วิลาศ จันทร์พิทักษ์ แสดงความไม่พอใจต่อการแปรญัตติของที่ประชุม โดยเฉพาะการแปรญัตติที่เกี่ยวข้องกับกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ และเรียกร้องให้ประธานสภาและกรรมาธิการชี้แจงเรื่องนี้ นอกจากนี้ เขายังหารือเรื่องการซื้อของแจกวันเด็ก การแจกบัตรช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม และโครงการพัฒนาศักยภาพประชาชน พื้นที่ชุมชนเมืองเพื่อความมั่นคงในชีวิต โดยวิพากษ์วิจารณ์การดำเนินการของกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการและศูนย์สุขภาพชุมชนในกรุงเทพมหานคร และเรียกร้องให้ตัดงบประมาณ 3,000 ล้านบาทของโครงการพัฒนาศักยภาพประชาชน
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม วิลาศ จันทร์พิทักษ์ พรรคประชาธิปัตย์ กรุงเทพมหานคร ความจริงแล้วผมแปรญัตติ งบประมาณนี้ไว้หลายมาตรา แต่ก็ให้ความร่วมมือท่านประธานละครับ บางมาตรา ท่านกรรมาธิการก็ได้ตัดไปบางส่วนก็พอกล้อมแกล้มไปได้ บางมาตราก็มีผู้อภิปรายหลายคน ก็ไม่อยากให้เสียเวลา ก็พยายามจะเลือกมาตราที่จําเป็น แล้วต้องเรียนท่านประธาน ในเบื้องต้นนะครับว่าก็จะไม่ลงลึกไม่ทําให้เสียเวลามากละครับ ความจริงแล้วก็อยากจะ สนองตอบท่านนายกรัฐมนตรีเหมือนกัน เพราะเมื่อ ๒ สัปดาห์ที่ผ่านมาหลังจากประชุม คณะรัฐมนตรี ท่านออกมาท่านให้สัมภาษณ์ว่ารัฐบาลชุดนี้ปราศจากการทุจริต ความจริงแล้ว ต้องเรียนท่านประธานในเบื้องต้นว่าผมก็อยากจะชี้แจงท่านว่าที่ท่านบอกว่าปราศจากการทุจริต จริงหรือเปล่า แล้วที่พูดกันว่าทุจริต ๓๕ เปอร์เซ็นต์ผมก็อยากจะแสดงเหมือนกันละครับว่า มันไม่ใช่ทุจริต ๓๕ เปอร์เซ็นต์ มันทุจริต ๙๐ เปอร์เซ็นต์ ผมก็จะแสดง แล้วไว้จัดกันตอนที่ มีการอภิปรายไม่ไว้วางใจ แล้วจะได้เห็นกันละครับว่าที่ ๓๕ เปอร์เซ็นต์ ท่านปฏิเสธ แล้ว ๙๐ เปอร์เซ็นต์มันมาจากไหนไว้คุยกัน
ท่านประธานครับ ผมสงวนคําแปรญัตติกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ ซึ่งในร่างของรัฐบาลตั้งงบไว้ ๖,๐๐๔ ล้านบาทเศษ แล้วท่านกรรมาธิการไปตัดลง ๑๗,๖๐๐,๐๐๐ บาท นี่ละครับเป็นสิ่งที่ผมบอกว่าไม่ค่อยสบอารมณ์ เพราะว่าผมไปเสนอ ตัดไว้ ๓,๐๐๐ ล้านบาท กรมนี้มันต้องตัด เพราะผมเห็นว่าการทํางานตั้งแต่หัวจดหางลงไป ที่พื้นที่ไร้ประสิทธิภาพแล้วมีพฤติกรรมส่อไปในทางทุจริต ผมเรียนท่านประธานอย่างนี้ครับ ที่ผมจะต้องตัดนี่มีเหตุผลอยู่ ๓ ประการเท่าที่ผมพบ ส่วนที่ไม่พบหรือว่าเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ผมไม่มารบกวนเวลาสภานี้หรอกครับ
