สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๕ · ๑๖ สิงหาคม ๒๕๕๕

วรงค์ เดชกิจวิกรม หารือเรื่องงบประมาณที่มีการซื้อขาย และขาดความโปร่งใสในการจัดสรรเงิน พร้อมเรียกร้องให้รองนายกรัฐมนตรีกิตติรัตน์แสดงความโปร่งใสในการจัดการงบประมาณ โดยเฉพาะเรื่องทุจริตในพรรคประชาธิปัตย์

นายวรงค์ เดชกิจวิกรม พิษณุโลก

ท่านประธานที่เคารพ ผม นายแพทย์วรงค์ พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดพิษณุโลก เนื่องจากว่าในมาตรา ๕ เป็นเรื่องของ สํานักนายกรัฐมนตรี มันมีประเด็นของสํานักงบประมาณครับ เพราะสํานักงบประมาณ ดูแลงบประมาณแผ่นดินของประเทศ แล้วก็อย่างน้อย ผอ. สํานักงบประมาณก็ต้องเข้ามาเป็น กรรมาธิการด้วย แต่ปรากฏว่าสิ่งที่ผมเห็นแล้วพวกผมไม่สบายใจคือวันนี้พวกผมจะให้ผ่าน งบประมาณไปได้ง่าย ๆ ไม่ได้ครับ เพราะสิ่งที่ผ่านมาเมื่อวานนี้มีการขอกับท่านประธาน คณะกรรมาธิการท่านกิตติรัตน์ท่านก็พูดด้วยความสง่าของท่านทุกครั้งครับ ท่านบอกว่า งบประมาณทุกอย่างโปร่งใส ชี้แจงได้ โครงการ ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งวันนี้ท่านมาแล้ว ผมดีใจนะครับ ซึ่งเดี๋ยวท่านต้องชี้แจงครับ โครงการ ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาทที่ท่านพูดถึง ๑๓๐ กว่าโครงการ แต่ในเว็บไซต์พูดถึง ๑๕๕ โครงการ ซึ่งวันนี้พวกผมเรียกร้องครับท่านประธาน พวกผมเรียกร้องเพราะต้องการที่จะดูว่าการแก้ปัญหาน้ําท่วมเงิน ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท มันไม่ใช่น้อย ๆ มันเป็นเงินมหาศาลเลยครับ หรือถ้าท่านไปเทียบกับโครงการรับจํานําข้าว โครงการรับจํานําพืชผลทางการเกษตร ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาทหรืออะไรรู้สึกว่าน้อยใช่ไหมครับ ท่านถึงได้ให้พวกผมมาได้แค่นี้ ผมพยายามเอาเอกสารนี้มานั่งดูครับ อย่างเช่นผมมาดูงบของ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ท่านเขียนไว้ว่าซ่อมแซมคลองส่งน้ํา ๔๔๔ ล้านบาท แล้วพวกผมจะไปรู้ได้อย่างไรว่าซ่อมแซมมันซ่อมแซมที่ไหน ซ่อมแซมจังหวัดไหนบ้าง และแม้แต่การจัดสรรตัวเลขที่ท่านเขียนมามันก็ซ้ําซ้อนกันถึง ๓ ครั้งครับ ในงบนี้ที่ท่านแจก พวกผมมานี่ซ่อมแซมคลองส่งน้ํา ๔๔๔ ล้านบาท ในขณะเดียวกันเว้นวรรคไปอีกประมาณ ๗-๘ บรรทัดเขียนอีกแล้วครับ โครงการซ่อมแซมคลองส่งน้ํา ๑,๐๙๓ ล้านบาท เว้นวรรคไปอีก ๔-๕ บรรทัดเขียนอีกแล้วครับ ค่าซ่อมแซมคลองส่งน้ําอีก ๕๕๔ ล้านบาท ซึ่งอยู่ในหน้าเดียวกันครับ ถ้าผมบวกตัวเลขเฉพาะโครงการซ่อมแซมคลองส่งน้ํา เบ็ดเสร็จประมาณ ๒,๐๐๐ ล้านบาทเป็นตัวเลขกลม ๆ ผมยกตัวอย่างต่อนะครับ ท่านพูดถึง โครงการซ่อมแซมคลองระบายน้ํา ตอนแรกผมก็งงเพราะเขาเขียนอย่างนี้จริง ๆ ครับ อันแรกคือซ่อมแซมคลองส่งน้ําเบ็ดเสร็จเขียน ๓ ครั้งประมาณ ๒,๐๐๐ ล้านบาท และอีกบรรทัดหนึ่งเขียนว่าซ่อมแซมคลองระบายน้ําอันนี้เขียนว่า ๓๐ ล้านบาท เว้นไปอีกประมาณ ๔-๕ บรรทัดก็เขียนว่าซ่อมแซมคลองระบายน้ําอันนี้ ๓๔๗ ล้านบาท เว้นไปอีก ๔-๕ บรรทัดก็มีซ่อมแซมคลองระบายน้ําอันนี้ ๒๑๓ ล้านบาท เพราะฉะนั้น ผมสังเกตดูแล้วนี่หลายโครงการชื่อโครงการเหมือนกันแต่ตัวเลขเบ็ดเสร็จแล้วมันแตกต่างกันไป และเวลามารวมกันแล้วมันเป็น ๑,๐๐๐ ล้านบาท ๒,๐๐๐ ล้านบาท ผมยกตัวอย่างต่อนะครับ อย่างของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมปรับปรุงซ่อมแซมแหล่งน้ํา ๑,๖๔๓ ล้านบาท พวกผมก็อยากจะรู้ครับ เราก็อยากจะรู้ว่ารัฐบาลเอาเงิน ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ไปกระจายทําโครงการอะไรบ้าง เดี๋ยวผมอธิบายต่อไปว่าทําไมพวกผมถึงอยากจะรู้ครับ ผมยกตัวอย่างต่ออีกว่า กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมมีโครงการปรับปรุงซ่อมแซมแหล่งน้ํา ๓,๒๓๖ ล้านบาท มหาศาลครับท่านประธาน เพราะเบ็ดเสร็จนี่คือเอกสารแผ่นนี้แผ่นเดียว ประมาณ ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท พวกผมในฐานะผู้แทนราษฎรเราก็อยากจะรู้ว่าในแต่ละพื้นที่ เวลาท่านกระจายลงไปแล้วนี่ อย่างผมยกตัวอย่างว่าซ่อมแซมคลองระบายน้ํา เบ็ดเสร็จประมาณ ๒,๐๐๐ ล้านบาทมันไปลงตรงไหนบ้าง ลงในพื้นที่ของผมไหม พื้นที่ตรงไหนบ้าง แล้วท่านก็ต้องการความโปร่งใส ต้องการให้มีการตรวจสอบได้ครับ แล้วอย่างนี้ผมจะไปตรวจสอบได้อย่างไรครับ แล้วยิ่งที่ท่านได้พูดถึงเว็บไซต์พีมอคฟลัดดอทคอม (pmocflood.com) วันนี้ผมพยายามเปิดเข้าไปสุดท้ายก็เข้าอะไรไม่ได้นอกจากจะเห็น แต่หน้าจอว่ามาตรการของรัฐบาลในการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย ผมก็ดูได้แค่นี้ครับ ก็เป็นภาพรวมว่าต้นน้ํา กลางน้ํา ปลายน้ํา ๑๕๕ โครงการ เห็นได้แค่นี้ท่านประธาน แล้วถ้าจะเข้าไปดูลึกกว่านั้นก็ต้องมีรหัสผ่าน และอยากจะกราบเรียนท่านประธานว่า พวกเราเป็นผู้แทนราษฎร พวกผมเป็นฝ่ายค้าน พวกผมมีหน้าที่ในการตรวจสอบการทํางาน ของรัฐบาล ตรวจสอบพวกท่านครับ มันเป็นภาษีของพี่น้องประชาชน มิหนําซ้ํา เป็นโครงการเงินกู้ในหลาย ๆ โครงการด้วย แล้วทุกคนต้องการความโปร่งใสครับ ผมถือโอกาสให้พี่น้องประชาชนทางบ้านผมได้แค่นี้เองครับ ๑๕๕ โครงการ ต้นน้ํามีเท่าไร กลางน้ํามีเท่าไร แล้วก็ปลายน้ํามีเท่าไร ได้แค่นี้ครับ เพราะที่เหลือต้องมีรหัสผ่าน อาจจะมีลึกเข้าไปนิดหนึ่งเป็นภาพใหญ่ ๆ ซึ่งรวมเบ็ดเสร็จก็คือ ๑๕๕ โครงการเท่านั้นเอง แต่วันนี้ในความเป็นผู้แทนราษฎรผมว่าทุกคนคิดตรงกันครับเราก็อยากจะรู้คลองต่าง ๆ ไปกระจุกอยู่ตรงไหนบ้าง ไม่ใช่เหมือนกับมีเพื่อน ส.ส. ไปกระซิบบอกว่างบพวกนี้ไปกองอยู่ บ้านรัฐมนตรีเยอะแยะ ถ้าสมมุติว่าเราสามารถเห็นแต่ละโครงการได้เราก็จะรู้ครับว่า ที่จังหวัดแพร่ของท่านวรวัจน์มีคลองไปกระจุกมากเกินไปหรือเปล่า ของท่านรัฐมนตรีแต่ละท่าน มีโครงการต่าง ๆ ไปกระจุกมากเกินไปหรือไม่ อย่างนี้ก็เกิดความชัดเจนในการตรวจสอบ ดังนั้นผมอยากจะเรียกร้องครับ วันนี้ท่านรองนายกรัฐมนตรีกิตติรัตน์ซึ่งท่านเป็นประธาน คณะกรรมาธิการงบประมาณ ผมเห็นใจท่านครับ เพราะหลัง ๆ เวลาท่านชี้แจงพวกเรา ดูตรรกะมันไม่ใช่ครับ ผมไม่ใช่นักเศรษฐศาสตร์ แต่บังเอิญเรียนหนังสือเหมือนกันครับ เพราะฉะนั้นคําพูดที่ท่านพูดมาฟังแล้วมันฟังไม่ขึ้น ท่านอย่าตําหนิพวกผมนะครับ คือเราต้องการเรียกร้องท่านมารับฟังตาต่อตาครับ ท่านจะได้รับรู้ว่าเราก็จริงใจ ต่อประเทศชาติเหมือนกัน แต่ไม่ใช่ว่าท่านมาพูด ๆ แล้วท่านก็ไปผมถือว่าท่านไม่ให้เกียรติสภา แล้วผมกังวลอย่างนี้ครับ สังคมไทยเป็นสังคมเลียนแบบ ก็ในเมื่อระดับประธาน ที่ดูแลงบประมาณประเทศยังไม่ยอมนั่ง อีกหน่อยเวลาหัวหน้าส่วนราชการประชุมที เซ็นชื่อแป๊บเดียวไปแล้วปล่อยให้ลูกน้องนั่งประชุมแทน เขาจะเกิดพฤติกรรมเลียนแบบกัน วันนี้ท่านต้องเป็นต้นแบบในการทําหน้าที่ สภาคือตัวแทนของประชาชน ของประเทศ คนที่ไม่สนใจสภาผมก็ไม่รู้จะว่าอย่างไร แต่ผมเชื่อว่าไม่เจริญครับถ้าคิดจะมาเป็นนักการเมือง