สุรเชษฐ์ แวอาแซ แปรญัตติปรับลดลดงบประมาณของหน่วยงานรัฐหลายแห่ง และหารือเรื่องความไม่มั่นคงในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยขอปรับลดการใช้งบประมาณของ กอ.รมน. 20% และปรับลดจำนวนเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ เพื่อให้สามารถควบคุมสถานการณ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายสุรเชษฐ์ แวอาแซ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนราธิวาส พรรคประชาธิปัตย์ ผมได้แปรญัตติปรับลดในส่วนของมาตรา ๕ สํานักนายกรัฐมนตรี จริง ๆ แล้วผมได้แปรญัตติ ปรับลดหลายหน่วยงานด้วยกัน สํานักงานปลัดสํานักนายกรัฐมนตรี ๑๐ เปอร์เซ็นต์ กรมประชาสัมพันธ์ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ สํานักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค ๑๐ เปอร์เซ็นต์ สํานักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ๑๘ เปอร์เซ็นต์ สํานักข่าวกรองแห่งชาติ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ สํานักงบประมาณ ๘ เปอร์เซ็นต์ สํานักงานสภาความมั่งคงแห่งชาติ ๘ เปอร์เซ็นต์ กอ.รมน. ๒๐ เปอร์เซ็นต์ และสํานักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย ๕ เปอร์เซ็นต์
เหตุผลในการที่ผมได้แยกแยะหน่วยงานต่าง ๆ ก็เนื่องจากว่าผลการบริหาร งบประมาณที่ผ่านมาบางหน่วยงานนั้นแทบจะบอกเลยว่าก็ยังไม่มีประสิทธิภาพเท่าที่ควร ทีนี้ปีนี้การพิจารณางบประมาณก็ต้องยอมรับครับว่าจากการชี้แจงหลาย ๆ ครั้ง แล้วก็นําเสนอนโยบายเข้ามาบริหารของรัฐบาลนี่ปีนี้หลายท่านได้เรียกงบประมาณปี ๒๕๕๖ ว่า โม้ เหลว โกง กู้ ส่วนผมนั้นจะต้องให้ความสําคัญในเรื่องของการบริหารงบประมาณ ของรัฐบาลชุดนี้ในด้านของโม้และเหลว เหตุผลที่ผมบอกว่าโม้นั้นหลาย ๆ เรื่องที่เกี่ยวกับ ในเรื่องของสํานักนายกรัฐมนตรีซึ่งกํากับดูแล ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับวิถีของพี่น้องชาวไทย และโดยเฉพาะอย่างยิ่งหน่วยงานที่อยู่ภายใต้กํากับดูแลของสํานักนายกรัฐมนตรี ซึ่งอยู่ภายใต้อํานาจของนายกรัฐมนตรีนั้นโดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านความมั่นคง ซึ่งด้านความมั่นคงนั้นไปเกี่ยวข้องกับพี่น้องประชาชนในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ค่อนข้างที่จะยาวนาน ๘ ปีที่ล่วงเลยมาการแก้ไขปัญหาของหลาย ๆ รัฐบาลเราก็ยอมรับว่า ก็ได้ใช้มาตรการและยุทธการทั้งหลายนะครับ บางรัฐบาลนั้นก็สู่เป้าหมายที่คิดว่าไปได้ดี การที่จะประสบผลสัมฤทธิ์ได้นั้นก็ต้องด้วยความตั้งใจ จริงใจกับปัญหา แต่รัฐบาลชุดนี้ ผมไม่มั่นใจ ผลจากการที่ผมได้ตั้งกระทู้ถามเมื่อสัปดาห์ที่แล้วก็ชัดเจนว่าแนวทาง การแก้ปัญหาของ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้นั้นพอถามว่าขณะนี้รัฐกําลังทําสงครามกับใคร เรากําลังสู้รบกับใคร รองนายกรัฐมนตรีที่มาตอบแทนนายกรัฐมนตรีก็ตอบว่าไม่รู้ โยนไปให้ หน่วยงานที่กํากับดูแลหรือเกี่ยวข้องว่ารายละเอียดทั้งหมดอยู่กับหน่วยราชการนั้น ๆ เพราะฉะนั้นผมได้มาพิจารณาดูว่าหน่วยงานที่ดูแลด้านความมั่นคงในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ การบริหารงานในรัฐบาลชุดนี้นั้นสร้างความไม่มั่นใจเลย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการวิพากษ์วิจารณ์ของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ค่อนข้างที่จะกว้างขวาง โดยเฉพาะคําตอบที่รองนายกรัฐมนตรีได้ชี้แจงว่าศัตรูแล้วก็ผู้ก่อเหตุในพื้นที่ ๓ จังหวัดนั้น ไม่รู้ว่าใคร กลุ่มไหน และใครเป็นหัวหน้ากลุ่ม เพราะฉะนั้นปัญหาทั้งหลายก็เกิดความสับสน โดยเฉพาะอย่างยิ่งพี่น้องประชาชนในพื้นที่นี่สับสนครับ ผมจะเรียนต่อท่านประธานว่า สํานักวิจัยเอแบคโพลล์ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญเปิดเผยผลวิจัยเชิงสํารวจ เดี๋ยวผมจะโยงไปถึง งบประมาณนะครับ กรณีสาเหตุของปัญหาความไม่สงบใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ พบว่าเกินครึ่งครับ หรือร้อยละ ๕๕.๗ ระบุเป็นปัญหาขบวนการค้ายาเสพติด ค้าอาวุธสงคราม การผสมโรงกับก่อการร้าย ร้อยละ ๔๖.๖ เกิดจากความไม่เป็นเอกภาพของ ทหาร ตํารวจ ฝ่ายปกครอง และภาคประชาชน ร้อยละ ๔๕.๓ ระบุเป็นปัญหาทุจริตคอร์รัปชัน ร้อยละ ๔๔.๙ ระบุความล่าช้าในการเข้าถึงพื้นที่ก่อให้เกิดเหตุ ร้อยละ ๔๒.๑ ระบุเจ้าหน้าที่ บางหน่วยใส่เกียร์ว่างขัดแย้งกันเอง ร้อยละ ๓๖.๙ ระบุเจ้าหน้าที่รัฐร่วมมือกับขบวนการ การก่อการร้ายเสียเอง และร้อยละ ๒๓.๘ ระบุอื่น ๆ เช่น สภาพพื้นที่เข้าถึงดูแลยาก ขบวนการสร้างผลงาน และกลุ่มก่อการร้ายต้องการทําลายขวัญกําลังใจของเจ้าหน้าที่และ ประชาชน เป็นต้น นี่คือความรู้สึก ความเข้าใจของพี่น้องที่อยู่ในพื้นที่ ๓ จังหวัด ชายแดนภาคใต้ รวมถึงผมแล้วก็ ส.