สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๕ · ๑๖ สิงหาคม ๒๕๕๕

เจริญ จรรย์โกมล หารือเรื่องเอกสารเชิญท่านยุทธพงศ์ จรัสเสถียร และยุทธพงศ์ จรัสเสถียร หารือเรื่องการชี้แจงและขอโอกาสให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้ชี้แจงประเด็นต่าง ๆ โดยการชี้แจงเรื่องงบประมาณ 2.4 ล้านล้านบาท การใช้จ่ายเงิน 66,000 ล้านบาท และโครงการศูนย์ข้อมูลแรงงานแห่งชาติ และเน้นย้ำว่าควรให้พูดทีละคน

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เดี๋ยวเรื่องเอกสารเชิญท่านยุทธพงศ์จะได้ชี้แจงให้เข้าใจไม่เสียเวลาในการประชุม เชิญครับ

นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร (กรรมาธิการ) : กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดมหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ในฐานะกรรมาธิการ ผมต้องกราบเรียนท่านประธานว่าทางกรรมาธิการขอโอกาสท่านประธาน แล้วก็ขอโอกาสสภาได้ชี้แจงนะครับ เนื่องจากว่าตั้งแต่เริ่มประชุมเวลาประมาณ ๐๙.๓๐ นาฬิกา ทางกรรมาธิการยังไม่ได้มีโอกาสได้ชี้แจงในประเด็นต่าง ๆ ที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และกรรมาธิการเสียงข้างน้อยได้ถามหลายอย่าง หลายประเด็น

ผมขอเริ่มตั้งแต่ประเด็นแรกเลยนะครับ เรื่องประธานในที่ประชุมครับ ต้องกราบเรียนท่านประธานอย่างนี้ครับว่าท่านรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังท่านเป็นประธาน แล้วก็มีรองประธาน อันดับที่ ๑ อันดับที่ ๒ อันดับที่ ๓ อันดับที่ ๔ อันดับที่ ๕ อันดับที่ ๖ อันดับที่ ๗ เรียงลําดับไป แต่ท่านประธานครับ ในการทํางานในกรรมาธิการท่านประธานก็ทราบเป็นอย่างดีว่าเราไม่ได้มีการแบ่งพรรค เราถือว่าเราเป็นกรรมาธิการก็มีการผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันมาทําหน้าที่ประธาน เมื่อเช้า ที่ท่านกรรมาธิการ ท่านพิเชษฐ พันธุ์วิชาติกุล ผมขออนุญาตที่เอ่ยนาม ที่ท่านบอกว่า ท่านเป็นรองประธานในอันดับที่ ๗ แล้วก็ท่านได้มาทําหน้าที่ประธาน ผมต้องกราบเรียน ท่านประธานและขอเรียนชี้แจงว่าจริง ๆ แล้วยังมีรองประธานก็คือท่านทนุศักดิ์ เล็กอุทัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ซึ่งท่านก็มาอยู่เป็นประจํา แต่ว่าบางครั้งท่านพิเชษฐ เป็นประธาน ท่านรัฐมนตรีทนุศักดิ์ท่านก็ให้เกียรติท่านพิเชษฐ ผมยกอีกตัวอย่างครับ รองประธาน อันดับที่ ๖ ก็คือท่านประธานวิปรัฐบาล ท่านอุดมเดช รัตนเสถียร ท่านก็มา อยู่เป็นประจํา แต่ว่าก็ด้วยให้เกียรติ บางครั้งท่านพิเชษฐท่านนั่งเป็นประธานในที่ประชุม ท่านอุดมเดชท่านก็ไม่ไปนั่งเป็นประธาน แต่ก็ต้องกราบเรียนท่านประธานนะครับว่า ในการทํางานในคณะกรรมาธิการเราให้เกียรติซึ่งกันและกัน เราไม่มีการแบ่งแยกว่าเป็น พรรคฝ่ายค้านหรือเป็นพรรครัฐบาล ผมต้องกราบเรียนท่านประธานนะครับว่าเหตุใด รองประธาน อันดับที่ ๗ ถึงไปทําหน้าที่ประธาน ถ้าเราจะไปแบ่งแยกว่าเป็นพรรครัฐบาล เป็นพรรคฝ่ายค้าน รองประธาน อันดับที่ ๗ คงไม่มีโอกาสได้มาทําหน้าที่นะครับ