ผมกลับเข้าสู่ประเด็นว่าวันนี้ทําหน้าที่ผู้แทนที่จะเรียกร้องความโปร่งใส ผมจะเรียกร้องกับท่าน ท่านจะให้ผมในรูปแบบไหนก็แล้วแต่ ท่านจะให้เป็นเอกสารที่ชี้แจงงบ ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ในแต่ละโครงการ เหมือนกับที่สํานักงบประมาณให้มาได้ เพราะสํานักงบประมาณงบแต่ละปี ก็ให้มาได้ครับอันนั้น ๒.๔ ล้านล้านบาท หรือถ้าท่านไม่สะดวกถ้าจะให้เป็นรหัสผ่าน ให้พวกเราเข้าไปตรวจสอบ เพราะว่ามันไม่มีอะไรครับท่านประธาน มันก็เป็นแค่รหัสผ่านเฉย ๆ ที่จะเข้าไปดูว่าโครงการนี้อยู่ที่จังหวัดไหนบ้าง อยู่ที่อําเภอไหนบ้าง บ้านรัฐมนตรี มากกว่า ส.ส. ทั่วไปไหม ชัดเจนครับท่านประธาน แล้วเราก็จะได้ตรวจสอบด้วยว่า เมื่อมีรายละเอียดของโครงการท่านต้องการให้พวกผมมีหน้าที่ในการตรวจสอบ เราสามารถลงพื้นที่ เราก็จะรู้ว่าการขุดลอกคลองเส้นนี้จากระยะนี้ไปถึงระยะนี้ ระยะเท่านี้ ใช้งบเท่านี้ดูแล้วสมเหตุสมผลไหม ถ้าสมเหตุสมผลทุกอย่างก็โปร่งใสครับ หลักของตรรกะ ก็มีอยู่แค่นี้เองเพราะพวกเราต้องการทําหน้าที่ตรวจสอบอย่างเต็มที่ แต่ถ้าตราบใด ลําพังแค่โครงการแต่ละโครงการท่านยังปิดเป็นความลับผมว่าก็เท่ากับขณะนี้กําลังมี ขบวนการสมรู้ร่วมคิดในการทุจริตเกิดขึ้น พวกเราอย่าว่าอย่างโน้นอย่างนี้นะครับ ผู้แทนราษฎรด้วยกัน ท่านประธานคณะกรรมาธิการท่านเป็นนักการเมือง เราได้ยินในสภา คุยกันเยอะครับ เวลาพวกเรา ส.ส. ลงไปนั่งข้างล่างในห้องกาแฟนี่เห็นมีผู้รับเหมามานั่งกัน เยอะแยะครับ เขาบอกโครงการน้ําของรัฐบาลเอา ๓๐ เปอร์เซ็นต์ ผมก็ฟัง ผมไม่ใช่ผู้รับเหมาครับ ไปนั่งกินกาแฟข้างล่างเขาบอกคนนี้เป็นผู้รับเหมาจังหวัดโน้น คนนี้เป็นผู้รับเหมาจังหวัดนี้ มาพบรัฐมนตรีคนนี้ ถ้าจะเอาโครงการไปเอา ๓๐ เปอร์เซ็นต์มาจ่าย ท่านต้องรับทราบนะครับ แล้วท่านรองนายกรัฐมนตรีกิตติรัตน์ผมต้องย้ํากับท่านนะครับ ผมพยายามมองท่านในแง่ดี ๑. มองว่าท่านตามไม่ทันนักการเมือง เพราะคําตอบที่ท่านตอบท่านตามไม่ทัน หรือเดี๋ยวนี้ ท่านเปลี่ยนไป สั่งได้แล้วหรือคนที่ชื่อกิตติรัตน์ ผมคิดได้แค่นี้ครับ ๑. ท่านตามไม่ทัน เพราะดูท่านซื่อ แต่ถ้าท่านคิดว่าท่านตามทันแสดงว่าท่านเปลี่ยนไปครับ ศักดิ์ศรีต่าง ๆ ที่ท่านเคยมีอยู่วันนี้ท่านเปลี่ยนไปหมด