สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๕ · ๑๖ สิงหาคม ๒๕๕๕

รัชฎาภรณ์ แก้วสนิท ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดกาฬสินธุ์ เสนอแนะว่าโครงการกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีแห่งชาติมีปัญหาตั้งแต่ต้น เนื่องจากไม่ได้แจ้งให้ประชาชนทราบถึงวัตถุประสงค์และวิธีการดำเนินการ ทำให้เกิดความแตกแยกในหมู่บ้านและชุมชน และไม่ได้ผลตามที่ตั้งใจ เธอจึงขอให้รัฐบาลแก้ไขระเบียบเกี่ยวกับกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีแห่งชาติ และจัดตั้งคณะกรรมการบริหารกองทุน โดยเฉพาะอย่างยิ่งให้พิจารณาใช้จ่ายเงินในกองทุนให้เหมาะสม และตรวจสอบการใช้เงินกองทุนเหล่านี้ให้คุ้มค่า

นางรัชฎาภรณ์ แก้วสนิท บัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน รัชฎาภรณ์ แก้วสนิท ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดกาฬสินธุ์ ดิฉันอยากจะกราบเรียนว่าดิฉันได้สงวนคําแปรญัตติเอาไว้ที่จริงก็ทุกกระทรวงค่ะ แต่ว่าสํานักนายกรัฐมนตรีก็มีความตั้งใจเป็นพิเศษที่จะกราบเรียนว่าช่วงที่ผ่านมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งช่วงปิดสมัยประชุมดิฉันก็ได้เดินทางไปพบกับพี่น้องกลุ่มต่าง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มผู้หญิงนะคะ ก็ได้พบว่าปัญหาอุปสรรคทั้งหลายนี่เกิดขึ้นมากมาย แล้วก็ได้ติดตามการทํางานของท่านนายกรัฐมนตรีซึ่งท่านได้กดปุ่มส่งเงินไปให้จังหวัดต่าง ๆ จังหวัดละ ๒๐ ล้านบาทแล้ว แล้วก็ได้ติดตามไปดู ซึ่งที่จริงตอนนี้เงินก้อนนั้นยังใช้อะไรไม่ได้เลย เพราะต้องรอคณะกรรมการระดับชาติเสียก่อน แล้วทางโครงการนี้นี่นะคะ ทางกองทุนนี่ ก็ได้พยายามที่จะดําเนินงาน ที่จริงอยากจะกราบเรียนท่านว่าโครงการนี้รัฐบาลก็พยายามโฆษณานะคะ คุยว่าเป็นรัฐบาลแรก ที่มีเงินมีงบให้กลุ่มผู้หญิง ซึ่งถามว่าดีไหม ดี ดีกว่าไม่มี เพราะว่าเมื่อก่อนนี้ผู้หญิง เวลาคณะกรรมการพัฒนาสตรี ระดับหมู่บ้าน ระดับตําบล ระดับอําเภอ หรือระดับจังหวัด รวมทั้งระดับชาติ ซึ่งตอนหลังตั้งเป็นสมาคมนี่กว่าจะทํากิจกรรมทั้งหลายได้ต้องหาเงินเอง ไม่ว่าจะไปหาทําเป็นผ้าป่า จัดผ้าป่า หรือวันสตรีสากลได้เงินไปจังหวัดละ ๕,๐๐๐ บาท ก็ต้องไปเปิดร้าน ต้องไปจัดดนตรี จัดคอนเสิร์ตกัน ถ้ามีงบเอาไว้ให้เขาทํากิจกรรมก็ถือว่า เป็นเรื่องดี แต่ข้อสําคัญต้องให้ทําจริงแล้วต้องคํานึงถึงคุณภาพด้วย ไม่ใช่เอาไว้โฆษณาว่ามี แล้วก็ไม่ได้ไปดําเนินการอะไรให้มันเรียบร้อย เพราะว่าที่จริงจําได้เลยว่าเมื่อตั้งรัฐบาล ขึ้นมาใหม่ ๆ ดิฉันได้หารือในสภาในช่วงเช้าไม่ต่ํากว่า ๕ ครั้งเพื่อที่จะเรียนให้ทราบว่า มันมีปัญหาในระดับพื้นที่ รัฐบาลต้องสนใจที่จะทําให้พี่น้องประชาชนเข้าใจเจตนาของ กองทุนกองทุนนี้ ซึ่งมีเงินก็ไม่มากเท่าไร แต่ข้อสําคัญต้องใช้ให้ถูกต้อง ใช้ให้คุ้มค่า ดิฉันพูดหลายครั้งในตอนนั้นนะคะว่าถ้าดําเนินการหรือจัดการไม่ดี ๑. มันจะเป็นการโม้เฉย ๆ ว่า ได้ตั้งกองทุนนี้ขึ้นมาแล้ว ๒. ถ้าจัดการไม่ดีมันจะทําให้งบประมาณนี้ใช้ไม่ถูกต้อง เมื่อท่านได้กดปุ่มส่งเงินไป ๑,๕๔๐ ล้านบาทก็คือจังหวัดละ ๒๐ ล้านบาท ปีนี้ท่านก็ตั้งขึ้นมาอีก ๖,๓๖๐ ล้านบาท รวมแล้วเป็น ๗,๙๐๐ ล้านบาท ซึ่งท่านตั้งเอาไว้ที่จะให้จังหวัดต่าง ๆ เฉลี่ยจังหวัดละ ๑๐๐ ล้านบาทก็เป็นเงิน ๗,๗๐๐ ล้านบาท ท่านก็ตั้งงบบริหารเอาไว้ ๒๐๐ ล้านบาท นั่นหมายถึงว่าเวลาประชุมระดับตําบลกับระดับจังหวัดซึ่งท่านไม่มีกรรมการ ระดับหมู่บ้าน ไม่มีกรรมการระดับอําเภอ มีระดับตําบลกับระดับจังหวัด ซึ่งจริง ๆ แล้ว ระดับหมู่บ้านเป็นพื้นที่ที่มีคนอยู่ตัวจริง เพียงแต่ว่าท่านรีบร้อนแล้วท่านไม่พยายามที่จะให้ ความรู้ที่ถูกต้องกับพี่น้องประชาชน มันถึงทําให้ดิฉันต้องเสนอตัดงบประมาณ ของกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีแห่งชาติ ถามว่าทําไมดิฉันมาอภิปรายในสํานักนายกรัฐมนตรี ก็เพราะคณะกรรมการจัดการบริหารเขาเรียกยุทธศาสตร์อะไรนี่อยู่ที่สํานักนายกรัฐมนตรี แล้วก็ได้ดําเนินการไป มีการไปรับฟังความเห็นพี่น้องประชาชน ซึ่งเมื่อปีที่แล้วดิฉันก็คัดค้าน ดิฉันแย้งไม่เห็นด้วยกับการที่จะใช้วิธีรับฟังความเห็นแล้วก็ให้ความรู้ประชาชน ด้วยการไปตามจังหวัดใหญ่ ๆ แล้วก็ไปจัดที่โรงแรมใหญ่ ๆ เพราะสุดท้ายแล้ว เวลาคนที่จะเป็นสมาชิกท่านต้องไประดมจากระดับหมู่บ้าน ระดับหมู่บ้านถ้าความรู้ไม่เท่ากัน มันกลายเป็นว่าโครงการนี้ งบประมาณนี้ ๗,๗๐๐ ล้านบาทซึ่งขอมาเต็มแล้วในปีนี้ เป็นโครงการที่สร้างความแตกแยกในหมู่บ้าน ในชุมชน เพราะว่ามีคนที่รู้ไม่เท่ากัน มีคนที่ตั้งองค์กรขึ้นมาใหม่ชื่อชมรมเสียงสตรีแล้วก็เป็นสมาชิก ตอนตั้งตอนแรกก็บอกว่า จะมีเงินก้อนนี้แหละมาให้บริหารจัดการมาให้กู้ยืมในหมู่บ้าน เพราะฉะนั้นเมื่อถึงเวลาที่ คณะทํางานหรือกองทุนนี้ดําเนินการมันก็กลายเป็นคนที่มีคนรู้เรื่องในหมู่บ้านกลุ่มหนึ่ง กับอีกกลุ่มหนึ่งเป็นคนที่ไม่รู้เรื่องแต่ต้องมาสมัครเป็นสมาชิก เมื่อมีการระดมให้สมัคร เป็นสมาชิกแล้ว ที่จริงเมื่อท่านให้ กศน. ไปรับสมัคร กศน. ผู้รับสมัครยังไม่รู้เรื่องเลยว่า กองทุนนี้มีวัตถุประสงค์อะไร แล้วจะทําอะไรบ้าง ก็รับสมัครไป แล้ววิธีเก็บข้อมูล ดิฉันไม่เข้าใจว่าเก็บข้อมูลอย่างไร ทราบแต่ว่าในหลายจังหวัดที่มีผู้สมัครไม่มาก ตอนหลังมานี่รัฐบาลก็เลยให้ฝ่ายปกครองเป็นคนไประดมชื่อมาเพื่อที่จะให้มีชื่อจังหวัดละ ให้มากหน่อย ให้ได้จังหวัดละเป็นล้าน พอมาถึงตอนนี้มันกลายเป็นว่าความรู้ไม่เข้าใจ เมื่อไม่เข้าใจแล้วทางนี้ก็มีการเลือกทําประชาคมเพื่อที่จะเลือกตัวแทนหมู่บ้านละ ๑ คน ไปเป็นกรรมการระดับตําบล ดิฉันไปมานี่นะคะ ที่จริงยกตัวอย่างมาแค่จุดเดียว ที่ดิฉันไปเป็นวิทยากรแล้วพี่น้องผู้หญิงบ่นมาก ดิฉันก็บอกว่าถ้าบ่นมาก ๆ เรื่องกองทุนตอนนี้ เขาเลือกกรรมการระดับตําบล ระดับอําเภอไปแล้ว แล้วก็แจกกระดาษไป แล้วก็บอกว่า คุณเขียนมาว่ามีปัญหาอะไร นี่เฉพาะจุดเดียวนะคะดิฉันถือมา ถ้าท่านใดต้องการที่จะดู เป็นลายมือของพี่น้องประชาชนแล้วก็บ่นเข้ามาให้ทราบว่ามันมีปัญหามาก แล้วที่สําคัญ ก็คือที่จริงแล้วก็รัฐบาลนี้แหละกระทรวงมหาดไทยเมื่อก่อนนี้ที่ตั้งคณะกรรมการ กองทุนพัฒนาบทบาทสตรีระดับต่าง ๆ ขึ้นมา เขาพยายามที่จะทํากิจกรรมทั้งหลายในขณะที่ ไม่มีเงิน เขาก็บ่นว่าเมื่อมีเงินจังหวัดละประมาณ ๑๐๐ ล้านบาทก็ตั้งกรรมการชุดใหม่ขึ้นมา ซึ่งไม่ใช่พวกเขา แล้วแถมบางแห่งเขายังถูกกีดกันเสียด้วยซ้ําไป เขาก็จะบ่นกันมา แล้วเมื่อมาถึง มีคนคัดค้านเยอะนะคะ ที่จริงไม่ได้คัดค้านว่าท่านมีเงินก้อนนี้ไว้ให้ผู้หญิงดําเนินกิจการ ทั้งหลาย แต่คัดค้านในเรื่องของกระบวนการแล้วก็เรื่องรายละเอียด เพียงแต่ว่ารัฐบาล อาจจะฟังคนอื่นน้อยไปหน่อย เพราะคณะกรรมการยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ ในสํานักนายกรัฐมนตรีก็จะเป็นคนที่ใกล้ชิดท่านทั้งสิ้น มีองค์กรผู้หญิงที่ทํางานด้านผู้หญิง ด้านสิทธิผู้หญิงในการส่งเสริมพัฒนาสตรีเสนอข้อเสนอเข้าไปมาก แต่ไม่ได้รับการแก้ไข ไม่ได้รับการดูแล เพราะฉะนั้นก็ดําเนินการมาเรื่อย ๆ จากความไม่เข้าใจ เอกสารปึก ที่ดิฉันยกให้ท่านดูเขาจะเล่าให้ฟังว่าการเลือกตั้งกรรมการระดับหมู่บ้านเมื่อมีผู้สมัครแล้วนี่ เพื่อที่จะต้องการ เขาบอกว่าต้องการที่จะล็อกสเปก (Lock spec) ผู้ที่จะเป็นกรรมการระดับ หมู่บ้านเป็นตัวแทนหมู่บ้าน วันที่ไปประชุมก็จะบอกไม่ครบถ้วน ไม่ทั่วถึง แล้วคนที่ไปที่เป็น สมาชิกอยู่แล้วไปถึงปรากฏว่าชื่อที่เป็นสมาชิกตกหล่น แต่ผู้ที่ชวนกันไปไปถึงไม่ได้เป็นสมาชิก ให้สมัครสมาชิกได้ ที่จริงสมัครสมาชิกไม่ได้นะคะ มันมีช่วงปิดการสมัครเป็นสมาชิกไปแล้ว แล้วก็บอกว่ามันทําให้มีการล็อกสเปก มีการบอกว่าให้เอาเมียผู้ใหญ่บ้าน ให้เอาผู้ช่วย ให้เอาใครเป็น แล้วพอไปถึงระดับตําบลมีกรรมการระดับตําบลก็มาเล่า ไม่ได้เล่าอย่างเดียว เขียนในนี้ด้วย บางคนบอกว่ากรรมการระดับตําบลมีการลอบบี้ (Lobby) กัน มีการใช้เงิน บางจังหวัด ๒๐,๐๐๐ บาท ในเอกสารนี้นะคะ บางแห่ง ๓๐,๐๐๐ บาท ถ้าเป็นระดับอําเภอ ๓๐๐,๐๐๐ บาท ดิฉันก็ถามว่าแล้วจะเข้าไปเป็นอะไร เพราะความไม่เข้าใจอย่างไรคะ เขาทราบว่ามีเงินลงมาเฉลี่ย ๑๐๐ ล้านบาท แล้วถ้าเขาเป็นกรรมการถ้ามีการกู้ยืมเงิน ซึ่งรัฐบาลโฆษณามากเลยวัตถุประสงค์ ๔ ข้อนี่

