นาที รัชกิจประการ หารือเรื่องการแก้ไขมาตรา 5 ในส่วนของสํานักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ และองค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยว โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของความร่วมมือระหว่างประชาชนและผู้ที่ไปเที่ยวในการอนุรักษ์และพัฒนาเขตพื้นที่เหล่านี้ให้อยู่ในสถานะที่ยั่งยืน นอกจากนี้ยังเสนอแนะว่าควรลดงบประมาณ ๑๐ เปอร์เซ็นต์เพื่อเพิ่มการมีส่วนร่วมของภาคเอกชน และเพื่อให้การประชาสัมพันธ์และการมีส่วนร่วมของภาคเอกชนมีประสิทธิภาพมากขึ้น
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน ดอกเตอร์นาที รัชกิจประการ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคภูมิใจไทย บัญชีรายชื่อ ดิฉันเองก็เป็นคนหนึ่งที่สงวนคําแปรญัตติไว้ในมาตรา ๕ สํานักนายกรัฐมนตรี ในส่วน (๑๗) แล้วก็ (๑๘) ก็คือสํานักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) รวมถึง (๑๘) ก็คือองค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยว อย่างยั่งยืนถึง ๑๐ เปอร์เซ็นต์ค่ะ สาเหตุหลักที่ดิฉันได้สงวนคําแปรญัตติในมาตรานี้ แล้วก็ตัดถึง ๑๐ เปอร์เซ็นต์ด้วยเหตุผลหลัก ๆ ๒ ประการค่ะ
ประการแรก เราก็จะดูได้นะคะว่าถ้าดูวัตถุประสงค์ของแผนงานที่ทาง สํานักงานได้วางไว้ส่วนใหญ่ก็เป็นในเรื่องของการเพิ่มรายได้จากการท่องเที่ยว แล้วก็ในเรื่องของ การพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน แต่ถ้าเรามาดูแล้วในเรื่องของการเพิ่ม ขอประทานโทษ ที่เอ่ยนามนะคะ ท่าน ส.ส. เมื่อกี้ท่านก็มีการพูดถึงด้วยเหมือนกันนะคะในเรื่องของ การเพิ่มรายได้ ซึ่งถ้าเราดูแล้วมันก็ไม่ได้ตามวัตถุประสงค์ที่วางไว้ เพราะอย่าลืมนะคะ ในเรื่องของการพัฒนาพื้นที่พิเศษ คําว่าพื้นที่พิเศษนี่ค่ะเราต้องมีหลักเกณฑ์ว่าพื้นที่อย่างไร ถึงจะได้รับการจัดตั้งเป็นพื้นที่พิเศษ จะเห็นว่าหลาย ๆ ที่ ดิฉันยกตัวอย่างนะคะ ไม่ว่าจะเป็น เรื่องของสถานที่ที่มีชื่อเสียงในปัจจุบันก็ได้แก่หมู่เกาะช้างหรือพื้นที่เชื่อมโยงทั้งหลาย หรือแม้ปัจจุบันนี้ในเรื่องของเชียงใหม่ซาฟารี พัทยา หรืออุทยานประวัติศาสตร์ ในหลาย ๆ พื้นที่ของประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นจังหวัดสุโขทัย อําเภอศรีสัชนาลัย หรือจังหวัดกําแพงเพชร รวมถึง ๕ จังหวัดชายแดนภาคใต้ด้วยนะคะ ท่านประธานจะเห็นว่า ในพื้นที่เหล่านี้มันมีความพิเศษแล้วแต่ว่าจะพิเศษในด้านใดด้านหนึ่ง แต่พื้นที่พิเศษ ในเรื่องของการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนจะเห็นได้ว่าปัจจุบันนี้เราใช้ความคุ้มค่า ใช้ความพิเศษ ตรงนี้ได้น้อยมาก จะเห็นว่าวันนี้ในเรื่องของความพิเศษและความคุ้มค่าต่าง ๆ เหล่านี้ ไม่เพียงแต่ที่เราจะให้ต่างประเทศได้รู้จักนะคะ ประชาชนในประเทศไทยเองหลาย ๆ ท่าน ก็ได้รู้จักและได้ไปสัมผัสนี่น้อยมาก เพราะฉะนั้นในเรื่องของการพัฒนาเขตพื้นที่ตรงนี้ น่าจะทําได้มากกว่านี้นะคะ แล้วก็สิ่งสําคัญในเรื่องของความร่วมมือ ความร่วมมือ ของประชาชน ความร่วมมือของคนที่ไปเที่ยวนี่ค่ะ ในเรื่องของการสํานึกในเรื่องของ การอนุรักษ์ที่จะทําอย่างไรให้พื้นที่พิเศษเหล่านี้มีการพัฒนาอย่างยั่งยืน อันนี้ก็เป็นสิ่งสําคัญที่สุด อีกอย่างหนึ่งนะคะท่านประธาน เพราะว่าวันนี้ส่วนใหญ่เวลาเราไปเที่ยวในพื้นที่พิเศษเหล่านี้ จะเห็นว่าวันนี้ปัญหาต่าง ๆ ทุกท่านก็ทราบนะคะว่าในเรื่องของการอนุรักษ์การที่จะดูแล ในเรื่องของความเป็นพิเศษที่จะให้มีการพัฒนาอย่างยั่งยืนนี่น้อยมาก ไปเที่ยวแล้ว แทนที่จะช่วยกันดูแลรักษา แต่กลายเป็นว่าไปทําให้พื้นที่เหล่านี้เป็นพื้นที่ที่ไม่น่าดู แล้วก็ไม่น่าที่จะไปท่องเที่ยว เพราะฉะนั้นในเรื่องของการพัฒนาพื้นที่เหล่านี้ก็ยังมีความสําคัญ แล้วก็อยากให้องค์การที่เกี่ยวข้องได้ดูแล แล้วก็ทําอย่างไรถึงจะปลุกจิตสํานึกเหล่านี้ ให้มีการพัฒนาแล้วก็ดูแลกันอย่างยั่งยืนด้วยค่ะ
ประการที่ ๒ ที่ดิฉันให้เหตุผลในเรื่องของการตัด ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ก็คือในเรื่องของการพัฒนาพื้นที่พิเศษเหล่านี้ ในเรื่องของเราเองนี่ค่ะเรามองพื้นที่พิเศษ เหล่านี้ไม่เป็นไปตามธรรมชาติ ทําไมดิฉันถึงได้กล่าวว่าไม่เป็นไปอย่างธรรมชาติ เพราะว่า เมื่อไรก็แล้วแต่ถ้าเรามีการบริหารจัดการพื้นที่พิเศษแล้วก็การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน การมองของเราหรือการไปเที่ยวของเราต้องมองหรือไปเที่ยวอย่างธรรมชาตินะคะ แล้วก็สิ่งสําคัญก็คือเราต้องเข้าใจกฎแห่งธรรมชาติก็คือทุกอย่างมีเกิดขึ้น มีตั้งอยู่ แล้วก็ดับไป ไม่มีสิ่งใดที่จะถาวร เพราะฉะนั้นสิ่งสําคัญก็คือทําอย่างไรให้คนที่ไปใช้หรือไปเที่ยวในพื้นที่พิเศษแห่งนี้ มีการทําลายน้อยที่สุด มีการเบียดเบียนน้อยที่สุด เพื่อที่จะให้พื้นที่นี้เป็นพื้นที่ที่พิเศษ เหมือนกับที่เราได้พูดไว้นะคะว่าเป็นพื้นที่ที่พิเศษ
เพราะฉะนั้นจาก ๒ ประการนี้ดิฉันก็เลยได้ปรับลดถึง ๑๐ เปอร์เซ็นต์นะคะ เพราะว่าวันนี้ในเรื่องของการบริหารจัดการเป็นสิ่งสําคัญที่สุดที่จะทําให้พื้นที่พิเศษเหล่านี้ ได้เพิ่มรายได้ตามวัตถุประสงค์ที่องค์กรได้วางไว้ ถ้าเกิดว่าเราไม่สามารถทํา ๒ ประการนี้ได้ ดิฉันว่าการเพิ่มรายได้จากการท่องเที่ยว แล้วก็การเพิ่มรายได้จากแผนการพัฒนาท่องเที่ยว และการบริการเป็นไปได้น้อยมากนะคะ
