อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับงบประมาณของกระทรวงการคลัง โดยระบุว่ารัฐบาลใช้งบประมาณมากที่สุดเป็นประวัติการณ์และกู้เงินมากที่สุด ทำให้ประเทศไทยอยู่ในสภาวะที่รายจ่ายและกู้เงินมาก นอกจากนี้ยังไม่เห็นด้วยกับโครงการรถยนต์คันแรกและโครงการพักหนี้ดีที่ใช้งบประมาณจำนวนมาก เนื่องจากไม่เห็นประโยชน์และสูญเสียเงินหลวง
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะ กรรมาธิการเสียงข้างน้อยที่ขอสงวนคําแปรญัตติในการตัดงบประมาณของกระทรวงการคลัง ลง ๓ เปอร์เซ็นต์ ผมขออนุญาตไปเน้นหนัก ๆ ในสํานักบริหารหนี้สาธารณะและกรมสรรพสามิต ก่อนอื่นต้องบอกว่างบประมาณปีนี้นั้นเป็นงบประมาณรายจ่ายที่มากที่สุด ผมย้ําหลายครั้งนะครับ มากที่สุดเป็นประวัติการณ์คือ ๒.๔ ล้านล้านบาท ในขณะที่หารายรับได้ซึ่งประมาณการเอาไว้ว่า จะได้อยู่ที่ ๒.๑ ล้านล้านบาท นั่นหมายความว่าท่านจะต้องใช้งบประมาณขาดดุลจํานวนถึง ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาท คือหาเงินมาให้ได้ ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาท วิธีการที่จะหาให้ได้มาคือต้องกู้ แต่ประเด็นสําคัญก็คือว่ารัฐบาลนี้กู้เต็มพิกัดแล้วครับ แล้วก็กู้เกินมากที่สุดเป็นประวัติการณ์ด้วย เช่นเดียวกันครับ นอกจากงบประมาณรายจ่ายจะมากที่สุดเป็นประวัติการณ์แล้ว กู้ก็มากที่สุด เป็นประวัติการณ์เช่นเดียวกัน ผมขออนุญาตขึ้นสไลด์ที่ ๑ ให้ท่านประธานได้ชมครับ ห้องโสตทัศนูปกรณ์เชิญครับ ตัวเลขที่ขึ้น ๑ ปีของท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร ท่านกู้เงินนี้ ผมขอเริ่มจากท้ายตารางขึ้นสู่บนตารางแล้วกันครับ งบปีนี้ที่ผมเรียนแล้ว ๒.๔ ล้านล้านบาท ท่านหารายรับได้ คาดว่าจะหาได้เพียงแค่ ๒.๑ ล้านล้านบาท ท่านจะขาดดุลที่ ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ก็ต้องกู้มาชดเชย และเมื่อต้นปีงบประมาณ ปี ๒๕๕๕ คือช่วงต้นรัฐบาล ท่านก็ขาดดุลงบประมาณไปแล้วถึง ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท รายการต่อมา สมัยท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์เป็นรัฐบาลใหม่ ๆ ปราศรัยหาเสียงที่ สนามราชมังคลากีฬาสถานว่าจะยกเลิกกองทุนน้ํามัน สรุปแล้วท่านไม่ได้ยกเลิกกองทุนน้ํามัน เพื่อทําให้ราคาน้ํามันลดลงครับ แต่ท่านยกเว้นการจัดเก็บชั่วคราวเป็นโปรโมชัน (Promotion) ระยะสั้น สูญเสียเงินไปแล้วถึง ๓๐,๐๐๐ ล้านบาท และเป็นภาระของกองทุนน้ํามันที่ต้องกู้มาชดเชย ถึง ๓๐,๐๐๐ ล้านบาท ระบบจํานําพืชผลไม่ได้ใช้ผ่านตัวงบประมาณ ที่ผ่านมีนิดเดียวเท่านั้นครับ คือตัวของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร คือ ธ.ก.