จุติ ไกรฤกษ์ หารือเรื่องงบประมาณที่มีการเบิกจ่าย 120,000 ล้านบาท และเรียกร้องให้ตรวจสอบความโปร่งใสและธรรมาภิบาล โดยขอให้รายงานโครงการที่มีการเบิกจ่ายนี้ให้ทราบ และให้เอกสารที่เกี่ยวข้องให้ตรวจสอบโดยกระทรวงการคลังและกรมบัญชีกลาง
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผม จุติ ไกรฤกษ์ พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดพิษณุโลก กระผมได้แปรญัตติขอปรับลด งบประมาณในส่วนของสํานักนายกรัฐมนตรีไว้หลายหน่วยงานครับ เพราะผมคิดว่า จริง ๆ แล้วหน่วยงานนี้เป็นหน่วยงานที่สําคัญมากระดับประเทศ ปกติแล้วก็จะไม่ค่อยแตะ เพราะถือว่าให้เกียรติผู้นํารัฐบาลในฐานะที่เป็นตัวแทนของประเทศไทยก็ต้องรักษาเกียรติยศ แต่ปัญหาก็คือว่าที่ผ่านมา ๑ ปี สํานักนายกรัฐมนตรีนั้นมีปัญหาในการบริหารงบประมาณ มากมาย แล้วก็มีปัญหาเรื่องความโปร่งใส เช่นเมื่อปีที่แล้วตอนที่ผมอยู่งบประมาณ เป็นกรรมาธิการงบประมาณ มีรถ ศปภ. เลขที่ ๔/๒๕๕๔ สีบรอนซ์ เป็นรถกระบะ ที่วิ่งไปช่วยเหลือเรื่องน้ําท่วมแล้วก็ไปมีปัญหา ปรากฏว่าซักถามในคณะกรรมาธิการรถคันนี้ ไม่มีการลงทะเบียนใน ศปภ. หรือสํานักนายกรัฐมนตรีแต่อย่างใด ก็เลยไม่ทราบว่ารถคันนี้ ที่พูดถึงเป็นรถที่เขาบริจาคแล้วไม่ลงทะเบียนหรือเป็นรถที่ซื้ออย่างไรก็ไม่ทราบ ทุกวันนี้ ก็ยังไม่ได้คําตอบครับ แต่ผมถือว่าผ่านไปแล้ว ผมได้แจ้งไปแล้ว เมื่อสํานักนายกรัฐมนตรี ไม่มีใครติดใจผมก็ไม่ทราบจะทําอย่างไรเพราะผมไม่ใช่เป็นฝ่ายบริหาร แต่วันนี้ผมดีใจครับ ที่ท่านประธานคณะกรรมาธิการมานั่งฟัง และอยากจะได้ฟังคําชี้แจงจากท่าน เพราะว่า เมื่อคืนนี้เสียดายว่าท่านรีบกลับไปนิดหนึ่ง เพราะตอนที่ท่านชี้แจงเสร็จในเรื่องของมาตรฐาน การทํางานท่านยืนยันว่าไม่มี ๒ มาตรฐาน ท่านยืนยันว่ามีมาตรฐานคิด มีมาตรฐานปฏิบัติ แต่ผมกําลังจะทวงถามจากท่านในฐานะที่ท่านสวมหมวก ๓ ใบ ในฐานะประธาน คณะกรรมาธิการ พ.ร.บ. งบประมาณฉบับนี้ท่านจะต้องตอบสภาครับว่าความโปร่งใส ธรรมาภิบาลที่ตรวจสอบได้ยังอยู่ดีหรือไม่ ผมอยากจะถาม เมื่อเช้านี้ผมก็หวังว่า ท่านคงไม่ยุ่งประชุมโดยไม่ได้ฟังวิทยุว่าในสภาเขาพูดกันว่าอย่างไร เมื่อคืนนี้มีการให้ คํามั่นสัญญากัน ที่ท่านพูดบอกว่าทุกอย่างโปร่งใส ตรวจสอบได้ พวกผมอยากตรวจสอบ ขอเอกสารครับ และเอกสารนี้ที่พวกเราขอนี่นะครับขอตอนที่ท่านยังนั่งเป็นประธาน คณะกรรมาธิการอยู่ด้วยซ้ําไป แต่เอกสารต่าง ๆ เหล่านี้คณะกรรมาธิการก็มีเป็นกติกาไว้ ก็คือว่าให้ส่งเอกสารล่วงหน้าแจ้งไว้ ๓ วัน ถ้า ๓ วันไม่ส่งก็จะแขวนงบ แต่ด้วยความที่ ไม่มีรัฐบาล ไม่มีฝ่ายค้านในคณะกรรมาธิการ ไม่อยากให้การพิจารณาสะดุดก็อะลุ่มอล่วยกันว่า อ้าว เมื่อส่งไม่ทันอิน กู๊ด เฟธ (In good