การผูกขาดทางการค้าไม่มีผลในทางปฏิบัติเลยครับท่าน ๑๐ กว่าปีที่มีผลบังคับใช้มา จึงปล่อยให้ผู้ค้ารายย่อย โชห่วย และผู้ประกอบการขนาดเล็กตกอยู่ในเงื้อมมือ ของผู้ประกอบการขนาดใหญ่ไม่กี่ราย เราจะปล่อยให้ภาวการณ์ของบ้านเมืองเป็นไปแบบนี้หรือครับ ท่านประธานครับ เราปล่อยให้ห้างทั้งในประเทศและข้ามชาติเข้ามาผูกขาดทางการค้า จนหมดสิ้นอย่างนั้นหรือครับ แล้วไม่ปล่อยหรือไม่เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการรายย่อย ได้มีโอกาส ได้มีที่ยืน เพื่อที่จะให้ผู้ประกอบการรายย่อย ซึ่งส่วนใหญ่คือประชาชนคนยากคนจนและยังมีหนี้สินอยู่ ท่านประธานที่เคารพ พอผมไปดูประกาศของกระทรวงพาณิชย์ที่ออกตามกฎหมาย ว่าด้วยการป้องกันการผูกขาดทางการค้า ท่านกําหนดไว้เลยครับบอกว่าจะต้องมีปริมาณการค้า ไม่น้อยกว่าปีละ ๑,๐๐๐ ล้านบาท แล้วก็จะต้องมีส่วนในการค้า ๕๐ เปอร์เซ็นต์ของประเทศ ในโลกนี้มีที่ไหนครับท่านประธาน ในโลกนี้มีที่ไหนที่ผู้ประกอบการค้ารายเดียวแล้วสามารถ ที่จะทําการค้าได้ครึ่งประเทศในสินค้านั้น ๆ มันไม่มีครับ เพราะฉะนั้นผลในทางปฏิบัติของ กระทรวงพาณิชย์ ของกรมต่าง ๆ ในกระทรวงพาณิชย์จึงไม่สามารถที่จะบังคับใช้กฎหมาย ว่าด้วยการป้องกันการผูกขาดทางการค้าได้เลย สภาพการณ์จึงปล่อยให้ผู้ประกอบการ ขนาดย่อยเป็นลูกมือ แล้วผู้ประกอบการขนาดเล็กกลายเป็นผู้ที่อยู่ใต้อุ้งมือของ ผู้ประกอบการรายใหญ่เกือบทั้งสิ้นเลย ไม่มีโอกาสที่จะลืมตาอ้าปาก เป็นลูกไก่ในกํามือ จริง ๆ จะบีบก็ตายจะคลายก็รอด แต่เขาจะเลี้ยงไว้ไม่ให้โต บอนไซ (Bonsai) ไว้แบบนี้ เพื่ออะไรครับ เพื่อที่จะเป็นฐานให้กับผู้ประกอบการรายใหญ่ที่มีธุรกิจทางการค้าทั้งในชาติ แล้วก็บริษัทข้ามชาติที่มาร่วมกันผูกขาดกันต่อไปอย่างไรครับ แล้วรัฐบาลหรือว่าข้าราชการ ในกระทรวงพาณิชย์ที่มีตําแหน่งหน้าที่ มีอํานาจนี่จะปล่อยให้มีการผูกขาดทางการค้าแบบนี้ ต่อไปหรือครับท่านประธานที่เคารพ เพราะฉะนั้นด้วยความที่ไร้ประสิทธิภาพและ ไม่ดําเนินการตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันการผูกขาดทางการค้าอย่างจริงจัง ผมและคณะกรรมาธิการในส่วนของพรรคประชาธิปัตย์จึงขอปรับลดร้อยละ ๕ กราบขอบพระคุณครับ
เชิญท่านอภิรักษ์ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม อภิรักษ์ โกษะโยธิน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ผมได้สงวนคําแปรญัตติในมาตรา ๑๘ กระทรวงพาณิชย์ โดยตัดงบประมาณ ๘ เปอร์เซ็นต์ จากงบประมาณในปี ๒๕๕๖ งบประมาณทั้งหมดประมาณ ๗,๔๓๐ ล้านบาท ประเด็นที่ผมได้อภิปรายที่จะตัดงบประมาณในเรื่องของกระทรวงพาณิชย์มี ๓ ประเด็น ที่มีความสําคัญก็คือ
ประการที่ ๑ การจัดสรรงบประมาณของกระทรวงพาณิชย์ไม่สอดคล้องกับ ยุทธศาสตร์ในการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจของประเทศ
ประการที่ ๒ ก็คือความล้มเหลวของนโยบายในการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ ปากท้องให้กับพี่น้องประชาชน ซึ่งถือว่ามีความสําคัญสูงสุดในทุกครั้งที่เรามีโอกาสได้พบปะ พูดคุยกับพี่น้องประชาชนว่าเป็นความเดือดร้อน รวมถึงปัญหาในเรื่องของราคาสินค้าเกษตรตกต่ํา ซึ่งเป็นความล้มเหลวของนโยบายของรัฐบาลและของกระทรวงพาณิชย์
ประการที่ ๓ ก็คือการจัดสรรงบประมาณไม่เหมาะสม ไม่มีประสิทธิภาพ และไม่โปร่งใส ผมอยากอภิปรายถึงท่านประธานคณะกรรมาธิการใน ๓ เรื่องด้วยกัน
เรื่องที่ ๑ คือในเรื่องของเศรษฐกิจปากท้องข้าวของแพง ที่เราเรียกกันว่า แพงทั้งแผ่นดิน ซึ่งเป็นเรื่องที่กระทบกับพี่น้องประชาชนเป็นหลัก ถ้าท่านประธานได้ไป ตรวจสอบในเรื่องค่าครองชีพ ซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายของพี่น้องประชาชนก็จะพบว่าในรายจ่าย ครัวเรือนของพี่น้องประชาชนที่ประสบปัญหาอยู่วันนี้ ค่าใช้จ่ายส่วนใหญ่จะเป็นค่าใช้จ่าย ในเรื่องของอาหารการกิน ค่าเดินทาง เฉลี่ยประมาณ ๑๕,๐๐๐ บาท ถึง ๑๖,๐๐๐ บาท ต่อเดือน ซึ่งจากการสํารวจโดยทีมงานพาณิชย์เงาของพรรคประชาธิปัตย์ และพบปะพูดคุย กับพี่น้องประชาชนทั่วทั้งประเทศก็จะพบว่ารัฐบาลได้มีนโยบายในเรื่องของการที่ได้หาเสียง แล้วก็เป็นนโยบายที่สําคัญที่ผลกระทบต่อค่าครองชีพของพี่น้องประชาชนในหลายประการ ด้วยกัน
ประการที่ ๑ ก็คือนโยบายในเรื่องของการปรับโครงสร้างราคาพลังงาน ซึ่งเป็นนโยบายที่ทําให้ราคาน้ํามัน ราคาก๊าซ หรือรวมไปถึงน้ํามันดีเซล ซึ่งถือว่าเป็นต้นทุน ในเรื่องของการขนส่งสูงขึ้นซึ่งก็ส่งผลกระทบในเรื่องของค่าใช้จ่าย ในเรื่องของค่าเดินทาง ค่าใช้จ่ายในเรื่องของการปรับตัวของราคาสินค้าและบริการ ซึ่งตรงนี้ก็สะท้อนให้เห็นถึง ค่าใช้จ่ายครัวเรือน ทั้งค่าอาหารและค่าเดินทางรวมกันประมาณ ๕๕ เปอร์เซ็นต์ ประการที่มีความสําคัญก็คือแม้ว่าอาจจะไม่ใช่เรื่องของกระทรวงพาณิชย์โดยตรง แต่ในฐานะ ที่กระทรวงพาณิชย์ซึ่งมีหน่วยงานหลัก ไม่ว่าจะเป็นกรมการค้าภายในที่จะต้องดูแลในเรื่อง ของการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจปากท้องให้กับพี่น้องประชาชนกลับไม่ดําเนินการทํางาน เชิงรุกแล้วก็บูรณาการทํางานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพราะฉะนั้นผลกระทบที่เกิดขึ้น ก็จะทําให้ราคาสินค้าได้ปรับตัวสูงขึ้นตั้งแต่ช่วงปลายปีที่ผ่านมา ส่วนหนึ่งรัฐบาลก็ออกมา แถลงว่าเป็นเรื่องที่พี่น้องประชาชนคิดไปเอง เป็นเรื่องที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาน้ําท่วม แต่ว่าถ้าเราไปสํารวจในเรื่องของราคาพืชผลทางด้านการเกษตร ไปสํารวจในเรื่องของราคาหมู ราคาไก่ ไข่ไก่ ผัก มะนาว ราคาข้าวแกง ซึ่งพี่น้องประชาชนที่ยากจนต้องบริโภคทุกวัน ก็จะพบว่ากระทรวงพาณิชย์ไม่ได้มีมาตรการเชิงรุกในการเข้าไปแก้ไขปัญหาที่ต้นทาง แต่กลับไปใช้นโยบายผลักดันในเรื่องของการแก้ไขปัญหาที่ปลายเหตุ ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของ นโยบายการแก้ไขปัญหาด้วยโครงการธงฟ้า แล้วก็ที่สําคัญที่ผมอยากที่จะอภิปราย เป็นประเด็นที่มีความสําคัญในการที่ตัดลดงบประมาณของกระทรวงพาณิชย์ ๘ เปอร์เซ็นต์ ก็คือนโยบายโครงการร้านถูกใจซึ่งเป็นโครงการที่ริเริ่มโดยรัฐบาลและรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงพาณิชย์ ซึ่งเป้าหมายที่ได้แถลงไว้กับคณะรัฐมนตรีแล้วก็ทําให้พี่น้องประชาชน มีความหวังว่าโครงการร้านถูกใจจะเป็นนโยบายที่สําคัญที่จะช่วยแก้ไขปัญหาให้กับ พี่น้องประชาชนในภาพรวมทั้งหมด ซึ่งจะลดภาระค่าใช้จ่ายได้ทั้งหมด ๓๖,๐๐๐ ล้านบาท มีเป้าหมายที่จะเปิดร้านค้าโครงการถูกใจทั้งหมด ๑๐,๐๐๐ แห่ง หรือที่เรียกกันว่า ๑ ชุมชน ๑ ร้าน มีเป้าหมายที่แถลงไว้ในเดือนเมษายนว่าจะเปิดร้านค้าถูกใจให้ได้ ๑๐,๐๐๐ ร้าน ๒,๐๐๐ ร้านในกรุงเทพมหานคร และอีก ๘,๐๐๐ ร้านทั่วทั้งประเทศ แต่ท่านประธาน กรรมาธิการทราบไหมครับว่าทางคณะกรรมาธิการการพัฒนาเศรษฐกิจได้เรียนเชิญ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะอย่างยิ่งทางกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์มาชี้แจง โครงการว่ามีความมั่นใจที่จะช่วยแก้ไขปัญหาให้พี่น้องประชาชน โดยโครงการร้านถูกใจ ก็จะประกอบไปด้วยสินค้าทั้งหมดประมาณ ๒๐ กว่ารายการ เช่น ข้าว น้ํามัน น้ําตาล หมู เห็ด เป็ด ไก่ รวมไปถึงสินค้าอุปโภคบริโภคที่มีความจําเป็น แล้วขายที่ราคาถูกกว่า ๒๐ เปอร์เซ็นต์ แต่ว่าหลังจากที่โครงการดําเนินการผ่านไปแล้ว ทางกรรมาธิการได้ลงพื้นที่ ตรวจสอบก็จะพบว่าระยะเวลาผ่านไปแล้วเกือบ ๒ เดือน ถึงเดือนพฤษภาคมซึ่งเป็นเป้าหมายว่า จะเปิดให้ครบ ๑๐,๐๐๐ ร้าน กลับมีร้านเปิดได้เพียงแค่ ๑ ร้าน และ ๑ ร้านที่เปิด ก็คือร้านที่เปิดอยู่ในกระทรวงพาณิชย์ที่สนามบินน้ํา จังหวัดนนทบุรี แน่นอนครับ ท่านประธาน เข้าไปดูก็จะพบว่ามีสินค้าที่ครบถ้วนตามที่ได้แถลงไว้ เพราะเป็นร้านค้า ต้นแบบ แต่ว่าล่าสุดทางคณะกรรมาธิการการพัฒนาเศรษฐกิจได้เรียนเชิญทาง กรมการค้าภายในมาแถลงถึงผลความคืบหน้าของโครงการ ก็พบว่างบประมาณที่ขอไว้ ๑,๓๐๐ ล้านบาทเป็นงบประมาณที่ไม่ได้สามารถที่จะไปใช้จ่ายเพื่อแก้ไขปัญหาในเรื่องของ เศรษฐกิจปากท้องข้าวของแพงให้กับพี่น้องประชาชน แต่เป็นงบประมาณที่ตรงกับชื่อของ โครงการที่เรียกว่าโครงการร้านถูกใจ เพราะว่าร้านค้าถูกใจครับท่านประธาน ทําไมร้านค้า ถูกใจ เพราะว่าร้านค้าได้เงินทั้งหมดที่ไปช่วย ๑๐๐ ล้านบาทสําหรับค่าใช้จ่ายที่ไปช่วย ในเรื่องของการปรับปรุงตกแต่งร้าน ร้านค้าได้รับเงินอีกทั้งหมด ๔๕๐ ล้านบาท สําหรับ ร้านค้าทั้งหมด ๑๐,๐๐๐ กว่าร้าน โดยจ้างพนักงาน ๑ คน วันละ ๓๐๐ บาท ก็แปลว่า เงินงบประมาณทั้งหมด ๑,๓๐๐ กว่าล้านบาท ที่มีนโยบายล้มเหลวในการแก้ไขปัญหา โดยการเข้าไปแทรกแซงกลไกตลาด ซึ่งถ้าเราไปสอบถามร้านค้าที่อยู่ข้างเคียงก็จะได้รับเสียงบ่น ตําหนิว่าการที่ทางกระทรวงพาณิชย์โดยรัฐบาลผลักดันโครงการแบบนี้ก็ส่งผลกระทบกับ ร้านค้าทั่วไปที่เขาจําหน่ายสินค้าราคาปกติ แล้วร้านค้าทั้งหมด ๑๐,๐๐๐ กว่าร้านที่เคยแถลงไว้ว่า จะเปิดให้ได้ภายในเดือนพฤษภาคม ท่านประธานครับ ตอนนี้เดือนสิงหาคมเปิดไปได้ทั้งหมด เพียงแค่ประมาณ ๗,๐๐๐ กว่าร้าน ๑,๑๐๐ ร้านอยู่ในกรุงเทพมหานคร แล้วก็ ๕,๐๐๐ กว่าร้านอยู่ในต่างจังหวัด ในกรุงเทพมหานครนะครับผมเองมีโอกาสที่จะลงพื้นที่ หาร้านค้าถูกใจไม่เจอครับท่านประธาน มีพี่น้องประชาชนจํานวนมากที่ได้สอบถามเข้ามาว่า หาร้านค้าไม่เจอ หรือถ้าหาร้านเจอก็จะมีสินค้าที่น้อยมาก เพราะฉะนั้นงบประมาณ ที่ได้จัดสรรทั้งหมดประมาณเกือบ ๖๐๐ ล้านบาท ก็เป็นงบประมาณที่ทําให้ร้านค้าถูกใจ แต่พี่น้องประชาชนไม่ได้รับความช่วยเหลือจากโครงการนี้ที่ได้แถลงไว้ตอนต้นว่า จะช่วยเหลือค่าใช้จ่ายลดภาระได้ทั้งหมด ๓.๖ หมื่นล้านบาท ผมอยากสอบถามท่านคณะกรรมาธิการว่าท่านได้เคยเรียกท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวง พาณิชย์มาสอบถามเรื่องนี้ไหม แล้วงบประมาณที่ขอไว้ ๑,๓๐๐ กว่าล้านบาทนี้รวมไปถึง การมอบหมายให้บริษัท ไปรษณีย์ไทย จํากัด เป็นผู้จัดส่งสินค้าและบริการให้กับร้านค้า ทั่วทั้งประเทศ แต่วันนี้บริษัท ไปรษณีย์ไทย จํากัด บอกว่าทําไม่ได้ ตอนนี้ก็ต้องไปมอบให้ บริษัทเอกชนมาส่งของให้ แล้วก็ต้องไปขอร้องให้ห้างแม็คโครมาช่วยแพค (Pack) ของให้ ก็แปลว่านโยบายที่ได้เคยแถลงว่าจะช่วยเหลือพี่น้องประชาชนเป็นโครงการเดียว ที่เป็นความหวังของพี่น้องประชาชนที่จะมาแก้ไขปัญหาแพงทั้งแผ่นดินไม่เกิดขึ้นครับ ท่านประธาน นอกจากนั้นนอกเหนือจากความล้มเหลวของโครงการร้านค้าถูกใจแล้ว อีกประเด็นหนึ่งที่มีความสําคัญก็คือว่าทางกระทรวงพาณิชย์เองมักจะแถลงเรื่องดัชนี ผู้บริโภคว่าราคาสินค้าและบริการไม่ได้แพงขึ้น แล้วก็ถูกกว่าสมัยรัฐบาลชุดที่แล้ว ถ้าจะสูงขึ้น ก็แค่ ๒-๓ เปอร์เซ็นต์น้อยมาก แต่ถ้าไปตรวจสอบแล้วท่านประธานจะพบว่าราคาสินค้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งสินค้าที่จําเป็นที่พี่น้องประชาชนจะต้องจับจ่ายซื้อของเป็นรายวัน ราคาอาหารตามสั่งข้าวแกง กระเพราไก่ไข่ดาวที่กระทรวงพาณิชย์มีความพยายามที่จะมา ควบคุมราคาสินค้า ๗ รายการ ให้ขายไม่เกิน ๒๐ บาทบ้าง ๒๕ บาทบ้าง แต่ว่าถ้าพี่น้อง ประชาชนได้สะท้อนมายังคณะกรรมาธิการและทางพรรคประชาธิปัตย์ไปตรวจสอบก็พบว่า ร้านค้าส่วนใหญ่ถ้าจะขายตามที่กระทรวงพาณิชย์จะควบคุมเขานี่เขาก็จะลดปริมาณ แต่แทนที่กระทรวงจะมีมาตรการที่จะไปแก้ไขปัญหาให้ตรงจุด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในเรื่องของการแก้ไขปัญหาในเรื่องของต้นทุนปัจจัยการผลิต ยกตัวอย่างถ้าเป็นในเรื่องของ ราคาสุกร ราคาไก่ ราคาไก่ไข่ ก็จะพบว่าต้นทุนปัจจัยการผลิตส่วนใหญ่ที่พี่น้องเกษตรกร ร้องขอก็คือในเรื่องของต้นทุนที่เกี่ยวข้องกับเรื่องอาหารสัตว์ ซึ่งจะเป็นต้นทุนที่สูงถึง ประมาณ ๗๐ เปอร์เซ็นต์ในกรณีของไก่ไข่ แล้วก็ประมาณ ๕๐ เปอร์เซ็นต์ในกรณีของสุกร หรือถ้ารวมไปถึงราคาผักผลไม้พี่น้องเกษตรกรก็อยากให้รัฐบาลเข้ามาแก้ไขในเรื่องของ ต้นทุนปัจจัยการผลิตก็คือราคาปุ๋ย ราคายา อันนี้ก็เป็นสิ่งที่สะท้อนให้เห็นถึงความล้มเหลว ของรัฐบาลและความเป็นมืออาชีพในการบริหารจัดการของกระทรวงพาณิชย์ แต่ที่แย่ ไปกว่านั้นที่ผมอยากกราบเรียนท่านประธานก็คือการทํางานในลักษณะที่ทางรัฐบาล โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่านนายกรัฐมนตรีมักจะพูดว่าต้องทํางานแบบบูรณาการ ต้องทํางาน แบบต้นน้ํา กลางน้ํา ปลายน้ํา แต่ว่านโยบายของรัฐบาลเองที่นั่งอยู่ในกระทรวง อยู่ใน ครม. เดียวกันกลับไม่ทํางานเชื่อมโยงกันเช่นกระทรวงพลังงานก็จะผลักดัน ในเรื่องของการปรับโครงสร้างราคาพลังงานทําให้ราคาน้ํามันสูงขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในช่วงเดือนพฤษภาคมซึ่งเป็นช่วงเปิดเทอม ท่านประธานทราบดี พ่อแม่ผู้ปกครอง จําเป็นที่จะต้องดูแลค่าใช้จ่ายไม่ว่าจะเป็นค่าชุดนักเรียน ค่าเดินทาง ค่าโดยสาร แทนที่กระทรวงพาณิชย์หรือรัฐบาลจะออกมาคอยดูแลในเรื่องของมาตรการที่จะช่วยเหลือ ลดผลกระทบให้กับพ่อแม่พี่น้องประชาชน กลับไปปรับขึ้นราคาค่าโดยสารรถเมล์ ในช่วงเปิดเทอม กลับไปปรับขึ้นในเรื่องของค่าเอฟที (Ft) ค่าไฟ กลับไปปรับขึ้นในเรื่องของ การลดค่าใช้จ่ายค่าไฟฟรีจาก ๙๐ หน่วยเป็น ๕๐ หน่วยทําให้พี่น้องประชาชนที่ยากจน ที่เคยใช้ไฟฟ้าฟรี ๙,๐๐๐,๐๐๐ กว่าครัวเรือนในสมัยปีที่แล้วของรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ ลดลงเหลือเพียงแค่ ๔,๐๐๐,๐๐๐ ครัวเรือน ผมอยากสอบถามท่านประธานไปยัง ประธานคณะกรรมาธิการกับรัฐบาลว่ามาตรการในการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจปากท้อง ที่รัฐบาลเคยแถลงไว้ แล้วก็บอกเป็นนโยบายที่จะแก้ไขก็ได้สะท้อนให้เห็นถึงความล้มเหลว สะท้อนให้เห็นการจัดสรรงบประมาณที่ไม่เหมาะสม สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาการใช้จ่าย งบประมาณที่ไม่มีประสิทธิภาพและไม่โปร่งใส
ประการที่ ๒ ที่ผมอยากกราบเรียนท่านประธานไปถึงประธานคณะกรรมาธิการ ก็คือในเรื่องของปัญหาราคาพืชผลทางด้านการเกษตรตกต่ําที่เขาเรียกกันว่าถูกทั้งแผ่นดิน มาตรการหรือนโยบายที่กระทรวงพาณิชย์ ไม่ว่าจะเป็นกรมการค้าภายใน ไม่ว่าจะเป็น กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศในเรื่องของการค้าต่างประเทศ กรมส่งเสริมการส่งออก ที่มีมาตรการหลักในเรื่องของนโยบายของรัฐบาล โดยเฉพาะอย่างยิ่งนโยบายรับจํานําข้าว และมันสําปะหลัง ซึ่งเพื่อนสมาชิกได้อภิปรายไปในรายละเอียดหลายท่านแล้ว แต่สิ่งที่ผม อยากกราบเรียนท่านประธานก็คือว่าถ้าไปตรวจสอบในเรื่องของราคาพืชผลการเกษตร ในช่วงที่ผ่านมาก็จะพบว่าสินค้าเกษตรทุกชนิดถูกทั้งแผ่นดิน โดยเฉพาะอย่างยิ่งราคาสินค้าเกษตรที่พี่น้องประชาชนได้รับผลกระทบเป็นอย่างยิ่งก็คือ ราคายางพารา ซึ่งเพื่อนสมาชิกหลายท่านได้เคยอภิปรายว่าราคายางพาราล่าสุดวันนี้ก็อยู่ที่ ประมาณ ๗๐ กว่าบาท หลังจากที่รัฐบาลได้เคยพยายามแถลงที่จะผลักดันราคาให้เกิน ๑๐๐ บาท ขึ้นไปถึง ๑๒๐ บาท ซึ่งสิ่งที่เป็นผลกระทบโดยตรงของนโยบายที่ล้มเหลว ขาดประสิทธิภาพในเรื่องของการเข้าไปดูแลในเรื่องของปัญหาราคาพืชผลการเกษตรตกต่ํา ไม่รวมถึงในเรื่องของนโยบายรับจํานําข้าวที่มีความล้มเหลวรั่วไหลทําให้ยอดการส่งออก ของข้าวในช่วงต้นปีที่ผ่านมาจนถึงเดือนกรกฎาคมลดลงไปถึง ๔๖ เปอร์เซ็นต์ ทําให้ ยอดการส่งออกที่ประเทศไทยได้เคยเป็นอันดับ ๑ ในการส่งออกลดลงมาเหลืออันดับ ๓ รองจากประเทศอินเดียและประเทศเวียดนาม และส่งผลแนวโน้มถึงผลกระทบกลไกตลาด ในระยะยาวไม่นับปัญหาของพี่น้องเกษตรกรที่ถูกโกงตาชั่ง ความชื้น ปัญหาการสวมสิทธิ ราคาที่ประกาศว่าจะได้ ๑๕,๐๐๐ บาท ก็ได้เพียง ๑๐,๔๐๐ กว่าบาท อันนี้ก็เป็นประเด็น ที่มีความสําคัญ ถ้ารวมไปถึงราคาพืชผลการเกษตรตัวอื่นนะครับท่านประธาน ไม่ว่าจะเป็น ในเรื่องของมันสําปะหลังที่อยู่แค่ประมาณ ๑.๑๕ บาทถึง ๒ บาทต่อกิโลกรัม ราคาปาล์มน้ํามัน ซึ่งก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่สะท้อนให้เห็นถึงความล้มเหลวของการทํางานร่วมกันระหว่างรัฐมนตรี ที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่านประธานคณะกรรมาธิการที่กํากับดูแลภาพรวมของ เศรษฐกิจก็คือท่านรองนายกรัฐมนตรีกิตติรัตน์ในฐานะประธาน กปน. ที่ดูแลในเรื่องของ การแก้ไขปัญหาราคาน้ํามันปาล์มกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ที่มีนโยบายที่สวนทางกัน แปลว่า ครม. ได้เคยมีมติที่จะให้นําเข้าปาล์มน้ํามัน ๔๐,๐๐๐ กว่าตัน ในขณะที่ คณะกรรมการ กปน. ก็มีมาตรการที่ให้ไปแก้ไขปัญหาไม่ให้กระทบกับพี่น้องชาวสวนปาล์ม แต่ว่าสิ่งที่ทางรัฐบาลโดยกระทรวงพาณิชย์ได้ดําเนินการก็คือการนําเข้าน้ํามันปาล์ม ๑๐,๐๐๐ กว่าตัน ซึ่งพี่น้องเพื่อนสมาชิกได้เคยอภิปรายไว้บ้างแล้ว แต่สิ่งที่สะท้อนให้เห็นถึง ความล้มเหลวของนโยบายและการทํางานร่วมกันแบบบูรณาการที่ทางรัฐบาล หรือตัวนายกรัฐมนตรีได้เคยแถลงไว้ก็เป็นความล้มเหลวอย่างสิ้นเชิง แล้วก็ไปกระทบถึงราคา น้ํามันปาล์มของพี่น้องเกษตรกรซึ่งได้เคยออกมาเรียกร้องว่าราคาปาล์มซึ่งเคยสูงถึงประมาณ ๘ บาท ถึง ๙ บาทในรัฐบาลชุดที่แล้วลดลงต่ําถึงประมาณ ๔ บาท แล้วก็อาจจะขึ้นมาถึง ประมาณ ๕ บาท แต่สิ่งที่เป็นผลกระทบก็คือกลไกที่ดําเนินการต้องไปนําเข้าปาล์ม จากต่างประเทศซึ่งก็ไปบิดเบือนราคาแล้วก็ต้องมาของบประมาณจากรัฐบาลในการที่จะไป ชดเชยทั้งหมดอีก ๒๓ ล้านบาทในเรื่องของการขาดทุน อันนี้ก็เป็นประเด็นที่สะท้อนให้เห็นถึง ความไร้ประสิทธิภาพและไม่มีความเป็นมืออาชีพในการบริหารจัดการและทํางานร่วมกัน
อีกประเด็นหนึ่งก็คือในเรื่องของการทํางานเชิงรุกของกระทรวงพาณิชย์ ทางกระทรวงเองต้องรู้ดีว่าในแต่ละฤดูกาลจะมีพืชผลการเกษตรตัวไหนจะเป็นผลไม้ จะเป็นพืชผักต่าง ๆ ที่จะออกตามฤดูกาล ผมยกตัวอย่างผลไม้ของเพื่อนสมาชิกหลายท่าน ที่เคยอภิปรายโดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาคตะวันออกซึ่งจะมีผลไม้ คือ เงาะ มีมังคุด มีทุเรียน มีสับปะรดที่จะออกตามช่วงฤดูกาลต่าง ๆ ซึ่งถ้ากระทรวงพาณิชย์รัฐบาลจะใส่ใจ พี่น้องเกษตรกรชาวสวน แล้วก็ลงพื้นที่ไปมีมาตรการเชิงรุกก่อนที่จะเปิดฤดูกาล ประมาณ เดือนมีนาคมผมมีโอกาสที่เดินทางไปพบปะกับพี่น้องเกษตรกรในภาคตะวันออก ที่จังหวัดระยอง พี่น้องเกษตรกรชาวสวนก็เรียกร้องว่าปีนี้อยากให้รัฐบาลมาดูแลในเรื่องของ ผลผลิตทางด้านการเกษตร โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของราคาเงาะ ซึ่งในที่สุดแล้วรัฐบาล ก็ไม่มีมาตรการเชิงรุกออกมา พี่น้องเกษตรกรชาวสวนเงาะต้องขายอยู่ที่แค่ประมาณ ๔ บาท ถึง ๕ บาทต่อกิโลกรัม ชาวสวนสับปะรดต้องออกมาปิดถนนในเรื่องของการที่จะเรียกร้องให้ รัฐบาลเข้ามาแก้ไขปัญหา พี่น้องเกษตรกรชาวไร่ที่ปลูกหอม กระเทียมก็เป็นปัญหาซ้ําซาก ที่เกิดขึ้น ผมอยากสอบถามว่ากรรมาธิการได้เคยเรียกรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ มาชี้แจงในเรื่องนี้อย่างไร แล้วงบประมาณที่ท่านขอมาไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการรักษา เสถียรภาพสินค้าเกษตร ท่านได้ดําเนินการมากน้อยแค่ไหน อันนี้ก็เป็นสาเหตุที่ผมต้องเสนอ ตัดงบประมาณ ๘ เปอร์เซ็นต์ แต่สิ่งที่ผมอยากเสนอกระทรวงพาณิชย์และรัฐบาล ก็คือมาตรการที่เข้าไปดูแลในเรื่องของการส่งเสริมการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ การเข้าไปส่งเสริมในเรื่องของการเพิ่มผลผลิตต่อไร่ การพัฒนาและทํางานร่วมกับกระทรวง เกษตรและสหกรณ์ในเรื่องของการพัฒนาคุณภาพพืชผลทางด้านการเกษตร การทํางานแบบมืออาชีพให้สมกับเป็นฝ่ายการตลาดของประเทศไทย ในการที่จะหาตลาดใหม่ ในการสร้างมูลค่าเพิ่ม ในการสร้างแบรนด์ (Brand) ในการที่จะไปพัฒนาสินค้าและบริการ ที่มีนวัตกรรมที่ประเทศไทยเองอยากเป็นครัวโลกทําให้อาหารไทยและพืชผักผลไม้ไทย สามารถที่จะขายไปได้ทั่วโลกรองรับการเดินเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนในอีก ๓ ปีข้างหน้า แล้วในขณะเดียวกันก็ส่งผลให้ราคาสินค้าเกษตรของไทยไม่ต้องราคาตกต่ําแล้วต้องรอให้ พี่น้องเกษตรกรมาปิดถนนมาเรียกร้องถึงมีมาตรการที่จะออกมาช่วยเหลือประกันราคา ทั้งสับปะรด ทั้งราคาเงาะหรือแม้แต่รวมไปถึงสินค้าเกษตรตัวอื่นในพื้นที่ อันนี้ก็เป็นประเด็นที่ ๒ อยากที่จะกราบเรียนไปถึงท่านกรรมาธิการว่าเป็นเหตุผลหลักที่ผมจําเป็นต้องตัดงบประมาณ ๘ เปอร์เซ็นต์
อีกประเด็นหนึ่งที่มีความสําคัญก็คือในเรื่องของแนวทางที่จะเดินหน้าไปสู่ การบริหารจัดการผลกระทบเศรษฐกิจในภาพรวมของรัฐบาล เป็นเรื่องที่น่าแปลกใจมากนะครับ ท่านประธานที่รัฐบาลออกมาประกาศว่าปีนี้จะมียอดเป้าส่งออก ๑๕ เปอร์เซ็นต์ ผลกระทบที่เกิดขึ้น ในวิกฤติยุโรปถือว่าเป็นเรื่องน้อยมากรัฐบาลสามารถดูแลได้ เพราะว่าสินค้าไทยส่งออกไป ยุโรปเพียงแค่ไม่ถึง ๑๐ เปอร์เซ็นต์ แต่ว่าถ้าท่านประธานไปดูถึงรายละเอียดของผลกระทบ ที่เกิดขึ้นในวิกฤติหนี้ยุโรปที่ส่งผลจากประเทศกรีซไปประเทศสเปนไปประเทศอิตาลี ส่งผลกระทบในเรื่องของยอดการส่งออก จนกระทั่งครึ่งปีแรกยอดการส่งออกสินค้าเกษตร ลดไปถึงประมาณ ๓๐ กว่าเปอร์เซ็นต์ ยอดสินค้ายางพาราและผลิตภัณฑ์ยางไปประเทศยุโรป ลดถึง ๔๙ เปอร์เซ็นต์ ประเด็นที่เกิดขึ้นก็คือว่ายอดส่งออกของประเทศไทย ๓ อันดับแรก ก็คือ ประเทศจีน ประเทศญี่ปุ่นและประเทศสหรัฐอเมริกา ๓ ประเทศนี้เป็นประเทศคู่ค้าของ สหภาพยุโรปที่มีผลกระทบโดยตรง ก็แปลว่าผลกระทบตรงจากประเทศไทยส่งไปสหภาพยุโรป อาจจะไม่ถึง ๑๐ เปอร์เซ็นต์ หรือ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ แต่ว่าผลกระทบโดยอ้อมจากประเทศจีน ประเทศสหรัฐอเมริกาและประเทศญี่ปุ่นจะส่งผลกระทบในเรื่องนี้ ซึ่งก็เป็นเรื่องที่รัฐบาล ไม่ได้มีความกระตือรือร้นในการที่จะมีมาตรการเข้ามาช่วยเหลือผู้ประกอบการ แล้วในที่สุด ก็จะส่งผลกระทบถึงพี่น้องเกษตรกรผู้ประกอบการที่ส่งออกในเรื่องนี้
อีกประเด็นหนึ่งที่มีความสําคัญที่เกี่ยวข้องโดยตรงก็คือในเรื่องผลกระทบ ของการที่ส่งเสริมและเตรียมความพร้อมในเรื่องของการผลักดันให้ประเทศไทยเดินหน้า เข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนซึ่งเป็นเรื่องที่เป็นนโยบายหลักและยุทธศาสตร์ของ กระทรวงพาณิชย์โดยตรง ผมอยากกราบเรียนสอบถามท่านประธานคณะกรรมาธิการว่าได้เรียนเชิญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์มาชี้แจงในเรื่องนี้มากน้อยแค่ไหน ไม่ว่าจะเป็นในเรื่อง ของการเตรียมความพร้อมในเรื่องของการเชื่อมโยงภูมิภาค โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเด็นที่ เกี่ยวข้องในเรื่องของอาเซียน คอนเนกทิวิตี (ASEAN connectivity) ที่จะเตรียมความพร้อม ในเรื่องของการผลักดันเรื่องโครงสร้างพื้นฐานในเรื่องของมาตรการต่าง ๆ ที่เป็นกฎระเบียบ ที่จะทําให้ผู้ประกอบการสามารถที่จะมีความพร้อมในการปรับตัวที่จะเดินหน้าเข้าสู่ ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ความเชื่อมโยงของการพัฒนาพื้นที่พิเศษ การพัฒนาในเรื่องของ การค้าเศรษฐกิจชายแดน เมื่อ ๓ วันที่ผ่านมาผมมีโอกาสที่จะเดินทางไปที่อําเภอแม่สอด มีโอกาสไปเดินอยู่ที่บริเวณริมแม่น้ําเมย ก็เห็นสภาพความเงียบเหงาของพื้นที่ซึ่งโดยปกติจะมี ความคึกคัก แล้วประเด็นที่มีสําคัญก็คือว่าทางท้องถิ่นได้เคยผลักดันในเรื่องของการยกระดับ พื้นที่เมืองแม่สอดให้เป็นแม่สอดมหานครที่มีสถานะเป็นเมืองพิเศษเพื่อที่จะเชื่อมโยงกับ เมืองเศรษฐกิจหรือเขตเศรษฐกิจพิเศษเมืองเมียวดีของประเทศเมียนมาร์หรือประเทศพม่า ซึ่งอยู่ฝั่งตรงข้ามของมหานครแม่สอด อันนี้ก็เป็นเรื่องที่สะท้อนให้เห็นถึงความไม่พร้อม และความละเลยของการเตรียมความพร้อมในการเดินหน้าเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ซึ่งแม้ว่าจะเป็นแค่จุดเล็ก ๆ ในพื้นที่ แต่ว่าตรงนี้ก็อยากฝากท่านประธานไปถึงกรรมาธิการว่า ถ้าเราลงไปดูในงบประมาณในแต่ละกระทรวงก็จะพบว่าในแต่ละกรมของกระทรวงพาณิชย์ ไม่ว่าจะเป็นกรมเจรจาการค้าต่างประเทศ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า หรือแม้แต่กรมส่งเสริมการส่งออก กรมทรัพย์สินทางปัญญาแทบจะทุกกรม รวมไปถึงสํานักงานปลัดกระทรวงจะมีงบประมาณ ที่ใส่ไว้ในเรื่องของการที่จะส่งเสริมการพัฒนาในเรื่องของการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน แต่ว่าถ้าเราไปสอบถามทําวิจัยหรือโดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ก็จะพบว่า ขาดการเตรียมความพร้อมไม่มีหน่วยงานหลัก ซึ่งแม้ว่าจะมีกรมเจรจาการค้าต่างประเทศ ที่จะเป็นหน่วยงานที่จะไปเจรจา แต่ก็จะไม่มีจุดศูนย์รวมที่จะให้ข้อมูลในการที่จะให้ ผู้ประกอบการโดยเฉพาะอย่างยิ่งเอสเอ็มอีมีความพร้อมและความเข้าใจในการที่จะเข้าไป เปิดตลาดในประเทศเวียดนาม ไปเปิดตลาดในประเทศพม่า ซึ่งวันนี้ก็มีความพร้อมในการที่จะส่งเสริมในเรื่องของการลงทุนจากต่างประเทศ หรือแม้แต่ ในเรื่องของการผลักดันการค้าเศรษฐกิจชายแดนในแต่ละพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นที่อําเภอแม่สอด ที่ผมพูดไปแล้ว ที่จังหวัดกาญจนบุรีที่จะเตรียมความพร้อมในเรื่องของการเชื่อมโยงกับ โครงการท่าเรือน้ําลึกที่ทวายกับที่แหลมฉบัง ในพื้นที่อําเภอแม่สาย ที่จังหวัดหนองคาย จังหวัดมุกดาหาร ที่อําเภอสะเดา หรือแม้แต่แนวนโยบายเชิงรุกที่รัฐบาลได้เคยประกาศไว้ เสมอว่าจะผลักดันให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจของประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ก็คือเสียงเรียกร้องจากพี่น้องประชาชนในพื้นที่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ที่อยากเห็นการยกระดับเป็นเมืองพิเศษ หรือเป็นมหานครของจังหวัดที่มีความพร้อม และสามารถจะเป็นศูนย์กลางของกลุ่มพื้นที่เป็นคลัสเตอร์ (Cluster) ที่จะเชื่อมโยงกับพื้นที่ ในทางเศรษฐกิจในภาคเหนือของจีนตอนใต้ ก็คือการยกระดับจังหวัดเชียงใหม่เป็นเชียงใหม่ มหานคร การผลักดันในการยกระดับจังหวัดในพื้นที่ที่มีความพร้อมในภาคอีสาน ไม่ว่าจะเป็น จังหวัดขอนแก่น จังหวัดอุบลราชธานี หรือแม้แต่จังหวัดนครราชสีมาหรือโคราช ในภาคใต้ รวมไปถึงจังหวัดภูเก็ตหรือแม้แต่หาดใหญ่ที่จะมีความพร้อมในการที่จะเป็นศูนย์กลาง ทางด้านเศรษฐกิจในภูมิภาคต่าง ๆ ซึ่งอันนี้ก็สะท้อนให้เห็นถึงการขาดวิสัยทัศน์และการมอง ไปข้างหน้าของรัฐบาล
อันนี้ก็เป็นประเด็นหลักทั้ง ๓ เรื่อง ที่ผมอยากกราบเรียนท่านประธาน ในเรื่องของความล้มเหลวของการบริหารจัดการในเรื่องของการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจปากท้อง ข้าวของแพงของรัฐบาล สะท้อนให้เห็นถึงความล้มเหลวของแนวนโยบายในการรับจํานําข้าว สะท้อนให้เห็นถึงความล้มเหลวในการดูแลราคาสินค้าเกษตรที่ตกต่ํา และสะท้อนให้เห็นถึง แนวยุทธศาสตร์ในการเดินหน้าในเรื่องของนโยบาย ในเรื่องของการเตรียมความพร้อมเข้าสู่ ปัญหาประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนต่อไป เพราะฉะนั้นผมอยากขอกราบเรียนท่านประธาน สุดท้ายว่าไม่อาจที่จะเห็นด้วยกับการแปรญัตติในเรื่องงบประมาณของกระทรวงพาณิชย์ และขอเสนอที่จะตัดลดงบประมาณ ๘ เปอร์เซ็นต์ กราบขอบพระคุณท่านประธานครับ
เชิญท่านยุพราช บัวอินทร์ ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ยุพราช บัวอินทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบูรณ์ พรรคประชาธิปัตย์ ก่อนอื่นต้องขอกราบขอบพระคุณท่านประธานที่ได้ให้โอกาสกระผมได้อภิปราย ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๖ ซึ่งมีสมาชิกหลายท่าน ก่อนหน้านี้ได้อภิปรายว่างบประมาณฉบับนี้เป็นงบประมาณฉบับกู้ โกง โม้ เหลว จริง ๆ แล้ว จริงไม่จริงรัฐบาลไม่ใช่ผู้ตัดสิน ตัวกระผมเองก็ไม่ใช่ผู้ตัดสิน แต่วันนี้ประชาชนจะเป็นผู้ชี้ขาด ว่าเป็นเช่นนั้นจริง ๆ หรือไม่ มาดูกันว่ากู้จริงไหม โกงจริงไหม โม้จริงไหม และเหลวจริงหรือไม่ ท่านประธานที่เคารพ ปี ๒๕๕๖ รัฐบาลได้กําหนดงบประมาณไว้ที่ ๒.๔ ล้านล้านบาท พวกเราทราบกันดี ๒.๑ ล้านล้านบาทคาดว่าจะมาจากการเก็บภาษีของพี่น้องประชาชน ซึ่งเป็นรายได้ของประเทศ อีก ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาทแน่นอนรัฐบาลกู้ ซึ่งพี่น้องประชาชน ทราบว่าก่อนหน้านี้รัฐบาลก็ได้กู้ ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท และ ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านประธานที่เคารพ มาตรา ๑๖ งบประมาณรายจ่ายของกระทรวงพาณิชย์ งบประมาณ ปี ๒๕๕๖ นั้นท่านตั้งงบประมาณไว้ที่ ๗,๔๒๒ ล้านบาทเศษ เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว ๘๒๙ ล้านบาท เพิ่มขึ้น ๑๒.๕๙ เปอร์เซ็นต์ ท่านประธานที่เคารพครับ กระทรวงพาณิชย์นั้นเป็น หน่วยงานหลักในการดําเนินการตามพันธกิจสําคัญ เพื่อสนับสนุนนโยบายของรัฐบาล ในการสร้างรายได้เข้าสู่ประเทศ ขออนุญาตย้ําว่าเป็นการสร้างรายได้มิใช่รายจ่าย หรือความวิบัติเข้าสู่ประเทศ ท่านประธานครับ กระทรวงพาณิชย์มีหน้าที่ สร้างความแข็งแกร่งให้ระบบเศรษฐกิจของประเทศ สร้างความเข้มแข็งพิทักษ์ผลประโยชน์ ของผู้บริโภค ท่านประธานครับ ลองมาดูที่กรมการค้าภายใน งบประมาณของกรมการค้าภายใน ปี ๒๕๕๖ นั้น ตั้งงบประมาณไว้ที่ ๑,๒๓๒ ล้านบาทเศษ มีเป้าหมายหลัก ๆ สรุปโดยรวมแล้วก็คือ รักษาผลประโยชน์ของพี่น้องเกษตรกร รักษาผลประโยชน์ของผู้บริโภค ให้ผู้บริโภคได้บริโภค สินค้าที่มีความเป็นธรรมทั้งทางด้านราคา คุณภาพและปริมาณ รักษาผลประโยชน์ ของประชาชนในการลดรายจ่ายในการซื้อสินค้าจําเป็น จริงหรือไม่ครับ ท่านกรรมาธิการ ท่านโปรดพิจารณาตามผมไปเรื่อย ๆ นะครับว่าข้อความดังกล่าวที่เขียนไว้สวยงามนี้ จริงเท็จแค่ไหน แล้วรัฐบาลโดยกระทรวงพาณิชย์ทําได้จริงหรือไม่ เกษตรกรได้รับ ผลตอบแทนการขายสินค้าเกษตรที่รับจํานําเพิ่มขึ้น โดยมีการจัดตั้งงบประมาณเพื่อเพิ่ม ประสิทธิภาพในการรับจํานําสินค้าที่ ๒๐๔ ล้านบาท ท่านประธานที่เคารพ ต้องกราบเรียน ท่านกรรมาธิการด้วยนะครับว่าท่านจัดงบประมาณในการพัฒนาแล้วอย่าลืมจัดงบประมาณ ในการแก้ไขปัญหาการจํานําสินค้าเกษตร เพราะปัจจุบันนี้เป็นที่ทราบกันดีครับว่า สินค้าเกษตรมีปัญหามากโดยเฉพาะนโยบายการจํานํา ท่านกรรมาธิการที่เคารพควรพิจารณา ดูให้ดีนะครับว่าพันธกิจเหล่านี้ได้เขียนไว้ในแผ่นกระดาษอย่างสวยงามแท้จริงแล้วทําได้หรือไม่ โดยส่วนตัวแล้วผมเห็นว่าเรื่องราวดังกล่าวหรือพันธกิจดังกล่าวนั้นมีหลายข้อที่ไม่สามารถ ทําได้จริง จึงขอตัดลดงบประมาณลง ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ท่านประธานที่เคารพครับ ดังนั้น จึงขออนุญาตให้เหตุผลประกอบการแปรญัตติตัดลดงบประมาณ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ของกระผม จากกระทรวงพาณิชย์โดยมุ่งเน้นไปที่นโยบายจํานําสินค้าเกษตรของรัฐบาล ท่านประธาน ที่เคารพครับ ปัจจุบันนี้พี่น้องประชาชนทั้งประเทศทราบดีครับระหว่างข้อแตกต่าง ของนโยบายประกันรายได้กับนโยบายการจํานําราคาสินค้าเกษตร ผลดี ผลเสียอย่างไร พี่น้องเกษตรกรเป็นผู้ที่ทราบดีที่สุด กระผมมีหน้าที่สะท้อนปัญหา สะท้อนจุดบกพร่อง ของนโยบายจํานําข้าว จํานํามันสําปะหลังต่อรัฐบาลให้รัฐบาลได้นําข้อมูลที่ผมอภิปราย นําไปแก้ไขปรับปรุงเพื่อประโยชน์ของพี่น้องประชาชนชาวไทยทั้งประเทศ ท่านประธาน ที่เคารพครับ หลังจากที่รัฐบาลได้ประกาศใช้นโยบายจํานําสินค้าเกษตรนั้นมีเสียงสะท้อนต่อ นโยบายนี้อย่างไร ผมขออนุญาตยกตัวอย่างเสียงสะท้อนสัก ๓-๔ ข้อนะครับ คนไทยทั้งประเทศ ต้องแบกรับภาระเสียภาษีเพื่อการขาดทุนของรัฐบาลจากนโยบายนี้ ชาวนาโดนหลอกซ้ําซ้อน ตั้งแต่หลอกว่าจะได้ ๑๕,๐๐๐ บาทต่อตันขั้นต่ํา จริง ๆ แล้วก็ไม่ได้ โดนตัดหลายอย่าง อย่างที่พวกเราทราบกันดี โดนตัดความชื้น โดนตัดน้ําหนักและอีกหลาย ๆ อย่าง ประการต่อไปโรงสีหรือพ่อค้าคนกลางเอาเปรียบฉ้อโกงชาวนา ประชาชนโดยทั่วไป ซื้อข้าวสารในการมาบริโภคในราคาที่แพงขึ้น ประเทศไทยกําลังจะเสียแชมป์ผู้ส่งออก อันดับ ๑ ของโลก ท่านประธานที่เคารพครับ แล้ววลีทองของกระดูกสันหลังของชาติ โดยเฉพาะพี่น้องจังหวัดเพชรบูรณ์ครับ มีวลีทองที่อัดอั้นตันใจอยากจะมาบอกแจ้งแถลงไข ให้รัฐบาลได้ทราบก็คือว่าเฮ็ดนาปีมีแต่หนี้กับซัง เฮ็ดนาปรังได้แต่ซังกับหนี้ ท่านประธาน ที่เคารพครับ นั่นหมายความว่าพี่น้องชาวนาที่ทํานาปีก็มีแต่หนี้กับซังข้าว พี่น้องที่ทํานาปรัง ก็เหลือแต่ซังกับหนี้ ท่านประธาน ท่านกรรมาธิการครับ นี่อาจจะเป็นเพียงวลีที่พวกเราได้ยินกัน อย่างหนาหูในขณะนี้ แต่ความจริงแล้ววลีเหล่านี้เป็นการสะท้อนถึงความล้มเหลว ของระบบเศรษฐกิจทั้งในระดับมหภาคและในระดับจุลภาค ในระดับมหภาคหรือแมคโคร อีคะนอมิค (Macro economic) นั้น การตั้งราคารับจํานําข้าวไว้สูงทําให้ความสามารถ ในการแข่งขันของข้าวไทยในตลาดโลกนั้นลดลง เพราะต้องตั้งราคาข้าวขายสูงกว่า ราคาตลาดโลกอย่างมาก ข้าวจึงไม่ได้ถูกส่งออกตามกลไกตลาด ผมขอยกตัวอย่างอย่างนี้ครับ ข้าวหอมมะลิของประเทศไทยราคาเอฟโอบี (FOB) อยู่ที่ ๑,๑๐๐ เหรียญสหรัฐต่อตัน ซึ่งเมื่อเทียบกับข้าวหอมมะลิของประเทศกัมพูชาซึ่งมีคุณภาพด้อยกว่าข้าวหอมมะลิ ของประเทศไทยไม่มากนัก ของเขาอยู่ที่ ๘๐๐ เหรียญสหรัฐต่อตัน ต่างกันถึง ๓๐๐ เหรียญ นอกจากนั้นข้าวขาว ๕ เปอร์เซ็นต์ของประเทศอินเดียเสนอขายที่ ๔๓๕ เหรียญสหรัฐต่อตัน ส่วนของประเทศไทยขายที่ ๕๓๓ เหรียญ แพงกว่าเกือบ ๑๐๐ เหรียญ คิดง่าย ๆ แค่นี้แล้ว ข้าวบ้านเราจะขายออกได้อย่างไรในตลาดโลก ดังนั้นโอกาสที่ประเทศไทยจะส่งออกข้าว ได้มากถึง ๘,๐๐๐,๐๐๐ ตัน ๙,๐๐๐,๐๐๐ ตันในปีนี้จึงริบหรี่ครับ โอกาสริบหรี่มากครับ ท่านประธานครับ ครึ่งปีแรกรัฐบาลส่งข้าวออกได้เพียง ๓.๔๕ ล้านตัน ลดลงจากปีที่แล้ว ๔๖ เปอร์เซ็นต์ ท่านประธานที่เคารพครับ รัฐบาลนี้จะเริ่มเปิดโครงการรับจํานําข้าวเปลือกนาปี ๒๕๕๕/๒๕๕๖ ในวันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๕๕ พร้อมทั้งจะขยายโครงการรับจํานําข้าวนาปรัง ออกไปอีก โดยตั้งรับจํานําแบบไม่จํากัดปริมาณข้าวเปลือก โดยกําหนดงบประมาณไว้ที่ ๒๖๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านประธานที่เคารพครับ ทั้งที่ข้าวสารในโกดังโครงการรับจํานํา ฤดูกาลที่ผ่านมายังระบายออกยังขายออกไม่ได้นับสิบล้านตัน แถมประเทศไทยต้องมา แบกรับภาระค่ากองเก็บข้าวที่เสื่อมคุณภาพจนกลายเป็นค่าใช้จ่ายทุกปีเฉลี่ยปีละ เป็นแสนล้านบาท ท่านประธานที่เคารพ ราคารับจํานําข้าวที่รัฐบาลประกาศไว้สูงเกินปกตินั้น เป็นแรงผลักดันให้พี่น้องเกษตรกรเร่งผลิตข้าวให้ได้มากที่สุด โดยไม่คํานึงถึงคุณภาพของข้าว ที่เพาะปลูก เกษตรกรจะเลือกพันธุ์ข้าวที่มีอายุการเก็บเกี่ยวน้อยที่สุด แล้วสุดท้าย คุณภาพของข้าวไทยก็จะต่ําลงจะเสียหายต่ออุตสาหกรรมข้าวไทยในอนาคต และไม่เกิน ๒-๓ ปีจากนี้ประเทศไทยจะไม่มีความสามารถในการแข่งขันในตลาดโลกเลย ท่านประธาน ที่เคารพ การจํานําข้าวมีช่องว่างให้โกงกินคอร์รัปชันมากมายครับ ตั้งแต่การสวมสิทธิ การมีข้าวผี การมีข้าวข้ามมาจากประเทศเพื่อนบ้านอย่างที่พวกเราทราบกัน เมื่อไม่กี่สัปดาห์ ที่ผ่านมามีข้าวไหลมาจากประเทศพม่าหลายสิบตัน นี่คือปัญหาครับท่านประธาน พ่อค้าหรือ โรงสีบางรายโกงรัฐบาลก็มี พ่อค้าหรือโรงสีบางรายโกงชาวนาก็มี เลวกว่านั้นโรงสีบางราย ยังแอบอ้างโดยอาศัยโครงการรับจํานําของรัฐบาล แอบอ้างนโยบายโครงการรับจํานํา ของรัฐบาลเอามาหลอกลวงมาฉ้อโกงพี่น้องประชาชนเกษตรกรผู้รู้เท่าไม่ถึงการณ์ ผมจะขออนุญาตใช้เวลาไม่มาก ขอยกตัวอย่างครับท่านประธาน เหตุนี้เกิดขึ้นที่ จังหวัดเพชรบูรณ์ มีโรงสีแห่งหนึ่งได้เคยเข้าร่วมโครงการรับจํานําข้าวนาปีกับทางรัฐบาล แต่เมื่อถึงฤดูกาลข้าวนาปรัง โรงสีแห่งนี้ยังไม่ได้เข้าร่วมโครงการ แต่ก็อ้างว่าจะได้เข้าร่วม โครงการรับจํานําจากทางรัฐบาลแล้วไปหลอกลวงพี่น้องประชาชนเกือบ ๒๐๐ คน ที่อําเภอหล่มสักและอําเภอเมืองเพชรบูรณ์ มูลค่าความเสียหาย ๒๔ ล้านบาท ขณะนี้ พี่น้องเกษตรกร ๑๘๕ รายที่เข้ามายื่นหนังสือที่ทําเนียบรัฐบาลต่อท่านนายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ ๑ สิงหาคมที่ผ่านมา จนถึงวันนี้วันที่ ๑๗ สิงหาคม พี่น้องเกษตรกรก็ยังไม่ได้รับ ความช่วยเหลือการชดเชยหรือเยียวยาจากรัฐบาลนี้แต่อย่างใด ท่านประธานที่เคารพครับ และนโยบายนี้ได้สร้างความวุ่นวายให้หน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องไปหมด เริ่มตั้งแต่ คณะอนุกรรมการติดตามการรับจํานําข้าวระดับจังหวัด โดยมีท่านผู้ว่าราชการจังหวัด ทุกจังหวัดเป็นคณะทํางาน นอกจากนั้นเจ้าหน้าที่ตํารวจขณะนี้ก็ถูกสั่งการให้ไปเฝ้าโรงสี เพราะกลัวว่าโรงสีจะโกงชาวนา ท่านประธานที่เคารพครับ ฝากเรียนท่านกรรมาธิการว่า นโยบายการจํานําข้าวของทางรัฐบาลนี้มีทั้งจุดบกพร่องจุดรั่วไหลและขาดประสิทธิภาพ สรุปนะครับท่านประธาน นี่คือเหตุผลทั้งหมดประกอบการปรับลดงบประมาณของกระผม จากกระทรวงพาณิชย์ที่ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ท่านประธานครับ ท่านกรรมาธิการครับ อยากกราบเรียนฝากท่านไปถึงรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงพาณิชย์ว่าอย่าเอาชีวิตของชาวนามาเป็นเครื่องเดิมพันทางการเมือง อย่ารักษา ผลประโยชน์ของนายทุนมากกว่ารักษาชีวิตของชาวนา ขอบคุณครับ