ข้อแรก คือเป็นแหล่งเงินทุนดอกเบี้ยต่ําได้รับการโฆษณามาก ดิฉันถามกรรมการ เขาก็บอกว่าเขาคิดว่าเขาจะมีสิทธิไปอนุมัติเงินทั้งหลายเหล่านี้ ซึ่งเขาเข้าใจว่าจะเป็นช่องทาง ในการที่เขาจะได้ผลประโยชน์บ้าง ซึ่งเป็นความเข้าใจผิดอย่างสิ้นเชิง แล้วเข้าใจผิดอย่างนี้ เยอะมาก ดิฉันไปหลายเวทีนะคะ ดิฉันถึงตัดสินใจที่จะพูดว่าถ้าอย่างนั้นงบที่มีอยู่ที่ขอปีนี้ ๖,๓๖๐ ล้านบาท ให้ไปก็จะครบ ๗,๗๐๐ ล้านบาทตามเป้าหมายของท่านนั่นแหละ แต่ชะลอก่อนได้ไหม ก็กลัวจะบอกว่าไม่ได้ ดิฉันก็ขอตัด ๑๐ เปอร์เซ็นต์ เพื่อที่จะ ยังไม่ปล่อยลงไปให้ดําเนินการอย่างนั้น ดิฉันเสนอว่าค่อย ๆ ทําเพราะมันทําทั่วประเทศ แล้วมีผู้ร้องเรียนกันเยอะนะคะ แต่บังเอิญว่าท่านทํากันเองมันก็เลยยุ่งยากอย่างนี้ค่ะ มันก็ไม่ได้ฟังใคร การที่จะระดมคนทั้งประเทศมามันเป็นเรื่องยาก แล้วเงินก็ยังใช้ไม่ได้ แต่ก็ตั้งขึ้นมาเพื่อที่จะให้มันครบ ที่จริงรัฐบาลทําไปแก้ไปก็ดี แต่ต้องแก้ด้วยความเข้าใจ ต้องเข้าใจว่าประชาชนที่อยู่ในทุกระดับเข้าใจแค่ไหน มีใครที่จะตั้งตัวเป็นเจ้าของกองทุนนี้ ในหมู่บ้าน มีแน่นอนก็คือคนที่สมัครเป็นชมรมเสียงสตรีรุ่นแรก ๆ รุ่นหลัง ๆ ก็ขยายออกไป แล้วก็นอกนั้นเขาก็จะรู้สึกว่าเขาไม่ได้เป็นเจ้าของ แต่ข้อสําคัญ ท่านประธานคะ ถ้ามีนโยบาย เกิดขึ้นมาแล้วทําได้ไม่จริงเขาเรียกว่าโม้ ถ้าทําไปแล้วมันไม่ประสบความสําเร็จจะทําให้เกิดความล้มเหลว ตอนนี้แค่เป็นการเลือก กรรมการในเบื้องต้น ระเบียบนี้บอกว่าเลือกตัวแทนหมู่บ้านละ ๑ คนไปเป็นกรรมการ ระดับตําบล และให้มีผู้ทรงคุณวุฒิระดับตําบล ๕ คนจังหวัดเป็นคนตั้ง ไม่ใช่ตําบลเป็นคนตั้งนะคะ แล้วระดับตําบลไปเลือกตัวแทนอําเภอ แต่ตัวแทนอําเภอเลือกกันไปเป็นระดับจังหวัด เพราะระดับอําเภอไม่มี แต่ระดับจังหวัดมีผู้ทรงคุณวุฒิ ๕ คน แล้วก็บอกว่าให้กรรมการ ระดับชาติเป็นคนตั้งกรรมการระดับจังหวัด ดิฉันไปฟังผู้ว่าราชการจังหวัดบางท่านท่านบอก ท่านไม่รู้เรื่อง ซึ่งที่จริงท่านอาจจะไม่จําเป็นต้องรู้เรื่องก็ได้เพราะว่าไม่ใช่งานของท่าน แต่ท่านก็รู้สึกว่าทําไมท่านไม่รู้เรื่อง อาจจะมีบางหน่วยงานที่รู้ แล้วเสนอขึ้นไปมีการถามกัน อ้าว เสนออีกได้ไหม ผู้ใหญ่ในจังหวัดถามเสนออีกได้ไหม ถ้าเสนออีกเอาคนนั้นคนนี้เข้าไปสิ มันง่ายเพราะมันไม่ต้องมีการเลือกสรร ไม่ต้องมีการคัดสรร แล้วเวลาส่งใครมานี่จังหวัด เขาไม่ได้เลือก กรรมการระดับจังหวัดไม่ได้เลือก ถ้าเป็นผู้หลักผู้ใหญ่ในจังหวัด จะมาครอบเขาหรือเปล่า ดิฉันอยากจะเรียนท่านว่าเจตนาในการตั้งกองทุนนี้ต้องให้มัน เดินไปให้ได้ อย่าให้มันต้องมาสะดุดตรงที่ความไม่เข้าใจของพี่น้องประชาชน แล้วก็อ้างความเป็นผู้หญิง อ้างการพัฒนาสตรีเข้าไปเพื่อให้คนอื่น ๆ เข้ามาหาประโยชน์ได้