faith) ก็คือหวังว่าจะเคารพซึ่งกันและกัน ก็จะส่งเอกสารตามมาภายหลัง ท่านครับ ในฐานะท่านเป็นประธานคณะกรรมาธิการ แล้วท่านยังเป็นรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจ แล้วก็ยังเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง รับผิดชอบโดยตรงแบบเลี่ยงไม่ได้เลย เอกสารทั้งหลายไม่ได้จัดส่งให้กับคณะกรรมาธิการ แม้แต่น้อย ผมอยากจะกราบเรียนว่ามันไม่สายเกินไปหรอกครับ เช่นเราก็อยากจะทราบว่า คูปองพลังงานรายจังหวัด ๒,๐๐๐ บาทที่ใช้ไปแล้ววันนี้ สตง. ระงับไม่ให้จ่าย เมื่อไม่ให้จ่ายนี่ อาจจะต้องเอาเงินปี ๒๕๕๖ มาจ่ายด้วยซ้ําไป ถามว่าวันนั้น ๒,๐๐๐ บาทท่านทราบไหมครับ พวกเราพูดกันหมด ชาวบ้านไปซื้อใช้ไม่ได้ แล้วไปขายให้กับร้าน ๕๐๐ บาท ๓๐๐ บาท แต่รัฐต้องจ่ายให้กับร้านต่าง ๆ เหล่านั้น ๒,๐๐๐ บาท แต่ชาวบ้านไม่ได้ประโยชน์ครับ เงินมันไปตกอยู่กับกระเป๋าพ่อค้าที่รับซื้อคูปองถูกอย่างนี้เป็นต้น เราก็อยากจะถามว่า ถ้าท่านรัฐมนตรีช่วยเราตรวจสอบให้มันโปร่งใสจริงจังหวัดไหนบ้างที่รับคูปอง จังหวัดไหนบ้าง ที่จ่ายไปแล้วยังจ่ายไม่ครบ จังหวัดไหนบ้างที่มีปัญหา จังหวัดไหนบ้างที่ สตง. ระงับ พวกเราขอทราบแค่นี้ครับ แล้วท่านจะทําอย่างไรกับปัญหาต่าง ๆ เหล่านี้ เพราะทุจริต ช่องโหว่มันมีเกิดขึ้นแล้วและ สตง. เขาก็สะกิดท่านแล้ว ยกตัวอย่างประการนี้
นอกจากนั้นแล้วเราก็ยังอยากจะทราบอีกครับในฐานะที่ท่านดูแลทรัพย์สินของรัฐ กระทรวงการคลังดูแลทรัพย์สินของรัฐ เพราะรัฐวิสาหกิจนี้อยู่ภายใต้กระทรวงการคลัง ซึ่งท่านเป็นรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจ ในมาตรา ๕ นี่นะครับ เราบอกว่าอยากจะขอ รายการที่บริษัทต่างชาติขอสัมปทานน้ํามันมีบริษัทไหนบ้าง แล้วขอที่พื้นที่จังหวัดใดบ้าง พื้นที่จังหวัดผมก็มีปัญหานะครับ เพราะว่ามีการแย่งกัน จะฆ่ากันในเรื่องเหมืองทอง บางคนก็บอกว่าในเรื่องของน้ํามันด้วยซ้ําไป อย่างนี้เป็นต้น ท่านวิทยาพูดว่าเราอยากจะไป ติดตามเรื่องของงบส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่นที่ไปเร่ขายกัน ๓๐ เปอร์เซ็นต์ ๓๕ เปอร์เซ็นต์ จังหวัดผม ๒๐ เปอร์เซ็นต์ครับ เราก็อยากจะบอกว่าท่านในฐานะประธาน คณะกรรมาธิการจัดได้ไหมว่างบส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่นได้รับจัดสรรจากงบกลาง งบเงินกู้ในปี ๒๕๕๖ ปี ๒๕๕๕ ด้วยนี่จะจัดให้สภาได้ดูไหมว่ามันกระจาย มันไม่กระจุก อยู่ในจังหวัดของผู้ที่มีอํานาจ เพื่อทุกคนนั้นจะได้งบประมาณเท่าเทียมกัน แล้วก็ลําดับ ความสําคัญก็ไม่แตกต่างกัน นี่ตัวอย่างจากหลายสิบข้อที่ผมให้ตัวอย่างของท่านประธาน คณะกรรมาธิการ ถามว่าวันนี้ท่านบอกว่าโปร่งใส ผมเชื่อท่านนะครับ เพราะว่าคนอย่างท่าน มาตรฐานเคยเป็นกรรมการผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยมาก่อน