น่าจะเป็น ท่านสุดท้ายนะครับ ท่านพงศ์เวช เวชชาชีวะ เชิญครับ
เรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพงศ์เวช เวชชาชีวะ พรรคประชาธิปัตย์จากจังหวัดจันทบุรี ผมได้สงวนคําแปรญัตติ เพื่อขอปรับลดงบประมาณในมาตรา ๑๖ ของกระทรวงพาณิชย์ลง ๒๐ เปอร์เซ็นต์ ท่านประธานที่เคารพครับ จริง ๆ ผมเองไม่อยากจะตัดลดงบประมาณของกระทรวงพาณิชย์ เพราะถือว่ากระทรวงพาณิชย์นั้นเป็นกระทรวงสําคัญมาก ๆ กระทรวงหนึ่ง พี่น้องคนไทย จะมีความสุขก็อยู่ที่กระทรวงนี้ละครับ พี่น้องคนไทยจะมีความทุกข์ก็อยู่ที่กระทรวงนี้ อีกเช่นกันครับ แต่ผมต้องกราบเรียนท่านประธานด้วยว่ากระทรวงพาณิชย์ในยุคของ ท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร ผมถือว่าได้ทําให้คนไทยมีทุกข์มากขึ้น ทุกข์หนักสาหัส แผ่ไปทั่วทุกหย่อมหญ้า อันนี้ท่านประธาน ท่านกรรมาธิการ ยังไม่ต้องเชื่อผมนะครับ ให้ท่านลองเงี่ยหูไปถามพี่น้องประชาชนดูสิว่ามันตรงกับที่ผมพูดหรือเปล่า เดี๋ยวจะหาว่าผม ไปกล่าวร้ายนะครับ มีคนหลายคนพูดว่าหันไปทางไหนก็เจอแต่ของแพง จนเป็นวลีที่พูดกัน ทั่วบ้านทั่วเมืองว่าแพงทั้งแผ่นดิน แต่มีกลุ่มหนึ่งเถียงครับบอกว่าไม่จริง ถูกทั้งแผ่นดิน เป็นวลีขึ้นมาเหมือนกัน ผมก็มานั่งดูว่าทําไมคน ๒ กลุ่มนั้นถึงพูดว่าแพงทั้งแผ่นดิน อีกกลุ่มหนึ่ง พูดว่าถูกทั้งแผ่นดิน ก็ไปดูสิครับ ค่าครองชีพเที่ยวกระชาก กระชากขึ้นครับ ไม่ต้องพูดซ้ํา ก็แพงทั้งแผ่นดินจริง ๆ ไม่ว่าน้ํามัน แก๊ส พอเหลียวหลังหันไปดูพี่น้องชาวเกษตรกร พี่น้องชาวเกษตร ถูกครับขาดทุน อันนี้ก็ถือว่าเป็นสิ่งที่ผมต้องตัดลดงบประมาณของ กระทรวงพาณิชย์ลง ๒๐ เปอร์เซ็นต์ ถ้ากระทรวงพาณิชย์นั้นทําสินค้าที่ควรจะถูกให้มันถูก อย่างเช่นค่าครองชีพ แล้วถ้าเกิดทําสินค้าที่สมควรจะได้รับราคาที่ดีขึ้นอย่างพี่น้องเกษตรกร ที่เรากล่าวขานว่าเป็นกระดูกสันหลังของชาติให้เขามีสินค้าที่ดีขึ้น มีกําไร ผมก็ถือว่าอันนั้น เป็นสิ่งที่กระทรวงพาณิชย์ควรจะทํา แต่นี่กลับทําร้ายพี่น้องคนไทยเรียกว่าเกือบทั้งประเทศ ทุกข์นะครับ นอกจากทําร้ายคนไทยแล้วยังทําร้ายประเทศไทยอีก สถิติการส่งออกของข้าว เราส่งออกมาเป็นอันดับ ๑ มาโดยตลอด พอถึงยุคนี้เป็นอย่างไรครับ หอมไปทั่วโลกครับ ได้อันดับ ๓ แต่ก็ยังมีการบอกว่ายังไม่เสียแชมป์ยังมีเวลาที่ทําอยู่ ตรงนี้ที่ผมบอกว่า กระทรวงพาณิชย์ได้ทําร้ายพี่น้องคนไทย และทําร้ายประเทศไทยนะครับ ผมจะชี้ให้เห็น ถ้าท่านประธานเห็นว่านี่คือความล้มเหลวของกระทรวงพาณิชย์ภายใต้การนําของ ท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ดังที่หลายคนหรือคนส่วนใหญ่ได้พูดว่าการบริหารงาน การใช้ งบประมาณของรัฐบาลยิ่งลักษณ์แบบโม้ เหลว โกง กู้ ผมจะชี้ให้ท่านประธานและกรรมาธิการได้รับทราบนะครับว่าโม้อย่างไร เหลวอย่างไร และพี่น้องประชาชนทางบ้านได้รับทราบสัก ๑ ตัวอย่างเพื่อเป็นการประหยัดเวลา นั่นก็คือ โครงการรับจํานํามันสําปะหลังได้สร้างความเจ็บปวดให้กับพี่น้องเกษตรกรอย่างมาก รัฐบาลกว่าจะเปิดโครงการรับจํานํามันสําปะหลังได้ไปเริ่มต้นประมาณเดือนกุมภาพันธ์ แต่ปฏิบัติได้จริงนั้นผมเชื่อว่าประมาณกลางเดือนกุมภาพันธ์ แต่ท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงพาณิชย์ก็บอกว่าจะทําโครงการรับจํานํามันสําปะหลังโดยเริ่มตั้งแต่ กลางเดือนพฤศจิกายน ก็ถอยไปเดือนธันวาคม ปีใหม่เดือนมกราคมจนมาถึงเดือนกุมภาพันธ์ ถึงได้มีโครงการเกิดขึ้น ผมขอกราบเรียนต่อท่านประธานผ่านไปยังกรรมาธิการและผ่านไปยัง รัฐบาลว่าโครงการการที่ช่วยเหลือนั้นถ้าท่านทําช้าเท่าไรยิ่งทําให้เกษตรกรเสียหาย เท่ากับ ท่านได้ทําร้ายพี่น้องเกษตรกรอย่างมหันต์ พี่น้องเกษตรกรบ้านผมในอําเภอสอยดาว อําเภอโป่งน้ําร้อน ที่ปลูกมันสําปะหลังบอกว่าขาดทุนครับ ทํามันสําปะหลังในยุคของ ท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์นั้นขาดทุน ทําไมจะไม่ขาดทุนล่ะครับท่านประธาน ก็จังหวัดจันทบุรีอยู่ติดกับประเทศกัมพูชา การเก็บเกี่ยวมันสําปะหลังในช่วงนั้นมันเก็บเกี่ยว พร้อมกันครับ ลานแถวตะเข็บชายแดนเต็มไปหมดครับ พี่น้องเกษตรกรขายมันสําปะหลังไม่ได้ เพราะว่าลานไม่รับซื้อ ก็ชายแดนมีแต่รถพ่วงได้ขนมันสําปะหลังเข้ามาวันหนึ่งเป็นหลายร้อยเที่ยว ดังเพื่อน ส.ส. ได้เคยเอาวิดีโอคลิป (Video Clip) มาฉายที่สภาแห่งนี้ให้พวกเรารับทราบ นอกจากนั้นการจะไปเข้าโครงการของรัฐบาลโครงการรับจํานํานี้ยากแสนยากจริง ๆ ครับ ต้องมีการจ่ายค่าหัวคิว อยู่ดี ๆ จะเข้าคิวเอามันสําปะหลังไปจํานําไม่ได้นะครับ มีนายหน้าครับ ต้องจ่ายหัวคิวถึงได้คิว หักสิ่งเจือปน เมื่อก่อนถ้าไม่มีโครงการรับจํานําสิ่งเจือปนจะไม่มีครับ แต่ถ้าเกิดมีโครงการรับจํานําเมื่อไร ลานจะต้องหักสิ่งเจือปนเป็นของคู่กับโครงการรับจํานํา คิดเชื้อแป้งครับ มันน่าแปลกไหมครับ เกษตรกรถูกโกงอย่างไรครับ สุ่มตัวอย่างรถ ๑ คัน ๓ ครั้ง ครั้งแรกเชื้อแป้ง ๓๕ เปอร์เซ็นต์ ๒๕ เปอร์เซ็นต์ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ เขาเอาตัวต่ําสุด ๒๐ เปอร์เซ็นต์เป็นตัวตั้ง คิดว่ารถทั้งคันนั้นก็คือเชื้อแป้ง ๒๐ เปอร์เซ็นต์ เห็นไหมครับ ว่าโกงกันอย่างไร แล้วโควตาที่ได้รับนะครับ พี่น้องเกษตรกรได้บอกผมว่าได้รับ บางทีน้ําหนัก รถหกล้อ ๑ คัน สมมุติว่า ๘ ตัน แต่ได้โควตาเข้าคิวเพียง ๕ ตัน เขาลําบากครับอย่างนี้ครับ ได้ ๑ เที่ยวบางทีต้องเว้นไปอีก ๗ วัน มันลําบากนะครับ และท้ายที่สุดได้เงินจาก ธ.ก.ส. กว่าจะขั้นตอนกว่าจะอะไรมาร้องเรียนกับผมนี้เยอะมาก ช้ามาก ๆ จริง ๆ อันนี้ก็คือ เป็นความล้มเหลวของกระทรวงพาณิชย์ใน ๑ ตัวอย่าง ผมอยากจะกราบเรียน กับท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรแล้วก็ให้เพื่อนสมาชิกรับทราบว่าพี่น้องเกษตรกรที่ปลูก มันสําปะหลังในสมัยของท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์นั้นประมาณ ๕๐ ไร่ ขาดทุนประมาณ ๑๐๐,๐๐๐ บาท บางช่วงขายได้ ๑.๓๐ บาท ท่านกรรมาธิการ ท่านรัฐบาลได้ซักถาม สิ่งเหล่านี้ไหมครับว่าเป็นการทํางานที่ให้เกษตรกรนั้นเสียผลประโยชน์ เพราะฉะนั้น ผมจึงต้องตัดลดงบประมาณของกระทรวงพาณิชย์ลง ท่านประธานครับ ผมว่าถ้ากระทรวงพาณิชย์นั้นลองตั้งใจใหม่ ผมพร้อมที่จะให้กําลังใจ ในปี ๒๕๕๖ ถ้าท่านลองกลับหัวกลับหางกันนะครับว่าท่านจะทําค่าครองชีพให้มันถูกลง ทําสินค้าเกษตรให้มีราคา มีกําไร อันนี้ผมพร้อมให้กําลังใจท่านนะครับ แต่สิ่งที่ผ่านมานั้น ผมเองต้องขออนุญาตถือว่าลงโทษกระทรวงพาณิชย์ก็ว่าได้ ผมจึงไม่สามารถจะไว้วางใจ กระทรวงพาณิชย์ให้บริหารงบประมาณถึง ๗,๔๕๙,๕๔๔,๐๐๐ บาทได้ ผมจึงต้องขอปรับลด งบประมาณลง ๒๐ เปอร์เซ็นต์ ขอบคุณครับ
ไม่มีท่านใด อภิปรายนะครับ
(ไม่มีสมาชิกขออภิปราย)
ขออนุญาต ปิดการอภิปรายครับ ขอมติเลยนะครับ
(นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร มีสัญญาณให้สมาชิก ที่มาประชุมทราบก่อนทําการตรวจสอบองค์ประชุมและลงมติ)
เชิญสมาชิกที่อยู่ ข้างนอกด้วยนะครับ ขออนุญาตตรวจสอบองค์ประชุมนะครับ แสดงตนได้เลยครับ เชิญครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)
เรียบร้อยนะครับ ส่งผลได้เลยครับ ผู้เข้าประชุม ๒๙๘ ท่านครับ ครบองค์ประชุม
ผมขอมติเลยนะครับ มติครับ เห็นด้วยกับกรรมาธิการเสียงข้างมากหรือไม่ครับ ใช้สิทธิได้เลยครับ เชิญครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)
เรียบร้อยนะครับ ปิดการลงคะแนนครับ ส่งผลครับ มติครับ เห็นด้วย ๒๘๐ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๙๖ ท่าน ถือว่า ที่ประชุมมีมติเห็นชอบตามกรรมาธิการเสียงข้างมากครับ
(นายประเสริฐ ชัยกิจเด่นนภาลัย ได้ยืนและยกมือขึ้น)
ท่านเลขาธิการ สักครู่ มีอะไรครับ เชิญครับ
เมื่อสักครู่เครื่องมีปัญหาครับ กดไม่ได้ ผมเห็นด้วยนะครับ ผม ๑๙๖ ประเสริฐ ชัยกิจเด่นนภาลัย
บวกท่านประเสริฐอีก ๑ ท่าน ไม่มีท่านอื่นนะครับ เป็น ๒๘๑ ครับ เชิญครับ
ท่านประธานครับ ผม ยุรนันท์ ภมรมนตรี บัญชีรายชื่อ กรุงเทพมหานคร กดไม่ขึ้น เครื่องมีปัญหา เห็นด้วยครับ
อีก ๑ ท่าน เป็น ๒๘๒ ท่าน เชิญครับ
ท่านประธานคะ ดิฉัน สุณีย์ เหลืองวิจิตร เห็นด้วยค่ะ
เป็น ๒๘๓ ท่าน หมดนะครับ
เชิญท่านเลขาธิการครับ
มาตรา ๑๗ กระทรวงมหาดไทย มีการแก้ไข มีกรรมาธิการ ขอสงวนความเห็นและมีผู้แปรญัตติขอสงวนคําแปรญัตติครับ
เชิญท่านสมคิดครับ ท่านสมาชิกอย่าเพิ่งไปไหนนะครับ น่าจะมีผู้อภิปรายสัก ๒ ท่าน
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม สมคิด บาลไธสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดหนองคาย พรรคเพื่อไทย ขอแปรญัตติ กระทรวงมหาดไทย โดยส่วนรวมผมขอปรับลด ๒ เปอร์เซ็นต์ด้วยเหตุผลดังนี้ครับ คือผมไม่มั่นใจเกี่ยวกับเรื่องแผนงานฟื้นฟูความสัมพันธ์และพัฒนาความร่วมมือกับ ประเทศในภูมิภาค อันนี้เป็นหัวข้อสําคัญหัวข้อหนึ่ง ผมอยากกราบเรียนไปยังท่านประธาน คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจําปี งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๖ ว่าท่านได้พิจารณาเกี่ยวกับเรื่องแผนงานฟื้นฟูความสัมพันธ์ ไปถึงเรื่องเกี่ยวกับการขยายเวลาของด่านชายแดนไหมครับ คือว่าเมื่อมาตราที่ผ่านมา เกี่ยวกับเรื่องพาณิชย์ แต่เรื่องพาณิชย์เกี่ยวข้องกับเรื่องมหาดไทย โดยเฉพาะผมเป็น กรรมาธิการกิจการชายแดนไทยเราได้ไปสัมพันธ์กับพี่น้องเพื่อนบ้าน สิ่งที่เขาต้องการก็คือ ต้องการให้กระทรวงมหาดไทยขยายเวลาที่ด่านชายแดน ยกตัวอย่างที่ด่านชายแดนแม่สาย เมื่อ ๒ สัปดาห์ที่ผ่านมาพวกเราได้ไปประชุมพบปะหัวหน้าส่วนราชการ พ่อค้า ประชาชน ที่จังหวัดเชียงราย ได้รับการร้องเรียนเกี่ยวกับเรื่องการขยายเวลาที่ด่านสากลแม่สาย เพราะด่านแม่สายปิดด่าน ๑๘.๐๐ นาฬิกาปิดแล้ว ทั้ง ๆ ที่ด่านแม่สายนี่มีกําลังการค้ามาก แต่ระยะเวลามันสั้น เพราะฉะนั้นพี่น้อง พ่อค้า ประชาชนทางแม่สาย หอการค้า แล้วก็พี่น้องประชาชนทั้งจังหวัดท่าขี้เหล็กในรัฐฉาน เขาต้องการขยายเวลา จาก ๑๘.๐๐ นาฬิกาไปเป็น ๔ ทุ่มเหมือนกับด่านสากลอื่น ๆ ถ้าได้ขยายเวลาไปจนถึง ๔ ทุ่ม จะทําให้มีปริมาณการค้าในแต่ละวันเพิ่มมากขึ้น ทุกวันนี้แม่สายก็ตกไปปีละประมาณ แสนล้านบาทนะครับ เพราะฉะนั้นถ้าท่านมีการขยายเพิ่มระยะเวลาในการขยายด่านขึ้นไป แล้วอีกอย่างที่ทางพี่น้องทางด่านแม่สายต้องการทั้งอําเภอเชียงของด้วย อําเภอเชียงแสนด้วย ถ้าเราขยายเวลาออกไปเป็นเวลาเพิ่มขึ้นไม่ถึง ๔ ทุ่มก็ไม่เป็นไร แต่น่าจะ ๒ ทุ่ม ๓ ทุ่มอย่างนี้ครับ เราก็เลยเดินทางต่อไปเข้าไปในจังหวัดท่าขี้เหล็กไปจนถึงเมืองเชียงตุง เมืองลา เมืองม้า ไปเมืองท่า ล้อแดนประเทศจีน เส้นทางนี้เป็นเส้นทางที่ค้าขายได้มาก ถ้ามีการขยายด่าน ตรงนี้ได้ ด่านอื่นก็เหมือนกัน เท่าที่ผมได้รับฟังข่าวติดตามมา อย่างด่านที่จังหวัดหนองคาย จะขยายเป็น ๒๔ ชั่วโมง แต่เดี๋ยวนี้ก็ยังไม่ได้ปฏิบัติจริง ด่านหนองคาย ด่านสะเดา ด่านมุกดาหาร ด่านแม่สาย แต่เป็นทฤษฎียังไม่ได้ปฏิบัติ มีเพียงด่านเดียวด่านแม่สายครับ ขยายเวลาไปถึง ๔ ทุ่มปริมาณสินค้าจะมากเป็นเท่าตัวนะครับ โดยเฉพาะวัสดุก่อสร้างอาคาร ทั้งหลายอยู่เมืองเชียงตุง รัฐฉานส่งไปจากทางจังหวัดเชียงรายทั้งหมดเลยครับ อย่าลืมว่า ด่านแม่สายประชากรที่มาติดต่อกับเราอย่างน้อย ๕,๐๐๐,๐๐๐ คนนะครับ ที่รัฐฉาน ประชากร ๕,๐๐๐,๐๐๐ ล้านคนแล้วก็เป็นคนที่พูดกันรู้เรื่องกับประเทศไทย นอกจากนั้น ก็อยากให้เปิดด่านต่าง ๆ ที่เป็นด่านธรรมชาติ เป็นด่านชั่วคราว ขยายด่านชั่วคราว เป็นด่านถาวรขึ้น โดยเฉพาะด่านชายแดนพม่า ประชากรพม่า ๕๑ ล้านคนนะครับ ไม่นับกะเหรี่ยงที่ไม่ลงทะเบียน เพราะฉะนั้นถ้าเราเปิดด่านทั้งหลายนี้ได้จะทําให้ประชาชน มีการส่งสินค้าผ่านแดนมาก ผมก็อยากเรียกร้องไปยังกระทรวงมหาดไทยที่มีอํานาจ ในการขยายเวลาด่านนี้ ขอให้ทางคณะกรรมาธิการได้พิจารณาด้วยนะครับ
อีกเรื่องหนึ่งเกี่ยวกับกระทรวงมหาดไทยที่ผมอยากเสนอก็คือเรื่องกรมที่ดิน เดี๋ยวนี้ปัญหามากก็คือปัญหาเอกสารสิทธิที่หลายท่านได้พูดมาในกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมแล้ว กระทรวงมหาดไทยก็เป็นกระทรวงหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับการออกเอกสารสิทธิที่ดิน ให้พี่น้องประชาชน โดยเฉพาะอย่างจังหวัดหนองคายของผมเป็นที่ดินที่พี่น้องทํามาหากิน กันมาตลอด แล้วก็คิดว่าจะออกเอกสารสิทธิได้เป็นเวลาหลายปีแล้วนะครับ อยู่ในเขตเมือง ก็ยังไม่มีเอกสารสิทธิไม่รู้จะทําอย่างไร ก็อยากให้กรมที่ดินนี้ได้เร่งรัดการออกเอกสารสิทธิ โดยเฉพาะที่ตําบลปะโค ตําบลเวียงคุก เป็นที่ดินเกี่ยวกับท่า เกี่ยวกับน้ํา เกี่ยวกับฝั่ง มันมีที่ดินทับซ้อนกับพี่น้องประชาชนเขาต่อสู้กันมาเป็นเวลานานว่าจะออกเอกสารสิทธิ ออกโฉนดที่ดินให้เขา เป็นเวลาเกือบจะ ๒ ปีแล้วที่ตกลงว่าจะทํากันก็ยังไม่ได้ ก็อยากฝาก ไปยังกรมที่ดินด้วยครับ
เรื่องสุดท้ายที่อยากจะพูดถึงก็คือกรมโยธาธิการและผังเมือง ผมอยากฝาก ไปยังกรรมาธิการไปยังกรมโยธาธิการและผังเมืองนะครับ อยากให้มองฝั่งโขงคือเป็นดินแดน ที่เราต้องพัฒนาให้มั่นคง ปีหนึ่งเสียดินแดนไปปีละประมาณ ๑๐๐ ไร่นะครับ ทําอย่างไร กรมโยธาธิการและผังเมืองจะทําพนังกั้นน้ําโขงโดยที่ไม่ให้ ส.ส. มาพูดเลย ออกไปเลยแต่ละปี จะวางแผนทํากี่ร้อยเมตรกี่พันเมตรว่าไปนะครับ ๙๐๐ กว่ากิโลเมตรจากจังหวัดเชียงรายถึง จังหวัดอุบลราชธานีทํา ๑๐ ปี ปีละ ๑๐๐ กิโลเมตรมันก็เสร็จแล้วครับ ผมอยากให้เป็นอย่างนี้ ไม่อยากให้ ส.ส. มาพูดอีก อยากให้กรมโยธาธิการและผังเมืองเป็นเรื่องต้องทํานะครับ มันเสียดินแดนปีละ ๑๐๐ ไร่นะครับ แม่น้ําภายในประเทศเหมือนกัน บ้านเมืองตรงไหน มันพังมันอะไรก็ให้ตรวจสอบวางแผนทํา ให้พี่น้องประชาชนเพื่อความมั่นคงของชีวิต
สุดท้ายนะครับ ผมอยากฝากไปยังกระทรวงมหาดไทย ก็คือกระทรวง มหาดไทย ที่ประชุม หอประชุมอําเภอต่าง ๆ ทั่วประเทศบางแห่งมันใช้ไม่ได้ รกรุงรัง ร้าง อุปกรณ์ในการจัดการประชุมผู้ใหญ่บ้าน กํานันหรือพี่น้องประชาชนมันไม่สมบูรณ์ ก็อยากฝากไปยังกระทรวงมหาดไทยได้จัดการเรื่องหอประชุมนี้ด้วยนะครับ ขอบคุณมากครับ
เชิญท่านธานี เทือกสุบรรณ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม ธานี เทือกสุบรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดสุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์ ผมได้แปรญัตติปรับลดงบประมาณไว้หลายมาตรา แต่เนื่องจากเวลามีจํากัด ก็ต้องขอขอบคุณท่านประธานวิปที่ได้เลือกให้อภิปรายเรื่องของกระทรวงมหาดไทยครับ ท่านประธาน กระทรวงมหาดไทยได้ปรับลดไว้หลายส่วนนะครับ แต่ผมก็จะพูดเน้น ส่วนที่สําคัญก็คือที่กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น สิ่งหนึ่งที่กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต้องประสบในทุกปีในการทํางบประมาณ ตามกฎหมาย ก็จะให้ตั้งงบประมาณให้กับกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นประมาณ ๓๕ เปอร์เซ็นต์ ของรายได้รัฐบาล แต่ไม่น้อยกว่า ๒๕ เปอร์เซ็นต์ เราก็มาดูกันว่าใน พ.ร.บ. งบประมาณฉบับนี้ ปี ๒๕๕๖ ได้ตั้งไว้ให้กับกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นไว้ที่เท่าไร ท่านประธานที่เคารพครับ น้อยคนก็ดูงบประมาณเผิน ๆ ก็จะไม่ทราบว่างบประมาณที่รัฐบาลได้ตั้งให้กับ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นปรากฏในร่าง พ.ร.บ. งบประมาณถึง ๒๓๖,๐๐๐ ล้านบาท คิดเป็นประมาณ ๒๕ เปอร์เซ็นต์ แต่จริง ๆ แล้วงบประมาณที่ได้ตั้งไว้นี้ก็ตั้งไว้ที่ งบอุดหนุนทั่วไปแล้วก็งบอุดหนุนเฉพาะกิจ ดูเผิน ๆ ก็ไม่น่าเอะใจอะไรนะครับ ท่านประธาน แต่ที่มีปัญหามากก็คือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจะมีงบประมาณ ตามอํานาจหน้าที่ที่เขาได้ตามอิสระเพียงประมาณ ๖๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท เพราะว่าเราไปตั้งไว้ ในเงินอุดหนุนเฉพาะกิจ ปกติเราบอกว่าเงินอุดหนุนเฉพาะกิจนี่สํานักงบประมาณได้ตกลงว่า ปีที่แล้วผมก็ได้พูดไปครั้งหนึ่งว่างบอุดหนุนเฉพาะกิจจะไม่ตั้งให้มากกว่างบอุดหนุนทั่วไป ผมก็อยากถามว่าท่านกรรมาธิการได้ดูเรื่องนี้ให้หรือไม่เพราะว่ามาปีนี้งบอุดหนุนเฉพาะกิจ ก็มากกว่างบอุดหนุนทั่วไปอีก ดูงบอุดหนุนเฉพาะกิจ ดูงบอุดหนุนทั่วไปเราดูว่าจะใกล้เคียง แต่แท้ที่จริงแล้วงบที่รัฐบาลได้ตั้งให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้นยังแฝงไว้ซึ่งนโยบาย ที่รัฐบาลได้ตกลงไว้ ได้หาเสียงไว้กับประชาชนและเป็นนโยบายที่รัฐบาลได้เอามาดําเนินการ แต่ไปเบียดบังงบประมาณไปเบียดบังเงินที่ได้จัดสรรให้กับกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ไม่ว่าจะเป็นนโยบายผู้สูงอายุ นโยบายค่าแรง นโยบายเพิ่มเงินเดือนและค่าครองชีพ แม้กระทั่งคอมพิวเตอร์พกพาก็ยังไปเบียดบังงบประมาณส่วนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งเรื่องนี้ทําให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีปัญหาในการบริหารจัดการ บางองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่น บาง อบต. มีรายได้ไม่ถึง ๑๐ ล้านบาท ไม่เหลือที่จะไปพัฒนานะครับ อันนี้ก็ต้องฝากถามทางรัฐบาล ถามทางคณะกรรมาธิการว่าท่านได้ดูเรื่องนี้ให้ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหรือไม่ นโยบายที่กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ที่รัฐบาล ได้จัดสรรให้ไปที่ กทม. ๑๔,๐๐๐ กว่าล้านบาท ไปที่ อบจ. เทศบาล และ อบต. ถึง ๒๒๐,๐๐๐ ล้านบาท เมืองพัทยาอีก ๑,๔๐๐ ล้านบาท แต่ว่าในค่าใช้จ่ายที่เอาไปให้ ท้องถิ่นต่าง ๆ ทั้งหลายนี้ยังไปแฝงไว้มากมาย เวลานโยบายที่รัฐบาลประกาศออกไป ไม่ว่าจะเป็นนโยบายค่าครองชีพ เพิ่มเงินเดือน ท้องถิ่นก็ต้องเอาเงินของท้องถิ่นใช้ออกไป ทําให้ท้องถิ่นบางท้องถิ่นไม่มีงบประมาณเพียงพอในการบริหารจัดการ นอกจากนั้น เวลาที่ประสบอุทกภัย รัฐบาลก็ได้ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้มาช่วยเหลือ หลายองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเมื่อคราวที่น้ําท่วมที่กรุงเทพมหานคร ที่ภาคเหนือ ที่ภาคกลาง หลายองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นก็มาช่วยเหลือรัฐบาล ก็เพื่อหวังต้องใช้เงินของ ท้องถิ่นของตัวเอง ทําให้การพัฒนาในท้องถิ่นตามแผนที่เขาวางไว้ได้ขาดหายไป ซึ่งหวังที่จะ ให้รัฐบาลได้ใช้เงินจากงบกลางที่จะใช้กลับไปทดแทนให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ที่ได้ลงทุนไปก่อนนะครับ นอกจากนั้นมีผลกระทบกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นส่วนใหญ่ ในเรื่องของการจัดสรรเงินอุดหนุน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นส่วนใหญ่กลับได้รับน้อยกว่า งบประมาณ ปี ๒๕๕๔ ปี ๒๕๕๔ ปี ๒๕๕๕ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้ทําหนังสือทักท้วง ไปถึงท่านนายกรัฐมนตรี และท่านรัฐมนตรีของรัฐบาลบางคนก็ได้ไปตกลงไว้กับ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นว่านโยบายใดที่รัฐบาลเป็นผู้ได้กําหนดนโยบายออกไปนี้จะไม่ไป เบียดบังเงินขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หมายความว่าจะเอาเงินออกจากงบประมาณ ที่จะให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น แต่แล้วก็เปล่าครับ โม้อย่างเดียวแล้วก็ไม่ได้ทํา นอกจากนั้นวินัยในการบริหาร นโยบายและระเบียบราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หลายองค์กรพยายามจะเลียนแบบรัฐบาล เงินฟื้นฟูกรณีฉุกเฉิน ๑๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ที่จัดไว้ให้เมื่อปี ๒๕๕๕ ก็ไม่ชัดเจนว่าได้เอาไปให้ไว้ที่ไหน เท่าไร ซึ่งเรื่องนี้ทําให้ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นก็ลําบากก็ทวงถามรัฐบาลเหมือนกัน นอกจากนั้นยังมีการเร่ขาย งบประมาณครับ เร่ขายงบประมาณผ่านองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น องค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นต่าง ๆ บางองค์กรไม่มีเงิน แต่ก็จําเป็นครับอยากจะได้พัฒนาโครงการ แก้ไขฟื้นฟู ก็ไปรับทําโครงการต่าง ๆ ตามที่มีคนไปเร่ขาย ผมเป็นห่วงครับท่านประธานคณะกรรมาธิการครับ เป็นห่วงว่าหลังจากที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเหล่านั้นได้ทําการไปแล้ว เงินเพียง ๖๕ เปอร์เซ็นต์จะทํางานอะไรได้ ไหนจะผู้รับเหมาจะต้องเอากําไร ก็จะทําได้ประมาณ ๕๐ เปอร์เซ็นต์ของงาน แต่หลังจากนั้นไปแล้วเมื่อ สตง. ไปตรวจพบเข้าองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นต่าง ๆ ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต่าง ๆ ก็จะมาลําบากทีหลัง ครั้งแรกอาจจะผู้รับเหมาไปตกลงกับผู้ที่ไปเร่ขายงบ อันนี้ก็เป็นเรื่องที่จะฝากท่านประธาน ฝากกรรมาธิการได้ช่วยติดตามด้วย บางองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเพิ่งเป็นผู้บริหาร ไม่ได้ดูละเอียดก็มาพลาดพลั้งได้ ในที่สุดก็ต้องมาใช้จ่ายงบของตัวเอง ผมมีเรื่องที่จะเรียนกับ ท่านประธานมากมายนะครับ แต่ผมก็มีผู้ที่ได้อภิปรายกันไว้เยอะ แล้วเรื่องนี้ก็ยืนยันได้ว่า เป็นเรื่องจริง เรื่องการจัดขายงบ ท่านประธานที่เคารพครับ งบประมาณปีนี้ที่เขาบอกว่าโม้ เป็นโม้เรื่องจริง เพราะว่ามีคนของรัฐบาลไปรับปากกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นว่า จะแก้ปัญหาให้ ที่เขาว่าล้มเหลวก็ล้มเหลวจริงครับ เพราะว่าไปสอนให้เขาใช้จัดซื้อจัดจ้าง กรณีพิเศษ เดี๋ยวนี้เขาก็เริ่มหันมาใช้จัดจ้างกรณีพิเศษ แล้วที่ว่าโกงก็โกงจริงครับ เพราะว่า ๓๕ เปอร์เซ็นต์เอาไปแล้ว เอาไปก่อน ไม่อย่างนั้นไม่ให้งบ อันนี้ก็ถือว่าทําจริง เพราะฉะนั้น ผมฝากท่านประธานว่างบประมาณปีนี้ที่เขาบอกว่าโม้ ล้มเหลว แล้วก็โกงเป็นเรื่องจริง ท่านประธาน ผมจึงมีความจําเป็นที่จะต้องขอทวงให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั้งหลาย ว่าให้จัดสรรงบประมาณไปช่วยเหลือเขา เช่น ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ เขาต้องจ่ายเงิน ค่าเสี่ยงภัยตามนโยบายรัฐบาล แต่ในส่วนของเขาเขาก็ต้องจ่าย ซึ่งเพิ่มไปคนละประมาณ ๒,๐๐๐ บาทต่อเดือน เป็นเงินเท่าไรท่านประธาน ก็ฝากท่านประธานว่าให้รัฐบาลได้จัดสรร งบกลางไปอุดหนุนให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ต้องเสียเงิน ที่ต้องเสียรายได้ของ ท้องถิ่นในนโยบายของรัฐบาลต่าง ๆ นะครับ ผมจึงมีความจําเป็นที่จะต้องขอตัดงบประมาณ ของกระทรวงมหาดไทยลง ๘ เปอร์เซ็นต์ ขอขอบคุณครับท่านประธาน
เชิญท่านกรรมาธิการชวลิตตอบข้อซักถามของท่านสมาชิก
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายชวลิต วิชยสุทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จากจังหวัดนครพนม ต่อกรณีที่เพื่อนสมาชิกได้สอบถามการทํางานของคณะกรรมาธิการ
ในส่วนของท่านสมคิด บาลไธสง เรื่องการขยายเวลาให้ด่านชายแดน ทางกระทรวงมหาดไทยคงรับเรื่องนี้ตามข้อเสนอแนะของท่านนะครับ
ในส่วนของเรื่องการออกโฉนดที่ดิน งบประมาณของกรมที่ดิน ในปีงบประมาณ ๒๕๕๖ เป็นค่าใช้จ่ายในการเดินสํารวจออกโฉนดที่ดินจํานวนถึง ๑๐๐,๐๐๐ แปลง เป็นการจัดการที่ดินทํากินและที่อยู่อาศัยให้กับประชาชนที่ยากจน จํานวน ๑๓,๖๐๐ แปลง และเป็นการบริการด้านทะเบียนและรังวัดที่ดินในสํานักงานที่ดิน จํานวน ๕,๑๐๐,๐๐๐ ราย งบในส่วนนี้คงจะไปช่วยบรรเทาการที่ท่านได้เสนอ ความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนนะครับ
ในส่วนของกรมโยธาธิการและผังเมือง เรื่องเขื่อนทั้งในประเทศและแม่น้ํา นานาชาติ รัฐบาลได้มาชี้แจงข้อมูลโดยข้าราชการได้ให้ข้อมูลมาก็คือการจัดงบในปีนี้ การทําเขื่อนแม่น้ําในประเทศได้จัดงบถึง ๔,๒๒๘ ล้านบาท ตัวเลขกลม ๆ นะครับ และเขื่อนที่แม่น้ํานานาชาติ ๔,๐๗๙ ล้านบาท คิดว่ารัฐบาลได้ให้ความสําคัญกับการที่ที่ดิน ของพี่น้องประชาชนจะพังทลายไป โดยเฉพาะแม่น้ํานานาชาติ หมายถึงการเสียดินแดนนะครับ
ในส่วนเรื่องงบของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น งบท้องถิ่นที่ท่านสมาชิก ได้สอบถามนั้น ในปีนี้งบของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นแบ่งออกเป็นงบอุดหนุนทั่วไป และงบอุดหนุนเฉพาะกิจ โดยภาพรวมงบปีนี้ตั้งไว้ ๒๑๙,๐๓๙ ล้านบาทตัวเลขกลม ๆ เป็นงบอุดหนุนทั่วไป ๑๐๔,๔๔๔ ล้านบาท และเป็นงบอุดหนุนเฉพาะกิจ ๑๑๔,๕๙๔ ล้านบาท ตัวเลขกลม ๆ หากจะดูตัวเลขการจัดสัดส่วนรายได้ให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ย้อนหลังออกไป ๕ ปี ปี ๒๕๕๒ สัดส่วน ๒๕.๒๕ เปอร์เซ็นต์ ปี ๒๕๕๓ ๒๕.๒๖ เปอร์เซ็นต์ ปี ๒๕๕๔ ๒๖.๑๔ เปอร์เซ็นต์ และปี ๒๕๕๕ ๒๖.๖๔ เปอร์เซ็นต์ ปีนี้ปี ๒๕๕๖ ๒๗.๒๗ เปอร์เซ็นต์จะเห็นได้ว่าได้มีการพัฒนาการในการจัดสรรงบให้กับ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นก้าวหน้าขึ้นตามลําดับ แม้จะยังไม่ได้เต็มตามจํานวนที่ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีความคาดหวัง แต่ด้วยภาระของงบประมาณของชาติเมื่อจัดได้ มีความก้าวหน้าพัฒนาเพียงเท่านี้เราก็จําเป็นที่จะต้องใช้จ่ายงบประมาณหรือติดตาม การใช้จ่ายงบประมาณนั้นอย่างมีประสิทธิภาพ สําหรับที่เพื่อนสมาชิกได้เป็นห่วงเรื่อง การทุจริตของงบองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ทางกรรมาธิการก็มีความเป็นห่วงเป็นใย ในเรื่องนี้เช่นกัน ได้มีการสอบถามหน่วยราชการที่เกี่ยวข้อง ก็ได้มีการติดตามหรือตรวจสอบ เรื่องนี้อย่างเต็มกําลัง ในขณะเดียวกันก็ฝากเพื่อนสมาชิกเมื่อทราบข้อมูลในสิ่งที่เห็นว่า เป็นเรื่องของการทุจริตคอร์รัปชันร่วมไม้ร่วมมือกันก็คงจะแก้ไขปัญหานี้ได้สําเร็จ ภายในระยะเวลาอันใกล้ ขอขอบคุณครับท่านประธาน
ต่อไป จะขอลงมติในมาตรา ๑๗ นะครับ
(นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง มีสัญญาณ ให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนทําการตรวจสอบองค์ประชุมและลงมติ)
ก่อนลงมติ จะขอตรวจสอบองค์ประชุม ท่านสมาชิกเข้ามาแล้วกรุณากดปุ่มแสดงตนก่อนนะครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)
เรียบร้อยส่งผลครับ ๒๙๘ ท่าน
ผมจะถามมติว่าท่านใดเห็นควรให้คงไว้ตามร่างของกรรมาธิการเสียงข้างมาก ให้กดปุ่ม เห็นด้วย ท่านใดเห็นด้วยกับกรรมาธิการที่ขอสงวนความเห็นหรือผู้แปรญัตติ ขอสงวนคําแปรญัตติให้กดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ท่านใดเห็นควรงดออกเสียงให้กดปุ่ม งดออกเสียง ขอเชิญออกเสียงลงคะแนนได้ครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)
มีท่านใด ยังไม่ลงคะแนนมีไหมครับ
(ไม่มีสมาชิกยกมือ)
ไม่มีนะครับ ปิดการลงคะแนน เจ้าหน้าที่ส่งผล เห็นด้วยกับกรรมาธิการเสียงข้างมาก ๒๘๖ ท่าน เห็นด้วย กับกรรมาธิการเสียงข้างน้อย ๙๘ ท่าน งดออกเสียง ๑ ท่าน ที่ประชุมมีมติเห็นด้วย กับกรรมาธิการเสียงข้างมาก
ต่อไปเป็นมาตรา ๑๘ เชิญท่านเลขาธิการ
มาตรา ๑๘ กระทรวงยุติธรรม มีการแก้ไข มีกรรมาธิการ ขอสงวนความเห็น มีผู้แปรญัตติขอสงวนคําแปรญัตติ
เชิญท่านสาทิตย์ วงศ์หนองเตย มีท่านเดียวนะครับ เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม สาทิตย์ วงศ์หนองเตย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ผมได้เสนอ ให้มีการปรับลดงบประมาณของกระทรวงยุติธรรมเอาไว้ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ความจริงแล้วถ้าจะพูดถึง กระทรวงยุติธรรมนั้นก็เป็นกระทรวงซึ่งมีอํานาจหน้าที่ที่ต้องอํานวยความยุติธรรมให้เกิดขึ้น ตามชื่อของกระทรวงยุติธรรม ในกระทรวงยุติธรรมนั้นความจริงมีหลากหลายหน่วยงาน แต่เนื่องจากว่าการปฏิบัติงานของแต่ละหน่วยงานนั้นก็อาจจะมีประเด็นซึ่งคณะกรรมาธิการ ได้ไปติดตามตรวจสอบจนกระทั่งผมในฐานะผู้ปรับลดงบประมาณนั้นเห็นว่าน่าที่จะมี ความเหมาะสมกันอยู่บ้างแล้ว แต่มีหน่วยงานอยู่หน่วยงานหนึ่งในกระทรวงยุติธรรมซึ่งถือว่า เป็นหน่วยงานสําคัญ และผมคิดว่าคณะกรรมาธิการจําเป็นที่จะต้องทํางานหนัก ในการตรวจสอบหน่วยงานนี้ นั่นคือหน่วยงานที่เรียกว่ากรมสอบสวนคดีพิเศษ ชาวบ้านทั่วไปก็มักจะเรียกชื่อติดปากว่าดีเอสไอ (DSI) หรือกรมสอบสวนคดีพิเศษ ต้องเรียนท่านประธานว่างบประมาณปีนี้กรมสอบสวนคดีพิเศษมีแผนการใช้จ่ายงบประมาณ ซึ่งขอผ่านสภานี้อยู่ที่ ๑,๑๓๖ ล้านบาท ผมคิดว่าการอนุมัติให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้เงินจํานวนนี้ไปโดยง่าย ๆ แล้วไม่มีการตรวจสอบเรื่องการใช้อํานาจหน้าที่นั้น เป็นเรื่องที่ไม่สมควรอย่างยิ่งครับ เหตุผลก็เพราะว่าดีเอสไอหรือกรมสอบสวนคดีพิเศษนั้น เป็นหน่วยงานซึ่งมีอํานาจตามที่กฎหมายบัญญัติไว้ค่อนข้างที่จะมากทีเดียว ท่านประธาน เป็น ส.ส. ในสภานี้คงจําได้เมื่อปี ๒๕๔๗ สภานี้ได้ออกพระราชบัญญัติสอบสวนคดีพิเศษ จัดให้มีกรมสอบสวนคดีพิเศษขึ้น วัตถุประสงค์หรือจุดมุ่งหมายของการจัดตั้ง กรมสอบสวนคดีพิเศษนั้นมีเขียนเอาไว้ในท้ายราชกิจจานุเบกษาฉบับ ๑๙ มกราคม ปี ๒๕๔๗ ว่า ที่จัดตั้งกรมสอบสวนคดีพิเศษเพื่อรับผิดชอบในการดําเนินการเกี่ยวกับ คดีอาญาบางประเภทที่กําหนดและอยู่ในอํานาจหน้าที่ของกรมสอบสวนคดีพิเศษ และคดีดังกล่าวจําเป็นต้องมีผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านเป็นผู้ดําเนินการสืบสวนสอบสวน รวมทั้งกําหนดอํานาจหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ดังกล่าวเพื่อให้การป้องกันและปราบปราม การกระทําผิดอาญาดังกล่าวเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ เหตุผลที่ผมยกเรื่องนี้ขึ้นมาพูด กับท่านประธานก่อนก็เพราะว่าเงินงบประมาณทั้ง ๑,๑๓๙ ล้านบาทนั้นกรมสอบสวนคดีพิเศษ จะต้องไปใช้จ่ายโดยคํานึงถึงเจตนารมณ์ของกฎหมายที่ตั้งขึ้น นั่นประการหนึ่ง
อีกประการหนึ่งก็คือจะต้องปฏิบัติหน้าที่ให้เป็นไปตามหลักของการบริหาร กิจการบ้านเมืองที่ดี ใน ๖ ข้อนั้น ในข้อที่ ๑ เขียนถึงหลักนิติธรรม และในข้อที่ ๒ นั้น เขียนถึงหลักคุณธรรม ทุกกรมทุกหน่วยงานจําเป็นจะต้องยึดตามหลักของการบริหารกิจการ บ้านเมืองที่ดีทั้งสิ้นครับ โดยเฉพาะกรมสอบสวนคดีพิเศษซึ่งมีอํานาจหน้าที่สามารถที่จะไป จับกุมดําเนินคดีในคดีหลัก ๆ คดีใหญ่ ๆ คดีสําคัญ ๆ ได้ยิ่งต้องยึดครับ ในเอกสาร ประกอบการของบประมาณ ๑,๑๓๙ ล้านบาทนั้น กรมสอบสวนคดีพิเศษได้มีการเขียนถึง วิสัยทัศน์ของกรมสอบสวนคดีพิเศษในเรื่องของแผนการใช้จ่ายเงินงบประมาณปี ๒๕๕๖ ว่า เป็นองค์กรชั้นนําด้านการสืบสวนสอบสวนที่มีมาตรฐานในระดับสากลและได้รับความเชื่อมั่น ในการบังคับใช้กฎหมายด้วยความเป็นธรรม ผมขีดเส้นใต้ในข้อหลังนะครับ บังคับใช้ กฎหมายด้วยความเป็นธรรม แต่สิ่งซึ่งผมกําลังจะเรียนกับท่านประธานต่อไปนี้ก็คือว่า ผมผิดหวังกับการทําหน้าที่ของคณะกรรมาธิการครับ ท่านไม่ได้ตรวจสอบวิสัยทัศน์ การปฏิบัติหน้าที่ของกรมสอบสวนคดีพิเศษตามวิสัยทัศน์ที่ชี้แจงไว้กับกรรมาธิการเลย เพราะยังมีข้อครหาคลางแคลงใจต่อกรณีที่เกิดขึ้นว่าไม่ได้เป็นไปตามวิสัยทัศน์ที่ชี้แจงไว้ คือการบังคับใช้กฎหมายด้วยความเป็นธรรม มีอย่างน้อยที่สุด ๒ กรณีครับท่านประธาน ซึ่งเป็น ๒ กรณีที่จะชี้ให้เห็นว่ากรมสอบสวนคดีพิเศษนั้นไม่ได้บังคับใช้กฎหมายด้วยความเป็นธรรม ที่สําคัญก็คือกรมสอบสวนคดีพิเศษอาจจะตกไปเป็นเครื่องมือทางการเมืองเพื่อที่จะเล่นงาน ฝ่ายตรงข้ามกับรัฐบาลผู้กํากับนโยบายในขณะนี้ด้วยซ้ําไป