ท่านประธานที่เคารพคะ ดิฉันอยากจะเรียนให้ทราบว่ามีองค์กรสตรี เครือข่ายองค์กรสตรีพยายามที่จะเสนอรัฐบาล ไม่เห็นด้วยตั้งแต่แรกแล้วค่ะว่าการให้ผู้หญิง ต้องสมัครเป็นสมาชิก ทั้ง ๆ ที่ชื่อว่ากองทุนพัฒนาบทบาทสตรีแห่งชาติ มีหลายองค์กร ไม่เห็นด้วย เขาบอกต้องเปิดหมดเลย ถ้าไม่อย่างนั้นคือใครก็ได้ที่เป็นผู้หญิง ไม่อย่างนั้น มันจะไปรอนสิทธิผู้หญิงที่อยู่ห่างไกลที่เป็นกลุ่มชาติพันธุ์ทั้งหลายเขาก็จะไม่มีโอกาส แล้วมีข้อเสนอหลายข้อ จนสุดท้ายเขาไปพบกับท่านนายกรัฐมนตรี ไปพบกับเลขาธิการ นายกรัฐมนตรีแล้วเขาประชุมกัน ท่านก็ส่งให้โฆษกรัฐบาลกับเลขาธิการนายกรัฐมนตรีมาพบ แล้วก็เจรจากัน สุดท้ายไปแถลงข่าวอยู่ที่จังหวัดสุรินทร์ตอนที่ไปประชุมคณะรัฐมนตรี ท่านประธานที่เคารพคะ ดิฉันอยากจะเรียนถามว่าเมื่อระเบียบเดิมก็ดําเนินการไปเรื่อย ๆ แก้ไปแล้วก็ดําเนินการไป แล้วก็เลือกกรรมการมาแล้วทุกระดับ เพียงแต่ว่าระดับชาติยังไม่ได้ แต่งตั้ง เมื่อยังไม่ได้แต่งตั้งเงินทั้งหลายก็ยังประกาศใช้ไม่ได้ แล้วรัฐบาลก็ไปแถลงข่าวร่วมกัน กับเครือข่ายองค์กรสตรีที่จังหวัดสุรินทร์ แล้วก็มีความเห็นร่วมกันใน ๕ ประเด็น

