สุรินทร์ ปาลาเร่ หารือเรื่องงบประมาณที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์จริง และขาดการปฏิบัติงานอย่างจริงจัง โดยเรียกร้องให้เปลี่ยนงบประมาณที่ลับเป็นงบประมาณที่เปิดเผย เพื่อปราบปรามการทุจริต
เรียนท่านประธานที่เคารพ ผม พลตํารวจตรี สุรินทร์ ปาลาเร่ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดสงขลา ผมดูในงบประมาณแล้วผมสงวนไว้หลายมาตรา แต่จะพูดเฉพาะมาตรา ๕ ไปก่อนนะครับ ใช้เวลาเพียงนิดเดียวครับในเรื่องงบการข่าว งบการข่าวทั้งหมดที่ตั้งไว้ ผมเอากลุ่มใหญ่ ๆ นะครับ ๑,๔๐๐ ล้านบาท สํานักข่าวกรองแห่งชาติ ๕๐๐ กว่าล้านบาท กอ.รมน. ๒๖๕ ล้านบาท กองทัพ ๔๑๑ ล้านบาท ตํารวจ ๒๔๓ ล้านบาท แล้วมาดูทั้งหมด แล้วก็เหตุการณ์ ของประเทศไทยที่นับอยู่จริง ๆ ที่จะใช้ก็คือการก่อการร้ายและ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ การก่อการร้ายที่แล้วมาเราแทบจะไม่มีผลงานเลย การจับฮัมบาลีก็ตามที่ประเทศสหรัฐอเมริกา ชี้เป้าให้ แล้วงบการข่าวน่าจะไปใช้ใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ แต่ปรากฏว่าการข่าวของเราบอด บอดสนิทครับ เหตุการณ์ตั้งแต่ปี ๒๕๔๗ มาถึงบัดนี้ จากการข่าวที่บอดเราใช้งบประมาณ ในการดําเนินการทั้งหมดหมดไป ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ถ้าคิดการข่าวปีละ ๑๐ ล้านบาท การข่าวทั้งหมดก็เป็นประมาณ ๑๐,๐๐๐ ล้านบาทแล้วครับ เกือบ ๑๐ ปี ประมาณ ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านลองคิดดูเงินจํานวนนี้ครับ แล้วก็เกิดเหตุการณ์อะไรจับไม่ได้เลย แล้วไม่สามารถป้องกันได้ ผมยกตัวอย่างว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเร็ว ๆ นี้ครับ การระเบิด ที่ถนนรวมมิตร เทศบาลนครยะลา แล้วก็ที่โรงแรมลีการ์เด้น พลาซ่า หาดใหญ่ ผู้นําฝ่ายค้าน ในสภาผู้แทนราษฎร ท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้ไปดูที่เกิดเหตุทั้งที่จังหวัดยะลา แล้วก็ที่อําเภอหาดใหญ่ หลังจากนั้นนายกรัฐมนตรีลงไป ปรากฏว่าถึงบัดนี้ยังจับใครไม่ได้เลยครับ แล้วก็ต่อจากนั้นมาระเบิดที่ เพื่อนผมเองครับ ที่เทศบาลเมืองสุไหงโก-ลก ร้านคอมพิวเตอร์ เพื่อนผมเขาเรียกว่าร้านไทยแลนด์นะครับตรงนั้น ปรากฏว่าคาร์ บอมบ์ (Car bomb) จนป่านนี้ก็จับไม่ได้ครับ และโดยเฉพาะที่ปิคอัพไล่ล่า ที่คุณอันวาร์เขาได้อภิปรายไปเมื่อกี้นี้ ไล่ล่าทหารและสังหารชีวิตทหาร เสียชีวิต ๔ นาย ข่าวออกทั่วไปเป็นคลิปวิดีโอ (Clip video) ไปออกที่ซีเอ็นเอ็น ออกที่ไหนครับ จากซีเอ็นเอ็นออกที่ทีวีของประเทศอินโดนีเซีย ที่ผมเศร้าใจมากเขาเขียนว่าอย่างไรครับ ข่าวออกมาว่ากองกําลังมุสลิมในภาคใต้สังหารเจ้าหน้าที่รัฐซึ่งเป็นศัตรูของประชาชน ออกข่าวมาอย่างนี้ได้อย่างไร การข่าวของเราอยู่ที่ไหน ผมคิดว่าเป็นการข่าวที่เสียหายมากตรงนี้ และหลังจากนั้นถ้าพวกเราจํากันได้ในสภานี้ครั้งก่อนท่านสุรเชษฐ์ แวอาแซ ตั้งกระทู้ถามสด ถามนายกรัฐมนตรี ก็ให้ท่านรองนายกรัฐมนตรีเฉลิมมาตอบ ท่านตอบในลักษณะที่ขี่ม้าเลียบค่าย ในลักษณะยียวนอะไรต่าง ๆ ไม่ได้ตอบเป็นชิ้นเป็นอันว่าได้ดําเนินการอย่างไร ท่านไปพูดถึงว่า นักการเมืองค้าน้ํามันเถื่อน ท่านก็ไปพูดถึงว่าบ่อนการพนันที่อําเภอสะเดา แล้ววันนี้ ผมโทรศัพท์ไปถามบ่อนพนันยังเปิดอยู่ แล้วท่านไม่ได้จัดการ ท่านดูแลสํานักงานตํารวจแห่งชาติ ซึ่งมีบุคลากรประมาณ ๑๐๐,๐๐๐ กว่าคนถึง ๒๐๐,๐๐๐ คนแล้วเดี๋ยวนี้ และท่านจัดการ ๒ อย่างนี้ไม่ได้เลยแล้วท่านมาพูดในสภา เปลี่ยนเถอะครับเฉลิม เปลี่ยนเอาคนอื่น มาทําหน้าที่ได้แล้ว ถ้าลักษณะที่ท่านจะแก้ปัญหาอย่างปัญหาภาคใต้ ปัญหาเรื่องบ่อนการพนัน กับน้ํามันเถื่อนยังแก้ไม่ได้นี่ก็จะชี้ให้เห็นว่าการข่าวเราบอด เราผิดพลาดมาโดยตลอด เกิดขึ้นมาตั้งแต่ปี ๒๕๔๗ แล้วครับ บอดโดยตลอด ข้อขัดแย้งกับความรุนแรงมันเกิดขึ้น เพราะการข่าวมันบอด ก็เลยอยากจะให้พิจารณาในเรื่องนี้ ผมขอตัดงบประมาณในส่วนนี้ ไปมอบให้เด็กพิการแล้วก็หญิงหม้ายยังจะดีกว่า ในงบประมาณส่วนนี้นะครับ แล้วก็ผมดูแล้วไม่โปร่งใสไม่ถึงผู้ปฏิบัติ ผมคิดว่าในงบประมาณส่วนนี้น่าจะทําเป็นมรดก มากกว่าที่จะเอาไปใช้ให้เจ้าหน้าที่ในการดําเนินการนะครับ
ส่วนข้อที่ ๒ ก็คืองบลับ งบลับทั้งหมด ๓๙๗ ล้านบาทในส่วนของ สํานักนายกรัฐมนตรี แล้วก็มาดูงบที่เศร้าใจที่สุดคือเงินราชการลับสําหรับ สํานักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ ปี ๒๕๕๕ ก็ตั้งไว้ ๑๐ ล้านบาท ปีนี้ก็ตั้ง ๑๐ ล้านบาท ที่นายกรัฐมนตรีว่าจะปราบคอร์รัปชัน ก็ตั้งไว้เหมือนเดิม เหมือนไม่ได้ดูอะไรไปเลย แต่มาให้ความสําคัญในเรื่องเงินราชการลับ สําหรับสํานักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ๒๐ ล้านบาท เงินท่านไปใช้อะไรครับผมถามหน่อย ๒๐ ล้านบาทไปใช้อะไร ถ้าใช้ในการปราบปรามท่านให้ ๑๐ ล้านบาท แสดงว่าท่าน ไม่มีความจริงใจในการแก้ปัญหาคอร์รัปชันเลย ผมก็เลยอยากจะบอกให้ว่าลักษณะอย่างนี้ เปิดทางให้มีการโกงกินกัน ก็เหมาะสมแล้วที่เขาบอกว่างบประมาณนี้เป็นงบประมาณที่โกง แล้วก็เหลว ที่ว่ามันก็เหมาะสมแล้ว ผมดู ๆ แล้วเหมาะสมแล้วครับ ก็เลยอยากจะฝากว่า ขอให้พิจารณาในเรื่องงบการข่าวใหม่ เปลี่ยนใหม่ได้แล้วครับลักษณะการคิดแนวนี้ ขอขอบคุณครับ