ในเรื่องที่ ๑ คณะกรรมาธิการผมเข้าใจว่าเท่าที่ปรากฏข่าวคราวผมติดตาม การทํางานท่าน ไม่ได้ซักถามการทําหน้าที่ของกรมสอบสวนคดีพิเศษในหลายเรื่องนะครับ ไม่นับเฉพาะคดีที่ค้างซึ่งส่อให้เห็นประสิทธิภาพของกรมสอบสวนคดีพิเศษด้วย ผมชี้ให้ท่านประธานเห็นง่าย ๆ ครับว่าการดําเนินการสืบสวนสอบสวนคดีพิเศษนั้น ในช่วงระยะปีหลัง ๆ มามีคดีพิเศษที่สืบสวนสอบสวนเสร็จและอยู่ระหว่างการสืบสวน สอบสวนนั้นมากขึ้นค้างอยู่ทุกปีครับ ในปีแรก ๆ นั้น คดีที่อยู่ระหว่างการสอบสวน ซึ่งข้ามปีงบประมาณ เช่นปี ๒๕๕๐ นี่มี ๑๑๓ คดี ปีงบประมาณ ๒๕๕๑ มี ๑๑๔ คดี ปี ๒๕๕๒ ๑๓๙ คดี แต่มาถึงปี ๒๕๕๓ นั้นค้างอยู่ ๓๙๒ คดี ปี ๒๕๕๔ ค้างอยู่ ๓๙๘ คดี มาถึงปีงบประมาณ ๒๕๕๕ ๒๘๓ คดี ดูตัวเลขเผิน ๆ ก็เห็นแล้วว่าประสิทธิภาพ ในการทํางานนั้นมีปัญหาแน่ พอไปดูเอกสารชี้แจงปัญหาอุปสรรคนั้นผมเชื่อว่าท่าน ตรวจสอบเขียนไม่หมดนะครับ เพราะอะไรครับ
เพราะเรื่องที่ ๒ ที่ผมจะพูดต่อจากนี้ไปมันจะเกี่ยวโยงว่าเมื่อมีการเปลี่ยนแปลง รัฐบาล คดีพิเศษที่มากขึ้นในปี ๒๕๕๒ ปี ๒๕๕๓ เกี่ยวโยงกับการชุมนุมก่อความรุนแรง ในเมืองหลวงของประเทศไทยและอีกหลายจังหวัดนั้นมีคดีในการดําเนินการที่ค้างอยู่ ไม่ทราบด้วยเหตุผลกลใดที่กรมสอบสวนคดีพิเศษไม่ดําเนินการต่อให้แล้วเสร็จซึ่งสะท้อนถึง ประสิทธิภาพ แต่เรื่องใหญ่เป็นอย่างนี้ครับ เรื่องที่ ๑ ซึ่งสะท้อนว่าการบังคับใช้กฎหมาย ไม่เป็นธรรม นั่นคือเรื่องที่เกิดขึ้นกับกรณีที่มีอดีตสมาชิกวุฒิสภาคนหนึ่งคือนายเรืองไกร ประทานโทษเอ่ยนาม เรื่องนี้ไม่เสียหายกับเขาเพราะปรากฏเป็นข่าวครับว่ามีการไปยื่น กรมสอบสวนคดีพิเศษให้มีการสอบพรรคประชาธิปัตย์ ในกรณีที่มีการรับบริจาคเงิน ช่วยเหลือน้ําท่วมเมื่อปี ๒๕๕๓ ซึ่งเกิดน้ําท่วมครั้งใหญ่ครั้งหนึ่งในประเทศไทย ก่อนปี ๒๕๕๔ ในข้อกล่าวหานั้นมีข่าวปรากฏว่าบุคคลที่ไปยื่นดังกล่าว กล่าวหาบริษัทแห่งหนึ่ง ซึ่งเป็นข่าวไปแล้วนะครับ คือบริษัท อีสท์ วอเตอร์ว่ามีหุ้นโดยรัฐและไม่สามารถบริจาค ให้พรรคการเมืองได้ น่าที่จะเป็นการกระทําผิดกฎหมายพรรคการเมือง มีการไปร้อง เมื่อเดือนพฤษภาคมปีนี้เองครับ แปลว่าไม่นานมานี้เองไม่กี่เดือนมานี้ครับ กรมสอบสวนคดีพิเศษ จนกระทั่งถึงบัดนี้ยังไม่ได้รับเป็นคดีพิเศษเลย แต่สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือว่ามีการเชิญคนที่บริจาคเงินนี่ ไปให้ปากคํากับกรมสอบสวนคดีพิเศษ ทีแรกก็คิดว่าเชิญเฉพาะบริษัท อีสท์ วอเตอร์ เพราะทันที ที่บอกว่าบริษัท อีสท์ วอเตอร์บริจาคผิดกฎหมายนั้น ผมในฐานะที่เป็นอดีตรัฐมนตรี ประจําสํานักนายกรัฐมนตรีกํากับดูแลหน่วยงานอย่างกองทุนผู้ประสบภัย สํานักนายกรัฐมนตรี ก็ออกมาชี้แจงร่วมกับคนของพรรคว่าการบริจาคในปีนั้นไม่ได้เป็นการบริจาคให้พรรคประชาธิปัตย์ แต่เป็นการบริจาคผ่านทางรองนายกรัฐมนตรี แล้วในที่สุดก็นําเงินทั้ง ๓๖ ล้านบาทของ ผู้บริจาค ๑๙๑ คน ไปส่งมอบให้กับกองทุนผู้ประสบภัยสํานักนายกรัฐมนตรีเป็นผู้รับเงิน และที่สุดแล้วกองทุนผู้ประสบภัยก็ออกใบเสร็จรับเงินให้กับผู้บริจาคทุกรายทั้ง ๑๙๑ ราย เป็นเงิน ๓๖ ล้านบาทเศษ เรื่องก็น่าจะเคลียร์เท่านั้นนะครับ แต่ปรากฏว่าวันดีคืนดีครับ ทั้ง ๆ ที่ยื่นมาเพียงแค่ ๒-๓ เดือน
ท่านสาทิตย์ครับ เดี๋ยวครับ มีผู้ประท้วง ตกลงกันได้ไหมว่าใครจะประท้วงก่อน
ท่านประธานสภาที่เคารพครับ เป็นสิทธิของจ่าประสิทธิ์ด้วยครับ ผมไม่ได้นัดหมายครับ ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม วรชัย เหมะ พรรคเพื่อไทย จังหวัดสมุทรปราการ ผมขอประท้วงตามข้อ ๖๑ เพราะว่า ท่านอภิปรายในลักษณะที่แก้ตัว แก้ข้อกล่าวหา ท่านไม่ได้พูดถึงวาระที่สอง เรื่องการตัดงบประมาณเลย ขอให้ท่านควบคุมการประชุมด้วยเถอะครับ เพราะว่าผมนี่เมื่อกี้ ท่านประธานวิปก็มาบอกผมก็ไม่ขึ้นประท้วงเลย
ผมว่าพอแล้ว เดี๋ยวผมจะได้วินิจฉัย คืออย่างนี้ครับ ท่านสาทิตย์ขอตัด ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ท่านกําลังอธิบายเหตุผล คือเวลาที่แต่ละกระทรวงเขาเสนอเรื่องมาต่อท่านสมาชิกทั้งหลาย เขาจะมีวิสัยทัศน์ พันธกิจทั้งหลาย ท่านกําลังอธิบายถึงวิสัยทัศน์หรือพันธกิจที่เสนอต่อสภา ว่าจะต้องบังคับกฎหมายอย่างเป็นธรรม ท่านกําลังอธิบายว่ากรมนี้กําลังบังคับกฎหมายอย่าง ไม่เป็นธรรมหรือเลือกปฏิบัติ ซึ่งเขากําลังถามกรรมาธิการอยู่ ยังอยู่ในประเด็น เชิญต่อครับ
ขอบคุณท่านประธานครับ ประชาชนทั้ง ๑๙๑ ราย ก็เหมือนคนไทยทั่วไป เห็นเพื่อนร่วมชาติคนไทยเดือดร้อนก็อยากจะช่วยเหลือ ครั้นจะเดินมาที่ทําเนียบรัฐบาล มาหากองทุนผู้ประสบภัย สํานักนายกรัฐมนตรีก็ลําบาก คนทั่วไปก็ไม่อยากจะเดินมาที่ทําเนียบรัฐบาลเพราะว่าจะต้องผ่านหลายด่าน ก็บริจาคผ่าน ท่านรองนายกรัฐมนตรีขณะนั้น เงินก็ถูกส่งมาที่กองทุนเงินช่วยเหลือผู้ประสบภัยสาธารณะ สํานักนายกรัฐมนตรีทั้ง ๓๖ ล้านบาทเศษ แล้วออกใบเสร็จรับเงินโดยสํานักนายกรัฐมนตรี ครบถ้วนทั้ง ๑๙๑ ราย แต่วันดีคืนดีดีเอสไอซึ่งจะต้องปฏิบัติหน้าที่โดยการบังคับใช้กฎหมาย อย่างเป็นธรรม ไปออกจดหมายเชิญชาวบ้านที่บริจาคทั้ง ๑๙๑ ราย ไม่ใช่แค่ บริษัท อีสท์ วอเตอร์บริษัทเดียว ชาวบ้านบริจาค ๔๐๐ บาท ท่านประธานครับ ๔๐๐ บาท คนไม่ใช่เป็นคนจะมีฐานะเยอะ แต่ว่าอยากจะช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ ๔๐๐ บาท กรมสอบสวนคดีพิเศษออกหนังสือวันที่ ๓๑ กรกฎาคม ๒๕๕๕ หลังจากมีคนไปร้อง เดือนพฤษภาคม เดือนมิถุนายน เดือนกรกฎาคม ๒ เดือน เชิญคนบริจาค ๔๐๐ บาท บอกว่ามีการบริจาคเงินโดยฝ่าฝืนพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. ๒๕๕๐ ชาวบ้านเห็นจดหมายก็ตกใจแล้วครับ ความรู้สึกของเขาก็คือไปบริจาคเงิน ช่วยเพื่อนมนุษย์ที่ตกทุกข์ได้ยาก ทําไมต้องถือว่าเป็นการทําผิดกฎหมาย แล้วเรียกตัวไปสอบ ที่ดีเอสไอด้วย นี่แค่ ๔๐๐ บาทครับ ความจริงยังมีคนถ้าบริจาคแค่ ๑๐๐ บาทก็ยังเรียกเข้าไป ที่บางขุนเทียนผมโทรไปคุยเอง ผู้ป่วยอัมพฤกษ์ต้องนั่งรถเข็นไปให้ปากคําดีเอสไอ ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ บางคนอยู่ต่างจังหวัดบริจาค ๔๐๐-๕๐๐ บาท มาให้ปากคํา ดีเอสไอหมดเป็นพันบาท คําถามก็คือว่าท่านไปตั้งข้อหาว่ามีเรื่องร้องเรียนกล่าวโทษว่า มีการบริจาคเงินโดยฝ่าฝืนพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง ผมจะชี้ให้ท่านประธานเห็นว่าเป็นการบังคับใช้กฎหมายที่ไม่เป็นธรรม ๑. คดีนี้ยังไม่เป็น คดีพิเศษ ถ้ายังไม่เป็นคดีพิเศษมีอํานาจอะไรไปดําเนินการสืบสวนสอบสวนเขา เพราะจะต้อง เป็นคดีพิเศษก่อน ครั้นจะอ้างว่าเป็นคดีอาญาอื่น ท่านประธานครับ ในเอกสารดีเอสไอชี้แจง กรรมาธิการท่านดูหรือเปล่าว่าถ้าท่านรู้กรณีอย่างนี้จะรู้ว่าดีเอสไอไปพูดข้อเท็จกับกรรมาธิการ เพราะอะไร ดีเอสไอชี้แจงบอกว่าอํานาจหน้าที่ท่าน การปฏิบัติงานคดีพิเศษเป็น การดําเนินการสืบสวนสอบสวนคดีพิเศษตามพระราชบัญญัติการสอบสวนคดีพิเศษ ปี ๒๕๔๗ และที่แก้ไขปี ๒๕๕๑ กําหนดให้กรมสอบสวนคดีพิเศษมีอํานาจดําเนินการสืบสวน สอบสวนคดีความผิดอาญา ตามกฎหมายกําหนดไว้ในบัญชีท้ายพระราชบัญญัติจํานวนทั้งสิ้น ๓๖ ฉบับ ถ้าอ่านทั้งหมดเสียเวลา แต่ผมยกตัวอย่างเช่นกฎหมายว่าด้วยการกู้ยืมเงิน ที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน กฎหมายว่าด้วยการแข่งขันทางการค้า กฎหมายว่าด้วย ธนาคารพาณิชย์ กฎหมายว่าด้วยการเล่นแชร์เหล่านี้เป็นต้น และใน ๓๖ กฎหมายที่เขียนไว้ ท้ายพระราชบัญญัติไม่มีกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง คุณเอาอํานาจอะไร ไปสอบสวนเขา เป็นการรับลูกตามนโยบายการเมืองหรือเปล่า ซึ่งถ้าเป็นเช่นนั้นวิสัยทัศน์ ที่ท่านบอกว่าบังคับใช้โดยกฎหมายด้วยความเป็นธรรม และต้องบริหารโดยหลักของ การบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดีใน ๒ ข้อแรก คือนิติธรรมกับคุณธรรมก็ขาดไร้โดยสิ้นเชิง สมควรจะต้องตัดงบประมาณมากกว่านี้ด้วยซ้ําไป นอกจากนั้นกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง หน่วยงานซึ่งรับผิดชอบ โดยตรงอยู่แล้วคือคณะกรรมการการเลือกตั้งหรือ กกต. ซึ่งบุคคลเดียวกันนี้ก็ไปร้องที่ กกต. และมีการสอบแล้ว แต่ที่สําคัญชาวบ้านซึ่งถูกเรียกไปให้ปากคํานั้นกลับมาพูด ในทางเดียวกัน มีผู้สูงอายุคนหนึ่งอายุเกือบ ๙๐ ปีเล่าให้ฟังทั้งน้ําตาว่าเขารู้สึกว่าเจ้าหน้าที่ ข่มขู่คุกคามเขาด้วยคําถามว่าทําไมคุณต้องบริจาคให้พรรคประชาธิปัตย์ เขาผิดตรงไหนครับ คนที่เห็นความทุกข์ยากเดือดร้อนของประชาชนอยากช่วยผิดหรือครับ ครั้นมีผู้ไป ให้ปากคําคนหนึ่งซึ่งเป็นชาวบ้านบริจาคหลักร้อย ถามทางเจ้าหน้าที่ที่สอบสวนบอกว่า ทีพรรคการเมืองอื่นอย่างพรรคเพื่อไทยทําไมคุณไม่สอบ เขาตอบง่ายมากครับไม่มีคนร้อง ความรู้สึกนี้คือ ๒ มาตรฐาน และมันยิ่งกว่าการข่มขู่คุกคาม เพราะถ้าความรู้สึกนี้เกิด ต่อไปนี้ เหตุการณ์ทุกข์ยากเกิดขึ้นในบ้านเมืองคนจะบริจาคต้องเลือกหรือครับ ต้องเลือกสีหรือครับ เวลาบริจาค บริจาคกับฝ่ายอื่นก็กลัวเสียหายหรือครับ ผมถึงถามว่านี่คือการบังคับใช้ กฎหมายอย่างเป็นธรรมตามวิสัยทัศน์ พันธกิจของดีเอสไอหรือเปล่า และเรื่องนี้มีแนวโน้ม ที่จะเป็นการใช้อํานาจโดยไม่ชอบตามกฎหมาย ซึ่งจะต้องมีการดําเนินการทางกฎหมาย ต่อไป แล้วดีเอสไอไม่หยุดนะครับ ในเวลาคดีอื่นค้างครับ คดีที่มาจากการชุมนุมปี ๒๕๕๒ คดีมาจากการชุมนุมปี ๒๕๕๓ ลมเปลี่ยนทิศ ขั้วอํานาจเปลี่ยน คนในดีเอสไอเปลี่ยนเลยครับ ถ้าเป็นอย่างนั้นบ้านเมืองมันอยู่ไม่ได้ครับ งบประมาณภาษีประชาชนต้องการเห็นความเป็นธรรม จากหน่วยงานที่บังคับใช้ตามกฎหมาย ภาษีที่มาจากหยาดเหงื่อชาวบ้านไม่ใช่ให้ข้าราชการ ตกเป็นเครื่องมือการเมืองแล้วไปกลั่นแกล้งฝ่ายตรงข้าม และเอาชาวบ้านมาเป็นเครื่องมือ ผมถึงเรียนถามคณะกรรมาธิการด้วยความผิดหวังว่ากรณีเช่นนี้ครับท่านจําเป็นที่จะต้อง ตรวจสอบเรื่องประสิทธิภาพ หลักของคุณธรรม นิติธรรม และหลักของการบริหารกิจการ บ้านเมืองที่ดี แต่กรรมาธิการไม่ทํา ผมจึงติดใจและสงวน แล้วจําเป็นจะต้องมาปรับลด เรื่องของดีเอสไอลง
เรื่องที่ ๒ ท่านประธานครับ เรื่องนี้ถ้ารองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ไม่ออกมาให้สัมภาษณ์เล่นงานทางฝ่ายทหารก่อนเรื่องก็คงไม่ปรากฏหรอกครับ แต่ยิ่งชี้ให้เห็นว่ากรมสอบสวนคดีพิเศษนั้นไม่ได้ปฏิบัติหน้าที่ตามวิสัยทัศน์ พันธกิจที่บังคับใช้ กฎหมายด้วยความเป็นธรรม แต่ย่อหย่อนด้อยประสิทธิภาพและยังมีปัญหาในเรื่องของ การปฏิบัติหน้าที่อย่างเป็นธรรมอีกด้วย วันดีคืนดีมีการออกไปพูดโดยรองอธิบดีกรมสอบสวน คดีพิเศษปรากฏเป็นข่าวในทํานองว่าจะมีการเรียกทหารสไนเปอร์ ในภาพชุดซึ่งปรากฏ เมื่อการชุมนุมปี ๒๕๕๓ มาสอบสวน โฆษกของกองทัพบกออกมาบอกว่า เขาชี้แจงว่า กรณีที่พูดว่าจะเรียกทหารสไนเปอร์ในภาพชุดมาสอบสวนนั้นยืนยันว่าคลิปดังกล่าว เป็นภาพชุดพลระวังป้องกันถืออาวุธประจํากายปืนเอ็ม ๑๖ อยู่ในท่าตรวจการณ์ ด้วยกล้องที่ติดอยู่กับตัวปืน ซึ่งเป็นอุปกรณ์ตามท้องตลาดเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในด้าน การมองเห็น ไม่ใช่อาวุธสไนเปอร์แต่อย่างใด แต่ประเด็นนี้ยังไม่ใช่เป็นประเด็นที่ชี้ให้เห็นถึง ความบกพร่องเรื่องการบังคับใช้กฎหมายและการทํางานอย่างมีประสิทธิภาพนะครับ ประเด็นก็คือการให้สัมภาษณ์ของโฆษกกองทัพบกนั้นได้พูดถึงกรณีหนึ่งครับว่ากรณีชายชุดดํา ที่นั่งรถตู้สีขาวเข้ามาบริเวณสี่แยกคอกวัวและใช้อาวุธสงครามยิงใส่กลุ่มเจ้าหน้าที่จนทําให้มี ผู้บาดเจ็บจํานวนมากและเสียชีวิต กองทัพให้รายละเอียดข้อมูลทั้งหมดกับพนักงานสอบสวนไปแล้ว ทั้งทะเบียนรถ ชื่อเจ้าของรถ เชื่อว่าน่าจะเชื่อมโยงผู้กระทําความผิดได้ แต่เรื่องกลับเงียบหายไปอีก เขาให้ปี ๒๕๕๓ ครับ ผ่านมา ๑ ปี ปี ๒๕๕๔ ปีนี้ปี ๒๕๕๕ กรมสอบสวนคดีพิเศษทําอะไรอยู่ครับ แต่นายเรืองไกรไปร้อง ๒ เดือนเรียกชาวบ้านบริจาค ๑๐๐ บาท ๔๐๐ บาท มาสอบทันที แต่กรณีซึ่งมีหลักฐานครบถ้วนชัดเจน มีภาพถ่ายเป็นวิดีโอ เป็นรถตู้ มีทะเบียน มีชื่อเจ้าของรถ ปรากฏกรมสอบสวนคดีพิเศษจะอ้างว่าใช้กฎหมายด้วยความเป็นธรรมได้อย่างไรครับ ๒ ปีกว่าไม่ทําอะไร ผมถึงบอกว่าผิดหวังกรรมาธิการครับ แล้วถ้าเป็นอย่างนี้มันยิ่งสะท้อนว่า กรมสอบสวนคดีพิเศษเชื่อถือไม่ได้นะครับ เงิน ๑,๐๐๐ กว่าล้านบาทเราจะให้ทั้งหมดเลยครับ หรือว่าถ้าเป็นรัฐบาลพอใจ เพราะว่าทําตามที่ฝ่ายนโยบายต้องการได้ ที่สําคัญครับท่านประธาน ในการให้สัมภาษณ์ของโฆษกกองทัพบกนั้นมีอีกกรณีหนึ่งก็คือกรณีที่ศาลตัดสินกรณีที่มี ผู้กระทําความผิดถูกจับกุม ๓ ราย ยิงอาวุธปืนสงครามขึ้นไปบนเฮลิคอปเตอร์ที่มีการโปรย ใบปลิว ประเด็นในการให้สัมภาษณ์โฆษกกองทัพบกก็คือว่าศาลตัดสินบอกไม่มีพยานหลักฐาน แต่กองทัพบกเขายืนยันอย่างนี้ครับว่าเหตุการณ์ดังกล่าวมีการยึดของกลางเป็นปืนอาวุธสงคราม เอ็ม ๑๖ ปืนอาก้า กระสุนปืนความเร็วสูงเป็นพันนัด ซึ่งส่งหลักฐานให้พนักงานสอบสวนไปแล้ว แปลว่าอะไรครับ กําลังมีการตั้งข้อสังเกตว่าพยานหลักฐานเหล่านี้หายครับ อย่างนี้หรือครับ กรมสอบสวนคดีพิเศษที่เราจะไว้วางใจใช้งบ ๑,๐๐๐ กว่าล้านบาท เพื่ออํานวยความเป็นธรรม บังคับใช้กฎหมายอย่างเป็นธรรมให้เกิดขึ้นแก่ประชาชนคนไทย ผมพูดตรงนี้นะครับ ไม่อยาก ให้ข้าราชการที่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความตั้งใจในกรมสอบสวนคดีพิเศษต้องน้อยใจหรือ เสียใจนะครับ ผมทราบหลายคนที่นั่นเป็นคนดีตั้งใจทํางาน แต่หลายคนที่นั่นก็ยอมเป็น ร่างทรงของเผด็จการในรัฐสภาหรือเปล่า นี่คือคําถามของผม ผมจึงติดใจกรมสอบสวน คดีพิเศษ และเรียนท่านประธานว่าผิดหวังกับการทํางานกรรมาธิการในการพิจารณา งบประมาณของกรมสอบสวนคดีพิเศษ และยังติดใจที่จะปรับลด และเรื่องนี้คงต้องมี การติดตามกันต่อไปอีกครับ
เชิญท่านกรรมาธิการตอบ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายชวลิต วิชยสุทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครพนม พรรคเพื่อไทย ในฐานะกรรมาธิการ กรณีที่เพื่อนสมาชิกได้สอบถามข้อมูลในส่วนของการทํางาน ของคณะกรรมาธิการ โดยเฉพาะในส่วนของกรมสอบสวนคดีพิเศษ ปี ๒๕๕๖ ได้ตั้งงบประมาณไว้ ๑,๑๓๖.๔๙๐๓ ล้านบาท คณะกรรมาธิการได้ปรับลดไป ๑๙,๒๗๔,๐๐๐ ล้านบาท อยากจะกราบเรียนเพื่อนสมาชิกว่ากรณีที่เพื่อนสมาชิกผิดหวัง การทํางานของคณะกรรมาธิการนั้น คณะกรรมาธิการไม่อาจไปล่วงรู้หรือสอบถาม รายละเอียดในคดีได้ โดยเฉพาะในคดีพิเศษ ในอดีตครั้งรัฐบาลที่ผ่านมา การเมืองอีกฝ่ายหนึ่ง ก็ไม่สบายใจกับดีเอสไอในการดําเนินคดีโดยเฉพาะคดีพิเศษ แต่เมื่อการเมืองเปลี่ยนไป อีกฝั่งหนึ่งก็ไม่สบายใจกับดีเอสไอ จึงน่าเห็นใจเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติ คณะกรรมาธิการ ได้สอบถามเขายืนยันการปฏิบัติหน้าที่อย่างเป็นกลาง คณะกรรมาธิการจึงไม่อาจปรับลด งบประมาณไปมากกว่าที่ได้ปรับลดไว้แล้ว ขอยืนยันตามที่ได้ปรับลดไว้ครับ
ประท้วงอะไรครับ ยังไม่เห็นมีใครผิดข้อบังคับ เชิญประท้วงครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายวัชระ เพชรทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ นับประเทศเป็นเขตเลือกตั้ง ท่านประธานครับ ผมมิได้ประท้วงครับ แต่ขอชี้แจงในฐานะ เป็นกรรมาธิการ ผมเป็นโฆษกคณะกรรมาธิการพิจารณางบประมาณมาจากการเลือกตั้ง โดยท่านหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ส่งผมเข้าไปเป็นกรรมาธิการ ขออนุญาตชี้แจง เพื่อนสมาชิกกรณีกรมสอบสวนคดีพิเศษเพิ่มเติมจากท่านชวลิต ตามที่เพื่อนสมาชิก ขอประทานโทษที่เอ่ยนาม ท่านสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ท่านได้อภิปรายถึงกรมสอบสวนคดีพิเศษว่าอาจจะตกเป็นเครื่องมือทางการเมืองเพื่อเล่นงาน ฝ่ายตรงข้าม ท่านประธานที่เคารพครับ ตรงนี้ไม่ใช่อาจจะไม่ใช่อาจจะเลย เพื่อนสมาชิกจาก ฝ่ายค้านเข้าใจผิด เพราะอะไรครับ เพราะนายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวน คดีพิเศษได้มาให้ปากคําต่อคณะกรรมาธิการเพื่อของบประมาณ นี่คือชวเลขปากคําของ นายธาริต เพ็งดิษฐ์ ในการของบประมาณของดีเอสไอทุกหน้า ทุกคํา ทุกบรรทัด กราบเรียน เพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและพี่น้องประชาชนทั้งประเทศ นายธาริต เพ็งดิษฐ์ ยืนยันว่า ตนเองนั้นเป็นเครื่องมือทางการเมืองของฝ่ายรัฐบาลอย่างแน่นอน นายธาริต เพ็งดิษฐ์ กล้าพูดถึงขนาดนี้ครับ ท่านประธานที่เคารพ ที่ผมกราบเรียนอย่างนี้ก็เพราะว่าอยากให้ พี่น้องประชาชนทั้งประเทศ และเพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้งฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาล ทราบโดยทั่วกันว่าแม้แต่อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษที่เราคาดหวังว่าจะเป็นองค์กรชั้นนํา ในการสืบสวนสอบสวน และเป็นที่พึ่งของพี่น้องประชาชนดีกว่าสํานักงานตํารวจแห่งชาตินั้น กลับยอมรับในที่ประชุมคณะกรรมาธิการงบประมาณว่าเขาพูดอย่างนี้ครับท่านประธาน ผมกราบเรียนด้วยความเคารพว่าดีเอสไอเป็นเครื่องมือของฝ่ายรัฐบาลอย่างแน่นอน อธิบดีดีเอสไอยืนยันว่าดีเอสไอเป็นเครื่องมือของฝ่ายรัฐบาลอย่างแน่นอน ท่านประธานครับ ผมกล่าวให้ฟังถึง ๒ ครั้ง เพื่อต้องการให้ท่านประธานได้ฟัง และพี่น้องประชาชนทั้งประเทศ ได้ยินโดยถ้วนทั่วกัน และนอกจากนี้อธิบดีดีเอสไอยังได้ชี้แจงต่อกรรมาธิการอีกว่า
เดี๋ยวนะ ท่านวัชระนิดหนึ่ง เชิญท่านกรรมาธิการมีอะไรหรือครับ ประท้วงอะไรครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย ในฐานะกรรมาธิการ ผมก็คือกรรมาธิการท่านหนึ่ง อยากจะให้ นายวัชระ เพชรทอง นําเอกสารที่มาพูดในสภาตอนนี้ถ่ายเอกสารแจกจ่ายให้ท่านสมาชิกได้ตรวจสอบ เพราะว่า นายวัชระ เพชรทอง ได้เอาข้อความบางตอนเข้ามาพูด เข้ามาเสนอต่อที่ประชุม
อย่างนี้ได้ไหมครับ คือโต้กันไปโต้กันมา เดี๋ยวให้ท่านวัชระพูดแล้วก็เดี๋ยวส่งชวเลข ซึ่งมันสามารถตรวจสอบได้อยู่แล้วในระบบของสภาเรา ให้ท่านได้พูดให้จบก่อนได้ไหมครับ
คือว่าถ้าเกิดว่านายวัชระ เพชรทอง
คืออย่างนี้ครับ เอาทีละท่านครับ คือผมนั่งฟังแล้วก็ท่านขอชี้แจงในฐานะกรรมาธิการ ผมก็ให้ท่านชี้แจง ถ้าเป็นเอกสารซึ่งเป็นชวเลขซึ่งท่านอ้างมันก็สามารถตรวจสอบในระบบ ของสภาเราได้อยู่แล้ว เดี๋ยวให้ชี้แจงให้เสร็จก่อน ถ้าไม่จริงแล้วเดี๋ยวท่านค่อยชี้แจงสิครับ คือเมื่อกี้ท่านใช้สิทธิยืนประท้วงนะครับ ผมให้ท่านวัชระชี้แจงให้จบก่อน แล้วท่านค่อยชี้แจงครับ คืออย่างนี้ครับ ในข้อเท็จจริงซึ่งในที่ประชุมแห่งนี้ก็ไม่ทราบหรอกครับ จะทราบเฉพาะ กรรมาธิการเท่านั้นเอง คราวนี้ทางท่านสาทิตย์เองก็ตัด ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ท่านก็พยายาม ให้เหตุผลในการปรับลดของท่านเพื่อจะโน้มน้าวท่านสมาชิกทั้งหลายนี่แหละ คราวนี้ ก็มีท่านกรรมาธิการซึ่งได้ตอบข้อซักถามไปแล้วท่านก็พยายามอธิบายเหตุผลเพิ่มเติมขึ้นมา
นิดเดียว ท่านประธานครับ ถ้าท่านวัชระ เพชรทอง พูดจบ ถ้าไม่เป็นตามที่ในที่ประชุม ขอให้ท่านวัชระ เพชรทอง รับผิดชอบในการกล่าวเท็จในครั้งนี้ด้วยนะครับ
เชิญท่านวัชระชี้แจงต่อครับ ผมไม่ให้ประท้วงนะครับ เพราะว่าอยู่ระหว่างการชี้แจงของ กรรมาธิการอยู่ ส่วนท่านจะเชื่อ ไม่เชื่อ เป็นสิทธิของท่าน ท่านจะต้องโหวตอยู่แล้วนะครับ เชิญท่านประท้วงก่อนครับ
มืออาชีพครับ
คือพวกเรากําลังอภิปรายอยู่นะครับ แล้วก็ถ่ายทอดประชาชนท่านชมอยู่นะครับ ฉะนั้น ขอความกรุณา
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม จ่าสิบตํารวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดสุรินทร์ ผมขอประท้วงผู้อภิปรายตามข้อ ๖๑ อภิปรายใส่ร้ายบุคคลที่ ๓ และมีการเอ่ยชื่อ นายธาริต เพ็งดิษฐ์ และกล่าวหาว่าตามข้อความที่เขาพูด ดีเอสไอเป็นหน่วยงานหนึ่งของราชการ ที่อยู่ภายใต้การบังคับบัญชาของรัฐบาล เขาให้ข่าวอย่างนั้นมันจะผิดตรงไหน ข้อเท็จจริง มันเป็นอย่างนี้ และที่สําคัญที่สุดบิดเบือนข้อเท็จจริงทําให้เขาเสียหาย
ท่านประท้วงแล้วนะครับ เดี๋ยวนั่งลงผมจะวินิจฉัยนะครับ เชิญนั่งลงครับ ประเด็น ที่ท่านประท้วงครบแล้วผมจะได้วินิจฉัย คือถ้าท่านเอาเฉพาะประเด็นที่ท่านประท้วง ผมว่าอย่าไปอธิบายเลยเถิดไปมากกว่านั้น เอาประเด็นว่าที่ไปกล่าวถึงบุคคลที่ ๓ เชิญนั่งครับ
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม จ่าสิบตํารวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดสุรินทร์ ผมขอใช้สิทธิพาดพิงเนื่องจากนายวัชระ
เอาประท้วงก่อนครับ ผมจะวินิจฉัยประเด็นประท้วงก่อนนะครับ
ผมประท้วงตามข้อ ๖๑
ผมจะได้วินิจฉัย ท่านนั่งลงก่อนครับ
และเมื่อสักครู่นี้นายวัชระ กล่าวหาว่าผมเป็นมืออาชีพ
เชิญนั่งลง ผมจะได้วินิจฉัยประเด็นก่อนครับ คือท่านวัชระขอใช้สิทธิในฐานะกรรมาธิการ แล้วก็ส่วนราชการที่มาชี้แจงเพื่อของบประมาณในการบริหารในส่วนของหน่วยงาน กรม กอง ของท่านเขาก็มีสิทธิในการซักถาม แล้วก็ในระบบสภาเราก็จะมีเจ้าหน้าที่ชวเลข ซึ่งท่านกําลังเอาข้อเท็จจริงที่ปรากฏในห้องนั้นมาชี้แจง ส่วนจะเป็นอย่างที่ท่านพูดหรือไม่ แล้วการบริหารราชการจะเป็นอย่างที่ท่านสมาชิกที่ได้ขอแปรตัดหรือที่ชี้แจงนั้นก็เป็นดุลยพินิจ ของพวกเรา ถ้าหากทําผิดกฎหมายก็สามารถที่จะดําเนินคดีได้อยู่แล้ว เชิญอธิบายต่อครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายวัชระ เพชรทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ นับประเทศเป็นเขตเลือกตั้ง ในฐานะโฆษกคณะกรรมาธิการ ท่านประธานครับ ก่อนที่ผม จะอภิปรายต่อไปนั้นผมขอใช้สิทธิตามข้อบังคับ ข้อ ๖๑ วรรคสอง
เดี๋ยวนะครับ ท่านชี้แจงของท่านเสร็จหรือยัง
ยังครับ
เอาชี้แจงในฐานะกรรมาธิการให้จบก่อนครับ
ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ บันทึกรายงานการประชุมพิจารณางบประมาณรายจ่ายประจําปี ๒๕๕๖ วันพฤหัสบดีที่ ๑๙ กรกฎาคม ๒๕๕๕ บันทึกรายงานการประชุมโดยนายณัฐวัฒน์ หน้าที่ ๔/๕ บรรทัดที่ ๒๕ และบรรทัดที่ ๒๖ นายธาริต เพ็งดิษฐ์ พูดว่า ผมกราบเรียนด้วยความเคารพว่า ดีเอสไอ เป็นเครื่องมือของฝ่ายรัฐบาลอย่างแน่นอน พูดด้วยน้ําเสียงหนักแน่น พร้อมกับย้ําว่าไม่มีกฎหมายใด ที่เขียนว่าข้าราชการพลเรือนเป็นกลางในการปฏิบัติหน้าที่ อย่างนี้เอียงไหมครับท่านประธาน ท่านประธานครับ นายธาริต เพ็งดิษฐ์ ยังได้อภิปรายต่อไปว่ากฎหมายเขียนชัดเจนว่า ข้าราชการพลเรือนนั้นจะต้องปฏิบัติตามนโยบายและคําสั่ง หากไม่ปฏิบัติตามจะมีโทษ – ท่านประธานครับ ก่อนหน้านี้ในสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ท่านรองนายกรัฐมนตรีเฉลิม อยู่บํารุง ยืนยันว่าสั่งดีเอสไอได้ สั่งตํารวจได้ ท่านประธานครับ รองนายกรัฐมนตรี ซึ่งกํากับดูแลสํานักงานตํารวจแห่งชาติและกรมสอบสวนคดีพิเศษยืนยันในที่ประชุมนี้แล้ว และสอดรับกับคําของนายธาริต เพ็งดิษฐ์ ที่ได้กราบเรียนท่านประธานไปแล้วว่าดีเอสไอนั้น ปัจจุบันเป็นเครื่องมือทางการเมืองของฝ่ายรัฐบาล ผมจึงกราบเรียนท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สาทิตย์ วงศ์หนองเตย ว่าที่ท่านบอกว่าอาจจะตกเป็นเครื่องมือทางการเมืองนั้น ไม่เป็นความจริงครับ เพราะอธิบดียืนยันว่าเป็นเครื่องมือทางการเมือง นั่นประเด็นที่ ๑
มีผู้ประท้วงครับ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม ประชา ประสพดี ในฐานะกรรมาธิการและเป็นโฆษกเช่นเดียวกัน การที่ท่านสมาชิก นายวัชระ ได้กล่าวว่ากรมสอบสวนคดีพิเศษเป็นเครื่องมือของรัฐบาลนั้น ข้อเท็จจริงนะครับ ในเนื้อความนั้นกรมสอบสวนคดีพิเศษได้กล่าวว่า กรมสอบสวนคดีพิเศษเป็นเครื่องมือของ รัฐบาล แม้แต่คดีก่อการร้ายกรมสอบสวนคดีพิเศษก็ถูกตกเป็นเครื่องมือของรัฐบาล ในขณะนั้นเช่นเดียวกัน ท่านประธานขอให้ท่านสมาชิกเอาหลักฐานมาดู ไม่อย่างนั้น ผมไม่สามารถที่จะให้ท่านกรรมาธิการที่เป็นโฆษกคณะกรรมาธิการเช่นเดียวกับผม เอาข้อความบางตอนมากล่าวอย่างนี้ไม่ได้ กรมสอบสวนคดีพิเศษเขากล่าวว่าแม้แต่ คดีก่อการร้าย คดีก่อการร้ายในขณะนั้นเขาก็ตกเป็นเครื่องมือของรัฐบาล รัฐบาลที่ผ่านมา ในขณะนั้นเป็นรัฐบาลใครครับ รัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์หรือเปล่าครับ
เสร็จหรือยังครับผมจะให้ส่งเอกสาร
ท่านประธานครับ ผมว่าขอให้ ส่งเอกสารก่อนดีกว่าครับ เพราะว่านี่เป็นเอกสารในชั้นกรรมาธิการ ถ้าเอามาอ่านอย่างนี้ไม่ถูกครับ เพราะพี่น้องประชาชนเขาฟังกันทั้งประเทศ กรมสอบสวนคดีพิเศษเขาทําตามอํานาจหน้าที่ ตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย แล้วทําไมไม่อ่านประโยคนี้ล่ะครับคุณวัชระ มีไหมล่ะครับ เอาชวเลขมาดู เจ้าหน้าที่คนไหนที่อนุญาตให้นายวัชระเอาชวเลขมา ขอดูหน่อยได้ไหมครับ
คือเรื่องนี้ ท่านประธานคณะกรรมาธิการจะต้องตรวจสอบนะครับ
ผมก็ในฐานะโฆษกเช่นเดียวกันครับ ท่านประธาน และเป็นกรรมาธิการ ผมก็โต้แย้งตรงนี้ครับ ท่านจะปล่อยให้เหตุการณ์นี้ ผ่านไปได้อย่างไรล่ะครับ
ผมขอเอกสารมาก่อนได้ไหมครับทั้ง ๒ ฝ่ายเลย ผมว่าท่านอธิบายพอสมควรแล้วนะครับ ได้ตอบข้อซักถามของท่าน ส.ส. สาทิตย์
ท่านประธานต้องให้สมาชิก ถอนคําว่าเครื่องมือทางการเมือง เขาไม่ได้บันทึก
คืออย่างนี้ครับ การชี้แจงในสภาแห่งนี้ท่านไม่ทราบหรอก รู้เฉพาะกรรมาธิการ
เมื่อไม่รู้ก็ต้องเอาข้อเท็จจริงที่เป็น องค์ประกอบแห่งความจริงมาพูดให้รู้สิครับ ต้องพูดให้จบประโยค ฉะนั้นท่านประธาน ควรจะขอให้ส่งเอกสารมาดูกันก่อน ไม่อย่างนั้นตั้งกรรมการขอตรวจสอบเอกสารก่อน ปล่อยไม่ได้ครับ ผมก็ต้องประท้วงต่อ ถ้าท่านประธานไม่ดําเนินการผมประท้วงท่านประธานครับ ตามที่ท่านกรรมาธิการ ท่านพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน กล่าวถูกต้องแล้วละครับ นี่เราจะปรับลด กรมสอบสวนคดีพิเศษเขาไม่ดีอย่างไรเราปรับลดเขา แต่นี่ไปเอาเหตุการณ์อย่างนี้ ไปเอาชวเลขมาแล้วมันปรับลดตรงไหนล่ะครับ แล้วที่กรมสอบสวนคดีพิเศษเขากระทํากับ บุคคลอื่นล่ะครับ ไปอายัดธุรกรรมของคนอื่นเขาอย่างนี้ กรมสอบสวนคดีพิเศษ เห็นไหมครับ ก็รัฐบาลที่ผ่านมาทั้งนั้นครับ
เอาอย่างนี้ได้ไหมครับ เพื่อให้การประชุมเดินหน้าต่อไปได้ คือการที่จะเอาชวเลขได้ ท่านประธานคณะกรรมาธิการจะต้องอนุมัติ
แล้วเขาเอามาจากไหนล่ะครับ ท่านประธาน
ก็ผมยังไม่ทราบอย่างไรครับ
ไม่อย่างนั้นท่านต้องสอบสวนเรื่องนี้ ก่อนครับ จะให้เขากล่าวต่อไปไม่ได้นะครับ
เดี๋ยวผม ชี้แจงก่อน ท่านนั่งก่อนสิครับ เดี๋ยวผมจะชี้แจงขั้นตอนก่อนนะครับ ท่านนั่งก่อนท่านอรรถพรครับ คือการที่จะไปเอาชวเลขได้ท่านประธานคณะกรรมาธิการที่รับผิดชอบจะต้องอนุญาต ตามข้อบังคับ ฉะนั้นจะจริงเท็จที่ท่านเอามาอ่านผมจึงบอกว่าขอมาที่ผมนะครับ ส่วนจะอ่านครบ ทั้งหมดหรือไม่อย่างไรที่ประชุมนี้ไม่ทราบด้วยกับที่ท่านประชุมกัน
ผมก็ประท้วงอย่างไรครับ ท่านประธาน
ท่านฟังผมก่อนสิครับ
เมื่อท่านไม่ทราบผมก็ใช้สิทธิประท้วง อย่างไรครับ ข้อเท็จจริงในหนังสือพิมพ์ก็มีครับ หนังสือพิมพ์ตั้งหลายฉบับ ท่านเปิด อินเทอร์เน็ต ท่านควรจะตั้งกรรมการขอตรวจสอบเอกสาร เสียเวลา ๕ นาทีครับ ผมขอเสนอ อย่างนี้ดีกว่า ผมประท้วงนะครับท่านประธาน
ขณะนี้ผมกําลังอธิบายอยู่นะครับ
ถ้าเป็นเอกสารข้อเท็จจริงผมไม่ว่า จะอ่านก็อ่านไป เพราะผมไม่ได้เสียหายหรอกครับ แต่เรื่องนี้มันไม่ได้ เราเอากรมสอบสวน คดีพิเศษมาปรับลดแล้วไปกล่าว ผมก็เป็นโฆษกเช่นเดียวกัน อีกหลายท่านก็เป็นโฆษก ในคณะกรรมาธิการ
ก็ผมกําลังบอกขอให้เอาเอกสารมาส่งที่ประธาน ผมกําลังพยายามถามท่านวัชระว่าจบหรือยัง ถ้าจบแล้วผมจะขอเอกสารนะครับ
วินิจฉัยเลยครับ
ถ้าเป็นเอกสารไม่ถูกต้องเดี๋ยวค่อยว่ากัน อันนี้ผมยังไม่เห็นเอกสารเลยนะครับ ผมก็ไม่รู้ว่า ประธานอนุญาตหรือเปล่า
ก็ผมประท้วงท่านประธานครับ ขอให้ท่านประธานได้เรียกเอกสารมาก่อน ในเมื่อท่านประธานเองยังไม่ทราบว่าเขาได้ ขออนุญาตท่านประธานคณะกรรมาธิการแล้วหรือยัง เมื่อไม่ทราบท่านก็ต้องหาความจริงให้ได้ว่า เขาขอแล้วหรือยัง
เดี๋ยวผมจะถาม ท่านวัชระท่านเอาจากที่ไหนครับ
(นายอรรถพร พลบุตร ได้ยืนและยกมือขึ้น)
ท่านอรรถพรนั่งก่อนครับ ให้ผมถามก่อนครับ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ผม อรรถพร พลบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ผมประท้วงการควบคุมการประชุมของท่านประธานสภาตามข้อบังคับ ข้อ ๘ ผมเชื่อว่าท่านประธาน กําลังหลงประเด็น และกําลังเปิดโอกาสให้ท่านสมาชิกฝ่ายรัฐบาลคือท่านประชา ได้มาประท้วงในเรื่องซึ่งไม่ใช่แก่นสารสาระ
ผมประท้วงไม่ได้แก่นสารสาระ ได้อย่างไรล่ะครับ
เดี๋ยวนะครับ ผมอนุญาตให้ท่านอรรถพรประท้วง ท่านประท้วงผมในข้อ ๘ ถูกต้องไหมครับ นั่งลงครับ ผมจะชี้แจงครับ นั่งลงก่อนครับผมจะได้ชี้แจงในประเด็นประท้วงของท่าน
ท่านก็ต้องปิดไมโครโฟนคุณประชาด้วยครับ
ท่านนั่งลง ผมจะได้ชี้แจง คืออย่างนี้ท่านนั่งลงครับ ผมกําลังจะควบคุมเพื่อให้เกิดความสงบเรียบร้อย ถ้าท่านไม่ฟังผมมันจะเรียบร้อยได้อย่างไรครับ ใจเย็น ๆ นั่งลงครับ ผมก็จะวินิจฉัยอย่างนี้นะครับ ผมก็ควบคุมอยู่แล้วก็ท่านสมาชิกได้ประท้วงขึ้นมานะครับ เรื่องของเอกสารที่เป็นชวเลขนั้น มันมีระบบและขั้นตอนของสภาเราอยู่ ผมจึงถามท่านกรรมาธิการบอกว่าขอเอกสารมา ก็เท่านั้นเอง แล้วก็มีท่านสมาชิกประท้วงขึ้นมา ผมก็จะขอดูเอกสารว่าจริงเท็จหรือไม่ อย่างไร เพราะปกติในการขอเอกสารชวเลขนี่จะต้องได้รับการยินยอมจากประธาน คณะกรรมาธิการก่อน ผมจึงถามท่านวัชระ เพชรทอง ว่าท่านได้มาอย่างไร ท่านประธาน อนุญาตหรือยัง ถ้าอนุญาตผมก็จะให้พูดต่อไปได้ ผมจะถาม ท่านนั่งลงครับ เชิญ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม วัชระ เพชรทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะโฆษก กรรมาธิการ และนับประเทศเป็นเขตเลือกตั้ง ท่านประธานครับ เอกสารรายงานการประชุม วันพฤหัสบดีที่ ๑๙ กรกฎาคม ๒๕๕๕
คืออย่างนี้ท่านอ้างชวเลข ผมจึงถามท่านว่าท่านได้รับอนุญาตจากประธานหรือยังครับ
ท่านประธานที่เคารพ กรุณาอดทนฟัง สักนิดครับ ผมกําลังจะตอบท่าน
ผมถามมันจะได้เดินหน้าได้นะครับ
ผมกําลังจะตอบท่านว่าผมนั้นได้รับ อนุญาตจากประธานคณะกรรมาธิการเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และผมได้เซ็นขอเอกสาร รายงานการประชุมของกรมสอบสวนคดีพิเศษ และนอกจากนี้ยังขอบันทึกภาพเคลื่อนไหว และการพูดในที่ประชุม แล้วก็ได้มาเป็นที่เรียบร้อยแล้วเช่นเดียวกันครับ เพราะฉะนั้น ผมจึงมีสิทธิที่จะอภิปรายต่อ และให้เพื่อนฝ่ายรัฐบาลอดทนฟังครับ ความจริงปฏิเสธไม่ได้ครับ ความจริงอยู่ในเอกสารรายงานของสภาผู้แทนราษฎร
ท่านวัชระ เดี๋ยวครับ ผมถามท่านประธานคณะกรรมาธิการ ท่านบอกว่าได้รับอนุญาตแล้ว อนุญาตหรือยัง ถ้าไม่อนุญาตผมจะไม่ให้ปรากฏในห้องประชุมนี้นะครับ เชิญ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กรณีการขอรับเอกสารก็จะมีจังหวะและเป็นช่วง ๆ ครับท่านครับ ผมไม่ทราบว่าที่คุณวัชระได้รับมานั้นช่วงนั้นใครเป็นประธาน เพราะว่าท่านประธาน ในแต่ละครั้งที่นั่งทําหน้าที่นั้นมีทั้งท่านประธานที่เป็นรัฐมนตรี มีทั้งท่านประธานที่เป็น สมาชิกผู้อาวุโสตามที่ได้รับเลือก เพราะฉะนั้นการอนุญาตขอรับเอกสารหรือแม้กระทั่งบันทึก รายงานการประชุมเมื่อสมาชิกร้องขอนี่ก็จะต้องขอตรวจสอบจากตัวนั้นครับท่านครับ คือทางที่ดีคุณวัชระก็ส่งเอกสารชุดนั้นให้ท่านประธานดูว่ามีลายเซ็นและคําขออนุญาต จากใครครับท่านประธาน
ท่านวัชระส่งเอกสาร
ท่านประธานที่เคารพ กระผม วัชระ เพชรทอง แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ นับประเทศเป็นเขตเลือกตั้ง ในฐานะโฆษกคณะกรรมาธิการ ผมยินดีส่งเอกสารให้กับท่านประธาน แต่ให้ผมอภิปราย ให้จบก่อนนะครับ ท่านประธานที่เคารพ
เดี๋ยวนะ ท่านประชานั่งลงก่อนได้ไหมครับ
ทําไมอดทนฟังความจริงไม่ได้ครับ
เดี๋ยวนะครับทีละท่านครับ อย่างนั้นเดี๋ยวจะไม่เรียบร้อย เดี๋ยวท่านดอกเตอร์นั่งก่อนครับ ทีละท่านครับ เดี๋ยวผมจะเคลียร์ (Clear) ทางนี้ให้เรียบร้อยก่อนครับ ถ้าโต้กันไปโต้กันมา จะไม่จบ
ท่านประธานที่เคารพครับ ท่านประธานให้ผมประท้วงให้เสร็จ แล้วท่านวินิจฉัยกรณีผมให้จบก่อน แต่ผมประท้วงและ ให้บันทึกไว้ในที่ประชุมแห่งนี้ว่าสิ่งที่นายวัชระพูดนั้นพูดไม่หมด เท่ากับว่าการพูด ไม่หมดประโยคมันเป็นการบิดเบือนข้อเท็จจริง ใส่ร้ายนะครับ
เอาอย่างนี้ได้ไหมครับ
กรณีใส่ร้ายอย่างนี้
เดี๋ยวนะครับท่านฟังผมนิดหนึ่ง
ครับ
ว่าให้ท่านวัชระอธิบายให้จบเถอะ แล้วถ้าจริงไม่จริงเดี๋ยวท่านก็ขอใช้สิทธิกรรมาธิการ อธิบายต่อให้มันจบ อย่างนั้นก็จะไม่รู้ว่าอะไรจริง ไม่จริง ครบ ไม่ครบ
ท่านประธานครับ แล้วการส่งเอกสารก่อน มันเสียหายตรงไหนครับ ชวเลขครับ ขณะนี้ยังไม่รู้ว่าท่านวัชระขอประธานชื่ออะไรครับ ที่ไปขออนุญาตถ่ายเอกสาร ประธานชื่ออะไรครับ
ท่านวัชระขอดูเอกสารก่อนได้ไหมครับ ที่ประธานเขาอนุญาตนั่นใครครับ เชิญครับ ขอก่อน เดี๋ยวค่อยประท้วง ผมขอดูเอกสารก่อนครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผมยินดีที่จะให้ เอกสารหน้านี้ให้กับท่านประธานเลยนะครับ เพราะส่วนหน้าอื่นผมจะอภิปรายต่อนะครับ ให้เจ้าหน้าที่มารับได้เลยนะครับ ท่านประธานครับ ผมกราบเรียนท่านประธานว่า
เนื่องจากมีผู้ประท้วงหลายท่าน เดี๋ยวผมจะให้ประท้วงทีละท่านนะครับ เชิญท่านดอกเตอร์ ก่อนครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ศุภชัย ศรีหล้า สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุบลราชธานี พรรคประชาธิปัตย์ ขอประท้วง ท่านประธานตามข้อบังคับการประชุม ข้อ ๘ ท่านประธานที่เคารพครับ ท่านต้องควบคุม การประชุม และที่สําคัญที่สุดท่านต้องปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเป็นกลางตามรัฐธรรมนูญ ท่านขอเอกสารจากคุณวัชระ เพชรทอง ในขณะเดียวกันก็มีเพื่อนสมาชิกลุกขึ้นเอ่ยอ้าง การบันทึกรายงานการประชุมเช่นเดียวกัน ขออนุญาตเอ่ยนาม ท่านประชา ประสพดี ถ้าท่านตรวจสอบฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งคงจะไม่เป็นธรรมนัก ถ้าเผื่อท่านจะไม่ตรวจสอบเอกสาร ของท่านประชา ประสพดี ฝ่ายนั้นก็อ้างถึงการบันทึกรายงานการประชุมเช่นเดียวกัน อ้างชวเลขเช่นเดียวกันเพราะฉะนั้นที่มาก็ต้องมีที่มาเดียวกัน ท่านก็ต้องซักถามด้วยว่า ฝ่ายนั้นมีที่มาอย่างไรได้เอกสารเหล่านั้นมาจากไหน ขอจากท่านประธานท่านใด ที่เอ่ยอ้าง เมื่อสักครู่เป็นเอกสารจริงหรือเป็นเอกสารเท็จ ท่านประธานที่เคารพ หน้าที่ของท่านประธาน คือการควบคุมการประชุม ศักดิ์และศรีของท่านคือการวางตัวเป็นกลางและปฏิบัติหน้าที่ อย่างเท่าเทียมกัน ถ้าไม่แล้วความสง่างามของท่านในการนั่งบนบัลลังก์จะไม่เกิดขึ้นเลยครับ ท่านประธาน ขอให้ท่านประธานควบคุมการประชุม แล้วเคร่งครัดในข้อบังคับการประชุม ข้อ ๘ ด้วยครับ ขอให้ท่านประธานได้วินิจฉัยด้วยครับ