ประเด็นต่อมา ในเรื่องเอกสารต่าง ๆ ผมก็ต้องกราบเรียนท่านประธานนะครับว่า การพิจารณางบประมาณ ๒.๔ ล้านล้านบาท แล้วก็กรรมาธิการก็มาจากทุกพรรคการเมือง และมีตัวแทนจากคณะรัฐมนตรีมา เอกสารต่าง ๆ ต้องเรียนท่านประธานว่าก็มีการขอเอกสาร ซึ่งกรรมาธิการแต่ละท่านก็มีความสนใจแตกต่างกันไป โดยกรรมาธิการจากซีกฝ่ายค้าน ก็จะขอเอกสารเป็นจํานวนมาก แต่ในที่ประชุมของคณะกรรมาธิการเราก็มีมาตรการครับว่า ให้เวลาหน่วยงานส่งเอกสารภายใน ๓ วันทําการ และถ้ากรรมาธิการท่านใดสนใจ ในหน่วยงานกระทรวงใด ๆ ท่านก็สามารถขอเอกสารล่วงหน้า ๓ วันทําการก่อนที่กระทรวงนั้น ๆ จะเข้าชี้แจง และถ้าไม่ส่งเอกสารให้ก็จะมีการให้แขวนหน่วยงานนั้นยังไม่ให้ชี้แจง ซึ่งตรงนี้เราก็มีมาตรการนะครับ ส่วนเอกสารต่าง ๆ ที่ท่านกรรมาธิการคือท่านผ่องศรี ขออนุญาตที่ได้เอ่ยนามนะครับ ที่ท่านได้บอกลําดับรายการว่ามีเอกสารอันใดบ้างที่ท่านยังไม่ได้ ท่านเองก็เป็นผู้ช่วยเลขานุการ ซึ่งผมเชื่อว่าท่านเองก็สามารถที่จะติดตามเอกสารตรงนี้ได้ แต่ว่าผมก็ต้องเรียนท่านประธานนะครับว่าทางสํานักงบประมาณแล้วก็ส่วนราชการ ก็ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดีในการส่งเอกสารต่าง ๆ

ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตได้ใช้เวลาสภาได้ชี้แจงเกี่ยวกับเรื่องงบกลาง รายการเงินสํารองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจําเป็น ซึ่งมันต่อเนื่องจากที่ทางท่านวิทยา ได้ถามไว้ตั้งแต่เมื่อวานตอนเย็น แล้วก็ได้เอกสารมาในช่วงเช้าวันนี้หลังจากเริ่มประชุมไปแล้ว เอกสารนี้อยู่ในมือผมนะครับ ผมก็เพิ่งได้รับพร้อมกับท่านวิทยานะครับ ทีนี้ต้องเรียน ท่านประธานอย่างนี้ครับว่าแล้วที่ผมจะชี้แจงต่อไปนี้มันก็เกี่ยวข้องกับมาตรา ๕ สํานักนายกรัฐมนตรี เกี่ยวข้องกับสํานักงบประมาณ คือประเด็นคําถามจะเกี่ยวเนื่องกัน ระหว่างมาตรา ๔ กับมาตรา ๕ เรื่องงบกลาง แต่ทีนี้ผมต้องขอเรียนท่านประธานครับว่า สิ่งที่ผมจะชี้แจงต่อไปนี้อาจจะไม่ถูกใจในซีกของพรรคฝ่ายค้านบ้าง แต่ว่าขอให้ท่านฟังก่อน เพราะว่าตั้งแต่ช่วงเช้ามาทางรัฐบาลก็ถูกกล่าวหาไปหลายอย่างว่ามีการกู้ โกง กินเปอร์เซ็นต์ อะไรต่าง ๆ ซึ่งทางกรรมาธิการพวกผมก็ได้นั่งฟังอยู่ตลอด ผมต้องเรียนอย่างนี้ครับว่า ที่ท่านถามไว้ว่างบกลางของปี ๒๕๕๕ ๖๖,๐๐๐ ล้านบาทที่ขณะนี้อนุมัติใช้จ่ายไปแล้ว ๒๙,๗๒๓ ล้านบาทนี่เอาไปทําอะไรบ้าง ผมต้องเรียนอย่างนี้ครับว่าส่วนหนึ่งเอาไปใช้หนี้เก่าที่รัฐบาลที่แล้วทําเอาไว้ เนื่องจากอะไรครับ เนื่องจากงบประมาณปี ๒๕๕๔ ที่มีการเลือกตั้งเมื่อวันที่ ๓ กรกฎาคม แล้วมีรัฐบาลใหม่ แล้วก็เกิดภาวะน้ําท่วม ปรากฏว่าเงินงบกลางใช้ไปหมด แล้วส่วนหนึ่งก็ต้องตั้งงบปี ๒๕๕๕ ไปจ่ายหนี้คืน ปี ๒๕๕๔ มีการใช้จ่ายเงินทดรองราชการซึ่งเป็นงบตัวเดียวกันไปถึง ๑๗,๐๐๐ ล้านบาท ที่ไปซื้อพวกยาฆ่าแมลง โรคระบาดด้านพืช ด้านสัตว์ต่าง ๆ ที่ผมได้กราบเรียนท่านประธานไปแล้วว่ามีการทุจริตกันอย่างมโหฬาร