ส. ที่อยู่ในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ด้วย ท่านประธานครับ เหตุผลจากการทําวิจัยของเอแบคโพลล์นี่ก็ชัดเจนแล้วว่าวันนี้แนวทางและ มาตรการที่รัฐบาลได้กําหนดแนวทางการแก้ปัญหาเพื่อให้เกิดความสงบสุขนั้น จากการจัดสรร งบประมาณที่ลงไปเพื่อแก้ไขปัญหาความไม่สงบผมไม่ทราบว่าทางคณะกรรมาธิการ ได้ให้ความสําคัญในเรื่องปัญหาความไม่สงบในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ มากน้อยแค่ไหน อย่างไร แต่เท่าที่ผมทราบคณะกรรมาธิการไม่ได้ซักถาม แล้วก็ไม่ได้ ให้ความสําคัญในเรื่องของ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้มากนัก เพราะฉะนั้นการจัดสรร งบประมาณเราจะเห็นได้ว่า ๘ ปีที่ผ่านมานั้นเป็นส่วนที่ได้รับการสนับสนุนมากกว่า การจัดสรรงบประมาณในด้านการพัฒนา เราจะเห็นได้ว่าปีนี้ปี ๒๕๕๖ รัฐบาลได้จัดสรร งบประมาณลงไป ๒๐,๐๐๐ ล้านบาทเศษ และโดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านของความมั่นคง ๑๒,๐๐๐ ล้านบาทเศษ แล้วก็จะไปเป็นงบประจํา ส่วนที่จะเป็นงบลงทุนหรือว่างบพัฒนานั้น น่าจะไม่เกิน ๒,๐๐๐ ล้านบาท เพราะฉะนั้นเราถึงไม่แปลกใจครับว่าการแก้ไขและ การพัฒนาในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้นั้นโดยเฉพาะด้านการพัฒนาไม่มีความคืบหน้า ไม่ได้สร้างความหวังว่าพี่น้องประชาชนในพื้นที่จะได้มีอาชีพ จะได้มีความมั่นคง จะได้มีความปลอดภัยจากการจัดสรรงบประมาณลงไป เพียงแต่เราไปสนับสนุน โดยเฉพาะอย่างยิ่งไปให้ในเรื่องของสวัสดิการผลประโยชน์ให้กับกองกําลังและเจ้าหน้าที่ของรัฐ เป็นพิเศษ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กอ.รมน. ปีนี้ขอไป ๗,๔๕๕,๓๒๕,๕๐๐ บาท แต่ว่าทุกปีเราจะเห็นได้ว่าใครก็แล้วแต่ถ้าหากว่าเข้าไปดูแลในด้านความมั่นคง โดยเฉพาะในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้นี้มักจะต้องยึดอยู่กับงบประมาณ เช่นเดียวกัน ท่านรองนายกรัฐมนตรี ร้อยตํารวจเอก ดอกเตอร์เฉลิม อยู่บํารุง ได้มาชี้แจงกระทู้ถามผม ท่านก็บอกว่าแนวทางการแก้ปัญหาของ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้จะให้ได้ผลก็ต้องสนับสนุน งบประมาณแล้วก็กําลังพลเพิ่มเข้าไปอีก ถึงไม่แปลกใจครับว่ากรรมาธิการก็ได้สนับสนุน เพิ่มงบประมาณให้กับ กอ.รมน. เพิ่มอีก ๕๓๐ ล้านบาท ผมคิดว่าถ้าหากว่า เราเน้นไปในเรื่องของการเพิ่มงบประมาณลงไปคงยากที่จะแก้ไขปัญหาให้ยุติหรือว่าสงบลง โดยเร็วได้ เพราะฉะนั้นท่านประธานครับ อยากจะเรียนไปถึงคณะกรรมาธิการนะครับว่า เราได้มีข้อสังเกตจากการศึกษาเกี่ยวกับในเรื่องของการใช้จ่ายงบประมาณที่เฉพาะในพื้นที่ ๕ จังหวัดชายแดนภาคใต้ วันนี้เราไม่มีเจ้าภาพโดยตรงในการที่จะควบคุมแผนงบประมาณ ในการใช้จ่ายงบประมาณในการพัฒนาและแก้ไขปัญหาของ ๕ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ต่างคนต่างทํา ไม่ว่าจะเป็นด้านความมั่นคงก็คือ กอ.