เชิญนั่งลงครับ เมื่อมีท่านสมาชิกทักท้วงขึ้นมาผมก็พยายามอธิบายนะครับ ทีนี้ผมก็เพียงแต่ ถามว่าท่านวัชระ เพชรทอง ได้มาโดยท่านประธานอนุญาตหรือไม่ ผมก็ขอดูเท่านั้นผมไม่ได้ดู เนื้อหาสาระอะไรเลยนะครับ แล้วผมก็พยายามบอกท่านสมาชิกว่าท่านก็ฟังเอา แล้วก็สุดท้าย ก็คือท่านจะต้องตัดสินใจเท่านั้นเองนะครับ ซึ่งผมก็ควบคุมตามปกติอยู่แล้วนะครับ เชิญท่านชลน่านครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายชลน่าน ศรีแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย เขตเลือกตั้งจังหวัดน่าน ต้องขออนุญาต ประท้วงท่านผู้อภิปรายที่ได้นําเอกสารมาอ่านมาแสดงในห้องประชุมแล้วก็ต้องขออนุญาต ที่จะประท้วงท่านประธานด้วยนะครับ ในข้อบังคับ ข้อ ๖๑ ที่ท่านสมาชิกฝ่าฝืนนี้ชัดเจนนะครับ เราเขียนไว้ว่าห้ามไม่ให้นําเอาวัตถุใด ๆ หรือห้ามไม่ให้นําเอกสารใด ๆ มาอ่านในที่ประชุม เว้นประธานจะอนุญาต ผมเองก็นั่งฟังมาตลอดนะครับ สมาชิกก็ไม่ได้ขออนุญาต ท่านประธานที่จะใช้เอกสารในการที่จะใช้ในการอภิปรายประกอบหรืออ่านประกอบ นั่นข้อที่ ๑ ที่ท่านฝ่าฝืนนะครับ ข้อที่ ๒ ท่านประธานเองก็ปล่อยให้เขาที่จะใช้เอกสารนั้น ถ้าท่านไม่อนุญาตเขาก็ไม่มีสิทธิใช้เอกสารตามข้อบังคับอยู่แล้ว ดังนั้นผมประท้วง ท่านประธาน ท่านประธานที่เคารพครับ เพื่อให้ง่ายและให้การประชุมดําเนินการต่อไปได้ ที่มาเอกสารอย่างไรก็ไปว่ากัน แต่สิ่งหนึ่งที่ผมคิดว่าจะจบก็คือขอให้ท่านผู้อภิปราย ต้องขออนุญาตเอ่ยนามท่านนะครับ ท่านวัชระได้ถอนคําพูดเพียงแต่ว่าที่มันไม่ตรงกับ เอกสารเท่านั้นที่เป็นข้อสรุปนะครับก็จบกันไป ถ้าตรงเอกสารจบไปครับ ผมยกตัวอย่างเช่น กรมสอบสวนคดีพิเศษเป็นเครื่องมือรัฐบาล อันนี้ในบันทึกการประชุมครับ อันนั้นตรง ไม่เป็นไรเพราะว่าหน่วยงานรัฐก็เป็นแขนขาของรัฐก็เป็นเครื่องมือของรัฐบาล รัฐบาลคือ คณะรัฐมนตรี และแขนขาของคณะรัฐมนตรีก็คือหน่วยราชการที่ต้องไปทํางาน เขาเรียกว่า รัฐบาล ไม่ได้ผิดกฎหมายใด ๆ จะใช้ถ้อยคําหมดไม่หมดนั้นไปสอบกันอีกทีหนึ่ง แต่ที่สรุปว่า เป็นเครื่องมือทางการเมืองอันนั้นไม่ถูกครับ ผมก็อยากให้ถอนคําพูดตรงนี้ เพราะสรุปว่า เป็นเครื่องมือทางการเมืองไม่ถูกแน่นอน เพราะไม่ได้บันทึกไว้ในรายงานการประชุม ถ้าถอนตรงนี้นะครับทุกอย่างก็จบไป ส่วนท่านประธานจะสอบไม่สอบก็ว่ากันไปครับ ประเด็นคือเป็นเครื่องมือกับทางการเมือง กับเป็นเครื่องมือรัฐบาลต่างกันครับในความหมาย ถ้าเป็นเครื่องมือทางการเมืองถือว่าเป็นการใส่ร้ายต้องถอนครับ โปรดวินิจฉัยครับ ท่านประธานครับ
คือผมจะต้องวินิจฉัยอย่างนี้นะครับ ที่ผมขอเอกสารเข้ามาดูก่อน แล้วก็ท่านวัชระท่านยังไม่ได้ส่ง ผมก็จะใช้สิทธิของประธานตามข้อบังคับอยู่แล้ว แต่ท่านก็ประท้วงกันไปประท้วงกันมา ผมจึงถามประธานคณะกรรมาธิการว่าได้อนุญาตหรือไม่ ผมถามที่ไปที่มาของเอกสารก่อนนะครับ ส่วนผมฟังดูแล้ว เดี๋ยวผมกําลังจะบอกท่านวัชระว่าจะทําอย่างไร ท่านก็ประท้วงกันไป ประท้วงกันมา เชิญท่านประท้วงต่อครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม พายัพ ปั้นเกตุ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ขอกราบเรียน ท่านประธานด้วยความเคารพ กระผมจําเป็นต้องประท้วงท่านประธานตามข้อบังคับ การประชุมสภา ข้อ ๘ กระผมอดทนฟังได้ครับกับข้อเท็จจริงในสภาแห่งนี้ ฟังกับที่ นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ท่านอดีตรัฐมนตรีเอาประเด็นมาซักถามมาพูดนั้น กระผมฟังได้ด้วยความอดทน แต่ว่ามีประเด็นเกิดขึ้นในสภาครับท่านประธาน เมื่อมีกรรมาธิการมีความเห็นแย้งในที่ประชุมสภาแห่งนี้ และลามไปถึงคนที่ทําหน้าที่ กรรมาธิการและเป็นโฆษกด้วยกันนั้นมีความเห็นแตกต่างกัน กระผมเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในสภาแห่งนี้ กระผมก็จําเป็นต้องทักท้วงท่านประธานครับ จะปล่อยให้ท่านประธาน ปล่อยให้ท่านเพื่อนสมาชิกท่านได้พูดอภิปรายต่อไปโดยไม่ฟังท่านประธานนั้นเห็นทีจะไม่ได้ เพราะฉะนั้นท่านประธานครับขอความกรุณาท่านประธานเถอะครับ ต้องกราบเรียน ท่านประธานนะครับ ถ้าท่านสมาชิกจะฟังในสภาแห่งนี้ด้วยกระผมก็ยินดี ไม่รังเกียจที่จะ ฟังข้อมูลทุกประเด็นครับ แต่ผมรังเกียจที่จะฟังข้อมูลความขัดแย้งในสภาแห่งนี้ จากกรรมาธิการด้วยกัน เพราะฉะนั้นท่านประธานผมประท้วงตามข้อบังคับการประชุมสภา ข้อ ๘ ประท้วงท่านประธานคนเดียวครับ
ผมก็ได้ ปฏิบัติหน้าที่อยู่แล้วนะครับ ก็ฟังแต่ละฝ่ายประท้วงให้จบก่อนนะครับ ผมก็ยังจะวินิจฉัย ท่านอดทนนิดหนึ่งให้แต่ละฝ่ายประท้วงให้เสร็จก่อนนะครับ ส่วนความเห็นแต่ละฝ่าย ไม่เหมือนกันก็ไม่เป็นไร เชิญคุณหมอวรงค์ประท้วง เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม นายแพทย์วรงค์ พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดพิษณุโลก ผมขออนุญาตประท้วงเพื่อนสมาชิก ที่ประท้วงเมื่อสักครู่ก็คือคุณหมอชลน่าน เนื่องจากคุณหมอชลน่านมีการประท้วงในข้อ ๖๑ และมีการอ้างอิงถึงการเอาเอกสารมา ผมกําลังคิดว่าคุณหมอชลน่านกําลังลดความน่าเชื่อถือ ของเพื่อนสมาชิกที่ชื่อว่าคุณวัชระ เพชรทอง ท่านประธานฟังก่อนนะครับ ผมกําลังจะอ่านให้ฟัง เพราะว่าเขาอ่านไม่จบทุกตัวอักษร ในข้อบังคับ ข้อ ๖๑ เขียนไว้ว่าห้ามไม่ให้นําเอกสารใด ๆ มาอ่านให้ที่ประชุมฟังโดยไม่จําเป็น ผมเชื่อว่าเพื่อนผม คุณวัชระคิดว่าเอกสารนี้จําเป็น เขาจึงอ่านครับ ถ้าคิดว่าเรื่องนี้ไม่จําเป็นเขาคงไม่อ่าน ดังนั้นคุณหมอชลน่านคงอ่านประโยค พวกนี้ไม่จบทําให้ประชาชนสับสน ต่อไปนะครับท่านประธาน ประเด็นของผมก็มีอยู่ว่า วันนี้มันคือสาระที่เป็นข้อเท็จจริง ประธานจึงมีความจําเป็นต้องเอาเอกสารของ ๒ ฝ่าย ที่ขัดแย้งกันคือคุณวัชระ เพชรทอง กับคุณประชา เอามาพิสูจน์ครับท่านประธาน
คืออย่างนี้ ท่านประท้วงผู้ประท้วงใช่ไหมครับ คืออย่างนี้ครับ ในข้อ ๖๑ ผมจะอ่านให้ฟัง ทั้งหมดดีกว่า อย่าไปอ่านตอนใดตอนหนึ่งนะครับ เขาบอกว่าการอภิปรายต้องอยู่ในประเด็น หรือเกี่ยวกับประเด็นที่กําลังปรึกษากันอยู่ ต้องไม่ฟุ่มเฟือย วนเวียน ซ้ําซาก และซ้ํากับผู้อื่น และห้ามไม่ให้นําเอกสารใด ๆ มาอ่านให้ที่ประชุมฟังโดยไม่จําเป็น และห้ามไม่ให้นําวัตถุใด ๆ เข้ามาแสดงในที่ประชุม เว้นแต่ประธานจะอนุญาต เขาจึงเขียนให้อํานาจประธาน ผมจึงต้องถาม ผู้ที่กําลังอภิปรายอยู่ซึ่งขอใช้สิทธิในการชี้แจงนะครับ นั่งลงครับ
นิดเดียวครับท่านประธาน ดังนั้น ข้อกล่าวหา
คือถ้าท่านนิดเดียว เดี๋ยวคนอื่นประท้วงก็นิดเดียวเหมือนท่าน
ผมกําลังจะเคลียร์กับประธาน ในประเด็นนี้ท่านประธาน
คือทุกคนต้องเคารพกติกานะครับ คุณหมอนั่งลงครับ มีท่านสมาชิกอื่นประท้วงอยู่อีกนะครับ
ท่านประธานอย่างนี้อยู่เรื่อย ผมยังพูดไม่จบ ประธานฟังสั้น ๆ ครับ
ผมวินิจฉัยแล้วครับคุณหมอ เชิญนั่งลงครับ คนอื่นเขาก็เหมือนกัน
ท่านประธานยังไม่ฟังผมว่ากําลัง จะพูดอะไรต่อครับ ให้ผมพูดให้จบสิครับ
ก็ผมวินิจฉัยแล้วอย่างไรครับ ข้อประท้วงของท่าน
ไม่ได้ ประธานก็ทําอย่างนี้
เชิญท่านดอกเตอร์ศุภชัยประท้วงต่อครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ศุภชัย ศรีหล้า สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุบลราชธานี พรรคประชาธิปัตย์ ด้วยความเคารพ ท่านประธานนะครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมได้ประท้วงท่านประธานตามข้อบังคับ การประชุม ข้อ ๘ แต่ในขณะที่ผมประท้วง ผมรอจนกระทั่งถึงขณะนี้ท่านยังไม่ได้วินิจฉัยเลยครับ ท่านยังไม่ได้วินิจฉัยเลยว่าท่านจะนําเอกสารของทั้ง ๒ ฝ่ายไปพิสูจน์ ไปพิจารณา เพื่อให้การประชุมดําเนินการต่อไปหรือไม่ ขอร้องจากท่านประธานครับ ขอให้เอาเอกสาร ทั้ง ๒ ฝ่ายมาครับ ของท่านประชาจริงหรือไม่จริง ท่านประธานใช้อํานาจของท่านนํามา ขอจากท่านวัชระเอามาพิสูจน์กัน และในขณะเดียวกันก็อยากจะต่อเนื่องนิดหนึ่งครับว่า ถ้าเผื่อท่านจะนําที่มาของการร้องขอเอกสารฉบับนั้นก็ขอให้ทั้ง ๒ ท่านเอาที่มามาด้วยครับ ท่านประธาน ขอบพระคุณครับ
เชิญคุณหมอชลน่านก่อนครับ เดี๋ยวนั่งก่อนครับ ผมจะได้วินิจฉัยทีเดียวครับ ฟังคุณหมอ ชลน่านนิดหนึ่ง คืออย่างนี้ครับ ท่านนั่งลงก่อนเดี๋ยวผมจะสรุปให้นะครับ ฟังทุกท่านนั่นแหละ ผมมีช่องทางทางออกอยู่ เพียงแต่เราโต้แย้งกันนิดหน่อยแล้วมันจะมีช่องทางอยู่ แต่ให้ท่านพูดก่อนนะครับ เพราะว่าแต่ละคนความเห็นอาจจะแตกต่างกัน เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทย จังหวัดน่าน ต้องขอบคุณท่านประธานที่อนุญาตให้ผมได้ใช้สิทธิ กรณีเพื่อนสมาชิกได้กล่าวชื่อผมในที่ประชุมแห่งนี้ แล้วผมถือว่าผมเสียหายต้องขออนุญาต ชี้แจงในประเด็นการประท้วงของผมเพื่อให้การประชุมดําเนินการต่อไปด้วยความราบรื่น ผมไม่ได้ประท้วงเพื่อที่จะหาเรื่องกับเพื่อนสมาชิกนะครับ สิ่งที่ผมพยายามประท้วง ท่านประธานและช่วยท่านประธาน การที่นําเอกสารใด ๆ มาอ่านในที่ประชุมฟังโดยไม่จําเป็น
- ๓๑๑/๑ แล้วมีวรรคท้ายว่าเว้นแต่ประธานจะอนุญาต สมาชิกท่านใดท่านหนึ่งจะถือว่าเอกสาร ที่ตัวเองมาแสดงจําเป็นโดยไม่มีผู้วินิจฉัยว่าจําเป็น เป็นไปไม่ได้ครับในที่ประชุม ไม่อย่างนั้น ที่ประชุมก็ไม่มีประธานครับ จะไปทึกทักว่าถ้อยคําเขียนอย่างนี้แล้วบอกว่าจําเป็น การแปลความอย่างนั้นนะครับ แปลความที่จะเข้าข้างตนเอง ไม่แปลความให้ที่ประชุม เป็นไปด้วยความเรียบร้อย เพราะฉะนั้นผมเองต้องชี้แจงบอกผมไม่มีสิทธิที่จะไปทําลาย เพื่อนสมาชิกเลย ผมเพียงแต่ขอให้ท่านประธานเองได้วินิจฉัย ถ้าเพื่อนสมาชิกจะเอา เอกสารใด ๆ ที่ว่าจําเป็นนะครับ ระเบียบสภาเรายังเขียนว่าต้องส่งเอกสารก่อนด้วยซ้ําไป ให้ตรวจสอบครับ นั่นคือเอกสารจําเป็น เรามีระเบียบกันตลอดครับ อภิปรายไม่ไว้วางใจ ส่งก่อน ๓ ชั่วโมงก็ทํามาแล้ว แต่นี่เราอนุโลมกันครับ ยกขึ้นมาอ่าน แล้วไปกล่าวหากัน แล้วอ่านไม่ครบอย่างนี้ มีคนประท้วงถือว่าจําเป็นที่ท่านประธานต้องวินิจฉัยด้วยว่าจําเป็น จริงหรือไม่ เพราะฉะนั้นประเด็นของผมเอาข้อบังคับพูด ก็ต้องขอบคุณเพื่อนสมาชิก ที่พยายามที่จะพูดมาถึงผม พยายามจะตีประเด็นมาเล็ก ๆ น้อย ๆ เพื่อจะสร้างว่าสภาแห่งนี้ ต้องอาศัยข้อความบางข้อความเท่านั้นที่จะเป็นประโยชน์กับตนเอง มันไม่ใช่ครับ เอาที่ประชุมเป็นใหญ่ครับท่านประธาน
ผมว่าพอแล้วครับเหตุผลชี้แจง จะประท้วงกันอีกหลายคนไหมครับ คืออย่างนี้ครับ ถ้าท่านอาศัยโต้กันไปโต้กันมามันจะไม่จบ ผมกําลังจะให้ท่านวัชระได้ชี้แจงต่อไป แล้วก็ในส่วนของเอกสารที่ท่านไปขอมาก็ขอให้ท่านประธานคณะกรรมาธิการ เขาไปตรวจสอบกันเอง แล้วก็ขอให้อยู่ในประเด็นแล้วกันนะครับ แล้วก็ถ้าหาก นอกจากประเด็นแล้วผมจะให้สิทธิของท่านกรรมาธิการเหมือนกันได้ชี้แจงข้อเท็จจริง ของท่านไปก็เท่านั้นเอง นั่งลงเถอะครับ ท่านวัชระจะได้ต่อ อย่างนั้นมันจะเดินไม่ได้นะครับ เชิญท่านนิพนธ์ครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม นิพนธ์ วิสิษฐยุทธศาสตร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ วันนี้ผมต้องขอชมท่านประธานนะครับ ทําหน้าที่ได้ดีมาก นี่ชื่นชมด้วยความจริงใจนะครับ เพราะว่าตามข้อบังคับ ข้อ ๖๑ เอกสารใด ๆ ที่เจตนารมณ์ของการเขียนข้อบังคับตรงนี้ คือเอกสารที่มาจากภายนอกไม่มีใครรู้จะต้องมายื่นให้ประธานอนุญาตก่อน เพราะบางที เอาเอกสารเท็จ เอกสารปลอมเข้ามา แต่นี่เป็นกรรมาธิการ เป็นเรื่องรายงานการประชุม ของกรรมาธิการ แต่เมื่อเขาชี้แจงรายงานการประชุมบอกไม่เชื่อถือ เขาได้คัดรับรองมาแล้ว เอกสารอันนี้ไม่จําเป็นแล้วครับที่จะมาขออนุญาต มันเอกสารอยู่ในนี้อยู่แล้ว ในรายงาน การประชุมของกรรมาธิการ แล้วเขาพูดในฐานะกรรมาธิการ เพราะฉะนั้นท่านประธาน ทําหน้าที่ถูกแล้ว เพียงแต่ว่าสภานี้ต้องการพิสูจน์ความจริง ใครโกหกผมคิดว่าคนฟัง ทั้งประเทศจะประณามเอง ถ้าคุณวัชระวันนี้พูดเท็จคนทั้งประเทศก็ประณาม ถ้าคุณประชา พูดเท็จคนทั้งประเทศก็ประณาม เพราะฉะนั้นพิสูจน์ความจริงเถอะครับ ใครเท็จใครจริง ผมอยากเห็นอย่างนั้นจริง ๆ ในสภาแห่งนี้ เพราะฉะนั้นการที่ประธานดําเนินการประชุมไปนั้น ถูกแล้ว ให้เขาชี้แจงเถอะครับ เพราะไม่ผิดข้อบังคับเลย เอกสารนี่เมื่อท่านต้องการว่า ถูกต้องไหม ที่เขาชี้แจงมานั้นมีการรับรองไหม แล้วเขาพร้อมยืนยันการรับรอง ก็ให้เขาชี้แจงไป ถ้าของเขาเท็จ ประธานไม่ต้องทําอะไรครับ คนทั้งประเทศประณามเอง แล้วของท่านประชา ก็เหมือนกัน ที่เอามาพูดเมื่อกี้ก็เอามายืนยันกัน ถ้าของจริงทั้งคู่ก็โอเค คนทั้งประเทศ ก็ยอมรับว่าคุณพูดความจริง ส่วนข้อความใครเพิ่มเติมอย่างไรนั้น เดี๋ยวมาดูความถูกต้อง กันทีหลัง ขอบคุณครับ
คืออย่างนี้ครับ คือแต่ละท่านก็แสดงความคิดเห็นผมว่าน่าจะยุติ ถ้าประท้วงกันไปมันไม่จบ คือผมวินิจฉัยอาจจะไม่ถูกใจท่าน ท่านก็จะประท้วงอยู่อย่างนี้แหละครับ ถ้าบอกว่าวินิจฉัย ถูกใจฝั่งนี้ท่านก็ไม่ถูกใจ คือขั้นตอนมันเป็นอย่างนี้ครับ ท่านต้องฟังนะครับ อย่างนั้น ผมจะใช้มาตรการเด็ดขาด คือการที่จะเอาเอกสารชวเลขออกมาก็เป็นเรื่องของประธาน คณะกรรมาธิการที่เขาต้องอนุญาต หลายท่านเป็นประธานคณะกรรมาธิการสามัญก็ทราบ ผมก็เคยเป็นนะครับ การจะขอเอกสารเหล่านี้ต้องประธานอนุญาต ทีนี้ประเด็นต่อมาก็คือว่าผู้ที่อภิปรายเขาก็ยืนยันว่าเขาได้รับอนุญาต ประเด็นต่อมาก็คือว่า ถ้อยคําเนื้อหาที่เขามีการชวเลขกันไปทั้งหมดนี้มันก็ไม่ได้เป็นข้อความลับอะไรทั้งสิ้น ถ้าลับ เขาก็จะบอกว่าลับแล้วห้ามเปิดเผย เสร็จแล้วผู้ที่มาชี้แจงเขาก็ชี้แจงไป ท่านสมาชิกทั้งหลาย ที่นั่งอยู่นี้ก็มีสิทธิที่จะต้องชั่งน้ําหนักว่าเป็นจริงไม่เป็นจริงท่านก็ต้องโหวตไป เพราะขณะนี้ ท่านสมาชิกเอง แล้วก็ท่านกรรมาธิการเอง ก็พยายามโน้มน้าวให้แต่ละฝ่ายเพื่อจะเชื่อ ในฝ่ายตนเองนะครับ ผมจึงให้สิทธิว่าหลังจากเสร็จแล้วก็จะให้ท่านเอาข้อเท็จจริงมาพูด เท่านั้นเองว่าฝั่งนี้พูดอย่างนี้ ฝั่งนี้พูดอย่างนี้ พวกเราก็ต้องตัดสินใจก็เท่านั้นเองนะครับ ถ้าประท้วงกันไปประท้วงกันมามันจะไม่จบ แล้วผมจะขอดูเอกสารเท่านั้นเองนะครับ ส่วนอนุญาตไม่อนุญาตเป็นเรื่องของประธานคณะกรรมาธิการ ซึ่งเราจะไม่เข้าไปเกี่ยวข้อง ในเรื่องนี้ เชิญท่านวัชระต่อครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายวัชระ เพชรทอง
เดี๋ยวนะครับ ผมจะไม่ให้ท่านประท้วงแล้วครับ ผมให้ท่านวัชระพูดต่อแล้วครับ คือผมไม่อนุญาตแล้วครับ ผมให้ท่านวัชระ ผมวินิจฉัยไปแล้วครับ ท่านจะให้วินิจฉัย ตามความต้องการของท่านผมไม่วินิจฉัยแล้วครับ เชิญท่านวัชระต่อครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายวัชระ เพชรทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะ โฆษกคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจําปี งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๖ ท่านประธานครับ ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานว่า ผมกล่าวว่า นายธาริต เพ็งดิษฐ์ ได้ชี้แจงในคณะกรรมาธิการบอกว่าดีเอสไอเป็นเครื่องมือ ของฝ่ายรัฐบาลอย่างแน่นอน ท่านประธานครับ เอกสารชิ้นนี้หลังจากผมอภิปรายเสร็จ จะนําส่งท่านประธานเพื่อจะได้ตรวจสอบ และผู้ที่ถอดชวเลขคือนายณัฐวัฒน์ หน้า ๔/๕ บรรทัดที่ ๒๕-๒๖ นับจากข้างบน ถ้านับจากข้างล่างก็บรรทัดที่ ๖-๗ ท่านประธานครับ ชัดเจน ประเด็นที่ ๑
เรื่องที่ ๒ ขอตอบคําถามเพื่อนสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ ท่านสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ที่ท่านบอกว่ารองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษให้สัมภาษณ์เล่นงานทหาร ท่านสาทิตย์ วงศ์หนองเตย อาจจะไม่เข้าใจและไม่ได้ไปนั่งฟังในคณะกรรมาธิการ เพราะตัวอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษก็ให้การเล่นงานทหารในคณะกรรมาธิการเช่นเดียวกัน โดยนายธาริต เพ็งดิษฐ์ กล่าวว่าตอนที่ผมอยู่ใน ศอฉ. มีเจ้าหน้าที่ฝ่ายทหารนําเอาผังล้มเจ้ามาให้ ท่านประธานครับ ชัดเจนครับ โดยคุณหทัยกาญจน์เป็นเจ้าหน้าที่ชวเลขถอดเทปหน้า ๕/๑ บรรทัดที่ ๕ และบรรทัดที่ ๖ นับจากข้างล่างขึ้นมา ท่านประธานที่เคารพ ผมจึงกราบเรียน ท่านประธานว่าการที่เพื่อนสมาชิกขอปรับลดงบประมาณของกรมสอบสวนคดีพิเศษลงนั้น ก็มีเหตุผล และในรายงานการประชุมท่านประธานทราบไหมครับว่าอธิบดีกรมสอบสวน คดีพิเศษยังให้การอีกว่าเกี่ยวกับความตายที่เกิดขึ้นนั้น ดีเอสไอเห็นเบื้องต้นว่าจํานวน ๑๓ ศพมีเจ้าหน้าที่ของรัฐเข้าไปเกี่ยวข้อง แล้ว บช.น. คือกองบัญชาการตํารวจนครบาล เห็นเพิ่มอีก ๑๐ ศพ ก็เป็น ๒๓ ศพ คุณณัฐวัฒน์เป็นผู้ถอดชวเลข หน้า ๖/๑๑ ท่านประธานครับ ซึ่งการทํางานของกรมสอบสวนคดีพิเศษตามวิสัยทัศน์ พันธกิจ ที่มาให้การต่อ คณะกรรมาธิการ เป็นที่พึ่งที่หวังว่ากรมกรมนี้จะเป็นที่พึ่งทางด้านยุติธรรมได้ แต่ปรากฏว่า ตัวอธิบดีเองก็ได้ให้การต่อคณะกรรมาธิการอย่างที่ผมได้กราบเรียนท่านประธานไปแล้ว ซึ่งเอกสารรายงานการประชุมทั้งหมดผมจะมอบให้กับท่านประธานทุกแผ่น ซึ่งในขณะนี้ ถ้าท่านประธานจะใช้อํานาจท่านประธาน ท่านประธานก็สามารถที่จะบอกให้เจ้าหน้าที่ งบประมาณของสภาผู้แทนราษฎรได้นํารายงานการประชุมของกรมสอบสวนคดีพิเศษ ในคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจําปี งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๖ มามอบให้กับท่านประธานและมอบให้กับเพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ได้ทุกคนอยู่แล้ว และนอกจากนี้ท่านประธานครับ ในกรมสอบสวนคดีพิเศษยังมี งบราชการลับอีกจํานวนถึง ๓๕ ล้านบาท ในปีที่แล้วผมได้อภิปรายปรับลดงบประมาณ งบราชการลับของดีเอสไอในคณะอนุกรรมาธิการฝึกอบรม สัมมนา และประชาสัมพันธ์ ซึ่งมีท่าน ส.ส. รังสิมา รอดรัศมี เป็นประธาน ผมเสนอปรับลด ๒๐ ล้านบาท แต่รองอธิบดี กรมสอบสวนคดีพิเศษบอกว่าปรับลดไม่ได้ เพราะเจ้าหน้าที่ดีเอสไอจะไม่มีขวัญกําลังใจ ในการทํางาน ท่านประธานครับ ไม่มีงบลับ ไม่มีขวัญกําลังใจในการทํางาน แล้วเงินเดือน ที่รัฐบาลจ่ายให้จํานวนมากนั้นเอาไปทําอะไร และในงบราชการลับในปีนี้ ท่านประธานครับ คณะกรรมาธิการชุดใหญ่ไม่ได้ปรับลดเลยแม้แต่บาทเดียว ซึ่งเพื่อน ส.ส. คือท่าน ส.ส. ก่อแก้ว พิกุลทอง ท่านได้อภิปรายว่าควรจะเอางบราชการลับจํานวนนี้จํานวนหนึ่งไปเป็น รางวัลสินบนนําจับชายชุดดํา ๒ คน ที่ยิงปืนอาวุธสงครามเข้าใส่ทหารในคืนวันที่ ๑๐ เมษายน ที่ถนนราชดําเนิน ท่านประธานครับ ในรายงานนี้ชัดเจนผมได้อภิปรายสนับสนุนท่าน ส.ส. ก่อแก้ว พิกุลทอง ว่าท่านธาริต เพ็งดิษฐ์ ถ้าท่านอยากเผยความจริงว่าชายชุดดําที่มีจริงนั้น เป็นใคร โปรดเจียดงบประมาณราชการลับสัก ๑๐ ล้านบาทตั้งเป็นรางวัลสินบนนําจับ ให้กับพี่น้องประชาชนทั้งประเทศได้ชี้เบาะแสชายชุดดํา ท่านประธานครับ ความจริง มีอยู่ในเอกสารนี้ทั้งหมดซึ่งจะมอบให้กับท่านประธาน และกราบเรียนท่านประธานว่า ทั้งหลายทั้งปวงสิ่งที่ผมได้อภิปรายนั้นผมยืนยันว่าเป็นความจริง และนอกจากนี้ นายธาริต เพ็งดิษฐ์ ยังได้ยืนยันกับกรรมาธิการว่า
- ๓๑๓/๑
คืออย่างนี้ครับท่านวัชระ ท่านขอใช้สิทธิในการชี้แจงนะครับ ประเด็นของท่านสาทิตย์ มีอยู่ ๒ เรื่องที่ขอปรับลดงบประมาณ เรื่องที่ ๑ เรื่องของการบังคับใช้กฎหมายอย่างไม่เป็นธรรม ท่านขอตัด ๑๐ เปอร์เซ็นต์ เรื่องที่ ๒ ท่านก็เปรียบเทียบระยะเวลาในการที่จะดําเนินคดีเท่านั้นเอง ที่ท่านพูดไปมันเกินจากที่เขาถามนะครับ เดี๋ยวท่านค่อยตอบในท่าน ส.ส. อื่นที่จะถามดีกว่าครับ ท่านใช้สิทธิในการตอบหมดแล้วนะครับ เพราะว่าผมดูจากประเด็นไม่มีนะครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผมมีประเด็นสั้น ๆ นิดเดียวครับ
เชิญครับ
จริง ๆ แล้วถ้าท่านประธานไม่พูดขึ้นมา ผมอภิปรายจบไปแล้วครับ เนื่องจากว่าในประเด็นสุดท้ายนั้น ท่านอธิบดีธาริต เพ็งดิษฐ์ ได้กล่าวยืนยันว่าจะส่งเอกสารให้กับกรรมาธิการ โดยเฉพาะรายชื่อผู้ต้องหาคดี หมิ่นพระบรมเดชานุภาพ และรายชื่อผู้ต้องหาในคดีก่อการร้ายทั้งหมด แต่ปรากฏว่าจนบัดนี้ กรมสอบสวนคดีพิเศษยังไม่ได้ส่งรายชื่อดังกล่าวให้กับกรรมาธิการ จึงกราบเรียน ท่านประธานและสิ่งที่ผมได้อภิปรายทั้งหมดนั้นเป็นประเด็นที่เกี่ยวเนื่องกับข้อสงสัย ของท่าน ส.ส. สาทิตย์ วงศ์หนองเตย ขอกราบขอบพระคุณท่านประธานครับ
เดี๋ยวส่งเอกสารให้ประธานหน่อยนะครับ เจ้าหน้าที่ไปเอาเอกสารมา เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผม ประชา ประสพดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสมุทรปราการ ในฐานะโฆษก กรรมาธิการ ขอชี้แจงสั้น ๆ นะครับ คือเรื่องนี้มันมีข้อเท็จจริงอยู่ ขออนุญาตท่านประธานอ่าน เดี๋ยวผมจะส่งให้ท่านประธาน คือเมื่อวันที่ ๑๙ ที่รัฐสภาในการประชุมคณะกรรมาธิการ วิสามัญร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๖ ซึ่งมีท่าน พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ทําหน้าที่ฐานะ รองประธานคณะกรรมาธิการทําหน้าที่เป็นประธาน ซึ่งเป็นการพิจารณางบประมาณ ในส่วนของกรมสอบสวนคดีพิเศษหรือดีเอสไอ ท่านผู้ชมที่ฟังอยู่ทางบ้านจะได้เข้าใจ โดยมีนายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษเข้าชี้แจง ทั้งนี้นายวัชระ เพชรทอง ส.ส. บัญชีรายชื่อและกรรมาธิการจากพรรคประชาธิปัตย์ได้ซักถามพร้อมติติงถึงบทบาท การทํางานของดีเอสไอ โดยระบุว่าสังคมตั้งประเด็นไม่เป็นกลาง การดําเนินคดี การชุมนุม คนเสื้อแดง ผังล้มเจ้าไม่มีความคืบหน้า นายธาริตชี้แจงว่ายอมรับว่าดีเอสไอเป็นเครื่องมือ ของรัฐบาลเพราะกรมสอบสวนคดีพิเศษต้องทํางานภายใต้การดูแล เห็นไหมครับ ของรัฐบาล มันต้องอ่านให้จบ และที่สําคัญในกฎหมายที่ทางฝ่ายนิติบัญญัติเขียนระบุชัดเจนว่า ข้าราชการพลเรือนต้องปฏิบัติตามคําสั่งและนโยบายของรัฐบาล หากไม่ทําตามนโยบายของ รัฐบาลจะต้องได้รับโทษ ท่านประธานให้ผมอ่านให้จบนิดเดียวครับ
เชิญครับ
เขาชี้แจงมาครับท่านประธาน ผมชี้แจงสั้น ๆ ผมไม่ติดใจผมจะนั่งลงด้วยความเรียบร้อย นอกจากนั้นแล้วในส่วนของ ความเป็นกลางตามกฎหมายระบุชัดเจนว่าต้องวางตนเป็นกลางเฉพาะการเลือกตั้งเท่านั้น สิ่งที่หลายคนสอบถามว่าฐานะเป็นอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษรู้สึกอย่างไร ต่อประเด็นขาดมาตรฐาน ไม่เป็นกลาง ผมไม่สบายใจ เพราะข้อกล่าวหานั้นเกิดจาก ความขัดแย้งทางการเมือง มีการแบ่งขั้วเป็น ๒ ฝ่าย ช่วงที่รัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ ดีเอสไอก็เป็นเครื่องมือเช่นเดียวกัน ให้ตั้งข้อหาก่อการร้ายและดําเนินคดีตามประมวล กฎหมายอาญา มาตรา ๑๑๒ อย่างไรก็ตามการทํางานของดีเอสไอต้องปฏิบัติตามกฎหมาย
คืออย่างนี้ครับ
เอาละท่านประธาน เดี๋ยวให้ผมพูด ประโยคสุดท้ายจบแล้วครับ ผมก็เอาข้อเท็จจริงมาเผยเพียงแต่ว่าสิ่งที่นายวัชระพูดนั้น มันมีความจริง แต่ต้องพูดให้จริงทั้งหมด ไม่ใช่ว่าเอาสัญชาติแบบสมัยเก่า เอาสัญชาติของ บุคคลผู้นํา
เอาละครับ ผมว่าพอสมควรแล้วละ
ท่านประธานครับ ต่ออีกนิดเดียวครับ เดี๋ยวผมให้เขาประท้วง
ไม่อนุญาตแล้วครับ พอแล้ว พอแล้วครับ คือเรื่องอื่นก็ว่ากันไป ถ้าหากว่าโต้กัน ผมมีหน้าที่ ควบคุมการประชุมเพื่อให้อยู่ในความสงบเรียบร้อย คุณหมอเชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม นายแพทย์สุกิจ อัถโถปกรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ขอประท้วง ท่านผู้ใช้สิทธิอภิปรายเมื่อกี้ตามข้อ ๖๑ ครับ
คือท่านขอชี้แจงในฐานะท่านเป็นกรรมาธิการ
ไม่ใช่ครับ ผมประท้วงเรื่องเอกสารที่ท่าน เอามาอ่านเมื่อกี้ครับ
เชิญครับ
อันนี้แหละครับคือเอกสารที่เป็นเอกสารใด ๆ ที่ไม่มีความจําเป็นแล้วก็ยังไม่ได้ขออนุญาตท่านประธาน ท่านประธานถามเขาว่าเอกสาร ที่เขาเอามาอ่านเมื่อกี้คืออะไรครับ เป็นชวเลขหรือว่าเป็นข่าว ถ้าเป็นข่าวเขาก็ต้อง ขออนุญาตจากท่านก่อนครับ ท่านวินิจฉัยด้วยครับ
คืออย่างนี้ ผมได้ให้ท่านวัชระนี่นะครับ แล้วผมอธิบายทั้งหมดแล้วในเรื่องของชวเลข แล้วท่านก็มีสิทธิในการที่จะชี้แจงตอบข้อซักถามของท่านสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ใน ๒ ประเด็นท่านก็เอาประเด็นที่มีการประชุมมาพูดนะครับ แล้วจัดส่งเอกสารมาที่ผม วันนี้ผมอนุญาตเพื่อที่จะให้การประชุมดําเนินการไปเรียบร้อย ต่อมาท่านก็บอกว่าท่านจะขอ ใช้สิทธิในการอภิปราย ผมก็ให้อภิปรายว่าเอาละในรายละเอียดของการชี้แจงจะเป็นอย่างไร ก็มาพูดกันเถอะในห้องนี้ จะจบไม่จบ หรือจะอ่านครึ่งหนึ่งหรือไม่ครึ่งหนึ่งทั้งหมด ก็เป็นดุลยพินิจของท่านสมาชิกที่จะต้องตัดสินใจนะครับ ผมอนุญาตให้ท่านแล้วนะครับ คุณหมอมีอะไรอีกไหมครับ
ท่านประธานครับ ผม หมอสุกิจ จังหวัดตรัง ท่านไม่เข้าใจประเด็นนะครับ ที่ผมประท้วงคือเอกสารที่เขาเอามาอ่านเป็นเอกสารอะไรครับ
ผมกําลังจะบอกท่านว่าผมวินิจฉัยแล้วผมจะเรียกเอกสารมาอย่างไรครับ แต่ท่านก็ยกมือขึ้นอีก ผมก็ต้องให้ท่านพูด
แต่ที่เขาอ่านเมื่อกี้นี้ผมเข้าใจว่าเป็นข่าวนะครับ
ก็ไม่เป็นอะไรครับ ผมกําลังจะเรียกเอกสารเขามา
เอาข่าวจากหนังสือพิมพ์มาอ่านได้ โดยไม่ขออนุญาตท่านประธานนี่ถูกหรือครับ ผิดข้อบังคับ ข้อ ๖๑ นะครับ
เดี๋ยวส่งเอกสารมาให้ผมหน่อยนะครับ เจ้าหน้าที่ไปเอาเอกสารมา
ท่านประธานครับ เขาอ่านจากไอแพด (iPad) นะครับ
ผมว่าพอแล้วกระมัง
ท่านประธานเข้าใจไหมครับ ประเด็น ที่ผมประท้วง
ผมบอกให้ท่านส่งเอกสารมาอย่างไรครับ ก็เท่านี้ท่านก็นั่งลงได้แล้วครับ
แล้วไม่เห็นเขาส่งเลยนี่ครับ
ท่านนั่งลงก่อนสิครับ คุณหมอนั่งลงก่อนสิครับ
ผมนั่งแล้วเดี๋ยวเขาส่งนะครับ แล้วท่านประธานวินิจฉัย
ไม่อนุญาตแล้วเดี๋ยวมันจะเดินไม่ได้นะครับ ผมขออนุญาตลงมตินะครับ คุณสาทิตย์ มีอะไรไหมครับ
ขอบคุณครับท่านประธาน ผมมีประเด็นสั้น ๆ ที่พาดพิงถึงผมนะครับ ในฐานะที่เป็นคนเดียวที่อภิปรายในมาตรานี้นะครับ บังเอิญการตอบของคณะกรรมาธิการมี ๒ ประเด็นที่พาดพิงถึงประเด็นที่ผมได้ซักถาม แล้วก็อาจจะเกิดความเสียหายได้นะครับ
ในประการที่ ๑ คือผมได้อภิปรายการทํางานของดีเอสไอว่าไม่เป็นไปตาม วิสัยทัศน์ พันธกิจ แล้วก็เป็นการไม่ปฏิบัติตามเรื่องของการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี บังเอิญการตอบของกรรมาธิการเป็นการตอบที่ขัดแย้งกันเอง ประการหนึ่ง คุณวัชระอ้างอิง ถึงชวเลข แต่อีกท่านหนึ่งลุกขึ้นมาอ่านทีแรกทําท่าเหมือนชวเลข แต่พอเพื่อนสมาชิกดู มันเหมือนกับเล่มเขียวที่วางอยู่ตรงหน้าทุกคน แล้วตอนหลังก็เป็นข่าวในไอแพด แต่ก็ดีแล้วครับ ที่ท่านประธานตรวจสอบ เพราะอย่างน้อยที่สุดคําตอบของอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษนั้น เป็นคําตอบซึ่งเป็นหลักฐาน แล้วก็นําไปสู่การตรวจสอบการทํางานต่อไป
แต่ประการที่ ๒ นี่สําคัญ คือมีกรรมาธิการ ๒ คนที่ลุกขึ้นตอบ ท่านหนึ่งคือ ท่านชวลิต ประทานโทษเอ่ยนาม อีกท่านหนึ่งคือท่านประชา พูดในทํานองว่าดีเอสไอ ขึ้นมาทํางานในรัฐบาลใดอีกฝ่ายหนึ่งก็จะมีความรู้สึกว่ารัฐบาลนี้ใช้เป็นเครื่องมือ กรณีอีกท่านหนึ่ง พูดชัดบอกว่ากรณีคดีก่อการร้ายเป็นรัฐบาลใครที่ไปสั่งเสมือนกับว่าดีเอสไอเป็นเครื่องมือ ผมจะเรียนว่าแตกต่างกันนะครับ กรณีก่อการร้ายนั้นเป็นกรณีที่ถูกรับเป็นคดีพิเศษแล้ว มีการประชุมคณะกรรมการคดีพิเศษ แต่ประเด็นที่ต้องตรวจสอบต่อในคดีก่อการร้ายก็คือในปี ๒๕๕๓ ที่มีการดําเนินการต่อเนื่อง ถึงปี ๒๕๕๔ เมื่อเปลี่ยนรัฐบาลทําไมการทํางานในหลายคดีจึงล่าช้าออกไป เหมือนอย่างที่ โฆษกของทางกองทัพบกพูดบอกว่าทีคดีเจ้าหน้าที่แล้วเร็ว แต่คดีของผู้ชุมนุมซึ่งทําผิดนั้น ล่าช้า แม้แต่กระทั่งเอ่ยอ้างถึงตัววิดีโอเรื่องของรถมีทะเบียนของกลุ่มชายชุดดําที่ไปยิง เจ้าหน้าที่ก็เช่นเดียวกัน นี่ต่างหากที่เป็นประเด็น
ในประการถัดมาก็คือว่าท่านบอกว่าพรรคประชาธิปัตย์ในทํานองใช้เป็น เครื่องมือ ที่ผมบอกว่าไม่ใช่ เพราะมันเป็นกรณีที่ถูกรับเป็นคดีพิเศษแล้ว ซึ่งต่างกับกรณีของ คดีเงินน้ําท่วม นอกจากไม่เป็นคดีพิเศษยังไม่ได้รับนั้นยังไม่ได้อยู่ในบัญชี ๓๖ กฎหมายอาญา ที่เป็นไปตามพระราชบัญญัติการสอบสวนคดีพิเศษด้วย ประเด็นจึงแตกต่างกันครับ เพราะฉะนั้นใครที่จะใช้เป็นเครื่องมือหรือไม่ ไม่ได้ขึ้นกับคําตอบอย่างเดียวที่เรากําลัง พยายามถกเถียงกัน แต่เป็นพฤติกรรมของบางคน เห็นได้ชัดนะครับ เปลี่ยนรัฐบาล มีการเปลี่ยนผู้บริหาร โยกย้ายบางคนจากระดับล่างขึ้นมาระดับบนในดีเอสไอ เพื่อที่จะมา ทํางานเฉพาะที่จะเล่นงานอีกฝ่ายหนึ่ง อันนี้เป็นข้อเท็จจริง ผมฟังมาถึงตอนนี้แล้วผมเข้าใจ กรรมาธิการบางท่านก็ทํางานตามที่ผมคาดหวัง แต่ส่วนใหญ่ไม่ได้ทํางานตามนั้น ก็ยังยืนที่จะ ปรับลดงบประมาณของกระทรวงยุติธรรมลงครับ
ต่อไป จะให้ท่านใช้ดุลยพินิจในการจะลงมติ ก่อนลงมติผมจะขอตรวจสอบองค์ประชุมนะครับ
(นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง มีสัญญาณ ให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนทําการตรวจสอบองค์ประชุมและลงมติ)
ท่านสมาชิกครับ ตรวจสอบองค์ประชุมก่อนนะครับ ขอให้กดปุ่มแสดงตนก่อนนะครับ เชิญกดปุ่มแสดงตนนะครับ
(นายวรงค์ เดชกิจวิกรม ได้ยืนและยกมือขึ้น)
คุณหมอประท้วงอะไรครับ เชิญคุณหมอประท้วงครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม นายแพทย์วรงค์ พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดพิษณุโลก ผมประท้วงท่านประธานครับ เพราะเมื่อสักครู่ ท่านประธานได้บอกให้ท่านวัชระ เพชรทอง กับท่านประชา ประสพดี เอาเอกสารส่งให้ท่าน ขณะนี้ผมเป็นสมาชิกผมสงสัยว่าของท่านวัชระเป็นเอกสารที่มีการลงลายมือชื่อ
ก็ขอให้ส่งมาครับ
นิดเดียวครับ ท่านฟังให้จบสิครับ แล้วท่านประชาก็ส่ง แล้วท่านช่วยประกาศด้วยว่าของท่านประชาเป็นอ่านข่าวออนไลน์ (Online) หนังสือพิมพ์
เดี๋ยวผม ให้เขาส่งมาครับ
แล้วท่านมาชี้แจงที่ประชุมด้วยนะครับ
เจ้าหน้าที่ส่งผลครับ ๓๐๐ ท่าน
ผมขอมติจากที่ประชุมนะครับ ท่านใดเห็นควรให้คงไว้ตามร่างของ กรรมาธิการเสียงข้างมากให้กดปุ่ม เห็นด้วย ท่านใดเห็นด้วยกับกรรมาธิการที่ขอสงวนความเห็น หรือผู้แปรญัตติที่สงวนคําแปรญัตติให้กดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ผู้ใดงดออกเสียงให้กดปุ่ม งดออกเสียง ขอเชิญออกเสียงลงคะแนนได้ครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)
มีท่านใด ยังไม่ลงไหมครับ
(ไม่มีสมาชิกยกมือ)
ไม่มีนะครับ ส่งผลครับ เห็นด้วยกับกรรมาธิการเสียงข้างมาก ๒๗๗ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๑๐๘ ท่าน งดออกเสียง ๗ ท่าน ที่ประชุมมีมติเห็นด้วยกับกรรมาธิการเสียงข้างมาก
ขอให้ทั้ง ๒ ท่านส่งเอกสารมาเดี๋ยวผมจะมอบให้ท่านเลขาธิการ สภาผู้แทนราษฎรตรวจสอบเอกสาร เชิญมาตราต่อไปครับ
มาตรา ๑๙ กระทรวงแรงงาน มีการแก้ไข มีกรรมาธิการ ขอสงวนความเห็น และผู้แปรญัตติขอสงวนคําแปรญัตติ
