กิตติรัตน์ ณ ระนอง หารือเรื่องงบประมาณรัฐบาลปี 2556 และการกู้เงิน 350,000 ล้านบาท โดยระบุว่าเงินกู้นั้นใช้ไปเพียง 700 ล้านบาทเท่านั้น และมีการลงทุนในโครงการระบบบริหารจัดการน้ำอย่างบูรณาการ ซึ่งจะช่วยให้รัฐบาลสามารถดำเนินการโครงการที่มีความจำเป็นเร่งด่วนได้
ด้วยความเคารพ ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาทเป็นพระราชกําหนด ไม่มีส่วนใดที่เกี่ยวข้องกับงบประมาณปี ๒๕๕๖ โดยตรง อย่างไรก็ตามผมก็มีหน้าที่ที่จะกราบเรียนชี้แจง ก็พอเข้าใจเพราะว่าที่ท่านรัฐมนตรี ช่วยว่าการ หรือท่านรองประธานคณะกรรมาธิการได้พยายามจะให้ข้อมูลกับท่านเพราะว่า ดูเหมือนการอภิปรายจะโน้มน้าวไปในทางให้เกิดความรู้สึกว่ารัฐบาลอยากจะรีบกู้ เสียเหลือเกิน แล้วก็จะกู้มากองเอาไว้ คือการดําเนินการเมื่อผ่านพระราชกําหนดแล้ว สามารถทําให้รัฐบาลสามารถดําเนินการเข้าสู่กระบวนการในโครงการที่มีความจําเป็นเร่งด่วน และผมก็ได้กราบเรียนให้ข้อมูลไปแล้วเมื่อค่ําเมื่อวานว่าได้มีการดําเนินงานในโครงการใด ที่มีความจําเป็นเพื่อให้ทันกับฤดูฝนในปีนี้บ้าง ในขณะนี้การกู้เงิน ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท เรากู้ไปเพียง ๗๐๐ ล้านบาทจริง แล้วก็กู้ไปตามจํานวนเงินที่มีความจําเป็นจะต้องจ่ายแล้ว ตามความคืบหน้าของการก่อสร้าง ท่านกรุณาให้ความเห็นว่าทําไมไม่รอพระราชบัญญัติ งบประมาณรายจ่ายประจําปี ๒๕๕๖ ซึ่งผมก็ได้กราบเรียนชี้แจงไปแล้วเมื่อวานนี้ว่า คงรอไม่ไหวหรอกครับเพราะว่ากว่าจะผ่านพระราชบัญญัติงบประมาณประจําปี ๒๕๕๖ และ สามารถใช้เงินได้นั้นก็คงจะต้องรอจนกระทั่งเดือนตุลาคม เรามีความจําเป็นที่จะต้อง ดําเนินโครงการต่าง ๆ ที่จะต้องเข้าสู่กระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง จัดหา แล้วก็จะมีการก่อสร้าง ที่มีความคืบหน้าในงานส่วนหนึ่ง เพราะฉะนั้นในส่วนที่มีความจําเป็นก็ดําเนินการไป ในส่วนที่เป็นการลงทุน ในส่วนใหญ่ที่จะเป็นเรื่องระบบบริหารจัดการน้ําอย่างบูรณาการนั้น ก็ได้กราบเรียนชี้แจงผ่านสื่อมวลชน แล้วก็มีผู้ที่ได้เรียนชี้แจงในห้องประชุมแห่งนี้ไปแล้วบ้างว่า ขณะนี้รัฐบาลเห็นว่าโครงการเหล่านั้นมีความเป็นประโยชน์ต่อประเทศในระยะยาว การจะรอสักหน่อยเพื่อให้เกิดความรอบคอบและมีการเปิดประมูลในลักษณะที่เป็นการรับ การประมูลทั้งโลก ซึ่งหมายถึงผู้ประมูลมีสิทธิที่จะเป็นทั้งนิติบุคคลหรือบุคคลสัญชาติไทย รวมทั้งนิติบุคคลสัญชาตินานาชาติที่เป็นที่ยอมรับในเรื่องของความสามารถและความเข้าใจ ในการบริหารจัดการน้ําเป็นเรื่องที่สมควร ดังนั้นจึงขออนุญาตเรียนชี้แจงท่านว่าอย่ากังวลว่า รัฐบาลจะไปรีบกู้มาโดยไม่มีความจําเป็นต้องใช้จ่าย ส่วนจะดําเนินการทันหรือไม่ทันนั้น ก็ติดตามกันดู ผมก็เรียนว่าผมจะไม่ทําให้เสียมาตรฐานที่ได้เคยมีพระราชกําหนดในอดีต แล้วก็มีการดําเนินการกู้เท่าที่จําเป็นจริง ผมมีข้อมูลว่าท่านกู้ไม่ครบจริง แต่ว่าข้อมูล ผมไม่น่าจะคลาดเคลื่อน กู้ไม่ครบก็กู้เกือบครบ แล้วก็การดําเนินการมีหลายโครงการ ซึ่งถูกเสนอไว้ในขั้นที่เตรียมการ จนถึงขณะนี้ยังมีหลายโครงการซึ่งยังไม่สามารถดําเนินการได้ แล้วก็ขออนุญาตเรียนยืนยันอีกครั้งหนึ่งว่าไม่ได้มีการเตะถ่วงโดยรัฐบาลปัจจุบันแต่อย่างใด โครงการบางโครงการซึ่งอยู่ในความสนใจของท่านสมาชิก ผมก็ได้กราบเรียนชี้แจงไปแล้วว่า มีข้อติดขัดประการใด โครงการส่วนใหญ่ที่ดําเนินการไปได้มีความราบรื่นก็เป็นโครงการ ซึ่งยังไม่ได้ดําเนินการจนมีการจัดซื้อจัดจ้างก่อสร้างให้มีความคืบหน้าจนครบถ้วน ดังนั้น การดําเนินการที่คาบเกี่ยวเลยไปหลังจากวันที่หมดเขตในการที่จะกู้เงินตามอํานาจของ พระราชกําหนดนั้นก็ได้เคยมีการปฏิบัติ เพราะฉะนั้นก็ขออนุญาตกราบยืนยันว่ารัฐบาล ปัจจุบันจะไม่ดําเนินการอะไรที่ทําให้เป็นเรื่องเป็นภาระโดยไม่จําเป็นกับประเทศในรูปของ ดอกเบี้ยที่จะเกิดขึ้นจากการกู้เร็วเกินไป ดังนั้นการเตรียมการที่จะบอกว่าจะต้องกู้มาจนครบ ผมก็เรียนว่าถ้าไม่จําเป็นจะต้องกู้ให้ครบผมก็จะกู้ไม่ให้ครบอย่างที่ท่านเคยได้ปฏิบัติ อย่างระมัดระวัง ท่านเคยปฏิบัติอย่างไรกระผมก็จะปฏิบัติด้วยความระมัดระวังเช่นเดียวกัน ส่วนโครงการรถคันแรกนั้นเป็นเรื่องชัดเจนว่าผู้ที่ซื้อรถคันแรกก็มีหน้าที่จ่ายค่าซื้อครบจํานวน ซึ่งในค่าซื้อนั้นก็มีค่าภาษีสรรพสามิตตามจํานวนที่ท่านผู้ซื้อจะต้องจ่าย ส่วนที่เป็นนโยบายของรัฐบาลระบุชัดเจนนะครับว่าการจะจ่ายคืนภาษีสรรพสามิตตามอัตรา ที่กําหนดไว้ แล้วก็ไม่เกิน ๑๐๐,๐๐๐ บาทต่อคัน เป็นเรื่องที่รัฐบาลเห็นว่าจะช่วยทําให้ผู้ซื้อ สามารถที่จะได้เริ่มต้นชีวิตใหม่ได้ มีหลายท่านซึ่งมาขอบอกขอบใจรัฐบาล โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ท่านที่ขับขี่รถจักรยานยนต์ซ้อน ๓ ซ้อน ๔ ในขณะที่ท่านเห็นว่ามีโครงการรถคันแรก ซึ่งอนุญาตให้ใช้กับรถที่มีขนาดเล็กมีราคาไม่สูงนัก แล้วรัฐบาลเองก็เห็นว่าการที่จะคืนภาษี สรรพสามิตในส่วนนี้ให้กับผู้ที่มีรายได้ไม่สูงนักได้สามารถมีระดับคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น เป็นเรื่องที่รัฐบาลสามารถดําเนินการได้ การคืนภาษีสรรพสามิตในส่วนนี้ไม่ทําให้เป้าหมาย ในการจัดเก็บรายได้ของรัฐกระทบกระเทือน เนื่องจากเหตุผลที่ผมได้กราบเรียนไปหลายครั้งว่า การขับเคลื่อนเศรษฐกิจจนกระทั่งมีการเจริญเติบโตที่ดี มีการบริโภคที่มีคุณภาพและ การดําเนินการอีกหลาย ๆ เรื่องท่ามกลางวิกฤติปัญหาของโลกซึ่งการส่งออกมีการชะลอตัวลงจริง อย่างที่ท่านเห็น แต่ว่าในขณะเดียวกันการดําเนินงานอย่างมีประสิทธิภาพในด้านอื่น ๆ ซึ่งเป็นปัจจัยที่รัฐบาลสามารถควบคุมได้ในเรื่องของการใช้จ่ายงบประมาณของรัฐ ในเรื่อง ของการส่งเสริมให้มีการลงทุนของภาคเอกชน ในเรื่องของการส่งเสริมให้มีการอุปโภคบริโภค ของกลุ่มที่เป็นผู้ที่มีรายได้ที่เหมาะสม ก็เป็นเรื่องที่ทําให้เศรษฐกิจของประเทศสามารถ ขับเคลื่อนไปได้นะครับ จึงขอเรียนยืนยันว่าบนข้อเป็นห่วงซึ่งท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงการคลัง ท่านรองประธานคณะกรรมาธิการก็ได้กราบเรียนไปแล้วว่านโยบาย ทางเศรษฐกิจมหภาคเป็นเรื่องแนวคิดของแต่ละรัฐบาล ท่านใช้คําว่าต่างจิตต่างใจ ผมก็ขอยืนยันนะครับว่าต่างจิตต่างใจในกรณีนี้รัฐบาลไม่ได้นําเงินของคนอีกกลุ่มหนึ่ง ไปคืนคนอีกกลุ่มหนึ่งในกรณีของรถคันแรกนะครับ ท่านใดเป็นผู้ซื้อรถคันไหน มีภาษีสรรพสามิตเท่าไร ถ้าภาษีสรรพสามิตนั้นมียอดไม่เกิน ๑๐๐,๐๐๐ บาท ท่านก็จะ ได้รับคืนเพียงเท่ากับที่ท่านได้จ่ายมา แต่ถ้าหากว่ารถคันนั้นมีภาษีสรรพสามิตเกินกว่า ๑๐๐,๐๐๐ บาท เราก็จะขอคืนเพียง ๑๐๐,๐๐๐ บาทเท่านั้น จึงขออนุญาตกราบเรียน ชี้แจงต่อท่านสมาชิกผ่านท่านประธานที่เคารพครับ ขอบพระคุณครับ