รมน. ด้านการพัฒนาก็คือ ศอ.บต. แล้วก็หน่วยงานต่าง ๆ ของรัฐต่างคนต่างทํา และที่เห็นชัดเจนที่สุดก็คือว่า การเสนองบประมาณลงไปพัฒนาและแก้ไขความไม่สงบในพื้นที่ ๕ จังหวัดชายแดนภาคใต้นั้น เน้นในเรื่องของการอบรมสัมมนาเสียส่วนใหญ่ ซึ่งเป็นงบประมาณที่ไม่ถึงพี่น้องประชาชน และไม่ก่อเกิดประโยชน์กับพี่น้องประชาชนโดยตรง ผมก็แปลกใจ สิ่งเหล่านี้ไม่ทราบว่า คณะกรรมาธิการได้ติดตามหรือว่าได้สอบถามบ้างหรือไม่ แม้กระทั่งว่าการเบิกจ่าย งบประมาณของปี ๒๕๕๕ ปีนี้หน่วยงานส่วนใหญ่มีผลการเบิกจ่ายน้อยไม่เป็นไปตาม แผนการใช้จ่ายงบประมาณ รวมทั้งการเบิกจ่ายงบประมาณมีการโอนเปลี่ยนแปลง งบประมาณจากแผนงานและโครงการพัฒนาไปดําเนินการเพื่อศึกษาดูงาน และการจัดอบรมสัมมนาเสียส่วนใหญ่ และผมถามว่าถ้าหากว่าเราจัดสรรงบลงไปอย่างนี้ แล้วหน่วยงานราชการไปโอนหรือว่าไปเปลี่ยนแปลงจากโครงการที่จะได้ประโยชน์ กับพี่น้องประชาชนกลับกลายมาเป็นเรื่องของการศึกษาดูงานและการจัดอบรมสัมมนานี่ รู้สึกมันจะง่ายเกินไป เพราะฉะนั้นถึงไม่แปลกใจครับ ถึงบอกว่า ๒๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ที่ลงไปในพื้นที่ ๕ จังหวัดชายแดนภาคใต้นี่มันถึงไม่มีประสิทธิภาพและไม่ก่อเกิดประโยชน์ ในการพัฒนาและการแก้ปัญหาได้ เมื่อเช้า ขอประทานอภัยที่จะต้องเอ่ยนาม ท่านกรรมาธิการพิเชษฐได้พูดถึงในเรื่องของการจัดงบประมาณลงในพื้นที่ของรัฐมนตรีก็ดี หรือเรียกว่าภาค ที่มีพรรคการเมืองที่มีจํานวนสมาชิกที่มากกว่าจัดสรรลงไป ไม่ว่างบถนน งบสนับสนุนต่าง ๆ ผมไม่แปลกใจครับว่าทําไมในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ และ ๔ อําเภอของจังหวัดสงขลาไม่มีงบพัฒนา ไม่มีงบบํารุงซ่อมแซมถนนหนทางเลย โดยเฉพาะในพื้นที่ของผมนี่ ๘๐ เปอร์เซ็นต์ครับหน่วยงานรับผิดชอบบอกว่าไม่มีงบ ส่วนกลางไม่ได้สนับสนุน โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรมทางหลวงชนบทก็ดี หรือว่ากรมทางหลวง ล้วนแล้วก็เอางบเหล่านี้ไปลงในพื้นที่ที่เป็นเขตเลือกตั้งของฝ่ายรัฐบาลเท่านั้น เพราะฉะนั้น ถ้าหากว่าเราบริหารงบประมาณโดยที่ไม่มีความยุติธรรมหรือความเป็นธรรมให้กับพี่น้อง ที่อยู่ในประเทศไทยด้วยกันนี่ปัญหาต่าง ๆ มันก็ยากที่จะแก้ไขเยียวยาได้