เชิญอาจารย์รัชฎาภรณ์ แก้วสนิท ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน รัชฎาภรณ์ แก้วสนิท ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดกาฬสินธุ์ ดิฉันได้แปรญัตติตัดงบประมาณของกระทรวงแรงงาน ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ท่านประธานคะ ดิฉันตั้งใจที่จะดูว่ากระทรวงแรงงานมีหน้าที่จะต้องคุ้มครองทั้งสวัสดิการ ทั้งความเป็นธรรมในการทํางานให้กับผู้ใช้แรงงานทั้งหลาย เมื่อปีที่แล้วได้มีกฎหมาย ที่เป็นประโยชน์กับพี่น้องแรงงานออกมาก็คือกฎหมายพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้รับงาน ไปทําที่บ้าน ซึ่งจนป่านนี้ดิฉันไม่ทราบว่างบประมาณของกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานประมาณ ๑,๐๐๐ ล้านบาทมีงบที่จะไปประชาสัมพันธ์ให้ความรู้เกี่ยวกับผู้รับงานไปทําที่บ้านหรือไม่ และอีกเรื่องหนึ่งที่เป็นเรื่องสําคัญ แล้วก็ยังคาราคาซังอยู่จนทุกวันนี้ ก็คือสภาได้ผ่าน กฎหมายเรื่องความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางานออกมาแล้ว แล้วในนั้นตอนช่วงที่กําลังออกพระราชบัญญัติกันก็ได้มีการถกเถียงกันว่าฝ่ายแรงงานเอง ก็ได้เข้าชื่อกันแล้วเสนอกฎหมายเข้ามา แล้วก็มีความคิดเห็นที่ไม่ตรงกันกับกระทรวงแรงงาน ในการที่จะตั้งสถาบันความปลอดภัยนี้ขึ้นมา แล้วสุดท้ายในขณะที่กําลังพูดกันก็พบว่า ทางข้าราชการเองแล้วนักวิชาการหลายคนก็เห็นพ้องว่าจะให้ออกมาเป็นร่างที่ค่อนข้าง จะเป็นอิสระ สถาบันนี้ค่อนข้างจะเป็นอิสระ ประกอบไปด้วยนักวิชาการ ตัวแทนแรงงาน ตัวแทนนายจ้าง แล้วก็ตัวแทนฝ่ายต่าง ๆ เพื่อที่จะเข้ามาคุ้มครองดูแลเรื่องความปลอดภัย แล้วก็อาชีวอนามัย แล้วก็สภาพแวดล้อมในที่ทํางาน เพราะที่จริงกระบวนแรงงาน สถาบัน ได้เรียกร้องกฎหมายฉบับนี้มานานแล้วตั้งแต่ปี ๒๕๓๖ ที่เกิดโรงงานตุ๊กตาเคเดอร์ไหม้ ก็มีการเรียกร้องกันตลอดมาเกือบ ๒๐ ปี พอมาถึงตอนนี้ก็มีการตกลงกัน ด้วยความที่อาจจะ ไม่เข้าใจหรือเข้าใจไม่ตรงกัน ถูกสํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกากับกระทรวงแรงงาน บอกว่าก็ให้ตั้งเป็นองค์การมหาชน แล้วก็ไปร่างเป็นพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งภายหลัง แล้วกําหนดว่าจะต้องเสร็จภายในเดือนกรกฎาคม ปี ๒๕๕๕ ในที่ประชุมคณะกรรมาธิการ ตอนนั้นได้มีการพูดคุยกันมากนะคะ เพราะว่าดิฉันเองก็ไม่เชื่อว่าถ้าราชการไปจัดการเองแล้ว พระราชกฤษฎีกาจัดตั้งจะออกมาเป็นรูปแบบไหน ก็มีการพยายามบอกว่าตกลงกันว่าต้องให้ ฝ่ายลูกจ้างเข้าไปด้วย นายจ้างด้วย ข้าราชการด้วย ดิฉันก็ติดตามมาตลอดนะคะ เพราะว่า ก็คงคิดว่าไม่เหมาะถ้าเราจะเข้าไปดูหรือเข้าไปร่วมในการยกร่างนั้นด้วย ก็พบว่าจนขณะนี้ มันเป็นปัญหาอย่างมากเลย เพราะว่าการยกร่างพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งประกอบไปด้วย ข้าราชการของกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานเป็นหลัก แล้วก็จะมีนายจ้างบ้าง แล้วก็ เอาลูกจ้างในส่วนที่ไม่ได้มายกร่างพระราชบัญญัติอันนี้เข้าไปด้วย ที่จริงต้องเป็นคนกลุ่มนี้ เข้าไป แม้จะมีส่วนอื่นบ้าง ส่วนที่นายจ้างหรือข้าราชการไว้ใจเป็นพวกตัวเองเข้าไปด้วยก็ได้ แต่ควรจะมีคนกลุ่มที่เข้ามาเป็นคณะกรรมาธิการเข้าไปด้วย เพราะ ๑. เขาเป็นคนรวบรวม แล้วก็ยกร่างกฎหมายฉบับนี้เสนอเข้าสู่สภา แล้วก็อยู่ในคณะกรรมาธิการรู้เจตนารมณ์ ของกฎหมายฉบับนี้ แล้วก็ต้องถามว่ากรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานงบประมาณ ที่ท่านตั้งขึ้นมา ๑. ให้ความรู้เรื่องกฎหมายใหม่ ๆ ที่ผ่านออกมากับพี่น้องประชาชนหรือเปล่า ซึ่งก็จะไม่ค่อยเห็น ก็จะเห็นองค์กรภาคประชาชนหรือองค์กรแรงงานไปรณรงค์ให้ความรู้กันเอง แล้วสถาบันความปลอดภัยที่คิดว่าเป็นเรื่องสําคัญที่พี่น้องแรงงานได้รวมกัน แล้วก็ได้รณรงค์ มาสัก ๒๐ ปีแล้ว สุดท้ายมาเหมือนถูกหลอกอยู่ดีค่ะท่านประธาน ดิฉันเห็นกลุ่มแรงงาน เขาก็พยายามที่จะขอเข้าพบท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน แล้วเข้าไปเจรจาทั้งหลาย กลุ่มแรงงานเหล่านี้เขาพูดเรื่องสภาสถาบันความปลอดภัยอาชีวอนามัย เพราะพวกเขาเอง เป็นโรค เขาเองเจ็บป่วยจากการทํางาน เพราะฉะนั้นเขาได้ตั้งสภาเครือข่ายกลุ่มผู้ป่วย จากการทํางานและสิ่งแวดล้อมแห่งประเทศไทยขึ้นมา เขาก็มีสมาชิกมากมาย แล้วก็ดู ซึ่งกันและกัน ก็อยากจะเรียนว่ากรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานน่าจะเจียดเงิน จํานวนหนึ่งเพื่อที่จะทํางานเรื่องนี้ให้มันจบสิ้น มีข้อครหา มีข้อเรียกร้อง มีเรื่องบ่น ๆ มาว่า เวลาที่ร่างพระราชบัญญัติจัดตั้งสถาบันส่งเสริมความปลอดภัย อาชีวอนามัยและ สภาพแวดล้อมในการทํางานนี้นะคะ อํานาจหน้าที่ เครือข่ายของแรงงานเขาเสนอเข้าไปให้มีการบรรจุศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ ราชการก็บอก มันเป็นการซ้ําซ้อนกับกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เป็นการเพิ่มขั้นตอนให้ชักช้า ถ้าซ้ําซ้อนกันท่านก็ส่งแยกกันออกไปให้มันชัดเจนสิคะ แล้วก็พูดถึงว่าเวลาเลือกตั้ง คณะกรรมการ หรือว่าการพิจารณาเรื่องต่าง ๆ กระทรวงเองก็ไปให้อํานาจกับกรรมการ ความปลอดภัยของกระทรวง ไปทําหน้าที่แทนในขณะที่ยังไม่มี ซึ่งที่จริงมันยังไม่จําเป็น เขาก็เห็นว่ากระทรวงกําลังจะรวบรัดแล้วก็จะยึดอํานาจไปใช่ไหม เพราะฉะนั้นสภาเครือข่าย เขาได้พูดถึงเนื้อหาหรือว่าข้อขัดแย้งในสาระสําคัญของหลักการของกระบวนการ พระราชกฤษฎีกาจัดตั้งสถาบันส่งเสริมความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อม ในการทํางานว่ามันเป็นปัญหาอยู่มาก ตั้งแต่สาระสําคัญ เช่น ๑. ตั้งคณะกรรมการติดตาม การแก้ไขปัญหาการเข้าถึงสิทธิในการเยียวยาสําหรับแรงงานและชุมชนที่ได้รับผลกระทบ จากเหตุการณ์โรงงานระเบิดหรือจากสารเคมีรั่วไหล อย่างนี้ขอให้มีคณะกรรมการขึ้นมา เพื่อที่จะไปพิจารณาโดยเร่งด่วน โดยให้เครือข่ายแรงงานและภาคประชาชนมีส่วนร่วม แล้วประเด็นข้อขัดแย้งสาระสําคัญในการร่างพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งสถาบันส่งเสริม ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางานก็ยังไม่ได้มีข้อยุติระหว่าง เครือข่ายแรงงานภาคประชาชนกับฝ่ายข้าราชการของกระทรวงแรงงาน ประเด็นสําคัญก็คือ อํานาจกระทําการตามวัตถุประสงค์และอํานาจหน้าที่ซึ่งต่างกัน โครงสร้างของ คณะกรรมการบริหารและการได้มาของกรรมการสถาบันก็ต่างกัน การให้อํานาจ คณะกรรมการความปลอดภัยในการทํางานแห่งชาติมาทําหน้าที่รักษาการในช่วงที่ ยังไม่มีการเลือกตั้งคณะกรรมการของสถาบัน เขาก็ไม่ได้เห็นด้วย เพราะฉะนั้นเขาก็มี ข้อเรียกร้อง ที่จริงเขาไปพบท่านรัฐมนตรี แล้วก็ตอนหลังมาเมื่อต้นเดือนเขาได้ไปพบ ท่านเลขาธิการนายกรัฐมนตรี แต่เขาก็คิดว่าเอกสารก็มาก ท่านเลขาธิการที่คุยกัน ก็คงยังไม่เข้าใจ เขาก็ยังไม่มีความหวังนะคะว่าการที่จะจัดตั้งนี้ การร่างพระราชกฤษฎีกา มันจะออกมาอย่างไร มันก็จะไม่มีข้อคิดเห็นต่าง ๆ ทั้งหลายของเขาเลย เขาได้ขอเรียกร้อง ให้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานคนปัจจุบันชะลอกระบวนการเห็นชอบ ร่างพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งสถาบันส่งเสริมความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อม ในการทํางานที่ผ่านความเห็นชอบของคณะกรรมการความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางานแห่งชาติ ซึ่งอันนี้เป็นคณะกรรมการของกรมสวัสดิการ และคุ้มครองแรงงาน แล้วก็จะมาพิจารณาการออกพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งสถาบันส่งเสริม ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางานตรงนี้ ซึ่งเขาไม่เห็นด้วยว่า อยากจะให้ท่านรัฐมนตรีชะลอไว้ก่อน แล้วข้อสําคัญเขาบอกว่าเวทีรับฟังความคิดเห็น จัดการรับฟังประชาพิจารณ์ร่างกฎหมายเมื่อวันที่ ๑๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๕ จัดโดย กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานอยากจะให้ชะลอไว้ก่อน เพราะการรับฟังคราวนั้น ถูกอ้างว่าไม่มีความชอบธรรม ขาดกระบวนการมีส่วนร่วม เขาบอกว่าในการรับฟังครั้งนั้น ผู้เข้าร่วมส่วนใหญ่เป็นข้าราชการของกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานที่ระดมกันมา ทั้ง ๗๗ จังหวัดกว่า ๓๐๐ คน แต่องค์กรลูกจ้าง นายจ้างจะมีจํานวนประมาณ ๑๐๐ คน ซึ่งเขาก็รู้สึกไม่สบายใจ ก็อยากจะให้ท่านรัฐมนตรีได้คํานึงถึงความโปร่งใสในหลักธรรมาภิบาล ขอให้พิจารณาจัดกระบวนการรับฟังหรือจัดประชาพิจารณ์ร่างพระราชกฤษฎีกานี้เสียใหม่ โดยเขาเสนอว่าขอให้เป็นองค์กรอื่น องค์กรกลาง อาจจะเป็นคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย ของดอกเตอร์คณิต ณ นคร หรือว่าอาจจะเป็นองค์กรอื่นที่มาเป็นผู้จัดการรับฟังความคิดเห็น ในครั้งนี้ แล้วก็นําข้อคิดเห็นเหล่านั้นไปสรุป เพราะฉะนั้นงบประมาณของกรมสวัสดิการสังคม และคุ้มครองแรงงาน ถ้าไม่มีกระบวนการเหล่านี้ก็ควรจะตัดลดลง ท่านจะต้องไปให้ความรู้ กับประชาชนกับกระบวนการแรงงาน เพราะว่าที่ผ่านมาในการประชุมของสมัชชาสุขภาพ เขาก็ได้บอกเอาไว้ด้วยว่า ที่ผ่านมาสิ่งที่กระทรวงแรงงานยังขาดอย่างมากก็คือขาดการให้ความรู้ความเข้าใจทั้งกับ ลูกจ้างและกับนายจ้างเกี่ยวกับหลักการข้อกําหนดของกฎหมาย หรือการให้บริการ ด้านอาชีวอนามัย ความปลอดภัย ทําให้เกิดปัญหาการเข้าถึงสิทธิของลูกจ้าง เพราะฉะนั้น การที่จะจัดตั้งสถาบันนี้ขึ้นมาดิฉันอยากจะให้รอบคอบ เพราะในคณะกรรมาธิการ ก่อนที่จะออกกฎหมายนั้นมาพูดถึง เราก็ต้องทิ้งเอาไว้ว่าให้คณะกรรมการ ให้กระทรวง ไปดําเนินการแล้วก็ให้เชิญกลุ่มต่าง ๆ มาพูดคุยกันในการที่จะออกพระราชกฤษฎีกา จัดตั้ง เพราะฉะนั้นก็ร้องเรียนมายังท่านรัฐมนตรีว่าขอให้เจียดงบประมาณจํานวนหนึ่ง ไปให้ความรู้กับพี่น้องประชาชน แล้วก็ไปรับฟังความเห็นให้ถูกต้องให้ครบถ้วน ในกระบวนการรับฟังความเห็นของประชาชน ไม่ใช่เอาคนมานั่งในห้องประชุม ๑ วัน แล้วก็ถือว่าเป็นการรับฟังความเห็นแล้ว ก็เรียกร้องท่านรัฐมนตรีอีกครั้งหนึ่งนะคะ อยากจะให้ท่านให้ความสําคัญกับแรงงาน กับชีวิต กับความปลอดภัย แล้วก็กับ ความเป็นธรรมที่แรงงานจะได้รับ ขอให้ท่านดูแลคณะทีมงานของท่าน คณะที่ปรึกษา ที่มาช่วยดูแลให้มาดูแลเรื่องนี้ด้วย ให้ทุกหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด ระมัดระวังอย่าให้คณะทีมงานของท่านมัวแต่สนใจที่จะไปต่อรองเรื่องค่าหัวคิวคนงาน ที่จะส่งไปต่างประเทศ ที่หลายคนเขากําลังครหาท่านอยู่ กรุณาดูแลเขาให้สมกับที่เป็น กระทรวงแรงงาน ดิฉันทํากฎหมายแรงงานมานาน จนกระทั่งดิฉันยังเคยคิดว่าถ้าเป็นไปได้ จะเสนอให้เปลี่ยนชื่อกระทรวงนี้เป็นกระทรวงนายจ้าง เพราะฉะนั้นขอเรียกร้องไปยัง ท่านรัฐมนตรีดูแลแรงงานให้ดีด้วย
ท่านนคร มาฉิม
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายนคร มาฉิม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะ กรรมาธิการเสียงข้างน้อย ซึ่งได้ขอปรับลดไว้ร้อยละ ๕ ของงบประมาณที่ตั้งไว้ ด้วยเหตุผลดังต่อไปนี้ครับท่านประธานที่เคารพ
เหตุผลที่ ๑ ก็คือตัวกระผมเองเห็นว่ากระทรวงแรงงานนั้นยังไม่มี ประสิทธิภาพเท่าที่ควร ในการจัดการกับบริษัทจัดหางานที่ส่งคนงานไทยไปทํางาน ในต่างประเทศยังคงมีการเรียกหัวคิวจากแรงงานสูงเกินกว่าความจําเป็น เป็นภาระให้กับ ผู้ใช้แรงงานและคนหางานอย่างมาก ท่านประธานที่เคารพครับ ท่านทราบไหมว่าในปัจจุบันนี้ ยังคงมีกระบวนการในการหลอกลวงคนหางาน แล้วก็หลอกลวงผู้ใช้แรงงานที่ไปทํางาน ต่างประเทศ โดยมีข้าราชการบางคนได้สมรู้ร่วมคิดกับบริษัทจัดหางานบางบริษัทแสวงหา ผลประโยชน์จากหยาดเหงื่อแรงงาน ความทุกข์ยากของผู้ใช้แรงงานอยู่จนถึงทุกวันนี้ ฉะนั้นตราบใดที่กรมการจัดหางานแล้วก็กระทรวงแรงงานยังไม่ดําเนินการปราบปราม ประสานความร่วมมือกับภาคส่วนในเรื่องการปราบปราม การหลอกลวงผู้ใช้แรงงานและ คนหางานยังถือว่าเป็นประเด็นที่มีความสําคัญจะต้องถูกปรับลด แล้วก็จะต้องแสวงหา ผู้ที่กระทําความผิด ผู้ที่มีส่วนร่วมในการแสวงหาผลประโยชน์จากความทุกข์ยากของ ผู้ใช้แรงงานนี้มาลงโทษโดยเด็ดขาด แม้บางครั้งจะเปลี่ยนชื่อบริษัท แม้บางครั้งจะเปลี่ยนชื่อ ตัวของผู้กระทําผิดหรือว่านามสกุลของผู้กระทําผิดไป แต่เลข ๑๓ หลัก อยู่ในบริเวณนี้ครับ เลขประจําตัวของผู้กระทําความผิดเหล่านั้นสามารถที่จะตรวจสอบได้ ขอให้ท่านดําเนินการ อย่างจริงจัง
ประเด็นที่ ๒ เหตุผลในการขอปรับลดงบประมาณที่กระทรวงแรงงานขอมา ก็คือยังคงมีสถานประกอบการหลายแห่งที่ยังมีสภาพแวดล้อมในการทํางาน มีผลกระทบต่อ พี่น้องแรงงานเป็นอย่างยิ่ง ท่านประธานที่เคารพ ในชั้นการพิจารณาของคณะกรรมาธิการ ผมเองให้หลายหน่วยงานไปตรวจสอบ ไปตรวจพิสูจน์ศพของผู้ใช้แรงงานที่เกิดการไหลตาย เป็นจํานวนมากขึ้น การไหลตายของแรงงานอาจจะเกิดจากสภาพการทํางานที่ไม่ได้มาตรฐาน หรือว่าสภาพ การทํางานที่มีพิษมีมลภาวะ ท่านประธานที่เคารพ ยังคงมีหลายสถานที่ประกอบการ ที่มีสภาพเป็นอันตรายต่อผู้ใช้แรงงานเป็นอย่างยิ่ง กระทรวงแรงงาน แล้วก็ข้าราชการ ในกระทรวงแรงงาน ท่านจําเป็นที่จะต้องตรวจสอบเพื่อปกป้องคุ้มครองสวัสดิภาพ ชีวิต ร่างกายของผู้ใช้แรงงานให้ดีกว่าที่เป็นอยู่
ประเด็นที่ ๓ ซึ่งเป็นเรื่องที่ใหญ่มาก ท่านกรรมาธิการพิจารณา งบประมาณเห็นแล้วตกใจกันทุกคน ผมเองได้สอบถามเรื่องนี้ต่อกระทรวงแรงงาน แล้วก็กระทรวงแรงงานโดยเฉพาะสํานักงานประกันสังคมได้ชี้แจง แล้วก็ได้นําเอากราฟ ข้อมูลผลการวิจัย ผลการตรวจสอบทางวิทยาศาสตร์ ก็คือกองทุนประกันสังคม ในปัจจุบันมีอยู่ประมาณ ๑,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แต่ว่าถ้าปล่อยให้สภาพเป็นไปแบบนี้ แล้วก็หลังจากที่การเริ่มจ่ายบําเหน็จให้กับผู้ใช้แรงงานตั้งแต่ปี ๒๕๕๗ เป็นต้นไป ในอีก ๒๐ ปีสํานักงานประกันสังคมที่มีกองทุนอยู่นับล้านล้านบาทนี้จะมีตัวเลขที่ผกผัน อย่างรุนแรงที่สุด จากบวกจะกลายเป็นติดลบทันทีในปี ๒๕๗๗ คนที่อยู่ในสํานักงาน ประกันสังคมประมาณ ๑๐ ล้านคน แล้วก็อาจจะเพิ่มขึ้นในกรณีที่ใช้มาตรา ๔๐ เข้ามา ท่านประธานที่เคารพ อันนั้นแหละครับจะถือว่าเป็นจุดวิกฤติที่สุดของกองทุนประกันสังคม เงิน ๑,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทที่เป็นกองทุนจะติดลบทันที และจะอยู่ในสภาพที่ล้มละลาย คน ๑๐ กว่าล้านคนที่เป็นผู้ใช้แรงงาน แล้วก็ฝากชีวิต ฝากอนาคตยามแก่ชราไว้กับ กองทุนประกันสังคมจะอยู่ในภาวะวิกฤตทันที และยังไม่มีแนวทางหรือทิศทางที่จะแก้ไขได้ เพราะฉะนั้นประสิทธิภาพในการใช้และการลงทุนของเงินกองทุนสํานักงานประกันสังคม จําเป็นที่จะต้องมีประสิทธิภาพมากกว่านี้ ผมเองในฐานะกรรมาธิการได้ตรวจสอบ ลึกลงไปอีกว่าท่านได้จ่ายเงินจํานวน ๑,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทได้เกิดประสิทธิภาพ และมีดอกผลมากน้อยแค่ไหน ยังไม่เป็นที่น่าพอใจ บางแห่งให้ค่าตอบแทนที่ต่ํามาก บางแห่งแทบที่จะขาดทุน เพราะฉะนั้นเรื่องนี้เป็นเรื่องสําคัญที่ทางกระทรวงแรงงาน แล้วก็สํานักงานประกันสังคมจําเป็นที่จะต้องมีแผนงาน มีมาตรการในการที่จะรองรับ ถ้าไม่อย่างนั้นพี่น้องผู้ใช้แรงงาน ๑๐ กว่าล้านคน ในสังกัดของสํานักงานประกันสังคม จะอยู่ในภาวะที่อันตรายและกองทุนนี้อาจจะล้มละลายภายในอีก ๒๐ ปีถ้าไม่มีมาตรการ ในการแก้ไข
เรื่องที่ ๔ ซึ่งเป็นเหตุผลในการขอปรับลดงบประมาณรายจ่ายของ กระทรวงแรงงาน ท่านประธานที่เคารพครับ จากการที่รัฐบาลได้ออกนโยบายเรื่องกําหนด ค่าแรงขั้นต่ํา ๓๐๐ บาท แน่นอนครับ พวกเราทุกคนในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แล้วก็คณะกรรมาธิการ เห็นว่าจําเป็นที่ผู้ใช้แรงงานและพี่น้องแรงงานทุกคนจะต้อง ได้รับค่าตอบแทนที่สูงที่สุดพอแก่การยังชีพ พอแก่การสร้างฐานะของตนเองให้มั่นคง แต่แน่นอนครับ ผลที่กระทรวงแรงงานยังไม่มีมาตรการใดเลยที่จะรองรับผลกระทบหรือว่า แรงกระแทกจากนโยบายอย่างรุนแรง เช่น การย้ายฐานการผลิตของผู้ประกอบการ โดยเฉพาะสิ่งทอเริ่มมีการเคลื่อนย้าย เริ่มมีการปรับย้ายฐานการผลิต เริ่มมีการลด ออร์เดอร์ (Order) ในการสั่งสินค้าหลายอย่างลง นําไปสู่การเลิกจ้างทั้งโดยตรงแล้วก็โดยอ้อม ทั้งการบีบโดยตรงแล้วก็การบีบโดยอ้อม เช่น มีครอบครัวอยู่ที่กรุงเทพมหานครให้ไปทํางาน ที่จังหวัดเชียงใหม่ก็ต่อสู้กับค่าใช้จ่ายไม่ไหว มีภูมิลําเนาอยู่ที่จังหวัดปทุมธานีให้ไปทํางาน ที่จังหวัดขอนแก่น ก็จําเป็นที่จะต้องลาออกแล้วก็ถูกบังคับให้ออก แล้วก็สวัสดิการไม่ว่าจะเป็นอาหารอะไรต่าง ๆ จะถูกลดลง ท่านประธานที่เคารพครับ เอสเอ็มอีผมได้รับข้อมูลจากกระทรวงอุตสาหกรรม ได้รับข้อมูลจากกระทรวงแรงงาน เอสเอ็มอีจะได้รับผลกระทบจํานวนมาก ผู้ประกอบการ เอสเอ็มอีประมาณ ๒,๐๐๐,๐๐๐ รายทั่วประเทศ มีการคาดการณ์แล้วก็ประเมินไว้ว่าอาจจะ อยู่ในภาวะเลิกการประกอบกิจการ แล้วก็อยู่ในขั้นล้มละลายหรือเลิกจ้างไม่น้อยกว่า ๔๐๐,๐๐๐-๕๐๐,๐๐๐ ราย อันตรายที่สุด แล้วใน ๔๐๐,๐๐๐-๕๐๐,๐๐๐ ราย บางแห่ง มีผู้ใช้แรงงาน ๕ คน ๑๐ คน ถึง ๑๐๐ คน ท่านประธานที่เคารพ แรงงานที่ตกงาน แรงงาน ที่ถูกเลิกจ้างหรือผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่ได้รับผลกระทบท่านไม่มีมาตรการใดรองรับ เป็นที่น่าพอใจ ท่านประธานที่เคารพครับ แรงงานนอกระบบยังไม่ได้รับการแก้ไข แล้วก็ยังไม่ได้รับสวัสดิการตามกฎหมายหลายฉบับ สถานประกอบการหลายแห่ง ยังไม่มีมาตรการหรือกําหนดทิศทางในการที่จะรองรับแรงงานผู้พิการ
เรื่องที่ ๕ ท่านประธานที่เคารพครับ กระทรวงแรงงานยังไม่มีมาตรการ เพียงพอในการอนุวัตกฎหมาย แล้วก็เสนอการอนุวัตกฎหมายของประเทศให้รองรับ อนุสัญญาต่าง ๆ ที่ไทยควรที่จะต้องทําในระดับสากลที่ระดับสากลเขาดําเนินการไปไกลแล้ว
เรื่องที่ ๖ ก็คือกระทรวงแรงงานยังคงขาดการส่งเสริมการสร้างความเข้มแข็ง ให้กับสหภาพแรงงาน ทําให้ผู้ใช้แรงงานอ่อนแอ ทําให้สหภาพแรงงานไม่เข้มแข็ง ขาดอํานาจ ในการต่อรองต่อผู้ประกอบการและต่อรัฐบาล
ท่านประธานที่เคารพครับ แรงงานต่างด้าวยังไม่ได้รับการแก้ไขเท่าที่ควร คือเรื่องสุดท้าย เห็นว่าประสิทธิภาพของกระทรวงแรงงานยังไม่เต็มที่ และแรงงานยังไม่มี โอกาสที่จะเข้าถึงสวัสดิการตามที่กฎหมายกําหนด เพราะฉะนั้นผมและคณะกรรมาธิการ เสียงข้างน้อยจึงขอปรับลดร้อยละ ๕ ขอบพระคุณครับ
ต่อไป จะขอลงมติในมาตรา ๑๙ นะครับ
(นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง มีสัญญาณ ให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนทําการตรวจสอบองค์ประชุมและลงมติ)
ก่อนจะลงมติจะขอตรวจสอบองค์ประชุมก่อนนะครับ เมื่อท่านสมาชิกเข้ามาแล้ว ขอความกรุณากดปุ่มแสดงตนด้วยนะครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)
เรียบร้อยไหมครับ ถ้าเรียบร้อยแล้วเชิญเจ้าหน้าที่ส่งผลครับ ๒๙๔ ท่านนะครับ
ผมจะขอถามมติที่ประชุมอย่างนี้นะครับ ท่านใดเห็นควรให้คงไว้ตามร่างของ กรรมาธิการเสียงข้างมากให้กดปุ่ม เห็นด้วย ท่านใดเห็นด้วยกับกรรมาธิการ ที่ขอสงวนความเห็นหรือผู้แปรญัตติขอสงวนคําแปรญัตติให้กดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ท่านใดงดออกเสียงให้กดปุ่ม งดออกเสียง ขอเชิญออกเสียงลงคะแนนได้ครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)
มีท่านใดยังไม่ลงคะแนน มีไหมครับ
(ไม่มีสมาชิกยกมือ)
ขอปิดการลงคะแนนนะครับ เจ้าหน้าที่ส่งผล เห็นด้วยกับกรรมาธิการเสียงข้างมาก ๒๘๕ ท่าน เห็นด้วยกับกรรมาธิการเสียงข้างน้อย ๑๐๕ ท่าน งดออกเสียง ๓ ท่าน ที่ประชุม มีมติเห็นด้วยกับกรรมาธิการเสียงข้างมากนะครับ ท่านจุรินทร์มีอะไรหรือครับ
กระผมลงคะแนนเห็นด้วยกับ กรรมาธิการเสียงข้างน้อยครับ
บันทึกไว้ท่านจุรินทร์เห็นด้วยกับกรรมาธิการเสียงข้างน้อยนะครับ เดี๋ยวท่านนริศก่อนครับ
ผม นริศ ๑๔๐ เห็นด้วยกับกรรมาธิการ เสียงข้างน้อยครับ
บันทึกไว้นะครับ เชิญครับท่านสาธิต
ผม สาธิต ปิตุเตชะ ไม่เห็นด้วยกับ กรรมาธิการเสียงข้างมากครับ
แล้วท่านจะลงอย่างไรครับ เขาให้ท่านลงฝ่ายไหน ท่านเอาเสียงข้างน้อยก็แล้วกันนะครับ
ได้ครับ
อาจารย์ เชิญครับ
ท่านประธานครับ ผม ประกอบ รัตนพันธ์ เห็นด้วยกับเสียงข้างน้อยครับ
ท่านวิรัตน์ครับ
เห็นด้วยกับเสียงข้างน้อยครับ
ครับ บันทึกไว้นะครับ
ต่อไปเป็นมาตรา ๒๐ เชิญครับท่านเลขาธิการ
มาตรา ๒๐ กระทรวงวัฒนธรรม มีการแก้ไข
เชิญท่านดอกเตอร์อภิชาต การิกาญจน์ ครับ แต่ประเทศชาติป่วยไข้ ผมคิดว่าสภาพของประเทศที่เป็นไข้ สภาพของสังคมที่เราเรียกว่า สังคมป่วยหรือสังคมพิการที่เราเป็นอยู่ ผมเชื่อว่ากลไกทางวัฒนธรรมจะเป็นกลไก ส่วนหนึ่งที่สามารถคลี่คลายปัญหาของประเทศชาติได้ ผมเชื่อว่าสภาพการณ์ในทางการเมือง สภาพสังคมที่เราเป็นอยู่ ผมไม่แน่ใจนะครับว่าท่านนายกรัฐมนตรี คณะรัฐมนตรีที่บริหาร ประเทศอยู่จะมีความรู้สึกหรือไม่ว่าเรากําลังบริหารประเทศชาติที่อยู่ในภาวะป่วยไข้ เราอาจจะไม่รู้สึกเพราะเราอยู่กันได้ แต่ถ้ามีใครชี้ขึ้นมาว่าสังคมเราวันนี้เป็นสังคมพิการ เป็นสังคมป่วยไข้ เป็นสังคมที่ต้องการการเยียวยา ถ้าหากเราอยู่ในสังคมที่ต้องการ การเยียวยาผมเชื่อว่ากระทรวงวัฒนธรรมจะต้องมีภาระหน้าที่ในการเข้ามาจัดการในเรื่อง เหล่านี้ ตัวอย่างปรากฏการณ์ที่เป็นปัญหาของบ้านเมืองนะครับ ในสภาพปรากฏการณ์ ทางการเมืองซึ่งล่อแหลมมากในการต่อสู้และการตอบโต้ระหว่างการเมือง ๒ กระแส คือการเมืองกระแสหลักซึ่งคนไทยส่วนใหญ่ยึดถือ คือระบอบประชาธิปไตยอันมี พระมหากษัตริย์เป็นประมุข กับการเมืองในอีกฟากหนึ่งที่เรียกว่าการเมืองในระบอบ ประชาธิปไตยของประชาชน กระทรวงวัฒนธรรมจะมีภาระอย่างไรที่จะทําความเข้าใจกับ ผู้คนในสังคมกับการที่คนในประเทศนี้ถูกลากออกไปเป็น ๒ ฝ่ายค่อนข้างชัดเจน สภาพเช่นนี้ เป็นสิ่งที่ผมคิดว่ากระทรวงวัฒนธรรมจะต้องเป็นคนให้ข้อมูลทําความเข้าใจกับ พี่น้องประชาชนให้เข้าใจถึงสภาพการเมืองที่เราควรจะมีชีวิตอยู่ได้อย่างมีความสุข ถึงแม้จะเป็น ความแตกแยกทางการเมืองแต่เราก็น่าจะอยู่กันได้ โดยแต่ละฝ่ายจะต้องทําความเข้าใจ ถึงภาระหน้าที่ตามแนวคิดตามแนวทางของฝ่ายตนว่าแนวทางการเมืองที่เราดําเนินอยู่นี้ ขอให้คนในกลุ่มนี้ดําเนินการตามภาวะตามอัตลักษณ์ที่เราควรจะเป็น อีกฝ่ายหนึ่ง ก็ทําความชัดเจนว่าจะอยู่อย่างไรโดยไม่มีการรุกราน โดยไม่มีการปะทะ โดยไม่มี การกระทบกระทั่งกันในทางการเมืองและเป็นผลให้สังคมยุ่งยากวุ่นวาย ความยุ่งยากวุ่นวาย ความสับสนทั้งหมดอันเป็นเหตุจากทางการเมือง ผมเชื่อว่าถ้าเรามีแผนงานที่ดูแลคนทั้งชาติ ถามว่ากระทรวงวัฒนธรรมตื่นหรือยัง ผมว่าตื่นแล้วนะครับ การตื่นแล้วก็คือการเข้ามา รับภาระในการแก้ไขปัญหาและพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งของบมา ๘๐ ล้านบาท ถ้าจะขยายภาระให้กว้างขึ้นและเป็นประโยชน์กับชาติบ้านเมือง แผนงานที่ควรจะขยาย ก็คือแผนงานการแก้ไขปัญหาคนในชาติหรือการฟื้นฟูจิตใจคนในชาติ ผมคิดว่าทุกวันนี้ เรามีปัญหาในคนทุกกลุ่ม ปัญหาสังคมที่เกิดขึ้น ความไม่สงบ ความสับสน การไม่สามารถ ดําเนินชีวิตที่เป็นไปตามปกติของคนในสังคม ผมคิดว่าจําเป็นจะต้องมีหน่วยงานที่ต้อง เข้ามาจัดการ ทัศนะอันเป็นปัญหาที่เราได้เห็นอยู่วันนี้พอเป็นตัวอย่างที่จะพูดคุยได้ในสังคม ก็คือ อนึ่ง ทัศนะชิงชังและการใช้ความรุนแรงในการแก้ปัญหา เราจะทําอย่างไรครับ คนที่ไม่เคยรู้จักกัน คนที่ไม่เคยโกรธกัน ถึงแม้จะไม่เคยรักกัน แต่เราก็ใช้วิธีการรุนแรง ในการทําร้ายร่างกาย ในการยกพวกตีกัน ในการประทุษร้ายที่รุนแรงกันถึงชีวิต ทําไมสังคมเรา ไปไกลถึงขนาดนั้น กระทรวงวัฒนธรรมจะรณรงค์อย่างไรที่ให้คนมีทัศนะที่รักกัน มีทัศนะ ของความเป็นเพื่อน เป็นพวก เอื้ออาทรต่อกันเพื่อแก้ไขปัญหาที่เรียกว่าทัศนะชิงชังและ การใช้ความรุนแรงในการแก้ปัญหา ทัศนะในเรื่องความรับผิดชอบต่อส่วนรวม สิ่งนี้เป็นสิ่งที่ปรากฏอยู่และเราก็ได้เห็นอยู่มาก ปรากฏการณ์ในเขตพื้นที่ที่ผมอยู่ขณะนี้ มีการจุดไฟเผาป่าซึ่งเป็นเขตป่าพรุควนเคร็ง การไม่เห็นถึงประโยชน์ของส่วนรวม การไม่เห็นถึงสิ่งที่เป็นสาธารณประโยชน์ที่ควรจะเอาไว้ร่วมกัน สิ่งเหล่านี้ขาดหายไป ในคนยุคปัจจุบัน ถ้าเราไม่สามารถแก้ไขทัศนะอันเลวร้ายเหล่านี้ได้ การที่รักษาสิ่งที่เป็น สาธารณประโยชน์ สิ่งที่เป็นของส่วนรวม ผมเชื่อว่าเราไม่สามารถแก้ไขได้ในอนาคต ภาวะความแตกแยกทางการเมืองเราจะสร้างวัฒนธรรมทางการเมืองที่สอดคล้องกับ ภาวะปัจจุบันอย่างไรที่ให้คนในชาติสามารถดํารงชีวิตอยู่ได้อย่างเป็นสุขทุกฝ่าย ไปไหนก็ได้ มีเสรีภาพในการคิด มีเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น มีเสรีภาพในการแสดงทัศนะ ในทางการเมืองโดยไม่สร้างปัญหาต่อกัน เราจะทําอย่างไรให้คนในประเทศนี้สามารถ มีชีวิตที่มีความสุข มีชีวิตที่ดี ผมเชื่อว่ากระทรวงวัฒนธรรมจะต้องเข้ามามีภาระมีบทบาท มีหน้าที่ในการดําเนินการสร้างสิ่งเหล่านี้ให้เกิดประโยชน์ได้ เพราะฉะนั้นการขยายออกไป เพียงเพื่อแก้ปัญหาส่วนหนึ่งของภาคใต้ของประเทศเราไม่น่าจะเพียงพอกับภาระหน้าที่ ของกระทรวงวัฒนธรรม ผมอยากเห็นกระทรวงวัฒนธรรมได้เข้ามามีบทบาท มีภาระหลัก ในการคลี่คลายปัญหาต่าง ๆ ที่เป็นปัญหาของสังคม และกระทรวงนี้ละครับที่จะมีบทบาท ภาระหน้าที่ในการที่จะแก้ไขสภาพของประเทศที่ป่วยไข้นี้ให้พ้นจากความป่วยไข้ กระทรวงนี้ละครับที่มีภาระหน้าที่ในการที่จะแก้ไขปัญหาสังคมพิการ ปัญหาสังคมอ่อนแอ ปัญหาสังคมที่เราไม่สามารถดําเนินชีวิตอย่างมีความสุขได้ ผมอยากเห็นภารกิจที่เพิ่มขึ้น จึงไม่เห็นด้วยและขอปรับลด ๕ เปอร์เซ็นต์ นี่คือเหตุผลที่ขอปรับลดงบประมาณของ กระทรวงวัฒนธรรมครับ
เชิญท่านสมาชิกที่อยู่นอกห้องประชุมกรุณาเข้าห้องประชุมเพื่อลงมติ กรุณาได้เสียบบัตร แสดงตนด้วยครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)
มีผู้ที่อยู่ ในห้องประชุม ๓๐๗ ท่านนะครับ ถือว่าครบองค์ประชุมครับ
ผมจะขอมตินะครับ สมาชิกท่านใดเห็นควรให้คงไว้ตามร่างกรรมาธิการ เสียงข้างมากโปรดกดปุ่ม เห็นด้วย สมาชิกท่านใดที่เห็นด้วยกับกรรมาธิการที่ขอสงวน ความเห็นหรือผู้แปรญัตติ หรือเสียงข้างน้อยโปรดกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ผู้ใดเห็นควร งดออกเสียงโปรดกดปุ่ม งดออกเสียง ลงคะแนนครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)
ส่งผลคะแนนด้วยครับ จํานวนผู้เข้าประชุม ๔๐๖ ท่าน เห็นด้วย ๒๘๙ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๑๑๓ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๔ ท่าน เป็นอันว่าเห็นด้วยกับกรรมาธิการเสียงข้างมาก ๒๘๙ ท่าน
ต่อไปเป็นมาตรา ๒๑ เชิญท่านเลขาธิการครับ
มาตรา ๒๑ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มีการแก้ไข มีกรรมาธิการขอสงวนความเห็นและผู้แปรญัตติขอสงวนคําแปรญัตติ
มาตรา ๒๒ กระทรวงศึกษาธิการ มีการแก้ไข มีกรรมาธิการขอสงวน ความเห็นและผู้แปรญัตติขอสงวนคําแปรญัตติ
เชิญอาจารย์ประกอบ รัตนพันธ์ ครับ
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม ประกอบ รัตนพันธ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ผมขออนุญาตอภิปรายในมาตรา ๒๒ คือกระทรวงศึกษาธิการ ต้องกราบเรียนว่าในปีนี้ทางรัฐบาลได้ตั้งงบประมาณสําหรับกระทรวงศึกษาธิการไว้ที่ ประมาณ ๔๖๐,๔๑๑ ล้านบาทเศษ ซึ่งเป็นงบประมาณที่สูงที่สุดเมื่อเทียบกระทรวง ต่อกระทรวง อย่างไรก็ตามผมกราบเรียนว่าภารกิจของกระทรวงศึกษาธิการนั้น
อาจารย์ประกอบขอโทษครับเมื่อสักครู่นี้ลืมโหวตไปมาตราหนึ่งครับ มาตรา ๒๑ ประทานโทษครับ สมาชิกใช้สิทธิเลยนะครับ ไม่ต้องแสดงตนแล้วต่อเนื่อง มาตรา ๒๑ ท่านใดเห็นด้วยกับกรรมาธิการเสียงข้างมากโปรดกดปุ่ม เห็นด้วย ท่านผู้ใดเห็นด้วยกับ กรรมาธิการเสียงข้างน้อยโปรดกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ท่านใดเห็นควรงดออกเสียงโปรดกดปุ่ม งดออกเสียง เชิญลงคะแนนครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)
ส่งผลคะแนนนะครับ อยู่ในห้องประชุม ๓๙๕ ท่าน เห็นด้วย ๒๘๓ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๑๐๙ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๓ ท่านครับ เป็นอันว่าเห็นด้วย ๒๘๓ ท่านนะครับ
เชิญท่านรังสิมาครับ
กราบเรียนท่านประธานค่ะ ดิฉัน รังสิมา รอดรัศมี ส.ส. สมุทรสงคราม พรรคประชาธิปัตย์ ๒๘๗ ไม่เห็นด้วยค่ะ
ท่านรังสิมาไม่ได้เห็นด้วยนะครับ
เชิญท่านอาจารย์ประกอบต่อเลยครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ประกอบ รัตนพันธ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ผมขออนุญาตท่านประธานเพื่อที่จะอภิปรายในมาตรา ๒๒ ครับ คือในส่วนของ กระทรวงศึกษาธิการ ต้องกราบเรียนว่าในปีนี้ทางรัฐบาลได้ตั้งงบประมาณในส่วน กระทรวงศึกษาธิการไว้ที่ ๔๖๐,๔๑๑ ล้านบาทเศษ ซึ่งดูเหมือนว่าเป็นงบประมาณที่สูงที่สุด เมื่อเทียบกับกระทรวงอื่น แต่ผมกราบเรียนว่าภารกิจของกระทรวงศึกษาธิการนั้นใหญ่หลวงนัก เพราะว่าเป็นกระทรวงสร้างคน เพื่อให้คนไปสร้างชาติ และหน่วยงานในกํากับของ กระทรวงศึกษาธิการนั้น ทั้งส่วนราชการและหน่วยงานในกํากับ ๙๑ หน่วยงาน อย่างไรก็ ตามท่านประธานครับผมจําเป็นที่จะต้องตัดลดงบประมาณของกระทรวงศึกษาธิการ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ตามที่ผมเสนอไว้ เหตุผลเนื่องมาจากว่าผมไม่ไว้ใจเจ้ากระทรวงในหลายเรื่องด้วยกัน ผมไม่มั่นใจว่าท่านจะนําเม็ดเงินอันมากมายนี้ให้เกิดประโยชน์สอดคล้องกับปัญหา การศึกษาของชาติหรือไม่ อย่างไร อย่างไรก็ตามผมอยากกราบเรียนท่านประธานว่า วันนี้ปัญหาการศึกษาของชาตินั้นที่เป็นปัญหาใหญ่และกระทรวงศึกษาธิการไม่สามารถ จะแก้ปัญหาได้ก็คือเรื่องของคุณภาพการศึกษา ทั้งระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ทั้งอาชีวศึกษา และอุดมศึกษา ในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานนั้นทุกช่วงชั้น ตามที่ทางสภาการศึกษา ได้ทําการทดสอบ ปรากฏว่าทุกช่วงชั้นไม่ได้มาตรฐาน ในวิชาหลักที่สําคัญคะแนนโดยเฉลี่ย ไม่ถึงครึ่ง ระดับอาชีวศึกษาก็กราบเรียนท่านประธานว่าก็ยังไม่มีคุณภาพเช่นเดียวกัน รวมทั้งอุดมศึกษาที่พูดกันติดปาก แต่เป็นเรื่องจริงว่าเป็นหลักสูตรที่จ่ายครบจบแน่ ทั้งหมดนี้ ผมกราบเรียนว่าการตั้งงบประมาณปีนี้ไม่สามารถตอบสนองปัญหาของประเทศชาติได้ แม้แต่นิดเดียว
ปัญหาที่สําคัญอีกปัญหาหนึ่งก็ยังแก้ปัญหาไม่ได้ เรื่องปัญหาการขาดแคลนครู ปัญหาความเท่าเทียมทางการศึกษาก็ไม่สามารถที่จะแก้ปัญหาได้ ผมเลยจําเป็นต้องปรับลด งบประมาณในส่วนของกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งจริง ๆ ไม่อยากจะปรับลดด้วยซ้ําไป เพราะเห็นว่าเป็นกระทรวงที่มีความสําคัญ ท่านประธานครับ เมื่อสักครู่ผมกราบเรียนว่าสิ่งที่ผม ไม่สบายใจมาก ๆ ก็คือเจ้ากระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งผมไม่มั่นใจว่าท่านจะนําพานโยบาย ทิศทางของการจัดการศึกษาของชาตินั้นให้ถูกต้องหรือไม่ อย่างไร สิ่งที่น่ากังวลมากที่สุดครับ ผมขออนุญาตท่านประธานเพื่อที่จะให้คณะกรรมาธิการได้รับทราบ และผมถาม คณะกรรมาธิการว่าเรื่องนี้ท่านได้ซักถามกระทรวงศึกษาธิการหรือไม่ ในส่วนที่ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการได้ทําภารกิจ ซึ่งผมเข้าใจว่าไม่น่าจะอยู่ ในส่วนของนโยบายการศึกษาของชาติ ก็คือไปเปิดหมู่บ้านเสื้อแดงที่อําเภอสร้างคอม จังหวัดอุดรธานี ๕๘ หมู่บ้าน ขณะที่ท่านเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ท่านให้คํามั่นสัญญากับพี่น้องหมู่บ้านเสื้อแดงว่าท่านจะสนับสนุนงบประมาณผ่านโครงการ เอสเอ็มอีให้หมู่บ้านละ ๕๐๐,๐๐๐ บาท ท่านจะผลักดันให้หมู่บ้านเสื้อแดงได้รับ กองทุนอุดหนุนหมู่บ้านละ ๒,๐๐๐,๐๐๐ บาท แต่ท่านแถมพิเศษว่าท่านจะให้เงินพิเศษอีก หมู่บ้านละ ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท ๕๘ หมู่บ้านที่ท่านไปเปิดในวันนั้น ๕๘ ล้านบาท ผมไม่แน่ใจว่า คณะกรรมาธิการได้สอบถามด้วยหรือไม่ว่าท่านเอางบประมาณส่วนไหนไป ท่านได้ตั้ง งบประมาณส่วนนี้ไว้ในหน่วยงานใดหรืออย่างไร ตรงนี้ท่านประธานครับ ผมกราบเรียนว่า เป็นการใช้จ่ายเงินที่ไม่มีประสิทธิภาพแล้วก็ไม่ตรงกับข้อเท็จจริงที่ควรจะเป็น เป็นสิ่งที่ เสียหายยับเยิน เป็นสิ่งที่ไม่ควรจะกระทําอย่างยิ่ง ผมกราบเรียนว่าจริง ๆ ท่านรัฐมนตรีน่าจะ กํากับดูแล ดูทิศทางการศึกษาของชาติ
ท่านรัฐมนตรีให้ท่านอาจารย์ประกอบได้อภิปรายจบแล้วผมจะให้ท่านตอบ ให้ท่านอภิปรายจบ แล้วผมจะให้ตอบ ท่านประกอบเชิญครับ
ขอบคุณท่านรัฐมนตรีมากครับ ที่ท่านนั่งฟัง จริง ๆ ผมกราบเรียนว่าผมศรัทธาท่าน เพราะท่านเป็นศาสตราจารย์ เป็นอาจารย์สอนในมหาวิทยาลัยท่านมีอุดมการณ์ในการสร้างคุณภาพทางการศึกษา แต่สิ่งที่ผมเสียดายและผมไม่ไว้วางใจในเรื่องการจัดงบประมาณ ผมไม่คิดเลยว่าท่านกําลัง ให้เรื่องการเมืองนําการศึกษา การศึกษาเป็นเรื่องยิ่งใหญ่เป็นเรื่องที่จะเอาอะไรมาแตะต้องไม่ได้ แต่วันนี้ท่านทําให้การศึกษาไปปะปนกับการเมือง ท่านหวังผลทางการเมืองมากกว่าคุณภาพ ทางการศึกษา เป็นประการแรก ท่านประธานครับ ที่ผมไม่ไว้วางใจและผมจําเป็นต้องตัด งบประมาณ เพราะผมไม่ไว้ใจในการกํากับดูแลงบประมาณของท่านรัฐมนตรี ผมไม่มั่นใจว่า ท่านรัฐมนตรีจะนํางบประมาณที่ไปซ่อนไว้ในหน่วยงานต่าง ๆ ไปใช้ประโยชน์ในทาง การเมืองหรือไม่ อย่างไร
ในส่วนที่ ๒ ที่ต่อเนื่องกัน หน่วยงานที่เราหวังที่สุดว่าเป็นหน่วยงานที่ใช้ สติปัญญาความรอบคอบในการกําหนดทิศทางในการศึกษาของชาติ หน่วยงานที่ต้องแนะนํา รัฐบาลในการพัฒนาแผนการพัฒนาของชาติหน่วยงานนี้สําคัญมากครับคือสภาการศึกษา ท่านเชื่อไหมครับ คณะอนุกรรมาธิการสภาการศึกษาควรจะสรรหา ควรจะคัดสรรบุคคล ที่มีความเหมาะสมทั้ง ๑๑ คณะ แต่ปรากฏว่าท่านรัฐมนตรีในฐานะที่เป็นประธาน คณะกรรมการสภาการศึกษาของชาติท่านไม่มองอย่างนี้ ท่านมองเรื่องการเมืองอยู่เหนือ เรื่องการศึกษา ท่านครับผมจําเป็นที่จะขออนุญาตท่าน แล้วก็เพื่อที่จะให้คณะกรรมาธิการ ได้ตระหนักว่าสิ่งนี้กรรมาธิการท่านได้สอบถามกระทรวงศึกษาธิการหรือไม่ ได้สอบถาม เลขาธิการสภาการศึกษาหรือไม่ว่าท่านทําอย่างไร ที่ผมกราบเรียนตรงนี้เนื่องมาจากว่า ทาง ฯพณฯ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการได้ลงนามแต่งตั้งอนุกรรมาธิการ สภาการศึกษา ๑๑ คณะ ใน ๑๑ คณะนั้นแทนที่ท่านจะคัดสรรคนที่มีคุณภาพที่มีความรู้ มีประสบการณ์ในเรื่องต่าง ๆ ท่านไม่ทําครับ ท่านกลับคัดเลือกแต่งตั้งบุคคลที่ทํางาน การเมืองให้กับพรรคเพื่อไทย ต้องกราบขออภัยผมพูดตรงไปตรงมาว่าได้ตั้งคนเสื้อแดง เพื่อตอบแทนทางการเมือง สิ่งที่ผมพูดเป็นจริงครับ ตามคําสั่งสภาการศึกษา ที่ ๑/๒๕๕๕ เรื่องการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการสภาการศึกษา มีรายชื่อต่อไปนี้ครับ ตัวอย่างเช่น ผู้ช่วยศาสตราจารย์ธิดา ถาวรเศรษฐ เป็นอนุกรรมการ ท่านรองศาสตราจารย์วรพล พรหมิกบุตร คนนี้เคยขึ้นปราศรัยเวทีเสื้อแดงเป็นกรรมการครับ มีนายไกรสิน โตทับเที่ยง ลงสมัครรับเลือกตั้งพรรคเพื่อไทย จังหวัดตรังครับ มีนายสมาน เลิศวงศ์รัฐ อดีตนายทะเบียน พรรคไทยรักไทย มีนายสิงห์ทอง บัวชุม ผู้สมัคร ส.ส. กทม. พรรคเพื่อไทย มีนายวรเจตน์ ภาคีรัตน์ ผมกราบเรียนท่านประธานรู้จักคนนี้ดี คณะกรรมาธิการพิจารณางบประมาณ รายจ่ายประจําปีงบประมาณรู้จักบุคคลนี้ดี เพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่นั่งที่นี่รู้จักดีว่า คนนี้มีเจตนคติต่อการจัดการศึกษาของชาติต่อบ้านเมืองไปทิศทางใด นายอุดมเกียรติ ปานมี อันนี้คู่แข่งของผมที่จังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคเพื่อไทย นางสาวเยาวเรศ ชินวัตร ท่านประธานรู้จักดี นี่ครับผมอยากให้ท่านประธาน ท่านรัฐมนตรีที่นั่งอยู่ตรงนี้นะครับ ท่านได้ช่วยพินิจวิเคราะห์ ดูว่าบุคคลเหล่านี้มีความรู้ความสามารถเหมาะสมที่จะมาดํารงตําแหน่งเป็นที่ปรึกษา เพื่อที่จะนําพาการศึกษาของชาติให้สู้กับอารยประเทศได้ ผมกราบเรียนว่าท่านไม่ได้ มองอะไรนอกเหนือจากผลทางการเมือง สิ่งเหล่านี้น่าละอายมาก ผมกราบเรียนว่าไม่มียุคใด สมัยใดที่เอาการเมืองมาเหนือการศึกษา ไม่มียุคใดครับที่เอาการเมืองมานําการศึกษา ตรงนี้ละครับคณะกรรมาธิการได้สอบถามไหม เพราะว่ากระทรวงศึกษาธิการนั้น เป็นกระทรวงหลัก สภาการศึกษาเป็นหัวใจที่สุดในการพัฒนาการศึกษาของชาติ ในการวางแผนของชาติ ในการที่จะกําหนดนโยบายเป็นที่ปรึกษาทางการศึกษาให้กับรัฐบาล น่าเสียใจมากครับ ท่านประธานครับ นอกจากนี้แล้วกระทรวงศึกษาธิการยังไม่เอาใจใส่ ยังไม่คิดเรื่องที่สําคัญ เรื่องที่จะต้องไปแข่งขันในระดับนานาชาติ ที่ผมกราบเรียนตรงนี้ ก็คืออุดมศึกษา อุดมศึกษาวันนี้เราจะเข้าสู่ประชาคมอาเซียนใน ๓ ปีข้างหน้า เราต้องการ ให้ประเทศไทยของเรานั้นเป็นศูนย์กลางการศึกษาของอาเซียน แต่วันนี้เราไม่ได้เตรียมตัว มากเท่าที่ควร ถ้าเราไปดูงบประมาณในการจัดสรรให้ปี ๒๕๕๖ ก็ไม่ได้เป็นตัวชี้อย่างชัดเจน ว่าเราจัดงบประมาณเพื่อที่จะรองรับให้ประเทศไทยนี่เป็นศูนย์กลางทางการศึกษาก็ไม่มี ก็กราบเรียนว่าในเรื่องของอุดมศึกษานั้น ในส่วนของมหาวิทยาลัยวิจัยซึ่งเป็นโครงการ ที่มีความสําคัญ เราต้องการที่จะให้นักวิจัยของไทยนั้นสู้กับนักวิจัยของนานาชาติได้ ในสมัยรัฐบาลของพรรคประชาธิปัตย์ได้ตั้งงบประมาณสนับสนุนมหาวิทยาลัยวิจัย ๙ มหาวิทยาลัย เพื่อให้เป็นมหาวิทยาลัยหลักในการส่งเสริมโครงการวิจัยและผลิตนักวิจัย ให้งบประมาณ ๕,๐๐๐ ล้านบาท โดยทยอยจัดสรร ๓ ปี ปี ๒๕๕๔ ปี ๒๕๕๕ ปี ๒๕๕๖ ปี ๒๕๕๔ ๒,๐๐๐ ล้านบาท สมัยพรรคประชาธิปัตย์อนุมัติให้เต็มที่เลยครับ ๒,๐๐๐ ล้านบาท เพื่อส่งเสริมงานวิจัย เพราะถือว่างานวิจัยนั้นเป็นงานที่มีความสําคัญยิ่ง ของประเทศชาติ ปี ๒๕๕๕ ให้อีก ๒,๐๐๐ ล้านบาท ปรากฏว่ารัฐบาลพรรคเพื่อไทยอนุมัติ ๘๐๐ ล้านบาท ปี ๒๕๕๖ ในแผน ๑,๐๐๐ ล้านบาท แต่เมื่อปี ๒๕๕๕ ให้ ๘๐๐ ล้านบาท ยังขาดอยู่ ๑,๒๐๐ ล้านบาท รวมกับปี ๒๕๕๖ ควรจะอนุมัติ ๒,๒๐๐ ล้านบาท ปีนี้ให้เท่าไรครับ ๕๐๐ ล้านบาท แสดงว่ารัฐบาลไม่เห็นความสําคัญเรื่องงานวิจัย ก็กราบเรียนท่านประธานว่าสิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องตัวอย่าง เป็นหนังตัวอย่าง ถ้าให้ผมพูดทั้ง ๙๑ หน่วยงานนั้นก็คงจะไม่มีเวลา ก็กราบเรียนท่านประธานว่า ๒ เรื่องนี้เป็นเรื่องที่รัฐบาลไม่เอาใจใส่ และเป็นเรื่องที่มีความสําคัญอย่างยิ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเจตนคติของท่านรัฐมนตรีซึ่งกํากับ กระทรวงศึกษาธิการ ท่านไม่ได้เล็งเห็นถึงความสําคัญของการศึกษา แต่ท่านกลับมุ่งเน้น เรื่องการเมืองนําการศึกษา ผมจําเป็นที่จะต้องตัดงบประมาณ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ของ กระทรวงศึกษาธิการ ขอบพระคุณมากครับ
