เชิดชัย ตันติศิรินทร์ พูดถึงข้อบังคับของสภาและแสดงความไม่พอใจเกี่ยวกับการพูดของกรรมาธิการที่ไม่เหมาะสม โดยเรียกร้องให้มีการตรวจสอบงบประมาณของรัฐบาลอย่างโปร่งใสและให้ข้อมูลประชาชนที่ฟังอยู่ครบถ้วน นอกจากนี้ยังหารือเรื่องสุขภาพแห่งชาติ โดยมีความกังวลเกี่ยวกับงบประมาณที่ถูกปรับลดลงและความจำเป็นในการมีส่วนร่วมของสภาในการพัฒนานโยบายสาธารณะเพื่อสุขภาพ
เริ่มนะครับ ขอบคุณครับท่านประธาน กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายแพทย์เชิดชัย ตันติศิรินทร์ ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ก่อนอื่นผมชักงงเรื่องข้อบังคับ ข้อ ๕๘ ผู้มีสิทธิอภิปรายก่อนก็คือผู้เสนอญัตติ กับผู้แปรญัตติต้องได้พูดสิครับ กรรมาธิการตามมาทีหลังนะครับ อันนี้ที่ผ่านมากลายเป็นว่า กรรมาธิการนี่ควรจะไปเถียงกันอยู่ในห้องประชุมเสียให้เข็ดแล้วมาพูดที่นี่ให้มีเหตุมีผล แล้วก็คนอื่นเขาจะได้ถามนะครับ กลับกลายเป็นตรงกันข้าม
ท่านประธานครับ เข้าประเด็นนะครับ ประชาธิปไตยมันก็ดีอย่างนี้ ก็คือมันต้องอดทน การตรวจสอบก็สําคัญ ไม่ใช่ตรวจสอบเฉพาะฝ่ายค้านนะครับ รัฐบาลก็ตรวจสอบกันเองด้วยเหมือนกัน เพราะฉะนั้นการให้ข้อมูลประชาชนที่ฟังอยู่นี่ เป็นเรื่องสําคัญ แล้วก็ต้องให้ให้หมดนะครับ คือถ้าอย่างนั้นแย่เพราะว่ามีคนเข้าใจผิดก็เยอะ จากการฟังวิทยุเพราะฟังไม่ต่อเนื่อง ท่านประธานครับ ผมมีโอกาสเป็นอนุกรรมาธิการ ฝึกอบรม ซึ่งมีท่าน ส.ส. พรศักดิ์เป็นประธาน ก็ได้มีโอกาสไปพิจารณางบประมาณ พวกเหล่านี้ครับ ก็เห็นว่าพวกข้าราชการเป็นกลไกที่สําคัญครับ ยิ่งผมรับราชการมา จนเกษียณอายุนี่ครับ ผมคิดว่าต้องเห็นใจเขานะครับ จริงอยู่ทางการเมืองจะทําอะไรก็ว่ากันไป เขาก็ต้องทําตามนโยบายอยู่แล้วไม่ว่าใครเป็นรัฐบาล แต่มันน่าเห็นใจตรงที่ว่าเขาต้องเสนองบประมาณมาแล้วให้เราพิจารณา เพราะว่าเรา เป็นตัวแทนประชาชนเราต้องใช้งบประมาณให้คุ้มค่า อันนี้หลาย ๆ อย่างเขาต้องทํา และหน้าที่ของเขาเขาทําหน้าที่แทนรัฐนะครับ รัฐต้องช่วยเหลือทุกคน ไม่ว่ายากดีมีจน สีอะไรก็ไม่เกี่ยวนะครับ เป็นหน้าที่ของรัฐ ซึ่งรัฐบาลนั่นละครับก็ไปช่วยเขาเป็นกลไก ท่านประธานครับ ผมขออภิปรายมาตรา ๕ กรมประชาสัมพันธ์นะครับ ความจริงอยากจะตัด ท่านประธานทราบไหมครับเขาขอเงินมาทั้งหมด ๑,๖๐๕ ล้านบาท ตอนนี้ได้เพิ่มแล้วครับ ได้ ๑,๘๘๖ ล้านบาท ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับฝึกอบรม ๖๐๐ กว่าล้านบาท เพราะฉะนั้น คณะกรรมาธิการเขานี่ดีครับก็คือพยายามดูรายละเอียดต่าง ๆ เพื่อให้เป็นการใช้งบประมาณ สมเหตุผล เกิดอะไรขึ้นครับ ท่านรองอธิบดีที่มาชี้แจงเราก็ขอปรับลดไป ก็อาจจะจํานวนมาก ในแง่ความคิดเห็นของเขา แต่ในแง่ของ ส.