ท่านประธานครับ ท่านรัฐมนตรีวรวัจน์ได้พูดถึงว่าภารกิจนายกรัฐมนตรี ได้ไปทั่วโลก ได้ไปโชว์ชุดเครื่องแต่งกายที่ผลิตจากประเทศไทยสวมแล้วก็สวยดี ได้ไปถ่ายรูป ที่มัสยิดทัชมาฮาลกับหน่วยงานหรือราชการ ผมดีใจด้วยครับ แต่สิ่งที่ผมเสียใจก็คือว่า ทั่วโลกไปได้แต่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ของผมทําไมไปไม่ได้ครับ ขอสักหน่อยเถอะ เวลาไปต่างประเทศนี่ ๑๐ วัน ๗ วัน ผมขอ ๑ วันให้กับพี่น้องในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ไม่คิดถึงพี่น้องประชาชนซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นมุสลิมก็ไม่ว่า ก็ให้ขวัญกําลังใจกับพี่น้อง เจ้าหน้าที่ข้าราชการที่ประจําอยู่ในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ด้วยเถอะ ไปฟังสักนิด เขาต้องการอะไร ปัญหาอะไร อุปสรรคอะไร ถ้าหากว่ารอนั่งฟังหรือรอข้อมูลรายงานจาก ศปก.จชต. ที่รัฐบาลชุดนี้ฝันนักว่าถ้าตั้งชุดนี้แล้วปัญหาในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ก็คงจะสงบ ผมเรียนท่านประธานเลยครับว่า ศปก.จชต. ขณะนี้ก็ถูกวิพากษ์วิจารณ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเขาบอกว่าขณะนี้การประชุมในพื้นที่ ก็ใช้เวลาไม่เพียงพออยู่แล้วในการที่จะต้องไปประสานบูรณาการ แล้วส่วนกลางจะต้องดึงตัวเขา มาประชุมที่ส่วนกลางอีก ไหนจะต้องเสียเวลากับการเดินทาง ผมบอกแล้วไม่มีความจําเป็น ไปตั้งทําไม ศปก.จชต. สน. สร. อะไรของรองนายกรัฐมนตรีทั้ง ๓ ฝ่าย แค่ ๓ รองนายกรัฐมนตรี นี่ก็ยังบูรณาการไม่ลงตัวเลย แล้วจะให้หน่วยงานราชการอื่น ๆ ไปบูรณาการให้ลงตัวได้อย่างไร เลิกเถอะครับ แล้วก็คณะกรรมการของ ศปก.จชต. ก็ชุดเดียวกันนั่นแหละของ กพต. คือ คณะกรรมการยุทธศาสตร์พัฒนาชายแดนภาคใต้ ก็ชุดเดียวกันนั่นแหละครับ ๑๗ กระทรวง กับ ๖๖ หน่วยงาน เพียงแต่แยกออกมาไม่ต้องการเพราะว่า พ.ร.บ. ศอ.บต. นั้นเป็น พ.ร.บ. ที่เกิดขึ้นในสมัยรัฐบาลนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เพียงไม่พอใจผลงานของรัฐบาลที่แล้วยอมสละ ยอมทิ้ง ถึงแม้ว่าจะมีผลงาน ถึงแม้ว่าจะมีผลดีกลับกลายมาตั้งหน่วยงานใหม่ซึ่งเป็นปัญหา และอุปสรรคต่อการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ ถ้าหากว่าคิดอย่างนี้ พูดอยู่อย่างนี้ ผมบอกเลยว่า ไม่มีทางที่จะแก้ปัญหาความไม่สงบนี้ได้ ยากครับ ถ้าหากว่าเราไม่ลงไปเรียนรู้ปัญหา ด้วยตนเอง ท่านรองนายกรัฐมนตรีเฉลิมท่านบอกแล้วว่าท่านไม่ลงไป ท่านอยู่ตรงนี้ ท่านก็ฟังได้ก็คือรายงานจากเจ้าหน้าที่ของรัฐ แต่ไม่มีส่วนในการที่พี่น้องประชาชนจะรายงาน ข้อเท็จจริง ท่านไม่มีโอกาสได้ฟังและไม่มีโอกาสได้ยิน เพราะฉะนั้นแนวทาง ในการปรับยุทธวิธีหรือยึดมาตรการต่าง ๆ ในการที่จะไปแก้ไขปัญหาให้เกิดเป็นรูปธรรมได้ ผมก็หมดหวังเหมือนกัน เพราะฉะนั้นท่านประธานครับ ผมถึงได้ให้ความสําคัญในเรื่องของ การใช้งบประมาณ ผมได้ขอปรับลดงบประมาณของ กอ.