ท่านรัฐมนตรี ผมให้สิทธิท่านเฉพาะเรื่องพาดพิงนะครับ
ขอชี้แจงเรื่องพาดพิงนะครับ กระผม ศาสตราจารย์สุชาติ ธาดาธํารงเวช รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงศึกษาธิการ ท่านอาจารย์ประกอบได้ให้ข้อคิดเห็นต่อพี่น้องประชาชนทั้งประเทศ ซึ่งเป็นข้อคิดเห็นบางเรื่องซึ่งไม่ตรงกับความเป็นจริงนะครับ
- ๓๒๘/๑
เรื่องที่ ๑ ก็คือเรื่องที่พูดว่าผมจะเอาเงินไปให้หมู่บ้านเสื้อแดงหรือเอาเงิน ไปให้ตามที่ต่าง ๆ สมัยผมยังไม่เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ผมก็ลงไปเปิด หมู่บ้านเสื้อแดงจริงครับ ผมเป็นประธานเปิดครับ เป็นเพราะว่าพี่น้องเสื้อแดง คือประชาชนของผมมีกว่าครึ่งประเทศแล้วครับ ผมก็ไปหาประชาชน แต่ว่าผมไม่เคยพูด จะเอาเงินให้หมู่บ้านเสื้อแดง หนังสือพิมพ์ก็ได้แก้ข่าวไปแล้ว ได้เรียนอาจารย์ประกอบ เป็นการส่วนตัวไปแล้วว่าไม่เคยพูด แล้วก็หนังสือพิมพ์ก็ขอโทษขอโพยหมด ทีนี้ขอเรียน พี่น้องประชาชนครับว่าผมบอกว่ากองทุนหมู่บ้านให้ทุกหมู่บ้านครับ นโยบาย กองทุนหมู่บ้านเอสเอ็มแอล ๓๐๐,๐๐๐ บาท ๔๐๐,๐๐๐ บาท ๕๐๐,๐๐๐ บาท ให้ทุกหมู่บ้านครับ เพราะฉะนั้นขอทําความเข้าใจครับคือผมไม่ชอบใครใส่ร้าย คือผมไม่ยอมรับเรื่องการใส่ร้ายกันเลยนะครับ เพราะฉะนั้นก็ฝากเรื่อง
ประการที่ ๑ ขอความกรุณาอย่าพูดอะไรที่ไม่ตรงกับความเป็นจริงครับ หลายคนที่ให้ผมมาช่วยดูแลเรื่องสร้างโรงเรียนตรงโน้นตรงนี้ ผมก็ไม่เคยไปเกี่ยวข้อง กับท่านเลยนะครับ ผมออนเนอร์ (Honor) ท่านหมดใช่ไหมครับ แล้วผมก็ไม่เคยมาพูด อะไรเลยนะครับ ก็ฝากเรื่องนี้เรื่องที่ ๑ ครับ ขอความกรุณาอย่าพูดเรื่องนี้อีกนะครับ เพราะว่าผมไม่ยอมรับเรื่องการใส่ร้ายป้ายสีครับ
ประการที่ ๒ ก็คือเรื่องของการแต่งตั้งอนุกรรมการของสภาการศึกษานะครับ มี ๒๐๐ กว่าคน แล้วก็สภาการศึกษาเขาเสนอมา ขอให้ไปดูดี ๆ ครับ ถ้าไม่นับสีเสื้อ คนเหล่านั้นหลายคนเป็นรัฐมนตรีได้ครับ ผมเคยให้สัมภาษณ์ครับ อาจารย์ธิดาเป็นรัฐมนตรีได้ อาจารย์วรเจตน์ก็เป็นรัฐมนตรีได้ครับ แล้วขอพูดความจริงนะครับว่าในนั้นมีทั้งเสื้อเหลือง เสื้อแดงครับ ขออนุญาตต้องเอ่ยนาม มีอาจารย์สมพงษ์ จิตระดับ ก็อยู่ในนั้นละครับ มีอีกคนพูดให้ชัดก็คือภรรยา พลเอก ร่มเกล้า ก็อยู่ในคณะกรรมการนั้นนะครับ เพราะฉะนั้น อย่าพูดเรื่องด้านเดียวครับ ผมโทรศัพท์ไปบอกหนังสือพิมพ์ทุกฉบับ หัวหน้าหนังสือพิมพ์ ทั้งหลายบอกว่าคุณอย่าพูดด้านเดียวคุณไปวิเคราะห์ให้หมดสิครับ แล้วคนที่เป็นเขาเรียกว่า ระบบคอนเซอร์เวทีฟ (Conservative) มันมีมากนะครับมีหมดนะครับ กรรมการบางคน สทศ. ที่อยู่ตรงข้ามกับภาครัฐบาลตอนนี้ก็ยังอยู่นะครับ ไม่รู้จะพูดได้หรือเปล่า อย่างอาจารย์สุรพล นิติไกรพจน์ นี่ก็ยังเป็นที่ปรึกษาสํานักงานทดสอบทางการศึกษาแห่งชาตินะครับ ขออย่าใส่ร้ายนะครับ อันนี้ก็เรื่องที่ ๒ ฝากไว้ครับ แล้วคุณอุดมเกียรติบังเอิญเป็นคู่แข่งกับท่าน แล้วคุณอุดมเกียรติมีปัญหาอะไร
ท่านรัฐมนตรีครับ เอาเฉพาะท่านถูกพาดพิงเสียหายครับ ถ้ากรณีอื่นผมจะให้กรรมาธิการ ตอบผมไม่ให้ท่านตอบ
อันสุดท้ายที่พาดพิงผมก็คือเรื่องอุดมศึกษา ผมส่งเสริมการวิจัยเต็มที่ครับ งบมันถูกตัด ที่สํานักงบประมาณนะครับ ผมไม่เคยตัดงบประมาณครับ ก็เรียนพี่น้องอุดมศึกษานะครับว่า จริง ๆ แล้วเราส่งเสริมการวิจัยครับ ก็ขอขอบคุณท่านอาจารย์ประกอบที่ได้ให้ข้อคิดเห็นครับ
อาจารย์ประกอบมีอะไรไหมครับ
ท่านประธานครับ ผมขออนุญาต ถ้าเกิดผมไม่พูดความจริงเดี๋ยวผมก็เสียหายหาว่าผมเอาเรื่องไม่จริงมาพูด เพียงแต่ผม กราบเรียนเบื้องต้นว่าด้วยส่วนตัวผมศรัทธาในตัวศาสตราจารย์ดอกเตอร์สุชาตินะครับ เพราะว่าท่านเป็นนักการศึกษา แต่ผมแปลกใจครับว่าในเมื่อท่านมานั่งเป็นเจ้ากระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งจะต้องนําพาการศึกษาของชาตินี่ให้ไปสู่ทิศทางที่ดีที่ถูกต้องนะครับ แต่ว่าผมแปลกใจ ก็กราบเรียนตรง ๆ ว่าท่านไปเป็นประธานเปิดหมู่บ้านเสื้อแดงในขณะที่ท่านดํารงตําแหน่ง เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ถามว่าเรื่องนี้มันมีความเหมาะสมหรือไม่ อย่างไร ท่านไปเป็นประธานเปิดหมู่บ้านเสื้อแดง อําเภอสร้างคอม จังหวัดอุดรธานี ๕๘ หมู่บ้านหรือไม่ แล้ววันที่ท่านไปนั้นท่านพูดชัดเจน เพราะท่านต้องเอาใจเสื้อแดง แล้ววันนั้นท่านต้องการ ที่จะให้หมู่บ้านเสื้อแดงเกิดขึ้นทั่วประเทศเอาเงินนี้ครับไปยั่วยุ ผมกราบเรียนว่าหมู่บ้าน เสื้อแดงไม่ใช่เสียหายครับ แต่ว่าความคิดของหมู่บ้านเสื้อแดงคือการแบ่งแยก การแบ่งแยก ผู้คนซึ่งมันไม่ใช่แนวความคิดของเจ้ากระทรวงศึกษาธิการ ในวันที่ ๒๑ สิงหาคมที่ท่านไป เปิดหมู่บ้านเสื้อแดงข่าวชัดเจนนะครับได้นําเสนอว่า
อาจารย์ครับ เอาเกี่ยวกับงบประมาณ ด้วยความเคารพอาจารย์ประกอบนะครับ ผมก็ลูกศิษย์ท่านครับ เอาเรื่องงบประมาณ เพราะเดี๋ยวจะเป็นการถามโต้ตอบ แบบกระทู้ถามกันนะครับ เอางบดีกว่าครับ
ท่านประธานครับ ขออภัยที่จริงไม่เสียหาย เพียงแต่ว่าผมอยากสอบถามท่านว่าท่านได้ไปเป็นประธาน เปิดหมู่บ้านเสื้อแดงหรือไม่ แล้วก็ที่ข่าวผมคิดว่าข่าวนี่เป็นข่าวกรอง เพราะว่าเป็นข่าวของ ไอเอ็นเอ็น (INN) เป็นข่าวที่เชื่อถือได้ เขากล่าวอย่างนี้ว่าท่านรัฐมนตรีได้กล่าวกับหมู่บ้าน เสื้อแดงว่าตนเองได้ผลักดันเงินงบประมาณโครงการเอสเอ็มอีให้กับโครงการหมู่บ้านเสื้อแดง หมู่บ้านละ ๕๐๐,๐๐๐ บาท แล้วจะเพิ่มให้อีก ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท โดยไม่เกี่ยวกับ กองทุนหมู่บ้านที่จะได้รับอยู่แล้ว ๒,๐๐๐,๐๐๐ บาท ทั้งนี้กลุ่มคนเสื้อแดงได้ร้องดีใจกันไป ต่าง ๆ นานาว่าจะได้เงินดังกล่าว ตรงนี้ครับผมกราบเรียนว่าคนที่มาเป็นรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงศึกษาธิการซึ่งเป็นกระทรวงสมองของชาติ สร้างคุณภาพของคน ท่านมีแนวคิด อย่างนี้ มีทัศนคติอย่างนี้ ผมกราบเรียนว่ามันเกิดความเสียหาย เมื่อเกิดความเสียหายแล้ว ผมจึงไม่ไว้ใจ ผมจึงตัดงบประมาณ ผมเกรงว่าท่านจะใช้งบประมาณอันมากนี้ไปสนับสนุน เปิดหมู่บ้านเสื้อแดงทําให้เกิดความแตกแยกในหมู่พี่น้องประชาชนคนไทย ซึ่งเป็นสิ่งที่ ตรงกันข้ามกับความเป็นจริงที่เจ้ากระทรวงน่าจะกระทํา นี่คืออันที่ ๑
ท่านวรชัยไม่ต้องประท้วงเดี๋ยวให้รัฐมนตรีตอบดีกว่าครับ ท่านไม่ต้องตอบแทน ท่านรัฐมนตรี ก็อยู่นี่แล้ว เขาถามรัฐมนตรีครับให้ตอบ แต่ผมอนุญาตอาจารย์ประกอบต้องสรุปเพราะมัน เกี่ยวกับงบ ผมไม่ให้ถามแบบกระทู้ถามหรอกครับอาจารย์ ด้วยความเคารพอาจารย์ครับ
ประเด็นที่ ๒ เรื่องบุคคล ที่แต่งตั้งคณะอนุกรรมการสภาการศึกษา ผมเรียนท่านรัฐมนตรีด้วยความเคารพ เรียนท่านประธานด้วยความเคารพว่าผมไม่ได้ดูถูกบุคคลเหล่านี้ว่าเขาไม่มีความรู้ ความสามารถ หลายคนมีความรู้ความสามารถ เพียงแต่ทัศนคติของบุคคลเหล่านี้มันไม่มี ความเหมาะสมที่จะไปวางแผนการศึกษาของชาติ เพราะเขามีทัศนคติที่ไปในทางลบ ท่านก็คงทราบ แล้วบุคคลเหล่านี้มาเป็นมันสมองเพื่อที่จะทํายุทธศาสตร์การศึกษาของชาติ เพื่อที่จะทําแผนพัฒนาการศึกษาของชาติ ผมคิดว่าจะมีปัญหาอย่างแน่นอน ความรู้มีครับ แต่ว่าความคิดนี่ผมคิดว่าน่าจะไม่ถูกต้องครับ
ท่านรัฐมนตรีสั้น ๆ ผมฟังแล้วเป็น ๒ ประเด็นเดิม
๒ ประเด็นใหม่นี้ก็คือ ๒ ประเด็นเดิม ผมก็ได้บอกไปแล้วว่าผมไม่ได้พูดนี่ แล้วก็ ท่านอาจารย์ประกอบก็มาพูดอีกแล้วว่าผมไปให้อันโน้นอันนี้ พี่น้องประชาชนทั้งประเทศ ขอฝากว่าผมไม่ชอบใครกล่าวร้ายป้ายสีและพูดเท็จให้ผม แล้วผมพูดที่ไหนความจริงเสมอ ได้พูดไปแล้วว่าไม่เคยพูดเรื่องนี้ หนังสือพิมพ์ก็ขอโทษขอโพยกันเต็มไปหมด
ข้อที่ ๒ ผมก็ไม่อยากไปแก้ตัวแทนคนเหล่านั้นที่ได้รับแต่งตั้ง พอไปว่าเขา เขาก็ลาออกกันเป็นแถวเลย เราก็หาคนมาช่วยงานไม่ได้ แล้วใครจะไปดูว่าเขาดีหรือเขาไม่ดี เป็นดุลยพินิจของแต่ละคน แต่มีคนตามเขาครึ่งประเทศ หาว่าเขาไม่มีความรู้อะไรต่าง ๆ ได้อย่างไร
ผมเชิญท่านอาจารย์ดอกเตอร์ผุสดี ตามไท ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน ผุสดี ตามไท สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรระบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานคะ ดิฉันได้สงวนคําแปรญัตติขอตัดงบประมาณของกระทรวงศึกษาธิการลง ร้อยละ ๒๐ ดิฉันขอตัดงบประมาณกระทรวงศึกษาธิการลงถึงร้อยละ ๒๐ เพราะเกรงว่า จะเป็นการใช้งบประมาณที่ไม่คุ้มค่า ไม่มีประสิทธิภาพ แล้วก็ล้มเหลว ดิฉันต้องขอตัด งบประมาณตรงนี้ทั้ง ๆ ที่โดยส่วนตัวมีความเชื่อมั่นแล้วก็ตระหนักในคุณค่าของการศึกษา เป็นอย่างยิ่ง แล้วก็เชื่อจริง ๆ ว่าการศึกษานั้นจะช่วยให้เราหลุดพ้นจากโง่ จน แล้วก็เจ็บได้ แต่กุญแจสําคัญก็คือการศึกษานั้นต้องเป็นการศึกษาที่มีคุณภาพ ท่านประธานคะ ดิฉันตระหนักดีว่ามีเพื่อนร่วมทางจํานวนมากทีเดียวที่มีความเชื่อเช่นเดียวกับดิฉัน และได้พยายามทุกวิถีทางที่จะช่วยกันทําให้การศึกษานั้นมีคุณภาพขึ้น ไม่ว่าจะเป็นพ่อแม่ ผู้ปกครอง ครูบาอาจารย์ หรือว่าประชาชนทั่วไป แต่วันนี้ท่านประธานคะ เราทุกคนก็ได้แต่นั่งเฝ้ามองด้วยความขมขื่น ด้วยความเศร้าใจ เพราะอะไรคะท่านประธาน เพราะว่าผลผลิตจากการบริหารงานของกระทรวงศึกษาธิการในปีที่ผ่านมาด้วยงบประมาณ ถึง ๔๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ไม่ได้มาตรฐานเลย ปีนี้ปีงบประมาณ ๒๕๕๖ รัฐบาลได้จัดสรร ทรัพยากรเป็นจํานวนมากทีเดียวให้กับกระทรวงศึกษาธิการเพื่อปฏิบัติหน้าที่ตามวิสัยทัศน์ แล้วก็พันธกิจที่ได้ระบุไว้ ท่านประธานคะ ดิฉันขออนุญาตทวนนิดเดียวว่าวิสัยทัศน์ของ กระทรวงศึกษาธิการนั้นเป็นอย่างไร จัดการศึกษาโดยยึดนักเรียนเป็นศูนย์กลาง มุ่งกระจาย โอกาสทางการศึกษาอย่างเท่าเทียมทั้งในเมืองและชนบท พร้อมจัดการศึกษาที่มีคุณภาพ สําหรับทุกคน การศึกษาจะนําไปสู่การสร้างความเข้มแข็งของประชาชน ประชาชนที่เข้มแข็ง และมีความรู้คือทุนที่มีพลังในการต่อสู้กับความยากจน พันธกิจข้อเดียวเท่านั้นเองที่ดิฉัน อยากจะขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานนะคะ
ข้อที่ ๑ จัดการศึกษาที่มีคุณภาพสําหรับเด็ก เยาวชน ผู้พิการและ ผู้ด้อยโอกาสทุกคนเพื่อให้เท่าเทียมกันทุกแห่งไม่ว่าในเมืองหรือชนบท ไม่ว่าจะจัดโดยรัฐหรือ เอกชน ตั้งแต่ปฐมวัยจนถึงชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๖ และเทียบเท่า ท่านประธานคะ แล้วปีนี้ จัดสรรงบประมาณให้มากเท่าไร ๔๖๐,๐๐๐ ล้านบาท แม้กรรมาธิการจะปรับลดลงไป ในครั้งแรก แต่มาสุดท้ายกรรมาธิการปรับเพิ่มขึ้นให้ไปอีกกว่า ๓๐๐ ล้านบาท แล้วถ้าเทียบ เป็นร้อยละคือร้อยละเท่าไรคะ ร้อยละ ๔.๖ ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ แล้วก็ ร้อยละ ๒๐ กว่านิด ๆ ของงบประมาณรายจ่ายประจําปีนี้ ดังที่เพื่อนสมาชิกได้บอกแล้วว่า งบประมาณนั้นสูงที่สุดจริง ๆ แล้วถ้าจะเปรียบเทียบกับเพื่อนบ้านล่ะคะท่านประธาน ในอาเซียนก็พอไม่ต้องถึงไปไกลนะคะ เราก็เป็นรองเพียงแค่ประเทศมาเลเซียเท่านั้นเอง แต่ผลสิคะท่านประธานที่ได้จากการใช้งบประมาณคืออะไร เด็กไทยไอคิว (IQ) หรือระดับสติปัญญาโดยเฉลี่ยต่ําลง ผลการสอบโอเน็ต (O-NET) ปี ๒๕๕๔ ระดับ ป. ๖ ท่านประธานคะ แม้จะดีขึ้น แต่คะแนนเฉลี่ยก็ยังเรี่ยอยู่แถว ๆ ร้อยละ ๕๐ ทุกวิชา แถมวิชาพื้นฐานที่เป็นวิชาสําคัญ เช่น วิทยาศาสตร์ก็ได้เพียงร้อยละ ๔๐ ภาษาอังกฤษ ร้อยละ ๓๘ ระดับ ม. ๓ ทําได้เท่าไรคะท่านประธาน ตกเกือบทุกวิชา เว้นสุขศึกษาและพลศึกษา ซึ่งก็ได้เพียงร้อยละ ๕๐ เท่านั้นเอง ท่านประธานคะ ดิฉันต้องขอประทานโทษต้องพยายาม ย้ําตัวเลขนี้ให้ทราบเพราะมันเป็นตัวเลขที่ฟ้องว่าคุณภาพนั้นอยู่ที่ตรงไหน ไปในเรื่องของ การประเมินระดับนานาชาติ ผลการประเมินเยาวชนอายุประมาณ ๑๕ ปีในโครงการพิซ่า (PISA) ซึ่งเป็นการประเมินระดับนานาชาติในเรื่องการอ่าน เรื่องคณิตศาสตร์ เรื่องวิทยาศาสตร์ ก็พบว่านักเรียนไทยมีผลการประเมินที่อ่อนด้อยกว่าประเทศอื่น ๆ เป็นส่วนใหญ่ เอาในเรื่องการอ่าน ท่านประธานคะ ร้อยละ ๔๓ ของนักเรียน มีผลการประเมินไม่ถึงระดับพื้นฐาน คณิตศาสตร์อยู่ที่ไหนคะ ร้อยละ ๕๓ ไม่ถึงระดับพื้นฐาน เหมือนกัน วิทยาศาสตร์ร้อยละ ๔๓ ท่านประธานคะ แล้วเราจะมองเห็นอนาคตของ ประเทศไทยไหมคะ สถาบันไอเอ็มดี (IMD) ซึ่งถือว่าเป็นองค์การระดับนานาชาติจัดอันดับ การศึกษาของประเทศไทยอยู่ที่อันดับ ๕๑ จาก ๕๙ ประเทศที่เขาจัดลําดับกัน ไหวไหมคะ ท่าจะไม่ไหว ท่านประธานคะ หันมาดูเรื่องอื่นต่อไปนะคะ เรื่องการเติบโตทางวุฒิภาวะและ พฤติกรรมทั่ว ๆ ไปของเด็กและเยาวชนเป็นอย่างไร ขออนุญาตท่านประธานใช้คําของ ศาสตราจารย์ดอกเตอร์อมรวิชช์ นาครทรรพ ซึ่งเป็นผู้ที่ดูแลโครงการเฝ้าระวังเด็กแล้วก็ได้ ติดตามทําการศึกษาวิจัยเรื่องนี้มาหลายสิบปีทีเดียว ท่านใช้คําว่าเด็กหลุดกรอบ ตกขอบโรงเรียน ทําไมหรือคะ วันนี้พบว่าเด็กไทยใช้เวลากับสื่อและเทคโนโลยีต่าง ๆ ซึ่งรวมทั้งอินเทอร์เน็ตเอย โทรศัพท์เอย อะไรหลายอย่าง ๖-๗ ชั่วโมงต่อวัน เล่นเกม อย่างน้อย ๒ ชั่วโมงต่อวัน แล้วก็มีเด็กที่อายุไม่ถึง ๑๕ ปีที่ยังไม่จบการศึกษาภาคบังคับ ออกจากการศึกษาในระบบไปเรียนในระบบ กศน. กว่า ๑๐๐,๐๐๐ คน แล้วก็ทําให้ เขาเหล่านั้นเข้าไปมีส่วนร่วมในกิจกรรมเสี่ยงที่อยากรู้ อยากลอง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ การติดยา ดื่มเหล้า สูบบุหรี่ เที่ยวกลางคืน มีเพศสัมพันธ์เสี่ยง แข่งรถซิ่ง ยกพวกตีกัน ทําร้ายร่างกายในสถานศึกษา และอีกมากมายหลายประการ รวมไปถึงปัญหาแม่วัยรุ่น ที่พบว่าอายุเด็กต่ํากว่า ๑๙ ปีคลอดบุตรมากกว่า ๗๐,๐๐๐ ราย ภาวะจิตใจล่ะคะ ท่านประธาน เป็นอย่างไรเช่นกัน จากการศึกษาติดตามก็พบว่าในระดับประถมศึกษา ร้อยละ ๒๖ ที่เครียด ในระดับอุดมศึกษาร้อยละ ๔๔ สูงมากเหลือเกิน แล้วไปไหน ถ้าเครียดแล้วแนวโน้มก็คือนําไปสู่การพยายามฆ่าตัวตาย แล้วก็สูงขึ้น ๆ ทุกวัน แล้วก็ ทําสําเร็จคือการฆ่าตัวตาย เฉลี่ยแล้ววันละ ๒-๓ คน ท่านประธานคะ ดิฉันคงขอสรุปตรงนี้ว่า ผลผลิตที่ดิฉันพยายามใช้ตัวเลขที่เป็นฐานข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ มีการติดตามอย่าง เป็นระบบ ผลผลิตที่เนื่องมาจากการใช้งบประมาณของกระทรวงศึกษาธิการที่ใช้สูงมาก ๔๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทใช้ไม่ได้ค่ะ ถ้าเป็นผลิตภัณฑ์ ท่านประธานคะ ท่านก็อาจจะต้อง โยนทิ้งไปเพราะมันไม่ได้มาตรฐานเลย ไอคิวหรือระดับสติปัญญาต่ําลง คิดไม่เป็น ทําไม่เป็น แก้ปัญหาก็ไม่ได้ ไม่มีทักษะในการจัดการชีวิต แถมด้วยการมีทัศนะแปลก ๆ ในการดําเนินชีวิตด้วย เช่น ยอมรับได้เรื่องการทุจริต การโกง ท่านประธานคะ ดิฉันไม่มั่นใจว่ากระทรวงศึกษาธิการ จะสามารถใช้งบประมาณ ๔๖๐,๐๐๐ ล้านบาท เอาตัวเลขกลม ๆ ไปยกระดับ คุณภาพการศึกษา ทําให้คนไม่โง่ ไม่จน ไม่เจ็บ แล้วก็เป็นเสรีชนที่รู้เท่าทัน ปรับตัวได้ ต่อการเปลี่ยนแปลง ไม่ให้ใครเขาหลอกได้ รู้จักคิดได้ด้วยตัวเอง ตรงนี้ค่ะท่านประธาน ด้วยเหตุผลต่าง ๆ ที่ดิฉันกล่าวมา ขอประทานโทษที่เป็นตัวเลข แต่มันเป็นตัวชี้บ่งที่ชัดเจน ไม่ได้พูดด้วยอารมณ์แต่พูดด้วยเหตุผล ดิฉันก็เกรงจริง ๆ ว่าการใช้งบประมาณดังที่กล่าวนี้ จะล้มเหลวโดยสิ้นเชิง หากล้มเหลวอย่างนี้ดิฉันคิดว่าเราจะมองเห็นอนาคตของประเทศไทย ไม่ได้เลย อีกไม่กี่ปีจะเข้าสู่การเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนจะไปอยู่ตรงไหนคะ ที่เราฝันจะเป็นศูนย์กลางโน่นศูนย์กลางนี่ แพ้เขาหลุดลุ่ยค่ะ ดิฉันจึงต้องยืนยันกับ ท่านประธานว่าขอตัดงบประมาณของกระทรวงศึกษาธิการลงร้อยละ ๒๐ ขอบพระคุณค่ะ
ท่านรังสิมาครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางสาวรังสิมา รอดรัศมี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดสมุทรสงคราม ดิฉันขอตัดงบประมาณในกระทรวงศึกษาธิการไว้ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ที่ตัด ๑๐ เปอร์เซ็นต์ดิฉันเห็นว่าการจัดสรรงบประมาณของกระทรวงศึกษาธิการ ขณะนี้จริง ๆ แล้วกระทรวงศึกษาธิการไม่น่าจะมีการทุจริตคอร์รัปชัน เพราะว่าเป็น กระทรวงที่สร้างคน ปกติแล้วกระทรวงอื่น ๆ กระทรวงคมนาคม กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยเฉพาะกรมชลประทาน กระทรวงต่าง ๆ มีการทุจริตคอร์รัปชัน ถ้าผ่าท้องลงไป ดิฉันเห็นว่าน่าจะเป็นหิน ดิน ทราย อยู่ในท้องพวกที่โกงกินมหาศาล แต่ขณะนี้ ในกระทรวงศึกษาธิการดิฉันเห็นมีการฟ้องร้องกัน รัฐมนตรีช่วยว่าการก็ไปฟ้องปลัดกระทรวง ปลัดกระทรวงก็ฟ้องรัฐมนตรีช่วยว่าการเกี่ยวกับเรื่องอุปกรณ์การศึกษา แล้วงบประมาณต่าง ๆ ดิฉันว่าคนที่มีจิตใจเป็นมนุษย์เป็นคนไม่ควรที่จะมีการทุจริตคอร์รัปชันในกระทรวงศึกษาธิการ เด็ดขาด เพราะฉะนั้นดิฉันรับไม่ได้ว่าปัจจุบันนี้การทุจริตมันคืบคลานเข้ามาในกระทรวง ซึ่งเป็นกระทรวงลูกหลานของท่านเพื่อที่จะเป็นเยาวชนที่ดีของชาติในโอกาสต่อไป คือคุณกินหิน กินดิน กินทราย ก็มากพออยู่แล้ว ตอนนี้ ๓๕ เปอร์เซ็นต์ ๓๘ เปอร์เซ็นต์ รัฐมนตรีเดินลงไปหัวเราะ จริงใช่ไหมคะ เพราะว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ก็ออกมายอมรับว่ามีการซื้อขายโครงการกันจริง เรื่องการทุจริตตอนนี้มีมากมายมหาศาลเลย แต่ในกระทรวงศึกษาธิการดิฉันรับไม่ได้ที่จะมาโกงกับเด็ก ๆ ใครโกงเด็กขอให้คลอดลูกออกมา มีลูก มีหลาน ขอให้เป็นง่อย พิกลพิการ ดิฉันแช่งทุกปีใครโกง แต่จุดประสงค์ใหญ่ ท่านประธานหัวเราะ ดิฉันไม่ได้ว่าท่านประธานนะ ดิฉันว่าถึงคนโกงค่ะ มีลูกก็ขอให้เป็นง่อยไปเลย ไม่ได้ว่าประธานอีกเช่นกัน เพราะฉะนั้นที่ดิฉันพูดวันนี้ดิฉันพูดถึงในกรณีการที่ดิฉันตัด ๑๐ เปอร์เซ็นต์ เพราะว่าการจัดสรรงบประมาณของกระทรวงศึกษาธิการดิฉันก็มาเปิดดู ทีแรกดิฉันว่าดิฉันจะไม่อภิปราย พอมาเปิดดูแล้วงบเล่มที่ ๔ ท่านประธานเปิดดูนะคะ รายการเพิ่มและเปลี่ยนแปลง การจัดสรรงบประมาณเป็น ๒ มาตรฐาน เลือกปฏิบัติ กรรมาธิการได้สอบถามแล้วก็ตรวจสอบความต้องการการขยายสาขาวิชา แล้วก็อัตราส่วน การบรรจุของครูต่อนักเรียน แล้วก็อาคารการศึกษาอย่างรอบคอบหรือไม่ เพราะว่า ดิฉันอยากจะถามท่านรองประธานคณะกรรมาธิการที่เป็นตัวแทนจากสํานักงบประมาณหน่อยว่า ทําไมไม่บรรจุโครงการก่อสร้างอาคารของสถานศึกษาในเขตจังหวัดของท่าน อยากจะให้เปิดไปที่เล่มที่ ๔ หน้า ๑๒-๒ ท่านกรรมาธิการทุกท่านคะ แล้วก็หน้า ๑๒-๕ ว่าทําไมมันไปลงในจังหวัดที่เป็นรัฐมนตรีคุมสํานักงบประมาณ เพราะว่าดิฉันมองว่า ถ้าบริสุทธิ์ใจจริงมันจะต้องเอาไปบรรจุในเล่มงบประมาณ เพราะว่ามันเป็นงบประมาณ ผูกพันต่อเนื่อง ๓ ปี เพราะว่าถ้าเราเอาไปบรรจุในเล่มของงบประมาณปกติมันก็จะได้ผ่าน คณะอนุกรรมาธิการวิสามัญการศึกษาจะได้ดูถึงว่ามีความจําเป็นมากน้อยแค่ไหน แล้วก็คุ้มค่ากับการลงทุนหรือไม่ สาขาวิชาที่ให้นักเรียน นักศึกษา เป็นสาขาที่ขาดแคลน แล้วก็จะเป็นวิชาที่เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้เพิ่มมากขึ้นกับประเทศได้อย่างไร เพราะฉะนั้นวิธีการแปรญัตติเข้ามาในตอนท้ายดิฉันคิดว่าเป็นการหลีกเลี่ยงการตรวจสอบ แล้วก็มีมหาวิทยาลัยที่โดนน้ําท่วมหลาย ๆ มหาวิทยาลัย อย่างเช่น มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยอื่น ๆ เขาได้รับงบซ่อมแซมที่ไม่เพียงพอ แล้วก็อีกหลาย ๆ แห่ง ในจังหวัดที่ถูกน้ําท่วมควรที่จะไปให้กับจังหวัดที่ถูกน้ําท่วม แล้วก็มีสถานศึกษาที่ต้องใช้ งบประมาณในการซ่อมแซม แต่รัฐมนตรีชอบใช้วิธีพิเศษ อย่างที่ชาวบ้านเขาพูดกันว่า ต้องเข้าตามตรอกออกตามประตู แต่นี่ท่านไม่เข้าตามตรอกไม่ออกตามประตู ชอบปีนเข้าหลังบ้าน ท่านรัฐมนตรีที่คุมสํานักงบประมาณไม่ทราบไปไหนแล้ว คือว่าดิฉัน คิดว่าใช้ความเป็นรัฐมนตรีคุมงบประมาณ แล้วก็ใช้ความเป็นรัฐมนตรีเป็นรองประธาน พิจารณางบประมาณปี ๒๕๕๖ แปรญัตติลงจังหวัดตัวเอง ท่านเปิดไปหน้า ๑๒-๒ ที่ดิฉันให้ท่านกรรมาธิการได้เปิด ดิฉันก็คิดว่าท่านกรรมาธิการได้รู้อยู่แล้ว แต่ท่านไม่อ้าปากเลย ไปนั่งทําอะไรกันก็ไม่รู้ ดิฉันว่าอย่างนี้ไม่ถูกนะคะ ท่านไม่ต้องยิ้ม ท่านต้องเปิดสิคะ เปิดตามที่ดิฉันอภิปรายว่าอาคารวิทยาลัย ๑ หลัง ๖๓ ล้านบาท หน้า ๑๒-๒ อาคารอเนกประสงค์ ๑ หลัง ๘๐ ล้านบาท แต่ท่านตั้งงบไว้ผูกพันปี ๒๕๕๖ ท่านตั้ง ๑๒,๖๐๐,๐๐๐ บาท แต่ท่านผูกพันต่ออีก ๕๐ ล้านบาทในอีก ๒ ปี แล้วก็อีกแห่งหนึ่งตั้งงบไว้ ๑๕ ล้านบาท งบแปรญัตติ แต่ผูกพันอีก ๒ ปี อีก ๖๕ ล้านบาท ปิดโอกาสคนอื่นหมดเลย ดิฉันยกตัวอย่างอย่างที่จังหวัดดิฉัน โรงเรียนก่อสร้างมา ๓๐-๔๐ ปี เด็กจะตกหลุมตายอยู่แล้ว ปลวกกินจนจะหมดอยู่แล้ว ขอมากี่ปี ๆ ก็ไม่ได้ ๑๑,๑๐๐,๒๐๐ บาท ดิฉันบอกว่าช่วยแปรญัตติอันนี้ให้หน่อย บอกว่า ไม่ได้เพราะว่ามันเกิน ๑๐ ล้านบาท แต่รัฐมนตรีคุมสํานักนายกรัฐมนตรีแปรญัตติ ๘๐ ล้านบาท แปรญัตติได้ แปรญัตติ ๖๓ ล้านบาทแปรญัตติได้ ไม่ผ่าน ครม. มันแปรญัตติได้อย่างไร ดิฉันก็ไปดูของมหาวิทยาลัยที่จังหวัดสงขลา อันนี้ผ่าน ครม. ของมหาวิทยาลัยมหิดล ผ่าน ครม. แต่อันนี้ไม่ผ่าน ครม. บอกไว้ผ่าน ครม. ทีหลัง เออตลกดีนะ มีอย่างนี้ด้วย คณะกรรมาธิการพิจารณาผ่านมาให้ได้อย่างไร แล้วดิฉันก็มานั่งดูว่าแทนที่จะเป็นโอกาสของ คนอื่นเขาบ้างไปลงกระจุกอยู่อย่างนี้ ไปให้แต่ที่จังหวัดแพร่ ลงจังหวัดแพร่ทั้ง ๒ ที่เลย แล้วที่อื่นทําไมเขาไม่ได้บ้าง ทําไม ส.ส. คนอื่นไม่มีใครโวยวายเลยหรือที่เป็นกรรมาธิการ หรือเต็มใจให้เขาโดยที่ไม่ได้ตรวจสอบอะไรเลย อย่างนี้ประเทศมันเสียหายนะประธาน แทนที่จะให้อนุกรรมาธิการเขามาดูก่อน อย่างน้อยตั้งเขาจะตัดสัก ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ก็ได้เปิดโอกาสให้กับคนอื่นเขาบ้าง คนอื่นเขาลําบากกว่าจังหวัดแพร่ อีกตั้งเยอะแยะ แล้วสร้างไปแล้ว ๒-๓ ปีก็อาจจะไม่ได้ใช้ เหมือนโครงการต่าง ๆ ที่ไปลง จังหวัดแพร่ทั้งหลายก็ไม่ได้ใช้ สร้างเป็นอนุสาวรีย์ เพราะฉะนั้นงบประมาณท่านได้พิจารณา อย่างรอบคอบหรือไม่ ท่านไปเป็นตัวแทนควรที่จะไปทํางานให้มันคุ้มค่ากับภาษีของพี่น้องประชาชน ไปนั่งยิ้มกันอยู่ได้ ปล่อยให้เขาเอางบประมาณเอามาใส่ไว้อย่างนี้ แล้วมันสมควรไหม ที่ดิฉันจะตัดงบ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ เพราะฉะนั้นท่านประธานคะ ก็อยากจะขอคําตอบ จากทางกรรมาธิการว่า ๒ โครงการนี้ผ่าน ครม. หรือไม่ ตัด ๑๐ เปอร์เซ็นต์ค่ะ ขอบคุณค่ะ
เชิญครับ ท่านรัฐมนตรี
ท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม วรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดแพร่ พรรคเพื่อไทย ในฐานะของ รองประธานคณะกรรมาธิการ ต้องเรียนกับท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร คุณรังสิมา รอดรัศมี ต้องเรียนว่างบประมาณทั้งหมดส่วนราชการขอมาในช่วงของแปรญัตติ ๓๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ทางคณะรัฐมนตรีได้นําเสนอสู่คณะกรรมาธิการ ๗๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท วันที่มีการแปรญัตติ แล้วก็มีการดําเนินการเรื่องของการแปรญัตติสังเกตดี ๆ วันนั้น ผมไม่ได้เข้าไปยุ่งเลย ถามกรรมาธิการ ผมไม่ได้เข้าไปยุ่งเรื่องการแปรญัตติเลย ไม่มีใครรู้ครับ ว่าได้งบอะไรตรงไหน ใครจะให้อะไร ไม่รู้เลยครับ ผมไม่ได้เข้าไปยุ่งในกระบวนการนั้น อันนี้เรียนยืนยันไม่ได้เข้าไปยุ่งในกระบวนการนั้นเลย ไม่มีใครทราบครับ ถามคนที่อยู่ ในห้องกรรมาธิการวันนั้นผมไม่รู้จริง ๆ อันนี้ก็ต้องเรียนว่าทุกอย่างเป็นไปตามกระบวนการ ทั้งนั้นเลยและผมไม่ได้เข้าไปยุ่งในกระบวนการนั้น ที่ไหนได้ไม่ได้ไม่ได้รู้มาก่อนล่วงหน้าเลย ก็ขออนุญาตเรียนชี้แจงครับ
เชิญคุณรังสิมาครับ
กราบเรียนท่านประธานค่ะ ดิฉัน นางสาวรังสิมา รอดรัศมี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดสมุทรสงคราม คือท่านตอบอย่างนี้ คือดิฉันก็เคยเป็นกรรมาธิการกับท่าน คือดิฉันก็รู้ว่าวิธีการทํา เขาทําอย่างไร คือทุกคนมันกินข้าวไม่ได้กินหญ้านะคะ เพราะฉะนั้นท่านบอกท่านไม่รู้ ไม่รู้ในห้องจริง แต่หลังห้องที่ดิฉันพูดอย่างไร ท่านเข้าหลังบ้านไม่ได้เข้าประตูหน้าบ้าน เพราะฉะนั้นท่านไม่เข้าตามตรอกออกตามประตู ท่านก็ไปพูดในคณะกรรมาธิการ ท่านบอก ท่านไม่ได้อยู่ในคณะกรรมาธิการ แต่ท่านคุมสํานักงบประมาณ แล้วมันลงจังหวัดแพร่ จังหวัดแพร่ จังหวัดแพร่ มันน่าเกลียดขนาดไหน ท่านบอกว่าท่านไม่รู้เลยนี่ดิฉันว่า สิ่งศักดิ์สิทธิ์มีจริง ถ้าท่านบอกท่านไม่รู้นี่ท่านยกมือสาบานในสภาไหมล่ะ มาสาบานด้วยกันมา
ให้ไปสาบานกันข้างนอก ๒ คนดีกว่า เชิญครับ
เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ ผม วรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดแพร่ จริง ๆ คือ ถามกรรมาธิการสิครับ ปีนี้ไม่มีใครรู้เลย ไม่มีจริง ๆ ครับ ใครจะมาตรงไหน ได้ตรงไหน และผมไม่มีส่วนดําเนินการในเรื่องนี้เลยนะครับ ปีนี้ไปถามดูดี ๆ เดี๋ยวท่านกลับไปถาม กรรมาธิการดู ปีนี้ไม่มีใครรู้จริง ๆ ผมเองก็ไม่รู้ครับ ยืนยันได้ไม่รู้จริง ๆ ปีนี้ทุกคนไม่รู้เลยนะครับ ขอบคุณครับ
เชิญท่านนิพนธ์ครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม นิพนธ์ วิสิษฐยุทธศาสตร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ความจริงผมสงวนไว้แต่ว่าผมไม่อภิปรายหรอกครับ แต่ว่ามีเรื่องที่จะต้องปรึกษาก่อนลงมติ กับท่านประธานก็คือว่าการลงมติที่ผ่านมานั้นผมอยากจะเรียนว่าทําผิดข้อบังคับการประชุม มาหลายครั้ง คืออย่างนี้ครับเมื่อมีการลงมติ มีการปิดการลงคะแนนแล้ว มีการประกาศ ผลการลงคะแนนแล้ว แล้วมาขอใช้สิทธิเพิ่มเติมคะแนนในทีหลังซึ่งผิดข้อบังคับชัดเจนครับ ในข้อบังคับ ข้อ ๗๘ เขียนไว้ชัดเจนเลยครับท่านประธาน ผมขออนุญาตอ่านนะครับ สมาชิกซึ่งเข้ามาในที่ประชุมระหว่างการออกเสียงลงคะแนนอาจออกเสียงลงคะแนนได้ ก่อนประธานสั่งปิดการนับคะแนน ถ้าปิดแล้วมาลงเพิ่มไม่ได้เด็ดขาดครับ เพราะฉะนั้น ผมอยากให้เป็นบรรทัดฐานที่ถูกต้องในการประชุมของเราในครั้งต่อ ๆ ไป ผมอยากให้ ท่านประธานประพฤติปฏิบัติตามข้อบังคับโดยเคร่งครัด คือไม่ต้องอนุญาตครับ ถ้าปิดการนับคะแนนประกาศผลไปแล้วถือว่าสิ้นสุดแล้ว อันนี้เป็นความที่เขียนไว้ในข้อบังคับ แล้วท่านอ่านวิธีการลงคะแนนมาโดยตลอดจะชัดเจนมาก เลยฝากไว้ให้ท่านประธาน เป็นเรื่องที่ปรึกษาหารือกับท่านในการลงมติ ขอบคุณมากครับ
ขอบคุณท่านมากครับที่แนะนํา ขอบคุณครับ
(นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง มีสัญญาณให้ สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนทําการตรวจสอบองค์ประชุมและลงมติ)
ท่านสมาชิกที่อยู่ภายนอกห้องประชุมกรุณาเข้าห้องประชุมเพื่อลงมตินะครับ เชิญทุกท่าน ที่อยู่นอกห้องประชุมกรุณาเข้าห้องประชุมก่อนนะครับ กรุณาเสียบบัตรแสดงตนด้วยครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)
ขอส่งผลคะแนนครับ มีผู้อยู่ในห้องประชุม ๓๐๗ ท่าน ถือว่าครบองค์ประชุมครับ
ต่อไปเป็นการลงมติตามมาตรา ๒๒ กระทรวงศึกษาธิการ ขอเชิญสมาชิก ใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนนนะครับ สมาชิกท่านใดเห็นควรให้คงไว้ตามร่างของกรรมาธิการ เสียงข้างมากโปรดกดปุ่ม เห็นด้วย สมาชิกท่านใดเห็นด้วยกับกรรมาธิการที่ขอสงวน ความเห็นหรือผู้แปรญัตติที่ขอสงวนคําแปรญัตติโปรดกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ผู้ใดเห็นควร งดออกเสียงโปรดกดปุ่ม งดออกเสียง เชิญลงคะแนนเสียงได้แล้วครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)
ส่งผลคะแนนครับ ผู้อยู่ในห้องประชุม ๔๐๘ ท่าน เห็นด้วย ๒๘๕ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๑๑๕ ท่าน งดออกเสียง ๔ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๔ ท่าน เป็นอันว่าเห็นด้วยกับ กรรมาธิการเสียงข้างมาก ๒๘๕ ท่านครับ
เชิญมาตรา ๒๓ ครับท่านเลขาธิการ
มาตรา ๒๓ กระทรวงสาธารณสุข มีการแก้ไข มีกรรมาธิการขอสงวนความเห็นและผู้แปรญัตติขอสงวนคําแปรญัตติ
เชิญนายแพทย์เธียรชัย สุวรรณเพ็ญ ครับ
เรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม นายเธียรชัย สุวรรณเพ็ญ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตาก ผมขอแปรญัตติ งบประมาณในส่วนของกระทรวงสาธารณสุขที่มียอดเงิน ๑๐๐,๑๕๓,๐๐๐,๐๐๐ บาท ดังต่อไปนี้นะครับ โดยผมแปรญัตติงบประมาณไว้ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ เหตุผลจากการที่ผม ปรับลดงบประมาณของกระทรวงสาธารณสุขลงนั้น เนื่องจากเห็นว่าตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา กระทรวงสาธารณสุขที่ทําหน้าที่ในด้านการดูแลรักษาพี่น้องประชาชนทางด้านสุขภาพ ทางด้านป้องกันโรค ส่งเสริมสุขภาพนี่นะครับ ยังมีปัญหามากมายที่พี่น้องประชาชน ไม่สามารถที่จะได้รับสิ่งที่คาดหวังได้ การดําเนินการของกระทรวงที่ผ่านมาติดขัดหลายเรื่อง เรื่องที่สําคัญก็คือเรื่องเกี่ยวกับกําลังคนที่ผมได้เคยพูดไปแล้ว ก็คือกําลังคนของ กระทรวงสาธารณสุขทางด้านการแพทย์ซึ่งมีตั้งแต่แพทย์ พยาบาล เภสัชกร ทันตแพทย์ เทคนิคการแพทย์ รังสีวิทยา และกายภาพบําบัด ในส่วนนี้เป็นส่วนที่รับภาระหนักมาก อัตรากําลังที่บรรจุไว้ไม่เพียงพอกับงานบริการที่ภาครัฐบาล โดยเฉพาะพรรครัฐบาลปัจจุบัน ที่เป็นผู้เริ่มโครงการหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า โดยผ่านทางกองทุนที่เรียกว่า สํานักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เหตุที่กําลังคนขาดก็เพราะว่าการบรรจุอัตราตําแหน่ง รวมทั้งคนที่เกษียณอายุไม่ได้รับการบรรจุเหมือนเดิม ทั้ง ๆ ที่ต้องทํางานตลอดเวลา ๒๔ ชั่วโมงกับการดูแลพี่น้องทั้งสิ้นประมาณ ๖๕ ล้านคน ในส่วนที่เป็นภาระหนักที่สุดก็คือ ที่เรียกว่าบริการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ที่ดูแลพี่น้องประมาณ ๔๘,๓๐๐,๐๐๐ คนเศษ ในส่วนบัตรทองนี้ ผลจากการที่ขาดกําลังคนอย่างรุนแรงก็ทําให้งานบริการดูแลสุขภาพ ไม่ว่าจะในเชิงของการป้องกันโรคก็ดี ด้านส่งเสริมสุขภาพก็ดี ด้านการรักษาพยาบาล และฟื้นฟูสุขภาพ มีปัญหาตลอดระยะเวลายาวนานและรุนแรงขึ้นเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ นับตั้งแต่ ที่มีการปรับเปลี่ยนการดูแลสุขภาพประชาชน ตั้งแต่มีการจัดตั้งกองทุนหลักประกัน สุขภาพแห่งชาติ ซึ่งตั้งเมื่อ พ.ศ. ๒๕๔๕ ณ เวลานี้ก็ครบ ๑๐ ปี ตลอดระยะเวลา ๑๐ ปี เราคงจะได้เห็นว่าเริ่มแรกดูเหมือนกับว่าจะไปได้ดี แต่ต่อมาผลจากการที่ทางฝ่ายการเมือง มอบสิทธิให้กับพี่น้องประชาชน แล้วก็ทําประชาสัมพันธ์ให้กับพี่น้องประชาชนไปใช้บริการ อย่างมากมายทําให้อัตรากําลังซึ่งมีอยู่แล้วไม่เพียงพอ และที่สําคัญที่สุดก็คือว่าหลักการแบ่งแยกการบริหารนะครับ จากการที่มีการตั้งคณะกรรมการ สป.สช. ในการดูแลหลักกองทุน ซึ่งขณะนี้โตถึงประมาณ ๑,๘๐๐ ล้านบาทเพิ่มขึ้นทุกปี คือปัญหาสําคัญที่ผมเรียนให้ทราบก็คือว่าในช่วงระยะเวลาตั้งแต่ปี ๒๕๔๕ จนกระทั่ง ถึงขณะนี้นะครับก็คือปี ๒๕๕๕ งบประมาณโดยรวมเพิ่มขึ้นทุกปี ตั้งแต่เริ่มแรกก็ประมาณ ๑,๒๐๐ บาทเศษก็เพิ่มขึ้นมาเรื่อย ๆ จน ณ ขณะนี้อัตราของปี ๒๕๕๕ ได้รับงบประมาณ อยู่ที่ ๒,๘๙๖.๖๐ บาทต่อหัวนะครับ ที่น่าแปลกใจก็คือปีนี้คือปีงบประมาณ ๒๕๕๖ ที่เรากําลังพิจารณาอยู่นี้งบประมาณต่อหัวต่อปีของผู้ป่วยบัตรประกันสุขภาพแห่งชาติ ที่เรียกว่าบัตรทองควรจะตกอยู่ที่อัตรา ๓,๑๒๓.๔๗ บาท แต่มติคณะรัฐมนตรีให้ลดลง ประมาณ ๔.๙ เปอร์เซ็นต์ หรือลดลง ๑๔๑ บาทต่อหัวเหลือเพียง ๒,๗๕๕.๖๐ บาทต่อหัวต่อปี นี่แหละครับคือปัญหาที่กระทรวงสาธารณสุขจะเจอกับการให้บริการพี่น้องประชาชน อันที่ ๑ กําลังคนขาดแคลนอย่างรุนแรง อันที่ ๒ งบประมาณต่อหัวไม่เพียงพอ อันที่ ๓ ระบบการบริหารจัดการแบ่งแยกอํานาจจาก สป.สช. ออกจากสํานักงานปลัดกระทรวง สาธารณสุข ทําให้ไม่มีเอกภาพในด้านการบริหารนะครับ ผมเรียนท่านประธานดังนี้ครับว่า งบที่บอกว่าให้พี่น้องประชาชนในปี ๒๕๕๖ เพียงแค่ ๒,๗๕๕.๖๐ บาทต่อหัวนะครับ เป็นงบที่ลดลงถึง ๔.๙ เปอร์เซ็นต์ คือในปี ๒๕๕๕ ได้ ๒,๘๙๖.๖๐ บาท การที่งบประมาณ นอกจากจะลดแล้วนะครับ มันสวนทางครับท่านประธานครับ สวนทางกับอะไรครับ ๑. ภาวะเงินเฟ้อที่เกิดขึ้นนะครับ โดยเฉลี่ยเงินเฟ้อก็เกิดขึ้นประมาณ ๓ เปอร์เซ็นต์ เงินที่เรียกว่าต่อหัวนะครับจะต้องจ่ายเป็นค่าน้ํา ค่าไฟ ค่าโทรศัพท์ ค่าขยะ ค่าทําความสะอาดจิปาถะนะครับ รวมทั้งเงินเดือนของข้าราชการและลูกจ้างพนักงาน ที่จะต้องเพิ่มอีกโดยเฉลี่ยก็ประมาณ ๖ เปอร์เซ็นต์ บวกกับนโยบายของรัฐบาลที่เพิ่ม ค่าแรงลูกจ้าง ๓๐๐ บาทต่อวันนะครับ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ทําให้ค่าใช้จ่ายของโรงพยาบาล แต่ละแห่งเพิ่มขึ้น รวมทั้งนโยบายผู้ที่จบปริญญาตรีได้เงินเพิ่มเป็น ๑๕,๐๐๐ บาทต่อเดือน นี่แหละครับคือปัญหาที่งบประมาณที่เราคิดว่าให้พี่น้องประชาชนในปี ๒๕๕๖ ๒,๗๕๕.๖๐ บาท ลดลงไปเกือบ ๕ เปอร์เซ็นต์ยิ่งไม่พอใหญ่ครับ เพราะฉะนั้นปัญหาก็คือปัญหาด้านการเงิน ทําให้นโยบายรัฐบาลต้องปรับจากการที่ไม่เคยเก็บเงิน ๓๐ บาทต่อครั้งของผู้มาใช้บริการ จําเป็นที่จะต้องดําเนินนโยบายเรียกเก็บเงิน ๓๐ บาทต่อครั้งที่ไปบริการจะเริ่มวันที่ ๑ กันยายน นี่คือความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนที่ปรากฏออกตามสื่อต่าง ๆ ผมอยากเรียน ให้ท่านประธานทราบว่านโยบายนี้เป็นนโยบายที่แตกต่างจากพรรคประชาธิปัตย์ที่เคยทําไว้ อยู่เดิม นั่นก็คือนโยบายที่ให้มีการจ่ายเงิน เรียกว่าจ่ายเงินเพื่อบํารุงโรงพยาบาล ระบบบริหารราชการเหมือนเดิมไม่มีการแบ่ง สป.สช. ออกไป เพราะฉะนั้นระบบด้าน ค่าต้นทุนการดําเนินงาน การบริหารก็จะเป็นอัตราที่ไม่เปลี่ยนแปลงไปมากนะครับ แต่ว่าในระบบที่เราเรียกว่าให้บริการกับพี่น้องประชาชนในลักษณะที่เรียกว่า ซื้อประกันประมาณ ๕๐๐ บาทต่อคนมันเป็นหลักการที่เรียกว่ามีส่วนร่วมอยู่อย่างถาวร