ประการที่ ๒ ในเรื่องของสํานักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) ใน (๑๗) ที่ดิฉันได้สงวนไว้เหมือนกันว่า ๑๐ เปอร์เซ็นต์ สิ่งสําคัญของ สํานักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) นี้หลักใหญ่เมื่อกี้ หลาย ๆ ท่านก็คงทราบแล้วว่าก็คือส่งเสริมไมซ์ในเรื่องของ ๔ อย่าง ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของ การจัดประชุมหรือการจัดนิทรรศการ ซึ่งภาระหลักใหญ่ของสํานักงานก็คือในเรื่องของ การอํานวยความสะดวก รวมถึงพัฒนามาตรฐานการจัดงานให้สอดคล้องกับบทบาท ของประเทศไทยในฐานะที่เป็นประเทศที่มีความสามารถแล้วก็ศักยภาพนะคะ ท่านประธานจะเห็นว่าวันนี้ในเรื่องของความสามารถหรือแม้แต่ในเรื่องของศักยภาพ เราเองไม่ได้แพ้ภูมิภาคอื่น ๆ หรือประเทศอื่น ๆ เพราะฉะนั้นวันนี้ในเรื่องของ การอํานวยความสะดวกหรือการพัฒนามาตรฐานทําอย่างไรให้เราสามารถเป็นศูนย์กลาง ซึ่งวันนี้เราก็มีเป้าหมายในการที่จะเป็นศูนย์กลางในการจัดประชุมระดับภูมิภาค หรือแม้แต่ ระดับอาเซียน หรือแม้แต่ระดับชาติ เพราะฉะนั้นสิ่งนี้เป็นสิ่งสําคัญที่ดิฉันว่าวัตถุประสงค์ กับแผนปฏิบัติการที่สํานักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) กับวัตถุประสงค์ที่วางไว้นี่ไม่ได้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ที่วางไว้ ทั้ง ๆ ที่สิ่งสําคัญอีกอย่างหนึ่ง ในเรื่องของการมีส่วนร่วมจะเห็นว่าบอร์ด (Board) ของผู้บริหาร ถ้าสมมุติว่าเราใช้ศักยภาพ ของผู้บริหาร ซึ่งมีตั้งแต่อธิบดีสารนิเทศ ผู้แทนการประชุมนานาชาติ ผู้แทนโรงแรมไทย หรือแม้แต่สมาคมการแสดงสินค้านี่ค่ะ วันนี้ถ้าศักยภาพของผู้บริหารทั้ง ๑๑ คนนี้ เราใช้ศักยภาพของผู้บริหารแล้วสร้างการมีส่วนร่วมให้ทุกองค์กรที่ผู้บริหารเหล่านี้ มีส่วนเกี่ยวข้องอยู่ดิฉันว่าอันนี้จะเป็นสิ่งหนึ่งที่ทําให้การส่งเสริมการจัดประชุม แล้วก็นิทรรศการที่เราจะมีขึ้นในประเทศไทยได้สร้างแล้วก็เพิ่มรายได้จากการจัดในแต่ละครั้ง จะเห็นที่ผ่านมาทุกครั้งเวลาจัดงานในเรื่องของตัวเลขเมื่อกี้ท่าน ส.ส. ก็ได้พูดถึงแล้วนะคะ เพราะฉะนั้นในตรงนี้ก็เป็นส่วนสําคัญที่จะทําอย่างไรให้การประชาสัมพันธ์แล้วก็การมีส่วนร่วม ของภาคเอกชนให้เกิดการมีส่วนร่วมมาก มาก มาก แล้วก็เพื่อที่จะให้การดําเนินงานนี้ บรรลุวัตถุประสงค์ค่ะ ซึ่งจาก ๒ ประการตามที่ดิฉันได้กล่าวมาดิฉันจึงให้เหตุผลในเรื่องของ การตัดงบประมาณ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ค่ะ ขอบพระคุณค่ะ