รมน. ๒๐ เปอร์เซ็นต์ ผมอยากจะให้ ปรับลดงบประมาณให้น้อยลง แล้วก็กําลังพลปรับลดให้น้อยลง ดูสิว่าข้าราชการ หรือเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องที่อยู่ในพื้นที่มีศักยภาพไหม ในการที่จะกํากับดูแลความสงบสุข ตามอํานาจหน้าที่ที่ตนเองมี แต่วันนี้มันถูกขัดด้วยกฎหมายพิเศษ เพราะว่ากฎหมายพิเศษ มันไปครอบหมด แม้กระทั่งฝ่ายปกครองจะดําเนินการอะไรก็ไม่ได้ แม้กระทั่งเจ้าหน้าที่ตํารวจที่จะไป ดําเนินการทางคดีก็ไม่ได้ เพราะทุกอย่างจะต้องได้รับความเห็นชอบจากฝ่ายของ กอ.รมน. ผมเสียดายครับถ้าหากว่าคณะกรรมาธิการได้สอบถามรายละเอียดสิ่งที่ผมได้อภิปรายนี่ ผมคิดว่าความชัดเจนตรงนี้คณะกรรมาธิการพอที่จะได้แนวทางในการที่จะนําเสนอ ให้กับฝ่ายบริหารเพื่อกําหนดมาตรการแล้วก็แนวทางการแก้ปัญหาให้เป็นรูปธรรมได้ ไม่ใช่ว่าเราเป็นกรรมาธิการแล้วใครขอมาก็สนับสนุน ยิ่งทหารขอมาเท่าไรก็ให้ แล้วยังไม่พอ ต้องไปเพิ่มให้อีก ส่วนหน่วยงานอื่นนั้นขนาดว่าขอร้องแล้ว ชี้แจงด้วยเหตุผลแล้ว แต่ไม่ถูกใจปรับลด บางหน่วยงานก็บ่นว่าที่ถูกปรับลดเป็นส่วนที่เขาได้ตั้งใจและมีความสําคัญ กับแผนงานที่เขาได้กําหนดมาล่วงหน้าแล้วก็ถูกปรับ แต่ว่าของฝ่ายทหารนี่อย่าว่าแต่ปรับลด เลยครับ เพิ่มเข้าไปอีก ผมก็แปลกใจโดยเฉพาะอย่างยิ่งแผนงานการแก้ไขปัญหาของ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้นี่มีทุกหน่วยงาน ทุกกระทรวง ทบวง กรม แล้วก็ทุกหน่วยงาน ส่วนใหญ่ก็จะไปทุ่มอยู่บนการอบรมสัมมนา เพราะยึดยุทธศาสตร์เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา วิทยากรจากกรุงเทพมหานครจะไปสร้างความเข้าใจให้กับคนมุสลิมที่อยู่ใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ท่านคิดดูสิแล้วจะคุยกันรู้เรื่องได้อย่างไร แทนที่ว่าคนที่อยู่ส่วนกลาง ไปเรียนรู้คนในพื้นที่แล้วถึงจะเข้าใจเขา แต่ถ้าหากว่าเอาความคิดของเราไปจะให้เขาเข้าใจเรานี่ คนส่วนใหญ่เข้าใจคนส่วนน้อยยากครับ ต้องคนส่วนน้อยไปเข้าใจคนส่วนใหญ่ถึงจะ ปรับได้ จูน (Tune) กันได้ เพราะฉะนั้นท่านประธานครับ ผมก็คงจะติดใจตรงนี้ละครับ ที่ทางคณะกรรมาธิการไม่ได้ซักถามในรายละเอียดเกี่ยวกับในเรื่องของการจัดสรร งบประมาณที่ลงไปในด้านความมั่นคงในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ แล้วก็การไปจัดสรร หรือว่าเพิ่มงบประมาณให้โดยที่ไม่มีเหตุผล ถ้าหากว่ามีเหตุผลสักนิดหนึ่งได้รู้ถึง ความสําคัญหรือความจําเป็นนี่ผมคิดว่าตรงนี้อย่างน้อยที่สุดพวกผมแล้วก็พี่น้องในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ก็คงจะมีความหวังบ้างว่าปีนี้ครั้งนี้รัฐบาลก็มีความเข้าใจและรัฐบาล ก็มีความตั้งใจในการที่จะเข้าไปแก้ปัญหา แล้วก็ความหวังนี้ถ้าหากว่าเห็นแสงราง ๆ ก็จะทําให้ พี่น้องเกิดความสุขใจและสบายใจได้