- ๓๓๗/๑ แล้วก็ทําให้ระบบสาธารณสุขก็ดําเนินมาได้ด้วยดีอย่างยั่งยืน โรงพยาบาลต่าง ๆ ไม่มีปัญหา ในเรื่องของการขาดทุน ระบบใหม่เป็นระบบที่มีการตรวจสอบมาก ตรวจสอบละเอียด กว่าจะได้เบิกเงินแต่ละครั้งจะต้องทํางานที่เรียกว่างานด้านเอกสารเป็นจํานวนมากนะครับ ประกอบกับกําลังคนที่ขาดแคลนอยู่หรือจะต้องจ้างคนมาดําเนินการอีก ก็ทําให้ค่าใช้จ่าย สิ้นเปลืองโดยใช่เหตุครับ เพราะฉะนั้นผมจึงเห็นว่างานที่เรียกว่างานระบบวิจัยสาธารณสุข น่าจะทําหน้าที่นี้ครับ เพราะท่านมีข้อมูลอยู่แล้วว่าตลอดระยะเวลา ๑๐ ปีนี้มันมีปัญหาใด ๆ บ้าง ข้อมูลจะต้องเป็นข้อมูลของการวิจัยระบบสาธารณสุขอย่างมีมาตรฐาน เพื่อที่จะตอบ กับสังคมได้ว่าตลอดระยะเวลา ๑๐ ปีที่ผ่านมานี้เราเดินมาถูกทางหรือเปล่าในเรื่องของ การดูแลพี่น้องประชาชน ผมเรียนให้ทราบว่าในรัฐบาลชุดที่แล้วที่มีท่านอภิสิทธิ์ เป็นนายกรัฐมนตรี งบประมาณรายหัวเพิ่มขึ้นนะครับ โดยเฉพาะในปี ๒๕๕๓ งบจ่าย รายหัวต่อปีเพิ่มขึ้น ๙ เปอร์เซ็นต์ งบปี ๒๕๕๔ เพิ่มขึ้นจากปี ๒๕๕๓ อีก ๖ เปอร์เซ็นต์ครับ และงบปี ๒๕๕๕ ได้อนุมัติงบประมาณไว้เพิ่มขึ้นอีก ๑๓.๘ เปอร์เซ็นต์ต่อหัว แต่เนื่องจากว่า รัฐบาลได้ลาออกเมื่อเดือนพฤษภาคม การจัดทํางบประมาณของปี ๒๕๕๕ ที่เราเรียกว่า เป็นการจัดทํางบประมาณประจําปี เรียกว่าลักษณะสมดุลนะครับ ที่เกิดขึ้นน้อยครั้งมาก ในประเทศไทย ก็ไม่สามารถเกิดขึ้นได้เพราะมีการเปลี่ยนรัฐบาล จนกระทั่งรัฐบาล ท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์มาทํางบประมาณปี ๒๕๕๕ ก็จะมีการให้สิทธิต่าง ๆ แล้วก็ มีการกู้เงินต่าง ๆ มากมายนะครับ ผมเรียนท่านประธานย่อ ๆ ว่าในนโยบายที่รัฐบาล ทําประชานิยม ถ้าเราตัดประชานิยมให้น้อยลงแล้วเอาผลเงินที่จะได้นั้น ยกตัวอย่างก็คือ เช่นรถยนต์คันแรกอย่างนี้นะครับ ถ้าเราไม่มีภาระเกี่ยวกับการให้ประชานิยมเกี่ยวกับ รถคันแรกของพี่น้องประชาชน เราก็เอารายได้ที่ไม่ควรจะเสียไปจากภาษี ๑๐๐,๐๐๐ บาทต่อคัน เอามาให้กับกองทุนนี้ก็น่าจะเป็นประโยชน์กว่า เพราะกองทุนนี้คือกองทุนช่วยเหลือ ความทุกข์ยากด้านเจ็บไข้ได้ป่วยของราษฎรนะครับ ท่านประธานครับ ผมจึงเห็นว่า นโยบายที่ทํามาตลอดระยะเวลา ๑๐ ปีเป็นนโยบายที่สุ่มเสี่ยงมากต่อการที่จะทําให้ระบบ สาธารณสุขของประเทศล้มเหลว และเนื่องจากยังมีการเปิดสังคมที่เรียกว่าสังคมของ สังคมอาเซียนในอีก ๒-๓ ปีข้างหน้านี้ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ก็จะยิ่งรุนแรงมากขึ้นครับ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของกําลังคน ในเรื่องของเงิน และที่สําคัญก็คือว่าเมื่อโรงพยาบาลรัฐบาล ประชาชนขาดศรัทธาแล้วคนที่มีโอกาสไปใช้โรงพยาบาลเอกชนก็จะเพิ่มมากขึ้น โรงพยาบาลเอกชนแนวโน้มสดใสครับ เพราะฉะนั้นดูเหมือนกับว่ารัฐบาลจะผลักดัน พี่น้องประชาชนให้แบ่งแยกทางด้านสถานะออกไป คนรวยกลัวตายก็รักษาที่โรงพยาบาล เอกชน คนจนกลัวตายเหมือนกันแต่ไม่มีเงินก็จําใจต้องมารักษาที่โรงพยาบาลรัฐจัดให้ แล้วก็ด้วยข้อจํากัดทุกสิ่งทุกอย่างที่ผมได้เรียนให้ท่านประธานทราบ ก็ทําให้ผลสัมฤทธิ์ ในด้านการรักษาพยาบาลซึ่งมีความเสี่ยงและมีความไม่แน่นอนมากอยู่แล้วกลับมีความเสี่ยง และความไม่แน่นอนมากยิ่งขึ้น ดังนั้นผมจึงเห็นว่าคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๖ ท่านน่าจะเรียก สป.สช. ตั้งแต่ท่านเลขาธิการ ปลัดกระทรวงมาซักไซ้ไล่เลียงในเรื่องเกี่ยวกับ คุณภาพการรักษาพยาบาล ในเรื่องของงบประมาณต่อหัวที่ได้ว่าจะทําอย่างไรที่จะให้พี่น้อง ของเรามีความสุขเพราะเราเป็นคนเริ่มโครงการ แต่รัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์เสียอีกที่ไม่ใช่ เป็นผู้ริเริ่มโครงการแต่กลับอนุมัติเพิ่มเงินงบประมาณต่อหัว เพิ่มขึ้นทุกปี ๆ ดังที่ผมได้เรียน ให้ท่านประธานทราบนะครับ ผมจึงเห็นว่าสมควรที่จะตัดงบประมาณ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ และขอฝากให้สํานักงานวิจัย ระบบสาธารณสุขท่านจะต้องทําเอกสารเปิดเผยต่อสังคมให้รับทราบว่า ๑๐ ปีที่ผ่านมา เราเดินไปในทิศทางใด และทิศทางนั้นเป็นทิศทางที่ลงเหวหรือขึ้นสวรรค์ ขอบคุณครับ
เชิญกรรมาธิการครับ
ท่านประธานครับ กระผม วิทยา บุรณศิริ กรรมาธิการเสียงข้างมาก ในฐานะรัฐมนตรีด้วย ก็ขออนุญาตนําเรียนแล้วก็รับฟัง ในส่วนที่ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติได้บอกรายละเอียด ผมเป็นคนใจกว้างอยู่แล้ว แต่ว่าบางเรื่อง ที่ท่านอภิปรายดูเสมือนว่าผมเองอาจจะคลาดเคลื่อนในทางปฏิบัติ แต่ขอเรียน ให้ทราบสั้น ๆ นิดหนึ่งมีประเด็นที่ไม่ตรงกันอยู่ กรณีผมมาปฏิบัติหน้าที่สิ่งที่จําเป็นต้องชี้แจง เพื่อให้ความเข้าใจตรงกัน ผมมีมาตรการหลายมาตรการในการลดค่าใช้จ่าย เพราะฉะนั้น ที่ท่านบอกว่าพรรคประชาธิปัตย์เสียอีก รัฐบาลในสมัยท่านมีการเพิ่มให้ การเพิ่มนั่น เป็นภาระที่สําคัญที่กระทบกระเทือนต่องบประมาณของประเทศ หลาย ๆ ประเทศ มีความวิตกกังวลเป็นอย่างยิ่งโดยเฉพาะค่าใช้จ่ายในการดูแลสุขภาพ บางประเทศอาจจะ ล้มละลายเลย ถ้าเกิดขืนเดินไปแบบผิดทาง เพราะฉะนั้นวันนี้ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ได้กําชับมาตรการหลายมาตรการโดยเฉพาะไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ ๓ กองทุน กองทุนประกันสังคมก็ดี กองทุนสวัสดิการข้าราชการก็ดี กองทุนหลักประกันสุขภาพก็ดี ทั้ง ๓ กองทุนต้องไปหาข้อยุติในเรื่องของการลดรายจ่าย ลดรายจ่ายเรื่องแรกก็คือเรื่องยา เพราะฉะนั้นการบริโภคยาฟุ่มเฟือย บางคนถามผมว่ารัฐมนตรีเอาไข่ไปแลกยา แลกทําไม เราจะเห็นได้ชัดว่ามีการจ่ายยาใช้ยาเกินความจําเป็น มียาราคาแพง อันนี้ก็เป็น ๑ ในวิธีการทํางานของแต่ละท่าน แต่อย่างไรก็แล้วแต่ ๑ ทศวรรษที่ผ่านมาสิ่งที่ท่านพูดถูก ที่เห็นด้วยและตรงกันก็คือบุคลากร ซึ่งผมเองได้กราบเรียน ฯพณฯ นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ แล้วว่าขอดําเนินการส่วนนี้ด้วยข้อเท็จจริง เช่น หมอ ๑ คนต่อประชาชน ๒,๐๐๐ คน วันนี้กําลังหาข้อยุติ หรือพยาบาล ๑ คนต่อคนไข้หรือประชาชน ๕๕๐ คน เพราะฉะนั้น ข้อยุติในวิชาชีพต่าง ๆ กําลังถูกดําเนินการในส่วนนี้เพื่อหาข้อยุติ แต่อย่างไรก็แล้วแต่เราก็ยัง ติดกรอบของ ก.พ. ก.พ.ร. สิ่งนี้ละครับเป็นคําตอบอยู่ เพื่อไม่ให้เสียเวลาผมขออนุญาตรับ ในส่วนที่ท่านได้มีการอภิปรายไปในฐานะเป็นรัฐมนตรี และคิดว่าบางส่วนกรรมาธิการก็น่าจะ พิจารณาแล้ว กระทรวงสาธารณสุขก็ถูกปรับลดไปพอสมควร แต่ก็ยังยืนยันว่าสามารถที่จะ บริหารจัดการได้ ณ เวลานี้ก็คือที่ยอดรายหัวที่ได้รับไปถึงแม้จะเป็นตัวเลขที่มาก ผมอยากได้มากอยู่แล้ว แต่เป็นรัฐมนตรีที่กล้าว่าอาจจะต้องมีการปรับปรุงในส่วนของตัวเอง ในเรื่องของการบริการ โดยเฉพาะระบบที่ประชาชนนั้นไม่ต้องออกมาพบหมอ โดยเฉพาะ โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง โรคเบาหวาน โรคความดัน นั่นเป็นค่าใช้จ่ายที่ประชาชนต้องสูญเสีย แต่ปัจจุบันนั้นเรามีระบบโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตําบลให้การดูแลพี่น้องประชาชน ซึ่งก็จะไปลดค่าใช้จ่ายเรื่องการเดินทาง แล้วในอนาคตเมื่อกระทรวงสาธารณสุขมีการลด ค่าใช้จ่ายอย่างเห็นได้ชัดก็จะมีการปรับเพิ่มให้ในบางส่วนที่มีความจําเป็น
อีกท่านหนึ่งท่านผู้อาวุโสจากจังหวัดฉะเชิงเทรา ผมรับไปในฐานะ เรื่องของขยะนะครับ กรมอนามัยคงเป็นแค่ส่วนหนึ่งเรื่องคําปรึกษา ส่วนใหญ่แล้วเป็นของ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ที่ท่านเป็นห่วงเรื่องขยะอยากให้ดูแลหน่อย รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงสาธารณสุขสบายดีหรือเปล่า ท่านสมาชิกท่านผู้อาวุโสจากจังหวัดฉะเชิงเทรา ผมขอรับไปในรายละเอียด ขอบคุณครับท่านประธาน
มีเอกสารที่ท่านประธานวิปได้ขอจากท่านรัฐมนตรีที่ดูแลงบประมาณ เดี๋ยวผมจะให้เจ้าหน้าที่ นําไปมอบให้ท่านประธานวิปฝ่ายค้าน ท่านจุรินทร์ครับ ท่านเลขาธิการได้นําเอกสาร ที่ท่านประธานวิปฝ่ายค้านขอจากรัฐมนตรีนะครับ เอกสารเพิ่มเติมเกี่ยวกับงบประมาณ ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท กับ ๖๖,๐๐๐ ล้านบาทครับ
(นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง มีสัญญาณ ให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนทําการตรวจสอบองค์ประชุมและลงมติ)
ขอเชิญสมาชิกที่อยู่นอกห้องประชุมกรุณาเข้าห้องประชุมเพื่อลงมตินะครับ ขอเชิญสมาชิก ได้เสียบบัตรแสดงตนนะครับ ผมขอตรวจสอบองค์ประชุมก่อนครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)
ส่งผลคะแนนด้วยครับ มีผู้อยู่ในห้องประชุม ๓๐๙ ท่านนะครับ
ต่อไปเป็นการลงมติ มาตรา ๒๓ กระทรวงสาธารณสุขนะครับ ขอเชิญสมาชิก ใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนนนะครับ สมาชิกท่านใดเห็นควรคงไว้ตามร่างของกรรมาธิการ เสียงข้างมากโปรดกดปุ่ม เห็นด้วย สมาชิกท่านใดเห็นด้วยกับกรรมาธิการที่ขอสงวนความเห็น หรือผู้แปรญัตติที่ขอสงวนคําแปรญัตติโปรดกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ท่านผู้ใดเห็นควรงดออกเสียง โปรดกดปุ่ม งดออกเสียง เชิญลงคะแนนได้เลยครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)
ส่งผลคะแนนครับ เห็นด้วย ๒๘๗ ท่าน ตามกรรมาธิการเสียงข้างมาก ไม่เห็นด้วย ๑๐๙ ท่าน งดออกเสียง ๒ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๔ ท่าน เป็นอันว่าเห็นด้วยกับกรรมาธิการเสียงข้างมาก
ขอเชิญท่านเลขาธิการ มาตรา ๒๔ ครับ
มาตรา ๒๔ กระทรวงอุตสาหกรรม มีการแก้ไข มีกรรมาธิการขอสงวนความเห็นและผู้แปรญัตติขอสงวนคําแปรญัตติ
เชิญท่านอรรถวิชช์ครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ มีประเด็นสั้น ๆ ครับ จริง ๆ เป็นกรรมาธิการเสียงข้างน้อย ในส่วนของกระทรวงอุตสาหกรรม ที่เสนอขอตัดเอาไว้ ท่านประธานครับ ผมเป็นห่วงอยู่กรมเดียวในเรื่องของกรมโรงงานครับ ที่ต้องตัดท่านเพราะขณะนี้กระทรวงของท่านเองขอเตือนก่อนนะครับ มีแก๊งรีดไถครับ ศูนย์บริการรถยนต์ ศูนย์ฮอนด้า โตโยต้า มิตซูบิชิ เวลาเขาจะได้ใบอนุญาต ในโรงงาน ๑ โรง เขาต้องขอใบอนุญาตประกอบศูนย์รถยนต์นะครับ แล้วก็ใบอนุญาตเรื่องเกี่ยวกับการทําสีรถ เพราะเนื่องจากว่าศูนย์บริการขนาดใหญ่จะมีเครื่องยนต์ คือเครื่องยนต์ที่ใช้ในตัวโรงงาน เกินกว่า ๕ แรง หรือว่า ๕๐๐ ซีซีขึ้นไปก็ต้องขออนุญาต โดยปกติการขออนุญาต การทําศูนย์บริการรถยนต์หรือศูนย์บริการทําสีลักษณะแบบนี้ต้องขออนุญาต กรมโรงงานอุตสาหกรรมครับ
- ๓๔๐/๑ ขณะนี้มีอาการอย่างนี้ครับ เวลาขอใบอนุญาตแล้วยังไม่ได้ใบอนุญาตเพราะว่าในพื้นที่นั้น อาจจะกําหนดเป็นพื้นที่สีเขียว ก็มีข้อยกเว้นครับ สามารถที่จะขอเสนออุทธรณ์ต่อ ท่านรัฐมนตรีได้ แล้วแปลกประหลาดอยู่เหมือนกันว่าเป็นอํานาจของท่านรัฐมนตรีในการที่จะสั่ง พิจารณาอุทธรณ์ได้ ขณะนี้ขอเตือนนะครับ กระทรวงอุตสาหกรรมของท่านนั้น มีแก๊งการเมืองครับ ไปขู่เรียกเอาเงินใบละ ๓,๐๐๐,๐๐๐ บาท ถ้ายังไม่หยุดเดี๋ยวจะมี หลักฐานมาครับ เพราะฉะนั้นวันนี้ผมเองนําเสนอก่อนในเบื้องต้นว่าในเรื่องของศูนย์บริการรถ พวกนี้เขาทําถูกต้องตามกฎหมายในการให้บริการ รถมิตซูบิชิ โตโยต้า นิสสันต่าง ๆ เริ่มมีแก๊งนี้เกิดขึ้นแล้ว เพราะฉะนั้นขอให้รีบดูนะครับ ผมเลยนําเสนอประเด็นนี้สั้น ๆ ว่า ขอตัดงบประมาณท่านลง ๕ เปอร์เซ็นต์ เพราะว่าเรื่องนี้เป็นหน้าที่โดยตรงที่ท่านรัฐมนตรีเอง ต้องไปตรวจสอบเรื่องการทุจริตครับ แต่ถ้าไปสนับสนุนแล้วผมคิดว่าเป็นเรื่องที่ไม่ควรครับ ขอบพระคุณครับ
ท่านที่อยู่ข้างนอกกรุณากลับเข้าห้องประชุมครับ แล้วลงมติครับ กลับมาก่อนนะครับ ท่านที่อยู่ข้างนอกห้องกรุณากลับเข้าห้องประชุมครับ เชิญสมาชิกกลับเข้าห้องประชุม แล้วก็เสียบบัตรแสดงตนด้วยครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)
แสดงผลครับ มีสมาชิกอยู่ ๓๐๖ ท่าน
เป็นการลงมติในมาตรา ๒๔ กระทรวงอุตสาหกรรม สมาชิกท่านใดเห็นควร ให้คงไว้ตามร่างเดิมของกรรมาธิการเสียงข้างมากโปรดกดปุ่ม เห็นด้วย สมาชิกท่านใด เห็นด้วยกับกรรมาธิการที่ขอสงวนความเห็นหรือผู้แปรญัตติที่ขอสงวนคําแปรญัตติ โปรดกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ท่านผู้ใดเห็นควรงดออกเสียงโปรดกดปุ่ม งดออกเสียง ลงคะแนน ได้แล้วครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)
ส่งผลครับ เห็นด้วยกับกรรมาธิการเสียงข้างมาก ๒๘๓ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๑๐๗ ท่าน งดออกเสียง ๓ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๔ ท่าน
มาตรา ๒๕ ครับ เชิญท่านเลขาธิการ
มาตรา ๒๕ ส่วนราชการไม่สังกัดสํานักนายกรัฐมนตรี กระทรวง หรือทบวง มีการแก้ไข มีกรรมาธิการขอสงวนความเห็นและผู้แปรญัตติ ขอสงวนคําแปรญัตติ
ท่านวิลาศครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม วิลาศ จันทร์พิทักษ์ พรรคประชาธิปัตย์ กรุงเทพมหานคร ก็สั้น ๆ ครับท่านประธาน ผมขอแปรญัตติตัดงบประมาณ มาตรา ๒๕ งบประมาณรายจ่ายของส่วนราชการไม่สังกัด สํานักนายกรัฐมนตรี กระทรวง หรือทบวง ข้อ ๗ งบของสํานักงานตํารวจแห่งชาติ แล้วก็เฉพาะ (๒) แผนงานป้องกันและปราบปรามการทุจริต ๑๑,๘๕๐,๐๐๐ บาท กับ (๕) แผนงานสนับสนุนเครื่องคอมพิวเตอร์พกพาเพื่อการศึกษา ๑๖,๑๗๙,๙๐๐ บาท ผมขอตัดทั้ง (๒) และ (๕) ทั้งหมด
- ๓๔๑/๑ ประธานครับ คงจะเห็นตรงกันนะครับว่างบเกี่ยวกับการปราบปรามการทุจริตของสํานักงาน ตํารวจแห่งชาติมีทุกปี แล้วก็มีผลการสํารวจของหน่วยสํารวจต่าง ๆ สํารวจออกมาบอกว่า หน่วยงานไหนที่มีการทุจริตมากที่สุด สํานักงานตํารวจแห่งชาติแซงรวดไม่มีคู่แข่ง ไม่ได้แปลว่าสํานักงานตํารวจแห่งชาติมีคนโกงทั้งหมด ไม่ใช่ครับ ส่วนใหญ่เป็นคนดี มันก็จะมี คนที่โกงอยู่ส่วนหนึ่งเท่านั้น ทีนี้คนโกงนี่ละครับมันพาหน่วยงานเขาเสีย ผมจะอภิปราย เฉพาะหน่วยงานหน่วยงานหนึ่งครับท่านประธาน คือกองบัญชาการตํารวจสันติบาล หน่วยงานนี้นอกจากมีหน้าที่สืบความลับแล้วมีงานหลักอีกงานหนึ่งคือเกี่ยวกับจดทะเบียน การแปลงสัญชาติ นี่เป็นตัวเงินตัวทองของกองบัญชาการนี้ครับท่านประธาน ที่มาที่ไป ของเรื่องนี้ก็คือว่ามีชาวอังกฤษคนหนึ่งเขาได้ภรรยาเป็นคนไทย แล้ววันดีคืนดีเขาก็อยู่ เมืองไทยมีลูกเป็นคนไทยมีลูกเกิดในเมืองไทย อยู่มาหลายปีเป็นสิบปีแล้วเขาก็ต้องการ แปลงสัญชาติเป็นคนไทย ไปจดทะเบียนยื่นหนังสือขอแปลงสัญชาติที่กองบัญชาการ ตํารวจสันติบาล ท่านประธานครับยื่นหนังสือเข้าไปที่โต๊ะแรกที่เกี่ยวกับรับหนังสือ ที่กองบัญชาการแห่งนี้ครับ ยื่นเอกสารไปประมาณ ๒ สัปดาห์ถัดมาไม่มีคําตอบใด ๆ ครับ มีเสียงผู้หญิงคนหนึ่งโทรศัพท์มาบอกว่าถ้าอยากได้ไวอยากได้รับความสะดวก ๔๐,๐๐๐ บาท เขาก็มาเล่าให้ผมฟัง ผมก็ในฐานะที่ชอบอยู่แล้วงานนี้ก็จัดการเลย เอาโทรศัพท์มือถือ แล้วก็เปิดเสียงพร้อมทั้งอัดเทป มีบอกหมดเลยโต๊ะแรกคนชื่อเอเรียกเงิน ๔๐,๐๐๐ บาท วันนั้นผมก็ทั้งสงสารว่าเป็นผู้หญิง ขณะเดียวกันก็หมั่นไส้ในฐานะทําให้ประเทศไทยเสียหาย ก็ตั้งใจจะจับสด ก็ไปที่ ป.ป.ช. จะไปขอกําลัง เพราะว่าถ้าจะไปแจ้งจับเอง เอาตํารวจ ไปจับตํารวจมันก็ไม่สําเร็จแหง ๆ ก็จะเอา ป.ป.ช. เป็นตัวกลางไปจับ ก็ไปพบกับ ท่านกล้านรงค์ ไปพบก็เล่าให้ท่านฟัง ท่านก็บอกว่าต้องเอาฝรั่งผู้เสียหายมาเป็นคนร้อง ผมบอกฝรั่งมันจะกล้าหรือร้องแล้วมันก็จะไม่ได้ไปตลอดชีวิตนี้แหละ เพราะอย่างไรมันก็ต้อง ไปผ่านที่กองบัญชาการตํารวจสันติบาล ผมเป็นคนร้องเองแล้วกัน ปรากฏว่าทาง ป.ป.ช. บอกว่าอย่างไรก็ต้องให้ฝรั่งมาเกี่ยวข้อง ผมร้องก็ต้องเอาฝรั่งมาเป็นพยาน ผมก็กลับไป ปรึกษา ระหว่างปรึกษาก็เช็ก (Check) กับนายตํารวจที่เป็นเพื่อน ๆ ปรากฏว่าผู้บัญชาการ ตํารวจสันติบาลเพิ่งย้ายมาใหม่ครับ เพิ่งย้ายมาเมื่อเดือนกันยายน คนนี้ไปยื่นหนังสือ เมื่อวันที่ ๒๗ กันยายน ถ้าจะไปจับผู้บัญชาการคนนี้ซวยไปอีกคนหนึ่ง ยังไม่ทันรู้เรื่องเลย โดนติดกับไปอีกคนหนึ่ง ก็เอาละอย่าเพิ่งไปจับสดเลยเข้าไปเจรจากันก่อน ผมก็อุตส่าห์ เรื่องก็ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับผม ผมไม่รู้จักเลยคนที่เป็นฝรั่งคนนี้ จนถึงวันนี้ก็ยังไม่รู้เลยว่า ฝรั่งคนนี้เป็นใคร เพียงแต่ว่าพี่ภรรยาของเขาผมรู้จักแล้วเขาเป็นคนมาร้อง ฝรั่งคนนี้ ไม่ได้มาร้อง
- ๓๔๒/๑ ผมก็เป็นคนไปพบผู้บัญชาการตํารวจสันติบาลคือท่าน พลตํารวจโท ธนากร ศิริอัฐ พบเสร็จ ผมก็บอกว่ามันมีเทปอย่างนี้ชัดเจนท่านก็ลองฟังดูแล้วกัน มันบ้าไหมล่ะครับโต๊ะแรก ก็เรียกเงิน ๔๐,๐๐๐ บาทเลย แล้วคุยไปคุยมาถามว่าถ้าจะได้สัญชาติทั้งหมดเท่าไร เขาบอกว่า ๘๐๐,๐๐๐ บาท ถามว่าระยะเวลาที่จะทําใช้เวลาเท่าไร บอกว่าถ้าทําปกติ ไม่วิ่งเต้นก็ ๓ เดือน แต่ถ้าวิ่งเต้นมาถือหนังสือไปตามหน่วยงานต่าง ๆ ๙ หน่วยงานก็ ๒๗ วัน ผมก็บอกว่าท่านผู้บัญชาการครับท่านทําตามปกติไปทั้งหมดเลยไม่ต้องการเร่งด่วน ผิดก็ไม่ต้องเอา ไม่มีการใช้เส้น ไม่มีการอะไรทั้งสิ้น แต่ไอ้คนนี้ล่ะท่านจะทําอย่างไรกับมัน เพราะเรียกเงินกันบ้าเลือดอย่างนี้มันเสียชื่อประเทศไทย ท่านผู้บัญชาการท่านก็เป็นคนที่ พอใช้ได้ เอาว่าพอใช้ได้แล้วกัน ท่านก็สั่งย้ายวันนั้นเลย ท่านสั่งย้ายไอ้คนชื่อเอนี่ละครับ ย้ายเลย ย้ายเลยผมก็กลับ ก็ไม่ได้ติดใจคุณก็ทําไปตามปกติของคุณแล้วกันก็ไม่ว่าอะไรกัน ไม่ต้องมาช่วยอะไรกันทั้งสิ้น จนกระทั่งเหตุการณ์ก็ไปตามของมันเรื่อย ๆ ผมก็ไม่ได้สนใจ ไป ๕ เดือน ทางคนที่เขาไปยื่นขอเขาก็มาบอกว่า ๕ เดือนแล้วทําไมมันยังไม่ได้ ผมก็บอก มันก็จริงนะมันบอกเราไว้ ๓ เดือน คุณลองไปถามสิว่าว่าอย่างไรล่ะ เขาก็ไปถามก็ปรากฏว่า มันมีคนไปนั่งเฝ้ากันเยอะแยะไปหมดเลย แล้วก็ไปคุยมาเขาก็บอกว่ามีรองผู้บัญชาการคนหนึ่ง ในกองบัญชาการนี้ละครับ มีรองผู้บัญชาการทั้งหมด ๔ คน แล้วมีรองผู้บัญชาการอยู่คนหนึ่ง เป็นดอกเตอร์ ความเป็นดอกเตอร์จริง ๆ แล้วก็น่าจะเป็นคนเก่ง เป็นคนหัวดี ถ้าจะทํา ประโยชน์อะไรให้กับประเทศชาติมันก็จะเจริญ แต่ถ้าไปทําของที่ชั่วร้าย ไอ้นี่ชั่วหนักเลย เพราะมันหัวดี มันโกงแล้วมันโกงสะบั้นหั่นแหลกเลยเจ๊งเลยประเทศไทย ความเป็นดอกเตอร์ เพราะมันเก่ง เก่งทั้งดีเก่งทั้งชั่ว แต่ปรากฏว่าคนไปรอกันเยอะผมก็อยากจะได้ข้อมูลเพื่อจะ มาเอาเข้าคณะกรรมาธิการผมเหมือนกัน ในฐานะที่อยู่คณะกรรมาธิการ ป.ป.ช. ก็กะจะไป กระชากคอมาสักทีไอ้พวกโกง ๆ ทั้งหลาย โกงตํารวจนี่แหละเก่งดีนัก ก็ไป ก็ไปมีโอกาสคุย กับคนที่ไปนั่งรอ บางคนก็บอกว่ามารอเข้าพบท่านรองผู้บัญชาการที่เป็นดอกเตอร์นี่แหละครับ เอาชื่อเสียเลยก็ได้ชื่อกฤษฎิ์ศักดิ์ ชื่อก็เรียกยาก กฤษฎิ์ศักดิ์ วิชชารยะ เป็นดอกเตอร์ ก่อนหน้าที่จะมาเป็นรองผู้บัญชาการตํารวจสันติบาล เป็นรองผู้บัญชาการโรงเรียน นายร้อยตํารวจสามพราน เพราะฉะนั้นถ้าจะมีอะไรเกี่ยวกับนักเรียนที่จบที่นี่มาก็อย่าไป สงสัยเลยครับ ก็คนระดับดอกเตอร์อย่างนี้ไปสอนหนังสือแล้วมันไม่เจ๊งหรือ ก็ทุกคนต้อง เข้าไปนั่งรอพบกัน ส่วนว่าจะเรียกเงินหรือไม่เรียกผมไม่ยืนยัน แต่มันมีข้อสงสัยครับ เพราะหนังสือที่เขาเสนอขึ้นไปของแต่ละคน เขาบอกไว้แล้วว่าคนนี้ได้เช็กประวัติ ไปสอบที่สํานักข่าวกรองแห่งชาติว่าอย่างไร สอบที่ ป.ป.ส. ว่าอย่างไร ๙ หน่วยงาน เขาเขียนไว้เสร็จว่าคนแต่ละคนเป็นอย่างไร หนังสือที่ไปถึงรองผู้บัญชาการจริง ๆ น่าจะอ่าน ตรวจสอบว่ามั่วหรือเปล่า โกงหรือเปล่าแค่นั้น ไม่ได้มีหน้าที่ต้องไปเรียกเขามาพบทีละคน ผมก็เริ่มสงสัยเหมือนกันว่าเพราะเหตุใด ไม่ได้คิดหรอกว่าไปโกงหรืออะไร แต่กําลัง จะหาข้อมูลว่าทําไมต้องเรียกเข้าไป ก็ตัดสินใจขอเบอร์โทรศัพท์ แล้วก็โทรไปคุยกับ รองผู้บัญชาการคนนี้ละครับ เผอิญวันนั้นท่านไม่ได้เข้ามาทํางาน ก็โทรศัพท์ไปคุย ท่านไปอบรมอะไรก็ไม่รู้ เป็นดอกเตอร์แล้วยังฉลาดไม่พอหรืออย่างไรก็ไม่รู้ต้องไปอบรมต่อ ก็ไปอบรม
- ๓๔๓/๑ ผมก็โทรไปท่านก็รับสาย ท่านก็บอกว่ากําลังพิจารณา ผมไม่รู้มันพิจารณาอะไรกันนักหนา เพราะเช็กเฉพาะเรื่องของคนคนนี้ ส่งไปตั้งแต่วันที่ ๒๘ กุมภาพันธ์ ผมโทรไปวันที่ ๑๒ มีนาคม ยังพิจารณาอยู่ แล้วมันจะพิจารณากันอีกกี่วัน ก็มีหน้าที่ดูเท่านั้นว่าลูกน้องตัวเอง โกหกหรือเปล่า ทําไมมันต้องไปดูกันเยอะแยะขนาดนั้น ปรากฏว่าท่านบอกว่ารอพิจารณา ผมก็รอสิ ก็รอมาอาทิตย์หนึ่งก็ยังเฉย อีกอาทิตย์หนึ่งก็ตั้งใจว่าอาทิตย์นี้เฉยไม่ได้แล้ว เพราะมันนานเกินไปแล้วกลายเป็นอาทิตย์ที่ ๒ จะเอาเข้าคณะกรรมาธิการ ป.ป.ช. แล้วก็เชิญมาสอบ ในเช้าวันนั้นจะประชุมคณะกรรมาธิการ ป.ป.ช. ผมก็มานั่งตรงนี้ แล้วก็ท่านวัชระ เพชรทอง ก็นั่งอยู่ข้าง ๆ ผมก็บอกเดี๋ยวจะไปเอาเรื่องตํารวจคนหนึ่ง เรียกมาสอบสักหน่อยว่ามันบริสุทธิ์หรือเปล่าก็ไม่รู้ชักสงสัยพฤติกรรม คุณวัชระเขาบอกว่า เดี๋ยวผมมีเรื่องหารือ เดี๋ยวผมจะหารือสักหน่อยก็ดีเหมือนกัน ผมบอกก็ลองถาม ๆ หยอดไปหน่อย แค่พูดนิดเดียวเท่านั้นแหละครับ ผมก็ไปประชุม ผมไม่รู้หรอกว่าคุณวัชระเขาพูด เขาก็หารือ ว่ามันมีที่กองบัญชาการตํารวจสันติบาล ท่านรองผู้บัญชาการคนหนึ่งไม่ยอมเซ็นหนังสือ เที่ยวได้เรียกคนไปพบ พูดเวลา ๑๑.๐๐ นาฬิกา บ่ายสองโมงเซ็นหมดเลยพวกที่ค้างอยู่ ทั้งหมด เลิกพบหมด ไม่มีการพบแล้ว ผ่านหมด มันก็มีประเด็นสงสัย ๑. เรียกพบอะไร ถ้ามันจะมีประเด็นข้อผิดพลาดบ้าง แล้วทําไมพอเขาพูดปุ๊บเซ็นพรวดหมดเลย แล้วมากั๊กไว้ ทําไมตั้งแต่เดือนกันยายนที่มาเป็นรองผู้บัญชาการเก็บเรื่องไว้หมด ค่อย ๆ เซ็นปล่อยมา อาทิตย์ละคน ๒ วันคนหนึ่ง ๕ วันคนหนึ่ง ผมมีรายชื่อหมดที่ไปกั๊กไว้แล้วก็ปล่อยออกมาทีเดียวเลย นี่ผีเท่านั้นที่ทํางานแบบนี้ได้ มนุษย์ทั่วไปทําไม่ได้ถ้าบริสุทธิ์ ก็ที่มาที่ไปมันเป็นอย่างนี้ละครับ ก็เห็นว่าหน่วยงานที่จะไปปราบปรามการทุจริตมันปราบแล้วไม่ได้เรื่องหรอกที่สํานักงานนี้ อย่าไปเอาเลยงบปราบปรามการทุจริต แล้วที่สําคัญที่สุดทราบมาว่ากองบัญชาการนี้แหละ แต่เวลาไปแบ่งงานก็ไปเชื่อคนที่เป็นคนเก่ง คนที่เป็นดอกเตอร์ ไปแบ่งงานกองบังคับการ อํานวยการ กองบัญชาการตํารวจสันติบาลให้รองผู้บัญชาการคนนี้ แล้วเท่าที่เช็กขณะนี้คือ ทุกสิ่งทุกอย่างสั่งซื้อด้วยวิธีพิเศษหมดซึ่งเป็นที่นิยมในขณะนี้ ก็เริ่มติดเชื้อ ระบาดไปถึง สํานักงานกองบัญชาการตํารวจสันติบาล ก็ฝากท่านผู้บัญชาการด้วยนะครับ ท่านในฐานะ ผู้มอบอํานาจ ผมก็ยังอยู่คณะกรรมาธิการ ป.ป.ช. อยู่ เดี๋ยวก็ได้เชิญมาคุยกัน แล้วมันจะต้อง ตรวจสอบกันละครับ อย่างนี้ละครับผมเลยต้องตัด (๒) ออก
วงเล็บต่อไป (๕) ผมพูดนิดเดียวครับ อันนี้ก็ทันสมัยเหมือนกัน แผนงาน สนับสนุนเครื่องคอมพิวเตอร์พกพาเพื่อการศึกษา อันนี้คงเป็นแท็บเล็ต ก็เพียงแต่ ไม่เห็นด้วยว่าทําไมอยู่ดี ๆ ต้องมาตั้งงบต่างหาก ๑๖,๑๐๐,๐๐๐ บาท ทําไมไม่ไปรวม ๆ กัน ซื้อก็ซื้อทีเดียวกัน ถ้าโง่จะได้โง่พร้อม ๆ กัน ไปซื้อแยก ๆ กันแล้วเดี๋ยวก็แบ่งกันโง่ ก็เลยตัด แล้วก็เอาไปรวมทางโน้นละครับซื้อพร้อมกันเลย ขอตัดอย่างนี้ละครับ ท่านกรรมาธิการ จะพิสูจน์หน่อยไหมครับ ฟังเทปหน่อยไหมว่ามันเรียกเงินกันอย่างไร ขอบคุณครับ
เชิญสมาชิกที่อยู่นอกห้องประชุมครับ กรุณาเข้าห้องประชุมเพื่อขอมติ เชิญครับ กรุณาเสียบบัตรแสดงตนนะครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)
ส่งผลคะแนนครับ จํานวนผู้เข้าประชุม ๓๐๒ ท่าน ครบองค์ประชุมนะครับ
ต่อไปจะขอมติ มาตรา ๒๕ นะครับ ขอเชิญสมาชิกใช้สิทธิออกเสียง ลงคะแนนนะครับ สมาชิกท่านใดเห็นควรให้คงไว้ตามร่างของกรรมาธิการเสียงข้างมาก โปรดกดปุ่ม เห็นด้วย สมาชิกท่านใดเห็นด้วยกับกรรมาธิการที่ขอสงวนความเห็นหรือผู้แปรญัตติ ขอสงวนคําแปรญัตติโปรดกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ท่านผู้ใดเห็นควรงดออกเสียงโปรดกดปุ่ม งดออกเสียง เชิญใช้สิทธิได้เลยครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)
ส่งผลคะแนนครับ เห็นด้วย ๒๘๔ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๑๐๕ ท่าน งดออกเสียง ๔ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๔ ท่าน เป็นอันว่าที่ประชุมเห็นด้วยกับกรรมาธิการเสียงข้างมากครับ
มาตรา ๒๖ เชิญท่านเลขาธิการครับ
มาตรา ๒๖ หน่วยงานของรัฐสภา มีการแก้ไข มีกรรมาธิการขอสงวนความเห็นและมีผู้แปรญัตติขอสงวนคําแปรญัตติครับ
เชิญลงคะแนนเสียงเลยนะครับ ไม่ติดใจครับ กรุณาเสียบบัตรลงคะแนนเสียง กรุณาเสียบด้วยครับ ท่านใดเห็นด้วยกับกรรมาธิการเสียงข้างมากโปรดกดปุ่ม เห็นด้วย ท่านใดเห็นด้วยกับ กรรมาธิการที่ขอสงวนความเห็นหรือผู้แปรญัตติขอสงวนคําแปรญัตติโปรดกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ท่านผู้ใดเห็นควรงดออกเสียงโปรดกดปุ่ม งดออกเสียง เชิญลงคะแนนครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)
ส่งผลครับ เห็นด้วย ๒๙๒ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๙๙ ท่าน งดออกเสียง ๓ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๕ ท่าน เป็นอันว่าที่ประชุมเห็นด้วยกับกรรมาธิการเสียงข้างมาก
มาตรา ๒๗ ครับ เชิญท่านเลขาธิการ
มาตรา ๒๗ หน่วยงานของศาล มีการแก้ไข มีกรรมาธิการ ขอสงวนความเห็นและมีผู้แปรญัตติขอสงวนคําแปรญัตติครับ
เชิญลงคะแนนเลยครับ ท่านผู้ใดเห็นควรให้คงไว้ตามร่างของกรรมาธิการเสียงข้างมาก โปรดกดปุ่ม เห็นด้วย สมาชิกท่านใดเห็นดัวยกับกรรมาธิการที่ขอสงวนความเห็น หรือผู้แปรญัตติขอสงวนคําแปรญัตติโปรดกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ผู้ใดเห็นควรงดออกเสียง โปรดกดปุ่ม งดออกเสียง เชิญลงคะแนนครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)
ท่านใดยังไม่ได้ลงคะแนนเสียงครับ
(ไม่มีสมาชิกยกมือ)
ถ้าเรียบร้อยขอผลคะแนนด้วยครับ เห็นด้วย ๒๙๔ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๑๐๑ ท่าน งดออกเสียง ๑ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๕ ท่าน เป็นอันว่าที่ประชุมเห็นด้วยกับกรรมาธิการเสียงข้างมาก ๒๐๔ เสียงครับ
ต่อไปมาตรา ๒๘ ครับ
มาตรา ๒๘ หน่วยงานขององค์กรตามรัฐธรรมนูญ และหน่วยงานอิสระตามรัฐธรรมนูญ มีการแก้ไข มีกรรมาธิการขอสงวนความเห็น และมีผู้แปรญัตติขอสงวนคําแปรญัตติครับ
เชิญลงคะแนนเสียงเลยครับ ท่านใดเห็นด้วยกับกรรมาธิการเสียงข้างมากโปรดกดปุ่ม เห็นด้วย ท่านผู้ใดเห็นด้วยกับกรรมาธิการที่ขอสงวนความเห็นหรือผู้แปรญัตติขอสงวน คําแปรญัตติโปรดกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ท่านผู้ใดเห็นควรงดออกเสียงโปรดกดปุ่ม งดออกเสียง ลงคะแนนได้แล้วครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)
เรียบร้อย ส่งผลคะแนนนะครับ เห็นด้วย ๒๙๐ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๑๐๒ ท่าน งดออกเสียง ๒ ท่าน ไม่ลงคะแนน ๗ ท่าน เป็นอันว่าเสียงส่วนใหญ่เห็นด้วยกับกรรมาธิการ ๒๙๐ ท่านครับ
มาตรา ๒๙ ครับ ท่านเลขาธิการครับ
มาตรา ๒๙ จังหวัดและกลุ่มจังหวัด มีการแก้ไข มีกรรมาธิการขอสงวนความเห็นและมีผู้แปรญัตติขอสงวนคําแปรญัตติครับ
เชิญลงคะแนนเลยนะครับ ท่านผู้ใดเห็นด้วยคงไว้ตามกรรมาธิการเสียงข้างมากโปรดกดปุ่ม เห็นด้วย สมาชิกท่านใดเห็นด้วยกับกรรมาธิการที่ขอสงวนความเห็นหรือผู้แปรญัตติ โปรดกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ท่านผู้ใดเห็นควรงดออกเสียงโปรดกดปุ่ม งดออกเสียง เชิญลงคะแนนได้แล้วครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)
ถ้าเรียบร้อยส่งผลด้วยครับ เห็นด้วย ๒๙๐ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๑๐๔ ท่าน งดออกเสียง ๒ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๔ ท่าน เป็นอันว่าที่ประชุมเห็นด้วยกับกรรมาธิการเสียงข้างมาก ๒๙๐ ท่านนะครับ
มาตรา ๓๐ เชิญท่านเลขาธิการครับ
มาตรา ๓๐ รัฐวิสาหกิจ มีการแก้ไข มีกรรมาธิการ ขอสงวนความเห็นและมีผู้แปรญัตติขอสงวนคําแปรญัตติ
เชิญลงคะแนนเสียงครับ ท่านธีระชาติครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายธีระชาติ ปางวิรุฬห์รักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชุมพร พรรคประชาธิปัตย์ ผมคงจะเป็นคนท้าย ๆ สําหรับในคืนนี้นะครับ ท่านประธานก็เกือบลืมผมไปแล้วเมื่อสักครู่ ผมคงจะพูดถึงในส่วนของรัฐวิสาหกิจที่มีปัญหาในเรื่องของการบริหารจัดการสัก ๒ หน่วยงาน ซึ่งต้องถือว่าเป็นหน่วยงานที่ทํางานควบคู่กันไปอย่างแยกกันไม่ออก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในเรื่องของการรับจํานําพืชผลทางการเกษตร ซึ่งมีข้อมูลทางด้านวิชาการ จากหลายหน่วยงานพิสูจน์มาให้เห็นแล้วว่าเป็นการทุจริตซึ่งเกี่ยวข้องกับบุคคลหลายฝ่าย พี่น้องเกษตรกรได้ประโยชน์บ้าง แต่ก็น้อยไม่คุ้มกับเงินที่รัฐบาลได้ลงทุนไปในโครงการต่าง ๆ ผมกราบเรียนท่านประธานอย่างนี้ครับ ในส่วนขององค์การคลังสินค้าท่านบอกว่าวิสัยทัศน์ ท่านเป็นรัฐวิสาหกิจที่มีความเป็นเลิศด้านธุรกิจคลังสินค้า การค้า และบริการสินค้าเกษตร ท่านดําเนินธุรกิจคลังสินค้า การค้า และบริการสินค้าเกษตรเป็นธุรกิจหลัก แต่เท่าที่ผมทราบ ณ ขณะนี้ตั้งแต่ตั้งองค์การคลังสินค้ามาหลายปี องค์การคลังสินค้าไม่มีคลังสินค้าเป็นของ รัฐบาลเลย เป็นของตัวเองไม่มีเลยครับ เป็นคลังสินค้าของเอกชนทั้งสิ้น แล้วคลังสินค้า อันนี้ละครับเป็นเครื่องมือในการทุจริตซึ่งผมจะได้กราบเรียนท่านประธานในโอกาสต่อไป ท่านประธานที่เคารพครับ องค์การคลังสินค้าได้ตั้งงบประมาณรายจ่ายประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๖ ไว้ถึง ๕,๔๘๕ ล้านบาทเศษ เป็นแผนงานเสริมสร้างเสถียรภาพราคาสินค้าเกษตร และยังตั้งแผนงานส่งเสริมประสิทธิภาพการผลิตและสร้างมูลค่าภาคการเกษตรอีก ๒๒ ล้านบาทเศษ ท่านประธานที่เคารพครับ การดําเนินการขององค์การคลังสินค้าจะต้องตั้ง งบประมาณเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการรับฝากและเก็บรักษาสินค้าตามโครงการรับจํานํา ผลผลิตทางการเกษตรหลายรายการ แล้วก็ได้ใช้เงินอุดหนุนเป็นเงินอุดหนุนเฉพาะกิจ ซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายเหมือนที่ผมกราบเรียนท่านประธานตั้งแต่เบื้องต้น ทีนี้เมื่อหันมาดู รัฐวิสาหกิจคู่ทุจริต ผมกล้าพูดว่าเป็นรัฐวิสาหกิจคู่ทุจริตก็คือองค์การตลาดเพื่อเกษตรกร หรือ อ.ต.ก. เขาบอกว่าจัดการตลาดสินค้าเกษตรคุณภาพแบบครบวงจร ขณะนี้ก็ยัง ไม่ครบวงจร ยังมีปัญหาเรื่องการปิดถนน เรื่องราคาสินค้าทางการเกษตรไม่ได้ราคา ท่านบอกว่าสนับสนุนการพัฒนาระบบตลาดสินค้าเกษตรโดยส่งเสริมระบบตลาดกลาง ในระดับพื้นที่เพื่อชุมชน โดยเกษตรกรเป็นผู้รวบรวมและกระจายไปยังตลาดกลางภูมิภาค และระดับประเทศ เพื่อให้เกิดการพัฒนาประสิทธิภาพของระบบตลาดสินค้าเกษตรและ ช่วยสร้างความเข้มแข็งให้กับอาชีพเกษตรกรรม ผมกราบเรียนท่านประธานว่าสิ่งเหล่านี้ ได้ประสบความล้มเหลวอย่างสิ้นเชิงครับท่านประธาน ในส่วนของการตั้งงบประมาณไว้นั้น ก็มีลักษณะเฉกเช่นเดียวกันกับองค์การคลังสินค้า เพียงแต่ว่ามีค่าใช้จ่ายซึ่งแตกต่าง เข้าไปอีกนิดเดียวแค่นั้นที่ไม่เหมือนกัน นอกนั้นแล้วเหมือนกันแทบทั้งสิ้น ท่านประธาน ที่เคารพครับ ผมไปดูงบรายจ่ายที่องค์การตลาดเพื่อเกษตรกรได้ตั้งไว้ เห็นแล้วน่าตกใจครับ ท่านประธาน ต้องบอกงบรายจ่ายอื่น ชําระคืนต้นเงินกู้และดอกเบี้ย โครงการรับซื้อลําไยสด เพื่อแปรรูปและการตลาดลําไยอบแห้ง ปี ๒๕๔๗ ๘๐๐ ล้านบาท ท่านประธานครับ นี่คือการล้มเหลวจากโครงการรับจํานําลําไยในรัฐบาล พันตํารวจโท ดอกเตอร์ทักษิณ ชินวัตร ในปี ๒๕๔๗ ชําระคืนต้นเงินกู้และดอกเบี้ยตามโครงการแทรกแซงตลาดรับซื้อข้าวเปลือก ปี ๒๕๕๒ ปี ๒๕๕๓ อยู่จํานวนหนึ่งซึ่งไม่มาก ท่านประธานที่เคารพครับ ผมมีรายงานการวิจัย ของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ซึ่งอย่างน้อยก็ได้วิจัยในเรื่องของโครงการศึกษามาตรการ การแทรกแซงตลาดข้าวเพื่อป้องกันการทุจริต นี่ฉบับที่ ๑ ครับท่านประธาน โครงการศึกษา มาตรการแทรกแซงตลาดลําไยเพื่อป้องกันการทุจริต นี่ฉบับที่ ๒ ครับท่านประธาน โครงการศึกษามาตรการแทรกแซงตลาดมันสําปะหลังเพื่อป้องกันการทุจริต นี่คือตัวอย่าง ในฉบับที่ ๓ ท่านประธานที่เคารพครับ นอกจากนั้นสํานักงาน ป.ป.ช. โดยคณะกรรมการ ป.ป.ช. ก็ยังได้จ้างบุคคลทําการศึกษาวิจัยในเรื่องอื่น ๆ อีก ๓ รายการ ก็คือเกี่ยวกับเรื่องนมและ ผลิตภัณฑ์ ผมจํารายการไม่ได้ แต่ผมสรุปให้ท่านประธานฟังให้ได้ว่าบทคัดย่อซึ่งเขียนโดย คุณนิพนธ์ พัวพงศกร และคุณกิตติกร จารุพงศ์ ซึ่งเป็นนักวิชาการจากทีดีอาร์ไอ (TDRI) สรุปได้ว่าโครงการรับจํานําข้าวเปลือกนาปีฤดูการผลิต ปี ๒๕๔๘ ปี ๒๕๔๙ นี่ก็รัฐบาล พันตํารวจโท ดอกเตอร์ทักษิณ ชินวัตร คล้ายกับสถานการณ์ในปี ๒๕๕๑ ปี ๒๕๕๒ ก็เป็นรัฐบาลของพรรคเพื่อไทยหรือพรรคไทยรักไทย ก็เป็นรัฐบาลของท่านนะครับ เขาสรุปมาว่าสาเหตุที่โครงการรับจํานํามีปัญหาขาดทุนมหาศาลเกิดจากการที่รัฐ กําหนดราคารับจํานําข้าวเปลือกให้สูงกว่าราคาตลาด แต่ประมูลขายข้าวสารในราคาต่ํากว่า ราคาส่งออกในตลาด การที่รัฐจ่ายค่าจ้างสีแปรสภาพและค่าเช่าโกดังให้ผู้ประกอบการ ในอัตราสูงกว่าอัตราตลาด มูลค่าการขาดทุนจึงประกอบด้วยค่าเช่าทางเศรษฐกิจ ค่าใช้จ่าย ในการดําเนินการ และความสูญเสียจากการเก็บรักษาข้าวเป็นจํานวนมหาศาล ท่านประธานครับ เขาบอกว่านักการเมืองและเจ้าหน้าที่ของรัฐจะได้ส่วนแบ่งค่าเช่าจากโรงสีเจ้าของโกดังและ ผู้ส่งออก โครงการรับจํานําจึงเป็นการช่วยเหลือเกษตรกรที่สิ้นเปลืองครับท่านประธาน นอกจากจะเกิดภาระขาดทุนมหาศาลจากการที่รัฐกลายเป็นผู้ค้าข้าวรายใหญ่แล้ว ผลประโยชน์ส่วนใหญ่ร้อยละ ๕๕ ของผลตอบแทนส่วนเกิน ไม่ได้ตกอยู่กับเกษตรกรครับ ท่านประธาน ซึ่งก็ไม่เป็นไปตามเจตนารมณ์ของนโยบายของรัฐบาล ก่อให้เกิดปัญหาวินัย ทางการเงินการคลัง ประโยชน์ส่วนใหญ่มิได้ตกแก่ชาวนาครับ แต่ตกแก่ผู้ส่งออก โรงสี เจ้าของโกดัง และเจ้าหน้าที่ของรัฐ มิหนําซ้ําชาวนาส่วนใหญ่ที่ได้ประโยชน์คือชาวนา ที่มีฐานะในเขตชลประทาน ก็คือ ภาคกลาง พี่น้องภาคเหนือ ภาคอีสานไม่ได้ประโยชน์ครับ พ่อค้าส่งออกรายใหญ่ได้เปรียบพ่อค้าส่งออกข้าวรายอื่น ๆ การแทรกแซงยังก่อให้เกิด พฤติกรรมการแสวงค่าเช่าทางเศรษฐกิจ ตลอดจนการทุจริตในทุกระดับของการแทรกแซง ผลที่ตามมาก็คือความเสียหายต่อการใช้ทรัพยากรและการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ ดังนั้นรัฐบาลจึงควรยกเลิกโครงการรับจํานําข้าวเปลือกครับท่านประธาน นี่คือผลสรุปของ ทีดีอาร์ไอ ซึ่ง ป.ป.ช. จ้างให้วิจัยออกมา ผมเชื่อครับ แต่ผมคิดว่ารัฐบาลชุดนี้ยังไม่เชื่อ ก็ยังดื้อดัน ยังดึงดันที่จะดําเนินการตามนโยบายรับจํานําต่อไป โดยใช้ ๒ องค์กรหลัก ที่ผมเรียนท่านประธานตั้งแต่เบื้องต้น คือ อ.ต.ก. และ อคส. ผมคิดว่าทั้ง ๒ หน่วยงานนี้ไม่ได้ พัฒนาไปในทางที่เป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชนเลยครับท่านประธาน มีแต่การทุจริต มีแต่ความเสียหายตามมาโดยตลอด เขาก็บอกอยู่ในรายงานด้วยนะครับว่าการใช้ระบบ ส่วนต่างเป็นระบบที่เกิดประโยชน์ที่สุด ซึ่งพรรคผมก็ดําเนินการมาในช่วงที่เป็นรัฐบาล เราคิดว่าเราเดินมาถูกทาง มีสมาชิกหลายท่านอภิปรายก่อนหน้า ผมเน้นในส่วนที่เกี่ยวกับ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกระทรวงพาณิชย์ ก็ได้ชี้แจงรายละเอียดในส่วนต่าง ๆ ไปมากพอสมควร ผมก็ถือเอารายงาน ๓ ฉบับนี้ เรื่องลําไย เรื่องมันสําปะหลัง เรื่องข้าว เป็นหลักเพื่อที่จะติติง รัฐบาลและติติงหน่วยงานทั้ง ๒ หน่วยงานให้รีบเปลี่ยนนโยบายในการดําเนินการ เพื่อช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกร วิกฤติของพี่น้องเกษตรกรกลายเป็นโอกาสของพ่อค้า กลายเป็นโอกาสของนายทุน กลายเป็นโอกาสของนักการเมือง ของรัฐบาลที่มีพฤติกรรม ในการทุจริตคอร์รัปชัน ดังนั้นผมจึงขอปรับลดงบประมาณ จริง ๆ แล้วเติมเลขศูนย์ไม่ทัน ท่านประธานครับ จะตัด ๕๐ เปอร์เซ็นต์ครับ เขียนไว้ที่ ๕ เปอร์เซ็นต์ครับ ขอบคุณ ท่านประธานครับ