ส. คิดว่าอาจจะน้อยไป ท่านรองอธิบดีผู้หญิงคนนั้น ร้องไห้ครับ นี่ละครับคือผมอยากให้เห็นใจข้าราชการครับ ร้องไห้ ร้องไห้ทําไมครับ ร้องไห้บอกว่าท่านจะเกษียณอายุอยู่แล้ว อายุจนป่านนี้ก็รับราชการมาด้วยความเต็มที่ตลอด แล้วงบประมาณก็จํากัดจําเขี่ยรู้ว่าประเทศไม่มีสตางค์แต่ก็โดนตัดอีก เขาไปพูดถึง หน่วยงานหนึ่งนะครับว่าไทยพีบีเอส ๒,๐๐๐ ล้านบาททําไมได้ทุกปี แล้วทําไม กรมประชาสัมพันธ์ถึงได้น้อย ความจริงผมอยากจะตัดสัก ๑,๐๐๐,๐๐๐ กว่าบาทนะครับ นี่ละครับน่าเห็นใจ เพราะว่ากรมประชาสัมพันธ์เป็นถังขยะนะครับ ถ้าทําถูกใจก็ว่าดี ถ้าทําไม่ถูกใจก็ว่าไม่ดี ก็เหมือนการถ่ายทอดวันนี้เช่นเดียวกันครับ ทีแรกอยากจะตัดครับ ผมดีใจครับเขาได้งบประมาณเพิ่มขึ้น เพราะว่าเขาอาจจะมีโอกาสไปหากําไรบ้าง แต่ถ้ามาเจออย่างนี้เขาคงหาไม่เต็มที่ แล้วก็มีการขอร้องจากฝ่ายการเมืองเยอะแยะ อันนี้ต้องพูดความจริง ผมไม่ยุ่งหน่วยงานนี้นะครับ แต่จะให้พิจารณาเป็นพิเศษว่า ให้ความเป็นธรรมเขาหน่อยครับ ท่าน ส.ส. จิรายุก็ไม่อยู่ บอกว่าไทยพีบีเอสนี่ เหมือนถังข้าวสารนะครับ
ท่านประธานครับ อีกหน่วยงานหนึ่งนะครับ ผมจะข้ามไปเลยครับ ที่เกี่ยวข้องกับผมที่สนใจเป็นพิเศษก็คือสํานักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ ขอมา ๓๐๕ ล้านบาท ก็ถูกปรับลดไป ๓๐๒ ล้านบาท ความจริงสํานักงานคณะกรรมการ สุขภาพแห่งชาติเป็นเรื่องสําคัญนะครับ ท่านประธานทราบไหมครับ เดี๋ยวนี้มีสภาวิชาชีพ เกิดขึ้นมากมายเริ่มต้นตั้งแต่ของคุณหมอ แพทยศาสตร์แล้วก็ไล่มาเรื่อย ๆ จนกระทั่งล่าสุด ก็จะมีแพทย์แผนไทยอีก เภสัชกร ทันตแพทย์ พยาบาลอยู่ในนี้หมดละครับ มีเกิดขึ้นนะครับ ทีนี้ผมก็คิดว่าสํานักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติน่าจะเป็นหน่วยประสานงานรวบรวม ความคิดเห็นต่าง ๆ แต่พอไปดูจริง ๆ แล้วในเนื้องาน ท่านประธานทราบไหมครับ สํานักงาน คณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติเขามีวิสัยทัศน์นะครับ เป็นองค์กรหลักในการขับเคลื่อน การพัฒนานโยบายสาธารณะเพื่อสุขภาพแบบมีส่วนร่วมที่สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญว่าด้วย ระบบสุขภาพแห่งชาติเพื่อพัฒนาประเทศสู่สังคม แล้วก็มีพันธกิจก็ว่ากันไป แบบการมีส่วนร่วมนะครับ ทีนี้พอไปดูในงบประมาณ ท่านประธานครับ มีแผนส่งเสริม การปฏิรูปการเมืองกับแผนงานพัฒนาด้านสาธารณสุข ก็เลยงงว่า เอ๊ะ ทําไมสํานักงาน คณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติไปยุ่งกับเขาด้วย พอไปดูในรายละเอียดที่เขาทํางบประมาณ ที่เสนอมาเขาต้องเสนอรายละเอียดว่าเขามีภารกิจอะไรครับ ก็มีเรื่องที่ว่าทั้งถูกต้องที่ควรจะทํา ทั้งที่ไม่ควรจะทําก็มีนะครับ เช่นผมจะอ่านให้ฟังนะครับที่เขาไปทํากันนี่ ข้อเสนอเชิงนโยบาย เพื่อพัฒนาที่ยั่งยืนบนพื้นฐานพึ่งตนเอง ด้านพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม กรณีภาคใต้ มันไม่เห็นเกี่ยวเท่าไรเลยนะครับ โอเค ในพันธกิจอาจจะมีเรื่องสุขภาพบ้าง ไปโยงกันพอกล้อมแกล้มได้ แต่อันนี้เป็นลักษณะที่ว่างานมันคงไม่มีทําหรืออย่างไร ผมไม่แน่ใจ ควรจะไปทํา ผมจะยกตัวอย่างให้ท่านทราบนะครับ ท่านประธานทราบไหมครับ คุณหมอขาดแคลน พยาบาลขาดแคลน หมอนี่ขาดแคลนเยอะ พยาบาลก็ขาดแคลน เมื่อ ๒ สัปดาห์ที่แล้วผมมีโอกาสไปรับฟังคําบ่นจากราชวิทยาลัย ท่านประธานฟังนะครับ ขอพูดละเอียดนิดหนึ่งนะครับ