ท่านประธานครับ มันมีโครงการอยู่โครงการหนึ่งเกี่ยวข้องกับงบประมาณ ปี ๒๕๕๖ ทีนี้ผมต้องกราบเรียนอย่างนี้ครับว่าโครงการนี้จะเกี่ยวข้องกับ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์และเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ครับ ผมขอความกรุณา ท่านฟังก่อนนะครับ คือโครงการนี้เขาเรียกว่าโครงการศูนย์ข้อมูลแรงงานแห่งชาติ ได้มีการขออนุมัติในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ ๓ พฤษภาคม ปี ๒๕๕๔ โครงการนี้ คนที่เสนอเข้าคณะรัฐมนตรีคือท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานในขณะนั้นก็คือ ท่านเฉลิมชัย ศรีอ่อน เป็นเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ หัวหน้ารัฐบาลที่ประชุมในขณะนั้น ก็คือท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ วันที่ ๓ พฤษภาคมนะครับ ก่อนที่จะมีการยุบสภา ๑ อาทิตย์ เพราะว่าท่านยุบสภาวันที่ ๑๐ พฤษภาคม ปี ๒๕๕๔ แล้วโครงการนี้เรียกว่า โครงการศูนย์ข้อมูลแรงงานแห่งชาติ มีการใช้จ่ายนะครับ บอกว่าคณะรัฐมนตรีได้มีการประชุม เมื่อวันที่ ๓ พฤษภาคม อนุมัติในหลักการโครงการศูนย์ข้อมูลแรงงานแห่งชาติ ตามที่กระทรวงแรงงานเสนอ ส่วนค่าใช้จ่ายในการดําเนินโครงการให้ใช้จ่ายจาก งบประมาณรายจ่ายประจําปี ๒๕๕๔ (งบกลาง) ในรายการเงินสํารองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉิน หรือจําเป็นเท่าที่จําเป็นภายในวงเงินไม่เกิน ๑๐๐ ล้านบาท ส่วนงบประมาณที่เหลือให้อนุมัติ ก่อหนี้ผูกพันข้ามปีถึงงบประมาณปี ๒๕๕๕ ปี ๒๕๕๖ ซึ่งก็เข้ามาถึงรัฐบาลชุดปัจจุบันนะครับ ผมต้องกราบเรียนท่านประธานนะครับว่าอย่างโครงการตรงนี้ศูนย์ข้อมูลแรงงานแห่งชาตินี่ ตอนที่กระทรวงแรงงานเข้ามาชี้แจงในกรรมาธิการก็ได้มีการซักถามว่าศูนย์ข้อมูลแรงงานแห่งชาติ มีความจําเป็นเร่งด่วนอย่างไรที่จะต้องมาใช้งบกลาง งบฉุกเฉิน ทั้งที่รัฐบาลในขณะนั้น ก็กําลังจะมีการยุบสภาในวันที่ ๑๐ พฤษภาคม อันนี้ก็มีการถามว่าอย่างนี้ถือว่าเป็น การทิ้งทวนงบประมาณไหมโครงการตั้ง ๔๐๐ ล้านบาท แล้วก็ไปก่อหนี้ผูกพันปี ๒๕๕๕ ปี ๒๕๕๖ ก็เป็นภาระให้กับรัฐบาลชุดปัจจุบัน ซึ่งท่านเซ็นสัญญาไปเรียบร้อย อนุมัติไปแล้ว มันก็เหมือนมัดมือชกครับ มาตรา ๕ สํานักงบประมาณที่ท่านรัฐมนตรีวรวัจน์ดูแลอยู่ ผมก็ถามว่าตรงนี้มันจะปรับลดได้ไหม มันจะทําอะไรได้บ้างไหมศูนย์ข้อมูลแรงงานแห่งชาติ ไปทําทําไมครับ ผมเรียนท่านประธานครับ โครงการนี้ทั้งหมด ๓๗๖ ล้านบาทครับ ผูกพันงบประมาณถึงปี ๒๕๕๖ โดยอนุมัติก่อนที่จะมีการยุบสภาเพียง ๑ อาทิตย์ ทั้งที่ท่านก็รู้อยู่แล้วว่าจะยุบสภาแล้วท่านไปใช้เงินฉุกเฉินเร่งด่วนจําเป็นนะครับ

(นายวรงค์ เดชกิจวิกรม ได้ยืนและยกมือขึ้น)

เดี๋ยวให้จบก่อนได้ไหมครับคุณหมอ ประท้วง นั่นสิผมอยากให้จบทีละท่านก่อนได้ไหม เชิญครับ