เพราะว่าเหตุผลที่ให้กับสังคมมันเปลี่ยนไปจริง ๆ แล้ววันนี้ผมก็ร้องท่านตรง ๆ ครับท่านดูแลงบประมาณแผ่นดิน ข้างล่างห้องกาแฟ ผู้รับเหมามานั่งกันเขาบอก ๓๐ เปอร์เซ็นต์โครงการน้ําของรัฐบาลทั้งหมดครับ ฉะนั้นเพื่อให้เกิดความโปร่งใสท่านรีบสั่งให้สํานักงบประมาณถ่ายเอกสารเอามาให้พวกเรา ทั้งหมดครับ ทั้งฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาล หรือถ้าไม่ทันท่านก็ให้รหัสผ่านมา เพราะอย่าลืมว่า เมื่อวานนี้เราคุยกันแล้วผมจําได้ว่าท่านจุติ ท่านวิทยาก็ทวงท่าน ท่านก็เอารหัสผ่าน มาให้พวกเราเพื่อเข้าไปดูในโครงการทุกอย่างก็จะจบไป แล้วพวกผมก็มีหน้าที่ ในการตรวจสอบ ท่านอย่าพูดซ้ํา ๆ อย่างนี้นะครับ ประโยคที่ช่วงหลังผมเห็นคนของรัฐบาล ชอบพูดบอกว่าถ้าเจอทุจริตก็ให้แจ้งมา ท่านประธานคงได้ยินบ่อย ๆ ครับ ทุกโครงการ เวลาเราบอกว่ามีทุจริตนะ มีทุจริต โครงการนั้นโครงการนี้มีทุจริต ท่านก็บอกว่าถ้ามีทุจริต ให้แจ้งมา ท่านอย่าลืมนะครับว่าประชาชนเลือกพวกเราเข้ามาวันนี้แบ่งภาคกันแล้ว พวกผมเป็นฝ่ายค้านตรวจสอบ ท่านเป็นรัฐบาล ประชาชนไม่ได้หวังว่าให้ท่านมาทํางานอย่างเดียว แล้วทุจริตไม่เป็นไรครับ คําพูดที่ท่านบอกว่ามีทุจริตให้แจ้งมา ถ้าฝ่ายค้านไม่แจ้งก็เท่ากับว่า ท่านไม่มีหน้าที่ในการตรวจสอบทุจริตเลยหรือ ไม่ใช่นะครับ ท่านต้องมีหน้าที่ ในการบริหารงานให้โปร่งใสและไม่มีทุจริต ถ้าผมตรวจสอบว่ามีทุจริตแสดงว่าพวกท่าน บกพร่องครับ ดังนั้นประโยคที่บอกว่าถ้าเกิดตรวจเจอมีทุจริตที่ไหนให้แจ้งมาเท่ากับท่าน กําลังบิดเบือนสังคมให้สังคมสับสน ผมฟ้องประชาชนนะครับว่าต่อไปนี้ถ้าฟังรัฐมนตรีคนไหน ชอบพูดประโยคว่าถ้าไปเจอทุจริตที่ไหนให้แจ้งมา แสดงว่ารัฐมนตรีคนนั้นกําลังรู้เห็นเป็นใจ กับการทุจริตเพราะตัวเองไม่ได้สนใจในการตรวจสอบทุจริต แล้วผมฟ้องให้ประชาชน ได้เห็นภาพเลยว่าพวกผมมี ๑๐๐ กว่าคนครับ เพื่อน ส.ส. รัฐบาลมี ๓๐๐ กว่าคน เราต้องมีหน้าที่ในการตรวจสอบทุจริตเท่ากัน ท่านมี ส.ส. มากกว่าผม ๒ เท่าครับ ท่านมีคณะรัฐมนตรี ท่านมีข้าราชการตั้ง ๒,๐๐๐,๐๐๐ คนในการดูแล และมีงบในการบริหาร ปีหนึ่ง ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ๓,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทครับ ดังนั้นการตรวจสอบทุจริต ของราชการของฝ่ายรัฐบาลจึงง่ายกว่าฝ่ายค้าน ดังนั้นทางการเมืองถ้าผมตรวจสอบทุจริตเจอ ท่านต้องแสดงความรับผิดชอบเต็มที่ นี่คือประโยคที่ ๑ ที่ผมฟังแล้วต้องเรียนกับ ท่านประธานครับ

