สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๕ · ๑๖ สิงหาคม ๒๕๕๕

ณัฏฐ์ บรรทัดฐาน หารือเรื่องงบประมาณกระทรวงการต่างประเทศ โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการใช้งบประมาณอย่างชัดเจนและถูกต้อง รวมถึงการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีของประเทศไทยต่อประชาคมโลก และเรียกร้องการแก้ไขปัญหาน้ำท่วม

นายณัฏฐ์ บรรทัดฐาน กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม ณัฏฐ์ บรรทัดฐาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ งบประมาณในกระทรวงการต่างประเทศนั้นมี ๓ ประเด็นสั้น ๆ ที่ผมคิดว่าจะต้อง เรียนให้ที่ประชุมทราบเพื่อร่วมกันพิจารณาก่อนที่จะลงมติว่าจะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยกับ กรรมาธิการเสียงข้างมากนะครับ

ประเด็นแรก ที่ผมตั้งข้อสังเกตก็คือเรื่องของที่สมาชิกพูดกันเป็นส่วนใหญ่ ก็คือเรื่องของการทํางบประมาณซ้ําซ้อน ซึ่งทําให้งบประมาณนั้นขาดประสิทธิภาพ ในการที่จะนํามาใช้จ่ายเพื่อให้เกิดการพัฒนาอย่างแท้จริง ผมเห็นงบประมาณที่ตั้งไว้ ในกระทรวงการต่างประเทศนั้นมีเรื่องของงบอุดหนุนประเทศเพื่อนบ้านอยู่ ๓๖๐ ล้านบาท ทีนี้ประเด็นที่เราตั้งข้อสังเกตได้จากตัวเลขที่ใกล้เคียงกันเป็นตัวเลขจากสํานักงาน ความร่วมมือพัฒนาเศรษฐกิจกับประเทศเพื่อนบ้าน แม้จะเป็นองค์การมหาชนก็ตาม แต่ว่า เนื้อหาสาระของตัวเลขที่ดูแล้วค่อนข้างใกล้เคียงกันกับโครงการที่ผมเห็นอยู่ในเอกสาร ที่ชี้แจงเป็นโครงการก่อสร้างถนนและทางรถไฟ อันแรกเป็นโครงการก่อสร้างทางรถไฟ สายท่านาแล้ง-เวียงจันทน์ ประเทศ สปป. ลาว ระยะทาง ๙ กิโลเมตร โครงการนี้ เป็นโครงการที่มีวงเงินทั้งหมด ๑,๖๕๐ ล้านบาท แล้วก็ให้ลงนามจะให้ความช่วยเหลือกัน ในวันที่ ๑๔ มิถุนายน ๒๕๕๕ แล้วจะเบิกจ่ายงวดแรกในเดือนกันยายน ๒๕๕๕ ได้รับเงิน จัดสรรในปี ๒๕๕๖ อยู่ ๗๗.๕ ล้านบาท โครงการที่ ๒ คือโครงการก่อสร้างถนนจากช่วงภูดู่ อําเภอบ้านโคก จังหวัดอุตรดิตถ์ ถึงเมืองปากลาย แขวงไชยะบุรี ประเทศ สปป. ลาว โครงการนี้วงเงินทั้งหมด ๗๑๘ ล้านบาท ครม. เห็นชอบในหลักการให้ความช่วยเหลือ ในวันที่ ๑ พฤษภาคม ๒๕๕๕ แล้วก็จะลงนามสัญญาให้ความช่วยเหลือในเดือนมิถุนายน ที่ผ่านมา ๒๕๕๕ เบิกจ่ายงวดแรกเดือนกันยายนเช่นเดียวกัน วงเงิน ๒๔๐ ล้านบาท ๒ โครงการนี้มูลค่ารวมกันแล้วอยู่ที่ประมาณ ๓๑๐ กว่าล้านบาท ใกล้เคียงกับตัวเลข ที่ผมได้เรียนไปเมื่อสักครู่อยู่ ๓๐๐ กว่าล้านบาทในเรื่องของงบอุดหนุนส่งเสริมความสัมพันธ์ กับประเทศเพื่อนบ้าน ที่ต้องตั้งประเด็นตรงนี้ขึ้นมาเนื่องมาจากว่ามีเพื่อนสมาชิกจํานวนไม่น้อยได้พูดถึงเรื่องของ การตั้งงบซ้ําซ้อน ท่านกรรมาธิการเสียงข้างน้อยก็ได้พูดไปแล้วในเรื่องของถนน ๘๐ กว่าสาย ที่เมื่อมีการตรวจสอบแล้วในท้ายที่สุดก็ปรากฏว่ามีการตั้งงบประมาณซ้ําซ้อนกัน แล้วก็มี งบประมาณที่ปูดขึ้นมาประมาณ ๕,๐๐๐ กว่าล้านบาท ประเด็นตรงนี้ก็เช่นเดียวกัน เมื่อช่วงบ่ายเพื่อนสมาชิกก็ได้พูดไปอย่างชัดเจนแล้วว่าถ้าโครงการ ๑ โครงการ แล้วก็มีเจ้าภาพ ๒ ราย แน่นอนว่าในท้ายที่สุดมันต้องเกิดอาการสุนัขอิ่มขึ้นมา ๑ ราย ๑ โครงการจากงบประมาณก้อนเดียวกัน ตรงนี้ก็เป็นส่วนที่ผมต้องตั้งคําถามต่อกรรมาธิการ เช่นเดียวกันว่ากรณีแบบนี้ผมไม่แน่ใจว่างบอุดหนุน สนับสนุนความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ กับประเทศเพื่อนบ้านกับโครงการให้ความช่วยเหลือทางการเงินระหว่างประเทศกับ ประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งเป็นโครงการในลักษณะที่คล้ายคลึงกัน จริง ๆ แล้วเป็นโครงการ อันเดียวกันหรือไม่ เพียงแต่ว่าไปอยู่ในเจ้าภาพ ๒ รายการ คือในกระทรวงการต่างประเทศ และกระทรวงการคลัง ก็ต้องเรียนถามท่านกรรมาธิการไว้ในกรณีนี้

ประเด็นที่ ๒ ในเรื่องของทีมไทยแลนด์ (Team Thailand) ที่ผมได้ยิน กรรมาธิการชี้แจงกัน แล้วก็เพื่อนสมาชิกได้อภิปรายกันพอสังเขปคร่าว ๆ ไว้อยู่บ้าง ประเด็นนี้ เมื่อเปรียบเทียบดูพันธกิจข้อที่ ๔ ของกระทรวงการต่างประเทศว่าสร้างนักการทูต ที่มีจิตสํานึกและความเข้าใจในสังคมไทย ตลอดจนมีความเชี่ยวชาญและความรอบรู้ ในด้านต่าง ๆ เพื่อเป็นตัวแทนในการรักษาและส่งเสริมผลประโยชน์ของประเทศไทย ในต่างประเทศ สิ่งที่ทําให้ผมเป็นกังวลครับท่านประธาน เพราะว่าจริง ๆ แล้วในทีมไทยแลนด์ ก็คือการสร้างทีมขึ้นมาเพื่อที่จะกระตุ้นเศรษฐกิจ สร้างความสัมพันธ์ แล้วก็ประกอบกิจการ ต่าง ๆ ในต่างประเทศ โดยใช้งบประมาณที่เป็นงบดําเนินการอยู่ ๒๓๑ ล้านบาท ในรายละเอียดเท่าที่ผมเห็นก็มีเรื่องของศูนย์ธุรกิจไทย-จีน งบประมาณสําหรับการประชุม