ท่านประธานที่เคารพครับ มีอีกส่วนหนึ่งซึ่งเป็นงบซ้ําซ้อน อันนี้ก็เยอะ เพราะว่าการที่เข้าไปรับผิดชอบในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้นั้นมีหลายหน่วยงานครับ ถ้าเราจะพูดถึงกลุ่มด้านความมั่นคงก็คือ กอ.รมน. ถ้าหากว่าด้านการพัฒนาก็คือ ศอ.บต. แต่ก็มีหน่วยงาน กระทรวง ทบวง กรมอื่น ๆ ด้วย เพราะฉะนั้นบางโครงการเข้าไปทับซ้อน กระทรวงนี้ก็ทํา ทหารก็ทํา ศอ.บต. ก็ทํา จากการพิจารณาผลก็คือว่างานส่วนใหญ่ งบประมาณที่ลงไปในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ส่วนใหญ่แล้วไม่ค่อยถึง พี่น้องประชาชนโดยตรงหรอกครับ มันจะไปสะดุดหยุดอยู่เป็นในเรื่องของงบใช้สอยนะครับ จะไม่ตกไปในเรื่องของงบลงทุน เพราะฉะนั้นเราถึงไม่แปลกใจว่าการพัฒนาไม่ว่าด้านอาชีพ รายได้ในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้มักจะไม่ค่อยมีโครงการที่เป็นรูปธรรมออกมา เพราะฉะนั้นอันนี้ถึงอยากจะขอแปรญัตติปรับลดในส่วนของด้านความมั่นคง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กอ.รมน. ๒๐ เปอร์เซ็นต์ ส่วนในเรื่องของสํานักข่าวกรองแห่งชาติ เพื่อนสมาชิกก็คงจะอภิปราย แล้วก็ สมช. ก็เช่นเดียวกันล้วนแล้วที่เกี่ยวข้อง ในด้านความมั่นคงทั้งสิ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งขณะนี้ที่ไม่ประสบความสําเร็จในเรื่องของ การรู้เขารู้เราโดยเฉพาะด้านการข่าว ด้านการข่าวนี่ผมไม่ทราบว่าทางกรรมาธิการ ได้ให้ความสําคัญเกี่ยวกับในเรื่องของการกระตุ้นฝ่ายข่าวของเรา ขณะนี้ต้องยอมรับว่า การข่าวของเราตามหลังฝ่ายตรงข้าม เพราะฉะนั้นถึงไม่แปลกใจว่าเราต้องสูญเสียกําลัง เจ้าหน้าที่ของเรามากกว่าฝ่ายตรงข้าม อย่างเดือนนี้ผมคิดว่าฝ่ายเจ้าหน้าที่ของเรา เพลี่ยงพล้ําไปในการกระทําของฝ่ายตรงข้ามไม่น้อยกว่า ๒๐-๓๐ คน ในขณะเดียวกันนั้น ฝ่ายตรงข้ามไม่ได้สูญเสียเลย อันนี้เป็นเรื่องที่น่าสังเกตนะครับว่าความผิดพลาดหรือขัดข้อง ในเรื่องของการปฏิบัติหน้าที่และการแก้ไขปัญหาความไม่สงบในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่แท้จริงแล้วมันคืออะไรนะครับ นี่เหตุผลที่ผมได้ขอแปรญัตติปรับลดในส่วนของมาตรา ๕ ครับ ขอขอบคุณครับท่านประธาน