สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๕ · ๑๖ สิงหาคม ๒๕๕๕

เจริญ จรรย์โกมล หารือเรื่องการแปรญัตติและข้อสังเกตของท่าน โดยขอให้ประชุมอภิปรายก่อนการพิจารณา และตัดเงินสนับสนุนสํานักนายกรัฐมนตรี เนื่องจากมีแนวคิดในการล้มล้างสถาบันพระมหากษัตริย์จริง และเสนอการเปลี่ยนลำดับการพูดของสมาชิกสภา

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เดี๋ยวนะครับ คือในวาระที่สองท่านสมาชิกที่ขอแปรญัตติไว้ท่านก็ต้องอภิปรายในประเด็นที่ท่าน ขอแปรญัตติคือตัดไปกี่เปอร์เซ็นต์ของท่านด้วยเหตุผลอะไร แต่ส่วนท่านจะตั้งข้อสังเกต ในประเด็นอื่น ในหัวข้ออื่นแล้วก็ไม่ตั้งงบประมาณไว้ อันนั้นเป็นข้อสังเกตของท่าน ผมอยากจะให้ที่ประชุมอภิปรายในวาระที่สองซึ่งผมกับท่านประธานวิปทั้ง ๒ ท่าน ได้ประชุมปรึกษาหารือกันก่อนที่จะมีการพิจารณาเรื่องนี้ จะให้สิทธิท่านเต็มที่นะครับ แต่ในการควบคุมการอภิปรายก็จะเป็นเรื่องของประธาน เพราะฉะนั้นต่อไปนี้เนื่องจากเวลา เราใช้มาเนิ่นนานพอสมควรผมก็จะขอความกรุณาและร่วมมือกับท่านสมาชิกทั้งหลาย เอาประเด็นที่ท่านขอแปรญัตติก่อน ในส่วนที่ท่านจะตั้งข้อสังเกต ข้อแนะนํา ข้อสงสัย เอาไว้ทีหลัง เอาที่ท่านตัดก่อนเพราะกรรมาธิการท่านจะได้บันทึกและท่านจะได้ตอบประเด็น ของท่านได้ก่อน เชิญท่านพุทธิพงษ์ต่อครับ ต้องแบบนี้ครับ ถ้าแบบนี้ผมก็ไม่ตัดครับ แต่ที่ผมตัดเพราะว่าท่านเป็นคนที่แถลงไว้กับสภาแห่งนี้ และมันเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นในปัจจุบันนี้ และต้องยอมรับว่ามันเกิดขึ้นจริง มีแนวคิด และมีความคิดในการที่จะล้มล้างและละเมิดสถาบันพระมหากษัตริย์จริง สํานักนายกรัฐมนตรี ซึ่งอยู่ในการกํากับดูแลของท่านไม่ได้ใส่งบประมาณไว้ผมถึงขอตัดครับ เพื่อให้รายละเอียดอื่น ๆ ที่มันจําเป็นน้อยกว่านี้ท่านต้องเอามาใส่ตรงนี้ แต่ไม่เป็นไรครับเมื่อท่านประธานคิดว่าผม ออกนอกประเด็นผมก็เสียใจ ก็ขอฝากไว้เป็นข้อสังเกตว่าผมก็มีความตั้งใจที่จะให้ใส่เอาไว้ เพราะผมเชื่อว่าพี่น้องประชาชนคนไทยให้ความสําคัญในเรื่องนี้ แต่ถ้าท่านอื่น ไม่ให้ความสําคัญก็ไม่เป็นไรนะครับ