ดูงานแล้วก็ร่วมงานพิธีหรืองานกิจกรรมต่าง ๆ หรืออีเวนท์ (Event) ต่าง ๆ ในต่างประเทศ กรณีแบบนี้ผมกําลังนั่งคิดว่าถ้าท่านใช้ทีมที่ตั้งขึ้นมาโดยใช้งบประมาณไปรองรับอยู่ถึง ๒๐๐ กว่าล้านบาทตรงนี้ ผมถามว่าท่านเอาทูตพาณิชย์ไปไว้ไหนครับ เอากงสุลไปไว้ไหน แล้วก็พันธกิจที่เราบอกว่าสร้างนักการทูตที่ดีมีคุณภาพเพื่อกระจายความสัมพันธ์ สร้างความสัมพันธ์ที่ดี แล้วก็ส่งเสริมผลประโยชน์ของประเทศในต่างประเทศนั้นจะไปอยู่ที่ไหน อย่างไร ผมอดคิดไม่ได้ว่าในอดีตที่ผ่านมาสมัยรัฐบาลหนึ่งเคยมีวิธีการใช้ตําแหน่ง ผู้ช่วยรัฐมนตรีขึ้นมาแทนข้าราชการประจํา ขึ้นมาแทน ส.ส. ในสภา เพราะว่าโดยตําแหน่งแล้ว เท่าที่เห็นคือผู้ช่วยรัฐมนตรีเหล่านั้นส่วนใหญ่ก็จะเป็นผู้สมัครที่สอบไม่ได้ กรณีนี้ ก็เช่นเดียวกันผมสังเกตดูรายชื่อของทีมไทยแลนด์แล้วนี่ก็คล้าย ๆ กับผู้ช่วยรัฐมนตรีในอดีต ส่วนใหญ่ก็จะมีคนอกหักจากการลงสมัครบ้าง มีคนที่พลาดจากการเลือกตั้งหรือจากตําแหน่ง ต่าง ๆ บ้างมาอยู่รวมกันเป็นทีมไทยแลนด์ แล้วก็ออกไปดําเนินกิจกรรมอย่างที่ได้บอกไว้ ข้างต้นว่าเท่าที่เห็นจริง ๆ ก็มีเรื่องของศูนย์ธุรกิจไทย-จีน มีการร่วมดําเนินกิจกรรมต่าง ๆ ในต่างประเทศ ส่วนเหล่านี้ผมไม่ค่อยแน่ใจว่าถ้าเราใช้วิธีการในการตั้งทีมขึ้นมาอีก ๑ ทีม หรือว่าหาวิธีการ กระบวนการในการดําเนินกิจกรรมอย่างใดอย่างหนึ่งเพิ่มขึ้นมา ในขณะที่ เรามีเจ้าหน้าที่ มีบุคลากรที่เดิมก็ทํางานได้อยู่แล้ว แต่ว่าเราไม่ได้ส่งเสริมเขาอย่างเต็มที่ ให้เกิดประสิทธิภาพหรือให้เกิดความพร้อมในการทํางาน แล้วเราก็บอกว่าเขาทํางานไม่ได้ จนต้องตั้งทีมขึ้นมาอีก ๑ ทีมนั้นเป็นแนวคิดที่ถูกต้องหรือไม่ แล้วในท้ายที่สุดมันไม่ใช่ แค่แนวคิดครับ เพราะว่าวันนี้ท่านจ่ายงบประมาณเพิ่มขึ้นไปถึง ๒๓๐ กว่าล้านบาท ในการทําทีมไทยแลนด์ ก็เลยทําให้ไม่แน่ใจว่ากระบวนการแบบนี้นอกจากจะจ่ายงบประมาณ ซ้ําซ้อนแล้ว แล้วนอกจากใช้เงินซ้อนแล้วยังใช้คนซ้อนอีกต่างหาก เพราะว่างบประมาณ ที่ลงไปตรงนี้ท้ายที่สุดอย่างที่ผมเรียนว่าเจ้าหน้าที่ที่เป็นเจ้าหน้าที่สถานทูต เจ้าหน้าที่ ที่ทํางานด้านธุรกิจ ด้านการค้า ด้านการส่งออก หรือทําอะไรก็ตามในต่างประเทศ ธุรกรรมต่าง ๆ ในต่างประเทศก็จะไม่สามารถที่จะผลักดันหรือสามารถดําเนินสิ่งที่เขา