วรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล พูดถึงการเดินทางของนายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชวาลาดิลก กล่าวถึงความภาคภูมิใจของประชาชนและความเข้าใจในความเหนื่อยหน่ายของนายกรัฐมนตรี วรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับโครงการภาพลักษณ์ประเทศไทย โดยกล่าวว่าโครงการนี้เคยเกิดขึ้นในสมัยรัฐบาลที่ผ่านมา และมีลักษณะแตกต่างจากโครงการในปัจจุบัน โดยโครงการในปัจจุบันใช้งบประมาณจากกระทรวงการต่างประเทศ และมีการจ้างบริษัทต่าง ๆ ดำเนินการ
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม วรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดแพร่ พรรคเพื่อไทย ในฐานะรองประธานคณะกรรมาธิการ ประเด็นเกี่ยวกับเรื่องของท่านนายกรัฐมนตรี ที่เดินทางผมคิดว่าเป็นความเข้าใจของพี่น้องประชาชนทั้งประเทศที่อยากเห็น ท่านนายกรัฐมนตรีเดินทางไปให้มากที่สุด ท่านนายกรัฐมนตรีทํางานเหนื่อย ไปเกือบทุกจังหวัดที่ไปได้ ไปเกือบทั่วโลก เพราะว่าวันนี้ทั่วโลกเองหลังจากที่ประเทศไทย มีความเป็นประชาธิปไตยมากขึ้นเราจะสังเกตเห็นได้ว่าท่านนายกรัฐมนตรีได้รับเชิญ ให้เดินทางไปต่างประเทศมาก ท่านไม่มีเวลาเดินทางไปท่องเที่ยวหรือพักผ่อนเลย ท่านเดินทางไปทํางานเพื่อคนไทยทั้งสิ้น อันนี้ก็คือสิ่งที่เราพี่น้องคนไทยทั้งประเทศ เลือกตั้งท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ขึ้นมาเป็นนายกรัฐมนตรี และเป็นความภาคภูมิใจ ของคนไทยทั้งประเทศ เพราะฉะนั้นเรื่องของการเดินทางมากเท่าไรผมคิดว่าเป็นเรื่องที่ดี
ผมขออนุญาตชี้แจงในเรื่องของโครงการภาพลักษณ์ประเทศไทยนิดหนึ่ง ที่คุณผ่องศรีพูดมา ผมเกรงว่าท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอาจจะไม่เข้าใจ จริง ๆ เมื่อวานนี้ ผมก็ชี้แจงไปพอสมควร แต่เนื่องจากว่าท่านบอกว่าให้ผมมารอชี้แจงในขั้นตอนของ การลงรายมาตรา ผมอยากจะขออนุญาตเรียนชี้แจงอย่างนี้ครับ งบประมาณโครงการ ประชาสัมพันธ์ภาพลักษณ์ของประเทศไทยได้ดําเนินการในรูปของคณะกรรมการ ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ ๑ พฤษภาคม ๒๕๕๕ แต่งตั้งคณะกรรมการกําหนดนโยบาย และยุทธศาสตร์การเสริมสร้างภาพลักษณ์และอัตลักษณ์ของประเทศไทย โดยเน้น ภาพลักษณ์ อัตลักษณ์ของประเทศ ครอบคลุมการค้า การลงทุน เกษตร อุตสาหกรรม การผลิต การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ ประกอบด้วยกิจกรรมสําคัญ ๓ โครงการ อันที่ ๑ คือผลิตสื่อประชาสัมพันธ์ทั้งในและต่างประเทศ อันที่ ๒ คือจัดประชุมสัมมนา เพื่อแสดงศักยภาพของประเทศไทยต่อนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศ อันที่ ๓ คือโรดโชว์ (Roadshow) เพื่อแนะนําประเทศไทยต่อผู้ประกอบการและนักลงทุนในต่างประเทศ ถามว่าโครงการอย่างนี้เคยเกิดขึ้นไหมในสมัยของรัฐบาลที่ผ่านมา เคยครับ ในสมัยเมื่อปี ๒๕๕๒ ท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ได้มอบหมายให้ท่านรัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี คุณสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ดูแลโครงการ ไปเอางบประมาณมาจากโครงการฟื้นฟู ความเชื่อมั่นและเสริมสร้างภาพลักษณ์ของประเทศวงเงิน ๓๒๕ ล้านบาท เอามาประชาสัมพันธ์ประเทศไทย คราวนี้ท่านดูโครงการครับมีลักษณะแตกต่างจากที่วันนี้ สํานักนายกรัฐมนตรีดําเนินการพอสมควร ในโครงการของปี ๒๕๕๒ ท่านเอามา ๑๗๕ ล้านบาท ท่านเอาไปใช้ในโครงการฉันรักประเทศไทย ท่านบอกครับ เนื่องจาก ปี ๒๕๕๑ ได้เกิดวิกฤติเศรษฐกิจโลกและวิกฤติการเมืองภายในประเทศไทยอย่างรุนแรง ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาทําให้ความเชื่อมั่นและภาพลักษณ์ของประเทศในสายตา ของคนไทยและนานาประเทศ ไม่ว่าเป็นนักธุรกิจ นักลงทุน ตลอดจนสื่อมวลชนต่าง ๆ เป็นไปในทางลบ ทําให้ประชาชนทั้งในประเทศและต่างประเทศขาดความเชื่อมั่น ต่อสภาพเศรษฐกิจ สังคม ว่าไป ท่านก็เลยไปเอางบประมาณจากกระทรวงการต่างประเทศ มาจัดโครงการฉันรักประเทศไทยใช้เงินลงไป ๒๔.๑ ล้านบาท ให้บริษัท อินเด็กซ์ อีเวนท์ เอเจนซี่ จํากัด (มหาชน) เป็นผู้ดําเนินการ นอกจากนั้นยังเอาไปทําโครงการยุทธศาสตร์ ประชาสัมพันธ์ผ่านระบบอินเทอร์เน็ต (Internet) อีก ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท โดยให้ บริษัท โธธ มีเดีย จํากัด เป็นผู้ดําเนินการ ขึ้นต้นเหมือนกันเลยครับ เนื่องจากในปี ๒๕๕๑ ได้เกิดวิกฤติเศรษฐกิจ ลอกกันมาเลย คือโครงการนี้ลอกกันมาหมดครับ แต่มาใช้เงิน ในลักษณะที่แตกต่างกัน มีอีกไหมครับ มีครับ เหมือนกันครับขึ้นต้นโครงการเหมือนกันเลย เริ่มต้นในปี ๒๕๕๑ เกิดวิกฤติเศรษฐกิจของโลก เหมือนกันลอกกันมาเลย แต่ว่าเป็นโครงการ จ้างทําสื่อประชาสัมพันธ์ทางโทรทัศน์ วิทยุ สื่อสิ่งพิมพ์ และป้ายโฆษณาตามโครงการ ประชาสัมพันธ์และเสริมสร้างความเชื่อมั่นภาพลักษณ์ของประเทศไทย ๓๙.