อีกเรื่องหนึ่งครับ เมื่อข้ามไปดูในส่วนของสํานักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี งบประมาณ ๓,๖๐๐ กว่าล้านบาท ผมก็ขอแปรญัตติตัดไว้อีก เหตุผลเพราะเนื่องจากว่า ผมก็อยากจะถามท่านประธานไปถึงกรรมาธิการว่ามีโครงการพัฒนาเมืองอยู่ ๖๐๐ ล้านบาท ผมก็อยากจะทราบคําตอบว่า ๖๐๐ ล้านบาทและเขียนไว้ว่าเป็นโครงการเพื่อพัฒนาชุมชนเมือง ในด้านต่าง ๆ ก็อยากจะสอบถามว่าเป็นโครงการอะไรครับที่ไปอยู่กับสํานักเลขาธิการ นายกรัฐมนตรี ๖๐๐ ล้านบาท ท่านจะมาพัฒนาอะไรในเมืองหลวงหรือกรุงเทพมหานคร แห่งนี้หรือไม่ และผมได้สอบถามเบื้องต้นกับกรรมาธิการเสียงข้างน้อยบอกว่างบประมาณอันนี้ ไม่ได้เกี่ยวกับกรุงเทพมหานครหรือเมืองที่ได้มีการของบประมาณไปเลยครับ ก็ไม่แน่ใจ เหมือนกันว่ารัฐบาลตั้งใจจะเอางบประมาณตัวนี้ไปทําอะไรในการพัฒนาเมืองหลวงต่าง ๆ แล้วก็เมืองไหนครับ และทําอะไร ก็นี่ครับเป็นบรรทัดกลม ๆ ผมก็อยากจะขอความกระจ่างว่า แบบนี้ไม่มีรายละเอียดอะไรทั้งสิ้น ก็คล้าย ๆ กับที่เพื่อนสมาชิกเมื่อสักครู่ ท่านจุติ ไกรฤกษ์ ก็ดี ท่านจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ได้สอบถามไปว่างบประมาณหลาย ๆ อันนี้มันต้องสอบถาม เพราะมันไม่มีรายละเอียดเลย ผมก็ยืนยันและฝากไปยังท่านประธานถึงสํานักงบประมาณว่า จริง ๆ ที่ท่านประธานกรุณาสัญญาเอาไว้ว่าไม่เกิน ๑ ทุ่มจะได้เอกสาร ผมเป็นห่วง ท่านประธานมากครับ เพราะว่าคราว พ.ร.ก. ๓.๕ แสนล้านบาทท่านประธานก็นั่งเป็น ประธานอยู่ตรงนี้ผมจําได้ เราก็ขอรายละเอียดในเรื่องของ พ.ร.ก. ครั้งนั้นไปจนถึงวันนี้ ยังไม่ได้เลยครับ ๗ เดือนได้แล้วกระมังครับ และวันนี้ท่านบอกว่าเดี๋ยว ๑ ทุ่มจะได้นี่ ผมกังวลมากว่าในทางปฏิบัติคงจะยาก แต่เมื่อท่านรับปากไว้ก็จะคอยครับ

ในส่วนต่อไปครับ ในเรื่องของสํานักที่กํากับดูแลโดยสํานักนายกรัฐมนตรี ก็คือสํานักข่าวกรองแห่งชาติ เป็นที่ยอมรับทั่วโลกทั้งในต่างประเทศและในประเทศครับว่า ในเรื่องของการข่าวเป็นเรื่องที่สําคัญในเรื่องของความมั่นคงของประเทศเป็นอย่างมาก ในทุก ๆ ประเทศเขาให้ความสําคัญในเรื่องนี้เป็นอย่างมาก ประกอบกับประเทศไทยวันนี้ สถานการณ์ก็ไม่ปกติ ผมไม่แน่ใจว่าพี่น้องประชาชนและท่านประธาน รวมถึงเพื่อนสมาชิก ได้ทราบหรือเปล่า เมื่อสักครู่เพิ่งมีเอสเอ็มเอส (SMS) ส่งเข้ามาว่าที่จังหวัดปัตตานี ก็มีระเบิดอีกแล้ว แต่โชคดีที่ไม่มีคนเสียชีวิต เพราะฉะนั้นก็แสดงให้เห็นว่าวันนี้ สถานการณ์บ้านเมืองก็ไม่ค่อยปกติ เมื่อผมมาดูในสํานักข่าวกรองแห่งชาติตั้งงบประมาณไว้ที่ ๕๓๕ ล้านบาทโดยประมาณ ปีที่แล้วได้ ๕๖๗ ล้านบาท รัฐบาลชุดนี้ กรรมาธิการชุดนี้ ให้ความสําคัญในเรื่องความมั่นคงของประเทศมากตัดลดลงมาจากปีที่แล้ว ทั้ง ๆ ที่สถานการณ์วันนี้ก็ไม่ปกติ สถานการณ์ในภาคใต้ก็ไม่ปกติ แต่งบประมาณโดยรวม ของสํานักข่าวกรองแห่งชาติท่านลดลงครับ ไม่เป็นไรครับ ผมกลับมาดูอีกว่างบประมาณส่วนใหญ่ ท่านเอาไปไว้ที่ไหน ในสํานักข่าวกรองแห่งชาติปรากฏว่าเป็นงบประมาณที่เกี่ยวกับบุคลากร ประมาณ ๔๐๐ กว่าล้านบาท ส่วนงบที่ต้องได้ใช้จริง ๆ เรื่องเกี่ยวกับการพัฒนาศักยภาพ และส่งเสริมในเรื่องของการป้องกัน รวมถึงการพัฒนาบุคลากรที่จะนําไปใช้ ท่านประธาน ทราบไหมครับว่าเท่าไรจาก ๕๐๐ ล้านบาท งบบุคลากร เงินเดือนทั่วไป ๔๐๐ กว่าล้านบาท งบที่เกี่ยวกับพัฒนาบุคลากรและจริง ๆ ที่น่าจะเป็นประโยชน์ ๑๓ ล้านบาทครับ ๑๓ ล้านบาทนะครับท่าน ไปเปิดดูได้ครับ เปรียบเทียบกับสถานการณ์บ้านเมืองในวันนี้ ท่านให้งบในเรื่องของการพัฒนาบุคลากรที่จะมีความเชี่ยวชาญพิเศษเพื่อเข้าไปดูแล ในเรื่องสถานการณ์เกี่ยวกับข่าวกรองนะครับ นอกเหนือจากกรรมาธิการชุดนี้ตัดให้น้อยลงกว่าปีที่แล้วแล้วยังลดลงมาเหลือ ๑๓ ล้านบาท ค่าใช้จ่ายการพัฒนาแล้วก็ลงทุนด้านสารสนเทศรวมกับพัฒนาบุคลากร ๑๓ ล้านบาท อีก ๔๐๐ กว่าล้านบาทเป็นงบบุคลากร ผมถามว่าแล้วเราจะเอาข่าวกรองที่ไหนไปช่วยใคร เขาครับ แบบนี้ผมถึงแนะว่าถ้าอย่างนั้นตัดไปเลยครับ ไปให้ ๑๐ กว่าล้านบาทมันช่วยอะไร ไม่ได้แล้วครับ นี่คือเหตุผลที่ท่านประธานถามผมว่าแล้วผมไปตัดทําไม ก็เมื่อผมเห็นว่า สิ่งที่ให้ไปไม่ได้ให้ความสําคัญและมันปฏิบัติไม่ได้ แต่สิ่งที่ท่านเอาไปทําไว้ในสํานักนายกรัฐมนตรี คือท่านไปใส่ในเรื่องของการสร้างภาพลักษณ์ของรัฐบาล ๕๐๐ กว่าล้านบาท ท่านเอาไปเป็น งบประมาณในเรื่องของการส่งเสริมศิลปหัตกรรมอีก ๓๐๐ กว่าล้านบาท ผมถามว่า ลําดับความสําคัญของการจัดทํางบประมาณมันอยู่ตรงไหน นี่คือความเป็นห่วงเป็นใย แล้วผมก็ฝากไปถึงกรรมาธิการว่าได้สอบถามหรือเปล่าว่างบเหล่านี้มันมีความสําคัญ แล้วผมก็ยังยืนยันว่าสถานการณ์วันนี้ไม่ปกติ และผมก็เสียใจจริง ๆ ครับที่วันนี้ในหมวดของ สํานักนายกรัฐมนตรี แล้วก็ในส่วนของกระทรวง ทบวง กรม ที่สํานักนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีกํากับดูแล รองนายกรัฐมนตรี ท่านรัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี กํากับดูแล ไม่มีหมวดในการปกป้องและดูแลในเรื่องของการปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์เลย นี่คือสิ่งที่ผมคิดว่ามันเป็นแนวทางจะจัดทํางบประมาณที่ผิดฝาผิดตัว

