อันวาร์ สาและ หารือเรื่องการลดเงินงบประมาณของสํานักนายกรัฐมนตรีและเรียกร้องให้รัฐบาลจัดการปัญหาความไม่สงบใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างจริงจัง และเสนอแนวทางแก้ไขปัญหาคนที่ถูกจับกุมในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ รวมถึงการช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ด้วย
คงไม่ยาวเหมือนท่านสาทิตย์หรอกครับ เรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายอันวาร์ สาและ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดปัตตานี พรรคประชาธิปัตย์ ผมเองก็เป็นบุคคลหนึ่งที่เสนอขอปรับลดงบประมาณในส่วนของ สํานักนายกรัฐมนตรี ปรับลดลงที่ ๘ เปอร์เซ็นต์ ถ้าคิดตามตัวเลขนี่งบของสํานักนายกรัฐมนตรี จะอยู่ที่ ๒๕,๐๐๐ กว่าล้านบาท ๒ เปอร์เซ็นต์ก็ประมาณ ๒,๐๐๐ ล้านบาท เหตุผลว่า ทําไมผมถึงขอเสนอปรับลดในมาตรา ๕ นี้นะครับ ปัญหาใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ มีเรื่องที่เราสังเกต แล้วก็มีข้อที่น่าจะเป็นข้อที่แปลกหลาย ๆ เรื่อง แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นหน่วยงานที่จะ แก้ปัญหาให้ได้เร็วที่สุดแล้วก็ทันต่อเหตุการณ์นี้ผมคิดว่าหน่วยงานทั้งหมดที่ดูแลในเรื่องของ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ขึ้นตรงต่อท่านนายกรัฐมนตรีและสํานักนายกรัฐมนตรีเอง ก็เป็นหน่วยงานที่มีความสําคัญ เพราะว่าในส่วนของการแก้ปัญหาเร่งด่วนโดยที่ไม่มีขั้นตอน ในการพิจารณาที่จะใช้ในการพิจารณาล่าช้านี่ผมคิดว่าหน่วยงานนี้สําคัญ ท่านประธานครับ ผมเองมีคําถามที่จะถามกับทางคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ งบประมาณรายจ่ายประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๖ อยู่หลายคําถาม ๑ ในคําถามนั้น ก็คือว่าในการพิจารณางบประมาณของปี ๒๕๕๖ นั้น ผมเองเป็นกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๕ ก็มีข้อซักถาม แล้วก็ต้องตอบต่อสมาชิกหลายข้อมาก แล้วก็หลายประเด็นก็เป็นปัญหาครับ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการใช้เงินงบประมาณที่ต่อเนื่องว่าได้ใช้หมดหรือไม่ ไม่ว่าจะเป็นลักษณะ ของโครงการที่ใช้แล้วนี่ ถามว่าคนในพื้นที่ได้ประโยชน์อะไรบ้าง ท่านประธานครับ ปัญหา ในเรื่องของความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้วันนี้อย่างที่เราได้ทราบข่าวนะครับ พื้นที่ของผมเองจังหวัดปัตตานีวันนี้ก็เกิดเหตุระเบิดที่อําเภอปะนาเระ รถ ๑๐ กว่าคัน ก็เสียหาย ดีที่ว่าไม่มีผู้เสียชีวิต แต่ถ้าก่อนหน้านี้ตอนที่เราพิจารณาเรื่องของงบประมาณ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเหมือนในหนังก็เกิดขึ้นในจังหวัดปัตตานีนี่ละครับ ที่มีรถปิคอัพ ตามล่าเจ้าหน้าที่ตํารวจ เจ้าหน้าที่ทหาร แล้วก็สูญเสียชีวิต ๔ นาย ก็เกิดขึ้นที่จังหวัดปัตตานี ผมเองเป็นห่วงว่าเวลาที่เรามีกระทู้ถามวันก่อนนี่ ดูท่าทีของรองนายกรัฐมนตรีที่ดูแล