ธรรมาภิบาลต้องมาอันดับ ๑ ถึงจะสร้างความเชื่อมั่นเชื่อถือได้ วันนี้เหมือนกันครับ งบประมาณจะผ่านสภา เสียงข้างมากผ่านแน่นอน แต่ผมคงจะต้องบอกพี่น้องประชาชนว่า ที่พวกผมขอเอกสารไปตรวจสอบนี่ไม่ได้เยอะนะครับ ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท เมื่อคืน ท่านกรุณาชี้แจงก่อนที่จะกลับไปจากที่ประชุม ผมไม่ทราบว่ากลับบ้านหรือไปประชุมที่อื่นต่อ แต่ท่านชี้แจงว่า ๑๑๓ โครงการ ๑๑๘,๐๐๐ ล้านบาทเบิกแล้ว ยังเบิกไม่ครบ เหลืออีกไม่กี่พันล้านบาท แต่ถามว่าให้พวกผมดูได้ไหมครับโครงการละเกือบ ๑,๐๐๐ ล้านบาท มันไปจัดที่ไหน มันขุดลอกคลองหรือขุดลอกบึง มันขุดครบไหม ลึกพอไหม กว้างพอไหม ไปกระจุกตัวหรือเปล่า พวกผมไม่มีโอกาสรับทราบ ประชาชนไม่มีโอกาสรู้ นี่คือสิ่งที่ อยากจะกราบเรียนท่านประธานครับว่าตรงนี้ตั้งแต่เมื่อเช้าก่อนท่านประธานขึ้นมานี่ ท่านรองประธานคณะกรรมาธิการ ท่านรัฐมนตรีวรวัจน์ ขออภัยที่เอ่ยนาม ก็รับปากว่า ส่งเอกสารมาให้ ซึ่งมันไม่ตรงเลยครับ มันไม่ตรงเลยกับที่พวกเราขอไป แล้วก็ผม อยากจะทบทวนสักนิดหนึ่งว่าพันธกิจของสํานักนายกรัฐมนตรีพูดชัดเจนครับ พัฒนาสํานักนายกรัฐมนตรีให้เป็นศูนย์กลางครับ เป็นศูนย์กลางในการกํากับ ในการติดตาม ในการประสานงาน ในการเร่งรัด และในการตรวจสอบการปฏิบัติงานราชการของ หน่วยงานของรัฐ นั่นคือทุกคน ทุกหน่วยให้เป็นไปตามหลักธรรมาภิบาล มันชัดเจนครับ ขอเวลาตรงนี้ได้ไหมครับท่านประธาน ก่อนผมจะพูดต่อไปว่าท่านรองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการงบประมาณนี่ลุกขึ้นได้ไหมครับ สั่งสํานักงบประมาณ ข้างหลังเลยครับเอกสารที่พวกเราขอไปและแจกให้สมาชิกถ่ายเอกสารไม่ถึงครึ่งชั่วโมง เสร็จแล้วครับ หรือไม่อย่างนั้นถ้าบอกว่านานก็ขออนุญาตได้ไหมครับว่า ท่านประธานครับ พักการประชุมจนกว่าเอกสารจะส่งให้ได้ เราจะได้พิจารณาอย่างรวดเร็วครับ ไม่เช่นนั้นแล้ว มันก็คาใจแล้วก็ทํากันแบบขอไปที แล้วชาวบ้านจะหาว่าพวกผมล้มมวย เมื่อคืนไปติงเขาไว้แล้ว วันนี้เขาคงเอาอะไรมายัดปากสิยอมเขาง่าย ๆ อย่างนั้น ไม่ใช่ครับ ไม่ยอมครับ เอกสารต้องมี ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ไม่ใช่ ๑๒๐,๐๐๐ บาทนะครับ ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาทไปทําอะไรบ้าง แล้วเงินที่เหลือจากเงินฉุกเฉิน ๓๐,๐๐๐ ล้านบาทจะเอาคืนคลังหรือจะเอาไปทําโครงการอื่น ๆ ต่อไปในปี ๒๕๕๖ ก็ต้องชี้แจงให้ผมทราบครับ ทั้งหมดนี้ตัวเลขท่านมีหมดเพราะท่านคุม กระทรวงการคลัง คุมกรมบัญชีกลาง ตัวเลขเห็นหมดครับ มันหลีกเลี่ยงท่านไม่ได้เลย อํานาจท่านมีอยู่ในมือแล้วครับ เพียงแต่ว่าท่านจะทําหรือไม่ทําเท่านั้น ถ้าท่านทํา ผมจะกราบ ๓ ครั้งเลยว่าท่านได้รักษาคําพูดของท่านว่าท่านจะป้องกันการทุจริต ท่านจะทําทุกอย่างโปร่งใสที่สุด แต่ถ้าเผื่อท่านบอกว่าท่านไม่ทําแล้วมันนกแก้วนกขุนทองพูดไป ผมก็ต้องบอกประชาชนว่าผมได้ตามท้วงติงสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้แล้ว ผมกราบเรียนท่านประธาน ให้บันทึกเอาไว้นะครับ พี่น้องทางบ้านที่โทรศัพท์มาถามผมนี่ ธรรมาภิบาลประกอบด้วย ๖ ข้อ หลักนิติธรรมต้องมีครับ หลักคุณธรรมต้องมีครับ ความโปร่งใส เปิดเผย ตรวจสอบได้ต้องมีครับ การมีส่วนร่วม สภาผู้แทนราษฎรมีส่วนร่วมในการเห็นเอกสารไหม ไม่มีเลยครับ สํานึกความรับผิดชอบของผู้ทํางานมีไหมครับ ตอบตัวเองได้ครับ ความคุ้มค่ามีไหมครับ ผมไม่เห็นเอกสารผมตอบไม่ได้ครับ ฉะนั้นพวกผมที่ทําหน้าที่ตรวจสอบนี้ผมไม่สามารถการันตี (Guarantee) ได้เลยว่างบ ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาทนั้นกระจุกตัวทําจริงหรือไม่ทําจริง แล้วสิ่งที่ผมกลัวที่สุด ท่านประธานครับ ผมบอกประชาชนไว้ด้วยว่าปีนี้ดีว่าพวกเราไปเจอ ที่งบมันซ้ํากันอยู่ในแผนงาน งบเส้นทางของกระทรวงคมนาคม กรมทางหลวงที่สร้างถนน ซ้ํากันครับ ซ้ํากัน ๘๐ เส้นทาง แล้วสํานักงบประมาณรับคําติงจากกรรมาธิการ แล้วก็ไปปรับลดถึง ๕,๐๐๐ ล้านบาท ผมถึงได้ใช้คําพูดอย่างนี้ครับว่าถ้าเผื่อพวกผมไม่ไปเจอ ๘๐ เส้นทางที่ซ้ํากันนี่ก็สร้างถนนเส้นเดียวกัน แต่เบิกจ่าย ๒ หน่วยงานรับสตางค์ไป มีสุนัขอิ่ม ๕,๐๐๐ ล้านบาทโดยไม่ต้องลงทุนแม้แต่บาทเดียว ผมจึงขอความร่วมมือจาก ท่านรองนายกรัฐมนตรีว่าช่วยพวกผมตรวจสอบเถอะครับ ทําให้มันโปร่งใสเถอะครับ เอามาช่วยกันครับว่าเงินต่าง ๆ เหล่านี้ทุกบาทถึงมือประชาชน ประชาชนมีความเป็นสุข แล้วมันก็เป็นพันธกิจ เป็นคํามั่นสัญญาที่ท่านให้นโยบายกับสภาไว้เมื่อตอนท่าน แถลงนโยบายครับ ท่านเป็นส่วนหนึ่งของเสนาธิการทางเศรษฐกิจหลักของรัฐบาลชุดนี้ เป็นประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณครับ เราพูดกันถึงความรับผิดชอบ คําฝรั่งก็คือทั้งเรสปอนซิบิลิตี (Responsibility) แล้วก็ แอคเคาทะบิลิตี (Accountability) ทุกอย่างอยู่ที่ท่านหมดครับ ถ้าเผื่อท่านประธาน บอกอย่างนี้ว่าท่านรองนายกรัฐมนตรีจะลุกขึ้นมาสัญญากับสภาว่าเดี๋ยวภายใน ๑๕ นาที เอกสารถึงหมด ผมจะได้ประหยัดเวลาของสภา ที่ผมจะพูดอีกทุกกรมของ สํานักนายกรัฐมนตรีผมจะได้ไม่ต้องพูด เพราะว่าผมได้เอาเวลานั้นมาตรวจสอบเอกสาร ที่ท่านประธานจะกรุณาร่วมมือกับพวกเราตรวจสอบว่าเงินต่าง ๆ เหล่านี้ไม่รั่วไหลไปไหน ท่านจะทําให้พวกผมได้ไหมครับท่านประธานคณะกรรมาธิการครับ ผมจะถามท่านประธาน ถ้าเผื่อได้จะได้จบ ไม่ได้ผมจะได้อภิปรายต่อ ว่าอย่างไรครับท่านรองนายกรัฐมนตรี ไม่ตอบนี่ นิ่งคือปฏิเสธหรือนิ่งคือยอมรับครับ