ผมเรียนไว้สุดท้ายก็คือว่าผมฝากไปถึงทางรัฐบาลและท่านกรรมาธิการว่า อย่างไรคงต้องดูหนัก ๆ ละครับ บางทีการกระทํามันก็เป็นสิ่งที่บ่งบอกอะไรหลาย ๆ อย่าง ท่านพูดอย่างเดียวแล้วท่านไม่ทํานี่มันก็เป็นสิ่งที่จะทําให้เห็นได้ว่าท่านไม่มีความจริงใจ และไม่มีเจตนาที่จะทําในสิ่งที่ท่านพูดไว้ และผมก็ยืนยันว่าเรื่องนี้เป็นสิ่งสําคัญ ก็ฝากท่านประธานไปถึงท่านกรรมาธิการอีกครั้งหนึ่งครับว่าผมเป็นห่วงมาก และผมเสียใจมาก ที่วันนี้ท่านรองนายกรัฐมนตรีกิตติรัตน์ไม่ได้อยู่ตรงนี้ เมื่อสักครู่ผมพยายามยกมือ เพราะจริง ๆ แล้วผมมีอีก ๒-๓ เรื่องที่ท่านได้ตอบพวกกระผมมาว่ามีคนอภิปรายว่า ทางท่านนายกรัฐมนตรีได้ไปดําเนินการชักจูงนักลงทุนในประเทศฝรั่งเศส แล้วมีท่านจุติ ขออภัยที่ต้องเอ่ยนามท่าน บอกว่ามีคนบอกว่าท่านนายกรัฐมนตรีไปชอปปิงหลังจากที่ ประชุมเสร็จ ผมไม่อยากไปก้าวก่ายเรื่องส่วนตัวของท่านนายกรัฐมนตรี พวกผมก็พยายามทํางาน ด้วยความตรงไปตรงมา แต่ว่าสิ่งที่ท่านรองนายกรัฐมนตรีกิตติรัตน์ได้ตอบมาผมไม่พูด ไม่ได้เลยครับท่านประธาน ท่านบอกว่าที่ท่านนายกรัฐมนตรีไปนี่เป็นการส่งเสริม แล้วก็เป็นการสนับสนุนในเรื่องของเศรษฐกิจยุโรปเขากําลังจะตกต่ําก็ไปช่วยส่งเสริม เศรษฐกิจยุโรปโดยการเข้าไปสนับสนุนชอปปิง ผมว่าเรื่องแบบนี้มันไม่ตลกนะครับ และมันไม่ควรจะออกมาจากปากท่านรองนายกรัฐมนตรี เพราะสัญลักษณ์และสัญญาณ ของการเป็นผู้นําและเป็นผู้ที่กํากับดูแลในกระทรวงเศรษฐกิจพูดแบบนี้นี่ผมคิดว่า มันสะท้อนถึงศักยภาพและคุณภาพของการใช้งบประมาณในครั้งนี้ เพราะฉะนั้น ผมก็ฝากไว้ครับว่าเรื่องแบบนี้ไม่ควรจะให้เกิดขึ้น และผมไม่สามารถจริง ๆ ครับที่จะเห็นด้วย กับมาตรานี้ในเรื่องของสํานักนายกรัฐมนตรีที่ได้มีการเสนองบประมาณไว้ตั้ง ๒,๐๐๐ กว่าล้านบาท เพราะไม่ได้ให้ลําดับความสําคัญโดยเฉพาะในเรื่องของการแสดง ให้เห็นว่าท่านมีความตั้งใจที่จะปกป้อง เทิดทูนไว้ซึ่งสถาบันพระมหากษัตริย์แม้แต่บาทเดียว ขอบคุณท่านประธานครับ

ต่อไปท่านสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ครับ เดี๋ยวท่านสาทิตย์มีลําดับ เดี๋ยวท่านสมาชิก จะได้เตรียมพร้อมนะครับ หลังจากท่านสาทิตย์แล้วจะเป็นท่านอันวาร์ สาและ พลตํารวจตรี สุรินทร์ ปาลาเร่ และท่านเจะอามิง โตะตาหยง ๓ ท่าน เชิญครับ