ในเรื่องของความมั่นคงหรือดูแลในเรื่องของเหตุการณ์โดยตรง ที่ท่านนายกรัฐมนตรีได้แต่งตั้ง ก็คือรองนายกรัฐมนตรีเฉลิม การตอบคําถามวันนั้นผมว่าสร้างความรู้สึกที่ทําให้กําลังใจ ของคนในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ลดน้อยถอยลงไปมากเลยครับ จริงอยู่ครับ การลงพื้นที่ ในแง่ของท่านอาจจะคิดว่าท่านได้มอบหมาย หรือเจ้าหน้าที่ที่ดูแลอะไรต่าง ๆ ในพื้นที่แก้ปัญหาได้อยู่แล้ว แต่สิ่งที่ต่างกันก็คือว่าเมื่อไรที่มีระดับนโยบายลงไปในพื้นที่ เจ้าหน้าที่ที่อยู่ในพื้นที่นี่ ในการตรึง ในการดูแลรักษา หรือการเอาจริงเอาจังในพื้นที่ มันต่างกันครับ สมัยตอนนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ ท่านรองนายกรัฐมนตรีสุเทพเป็นคนดูแลในเรื่องนี้ ท่านทราบไหมครับทุกเดือนท่านจะต้องลงไปกํากับแล้วก็ไปถามว่างานนโยบายที่มอบหมายไปนั้น ได้ทําถึงไหนแล้ว ต้องตามกันทุกเดือนครับ เพราะอย่าลืมนะครับการบูรณาการ ในการแก้ปัญหาในพื้นที่มีหน่วยงานหลายหน่วยงาน ทหาร ตํารวจ ท่านเชื่อไหมว่าจริง ๆ ก็มีปัญหา ในเรื่องของความเป็นหนึ่งในการบูรณาการในการแก้ปัญหาในพื้นที่ ถ้าไม่มีระดับผู้ใหญ่ หรือระดับรองนายกรัฐมนตรี หรือท่านนายกรัฐมนตรีไปดูแลเอง ไปกํากับ ไปจี้ ไปตาม โอกาสที่จะทําให้ผลสัมฤทธิ์ที่เกิดในพื้นที่ยากครับ ถ้าถามว่าสิ่งที่ดูแล้วชัดเจน ในการแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ผ่านมาคืออะไรบ้าง ตอนสมัยงบประมาณปี ๒๕๕๕ เรากําหนดระบุเป้าหมายชัดเจนว่ารายได้ต่อหัวของคนใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ จาก ๖๐,๐๐๐ กว่าบาทจะต้องเป็น ๑๒๐,๐๐๐ บาทให้ได้ ตอนที่เราเป็นรัฐบาล ประมาณปีเศษนี่ตัวเลขขยับขึ้นครับ นั่นหมายถึงว่าความเป็นอยู่ของคนที่อยู่ที่นั่นดีขึ้น ถึงแม้ว่าเหตุการณ์ต่าง ๆ มันจะไม่ได้จบหายโดยที่ว่าแก้ปัญหาได้หมด แต่ความรู้สึก หรือเงินในกระเป๋าของชาวบ้านมันเพิ่มขึ้น ทําไมมันถึงสําคัญครับ ท่านอย่าลืมนะครับ คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่าย ประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๖ มีความสําคัญมาก ถ้าสมมุติว่าเงินงบประมาณที่เราดูแล หรือจ่ายลงไปในพื้นที่ไม่ตรงกับเขา ในภาวะที่เขามีปัญหาเรื่องความไม่สงบถ้านโยบายไม่ได้ผล ปัญหาที่มันจะซ้อนก็คือว่าปัญหาอาชญากรรมที่ซ้ําซ้อนขึ้นมาแล้วก็แยกไม่ออกว่า อันนั้นคือปัญหาของความมั่นคงหรือปัญหาปากท้อง และสิ่งที่ผมกลัวที่สุดแล้วก็เกิดขึ้น คืออะไรครับ พอเรามีปัญหา วันนั้นผมจําได้ครับว่าเหตุการณ์รุนแรงที่เกิดขึ้นในพื้นที่ของ อําเภอมายอที่ว่าเหมือนในหนัง พอเกิดขึ้นทันทีเลยครับระดับนโยบายขับเคลื่อนดูจริงจัง จะตั้งหน่วยงานโน้นหน่วยงานนี้ขึ้นมา อันนี้ละครับที่น่ากลัว เพราะว่าอะไรครับ ระดับนโยบาย คุมนโยบายอยู่ในส่วนกลางก็คือรับรายงานขึ้นไปอีกครับ ท่านประธานครับ ผู้ว่าราชการจังหวัด นายอําเภอ เขาไม่กล้าพูดหรอกครับว่าเขาอึดอัดจากนโยบายที่ออกมาอย่างนี้ แต่เราปฏิเสธไม่ได้ คนที่รู้ปัญหาดีที่สุดก็คือคนที่อยู่ใกล้กับคนในพื้นที่มากที่สุด นายอําเภอ ผู้ว่าราชการจังหวัด กํานัน ผู้ใหญ่บ้าน ผมถามว่าการรายงานสู่ระดับนโยบายในส่วนกลางข้อมูลตรงนี้ รับประกันได้ไหมว่าเสียงสะท้อนหรือการมีส่วนร่วมของชาวบ้าน ของประชาชนจะถึงเขา ถ้าไม่เป็นอย่างนั้นรับรายงาน ท่านทราบไหมที่ผ่านมาเคยมีปัญหาครับ นายอยากได้ยินข้อมูลอย่างไร ข้อมูลที่ได้รับเข้าสู่ส่วนกลางก็คืออย่างนั้น แต่คนที่ลําบากก็คือชาวบ้านหรือพี่น้องประชาชน ที่อยู่ในพื้นที่ งบประมาณฉบับนี้หลายคนก็เคยปรามาสในคณะกรรมาธิการนี่ละครับ สมาชิกเราก็บอกว่าเป็นงบประมาณที่โม้ เหลว โกง กู้ เอาละ ผมยังไม่สรุปหรอกครับ แต่มันพอชี้บางอย่างได้ว่าโอกาสสําเร็จยากครับ ตอนที่ขึ้นเป็นรัฐบาลหลายคนก็บอกว่า ครั้งนี้ดูการแก้ปัญหาน่าจะดีขึ้น ผมว่าอย่าเพิ่งสรุปครับ เห็นไหมครับเหตุการณ์ภาคใต้ ผมไม่ได้ดูที่อื่นนะครับ ผมดูพื้นที่ผม เป็นอย่างไรล่ะครับ วันนี้ความรู้สึกของ คนใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้เขารู้สึกอย่างไร เหมือนถูกทอดทิ้งครับ การเยียวยา ในเรื่องเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเห็นไหมครับ เสื้อแดง ๗.๕ ล้านบาท เอาละ ปรับขึ้น คนใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ กรรมาธิการได้ดูไหมครับว่ามันก่อให้เกิดปัญหาอะไร ในเรื่องของการอนุมัติงบประมาณอย่างนี้ จาก ๑๐๐,๐๐๐ บาท เป็น ๕๐๐,๐๐๐ บาท เพิ่งได้ครับ ความล่าช้าก็เป็นส่วนหนึ่งที่ก่อให้เกิดปัญหาความรู้สึก วันนี้รัฐบาลผมพยายามจะเสนอ บอกว่าส่วนหนึ่งในการแก้ปัญหาคือ ๑. ต้องดึงเขาให้เป็นแนวร่วมของเราให้ได้ แต่วันนี้ เหมือนแบ่งแยกครับ แบ่งแยกประชาชนไปเลย ความรู้สึกของคนใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ทําไมคนของเขาถึงได้แค่นี้ ทําไมความรวดเร็วถึงล่าช้า เสื้อแดงได้มานานแล้วครับ ได้เร็ว เร็วกว่าเขาอีก อันนี้ก็เป็นส่วนหนึ่ง
แล้วการเยียวยาอีกส่วนหนึ่ง ก็คือว่าในกรณีที่ผู้ถูกผลกระทบถูกจับกุม เกินกว่ากี่วัน เกินกว่า ๑๒๐ วันชดเชยเป็น ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาทครับ แต่ท่านลองดูสิครับ การใช้กฎหมายพิเศษในพื้นที่เชิญตัวแล้วก็ถูกกักขัง สุดท้ายต้องปล่อยตัวเพราะหลักฐานไม่พอ แล้วก็พิสูจน์ว่าเขาไม่มีความผิด วันนี้ยังลอยนวลอยู่ครับ ไม่ได้รับค่าชดเชยอะไรเลย นี่อย่างไรครับถึงบอกว่าการแก้ปัญหาต้องรู้ปัญหา ต้องลงไปครับ นายกรัฐมนตรีมีภารกิจเยอะ ภารกิจมาก ไม่เป็นไรครับ มอบรองนายกรัฐมนตรีก็ได้ครับ รองนายกรัฐมนตรีที่เก่ง เคยผ่านท็อปบูท (Top boot) มาก่อนลงไปสิครับ ลองไปดูในพื้นที่ นี่ก็เป็นส่วนหนึ่ง ที่ผมเสนอว่าการแก้ปัญหาจะต้องใส่ใจแล้วก็เข้าไปในพื้นที่ครับ ท่านประธานครับ ผมเองอยากจะถามว่าในคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ งบประมาณรายจ่ายประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๖ ได้ดูแนวทางการแก้ปัญหา ในเรื่องของคนที่อยู่ใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ย้ายออกจากพื้นที่เพราะเกิดความหวาดกลัว นโยบายของรัฐบาลได้จัดเงินส่วนนี้ลงไปอยู่ในหน้าไหนครับ เพื่อสร้างความมั่นใจว่า เขาจะอยู่ในพื้นที่ของประเทศไทย ทั้งที่อยู่ในส่วนของภาคใต้ แล้วก็อยู่ได้โดยที่ว่า ชีวิตของเขารอดปลอดภัย ท่านมีนโยบายอะไร แล้วก็เงินตรงนี้อยู่ในส่วนตรงไหน