กําลังทําได้อย่างเต็มความสามารถเพราะว่ามันมีทีมงานที่เข้ามาซ้อนกระบวนการทํางาน อีกขั้นตอนหนึ่ง อันนี้ก็เป็นปัญหาที่ผมคิดว่าต้องเรียนให้ท่านทราบเพราะว่าทุกวันนี้เท่าที่ทราบมาจาก เจ้าหน้าที่สถานทูตตามประเทศต่าง ๆ ผมคิดว่าส่วนหนึ่งที่เราควรจะให้งบประมาณเพิ่มเติม ในเรื่องของงบประมาณสนับสนุนเจ้าหน้าที่ในต่างประเทศนั้นก็คือเรื่องของค่าที่พัก ค่าเดินทาง เบี้ยเลี้ยง เงินเดือนหรือแม้แต่ตําแหน่งงานซึ่งหลายคนที่ไปศึกษาดูงานในต่างประเทศ ไปเรียนต่อยังต่างประเทศนั้นถูกฟรีซ (Freeze) ขั้นตําแหน่งงานแล้วก็เงินเดือนไว้ ส่วนนี้ก็เป็นส่วนที่ผมคิดว่าถ้าเรานําเงิน ๒๓๐ กว่าล้านบาทที่ท่านไปใช้ในทีมไทยแลนด์ มาใช้จ่ายกับสิ่งที่ผมได้กล่าวไว้เมื่อสักครู่นี้ อย่างน้อยมันสร้างขวัญและกําลังใจ ให้กับเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานในต่างประเทศได้เป็นอย่างดีและน่าจะทําให้พวกเขาเหล่านั้น สามารถที่จะดําเนินงาน ดําเนินหน้าที่ของเขาในต่างประเทศได้อย่างไม่มีข้อบกพร่อง

ท้ายที่สุดเรื่องของพันธกิจข้อที่ ๖ ของกระทรวงการต่างประเทศคือให้ความรู้ ความเข้าใจที่ถูกต้องเหมาะสมต่อสาธารณชนทั้งในและต่างประเทศ เกี่ยวกับการดําเนินงาน กิจกรรมเชิงรุกของต่างประเทศ ของประเทศไทยที่เป็นผลประโยชน์ สร้างความรู้ความเข้าใจ ที่ถูกต้องเกี่ยวกับประเทศไทยให้กับประชาคมโลกได้ทราบและส่งเสริมภาพลักษณ์ในเชิงบวก ของประเทศไทยต่อประชาคมโลก สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่ผมค่อนข้างกังวลครับเพราะว่า งบประมาณในกระทรวงการต่างประเทศนั้นดูแล้วการใช้จ่ายผ่านกระทรวงการต่างประเทศ โดยเฉพาะวิธีการทางการทูตนั้นผมไม่ค่อยแน่ใจว่านอกจากไม่เสริมสร้างความเข้าใจอันดี กับประชาคมโลกแล้ว ผมยังคิดว่าเราไม่ได้สร้างความเข้าใจที่ถูกต้องให้กับพี่น้องประชาชน ที่เป็นประชาคมโลก รัฐบาลพยายามบอกครับว่าวันนี้สิ่งที่ดําเนินงานมาตลอดระยะเวลา ๑ ปี สิ่งที่เห็นได้ชัดคือการสร้างความเข้าใจต่อประชาคมอาเซียน ประชาคมโลกว่าประเทศไทย เป็นประเทศที่มีความเป็นประชาธิปไตยที่มีการพัฒนาเป็นที่เรียบร้อยแล้วหลังจาก มีการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา นั่นประเด็นที่ ๑