เรื่องที่ ๑ เรื่องนี้มันก็ชัดเจนแต่ก็จะไม่พูดมากคือเรื่องที่กรมนี้ไปซื้อของแจก วันเด็ก ก็พฤติกรรมมันเคยทํามา ๒ ปีมันเป็นอย่างนั้น เพราะฉะนั้นปีนี้ซื้อผมก็ไม่ไว้วางใจ อีกละครับ เมื่อปี ๒๕๕๓ เวลาเราซื้อของแจกวันเด็กมันต้องดูสิครับของนั้นที่เอาไปแจก อย่างน้อย ๆ มันต้องประเทืองปัญญาเด็ก ไม่ใช่ซื้อเสร็จเอาไปแจกเด็กเด็กโง่เลย อย่างนี้ ก็ไม่ควรทํา หรือว่าซื้อของแล้วเห็นกันชัด ๆ ผมในฐานะประธานคณะกรรมาธิการป้องกัน และปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบเคยเรียกมาชี้แจงงบเมื่อปี ๒๕๕๔ ของขวัญวันเด็กเป็นของเล่นหมุน หมุน หมุน แล้วก็มีหนังสืออยู่ ๓-๔ เล่ม ไม่รู้หนังสือนั้น มันสอนให้เด็กฉลาดตรงไหน ผมเรียกคนที่ทําประกอบธุรกิจเกี่ยวกับของที่กรมนี้ซื้อแจก ผมเรียนตรง ๆ นะครับ เรียกมา ๒-๓ บริษัทเขาบอกว่าอยู่ในช่วง ๘๐-๑๐๐ บาท กรมนี้ไปซื้อ ๑๖๕ บาท ก็บอกไปแล้วว่าเอาละก็ปรารถนาดีที่จะให้กับเด็กก็ไม่ว่ากันแต่วันหลังอย่าทํา มาปีที่ผ่านมาผมไม่ได้สอบละครับ เพราะว่าเขาซื้อของวันเด็กเป็นกระเป๋าใบหนึ่งสีชมพู แล้วเขียนบอกกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ แล้วข้างในก็มีสมุด ดินสอ ผมไม่ได้ เรียกมาถามเรื่องราคา แต่ผมคิดว่ามันน่าจะทํานองเดียวกัน ที่ไม่เรียกมาถามไม่ใช่เชื่อว่า เขาบริสุทธิ์นะครับ แต่ในฐานะที่กรรมาธิการก็เป็นกรรมการกลาง ไม่อยากจะไปลําเอียง เข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง เพราะวันนั้นท่านประธานคงทราบดีนะครับมันมีการปะทะกัน ระหว่างท่านรัฐมนตรีว่าการกับท่านปลัดกระทรวง ทั้ง ๒ ฝ่าย ท่านก็หาเอกสาร เพื่อที่จะเตรียมตอบโต้กัน ผมจะไปเรียกฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมาชี้แจงเดี๋ยวก็บอกว่าไปขัดจังหวะทําให้เสียเวลา ก็ยกผลประโยชน์ให้จําเลย แต่ปีหน้าถ้าซื้อแบบนี้อีกก็เตรียมตัวไปชี้แจงที่ ป.ป.ช. ไม่เว้นแล้วนี่ในประการที่ ๑ ที่ผมไม่ไว้ใจ ผมเห็นว่ากรมนี้มีพฤติกรรมส่อไปในทางทุจริต
ในประการที่ ๒ ที่ผมเห็นว่างบกรมนี้มันน่าจะตัด ๓,๐๐๐ ล้านบาท ก็คือว่าอยู่ดี ๆ เขาน้ําท่วมแล้วก็รัฐบาลท่านนายกรัฐมนตรีคนปัจจุบันนี้แหละครับ ท่านก็ประกาศว่า ท่านผู้ประสบภัยทั้งหลายให้ไปแจ้งความจํานงแล้วรัฐบาลก็จะจ่าย ๕,๐๐๐ บาทเสมอภาค ก็ทุกคนก็ได้ประโยชน์ คนไหนน้ําท่วมมันไม่มีปัญหาอะไรชาวบ้านก็แฮปปี้ (Happy) ดี มีความสุขดี อยู่ดี ๆ ได้รับเงิน ๕,๐๐๐ บาท แล้วผมก็ยินดีด้วยกับพี่น้องประชาชนที่ได้ ตอนนี้มันอยู่ดี ๆ นี่ครับกรมนี้ไม่รู้มันพิสดารอะไร อยู่ดี ๆ ไปออกแบบฟอร์มใบหนึ่งครับ เขาเรียกว่าโครงการช่วยเหลือกลุ่มคนเปราะบาง