กิตติรัตน์ ณ ระนอง หารือเรื่องงบประมาณรายจ่าย ประจําปี พ.ศ. ๒๕๕๖ และการแบ่งแยกทรัพย์สินของบริษัท ปตท. จํากัด (มหาชน) โดยเน้นย้ำว่ากระทรวงการคลังได้ดำเนินการตามคำวินิจฉัยของศาลปกครองสูงสุด และขอไม่ปรับลดงบประมาณของกระทรวงการคลัง
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในหน้าที่ประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๖ ความจริงก็มี ประเด็นที่อยากจะกราบเรียนชี้แจงท่านสมาชิกหลายประเด็นมากเลยนะครับ อย่างไรก็ตาม แนวคิดในเชิงของการบริหารเศรษฐกิจมหภาคที่รัฐบาลนี้ดําเนินอยู่ในส่วนของการเพิ่มรายได้ ให้กับผู้ที่มีรายได้น้อย ทั้งในส่วนที่เป็นผู้รับค่าแรงค่าจ้างขั้นต่ํา แล้วก็การที่เป็นผู้ที่เป็น เกษตรกร ในสินค้าเกษตรที่สําคัญหลายรายการ บางรายการจะมีรายได้เพิ่มขึ้น ก็จะเป็น ประโยชน์ต่อการพัฒนากําลังซื้อในประเทศ แล้วก็ทําให้เศรษฐกิจมหภาคขับเคลื่อนไป รวมทั้งความจริงข้อมูลก็ได้ปรากฏชัดว่ากําลังซื้อของผู้ที่มีรายได้ค่อนข้างน้อยเหล่านั้น ภายหลังที่จะมีรายได้เพิ่มขึ้นแล้วได้ส่งผลให้เกิดเป็นการอุปโภคบริโภคที่มีคุณภาพ มีการจัดเก็บรายได้ที่เป็นภาษีมูลค่าเพิ่ม แม้ว่ารัฐบาลจะยังคงจัดเก็บในอัตราเดิมได้ในจํานวน ที่มียอดที่เพิ่มขึ้นนะครับ ในส่วนนี้ผมคิดว่าคงจะไม่ใช่จังหวะที่จะได้กราบเรียนอธิบาย แต่อย่างไรก็ตามผมคิดว่าจะขออนุญาตกราบเรียนชี้แจงในส่วนที่ท่านสมาชิกได้หยิบยกถึง ในเรื่องของการแบ่งแยกทรัพย์สินของบริษัท ปตท. จํากัด (มหาชน) แม้ผมเห็นว่า อาจจะไม่ได้เกี่ยวข้องกับมาตรานี้โดยตรง แต่ว่าผมก็เห็นประเด็นที่ท่านผู้อภิปรายได้แสดง ความเป็นห่วงว่าถ้าการทํางานของกระทรวงการคลังขาดความรัดกุม ขาดความเอาใจใส่ ขาดความมีประสิทธิภาพ ก็อาจจะเป็นเหตุให้ท่านอยากจะตัดงบประมาณของกระทรวงการคลัง ผมคิดว่าประเด็นที่ท่านได้หยิบยกในเรื่องของการแบ่งแยกทรัพย์สินของบริษัท ปตท. จํากัด (มหาชน) จริงครับเป็นหน้าที่สําคัญของกระทรวงการคลังซึ่งดูแลหน่วยงานกํากับรัฐวิสาหกิจ ของประเทศ ทุก ๆ หน่วยงานก็มีหน้าที่ที่จะติดตามประสานงานให้มีการดําเนินการ ให้ถูกต้อง ผมเข้าใจว่าข้อมูลที่ท่านสมาชิกมีอยู่นั้นคงเป็นข้อมูลที่ยังไม่ครบถ้วน ความจริงข้อมูลที่ท่านทราบมานั้นเป็นข้อมูลที่จริงทุกประการนะครับ แต่ว่าข้อมูล ที่ท่านได้รับทราบนั้นจนกระทั่งถึงช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์ ปี ๒๕๕๒ ก็เป็นจริงอย่างที่ท่านว่า อย่างไรก็ตามในวันที่ ๑๐ กุมภาพันธ์ ปี ๒๕๕๒ หน่วยงาน สตง. คือสํานักงานการตรวจเงินแผ่นดิน ได้มีหนังสือชี้แจงในส่วนที่บริษัท ปตท. จํากัด (มหาชน) ได้แจ้งถึงการปฏิบัติที่ครบถ้วน ทาง สตง. ได้มีหนังสือที่มีสาระสําคัญระบุว่าการดําเนินการแบ่งแยกทรัพย์สินจะถูกต้อง ครบถ้วนหรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับคําวินิจฉัยของศาลปกครองสูงสุดที่จะพิจารณา ในเดือนถัดไปคือ วันที่ ๓ มีนาคม ๒๕๕๒ ศาลปกครองสูงสุดได้มีคําสั่งยกคําร้องของผู้ฟ้องคดีซึ่งเป็นมูลนิธิ ทางด้านการอุปโภคบริโภค โดยที่เหตุผลในการยกคําร้องได้ระบุเหตุผลว่าด้วยผู้ฟ้องคดี มิได้เป็นเจ้าหนี้ตามคําพิพากษาใด ๆ จึงไม่มีสิทธิที่จะขอให้มีการบังคับคดี แต่ผมคิดว่าเหตุผลที่สําคัญอีกประการหนึ่งซึ่งอยู่ในคําวินิจฉัยของศาลปกครองสูงสุด ก็คือว่าอีกทั้งผู้ถูกฟ้องคดี ซึ่งในกรณีนี้ก็หมายถึงทั้งบริษัท ปตท. จํากัด (มหาชน) ทั้งกระทรวงการคลังที่จะต้องดําเนินการให้ถูกต้อง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ดําเนินการ ตามคําพิพากษาเป็นที่เรียบร้อยแล้วให้ยกคําร้อง
แล้วก็ข้อเท็จจริงอีกประการหนึ่ง ซึ่งท่านสมาชิกอาจจะขาดข้อมูลในส่วนนี้ ในวันที่ ๑๐ สิงหาคม ๒๕๕๓ กระทรวงการคลังและกระทรวงพลังงานได้เสนอต่อ ครม. เรื่องของการดําเนินการตามคําวินิจฉัยและพิพากษาของศาลปกครองสูงสุดในคดีการแปรรูป ปตท. และ ครม. ได้มีมติรับทราบเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ดังนั้นข้อมูลที่ผมได้กราบเรียนในสิ่งที่ เกิดขึ้นในเดือนกุมภาพันธ์ ปี ๒๕๕๒ ในเดือนมีนาคม ปี ๒๕๕๒ และในเดือนสิงหาคม ปี ๒๕๕๓ นั้น ตามความเข้าใจของผมก็คือในช่วงเวลาดังกล่าวท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังในเวลานั้นก็คือท่านรัฐมนตรีกรณ์ จาติกวณิช ก็ได้มีส่วนสําคัญที่ทํางาน ร่วมกันกับกระทรวงพลังงานและได้เสนอต่อ ครม. ว่าการปฏิบัติในเรื่องนี้ถือเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ดังนั้นก็หวังว่าท่านสมาชิกที่ได้กรุณาหยิบยกขึ้นมานี่จะได้เห็นในข้อเท็จจริงว่าเรื่องนี้ มีการดําเนินการเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แล้วก็ไม่ได้เป็นเรื่องที่ค้างคาอยู่ในกระทรวงการคลัง แต่อย่างใด
ในส่วนที่เป็นเรื่องของซิงเกิล วินโดว์ (Single window) ที่เป็นกรณีที่จะทําให้ ประเทศได้รับการจัดอันดับในเรื่องของศักยภาพทางเศรษฐกิจนั้นก็กําลังมีการดําเนินการกันอยู่ ซึ่งผมก็ขออนุญาตเรียนว่าการจัดอันดับศักยภาพทางเศรษฐกิจนั้นคงไม่ได้เป็นการเกิดขึ้น ในปัจจุบันทันด่วน ในขณะที่รัฐบาลนี้เพียงเข้ามาทําหน้าที่ในช่วงเวลายังไม่ถึง ๑ ปีนะครับ แต่การดําเนินการในเรื่องของการจัดอันดับไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานเวิลด์ อีคะนอมิค ฟอรัม หรือหน่วยงานอื่นใดนั้นก็จะมองเรื่องศักยภาพถอยหลังไปเป็นระยะเวลาหลายปี ซึ่งถ้าหากว่าเรายังได้อันดับไม่ดีนักก็คงจะเป็นความรับผิดรับชอบร่วมกัน ของผู้บริหารประเทศในหลาย ๆ ระยะเวลา ดังนั้นในการดําเนินการในส่วนนี้รัฐบาลก็ให้ ความสําคัญ แล้วผมก็เชื่อว่าสิ่งที่จะมีการดําเนินการต่อเนื่องไปประสิทธิภาพของระบบต่าง ๆ ก็คงจะดีขึ้นจนกระทั่งประเทศได้รับความเชื่อถือนะครับ ดังนั้นผมคิดว่าถ้าหากประเด็น ที่ผมได้กราบเรียนชี้แจงเป็นที่สอดคล้องกับความเข้าใจของท่านสมาชิกท่านก็ได้โปรดเมตตา งดการปรับลดงบประมาณของกระทรวงการคลังด้วยจะถือเป็นพระคุณยิ่ง ขอบพระคุณครับ