ส. ที่ต้องจ่ายดอกเบี้ยเพิ่ม ก็ใส่อัดฉีดเงินเข้าไปที่ ธ.ก.ส. ต้องจ่ายดอกเบี้ยครับ แต่ท่านไปกู้ต่างหากเพื่อที่จะจํานําพืชผล ของท่าน ซึ่งวันนี้ข้าวก็ไม่เป็นไปตามเป้า ไม่เป็นไปตามเป้า ๑๕,๐๐๐ บาท ไม่ใช่ครับ ยางพารา ไม่ใช่ ๑๒๐ บาทตามเป้าครับ มะพร้าวก็ตกต่ําครับ ข้าวโพด มันสําปะหลัง เละเทะครับ แต่ท่านใช้เงินในการจํานําพืชผลโดยการกู้ ๒๗๐,๐๐๐ ล้านบาทครับ ตามด้วยวิกฤตการณ์ น้ําท่วมอยู่ ๒ เรื่องครับ ตั้งกองทุนประกันภัยไปอย่างกระท่อนกระแท่น กู้ไป ๕๐,๐๐๐ ล้านบาท และฟื้นฟูระบบน้ําท่วมที่ ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท สะท้อนกลับไปยังสํานักบริหารหนี้สาธารณะ ซึ่งผมไม่โทษครับ ปัจจุบันนี้ท่านกู้เงินไปยังไม่ถึง ๑๐,๐๐๐ ล้านบาทจากวงเงิน ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ทั้ง ๆ ที่ตัวนี้จะหมดอายุ พ.ร.ก. ก็คือพระราชกําหนดที่กระทรวงการคลัง รัฐบาลท่านฝืนใจพวกผมออกไปในการกู้เงิน หมดเขต ๓๐ มิถุนายน ๒๕๕๖ เหลือเวลาอีก ไม่กี่เดือน ผมเชื่อว่าท่านกู้ไม่ทันครับ ท่านประธานที่เคารพครับ นี่คือเงินกู้ทั้งหมดรวมทั้งสิ้น ๑.๔ ล้านล้านบาทที่ท่านใช้ไป นอกเหนือจากการขาดดุลงบประมาณปีนี้ถึง ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ไม่รู้จะขีดเส้นใต้กัน แบบไหนครับ งบประมาณรายจ่ายที่มากที่สุดเป็นประวัติการณ์ กู้มากที่สุดเป็นประวัติการณ์ ที่บอกว่าพรรคประชาธิปัตย์เก่งแต่กู้ กลัวจะแพ้ท่านแล้วครับ รัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ กู้เยอะครับแต่น้อยกว่าท่านแน่นอน และที่สําคัญ ๒ ปีของท่านอภิสิทธิ์ ปีแรกจัดเก็บเกินเป้าไป ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ปีที่ ๒ อีก ๑๗๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านอภิสิทธิ์คนเดียวกันกับท่านกรณ์ ก็ ๕๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาททะลุเป้า ของท่านปีที่แล้วขาดดุล ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เห็นไหมครับ ตามตาราง ปีนี้ยังมีหน้ามาขาดดุลอีก ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาทแล้วกู้อีกมหาศาล เอาละครับ ท่านเห็นนะครับว่าวันนี้ประเทศไทยอยู่ในสภาวะที่รายจ่ายก็เยอะ รายกู้ก็มาก นี่คือรัฐบาล ของท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ แต่สิ่งที่ผมจะกล่าวต่อไปซึ่งเป็นประเด็นสําคัญคือโครงการ ที่ท่านบริหารงานแล้วไม่ควรจะให้เกิดครับ เอาสไลด์นี้ลงแล้วเดี๋ยวผมจะให้เตรียมสไลด์ต่อไป