ประเด็นที่ ๑ คือจะแก้ไขระเบียบเดิม ในขณะที่กรรมการก็ตั้งไปแล้ว การแต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีแห่งชาติ นายกรัฐมนตรีในฐานะเป็นประธานคณะกรรมการจะแต่งตั้งผู้ทรงคุณวุฒิ จํานวน ๕ คน จากผู้ที่มีการดําเนินงานและมีผลเป็นที่ประจักษ์ในความรับผิดชอบ เสียสละ หรือมีส่วนร่วม ในการทําประโยชน์แก่สังคมเกี่ยวกับการส่งเสริมโอกาส การคุ้มครองพิทักษ์สตรี และความเสมอภาคระหว่างเพศ อันนี้ก็คือท่านนายกรัฐมนตรีรับปากว่าท่านนายกรัฐมนตรี จะตั้ง ๕ คน สันนิษฐานก็คือเป็นกลุ่มองค์กรที่เคลื่อนไหวแล้วทํางานด้านนี้

ประเด็นที่ ๒ การแต่งตั้งที่ปรึกษาในคณะกรรมการกองทุนพัฒนา บทบาทสตรีแห่งชาติ ท่านก็จะตั้งที่ปรึกษาจากผู้มีความรู้และมีประสบการณ์เหมือนข้อแรก

ประเด็นที่ ๓ การตั้งคณะกรรมการบริหารกองทุนจํานวนไม่เกิน ๑๐ คน ในระเบียบปี ๒๕๕๕ นี่นะคะ จํานวน ๕ คนจะเอามาจากรายชื่อที่เครือข่ายองค์กรสตรี ภาคประชาชนเสนอชื่อ นั่นก็คือถ้ากลุ่มนี้เสนอขึ้นมาจะเอาไป ๕ ชื่อจาก ๑๐ ชื่อ

ประเด็นที่ ๔ เมื่อมีการประกาศรายชื่อคณะกรรมการกองทุนพัฒนา บทบาทสตรีแห่งชาติแล้ว ขอให้คณะกรรมการแก้ไขระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรี ให้มีการจัดตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อพิจารณาเรื่องต่าง ๆ โดยเร่งด่วน ๑. ยกเลิก การรับสมัครเป็นสมาชิก อันนี้เป็นข้อตกลงกันนะคะ

๑. มีอนุกรรมการยกเลิกการรับสมัครเป็นสมาชิกและให้เป็นกองทุนเปิด ซึ่งทั้งหลายทั้งปวงที่ผ่านมารับสมัครสมาชิกแล้ว แล้วคนกลุ่มนี้ก็ถือว่าเป็นโดยอัตโนมัติ แล้วยกเลิกการรับสมัครใช่ไหม

๒. แก้ไขคุณสมบัติของผู้ที่สามารถขอรับสิทธิจากกองทุน

๓. ทบทวนวัตถุประสงค์ของการใช้กองทุนพัฒนาบทบาทสตรี ๔ ข้อเสียใหม่ ก็คือการเรียงลําดับเสียใหม่