ประโยคที่ ๒ ที่ผมได้ยินบ่อย ๆ คือการทุจริตครั้งนี้เป็นการทุจริตระดับปฏิบัติการ หรือว่าระดับล่าง ผมถามว่าจะมีนักการเมืองหรือรัฐมนตรีคนไหนไปนั่งทุจริตเองครับ มันก็ให้ระดับล่าง ประทานโทษนะครับ ผมไม่มีเจตนาใช้คําว่ามัน ท่านก็ให้ระดับล่างลงไปโกง ให้ท่านทั้งนั้นครับ ดังนั้นถ้ามีนักการเมืองคนไหนชอบบอกว่าเป็นการทุจริตระดับปฏิบัติการ เท่ากับคนคนนั้นกําลังรู้เห็นเป็นใจในการโกงครับ เพราะถ้ารู้ว่ามีการโกงท่านต้องจัดการทันที แต่ไม่ใช่วัน ๆ บอกว่าเจอโกงที่ไหนก็แจ้งมา พวกนั้นคนนั้นนะโกง ระดับล่างโกงคนนั้นก็โกง และผมชอบเจออีกประโยคหนึ่งในช่วงหลัง ก็บอกว่าวันนี้มากล่าวหารัฐบาลชุดนี้ ตอนท่านเป็นรัฐบาลท่านก็มีการโกง ผมต้องย้ํานะครับบางครั้งคนไทยสับสนง่าย เวลาพูดประโยคนี้ขึ้นมาเหมือนกับเจ๊ากันไปแล้วไม่มีอะไรเกิดขึ้น ท่านเป็นรัฐบาล ถ้าท่านตรวจสอบได้ว่าพรรคประชาธิปัตย์เคยโกงท่านจัดการเลยครับ แล้วยิ่งท่านมีทั้งดีเอสไอ (DSI) มีทั้งตํารวจ มีทุกอย่างเยอะแยะไปหมด รัฐมนตรีคนไหนในพรรคประชาธิปัตย์จับไปเลย ดําเนินการไปเลย แต่ไม่ได้หมายความว่าถ้าเกิดมีการตรวจสอบว่ารัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์เคยโกง แล้ววันนี้ท่านโกงไม่เป็นไร แต่พวกท่านกําลังจะพูดอย่างนี้ครับ ให้เกิดความรู้สึกว่าวันนี้ อันไหนถ้าฝ่ายค้านเคยโกงท่านโกงไม่เป็นไร ไม่ใช่ครับ ตรรกะฟังไม่ขึ้น พี่น้องประชาชน อย่าไปหลงต่อคําเหล่านี้ครับ เพราะขณะนี้คนกลุ่มนี้พยายามสร้างความสับสน ให้กับประชาชน และท้ายที่สุดนี้เป็นเหตุผลที่ผมคิดว่าสิ่งเหล่านี้ทําให้ผมไม่ไว้วางใจหน่วยงาน ในสํานักนายกรัฐมนตรี แล้วต้องย้ําเรียกร้องท่านรองนายกรัฐมนตรีกิตติรัตน์ครับ ศักดิ์ศรีลูกผู้ชาย เพราะท่านพูดยืนยันถึงความโปร่งใส เอาเอกสาร ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท แจงรายละเอียดมาให้พวกเราได้รับรู้ ถ้าทําไม่ได้เอารหัสผ่านมาให้พวกเรา ให้พวกเรา ทําหน้าที่ในการตรวจสอบเพื่อให้ท่านทํางานได้อย่างโปร่งใสครับ ขออนุญาตตัดงบประมาณ ของสํานักนายกรัฐมนตรี ๑๐ เปอร์เซ็นต์ครับ