๕๙ ล้านบาท อันนี้ก็โดยทางบริษัท วี แบงค็อค จํากัด เป็นผู้ดําเนินการ โดยงบประมาณที่เอามาจาก กระทรวงการต่างประเทศ มีอีกไหมครับ มีครับ โครงการจ้างดําเนินการประชาสัมพันธ์ เพื่อเผยแพร่ภาพลักษณ์ของประเทศผ่านสื่อต่างประเทศ ขึ้นต้นเหมือนกันครับ จากปี ๒๕๕๑ เกิดวิกฤติเศรษฐกิจโลกขึ้นเหมือนกันลอกกันมาเลย ก็ใช้การทําสื่อโดยมีบริษัท ดับเบิลยูพีพี (ประเทศไทย) จํากัด เป็นผู้ดําเนินการ โดยใช้งบประมาณที่เอามาจากกระทรวงการต่างประเทศ มีอีกไหมครับ มีครับ โครงการจ้างประชาสัมพันธ์โครงการไทยสามัคคีเข้มแข็ง ก็เหมือนเดิมครับ ก๊อบปี้โครงการมาแล้วก็เอามาใส่โครงการนี้โดยมีบริษัท วี แบงค็อค จํากัด มาดําเนินการ ใช้เงินเข้าไป ๑๓.๙ ล้านบาท มีอีกไหมครับ มีครับ การจ้างประชาสัมพันธ์ทางโทรทัศน์ วิทยุ สิ่งสื่อพิมพ์ และป้ายโฆษณา ระยะที่ ๒ อันนี้ใช้บริษัท มินดี แอ๊ดเวอร์ไทซิ่งใช้เงินไป ๑๒.๙ ล้านบาทก็ดําเนินการอย่างนี้นะครับ ในปี ๒๕๕๓ ก็มีอีกครับ การจ้างประชาสัมพันธ์ เผยแพร่ข่าวสารรัฐบาลผ่านระบบอินเทอร์เน็ต ระยะที่ ๒ โครงการนี้จริง ๆ เป็นโครงการของ ท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์โดยตรงเลย เพราะเป็นโครงการเรียกว่าพีเอ็มดอทจีโอดอททีเอช (pm.go.th) คือประชาสัมพันธ์ตัวนายกรัฐมนตรีโดยตรง ไม่ได้ประชาสัมพันธ์ประเทศ จริง ๆ ถ้าท่านดูโครงการที่ทํามาทั้งหมดเป็นโครงการที่ประชาสัมพันธ์ตัวรัฐบาลทั้งสิ้นเลย ไม่ได้เป็นเป้าที่ไปส่งเสริมกระตุ้นการลงทุน การค้า เดินโรดโชว์ในต่างประเทศเท่าไร แต่เป็นโครงการที่ประชาสัมพันธ์ตัวรัฐบาลของท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ แล้วก็ตั้งโครงการ บอกว่าผ่านทวิตเตอร์ (Twitter) ผ่านเฟซบุค (Facebook) ต่าง ๆ นานา รวมทั้ง รายการนายกรัฐมนตรีตอบคําถาม อันนี้ประชาสัมพันธ์ก็ใช้เงินงบกลางสํารองจ่าย เพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจําเป็น นี่ไปใช้งบกลางแล้วนะครับ ใช้งบประมาณอีก ๕.๑ ล้านบาท แล้วก็มีโครงการเหมือนเดิมครับ จ้างประชาสัมพันธ์เผยแพร่สื่อตามโครงการประชาสัมพันธ์ เสริมสร้างความเชื่อมั่นและภาพลักษณ์ของประเทศอันนี้ก็อีก ๓๙.๕ ล้านบาท โดยใช้งบกลางสํารองจ่ายของประเทศอีก อันนี้ก็ใช้อีก มีอีกไหมครับ มีครับ ปี ๒๕๕๔ ก็มีอีก โครงการเดิมครับ การจ้างดําเนินโครงการยุทธศาสตร์ประชาสัมพันธ์ผ่านระบบอินเทอร์เน็ตของ พีเอ็มดอทจีโอดอททีเอชของท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ ใช้เพิ่มครับ ตรงนี้เป็น ๕.๙ ล้านบาท จะเห็นว่าตัวเลขจะเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ นะครับ มีโครงการจ้างประชาสัมพันธ์สื่อผ่านโทรทัศน์ วิทยุ สื่อกลางแจ้งเพื่อการประชาสัมพันธ์การทํางานของรัฐบาลในรอบ ๒ ปีที่ผ่านมาอีก ๓๘.๕ ล้านบาท