ท่านประธานครับ ในขณะนี้ที่ผมได้เรียนแล้วว่ามีโครงการแปลกประหลาด ที่อยู่ในกระทรวงการคลังแล้วผมไม่เห็นด้วยอย่างยิ่งที่ยังคงอยู่ โครงการรถยนต์คันแรก รถยนต์คันแรกนี่ตั้งงบประมาณใช้คืนในปีนี้เป็นปีแรกคือปี ๒๕๕๖ จากกรมสรรพสามิต เรารู้จักกรมสรรพสามิตดีคือกรมที่มีหน้าที่ในการจัดเก็บ จัดเก็บบุหรี่ จัดเก็บเหล้า ภาษีฟุ่มเฟือยทั้งหลายกรมสรรพสามิตจัดเก็บครับ ผมเป็นกรรมาธิการมาหลายปีครับ ทุกปีก็เห็นว่ากรมสรรพสามิตมีแต่หาเงินเข้า รายจ่ายน้อย แต่ปีนี้ไปพอกที่กรมสรรพสามิต จํานวนมาก ทําไมครับ เพราะต้องตั้งงบประมาณคืนรถยนต์คันแรกของท่านละครับ ท่านประธานทราบไหมรถยนต์คันแรกใช้เงินไปเท่าไรครับ ๓๐,๐๙๕ ล้านบาท ๙๕ ล้านบาทนั้น ใช้ในการพัฒนาระบบคอมพิวเตอร์เชื่อมโยงระหว่างกรมสรรพสามิตกับกรมการขนส่งทางบก และปีนี้ท่านตั้งแบบนี้ท่านดูเอาแล้วกันครับ รถยนต์คันแรกใช้ ๓๐,๐๙๕ ล้านบาท โครงการ ที่ท่านไม่ควรจะให้เกิด ท่านประธานที่เคารพ เราต้องตั้งปีนี้และปีหน้าตั้งไปเรื่อย ๆ เพื่อชดเชยโครงการรถยนต์คันแรก ๓๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ทําไมท่านไม่เอาไปสร้างรถไฟฟ้า กรุงเทพมหานครยังว่าง จังหวัดเชียงใหม่นี่พรรคเพื่อไทยชนะเยอะแยะไปทํารถไฟฟ้าให้เขาสิ โมโนเรล (Monorail) ก็ได้ครับ ทําไมไม่ทําครับ จังหวัดขอนแก่นนี่พรรคเพื่อไทยทั้งจังหวัด เอาไปทําสิครับ ได้โมโนเรลกี่เส้น ไม่ต่ํากว่า ๓ เส้นในหัวเมืองใหญ่ แต่เอาไปทําโครงการ รถยนต์คันแรก รถก็ออกมาติดกันท่านก็รู้ครับ อย่างนี้ละครับปรากฏในงบประมาณปี ๒๕๕๖ และจะปรากฏต่อไปในงบประมาณปี ๒๕๕๗ และปี ๒๕๕๘ วงเงินทั้งหมด ๓๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ตอบผมสิครับโครงการแบบนี้คิดมาได้อย่างไร ชาร์ท (Chart) เมื่อสักครู่นี้เหมือนกันครับ รายการที่ ๒ โครงการพักหนี้ดี ๓๐,๐๐๐ ล้านบาท นั่นท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการนั่งอยู่บนบัลลังก์ ตอบผมทีครับพักหนี้ดี ๓๐,๐๐๐ ล้านบาท ครึ่งหนึ่งนี่ธนาคาร อย่างนี้ครับท่านประธาน อธิบายหน่อยดีกว่าเดี๋ยวพี่น้องประชาชนจะไม่เข้าใจ ธนาคารเฉพาะกิจของรัฐ อย่างเช่น ธนาคารออมสินปัจจุบันคิดดอกเบี้ยอยู่ร้อยละ ๗ ต่อปี เขาลดดอกเบี้ยให้ร้อยละ ๓ หรือร้อยละ ๔ แต่ถ้าท่านจะลดดอกเบี้ยก็มีทางเลือก เขาเรียกว่าพักหนี้ดี คือจาก ๗ เปอร์เซ็นต์ต้องจ่ายหนี้ เหลือแค่ ๔ เปอร์เซ็นต์ ลดไป ๓ เปอร์เซ็นต์ ที่เหลือรัฐซัพพอร์ต (Support) ให้ รัฐสนับสนุนให้ครับ นั่นละครับเงินที่สูญเสียเมื่อกี้ ๓๐,๐๐๐ ล้านบาท นี่ละครับเงินที่ต้องสูญเสียไป และท่านรู้ไหมครับ ปี ๆ หนึ่งได้ประโยชน์กับคนเท่าไร ได้ไม่กี่หมื่นบาทครับ บางรายแค่หลักพันเท่านั้นละครับ เอาเถอะครับหลักพันเท่านั้นละครับ ผมถามกลับกันว่าทําไมไม่ไปใช้ในโครงการแก้ไขปัญหา หนี้นอกระบบ เมื่อสักครู่ท่านกรรมาธิการจากซีกพรรครัฐบาลของท่านเองก็ได้นําเสนอครับ ผมว่าถ้าเอาอาจารย์อนุรักษ์ไปเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการแทนท่านรัฐมนตรีคงจะดีครับ คราวที่แล้วท่านนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร เคยทําเอาไว้ลงทะเบียนคนจน ๑,๘๐๐,๐๐๐ คน ท่านแก้ไปได้ไม่มากแค่หลักหมื่นรายแต่ก็เป็นโครงการที่ดีและชื่นชมครับ แต่สมัยนายกรณ์ จาติกวณิช เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ลงทะเบียน ๑,๒๐๐,๐๐๐ คน ทําไป ๕๐๐,๐๐๐ คน มากกว่าคุณทักษิณหลายเท่าครับ ประสบความสําเร็จในโครงการนี้ ประหยัดเงินต่อเดือนนี่ ๒๐,๐๐๐-๓๐,๐๐๐ บาท ทําไมไม่คิดครับ โครงการของท่านพักหนี้ดี ปีหนึ่งคุณได้กําไรไม่กี่บาทหรอกครับ ลดดอกเบี้ยลงมาจาก ๗ เปอร์เซ็นต์เหลือ ๔ เปอร์เซ็นต์ ในขณะที่ประหยัดเงินเพียงแค่ไม่กี่สตางค์เท่านั้น แล้ววันนี้ประสบความสําเร็จไหมครับ ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลังในฐานะท่านเป็นกรรมาธิการด้วยผ่านท่านประธานนะครับ ตอบสิครับโครงการพักหนี้ดีของท่านกี่คนมาพัก เสียเงินหลวงไม่มีประโยชน์ยังทําครับ กลับมาทําเถอะครับที่พรรคประชาธิปัตย์ทําในโครงการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบ ไม่น่าอายหรอกครับ ยิ่งทําท่านก็ยิ่งเจริญ แล้วอีกนานกว่าเราจะมีการเลือกตั้ง แต่โครงการอย่างนี้อยากให้เกิด ท่านประธานครับ จากที่ท่านได้เห็นจะเห็นว่าเราสูญเสีย คาดว่าจะสูญเสียเงินจากโครงการ พักหนี้ดี ๓๐,๐๐๐ ล้านบาทจากที่ท่านได้แถลงไปแล้ว แต่วันนี้อาจจะโชคดีเพราะคนไม่สนใจ โครงการท่าน เพราะว่าเวลาพักหนี้ดีเมื่อไรแล้วอาจจะติดเครดิตบูโร (Credit Bureau) เพราะถือว่ายังไม่จ่ายหนี้ โครงการรถยนต์คันแรกใช้เงิน ๓๐,๐๐๐ ล้านบาท เอาไปสร้าง รถไฟฟ้าในหัวเมืองได้อีกหลายเมือง แต่รัฐบาลของท่านภายใต้การนําของท่านนายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์คิดได้ครับโครงการแบบนี้ นี่แหละครับสิ่งที่ผมอยากจะตัดงบประมาณของ กระทรวงการคลังลง ๓ เปอร์เซ็นต์ครับ แล้วก็ขอโทษทีนะครับไม่เบียดเบียนในส่วนที่จะตัด ในส่วนของสํานักบริหารหนี้สาธารณะ เพราะเขาทํางานหนักในรัฐบาลท่าน เป็นปีเดียวกู้ไปแล้ว ๑.๔ ล้านล้านบาท ฟื้นฟูระบบน้ํา ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ตั้งประกันภัย ๕๐,๐๐๐ ล้านบาท จํานําพืชผลกู้อีก ๒๗๐,๐๐๐ ล้านบาท กองทุนน้ํามันกู้อีก ๓๐,๐๐๐ ล้านบาท ขาดดุลงบประมาณ ๒ ปีติดต่อกันอีก ๗๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ๑.๔ ล้านล้านบาท ผมไม่ตัด งบประมาณของสํานักบริหารหนี้สาธารณะเพราะทํางานหนักภายใต้รัฐบาลท่าน แล้วมากที่สุดเป็นประวัติการณ์ แต่ขอตัดงบประมาณของกรมสรรพสามิตในโครงการ รถยนต์คันแรกซึ่งไม่ควรดําเนินการ ขอบพระคุณครับท่านประธาน