แล้วก็ไปแจกแบบฟอร์มครับ โดยผ่านไปทาง ศูนย์สุขภาพชุมชน ผมเชื่อว่าทั้งกรุงเทพฯ มีอยู่ทั้งหมด ๑๐ กว่าศูนย์ แต่ที่ผมเห็นมากับตา คือ ๒ ศูนย์ คือศูนย์สุขภาพชุมชน เขต ๙ และเขต ๑๐ ปรากฏว่าเขาไปแจกแบบฟอร์มให้กับ กลุ่มคนที่มีความเปราะบาง ผมก็โทรศัพท์ไปถามเขาครับคําว่าเปราะบางของเขานี่มันแปลว่าอะไร เขาก็บอกว่าประเภทที่ ๑ ก็คือผู้สูงอายุ ประเภทที่ ๒ เด็ก ประเภทที่ ๓ คนพิการ ประเภทที่ ๔ คนที่เข้าสังคมลําบาก คือพวกติดคุกติดอะไรแล้วออกไปทํามาหากินลําบาก คือทั้ง ๔ ประเภทนี้ อยู่ภายใต้เงื่อนไขว่าไม่สามารถประกอบอาชีพเหมือนกับคนปกติ ก็ดีครับโครงการอย่างนี้ ได้ไปช่วยเขา มันเสียนิดเดียวเท่านั้นแหละเขาน้ําท่วมกันวุ่นวายไปหมดอยู่ดี ๆ เขาให้ ๕,๐๐๐ บาท ไอ้นี่ไปเสนอหน้าให้อีก ๒,๐๐๐ บาท รอไปอีกสักพักก็ได้ แล้วปรากฏว่า ก็มีเจ้าหน้าที่ศูนย์สุขภาพชุมชนแต่ละศูนย์ก็มีบานเลยคนไม่รู้รับเข้าไปทําไม แทนที่ตัวเอง จะไปนั่งแจกบัตรแล้วก็ไปอธิบายแล้วก็พิจารณาว่าใครที่เข้าเงื่อนไข ผมไม่โทษหรอกครับ คนที่รับเอาไปแจกบัตรให้ แต่ผมโทษผู้บริหารแต่ละศูนย์ โดยเฉพาะเขตศูนย์ที่ผมเห็นมากับตา คือศูนย์ ๙ กับศูนย์ ๑๐ ที่เลวร้ายที่สุดคือศูนย์ ๑๐ ไอ้นี่ไม่แจกเลย ให้ชาวบ้านเขาแจกหมด แล้วปรากฏว่าคนที่ได้รับไป ผมให้คนไปถ่ายบางคนสร้อยเส้นเท่านิ้วก้อยมันก็ได้ ไม่รู้มันใช้ หลักอะไรพิจารณา ผมไม่อยากพูดหรอกว่าศูนย์พวกนี้มันต้องยุบให้หมดเดี๋ยวจะหาว่า ผมไปแทรกแซงราชการ แต่ถ้า ๓,๐๐๐ ล้านบาทนี้ตัดออกแล้วต้องยุบ ผมยินดีมากเลยครับ ยุบเถอะครับ มันไม่มีประโยชน์อะไร แล้วก็สอบสวนอะไรพวกนี้ด้วย แล้วก็เตรียมตัวเลยครับถ้าเป็นไปได้ถ้ายังยืนยันว่าสิ่งที่ทําไปถูก เตรียมไปชี้แจงที่ ป.ป.ช. เพราะว่าผมก็ให้คนไปถ่ายรูปไว้ว่าที่คุณบอกเขาว่าเขาเป็นคนเปราะบางในสังคม มันเปราะบางจริงหรือเปล่า เขาไม่มีอาชีพ เขาไม่สามารถทํามาหากินจริงหรือเปล่า อันนี้ต้องไปพิสูจน์
ในประการที่ ๓ ที่ผมเห็นว่ามันควรจะตัดก็อยู่ดี ๆ ท่านประธานครับ กรมนี้ละครับจัดพาคนไปอบรม เขาเรียกว่าโครงการพัฒนาศักยภาพประชาชน พื้นที่ชุมชนเมืองเพื่อความมั่นคงในชีวิต ผมไม่ได้ติดใจหรือว่าสนใจว่าโครงการนี้ เป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชนหรือว่าใช้เงินของใคร ใครให้มา แต่กรมนี้ละเป็นคนไปจัด ประเด็นที่ผมติดใจก็คือว่าปรากฏว่าจัดอบรมเสร็จพาเขานั่งเรือไปเที่ยวไปที่เกาะเกร็ด ผมเรียนแล้วนะครับว่าได้ความรู้หรือไม่ได้ความรู้ผมไม่ติดใจ พาประชาชนไปคลายเครียด หลังน้ําท่วมจะว่าดีก็ดีนะครับ แต่โครงการนี้มันไม่สุจริต ท่านประธานครับ เวลาใครก็แล้วแต่ ไปรับเงินราชการมันก็ต้องเซ็นรับเงิน ท่านประธานครับ โครงการนี้นะครับพาคนล่องเรือ ไปอําเภอปากเกร็ด ตอนจะขึ้นจากเรือเขาให้รับคนละ ๒๐๐ บาทไม่ต้องเซ็นอะไรนะครับ แล้วความพิสดารของโครงการนี้ ตอนที่ไปแจกบัตรบอกคุณไปสัมมนาให้ความรู้ บอกว่า คุณถ่ายบัตรประจําตัวประชาชนมา ๒ ใบ ห้ามขีดฆ่าบัตรประจําตัวประชาชนหรือเซ็นรับรอง สําเนาบัตรประจําตัวประชาชน ห้ามเซ็นอะไรทั้งสิ้น เอาบัตรเปล่า ๆ มา ๒ ใบ แล้วขึ้นจากเรือจ่ายเงิน ๒๐๐ บาทก็ไม่ต้องเซ็นครับ ผมถามท่านประธานครับ มารับเงินราชการที่ไหนมันไม่ต้องเซ็นชื่อ พฤติกรรมอย่างนี้มันก็ส่อว่าถ้าไปเซ็นเบิกเงิน แทนประชาชนไปเซ็นในช่องนั้นมั่วเซ็นแล้วไปเขียนตัวเลขว่า ๑,๐๐๐ บาท ลายเซ็นนั้น มันจะได้เหมือนกับใบที่รับรองสําเนาบัตรประจําตัวประชาชน แทนที่เราจะสอนประชาชนว่า เวลาจะให้บัตรประจําตัวประชาชนคนไปต้องขีดฆ่าอะไรนะ ไม่อย่างนั้นเดี๋ยวเขาจะไปทํา สัญญาเงินกู้ ไปทําสัญญาซื้อโทรศัพท์ ไอ้นี่บอกว่าห้ามหมดเลย ซ้ําร้ายกว่านั้น แจกประกาศนียบัตร ท่านประธานครับ ก็ไม่มีอะไรหรอกครับ เขียนบอกได้ผ่านการอบรม แล้วก็เซ็นชื่อ ไม่มีชื่อของไอ้คนรับประกาศนียบัตร เขาจะถ่ายรูป งานนี้ห้ามถ่ายรูป มึงรับเฉย ๆ เข้าแถวมารับเฉย ๆ ห้ามถ่ายรูป ห้ามเซ็นชื่อ ห้ามมันหมดทุกอย่างละครับ โทรศัพท์มือถือ ก็ห้ามโทร ผมเข้าใจว่าที่ห้ามโทรศัพท์มือถือ ห้ามอะไร ก็คือกลัวว่าเขาจะไปอัดเทป แล้วก็ไปเล่นงานทีหลังว่าไอ้นี่โกง แล้วที่เลวร้ายก็คืออย่างนี้ครับหลังจากที่โครงการนี้ ไปสักครึ่งทาง วันหนึ่งสื่อมวลชนก็มาถามผมว่ามีเรื่องอะไรทุจริตบ้างไหม ผมบอกว่าก็เก็บไว้ก่อน เดี๋ยวไว้คุยกันตอนที่มีอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล เอาว่าเบา ๆ แล้วกัน ผมก็เล่าเรื่องนี้ให้ฟังครับ ปรากฏว่าแทนที่จะไปแก้ไข หลังจากที่ผมให้สัมภาษณ์ไป เที่ยวต่อมาทําแบบใหม่ครับ บัตรประจําตัวประชาชนก็ยังไม่ต้องเซ็นเหมือนเดิมแหละ มาห้ามรับรองสําเนาเหมือนเดิม แต่เที่ยวนี้ให้เซ็นรับเงิน แล้วก็เซ็นรับเงิน ๔๐๐ บาท แต่ให้ ๒๐๐ บาท นี่ชัด ๆ เลย โกงชัด ๆ ถ้า ป.ป.ช. ฟังการอภิปรายครั้งนี้นะครับ ตั้งเรื่องสอบได้เลย ผมนี่แหละครับจะไปเป็น ผู้กล่าวหาเหมือนกับเรื่องที่ผ่าน ๆ มา ผมก็อยู่ ป.ป.ช. ของสภามา วันนี้ก็เป็นผู้กล่าวหา ไปแล้วกว่า ๑๐ คดี วันนี้จะไปเอาอีกสักคดีก็ไม่เป็นไร แล้วพร้อมที่จะเป็นพยานทุกขั้นตอน ผมมีประเด็นอยู่เท่านี้แหละครับท่านกรรมาธิการครับ ผมขอตัด ๓,๐๐๐ ล้านบาทนะครับ อยู่ ๔ ท่านเดี๋ยวไปคุยกันหน่อยนะครับ ตัด ๓,๐๐๐ ล้านบาท ขอบคุณมากครับ