ประเด็นที่ ๒ รัฐบาลบอกอยู่เสมอครับท่านนายกรัฐมนตรีบอกไว้อย่างชัดเจนว่า นอกจากเรื่องของการเสริมสร้างประชาธิปไตยที่ดีขึ้นหลังจากการเลือกตั้งแล้ว เรื่องของ การแก้ไขปัญหาอุทกภัยก็เป็นไปได้ด้วยดี และท้ายที่สุดประเทศไทยเป็นประเทศที่มี ความพร้อมในเรื่องของการเข้าไปสู่การเป็นประชาคมอาเซียน

ประเด็นที่ ๓ เหตุผลที่ผมได้ยกขึ้นมาบอกเป็นสิ่งที่ท่านนายกรัฐมนตรี ได้ป่าวประกาศไปสู่ประชาคมโลกซึ่งผมไม่แน่ใจว่าเพื่อนสมาชิกที่นั่งอยู่ในห้องประชุมแห่งนี้ รวมถึงประชาชนที่ได้นั่งฟังการถ่ายทอดสดอยู่ในเวลานี้จะเห็นด้วยกับสิ่งที่ท่านนายกรัฐมนตรี พูดหรือไม่ เพราะว่าเมื่อ ๒-๓ วันที่ผ่านมาเรายังเห็นภาพความขัดแย้งซึ่งไม่ได้เกิดขึ้น เฉพาะในประเทศไทย แต่ยังเกิดขึ้นไกลถึงประเทศสหรัฐอเมริกา กระบวนการแบบนี้ ผมคิดว่านอกจากไม่ใช่เรื่องของการสร้างทัศนคติที่ดีต่อพี่น้องประชาคมโลกแล้ว ผมยังคิดว่า มันเป็นการสร้างความไม่แน่ใจหรือสร้างความกลัว ความกังวลให้กับพี่น้องยังต่างประเทศว่า ความมั่นใจในการเดินทางเข้ามาสู่ประเทศไทยนั้นว่ามีความปลอดภัยเป็นเช่นนั้นจริงหรือ อันนี้ก็เป็นเรื่องที่น่ากังวลนะครับว่ากระทรวงการต่างประเทศนั้นได้ใช้เงินงบประมาณ ในเรื่องเหล่านี้ในการทําความเข้าใจในเรื่องของการพยายามที่จะบอกประชาคมโลกว่า ประเทศของเราเป็นประเทศที่มีประชาธิปไตยอย่างเต็มสมบูรณ์ เป็นประเทศที่ไม่มีความขัดแย้ง แต่ว่าเกิดกระบวนการแบบนี้ขึ้นผมไม่แน่ใจว่ากระทรวงการต่างประเทศจะรักษาภาพลักษณ์ ที่ดีของประเทศอย่างไร และใช้เงินงบประมาณกับเรื่องเหล่านี้คุ้มค่ามากน้อยแค่ไหน นอกเหนือไปกว่านั้นอีกคําถามหนึ่งที่ต้องเรียนถามท่านกรรมาธิการก็คือว่าช่วงเวลาที่ องค์การนาซา (NASA) เข้ามาเสนอขอใช้สถานที่ของเราในการทํากิจกรรมต่าง ๆ ของเขา ซึ่งท้ายที่สุดมันกลายเป็นข้อบิดเบือนครับว่าการที่องค์การนาซาไม่ได้เข้ามานั้น ปิดท้ายทําให้ เราไม่สามารถแก้ปัญหาน้ําท่วมได้ มันมีคนกล่าวมาถึงขนาดนั้นผมคิดว่าเป็นสิ่งที่กรรมาธิการ ต้องตอบครับว่าในช่วงเวลาเดียวกับที่องค์การนาซาเข้ามา มีการให้วีซ่า (VISA) กับนักโทษ ในประเทศสามารถเดินทางไปยังประเทศต่าง ๆ ได้เป็นช่วงเวลาเดียวกันหรือไม่ แล้วการเกิด เหตุการณ์แบบนี้ขึ้น ผมไม่แน่ใจว่ากระทรวงการต่างประเทศนั้นมีงบประมาณในการดูแล เรื่องเหล่านี้ให้เกิดความเรียบร้อยชัดเจนขึ้นอย่างไร ก็เป็นคําถามสั้น ๆ จากผม ๓ ประการ ที่ถามกับกรรมาธิการ ขอบพระคุณครับ