๑. เป็นแหล่งเงินทุนเพื่อการส่งเสริม สนับสนุนการจัดกิจกรรมในการพัฒนา บทบาทสตรี

๒. เป็นแหล่งเงินทุนเพื่อการพัฒนาศักยภาพสตรีและเครือข่ายสตรี

๓. เป็นแหล่งเงินทุนเพื่อการสนับสนุนโครงการอื่น ๆ ที่เป็นการแก้ไขปัญหา และพัฒนาสตรี

๔. เป็นแหล่งเงินทุนหมุนเวียนดอกเบี้ยต่ําหรือปลอดดอกเบี้ย ในการสร้างโอกาส ให้สตรีเข้าถึงแหล่งทุน

ก็คือ ๑-๔ นี้สลับกันกับวัตถุประสงค์เดิมของกองทุน เรียง ๑ ๒ ๓ ๔ ตอนนี้ข้อตกลงกันก็คือเอา ๔ ขึ้นมาก่อนเป็น ๔ ๓ ๒ ๑ และสัดส่วนในการใช้เงินกองทุน ควรเป็นดังนี้ ลําดับที่ ๑ มีสัดส่วนร้อยละ ๓๐ อันนี้ก็คือพัฒนาองค์กรผู้หญิงให้มีมากที่สุด ส่วนลําดับที่ ๒ ลําดับที่ ๓ ลําดับที่ ๔ ควรมีสัดส่วนเท่ากันคือร้อยละ ๒๐ นั่นแปลว่า การเป็นเงินทุนหมุนเวียนดอกเบี้ยต่ําหรือปลอดดอกเบี้ยให้มีแค่ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ เพราะว่า มีข้อมูลนะคะว่าพี่น้องประชาชนในหมู่บ้านถ้านับระดับตําบลมีกองทุนทั้งหลาย ที่พี่น้องประชาชนจะไปกู้ยืมได้ในระดับตําบลแต่ละตําบลไม่น้อยกว่า ๒๐ กองทุน เพราะฉะนั้นกองทุนนี้ควรจะนําไปพัฒนาสตรีไม่ใช่เอามาให้กู้ดอกเบี้ยต่ํา เพราะฉะนั้นกู้นี่ ควรจะอยู่ลําดับสุดท้ายคือ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ แต่ท่านประธานคะ ใครหลอกใคร เมื่อไม่กี่วันมานี้ รัฐมนตรีนลินีซึ่งเป็นคนดูแลเรื่องนี้ท่านบอกว่าจะให้เป็นเงินกู้ยืม ๘๐ เปอร์เซ็นต์ แปลว่า อยากจะให้พี่น้องสตรีทั้งหลายตั้งหน้าตั้งตากู้อีกหรืออย่างไร ในเมื่อข้อมูลของ สํานักนายกรัฐมนตรีบอกว่าตําบลหนึ่งมีกองทุนให้กู้ได้ไม่น้อยกว่า ๒๐ กองทุน อันนี้ก็มา ๘๐ เปอร์เซ็นต์เพื่อที่จะหลอกล่อหรือเพราะไม่เข้าใจ แล้วข้อตกลงที่แถลงข่าวมีภาพด้วยนะคะ มีท่านโฆษกรัฐบาล แต่ไม่มีท่านเลขานุการรัฐมนตรี แต่เลขานุการรัฐมนตรีประชุมด้วย อันนี้ไม่มีท่านรัฐมนตรีที่ดูแลเรื่องนี้ แต่ท่านรัฐมนตรีไปประกาศคนละอย่างนะคะ กับข้อตกลงตรงนี้ ต้องถามว่านโยบายนี้ใครหลอกใคร เป็นการหลอกกันหรือเปล่า เป็นการขายผ้าเอาหน้ารอดเฉพาะหน้าหรือเปล่า หรือถ้าไม่อย่างนั้นท่านจะไปจัดการอย่างไร ข้อตกลงเหล่านี้พี่น้องประชาชนยังไม่ทราบ ดิฉันเรียนถาม ส.ส. ในห้องนี้ยังไม่ทราบเลย เพราะฉะนั้นต้องถามว่าจะดําเนินการจริงหรือเปล่า ก็ต้องเรียนท่านว่าถ้าอย่างนั้น ก็อย่าเพิ่งใช้เงินเลย ถ้ามีโครงการหรือนโยบายแล้วทําไม่ได้ ถ้ามีนโยบายแล้วล้มเหลว ถ้ามีนโยบายมีงบประมาณแล้วเป็นช่องทางให้คนมาหาประโยชน์จากงบนี้ โดยอ้างความเป็นผู้หญิง ไม่ว่าจะเป็นจากการบริหารหรือการพิจารณาโครงการงบเงินกู้ งบช่วยเหลือผู้หญิง งบให้องค์กรก็ตามนะคะ ต้องเรียนถามว่าถ้ามีนโยบายอย่างนี้แล้วมีปัญหา ทําให้เกิดความแตกแยกในหมู่บ้าน ในชุมชน แล้วยังเป็นช่องทางที่จะทําให้ การบริหารโครงการนี้ล้มเหลว ที่จริงดิฉันตัด ๑๐ เปอร์เซ็นต์ยังน้อยเสียด้วยซ้ําไป ฝากให้รัฐบาลกลับไปพิจารณาอีกครั้งหนึ่ง