อีกส่วนหนึ่งนะครับ เราบอกว่าวันนี้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้มีข้อวิจัย บอกว่าส่วนหนึ่งมาจากเรื่องของผลประโยชน์ แล้วก็เรื่องยาเสพติด ท่านลองไปดูสิครับ หน่วยงานตํารวจในพื้นที่อย่าว่าแต่งบประมาณอะไรเลยครับ แค่ยาที่จะตรวจฉี่ ของคนที่ติดยาเสพติดหรือคนที่อยู่ในภาวะเสี่ยงยังไม่มีงบที่จะซื้อแล้วรัฐบาลก็ยังไม่ได้ให้ ลองไปดูสิครับว่าส่วนนี้ท่านสามารถที่จะเจียดอย่างไรบ้าง ฝากนะครับท่านกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๖ ทุกท่าน ปัญหาเหล่านี้เป็นมูลเหตุที่จะก่อให้เกิดปัญหาในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ทั้งนั้น ถามว่าท่านได้ดูหรือว่าได้สอบถามอย่างไรบ้าง ปัญหาในพื้นที่ถ้าไม่มีเจ้าหน้าที่ที่เลว หรือเจ้าหน้าที่ไปมีส่วนร่วมลงไปในนั้น ผมคิดว่าเป็นจํานวนน้อยครับ คนที่ดีมีอีกเยอะในพื้นที่ ก็ไม่สามารถที่จะทําให้ไม่ว่าจะเป็นยาเสพติดทําได้ต่อเนื่องแล้วก็ยาวนาน นั่นหมายถึงว่า เจ้าหน้าที่บางคน บางกลุ่มมีส่วนรับรู้ในเรื่องเหตุการณ์ที่เกิดในพื้นที่ ท่านลองไปดูนะครับ สายบางสายของท่านรองนายกรัฐมนตรีเองอาจจะเป็นคนที่ค้ายาเสพติดอยู่ในพื้นที่ก็ได้ครับ ถ้าอยากจะรู้ข้อมูลอะไรลึก ๆ อย่างนี้ยินดีครับ เพื่อแนวทางการแก้ปัญหา เพื่อที่ว่ารัฐบาลเอง แล้วก็ฝ่ายค้าน ซึ่งเราก็เป็นคนไทยนี่ละครับจะได้ผ่านพ้นวิกฤติตรงนี้ให้ได้
ท่านประธานครับ ผมอยากจะถามทางคณะกรรมาธิการอีกเรื่องหนึ่งว่า การใช้ช่องทางเร่งด่วนไม่ว่าจะเป็นซอฟต์ โลน (Soft Loan) ที่จะใช้ในพื้นที่เขาเรียกร้อง มานานนะครับ ท่านได้สอบถามเขาหรือไม่ว่าจะช่วยเหลืออย่างไร ต้นทุนในการมีชีวิต อยู่ในพื้นที่จะลดให้เขาใช้ต้นทุนที่น้อยลง ให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นนี่ทําอย่างไร หรือการยกเว้น ภาษีที่เราพูด แล้วก็ในพื้นที่เสนอมาตั้งนานแล้วรัฐบาลได้พิจารณาถึงไหนแล้วครับ ให้กําลังใจกับเขาด้วยเม็ดเงินที่ไม่มากเท่าไร ให้เขาอยู่ในพื้นที่ได้ท่านทําถึงไหนแล้วครับ หรืออีกอย่างหนึ่งก็คือเรื่องของพลังงานทดแทนก๊าซเอ็นจีวีที่โน่นเขาเรียกร้องจะใช้ แล้วก็ขอกับทางรัฐบาล เงียบครับ ดูเหมือนไม่ยากแต่ก็ไม่เกิดขึ้นครับ สิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องเร่งด่วน ที่ผมอยากจะให้ทางคณะกรรมาธิการฝากไปยังรัฐบาลว่างบประมาณที่เกี่ยวข้องกับเรื่อง เหล่านี้ช่วยเถอะครับ ช่วยให้เขาได้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น เงิน ๒,๐๐๐ ล้านบาทที่ผมตัด ขอสักโครงการสําหรับจังหวัดปัตตานีได้ไหมครับที่เขาเรียกร้องมานานมาก เพราะว่าอะไร เส้นทางที่ข้ามระหว่าง