กรรมาธิการชี้แจงไหมครับ เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายวัชระ เพชรทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะโฆษกคณะกรรมาธิการ ท่านประธานครับ ในประเด็นขององค์การคลังสินค้าอยากจะ กราบเรียนเพื่อนสมาชิกท่านธีระชาติ ปางวิรุฬห์รักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดชุมพร ท่านประธานครับ ประเด็นนี้ในที่ประชุมคณะกรรมาธิการ ผมได้ตั้งคําถามผู้แทนสํานักงบประมาณให้ตอบแล้วก็ยังไม่ตอบ ก็คือในประเด็นที่ว่า ท่านรัฐมนตรีบุญทรง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ได้สั่งพักงานผู้อํานวยการองค์การ คลังสินค้า พันตํารวจตรี ศราวุฒิ สกุลมีฤทธิ์ หรือสารวัตรเหยิน ซึ่งเป็นอดีตผู้ต้องหา ในคดีสังหารดาบยิ้ม เป็นจําเลยที่ ๔ เป็นผู้อํานวยการ อคส. ในปัจจุบัน ผมถามตัวแทน สํานักงบประมาณว่าเมื่อรัฐมนตรีสั่งพักงานผู้อํานวยการ อคส. แล้ว ยังมีสิทธิมาชี้แจง งบประมาณเพื่อของบประมาณให้กับองค์การคลังสินค้าในปีนี้อีก ๕,๐๐๐ ล้านบาทหรือไม่ ท่านประธานครับ ประเด็นนี้เป็นประเด็นปัญหาข้อกฎหมาย ผมจึงอยากให้ตัวแทน สํานักงบประมาณได้ยืนยันในสภาแห่งนี้ว่าการที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ในฐานะ ผู้บังคับบัญชาได้สั่งพักงานผู้อํานวยการองค์การคลังสินค้าไปแล้วยังมีสิทธิมาแถลง ของบประมาณจากทางราชการอีกหรือไม่ ท่านประธานครับ ขอได้โปรดเรียกตัวแทนของ สํานักงบประมาณมาตอบให้กับที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ เพราะผมเชื่อว่า พี่น้องประชาชนทั้งประเทศก็อยากได้ฟังด้วยเช่นเดียวกัน และประเด็นสําคัญก็คือว่าปัญหา การทุจริตหอมแดงที่จังหวัดศรีสะเกษเป็นมูลค่านับร้อยล้านบาท และข้าราชการ กระทรวงพาณิชย์ได้ทําหนังสือถึงอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษเพื่อขอให้รับเป็นคดีพิเศษ แต่นายธาริต เพ็งดิษฐ์ ก็ยังไม่รับเป็นคดีพิเศษ เพราะข้าราชการกระทรวงพาณิชย์อ้างว่า เต็มไปด้วยผู้มีอิทธิพลและมีอิทธิพลมืดเป็นจํานวนมาก ข้าราชการในกระทรวงพาณิชย์ ไม่สามารถที่จะรับคดีนี้ไว้ได้ จึงขอพึ่งกรมสอบสวนคดีพิเศษ ท่านประธานครับ จึงกราบเรียน เพื่อนสมาชิกฝ่ายค้านพรรคประชาธิปัตย์ได้โปรดรับทราบว่าปัญหาในองค์การคลังสินค้า เป็นอย่างนี้ และกระผมในฐานะกรรมาธิการเสียงข้างน้อยก็ได้พูดทัดทานไว้ในที่ประชุม คณะกรรมาธิการชุดใหญ่แล้ว แต่ปรากฏว่าก็ยังไม่มีคําตอบจนถึงวินาทีในคืนที่ดึกดื่นเช่นนี้
ผมขอลงมตินะครับ
(นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง มีสัญญาณ ให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนทําการตรวจสอบองค์ประชุมและลงมติ)
ก่อนลงมติขอตรวจสอบองค์ประชุมก่อนนะครับ เมื่อท่านสมาชิกเข้ามาแล้วนะครับ ช่วยกรุณากดปุ่มแสดงตนก่อนนะครับ ก่อนจะลงมติในมาตรา ๓๐ นะครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)
เรียบร้อยนะครับ เจ้าหน้าที่ส่งผลครับ ๓๑๔ ท่านนะครับ
ผมขอถามมติที่ประชุมนะครับ ท่านใดเห็นด้วยให้คงไว้ตามร่างของ กรรมาธิการเสียงข้างมากให้กดปุ่ม เห็นด้วย ท่านใดเห็นด้วยกับกรรมาธิการ ที่ขอสงวนความเห็นหรือผู้แปรญัตติที่สงวนคําแปรญัตติให้กดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ท่านใดงดออกเสียงให้กดปุ่ม งดออกเสียง เชิญออกเสียงลงคะแนนครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)
มีท่านใดยังไม่ลงไหมครับ
(ไม่มีสมาชิกยกมือ)
เรียบร้อย ขอปิดการลงคะแนนนะครับ ส่งผลครับ เห็นด้วยกับกรรมาธิการเสียงข้างมาก ๒๘๑ ท่าน เห็นด้วยกับกรรมาธิการเสียงข้างน้อย ๑๑๒ ท่าน งดออกเสียง ๖ ท่าน ถือว่าที่ประชุมมีมติเห็นด้วยกับกรรมาธิการเสียงข้างมาก
เชิญต่อไปมาตรา ๓๑ ครับ
มาตรา ๓๑ สภากาชาดไทย ไม่มีการแก้ไข มีกรรมาธิการขอสงวนความเห็น และมีผู้แปรญัตติขอสงวนคําแปรญัตติครับ
ท่านกรรมาธิการท่านสงวนคําแปรญัตติมีไหมครับ
(ไม่มีสมาชิกยกมือ)
ถ้าไม่มี ผ่านนะครับ เชิญต่อไปครับ มาตรา ๓๒
มาตรา ๓๒ กองทุนและเงินทุนหมุนเวียน มีการแก้ไข มีกรรมาธิการขอสงวนความเห็น และมีผู้แปรญัตติขอสงวนคําแปรญัตติครับ
มาตรา ๓๑ ยังไม่ได้ลงมติ
คืออย่างนี้ครับ มาตรา ๓๑ เมื่อไม่มีการแก้ไข แล้วก็กรรมาธิการสงวนความเห็นและ ผู้แปรญัตติไม่ติดใจก็ต้องถือว่าเป็นไปตามร่างเดิม เชิญท่านบุญยอดในมาตรา ๓๒ ครับ
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎร ผม บุญยอด สุขถิ่นไทย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรระบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ครับ ผมจะอภิปรายเรื่องกองทุนตั้งตัวได้อย่างกระชับที่สุด และผมหวังว่า กรรมาธิการจะกรุณาอธิบายตอบคําถามที่ผมจะต้องถามเพราะเป็นความจําเป็นอย่างยิ่งครับ กองทุนตั้งตัวได้ในปีนี้ตั้งงบประมาณขอไว้ ๕,๐๐๐ ล้านบาท กรรมาธิการเสียงส่วนใหญ่นั้น ไม่ปรับลด แต่ว่ามีกรรมาธิการเสียงส่วนน้อยซึ่งประกอบด้วยผม แล้วก็ท่านพิเชษฐ พันธุ์วิชาติกุล ท่านวิฑูรย์ นามบุตร ท่านนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ ท่านนคร มาฉิม ท่านผ่องศรี ธาราภูมิ ท่านวัชระ เพชรทอง ท่านพิมพ์ภัทรา วิชัยกุล ท่านกัลยา รุ่งวิจิตรชัย ท่านอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี ท่านชื่นชอบ คงอุดม ท่านวิชัย ล้ําสุทธิ ท่านสราวุธ อ่อนละมัย ท่านสาคร เกี่ยวข้อง ท่านอับดุลการิม เด็งระกีนา ทั้งหมดนี้เป็นกรรมาธิการเสียงข้างน้อยที่ขอปรับ ลดลง ๑,๓๐๐ ล้านบาทครับ กองทุนตั้งตัวได้นั้นโดยความเข้าใจของพวกผมก็คือว่า จะเป็นกองทุนที่จะเอาไว้สําหรับการอบรมสัมมนานักศึกษาที่กําลังจะจบการศึกษา หรือว่าผู้ที่จบไปแล้วและสนใจจะทําการลงทุน เป็นคล้าย ๆ กับพวกเอสเอ็มอีจะมีการอบรม สัมมนากันและหลังจากนั้นก็จะให้กู้เงินหรือไม่ก็คือจะให้การสนับสนุนทางด้านดอกเบี้ยเงินกู้ต่อไป กองทุนนี้ตั้งมาตั้งแต่ปีที่แล้วครับ ๑,๓๐๐ ล้านบาท ปีที่แล้วไม่ได้ใช้เลยแม้แต่บาทเดียว ปีที่แล้วอยู่ที่สํานักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมนะครับ แต่พอมาปีนี้ จากตอนตั้งต้นนี้ก็คือว่าจะไว้ที่เดิม ในระหว่างการพิจารณาของคณะกรรมาธิการนั้น ปรากฏว่ามีมติ ครม. เกิดขึ้นครับ ให้มีการย้ายหน่วยงานจากวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ไปอยู่ที่สํานักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษาเพื่อให้มาดูแลเงินงบประมาณ ๕,๐๐๐ ล้านบาทนี้ครับ ในขณะที่มีการพิจารณาอยู่ในขณะนั้นจนถึงวันนี้ผมเชื่อว่ายังไม่มี การตั้งคณะกรรมการที่จะมาดูแลกองทุนนี้แต่อย่างใด กรรมการยังไม่มี ประธานยังไม่มี วิธีการทํางานหรือวิธีการใช้เงินของกองทุนนี้ยังไม่มีหลักเกณฑ์ หลักการแต่อย่างใดครับ คําอธิบายของรองเลขาธิการ สกอ. ที่มาอธิบายก็มีความสับสนกับคําให้สัมภาษณ์ของท่าน ในสื่อมวลชนมาโดยตลอดนะครับ คําอธิบายอยู่ครั้งหนึ่งก็คือว่าจะใช้เงิน ๕,๐๐๐ ล้านบาท อบรมนักศึกษาหรือคนที่สนใจประมาณ ๕,๐๐๐ คนให้ได้คนที่สามารถประสบความสําเร็จ ได้ประมาณ ๕๐๐ คน แล้วก็จะให้เงินลงทุนให้เป็นลักษณะเงินกู้อย่างที่ว่า ท่านประธาน ลองคิดตัวเลขดูนะครับ ผมถามว่าค่าใช้จ่ายในการที่จะใช้อบรมประมาณเท่าไร ท่านรองเลขาธิการตอบว่าประมาณ ๒๐-๒๕ เปอร์เซ็นต์ของกองทุน นั่นคือตัวเลขที่ ๑,๐๐๐ ล้านบาทถึง ๑,๒๕๐ ล้านบาท อบรมคน ๕,๐๐๐ คนด้วยเงิน ๑,๒๕๐ ล้านบาท ท่านหารตัวเลขทันไหมครับ ใช้คนละ ๒๕๐,๐๐๐ บาทครับ ลองหารตัวเลขอีกครั้งผมก็คิดว่าผมหารผิดครับ ใช้การอบรมคน ๕,๐๐๐ คนด้วยเงิน ๑,๒๕๐ ล้านบาท เราใช้เงินอบรมกัน ๒๕๐,๐๐๐ บาท ส่งไปเรียนที่ ยูซีแอลเอ (UCLA) หรืออย่างไรครับ แต่จริง ๆ แล้วก็คือหน่วยงานอุดมศึกษาของเราประมาณ ๖๐ หน่วยงาน จะเป็นผู้อบรมคน ๕,๐๐๐ คนนี้ หวังผลเพียงแค่ ๕๐๐ คนครับที่จะประสบความสําเร็จ แล้วสามารถที่จะเข้ามาอยู่ในกองทุนนี้ได้ กองทุนนี้ไม่ชัดเจนครับ ตกลงจะให้เป็นดอกเบี้ย อย่างเดียวหรือจะให้เป็นการสนับสนุนเงินกู้กี่เปอร์เซ็นต์กันแน่ ผมถามตอนแรกบอกว่า ประมาณ ๔๐ เปอร์เซ็นต์ ตอนหลังบอก ๒๐ เปอร์เซ็นต์ สมมุติว่าจะตั้งการกู้เงินประมาณ ๒๐ ล้านบาทก็จะสนับสนุนประมาณ ๔,๐๐๐,๐๐๐ บาท ๒๐ ล้านบาทก็ต้องไปกู้จาก ธนาคารออมสินนะครับ คนที่จะกู้ต้องรับผิดชอบต่อตัวเองด้วยก็คือกู้เงินมาก็ต้องชดใช้ ปีนี้บอกว่าจะตั้ง ๕,๐๐๐ ล้านบาท ปีต่อไปบอกว่าจะเพิ่มเป็นอีก ๑๐,๐๐๐ ล้านบาทครับ ท่านประธาน ยังไม่มีหลักเกณฑ์หลักการใด ๆ ไม่มีกฎหมายที่จะมารองรับ ท่านประธานครับ ผมอยากจะบอกกับท่านสมาชิกนะครับ กองทุนต่าง ๆ เช่นกองทุนเงินออมยังมาเป็น พระราชบัญญัตินะครับ พวกเรายังได้ดูรายละเอียดร่วมกันว่าจะใช้เงินกองทุนนั้นอย่างไร ตั้งกันปีแรกแค่ ๑,๐๐๐ ล้านบาทก็ยังไม่ได้เงินจนขณะนี้ แต่นี่คือกองทุน ๕,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งผ่านแค่มติ ครม. ให้เปลี่ยนแปลงหน่วยงานเท่านั้น แต่วันนี้เข้ามาในงบประมาณนี้ โดยไม่มีหลักการทํางาน ไม่มีวิธีการในการทํางานเลย ไม่มีหน่วยงานที่ชัดเจน มีแค่ตัวหน่วยงานเฉย ๆ ว่า สกอ. ทํา อย่างนี้จะตั้งงบประมาณได้หรือครับ ผมถามท่าน จริง ๆ นะครับถ้าเป็นรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์พวกท่านให้ผ่านจริงหรือครับ ๕,๐๐๐ ล้านบาทนี้ยังซ้ําซ้อนกับสิ่งที่มีอยู่แล้วในงบประมาณปีนี้ กองทุนส่งเสริมวิสาหกิจ ขนาดกลางและขนาดย่อมของบประมาณปีนี้ ๘๘๘ ล้านบาทครับ นี่กองทุนเดิมยังขอแค่ ๘๘๘ ล้านบาท แล้วกองทุนตั้งตัวได้ซึ่งเป็นกองทุนลอย ๆ อย่างนี้ขอ ๕,๐๐๐ ล้านบาท ได้อย่างไรครับ สกอ. มีงบอยู่แล้วในการเป็นศูนย์บ่มเพาะวิสาหกิจชุมชน ๗๒ ล้านบาท กรมอาชีวศึกษามีการบ่มเพาะผู้ประกอบการอาชีวศึกษาครบวงจรอีก ๙๐ ล้านบาท การใช้เงิน ๕,๐๐๐ ล้านบาทถ้าท่านจะอนุมัติท่านช่วยตอบต่อหน่วยงานดังต่อไปนี้ครับ สํานักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัยได้ไป ๑,๒๗๕ ล้านบาท นี่ทั้งสํานักงานนะครับ กรมพลศึกษาได้ ๔,๐๐๐ กว่าล้านบาท กรมการท่องเที่ยวดูแลการท่องเที่ยวให้ประเทศไทย มีรายได้เพิ่มขึ้นได้ไป ๓,๙๐๐ ล้านบาท กรมศุลกากรจัดเก็บงบประมาณได้ปีนี้ ๒,๘๐๐ กว่าล้านบาท แต่กองทุนลอย ๆ แบบนี้จะได้ ๕,๐๐๐ ล้านบาทหรือครับ ท่านตอบต่อกระทรวงพลังงานด้วยนะครับ กระทรวงพลังงานทั้งกระทรวงได้ ๑,๙๐๐ ล้านบาทครับ กระทรวงวัฒนธรรมได้ ๕,๙๐๐ ล้านบาท ทั้งกระทรวงได้เท่านี้ แต่กองทุนนี้จะได้ ๕,๐๐๐ ล้านบาท ท่านตอบกับธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลาง และขนาดย่อมแห่งประเทศไทย ทั้งธนาคารได้ ๒๔๑ ล้านบาท กองทุนนี้เท่ากับ ๒๕ เท่า ของธนาคาร ๑ ธนาคารครับ ธนาคารเขาได้ ๒๔๑ ล้านบาทครับ ตอบกับมหาวิทยาลัย ราชภัฏยะลาหน่อยได้ไหมครับ ท่านรู้ไหมครับมหาวิทยาลัยราชภัฏยะลาได้ปีละ ๒๘๐ ล้านบาทครับ ๕,๐๐๐ ล้านบาทเขาใช้ได้เกือบ ๒๐ ปีครับ ตอบกับมหาวิทยาลัย รามคําแหงของท่านประธานด้วยนะครับที่ท่านเรียนจบมา มหาวิทยาลัยรามคําแหงได้ ๑,๒๖๘ ล้านบาท ๕,๐๐๐ ล้านบาทมหาวิทยาลัยรามคําแหงใช้ได้ ๔ ปี กับเด็กมหาวิทยาลัย รามคําแหงกี่แสนคนครับ วันนี้ท่านจะอบรมคน ๕,๐๐๐ คน ให้ได้ผลผลิต ๕๐๐ คน แล้วให้เงินกู้หรือไม่ผมไม่ทราบว่าท่านจะทําอะไร เราจะอนุมัติกัน ๕,๐๐๐ ล้านบาทในวันนี้ ถ้าเราไม่อนุมัติในวันนี้เท่ากับประเทศชาติประหยัดเงินกู้ ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาทลงไป ๕,๐๐๐ ล้านบาท ผมถามท่านอีกครั้งนะครับว่าถ้าเป็นพรรคประชาธิปัตย์ทําแบบนี้ถ้าท่านให้ ผมก็จะยอมรับว่านี่เป็นโครงการที่พวกท่านเห็นว่าดีและสามารถที่จะให้ได้โดยไม่มี กฎหมายรองรับ มีเพียงมติ ครม. พวกผมจะทําหน้าที่ต่อไปถ้าท่านผ่านกันในวันนี้ พวกผม จะดูว่า ๕,๐๐๐ คนนั้นเป็นเด็กของแกนนําของใครบ้าง ของหมู่บ้านใดบ้าง ของอําเภอใดบ้าง ของ ส.ส. คนใดบ้าง ๕,๐๐๐ คนที่ได้รับการกู้เป็นลูกของใครที่จะเอาไปทําธุรกิจอะไร ที่ได้ผลประโยชน์กลับมาจริงจังหรือไม่ พวกผมจะตรวจสอบกันต่อไป ขอบคุณท่านประธานครับ
กรรมาธิการจะตอบไหมครับ เชิญครับ
เรียนท่านประธานที่เคารพ ผม วรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดแพร่ พรรคเพื่อไทย ในฐานะของรองประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณ รายจ่ายประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๖ ท่านประธานครับ ขออนุญาตตอบคําถามของ ท่านบุญยอดในเรื่องของกองทุนตั้งตัวได้ ต้องขออนุญาตทําความเข้าใจอย่างนี้ครับ กองทุนตั้งตัวได้ไม่ได้เป็นกองทุนที่ใช้งบประมาณไปเพื่อกองทุนตัวเอง แต่จริง ๆ แล้ว เราตั้งกองทุนไว้เพื่อให้การสนับสนุนนักศึกษาในมหาวิทยาลัย ซึ่งตอนนี้ในมหาวิทยาลัยหรือ ในระดับอุดมศึกษามีมหาวิทยาลัยที่มีศูนย์บ่มเพาะอยู่ประมาณ ๖๐ แห่งที่มีความพร้อม จากจํานวนของทางมหาวิทยาลัยทั้งหมดจํานวน ๖๐ แห่งนั้นต้องมีศูนย์บ่มเพาะทําการฟูมฟัก นักศึกษาให้มีขีดความสามารถในการเป็นผู้ประกอบการ วันนี้เองถ้าเราดูนักศึกษา ในช่วงที่ผ่านมานั้น เราจะพบว่าเมื่อจบปริญญาตรีแล้วไม่สามารถที่จะไปกู้เงินไปลงทุน หรือไปดําเนินการอะไรได้ก็ขาดโอกาส ในรุ่นพวกเรานี่ละครับพวกเราขาดโอกาสกันมาตลอด พวกเราคิดว่าทําอย่างไรถึงจะมีคนมาดูแลให้โอกาสพวกเราบ้าง วันนี้ในรัฐบาลนี้เราได้มองว่า การให้โอกาสแก่นักเรียน นิสิต นักศึกษาที่จบปริญญาตรีแล้วให้มีเงินกู้รายละไม่เกิน ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท เป็นเงินที่ไม่มากครับ เป็นเงินกู้ครับ แต่ว่ากู้นั้นก่อนจะกู้ต้องไปอบรม บ่มเพาะให้มีขีดความสามารถเป็นผู้ประกอบการเอาไปลงทุนได้ อีก ๒ ปีเราจะเข้าสู่ ประชาคมอาเซียน เราจะให้คนของเรามีขีดความสามารถด้อยกว่าชาวต่างประเทศ เขาได้อย่างไร วันนี้เราจําเป็นจะต้องให้คนของเราเองได้มีโอกาสที่จะได้รับการดูแล จากภาครัฐบ้างไม่มากก็น้อย จริง ๆ จํานวนเท่านี้น้อยมากครับ เป้าหมายของการตั้งทั้งหมด แห่งละ ๑,๐๐๐ ล้านบาทต่อ ๑ สถาบันการศึกษา ๖๐ แห่งคือ ๖๐,๐๐๐ ล้านบาทครับ ปีที่ผ่านมาตั้งไว้ ๑,๓๐๐ ล้านบาท ปีนี้อีก ๕,๐๐๐ ล้านบาท เพิ่งจะ ๖,๓๐๐ ล้านบาท เพียง ๑๐ เปอร์เซ็นต์ของเป้าหมายที่เราจะดําเนินการทั้งหมด ผมอยากจะเรียน ท่านกรรมาธิการแล้วก็ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรครับ เพื่ออนาคตของเยาวชนของเรา ที่จะต้องก้าวเข้าไปสู่การแข่งขันในระดับของอาเซียน ก้าวเข้าไปสู่การแข่งขันในระดับนานาชาติ ให้โอกาสเขาเถอะครับ สิ่งนี้ไม่ใช่ผลงานของใครคนใดคนหนึ่ง วันนี้เราผ่านงบประมาณนี้ ด้วยกันในนามของสภาผู้แทนราษฎร ก็เป็นผลงานของพวกเราทั้งหมดละครับที่จะให้โอกาส แก่เด็ก ๆ ของเรา แก่เยาวชนรุ่นหลัง ก็ขอท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรครับ ให้โอกาสแก่คนรุ่นหลัง ของเราได้มีโอกาสที่จะเป็นผู้ประกอบการในอนาคตเถอะครับ ก็ได้ช่วยกรุณาอนุมัติผ่าน งบประมาณก้อนนี้ด้วยครับ ขอบคุณครับ
ต่อไปจะขอมติในมาตรา ๓๒ นะครับ
(นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง มีสัญญาณให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนทําการตรวจสอบองค์ประชุมและลงมติ)
เชิญอาจารย์กนกครับ
ท่านประธานครับ ผม กนก วงษ์ตระหง่าน กรรมาธิการ ผมขออนุญาตที่จะเรียนกับท่านประธาน ความจริงไม่ได้ตั้งใจ จะพูดเลยนะครับ ผมคิดว่าท่านรัฐมนตรีวรวัจน์ท่านอธิบายความด้วยความที่รู้ไม่ทั้งหมดนะครับ
เรื่องจริงก็คือว่าประการที่ ๑ เลยนะครับ ท่านรัฐมนตรีครับ ๑,๓๐๐ ล้านบาทนั้น อยู่ที่ สสว. นะครับ แล้วก็ได้จัดสรรงบประมาณตาม พ.ร.บ. ปีที่แล้วนะครับ และกรรมาธิการ งบประมาณได้สอบถามสํานักงบประมาณว่าจะโอนตรงนี้ไปให้ สกอ. ได้หรือไม่ คําตอบคือ ไม่ได้นะครับ เพราะฉะนั้นที่ท่านบอกว่ากองทุนตั้งตัวได้จะมีอยู่ ๖,๓๐๐ ล้านบาทนั้น ไม่จริงนะครับ มีเพียง ๕,๐๐๐ ล้านบาทเท่านั้น อันนั้นเป็นประเด็นที่ ๑
ประเด็นที่ ๒ สิ่งที่พวกผมเป็นห่วงกันนั้นไม่ใช่เรื่องหลักการของการตั้งตัวได้ ของบัณฑิตนะครับ เราเห็นด้วยกับการที่จะให้นักศึกษาเป็นผู้ประกอบการ แต่สิ่งที่เรา เป็นห่วงก็คือวิธีการต่างหากนะครับ เพราะวันนี้เราพิจารณางบประมาณกันเราต้องการให้ การใช้งบประมาณนี้คุ้มค่านะครับ แล้วก็ตรงนี้ก็เป็นอีก ๑ ตัวอย่างครับท่านรัฐมนตรี นโยบายฟังดูดีแต่เวลาปฏิบัติแล้วมันไม่เป็นอย่างนั้นนะครับ เพราะฉะนั้นสิ่งที่ประชาชน พูดว่านโยบายล้มเหลวคือล้มเหลวอย่างนี้นะครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นตรงนี้ ผมไม่อยากที่จะอธิบายในรายละเอียดมากกว่านี้นะครับ แต่ขอความกรุณาท่านรัฐมนตรี เวลาชี้แจงขอให้ข้อมูลให้ครบแล้วก็ถูกต้อง ไม่ใช่ชี้แจงเพื่อให้ผ่าน ๆ ไปนะครับ ขณะนี้เวลาก็ ๐๑.๒๓ นาฬิกาแล้ว เพราะฉะนั้นตรงนี้ผมขออนุญาตกราบเรียนท่านประธาน ด้วยความเคารพเพื่อเป็นบันทึกของสภาว่าในการที่จะชี้แจงต้องรับผิดชอบ แล้วก็สิ่งที่ พวกผมพยายามจะร่วมมือกับกรรมาธิการเสียงข้างมากนั้นก็เป็นความพยายามอย่างยิ่งแล้ว ขอบคุณครับ
เชิญท่านรองประธานคณะกรรมาธิการครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม วรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดแพร่ พรรคเพื่อไทย ในฐานะรองประธานคณะกรรมาธิการ ขออนุญาตนําเรียนครับว่าจริง ๆ ท่านบุญยอด ก็ทราบแล้วว่าจริง ๆ มันอยู่ในที่ สสว. บอร์ด (Board) ใหญ่คือท่านนายกรัฐมนตรี คือสํานักนายกรัฐมนตรีเป็นผู้ดูแลบอร์ดใหญ่ สสว. นั้นอยู่ในสังกัดของกระทรวงอุตสาหกรรม ก็เพราะว่าท่านประธานบอร์ดเล็กบอร์ดบริหารนี่เป็นปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม แต่ก็มี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมเป็นผู้รักษาการตาม พ.ร.บ. แต่ผู้กํากับดูแลในส่วน ทั้งหมดคือบอร์ดใหญ่ ซึ่งท่านนายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้ท่านรองนายกรัฐมนตรีกิตติรัตน์ เป็นประธานคณะกรรมการส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ซึ่งใน ๒ ส่วนนี้ จริงครับมีงบประมาณอยู่ทั้ง ๒ ส่วน คือส่วนที่สํานักนายกรัฐมนตรีใน สสว. และในส่วนของ กระทรวงศึกษาธิการที่ สกอ. แต่ทั้งหมดนี้ทํางานร่วมกัน แล้วก็ให้การสนับสนุนต่อนักศึกษา ในแต่ละมหาวิทยาลัยเหมือนกัน ทั้งภาพรวมครับมี ๖,๓๐๐ ล้านบาท ขออนุญาตชี้แจง ท่านบุญยอดเพิ่มเติมอีกนิดเดียว ในส่วนที่ท่านถามว่าถ้าในส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ ตั้งโครงการกองทุนชิ้นนี้ขึ้นมาจะอนุมัติได้หรือไม่ ผมต้องเรียนครับในสมัยที่เราเป็น กรรมาธิการร่วมกันท่านคงจําได้มีกองทุนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ตั้งโดย พ.ร.บ. งบประมาณ รายจ่ายประจําปีงบประมาณไปอยู่ที่สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ จํานวน ๓๐๐ ล้านบาท ผมก็ซักถามเช่นเดียวกันว่ามาตั้งได้ไหม ตั้งโดย พ.ร.บ. งบประมาณ รายจ่ายประจําปีงบประมาณ ตั้งได้ครับ เช่นเดียวกันครับเมื่อสมัยนั้นได้สมัยนี้ก็เหมือนกัน เราก็ตั้งเช่นเดียวกันไม่ได้แตกต่างกัน แต่ครั้งนี้เองที่ผมขอท่านคือเราให้โอกาสกับเด็กของเรา ส่วนในรายละเอียดที่ไม่ชัดเจนอย่างไรนั้นผมก็ต้องกราบขออภัยด้วยครับ ขอบคุณครับ
เชิญอาจารย์ครับ
ท่านประธานครับ ผม กนก วงษ์ตระหง่าน กรรมาธิการนะครับ ต้องขออนุญาตขอประทานโทษเพื่อนสมาชิกใช้เวลาอีก นิดเดียวครับ ท่านประธานครับ ประเด็นที่สําคัญผมหวังว่าท่านรัฐมนตรีวรวัจน์คงจะไม่ได้ง่วง จนเกินไป ประเด็นก็คือว่า ๑,๓๐๐ ล้านบาทนี้เป็นเงินจากงบประมาณปี ๒๕๕๕ ที่จัดไว้ที่ สํานักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมของกระทรวงอุตสาหกรรม ท่านกํากับ สํานักงบประมาณ ผมไม่ทราบว่าเจ้าหน้าที่สํานักงบประมาณได้บรรยายสรุปให้ท่านทราบ หรือไม่ว่าเงินเมื่ออนุมัติใช้ในเรื่องหนึ่งตามพระราชบัญญัติฉบับหนึ่งไม่สามารถจะเอาไปใช้ ในเรื่องอื่นได้นะครับ สิ่งที่ผมพูดมานี้ต้องการจะบอกกับท่านว่ากรุณาอย่าทําผิดกฎหมายนะครับ เพราะหลายเรื่องใน พ.ร.บ. งบประมาณรายจ่ายประจําปีงบประมาณฉบับนี้มันหมิ่นเหม่ ต่อการผิดกฎหมายเยอะมากเลย แต่เนื่องจากว่าเราพยายามที่จะประคองกันไป เพราะฉะนั้น ขอความกรุณาท่านรัฐมนตรีนะครับถ้าท่านเชื่อแล้วก็มั่นใจว่าสิ่งที่ท่านพูดถูก ผมขอให้ท่าน โอนเงินไปเลย ๑,๓๐๐ ล้านบาทจาก สสว. ไปที่ สกอ. หรือแม้กระทั่งให้อนุมัติใช้เพื่อกองทุน ตั้งตัวได้ท่านทําเถอะครับ เสร็จแล้วเราจะได้ดูกันว่ามันถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ ขอความกรุณาเถอะครับ อันนี้เป็นคําเตือนด้วยความหวังดีจริง ๆ เพราะผมเคยรับราชการมา ๒๐ กว่าปี ก่อนจะมาเป็น ส.ส. ผมได้รับราชการ ๒๐ กว่าปี แล้วผมเป็นศาสตราจารย์ ไม่ได้ซื้อไม่ได้ขายแต่ได้รับโปรดเกล้าฯ มาด้วยความสามารถของตนเอง ผมเป็นรองปลัดทบวง อยู่ที่ สกอ. ครับ คนที่มาชี้แจงเป็นลูกน้องเก่าผมทั้งนั้น เพราะฉะนั้นผมรู้ดีว่าเรื่องนี้ เป็นอย่างไร ขอความกรุณาเถอะครับอย่ามีอคติ อย่าใช้ทิฐิมานะ ท่านผิดแล้วก็ผิดเถอะ ไม่เป็นไรพวกผมให้อภัยได้ ของผิดกันได้ครับ เพราะฉะนั้นด้วยความเคารพจริง ๆ นะครับ ท่านรัฐมนตรี หวังดีกับท่านจริง ๆ กรุณาอย่าดื้อเถอะครับเพราะความดื้อของท่าน มันหมิ่นเหม่ต่อการสร้างเรื่องมาหลายเรื่องแล้วนะครับ ขอบพระคุณครับ
เชิญท่านบุญยอดครับ
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรครับ ผม บุญยอด สุขถิ่นไทย พรรคประชาธิปัตย์ บัญชีรายชื่อ จากตัวเลข ที่ท่านรองประธานกรุณาให้มาผมคิดว่าก็ตรงกับที่ผมขอตัดไปนะครับ ท่านประธานครับ เราขอตัด ๑,๓๐๐ ล้านบาท เพราะปีที่แล้วยังมีเงินอยู่ ปีนี้ท่านขอมา ๕,๐๐๐ ล้านบาท ถ้าท่านตัดตามนี้ก็ไม่ได้เสียหายต่อโครงการของท่านถูกไหมครับ ท่านยังมีอยู่ประมาณ ๕,๐๐๐ ล้านบาทเหมือนเดิม ดังนั้นจึงขอความกรุณาจากท่านรองประธานนะครับว่า จะได้ไม่ต้องลงคะแนนกันนะครับถ้าท่านกรุณาจะตัดให้ ผมคิดว่าเราทุกคนก็จะได้สบายใจ ว่าเราได้พิจารณากันอย่างรอบคอบ อย่างที่ท่านพูดนะครับ คราวที่แล้วพรรคประชาธิปัตย์ทํา ๓๐๐ ล้านบาทเอง ๓๐๐ ล้านบาทท่านยังวิจารณ์เลยครับ แล้วท่านจะไม่ให้ผมวิจารณ์ ๕,๐๐๐ ล้านบาทของท่านได้อย่างไร จะไม่ให้พวกเราอภิปรายเรื่องนี้ได้อย่างไร ผมยืนยัน ต่อท่านประธานและพี่น้องประชาชนนะครับว่าเราไม่เคยขัดขวางการให้การสนับสนุน ต่อเยาวชนคนรุ่นใหม่ที่จะเป็นผู้ประกอบการได้ แต่ท่านประธานครับ กองทุนหมู่บ้าน เราให้หมู่บ้านละ ๓๐๐,๐๐๐ บาท ๕๐๐,๐๐๐ บาท เท่านั้นเองนะครับ ต้องทํา โครงการเหมือนกัน แต่เราจะให้เด็ก ๑ คน ผ่านการอบรมแล้วใช่ ผ่านการอบรม ในราคาแพงใช่หรือไม่ ท่านก็ไม่ได้ตอบเรา แต่สุดท้ายจะให้กู้ ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาทง่าย ๆ เลย หรือครับ มหาวิทยาลัยหนึ่งให้กู้ได้ตั้ง ๑,๐๐๐ คน ๑,๐๐๐ ล้านบาทเลยหรือครับ แล้วก็ถ้าหากว่าจะให้กู้จริง ๆ ไปรอกู้ปีหน้าครับท่านประธาน ไม่ได้กู้ตั้งแต่เดือนตุลาคมนี้ หรอกครับ อบรมก่อน สัมมนาก่อน ชัดเจนก่อน มีความรู้ความสามารถแล้วตกลงก็มากู้กัน มันเดินในปีหน้าครับ ไม่ใช่ปีนี้ เพราะฉะนั้นท่านลด ๑,๓๐๐ ล้านบาทได้เพื่อประหยัด งบประมาณให้กับแผ่นดิน กรุณาทําเถอะครับ ขอบพระคุณครับ
เชิญท่านรองประธานคณะกรรมาธิการ
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม วรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดแพร่ พรรคเพื่อไทย ในฐานะของ รองประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณครับ ผมขออนุญาตนําเรียนอย่างนี้ครับ ที่ท่านเข้าใจเรื่องการโอนถูกต้องครับ ไม่มีการโอนจาก สํานักนายกรัฐมนตรีหรือ สสว. ไปยัง สกอ. แต่เป็น ๒ หน่วยงานทําภารกิจเดียวกันร่วมกัน ก็เช่นเดียวกับหลาย ๆ หน่วยงานครับ เราทําในเรื่องเดียวกัน การให้การสนับสนุน เราไม่ได้ ให้การสนับสนุนเพียงมหาวิทยาลัยเดียว เรามีถึง ๖๐ แห่ง เราสามารถแบ่งงานกันทําได้ เราสามารถมอบหมายงานที่แตกต่างกันได้ในภารกิจเดียวกัน เพราะฉะนั้นในเรื่องนี้ เป็นเรื่องที่ไม่ขัดต่อข้อกฎหมายครับ ผมมีเอกสารอยู่เป็นหนังสือของทางราชการของ สํานักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ถ้าหากว่าท่านต้องการผมจะนําส่งให้นะครับ ในการยืนยัน การดําเนินการนั้น ก็ขออนุญาตนําเรียนท่านบุญยอดครับว่าในส่วนนี้เป็นส่วนที่เราจะให้ การสนับสนุนต่อเด็กและเยาวชนของเราเอง ผมไม่ขอให้ท่านชี้แจงมากกว่านี้นะครับ ผมคิดว่าท่านเข้าใจอยู่แล้ว ก็ขอให้ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้ใช้ดุลยพินิจ ในการตัดสินใจต่อไปแล้วกันครับ ขอบคุณครับ
กรรมาธิการเขายืนก็ขอมติ
(นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง มีสัญญาณ ให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนทําการตรวจสอบองค์ประชุมและลงมติ)
ก่อนจะลงมติในมาตรา ๓๒ ขอตรวจสอบองค์ประชุมก่อนนะครับ เมื่อท่านเข้ามาแล้ว ขอความกรุณากดปุ่มแสดงตนนะครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)
เรียบร้อย เชิญเจ้าหน้าที่ส่งผลครับ ๓๐๖ ท่าน ครบองค์ประชุมแล้วนะครับ
ผมจะถามมติที่ประชุมนะครับ ท่านใดเห็นให้คงไว้ตามร่างของกรรมาธิการ เสียงข้างมากให้กดปุ่ม เห็นด้วย ท่านใดเห็นด้วยกับกรรมาธิการที่ขอสงวนความเห็น หรือผู้แปรญัตติที่สงวนคําแปรญัตติให้กดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ผู้ใดงดออกเสียงให้กดปุ่ม งดออกเสียง ขอเชิญออกเสียงลงคะแนนได้ครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)
มีท่านใดยังไม่ลงคะแนนไหมครับ เดินเข้ามาลงคะแนนหรือยังครับ
(ไม่มีสมาชิกยกมือ)
ผมขอปิดการลงคะแนนนะครับ เจ้าหน้าที่ส่งผล เห็นด้วยกับกรรมาธิการเสียงข้างมาก ๒๗๔ ท่าน เห็นด้วยกับกรรมาธิการเสียงข้างน้อย ๑๑๙ ท่าน งดออกเสียง ๑๐ ท่าน ที่ประชุมมีมติเห็นด้วยกับกรรมาธิการเสียงข้างมาก
เชิญต่อมาตรา ๓๓
มาตรา ๓๓ ให้กระทรวงการคลังมีอํานาจสั่งจ่ายเงินแผ่นดิน ไม่มีการแก้ไข มีกรรมาธิการขอสงวนความเห็นและมีผู้แปรญัตติขอสงวนคําแปรญัตติครับ
กรรมาธิการจะขอใช้สิทธิไหมครับกับผู้แปรญัตติที่สงวนคําแปรญัตติ ถ้าท่านไม่ติดใจ ในมาตรา ๓๓ ไม่มีการแก้ไข ผมผ่านนะครับ เชิญมาตรา ๓๔ มีไหมครับ ดอกเตอร์ประกอบ ใช่ไหมครับ เชิญครับ ดอกเตอร์ประกอบ
เรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายประกอบ จิรกิติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ ระบบบัญชีรายชื่อ ผมได้ขอแปรญัตติโดยขอให้เพิ่มความในมาตรา ๓๓ วรรคสอง ดังต่อไปนี้ ในกรณีที่มี การโอนเปลี่ยนแปลงงบประมาณรายจ่ายดังกล่าวในวรรคหนึ่งเป็นจํานวนเงินเกินกว่า ร้อยละ ๑๐ ของงบประมาณรายจ่ายที่ได้รับจัดสรรนั้น ต้องได้รับความเห็นชอบจาก สภาผู้แทนราษฎรเสียก่อนจึงจะสามารถกระทําได้ ผมขออนุญาตเรียนท่านประธานและ ท่านกรรมาธิการว่าเหตุผลที่ผมขอเพิ่มความในวรรคสองนี้ เพราะว่าในกรณีที่ ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๖ ได้รับ การสนับสนุนเห็นชอบจากสภาแล้ว ในกรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงเกินกว่าร้อยละ ๑๐ น่าที่จะได้มีการนํากลับมาเสนอต่อสภาผู้แทนราษฎรเพื่อได้พิจารณาเหตุผลในการที่จะ โอนย้ายดังกล่าว แต่ในกรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงน้อยกว่าร้อยละ ๑๐ ก็น่าจะเป็นอํานาจ ตามเดิมที่สามารถกระทําได้ จึงขออนุญาตเรียนท่านประธานและท่านกรรมาธิการ เพื่อโปรดพิจารณาครับ ขอบคุณครับ
เชิญคณะกรรมาธิการพิจารณาในคําขอแปรญัตติของดอกเตอร์ประกอบครับ
ท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรติ ผม วิทยา บุรณศิริ ในฐานะกรรมาธิการ กรรมาธิการเสียงข้างมากขอยืนตามที่ กรรมาธิการได้พิจารณาครับ
ท่านดอกเตอร์ประกอบครับ เมื่อกรรมาธิการขอยืนท่านติดใจไหมครับ ถ้าไม่ติดใจ ผมจะผ่านไปมาตรา ๓๔ นะครับ
เรียนท่านประธานที่เคารพครับ ถ้าเป็นไปได้ผมขออนุญาตเรียนผ่านท่านประธานไปยังท่านกรรมาธิการขอทราบเหตุผล ในการที่ยืนด้วยครับ ขอบคุณครับ หรือเพราะเหตุใดที่ท่านเห็นว่าถ้าหากว่ามีการเปลี่ยนแปลง เกินกว่าร้อยละ ๑๐ แล้วไม่ควรที่จะนํากลับมาสู่การพิจารณาของสภาอีกครั้งหนึ่งครับ ขอบพระคุณครับ
เชิญท่านรองประธานคณะกรรมาธิการอีกทีหนึ่งครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ คือระเบียบที่ปฏิบัติมาก็เรียนให้ทราบแล้วว่ากรรมาธิการก็ถือว่า การเปลี่ยนแปลง การปรับปรุง ก็มีอํานาจของฝ่ายบริหาร แล้วก็สามารถกระทําได้ แล้วคิดว่า สัดส่วนที่จะมีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงนั้นไม่ได้เป็นไปตามจํานวนที่ท่านได้กล่าว งบที่ผ่านมาจึงใส่แล้วก็ต้องมาผ่านมติ ครม. ในการเปลี่ยนแปลง มีอํานาจของฝ่ายบริหาร เข้ามาเกี่ยวข้อง เพราะฉะนั้นในส่วนนี้กรรมาธิการก็ขอยืนในการพิจารณา แล้วก็ประเพณี ที่เคยปฏิบัติมา
ถ้าดอกเตอร์ประกอบไม่ติดใจผมขอผ่านมาตรา ๓๓ นะครับ เชิญต่อมาตรา ๓๔ ครับ
มาตรา ๓๔ ให้นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ ไม่มีการแก้ไข ไม่มีกรรมาธิการ ขอสงวนความเห็น และไม่มีผู้แปรญัตติขอสงวนคําแปรญัตติครับ
ถ้าไม่มี ผ่านนะครับ จบการพิจารณาในวาระที่สองเรียงตามลําดับมาตรานะครับ ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๓๐ จะต้องสรุปอีกครั้งหนึ่ง มีท่านสมาชิกท่านใดจะขอแก้ไข ถ้อยคําหรือไม่ครับ
(ไม่มีสมาชิกขอแก้ไข)
ถ้าไม่มีนะครับ จบการพิจารณาวาระที่สอง
ต่อไปจะเป็นการพิจารณาในวาระที่สาม ผมจะขอมติที่ประชุมจากที่ประชุม ว่าจะเห็นชอบกับร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๖ หรือไม่นะครับ ก่อนจะลงมติขอตรวจสอบองค์ประชุมก่อนนะครับ
(นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง มีสัญญาณ ให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนทําการตรวจสอบองค์ประชุมและลงมติ)
เมื่อท่านสมาชิกเข้ามาแล้วนะครับ ช่วยกรุณากดปุ่มแสดงตนก่อนนะครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)
กดปุ่มแล้วเจ้าหน้าที่ส่งผลครับ ๓๓๖ ท่านนะครับ
ผมจะถามมติจากที่ประชุมอย่างนี้นะครับ ผู้ใดเห็นชอบตามที่ผมได้เรียนก็คือ เห็นชอบตามร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๖ ท่านใดเห็นชอบกดปุ่ม เห็นด้วย ท่านใดไม่เห็นชอบกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ท่านใดงดออกเสียง กรุณากดปุ่ม งดออกเสียง ขอเชิญออกเสียงลงคะแนนได้ครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)
มีท่านใดยังไม่ลงมีไหมครับ
(ไม่มีสมาชิกยกมือ)
เรียบร้อยแล้วนะครับ ผมขอปิดการลงคะแนน เชิญส่งผลครับ มีผู้เข้าร่วมประชุม ๔๑๙ ท่านนะครับ เห็นด้วย ๒๗๙ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๘ ท่าน งดออกเสียง ๑๒๗ ท่าน ถือว่าที่ประชุมมีมติเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๖
ตามที่คณะกรรมาธิการได้เสนอข้อสังเกตไว้ในรายงานของคณะกรรมาธิการ เกี่ยวกับร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ สภาผู้แทนราษฎรจะต้องพิจารณาและลงมติว่า จะเห็นด้วยหรือไม่โดยไม่มีการอภิปราย ผมจะขอมติจากที่ประชุมนะครับว่าเห็นด้วยกับ ข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการหรือไม่ ท่านใดเห็นด้วยกับข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการ กดปุ่ม เห็นด้วย ท่านใดไม่เห็นด้วยกับข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ท่านใดงดออกเสียงกดปุ่ม งดออกเสียง เชิญออกเสียงลงคะแนนครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)
มีท่านใดยังไม่ลงไหมครับ
(ไม่มีสมาชิกยกมือ)
ผมขอปิดการลงคะแนน เชิญส่งผลครับ เห็นด้วยกับข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการ ๓๑๒ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๒ ท่าน งดออกเสียง ๒๐ ท่าน ที่ประชุมนี้เห็นด้วยกับข้อสังเกตของ คณะกรรมาธิการนะครับ
ผมต้องขอบคุณคณะกรรมาธิการทุกท่าน จบการพิจารณานะครับ รัฐบาลมีอะไรจะแถลงไหมครับ
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพครับ ผม นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในนามของรัฐบาลกระผมขอกราบขอบพระคุณ ท่านประธานและท่านสมาชิกที่ได้กรุณาให้ความเห็นชอบผ่านร่างพระราชบัญญัติ งบประมาณรายจ่ายประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๖ สําหรับคําแนะนําและข้อสังเกต ที่ท่านสมาชิกได้กรุณาอภิปรายไว้ รัฐบาลจะขอน้อมรับเพื่อนําไปประกอบการพิจารณา เพื่อการปฏิบัติงานของหน่วยราชการต่าง ๆ เพื่อประโยชน์ของการบริหารราชการบ้านเมืองต่อไป กราบขอบพระคุณครับ
วันนี้หมดระเบียบวาระการประชุมนะครับ ผมขอขอบคุณท่านสมาชิกทุกท่านและ คณะกรรมาธิการครับ ผมขอปิดประชุมครับ
เลิกประชุมเวลา ๐๑.๔๓ นาฬิกา
ของวันศุกร์ที่ ๑๗ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๕๕๕