แล้วมีอีกข้อสุดท้าย ขอประทานโทษ ข้อตกลงที่ตกลงกันที่จังหวัดสุรินทร์ ที่แถลงอยู่ที่จังหวัดสุรินทร์ รัฐบาลจะดําเนินการในกระบวนการนิติบัญญัติเพื่อแก้ไขระเบียบ สํานักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีแห่งชาติ ปี ๒๕๕๕ ภายใน ๒ ปี นับตั้งแต่มีคณะกรรมการกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีแห่งชาติ นั่นก็คือจะแก้เป็นกฎหมาย จากระเบียบจะแก้เป็นกฎหมายให้เสร็จภายใน ๒ ปี รัฐบาลต้องไม่ลืมนะคะสัญญาอะไร ไว้กับประชาชน ท่านต้องมองประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ทั่วประเทศเป็นกลุ่มเดียวกันกับ เครือข่ายพัฒนาบทบาทสตรี เพราะกลุ่มคนเหล่านี้เขาก็ถึงกันอยู่ เพียงแต่อย่าคิดว่า เขาอยู่ห่างกัน แล้วท่านก็จะสัญญากับกลุ่มหนึ่งอย่างหนึ่งแล้วปฏิบัติกับกลุ่มหนึ่ง อีกอย่างหนึ่งไม่ได้ เรียนว่าอย่าเพิ่งพิจารณาใช้เงิน ได้เงินมาแล้วกองไว้ก่อน ไม่อย่างนั้นมันจะเป็นปัญหาในการปฏิบัติ ให้หน่วยงานปกติทําไปก่อนก็ได้นะคะ เรามีโครงการ มีกองทุนส่งเสริมการจัดสวัสดิการสังคม กองทุนพัฒนาบทบาทสตรี กองทุนเพื่อการป้องกัน และปราบปรามการค้ามนุษย์ เรามีอยู่หลายกองทุน ให้กองทุนเหล่านั้นทําไปก่อนก็ได้ ไหน ๆ กองทุนนี้ถือว่าเป็นกองทุนใหญ่ ไหน ๆ กองทุนนี้ถือว่าเป็นนโยบายเฉพาะของรัฐบาลอยู่แล้ว ทําให้สมบูรณ์ ทําให้ถูกต้อง ทําให้ดีงาม ทําให้เพื่อสร้างเสริมความสามัคคีให้กับ พี่น้องประชาชนทุกหมู่เหล่า ไม่ว่าคนเหล่านั้นจะอยู่ในพื้นที่ไหนของประเทศก็ตาม ใช้เงินให้คุ้มค่า ท่านประธานคะ เป็นหน้าที่ของดิฉัน แล้วดิฉันก็ชวนพี่น้องประชาชนว่า ต้องตรวจสอบการทํางาน ตรวจสอบการบริหารงานเหล่านี้ เพราะมันเป็นเรื่องใกล้ตัว ของพี่น้องประชาชนโดยเฉพาะพี่น้องผู้หญิงที่เป็นสตรี ดิฉันตัด ๑๐ เปอร์เซ็นต์เท่านั้นละค่ะ แต่เท่าที่มีอยู่อย่าเพิ่งใช้นะคะ ใช้แล้วไม่คุ้มค่า ขอบคุณค่ะ